รายงานผลการฝกอบรม ชอื่ หลกั สูตร หลักสูตร “โครงการเพิ่มพูนสมรรถนะในการปฏิบัติหนาที่ของผูบริหารสมาชิกสภา และขาราชการ ทองถิ่นโดยรปู แบบทดสอบการตัดสนิ ใจตามสถานการณ (Situational Judgement Test)” หนว ยงานผูจดั สำนกั บรกิ ารวิชาการ มหาวทิ ยาลยั มหาสารคาม ระยะเวลาในการฝกอบรม วนั ที่ สรปุ เนอ้ื หาสาระ การฝก อบรมแบง เนือ้ หาออกเปน ๓ สว น ดังนี้ ๑. ความรดู านกฎหมาย • รัฐธรรมนญู แหงราชอาณาจกั รไทย รัฐธรรมนูญแหงราชอาณาจักรไทย แกไขเพิ่มเติม (ฉบับที่ ๑) พุทธศักราช ๒๕๖๔ กำหนดใหสภา ผูแทนราษฎร ประกอบดวย สมาชกิ จำนวน ๕๐๐ คน โดยเปน สมาชิกซึ่งมาจากการเลือกต้ังแบบแบงเขตเลือกต้ัง จำนวน ๔๐๐ คน และสมาชิกซึ่งมาจากการเลือกต้ังแบบบัญชีรายชื่อจำนวน ๑๐๐ คน ใชบ ตั รเลอื กตงั้ แบบละใบ การกำหนดจำนวนสมาชิกสภาผูแทนราษฎรที่แตละจังหวัดจะพึงมี และการแบงเขตเลือกตั้ง มหี ลักเกณฑ ดงั นี้ (๑) ใหใ ชจำนวนราษฎรทง้ั ประเทศตามหลักฐานการทะเบยี นราษฎรที่ประกาศในปส ุดทายกอนปท่ีมีการ เลอื กต้งั เฉล่ยี ดวยจำนวน ส.ส. สี่รอยคน จำนวนท่ีไดร บั ใหถ อื วาเปนจำนวนราษฎรตอ สมาชิกหนึง่ คน (๒) จังหวัดใดมีราษฎรไมถึงเกณฑจำนวนราษฎรตอสมาชิกหนึ่งคนตาม (๑) ใหมี ส.ส. ในจังหวัดน้ัน ไดหนงึ่ คน โดยใหถ อื เขตจังหวดั เปน เขตเลือกตัง้ (๓) จังหวัดใดมีราษฎรเกินจำนวนราษฎรตอสมาชิกหนึ่งคน ใหมี ส.ส.ในจังหวัดนั้นเพิ่มขึ้นอีกหนึ่งคน ทกุ จำนวนราษฎรท่ีถงึ เกณฑจำนวนราษฎรตอ สมาชกิ หนึ่งคน (๔) เมื่อไดจำนวน ส.ส. ของแตละจังหวัดตาม (๒) และ (๓) แลว ถาจำนวน ส.ส. ยังไมครบสี่รอยคน จังหวัดใดมีเศษที่เหลือจากการคำนวณตาม (๔) มากที่สุด ใหจังหวัดนั้นมี ส.ส. เพิ่มขึ้นอีกหนึ่งคน และใหเพิ่ม ส.ส. ตามวิธีการดังกลาวแกจังหวัดที่มีเศษทีเ่ หลือจากการคำนวณนั้นในลำดับรองลงมาตามลำดับจนครบจำนวน สร่ี อยคน (๕) จังหวัดใดมีการเลือกตั้ง ส.ส. ไดเกินหนึ่งคน ใหแบงเขตจังหวัดออกเปนเขตเลอื กตั้งเทาจำนวน ส.ส. ที่พึงมี โดยตองแบงพื้นที่ของเขตเลือกตั้งแตละเขตใหติดตอกันและตองจัดใหมีจำนวนราษฎรในแตละเขต ใกลเ คียงกนั /พระราชบญั ญัต.ิ ..
-2- • พระราชบัญญัติวิธีปฏิบัตริ าชการทางปกครอง พ.ศ. ๒๕๓๙ “วธิ ปี ฏบิ ัตริ าชการทางปกครอง” หมายความวา การเตรียมการและการดำเนนิ การของเจาหนาท่ีเพื่อจัด ใหมคี ำสง่ั ทางปกครองหรือกฎ และรวมถงึ การดำเนนิ การใด ๆ ในทางปกครองตามพระราชบญั ญัติน้ี “การพิจารณาทางปกครอง” หมายความวา การเตรียมการและการดำเนินการของเจาหนาท่ีเพ่ือจัดใหมี คำสง่ั ทางปกครอง “คำสง่ั ทางปกครอง” หมายความวา (๑) การใชอำนาจตามกฎหมายของเจาหนาที่ที่มีผลเปนการสรางนิติสัมพันธขึ้นระหวางบุคคลในอันที่ จะกอ เปลี่ยนแปลง โอน สงวน ระงับ หรือมีผลกระทบตอสถานภาพของสิทธิหรือหนาที่ของบุคคล ไมวาจะเปน การถาวรหรือชั่วคราว เชน การสั่งการ การอนุญาต การอนุมัติ การวินิจฉัยอุทธรณ การรับรอง และการรับ จดทะเบยี น แตไ มห มายความรวมถึงการออกกฎ (๒) การอืน่ ทกี่ ำหนดในกฎกระทรวง เจาหนาทด่ี ังตอไปน้จี ะทำการพิจารณาทางปกครองไมได (๑) เปน คูกรณเี อง (๒) เปน คหู ม้ันหรอื คสู มรสของคูก รณี (๓) เปนญาติของคูกรณี คือ เปนบุพการีหรือผูสืบสันดานไมวาชั้นใด ๆ หรือเปนพี่นองหรือลูกพี่ลูกนอง นบั ไดเพยี งภายในสามชน้ั หรอื เปน ญาตเิ กย่ี วพันทางแตง งานนบั ไดเ พียงสองชน้ั (๔) เปน หรอื เคยเปน ผูแทนโดยชอบธรรมหรอื ผพู ทิ ักษห รอื ผแู ทนหรอื ตวั แทนของคูกรณี (๕) เปน เจาหนห้ี รือลกู หน้ี หรือเปน นายจางของคูกรณี (๖) กรณอี น่ื ตามท่กี ำหนดในกฎกระทรวง เมื่อคูกรณีคัดคานเจาหนาที่ผูใด ใหเจาหนาที่ผูนั้นหยุดการพิจารณาเรื่องไวกอน และแจงให ผูบังคับบัญชาเหนือตนขึ้นไปชั้นหนึ่งทราบ เพื่อที่ผูบังคับบัญชาดังกลาวจะไดมีคำสั่งตอไป การยื่นคำคัดคาน การพิจารณาคำคัดคาน และการสั่งใหเจาหนาที่อื่นเขาปฏิบัติหนาที่แทนผูที่ถูกคัดคานใหเปนไปตามหลักเกณฑ และวิธกี ารทก่ี ำหนดในกฎกระทรวง กรณีคูกรณีคัดคานวากรรมการในคณะกรรมการที่มีอำนาจพิจารณาทางปกครองคณะใดมีลักษณะ ดังกลาว ใหประธานกรรมการเรียกประชุมคณะกรรมการเพื่อพิจารณาเหตุคัดคานนั้น ในการประชุมดังกลาว กรรมการผูถูกคัดคานเมื่อไดช ้แี จงขอเท็จจรงิ และตอบขอซักถามแลว ตองออกจากท่ีประชุม ถาคณะกรรมการท่ีมี อำนาจพจิ ารณาทางปกครองคณะใดมีผถู ูกคัดคา นในระหวางที่กรรมการผูถูกคดั คา นตองออกจากทปี่ ระชมุ ใหถือ วาคณะกรรมการคณะน้ันประกอบดวยกรรมการทุกคนที่ไมถ ูกคดั คาน ถาที่ประชุมมีมติใหกรรมการผูถูกคัดคาน ปฏิบัติหนาท่ตี อไปดวยคะแนนเสยี งไมนอยกวา สองในสามของกรรมการทไี่ มถูกคัดคา น ก็ใหก รรมการผูน้ันปฏิบัติ หนาทตี่ อไปได มตดิ งั กลาวใหก ระทำโดยวธิ ีลงคะแนนลับและใหเปนท่สี ดุ ในกรณีที่คำสั่งทางปกครองอาจกระทบถึงสิทธิของคูกรณี เจาหนาที่ตองใหคูกรณีมีโอกาสที่จะไดทราบ ขอ เทจ็ จริงอยางเพยี งพอและมีโอกาสไดโตแยงและแสดงพยานหลักฐานของตน ความในวรรคหนึ่งมิใหน ำมาใชบ ังคับในกรณีดังตอไปนี้ เวนแตเ จา หนา ทจ่ี ะเหน็ สมควรปฏบิ ัติเปนอยางอนื่ /(1) เมอื่ มคี วาม...
-3- (๑) เมื่อมีความจำเปนรีบดวนหากปลอยใหเนิ่นชาไปจะกอใหเกิดความเสียหายอยางรายแรงแกผูหนึ่ง ผูใดหรือจะกระทบตอประโยชนสาธารณะ (๒) เมื่อจะมีผลทำใหระยะเวลาที่กฎหมายหรือกฎกำหนดไวในการทำคำสั่งทางปกครองตองลาชา ออกไป (๓) เมอื่ เปนขอเทจ็ จริงท่ีคูกรณีนั้นเองไดใ หไวในคำขอ คำใหการหรือคำแถลง (๔) เมือ่ โดยสภาพเหน็ ไดชัดในตวั วา การใหโอกาสดงั กลาวไมอ าจกระทำได (๕) เมอ่ื เปน มาตรการบงั คบั ทางปกครอง (๖) กรณอี น่ื ตามท่ีกำหนดในกฎกระทรวง หามมิใหเจาหนาที่ใหโอกาสตามวรรคหนึ่ง ถาจะกอใหเกิดผลเสียหายอยางรายแรงตอประโยชน สาธารณะ เมื่อคูกรณีมีคำขอเจาหนาที่อาจเพิกถอนหรือแกไขเพิ่มเติมคำสั่งทางปกครองที่พนกำหนดอุทธรณ ไดในกรณี ดงั ตอไปนี้ (๑) มพี ยานหลกั ฐานใหม อันอาจทำใหขอ เทจ็ จริงทฟี่ ง เปนยุติแลว นนั้ เปลย่ี นแปลงไปในสาระสำคัญ (๒) คูกรณีที่แทจริงมิไดเขามาในกระบวนการพิจารณาทางปกครองหรือไดเขามาในกระบวนการ พิจารณาครั้งกอนแลวแตถูกตัดโอกาสโดยไมเ ปน ธรรมในการมีสวนรวมในกระบวนการพจิ ารณาทางปกครอง (๓) เจาหนาท่ีไมมอี ำนาจท่จี ะทำคำสง่ั ทางปกครองในเรื่องน้นั (๔) ถาคำสั่งทางปกครองไดออกโดยอาศัยขอเท็จจริงหรือขอกฎหมายใดและตอมาขอเท็จจริงหรือ ขอ กฎหมายน้ันเปลย่ี นแปลงไปในสาระสำคัญในทางทจ่ี ะเปน ประโยชนแ กคกู รณี การยน่ื คำขอตามวรรคหน่ึง (๑) (๒) หรอื (๓) ใหก ระทำไดเ ฉพาะเม่ือคกู รณไี มอ าจทราบถงึ เหตุนั้นในการ พิจารณาคร้งั ทแ่ี ลวมากอนโดยไมใ ชความผิดของผนู ้ัน การยื่นคำขอใหพจิ ารณาใหมตองกระทำภายในเกาสิบวนั นับแตผ นู ัน้ ไดรถู งึ เหตุซง่ึ อาจขอใหพจิ ารณาใหมได ในกรณีที่เจาหนาท่ีมีคำสั่งทางปกครองที่กำหนดใหชำระเงิน ถาถึงกำหนดแลวไมมีการชำระโดยถูกตอ ง ครบถวน ใหเจาหนาที่ผูทำคำสั่งทางปกครองมีหนังสือเตือนใหผูนั้นชำระภายในระยะเวลาที่กำหนดแตตอง ไมนอยกวาเจ็ดวัน ถาไมมีการปฏิบัติตามคำเตือน เจาหนาที่มีอำนาจใชมาตรการบังคับทางปกครองโดยยึดหรือ อายัดทรัพยสินของผูนั้นและขายทอดตลาดเพื่อชำระเงินใหครบถวนได ในการใชมาตรการบังคับทางปกครอง ตามวรรคหน่งึ ใหแตง ตง้ั เจา พนกั งานบงั คบั ทางปกครองเพ่ือดำเนนิ การยึดหรืออายดั และขายทอดตลาดทรัพยสิน ตอไป เจาหนาที่ผูออกคำสั่งใชมาตรการบังคับทางปกครอง และการแตงตั้งเจาพนักงานบังคับทางปกครอง ใหเ ปนไปตามท่ีกำหนดในกฎกระทรวง คำสั่งทางปกครองที่กำหนดใหกระทำหรือละเวนกระทำ ถาผูอยูในบังคับของคำสั่งทางปกครองฝาฝน หรอื ไมปฏบิ ตั ติ าม เจา หนาท่ีอาจใชมาตรการบงั คับทางปกครองอยางหนง่ึ อยา งใด ดงั ตอ ไปนี้ (๑) เจาหนาที่เขาดำเนินการดวยตนเองหรือมอบหมายใหบุคคลอื่นกระทำการแทน โดยผูอยูในบังคับ ของคำสงั่ ทางปกครองจะตองชดใชคาใชจายและเงนิ เพ่มิ รายวันในอตั รารอยละยสี่ บิ หา ตอปของคาใชจ ายดังกลาว แกหนวยงานของรฐั ทเี่ จา หนาทีน่ ้นั สงั กัด /(2) ใหม ีการ...
-4- (๒) ใหม ีการชำระคา ปรับบังคับการตามจำนวนที่สมควรแกเ หตแุ ตตองไมเกนิ หา หม่นื บาทตอวัน เจาหนาที่ระดับใดมีอำนาจกำหนดคาปรับบังคับการจำนวนเทาใด สำหรับในกรณีใด ใหเปนไปตามท่ี กำหนดในกฎกระทรวง ในกรณีที่มีความจำเปนที่จะตองบังคับการโดยเรง ดวนเพื่อปองกันมิใหมีการกระทำท่ีขัดตอกฎหมายที่มี โทษทางอาญาหรือมิใหเกิดความเสียหายตอประโยชนสาธารณะ เจาหนาที่อาจใชมาตรการบังคับทางปกครอง โดยไมตองออกคำสั่งทางปกครองท่ีกำหนดใหกระทำหรือละเวนกระทำกอนก็ได แตท ้งั น้ี ตอ งกระทำโดยสมควร แกเหตแุ ละภายในขอบเขตอำนาจหนา ทีข่ องตน • พระราชบัญญัติการอำนวยความสะดวกในการพจิ ารณาอนุญาตของทางราชการ พ.ศ. ๒๕๕๘ “เจาหนาท”่ี หมายความวา เจาหนาท่ีตามกฎหมายวาดว ยวธิ ปี ฏิบตั ริ าชการทางปกครอง ทุกหาปนับแตวันที่พระราชบัญญัตินี้ใชบังคับ ใหผูอนุญาตพิจารณากฎหมายที่ใหอำนาจในการอนุญาต วาสมควรปรับปรุงกฎหมายนั้นเพื่อยกเลิกการอนุญาตหรือจัดใหมีมาตรการอื่นแทนการอนุญาตหรือไม ทั้งน้ี ในกรณีที่มีความจำเปนผอู นญุ าตจะพจิ ารณาปรับปรุงกฎหมายหรอื จดั ใหม ีมาตรการอนื่ แทนในกำหนดระยะเวลา ที่เร็วกวานั้นก็ได ใหผูอนุญาตเสนอผลการพิจารณาตามวรรคหนึ่งตอคณะรัฐมนตรีเพื่อพิจารณายกเลิกการ อนุญาตหรือจัดใหมีมาตรการอื่นแทนการอนุญาต ในการนี้ ใหคณะรัฐมนตรีรับฟงความคิดเห็นของ คณะกรรมการพัฒนากฎหมายตามกฎหมายวา ดว ยคณะกรรมการกฤษฎกี าประกอบการพจิ ารณาดว ย ในกรณีที่มีกฎหมายกำหนดใหการกระทำใดจะตองไดรับอนุญาต ผูอนุญาตจะตองจัดทำคูมือสำหรับ ประชาชน ซึ่งอยางนอยตองประกอบดวย หลักเกณฑ วิธีการ และเงื่อนไข (ถามี) ในการยื่นคำขอขั้นตอนและ ระยะเวลาในการพิจารณาอนุญาตและรายการเอกสารหรือหลักฐานที่ผูขออนุญาตจะตองยื่นมาพรอมกับคำขอ และจะกำหนดใหยื่นคำขอผานทางสื่ออิเลก็ ทรอนิกสแทนการมายื่นคำขอดวยตนเองก็ได คูมือสำหรับประชาชน ตามวรรคหนึ่งใหปดประกาศไว ณ สถานที่ที่กำหนดใหยื่นคำขอ และเผยแพรทางสื่ออิเล็กทรอนิกส และเมื่อ ประชาชนประสงคจะไดสำเนาคูมือดังกลาว ใหพนักงานเจาหนาที่จัดสำเนาใหโดยจะคิดคาใชจายตามควรแก กรณีก็ได ในกรณีเชนน้นั ใหร ะบคุ า ใชจ ายดังกลา วไวในคูมือสำหรบั ประชาชนดวย ในกรณีจำเปนและสมควรเพื่อประโยชนในการอำนวยความสะดวกแกประชาชนใหคณะรัฐมนตรีมีมติ จัดตง้ั ศนู ยร ับคำขออนุญาต เพื่อทำหนาที่เปนศนู ยกลางในการรบั คำขอตามกฎหมายวาดวยการอนญุ าตขนึ้ ใหศูนยร บั คำขออนุญาตอยูในสังกัดสำนกั นายกรัฐมนตรี และจะใหมีสาขาของศูนยประจำกระทรวงหรือ ประจำจังหวัดดวยก็ได การจัดตั้งศูนยรับคำขออนุญาตตามวรรคหนึ่งใหตราเปนพระราชกฤษฎีกา ในพระราช กฤษฎีกาดงั กลาวใหกำหนดรายช่ือกฎหมายวาดว ยการอนุญาตท่ีจะใหอยภู ายใตการดำเนินการของศูนยรับคำขอ อนุญาต ในการดำเนินการเกี่ยวกับการรับคำขอ จะกำหนดในพระราชกฤษฎีกาใหผูยื่นคำขอ ยื่นคำขอผานทาง สอ่ื อิเลก็ ทรอนกิ สก ไ็ ด /พระราชบญั ญัต.ิ ..
-5- • พระราชบัญญัตคิ วามรับผดิ ทางละเมดิ ของเจา หนา ท่ี พ.ศ. ๒๕๓๙ “เจาหนาที”่ หมายความวา ขาราชการ พนักงาน ลูกจาง หรือผูป ฏิบัติงานประเภทอื่น ไมวาจะเปนการ แตง ตง้ั ในฐานะเปนกรรมการหรอื ฐานะอื่นใด หนวยงานของรัฐตองรับผิดตอผูเสียหายในผลแหงละเมิดที่เจาหนาที่ของตนไดกระทำในการปฏิบัติ หนาที่ ในกรณีนี้ผูเสียหายอาจฟองหนวยงานของรัฐดังกลาวไดโดยตรง แตจะฟองเจาหนาที่ไมได ถาการละเมิด เกิดจากเจาหนาที่ซึ่งไมไดสังกัดหนวยงานของรัฐแหงใดใหถือวากระทรวงการคลังเปนหนวยงานของรัฐที่ตอง รบั ผดิ ตามวรรคหน่งึ ถาการกระทำละเมิดของเจาหนาที่มิใชการกระทำในการปฏิบัติหนาที่ เจาหนาที่ตองรับผิดในการน้ัน เปน การเฉพาะตวั ในกรณีนผ้ี ูเสยี หายอาจฟองเจาหนา ทไี่ ดโ ดยตรง แตจ ะฟองหนว ยงานของรฐั ไมได ในกรณีที่หนวยงานของรัฐตองรับผิดใชคาสินไหมทดแทนแกผูเสียหายเพื่อการละเมิดของเจาหนาที่ ใหหนวยงานของรัฐมีสิทธิเรียกใหเจาหนาที่ผูทำละเมิดชดใชคาสินไหมทดแทนดังกลาวแกหนวยงานของรัฐได ถาเจาหนาที่ไดกระทำการนั้นไปดวยความจงใจหรือประมาทเลินเลออยางรายแรง สิทธิเรียกใหชดใชคาสินไหม ทดแทนตามวรรคหนึ่งจะมีไดเพียงใดใหคำนึงถึงระดับความรายแรงแหงการกระทำและความเปนธรรมในแตละ กรณีเปนเกณฑโดยมิตองใหใชเต็มจำนวนของความเสียหายก็ได ถาการละเมิดเกิดจากความผิดหรือความ บกพรองของหนวยงานของรัฐหรือระบบการดำเนินงานสวนรวม ใหหักสวนแหงความรับผิดดังกลาวออกดวย ในกรณีที่การละเมิดเกิดจากเจาหนาที่หลายคน มิใหนำหลักเรื่องลูกหนี้รวมมาใชบังคับและเจาหนาที่แตละคน ตอ งรบั ผดิ ใชค า สินไหมทดแทนเฉพาะสว นของตนเทานัน้ ถาหนวยงานของรัฐหรือเจาหนาที่ไดใชคาสินไหมทดแทนแกผูเสียหาย สิทธิที่จะเรียกใหอีกฝายหนึ่ง ชดใชคาสินไหมทดแทนแกตนใหมีกำหนดอายุความหนึ่งปนับแตวันที่หนวยงานของรัฐหรือเจาหนาที่ไดใช คา สนิ ไหมทดแทนนนั้ แกผูเ สยี หาย ในกรณีที่เจาหนาที่เปนผูกระทำละเมิดตอหนวยงานของรัฐไมวาจะเปนหนวยงานของรัฐที่ผูนั้นอยูใน สังกดั หรอื ไม ถา เปนการกระทำในการปฏบิ ัติหนาท่ีการเรียกรองคาสินไหมทดแทนจากเจา หนา ที่ใหนำบทบัญญัติ มาตรา ๘ มาใชบังคับโดยอนุโลม แตถามิใชการกระทำในการปฏิบัติหนาที่ใหบังคับตามบทบัญญัติแหงประมวล กฎหมายแพงและพาณิชย สิทธิเรียกรองคาสินไหมทดแทนจากเจาหนาที่ทั้งสองประการ ใหมีกำหนดอายุความ สองปนับแตวนั ที่หนว ยงานของรัฐรูถึงการละเมิดและรูตวั เจาหนาที่ ผูจะพึงตอ งใชค าสินไหมทดแทน และกรณีที่ หนว ยงานของรฐั เหน็ วาเจา หนา ทผี่ ูนั้นไมตองรบั ผิด แตก ระทรวงการคลังตรวจสอบแลว เห็นวาตองรับผิด ใหสิทธิ เรียกรองคาสินไหมทดแทนนั้นมีกำหนดอายุความหนึ่งปนับแตวันที่หนวยงานของรัฐมีคำสั่งตามความเห็นของ กระทรวงการคลงั /พระราชบัญญัต.ิ ..
-6- • พระราชบัญญตั ิขอมูลขา วสารของราชการ พ.ศ. ๒๕๔๐ “ขอมูลขาวสารของราชการ” หมายความวา ขอมูลขาวสารที่อยูในความครอบครองหรือควบคุมดูแล ของหนวยงานของรัฐ ไมว าจะเปน ขอ มูลขา วสารเกีย่ วกบั การดำเนินงานของรัฐหรือขอมลู ขา วสารเกีย่ วกบั เอกชน “ขอมูลขา วสารสว นบคุ คล” หมายความวา ขอมลู ขา วสารเกี่ยวกับสิ่งเฉพาะตัวของบุคคล เชน การศกึ ษา ฐานะการเงนิ ประวัติสุขภาพ ประวัตอิ าชญากรรม หรอื ประวตั ิการทำงาน บรรดาทม่ี ชี อ่ื ของผูน้ันหรือมีเลขหมาย รหสั หรอื สิง่ บอกลักษณะอนื่ ที่ทำใหร ตู ัวผูน้นั ได เชน ลายพมิ พน วิ้ มอื แผน บันทกึ ลักษณะเสียงของคนหรือรูปถาย และใหหมายความรวมถึงขอมลู ขา วสารเกย่ี วกบั สิง่ เฉพาะตัวของผูที่ถึงแกกรรมแลวดวย ผูใดเห็นวาหนวยงานของรัฐไมจัดพิมพขอมูลขาวสารตามมาตรา ๗ หรือไมจัดขอมูลขาวสารไวให ประชาชนตรวจดูไดตามมาตรา ๙ หรือไมจัดหาขอมูลขาวสารใหแกตนตามมาตรา ๑๑ หรือฝาฝนหรือไมปฏิบัติ ตามพระราชบัญญัตินี้ หรือปฏิบัติหนาที่ลาชา หรือเห็นวาตนไมไดรับความสะดวกโดยไมมีเหตุอันสมควร ผูนั้นมี สิทธิรองเรียนตอคณะกรรมการ เวนแตเปนเรื่องเกี่ยวกับการมีคำสั่งมิใหเปดเผยขอมูลขาวสารตามมาตรา ๑๕ หรือคำสั่งไมรบั ฟง คำคัดคา นตามมาตรา ๑๗ หรอื คำส่งั ไมแ กไ ขเปลี่ยนแปลงหรอื ลบขอมูลขา วสารสว นบุคคลตาม มาตรา ๒๕ ในกรณีที่มีการรองเรียนตอคณะกรรมการตามวรรคหนึ่ง คณะกรรมการตองพิจารณาใหแลวเสร็จ ภายในสามสิบวนั นับแตวันท่ีไดร ับคำรองเรียน ในกรณที ม่ี เี หตุจำเปนใหขยายเวลาออกไปได แตตองแสดงเหตุผล และรวมเวลาทั้งหมดแลว ตอ งไมเ กนิ หกสบิ วนั ในกรณีที่เจาหนาที่ของรัฐมีคำสั่งมิใหเปดเผยขอมูลขาวสารใดตามมาตรา ๑๔ หรือมาตรา ๑๕ หรือมี คำสั่งไมรับฟงคำคัดคานของผูมีประโยชนไดเสียตามมาตรา ๑๗ ผูนั้นอาจอุทธรณตอคณะกรรมการวินิจฉัยการ เปดเผยขอมูลขาวสารภายในสิบหาวันนบั แตวนั ที่ไดร บั แจง คำส่ังนัน้ โดยยน่ื คำอุทธรณต อคณะกรรมการ • พระราชบัญญตั ริ ะเบียบบรหิ ารราชการแผนดนิ พ.ศ. ๒๕๓๔ ใหจัดระเบยี บบรหิ ารราชการแผน ดนิ ดงั น้ี (๑) ระเบยี บบริหารราชการสว นกลาง (๒) ระเบยี บบรหิ ารราชการสวนภูมิภาค (๓) ระเบียบบริหารราชการสว นทอ งถน่ิ ใหจ ดั ระเบยี บบรหิ ารราชการสว นกลาง ดังนี้ (๑) สำนักนายกรฐั มนตรี (๒) กระทรวง หรอื ทบวงซง่ึ มีฐานะเทยี บเทา กระทรวง (๓) ทบวง ซ่งึ สงั กัดสำนักนายกรัฐมนตรีหรือกระทรวง (๔) กรม หรือสวนราชการที่เรียกชื่ออยางอื่นและมีฐานะเปนกรม ซึ่งสังกัดหรือไมสังกัดสำนัก นายกรฐั มนตรี กระทรวงหรือทบวง /สำนักนายก...
-7- สำนักนายกรัฐมนตรมี ฐี านะเปน กระทรวง สว นราชการตาม (๑) (๒) (๓) และ (๔) มฐี านะเปนนติ บิ ุคคล การจดั ตง้ั การรวม หรือการโอนสวนราชการตามมาตรา ๗ ใหต ราเปนพระราชบัญญัติ การรวมหรือการ โอนสว นราชการตามมาตรา ๗ ไมวาจะมผี ลเปนการจัดตั้งสว นราชการขน้ึ ใหมหรือไม ถาไมม ีการกำหนดตำแหนง หรืออัตราของขาราชการหรือลูกจางเพิ่มขึ้นใหตราเปนพระราชกฤษฎีกา การเปลี่ยนชื่อสวนราชการตามมาตรา ๗ ใหตราเปนพระราชกฤษฎีกา การยบุ สว นราชการตามมาตรา ๗ ใหต ราเปน พระราชกฤษฎีกา ใหจัดระเบียบบริหารราชการสว นภมู ิภาคดังน้ี (๑) จังหวดั (๒) อำเภอ ใหรวมทองที่หลาย ๆ อำเภอตั้งขึ้นเปนจังหวัดมีฐานะเปนนิติบุคคล การตั้ง ยุบ และเปลี่ยนแปลงเขต จังหวัด ใหตราเปนพระราชบัญญัติ ผูวาราชการจังหวัด รองผูวาราชการจังหวัด และผูชวยผูวาราชการจังหวัด สงั กัดกระทรวงมหาดไทย ในจังหวัดหนึ่งใหมีคณะกรมการจังหวัด ทำหนาที่เปนที่ปรึกษาของผูวาราชการจังหวัดในการบริหาร ราชการแผน ดนิ ในจังหวดั นั้น กับปฏิบัติหนา ที่อื่นตามท่ีกฎหมายหรอื มตขิ องคณะรัฐมนตรกี ำหนด ในจังหวัดหนึ่งนอกจากกรุงเทพมหานคร ใหมีคณะกรรมการธรรมาภิบาลจังหวัดคณะหนึ่ง เรียกโดยยอ วา “ก.ธ.จ.” ทำหนาท่สี อดสองและเสนอแนะการปฏิบัติภารกจิ ของหนวยงานของรัฐในจงั หวดั ใหใชว ิธีการบริหาร กจิ การบา นเมอื งท่ีดแี ละเปน ไปตามหลักการทีก่ ำหนดไวใ นมาตรา ๓/๑ ในจงั หวดั หนึง่ ใหมหี นวยราชการบรหิ ารรองจากจังหวดั เรียกวา อำเภอ การตงั้ ยบุ และเปล่ยี นเขตอำเภอ ใหต ราเปนพระราชกฤษฎกี า นายอำเภอสงั กดั กระทรวงมหาดไทย ใหจ ดั ระเบียบบรหิ ารราชการสว นทองถน่ิ ดงั น้ี (๑) องคก ารบรหิ ารสวนจงั หวดั (๒) เทศบาล (๓) สขุ าภบิ าล (๔) ราชการสว นทองถ่ินอืน่ ตามทม่ี กี ฎหมายกำหนด • พระราชกฤษฎกี าวาดวยหลกั เกณฑและวธิ กี ารบริหารกิจการบา นเมอื งทดี่ ี พ.ศ. ๒๕๔๖ “สว นราชการ” หมายความวา สว นราชการตามกฎหมายวา ดว ยการปรับปรุงกระทรวง ทบวง กรม และ หนวยงานอ่นื ของรัฐทอี่ ยูในกำกบั ของราชการฝา ยบรหิ าร แตไมรวมถึงองคก รปกครองสว นทองถ่ิน การบรหิ ารกจิ การบานเมอื งทดี่ ี ไดแก การบริหารราชการเพื่อบรรลเุ ปาหมาย ดังตอไปนี้ (๑) เกดิ ประโยชนสขุ ของประชาชน (๒) เกิดผลสัมฤทธิต์ อภารกจิ ของรัฐ (๓) มีประสทิ ธิภาพและเกดิ ความคมุ คาในเชงิ ภารกิจของรัฐ (๔) ไมม ขี นั้ ตอนการปฏบิ ตั งิ านเกนิ ความจำเปน /(5) มกี ารปรับปรุง...
-8- (๕) มกี ารปรับปรุงภารกิจของสว นราชการใหท ันตอสถานการณ (๖) ประชาชนไดรบั การอำนวยความสะดวกและไดรับการตอบสนองความตองการ (๗) มกี ารประเมินผลการปฏบิ ัตริ าชการอยา งสม่ำเสมอ การบริหารราชการเพือ่ ประโยชนส ุขของประชาชน หมายถึง การปฏิบตั ริ าชการที่มีเปา หมายเพื่อใหเกดิ ความผาสุกและความเปนอยูที่ดีของประชาชน ความสงบและปลอดภัยของสังคมสวนรวม ตลอดจนประโยชน สูงสุดของประเทศ สวนราชการมีหนาที่พัฒนาความรูในสวนราชการ เพื่อใหมีลักษณะเปนองคการแหงการเรียนรูอยาง สม่ำเสมอ โดยตองรับรูขอมูลขาวสารและสามารถประมวลผลความรูในดานตาง ๆ เพื่อนำมาประยุกตใชในการ ปฏิบัติราชการไดอยางถูกตอง รวดเร็วและเหมาะสมกับสถานการณ รวมทั้งตองสงเสริมและพัฒนาความรู ความสามารถ สรางวสิ ัยทศั นแ ละปรบั เปลีย่ นทศั นคติของขาราชการในสงั กดั ใหเ ปน บคุ ลากรทม่ี ีประสทิ ธิภาพและ มีการเรียนรูรวมกัน ทั้งนี้ เพื่อประโยชนในการปฏิบัติราชการของสวนราชการใหสอดคลองกับการบริหาร ราชการใหเกิดผลสัมฤทธิต์ ามพระราชกฤษฎกี านี้ ใหสวนราชการจัดทำบัญชีตน ทุนในงานบริการสาธารณะแตละประเภทขึน้ ตามหลักเกณฑและวิธีการที่ กรมบัญชีกลางกำหนด ใหสำนกั งานคณะกรรมการพัฒนาการเศรษฐกจิ และสงั คมแหงชาติ และสำนกั งบประมาณรวมกนั จัดใหมี การประเมนิ ความคุมคาในการปฏบิ ตั ภิ ารกิจของรัฐท่ีสว นราชการดำเนนิ การอยู ในการปฏิบัติงานที่เกี่ยวของกับการบริการประชาชนหรือการติดตอประสานงานระหวางสวนราชการ ดวยกัน ใหสวนราชการแตล ะแหงจัดทำแผนภมู ิขั้นตอนและระยะเวลา การดำเนินการ รวมทั้งรายละเอียดอื่น ๆ ที่เกี่ยวของในแตละขั้นตอนเปดเผยไว ณ ที่ทำการของสวนราชการและในระบบเครือขายสารสนเทศของสวน ราชการ เพื่อใหประชาชนหรือผูที่เกี่ยวของเขาตรวจดูได การบริการประชาชนและการติดตอประสานงาน ระหวางสวนราชการดวยกัน ตองกระทำโดยใชแพลตฟอรมดิจิทัลกลางที่สำนักงานพัฒนารัฐบาลดิจิทัล (องคก ารมหาชน) กำหนดดว ย เมื่อสวนราชการใดไดรับการติดตอสอบถามเปนหนังสือจากประชาชน หรือจากสวนราชการดวยกัน เก่ียวกบั งานที่อยูในอำนาจหนาท่ีของสวนราชการนั้น ใหเ ปนหนาท่ีของสวนราชการนั้นทจ่ี ะตองตอบคำถามหรือ แจงการดำเนินการใหท ราบภายในสบิ หา วันหรือภายในกำหนดเวลาทกี่ ำหนดไว ใหองคกรปกครองสว นทองถน่ิ จัดทำหลักเกณฑการบริหารกจิ การบานเมืองที่ดตี ามแนวทางของพระราช กฤษฎีกานี้ โดยอยางนอยตองมีหลักเกณฑเกี่ยวกับการลดขั้นตอนการปฏิบัติงาน และการอำนวยความสะดวก และการตอบสนองความตองการของประชาชนทส่ี อดคลองกับบทบญั ญัติในหมวด ๕ และหมวด ๗ ใหเปนหนาท่ี ของกระทรวงมหาดไทยดูแลและใหความชว ยเหลือองคกรปกครองสว นทองถิน่ ในการจดั ทำหลักเกณฑ /พระราชบัญญัต.ิ ..
-9- • พระราชบญั ญัตกิ ำหนดแผนและข้ันตอนการกระจายอำนาจใหแกอ งคก รปกครองสวนทองถ่ิน พ.ศ. ๒๕๔๒ ใหมีคณะกรรมการคณะหนึ่งเรียกวา “คณะกรรมการการกระจายอำนาจใหแกองคกรปกครองสวน ทอ งถ่นิ ” ประกอบดวย (๑) นายกรฐั มนตรหี รือรองนายกรัฐมนตรซี ง่ึ นายกรฐั มนตรมี อบหมายเปน ประธาน (๒) รัฐมนตรีวาการกระทรวงมหาดไทย รัฐมนตรีวาการกระทรวงการคลัง ปลัดกระทรวงมหาดไทย ปลัดกระทรวงการคลัง ปลัดกระทรวงศึกษาธิการ ปลัดกระทรวงสาธารณสุข เลขาธิการคณะกรรมการกฤษฎีกา เลขาธิการ ก.พ. เลขาธิการคณะกรรมการพัฒนาการเศรษฐกจิ และสังคมแหงชาติ ผอู ำนวยการสำนกั งบประมาณ และอธบิ ดกี รมสงเสรมิ การปกครองทอ งถ่ิน (๓) ผูแทนองคกรปกครองสวนทองถิ่นจำนวนสิบสองคน ประกอบดวยผูบริหารองคการบริหารสวน จังหวดั สองคน ผบู ริหารเทศบาลสามคน ผบู ริหารองคก ารบริหารสว นตำบลหา คน และผูบริหารกรุงเทพมหานคร ผูบริหารเมืองพัทยาหรือผูบริหารองคกรปกครองสวนทองถิ่นอื่นที่มีกฎหมายจัดตั้งขึ้นรวมสองคน ทั้งนี้ โดยให ผูบรหิ ารองคก รปกครองสว นทองถิน่ แตล ะประเภทเลือกกันเองตามหลักเกณฑและวธิ ีการที่นายกรฐั มนตรกี ำหนด (๔) ผูทรงคุณวุฒิจำนวนสิบสองคน ประกอบดวยบุคคลซึ่งมีความรูความเชี่ยวชาญในดานการบริหาร ราชการแผนดิน ดานการพัฒนาทองถิ่น ดานเศรษฐศาสตร ดานการปกครองสวนทองถิ่นในสาขารัฐศาสตรหรือ รัฐประศาสนศาสตร และดานกฎหมาย ทั้งนี้ การสรรหาผูทรงคุณวุฒิใหเปนไปตามหลักเกณฑและวิธีการท่ี นายกรัฐมนตรีกำหนด ใหหัวหนาสำนักงานคณะกรรมการการกระจายอำนาจใหแกองคกรปกครองสวนทองถิ่นเปนเลขานุการ คณะกรรมการ กรรมการผทู รงคุณวฒุ ิตองมคี ณุ สมบตั แิ ละไมมลี ักษณะตองหา ม ดงั ตอไปนี้ (๑) มีสัญชาตไิ ทย (๒) มอี ายุไมต่ำกวาสามสิบหาปบ ริบรู ณ (๓) ไมเปนขาราชการซึ่งมีตำแหนงหรือเงินเดือนประจำ พนักงานหรือลูกจางของหนวยราชการ หนวยงานของรฐั รฐั วิสาหกจิ หรอื องคก รปกครองสว นทองถน่ิ เวนแตเ ปน ผสู อนในสถาบันอดุ มศกึ ษาของรัฐ (๔) ไมเ ปน ผดู ำรงตำแหนงทางการเมอื ง (๕) ไมเ ปน สมาชกิ สภาทอ งถ่ินหรอื ผบู รหิ ารทอ งถน่ิ (๖) ไมเ ปนเจา หนาทหี่ รือผูมตี ำแหนงใด ๆ ในพรรคการเมอื ง กำหนดการจัดสรรภาษีและอากร เงินอุดหนุน และรายไดอื่นใหแกองคกรปกครองสวนทองถิ่นเพื่อให สอดคลอ งกบั การดำเนนิ การตามอำนาจและหนาทข่ี ององคกรปกครองสวนทองถ่ินแตละประเภทอยางเหมาะสม โดยตั้งแตปงบประมาณ พ.ศ. ๒๕๕๐ เปนตนไป ใหองคกรปกครองสวนทองถิ่นมีรายไดคิดเปนสัดสว นตอรายได สุทธิของรัฐบาลไมนอยกวารอยละย่ีสิบหา และโดยมีจุดมุงหมายที่จะใหองคกรปกครองสวนทองถิ่นมีรายได เพิ่มขึ้นคิดเปนสัดสวนตอรายไดสุทธิของรัฐบาลในอัตราไมนอยกวารอยละสามสิบหา โดยการจัดสรรสัดสวนที่ เปน ธรรมแกองคกรปกครองสว นทอ งถ่นิ และคำนึงถงึ รายไดขององคกรปกครองสวนทองถ่ินนน้ั ดว ย /ใหค ณะกรรมการ...
- 10 - ใหคณะกรรมการพิจารณาทบทวนการกำหนดอำนาจและหนาที่และการจัดสรรรายไดขององคกร ปกครองสวนทอ งถ่ินภายหลังทีไ่ ดดำเนนิ การตามแผนการกระจายอำนาจใหแกองคก รปกครองสวนทองถน่ิ ไปแลว โดยตองพิจารณาทบทวนใหมทุกระยะเวลาไมเกินหาปนบั แตวันที่มีการกำหนดอำนาจและหนาที่หรือวันที่มีการ จัดสรรรายได ทั้งนี้ จะตองพิจารณาถึงความเหมาะสมของการกำหนดอำนาจและหนาที่และการจัดสรรรายได เพอ่ื กระจายอำนาจเพิม่ ขน้ึ ใหแ กองคก รปกครองสวนทอ งถ่ิน • ระเบียบกระทรวงมหาดไทยวาดวยการจัดทำแผนพัฒนาขององคกรปกครองสวนทองถิ่น พ.ศ. ๒๕๔๘ และทแ่ี กไขเพิม่ เติม “แผนพัฒนาทองถิ่น” หมายความวา แผนพัฒนาทองถิ่นขององคกรปกครองสวนทองถิ่น ที่กำหนด วิสัยทัศน ประเดน็ ยทุ ธศาสตร เปา ประสงค ตวั ชี้วัด คาเปา หมาย และกลยทุ ธโดยสอดคลองกบั แผนพัฒนาจังหวัด ยุทธศาสตรการพัฒนาขององคกรปกครองสวนทองถิ่นในเขตจังหวัด แผนพัฒนาอำเภอ แผนพัฒนาตำบล แผนพัฒนาหมูบา นหรือแผนชุมชน อันมีลักษณะเปนการกำหนดรายละเอียดแผนงานโครงการพัฒนาท่ีจัดทำข้นึ สำหรบั ปง บประมาณแตละป ซ่ึงมีความตอเน่ืองและเปน แผนกา วหนา และใหความหมายรวมถึงการเพ่ิมเติมหรือ เปลี่ยนแปลงแผนพฒั นาทองถิน่ “แผนการดำเนินงาน” หมายความวา แผนการดำเนินงานขององคกรปกครองสวนทองถิ่นที่แสดงถึง รายละเอียดแผนงาน โครงการพัฒนาและกิจกรรมที่ดำเนินการจริงทั้งหมดในพื้นที่ขององคกรปกครองสวน ทอ งถ่ินประจำปง บประมาณนั้น “โครงการพัฒนา” หมายความวา โครงการที่ดำเนินการจัดทำบริการสาธารณะและกิจกรรมสาธารณะ เพือ่ ใหก ารพัฒนาบรรลุตามวสิ ัยทัศนท ีก่ ำหนดไว การจัดทำแผนพฒั นาทองถ่นิ ใหด ำเนนิ การตามข้นั ตอน ดังน้ี (๑) คณะกรรมการพัฒนาทองถิ่นจัดประชุมประชาคมทองถิ่น สวนราชการและรัฐวิสาหกิจที่เกี่ยวของ เพื่อแจงแนวทางการพัฒนาทองถิ่น รับทราบปญหา ความตองการ ประเด็นการพัฒนา และประเด็นที่เกี่ยวของ ตลอดจนความชว ยเหลือทางวชิ าการ และแนวทางปฏบิ ตั ิท่เี หมาะสมกบั สภาพพื้นที่เพื่อนำมากำหนดแนวทางการ จัดทำแผนพัฒนาทองถิ่น โดยใหนำขอมูลพื้นฐานในการพัฒนาจากหนวยงานตาง ๆ และขอมูลในแผนพัฒนา หมูบา นหรือแผนชุมชนมาพิจารณาประกอบการจดั ทำแผนพัฒนาทองถิ่น (๒) คณะกรรมการสนับสนุนการจัดทำแผนพัฒนาทองถิ่น รวบรวมแนวทางและขอมูลนำมาวิเคราะห เพ่อื จัดทำรางแผนพัฒนาทอ งถน่ิ แลว เสนอคณะกรรมการพัฒนาทองถิ่น (๓) คณะกรรมการพัฒนาทอ งถิ่นพิจารณารางแผนพฒั นาทอ งถ่ินเพ่ือเสนอผูบริหารทอ งถ่ิน (๔) ผูบรหิ ารทองถิน่ พิจารณาอนุมัติรางแผนพฒั นาทองถิน่ และประกาศใชแผนพฒั นาทอ งถิ่น เพื่อใหเปนไปตามกฎหมายวาดวยสภาตำบลและองคการบริหารสวนตำบล สำหรับองคการบริหารสว น ตำบลใหผบู ริหารทองถ่นิ เสนอรา งแผนพัฒนาทองถ่ินตอสภาองคการบริหารสวนตำบลเพื่อใหความเห็นชอบกอน แลว ผบู ริหารทอ งถ่นิ จงึ พิจารณาอนุมัติและประกาศใชแ ผนพฒั นาทอ งถ่ินตอไป /แผนพฒั นา...
- 11 - แผนพฒั นาทอ งถ่นิ กรณีเทศบาล องคการบริหารสวนตำบล เมืองพทั ยาและองคกรปกครองสวนทองถ่ิน อนื่ ท่มี กี ฎหมายจดั ตั้ง ใหจดั ทำหรือทบทวนใหแ ลว เสรจ็ ภายในเดือนตุลาคมกอนปง บประมาณถัดไป กรณีองคก าร บรหิ ารสว นจังหวัด ใหจ ดั ทำหรือทบทวนใหแลวเสร็จภายในเดือนพฤศจิกายนกอ นปงบประมาณถัดไป ใหน ายอำเภอมีอำนาจขยายเวลาการจัดทำหรือทบทวนแผนพฒั นาทองถ่ินขององคก ารบรหิ ารสวนตำบล ใหผูวาราชการจังหวัดมีอำนาจขยายเวลาการจัดทำหรือทบทวนแผนพัฒนาทองถิ่น ในกรณีของเทศบาลตำบล ผูว า ราชการจงั หวัดอาจมอบอำนาจใหนายอำเภอกไ็ ด การแกไ ขแผนพัฒนาทองถิ่นเปนอำนาจของผูบริหารทองถน่ิ เมอ่ื ผบู ริหารทองถนิ่ ไดเ ห็นชอบแผนพัฒนา ทองถิ่นที่แกไขแลว ใหปดประกาศใหประชาชนทราบโดยเปดเผยไมนอยกวาสามสิบวันนับแตวันที่ผูบริหาร ทองถิน่ เห็นชอบ พรอ มท้ังแจงสภาทองถน่ิ อำเภอและจังหวดั ทราบดวย การเพิ่มเติมแผนพัฒนาทองถิ่น ใหองคกรปกครองสวนทองถิ่นดำเนินการตามขั้นตอน ดังน้ี (๑) คณะกรรมการสนบั สนุนการจัดทำแผนพัฒนาทองถิน่ จดั ทำรา งแผนพฒั นาทองถิน่ ท่ีเพิ่มเติมพรอมเหตุผลและ ความจำเปน เสนอคณะกรรมการพฒั นาทองถ่ิน (๒) คณะกรรมการพัฒนาทองถ่นิ และประชาคมทองถิ่นพิจารณา รางแผนพัฒนาทองถิ่นที่เพิ่มเติม สำหรับองคการบริหารสว นตำบลใหสงรางแผนพัฒนาทองถิ่นที่เพิ่มเติมใหสภา องคก ารบรหิ ารสวนตำบลพิจารณาตามมาตรา ๔๖ แหง พระราชบญั ญัติสภาตำบลและองคการบริหารสวนตำบล พ.ศ. ๒๕๓๗ ดวย เมื่อแผนพัฒนาทองถิ่นที่เพิ่มเตมิ ไดรบั ความเหน็ ชอบแลว ใหสงแผนพัฒนาทองถิ่นดังกลาวให ผบู ริหารทองถิ่นประกาศใช พรอมท้ังปดประกาศใหป ระชาชนทราบโดยเปดเผยไมน อยกวาสามสิบวันนับแตวันที่ ผูบ รหิ ารทองถ่นิ ประกาศใช การเปลี่ยนแปลงแผนพัฒนาทองถิ่น ใหเปนอำนาจของคณะกรรมการพัฒนาทองถิ่น สำหรับองคการ บริหารสวนตำบลใหสง รา งแผนพฒั นาทองถน่ิ ท่ีเปล่ยี นแปลงใหส ภาองคการบริหารสว นตำบลพจิ ารณาตามมาตรา ๔๖ แหงพระราชบัญญัติสภาตำบลและองคการบริหารสวนตำบล พ.ศ. ๒๕๓๗ ดวย เมื่อแผนพัฒนาทองถ่ิน ตามวรรคหน่ึงไดรบั ความเห็นชอบแลว ใหสงแผนพัฒนาทองถิ่นดังกลาวใหผูบริหารทองถิ่นประกาศใช พรอมทั้ง ปด ประกาศใหประชาชนทราบโดยเปด เผยไมน อยกวาสามสิบวนั นบั แตว ันท่ผี ูบริหารทองถ่นิ ประกาศใช การเพิ่มเติมหรือเปลี่ยนแปลงแผนพัฒนาทองถิ่นเกี่ยวกับโครงการพระราชดำริ งานพระราชพิธี รัฐพิธี นโยบายรฐั บาล และนโยบายกระทรวงมหาดไทย ใหเ ปน อำนาจของผูบริหารทองถ่ิน สำหรับองคการบริหารสวน ตำบลใหสงรางแผนพัฒนาทองถิ่นที่เพิ่มเติมหรือเปลี่ยนแปลงใหสภาองคการบริหารสวนตำบลพิจารณาตาม มาตรา ๔๖ แหงพระราชบัญญัติสภาตำบลและองคก ารบรหิ ารสวนตำบล พ.ศ. ๒๕๓๗ ดวย และเมื่อแผนพัฒนา ทองถิ่นที่เพิ่มเติมหรือเปลี่ยนแปลงไดรับความเห็นชอบแลว ใหปดประกาศใหประชาชนทราบโดยเปดเผย ไมนอ ยกวาสามสบิ วนั นับแตว ันท่ไี ดร ับความเห็นชอบการเพ่มิ เติมหรือเปล่ยี นแปลงแผนพัฒนาทองถน่ิ ดังกลา ว ใหผูบริหารทอ งถิ่นแตง ตั้งคณะกรรมการตดิ ตามและประเมินผลแผนพัฒนาทองถน่ิ ประกอบดว ย (๑) สมาชิกสภาทอ งถนิ่ ทีส่ ภาทอ งถน่ิ คดั เลือกจำนวนสามคน (๒) ผูแทนประชาคมทองถ่ินที่ประชาคมทองถน่ิ คัดเลอื กจำนวนสองคน (๓) ผูแ ทนหนวยงานทีเ่ กี่ยวขอ งทีผ่ ูบ ริหารทองถิ่นคัดเลอื กจำนวนสองคน (๔) หวั หนาสว นการบริหารที่คดั เลอื กกันเองจำนวนสองคน (๕) ผทู รงคุณวุฒทิ ผี่ ูบริหารทองถิน่ คัดเลือกจำนวนสองคน /โดยใหค ณะ...
- 12 - โดยใหคณะกรรมการเลือกกรรมการหนึ่งคนทำหนาที่ประธานคณะกรรมการ และกรรมการอีกหนึ่งคน ทำหนาทีเ่ ลขานุการของคณะกรรมการ กรรมการตาม (๑) (๒) (๓) (๔) และ (๕) ใหมีวาระอยูในตำแหนงคราวละสี่ปและอาจไดรับการคัดเลือก อกี กไ็ ด • พระราชบญั ญตั ิระเบยี บบริหารงานบุคคลสว นทอ งถ่ิน พ.ศ. ๒๕๔๒ ในองคการบริหารสวนจังหวัดแตละแหง ใหมีคณะกรรมการขาราชการองคการบริหารสวนจังหวัด คณะหน่งึ ประกอบดวย (๑) ผวู าราชการจังหวัดเปน ประธาน (๒) หัวหนาสวนราชการประจำจังหวัดจำนวนสามคนจากสวนราชการในจังหวัดนั้น ซึ่งผูวาราชการ จังหวัดประกาศกำหนดวา เปนสว นราชการท่ีเกีย่ วของ ทั้งน้ี ในกรณจี ำเปนเพื่อประโยชนในการบรหิ ารงานบุคคล ผูวาราชการจังหวดั จะประกาศเปลย่ี นแปลงการกำหนดสว นราชการทีเ่ กยี่ วขอ งเมื่อใดกไ็ ด (๓) ผูแทนองคการบริหารสวนจังหวัดจำนวนสี่คน ประกอบดวย นายกองคการบริหารสวนจังหวัด สมาชิกสภาองคการบริหารสวนจังหวัดซึ่งสภาองคการบริหารสวนจังหวัดคัดเลือกจำนวนหนึ่งคน ปลัดองคการ บรหิ ารสว นจังหวัด และผูแทนขา ราชการองคการบรหิ ารสว นจังหวัดซึง่ คดั เลือกกนั เองจำนวนหนึ่งคน (๔) ผูทรงคุณวุฒิจำนวนสี่คน ซึ่งคัดเลือกจากบุคคลซึ่งมีความรูความเชี่ยวชาญในดานการบริหารงาน ทองถิ่น ดานการบริหารงานบุคคล ดานระบบราชการ ดานการบริหารและการจัดการ หรือดานอื่นที่จะเปน ประโยชนแ กการบริหารงานบุคคลขององคก ารบรหิ ารสว นจังหวัด การคัดเลือกกรรมการผูทรงคุณวุฒิตาม (๔) ใหกรรมการตาม (๑) และ (๒) เสนอรายชื่อบุคคลจำนวน หกคน และกรรมการตาม (๓) เสนอรายชื่อบุคคลจำนวนหกคนและใหบุคคลทั้งสิบสองคนดังกลาวประชุม เพอ่ื คดั เลอื กกันเองใหเ หลอื สค่ี น วิธีการคัดเลือกผูแทนขาราชการองคการบริหารสวนจังหวัดและผูทรงคุณวุฒิ ใหเปนไปตามหลักเกณฑ และเง่อื นไขท่ีคณะกรรมการกลางขาราชการองคก ารบรหิ ารสว นจังหวดั กำหนด ใหผูว าราชการจังหวัดมีหนาทด่ี ำเนินการจัดใหม ีการคัดเลอื กผูแทนขา ราชการองคการบริหารสวนจงั หวดั ใหปลดั องคการบริหารสว นจังหวดั เปนเลขานุการคณะกรรมการขาราชการองคก ารบรหิ ารสวนจงั หวดั คณะกรรมการขาราชการองคการบริหารสวนจังหวัดมีอำนาจหนาที่กำหนดหลักเกณฑและดำเนินการ เกย่ี วกับการบริหารงานบุคคลในองคการบรหิ ารสว นจงั หวดั น้ัน ในเรือ่ งดังตอ ไปน้ี (๑) กำหนดคณุ สมบตั ิและลักษณะตองหามที่มีความจำเปนเฉพาะสำหรับขาราชการองคการบริหารสวน จังหวัดนัน้ (๒) กำหนดจำนวนและอัตราตำแหนง อัตราเงินเดือนและวิธีการจายเงินเดือน และประโยชนตอบแทน อนื่ สำหรบั ขาราชการองคการบรหิ ารสว นจังหวดั (๓) กำหนดหลักเกณฑและเงื่อนไขในการคัดเลือก การบรรจุและแตงตั้ง การยาย การโอน การรับโอน การเลื่อนระดับ การเลื่อนขั้นเงินเดือน การสอบสวน การลงโทษทางวินัย การใหออกจากราชการ การอุทธรณ และการรอ งทุกข /(4) กำหนด...
- 13 - (๔) กำหนดระเบยี บเกีย่ วกบั การบริหารและการปฏบิ ตั งิ านของขา ราชการองคการบริหารสว นจังหวัด (๕) กำกับ ดูแล ตรวจสอบ แนะนำและชี้แจง สงเสริมและพัฒนาความรูแกขาราชการองคการบริหาร สวนจังหวัด การดำเนินการตาม (๑) ถึง (๕) ตองไดรับความเห็นชอบจากคณะกรรมการกลางขาราชการองคการ บรหิ ารสว นจังหวัด เพื่อใหการปฏิบัติงานเกี่ยวกับการบริหารงานบุคคลขององคการบริหารสวนจังหวัดแตละแหงเปนไป โดยมีมาตรฐานที่สอดคลองกัน ใหมีคณะกรรมการกลางขาราชการองคการบริหารสวนจังหวัดคณะหนึ่ง ประกอบดว ย (๑) รัฐมนตรีวาการกระทรวงมหาดไทย หรือรัฐมนตรีชวยวาการกระทรวงมหาดไทยซึง่ ไดรับมอบหมาย เปนประธาน (๒) ปลัดกระทรวงมหาดไทย เลขาธิการคณะกรรมการขาราชการพลเรือน ผูอำนวยการสำนัก งบประมาณ อธบิ ดีกรมบัญชีกลาง และอธบิ ดกี รมสงเสริมการปกครองทอ งถ่นิ (๓) ผูแทนองคการบริหารสวนจังหวัดจำนวนหกคน ซึ่งคัดเลือกจากนายกองคการบริหารสวนจังหวัด จำนวนสามคน และปลัดองคการบรหิ ารสวนจังหวัดจำนวนสามคน (๔) ผูทรงคุณวุฒิจำนวนหกคน ซึ่งคัดเลือกจากบุคคลซึ่งมีความรูความเชี่ยวชาญในดานการบริหารงาน ทองถิ่น ดานการบริหารงานบุคคล ดานระบบราชการ ดานการบริหารและการจัดการ หรือดานอื่นที่จะเปน ประโยชนแกการบริหารงานบคุ คลขององคก ารบริหารสวนจงั หวัด การคัดเลือกกรรมการผูทรงคุณวุฒิตาม (๔) ใหกรรมการตาม (๑) และ (๒) เสนอรายชื่อบุคคลจำนวน เกาคน และกรรมการตาม (๓) เสนอรายชื่อบุคคลจำนวนเกาคนและใหบุคคลทั้งสิบแปดคนดังกลาวประชุม เพ่อื คดั เลือกกนั เองใหเหลอื หกคน วธิ ีการคัดเลือกผูแทนองคการบริหารสวนจงั หวัดและผูทรงคุณวุฒิ ใหเปนไปตามหลักเกณฑและเงื่อนไข ท่คี ณะกรรมการมาตรฐานการบรหิ ารงานบคุ คลสว นทอ งถน่ิ กำหนด ใหปลัดกระทรวงมหาดไทยมีหนาท่ีดำเนินการจัดใหมีการคัดเลือกนายกองคก ารบริหารสวนจงั หวัดหรอื ปลดั องคก ารบรหิ ารสวนจังหวดั แลว แตกรณี เปนผูแทนองคก ารบริหารสวนจงั หวดั ใหอธบิ ดกี รมสงเสริมการปกครองทอ งถ่ิน*แตงต้ังขา ราชการในกรมการปกครองคนหนึง่ ซง่ึ ดำรงตำแหนง ไมตำ่ กวา รองอธบิ ดเี ปนเลขานุการคณะกรรมการกลางขาราชการองคก ารบริหารสวนจงั หวัด คณะกรรมการกลางขา ราชการองคการบริหารสว นจังหวัดมอี ำนาจหนาท่ี ดงั ตอ ไปน้ี (๑) กำหนดหลักเกณฑและเงื่อนไขการคัดเลือกผูแทนขาราชการองคการบริหารสวนจังหวัด และผทู รงคุณวุฒติ ามมาตรา ๕ วรรคสาม (๒) กำหนดมาตรฐานทั่วไปเกี่ยวกับคุณสมบัติและลักษณะตองหามเบื้องตนสำหรับขาราชการองคการ บริหารสว นจงั หวัด (๓) กำหนดมาตรฐานทวั่ ไปเก่ียวกบั อัตราตำแหนง และมาตรฐานของตำแหนง (๔) กำหนดมาตรฐานทวั่ ไปเก่ยี วกบั อัตราเงินเดือนและวิธีการจา ยเงินเดอื นและประโยชนตอบแทนอน่ื (๕) กำหนดมาตรฐานทั่วไปเกี่ยวกับหลักเกณฑและเงื่อนไขการคัดเลอื ก การบรรจุและแตงตั้ง การยาย การโอน การรับโอน การเลอื่ นระดับ และการเลือ่ นข้ันเงนิ เดือน /(6) กำหนด...
- 14 - (๖) กำหนดมาตรฐานท่ัวไปเกยี่ วกบั วินยั และการรักษาวนิ ัย และการดำเนินการทางวนิ ยั (๗) กำหนดมาตรฐานทวั่ ไปเกี่ยวกับการใหออกจากราชการ (๘) กำหนดมาตรฐานท่วั ไปเกี่ยวกับสิทธิการอทุ ธรณ การพิจารณาอุทธรณและการรอ งทุกข (๙) กำหนดมาตรฐานทั่วไปเกี่ยวกับโครงสรางการแบงสวนราชการ วิธีการบริหาร และการปฏิบัติงาน ของขาราชการองคการบริหารสวนจังหวัด และกิจการอันเกี่ยวกับการบริหารงานบุคคลในองคการบริหารสวน จังหวัด (๑๐) ใหขอคิดเห็นหรือใหคำปรึกษาในการปฏิบัตงิ านของคณะกรรมการขาราชการองคการบริหารสว น จงั หวัด (๑๑) กำกับดแู ล แนะนำและชแี้ จง สงเสริมและพัฒนาความรแู กข า ราชการองคการบริหารสว นจังหวัด (๑๒) ปฏิบัติการอื่นตามที่พระราชบัญญัตินี้หรือกฎหมายอื่นบัญญัติใหเปนอำนาจหนาที่ของ คณะกรรมการกลางขา ราชการองคการบรหิ ารสวนจังหวดั เพื่อประโยชนในการพัฒนาขาราชการองคการบริหารสว นจังหวัดใหเกิดประสิทธภิ าพในการบริหารงาน ขององคการบริหารสวนจังหวัดเปนสวนรวม การกำหนดมาตรฐานทั่วไปเกี่ยวกับการโอนหรือการรับโอน ตามวรรคหนงึ่ (๕) คณะกรรมการกลางขาราชการองคก ารบรหิ ารสวนจงั หวัดตอ งกำหนดหลกั เกณฑใหขา ราชการ องคก ารบรหิ ารสว นจังหวัดแตล ะแหงมโี อกาสโอนไปปฏบิ ตั ิหนา ที่ในระหวา งองคการบรหิ ารสว นจงั หวัดดวยกันได เพื่อประโยชนในการกำกับดูแลการบริหารงานบุคคลของพนักงานในองคกรปกครองสวนทองถ่ิน ทุกรูปแบบใหมีประสิทธิภาพเพื่อประโยชนแกประชาชนในทองถิ่น และประโยชนของประเทศเปนสวนรวมและ สามารถรองรับการกระจายอำนาจใหแกทองถิ่นได ใหมีคณะกรรมการมาตรฐานการบริหารงานบุคคล สว นทองถิ่นเรียกโดยยอวา “ก.ถ.” ประกอบดว ย (๑) บคุ คลซงึ่ ไดร บั การคัดเลอื กตามมาตรา ๓๑ เปน ประธาน (๒) กรรมการโดยตำแหนงจำนวนหกคน ไดแก เลขาธิการคณะกรรมการขาราชการพลเรือน เลขาธิการ คณะกรรมการพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแหงชาติ ผูอำนวยการสำนักงบประมาณ ปลัดกระทรวงการคลัง ปลดั กระทรวงมหาดไทย และอธบิ ดกี รมสงเสริมการปกครองทอ งถิ่น (๓) กรรมการผูทรงคุณวุฒิจำนวนหาคน ซึ่งคณะรัฐมนตรีแตงตั้งจากผูซึ่งมีความรูความเชี่ยวชาญใน ดานการบริหารงานทองถิ่น ดานการบริหารงานบุคคล ดานระบบราชการ ดานบริหารและการจัดการหรือ ดานกฎหมาย ซงึ่ มผี ลงานทางวิชาการ หรือมคี วามรูเ ปนท่ยี อมรบั (๔) ผูแทนคณะกรรมการกลางขาราชการองคการบริหารสวนจังหวัดจำนวนหนึ่งคน ผูแทน คณะกรรมการกลางพนักงานเทศบาลจำนวนหนึ่งคน ผูแทนคณะกรรมการกลางพนักงานสวนตำบลจำนวน หนึ่งคน ผูแทนคณะกรรมการขาราชการกรุงเทพมหานครจำนวนหนึ่งคน ผูแทนคณะกรรมการพนักงานเมือง พัทยาจำนวนหนึ่งคน และในกรณีที่มีกฎหมายจัดตั้งองคกรปกครองสวนทองถิ่นอื่น ใหมีผูแทนคณะกรรมการ พนกั งานองคก รปกครองสว นทองถ่ินอน่ื ซึ่งองคก รปกครองสวนทองถ่ินอ่นื นั้นคดั เลอื กกันเองจำนวนหนง่ึ คน การคัดเลือกกรรมการตาม (๔) ใหคัดเลือกจากกรรมการซึ่งเปนผูแทนองคกรปกครองสวนทองถิ่นของ คณะกรรมการนัน้ /ใหห วั หนา...
- 15 - ใหหัวหนาสำนักงานคณะกรรมการมาตรฐานการบริหารงานบุคคลสวนทองถิ่นเปนเลขานุการ คณะกรรมการมาตรฐานการบริหารงานบคุ คลสวนทองถ่ิน ใหนำความในมาตรา ๖ วรรคหนึ่ง มาตรา ๗ และมาตรา ๙ มาใชบังคับกับการดำรงตำแหนงของ กรรมการผูทรงคุณวฒุ ิ และใหน ำความในมาตรา ๑๐ มาตรา ๑๑ และมาตรา ๒๑ มาใชบ ังคบั กับการปฏิบัติหนาที่ ของคณะกรรมการมาตรฐานการบรหิ ารงานบุคคลสวนทองถนิ่ ดว ยโดยอนุโลม ใหค ณะกรรมการมาตรฐานการบริหารงานบุคคลสวนทอ งถิ่นมีอำนาจหนาท่ี ดังตอไปนี้ (๑) กำหนดมาตรฐานกลางและแนวทางในการรักษาระบบคุณธรรมเกี่ยวกับการบริหารงานบุคคล โดยเฉพาะในเรื่องการแตงตั้งและการใหพนจากตำแหนงของพนักงานสวนทองถิ่น รวมตลอดถึงการกำหนด โครงสรางอัตราเงินเดือนและประโยชนตอบแทนอื่นใหมีสัดสวนที่เหมาะสมแกรายไดและการพัฒนาทองถิ่น ตามอำนาจหนาที่ขององคกรปกครองสวนทองถิ่น ทั้งนี้ การกำหนดมาตรฐานกลางและแนวทางจะตองไมมี ลักษณะเปนการกำหนดหลักเกณฑการบริหารงานบุคคลโดยเฉพาะเจาะจงที่ทำใหองคกรปกครองสวนทองถิ่น ไมสามารถบรหิ ารงานบุคคลตามความตอ งการและความเหมาะสมของแตล ะองคก รปกครองสวนทองถนิ่ ได (๒) กำหนดแนวทางการพัฒนาการบริหารงานบุคคลสวนทองถิ่นเพื่อรองรับการกระจายอำนาจการ ปกครองสวนทอ งถ่นิ (๓) กำหนดหลักเกณฑและเงื่อนไขการคัดเลือกตามมาตรา ๑๖ วรรคสาม มาตรา ๒๔ วรรคสาม และมาตรา ๒๖ วรรคสาม (๔) สงเสรมิ ใหม ีการศกึ ษา วิเคราะห หรือวิจัยเก่ียวกบั การบริหารงานบุคคลสวนทอ งถิ่น (๕) ใหคำปรึกษา คำแนะนำ และพิจารณาปญหาเกี่ยวกับการบริหารงานบุคคลสวนทองถิ่นแกองคกร ปกครองสว นทอ งถน่ิ (๖) ประสานงานกับคณะรัฐมนตรี หนวยงานของรัฐ องคกรปกครองสวนทองถิ่น คณะกรรมการ ขาราชการตามกฎหมายวาดวยระเบียบขาราชการประเภทตาง ๆ คณะกรรมการกลางขาราชการหรือพนักงาน สวนทองถิ่น และคณะกรรมการขาราชการหรือพนักงานสวนทองถิ่น เพื่อสงเสริมใหการบริหารงานบุคคล สว นทอ งถนิ่ มปี ระสิทธภิ าพ (๗) ปฏิบตั กิ ารอ่นื ตามทีก่ ำหนดไวใ นพระราชบญั ญตั ินหี้ รอื กฎหมายอ่นื • พระราชบัญญัติมาตรฐานทางจรยิ ธรรม พ.ศ. ๒๕๖๒ “องคกรกลางบริหารงานบุคคล” หมายความวา คณะกรรมการขาราชการพลเรือน คณะกรรมการ ขาราชการพลเรือนในสถาบันอุดมศึกษา คณะกรรมการขาราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา และคณะกรรมการขาราชการตำรวจ ตามกฎหมายวาดวยระเบียบขาราชการประเภทนั้น รวมทั้งคณะกรรมการ กลางบริหารงานบุคคลของเจาหนาที่ของรัฐในฝายบริหาร และคณะกรรมการมาตรฐานการบริหารงานบุคคล สว นทอ งถนิ่ ตามกฎหมายวา ดวยระเบียบบริหารงานบคุ คลสวนทอ งถนิ่ /มาตรา 5...
- 16 - มาตรา๕ มาตรฐานทางจริยธรรมคือหลักเกณฑการประพฤติปฏิบัติอยางมีคณุ ธรรมของเจาหนาท่ีของรฐั ซึ่งจะตอง ประกอบดว ย (๑) ยดึ มั่นในสถาบันหลักของประเทศ อนั ไดแ ก ชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย และการปกครองระบอบ ประชาธิปไตยอนั มพี ระมหากษัตริยทรงเปน ประมุข (๒) ซื่อสตั ยสจุ รติ มจี ิตสำนึกทด่ี ี และรบั ผิดชอบตอหนา ที่ (๓) กลา ตดั สนิ ใจและกระทำในสิ่งทีถ่ ูกตอ งชอบธรรม (๔) คดิ ถงึ ประโยชนสวนรวมมากกวา ประโยชนสวนตวั และมีจติ สาธารณะ (๕) มงุ ผลสมั ฤทธ์ขิ องงาน (๖) ปฏบิ ตั หิ นาทีอ่ ยางเปนธรรมและไมเ ลอื กปฏบิ ัติ (๗) ดำรงตนเปนแบบอยา งที่ดแี ละรกั ษาภาพลักษณข องทางราชการ มาตรฐานทางจริยธรรมตามวรรคหนง่ึ ใหใชเปนหลักสำคัญในการจัดทำประมวลจรยิ ธรรมของหนวยงาน ของรัฐที่จะกำหนดเปนหลักเกณฑใ นการปฏบิ ัตติ นของเจาหนา ที่ของรัฐ เก่ยี วกับสภาพคุณงามความดีท่ีเจาหนาท่ี ของรัฐตองยึดถือสำหรับการปฏิบัติงาน การตัดสินความถูกผิด การปฏิบัติที่ควรกระทำหรือไมควรกระทำ ตลอดจนการดำรงตนในการกระทำความดีและละเวน ความชว่ั ใหองคกรกลางบริหารงานบุคคลของหนวยงานของรัฐมีหนาที่จัดทำประมวลจริยธรรมสำหรบั เจาหนา ที่ ของรฐั ท่อี ยูใ นความรบั ผดิ ชอบ • กฎหมายวาดว ยการจดั ตั้งองคก รปกครองสวนทองถ่ิน คุณสมบัติของสมาชิกสภาทองถ่นิ และผูบรหิ ารทองถิ่นมีกำหนดไวในพระราชบัญญัติการเลือกต้ังสมาชิก สภาทองถิ่นหรือผูบริหารทองถิ่น พ.ศ. ๒๕๖๒ และกฎหมายจัดตั้งองคกรปกครองสว นทองถิ่นฉบับตา ง ๆ ดังนัน้ จึงตองศกึ ษากฎหมายดังกลา วประกอบกนั ดังนี้ พระราชบญั ญตั ิการเลือกตั้งสมาชิกสภาทองถ่ินหรอื ผูบรหิ ารทองถิน่ พ.ศ. ๒๕๖๒ มาตรา ๔๙ ไดก ำหนด คุณสมบัติทั้งตำแหนงสมาชิกสภาทองถิ่นและผบู ริหารทอ งถ่นิ ไวว า “บุคคลผูมีคุณสมบตั ิดังตอไปนี้เปน ผมู ีสิทธิสมคั รรบั เลือกต้ัง ๑. มีสญั ชาตไิ ทยโดยการเกดิ ๒. ผูม สี ทิ ธสิ มัครรับเลือกต้งั เปน สมาชิกสภาทองถิ่นตองมีอายุไมต ำ่ กวา ๒๕ ป นับถงึ วนั เลอื กตั้ง สำหรับ ผมู สี ิทธสิ มคั รรบั เลือกตง้ั เปนผูบรหิ ารทองถิน่ ใหม ีอายุตามที่กฎหมายวา ดวยการจัดตง้ั องคกรปกครองสวนทองถ่ิน กำหนด ๓. มีชื่ออยูในทะเบียนบานในเขตองคก รปกครองสว นทองถิ่นท่ีสมัครรับเลือกตัง้ ในวันสมัครรบั เลือกตัง้ เปน เวลาติดตอกันไมน อ ยกวา ๑ ป นับถงึ วนั สมัครรับเลอื กต้งั ๔. คุณสมบัติอ่นื ที่กฎหมายวา ดว ยการจดั ตัง้ องคก รปกครองสวนทอ งถน่ิ กำหนด” กฎหมายวาดวยการจัดตั้งองคกรปกครองสวนทองถิ่น กำหนดคุณสมบัติของผูบริหารทองถิ่น ไดแก นายกและรองนายกองคก รปกครองสว นทอ งถ่ิน เพมิ่ เติม ๒ เรื่อง ดงั น้ี /1. ตอ งมอี ายุ...
- 17 - ๑. ตองมีอายุไมต ำ่ กวา ๓๕ ป นบั ถงึ วนั เลือกต้งั ๒. วฒุ กิ ารศึกษา - สำหรับนายกและรองนายกองคการบริหารสวนตำบล ตองสำเร็จการศึกษาไมต่ำกวามัธยมศึกษา ตอนปลายหรือเทียบเทา หรอื เคยเปนสมาชิกสภาทองถิน่ ผบู รหิ ารทองถนิ่ หรอื สมาชิกรฐั สภา - สำหรบั นายกและรองนายกเทศมนตรี ตอ งสำเรจ็ การศึกษาไมตำ่ กวาปริญญาตรีหรือเทียบเทา หรือเคย เปนสมาชิกสภาทอ งถ่นิ ผบู รหิ ารทอ งถน่ิ หรอื สมาชิกรฐั สภา - สำหรับนายกและรองนายกองคการบริหารสว นจังหวัด ตองสำเร็จการศึกษาไมต่ำกวาปริญญาตรีหรือ เทยี บเทา หรือเคยเปน สมาชกิ สภาทอ งถน่ิ ผูบริหารทอ งถน่ิ หรอื สมาชกิ รฐั สภา - สำหรบั นายกและรองนายกเมืองพทั ยา ตอ งสำเร็จการศึกษาไมต ำ่ กวา ปรญิ ญาตรหี รอื เทยี บเทา สมาชกิ สภาและนายกองคกรปกครองสวนทองถ่ิน มีวาระอยใู นตำแหนงคราวละ ๔ ป นับแตวันเลือกต้ัง กฎหมายวาดวยการจัดตั้งองคกรปกครองสวนทองถิ่นบัญญัติหามเฉพาะตำแหนงนายกองคกรปกครอง สวนทองถิ่นดำรงตำแหนงติดตอกันเกิน ๒ วาระไมได ในกรณีที่นายกองคกรปกครองสวนทองถิ่นดำรงตำแหนง ไมครบระยะเวลา ๔ ป กใ็ หถือวา เปนหน่งึ วาระ และเมือ่ ไดดำรงตำแหนง ๒ วาระตดิ ตอกนั แลว จะดำรงตำแหนง ไดอีกเมื่อพนระยะเวลา ๔ ป นับแตวันพนจากตำแหนง อยางไรก็ดี มิใหนับวาระของนายกองคกรปกครอง สวนทองถิ่นทีด่ ำรงตำแหนงหรือเคยดำรงตำแหนง อยูกอนวันเลือกตั้งครัง้ แรกภายหลังกฎหมายวาดวยการจัดตงั้ องคก รปกครองสวนทอ งถิ่น (ฉบับแกไ ขเพ่มิ เติม) ใชบ ังคบั กรณีตำแหนงสมาชิกสภาทองถิ่นและนายกองคกรปกครองสวนทองถิ่นวางลง พระราชบัญญัติ การเลือกตั้งสมาชิกสภาทองถิ่นหรือผูบริหารทองถิ่น พ.ศ. ๒๕๖๒ มาตรา ๑๑ ไดบัญญัติถึงเรื่องนี้ โดยแบงเปน ๒ กรณี คือ (๑) สมาชิกสภาทองถ่นิ หรือนายกองคกรปกครองสว นทองถ่นิ ดำรงตำแหนงครบวาระ ใหคณะกรรมการ การเลอื กตง้ั จดั ใหม ีการเลือกต้ังภายใน ๔๕ วัน (๒) สมาชิกสภาทองถิ่นหรือผูบริหารทองถิ่นพนจากตำแหนงเพราะเหตุอื่นใดนอกจากครบวาระ ใหคณะกรรมการการเลือกตั้งจัดใหมีการเลือกตั้งภายใน ๖๐ วัน เวนแตวาระการดำรงตำแหนงของสมาชิกสภา ทอ งถน่ิ จะเหลืออยไู มถ งึ ๑๘๐ วนั จะไมจดั การเลือกตั้งก็ได การเสนอญัตติอภิปรายทั่วไปเปนการดำเนินการของสภาทองถิ่นเพื่อตรวจสอบฝายบริหาร ดังน้ัน แนวคิดในเรื่องการตรวจสอบจึงตองกำหนดใหกระทำไดโดยงาย ดังนั้น จึงกำหนดใหสมาชิกสภาทองถิ่นจำนวน ไมนอยกวา ๑ ใน ๓ ของจำนวนสมาชิกสภาทองถิ่นทั้งหมดเทาที่มีอยู มีสิทธิเขาชื่อเสนอญัตติขอเปดอภิปราย ทั่วไปในที่ประชุมสภาทองถิ่น เพื่อใหนายกองคกรปกครองสวนทองถิ่นแถลงขอเท็จจริงหรือแสดงความคิดเห็น ในปญหาเก่ียวกบั การบรหิ ารองคก รปกครองสว นทองถ่นิ โดยไมม กี ารลงมติ /ผมู สี ทิ ธ.ิ ..
- 18 - ผูมีสิทธิเสนอรางขอบัญญัติทองถิ่น รางขอบัญญัติทองถิ่นจะเสนอไดก็แตโดย นายกองคกรปกครอง สวนทองถิ่น หรือสมาชิกสภาทองถิ่น หรือราษฎรในเขตองคกรปกครองสวนทองถิ่นตามกฎหมายวาดวยการ เขาชื่อเสนอขอบัญญัติทองถิ่น สำหรับราษฎรที่มสี ิทธิเสนอรางขอ บัญญัติทอ งถิ่นนั้น เปนไปตามพระราชบัญญัติ วาดวยการเขาชื่อเสนอขอบัญญัตทิ องถิน่ พ.ศ. ๒๕๔๒ มาตรา ๔ บัญญัติวา “ผูมีสิทธเิ ลือกตัง้ ในองคกรปกครอง สวนทองถิ่นใดมีจำนวนไมนอยกวากึ่งหนึ่งของจำนวนผูมีสิทธิเลือกตั้งในองคกรปกครองสวนทองถิ่นนั้น มีสิทธิ เขาช่ือรอ งขอตอประธานสภาทองถน่ิ เพื่อดำเนนิ การใหสภาทองถิ่นพิจารณาออกขอบัญญตั ทิ องถิ่นได” • พระราชบัญญัติการเลอื กต้งั สมาชิกสภาทอ งถน่ิ หรือผูบริหารทอ งถ่นิ พ.ศ. ๒๕๖๒ ภายใตบังคับมาตรา ๒๐ การกำหนดเขตเลือกตั้งสำหรับการเลือกตั้งสมาชิกสภาทองถิ่น ใหเปนไป ตามหลักเกณฑ ดงั ตอไปน้ี (๑) การเลือกตั้งสมาชิกสภากรุงเทพมหานคร ใหถือเขตเปนเขตเลือกตั้ง ถาเขตใดมีจำนวนราษฎร ตามหลักฐานการทะเบียนราษฎรที่ประกาศในปสุดทายกอนปที่มีการเลือกตั้งเกินหนึ่งแสนหาหมื่นคน ใหคณะกรรมการการเลือกตั้งแบงเขตนั้นออกเปนเขตเลือกตั้งตามจำนวนสมาชิกสภากรุงเทพมหานครที่จะพึงมี โดยแตละเขตเลอื กตั้งตองมีจำนวนราษฎรใกลเ คียงกัน (๒) การเลือกตั้งสมาชิกสภาองคการบริหารสวนจังหวัด ใหถือเขตอำเภอเปนเขตเลือกตั้ง ในกรณีท่ี อำเภอใดมีสมาชิกไดเกนิ กวาหนึ่งคนใหแบงเขตอำเภอเปนเขตเลอื กต้งั เทา กับจำนวนสมาชิกทจ่ี ะพึงมใี นอำเภอนน้ั (๓) การเลือกตั้งสมาชิกสภาเทศบาลตำบล ใหแบงเขตเทศบาลเปนสองเขตเลอื กตั้ง การเลือกตั้งสมาชกิ สภาเทศบาลเมอื ง ใหแ บงเขตเทศบาลเปน สามเขตเลือกตงั้ การเลอื กตง้ั สมาชกิ สภาเทศบาลนคร หรอื การเลือกตั้ง สมาชิกสภาเมืองพัทยา ใหแบงเขตเทศบาลหรือเขตเมืองพัทยาเปนสี่เขตเลือกตั้ง และตองมีจำนวนสมาชิกสภา เทศบาลเทา กันทุกเขตเลอื กตั้ง (๔) การเลือกตั้งสมาชิกสภาองคการบริหารสวนตำบล ใหถือเขตหมูบานเปนเขตเลือกตั้ง เวนแต กฎหมายวาดว ยสภาตำบลและองคก ารบริหารสวนตำบลจะกำหนดไวเปน อยางอื่น (๕) การเลอื กตงั้ สมาชกิ สภาองคกรปกครองสวนทองถ่ินอ่นื ใหถ ือเขตขององคกรปกครองสวนทองถ่ินนั้น เปนเขตเลือกต้งั เวนแตก ฎหมายวาดว ยการจัดตง้ั องคก รปกครองสว นทอ งถ่นิ นน้ั จะกำหนดไวเ ปนอยางอื่น การเลอื กตั้งผบู รหิ ารทอ งถน่ิ ใหใ ชเ ขตขององคก รปกครองสว นทองถ่นิ น้นั เปน เขตเลือกตัง้ เมือ่ มีกรณีท่ีตองมีการเลอื กต้ังสมาชิกสภาทอ งถน่ิ หรือผบู ริหารทองถิน่ ขององคกรปกครองสว นทองถ่ินใด ใหหัวหนาพนักงานสวนทองถิ่นขององคกรปกครองสวนทองถิ่นนั้นเปนผูอำนวยการการเลือกตั้งประจำองคกร ปกครองสว นทอ งถิ่น โดยมีหนาท่ีและอำนาจ ดงั ตอ ไปนี้ (๑) รบั สมัครเลอื กตัง้ (๒) กำหนดหนวยเลอื กตง้ั และทเี่ ลือกต้งั (๓) แตงต้งั และจัดอบรมเจาพนักงานผดู ำเนนิ การเลือกตง้ั (๔) ตรวจสอบบัญชีรายชือ่ ผมู ีสิทธิเลือกตัง้ และดำเนินการเพ่มิ ช่อื หรอื ถอนชื่อผมู ีสทิ ธิเลอื กตง้ั (๕)ดำเนนิ การเกีย่ วกับการลงคะแนนเลือกต้งั การนับคะแนนเลือกตงั้ และการประกาศผลการนบั คะแนนเลือกตง้ั (๖) ดำเนินการอ่ืนอนั จำเปนเก่ียวกบั การเลอื กต้ัง /บคุ คลผูมี...
- 19 - บุคคลผูมคี ุณสมบตั ดิ ังตอ ไปนี้ เปนผูมสี ทิ ธิเลอื กตงั้ (๑)มีสัญชาตไิ ทยแตบุคคลผมู ีสญั ชาตไิ ทยโดยการแปลงสัญชาติ ตองไดส ัญชาติไทยมาแลวไมน อ ยกวา หาป (๒) มีอายไุ มตำ่ กวาสิบแปดปในวนั เลอื กตั้ง (๓)มชี อื่ อยูในทะเบียนบานในเขตเลือกตัง้ มาแลวเปนเวลาตดิ ตอ กันไมนอยกวา หนง่ึ ปนับถงึ วันเลอื กตัง้ และ (๔) คุณสมบัตอิ น่ื ตามทีก่ ฎหมายวา ดว ยการจดั ต้ังองคกรปกครองสวนทองถน่ิ กำหนด ในกรณีที่มีการยายทะเบียนบานออกจากเขตเลือกตั้งหนึ่งไปยังอีกเขตเลือกตั้งหนึ่งภายในองคกร ปกครองสวนทองถิ่นเดียวกัน อันทำใหบุคคลมีชื่ออยูในทะเบียนบานในเขตเลือกตั้งเปนเวลาติดตอกันนอยกวา หนงึ่ ปน ับถงึ วนั เลอื กตง้ั ใหบ ุคคลนนั้ มีสทิ ธอิ อกเสียงลงคะแนนเลอื กตั้งในเขตเลอื กตั้งที่ตนมีชื่ออยูในทะเบียนบาน ครง้ั สดุ ทายเปนเวลาตดิ ตอ กนั ไมน อ ยกวา หนงึ่ ป บุคคลผมู ลี กั ษณะดงั ตอ ไปนใ้ี นวนั เลือกตงั้ เปน บคุ คลตอ งหา มมใิ หใ ชสทิ ธิเลอื กต้ัง (๑) เปนภิกษุ สามเณร นกั พรตหรอื นกั บวช (๒) อยูในระหวา งถกู เพกิ ถอนสทิ ธิเลอื กตั้งไมว า คดนี น้ั จะถงึ ที่สดุ แลวหรอื ไม (๓) ตอ งคุมขงั อยูโ ดยหมายของศาลหรอื โดยคำส่งั ทีช่ อบดว ยกฎหมาย (๔) วกิ ลจริตหรือจิตฟนเฟอนไมสมประกอบ (๕) มลี กั ษณะอ่ืนตามทีก่ ฎหมายวา ดวยการจดั ตง้ั องคกรปกครองสวนทองถิน่ กำหนด บคุ คลผมู คี ณุ สมบตั ิดังตอ ไปนเ้ี ปนผมู ีสิทธิสมคั รรบั เลอื กตั้ง (๑) มสี ญั ชาตไิ ทยโดยการเกิด (๒) ผูมีสิทธิสมัครรับเลือกตั้งเปนสมาชิกสภาทองถิ่นตองมีอายุไมต่ำกวายี่สิบหาปนับถึงวันเลือกตั้ง สำหรับผูมีสิทธิสมัครรับเลือกตั้งเปนผูบริหารทองถิ่นใหมีอายุตามที่กฎหมายวาดวยการจัดตั้งองคกรปกครอง สวนทองถ่ินกำหนด (๓) มีชื่ออยูในทะเบียนบา นในเขตองคกรปกครองสวนทอ งถิ่นทีส่ มัครรับเลือกตั้งในวันสมคั รรบั เลือกตั้ง เปน เวลาติดตอกันไมนอ ยกวาหนึง่ ปนับถงึ วนั สมัครรับเลือกตง้ั (๔) คุณสมบัตอิ ืน่ ตามท่ีกฎหมายวา ดวยการจัดต้ังองคกรปกครองสว นทองถ่ินกำหนด บุคคลผมู ีลักษณะดังตอไปนี้เปน บคุ คลตองหามมิใหใ ชส ทิ ธสิ มัครรบั เลือกตงั้ (๑) ตดิ ยาเสพติดใหโ ทษ (๒) เปน บุคคลลมละลายหรอื เคยเปน บคุ คลลม ละลายทจุ รติ (๓) เปน เจา ของหรือผูถือหุนในกิจการหนงั สอื พิมพห รือสือ่ มวลชนใด ๆ (๔) เปน บคุ คลผมู ลี ักษณะตองหา มมิใหใชส ิทธเิ ลือกต้งั ตามมาตรา ๓๙ (๑) (๒) หรือ (๔) (๕) อยูระหวางถูกระงับการใชสิทธิสมัครรับเลือกตั้งเปนการชั่วคราวหรือถูกเพิกถอนสิทธิสมัคร รับเลอื กตั้ง (๖) ตองคำพพิ ากษาใหจ ำคกุ และถูกคุมขังอยูโดยหมายของศาล (๗) เคยไดรับโทษจำคุกโดยไดพนโทษมายังไมถึงหาปนับถึงวันเลือกตั้ง เวนแตในความผิดอันไดกระทำ โดยประมาทหรือความผดิ ลหโุ ทษ /(8) เคยถูกส่ัง...
- 20 - (๘) เคยถูกสั่งใหพนจากราชการ หนวยงานของรัฐ หรือรัฐวิสาหกิจเพราะทุจริตตอหนาที่หรือถือวา กระทำการทจุ รติ หรอื ประพฤตมิ ชิ อบในวงราชการ (๙) เคยตองคำพิพากษาหรือคำสั่งของศาลอันถึงที่สุดใหทรัพยสินตกเปนของแผนดินเพราะร่ำรวย ผิดปกติ หรือเคยตองคำพิพากษาอันถึงที่สุดใหลงโทษจำคุกเพราะกระทำความผิดตามกฎหมายวาดวยการ ปอ งกันและปราบปรามการทุจริต (๑๐) เคยตองคำพิพากษาอนั ถงึ ท่สี ุดวากระทำความผิดตอตำแหนง หนา ท่รี าชการหรือตอตำแหนงหนาที่ ในการยุติธรรม หรือกระทำความผิดตามกฎหมายวาดวยความผิดของพนักงานในองคการหรือหนวยงานของรัฐ หรือความผิดเกี่ยวกบั ทรพั ยทีก่ ระทำโดยทจุ รติ ตามประมวลกฎหมายอาญา ความผดิ ตามกฎหมายวาดวยการกูยืม เงินที่เปนการฉอโกงประชาชน กฎหมายวาดวยยาเสพติดในความผิดฐานเปนผูผลิต นำเขา สงออก หรือผูคา กฎหมายวาดวยการพนันในความผิดฐานเปนเจามือหรือเจาสำนัก กฎหมายวาดวยการปองกันและปราบปราม การคามนษุ ย หรือกฎหมายวาดว ยการปองกนั และปราบปรามการฟอกเงนิ ในความผดิ ฐานฟอกเงิน (๑๑) เคยตอ งคำพิพากษาอนั ถึงทสี่ ุดวากระทำการอนั เปน การทจุ รติ ในการเลือกตงั้ (๑๒) เปน ขา ราชการซง่ึ มตี ำแหนงหรอื เงนิ เดอื นประจำ (๑๓) เปน สมาชิกสภาผูแทนราษฎร สมาชิกวฒุ ิสภา สมาชกิ สภาทองถนิ่ หรอื ผบู ริหารทอ งถนิ่ (๑๔) เปน พนักงานหรือลกู จางของหนวยราชการ หนว ยงานของรฐั รัฐวสิ าหกจิ หรือราชการสว นทองถ่ิน หรอื เปนเจา หนา ทอี่ ื่นของรัฐ (๑๕) เปน ตลุ าการศาลรัฐธรรมนญู หรือผดู ำรงตำแหนง ในองคกรอสิ ระ (๑๖) อยูในระหวางตองหามมใิ หดำรงตำแหนง ทางการเมือง (๑๗) เคยพนจากตำแหนงเพราะศาลฎีกาหรือศาลฎีกาแผนกคดีอาญาของผูดำรงตำแหนงทางการเมือง มีคำพิพากษาวาเปน ผูม ีพฤตกิ ารณร่ำรวยผดิ ปกติ หรือกระทำความผิดฐานทจุ ริตตอหนาท่ีหรอื จงใจปฏบิ ตั ิหนา ที่ หรือใชอำนาจขดั ตอ บทบญั ญตั แิ หง รฐั ธรรมนูญหรือกฎหมาย หรอื ฝา ฝน หรอื ไมปฏบิ ัตติ ามมาตรฐานทางจริยธรรม อยา งรายแรง (๑๘) ตองคำพิพากษาถึงที่สุดวากระทำความผดิ ตามพระราชบญั ญัตินี้ ไมวาจะไดรับโทษหรือไม โดยได พน โทษหรือตองคำพิพากษามายงั ไมถงึ หา ปน ับถงึ วันเลอื กต้งั แลวแตกรณี (๑๙) เคยถูกถอดถอนออกจากตำแหนงสมาชิกสภาผูแทนราษฎร สมาชิกวุฒิสภา สมาชิกสภาทองถิ่น หรือผูบริหารทองถิ่น ตามบทบัญญัติของรัฐธรรมนูญแหงราชอาณาจักรไทย หรือกฎหมายวาดวยการลงคะแนน เสยี งเพ่อื ถอดถอนสมาชกิ สภาทอ งถน่ิ หรือผบู รหิ ารทอ งถนิ่ แลวแตกรณี มายงั ไมถงึ หา ปน บั ถงึ วันเลอื กตงั้ (๒๐) อยูในระหวางถูกจำกัดสิทธิสมัครรับเลือกตั้งเปนสมาชิกสภาทองถิ่นหรือผูบริหารทองถ่ิน ตามมาตรา ๔๒ หรอื ตามกฎหมายประกอบรัฐธรรมนูญวา ดว ยการเลือกตัง้ สมาชกิ สภาผูแทนราษฎร (๒๑) เคยถูกเพิกถอนสิทธิเลือกตง้ั และยังไมพน หา ปนับแตวันที่พนจากการถูกเพิกถอนสทิ ธิเลือกต้ังจนถึง วนั เลอื กต้งั (๒๒) เปนผูสมัครรับเลือกตั้งเปนสมาชิกสภาผูแทนราษฎรหรือรับเลือกเปนสมาชิกวุฒิสภา หรือเปน ผูสมัครรับเลือกตั้งเปนสมาชิกสภาทองถิ่นหรือผูบริหารทองถิ่นขององคกรปกครองสวนทองถิ่นเดียวกันหรือ องคก รปกครองสวนทอ งถ่ินอนื่ /(23) เคยพน จาก...
- 21 - (๒๓) เคยพนจากตำแหนง ใด ๆ ในองคกรปกครองสวนทองถิ่น เพราะเหตุมีสวนไดเสียไมวาโดยทางตรง หรือทางออมในสัญญาหรือกิจการที่กระทำหรือจะกระทำกับหรือใหแกองคกรปกครองสวนทองถิ่นนั้น หรือมี สวนไดเสียไมวาโดยทางตรงหรือทางออมในสัญญาหรือกิจการที่กระทำกับหรือจะกระทำกับหรือใหแกองคกร ปกครองสวนทองถิ่นอ่ืน โดยมีพฤตกิ ารณแสดงใหเห็นวาเปน การตางตอบแทนหรือเอือ้ ประโยชนส วนตนระหวาง กันและยงั ไมพนหา ปนบั แตวนั ท่พี นจากตำแหนง จนถงึ วนั เลอื กต้ัง (๒๔) เคยถูกสงั่ ใหพนจากตำแหนงใด ๆ ในองคก รปกครองสว นทองถ่ินเพราะจงใจไมปฏิบัตติ ามกฎหมาย กฎ ระเบยี บของทางราชการ หรอื มตคิ ณะรัฐมนตรี อนั เปนเหตุใหเสียหายแกราชการอยางรายแรง และยังไมพน หาปนับแตว นั ทพี่ นจากตำแหนงจนถงึ วันเลือกตั้ง (๒๕) เคยถูกสั่งใหพนจากตำแหนงใด ๆ ในองคกรปกครองสวนทองถิ่นเพราะทอดทิ้งหรือละเลย ไมปฏบิ ตั ิการตามหนา ที่และอำนาจ หรอื ปฏิบัตกิ ารไมช อบดว ยหนา ทแี่ ละอำนาจ หรอื ประพฤติตนฝาฝนตอความ สงบเรียบรอยหรือสวัสดิภาพของประชาชน หรือมีความประพฤติในทางที่จะนำมาซึ่งความเสื่อมเสียแกศักดิ์ ตำแหนง หรอื แกองคก รปกครองสวนทองถ่ิน หรอื แกราชการ และยงั ไมพน หาปนับแตวันท่ีพน จากตำแหนงจนถึง วนั เลอื กต้งั (๒๖) ลักษณะอื่นตามทกี่ ฎหมายวา ดวยการจดั ตง้ั องคกรปกครองสว นทอ งถิ่นกำหนด • ระเบยี บกระทรวงมหาดไทยวา ดวยวธิ ีการงบประมาณขององคกรปกครองสว นทองถน่ิ พ.ศ. ๒๕๖๓ ในกรณีท่ีงบประมาณรายจายประจำปออกใชไมทันปง บประมาณใหม ใหใชงบประมาณรายจายประจำป งบประมาณที่ลวงแลวไปพลางกอน การเบิกจายเงินโดยอาศัยงบประมาณรายจายประจำปที่ลวงมาแลวนั้น ใหนำเงิน งบประมาณรายจายเพิ่มเติมและที่ไดมีการโอนเพิ่มหรือโอนลดรวมเขาไปดวย โดยใหถือเปนยอดเงินสูงสุด จะพึงถือจายไดและใหกระทำไดเฉพาะรายจายในงบกลาง งบบุคลากร งบดำเนินงาน และงบเงินอุดหนุน ทจ่ี ายจากเงนิ อุดหนุนที่ไดร บั จากรัฐบาล เชน คา อาหารกลางวัน รายจา ยตามแผนงาน จำแนกเปนสองลกั ษณะ คอื (๑) รายจา ยประจำ ประกอบดวย (ก) งบบุคลากร หมายถึง รายจายที่กำหนดใหจายเพื่อการบริหารงานบุคลากรทองถิ่น ไดแก รายจายท่จี ายในลักษณะเงินเดือน คา จางประจำ และคา จา งชวั่ คราว (ข) งบดำเนินงาน หมายถึง รายจายทกี่ ำหนดใหจ ายเพ่ือการบริหารงานประจำ ไดแก รายจา ยท่ี จา ยในลักษณะคาตอบแทน คา ใชส อ คา วสั ดุ และคาสาธารณูปโภค (ค) งบเงินอุดหนุน หมายถึง เงินที่องคกรปกครองสวนทองถิ่นตั้งงบประมาณอุดหนุน ใหแก หนวยงานที่ขอรับเงินอุดหนุนเพื่อใหดำเนินการตามภารกิจท่ีอยูในอำนาจหนาที่ขององคกรปกครองสว นทอ งถ่ิน ตามกฎหมาย (ง) งบรายจายอื่น หมายถึง รายจายทีไ่ มเขา ลกั ษณะประเภทงบรายจา ยใดงบรายจายหนึง่ หรือ รายจายท่กี ำหนดใหใชจ า ยในงบรายจายน้ี /(2) รายจา ยเพ่ือ...
- 22 - (๒) รายจายเพื่อการลงทนุ ไดแ ก งบลงทนุ ในกรณีที่ผูบริหารทองถิ่นพิจารณาแลวเห็นวาไมสามารถนำรางงบประมาณรายจายประจำปเสนอตอ สภาทองถิ่นไดทันภายในวันที่ ๑๕ สิงหาคม ใหผูบริหารทองถิ่นรายงานใหสภาทองถิ่นทราบโดยอาจกำหนด ระยะเวลาที่คาดหมายวาจะเสนอรางงบประมาณรายจายประจำปใหส ภาทองถิ่น เพื่อใหความเห็นชอบดวยก็ได แลวใหผูบริหารทองถิ่นรายงานใหผูกำกับดูแลทราบดวย ทั้งนี้ เพื่อใหรางงบประมาณรายจายประจำปสามารถ ใชบ ังคับไดท ันในวนั เร่ิมตน ปงบประมาณ การโอนเงนิ งบประมาณรายจายตาง ๆ ใหเ ปนอำนาจอนมุ ตั ิของผูบรหิ ารทองถ่นิ การโอนเงินงบประมาณรายจา ยในงบลงทุน โดยการโอนเพิ่ม โอนลด ที่ทำใหลักษณะ ปริมาณ คุณภาพ เปล่ยี น หรอื โอนไปตัง้ จา ยเปน รายการใหม ใหเ ปนอำนาจอนุมัตขิ องสภาทองถนิ่ การแกไขเปลี่ยนแปลงคำชี้แจงประมาณการรายรับหรืองบประมาณรายจายใหเปนอำนาจอนุมัติของ ผบู ริหารทองถนิ่ การแกไ ขเปลยี่ นแปลงคำช้แี จงงบประมาณรายจายในงบลงทนุ ที่ทำใหล กั ษณะ ปริมาณ คณุ ภาพเปล่ียน หรือเปล่ยี นแปลงสถานท่กี อสรา ง ใหเปนอำนาจอนมุ ตั ขิ องสภาทอ งถิน่ การแกไขเปลี่ยนแปลงคำชี้แจงงบประมาณรายการที่ไดกันเงินหรือขยายเวลาการเบิกจายเงินไวแลว จะกระทำไดตอเมือ่ ไดร บั อนุมตั ิจากผูมีอำนาจใหก ันเงิน หรอื ขยายเวลาการเบิกจา ยเงิน การแกไขเปลี่ยนแปลงคำชี้แจงงบประมาณรายการที่ไดกอหนี้ผูกพันไวแลวหากมิไดเพิ่มวงเงิน ใหเปน อำนาจอนุมตั ขิ องผบู ริหารทองถนิ่ ใหผูบรหิ ารทองถ่ิน และเจาหนาที่งบประมาณรับผิดชอบรวมกันในการควบคุมงบประมาณรายจายและ เงินนอกงบประมาณ เพื่อปฏิบัติการใหเปนไปตามกฎหมาย ระเบียบ ขอบังคับ คำสั่งหรือหนังสือสั่งการของ กระทรวงมหาดไทย โดยมหี วั หนา หนวยงานคลงั เปน ผชู วยเหลือ • ระเบียบกระทรวงมหาดไทย วาดวยการรับเงิน การเบิกจายเงนิ การฝากเงิน การเก็บรักษาเงิน และ การตรวจเงนิ ขององคก รปกครองสวนทองถ่นิ พ.ศ. ๒๕๔๗ กรณที ่ีองคกรปกครองสวนทองถิ่นไดก อหนีผ้ กู พนั ไวกอนส้ินป โดยสัง่ ซ้ือหรือส่งั จา งหรอื การเชาทรัพยสิน ถาเห็นวาการเบิกเงินไปชำระหนีผ้ ูกพันไมทันสิ้นป ใหผูบริหารทองถิ่นอนุมัติใหกันเงินไวเ บิกจายในปถัดไปไดอีก ไมเกินระยะเวลาหน่ึงปห รือตามขอ ผกู พัน ในกรณีที่มีรายจายหมวดคาครุภัณฑที่ดินและสิ่งกอสราง ยังมิไดกอหนี้ผูกพันแตมีความจำเปนตองใช จายเงนิ น้ันตอ ไปอีก ใหองคกรปกครองสว นทองถิ่นรายงานขออนุมัติกนั เงินตอสภาทองถ่นิ ไดอีกไมเ กินระยะเวลา หน่ึงป กรณีเมื่อสิ้นสุดระยะเวลาการกันเงินตามวรรคหนึ่งแลว หากองคกรปกครองสวนทองถิ่นยังมิได ดำเนินการกอหนี้ผูกพัน ใหขออนุมัติขยายเวลาเบิกจายเงินไดไมเกินอีกหนึ่งปตอสภาทองถิ่น หรือกรณีมีความ จำเปนตองแกไขเปลย่ี นแปลงรายการดังกลา วที่ทำให ลักษณะ ปริมาณ คุณภาพเปลยี่ นหรือเปลี่ยนแปลงสถานท่ี กอสราง ใหขออนุมัติเปลี่ยนแปลงและหรือขยายเวลาเบิกจายเงินไดไมเกินอีกหนึ่งปตอสภาทองถิ่นแลวแตกรณี และโครงการดงั กลาวตอ งมวี ตั ถุประสงคเดมิ ตามทไี่ ดร บั อนมุ ตั ิใหก นั เงินไว /กรณีท่ีองคกร...
- 23 - กรณที ีอ่ งคก รปกครองสว นทอ งถ่นิ ไดกอ หน้ีผกู พันแลวใหเบกิ จายไดตามขอผูกพนั องคกรปกครองสวนทองถิ่นอาจใชจายเงินสะสมได โดยไดรับอนุมัติจากสภาทองถิ่นภายใตเงื่อนไข ดงั ตอไปน้ี (๑) ใหกระทำไดเฉพาะกิจการซึง่ อยูในอำนาจหนา ที่ขององคกรปกครองสวนทองถิ่นซึ่งเกี่ยวกบั ดานการ บริการชุมชนและสงั คม หรือกิจการที่เปน การเพิ่มพูนรายไดข ององคกรปกครองสวนทอ งถิ่น หรือกิจการที่จัดทำ เพื่อบำบัดความเดือดรอนของประชาชน ทั้งนี้ ตองเปนไปตามแผนพัฒนาขององคกรปกครองสวนทองถิ่นหรือ ตามที่กฎหมายกำหนด (๒)ไดสง เงนิ สมทบกองทุนสง เสริมกิจการขององคกรปกครองสวนทองถ่นิ แตละประเภทตามระเบยี บแลว (๓) ใหกันเงินสะสมสำรองจายเปนคาใชจายดานบุคลากรไมนอยกวาสามเดือนและกันไวอีกรอยละสิบ ของงบประมาณรายจา ยประจำปน ั้น เพื่อเปนคา ใชจ า ยในการบริหารงานและกรณีท่มี ีสาธารณภัยเกดิ ขน้ึ (๔) เมื่อไดรับอนุมัติใหใชจายเงินสะสมแลว องคกรปกครองสวนทองถิ่นตองดำเนินการกอหนี้ผูกพันให เสรจ็ ส้นิ ภายในระยะเวลาไมเ กินหน่ึงปถดั ไป หากไมด ำเนินการภายในระยะเวลาที่กำหนดใหการใชจายเงินสะสม น้นั เปนอันพับไป • พระราชบัญญตั กิ ารจัดซอ้ื จดั จางและการบริหารพสั ดุภาครัฐ พ.ศ. ๒๕๖๐ “ราคากลาง” หมายความวา ราคาเพอ่ื ใชเปนฐานสำหรับเปรียบเทยี บราคาทีผ่ ูย่ืนขอเสนอไดย่ืนเสนอไว ซ่ึงสามารถจัดซ้อื จดั จา งไดจ รงิ ตามลำดบั ดังตอ ไปนี้ (๑) ราคาทไ่ี ดมาจากการคำนวณตามหลกั เกณฑทีค่ ณะกรรมการราคากลางกำหนด (๒) ราคาทไี่ ดม าจากฐานขอมลู ราคาอางองิ ของพัสดุที่กรมบัญชกี ลางจัดทำ (๓) ราคามาตรฐานทสี่ ำนกั งบประมาณหรอื หนวยงานกลางอนื่ กำหนด (๔) ราคาทไ่ี ดม าจากการสืบราคาจากทอ งตลาด (๕) ราคาท่ีเคยซ้ือหรือจางคร้ังหลังสดุ ภายในระยะเวลาสองปงบประมาณ (๖) ราคาอื่นใดตามหลักเกณฑ วธิ กี าร หรือแนวทางปฏิบัตขิ องหนว ยงานของรัฐนน้ั ๆ ในกรณีที่มีราคาตาม (๑) ใหใชราคาตาม (๑) กอน ในกรณีที่ไมมีราคาตาม (๑) แตมีราคาตาม (๒) หรือ (๓) ใหใชราคาตาม (๒) หรือ (๓) กอน โดยจะใชราคาใดตาม (๒) หรือ (๓) ใหคำนึงถึงประโยชนของหนวยงาน ของรัฐเปนสำคัญ ในกรณีที่ไมมีราคาตาม (๑) (๒) และ (๓) ใหใชราคาตาม (๔) (๕) หรือ (๖) โดยจะใชราคาใด ตาม (๔) (๕) หรอื (๖) ใหค ำนึงถึงประโยชนของหนว ยงานของรัฐเปน สำคญั การจัดซื้อจัดจางและการบริหารพัสดุของหนวยงานของรัฐตองกอใหเกิดประโยชนสูงสุดแกหนวยงาน ของรัฐ และตองสอดคลอ งกับหลักการ ดังตอไปน้ี (๑) คุมคา โดยพัสดุท่ีจัดซ้ือจัดจางตองมคี ณุ ภาพหรือคุณลักษณะที่ตอบสนองวตั ถปุ ระสงคในการใชง าน ของหนวยงานของรฐั มรี าคาท่ีเหมาะสม และมีแผนการบรหิ ารพัสดุท่เี หมาะสมและชัดเจน /(2) โปรงใส...
- 24 - (๒) โปรง ใส โดยการจดั ซื้อจัดจา งและการบรหิ ารพัสดตุ องกระทำโดยเปด เผย เปดโอกาสใหม ีการแขงขัน อยางเปนธรรม มีการปฏิบัติตอผูประกอบการทุกรายโดยเทาเทียมกัน มีระยะเวลาที่เหมาะสมและเพียงพอตอ การยื่นขอเสนอ มีหลักฐานการดำเนินงานชัดเจน และมีการเปดเผยขอมูลการจัดซื้อจัดจางและการบริหารพัสดุ ในทกุ ขนั้ ตอน (๓) มปี ระสทิ ธิภาพและประสิทธผิ ล โดยตองมีการวางแผนการจดั ซือ้ จัดจางและการบริหารพัสดุลวงหนา เพ่ือใหก ารจดั ซือ้ จัดจางและการบริหารพัสดเุ ปนไปอยางตอ เน่ืองและมีกำหนดเวลาที่เหมาะสม โดยมกี ารประเมิน และเปดเผยผลสัมฤทธขิ์ องการจัดซ้ือจดั จางและการบรหิ ารพัสดุ (๔) ตรวจสอบได โดยมีการเก็บขอมูลการจัดซ้ือจัดจางและการบริหารพัสดุอยางเปน ระบบเพือ่ ประโยชน ในการตรวจสอบ ใหหนวยงานของรัฐใชหลักการตามวรรคหนึ่งเพื่อเปนแนวทางในการปฏิบัติเกี่ยวกับการจัดซื้อจัดจาง และการบริหารพัสดุ หากการจัดซื้อจัดจางไมเปนไปตามหลักการดังกลาว แตไมมีผลตอการจัดซื้อจัดจาง อยา งมนี ยั สำคญั หรอื เกิดจากกรณีเรง ดวน หรือมเี หตผุ ลหรือความจำเปนอืน่ การจดั ซื้อจดั จางนั้นยอ มไมเสียไป ใหใชหลักการตามวรรคหนึ่งเปนแนวทางในการปฏิบัติตามอำนาจหนาที่ของคณะกรรมการนโยบาย คณะกรรมการวินิจฉัย คณะกรรมการราคากลาง คณะกรรมการ ค.ป.ท. และคณะกรรมการพิจารณาอุทธรณ โดยอนุโลม ใหมีคณะกรรมการนโยบายการจดั ซอ้ื จดั จา งและการบรหิ ารพัสดุภาครฐั ประกอบดวย (๑) รัฐมนตรีวาการกระทรวงการคลังหรือรัฐมนตรีชวยวาการกระทรวงการคลังซึ่งรัฐมนตรีวาการ กระทรวงการคลงั มอบหมาย เปนประธานกรรมการ (๒) กรรมการโดยตำแหนง ไดแ ก ปลัดสำนกั นายกรัฐมนตรี ปลัดกระทรวงการคลัง ปลดั กระทรวงดิจิทัล เพื่อเศรษฐกิจและสังคม เลขาธิการคณะกรรมการกฤษฎีกา ผูอำนวยการสำนักงบประมาณ อัยการสูงสุด อธิบดีกรมสงเสริมการปกครองทองถิ่น ผูอำนวยการสำนักงานคณะกรรมการนโยบายรัฐวิสาหกิจ ผูวาการตรวจ เงนิ แผน ดิน และเลขาธกิ ารคณะกรรมการปอ งกนั และปราบปรามการทุจริตแหง ชาติ (๓) กรรมการผูทรงคุณวุฒิจำนวนไมนอยกวาหาคนแตไมเกินเจ็ดคน ซึ่งคณะรัฐมนตรีแตงตั้งจาก สภาวศิ วกร สภาสถาปนิก สภาหอการคาแหงประเทศไทย และสภาอุตสาหกรรมแหงประเทศไทย แหง ละหนง่ึ คน ในสวนทีเ่ หลือใหแตงตั้งจากผูม ีความรู ความเชี่ยวชาญ หรือประสบการณดานวิศวกรรม สถาปตยกรรม การเงนิ การคลัง การบริหารจัดการ วิทยาศาสตรและเทคโนโลยี หรือดานอื่น ๆ ที่เกี่ยวของและเปนประโยชนตอการ ดำเนินงานของคณะกรรมการนโยบาย ใหอธิบดีกรมบัญชีกลางเปนกรรมการและเลขานุการ และใหขาราชการของกรมบัญชีกลางซึ่งอธิบดี กรมบญั ชกี ลางมอบหมายจำนวนสองคนเปน ผชู ว ยเลขานุการ /การจัดซื้อจัดจาง...
- 25 - การจัดซ้อื จัดจางพัสดุ ใหห นว ยงานของรฐั เลือกใชว ธิ ีประกาศเชิญชวนทว่ั ไปกอ น เวน แต (๑) กรณดี ังตอ ไปน้ี ใหใชวธิ ีคัดเลือก (ก) ใชว ธิ ปี ระกาศเชิญชวนทว่ั ไปแลว แตไ มม ผี ูยน่ื ขอเสนอ หรือขอ เสนอนนั้ ไมไดร บั การคดั เลือก (ข) พัสดุที่ตองการจดั ซ้อื จดั จางมคี ุณลักษณะเฉพาะเปนพเิ ศษหรือซับซอนหรอื ตองผลติ จำหนาย กอสราง หรือใหบริการโดยผูประกอบการทม่ี ีฝมือโดยเฉพาะ หรือมีความชำนาญเปนพเิ ศษ หรอื มที กั ษะสูง และผูประกอบการ น้นั มจี ำนวนจำกดั (ค) มีความจำเปนเรงดวนที่ตองใชพัสดุนั้นอันเนื่องมาจากเกิดเหตุการณที่ไมอาจคาดหมายได ซง่ึ หากใชวธิ ปี ระกาศเชิญชวนท่วั ไปจะทำใหไ มท นั ตอความตองการใชพสั ดุ (ง) เปนพัสดุที่โดยลักษณะของการใชงาน หรือมีขอจำกัดทางเทคนิคที่จำเปนตองระบุยี่หอ เปน การเฉพาะ (จ) เปนพัสดุที่จำเปนตองซื้อโดยตรงจากตางประเทศ หรือดำเนินการโดยผานองคการระหวาง ประเทศ (ฉ) เปน พสั ดุทีใ่ ชในราชการลับ หรอื เปนงานทต่ี อ งปกปดเปนความลบั ของหนว ยงานของรัฐหรือ ทเ่ี ก่ียวกบั ความมน่ั คงของประเทศ (ช) เปนงานจางซอมพัสดุที่จำเปนตองถอดตรวจ ใหทราบความชำรุดเสียหายเสียกอนจึงจะ ประมาณคา ซอมได เชน งานจา งซอมเครือ่ งจกั ร เคร่ืองมอื กล เครอ่ื งยนต เครื่องไฟฟา หรือเครอ่ื งอเิ ล็กทรอนิกส (ซ) กรณอี นื่ ตามท่ีกำหนดในกฎกระทรวง (๒) กรณีดังตอไปนี้ ใหใชว ิธเี ฉพาะเจาะจง (ก) ใชท ั้งวธิ ีประกาศเชิญชวนทัว่ ไปและวิธีคัดเลือก หรือใชว ิธคี ดั เลอื กแลว แตไมมีผูย่ืนขอเสนอ หรือขอ เสนอน้นั ไมไ ดร บั การคัดเลอื ก (ข) การจัดซื้อจัดจางพัสดุที่มีการผลิต จำหนาย กอสราง หรือใหบริการทั่วไป และมีวงเงิน ในการจัดซ้ือจัดจางครัง้ หนง่ึ ไมเ กินวงเงนิ ตามท่ีกำหนดในกฎกระทรวง (ค) การจดั ซ้อื จดั จางพัสดทุ ี่มผี ปู ระกอบการซึ่งมีคณุ สมบัติโดยตรงเพยี งรายเดียว หรอื การจัดซ้ือ จัดจางพัสดุจากผูประกอบการซึ่งเปนตัวแทนจำหนายหรือตัวแทนผูใหบริการโดยชอบดวยกฎหมายเพียง รายเดยี วในประเทศไทยและไมมีพสั ดุอนื่ ทจ่ี ะใชท ดแทนได (ง) มีความจำเปนตองใชพัสดุนั้นโดยฉุกเฉิน เนื่องจากเกิดอุบัติภัยหรือภัยธรรมชาติ หรือเกิด โรคติดตออันตรายตามกฎหมายวาดวยโรคติดตอ และการจัดซื้อจัดจางโดยวิธีประกาศเชิญชวนทั่วไปหรือ วิธคี ดั เลือกอาจกอใหเกดิ ความลาชาและอาจทำใหเ กดิ ความเสยี หายอยา งรา ยแรง (จ) พัสดุทจ่ี ะทำการจัดซื้อจัดจา งเปน พสั ดุท่ีเกี่ยวพนั กับพัสดุท่ไี ดทำการจัดซื้อจดั จางไวกอนแลว และมีความจำเปน ตองทำการจัดซื้อจัดจางเพ่ิมเตมิ เพ่ือความสมบูรณหรือตอเน่อื งในการใชพ สั ดุน้ัน โดยมูลคาของ พสั ดทุ ่ีทำการจดั ซ้อื จัดจา งเพิ่มเติมจะตองไมส ูงกวาพสั ดทุ ี่ไดทำการจัดซื้อจดั จางไวกอ นแลว (ฉ) เปนพัสดุที่จะขายทอดตลาดโดยหนวยงานของรัฐ องคการระหวางประเทศ หรือหนวยงาน ของตางประเทศ (ช) เปนพสั ดทุ ี่เปนท่ดี ินหรือส่ิงปลกู สรา งซง่ึ จำเปนตอ งซือ้ เฉพาะแหง (ซ) กรณีอน่ื ตามที่กำหนดในกฎกระทรวง /ใหผูมสี ทิ ธิ...
- 26 - ใหผมู ีสทิ ธิอทุ ธรณย น่ื อุทธรณตอ หนว ยงานของรฐั นน้ั ภายในเจด็ วันทำการนับแตว นั ประกาศผลการจัดซ้ือ จัดจา งในระบบเครือขา ยสารสนเทศของกรมบญั ชีกลาง ใหหนวยงานของรัฐพิจารณาและวินิจฉัยอุทธรณใหแลวเสร็จภายในเจ็ดวันทำการนับแตวันที่ไดรับ อุทธรณ ในกรณีที่เห็นดวยกับอุทธรณก็ใหดำเนินการตามความเห็นนั้นภายในกำหนดเวลาดังกลาว ในกรณีท่ี หนวยงานของรัฐไมเห็นดวยกับอุทธรณ ไมวาทั้งหมดหรือบางสวนใหเรงรายงานความเห็นพรอมเหตุผลไปยัง คณะกรรมการพจิ ารณาอุทธรณต ามมาตรา ๑๑๙ ภายในสามวันทำการนับแตว ันทีค่ รบกำหนดตามวรรคหน่ึง เมื่อไดรับรายงานจากหนวยงานของรัฐตามมาตรา ๑๑๘ ใหคณะกรรมการพิจารณาอุทธรณพิจารณา อุทธรณใหแลวเสร็จภายในสามสิบวันนับแตวันที่ไดรับรายงานดังกลาว หากเรื่องใดไมอาจพิจารณาไดทัน ในกำหนดนน้ั ใหค ณะกรรมการพจิ ารณาอุทธรณขยายระยะเวลาออกไปไดไมเ กินสองคร้ัง ครง้ั ละไมเกินสิบหาวัน นับแตวันที่ครบกำหนดเวลาดังกลาวและแจงใหผูอุทธรณและผูชนะการจดั ซื้อจัดจางหรอื ผูไ ดรับการคัดเลือกทราบ ในกรณีท่ี คณะกรรมการพิจารณาอุทธรณเห็นวาอุทธรณฟงขึ้นและมีผลตอการจัดซื้อจัดจางอยางมีนัยสำคัญ ใหคณะกรรมการพิจารณาอุทธรณสั่งใหหนวยงานของรัฐดำเนินการใหมีการจัดซื้อจัดจางใหม หรือเริ่มจาก ขั้นตอนใดตามที่เห็นสมควร ในกรณีที่คณะกรรมการพิจารณาอุทธรณเห็นวาอุทธรณฟงไมขึน้ หรือไมมผี ลตอการ จัดซื้อจัดจางอยางมีนัยสำคัญ ใหแจงหนวยงานของรัฐเพื่อทำการจัดซื้อจัดจางตอไป การวินิจฉัยของ คณะกรรมการพิจารณาอทุ ธรณใหเปนท่สี ุด ในกรณีที่พนกำหนดระยะเวลาพิจารณาอุทธรณตามวรรคหนึ่งแลว คณะกรรมการพิจารณาอุทธรณ ยังพิจารณาไมแลวเสร็จ ใหยุติเรื่อง และใหคณะกรรมการพิจารณาอุทธรณแจงผูอุทธรณและผูชนะการจัดซ้ือ จัดจางหรือผูไดรับการคัดเลือกทราบ พรอมกับแจงใหหนวยงานของรัฐทำการจัดซื้อจัดจางตอไป ผูอุทธรณผูใด ไมพอใจคำวินิจฉัยของคณะกรรมการพิจารณาอุทธรณ หรือการยุติเรื่องตามวรรคสี่ และเห็นวาหนว ยงานของรัฐ ตองรบั ผิดชดใชคา เสียหาย ผูนั้นมสี ิทธฟิ องคดีตอ ศาลเพ่ือเรียกใหหนวยงานของรัฐชดใชค า เสียหายได แตการฟอง คดีดงั กลา วไมมผี ลกระทบตอ การจดั ซือ้ จดั จางทห่ี นวยงานของรัฐไดล งนามในสัญญาจดั ซ้อื จดั จางนน้ั แลว • พระราชบัญญตั ภิ าษที ี่ดินและส่งิ ปลกู สราง พ.ศ. ๒๕๖๒ “ที่ดนิ ” หมายความวา พ้นื ดนิ และใหห มายความรวมถึงพ้ืนท่ีที่เปน ภูเขาหรือทม่ี นี ำ้ ดวย “ส่ิงปลูกสราง” หมายความวา โรงเรือน อาคาร ตกึ หรือสงิ่ ปลกู สรา งอยางอ่ืน ทีบ่ คุ คลอาจเขาอยูอาศัย หรือใชสอยได หรือที่ใชเปนที่เก็บสินคาหรือประกอบการอุตสาหกรรมหรือพาณิชยกรรมและใหหมายความ รวมถงึ หองชดุ หรอื แพทบ่ี ุคคลอาจใชอ ยอู าศัยไดห รือทม่ี ีไวเ พ่ือหาผลประโยชนด วย ผูซึ่งเปนเจาของหรือครอบครองที่ดินหรือสิ่งปลูกสรางอยูในวันที่ ๑ มกราคม ของปใด เปนผูมีหนาที่ เสียภาษสี ำหรบั ปน น้ั ตามท่กี ำหนดไวในพระราชบญั ญตั นิ ้ี ฐานภาษีเพื่อการคำนวณภาษีตามพระราชบัญญัตินี้ ไดแก มูลคาทั้งหมดของที่ดินหรือสิ่งปลูกสราง การคำนวณมลู คาของทีด่ ินหรือสง่ิ ปลูกสราง ใหเปนไปตามหลกั เกณฑ ดงั ตอไปน้ี (๑) ท่ีดนิ ใหใ ชราคาประเมินทุนทรัพยทด่ี นิ เปนเกณฑใ นการคำนวณ (๒) สง่ิ ปลกู สราง ใหใชร าคาประเมนิ ทนุ ทรัพยส่งิ ปลกู สรางเปนเกณฑใ นการคำนวณ (๓) สง่ิ ปลูกสรางท่เี ปน หอ งชุด ใหใ ชร าคาประเมินทนุ ทรพั ยหองชดุ เปนเกณฑในการคำนวณ /ทด่ี ินหรือ...
- 27 - ท่ดี ินหรอื สงิ่ ปลกู สราง ใหจ ดั เก็บภาษตี ามอตั รา ดังตอ ไปนี้ (๑) ที่ดินหรือสิ่งปลูกสรางที่ใชประโยชนในการประกอบเกษตรกรรม ใหมีอัตราภาษีไมเกินรอยละศูนยจุดหนึ่งหา ของฐานภาษี (๒)ท่ดี ินหรือส่ิงปลกู สรางที่ใชประโยชนเ ปนทอี่ ยูอาศัยใหม อี ัตราภาษีไมเ กินรอ ยละศูนยจดุ สามของฐานภาษี (๓)ท่ดี ินหรือส่งิ ปลกู สรา งทใี่ ชป ระโยชนอ นื่ นอกจาก(๑)หรอื (๒)ใหมอี ัตราภาษีไมเกินรอยละหนึ่งจุดสองของฐานภาษี (๔) ทด่ี นิ หรือส่งิ ปลูกสรางที่ทงิ้ ไววางเปลาหรือไมไดท ำประโยชนตามควรแกสภาพ ใหมีอัตราภาษีไมเกิน รอยละหนึ่งจดุ สองของฐานภาษี การใชประโยชนในการประกอบเกษตรกรรมตาม (๑) ตองเปนการทำนา ทำไร ทำสวน เลี้ยงสัตว เลี้ยงสัตวน้ำ และกิจการอื่นตามหลักเกณฑที่รัฐมนตรีวาการกระทรวงการคลังและรัฐมนตรีวาการ กระทรวงมหาดไทยรวมกันประกาศกำหนด ทั้งนี้ ในการจัดทำประกาศดังกลาวใหนำความเห็นของ รัฐมนตรวี าการกระทรวงเกษตรและสหกรณมาประกอบการพิจารณาดว ย การใชประโยชนเ ปนท่ีอยอู าศัยตาม (๒) ใหเปนไปตามหลักเกณฑท่รี ฐั มนตรวี าการกระทรวงการคลังและ รฐั มนตรีวาการกระทรวงมหาดไทยรว มกันประกาศกำหนด ที่ดินหรือสิ่งปลูกสรางที่ทิ้งไววางเปลาหรือไมไดทำประโยชนตามควรแกสภาพตาม (๔) ใหเปนไป ตามหลกั เกณฑท ี่กำหนดในกฎกระทรวง อัตราภาษีที่ใชจัดเก็บตามวรรคหนึ่ง ใหตราเปนพระราชกฤษฎีกา โดยจะกำหนดเปนอัตราเดียวหรือ หลายอัตราแยกตามมูลคาของที่ดินหรือสิ่งปลูกสรางก็ได ทั้งนี้ ตองไมเกินอัตราภาษีที่กำหนดตามวรรคหนึ่ง และจะกำหนดแยกตามประเภทการใชประโยชนหรอื ตามเงื่อนไขในแตล ะประเภทการใชป ระโยชนก ็ได ในกรณีที่องคกรปกครองสวนทองถิ่นใดมีความประสงคที่จะจัดเก็บภาษีในอัตราที่สูงกวาอัตราภาษี ที่กำหนดโดยพระราชกฤษฎีกาตามวรรคหา ใหมีอำนาจตราขอบัญญัติทองถิ่นกำหนดอัตราภาษีที่ใชจัดเก็บ ภายในเขตองคกรปกครองสว นทองถน่ิ นน้ั ได แตต องไมเ กินอัตราท่ีกำหนดในวรรคหนง่ึ ในการตราขอบัญญัติทองถิ่นขององคกรปกครองสวนทองถิ่นตามวรรคหก ยกเวนกรุงเทพมหานคร กอนการลงนามใชบังคับขอบัญญัติทองถิ่นตามที่บัญญัติไวในกฎหมายวาดวยการจัดตั้งองคกรปกครอง สวนทองถิ่น ใหผูบริหารทองถิ่นเสนออัตราภาษีตามรางขอบัญญัติทองถิ่นใหคณะกรรมการภาษีที่ดินและ สิ่งปลูกสรางประจำจังหวัดใหความเห็นชอบกอน เมื่อคณะกรรมการภาษีที่ดินและสิ่งปลูกสรางประจำจังหวัด เห็นชอบกับอัตราภาษีตามรางขอบัญญัติทองถิ่นดังกลาวแลว ใหผูบริหารทองถิ่นลงนามใชบังคับขอบัญญัติ ทองถ่ินตอไปได ในกรณีที่คณะกรรมการภาษีที่ดินและสิ่งปลูกสรางประจำจังหวัดไมเห็นชอบกับอัตราภาษีตาม รางขอบัญญัติทองถิ่นดังกลาว ใหสงความเห็นเกี่ยวกับอัตราภาษีคืนผูบริหารทองถิ่นเพื่อเสนอสภาทองถ่ิน ดำเนินการแกไขอัตราภาษีตามความเห็นของคณะกรรมการภาษีที่ดินและส่ิงปลูกสรางประจำจังหวัด หรือพิจารณายืนยันดวยคะแนนเสียงไมนอยกวาสองในสามใหแลวเสร็จภายในสามสิบวันนับแตวันที่ไดรับ ความเห็นเกี่ยวกับอัตราภาษีคืนจากคณะกรรมการภาษีที่ดินและสิ่งปลูกสรางประจำจังหวัด หากสภาทองถ่ิน ดำเนินการแกไขไมแลวเสร็จหรือสภาทองถิ่นพิจารณายืนยันดวยคะแนนเสียงนอยกวาสองในสามของจำนวน สมาชกิ สภาทองถิน่ ทั้งหมดเทาท่ีมีอยู ใหร างขอ บัญญัติทองถน่ิ น้ันตกไป /ในแตละป. ..
- 28 - ในแตล ะป ใหองคกรปกครองสว นทองถ่ินแจงการประเมินภาษี โดยสง แบบประเมนิ ภาษีใหแกผูเสียภาษี ตามมาตรา ๙ ภายในเดอื นกุมภาพนั ธ ใหผเู สียภาษีชำระภาษีตามแบบแจงการประเมินภาษีภายในเดือนเมษายน ของทกุ ป ภาษีทม่ี ิไดช ำระภายในเวลาท่กี ำหนด ใหถอื เปน ภาษีคางชำระ ในกรณีที่ผูเสียภาษีมิไดชำระภาษีภายในเวลาที่กำหนด ใหเสียเบี้ยปรับรอยละสี่สิบของจำนวนภาษี คางชำระ เวนแตผูเสียภาษีไดชำระภาษีกอ นจะไดรับหนงั สอื แจงเตือนตามมาตรา ๖๑ ใหเสียเบี้ยปรับรอยละสบิ ของจำนวนภาษีคางชำระ ในกรณีที่ผูเสียภาษีมิไดชำระภาษีภายในเวลาที่กำหนด แตตอมาไดชำระภาษี ภายในเวลาที่กำหนดไวในหนังสือแจงเตือนตามมาตรา ๖๑ ใหเสยี เบ้ียปรบั รอยละย่สี ิบของจำนวนภาษีคางชำระ ผเู สียภาษผี ใู ดมิไดชำระภาษีภายในเวลาที่กำหนด ใหเ สียเงินเพ่ิมอกี รอ ยละหนึง่ ตอเดือนของจำนวนภาษีคางชำระ เศษของเดอื นใหนับเปน หนง่ึ เดอื น ท้งั น้ี มิใหน ำเบ้ยี ปรบั มารวมคำนวณเพอ่ื เสียเงินเพิม่ ดวย ผูเสียภาษีผูใดไดรับแจงการประเมินภาษีตามมาตรา ๔๔ หรือมาตรา ๕๓ หรือการเรียกเก็บภาษี ตามมาตรา ๖๑ แลวเห็นวา การประเมินภาษีหรือการเรียกเก็บภาษีนั้นไมถูกตอง ใหมีสิทธิคัดคานและขอให ผูบริหารทองถิ่นพิจารณาทบทวนการประเมินหรือการเรียกเก็บภาษีได โดยใหยื่นคำรองตอผูบริหารทองถิ่น ตามแบบที่รัฐมนตรีวาการกระทรวงมหาดไทยประกาศกำหนด ทั้งนี้ ภายในสามสิบวันนับแตวันที่ไดรับแจง การประเมินภาษีหรือการเรยี กเกบ็ ภาษี แลวแตกรณี ผูบรหิ ารทอ งถ่ินตองพจิ ารณาคำรอ งของผูเสยี ภาษตี ามวรรค หนึ่งใหแลวเสร็จภายในหกสิบวันนับแตวันที่ไดรับคำรองดังกลาว และแจงคำสั่งพรอมดวยเหตุผลเปนหนังสือ ไปยังผูเสียภาษีโดยไมชักชา กรณีที่ผูบริหารทองถิ่นพิจารณาคำรองของผูเสียภาษีไมแลวเสร็จภายในระยะเวลา ดังกลาว ใหถือวาผูบริหารทองถิ่นเห็นชอบกับคำรองของผูเสียภาษี ในกรณีที่ผูบริหารทองถิ่นพิจารณาเห็นชอบ กับคำรอ งของผเู สียภาษี ใหแ จง จำนวนภาษีทจี่ ะตองเสียเปนหนังสือไปยังผูเสยี ภาษี และใหผูเสียภาษีมารับชำระ ภาษีคืนภายในสิบหาวันนับแตวันที่ไดรับหนังสือแจงดังกลาว ในกรณีที่ผูบริหารทองถิ่นพิจารณาไมเห็นชอบกับ คำรองของผูเสียภาษี ใหผูเสียภาษนี ั้นมีสิทธิอุทธรณตอคณะกรรมการพิจารณาอุทธรณการประเมนิ ภาษี โดยย่ืน อุทธรณตอผูบริหารทองถิ่นภายในสามสิบวันนับแตวันที่ไดรับหนังสือแจง และใหผูบริหารทองถิ่นสงคำอุทธรณ ไปยงั คณะกรรมการพิจารณาอุทธรณการประเมนิ ภาษภี ายในสิบหาวนั นบั แตว ันที่ไดรับคำอทุ ธรณดงั กลา ว • พระราชบญั ญัติรักษาความสะอาดและความเปน ระเบยี บเรียบรอยของบา นเมอื ง พ.ศ. ๒๕๓๕ “ที่สาธารณะ” หมายความวา สาธารณสมบัติของแผนดินนอกจากที่รกรางวางเปลา และหมายความ รวมถงึ ถนนและทางน้ำดวย “สถานสาธารณะ” หมายความวา สถานที่ที่จัดไวเปนสาธารณะสำหรับประชาชนใชเพื่อการบันเทิง การพกั ผอนหยอนใจ หรือการชมุ นมุ “ถนน” หมายความรวมถึง ทางเดินรถ ทางเทา ขอบทาง ไหลทาง ทางขามตามกฎหมายวาดวย การจราจรทางบก ตรอก ซอย สะพาน หรือถนนสว นบุคคล ซึง่ เจา ของยินยอมใหป ระชาชนใชเปน ทางสญั จรได “ทางน้ำ” หมายความวา ทะเล ทะเลสาบ หาดทรายชายทะเล อางเก็บน้ำ แมน้ำ หวย หนอง คลอง คนั คลอง บึง คู ลำราง และหมายความรวมถึงทอระบายนำ้ ดวย /”อาคาร”...
- 29 - “อาคาร” หมายความวา ตกึ บาน เรือน โรง ราน เรอื แพ ตลาด คลงั สินคา สำนกั งาน หรือส่ิงปลกู สราง อยางอ่ืนซึ่งบุคคลอาจเขาอยหู รือเขาใชสอยได และหมายความรวมถึงอฒั จันทร เขอ่ื น ประตนู ้ำ อโุ มงค หรือปาย ตามกฎหมายวาดว ยการควบคุมอาคารดว ย “สิ่งปฏกิ ูล”หมายความวา อจุ จาระหรือปส สาวะรวมตลอดถงึ วตั ถุอน่ื ใดซึง่ เปน ของโสโครกหรือมีกล่ินเหมน็ “มูลฝอย” หมายความวา เศษกระดาษ เศษผา เศษอาหาร เศษสินคา ถุงพลาสติก ภาชนะที่ใสอาหาร เถา มูลสตั ว หรอื ซากสัตว รวมตลอดถงึ สิ่งอ่นื ใดที่เกบ็ กวาดจากถนน ตลาด ท่เี ล้ยี งสัตวห รอื ทีอ่ ืน่ เจาของหรือผูครอบครองอาคาร หรือบริเวณของอาคารที่อยูติดกับทางเทา มีหนาที่ดูแลรักษา ความสะอาดทางเทาที่อยูติดกับอาคารหรือบริเวณของอาคาร ในกรณที เ่ี ปน ตลาดไมวาจะเปนตลาดท่ีขายอาหาร หรือสนิ คา ประจำทุกวันหรือเฉพาะคราว ใหเจา ของตลาดมหี นาท่ีดูแลรกั ษาความสะอาดทางเทาทอี่ ยูติดกับตลาด และใหผูครอบครองสวนหนึ่งสวนใดของตลาดมีหนาที่รักษาความสะอาดบริเวณตลาดที่ตนครอบครอง ในการ รักษาความสะอาดตามมาตรานี้เจาของหรือผูครอบครองอาคารหรือบริเวณของอาคาร เจาของตลาดหรือ ผูครอบครองสวนหนึ่งสวนใดของตลาดจะมอบหมายใหค นหนึ่งคนใดหรือหลายคนเปนผูมีหนาทีด่ ูแลรักษาความ สะอาดแทนตนก็ได และใหผูไดรับมอบหมายมีหนาที่และความรับผิดแทนผูมอบหมาย ในกรณีที่มีการฝาฝน หรือไมปฏิบัติตามมาตรานี้และพนักงานเจาหนาที่ไมอาจหาตัวผูรับมอบหมายได ใหถือวาไมมีการมอบหมาย และใหเจาของหรือผูครอบครองอาคารหรือบริเวณของอาคารเจาของตลาดหรือผูครอบครองสวนหนึ่งสวนใด ของตลาดเปนผูรับผิดในการฝา ฝน หรือไมป ฏิบัติตามมาตราน้ี เจาของรานจำหนายอาหารและหรือเครื่องดื่มซึ่งจัดสถานที่ไวสำหรับบริการลูกคาไดในขณะเดียวกัน ไมต่ำกวายี่สิบคน ตองจัดใหมีสวมที่ตองดวยสุขลักษณะตามที่กำหนดในกฎกระทรวง เพื่อใหลูกคาใชในระหวาง เปดทำการคา มิใหใชบังคับแกเ จา ของรานจำหนา ยอาหารและหรือเคร่ืองดืม่ ซึ่งจัดใหมีขึ้นในบริเวณงานเทศกาล หรอื งานใดเปนการเฉพาะคราว ผูใดประสงคจะดำเนินกิจการรับทำการเก็บ ขน กำจัด หรือหาประโยชนจากการจัดการสิ่งปฏิกูลและมูลฝอย โดยทำ เปนธุรกิจหรือโดยไดรับประโยชนตอบแทนดวยการคิดคาบริการตองไดรับใบอนุญาตจากเจาพนักงานทองถ่ิน ทั้งนี้ การขอรับใบอนุญาต การออกใบอนุญาต การตออายุใบอนุญาต การขอรับใบแทนใบอนุญาต และการออก ใบแทนใบอนญุ าต ใหเ ปน ไปตามหลักเกณฑแ ละวิธีการท่ีกำหนดในขอกำหนดของทองถ่ิน ใบอนุญาตท่ีออกใหต ามวรรคหนึ่งใหม อี ายุดงั ตอไปน้ี (๑) ใบอนุญาตการรับทำการเก็บและขนสิง่ ปฏิกลู และมลู ฝอยใหมอี ายุหน่ึงปน บั แตว นั ที่ออกใบอนญุ าต (๒) ใบอนุญาตการกำจดั ส่งิ ปฏกิ ูลและมูลฝอยใหม ีอายุหา ปนับแตว นั ท่ีออกใบอนุญาต (๓) ใบอนุญาตการหาประโยชนจากการจัดการสิ่งปฏิกูลและมูลฝอยใหมีอายุหาปนับแตวันที่ออก ใบอนญุ าต ผูใดไดรับใบอนุญาตตามวรรคหนง่ึ แลว ใหถ อื วา ไดร บั อนญุ าตตามกฎหมายวาดว ยการสาธารณสุขแลว ใหเปนหนาที่ของกรมสงเสริมการปกครองทองถิ่นที่จะเสนอแนะ แนะนำ และชวยเหลือราชการสวน ทองถ่นิ ในการจัดทำแผนงานโครงการในการจัดการส่ิงปฏิกูลและมูลฝอย ซงึ่ ตองสอดคลองกับแผนพัฒนาจังหวัด และในกรณีที่มีความจำเปนตองไดรับการอุดหนุนจากงบประมาณแผนดิน ใหกรมสงเสริมการปกครองทองถิ่น เสนอความเห็นในการขอจัดต้งั งบประมาณเพือ่ ประกอบการพจิ ารณาของคณะรัฐมนตรดี ว ย /ใหรัฐมนตรี...
- 30 - ใหรัฐมนตรีวาการกระทรวงมหาดไทยตั้งคณะกรรมการกลางเพื่อใหค ำแนะนำและกำกับการดำเนินการ ของราชการสวนทองถิ่นในการดำเนินโครงการตามวรรคหนึ่งและวรรคสอง โดยคณะกรรมการดังกลาว ตองประกอบดวยผูแทนกรมควบคุมมลพิษ ผูแทนกรมโยธาธิการและผังเมือง ผูแทนกรมโรงงานอุตสาหกรรม ผูแทนกรมสงเสริมการปกครองทองถิ่น ผูแทนกรมสงเสริมคุณภาพสิ่งแวดลอม และผูแทนกรมอนามัย ในการนี้ จะตั้งผแู ทนจากหนวยงานอน่ื ทีเ่ กี่ยวของดว ยกไ็ ด ใหผูวาราชการจังหวัดแตงตั้งคณะกรรมการในระดับจังหวัด เพ่ือใหคำแนะนำและกำกับการดำเนินการ ของราชการสวนทองถิ่นในการดำเนินโครงการตามวรรคหนึ่งและวรรคสอง ตามที่รัฐมนตรีวาการ กระทรวงมหาดไทยมอบหมาย นอกจากอำนาจหนา ทีท่ ่ีไดบ ัญญัติไวในพระราชบัญญตั ินี้ ใหเ จาพนักงานทองถนิ่ และพนักงานเจาหนาที่มี อำนาจหนาที่ ดังตอ ไปนี้ (๑) โฆษณาใหประชาชนไดทราบถงึ หนาที่ทจี่ ะตอ งปฏิบัติตามพระราชบญั ญตั นิ ้ี (๒) สอดสองและกวดขนั ไมใ หม กี ารฝา ฝน พระราชบญั ญตั ินโ้ี ดยเครง ครัด (๓) ตักเตือนผูกระทำความผิดหรือสั่งใหผูกระทำความผิดแกไขหรือขจัดความสกปรก หรือความไมเปน ระเบียบหรอื ความไมเ รยี บรอยใหหมดไป (๔) จบั กุมผกู ระทำความผิดซง่ึ ไมเชอื่ ฟง คำตกั เตอื นและดำเนินคดีตามพระราชบัญญตั ินี้ • ระเบียบกระทรวงมหาดไทย วาดวยคาใชจายเพื่อชวยเหลือประชาชนตามอำนาจหนา ที่ขององคกร ปกครองสวนทอ งถนิ่ พ.ศ. ๒๕๖๐ กรณีเกิดสาธารณภัยในพื้นที่ขององคกรปกครองสวนทองถิ่น ไมวาจะมีการประกาศเขตการใหความ ชวยเหลือผูประสบภัยพิบัติกรณีฉุกเฉินหรือไมก็ตาม องคกรปกครองสวนทองถิ่นสามารถด าเนินการชวยเหลือ ประชาชนในเบื้องตน โดยฉับพลันทันที เพื่อการดำรงชีพ หรือบรรเทาความเดือดรอนเฉพาะหนา หรือระงับ สาธารณภัย หรือเพื่อคุมครองชีวติ และทรพั ยส นิ หรอื ปองกันภยันตรายทจี่ ะเกิดแกประชาชน ไดต ามความจำเปน ภายใตขอบอำนาจหนาที่ตามกฎหมาย โดยไมตองเสนอคณะกรรมการพจิ ารณา ในกรณีการชวยเหลือประชาชน เพื่อเยียวยาและฟนฟูหลังเกิดสาธารณภัย หรือการสงเสริมและพัฒนาคุณภาพชีวิต หรือการปองกันและระงับ โรคตดิ ตอ หรือการชวยเหลอื เกษตรกรผมู ีรายไดน อ ยใหเ สนอคณะกรรมการใหความเหน็ ชอบกอน กรณีมีความจำเปนตองใหค วามชวยเหลือประชาชนเพอ่ื เยยี วยาหรือฟนฟหู ลงั เกดิ สาธารณภัย ใหองคกร ปกครองสว นทองถน่ิ ดำเนินการ ดังน้ี (๑) กรณมี กี ารประกาศเขตการใหค วามชวยเหลือผปู ระสบภัยพิบัติกรณีฉุกเฉนิ ในพน้ื ที่เกิดภยั ใหรายงาน อำเภอ หรือจังหวัด หรือหนวยงานที่เกี่ยวของ เพื่อพิจารณานำเงินทดรองราชการเพื่อการชวยเหลือผูประสบ ภัยพิบตั ิ ใหค วามชว ยเหลือผปู ระสบภัย (๒) กรณีมิไดประกาศเขตการใหความชวยเหลือผูประสบภัยพิบัติกรณีฉุกเฉินในพื้นที่เกิดภัย ในการ ชวยเหลือประชาชน ใหองคกรปกครองสวนทองถิ่นเสนอคณะกรรมการพิจารณาใหความชวยเหลือ ทั้งนี้ ไมเกิน หลกั เกณฑท่กี ำหนดในระเบยี บนี้ /การชว ยเหลอื ...
- 31 - การชว ยเหลอื ประชาชน ใหป ฏบิ ตั ติ ามหลกั เกณฑ วิธีการ เง่อื นไขทกี่ ำหนดไวในระเบียบน้ี ดังตอ ไปน้ี (๑) การชวยเหลือผูประสบสาธารณภัย หรือภัยพิบัติฉุกเฉิน ใหองคกรปกครองสวนทองถิ่นพิจารณา ใชจ ายงบประมาณชวยเหลือประชาชนตามหลกั เกณฑข องกระทรวงการคลัง โดยอนโุ ลม (๒) การชวยเหลือดานการสงเสริมและพัฒนาคุณภาพชีวิต ใหองคกรปกครองสวนทองถิ่นพิจารณา ใชจา ยงบประมาณชวยเหลือประชาชน ตามหลกั เกณฑท ีก่ ระทรวงมหาดไทยกำหนดหรือหลกั เกณฑของกระทรวง การพฒั นาสังคมและความมนั่ คงของมนษุ ยโ ดยอนุโลม (๓) การชวยเหลือประชาชนดานการปองกันและระงับโรคติดตอใหองคกรปกครองสว นทองถิ่นพิจารณา ใชจ า ยงบประมาณชว ยเหลอื ประชาชนตามหลักเกณฑของกระทรวงสาธารณสุข โดยอนโุ ลม (๔) การชวยเหลือเกษตรกรผูมีรายไดนอย ใหองคกรปกครองสวนทองถิ่นพิจารณาใชจายงบประมาณ ชว ยเหลอื ประชาชน ตามหลักเกณฑข องกระทรวงเกษตรและสหกรณโ ดยอนโุ ลม • กฎหมายอนื่ ทเ่ี กยี่ วขอ งกับการปฏิบัตงิ านขององคกรปกครองสวนทองถ่นิ ระเบียบกระทรวงมหาดไทย วาดวยเงินอุดหนุนขององคกรปกครองสวนทองถิ่น พ.ศ. ๒๕๕๙ องคกร ปกครองสวนทองถ่ินอาจตง้ั งบประมาณใหเงินอุดหนนุ หนว ยงานท่ีขอรบั เงินอดุ หนุนไดไมเ กินอัตราสวนของรายได จริงในปงบประมาณทีผ่ านมาโดยไมรวมเงินอุดหนุนที่รฐั จัดสรรใหด งั น้ี (๑) องคการบริหารสวนจังหวดั ไมเกนิ รอ ยละ ๑๐ (๒) เทศบาลนคร ไมเ กนิ รอ ยละ ๒ (๓) เทศบาลเมืองและเทศบาลตำบล ไมเ กนิ รอยละ ๓ (๔) องคก ารบริหารสว นตำบล ไมเ กนิ รอยละ ๕ กรณีองคกรปกครองสวนทอ งถิ่นใดจะตั้งงบประมาณใหเ งนิ อุดหนนุ เกนิ อัตราตามวรรคหน่ึงใหขออนมุ ัติ จากผูวาราชการจังหวัดเปนรายกรณีกอนการตั้งงบประมาณ โดยสวนที่เกินจะตองไมเกิน ๑ เทาของอัตราสวน ตามวรรคหนึง่ และใหระบุเหตผุ ลความจําเปนและประโยชนท ่ีประชาชนจะไดร บั เพ่ือประกอบการพิจารณา ประกาศคณะกรรมการมาตรฐานการบริหารงานบุคคลสวนทองถิ่นเรื่อง กำหนดมาตรฐานกลางการบริหารงานบุคคล สว นทอ งถ่นิ (ฉบับที่ ๔)การกำหนดตำแหนงพนักงานสว นทอ งถ่ินใหม ี ๔ประเภทดังตอ ไปน้ี (๑) ตำแหนงประเภทบริหาร ไดแก ตำแหนงปลัดองคกรปกครองสวนทองถิ่นและรองปลัดองคกร ปกครองสวนทองถิ่น หรือตำแหนงที่เรียกชื่ออยางอื่น ตามที่คณะกรรมการกลางขาราชการหรือพนักงาน สวนทอ งถน่ิ กำหนด (๒) ตำแหนงประเภทอํานวยการ ไดแก ตำแหนงหัวหนาหนวยงานระดับฝาย ระดับสวนระดับกอง ระดับสำนักในองคกรปกครองสวนทองถิ่น หรือตำแหนงระดับที่เรียกชื่ออยางอื่น ตามที่คณะกรรมการกลาง ขาราชการหรือพนักงานสวนทองถ่ินกำหนด (๓) ตำแหนงประเภทวิชาการ ไดแก ตำแหนงที่จำเปนตองใชผูสำเร็จการศึกษาระดับปริญญา ตามมาตรฐานทั่วไปที่คณะกรรมการกลางขาราชการหรือพนักงานสวนทองถิ่นกำหนด เพื่อปฏิบัติงานในหนาที่ ของตำแหนงนนั้ (๔) ตำแหนง ประเภททว่ั ไป ไดแ ก ตำแหนงที่ไมใชตำแหนง ประเภทบริหาร ตำแหนงประเภทอำนวยการ และตำแหนงประเภทวิชาการ ตามมาตรฐานทั่วไปที่คณะกรรมการกลางขาราชการหรือพนักงานสวนทองถ่ิน กำหนด เพอื่ ปฏบิ ัตงิ านในหนา ที่ของตำแหนง นน้ั 2. ความรูดาน...
- 32 - ๒. ความรดู า นการบรหิ าร • ยุทธศาสตรช าติ ๒๐ ป เปาหมาย คือ “ประเทศชาติมั่งคง ประชาชนมีความสุข เศรษฐกิจพัฒนาอยางตอเนื่อง สังคมเปนธรรม ฐานทรพั ยากรธรรมชาตยิ ั่งยืน” มยี ทุ ธศาสตร ๖ ดาน ๑) ยุทธศาสตรด านความมัน่ คง ๒) ยทุ ธศาสตรดานการสรางความสามารถในการแขง ขนั ๓) ยทุ ธศาสตรดานการพัฒนาศกั ยภาพมนษุ ย ๔) ยุทธศาสตรดา นความเสมอภาคในสงั คม ๕) ยทุ ธศาสตรด า นการเตบิ โตท่เี ปน มติ รกบั สง่ิ แวดลอ ม ๖) ยทุ ธศาสตรด านการพัฒนาระบบบรหิ ารจัดการภาครัฐ • รา งแผนพฒั นาเศรษฐกจิ และสงั คมแหง ชาตฉิ บับท่ี ๑๓ (พ.ศ. ๒๕๖๖ – ๒๕๗๐) หลกั การสำคญั ของแผนประกอบดวย ๑. หลักปรชั ญาของเศรษฐกจิ พอเพยี ง ๒. แนวคิด Resilience เปนแนวคิดที่มุงเนนการลดความเปราะบางตอความเปลี่ยนแปลง อันประกอบดว ยการพัฒนาความสามารถใน ๓ ระดบั ไดแก (๑) การพรอมรับ (Cope) (๒) การปรบั ตัว (Adapt) และ (๓) การเปลย่ี นแปลงเพอ่ื พรอมเติบโตอยา งยัง่ ยนื (Transform) ๓. เปาหมายการพัฒนาอยางยั่งยนื เปาหมายการพัฒนาอยางยั่งยืนของสหประชาชาติซึ่งอยูบนพื้นฐาน ของแนวคดิ “ไมท งิ้ ใครไวขางหลงั ” ๔. โมเดลเศรษฐกิจ BCG มีหมดุ หมาย ๑๓ ประการ แบงออกไดเปน ๔ มติ ิ • แผนแมบทและแผนปฏริ ูปประเทศ แผนแมบ ทจัดทำขน้ึ ภายใตยทุ ธศาสตรชาติ ๒๐ ป เม่ือประกาศใชย ุทธศาสตรช าติแลว ใหคณะกรรมการ จัดทำยุทธศาสตรชาติแตละดานจัดทำแผนแมบ ทเพือ่ ใหบ รรลุเปาหมายตามที่กำหนดในยุทธศาสตรชาติ มีทั้งสิน้ ๒๓ ดาน จดั ทำโดยคณะกรรมการปฏิรปู ประเทศ มี ๑๓ ดาน ดังนี้ ๑. ดา นการเมือง ๒. ดา นการบริหารราชการแผน ดนิ ๓. ดานกฎหมาย ๔. ดานกระบวนการยตุ ิธรรม ๕. ดานเศรษฐกิจ /6. ดา นสงั คม...
- 33 - ๖. ดานสงั คม ๗. ดา นพลงั งาน ๘. ดา นทรพั ยากรธรรมชาติและสง่ิ แวดลอม ๙. ดา นสาธารณสุข ๑๐. ดานส่อื สารมวลชน ๑๑. ดา นการปองกนั และปราบปรามการทุจริตและประพฤตมิ ชิ อบ ๑๒. ดา นการศกึ ษา ๑๓. ดานวัฒนธรรม กฬี า แรงงาน และการพฒั นาทรัพยากร • นโยบายไทยแลนด ๔.๐ นโยบายประชารัฐ นโยบายไทยนิยมยั่งยืน และนโยบาย BCG Economy Model ประเทศไทย ๑.๐ ขบั เคลื่อนเศรษฐกจิ ของประเทศดว ย เกษตรกรรม ประเทศไทย ๒.๐ ขบั เคลื่อนเศรษฐกจิ ของประเทศดว ย อุตสาหกรรมเบา (ไมส ลับซับซอน) ประเทศไทย ๓.๐ ขับเคลอ่ื นเศรษฐกิจของประเทศดว ย อตุ สาหกรรมหนกั (สลับซบั ซอน) ประเทศไทย ๔.๐ ขับเคลือ่ นเศรษฐกิจของประเทศดวย นวัตกรรม BCG Economy Model คือ ขับเคลื่อนการพัฒนาเศรษฐกิจชีวภาพ เศรษฐกิจหมุนเวียน เศรษฐกิจ สีเขียวเปนแนวคิดการพัฒนาเศรษฐกิจใน ๒ รูปแบบควบคูกัน ไดแก เศรษฐกิจชีวภาพ (Bioeconomy) เศรษฐกิจหมุนเวียน (Circular Economy) และเศรษฐกจิ สเี ขียว (Green Economy) • ปรัชญาเศรษฐกจิ พอเพียง ทฤษฎีใหม ศาสตรพ ระราชา และโคกหนองนาโมเดล เศรษฐกิจพอเพยี งประกอบดว ย ๓ หว ง ๒ เงื่อนไข ดงั น้ี ๓ หวง ประกอบดวย ๑. ความพอประมาณ หมายถึง ความพอดที ี่ไมนอ ยเกินไปไมม ากเกนิ ไป ๒. มีเหตผุ ล หมายถงึ การตดั สินใจเก่ียวกับระดับความพอเพยี งน้นั ตองเปน ไปอยา งมีเหตุผล ๓. มภี มู ิคุมกนั หมายถงึ การเตรยี มตัวใหพรอมรับผลกระทบและการเปล่ียนแปลงตาง ๆ ๒ เงื่อนไข ประกอบดวย ๑. เง่อื นไขความรู ประกอบดวย ความรอบรูในวิชาการอยา งรอบดา น และความรอบคอบ ๒. เงื่อนไขคุณธรรม ประกอบดวย ความซื่อสัตยสุจริต มีความอดทนและความเพียร ใชส ตปิ ญ ญาดำเนินชีวติ หลักการสำคัญของทฤษฎีใหม เปนแนวคิดที่นําปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงมาประยุกตใชอยางเปน รูปธรรม เพื่อชวยเหลือเกษตรกรที่ประสบปญหาทั้งภัยธรรมชาติและปญหาที่เกิดจากปจจัยภายนอกซึ่งกระทบ ตอการทำเกษตร โดยเฉพาะปญหาการขาดแคลนนำ้ มี ๓ ข้ันตอน ดงั นี้ ๑. ทฤษฎีใหมข นั้ ตน (พึ่งพาตนเอง) ๒. ทฤษฎีใหมข้นั ที่สอง (พึ่งพากันเอง) ๓. ทฤษฎีใหมข ั้นที่สาม (รวมพลงั ไปสภู ายนอก) /ใหร ฐั มนตร.ี ..
- 34 - หลักการสำคัญของศาสตรพระราชา ศาสตรพระราชา คือ แนวทางการพัฒนาของในหลวงรัชกาลที่ ๙ มวี ิธีการหรอื หลกั การทำงาน คือ “เขาใจ เขา ถงึ พัฒนา” มแี นวคดิ คือ “จากนภา ผานภูผา สมู หานที” โคก หนอง นา โมเดล” เปนการบริหารจัดการพื้นที่ เพื่อแกไขปญหาเรื่องการจัดการน้ำ ที่สถาบัน เศรษฐกิจพอเพียงและมูลนิธิกสิกรรมธรรมชาติไดนอมนําพระราชดํารัสในพระบาทสมเด็จพระปรมินทร มหาภมู พิ ลอดลุ ยเดช รชั กาลท่ี ๙ การออกแบบพื้นที่ โคก หนอง นา โมเดล จะคำนึงถึง “ภูมิสังคม” เปนสำคัญ คำวา “ภูมิ” คือ สภาพทางกายภาพ เชน สภาพดิน น้ำ ลม สวนคําวา “สังคม” คือ วัฒนธรรม ความเชื่อ ภูมิปญญาดั้งเดิมที่อยูในพื้นที่นั้น ซึ่งในการออกแบบจะใหความสำคัญกับ “สังคม” มากกวา “ภูมิ” คือตอง ออกแบบตามสังคมและวัฒนธรรมของคนที่อยู แมวาภูมิประเทศจะเหมือนกันก็ตาม ดังนั้น หากสังคมตางกัน การออกแบบกจ็ ะตางกนั โดยสิ้นเชิง • แผนการศกึ ษาแหงชาติ มเี ปา หมาย ๒ ดา น คอื ๑. เปาหมายดา นผเู รยี น มุงใหผเู รียนทุกคนมคี ุณลักษณะและทักษะการเรียนรใู นศตวรรษที่ ๒๑ ๑) ๓RS ไดแก - อา นออก - เขียนได - คดิ เลขเปน ๒) ๘CS - ดา นการคิดอยางมีวจิ ารณญาณ และทกั ษะในการแกไขปญ หา - ดา นการสรางสรรคและนวัตกรรม - ดา นความเขาใจตางวฒั นธรรม - ดานความรว มมือ การทำงานเปนทีม และภาวะผนู ํา - ดานการสอ่ื สาร - ดานคอมพวิ เตอร และเทคโนโลยสี ารสนเทศ - ดา นอาชีพ - ดานคุณธรรมและจริยธรรม ๒. เปา หมายการจัดการศึกษา STEM Education คอื การสอนแบบบูรณาการขา มกลุมสาระวิชาระหวางศาสตรส าขาตาง ๆ ไดแ ก - วทิ ยาศาสตร (Science) - เทคโนโลยี (Technology) - วิศวกรรมศาสตร (Engineer) - คณติ ศาสตร (Mathematics) /การบรหิ ารงาน...
- 35 - • การบริหารงานภาครัฐแนวใหม (New Public Management) คณะกรรมการพัฒนาระบบราชการ (ก.พ.ร.) ไดกำหนดกรอบการปรับเปลี่ยนกระบวนทัศน วัฒนธรรม คานิยมของระบบราชการและพฒั นาขา ราชการ โดยมคี ณุ ลกั ษณะท่พี ึงประสงค คอื “I AM READY” Integrity = ทำงานอยางมศี ักดศ์ิ รี Activeness = ขยันตง้ั ใจทำงาน เชิงรุก Morality = มีศลี ธรรม คณุ ธรรม Relevancy = รูท ันโลก, ปรับตวั ทนั โลก, ตรงกับสงั คม Efficiency = มงุ เนนประสทิ ธิภาพ Accountability = รบั ผิดชอบตอผลงานและสงั คม Democracy = มีใจและการกระทำเปน ประชาธปิ ไตย, มสี วนและโปรงใส Yield = มผี ลงาน มงุ เนนผลงาน • เกณฑค ณุ ภาพการบรหิ ารจดั การภาครฐั (PMQA) มอี งคประกอบ ๒ สว น ๗ หมวด ๑๐๕ คาํ ถาม ดงั น้ี สวนท่ีหนึง่ ลกั ษณะสำคัญขององคก ร (มี ๑๕ คําถาม) กลาวถงึ ภาพรวมของทางราชการ สว นที่สอง เกณฑคณุ ภาพการบรหิ ารจัดการภาครัฐ แบงเปน ๗ หมวด (๙๐ คําถาม) หมวดท่ี ๑ การนําองคการ หมวดท่ี ๒ การวางแผนเชงิ ยุทธศาสตร หมวดที่ ๓ การใหความสำคัญกับผูรับบรกิ ารและผมู สี วนไดเ สีย หมวดท่ี ๔ การวัด การวิเคราะหแ ละการจัดการความรู หมวดที่ ๕ การมงุ เนนบคุ ลากร หมวดท่ี ๖ การมงุ เนน ระบบปฏิบตั ิการ หมวดท่ี ๗ ผลลัพธการดำเนินการ • การบรหิ ารความเส่ยี ง (Risk Management) ประเภทความเส่ียง - ความเสี่ยงดา นกลยุทธ (Strategic Risk) - ความเส่ียงดา นการเงิน (Financial Risk) - ความเสี่ยงดา นการดาํ เนนิ งาน (Operational Risk) - ความเส่ียงดานการปฏิบัตใิ หส อดคลองกบั กฎระเบยี บหรือกฎหมายท่เี กยี่ วของ (Compliance Risk) การตอบสนองความเสี่ยง/การจัดการความเสีย่ ง - การยอมรับความเส่ยี ง (Take) - การลดความเสยี่ ง (Treat) - การโอนความเสยี่ ง (Transfer) - การยกเลิกความเสีย่ ง (Terminate) /การจัดองคก าร...
- 36 - • การจัดองคก าร (Organizing) หลักการจัดองคการ “OSCAR” เปนหลักในการจัดองคการที่ดีจะตองมีองคประกอบและแนวปฏิบัติ ดงั ตอ ไปนี้ - Objective หลักวัตถปุ ระสงค - Specialization หลักความรคู วามสามารถเฉพาะอยา ง - Coordination หลกั การประสานงาน - Authority หลกั ของอำนาจหนา ที่ - Responsibility หลักความรับผิดชอบ • การจัดการความรู (Knowledge Management: KM) กระบวนการจัดการความรู มี ๗ ขั้นตอน ดงั น้ี ๑. การบงชี้ความรู (Knowledge Identification) ๒. การสรางและแสวงหาความรู (Knowledge Creation and Acquisition) ๓. การจัดความรใู หเปนระบบ (Knowledge Organization) ๔. การประมวลและกลนั่ กรองความรู (Knowledge Codification and Refinement) ๕. การเขา ถึงความรู (Knowledge Access) ๖. การแบงปน แลกเปลย่ี นความรู (Knowledge Sharing) ๗. การเรยี นรู (Learning) • แนวคิดการบรหิ ารจัดการ - POSDCORB - POCCC - แนวคิด ๔M - วงจรบรหิ ารงานคุณภาพ (PDCA) • การวิเคราะหองคกร - SWOT Analysis เปนเครื่องมือในการประเมินสถานการณสำหรับการประกอบธุรกิจ ซึ่งชวยให ผูบริหารรูถึงจุดแข็งและจุดออนจากสภาพแวดลอมภายใน มองเห็นโอกาสและอุปสรรคจากสภาพแวดลอม ภายนอก ตลอดจนผลกระทบตอ การประกอบธุรกิจทกุ ประเภท - TOWS Matrix เปนเครื่องมือสำหรับการสรา งกลยุทธใ หมจากสภาพแวดลอมและสถานการณปจจุบนั ขององคกร ทม่ี กี ารตอยอดมาจาก SWOT Analysis -McKinsey7’s มีแนวคดิ วาประสทิ ธภิ าพขององคกรธุรกิจเกิดจากความสมั พนั ธข องปจ จัยภายในตางๆ - PESTEL Analysis s คอื การวเิ คราะหปจจยั ภายนอกท่ีอาจมีผลกระทบตอ องคกรในระยะยาว /การบริหาร...
- 37 - • การบริหารจดั การความขดั แยง และทฤษฎลี ำดับข้นั ความตองการของ Maslow ความขัดแยง แบงไดเปน ๖ ประเภท ดังน้ี ๑. ความขดั แยงภายในบุคคล ๒. ความขดั แยง ระหวา งบคุ คล ๓. ความขัดแยง ภายในกลมุ ๔. ความขดั แยง ระหวา งกลมุ ๕. ความขดั แยง ในองคก ร ๖. ความขดั แยงระหวา งองคกร ทฤษฎลี ำดบั ขั้นความตองการของ Maslow แบง ออกเปน ๕ ขน้ั คอื ขน้ั ท่ี ๑ ความตองการทางรา งกาย (physiological needs) ขัน้ ที่ ๒ ความตองการความปลอดภัยและมนั่ คง (security or safety needs) ขนั้ ที่ ๓ ความตอ งการความรักและความเปนเจา ของ (belonging and love needs) ขั้นท่ี ๔ ความตอ งการการยกยอง (esteem needs) ข้ันท่ี ๕ ความตองการความสำเร็จในชีวิต (self-actualization) • หลักการตดิ ตามและประเมนิ ผล (Monitoring & Evaluation) ขน้ั ตอนการติดตาม ๑. ศึกษาโครงการแผนงบประมาณ โครงการ กิจกรรม แผนปฏบิ ตั งิ าน และหนวยงานที่รบั ผดิ ชอบ ๒. ศึกษาความตองการของผใู ชขอ มลู ๓. จดั ทำระบบการติดตาม ๔. ตรวจสอบความถกู ตอ งและความเปน ไปไดข องขอ มูลในระบบ ๕. ประมวลและวเิ คราะหผ ลการปฏิบตั ิงาน ๖. จัดทำผลสรปุ การปฏบิ ตั ิงานเสนอผบู ริหาร ขัน้ ตอนการประเมนิ ผล ๑. ศึกษาความตองการของผใู ชข อมูล ๒. ศึกษารายละเอียดของโครงการ ๓. กำหนดวัตถปุ ระสงคและขอบเขตทีจ่ ะประเมนิ ๔. กำหนดตัวช้วี ดั และเกณฑท่ีใชตัดสินหรอื เปรียบเทยี บ ๕. กำหนดวธิ ีการเกบ็ รวบรวมขอมลู และวิธกี ารวเิ คราะหขอ มูล ๖. เกบ็ รวบรวมขอ มลู ตามวิธีการที่ไดกำหนดไว ๗. ประมวลผลวเิ คราะหขอ มลู และเปรยี บเทียบกับเกณฑเพ่ือแสดงผลลพั ธ /เปาหมายการ...
- 38 - • เปา หมายการพัฒนาทย่ี ่ังยนื (Sustainable Development Goals) จัดทำโดยองคการสหประชาชาติ (United Nation: UN) ซึ่งมีสมาชิกลงนาม ๑๙๓ ประเทศ มี ๑๗ เปาหมาย ๑๖๙ เปาประสงคมี ๑๗ เปาหมาย ๑๖๙ เปาประสงค และ ๒๓๐ ตัวชี้วัด เปนหลักการที่ใชพัฒนา ภายใน ๑๕ เร่มิ ต้งั แต พ.ศ. ๒๕๕๘ – ๒๕๗๓ หรอื ค.ศ. ๒๐๑๕ – ๒๐๓๐ • ความรูเทคโนโลยีสารสนเทศ คอมพิวเตอรป ระกอบดวยอุปกรณทีส่ ำคญั ๒ สว น ไดแก ๑.ฮารด แวร (Hardware) คอื ช้นิ สวนประกอบ ของเครื่องคอมพิวเตอรที่สามารถมองเห็นและสัมผัสได และ ๒. ซอรฟแวร (Software) คือ ชุดคำสั่งที่เขียนโดย โปรแกรมเมอรเพอื่ สง่ั ใหคอมพวิ เตอรทำงาน โดเมนเนม (Domain name) คือ ชื่อที่ใชในการอางอิงเพื่อไปยังเว็บไซตตางๆ ที่อยูบนเครือขาย อนิ เตอรเ น็ต ระบบสารสนเทศสามารถจำแนกไดตามลกั ษณะการดำเนินงาน ดังนี้ ๑. ระบบสารสนเทศแบบประมวลรายการ (Transaction Processing Systems: TPS) ๒. ระบบสารสนเทศเพ่ือการจดั การ (Management Information System: MIS) ๓. ระบบสนับสนนุ การตดั สินใจ (Decision Support System: DSS) ๔. ระบบสารสนเทศเพือ่ ผูบ ริหาร (Executive Information System: EIS) ๕. ระบบปญ ญาประดิษฐ (Artificial Intelligence: AI) ๖. ระบบสำนกั งานอัตโนมัติ (Office Automation System: OAS) • ความรูเรื่องสถานการณภ ายนอกและผลกระทบตอ เศรษฐกิจและสงั คมพื้นท่ี โครงการพฒั นาระเบยี งเศรษฐกิจพิเศษภาคตะวนั ออก (Eastern Economic Corridor: EEC) ครอบคลุม พ้ืนที่ ๓ จงั หวัด ไดแก จังหวดั ฉะเชงิ เทรา จังหวดั ชลบรุ ี และจังหวัดระยอง CLMV หมายถึง อาเซียนในเขตอนุภูมิภาคลุมแมน้ำโขง (Great Mekong Subregion: GMS) เปนประเทศสมาชิกของอาเซยี น ไดแ ก กมั พชู า (Cambodia) ลาว (Laos) เมียนมาร (Myanmar) และเวียดนาม (Vietnam) สามเหลี่ยมมรกต หรือชองบก เปนพื้นที่รอยตอระหวางชายแดนไทย ประเทศลาว และประเทศกัมพูชา สำหรับพื้นท่ี สวนที่อยูในประเทศไทย คือ พื้นที่ในอุทยานแหงชาติภูจองนายอย อำเภอน้ำยืน จังหวัด อุบลราชธานี /3. ความรสู มรรถนะ...
- 39 - ๓. ความรูสมรรถนะทางการบรหิ าร • พฤตกิ รรมองคการ (Organizational Behavior) - ภาวะผูน ำ - ผูนำกับการตดั สนิ ใจ - ผนู ำกับการเปลย่ี นแปลง - ผูนำกับการจงู ใจ - ผนู ำกบั การทำงานเปนทมี - ผนู ำเชงิ กลยทุ ธ • สมรรถนะทางการบริหาร ๑. สมรรถนะหลัก ๑.๑ มงุ ผลสมั ฤทธิ์ (Achievement Motivation) คอื ตั้งใจและขยนั หมัน่ เพยี รปฏิบัตงิ าน ระดบั ๑ พยายามและตั้งใจทำงานใหดี ระดบั ๒ ทำงานไดต ามเปาหมายและมาตรฐานองคกร ระดบั ๓ ปรบั ปรงุ วธิ ีการทำงานเพ่ือพฒั นาใหโดดเดนเกนิ เปาหมาย ระดับ๔ อุตสาหะบากบนั่ เพื่อใหบรรลุเปาหมายและไดผลงานทีโ่ ดดเดน ไมเคยมใี ครทำไดม ากอน ระดบั ๕วิเคราะหผลไดผ ลเสียและสามารถตดั สินใจได แมจ ะมคี วามเสย่ี งเพื่อใหบรรลุเปาหมาย ๑.๒ ยึดมั่นในความถูกตองและจริยธรรม (Integrity) คือ สามารถครองตนและประพฤติตน ถกู ตอ งเหมาะสม ระดับ ๑ ปฏบิ ัตหิ นาทด่ี ว ยความถกู ตองตามหลกั กฎหมาย จรยิ ธรรม และระเบยี บวนิ ัย ระดับ ๒ มสี จั จะเชอ่ื ถอื ได ระดับ ๓ ยดึ มัน่ และแนวแนใ นจรรยาบรรณและคุณธรรม และปฏบิ ตั ิตอ ผอู ่นื เทาเทียมกัน ระดบั ๔ ธำรงความถูกตอ งขององคก ร ระดับ ๕ อุทิศตนเพื่อองคกรและประเทศชาติ ๑.๓ ความเขาใจในองคกรและระบบงาน (Organization and Process Understanding) คือ การเขาใจและสามารถเชือ่ มโยงระบบการทำงานเพอ่ื ใหการปฏิบตั ิหนา ที่บรรลุผล ระดับ ๑ เขา ใจเทคโนโลยีและระบบงานของตน ระดับ ๒ เขาใจความสมั พนั ธร ะบบงานของตนกับหนวยงานอ่ืนท่ีตนตดิ ตอ ระดบั ๓ เขาใจขอจำกดั ระบบงานของตนและปรับปรุงระบบใหมีประสิทธภิ าพขนึ้ ระดับ ๔ เขาใจกระแสภายนอกท่มี ีผลกระทบโดยรวมตอระบบงานของตน ระดบั ๕ เขาใจความตอ งการท่แี ทจริงขององคกร /1.4 บริการเปนเลิศ...
- 40 - ๑.๔ บริการเปนเลิศ (Service Mind) คือ การใหบริการดวยความใสใจและความพึงพอใจของ ประชาชนเปน หลัก ระดับ ๑ เต็มใจใหบริการ ระดับ ๒ เต็มใจชว ยเหลอื และแกป ญหาใหก ับผูรบั บรกิ าร ระดับ ๓ ใหบ รกิ ารเกนิ ความคาดหวงั ของผูรับบรกิ าร ระดบั ๔ ใหบ ริการตรงตามความตองการที่แทจริงของผูรับบรกิ าร ระดับ ๕ ใหบริการทเ่ี ปน ประโยชนอยา งแทจ รงิ และยั่งยนื แกผูรบั บรกิ าร ๑.๕ ทำงานเปนทีม (Teamwork) คือ การรวมแรงรวมใจกันปฏิบัติหนาที่ สมานฉันทเพื่อให บรรลเุ ปาหมายรว มกนั ระดบั ๑ ทำหนาท่ีของตนในทีมใหส ำเร็จ ระดับ ๒ มีทศั นคตทิ ด่ี ีตอเพอ่ื รว มงานและใหความรวมมือในการทำงาน ระดับ ๓ รบั ฟง ความคดิ เหน็ และประสานความรวมมือของสมาชกิ ในทมี ระดบั ๔ ใหก ารสนบั สนุนและชวยเหลอื เพ่อื นรวมทีมเพื่อใหงานสำเรจ็ ระดบั ๕ สามคั คใี นหมูคณะเพื่อมงุ ใหภารกิจประสบผลสำเร็จ ๒. สมรรถนะประจำตัวผบู รหิ าร ๒.๑ ผูนำการเปลี่ยนแปลง (Change Leadership) คือ สามารถกระตุนใหผูอื่นเกิดความ ตอ งการในการปรบั เปล่ยี น ระดบั ๑ เห็นความจำเปน ความสำคัญ และประโยชนข องการเปล่ยี นแปลง ระดับ ๒ ชว ยเหลอื สนับสนุนใหผอู ่นื เขา ใจและยอมรบั การเปลีย่ นแปลง ระดบั ๓ กระตนุ และสรางแรงจงู ใจใหผูอื่นกลา เปล่ียนแปลง ระดับ ๔ เตรยี มแผนการเปลย่ี นแปลงอยางเปน ระบบ ระดับ ๕ เปนผนู ำผลักดันใหเกิดการปรับเปล่ยี นองคก รไดอยางแทจ รงิ ๒.๒ ความสามารถในการเปนผูนำ (Leadership) คือ สามารถเปนผูนำกลุมและกำหนด นโยบายเพอ่ื ใหบรรลุวัตถุประสงคข ององคก ร ระดบั ๑ บริหารการประชุมไดดี และคอยแจงขา วสารอยเู สมอ ระดบั ๒ เปน ผูน ำในการทำงานกลมุ ใหเ กดิ ประสิทธิภาพและประสทิ ธผิ ล ระดับ ๓ เปน ทป่ี รึกษาและใหก ารดูแลชวยเหลอื ผูใ ตบ งั คับบญั ชา ระดับ ๔ ประพฤตติ นสมกับเปนผนู ำและเปน แบบอยางท่ีดีแกผ ูใ ตบ ังคบั บัญชา ระดับ ๕ สื่อสารวิสัยทัศนที่มีพลังเพื่อนำผูใตบังคับบัญชาและองคกรใหประสบความสำเร็จ ในระยะยาว /2.3 ความสามารถ...
- 41 - ๒.๓ ความสามารถในการพัฒนาคน (Developing and Coaching) คือ การพัฒนาศักยภาพ ของบุคลากรเพ่อื ประโยชนขององคก ร ระดบั ๑ เช่ือมั่นวาผอู ่ืนสามารถพัฒนาความรูความสามารถได และเปดโอกาสใหผอู ่ืนไดรบั การพฒั นา ระดับ ๒ สอนงานและใหค ำแนะนำ ระดบั ๓ ใหเหตุผลประกอบการสอน และใหก ารสนบั สนนุ ในดานตาง ๆ ระดับ ๔ ใหคำติชมผลงานอยางตรงไปตรงมาและสรา งสรรค ระดบั ๕ พฒั นาศกั ยภาพบคุ ลากรในระยะยาวเพื่อเพิ่มผลงานท่มี ีประสิทธิภาพตอ องคก ร ๒.๔ การคิดเชิงกลยุทธ (Strategic Thinking) คือ การนำเอาความรูและประสบการณ มาประยุกตใ ชใ นการกำหนดกลยทุ ธใหส อดคลองกับวสิ ัยทัศนและเปาหมายขององคกร ระดบั ๑ เขาใจและปรบั ตัวใหส อดคลองกับกลยุทธใ นงานของตน ระดับ ๒ ประยกุ ตค วามเขา ใจและเชอื่ งโยงสิ่งที่ตนปฏิบตั ใิ หเขา กับเปาหมายใหญของหนวยงาน ระดบั ๓ ประยกุ ตประสบการณ แนวคดิ ทฤษฎีท่ซี ับซอ นมากำหนดกลยุทธใ นองคกร ระดับ ๔ เขา ใจถึงผลกระทบตา ง ๆ ท่มี ีตอองคกรและเตรียมแผนการรองรบั ระดับ ๕ กำหนดกลยทุ ธระยะยาวใหสอดคลองกับวสิ ัยทศั นข ององคกร
Search
Read the Text Version
- 1 - 43
Pages: