Important Announcement
PubHTML5 Scheduled Server Maintenance on (GMT) Sunday, June 26th, 2:00 am - 8:00 am.
PubHTML5 site will be inoperative during the times indicated!

Home Explore จิตวิญญาณความเป็นครู

จิตวิญญาณความเป็นครู

Published by daonaphawongkam16022545, 2023-01-20 14:39:33

Description: จิตวิญญาณความเป็นครู

Search

Read the Text Version

จติ วิญญาณความเปน ครู ธรี ภทั ร จนั ทมิ า สภุ าพร สายบัว คณะวทิ ยาศาสตรแ ละเทคโนโลยี มหาวิทยาลยั ราชภฏั หมบู านจอมบงึ

ธรี ภทั ร จันทมิ า สภุ าพร สายบัว คบ.(คณติ ศาสตร) คณะวิทยาศาสตรแ ละเทคโนโลยี มหาวิทยาลัยราชภฏั หมบู า นจอมบึง 2565

ก คำนำ ตำราเลมนี้เขียนข้นึ เพ่ือเปน ตำราประกอบการเรยี นรายวชิ า PC62501 คุณธรรม จริยธรรมรรยาบรรณ และจิตวิญญาณความเปน ครู ผเู ขยี นไดศ ึกษาคนควา และเรียบเรยี งจากตำรา บทความ เอกสารและงานวิจัยที่ เกี่ยวของกับทักษะและเทคนิคการสอน โดยมีจุดมุงหมายเพื่อใหผูเรียน มีความรู ความเขาใจ ตลอดจนระยุกต ใชท ง้ั ทางทฤษฎี และวธิ ปี ฏิบัติพรอ มทั้งยกตัวอยางมาประกอบเพือ่ ใหเ กดิ ความเขาใจย่งิ ข้ึน เนื้อหาของตำราเลมนีม้ ีขอบเขต โดยแบงเนื้อหาออกเปน 9 หวั ขอ ประกอบไปดวย ความหมายของ จิตวิญญาณ ความหมายของจิตวิญญาณความเปนครู องคประกอบจิตวิญญาณความเปนครู ตัวบงชี้จิต วญิ ญาณความเปนครู หลกั สูตรจิตวญิ ญาณความเปนครู แนวทางการพัฒนาจิตวญิ ญาณความเปนครูสาเหตุที่ จติ วญิ ญาณความเปนครเูุ ปน คณุ ลกั ษณะสำคญั ของครมู ืออาชีพ คณุ สมบัติของครูตามแนวคดิ จิตวิญญาณความ เปน ครู ผลสัมฤทธ์ขิ องจิตวญิ ญาณความเปนครูมืออาชพี ผูเขียนขอขอบคุณ ผูชวยศาสตราจารย ดร.จรินทร งามแมน ที่กรุณาใหความอนุเคราะหอยางดียิ่งใน ทุกขั้นตอน จนทำใหการจัดทำตำราประกอบการสอนเลมนี้สำเร็จลงไดดวยดีและหวังเปนอยางยิ่งวาเอกสาร ตำราเลม นจ้ี ะมีสว นอยา งสำคัญตอ ความสำเรจ็ ในการศกึ ษาและประกอบวชิ าชพี ของผูเ รียนตอ ไป คณะผจู ดั ทำ 28 พฤศจิกายน 2565

ข สารบญั เรื่อง หนา คำนำ………………………………………….……………………………………….………………………………………ก สารบญั ………………………………………….……………………………………….…………………………………..ข สารบัญภาพ………………………………………….……………………………………….…………………………….ค สารบญั ตาราง………………………………………….……………………………………….………………………….ง บทที่ 3 จิตวิญญาณความเปน คร…ู …………………………………………………….………………….………………………..1 ความหมายของจติ วิญญาณ…………….…………….…………….……………………….…………………………….1 ความหมายของจติ วิญญาณความเปนครู…………….…………….…………….……………………………………3 องคประกอบจติ วญิ ญาณความเปนครู…………….…………….…………….……………………………………….3 ตวั บงชีจ้ ติ วญิ ญาณความเปนคร…ู ………….…………….…………….………………………………………………..4 หลกั สตู รจิตวญิ ญาณความเปนคร…ู ………….…………….…………….……………………………………………..4 แนวทางการพัฒนาจิตวญิ ญาณความเปน ครู…………….…………….…………….………………………………11 สาเหตทุ ี่จิตวิญญาณความเปน ครูเปนคุณลักษณะสำคญั ของครมู อื อาชีพ………………………………….11 คณุ สมบตั ิของครูตามแนวคิดจติ วิญญาณความเปนคร…ู ………….…………….…………….…………………12 ผลสมั ฤทธิ์ของจิตวญิ ญาณความเปน ครมู อื อาชีพ…………….…………….…………….………………………..13 บทสรปุ ………………………………………….……………………………………….………………………….14 คำถามทบทวน………………………………………….……………………………………….…………………14 บรรณานุกรม………………….………………………………………….………………………………………………………………….จ

ค ภาพประกอบท่ี สารบญั ภาพ หนา 1.การสอนโดยไมเ ลือกชน้ั วรรณะ…………………..……………………..……………..……………………………..12

ง ตารางประกอบท่ี สารบญั ตาราง หนา 1.คา เฉลย่ี ผลการประเมินจิตวิญญาณความเปนคร…ู ……………………………………………………………12

บทที่ 3 จิตวิญญาณความเปนครู “จิตวิญญาณ” มาจากคาวา “จิต” และ “วิญญาณ” โดยสรุป หมายถึง สิ่งที่อยูในตนทำใหเปน บคุ คลขึ้น เปน ความรแู จง ความรสู กึ ตวั จติ ใจ (ราชบัณฑติ ยสถาน, 2546) ความหมายของจิตวญิ ญาณ คำวา “จติ วิญญาณ” ราชบณั ฑิตยสถาน ไดใหความหมายไววา เปนลักษณะของจิตอันสงู สง ของบคุ คล มีความกลาที่จะยืนหยัดทำในสิ่งที่ถูกตอง มีความเมตตากรุณา ลดความเห็นแกตัว รูจักการใหอภัย และมีการ ตระหนักรู รวมทั้งการมีความเชื่อและศรัทธาในตัวบุคคลนั้นๆ ดวยจิตใจอันบริสุทธิ์ หรืออาจหมายถึง ความรูส กึ จากสวนลึกของมนุษยที่เปนตัวกำกับใหม นุษยด าเนนิ ชวี ิตไปในทศิ ทางที่เปนประโยชน ตอตนเองและ สงั คม ซึ่งเกิดจากสตปิ ญ ญา ประสบการณ ความคดิ ความเช่อื ทัง้ ของตนเองและสงั คมรอบขา ง ไดมีนกั วชิ าการและผูทส่ี นใจศึกษา ไดใหความหมายไวด งั น้ี พจนานุกรมราชบณั ฑติ ยสถาน พ.ศ.2554 ไมไดเ ก็บคำวา “จิตวญิ ญาณ” ไว แตม กี ารเกบ็ คำวา จติ ไวว า น.ใจ, ส่งิ ที่มหี นาท่รี ู คดิ และนกึ (โบ.เขยี นวา จติ ร) ลักษณนามวา ดวง สวนคำวา “วิญญาณ” ใหความหมายไววา น. สิ่งที่เชื่อกันวามีอยูในกายเมื่อมีชีวิต เมื่อตายไปจะออก จากรางลองลอยไปหาที่เกิดใหม ; ความรับรู เชน จักษุวิญญาณ คือความรับรูทางตา โสตวิญญาณ คือการรับรู ทางหู เปนขันธ คือ รปู เวทนา สงั ขาร วญิ ญาณ โดยปรยิ าย หมายถึง จติ ใจ เชน มวี ญิ ญาณนกั สู มีวญิ ญาณศิลปน (ป ; ส. วชิ ฺญาน)(ราชบัณฑติ ยสถาน, 2556 หนา 324, 1118) พระมหาประทีป (2534, หนา 14) ใหความหมายวา จิตวิญญาณคือ โครงสรางสวนหนึ่งของมนุษยท่ี นอกเหนือจากรางและจิตใจ สอ เสถบุตร (2541, 562) ไดกลาวไวในพจนานุกรม ฉบับอังกฤษ- ไทย ใหความหมายวา วิญญาณ จิตใจ เกีย่ วกับใจ ความองอาจเจตนา ผมู ี ปญญา ความอดทน และภูตผปี ศาจ โกมาตร จึงเสถยี รทรัพย (2545, ออนไลน) นิยามคำวาจิตวิญญาณ เปนการคนหาความหมายของชีวิต (Meaning Making) อนันทราช และไฮท (Anandarajah & Hight, 2001 อางใน พีระศักดิ์ เลิศตระการนนท, 2546, หนา 1) ไดใหค วามหมายของจติ วิญญาณ วา เปนประสบการณข องมนษุ ยท ซ่ี ับซอนและมหี ลายมติ ิประกอบดวย ดาน สติปญ ญา (cognitive) ประสบการณ (experience) และพฤตกิ รรม (behavior) ประกอบดว ย 3 มิติ คอื 1. มิติดานสติปญญาและปรัชญา ไดแก การคนหาความหมาย วัตถุประสงคและความจริงในชีวิต ความเช่ือและคุณคาในสิ่งทแี่ ตล ะบุคคลอาศยั อยู 2. มิติดานประสบการณและอารมณ ไดแก ความรูสึกของ การคาดหวัง ความรัก ความสัมพันธ ความ สงบภายใน ส่งิ ปลอบใจและผูใ หการสนับสนุน 3. มติ ิดานพฤตกิ รรม ไดแ ก สง่ิ ที่บุคคลแสดงออกมาจากความเช่ือทางจติ วิญญาณของแตละคน ประเวศ วะสี (2547, 122) กลาวถึง จิตวิญญาณ เปนคำแปลของ Spirituality ใหความหมายวา จติ ชัน้ สูง จติ ทล่ี ดความเหน็ แกตัว จิตที่เหน็ แก ผูอ่ืน จิตทเ่ี ขาถงึ ส่ิงสูงสดุ คือ นพิ พานหรือพระผเู ปนเจา ทัศนีย ทองประทีป (2548; อางถึงใน ธรรมนันทิกา แจงสวาง, 2554, หนา 13) ไดทำการสรุป ความหมายของคำวา จิตวิญญาณ ไว 2 ประเดน็ คอื

2 1. จิตวิญญาณในมิติที่เกี่ยวของกับ ศรัทธา ปญญา และคุณธรรม หมายถึง สภาพธรรมะที่เปน นามธรรมที่มีอยูในบุคคล ถือวาเปนแกนของชีวิต ทำหนาที่เชื่อมประสานการทำงานในสวนอื่นๆ ของรางกาย เปนสวนหนึ่ง ของความนึกคิดที่ทำใหมนุษยมีเหตุผลและรูจักการควบคุมอารมณ จึงทำให มนุษยมีความ แตกตางจากสัตว Spirituality ยังเปรียบเสมือนพลังปญญาหรือ แหลงของความหวังที่ชวยใหมนุษยมีความคิด สรางสรรค เพื่อมุงสูคุณคาหรือ เปาหมายที่สูงสงของชีวิต Spirituality ในสวนนี้ยังเปนพลังอำนาจที่ทำให มนุษยสัมผัสไดถึงสัจธรรม ความงดงามและความดี มีศรัทธาตอพระเจา สิ่งศักดิ์สิทธิ์ หรืออำนาจที่อยู นอกเหนือความสามารถของมนษุ ย 2. จิตวิญญาณในมิติของความสัมพันธ หมายถึง การที่มนุษยเขาใจ ตนเองในฐานที่เปนสวนหนึ่งของ ครอบครัว ชุมชน สังคม สิ่งแวดลอม และ/หรือธรรมชาติที่อยูรอบตัว ทำใหบุคคลมีปฏิสัมพันธกับเพื่อนมนุษย สัตว และส่ิงแวดลอ ม ดวยความเกื้อกลู หรอื เมตตาตอกนั โกมาตร จงึ เสถียรทรัพย (2549, 14) คำวา จิตวญิ ญาณ Spiritual หรือ Spirituality มรี ากศัพทมาจาก คำวา spiritus ในภาษาลาตินหมายถึง ลมหายใจ และคำวา enthousiasmos ที่หมายถึง the god within หรอื พลังอำนาจศักดิส์ ทิ ธิข์ องชีวติ ชนิกา เจริญจิตตกล (2549, ออนไลน) สรุปความหมายของ จิตวิญญาณไววา หมายถึง พลังที่มีสวน เกี่ยวของกับความมีชีวิตจิตใจ ผดุงชีวิต และใหความหมายที่สำคัญแกชีวิต พรอมทั้งแสดงพฤติกรรมออกมา จาก ความเช่ือทางจิตวิญญาณของบุคคล ประเวศ วะสี (2552, ออนไลน) กลาววา จิตวิญญาณโดยทั่วไป ในสังคมไทย หมายถึง สิ่งอะไรกต็ ามที่ มีคุณคาสูงทางจิตใจ เราจึงนำคำที่ใช ในสังคมไทยมาใชเรียกวา สุขภาวะทางจิตวิญญาณ ตอมาไดมีการ ปรับเปลี่ยน มาใชคำวา สุขภาวะทางปญญา คำวา Spiritual หมายถึง มิติที่เหนือวัตถุ ในทางพุทธ เรียก โลกุตตระ หรือ เหนือโลก สมัยกรุงรัตนโกสนิ ทรจ งใจใชคำน้ี จนกระทงั่ ทา นพทุ ธทาสมาฟน กลบั มาใช ซง่ึ โลกใน ทน่ี ้ีหมายถงึ เนื้อหนังมังสา ในรา งกาย ธรรมนันทิกา แจงสวาง (2554, หนา 9) ไดกลาวถึงคำศัพทและคำที่ เกี่ยวของกับ “จิตวิญญาณ” ไว หลากหลาย เชน Spiritual หรือ Spirituality หรือ Spiritual well-being สวนคำแปลในภาษาไทยเองก็ไดมี การแปลคำนี้ไว แตกตางกันไป เชน จิตวิญญาณ สุขภาวะทางจิตวิญญาณ สุขภาวะทางปญญา มิติทางจิต วิญญาณของสุขภาพ สุขภาวะทางจิตปญญา และพบวามีการศึกษา องคความรูเรื่องจิตวิญญาณไปในลักษณะ ตางจงึ ไดม กี ารใหคำศัพทเ พ่ิมเตมิ เชน ความฉลาดทางจติ วญิ ญาณ (Intelligent Spirituality) จติ วญิ ญาณ ใน องคการ (Spirituality in organizations) เปนตน และกลาวเพิ่มเติม ถึงความหมายของคำวาจิตวิญญาณน้ัน คอนขางหลากหลายแตก็มีลักษณะ รวมกันบางประการ แลวมาสรุปลงที่การกำหนดกรอบจิตวิญญาณวาคือ “ความรูจกั ตัวตน และการสามารถสรา งคุณคาของตนออกมา เพ่อื ประโยชน ของผูอนื่ ตามหนาท่ขี องตน\" ประเวศ วะสี (ประเวช ตันติพิวัฒนสกุล, 2554, หนา 14) กลาววา จิตวิญญาณหรือจิตชั้นสูงนั้น หมายถึง ความดี การลดความเห็นแกตัว การเขาถึงส่ิงสูงสุด สิ่งสูงสุดทางพุทธคือพระนพิ พานหรอื ปญญา หรือ วิชชาศาสนาอื่นหมายถึงพระผูเปนเจา สถานะของมิติทางจิตวิญญาณปรากฏ เปนทางการชัดเจนขึ้น เมื่อ พระราชบัญญัติสุขภาพแหงชาตินิยามความหมาย ของสุขภาพครอบคลุมทั้ง 4 มิติคือ กาย ใจ ปญญา และ สังคม เชน เดยี วกบั สำนกั งานกองทนุ สนับสนุนการสรางเสริมสุขภาพ (สสส.) โดยเลอื กใชค ำวา ปญญา แทนคำ วาจิตวิญญาณ และพัฒนาเครื่องมือประเมินสุขภาวะ ทางจิตวิญญาณหรือปญญาขึ้น โดยจัดแบงเปน 7 องคประกอบ ไดแก กลายืนหยัด ทำในสิ่งที่ถูกตอง เมตตากรุณา มีเปาหมายและพอเพียง ใหความสำคัญกับ ความเปน มนุษย ออ นนอ มถอมตนใหอภัย และมคี วาม เปน มติ ร

3 กลาวโดยสรุปจิตวิญญาณ หมายถึง ความรูสึกจากสวนลึกของมนุษย ที่เปนตัวกำกับใหมนุษยดำเนิน ชีวิตไปในทิศทางที่เปนประโยชนตอตนเองและ สังคม ซึ่งเกิดจากสติปญญา ประสบการณ ความคิด ความเชื่อ ทั้งของตนเอง และสังคม ซึ่งเกิดจากสติปญญา ประสบการณ ความคิด ความเชื่อ ทั้ง ของตนเองและคานิยม ของสังคมรอบขา ง จิตวิญญาณมักจะถูกใชไปในทางบวก ซึ่งหมายถึง ความมุงมั่นที่มนุษย จะกาวไปสูจุดหมายปลายทาง โดยเนนวิถีทางที่ถูกตองเหมาะสม ดังนั้น หากกลาวถึงใครคนใดคนหนึ่งที่ปฏิบัติหนาที่ดวยจิตวิญญาณ สังคม จะรับรูวาเปนผูที่ปฏิบัติหนา ทีด่ วยความเขมแข็ง มุงมั่น สมควรแกก ารยกยอ งชมเชย จิตวิญญาณจึงถูกนำมาใช ในกรณีทีต่ องการเชดิ ชบู ุคคลผูประกอบคณุ ความดี หรือปฏิบัตหิ นา ที่ดวยความเสียสละอดทน เรื่องของจิตวิญญาณจึงควรเปนการปลูกฝงใหกับบุคคล ซึ่งหมายความวา จะตองมีการปฏิบัติอยาง ตอเนื่องยาวนานจนเปนอุปนิสัย หากการดาเนินการไมวาจะเปนชีวิตสวนตัวหรือหนาที่การงาน หากไมเปนไป ตามท่มี คี วามถกู ตอ งเหมาะสมจะพยายามหลีกเลี่ยง เพราะเห็นวาเปนสงิ่ ที่ ไมถกู ตอง ไมช อบธรรม และในที่สุด ความรูสึกฝายดเี ชน นี้จะฝงแนนเขาสู สว นลึกของความคดิ ความเชอื่ เหมอื นกับการทเี่ ราปลกู พชื ผลน่นั เอง ความหมายของจิตวิญญาณความเปนครู ณัฏฐภรณ หลาวทอง และปยวรรณ วิเศษสุวรรณภูมิ ไดใหความหมายไววา เปนคุณลักษณะของ บุคคลในการมีจิตใจที่ปฏิบัติตนเพื่อนาไปสู การเปนที่ยอมรับและภาคภูมิใจในการถายทอดความรูใหแกบุคคล อื่น ซึ่งคุณลักษณะดังกลาวประกอบดวย ความรับผิดชอบในหนาที่ ความรักในอาชีพ ความรักและเมตตา เพอ่ื นมนุษย ความเสียสละ ความอดทน ความยตุ ธิ รรม และการเปน แบบอยา งทด่ี ี สุพิชญา โคทวี ไดใหค วามหมายไวว า จติ วิญญาณความเปน ครู คือการเปน ครู ดว ยใจรัก มีความเมตตา ตอศิษย มคี วามอดทน มีคุณธรรมจริยธรรม และเปนผทู ี่มคี วามเสียสละ เพื่อประโยชนส วนรวม สรปุ จติ วิญญาณความเปนครู หมายถึง คณุ ลักษณะของบุคคลที่แสดงออกถงึ การเปนครทู ี่ดีตามกรอบ คณุ ธรรมจรยิ ธรรม จารตี ประเพณี และวัฒนธรรม อันประกอบดว ยการมีความรับผิดชอบในหนา ท่ี ความรกั และศรทั ธาใน อาชพี การปฏิบัติตอศษิ ยดวยความปรารถนาดี ใหค วามความรกั และ เมตตา ชว ยเหลือ เสยี สละ อดทน อดกลั้น อตุ สาหะพากเพียร สารวม เปน แบบอยา งทด่ี ี รวมทง้ั การรูจ กั พฒั นาตนเองอยเู สมอ องคป ระกอบจิตวญิ ญาณความเปน ครู 1. องคป ระกอบดานการพฒั นาตนเอง - การใฝหาความร,ู เพ่ือพฒั นาตนเองอยูเสมอ, ขยนั หม่นั เพียรแสวงหาความรูใหมๆ 2. องคประกอบดา นความมเีมตตาในการปฏิบัติงาน - การยอมรับความแตกตา งทางวฒั นธรรม, ปฏิบตั งิ านโดยอาศยั หลกั แหง เหตุผล, ปราศจากอคต,ิ ความเปนประชาธปิ ไตย 3. องคประกอบดา นความคดิ รเิ รม่ิ สรางสรรค -ประเมินผลผูเรียนในรูปแบบทหี่ลากหลาย,คิดคนการสรางสื่อนวัตกรรมการเรียนการสอนใน รูปแบบใหมๆ, การแกไ ข ปรบั ปรุง ขอ บกพรองทเ่ี กดิ ขึ้นจากการเรียนการสอน 4. องคป ระกอบดา นการปฏิบัตติ ามจรรยาบรรณวิชาชพี - การอุทศิ ตนเพ่ือประโยชนตอวชิ าชพี ครู, ตัง้ ใจปฏิบตั ิงานเพอ่ื ใหวชิ าชีพครูเปน ที่ยกยอ ง, จริงใจใน ความรบั ผิดชอบตอวชิ าชีพครู 5. องคประกอบดานวริ ิยะ อุตสาหะ

4 - ขยนั ต้งั ใจในการทางาน กระตอื รือรน อุทิศเวลา ปฏบิ ัติหนาทีอ่ ยางเตม็ ความสามารถ 6. องคประกอบดา นความเมตตากรณุ า - ปรารถนาดีเอือ้ เฟอ อาทรและเมตตาตอ ศษิ ย, การยึดมัน่ ในคณุ ธรรม จริยธรรม ตามหลักศาสนา 7. องคประกอบดา นความซ่อื สัตยตอวิชาชีพ - ไมนำผลงานของผูใดมาแอบอางเปนของตน, ตระหนักในคุณคาศักดิ์ศรี ของความเปนมนุษย, ไมแสวงหา ผลประโยชนจากศิษย, ปฏบิ ัติตอ ศิษยทุกคนดว ยความเสมอภาค 8. องคป ระกอบดา นความดี - มีความเอ้ือเฟอ เผอ่ื แผ ชวยเหลือผูอื่น สภุ าพออนโยน เสียสละ และเหน็ อกเหน็ ใจผอู น่ื 9. องคป ระกอบดา นความรกั ศรทั ธาในวชิ าชพี - มีความรักในวิชาชีพครูยิ่งกวาวิชาชีพใด, มีความศรัทธาในวิชาชีพครูมากกวาวิชาชีพอื่น, มีความมุงมั่นตั้งใจ มาเปนครเู ปนอนั ดับแรก 10. องคประกอบดา นการปฏิบตั ิการสอน - การคดิ คน วธิ กี ารจดั การเรียนการสอนใหมปี ระสทิ ธิภาพ, ประยุกตค วามรูทมี่ อี ยจู ดั การเรยี นการสอนไดอยาง เหมาะสมกบั ศักยภาพของผูเรียน ตวั บงชีจ้ ติ วญิ ญาณความเปน ครู 1. การปฏบิ ัติตามบทบาทหนาที 2. การมีมนุษยสัมพนั ธทดี ีและมีความเปนกัลยาณมติ ร 3. การเปนแบบอยางท่ีดี 4. การมจี ติ วิทยาในการสอน 5. ความรัก และศรัทธาในวิชาชพี 6. การมีคุณธรรมและจรยิ ธรรม 7. ความผกู พนั ระหวางครกู บั ศิษย หลักสตู รจติ วิญญาณความเปนครู พระราชบัญญตั ิการศกึ ษาแหง ชาติ พ.ศ. 2542 มาตรา 52 ใหก ระทรวง สงเสริมใหมรี ะบบกระบวนการ ผลิต การพัฒนาครู คณาจารยและบุคลากร ทางการศึกษาใหมีคุณภาพและมาตรฐานที่เหมาะสมกับการเปน วิชาชีพชั้นสูง โดยการกำกับและประสานใหสถาบันที่ทำหนาที่ผลิตและพัฒนาครู คณาจารย รวมทั้งบุคลากร ทางการศึกษา ใหมีความพรอมและมีความเขมแข็งในการเตรียม บุคลากรใหมและการพัฒนาบุคลากร ประจำการอยา งตอเนื่อง รัฐพึงจัดสรรงบประมาณและจัดตั้งกองทุนพัฒนาครู คณาจารย และ บุคลากรทางการศึกษาอยาง เพียงพอ (สำนกั งานเลขาธกิ ารสภาการศึกษา, 2557, หนา 19) จากที่บัญญัติไวในพระราชบัญญัติดังกลาว การผลิตครูเปนจุดเริ่มตน ของการสรางครูที่มีคุณภาพ เหมาะสมกับการเปนวิชาชีพชั้นสูง ซึ่งสถาบันอุดมศึกษาที่มีคณะครุศาสตร ศึกษาศาสตร จะตองแสดงบทบาท และศักยภาพเพือ่ ท่ีจะผลิตครูใหมีคุณภาพและมาตรฐานดงั กลาว แตอยางไร ก็ตามปจจุบนั ประเทศไทยยังเปด ชองทางใหกับผูทส่ี ำเรจ็ การศกึ ษาระดับ ปริญญาตรเี กอื บทกุ สาขาเขา มาเปน ครูได โดยการเขา รบั การอบรมเพื่อ รบั ใบประกอบวชิ าชพี ครู ตามหลกั สูตรประกาศนยี บตั รวิชาชพี ครู ซง่ึ การบม เพาะความเปนครู

5 คงจะไมไดดำเนินการอยางเขมขน เนื่องจากเปนหลักสูตรระยะ เพียง 1 ป โดยโครงสรางของหลักสูตรไม ปรากฏเร่ืองของจิตวญิ ญาณครเู ลย ดงั ตัวอยางหลักสูตรประกาศนียบัตรวิชาชพี ครู ป. วชิ าชีพคร)ู มหาวิทยาลัย ราชภัฏรอ ยเอด็ (มหาวิทยาลัยราชภฏั รอยเอ็ด, 2558, หนา 7) โครงสรางของ หลกั สตู รประกาศนียบัตรวิชาชีพ ครู หนวยกิตรวมตลอดหลักสูตร ๒๘ หนวยกิต มีเนื้อหาเกี่ยวกับหลักการศึกษาและความเปนครู ความรู เกี่ยวกับการพัฒนาหลักสูตร การจัดการเรียนรู จิตวิทยาสำหรับครู การวัดและ ประเมินผลการศึกษา การ บริหารจัดการในสถานศึกษา การวิจัยทางการศึกษา นวัตกรรมและเทคโนโลยีสารสนเทศทางการศึกษา ภาษา และเทคโนโลยี สำหรับครู และการฝกประสบการณวิชาชีพครู ดังนั้นในที่นี้จะมุงไปยังบทบาท ของคณะครุ ศาสตร ศึกษาศาสตร เพราะถือวาเปนคณะที่มุงในการผลิตครู โดยตรง ซึ่งจุดเนนในดานจิตวิญญาณครูที่จะ สรา งใหก ับนักศึกษาครูนน้ั จะตอ ง พจิ ารณาจากวิสัยทศั นที่กำหนดไววา ใหค วามสำคัญกับการผลิตบณั ฑิตครูให มี จิตวิญญาณความเปนครูไวอยางไร และเมื่อนักศึกษาไดจบการศึกษา ไปทำหนาที่ครูแลว เปนหนาที่ของ หนวยงานตนสังกัดหรือหนวยงาน ที่รับผิดชอบ เกี่ยวกับการพัฒนาคุณภาพครูจะตองดำเนินการพัฒนาครใู หมี จติ วิญญาณความเปนครู ซ่ึงสาระสำคัญของนโยบาย โครงการ หรอื กจิ กรรม การพฒั นาครไู ดก ลาวไวแลว ในบท น้ี การฝกอบรมเพื่อการปลูกฝง สราง พัฒนา หรือการฟนฟูจิตวิญญาณ ครู สวนใหญจะเปนการ ดำเนินงานตามโครงการระยะสั้นๆ เชน มหาวิทยาลัยมหิดล (2558, หนา 1) จัดทำโครงการฝกอบรมหลกั สูตร คอรสอบรมระยะส้นั (Short course) มีวัตถุประสงคข องการฝกอบรมคือ (1) สำรวจคณุ คาความหมายของความเปนครู การเติบโตดานในตวั ตนของครู (2) เรียนรูเ คร่ืองมือ แนวทางในการสอนอยา งมีชวี ติ ชีวาและเขา ถึงแกน (3) พัฒนาศักยภาพของครูอาจารยและบุคลากรทางการศึกษาตามแนวทาง จิตตปญญาศึกษา เนื้อหาหลักสูตร ฝกอบรมเกี่ยวของกับ (1) การพัฒนาจิต วิญญาณความเปนครูจากภายใน (2) การสรางความตระหนักถึง ความสัมพนั ธ อนั ดรี ะหวางคร-ู ศิษย (3) ความสามารถในการเช่อื มโยงวชิ าการสวู ิชาชีวิต เพื่อบมเพาะความเปน มนุษยท ่สี มบรู ณของผเู รียน (4) การสรางความตระหนัก และเหน็ คุณคาของงานครู คณะครุศาสตร จุฬาลงกรณมหาวิทยาลัย (2557, หนา 4) รวมกับ สำนักงานคณะกรรมการการศึกษา ขั้นพื้นฐานจัดทำหลักสูตรอบรมแบบ e-Training จิตวิญญาณความเปนครู เพื่อพัฒนาผูบริหาร ครูและ บุคลากร ทางการศึกษาใหเกิดทักษะในการปฏิบัติงานไดอยางมีคุณภาพ เนนการพัฒนา โดยการเรียนรูดวย ตนเองผา นเทคโนโลยกี ารส่ือสาร ผา นระบบเครอื ขาย อินเทอรเ น็ต โดยมวี ตั ถุประสงคเ พอื่ ใหผูเขารับการอบรม สามารถ (1) มีความรูความเขาใจดานวินัย คุณธรรม จริยธรรม และจรรยาบรรณวิชาชีพครู และประพฤติตน เปนแบบอยางที่ดี (2) มีความมุงมั่นและอุทิศตนใน การสอนและการพัฒนาผูเรียน (3) วิจัยเพื่อพัฒนาคุณภาพ ผูเรียน (4) เพื่อพัฒนาผูประกอบวิชาชีพทางการศึกษาใหประพฤติปฏิบัติตนอยูบนพื้นฐานของศีลธรรม คุณธรรม จริยธรรม และจรรยาบรรณของวิชาชีพ (5) เพื่อใหผูประกอบวิชาชีพทางการศึกษานำความรูและ ประสบการณที่ไดรับไปใชในการดำรงชีวิตและการประกอบอาชีพ (6) เพื่อใหผูประกอบวิชาชีพทางการศึกษา เปนตนแบบในการประพฤติปฏิบัติตนดานศีลธรรม คุณธรรม จริยธรรม และจรรยาบรรณ ของวิชาชีพและ เผยแพรความรูดานศีลธรรม คุณธรรม จริยธรรม และ จรรยาบรรณของวิชาชีพ (7) เพื่อเสริมสรางคุณธรรม จริยธรรมแกขาราชการ ครูและบุคลากรทางการศึกษา (8) นำเสนอแนวทางที่ไดรับไปใชใหเกิดประโยชนกับ ตนเองและหนวยงาน (9) วางแผนกลยุทธเพื่อพัฒนาคุณภาพ ผูเรียนได และกำหนดสาระการอบรมไว 4 ตอน คือ (1) ความเปนครู (2) คุณธรรม จริยธรรม และจรรยาบรรณวิชาชีพครู (3) การพัฒนาคุณธรรม จริยธรรม ของครู (4) การพัฒนาจิตวญิ ญาณของความเปนครู

6 สำหรับหลักสูตรจิตวิญญาณความเปนครูของคณะครุศาสตร จุฬาลงกรณมหาวิทยาลัย รวมกับ สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน เปนหลักสูตรเกี่ยวกับจิตวิญญาณครูที่พบวา มีความชัดเจนใน เนื้อหาสาระ ของจิตวิญญาณครู แมวาบางหัวขออาจจะหางไกลจากประเด็นของจิตวิญญาณครู แตหากมีการ ปรับเพื่อใหเนื้อหาตรงกับจิตวิญญาณครู แลวกำหนดใหมี การศึกษาในหลักสูตรของครุศาสตร ศึกษาศาสตร จะทำใหนักศึกษาครูทุกคน มีพื้นฐานความรู ความเขาใจ และ ไดมีโอกาสพัฒนาจิตวิญญาณครูในขณะเปน นักศกึ ษาครู จากท่ียกตวั อยางมาเปนการอบรมเพือ่ พัฒนาครทู ่ีออกไปสูวชิ าชีพครู แลว สวนกระบวนการปลูกฝงบม เพาะในขณะเปนนักศึกษาครู จะตองพิจารณา จากหลักสูตรและกิจกรรมทใี่ ชกับนักศึกษาครขู องแตละสถาบนั จากการศึกษา หลักสูตรของคณะครุศาสตร ศึกษาศาสตร ของสถาบันอุดมศึกษาที่ผลิตครูหลายแหง จะพบ เพียงขอ ความวา “มุงเนน ใหมจี ิตวิญญาณคร”ู แตไ มพ บ เนือ้ หาสาระท่ีชัดเจนวา จะมกี ระบวนการจัดการเรียน การสอนแบบใด มีเนื้อหาสาระอะไรบาง มีกระบวนการวัดและประเมินผลเพื่อแสดงวานักศึกษา ครูที่จบ การศกึ ษามจี ิตวญิ ญาณครใู นระดบั ใด การดำเนินงานเพือ่ พฒั นาหรอื ปลูกฝง จติ วญิ ญาณครูน้นั จะตอ งใช กระบวนการคดั เลือกครูท่มี ีคณุ ภาพ เปนผูที่มีความสนใจใฝหาความรู เปนครูที่ไดรับการยกยองจากผูบริหารและเพื่อนครู เพราะการเลือกครู ตนแบบ ถือวาเปนจุดเปลี่ยนของความสำเร็จหรือความลมเหลวของโครงการ นั่นคือ หากเลือกครูตนแบบซึ่ง เปนที่ยอมรับของครูทั้งหลายวา ครูทานนั้นเปนครู ผูมีจิตวิญญาณความเปนครู ยอมทำใหผูที่จะเขารับการ พัฒนามีความมั่นใจ ตองการจะมาเรียนรูเพื่อการพัฒนาตนเองใหเปนครูผูมีจิตวิญญาณความเปนครู แตหาก ในทางตรงกันขามผูที่มาเปนตนแบบไมใชผูที่ไดรับการยอมรับจากครู แลว ครูที่จะเขารับการพัฒนาอาจจะมี ความรูสึกดานลบตอโครงการ และคงไมมี ความมั่นใจ ขาดความมุงมั่นที่จะเรียนรูตอไป ดังนั้นจึงควรให ความสำคัญกบั ประเด็นการเลือกครูตนแบบเปนอยา งยิ่ง ประเด็นหนึ่งที่มีการกลาวถึงในการฝกอบรมหรือพัฒนาครูโดย ใชกระบวนการครูตนแบบ ซึ่งหมายถึง ครูที่มีคุณภาพ ครูดีมาทำการพัฒนาใหดียิ่งขึ้น ซึ่งความหมายของคำวา “ตนแบบ” นั้น พจนานุกรมฉบับ ราชบัณฑิตยสถาน พ.ศ. 2554 (ราชบัณฑิตยสถาน, 2556, หนา 453) ให ความหมายของตนแบบวา น.แบบ ดั้งเดิม, แบบที่มีมาแตแรก, แบบที่ทำขึ้น ไวแตแรก, สิ่งที่สรางขึ้นเปนแบบฉบับ ใชเปนตนเคาสำหรับสรางสิ่ง อื่นใหมีลักษณะเดียวกันหรือคลายคลึงกัน ซึ่งความหมายที่กลาวมาทั้งหมด เปนไปเพื่อการอธิบายสิ่งกอสราง หรือสิ่งประดิษฐ แตเมื่อนำมาใชกับครู ที่เรียกวาครูตนแบบ สังคมยอมรับวาเปนครูที่มีคุณภาพที่จะเปนแบบ ฉบับใหกับครูคนอื่นๆได จึงมีมักมีคำถามวา ทำไมไมเลือกครูที่มีปญหาเพื่อ มาทำการปรับปรุง คำตอบที่ไดรับ คือ คงไมมีผูบริหารสถานศึกษาแหงใด ที่กลาพอจะตัดสินใจเลือกครูในสถานศึกษาของตนเพื่อมารับการอบรม และ ผูท ถ่ี กู คดั เลอื กเขารบั การอบรมอาจมีปฏิกริ ิยาตอตานหรือไมย อมรับวาตนเอง มีความบกพรอง เพราะการ พจิ ารณาคุณลักษณะยงั ไมมีเครอื่ งมือประเมิน กระบวนการในการพัฒนาจิตวิญญาณครู จะตองหากระบวนการพัฒนาที่เราใจผูเขารับการพัฒนา อาจจะเปนกระบวนการพัฒนา จากการบรรยาย การรวมอภิปราย การไดศึกษาดูงาน เพื่อพบกับสภาพแทจริง ของครูตนแบบ ไดเห็นผลงานหรือไดรับฟงการแสดงความคิดเห็นของผูบริหาร เพื่อนรวมงาน นักเรียน ผูปกครอง รวมถึงชุมชนดวยวา ใหความนับถือยกยอง ครูทานนั้นเพียงใด หากเปนที่ยกยองชมเชย ยอมทำให สามารถนำความรู ความประพฤติและคณุ ธรรมท่ียึดมัน่ มาเลา ใหท ส่ี มั มนาไดย ึดเปนแบบอยา งได มีการเสนอใหมีหลักสูตรจิตวิญญาณความเปนครูอยูในหลักสูตร ของครู เปนหลักสูตรที่มีความเขมขน ทั้งเนื้อหาทางทฤษฎีและการปฏิบัติ และ ตองมีความตอเนื่องเชื่อมโยงจนนักศึกษายึดติดเปนอุปนิสัยของตน

7 ปรับตัวเอง ใหเขากับความประพฤติของครู ที่ประชุมมีความเห็นตรงกันวา เรื่องของ การสรางจิตวิญญาณคง ตอ งใชว ิธกี าร “ปลูกฝง” ซึง่ หมายถงึ การบำรุงใหเจรญิ มัน่ คง (ราชบณั ฑิตยสถาน, 2556, หนา 726) ประเด็นท่ีนาสนใจมากอกี ประเด็นหนงึ่ คอื จติ วญิ ญาณครูที่จะปลกู ฝง ใหก บั ครรู ุน ใหมท จี่ ะตอ งดำรง ตนเปนครตู อ ไปอกี นาน ดังนั้นจงึ ตองปลูกฝง ความรู ความคดิ และพฤตกิ รรมที่สามารถปรบั เปลยี่ นได ตอ งเปน ผทู ่ีกาวทนั การเปล่ียนแปลงของโลก และจะดยี ่ิงขึน้ หากเปนกลมุ หนาของการพัฒนา ตนเองเพือ่ กาวนำชุมชน ได การยึดตดิ กับจิตวญิ ญาณของครทู ีด่ มี ากและไดร บั การยกยองวา เปน ครูดี ครูคณุ ภาพ หากไมร ับการปลี่ยน แปลงในบางเร่ือง อาจจะกลายเปน ปญ หาขององคกรหรอื กับเพอื่ นครู ตลอดจนกับนกั เรยี น และ อาจจะเปน ครู ทเ่ี ปน ปญ หาของอีกยคุ สมยั หนึง่ ได อาจมีคำถามวาจิตวิญญาณครูที่ปลูกฝงใหกับนักศึกษาครูหรือ ครูปจจุบัน เชื่อหรือมั่นใจไดอยางไรวา เปนคุณลักษณะที่มีความเหมาะสม กับวิชาชีพครูในอนาคต เพราะเมื่อโลกเปลี่ยนแปลง สังคมเปลี่ยนแปลงสิ่ง ที่นักศึกษาครูหรือครูไดรับปลูกฝงไป ยังมีความเหมาะสมกับยุคสมัยในอนาคต หรือไม เพราะเมื่อแนวคิดการ จัดการศึกษาเปลี่ยนแปลงไป กระบวนการ จัดการเรียนการสอนของครูตองเปลี่ยนแปลงไปเพื่อใหมีความ สอดคลอ งกบั แนวคดิ ของการจัดการศกึ ษาและหลกั สตู รในการจัดการศึกษาในยคุ สมัย น้นั ๆ ที่เห็นเดนชัดที่อาจถือวาเปนปญหาในการจัดการศึกษาคือ เมื่อประเทศไทยเปลี่ยนแนวคิดการจัด การศึกษาจากเดิมที่ยึดหลักการครูเปนศูนยกลาง มาเปนแนวคิดการจัดการศึกษาที่เนนผูเรียนเปนสำคัญ ครูท่ี เคยเปน ครูท่ีไดร ับการยกยอ งเปน ครูที่สอนดี เปนครูแมแ บบของการจดั การเรียน การสอน จนมีความเช่ือมั่นใน กระบวนการจัดการเรียนการสอนของตน และยังคงใชกระบวนการจัดการเรียนการสอนแบบเดิม การจัดการ เรียนการสอบ ดังกลาวจะทำใหครูผูนั้นสรางปญหาใหกับนักเรียนเพราะเมื่อมีการประเมินผล คุณภาพการ จัดการเรียนการสอน ผูเรียนอาจไดคะแนนการประเมินต่ำ หรือ ไมสามารถตอบคำถามของการวัดผลที่เนน กระบวนการคดิ วเิ คราะหห รอื กระบวนการคิดแบบตางๆ ได ซงึ่ เปน ปญหาสำคัญของกระบวนการจัด การเรียน การสอนของไทยในปจจุบนั เม่อื เปน เชนนห้ี ลกั สูตรจิตวิญญาณครู จึงมคี วามจำเปน ยิง่ ทีจ่ ะตอง สรางกระบวนการคดิ วเิ คราะหเพื่อ เตรยี มความพรอ มใหก ับครเู พื่อพรอมท่จี ะรบั การเปล่ียนแปลง ซึ่งอาจเปน การเปลย่ี นแปลงดานเนอื้ หาหรือป ล่ียนแปลง ดา นกระบวนการ หรือเปนการเปลี่ยนแปลงท้ังสองดาน โดยครูเองตอ งมี ความเขมแขง็ ในลกั การ ของคณุ ธรรมจริยธรรมและจรรยาบรรณ ของความเปนครู กลาวไดวาครจู ะตองมีทั้งความรูท ช่ี ดั เจนทนั สมัยใน ศาสตร ของตน และตอ งเปน ผทู ่ีมคี วามมุงมัน่ ในการปฏบิ ัตหิ นา ทโ่ี ดยมเี ปา หมาย ปลายทางคอื ความสาํ เรจ็ ของ ผูเรียน การเสริมพลังจิตวิญญาณความเปนครูโดยเรียนรูจากครูตนแบบ เปนงานที่ทาทายความสามารถของ ผูรับผิดชอบเปนอยางยิ่ง ทุกคนยอมรับ รวมกันวาหากประสบความสำเร็จจะเปนการพัฒนาคุณภาพครูที่มี ความยั่งยืน เราจะไดครูคุณภาพขึ้นมาเปนหัวแถวของการจัดการเรียนการสอนที่มีคุณภาพ เปนการทำงานที่ เกิดจากการใชกำลังกาย กำลังสติปญญา บวกกับความมุงมั่น โดยมีเปาหมายหลักคือ ความสำเร็จของผูเรียน ซึ่งอาจมีคำตอบวามีตัวชี้วัด อะไรที่จะบอกไดวาผูเรียนประสบความสำเร็จในการเรียน ณ เวลาน้ีคงตอง พิจารณาจากพระราชบัญญัติการศึกษาแหงชาติ พ.ศ.2542 (สำนักงาน เลขาธิการสภาการศึกษา 2557, หนา 9-10) ในมาตรา 23 การจัดการศึกษา ทั้งการศึกษาในระบบ การศึกษานอกระบบ และการศึกษาตามอัธยาศยั ตองเนนความสำคัญทั้งความรู คุณธรรม กระบวนการเรียนรูและบูรณาการ ตามความเหมาะสมของแตละ ระดบั การศกึ ษาในเรอื่ งตอไปนี้

8 1. ความรูเรื่องเกี่ยวกับตนเอง และความสัมพันธของตนเองกับสังคม ไดแก ครอบครัว ชุมชน ชาติ และสังคมโลก รวมถึงความรูเกี่ยวกับ ประวัติศาสตรความเปนมาของสังคมไทยและระบบการเมือง การ ปกครอง ในระบอบประชาธิปไตยอนั มีพระกษัตริยท รงเปน ประมขุ 2. ความรูและทักษะดานวิทยาศาสตรและเทคโนโลยี รวมทั้งความรู ความเขาใจและประสบการณ เรือ่ งการจดั การ การบำรงุ รกั ษาและการใช ประโยชนจากทรพั ยากรธรรมชาตแิ ละสง่ิ แวดลอมอยางสมดุลยง่ั ยนื 3. ความรเู กย่ี วกับศาสนา ศลิ ปะ วัฒนธรรม การกีฬา ภมู ปิ ญ ญาไทยและการประยกุ ตใชภูมิปญญา 4. ความรแู ละทักษะดานคณติ ศาสตร และดา นภาษา เนนการใช ภาษาไทยอยา งถูกตอง 5. ความรู และทกั ษะในการประกอบอาชีพและการดำรงชวี ติ อยา ง มีความสขุ โดยกำหนดกระบวนการเรียนรูไวอยางชัดเจน วาสถานศึกษา ตองดำเนินการอยางไร ตามมาตรา 24 การจัดกระบวนการเรียนรู ใหส ถานศกึ ษาและหนวยงานทเ่ี กี่ยวของดำเนินการ ดังตอ ไปน้ี 1. จัดเนื้อหาสาระและกิจกรรมใหสอดคลองกับความสนใจและ ความถนัดของผูเรียน โดยคำนึงถึง ความแตกตา งระหวางบคุ คล 2. ฝกทักษะ กระบวนการคิด การจัดการ การเผชิญสถานการณ และการประยุกตความรูมาใชเพื่อ ปอ งกันและแกไขปญ หา 3. จัดกิจกรรมใหผ ูเรยี นไดเ รยี นรูจากประสบการณจ รงิ ฝกการปฏิบตั ิ ใหท ำได คดิ เปน ทำเปน รกั การอาน และเกดิ การใฝร ูอยางตอ เนื่อง 4. จัดการเรียนการสอนโดยผสมผสานสาระความรดู านตางๆ อยางได สัดสวนสมดุลกัน รวมท้ังปลูกฝง คณุ ธรรม คา นยิ มท่ดี งี ามและคณุ ลกั ษณะอนั พงึ ประสงคไ วในทกุ วิชา 5. สงเสริมสนับสนุนใหผูสอนสามารถจัดบรรยากาศ สภาพแวดลอม สื่อการเรียน และอำนวยความ สะดวกเพอื่ ใหผ ูเรยี นเกิดการเรยี นรแู ละ มคี วามรอบรู รวมทง้ั สามารถใชการวิจัยเปนสวนหน่ึงของกระบวนการ เรียนรู ทั้งนี้ ผูสอนและผูเรียน อาจเรียนรูไปพรอมกันจากสื่อการเรียนการสอนและแหลงวิทยาการประเภท ตา งๆ 6. จัดการเรยี นรูใ หเ กดิ ขน้ึ ไดท ุกเวลาทกุ สถานที่ มีการประสาน ความรว มมอื กบั บิดามารดา ผูปกครอง และบคุ คลในชุมชนทกุ ฝาย เพ่ือรวมกันพัฒนาผูเ รียนตามศักยภาพ กลาวไดวา พระราชบัญญัติการศึกษาแหงชาติ พ.ศ. 2542 เปนเหมือนรัฐธรรมนูญทางการศึกษาเปน กฎหมายทมี่ รี ายละเอียดของการดำเนินการทางการศึกษาท่ีกำหนดบทบาทหนาที่ ความรบั ผดิ ชอบของทุกภาค สวนตั้งแตรัฐบาล กระทรวงศึกษาธิการ หนวยงานสถานศึกษา ชุมชน รวมถึงผูปกครอง ครู และผูรับผิดชอบ ทางการศึกษา สมควรอยางยิ่งที่จะตองศึกษาเพื่อ ทำความเขาใจเนื้อหาที่บัญญัติไวในพระราชบัญญัติฉบับนี้ เพือ่ ใหส ามารถปฏบิ ัติหนา ทไี่ ดอ ยางมีคุณภาพและสามารถวดั และประเมินผลการปฏบิ ตั ิหนา ท่ีไดอยางชดั เจน การเลือกครูตนแบบ จะตองทำการคัดกรองอยา งดียิ่ง คนที่ จะมาทำหนาที่เปนครตู นแบบ จะตองเปน ครูที่ไดร บั การยอมรบั จากครูดว ยกัน วา เปนครูทมี่ จี ติ วญิ ญาณครูเปน แบบอยางแกครูไดซ่ึงหากสามารถคัดเลือก ครูตนแบบไดดี เปนที่ยอมรับของผูเขารับการพัฒนา เชื่อไดวาโครงการจะดำเนินไปไดอยางดีมีคุณภาพ การเลือกครูเขา รบั การพฒั นาตามโครงการ เปน เงือ่ นไขสำคัญทสี่ ุด เพราะจะเปนผูทต่ี อ งไปปฏิบัติหนาที่จัดการ เรียนการสอน หากสามารถเลือกครูที่มีพื้นฐานในการปฏิบัติหนาที่ดวยดี ยอมสามารถพัฒนาตอยอดได โดย เติมเตม็ ความคดิ ความเชอ่ื ความมงุ มนั่ ในการทำหนาที่ และการไดแบบอยา ง ทด่ี ีจากครูตน แบบ ที่สำคัญคือเปนการสรางเครือขายของกลุมครู ผูมีจิตวญิ ญาณครู ทั้งในระดับครตู นแบบและผูเขารับการพัฒนา หลักสูตร การพัฒนาที่มีคุณภาพยอมเกิดจากหลักสูตรที่มีความเหมาะสมกับผูเขารับ การพัฒนา ดังนั้นในการ ออกแบบหลักสูตร จึงตองคำนึงถึงบริบทของผูเขารับการพัฒนาตองจัดหลักสูตรใหเหมาะสม โดยเนนใหมีการ

9 รับฟงประสบการณ และการไดเห็นตัวอยางที่ดีเดน และตองเปนกิจกรรมหรือนวัตกรรมที่ครูทั่วไปทำไดตอง เนนความเหมาะสมกับบริบทของผูเขารับการพัฒนา การมีโอกาสไปดูงานจึงตองหาโรงเรียนที่อยูในมาตรฐาน ทั่วไป แลวไดรับการพัฒนาดานศักยภาพ ความมุงมั่นของครู จนเกิดเปนหองเรียนคุณภาพ ไมควรมุงชื่นชมกับ หองเรียนคณุ ภาพที่ไดมาจากงบประมาณสนบั สนุนเพ่ิมเตมิ เปนกรณีพิเศษ ซึ่งอาจมเี พียงไมก่ีแหงในแตละพ้ืนที่ เปนหองเรียนคุณภาพพิเศษซึ่งเหมาะสำหรับการพัฒนาผูเรียนที่มีศักยภาพสูง เพ่ือใหไดรับ ความรู ความสามารถเต็มตามศักยภาพท่มี ี หลักสูตรตองมีการปรับปรุงพัฒนาทุกครั้ง เมื่อดำเนินการแลว โดยตองรับฟงความคิดเห็นและ ขอเสนอแนะของผเู ขา รบั การพัฒนา เพ่อื ใหส อดคลอ งกบั สภาพและความตอ งการของผูเขารับการพฒั นา ใหไ ดม ากทส่ี ุด สถาบันพัฒนาครู คณาจารยและบุคลากรทางการศึกษา (2554, หนา 5-6) ไดดำเนินการจัดทำ หลักสูตรและคูมือการพัฒนาขาราชการครูและบุคลากรทางการศึกษากอนแตงตั้งใหมีและเลื่อนวิทยฐานะครู ชำนาญการ พิเศษ หลักสูตรการพัฒนาประกอบดวย 2 สวนคือ สวนที่ 1 การพัฒนา สมรรถนะในการ ปฏิบัติงานในหนาที่ของครูชำนาญการพิเศษ สวนที่ 2 การวิเคราะหบทบาทหนาที่ ความรับผิดชอบ และวาง แผนพัฒนาคุณภาพ การปฏิบัติงานของครูชำนาญการพิเศษ โดยใหศึกษาเกี่ยวกับการพัฒนา จิตวิญญาณของ ความเปนครู เพื่อสรางเสริมคุณธรรมจริยธรรมจรรยาบรรณ วิชาชีพ ความมีวินัยและการปฏิบัติตนตามหลัก ปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียงสำหรับสาระการเรียนรู ประกอบดวย (1) พัฒนาจิตวิญญาณของความเปนครู เพ่อื สรางเสริมคุณธรรมจริยธรรม (2) วินยั และจรรยาบรรณวชิ าชีพครู (3) หลกั ปรชั ญาของเศรษฐกิจพอเพยี ง อนึ่ง เนื้อหาสาระดังกลาวกำหนดไวในหลักสูตรการพัฒนาขาราชการ ครูและบุคลากรทางการศึกษา กอนแตง ตัง้ ใหม แี ละเล่อื นเปนวทิ ยฐานะครเู ชีย่ วชาญดว ย มหาวิทยาลัยสุโขทัยธรรมาธิราช (2558, หนา 22, 24) จัดทำคูมือ กิจกรรมเสริมความเปนครูสำหรับ นักศึกษาประกาศนยี บัตรบณั ฑติ แขนงวิชา หลักสูตรและการสอนมีกิจกรรมเสรมิ ความเปนครูเพอื่ ปลกู ฝง จติ วญิ ญาณความเปนครู โดยมีวตั ถุประสงคเ พ่อื 1. แสดงพฤติกรรมของครูทม่ี คี วามรัก เมตตา และปรารถนาดีตอ ผูเรยี น 2. กำหนดตัวผูเรียนที่สนใจเพื่อวิเคราะห และหาทางชวยเหลือหรือพัฒนาดานใดดานหนึ่งได โดย สามารถระบุเหตุผลในการเลอื กไดอยา งชดั เจน และมีเหตผุ ลท่ีสมควร 3. นำเสนอขอ มลู เก่ียวกับผูเรียนทีส่ นใจอยางรอบดา น 4. วิเคราะหค วามสมั พันธของขอ มูลทเี่ กยี่ วกับผเู รยี น 5. ระบุประเด็นปญ หาของผเู รียนเพือ่ การชว ยเหลือ/พัฒนา 6. กำหนดจดุ ประสงคข องการชว ยเหลือ/พัฒนาผูเรียน 7. วางแผนการใหค วามชว ยเหลือ/พฒั นาผูเรยี น 8. กำหนดตัวบงชี้แสดงความสำเรจ็ ในการชวยเหลอื /พฒั นาผเู รยี นในประเดน็ ท่นี า เสนอ 9. ดำเนินการใหความชวยเหลือ/พฒั นาผูเ รียนในประเดน็ ทีน่ ำเสนอ 10. รายงานผลการใหความชว ยเหลือ/พฒั นาผเู รยี น 11. แสดงความรูสกึ ดา นคณุ คาทไ่ี ดร ับจากการไดช วยเหลอื /พัฒนาผูเ รยี น 12. อธบิ ายความหมาย และขอบเขตของคณุ ธรรมครดู านความรกั เมตตา และปรารถนาดตี อ ผเู รยี นได 13. อธิบายความสำคญั ของคณุ ธรรมครูดา นความรัก เมตตา และ ปรารถนาดตี อผูเ รียนได 14. อธิบายผลทค่ี รูไดร ับจากการมีคุณธรรมดา นความรัก เมตตา และปรารถนาดีตอผเู รียนได 15. อธบิ ายผลท่ผี เู รยี นไดร ับจากการที่ครมู ีคณุ ธรรมดา นความรกั เมตตา และปรารถนาดีตอผเู รียนได

10 นิวัตต นอยมณี และ กัญภร เอย่ี มพญา (2558, หนา 4-6) ไดจดั ทำ หลักสตู รการพฒั นาจิตวิญญาณครู เพื่อใชพัฒนาครูสังกัดสำนักงานเขตพื้นที่ การศึกษาประถมศึกษาฉะเชิงเทราเขต 1 สำนักงานเขตพื้นท่ี มัธยมศึกษาเขต 6 และองคการบริหารสวนจังหวัดฉะเชิงเทรา โดยแบงเนื้อหาของหลักสูตรออกเปน 3 ดาน ดังนี้ 1. ดานพฤติกรรม ประกอบดวย (1.1) มีซื่อตรงตออุดมคติ ของความเปนครู (1.2) อดทนเสียสละไม เห็นแกตัว (1.3) เปนแบบอยางที่ดี แกศิษย (1.4) ประพฤติตนใหเปนที่รักของบุคคลทั่วไป (1.5) ไมนำศิษยไป ในทางเสื่อม (1.6) ประพฤติตนเปนผูนำ ของความเปนไทย (1.7) มคี วามมงุ ม่ัน ในการประกอบวิชาชีพครู (1.8) อุทิศตนเพื่อวิชาชีพครู (1.9) พัฒนาตนเอง ดานคุณธรรมจริยธรรม (1.10) ถนอมรักษาทรัพยสินของโรงเรียน (1.11) เปนผูม ีความประหยดั เรยี บงา ย (112) เปน ผูตรงตอ เวลา (1.13) สอนเตม็ ตามหลักสตู ร (1.14) ปรับตัวทนั ตอความเปลีย่ นแปลง และ (1.15) ปฏิบตั งิ านตามหนา ท่คี รูอยางเต็มที่ 2. ดานความรู ประกอบดวย (2.1) แสวงหาโอกาสใหกับศิษย (2.2) ถายทอดประสบการณดานดีให ศิษย (2.3) เปนแสงสวางแกศิษย (2.4) พัฒนาตนเองดา นวิชาการอยางสมำ่ เสมอ (2.5) พดู ใหน กั เรียนเกดิ ความ สนใจที่จะเรียน (2.6) สอนใหนักเรียนเกิดความรูใหมๆ (27) เรียนรูจนสอนได อยางลึกซึ้ง (2.8) สอนตาม ธรรมชาติของศิษย (2.9) สอนตามศักยภาพของ ศิษย (2.10) สอนโดยเนนผูเรียนเปน สำคัญ (2.11) ใหความ คิดเห็นที่เปน ประโยชนแกศิษย (2.12) เปนเกงในวิชาที่สอน และ (2.13) ไดรับการอบรมวิชาชีพครูอยาง เขมขน 3. ดานคุณธรรม ประกอบดวย (3.1) มีใจหนักแนนอดทน (3.2) คำนึงถึงสภาพพื้นฐานความเปนมา ของศิษย (3.3) มีความเมตตากรุณา อยางแทจ ริง (3.4) มีความเปนกัลยาณมติ รตอศษิ ย (3.5) รกั ศิษยอยางเทา เทียมกัน (3.6) สงเสริมใหกำลังใจชวยเหลือศิษย (3.7) รักในวิชาชีพครู (3.8) เปนคนดีตามหลักศาสนาของตน (3.9) ไมแสวงหาผลประโยชนจากศิษย (3.10) เสียสละเพื่อศิษย (3.11) เปนผูนำดานคุณธรรม (3.12 ) พัฒนา ศักยภาพของศิษย โดยมีแนวคิดในการพัฒนาจิตวิญญาณความเปนครู คือ การพัฒนา จิตวิญญาณความเปนครูจาก ภายใน เปนการสรางความตระหนักและเห็นคุณคาของการเปนครู ความสัมพันธอันดีระหวางครูศิษย และ ความสามารถในการเชื่อมโยงวิชาการสูวิชาชีพ เพื่อบมเพาะความเปนมนุษยที่สมบูรณของผูเรียน และเพื่อนำ ใหเกิดความเปนครูใหมีมากกวาเพียงผูสอนหรือผูใหวิชาความรู แตเปนผูสรางแรงบันดาลใจ นำพาคนสูความ เปนมนุษยท ่ีสมบูรณ อาจกลาวไดวา เรื่องการติดตามประเมินผลเปนกิจกรรมที่วงการศึกษา ใชนอยมาก โดยเฉพาะการ ตดิ ตามประเมนิ ผลผูผ านการอบรมหรือการพฒั นาทัง้ ทเ่ี ปนความจำเปน แตอ าจเน่ืองจากความจำเปน ดานบุคลากรหรืองบประมาณโครงการตางๆ จึงมักจบลงเมื่อประธานมอบเกียรติบัตรหรือวุฒิการอบรมหรือ การพัฒนาแลวกลา วปด ดังนั้น การตดิ ตามประเมินผลในโครงการนจี้ ึงตอ งกระทำดว ยความชดั เจน ตอเนอ่ื ง และนำผลของ การติดตามประเมินผลไปใชเพ่อื ปรับปรงุ ในสวนทย่ี งั เปน ขอ บกพรอ งหรือสวนท่ยี ังสามารถเพม่ิ เตมิ ใหเกิดความ สมบรู ณไ ดอ กี ซง่ึ ผูรับผดิ ชอบโครงการจะตองทำความเขา ใจกับสิง่ ทีผ่ ูรบั การอบรมประเมินโครงการ และตองมี การติดตามผลอยางตอเนื่องโดยกระบวนการสอบถาม สัมภาษณ และการสังเกต จากผูบริหาร เพื่อนครู และ ผูเรียน จากนั้นจึงนำมาปรับปรุงหรือพัฒนาหลักสูตร ใหมีความสมบูรณมากยิ่งขึ้น ที่สำคัญควรจะมีการพัฒนา แบบเครือขายเพื่อใหครูไดมีโอกาสปรับปรุงหรือพัฒนาจิตวิญญาณครูใหมากที่สุด โดยเฉพาะครูบรรจุใหมตอง ใชกระบวนการปลูกฝงโดยมอบหมายใหครูที่ไดรับการยกยองหรือเปนครูผูมีจิต วิญญาณครูทำหนาที่เปนครูพี่ เลี้ยง ซึ่งถาหากเปนขาราชการครูที่บรรจุใหมเปนครูผูชวย ซึ่งตองมีระยะเวลาของการพัฒนาตนเองตามท่ี

11 กำหนดไวในพระราชบญั ญัติระเบยี บขาราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา พ.ศ. 2547 มาตรา 56ผูใ ดไดร ับ การบรรจแุ ละแตงตง้ั ใหเขารับราชการเปนขาราชการครูและบคุ ลากรทางการศึกษาและแตงตง้ั ใหดำรงตำแหนง ตามมาตรา 45 วรรคหนึ่ง หรือมาตรา 50 ใหทดลองปฏิบัติหนาที่ราชการในตำแหนงนั้น แตถาผูใดไดรับการ บรรจุและแตงตั้งในตำแหนงครูผูชวยใหผูนั้นเตรียมความพรอมและพัฒนาอยางเขมเปนเวลาสองปกอนแตงต้ัง ใหดำรงตำแหนงครู ทั้งนี้ การทดลองปฏิบัติหนาที่ราชการและการเตรียมความพรอมและพัฒนาอยางเขมให เปนไปตามหลกั เกณฑและวธิ ีการที่ ก.ค.ศ. กำหนด (สำนกั งานเลขาธิการสภาการศึกษา 2557, หนา 94) กลาวไดวาปจจุบัน หนวยงานทางการศึกษา สถาบันการศึกษา สถานศึกษามีความเชื่อวาปจจัยที่จะ สรางความสำเร็จของการจัดการศึกษา เพื่อใหการศึกษามีคุณภาพตามความตองการของผูปกครอง สังคม ประเทศชาติ หรอื ระดับนานาชาติ คือการมีครทู ีม่ คี ุณภาพ การจะไดมาซ่ึงครู ที่มคี ุณภาพจะตองมีกระบวนการ คัดเลือกผูที่จะมาเปนครูที่มีคุณภาพเหมาะสม คือตองเปนคนเกงทั้งเนื้อหาสาระเกงทั้งกระบวนการจัดการ เรียนการสอน โดยเปนผูที่ไดรับการพัฒนาและปลูกฝง เพื่อใหมีความมุงมั่นในการปฏิบัติหนาที่ ซึ่งเรียกไดวา เปน ผูม จี ติ วญิ ญาณครู แนวทางการพัฒนาจิตวญิ ญาณความเปน ครู 1. มคี วามเจรญิ และสมดลุ ทั้งดาน IQ และ EQ 2. ยึดหลกั ศาสนธรรม ทง้ั น้เี พราะศาสนธรรมเปน หลกั พืน้ ฐานในการดำรงชวี ติ รวมกับผูอ น่ื เพ่ือใหการ ดำเนินชีวิตไปดวยความสุขุมลุมลึก มีสติ และขัดเกลา จิตใจใหมีความนบนอม ออนโยน เมตตาจิต เชื่อมั่นใน เรอ่ื งผลแหง กรรม 3. เคารพตนเองและผูอื่น เชื่อมั่นในสิ่งที่ทำ มองเห็นคุณคาและศักดิ์ศรีความเปนมนุษย เชื่อวามนุษย ทุกคนลวนมศี กั ยภาพทส่ี ามารถพัฒนาได รวมทง้ั มีสำนึกดีตอ สังคม 4. มนุษยมีอดีต มีปจจุบัน และมีอนาคต ครูจะตองเชื่อมโยงทั้ง 3 มิตินี้เขาดวยกัน โดยมีสมมติฐานวา อนาคตทด่ี มี าจากการวางรากฐานของปจ จบุ นั ทีพ่ ัฒนามาจากประสบการณข องอดตี 5. ครึ่งหนึ่งของชีวิตอุทิศเพื่อสังคม เพราะชีวิตแตละชีวิตตางติดหนี้สังคมอยูครึ่งชีวิตตองการแบง ผลประโยชนค รึ่งหน่ึงของชีวิตคนื ใหสังคม 6. ครู คือ ผสู รา งคานยิ มกระแสสังคม การกระทำใดๆจะตองใสใจและรับผิดชอบตอ สงั คม สาเหตทุ จ่ี ติ วญิ ญาณความเปนครูุเปนคุณลกั ษณะสำคญั ของครมู ืออาชีพ อาชีพครูเปนอาชีพที่ทำงานกับคน เพื่อพัฒนาหรือยกระดับศักยภาพและสภาพจิตของคนการสรางคน ดีคนที่มีลักษณะพึงประสงค จำเปนตองมีแบบอยาง(Model)ที่ดี ตองใชเวลาหลอหลอมปรับแตงยาวนาน ตอ เนอื่ งดวยจติ ทม่ี ุงมั่นอดทน ไมล ะทงิ้ อุดมการณหรอื หนาท่ใี นการพฒั นาศิษย ดวยเหตุดังกลาวครูมืออาชีพจึง ตองเปน มอื อาชีพทัง้ ดา นวิชาการและดานการปฏิบัติหนาท่ดี วยจติ วิญญาณในอันท่ีจะพัฒนาศษิ ยอ ยางรอบดาน เพื่อใหเปนคนดี คนเกง และสามารถดำรงชีวิตไดอยางมีความสุข การปฏิบัติดังกลาวเรียกไดวาเปน “การ ปฏบิ ัตดิ วยจติ วิญญาณความเปน คร”ู

12 คุณสมบตั ขิ องครูตามแนวคดิ จติ วญิ ญาณความเปน ครู การมบี คุ ลกิ ภาพท่ีดี บุคลกิ ภาพทีด่ ี จะสามารถสรางความมัน่ ใจใหก บั ตวั ครเู อง 1. การพัฒนาพฤติกรรมภายนอกหรือรูปสมบัติ ไดแก รูปรางหนาตา การแตงกาย กิริยาทาทาง น้ำเสียงและการพูด 2. การพัฒนาพฤติกรรมภายใน หรือคุณสมบัติประกอบดวยสวนตาง ๆ ดังน้ี ความเชื่อมั่นในตนเอง การวางตัวที่เหมาะสม ความแนบเนียน บางครั้งครูจำเปนตองใชจิตวิทยาในการพูดกับนักเรียน ความ กระตือรือรน ความไวว างใจได ครูตอ งมคี วามจาทีด่ ี ความยบั ยัง้ ชั่งใจ มคี วามเมตตาตอ ศษิ ย ตอคนทกุ คน ควรถอื วา ศิษยทุกคนเปน เสมือนลูกหลานสอนดวยความปรารถนาดี พดู จาไพเราะสภุ าพ และออนโยน และใหก ำลงั ใจอยูเ สมอ รวมทง้ั เมตตาตอ คนทกุ คนโดยไมเลือกช้ันวรรณะ ดงั ภาพประกอบท่ี 1 ภาพประกอบที่ 1 การสอนโดยไมเ ลอื กช้ันวรรณะ รอบรใู นสายวชิ าชพี ครูผูสอนมีความรอบรูในทุกศาสตรและเปนมืออาชีพที่สามารถชี้ชัดในวิชาการ มีความเปนครูอยูใน ตวั ตน โดยมีคา เฉลีย่ ผลการประเมินดงั ตารางที่ 1 ตารางที่ 1 คา เฉลี่ยผลการประเมินจิตวญิ ญาณความเปนครู เทคนคิ การสอนดี 1. แนะนาวธิ เี รยี นรู ใหแกเ ดก็ ดแู ลและเอาใจใสน ักเรียน 2. สอนใหนักเรียนเชื่อมโยงกับชีวิตจริง และฝกใหนักเรียนคิดใหบอยที่สุด ใหผูเรียนเขาใจวาความรู ไมไ ดจ ำกัดอยูแ ตใ นเฉพาะหนงั สือเทา น้ัน เชือ่ มชองวา งระหวางทฤษฎีและการปฏิบตั ทำใหน กั เรียนเกิดความ

13 ชำนาญในเร่ืองท่นี ักเรยี นสนใจ โดยครูใหค ำปรกึ ษาชวยเหลือในการปฏิบัติ 3. ตั้งใจฟงนักเรียน ครูตองรูจักตั้งคำถาม สามารถตอบขอสงสัยแกนักเรียนได และควรระลึกอยูเสมอ วา นักเรียนแตล ะคนในช้ันเรยี นมีความแตกตา งกนั 4. การจดั การเรยี นรูตองยดื หยนุ เปลยี่ นแปลงได มีการทดลอง มีการสอนที่หลากหลาย 5. สรางบรรยากาศเปน กนั เอง ตอ งทาใหน ักเรียนเกดิ ความรสู กึ มสี ว นรว ม 6. มีอารมณขัน พยายามอยาทาตัวใหเครียด การมีอารมณขันจะชวยทลายกำแพงระหวางครูกับ นกั เรยี นได ครูควรเรียนรทู ี่จะผอนคลาย บรรยากาศในหองเรียนสนุก 7. ความเอาใจใสแ ละอทุ ศิ เวลาใหแ กกา รคนควา หาวิธถี ายทอดความรเู ตรียมการสอนมาอยางดี มีส่ือการสอนท่พี รอมและวิธีการสอนทีน่ าสนใจ 8. มีจินตนาการ เพราะจะมีผลตอ ความคดิ ริเริ่มใหมๆ มจี ติ อาสา จิตอาสา คือ หัวใจของการบริการวิชาการ ครูไมไดทำหนาที่แคสอนหนังสือเทานั้น แตยังทำหนาที่ เสมือนญาติผูใหญและเปนพี่เลี้ยงใหกับศิษยอีกดวย ตองมีหัวใจของการบริการอยูตลอดเวลา คนที่มีจิต วิญญาณเปนครจู ะทำไปโดยไมค ดิ หวังผลตอบแทนใด ผลสัมฤทธข์ิ องจิตวญิ ญาณความเปนครมู ืออาชพี จิตวิญญาณความเปนครู จะเกิดผลตอตัวครูที่ปฏิบัติงานดวยความเสียสละ อุทิศตนเพื่อการเรียนการ สอน หรือเพื่อการบริหาร เนนที่ประโยชนของสว นรวมและผลทีจ่ ะเกิดขึน้ กับลูกศิษย สังคม และผลสัมฤทธิ์จิต วิญญาณ ความเปนครู จะเกิดขึ้นจากการปฏิบัติงานจริงๆ ไมไดเกิดขึ้นการมอบหมายหรือการมอบอานาจแต อยางใด ดงั นน้ั ผลสัมฤทธิ์จะเกิดตอครู ดังนี้ 1. ชวยพัฒนาหรอื ยกระดับความคดิ และทกั ษะท่ีจำเปนในการเรยี นการสอน 2. มคี ณุ ธรรมจริยธรรม ศลี ธรรม ความรบั ผดิ ชอบตอ หนาทีแ่ ละงานที่ไดรบั มอบหมาย 3. มคี วามยดื หยุน และเขา ใจในความเปลี่ยนแปลงของสงั คม 4. มองนกั เรียนวา มศี กั ดศิ์ รีความเปน มนษุ ยและมีศักยภาพ 5. มีความสุขและมีความภาคภูมใิ จในอาชพี ครู 6. ไดรบั การยอมรบั และความศรทั ธาจากสงั คมและลกู ศิษย

14 บทสรปุ การพัฒนาตนเองอยางตอเนื่องใหมีความรู โดยเฉพาะทักษะการใช เทคโนโลยี และทักษะในการสอน ประพฤตเิ ปน แบบอยา งท่ีดี เอาใจใส และหวงั ดตี อ ศิษย ปรารถนาใหศษิ ยทกุ คนไดมีการงานทด่ี ที าและเปนคนดี ของสังคม การปฏิบัติงานของครู ลักษณะดังกลาวเรียกไดวาการปฏิบัติดวย “จิตวิญญาณความเปนครู”การ ปฏิบัติหนาที่ของครูดวยความวิริยะ มุงมั่นและทุมเทดวยจิตและวิญญาณ อุทิศตนเพื่อการสอน และมีการ พัฒนาส่ือการสอนตลอด กจ็ ะทำใหเ กดิ ความตระหนกั และมงุ มั่นทมุ เทในการทำงาน พยายามรกั ษาศกั ดิ์ศรีแหง ตนและวชิ าชีพ และที่สาคญั คอื ความศรทั ธาในวิชาชพี ครแู ละมุง มนั่ พฒั นาตนเอง คำถามทบทวน 1.จิตวญิ ญาณความเปน ครหู มายความวาอยา งไร 2.หลกั สูตรจิตวญิ ญาณความเปนครูมลี ักษณะอยา งไร 3.หลักสูตรจติ วิญญาณความเปน ครมู ีกด่ี า น ประกอบดว ยอะไรบาง 4.เพราะอะไรจิตวิญญาณความเปนครุจู ึงเปนคุณลักษณะสำคัญของครูมอื อาชพี 5.คุณสมบัติของครูตามแนวคิดจิตวญิ ญาณความเปนครู มอี ะไรบาง

จ บรรณานกุ รม กรมวิชาการ. (2545). หลักสตู รการศกึ ษาขน้ั พน้ื ฐาน พทุ ธศักราช 2544. พิมพค รง้ั ที่ 2. กรงุ เทพมหานคร : โรงพมิ พอ งคก ารรับสงสนิ คา และพสั ดุภัณฑ จิตวญิ ญาณความเปน คร.ู (ออนไลน). สบื คนเมอื่ วนั ที่ 30 พฤศจกิ ายน พ.ศ.2565 จาก https://eledu.ssru.ac.th/kalanyoo_pe/pluginfile.php/59/mod_resource/content/1/ บทท่%ี 205%20จิตวญิ ญาณความเปนคร.ู pdf นิวตั ต นอ ยมณี, กัญภร เอีย่ มพญา. (2560). จิตวิญญาณคร.ู พิมพค รัง้ ที่ 2. นนทบรุ ี : 21 เซ็นจรู ่ี จำกัด.


Like this book? You can publish your book online for free in a few minutes!
Create your own flipbook