Important Announcement
PubHTML5 Scheduled Server Maintenance on (GMT) Sunday, June 26th, 2:00 am - 8:00 am.
PubHTML5 site will be inoperative during the times indicated!

Home Explore เอกสารประกอบการสอน การจัดองค์การ

เอกสารประกอบการสอน การจัดองค์การ

Published by kitthanachon01, 2021-08-14 07:42:45

Description: การจัดองค์การ

Search

Read the Text Version

1. ความเป็นมาของการเพิม่ ผลิตภาพ อุตสาหกรรมการผลิตในยุคแรกจะเน้นใช้แรงงานของคนเป็นหลัก โดยเริ่มต้นจากครอบครัว ชุมชน สังคม และประเทศ ซึ่งยังไม่มีแผนการ เพ่ิมผลิตภาพแต่อย่างใด ทาให้คนงานทางานโดยไม่มีความรู้ ไม่มีทักษะ และไม่มีความถนัดหรือความสามารถเฉพาะทางในงานท่ีทา ส่งผลให้ ผลผลิตตกต่าหรือมีจานวนน้อยกว่าที่ควรจะเป็น ต่อมาจึงได้นาแนวคิด ของเทเลอร์มาใช้ในการบริหารจัดการองค์การ โดยเน้นหลักการทางานได้ 4 ประการ คือ การหาวิธีท่ีดีที่สุดในการทางาน จัดคนเข้าทางานให้ เหมาะสมกับงาน จัดหาสง่ิ จงู ใจในการทางาน เน้นความเช่ียวชาญชานาญ เฉพาะอย่างและแบง่ งานกนั ทา อ.กฤษฐนชนม์ หาระไชย

012. นิยามของผลิตภาพ คาว่า “ผลิตภาพ” มาจากคาภาษาอังกฤษว่า Productivity 02 คาวา่ “การเพ่ิมผลติ ภาพ” มาจากคา ภาษาอังกฤษวา่ Productivity Improvement ผลิตภาพ (Productivity) หมายถงึ ผลลพั ธ์ ผลลพั ธ์ (Output) = สนิ คา้ + บรกิ าร (Output) หารดว้ ยปจั จยั นาเขา้ (Input) ปจั จยั นาเขา้ (Input) = แรงงาน + วัสดุ + เงิน ลงทนุ + พลงั งาน + ค่าใชจ้ ่าย อ.กฤษฐนชนม์ หาระไชย

3. ความหมายของการเพมิ่ ผลิตภาพ 1. ความหมายตามแนวคิดทางวทิ ยาศาสตร์ การเพ่มิ ผลิตภาพ (Productivity) ตามแนวคดิ ทางวทิ ยาศาสตร์ หมายถงึ การใชป้ ระโยชนจ์ าก ทรัพยากรในการผลติ อยา่ งคมุ้ คา่ ก่อใหเ้ กดิ ประโยชน์สงู สุด ซ่ึงการเพ่ิมผลิตภาพตามแนวคดิ นี้อาจใช้ วิธกี ารลดต้นทุน การลดความสญู เสยี การปรับปรุงกระบวนการผลิตหรือกระบวนการทางาน และ การมงุ่ เนน้ ทกี่ ารทางานอยา่ งมปี ระสทิ ธภิ าพ ตามแนวคิดน้กี ารผลิตและการบริการเกิดขึ้นจากการนา สิ่งที่จาเป็นตอ้ งใชห้ รือเรยี กวา่ ปจั จยั การผลิต (Input) มาผา่ นกระบวนการใด ๆ (Process) เพอื่ ใหไ้ ด้ ผลลพั ธ์หรอื ผลผลติ (Output) ตามทีต่ อ้ งการ การเพม่ิ ผลติ ภาพ (Productivity) = ผลผลติ (Output) ปัจจัยการผลิต (Input) อ.กฤษฐนชนม์ หาระไชย

3. ความหมายของการเพิม่ ผลิตภาพ 2. ความหมายตามแนวคิดทางเศรษฐกิจและสงั คม การเพ่ิมผลิตภาพตามแนวคิดทางเศรษฐกิจและสังคม หมายถึง การแสวงหาวิธีการในการ แก้ไขปรับปรุงกระบวนการผลิต กระบวนการทางานให้มีประสิทธิภาพมากย่ิงขึ้น ลดความสูญเสียท่ี เปล่าประโยชน์ลงท้ังเรื่องของการประหยัดทรัพยากร พลังงาน และเงินตรา และต้องร่วมมือ ปรับปรุงเร่งรัดการเพิ่มผลิตภาพในทุกระดับ ตลอดจนการแสวงหาแนวทางในการเพ่ิมคุณค่าให้กับ สินค้าหรือบรกิ ารเพอ่ื ให้ลูกค้าพงึ พอใจสูงสุด (ชนาภา หนั จางสิทธ์ิ, 2560) ความสานึกในจิตใจ + การใชท้ รพั ยากรใหเ้ กิดประโยชนส์ ูงสดุ อ.กฤษฐนชนม์ หาระไชย

4. ความจาเปน็ ในการเพมิ่ ผลิตภาพในองค์การ 01 ทรัพยากรมีอยอู่ ย่างจากัด 02 การเพ่มิ ผลิตภาพเป็นเครื่องมือ ช่วยวางแผนท้ังในปัจจบุ นั และ อนาคต 03 การแข่งขนั สูงขน้ึ อ.กฤษฐนชนม์ หาระไชย

5. ความสาคัญของการเพม่ิ ผลติ ภาพในองคก์ าร 1. ระดับหนว่ ยงานหรอื องคก์ าร 1) ลดตน้ ทุนในการผลติ สินคา้ หรอื บรกิ าร 2) ชว่ ยให้พนักงานได้มสี ว่ นร่วมในการปรับปรุงวิธกี ารทางาน 3) มกี ารนาเทคโนโลยใี หม่ ๆ เขา้ มาส่กู ระบวนการผลติ 4) ชว่ ยให้มกี ารพัฒนาทักษะการปฏบิ ัติงานให้ดีขน้ึ 5) ลูกค้าไดใ้ ชส้ นิ คา้ ท่ีมีคณุ ภาพดีและราคาถูก 6) ทาใหพ้ นกั งานมคี วามม่นั คงและมีคณุ ภาพชวี ติ ทด่ี ีข้ึน 7) องค์การสามารถแขง่ ขนั กับค่แู ข่งได้ 2.ระดับประเทศ 1) เพิ่มผลิตภัณฑม์ วลรวมของประเทศ (Gross National Product) 2) ลดอตั ราเงนิ เฟ้อของประเทศ 3) เพิม่ ขีดความสามารถในด้านการแข่งขันในตลาดโลก อ.กฤษฐนชนม์ หาระไชย

6. องค์ประกอบของการเพิม่ ผลิตภาพในองค์การ 4. ความปลอดภยั (Safety) 1. คุณภาพ (Quality) 5. ขวัญและกาลังใจ 2. ต้นทุน (Cost) องคป์ ระกอบของ ในการทางาน (Morale) การเพมิ่ ผลิตภาพ 6. สงิ่ แวดล้อม 3. การส่งมอบ (Environment) (Delivery) 7. จรรยาบรรณในการ ดาเนนิ ธรุ กิจ (Ethics) อ.กฤษฐนชนม์ หาระไชย

6. องคป์ ระกอบของการเพิ่มผลิตภาพในองค์การ องคป์ ระกอบของการเพิม่ ผลติ ภาพท้ัง 7 ประการ สามารถแยกออกไดด้ งั นี้ Q, C, D เปน็ การเพ่ิมผลผลิตเพอ่ื ลูกค้า S, M เปน็ การเพม่ิ ผลผลติ เพื่อพนกั งาน E, E เปน็ การเพม่ิ ผลผลติ เพอื่ สังคม การเพ่ิมผลติ ภาพโดยรวมท่ไี ด้ คณุ ธรรมและยัง่ ยนื เพอ่ื ลกู ค้า เพอ่ื พนกั งาน เพื่อสงั คม - คุณภาพ (Q) - ความปลอดภัย (S) - สิง่ แวดล้อม (E) - ตน้ ทนุ (C) - ขวญั และกาลังใจใน - จริยธรรม (E) - การส่งมอบ (D) การทางาน (M) อ.กฤษฐนชนม์ หาระไชย

7. แนวทางการเพม่ิ ผลิตภาพในองคก์ าร 05 การใชป้ ัจจัยการผลิต (Input)ลดลง 03 04 ในขณะที่ทาใหผ้ ลผลิต (Output) ลดลงด้วย การใชป้ จั จยั การผลิต (Input) ลดลงใน ขณะเดยี วกันทาให้ผลผลิต (Output) เทา่ เดิม 01 02 การใช้ปัจจยั การผลติ (Input) เพิม่ ขึน้ ในขณะเดยี วกนั ทาให้ผลผลิต (Output) เพมิ่ ขนึ้ การใช้ปัจจยั การผลติ (Input) ลดลงในขณะเดียวกนั ทาใหผ้ ลผลติ (Output) เพ่มิ ขนึ้ การใช้ปัจจยั การผลิต (Input) เทา่ เดมิ ในขณะเดยี วกนั ทาใหผ้ ลผลิต (Output) เพ่ิมข้นึ อ.กฤษฐนชนม์ หาระไชย

7. แนวทางการเพ่มิ ผลิตภาพในองคก์ าร อ.กฤษฐนชนม์ หาระไชย

8.ความสูญเสยี ในการเพิ่มผลติ ภาพในองค์การ อ.กฤษฐนชนม์ หาระไชย

9. เทคนิคการเพิ่มผลติ ภาพในองค์การในองค์การ อ.กฤษฐนชนม์ หาระไชย

หนว่ ยที่ 6 การเปล่ยี นแปลงและพัฒนาองค์การ อ.กฤษฐนชนม์ หาระไชย

1. ความหมายของการเปลี่ยนแปลง การเปลี่ยนแปลงองค์การ หมายถึง กิจกรรมท่ีกาหนดข้ึนเพื่อสนับสนุนกิจกรรมการ ปรับเปลี่ยนองค์การหรือการเปล่ียนแปลงที่ เก่ียวกับโครงสร้างขององค์การ สถานภาพและ บทบาทของคนในองค์การ หรือสภาพแวดล้อม ตา่ ง ๆ ขององค์การอยา่ งมีแผน อ.กฤษฐนชนม์ หาระไชย

2. ลกั ษณะของการเปลีย่ นแปลงองค์การ 1. การเปล่ียนแปลงกระบวนการ 2. การเปลีย่ นแปลงระบบ ทางาน (Process Change) (System Change) 3. การเปลย่ี นแปลงโครงสร้าง 4. การเปล่ยี นแปลงองค์การ (Structure) (Organizational Change) อ.กฤษฐนชนม์ หาระไชย

3. ปจั จัยทส่ี ่งเสรมิ การเปลยี่ นแปลงองคก์ าร 01 02 0 อ.กฤษฐนชนม์ หาระไชย

4. กระบวนการเปล่ยี นแปลงในองคก์ าร อ.กฤษฐนชนม์ หาระไชย

5. ขน้ั ตอนการเปลี่ยนแปลงในองคก์ าร 8. รักษาผลการเปลยี่ นแปลงไว้ให้คงอยู่ 08 6 สร้างผลงานใหเ้ ป็นทป่ี ระจักษ์ในเบอื้ งตน้ ก่อน 07 4. สอ่ื สารเพอ่ื หาเสียงสนบั สนนุ 0 6 7. ม่งุ ม่ันไม่ยอ่ ท้อ 04 05 2. สรา้ งทีมผู้นาการเปลี่ยนแปลง 5. สนับสนุนใหเ้ กดิ การลงมอื ทา 03 0 2 3. กาหนดวิสัยทัศน์ใหช้ ดั เจนถูกตอ้ ง 01 อ.กฤษฐนชนม์ หาระไชย 1. เพ่มิ ระดบั ความจาเปน็ เรง่ ดว่ น

6. สิง่ ท่ีต้องพจิ ารณาเปลีย่ นแปลงในองคก์ าร 06 บุคคล (People) 05 กระบวนการ (Process) 04 โครงสรา้ ง (Structure) การเปล่ียนแปลง 03 การออกแบบงานใหม่ (Job Redesign) ในองคก์ าร 02 เทคโนโลยี (Technology) 01 เปา้ หมายและกลยทุ ธ์ (Goals and Strategies) อ.กฤษฐนชนม์ หาระไชย

7. ความหมายของการพฒั นาองคก์ าร การพฒั นาองค์การ หมายถึง ความพยายามอย่างมแี ผนและต่อเนอ่ื ง เพอ่ื กอ่ ใหเ้ กดิ การเปลยี่ นแปลงทวั่ ท้ังระบบ โดยมุง่ เนน้ การเปล่ียนแปลงวัฒนธรรมขององค์การ เพอ่ื การเพม่ิ ประสิทธภิ าพและประสทิ ธิผลขององค์การ ท้ังน้ตี ้อง ไดร้ ับความเหน็ ชอบและสนับสนนุ จากผู้บรหิ ารและ พนักงานทกุ ระดบั เพื่อยกระดับขดี ความสามารถของ ปัจเจกบคุ คล กลมุ่ บุคคล และความสมั พนั ธร์ ะหวา่ งกลมุ่ บุคคล กระบวนการทางาน และโครงสรา้ งองคก์ ารให้ สูงขน้ึ ดว้ ยเครอื่ งมอื และเทคนคิ การพฒั นาองคก์ าร อ.กฤษฐนชนม์ หาระไชย

8. ขั้นตอนการพฒั นาองค์การ อ.กฤษฐนชนม์ หาระไชย

9. องค์ประกอบของการพฒั นาองคก์ าร อ.กฤษฐนชนม์ หาระไชย

10. คา่ นยิ มใหมก่ บั การพัฒนาองคก์ าร คา่ นิยมเดมิ คา่ นิยมใหม่ 1. มองคนว่าโดยพ้ืนฐานว่าเป็นคนช่ัวรา้ ย 1. มองคนว่าโดยพ้ืนฐานว่าเป็นคนดี ไม่สามารถควบคมุ ตวั เองได้ 2. ประเมินคนในแง่ลบหรือในแงร่ ้าย 2. ประเมนิ คนในแง่บวกหรือในแงด่ ี 3. มองคนว่ามีลักษณะคงที่ คอื ไมส่ ามารถ 3. มองคนว่ามีลกั ษณะทสี่ ามารถเปลี่ยนแปลงได้ เปลีย่ นแปลงได้หรอื พฒั นาได้ 4.ตอ่ ต้าน เกรงกลัว ความแตกต่างระหว่างบุคคล 4. ใช้ลักษณะความไม่แตกต่างระหว่างกลุ่มเพื่อ เปน็ ประโยชน์ต่องานและองค์การ 5. มองคนเฉพาะส่วนที่เกี่ยวกับงานของเขา คือ 5.มองคนทั่วทุกด้าน ทั้งท่ีมีชีวิตเพ่ือเร่ืองของงาน และส่วนอ่ืน ๆ คิดวา่ มีชวี ิตเฉพาะในเรือ่ งของงาน อ.กฤษฐนชนม์ หาระไชย

10. ค่านยิ มใหม่กบั การพฒั นาองคก์ าร ค่านิยมเดมิ คา่ นยิ มใหม่ 6.เลน่ เกมตอ่ กัน คือ เวลาทาอะไรใหเ้ ป็นเรื่องของ 6. ไม่เล่นเกมต่อกัน คือ เวลาทาอะไรก็เพื่อเป้า หมาของงานและองค์การ เกม เป็นเรอ่ื งของการใส่หน้ากากเขา้ หากนั 7. ใช้ตาแหน่งเพื่อรักษาอานาจและเกียรติภูมิ 7. ใช้ตาแหนง่ เพ่ือพิทักษ์รักษาผลประโยชน์ของ แห่งตนคอื คดิ ถงึ แต่ตนเองมากกว่าองคก์ าร องค์การ 8.ไม่ไว้ใจคน คือ ขาดความไว้เนื้อเชื่อใจในคน 8. ไว้ใจคน เช่น ถ้าเป็นผู้นาก็จะมีความไว้วางใจ เ ช่ น ถ้ า เ ป็ น ผู้ น า ก็ อ า จ มี ค ว า ม ไ ม่ ไ ว้ ว า ง ใ จ ต่อสมาชิกผรู้ ่วมงาน ผรู้ ่วมงาน 9. หลีกเลี่ยงการเสี่ยง คือ ความไม่เสยี่ ง 9. เต็มใจเส่ียง คอื กล้าไดก้ ล้าเสยี 10. เน้นการแขง่ ขัน การชงิ ดชี งิ เด่น 10. เนน้ ความร่วมมือ เชน่ ความร่วมมือระหว่าง บคุ คลในองค์การ อ.กฤษฐนชนม์ หาระไชย

หนว่ ยที่ 7 การพฒั นาองคก์ ารตาม หลกั การบรหิ ารงานคณุ ภาพ อ.กฤษฐนชนม์ หาระไชย

1. วิวฒั นาการของการบริหางานคณุ ภาพ 04 01 02 03 1. การบรหิ ารงาน 2. การบริหารงาน 3. การบริหารงาน 4. การบริหารงาน คุณภาพในชว่ งกอ่ นการ คุณภาพในชว่ ง คณุ ภาพในชว่ ง คุณภาพในชว่ ง การแขง่ ขนั โลกาภวิ ัตน์ ปฏวิ ตั อิ ตุ สาหกรรม การผลติ เชิงปรมิ าณ อ.กฤษฐนชนม์ หาระไชย

1. ววิ ัฒนาการของการบริหารงานคณุ ภาพ 1. การบริหารงานคณุ ภาพในชว่ งก่อนการปฏิวตั อิ ุตสาหกรรม อ.กฤษฐนชนม์ หาระไชย

2. การบริหารงานคุณภาพในช่วงการผลติ เชงิ ปรมิ าณ อ.กฤษฐนชนม์ หาระไชย

3. การบรหิ ารงานคณุ ภาพในชว่ งการแขง่ ขัน อ.กฤษฐนชนม์ หาระไชย

4. การบรหิ ารงานคณุ ภาพในชว่ งโลกาภวิ ัตน์ เปน็ การบรหิ ารงานคณุ ภาพแบบควิ ใชแ้ นวปฏบิ ัติ 7 ประการ ได้แก่ ตัวใหญ่ทต่ี ้องใช้การร่วมมือกันทง้ั คณุ ภาพ (Quality), ต้นทนุ องคก์ าร (Cost), การส่งมอบ (Delivery), ความปลอดภัย (Safety), ขวัญและ เป็นการสรา้ งความพงึ พอใจแกล่ ูกค้า อยา่ งครบถ้วน (Total Customer กาลงั ใจในการทางาน (Morale) Satisfaction: TCS) สิ่งแวดลอ้ ม (Environment) และ จรรยาบรรณในการดาเนินธรุ กิจ อาศัยระบบการบรหิ ารงานคุณภาพ ทงั้ องคก์ าร (Total Quality (Ethics) Management: TQM) อ.กฤษฐนชนม์ หาระไชย

2. ความหมายของคุณภาพและการบริหารงานคณุ ภาพ คุณภาพ หมายถึง ความพึงพอใจของ การบรหิ ารงานคุณภาพ (Quality ผู้รับบริการหรือลูกค้าท่ีมีต่อคุณลักษณะของ Management: QM) หมายถงึ กระบวน ผลิตภัณฑ์หรือบริการโดยรวม ความพึงพอใจ การบรหิ ารงานท่ปี ระกอบด้วย นโยบาย ดังกล่าวเป็นดุลพินิจของลูกค้าท่ีจะเป็นผู้ตัดสิน คุณภาพ วตั ถปุ ระสงค์เชิงคณุ ภาพ การ ความมีคุณภาพนั้นและจะมีองค์ประกอบต่าง ๆ วางแผนงานคุณภาพ ระบบการบรหิ าร ที่เก่ียวข้องกับการทางานของผลิตภัณฑ์ ซึ่งจะมี จดั การเชงิ คุณภาพ ระบบการตรวจสอบ ส่วนสัมพันธ์กบั ความตอ้ งการและความคาดหวัง หรอื การประเมนิ ผล และการปรบั ปรุง ของลกู ค้า อยา่ งตอ่ เนือ่ ง โดยมเี ป้าหมายเพ่ือให้ เกิดคณุ ภาพทcLooส่ี nresาmeมctipeาstuรurmถaddตoipอloisบrcisnสitgaนemliอtetง, ความ ต้องการของลกู ค้า พนักงานและสังคม ได้อย่างเหมาcLะoonrสesmeมctipestuurmaddoiploisrcisnitgaemlitet, อ.กฤษฐนชนม์ หาระไชย

8. การสรา้ งความสัมพนั ธ์ 3. หลักการบรหิ ารงานคณุ ภาพ 1. องคก์ ารท่ีม่งุ เนน้ (Relationship) ลกู คา้ (Customer- หลักการบรหิ ารงาน 7. การตดั สนิ ใจบนพื้นฐาน คุณภาพ Focused ของความเปน็ จริง Organization) (Factual Approach to Decision Making) 2. ความเป็นผ้นู า (Leadership) 6. การปรับปรุงงานอยา่ ง ต่อเนื่อง (Continual 3. การมีส่วนร่วมของ Improvement) บุคลากร (Involvement 5. การบรหิ ารงานอยา่ งเป็น of People) ระบบ (System Approach 4. การดาเนินการอย่าง to Management) เป็นกระบวนการ (Process Approach) อ.กฤษฐนชนม์ หาระไชย

4. กระบวนการบรหิ ารงานคุณภาพ อ.กฤษฐนชนม์ หาระไชย

5. ประโยชนข์ องการบรหิ ารงานภาพ 1. เป็นเคร่อื งมอื ทีใ่ ชใ้ นการพัฒนางานชว่ ย 2. มีแผนการปฏบิ ตั ิงานและหลักฐานการตดิ ตามความคืบหนา้ ของกระบวนการทางานได้อยา่ งเปน็ ระบบ 3. มีเปา้ หมาย ทิศทางความสาเรจ็ ทเ่ี ปน็ รปู ธรรม 4. มีการเตรียมการตอบสนองอย่างเพียงพอต่อเหตุการณ์ฉุกเฉินต่าง ๆ ท่ีจะส่งผลกระทบต่อการดาเนินงานตาม แผนงานขององค์การ 5. มกี ารถา่ ยทอดฝึกอบรมการทางาน 6. เกดิ การปรบั ปรุงและพัฒนาองค์การอย่างตอ่ เนือ่ งทันกับยคุ สมยั และเทคโนโลยีท่เี ปล่ยี นแปลงไป 7. สร้างภาพพจนท์ ่ดี ีให้กับองคก์ าร รวมถึงสภาพการยอมรบั จากลูกคา้ และสังคม 8. เพม่ิ ประสิทธภิ าพขององค์การ 9. มมี าตรฐานการทางานในกระบวนการต่าง ๆ เช่น การผลิต การควบคุมคณุ ภาพ เป็นต้น 10. ลกู คา้ มีความพงึ พอใจในตัวสนิ คา้ และบรกิ ารซ่ึงสง่ ผลให้ มกี ารใชห้ รือซ้ือสินค้าอยา่ งต่อเน่อื ง 11. เพม่ิ ขวัญกาลงั ใจใหก้ บั พนกั งาน อ.กฤษฐนชนม์ หาระไชย

6. เทคนคิ การบริหารงานคณุ ภาพ 5. ระบบข้อเสนอแนะเพื่อการ ปรับปรงุ งานอยา่ งต่อเนอื่ ง (Kaizen 1. ระบบไคเซ็น 3. วงจรเดมมงิ่ (Kaizen) (Deming Cycle) Suggestion System) 2. กิจกรรม 5 ส 4. กจิ กรรมการควบคุม 6. การบรหิ ารคณุ ภาพ คณุ ภาพ (Quality Circle โดยรวม (Total Quality Management: TQM) Control: QCC) 7. ระบบการผลติ แบบ 8. การบารงุ รักษาทวผี ล ทนั เวลาพอดี (Just in Time (Total Productive Production System: JIT) Maintenance: TPM) 9. การคน้ หาปัญหาดว้ ยการต้งั คาถาม 5W1H และ ECRS อ.กฤษฐนชนม์ หาระไชย

1. ระบบไคเซ็น (Kaizen) 1) เปน็ กจิ กรรมท่ีเน้นการ 2) มกี ารดาเนินงานอยา่ ง 3) เปน็ การวิเคราะห์ ปรับปรุงปรบั เปล่ยี น ตอ่ เนือ่ ง องค์ประกอบของ กระบวนการหรือระบบ อ.กฤษฐนชนม์ หาระไชย

2. กจิ กรรม 5 ส อ.กฤษฐนชนม์ หาระไชย

3. วงจรเดมมิ่ง (Deming Cycle) อ.กฤษฐนชนม์ หาระไชย

4. กจิ กรรมการควบคุมคณุ ภาพ (Quality Circle Control: QCC) อ.กฤษฐนชนม์ หาระไชย

5. ระบบขอ้ เสนอแนะเพ่ือการปรับปรงุ งานอยา่ งตอ่ เนอ่ื ง (Kaizen Suggestion System) 1) อบรมพนักงานให้เข้าใจเป้าหมายและร่วมกนั วางแผนการดาเนนิ กจิ กรรม 2) ผู้บริหารประกาศนโยบายท่ีต้องปฏิบัติใหช้ ัดเจน 3) ติดตามประเมนิ ผลกิจกรรม Suggestion 4) ให้ของขวัญหรอื ประกาศเกียรติคณุ แก่ ข้อเสนอแนะของพนักงานที่ผู้บริหารยอมรบั และ นาไปใช้จริง อ.กฤษฐนชนม์ หาระไชย

6. การบรหิ ารคุณภาพโดยรวม (Total Quality Management: TQM) การบริหารคุณภาพโดยรวม เป็นระบบ บ ริ ห า ร จั ด ก า ร คุ ณ ภ า พ ท่ี เ น้ น ก า ร ท า ง า น ร่วมกันของทุกคนในองค์การ โดยมุ่งผลกาไร ในระยะยาวและสร้างความพึงพอใจตอ่ ลูกค้า มากท่ีสุด ภายใต้ความร่วมมือของพนักงาน ทั้งองค์การในการปรบั ปรุงงานอย่างตอ่ เน่ือง อ.กฤษฐนชนม์ หาระไชย

7. ระบบการผลิตแบบทนั เวลาพอดี (Just in Time Production System: JIT) ระบบ JIT คือ การผลิตหรือการส่งมอบ วัตถุดิบ สินค้าหรือบริการ โดยใช้ความต้องการ ของลูกค้า กาหนดปริมาณการผลิตและการใช้ วัตถุดิบผลิต “สินค้าที่ต้องการ ในเวลาท่ี ต้องการ ด้วยจานวนที่ต้องการ” ซึ่งหมาย รวมถึงบุคลากรในส่วนงานต่าง ๆ งานระหว่าง ทาหรือวัตถุดิบ เพื่อให้การผลิตเป็นไปอย่าง ตอ่ เนื่อง อ.กฤษฐนชนม์ หาระไชย

8. การบารงุ รกั ษาทวผี ล (Total Productive Maintenance: TPM) การบารุงรักษาทวีผล หมายถึง ร ะ บ บ ข อ ง ก า ร ด า ร ง รั ก ษ า แ ล ะ ก า ร ปรับปรุงความสมบูรณ์ของกระบวน การผลิตและระบบคุณภาพโดยผ่าน เคร่ืองจักร อุปกรณ์ กระบวนการต่าง ๆ และพนักงาน ซ่ึงจะช่วยเพิ่มคุณค่าทาง ธรุ กจิ ให้กับองค์การ การบารุงรักษาทวี ผลโดยทุกคนมีส่วนร่วมมุ่งเน้นเพื่อคง รักษาอุปกรณ์ท้ังหมดให้อยู่ในสภาพที่ ดที ี่สุด อ.กฤษฐนชนม์ หาระไชย

9. การค้นหาปญั หาดว้ ยการตั้งคาถาม 5W1H และ ECRS 5W1H หมายถงึ เคร่ืองมือ ทจ่ี ะนามาใชใ้ นการค้นหา ปญั หาด้วยการตงั้ คาถาม เพื่อหาสาเหตจุ ากปัญหาใน กระบวนการทา งาน แล้ว นามาค้นหาแนวทางการ ปรับปรงุ ให้กระบวนการ ทา งานดยี ิ่งข้ึนดว้ ย ECRS อ.กฤษฐนชนม์ หาระไชย

อ.กฤษฐนชนม์ หาระไชย

หน่วยท่ี 8 การจัดการความเส่ยี ง อ.กฤษฐนชนม์ หาระไชย

1. นยิ ามของความเสี่ยงและการจัดการความเสีย่ ง ความเส่ยี ง หมายถงึ เหตุการณการณก์ ระทาใด ๆ ที่อาจเกดิ ขึน้ ภายใต้ ถานสการณท์ ่ีไมแ่ น่นอน และจะสง่ ผลกระทบสรา้ งความเสียหายความล้มเหลวหรือลดโอกาสที่จะบรรลุความสาเรจ็ ตาม เปา้ หมายและวตั ถปุ ระสงคท์ ง้ั ในระดับองคก์ าร ระดบั หนว่ ยงานและระดับบุคคล การจดั การความเสย่ี ง (Risk Management) จงึ หมายถึง กระบวนการที่ปฏิบัตโิ ดยบคุ ลากรทุกคน ในองค์การ เพอ่ื ชว่ ยในการกาหนดกลยทุ ธแ์ ละการดาเนินงาน โดยกระบวนการจดั การความเส่ยี งนน้ั ได้รับการออกแบบเพ่อื ให้สามารถบง่ ชเี้ หตกุ ารณท์ ี่อาจเกิดขึ้น ซึง่ จะส่งผลกระทบต่อองค์การ ปัจจัยเส่ียง (Risk Factor) เปน็ ต้นเหตุหรือสาเหตุท่ีมาของความเสีย่ งทจ่ี ะทาให้ไมบ่ รรลุ วัตถุประสงค์ทกี่ าหนดไว้ โดยต้องระบไุ ดด้ ว้ ยว่าเหตุการณน์ นั้ จะเกิดทไี่ หนเมือ่ ใด เกดิ ขน้ึ ได้อย่างไร และทาไม อ.กฤษฐนชนม์ หาระไชย

2. ประเภทของการจดั การความเสยี่ ง 1. ความเสีย่ งทางด้านกลยุทธ์ 3. ความเส่ียงดา้ นการเงิน (Strategic Risk: SR) (Financial Risks: FR) 2. ความเส่ียงทางด้านการดาเนินงาน 3. ความเส่ียงทางดา้ นกฎระเบียบ (Operation Risk: OR) ขอ้ บังคับ (Compliance Risk: CR) อ.กฤษฐนชนม์ หาระไชย

3. องค์ประกอบของการจดั การความเส่ยี ง 1. สภาพแวดล้อมภายใน องคก์ าร (Internal 5. การตอบสนองความเสี่ยง Environment) (Risk Response) 2. การกาหนวัตถปุ ระสงค์ 6. กิจกรรมการควบคมุ องค์ประกอบของ (Objective Setting) (Control Activities) การจัดการความเส่ียง 3. การบง่ ชเ้ี หตุการณ์ 7. สารสนเทศและการสื่อสาร (Risk Identification) (Information and Communication) 4. การประเมนิ ความเส่ยี ง (Risk Assessment) 8. การตดิ ตามและ ประเมนิ ผล (Monitoring) อ.กฤษฐนชนม์ หาระไชย

3.องค์ประกอบของการจัดการความเส่ยี ง อ.กฤษฐนชนม์ หาระไชย


Like this book? You can publish your book online for free in a few minutes!
Create your own flipbook