Important Announcement
PubHTML5 Scheduled Server Maintenance on (GMT) Sunday, June 26th, 2:00 am - 8:00 am.
PubHTML5 site will be inoperative during the times indicated!

Home Explore วันต่อต้านยาเสพติดโลก

วันต่อต้านยาเสพติดโลก

Description: วันต่อต้านยาเสพติดโลก

Search

Read the Text Version

หอ้ งสมุดประชาชนอาเภอทบั ปุด อาเภอทบั ปุด จงั หวดั พงั งา โทร: 076-599125 Facebook : หอ้ งสมุดประชาชนอาเภอทบั ปุด

หอ้ งสมดุ ประชาชนอาเภอทบั ปดุ ประวัติความเปน็ ของวันต่อตา้ นยาเสพติดโลก ผลจากปัญหายาเสพติด ได้ก่อให้เกิดความเสียหาย ร้ายแรงต่อมวลมนุษยชาติท่ัวโลก เพ่ือเน้นถึงความสาคัญของการ ต่อสู้กับปัญหาการใช้ยาในทางที่ผิด และการลักลอบค้ายาเสพติด และเพื่อส่งเสริมความร่วมมือระหว่างประเทศท่ัวโลกใน การต่อสู้ กับปัญหายาเสพติด ท่ีประชุมระหว่างประเทศ ว่าด้วยการใช้ยา ในทางท่ีผิด และการลักลอบใช้ยาเสพติด (International Conference on Drug Abuse and llicit Trafficking I) ซึ่งจัด ข้ึนที่กรุงเวียนนา ประเทศออสเตรีย ระหว่าง วันท่ี 17-26 มิถุนายน 2530 ที่ประชุมได้เสนอเป็นข้อมติต่อสมัชชาใหญ่ สหประชาชาติขอให้กาหนดวันท่ี 26 มิถุนายนของทุกปี เป็นวัน ต่อต้านยาเสพติดซึ่งที่ประชุมได้มีมติเห็นชอบตาม ข้อเสนอ ดังกล่าวในการประชุมเมอ่ื วันที่ 7 ธนั วาคม พ.ศ. 2530

หอ้ งสมดุ ประชาชนอาเภอทบั ปดุ สภาพปัญหาการแพรร่ ะบาดของสารเสพตดิ วันที่ 26 มิถุนายนของทุกปี ถือเป็นวันต่อต้านยาเสพติด โลก เน่ืองจากปญั หายาเสพตดิ เป็นปัญหาสาคัญที่ทุกประเทศทั่วโลก ประสบอยู่รวมท้ังประเทศไทย ในอดีตจะพบว่าการแพร่ระบาดน้ัน จะอยู่ท่ีประชาชนผู้ใช้แรงงานและกลุ่มเยาวชน ชุมชนแออัด ผ้ดู อ้ ยโอกาสทางเศรษฐกิจแตป่ ัจจุบันสารเสพติดกลบั แพร่ระบาดเข้า ไปสู่เยาวชนในสถานศึกษาแทน ซ่ึงหากไม่มีมาตรการที่มี ประสิทธิภาพเพียงพอแล้ว เยาวชนในสังคมทั่วประเทศไทยก็จะตก อยใู่ นอนั ตรายอย่างใหญ่หลวงรัฐบาลจึงได้กาหนดให้ปัญหาการแพร่ ระบาดของสารเสพติดในสถานศึกษาเป็นปัญหาระดับนโยบายที่ต้อง เร่งดาเนินการ โดยเร่งสร้างความตระหนักให้ทุกคนในสังคมร่วม รับผิดชอบร่วมรณรงค์ ป้องกัน และให้ความรู้อย่างครอบคลุมด้วย กระบวนการเรียนการสอนทที่ นั สมัยแก่เยาวชน ซ่ึงจะเป็นกลวิธีหนึ่ง ที่จะทาให้เยาวชนมีความรู้ มีความเข้าใจและตระหนักถึงมหันตภัย ของสารเสพติด เกิดเป็นเจตคติท่ีดีท่ีจะดาเนินชีวิตให้ห่างไกลและ ปลอดภัยจากสารเสพตดิ ทกุ ชนดิ ได้ดว้ ยตนเอง

หอ้ งสมดุ ประชาชนอาเภอทบั ปดุ วนั ต่อต้านยาเสพติดโลก วันต่อต้านยาเสพตดิ โลก ต า ม ม ติ ก า ร ป ร ะ ชุ ม ส มั ช ช า ใ ห ญ่ อ ง ค์ ก า ร ส ห ป ร ะ ช า ช า ติ เมื่อเดือนมิถุนายน 2530 ได้กาหนดให้วันที่ 26 มิถุนายนของทุกปี เป็นวัน ตอ่ ต้านยาเสพตดิ โลก ซงึ่ ประเทศไทยได้ยดึ ถือปฏิบัติและยืนยันเจตนารมณ์ อย่างแน่วแน่ที่จะร่วมกับประชาคมโลกในการรณรงค์ต่อต้านยาเสพติด โดยมีหน่วยงาน/องค์กรภาคี ท่ีเก่ียวข้องท้ังภาครัฐ ภาคเอกชนและภาค ประชาชน ร่วมกันจัดกิจกรรมรณรงค์พิเศษต่อเน่ือง ต้ังแต่ปี 2530 ปัญหายาเสพตดิ เปน็ วาระสาคัญของชาติ ส่งผลกระทบต่อความ เดือดร้อน ความทุกข์ยากของประชาชนและการพัฒนาประเทศ จาเป็นต้อง ใช้ความร่วมมือจากทุกภาคส่วนในการแก้ไขปัญหาอย่างแท้จริง โดยคณะ รัฐบาล ภายใต้การนาของ พลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี มี มติเม่อื วันที่ 5 มกราคม 2559 เห็นชอบการขับเคล่ือนนโยบายป้องกันและ แก้ไขปัญหายาเสพติด โดยมุ่งสร้างความเข้าใจถึงเครือข่ายระดับหมู่บ้าน/ ชุมชน ให้เข้ามามีส่วนร่วมในการแก้ไขปัญหายาเสพติด สร้างการรับรู้และ ดาเนินการให้มีความเช่ือมโยงด้านการป้องกัน ปราบปราม และการบาบัด ฟื้นฟูสมรรถภาพผู้เสพ/ผู้ติดยาเสพติด เพื่อคืนคนดีสู่สังคม ตามแผน “ประชารัฐร่วมใจ สร้างหมู่บ้านชุมชนมั่นคง ปลอดภัยยาเสพติด พ.ศ. 2559 - 2560”

หอ้ งสมดุ ประชาชนอาเภอทบั ปดุ ความหมายและการจาแนกประเภทของสารเสพติด จ า ก ค ว า ม ห ม า ย ข อ ง พ ร ะ ร า ช บั ญ ญั ติ ย า เ ส พ ติ ด ใ ห้ โ ท ษ พ.ศ. 2522 หรือความหมายตามที่องค์การอนามัยโลกกาหนดไว้ สามารถสื่อความหมายของสารเสพตดิ ได้ตรงกันวา่ หมายถึง สารหรอื ยา หรือวัตถุชนิดใดๆ ท่ีเม่ือเสพเข้าร่างกายจะโดยวิธีใดๆก็แล้วแต่ จะเป็น ผลตอ่ รา่ งกายและจติ ใจของผ้เู สพในลักษณะสาคญั 4 ประการ คอื 1. ผู้เสพจะเกิดความต้องการเสพทั้งทางร่างกายและจิตใจ อย่างรนุ แรง 2. ต้องเพ่มิ ขนาดหรอื ปรมิ าณของสารเสพติดนัน้ ขึ้นเร่ือยๆ 3. ตอ้ งตกอยู่ใตอ้ านาจบงั คับอันเกิดจากฤทธิ์ของสารเสพติด นนั้ ๆ ทาใหห้ ยดุ ไมไ่ ด้และเกิดอาการขาดยา เม่อื ไมไ่ ดเ้ สพ 4. ผเู้ สพจะมีสขุ ภาพร่างกายท่ที รุดโทรมลง

หอ้ งสมดุ ประชาชนอาเภอทบั ปดุ จาแนกประเภทได้หลายวธิ ีท่สี าคญั คอื จ า แ น ก ต า ม ก า ร อ อ ก ฤ ท ธิ์ ต่ อ ร ะ บ บ ป ร ะ ส า ท สว่ นกลาง ได้ 4 ประเภท คือ 1. กดประสาท ได้แก่ ฝน่ิ มอร์ฟีน โคเคอีน เฮโรอีน โซเดียมเซโคบาร์ บทิ าล(เหล้าแหง้ ) ไดอะซีแฟม แลก็ เกอร์ คลอ ไดอะซีป๊อกไซด์ ทนิ เนอร์ กาว ฯลฯ 2. กระตุ้นประสาท ได้แก่ แอมเฟตามีน (ยาบา้ ยามา้ ยาขยัน) อีเฟดนี (ยาอี) โคเคอนี กระทอ่ ม ฯลฯ 3. หลอนประสาท ไดแ้ ก่ DMT LSD เห็ดขค้ี วาย และ สารระเหยต่างๆ 4. ออกฤทธผ์ิ สมผสาน ซ่ึงครั้งแรกกระต้นุ ประสาท แต่ เมอื่ เสพมากขน้ึ กจ็ ะกดประสาท และทาใหป้ ระสาทหลอนได้ ไดแ้ ก่ กญั ชา กระทอ่ ม

หอ้ งสมดุ ประชาชนอาเภอทบั ปดุ จาแนกตามพระราชบญั ญัติยาเสพตดิ ให้โทษ พ.ศ. 2522 และฉบับแก้ไขเพิม่ เติม (ฉบบั ที่5) พ.ศ. 2545 จาแนกได้ 5 ประเภท คอื 1.ยาเสพตดิ ชนิดให้โทษรายแรง ได้แก่ เฮโรอนี อะซที อร์ ฟีน แอมเฟตามีน ฯลฯ 2.ยาเสพติดให้โทษทว่ั ไป ได้แก่ ฝ่ินมอร์ฟีน โคเคอีน เอธิ ลมอรฟ์ ีน ฯลฯ 3.ยาเสพติดให้โทษชนดิ เป็นตารับยาทม่ี ียาเสพตดิ ให้ โทษ ประเภทที่ 1และ 2 ปรงุ ผสมอยู่ด้วย ได้แก่ ยาแกไ้ อ ยาแก้ ท้องเสยี ท่มี ฝี ่นิ โคเคอีนเป็นสว่ นผสม 4.สารเคมที ี่ใช้ในการผลติ ยาเสพตดิ ให้โทษ ประเภท 1 และ 2 ได้แก่ อะเซตลิ คอไรด์ อะเซติกแอนไฮไดรด์ 5.พืชเสพตดิ ใหโ้ ทษ ไดแ้ ก่ กญั ชา กระทอ่ ม เห็ดขี้ควาย ซ่ึงจัดเป็นยาเสพตดิ ท่ไี มเ่ ข้าประเภท 1 และ 4

หอ้ งสมดุ ประชาชนอาเภอทบั ปดุ ชนดิ ของสารเสพตดิ 1. แอมเฟตามนี หรือยาบ้า ลักษณะทั่วไป เป็นผงผลึกสีขาว ไม่มีกล่ิน รสขม มีฤทธิ์กระตุ้นระบบประสาท สว่ นกลางซง่ึ มหี น้าทเ่ี กบ็ ความจา ความคิดและควบคุมการทางานของอวัยวะต่างๆ มีชอ่ื เรยี กทางการค้าต่างๆ กัน เช่น เบนซีดรีน เด็กซีดรีน ฟีนามีน ฯลฯ แต่ในกลุ่ม ผู้เสพนิยมเรยี กกันว่า ยามา้ ยาขยัน ยาแก้ง่วง ยาโด๊ป ยาเพิ่มพลัง และสุดท้ายเป็น ที่รู้จักกันในชื่อของ ยาบ้า ผงแอมเฟตามมีนเมื่อนามาผลิตอัดเป็นเม็ดจะมีหลาย ลักษณะทั้งเม็กกลมและแคปซูน มีหลายสี แต่ส่วนมากมีสีขาว สีน้าตาล เม็ดกลม แบน มีลักษณะบนเม็ดยา เช่น รูปหัวม้า 99 รูปดาว LONDON ฯลฯ ในอดีต วงการแพทย์ใช้แอมเฟตามนี รกั ษาผปู้ ่วยที่มีอาการทางจติ โรคซึมเศร้า โรคง่วงเหงา หาวนอน ใช้ลดความอว้ น แตด่ ว้ ยอาการติดยา และมีผลเสียต่อสุขภาพจึงเลิกใช้ใน ปัจจุบัน ฤทธิ์ของแอมเฟตามีนจะมีผลมากหรือน้อยเพียงใดข้ึนกับปริมาณยา ระยะเวลาของการใชย้ า สภาพของร่างกายผู้เสพ และเอกลักษณ์ทางเคมีของตัวยา ว่ามีมากอ้ ยเพยี งใดเปน็ สาคญั

หอ้ งสมดุ ประชาชนอาเภอทบั ปดุ อาการของผเู้ สพตดิ แอมเฟตามีนหรอื ยาบา้ ฤทธ์ิของแอมเฟตามีนหรือยาบ้าส่งผลกระทบต่อผู้เสพ ก่อใหเ้ กดิ อาการท้ังทางร่างกายและจติ ใจดังตอ่ ไปนี้ อาการทางกาย ผู้เสพแอมเฟตามีนหรือยาบ้าประมาณ 20-30 กรัมต่อวัน จะมีอาการเบื่ออาหาร พูดมากตื่นเต้นง่าย มือส่ัน คลื่นไส้ ความดัน เลือดสงู หวั ใจเตน้ เรว็ และแรง เหงอื่ ออกมาก กล่ินตัวแรง ปากและจมูก แหง้ หน้ามัน ไมง่ ่วง ทางานไดน้ านกว่าปกติ รูม่านตาเบกิ กวา้ ง สูบบุหร่ี จดั ท้องเสีย มอี ารมณห์ งดุ หงดิ ฉนุ เฉียวงา่ ย จะทาใหต้ วั ซดี จนอาจเขียว มีไข้ขึ้นใจสั่น หายใจไม่ออก มือสั่นมาก เดินโซเซ คล่ืนไส้อาเจียน กล้ามเน้ือกระตุก ไม่สามารถควบคุมตัวเองได้ อาจชักหมดสติหรือ เสียชีวิตด้วยอาการของโรคหัวใจวาย หรือหลอดเลือดในสมองแตก นอกจากน้ีผู้เสพยาบ้า ยังมีโอกาสเสี่ยงสูงต่อการเป็นโรคตับอักเสบ ไต ไมท่ างาน โรคเก่ยี วกบั ปอด และโรคติดเชือ้ อ่ืนๆ ได้ง่าย อาการทางจติ เนื่องจากยาบ้ามีฤทธิ์ในการกระตุ้นประสาทส่วนกลางและ เป็นยาที่ถูกดูดซึมได้ง่าย จึงต้องเพ่ิมขนาดเสมอๆ และเม่ือเสพต่อกัน เป็นเวลานาน จะทาให้เกดิ อาการทางจิต คือ หวาดระแวง วิตกกังวล มี อาการประสาทหลอน บางรายเพอ้ คลุ้มครงั่ อาจเปน็ บ้า ทาร้ายตนเอง และผู้อ่ืนได้

หอ้ งสมดุ ประชาชนอาเภอทบั ปดุ 2. อเี ฟดีน หรือยาอี ลกั ษณะทัว่ ไป เปน็ ผงละเอียดสขี าว ท่มี กั เรียกกันว่า ยาอี ยาเอฟ หรอื ยาอ๊ี เมอื่ นามาผลติ จะมหี ลายลกั ษณะ มีฤทธ์กิ ระตนุ้ ระบบประสาท สว่ นกลางเช่นเดียวกบั ยาบ้าจงึ ระบาดในกลมุ่ ผใู้ ชแ้ รงงานโดยมีการ นามาใช้แทนยาบ้า กอ่ ให้เกดิ ปัญหาตอ้ ชวี ติ และทรพั ย์สินสว่ นรวม อยา่ งมากมายกฎหมายจึงมกี ารควบคมุ และมีมาตรการลงโทษ เช่นเดยี วกับยาบ้าดว้ ย อาการของผเู้ สพติดอเี ฟดนี จะมีอาการคล้ายกบั ผตู้ ดิ ยาบา้

หอ้ งสมดุ ประชาชนอาเภอทบั ปดุ 3. ฝนิ่ ลกั ษณะทั่วไป ฝน่ิ เปน็ พชื ลม้ ลกุ เนอื้ ฝ่นิ ได้มาจากยาง ท่ีกรีดจากผล (กระเปาะ) มีสีน้าตาล กลน่ิ เหม็นเขยี ว รสขม เรยี กว่า ฝน่ิ ดบิ หากนามาเคีย้ ว ต้ม หรือหมักจนเปน็ ฝน่ิ สุก จะมีสนี ้าตาลไหม้ปนดา มรี สขมเฉพาะตัว ใน อดตี ทางการแพทย์ใชเ้ ปน็ ยาระงบั ปวด แก้โรคท้องเดิน และอาการ ไอ ดว้ นมีฤทธกิ์ ดระบบประสาท อาการของผเู้ สพตดิ ฝิน่ • ขณะเสพผ้เู สพจะมอี าการจติ ใจเลอ่ื นลอย ซึม ง่วง พูดจากวน อารมณด์ ี ความคดิ และการตดั สนิ ใจเชื่องชา้ • ผูเ้ สพฝน่ิ ติดตอ่ กันมานาน สขุ ภาพร่างการจะทรุดโทรม ตวั ซดี เหลอื ง ซบู ผอม ตาเหมอ่ ลอย ริมฝปี ากเขยี วคลา้ ออ่ นเพลยี ง่าย ซึมเศรา้ งว่ งนอน เกรยี จคลา้ นไมร่ ู้สึกตวั อารมณ์แปรปรวนง่าย ชพี จร เตน้ ช้า ความจาเสือ่ ม หากไมไ่ ด้เสพจะมีอาการหงดุ หงิด นา้ มกู น้าตาไหลม่านตาขยายผิดปกติ ปวดกล้ามเนือ้ และกระดกู ปวดบิดในท้องอย่างรนุ แรง อาเจียน หายใจ ลาบาก อาจชักและ หมดสติ

หอ้ งสมดุ ประชาชนอาเภอทบั ปดุ 4.มอรฟ์ ีน ลกั ษณะทว่ั ไป เปน็ สารอลั คาลอยด์ทีส่ กัดไดจ้ ากฝ่ิน มีลกั ษณะสี ขาวนวล สคี รีม สเี ทา ไม่มีกลนิ่ รสขม ละลายน้างา่ ย มี ฤทธ์ิกดประสาทและสมองรนุ แรงกว่าฝน่ิ 8-10 เทา่ เสพ ติดได้งา่ ย มีลกั ษณะต่างกนั เช่น เปน็ เม็ด ผง หรือแท่ง สเ่ี หลย่ี ม อาการของผ้เู สพติดมอรฟ์ นี ด้วยฤทธิ์กดประสาท ผูท้ เ่ี สพมอรฟ์ นี ในระยะแรก จะชว่ ยทาให้ลดความวิตกกังวลคลายความเจบ็ ปวดทาง ร่างกายและทาใหง้ ่วงนอน หลบั งา่ ย หากใช้เพื่อการรักษา ต้องอยใู่ นความดูแลของแพทย์ แตผ่ ทู้ เี่ สพจนตดิ แล้วฤทธ์ิ ของมอรฟ์ นี จะทาใหเ้ หมอ่ ลอย เซือ่ งซมึ เป็นต้น

หอ้ งสมดุ ประชาชนอาเภอทบั ปดุ 5.เฮโรอนี (Heroin) ลักษณะทวั่ ไป เป็นสารเสพติดให้โทษชนิดร้ายแรงที่สุด ได้มาจาก กรรมวิธีทางเคมี ฤทธ์ิมีความรุนแรงกว่ามอร์ฟีน 4-8 เท่า มี สองชนิดคือ ผงขาวเป็นเฮโรอีนบริสุทธ์ และไอละเหย เป็น เฮโรอีนไมบ่ ริสุทธ์ิ อาการของผทู้ เ่ี สพตดิ เฮโรอนี ผู้ที่เสพครั้งสองคร้ังอาททาให้ติดเฮโรอีนได้ทันที ขณะเสพจะออกฤทธิ์กดประสาททาให้มึนงง เซื่องซึม ง่วง อ่อนเพลีย เคล้ิมหลับได้นานโดยไม่สนใจส่ิงรอบข้าง ผู้ที่เสพ ประจาจะทาให้สมองเส่ือม ปัญญาอ่อน ร่างกายซีดผอม สุขภาพทรดุ โทรม ถงึ ข้นั ชอ็ กละเสยี ชีวิตได้

หอ้ งสมดุ ประชาชนอาเภอทบั ปดุ 6. โคเคน(Cocaine) ลกั ษณะทวั่ ไป โคเคนหรือโคคาอีน เป็นสารเสพติดธรรมชาติท่ีได้จา กา ร สั ง เ คร า ะ ห์ ใ บ ข อ ง ต้ น โ ค คา ท่ี แ ป ร ส ภา พ สุ ด ท้ า ย เป็น Cocaine Hydrochloride อันเป็นโคเคนบริสุทธิ์ มีฤทธ์ิ กระตนุ้ ประสาทสว่ ยกลางเหมอื นยาบ้า แต่จะทาให้ติดยาได้ง่าย กวา่ มลี กั ษณะเปน็ ผงละเอียด สขี าว รสขม ไม่มีกลนิ่ อาการของผู้เสพติดโคเคน เมื่อเสพโคเคนเข้าไประยะแรกจะทาให้เกิดอาการไร้ ความรู้สกึ กระปรีก้ ระเปรา่ คล้ายมกี าลังมากขึ้น ไม่เหนอ่ื ย แต่จะ อ่อนล้าทันทีเมื่อหมดฤทธิ์และมีอาการซึมฤทธ์ิของโคเคนจะไป กดการทางานของหัวใจ ทาให้ชกั และเสยี ชวี ิตได้

หอ้ งสมดุ ประชาชนอาเภอทบั ปดุ 7. กัญชา ลักษณะท่วั ไป กัญชาเป็นพืชล้มลุกจาพวกหญ้า จะใช้ใบและยอดช่อ ดอกตัวเมียมาตากหรืออบแห้ง แล้วห่นั หรือบดมาสูบกับบุหรี่ หรือใช้บ้องไม่ไผ่ อาจใช้เคีย้ วหรือบดในอาหาร ออกฤทธห์ิ ลาย อยา่ งรวมกนั ทงั ้ กระต้นุ กดและหลอดประสาท อาการของผู้เสพตดิ กญั ชา ระยะแรกจะกระต้นุ ประสาท ทาให้พูดมาก หัวเราะ ตลอดเวลา ตื่นเต้นง่าย ตอ่ มาจะคล้ายคนเมาเหล้า ง่วงนอน ซมึ ถ้าเสพมากจะหลอนประสาทเห็นภาพลวงตา ความคิดสบั สน ควบคุมตัวเองไม่ได้ อาจทาให้เป็นบ้าได้ ทาให้ติดโรคได้ง่าย ความรู้สกึ ทางเพศลดน้อยหรือหมดไปด้วย

หอ้ งสมดุ ประชาชนอาเภอทบั ปดุ 8. สารระเหย ลักษณะทัว่ ไป เป็ น ส า ร ป ร ะ ก อ บ อิ นท รี ย์ เ ค มี ท่ี ไ ด้ ม า จ า ก ขบวนการผลิตน้ามันปิโตรเลียมมีลักษณะเป็นไอระเหยเร็ว มักพบในรูปผลิตภัณฑ์สาเร็จรูปต่างๆ เช่น ทินเนอร์ กาวน้า กาวยาง แล็กเกอร์ สีพ่น น้ายาล้างเล็บ โดยถูกเสพผ่าน ทางเดินหายใจจะเข้าสู่กระแสเลือดแพร่กระจายไปส่วนต่างๆ อย่างรวดเร็ว โดยสารพิษบางส่วนจะถูกกาจัดออกทางปอด ได้กลิ่นสารระเหยจากลมหายใจของผู้เสพผเู้ สพได้ อาการของผูเ้ สพติดสารระเหย 1. พิษระยะเฉียบพลัน หลังเสพประมาณ 15-20 นาที ผู้เสพจะตื่นเต้น ร่าเริง ต่อมาจะมีอาการเมา พูดจา อ้อแอ้ (แม้ไม่มีกลิ่นสุรา) ความคิดสับสนควบคุมตัวเองไม่ได้ ฤทธ์ิจะกระตุ้นระบบประสาทส่วนกลาง ทาให้นอนไม่หลับ หู แว่ว จากนั้นจะซึม ง่วงเหงาหาวนอน อาเจียน หมดสติ และ อาจทาให้หัวใจล้มเหลวเสียชวี ิตได้

หอ้ งสมดุ ประชาชนอาเภอทบั ปดุ วิธีสังเกตอาการของผูใ้ ช้สารเสพตดิ รา่ งกายทรุดโทรม ซูบผอม อ่อนเพลีย ผิวหน้าหยาบ กร้าน ตาสู้แสงแดดไม่ได้ ลุกล้ีลุกลน ขาดความเชื่อม่ันใน ตนเอง ขาดความรับผิดชอบ พฤติกรรมเปล่ียน อาการเม่ือ ขาดสารเสพติดจะมีอาการขนลุก เหง่ือออก น้ามูกน้าตาไหล กระสับกระส่าย หายใจถ่ี คล่ืนไส้ อาเจียน ปวดท้อง ท้องเดิน ปวดศีรษะและกระดูก นอนไม่หลบั การตรวจพิสูจน์หาสารเสพติดในร่างกาย สามารถทาได้ 2 วิธี คอื 1. ทดลองด้วยยา โดยการฉีดยาทาลายฤทธิ์ของสาร เสพติด ทาให้เกิดอาการขาดยา 2. การเก็บปัสสาวะ หรือเลือด (เฉพาะในกรณีการ ตรวจแอลกอฮอล์และสารละเหย) เพ่ือหาสารเสพติดในร่าง การ ซึง่ สามารถแยกชนิดของสารเสพติดได้

หอ้ งสมดุ ประชาชนอาเภอทบั ปดุ สาเหตขุ องการติดสารเสพติดให้โทษ 1. สาเหตุทางด้านบคุ คล 1.1 ถกู ชักชวน 1.2 สภาพความกดดันทางครอบครวั เช่น การทะเลาะกัน ของพอ่ แม่ 1.3 ความจาเปน็ ในการประกอบอาชพี เชน่ คนขับรถหรือ ลูกเรอื ในทะเล 1.4 เกิดความเจ็บป่วยทางกายหรือทางจติ ใจ อาจมีการใช้ สารเสพติดเพอื่ บรรเทาอาการป่วยทางกายและทางจติ บางชนิดนาน ตดิ ต่อกันจนตดิ ยาได้ 1.5 ถกู หลอกลวงโดยผู้รบั ไม่ทราบว่าส่ิงทต่ี นรับมาเป็นสาร เสพตดิ หรอื โดยการผสมปลอมปนกับอาหาร ของขบเคย้ี ว

หอ้ งสมดุ ประชาชนอาเภอทบั ปดุ 2. สาเหตุจากตัวยาหรอื สารเสพติด ตามปกติแล้วตัวยาหรือสารเสพติดจะไม่ก่อให้เกิดปัญหา ใดๆ ถ้าคนไม่นามาใช้ แต่เม่ือบุคคลใช้ยาหรือสารเสพติด คุณสมบัติเฉพาะของสารน้ันจะทาให้เกิดการเสพติดได้ ทั้งน้ีข้ึนอยู่ กับชนดิ และขนาดของสารเสพตดิ ที่ใช้ 3. สาเหตุจากสภาพแวดลอ้ ม 3.1 อยู่ในแหลง่ ท่ีมกี ารซ้ือ-ขาย หรอื เสพ สารเสพติด 3.2 สภาพแวดล้อมบังคับ โดยเฉพาะผู้ท่ีติดสารเสพติด แล้วต้องการจะเลิกเสพเมื่อเข้ารับการรักษาหายแล้ว สังคมอาจจะ ไม่ยอมรับ แหล่งงานปฏเิ สธการรับเข้าทางาน เน่ืองจากมีประวัติติด สารเสพติด จึงทาให้ตอ้ งกลับไปอยใู่ นสังคมสารเสพติดเช่นเดิม

หอ้ งสมดุ ประชาชนอาเภอทบั ปดุ โทษและพิษภัยของสารเสพตดิ 1. ต่อผเู้ สพ ทาให้สขุ ภาพทรุดโทรมทั้งรา่ งกายและจิตใจ เกดิ โรคต่างๆ 2. ต่อครอบครัว ก่อให้เกิดความเดอื ดร้อน สูญเสีย รายได้ เกิดความไม่สงบสุขภายในครอบครวั 3. ต่อสงั คม ก่อใหเ้ กดิ ปัญหาอาชญากรรม 4. ต่อประเทศชาติ ทาใหส้ ญู เสยี เศรษฐกจิ จานวน มหาศาล และบ่อนทาลายความม่ันคงของชาติ การปอ้ งกนั สารเสพติด ปัญหาสารเสพตดิ เป็นปญั หาและหนา้ ทีข่ องทุกๆคนทกุ ๆ หนว่ ยงานตอ้ งรว่ มรบั ผดิ ชอบและรว่ มมอื กันดาเนินการในด้านการ ป้องกันสารเสพติด ควรเร่ิมต้นจากเด็กและเยาวชนให้รู้จักการ ป้องกันตนเองจากสารเสพติดได้ เพราะเด็กและเยาวชนเป็น ท รั พ ย า ก ร บุ ค ค ล อั น มี ค่ า ท่ี จ ะ เ ป็ น พ ลั ง ส า คั ญ ต่ อ สั ง ค ม แ ล ะ ประเทศชาติตอ่ ไปในอนาคต มาตรการเพื่อปอ้ งกนั สารเสพติด

หอ้ งสมุดประชาชนอาเภอทบั ปดุ


Like this book? You can publish your book online for free in a few minutes!
Create your own flipbook