Important Announcement
PubHTML5 Scheduled Server Maintenance on (GMT) Sunday, June 26th, 2:00 am - 8:00 am.
PubHTML5 site will be inoperative during the times indicated!

Home Explore พืชพื้นเมือง

พืชพื้นเมือง

Published by nuthawan_t, 2019-09-19 00:36:52

Description: พืชพื้นเมือง
โดย
ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร.กรวินท์วิชญ์ บุญพิสุทธินันท์

Keywords: พืชพื้นเมือง

Search

Read the Text Version

96 96.หมักแปม ทมี่ า : http://www.khaohinsonbg.org/index. ชอื่ วทิ ยำศำสตร์: Garcinia lanceifolia Roxb. ชอ่ื อนื่ : บงนงั่ (สกลนคร) มะแปม (ชลบรุ ี ระยอง)) วงศ์: CLUSIACEAE ไม้ต้นขนาดเล็ก สูง 3-5 เมตร แตกกิ่งห่าง ๆ เป็นคู่กัน ตามแนวนอน ไม่ผลัดใบ ยางสีเหลือง ใบเดี่ยว เรียงตรงข้าม กว้าง 3-4 เซนติเมตร ยาว 7-11 เซนติเมตร รูปรีถึงรูปหอก ปลายเรียวแหลม โคนสอบ ดอก สี ส้มอ่ออนถึงแดงเข้ม ออกเดี่ยวหรือเป็นกระจุก ที่ซอกใบและปลายกิ่ง ผลสด รูปกลม ปลายกลมหรือบุ๋ม เมื่อ สกุ สีแดงสด รสชาตเิ ปรยี้ วจดั ทัง้ ผลดิบและผลสกุ รบั ประทานได้ นิเวศน์วิทยำ: พบขึ้นตามป่าดิบทุกภาคของประเทศไทย พบมากท่ีสุดทางภาคใต้ ออกดอกติดผลช่วงเดือน เมษายน–พฤษภาคม โดยจะเรม่ิ ออกผลเมอ่ื อายุ 2 ปี

97 97.เทียนสิรินธร ท่ีมำ : http://www.dnp.go.th/botany/mindexdictdetail.aspx?runno=2828 ช่อื วิทยำศำสตร:์ Impatiens sirindhorniae Triboun & Suksathan ชอื่ อื่น: - วงศ์: Balsaminaceae ไม้ล้มลุก สูงได้ถึง 50 ซม. ลำต้นเกำะเลื้อย มักห้อยลง มีนวล ใบเรียงเวียนรูปรีหรือรูปไข่ ยาว 3-4 ซม. ขอบจักห่าง ๆ มีต่อมท่ีโคนเหนือก้านใบ แผ่นใบหนำก้านใบยาว 2-7.5 ซม. ดอกออกเดี่ยว ๆ หรือเป็นคู่ ก้านดอกยาว 3-6.5 ซม. กลีบเล้ียง4 กลีบ คู่นอกรูปไข่ ยาว 6-7 มม. คู่ในกลม ขนาดประมาณ 2 มม. กลีบ ปำกเป็นถุงโค้งเรียวยำวเป็นเดือย ยาวได้ถึง 6 ซม. ดอกสีชมพูอมม่วง ปลำยกลีบมีต่ิงแหลมกลบี กลางรปู ไข่ กลับ กว้างประมาณ 2.5 ซม. โคนมีเขำขนำดเล็ก 1 คู่ กลีบปีกเชื่อมติดกัน คู่นอกแฉกลึกเกินกึ่งหนึ่งคล้ายรูป หัวใจ ยาวประมาณ 2 ซม. กว้างประมาณ2.5 ซม. คู่ในรูปไข่กลับ ยำวเท่ำ ๆ คู่นอก ผลเต่งกลำง รูปขอบ ขนาน (ดขู อ้ มลู เพิ่มเติมที่ เทยี น, สกลุ ) นเิ วศนว์ ิทยำ: พืชถิ่นเดียวของไทย พบทางภาคใต้ทีก่ ระบ่ี และสรุ าษฎรธ์ านี ขึน้ บนเขาหินปูนความสงู 20-150 เมตร คาระบุชนิดตั้งเพ่ือเทิดพระเกียรติสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี และทรง พระราชทานชอ่ื ไทยว่า ‘ชมพูสริ นิ ’

98 98.ชงโคดำ ท่มี ำ : http://www.dnp.go.th/botany/mindexdictdetail.aspx?runno=1680 ชอื่ วิทยำศำสตร:์ Bauhinia pottsii G. Don ชื่ออนื่ : ชงโคดำ (ตรงั ); ชิงโค (ระนอง, สรุ ำษฎรธ์ ำนี) วงศ:์ Fabaceae ไม้พุ่มรอเลื้อย มีขนสีน้าตาลแดงตามก่ิง แผ่นใบด้านล่าง ก้านใบ ตาดอก และฝัก ใบรูปไข่กว้างเกือบ กลม ยาว 9-15 ซม. แฉกลึกถึงประมาณก่ึงหน่ึง ปลายแฉกกลม เส้นโคนใบข้างละ 5-7 เส้น ก้านใบยาว 3-4 ซม. ช่อดอกแบบชอ่ กระจะ ยาวได้ถงึ 10 ซม. กา้ นดอกยาว 1-1.5 ซม. ใบประดบั ย่อยติดประมาณก่ึงกลางก้าน ดอก ตาดอกรูปใบหอก ยาว 3-4 ซม. ฐานดอกยาวเท่า ๆ ตาดอก กลีบเล้ียงพับงอกลับ ดอกสีแดงอมชมพู มี ปนื้ สีเหลืองตรงกลาง กลีบรูปใบหอก ยาว 4-6 ซม. เกสรเพศผู้ 3 อัน ยาว 3-4.5 ซม. เกสรเพศผ้ทู ี่เป็นหมนั มี 2 อัน รังไขแ่ ละก้านเกสรเพศเมียมีขนยาวสีน้าตาลแดง ฝักแบน หนา ช่วงปลายกว้าง มจี ะงอยส้นั ๆ มี 4-6 เมลด็ นิเวศน์วิทยำ: พบที่ภาคใต้ของไทยที่นครศรธี รรมราช สุราษฎร์ธานี สตูล และนราธิวาส ข้ึนตามชายปา่ ดิบชื้น ระดับต่า ๆ สีของดอกมีความผันแปรสูง แยกเป็นกลุ่มดอกสีส้มอมเหลือง ชงโคไฟ var. velutina (Wall. ex Benth.) K. Larsen & S. S. Larsen และ var. mollissima (Wall. ex Prain) K. Larsen & S. S. Larsen และกลุ่มดอกสีขาว ชงโคขาว var. subsessilis (Craib) de Wit และ var. decipiens (Craib) K. Larsen & S. S. Larsen ซึ่งแต่ละพันธ์ุในกลุ่มคล้ายกัน ยากในการจาแนก โดยเฉพาะ var. decipiens ที่พบทางภาค ตะวันออกเฉียงใต้ ซึง่ พบ var. subsessilis กระจายหนาแนน่ ด้วยเช่นกัน

99 99.พลับพลงึ ธำร ที่มำ : https://pantip.com/topic/30065761 ช่อื วทิ ยำศำสตร์: Crinum thaianum J.Schulze ชื่ออื่น: - วงศ:์ Amaryllidaceae จัดเป็นพืชอวบน้า ดอกมีสีขาว มี 6 กลีบ ในก้านชูดอกหนึ่งๆ จะมีหลายก้านดอก จะทะยอยบาน ติดต่อกันไป ดอกหน่ึงๆ จะมีก้านเกสร 6 อัน มีเกสรสีเหลืองที่ปลายก้านเกสร ตรงกลางดอกจะมีก้านเกสรตัว เมียโผล่มาจากแกนกลางของดอก หลังจากผสมเกสร กะเปาะเมล็ดจะเจริญเตบิ โตที่โคนก้านดอก กะเปาะหน่ึง จะมีจานวนเมล็ดที่ไม่เท่ากัน มีลักษณะบูดเบ้ียวเป็นทรงที่ไม่แน่นอน พอเมล็ดแก่จะหลุดออกจากกะเปาะ พัฒนาสายรกออกด้านใดด้านหนึ่งของเมล็ด ตรงปลายสายรกจะพัฒนาเป็นต้นใหม่และมีรากยึดติดกับพ้ืน คลอง ในระหว่างท่ีรากยังไม่สามารถเกาะยึดพ้ืนคลองได้ เมล็ดจะเป็นแหล่งอาหารให้กับต้นอ่อนได้นาน 3-4 เดือน หัวมีลักษณะคล้ายหัวหอม จึงมีช่ือเรียกว่า \"หอมน้า\" หัวจะโผล่ขึ้นเหนือผิวดินประมาณ 1 ใน 3 เพื่อ ปอ้ งกันการเน่า ใบจะเปน็ สีเขยี วเรยี วยาวเหมือนริบบิ้น ความยาวขึ้นอยู่กับระดับนา้ บางพื้นที่ทน่ี ้าลึกใบอาจจะ ยาวได้ถงึ 4 เมตร ลาต้นมลี ักษณะเด่น คือ ลาต้นเตบิ โตจากดนิ ใต้น้า มีใบอยใู่ นน้า แตม่ ีดอกชูขน้ึ เหนือน้า ดอก มีสีขาวคล้ายดอกพลับพลึงขาวบนบก แต่ขนาดเลก็ กว่า นเิ วศนว์ ิทยำ: พชื ถ่ินเดียวของไทย พบที่คลองนาคา ในเขตรักษาพันธ์ุสตั ว์ปา่ คลองนาคา ตาลนาคา อาเภอสุข สาราญ ชว่ งรอยตอ่ ระหวา่ งจังหวดั ระนองกบั จังหวดั พงั งา

100 100.ขเ้ี หลก็ บ้ำน ท่มี ำ : http://www.dnp.go.th/botany/mindexdictdetail.aspx?runno=1101 ชื่อวิทยำศำสตร:์ Senna siamea (Lam.) H. S. Irwin & Barneby ชอ่ื อืน่ : ขี้เหลก็ (ท่วั ไป); ขเ้ี หล็กแก่น (ราชบุรี); ขีเ้ หล็กบ้าน (ลาปาง, สรุ าษฎร์ธาน)ี ; ขเี้ หลก็ หลวง (ภาคเหนือ); ขี้เหล็กใหญ่ (ภาคกลาง); ผักจีล้ ี้ (เงย้ี ว-แม่ฮ่องสอน); แมะขีเ้ หละพะโดะ (กะเหรยี่ ง-แมฮ่ ่องสอน); ยะหา (มาเลย-์ ปตั ตานี) วงศ์: Fabaceae ไมต้ ้น สูงได้ถงึ 20 ม. หูใบรปู ลิ่มแคบ ใบประกอบมีใบย่อย 7-15 คู่ แกนกลางยาว 10-35 ซม. กา้ นใบ ส้นั ใบยอ่ ยรูปรี รปู ขอบขนาน หรอื แกมรปู ไข่ ยาว 3-7 ซม. ปลายกลมหรือเวา้ ตื้น มีต่งิ แหลม โคนกลม แผ่นใบ ด้านล่างมีขนส้ันนุ่ม ช่อดอกออกท่ีปลายกิ่ง ยาวได้ถึง 1 ม. ก้านดอกยาว 2-3 ซม. กลีบเลี้ยงคู่นอกยาว ประมาณ 5 มม. 3 กลีบใน ยาวประมาณ 9 มม. กลีบดอกรูปเกือบกลม ยาว 1.5-2 ซม. เกสรเพศผู้อันยาว 2 อัน ก้านชูอับเรณูยาวประมาณ 1 ซม. อับเรณูยาว 6-7 มม. อันส้ัน 5 อัน ก้านชูอับเรณูยาว 2-4 มม. อับเรณู ยาว 5-6 มม. ลดรูป 3 อัน รังไข่มีขนสั้นนุ่ม ฝักรูปแถบ แบน ยาว 20-30 ซม. รอยเชื่อมเป็นสันนูน มี 20-30 เมลด็ นเิ วศน์วิทยำ: พบทุกภาคในประเทศไทย ข้ึนตามป่าเบญจพรรณ ชายป่า ความสูงระดับตา่ ๆ และปลูกเป็นไม้ สองข้างถนน ใบและฝักมีพิษต่อสัตว์เล้ียง ส่วนต่าง ๆ มีสรรพคุณ แก้ปวดท้อง แก้ไอ ไข้มาลาเรีย และ โรคเบาหวาน

101


Like this book? You can publish your book online for free in a few minutes!
Create your own flipbook