Important Announcement
PubHTML5 Scheduled Server Maintenance on (GMT) Sunday, June 26th, 2:00 am - 8:00 am.
PubHTML5 site will be inoperative during the times indicated!

Home Explore Coding คิดอย่างเป็นเป็นผลฝึกทักษะแก้ปัญหาสู่ความพอเพียง

Coding คิดอย่างเป็นเป็นผลฝึกทักษะแก้ปัญหาสู่ความพอเพียง

Published by อภิศร ทิพเสนา, 2023-07-19 05:33:15

Description: นายปรีชา ไชยดี ครูโรงเรียนบ้านโนนสวรรค์

Search

Read the Text Version

คำนำ เอกสารฉบับนี้ จดั ทาข้ึน เพอื่ นาเสนอผลงานการประกวดนวัตกรรมสรา้ งสรรคค์ นดี ตามโครงการสง่ เสริม คณุ ธรรมจริยธรรม และคุณลักษณะอนั พึงประสงคแ์ ละคา่ นิยมของชาติ (โครงการโรงเรียนคุณธรรม สพฐ.) ซ่งึ ผ้รู ายงานได้เสนอขอ้ มลู ผลงาน จากการปฏิบัติหน้าท่สี าหรบั ใช้ประกอบการพิจารณาของคณะกรรมการ มกี าร นาเสนอข้อมลู ครอบคลุมตามหลกั เกณฑแ์ ละวิธีการ ขอขอบคุณ ผอู้ านวยการโรงเรียน คณะครู นกั เรยี น โรงเรียนบ้านโนนสวรรคแ์ ละผเู้ กยี่ วข้อง ท่ีใหค้ วาม ชว่ ยเหลือ ใหค้ าปรกึ ษา แนะนา ในการปฏิบัติงาน ขอขอบคุณทุกท่านท่ีใหก้ ารสนบั สนุน ใหก้ าลังใจและให้ความ รว่ มมือในการปฏิบัติงานด้วยดีตลอดมา จึงขอขอบพระคุณมา ณ โอกาสนี้ ปรีชา ไชยดี ครู โรงเรยี นบา้ นโนนสวรรค์

สำรบัญ หนำ้ ผลงำนนวัตกรรมสร้ำงสรรค์คนดี ๑ ๒ ความสาคัญของผลงานนวตั กรรม ๖ แนวคดิ หลกั การสาคญั ที่เก่ียวขอ้ งกบั นวตั กรรม ๖ จุดประสงค์และเป้าหมายของผลงานนวัตกรรม ๘ ขน้ั ตอนการดาเนนิ งาน ๘ ผลการดาเนินการ ๘ ปัจจยั ความสาเร็จ ๙ บทเรยี นทไ่ี ด้รับ ๑๕ การเผยแพร่และรางวลั ทไี่ ด้รับ เง่อื นไขความสาเรจ็ ๑๗ ภำคผนวก ๑๘ ๑๙ ภาพกิจกรรมการดาเนนิ นวัตกรรม ๒๐ การเขา้ อบรมพฒั นาองค์ความรู้ ของครผู นู้ ดาเนนิ การสร้านวัตกรรม ๒๕ กระบวนการ PLC ในการแลกเปลีย่ นเรยี นรู้ การดาเนนิ การจดั การเรียนร้แู ละประสบการณแ์ ก่นกั เรียน ช้นิ งานจากนวัตกรรม การเผยแพร่

๑ ช่อื ผลงำน Coding คิดอย่ำงเป็นเหตเุ ปน็ ผลฝกึ ทักษะแก้ปัญหำสู่ควำมพอเพยี ง สอดคล้องกับคุณลักษณะ  ความพอเพยี ง  ความกตญั ญู  ความซอื่ สัตย์สจุ ริต  ความรบั ผิดชอบ  อุดมการณค์ ณุ ธรรม  คณุ ธรรมอตั ลกั ษณ์ ชอ่ื เจ้ำของผลงำน นายปรีชา ไชยดี โรงเรียน บา้ นโนนสวรรค์ สังกดั สานักงานเขตพน้ื ท่ีการศกึ ษาประถมศกึ ษาหนองคาย เขต ๒ โทรศัพท์ ๐๔๒๔๑๘๒๔๒ โทรสาร - โทรศพั ท์มือถือ ๐๘๖๖๓๗๓๕๐๘ e-mail : chan.preecha@nongkhai๒.go.th ๑. ควำมสำคญั ของผลงำนนวตั กรรม ๑.๑ เหตุผลทเ่ี กิดจากแรงบันดาลใจ ความจาเปน็ ปัญหาหรอื ความต้องการทจ่ี ัดทาผลงานนวัตกรรม การส่งเสริมคุณธรรมจรยิ ธรรมในสถานศึกษา เป็นนโยบายของกระทรวงศกึ ษาธิการ เพอื่ สืบสาน พระราชปณธิ านของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยหู่ วั รชั กาลท่ี ๙ ตามพระราชประสงค์ของสมเดจ็ พระ เจ้าอย่หู ัวรัชกาลท่ี ๑๐ จงึ จดั ทาโครงการโครงการโรงเรียนคณุ ธรรม สพฐ. เพอื่ ใหส้ ถานศกึ ษาทกุ แห่งไดด้ าเนินการ จดั กจิ กรรมส่งเสริมการเรยี นรู้ ให้นกั เรียนทกุ คนตระหนกั และมั่นใจในคณุ ค่าและความสาคัญของการมีคณุ ธรรม ซ่ึงจะชว่ ยใหท้ ุกคนในโรงเรยี นอยู่รว่ มกนั ไดอ้ ย่างมคี วามสขุ โดยอาศัยความคิดริเร่ิมของคณะครูและการมภี าวะผู้นา ของผ้บู รหิ ารเปน็ หลักสาคญั โดยใช้กระบวนการมีส่วนรว่ ม ทุกคนในโรงเรยี นรว่ มกนั ทา เปน็ การปฏิบัตดิ ว้ ยตนเอง โดยร่วมกนั คดิ (วางแผน) ร่วมกันทา และร่วมกันประเมินผล เพ่อื ปรบั ปรงุ ตนเองและโรงเรยี นของเราเอง ให้มี พฤติกรรมทีพ่ งึ ประสงค์เพม่ิ ขึ้น และร่วมกนั ลดพฤติกรรมที่ไม่พึงประสงค์ให้น้อยลงหรอื หมดไป มีการตดิ ตามและ ประเมนิ ผลอยา่ งสมา่ เสมอ และนาผลการประเมินมาปรบั ปรงุ แผนการปฏิบตั งิ านคุณธรรมอยา่ งต่อเนือ่ ง และให้ ความหมายของ “โรงเรยี นคุณธรรม” คอื สถานศึกษาท่ีผู้บรหิ าร ครู นกั เรียน ผูป้ กครองชุมชนและผู้มีส่วนเก่ยี วขอ้ ง มีส่วนร่วมในกระบวนการขับเคลื่อนกิจกรรมส่งเสรมิ ความดใี นรูปแบบต่าง ๆ ทั้งภายในและภายนอกสถานศกึ ษา ซ่ึงนาไปสูก่ ารพฒั นา และปรบั เปล่ียนเปน็ พฤตกิ รรมท่พี งึ ประสงค์ไดอ้ ยา่ งยงั่ ยนื และนาไปขยายเครือข่ายได้ โรงเรยี นบ้านโนนสวรรคเ์ ปน็ โรงเรียนท่ีเขา้ ร่วมโครงการ “ส่อื การสอนโปรแกรมมง่ิ ในโรงเรียน (Coding at School Project)” ด้วยบอร์ดสมองกลฝงั ตวั KidBright โดยโครงการมีวัตถุประสงคเ์ พอ่ื สง่ เสริมการ เรียนรูใ้ หแ้ กเ่ ยาวชนด้านวทิ ยาศาสตร์ เทคโนโลยี และนวัตกรรม โดยเฉพาะความสามารถในดา้ นการเขียนโปรแกรม ซึ่งเป็นพ้นื ฐานสาคัญตอ่ การพัฒนากระบวนความคดิ เชงิ ตรรกะร่วมกบั ความคดิ สร้างสรรค์ รวมถงึ สามารถต่อยอดสู่

๒ การพัฒนาแอปพลเิ คชัน และสรา้ งสิ่งประดิษฐ์เองในอนาคต ซง่ึ ในการดาเนนิ โครงการฯ นั้น เนคเทค-สวทช. ได้ จัดทาบอรด์ สมองกลฝงั ตวั KidBright เพื่อสนับสนุนใหโ้ รงเรียนใชเ้ พือ่ เรียนรูแ้ ละฝกึ ทักษะ โรงเรยี นบ้านโนนสวรรคไ์ ดเ้ ลง็ เหน็ ความสาคัญในการดาเนนิ การจดั กจิ กรรมสง่ เสริมการเรียนรู้ ให้ นักเรยี นทกุ คนตระหนกั และมนั่ ใจในคณุ ค่าและความสาคัญของการมีคุณธรรม จึงการบรู ณาการเน้อื หาดา้ น คณุ ธรรมส่งเสริมความดี ในการจัดการเรียนรู้แบบใช้โครงงาน โดยใช้เทคโนโลยีบอร์ดสมองกลฝงั ตัว KidBright เพื่อ สร้างนวตั กรรมสรา้ งสรรคค์ นดี “Coding คดิ อย่างเป็นเหตเุ ป็นผลฝึกทักษะแกป้ ญั หาสู่ความพอเพยี ง” อัน สอดคลอ้ งกับคุณลักษณะความพอเพยี ง ความซื่อสัตย์สุจรติ และความรบั ผิดชอบ ๑.๒ แนวคิดหลกั กำรสำคัญที่เกยี่ วข้องกับนวตั กรรม ๑.๒.๑ กรอบแนวคดิ ท่สี ำคัญของโรงเรยี นคุณธรรม ๕ ด้ำน ๑. พอเพยี ง การดารงชีวิตพอเพียงตามพระราชดารัสของพระบาทสมเดจ็ พระเจา้ อยู่หวั ภมู ิพลอดลุ ยเดช โดยท าพอประมาณใหเ้ หมาะสมกบั ตนเอง ไม่ฟ้งุ เฟอ้ และ ฝึกตนเองให้รูจ้ ักความพอดี พอเหมาะ ถา้ ไมพ่ อดี ไมพ่ อเหมาะก็จะเกิดความทจุ รติ ในใจได้ ๒. กตญั ญู เป็นคุณธรรมพื้นฐานของมนุษยซ์ ่ึงในสังคมมนษุ ย์ต้องเกย่ี วขอ้ ง สมั พันธก์ บั บคุ คล ต่าง ๆ ได้แก่ พอ่ แม่ ครูอาจารย ญาติพ่ีนอ้ ง เป็นตน้ ความกตญั ญู เปน็ คุณธรรมทม่ี นุษย์ควรปฏบิ ตั ิและไม่หลงลมื ตัวเมื่อเกดิ ความส าเร็จต้องยกย่องเชิดชบู ุพการคี รู อาจารย์ และทกุ คนท่มี ีสว่ นรว่ ม ๓. ซื่อสัตยส์ ุจริต ยึดพระบรมราโชวาทของพระบาทสมเด็จพระเจาอยหู่ ัวภมู ิพลอดุลยเดช ท่ีวา “ความซอื่ สัตย์สุจรติ เปน็ พนื้ ฐานฐานของความดีทกุ อย่าง เด็ก ๆ จึง ตอ้ งฝกึ ฝนอบรม ให้เกดิ มขี ้ึนในตนเอง เพอ่ื จกั ได้เตบิ โตขึน้ เปน็ คนดี มี ประโยชน์และมีชีวติ ท่ีสะอาด ที่เจริญมั่นคง” (พระราชทานเพ่ืออญั เชิญลงพิมพ์ใน หนงั สือ วันเดก็ ปพทุ ธศักราช ๒๕๓๑) ๔. ควำมรับผดิ ชอบ ผู้บรหิ าร ครู อาจารย์ ต้องมีจติ สานึกในบทบาท และหน้าท่ีของตวั เอง และปฏบิ ตั หิ น้าที่ให้ดีที่สุด เคารพกฎเกณฑก์ ตกิ า พร้อมใหต้ รวจสอบการ กระทาได้เสมอ โดยพร่ าสอนเพ่ือให้ ลูกหลานเยาวชนกา้ วทันต่อยุคโลกาภวิ ฒั น์ ยึดมน่ั ความซื่อสัตยส์ ุจริต เพอ่ื สร้างคนดีให้บา้ นเมือง ๕. อุดมกำรณ์คุณธรรม การเสริมสรา้ งหลกั ธรรมาภิบาลของการบริหารกิจการบ้านเมืองทด่ี ี โดยการบริหารหรือการปกครองท่มี ีความถูกตอ้ ง มคี วามยุติธรรม ร่วมมอื ร่วม ใจมงุ่ มน่ั ให้ระบบการศึกษาของชาติด าเนนิ ไปด้วยความมั่นคง ย่งั ยืน ดว้ ยจติ สานึก ทศั นคติ พฤตกิ รรมทเ่ี ตม็ เปยี่ มด้วยคุณธรรม และจริยธรรม พรอ้ มท้งั ใช้หลกั การใหโ้ อกาสประชาชนมีส่วนร่วมรับรู้ ๑.๒.๑ กำรจัดกำรเรยี นรแู้ บบใช้โครงงำน การจัดการเรียนร้แู บบใช้โครงงานเปน็ ฐาน (Project-Based Learning) หมายถึง การจัดการเรียนรทู้ ่ี มีครเู ปน็ ผกู้ ระต้นุ เพอื่ นาความสนใจที่เกิดจากตวั นักเรียนมาใช้ในการทากิจกรรมค้นคว้าหาความรู้ด้วยตัวนกั เรยี น เอง นาไปสกู่ ารเพิ่มความรู้ท่ไี ดจ้ ากการลงมอื ปฏบิ ัติ การฟังและการสงั เกตจุ ากผู้เชีย่ วชาญ โดยนกั เรียนมกี ารเรยี นรู้ ผา่ นกระบวนการทางานเปน็ กลุม่ ทีจ่ ะนามาส่กู ารสรปุ ความรูใ้ หม่ มกี ารเขียนกระบวนการจดั ทาโครงงานและไดผ้ ล การจัดกจิ กรรมเป็นผลงานแบบรูปธรรม

๓ ๑.๒.๒ แนวคิดกำรเรียนรแู้ บบโครงงำน การเรยี นรแู้ บบโครงงาน มแี นวคดิ สอดคล้องกับ John Dewey เร่อื ง “learning by doing” ซง่ึ เป็น การเนน้ การจัดการเรียนรทู้ ่ีใหน้ ักเรยี นไดร้ ับประสบการณ์ชีวติ ขณะทเ่ี รียน เพอ่ื ให้นักเรียนได้พฒั นาทักษะตา่ ง ๆ ซ่ึง สอดคล้องกับหลักพฒั นาการคดิ ของ Bloom ทงั้ ๖ ขัน้ คอื ความรูค้ วามจา (Remembering) ความเขา้ ใจ (understanding) การประยุกตใ์ ช้ (Applying) การวเิ คราะห์ (Analyzing) การประเมินคา่ (Evaluating) และ การ คดิ สรา้ งสรรค์ (Creating) ซึ่งการจดั การเรียนรแู้ บบใชโ้ ครงงานเป็นฐาน นน้ั จึงเป็นเป็นอกี รูปแบบหน่ึง ท่ีถือได้ว่า เปน็ การจัดการเรียนรทู้ เี่ น้นผู้เรียนเป็นสาคัญ เนอ่ื งจากผู้เรยี นได้ลงมือปฏิบตั ิเพอื่ ฝกึ ทักษะต่าง ๆ ด้วยตนเองทุก ข้ันตอน โดยมคี รูเป็นผู้จัดประสบการณก์ ารเรยี นรู้ แผนภำพแสดง แนวคดิ การเรยี นรู้แบบโครงงาน ๑.๒.๓ วงจรกำรควบคุมคุณภำพ (PDCA Cycle) หรือ วงจรเด็มมิง่ (Deming Cycle) เปน็ แนวคดิ การพฒั นาการทางานเพือ่ ควบคุมคุณภาพงานให้มกี ารพัฒนาอย่างต่อเนื่อง พัฒนามาจาก แนวคดิ ของ วอลท์ เตอร์ ซวิ ฮารท์ (Walter Shewhart) นักสถติ ใิ นงานอุตสาหกรรม ตอ่ มาแนวคดิ น้ีเรม่ิ เปน็ ที่รจู้ กั กนั มากขนึ้ เมอ่ื เอดวารด์ เดมม่งิ (W.Edwards Deming) นักจดั การบรหิ ารคุณภาพ ไดน้ าเสนอและเผยแพร่ใช้เปน็ เคร่ืองมอื สาหรับการปรบั ปรุงกระบวนการทางานของพนักงานภายในโรงงานให้ดีข้ึน ซึ่งจะใช้ในการคน้ หาปญั หา อปุ สรรคในข้ันตอนการทางานโดยพนักงาน จนเปน็ ท่ีร้จู ักกันในช่อื ว่า วงจรเดม็ มง่ิ หรอื วงจร PDCA แนวคดิ วงจร PDCA เปน็ แนวคิดทง่ี า่ ยไม่ซบั ซอ้ น สามารถนาไปใชไ้ ดใ้ นเกอื บจะทกุ กจิ กรรม จงึ ทาให้เป็นท่รี ู้จกั กันอย่างแพร่หลาย มากขึน้ ทัว่ โลก PDCA เป็นอักษรนาของภาษาอังกฤษ ๔ คาคือ แผนภำพแสดง วงจรการควบคุมคุณภาพ (PDCA Cycle)

๔ ๑. กำรวำงแผน (Plan) คอื การวางแผนการดาเนนิ งาน เพอ่ื ใหเ้ กิด การทางานท่ไี ดผ้ ล งาน การปรับปรุงเปล่ียนแปลง การพฒั นาสง่ิ ใหม่ การแกป้ ญั หาท่ีเกิดขึ้นจากการปฏิบตั ิงาน มสี ่วนที่สาคัญเชน่ การ กาหนดเปา้ หมาย วัตถปุ ระสงค์ การจัดอันดับความสาคญั ของเปา้ หมาย กาหนดการดาเนนิ งาน กาหนดระยะเวลา การดาเนนิ งาน กาหนดผรู้ ับผดิ ชอบดาเนินการ และกาหนดงบประมาณท่ีจะใช้ การวางแผนท่ีดีควรต้องเกดิ จาก การศกึ ษาท่ดี ี มกี ารวางแผนไว้รัดกมุ รอบคอบปรบั เปล่ียนได้ตามความเหมาะสมของงานและเหตุการณ์ แผนทไี่ ด้ ต้องชว่ ยในการคาดการณ์สิ่งที่เกดิ ข้ึนและสามารถช่วยลดความสูญเสยี ทีอ่ าจเกิดข้ึนได้ การวางแผนควรมีการกาหนด - การกาหนดเป้าหมาย - วตั ถปุ ระสงค์ - กาหนดผูร้ ับผิดชอบ - ระยะเวลาดาเนนิ การ - งบประมาณที่กาหนด - มกี ารเสนอเพอ่ื ขออนมุ ตั กิ ่อนดาเนนิ การเป็นตน้ ๒. ปฏิบตั ติ ำมแผน (Do) คือ การดาเนินการเพ่อื ใหไ้ ด้ตามแผนทีม่ ีการกาหนดไว้ อาจมี การกาหนดโครงสรา้ งคณะทางานรองรบั การดาเนินการเชน่ คณะกรรมการ ฯลฯ กาหนดวธิ ใี นการดาเนินงาน ขั้นตอน ผดู้ ูแลรบั ผดิ ชอบ ผ้ตู รวจสอบและทาการประเมินผล การปฎิบัติการควรมี - มคี ณะทางานคอยควบคุม กาหนดนโยบาย ติดตามตรวจสอบการทางาน - มีการกาหนดขั้นตอนทช่ี ัดเจน - มีวธิ กี ารดาเนินการทีส่ ามารถดาเนนิ การได้จริง ไมย่ ากจนเกินความสามารถของผ้ทู ี่จะทา - มีผู้รับผดิ ชอบดาเนนิ การท่ชี ัดเจน เพียงพอ - มรี ะยะเวลาท่ีกาหนดที่เหมาะสม - มงี บประมาณในการทางานเป็นตน้ ๓. ตรวจสอบกำรปฏิบตั ิตำมแผน (Check) คอื ขนั้ ตอนที่เรม่ิ เมือ่ มกี ารดาเนินโครงการ ตามข้อ ๒ ควรจะตอ้ งทาการประเมนิ ผลการดาเนนิ งานวา่ เป็นไปตามแผนงานทีก่ าหนดไวห้ รอื ไม่ อาจประเมนิ ใน ส่วน การประเมินผลงานการดาเนนิ การ การประเมนิ ผลการดาเนนิ ตามขั้นตอน และการประเมนิ ผลงานตาม เป้าหมายของแผนงานทีไ่ ดม้ ีการกาหนดไว้ ในการประเมินนีเ้ ราอาจสามารถทาได้เองโดยใช้คณะกรรมการท่ี รับผดิ ชอบในแผนการดาเนนิ งานภายในเป็นการประเมนิ ตนเอง แตก่ ารใช้คนภายในอาจทาให้ขาดความนา่ เช่ือถือ หรอื ประเมนิ ผลได้ไม่เตม็ ที่ จะดหี ากมีการตั้งคณะประเมนิ จากภายนอกมาชว่ ย เพราะน่าจะได้ผลการประเมนิ ท่ี ดกี วา่ ทีมงานภายใน เพราะอาจมีปัญหาช่วยกันประเมนิ ผลใหด้ ีเกนิ จริง แนวทางท่จี ะใช้ในการประเมินเช่น - กาหนดวธิ กี ารประเมินแยกให้ชดั เจนสามารถทาได้งา่ ย - มีรูปแบบการประเมนิ ตรงกับเป้าหมายในงานทท่ี า - มีคณะผู้จะเขา้ ทาการประเมนิ ท่มี คี วามรู้เพียงพอ - แนวคาตอบผลของการประเมิน ตอ้ งสามารถตอบโจทย์และตรงกับวตั ถุประสงคท์ ่ีวางไว้ - เนน้ การประเมนิ ปัญหา / จดุ อ่อน / ข้อดี / จุดแขง็ ทม่ี ีในการดาเนนิ การเป็นต้น

๕ ๔. ปรับปรุงแกไ้ ขพัฒนำตอ่ เนอื่ ง (Act) คอื การนาผลประเมินทีไ่ ดม้ าทาการวเิ คราะห์ เพือ่ พัฒนาแผน ในการปรับปรงุ ตอ่ ไป ในส่วนนค้ี วรจะเสนอแนะปญั หาแนวทางการปรบั ปรงุ แกไ้ ขปัญหา หรอื การ พัฒนาระบบทม่ี อี ยู่แลว้ ใหด้ ียง่ิ ข้ึนไปอีกไมม่ ีทส่ี ้นิ สุด - ทาการระดมสมอง เพ่อื หาทางแกไ้ ข ปัญหา / จุดออ่ น / ขอ้ ดี / จดุ แขง็ ท่พี บ ปรับปรงุ ใหด้ ยี ิง่ ขน้ึ - นาผลท่ีไดจ้ ากการระดมสมองเสนอผู้เก่ียวข้องเพือ่ พจิ ารณาใช้วางแผนตอ่ ไป - กาหนดกลยุทธ์ในการจัดทาแผนคร้งั ตอ่ ไป - กาหนดผูร้ ับผดิ ชอบดาเนนิ งานครัง้ ต่อไป การพัฒนาระบบ PDCA เป็นการปรบั ปรุงพฒั นาระบบงานทม่ี อี ยแู่ ลว้ ให้ดยี ิ่งขึน้ ไปอกี โดยควรจะมีการ ดาเนนิ การต่อเนือ่ งไมม่ ีท่ีสิ้นสดุ จึงเป็นที่มาขอแนวคดิ การควบคมุ คุณภาพและการพัฒนาอย่างต่อเน่ือง ในการ ปรับปรุงพัฒนาตอ่ เนอ่ื ง ๑.๒.๔ KidBright คือ “บอรด์ สมองกลฝงั ตวั ” (Embedded Board) บอร์ดสมองกลฝงั ตวั พูดง่าย ๆ ก็คือ คอมพิวเตอร์ขนาดเล็ก ทม่ี ไี มโครคอนโทรลเลอร์ ESP๓๒ ทา หนา้ ท่ี ประมวลผล และควบคมุ สง่ั งานอุปกรณ์ ท่ีประกอบอยบู่ นบอร์ด ซึง่ ไดแ้ ก่หนา้ จอแสดงผลแบบ Matrix LED ขนาด ๑๖×๘ จุด และเซน็ เซอร์ตรวจจบั พื้นฐาน ทีส่ ามารถปรับใช้ในชีวิตประจาวนั ได้แก่ เซ็นเซอรว์ ัดระดบั ความ เขม้ ของแสง และ เซน็ เซอรว์ ัดอณุ หภมู ิ สามารถรับข้อมลู ประมวลผล และสัง่ งานเครือ่ งมืออเิ ล็กทรอนกิ สไ์ ด้ KidBright IDE ใชก้ ารสรา้ งชดุ คาส่งั แบบ Block Based Programing หรือ Blocky อยากให้ส่วนไหนของบอร์ด KidBright ทางานกเ็ อาบลอ็ คสว่ นน้นั มา แล้วก็กาหนดเงอื่ นไขการทางาน เสร็จแลว้ แล้วเอาสายเชื่อมตอ่ คอมพวิ เตอร์กบั บอร์ด แล้วกดปุ่ม Program Build KidBright IDE จะแปลง block เปน็ รหสั ท่ีคอมพิวเตอร์เขา้ ใจให้ ชดุ คาสัง่ สง่ เข้าไปในบอร์ดเทา่ น้เี ราได้ชื่อว่าเขียนโคด้ ไดแ้ ลว้ ๑.๒.๕ โค้ดดิ้ง (Coding) โคด้ ด้งิ (Coding) คือ การเขียนชุดคาสัง่ หรอื โปรแกรมคอมพิวเตอร์ในรปู โค้ด (Code) เพื่อให้ คอมพวิ เตอรเ์ ขา้ ใจและทาในสิ่งที่ผู้เขียนโคด้ ต้องการ หรือกลา่ วงา่ ย ๆ คอื \"โค้ดดง้ิ \" เปน็ การเขียนคาสง่ั ให้ คอมพวิ เตอร์ทางานด้วยภาษาหรือรหัส (Code) ที่คอมพิวเตอร์เขา้ ใจ เช่น ภาษา Python, JavaScript และ C เปน็ ต้น

๖ การโค้ดดิง้ (Coding) ช่วยให้เราสามารถสร้างซอฟต์แวรค์ อมพิวเตอร์ รวมท้งั แอปพลเิ คชนั และ เว็บไซตต์ า่ ง ๆ ได้ เทคโนโลยมี ากมายที่เราใช้กนั อยู่ในทุกวนั นี้ ไมว่ า่ จะเปน็ โซเชยี ลมเี ดยี แอปบนสมารท์ โฟนและ แทบ็ เล็ตตา่ งก็อาศยั โค้ดท้ังสิ้น โคด้ ด้ิง (Coding) ในหลักสูตรการศกึ ษาของประเทศไทยถือเปน็ หัวขอ้ การเรยี นรูใ้ หม่ท่กี าลังได้รบั ความนยิ มทว่ั โลก เน่อื งจากถอื เป็นทกั ษะท่ีสาคัญต่อพฒั นาการหลาย ๆ ด้านของผู้เรียน และสามารถนาไปตอ่ ยอด เพ่อื ประโยชน์ในการเรียนและการทางานของผูเ้ รยี นได้ สาหรบั ประเทศไทยนัน้ โค้ดด้ิง (Coding) ถูกจดั อยูใ่ นสาระ การเรยี นรู้วชิ าวทิ ยาศาสตร์ สาระท่ี ๔ เทคโนโลยี ในหลักสูตรแกนกลางการศกึ ษาข้ันพืน้ ฐาน พ.ศ. ๒๕๕๑ (ฉบับ ปรบั ปรุง พ.ศ. ๒๕๖๐) ภายใตช้ ือ่ วิชาวิทยาการคานวณ (Computer Science) ซึ่งมจี ดุ ประสงคเ์ พ่ือใหน้ กั เรยี นได้ \"เรยี นร้เู ก่ียวกบั การคิดเชิงคานวณ การคิดวิเคราะห์ แก้ปญั หาเป็นขนั้ ตอนและเป็นระบบ ประยุกต์ใชค้ วามรดู้ า้ น วทิ ยาการคอมพิวเตอร์และเทคโนโลยีสารสนเทศและการสอ่ื สารในการแก้ปัญหาทพี่ บในชีวิตจรงิ ไดอ้ ย่างมี ประสิทธิภาพ\" โครงสร้ำงหลักสูตรทเี่ กี่ยวข้องกับโค้ดดิ้งอำจแบง่ ไดเ้ ป็น ๓ ส่วนหลัก ๆ ได้แก่ วิทยำกำรคำนวณ (Computer Science) เนน้ ทกี่ ารคิดอย่างเป็นระบบ โดยใชก้ ารเขียนโปรแกรม เปน็ เครื่องมือตามแนวคดิ เชงิ คานวณ (Computational Thinking) หรือการแตกปัญหาออกเป็นส่วนยอ่ ย เทคโนโลยีสำรสนเทศ (Information and Communications Technology: ICT) เน้นทก่ี าร รวบรวม จัดการ และประมวลผลข้อมูล เพ่ือทาการตดั สนิ ใจจากพนื้ ฐานของข้อมลู ทไ่ี ด้ ควำมรู้เท่ำทันดิจิทัล (Digital Literacy) เนน้ ทก่ี ารรู้เทา่ ทันเทคโนโลยี และการสรา้ งสรรคผ์ ลงาน โดยอาศยั เทคโนโลยที ่ีเก่ียวข้อง ๒. จดุ ประสงค์และเป้ำหมำยของผลงำนนวตั กรรม ๒.๑ เพื่อพัฒนาและสร้างสรรคน์ วตั กรรมการเรยี นรู้ ให้นกั เรียนโดยบูรณาการสอน โคด้ ดิ้ง (Coding) ในเขยี น ชดุ คาส่งั หรือโปรแกรมคอมพวิ เตอร์ในรปู โค้ด (Code) บนสมองกลแบบฝงั ตัว KidBright เพื่อสร้างช้ินงาน ๒.๒ เพือ่ พฒั นานักเรยี นใหม้ คี ณุ ธรรมตามเป้าหมายของสถานศึกษา สามารถอธบิ ายและเห็นคุณคา่ คณุ ธรรมท่ี เกิดข้ึนระหวา่ งการทาโครงงาน และผลในแงม่ นุ ดา้ นคุณธรรมท่ีเกดิ ข้ึนหลังการทางานของชน้ิ งาน โดยผา่ นเกณฑ์การ ประเมินคณุ ธรรมรอ้ ยละ ๙๐ ๒.๓ เพื่อกระตนุ้ ใหน้ ักเรยี นเปน็ นกั ประดษิ ฐ์ ผ่านการเขยี นโปรงแกรมคาสงั่ (Coding) ลงบนบอร์ดสมองกลฝงั ตัว KidBright ๓. ข้นั ตอนกำรดำเนินงำน การสรา้ งนวตั กรรมสรา้ งสรรคค์ นดี Coding พชิ ิตความพอเพยี ง ใช้วงจรการควบคมุ คุณภาพ (PDCA Cycle) ในการดาเนินการ ดังนี้

๗ ๓.๑ Plan กำรออกแบบและวำงแผนสรำ้ งนวตั กรรม การสร้างทมี งาน สร้างเครอื ข่ายความร่วมมอื และแลกเปลี่ยนองคค์ วามร้ใู นการสรา้ งนวตั กรรม และ ออกแบบแผนการจัดการเรียนรู้ ๓.๑.๑ เขยี นแผนจัดการเรยี นรู้แบบโครงงาน โดยบรู ณาการใชเ้ ทคโนโลยีบอร์ดสมองกลฝัง Kidbright และสอดแทรกเน้ือหาคณุ ธรรม ๓.๑.๒ เสนอเพ่ือขออนุมัตกิ ่อนดาเนนิ การ ๓.๒ Do กำรดำเนินงำน ๓.๒.๑ ปฏบิ ตั ิแผนจัดการเรียนรแู้ บบโครงงานตามท่ีไดอ้ อกแบบและวางแผนไว้ ๓.๒.๒ แต่งตัง้ คณะทางานคอยควบคุม กาหนดนโยบาย ตดิ ตามตรวจสอบการทางาน ๓.๒.๓ กาหนดขน้ั ตอนการดาเนินงานที่ชัดเจน กาหนดผู้รับผดิ ชอบดาเนินการท่ชี ดั เจน ๓.๒.๔ มรี ะยะเวลาและงบประมาณทกี่ าหนดที่เหมาะสม ๓.๓ Check ตรวจสอบและประเมินประสทิ ธภิ ำพของกำรดำเนินงำน นวตั กรรมสร้างสรรคค์ นดี Coding พิชติ ความพอเพียง มีการตรวจสอบและประเมินประสทิ ธภิ าพของ การดาเนินงานในระหว่างดาเนนิ การและหลังการดาเนนิ งาน ๓.๓.๑ มีการตรวจสอบรปู แบบการประเมนิ ตรงกับเปา้ หมายในงานที่ทา เช่น กาหนดวิธกี ารประเมนิ จากการสังเกต แบบประเมนิ แบบทดสอบ แบบสอบถามและแตก่ รณี กำรประเมินคณุ ธรรมควำมพอเพียง ประเมินจากการเลือกใช้วัสดอุ ปุ กรณข์ องนักเรยี นในการสร้าง สิง่ ประดษิ ฐห์ รือชิ้นงาน วตั ถุประสงค์ของช้ินงาน กำรประเมินคุณธรรมควำมรับผิดชอบ ประเมนิ จากการใหค้ วามร่วมมอื การแสดงความคิดเห็น หลกั ประชาธปไตย ความรับผิดชอบในการทางานที่กลุ่มมอบหมาย ๓.๓.๒ ใช้กระบวนการ PLC SLC จากคณะครเู พอ่ื ทาการประเมนิ แผนการจดั การเรยี นรูแ้ ละให้ คาแนะนา ส่งเสรมิ อย่างสรา้ งสรรค์ เพอ่ื ให้การสร้างนวตั ตกรรมตอบโจทยแ์ ละตรงกบั วตั ถุประสงค์ที่วางไว้ ๓.๓.๓ บันทกึ ผลประเมินประสทิ ธภิ าพของการดาเนินงานแตละข้ันตอนไว้ท้ายแผนการจัดการเรียนรู้ ๓.๔ Act ปรบั ปรุงและแลกเปลีย่ นเรยี นรู้ ๓.๔.๑ นาผลประเมนิ ท่ีไดม้ าทาการวเิ คราะหผ์ ่านการใช้กระบวนการ PLC เพ่ือระดมสมอง หาทางแกไ้ ข ปัญหา / จดุ ออ่ น / ขอ้ ดี / จุดแข็ง ทพี่ บ ปรับปรงุ พัฒนาแผน ในการปรับปรุงต่อไป ในส่วนน้ีควรจะเสนอแนะ ปัญหาแนวทางการปรบั ปรุงแก้ไขปัญหา หรอื การพฒั นาระบบทมี่ อี ยูแ่ ลว้ ใหด้ ียง่ิ ขน้ึ ไปอกี ไมม่ ีที่สิน้ สดุ ๓.๔.๒ ผลที่ได้จากการระดมสมองเสนอผู้เก่ียวขอ้ งเพือ่ พจิ ารณาใชว้ างแผนตอ่ ไป ๓.๔.๓ กาหนดกลยทุ ธ์เพ่อื นาไปสู่ความสาเร็จในการจดั ทาแผนครงั้ ตอ่ ไป

๘ ๔. ผลกำรดำเนินกำร ผลการดาเนนิ การสร้างนวัตกรรมสร้างสรรคค์ นดี ๑ นกั เรียนสามารสง่ิ ประดิษฐ์หรอื สรา้ งชน้ิ งาน โดยเขียนคาสัง่ (Coding) เพอ่ื ส่ังให้บอร์ดสมองกลแบบฝงั ตัว KidBright ทางานตามต้องการได้ ๒ นกั เรียนมคี ณุ ธรรมตามเป้าหมายของสถานศึกษา สามารถอธิบายและเหน็ คณุ ค่าคุณธรรมทเี่ กดิ ข้นึ ระหว่างการทาโครงงาน และผลในแงม่ ุนดา้ นคณุ ธรรมทเ่ี กิดขึน้ หลงั การทางานของช้ินงาน โดยผา่ นเกณฑ์การ ประเมนิ คณุ ธรรมความพอเพียงและความรับผิดชอบรอ้ ยละ ๙๐ ๓ เพื่อกระตนุ้ ใหน้ ักเรยี นเป็นนกั ประดิษฐท์ างดา้ นการเรียนร้ผู า่ นบอรด์ สมองกลฝังตัว KidBright ๕. ปัจจยั ควำมสำเรจ็ ๕.๑ ด้านบคุ ลากร ได้รบั ความรว่ มมอื ช่วยเหลอื จากบคุ ลากรหลายฝ่าย ได้แก่ ๕.๑.๑ ศึกษานเิ ทศก์ ในการนิเทศติดตาม ใหก้ ารแนะนา ๕.๑.๒ ผู้บริหาร เหน็ ความสาคัญและให้การสนบั สนุนด้านงบประมาณและส่งเสรมิ พฒั นาด้านองค์ความรู้ใน การเข้าอบรม ๕.๑.๓ ครู ท้งั ในสถานศึกษาท่รี ว่ มการบวนการทางาน PLC, SLC และครตู า่ งสถานศึกษาที่สอนในกลมุ่ สาระ เดยี วกนั ที่รว่ มแบง่ ปันองคค์ วามร้ใู นการดาเนกิ ารจัดทานวัตกรรม ๕.๒ ด้านงบประมาณ ๕.๒.๑ งบประมาณจากโรงเรยี น สนบั สนนุ ในดา้ นวัสดอุ ุปกรณ์ สถานท่ีการปฏิบัติงาน ๕.๒.๑ งบประมาณจากโรงเรียน สนบั สนุนในการเดนิ ทาง และที่พกั ในการเขา้ ฝกึ อบรมพัฒนาองคค์ วามรู้ ๕.๓ ผลการดาเนนิ งานภายใตแ้ นวคดิ PDCA ซึง่ มีขน้ั ตอนในการทางาน และพัฒนาแก้ไข เพอ่ื ใหก้ ารสรา้ ง นวัตกรรมสาเรจ็ ตามจดุ ประสงค์ ๖. บทเรียนท่ีไดร้ บั (Lesson Learned) การนาเทคโนโลยบี อรด์ Kidbright มาใช้เปน็ เครือ่ งมอื ในการสอน Coding เพอ่ื สร้างส่งิ ประดษิ ฐ์ โดยบรู ณา การสอดแทรกเนื้อหาด้านคุณธรรม ทาให้ผู้เรียนได้เรียนรู้คุณธรรมความพอเพียงได้จริง เน่ืองจากส่ิงประดิษฐ์ท่ีได้ สามารถลดค่าใช้จ่ายได้ หรือการทรัพยากรเท่าท่ีจาเป็น เช่น การเลือกใช้วัสดุมาสร้างชิ้นงาน ส่ิงประดิษฐ์ท่ีช่วยลด ค่าไฟฟ้าหรือเวลา อนั สอดคล้องกบั คณุ ธรรมความพอเพยี ง ในระหว่างการจัดการเรียนรู้แบบโครงงานนักเรียนได้เรียนรู้การแบ่งภาระความรับผิดชอบ การทางานท่ี ได้รบั มอบหมายจากเพอ่ื นในการทางานกลุ่ม และมผี ลการประเมินด้านคุณธรรมความรับผิดชอบผ่านเกณฑ์ร้อยละ ๙๐ อันจะสงค์ผลใหน้ กั เรยี นมีขดี ความสามารถในการทางานรว่ มกนั ผอู้ ่ืนในอนาคต มีภาวะความรบั ผดิ ชอบมากข้ึน

๙ ๗. กำรเผยแพรแ่ ละรำงวลั ทีไ่ ดร้ ับ ๗.๑ เผยแพร่ให้กบั คนภายนอกไดร้ ับรูผ้ า่ นเครอื ขา่ ยสงั คมออนไลน์ Website : https://www.nonsawan.com Facebook : รร. บา้ นโนนสวรรค์ Facebook : โรงเรียนบา้ นโนนสวรรค์ ๗.๒ เผยแพรภ่ ายในสถานศกึ ษาไดร้ ับรู้ผา่ นการจัดนทิ รรศการ ตอนรบั การเขา้ ศกึ ษาดูงานในโอกาสต่าง ๆ ๗.๒.๑ ตัวแทนจดั นทิ รรศการในงานศิลปหตั ถกรรมนกั เรยี นระดบั เขตพน้ื ท่นี ักเรยี นระดับเขตพ้นื ท่ีการศึกษา

๑๐ ๗.๒.๒ จัดแสดงผลงานโครงงานการประยกุ ตใ์ ชบ้ อร์ดสมองกลแบบฝังตัว KidBright ในการตรวจพน้ื ท่ี ตดิ ตามการดาเนินงานโรงเรียนคุณภาพของชมุ ชน โรงเรยี นบา้ นโนนสวรรค์ ต่อนำงสำวตรนี ชุ เทียนทอง รมว. กระทรวงศกึ ษาธิการ ในการตรวจราชการ ณ วันท่ี ๒๑ กมุ ภาพันธ์ ๒๕๖๕ ๗.๒.๓ จดั แสดงผลงานโครงงานการประยุกต์ใช้บอร์ดสมองกลแบบฝงั ตัว KidBright ตอ่ นำยสภุ ัทร จำปำ ทอง ปลดั กระทรวงศึกษาธิการ ในการตรวจราชการติดตามการดาเนินงานโรงเรียนคุณภาพของชุมชน ณ วนั ที่ ๒๔ เมษายน ๒๕๖๕

๑๑ ๗.๒.๔ จดั แสดงผลงานโครงงานนักเรียนในการประยุกตใ์ ชบ้ อรด์ สมองกลแบบฝังตัว KidBright ตอ่ นำยธนำกร ดอนเหนือ ผ้ตู รวจราชการกระทรวงศกึ ษาธิการ ในการตรวจราชการ ตดิ ตามการดาเนินงาน โรงเรยี นคณุ ภาพของชุมชน ณ วันท่ี ๒๕ พฤษภาคม ๒๕๖๕ ๗.๒.๕ จดั แสดงผลงานโครงงานนักเรียนในการประยุกตใ์ ชบ้ อรด์ สมองกลแบบฝังตวั KidBright ต่อผ้เู ขาศึกษาดูงานในโอกาสตา่ ง ๆ

๑๒ ๗.๓ รำงวัลเหรียญทอง ชนะเลิศ ครูผู้สอนนกั เรยี น กิจกรรมการประกวดโครงงานคอมพิวเตอร์ประเภทซอฟต์แวร์ ระดับชนั้ ม.๑-ม.๓ งานศิลปหตั ถกรรมนกั เรยี น ระดับชาติ ครัง้ ที่ ๗๐

๑๓ ๗.๔ รำงวลั เหรยี ญทอง การประกวดรางวัลทรงคณุ คา่ (OBEC AWARDS) ประเภทครผู ้สู อนยอดเยีย่ ม ระดบั ประถมศึกษา กล่มุ วิชาเทคโนโลยี ดา้ นการบรหิ ารจดั การ ประจาปกี ารศึกษา ๒๕๖๓ (ระดบั ภาค) รำงวัลเหรยี ญทอง การประกวดรางวลั ทรงคุณค่า (OBEC AWARDS) ประเภทครผู ูส้ อนยอดเย่ียม ระดบั ประถมศกึ ษา กลมุ่ วิชาเทคโนโลยี ด้านการบริหารจัดการ ประจาปกี ารศกึ ษา ๒๕๖๔ (ระดับภาค)

๑๔ ๗.๕ รำงวัลเหรยี ญทอง โครงการขบั เคลื่อนกิจกรรมลดเวลาเรียนเพ่มิ เวลารู้ (Active Learning) สู่วิธีปฎิบตั ิ ท่ี เปน็ เลิศและการพฒั นาผู้เรียนในศตวรรษท่ี ๒๑ ประเภทครูผ้สู อน กลุ่มสาระการเรยี นรู้วิทยาศาสตร์ และเทคโนโลยี ประจาปีการศกึ ษา ๒๕๖๓ รำงวัลเหรียญทอง โครงการขับเคลื่อนกจิ กรรมลดเวลาเรียนเพิ่มเวลารู้ (Active Learning) สู่วิธีปฏิบัติ ท่ี เป็นเลิศและการพัฒนาผู้เรยี นในศตวรรษที่ ๒๑ ประเภทครูผสู้ อน กลุม่ สาระการเรียนรวู้ ิทยาศาสตร์ และเทคโนโลยี ประจาปีการศึกษา ๒๕๖๔

๑๕ ๗.๖ นาผลงานที่จัดทาคร้ังน้ี ไปเผยแพร่ประชาสัมพันธ์ เม่ือได้รับเชิญไปเป็นวิทยากรอบรมเชิงปฏิบัติการ การ พฒั นาศักยภาพครวู ทิ ยาการคานวณ สาหรับโรงเรียนแกนนา ของสานักงานเขตพ้ืนที่การศกึ ษา ๘. เง่ือนไขควำมสำเรจ็ ความสาเร็จในการสร้างสรรคน์ วตั กรรมคร้งั นี้ เกดิ ขน้ึ จาก ๑. กระบวนการทางานทม่ี ีระบบโดยใชก้ ระบวนการ PLC, SLC ในโรงเรียนบา้ นโนนสวรรค์ ๒. ทกั ษะและความสามารถของในด้านการผลิตส่อื และนวตั กรรม ๓. การได้รบั การสนับสนุนดา้ นองค์ความรู้และงบประมาณ ๔. การใชบ้ อร์ดสมองกลแบบฝังตวั Kidbright มาสรา้ งนวตั กรรม ซึ่งใชก้ ารเขยี นคาสั่ง แบบบล็อกทาใหง้ ่ายแกก่ ารทาความเข้าใจของนกั เรยี น

๑๖ ภำคผนวก

๑๗ ๑. กำรเข้ำอบรมพัฒนำองคค์ วำมรขู้ องครผู ู้ดำเนินกำรสร้ำนวัตกรรม ภำพแสดง ไดร้ บั การสนับสนบุ สง่ เสริมจากผ้บู ริหารให้เข้าอบรมพัฒนาองคค์ วามรู้ เพอ่ื พฒั นาวชิ าชีพ และนามาบรู ณาการดาเนินการสร้านวัตกรรม

๑๘ ๒. กระบวนกำร PLC ในกำรแลกเปล่ียนเรยี นรเู้ พื่อออกแบบและวำงแผนกำรจดั กำรเรียนรู้ ภำพแสดง กระบวนการแลกเปล่ียนเรียนกับบุคลากรในสถานศกึ ษา ภำพแสดง กระบวนการแลกเปล่ยี นเรียนกับบุคลากรนอกสถานศกึ ษาในการเข้าศกึ ษาดูงาน อบรม สัมมนาต่าง ๆ

๑๙ ๓. ดำเนนิ กำรจัดกำรเรยี นรูแ้ ละประสบกำรณ์แก่นกั เรยี น ครกู ระตุ้นความสนใจ สนับสนนุ เผยแพร่ผลงานสภู ายนอก นกั เรียนรว่ มกันวางแผนทางาน แบ่งหนา้ ท่ี นาเสนอและสรุปผลการดาเนินการ นักเรียนดาเนนิ การจัดทาชน้ิ งาน ได้ช้ินงานตามวตั ถุประสงค์

๒๐ ๔. ชนิ้ งำนจำกนวตั กรรม ๔.๑ โครงงำนห่นุ นยนตเ์ ดนิ ตำมเส้นอัตโนมตั ิ

๒๑ ๔.๒ โครงงำนบ้ำน ๔.๐ (ระบบเปิด-ปดิ ไฟฟำ้ อตั โนมตั ิ, เปดิ -ปิด พดั ลม/เคร่อื งทำควำมเย็นอตั โนมตั )ิ สามารถประหยัดไฟฟ้าได้ เนื่องจากใช้พลังงานไฟฟ้าอย่างคุม้ ค่าและจาเป็น ภำพแสดง ชิ้นงานของนักเรียนทเี่ กดิ จากนวตั กรรม Coding สง่ิ ประดษิ ฐพ์ ิชิตความพอเพยี ง

๒๒ ๔.๓ โครงงำนกำร Coding เขยี นโปรแกรมควบคุมกริ่งสญั ญำณในโรงเรียน สามารถประหยดั ค่าใชจ้ า่ ยในการซื้อชดุ ควบคุมสาเร็จรูปในท้องตลาดทม่ี รี าคาแพง

๒๓ ๔.๔ โครงงำนกำร Coding เขยี นโปรแกรมควบคุมเครื่องพ่นหมอกไอนำ้ เพอ่ื เพ่ิมควำมชื้นในโรงเรือน เพำะเหด็ - สามารถประหยดั คา่ น้า เนอ่ื งจากใช้นา้ เท่าท่ีจาเป็นต่อความชื้อท่ีเหด็ ต้องการ และลดเวลาในการรดน้า - เพมิ่ ผลผลิต เนือ่ งจากสามารถควบคุมความชื้นในโรงเรยี นไดใ้ กล้เคยี งความตอ้ งการของเห็ด - ฝึกทกั ษะการขายและการทาบญั ชี

๒๔ ๔.๕ โครงงำนกำร Coding เขยี นโปรแกรมควบคุมรถยนต์หลบสิง่ กีดขวำงอัตโนมตั ิ - พัฒนาทักษะกระบวนการคดิ คานวณ ๔.๖ โครงงำนกำร Coding เขียนโปรแกรมควบคุมกำรนับจำนวณเหรยี ญอตั โนมตั ิ ในกำรประยุกต์ สรำ้ งตน้ แบบกระปุ๊กออมสิน - พฒั นาทักษะกระบวนการคดิ คานวณ - เสริมสรา้ งนิสยั รักการออม

๒๕ ๕. กำรเผยแพร่ ภำพแสดง การเพยแพรโ่ ดยการจดั นิทรรศการคณะศึกษาดูงาน

๒๖ ภำพแสดง การเผยแพร่สู่บคุ คลภายนอก Website : https://www.nonsawan.com Facebook : รร. บา้ นโนนสวรรค์, Facebook : โรงเรียนบ้านโนนสวรรค์ ภำพแสดง QR Code เพือ่ เข้าสกู่ ิจกรรม Coding ของโรงเรียนบา้ นโนนสวรรค์

๒๗