๓๙ พระธรรมทตู สายตางประเทศ หมายถงึ พระภิกษุสงฆของไทย ทําหนาท่ีเดินทางไปเผยแผ พระพุทธศาสนานอกประเทศไทย ประกอบดวยกลุมท่ีเดินทางไปตางประเทศตามท่ีไดรับกิจนิมนต จากพุทธศาสนิกไทยเปนการสวนตัว กับกลุมท่ีเดินทางไปปฏิบัติภารกิจอยางเปนทางการภายใตการ กํากับดูแลของคณะสงฆไทยและมักไดรับการถวายความรูในหลักสูตรฝกอบรมพระธรรมทูตสาย ตา งประเทศ เพอ่ื ไปปฏบิ ตั ศิ าสนกจิ ในตา งประเทศได สวนบทบาทหนาท่ี คือการเผยแผพระพุทธศาสนาในตางประเทศ และทําให พระพุทธศาสนาต้ังมั่นอยูไดในดินแดนที่เขาไปเผยแผที่ไมใชประเทศไทย เชนเดียวกับการตั้งม่ัน พระพทุ ธศาสนาในศรีลงั กาและดินแดนแถบสุวรรณภูมิ ซึ่งเผยแผเขามาจากดินแดนตนกําเนิดในชมพู ทวีป ๓.๑.๓ คุณสมบตั ิของพระธรรมทตู ไทยสายตา งประเทศ พระธรรมทูตสายตา งประเทศควรมีคุณสมบัติใดบางนั้น พบวา คุณสมบัติสูงสุดที่ตองมีคือ คุณสมบัติทป่ี รากฏในสมัยพุทธกาล ตามท่ีกลาวไวในบทท่ี ๒ ซึ่งพระธรรมทูตสายตางประเทศ ควรส่ัง สมหรือพัฒนาใหเกิดมีขึ้นในตัวเอง และคุณสมบัติที่ควรมีเพ่ิมเติมเพ่ือใหสามารถปฏิบัติหนาที่พระ ธรรมทูตสายตางประเทศในยคุ ปจจุบันไดป ระสบความสาํ เรจ็ มหี ลายประการ ตามที่ผูรูในยุคหลังกลาว ไว ดังนี้ ๑. ทานพุทธทาสภิกขุ กลาวถึงคติธรรม ๓ ประการ ซึ่งพระธรรมทูตควรพิจารณาและ พฒั นาใหมขี ้นึ ในตัวเอง ๑) ทาํ ตนใหเปนตวั อยา งแกผ อู ่นื ๒) ดําเนนิ ชวี ิตอยางมคี วามสขุ ใหคนอ่นื เห็นดว ยตาหรือเห็นชัดเจนวาทาํ ได ๓) ดาํ รงตนเปน ผทู ่มี จี ติ ใจเยือกเย็นและมคี วามสงบ ซ่งึ บุคคลรอบ ๆ ตวั สมั ผสั ได สรปุ สัน้ ๆ ไดว า “ทําใหด ู อยใู หเ หน็ เย็นใหสัมผสั ”5๖ ๒. สมเดจ็ พระมหารัชมังคลาจารย กลาววา พระธรรมทูตสายตางประเทศตองเปนผูเขมแข็ง อดทนตอสภาพแวดลอมและวัฒนธรรมที่แตกตาง ตองระวังจิตใจมิใหหวั่นไหวตออิฏฐารมณและ อนิฏฐารมณ จงึ จะสามารถชวยกันสรรคสรางบุญสถานในตางแดนอันเปนส่ือใหมนษุ ยเขาถึงธรรมได6๗ ๖ พระศรีปริยัติโมลี (สมชัย กุศลจิตฺโต), พุทธศาสตรรวมสมัย ๒, พิมพคร้ังท่ี ๒, (กรุงเทพมหานคร: มหาจฬุ าลงกรณร าชวทิ ยาลัย, ๒๕๔๗), หนา ๒๓๑-๒๓๒. ๗ กองบรรณาธิการ คณะพระธรรมทูตรุนท่ี ๑๕, พระธรรมทูตสายตางประเทศ รุนท่ี ๑๕, (กรุงเทพมหานคร: บรษิ ทั อมรนิ ทรพ รน้ิ ติ้งแอนดพ บั ลชิ ชิ่ง จํากดั (มหาชน), ๒๕๕๒), อนโุ มทนากถา.
๔๐ ๓. พระธรรมปฎ ก (ป.อ.ปยุตฺโต) (ปจจุบัน มีสมณศกั ดิ์ท่ี สมเด็จพระพุทธโฆษาจารย) ทาน กลา วถงึ พระธรรมทตู ทด่ี ีและมีคุณภาพ ควรมีคุณลกั ษณะ ๓ ประการ คอื ๑) เช่ือม่ันตนเอง หมายความวา มีความม่ันใจในพุทธธรรมวามีคุณคาและนําผลที่ดี และมีความสขุ มาใหแกผูปฏิบตั อิ ยา งแทจรงิ ตลอดที่ทุกสถานตลอดกาลทกุ เมอื่ ๒) รูจักผูอื่น หมายความวา ตองเรียนรูและทําความเขาใจวัฒนธรรมประเพณี พธิ ีกรรม แบบการดาํ เนนิ ชวี ิต เปนตน ของประชาชนในประเทศท่ีเราจะไปอยู จะไดรูเขารูเรา แลวจะ สามารถสอนพระพุทธศาสนาใหเขาไดรูเขาใจไดดี ตองเปนผูเขาใจปญหาและความตองการของถิ่น ฐานท่ีพระธรรมทูตไปเผยแผพระพุทธศาสนา คือ ไปในถิ่นของเขา ถาไมรูจักเขาใหเพียงพอ ก็จะรูสึก หวั่นไหวไดงาย จึงตองรูเทาทันเขาตามความเปนจริง เชน รูวาเขามีปญหาอะไร ขาดอะไรตองการ อะไร โดยการสังเกตสังคมของเขาทั้งจุดเดนและจุดดอย พรอมรูจักภูมิหลังของเขาดวยวาเจริญดาน ไหน อะไรเปน เหตุปจจัยแหงความเจรญิ และไมเ จริญ เพอ่ื ชว ยเขาไดอ ยา งถูกตอ ง ๓) ส่ือสารใหดี หมายความวา ตองแสวงหาความรูดานภาษาท่ีใชในหมูประชาชน ทอ งถิน่ ทีไ่ ปอยูใ หเขาใจเต็มที่และสามารถใชสื่อมวลชนใหเปนประโยชนไดอยางเหมาะสมและมีความ ชํานาญในการใชขอมลู สารสนเทศ7๘ ๔. แสง จันทรง าม กลาวถงึ คุณสมบัตทิ พ่ี ระธรรมทูตสายตางประเทศ ควรมี ไดแก ๑) มคี วามรูด ี ใน ๓ ประการ (๑) ความรูในทางพระพุทธศาสนา โดยเนนไปท่ี หัวใจของพระพุทธศาสนา คือ อริยสจั ๔ (๒) รูศาสนาอน่ื หรอื รภู ูมหิ ลังดานความเช่ือทางจิตวิญญาณของสถานที่ที่จะเขา ไปเผยแผ (๓) รูภาษาอังกฤษหรือภาษาที่นิยมใชในสถานที่ที่จะเขาไปเผยแผ โดยเร่ิมจาก เขาใจกฎเกณฑห รือไวยากรณ และฝกหดั ใหเ ปน นสิ ัย ใหถ ูกตอ ง ๒) ความสามารถดี เนนท่ีความสามารถพิเศษในการปฏิบัติสมาธิวิปสสนา ควรมี ความรูความชํานาญเพียงพอที่จะอธิบายประสบการณในการทําสมาธิวาเปนอยางไร จิตสงบเปน อยา งไร จิตตกภวงั คเปน อยางไร มีนมิ ติ เกิดข้ึนมาจะทําอยา งไร แกไ ขอยางไร เปนตน ๓) คุณธรรมหรือความประพฤติดี น่ันคือ ประพฤติปฏิบัติตนในกรอบพระธรรมวินัย พระธรรมทูตเปนตัวแทนของพระพทุ ธศาสนาและประเทศไทย จึงตองมีความระมัดระวังในเรื่องความ ประพฤติ ๘ อา งใน พระศรีปริยัตโิ มลี (สมชัย กุสลจิตโฺ ต), พุทธศาสนารวมสมยั ๒, หนา ๒๔๒–๒๔๓.
๔๑ ๔) อุดมคติ น่ันคือ การรูจักสาระ ยึดม่ันในสาระ รูจักอสาระ ไมยึดม่ันในอสาระ วางตัวเปนแบบอยา งของชีวิตที่เรียบงา ยในสังคมใหเปนทปี่ รากฏ ๕) อุดมการณ นัน่ คือ การทํางานเพื่อพระพุทธศาสนา เพื่อพระบรมศาสดา และเพ่ือ บคุ คลท่ีเคารพบชู าสงู สุด8๙ กลาวโดยสรุป การสืบตอพระพุทธศาสนาใหยืนยาว เพื่อประโยชนเก้ือกูลและเพื่อ ความสุขแกชาวโลกเปนหนาที่ของพระภิกษุสามเณรทุกรูป ท่ีจะตองปฏิบัติตามกําลังความสามารถ โดยฐานานุรูป และดวยภิกษุ สามเณร มีความสํานึกและปฏิบัติกันมาโดยลําดับ พระพุทธศาสนาจึง เปนมรดกสืบมาจนถึงทุกวันน้ี โลกวิวัฒนาการมากขึ้น การปฏิบัติหนาท่ีสืบตอพระพุทธศาสนา จึงมี วธิ กี ารตาง ๆ ท่ปี รับเปล่ยี นไป แตต องถือหลักการ คอื พระธรรมวินัย พระภิกษุสงฆซ่ึงออกไปประกาศ พระศาสนาในประเทศตาง ๆ ท่ีมีช่ือเรียกเฉพาะวา พระธรรมทูต โดยเฉพาะพระธรรมทูตสาย ตา งประเทศนัน้ ตอ งมีคณุ สมบัตทิ ี่จําเปน ตอ การทาํ หนา ทป่ี ระกาศหรอื เผยแผพ ระพุทธศาสนา ไดแก มี ความรูในหลักธรรมคําสอนอยางแจมแจง (จะสอนหรือแสดงเรื่องใด ตองรูจริงในเรื่องน้ัน) มี ความสามารถในทางปฏบิ ตั ิตามหลักธรรมคําสอน โดยเฉพาะในเร่ืองกรรมฐาน มีความสามารถในการ ถายทอดหลกั ธรรมคาํ สอน มที กั ษะการใชภาษาตางประเทศในการส่ือสาร ดังนั้น พระธรรมทูตจึงเปน ผูมีความรูความสามารถสูง จึงสามารถปฏิบัติหนาที่ในการประกาศพระศาสนาไดประสบความสําเร็จ ดงั ทปี่ รากฏอยูท่ัวโลก ๓.๒ แนวคดิ การเผยแผพ ระพุทธศาสนาของพระธรรมทูตไทยสายตางประเทศ การเผยแผพระพุทธศาสนาของพระธรรมทูตไทยสายตางประเทศเปนไปตามหลักพุทธ โอวาท แสดงธรรมใหเหมาะสมแกกาลเทศะ มีเหตุผล แสดงธรรมดวยจิตเมตตา โดยมุงประโยชนแก ผูฟ ง ไมแสดงธรรมเพราะเห็นแกลาภสักการะ ไมแสดงธรรมโดยยกตนขมทานและไมเสียดสีขมขูผูอื่น เปาหมายการเผยแผพระพุทธศาสนาของพระธรรมทูตสายตางประเทศ เพ่ือประโยชน เพ่ือเก้ือกูล เพื่อความสุขแกบุคคลทั้งที่เปนชาวพุทธและมิใชชาวพุทธ มุงท่ีจะพัฒนาศักยภาพของบุคคลในการ ดําเนินชีวิตไดดวยตนเอง โดยใชหลักธรรมคําสอนของพระพุทธเจาเปนแนวทางในการช้ีนําบุคคลให ตั้งอยูใ นความไมประมาท โดยมีวดั เปน ศูนยร วมจิตใจและกิจกรรมของชาวพุทธในตางประเทศ วิธีการ เผยแผพระพุทธศาสนา พบวา มีการเผยแผพระพุทธศาสนาในท่ีตั้ง หรือการจัดกิจกรรมภายในวัด เชน การจัดกิจกรรมปฏิบัติธรรมในวันสําคัญทางพระพุทธศาสนาและวันสําคัญของชาติ การเทศน การปาฐกถา การประกอบพิธีกรรมทางศาสนา เปนตน และการเผยแผพระพุทธศาสนานอกที่ตั้ง เชน ๙ แสง จันทรงาม, คุณสมบัติของพระธรรมทูต, อางใน พระธรรมทูตไทยไปตางประเทศ (ธ) รุนท่ี ๗, ธรรมทตู านุสรณ รนุ ท่ี ๗/๒๕๔๔, (ม.ป.ป., ๒๕๔๔), หนา ๒๓-๒๖.
๔๒ การสอนธรรม บรรยายธรรมในสถานศึกษาหรอื หนว ยงานภาครัฐและเอกชน หรือการจัดกิจกรรมทาง ศาสนานอกวัด เปนตน การเผยแผพระพุทธศาสนาแบบเครือขาย เชน การจัดกิจกรรมทางวิชาการ การแลกเปลี่ยนแนวปฏิบัติที่ดีเกี่ยวกับการจัดกิจกรรม การสงตอกิจกรรมท่ีเปนประโยชนรวมกันของ วัดหรือหนวยงานที่เกี่ยวของ การสรางเครือขายชาวพุทธทั้งฝายฆราวาสและพระสงฆ งานที่โดดเดน เปนรูปธรรมมากที่สุดคือชวยเหลือศาสนิกชนไทยที่ประสบความเดือดรอน และเผยแผพระธรรมทาง สื่อตาง ๆ เชน เทคโนโลยีสารสนเทศ ส่ือสังคมออนไลน เชน ไลน เฟซบุค ยูทูป เปนตน หรือส่ือ สง่ิ พมิ พ ๓.๒.๑ หลกั ธรรมในการเผยแผพระพุทธศาสนาของพระธรรมทตู ไทยสายตา งประเทศ หลักธรรมสาํ คญั ซ่ึงพระพุทธองคทรงตรัสรูและประกาศใหผูอ่ืนรูตาม ไดแก อริยสัจ ๔ ซ่ึง เปนหลักธรรมที่โดดเดนและทาํ ใหพระพทุ ธศาสนามีความแตกตางจากลัทธิความเช่ือและศาสนาอ่ืน ๆ ที่มอี ยใู นสมัยนน้ั ตลอดถงึ ปจจบุ ัน เพราะเปนหลกั ธรรมท่ีทําใหสรรพสัตวพนจากทุกขหรือหลุดพนจาก การเวียนวายตายเกิดได ซ่ึงพระพุทธองคทรงแสดงครั้งแรกแกปญจวัคคีย ครั้งนั้นจึงถือเปนการหมุน วงลอแหงธรรมของพระพุทธศาสนา และอีกหลักธรรมหน่ึงที่ทําใหพระพุทธศาสนาแตกตางอยาง สิ้นเชิงจากศาสนาหรือลัทธคิ วามเชอ่ื อ่ืน ๆ ไดแก การเจริญวิปสสนากรรมฐาน เปนที่ทราบกันดีวา ใน สมยั กอ นทพี่ ระพทุ ธองคจ ะทรงพบการเจริญวิปสสนากรรมฐานนั้น พระองคทรงศึกษาศาสตรทุกชนิด ท่มี ใี นยุคนั้นรวมถึงการทําสมาธิจนบรรลุท้ังฌานและอรูปฌานขั้นสูงสุด แตทางเหลาน้ันก็ยังไมใชทาง นําไปสูการหลุดพนได ดังนั้น การสอนวิปสสนากรรมฐาน จึงเปนหลักธรรมท่ีพระธรรมทูตสาย ตางประเทศควรเสนอใหแกชาวไทยและชาวตางประเทศ เพราะเปนจุดเดนของพระพุทธศาสนา และ ใชหลักการในโอวาทปาฏิโมกข เปนกรอบในการเผยแผไดครอบคลุม โดยสามารถยกหลักธรรมที่ ปรากฏในพระคมั ภีรม าประกอบและนําเสนอใหเหมาะสมสอดคลองกับสถานการณเฉพาะของผูรับฟง ซง่ึ สามารถคนควาไดจ ากพระคมั ภีรใ นพระพุทธศาสนาทุกชัน้ ๓.๒.๒ วธิ ใี นการเผยแผพ ระพุทธศาสนาของพระธรรมทูตไทยสายตา งประเทศ ในการเผยแผพระพุทธศาสนาในตางประเทศของพระธรรมทูตไทย พระธรรมทูตควร ปฏิบัติตามกลวิธีและพุทธวิธีการสอนซ่ึงพระพุทธองคทรงใชในการประกาศพระศาสนาและทรงให โอวาทไว ดงั รายละเอียดตอไปน้ี ๑. การยกอุทาหรณและเลานิทานประกอบ การยกตัวอยางประกอบคําอธิบายและการ เลา นทิ านประกอบการสอน ชว ยใหเ ขา ใจความไดง า ยและชัดเจน ชวยใหจําไดแมนยําเห็นจริงและเกิด ความเพลดิ เพลนิ ทําใหก ารเรียนการสอนมีรสยิ่งข้ึน เชน เม่อื จะอธิบายใหเห็นวาบุคคลควรพูดแตคําที่ นา พอใจ ไมค วรพูดคาํ ท่ไี มน าพอใจ แมแ ตส ัตวอ น่ื ก็ชอบคาํ พดู ท่นี าพอใจเชน กัน ใชการเลานิทานชาดก
๔๓ เร่ือง โคนันทวิศาล 9๑๐ เปนตน พระพุทธเจาทรงใชอุทาหรณและนิทานประกอบการสอนจํานวนมาก ซงึ่ เห็นไดจากคัมภรี ตาง ๆ ท่ีมอี ทุ าหรณแ ละนทิ านปรากฏอยูทั่วไป ๒. การเปรียบเทียบดวยขออุปมา คําอุปมาชวยใหเร่ืองท่ีลึกซ้ึงเขาใจยาก ปรากฏ ความหมายเดนชัดออกมาและเขาใจงายข้ึน และมักใชในการอธิบายส่ิงท่ีเปนนามธรรม เปรียบให เห็นชัดดวยสิ่งท่ีเปนรูปธรรม หรือแมเปรียบเร่ืองที่เปนรูปธรรมดวยขออุปมาแบบรูปธรรม ก็ชวยใหมี ความหนกั แนน ขนึ้ เชน กล่ินดอกไมลอยไปทวนลมไมได กล่ินจันทน กลิ่นกฤษณาหรือกลิ่นกระลําพัก ก็ลอยไปทวนลมไมได สวนกลิ่นของสัตบุรุษลอยไปทวนลมได กล่ินศีลยอดเยี่ยมกวากลิ่นหอมเหลาน้ี คือ กล่ินจันทน กล่ินกฤษณา กลิ่นดอกอุบล และกลิ่นดอกมะลิ10๑๑ ตัณหายอมเจริญแกมนุษยผู ประพฤตปิ ระมาท เหมือนเถายานทรายเจริญในปา เขายอมเรรอนไปมา เหมือนวานรที่ตองการผลไม เทย่ี วเรรอนไปมาในปา ฉะนั้น ๑๒ ๓. ใชอุปกรณการสอน ในสมัยพุทธกาลยอมไมมีอุปกรณการสอนชนิดตาง ๆ ที่จัดทําขึ้น ไวเพ่ือการสอนโดยเฉพาะเหมือนสมัยปจจุบัน เพราะยังไมมีการจัดการศึกษาเปนระบบขึ้นมาอยาง กวางขวาง หากจะใชอุปกรณบาง ก็คงตองอาศัยวัตถุส่ิงของท่ีมีในธรรมชาติ หรือเครื่องใชตาง ๆ ที่ ผูคนใชกันอยู อยางไรก็ดี มีตัวอยางที่ทรงใชอุปกรณการสอนเหมือนกัน โดยทรงใชเครื่องใชที่มีอยูใน การสอนผูเรียนท่ีมีอายุนอย ๆ ซ่ึงเขาใจจากวัตถุท่ีเปนรูปธรรมไดงายกวานามธรรม บางทีก็ทรงใชวิธี ทายปญ หาซึ่งชว ยใหเกดิ ความรูส กึ สนกุ สาํ หรบั เด็ก ดังปรากฏในสามเณรปญหา ความวา “อะไรชื่อวา หนงึ่ ...อะไรช่อื วา สอง...อะไรช่อื วา สาม...อะไรช่ือวา ส่”ี ๑๓ ๔. ทําใหดูเปนตัวอยาง วิธีสอนที่ดีท่ีสุดอยางหนึ่งโดยเฉพาะในทางจริยธรรม คือการทํา เปนตัวอยาง ซึ่งเปนการสอนแบบไมตองกลาวสอน เปนทํานองการแสดงแบบอยางใหเห็น หรือการ สอนโดยทําเปนตัวอยาง ไดแก พระจริยาวัตรอันดีงามที่เปนอยูโดยปกติ แตท่ีทรงปฏิบัติเปนเรื่องราว เฉพาะ เชน “คราวหน่ึง พระพทุ ธเจาพรอมดวยพระอานนทตามเสดจ็ ขณะเสดจ็ ไปตามเสนาสนะที่อยู ของพระสงฆ ไดทอดพระเนตรเห็นพระภิกษุรูปหน่ึงอาพาธเปนโรคทองรวง นอนจมกองมูตรและคูถ ของตน ไมมีผูพยาบาลดูแล จึงเสด็จเขาไปหาจัดการทําความสะอาด ใหนอนโดยเรียบรอย เสร็จแลว จงึ ทรงประชมุ สงฆ ทรงสอบถามเร่อื งนนั้ และตรัสตอนหนึ่งวา “ภิกษุท้ังหลาย พวกเธอไมมีมารดา ไม ๑๐ ข.ุ ชา. (ไทย) ๒๗/๒๘/๑๒. ๑๑ ขุ.ธ. (ไทย) ๒๕/๕๔-๕๕/๔๓-๔๔. ๑๒ ขุ.ธ. (ไทย) ๒๕/๓๓๔/๑๓๗. ๑๓ ขุ.ธ. (ไทย) ๒๕/๔/๕.
๔๔ มีบิดาผูคอยพยาบาล ภิกษุทั้งหลาย ถาพวกเธอไมพยาบาลกันเอง ใครเลาจะคอยพยาบาลพวกเธอ ภกิ ษทุ ั้งหลาย ผจู ะพยาบาลเรา กจ็ งพยาบาลภิกษไุ ขเ ถดิ ”๑๔ ๕. การเลนภาษา การเลนคําและใชคําในความหมายใหม การเลนภาษาและเลนคํา เปน เรอ่ื งของความสามารถในการใชภ าษาผสมกบั ปฏิภาณ ขอนี้เปนการแสดงใหเห็นถึงพระปรีชาสามารถ ของพระพทุ ธเจาทมี่ ีรอบดาน เมอ่ื ผูใ ดทูลถามมาเปนคํารอยกรอง พระองคก็ทรงตอบเปนคํารอยกรอง ไปทันที ทํานองรายกลอนสด บางทีเขาทูลถามหรือกลาวขอความ โดยใชคําที่มีความหมายไปในทาง ไมดีงาม พระองคกต็ รสั ตอบไปดวยคาํ พูดเดยี วกันน้นั เอง แตเปนคําพูดในความหมายท่ีตางออกไปเปน ฝายดีงาม คําสนทนาโตตอบแบบน้ี มีรสอยูแตในภาษาเดิม แปลออกสูภาษาอื่นยอมเสียรสเสีย ความหมาย บางครั้งผูมาเฝาบริภาษพระองคดวยคําพูดตาง ๆ ที่รุนแรงยิ่ง พระองคยอมรับคําบริภาษ เหลาน้ันท้ังหมด แลวทรงแปลความหมายอธิบายเสียใหมใหเปนเรื่องดีงาม เชน กรณีของเวรัญช พราหมณ14๑๕ และสีหเสนาบดี15๑๖ ผรู ับแผนมาจากนคิ รนถนาฏบตุ ร ๖. อุบายเลือกคนและการปฏิบัติรายบุคคล การเลือกคนเปนอุบายสําคัญในการเผยแผ พระพุทธศาสนา เร่ิมแรกประดิษฐานพระพุทธศาสนา พระพุทธเจาทรงดําเนินพุทธกิจดวยพระพุทโธ บายที่ไดผลดีอยางย่ิง ในการส่ังสอนแสดงธรรมก็เชนกัน ทรงมักเริ่มตนดวยบุคคลที่เปน พระมหากษตั รยิ ห รือประมุขของประเทศ อีกทง้ั ผูนําของลทั ธิตาง ๆ ทาํ ใหการประกาศพระศาสนาของ พระองคนั้นประสบผลสําเร็จอยางรวดเร็ว อีกท้ังเปนการยืนยันพระปรีชาสามารถของพระองคเปน อยางดดี วย ๗. การรจู กั จงั หวะและโอกาส วิธีสอนเชน น้ี มกั ใชเ ม่ือผูเรียนยังไมพรอม ยังไมเกิด ปริปา กะแหงอินทรียหรือญาณ ผูสอนตองมีความอดทน ไมชิงหักหาญหรือดึงดันทํา แตตองต่ืนตัวอยูเสมอ เมื่อถึงจังหวะและโอกาส ก็ตองมีความฉับไวท่ีจะจับมาใชใหเปนประโยชน ไมปลอยใหผานเลยไป ดัง ตัวอยางเชน ในระยะเร่ิมแรกประกาศพระพุทธศาสนา ณ วันมาฆปุรณมี หลังตรัสรู ๓ เดือน เมื่อ ประทับอยู ณ เวฬุวัน พระสงฆสาวกมาประชุมพรอมกัน ณ ที่น้ัน และเปนโอกาสเหมาะ พระองคก็ ทรงแสดงโอวาทปาฏโิ มกข เปน การใชจงั หวะและโอกาสใหเ กดิ ประโยชน ๘. ความยืดหยุนในการใชวิธีการ ถาผูสอนสอนอยางไมมีอัตตา ตัดตัณหา มานะ ทิฐิให นอ ยท่ีสดุ โดยมงุ ไปยงั ผลสําเรจ็ ในการเรยี นรูเปนสําคัญ วิธใี ดทาํ ใหการสอนไดผลดีที่สุด ก็จะทําในทาง น้นั ไมกลัววา จะเสียเกียรติ ไมกลัวความรูสึกวาแพ บางคราวเมื่อสมควรก็ยอมรับใหผูเรียนรูสึกวาเขา เกง บางคราวสมควรขมก็ขม โอนออนผอนตามก็ยอมตาม สมควรขัดก็ขัด สมควรคลอยตามก็คลอย ๑๔ ว.ิ ม. (ไทย) ๕/๒๒๔/๒๔๐. ๑๕ อง.อฏก. (ไทย) ๒๓/๑๑/๒๑๙-๒๒๕. ๑๖ อง.อฏก. (ไทย) ๒๓/๑๒/๒๒๐-๒๓๔.
๔๕ ตาม สมควรปลอบก็ปลอบ ดังพระดํารัสวา “เราฝก ผทู ค่ี วรฝก ไดดวยวิธีแบบสุภาพบาง วิธีแบบรุนแรง บา ง วธิ ที ้ังแบบสุภาพและแบบรนุ แรงบา ง”๑๗ ๙. ลงโทษและการใหร างวัล มีคาํ สรรเสริญพระพุทธคุณที่ยกมาแสดงขางตนวา “พระผูมี พระภาคเจาทรงฝกอบรมชุมชนไดดีถึงเพียงนี้โดยไมตองใชอาชญา” แสดงวา การใชอํานาจลงโทษ ไมใ ชว ธิ กี ารฝกคนของพระพุทธเจา อยางไรก็ตาม การลงโทษนาจะมอี ยแู บบหนึ่ง หมายถึง การลงโทษ ตนเอง ซึ่งมีทั้งในทางธรรมและวินัย ในทางวินัยถือวา มีบทบัญญัติความประพฤติอยูแลว และ บทบัญญัติเหลาน้ีพระพุทธเจาทรงบัญญัติไว โดยความเห็นชอบแหงสงฆ สวนในทางธรรม ภิกษุที่ เหลือขอคอื วายากสอนยากจริง ๆ สอนไมไดจริง ๆ ก็จะถูกเพ่ือนพรหมจารีและเพ่ือนภิกษุถือวาเปนผู ที่ไมสมควรวากลาวส่ังสอนและตักเตือน ไมมีใครคบคาสมาคมดวยไมวาทางธรรมหรือวินัย โดยวิธีนี้ ซ่ึงถอื เปน บทลงโทษที่รุนแรงท่สี ุด สวนการใหรางวัล ทรงใชการชมเชยยกยอง แตก็เปนในรูปแบบการ ยอมรบั คุณความดขี องผนู ้นั คือ กลาวชมโดยธรรม ใหเขามัน่ ใจในการทําความดี ๑๐. กลวิธีแกปญหาเฉพาะหนา ปญหาเฉพาะหนาท่ีเกิดขึ้น ยอมมีลักษณะแตกตางกัน ไปไมมีท่ีสดุ การแกป ญหาเฉพาะหนาตองอาศยั ปฏิภาณ คือ ความสามารถในการประยุกตหลักวิธีการ และกลวธิ ตี า ง ๆ มาใชใหเหมาะสม เปนเร่อื งเฉพาะครั้งเฉพาะคราวไป อยางไรก็ดี การไดเห็นตัวอยาง การแกปญหาเชน นี้ อาจชวยใหเ กิดความเขา ใจในแนวทางท่ีจะนําไปใชปฏิบัติไดบาง การประกาศพระ ศาสนาพระพุทธเจากท็ รงประสบปญหาเฉพาะหนาอยตู ลอดเวลาและทรงแกไขจนสําเร็จดวยการใชรูป ตา ง ๆ กันไป ดงั เชน ทป่ี รากฏในธนญั ชานิสตู ร อกั โกสกสตู ร สนุ ทริกสูตร และกสสิ ตู ร เปนตน นอกจากน้ี บรรจบ บรรณรุจิ ยังกลาวถึง พุทธวิธีในการสอนของพระพุทธเจาไวหลาย ประการ สรปุ ไดด งั นี้ ๑. วิธีการสอนแบบอธิบายเชิงวิเคราะห วิธีนี้ทรงใชในการสอนพระอัญญาโกณ ฑัญญะ พระวัปปะ พระภัททิยะ พระมหานามะและพระอัสสชิ โดยทรงชี้ใหเห็นทางปฏิบัติท่ีผิดและ เสนอแนวทางปฏิบัติที่ถูกตอง รวมทั้งทรงวิเคราะหใหเขาใจถึงสามัญญลักษณะคือ ความไมเที่ยง ความเปนทุกข และความไมใชตัวตนที่แทจริงของขันธ ๕ อันไดแก รูป เวทนา สัญญา สังขารและ วิญญาณ กับทรงใชสอนพระสารีบุตร และพระมหาโมคคัลลานะ โดยทรงสอนใหพระสารีบุตร วิเคราะหเ ขาใจถงึ เวทนาวา ไมเที่ยง ทรงสอนใหพ ระมหาโมคคัลลานะวิเคราะหเขาใจถึงธาตุ ๔ คือปฐวี อาโป เตโช วาโย ทป่ี ระชุมกนั เขาเปนกายวา เปน ของไมใ ชต ัวตน ๒. วิธีการสอนแบบอธิบายธรรมขั้นตํ่าขึ้นไปถึงธรรมข้ันสูง วิธีน้ีทรงใชสอนพระยสะ พระวิมละ พระสุพาหุ พระปุณณชิ พระควมั ปติ และพระมหากปั ปน ะ โดยทรงชี้ใหเ ห็นวา ทานและศีล ๑๗ องฺ.จตุกฺก. (ไทย) ๒๑/๑๑๑/๑๗๐.
๔๖ มีผลสงใหไปเกิดในสวรรคอันเปนแดนที่พรั่งพรอมดวยเบญจกามคุณ แตถึงอยางไร เบญจกามคุณใน สวรรคนั้น ก็ยังเปนของต่ําชาใหโทษ เปนทุกข สุดทายทรงชี้ใหเห็นวาการออกบวชเปนทางท่ีดีที่สุด แลว ทรงตอกยา้ํ เรอื่ งทุกข เหตเุ กดิ ของทกุ ข ความดบั ทุกข และขอปฏบิ ตั ใิ หเขา ถึงความดบั ทกุ ข ๓. วิธีการสอนแบบใหผูฟงต้ังปญหาทูลถาม วิธีน้ีทรงใชสอนพระกุมารกัสสปะ พระสภิยะ พระอชิตะ พระติสสเมตเตยยะ พระปุณณกะ พระเมตตคู พระโธตกะ พระอุปสีวะ พระนนั ทะ พระเหมกะ พระโตเทยยะ พระกปั ปะ พระชตุกณั ณี พระภัทราวุธ พระอุทยะ พระเปสาละ พระโมฆราชและพระปงคิยะ โดยทรงเปดโอกาสใหพระสาวกเหลาน้ีทูลถามปญหาตาง ๆ ซ่ึงลวน แลว แตมจี ุดมุง หมายอยูทีค่ วามพนทกุ ข ๔. วิธีการสอนแบบยกเรื่องใหสอดคลองกับประสบการณเดิมของผูฟง วิธีน้ีทรงใช สอนพระอุรเุ วลกสั สปะ พระนทกี ัสสปะ พระคยากสั สปะ โดยทรงพจิ ารณาเห็นวา พระสาวกทั้ง ๓ รูปน้ี คุนเคยกับการบูชาไฟจงึ ทรงยกเร่ืองไฟ คือ ราคะ โทสะ โมหะ มาสอนเพื่อทรงชี้ใหเห็นวา ไฟดังกลาว เผาไหมส ัตวใ หเรา รอ นเชน เดียวกบั ไฟทที่ า นท้ัง ๓ เคยบูชาแลว ๕. วิธีการสอนแบบแสดงธรรมตามใจผูฟง วิธีนี้ทรงใชในการสอน พระนาลกะ พระปุณณะ พระอานนท พระกังขาเรวตะ พระสุภูติ พระปลินทวัจนะ พระนาลกะประสงคจะฟงโม เนยยปฏิปทา พระองคก็ทรงแสดงใหฟงตามท่ีทูลขอ พระอานนทประสงคจะไดฟงธรรมะทุกเรื่องที่ ตรัสสอน พระองคก็ทรงแสดงใหฟง พระกังขาเรวตะ พระสุภูติและพระปลินทวัจนะ ๓ รูปน้ีประสงค จะรบั กรรมฐานไปปฏิบตั กิ ท็ รงประทานใหตามท่ีทูลขอ กับทรงใชสอน พระมหาโกฏฐิกะ พระนันทกะ พระภคุ พระกมิ พิละ พระภัททิยะ (กาฬิโคธาบุตร) พระมหาอุทายี พระโสภิตะ พระรัฐบาล พระเสละ พระอุปวาณะ พระมหาปณถก พระพากุละ พระกุณฑธานะ ซึ่งพระสาวกทั้ง ๑๓ รูปนี้แมจะไมมี หลักฐานระบุวาไดฟงธรรมเรื่องอะไรจากพระพุทธเจา แตก็มีหลักฐานระบุวาทานไดปฏิบัติกรรมฐาน จงึ ทําใหส นั นิษฐานไดวา ทานจะตองไดรับกรรมฐานมาจากพระพุทธเจาแนนอน เพราะตางลวนไดฟง ธรรมในสํานักพระพุทธเจาทั้งส้ิน และพระพุทธเจาจะตองทรงประทานกรรมฐานใหตามท่ีทูลขอ เหมอื นท่ีทรงประทานแกพระกังขาเรวตะ พระสุภตู ิ และพระปลินทวจั นะ อยางแนนอน ๖. วิธีการสอนแบบตําหนิใหตระหนัก วิธีน้ีทรงใชสอน พระยโสชะ พระสคตะ พระ อุปเสนะ พระปณโฑลภารทวาชะ โดยทรงตําหนิพระยโสชะในเรื่องท่ีพระบริวารของทานสงเสียงดัง ทรงตาํ หนิพระสาคตะในเรอื่ งทท่ี า นด่ืมเหลาจนเมาหมดสติ ทรงตําหนิพระอปุ เสนะในเร่ืองบวชไดเพียง ๑ พรรษาก็เปนอุปชฌายบวชใหกุลบุตรอื่น และทรงตําหนิพระปณโฑลภารทวาชะในเรื่องไมรู ประมาณในอาหาร ซ่ึงพระสาวกทั้ง ๔ รูปน้ีเมื่อถูกตําหนิก็ตระหนักและบําเพ็ญเพียรจนบรรลุ อรหตั ตผล
๔๗ ๗. วธิ กี ารสอนแบบใหความหวัง วิธีน้ีทรงใชสอน พระนันทะ พระวังคีสะ โดยทรงให ความหวงั แกพ ระนนั ทะวา หากบรรลุอรหตั ตผลก็จะไดนางฟา ตามที่ปรารถนา และทรงใหความหวังแก พระวังคีสะวา หากไดเรียนรูอาการ ๓๒ แลวก็จะรูที่เกิดของพระอรหันตตามท่ีตองการ ซึ่งเม่ือพระ สาวกทง้ั ๒ รปู นไ้ี ดบ รรลอุ รหัตตผลแลวก็รูทันทีวา ความหวังท่ีพระพุทธเจาทรงใหไวนั้นคืออุบายสอน ธรรมที่ลํ้าลึก ๘. วิธีการสอนแบบใหลองผิดกอนแลวจึงสอนวิธีปฏิบัติท่ีถูกใหภายหลัง วิธีน้ีทรงใช สอนพระโสณโกฬวิ ิสะ และพระเมฆิยะ โดยทรงปลอยใหพระโสณโกฬิวิสะบําเพ็ญเพียรอยางหนักดวย การเดินจงกรมจนกระทั่งเทาแตกไดรับทุกขเวทนาอยางแสนสาหัสกอน แลวจึงทรงสอนวิธีปฏิบัติที่ ถูกตอง คือบําเพ็ญเพียรแตพอเหมาะไมตึงเกินไป ไมหยอนเกินไป และทรงปลอยใหพระเมฆิยะไปอยู ปฏิบตั ิธรรมตามลําพงั แลว ไมสามารถขมจิตไดจนตองกลับมาหาพระองคอีก และทูลขอใหตรัสบอกวิธี ทาํ จติ ใหส งบ ซง่ึ เม่ือพระสาวกทง้ั ๒ รูปนป้ี ฏบิ ตั ิตามท่ีตรัสบอกกไ็ ดบรรลอุ รหตั ตผล ๙. วิธีการสอนแบบตรัสแนะเสริม วิธีนี้ทรงใชสอนพระอนุรุทธะ โดยทรงพิจารณา เห็นวา พระอนุรุทธะกําลังตรึกถึงธรรมะอยางถูกตอง แตยังไมแจมแจงจึงไดตรัสแนะเสริมใหตอเน่ือง ไปจนเขา ใจแจมแจง ๑๐. วิธีการสอนแบบคอยเปนคอยไป วิธีน้ีทรงใชสอนพระราหุลและพระจูฬปนถก พระองคท รงสอนพระราหุล ซ่ึงมีอายุ ๑๕ ขวบเพิ่งบวชใหมใหสํารวมในการพูด เมื่อทานมีอายุ ๑๘ ป พระองคทรงสอนใหพิจารณารูปท้ังปวงวาไมใชของเรา เพ่ือบมเพาะปญญาของทานใหแกลวกลาใน หลักของไตรลักษณ และเม่ือทานอายุ ๒๐ ป พระองคทรงเห็นวามีปญญาแกกลาแลว จึงตรัสเตือนให ทานเรงทาํ ทส่ี ดุ ของทกุ ขใหได สวนพระจูฬปนถก พระองคทรงสอนใหทานนั่งมองดูดวงอาทิตย พลาง ลบู ผาขาว พรอ มทงั้ นกึ บริกรรมวา “ผาเช็ดฝุน ผาเช็ดฝุน” ครั้งผาขาวเร่ิมสกปรก พระองคก็ทรงสอน ใหท านไดค ดิ พิจารณาเปรยี บเทยี บจติ เหมือนผา ขาวจนไดบรรลุธรรม ๑๑. วิธีการสอนแบบเลือกใหศึกษา วิธีนี้ทรงใชในการสอนพระอุบาลี โดยที่ทรง พจิ ารณาเหน็ วาพระอุบาลนี ้ีหากไปอยปู ฏิบัตธิ รรมตามลําพังแลวก็จะชํานาญเฉพาะการเจริญวิปสสนา เทาน้ัน แตจะไมเชี่ยวชาญในการพิจารณาตัดสินพระวินัย จึงทรงบอกใหทานอยูปฏิบัติธรรมในสํานัก ของพระองค ซึ่งทา นก็ทําตามท่ที รงเลือกให ๑๒. วิธีการสอนแบบยอนคําพดู ใหค ิด วธิ นี ีท้ รงใชในการสอน พระองคลุ มิ าล โดยเม่ือ พระองคุลิมาลวิ่งไลหมายจะปลงพระชนมของพระองคพรอมทั้งรองตะโกนบอกใหพระองคหยุด พระองคไดต รสั ยอ นวา พระองคหยุดแลว แตพ ระองคุลิมาล (ขณะน้ันยังเปนโจร) ตางหากท่ียังไมหยุด ซ่ึงก็หมายความวา พระองคหยุดทําบาปแลว แตพระองคุลิมาลยังไมหยุด พระองคุลิมาลเขาใจตามที่ พระองคทรงหมายถึง จงึ ยอมทิง้ ดาบแลวทลู ขอบวช
๔๘ ๑๓. วิธีการสอนแบบรอใหผูฟงมีความพรอมทั้งทางรางกายและจิต วิธีน้ีทรงใชสอน พระพาหิยะ โดยทรงพิจารณาเห็นวาพระพาหิยะขณะเฝาพระองคอยูนั้น สภาพรางกายและจิตยังไม พรอม เพราะเดินทางมาไกลและเพงิ่ มาถงึ รางกายยังเหนื่อยออน และจิตก็ไมสงบ เพราะดีใจเกินไปท่ี ไดมาพบพระองค ดังนั้น เม่ือทานทูลขอใหแสดงธรรมใหฟง จึงทรงยับย้ังไวกอน ตอเมื่อเห็นวาทาน หายเหนอ่ื ยและจิตกส็ งบแลว จึงทรงแสดงธรรมใหฟ ง ๑๔. วิธีการสอนแบบปลอบใจ วิธีนี้ทรงใชสอนพระวักกลิ โดยในตอนแรกทรงขับไล พระวักกลิเพราะโทษฐานที่ละทิ้งการบําเพ็ญสมณธรรม เท่ียวติดตามดูพระวรกายของพระองค เปน เหตุใหพระวักกลิเสียใจถึงข้ันจะไปกระโดดภูเขาฆาตัวตาย พระองคจึงเสด็จไปปลอบและทรงให กาํ ลังใจจนพระวกั กลเิ กดิ ความรูแ จงไดบ รรลอุ รหตั ตผลในท่ีสุด ๑๕. วธิ ีการสอนแบบยวั่ ยุใหแ สดงความสามารถแลวใหโ อวาท วธิ นี ท้ี รงใชในการสอน พระโสณกุฏิกัณณะ โดยทรงใหพระโสณกุฏิกัณณะซึ่งเดินทางมาเฝาจากแควนอวันตีไดแสดง ความสามารถดว ยการสวดสรภัญญะ ครน้ั แลวไดตรสั ชมและประทานพระโอวาท ๑๖. วิธีการสอนแบบแสดงธรรมโปรดคนท่ัวไป แตมีเปาหมายอยูท่ีคนคนหน่ึงหรือ กลมุ หนึง่ วิธีนท้ี รงใชส อนพระมหากจั จายนะ และพระกาฬุทายี เปนตน17๑๘ ๓.๓ การเผยแผพระพุทธศาสนาทพ่ี ึงประสงคของพระธรรมทูตไทยสายตา งประเทศ ในสวนนี้จะขอนําเสนอเกี่ยวกับการเผยแผพระพุทธศาสนาที่พึงประสงคของพระธรรมทูต ไทยสายตา งประเทศ เพือ่ ใหเหน็ ภาพการทํางานของพระธรรมทูตไทยสายตางประเทศ พระธรรมทูตสายตางประเทศมีหนาที่จาริกเผยแผพระพุทธศาสนาในตางประเทศ ซ่ึงใน สวนน้ีจะกลาวถึงการสงพระธรรมทูตไทยไปเผยแผพระพุทธศาสนาในประเทศตาง ๆ เทาที่ปรากฏ หลักฐานชัดเจนตามชวงเวลาของการเกิดพระธรรมทูตและ/หรือมีการสรางวัดไทยข้ึนในประเทศ เหลา นั้น ตัง้ แตสมยั กรุงศรอี ยุธยา จนมาถึงสมัยกรงุ รตั นโกสนิ ทร โดยเฉพาะในรัชสมัยพระบาทสมเด็จ พระเจาอยูหัวภูมิพลอดุลยเดช รัชกาลที่ ๙ มีการสรางวัดไทยและมีพระธรรมทูตเดินทางไปประเทศ ตาง ๆ เพ่ิมจํานวนมากข้ึน โดยเฉพาะ ชวงกอน พ.ศ. ๒๕๐๐ ซ่ึงสมเด็จพระพุฒาจารย (อาจ อาสภ มหาเถร) ไดร ับอาราธนาไปประเทศพมา อินเดีย ยุโรปและอเมริกา เพ่ืองานพระธรรมทูต และทานยัง ไดสงอาจารยและนิสิตของมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย ไปศึกษาตอท่ีประเทศพมา ศรีลังกาและ อินเดีย และเริ่มมีการสงพระธรรมทูตไทยไปเผยแผพระพุทธศาสนาในประเทศตาง ๆ ซ่ึงประวัติการ เผยแผพระพุทธศาสนาในตางประเทศ ขอนําเสนอขอมูลตามลําดับ ไดแก ทวีปเอเชีย ทวีปอเมริกา ๑๘ บรรจบ บรรณรุจิ, เลม นีม้ ปี ญหา, (กรุงเทพมหานคร: พรบญุ การพมิ พ, ๒๕๓๘), หนา ๔๕-๕๔.
๔๙ ทวีปยุโรป และ ทวีปออสเตรเลีย-โอเชียเนีย และในแตละทวีปจะนําเสนอขอมูลเพียงบางประเทศ เพื่อใหทราบขอ มลู เปน สังเขป ตามลาํ ดับดังนี้ ทวีปเอเชีย ทวีปเอเชีย เปนทวีปแรกท่ีคณะสงฆไทยไดทําหนาท่ีพระธรรมทูตในการสงพระภิกษุสงฆ จาริกไปนอกแผนดินไทย เพ่ือสืบอายุพระพุทธศาสนา โดยเร่ิมจากคร้ังกรุงศรีอยุธยาเปนราชธานีใน สมัยพระเจาอยูหัวบรมโกษฐ ซึ่งประเทศศรีลังกา ไดขออาราธนาพระภิกษุสงฆจากประเทศไทยให เดนิ ทางจาริกไปท่ีประเทศศรีลังกา เพ่ือทําการบรรพชาอุปสมบทใหแกกุลบุตรชาวศรีลังกา เน่ืองจาก ประเทศศรีลงั กาไมมพี ระเถระที่สามารถทาํ หนา ท่ีเปนพระอุปชฌายไดเอง หัวหนาคณะพระธรรมทูตท่ี เดินทางไปในเวลานั้นเปนคณะแรก ไดแก พระอุบาลีและพระอริยมุนี และคณะท่ีสองท่ีจาริกเพื่อ ผลัดเปลี่ยนหนาท่ีกับคณะแรกมีหัวหนาคณะ ไดแก คณะของพระวิสุทธาจารยและพระวรญาณมุนี อยางไรก็ดี พระอุบาลีมิไดเดินทางกลับมากับคณะแรก แตคงทําหนาท่ีในประเทศศรีลังกาตอไปจน ทานมรณภาพในประเทศศรีลังกา และในสมัยกรุงรัตนโกสินทร รัชสมัยของพระบาทสมเด็จพระพุทธ เลศิ หลานภาลัย รัชกาลท่ี ๒ ไดสงคณะสงฆไปที่ประเทศศรีลังกาอีกครั้งหนึ่ง เปนระยะเวลาประมาณ ๑ ป ประเทศสิงคโปร ในราว พ.ศ. ๒๔๖๘ (ค.ศ. ๑๙๒๕) วัดอานันทเมตตยาราม ไดถูกสราง ขึ้น โดยความดาํ รขิ องพระธมฺมรตฺตโน บณฺฑิตฺ (หลวงพอหงส ธมฺมรตฺตโน) ถือเปนวัดพระพุทธศาสนา เถรวาททเี่ กาแกท ีส่ ุดในประเทศสิงคโปร วดั แหง นี้ดําเนินกิจกรรมภายใตความหลากหลายของเช้ือชาติ ศาสนาและวัฒนธรรมใหสามารถอยูรวมกันไดอยางสันติสุข เนื่องจากกฎหมายของประเทศนี้ไม อนุญาตใหพ ระสงฆเ ดนิ บิณฑบาต วัตรปฏิบัติของพระสงฆ จึงไดแก กวาดลานวัด ปจจเวก หรือทํากิจ อ่ืน ๆ ของสงฆภายในวัดเปนกิจกรรมปกติ กิจกรรมการเผยแผที่ดําเนินการ ไดแก การบรรพชา อุปสมบทอยางเปนทางการ การเทศนาธรรม การใหคําปรึกษาปญหาตาง ๆ การเปดสอนหลักสูตร ธรรมะ การเปดสอนวิปสสนาภาวนา เปนตน18๑๙ และมีกิจกรรมที่ตองทําในแตละวัน ไดแก การใหศีล ใหพ รพรมนํ้ามนตใ หแกผูทีเ่ ขา มาทําบญุ ในวัด โดยเฉพาะชาวจีน ซึ่งภายในวัดจะมีพระพุทธรูปอันเปน ที่ระลึกถึงพระพุทธเจาตามปกติของชาวพุทธเถรวาท และมีรูปปนพระพรหมสี่หนา ซ่ึงถือเปนกุสโล บายในการชวนประชาชนเขาวัดและพรหมสี่หนาแทนหลักธรรมพรหมวิหาร ๔ (เมตตา กรุณา มุทิตา อุเบกขา) หรือ พุทโธ ภควา พรหมา มาตาปตโร และเจาแมกวนอิม เปนตน ประชาชนที่เขาวัด มีทั้ง ประชาชนทั่วไปและนักธุรกิจชาวญ่ีปุน ซ่ึงนิยมพิธีกรรมของพระสงฆไทย และมีคนอเมริกัน เยอรมัน ๑๙ วัดอานันทเมตยาราม, ประวัติวัดอานันทเมตยาราม History, [ออนไลน], แหลงที่มา: http://watananda.org.sg/about-us/history [๒๓ ตุลาคม ๒๕๖๑].
๕๐ และอังกฤษ ซ่ึงสามารถสวดมนตภาษาบาลีตามพระสงฆได19๒๐ การผสมผสานวัฒนธรรมของคนใน ทอ งถิน่ เขากบั หลักธรรมทางพระพุทธศาสนา โดยเฉพาะเรื่องพรหมวิหาร ถือเปนกุสโลบายท่ีนาสนใจ มาก แตสิ่งท่ีตองดําเนินการควบคูกันไปคือการสรางความเขาใจท่ีถูกตองเก่ียวกับพระพรหมในทาง พระพุทธศาสนาวา มีความหมายอยางไร ซึ่งตองสบื ทอดแนวคดิ นไ้ี ปยงั พระธรรมทูตรนุ ตอไป ประเทศอินเดีย วัดไทยพุทธคยาถูกสรางขึ้นที่ตําบลพุทธคยา รัฐพิหาร ในราว พ.ศ. ๒๔๙๘-๒๕๐๐ จัดเปนวัดไทยวัดแรกในประเทศอินเดีย และไดสงพระสงฆไทยหรือพระธรรมทูต ไป ประจาํ อยู ๕ รปู นาํ โดยสมเด็จพระธรี ญาณมนุ ี (ธีร ปุณฺณกมหาเถร) ซ่ึงขณะนั้นอยูในสมณศักดิ์ที่พระ ธรรมธรี ราชมหามุนี และปจ จุบนั มีพระธรรมโพธวิ งศ (วีรยทุ ธ วีรยทุ ฺโธ) เปน เจา อาวาสและเปน หัวหนา พระธรรมทูตสายประเทศอินเดีย-เนปาล จากนั้นมา มีการสรางวัดไทยขึ้นอีกหลายแหง โดยเฉพาะ บริเวณใกลเคียงสังเวชนียสถานและเสนทางระหวางสถานที่สําคัญทางประวัติศาสตรของ พระพุทธศาสนา เพื่อเปนการฟนฟูพระพุทธศาสนาในดินแดนตนกําเนิดและชวยอํานวยความสะดวก ใหแกพุทธศาสนิกชนท่ีเดินทางไปแสวงบุญในประเทศอินเดีย-เนปาล จนถึงปจจุบันนี้ วัดไทยใน ประเทศอินเดยี -เนปาล ๓๘ แหง20๒๑ ศาสนกิจทด่ี ําเนนิ การในประเทศอนิ เดีย ไดแ ก ๑. ศาสนกิจตามปกติ เชน บิณฑบาตตามวัตรปฏิบัติของสงฆ มีการสวดมนตที่วัดเปน ประจํา มีการเทศนาธรรมทีว่ ดั เปนประจํา ๒. งานเผยแผพระพุทธศาสนา เชน บรรพชาอุปสมบทแกคนไทย บรรพชาอุปสมบทแก คนทองถิน่ จัดโครงการใหว ดั เปน สถานทจ่ี ัดการเรยี นการสอนธรรมะ จัดกิจกรรมบูรณาการการเรียนรู ภายในวดั และชุมชน จัดการเรยี นการสอนปริยัตธิ รรมใหบ รรพชิตและคฤหสั ถ ๓. การสาธารณสงเคราะหเพื่อมนุษยธรรม เปนการสงเคราะหแกคนในพื้นถ่ินประเทศ อนิ เดียและเนปาล ๔. การสาธารณสงเคราะหเพื่อพระพุทธศาสนา เปนการสงเคราะหใหความชวยเหลือ ประชาชนพรอมกับเผยแผพระพุทธศาสนาจัดอยูในรูปพิธีกรรมและความศรัทธาของชาวพุทธผูมา แสวงบุญ ๒๐ พระราชสิทธิวิเทศ, “สภาพปญหาและแนวทางแกไข วัดไทยและคณะสงฆไทยในสิงคโปรและ มาเลเซีย”, ใน กองบรรณาธิการ คณะพระธรรมทูตสายตางประเทศ รุนท่ี ๗, พระธรรมทูตสายตางประเทศ รุนท่ี ๗, (กรุงเทพมหานคร: โรงพมิ พมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย, ๒๕๔๔), หนา ๑๐๑-๑๐๖. ๒๑ วัดไทยพุทธคยา, ทําเนียบวัดไทยในอินเดีย-เนปาล ๒๕๕๖, [ออนไลน], แหลงท่ีมา: http://www.watthaibuddhagaya935.com/listnameWatthai.html [๒๙ ธันวาคม ๒๕๖๑].
๕๑ กจิ กรรมประกอบดวย (๑) การรักษาพยาบาล โดยจดั สรา งคลนิ กิ เปด บริการ ๖ วัน ปด ๑ วนั (๒) จัดหาผาหมศพ ไมเผาศพ ผูมรณกรรม ไรญาติขาดมิตรดูแล ศพอนาถาตามหมูบาน และโรงพยาบาล โดยมีผาหม ศพและเงนิ ชวยเหลอื บางสว นใหในเบอื้ งตน (๓) จัดหายาฟรีในวันพระ เพ่ือใหคนรูจักวันประกาศพระพุทธศาสนา ใหคนรูจักวัน พระพทุ ธเจา (๔) จัดหาผา หม หนาหนาว มผี ูศรทั ธานัดหมายมาแจกผาตามหมูบ า นผูยากจน (๕) จดั หาขา วสารอาหารแหงแกค นจน ในงานวันนักขัตฤกษ จัดมหาทานแจกจา ย (๖) จัดหาอุปกรณการศึกษาแกนักเรียนยากจน ตามโรงเรียนที่วัดดูแล รวมทั้งครูผูสอน ดว ย (๗) มอบของขวัญใหเ จาหนา ท่ี ใหกําลังใจ ความคนุ เคย ความเปน มติ ร (๘) ใหความชวยเหลือสนับสนุนการกีฬาทองถ่ิน เชน ว่ิงมาราธอน มวยปลํ้า ฮอกก้ี เปน ตน (๙) สงเสริมวัฒนธรรม นาฏศิลป ใหโรงเรียนฝกการแสดง แลกเปลี่ยนวัฒนธรรมกับ นักเรียนไทย21๒๒ ๒. ทวีปยุโรป ประเทศอังกฤษ พระพุทธศาสนา (Buddhism) เขาสูอังกฤษครั้งแรก เม่ือ พ.ศ. ๒๔๔๘ โดย J.R. Jackson ผูกอตั้งพุทธสมาคมในอังกฤษ และ Charles Henry Allen Bernett ผูซ่ึงตอมา บวชเปนพระภิกษุในประเทศพมา มีฉายาวา \"อานันทเมตเตยยะ\" เปนพระภิกษุชาวอังกฤษคนแรก ตอมาทานอานันทโพธ์ิ พระชาวแคนาดา ซึ่งเคยมาฝกวิปสสนาท่ีวัดมหาธาตุฯ เปนเวลา ๒ ป ได เดินทางไปท่ีประเทศอังกฤษ และเปดสอนวิปสสนาที่กรุงลอนดอน เมื่อมีผูสนใจจํานวนมาก ทาน อานันทโพธิ์ไดอาราธนาพระราชสิทธิมุนี (โชดก ญาณสิทฺธิ) ถึง ๓ คร้ัง โดยคร้ังที่ ๓ ไดอาราธนาผาน รฐั บาลไทยและเม่ือไดรับอนุมัติจากรัฐบาลไทยแลว พระราชสิทธิมุนีจึงไดรับอาราธนาและเดินทางไป ประเทศองั กฤษ ใน พ.ศ. ๒๕๐๗ พรอมกับพระมหาวิจิตร ติสฺสทตฺโต และคณะ รวม ๕ รูป พระธรรม ทตู คณะนี้ ถอื วา ไดรับการแตงต้ังเปนพระธรรมทูตชุดแรกและไดรับมอบหมายจากคณะสงฆไทยใหไป ทาํ งานในประเทศอังกฤษ โดยมหี นาที่ ๓ ประการ คอื ๑) เผยแพรพระพุทธศาสนาในภาคพื้นยุโรป ๒) ๒๒ พระราชรัตนรังษี (วีรยุทธ วีรยุทฺโธ), ประธานสงฆวัดไทยกุสินาราเฉลิมราชยประเทศอินเดีย และ ปฏิบตั หิ นาท่ีเจาอาวาสวดั ไทยลุมพินี ประเทศเนปาล, ๒๕ มกราคม ๒๕๔๘. (บทสมั ภาษณ)
๕๒ สงเคราะหคนไทยที่อยูในอังกฤษ และ ๓) ดําเนินการสรางวัดในประเทศอังกฤษ ในที่สุดงานท่ีไดรับ มอบหมายประสบความสาํ เร็จ และวดั ไทยแหงแรกในประเทศอังกฤษ ไดสรางสําเร็จราว พ.ศ. ๒๕๐๙ ในช่ือท่ีไดรับพระราชทานจากในหลวง รัชกาลท่ี ๙ วา วัดพุทธปทีป วัดพุทธปทีป กรุงลอนดอน เปน วัดไทยวัดแรกที่จัดตั้งข้ึนในทวีปยุโรป โดยมูลนิธิวัดพระพุทธศาสนา ณ กรุงลอนดอน ดวยความ มุงหวังวาจะใหเปนศูนยเผยแผพระพุทธศาสนาในทวีปยุโรป ท้ังในดานปริยัติและปฏิบัติ โดยมี ศนู ยก ลางอยทู ก่ี รุงลอนดอน ประเทศองั กฤษ22๒๓ มีวตั ถุประสงค ดังนี้ ๑. เพือ่ ประดษิ ฐานพระพุทธศาสนาลงในประเทศอังกฤษ ๒. เพ่ือสงเคราะหคนไทยในทางศาสนกจิ ๓. เพอ่ื เผยแผเกยี รติคณุ ของคณะสงฆไ ทยและประเทศไทย ๔. เพอื่ เปน ศูนยกลางการเผยแผ การศึกษาวัฒนธรรมไทยในสหราชอาณาจกั ร ๕. เพื่อการสงเสริมการศึกษาธรรมะ และปฏิบัติวิปสสนากรรมฐาน ทั้งแกชาวไทยและ ชาวตางชาติ ความโดดเดน ของวัดพุทธปทีป ไดแ ก พระอุโบสถทรงไทย ลักษณะเปนอาคารจตุรมุขแบบ ก่ึงตรีมุขตามอยางสถาปตยกรรมไทย ขนาดกวาง ๗ เมตร ยาว ๑๙ เมตร และมีกําแพงแกวรอบ อุโบสถ มีหองใตด นิ เปน โถงใหญส าํ หรบั ใชเ ปนหองสมดุ และประกอบพิธีกรรมทางศาสนา สถาปนิกได ออกแบบอาคารโดยคํานึงถึงสภาพภูมิอากาศและกฎหมายการกอสรางอาคารของประเทศอังกฤษ เชน หนาตางออกแบบโดยใชรูปแบบวิมานเพ่ือขยายพื้นท่ีรับแสง สะทอนงานศิลปใหเปนท่ีประจักษ ตอชาวตา งชาติ23๒๔ พนั ธกจิ ของคณะพระธรรมทูต วัดพุทธปทีป กรุงลอนดอน ไดแก งานศาสนสงเคราะห งานการศึกษาสงเคราะห งานสาธารณปู การ และงานศาสนสัมพันธ ๒๕ สว นศาสนกจิ ทด่ี ําเนนิ การ ณ วดั พทุ ธปทปี ไดแก ๑. การทําบญุ ในเทศกาลสาํ คัญของประเทศไทย เชน วนั ขึ้นปใ หม วันสงกรานต ๒. การทาํ บุญในวนั สาํ คญั ทางพระพทุ ธศาสนา เชน วนั มาฆบูชา วนั วิสาขบูชา ๒๓ ความเปนมา วัดพุทธปทีป,(History), [ออนไลน], แหลงท่ีมา: http://www.padipa.org/ [๑ พฤศจกิ ายน ๒๕๖๑]. ๒๔ อางแลว. ๒๕ ความเปนมา วัดพุทธปทีป,(History), [ออนไลน], แหลงที่มา: http://www.padipa.org/ [๑ พฤศจิกายน ๒๕๖๑].
๕๓ ๓. การปฏิบัติธรรม (วิปสสนากรรมฐาน) ท้ังในรูปแบบไปเชาเย็นกลับและเปน หลกั สตู รตอเนื่องหลายวนั โดยมกี ําหนดการแนนอน ๔. การเทศนาและการสนทนาธรรม ๕. การเปดโรงเรยี นพุทธศาสนาวันอาทิตย ๖. การบวชสามเณรและการบวชศลี จาริณี ๗. การเขา ศึกษาธรรมเปนกลุม ๘. การเผยแผห ลกั ธรรมเพือ่ นําไปใชใ นชีวิตประจําวัน ๙. การจัดทําเว็บไซตของวัด เพื่อประชาสัมพันธกิจกรรมและใหขอมูลเก่ียวกับ พระพทุ ธศาสนาทง้ั ในภาคภาษาไทยและภาคภาษาองั กฤษ25๒๖ ประเทศเนเธอรแลนด วัดพุทธวิหาร อัมสเตอรดัม กอต้ังข้ึนในป ค.ศ. ๑๙๘๒ (พ.ศ. ๒๕๒๕) โดย พระครูไกรสรวิลาศ (พระมหาธีรพันธ เมตฺตาวิหารี อดีตผูชวยเจาอาวาสวัดมหาธาตุฯ) ปจจุบัน ตั้งอยูที่เมืองอัมสเตอรดัม มีพระมหาจําเริญ เขมวีโร ป.ธ.๗, พ.ธบ.,บ.ศม. (นเรศวร) เปน ประธานสงฆ คณะสงฆและคณะกรรมการวัดพุทธวิหาร อัมสเตอรดัม ตองการพลิกฟนนําคุณคาของ วัดหรือศาสนสถานมาสรางใหเกิดมูลคาเพ่ิม ดวยการจัดกิจกรรม “โครงการธรรมทูตสัญจร” โดย ปรับศาสนสถานปจจุบัน ใหเปนศูนยกลางสรางกิจกรรมสรางสรรคของชุมชน โดยชุมชนและเพื่อ ชุมชน เพื่อนําธรรมะออกเผยแพรสูประชาชนทั่วไป ใหเปนผูปฏิบัติตามหลักคําสอนของ พระพทุ ธศาสนาไดอยา งถกู ตอ ง มีศรัทธาอันประกอบดวยปญญาและมีความใกลชิดกับศาสนามากขึ้น มีสภาพจิตใจท่ีดีและมีกําลังใจท่ีจะตอสูกับสังคมแวดลอมดวยความม่ันใจและเขมแข็ง พรอมท้ังมี ความมั่นคงในการประกอบสัมมาชพี สบื ไป26๒๗ ประเทศนอรเวย วัดไทยนอรเวย เร่ิมกอตั้งดวยการจัดต้ังเปนสมาคม มีคณะกรรมการ บริหาร จดทะเบียนเปนนิติบุคคลกับสหภาพชาวพุทธในประเทศนอรเวยถูกตองตามกฎหมาย เมื่อ วันที่ ๓๑ สิงหาคม ๒๕๓๔ ใชช่ือวา “สมาคมชาวพุทธไทย” มีสมาชิกท่ัวประเทศทั้งชาวไทยและชาว ตางประเทศมากกวา ๔,๐๐๐ คน ประกอบดวยกลุมคนไทยที่เดินทางเขามาทํางานไดรับสิทธ์ิตาม กฎหมายใหพักอาศัยอยูถาวรในประเทศนอรเวย รวมดวยชาวนอรเวยที่แตงงานกับคนไทย มี ครอบครัวเปนคนไทยและช่ืนชอบวัฒนธรรมประเพณีไทย มีความศรัทธาในพระพุทธศาสนา แตไม ๒๖ อา งแลว. ๒๗ วัดพุทธวิหาร อัมสเตอรดัม, ประวัติวัดพุทธวิหาร อัมสเตอรดัม, [ออนไลน], แหลงที่มา: http://www.watbuddhavihara. [๑๓ ธันวาคม ๒๕๖๑].
๕๔ ประกาศตัวตอสาธารณะอยางเปดเผย การดําเนินงานของสมาคมฯ ไดรับการยอมรับสงเสริม สนับสนุนเปนอยางดีจากสถานเอกอัครราชทูตไทย ณ กรุงออสโล ประชาชนชาวไทยและชาว ตา งประเทศในประเทศนอรเวย ท่ีมีความประสงคอยากจะใหมีวัดไทยเกิดข้ึน และไดรับการสนับสนุน ชวยเหลือดานการเงินจากรัฐบาลประเทศนอรเวย พ.ศ. ๒๕๓๗ จึงไดอาราธนาพระธรรมทูตเดิน ทางเขาประเทศนอรเวยอยูจําพรรษาในฤดูกาลพรรษา ๓ เดือน เพ่ือการสรางวัดใหมีความสมบูรณ เหมาะสม โดยยึดแนวทางแหงพระธรรมวินัย และสอดคลองกับขอตกลงระหวางประเทศไทยกับ ประเทศนอรเ วยเกีย่ วกับกฎระเบยี บการตรวจคนเขาเมือง เจาประคุณสมเด็จพระพุฒาจารย ประธาน คณะผูปฏิบัติหนาท่ีสมเด็จพระสังฆราช ไดเมตตาประทานนามวา “วัดไทยนอรเวย” พระครูวิเทศ ธรรมวิทิต (สํารวจ กมโล) พระธรรมทูตสายตางประเทศ จากวัดพุทธาราม ประเทศสวีเดน ยายเขา ประจําเพ่ือปฏิบัติศาสนกิจถาวร และมีพระมหาคําสิงห คเวสโก เปนพระธรรมทูตประจําวัดไทย นอรเวย ๑ รูป ปจจุบันตั้งอยูท่ี ถนน Trondheimsvegen 582, 2016 Frogner ลักษณะเปนฟารม ขนาดเล็กอยูกลางทุงนา ไมติดบานพักเพ่ือนบานขางเคียงโดยรอบท้ังสี่ทิศ ติดถนนสายรอง ยวดยาน สัญจรผานไปมาไมพลุกพลาน อยูในพ้ืนท่ีทําเลและสิ่งแวดลอมที่เงียบสงบเปนปฏิรูปเทศ เหมาะสมท่ี จะพฒั นาใหเปน วัดไดโ ดยสมบรู ณ ทางวัดไดทําโครงการพัฒนาใหเปนศูนยกลางการศึกษาเผยแผพระพุทธศาสนา ปฏิบัติ ธรรมสําหรับชาวไทยและชาวตางประเทศ การเผยแพรประเพณีวัฒนธรรมไทยในประเทศนอรเวย เสนอขออนุญาตตอทางการประเทศนอรเวย และไดรับอนุมัติใหดําเนินการไดตามท่ีเสนอขอ ซึ่งมี ความสอดคลองกับสถิติหนังสือพิมพทองถ่ินท่ีเคยนําเสนอขาวการสรางวัดไทยนอรเวยในปแรกที่ยาย เขามาอยู มีผูสนับสนุนใหดําเนินการไดรอยละ ๔๙ และในการขออนุญาตจากเพ่ือนบานขางเคียง บริเวณรัศมีโดยรอบตางเห็นดวยไมมีการคัดคาน นับเปนมติยอมรับสถานภาพความเปนวัดไทยอยาง สมบูรณจากประชาคมทองถิ่นซ่ึงเกิดขึ้นไดยาก การสรางวัดไทยนอรเวยมีพัฒนาการคืบหนามาโดย ลําดับ มีเอกลักษณโดดเดนปรากฏชัดบงบอกความเปนวัดไทยที่สมบูรณ สามารถเชิดชู พระพุทธศาสนา วัฒนธรรมประเพณีไทยแกชาวตางชาติไดอยางสมภาคภูมิ ไดรับอนุมัติจากทางการ ประเทศนอรเวย ใหดําเนินการเปนพุทธสถานไดตามวัตถุประสงคโดยไมขัดตอหลักกฎหมายของ ประเทศนอรเวย กิจกรรมวัดไทยนอรเวยในการเผยแผพระพุทธศาสนา ไดแก การจัดบรรพชาอุปสมบท เยาวชนเพอื่ สบื อายพุ ระพุทธศาสนาในชว งโรงเรียนปดภาคเรียนฤดูรอนปละ ๑ ครั้ง หรือเวลากุลบุตร ผูมีศรัทธาถึงพรอม ทั้งท่ีเปนคนไทยหรือมีมารดาบิดาเปนคน ๒ สัญชาติหรือคนสัญชาตินอรเวย การ จัดอบรมปฏิบัติธรรมสําหรับอุบาสกอุบาสิกาในวันสําคัญทางพระพุทธศาสนา การประกอบพิธีตาม เทศกาลสําคญั ตามประเพณีในรอบปตามกําหนดในปปฏิทิน เพ่ือเผยแพรวัฒนธรรมไทย พ.ศ. ๒๕๕๕ พระครูวิเทศธรรมวิทิต เจาอาวาสวัดไทยนอรเวย ไดเขารับการอบรมและไดรับการแตงต้ังเปนพระ
๕๕ อุปชฌายสายตางประเทศได มีคณะพนักงานบรษิ ทั การบินไทย จาํ กัด (มหาชน) จํานวน ๑๐ คน เกิด ศรัทธาพรอมใจกันลาหยุดงานเดินทางจากประเทศไทยมาขอรับการบรรพชาอุปสมบทเปนเวลา ๒ สปั ดาห ไดร บั เปนปฐมนาคเปนพระภิกษรุ ุนแรก เปนท่ีปต ยิ นิ ดีอยางยิ่งสําหรับชาวพุทธในตางประเทศ ท่ีไดเขารวมงาน ทําใหเกิดความคิดโครงการบรรพชาอุปสมบทหมู เพื่อการสงเสริมสนับสนุนงานเผย แผพระพุทธศาสนาในตางประเทศสนองงานคณะสงฆไทยตอไป สวนศาสนากิจอื่น ๆ ไดแก การสอนธรรมสําหรับเยาวชนนักเรียนที่เขาเยี่ยมชมวัดของ โรงเรียนเปนคณะในชวงเปดเทอม การเปดสอนภาษาไทยและวัฒนธรรมไทยแกชาวตางประเทศ ประจาํ สปั ดาห ซึ่งไดรับความสนใจสมคั รเขาเรียนจากชาวนอรเ วยท ัง้ ท่ีมีและไมม ีครอบครัวเปนคนไทย หากแตสนใจเขาเรียนเพื่อการเตรียมตัวเดินทางเขามาทองเท่ียวชมวัฒนธรรมประเพณีอันดีงามใน ประเทศไทย การสงเคราะหอนุเคราะหที่พักอาศัยคนเดินทางไกล การใหความรวมมือกับสถาน เอกอัครราชทูตไทยในการจัดกิจกรรมในโอกาสวันสาํ คัญของชาติ เปน ตน 27๒๘ ๓. ทวีปอเมริกา ประเทศสหรัฐอเมริกา คณะสงฆไทยเร่ิมเผยแผพระพุทธศาสนาในประเทศสหรัฐอเมริกา ในราว พ.ศ. ๒๕๑๒ สมเด็จพระพุฒาจารย (อาจ อาสภมหาเถร) ไดจัดสงพระสงฆไปตางแดนเพ่ือ ฉลองศรทั ธาญาติโยมที่ตองการที่พึ่งทางใจ และใน พ.ศ. ๒๕๑๕ รัฐบาลของประเทศสหรัฐอเมริกาได นิมนตพระสงฆไทย ไปบรรยายธรรมและเผยแผคําสอนขององคสมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจา จํานวน ๓ รูป ไดแก พระเทพคุณาภรณ (สมเด็จพระพุฒาจารย (เกี่ยว อุปเสโณ) พระราชวรเวที (สมเด็จพระ มหารชั มงั คลาจารย (ชว ง วรปุญโ)ฺ และพระราชวรมุนี (สมเดจ็ พระพทุ ธโฆษาจารย (ป.อ. ปยุตฺโต)28๒๙ ตอมาคนไทยในลอสแองเจลิส ซึ่งถือเปนชุมชนที่ใหญที่สุดในสหรัฐอเมริกาไดสรางวัดไทยลอสแองเจ ลสิ ข้ึนเปนวดั แรกในสหรฐั อเมริกา ในชว ง พ.ศ. ๒๕๑๔-๒๕๑๕29๓๐ วัดไทยกรุงวอชงิ ตัน ด.ี ซ.ี วดั ไทยวัดแรกในเมืองหลวงของประเทศสหรัฐอเมริกา สรางใน ราว พ.ศ. ๒๕๑๗ จากศรัทธาของพุทธศาสนิกชนไทยและตางชาติ ซ่ึงตองการศูนยรวมแหงจิต วญิ ญาณ โดยมพี ระสงฆท ําหนาท่ีเปนผูนําทางจิตวิญญาณและเปนที่พึ่งทางใจแกชาวไทยและชาติอื่น ๆ ท่ีจากประเทศบานเกิดมาอยูในสหรัฐอเมริกา วัดไทยแหงนี้มีการพัฒนาทางศาสนวัตถุ และไดทํา หนาท่ีหลอหลอมสังคมไทยในสหรัฐอเมริกา พุทธศาสนิกชนไทยแตละคนมีวัตถุประสงคในการ เดนิ ทางมาวดั ท่ีแตกตางกนั ไดแ ก เพือ่ ศึกษาและปฏิบัติตามหลักธรรมคําสอนในพระพุทธศาสนา เพื่อ ๒๘ วั ด ไ ท ย น อ ร เ ว ย , ป ร ะ วั ติ วั ด ไ ท ย น อ ร เ ว ย , [อ อ น ไ ล น ] , แ ห ล ง ท่ี ม า : http://www.watthainorway.net/Thai/history.php [๒๓ ตลุ าคม ๒๕๖๑]. ๒๙ บ๊ิกปว ย ใจไทย, ผูเรียบเรยี ง, 33 พระไทยไปนอกเพอื่ ใหฝ รั่งไหว, คํานํา. ๓๐ มหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย, พระพุทธศาสนาในประเทศไทย, หนา ๑๙๒-๑๙๗.
๕๖ เรียนภาษาไทยและศึกษาวัฒนธรรมไทย และเพื่อบําเพ็ญบุญกุศลในโอกาสตาง ๆ ศาสนกิจในวัดไทย กรุงวอชิงตัน ดี.ซี. ประกอบดวยการเผยแผพระธรรมคําสอนในพระพุทธศาสนา จัดการศึกษาใหแก เยาวชนลูกหลานไทยท่ีเกิดและเติบโตภายใตสังคมอเมริกัน ดวยการเปดโรงเรียนพระพุทธศาสนาวัน อาทิตยสอนภาษาไทย วัฒนธรรมไทยและพระพุทธศาสนา โดยมีพระสงฆและอาสาสมัครในเขตพ้ืนท่ี กรุงวอชิงตัน ดี.ซี. ทําหนาท่ีเปนผูถายทอดความรูและสรางจิตสํานึกในความเปนไทยและเอกลักษณ ของความเปนคนไทย30๓๑ และ การจัดทําเว็บไซตภาคภาษาอังกฤษของวัดเพ่ือเปนการประชาสัมพันธ กิจกรรมของวัด จัดหลักสูตรวิปสสนากรรมฐาน (Vipassana Meditation) การทําวัตรเชา-เย็นเปน กจิ วัตร พระธรรมเทศนาและปฏิบตั ธิ รรมและสนทนาธรรมทกุ วันอาทติ ย ในภาคภาษาไทย การปฏิบัติ กรรมฐานทุกวันอาทิตยสัปดาหท่ี ๒ และสัปดาหที่ ๔ ของทุกเดือน ในภาคภาษาอังกฤษ การเรียน ภาษาไทยสาํ หรับผใู หญท ุกวันจันทรและวันพุธ การฝกสมาธิดวยโยคะ (yoka-meditation) ทุกวันพุธ การเรียนดนตรีไทยทุกวันเสารและอาทิตย การเรียนรําไทยทุกวันอาทิตย การเรียนภาษาไทยสําหรับ เยาวชนทุกวันเสารและอาทิตย การจัดกิจกรรมในเทศกาลสําคัญตาง ๆ โรงเรียนภาคฤดูรอน เปน ตวั อยาง31๓๒ ๔. ทวปี ออสเตรเลยี และโอเชียเนยี ประเทศออสเตรเลีย วัดไทยวัดแรกท่ีสรางข้ึนในประเทศออสเตรเลีย ไดแก วัดพุทธรังษี สแตนมอร เปนวัดแหงแรกและเปนวัดตนแบบของพุทธศาสนาแบบเถรวาทในประเทศออสเตรเลีย เปนวดั ในนิกายธรรมยตุ กิจกรรมที่ดําเนินการในการเผยแผพระพุทธศาสนา ไดแก การปฏิบัติศาสนกิจบําเพ็ญ ประโยชนตอสังคมท้ังทางตรงและทางออม โดยดําเนินพิธีกรรมใหแกชาวพุทธต้ังแตแรกเกิด จนกระทั่งวายชนม นักเรียนต้ังแตชั้นประถม ถึงระดับชั้นมัธยม ไดศึกษาพระพุทธศาสนา เปนความรู พื้นฐานเบ้ืองตน จัดการสอนภาษาไทยภาคฤดูรอนโดยความรวมมือกับโรงเรียนวัดพุทธรังษี อบรม จริยธรรมและทํากิจกรรมตาง ๆ รวมกัน เชน การทําบุญตักบาตรในวันข้ึนปใหม เปนตน กิจกรรม ทําบุญทุกวันอาทิตยสุดทายของเดือน (การไหวพระ นมัสการพระรัตนตรัย สมาทานศีล รับศีล (โดย สวนมากจะรับศีล ๕ ในวันพระ หรือวันธรรมสวนะ จะรับถือปฏิบัติอุโบสถศีล) พระสงฆเจริญพระ พุทธมนต จากน้ัน พระสงฆท้ังหมดออกเดินรับบิณฑบาต ภายในบริเวณวัด) รวมถึงการปฏิบัติ ศาสนกิจในวันสําคัญทางพระพุทธศาสนาและวันสําคัญอื่น ๆ ของประเทศไทย และกิจกรรมเก่ียวกับ ๓๑ พระมหาถนัด อตฺถจารี, ดร., บทบาทพระธรรมทูตไทยในตางแดน, หนา ๗-๘, [ออนไลน], แหลง ที่มา: https://www. eBooks.in.th. [๑ พฤศจกิ ายน ๒๕๖๑]. ๓๒ วดั ไทยกรุงวอชิงตนั ดี.ซี., ประวตั ิวดั ไทยกรงุ วอชิงตนั ดี.ซี., [ออนไลน], แหลงท่ีมา: Objectives, https://www.watthaidc.org/meditation-groups/ [๑ พฤศจิกายน ๒๕๖๑].
๕๗ การปฏิบัตธิ รรม บาํ เพ็ญเจรญิ จิตภาวนา สาธยายพระพทุ ธมนต รักษาอุโบสถศีล และรวมประกอบพิธี เวียนเทียนกันตามปกติ เพื่อใหพุทธศาสนิกชนชาวไทยไดรวมประกอบพิธีใหสอดคลองกับวิถีไทยวิถี พุทธ เพ่อื เปนการรักษาขนบธรรมเนยี มอนั ดีงามของชาวไทย32๓๓ สวนวัดไทยฝายมหานิกายที่เปนตัวอยาง ไดแก วัดไทยนครเมลเบิรน สรางข้ึนจากความ ดําริของพระมหาเถระ ฝายมหานิกายจํานวน ๕ รูป โดยมี เจาประคุณสมเด็จพระพุทธโฆษาจารย ปฏิบัติการแทนสมเด็จพระสังฆราช วัดสามพระยา กรุงเทพมหานคร เปนประธานการสรางวัด ใน ป พ.ศ. ๒๕๒๗ พระเดชพระคุณทานไดนําคณะพระเถระจากเมืองไทยจํานวน ๑๒ รูป (คณะสงฆ ประกอบดวยพระธรรมปญญาบดี วัดปากน้ํา,พระวิสุทธาธิบดี วัดสุทัศนเทพวราราม, พระพรหมโมลี วัดยานนาวา, พระราชปริยัติสุธี วัดดอนเจดีย, พระมหาจํารัส วิริยานนฺโท วัดราชนัดดา เปนตน) เดินทางสูประเทศออสเตรเลีย เพื่อสํารวจความเปนไปไดท่ีจะนําพระพุทธศาสนาไปเผยแผ การ เดินทางไดผลเปนที่นาพอใจ ทั้งคณะไดตกลงใจท่ีจะเริ่มกอตั้งวัดไทยในเมืองเมลเบิรน รัฐวิคทอเรีย เปนเบ้ืองแรก โดยมีคุณณรงคศักดิ์ จันมีศรี นายกสมาคมคนไทยในรัฐวิคทอเรีย คุณปติ สุวรรณศร และคนไทยอีกหลายคนเปนหัวแรงในฝายฆราวาส และในฝายพระสงฆน้ัน ทานไดดําเนินการขอ อนญุ าตตอมหาเถระสมาคมสง ดร.พระมหาจํารัส วิริยานนฺโท จากวัดราชนัดดาราม กรุงเทพมหานคร ไปอยูจําพรรษา ระยะแรกคณะกรรมการไดตกลงเชาบานใหเปนสํานักสงฆกอน ตอมาในวันท่ี ๒๐ พฤศจิกายน ๒๕๒๙ ไดทําสญั ญาซ้อื บา น และเขา จําพรรษา เมือ่ วันที่ ๑๒ กุมภาพันธ ๒๕๓๐ และเม่ือ วันท่ี ๑๙ พฤษภาคม ๒๕๓๐ จึงไดจดทะเบียนเปนองคกรการกุศลไมแสวงหากําไร ในชื่อ The Melbourne Thai Buddhist Temple Inc. (Wat Thai Nakorn Melbourne) ซึ่งปจจัยสวนใหญ ไดรบั จากประเทศไทย โดยมจี ุดประสงคเพอ่ื ใหเ ปนสถานทป่ี ระกอบกจิ ทางศาสนา และกิจกรรมชุมชน ตาง ๆ รวมถึงมีกิจกรรมการเผยแผพระพุทธศาสนาผานเว็บไซต ไดแก การใหความรูเก่ียวกับ พระพุทธศาสนา การเจริญสมาธิ การสวดมนต การสงขาวสารผานจดหมายขาว แจงกําหนดการการ ปฏิบตั ิศาสนกิจและพิธกี รรมตาง ๆ ทง้ั ภาคภาษาองั กฤษและภาคภาษาไทย เปนตน 33๓๔ ประเทศนิวซีแลนด วัดไทยที่นาสนใจ ไดแก วัดพุทธสามัคคี ต้ังอยูที่เกาะใตของประเทศ นิวซแี ลนด สรางข้นึ ดวยความศรทั ธาในพระพุทธศาสนาของพุทธศาสนิกชนหลากเชื้อชาติ ภาษา เม่ือ เดือนกันยายน พ.ศ. ๒๕๔๑ ไดมีชาวไทยคนหน่ึง ซ่ึงมาต้ังรกรากอยูที่นครไครสทเชิรช ประเทศ นวิ ซีแลนด ไดเ สียชวี ิตลง ญาตมิ ติ รพ่ีนองตองนิมนตพระภิกษุจากกรุงเวลลิงตัน ซึ่งเปนเมืองที่หางไกล ๓๓ วั ด พุ ท ธ รั ง สี , ป ร ะ วั ติ วั ด พุ ท ธ รั ง สี , [อ อ น ไ ล น ], แ ห ล ง ท่ี ม า : http://www.watbuddharangsee.org/ watbhudharangsri-annadale.php [๒๒ ตุลาคม ๒๕๖๑]. ๓๔ วัดไทยนครเมลเบิรน, ประวัติวัดไทยนครเมลเบิรน, [ออนไลน], แหลงท่ีมา: http://www.watthaimelbourne.com. [๒๒ ตลุ าคม ๒๕๖๑].
๕๘ มาประกอบกุศลพิธี จากครั้งน้ันไดเกิดเปนแรงบันดาลใจแรงศรัทธาอยางยิ่งตอชาวไทยกลุมนี้ ท่ี ปรารถนาจะมีวัดไทยในนครไครสทเชิรช เพื่อใชประกอบศาสนพิธี จึงตกลงรวมกันวาจะสรางวัดขึ้น จนวันที่ ๖ พฤศจิกายน ๒๕๔๑ พระครูธรรมธร เศรษฐกิจ สมาหิโต (ปจจุบันเปน พระกิตติโสภณ วเิ ทศ) ไดรับนมิ นตใหไปสอนกัมมัฏฐานที่วัดพุทธมหายานของชาวจีนในนครโอคแลนด และในขณะท่ี ผา นมายงั นครไครสทเชิรช ชาวไทยกลมุ นไ้ี ดพบทา น ทาํ ใหเ กดิ ความปติ จึงไดรีบตามไปกราบนมัสการ และนิมนตท านไปยังรานอาหารไทย เพ่ือประสงคจะทําบุญ และเมื่อไดปรารภถึงเร่ืองการสรางวัด ซ่ึง ทา นใหค าํ แนะนําทเี่ ปนประโยชนอยางมาก ชาวไทยกลุมน้ันจึงขอใหทานเปนธุระในการสรางวัด ดวย เมตตาจิตอยางสูง ทานจึงรับเปนภาระในการสรางวัด และไดกราบอาราธนาพระเดช พระคุณ พระ โสภณธรรมวงศ เจาอาวาสวัดอินทรวิหาร (ปจจุบัน พระเทพวิสุทธาภรณ) เปนประธานสรางวัด โดย ต้ังช่ือวัดวา “วัดพุทธสามัคคี” หรือเรียกวา องคกรชาวพุทธไทยในนครไครสทเชิรช (The Thai Buddhist Trust of Christchurch) และมมี ติใหพระครธู รรมธรเศรษฐกจิ สมาหิโต เปนเจาอาวาสรูป แรก เพื่อบริหารจัดการใหวัดพุทธสามัคคีเปนสถานที่ประกอบศาสนพิธี ใหเปนท่ีพ่ึงทางกายและใจ ใหกับชาวไทยและผูเลื่อมใสในพระพุทธศาสนา ทั้งท่ีอาศัยอยูในนครไครสทเชิรชและใกลเคียง ตลอด ถึงใชเปนศูนยกลางการเผยแพรวัฒนธรรมไทยสูสากล และใชเปนพุทธสถานเพื่อเผยแผ พระพทุ ธศาสนาขององคสมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจาใหแผไพศาลในดินแดนท่ีหนาวเหน็บแถบขั้วโลก ใต เสมือนการ “ปลกู บวั บนลานหิมะ”๓๕ จ า ก ก า ร นํ า เ ส น อ ป ร ะ วั ติ ค ว า ม เ ป น ม า ข อ ง วั ด ใ น ต า ง ป ร ะ เ ท ศ แ ล ะ ก า ร เ ผ ย แ ผ พระพุทธศาสนาของพระธรรมทูตสายตางประเทศท่ีปรากฏ ผูวิจัยไดสรุปภาพรวมเก่ียวกับศาสนกิจ ของพระธรรมทตู สายตา งประเทศท่ดี าํ เนนิ การในวดั ไทยในตางประเทศ ซงึ่ ครอบคลุมขอมูลการเผยแผ พระพุทธศาสนาของวดั ไทยในตา งประเทศ ดังตอ ไปน้ี ๑. งานดา นเผยแผ ๑) การแสดงธรรมในโอกาสตาง ๆ ท้งั งานมงคล และงานอวมงคล ๒) การสอนพระพุทธศาสนาทงั้ ในโรงเรยี นและมหาวทิ ยาลยั ๓) การอบรม การเขารวมประชุม/ สัมมนาทางวิชาการ เพ่ือใหความรูดาน พระพุทธศาสนาโดยตรง ๔) การผลิตสื่อสิ่งพิมพเพื่อเผยแพร เชน จัดทําวารสารประจําเดือนของวัด หรือ ประจําเทศกาล โดยใชชื่อวารสารแตกตางกันไป เชน แสงธรรม (วัดไทยฯ ดี.ซี.) ธัมโมภาส (วัดธัมมา ๓๕ วัดพุทธสามัคคี นครไครสทเชิรช ประเทศนิวซีแลนด, วัดพุทธสามัคคี นครไครสทเชิรช ประเทศ นวิ ซีแลนด, [ออนไลน] , แหลงท่ีมา: http://uto.org.nz/category. [๒๒ ตลุ าคม ๒๕๖๑].
๕๙ ราม) ธรรมปทีป (วัดวชริ ธรรมปทีป) ดวงประทีป (วัดไทย แอลเอ) พุทธปทีป (ลอนดอน) ศรีรัตนสาร, พุทธาวาส,ดวงแกว (ธรรมกาย) เปนตน และหนังสือธรรมะอ่ืน ๆ ทั้งภาคภาษาไทย และภาค ภาษาอังกฤษ พิมพอ อกเผยแพรในโอกาสตาง ๆ ๕) การผลิตสื่อบันทึกเสียงธรรมะ เชน เทปธรรมะ เทปไหวพระสวดมนตเชา-เย็น เทปบทสวดอ่ืน ๆ รวมทั้งวีดีโอเทปธรรมะ และสารคดีเก่ียวกับพระพุทธศาสนา วัฒนธรรมและ ประเพณไี ทย ๖) การประชาสัมพันธและเผยแพรก จิ กรรมตา ง ๆ โดยใชเทคโนโลยีสารสนเทศ ผาน อนิ เตอรเ นต็ โฮมเพจ เพือ่ โฆษณาประชาสมั พนั ธก ิจกรรมของวดั , เผยแพรธรรมะทางอินเตอรเน็ต การ ใชไปรษณียอเิ ลค็ ทรอนคิ ส (email) ในการตดิ ตอ สอื่ สาร โดยการถาม-ตอบ ปญ หาธรรมะ และขาวสาร ขอมลู อืน่ ๆ รวมถงึ การผลติ รายการวทิ ยุ โทรทศั นท างอินเตอรเนต็ เพอ่ื การเผยแพรดวย ๗) การสอนปฏิบัติวิปสสนากรรมฐานแกผูสนใจท้ังรายบุคคลและหมูคณะใหแกชาว ไทยและชาวตางประเทศ ๘) การบรรพชา-อุปสมบท ภาคฤดรู อ น ท้งั แกช าวไทยและชาวตา งประเทศ ๙) การอบรมธรรมะแกเ ยาวชน เชน โครงการ “หลกั ธรรมนาํ เยาวชน” ๑๐) การจัดใหม ีการปฏิบัติธรรม รักษาศลี ๘ ในโอกาสพเิ ศษสําคญั ตาง ๆ ๒. งานดา นการศกึ ษา ๑) การเปดโรงเรียนแผนกธรรม-ธรรมศึกษา สอนตามหลักสูตรแมกองธรรม สนามหลวง และสอนธรรมะในพระไตรปฎก สําหรับกลุมผทู ี่สนใจเปน พเิ ศษ ๒) การเปดโรงเรียนพระพุทธศาสนาวันอาทิตย เปดสอนภาษาไทย วัฒนธรรมไทย และพระพุทธศาสนาเบ้ืองตนแกกุลบุตรกุลธิดาของชาวไทย และชาวพุทธที่เกิดและเติบโตใน ตางประเทศ ๓) การจัดการเรียนการสอนแกผูที่สนใจเฉพาะ (การศึกษาพิเศษ) และกุลบุตร กุลธิดาของชาวไทยที่เกิดและเติบโตในตางประเทศ ในชวงปดภาคฤดูรอนของทุกป เชน การปรุง อาหารไทย ทําขนมไทย ดอกไมป ระดิษฐ การจดั ดอกไม ศิลปะไทย นาฏศิลปไทย ดนตรีไทย กีฬาไทย หรือการละเลนแบบไทย คอมพิวเตอร รวมทั้งการจัดช้ันเรียนพิเศษแกชาวตางประเทศที่สนใจจะ ศกึ ษาเฉพาะเร่อื ง เชน พุทธศาสนา ภาษาไทย ศิลปวัฒนธรรมและประเพณีไทย เปน ตน ๔) บริการดานหองสมุด มีหนังสือใหศึกษาคนควา ทั้งภาคภาษาไทย และ ภาษาอังกฤษ บรกิ ารใหย มื -เทปธรรมะ, บทเรียนภาษาไทย, บทสวดมนต, เทปวีดโี อ และอน่ื ๆ
๖๐ ๓. งานดานสาธารณปู การ ๑) การสรางวัด ซึ่งในเรื่องน้ี พระธรรมทูตตองมีความรูความเขาใจในเรื่องกฎหมาย และระเบียบปฏิบัติในการสรางวัดในตางประเทศ เพ่ือท่ีจะไมทําใหเกิดปญหาในภายหลัง โดย การศกึ ษาขอ มูลอยา งถกู ตองกอนลงมือปฏิบัติ ๒) การบูรณปฏิสังขรณวัด เปนหนาท่ีโดยตรงของพระธรรมทูตท่ีจะตองปรับปรุง แกไ ข ซอมแซมถาวรวัตถใุ นวัด ตลอดถึงการบํารุงรักษาใหอยูในสภาพดี ใชงานไดคุมคา เหมาะสมกับ คณุ คา แหงความเปน วัดไทย ๓) การพฒั นาวัด เปนหนาที่อยางสําคัญของพระธรรมทูตที่จะพัฒนาไปพรอม ๆ กัน ทกุ ๆ ดา น ในสว นทเี่ ปนรูปธรรม คอื วัดตอ งเปนสถานท่ีท่ีสงบรมรน่ื สะอาดสะอานสวยงาม เปนที่พ่ึง ของพุทธศาสนิกชนทั่วไป ๔. ดา นรักษาประเพณแี ละวฒั นธรรมไทย/พิธกี รรม ๑) งานวันสําคัญทางพระพุทธศาสนา เชน วันมาฆบูชา วันวิสาขบูชา วัน อาสาฬหบูชา วนั เขา พรรษา วันออกพรรษา งานทอดกฐนิ เปนตน ๒) งานวัฒนธรรมของชาติไทย เชน งานวันเฉลิมพระชนมพรรษา พระบาทสมเด็จ พระเจาอยหู ัว (วันพอแหงชาต)ิ งานวันเฉลิมพระชนมพรรษา สมเด็จพระนางเจาฯพระบรมราชินีนาถ (วนั แมแ หง ชาต)ิ งานวนั ปย มหาราช เปนตน ๓) งานทําบุญตามประเพณีประจําปของไทย เชน งานสงกรานต งานสารทไทย งาน ลอยกระทง งานทําบุญปใ หม ทําบุญใสบาตรวนั อาทติ ย ๕) งานดา นสาธารณสงเคราะห ๑) การบรจิ าคเคร่อื งอุปโภคบริโภคใหแ กผ ูป ระสบภยั พิบัติในรปู แบบตา ง ๆ ๒) การบริจาคเครือ่ งอุปโภคบริโภคแกผ ูทข่ี าดแคลน ๓) การจดั บริการดานสุขภาพ หลังจากการสรางวัดไทยข้ึนในประเทศตาง ๆ พรอมกับการสงพระธรรมทูตไปปฏิบัติ ศาสนกิจ วัดไทยไดถูกสรางขึ้นในเกือบทุกประเทศท่ีมีชุมชนชาวไทย ทั้งในเอเชีย ยุโรป อเมริกา ออสเตรเลยี และนวิ ซีแลนด และมีการอาราธนาพระสงฆเพ่ือไปปฏิบัติศาสนากิจในวัดเหลาน้ันดวย ซึ่ง ในยุคตน ๆ พระสงฆหรือพระธรรมทูตมักไดรับการคัดเลือกโดยพระสงฆหรือชาวพุทธคฤหัสถของแต ละวัดโดยใชความพอใจของแตละชุมชนเปนหลัก พระสงฆเหลาน้ันไมเคยผานการปฐมนิเทศหรือ ฝกอบรมเก่ียวกับงานพระธรรมทูต ทําใหการไปทําหนาท่ีพระธรรมทูตไมมีเปาหมายและทิศทางการ
๖๑ ทํางานพระธรรมทูตท่ีชัดเจน ทําเพียงการประกอบศาสนกิจเชนเดียวกับในประเทศไทย และเกิดเปน ปญหาและอุปสรรคในการเผยแผพระพุทธศาสนาในเวลาตอมา ในประเด็น เร่ืองปญหาและอุปสรรค ซ่งึ เกดิ ข้นึ ดงั กลาวนนั้ ผูวิจัยจะไดนําเสนอในหวั ขอ ตอไป ๓.๔ ปญหาและอุปสรรคในการเผยแผพระพุทธศาสนาของพระธรรมทูตไทย สายตางประเทศ ปญ หาและอุปสรรคของพระธรรมทูตไทยสายตางประเทศในการเผยแผหลักธรรมคําสอน ทางพระพทุ ธศาสนา จากประสบการณของพระธรรมทูตท่ีปฏิบัติศาสนกิจในสายตางประเทศ เอกสาร งานวิจัยและเอกสารอื่น ๆ สรปุ ไดด ังนี้ ประเทศสิงคโปร พบปญหาและอุปสรรคในการเผยแผพระพุทธศาสนา มีทั้งดานสังคม เศรษฐกิจและการเมือง แตที่สําคัญท่ีสุด คือ ศักยภาพของพระสงฆ ซ่ึงสวนใหญไมสามารถพูด ภาษาองั กฤษหรอื ภาษาจีน ภาพลักษณของพระสงฆที่มุงเนนดานวัตถุ พระสงฆประพฤติผิดพระธรรม วนิ ัย สง ผลกระทบตอความศรัทธาของชาวสิงคโปร35๓๖ ประเทศอินเดีย พบปญหาและอุปสรรคในการเผยแผพระพุทธศาสนา ไดแก จํานวนพระ ธรรมทูตมีนอย การทํางานไมเปนทีม ขาดการมีสวนรวม ไมมีเครือขายชาวพุทธระดับนานาชาติและ องคการอ่ืน ๆ ที่เก่ียวของ แตละวัดยังไมไดสรางเครือขายศูนยการศึกษาเพ่ือประสานงานกับองคการ ภายนอก ผสู อนไมมีทักษะดานภาษาทองถิ่น การจัดสรรงบประมาณสนับสนุนในภารกิจทุกดานยังไม เพียงพอ พระธรรมทูตปฏิบัติภารกิจไมตอเนื่อง ทอแท หมดกําลังใจ รูสึกเบ่ือตอภาระที่รับผิดชอบ และรูสึกวาการปฏิบัติหนาท่ีพระธรรมทูตทําใหความรูความสามารถลดลง และขาดความเชื่อม่ันใน ตวั เอง36๓๗ ประเทศในกลุมยุโรป พบปญหาและอุปสรรคตาง ๆ จากการเผยแผพระพุทธศาสนา ไดแก การรองเรียนเร่ืองพฤติกรรมไมเหมาะสมของพระสงฆ ความขัดแยงระหวางพระสงฆและ คณะกรรมการวัดในเรื่องการเงินและการบริหารจัดการวัด อันนํามาซ่ึงความแตกแยกของชุมชนไทย และมีการฟองรองดําเนินคดีในศาล สงผลในเชิงลบตอภาพลักษณของพระพุทธศาสนาในสายตาคน ๓๖ พระศรรี ัตนโมลี (สมคิด สรุ เตโช/เหลาฉลาด), “รูปแบบการเผยแผพระพทุ ธศาสนาของพระสงฆไทย ในประเทศสาธารณสิงคโปร”, วารสารบัณฑิตศึกษาปริทรรศน, ปที่ ๑๓ ฉบับพิเศษ เลม ๒ (มิถุนายน ๒๕๖๐): ๙๗-๒๐๘. ๓๗ พระครูปลัดสุวัฒนวชิรคุณ และคณะ, การศึกษาวิเคราะหยุทธศาสตรหลักในการเผยแผ พระพทุ ธศาสนาของพระธรรมทูตไทยในอนิ เดยี , รายงานการวจิ ยั , (สถาบันวิจัยพุทธศาสตร: มหาวิทยาลัยมหาจุฬา ลงกรณราชวทิ ยาลยั , ๒๕๕๒), หนา บทคดั ยอ .
๖๒ ทองถ่ิน จํานวนวัดไทยมมี ากขึ้น ในขณะทหี่ นวยงานในสว นกลางของไทยไมส ามารถกํากับดูแลไดอยาง ทั่วถึง พระธรรมทูตบางรูปไมไดรับการตอใบอนุญาตใหพํานักตอ ตองโยกยายไปยังประเทศอ่ืน แตไม แจงขอมูลใหสถานทูตหรือสถานกงสุลทราบ ทําใหประสบปญหาการเขาเมืองโดยผิดกฎหมาย มีการ แอบอางตั้งวัด สํานักสงฆ หรือศูนยปฏิบัติธรรม โดยเรียกเก็บเงินบริจาคจากพุทธศาสนิกชนเพ่ือ ประโยชนสวนตวั 37๓๘ ประเทศเนเธอรแลนด พบปญหาและอุปสรรคในการเผยแผพระพุทธศาสนา ไดแก พระสงฆยังไมเขาใจภาษาและวัฒนธรรมของประเทศที่ตนไปเผยแผดีพอ ทําใหสื่อสารกับบุคคลใน ประเทศน้ันไดไมดีเทาท่ีควร ดานหนวยงานของสงฆท่ีมีสวนในการดูแลพระสงฆยังไมเขมแข็งพอและ ไมครอบคลุม การทํางานของหนวยงานที่มีหนาที่เก่ียวกับพระธรรมทูตสายตางประเทศขาดการ ประสานงานกนั 38๓๙ ประเทศสหรัฐอเมริกา พระมหาถนัด อตฺถจารี (ปจจุบัน พระวิเทศรัตนาภรณ) กลาวถึง ปญหาการทํางานพระธรรมทูตในประเทศสหรัฐอเมริกา เกือบสิบปที่ผานมา (ประมาณกอน พ.ศ. ๒๕๕๓) วา งานเผยแผในชวงเวลานั้น เปนไปในลักษณะตางคนตางทํา ไมมีระบบท่ีชัดเจน และ พระสงฆผูเดนิ ทางไปปฏบิ ัติศาสนกิจนน้ั เดนิ ทางไปเพอ่ื ฉลองศรทั ธาของพุทธศาสนิกชนไทยที่ไปตั้งถิ่น ฐานอยูที่น่ันเปนชุมชนและปรารถนาที่จะใหมีวัดไทย พระสงฆทําหนาที่หลักในการประกอบพิธีกรรม ทางศาสนา และเดินทางมาตามท่ีครูบาอาจารยไดมอบหมายเทาน้ัน แมจะมีการอบรมพระธรรมทูต อยา งเปน ทางการ ต้ังแต ป พ.ศ. ๒๕๓๘ เพื่อสง มาปฏบิ ตั ศิ าสนกิจในตางประเทศ ปญหาและอุปสรรค ในงานเผยแผพระพุทธศาสนาของพระธรรมทูตสายตางประเทศยังคงเกิดขึ้นอยางตอเนื่อง ไดแก พระ ธรรมทูตในสหรัฐอเมรกิ ามุงการเผยแผพ ระพุทธศาสนาแกพุทธศาสนกิ ชนไทยมากกวาชาวตางชาติ วัด ไทยมีไวสําหรับเปนตัวแทนทางวัฒนธรรมไทย (พิธีกรรม) มากกวาการส่ือหลักธรรมเขาสูจิตใจของ พุทธศาสนิกชน39๔๐ นอกจากน้ี ยังพบปญหา ไดแก พระสงฆขาดทักษะดานภาษาอังกฤษ ทําใหเปน อุปสรรคตอการอธิบายหลักการและขอปฏิบัติตาง ๆ ทางพระพุทธศาสนาใหแกชาวตางชาติไดเขาใจ อยางถองแท ซ่ึงเปนการยากที่จะทําใหชาวตางชาติเลื่อมใสและศรัทธาในพระพุทธศาสนา พระธรรม ๓๘ ธนวิทย สิงหเสนี, “บทบาทของกระทรวงการตางประเทศกับการสงเสริมการเผยแผ พระพุทธศาสนาในตางประเทศ”, รายงานการศึกษาสวนบุคคล, การฝกอบรมหลักสูตรนักบริหารการทูต รุนที่ ๑, (สถาบันการตา งประเทศเทวะวงศว โรปการ: กระทรวงการตา งประเทศ, ๒๕๕๒), หนา ๓. ๓๙ พระมหาอาํ นวย มรี าคา, “แนวทางในการเผยแพรพุทธศาสนาในตางประเทศ: กรณีศึกษาประเทศ เนเธอรแลนด”, วารสารบริหารการศึกษาบัวบัณฑิต มหาวิทยาลัยราชภัฏอุบลราชธานี, ปท่ี ๑๖ ฉบับที่ ๑ (มกราคม – เมษายน ๒๕๕๙): ๑๗๐-๑๗๖. ๔๐ พระมหาถนัด อตฺถจารี, ดร., บทบาทพระธรรมทูตไทยในตางแดน, [ออนไลน], แหลงที่มา: https://www. eBooks.in.th. หนา ๕-๖. [๑ พฤศจิกายน ๒๕๖๑].
๖๓ ทูตบางรูปท่ไี ดรับอนญุ าตใหอยถู าวรและทาํ งานไดอ ยางถกู ตองตามกฎหมาย จะลาสิกขาบท เพื่อไปใช ชีวิตฆราวาสทั่วไป และบางกรณีที่ดินและอาคารของวัดอยูในช่ือของพระธรรมทูต เม่ือขายจะทําให ไดรับผลประโยชนอยางมาก ทําใหกลายเปนชองทางในการอาศัยพระพุทธศาสนาเพ่ือแสวงหา ประโยชนสวนตัว และมีแนวโนมเพิ่มมากขึ้น ปญหาพฤติกรรมไมเหมาะสมของพระสงฆ ซึ่งผิดวินัย สงฆ เชน พฤติกรรมในเชิงชูสาว การแตงกายเลียนแบบฆราวาส เสพเคร่ืองด่ืมของมึนเมา เลนการ พนัน เดินจับจายซ้ือสินคาตามหางสรรพสินคา เปนตน ซ่ึงทําใหเสียภาพลักษณของพระสงฆไทยใน สายตาชาวไทยและชาวตางชาติ พระสงฆเบยี ดบังเงนิ ของวัด ไปใชเพ่ือประโยชนส วนตัว นําเงินของวัด ไปใชจายอยางไมเหมาะสม สรางหน้ีสินใหแกวัด พระสงฆไมทราบกฎระเบียบทองถิ่นที่ไปพํานัก เชน กฎหมายตรวจคนเขาเมอื ง เปนตน ทําใหเกิดการละเมิดกฎหมายทองถิ่น ปญหาการบริหารจัดการวัด ซึ่งกอใหเกิดความขดั แยงระหวา งพระสงฆกบั คณะกรรมการของวัด ซง่ึ มกั เปนฆราวาส โดยเฉพาะเรื่อง การบรหิ ารการเงนิ ทไี่ มโ ปรง ใส อนั นํามาซงึ่ ความแตกแยกของชุมชนไทยท่ีมีสวนเก่ียวของระหวางฝาย ที่สนับสนุนพระสงฆและฝายที่รองเรียน และพระสงฆที่ประพฤติผิดวินัยและถูกลงโทษ แตไมยินยอม ปฏิบตั ติ ามมติสมัชชาสงฆไทยในประเทศสหรัฐอเมริกา40๔๑ ประเทศออสเตรเลีย พบปญหาในการเผยแผพระพุทธศาสนา ไดแก ปญหาเร่ือง พฤติกรรมที่ไมเหมาะสมของพระสงฆ และปญหาความขัดแยงในเรื่องการบริหารการเงินและการ บรหิ ารจัดการวดั ของพระสงฆกับคณะกรรมการวดั 41๔๒ และในเมืองเมลเบิรน พระภิกษุไมไดรับอนุญาต ใหออกบิณฑบาต เร่ืองภัตตาหารยังคงตองรอการถวายจากพุทธศาสนิกชนภายในวัด ทําใหการ แสดงออกในวัตรปฏิบตั ิแกผ ูอยใู นทองถิน่ นน้ั ไมก วา งขวางเทาที่ควร เม่ือสรุปปญหาและอุปสรรคในการเผยแผพระพุทธศาสนาของพระธรรมทูตสาย ตางประเทศโดยภาพรวม แบงไดเปน ๒ ประเด็นใหญ ๆ คือ ปญหาจากภายนอก ไดแก ปญหาความ ขัดแยงในเร่ืองการบริหารจัดการวัดและการบริหารการเงินของพระสงฆกับคณะกรรมการวัด เนื่องจากในหลายประเทศ การจัดต้ังวัดจะตองดําเนินการในนามของนิติบุคคล จึงตองมี คณะกรรมการซ่ึงเปนฆราวาสมารว มบรหิ ารจัดการดวย หรอื จํานวนวัดไทยทีม่ ีเพิ่มขน้ึ แตหนวยงานใน สวนกลางของไทยไมสามารถกํากับดูแลไดอยางท่ัวถึง และปญหาจากพระธรรมทูต ไดแก ความไม พรอมในดานตาง ๆ เชน ดานการใชภาษาทองถ่ิน ความไมเขาใจเก่ียวกับวัฒนธรรมทองถ่ิน การ ประพฤติตนไมเหมาะสมกบั สมณสารูป มีปญหาเร่ืองการเงิน และบางรูปลาสิกขาเม่ือไดรับใบอนุญาต ใหทํางานและพํานักไดถาวร เปนตน อยางไรก็ดี ปญหาบางประการอาจคาบเกี่ยวทั้งปญหาภายนอก ๔๑ ธนวิทย สิงหเสนี, “บทบาทของกระทรวงการตางประเทศกับการสงเสริมการเผยแผ พระพุทธศาสนาในตางประเทศ”, หนา ๒-๓. ๔๒ เรอ่ื งเดยี วกนั , หนา ๓.
๖๔ และภายใน เชน ระยะเวลาในการพาํ นกั อยูในแตล ะประเทศนน้ั เปนสวนที่เก่ียวขอ งกับระเบียบปฏิบัติ ของสถานทูตในประเทศนั้น แตอาจไดรับความสะดวกมากข้ึน ถากระทรวงการตางประเทศเขามามี สวนรวมในการอํานวยความสะดวกใหแกพระธรรมทูต หรือปญหาการบริหารจัดการวัดระหวาง คณะกรรมการซึ่งมีฆราวาสรวมอยูดวย ตัวอยางปญหาและอุปสรรคที่พบเหลานี้ เปนเพียงสวนหน่ึงท่ี พบและรอการจัดการทง้ั จากตวั พระธรรมทูตเองและจากหนว ยงานที่มีสวนเก่ียวของกับการกํากับดูแล และสนบั สนุนการปฏิบัตหิ นาท่ขี องพระธรรมทูตในตา งประเทศ สวนสาเหตุที่เปนไปไดที่ทําใหการเผยแผพระพุทธศาสนามีปญหาและอุปสรรคจาก สถานการณภายนอกซ่งึ อยูนอกเหนอื การจัดการของพระธรรมทูตและจากตวั พระธรรมทูต ไดแก ๑. พระธรรมทตู ไมย ดึ มัน่ ในอุดมคติตามหลกั โอวาทปาฏิโมกข ๓ ดาน คือ ๑) ดานบุคลิกภาพ พระธรรมทูตเปนผูไมอดทน ไมเปนผูรูจักขมจิตใจ การปฏิบัติ หนา ทีไ่ มอ ดทนตอความยากลาํ บาก ไมยอมตรากตราํ ทํางานเพอ่ื พระศาสนา ๒) ดานคุณธรรม พระธรรมทูตไมมีคุณธรรมเปนอุดมคติประจําตัว ไมทํากุศลใหถึง พรอม ไมทาํ จติ ของตนใหผองแผว ไมทําความดี ไมทําสิ่งท่ีเปนประโยชนแกตนและผูอ่ืน เปนผูมีจิตใจ เศราหมอง ไมปรารถนาใหผ อู นื่ พน จากความทกุ ข ๓) ดา นการดําเนินชีวิต พระธรรมทูตไมดําเนินชีวิตเปนแบบอยางแกประชาชน ไมมี ชีวติ แบบเรียบงา ย เบยี ดเบียนตนเองและผูอื่น ไมเปนผูสํารวมระวังในการบริโภคใชสอยเสนาสนะ ไม สามารถทําใหดู อยใู หเห็น หรอื เย็นใหส ัมผัสได ๒. พระธรรมทูตสายตางประเทศบางรูปยังไมมุงมั่นในบทบาทหนาที่หลักของการเผยแผ พระพทุ ธศาสนาตามทีพ่ ระพทุ ธเจาทรงใหโอวาทไว นั่นคือ ไมแสดงธรรมโดยมุงประโยชน ๓ ประการ แกผ ูฟง คือ (๑) ทฏิ ฐธัมมิกัตถประโยชน ประโยชนในชาตินี้ (๒) สัมปรายิกัตถประโยชน ประโยชนใน ชาติหนา และ (๓) ปรมัตถประโยชน ประโยชนอยางยง่ิ และยงั มงุ ในเร่อื งลาภสกั การะตาง ๆ หรือเนน ทีป่ ระโยชนต นเปน หลัก ๓. พระธรรมทูตขาดความขวนขวายในการพัฒนาตนเองใหมีคุณสมบัติท่ีจําเปนตอการ ปฏิบัติหนาที่ในตางประเทศ ไดแก ความรูในภาษาทองถ่ินหรือภาษากลางที่ใชท่ัวโลก คือ ภาษาอังกฤษ ซ่ึงเมื่อมองกลับไปสมัยพุทธกาล จะพบวา ภาษาท่ีพระองคทรงใชในการเผยแผ พระพุทธศาสนา คือ ภาษาบาลี ซึ่งเปนภาษาท่ีชนทุกระดับสามารถเขาใจได พระพุทธศาสนาจึง สามารถเขาถึงคนทกุ ระดบั ได
๖๕ ๔. พระธรรมทูตขาดความรคู วามเขาใจเกยี่ วกบั การปฏบิ ัติหนาทใี่ นตา งประเทศ ทําใหไมมี ทศิ ทางในการพฒั นาตนเองใหม คี ุณสมบัติที่เพยี งพอตอการเปน พระธรรมทตู สายตางประเทศ ๕. หนวยงานท่ีเก่ียวของขาดระบบการบริหารจัดการท่ีเปนมาตรฐานที่ชัดเจน เชน บทบาทหนา ที่ ภารกิจหลัก เปาหมาย ความรับผิดชอบ เปนตน หรือหนวยงานท่ีเก่ียวของยังไมไดเขา มาชว ยเหลอื เพอ่ื อํานวยความสะดวกในการดําเนินการอยางเต็มที่ เชน กระทรวงการตางประเทศ เปน ตน ๖. สภาพสังคมและวัฒนธรรมเฉพาะตัว เชน สังคมอเมริกัน เปนสังคมท่ีมีความปจเจกชน สูงมาก ทําใหพระพุทธศาสนาเม่ือเขาสูประเทศอเมริกาจึงเนนหนักที่ตัวบุคคลอยางเขมขน มุงเนนท่ี ตนเองเปนหลกั เปน เหตใุ หขาดมติ แิ หง ชมุ ชนท่เี อือ้ เฟอ เผ่อื แผ หรอื ทีเ่ รียกวา “สังฆะ” อีกทั้งชาวพุทธ อเมริกันบางกลุมยังปฏิเสธเร่ืองการบวช และการปฏิบัติวิปสสนากรรมฐานโดยขาดความเขาใจอยาง ถองแทและลึกซึ้ง จึงไมสนใจเร่ืองของการบวชและพิธีกรรม ทั้งท่ีประวัติศาสตรพระพุทธศาสนา นักบวชเปนสถาบันหนึ่งหรือเปนพุทธบริษัทหนึ่งที่พระพุทธเจาทรงฝากพระพุทธศาสนาไวใหชวยกัน จรรโลงและสืบทอด และเพราะมีนักบวชจึงทําใหสามารถรักษาคําสั่งสอนและวิถีชีวิตแบบพุทธไวได ตราบเทา ทกุ วนั น้ี42๔๓ ๓.๕ แนวทางแกไ ขปญหาและอุปสรรคในการเผยแผพระพุทธศาสนาที่พึงประสงคของ พระธรรมทตู ไทยสายตางประเทศ ในสวนนี้ ผูวิจัยขอนําเสนอแนวทางการแกไขปญหาและอุปสรรคในการเผยแผ พระพุทธศาสนาท่ีพึงประสงคของพระธรรมทูตไทยสายตางประเทศ เปน ๒ ดาน ไดแก ดานตัวพระ ธรรมทตู และดานองคกร แนวทางแกไ ขดา นบคุ ลากรหรอื ตัวพระธรรมทูต มีแนวทางดังน้ี ตามแนวคิดของพระธรรมโกศาจารย (ประยูร ธมฺมจิตฺโต) ซ่ึงบรรยายแกวาท่ีพระธรรมทูต สายตางประเทศวา พระธรรมทูตตองวิเคราะหตัวเอง ใน ๒ ดาน คือ จุดแข็ง จุดออน และวิเคราะห สภาพแวดลอม ๒ ดาน คือดานท่ีเปนโอกาสและดานท่ีอาจเปนภัยคุกคามในการเผยแผ พระพุทธศาสนา พระธรรมทูตตองรูวาอะไรคือจุดแข็งของตัวเอง เพ่ือใชจุดแข็งน้ันเปนตัวนําในการ ทํางานเผยแผพระพุทธศาสนา รูจุดออนของตัวเอง เพื่อแกไขใหลดลงหรือถาไมสามารถแกไขจุดออน ไดในทันที เมื่อทํางานเผยแผพระศาสนาตองหาคนที่มีจุดแข็งตรงกับจุดออนของตนเองและทีมมาชวย สนับสนุนหรือชดเชยจุดออนนนั้ ผานการสรางเครือขาย (Network) ในยุคปจ จบุ ัน พระธรรมทูตจะอยู ๔๓ พระมหาถนัด อตฺถจารี, ดร., บทบาทพระธรรมทูตไทยในตางแดน, [ออนไลน], แหลงท่ีมา: https://www. eBooks.in.th. หนา ๕-๖. [๑ พฤศจกิ ายน ๒๕๖๑].
๖๖ ลาํ พงั หรือทาํ งานคนเดยี วไมไ ด ถา จะทํางานใหประสบความสําเร็จ ตองมีทีมงานมาเสริมซึ่งกันและกัน ถา จดุ แขง็ ไมมีอยใู นทีม ตอ งหาฆราวาสมาชวย เชน ถาไมเกงดานภาษาตางประเทศ ใหหาอาสาสมัคร มาแปลธรรมะเปนภาษาอังกฤษหรือภาษาทองถ่ินให นั่นคือ ใชคนท่ีมีจุดแข็งมาเสริมจุดออนของเรา ตรงไหนเปนจุดออน ใหหาคนอ่ืนมาชวยเสริม แตขณะเดียวกันตองดําเนินการลดหรือขจัดจุดออน เหลานั้น ตามหลักการซ่ึงพระพุทธองคทรงตรัสไวในเร่ืองไตรสิกขา ซ่ึงพระธรรมทูตตองมีการพัฒนา ตนเองตามหลักไตรสิกขาดวย สวนการวิเคราะหสภาพแวดลอมดานโอกาสนั้น ถาพระธรรมทูตสาย ตางประเทศสามารถสรางโอกาสในการเผยแผพระพุทธศาสนาจะทํางานในเชิงรุกได เชน ถาวัดที่ตน ไปพํานักอยูมีชาวตางชาติ โดยเฉพาะชาวอาเซียน เชน ลาว กัมพูชาหรือพมา ซึ่งมีพ้ืนฐานของ พระพุทธศาสนา และสามารถส่ือสารภาษาถ่ินกับพวกเขาได จะสามารถสรางโอกาสในการเผยแผ พระพุทธศาสนาไดเชนกัน หรือถามีกฎระเบียบใหมใหวัดหรือพระธรรมทูตสามารถทํากิจกรรมใดท่ี เคยไมไดรับอนุญาต ก็ตองมองหาโอกาสเหลาน้ันไวเสมอ สวนภัยคุกคามนั้น เปนเรื่องท่ีอยูเหนือการ จัดการของตนเอง จึงตองรูไวเพ่ือหลีกเล่ียงหรือหาแนวทางปองกันใหเกิดผลกระทบในทางลบนอย ท่ีสุด หรือถาสามารถพลิกเปนโอกาสได ก็จะเกิดประโยชนมากข้ึน เชน ในสังคมตางชาติ โดยเฉพาะ ประเทศท่ีมีความเจริญทางวัตถุหรือวัตถุนิยม มักจะมีปญหาทางจิตใจ ถาพระธรรมทูตสามารถให หลักธรรมท่ีตรงกบั ปญ หาและสามารถประยุกตใชไดทันที ก็สามารถพลิกจากภัยคุกคามเปนโอกาสได ๔๔ 43 พระธรรมทูตตองฝก ฝนและพฒั นาตนเองใหม ีจดุ แข็งท่ีโดดเดน โดยเฉพาะความเช่ียวชาญ ในเนื้อหาหลักธรรมสําคัญที่เปนหัวใจและจุดเดนของพระพุทธศาสนา ดังพุทธภาษิตท่ีวา อตฺตา หิ อตฺตโน นาโถ ตนแลเปนท่ีพึ่งแหงตน การพัฒนาตองเร่ิมท่ีตัวเอง ไมมีใครสามารถใสความรูใหกับใคร ได ตนเองเทาน้ันท่ีจะสรางความรูใหเกิดข้ึนในตัวเองได กัลยาณมิตรชวยบอกทาง แตการปฏิบัติอยูที่ ตนเอง คณุ สมบตั ิท่จี ําเปน โดยเฉพาะเรอ่ื งของภาษาตางประเทศที่ใชในการสื่อสาร แนวทางการแกไขดานองคกรขอเสนอ ดังนี้ ปญหาการเผยแผพระพุทธศาสนาของพระธรรมทูตในตางประเทศ สวนหน่ึงมีสาเหตุมา จากสถาบันหรือหนวยงานที่เก่ียวของ ส่ิงท่ีควรดําเนินการ ไดแก จัดใหมีการแลกเปล่ียนเรียนรูดาน การบริหารจัดการสําหรับผูเก่ียวของทุกระดับในรูปแบบตาง ๆ อยางตอเน่ืองเทาที่จะเปนไปได เชน การจัดประชุมพระธรรมทูตโดยองคการพระธรรมทูตในแตละทวีปท่ีดําเนินการอยูนั้น เปนการพบปะ สมาคมกัน ซึ่งจะชวยใหเกิดการแลกเปลี่ยนประสบการณการปฏิบัติภารกิจของแตละประเทศทั้งใน ดานดแี ละดานทเ่ี ปน ปญ หาเพ่อื สนบั สนนุ ชวยเหลอื ซึง่ กันและกนั ๔๔ พระธรรมโกศาจารย (ประยรู ธมฺมจิตฺโต), บรรยายในการฝกอบรมพระธรรมทูตสายตางประเทศ จดั โดยมหาวิทยาลยั มหาจฬุ าลงกรณราชวิทยาลัย ณ พุทธมลฑล นครปฐม วนั ท่ี ๙ พฤษภาคม ๒๕๔๖.
๖๗ การบริหารจัดการความรูเกี่ยวกับการทํางานเผยแผพระพุทธศาสนาในตางประเทศในทุก ดาน โดยรวบรวมความรูและประสบการณในการทํางานของพระธรรมทูตรุนบุกเบิกและที่ประสบ ความสําเร็จเพ่ือเปนคลังความรูแกพระธรรมทูตรุนหลังใชเปนแนวทางการทํางานหรือแกปญหาที่ เกิดขึน้ ไดอ ยา งทันทวงที หรือการดําเนนิ โครงการท่ีประสบความสาํ เร็จในแตล ะภูมิภาค การจัดตั้งสถาบันหรือวิทยาลัยพระธรรมทูต เพื่อพัฒนาบุคลากรดานงานเผยแผ พระพุทธศาสนาในตางประเทศ เพ่ือชวยในการแกปญหาจากตัวพระธรรมทูตที่ยังมีคุณสมบัติไมครบ เครื่องถือเปนเร่ืองที่สําคัญและจําเปนตอการพัฒนาพระธรรมทูตใหมีท้ังจํานวนและคุณภาพตามที่ ตองการ การจัดต้ังคณะกรรมการบริหารกิจการพระธรรมทูต ซ่ึงคณะกรรมการฯ ชุดนี้ควรไดรับ มอบอํานาจจากมหาเถรสมาคม ใหสามารถเขาไปดูแลเร่ืองการคัดเลือก จัดสงพระธรรมทูตฯ ไป ประจําหรือทํางานในตางประเทศตามความสามารถของแตละทาน การดูแลเร่ืองสวัสดิการ สุขภาพ การเดนิ ทางไปเผยแผ การสรางแรงจูงใจ และมาตรการลงโทษ พรอมกันน้ีถาไดรับการสนับสนุนเร่ือง บุคลากรและงบประมาณอยางเพียงพอจะชวยใหปญหาที่ติดขัดบางประการไดรับการแกไขไปไดใน ระดับหน่ึง แนวทางท่ีเสนอในประเด็นนี้ เปนแนวทางท่ีอยูในระหวางการดําเนินการของผูมีสวน เก่ยี วของ และบางแนวทางมีขอ จํากัดหลายประการ ทาํ ใหไมส ามารถดําเนินการไดทันที ปญหาเหลานี้ จึงถูกมองวา ไมมีใครสนใจ ทั้งท่ีในความเปนจริง ปญหาเหลานี้อยูระหวางการดําเนินการ และการ จัดการกับบางปญหาตองใชระยะเวลาในการดําเนินการ ไมสามารถจัดการหรือเห็นผลไดในทันที ดังนั้น สิ่งสําคัญคือเร่ิมที่ตัวเองกอน น่ันคือพระธรรมทูตตองสรางตัวเองใหมีอุดมการณตอ พระพุทธศาสนาและพัฒนาตนเองใหมีคุณสมบัติข้ันต่ําเพียงพอตอการทําหนาท่ีพระธรรมทูตสาย ตางประเทศท่ีตนเองตั้งใจอุทิศตนเขามาเปนสวนหน่ึงของการสืบตอและเผยแผพระพุทธศาสนาให ย่งั ยนื ตอ ไป ๓.๖ แนวทางการเผยแผพระพุทธศาสนาที่พึงประสงคของพระธรรมทูตไทยสาย ตางประเทศ จ า ก ก า ร ศึ ก ษ า ข อ มู ล ก า ร เ ผ ย แ ผ พ ร ะ พุ ท ธ ศ า ส น า ใ น อ ดี ต ต ล อ ด ถึ ง ก า ร เ ผ ย แ ผ พระพุทธศาสนาของพระธรรมทูตสายตางประเทศ สรุปเปนแนวทางในการเผยแผพระพุทธศาสนา ควรมอี งคป ระกอบ ดังนี้ ๑. จุดมุงหมายในการเผยแผชัดเจน จุดมุงหมายในการเผยแผพระพุทธศาสนาของ พระพทุ ธเจา ไดแก มุงใหประชาชนสามารถนาํ หลักธรรมไปใชในการพัฒนาชีวติ ตนเองและอยูในสังคม
๖๘ อยางมีความสขุ จนสามารถพฒั นาไปสกู ารศึกษาที่ลึกซึง้ ย่ิงขึน้ สูการปฏิบัติเพื่อพนทุกขอยางส้ินเชิงได สอดคลอ งตามพุทธประสงคของพระองคในวันท่ีทรงตัดสินพระทัยประกาศการตรัสรูแกผูอื่นและตาม โอวาทของพระพุทธองคเม่ือจะสงพระสาวกไปประกาศพระศาสนาในทิศตาง ๆ นั่นคือ มีผูนํา หลักธรรมคําสอนในพระพุทธศาสนาไปใชในการดําเนินชีวิตใหมากที่สุดเทาท่ีจะเปนไปได ถึงพระ รตั นตรัยเปน สรณะ และไดร ับประโยชน ๓ อยางแทจ รงิ ๒. เน้ือหาคําสอนในการเผยแผ หลักธรรมในพระพุทธศาสนามีจํานวนมากมาย ดังนั้น หลักธรรมท่ีนํามาเผยแผหลัก ๆ ใหเนนหลักธรรมท่ีเปนหัวใจสําคัญในพระพุทธศาสนา สามารถ ประยกุ ตใ ชไดจริง ไมโ จมตีแนวคําสอนของศาสนาหรือลัทธคิ วามเช่ืออนื่ ๆ สอดคลอ งตามแนวทางของ พระพุทธเจา โดยเฉพาะตามหลักโอวาทปาฏิโมกข แตตองมีจุดยืนในหลักการท่ีถูกตองของ พระพุทธศาสนาได โดยเนือ้ หาคําสอนเหลาน้นั ควรมีลักษณะดังนี้ ๑) สจั จะ ไดแก เรอื่ งท่ีกลา วนนั้ ตองเปนเรื่องจรงิ ไมบ ิดเบือน ๒) ตถตา เรอ่ื งแท เรื่องที่เสนอหรือกลาวนน้ั ตอ งเปนเรอ่ื งแท ไมใชค าดเดา ๓) กาละ เร่ืองทเ่ี สนอนั้นตอ งเหมาะสมกบั กาลเทศะ ๔) ปยะ เรื่องท่ีเสนอนั้นเปนเร่ืองหรือเสนอโดยวิธีท่ีผูฟงช่ืนชอบ ภายใตขอบเขตท่ี เหมาะสมแกส มณสารูป ๕) อัตถะ เร่ืองท่ีเสนอนั้น ตองเปนประโยชนตอสวนรวม แตในบางคร้ังบาง สถานการณผูนาํ เสนออาจตองพิจารณาดวยปญญาวา บางเรื่องอาจไมเหมาะกับเวลา หรืออาจไมเปน ทช่ี อบใจของคนบางกลมุ บางคน แตถา เสนอเร่ืองน้ันไปแลวเกิดประโยชนตอมหาชน ผูนําเสนออาจจะ ๔๕ ตองกระทํา เปนตน 44 ๓. กลุมเปาหมายของการเผยแผ เน่ืองจากพระธรรมทูตสายตางประเทศจาริกไปเผยแผ พระพทุ ธศาสนานอกประเทศไทย และการจะทําใหการเผยแผพระพุทธศาสนาประสบความสําเร็จน้ัน ตองใหค นทองถิน่ เจาของประเทศยอมรับพระพุทธศาสนา กลุมเปาหมาย จึงไดแก คนทองถิ่นเจาของ ประเทศท้ังท่ีมีความสนใจพระพุทธศาสนาเปนพ้ืนฐานเดิมและกลุมคนท่ีสนใจแตไมประกาศตัวตอ สาธารณะ รวมถึงกลุมชนชาติใด ๆ ท่ีไมใชคนทองถ่ินแตอาศัยอยูในทองถิ่นนั้นดวย และกลุมท่ีสําคัญ คือพุทธศาสนิกชนไทยที่อยูในทองถ่ินน้ันท้ังกลุมที่ไปทํางานในประเทศนั้นและกลุมที่มีครอบครัวเปน คนทองถ่ินนั้น เพราะนอกจากจะชวยเปนสื่อกลางในการสงตอพระพุทธศาสนาไปสูคูสมรสและบุตร หลานตอไปแลว ในชวงเร่ิมตนการจาริกไปตางประเทศของพระธรรมทูตน้ัน สวนหนึ่งเกิดจากความ ๔๕ มหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย วิทยาเขตขอนแกน, คูมืออบรมนักเทศน, (ขอนแกน: หจก. โรงพมิ พคลงั นานาวทิ ยา, ๒๕๔๕), หนา ๔๗-๔๘.
๖๙ ตองการของชุมชนไทยในตางประเทศน่ันเอง ซ่ึงสามารถจัดกลุมเปาหมายไดเปนกลุมตาง ๆ ดัง ตวั อยา งตอไปนี้ ๑) จัดตามวัย แบงไดเปน ๕ กลุม คือ ๑. วัยเด็ก ๒. วัยรุน ๓. วัยหนุมสาว ๔. วัย ผูใหญ และ ๕. วยั ชรา ๒) จัดตามความตองการหรือความรูสึกของผูฟง แบงไดเปน ๓ กลุม คือ ๑. พวกที่ อยากจะฟงอยูแ ลว ๒. พวกท่ีรูสึกเปน กลาง และ ๓. พวกท่ไี มอยากฟง แตถูกเกณฑหรอื บงั คับมาฟง ๓) จัดตามพุทธพจนในโพธิราชกุมารสูตร45๔๖ ซึ่งพระพุทธเจาตรัสกับโพธิราชกุมาร ความวา ราชกุมาร คร้ังนั้น อาตมภาพรับคําทูลอาราธนาของพรหม และเพราะอาศัยความกรุณาใน สัตวทั้งหลาย จึงตรวจดูโลกดวยธุลีในดวงตาพุทธจักษุ เม่ือตรวจดูโลกดวยพุทธจักษุ ไดเห็นสัตว ทงั้ หลายผูมธี ุลีในดวงตานอย มีมาก มีอินทรยี แกกลา มีอินทรียออน มีอาการดี มีอาการทราม สอนให รไู ดง า ย สอนใหร ูไดยาก บางพวกเหน็ ปรโลกและโทษวาเปน สิ่งนากลัว บางพวกเห็นปรโลกและโทษวา เปนสง่ิ ไมน ากลวั สามารถจดั กลุม เปา หมายไดเ ปนหลายกลมุ ดงั นี้ ก. จัดตามปญญาในการรธู รรมหรือบารมีธรรม ไดแ ก (๑) ผูมธี ุลีในดวงตานอ ย ไดแก มีราคะ โทสะ และโมหะนอ ย (๒) ผมู ธี ลุ ีในดวงตามาก ไดแ ก มีราคะ โทสะ และโมหะมาก ข. จดั ตามอินทรยี ไดแ ก (๑) ผูม ีอินทรียแ กกลา ไดแก มีศรทั ธา เปนตน แกก ลา (๒) ผมู อี นิ ทรยี ออ น ไดแ ก มีศรทั ธา เปน ตน ไมแ กกลา ค. จัดตามอาการ ไดแ ก (๑) ผมู ีอาการดี ไดแ ก เปนผมู ีศรทั ธา เปนตน (๒) ผูมอี าการทราม ไดแ ก เปนผไู มม ศี รทั ธา เปน ตน ง. จดั ตามสติปญ ญาในการรับรคู ําสอน ไดแ ก (๑) สอนใหร ูไดงา ย ไดแก ฟงคําสอนแลว ก็รูตามไดงาย (๒) สอนใหร ูไดย าก ไดแ ก ฟง คาํ สอนแลวกร็ ตู ามไดย าก ๔๖ ดูรายละเอียดใน ม.ม. (ไทย) ๑๓/๓๓๙/๔๐๙.
๗๐ ๔. วิธีการท่ีใชในการเผยแผ หรือประกาศพระพุทธศาสนานั้น พระพุทธองครวมถึงพระ สาวกไดแ สดงรปู แบบหรอื วิธกี ารไวมากมาย ซ่ึงพระธรรมทูตสามารถเลือกรูปแบบที่เหมาะสมกับกลุม ผูฟง โดยตองวิเคราะหผูฟงวาเหมาะสมกับพุทธวิธี ลีลาการสอนและหลักการสอนแบบใด ในปจจุบัน การเผยแผพระธรรมคําสอนมีรปู แบบทเ่ี ปลีย่ นแปลงไปโดยมีสอื่ ทชี่ วยใหก ารเผยแผมีความรวดเร็วมาก ข้ึน ดังนั้น พระธรรมทูตตองพิจารณาวาจะใชสื่อแบบใดท่ีเหมาะสมกับความตองการของผูฟง และ ชองทางการสื่อสารใดทท่ี นั ยุคทันสมยั สะดวกและงายตอ การเขาถึงเพ่มิ เตมิ ๕. วเิ คราะหต นเอง เปน การวเิ คราะหคุณลักษณะตาง ๆ ของตัวพระธรรมทูต ใหทราบจุด แข็งและจุดออนในการเปนพระธรรมทูตสายตางประเทศ เพ่ือใหรูจักตนเองอยางแทจริงวา มีจุดแข็ง ดานใดบาง และมีจุดออนที่ตองการการฝกฝนและพัฒนาดานใดบาง โดยพิจารณาจากคุณสมบัติดาน ตาง ๆ ท่ีตองใชในการทําหนาที่เผยแผพระพุทธศาสนาของพระธรรมทูตสายตางประเทศ เพ่ือเปน ขอมูลประกอบการวางแนวทางการเผยแผพระพุทธศาสนารวมถึงการพัฒนาตนเองใหสามารถปฏิบัติ หนา ท่ขี องพระธรรมทตู สายตางประเทศไดสอดคลองตามเปาหมายของพระพุทธองคและเปาหมายใน การประดิษฐานพระพุทธศาสนาในดินแดนตาง ๆ ตามเปาหมายของคณะสงฆไทยและผูที่เก่ียวของ ท้ังหมด รวมถึงเปาหมายสวนตัวของพระธรรมทูตสายตางประเทศดวย เชน มีความรูในพระธรรมคํา สอนอยา งลึกซ้งึ ไหม รูเรือ่ งใด ไมรเู รอื่ งใด มีความสามารถในการสอนวิปสสนากรรมฐานหรือไม หรือมี ความรูในวิชาการทางโลก เชน ภาษาอังกฤษ ภาษาทองถิ่น ประวัติศาสตร วัฒนธรรม ภูมิศาสตร โปรแกรมคอมพิวเตอร เปนตน ที่จําเปนตอการปฏิบัติหนาท่ีในระดับใด ดังท่ี พระโสภณวชิราภรณ รองอธกิ ารบดีฝายกิจการตา งประเทศไดกลาวถึงวาพระธรรมทูตควรมีความรู ๖ ภาษา ภาษาท่ี ๑ คือ ภาษาไทย ภาษาที่ ๒ ภาษาพระพุทธศาสนาเถรวาทแบบไทยคือภาษาบาลี ภาษาท่ี ๓ คือภาษา ทองถิ่นของประเทศนั้น ภาษาท่ี ๔ คือภาษาอังกฤษ เปนภาษากลาง ภาษาที่ ๕ คือ ภาษาคอมพิวเตอร และ ภาษาที่ ๖ คอื ภาษาในกลมุ ประเทศอาเซียน ๑ ภาษา46๔๗ ๖. วิเคราะหสถานการณแวดลอม เพ่ือศึกษาปจจัยทางบวกและปจจัยทางลบทั้งจาก หนวยงานที่เกี่ยวของ จากทองถ่ินเปาหมายท่ีจะไปเผยแผ ครอบคลุมสถานการณทางการเมือง เศรษฐกิจ สังคมและวัฒนธรรม เพ่ือหาแนวทางท่ีเหมาะสมในการเผยแผพระพุทธศาสนาในดินแดน เหลานั้น และหาแนวทางปองกันและเตรียมการรับมือไดอยางเหมาะสม ถาสถานการณแวดลอมไม เปนไปตามความคาดหวัง เชน สถานการณทางเศรษฐกิจท่ีตกต่ํา อาจเกิดผลกระทบตอหนวยงานที่ เกี่ยวของในการจัดสรรทรัพยากรในการทํางานดานพระพุทธศาสนาใหแกวัดหรือพระธรรมทูต หรือ กระทบกับพุทธศาสนิกชนในการเขาวัดทําบุญบริจาคทรัพยหรือสิ่งของตาง ๆ เพ่ือชวยในกิจการเผย ๔๗ พระโสภณวชิราภรณ, “ผูแทนมหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย”, วารสารสหภาพพระ ธรรมทูตไทยในทวปี ยโุ รป, ฉบับท่ี ๒ (กนั ยายน ๒๕๕๘): ๓๒-๓๕.
๗๑ แผพระพุทธศาสนา พระธรรมทูตสายตางประเทศจึงตองเตรียมพรอมรับมือกับสถานการณเหลานี้ หรือถา กรณีท่มี สี ถานการณท างบวก เชน ไดรับงบประมาณหรือเงินทําบุญจากการบริจาคจํานวนมาก จะนํามาใชดําเนินการในการเผยแผพระพุทธศาสนาอยางไรใหเกิดประโยชนและเกิดความคุมคาตอ พระพทุ ธศาสนาและพุทธศาสนิกชนมากที่สดุ เปนตน ๗. วางแผนในการเผยแผพระพุทธศาสนา กอนการประกาศพระพุทธศาสนา พระพุทธ องคทรงดําริถึงผูที่รับฟงพระธรรมของพระองคได ซึ่งมี ๓ กลุม ไดแก กลุมที่สามารถเขาใจไดทันที กลมุ ท่เี ขาใจเมื่ออธิบายเพม่ิ เติมเลก็ นอย และกลุมที่สามารถเขา ใจไดแตต อ งอธิบายขยายความเพ่ิมเติม และเร่ิมจาริกไปในที่ท่ีบุคคลนั้นอยู พรอมกับเลือกธรรมะที่เหมาะสมกับบุคคลน้ัน และประเมินวา บุคคลเหลานั้นมีความพรอ มตอ การฟงธรรมในระดับใด ทรงรอจนเมื่อมีความพรอมหรือเวลาเหมาะสม แลว จึงแสดงธรรมที่พอเหมาะแกภูมิหลัง จนบุคคลเหลานั้น สามารถเขาถึงพระธรรมคําสอนไดอยาง รวดเร็ว ดงั นัน้ การวางแผนจะชวยใหพระธรรมทูตสามารถเตรียมความพรอมกอนการจาริกไปเผยแผ พระธรรมหรือแสดงธรรม เพื่อใหสามารถปรับเปล่ียนหรือแกไขสถานการณเฉพาะหนาที่อาจเกิดข้ึน โดยไมไดคาดการณไ ว ๘. ยดึ ม่ันในหลกั การของพระพทุ ธองค หลักการและแนวทางท่ีพระพุทธองคทรงประทาน ไว โดยเฉพาะเมื่อครั้งสงพระธรรมทูตชุดแรกไปประกาศพระพุทธศาสนา และเม่ือคร้ังแสดงโอวาท ปาฏโิ มกข เนื้อความทปี่ รากฏทั้งสองครั้งน้ี เปนสิ่งท่ีตองใชเปนหลักการใหญในการเผยแผพระศาสนา สว นจะใชวิธีการใด เมอ่ื ไปพบเจอสถานการณจริง พระธรรมทตู สายตา งประเทศสามารถปรับประยุกต ไปได โดยหลักการใหญตองยังคงอยู และการเผยแผพระพุทธศาสนาตามแนวทางน้ีจะชวยให หลักธรรมคําสอนในพระพทุ ธศาสนาไมถ ูกเปล่ียนแปลงไปจากหลักการตามพุทธประสงคน นั่ เอง ๙. วิเคราะหแนวโนมในการเผยแผพระพุทธศาสนาในอนาคตวา หลักธรรมใดท่ีควร นําเสนอ วิธีการและชองทางใดท่ีควรใชใหเหมาะสมกับกลุมเปาหมายแตละกลุม เชน นําเสนอ หลักธรรมคําสอนที่สามารถประยุกตใชไดทันตอเหตุการณปจจุบันและทันสมัยอยูเสมอ การนํา หลักธรรมทางพระพุทธศาสนาเผยแผทางสื่อสังคมออนไลนใหกวางขวาง ใหการเผยแผ พระพุทธศาสนาสามารถมีอยูในทุกที่ทุกเวลา และทุกคนสามารถศึกษาพระพุทธศาสนาไดทาง อินเทอรเน็ตหรือบนโทรศัพทมือถือ และยังตองทําการเผยแผที่วัด เพ่ือใหชุมชนไดมีโอกาสพบปะกัน และรวมมือกนั ทํากจิ กรรมสรางสรรคและจรรโลงใจ เพือ่ ประโยชนข องชุมชนโดยรวม และหลักธรรมท่ี เปนหลักการสําคัญและเปนความโดดเดนของพระพุทธศาสนา ไดแก วิปสสนากรรมฐาน และอริยสัจ ๔ ซ่ึงเปนหลักการท่ีพระธรรมทูตสายตางประเทศตองมีการถายทอดใหพุทธศาสนิกชนไดรับรู เขาใจ และปฏิบัตติ ามได
๗๒ สวนคุณสมบัติที่พึงประสงคของพระธรรมทูตสายตางประเทศของคณะสงฆไทย เพื่อให การทํางานเผยแผพ ระพุทธศาสนาที่พึงประสงคป ระสบผลสําเร็จ มดี ังน้ี กลุมท่ี ๑ คุณสมบตั ิของพระธรรมทตู ในสมัยพทุ ธกาล ประกอบดวยคณุ สมบัติ ดงั นี้ ๑. คุณสมบัติตามโอวาทปาฏิโมกข ๓ ขอ คือ ๑) คุณลักษณะเฉพาะตัว ๒) เปาหมาย หรอื กรอบในการเผยแผ และ ๓) หลักการในการสรางสมั พนั ธกับสงั คม ๒. คุณสมบัติของทูต ๘ ประการ ไดแก ๑. รูจักฟง ๒. สามารถพูดใหผูอื่นฟงได ๓. ใฝ ศึกษา ๔. ทรงจําไดดี ๕. เปนผูรูไดเขาใจชัด นั่นคือ เปนผูรูความหมายของสิ่งที่เปนประโยชนและไม เปน ประโยชน ๖. สามารถพูดใหผูอื่นเขาใจได ๗. ฉลาดในสิ่งที่เปนประโยชนและไมเปนประโยชน ๘. ไมกอ ความทะเลาะวิวาท ๓. องคคุณแหงมิตร ๗ ประการ คือ ๑) ปโย นารัก ๒) ครุ นาเคารพ ๓) ภาวนีโย นายก ยอง ๔) วตตฺ า รูจักพดู ๕) วจนกฺขโม อดทนตอถอยคํา ๖) คมฺภีรฺจ กถํ กตฺตา กลาวชี้แจงแถลงเรื่อง ตาง ๆ ท่ีลกึ ซง้ึ ได และ ๗) โน จฏฐ าเน นโิ ยชเย ไมช ักจงู ไปในทางท่เี สื่อมเสยี ๔. คุณสมบัติตามหลักสัปปุริสธรรม ๗ ไดแก ๑) ธัมมัญุตา รูหลักและรูจักเหตุ ๒) อัตถัญุตา รูความมุงหมายและรูจักผล ๓) อัตตัญุตา รูจักตน ๔) มัตตัญุตา รูจักประมาณ ๕) กาลัญตุ า รูจักกาล ๖) ปรสิ ญั ุตา รูจ ักชุมชน และ ๗) ปคุ คลญั ตุ า รจู กั บคุ คล ๕. คุณลักษณะกอ นการแสดงธรรม เม่ือจะแสดงธรรมเผยแผแกใคร ควรต้ังธรรมไวในใจ ๕ ประการ ดังนี้ ๑) จักแสดงธรรมไปตามลําดับ ๒) จักแสดงอางเหตุ ๓) จักแสดงธรรมอาศัยความ เอน็ ดู ๔) จกั เปนผูไมเ พงอามสิ แสดงธรรม และ ๕) จกั ไมแสดงธรรมกระทบตนและผอู ืน่ 47๔๘ กลุม ท่ี ๒ คุณสมบัตทิ ่คี วรมตี ามแนวคดิ ปจจุบัน ประกอบดว ยคณุ สมบตั ิ ดังน้ี ๑. คติธรรม ๓ ประการ ซึ่งควรพิจารณาและพัฒนาใหมีขึ้นในตัวเอง ไดแก ๑) ทําตนให เปนตัวอยางแกผูอื่น ๒) ดําเนินชีวิตอยางมีความสุขใหคนอื่นเห็นดวยตาหรือเห็นชัดเจนวาทําได และ ๓) ดาํ รงตนเปน ผูทมี่ จี ติ ใจเยอื กเยน็ และมีความสงบ ซึง่ บคุ คลรอบ ๆ ตัว สัมผสั ได ๒. คุณลักษณะของพระธรรมทูตที่ดีและมีคุณภาพ ๓ ประการ คือ ๑) เช่ือมั่นตนเอง หมายความวา มีความม่ันใจในพุทธธรรมวามีคุณคาและนําผลท่ีดีและมีความสุขมาใหแกผูปฏิบัติ ๒) รูจักผูอื่น หมายความวา ตองเรียนรูและทําความเขาใจวัฒนธรรมประเพณี พิธีกรรม แบบการ ดําเนินชีวิต เปนตน ของประชาชนในประเทศท่ีเราจะไปอยู และ ๓) ส่ือสารใหดี หมายความวา ตอง ๔๘ องฺ.ปฺจก. (ไทย) ๒๒/๑๕๙/๒๖๓.
๗๓ แสวงหาความรดู านภาษาที่ใชในหมูประชาชนทองถิ่นที่ไปอยูใหเขาใจเต็มท่ีและสามารถใชสื่อมวลชน ใหเปนประโยชนไ ดอ ยางเหมาะสม ๓. คณุ สมบตั ิท่ีพระธรรมทูตสายตา งประเทศ ควรมี ๕ ประการ ไดแก ๑) มีความรูดี ใน ๓ ประการ คอื (๑) ความรูใ นทางพระพุทธศาสนา (๒) รูศาสนาอื่นหรือรูภูมิหลังดานความเช่ือทางจิต วิญญาณของสถานที่ท่ีจะเขาไปเผยแผ และ (๓) รูภาษาอังกฤษหรือภาษาที่นิยมใชในสถานท่ีท่ีจะเขา ไปเผยแผ ๒) มีความสามารถดี เนนที่ความสามารถพิเศษในการปฏิบัติสมาธิวิปสสนา ๓) มีคุณธรรม หรือความประพฤติดี นั่นคือ ประพฤติปฏิบัติตนในกรอบพระธรรมวินัย ๔) มีอุดมคติ ยึดมั่นในสาระ วางตวั เปนแบบอยา งของชวี ิตที่เรยี บงายในสังคมใหเ ปน ที่ปรากฏ และ ๕) มีอุดมการณ คอื การทํางาน เพอื่ พระพุทธศาสนา เพ่อื พระบรมศาสดา และเพอ่ื บคุ คลท่ีเคารพบชู าสงู สดุ กลมุ ที่ ๓ คุณสมบัติท่คี วรมเี พ่มิ เตมิ ไดแ ก ๑. คุณลักษณะ ๓ ประการ คุณลักษณะสําคัญเพื่อพัฒนาพระธรรมทูตสายตางประเทศ ใหเ ปนผนู ําทางจติ วญิ ญาณที่เขมแข็งและมีประสิทธภิ าพในการทํางานเผยแผพ ระศาสนา ไดแ ก ๑) ศรทั ธา หมายถงึ พระธรรมทูตสายตางประเทศตองมีความภูมิใจในการครองเพศ บรรพชิต อันเปนอุดมเพศอันประเสริฐ ยินดีในรูปแบบชีวิตนักบวชท่ีเรียบงาย ตามแนวทางและคํา สอนของพระศาสดา และมคี วามมงุ มัน่ ต้งั ใจจริงในการเผยแผรูปแบบชีวิตที่เรียบงายตอผูอื่น ตลอดถึง การถา ยทอดคําสอนเพ่ือชีวติ ที่ดีงาม ๒) วิชชา หมายถึง พระธรรมทูตสายตางประเทศตองมีความรูแตกฉานในหลักธรรม ทางพระพุทธศาสนาและความรูในศาสตรตาง ๆ สามารถจะนํามาบูรณาการกับหลักธรรมไดอยาง สอดคลองกลมกลืน มีความรูแมนยําในหลักคําสอนทางศาสนา ท้ังปริยัติ และปฏิบัติ ในส่ิงที่ตนเอง ตองนําไปสอนคนอ่ืน และความรูทางภาษาทองถ่ินที่ตนไปอยู เผยแผโดยเขาใจพ้ืนฐานชีวิตและ วัฒนธรรมของคนในสังคมท่ีตนเองจะไป รวมถึง ทฤษฎีความรูสากลของโลกท่ีเก่ียวเน่ืองสัมพันธกับ งานเผยแผ เชน ภาษาอังกฤษ ประวัติศาสตร อารยธรรมโลก และหลักศาสนาอ่ืน ๆ ท่ีมีผูนับถือใน ทองถิน่ นัน้ ๆ ๓) จรณะ หมายถึง พระธรรมทูตสายตางประเทศตองมีวัตรปฏิบัติท่ีไมผิดไปจาก หลักพระวินัย ยดึ พระวนิ ยั อนั เปนหวั ใจแหง พรหมจรรยของศาสนาไวเปนอยางดี แมอยูในสถานการณ ท่สี ุม เสี่ยงและเอือ้ อํานวยตอ การลวงละเมดิ โดยเฉพาะครุ ุกาบัติ และเปนผูพิจารณาผอนปรนตามความ เหมาะสมของภูมิประเทศและนิสัยใจคอของผูคนในตางประเทศ โดยพระธรรมทูตมีขอวัตรปฏิบัติท่ี สําคัญ ๔ ประการ ไดแก ๑) ปาตโิ มกขสงั วร สํารวมในพระปาติโมกข ๒) อินทรียสังวร สํารวมอินทรีย
๗๔ ตา หู จมูก ลิ้น กาย ใจ ๓) อาชีวปาริสุทธิ เล้ียงชีวิตดวยทางที่ชอบ ๔) ปจจยปจจเวกขณะ พิจารณา เสียกอนแลว จึงบรโิ ภคปจจัย48๔๙ คุณสมบัติ ๓ ประการนี้ เพ่ือคุมครองปองกันรักษาใหพระธรรมทูตไดประพฤติดีปฏิบัติ ชอบประกอบกจิ ใหเปนไปตามทาํ นองคลองธรรมทุกประการ ๒. คณุ ลกั ษณะดานความเปนผูน าํ เมื่อพระธรรมทูตสายตางประเทศตองไปปฏิบัติหนาท่ี ในตางประเทศ ควรมีคุณสมบัติในการเปนผูนําแกบุคคลหรือชุมชนใหประพฤติปฏิบัติตัวหรือดําเนิน กจิ กรรมไปในทศิ ทางทถี่ ูกตองตามทํานองคลองธรรม โดยมีลกั ษณะ ดงั น้ี ๑) มีความคิดความเขาใจในระดับสูง พระธรรมทูตสายตางประเทศเปนผูมีความคิด ความเขาใจในระดับสูง คือ เปนผูมีความสามารถในการคิดไดอยางมีเหตุมีผล และมีความสามารถใน การสรุปขอ มูลเพอ่ื นาํ ไปกาํ หนดเปนแผนปฏิบตั ิการ ๒) มีความสามารถในการกําหนดกลยุทธ พระธรรมทูตสายตางประเทศเปนผูมี ความสามารถในการนาํ ปจจัยตาง ๆ ทีเ่ กีย่ วของในการปฏิบัตหิ นา ทม่ี ากําหนดกลยทุ ธการทํางานได ๓) มีความคาดหวังและการสรางโอกาสสําหรับอนาคต พระธรรมทูตสาย ตางประเทศเปนผูมีทักษะความเขาใจเกี่ยวกับอนาคต มีการคาดคะเนอยางแมนยําเก่ียวกับความ ตองการของประชาชน ตลอดจนมีการคะเนทักษะทจี่ าํ เปนสําหรบั อนาคต ๔) มีวิธีคิดเชิงปฏิบัติ พระธรรมทูตสายตางประเทศมีความคิดสรางสรรคส่ิงใหม ๆ เพ่อื การแปลงเปาหมายหรอื กลยุทธไปสูแผนการทาํ งานท่ีปฏบิ ตั ิไดจ ริง ๕) สามารถกําหนดเปาหมายระยะยาว (วิสัยทัศน) พระธรรมทูตสายตางประเทศ เปนผูสามารถกําหนดส่ิงท่ีองคการตองการจะเปนในอนาคตหรือเปาหมายที่เปนความตองการใน ๕๐ อนาคตได 49 ๓.๗ สรุป จากแนวทางในการเผยแผพระพุทธศาสนาที่พึงประสงคของพระธรรมทูตไทยสาย ตา งประเทศทนี่ ําเสนอขางตน สามารถสรุปประเด็นที่นาํ เสนอมาแลว ดังตอไปนี้ ประเดน็ ที่ ๑ ความเปน มาของพระธรรมทูตสายตางประเทศของประเทศไทย การสงพระ ธรรมทูตไทยไปเผยแผพระศาสนาในตางประเทศ มีหลักฐานชัดเจนวาเร่ิมในสมัยกรุงศรีอยุธยาเปน ๔๙ พระมหาได วชิรเมธี, พระธรรมทูตสายตา งประเทศ, วดั สทุ ธาวาส เมอื งรเิ วอรไซด รัฐแคลิฟอรเนีย สหรัฐอเมรกิ า. (บทสัมภาษณ) ๕๐ รังสรรค ประเสรฐิ ศร,ี ภาวะผนู ํา, (กรงุ เทพมหานคร: ธนธัชการพมิ พ, ๒๕๔๔), หนา ๒๐๗-๒๐๙.
๗๕ ราชธานี รัชสมัยสมเด็จพระเจาอยูหัวบรมโกษฐ ไดสงพระธรรมทูตไปที่ประเทศลังกา ๒ คณะ ไดแก คณะของพระอุบาลีและพระอริยมุนี และคณะของพระวิสุทธาจารยและพระวรญาณมุนี รวม ระยะเวลาในการฟนฟพู ระพทุ ธศาสนาในประเทศลงั กา (ศรีลงั กา ในปจ จุบัน) ประมาณ ๗ ป จนทําให นิกายสยามวงศหรืออุบาลีวงศไดรับการฟนฟูข้ึนในประเทศศรีลังกา และในยุคกรุงรัตนโกสินทรเปน ราชธานี รชั สมยั ของพระบาทสมเด็จพระพทุ ธเลิศหลา นภาลัย รชั กาลท่ี ๒ ไดสงคณะสงฆไปที่ประเทศ ศรีลังกาอีกครั้งหนึ่ง โดยมีระยะเวลาประมาณ ๑ ป และในรัชสมัยพระบาทสมเด็จพระเจาอยูหัวภูมิ พลอดุลยเดช รัชกาลที่ ๙ แหงกรุงรัตนโกสินทร ชวงกอน พ.ศ. ๒๕๐๐ สมเด็จพระพุฒาจารย (อาจ อาสภมหาเถร) ไดรับอาราธนาไปประเทศพมา อินเดีย ยุโรปและอเมริกา เพื่องานพระธรรมทูต และ เร่ิมมีการสงพระธรรมทูตไทยไปเผยแผพระพุทธศาสนาในประเทศตาง ๆ ทั้งในทวีปเอเชีย ทวีปยุโรป ทวีปอเมริกา ทวีปออสเตรเลีย-โอเชียเนีย และมีพระธรรมทูตสายตางประเทศเดินทางไปเผยแผ พระพุทธศาสนาอยา งตอเนือ่ งจนถงึ ปจจุบัน หนาท่ีหลักของพระธรรมทูตสายตางประเทศ ในฐานะผูทําหนาที่ถายทอดพระธรรมคํา สอนของพระพุทธเจา เพื่อใหหลักธรรมคําสอนในพระพุทธศาสนาแพรหลายไปทุกทิศ มีผูศรัทธา เล่ือมใส เคารพ ในพระรัตนตรัย นอมนําหลักธรรมในพระพุทธศาสนาไปประพฤติปฏิบัติ ดวยหลัก ประโยชน ๓ คือ (๑) ทิฏฐธัมมิกัตถประโยชน ประโยชนในชาตินี้ (๒) สัมปรายิกัตถประโยชน ประโยชนใ นชาตหิ นา และ (๓) ปรมตั ถประโยชน ประโยชนอยางยิ่ง หรืออัตถะ ๓ ไดแก ๑) อัตตัตถะ หรือ ประโยชนตน ๒) ปรตั ถะ หรอื ประโยชนผูอ่ืน และ ๓) อุภยัตถะ หรือ ประโยชนทั้ง ๒ ฝาย การ ประกาศพระพุทธศาสนาโดยยึดหลักประโยชนและความสุขของมหาชนเปนที่ตั้งถือเปนวัตถุประสงค หลักในการเผยแผพระพุทธศาสนา โดยมีการเผยแผพระพุทธศาสนาในรูปแบบตาง ๆ เชน การแสดง ธรรมในโอกาสตาง ๆ ทั้งในวัดและสถานท่ีอื่น ๆ การเขารวมการอบรมสัมมนาในประเด็นท่ีเก่ียวกับ พระพุทธศาสนา การสอนกรรมฐาน การทาํ วัตรสวดมนต การเผยแผห ลักธรรมทางสื่อสิ่งพิมพและทาง สงั คมออนไลน เปนตน ประเด็นท่ี ๒ แนวคิดการเผยแผพระพุทธศาสนาของพระธรรมทูตไทยสายตางประเทศ เปน ไปตามหลกั พุทธโอวาท แสดงธรรมใหเหมาะกบั กาลเทศะ มเี หตุผล แสดงธรรมดวยจิตเมตตา โดย มุงประโยชนแกผูฟง ไมแสดงธรรมเพราะเห็นแกลาภสักการะ ไมแสดงธรรมโดยยกตนขมทานและไม เสียดสีขมขูผูอื่น เปาหมายการเผยแผพระพุทธศาสนาของพระธรรมทูตสายตางประเทศ เพ่ือ ประโยชนเกื้อกูล เพื่อความสุขแกบุคคลทั้งท่ีเปนชาวพุทธและมิใชชาวพุทธ มุงท่ีจะพัฒนาศักยภาพ ของบุคคลในการดําเนินชีวิตไดดวยตนเอง โดยใชหลักธรรมคําสอนของพระพุทธเจาเปนแนวทางใน การชีน้ าํ บคุ คลใหต งั้ อยใู นความไมประมาท
๗๖ เม่ือพระธรรมทูตจะไปเผยแผพระพุทธศาสนาในตางประเทศตองปฏิบัติตามแนวทางและ หลักพุทธวิธีการสอน ดังนี้คือ (๑) การยกอุทาหรณและเลานิทานประกอบ การยกตัวอยางประกอบ คําอธิบายและการเลานิทานประกอบการสอน (๒) การเปรียบเทียบดวยขออุปมา คําอุปมาชวยให เร่ืองที่ลึกซึ้งเขาใจยาก ปรากฏความหมายเดนชัดออกมาและเขาใจงายขึ้น (๓) ใชอุปกรณการสอน (๔) ทําใหดูเปนตัวอยาง วิธีสอนที่ดีท่ีสุดอยางหนึ่งโดยเฉพาะในทางจริยธรรม คือการทําเปนตัวอยาง ซ่งึ เปน การสอนแบบไมตอ งกลาวสอน (๕) การเลนภาษาและเลน คาํ เปนเรอื่ งของความสามารถในการ ใชภ าษาผสมกบั ปฏิภาณ (๖) อุบายเลอื กคนและการปฏิบตั ิรายบคุ คล การเลือกคนเปนอุบายสําคัญใน การเผยแผพ ระพทุ ธศาสนา (๗) การรูจักจังหวะและโอกาส เชน ผูเรียนยังไมพรอม ผูสอนตองมีความ อดทน (๘) ความยืดหยุนในการใชวิธีการ ถาผูสอนสอนอยางไมมีอัตตา ตัดตัณหา มานะ ทิฐิใหนอย ทส่ี ดุ ก็จะมงุ ไปยงั ผลสาํ เรจ็ ในการเรยี นรูเ ปน สาํ คญั สดุ วธิ ใี ดชว ยใหก ารสอนไดผลดีทสี่ ุด ก็จะทําในทาง นน้ั ไมก ลัววา จะเสยี เกียรติ (๙) การลงโทษและการใหรางวัลตามโอกาสอันควร (๑๐) กลวิธีแกปญหา เฉพาะหนา ปญหาเฉพาะหนาเกิดขึ้นเปนคร้ังคราว และตองอาศัยปฏิภาณ คือ ความสามารถในการ ประยกุ ตห ลกั การและวิธีการตา ง ๆ มาใชใ หเหมาะสมกับสถานการณน น้ั ๆ ประเด็นท่ี ๓ ปญหาและอุปสรรคในการเผยแผพระพุทธศาสนาของพระธรรมทูตสาย ตา งประเทศ ยังคงเกิดขน้ึ อยา งตอเน่ือง เมอ่ื สรุปปญหาอปุ สรรคในการเผยแผพ ระพุทธศาสนาของพระ ธรรมทูตสายตางประเทศโดยภาพรวม แบงไดเปน ๒ ประเด็นใหญ ๆ คือ ปญหาจากภายนอก ไดแก ปญ หาความขดั แยงในเรือ่ งการบรหิ ารจัดการวดั และการบรหิ ารการเงนิ ของพระสงฆกับคณะกรรมการ วัด เนื่องจากในหลายประเทศ การจัดต้ังวัด จะตองดําเนินการในนามของนิติบุคคล จึงตองมี คณะกรรมการซึ่งเปนฆราวาสมารวมบรหิ ารจดั การดวย หรือจาํ นวนวัดไทยทีม่ ีเพม่ิ ขึน้ แตหนวยงานใน สวนกลางของไทยไมสามารถกํากับดูแลไดอยางทั่วถึง และปญหาจากพระธรรมทูต ไดแก ความไม พรอมในดานตาง ๆ เชน ดานการใชภาษาทองถ่ิน ยังไมสามารถส่ือสารภาษาตางประเทศไดอยาง คลองแคลว จึงมุงการเผยแผพระพุทธศาสนาแกพุทธศาสนิกชนไทยมากกวาชาวตางชาติ ความไม เขาใจเก่ียวกับวัฒนธรรมทองถ่ิน มุงเนนดานวัตถุนิยม การประพฤติตนไมเหมาะสมกับสมณสารูป ซ่ึง เปนปฏิปทาท่ีไมนําความเล่ือมใสมาสูชาวไทยในตางประเทศหรือพุทธศาสนิกชนชาติอ่ืน ๆ มีปญหา เรือ่ งการเงิน และบางรปู ลาสิกขาเม่ือไดรับใบอนุญาตใหทํางานและพํานักไดถาวร เปนตน อยางไรก็ดี ปญ หาบางประการอาจคาบเก่ียวท้ังปญหาภายนอกและภายใน เชน ระยะเวลาในการพํานักอยูในแต ละประเทศน้ัน เปนสวนที่เก่ียวของกับระเบียบปฏิบัติของสถานทูตในประเทศน้ัน แตอาจไดรับความ สะดวกมากข้ึน ถากระทรวงการตางประเทศเขามามีสวนรวมในการอํานวยความสะดวกใหแกพระ ธรรมทูต หรือปญหาการบริหารจัดการวัดระหวางคณะกรรมการซ่ึงมีฆราวาสรวมอยูดวย ตัวอยาง ปญหาอุปสรรคท่พี บเหลา นี้ เปน เพียงสวนหนึง่ ทีพ่ บและรอการจดั การท้ังจากตัวพระธรรมทตู เองและ
๗๗ จากหนวยงานท่ีมีสวนเก่ียวของกับการกํากับดูแลและสนับสนุนการปฏิบัติหนาท่ีของพระธรรมทูตใน ตางประเทศ ปญหาและอุปสรรคท่ีพบเหลานี้สงผลตอความสําเร็จในการเผยแผพระพุทธศาสนา ซ่ึง ตอ งสามารถทาํ ใหชาวทอ งถน่ิ เขา ถึงหลักธรรมและนอมนาํ ไปปฏบิ ัติในชวี ิตประจาํ วันได สวนแนวทางแกไขปญหาและอุปสรรคท่ีเกิดนั้น แบงเปน ๒ ดานคือ ดานบุคลากรและ ดา นองคกร แนวทางการแกไขดานบคุ ลากรน้ัน พระธรรมทูตตองวิเคราะหตัวเองใหพบวา จุดแข็งของ ตัวเองคืออะไร แลวใชจุดแข็งนั้นเปนตัวนําในการเผยแผพระพุทธศาสนา จุดออนของตัวเองคืออะไร ถาจุดออนนั้นไมสามารถแกไขได ตองหาผูที่มีจุดแข็งตรงกับจุดออนของตนเองหรือทีมมาชวย สนบั สนนุ อีกประเด็นคือพระธรรมทูตในยุคปจ จุบันจะอยูลําพังหรือทํางานคนเดียวไมได ถาจะทํางาน ใหประสบความสําเร็จทันเวลา ตองใชทีมงานมาเสริม ถาจุดแข็งไมมีอยูในทีม ตองดึงฆราวาสมาชวย เชน หาอาสาสมัครมาชว ยแปลธรรมะเปน ภาษาอังกฤษ เปน ตน แนวทางการแกไขดานองคกร ปญหาการเผยแผพระพุทธศาสนาของพระธรรมทูตใน ตางประเทศ สว นหน่งึ มีสาเหตมุ าจากสถาบันหรือหนวยงานที่เก่ียวของ สิ่งท่ีควรดําเนินการ ไดแก จัด ใหมีการแลกเปล่ียนเรียนรูดานการบริหารจัดการสําหรับผูเก่ียวของทุกระดับในรูปแบบตาง ๆ อยาง ตอเนอื่ งเทา ทจ่ี ะเปนไปได การจัดการความรเู ก่ียวกับการทาํ งานเผยแผพ ระพุทธศาสนาในตางประเทศ ในทุกดาน เพ่ือเปนคลังความรูแกพระธรรมทูตรุนหลังใชเปนแนวทางการทํางานหรือแกปญหาท่ี เกิดขน้ึ ไดอ ยางทนั ทว งที การจดั ตัง้ สถาบันหรือวิทยาลัยพระธรรมทูต เพ่ือพัฒนาบุคลากรดานงานเผย แผพระพุทธศาสนาในตางประเทศ การจัดต้ังคณะกรรมการบริหารกิจการพระธรรมทูต ซ่ึงคณะ กรรมการฯ ตามแนวทางท่ีเสนอเหลาน้ี เปนแนวทางที่อยูในระหวางการดําเนินการ และบางแนวทาง มีขอจํากัดหลายประการ ทําใหไมสามารถดําเนินการไดทันทีหรือดําเนินการแลวแตยังไมเกิดผลเปน รูปธรรมชัดเจน ปญหาเหลานี้ จึงถูกมองวา ไมมีใครสนใจ ท้ังท่ีในความเปนจริง การจัดการกับบาง ปญหาตองใชระยะเวลาในการดําเนนิ การ ประเด็นท่ี ๔ แนวทางในการเผยแผพระพุทธศาสนาท่ีพึงประสงคของพระธรรมทูตไทย สายตางประเทศ มอี งคป ระกอบ ดังน้ี ๑. จุดมุงหมายในการเผยแผชัดเจน ไดแก มุงใหประชาชนสามารถนําหลักธรรมไปใชใน การพฒั นาชวี ิตตนเองและอยใู นสังคมอยางมคี วามสขุ จนสามารถพัฒนาไปสกู ารศึกษาท่ีลึกซึ้งย่ิงขึ้น สู การปฏิบัตเิ พ่ือพนทุกขอยา งสิ้นเชงิ ได และไดรบั ประโยชน ๓ อยา งแทจ ริง
๗๘ ๒. เนื้อหาคําสอนในการเผยแผ หลักธรรมท่ีนํามาเผยแผหลัก ๆ ใหเนนหลักธรรมท่ีเปน หัวใจสําคัญในพระพุทธศาสนา สามารถประยุกตใชไดจริง ไมโจมตีแนวคําสอนของศาสนาหรือลัทธิ ความเช่ืออื่น ๆ สอดคลอ งตามแนวทางของพระพทุ ธเจา โดยเฉพาะตามหลักโอวาทปาฏิโมกข ๓. กลุมเปาหมายของการเผยแผ ไดแก คนทองถิ่นเจาของประเทศทั้งท่ีมีความสนใจ พระพุทธศาสนาเปนพืน้ ฐานเดมิ และกลมุ คนท่สี นใจแตไมประกาศตัวตอสาธารณะ รวมถึงกลุมชนชาติ ใด ๆ ที่ไมใชคนทองถิ่นแตอาศัยอยูในทองถ่ินน้ันดวย และกลุมที่สําคัญคือพุทธศาสนิกชนไทยท่ีอยูใน ทอ งถน่ิ นนั้ ทัง้ กลุมทไ่ี ปทาํ งานในประเทศนนั้ และกลมุ ทมี่ คี รอบครัวเปน คนทองถิน่ นนั้ ๔. วิธีการท่ีใชในการเผยแผ เลือกรูปแบบท่ีเหมาะสมกับกลุมผูฟง โดยตองวิเคราะหผูฟง วาเหมาะสมกับพุทธวิธี ลีลาการสอนและหลักการสอนแบบใด ใชส่ือแบบใดท่ีเหมาะสมกับความ ตองการของผฟู ง และการใชชอ งทางการสือ่ สารท่ที ันยุคทันสมยั สะดวกและงายตอ การเขาถงึ ๕. วิเคราะหตนเอง โดยวิเคราะหจุดแข็งและจุดออนในการเปนพระธรรมทูตสาย ตา งประเทศ เพ่ือเปนขอมูลประกอบการวางแนวทางการเผยแผพระพุทธศาสนาและพัฒนาตนเองให สามารถปฏบิ ัตหิ นา ท่ขี องพระธรรมทตู สายตางประเทศตอไป ๖. วิเคราะหสถานการณแวดลอม เพ่ือศึกษาปจจัยทางบวกและปจจัยทางลบ เพ่ือหา แนวทางท่ีเหมาะสมในการเผยแผพระพุทธศาสนาในดินแดนเหลาน้ัน และหาแนวทางปองกันและ เตรยี มการรับมอื ไดอ ยา งเหมาะสม ๗. วางแผนในการเผยแผพระพุทธศาสนา การวางแผนจะชวยใหพระธรรมทูตสามารถ เตรียมความพรอมกอนการจาริกไปเผยแผพระธรรมหรือแสดงธรรม เพื่อใหสามารถปรับเปล่ียนหรือ แกไ ขสถานการณเฉพาะหนาท่ีอาจเกดิ ข้นึ โดยไมไดค าดการณไ วแ ละเกดิ ผลสาํ เรจ็ ตามเปาหมาย ๘. ยึดม่ันในหลักการของพระพุทธองค ไดแก หลักการและแนวทางท่ีพระพุทธองคทรง ประทานไว โดยเฉพาะเมื่อครั้งสงพระธรรมทูตชุดแรกไปประกาศพระพุทธศาสนาและเม่ือครั้งแสดง โอวาทปาฏโิ มกข ๙. วิเคราะหแ นวโนม การเผยแผพ ระพทุ ธศาสนาวามที ิศทางใด หลกั ธรรมใดทคี่ วรนําเสนอ วิธีการและชองทางใดที่ควรใชใหเหมาะสมกับกลุมเปาหมายแตละกลุม และไมวาจะใชวิธีการใดตอง ทาํ ใหวดั เปน สถานท่ีเปาหมายของพุทธศาสนิกชนเพือ่ จรรโลงใจและชว ยจดั การแกปญหาในชีวติ ได
บทท่ี ๔ สรุปผลการวิจัยและขอ เสนอแนะ ๔.๑ สรปุ ผลการวจิ ยั จากการศกึ ษาแนวทางการเผยแผพระพุทธศาสนาที่พึงประสงคของพระธรรมทูตไทยสาย ตา งประเทศ ตามวัตถปุ ระสงคทตี่ งั้ ไว ๒ ขอ คือ ๑. เพ่ือศึกษาสภาพปญหาและอุปสรรคในการเผยแผ พระพุทธศาสนาของพระธรรมทูต ๒. เพ่ือเสนอแนวทางในการเผยแผพระพุทธศาสนาท่ีพึงประสงค ของพระธรรมทูตไทยสายตา งประเทศ สามารถสรุปความได ตอ ไปน้ี ปญหาและอุปสรรคในการเผยแผพระพุทธศาสนาของพระธรรมทูตสายตางประเทศ สามารถสรุปความตามประเด็นที่นาํ เสนอมาแลว ดงั ตอไปนี้ ประเดน็ ที่ ๑ ความเปนมาของการเผยแผพระพุทธศาสนา พระพุทธองคทรงประกาศการ ตรสั รูของพระองคแกบุคคลจํานวนมาก ทั้งนักบวชและผูที่มิใชนักบวช จนทําใหเกิดมีพุทธบริษัทครบ องคเปนจํานวนมากข้ึนเปนลําดับ การประกาศพระศาสนาในสมัยที่พระพุทธองคทรงดํารงพระชนม ชีพ จะเกิดจากพระพทุ ธองคแ ละโดยพระสงฆสาวกเปน หลัก พระสาวกผูทําหนาท่ีประกาศพระศาสนา หรือเผยแผพระธรรมคําสอนของพระพุทธองคนนั้ ทาํ หนาทภ่ี ายใตห ลักการซึ่งพระพุทธองคทรงตรัสไว ท่ีวา เพื่อประโยชนแกมหาชน เพ่ือประโยชนสุขแกคนหมูมาก เพ่ืออนุเคราะหชาวโลก เพ่ือประโยชน เพอ่ื เกือ้ กลู เพอ่ื ประโยชนสุขแกเทวดาและมนุษยท้ังหลาย ตอมาการเผยแผพระพุทธศาสนาสมัยหลัง พุทธกาล ในรชั สมยั พระเจา อโศกมหาราชทรงมปี ระสงคสงพระภิกษุทเ่ี ปน พระธรรมทูตทั้ง ๙ สายออก เผยแผพระพุทธศาสนาไปในทิศทางตาง ๆ สวนพระพุทธศาสนาที่มาสูประเทศไทย ไดแก สายพระ โสณเถระกับพระอุตตรเถระ เปนหัวหนาคณะ จาริกไป ณ ดินแดนสุวรรณภูมิ เชื่อกันวา ไดแก ประเทศในคาบสมุทรอนิ โดจนี เชน ไทย พมา ลาว กมั พชู า เวียดนาม ประเด็นท่ี ๒ ความเปนมาของพระธรรมทูตสายตางประเทศของประเทศไทย การสงพระ ธรรมทูตไทยไปเผยแผพระศาสนาในตางประเทศ มีหลักฐานชัดเจนวาเร่ิมในสมัยกรุงศรีอยุธยาเปน ราชธานี รัชสมัยสมเด็จพระเจาอยูหัวบรมโกษฐ ไดสงพระธรรมทูตไปท่ีประเทศลังกา ๒ คณะ ไดแก คณะของพระอุบาลีและพระอริยมุนี และคณะของพระวิสุทธาจารยและพระวรญาณมุนี รวม ระยะเวลาในการฟนฟพู ระพุทธศาสนาในประเทศลังกา (ศรลี ังกา ในปจ จุบัน) ประมาณ ๗ ป จนทําให นิกายสยามวงศหรืออุบาลีวงศไดรับการฟนฟูขึ้นในประเทศศรีลังกา และในยุคกรุงรัตนโกสินทรเปน
๘๐ ราชธานี รชั สมัยของพระบาทสมเด็จพระพุทธเลิศหลานภาลัย รัชกาลท่ี ๒ ไดสงคณะสงฆไปที่ประเทศ ศรีลังกาอีกครั้งหน่ึง โดยมีระยะเวลาประมาณ ๑ ป และในรัชสมัยพระบาทสมเด็จพระเจาอยูหัว ภูมิ พลอดุลยเดช รัชกาลท่ี ๙ แหงกรุงรัตนโกสินทร ชวงกอน พ.ศ. ๒๕๐๐ สมเด็จพระพุฒาจารย (อาจ อาสภมหาเถร) ไดรับอาราธนาไปประเทศพมา อินเดีย ยุโรปและอเมริกา เพ่ืองานพระธรรมทูต และ เร่ิมมีการสงพระธรรมทูตไทยไปเผยแผพระพุทธศาสนาในประเทศตาง ๆ ท้ังในทวีปเอเชีย ทวีปยุโรป ทวีปอเมริกา ทวีปออสเตรเลีย-โอเชียเนีย และมีพระธรรมทูตสายตางประเทศเดินทางไปเผยแผ พระพทุ ธศาสนาอยา งตอเนอื่ งจนถงึ ปจ จุบนั ประเดน็ ท่ี ๓ การเผยแผพ ระพุทธศาสนาของพระธรรมทูตสายตางประเทศซึ่งเปนบทบาท หนาท่ีหลักของพระธรรมทูตสายตางประเทศ ในฐานะผูทําหนาท่ีถายทอดพระธรรมคําสอนของ พระพุทธเจา เพ่ือใหหลักธรรมคําสอนในพระพุทธศาสนาแพรหลายไปทุกทิศ มีผูศรัทธาเล่ือมใส เคารพ ในพระรตั นตรัย นอมนําหลกั ธรรมในพระพุทธศาสนาไปประพฤติปฏิบัติ ดวยหลักประโยชน ๓ คือ (๑) ทิฏฐธมั มิกัตถประโยชน ประโยชนในชาตินี้ (๒) สัมปรายิกัตถประโยชน ประโยชนในชาติหนา และ (๓) ปรมตั ถประโยชน ประโยชนอยา งยิง่ หรอื อัตถะ ๓ ไดแ ก ๑) อัตตัตถะ หรือ ประโยชนตน ๒) ปรัตถะ หรือ ประโยชนผูอ่ืน และ ๓) อุภยัตถะ หรือ ประโยชนท้ัง ๒ ฝาย การประกาศ พระพุทธศาสนาโดยยึดหลักประโยชนและความสุขของมหาชนเปนท่ีต้ังถือเปนวัตถุประสงคหลักใน การเผยแผพระพทุ ธศาสนา โดยมีการเผยแผพระพุทธศาสนาในรูปแบบตาง ๆ เชน การแสดงธรรมใน โอกาสตาง ๆ ท้ังในวัดและสถานที่อื่น ๆ การเขารวมการอบรมสัมมนาในประเด็นที่เก่ียวกับ พระพุทธศาสนา การสอนกรรมฐาน การทําวตั รสวดมนต การเผยแผหลกั ธรรมทางส่ือส่ิงพิมพและทาง สังคมออนไลน เปน ตน ประเดน็ ท่ี ๔ ปญหาและอปุ สรรคในการเผยแผพระพุทธศาสนาของพระธรรมทูตไทยสาย ตา งประเทศ เมื่อสรุปปญหาอุปสรรคในการเผยแผพระพุทธศาสนาของพระธรรมทูตสายตางประเทศ โดยภาพรวม แบงไดเปน ๒ ประเด็นใหญ ๆ คือ ปญหาจากภายนอก ไดแก ปญหาความขัดแยงใน เรอื่ งการบรหิ ารจดั การวัดและการบริหารการเงนิ ของพระสงฆกับคณะกรรมการวัด เน่ืองจากในหลาย ประเทศ การจัดตั้งวัด จะตองดําเนินการในนามของนิติบุคคล จึงตองมีคณะกรรมการซ่ึงเปนฆราวาส มารว มบริหารจัดการดว ย หรือจาํ นวนวดั ไทยที่มีเพิ่มข้ึน แตหนวยงานในสวนกลางของไทยไมสามารถ กํากับดูแลไดอยางท่ัวถึง และปญหาจากพระธรรมทูต ไดแก ความไมพรอมในดานตาง ๆ เชน ดาน การใชภาษาทองถ่ิน ยังไมสามารถสื่อสารภาษาตางประเทศไดอยางคลองแคลว จึงมุงการเผยแผ พระพทุ ธศาสนาแกพ ทุ ธศาสนิกชนไทยมากกวาชาวตางชาติ ความไมเขาใจเก่ียวกับวัฒนธรรมทองถ่ิน มุงเนนดานวัตถุนิยม การประพฤติตนไมเหมาะสมกับสมณสารูป ซ่ึงเปนปฏิปทาที่ไมนําความเล่ือมใส มาสูชาวไทยในตางประเทศหรือพุทธศาสนิกชนชาติอื่น ๆ มีปญหาเรื่องการเงิน และบางรูปลาสิกขา
๘๑ เม่อื ไดร บั ใบอนุญาตใหท ํางานและพํานกั ไดถ าวร เปน ตน อยางไรก็ดี ปญหาบางประการอาจคาบเกี่ยว ทั้งปญหาภายนอกและภายใน เชน ระยะเวลาในการพํานักอยูในแตละประเทศนั้น เปนสวนที่ เก่ยี วขอ งกับระเบยี บปฏบิ ัติของสถานทตู ในประเทศนัน้ แตอ าจไดร ับความสะดวกมากขึ้น ถากระทรวง การตางประเทศเขามามีสวนรวมในการอาํ นวยความสะดวกใหแกพระธรรมทูต หรือปญหาการบริหาร จัดการวัดระหวางคณะกรรมการซึ่งมีฆราวาสรวมอยูดวย ตัวอยางปญหาอุปสรรคท่ีพบเหลาน้ี เปน เพียงสวนหน่ึงที่พบและรอการจัดการทั้งจากตัวพระธรรมทูตเองและจากหนวยงานที่มีสวนเกี่ยวของ กับการกํากับดูแลและสนับสนุนการปฏิบัติหนาท่ีของพระธรรมทูตในตางประเทศ ปญหาอุปสรรคท่ี พบเหลาน้ีสงผลตอความสําเร็จในการเผยแผพระพุทธศาสนา ซ่ึงตองสามารถทําใหชาวทองถ่ินเขาถึง หลักธรรมและนอ มนําไปปฏบิ ัติในชีวิตประจาํ วันได สวนแนวทางในการเผยแผพระพุทธศาสนาที่พึงประสงคของพระธรรมทูตไทยสาย ตา งประเทศ สามารถสรปุ ได ดังตอไปน้ี ประเด็นที่ ๑ แนวคิดการเผยแผพระพุทธศาสนาของพระธรรมทูตไทยสายตางประเทศ เปนไปตามหลักพุทธโอวาท คือแสดงธรรมใหเหมาะสมกับกาลเทศะ มีเหตุผล แสดงธรรมดวยจิต เมตตา โดยมุงประโยชนแกผูฟง ไมแสดงธรรมเพราะเห็นแกลาภสักการะ ไมแสดงธรรมโดยยกตนขม ทานและไมเสียดสีขมขูผูอ่ืน เปาหมายการเผยแผพระพุทธศาสนาของพระธรรมทูตสายตางประเทศ เพื่อประโยชนเกื้อกูล เพ่ือความสุขแกบุคคล ทั้งที่เปนชาวพุทธและมิใชชาวพุทธ มุงท่ีจะพัฒนา ศักยภาพของบุคคลในการดําเนินชีวิตไดดวยตนเอง โดยใชหลักธรรมคําส่ังสอนของพระพุทธเจาเปน แนวทางในการช้ีนําบคุ คลใหตัง้ อยใู นความไมป ระมาท เมื่อพระธรรมทูตจะไปเผยแผพระพุทธศาสนาในตางประเทศตองปฏิบัติตามแนวทางและ หลักพุทธวิธีการสอน ดังน้ีคือ (๑) การยกอุทาหรณและเลานิทานประกอบ การยกตัวอยางประกอบ คําอธิบายและการเลานิทานประกอบการสอน (๒) การเปรียบเทียบดวยขออุปมา คําอุปมาชวยให เรื่องท่ีลึกซึ้งเขาใจยาก ปรากฏความหมายเดนชัดออกมาและเขาใจงายขึ้น (๓) ใชอุปกรณการสอน (๔) ทําใหดูเปนตัวอยาง วิธีสอนที่ดีท่ีสุดอยางหน่ึงโดยเฉพาะในทางจริยธรรม คือการทําเปนตัวอยาง ซ่ึงเปน การสอนแบบไมตอ งกลาวสอน (๕) การเลนภาษาและเลนคํา เปน เรือ่ งของความสามารถในการ ใชภาษาผสมกบั ปฏิภาณ (๖) อุบายเลอื กคนและการปฏิบัตริ ายบคุ คล การเลือกคนเปนอุบายสําคัญใน การเผยแผพ ระพทุ ธศาสนา (๗) การรูจักจังหวะและโอกาส เชน ผูเรียนยังไมพรอม ผูสอนตองมีความ อดทน (๘) ความยืดหยุนในการใชวิธีการ ถาผูสอนสอนอยางไมมีอัตตา ตัดตัณหา มานะ ทิฐิใหนอย ทสี่ ุด ก็จะมุงไปยังผลสาํ เรจ็ ในการเรียนรูเปนสําคัญ วิธีใดทําใหการสอนไดผลดีท่ีสุด ก็จะทําในทางนั้น ไมก ลวั วาจะเสียเกยี รติ (๙) การลงโทษและการใหรางวัล ตามโอกาสอันควร (๑๐) วิธีแกปญหาเฉพาะ
๘๒ หนา ปญหาเฉพาะหนาที่เกิดขึ้นเปนคร้ังคราว ตองอาศัยปฏิภาณ คือ ความสามารถในการประยุกต หลกั การและวิธีการตาง ๆ มาใชใหเหมาะสมกับสถานการณนน้ั ๆ ประเด็นท่ี ๒ ปญหาและอุปสรรคในการแผพระพุทธศาสนาของพระธรรมทูตสาย ตางประเทศของคณะสงฆไทย พบวา แนวทางการแกไขปญหาและอุปสรรคในการเผยแผ พระพุทธศาสนาของพระธรรมทูตสายตางประเทศ แบงเปน ๒ ดาน ไดแก ดานบุคลากรหรือตัวพระ ธรรมทตู และดา นองคก ร แนวทางการแกไขดา นบุคลากรหรอื ตวั พระธรรมทูต มีแนวทางดังนี้ ๑. วิเคราะหตัวเอง ใน ๒ ดาน คือ จุดแข็ง จุดออน และวิเคราะหสภาพแวดลอม ๒ ดาน คือดานที่เปนโอกาสและดานที่อาจเปนภัยคุกคามในการเผยแผพระพุทธศาสนา พระธรรมทูต ตอ งรวู าอะไรคือจุดแข็งของตัวเอง เพื่อใชจุดแข็งนั้นเปนตัวนําในการทํางานเผยแผพระพุทธศาสนา รู จุดออนของตัวเอง เพื่อแกไขใหลดลงหรือถาไมสามารถแกไขจุดออนไดในทันที สวนการวิเคราะห สภาพแวดลอมดานโอกาสน้ัน ถาพระธรรมทูตสายตางประเทศสามารถสรางโอกาสในการเผยแผ พระพุทธศาสนาจะทํางานในเชงิ รกุ ได และภยั คุกคามน้นั เปนเรอ่ื งท่อี ยเู หนือการจดั การของตนเอง จึง ตองรูไวเพื่อหลีกเล่ียงหรือหาแนวทางปองกันใหเกิดผลกระทบในทางลบนอยท่ีสุด หรือถาสามารถ พลิกเปน โอกาสได กจ็ ะเกดิ ประโยชนมากข้นึ เชน ในสังคมตางชาติ โดยเฉพาะประเทศที่มีความเจริญ ทางวัตถุหรือวัตถุนิยม มักจะมีปญหาทางจิตใจ ถาพระธรรมทูตสามารถใหหลักธรรมท่ีตรงกับปญหา และสามารถประยุกตใชไดท นั ที ก็สามารถพลิกจากภัยคุกคามเปน โอกาสได ๒. พระธรรมทูตตองฝกฝนและพัฒนาตนเองใหมีจุดแข็งที่โดดเดน โดยเฉพาะความ เชี่ยวชาญในเนื้อหาหลักธรรมสําคัญท่ีเปนหัวใจและจุดเดนของพระพุทธศาสนา ดังพุทธภาษิตที่วา อตฺตา หิ อตฺตโน นาโถ ตนแลเปนที่พ่ึงแหงตน การพัฒนาตองเร่ิมที่ตัวเอง ตนเองเทาน้ันท่ีจะสราง ความรใู หเ กิดขนึ้ ในตัวเองได กัลยาณมิตรชว ยบอกทาง แตก ารปฏิบัติอยทู ่ตี นเอง แนวทางการแกไ ขดานองคกรขอเสนอ ดังนี้ ๑. ปญหาการเผยแผพระพุทธศาสนาของพระธรรมทูตสายตางประเทศ สวนหนึ่งมี สาเหตุมาจากสถาบันหรือหนวยงานที่เกี่ยวของ สิ่งท่ีควรดําเนินการ ไดแก จัดใหมีการแลกเปลี่ยน เรียนรูดานการบริหารจัดการสําหรับผูเกี่ยวของทุกระดับในรูปแบบตาง ๆ อยางตอเน่ืองเทาท่ีจะ เปนไปได เชน การจัดประชุมพระธรรมทูตโดยองคการพระธรรมทูตในแตละทวีปท่ีดําเนินการอยูน้ัน เปนการพบปะสมาคมกัน ซ่ึงจะชวยใหเกิดการแลกเปล่ียนประสบการณการปฏิบัติภารกิจของแตละ ประเทศทัง้ ในดานดีและดา นที่เปนปญหาเพ่ือสนบั สนนุ ชว ยเหลอื ซ่งึ กันและกัน
๘๓ ๒. การบริหารจัดการความรูเกี่ยวกับการทํางานเผยแผพระพุทธศาสนาใน ตา งประเทศในทกุ ดา น โดยรวบรวมความรูแ ละประสบการณในการทาํ งานของพระธรรมทูตรุนบุกเบิก และที่ประสบความสําเร็จเพ่ือเปนคลังความรูแกพระธรรมทูตรุนหลังใชเปนแนวทางการทํางานหรือ แกปญ หาทีเ่ กดิ ขน้ึ ไดอยางทันทว งที หรือการดําเนินโครงการทีป่ ระสบความสาํ เรจ็ ในแตล ะภูมภิ าค ๓. การจัดต้ังสถาบันหรือวิทยาลัยพระธรรมทูต เพื่อพัฒนาบุคลากรดานงานเผยแผ พระพุทธศาสนาในตางประเทศ เพื่อชวยในการแกปญหาจากตัวพระธรรมทูตที่ยังมีคุณสมบัติไมครบ เครื่องถือเปนเร่ืองที่สําคัญและจําเปนตอการพัฒนาพระธรรมทูตใหมีทั้งจํานวนและคุณภาพตามที่ ตองการ ๔. การจัดตั้งคณะกรรมการบริหารกิจการพระธรรมทตู ซึ่งคณะกรรมการฯ ชุดนี้ควร ไดรับมอบอาํ นาจจากมหาเถรสมาคม ใหส ามารถเขาไปดูแลเร่ืองการคัดเลือก จัดสงพระธรรมทูตฯ ไป ประจําหรือทํางานในตางประเทศตามความสามารถของแตละทาน การดูแลเร่ืองสวัสดิการ สุขภาพ การเดินทางไปเผยแผ การสรางแรงจูงใจ และมาตรการลงโทษ พรอมกันน้ีถาไดรับการสนับสนุนเรื่อง บุคลากรและงบประมาณอยางเพียงพอจะชวยใหปญหาท่ีติดขัดบางประการไดรับการแกไขไปไดใน ระดบั หนง่ึ ประเด็นท่ี ๓ แนวทางในการเผยแผพระพุทธศาสนาที่พึงประสงคของพระธรรมทูตไทย สายตางประเทศ ควรมีองคประกอบ ดงั นี้ ๑. จุดมุงหมายในการเผยแผชัดเจน จุดมุงหมายในการเผยแผพระพุทธศาสนาของ พระพุทธองค ไดแก มุงใหประชาชนสามารถนําหลักธรรมไปใชในการพัฒนาชีวิตตนเองและอยูใน สังคมอยางมีความสุข จนสามารถพัฒนาไปสูการศึกษาที่ลึกซ้ึงยิ่งขึ้น สูการปฏิบัติเพ่ือพนทุกขอยาง สิ้นเชงิ ได สอดคลอ งตามพทุ ธประสงคของพระองคในวนั ทีท่ รงตดั สนิ พระทัยประกาศการตรัสรูแกผูอ่ืน และตามโอวาทของพระพทุ ธองคเมอ่ื จะสงพระสาวกไปประกาศพระศาสนาในทิศตาง ๆ น่ันคือ มีผูนํา หลักธรรมคําสอนในพระพุทธศาสนาไปใชในการดําเนินชีวิตใหมากที่สุดเทาที่จะเปนไปได ถึงพระ รัตนตรยั เปนสรณะ และไดร บั ประโยชน ๓ อยา งแทจรงิ ๒. เน้ือหาคําสอนในการเผยแผ หลักธรรมในพระพุทธศาสนามีจํานวนมากมาย ดงั นนั้ หลักธรรมที่นํามาเผยแผหลัก ๆ ใหเนนหลักธรรมท่ีเปนหัวใจสําคัญในพระพุทธศาสนา สามารถ ประยกุ ตใชไดจริง ไมโจมตีแนวคําสอนของศาสนาหรือลทั ธคิ วามเชือ่ อนื่ ๆ สอดคลอ งตามแนวทางของ พระพทุ ธเจา โดยเฉพาะตามหลกั โอวาทปาฏโิ มกข และเน้ือหาคําสอนเหลาน้ัน ควรมีลักษณะดังนี้ คือ ๑) สัจจะ ไดแ ก เร่ืองทก่ี ลา วนั้นตองเปน เรอ่ื งจรงิ ๒) ตถตา เรอ่ื งแท เรอื่ งทเ่ี สนอหรือกลาวน้ันตองเปน เร่ืองแท ไมใชคาดเดา ๓) กาละ เร่ืองท่ีเสนอนั้นตองเหมาะสมกับกาลเทศะ ๔) ปยะ เรื่องท่ีเสนอน้ัน เปนเรอื่ งที่ผูฟงชอบ และ ๕) อัตถะ เร่อื งท่ีเสนอน้นั ตอ งเปน ประโยชนตอสวนรวม
๘๔ ๓. กลมุ เปา หมายของการเผยแผ เนื่องจากพระธรรมทูตสายตางประเทศจาริกไปเผย แผพ ระพุทธศาสนานอกประเทศไทย และการจะทําใหการเผยแผพระพุทธศาสนาประสบความสําเร็จ นั้นตองใหคนทองถ่ินเจาของประเทศยอมรับพระพุทธศาสนา กลุมเปาหมาย จึงไดแก คนทองถ่ิน เจา ของประเทศทัง้ ทม่ี ีความสนใจพระพทุ ธศาสนาเปน พืน้ ฐานเดมิ และกลุมคนท่ีสนใจแตไมประกาศตัว ตอสาธารณะ รวมถึงกลุมชนชาติใด ๆ ที่ไมใชคนทองถิ่นแตอาศัยอยูในทองถิ่นนั้นดวย และกลุมท่ี สําคัญคือพุทธศาสนิกชนไทยที่อยูในทองถ่ินน้ันท้ังกลุมที่ไปทํางานในประเทศนั้นและกลุมที่มี ครอบครัวเปนคนทองถ่ินน้ัน เพราะนอกจากจะชวยเปนสื่อกลางในการสงตอพระพุทธศาสนาไปสูคู สมรสและบุตรหลานตอไปแลว ในชวงเร่ิมตนการจาริกไปตางประเทศของพระธรรมทูตน้ัน สวนหนึ่ง เกิดจากความตองการของชุมชนไทยในตางประเทศน่ันเอง ๔. วิธีการท่ีใชในการเผยแผหรือประกาศพระพุทธศาสนานั้น พระพุทธองครวมถึง พระสาวกไดแ สดงรูปแบบหรือวิธีการไวมากมาย ซ่ึงพระธรรมทูตสามารถเลือกรูปแบบท่ีเหมาะสมกับ กลุมผูฟง โดยตองวิเคราะหผูฟงวาเหมาะสมกับพุทธวิธี ลีลาการสอนและหลักการสอนแบบใด ใน ปจจุบันการเผยแผพระธรรมคําสอนมีรูปแบบที่เปลี่ยนแปลงไปโดยมีส่ือท่ีชวยใหการเผยแผหรือก็คือ การสื่อสารนั่นเองมีความรวดเร็วมากข้ึน ดังน้ัน พระธรรมทูตตองพิจารณาวาจะใชส่ือแบบใดท่ี เหมาะสมกบั ความตอ งการของผฟู ง และชองทางการสอ่ื สารใดทีท่ นั ยุคทันสมยั สะดวกและงายตอการ เขา ถงึ เพ่มิ เตมิ ๕. วิเคราะหตนเอง เปนการวิเคราะหคุณลักษณะตาง ๆ ของตัวพระธรรมทูต วิเคราะหใ หท ราบจดุ แขง็ และจดุ ออนในการเปนพระธรรมทูตสายตางประเทศ เพื่อใหรูจักตนเองอยาง แทจรงิ วา มีจุดแขง็ ดานใดบาง และมีจุดออนท่ีตองการการฝกฝนและพัฒนาดานใดบาง โดยพิจารณา จากคุณสมบัติดานตาง ๆ ท่ีตองใชในการทําหนาที่เผยแผพระพุทธศาสนาของพระธรรมทูตสาย ตางประเทศ เพื่อเปนขอมูลประกอบการวางแนวทางการเผยแผพระพุทธศาสนารวมถึงการพัฒนา ตนเองใหสามารถปฏิบัติหนาท่ีของพระธรรมทูตสายตางประเทศไดสอดคลองตามเปาหมายของพระ พุทธองคและเปาหมายในการประดิษฐานพระพุทธศาสนาในดินแดนตาง ๆ ตามเปาหมายของคณะ สงฆไ ทยและผทู เ่ี กยี่ วของท้ังหมด รวมถงึ เปาหมายสวนตัวของพระธรรมทตู สายตา งประเทศดวย ๖. วิเคราะหส ถานการณแวดลอม เพื่อศึกษาปจจัยทางบวกและปจจัยทางลบทั้งจาก หนวยงานท่ีเก่ียวของ จากทองถิ่นเปาหมายท่ีจะไปเผยแผ ครอบคลุมสถานการณทางการเมือง เศรษฐกิจ สังคมและวัฒนธรรม เพื่อหาแนวทางที่เหมาะสมในการเผยแผพระพุทธศาสนาในดินแดน เหลานั้น และหาแนวทางปองกันและเตรียมการรับมือไดอยางเหมาะสม ถาสถานการณแวดลอมไม เปนไปตามความคาดหวัง เชน สถานการณทางเศรษฐกิจที่ตกตํ่า อาจเกิดผลกระทบตอหนวยงานที่ เก่ียวของในการจัดสรรทรัพยากรในการทํางานดานพระพุทธศาสนาใหแกวัดหรือพระธรรมทูต หรือ
๘๕ กระทบกับพุทธศาสนิกชนในการเขาวัดทําบุญบริจาคทรัพยหรือส่ิงของตาง ๆ เพ่ือชวยในกิจการเผย แผพระพุทธศาสนา พระธรรมทูตสายตางประเทศจึงตองเตรียมพรอมรับมือกับสถานการณเหลาน้ี หรอื ถากรณีทีม่ ีสถานการณท างบวก เชน ไดรับงบประมาณหรือเงินทําบุญจากการบริจาคจํานวนมาก จะนํามาใชดําเนินการในการเผยแผพระพุทธศาสนาอยางไรใหเกิดประโยชนและเกิดความคุมคาตอ พระพทุ ธศาสนาและพทุ ธศาสนกิ ชนมากที่สุด เปนตน ๗. วางแผนในการเผยแผพระพุทธศาสนา กอนการประกาศพระพุทธศาสนา พระ พุทธองคทรงดําริถึงผูที่รับฟงพระธรรมของพระองคได ซึ่งมี ๓ กลุม ไดแก กลุมท่ีสามารถเขาใจได ทันที กลุมท่ีเขาใจเมื่ออธิบายเพิ่มเติมเล็กนอย และกลุมที่สามารถเขาใจไดแตตองอธิบายขยายความ เพ่ิมเติม และเร่ิมจาริกไปในท่ีท่ีบุคคลนั้นอยู พรอมกับเลือกธรรมะท่ีเหมาะสมกับบุคคลน้ัน และ ประเมินวา บุคคลเหลาน้ันมีความพรอมตอการฟงธรรมในระดับใด ทรงรอจนเมื่อมีความพรอมหรือ เวลาเหมาะสมแลว จึงแสดงธรรมที่พอเหมาะแกภูมิหลัง จนบุคคลเหลานั้น สามารถเขาถึงพระธรรม คําสอนไดอ ยางรวดเร็ว ดงั นั้น การวางแผนจะชว ยใหพระธรรมทูตสามารถเตรียมความพรอมกอนการ จาริกไปเผยแผพระธรรมหรือแสดงธรรม เพ่ือใหสามารถปรับเปล่ียนหรือแกไขสถานการณเฉพาะ หนาที่อาจเกดิ ขึ้นโดยไมไ ดค าดการณไว ๘. ยึดมั่นในหลักการของพระพุทธองค หลักการและแนวทางท่ีพระพุทธองคทรง ประทานไว โดยเฉพาะเมื่อครั้งสงพระธรรมทูตชุดแรกไปประกาศพระพุทธศาสนาและเม่ือครั้งแสดง โอวาทปาฏิโมกข เนื้อความที่ปรากฏทั้งสองครั้งน้ี เปนส่ิงที่ตองใชเปนหลักการใหญในการเผยแผพระ ศาสนา สว นจะใชวธิ ีการใด เม่ือไปพบเจอสถานการณจริง พระธรรมทูตสายตางประเทศสามารถปรับ ประยกุ ตไปได โดยหลกั การใหญตองยังคงอยู และการเผยแผพระพุทธศาสนาตามแนวทางน้ีจะชวยให หลักธรรมคําสอนในพระพุทธศาสนาไมถ กู เปลีย่ นแปลงไปจากหลกั การตามพุทธประสงคน่นั เอง ๙. วิเคราะหแนวโนมในการเผยแผพระพุทธศาสนาในอนาคตวา หลักธรรมใดที่ควร นําเสนอวิธีการและชองทางใดที่ควรใชใหเหมาะสมกับกลุมเปาหมายแตละกลุม เชน นําเสนอ หลักธรรมคําสอนที่สามารถประยุกตใชไดทันตอเหตุการณปจจุบันและทันสมัยอยูเสมอ การนํา หลักธรรมทางพระพุทธศาสนาเผยแผทางสื่อสังคมออนไลนใหกวางขวาง ใหการเผยแผ พระพุทธศาสนาสามารถมีอยูในทุกที่ทุกเวลา และทุกคนสามารถศึกษาพระพุทธศาสนาไดทาง อินเทอรเน็ตหรือบนโทรศัพทมือถือ และยังตองทําการเผยแผที่วัด เพื่อใหชุมชนไดมีโอกาสพบปะกัน และรว มมือกันทํากิจกรรมสรางสรรคแ ละจรรโลงใจ เพือ่ ประโยชนของชุมชนโดยรวม และหลักธรรมท่ี เปนหลักการสําคัญและเปนความโดดเดนของพระพุทธศาสนา ไดแก วิปสสนากรรมฐาน และอริยสัจ ๔ ซ่ึงพระธรรมทูตสายตางประเทศ เปนหลักการท่ียังตองมีการถายทอดใหพุทธศาสนิกชนไดรับรู เขา ใจและปฏบิ ตั ิตามได
๘๖ สวนคุณสมบัติที่พึงประสงคในการเผยแผพระพุทธศาสนาของพระธรรมทูตสาย ตางประเทศ เพ่อื ใหก ารเผยแผพระพทุ ธศาสนาประสบผลสาํ เร็จ มี ๓ กลมุ ดงั น้ี กลุมท่ี ๑ คุณสมบัติของพระธรรมทูตในสมัยพุทธกาล ประกอบดวยคุณสมบัติ ดังน้ี ๑) คุณสมบตั ิตามโอวาทปาฏิโมกข ๓ ประการ ๒) คุณสมบัติของทูต ๘ ประการ ๓) องคคุณแหงมิตร ๗ ประการ ๔) คุณสมบัติตามหลักสัปปุริสธรรม ๗ ประการ และ ๕) คุณลักษณะกอนการแสดงธรรม ๕ ประการ กลุมท่ี ๒ คณุ สมบัตทิ ่คี วรมีตามแนวคิดปจจุบัน ประกอบดวยคุณสมบัติ ดังนี้ ๑) คติ ธรรม ๓ ประการ ๒. คณุ ลกั ษณะของพระธรรมทูตที่ดีและมีคุณภาพ ๓ ประการ และ ๓) คุณสมบัติที่ พระธรรมทตู สายตา งประเทศ ควรมี ๕ ประการ กลุมท่ี ๓ คุณสมบัติท่ีควรมีเพิ่มเติม ประกอบดวย ๑) คุณลักษณะ ๓ ประการ และ ๒) คณุ ลกั ษณะดานความเปน ผนู าํ ๕ ประการ กลา วโดยสรุปการเผยแผพระพุทธศาสนาของพระธรรมทูตสายตางประเทศของคณะสงฆ ไทยในปจจุบันนี้ พระธรรมทูตควรใชรูปแบบตาง ๆ หลายวิธี เปดโอกาสใหผูสงสัยไดสอบถาม และ อธิบายใหผูฟงคลายความสงสัยและไดทราบขอเท็จจริงอยางแจมแจง เมื่อเผยแผพระศาสนาใหชาว ตางประเทศฟง จะตองมีการศึกษาเรียนรูดานภาษา มีปฏิภาณปฏิสัมภิทาปญญาอันแตกฉาน คือไหว พริบในการที่จะโตตอบ แตตองโตตอบโดยฉับพลัน และความรูตองแนนตองพรอม ธรรมะท่ีมี ประโยชนมากในปจจุบันและเปนที่สนใจของชาวตางประเทศมากคือความรูเรื่องการเจริญกรรมฐาน ควรมีความรูพรอมทั้งทางดานปริยัติและปฏิบัติ เปนสิ่งที่ดีจะไดรับความสนใจมากเปนพิเศษ หากมี ความรูดา นปริยตั เิ พียงอยางเดียวจะไดรับความสนใจจากคนบางกลุมเทานั้น คนที่ปฏิบัติไดแตอธิบาย ไมได ก็เปนเร่ืองที่ยากตอการเผยแผใหคนอ่ืนไดรูวิธีการและผลแหงการปฏิบัติ พระธรรมทูตท่ีจะไป เผยแผในตางประเทศปจจุบันจะตองพยายามสรางความสัมพันธกับทุกศาสนาในประเทศนั้น ๆ ถือ เปนคุณสมบัติสําคัญของพระธรรมทูต ที่จะตองมีความมั่นใจในคุณคาความดีงาม รูเขาใจปญหาและ ความตองการของถิ่นฐานที่จะไป มีวิธีการที่จะส่ือสารกับเขาอยางไดผล และมุงม่ันตออุดมการณของ พระพุทธศาสนา จึงจะทําใหการเผยแผพระพุทธศาสนาของพระธรรมทูตมีประสิทธิภาพและ ประสิทธผิ ล ตลอดทงั้ การฝก อบรมพระธรรมทูตเพื่อเพ่ิมพูนความรู ทักษะ ประสบการณ และทัศนคติ ในดานการเผยแผพ ระพทุ ธศาสนาดวยแลว จึงเปนส่ิงจําเปนที่จะชวยใหพระธรรมทูตสายตางประเทศ สามารถทํางานไดอยางมีประสิทธิภาพและประสิทธิผลมากย่ิงขึ้น ซ่ึงพระธรรมทูตตองรูจักวางแผนใน การทํางานเผยแผพระพุทธศาสนา ผานการคิดวิเคราะหทบทวนถึงเปาหมายและวิธีการ เพื่อให ประชาชนไดประโยชนสูงสุดดังอุดมการณซึ่งพระพุทธองคไดประทานแกพระธรรมทูตรุนแรกที่ทรง สงไปประกาศพระศาสนา
๘๗ ๔.๒ ขอ เสนอแนะ ๔.๒.๑ ขอเสนอแนะเชงิ นโยบาย ๑. สถาบันทางพระพุทธศาสนามีวัดหรือสถานปฏิบัติธรรมตลอดจนสมาคมทาง พระพุทธศาสนา จัดใหมีการอบรมการศึกษา โดยเนนเรื่องการเผยแผพระพุทธศาสนาของพระธรรม ทูตสายตางประเทศเพ่ือเปนการพัฒนาศักยภาพของพระธรรมทูตสายตางประเทศใหเขมแข็งมาก ย่ิงข้ึน และใหพระภิกษุผูจะทําหนาที่พระธรรมทูตมีความมุงม่ันและอุดมการณอันแนวแนตอ พระพทุ ธศาสนา ๒. สถาบันการศึกษาทางพระพุทธศาสนา มีมหาวิทยาลัยมหามกุฏราชวิทยาลัย และ มหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เปนตน ควรสงเสริมใหมีการศึกษาวิจัยเกี่ยวกับการอบรม พระธรรมทูตสายตางประเทศใหมากย่ิงข้ึน เพ่ือใหไดแนวทางการฝกอบรมพระธรรมทูตท่ีมี ประสิทธิภาพ ๓. หนวยงานกลางที่ดูแลพระธรรมทูตสายตางประเทศรวมกับคณะสงฆไทย จัดทําคูมือ การเผยแผพระพุทธศาสนาในตางประเทศ สําหรับมอบใหพระธรรมทูตสายตางประเทศใชเปนคูมือ ประกอบการทําหนาที่เผยแผพระพุทธศาสนา เพื่อใหพระธรรมทูตสายตางประเทศมีแนวทางในการ เผยแผไปในทิศทางเดียวกันและอยูในแนวทางตามพระธรรมวินัย เพ่ือสรางความเปนเอกภาพของ พระพุทธศาสนา ไมวาพระพุทธศาสนาจะประดิษฐานอยูแหงใด โดยคงสาระสําคัญของพระธรรมคํา สอนในพระพทุ ธศาสนาไว แตอาจปรบั เปลีย่ นไปตามทอ งถ่นิ ไดบ าง แตห ลกั การตองไมเปลยี่ นแปลง ๔. หนวยงานท่ีดูแลพระธรรมทูตในแตละทวีป มีการอบรมพระธรรมทูตสายตางประเทศ มอื ใหม หรอื มอบหมายพระธรรมทูตสายตางประเทศท่ีมีประสบการณชวยทําหนาที่เปนพี่เลี้ยงในการ ปฏิบัตหิ นาท่ีของพระธรรมทูตสายตางประเทศมือใหม เพื่อชวยใหพระธรรมทูตมือใหมสามารถปฏิบัติ หนาทไ่ี ดมีประสิทธิภาพและเกดิ ปญหาและอปุ สรรคนอยที่สดุ ๕. หนวยงานที่เกี่ยวของรวบรวมขอมูลความรูและจัดทําเปนแหลงความรูในการ ปฏิบัติงานพระธรรมทูต เพ่ือชวยใหพระภิกษุผูทําหนาที่พระธรรมทูตใชสําหรับศึกษาทั้งกอนการไป ปฏิบัติหนาท่ีและเมื่อปฏิบัติหนาท่ีแลวเกิดปญหาที่ยังไมสามารถขอความชวยเหลือจากผูอื่นได โดยเฉพาะธรรมะภาคภาษาอังกฤษ สภาพสังคมวัฒนธรรม และกฎระเบียบตาง ๆ ๔.๒.๒ ขอเสนอแนะสําหรบั พระธรรมทตู สายตางประเทศ ๑. การเปนพระธรรมทูตสายตางประเทศ ตองมีความมุงมั่น ตั้งใจ และเสียสละตนเอง อยางมาก หนาท่ีของพระธรรมทูตถือเปนหนาท่ีที่ย่ิงใหญและสําคัญตอการต้ังมั่นและดํารงอยูของ พระพุทธศาสนาในดินแดนท่ีแตละทานเดินทางไป ดังน้ัน แตละทานจึงตองมีคุณสมบัติและ
๘๘ คณุ ลักษณะพ้ืนฐานของการเปนพระธรรมทตู โดยเฉพาะความรรู ะดับเช่ียวชาญในพระพุทธศาสนา ซ่ึง มแี หลงขอมูลความรูใหสามารถคนควาไดมากมาย และความรูในเชิงปฏิบัติโดยเฉพาะ ซึ่งตองใชเวลา สําหรับการฝกฝนอยางตอเนื่อง เมื่อมีความมุงมั่นต้ังใจในการเปนพระธรรมทูต ทานตองพยายาม ฝกฝนพัฒนาตนเอง ดวยการเริ่มตนที่ตัวเอง โดยไมรอความชวยเหลือหรืองบประมาณจากที่ใด ๆ เพราะทานไมสามารถกาํ หนดไดว า จะมีงบประมาณมาเม่ือใด ๒. พระธรรมทูตสายตางประเทศ ตองมีการศึกษาความรูรอบตัวในทางโลกที่เปนไปอยูใน ปจจุบัน เพื่อสามารถปรับประยุกตแนวทางและวิธีการในการเผยแผพระพุทธศาสนาใหเขากันไดกับ สถานการณเหลาน้ัน โดยแตละทานศึกษาดวยตนเอง หรือเขารับการอบรมตามหนวยงานตาง ๆ น่ัน คอื ทุกอยางเรมิ่ ตนทต่ี นเองกอ น อยารอใหโ อกาสมาหา แตใหเดนิ ทางไปหาโอกาส ๔.๒.๓ ขอเสนอแนะในการทาํ วจิ ยั คร้งั ตอ ไป ผูวิจยั มองวา ยงั มีประเดน็ ท่นี า สนใจควรจะมีการทําวจิ ัยตอ ไป ดงั นี้ ๑. ศึกษารูปแบบการเผยแผพระพุทธศาสนาท่ีประสบความสําเร็จของพระธรรมทูต สายตางประเทศ เพื่อสามารถนํามาใชเปนขอมูลประกอบการบริหารจัดการการเผยแผ พระพุทธศาสนาทเี่ หมาะสมตอไป ๒. ศึกษาการเผยแผพระพุทธศาสนาของพระธรรมทูตรุนบุกเบิกในแตละประเทศท่ี ประสบความสําเร็จในการประดิษฐานพระพุทธศาสนาในประเทศเหลาน้ัน เพื่อใหพระธรรมทูตสาย ตางประเทศรุน หลังใชเปน อนุสสติเม่ือมาปฏิบัติหนาท่ีในตางประเทศและเสริมพลังใจใหมีความอดทน อดกล้ันเม่ือตอ งประสบกบั สถานการณท่ีลดทอนพลังใจพลงั กาย ๓. ศึกษาวัดตนแบบท่ีประสบความสําเร็จในการเผยแผพระพุทธศาสนาใน ตางประเทศ เพ่อื เปน แนวทางของการบริหารจัดการวัดสําหรับวัดท่ียังไมประสบความสําเร็จหรือวัดที่ อาจพบปญหาและอปุ สรรคในการเผยแผพ ระพุทธศาสนา
Search
Read the Text Version
- 1
- 2
- 3
- 4
- 5
- 6
- 7
- 8
- 9
- 10
- 11
- 12
- 13
- 14
- 15
- 16
- 17
- 18
- 19
- 20
- 21
- 22
- 23
- 24
- 25
- 26
- 27
- 28
- 29
- 30
- 31
- 32
- 33
- 34
- 35
- 36
- 37
- 38
- 39
- 40
- 41
- 42
- 43
- 44
- 45
- 46
- 47
- 48
- 49
- 50
- 51
- 52
- 53
- 54
- 55
- 56
- 57
- 58
- 59
- 60
- 61
- 62
- 63
- 64
- 65
- 66
- 67
- 68
- 69
- 70
- 71
- 72
- 73
- 74
- 75
- 76
- 77
- 78
- 79
- 80
- 81
- 82
- 83
- 84
- 85
- 86
- 87
- 88
- 89
- 90
- 91
- 92
- 93
- 94
- 95
- 96
- 97
- 98
- 99
- 100
- 101
- 102
- 103
- 104
- 105
- 106
- 107