ภาษา PYTHON แ ล ะ พ ื้น ฐา นท่ีค วรรู้ อาจารย์ศริ พิ ร โสสระเกษ สาขาเทคโนโลยีสารสนเทศ
สารบัญ ไพธอนและเครือ่ งมอื ในการเขียนโคด้ .............................................................................................................................................1 การติดตัง้ Visual Code Studio ....................................................................................................................................................... 1 สารบญัการสร้างไฟลภ์ าษาไพธอน ................................................................................................................................................................. 3 การใช้งาน Terminal ทีจ่ าเปน็ .......................................................................................................................................................... 5 พ้นื ฐาน Python ...........................................................................................................................................................................6 Statement ในภาษา Python........................................................................................................................................................... 6 สารบัญการเขยี นอธิบายโคด้ ........................................................................................................................................................................... 7 หลักพื้นฐานของการกาหนดตัวแปร ................................................................................................................................................... 8 รู้จักกบั ฟังกช์ ัน print() ....................................................................................................................................................................... 8 การใชฟ้ งั ก์ชนั print () ทีซ่ ับซอ้ นขึน้ อยา่ ง sep และ end................................................................................................................ 9 การเขยี นอกั ขระพเิ ศษบางตวั ในสตรงิ ..............................................................................................................................................10 สารบญัการรบั ค่าข้อมลู ทางคียบ์ อร์ดด้วยฟังกช์ ัน input()...................................................................................................................... 11 แบบฝกึ หัดหลังเรยี น..................................................................................................................................................................... 12
ไพธอนและเครื่องมอื ในการเขียนโคด้ ไพธอนเป็นหนึ่งในภาษาคอมพิวเตอร์ที่ได้รับความนิยมสูงสุดในปัจจุบัน เพราะนอกจากจะง่ายต่อการเรียนรู้ แล้วยัง สามารถนาไปประยกุ ต์ใชง้ านได้หลายรปู แบบ ภาษาไพธอน ถูกสร้างขึ้นในปี ค.ศ. 1994 โดยโปรแกรมเมอร์ชาวดัตช์ชื่อ Guido van Rossum ด้วยพื้นฐาน หลากหลายภาษารวมกนั เช่น C, ABC, Modular-3,Algol-68, SmallTalk, Unix Shell เปน็ ตน้ โดยมวี ัตถปุ ระสงคเ์ พอื่ ให้เป็น ภาษาคอมพวิ เตอร์ทเ่ี รียนรูง้ า่ ย ไมม่ ีกฏเกณฑ์หรอื ไวยกรณ์ที่ซบั ซ้อน และสามารถนาไปใชใ้ นระบบปฏิบตั ิการที่แตกต่างได้ โดย ภาษาไพธอนมลี ักษณะท่นี า่ สนใจดงั นี้ โดยเครื่องมือทีใ่ ชใ้ นการเขียนคาสั่งตา่ ง ๆ ก็จะสามารถใช้ Text Editor ตัวใดก็ได้แล้วแต่ที่ถนดั เพียงแต่วิธีการรนั ผล ของแตล่ ะโปรแกรมก็จะมวี ิธีทีแ่ ตกตา่ งกันออกไป มที ้งั ทีเ่ ปน็ แบบไม่เสียคา่ ใชจ้ า่ ยและเสียคา่ ใช้จ่าย Python IDLE PyCharm NetBeans Visual Code Studio การตดิ ต้ัง Visual Code Studio - ดาวน์โหลดโปรแกรมจากเวบ็ ไซต์ https://code.visualstudio.com/ - ทาการตดิ ตั้งโปรแกรม โดยเลือกไปที่ I accept the agreement จากน้นั กด Next 1|P a g e
- เลอื กพ้ืนที่ในการลงโปรแกรม จากน้นั กด Next >> Next >> Next อีกคร้งั - กด Install และรอการติดตั้ง เป็นอนั เสร็จสน้ิ - จะปรากฏหน้าตาของโปรแกรมดังน้ี 2|P a g e
- ทาการตดิ ตั้ง EXTENSIONS สาหรบั การเขียนภาษาไพธอน โดยปฏิบัติตามลาดบั ดงั ภาพ การสรา้ งไฟลภ์ าษาไพธอน - ทาการสร้างไฟลเ์ ดอร์สาหรับเกบ็ งานน้นั ๆ จากนนั้ ทการ Open Folder ตามลาดบั ดงั ภาพ - ทาการเลือกโฟลเ์ ดอร์ 3|P a g e
- จะสงั เกตไดว้ ่ามชี ่ือโฟลเ์ ดอรป์ รากฎอย่ดู ้านซา้ ยมอื ดังภาพ - ทาการสรา้ งไฟลโ์ ดยเลือกไปท่ไี อคอน New Folder - ทาการพิมพ์ชื่อไฟล์ โดยตามด้วย .py ซึ่งเปน็ นามสกุลของภาษาไพธอน จากน้ันทาการกด Enter จะไดด้ ังภาพ หมายเหตุ : หากสรา้ งไฟลส์ าเรจ็ จะปรากฏไอคอนของไพธอนเป็นสฟี ้าดงั ภาพ 4|P a g e
- ทาการพิมพ์คาส่งั print (\"Hello World\") ตามหมายเลข 1 จากน้นั ทาการแสดงผลโดยกดไปตรงหมายเลขท่ี 2 จะมี Terminal ปรากฏแบบหมายเลยที่ 3 นน้ั หมายความวา่ คุณไดส้ รา้ งไฟลแ์ รกของโปรแกรมภาษาไพธอนเรยี บร้อยแล้ว การใชง้ าน Terminal ที่จาเปน็ หากเราทาการรนั ผลซา้ ๆ จนรู้สกึ ว่าหนา้ จอเต็มไปด้วยคาสัง่ ตา่ ง ๆ เรา สามารถทาการเคลยี รค์ าส่ังด้วยการพมิ พ์ cls จากน้ันกด Enter เพ่ือทาการเคลียรใ์ นส่วนของการแสดงผลได้ กอ่ นพิมพ์ cls หลังใช้คาสงั่ cls 5|P a g e
พนื้ ฐาน PYTHON Statement ในภาษา Python Statement คือ คาสั่งที่สมบูรณ์ซึ่งโปรแกรมสามารถนาไปใช้ในการประมวลผลเพื่อกระทาการบางอย่างได้ โดยเรา แบง่ Statement ออกเปน็ 2 ลักษณะ คอื 1. Single Statement คือ Statement ท่มี เี พียงคาส่งั เดียว 2. Compound Statement คือ Statement ท่ีมหี ลายคาส่ัง หรือมี Statement ยอ่ ย ๆ หลายอันรวมกัน ภาษาไพธอน จะถือว่าโคด้ ในบรรทัดเดยี วกัน คอื คาสั่งเดียวกัน และเมือ่ ข้ึนบรรทัดใหม่ก็ถือวา่ เป็นคาส่ังใหม่ ดังนั้น จึง ไม่จาเป็นต้องใช้เครื่องหมาย Semicolon ( ; ) เพื่อแสดงจุดสิ้นสุดคาสั่งเหมือนในภาษาอื่น ๆ เช่น โค้ดคาสั่งต่อไปนี้ แต่ละ บรรทัดคอื 1 Statement อย่างไรก็ตาม หากเราใส่เครื่องหมาย ; เพื่อแสดงจุดสิ้นสุด ของคาสั่ง เราก็สามารถทาได้ เนื่องจากโปรแกรมเมอร์บางคนอาจจะ คุ้นเคยกับการใช้งานในรูปแบบนั้นจากภาษาอื่นๆ หรือนอกจากนี้ หากเราใส่ ; เพื่อปิดท้ายคาสั่ง ก็สามารถนาคาสั่งถัดไปมาเขียน ตอ่ ท้ายไดเ้ ลย ดงั ภาพ 6|P a g e
ส่วนการ Compound Statement ซึ่งเกิดจาก Statement ยอ่ ย ๆ รวมกนั จะตอ้ งเขียน Statement ยอ่ ย ๆ โดย เยื้องโคด้ ในสว่ นนน้ั จากแนวปกติ ดังภาพ การเขยี นอธิบายโคด้ การ Comment เป็นข้อความที่แทรกไว้ภายในโปรแกรมสาหรับอธิบายหลักการทางานหรือแสดงข้อความใดๆ ก็ได้ ตามทต่ี ้องการ ซ่งึ อาจเป็นการเขยี นไวเ้ พอื่ เตือนความจาเม่ือเรากลบั มาอ่านโค้ดในภายหลัง หรอื เมื่อส่งตอ่ ให้แกผ่ ู้อืน่ ก็จะเข้าใจ ข้อกาหนดตา่ ง ๆ ของสว่ นน้นั ๆ ได้ เปน็ ต้น โดยการเขียนอธิบายจะมอี ยู่ 2 รูปแบบ ดังน้ี Line Comment สาหรับการเขียนอธิบายแบบบรรทัดเดยี วโดยใช้ เครื่องหมาย Hash (#) ซึ่งนับตั้งแต่เครื่องหมาย # เป็นต้นไปจนถึงสิ้นสุด บรรทัด จะถือเป็นคาอธิบายทั้งหมด และจะไม่นามาพิจารณาใน การประมวลผล ดงั ตัวอยา่ ง Block Comment มักจะใช้อธบิ ายกรณีท่คี าสัง่ มคี วามยาวหลายบรรทัด โดยจดุ เรม่ิ ต้นและส้ินสุดของคาอธิบายดว้ ย เครือ่ งหมาย Single Quote จานวน 3 อนั (''') หรือ Double Quotes จานวน 3 อัน (\"\"\") 7|P a g e
หลกั พ้ืนฐานของการกาหนดตัวแปร การก าหนดค่าให้กับตัวแปร มีหลักการโดยทั่วไป คือ เราประกาศตัวแปร พร้อมกับกาหนดค่าให้กับมันไปด้วย แต่จะ ประกาศตัวแปรแล้วกาหนดคา่ ภายหลงั ไมไ่ ด้ แบบที่ 1 ประกาศพร้อมกาหนดคา่ จะสงั เหตไุ ดว้ ่าเม่ือกดแสดงผลจะไม่มี แจ้งเตือนว่ามีข้อผิดพลาดใด ๆ แบบท่ี 2 ประกาศเพยี งชอ่ื แตไ่ ม่ได้กาหนดค่า หรือมากาหนดคา่ ภายหลัง จะสังเกตได้ว่า หมายเลข 1 จะมี การแจ้งเตือนในลักษณะขีดเส้นใต้ หมายเลข 2 จะแจ้งบรรทัดที่ Error และหมายเลข 3 จะแจง้ อาการ Error รู้จักกับฟงั ก์ชัน print() print () คือ คาสั่งที่ใช้ในการแสดงผล โดยจะ แบง่ ออกเป็นการแสดงผลข้อความ ตวั เลข และตวั แปร บรรทัดท่ี 1 แสดงข้อความ บรรทดั ที่ 2 แสดงตวั เลข บรรทัดที่ 3-6 แสดงคา่ จากตัวแปร 8|P a g e
หากไม่ใสข่ อ้ ความหรือคาส่งั ใดๆ สง่ิ ท่ีอยใู่ นวงเล็บจะ กลายเปน็ “บรรทดั วา่ ง” สาหรบั รูปแบบ print ที่มีการแสดงข้อมลู มากกว่า 1 อยา่ ง ตอ่ กันภายในบรรทัดเดยี วกนั โดยใช้ฟังก์ชนั print เพียง ครั้งเดียว ซึ่งข้อมูลเหล่านัน้ อาจจะเป็น ข้อความ ตัวเลข หรือ ตัวแปรก็ได้ โดยสารมาถใชไ่ ด้ทั้งเครือ่ งหมาย , และเครื่องหมาย + ดงั ตัวอยา่ ง การใช้ฟังกช์ ัน print () ที่ซับซ้อนขน้ึ อย่าง sep และ end • การใช้ sep คือ สิ่งที่ขดั ข้อมูลแตล่ ะอนั • การใช้ end คือสิ่งทจ่ี ะตอ่ ท้ายสตรงิ 9|P a g e
การเขยี นอกั ขระพิเศษบางตัวในสตริง เน่อื งจากภาษาไพธอน เราต้องกาหนดสตรงิ ดว้ ยเคร่ืองหมาย ' หรือ เครื่องหมาย \" ซง่ึ หากจะเขียนอักขระบางตวั ลงใน สตริง ต้องใสเ่ คร่ืองหมาย \\ นาหนา้ นอกจากนี้เครื่องหมาย \\ ไปวางไวห้ น้าตวั อักษบางตัวกม็ ผี ลต่อการแสดงสตรงิ นั้นด้วย โดย อักขระพเิ ศษเกย่ี วกับสตรงิ ทีเ่ ราควรรู้จักในเบือ้ งตน้ มีดงั นี้ เครอื่ งหมาย \\ หากต้องการให้เครอื่ งหมายน้ีปรากฏในการแสดงผล เราตอ้ งวาง \\ อีกอัน แบบนี้ \\\\ เครอื่ งหมาย \" หากตอ้ งการใหเ้ คร่อื งหมายน้ีปรากฏในการแสดงผล เราตอ้ งวาง \\ อกี อนั แบบนี้ \\\" เคร่ืองหมาย ' หากต้องการให้เครอ่ื งหมายน้ีปรากฏในการแสดงผล เราตอ้ งวาง \\ อีกอนั แบบน้ี \\' เครือ่ งหมาย \\n หากเราวางเครื่องหมาย \\ ไว้หน้าตวั n จะหมายถงึ การข้นึ บรรทดั ใหม่ เครอ่ื งหมาย \\t หากเราวางเครื่องหมาย \\ ไว้หนา้ ตัว t จะหมายถึงการเว้นระยะแบบ tab ตวั อย่างกการใช้งานอักขระพเิ ศษ 10 | P a g e
การรบั ค่าข้อมูลทางคีย์บอร์ดด้วยฟังกช์ ัน INPUT() หากเรากาหนดค่าของตัวแปรค่าใดคา่ หน่ึงเอาไวล้ ่วงหน้าแบบตามตัว เราจะขาดความยืดหยุ่น เพราะเนื่องจากการใช้ งานจริง ข้อมูลน้นั จะตอ้ งสามารถเปลยี่ นแปลงไปตามสถานการณห์ รือเง่ือนไขต่าง ๆ ได้ ซง่ึ การรับค่าข้อมลู ทางคีย์บอร์ด ก็เป็น อกี หนงึ่ รูปแบบท่ีผู้ใชส้ ามารถกาหนดรูปแบบได้ตามท่ตี ้องการ โดยในไพธอนจะมีฟังก์ชัน input() สาหรบั รบั ขอ้ มูลจากคยี ์บอร์ด โดยตรง ดังภาพตัวอยา่ งทง้ั สองภาพตอ่ ไปนี้ • “ข้อความ” จะบ่งบอกให้ผู้ใช้งานทราบว่า ต้องใส่ขอ้ มลู อะไร • เราสรา้ งตัวแปรข้นึ มาใสเ่ พ่อื นาไปใช้งานต่อ • ฟงั ก์ชันนีจ้ ะคืนคา่ กลับในรูปบบของสตริงแม้จะ ใส่เป็นตัวเลขก็ตาม ดังนั้นไม่สามารถนาค่าไป คานวณทางคณิตศาสตร์ได้โดยตรง แต่ต้องแปลจ้อ มูลด้วยฟังก์ชัน int() สาหรับจานวนเต็ม และ float สาหรับเลขทศนิยม 11 | P a g e
แบบฝกึ หดั หลงั เรียน แบบฝึกหัดที่ 1 : ให้นักเรยี นพมิ พต์ วั เลขเปน็ รูปสามเหล่ยี มดงั ภาพ แบบฝึกหดั ท่ี 2 : .ใหน้ ักเรยี นสร้างตาราง X และ O แบบตัวอยา่ งในภาพ แบบฝกึ หดั ที่ 3 : สร้างพีระมิดดว้ ยเครอ่ื งหมาย * ดงั ภาพตัวอย่างต่อไปน้ี 12 | P a g e
แบบฝึกหัดท่ี 4 : ให้ใช้ฟังก์ชัน input() ในการรบั คา่ ข้อมูลการแขง่ ขันฟุตบอลในงานกีฬาสีของวิทยาลยั เทคโนโลยพี ง์สวสั ดิ์ แลว้ สรปุผลโดยใชฟ้ ังก์ชัน print() ร่วมกับการแทรกค่าลงไปในสตรงิ 13 | P a g e
14 | P a g e
Search
Read the Text Version
- 1 - 16
Pages: