ผงั การสรา งขอ สอบ (Test Blueprint) O-NET ปการศึกษา 2565 วชิ าวิทยาศาสตร ชั้นประถมศึกษาปท ่ี 6 จํานวนขอ สอบ 20 ขอ ประกอบดวยรูปแบบขอ สอบ 2 รูปแบบ ดังนี้ 1. รูปแบบปรนยั 4 ตวั เลือก 1 คําตอบ จาํ นวน 18 ขอ ขอละ 5 คะแนน รวม 90 คะแนน 2. รปู แบบเลือกตอบเชิงซอ น จํานวน 2 ขอ ขอละ 5 คะแนน รวม 10 คะแนน สาระ มาตรฐาน คณุ ภาพผเู รียนฉบับ คณุ ภาพผูเรียนฉบับ ตวั ชี้วดั รายละเอยี ดตวั ชว้ี ัด สรุป สาระการเรยี นรแู กนกลาง รปู แบบ คะแนน ปรบั ปรุง พ.ศ. 2560 ปรับปรุง พ.ศ. 2560 จํานวน ขอ สอบ 5 1 ตามหลกั สูตรแกนกลาง ตามหลกั สูตรแกนกลาง บรรยายโครงสรางและลักษณะของสิง่ มีชวี ิตท่ี ตวั ชี้วดั (จาํ นวนขอ ) วทิ ยาศาสตร การศกึ ษาขนั้ พื้นฐาน การศกึ ษาขั้นพื้นฐาน เหมาะสมกบั การดาํ รงชวี ติ ซง่ึ เปน ผลมาจาก พุทธศักราช 2551 พทุ ธศักราช 2551 การปรับตวั ของสิง่ มีชีวติ ในแตล ะแหลงทอี่ ยู 4 ตวั เลือก ชีวภาพ ทใ่ี ชใ นการสอบ O-NET 1 คาํ ตอบ อธบิ ายความสัมพนั ธระหวางสิ่งมชี วี ติ กบั (1 ขอ ) ว 1.1 เขาใจความหลากหลาย เขา ใจโครงสรา ง เขาใจโครงสราง ป.5/1 ส่ิงมีชีวติ และความสัมพนั ธร ะหวางสิง่ มีชวี ติ กับ 3 สิ่งมชี วี ิตท้งั พืชและสตั วมีโครงสรางและลักษณะที่ สิ่งไมมชี วี ติ เพ่อื ประโยชนตอ การดํารงชวี ิต เหมาะสมในแตละแหลง ท่อี ยู ซ่งึ เปน ผลมาจากการ ของระบบนเิ วศ ความสัมพันธ ลกั ษณะเฉพาะ ลักษณะเฉพาะของ ปรบั ตวั ของสงิ่ มีชวี ติ เพ่ือใหด าํ รงชวี ติ และอยรู อดได ระหวา งส่ิงไมม ชี วี ติ กับส่งิ มีชวี ติ ของการปรับตวั การปรบั ตัวของ เขียนโซอ าหารและระบุบทบาทหนา ท่ขี อง ในแตล ะแหลง ทอี่ ยู เชน ผกั ตบชวามชี องอากาศใน และความสัมพันธร ะหวา ง สิ่งมชี วี ติ ท่เี ปนผูผ ลติ และผบู รโิ ภคในโซอาหาร กานใบ ชว ยใหล อยน้าํ ได ตนโกงกางที่ขนึ้ อยูในปา ชาย สงิ่ มีชีวิตกับสงิ่ มชี ีวิตตางๆ ของสง่ิ มชี วี ิต รวมท้งั ส่ิงมีชวี ิต รวมทั้ง เลนมีรากค้ําจุนทาํ ใหล าํ ตน ไมล ม ปลามคี รบี ชวยในการ ในระบบนิเวศ การถายทอด ความสมั พนั ธของ ความสมั พนั ธข อง เคลื่อนทีใ่ นน้ํา พลังงาน การเปลย่ี นแปลงแทนท่ี ส่ิงมีชวี ติ ในแหลงที่อยู สง่ิ มชี วี ิตในแหลงทอ่ี ยู ในแหลง ท่อี ยูหน่งึ ๆ สงิ่ มชี ีวิตจะมีความสมั พันธซึ่งกนั ในระบบนเิ วศ ความหมายของ การทาํ หนา ทีข่ องสว น การทาํ หนา ที่ของ และกนั และสัมพนั ธก บั ส่ิงไมมชี ีวิต เพื่อประโยชนตอ ป.5/2 การดํารงชีวิต เชน ความสัมพันธก ันดานการกนิ กัน เปนอาหาร เปนแหลง ทอ่ี ยอู าศัย หลบภยั และเลย้ี งดู ประชากร ปญ หาและผลกระทบ ตาง ๆ ของพชื และ สวนตา ง ๆ ของพืช ลูกออน ใชอ ากาศในการหายใจ ส่งิ มชี ีวิตมกี ารกนิ กันเปน อาหาร โดยกนิ ตอกันเปน ทอด ๆ ที่มีตอทรพั ยากรธรรมชาติและ การทาํ งานของระบบ และการทํางานของ ในรูปแบบของโซอ าหาร ทาํ ใหส ามารถระบบุ ทบาท สงิ่ แวดลอม แนวทางในการ หนา ที่ของส่ิงมีชวี ติ เปนผูผลิตและผบู รโิ ภค อนุรกั ษทรัพยากรธรรมชาตแิ ละ ยอ ยอาหารของมนษุ ย ระบบยอยอาหาร ของมนุษย การแกไ ขปญ หาสง่ิ แวดลอ ม รวมทัง้ นาํ ความรไู ปใชประโยชน ป.5/3 1
ผังการสรา งขอ สอบ (Test Blueprint) O-NET ปการศกึ ษา 2565 วชิ าวทิ ยาศาสตร ช้นั ประถมศึกษาปท่ี 6 จาํ นวนขอ สอบ 20 ขอ ประกอบดวยรูปแบบขอสอบ 2 รูปแบบ ดังนี้ 1. รปู แบบปรนัย 4 ตวั เลือก 1 คําตอบ จํานวน 18 ขอ ขอ ละ 5 คะแนน รวม 90 คะแนน 2. รูปแบบเลือกตอบเชิงซอ น จาํ นวน 2 ขอ ขอ ละ 5 คะแนน รวม 10 คะแนน สาระ มาตรฐาน คุณภาพผูเรียนฉบบั คุณภาพผเู รียนฉบบั ตัวช้ีวดั รายละเอยี ดตวั ชีว้ ดั สรปุ สาระการเรยี นรแู กนกลาง รปู แบบ คะแนน ปรบั ปรุง พ.ศ. 2560 ปรบั ปรุง พ.ศ. 2560 จํานวน ขอ สอบ ตามหลกั สูตรแกนกลาง ตามหลักสตู รแกนกลาง ตัวชี้วดั (จํานวนขอ ) การศึกษาขน้ั พ้ืนฐาน การศึกษาขน้ั พื้นฐาน พุทธศักราช 2551 พุทธศักราช 2551 ท่ใี ชใ นการสอบ O-NET ว 1.2 เขา ใจสมบตั ขิ องสิ่งมีชีวติ ป.4/1 บรรยายหนา ที่ของราก ลําตน ใบ และดอกของ 2 สว นตา ง ๆ ของพชื ดอกทาํ หนา ที่แตกตางกัน 4 ตัวเลอื ก 10 หนว ยพ้นื ฐานของสิง่ มีชวี ิต พชื ดอก โดยใชขอ มลู ทร่ี วบรวมได - รากทาํ หนาทด่ี ูดนา้ํ และธาตอุ าหารขน้ึ ไปยงั ลําตน 1 คําตอบ การลําเลียงสารเขา และออก - ลาํ ตน ทําหนา ทล่ี ําเลียงนาํ้ ตอไปยังสวนตาง ๆ ของพชื (1 ขอ ) จากเซลล ความสมั พนั ธของ - ใบทาํ หนา ทสี่ รา งอาหาร อาหารทพี่ ืชสรางข้นึ โครงสรา งและหนา ทข่ี องระบบ คอื น้ําตาล ซ่งึ จะเปลี่ยนเปนแปง เลือกตอบ ตา ง ๆ ของสตั วแ ละมนษุ ยท ี่ - ดอกทาํ หนา ทส่ี บื พนั ธุ ประกอบดว ยสวนประกอบ เชิงซอน ทํางานสมั พันธกนั ตา ง ๆ ไดแก กลีบเลย้ี ง กลีบดอก เกสรเพศผู และ (1 ขอ) ความสมั พนั ธของโครงสราง เกสรเพศเมยี ซึง่ สวนประกอบแตล ะสวนของดอก และหนา ทขี่ องอวยั วะตา ง ๆ ทาํ หนา ทแ่ี ตกตา งกัน ของพชื ที่ทาํ งานสัมพนั ธก ัน ป.6/4 สรา งแบบจาํ ลองระบบยอยอาหาร และบรรยาย ระบบยอ ยอาหารประกอบดว ยอวยั วะตา ง ๆ ไดแ ก รวมทั้งนําความรูไปใชประโยชน หนา ที่ของอวยั วะในระบบยอยอาหาร รวมทง้ั ปาก หลอดอาหาร กระเพาะอาหาร ลาํ ไสเลก็ อธิบายการยอยอาหารและการดูดซึมสารอาหาร ลําไสใ หญ ทวารหนัก ตบั และตบั ออน ซงึ่ ทําหนา ท่ี รว มกันในการยอยและดดู ซึมสารอาหาร - ปากมีฟนชว ยบดเคยี้ วอาหารใหม ขี นาดเล็กลง และมี ล้ินชวยคลุกเคลาอาหารกับนา้ํ ลาย ในน้าํ ลายมีเอนไซม ยอยแปง ใหเปน นํ้าตาล - หลอดอาหารทาํ หนา ทล่ี าํ เลยี งอาหารจากปากไปยงั กระเพาะอาหาร ภายในกระเพาะอาหารมีการยอ ย โปรตีนโดยกรดและเอนไซมท ี่สรา งจากกระเพาะอาหาร 2
ผงั การสรางขอ สอบ (Test Blueprint) O-NET ปการศึกษา 2565 วิชาวิทยาศาสตร ช้นั ประถมศกึ ษาปที่ 6 จํานวนขอสอบ 20 ขอ ประกอบดวยรปู แบบขอ สอบ 2 รูปแบบ ดงั น้ี 1. รูปแบบปรนัย 4 ตัวเลือก 1 คาํ ตอบ จาํ นวน 18 ขอ ขอ ละ 5 คะแนน รวม 90 คะแนน 2. รูปแบบเลอื กตอบเชงิ ซอน จํานวน 2 ขอ ขอ ละ 5 คะแนน รวม 10 คะแนน สาระ มาตรฐาน คุณภาพผูเรียนฉบบั คุณภาพผเู รียนฉบบั ตัวช้ีวดั รายละเอียดตวั ชีว้ ดั สรปุ สาระการเรยี นรแู กนกลาง รูปแบบ คะแนน ปรับปรุง พ.ศ. 2560 ปรบั ปรุง พ.ศ. 2560 จาํ นวน ขอ สอบ ตามหลักสูตรแกนกลาง ตามหลกั สตู รแกนกลาง ตัวชีว้ ดั (จํานวนขอ ) การศึกษาข้นั พื้นฐาน การศึกษาขัน้ พื้นฐาน พทุ ธศักราช 2551 พทุ ธศักราช 2551 ที่ใชใ นการสอบ O-NET - ลาํ ไสเ ล็กมเี อนไซมท ่สี รา งจากผนังลาํ ไสเล็กเอง และ จากตับออ นทีช่ ว ยยอ ยโปรตีน คารโ บไฮเดรต และ ไขมัน โดยโปรตีน คารโบไฮเดรต และไขมนั ท่ีผาน การยอยจนเปน สารอาหารขนาดเลก็ พอที่จะดดู ซมึ ได รวมถงึ นา้ํ เกลือแร และวิตามิน จะถกู ดูดซมึ ทผ่ี นงั ลําไสเ ล็กเขาสกู ระแสเลอื ด เพื่อลําเลยี งไปยังสว น ตางๆ ของรางกาย ซึ่งโปรตีน คารโบไฮเดรต และ ไขมัน จะถูกนาํ ไปใชเปนแหลง พลงั งานสําหรบั ใชใ น กจิ กรรมตาง ๆ สว นนา้ํ เกลือแร และวิตามิน จะชวยให รา งกายทาํ งานไดเปนปกติ - ตบั สรา งนํ้าดีแลวสงมายังลาํ ไสเลก็ ชว ยใหไขมันแตกตัว - ลําไสใ หญทาํ หนาท่ีดูดนา้ํ และเกลือแร เปน บรเิ วณที่ มีอาหารท่ียอ ยไมไ ดหรือยอยไมหมดเปน กากอาหาร ซ่งึ จะถกู กําจดั ออกทางทวารหนกั อวยั วะตา ง ๆ ในระบบยอ ยอาหารมีความสาํ คัญ จงึ ควรปฏบิ ัติตนดูแลรกั ษาอวยั วะใหทาํ งานเปนปกติ 3
ผงั การสรางขอสอบ (Test Blueprint) O-NET ปการศกึ ษา 2565 วิชาวทิ ยาศาสตร ช้นั ประถมศกึ ษาปท่ี 6 จาํ นวนขอสอบ 20 ขอ ประกอบดว ยรปู แบบขอ สอบ 2 รปู แบบ ดังน้ี 1. รูปแบบปรนยั 4 ตวั เลือก 1 คาํ ตอบ จาํ นวน 18 ขอ ขอ ละ 5 คะแนน รวม 90 คะแนน 2. รปู แบบเลือกตอบเชิงซอ น จาํ นวน 2 ขอ ขอละ 5 คะแนน รวม 10 คะแนน สาระ มาตรฐาน คุณภาพผเู รียนฉบบั คณุ ภาพผูเรียนฉบบั ตัวช้วี ดั รายละเอียดตัวชว้ี ดั สรุป สาระการเรยี นรแู กนกลาง รปู แบบ คะแนน ปรับปรุง พ.ศ. 2560 ปรบั ปรุง พ.ศ. 2560 จาํ นวน ขอ สอบ ตามหลักสูตรแกนกลาง ตามหลักสตู รแกนกลาง ตวั ชวี้ ดั (จาํ นวนขอ ) การศกึ ษาขั้นพ้ืนฐาน การศึกษาขัน้ พ้ืนฐาน พทุ ธศักราช 2551 พทุ ธศักราช 2551 ทใี่ ชใ นการสอบ O-NET ว 1.3 เขาใจกระบวนการและ ป.4/1 จาํ แนกส่งิ มชี วี ติ โดยใชความเหมอื น และความ 5 สง่ิ มีชีวติ มหี ลายชนิด สามารถจดั กลุม ได โดยใช 4 ตวั เลือก 5 ความสําคญั ของการถายทอด แตกตางของลักษณะของสง่ิ มีชวี ติ ออกเปนกลมุ ความเหมอื นและความแตกตางของลกั ษณะตา ง ๆ 1 คาํ ตอบ ลักษณะทางพนั ธกุ รรม สาร พืช กลุมสัตว และกลมุ ทีไ่ มใชพชื และสัตว เชน กลุมพชื สรางอาหารเองได และเคล่ือนทด่ี วย (1 ขอ) พนั ธกุ รรม การเปล่ียนแปลง ตนเองไมได กลุมสตั วกนิ สิ่งมีชีวติ อืน่ เปน อาหารและ ทางพนั ธกุ รรมที่มีผลตอ สิ่งมีชีวติ เคลอ่ื นทไ่ี ด กลุมท่ไี มใชพืชและสตั ว เชน เห็ด รา ความหลากหลายทางชีวภาพ จลุ นิ ทรยี และวิวฒั นาการของสง่ิ มชี ีวติ ป.4/2 จาํ แนกพืชออกเปน พชื ดอกและพชื ไมม ดี อก การจาํ แนกพืช สามารถใชการมดี อกเปน เกณฑในการ รวมทั้งนําความรูไปใชป ระโยชน โดยใชก ารมีดอกเปน เกณฑ โดยใชข อ มลู ท่ี จาํ แนกไดเ ปน พืชดอกและพชื ไมมีดอก รวบรวมได ป.4/3 จาํ แนกสตั วออกเปนสัตวม กี ระดกู สันหลงั และ การจาํ แนกสัตว สามารถใชการมกี ระดกู สนั หลงั เปน สัตวไ มมีกระดกู สันหลงั โดยใชก ารมกี ระดกู เกณฑในการจําแนก ไดเปนสัตวม กี ระดกู สนั หลงั และ สนั หลังเปนเกณฑ โดยใชขอมูลท่รี วบรวมได สตั วไ มมีกระดกู สันหลงั ป.4/4 บรรยายลกั ษณะเฉพาะที่สังเกตไดข องสตั วม ี สัตวม ีกระดูกสนั หลังมหี ลายกลมุ ไดแก กลมุ ปลา กระดูกสันหลังในกลุมปลา กลุม สตั วสะเทนิ นา้ํ กลมุ สัตวส ะเทินน้าํ สะเทินบก กลุมสตั วเลือ้ ยคลาน สะเทนิ บก กลมุ สตั วเ ล้อื ยคลาน กลุมนก และ กลมุ นก และกลุมสตั วเลยี้ งลูกดว ยนม ซงึ่ แตละกลมุ กลุมสตั วเ ลย้ี งลูกดว ยนม และยกตวั อยา ง จะมลี ักษณะเฉพาะทส่ี งั เกตได สง่ิ มชี ีวติ ในแตล ะกลุม 4
ผงั การสรางขอสอบ (Test Blueprint) O-NET ปการศึกษา 2565 วิชาวิทยาศาสตร ชน้ั ประถมศึกษาปที่ 6 จํานวนขอสอบ 20 ขอ ประกอบดวยรปู แบบขอ สอบ 2 รปู แบบ ดงั น้ี 1. รูปแบบปรนยั 4 ตวั เลือก 1 คําตอบ จาํ นวน 18 ขอ ขอละ 5 คะแนน รวม 90 คะแนน 2. รูปแบบเลอื กตอบเชิงซอน จํานวน 2 ขอ ขอ ละ 5 คะแนน รวม 10 คะแนน สาระ มาตรฐาน คุณภาพผูเรียนฉบับ คุณภาพผเู รียนฉบบั ตัวชีว้ ดั รายละเอยี ดตวั ช้ีวัด สรปุ สาระการเรยี นรแู กนกลาง รูปแบบ คะแนน ปรบั ปรุง พ.ศ. 2560 ปรับปรุง พ.ศ. 2560 จาํ นวน ขอสอบ ตามหลักสูตรแกนกลาง ตามหลกั สูตรแกนกลาง ตัวชีว้ ดั (จาํ นวนขอ) การศึกษาขน้ั พื้นฐาน การศึกษาข้นั พ้ืนฐาน พุทธศักราช 2551 พทุ ธศักราช 2551 ท่ใี ชใ นการสอบ O-NET ป.5/1 อธบิ ายลกั ษณะทางพันธกุ รรมทมี่ ีการถา ยทอด ส่งิ มีชีวิตท้งั พืช สัตว และมนุษย เม่ือโตเต็มที่จะมี จากพอ แมส ลู ูก ของพชื สตั ว และมนุษย การสบื พันธเุ พอ่ื เพ่มิ จาํ นวนและดาํ รงพนั ธุ โดยลูกที่ เกิดมาจะไดร ับการถา ยทอดลกั ษณะทางพันธกุ รรม จากพอ แมท ําใหม ลี กั ษณะทางพนั ธุกรรมที่เฉพาะ แตกตางจากสงิ่ มีชีวติ ชนดิ อนื่ พืชมกี ารถา ยทอดลกั ษณะทางพันธุกรรม เชน ลักษณะของใบ สีดอก สัตวม ีการถา ยทอดลักษณะทางพันธกุ รรม เชน สีขน ลักษณะของขน ลักษณะของหู มนษุ ยม ีการถา ยทอดลกั ษณะทางพันธกุ รรม เชน เชิงผมที่หนาผาก ลกั ยม้ิ ลกั ษณะหนงั ตา การหอ ล้ิน ลกั ษณะของต่ิงหู 5
ผงั การสรางขอ สอบ (Test Blueprint) O-NET ปการศึกษา 2565 วิชาวิทยาศาสตร ชั้นประถมศกึ ษาปท่ี 6 จํานวนขอสอบ 20 ขอ ประกอบดวยรูปแบบขอ สอบ 2 รปู แบบ ดังนี้ 1. รูปแบบปรนัย 4 ตัวเลือก 1 คาํ ตอบ จํานวน 18 ขอ ขอ ละ 5 คะแนน รวม 90 คะแนน 2. รูปแบบเลอื กตอบเชิงซอน จาํ นวน 2 ขอ ขอละ 5 คะแนน รวม 10 คะแนน สาระ มาตรฐาน คุณภาพผเู รียนฉบับ คณุ ภาพผูเ รียนฉบบั รายละเอียดตวั ชีว้ ัด สรปุ สาระการเรยี นรูแกนกลาง รูปแบบ คะแนน ปรบั ปรุง พ.ศ. 2560 ปรับปรุง พ.ศ. 2560 จํานวน ขอ สอบ 20 2 ว 2.1 เขา ใจสมบัติของสสาร ตามหลกั สตู รแกนกลาง เปรียบเทยี บสมบตั ิทางกายภาพดา นความแข็ง ตวั ชีว้ ดั วสั ดแุ ตล ะชนิดมสี มบตั ทิ างกายภาพแตกตางกัน (จาํ นวนขอ) วทิ ยาศาสตร องคป ระกอบของสสาร ความ การศึกษาขน้ั พ้ืนฐาน ตามหลกั สตู รแกนกลาง ตัวชวี้ ดั สภาพยืดหยนุ การนําความรอน และการนาํ ไฟฟา วัสดุท่ีมีความแขง็ จะทนตอแรงขูดขีด วสั ดุทมี่ ีสภาพ พุทธศักราช 2551 ของวสั ดุ โดยใชห ลกั ฐานเชงิ ประจักษจ ากการ 8 ยืดหยนุ จะเปลย่ี นแปลงรูปรางเมอ่ื มีแรงมากระทําและ 4 ตัวเลือก กายภาพ สมั พันธระหวา งสมบัตขิ องสสาร การศกึ ษาขนั้ พื้นฐาน ทดลองและระบกุ ารนําสมบตั เิ ร่ืองความแขง็ กลับสภาพเดิมได วสั ดทุ ี่นาํ ความรอ นจะรอ นไดเรว็ เมื่อ 1 คําตอบ กับโครงสรา งและแรงยึดเหนย่ี ว เขา ใจสมบตั ิและ พุทธศักราช 2551 สภาพยดื หยนุ การนาํ ความรอ น และการนาํ ไดรับความรอ น และวัสดุท่ีนาํ ไฟฟาได จะใหก ระแสไฟฟา (3 ขอ ) ระหวา งอนภุ าคหลัก และ การจาํ แนกกลุม ท่ีใชในการสอบ O-NET ไฟฟา ของวสั ดุไปใชในชวี ติ ประจาํ วันผา น ผา นได ดังนัน้ จงึ อาจนาํ สมบตั ติ า ง ๆ มาพิจารณาเพื่อ ธรรมชาตขิ องการเปลีย่ นแปลง ของวัสดุ สถานะ กระบวนการออกแบบชน้ิ งาน ใชในกระบวนการออกแบบชนิ้ งานเพอ่ื ใชป ระโยชน เลอื กตอบ สถานะของสสาร การเกิด และการเปลีย่ น เขาใจสมบตั ิและ ป.4/1 ในชีวติ ประจําวัน เชิงซอน สารละลาย และการเกดิ สถานะของสสาร เปรยี บเทยี บสมบตั ิของสสารทั้ง 3 สถานะ วสั ดุเปน สสารเพราะมีมวลและตองการท่ีอยู สสารมี (1 ขอ) ปฏิกิรยิ าเคมี การละลาย การ การจาํ แนกกลมุ จากขอ มลู ท่ไี ดจากการสงั เกตมวล การตองการ สถานะเปน ของแข็ง ของเหลว หรอื แกส ของแข็งมี เปลย่ี นแปลงทางเคมี ทีอ่ ยู รูปราง และปรมิ าตรของสสาร ปริมาตรและรปู รา งคงท่ี ของเหลวมีปรมิ าตรคงที่ การปล่ยี นแปลงท่ี ของวสั ดุ สถานะ ใชเครอ่ื งมือเพอื่ วดั มวล และปริมาตรของสสาร แตม ีรปู รางเปลี่ยนไปตามภาชนะเฉพาะสวนท่ีบรรจุ ผนั กลบั ไดและผัน ทั้ง 3 สถานะ ของเหลว สวนแกสมีปริมาตร และรปู รา งเปล่ียนไป กลบั ไมได และการ และการเปล่ยี น ตามภาชนะทบี่ รรจุ แยกสารอยา งงาย การเปลี่ยนสถานะของสสารเปนการเปลย่ี นแปลง สถานะของสสาร ทางกายภาพ เมอ่ื เพม่ิ ความรอ นใหก บั สสารถงึ ระดบั หน่ึง จะทาํ ใหส สารท่ีเปน ของแข็งเปลยี่ นสถานะเปน ของเหลว การละลาย การ เรยี กวา การหลอมเหลว และเมื่อเพม่ิ ความรอนตอไป เปล่ยี นแปลงทางเคมี การเปลยี่ นแปลงที่ ป.4/3 ผนั กลบั ไดแ ละผนั กลบั ไมไ ด และการ แยกสารอยางงาย ป.4/4 ป.5/1 อธิบายการเปล่ียนสถานะของสสาร เมอ่ื ทาํ ให สสารรอ นขนึ้ หรือเย็นลง โดยใชห ลกั ฐาน เชิงประจักษ 6
ผังการสรา งขอ สอบ (Test Blueprint) O-NET ปการศกึ ษา 2565 วชิ าวิทยาศาสตร ชั้นประถมศึกษาปท่ี 6 จาํ นวนขอ สอบ 20 ขอ ประกอบดว ยรปู แบบขอสอบ 2 รปู แบบ ดังนี้ 1. รูปแบบปรนัย 4 ตัวเลือก 1 คําตอบ จํานวน 18 ขอ ขอ ละ 5 คะแนน รวม 90 คะแนน 2. รูปแบบเลือกตอบเชงิ ซอน จาํ นวน 2 ขอ ขอละ 5 คะแนน รวม 10 คะแนน สาระ มาตรฐาน คณุ ภาพผูเรียนฉบบั คณุ ภาพผูเรียนฉบบั ตวั ชีว้ ดั รายละเอียดตัวช้วี ดั สรุป สาระการเรยี นรูแกนกลาง รูปแบบ คะแนน ปรบั ปรุง พ.ศ. 2560 ปรบั ปรุง พ.ศ. 2560 จาํ นวน ขอสอบ ตามหลกั สูตรแกนกลาง ตามหลกั สูตรแกนกลาง ตวั ชีว้ ดั (จํานวนขอ ) การศกึ ษาข้นั พ้ืนฐาน การศกึ ษาขัน้ พื้นฐาน พทุ ธศักราช 2551 พทุ ธศักราช 2551 ทใ่ี ชใ นการสอบ O-NET จนถงึ อกี ระดับหน่ึงของเหลวจะเปลี่ยนเปนแกส เรยี กวา การกลายเปนไอ แตเม่อื ลดความรอนลงถึงระดับหนง่ึ แกสจะเปลี่ยนสถานะเปนของเหลว เรยี กวา การควบแนน และถาลดความรอ นตอ ไปอกี จนถึงระดับหนงึ่ ของเหลว จะเปลย่ี นสถานะเปนของแขง็ เรียกวา การแข็งตัว สสารบางชนดิ สามารถเปล่ยี นสถานะจากของแข็งเปน แกสโดยไมผ านการเปนของเหลว เรียกวา การระเหดิ สว นแกสบางชนิดสามารถเปลีย่ นสถานะเปน ของแข็ง โดยไมผ า นการเปน ของเหลว เรียกวา การระเหดิ กลับ ป.5/2 อธบิ ายการละลายของสารในน้ํา โดยใชหลักฐาน เมอื่ ใสสารลงในน้ําแลว สารนั้นรวมเปน เนอื้ เดยี วกนั เชงิ ประจกั ษ กับนา้ํ ทวั่ ทกุ สวน แสดงวาสารเกดิ การละลาย เรียกสารผสมท่ีไดวา สารละลาย ป.5/3 วเิ คราะหการเปลยี่ นแปลงของสารเมอ่ื เกดิ เม่อื ผสมสาร 2 ชนดิ ข้นึ ไปแลวมีสารใหมเกดิ ขึ้น การเปลี่ยนแปลงทางเคมี โดยใชหลกั ฐาน ซึ่งมสี มบตั ติ า งจากสารเดิมหรือเมอ่ื สารชนดิ เดียว เชงิ ประจักษ เกิดการเปลี่ยนแปลงแลว มีสารใหมเ กิดขนึ้ การเปลยี่ นแปลงนี้เรยี กวา การเปลีย่ นแปลงทางเคมี ซึง่ สงั เกตไดจากมสี หี รือกลิน่ ตา งจากสารเดิม หรอื 7
ผงั การสรางขอสอบ (Test Blueprint) O-NET ปการศึกษา 2565 วชิ าวทิ ยาศาสตร ช้นั ประถมศึกษาปท ่ี 6 จาํ นวนขอ สอบ 20 ขอ ประกอบดวยรปู แบบขอสอบ 2 รูปแบบ ดงั น้ี 1. รปู แบบปรนยั 4 ตวั เลือก 1 คําตอบ จาํ นวน 18 ขอ ขอ ละ 5 คะแนน รวม 90 คะแนน 2. รูปแบบเลือกตอบเชงิ ซอน จาํ นวน 2 ขอ ขอละ 5 คะแนน รวม 10 คะแนน สาระ มาตรฐาน คณุ ภาพผูเรียนฉบับ คุณภาพผูเรียนฉบบั ตวั ชี้วดั รายละเอยี ดตัวชี้วดั สรุป สาระการเรยี นรูแกนกลาง รปู แบบ คะแนน ปรบั ปรุง พ.ศ. 2560 ปรบั ปรุง พ.ศ. 2560 จํานวน ขอสอบ ตามหลกั สูตรแกนกลาง ตามหลักสูตรแกนกลาง ตวั ชวี้ ดั (จํานวนขอ) การศึกษาขั้นพื้นฐาน การศึกษาขน้ั พื้นฐาน พุทธศักราช 2551 พุทธศักราช 2551 ท่ใี ชใ นการสอบ O-NET มีฟองแกส หรอื มีตะกอนเกิดขนึ้ หรอื มกี ารเพิ่มข้ึน หรือลดลงของอุณหภมู ิ ป.5/4 วิเคราะหและระบกุ ารเปลย่ี นแปลงทผ่ี ันกลบั ได เมอ่ื สารเกดิ การเปลี่ยนแปลงแลว สารสามารถเปลี่ยน และการเปลี่ยนแปลงทผี่ นั กลับไมไ ด กลับเปน สารเดิมได เปนการเปลย่ี นแปลงท่ผี นั กลบั ได เชน การหลอมเหลว การกลายเปน ไอ การละลาย แตสารบางอยา งเกิดการเปล่ียนแปลงแลวไมส ามารถ เปลีย่ นกลับเปนสารเดิมไดเปนการเปลย่ี นแปลงท่ี ผนั กลบั ไมไ ด เชน การเผาไหม การเกดิ สนมิ ป.6/1 อธิบายและเปรยี บเทียบการแยกสารผสม สารผสมประกอบดว ยสารตัง้ แต 2 ชนดิ ขึ้นไปผสมกนั โดยการหยบิ ออก การรอน การใชแมเหลก็ เชน นํา้ มันผสมน้ํา ขา วสารปนกรวดทราย วธิ กี ารที่ ดึงดูด การรินออก การกรอง และ เหมาะสมในการแยกสารผสมขน้ึ อยูกบั ลักษณะและ การตกตะกอน โดยใชหลักฐานเชงิ ประจกั ษ สมบัตขิ องสารทผ่ี สมกัน ถา องคประกอบของสารผสม รวมทง้ั ระบุวธิ แี กป ญหาในชวี ิตประจําวนั เปนของแขง็ กับของแข็งทมี่ ขี นาดแตกตางกนั อยางชดั เจน เกยี่ วกบั การแยกสาร อาจใชวธิ ีการหยิบออก หรอื การรอนผา นวัสดุทม่ี ีรู ถา มีสารใดสารหนง่ึ เปน สารแมเหล็กอาจใชว ธิ กี ารใช แมเหลก็ ดงึ ดดู ถา องคประกอบเปนของแขง็ ท่ีไมละลายใน ของเหลว อาจใชว ธิ กี ารรนิ ออก การกรอง หรือการ 8
ผงั การสรา งขอ สอบ (Test Blueprint) O-NET ปการศกึ ษา 2565 วชิ าวทิ ยาศาสตร ช้ันประถมศึกษาปท ี่ 6 จาํ นวนขอ สอบ 20 ขอ ประกอบดวยรปู แบบขอ สอบ 2 รูปแบบ ดังน้ี 1. รปู แบบปรนัย 4 ตวั เลือก 1 คําตอบ จาํ นวน 18 ขอ ขอละ 5 คะแนน รวม 90 คะแนน 2. รปู แบบเลอื กตอบเชงิ ซอ น จาํ นวน 2 ขอ ขอ ละ 5 คะแนน รวม 10 คะแนน สาระ มาตรฐาน คุณภาพผเู รียนฉบบั คณุ ภาพผูเรียนฉบบั ตัวชว้ี ดั รายละเอียดตวั ชว้ี ดั สรุป สาระการเรยี นรูแกนกลาง รูปแบบ คะแนน ปรับปรุง พ.ศ. 2560 ปรบั ปรุง พ.ศ. 2560 จาํ นวน ขอสอบ ตามหลักสตู รแกนกลาง ตามหลกั สูตรแกนกลาง ตวั ชีว้ ดั (จาํ นวนขอ) การศกึ ษาขัน้ พ้ืนฐาน การศกึ ษาขน้ั พ้ืนฐาน พุทธศักราช 2551 พทุ ธศักราช 2551 ท่ีใชในการสอบ O-NET ตกตะกอน ซ่ึงวิธีการแยกสารสามารถนาํ ไปใช ประโยชนใ นชีวติ ประจําวันได ว 2.2 เขาใจธรรมชาตขิ องแรง เขา ใจลกั ษณะของ เขาใจลกั ษณะของ ป.4/1 ระบผุ ลของแรงโนมถวงที่มีตอ วตั ถจุ ากหลักฐาน 9 แรงโนม ถวงของโลกเปนแรงดึงดูดที่โลกกระทําตอวตั ถุ 4 ตวั เลอื ก 15 ในชีวติ ประจาํ วัน ผลของแรงท่ี แรงโนมถวงของโลก แรงโนมถวงของโลก เชงิ ประจกั ษ มที ิศทางเขา สศู นู ยกลางโลก และเปนแรงไมส มั ผสั 1 คาํ ตอบ แรงดึงดูดทโ่ี ลกกระทาํ กับวตั ถุหนง่ึ ๆ ทาํ ใหว ตั ถุตกลง (3 ขอ ) กระทาํ ตอวัตถุ ลกั ษณะการ แรงลัพธ แรงเสยี ด- แรงลัพธ แรงเสยี ด- ป.4/2 ใชเครอ่ื งช่ังสปริงในการวดั นํ้าหนกั ของวตั ถุ สูพนื้ โลก และทาํ ใหว ัตถมุ ีนา้ํ หนกั วดั นํา้ หนกั ของวัตถุ เคลือ่ นทีแ่ บบตา ง ๆ ของวัตถุ ไดจากเครอื่ งชั่งสปริง นํ้าหนกั ของวตั ถุขน้ึ กับมวลของ รวมทั้งนาํ ความรไู ปใช ทาน แรงไฟฟา และ ทาน แรงไฟฟาและ วตั ถุ โดยวตั ถทุ ีม่ มี วลมากจะมนี ้าํ หนกั มาก วตั ถุท่ีมี ประโยชน ผลของแรงตา งๆ ผลของแรงตา งๆ มวลนอ ยจะมีน้าํ หนกั นอย ผลที่เกิดจากแรง ผลที่เกดิ จากแรง มวล คอื ปรมิ าณเน้ือของสสารท้งั หมดทีป่ ระกอบกัน กระทาํ ตอวัตถุ กระทาํ ตอ วัตถุ ป.4/3 บรรยายมวลของวตั ถทุ ่มี ีผลตอ การเปล่ียนแปลง ความดนั หลกั การ ความดัน หลกั การ การเคลือ่ นทข่ี องวัตถจุ ากหลกั ฐานเชิงประจักษ เปนวัตถุ ซงึ่ มีผลตอความยากงา ยในการเปลี่ยนแปลง ที่มตี อ วัตถุ ที่มีตอวตั ถุ การเคลื่อนท่ขี องวตั ถุ วตั ถทุ ่มี ีมวลมากจะเปลี่ยนแปลง การเคล่อื นทไี่ ดยากกวาวัตถุทม่ี ีมวลนอ ย ดงั นน้ั มวลของวัตถุนอกจากจะหมายถึงเนอื้ ทั้งหมดของวัตถุ น้นั แลว ยังหมายถึงการตานการเปลี่ยนแปลงการ เคล่อื นทีข่ องวัตถนุ นั้ ดวย 9
ผงั การสรา งขอ สอบ (Test Blueprint) O-NET ปการศึกษา 2565 วชิ าวิทยาศาสตร ชน้ั ประถมศึกษาปท ่ี 6 จาํ นวนขอสอบ 20 ขอ ประกอบดวยรปู แบบขอสอบ 2 รปู แบบ ดังน้ี 1. รปู แบบปรนัย 4 ตัวเลือก 1 คาํ ตอบ จํานวน 18 ขอ ขอละ 5 คะแนน รวม 90 คะแนน 2. รูปแบบเลือกตอบเชงิ ซอน จาํ นวน 2 ขอ ขอละ 5 คะแนน รวม 10 คะแนน สาระ มาตรฐาน คุณภาพผเู รียนฉบับ คุณภาพผูเรียนฉบบั ตวั ชีว้ ดั รายละเอยี ดตัวช้วี ดั สรุป สาระการเรยี นรูแกนกลาง รปู แบบ คะแนน ปรบั ปรุง พ.ศ. 2560 ปรบั ปรุง พ.ศ. 2560 จาํ นวน ขอ สอบ ตามหลกั สตู รแกนกลาง ตามหลกั สตู รแกนกลาง ตัวช้ีวดั (จํานวนขอ ) การศกึ ษาขน้ั พื้นฐาน การศึกษาข้นั พื้นฐาน พทุ ธศักราช 2551 พทุ ธศักราช 2551 ท่ใี ชใ นการสอบ O-NET ป.5/1 อธิบายวธิ กี ารหาแรงลัพธของแรงหลายแรง แรงลัพธเปน ผลรวมของแรงท่ีกระทาํ ตอวัตถุ โดย ในแนวเดียวกนั ที่กระทาํ ตอ วัตถใุ นกรณที ่ีวตั ถุ แรงลัพธข องแรง 2 แรงที่กระทาํ ตอ วัตถเุ ดียวกัน อยูนิ่งจากหลักฐานเชิงประจกั ษ จะมขี นาดเทากับผลรวมของแรงทงั้ สองเม่อื แรงทัง้ สอง อยใู นแนวเดียวกันแตม ีทศิ ทางตรงขามกนั สําหรับวตั ถุ ป.5/2 เขยี นแผนภาพแสดงแรงที่กระทําตอ วตั ถทุ อ่ี ยู ทอ่ี ยนู ิ่ง แรงลพั ธทก่ี ระทาํ ตอ วัตถมุ ีคา เปน ศูนย ในแนวเดยี วกนั และแรงลัพธทก่ี ระทาํ ตอ วัตถุ การเขียนแผนภาพของแรงท่ีกระทําตอ วตั ถุ สามารถ ป.5/3 ใชเครื่องชั่งสปรงิ ในการวัดแรงทก่ี ระทําตอ วัตถุ เขยี นไดโ ดยใชล กู ศร โดยหัวลูกศรแสดงทิศทางของแรง และความยาวของลกู ศรแสดงขนาดของแรงที่กระทาํ ตอวตั ถุ ป.5/4 ระบผุ ลของแรงเสียดทานทมี่ ตี อ การเปลย่ี นแปลง แรงเสียดทานเปน แรงท่เี กิดขึน้ ระหวา งผิวสัมผัสของ การเคล่อื นท่ขี องวัตถจุ ากหลกั ฐานเชงิ ประจักษ วัตถุ เพ่อื ตา นการเคลือ่ นทขี่ องวตั ถนุ น้ั โดยถาออกแรง ป.5/5 เขยี นแผนภาพแสดงแรงเสยี ดทานและแรงทอี่ ยู กระทําตอวตั ถุทอี่ ยูน่ิงบนพืน้ ผวิ หนึ่งใหเ คล่อื นที่ ในแนวเดียวกนั ทก่ี ระทําตอ วตั ถุ แรงเสียดทานจากพืน้ ผวิ น้นั กจ็ ะตา นการเคล่ือนทข่ี อง วัตถุ แตถา วตั ถกุ าํ ลงั เคลื่อนที่ แรงเสยี ดทานกจ็ ะทาํ ให วตั ถนุ น้ั เคลือ่ นทช่ี า ลงหรอื หยดุ นงิ่ ป.6/1 อธบิ ายการเกดิ และผลของแรงไฟฟา ซึง่ เกิดจาก วัตถุ 2 ชนิด ที่ผา นการขัดถูแลว เมื่อนําเขาใกลก นั วัตถทุ ีผ่ านการขดั ถู โดยใชห ลักฐานเชิงประจกั ษ อาจดงึ ดูดหรอื ผลกั กัน แรงที่เกดิ ขน้ึ น้เี ปน แรงไฟฟา ซงึ่ เปน แรงไมสัมผัส เกดิ ขึ้นระหวา งวตั ถทุ ี่มปี ระจไุ ฟฟา ซ่งึ ประจุไฟฟา มี 2 ชนดิ คือ ประจไุ ฟฟา บวกและประจุ 10
ผังการสรางขอสอบ (Test Blueprint) O-NET ปการศึกษา 2565 วชิ าวทิ ยาศาสตร ชน้ั ประถมศึกษาปท ี่ 6 จํานวนขอ สอบ 20 ขอ ประกอบดวยรปู แบบขอ สอบ 2 รปู แบบ ดงั นี้ 1. รูปแบบปรนัย 4 ตวั เลือก 1 คาํ ตอบ จาํ นวน 18 ขอ ขอ ละ 5 คะแนน รวม 90 คะแนน 2. รปู แบบเลอื กตอบเชงิ ซอน จาํ นวน 2 ขอ ขอละ 5 คะแนน รวม 10 คะแนน สาระ มาตรฐาน คณุ ภาพผูเ รียนฉบบั คุณภาพผูเรียนฉบบั ตัวช้ีวดั รายละเอยี ดตวั ชีว้ ดั สรปุ สาระการเรยี นรแู กนกลาง รปู แบบ คะแนน ปรบั ปรุง พ.ศ. 2560 ปรับปรุง พ.ศ. 2560 จํานวน ขอ สอบ ตามหลกั สตู รแกนกลาง ตามหลกั สูตรแกนกลาง ตวั ชีว้ ดั (จาํ นวนขอ ) การศกึ ษาขนั้ พ้ืนฐาน การศกึ ษาขนั้ พ้ืนฐาน พทุ ธศักราช 2551 พุทธศักราช 2551 ที่ใชในการสอบ O-NET ไฟฟา ลบ วัตถทุ ม่ี ปี ระจุไฟฟา ชนิดเดียวกนั ผลกั กัน ชนดิ ตรงขามกนั ดงึ ดดู กัน ว 2.3 เขาใจความหมายของ เขา ใจวงจรไฟฟา เขาใจวงจรไฟฟา ป.4/1 จาํ แนกวัตถุเปน ตัวกลางโปรงใส ตัวกลางโปรง 10 เม่อื มองสิ่งตาง ๆ โดยมวี ตั ถตุ างชนดิ กนั มากน้ั แสง 4 ตวั เลอื ก 10 พลงั งาน การเปลีย่ นแปลงและ อยางงา ย อยา งงา ย แสง และวตั ถุทึบแสง จากลกั ษณะการมองเห็น จะทาํ ใหล กั ษณะการมองเห็นสิ่งนนั้ ๆ ชดั เจนตางกัน 1 คําตอบ การถา ยโอนพลังงาน ปฏสิ ัมพันธ ปรากฏการณ ปรากฏการณ สง่ิ ตา ง ๆ ผานวัตถุน้ันเปน เกณฑ โดยใช จงึ จาํ แนกวตั ถุที่มากนั้ ออกเปน ตัวกลางโปรง ใส (2 ขอ ) ระหวา งสสาร และพลงั งาน เบ้ืองตนของเสียง เบื้องตนของเสยี ง หลักฐานเชิงประจักษ ซงึ่ ทาํ ใหม องเหน็ ส่ิงตาง ๆ ไดช ัดเจน ตวั กลางโปรง แสง พลังงานในชวี ิตประจําวัน และแสง และแสง ทําใหม องเห็นสิ่งตาง ๆ ไดไ มชัดเจน และวัตถุทบึ แสง ธรรมชาตขิ องคลื่นปรากฏการณ ทําใหม องไมเ ห็นส่งิ ตา ง ๆ นัน้ ทเ่ี กยี่ วของกบั เสียง แสง และ ป.5/1 อธิบายการไดยนิ เสียงผา นตัวกลางจากหลกั ฐาน การไดยินเสยี งตองอาศยั ตวั กลาง โดยอาจเปน ของแขง็ คล่ืนแมเหล็กไฟฟา รวมทง้ั นํา เชิงประจกั ษ ของเหลว หรืออากาศ เสียงจะสง ผานตวั กลางมายังหู ความรูไปใชป ระโยชน ป.5/2 ระบุตัวแปร ทดลอง และอธิบายลกั ษณะและ เสยี งที่ไดย นิ มรี ะดบั สงู ตํา่ ของเสยี งตา งกนั ขนึ้ กบั ความถี่ การเกดิ เสียงสงู เสียงตาํ่ ของการสนั่ ของแหลง กาํ เนิดเสียง โดยเมอื่ แหลงกาํ เนิด เสยี งสัน่ ดว ยความถ่ีตา่ํ จะเกิดเสียงตํา่ แตถาสน่ั ดวย 11
ผังการสรา งขอ สอบ (Test Blueprint) O-NET ปการศึกษา 2565 วชิ าวทิ ยาศาสตร ช้ันประถมศึกษาปท่ี 6 จํานวนขอ สอบ 20 ขอ ประกอบดวยรูปแบบขอสอบ 2 รปู แบบ ดังนี้ 1. รูปแบบปรนัย 4 ตัวเลือก 1 คาํ ตอบ จํานวน 18 ขอ ขอ ละ 5 คะแนน รวม 90 คะแนน 2. รูปแบบเลือกตอบเชงิ ซอ น จาํ นวน 2 ขอ ขอละ 5 คะแนน รวม 10 คะแนน สาระ มาตรฐาน คุณภาพผเู รียนฉบบั คณุ ภาพผเู รียนฉบับ ตัวช้วี ดั รายละเอยี ดตวั ชี้วัด สรปุ สาระการเรยี นรแู กนกลาง รปู แบบ คะแนน ปรับปรุง พ.ศ. 2560 ปรบั ปรุง พ.ศ. 2560 จํานวน ขอสอบ ตามหลกั สูตรแกนกลาง ตามหลกั สตู รแกนกลาง ตัวช้วี ดั (จํานวนขอ ) การศึกษาขัน้ พ้ืนฐาน การศกึ ษาข้ันพื้นฐาน พุทธศักราช 2551 พุทธศักราช 2551 ที่ใชใ นการสอบ O-NET ป.5/3 ออกแบบการทดลองและอธบิ ายลกั ษณะและ ความถี่สงู จะเกดิ เสียงสงู สว นเสยี งดังคอยทไี่ ดย ิน การเกดิ เสยี งดัง เสียงคอย ขึน้ กับพลังงานการสั่นของแหลง กําเนิดเสยี ง โดยเมือ่ แหลง กําเนดิ เสยี งส่นั ดวยพลงั งานมากจะเกดิ เสียงดัง แตถ าแหลง กําเนดิ เสยี งส่ันดวยพลงั งานนอยจะเกดิ เสียงคอ ย เสียงดังมาก ๆ เปนอนั ตรายตอ การไดยนิ และเสียงท่ี กอใหเกิดความราํ คาญเปนมลพษิ ทางเสยี ง เดซเิ บล เปนหนว ยทบี่ อกถงึ ความดังของเสยี ง ป.6/1 ระบสุ วนประกอบและบรรยายหนา ทขี่ อง วงจรไฟฟาอยา งงา ยประกอบดวย แหลงกําเนดิ ไฟฟา แตละสวนประกอบของวงจรไฟฟา อยางงา ย สายไฟฟา และเครอื่ งใชไฟฟา หรืออปุ กรณไ ฟฟา จากหลกั ฐานเชงิ ประจกั ษ แหลง กําเนิดไฟฟา เชน ถานไฟฉาย หรอื แบตเตอรี่ ป.6/2 เขยี นแผนภาพและตอ วงจรไฟฟาอยางงา ย ทําหนาทีใ่ หพลังงานไฟฟา สายไฟฟา เปน ตัวนําไฟฟา ทาํ หนาทเี่ ช่อื มตอระหวา งแหลงกาํ เนดิ ไฟฟาและ เคร่อื งใชไฟฟา เขา ดว ยกัน เครือ่ งใชไ ฟฟา มีหนา ที่ เปลยี่ นพลงั งานไฟฟาเปนพลงั งานอ่นื 12
ผงั การสรา งขอ สอบ (Test Blueprint) O-NET ปการศึกษา 2565 วิชาวิทยาศาสตร ช้ันประถมศกึ ษาปท ี่ 6 จาํ นวนขอ สอบ 20 ขอ ประกอบดว ยรูปแบบขอ สอบ 2 รปู แบบ ดังน้ี 1. รูปแบบปรนยั 4 ตัวเลือก 1 คําตอบ จํานวน 18 ขอ ขอ ละ 5 คะแนน รวม 90 คะแนน 2. รปู แบบเลอื กตอบเชิงซอ น จาํ นวน 2 ขอ ขอ ละ 5 คะแนน รวม 10 คะแนน สาระ มาตรฐาน คุณภาพผเู รียนฉบบั คณุ ภาพผเู รียนฉบับ ตัวชี้วดั รายละเอยี ดตัวชี้วัด สรุป สาระการเรยี นรูแ กนกลาง รูปแบบ คะแนน ปรบั ปรุง พ.ศ. 2560 ปรบั ปรุง พ.ศ. 2560 จํานวน ขอ สอบ ตามหลักสูตรแกนกลาง ตามหลักสูตรแกนกลาง ตัวชว้ี ดั (จาํ นวนขอ) การศกึ ษาขนั้ พ้ืนฐาน การศกึ ษาขน้ั พ้ืนฐาน พุทธศักราช 2551 พุทธศักราช 2551 ท่ีใชใ นการสอบ O-NET ป.6/3 ออกแบบการทดลองและทดลองดวยวิธที ่ี เมอื่ นําเซลลไฟฟา หลายเซลลม าตอ เรยี งกนั โดยให เหมาะสมในการอธิบายวธิ กี ารและผลของ ข้วั บวกของเซลลไฟฟา เซลลห นึ่งตอกับขว้ั ลบของ การตอ เซลลไฟฟา แบบอนกุ รม อกี เซลลหน่ึงเปนการตอแบบอนกุ รม ทาํ ใหม ีพลังงาน ไฟฟาเหมาะสมกับเครอ่ื งใชไฟฟา ซึ่งการตอเซลลไฟฟา แบบอนกุ รมสามารถนําไปใชป ระโยชนใ นชวี ิตประจาํ วัน เชน การตอ เซลลไฟฟาในไฟฉาย 13
ผังการสรา งขอสอบ (Test Blueprint) O-NET ปการศกึ ษา 2565 วิชาวทิ ยาศาสตร ชั้นประถมศกึ ษาปที่ 6 จาํ นวนขอสอบ 20 ขอ ประกอบดว ยรปู แบบขอสอบ 2 รูปแบบ ดังนี้ 1. รูปแบบปรนยั 4 ตัวเลือก 1 คาํ ตอบ จาํ นวน 18 ขอ ขอละ 5 คะแนน รวม 90 คะแนน 2. รูปแบบเลอื กตอบเชงิ ซอ น จํานวน 2 ขอ ขอละ 5 คะแนน รวม 10 คะแนน สาระ มาตรฐาน คณุ ภาพผูเรียนฉบับ คณุ ภาพผเู รียนฉบับ ตัวชี้วดั รายละเอียดตวั ชีว้ ดั สรปุ สาระการเรยี นรแู กนกลาง รปู แบบ คะแนน ปรับปรุง พ.ศ. 2560 ปรบั ปรุง พ.ศ. 2560 จํานวน ขอ สอบ ตามหลักสตู รแกนกลาง ตามหลักสตู รแกนกลาง ตวั ชี้วดั (จํานวนขอ ) การศึกษาขน้ั พื้นฐาน การศึกษาขัน้ พ้ืนฐาน พุทธศักราช 2551 พทุ ธศักราช 2551 ทใี่ ชในการสอบ O-NET ป.6/5 ออกแบบการทดลองและทดลองดวยวิธที ี่ การตอ หลอดไฟฟา แบบอนกุ รมเมอ่ื ถอดหลอดไฟฟา เหมาะสมในการอธิบายการตอ หลอดไฟฟาแบบ ดวงใดดวงหนึง่ ออกทาํ ใหห ลอดไฟฟา ที่เหลือดบั ทั้งหมด อนุกรมและแบบขนาน สวนการตอหลอดไฟฟา แบบขนาน เมอื่ ถอดหลอด ไฟฟา ดวงใดดวงหนึ่งออก หลอดไฟฟา ทเ่ี หลอื กย็ ังสวา งได การตอหลอดไฟฟา แตละแบบสามารถนาํ ไปใช ประโยชนได เชน การตอหลอดไฟฟา หลายดวงในบาน จงึ ตอ งตอหลอดไฟฟาแบบขนาน เพอ่ื เลือกใชห ลอด ไฟฟาดวงใดดวงหน่ึงไดตามตอ งการ ป.6/7 อธิบายการเกิดเงามืดเงามวั จากหลกั ฐาน เม่อื นําวัตถทุ บึ แสงมากนั้ แสงจะเกิดเงาบนฉากรบั แสง เชิงประจกั ษ ท่ีอยูดา นหลงั วัตถุ โดยเงามรี ูปรา งคลายวัตถุท่ที าํ ให เกิดเงา เงามัวเปน บรเิ วณทมี่ ีแสงบางสว นตกลงบนฉาก ป.6/8 เขยี นแผนภาพรงั สีของแสงแสดงการเกิด สว นเงามดื เปนบรเิ วณทไ่ี มม แี สงตกลงบนฉากเลย เงามดื เงามัว 14
ผงั การสรางขอสอบ (Test Blueprint) O-NET ปการศึกษา 2565 วิชาวิทยาศาสตร ชนั้ ประถมศกึ ษาปที่ 6 จาํ นวนขอสอบ 20 ขอ ประกอบดว ยรปู แบบขอ สอบ 2 รูปแบบ ดงั นี้ 1. รูปแบบปรนัย 4 ตวั เลือก 1 คําตอบ จาํ นวน 18 ขอ ขอ ละ 5 คะแนน รวม 90 คะแนน 2. รปู แบบเลือกตอบเชงิ ซอน จาํ นวน 2 ขอ ขอ ละ 5 คะแนน รวม 10 คะแนน สาระ มาตรฐาน คณุ ภาพผูเรียนฉบับ คณุ ภาพผูเรียนฉบับ ตัวชวี้ ดั รายละเอียดตัวชีว้ ัด สรุป สาระการเรยี นรูแกนกลาง รปู แบบ คะแนน ปรับปรุง พ.ศ. 2560 ปรับปรุง พ.ศ. 2560 จาํ นวน ขอ สอบ 3 ว 3.1 เขาใจองคประกอบ ตามหลกั สตู รแกนกลาง ตามหลกั สูตรแกนกลาง อธบิ ายแบบรปู เสน ทางการขึ้นและตก ตัวชวี้ ดั (จาํ นวนขอ ) วิทยาศาสตร ลกั ษณะ กระบวนการเกดิ และ การศึกษาขนั้ พ้ืนฐาน การศกึ ษาขั้นพ้ืนฐาน ของดวงจนั ทร โดยใชหลกั ฐานเชงิ ประจกั ษ โลก และ วิวัฒนาการของเอกภพ กาแล็กซี พทุ ธศักราช 2551 พุทธศักราช 2551 ดาวฤกษ และระบบสรุ ิยะ ทีใ่ ชในการสอบ O-NET ใชแ ผนท่ีดาวระบตุ ําแหนง และเสน ทาง อวกาศ รวมท้งั ปฏสิ มั พนั ธภ ายในระบบ การข้นึ และตกของกลุมดาวฤกษบ นทองฟา สุริยะทสี่ ง ผลตอสง่ิ มชี วี ิตและ เขา ใจปรากฏการณ เขาใจปรากฏการณ ป.4/1 และอธิบายแบบรูปเสน ทางการข้ึนและตก 3 ดวงจันทรเปน บรวิ ารของโลก โดยดวงจนั ทรห มุนรอบ 4 ตัวเลือก 10 การประยกุ ตใชเ ทคโนโลยอี วกาศ ของกลมุ ดาวฤกษบนทอ งฟา ในรอบป การข้นึ และตก การขน้ึ และตก ตวั เองขณะโคจรรอบโลก ขณะทโ่ี ลกกห็ มุนรอบตวั เอง 1 คาํ ตอบ ดวยเชนกนั การหมนุ รอบตัวเองของโลกจากทศิ (2 ขอ) รวมถึงการ รวมถงึ การ ตะวันตกไปทศิ ตะวนั ออกในทศิ ทางทวนเขม็ นากิ า เมื่อมองจากขวั้ โลกเหนอื ทําใหม องเห็นดวงจนั ทร เปล่ยี นแปลงรปู รา ง เปลีย่ นแปลงรปู ราง ปรากฏขึน้ ทางดานทศิ ตะวันออกและตกทางดานทศิ ปรากฏของดวงจันทร ปรากฏของดวงจันทร องคประกอบของ องคป ระกอบ ระบบสุรยิ ะ คาบ ของระบบสุรยิ ะ ตะวนั ตกหมนุ เวยี นเปนแบบรปู ซํา้ ๆ การโคจรของดาว คาบการโคจร ป.5/2 การมองเห็นกลมุ ดาวฤกษมรี ูปรา งตา ง ๆ เกดิ จาก เคราะห ความ ของดาวเคราะห จนิ ตนาการของผสู งั เกต กลมุ ดาวฤกษต า ง ๆ ท่ีปรากฏ ในทอ งฟา แตละกลุมมีดาวฤกษแ ตล ะดวงเรยี งกันท่ี แตกตางของดาว ความแตกตางของ ตําแหนง คงท่ี และมเี สนทางการข้นึ และตกตามเสน ทาง เดิมทกุ คืน ซึง่ จะปรากฏตําแหนงเดมิ การสงั เกต เคราะหแ ละดาวฤกษ ดาวเคราะหแ ละ ตําแหนงและการข้ึนและตกของดาวฤกษและกลมุ ดาวฤกษส ามารถทาํ ไดโ ดยใชแผนทด่ี าว ซง่ึ ระบมุ ุมทศิ การขึ้นและตกของ ดาวฤกษ การขึ้น และมุมเงยทีก่ ลมุ ดาวนั้นปรากฏ ผสู งั เกตสามารถใชม ือ กลมุ ดาวฤกษ และตกของกลมุ การใชแ ผนทดี่ าว ดาวฤกษ การใช การเกิดอปุ ราคา แผนทีด่ าว การเกิด อปุ ราคา ในการประมาณคาของมมุ เงยเม่ือสงั เกตดาวในทองฟา 15
ผงั การสรา งขอสอบ (Test Blueprint) O-NET ปการศกึ ษา 2565 วิชาวิทยาศาสตร ชั้นประถมศกึ ษาปท่ี 6 จาํ นวนขอ สอบ 20 ขอ ประกอบดวยรปู แบบขอสอบ 2 รปู แบบ ดงั น้ี 1. รูปแบบปรนยั 4 ตัวเลือก 1 คาํ ตอบ จาํ นวน 18 ขอ ขอละ 5 คะแนน รวม 90 คะแนน 2. รูปแบบเลือกตอบเชงิ ซอ น จํานวน 2 ขอ ขอ ละ 5 คะแนน รวม 10 คะแนน สาระ มาตรฐาน คุณภาพผเู รียนฉบบั คุณภาพผเู รียนฉบับ ตัวชี้วดั รายละเอยี ดตวั ชว้ี ัด สรปุ สาระการเรยี นรแู กนกลาง รูปแบบ คะแนน ปรับปรุง พ.ศ. 2560 ปรับปรุง พ.ศ. 2560 จํานวน ขอสอบ ตามหลกั สตู รแกนกลาง ตามหลกั สูตรแกนกลาง ตวั ชวี้ ดั (จาํ นวนขอ ) การศกึ ษาข้ันพื้นฐาน การศึกษาขนั้ พ้ืนฐาน พุทธศักราช 2551 พทุ ธศักราช 2551 ที่ใชใ นการสอบ O-NET พัฒนาการและ พฒั นาการและ ป.6/1 สรา งแบบจาํ ลองทอ่ี ธิบายการเกดิ และ เมอ่ื โลกและดวงจนั ทรโ คจรมาอยใู นแนวเสนตรงเดียวกนั ประโยชนของ ประโยชนของ เปรยี บเทียบปรากฏการณสุรยิ ุปราคาและ กับดวงอาทติ ยในระยะทางทเี่ หมาะสม ทาํ ใหด วงจันทรบงั เทคโนโลยอี วกาศ เทคโนโลยีอวกาศ จนั ทรุปราคา ดวงอาทติ ย เงาของดวงจันทรท อดมายังโลก ผูส ังเกตที่ อยูบ ริเวณเงาจะมองเห็นดวงอาทติ ยม ดื ไป เกิด ปรากฏการณสุรยิ ปุ ราคา ซ่งึ มที ้งั สรุ ยิ ุปราคาเต็มดวง สุรยิ ปุ ราคาบางสว น และสรุ ิยปุ ราคาวงแหวน หากดวงจนั ทรและโลกโคจรมาอยูในแนวเสน ตรง เดยี วกนั กบั ดวงอาทติ ยแลวดวงจันทรเ คลื่อนที่ผา นเงา ของโลก จะมองเหน็ ดวงจันทรมืดไปเกิดปรากฏการณ จนั ทรปุ ราคาซึง่ มีท้งั จันทรปุ ราคาเตม็ ดวง และ จันทรุปราคาบางสวน ว 3.2 เขาใจองคประกอบและ เขา ใจลกั ษณะของ เขาใจลกั ษณะของ ป.5/1 เปรียบเทียบปริมาณน้ําในแตละแหลง และ 11 โลกมที งั้ นา้ํ จืดและนา้ํ เค็มซึง่ อยูใ นแหลงนาํ้ ตาง ๆ ทม่ี ี 4 ตวั เลอื ก 15 ความสมั พนั ธของระบบโลก แหลงน้ํา วัฏจักรน้ํา แหลงนํ้า วฏั จักรนาํ้ ระบปุ ริมาณนํา้ ท่มี นุษยส ามารถนาํ มาใช ท้ังแหลงนํา้ ผวิ ดิน เชน ทะเล มหาสมุทร บึง แมนํ้าและ 1 คาํ ตอบ แหลง น้ําใตดิน เชน น้ําในดนิ และนํ้าบาดาล นา้ํ ท้ังหมด กระบวนการเปล่ียนแปลง กระบวนการเกิด กระบวนการเกดิ ประโยชนได จากขอ มูลท่รี วบรวมได ของโลกแบงเปนนํา้ เค็มประมาณรอยละ 97.5 ซึ่งอยใู น (3 ขอ) ภายในโลกและบนผวิ โลก เมฆ หมอก นํ้าคา ง เมฆ หมอก นาํ้ คาง มหาสมุทรและแหลง น้ําอืน่ ๆ และท่เี หลอื อกี ประมาณ ธรณีพิบัติภัย กระบวนการ นํา้ คา งแข็ง นํา้ คางแข็ง เปลยี่ นแปลงลมฟา อากาศและ หยาดน้ําฟา หยาดน้ําฟา รอ ยละ 2.5 เปน นา้ํ จดื ถาเรียงลําดับปริมาณนา้ํ จดื จาก ภูมิอากาศโลก รวมท้ัง ผลตอ กระบวนการเกิดหิน กระบวนการเกดิ หิน มากไปนอยจะอยทู ่ี ธารน้าํ แข็ง และพดื นาํ้ แข็ง นํา้ ใต ส่ิงมีชวี ิตและสงิ่ แวดลอม วฏั จกั รหนิ การใช วัฏจกั รหนิ การใช ดิน ชน้ั ดินเยือกแข็งคงตวั และนํา้ แข็งใตด ิน ทะเลสาบ 16
ผงั การสรางขอ สอบ (Test Blueprint) O-NET ปการศึกษา 2565 วิชาวทิ ยาศาสตร ชัน้ ประถมศกึ ษาปท ี่ 6 จํานวนขอ สอบ 20 ขอ ประกอบดว ยรูปแบบขอสอบ 2 รูปแบบ ดงั น้ี 1. รูปแบบปรนยั 4 ตวั เลือก 1 คําตอบ จาํ นวน 18 ขอ ขอละ 5 คะแนน รวม 90 คะแนน 2. รปู แบบเลือกตอบเชงิ ซอน จํานวน 2 ขอ ขอละ 5 คะแนน รวม 10 คะแนน สาระ มาตรฐาน คุณภาพผเู รียนฉบบั คุณภาพผเู รียนฉบับ ตวั ชว้ี ดั รายละเอียดตัวชว้ี ดั สรปุ สาระการเรยี นรแู กนกลาง รปู แบบ คะแนน ปรบั ปรุง พ.ศ. 2560 ปรับปรุง พ.ศ. 2560 จาํ นวน ขอสอบ ตามหลักสูตรแกนกลาง ตามหลกั สูตรแกนกลาง ตัวชว้ี ดั (จาํ นวนขอ ) การศกึ ษาขัน้ พื้นฐาน การศกึ ษาขั้นพื้นฐาน พุทธศักราช 2551 พุทธศักราช 2551 ทใี่ ชใ นการสอบ O-NET ประโยชนห นิ และ ประโยชนห นิ และ ความช้นื ในดิน ความช้ืนในบรรยากาศ บึง แมน ํ้า และ แร การเกิดซาก แร การเกิดซาก นา้ํ ในสง่ิ มชี วี ิต ดึกดําบรรพ การเกดิ ดึกดําบรรพ ป.5/3 สรางแบบจาํ ลองที่อธิบายการหมนุ เวียนของน้าํ วัฏจักรนํา้ เปน การหมนุ เวียนของนา้ํ ที่มีแบบรปู ซ้าํ เดมิ ลมบก ลมทะเลมรสมุ การเกิดลมบก ในวัฏจกั รนา้ํ และตอ เนอื่ งระหวา งนํ้าในบรรยากาศ นา้ํ ผิวดนิ และ ป.5/4 เปรียบเทยี บกระบวนการเกดิ เมฆ หมอก ลกั ษณะและผล ลมทะเล มรสมุ น้ําใตด ิน โดยพฤตกิ รรมการดํารงชวี ิตของพืชและสตั ว กระทบของภยั ลกั ษณะและ นา้ํ คา ง และน้ําคา งแข็ง จากแบบจาํ ลอง ธรรมชาติธรณีพิบตั ิ ผลกระทบของ สง ผลตอวัฏจกั รน้ํา ภัยการเกดิ และผล ภัยธรรมชาติ ไอนํ้าในอากาศจะควบแนน เปน ละอองนาํ้ เลก็ ๆ กระทบของ ธรณพี ิบัติภัย โดยมลี ะอองลอย เชน เกลอื ฝนุ ละออง ละอองเรณู ของดอกไมเ ปนอนภุ าคแกนกลาง เมอ่ื ละอองน้าํ ปรากฏการณ การเกดิ และ จาํ นวนมากเกาะกลมุ รวมกนั ลอยอยูสูงจากพน้ื ดินมาก เรือนกระจก ผลกระทบของ เรยี กวา เมฆ แตละอองนํา้ ทีเ่ กาะกลุมรวมกันอยใู กล พน้ื ดนิ เรียกวา หมอก สวนไอนํา้ ทคี่ วบแนน เปน ปรากฏการณ ละอองน้าํ เกาะอยบู นพน้ื ผิววตั ถใุ กลพื้นดิน เรยี กวา เรอื นกระจก นา้ํ คาง ถา อุณหภูมิใกลพนื้ ดนิ ตํา่ กวา จุดเยอื กแข็ง นํา้ คา งกจ็ ะกลายเปนนาํ้ คา งแข็ง ป.5/5 เปรยี บเทยี บกระบวนการเกิดฝน หมิ ะ และ ฝน หิมะ ลกู เหบ็ เปนหยาดนํ้าฟา ซง่ึ เปนนํา้ ท่ีมสี ถานะ ลกู เหบ็ จากขอมูลทีร่ วบรวมได ตา ง ๆ ทีต่ กจากฟา ถึงพนื้ ดนิ ฝนเกดิ จากละอองนํ้า ในเมฆที่รวมตวั กนั จนอากาศไมส ามารถพยุงไวไ ด จงึ ตกลงมา หมิ ะเกิดจากไอนาํ้ ในอากาศระเหดิ กลับ 17
ผังการสรา งขอ สอบ (Test Blueprint) O-NET ปการศึกษา 2565 วิชาวิทยาศาสตร ชนั้ ประถมศึกษาปท่ี 6 จํานวนขอสอบ 20 ขอ ประกอบดว ยรูปแบบขอสอบ 2 รูปแบบ ดงั นี้ 1. รูปแบบปรนยั 4 ตวั เลือก 1 คาํ ตอบ จาํ นวน 18 ขอ ขอ ละ 5 คะแนน รวม 90 คะแนน 2. รูปแบบเลือกตอบเชิงซอ น จํานวน 2 ขอ ขอ ละ 5 คะแนน รวม 10 คะแนน สาระ มาตรฐาน คณุ ภาพผเู รียนฉบับ คุณภาพผเู รียนฉบบั ตวั ช้ีวดั รายละเอยี ดตัวชีว้ ัด สรุป สาระการเรยี นรแู กนกลาง รปู แบบ คะแนน ปรับปรุง พ.ศ. 2560 ปรบั ปรุง พ.ศ. 2560 จาํ นวน ขอสอบ ตามหลักสูตรแกนกลาง ตามหลักสูตรแกนกลาง ตวั ช้วี ดั (จาํ นวนขอ) การศึกษาขัน้ พื้นฐาน การศึกษาขนั้ พื้นฐาน พุทธศักราช 2551 พทุ ธศักราช 2551 ท่ใี ชในการสอบ O-NET เปน ผลกึ นา้ํ แขง็ รวมตวั กันจนมนี ้ําหนักมากข้ึนจนเกินกวา อากาศจะพยงุ ไวจ งึ ตกลงมา ลกู เห็บเกดิ จากหยดนํา้ ท่เี ปลี่ยนสถานะเปน นํ้าแข็ง แลว ถูกพายพุ ดั วนซ้ําไปซํา้ มาในเมฆฝนฟาคะนองท่ีมขี นาดใหญแ ละอยูใน ระดับสงู จนเปนกอนนํา้ แข็งขนาดใหญข นึ้ แลวตกลงมา ป.6/1 เปรียบเทยี บกระบวนการเกดิ หนิ อคั นี หนิ ตะกอน หนิ เปน วสั ดุแข็งเกิดขึ้นเองตามธรรมชาติ ประกอบดวย และหินแปร และอธิบายวฏั จกั รหนิ จากแบบจาํ ลอง แรต ั้งแตหนง่ึ ชนิดขึ้นไป สามารถจําแนกหนิ ตาม กระบวนการเกิดไดเ ปน 3 ประเภท ไดแก หนิ อคั นี หนิ ตะกอน และหนิ แปร หนิ อคั นเี กดิ จากการเย็นตวั ของแมกมา เนือ้ หนิ มี ลักษณะเปน ผลกึ ทงั้ ผลึกขนาดใหญแ ละขนาดเลก็ บางชนิดอาจเปน เน้ือแกว หรอื มีรูพรุน หินตะกอน เกดิ จากการทบั ถมของตะกอน เมอื่ ถูกแรงกดทับและมสี ารเชอื่ มประสานจึงเกิดเปนหนิ เนอื้ หนิ กลมุ นีส้ วนใหญมีลกั ษณะเปนเมด็ ตะกอน มีทัง้ เนอ้ื หยาบและเนอ้ื ละเอยี ด บางชนดิ เปนเน้ือผลึก ทย่ี ดึ เกาะกันเกดิ จากการตกผลึกหรือตกตะกอนจากนา้ํ โดยเฉพาะนํ้าทะเล บางชนิดมีลกั ษณะเปน ชนั้ ๆ จึงเรยี กอกี ชอื่ วา หินชนั้ 18
ผังการสรางขอ สอบ (Test Blueprint) O-NET ปการศกึ ษา 2565 วิชาวิทยาศาสตร ชั้นประถมศกึ ษาปท ่ี 6 จาํ นวนขอสอบ 20 ขอ ประกอบดว ยรปู แบบขอสอบ 2 รปู แบบ ดงั น้ี 1. รูปแบบปรนัย 4 ตวั เลือก 1 คําตอบ จาํ นวน 18 ขอ ขอ ละ 5 คะแนน รวม 90 คะแนน 2. รปู แบบเลอื กตอบเชงิ ซอ น จํานวน 2 ขอ ขอละ 5 คะแนน รวม 10 คะแนน สาระ มาตรฐาน คุณภาพผเู รียนฉบับ คณุ ภาพผเู รียนฉบับ ตวั ชี้วดั รายละเอยี ดตัวช้วี ัด สรปุ สาระการเรยี นรแู กนกลาง รปู แบบ คะแนน ปรับปรุง พ.ศ. 2560 ปรบั ปรุง พ.ศ. 2560 จํานวน ขอ สอบ ตามหลักสูตรแกนกลาง ตามหลักสตู รแกนกลาง ตัวชว้ี ดั (จาํ นวนขอ ) การศึกษาขน้ั พื้นฐาน การศึกษาขัน้ พ้ืนฐาน พุทธศักราช 2551 พุทธศักราช 2551 ทใ่ี ชใ นการสอบ O-NET หนิ แปร เกดิ จากการแปรสภาพของหนิ เดมิ ซึ่งอาจ เปนหนิ อัคนี หินตะกอน หรอื หนิ แปร โดยการกระทาํ ของความรอน ความดัน และปฏกิ ิรยิ าเคมี เนอ้ื หินของ หนิ แปรบางชนดิ ผลึกของแรเรยี งตัวขนานกนั เปนแถบ บางชนิดแซะออกเปนแผน ได บางชนิดเปนเนื้อผลึกที่มี ความแข็งมาก หนิ ในธรรมชาตทิ ัง้ 3 ประเภท มีการเปลยี่ นแปลงจาก ประเภทหนง่ึ ไปเปน อีกประเภทหนึ่ง หรือประเภทเดิมได โดยมีแบบรปู การเปลย่ี นแปลงคงทแ่ี ละตอเนื่องเปนวัฏจกั ร ป.6/3 สรางแบบจําลองท่ีอธบิ ายการเกดิ ซากดกึ ดาํ บรรพ ซากดกึ ดาํ บรรพเ กดิ จากการทบั ถมหรอื การประทบั รอย และคาดคะเนสภาพแวดลอ มในอดตี ของซาก ของส่งิ มีชวี ติ ในอดีต จนเกดิ เปน โครงสรางของซาก ดึกดาํ บรรพ หรอื รอ งรอยของสิง่ มีชีวิตท่ปี รากฏอยใู นหนิ ในประเทศ ไทยพบซากดึกดําบรรพท ี่หลากหลาย เชน พืช ปะการัง หอย ปลา เตา ไดโนเสารและรอยตนี สตั ว ซากดกึ ดาํ บรรพส ามารถใชเ ปน หลักฐานหนง่ึ ท่ชี ว ย อธบิ ายสภาพแวดลอมของพน้ื ที่ในอดีตขณะเกดิ สิ่งมชี วี ติ น้ัน เชน หากพบซากดกึ ดําบรรพของหอยนํ้าจืด สภาพแวดลอ มบรเิ วณนน้ั อาจเคยเปน แหลง นา้ํ จืดมากอน และหากพบซากดกึ ดําบรรพข องพชื สภาพแวดลอ มบรเิ วณ 19
ผงั การสรา งขอสอบ (Test Blueprint) O-NET ปการศกึ ษา 2565 วิชาวิทยาศาสตร ชั้นประถมศกึ ษาปท ี่ 6 จาํ นวนขอ สอบ 20 ขอ ประกอบดว ยรปู แบบขอสอบ 2 รปู แบบ ดงั น้ี 1. รปู แบบปรนัย 4 ตัวเลือก 1 คําตอบ จํานวน 18 ขอ ขอละ 5 คะแนน รวม 90 คะแนน 2. รปู แบบเลือกตอบเชิงซอ น จํานวน 2 ขอ ขอละ 5 คะแนน รวม 10 คะแนน สาระ มาตรฐาน คุณภาพผูเ รียนฉบับ คุณภาพผูเรียนฉบบั ตัวชี้วดั รายละเอียดตัวช้ีวดั สรปุ สาระการเรยี นรูแกนกลาง รปู แบบ คะแนน ปรบั ปรุง พ.ศ. 2560 ปรบั ปรุง พ.ศ. 2560 จํานวน ขอสอบ ตามหลักสูตรแกนกลาง ตามหลกั สตู รแกนกลาง ตัวช้วี ดั (จํานวนขอ) การศกึ ษาขน้ั พื้นฐาน การศกึ ษาขัน้ พื้นฐาน พุทธศักราช 2551 พุทธศักราช 2551 ทใ่ี ชใ นการสอบ O-NET นัน้ อาจเคยเปน ปา มากอ น นอกจากน้ซี ากดกึ ดาํ บรรพ ยังสามารถใชร ะบุอายขุ องหนิ และเปนขอมูลในการ ศกึ ษาววิ ัฒนาการของส่ิงมีชวี ิต ป.6/4 เปรยี บเทียบการเกดิ ลมบก ลมทะเล และมรสุม ลมบก ลมทะเล และมรสมุ เกดิ จากพนื้ ดนิ และพืน้ น้าํ รวมท้งั อธบิ ายผลที่มตี อ ส่ิงมชี วี ติ และสิง่ แวดลอ ม รอนและเยน็ ไมเ ทากันทาํ ใหอ ณุ หภูมอิ ากาศเหนือ จากแบบจําลอง พน้ื ดินและพืน้ นาํ้ แตกตา งกัน จึงเกดิ การเคล่อื นที่ ของอากาศจากบริเวณทม่ี ีอุณหภูมิตํ่าไปยังบรเิ วณ ที่มีอณุ หภูมสิ ูง ลมบกและลมทะเลเปน ลมประจาํ ถิ่นทพี่ บบริเวณ ชายฝง โดยลมบกเกดิ ในเวลากลางคนื ทาํ ใหม ลี มพัด จากชายฝง ไปสูทะเล สวนลมทะเลเกดิ ในเวลากลางวนั ทาํ ใหม ลี มพดั จากทะเลเขาสชู ายฝง ป.6/5 อธิบายผลของมรสุมตอการเกิดฤดขู อง มรสมุ เปนลมประจาํ ฤดูเกิดบรเิ วณเขตรอ นของโลก ประเทศไทย จากขอ มลู ท่รี วบรวมได ซ่งึ เปน บริเวณกวางระดับภมู ภิ าค ประเทศไทยไดรบั ผลจากมรสุมตะวนั ออกเฉยี งเหนือในชว งประมาณ กลางเดือนตุลาคมจนถึงเดือนกุมภาพันธทําใหเ กิด ฤดหู นาว และไดร ับผลจากมรสุมตะวันตกเฉียงใต ในชวงประมาณกลางเดือนพฤษภาคมจนถงึ กลางเดือน ตลุ าคมทาํ ใหเ กดิ ฤดูฝน สว นชว งประมาณกลางเดือน 20
ผงั การสรางขอสอบ (Test Blueprint) O-NET ปการศึกษา 2565 วิชาวิทยาศาสตร ชนั้ ประถมศกึ ษาปที่ 6 จํานวนขอ สอบ 20 ขอ ประกอบดว ยรูปแบบขอสอบ 2 รูปแบบ ดงั น้ี 1. รูปแบบปรนยั 4 ตวั เลือก 1 คาํ ตอบ จํานวน 18 ขอ ขอละ 5 คะแนน รวม 90 คะแนน 2. รูปแบบเลือกตอบเชงิ ซอน จาํ นวน 2 ขอ ขอละ 5 คะแนน รวม 10 คะแนน สาระ มาตรฐาน คุณภาพผูเรียนฉบบั คณุ ภาพผูเรียนฉบบั ตัวชวี้ ดั รายละเอียดตวั ชี้วัด สรุป สาระการเรยี นรแู กนกลาง รูปแบบ คะแนน ปรบั ปรุง พ.ศ. 2560 ปรับปรุง พ.ศ. 2560 จาํ นวน ขอสอบ ตามหลักสตู รแกนกลาง ตามหลกั สูตรแกนกลาง ตวั ช้วี ดั (จํานวนขอ) การศึกษาขั้นพ้ืนฐาน การศึกษาขั้นพื้นฐาน พุทธศักราช 2551 พุทธศักราช 2551 ทีใ่ ชในการสอบ O-NET กุมภาพันธจนถงึ กลางเดอื นพฤษภาคมเปน ชวงเปลี่ยน มรสมุ และประเทศไทยอยใู กลเ สน ศูนยส ตู รแสงอาทติ ย เกอื บตั้งตรงและตงั้ ตรงประเทศไทยในเวลาเท่ียงวนั ทาํ ใหไ ดร บั ความรอ นจากดวงอาทิตยอ ยา งเต็มท่ี อากาศจึงรอนอบอาวทาํ ใหเ กดิ ฤดูรอน ป.6/6 บรรยายลกั ษณะและผลกระทบของน้ําทวม นํา้ ทวม การกดั เซาะชายฝง ดนิ ถลม แผนดนิ ไหว และ การกัดเซาะชายฝง ดนิ ถลม แผนดินไหว สนึ ามิ สึนามิ มผี ลกระทบตอ ชวี ิตและสง่ิ แวดลอ มแตกตางกนั มนษุ ยค วรเรียนรูวิธีปฏบิ ตั ติ นใหปลอดภยั เชน ติดตาม ขา วสารอยา งสมาํ่ เสมอ เตรียมถุงยงั ชีพใหพ รอมใช ตลอดเวลาและปฏิบตั ิตามคาํ สง่ั ของผูปกครองและเจา หนา ที่ อยา งเครงครดั เม่อื เกิดภยั ธรรมชาติและธรณีพิบัตภิ ัย ป.6/8 สรา งแบบจําลองทีอ่ ธบิ ายการเกิดปรากฏการณ ปรากฏการณเ รือนกระจกเกิดจากแกส เรือนกระจก เรือนกระจก และผลของปรากฏการณ ในช้ันบรรยากาศของโลกกกั เกบ็ ความรอ นแลวคาย เรือนกระจกตอ ส่งิ มชี ีวติ ความรอ นบางสวนกลับสผู วิ โลก ทาํ ใหอ ากาศบนโลก ป.6/9 ตระหนกั ถงึ ผลกระทบของปรากฏการณ มอี ุณหภูมเิ หมาะสมตอ การดํารงชวี ติ เรือนกระจก โดยนําเสนอแนวทางการปฏิบัติ หากปรากฏการณเ รอื นกระจกรุนแรงมากข้นึ จะมีผล ตนเพื่อลดกจิ กรรมทกี่ อ ใหเกิดแกสเรอื นกระจก ตอการเปลย่ี นแปลงภมู อิ ากาศโลก มนษุ ยจ งึ ควรรว มกนั ลดกิจกรรมทกี่ อใหเกดิ แกส เรือนกระจก 21
ผงั การสรา งขอสอบ (Test Blueprint) O-NET ปการศกึ ษา 2565 วชิ าวิทยาศาสตร ช้ันประถมศึกษาปท ่ี 6 จํานวนขอ สอบ 20 ขอ ประกอบดว ยรูปแบบขอ สอบ 2 รปู แบบ ดังน้ี 1. รูปแบบปรนัย 4 ตวั เลือก 1 คําตอบ จํานวน 18 ขอ ขอ ละ 5 คะแนน รวม 90 คะแนน 2. รูปแบบเลอื กตอบเชงิ ซอน จํานวน 2 ขอ ขอละ 5 คะแนน รวม 10 คะแนน สาระ มาตรฐาน คณุ ภาพผเู รียนฉบับ คุณภาพผูเรียนฉบับ ตวั ช้วี ดั รายละเอียดตัวชีว้ ัด สรปุ สาระการเรยี นรแู กนกลาง รปู แบบ คะแนน ปรบั ปรุง พ.ศ. 2560 ปรับปรุง พ.ศ. 2560 จํานวน ขอสอบ ตามหลกั สูตรแกนกลาง ตามหลกั สูตรแกนกลาง ตัวชี้วดั (จาํ นวนขอ ) การศึกษาข้นั พ้ืนฐาน การศึกษาขั้นพ้ืนฐาน พทุ ธศักราช 2551 พทุ ธศักราช 2551 ทีใ่ ชในการสอบ O-NET 4 ว 4.2 เขาใจและใชแนวคิด คนหาขอ มลู อยางมี คนหาขอมูลอยางมี ป.4/1 ใชเ หตุผลเชงิ ตรรกะในการแกปญ หา 9 การใชเหตผุ ลเชิงตรรกะเปนการนาํ กฎเกณฑห รอื 4 ตวั เลอื ก 10 เทคโนโลยี เชงิ คํานวณในการแกปญ หา ประสิทธภิ าพและ ประสิทธิภาพและ การอธบิ าย การทาํ งาน การคาดการณผ ลลพั ธ เงอื่ นไขทค่ี รอบคลมุ ทกุ กรณีมาใชพ จิ ารณาในการแกป ญ หา 1 คาํ ตอบ ท่พี บในชีวติ จริงอยา งเปน ขั้นตอน ประเมินความ ประเมนิ ความ จากปญ หาอยา งงาย การอธบิ ายการทํางาน หรอื การคาดการณผ ลลัพธ (2 ขอ ) และเปนระบบ ใชเ ทคโนโลยี นา เชือ่ ถือตดั สนิ ใจ นาเชือ่ ถือ ตดั สนิ ใจ สถานะเรม่ิ ตน ของการทาํ งานทีแ่ ตกตา งกนั จะใหผลลพั ธ สารสนเทศและการสอื่ สาร เลอื กขอมูลใช เลอื กขอ มลู ใช ท่แี ตกตา งกนั ในการเรียนรู การทาํ งาน เหตุผลเชิงตรรกะ เหตุผลเชิงตรรกะ ตัวอยา งปญหา เชน เกม OX โปรแกรมที่มกี ารคํานวณ และการแกป ญหาไดอ ยา งมี ในการแกป ญ หา ในการแกป ญ หา โปรแกรมทีม่ ีตวั ละครหลายตัวและมีการสง่ั งาน ประสิทธิภาพ รเู ทาทัน และมี ใชเทคโนโลยี ใชเ ทคโนโลยี ทแี่ ตกตา งหรอื มกี ารส่ือสารระหวา งกัน การเดนิ ทาง จริยธรรม สารสนเทศและการ สารสนเทศและการ ไปโรงเรยี นโดยวธิ กี ารตาง ๆ สอ่ื สารในการทาํ งาน ส่อื สารในการทํางาน ป.4/2 ออกแบบและเขยี นโปรแกรมอยา งงา ยโดยใช การออกแบบโปรแกรมอยา งงาย เชน การออกแบบ รว มกัน เขาใจสทิ ธิ รว มกนั เขา ใจสิทธิ ซอฟตแ วรหรอื ส่อื และตรวจหาขอผิดพลาด โดยใช storyboard หรอื การออกแบบอลั กอรทิ มึ และหนาทข่ี องตน และหนา ทข่ี องตน และแกไ ข การเขยี นโปรแกรมเปน การสรา งลําดบั ของคําสั่งให เคารพสทิ ธิของผูอ่นื เคารพสทิ ธิของผอู ่นื คอมพวิ เตอรท ํางาน เพื่อใหไดผลลพั ธตามความตอ งการ หากมขี อ ผดิ พลาดใหต รวจสอบการทาํ งานทลี ะคาํ สง่ั เมื่อพบจุดที่ทาํ ใหผลลพั ธไ มถูกตอง ใหท าํ การแกไ ข จนกวา จะไดผ ลลพั ธทถี่ กู ตอง 22
ผังการสรา งขอ สอบ (Test Blueprint) O-NET ปการศึกษา 2565 วิชาวทิ ยาศาสตร ช้ันประถมศกึ ษาปท ี่ 6 จาํ นวนขอสอบ 20 ขอ ประกอบดว ยรปู แบบขอสอบ 2 รูปแบบ ดังนี้ 1. รูปแบบปรนัย 4 ตวั เลือก 1 คําตอบ จาํ นวน 18 ขอ ขอ ละ 5 คะแนน รวม 90 คะแนน 2. รปู แบบเลือกตอบเชิงซอน จํานวน 2 ขอ ขอละ 5 คะแนน รวม 10 คะแนน สาระ มาตรฐาน คุณภาพผูเรียนฉบับ คณุ ภาพผเู รียนฉบับ ตวั ชวี้ ดั รายละเอยี ดตัวชี้วดั สรุป สาระการเรยี นรูแกนกลาง รปู แบบ คะแนน ปรับปรุง พ.ศ. 2560 ปรับปรุง พ.ศ. 2560 จาํ นวน ขอ สอบ ตามหลักสูตรแกนกลาง ตามหลกั สตู รแกนกลาง ตวั ชวี้ ดั (จํานวนขอ ) การศึกษาขัน้ พื้นฐาน การศกึ ษาขัน้ พ้ืนฐาน พุทธศักราช 2551 พุทธศักราช 2551 ทีใ่ ชในการสอบ O-NET ตวั อยา งโปรแกรมท่มี ีเร่ืองราว เชน นิทานทม่ี ีการโตตอบ กบั ผใู ช การตูนส้ัน เลากจิ วัตรประจําวัน ภาพเคลื่อนไหว การฝกตรวจหาขอ ผิดพลาดจากโปรแกรมของผอู ื่น จะชว ยพัฒนาทักษะการหาสาเหตขุ องปญ หาไดดียิ่งข้ึน ซอฟตแ วรท ่ีใชใ นการเขยี นโปรแกรม เชน Scratch, Logo ป.4/4 รวบรวม ประเมิน นําเสนอขอ มลู และสารสนเทศ การรวบรวมขอ มลู ทาํ ไดโดยกาํ หนดหวั ขอท่ีตองการ โดยใชซ อฟตแ วรท่ีหลากหลาย เพือ่ แกป ญ หาใน เตรยี มอปุ กรณใ นการจดบนั ทึก การประมวลผลอยา งงาย เชน เปรยี บเทยี บ จัดกลุม ชวี ิตประจาํ วัน เรยี งลาํ ดับ การหาผลรวม วเิ คราะหผ ลและสรา งทางเลอื กทเี่ ปน ไปได ประเมนิ ทางเลือก (เปรยี บเทียบ ตัดสนิ ) การนาํ เสนอขอ มลู ทที่ ําไดห ลายลกั ษณะตามความ เหมาะสม เชน การบอกเลา เอกสารรายงาน โปสเตอร โปรแกรมนําเสนอ การใชซอฟตแ วรเ พือ่ แกป ญ หาในชวี ิตประจาํ วัน เชน การสํารวจเมนอู าหารกลางวันโดยใชซ อฟตแวรส ราง แบบสอบถามและเกบ็ ขอมูล ใชซอฟตแวรตารางทํางาน เพ่อื ประมวลผลขอ มูล รวบรวมขอ มลู เกยี่ วกบั คุณคา ทางโภชนาการและสรางรายการอาหารสาํ หรับ 5 วัน 23
ผังการสรางขอ สอบ (Test Blueprint) O-NET ปการศึกษา 2565 วชิ าวทิ ยาศาสตร ชัน้ ประถมศกึ ษาปที่ 6 จาํ นวนขอ สอบ 20 ขอ ประกอบดว ยรูปแบบขอสอบ 2 รปู แบบ ดังน้ี 1. รปู แบบปรนยั 4 ตัวเลือก 1 คําตอบ จาํ นวน 18 ขอ ขอละ 5 คะแนน รวม 90 คะแนน 2. รปู แบบเลือกตอบเชิงซอ น จาํ นวน 2 ขอ ขอละ 5 คะแนน รวม 10 คะแนน สาระ มาตรฐาน คุณภาพผเู รียนฉบบั คุณภาพผเู รียนฉบับ ตัวช้วี ดั รายละเอยี ดตัวชี้วดั สรปุ สาระการเรยี นรูแกนกลาง รปู แบบ คะแนน ปรับปรุง พ.ศ. 2560 ปรบั ปรุง พ.ศ. 2560 จาํ นวน ขอสอบ ตามหลกั สตู รแกนกลาง ตามหลักสตู รแกนกลาง ตัวชว้ี ดั (จาํ นวนขอ) การศกึ ษาข้ันพ้ืนฐาน การศกึ ษาขน้ั พ้ืนฐาน พุทธศักราช 2551 พุทธศักราช 2551 ที่ใชในการสอบ O-NET ใชซ อฟตแ วรนาํ เสนอผลการสาํ รวจรายการอาหาร ทีเ่ ปน ทางเลอื กและขอมลู ดานโภชนาการ ป.5/1 ใชเ หตุผลเชิงตรรกะในการแกป ญหา การอธบิ าย การใชเหตุผลเชิงตรรกะเปนการนาํ กฎเกณฑหรือเง่อื นไข การทํางาน การคาดการณผลลัพธจากปญ หา ท่ีครอบคลุมทุกกรณมี าใชพจิ ารณาในการแกป ญหา อยางงาย การอธบิ ายการทาํ งาน หรือการคาดการณผ ลลัพธ สถานะเริ่มตนของการทํางานที่แตกตางกันจะใหผลลพั ธ ทแ่ี ตกตางกัน ตัวอยางปญ หา เชน เกม Sudoku โปรแกรมทํานายตวั เลข โปรแกรมสรางรูปเรขาคณติ ตามคา ขอมลู เขา การจัด ลาํ ดับการทํางานบา นในชวงวนั หยดุ จดั วางของในครวั ป.5/2 ออกแบบและเขยี นโปรแกรมท่ีมกี ารใชเหตุผล การออกแบบโปรแกรมสามารถทาํ ไดโ ดยเขียน เชิงตรรกะอยา งงาย ตรวจหาขอ ผิดพลาด เปนขอความหรอื ผงั งาน การออกแบบและเขยี นโปรแกรมท่มี กี ารตรวจสอบ และแกไ ข เง่อื นไขท่ีครอบคลุมทุกกรณีเพ่อื ใหไดผลลัพธทถ่ี ูกตอง ตามความตอ งการ หากมขี อ ผดิ พลาดใหตรวจสอบการทาํ งานทีละคาํ ส่ัง เมื่อพบจดุ ท่ที ําใหผ ลลพั ธไมถกู ตอ งใหท าํ การแกไ ข จนกวา จะไดผลลพั ธทถ่ี กู ตอ ง 24
ผงั การสรา งขอ สอบ (Test Blueprint) O-NET ปการศึกษา 2565 วชิ าวิทยาศาสตร ชัน้ ประถมศกึ ษาปท ี่ 6 จํานวนขอสอบ 20 ขอ ประกอบดว ยรูปแบบขอ สอบ 2 รูปแบบ ดังน้ี 1. รปู แบบปรนยั 4 ตวั เลือก 1 คาํ ตอบ จํานวน 18 ขอ ขอละ 5 คะแนน รวม 90 คะแนน 2. รปู แบบเลือกตอบเชงิ ซอน จํานวน 2 ขอ ขอละ 5 คะแนน รวม 10 คะแนน สาระ มาตรฐาน คณุ ภาพผเู รียนฉบับ คณุ ภาพผเู รียนฉบับ ตวั ชวี้ ดั รายละเอียดตัวช้ีวดั สรุป สาระการเรยี นรแู กนกลาง รปู แบบ คะแนน ปรบั ปรุง พ.ศ. 2560 ปรบั ปรุง พ.ศ. 2560 จาํ นวน ขอสอบ ตามหลกั สูตรแกนกลาง ตามหลกั สูตรแกนกลาง ตวั ช้วี ดั (จํานวนขอ) การศกึ ษาขัน้ พ้ืนฐาน การศึกษาข้ันพ้ืนฐาน พทุ ธศักราช 2551 พทุ ธศักราช 2551 ที่ใชในการสอบ O-NET การฝกตรวจหาขอผดิ พลาดจากโปรแกรมของผูอน่ื จะชว ยพฒั นาทักษะการหาสาเหตุของปญ หาไดด ีย่ิงขึ้น ตัวอยา งโปรแกรม เชน โปรแกรมตรวจสอบเลขคูเลขค่ี โปรแกรมรับขอ มลู นา้ํ หนักหรือสวนสูง แลวแสดงผล ความสมสว นของรา งกาย โปรแกรมสงั่ ใหตวั ละคร ทาํ ตามเงอ่ื นไขทก่ี าํ หนด ซอฟตแ วรท่ีใชในการเขียนโปรแกรม เชน Scratch, Logo ป.5/4 รวบรวม ประเมิน นาํ เสนอขอ มูลและสารสนเทศ การรวบรวมขอมลู ประมวลผล สรางทางเลอื กประเมินผล ตามวตั ถปุ ระสงคโดยใชซ อฟตแ วรหรือบรกิ าร จะทําใหไดสารสนเทศเพื่อใชในการแกปญ หาหรือการ บนอินเทอรเนต็ ทห่ี ลากหลาย เพอื่ แกป ญ หา ตดั สนิ ใจไดอยางมปี ระสทิ ธิภาพ การใชซอฟตแ วรหรือบริการบนอินเทอรเน็ตทหี่ ลากหลาย ในชีวติ ประจาํ วัน ในการรวบรวม ประมวลผล สรา งทางเลอื กประเมนิ ผล นําเสนอ จะชว ยใหก ารแกป ญ หาทําไดอยา งรวดเร็ว ถูกตองและแมนยํา ตัวอยา งปญหา เชน ถา ยภาพและสํารวจแผนท่ีในทองถ่ิน เพอ่ื นําเสนอแนวทางในการจัดการพ้นื ทว่ี างใหเ กิด ประโยชน ทาํ แบบสาํ รวจความคิดเห็นออนไลน และ วิเคราะหขอมลู นาํ เสนอขอลู โดยการใช blog หรอื web page 25
ผงั การสรางขอสอบ (Test Blueprint) O-NET ปการศกึ ษา 2565 วิชาวทิ ยาศาสตร ชั้นประถมศกึ ษาปท ี่ 6 จาํ นวนขอสอบ 20 ขอ ประกอบดวยรูปแบบขอ สอบ 2 รปู แบบ ดังนี้ 1. รูปแบบปรนัย 4 ตัวเลือก 1 คาํ ตอบ จํานวน 18 ขอ ขอละ 5 คะแนน รวม 90 คะแนน 2. รปู แบบเลือกตอบเชงิ ซอน จํานวน 2 ขอ ขอ ละ 5 คะแนน รวม 10 คะแนน สาระ มาตรฐาน คุณภาพผเู รียนฉบับ คุณภาพผูเ รียนฉบับ ตวั ชว้ี ดั รายละเอยี ดตวั ช้ีวดั สรุป สาระการเรยี นรแู กนกลาง รปู แบบ คะแนน ปรับปรุง พ.ศ. 2560 ปรับปรุง พ.ศ. 2560 จาํ นวน ขอ สอบ ตามหลกั สตู รแกนกลาง ตามหลกั สูตรแกนกลาง ตัวชวี้ ดั (จํานวนขอ ) การศึกษาข้ันพื้นฐาน การศกึ ษาขน้ั พ้ืนฐาน พทุ ธศักราช 2551 พุทธศักราช 2551 ที่ใชใ นการสอบ O-NET ป.6/1 ใชเ หตุผลเชิงตรรกะในการอธบิ ายและออกแบบ การแกป ญ หาอยา งเปน ขนั้ ตอนจะชว ยใหแ กปญ หาได วธิ ีการแกป ญ หาทพี่ บในชวี ิตประจาํ วนั อยา งมีประสิทธภิ าพ การใชเหตุผลเชิงตรรกะเปนการนํากฎเกณฑ หรอื เงื่อนไข ท่คี รอบคลมุ ทกุ กรณีมาใชพ ิจารณาในการแกปญ หา แนวคิดของการทํางานแบบวนซํา้ และเงื่อนไข การพิจารณากระบวนการทาํ งานทม่ี ีการทาํ งานแบบ วนซํ้าหรือเงอื่ นไขเปน วิธกี ารทจ่ี ะชว ยใหอ อกแบบ วธิ ีการแกป ญ หาเปน ไปอยางมปี ระสิทธภิ าพ ตัวอยา งปญหา เชน การคนหาเลขหนา ทีต่ อ งการให เร็วทส่ี ุด การทายเลข 1-1,000,000 โดยตอบใหถกู ภายใน 20 คําถาม การคํานวณเวลาในการเดนิ ทาง โดยคาํ นึงถึงระยะทาง เวลา จุดหยุดพกั ป.6/2 ออกแบบและเขยี นโปรแกรมอยา งงาย เพ่อื ใช การออกแบบโปรแกรมสามารถทําไดโดยเขยี นเปน แกปญหาในชีวิตประจําวนั ตรวจหาขอ ผิดพลาด ขอความหรือผังงาน ของโปรแกรมและแกไข การออกแบบและเขยี นโปรแกรมที่มกี ารใชต ัวแปร กา รวนซํา้ การตรวจสอบเง่ือนไข หากมขี อผดิ พลาดใหตรวจสอบการทํางานทลี ะคําสั่ง เมือ่ พบจุดที่ทําใหผ ลลพั ธไ มถกู ตอ ง ใหท าํ การแกไข จนกวา จะไดผ ลลพั ธท ่ีถกู ตอ ง 26
ผงั การสรางขอสอบ (Test Blueprint) O-NET ปการศกึ ษา 2565 วิชาวิทยาศาสตร ชน้ั ประถมศกึ ษาปที่ 6 จาํ นวนขอ สอบ 20 ขอ ประกอบดวยรูปแบบขอสอบ 2 รูปแบบ ดังนี้ 1. รปู แบบปรนัย 4 ตวั เลือก 1 คาํ ตอบ จํานวน 18 ขอ ขอ ละ 5 คะแนน รวม 90 คะแนน 2. รูปแบบเลอื กตอบเชงิ ซอ น จํานวน 2 ขอ ขอละ 5 คะแนน รวม 10 คะแนน สาระ มาตรฐาน คณุ ภาพผูเ รียนฉบบั คณุ ภาพผเู รียนฉบบั ตัวชว้ี ดั รายละเอียดตวั ช้ีวัด สรุป สาระการเรยี นรแู กนกลาง รปู แบบ คะแนน ปรับปรุง พ.ศ. 2560 ปรบั ปรุง พ.ศ. 2560 จาํ นวน ขอ สอบ ตามหลกั สตู รแกนกลาง ตามหลกั สูตรแกนกลาง ตัวช้ีวดั (จํานวนขอ ) การศกึ ษาขนั้ พื้นฐาน การศกึ ษาข้ันพ้ืนฐาน พทุ ธศักราช 2551 พทุ ธศักราช 2551 ท่ใี ชใ นการสอบ O-NET ผังการสรา งขอสอบ (Test Blueprint) O-NET ปการศึกษา 2565 วิชาวิทยาศาสตร ชน้ั ประถมศึกษาปท ่ี 6 จํานวนขอ สอบ 20 ขอ ประกอบดวยรูปแบบขอ สอบ 2 รูปแบบ ดงั น้ี 1. รูปแบบปรนยั 4 ตัวเลือก 1 คาํ ตอบ จํานวน 18 ขอ ขอละ 5 คะแนน รวม 90 คะแนน 2. รูปแบบเลอื กตอบเชงิ ซอน จาํ นวน 2 ขอ ขอ ละ 5 คะแนน รวม 10 คะแนน สาระ มาตรฐาน คุณภาพผเู รียนฉบบั คุณภาพผเู รียนฉบับ ตัวช้วี ดั รายละเอยี ดตัวช้วี ัด สรปุ จาํ นวน สาระการเรยี นรแู กนกลาง รปู แบบ คะแนน ปรบั ปรุง พ.ศ. 2560 ปรับปรุง พ.ศ. 2560 ตัวชี้วดั ขอ สอบ ตามหลักสูตรแกนกลาง ตามหลกั สตู รแกนกลาง (จาํ นวนขอ) การศกึ ษาขน้ั พื้นฐาน การศกึ ษาขน้ั พ้ืนฐาน พทุ ธศักราช 2551 พทุ ธศักราช 2551 ท่ีใชในการสอบ O-NET การฝกตรวจหาขอ ผิดพลาดจากโปรแกรมของผอู น่ื จะชว ย พัฒนาทักษะการหาสาเหตุของปญ หาไดด ยี ่งิ ขน้ึ ตวั อยา งโปรแกรม เชน โปรแกรมเกม โปรแกรมหาคา ค.ร.น. เกมฝกพมิ พ 27
ผงั การสรา งขอสอบ (Test Blueprint) O-NET ปการศึกษา 2565 วชิ าวิทยาศาสตร ชนั้ ประถมศึกษาปท่ี 6 จาํ นวนขอสอบ 20 ขอ ประกอบดว ยรูปแบบขอ สอบ 2 รปู แบบ ดังน้ี 1. รปู แบบปรนยั 4 ตวั เลือก 1 คําตอบ จาํ นวน 18 ขอ ขอ ละ 5 คะแนน รวม 90 คะแนน 2. รูปแบบเลอื กตอบเชิงซอน จํานวน 2 ขอ ขอละ 5 คะแนน รวม 10 คะแนน สาระ มาตรฐาน คุณภาพผูเรียนฉบบั คุณภาพผูเรียนฉบับ ตัวชว้ี ดั รายละเอียดตวั ช้ีวดั สรปุ จํานวน สาระการเรยี นรูแ กนกลาง รูปแบบ คะแนน ปรับปรุง พ.ศ. 2560 ปรบั ปรุง พ.ศ. 2560 ตวั ชี้วดั ขอ สอบ ตามหลกั สูตรแกนกลาง ตามหลกั สูตรแกนกลาง (จํานวนขอ) 90 การศึกษาขน้ั พ้ืนฐาน การศึกษาขนั้ พ้ืนฐาน 10 พุทธศักราช 2551 พุทธศักราช 2551 100 ท่ีใชใ นการสอบ O-NET ซอฟตแวรท ีใ่ ชในการเขยี นโปรแกรม เชน Scratch, Logo ป.6/3 ใชอินเทอรเ น็ตในการคนหาขอ มลู อยา งมี การคน หาอยางมปี ระสิทธิภาพเปนการคน หาขอ มลู ที่ไดต รง ประสทิ ธภิ าพ ตามความตอ งการในเวลาทรี่ วดเร็วจากแหลงขอมูลท่ี นา เช่อื ถือหลายแหลง และขอมลู มคี วามสอดคลองกนั การใชเ ทคนิคการคน หาข้นั สูง เชน การใชต วั ดําเนินการ การระบุรูปแบบของขอมลู หรอื ชนดิ ของไฟล การจัดลําดบั ผลลพั ธจากการคน หาของโปรแกรมคนหา การเรยี บเรียง สรปุ สาระสาํ คัญ (บรู ณาการกับวชิ าภาษาไทย) รูปแบบปรนัย 4 ตัวเลอื ก 1 คําตอบ (ตวั ชวี้ ัด) 60 จํานวน (ขอ ) 18 รูปแบบเลอื กตอบเชิงซอ น (ตัวชีว้ ดั ) 2 รวม รปู แบบปรนัย 4 ตวั เลอื ก 1 คําตอบ และ รปู แบบรูปแบบเลอื กตอบเชงิ ซอน (ตวั ชีว้ ดั ) 60 รวมจาํ นวนท้งั หมด (ขอ) 20 จาํ นวนเวลาทีใ่ ชสอบ 60 นาที หมายเหตุ (1) การวดั ทักษะกระบวนการทางวิทยาศาสตรแ ละทักษะแหงศตวรรษที่ 21 มีแทรกอยใู นสาระท่ี 1–4 (2) ขอ สอบบางขอมกี ารบรู ณาการตัวชี้วัด (3) ว 2.1 ตวั ชี้วัดป.4/1 และ ป.6/1 เปนทงั้ ตวั ช้ีวัดตอ งรแู ละควรรู คณุ ภาพผเู รยี น ฉบบั ปรบั ปรุง พ.ศ. 2560 ตามหลกั สูตรแกนกลางการศกึ ษาข้ันพื้นฐาน พทุ ธศักราช 2551 ดา นทักษะกระบวนการทางวทิ ยาศาสตรและทกั ษะแหงศตวรรษที่ 21 28
ตั้งคําถามหรือกําหนดปญหาเกี่ยวกับสิ่งที่จะเรียนรูตามที่กําหนดใหหรอื ตามความสนใจ คาดคะเนคําตอบหลายแนวทาง สรางสมมติฐานทีส่ อดคลองกับคาํ ถามหรอื ปญ หาที่จะสํารวจตรวจสอบ วางแผนและสํารวจตรวจสอบโดยใชเครื่องมอื อปุ กรณ และเทคโนโลยีสารสนเทศที่เหมาะสม ในการเก็บรวบรวมขอมูลทั้งเชิงปริมาณและคณุ ภาพ วิเคราะหขอมูล ลงความเห็น และสรุปความสัมพันธของขอมูลที่มาจากการสํารวจตรวจสอบในรูปแบบที่เหมาะสม เพื่อสื่อสารความรูจากผลการสํารวจตรวจสอบไดอยางมีเหตุผล และหลักฐานอางองิ แสดงถึงความสนใจ มุงมั่น ในสิ่งที่จะเรียนรู มีความคิดสรางสรรคเกี่ยวกับเรื่องที่จะศึกษาตามความสนใจของตนเอง แสดงความคิดเห็นของตนเอง ยอมรับในขอมูลที่มีหลักฐานอางอิง และรบั ฟง ความคดิ เหน็ ผูอ ื่น แสดงความรับผดิ ชอบดว ยการทาํ งานท่ไี ดร บั มอบหมายอยา งมุงมน่ั รอบคอบ ประหยัด ซอ่ื สัตย จนงานลุลวงเปน ผลสาํ เรจ็ และทํางานรว มกบั ผอู ่นื อยางสรา งสรรค ตระหนักในคุณคาของความรูวิทยาศาสตรและเทคโนโลยี ใชความรูและกระบวนการทางวิทยาศาสตรในการดํารงชีวิต แสดงความชื่นชม ยกยอง และเคารพสิทธิในผลงานของผูคิดคน และศกึ ษาหาความรูเพ่ิมเตมิ ทาํ โครงงานหรือชิ้นงานตามท่ีกาํ หนดใหหรอื ตามความสนใจ แสดงถงึ ความซาบซึง้ หวงใย แสดงพฤติกรรมเก่ยี วกับการใช การดูแลรักษาทรัพยากรธรรมชาตแิ ละสง่ิ แวดลอมอยางรูคณุ คา 29
Search
Read the Text Version
- 1 - 29
Pages: