Important Announcement
PubHTML5 Scheduled Server Maintenance on (GMT) Sunday, June 26th, 2:00 am - 8:00 am.
PubHTML5 site will be inoperative during the times indicated!

Home Explore สารนิพนธ์เรื่อง แนวทางการเผยแผ่พระพุทธศาสนาที่พึงประสงค์ของพระธรรมทูตไทยสายต่างประเทศ

สารนิพนธ์เรื่อง แนวทางการเผยแผ่พระพุทธศาสนาที่พึงประสงค์ของพระธรรมทูตไทยสายต่างประเทศ

Published by Thep Nonnarai, 2020-10-06 05:58:42

Description: สารนิพนธ์เรื่อง แนวทางการเผยแผ่พระพุทธศาสนาที่พึงประสงค์ของพระธรรมทูตไทยสายต่างประเทศ

Search

Read the Text Version

๓๙ พระธรรมทตู สายตางประเทศ หมายถงึ พระภิกษุสงฆของไทย ทําหนาท่ีเดินทางไปเผยแผ พระพุทธศาสนานอกประเทศไทย ประกอบดวยกลุมท่ีเดินทางไปตางประเทศตามท่ีไดรับกิจนิมนต จากพุทธศาสนิกไทยเปนการสวนตัว กับกลุมท่ีเดินทางไปปฏิบัติภารกิจอยางเปนทางการภายใตการ กํากับดูแลของคณะสงฆไทยและมักไดรับการถวายความรูในหลักสูตรฝกอบรมพระธรรมทูตสาย ตา งประเทศ เพอ่ื ไปปฏบิ ตั ศิ าสนกจิ ในตา งประเทศได สวนบทบาทหนาท่ี คือการเผยแผพระพุทธศาสนาในตางประเทศ และทําให พระพุทธศาสนาต้ังมั่นอยูไดในดินแดนที่เขาไปเผยแผที่ไมใชประเทศไทย เชนเดียวกับการตั้งม่ัน พระพทุ ธศาสนาในศรีลงั กาและดินแดนแถบสุวรรณภูมิ ซึ่งเผยแผเขามาจากดินแดนตนกําเนิดในชมพู ทวีป ๓.๑.๓ คุณสมบตั ิของพระธรรมทตู ไทยสายตา งประเทศ พระธรรมทูตสายตา งประเทศควรมีคุณสมบัติใดบางนั้น พบวา คุณสมบัติสูงสุดที่ตองมีคือ คุณสมบัติทป่ี รากฏในสมัยพุทธกาล ตามท่ีกลาวไวในบทท่ี ๒ ซึ่งพระธรรมทูตสายตางประเทศ ควรส่ัง สมหรือพัฒนาใหเกิดมีขึ้นในตัวเอง และคุณสมบัติที่ควรมีเพ่ิมเติมเพ่ือใหสามารถปฏิบัติหนาที่พระ ธรรมทูตสายตางประเทศในยคุ ปจจุบันไดป ระสบความสาํ เรจ็ มหี ลายประการ ตามที่ผูรูในยุคหลังกลาว ไว ดังนี้ ๑. ทานพุทธทาสภิกขุ กลาวถึงคติธรรม ๓ ประการ ซึ่งพระธรรมทูตควรพิจารณาและ พฒั นาใหมขี ้นึ ในตัวเอง ๑) ทาํ ตนใหเปนตวั อยา งแกผ อู ่นื ๒) ดําเนนิ ชวี ิตอยางมคี วามสขุ ใหคนอ่นื เห็นดว ยตาหรือเห็นชัดเจนวาทาํ ได ๓) ดาํ รงตนเปน ผทู ่มี จี ติ ใจเยือกเย็นและมคี วามสงบ ซ่งึ บุคคลรอบ ๆ ตวั สมั ผสั ได สรปุ สัน้ ๆ ไดว า “ทําใหด ู อยใู หเ หน็ เย็นใหสัมผสั ”5๖ ๒. สมเดจ็ พระมหารัชมังคลาจารย กลาววา พระธรรมทูตสายตางประเทศตองเปนผูเขมแข็ง อดทนตอสภาพแวดลอมและวัฒนธรรมที่แตกตาง ตองระวังจิตใจมิใหหวั่นไหวตออิฏฐารมณและ อนิฏฐารมณ จงึ จะสามารถชวยกันสรรคสรางบุญสถานในตางแดนอันเปนส่ือใหมนษุ ยเขาถึงธรรมได6๗ ๖ พระศรีปริยัติโมลี (สมชัย กุศลจิตฺโต), พุทธศาสตรรวมสมัย ๒, พิมพคร้ังท่ี ๒, (กรุงเทพมหานคร: มหาจฬุ าลงกรณร าชวทิ ยาลัย, ๒๕๔๗), หนา ๒๓๑-๒๓๒. ๗ กองบรรณาธิการ คณะพระธรรมทูตรุนท่ี ๑๕, พระธรรมทูตสายตางประเทศ รุนท่ี ๑๕, (กรุงเทพมหานคร: บรษิ ทั อมรนิ ทรพ รน้ิ ติ้งแอนดพ บั ลชิ ชิ่ง จํากดั (มหาชน), ๒๕๕๒), อนโุ มทนากถา.

๔๐ ๓. พระธรรมปฎ ก (ป.อ.ปยุตฺโต) (ปจจุบัน มีสมณศกั ดิ์ท่ี สมเด็จพระพุทธโฆษาจารย) ทาน กลา วถงึ พระธรรมทตู ทด่ี ีและมีคุณภาพ ควรมีคุณลกั ษณะ ๓ ประการ คอื ๑) เช่ือม่ันตนเอง หมายความวา มีความม่ันใจในพุทธธรรมวามีคุณคาและนําผลที่ดี และมีความสขุ มาใหแกผูปฏิบตั อิ ยา งแทจรงิ ตลอดที่ทุกสถานตลอดกาลทกุ เมอื่ ๒) รูจักผูอื่น หมายความวา ตองเรียนรูและทําความเขาใจวัฒนธรรมประเพณี พธิ ีกรรม แบบการดาํ เนนิ ชวี ิต เปนตน ของประชาชนในประเทศท่ีเราจะไปอยู จะไดรูเขารูเรา แลวจะ สามารถสอนพระพุทธศาสนาใหเขาไดรูเขาใจไดดี ตองเปนผูเขาใจปญหาและความตองการของถิ่น ฐานท่ีพระธรรมทูตไปเผยแผพระพุทธศาสนา คือ ไปในถิ่นของเขา ถาไมรูจักเขาใหเพียงพอ ก็จะรูสึก หวั่นไหวไดงาย จึงตองรูเทาทันเขาตามความเปนจริง เชน รูวาเขามีปญหาอะไร ขาดอะไรตองการ อะไร โดยการสังเกตสังคมของเขาทั้งจุดเดนและจุดดอย พรอมรูจักภูมิหลังของเขาดวยวาเจริญดาน ไหน อะไรเปน เหตุปจจัยแหงความเจรญิ และไมเ จริญ เพอ่ื ชว ยเขาไดอ ยา งถูกตอ ง ๓) ส่ือสารใหดี หมายความวา ตองแสวงหาความรูดานภาษาท่ีใชในหมูประชาชน ทอ งถิน่ ทีไ่ ปอยูใ หเขาใจเต็มที่และสามารถใชสื่อมวลชนใหเปนประโยชนไดอยางเหมาะสมและมีความ ชํานาญในการใชขอมลู สารสนเทศ7๘ ๔. แสง จันทรง าม กลาวถงึ คุณสมบัตทิ พ่ี ระธรรมทูตสายตางประเทศ ควรมี ไดแก ๑) มคี วามรูด ี ใน ๓ ประการ (๑) ความรูในทางพระพุทธศาสนา โดยเนนไปท่ี หัวใจของพระพุทธศาสนา คือ อริยสจั ๔ (๒) รูศาสนาอน่ื หรอื รภู ูมหิ ลังดานความเช่ือทางจิตวิญญาณของสถานที่ที่จะเขา ไปเผยแผ (๓) รูภาษาอังกฤษหรือภาษาที่นิยมใชในสถานที่ที่จะเขาไปเผยแผ โดยเร่ิมจาก เขาใจกฎเกณฑห รือไวยากรณ และฝกหดั ใหเ ปน นสิ ัย ใหถ ูกตอ ง ๒) ความสามารถดี เนนท่ีความสามารถพิเศษในการปฏิบัติสมาธิวิปสสนา ควรมี ความรูความชํานาญเพียงพอที่จะอธิบายประสบการณในการทําสมาธิวาเปนอยางไร จิตสงบเปน อยา งไร จิตตกภวงั คเปน อยางไร มีนมิ ติ เกิดข้ึนมาจะทําอยา งไร แกไ ขอยางไร เปนตน ๓) คุณธรรมหรือความประพฤติดี น่ันคือ ประพฤติปฏิบัติตนในกรอบพระธรรมวินัย พระธรรมทูตเปนตัวแทนของพระพทุ ธศาสนาและประเทศไทย จึงตองมีความระมัดระวังในเรื่องความ ประพฤติ ๘ อา งใน พระศรีปริยัตโิ มลี (สมชัย กุสลจิตโฺ ต), พุทธศาสนารวมสมยั ๒, หนา ๒๔๒–๒๔๓.

๔๑ ๔) อุดมคติ น่ันคือ การรูจักสาระ ยึดม่ันในสาระ รูจักอสาระ ไมยึดม่ันในอสาระ วางตัวเปนแบบอยา งของชีวิตที่เรียบงา ยในสังคมใหเปนทปี่ รากฏ ๕) อุดมการณ นัน่ คือ การทํางานเพื่อพระพุทธศาสนา เพื่อพระบรมศาสดา และเพ่ือ บคุ คลท่ีเคารพบชู าสงู สุด8๙ กลาวโดยสรุป การสืบตอพระพุทธศาสนาใหยืนยาว เพื่อประโยชนเก้ือกูลและเพื่อ ความสุขแกชาวโลกเปนหนาที่ของพระภิกษุสามเณรทุกรูป ท่ีจะตองปฏิบัติตามกําลังความสามารถ โดยฐานานุรูป และดวยภิกษุ สามเณร มีความสํานึกและปฏิบัติกันมาโดยลําดับ พระพุทธศาสนาจึง เปนมรดกสืบมาจนถึงทุกวันน้ี โลกวิวัฒนาการมากขึ้น การปฏิบัติหนาท่ีสืบตอพระพุทธศาสนา จึงมี วธิ กี ารตาง ๆ ท่ปี รับเปล่ยี นไป แตต องถือหลักการ คอื พระธรรมวินัย พระภิกษุสงฆซ่ึงออกไปประกาศ พระศาสนาในประเทศตาง ๆ ท่ีมีช่ือเรียกเฉพาะวา พระธรรมทูต โดยเฉพาะพระธรรมทูตสาย ตา งประเทศนัน้ ตอ งมีคณุ สมบัตทิ ี่จําเปน ตอ การทาํ หนา ทป่ี ระกาศหรอื เผยแผพ ระพุทธศาสนา ไดแก มี ความรูในหลักธรรมคําสอนอยางแจมแจง (จะสอนหรือแสดงเรื่องใด ตองรูจริงในเรื่องน้ัน) มี ความสามารถในทางปฏบิ ตั ิตามหลักธรรมคําสอน โดยเฉพาะในเร่ืองกรรมฐาน มีความสามารถในการ ถายทอดหลกั ธรรมคาํ สอน มที กั ษะการใชภาษาตางประเทศในการส่ือสาร ดังนั้น พระธรรมทูตจึงเปน ผูมีความรูความสามารถสูง จึงสามารถปฏิบัติหนาที่ในการประกาศพระศาสนาไดประสบความสําเร็จ ดงั ทปี่ รากฏอยูท่ัวโลก ๓.๒ แนวคดิ การเผยแผพ ระพุทธศาสนาของพระธรรมทูตไทยสายตางประเทศ การเผยแผพระพุทธศาสนาของพระธรรมทูตไทยสายตางประเทศเปนไปตามหลักพุทธ โอวาท แสดงธรรมใหเหมาะสมแกกาลเทศะ มีเหตุผล แสดงธรรมดวยจิตเมตตา โดยมุงประโยชนแก ผูฟ ง ไมแสดงธรรมเพราะเห็นแกลาภสักการะ ไมแสดงธรรมโดยยกตนขมทานและไมเสียดสีขมขูผูอื่น เปาหมายการเผยแผพระพุทธศาสนาของพระธรรมทูตสายตางประเทศ เพ่ือประโยชน เพ่ือเก้ือกูล เพื่อความสุขแกบุคคลทั้งที่เปนชาวพุทธและมิใชชาวพุทธ มุงท่ีจะพัฒนาศักยภาพของบุคคลในการ ดําเนินชีวิตไดดวยตนเอง โดยใชหลักธรรมคําสอนของพระพุทธเจาเปนแนวทางในการช้ีนําบุคคลให ตั้งอยูใ นความไมประมาท โดยมีวดั เปน ศูนยร วมจิตใจและกิจกรรมของชาวพุทธในตางประเทศ วิธีการ เผยแผพระพุทธศาสนา พบวา มีการเผยแผพระพุทธศาสนาในท่ีตั้ง หรือการจัดกิจกรรมภายในวัด เชน การจัดกิจกรรมปฏิบัติธรรมในวันสําคัญทางพระพุทธศาสนาและวันสําคัญของชาติ การเทศน การปาฐกถา การประกอบพิธีกรรมทางศาสนา เปนตน และการเผยแผพระพุทธศาสนานอกที่ตั้ง เชน ๙ แสง จันทรงาม, คุณสมบัติของพระธรรมทูต, อางใน พระธรรมทูตไทยไปตางประเทศ (ธ) รุนท่ี ๗, ธรรมทตู านุสรณ รนุ ท่ี ๗/๒๕๔๔, (ม.ป.ป., ๒๕๔๔), หนา ๒๓-๒๖.

๔๒ การสอนธรรม บรรยายธรรมในสถานศึกษาหรอื หนว ยงานภาครัฐและเอกชน หรือการจัดกิจกรรมทาง ศาสนานอกวัด เปนตน การเผยแผพระพุทธศาสนาแบบเครือขาย เชน การจัดกิจกรรมทางวิชาการ การแลกเปลี่ยนแนวปฏิบัติที่ดีเกี่ยวกับการจัดกิจกรรม การสงตอกิจกรรมท่ีเปนประโยชนรวมกันของ วัดหรือหนวยงานที่เกี่ยวของ การสรางเครือขายชาวพุทธทั้งฝายฆราวาสและพระสงฆ งานที่โดดเดน เปนรูปธรรมมากที่สุดคือชวยเหลือศาสนิกชนไทยที่ประสบความเดือดรอน และเผยแผพระธรรมทาง สื่อตาง ๆ เชน เทคโนโลยีสารสนเทศ ส่ือสังคมออนไลน เชน ไลน เฟซบุค ยูทูป เปนตน หรือส่ือ สง่ิ พมิ พ ๓.๒.๑ หลกั ธรรมในการเผยแผพระพุทธศาสนาของพระธรรมทตู ไทยสายตา งประเทศ หลักธรรมสาํ คญั ซ่ึงพระพุทธองคทรงตรัสรูและประกาศใหผูอ่ืนรูตาม ไดแก อริยสัจ ๔ ซ่ึง เปนหลักธรรมที่โดดเดนและทาํ ใหพระพทุ ธศาสนามีความแตกตางจากลัทธิความเช่ือและศาสนาอ่ืน ๆ ที่มอี ยใู นสมัยนน้ั ตลอดถงึ ปจจบุ ัน เพราะเปนหลกั ธรรมท่ีทําใหสรรพสัตวพนจากทุกขหรือหลุดพนจาก การเวียนวายตายเกิดได ซ่ึงพระพุทธองคทรงแสดงครั้งแรกแกปญจวัคคีย ครั้งนั้นจึงถือเปนการหมุน วงลอแหงธรรมของพระพุทธศาสนา และอีกหลักธรรมหน่ึงที่ทําใหพระพุทธศาสนาแตกตางอยาง สิ้นเชิงจากศาสนาหรือลัทธคิ วามเชอ่ื อ่ืน ๆ ไดแก การเจริญวิปสสนากรรมฐาน เปนที่ทราบกันดีวา ใน สมยั กอ นทพี่ ระพทุ ธองคจ ะทรงพบการเจริญวิปสสนากรรมฐานนั้น พระองคทรงศึกษาศาสตรทุกชนิด ท่มี ใี นยุคนั้นรวมถึงการทําสมาธิจนบรรลุท้ังฌานและอรูปฌานขั้นสูงสุด แตทางเหลาน้ันก็ยังไมใชทาง นําไปสูการหลุดพนได ดังนั้น การสอนวิปสสนากรรมฐาน จึงเปนหลักธรรมท่ีพระธรรมทูตสาย ตางประเทศควรเสนอใหแกชาวไทยและชาวตางประเทศ เพราะเปนจุดเดนของพระพุทธศาสนา และ ใชหลักการในโอวาทปาฏิโมกข เปนกรอบในการเผยแผไดครอบคลุม โดยสามารถยกหลักธรรมที่ ปรากฏในพระคมั ภีรม าประกอบและนําเสนอใหเหมาะสมสอดคลองกับสถานการณเฉพาะของผูรับฟง ซง่ึ สามารถคนควาไดจ ากพระคมั ภีรใ นพระพุทธศาสนาทุกชัน้ ๓.๒.๒ วธิ ใี นการเผยแผพ ระพุทธศาสนาของพระธรรมทูตไทยสายตา งประเทศ ในการเผยแผพระพุทธศาสนาในตางประเทศของพระธรรมทูตไทย พระธรรมทูตควร ปฏิบัติตามกลวิธีและพุทธวิธีการสอนซ่ึงพระพุทธองคทรงใชในการประกาศพระศาสนาและทรงให โอวาทไว ดงั รายละเอียดตอไปน้ี ๑. การยกอุทาหรณและเลานิทานประกอบ การยกตัวอยางประกอบคําอธิบายและการ เลา นทิ านประกอบการสอน ชว ยใหเ ขา ใจความไดง า ยและชัดเจน ชวยใหจําไดแมนยําเห็นจริงและเกิด ความเพลดิ เพลนิ ทําใหก ารเรียนการสอนมีรสยิ่งข้ึน เชน เม่อื จะอธิบายใหเห็นวาบุคคลควรพูดแตคําที่ นา พอใจ ไมค วรพูดคาํ ท่ไี มน าพอใจ แมแ ตส ัตวอ น่ื ก็ชอบคาํ พดู ท่นี าพอใจเชน กัน ใชการเลานิทานชาดก

๔๓ เร่ือง โคนันทวิศาล 9๑๐ เปนตน พระพุทธเจาทรงใชอุทาหรณและนิทานประกอบการสอนจํานวนมาก ซงึ่ เห็นไดจากคัมภรี ตาง ๆ ท่ีมอี ทุ าหรณแ ละนทิ านปรากฏอยูทั่วไป ๒. การเปรียบเทียบดวยขออุปมา คําอุปมาชวยใหเร่ืองท่ีลึกซ้ึงเขาใจยาก ปรากฏ ความหมายเดนชัดออกมาและเขาใจงายข้ึน และมักใชในการอธิบายส่ิงท่ีเปนนามธรรม เปรียบให เห็นชัดดวยสิ่งท่ีเปนรูปธรรม หรือแมเปรียบเร่ืองที่เปนรูปธรรมดวยขออุปมาแบบรูปธรรม ก็ชวยใหมี ความหนกั แนน ขนึ้ เชน กล่ินดอกไมลอยไปทวนลมไมได กล่ินจันทน กลิ่นกฤษณาหรือกลิ่นกระลําพัก ก็ลอยไปทวนลมไมได สวนกลิ่นของสัตบุรุษลอยไปทวนลมได กล่ินศีลยอดเยี่ยมกวากลิ่นหอมเหลาน้ี คือ กล่ินจันทน กล่ินกฤษณา กลิ่นดอกอุบล และกลิ่นดอกมะลิ10๑๑ ตัณหายอมเจริญแกมนุษยผู ประพฤตปิ ระมาท เหมือนเถายานทรายเจริญในปา เขายอมเรรอนไปมา เหมือนวานรที่ตองการผลไม เทย่ี วเรรอนไปมาในปา ฉะนั้น ๑๒ ๓. ใชอุปกรณการสอน ในสมัยพุทธกาลยอมไมมีอุปกรณการสอนชนิดตาง ๆ ที่จัดทําขึ้น ไวเพ่ือการสอนโดยเฉพาะเหมือนสมัยปจจุบัน เพราะยังไมมีการจัดการศึกษาเปนระบบขึ้นมาอยาง กวางขวาง หากจะใชอุปกรณบาง ก็คงตองอาศัยวัตถุส่ิงของท่ีมีในธรรมชาติ หรือเครื่องใชตาง ๆ ที่ ผูคนใชกันอยู อยางไรก็ดี มีตัวอยางที่ทรงใชอุปกรณการสอนเหมือนกัน โดยทรงใชเครื่องใชที่มีอยูใน การสอนผูเรียนท่ีมีอายุนอย ๆ ซ่ึงเขาใจจากวัตถุท่ีเปนรูปธรรมไดงายกวานามธรรม บางทีก็ทรงใชวิธี ทายปญ หาซึ่งชว ยใหเกดิ ความรูส กึ สนกุ สาํ หรบั เด็ก ดังปรากฏในสามเณรปญหา ความวา “อะไรชื่อวา หนงึ่ ...อะไรช่อื วา สอง...อะไรช่อื วา สาม...อะไรช่ือวา ส่”ี ๑๓ ๔. ทําใหดูเปนตัวอยาง วิธีสอนที่ดีท่ีสุดอยางหนึ่งโดยเฉพาะในทางจริยธรรม คือการทํา เปนตัวอยาง ซึ่งเปนการสอนแบบไมตองกลาวสอน เปนทํานองการแสดงแบบอยางใหเห็น หรือการ สอนโดยทําเปนตัวอยาง ไดแก พระจริยาวัตรอันดีงามที่เปนอยูโดยปกติ แตท่ีทรงปฏิบัติเปนเรื่องราว เฉพาะ เชน “คราวหน่ึง พระพทุ ธเจาพรอมดวยพระอานนทตามเสดจ็ ขณะเสดจ็ ไปตามเสนาสนะที่อยู ของพระสงฆ ไดทอดพระเนตรเห็นพระภิกษุรูปหน่ึงอาพาธเปนโรคทองรวง นอนจมกองมูตรและคูถ ของตน ไมมีผูพยาบาลดูแล จึงเสด็จเขาไปหาจัดการทําความสะอาด ใหนอนโดยเรียบรอย เสร็จแลว จงึ ทรงประชมุ สงฆ ทรงสอบถามเร่อื งนนั้ และตรัสตอนหนึ่งวา “ภิกษุท้ังหลาย พวกเธอไมมีมารดา ไม ๑๐ ข.ุ ชา. (ไทย) ๒๗/๒๘/๑๒. ๑๑ ขุ.ธ. (ไทย) ๒๕/๕๔-๕๕/๔๓-๔๔. ๑๒ ขุ.ธ. (ไทย) ๒๕/๓๓๔/๑๓๗. ๑๓ ขุ.ธ. (ไทย) ๒๕/๔/๕.

๔๔ มีบิดาผูคอยพยาบาล ภิกษุทั้งหลาย ถาพวกเธอไมพยาบาลกันเอง ใครเลาจะคอยพยาบาลพวกเธอ ภกิ ษทุ ั้งหลาย ผจู ะพยาบาลเรา กจ็ งพยาบาลภิกษไุ ขเ ถดิ ”๑๔ ๕. การเลนภาษา การเลนคําและใชคําในความหมายใหม การเลนภาษาและเลนคํา เปน เรอ่ื งของความสามารถในการใชภ าษาผสมกบั ปฏิภาณ ขอนี้เปนการแสดงใหเห็นถึงพระปรีชาสามารถ ของพระพทุ ธเจาทมี่ ีรอบดาน เมอ่ื ผูใ ดทูลถามมาเปนคํารอยกรอง พระองคก็ทรงตอบเปนคํารอยกรอง ไปทันที ทํานองรายกลอนสด บางทีเขาทูลถามหรือกลาวขอความ โดยใชคําที่มีความหมายไปในทาง ไมดีงาม พระองคกต็ รสั ตอบไปดวยคาํ พูดเดยี วกันน้นั เอง แตเปนคําพูดในความหมายท่ีตางออกไปเปน ฝายดีงาม คําสนทนาโตตอบแบบน้ี มีรสอยูแตในภาษาเดิม แปลออกสูภาษาอื่นยอมเสียรสเสีย ความหมาย บางครั้งผูมาเฝาบริภาษพระองคดวยคําพูดตาง ๆ ที่รุนแรงยิ่ง พระองคยอมรับคําบริภาษ เหลาน้ันท้ังหมด แลวทรงแปลความหมายอธิบายเสียใหมใหเปนเรื่องดีงาม เชน กรณีของเวรัญช พราหมณ14๑๕ และสีหเสนาบดี15๑๖ ผรู ับแผนมาจากนคิ รนถนาฏบตุ ร ๖. อุบายเลือกคนและการปฏิบัติรายบุคคล การเลือกคนเปนอุบายสําคัญในการเผยแผ พระพุทธศาสนา เร่ิมแรกประดิษฐานพระพุทธศาสนา พระพุทธเจาทรงดําเนินพุทธกิจดวยพระพุทโธ บายที่ไดผลดีอยางย่ิง ในการส่ังสอนแสดงธรรมก็เชนกัน ทรงมักเริ่มตนดวยบุคคลที่เปน พระมหากษตั รยิ ห รือประมุขของประเทศ อีกทง้ั ผูนําของลทั ธิตาง ๆ ทาํ ใหการประกาศพระศาสนาของ พระองคนั้นประสบผลสําเร็จอยางรวดเร็ว อีกท้ังเปนการยืนยันพระปรีชาสามารถของพระองคเปน อยางดดี วย ๗. การรจู กั จงั หวะและโอกาส วิธีสอนเชน น้ี มกั ใชเ ม่ือผูเรียนยังไมพรอม ยังไมเกิด ปริปา กะแหงอินทรียหรือญาณ ผูสอนตองมีความอดทน ไมชิงหักหาญหรือดึงดันทํา แตตองต่ืนตัวอยูเสมอ เมื่อถึงจังหวะและโอกาส ก็ตองมีความฉับไวท่ีจะจับมาใชใหเปนประโยชน ไมปลอยใหผานเลยไป ดัง ตัวอยางเชน ในระยะเร่ิมแรกประกาศพระพุทธศาสนา ณ วันมาฆปุรณมี หลังตรัสรู ๓ เดือน เมื่อ ประทับอยู ณ เวฬุวัน พระสงฆสาวกมาประชุมพรอมกัน ณ ที่น้ัน และเปนโอกาสเหมาะ พระองคก็ ทรงแสดงโอวาทปาฏโิ มกข เปน การใชจงั หวะและโอกาสใหเ กดิ ประโยชน ๘. ความยืดหยุนในการใชวิธีการ ถาผูสอนสอนอยางไมมีอัตตา ตัดตัณหา มานะ ทิฐิให นอ ยท่ีสดุ โดยมงุ ไปยงั ผลสําเรจ็ ในการเรยี นรูเปนสําคัญ วิธใี ดทาํ ใหการสอนไดผลดีที่สุด ก็จะทําในทาง น้นั ไมกลัววา จะเสียเกียรติ ไมกลัวความรูสึกวาแพ บางคราวเมื่อสมควรก็ยอมรับใหผูเรียนรูสึกวาเขา เกง บางคราวสมควรขมก็ขม โอนออนผอนตามก็ยอมตาม สมควรขัดก็ขัด สมควรคลอยตามก็คลอย ๑๔ ว.ิ ม. (ไทย) ๕/๒๒๔/๒๔๐. ๑๕ อง.อฏก. (ไทย) ๒๓/๑๑/๒๑๙-๒๒๕. ๑๖ อง.อฏก. (ไทย) ๒๓/๑๒/๒๒๐-๒๓๔.

๔๕ ตาม สมควรปลอบก็ปลอบ ดังพระดํารัสวา “เราฝก ผทู ค่ี วรฝก ไดดวยวิธีแบบสุภาพบาง วิธีแบบรุนแรง บา ง วธิ ที ้ังแบบสุภาพและแบบรนุ แรงบา ง”๑๗ ๙. ลงโทษและการใหร างวัล มีคาํ สรรเสริญพระพุทธคุณที่ยกมาแสดงขางตนวา “พระผูมี พระภาคเจาทรงฝกอบรมชุมชนไดดีถึงเพียงนี้โดยไมตองใชอาชญา” แสดงวา การใชอํานาจลงโทษ ไมใ ชว ธิ กี ารฝกคนของพระพุทธเจา อยางไรก็ตาม การลงโทษนาจะมอี ยแู บบหนึ่ง หมายถึง การลงโทษ ตนเอง ซึ่งมีทั้งในทางธรรมและวินัย ในทางวินัยถือวา มีบทบัญญัติความประพฤติอยูแลว และ บทบัญญัติเหลาน้ีพระพุทธเจาทรงบัญญัติไว โดยความเห็นชอบแหงสงฆ สวนในทางธรรม ภิกษุที่ เหลือขอคอื วายากสอนยากจริง ๆ สอนไมไดจริง ๆ ก็จะถูกเพ่ือนพรหมจารีและเพ่ือนภิกษุถือวาเปนผู ที่ไมสมควรวากลาวส่ังสอนและตักเตือน ไมมีใครคบคาสมาคมดวยไมวาทางธรรมหรือวินัย โดยวิธีนี้ ซ่ึงถอื เปน บทลงโทษที่รุนแรงท่สี ุด สวนการใหรางวัล ทรงใชการชมเชยยกยอง แตก็เปนในรูปแบบการ ยอมรบั คุณความดขี องผนู ้นั คือ กลาวชมโดยธรรม ใหเขามัน่ ใจในการทําความดี ๑๐. กลวิธีแกปญหาเฉพาะหนา ปญหาเฉพาะหนาท่ีเกิดขึ้น ยอมมีลักษณะแตกตางกัน ไปไมมีท่ีสดุ การแกป ญหาเฉพาะหนาตองอาศยั ปฏิภาณ คือ ความสามารถในการประยุกตหลักวิธีการ และกลวธิ ตี า ง ๆ มาใชใหเหมาะสม เปนเร่อื งเฉพาะครั้งเฉพาะคราวไป อยางไรก็ดี การไดเห็นตัวอยาง การแกปญหาเชน นี้ อาจชวยใหเ กิดความเขา ใจในแนวทางท่ีจะนําไปใชปฏิบัติไดบาง การประกาศพระ ศาสนาพระพุทธเจากท็ รงประสบปญหาเฉพาะหนาอยตู ลอดเวลาและทรงแกไขจนสําเร็จดวยการใชรูป ตา ง ๆ กันไป ดงั เชน ทป่ี รากฏในธนญั ชานิสตู ร อกั โกสกสตู ร สนุ ทริกสูตร และกสสิ ตู ร เปนตน นอกจากน้ี บรรจบ บรรณรุจิ ยังกลาวถึง พุทธวิธีในการสอนของพระพุทธเจาไวหลาย ประการ สรปุ ไดด งั นี้ ๑. วิธีการสอนแบบอธิบายเชิงวิเคราะห วิธีนี้ทรงใชในการสอนพระอัญญาโกณ ฑัญญะ พระวัปปะ พระภัททิยะ พระมหานามะและพระอัสสชิ โดยทรงชี้ใหเห็นทางปฏิบัติท่ีผิดและ เสนอแนวทางปฏิบัติที่ถูกตอง รวมทั้งทรงวิเคราะหใหเขาใจถึงสามัญญลักษณะคือ ความไมเที่ยง ความเปนทุกข และความไมใชตัวตนที่แทจริงของขันธ ๕ อันไดแก รูป เวทนา สัญญา สังขารและ วิญญาณ กับทรงใชสอนพระสารีบุตร และพระมหาโมคคัลลานะ โดยทรงสอนใหพระสารีบุตร วิเคราะหเ ขาใจถงึ เวทนาวา ไมเที่ยง ทรงสอนใหพ ระมหาโมคคัลลานะวิเคราะหเขาใจถึงธาตุ ๔ คือปฐวี อาโป เตโช วาโย ทป่ี ระชุมกนั เขาเปนกายวา เปน ของไมใ ชต ัวตน ๒. วิธีการสอนแบบอธิบายธรรมขั้นตํ่าขึ้นไปถึงธรรมข้ันสูง วิธีน้ีทรงใชสอนพระยสะ พระวิมละ พระสุพาหุ พระปุณณชิ พระควมั ปติ และพระมหากปั ปน ะ โดยทรงชี้ใหเ ห็นวา ทานและศีล ๑๗ องฺ.จตุกฺก. (ไทย) ๒๑/๑๑๑/๑๗๐.

๔๖ มีผลสงใหไปเกิดในสวรรคอันเปนแดนที่พรั่งพรอมดวยเบญจกามคุณ แตถึงอยางไร เบญจกามคุณใน สวรรคนั้น ก็ยังเปนของต่ําชาใหโทษ เปนทุกข สุดทายทรงชี้ใหเห็นวาการออกบวชเปนทางท่ีดีที่สุด แลว ทรงตอกยา้ํ เรอื่ งทุกข เหตเุ กดิ ของทกุ ข ความดบั ทุกข และขอปฏบิ ตั ใิ หเขา ถึงความดบั ทกุ ข ๓. วิธีการสอนแบบใหผูฟงต้ังปญหาทูลถาม วิธีน้ีทรงใชสอนพระกุมารกัสสปะ พระสภิยะ พระอชิตะ พระติสสเมตเตยยะ พระปุณณกะ พระเมตตคู พระโธตกะ พระอุปสีวะ พระนนั ทะ พระเหมกะ พระโตเทยยะ พระกปั ปะ พระชตุกณั ณี พระภัทราวุธ พระอุทยะ พระเปสาละ พระโมฆราชและพระปงคิยะ โดยทรงเปดโอกาสใหพระสาวกเหลาน้ีทูลถามปญหาตาง ๆ ซ่ึงลวน แลว แตมจี ุดมุง หมายอยูทีค่ วามพนทกุ ข ๔. วิธีการสอนแบบยกเรื่องใหสอดคลองกับประสบการณเดิมของผูฟง วิธีน้ีทรงใช สอนพระอุรเุ วลกสั สปะ พระนทกี ัสสปะ พระคยากสั สปะ โดยทรงพจิ ารณาเห็นวา พระสาวกทั้ง ๓ รูปน้ี คุนเคยกับการบูชาไฟจงึ ทรงยกเร่ืองไฟ คือ ราคะ โทสะ โมหะ มาสอนเพื่อทรงชี้ใหเห็นวา ไฟดังกลาว เผาไหมส ัตวใ หเรา รอ นเชน เดียวกบั ไฟทที่ า นท้ัง ๓ เคยบูชาแลว ๕. วิธีการสอนแบบแสดงธรรมตามใจผูฟง วิธีนี้ทรงใชในการสอน พระนาลกะ พระปุณณะ พระอานนท พระกังขาเรวตะ พระสุภูติ พระปลินทวัจนะ พระนาลกะประสงคจะฟงโม เนยยปฏิปทา พระองคก็ทรงแสดงใหฟงตามท่ีทูลขอ พระอานนทประสงคจะไดฟงธรรมะทุกเรื่องที่ ตรัสสอน พระองคก็ทรงแสดงใหฟง พระกังขาเรวตะ พระสุภูติและพระปลินทวัจนะ ๓ รูปน้ีประสงค จะรบั กรรมฐานไปปฏิบตั กิ ท็ รงประทานใหตามท่ีทูลขอ กับทรงใชสอน พระมหาโกฏฐิกะ พระนันทกะ พระภคุ พระกมิ พิละ พระภัททิยะ (กาฬิโคธาบุตร) พระมหาอุทายี พระโสภิตะ พระรัฐบาล พระเสละ พระอุปวาณะ พระมหาปณถก พระพากุละ พระกุณฑธานะ ซึ่งพระสาวกทั้ง ๑๓ รูปนี้แมจะไมมี หลักฐานระบุวาไดฟงธรรมเรื่องอะไรจากพระพุทธเจา แตก็มีหลักฐานระบุวาทานไดปฏิบัติกรรมฐาน จงึ ทําใหส นั นิษฐานไดวา ทานจะตองไดรับกรรมฐานมาจากพระพุทธเจาแนนอน เพราะตางลวนไดฟง ธรรมในสํานักพระพุทธเจาทั้งส้ิน และพระพุทธเจาจะตองทรงประทานกรรมฐานใหตามท่ีทูลขอ เหมอื นท่ีทรงประทานแกพระกังขาเรวตะ พระสุภตู ิ และพระปลินทวจั นะ อยางแนนอน ๖. วิธีการสอนแบบตําหนิใหตระหนัก วิธีน้ีทรงใชสอน พระยโสชะ พระสคตะ พระ อุปเสนะ พระปณโฑลภารทวาชะ โดยทรงตําหนิพระยโสชะในเรื่องท่ีพระบริวารของทานสงเสียงดัง ทรงตาํ หนิพระสาคตะในเรอื่ งทท่ี า นด่ืมเหลาจนเมาหมดสติ ทรงตําหนิพระอปุ เสนะในเร่ืองบวชไดเพียง ๑ พรรษาก็เปนอุปชฌายบวชใหกุลบุตรอื่น และทรงตําหนิพระปณโฑลภารทวาชะในเรื่องไมรู ประมาณในอาหาร ซ่ึงพระสาวกทั้ง ๔ รูปน้ีเมื่อถูกตําหนิก็ตระหนักและบําเพ็ญเพียรจนบรรลุ อรหตั ตผล

๔๗ ๗. วธิ กี ารสอนแบบใหความหวัง วิธีน้ีทรงใชสอน พระนันทะ พระวังคีสะ โดยทรงให ความหวงั แกพ ระนนั ทะวา หากบรรลุอรหตั ตผลก็จะไดนางฟา ตามที่ปรารถนา และทรงใหความหวังแก พระวังคีสะวา หากไดเรียนรูอาการ ๓๒ แลวก็จะรูที่เกิดของพระอรหันตตามท่ีตองการ ซึ่งเม่ือพระ สาวกทง้ั ๒ รปู นไ้ี ดบ รรลอุ รหัตตผลแลวก็รูทันทีวา ความหวังท่ีพระพุทธเจาทรงใหไวนั้นคืออุบายสอน ธรรมที่ลํ้าลึก ๘. วิธีการสอนแบบใหลองผิดกอนแลวจึงสอนวิธีปฏิบัติท่ีถูกใหภายหลัง วิธีน้ีทรงใช สอนพระโสณโกฬวิ ิสะ และพระเมฆิยะ โดยทรงปลอยใหพระโสณโกฬิวิสะบําเพ็ญเพียรอยางหนักดวย การเดินจงกรมจนกระทั่งเทาแตกไดรับทุกขเวทนาอยางแสนสาหัสกอน แลวจึงทรงสอนวิธีปฏิบัติที่ ถูกตอง คือบําเพ็ญเพียรแตพอเหมาะไมตึงเกินไป ไมหยอนเกินไป และทรงปลอยใหพระเมฆิยะไปอยู ปฏิบตั ิธรรมตามลําพงั แลว ไมสามารถขมจิตไดจนตองกลับมาหาพระองคอีก และทูลขอใหตรัสบอกวิธี ทาํ จติ ใหส งบ ซง่ึ เม่ือพระสาวกทง้ั ๒ รูปนป้ี ฏบิ ตั ิตามท่ีตรัสบอกกไ็ ดบรรลอุ รหตั ตผล ๙. วิธีการสอนแบบตรัสแนะเสริม วิธีนี้ทรงใชสอนพระอนุรุทธะ โดยทรงพิจารณา เห็นวา พระอนุรุทธะกําลังตรึกถึงธรรมะอยางถูกตอง แตยังไมแจมแจงจึงไดตรัสแนะเสริมใหตอเน่ือง ไปจนเขา ใจแจมแจง ๑๐. วิธีการสอนแบบคอยเปนคอยไป วิธีน้ีทรงใชสอนพระราหุลและพระจูฬปนถก พระองคท รงสอนพระราหุล ซ่ึงมีอายุ ๑๕ ขวบเพิ่งบวชใหมใหสํารวมในการพูด เมื่อทานมีอายุ ๑๘ ป พระองคทรงสอนใหพิจารณารูปท้ังปวงวาไมใชของเรา เพ่ือบมเพาะปญญาของทานใหแกลวกลาใน หลักของไตรลักษณ และเม่ือทานอายุ ๒๐ ป พระองคทรงเห็นวามีปญญาแกกลาแลว จึงตรัสเตือนให ทานเรงทาํ ทส่ี ดุ ของทกุ ขใหได สวนพระจูฬปนถก พระองคทรงสอนใหทานนั่งมองดูดวงอาทิตย พลาง ลบู ผาขาว พรอ มทงั้ นกึ บริกรรมวา “ผาเช็ดฝุน ผาเช็ดฝุน” ครั้งผาขาวเร่ิมสกปรก พระองคก็ทรงสอน ใหท านไดค ดิ พิจารณาเปรยี บเทยี บจติ เหมือนผา ขาวจนไดบรรลุธรรม ๑๑. วิธีการสอนแบบเลือกใหศึกษา วิธีนี้ทรงใชในการสอนพระอุบาลี โดยที่ทรง พจิ ารณาเหน็ วาพระอุบาลนี ้ีหากไปอยปู ฏิบัตธิ รรมตามลําพังแลวก็จะชํานาญเฉพาะการเจริญวิปสสนา เทาน้ัน แตจะไมเชี่ยวชาญในการพิจารณาตัดสินพระวินัย จึงทรงบอกใหทานอยูปฏิบัติธรรมในสํานัก ของพระองค ซึ่งทา นก็ทําตามท่ที รงเลือกให ๑๒. วิธีการสอนแบบยอนคําพดู ใหค ิด วธิ นี ีท้ รงใชในการสอน พระองคลุ มิ าล โดยเม่ือ พระองคุลิมาลวิ่งไลหมายจะปลงพระชนมของพระองคพรอมทั้งรองตะโกนบอกใหพระองคหยุด พระองคไดต รสั ยอ นวา พระองคหยุดแลว แตพ ระองคุลิมาล (ขณะน้ันยังเปนโจร) ตางหากท่ียังไมหยุด ซ่ึงก็หมายความวา พระองคหยุดทําบาปแลว แตพระองคุลิมาลยังไมหยุด พระองคุลิมาลเขาใจตามที่ พระองคทรงหมายถึง จงึ ยอมทิง้ ดาบแลวทลู ขอบวช

๔๘ ๑๓. วิธีการสอนแบบรอใหผูฟงมีความพรอมทั้งทางรางกายและจิต วิธีน้ีทรงใชสอน พระพาหิยะ โดยทรงพิจารณาเห็นวาพระพาหิยะขณะเฝาพระองคอยูนั้น สภาพรางกายและจิตยังไม พรอม เพราะเดินทางมาไกลและเพงิ่ มาถงึ รางกายยังเหนื่อยออน และจิตก็ไมสงบ เพราะดีใจเกินไปท่ี ไดมาพบพระองค ดังนั้น เม่ือทานทูลขอใหแสดงธรรมใหฟง จึงทรงยับย้ังไวกอน ตอเมื่อเห็นวาทาน หายเหนอ่ื ยและจิตกส็ งบแลว จึงทรงแสดงธรรมใหฟ ง ๑๔. วิธีการสอนแบบปลอบใจ วิธีนี้ทรงใชสอนพระวักกลิ โดยในตอนแรกทรงขับไล พระวักกลิเพราะโทษฐานที่ละทิ้งการบําเพ็ญสมณธรรม เท่ียวติดตามดูพระวรกายของพระองค เปน เหตุใหพระวักกลิเสียใจถึงข้ันจะไปกระโดดภูเขาฆาตัวตาย พระองคจึงเสด็จไปปลอบและทรงให กาํ ลังใจจนพระวกั กลเิ กดิ ความรูแ จงไดบ รรลอุ รหตั ตผลในท่ีสุด ๑๕. วธิ ีการสอนแบบยวั่ ยุใหแ สดงความสามารถแลวใหโ อวาท วธิ นี ท้ี รงใชในการสอน พระโสณกุฏิกัณณะ โดยทรงใหพระโสณกุฏิกัณณะซึ่งเดินทางมาเฝาจากแควนอวันตีไดแสดง ความสามารถดว ยการสวดสรภัญญะ ครน้ั แลวไดตรสั ชมและประทานพระโอวาท ๑๖. วิธีการสอนแบบแสดงธรรมโปรดคนท่ัวไป แตมีเปาหมายอยูท่ีคนคนหน่ึงหรือ กลมุ หนึง่ วิธีนท้ี รงใชส อนพระมหากจั จายนะ และพระกาฬุทายี เปนตน17๑๘ ๓.๓ การเผยแผพระพุทธศาสนาทพ่ี ึงประสงคของพระธรรมทูตไทยสายตา งประเทศ ในสวนนี้จะขอนําเสนอเกี่ยวกับการเผยแผพระพุทธศาสนาที่พึงประสงคของพระธรรมทูต ไทยสายตา งประเทศ เพือ่ ใหเหน็ ภาพการทํางานของพระธรรมทูตไทยสายตางประเทศ พระธรรมทูตสายตางประเทศมีหนาที่จาริกเผยแผพระพุทธศาสนาในตางประเทศ ซ่ึงใน สวนน้ีจะกลาวถึงการสงพระธรรมทูตไทยไปเผยแผพระพุทธศาสนาในประเทศตาง ๆ เทาที่ปรากฏ หลักฐานชัดเจนตามชวงเวลาของการเกิดพระธรรมทูตและ/หรือมีการสรางวัดไทยข้ึนในประเทศ เหลา นั้น ตัง้ แตสมยั กรุงศรอี ยุธยา จนมาถึงสมัยกรงุ รตั นโกสนิ ทร โดยเฉพาะในรัชสมัยพระบาทสมเด็จ พระเจาอยูหัวภูมิพลอดุลยเดช รัชกาลที่ ๙ มีการสรางวัดไทยและมีพระธรรมทูตเดินทางไปประเทศ ตาง ๆ เพ่ิมจํานวนมากข้ึน โดยเฉพาะ ชวงกอน พ.ศ. ๒๕๐๐ ซ่ึงสมเด็จพระพุฒาจารย (อาจ อาสภ มหาเถร) ไดร ับอาราธนาไปประเทศพมา อินเดีย ยุโรปและอเมริกา เพ่ืองานพระธรรมทูต และทานยัง ไดสงอาจารยและนิสิตของมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย ไปศึกษาตอท่ีประเทศพมา ศรีลังกาและ อินเดีย และเริ่มมีการสงพระธรรมทูตไทยไปเผยแผพระพุทธศาสนาในประเทศตาง ๆ ซ่ึงประวัติการ เผยแผพระพุทธศาสนาในตางประเทศ ขอนําเสนอขอมูลตามลําดับ ไดแก ทวีปเอเชีย ทวีปอเมริกา ๑๘ บรรจบ บรรณรุจิ, เลม นีม้ ปี ญหา, (กรุงเทพมหานคร: พรบญุ การพมิ พ, ๒๕๓๘), หนา ๔๕-๕๔.

๔๙ ทวีปยุโรป และ ทวีปออสเตรเลีย-โอเชียเนีย และในแตละทวีปจะนําเสนอขอมูลเพียงบางประเทศ เพื่อใหทราบขอ มลู เปน สังเขป ตามลาํ ดับดังนี้ ทวีปเอเชีย ทวีปเอเชีย เปนทวีปแรกท่ีคณะสงฆไทยไดทําหนาท่ีพระธรรมทูตในการสงพระภิกษุสงฆ จาริกไปนอกแผนดินไทย เพ่ือสืบอายุพระพุทธศาสนา โดยเร่ิมจากคร้ังกรุงศรีอยุธยาเปนราชธานีใน สมัยพระเจาอยูหัวบรมโกษฐ ซึ่งประเทศศรีลังกา ไดขออาราธนาพระภิกษุสงฆจากประเทศไทยให เดนิ ทางจาริกไปท่ีประเทศศรีลังกา เพ่ือทําการบรรพชาอุปสมบทใหแกกุลบุตรชาวศรีลังกา เน่ืองจาก ประเทศศรีลงั กาไมมพี ระเถระที่สามารถทาํ หนา ท่ีเปนพระอุปชฌายไดเอง หัวหนาคณะพระธรรมทูตท่ี เดินทางไปในเวลานั้นเปนคณะแรก ไดแก พระอุบาลีและพระอริยมุนี และคณะท่ีสองท่ีจาริกเพื่อ ผลัดเปลี่ยนหนาท่ีกับคณะแรกมีหัวหนาคณะ ไดแก คณะของพระวิสุทธาจารยและพระวรญาณมุนี อยางไรก็ดี พระอุบาลีมิไดเดินทางกลับมากับคณะแรก แตคงทําหนาท่ีในประเทศศรีลังกาตอไปจน ทานมรณภาพในประเทศศรีลังกา และในสมัยกรุงรัตนโกสินทร รัชสมัยของพระบาทสมเด็จพระพุทธ เลศิ หลานภาลัย รัชกาลท่ี ๒ ไดสงคณะสงฆไปที่ประเทศศรีลังกาอีกครั้งหนึ่ง เปนระยะเวลาประมาณ ๑ ป ประเทศสิงคโปร ในราว พ.ศ. ๒๔๖๘ (ค.ศ. ๑๙๒๕) วัดอานันทเมตตยาราม ไดถูกสราง ขึ้น โดยความดาํ รขิ องพระธมฺมรตฺตโน บณฺฑิตฺ (หลวงพอหงส ธมฺมรตฺตโน) ถือเปนวัดพระพุทธศาสนา เถรวาททเี่ กาแกท ีส่ ุดในประเทศสิงคโปร วดั แหง นี้ดําเนินกิจกรรมภายใตความหลากหลายของเช้ือชาติ ศาสนาและวัฒนธรรมใหสามารถอยูรวมกันไดอยางสันติสุข เนื่องจากกฎหมายของประเทศนี้ไม อนุญาตใหพ ระสงฆเ ดนิ บิณฑบาต วัตรปฏิบัติของพระสงฆ จึงไดแก กวาดลานวัด ปจจเวก หรือทํากิจ อ่ืน ๆ ของสงฆภายในวัดเปนกิจกรรมปกติ กิจกรรมการเผยแผที่ดําเนินการ ไดแก การบรรพชา อุปสมบทอยางเปนทางการ การเทศนาธรรม การใหคําปรึกษาปญหาตาง ๆ การเปดสอนหลักสูตร ธรรมะ การเปดสอนวิปสสนาภาวนา เปนตน18๑๙ และมีกิจกรรมที่ตองทําในแตละวัน ไดแก การใหศีล ใหพ รพรมนํ้ามนตใ หแกผูทีเ่ ขา มาทําบญุ ในวัด โดยเฉพาะชาวจีน ซึ่งภายในวัดจะมีพระพุทธรูปอันเปน ที่ระลึกถึงพระพุทธเจาตามปกติของชาวพุทธเถรวาท และมีรูปปนพระพรหมสี่หนา ซ่ึงถือเปนกุสโล บายในการชวนประชาชนเขาวัดและพรหมสี่หนาแทนหลักธรรมพรหมวิหาร ๔ (เมตตา กรุณา มุทิตา อุเบกขา) หรือ พุทโธ ภควา พรหมา มาตาปตโร และเจาแมกวนอิม เปนตน ประชาชนที่เขาวัด มีทั้ง ประชาชนทั่วไปและนักธุรกิจชาวญ่ีปุน ซ่ึงนิยมพิธีกรรมของพระสงฆไทย และมีคนอเมริกัน เยอรมัน ๑๙ วัดอานันทเมตยาราม, ประวัติวัดอานันทเมตยาราม History, [ออนไลน], แหลงที่มา: http://watananda.org.sg/about-us/history [๒๓ ตุลาคม ๒๕๖๑].

๕๐ และอังกฤษ ซ่ึงสามารถสวดมนตภาษาบาลีตามพระสงฆได19๒๐ การผสมผสานวัฒนธรรมของคนใน ทอ งถิน่ เขากบั หลักธรรมทางพระพุทธศาสนา โดยเฉพาะเรื่องพรหมวิหาร ถือเปนกุสโลบายท่ีนาสนใจ มาก แตสิ่งท่ีตองดําเนินการควบคูกันไปคือการสรางความเขาใจท่ีถูกตองเก่ียวกับพระพรหมในทาง พระพุทธศาสนาวา มีความหมายอยางไร ซึ่งตองสบื ทอดแนวคดิ นไ้ี ปยงั พระธรรมทูตรนุ ตอไป ประเทศอินเดีย วัดไทยพุทธคยาถูกสรางขึ้นที่ตําบลพุทธคยา รัฐพิหาร ในราว พ.ศ. ๒๔๙๘-๒๕๐๐ จัดเปนวัดไทยวัดแรกในประเทศอินเดีย และไดสงพระสงฆไทยหรือพระธรรมทูต ไป ประจาํ อยู ๕ รปู นาํ โดยสมเด็จพระธรี ญาณมนุ ี (ธีร ปุณฺณกมหาเถร) ซ่ึงขณะนั้นอยูในสมณศักดิ์ที่พระ ธรรมธรี ราชมหามุนี และปจ จุบนั มีพระธรรมโพธวิ งศ (วีรยทุ ธ วีรยทุ ฺโธ) เปน เจา อาวาสและเปน หัวหนา พระธรรมทูตสายประเทศอินเดีย-เนปาล จากนั้นมา มีการสรางวัดไทยขึ้นอีกหลายแหง โดยเฉพาะ บริเวณใกลเคียงสังเวชนียสถานและเสนทางระหวางสถานที่สําคัญทางประวัติศาสตรของ พระพุทธศาสนา เพื่อเปนการฟนฟูพระพุทธศาสนาในดินแดนตนกําเนิดและชวยอํานวยความสะดวก ใหแกพุทธศาสนิกชนท่ีเดินทางไปแสวงบุญในประเทศอินเดีย-เนปาล จนถึงปจจุบันนี้ วัดไทยใน ประเทศอินเดยี -เนปาล ๓๘ แหง20๒๑ ศาสนกิจทด่ี ําเนนิ การในประเทศอนิ เดีย ไดแ ก ๑. ศาสนกิจตามปกติ เชน บิณฑบาตตามวัตรปฏิบัติของสงฆ มีการสวดมนตที่วัดเปน ประจํา มีการเทศนาธรรมทีว่ ดั เปนประจํา ๒. งานเผยแผพระพุทธศาสนา เชน บรรพชาอุปสมบทแกคนไทย บรรพชาอุปสมบทแก คนทองถิน่ จัดโครงการใหว ดั เปน สถานทจ่ี ัดการเรยี นการสอนธรรมะ จัดกิจกรรมบูรณาการการเรียนรู ภายในวดั และชุมชน จัดการเรยี นการสอนปริยัตธิ รรมใหบ รรพชิตและคฤหสั ถ ๓. การสาธารณสงเคราะหเพื่อมนุษยธรรม เปนการสงเคราะหแกคนในพื้นถ่ินประเทศ อนิ เดียและเนปาล ๔. การสาธารณสงเคราะหเพื่อพระพุทธศาสนา เปนการสงเคราะหใหความชวยเหลือ ประชาชนพรอมกับเผยแผพระพุทธศาสนาจัดอยูในรูปพิธีกรรมและความศรัทธาของชาวพุทธผูมา แสวงบุญ ๒๐ พระราชสิทธิวิเทศ, “สภาพปญหาและแนวทางแกไข วัดไทยและคณะสงฆไทยในสิงคโปรและ มาเลเซีย”, ใน กองบรรณาธิการ คณะพระธรรมทูตสายตางประเทศ รุนท่ี ๗, พระธรรมทูตสายตางประเทศ รุนท่ี ๗, (กรุงเทพมหานคร: โรงพมิ พมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย, ๒๕๔๔), หนา ๑๐๑-๑๐๖. ๒๑ วัดไทยพุทธคยา, ทําเนียบวัดไทยในอินเดีย-เนปาล ๒๕๕๖, [ออนไลน], แหลงท่ีมา: http://www.watthaibuddhagaya935.com/listnameWatthai.html [๒๙ ธันวาคม ๒๕๖๑].

๕๑ กจิ กรรมประกอบดวย (๑) การรักษาพยาบาล โดยจดั สรา งคลนิ กิ เปด บริการ ๖ วัน ปด ๑ วนั (๒) จัดหาผาหมศพ ไมเผาศพ ผูมรณกรรม ไรญาติขาดมิตรดูแล ศพอนาถาตามหมูบาน และโรงพยาบาล โดยมีผาหม ศพและเงนิ ชวยเหลอื บางสว นใหในเบอื้ งตน (๓) จัดหายาฟรีในวันพระ เพ่ือใหคนรูจักวันประกาศพระพุทธศาสนา ใหคนรูจักวัน พระพทุ ธเจา (๔) จัดหาผา หม หนาหนาว มผี ูศรทั ธานัดหมายมาแจกผาตามหมูบ า นผูยากจน (๕) จดั หาขา วสารอาหารแหงแกค นจน ในงานวันนักขัตฤกษ จัดมหาทานแจกจา ย (๖) จัดหาอุปกรณการศึกษาแกนักเรียนยากจน ตามโรงเรียนที่วัดดูแล รวมทั้งครูผูสอน ดว ย (๗) มอบของขวัญใหเ จาหนา ท่ี ใหกําลังใจ ความคนุ เคย ความเปน มติ ร (๘) ใหความชวยเหลือสนับสนุนการกีฬาทองถ่ิน เชน ว่ิงมาราธอน มวยปลํ้า ฮอกก้ี เปน ตน (๙) สงเสริมวัฒนธรรม นาฏศิลป ใหโรงเรียนฝกการแสดง แลกเปลี่ยนวัฒนธรรมกับ นักเรียนไทย21๒๒ ๒. ทวีปยุโรป ประเทศอังกฤษ พระพุทธศาสนา (Buddhism) เขาสูอังกฤษครั้งแรก เม่ือ พ.ศ. ๒๔๔๘ โดย J.R. Jackson ผูกอตั้งพุทธสมาคมในอังกฤษ และ Charles Henry Allen Bernett ผูซ่ึงตอมา บวชเปนพระภิกษุในประเทศพมา มีฉายาวา \"อานันทเมตเตยยะ\" เปนพระภิกษุชาวอังกฤษคนแรก ตอมาทานอานันทโพธ์ิ พระชาวแคนาดา ซึ่งเคยมาฝกวิปสสนาท่ีวัดมหาธาตุฯ เปนเวลา ๒ ป ได เดินทางไปท่ีประเทศอังกฤษ และเปดสอนวิปสสนาที่กรุงลอนดอน เมื่อมีผูสนใจจํานวนมาก ทาน อานันทโพธิ์ไดอาราธนาพระราชสิทธิมุนี (โชดก ญาณสิทฺธิ) ถึง ๓ คร้ัง โดยคร้ังที่ ๓ ไดอาราธนาผาน รฐั บาลไทยและเม่ือไดรับอนุมัติจากรัฐบาลไทยแลว พระราชสิทธิมุนีจึงไดรับอาราธนาและเดินทางไป ประเทศองั กฤษ ใน พ.ศ. ๒๕๐๗ พรอมกับพระมหาวิจิตร ติสฺสทตฺโต และคณะ รวม ๕ รูป พระธรรม ทตู คณะนี้ ถอื วา ไดรับการแตงต้ังเปนพระธรรมทูตชุดแรกและไดรับมอบหมายจากคณะสงฆไทยใหไป ทาํ งานในประเทศอังกฤษ โดยมหี นาที่ ๓ ประการ คอื ๑) เผยแพรพระพุทธศาสนาในภาคพื้นยุโรป ๒) ๒๒ พระราชรัตนรังษี (วีรยุทธ วีรยุทฺโธ), ประธานสงฆวัดไทยกุสินาราเฉลิมราชยประเทศอินเดีย และ ปฏิบตั หิ นาท่ีเจาอาวาสวดั ไทยลุมพินี ประเทศเนปาล, ๒๕ มกราคม ๒๕๔๘. (บทสมั ภาษณ)

๕๒ สงเคราะหคนไทยที่อยูในอังกฤษ และ ๓) ดําเนินการสรางวัดในประเทศอังกฤษ ในที่สุดงานท่ีไดรับ มอบหมายประสบความสาํ เร็จ และวดั ไทยแหงแรกในประเทศอังกฤษ ไดสรางสําเร็จราว พ.ศ. ๒๕๐๙ ในช่ือท่ีไดรับพระราชทานจากในหลวง รัชกาลท่ี ๙ วา วัดพุทธปทีป วัดพุทธปทีป กรุงลอนดอน เปน วัดไทยวัดแรกที่จัดตั้งข้ึนในทวีปยุโรป โดยมูลนิธิวัดพระพุทธศาสนา ณ กรุงลอนดอน ดวยความ มุงหวังวาจะใหเปนศูนยเผยแผพระพุทธศาสนาในทวีปยุโรป ท้ังในดานปริยัติและปฏิบัติ โดยมี ศนู ยก ลางอยทู ก่ี รุงลอนดอน ประเทศองั กฤษ22๒๓ มีวตั ถุประสงค ดังนี้ ๑. เพือ่ ประดษิ ฐานพระพุทธศาสนาลงในประเทศอังกฤษ ๒. เพ่ือสงเคราะหคนไทยในทางศาสนกจิ ๓. เพอ่ื เผยแผเกยี รติคณุ ของคณะสงฆไ ทยและประเทศไทย ๔. เพอื่ เปน ศูนยกลางการเผยแผ การศึกษาวัฒนธรรมไทยในสหราชอาณาจกั ร ๕. เพื่อการสงเสริมการศึกษาธรรมะ และปฏิบัติวิปสสนากรรมฐาน ทั้งแกชาวไทยและ ชาวตางชาติ ความโดดเดน ของวัดพุทธปทีป ไดแ ก พระอุโบสถทรงไทย ลักษณะเปนอาคารจตุรมุขแบบ ก่ึงตรีมุขตามอยางสถาปตยกรรมไทย ขนาดกวาง ๗ เมตร ยาว ๑๙ เมตร และมีกําแพงแกวรอบ อุโบสถ มีหองใตด นิ เปน โถงใหญส าํ หรบั ใชเ ปนหองสมดุ และประกอบพิธีกรรมทางศาสนา สถาปนิกได ออกแบบอาคารโดยคํานึงถึงสภาพภูมิอากาศและกฎหมายการกอสรางอาคารของประเทศอังกฤษ เชน หนาตางออกแบบโดยใชรูปแบบวิมานเพ่ือขยายพื้นท่ีรับแสง สะทอนงานศิลปใหเปนท่ีประจักษ ตอชาวตา งชาติ23๒๔ พนั ธกจิ ของคณะพระธรรมทูต วัดพุทธปทีป กรุงลอนดอน ไดแก งานศาสนสงเคราะห งานการศึกษาสงเคราะห งานสาธารณปู การ และงานศาสนสัมพันธ ๒๕ สว นศาสนกจิ ทด่ี ําเนนิ การ ณ วดั พทุ ธปทปี ไดแก ๑. การทําบญุ ในเทศกาลสาํ คัญของประเทศไทย เชน วนั ขึ้นปใ หม วันสงกรานต ๒. การทาํ บุญในวนั สาํ คญั ทางพระพทุ ธศาสนา เชน วนั มาฆบูชา วนั วิสาขบูชา ๒๓ ความเปนมา วัดพุทธปทีป,(History), [ออนไลน], แหลงท่ีมา: http://www.padipa.org/ [๑ พฤศจกิ ายน ๒๕๖๑]. ๒๔ อางแลว. ๒๕ ความเปนมา วัดพุทธปทีป,(History), [ออนไลน], แหลงที่มา: http://www.padipa.org/ [๑ พฤศจิกายน ๒๕๖๑].

๕๓ ๓. การปฏิบัติธรรม (วิปสสนากรรมฐาน) ท้ังในรูปแบบไปเชาเย็นกลับและเปน หลกั สตู รตอเนื่องหลายวนั โดยมกี ําหนดการแนนอน ๔. การเทศนาและการสนทนาธรรม ๕. การเปดโรงเรยี นพุทธศาสนาวันอาทิตย ๖. การบวชสามเณรและการบวชศลี จาริณี ๗. การเขา ศึกษาธรรมเปนกลุม ๘. การเผยแผห ลกั ธรรมเพือ่ นําไปใชใ นชีวิตประจําวัน ๙. การจัดทําเว็บไซตของวัด เพื่อประชาสัมพันธกิจกรรมและใหขอมูลเก่ียวกับ พระพทุ ธศาสนาทง้ั ในภาคภาษาไทยและภาคภาษาองั กฤษ25๒๖ ประเทศเนเธอรแลนด วัดพุทธวิหาร อัมสเตอรดัม กอต้ังข้ึนในป ค.ศ. ๑๙๘๒ (พ.ศ. ๒๕๒๕) โดย พระครูไกรสรวิลาศ (พระมหาธีรพันธ เมตฺตาวิหารี อดีตผูชวยเจาอาวาสวัดมหาธาตุฯ) ปจจุบัน ตั้งอยูที่เมืองอัมสเตอรดัม มีพระมหาจําเริญ เขมวีโร ป.ธ.๗, พ.ธบ.,บ.ศม. (นเรศวร) เปน ประธานสงฆ คณะสงฆและคณะกรรมการวัดพุทธวิหาร อัมสเตอรดัม ตองการพลิกฟนนําคุณคาของ วัดหรือศาสนสถานมาสรางใหเกิดมูลคาเพ่ิม ดวยการจัดกิจกรรม “โครงการธรรมทูตสัญจร” โดย ปรับศาสนสถานปจจุบัน ใหเปนศูนยกลางสรางกิจกรรมสรางสรรคของชุมชน โดยชุมชนและเพื่อ ชุมชน เพื่อนําธรรมะออกเผยแพรสูประชาชนทั่วไป ใหเปนผูปฏิบัติตามหลักคําสอนของ พระพทุ ธศาสนาไดอยา งถกู ตอ ง มีศรัทธาอันประกอบดวยปญญาและมีความใกลชิดกับศาสนามากขึ้น มีสภาพจิตใจท่ีดีและมีกําลังใจท่ีจะตอสูกับสังคมแวดลอมดวยความม่ันใจและเขมแข็ง พรอมท้ังมี ความมั่นคงในการประกอบสัมมาชพี สบื ไป26๒๗ ประเทศนอรเวย วัดไทยนอรเวย เร่ิมกอตั้งดวยการจัดต้ังเปนสมาคม มีคณะกรรมการ บริหาร จดทะเบียนเปนนิติบุคคลกับสหภาพชาวพุทธในประเทศนอรเวยถูกตองตามกฎหมาย เมื่อ วันที่ ๓๑ สิงหาคม ๒๕๓๔ ใชช่ือวา “สมาคมชาวพุทธไทย” มีสมาชิกท่ัวประเทศทั้งชาวไทยและชาว ตางประเทศมากกวา ๔,๐๐๐ คน ประกอบดวยกลุมคนไทยที่เดินทางเขามาทํางานไดรับสิทธ์ิตาม กฎหมายใหพักอาศัยอยูถาวรในประเทศนอรเวย รวมดวยชาวนอรเวยที่แตงงานกับคนไทย มี ครอบครัวเปนคนไทยและช่ืนชอบวัฒนธรรมประเพณีไทย มีความศรัทธาในพระพุทธศาสนา แตไม ๒๖ อา งแลว. ๒๗ วัดพุทธวิหาร อัมสเตอรดัม, ประวัติวัดพุทธวิหาร อัมสเตอรดัม, [ออนไลน], แหลงที่มา: http://www.watbuddhavihara. [๑๓ ธันวาคม ๒๕๖๑].

๕๔ ประกาศตัวตอสาธารณะอยางเปดเผย การดําเนินงานของสมาคมฯ ไดรับการยอมรับสงเสริม สนับสนุนเปนอยางดีจากสถานเอกอัครราชทูตไทย ณ กรุงออสโล ประชาชนชาวไทยและชาว ตา งประเทศในประเทศนอรเวย ท่ีมีความประสงคอยากจะใหมีวัดไทยเกิดข้ึน และไดรับการสนับสนุน ชวยเหลือดานการเงินจากรัฐบาลประเทศนอรเวย พ.ศ. ๒๕๓๗ จึงไดอาราธนาพระธรรมทูตเดิน ทางเขาประเทศนอรเวยอยูจําพรรษาในฤดูกาลพรรษา ๓ เดือน เพ่ือการสรางวัดใหมีความสมบูรณ เหมาะสม โดยยึดแนวทางแหงพระธรรมวินัย และสอดคลองกับขอตกลงระหวางประเทศไทยกับ ประเทศนอรเ วยเกีย่ วกับกฎระเบยี บการตรวจคนเขาเมือง เจาประคุณสมเด็จพระพุฒาจารย ประธาน คณะผูปฏิบัติหนาท่ีสมเด็จพระสังฆราช ไดเมตตาประทานนามวา “วัดไทยนอรเวย” พระครูวิเทศ ธรรมวิทิต (สํารวจ กมโล) พระธรรมทูตสายตางประเทศ จากวัดพุทธาราม ประเทศสวีเดน ยายเขา ประจําเพ่ือปฏิบัติศาสนกิจถาวร และมีพระมหาคําสิงห คเวสโก เปนพระธรรมทูตประจําวัดไทย นอรเวย ๑ รูป ปจจุบันตั้งอยูท่ี ถนน Trondheimsvegen 582, 2016 Frogner ลักษณะเปนฟารม ขนาดเล็กอยูกลางทุงนา ไมติดบานพักเพ่ือนบานขางเคียงโดยรอบท้ังสี่ทิศ ติดถนนสายรอง ยวดยาน สัญจรผานไปมาไมพลุกพลาน อยูในพ้ืนท่ีทําเลและสิ่งแวดลอมที่เงียบสงบเปนปฏิรูปเทศ เหมาะสมท่ี จะพฒั นาใหเปน วัดไดโ ดยสมบรู ณ ทางวัดไดทําโครงการพัฒนาใหเปนศูนยกลางการศึกษาเผยแผพระพุทธศาสนา ปฏิบัติ ธรรมสําหรับชาวไทยและชาวตางประเทศ การเผยแพรประเพณีวัฒนธรรมไทยในประเทศนอรเวย เสนอขออนุญาตตอทางการประเทศนอรเวย และไดรับอนุมัติใหดําเนินการไดตามท่ีเสนอขอ ซึ่งมี ความสอดคลองกับสถิติหนังสือพิมพทองถ่ินท่ีเคยนําเสนอขาวการสรางวัดไทยนอรเวยในปแรกที่ยาย เขามาอยู มีผูสนับสนุนใหดําเนินการไดรอยละ ๔๙ และในการขออนุญาตจากเพ่ือนบานขางเคียง บริเวณรัศมีโดยรอบตางเห็นดวยไมมีการคัดคาน นับเปนมติยอมรับสถานภาพความเปนวัดไทยอยาง สมบูรณจากประชาคมทองถิ่นซ่ึงเกิดขึ้นไดยาก การสรางวัดไทยนอรเวยมีพัฒนาการคืบหนามาโดย ลําดับ มีเอกลักษณโดดเดนปรากฏชัดบงบอกความเปนวัดไทยที่สมบูรณ สามารถเชิดชู พระพุทธศาสนา วัฒนธรรมประเพณีไทยแกชาวตางชาติไดอยางสมภาคภูมิ ไดรับอนุมัติจากทางการ ประเทศนอรเวย ใหดําเนินการเปนพุทธสถานไดตามวัตถุประสงคโดยไมขัดตอหลักกฎหมายของ ประเทศนอรเวย กิจกรรมวัดไทยนอรเวยในการเผยแผพระพุทธศาสนา ไดแก การจัดบรรพชาอุปสมบท เยาวชนเพอื่ สบื อายพุ ระพุทธศาสนาในชว งโรงเรียนปดภาคเรียนฤดูรอนปละ ๑ ครั้ง หรือเวลากุลบุตร ผูมีศรัทธาถึงพรอม ทั้งท่ีเปนคนไทยหรือมีมารดาบิดาเปนคน ๒ สัญชาติหรือคนสัญชาตินอรเวย การ จัดอบรมปฏิบัติธรรมสําหรับอุบาสกอุบาสิกาในวันสําคัญทางพระพุทธศาสนา การประกอบพิธีตาม เทศกาลสําคญั ตามประเพณีในรอบปตามกําหนดในปปฏิทิน เพ่ือเผยแพรวัฒนธรรมไทย พ.ศ. ๒๕๕๕ พระครูวิเทศธรรมวิทิต เจาอาวาสวัดไทยนอรเวย ไดเขารับการอบรมและไดรับการแตงต้ังเปนพระ

๕๕ อุปชฌายสายตางประเทศได มีคณะพนักงานบรษิ ทั การบินไทย จาํ กัด (มหาชน) จํานวน ๑๐ คน เกิด ศรัทธาพรอมใจกันลาหยุดงานเดินทางจากประเทศไทยมาขอรับการบรรพชาอุปสมบทเปนเวลา ๒ สปั ดาห ไดร บั เปนปฐมนาคเปนพระภิกษรุ ุนแรก เปนท่ีปต ยิ นิ ดีอยางยิ่งสําหรับชาวพุทธในตางประเทศ ท่ีไดเขารวมงาน ทําใหเกิดความคิดโครงการบรรพชาอุปสมบทหมู เพื่อการสงเสริมสนับสนุนงานเผย แผพระพุทธศาสนาในตางประเทศสนองงานคณะสงฆไทยตอไป สวนศาสนากิจอื่น ๆ ไดแก การสอนธรรมสําหรับเยาวชนนักเรียนที่เขาเยี่ยมชมวัดของ โรงเรียนเปนคณะในชวงเปดเทอม การเปดสอนภาษาไทยและวัฒนธรรมไทยแกชาวตางประเทศ ประจาํ สปั ดาห ซึ่งไดรับความสนใจสมคั รเขาเรียนจากชาวนอรเ วยท ัง้ ท่ีมีและไมม ีครอบครัวเปนคนไทย หากแตสนใจเขาเรียนเพื่อการเตรียมตัวเดินทางเขามาทองเท่ียวชมวัฒนธรรมประเพณีอันดีงามใน ประเทศไทย การสงเคราะหอนุเคราะหที่พักอาศัยคนเดินทางไกล การใหความรวมมือกับสถาน เอกอัครราชทูตไทยในการจัดกิจกรรมในโอกาสวันสาํ คัญของชาติ เปน ตน 27๒๘ ๓. ทวีปอเมริกา ประเทศสหรัฐอเมริกา คณะสงฆไทยเร่ิมเผยแผพระพุทธศาสนาในประเทศสหรัฐอเมริกา ในราว พ.ศ. ๒๕๑๒ สมเด็จพระพุฒาจารย (อาจ อาสภมหาเถร) ไดจัดสงพระสงฆไปตางแดนเพ่ือ ฉลองศรทั ธาญาติโยมที่ตองการที่พึ่งทางใจ และใน พ.ศ. ๒๕๑๕ รัฐบาลของประเทศสหรัฐอเมริกาได นิมนตพระสงฆไทย ไปบรรยายธรรมและเผยแผคําสอนขององคสมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจา จํานวน ๓ รูป ไดแก พระเทพคุณาภรณ (สมเด็จพระพุฒาจารย (เกี่ยว อุปเสโณ) พระราชวรเวที (สมเด็จพระ มหารชั มงั คลาจารย (ชว ง วรปุญโ)ฺ และพระราชวรมุนี (สมเดจ็ พระพทุ ธโฆษาจารย (ป.อ. ปยุตฺโต)28๒๙ ตอมาคนไทยในลอสแองเจลิส ซึ่งถือเปนชุมชนที่ใหญที่สุดในสหรัฐอเมริกาไดสรางวัดไทยลอสแองเจ ลสิ ข้ึนเปนวดั แรกในสหรฐั อเมริกา ในชว ง พ.ศ. ๒๕๑๔-๒๕๑๕29๓๐ วัดไทยกรุงวอชงิ ตัน ด.ี ซ.ี วดั ไทยวัดแรกในเมืองหลวงของประเทศสหรัฐอเมริกา สรางใน ราว พ.ศ. ๒๕๑๗ จากศรัทธาของพุทธศาสนิกชนไทยและตางชาติ ซ่ึงตองการศูนยรวมแหงจิต วญิ ญาณ โดยมพี ระสงฆท ําหนาท่ีเปนผูนําทางจิตวิญญาณและเปนที่พึ่งทางใจแกชาวไทยและชาติอื่น ๆ ท่ีจากประเทศบานเกิดมาอยูในสหรัฐอเมริกา วัดไทยแหงนี้มีการพัฒนาทางศาสนวัตถุ และไดทํา หนาท่ีหลอหลอมสังคมไทยในสหรัฐอเมริกา พุทธศาสนิกชนไทยแตละคนมีวัตถุประสงคในการ เดนิ ทางมาวดั ท่ีแตกตางกนั ไดแ ก เพือ่ ศึกษาและปฏิบัติตามหลักธรรมคําสอนในพระพุทธศาสนา เพื่อ ๒๘ วั ด ไ ท ย น อ ร เ ว ย , ป ร ะ วั ติ วั ด ไ ท ย น อ ร เ ว ย , [อ อ น ไ ล น ] , แ ห ล ง ท่ี ม า : http://www.watthainorway.net/Thai/history.php [๒๓ ตลุ าคม ๒๕๖๑]. ๒๙ บ๊ิกปว ย ใจไทย, ผูเรียบเรยี ง, 33 พระไทยไปนอกเพอื่ ใหฝ รั่งไหว, คํานํา. ๓๐ มหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย, พระพุทธศาสนาในประเทศไทย, หนา ๑๙๒-๑๙๗.

๕๖ เรียนภาษาไทยและศึกษาวัฒนธรรมไทย และเพื่อบําเพ็ญบุญกุศลในโอกาสตาง ๆ ศาสนกิจในวัดไทย กรุงวอชิงตัน ดี.ซี. ประกอบดวยการเผยแผพระธรรมคําสอนในพระพุทธศาสนา จัดการศึกษาใหแก เยาวชนลูกหลานไทยท่ีเกิดและเติบโตภายใตสังคมอเมริกัน ดวยการเปดโรงเรียนพระพุทธศาสนาวัน อาทิตยสอนภาษาไทย วัฒนธรรมไทยและพระพุทธศาสนา โดยมีพระสงฆและอาสาสมัครในเขตพ้ืนท่ี กรุงวอชิงตัน ดี.ซี. ทําหนาท่ีเปนผูถายทอดความรูและสรางจิตสํานึกในความเปนไทยและเอกลักษณ ของความเปนคนไทย30๓๑ และ การจัดทําเว็บไซตภาคภาษาอังกฤษของวัดเพ่ือเปนการประชาสัมพันธ กิจกรรมของวัด จัดหลักสูตรวิปสสนากรรมฐาน (Vipassana Meditation) การทําวัตรเชา-เย็นเปน กจิ วัตร พระธรรมเทศนาและปฏิบตั ธิ รรมและสนทนาธรรมทกุ วันอาทติ ย ในภาคภาษาไทย การปฏิบัติ กรรมฐานทุกวันอาทิตยสัปดาหท่ี ๒ และสัปดาหที่ ๔ ของทุกเดือน ในภาคภาษาอังกฤษ การเรียน ภาษาไทยสาํ หรับผใู หญท ุกวันจันทรและวันพุธ การฝกสมาธิดวยโยคะ (yoka-meditation) ทุกวันพุธ การเรียนดนตรีไทยทุกวันเสารและอาทิตย การเรียนรําไทยทุกวันอาทิตย การเรียนภาษาไทยสําหรับ เยาวชนทุกวันเสารและอาทิตย การจัดกิจกรรมในเทศกาลสําคัญตาง ๆ โรงเรียนภาคฤดูรอน เปน ตวั อยาง31๓๒ ๔. ทวปี ออสเตรเลยี และโอเชียเนยี ประเทศออสเตรเลีย วัดไทยวัดแรกท่ีสรางข้ึนในประเทศออสเตรเลีย ไดแก วัดพุทธรังษี สแตนมอร เปนวัดแหงแรกและเปนวัดตนแบบของพุทธศาสนาแบบเถรวาทในประเทศออสเตรเลีย เปนวดั ในนิกายธรรมยตุ กิจกรรมที่ดําเนินการในการเผยแผพระพุทธศาสนา ไดแก การปฏิบัติศาสนกิจบําเพ็ญ ประโยชนตอสังคมท้ังทางตรงและทางออม โดยดําเนินพิธีกรรมใหแกชาวพุทธต้ังแตแรกเกิด จนกระทั่งวายชนม นักเรียนต้ังแตชั้นประถม ถึงระดับชั้นมัธยม ไดศึกษาพระพุทธศาสนา เปนความรู พื้นฐานเบ้ืองตน จัดการสอนภาษาไทยภาคฤดูรอนโดยความรวมมือกับโรงเรียนวัดพุทธรังษี อบรม จริยธรรมและทํากิจกรรมตาง ๆ รวมกัน เชน การทําบุญตักบาตรในวันข้ึนปใหม เปนตน กิจกรรม ทําบุญทุกวันอาทิตยสุดทายของเดือน (การไหวพระ นมัสการพระรัตนตรัย สมาทานศีล รับศีล (โดย สวนมากจะรับศีล ๕ ในวันพระ หรือวันธรรมสวนะ จะรับถือปฏิบัติอุโบสถศีล) พระสงฆเจริญพระ พุทธมนต จากน้ัน พระสงฆท้ังหมดออกเดินรับบิณฑบาต ภายในบริเวณวัด) รวมถึงการปฏิบัติ ศาสนกิจในวันสําคัญทางพระพุทธศาสนาและวันสําคัญอื่น ๆ ของประเทศไทย และกิจกรรมเก่ียวกับ ๓๑ พระมหาถนัด อตฺถจารี, ดร., บทบาทพระธรรมทูตไทยในตางแดน, หนา ๗-๘, [ออนไลน], แหลง ที่มา: https://www. eBooks.in.th. [๑ พฤศจกิ ายน ๒๕๖๑]. ๓๒ วดั ไทยกรุงวอชิงตนั ดี.ซี., ประวตั ิวดั ไทยกรงุ วอชิงตนั ดี.ซี., [ออนไลน], แหลงท่ีมา: Objectives, https://www.watthaidc.org/meditation-groups/ [๑ พฤศจิกายน ๒๕๖๑].

๕๗ การปฏิบัตธิ รรม บาํ เพ็ญเจรญิ จิตภาวนา สาธยายพระพทุ ธมนต รักษาอุโบสถศีล และรวมประกอบพิธี เวียนเทียนกันตามปกติ เพื่อใหพุทธศาสนิกชนชาวไทยไดรวมประกอบพิธีใหสอดคลองกับวิถีไทยวิถี พุทธ เพ่อื เปนการรักษาขนบธรรมเนยี มอนั ดีงามของชาวไทย32๓๓ สวนวัดไทยฝายมหานิกายที่เปนตัวอยาง ไดแก วัดไทยนครเมลเบิรน สรางข้ึนจากความ ดําริของพระมหาเถระ ฝายมหานิกายจํานวน ๕ รูป โดยมี เจาประคุณสมเด็จพระพุทธโฆษาจารย ปฏิบัติการแทนสมเด็จพระสังฆราช วัดสามพระยา กรุงเทพมหานคร เปนประธานการสรางวัด ใน ป พ.ศ. ๒๕๒๗ พระเดชพระคุณทานไดนําคณะพระเถระจากเมืองไทยจํานวน ๑๒ รูป (คณะสงฆ ประกอบดวยพระธรรมปญญาบดี วัดปากน้ํา,พระวิสุทธาธิบดี วัดสุทัศนเทพวราราม, พระพรหมโมลี วัดยานนาวา, พระราชปริยัติสุธี วัดดอนเจดีย, พระมหาจํารัส วิริยานนฺโท วัดราชนัดดา เปนตน) เดินทางสูประเทศออสเตรเลีย เพื่อสํารวจความเปนไปไดท่ีจะนําพระพุทธศาสนาไปเผยแผ การ เดินทางไดผลเปนที่นาพอใจ ทั้งคณะไดตกลงใจท่ีจะเริ่มกอตั้งวัดไทยในเมืองเมลเบิรน รัฐวิคทอเรีย เปนเบ้ืองแรก โดยมีคุณณรงคศักดิ์ จันมีศรี นายกสมาคมคนไทยในรัฐวิคทอเรีย คุณปติ สุวรรณศร และคนไทยอีกหลายคนเปนหัวแรงในฝายฆราวาส และในฝายพระสงฆน้ัน ทานไดดําเนินการขอ อนญุ าตตอมหาเถระสมาคมสง ดร.พระมหาจํารัส วิริยานนฺโท จากวัดราชนัดดาราม กรุงเทพมหานคร ไปอยูจําพรรษา ระยะแรกคณะกรรมการไดตกลงเชาบานใหเปนสํานักสงฆกอน ตอมาในวันท่ี ๒๐ พฤศจิกายน ๒๕๒๙ ไดทําสญั ญาซ้อื บา น และเขา จําพรรษา เมือ่ วันที่ ๑๒ กุมภาพันธ ๒๕๓๐ และเม่ือ วันท่ี ๑๙ พฤษภาคม ๒๕๓๐ จึงไดจดทะเบียนเปนองคกรการกุศลไมแสวงหากําไร ในชื่อ The Melbourne Thai Buddhist Temple Inc. (Wat Thai Nakorn Melbourne) ซึ่งปจจัยสวนใหญ ไดรบั จากประเทศไทย โดยมจี ุดประสงคเพอ่ื ใหเ ปนสถานทป่ี ระกอบกจิ ทางศาสนา และกิจกรรมชุมชน ตาง ๆ รวมถึงมีกิจกรรมการเผยแผพระพุทธศาสนาผานเว็บไซต ไดแก การใหความรูเก่ียวกับ พระพุทธศาสนา การเจริญสมาธิ การสวดมนต การสงขาวสารผานจดหมายขาว แจงกําหนดการการ ปฏิบตั ิศาสนกิจและพิธกี รรมตาง ๆ ทง้ั ภาคภาษาองั กฤษและภาคภาษาไทย เปนตน 33๓๔ ประเทศนิวซีแลนด วัดไทยที่นาสนใจ ไดแก วัดพุทธสามัคคี ต้ังอยูที่เกาะใตของประเทศ นิวซแี ลนด สรางข้นึ ดวยความศรทั ธาในพระพุทธศาสนาของพุทธศาสนิกชนหลากเชื้อชาติ ภาษา เม่ือ เดือนกันยายน พ.ศ. ๒๕๔๑ ไดมีชาวไทยคนหน่ึง ซ่ึงมาต้ังรกรากอยูที่นครไครสทเชิรช ประเทศ นวิ ซีแลนด ไดเ สียชวี ิตลง ญาตมิ ติ รพ่ีนองตองนิมนตพระภิกษุจากกรุงเวลลิงตัน ซึ่งเปนเมืองที่หางไกล ๓๓ วั ด พุ ท ธ รั ง สี , ป ร ะ วั ติ วั ด พุ ท ธ รั ง สี , [อ อ น ไ ล น ], แ ห ล ง ท่ี ม า : http://www.watbuddharangsee.org/ watbhudharangsri-annadale.php [๒๒ ตุลาคม ๒๕๖๑]. ๓๔ วัดไทยนครเมลเบิรน, ประวัติวัดไทยนครเมลเบิรน, [ออนไลน], แหลงท่ีมา: http://www.watthaimelbourne.com. [๒๒ ตลุ าคม ๒๕๖๑].

๕๘ มาประกอบกุศลพิธี จากครั้งน้ันไดเกิดเปนแรงบันดาลใจแรงศรัทธาอยางยิ่งตอชาวไทยกลุมนี้ ท่ี ปรารถนาจะมีวัดไทยในนครไครสทเชิรช เพื่อใชประกอบศาสนพิธี จึงตกลงรวมกันวาจะสรางวัดขึ้น จนวันที่ ๖ พฤศจิกายน ๒๕๔๑ พระครูธรรมธร เศรษฐกิจ สมาหิโต (ปจจุบันเปน พระกิตติโสภณ วเิ ทศ) ไดรับนมิ นตใหไปสอนกัมมัฏฐานที่วัดพุทธมหายานของชาวจีนในนครโอคแลนด และในขณะท่ี ผา นมายงั นครไครสทเชิรช ชาวไทยกลมุ นไ้ี ดพบทา น ทาํ ใหเ กดิ ความปติ จึงไดรีบตามไปกราบนมัสการ และนิมนตท านไปยังรานอาหารไทย เพ่ือประสงคจะทําบุญ และเมื่อไดปรารภถึงเร่ืองการสรางวัด ซ่ึง ทา นใหค าํ แนะนําทเี่ ปนประโยชนอยางมาก ชาวไทยกลุมน้ันจึงขอใหทานเปนธุระในการสรางวัด ดวย เมตตาจิตอยางสูง ทานจึงรับเปนภาระในการสรางวัด และไดกราบอาราธนาพระเดช พระคุณ พระ โสภณธรรมวงศ เจาอาวาสวัดอินทรวิหาร (ปจจุบัน พระเทพวิสุทธาภรณ) เปนประธานสรางวัด โดย ต้ังช่ือวัดวา “วัดพุทธสามัคคี” หรือเรียกวา องคกรชาวพุทธไทยในนครไครสทเชิรช (The Thai Buddhist Trust of Christchurch) และมมี ติใหพระครธู รรมธรเศรษฐกจิ สมาหิโต เปนเจาอาวาสรูป แรก เพื่อบริหารจัดการใหวัดพุทธสามัคคีเปนสถานที่ประกอบศาสนพิธี ใหเปนท่ีพ่ึงทางกายและใจ ใหกับชาวไทยและผูเลื่อมใสในพระพุทธศาสนา ทั้งท่ีอาศัยอยูในนครไครสทเชิรชและใกลเคียง ตลอด ถึงใชเปนศูนยกลางการเผยแพรวัฒนธรรมไทยสูสากล และใชเปนพุทธสถานเพื่อเผยแผ พระพทุ ธศาสนาขององคสมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจาใหแผไพศาลในดินแดนท่ีหนาวเหน็บแถบขั้วโลก ใต เสมือนการ “ปลกู บวั บนลานหิมะ”๓๕ จ า ก ก า ร นํ า เ ส น อ ป ร ะ วั ติ ค ว า ม เ ป น ม า ข อ ง วั ด ใ น ต า ง ป ร ะ เ ท ศ แ ล ะ ก า ร เ ผ ย แ ผ พระพุทธศาสนาของพระธรรมทูตสายตางประเทศท่ีปรากฏ ผูวิจัยไดสรุปภาพรวมเก่ียวกับศาสนกิจ ของพระธรรมทตู สายตา งประเทศท่ดี าํ เนนิ การในวดั ไทยในตางประเทศ ซงึ่ ครอบคลุมขอมูลการเผยแผ พระพุทธศาสนาของวดั ไทยในตา งประเทศ ดังตอ ไปน้ี ๑. งานดา นเผยแผ ๑) การแสดงธรรมในโอกาสตาง ๆ ท้งั งานมงคล และงานอวมงคล ๒) การสอนพระพุทธศาสนาทงั้ ในโรงเรยี นและมหาวทิ ยาลยั ๓) การอบรม การเขารวมประชุม/ สัมมนาทางวิชาการ เพ่ือใหความรูดาน พระพุทธศาสนาโดยตรง ๔) การผลิตสื่อสิ่งพิมพเพื่อเผยแพร เชน จัดทําวารสารประจําเดือนของวัด หรือ ประจําเทศกาล โดยใชชื่อวารสารแตกตางกันไป เชน แสงธรรม (วัดไทยฯ ดี.ซี.) ธัมโมภาส (วัดธัมมา ๓๕ วัดพุทธสามัคคี นครไครสทเชิรช ประเทศนิวซีแลนด, วัดพุทธสามัคคี นครไครสทเชิรช ประเทศ นวิ ซีแลนด, [ออนไลน] , แหลงท่ีมา: http://uto.org.nz/category. [๒๒ ตลุ าคม ๒๕๖๑].

๕๙ ราม) ธรรมปทีป (วัดวชริ ธรรมปทีป) ดวงประทีป (วัดไทย แอลเอ) พุทธปทีป (ลอนดอน) ศรีรัตนสาร, พุทธาวาส,ดวงแกว (ธรรมกาย) เปนตน และหนังสือธรรมะอ่ืน ๆ ทั้งภาคภาษาไทย และภาค ภาษาอังกฤษ พิมพอ อกเผยแพรในโอกาสตาง ๆ ๕) การผลิตสื่อบันทึกเสียงธรรมะ เชน เทปธรรมะ เทปไหวพระสวดมนตเชา-เย็น เทปบทสวดอ่ืน ๆ รวมทั้งวีดีโอเทปธรรมะ และสารคดีเก่ียวกับพระพุทธศาสนา วัฒนธรรมและ ประเพณไี ทย ๖) การประชาสัมพันธและเผยแพรก จิ กรรมตา ง ๆ โดยใชเทคโนโลยีสารสนเทศ ผาน อนิ เตอรเ นต็ โฮมเพจ เพือ่ โฆษณาประชาสมั พนั ธก ิจกรรมของวดั , เผยแพรธรรมะทางอินเตอรเน็ต การ ใชไปรษณียอเิ ลค็ ทรอนคิ ส (email) ในการตดิ ตอ สอื่ สาร โดยการถาม-ตอบ ปญ หาธรรมะ และขาวสาร ขอมลู อืน่ ๆ รวมถงึ การผลติ รายการวทิ ยุ โทรทศั นท างอินเตอรเนต็ เพอ่ื การเผยแพรดวย ๗) การสอนปฏิบัติวิปสสนากรรมฐานแกผูสนใจท้ังรายบุคคลและหมูคณะใหแกชาว ไทยและชาวตางประเทศ ๘) การบรรพชา-อุปสมบท ภาคฤดรู อ น ท้งั แกช าวไทยและชาวตา งประเทศ ๙) การอบรมธรรมะแกเ ยาวชน เชน โครงการ “หลกั ธรรมนาํ เยาวชน” ๑๐) การจัดใหม ีการปฏิบัติธรรม รักษาศลี ๘ ในโอกาสพเิ ศษสําคญั ตาง ๆ ๒. งานดา นการศกึ ษา ๑) การเปดโรงเรียนแผนกธรรม-ธรรมศึกษา สอนตามหลักสูตรแมกองธรรม สนามหลวง และสอนธรรมะในพระไตรปฎก สําหรับกลุมผทู ี่สนใจเปน พเิ ศษ ๒) การเปดโรงเรียนพระพุทธศาสนาวันอาทิตย เปดสอนภาษาไทย วัฒนธรรมไทย และพระพุทธศาสนาเบ้ืองตนแกกุลบุตรกุลธิดาของชาวไทย และชาวพุทธที่เกิดและเติบโตใน ตางประเทศ ๓) การจัดการเรียนการสอนแกผูที่สนใจเฉพาะ (การศึกษาพิเศษ) และกุลบุตร กุลธิดาของชาวไทยที่เกิดและเติบโตในตางประเทศ ในชวงปดภาคฤดูรอนของทุกป เชน การปรุง อาหารไทย ทําขนมไทย ดอกไมป ระดิษฐ การจดั ดอกไม ศิลปะไทย นาฏศิลปไทย ดนตรีไทย กีฬาไทย หรือการละเลนแบบไทย คอมพิวเตอร รวมทั้งการจัดช้ันเรียนพิเศษแกชาวตางประเทศที่สนใจจะ ศกึ ษาเฉพาะเร่อื ง เชน พุทธศาสนา ภาษาไทย ศิลปวัฒนธรรมและประเพณีไทย เปน ตน ๔) บริการดานหองสมุด มีหนังสือใหศึกษาคนควา ทั้งภาคภาษาไทย และ ภาษาอังกฤษ บรกิ ารใหย มื -เทปธรรมะ, บทเรียนภาษาไทย, บทสวดมนต, เทปวีดโี อ และอน่ื ๆ

๖๐ ๓. งานดานสาธารณปู การ ๑) การสรางวัด ซึ่งในเรื่องน้ี พระธรรมทูตตองมีความรูความเขาใจในเรื่องกฎหมาย และระเบียบปฏิบัติในการสรางวัดในตางประเทศ เพ่ือท่ีจะไมทําใหเกิดปญหาในภายหลัง โดย การศกึ ษาขอ มูลอยา งถกู ตองกอนลงมือปฏิบัติ ๒) การบูรณปฏิสังขรณวัด เปนหนาท่ีโดยตรงของพระธรรมทูตท่ีจะตองปรับปรุง แกไ ข ซอมแซมถาวรวัตถใุ นวัด ตลอดถึงการบํารุงรักษาใหอยูในสภาพดี ใชงานไดคุมคา เหมาะสมกับ คณุ คา แหงความเปน วัดไทย ๓) การพฒั นาวัด เปนหนาที่อยางสําคัญของพระธรรมทูตที่จะพัฒนาไปพรอม ๆ กัน ทกุ ๆ ดา น ในสว นทเี่ ปนรูปธรรม คอื วัดตอ งเปนสถานท่ีท่ีสงบรมรน่ื สะอาดสะอานสวยงาม เปนที่พ่ึง ของพุทธศาสนิกชนทั่วไป ๔. ดา นรักษาประเพณแี ละวฒั นธรรมไทย/พิธกี รรม ๑) งานวันสําคัญทางพระพุทธศาสนา เชน วันมาฆบูชา วันวิสาขบูชา วัน อาสาฬหบูชา วนั เขา พรรษา วันออกพรรษา งานทอดกฐนิ เปนตน ๒) งานวัฒนธรรมของชาติไทย เชน งานวันเฉลิมพระชนมพรรษา พระบาทสมเด็จ พระเจาอยหู ัว (วันพอแหงชาต)ิ งานวันเฉลิมพระชนมพรรษา สมเด็จพระนางเจาฯพระบรมราชินีนาถ (วนั แมแ หง ชาต)ิ งานวนั ปย มหาราช เปนตน ๓) งานทําบุญตามประเพณีประจําปของไทย เชน งานสงกรานต งานสารทไทย งาน ลอยกระทง งานทําบุญปใ หม ทําบุญใสบาตรวนั อาทติ ย ๕) งานดา นสาธารณสงเคราะห ๑) การบรจิ าคเคร่อื งอุปโภคบริโภคใหแ กผ ูป ระสบภยั พิบัติในรปู แบบตา ง ๆ ๒) การบริจาคเครือ่ งอุปโภคบริโภคแกผ ูทข่ี าดแคลน ๓) การจดั บริการดานสุขภาพ หลังจากการสรางวัดไทยข้ึนในประเทศตาง ๆ พรอมกับการสงพระธรรมทูตไปปฏิบัติ ศาสนกิจ วัดไทยไดถูกสรางขึ้นในเกือบทุกประเทศท่ีมีชุมชนชาวไทย ทั้งในเอเชีย ยุโรป อเมริกา ออสเตรเลยี และนวิ ซีแลนด และมีการอาราธนาพระสงฆเพ่ือไปปฏิบัติศาสนากิจในวัดเหลาน้ันดวย ซึ่ง ในยุคตน ๆ พระสงฆหรือพระธรรมทูตมักไดรับการคัดเลือกโดยพระสงฆหรือชาวพุทธคฤหัสถของแต ละวัดโดยใชความพอใจของแตละชุมชนเปนหลัก พระสงฆเหลาน้ันไมเคยผานการปฐมนิเทศหรือ ฝกอบรมเก่ียวกับงานพระธรรมทูต ทําใหการไปทําหนาท่ีพระธรรมทูตไมมีเปาหมายและทิศทางการ

๖๑ ทํางานพระธรรมทูตท่ีชัดเจน ทําเพียงการประกอบศาสนกิจเชนเดียวกับในประเทศไทย และเกิดเปน ปญหาและอุปสรรคในการเผยแผพระพุทธศาสนาในเวลาตอมา ในประเด็น เร่ืองปญหาและอุปสรรค ซ่งึ เกดิ ข้นึ ดงั กลาวนนั้ ผูวิจัยจะไดนําเสนอในหวั ขอ ตอไป ๓.๔ ปญหาและอุปสรรคในการเผยแผพระพุทธศาสนาของพระธรรมทูตไทย สายตางประเทศ ปญ หาและอุปสรรคของพระธรรมทูตไทยสายตางประเทศในการเผยแผหลักธรรมคําสอน ทางพระพทุ ธศาสนา จากประสบการณของพระธรรมทูตท่ีปฏิบัติศาสนกิจในสายตางประเทศ เอกสาร งานวิจัยและเอกสารอื่น ๆ สรปุ ไดด ังนี้ ประเทศสิงคโปร พบปญหาและอุปสรรคในการเผยแผพระพุทธศาสนา มีทั้งดานสังคม เศรษฐกิจและการเมือง แตที่สําคัญท่ีสุด คือ ศักยภาพของพระสงฆ ซ่ึงสวนใหญไมสามารถพูด ภาษาองั กฤษหรอื ภาษาจีน ภาพลักษณของพระสงฆที่มุงเนนดานวัตถุ พระสงฆประพฤติผิดพระธรรม วนิ ัย สง ผลกระทบตอความศรัทธาของชาวสิงคโปร35๓๖ ประเทศอินเดีย พบปญหาและอุปสรรคในการเผยแผพระพุทธศาสนา ไดแก จํานวนพระ ธรรมทูตมีนอย การทํางานไมเปนทีม ขาดการมีสวนรวม ไมมีเครือขายชาวพุทธระดับนานาชาติและ องคการอ่ืน ๆ ที่เก่ียวของ แตละวัดยังไมไดสรางเครือขายศูนยการศึกษาเพ่ือประสานงานกับองคการ ภายนอก ผสู อนไมมีทักษะดานภาษาทองถิ่น การจัดสรรงบประมาณสนับสนุนในภารกิจทุกดานยังไม เพียงพอ พระธรรมทูตปฏิบัติภารกิจไมตอเนื่อง ทอแท หมดกําลังใจ รูสึกเบ่ือตอภาระที่รับผิดชอบ และรูสึกวาการปฏิบัติหนาท่ีพระธรรมทูตทําใหความรูความสามารถลดลง และขาดความเชื่อม่ันใน ตวั เอง36๓๗ ประเทศในกลุมยุโรป พบปญหาและอุปสรรคตาง ๆ จากการเผยแผพระพุทธศาสนา ไดแก การรองเรียนเร่ืองพฤติกรรมไมเหมาะสมของพระสงฆ ความขัดแยงระหวางพระสงฆและ คณะกรรมการวัดในเรื่องการเงินและการบริหารจัดการวัด อันนํามาซ่ึงความแตกแยกของชุมชนไทย และมีการฟองรองดําเนินคดีในศาล สงผลในเชิงลบตอภาพลักษณของพระพุทธศาสนาในสายตาคน ๓๖ พระศรรี ัตนโมลี (สมคิด สรุ เตโช/เหลาฉลาด), “รูปแบบการเผยแผพระพทุ ธศาสนาของพระสงฆไทย ในประเทศสาธารณสิงคโปร”, วารสารบัณฑิตศึกษาปริทรรศน, ปที่ ๑๓ ฉบับพิเศษ เลม ๒ (มิถุนายน ๒๕๖๐): ๙๗-๒๐๘. ๓๗ พระครูปลัดสุวัฒนวชิรคุณ และคณะ, การศึกษาวิเคราะหยุทธศาสตรหลักในการเผยแผ พระพทุ ธศาสนาของพระธรรมทูตไทยในอนิ เดยี , รายงานการวจิ ยั , (สถาบันวิจัยพุทธศาสตร: มหาวิทยาลัยมหาจุฬา ลงกรณราชวทิ ยาลยั , ๒๕๕๒), หนา บทคดั ยอ .

๖๒ ทองถ่ิน จํานวนวัดไทยมมี ากขึ้น ในขณะทหี่ นวยงานในสว นกลางของไทยไมส ามารถกํากับดูแลไดอยาง ทั่วถึง พระธรรมทูตบางรูปไมไดรับการตอใบอนุญาตใหพํานักตอ ตองโยกยายไปยังประเทศอ่ืน แตไม แจงขอมูลใหสถานทูตหรือสถานกงสุลทราบ ทําใหประสบปญหาการเขาเมืองโดยผิดกฎหมาย มีการ แอบอางตั้งวัด สํานักสงฆ หรือศูนยปฏิบัติธรรม โดยเรียกเก็บเงินบริจาคจากพุทธศาสนิกชนเพ่ือ ประโยชนสวนตวั 37๓๘ ประเทศเนเธอรแลนด พบปญหาและอุปสรรคในการเผยแผพระพุทธศาสนา ไดแก พระสงฆยังไมเขาใจภาษาและวัฒนธรรมของประเทศที่ตนไปเผยแผดีพอ ทําใหสื่อสารกับบุคคลใน ประเทศน้ันไดไมดีเทาท่ีควร ดานหนวยงานของสงฆท่ีมีสวนในการดูแลพระสงฆยังไมเขมแข็งพอและ ไมครอบคลุม การทํางานของหนวยงานที่มีหนาที่เก่ียวกับพระธรรมทูตสายตางประเทศขาดการ ประสานงานกนั 38๓๙ ประเทศสหรัฐอเมริกา พระมหาถนัด อตฺถจารี (ปจจุบัน พระวิเทศรัตนาภรณ) กลาวถึง ปญหาการทํางานพระธรรมทูตในประเทศสหรัฐอเมริกา เกือบสิบปที่ผานมา (ประมาณกอน พ.ศ. ๒๕๕๓) วา งานเผยแผในชวงเวลานั้น เปนไปในลักษณะตางคนตางทํา ไมมีระบบท่ีชัดเจน และ พระสงฆผูเดนิ ทางไปปฏบิ ัติศาสนกิจนน้ั เดนิ ทางไปเพอ่ื ฉลองศรทั ธาของพุทธศาสนิกชนไทยที่ไปตั้งถิ่น ฐานอยูที่น่ันเปนชุมชนและปรารถนาที่จะใหมีวัดไทย พระสงฆทําหนาที่หลักในการประกอบพิธีกรรม ทางศาสนา และเดินทางมาตามท่ีครูบาอาจารยไดมอบหมายเทาน้ัน แมจะมีการอบรมพระธรรมทูต อยา งเปน ทางการ ต้ังแต ป พ.ศ. ๒๕๓๘ เพื่อสง มาปฏบิ ตั ศิ าสนกิจในตางประเทศ ปญหาและอุปสรรค ในงานเผยแผพระพุทธศาสนาของพระธรรมทูตสายตางประเทศยังคงเกิดขึ้นอยางตอเนื่อง ไดแก พระ ธรรมทูตในสหรัฐอเมรกิ ามุงการเผยแผพ ระพุทธศาสนาแกพุทธศาสนกิ ชนไทยมากกวาชาวตางชาติ วัด ไทยมีไวสําหรับเปนตัวแทนทางวัฒนธรรมไทย (พิธีกรรม) มากกวาการส่ือหลักธรรมเขาสูจิตใจของ พุทธศาสนิกชน39๔๐ นอกจากน้ี ยังพบปญหา ไดแก พระสงฆขาดทักษะดานภาษาอังกฤษ ทําใหเปน อุปสรรคตอการอธิบายหลักการและขอปฏิบัติตาง ๆ ทางพระพุทธศาสนาใหแกชาวตางชาติไดเขาใจ อยางถองแท ซ่ึงเปนการยากที่จะทําใหชาวตางชาติเลื่อมใสและศรัทธาในพระพุทธศาสนา พระธรรม ๓๘ ธนวิทย สิงหเสนี, “บทบาทของกระทรวงการตางประเทศกับการสงเสริมการเผยแผ พระพุทธศาสนาในตางประเทศ”, รายงานการศึกษาสวนบุคคล, การฝกอบรมหลักสูตรนักบริหารการทูต รุนที่ ๑, (สถาบันการตา งประเทศเทวะวงศว โรปการ: กระทรวงการตา งประเทศ, ๒๕๕๒), หนา ๓. ๓๙ พระมหาอาํ นวย มรี าคา, “แนวทางในการเผยแพรพุทธศาสนาในตางประเทศ: กรณีศึกษาประเทศ เนเธอรแลนด”, วารสารบริหารการศึกษาบัวบัณฑิต มหาวิทยาลัยราชภัฏอุบลราชธานี, ปท่ี ๑๖ ฉบับที่ ๑ (มกราคม – เมษายน ๒๕๕๙): ๑๗๐-๑๗๖. ๔๐ พระมหาถนัด อตฺถจารี, ดร., บทบาทพระธรรมทูตไทยในตางแดน, [ออนไลน], แหลงที่มา: https://www. eBooks.in.th. หนา ๕-๖. [๑ พฤศจิกายน ๒๕๖๑].

๖๓ ทูตบางรูปท่ไี ดรับอนญุ าตใหอยถู าวรและทาํ งานไดอ ยางถกู ตองตามกฎหมาย จะลาสิกขาบท เพื่อไปใช ชีวิตฆราวาสทั่วไป และบางกรณีที่ดินและอาคารของวัดอยูในช่ือของพระธรรมทูต เม่ือขายจะทําให ไดรับผลประโยชนอยางมาก ทําใหกลายเปนชองทางในการอาศัยพระพุทธศาสนาเพ่ือแสวงหา ประโยชนสวนตัว และมีแนวโนมเพิ่มมากขึ้น ปญหาพฤติกรรมไมเหมาะสมของพระสงฆ ซึ่งผิดวินัย สงฆ เชน พฤติกรรมในเชิงชูสาว การแตงกายเลียนแบบฆราวาส เสพเคร่ืองด่ืมของมึนเมา เลนการ พนัน เดินจับจายซ้ือสินคาตามหางสรรพสินคา เปนตน ซ่ึงทําใหเสียภาพลักษณของพระสงฆไทยใน สายตาชาวไทยและชาวตางชาติ พระสงฆเบยี ดบังเงนิ ของวัด ไปใชเพ่ือประโยชนส วนตัว นําเงินของวัด ไปใชจายอยางไมเหมาะสม สรางหน้ีสินใหแกวัด พระสงฆไมทราบกฎระเบียบทองถิ่นที่ไปพํานัก เชน กฎหมายตรวจคนเขาเมอื ง เปนตน ทําใหเกิดการละเมิดกฎหมายทองถิ่น ปญหาการบริหารจัดการวัด ซึ่งกอใหเกิดความขดั แยงระหวา งพระสงฆกบั คณะกรรมการของวัด ซง่ึ มกั เปนฆราวาส โดยเฉพาะเรื่อง การบรหิ ารการเงนิ ทไี่ มโ ปรง ใส อนั นํามาซงึ่ ความแตกแยกของชุมชนไทยท่ีมีสวนเก่ียวของระหวางฝาย ที่สนับสนุนพระสงฆและฝายที่รองเรียน และพระสงฆที่ประพฤติผิดวินัยและถูกลงโทษ แตไมยินยอม ปฏิบตั ติ ามมติสมัชชาสงฆไทยในประเทศสหรัฐอเมริกา40๔๑ ประเทศออสเตรเลีย พบปญหาในการเผยแผพระพุทธศาสนา ไดแก ปญหาเร่ือง พฤติกรรมที่ไมเหมาะสมของพระสงฆ และปญหาความขัดแยงในเรื่องการบริหารการเงินและการ บรหิ ารจัดการวดั ของพระสงฆกับคณะกรรมการวดั 41๔๒ และในเมืองเมลเบิรน พระภิกษุไมไดรับอนุญาต ใหออกบิณฑบาต เร่ืองภัตตาหารยังคงตองรอการถวายจากพุทธศาสนิกชนภายในวัด ทําใหการ แสดงออกในวัตรปฏิบตั ิแกผ ูอยใู นทองถิน่ นน้ั ไมก วา งขวางเทาที่ควร เม่ือสรุปปญหาและอุปสรรคในการเผยแผพระพุทธศาสนาของพระธรรมทูตสาย ตางประเทศโดยภาพรวม แบงไดเปน ๒ ประเด็นใหญ ๆ คือ ปญหาจากภายนอก ไดแก ปญหาความ ขัดแยงในเร่ืองการบริหารจัดการวัดและการบริหารการเงินของพระสงฆกับคณะกรรมการวัด เนื่องจากในหลายประเทศ การจัดต้ังวัดจะตองดําเนินการในนามของนิติบุคคล จึงตองมี คณะกรรมการซ่ึงเปนฆราวาสมารว มบรหิ ารจัดการดวย หรอื จํานวนวัดไทยทีม่ ีเพิ่มขน้ึ แตหนวยงานใน สวนกลางของไทยไมสามารถกํากับดูแลไดอยางท่ัวถึง และปญหาจากพระธรรมทูต ไดแก ความไม พรอมในดานตาง ๆ เชน ดานการใชภาษาทองถ่ิน ความไมเขาใจเก่ียวกับวัฒนธรรมทองถ่ิน การ ประพฤติตนไมเหมาะสมกบั สมณสารูป มีปญหาเร่ืองการเงิน และบางรูปลาสิกขาเม่ือไดรับใบอนุญาต ใหทํางานและพํานักไดถาวร เปนตน อยางไรก็ดี ปญหาบางประการอาจคาบเกี่ยวทั้งปญหาภายนอก ๔๑ ธนวิทย สิงหเสนี, “บทบาทของกระทรวงการตางประเทศกับการสงเสริมการเผยแผ พระพุทธศาสนาในตางประเทศ”, หนา ๒-๓. ๔๒ เรอ่ื งเดยี วกนั , หนา ๓.

๖๔ และภายใน เชน ระยะเวลาในการพาํ นกั อยูในแตล ะประเทศนน้ั เปนสวนที่เก่ียวขอ งกับระเบียบปฏิบัติ ของสถานทูตในประเทศนั้น แตอาจไดรับความสะดวกมากข้ึน ถากระทรวงการตางประเทศเขามามี สวนรวมในการอํานวยความสะดวกใหแกพระธรรมทูต หรือปญหาการบริหารจัดการวัดระหวาง คณะกรรมการซึ่งมีฆราวาสรวมอยูดวย ตัวอยางปญหาและอุปสรรคที่พบเหลานี้ เปนเพียงสวนหน่ึงท่ี พบและรอการจัดการทง้ั จากตวั พระธรรมทูตเองและจากหนว ยงานที่มีสวนเก่ียวของกับการกํากับดูแล และสนบั สนุนการปฏิบัตหิ นาท่ขี องพระธรรมทูตในตา งประเทศ สวนสาเหตุที่เปนไปไดที่ทําใหการเผยแผพระพุทธศาสนามีปญหาและอุปสรรคจาก สถานการณภายนอกซ่งึ อยูนอกเหนอื การจัดการของพระธรรมทูตและจากตวั พระธรรมทูต ไดแก ๑. พระธรรมทตู ไมย ดึ มัน่ ในอุดมคติตามหลกั โอวาทปาฏิโมกข ๓ ดาน คือ ๑) ดานบุคลิกภาพ พระธรรมทูตเปนผูไมอดทน ไมเปนผูรูจักขมจิตใจ การปฏิบัติ หนา ทีไ่ มอ ดทนตอความยากลาํ บาก ไมยอมตรากตราํ ทํางานเพอ่ื พระศาสนา ๒) ดานคุณธรรม พระธรรมทูตไมมีคุณธรรมเปนอุดมคติประจําตัว ไมทํากุศลใหถึง พรอม ไมทาํ จติ ของตนใหผองแผว ไมทําความดี ไมทําสิ่งท่ีเปนประโยชนแกตนและผูอ่ืน เปนผูมีจิตใจ เศราหมอง ไมปรารถนาใหผ อู นื่ พน จากความทกุ ข ๓) ดา นการดําเนินชีวิต พระธรรมทูตไมดําเนินชีวิตเปนแบบอยางแกประชาชน ไมมี ชีวติ แบบเรียบงา ย เบยี ดเบียนตนเองและผูอื่น ไมเปนผูสํารวมระวังในการบริโภคใชสอยเสนาสนะ ไม สามารถทําใหดู อยใู หเห็น หรอื เย็นใหส ัมผัสได ๒. พระธรรมทูตสายตางประเทศบางรูปยังไมมุงมั่นในบทบาทหนาที่หลักของการเผยแผ พระพทุ ธศาสนาตามทีพ่ ระพทุ ธเจาทรงใหโอวาทไว นั่นคือ ไมแสดงธรรมโดยมุงประโยชน ๓ ประการ แกผ ูฟง คือ (๑) ทฏิ ฐธัมมิกัตถประโยชน ประโยชนในชาตินี้ (๒) สัมปรายิกัตถประโยชน ประโยชนใน ชาติหนา และ (๓) ปรมัตถประโยชน ประโยชนอยางยง่ิ และยงั มงุ ในเร่อื งลาภสกั การะตาง ๆ หรือเนน ทีป่ ระโยชนต นเปน หลัก ๓. พระธรรมทูตขาดความขวนขวายในการพัฒนาตนเองใหมีคุณสมบัติท่ีจําเปนตอการ ปฏิบัติหนาที่ในตางประเทศ ไดแก ความรูในภาษาทองถ่ินหรือภาษากลางที่ใชท่ัวโลก คือ ภาษาอังกฤษ ซ่ึงเมื่อมองกลับไปสมัยพุทธกาล จะพบวา ภาษาท่ีพระองคทรงใชในการเผยแผ พระพุทธศาสนา คือ ภาษาบาลี ซึ่งเปนภาษาท่ีชนทุกระดับสามารถเขาใจได พระพุทธศาสนาจึง สามารถเขาถึงคนทกุ ระดบั ได

๖๕ ๔. พระธรรมทูตขาดความรคู วามเขาใจเกยี่ วกบั การปฏบิ ัติหนาทใี่ นตา งประเทศ ทําใหไมมี ทศิ ทางในการพฒั นาตนเองใหม คี ุณสมบัติที่เพยี งพอตอการเปน พระธรรมทตู สายตางประเทศ ๕. หนวยงานท่ีเก่ียวของขาดระบบการบริหารจัดการท่ีเปนมาตรฐานที่ชัดเจน เชน บทบาทหนา ที่ ภารกิจหลัก เปาหมาย ความรับผิดชอบ เปนตน หรือหนวยงานท่ีเก่ียวของยังไมไดเขา มาชว ยเหลอื เพอ่ื อํานวยความสะดวกในการดําเนินการอยางเต็มที่ เชน กระทรวงการตางประเทศ เปน ตน ๖. สภาพสังคมและวัฒนธรรมเฉพาะตัว เชน สังคมอเมริกัน เปนสังคมท่ีมีความปจเจกชน สูงมาก ทําใหพระพุทธศาสนาเม่ือเขาสูประเทศอเมริกาจึงเนนหนักที่ตัวบุคคลอยางเขมขน มุงเนนท่ี ตนเองเปนหลกั เปน เหตใุ หขาดมติ แิ หง ชมุ ชนท่เี อือ้ เฟอ เผ่อื แผ หรอื ทีเ่ รียกวา “สังฆะ” อีกทั้งชาวพุทธ อเมริกันบางกลุมยังปฏิเสธเร่ืองการบวช และการปฏิบัติวิปสสนากรรมฐานโดยขาดความเขาใจอยาง ถองแทและลึกซึ้ง จึงไมสนใจเร่ืองของการบวชและพิธีกรรม ทั้งท่ีประวัติศาสตรพระพุทธศาสนา นักบวชเปนสถาบันหนึ่งหรือเปนพุทธบริษัทหนึ่งที่พระพุทธเจาทรงฝากพระพุทธศาสนาไวใหชวยกัน จรรโลงและสืบทอด และเพราะมีนักบวชจึงทําใหสามารถรักษาคําสั่งสอนและวิถีชีวิตแบบพุทธไวได ตราบเทา ทกุ วนั น้ี42๔๓ ๓.๕ แนวทางแกไ ขปญหาและอุปสรรคในการเผยแผพระพุทธศาสนาที่พึงประสงคของ พระธรรมทตู ไทยสายตางประเทศ ในสวนนี้ ผูวิจัยขอนําเสนอแนวทางการแกไขปญหาและอุปสรรคในการเผยแผ พระพุทธศาสนาท่ีพึงประสงคของพระธรรมทูตไทยสายตางประเทศ เปน ๒ ดาน ไดแก ดานตัวพระ ธรรมทตู และดานองคกร แนวทางแกไ ขดา นบคุ ลากรหรอื ตัวพระธรรมทูต มีแนวทางดังน้ี ตามแนวคิดของพระธรรมโกศาจารย (ประยูร ธมฺมจิตฺโต) ซ่ึงบรรยายแกวาท่ีพระธรรมทูต สายตางประเทศวา พระธรรมทูตตองวิเคราะหตัวเอง ใน ๒ ดาน คือ จุดแข็ง จุดออน และวิเคราะห สภาพแวดลอม ๒ ดาน คือดานท่ีเปนโอกาสและดานท่ีอาจเปนภัยคุกคามในการเผยแผ พระพุทธศาสนา พระธรรมทูตตองรูวาอะไรคือจุดแข็งของตัวเอง เพ่ือใชจุดแข็งน้ันเปนตัวนําในการ ทํางานเผยแผพระพุทธศาสนา รูจุดออนของตัวเอง เพื่อแกไขใหลดลงหรือถาไมสามารถแกไขจุดออน ไดในทันที เมื่อทํางานเผยแผพระศาสนาตองหาคนที่มีจุดแข็งตรงกับจุดออนของตนเองและทีมมาชวย สนับสนุนหรือชดเชยจุดออนนนั้ ผานการสรางเครือขาย (Network) ในยุคปจ จบุ ัน พระธรรมทูตจะอยู ๔๓ พระมหาถนัด อตฺถจารี, ดร., บทบาทพระธรรมทูตไทยในตางแดน, [ออนไลน], แหลงท่ีมา: https://www. eBooks.in.th. หนา ๕-๖. [๑ พฤศจกิ ายน ๒๕๖๑].

๖๖ ลาํ พงั หรือทาํ งานคนเดยี วไมไ ด ถา จะทํางานใหประสบความสําเร็จ ตองมีทีมงานมาเสริมซึ่งกันและกัน ถา จดุ แขง็ ไมมีอยใู นทีม ตอ งหาฆราวาสมาชวย เชน ถาไมเกงดานภาษาตางประเทศ ใหหาอาสาสมัคร มาแปลธรรมะเปนภาษาอังกฤษหรือภาษาทองถ่ินให นั่นคือ ใชคนท่ีมีจุดแข็งมาเสริมจุดออนของเรา ตรงไหนเปนจุดออน ใหหาคนอ่ืนมาชวยเสริม แตขณะเดียวกันตองดําเนินการลดหรือขจัดจุดออน เหลานั้น ตามหลักการซ่ึงพระพุทธองคทรงตรัสไวในเร่ืองไตรสิกขา ซ่ึงพระธรรมทูตตองมีการพัฒนา ตนเองตามหลักไตรสิกขาดวย สวนการวิเคราะหสภาพแวดลอมดานโอกาสนั้น ถาพระธรรมทูตสาย ตางประเทศสามารถสรางโอกาสในการเผยแผพระพุทธศาสนาจะทํางานในเชิงรุกได เชน ถาวัดที่ตน ไปพํานักอยูมีชาวตางชาติ โดยเฉพาะชาวอาเซียน เชน ลาว กัมพูชาหรือพมา ซึ่งมีพ้ืนฐานของ พระพุทธศาสนา และสามารถส่ือสารภาษาถ่ินกับพวกเขาได จะสามารถสรางโอกาสในการเผยแผ พระพุทธศาสนาไดเชนกัน หรือถามีกฎระเบียบใหมใหวัดหรือพระธรรมทูตสามารถทํากิจกรรมใดท่ี เคยไมไดรับอนุญาต ก็ตองมองหาโอกาสเหลาน้ันไวเสมอ สวนภัยคุกคามนั้น เปนเรื่องท่ีอยูเหนือการ จัดการของตนเอง จึงตองรูไวเพ่ือหลีกเล่ียงหรือหาแนวทางปองกันใหเกิดผลกระทบในทางลบนอย ท่ีสุด หรือถาสามารถพลิกเปนโอกาสได ก็จะเกิดประโยชนมากข้ึน เชน ในสังคมตางชาติ โดยเฉพาะ ประเทศท่ีมีความเจริญทางวัตถุหรือวัตถุนิยม มักจะมีปญหาทางจิตใจ ถาพระธรรมทูตสามารถให หลักธรรมท่ีตรงกบั ปญ หาและสามารถประยุกตใชไดทันที ก็สามารถพลิกจากภัยคุกคามเปนโอกาสได ๔๔ 43 พระธรรมทูตตองฝก ฝนและพฒั นาตนเองใหม ีจดุ แข็งท่ีโดดเดน โดยเฉพาะความเช่ียวชาญ ในเนื้อหาหลักธรรมสําคัญที่เปนหัวใจและจุดเดนของพระพุทธศาสนา ดังพุทธภาษิตท่ีวา อตฺตา หิ อตฺตโน นาโถ ตนแลเปนท่ีพึ่งแหงตน การพัฒนาตองเร่ิมท่ีตัวเอง ไมมีใครสามารถใสความรูใหกับใคร ได ตนเองเทาน้ันท่ีจะสรางความรูใหเกิดข้ึนในตัวเองได กัลยาณมิตรชวยบอกทาง แตการปฏิบัติอยูที่ ตนเอง คณุ สมบตั ิท่จี ําเปน โดยเฉพาะเรอ่ื งของภาษาตางประเทศที่ใชในการสื่อสาร แนวทางการแกไขดานองคกรขอเสนอ ดังนี้ ปญหาการเผยแผพระพุทธศาสนาของพระธรรมทูตในตางประเทศ สวนหน่ึงมีสาเหตุมา จากสถาบันหรือหนวยงานที่เก่ียวของ ส่ิงท่ีควรดําเนินการ ไดแก จัดใหมีการแลกเปล่ียนเรียนรูดาน การบริหารจัดการสําหรับผูเก่ียวของทุกระดับในรูปแบบตาง ๆ อยางตอเน่ืองเทาที่จะเปนไปได เชน การจัดประชุมพระธรรมทูตโดยองคการพระธรรมทูตในแตละทวีปท่ีดําเนินการอยูนั้น เปนการพบปะ สมาคมกัน ซึ่งจะชวยใหเกิดการแลกเปลี่ยนประสบการณการปฏิบัติภารกิจของแตละประเทศทั้งใน ดานดแี ละดานทเ่ี ปน ปญ หาเพ่อื สนบั สนนุ ชวยเหลอื ซึง่ กันและกนั ๔๔ พระธรรมโกศาจารย (ประยรู ธมฺมจิตฺโต), บรรยายในการฝกอบรมพระธรรมทูตสายตางประเทศ จดั โดยมหาวิทยาลยั มหาจฬุ าลงกรณราชวิทยาลัย ณ พุทธมลฑล นครปฐม วนั ท่ี ๙ พฤษภาคม ๒๕๔๖.

๖๗ การบริหารจัดการความรูเกี่ยวกับการทํางานเผยแผพระพุทธศาสนาในตางประเทศในทุก ดาน โดยรวบรวมความรูและประสบการณในการทํางานของพระธรรมทูตรุนบุกเบิกและที่ประสบ ความสําเร็จเพ่ือเปนคลังความรูแกพระธรรมทูตรุนหลังใชเปนแนวทางการทํางานหรือแกปญหาที่ เกิดขึน้ ไดอ ยา งทันทวงที หรือการดําเนนิ โครงการท่ีประสบความสาํ เร็จในแตล ะภูมิภาค การจัดตั้งสถาบันหรือวิทยาลัยพระธรรมทูต เพื่อพัฒนาบุคลากรดานงานเผยแผ พระพุทธศาสนาในตางประเทศ เพ่ือชวยในการแกปญหาจากตัวพระธรรมทูตที่ยังมีคุณสมบัติไมครบ เครื่องถือเปนเร่ืองที่สําคัญและจําเปนตอการพัฒนาพระธรรมทูตใหมีท้ังจํานวนและคุณภาพตามที่ ตองการ การจัดต้ังคณะกรรมการบริหารกิจการพระธรรมทูต ซ่ึงคณะกรรมการฯ ชุดนี้ควรไดรับ มอบอํานาจจากมหาเถรสมาคม ใหสามารถเขาไปดูแลเร่ืองการคัดเลือก จัดสงพระธรรมทูตฯ ไป ประจําหรือทํางานในตางประเทศตามความสามารถของแตละทาน การดูแลเร่ืองสวัสดิการ สุขภาพ การเดนิ ทางไปเผยแผ การสรางแรงจูงใจ และมาตรการลงโทษ พรอมกันน้ีถาไดรับการสนับสนุนเร่ือง บุคลากรและงบประมาณอยางเพียงพอจะชวยใหปญหาที่ติดขัดบางประการไดรับการแกไขไปไดใน ระดับหน่ึง แนวทางท่ีเสนอในประเด็นนี้ เปนแนวทางท่ีอยูในระหวางการดําเนินการของผูมีสวน เก่ยี วของ และบางแนวทางมีขอ จํากัดหลายประการ ทาํ ใหไมส ามารถดําเนินการไดทันที ปญหาเหลานี้ จึงถูกมองวา ไมมีใครสนใจ ทั้งท่ีในความเปนจริง ปญหาเหลานี้อยูระหวางการดําเนินการ และการ จัดการกับบางปญหาตองใชระยะเวลาในการดําเนินการ ไมสามารถจัดการหรือเห็นผลไดในทันที ดังนั้น สิ่งสําคัญคือเร่ิมที่ตัวเองกอน น่ันคือพระธรรมทูตตองสรางตัวเองใหมีอุดมการณตอ พระพุทธศาสนาและพัฒนาตนเองใหมีคุณสมบัติข้ันต่ําเพียงพอตอการทําหนาท่ีพระธรรมทูตสาย ตางประเทศท่ีตนเองตั้งใจอุทิศตนเขามาเปนสวนหน่ึงของการสืบตอและเผยแผพระพุทธศาสนาให ย่งั ยนื ตอ ไป ๓.๖ แนวทางการเผยแผพระพุทธศาสนาที่พึงประสงคของพระธรรมทูตไทยสาย ตางประเทศ จ า ก ก า ร ศึ ก ษ า ข อ มู ล ก า ร เ ผ ย แ ผ พ ร ะ พุ ท ธ ศ า ส น า ใ น อ ดี ต ต ล อ ด ถึ ง ก า ร เ ผ ย แ ผ พระพุทธศาสนาของพระธรรมทูตสายตางประเทศ สรุปเปนแนวทางในการเผยแผพระพุทธศาสนา ควรมอี งคป ระกอบ ดังนี้ ๑. จุดมุงหมายในการเผยแผชัดเจน จุดมุงหมายในการเผยแผพระพุทธศาสนาของ พระพทุ ธเจา ไดแก มุงใหประชาชนสามารถนาํ หลักธรรมไปใชในการพัฒนาชีวติ ตนเองและอยูในสังคม

๖๘ อยางมีความสขุ จนสามารถพฒั นาไปสกู ารศึกษาที่ลึกซึง้ ย่ิงขึน้ สูการปฏิบัติเพื่อพนทุกขอยางส้ินเชิงได สอดคลอ งตามพุทธประสงคของพระองคในวันท่ีทรงตัดสินพระทัยประกาศการตรัสรูแกผูอื่นและตาม โอวาทของพระพุทธองคเม่ือจะสงพระสาวกไปประกาศพระศาสนาในทิศตาง ๆ นั่นคือ มีผูนํา หลักธรรมคําสอนในพระพุทธศาสนาไปใชในการดําเนินชีวิตใหมากที่สุดเทาท่ีจะเปนไปได ถึงพระ รตั นตรัยเปน สรณะ และไดร ับประโยชน ๓ อยางแทจ รงิ ๒. เน้ือหาคําสอนในการเผยแผ หลักธรรมในพระพุทธศาสนามีจํานวนมากมาย ดังนั้น หลักธรรมท่ีนํามาเผยแผหลัก ๆ ใหเนนหลักธรรมท่ีเปนหัวใจสําคัญในพระพุทธศาสนา สามารถ ประยกุ ตใ ชไดจริง ไมโ จมตีแนวคําสอนของศาสนาหรือลัทธคิ วามเช่ืออนื่ ๆ สอดคลอ งตามแนวทางของ พระพุทธเจา โดยเฉพาะตามหลักโอวาทปาฏิโมกข แตตองมีจุดยืนในหลักการท่ีถูกตองของ พระพุทธศาสนาได โดยเนือ้ หาคําสอนเหลาน้นั ควรมีลักษณะดังนี้ ๑) สจั จะ ไดแก เรอื่ งท่ีกลา วนนั้ ตองเปนเรื่องจรงิ ไมบ ิดเบือน ๒) ตถตา เรอ่ื งแท เรื่องที่เสนอหรือกลาวนน้ั ตอ งเปนเรอ่ื งแท ไมใชค าดเดา ๓) กาละ เร่ืองทเ่ี สนอนั้นตอ งเหมาะสมกบั กาลเทศะ ๔) ปยะ เรื่องท่ีเสนอนั้นเปนเร่ืองหรือเสนอโดยวิธีท่ีผูฟงช่ืนชอบ ภายใตขอบเขตท่ี เหมาะสมแกส มณสารูป ๕) อัตถะ เร่ืองท่ีเสนอนั้น ตองเปนประโยชนตอสวนรวม แตในบางคร้ังบาง สถานการณผูนาํ เสนออาจตองพิจารณาดวยปญญาวา บางเรื่องอาจไมเหมาะกับเวลา หรืออาจไมเปน ทช่ี อบใจของคนบางกลมุ บางคน แตถา เสนอเร่ืองน้ันไปแลวเกิดประโยชนตอมหาชน ผูนําเสนออาจจะ ๔๕ ตองกระทํา เปนตน 44 ๓. กลุมเปาหมายของการเผยแผ เน่ืองจากพระธรรมทูตสายตางประเทศจาริกไปเผยแผ พระพทุ ธศาสนานอกประเทศไทย และการจะทําใหการเผยแผพระพุทธศาสนาประสบความสําเร็จน้ัน ตองใหค นทองถิน่ เจาของประเทศยอมรับพระพุทธศาสนา กลุมเปาหมาย จึงไดแก คนทองถิ่นเจาของ ประเทศท้ังท่ีมีความสนใจพระพุทธศาสนาเปนพ้ืนฐานเดิมและกลุมคนท่ีสนใจแตไมประกาศตัวตอ สาธารณะ รวมถึงกลุมชนชาติใด ๆ ท่ีไมใชคนทองถ่ินแตอาศัยอยูในทองถิ่นนั้นดวย และกลุมท่ีสําคัญ คือพุทธศาสนิกชนไทยที่อยูในทองถ่ินน้ันท้ังกลุมที่ไปทํางานในประเทศนั้นและกลุมที่มีครอบครัวเปน คนทองถ่ินนั้น เพราะนอกจากจะชวยเปนสื่อกลางในการสงตอพระพุทธศาสนาไปสูคูสมรสและบุตร หลานตอไปแลว ในชวงเร่ิมตนการจาริกไปตางประเทศของพระธรรมทูตน้ัน สวนหนึ่งเกิดจากความ ๔๕ มหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย วิทยาเขตขอนแกน, คูมืออบรมนักเทศน, (ขอนแกน: หจก. โรงพมิ พคลงั นานาวทิ ยา, ๒๕๔๕), หนา ๔๗-๔๘.

๖๙ ตองการของชุมชนไทยในตางประเทศน่ันเอง ซ่ึงสามารถจัดกลุมเปาหมายไดเปนกลุมตาง ๆ ดัง ตวั อยา งตอไปนี้ ๑) จัดตามวัย แบงไดเปน ๕ กลุม คือ ๑. วัยเด็ก ๒. วัยรุน ๓. วัยหนุมสาว ๔. วัย ผูใหญ และ ๕. วยั ชรา ๒) จัดตามความตองการหรือความรูสึกของผูฟง แบงไดเปน ๓ กลุม คือ ๑. พวกที่ อยากจะฟงอยูแ ลว ๒. พวกท่ีรูสึกเปน กลาง และ ๓. พวกท่ไี มอยากฟง แตถูกเกณฑหรอื บงั คับมาฟง ๓) จัดตามพุทธพจนในโพธิราชกุมารสูตร45๔๖ ซึ่งพระพุทธเจาตรัสกับโพธิราชกุมาร ความวา ราชกุมาร คร้ังนั้น อาตมภาพรับคําทูลอาราธนาของพรหม และเพราะอาศัยความกรุณาใน สัตวทั้งหลาย จึงตรวจดูโลกดวยธุลีในดวงตาพุทธจักษุ เม่ือตรวจดูโลกดวยพุทธจักษุ ไดเห็นสัตว ทงั้ หลายผูมธี ุลีในดวงตานอย มีมาก มีอินทรยี แกกลา มีอินทรียออน มีอาการดี มีอาการทราม สอนให รไู ดง า ย สอนใหร ูไดยาก บางพวกเหน็ ปรโลกและโทษวาเปน สิ่งนากลัว บางพวกเห็นปรโลกและโทษวา เปนสง่ิ ไมน ากลวั สามารถจดั กลุม เปา หมายไดเ ปนหลายกลมุ ดงั นี้ ก. จัดตามปญญาในการรธู รรมหรือบารมีธรรม ไดแ ก (๑) ผูมธี ุลีในดวงตานอ ย ไดแก มีราคะ โทสะ และโมหะนอ ย (๒) ผมู ธี ลุ ีในดวงตามาก ไดแ ก มีราคะ โทสะ และโมหะมาก ข. จดั ตามอินทรยี  ไดแ ก (๑) ผูม ีอินทรียแ กกลา ไดแก มีศรทั ธา เปนตน แกก ลา (๒) ผมู อี นิ ทรยี ออ น ไดแ ก มีศรทั ธา เปน ตน ไมแ กกลา ค. จัดตามอาการ ไดแ ก (๑) ผมู ีอาการดี ไดแ ก เปนผมู ีศรทั ธา เปนตน (๒) ผูมอี าการทราม ไดแ ก เปนผไู มม ศี รทั ธา เปน ตน ง. จดั ตามสติปญ ญาในการรับรคู ําสอน ไดแ ก (๑) สอนใหร ูไดงา ย ไดแก ฟงคําสอนแลว ก็รูตามไดงาย (๒) สอนใหร ูไดย าก ไดแ ก ฟง คาํ สอนแลวกร็ ตู ามไดย าก ๔๖ ดูรายละเอียดใน ม.ม. (ไทย) ๑๓/๓๓๙/๔๐๙.

๗๐ ๔. วิธีการท่ีใชในการเผยแผ หรือประกาศพระพุทธศาสนานั้น พระพุทธองครวมถึงพระ สาวกไดแ สดงรปู แบบหรอื วิธกี ารไวมากมาย ซ่ึงพระธรรมทูตสามารถเลือกรูปแบบที่เหมาะสมกับกลุม ผูฟง โดยตองวิเคราะหผูฟงวาเหมาะสมกับพุทธวิธี ลีลาการสอนและหลักการสอนแบบใด ในปจจุบัน การเผยแผพระธรรมคําสอนมีรปู แบบทเ่ี ปลีย่ นแปลงไปโดยมีสอื่ ทชี่ วยใหก ารเผยแผมีความรวดเร็วมาก ข้ึน ดังนั้น พระธรรมทูตตองพิจารณาวาจะใชสื่อแบบใดท่ีเหมาะสมกับความตองการของผูฟง และ ชองทางการสื่อสารใดทท่ี นั ยุคทันสมยั สะดวกและงายตอ การเขาถึงเพ่มิ เตมิ ๕. วเิ คราะหต นเอง เปน การวเิ คราะหคุณลักษณะตาง ๆ ของตัวพระธรรมทูต ใหทราบจุด แข็งและจุดออนในการเปนพระธรรมทูตสายตางประเทศ เพ่ือใหรูจักตนเองอยางแทจริงวา มีจุดแข็ง ดานใดบาง และมีจุดออนที่ตองการการฝกฝนและพัฒนาดานใดบาง โดยพิจารณาจากคุณสมบัติดาน ตาง ๆ ท่ีตองใชในการทําหนาที่เผยแผพระพุทธศาสนาของพระธรรมทูตสายตางประเทศ เพ่ือเปน ขอมูลประกอบการวางแนวทางการเผยแผพระพุทธศาสนารวมถึงการพัฒนาตนเองใหสามารถปฏิบัติ หนา ท่ขี องพระธรรมทตู สายตางประเทศไดสอดคลองตามเปาหมายของพระพุทธองคและเปาหมายใน การประดิษฐานพระพุทธศาสนาในดินแดนตาง ๆ ตามเปาหมายของคณะสงฆไทยและผูที่เก่ียวของ ท้ังหมด รวมถึงเปาหมายสวนตัวของพระธรรมทูตสายตางประเทศดวย เชน มีความรูในพระธรรมคํา สอนอยา งลึกซ้งึ ไหม รูเรือ่ งใด ไมรเู รอื่ งใด มีความสามารถในการสอนวิปสสนากรรมฐานหรือไม หรือมี ความรูในวิชาการทางโลก เชน ภาษาอังกฤษ ภาษาทองถิ่น ประวัติศาสตร วัฒนธรรม ภูมิศาสตร โปรแกรมคอมพิวเตอร เปนตน ที่จําเปนตอการปฏิบัติหนาท่ีในระดับใด ดังท่ี พระโสภณวชิราภรณ รองอธกิ ารบดีฝายกิจการตา งประเทศไดกลาวถึงวาพระธรรมทูตควรมีความรู ๖ ภาษา ภาษาท่ี ๑ คือ ภาษาไทย ภาษาที่ ๒ ภาษาพระพุทธศาสนาเถรวาทแบบไทยคือภาษาบาลี ภาษาท่ี ๓ คือภาษา ทองถิ่นของประเทศนั้น ภาษาท่ี ๔ คือภาษาอังกฤษ เปนภาษากลาง ภาษาที่ ๕ คือ ภาษาคอมพิวเตอร และ ภาษาที่ ๖ คอื ภาษาในกลมุ ประเทศอาเซียน ๑ ภาษา46๔๗ ๖. วิเคราะหสถานการณแวดลอม เพ่ือศึกษาปจจัยทางบวกและปจจัยทางลบทั้งจาก หนวยงานที่เกี่ยวของ จากทองถ่ินเปาหมายท่ีจะไปเผยแผ ครอบคลุมสถานการณทางการเมือง เศรษฐกิจ สังคมและวัฒนธรรม เพ่ือหาแนวทางท่ีเหมาะสมในการเผยแผพระพุทธศาสนาในดินแดน เหลานั้น และหาแนวทางปองกันและเตรียมการรับมือไดอยางเหมาะสม ถาสถานการณแวดลอมไม เปนไปตามความคาดหวัง เชน สถานการณทางเศรษฐกิจท่ีตกต่ํา อาจเกิดผลกระทบตอหนวยงานที่ เกี่ยวของในการจัดสรรทรัพยากรในการทํางานดานพระพุทธศาสนาใหแกวัดหรือพระธรรมทูต หรือ กระทบกับพุทธศาสนิกชนในการเขาวัดทําบุญบริจาคทรัพยหรือสิ่งของตาง ๆ เพ่ือชวยในกิจการเผย ๔๗ พระโสภณวชิราภรณ, “ผูแทนมหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย”, วารสารสหภาพพระ ธรรมทูตไทยในทวปี ยโุ รป, ฉบับท่ี ๒ (กนั ยายน ๒๕๕๘): ๓๒-๓๕.

๗๑ แผพระพุทธศาสนา พระธรรมทูตสายตางประเทศจึงตองเตรียมพรอมรับมือกับสถานการณเหลานี้ หรือถา กรณีท่มี สี ถานการณท างบวก เชน ไดรับงบประมาณหรือเงินทําบุญจากการบริจาคจํานวนมาก จะนํามาใชดําเนินการในการเผยแผพระพุทธศาสนาอยางไรใหเกิดประโยชนและเกิดความคุมคาตอ พระพทุ ธศาสนาและพุทธศาสนิกชนมากที่สดุ เปนตน ๗. วางแผนในการเผยแผพระพุทธศาสนา กอนการประกาศพระพุทธศาสนา พระพุทธ องคทรงดําริถึงผูที่รับฟงพระธรรมของพระองคได ซึ่งมี ๓ กลุม ไดแก กลุมที่สามารถเขาใจไดทันที กลมุ ท่เี ขาใจเมื่ออธิบายเพม่ิ เติมเลก็ นอย และกลุมที่สามารถเขา ใจไดแตต อ งอธิบายขยายความเพ่ิมเติม และเร่ิมจาริกไปในที่ท่ีบุคคลนั้นอยู พรอมกับเลือกธรรมะที่เหมาะสมกับบุคคลน้ัน และประเมินวา บุคคลเหลานั้นมีความพรอ มตอ การฟงธรรมในระดับใด ทรงรอจนเมื่อมีความพรอมหรือเวลาเหมาะสม แลว จึงแสดงธรรมที่พอเหมาะแกภูมิหลัง จนบุคคลเหลานั้น สามารถเขาถึงพระธรรมคําสอนไดอยาง รวดเร็ว ดงั นัน้ การวางแผนจะชวยใหพระธรรมทูตสามารถเตรียมความพรอมกอนการจาริกไปเผยแผ พระธรรมหรือแสดงธรรม เพื่อใหสามารถปรับเปล่ียนหรือแกไขสถานการณเฉพาะหนาที่อาจเกิดข้ึน โดยไมไดคาดการณไ ว ๘. ยดึ ม่ันในหลกั การของพระพทุ ธองค หลักการและแนวทางท่ีพระพุทธองคทรงประทาน ไว โดยเฉพาะเมื่อครั้งสงพระธรรมทูตชุดแรกไปประกาศพระพุทธศาสนา และเม่ือคร้ังแสดงโอวาท ปาฏโิ มกข เนื้อความทปี่ รากฏทั้งสองครั้งน้ี เปนสิ่งท่ีตองใชเปนหลักการใหญในการเผยแผพระศาสนา สว นจะใชวิธีการใด เมอ่ื ไปพบเจอสถานการณจริง พระธรรมทตู สายตา งประเทศสามารถปรับประยุกต ไปได โดยหลักการใหญตองยังคงอยู และการเผยแผพระพุทธศาสนาตามแนวทางน้ีจะชวยให หลักธรรมคําสอนในพระพทุ ธศาสนาไมถ ูกเปล่ียนแปลงไปจากหลักการตามพุทธประสงคน นั่ เอง ๙. วิเคราะหแนวโนมในการเผยแผพระพุทธศาสนาในอนาคตวา หลักธรรมใดท่ีควร นําเสนอ วิธีการและชองทางใดท่ีควรใชใหเหมาะสมกับกลุมเปาหมายแตละกลุม เชน นําเสนอ หลักธรรมคําสอนที่สามารถประยุกตใชไดทันตอเหตุการณปจจุบันและทันสมัยอยูเสมอ การนํา หลักธรรมทางพระพุทธศาสนาเผยแผทางสื่อสังคมออนไลนใหกวางขวาง ใหการเผยแผ พระพุทธศาสนาสามารถมีอยูในทุกที่ทุกเวลา และทุกคนสามารถศึกษาพระพุทธศาสนาไดทาง อินเทอรเน็ตหรือบนโทรศัพทมือถือ และยังตองทําการเผยแผที่วัด เพ่ือใหชุมชนไดมีโอกาสพบปะกัน และรวมมือกนั ทํากจิ กรรมสรางสรรคและจรรโลงใจ เพือ่ ประโยชนข องชุมชนโดยรวม และหลักธรรมท่ี เปนหลักการสําคัญและเปนความโดดเดนของพระพุทธศาสนา ไดแก วิปสสนากรรมฐาน และอริยสัจ ๔ ซ่ึงเปนหลักการท่ีพระธรรมทูตสายตางประเทศตองมีการถายทอดใหพุทธศาสนิกชนไดรับรู เขาใจ และปฏิบัตติ ามได

๗๒ สวนคุณสมบัติที่พึงประสงคของพระธรรมทูตสายตางประเทศของคณะสงฆไทย เพื่อให การทํางานเผยแผพ ระพุทธศาสนาที่พึงประสงคป ระสบผลสําเร็จ มดี ังน้ี กลุมท่ี ๑ คุณสมบตั ิของพระธรรมทตู ในสมัยพทุ ธกาล ประกอบดวยคณุ สมบัติ ดงั นี้ ๑. คุณสมบัติตามโอวาทปาฏิโมกข ๓ ขอ คือ ๑) คุณลักษณะเฉพาะตัว ๒) เปาหมาย หรอื กรอบในการเผยแผ และ ๓) หลักการในการสรางสมั พนั ธกับสงั คม ๒. คุณสมบัติของทูต ๘ ประการ ไดแก ๑. รูจักฟง ๒. สามารถพูดใหผูอื่นฟงได ๓. ใฝ ศึกษา ๔. ทรงจําไดดี ๕. เปนผูรูไดเขาใจชัด นั่นคือ เปนผูรูความหมายของสิ่งที่เปนประโยชนและไม เปน ประโยชน ๖. สามารถพูดใหผูอื่นเขาใจได ๗. ฉลาดในสิ่งที่เปนประโยชนและไมเปนประโยชน ๘. ไมกอ ความทะเลาะวิวาท ๓. องคคุณแหงมิตร ๗ ประการ คือ ๑) ปโย นารัก ๒) ครุ นาเคารพ ๓) ภาวนีโย นายก ยอง ๔) วตตฺ า รูจักพดู ๕) วจนกฺขโม อดทนตอถอยคํา ๖) คมฺภีรฺจ กถํ กตฺตา กลาวชี้แจงแถลงเรื่อง ตาง ๆ ท่ีลกึ ซง้ึ ได และ ๗) โน จฏฐ าเน นโิ ยชเย ไมช ักจงู ไปในทางท่เี สื่อมเสยี ๔. คุณสมบัติตามหลักสัปปุริสธรรม ๗ ไดแก ๑) ธัมมัญุตา รูหลักและรูจักเหตุ ๒) อัตถัญุตา รูความมุงหมายและรูจักผล ๓) อัตตัญุตา รูจักตน ๔) มัตตัญุตา รูจักประมาณ ๕) กาลัญตุ า รูจักกาล ๖) ปรสิ ญั ุตา รูจ ักชุมชน และ ๗) ปคุ คลญั ตุ า รจู กั บคุ คล ๕. คุณลักษณะกอ นการแสดงธรรม เม่ือจะแสดงธรรมเผยแผแกใคร ควรต้ังธรรมไวในใจ ๕ ประการ ดังนี้ ๑) จักแสดงธรรมไปตามลําดับ ๒) จักแสดงอางเหตุ ๓) จักแสดงธรรมอาศัยความ เอน็ ดู ๔) จกั เปนผูไมเ พงอามสิ แสดงธรรม และ ๕) จกั ไมแสดงธรรมกระทบตนและผอู ืน่ 47๔๘ กลุม ท่ี ๒ คุณสมบัตทิ ่คี วรมตี ามแนวคดิ ปจจุบัน ประกอบดว ยคณุ สมบตั ิ ดังน้ี ๑. คติธรรม ๓ ประการ ซึ่งควรพิจารณาและพัฒนาใหมีขึ้นในตัวเอง ไดแก ๑) ทําตนให เปนตัวอยางแกผูอื่น ๒) ดําเนินชีวิตอยางมีความสุขใหคนอื่นเห็นดวยตาหรือเห็นชัดเจนวาทําได และ ๓) ดาํ รงตนเปน ผูทมี่ จี ติ ใจเยอื กเยน็ และมีความสงบ ซึง่ บคุ คลรอบ ๆ ตัว สัมผสั ได ๒. คุณลักษณะของพระธรรมทูตที่ดีและมีคุณภาพ ๓ ประการ คือ ๑) เช่ือมั่นตนเอง หมายความวา มีความม่ันใจในพุทธธรรมวามีคุณคาและนําผลท่ีดีและมีความสุขมาใหแกผูปฏิบัติ ๒) รูจักผูอื่น หมายความวา ตองเรียนรูและทําความเขาใจวัฒนธรรมประเพณี พิธีกรรม แบบการ ดําเนินชีวิต เปนตน ของประชาชนในประเทศท่ีเราจะไปอยู และ ๓) ส่ือสารใหดี หมายความวา ตอง ๔๘ องฺ.ปฺจก. (ไทย) ๒๒/๑๕๙/๒๖๓.

๗๓ แสวงหาความรดู านภาษาที่ใชในหมูประชาชนทองถิ่นที่ไปอยูใหเขาใจเต็มท่ีและสามารถใชสื่อมวลชน ใหเปนประโยชนไ ดอ ยางเหมาะสม ๓. คณุ สมบตั ิท่ีพระธรรมทูตสายตา งประเทศ ควรมี ๕ ประการ ไดแก ๑) มีความรูดี ใน ๓ ประการ คอื (๑) ความรูใ นทางพระพุทธศาสนา (๒) รูศาสนาอื่นหรือรูภูมิหลังดานความเช่ือทางจิต วิญญาณของสถานที่ท่ีจะเขาไปเผยแผ และ (๓) รูภาษาอังกฤษหรือภาษาที่นิยมใชในสถานท่ีท่ีจะเขา ไปเผยแผ ๒) มีความสามารถดี เนนที่ความสามารถพิเศษในการปฏิบัติสมาธิวิปสสนา ๓) มีคุณธรรม หรือความประพฤติดี นั่นคือ ประพฤติปฏิบัติตนในกรอบพระธรรมวินัย ๔) มีอุดมคติ ยึดมั่นในสาระ วางตวั เปนแบบอยา งของชวี ิตที่เรยี บงายในสังคมใหเ ปน ที่ปรากฏ และ ๕) มีอุดมการณ คอื การทํางาน เพอื่ พระพุทธศาสนา เพ่อื พระบรมศาสดา และเพอ่ื บคุ คลท่ีเคารพบชู าสงู สดุ กลมุ ที่ ๓ คุณสมบัติท่คี วรมเี พ่มิ เตมิ ไดแ ก ๑. คุณลักษณะ ๓ ประการ คุณลักษณะสําคัญเพื่อพัฒนาพระธรรมทูตสายตางประเทศ ใหเ ปนผนู ําทางจติ วญิ ญาณที่เขมแข็งและมีประสิทธภิ าพในการทํางานเผยแผพ ระศาสนา ไดแ ก ๑) ศรทั ธา หมายถงึ พระธรรมทูตสายตางประเทศตองมีความภูมิใจในการครองเพศ บรรพชิต อันเปนอุดมเพศอันประเสริฐ ยินดีในรูปแบบชีวิตนักบวชท่ีเรียบงาย ตามแนวทางและคํา สอนของพระศาสดา และมคี วามมงุ มัน่ ต้งั ใจจริงในการเผยแผรูปแบบชีวิตที่เรียบงายตอผูอื่น ตลอดถึง การถา ยทอดคําสอนเพ่ือชีวติ ที่ดีงาม ๒) วิชชา หมายถึง พระธรรมทูตสายตางประเทศตองมีความรูแตกฉานในหลักธรรม ทางพระพุทธศาสนาและความรูในศาสตรตาง ๆ สามารถจะนํามาบูรณาการกับหลักธรรมไดอยาง สอดคลองกลมกลืน มีความรูแมนยําในหลักคําสอนทางศาสนา ท้ังปริยัติ และปฏิบัติ ในส่ิงที่ตนเอง ตองนําไปสอนคนอ่ืน และความรูทางภาษาทองถ่ินที่ตนไปอยู เผยแผโดยเขาใจพ้ืนฐานชีวิตและ วัฒนธรรมของคนในสังคมท่ีตนเองจะไป รวมถึง ทฤษฎีความรูสากลของโลกท่ีเก่ียวเน่ืองสัมพันธกับ งานเผยแผ เชน ภาษาอังกฤษ ประวัติศาสตร อารยธรรมโลก และหลักศาสนาอ่ืน ๆ ท่ีมีผูนับถือใน ทองถิน่ นัน้ ๆ ๓) จรณะ หมายถึง พระธรรมทูตสายตางประเทศตองมีวัตรปฏิบัติท่ีไมผิดไปจาก หลักพระวินัย ยดึ พระวนิ ยั อนั เปนหวั ใจแหง พรหมจรรยของศาสนาไวเปนอยางดี แมอยูในสถานการณ ท่สี ุม เสี่ยงและเอือ้ อํานวยตอ การลวงละเมดิ โดยเฉพาะครุ ุกาบัติ และเปนผูพิจารณาผอนปรนตามความ เหมาะสมของภูมิประเทศและนิสัยใจคอของผูคนในตางประเทศ โดยพระธรรมทูตมีขอวัตรปฏิบัติท่ี สําคัญ ๔ ประการ ไดแก ๑) ปาตโิ มกขสงั วร สํารวมในพระปาติโมกข ๒) อินทรียสังวร สํารวมอินทรีย

๗๔ ตา หู จมูก ลิ้น กาย ใจ ๓) อาชีวปาริสุทธิ เล้ียงชีวิตดวยทางที่ชอบ ๔) ปจจยปจจเวกขณะ พิจารณา เสียกอนแลว จึงบรโิ ภคปจจัย48๔๙ คุณสมบัติ ๓ ประการนี้ เพ่ือคุมครองปองกันรักษาใหพระธรรมทูตไดประพฤติดีปฏิบัติ ชอบประกอบกจิ ใหเปนไปตามทาํ นองคลองธรรมทุกประการ ๒. คณุ ลกั ษณะดานความเปนผูน าํ เมื่อพระธรรมทูตสายตางประเทศตองไปปฏิบัติหนาท่ี ในตางประเทศ ควรมีคุณสมบัติในการเปนผูนําแกบุคคลหรือชุมชนใหประพฤติปฏิบัติตัวหรือดําเนิน กจิ กรรมไปในทศิ ทางทถี่ ูกตองตามทํานองคลองธรรม โดยมีลกั ษณะ ดงั น้ี ๑) มีความคิดความเขาใจในระดับสูง พระธรรมทูตสายตางประเทศเปนผูมีความคิด ความเขาใจในระดับสูง คือ เปนผูมีความสามารถในการคิดไดอยางมีเหตุมีผล และมีความสามารถใน การสรุปขอ มูลเพอ่ื นาํ ไปกาํ หนดเปนแผนปฏิบตั ิการ ๒) มีความสามารถในการกําหนดกลยุทธ พระธรรมทูตสายตางประเทศเปนผูมี ความสามารถในการนาํ ปจจัยตาง ๆ ทีเ่ กีย่ วของในการปฏิบัตหิ นา ทม่ี ากําหนดกลยทุ ธการทํางานได ๓) มีความคาดหวังและการสรางโอกาสสําหรับอนาคต พระธรรมทูตสาย ตางประเทศเปนผูมีทักษะความเขาใจเกี่ยวกับอนาคต มีการคาดคะเนอยางแมนยําเก่ียวกับความ ตองการของประชาชน ตลอดจนมีการคะเนทักษะทจี่ าํ เปนสําหรบั อนาคต ๔) มีวิธีคิดเชิงปฏิบัติ พระธรรมทูตสายตางประเทศมีความคิดสรางสรรคส่ิงใหม ๆ เพ่อื การแปลงเปาหมายหรอื กลยุทธไปสูแผนการทาํ งานท่ีปฏบิ ตั ิไดจ ริง ๕) สามารถกําหนดเปาหมายระยะยาว (วิสัยทัศน) พระธรรมทูตสายตางประเทศ เปนผูสามารถกําหนดส่ิงท่ีองคการตองการจะเปนในอนาคตหรือเปาหมายที่เปนความตองการใน ๕๐ อนาคตได 49 ๓.๗ สรุป จากแนวทางในการเผยแผพระพุทธศาสนาที่พึงประสงคของพระธรรมทูตไทยสาย ตา งประเทศทนี่ ําเสนอขางตน สามารถสรุปประเด็นที่นาํ เสนอมาแลว ดังตอไปนี้ ประเดน็ ที่ ๑ ความเปน มาของพระธรรมทูตสายตางประเทศของประเทศไทย การสงพระ ธรรมทูตไทยไปเผยแผพระศาสนาในตางประเทศ มีหลักฐานชัดเจนวาเร่ิมในสมัยกรุงศรีอยุธยาเปน ๔๙ พระมหาได วชิรเมธี, พระธรรมทูตสายตา งประเทศ, วดั สทุ ธาวาส เมอื งรเิ วอรไซด รัฐแคลิฟอรเนีย สหรัฐอเมรกิ า. (บทสัมภาษณ) ๕๐ รังสรรค ประเสรฐิ ศร,ี ภาวะผนู ํา, (กรงุ เทพมหานคร: ธนธัชการพมิ พ, ๒๕๔๔), หนา ๒๐๗-๒๐๙.

๗๕ ราชธานี รัชสมัยสมเด็จพระเจาอยูหัวบรมโกษฐ ไดสงพระธรรมทูตไปที่ประเทศลังกา ๒ คณะ ไดแก คณะของพระอุบาลีและพระอริยมุนี และคณะของพระวิสุทธาจารยและพระวรญาณมุนี รวม ระยะเวลาในการฟนฟพู ระพทุ ธศาสนาในประเทศลงั กา (ศรีลงั กา ในปจ จุบัน) ประมาณ ๗ ป จนทําให นิกายสยามวงศหรืออุบาลีวงศไดรับการฟนฟูข้ึนในประเทศศรีลังกา และในยุคกรุงรัตนโกสินทรเปน ราชธานี รชั สมยั ของพระบาทสมเด็จพระพทุ ธเลิศหลา นภาลัย รชั กาลท่ี ๒ ไดสงคณะสงฆไปที่ประเทศ ศรีลังกาอีกครั้งหนึ่ง โดยมีระยะเวลาประมาณ ๑ ป และในรัชสมัยพระบาทสมเด็จพระเจาอยูหัวภูมิ พลอดุลยเดช รัชกาลที่ ๙ แหงกรุงรัตนโกสินทร ชวงกอน พ.ศ. ๒๕๐๐ สมเด็จพระพุฒาจารย (อาจ อาสภมหาเถร) ไดรับอาราธนาไปประเทศพมา อินเดีย ยุโรปและอเมริกา เพื่องานพระธรรมทูต และ เร่ิมมีการสงพระธรรมทูตไทยไปเผยแผพระพุทธศาสนาในประเทศตาง ๆ ทั้งในทวีปเอเชีย ทวีปยุโรป ทวีปอเมริกา ทวีปออสเตรเลีย-โอเชียเนีย และมีพระธรรมทูตสายตางประเทศเดินทางไปเผยแผ พระพุทธศาสนาอยา งตอเนือ่ งจนถงึ ปจจุบัน หนาท่ีหลักของพระธรรมทูตสายตางประเทศ ในฐานะผูทําหนาที่ถายทอดพระธรรมคํา สอนของพระพุทธเจา เพื่อใหหลักธรรมคําสอนในพระพุทธศาสนาแพรหลายไปทุกทิศ มีผูศรัทธา เล่ือมใส เคารพ ในพระรัตนตรัย นอมนําหลักธรรมในพระพุทธศาสนาไปประพฤติปฏิบัติ ดวยหลัก ประโยชน ๓ คือ (๑) ทิฏฐธัมมิกัตถประโยชน ประโยชนในชาตินี้ (๒) สัมปรายิกัตถประโยชน ประโยชนใ นชาตหิ นา และ (๓) ปรมตั ถประโยชน ประโยชนอยางยิ่ง หรืออัตถะ ๓ ไดแก ๑) อัตตัตถะ หรือ ประโยชนตน ๒) ปรตั ถะ หรอื ประโยชนผูอ่ืน และ ๓) อุภยัตถะ หรือ ประโยชนทั้ง ๒ ฝาย การ ประกาศพระพุทธศาสนาโดยยึดหลักประโยชนและความสุขของมหาชนเปนที่ตั้งถือเปนวัตถุประสงค หลักในการเผยแผพระพุทธศาสนา โดยมีการเผยแผพระพุทธศาสนาในรูปแบบตาง ๆ เชน การแสดง ธรรมในโอกาสตาง ๆ ทั้งในวัดและสถานท่ีอื่น ๆ การเขารวมการอบรมสัมมนาในประเด็นท่ีเก่ียวกับ พระพุทธศาสนา การสอนกรรมฐาน การทาํ วัตรสวดมนต การเผยแผห ลักธรรมทางสื่อสิ่งพิมพและทาง สงั คมออนไลน เปนตน ประเด็นท่ี ๒ แนวคิดการเผยแผพระพุทธศาสนาของพระธรรมทูตไทยสายตางประเทศ เปน ไปตามหลกั พุทธโอวาท แสดงธรรมใหเหมาะกบั กาลเทศะ มเี หตุผล แสดงธรรมดวยจิตเมตตา โดย มุงประโยชนแกผูฟง ไมแสดงธรรมเพราะเห็นแกลาภสักการะ ไมแสดงธรรมโดยยกตนขมทานและไม เสียดสีขมขูผูอื่น เปาหมายการเผยแผพระพุทธศาสนาของพระธรรมทูตสายตางประเทศ เพ่ือ ประโยชนเกื้อกูล เพื่อความสุขแกบุคคลทั้งท่ีเปนชาวพุทธและมิใชชาวพุทธ มุงท่ีจะพัฒนาศักยภาพ ของบุคคลในการดําเนินชีวิตไดดวยตนเอง โดยใชหลักธรรมคําสอนของพระพุทธเจาเปนแนวทางใน การชีน้ าํ บคุ คลใหต งั้ อยใู นความไมประมาท

๗๖ เม่ือพระธรรมทูตจะไปเผยแผพระพุทธศาสนาในตางประเทศตองปฏิบัติตามแนวทางและ หลักพุทธวิธีการสอน ดังนี้คือ (๑) การยกอุทาหรณและเลานิทานประกอบ การยกตัวอยางประกอบ คําอธิบายและการเลานิทานประกอบการสอน (๒) การเปรียบเทียบดวยขออุปมา คําอุปมาชวยให เร่ืองที่ลึกซึ้งเขาใจยาก ปรากฏความหมายเดนชัดออกมาและเขาใจงายขึ้น (๓) ใชอุปกรณการสอน (๔) ทําใหดูเปนตัวอยาง วิธีสอนที่ดีท่ีสุดอยางหนึ่งโดยเฉพาะในทางจริยธรรม คือการทําเปนตัวอยาง ซ่งึ เปน การสอนแบบไมตอ งกลาวสอน (๕) การเลนภาษาและเลน คาํ เปนเรอื่ งของความสามารถในการ ใชภ าษาผสมกบั ปฏิภาณ (๖) อุบายเลอื กคนและการปฏิบตั ิรายบคุ คล การเลือกคนเปนอุบายสําคัญใน การเผยแผพ ระพทุ ธศาสนา (๗) การรูจักจังหวะและโอกาส เชน ผูเรียนยังไมพรอม ผูสอนตองมีความ อดทน (๘) ความยืดหยุนในการใชวิธีการ ถาผูสอนสอนอยางไมมีอัตตา ตัดตัณหา มานะ ทิฐิใหนอย ทส่ี ดุ ก็จะมงุ ไปยงั ผลสาํ เรจ็ ในการเรยี นรูเ ปน สาํ คญั สดุ วธิ ใี ดชว ยใหก ารสอนไดผลดีทสี่ ุด ก็จะทําในทาง นน้ั ไมก ลัววา จะเสยี เกียรติ (๙) การลงโทษและการใหรางวัลตามโอกาสอันควร (๑๐) กลวิธีแกปญหา เฉพาะหนา ปญหาเฉพาะหนาเกิดขึ้นเปนคร้ังคราว และตองอาศัยปฏิภาณ คือ ความสามารถในการ ประยกุ ตห ลกั การและวิธีการตา ง ๆ มาใชใ หเหมาะสมกับสถานการณน น้ั ๆ ประเด็นท่ี ๓ ปญหาและอุปสรรคในการเผยแผพระพุทธศาสนาของพระธรรมทูตสาย ตา งประเทศ ยังคงเกิดขน้ึ อยา งตอเน่ือง เมอ่ื สรุปปญหาอปุ สรรคในการเผยแผพ ระพุทธศาสนาของพระ ธรรมทูตสายตางประเทศโดยภาพรวม แบงไดเปน ๒ ประเด็นใหญ ๆ คือ ปญหาจากภายนอก ไดแก ปญ หาความขดั แยงในเรือ่ งการบรหิ ารจัดการวดั และการบรหิ ารการเงนิ ของพระสงฆกับคณะกรรมการ วัด เนื่องจากในหลายประเทศ การจัดต้ังวัด จะตองดําเนินการในนามของนิติบุคคล จึงตองมี คณะกรรมการซึ่งเปนฆราวาสมารวมบรหิ ารจดั การดวย หรือจาํ นวนวัดไทยทีม่ ีเพม่ิ ขึน้ แตหนวยงานใน สวนกลางของไทยไมสามารถกํากับดูแลไดอยางทั่วถึง และปญหาจากพระธรรมทูต ไดแก ความไม พรอมในดานตาง ๆ เชน ดานการใชภาษาทองถ่ิน ยังไมสามารถส่ือสารภาษาตางประเทศไดอยาง คลองแคลว จึงมุงการเผยแผพระพุทธศาสนาแกพุทธศาสนิกชนไทยมากกวาชาวตางชาติ ความไม เขาใจเก่ียวกับวัฒนธรรมทองถ่ิน มุงเนนดานวัตถุนิยม การประพฤติตนไมเหมาะสมกับสมณสารูป ซ่ึง เปนปฏิปทาท่ีไมนําความเล่ือมใสมาสูชาวไทยในตางประเทศหรือพุทธศาสนิกชนชาติอ่ืน ๆ มีปญหา เรือ่ งการเงิน และบางรปู ลาสิกขาเม่ือไดรับใบอนุญาตใหทํางานและพํานักไดถาวร เปนตน อยางไรก็ดี ปญ หาบางประการอาจคาบเก่ียวท้ังปญหาภายนอกและภายใน เชน ระยะเวลาในการพํานักอยูในแต ละประเทศน้ัน เปนสวนที่เก่ียวของกับระเบียบปฏิบัติของสถานทูตในประเทศน้ัน แตอาจไดรับความ สะดวกมากข้ึน ถากระทรวงการตางประเทศเขามามีสวนรวมในการอํานวยความสะดวกใหแกพระ ธรรมทูต หรือปญหาการบริหารจัดการวัดระหวางคณะกรรมการซ่ึงมีฆราวาสรวมอยูดวย ตัวอยาง ปญหาอุปสรรคท่พี บเหลา นี้ เปน เพียงสวนหนึง่ ทีพ่ บและรอการจดั การท้ังจากตัวพระธรรมทตู เองและ

๗๗ จากหนวยงานท่ีมีสวนเก่ียวของกับการกํากับดูแลและสนับสนุนการปฏิบัติหนาท่ีของพระธรรมทูตใน ตางประเทศ ปญหาและอุปสรรคท่ีพบเหลานี้สงผลตอความสําเร็จในการเผยแผพระพุทธศาสนา ซ่ึง ตอ งสามารถทาํ ใหชาวทอ งถน่ิ เขา ถึงหลักธรรมและนอมนาํ ไปปฏบิ ัติในชวี ิตประจาํ วันได สวนแนวทางแกไขปญหาและอุปสรรคท่ีเกิดนั้น แบงเปน ๒ ดานคือ ดานบุคลากรและ ดา นองคกร แนวทางการแกไขดานบคุ ลากรน้ัน พระธรรมทูตตองวิเคราะหตัวเองใหพบวา จุดแข็งของ ตัวเองคืออะไร แลวใชจุดแข็งนั้นเปนตัวนําในการเผยแผพระพุทธศาสนา จุดออนของตัวเองคืออะไร ถาจุดออนนั้นไมสามารถแกไขได ตองหาผูที่มีจุดแข็งตรงกับจุดออนของตนเองหรือทีมมาชวย สนบั สนนุ อีกประเด็นคือพระธรรมทูตในยุคปจ จุบันจะอยูลําพังหรือทํางานคนเดียวไมได ถาจะทํางาน ใหประสบความสําเร็จทันเวลา ตองใชทีมงานมาเสริม ถาจุดแข็งไมมีอยูในทีม ตองดึงฆราวาสมาชวย เชน หาอาสาสมัครมาชว ยแปลธรรมะเปน ภาษาอังกฤษ เปน ตน แนวทางการแกไขดานองคกร ปญหาการเผยแผพระพุทธศาสนาของพระธรรมทูตใน ตางประเทศ สว นหน่งึ มีสาเหตมุ าจากสถาบันหรือหนวยงานที่เก่ียวของ สิ่งท่ีควรดําเนินการ ไดแก จัด ใหมีการแลกเปล่ียนเรียนรูดานการบริหารจัดการสําหรับผูเก่ียวของทุกระดับในรูปแบบตาง ๆ อยาง ตอเนอื่ งเทา ทจ่ี ะเปนไปได การจัดการความรเู ก่ียวกับการทาํ งานเผยแผพ ระพุทธศาสนาในตางประเทศ ในทุกดาน เพ่ือเปนคลังความรูแกพระธรรมทูตรุนหลังใชเปนแนวทางการทํางานหรือแกปญหาท่ี เกิดขน้ึ ไดอ ยางทนั ทว งที การจดั ตัง้ สถาบันหรือวิทยาลัยพระธรรมทูต เพ่ือพัฒนาบุคลากรดานงานเผย แผพระพุทธศาสนาในตางประเทศ การจัดต้ังคณะกรรมการบริหารกิจการพระธรรมทูต ซ่ึงคณะ กรรมการฯ ตามแนวทางท่ีเสนอเหลาน้ี เปนแนวทางที่อยูในระหวางการดําเนินการ และบางแนวทาง มีขอจํากัดหลายประการ ทําใหไมสามารถดําเนินการไดทันทีหรือดําเนินการแลวแตยังไมเกิดผลเปน รูปธรรมชัดเจน ปญหาเหลานี้ จึงถูกมองวา ไมมีใครสนใจ ท้ังท่ีในความเปนจริง การจัดการกับบาง ปญหาตองใชระยะเวลาในการดําเนนิ การ ประเด็นท่ี ๔ แนวทางในการเผยแผพระพุทธศาสนาท่ีพึงประสงคของพระธรรมทูตไทย สายตางประเทศ มอี งคป ระกอบ ดังน้ี ๑. จุดมุงหมายในการเผยแผชัดเจน ไดแก มุงใหประชาชนสามารถนําหลักธรรมไปใชใน การพฒั นาชวี ิตตนเองและอยใู นสังคมอยางมคี วามสขุ จนสามารถพัฒนาไปสกู ารศึกษาท่ีลึกซึ้งย่ิงขึ้น สู การปฏิบัตเิ พ่ือพนทุกขอยา งสิ้นเชงิ ได และไดรบั ประโยชน ๓ อยา งแทจ ริง

๗๘ ๒. เนื้อหาคําสอนในการเผยแผ หลักธรรมท่ีนํามาเผยแผหลัก ๆ ใหเนนหลักธรรมท่ีเปน หัวใจสําคัญในพระพุทธศาสนา สามารถประยุกตใชไดจริง ไมโจมตีแนวคําสอนของศาสนาหรือลัทธิ ความเช่ืออื่น ๆ สอดคลอ งตามแนวทางของพระพทุ ธเจา โดยเฉพาะตามหลักโอวาทปาฏิโมกข ๓. กลุมเปาหมายของการเผยแผ ไดแก คนทองถิ่นเจาของประเทศทั้งท่ีมีความสนใจ พระพุทธศาสนาเปนพืน้ ฐานเดมิ และกลมุ คนท่สี นใจแตไมประกาศตัวตอสาธารณะ รวมถึงกลุมชนชาติ ใด ๆ ที่ไมใชคนทองถิ่นแตอาศัยอยูในทองถ่ินน้ันดวย และกลุมที่สําคัญคือพุทธศาสนิกชนไทยท่ีอยูใน ทอ งถน่ิ นนั้ ทัง้ กลุมทไ่ี ปทาํ งานในประเทศนนั้ และกลมุ ทมี่ คี รอบครัวเปน คนทองถิน่ นนั้ ๔. วิธีการท่ีใชในการเผยแผ เลือกรูปแบบท่ีเหมาะสมกับกลุมผูฟง โดยตองวิเคราะหผูฟง วาเหมาะสมกับพุทธวิธี ลีลาการสอนและหลักการสอนแบบใด ใชส่ือแบบใดท่ีเหมาะสมกับความ ตองการของผฟู ง และการใชชอ งทางการสือ่ สารท่ที ันยุคทันสมยั สะดวกและงายตอ การเขาถงึ ๕. วิเคราะหตนเอง โดยวิเคราะหจุดแข็งและจุดออนในการเปนพระธรรมทูตสาย ตา งประเทศ เพ่ือเปนขอมูลประกอบการวางแนวทางการเผยแผพระพุทธศาสนาและพัฒนาตนเองให สามารถปฏบิ ัตหิ นา ท่ขี องพระธรรมทตู สายตางประเทศตอไป ๖. วิเคราะหสถานการณแวดลอม เพ่ือศึกษาปจจัยทางบวกและปจจัยทางลบ เพ่ือหา แนวทางท่ีเหมาะสมในการเผยแผพระพุทธศาสนาในดินแดนเหลาน้ัน และหาแนวทางปองกันและ เตรยี มการรับมอื ไดอ ยา งเหมาะสม ๗. วางแผนในการเผยแผพระพุทธศาสนา การวางแผนจะชวยใหพระธรรมทูตสามารถ เตรียมความพรอมกอนการจาริกไปเผยแผพระธรรมหรือแสดงธรรม เพื่อใหสามารถปรับเปล่ียนหรือ แกไ ขสถานการณเฉพาะหนาท่ีอาจเกดิ ข้นึ โดยไมไดค าดการณไ วแ ละเกดิ ผลสาํ เรจ็ ตามเปาหมาย ๘. ยึดม่ันในหลักการของพระพุทธองค ไดแก หลักการและแนวทางท่ีพระพุทธองคทรง ประทานไว โดยเฉพาะเมื่อครั้งสงพระธรรมทูตชุดแรกไปประกาศพระพุทธศาสนาและเม่ือครั้งแสดง โอวาทปาฏโิ มกข ๙. วิเคราะหแ นวโนม การเผยแผพ ระพทุ ธศาสนาวามที ิศทางใด หลกั ธรรมใดทคี่ วรนําเสนอ วิธีการและชองทางใดที่ควรใชใหเหมาะสมกับกลุมเปาหมายแตละกลุม และไมวาจะใชวิธีการใดตอง ทาํ ใหวดั เปน สถานท่ีเปาหมายของพุทธศาสนิกชนเพือ่ จรรโลงใจและชว ยจดั การแกปญหาในชีวติ ได

บทท่ี ๔ สรุปผลการวิจัยและขอ เสนอแนะ ๔.๑ สรปุ ผลการวจิ ยั จากการศกึ ษาแนวทางการเผยแผพระพุทธศาสนาที่พึงประสงคของพระธรรมทูตไทยสาย ตา งประเทศ ตามวัตถปุ ระสงคทตี่ งั้ ไว ๒ ขอ คือ ๑. เพ่ือศึกษาสภาพปญหาและอุปสรรคในการเผยแผ พระพุทธศาสนาของพระธรรมทูต ๒. เพ่ือเสนอแนวทางในการเผยแผพระพุทธศาสนาท่ีพึงประสงค ของพระธรรมทูตไทยสายตา งประเทศ สามารถสรุปความได ตอ ไปน้ี ปญหาและอุปสรรคในการเผยแผพระพุทธศาสนาของพระธรรมทูตสายตางประเทศ สามารถสรุปความตามประเด็นที่นาํ เสนอมาแลว ดงั ตอไปนี้ ประเดน็ ที่ ๑ ความเปนมาของการเผยแผพระพุทธศาสนา พระพุทธองคทรงประกาศการ ตรสั รูของพระองคแกบุคคลจํานวนมาก ทั้งนักบวชและผูที่มิใชนักบวช จนทําใหเกิดมีพุทธบริษัทครบ องคเปนจํานวนมากข้ึนเปนลําดับ การประกาศพระศาสนาในสมัยที่พระพุทธองคทรงดํารงพระชนม ชีพ จะเกิดจากพระพทุ ธองคแ ละโดยพระสงฆสาวกเปน หลัก พระสาวกผูทําหนาท่ีประกาศพระศาสนา หรือเผยแผพระธรรมคําสอนของพระพุทธองคนนั้ ทาํ หนาทภ่ี ายใตห ลักการซึ่งพระพุทธองคทรงตรัสไว ท่ีวา เพื่อประโยชนแกมหาชน เพ่ือประโยชนสุขแกคนหมูมาก เพ่ืออนุเคราะหชาวโลก เพ่ือประโยชน เพอ่ื เกือ้ กลู เพอ่ื ประโยชนสุขแกเทวดาและมนุษยท้ังหลาย ตอมาการเผยแผพระพุทธศาสนาสมัยหลัง พุทธกาล ในรชั สมยั พระเจา อโศกมหาราชทรงมปี ระสงคสงพระภิกษุทเ่ี ปน พระธรรมทูตทั้ง ๙ สายออก เผยแผพระพุทธศาสนาไปในทิศทางตาง ๆ สวนพระพุทธศาสนาที่มาสูประเทศไทย ไดแก สายพระ โสณเถระกับพระอุตตรเถระ เปนหัวหนาคณะ จาริกไป ณ ดินแดนสุวรรณภูมิ เชื่อกันวา ไดแก ประเทศในคาบสมุทรอนิ โดจนี เชน ไทย พมา ลาว กมั พชู า เวียดนาม ประเด็นท่ี ๒ ความเปนมาของพระธรรมทูตสายตางประเทศของประเทศไทย การสงพระ ธรรมทูตไทยไปเผยแผพระศาสนาในตางประเทศ มีหลักฐานชัดเจนวาเร่ิมในสมัยกรุงศรีอยุธยาเปน ราชธานี รัชสมัยสมเด็จพระเจาอยูหัวบรมโกษฐ ไดสงพระธรรมทูตไปท่ีประเทศลังกา ๒ คณะ ไดแก คณะของพระอุบาลีและพระอริยมุนี และคณะของพระวิสุทธาจารยและพระวรญาณมุนี รวม ระยะเวลาในการฟนฟพู ระพุทธศาสนาในประเทศลังกา (ศรลี ังกา ในปจ จุบัน) ประมาณ ๗ ป จนทําให นิกายสยามวงศหรืออุบาลีวงศไดรับการฟนฟูขึ้นในประเทศศรีลังกา และในยุคกรุงรัตนโกสินทรเปน

๘๐ ราชธานี รชั สมัยของพระบาทสมเด็จพระพุทธเลิศหลานภาลัย รัชกาลท่ี ๒ ไดสงคณะสงฆไปที่ประเทศ ศรีลังกาอีกครั้งหน่ึง โดยมีระยะเวลาประมาณ ๑ ป และในรัชสมัยพระบาทสมเด็จพระเจาอยูหัว ภูมิ พลอดุลยเดช รัชกาลท่ี ๙ แหงกรุงรัตนโกสินทร ชวงกอน พ.ศ. ๒๕๐๐ สมเด็จพระพุฒาจารย (อาจ อาสภมหาเถร) ไดรับอาราธนาไปประเทศพมา อินเดีย ยุโรปและอเมริกา เพ่ืองานพระธรรมทูต และ เร่ิมมีการสงพระธรรมทูตไทยไปเผยแผพระพุทธศาสนาในประเทศตาง ๆ ท้ังในทวีปเอเชีย ทวีปยุโรป ทวีปอเมริกา ทวีปออสเตรเลีย-โอเชียเนีย และมีพระธรรมทูตสายตางประเทศเดินทางไปเผยแผ พระพทุ ธศาสนาอยา งตอเนอื่ งจนถงึ ปจ จุบนั ประเดน็ ท่ี ๓ การเผยแผพ ระพุทธศาสนาของพระธรรมทูตสายตางประเทศซึ่งเปนบทบาท หนาท่ีหลักของพระธรรมทูตสายตางประเทศ ในฐานะผูทําหนาท่ีถายทอดพระธรรมคําสอนของ พระพุทธเจา เพ่ือใหหลักธรรมคําสอนในพระพุทธศาสนาแพรหลายไปทุกทิศ มีผูศรัทธาเล่ือมใส เคารพ ในพระรตั นตรัย นอมนําหลกั ธรรมในพระพุทธศาสนาไปประพฤติปฏิบัติ ดวยหลักประโยชน ๓ คือ (๑) ทิฏฐธมั มิกัตถประโยชน ประโยชนในชาตินี้ (๒) สัมปรายิกัตถประโยชน ประโยชนในชาติหนา และ (๓) ปรมตั ถประโยชน ประโยชนอยา งยิง่ หรอื อัตถะ ๓ ไดแ ก ๑) อัตตัตถะ หรือ ประโยชนตน ๒) ปรัตถะ หรือ ประโยชนผูอ่ืน และ ๓) อุภยัตถะ หรือ ประโยชนท้ัง ๒ ฝาย การประกาศ พระพุทธศาสนาโดยยึดหลักประโยชนและความสุขของมหาชนเปนท่ีต้ังถือเปนวัตถุประสงคหลักใน การเผยแผพระพทุ ธศาสนา โดยมีการเผยแผพระพุทธศาสนาในรูปแบบตาง ๆ เชน การแสดงธรรมใน โอกาสตาง ๆ ท้ังในวัดและสถานที่อื่น ๆ การเขารวมการอบรมสัมมนาในประเด็นที่เก่ียวกับ พระพุทธศาสนา การสอนกรรมฐาน การทําวตั รสวดมนต การเผยแผหลกั ธรรมทางส่ือส่ิงพิมพและทาง สังคมออนไลน เปน ตน ประเดน็ ท่ี ๔ ปญหาและอปุ สรรคในการเผยแผพระพุทธศาสนาของพระธรรมทูตไทยสาย ตา งประเทศ เมื่อสรุปปญหาอุปสรรคในการเผยแผพระพุทธศาสนาของพระธรรมทูตสายตางประเทศ โดยภาพรวม แบงไดเปน ๒ ประเด็นใหญ ๆ คือ ปญหาจากภายนอก ไดแก ปญหาความขัดแยงใน เรอื่ งการบรหิ ารจดั การวัดและการบริหารการเงนิ ของพระสงฆกับคณะกรรมการวัด เน่ืองจากในหลาย ประเทศ การจัดตั้งวัด จะตองดําเนินการในนามของนิติบุคคล จึงตองมีคณะกรรมการซ่ึงเปนฆราวาส มารว มบริหารจัดการดว ย หรือจาํ นวนวดั ไทยที่มีเพิ่มข้ึน แตหนวยงานในสวนกลางของไทยไมสามารถ กํากับดูแลไดอยางท่ัวถึง และปญหาจากพระธรรมทูต ไดแก ความไมพรอมในดานตาง ๆ เชน ดาน การใชภาษาทองถ่ิน ยังไมสามารถสื่อสารภาษาตางประเทศไดอยางคลองแคลว จึงมุงการเผยแผ พระพทุ ธศาสนาแกพ ทุ ธศาสนิกชนไทยมากกวาชาวตางชาติ ความไมเขาใจเก่ียวกับวัฒนธรรมทองถ่ิน มุงเนนดานวัตถุนิยม การประพฤติตนไมเหมาะสมกับสมณสารูป ซ่ึงเปนปฏิปทาที่ไมนําความเล่ือมใส มาสูชาวไทยในตางประเทศหรือพุทธศาสนิกชนชาติอื่น ๆ มีปญหาเรื่องการเงิน และบางรูปลาสิกขา

๘๑ เม่อื ไดร บั ใบอนุญาตใหท ํางานและพํานกั ไดถ าวร เปน ตน อยางไรก็ดี ปญหาบางประการอาจคาบเกี่ยว ทั้งปญหาภายนอกและภายใน เชน ระยะเวลาในการพํานักอยูในแตละประเทศนั้น เปนสวนที่ เก่ยี วขอ งกับระเบยี บปฏบิ ัติของสถานทตู ในประเทศนัน้ แตอ าจไดร ับความสะดวกมากขึ้น ถากระทรวง การตางประเทศเขามามีสวนรวมในการอาํ นวยความสะดวกใหแกพระธรรมทูต หรือปญหาการบริหาร จัดการวัดระหวางคณะกรรมการซึ่งมีฆราวาสรวมอยูดวย ตัวอยางปญหาอุปสรรคท่ีพบเหลาน้ี เปน เพียงสวนหน่ึงที่พบและรอการจัดการทั้งจากตัวพระธรรมทูตเองและจากหนวยงานที่มีสวนเกี่ยวของ กับการกํากับดูแลและสนับสนุนการปฏิบัติหนาท่ีของพระธรรมทูตในตางประเทศ ปญหาอุปสรรคท่ี พบเหลาน้ีสงผลตอความสําเร็จในการเผยแผพระพุทธศาสนา ซ่ึงตองสามารถทําใหชาวทองถ่ินเขาถึง หลักธรรมและนอ มนําไปปฏบิ ัติในชีวิตประจาํ วันได สวนแนวทางในการเผยแผพระพุทธศาสนาที่พึงประสงคของพระธรรมทูตไทยสาย ตา งประเทศ สามารถสรปุ ได ดังตอไปน้ี ประเด็นที่ ๑ แนวคิดการเผยแผพระพุทธศาสนาของพระธรรมทูตไทยสายตางประเทศ เปนไปตามหลักพุทธโอวาท คือแสดงธรรมใหเหมาะสมกับกาลเทศะ มีเหตุผล แสดงธรรมดวยจิต เมตตา โดยมุงประโยชนแกผูฟง ไมแสดงธรรมเพราะเห็นแกลาภสักการะ ไมแสดงธรรมโดยยกตนขม ทานและไมเสียดสีขมขูผูอ่ืน เปาหมายการเผยแผพระพุทธศาสนาของพระธรรมทูตสายตางประเทศ เพื่อประโยชนเกื้อกูล เพ่ือความสุขแกบุคคล ทั้งที่เปนชาวพุทธและมิใชชาวพุทธ มุงท่ีจะพัฒนา ศักยภาพของบุคคลในการดําเนินชีวิตไดดวยตนเอง โดยใชหลักธรรมคําส่ังสอนของพระพุทธเจาเปน แนวทางในการช้ีนําบคุ คลใหตัง้ อยใู นความไมป ระมาท เมื่อพระธรรมทูตจะไปเผยแผพระพุทธศาสนาในตางประเทศตองปฏิบัติตามแนวทางและ หลักพุทธวิธีการสอน ดังน้ีคือ (๑) การยกอุทาหรณและเลานิทานประกอบ การยกตัวอยางประกอบ คําอธิบายและการเลานิทานประกอบการสอน (๒) การเปรียบเทียบดวยขออุปมา คําอุปมาชวยให เรื่องท่ีลึกซึ้งเขาใจยาก ปรากฏความหมายเดนชัดออกมาและเขาใจงายขึ้น (๓) ใชอุปกรณการสอน (๔) ทําใหดูเปนตัวอยาง วิธีสอนที่ดีท่ีสุดอยางหน่ึงโดยเฉพาะในทางจริยธรรม คือการทําเปนตัวอยาง ซ่ึงเปน การสอนแบบไมตอ งกลาวสอน (๕) การเลนภาษาและเลนคํา เปน เรือ่ งของความสามารถในการ ใชภาษาผสมกบั ปฏิภาณ (๖) อุบายเลอื กคนและการปฏิบัตริ ายบคุ คล การเลือกคนเปนอุบายสําคัญใน การเผยแผพ ระพทุ ธศาสนา (๗) การรูจักจังหวะและโอกาส เชน ผูเรียนยังไมพรอม ผูสอนตองมีความ อดทน (๘) ความยืดหยุนในการใชวิธีการ ถาผูสอนสอนอยางไมมีอัตตา ตัดตัณหา มานะ ทิฐิใหนอย ทสี่ ุด ก็จะมุงไปยังผลสาํ เรจ็ ในการเรียนรูเปนสําคัญ วิธีใดทําใหการสอนไดผลดีท่ีสุด ก็จะทําในทางนั้น ไมก ลวั วาจะเสียเกยี รติ (๙) การลงโทษและการใหรางวัล ตามโอกาสอันควร (๑๐) วิธีแกปญหาเฉพาะ

๘๒ หนา ปญหาเฉพาะหนาที่เกิดขึ้นเปนคร้ังคราว ตองอาศัยปฏิภาณ คือ ความสามารถในการประยุกต หลกั การและวิธีการตาง ๆ มาใชใหเหมาะสมกับสถานการณนน้ั ๆ ประเด็นท่ี ๒ ปญหาและอุปสรรคในการแผพระพุทธศาสนาของพระธรรมทูตสาย ตางประเทศของคณะสงฆไทย พบวา แนวทางการแกไขปญหาและอุปสรรคในการเผยแผ พระพุทธศาสนาของพระธรรมทูตสายตางประเทศ แบงเปน ๒ ดาน ไดแก ดานบุคลากรหรือตัวพระ ธรรมทตู และดา นองคก ร แนวทางการแกไขดา นบุคลากรหรอื ตวั พระธรรมทูต มีแนวทางดังนี้ ๑. วิเคราะหตัวเอง ใน ๒ ดาน คือ จุดแข็ง จุดออน และวิเคราะหสภาพแวดลอม ๒ ดาน คือดานที่เปนโอกาสและดานที่อาจเปนภัยคุกคามในการเผยแผพระพุทธศาสนา พระธรรมทูต ตอ งรวู าอะไรคือจุดแข็งของตัวเอง เพื่อใชจุดแข็งนั้นเปนตัวนําในการทํางานเผยแผพระพุทธศาสนา รู จุดออนของตัวเอง เพื่อแกไขใหลดลงหรือถาไมสามารถแกไขจุดออนไดในทันที สวนการวิเคราะห สภาพแวดลอมดานโอกาสน้ัน ถาพระธรรมทูตสายตางประเทศสามารถสรางโอกาสในการเผยแผ พระพุทธศาสนาจะทํางานในเชงิ รกุ ได และภยั คุกคามน้นั เปนเรอ่ื งท่อี ยเู หนือการจดั การของตนเอง จึง ตองรูไวเพื่อหลีกเล่ียงหรือหาแนวทางปองกันใหเกิดผลกระทบในทางลบนอยท่ีสุด หรือถาสามารถ พลิกเปน โอกาสได กจ็ ะเกดิ ประโยชนมากข้นึ เชน ในสังคมตางชาติ โดยเฉพาะประเทศที่มีความเจริญ ทางวัตถุหรือวัตถุนิยม มักจะมีปญหาทางจิตใจ ถาพระธรรมทูตสามารถใหหลักธรรมท่ีตรงกับปญหา และสามารถประยุกตใชไดท นั ที ก็สามารถพลิกจากภัยคุกคามเปน โอกาสได ๒. พระธรรมทูตตองฝกฝนและพัฒนาตนเองใหมีจุดแข็งที่โดดเดน โดยเฉพาะความ เชี่ยวชาญในเนื้อหาหลักธรรมสําคัญท่ีเปนหัวใจและจุดเดนของพระพุทธศาสนา ดังพุทธภาษิตที่วา อตฺตา หิ อตฺตโน นาโถ ตนแลเปนที่พ่ึงแหงตน การพัฒนาตองเร่ิมที่ตัวเอง ตนเองเทาน้ันท่ีจะสราง ความรใู หเ กิดขนึ้ ในตัวเองได กัลยาณมิตรชว ยบอกทาง แตก ารปฏิบัติอยทู ่ตี นเอง แนวทางการแกไ ขดานองคกรขอเสนอ ดังนี้ ๑. ปญหาการเผยแผพระพุทธศาสนาของพระธรรมทูตสายตางประเทศ สวนหนึ่งมี สาเหตุมาจากสถาบันหรือหนวยงานที่เกี่ยวของ สิ่งท่ีควรดําเนินการ ไดแก จัดใหมีการแลกเปลี่ยน เรียนรูดานการบริหารจัดการสําหรับผูเกี่ยวของทุกระดับในรูปแบบตาง ๆ อยางตอเน่ืองเทาท่ีจะ เปนไปได เชน การจัดประชุมพระธรรมทูตโดยองคการพระธรรมทูตในแตละทวีปท่ีดําเนินการอยูน้ัน เปนการพบปะสมาคมกัน ซ่ึงจะชวยใหเกิดการแลกเปล่ียนประสบการณการปฏิบัติภารกิจของแตละ ประเทศทัง้ ในดานดีและดา นที่เปนปญหาเพ่ือสนบั สนนุ ชว ยเหลอื ซ่งึ กันและกัน

๘๓ ๒. การบริหารจัดการความรูเกี่ยวกับการทํางานเผยแผพระพุทธศาสนาใน ตา งประเทศในทกุ ดา น โดยรวบรวมความรูแ ละประสบการณในการทาํ งานของพระธรรมทูตรุนบุกเบิก และที่ประสบความสําเร็จเพ่ือเปนคลังความรูแกพระธรรมทูตรุนหลังใชเปนแนวทางการทํางานหรือ แกปญ หาทีเ่ กดิ ขน้ึ ไดอยางทันทว งที หรือการดําเนินโครงการทีป่ ระสบความสาํ เรจ็ ในแตล ะภูมภิ าค ๓. การจัดต้ังสถาบันหรือวิทยาลัยพระธรรมทูต เพื่อพัฒนาบุคลากรดานงานเผยแผ พระพุทธศาสนาในตางประเทศ เพื่อชวยในการแกปญหาจากตัวพระธรรมทูตที่ยังมีคุณสมบัติไมครบ เครื่องถือเปนเร่ืองที่สําคัญและจําเปนตอการพัฒนาพระธรรมทูตใหมีทั้งจํานวนและคุณภาพตามที่ ตองการ ๔. การจัดตั้งคณะกรรมการบริหารกิจการพระธรรมทตู ซึ่งคณะกรรมการฯ ชุดนี้ควร ไดรับมอบอาํ นาจจากมหาเถรสมาคม ใหส ามารถเขาไปดูแลเร่ืองการคัดเลือก จัดสงพระธรรมทูตฯ ไป ประจําหรือทํางานในตางประเทศตามความสามารถของแตละทาน การดูแลเร่ืองสวัสดิการ สุขภาพ การเดินทางไปเผยแผ การสรางแรงจูงใจ และมาตรการลงโทษ พรอมกันน้ีถาไดรับการสนับสนุนเรื่อง บุคลากรและงบประมาณอยางเพียงพอจะชวยใหปญหาท่ีติดขัดบางประการไดรับการแกไขไปไดใน ระดบั หนง่ึ ประเด็นท่ี ๓ แนวทางในการเผยแผพระพุทธศาสนาที่พึงประสงคของพระธรรมทูตไทย สายตางประเทศ ควรมีองคประกอบ ดงั นี้ ๑. จุดมุงหมายในการเผยแผชัดเจน จุดมุงหมายในการเผยแผพระพุทธศาสนาของ พระพุทธองค ไดแก มุงใหประชาชนสามารถนําหลักธรรมไปใชในการพัฒนาชีวิตตนเองและอยูใน สังคมอยางมีความสุข จนสามารถพัฒนาไปสูการศึกษาที่ลึกซ้ึงยิ่งขึ้น สูการปฏิบัติเพ่ือพนทุกขอยาง สิ้นเชงิ ได สอดคลอ งตามพทุ ธประสงคของพระองคในวนั ทีท่ รงตดั สนิ พระทัยประกาศการตรัสรูแกผูอ่ืน และตามโอวาทของพระพทุ ธองคเมอ่ื จะสงพระสาวกไปประกาศพระศาสนาในทิศตาง ๆ น่ันคือ มีผูนํา หลักธรรมคําสอนในพระพุทธศาสนาไปใชในการดําเนินชีวิตใหมากที่สุดเทาที่จะเปนไปได ถึงพระ รัตนตรยั เปนสรณะ และไดร บั ประโยชน ๓ อยา งแทจรงิ ๒. เน้ือหาคําสอนในการเผยแผ หลักธรรมในพระพุทธศาสนามีจํานวนมากมาย ดงั นนั้ หลักธรรมที่นํามาเผยแผหลัก ๆ ใหเนนหลักธรรมท่ีเปนหัวใจสําคัญในพระพุทธศาสนา สามารถ ประยกุ ตใชไดจริง ไมโจมตีแนวคําสอนของศาสนาหรือลทั ธคิ วามเชือ่ อนื่ ๆ สอดคลอ งตามแนวทางของ พระพทุ ธเจา โดยเฉพาะตามหลกั โอวาทปาฏโิ มกข และเน้ือหาคําสอนเหลาน้ัน ควรมีลักษณะดังนี้ คือ ๑) สัจจะ ไดแ ก เร่ืองทก่ี ลา วนั้นตองเปน เรอ่ื งจรงิ ๒) ตถตา เรอ่ื งแท เรอื่ งทเ่ี สนอหรือกลาวน้ันตองเปน เร่ืองแท ไมใชคาดเดา ๓) กาละ เร่ืองท่ีเสนอนั้นตองเหมาะสมกับกาลเทศะ ๔) ปยะ เรื่องท่ีเสนอน้ัน เปนเรอื่ งที่ผูฟงชอบ และ ๕) อัตถะ เร่อื งท่ีเสนอน้นั ตอ งเปน ประโยชนตอสวนรวม

๘๔ ๓. กลมุ เปา หมายของการเผยแผ เนื่องจากพระธรรมทูตสายตางประเทศจาริกไปเผย แผพ ระพุทธศาสนานอกประเทศไทย และการจะทําใหการเผยแผพระพุทธศาสนาประสบความสําเร็จ นั้นตองใหคนทองถ่ินเจาของประเทศยอมรับพระพุทธศาสนา กลุมเปาหมาย จึงไดแก คนทองถ่ิน เจา ของประเทศทัง้ ทม่ี ีความสนใจพระพทุ ธศาสนาเปน พืน้ ฐานเดมิ และกลุมคนท่ีสนใจแตไมประกาศตัว ตอสาธารณะ รวมถึงกลุมชนชาติใด ๆ ที่ไมใชคนทองถิ่นแตอาศัยอยูในทองถิ่นนั้นดวย และกลุมท่ี สําคัญคือพุทธศาสนิกชนไทยที่อยูในทองถ่ินน้ันท้ังกลุมที่ไปทํางานในประเทศนั้นและกลุมที่มี ครอบครัวเปนคนทองถ่ินน้ัน เพราะนอกจากจะชวยเปนสื่อกลางในการสงตอพระพุทธศาสนาไปสูคู สมรสและบุตรหลานตอไปแลว ในชวงเร่ิมตนการจาริกไปตางประเทศของพระธรรมทูตน้ัน สวนหนึ่ง เกิดจากความตองการของชุมชนไทยในตางประเทศน่ันเอง ๔. วิธีการท่ีใชในการเผยแผหรือประกาศพระพุทธศาสนานั้น พระพุทธองครวมถึง พระสาวกไดแ สดงรูปแบบหรือวิธีการไวมากมาย ซ่ึงพระธรรมทูตสามารถเลือกรูปแบบท่ีเหมาะสมกับ กลุมผูฟง โดยตองวิเคราะหผูฟงวาเหมาะสมกับพุทธวิธี ลีลาการสอนและหลักการสอนแบบใด ใน ปจจุบันการเผยแผพระธรรมคําสอนมีรูปแบบที่เปลี่ยนแปลงไปโดยมีส่ือท่ีชวยใหการเผยแผหรือก็คือ การสื่อสารนั่นเองมีความรวดเร็วมากข้ึน ดังน้ัน พระธรรมทูตตองพิจารณาวาจะใชส่ือแบบใดท่ี เหมาะสมกบั ความตอ งการของผฟู ง และชองทางการสอ่ื สารใดทีท่ นั ยุคทันสมยั สะดวกและงายตอการ เขา ถงึ เพ่มิ เตมิ ๕. วิเคราะหตนเอง เปนการวิเคราะหคุณลักษณะตาง ๆ ของตัวพระธรรมทูต วิเคราะหใ หท ราบจดุ แขง็ และจดุ ออนในการเปนพระธรรมทูตสายตางประเทศ เพื่อใหรูจักตนเองอยาง แทจรงิ วา มีจุดแขง็ ดานใดบาง และมีจุดออนท่ีตองการการฝกฝนและพัฒนาดานใดบาง โดยพิจารณา จากคุณสมบัติดานตาง ๆ ท่ีตองใชในการทําหนาที่เผยแผพระพุทธศาสนาของพระธรรมทูตสาย ตางประเทศ เพื่อเปนขอมูลประกอบการวางแนวทางการเผยแผพระพุทธศาสนารวมถึงการพัฒนา ตนเองใหสามารถปฏิบัติหนาท่ีของพระธรรมทูตสายตางประเทศไดสอดคลองตามเปาหมายของพระ พุทธองคและเปาหมายในการประดิษฐานพระพุทธศาสนาในดินแดนตาง ๆ ตามเปาหมายของคณะ สงฆไ ทยและผทู เ่ี กยี่ วของท้ังหมด รวมถงึ เปาหมายสวนตัวของพระธรรมทตู สายตา งประเทศดวย ๖. วิเคราะหส ถานการณแวดลอม เพื่อศึกษาปจจัยทางบวกและปจจัยทางลบทั้งจาก หนวยงานท่ีเก่ียวของ จากทองถิ่นเปาหมายท่ีจะไปเผยแผ ครอบคลุมสถานการณทางการเมือง เศรษฐกิจ สังคมและวัฒนธรรม เพื่อหาแนวทางที่เหมาะสมในการเผยแผพระพุทธศาสนาในดินแดน เหลานั้น และหาแนวทางปองกันและเตรียมการรับมือไดอยางเหมาะสม ถาสถานการณแวดลอมไม เปนไปตามความคาดหวัง เชน สถานการณทางเศรษฐกิจที่ตกตํ่า อาจเกิดผลกระทบตอหนวยงานที่ เก่ียวของในการจัดสรรทรัพยากรในการทํางานดานพระพุทธศาสนาใหแกวัดหรือพระธรรมทูต หรือ

๘๕ กระทบกับพุทธศาสนิกชนในการเขาวัดทําบุญบริจาคทรัพยหรือส่ิงของตาง ๆ เพ่ือชวยในกิจการเผย แผพระพุทธศาสนา พระธรรมทูตสายตางประเทศจึงตองเตรียมพรอมรับมือกับสถานการณเหลาน้ี หรอื ถากรณีทีม่ ีสถานการณท างบวก เชน ไดรับงบประมาณหรือเงินทําบุญจากการบริจาคจํานวนมาก จะนํามาใชดําเนินการในการเผยแผพระพุทธศาสนาอยางไรใหเกิดประโยชนและเกิดความคุมคาตอ พระพทุ ธศาสนาและพทุ ธศาสนกิ ชนมากที่สุด เปนตน ๗. วางแผนในการเผยแผพระพุทธศาสนา กอนการประกาศพระพุทธศาสนา พระ พุทธองคทรงดําริถึงผูที่รับฟงพระธรรมของพระองคได ซึ่งมี ๓ กลุม ไดแก กลุมท่ีสามารถเขาใจได ทันที กลุมท่ีเขาใจเมื่ออธิบายเพิ่มเติมเล็กนอย และกลุมที่สามารถเขาใจไดแตตองอธิบายขยายความ เพ่ิมเติม และเร่ิมจาริกไปในท่ีท่ีบุคคลนั้นอยู พรอมกับเลือกธรรมะท่ีเหมาะสมกับบุคคลน้ัน และ ประเมินวา บุคคลเหลาน้ันมีความพรอมตอการฟงธรรมในระดับใด ทรงรอจนเมื่อมีความพรอมหรือ เวลาเหมาะสมแลว จึงแสดงธรรมที่พอเหมาะแกภูมิหลัง จนบุคคลเหลานั้น สามารถเขาถึงพระธรรม คําสอนไดอ ยางรวดเร็ว ดงั นั้น การวางแผนจะชว ยใหพระธรรมทูตสามารถเตรียมความพรอมกอนการ จาริกไปเผยแผพระธรรมหรือแสดงธรรม เพ่ือใหสามารถปรับเปล่ียนหรือแกไขสถานการณเฉพาะ หนาที่อาจเกดิ ขึ้นโดยไมไ ดค าดการณไว ๘. ยึดมั่นในหลักการของพระพุทธองค หลักการและแนวทางท่ีพระพุทธองคทรง ประทานไว โดยเฉพาะเมื่อครั้งสงพระธรรมทูตชุดแรกไปประกาศพระพุทธศาสนาและเม่ือครั้งแสดง โอวาทปาฏิโมกข เนื้อความที่ปรากฏทั้งสองครั้งน้ี เปนส่ิงที่ตองใชเปนหลักการใหญในการเผยแผพระ ศาสนา สว นจะใชวธิ ีการใด เม่ือไปพบเจอสถานการณจริง พระธรรมทูตสายตางประเทศสามารถปรับ ประยกุ ตไปได โดยหลกั การใหญตองยังคงอยู และการเผยแผพระพุทธศาสนาตามแนวทางน้ีจะชวยให หลักธรรมคําสอนในพระพุทธศาสนาไมถ กู เปลีย่ นแปลงไปจากหลกั การตามพุทธประสงคน่นั เอง ๙. วิเคราะหแนวโนมในการเผยแผพระพุทธศาสนาในอนาคตวา หลักธรรมใดที่ควร นําเสนอวิธีการและชองทางใดที่ควรใชใหเหมาะสมกับกลุมเปาหมายแตละกลุม เชน นําเสนอ หลักธรรมคําสอนที่สามารถประยุกตใชไดทันตอเหตุการณปจจุบันและทันสมัยอยูเสมอ การนํา หลักธรรมทางพระพุทธศาสนาเผยแผทางสื่อสังคมออนไลนใหกวางขวาง ใหการเผยแผ พระพุทธศาสนาสามารถมีอยูในทุกที่ทุกเวลา และทุกคนสามารถศึกษาพระพุทธศาสนาไดทาง อินเทอรเน็ตหรือบนโทรศัพทมือถือ และยังตองทําการเผยแผที่วัด เพื่อใหชุมชนไดมีโอกาสพบปะกัน และรว มมือกันทํากิจกรรมสรางสรรคแ ละจรรโลงใจ เพือ่ ประโยชนของชุมชนโดยรวม และหลักธรรมท่ี เปนหลักการสําคัญและเปนความโดดเดนของพระพุทธศาสนา ไดแก วิปสสนากรรมฐาน และอริยสัจ ๔ ซ่ึงพระธรรมทูตสายตางประเทศ เปนหลักการท่ียังตองมีการถายทอดใหพุทธศาสนิกชนไดรับรู เขา ใจและปฏบิ ตั ิตามได

๘๖ สวนคุณสมบัติที่พึงประสงคในการเผยแผพระพุทธศาสนาของพระธรรมทูตสาย ตางประเทศ เพ่อื ใหก ารเผยแผพระพทุ ธศาสนาประสบผลสาํ เร็จ มี ๓ กลมุ ดงั น้ี กลุมท่ี ๑ คุณสมบัติของพระธรรมทูตในสมัยพุทธกาล ประกอบดวยคุณสมบัติ ดังน้ี ๑) คุณสมบตั ิตามโอวาทปาฏิโมกข ๓ ประการ ๒) คุณสมบัติของทูต ๘ ประการ ๓) องคคุณแหงมิตร ๗ ประการ ๔) คุณสมบัติตามหลักสัปปุริสธรรม ๗ ประการ และ ๕) คุณลักษณะกอนการแสดงธรรม ๕ ประการ กลุมท่ี ๒ คณุ สมบัตทิ ่คี วรมีตามแนวคิดปจจุบัน ประกอบดวยคุณสมบัติ ดังนี้ ๑) คติ ธรรม ๓ ประการ ๒. คณุ ลกั ษณะของพระธรรมทูตที่ดีและมีคุณภาพ ๓ ประการ และ ๓) คุณสมบัติที่ พระธรรมทตู สายตา งประเทศ ควรมี ๕ ประการ กลุมท่ี ๓ คุณสมบัติท่ีควรมีเพิ่มเติม ประกอบดวย ๑) คุณลักษณะ ๓ ประการ และ ๒) คณุ ลกั ษณะดานความเปน ผนู าํ ๕ ประการ กลา วโดยสรุปการเผยแผพระพุทธศาสนาของพระธรรมทูตสายตางประเทศของคณะสงฆ ไทยในปจจุบันนี้ พระธรรมทูตควรใชรูปแบบตาง ๆ หลายวิธี เปดโอกาสใหผูสงสัยไดสอบถาม และ อธิบายใหผูฟงคลายความสงสัยและไดทราบขอเท็จจริงอยางแจมแจง เมื่อเผยแผพระศาสนาใหชาว ตางประเทศฟง จะตองมีการศึกษาเรียนรูดานภาษา มีปฏิภาณปฏิสัมภิทาปญญาอันแตกฉาน คือไหว พริบในการที่จะโตตอบ แตตองโตตอบโดยฉับพลัน และความรูตองแนนตองพรอม ธรรมะท่ีมี ประโยชนมากในปจจุบันและเปนที่สนใจของชาวตางประเทศมากคือความรูเรื่องการเจริญกรรมฐาน ควรมีความรูพรอมทั้งทางดานปริยัติและปฏิบัติ เปนสิ่งที่ดีจะไดรับความสนใจมากเปนพิเศษ หากมี ความรูดา นปริยตั เิ พียงอยางเดียวจะไดรับความสนใจจากคนบางกลุมเทานั้น คนที่ปฏิบัติไดแตอธิบาย ไมได ก็เปนเร่ืองที่ยากตอการเผยแผใหคนอ่ืนไดรูวิธีการและผลแหงการปฏิบัติ พระธรรมทูตท่ีจะไป เผยแผในตางประเทศปจจุบันจะตองพยายามสรางความสัมพันธกับทุกศาสนาในประเทศนั้น ๆ ถือ เปนคุณสมบัติสําคัญของพระธรรมทูต ที่จะตองมีความมั่นใจในคุณคาความดีงาม รูเขาใจปญหาและ ความตองการของถิ่นฐานที่จะไป มีวิธีการที่จะส่ือสารกับเขาอยางไดผล และมุงม่ันตออุดมการณของ พระพุทธศาสนา จึงจะทําใหการเผยแผพระพุทธศาสนาของพระธรรมทูตมีประสิทธิภาพและ ประสิทธผิ ล ตลอดทงั้ การฝก อบรมพระธรรมทูตเพื่อเพ่ิมพูนความรู ทักษะ ประสบการณ และทัศนคติ ในดานการเผยแผพ ระพทุ ธศาสนาดวยแลว จึงเปนส่ิงจําเปนที่จะชวยใหพระธรรมทูตสายตางประเทศ สามารถทํางานไดอยางมีประสิทธิภาพและประสิทธิผลมากย่ิงขึ้น ซ่ึงพระธรรมทูตตองรูจักวางแผนใน การทํางานเผยแผพระพุทธศาสนา ผานการคิดวิเคราะหทบทวนถึงเปาหมายและวิธีการ เพื่อให ประชาชนไดประโยชนสูงสุดดังอุดมการณซึ่งพระพุทธองคไดประทานแกพระธรรมทูตรุนแรกที่ทรง สงไปประกาศพระศาสนา

๘๗ ๔.๒ ขอ เสนอแนะ ๔.๒.๑ ขอเสนอแนะเชงิ นโยบาย ๑. สถาบันทางพระพุทธศาสนามีวัดหรือสถานปฏิบัติธรรมตลอดจนสมาคมทาง พระพุทธศาสนา จัดใหมีการอบรมการศึกษา โดยเนนเรื่องการเผยแผพระพุทธศาสนาของพระธรรม ทูตสายตางประเทศเพ่ือเปนการพัฒนาศักยภาพของพระธรรมทูตสายตางประเทศใหเขมแข็งมาก ย่ิงข้ึน และใหพระภิกษุผูจะทําหนาที่พระธรรมทูตมีความมุงม่ันและอุดมการณอันแนวแนตอ พระพทุ ธศาสนา ๒. สถาบันการศึกษาทางพระพุทธศาสนา มีมหาวิทยาลัยมหามกุฏราชวิทยาลัย และ มหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เปนตน ควรสงเสริมใหมีการศึกษาวิจัยเกี่ยวกับการอบรม พระธรรมทูตสายตางประเทศใหมากย่ิงข้ึน เพ่ือใหไดแนวทางการฝกอบรมพระธรรมทูตท่ีมี ประสิทธิภาพ ๓. หนวยงานกลางที่ดูแลพระธรรมทูตสายตางประเทศรวมกับคณะสงฆไทย จัดทําคูมือ การเผยแผพระพุทธศาสนาในตางประเทศ สําหรับมอบใหพระธรรมทูตสายตางประเทศใชเปนคูมือ ประกอบการทําหนาที่เผยแผพระพุทธศาสนา เพื่อใหพระธรรมทูตสายตางประเทศมีแนวทางในการ เผยแผไปในทิศทางเดียวกันและอยูในแนวทางตามพระธรรมวินัย เพ่ือสรางความเปนเอกภาพของ พระพุทธศาสนา ไมวาพระพุทธศาสนาจะประดิษฐานอยูแหงใด โดยคงสาระสําคัญของพระธรรมคํา สอนในพระพทุ ธศาสนาไว แตอาจปรบั เปลีย่ นไปตามทอ งถ่นิ ไดบ าง แตห ลกั การตองไมเปลยี่ นแปลง ๔. หนวยงานท่ีดูแลพระธรรมทูตในแตละทวีป มีการอบรมพระธรรมทูตสายตางประเทศ มอื ใหม หรอื มอบหมายพระธรรมทูตสายตางประเทศท่ีมีประสบการณชวยทําหนาที่เปนพี่เลี้ยงในการ ปฏิบัตหิ นาท่ีของพระธรรมทูตสายตางประเทศมือใหม เพื่อชวยใหพระธรรมทูตมือใหมสามารถปฏิบัติ หนาทไ่ี ดมีประสิทธิภาพและเกดิ ปญหาและอปุ สรรคนอยที่สดุ ๕. หนวยงานที่เกี่ยวของรวบรวมขอมูลความรูและจัดทําเปนแหลงความรูในการ ปฏิบัติงานพระธรรมทูต เพ่ือชวยใหพระภิกษุผูทําหนาที่พระธรรมทูตใชสําหรับศึกษาทั้งกอนการไป ปฏิบัติหนาท่ีและเมื่อปฏิบัติหนาท่ีแลวเกิดปญหาที่ยังไมสามารถขอความชวยเหลือจากผูอื่นได โดยเฉพาะธรรมะภาคภาษาอังกฤษ สภาพสังคมวัฒนธรรม และกฎระเบียบตาง ๆ ๔.๒.๒ ขอเสนอแนะสําหรบั พระธรรมทตู สายตางประเทศ ๑. การเปนพระธรรมทูตสายตางประเทศ ตองมีความมุงมั่น ตั้งใจ และเสียสละตนเอง อยางมาก หนาท่ีของพระธรรมทูตถือเปนหนาท่ีที่ย่ิงใหญและสําคัญตอการต้ังมั่นและดํารงอยูของ พระพุทธศาสนาในดินแดนท่ีแตละทานเดินทางไป ดังน้ัน แตละทานจึงตองมีคุณสมบัติและ

๘๘ คณุ ลักษณะพ้ืนฐานของการเปนพระธรรมทตู โดยเฉพาะความรรู ะดับเช่ียวชาญในพระพุทธศาสนา ซ่ึง มแี หลงขอมูลความรูใหสามารถคนควาไดมากมาย และความรูในเชิงปฏิบัติโดยเฉพาะ ซึ่งตองใชเวลา สําหรับการฝกฝนอยางตอเนื่อง เมื่อมีความมุงมั่นต้ังใจในการเปนพระธรรมทูต ทานตองพยายาม ฝกฝนพัฒนาตนเอง ดวยการเริ่มตนที่ตัวเอง โดยไมรอความชวยเหลือหรืองบประมาณจากที่ใด ๆ เพราะทานไมสามารถกาํ หนดไดว า จะมีงบประมาณมาเม่ือใด ๒. พระธรรมทูตสายตางประเทศ ตองมีการศึกษาความรูรอบตัวในทางโลกที่เปนไปอยูใน ปจจุบัน เพื่อสามารถปรับประยุกตแนวทางและวิธีการในการเผยแผพระพุทธศาสนาใหเขากันไดกับ สถานการณเหลาน้ัน โดยแตละทานศึกษาดวยตนเอง หรือเขารับการอบรมตามหนวยงานตาง ๆ น่ัน คอื ทุกอยางเรมิ่ ตนทต่ี นเองกอ น อยารอใหโ อกาสมาหา แตใหเดนิ ทางไปหาโอกาส ๔.๒.๓ ขอเสนอแนะในการทาํ วจิ ยั คร้งั ตอ ไป ผูวิจยั มองวา ยงั มีประเดน็ ท่นี า สนใจควรจะมีการทําวจิ ัยตอ ไป ดงั นี้ ๑. ศึกษารูปแบบการเผยแผพระพุทธศาสนาท่ีประสบความสําเร็จของพระธรรมทูต สายตางประเทศ เพื่อสามารถนํามาใชเปนขอมูลประกอบการบริหารจัดการการเผยแผ พระพุทธศาสนาทเี่ หมาะสมตอไป ๒. ศึกษาการเผยแผพระพุทธศาสนาของพระธรรมทูตรุนบุกเบิกในแตละประเทศท่ี ประสบความสําเร็จในการประดิษฐานพระพุทธศาสนาในประเทศเหลาน้ัน เพื่อใหพระธรรมทูตสาย ตางประเทศรุน หลังใชเปน อนุสสติเม่ือมาปฏิบัติหนาท่ีในตางประเทศและเสริมพลังใจใหมีความอดทน อดกล้ันเม่ือตอ งประสบกบั สถานการณท่ีลดทอนพลังใจพลงั กาย ๓. ศึกษาวัดตนแบบท่ีประสบความสําเร็จในการเผยแผพระพุทธศาสนาใน ตางประเทศ เพ่อื เปน แนวทางของการบริหารจัดการวัดสําหรับวัดท่ียังไมประสบความสําเร็จหรือวัดที่ อาจพบปญหาและอปุ สรรคในการเผยแผพ ระพุทธศาสนา