ชนดิ ของคำในภาษาไทย “เด็ก ๆ คะ กอ่ นทีเ่ ราจะไปเรียนรู้ ชนดิ และหน้าทข่ี องคำนาม เราควรรจู้ ัก ชนดิ ของคำในภาษาไทยให้ครบทกุ ชนิด ก่อนนะคะ” ชนดิ ของคำในภาษาไทย คำ คอื เสียงทเี่ ปลง่ ออกมากีค่ รง้ั กไ็ ด้ จะตอ้ งมี ความหมาย คำในภาษาไทยท่ีเราใชใ้ นการฟัง พูด อา่ น และเขยี น ในชวี ิตประจำวัน การแบ่งคำหรอื การจำแนกคำตามความหมายและหน้าท่ี แบง่ ออกเปน็ 7 ชนดิ ดังน้ี คำนาม คำสรรพนาม คำกริยา คำบพุ บท คำเช่ือม คำวเิ ศษณ์ คำอุทาน ~ ๑๑ ~
ใบความรทู้ ี่ 1 ความหมายของคำนาม ความหมายของคำนาม คำนาม คือ คำที่ใชเ้ รียกช่ือ คน สัตว์ ส่งิ ของ สถานที่ ทั้งสงิ่ ที่มชี วี ติ และ ไม่มีชีวิต เปน็ รปู ธรรมหรอื นามธรรม ตวั อย่าง บา้ น รถยนตร์ โลก โรงเรียน เสอื ~ ๑๒ ~
แบบฝึกทักษะที่ 1 คำชแ้ี จง: ให้นักเรยี นหาคำนามจากตารางทก่ี ำหนดให้ จากน้ันนำไปเขียนลงในช่องว่างให้ถกู ต้อง ร หดสว ร นอสสมน ถ ภ สั บ ป ะ ร ด ฉ ฮ ก ด ย ถ พ ฟ ป ร ะ เ ท ศ จี น นค รหสผฎ โ พง วส ต์ า น ธ น า ร ค า ร ส พ ร ต ย ก ว ป ฑ ฏ ะ ว ร วั น จ บ ด ง แ ธ ฆ อ ง พั ด ย ผ ล ไ ม้ อ ณ ฤ า น ด ด บ ข ล เ ง ท ญ ฐ ทิ ย ล ก ล ช โ ด นั ท ม ฒ ต บ ม ล เ ชี ย ง ใ ห ม่ ฬ ย์ ฦ ฝ อ ล พ า ย บ บ ย แ ก้ ว ง ล 1. ....................................................... 6. .................................................... 2. ....................................................... 7. ..................................................... 3. ....................................................... 8. ..................................................... 4. ....................................................... 9. ..................................................... 5. ....................................................... 10. ................................................... ~ ๑๓ ~
แบบฝึกทกั ษะที่ 2 คำชี้แจง: ใหน้ กั เรยี นนำคำนามท่กี ำหนดใหไ้ ปเติมลงในชอ่ งว่างตามหมวดหมู่ให้ถูกต้อง ครเู ป้ สงิ โต เสือดาว นาฬิกา เกา้ อี้ กระต่าย มานพ ฝร่งั บดิ า ลกู วดั ดินสอ โรงพยาบาล งู มังคุด พระสงฆ์ เตียง ตลาด เตารดี ส้มโอ มะม่วง บ้าน นก ตำรวจ ลิง ดอกมะลิ หัวหอม ตะไคร้ หา้ ง แม่ คน สัตว์ ............................................ ............................................ ............................................ ............................................ ............................................ ............................................ ............................................ ............................................ สิ่งของ พืช สถานที่ ............................................ ............................................ ........................................... ............................................ ............................................ ........................................... ............................................ ............................................ ........................................... ............................................ ............................................ ........................................... ~ ๑๔ ~
แบบฝึกทักษะท่ี 3 คำชแ้ี จง: ใหน้ ักเรยี นหาคำนามจากภาพทก่ี ำหนดให้ และนำมาแต่งประโยคใหถ้ กู ต้อง 1. คำศพั ท์ = ................................................ ประโยค = ........................................................................................................................................ 2. คำศัพท์ = ................................................ ประโยค = ........................................................................................................................................ 3. คำศพั ท์ = ................................................ ประโยค = ........................................................................................................................................ ~ ๑๕ ~
4. คำศพั ท์ = ................................................ ประโยค = ........................................................................................................................................ 5. คำศัพท์ = ................................................ ประโยค = ........................................................................................................................................ เด็ก ๆ เปน็ อยา่ งไรกันบ้าง คำนามไมย่ ากอย่างท่คี ดิ ใชไ่ หมครบั งนั้ เราไปศึกษาเร่ืองชนิดของคำนามกันครับ ~ ๑๖ ~
ใบความรทู้ ่ี 2 ชนดิ ของคำนาม คำนามแบง่ ออกเป็น 5 ชนิด ดังนี้ 1. สามานยนาม (คำนามไมช่ ี้เฉพาะ) สามานยนาม คือ คำนามท่ีใช้เรยี กส่ิงต่าง ๆ ท่ไี ม่เฉพาะเจาะจง ใช้เรยี กชื่อโดยท่วั ไป ของคน สตั ว์ สง่ิ ของ สถานท่ี สิง่ ทมี่ ชี ีวติ หรอื ไม่มชี ีวิต เปน็ รูปธรรมหรอื นามธรรม *สามานยนาม (คำนามไม่ชเ้ี ฉพาะ) บางคำมีคำย่อยเพ่อื บอกรายละเอยี ด แตย่ งั คงเปน็ สามานยนาม เช่น มะมว่ ง - มะมว่ งแกว้ มะม่วงเขยี วเสวย , นก - นกพิราบ นกกระจอก ตัวอยา่ ง รถไฟ แมว โรงเรียน วัด ตะกร้า มา้ หมนุ ~ ๑๗ ~
2. วสิ ามานยนาม (คำนามช้ีเฉพาะ) วิสามานยนาม คือ คำนามทใ่ี ชเ้ ป็นช่ือเฉพาะของคน สัตว์ ส่งิ ของ สถานที่ เม่ือกล่าวออกไปแล้ว ผ้ฟู งั จะเข้าใจไดท้ นั ทวี ่าเปน็ อะไร ท่ไี หน สิ่งใด เชน่ โรงเรยี นสนามบิน โรงพยาบาลศิริราช พระจนั ทร์ วัดอมรินทราราม จังหวัดอบุ ลราชธานี ประเทศเกาหลีใต้ ใหม่ ดาวกิ า โลก ม้านิลมงั กร เปน็ ตน้ ตัวอยา่ ง โรงเรียนสนามบินต้ังอยูใ่ นอำเภอเมืองขอนแกน่ จงั หวัดขอนแก่น เลิศศกั ดเิ์ ป็นขา้ ราชการกระทรวงศึกษาธิการ เดก็ หญิงมาลีเขา้ เรียนตอ่ ช้นั มธั ยมศกึ ษาปที ี่ 1 ที่โรงเรียนขอนแกน่ วทิ ยายน ครอบครวั ของฉนั จะเดนิ ทางไปเท่ียวท่ีประเทศเกาหลีใต้ ฉนั จะไปเทยี่ วอุทยานแหง่ ชาติผาแต้มทจี่ งั หวดั อบุ ลาชธานี เบลลา่ ราณีแสดงละครเรื่องบพุ เพสันนิวาส คำนามทเี่ ปน็ ชอ่ื ชเี้ ฉพาะ (วสิ ามานยนาม) ใชก้ ับ บคุ คล เชน่ ใหม่ ดาวิกา , เบลล่า ราณี , มานพ , ออมสนิ , ครูสมศรี สตั ว์ เชน่ มา้ สีหมอก , ม้านิลมังกร , เอราวณั , นกหัสดลี ิงค์ สง่ิ ของ เชน่ หนงั สือภาษาพาที , หนงั สือสามก๊ก , ดาบฟา้ ฟื้น สถานที่ เช่น เกาะสมยุ , วัดพระแก้ว , สถานีรถไฟหัวละโพง ~ ๑๘ ~
แบบฝกึ เสริมทักษะท่ี 4 คำช้ีแจง: ใหน้ กั เรยี นบอกประเภทของคำนามที่ขดี เสน้ ใต้ในประโยคตอ่ ไปนี้ ประโยค ประเภทของคำนาม 1. สุนทรภเู่ ป็นกวเี อกของโลก ................................................................ 2. วันหยุดท่ีจะถงึ นฉี้ นั จะไปจงั หวัดเพชรบุรี ................................................................ 3. เขาไปโรงเรยี นแตเ่ ช้า ................................................................ 4. ปักกง่ิ เป็นเมอื งหลวงของประเทศจนี ................................................................ 5. นักกีฬากำลังเดนิ ลงสนาม ................................................................ 6. โลกหมุนโคจรรอบดวงอาทติ ย์ ................................................................ 7. นักการเมืองเดินหาเสยี งอยใู่ นตลาด ................................................................ 8. พอ่ ซอ่ มเกา้ อี้ทชี่ ำรุดอยหู่ ลังบา้ น ................................................................ 9. ส้มจด๊ี ชอบดลู ะครเร่อื งบพุ เพสันนวิ าส ................................................................ 10. พ่อซ้ือรองเท้าใหฉ้ ันในวนั เกดิ ................................................................ ~ ๑๙ ~
ใบความรูท้ ่ี 3 ชนดิ ของคำนาม (ตอ่ ) 3. ลักษณนาม (คำนามบอกลกั ษณะ) ลกั ษณนาม คอื คำนามท่ีใชบ้ อกลักษณะของคน สตั ว์ และสงิ่ ของ เพอื่ ต้องการใหท้ ราบ ว่าคำนามน้นั มลี กั ษณะ รูปร่าง สณั ฐาน ปริมาณ เวลา วิธที ำ และลักษณะอนื่ ๆ ลักษณนาม จะวางอย่หู ลงั คำนามและมีตัวบอกจำนวน ตัวอย่าง พระองค์ = พระพุทธเจ้า พระราชา เทวดาที่เปน็ ใหญ่ เจา้ นายช้ันสงู ผูท้ นี่ บั ถอื อย่างสูง รปู = ภิกษุ สามเณร นกั พรต ชีปะขาว ชี ตน = ยกั ษ์ ภตู ผี ปศี าจ ฤาษี ตัว = สัตวเ์ ดยี รัจฉาน โตะ๊ เก้าอี้ ตะปู ว่าว ตุ๊กตา กอง = ทพั ทหาร คนทำงานรวมกัน ของทีร่ วมกันไว้ อฐิ ทราย เลม่ = หนังสอื มดี เทียน สมุด กรรไกร บาน = ประตู หน้าต่าง กระจกเงา กรอบรปู คนั = ร่ม ฉตั ร ธนู หน้าไม้ ชอ้ น สอ้ ม ซอ เบ็ด(ท่ีมีคัน) แร้ว ไถ นก 2 ตวั เกาะอยู่บนก่ิงไม้ บ้านของฉันมที ราย 3 กอง ~ ๒๐ ~
4. สมหุ นาม (คำนามบอกหมวดหม)ู่ สมหุ นาม คือ คำนามทีใ่ ช้เรยี กชอื่ คน สตั ว์ ส่งิ ของทอี่ ยเู่ ปน็ หมวดรวมกนั เช่น กรม กอง ฝูง โขลง คณะ บริษัท ทีม กลมุ่ หมู่ เหล่า สมาคม เปน็ ตน้ * โดยจะเขยี นไว้หนา้ คำนาม เช่น - กองหนังสือ - หมู่ลูกเสอื - ฝงู นก - โขลงช้าง ตวั อยา่ ง กองหนงั สอื กองใหญ่ลอ้ มรอบฉนั อยู่ ฝงู ผง้ึ บินตอมหมีตวั หนงึ่ อยู่ หมลู่ กู เสอื กำลังจะไปเดินทางไกล โขลงช้างกำลงั หาอาหารกิน ~ ๒๑ ~
ตารางเปรยี บเทียบ “ลักษณนาม” กับ “สมหุ นาม” ลกั ษณนาม สมหุ นาม คณะครูกำลงั ออกเดินทางไปศึกษาดูงาน ครูคณะหนง่ึ เดนิ ทางมาศกึ ษาดูงานท่ี โรงเรยี น ทหารเรือกองนั้นกำลงั เตรยี มตอ้ นรับ นักเรยี นชัน้ ป.6 นักเรยี นชน้ั ป.6 กำลังเดนิ ทางไปที่ ฝงู ผึง้ กำลงั บินผา่ นบ้านของเรา กองทหารเรอื โขลงช้างกำลงั ทำลายสวนของชาวบ้าน หมู่ลูกเสอื กำลังแจกนำ้ ใหแ้ ก่เพอ่ื นๆ ผง้ึ ฝงู ใหญก่ ำลงั บินผ่านบา้ นของเรา ช้างโขลงหนงึ่ ทำลายสวนของชาวบ้าน ลกู เสือ 1 หมู่เปน็ ตวั แทนแจกน้ำ “ฉนั ถือช่อดอกไม้ 3 ชอ่ มอบให้ นกั แสดงทกุ คน” จากขอ้ ความ คำที่ขีดเสน้ ใตเ้ ปน็ คำชนดิ ใดบา้ ง ตอบ .......................... .............................................. .............................................. ~ ๒๒ ~
5. อาการนาม (คำนามบอกอาการ) อาการนาม คือ คำนามทบ่ี อกอาการหรือความเป็นอยู่ เปน็ คำนามที่สร้าง จากคำกริยา หรือคำวเิ ศษณ์ โดยเติมคำวา่ “ความ” หรอื “การ” ขา้ งหนา้ คำวา่ “การ” ใช้นำหนา้ คำกริยาท่ีแสดงความเปน็ ไปทางกาย วาจา เช่น การออกกำลังกาย การปนี การเดิน การวง่ิ การพดู การนอน การกิน เป็นต้น คำวา่ “ความ” ใช้นำหนา้ คำกรยิ าท่แี สดงความเปน็ ไปทางจิตใจหรือความนกึ คดิ เชน่ ความรกั ความรสู้ ึก ความเขา้ ใจ ความฝัน ความเจริญ ความเกลียด ความรู้ ใชน้ ำหน้าคำวิเศษณ์ เชน่ ความสขุ ความทกุ ความดี ความชว่ั เป็นตน้ ชวนคิด ให้เตมิ “การ” หรือ “ความ” หนา้ คำทก่ี ำหนดให้ถกู ตอ้ ง ....................ประดิษฐ์ ........................ลบั ......................ออกกำลังกาย ...................แข่งขัน .....................รสู้ กึ .......................ประมาท .......................เลย้ี งดู .....................หวงั ดี ...........................ดี ........................ประพฤติ ...................ปกครอง ...............................วง่ิ .......................สะอาด .......................ซื่อสตั ย์ ..................................ศรทั ธา ............................รบั ผดิ ชอบ .......................ละเลน่ .....................ช่ัว ~ ๒๓ ~
แบบฝึกทักษะท่ี 5 คำชีแ้ จง: ใหน้ ักเรยี นบอกประเภทของคำนามทข่ี ีดเสน้ ใตใ้ นประโยคต่อไปน้ี ประโยค ประเภทของคำนาม 1. วันน้ีมีพระภกิ ษมุ าบณิ ฑบาต 2 รูป ................................................................ 2. ฝูงผง้ึ ทำรงั อยูบ่ นตน้ ไม้ ................................................................ 3. เขาชอบทำแต่ความดี ................................................................ 4. คณะครูประชุมในห้องสมดุ ................................................................ 5. นายสมศักด์ิเป็นคนขยัน ................................................................ 6. การออกกำลงั กายทำให้สขุ ภาพแขง็ แรง ................................................................ 7. บ้านของฉนั มรี ถยนต์ 1 คัน ................................................................ 8. กองขยะอยหู่ นา้ บ้าน ................................................................ 9. พอ่ ไปหาหมอทโี่ รงพยาบาลตากสนิ ................................................................ 10. นกเอยี้ งชอบเกาะอย่บู นหลังควาย ................................................................ ~ ๒๔ ~
แบบฝึกทักษะท่ี 6 คำชี้แจง: ใหน้ ักเรยี นจำแนกประเภทของคำนามทีก่ ำหนดใหถ้ ูกตอ้ ง ทศกณั ฑ์ ความดี การเลน่ หนงั สอื 1 เลม่ หม่ลู กู เสือ พระอาทติ ย์ โขลงช้าง หนังสือพมิ พ์ นักกฬี า ฝูงนก คณะครู ความจริง ความฝัน ขนุ ช้าง คอมพวิ เตอร์ เหลา่ ทหาร ขลยุ่ 2 เลา ครูสมศรี ความชว่ั ตะกร้า มา้ หมุน การละเลน่ ประเทศเกาหลี อำเภอเมอื งขอนแกน่ บา้ น 3 หลัง ตน้ ไม้ การพดู โรงเรียนสนามบนิ ประเภท คำ 1. สามานยนาม (คำนามทัว่ ไป) ....................................................................................... 2. วิสามานยนาม (คำนามช้เี ฉพาะ) ....................................................................................... 3. สมหุ นาม ( คำนามบอกหมวดหมู่) ....................................................................................... 4. ลักษณนาม (คำนามบอกลักษณะ) ....................................................................................... 5. อาการนาม (คำนามบอกอาการ) ....................................................................................... ....................................................................................... ....................................................................................... ....................................................................................... ....................................................................................... ....................................................................................... ~ ๒๕ ~
ใบความร้ทู ่ี 4 หน้าท่ขี องคำนาม หหนนา้ ้าทที่ข่ีขอองงคคำำนนาามมมมี ีดดังงั นนี้ ้ี 1. ทำหน้าท่เี ปน็ ประธานของประโยค เชน่ ผมแกละชอบอ่านหนังสอื การต์ นู , ตำรวจจบั โจร 2. ทำหนา้ ท่เี ปน็ กรรมหรอื ผ้ถู ูกกระทำ เช่น ชใู จอ่านนิทาน , ปติ ติ แี มว 3. ทำหน้าทขี่ ยายนาม เพื่อทำใหน้ ามท่ีถกู ขยายชดั เจนขึน้ เช่น นารเี ป็นขา้ ราชการทหาร , นายนทีทนายความของนายสทุ นิ พ่อคา้ 4. ทำหน้าท่ีเป็นสว่ นสมบนู ณ์หรอื สว่ นเตมิ เตม็ เช่น ดาราเปน็ หมอ , พอ่ เป็นวิศวกรแตแ่ ม่เปน็ พยาบาล ~ ๒๖ ~
5. ใช้ตามหลงั คำบพุ บทเพือ่ ทำหนา้ ท่บี อกสถานที่ หรือขยายกริยาให้มีเนอ้ื ความบอก สถานทช่ี ัดเจนข้ึน เช่น คณุ ตาพาพอใจไปทะเล , นกั เรียนไปโรงเรียน 6. ใชบ้ อกเวลาโดยขยายคำกริยาหรอื คำนามอื่น เชน่ คุณยายจะไปเท่ยี วภูเก็ตวันเสาร์ , นันชอบมาตอนกลางคนื 7. ใช้เปน็ คำเรียกขายได้ เช่น มะปราง ฉันขอยืมปปากกาเธอไดไ้ หม , คณุ หมอ ฉนั มอี าการปวดหัว 8. ทำหนา้ ทปี่ ระกอบลักษณะ ซง่ึ กค็ อื ลกั ษณนามนั่นเอง เช่น นำ้ 1 แกว้ , แห 1 ปาก , เลือ่ ย 1 ป้นื , ช้าง 1 โขลง ~ ๒๗ ~
แบบฝึกทักษะท่ี 7 คำชีแ้ จง: ให้นกั เรยี นบอกหนา้ ท่ีของคำนามที่ขดี เส้นใต้ถูกตอ้ ง 1. แมวกนิ ปลาทบ่ี างอยบู่ นโตะ๊ .......................................................................................................................................................... 2. สุนัขตัวนนั้ เห่าผคู้ นท่เี ดนิ ไปเดินมา .......................................................................................................................................................... 3. ครูคะ หนูไมเ่ ข้าใจโจทยข์ อ้ นค้ี ะ่ .......................................................................................................................................................... 4. สมพงษ์นอ้ งชายของฉนั เปน็ คนทเ่ี รียนเกง่ มาก .......................................................................................................................................................... 5. มาลีชอบอ่านหนงั สือต๋งึ หนืด .......................................................................................................................................................... 6. คุณแม่จะไปเชยี งใหม่วนั อาทติ ย์ .......................................................................................................................................................... 7. ฉันไปเย่ียมคณุ ปู่ท่ีโรงพยาบาล .......................................................................................................................................................... 8. คุณพ่อของฉนั รบั ราชการครู .......................................................................................................................................................... 9. นำ้ หวาน ชว่ ยหยบิ ปากกาใหฉ้ นั หนอ่ ยสิ .......................................................................................................................................................... 10. ตำรวจมหี น้าท่ีจับผรู้ ้าย .......................................................................................................................................................... ~ ๒๘ ~
ใบความร้ทู ี่ 5 สรปุ ชนดิ และหนา้ ท่ีของคำนาม คำนาม คือ คำทใ่ี ชเ้ รยี กช่อื คน สตั ว์ ส่งิ ของ สถานที่ ทั้งสง่ิ ที่มีชีวิต และไม่มีชวี ติ เป็นรูปธรรมหรอื นามธรรม 1. สามานยนาม (คำนามไม่ชี้เฉพาะ) คอื คำนามทใ่ี ช้เรยี กสง่ิ ต่าง ๆ ท่ไี มเ่ ฉพาะเจาะจง ใชเ้ รยี กชื่อโดยทวั่ ไปของคน สัตว์ สง่ิ ของ สถานท่ี สง่ิ ท่มี ชี ีวติ หรือไม่มชี วี ิต เป็นรปู ธรรมหรือนามธรรม 2. วสิ ามานยนาม (คำนามชี้เฉพาะ) คอื คำนามท่ีใช้เป็นช่ือเฉพาะของคน สัตว์ ส่ิงของ สถานที่ เมอื่ กลา่ วออกไปแลว้ ผู้ฟังจะเข้าใจไดท้ ันทวี ่าเปน็ อะไร ทไ่ี หน สงิ่ ใด 3. ลกั ษณนาม (คำนามบอกลักษณะ) คือ คำนามทใี่ ช้บอกลักษณะของคน สตั ว์ และส่ิงของ เพ่อื ต้องการให้ทราบว่าคำนาม นนั้ มลี กั ษณะ รปู รา่ ง สณั ฐาน ปรมิ าณ เวลา วธิ ที ำ และลักษณะอืน่ ๆ ลักษณนามจะวางอยู่ หลงั คำนามและมีตัวบอกจำนวน 4. สมุหนาม (คำนามบอกหมดหมู่) คอื คำนามทใ่ี ชเ้ รยี กชอื่ คน สัตว์ สง่ิ ของทอ่ี ยเู่ ป็นหมวดรวมกัน เชน่ กรม กอง ฝงู โขลง คณะ บริษทั ทมี กล่มุ หมู่ เหล่า สมาคม เป็นต้น 5. อาการนาม (คำนามบอกอาการ) คอื คำนามที่บอกอาการหรอื ความเปน็ อยู่ เปน็ คำนามท่ีสร้างจากคำกรยิ าหรือ คำวเิ ศษณโ์ ดยเตมิ คำวา่ “ความ” หรือ “การ” ข้างหนา้ ~ ๒๙ ~
หนา้ ที่ของคำนาม ทำหน้าท่ีเปน็ ประธานของประโยค ใชต้ ามหลังคำบพุ บทเพ่ือทำหน้าที่บอก สถานท่ี หรือขยายกริยาใหม้ ีเนอ้ื ความ ทำหนา้ ทเ่ี ป็นกรรมหรือผู้ถูกกระทำ ทำหนา้ ท่ขี ยายนาม เพอ่ื ทำใหน้ าม บอกสถานทชี่ ัดเจนขึ้น ท่ีถกู ขยายชัดเจนขึ้น ทำหนา้ ท่ีเปน็ คำเรียกขาน ทำหนา้ ที่บอกลักษณะ ทำหน้าที่เปน็ ส่วนสมบูรณ์หรือ ส่วนเตมิ เตม็ บันทึกเพม่ิ เตมิ ~ ๓๐ ~
แบบฝึกทักษะที่ 8 คำช้แี จง: ใหน้ กั เรยี นหาคำนามแลว้ ขดี เส้นใต้ พรอ้ มบอกชนิดและหนา้ ทข่ี องคำนามใหถ้ ูกตอ้ ง 1. ยกั ษต์ นนช้ี อบกินเนอื้ คน ชนิดของคำนาม = ............................................................................................................................ หนา้ ทขี่ องคำนาม = ......................................................................................................................... 2. นำ้ ตกสาริกาอย่จู งั หวดั นครนายยก ชนดิ ของคำนาม = ............................................................................................................................ หนา้ ทขี่ องคำนาม = ......................................................................................................................... 3. การรอ้ งเพลงเป็นการผกั ผ่อนท่ีดีอย่างหนึ่ง ชนิดของคำนาม = ............................................................................................................................ หนา้ ทข่ี องคำนาม = ......................................................................................................................... 4. เขาเปน็ คนจิตใจดจี ึงชอบเข้าวดั ทำบุญ ชนิดของคำนาม = ............................................................................................................................ หน้าทข่ี องคำนาม = ......................................................................................................................... 5. บรษิ ทั ไทยประกันชีวิตมอบทุนการศึกษาแกเ่ ด็กยากไร้ ชนดิ ของคำนาม = ............................................................................................................................ หนา้ ที่ของคำนาม = ......................................................................................................................... 6. โรงพยาบาลศริ ิราชอยใู่ กลก้ บั สถานรี ถไฟธนบุรี ชนิดของคำนาม = ............................................................................................................................ หน้าที่ของคำนาม = ......................................................................................................................... 7. ประชาชนตา่ งออกมาใชส้ ิทธเิ ลอื กตง้ั ชนิดของคำนาม = ............................................................................................................................ หนา้ ทีข่ องคำนาม = ......................................................................................................................... ~ ๓๑ ~
8. นักเรยี นแสดงความยนิ ดีท่ีเพื่อนไดร้ บั รางวลั ชนิดของคำนาม = ............................................................................................................................ หนา้ ทข่ี องคำนาม = ......................................................................................................................... 9. ครพู านักเรียนไปทัศนศกึ ษาทเี่ ขอ่ื นขนุ ด่านปราการชล ชนิดของคำนาม = ............................................................................................................................ หน้าทีข่ องคำนาม = ......................................................................................................................... 10. บา้ นหลงั นัน้ เป็นบา้ นของนายกรัฐมนตรี ชนดิ ของคำนาม = ............................................................................................................................ หน้าทข่ี องคำนาม = ......................................................................................................................... เด็ก ๆ จำไดไ้ หม ตอบ............................... ว่าคำนามมกี ่ีชนดิ ........................................ ........................................ ~ ๓๒ ~
แบบฝกึ ทักษะท่ี 9 คำช้แี จง: ให้นักเรยี นเขยี นแผนภาพความคดิ สรปุ เร่ืองคำนาม คำนาม ชนิดของคำนาม หน้าทขี่ องคำนาม ................................................. .................................................... ................................................. .................................................... ................................................ .................................................... ................................................. .................................................... ................................................. .................................................... ................................................ .................................................... ................................................. .................................................... ................................................. .................................................... ................................................ .................................................... ................................................. .................................................... ................................................. .................................................... ................................................ .................................................... ~ ๓๓ ~
Search
Read the Text Version
- 1 - 23
Pages: