พนั เอก ธงชัย แสงรตั น ไปเผาผลาญสิ่งปฏิกูล เชน ไปเผาน้ําตาล เผาไขมันใหหมดส้ินไป เปน ตน แมอ ุตุภายนอกกาย ก็มผี ลตอ สขุ ภาพโดยตรง อาหารเปน ปจ จัย อาหารทบี่ รโิ ภครวมทง้ั เภสชั ที่มีประโยชนท่ี ควรแกส ขุ ภาพ กท็ าํ ใหส ขุ ภาพดี เชน ยคุ นคี้ วามเจรญิ ทางวทิ ยาศาสตร ไดวิจัยพบวา อาหารขยะตาง ๆ มีไขมันและน้ําตาล เปนตัวทําลาย สุขภาพ ควรหลีกเลี่ยง เปนตน เรื่องอาหารนี้ พระพุทธองคยังทรง แนะนําใหกินพอควรดวย พระองคตรัสวา ผูท่ีทานอาหารพอควร อายยุ นื ถาแกไขที่เหตุ คือ แกที่ปจจัย ๔ ดังกลาวอยางถูกตองอยาง เหมาะสมแกวัย และพอเพียงแลว ก็จะแกปญหาสุขภาพได แตจะ สําเร็จหรือไมน้ันข้ึนอยูกับความหนักเบาของเหตุในอดีตและ ความสามารถในการแกป ญ หาในปจ จบุ นั ดงั นน้ั จงึ ตอบวา ปญ หาแก ไดแ ละแกไมได ดว ยเหตุผลดงั กลา วนี้แล ถาม ฝนวาไปทําบุญก็ดี หรือไปประทุษรายผูอื่นก็ดีกรรม ขณะฝนใหผ ลเปน วิบากหรอื ไม ตอบ ใหผลเปนวิบากได ดังหลักฐานใน อรรถกถาพระวิภังค (เลม ๒ ภาค ๒ หนา ๖๔๓ - ๖๔๔) กลา ววา เมื่อบุคคล ฝนวาทําการไหวพระเจดีย ฝนวาฟงธรรม หรือ แสดงธรรม เปน ตน ยอ มเปน กศุ ลเมอื่ ฝน วา ทาํ ปาณาตบิ าต เปน ตน ยอมเปนอกุศลการใหผลของกรรมขณะฝนนั้น ไมอาจใหปฏิสนธิ ไดเพราะความท่ีวิบากนั้นมีกําลังทรามแตครั้นเม่ือปฏิสนธิเปนไป แลว ดว ยกรรมอยางอ่ืนใหผ ลกรรมที่ทําใน ขณะฝนยอมใหผลได (กรรมขณะฝนไมใ หผลในปฏิสนธิกาล แตใ หผ ลไดใ นปวตั ติกาล) 90
กรรม และ วิบาก ถาม พระพุทธพจนใน องฺ.ติก. โลณกสูตร ที่กลาววา “คนทํากรรมอันจะใหผลอยางใด ๆ ยอมเสวยผลของกรรมน้ัน อยางน้ัน ๆ” เขาใจยาก ชว ยอธบิ ายเพ่ิมเตมิ ดว ย ตอบ เรื่องนี้ พระผูมีพระภาคเจาตรัสกับภิกษุ ดังน้ี “ดูกอน ภกิ ษทุ ้ังหลาย บคุ คลใด มี กาย ศีล จิต ปญ ญา ที่ไดรับการอบรม แลว มคี ณุ ความดมี าก เปน ผู มใี จกวา ง ใจสงู มปี กตอิ ยดู ว ยธรรม อันประมาณมิได บาปกรรมแมมีประมาณนอยท่ีบุคคลลางคนทํา แลว บาปกรรมนนั้ เปน ทฏิ ฐธรรมเวทนยี กรรม ไมม ผี ลมากตอ ไปเลย แตบาปกรรมแมประมาณนอย บุคคลลางคนในโลกนี้ เปน ผูมี กาย ศีล จิต ปญญา มิไดอบรมแลว เปนผูมีคุณความดีนอย มีใจคับแคบ มีใจหยาบ ใจตํ่าทราม บาปกรรมแมประมาณนอย บคุ คลชนดิ นี้ทาํ แลว บาปกรรมนน้ั ยอ มนําเขาไปนรกได พระพุทธองคยังทรงอุปมาวา เหมือนคนใสเกลือลงไปในถวย นา้ํ เลก็ ๆ หน่ึงกอ น นาํ้ ในถวยยอมเคม็ แตถา ใสเกลือกอ นเดียวกนั น้ี ลงไปในแมน า้ํ คงคา ยอ มหาเค็มไม .... ขอสังเกต คติสมบัติหรือคติวิบัติของแตละชีวิตในภูมินั้น ๆ คงเปล่ียนแปลงไมไดแลว เชน ถาเปนมนุษยก็ตองดํารงความเปน มนุษยไปจนกวาจะส้ินกรรมหรือสิ้นอายุ ถาเปนสัตวเดรัจฉานก็ตอง ดํารงชีวติ ไปจนกวา จะสิ้นกรรมหรือส้ินอายุเชน กัน เมอื่ คตใิ นปจจุบัน สิ้นสดุ ลงแลว จึงเปล่ยี นไปเปนคติสมบตั ิหรือคติวบิ ัติตอ ไป ทัง้ นย้ี อ ม แลว แตก รรมบถครบองคท ี่ทําในชาติปจจุบัน 91
พนั เอก ธงชัย แสงรัตน ถาม เราจะเลอื กคตทิ ไี่ ปเกิดไดห รือไม ตอบ ถามีศรัทธา มีปญญา รูจักเลือกทําแตกรรมขาวก็อาจ เลือกคติ คือ ทเ่ี กิดได แตต อ งรอให คตปิ จ จุบันสนิ้ สุดลงกอ น ถาม คนยากจน เชน คนวรรณต่ําในประเทศอินเดีย เปนผู ไมมีสมบัติอะไรเลย แตทําไมคนเหลาน้ีจึงชื่อวา เปนผูมีคติสมบัติ ตรงกันขาม นา จะชอ่ื วา เปน ผมู คี ติวิบัตมิ ากกวามใิ ชห รอื ตอบ คติ คือ ภูมิท่ีสัตวไปเกิด ไดแก สุคติภูมิซ่ึงเปนภูมิที่ พรั่งพรอมไปดวย รูป รส กล่ิน เสียงที่ดี ที่ประณีตนําความสุขมาให สวนทคุ ตภิ ูมิ เปน ภูมิทพี่ รั่งพรอ มไปดวย รปู รส กล่ิน เสียง ทีเ่ ลวรา ย นําความทุกขม าให การทจี่ ะตดั สนิ วา ผใู ดมคี ตสิ มบตั หิ รอื วบิ ตั นิ นั้ นอกจากจะตดั สนิ ดว ยสคุ ติภมู แิ ละทุคติภมู ิแลวยงั ตดั สินดวยปฏิสนธิจติ ของสัตวน ั้น ๆ ดว ย เชน ผทู เ่ี กดิ เปน มนษุ ยจ ดั วา เปน ผมู คี ตสิ มบตั ิ เพราะปฏสิ นธดิ ว ย กุศลวิบากจิต ดังนั้น ไมวาชนช้ันใดในมนุษยภูมิ ทุกรูปทุกนาม ยอม เปน ผูมีคตสิ มบตั ิ สวนสตั วใ นอบายภูมิ ๔ เปนผูปฏิสนธิดว ย อเหตุ- กอกุศลวบิ ากจิต จึงเปนผมู ีคตวิ ิบัติ ถาม การเจริญเมตตาเปนการทํากรรมหรือไม เมตตามีวิธี เจริญอยางไร จึงถกู ตอ งตามคาํ สอนของพระพทุ ธองค ตอบ การเจริญเมตตาเปนกุศลข้ันภาวนา เพราะมีเจตนา ปรารถนาดี ตอผูอ่ืน อันตัวเจตนาเจตสิกท่ีเกิดในมหากุศลจิตขณะ เจรญิ เมตตานั้นแหละเปนกรรม เปนกศุ ลมโนกรรม 92
กรรม และ วิบาก วิธีเจริญเมตตา พระพุทธองคทรงแสดงไววา กอนที่จะเมตตา ตอผูอ่ืน ใหเจริญเมตตาใหแกตนเองกอน ดังพระพุทธพจนที่วา อหํสุขิโต โหมิ แปลวา ขอความสุขจงมีแกเราเถิด ดังน้ัน กอนท่ีจะ แผความสุขไปใหคนอ่ืน ก็ใหสํารวจดูวา ตัวเองเคยมีความสุขอะไร มาบาง ซ่ึงปกติทุกคนเคยมีความสุขแบบใดแบบหนึ่งมาแลว ถานึก ไมออกก็ใหสังเกตดูความสุขของคนอ่ืนก็ได คร้ันเห็นหนาตาของ ความสขุ นัน้ แลว กข็ อใหความสขุ น้นั จงมแี กเ ราเถดิ เมื่อแผเมตตาใหตนเอง จนเห็นลักษณะความสุขแลวจึงแผ ความสุขนน้ั ไปใหผ ูท ่เี ราเคารพนับถอื กอ น เชน พอ แม ครูอาจารยผมู ี พระคณุ ทัง้ หลาย เพราะแผไ ดง า ย เมอื่ แผเมตตาจนชํานาญแลว จงึ แผ ไปใหญ าตมิ ติ ร ตลอดจนใหค นทวั่ ไปได จนลาํ ดบั สดุ ทา ยจงึ แผใ หศ ตั รู ถาม ทาํ ไมจงึ ใหแผเ มตตาใหแ กศ ัตรูเปน บคุ คลสุดทาย ตอบ การใหส่ิงของท่ีมีคาแกคนที่เรารักหรือเคารพ เชน ให พอแมใหลูกหลาน ใหญาติมิตรท่ีเรารัก ยอมใหงายแตใหสิ่งของแก คนที่เราเกลียดชัง หรือใหแกคนที่เคยเปนศัตรูกับเรายอมใหยาก ฉันใด การแผเมตตาก็เปนการใหชนิดหน่ึง เปนการใหนามธรรมแก คนที่เรารัก ซงึ่ เราใหงาย ๆ สว นการใหค นท่ีเราชงั ยอมใหยาก ฉนั น้ัน เมื่อการแผเมตตาทําใหมากจนมีกําลังแลว การแผใหศัตรูก็ทําได ไมย าก ตัวอยางการแผเมตตา เชน เราเห็นผูสูงอายุบางคนมีความสุข เพราะเปนผมู ีอายยุ ืน มสี ขุ ภาพรา งกายแข็งแรง สขุ ภาพจติ ดี เรากข็ อ ใหความสุขสบายความแขง็ แรงเชนน้นั จงมใี นตวั เราบางเถดิ และขอ ใหความสขุ ความแข็งแรง จงมแี กพ อ แม พ่ปี า นา อาของเราดวย ฯลฯ 93
พันเอก ธงชยั แสงรัตน ถาเราเองเปนผูมีอายุยืน มีสุขภาพแข็งแรง ยังเดินไดคลอง ไมเ จบ็ ไมไข เม่ือจะแผเ มตตาใหใคร ก็ใหนึกถงึ ความสุขที่เรากําลงั ได รับอยนู ้ีจงมแี กคนนน้ั คนนเี้ ถดิ ถา ตนเองมฐี านะดี อยดู กี นิ ดี นกึ อยากอะไรกไ็ ดด งั ใจ มคี วามสขุ มาก เมื่อจะสงความปรารถนาดีใหผูอื่น ก็ใหนึกถึงความสุขดังกลาว จงมีแกค นน้ันคนนี้ เปนตน ผูใ ดมคี รอบครัวดี สามีก็ดีไมขี้เหลา เมายา ลูกมีความประพฤติ ดเี รียนดี เพอ่ื นบา นก็แสนดี กใ็ หนกึ ถึงความสขุ ความอบอนุ เชน นจ้ี ง มแี กผูนั้นผนู ั้นผนู ีบ้ า งเถิด ฯลฯ ผใู ดเปน ผมู ศี รทั ธาในพระพทุ ธศาสนา ไดเ รยี นพระอภธิ รรมแลว ทาํ ใหเ ขา ใจชวี ติ มากขนึ้ เกดิ ปต ยิ นิ ดวี า เราโชคดหี นอ สคุ ตโิ ลกสวรรค มีหวังได มรรคผลมหี วงั นึกถึงกุศลนคี้ รง้ั ใด ก็เกิดปต โิ สมนสั เมอ่ื จะ เจริญเมตตาก็ใหนึกถึงความสุขนี้ จงมีกับญาติของเรา เพื่อนของเรา ขอใหเขาไดรสพระธรรมเชน น้ีบา งเถิด ฯลฯ ผูใดกําลังอยูในสมณเพศ ไดรักษาพระวินัยอยางบริสุทธิ์ ตลอดมา มวี ตั รปฏิบตั ิมาครบถว น งดงาม สมบรู ณทง้ั จาริตศลี และวา ริตศีลนึกข้ึนมาครั้งใดก็มีความสุขใจ เราไดดีแลวหนอ จึงคิดเมตตา แผค วามปรารถนาดนี ไ้ี ปใหส หธรรมมกิ ของเราใหอ งคน น้ั องคน ้ีเปน ตน ผูใดไดมีโอกาสอานพระไตรปฎกแลว แมจะเขาใจไมตลอดแต ก็นึกดีใจวา ชาวพุทธจํานวนหลายรอยลานคนจะมีสักก่ีคนหนอท่ีได อานผลงานอันวิเศษท่ีบุคคลอยางพระสัมมาสัมพุทธเจาทรงคนพบ 94
กรรม และ วิบาก เราโชคดีหนอ เรามีบุญจริงหนอดวยความสุขเชนนี้ขอใหคนนั้นคนนี้ ไดศกึ ษาอยา งเราบา งเถิด ฯลฯ ถาม ปฏิบัติอยางไร จึงจะทําใหอินทรีย ๕ คือ ศรัทธา วิริยะ สติ สมาธิ ปญญา เพ่ิมข้นึ ตอบ โดยยอ ข้ันตนใหเริ่มดวยการคบสัตบุรุษซึ่งสัตบุรุษที่ แทจริงซึ่งหายากในยุคที่พระศาสนากําลังอยูในชวงขาลง แตยังโชคดี เพราะเรายังมีพระไตรปฎก ซ่ึงเปนศาสดาแทนพระพุทธเจา ผูเปน ยอดสัตบุรุษของเรายังเหลอื อยู ข้ันตอไป คือ ข้ันการฟงพระธรรมท่ีสัตบุรุษแสดงหรือขั้นการ อานพระไตรปฎก เมื่อฟงมาก อานมาก ทรงจําไวมากแลว ก็จะเกิด ปญญาขั้นสุตมยญาณ ซ่ึงเปนปญญาข้ันการฟง ปญญาข้ันน้ีแลเปน ปจ จัยใหเกิดศรทั ธา ขน้ั ตอ ไป คอื ขนั้ นาํ พระธรรมทท่ี รงจาํ ไวม าใครค รวญไตรต รอง นั่นคือ นํามาโยนิโสมนสิการ เม่ือโยนิโสฯ มากแลว จินตามยญาณก็ เกิดขน้ึ ได ข้นั ตอไป เมอ่ื สตุ มยปญ ญาและจนิ ตามยปญญาเพิม่ ขึ้น ๆ ก็ให โยนิโสฯ เพ่ิมขึ้นไปอีก จนเกิดสติสัมปชัญญะ ๔ ซึ่งเปนภาวนามย- ปญญาการเกิดขึ้นของอินทรีย ๕ คือ ศรัทธา วิริยะ สติ สมาธิ ปญญา ก็เกดิ ข้ึนตามลาํ ดบั เชนน้ีแล 95
พนั เอก ธงชัย แสงรตั น บทพเิ ศษทายเลม องคแหงกรรมบถในอกุศลกรรมบถ ๑๐ ปาณาตบิ าตมีองค ๕ - สัตวมีชีวติ - รูวา สัตวน ้ันมีชีวิต - มเี จตนาทีจ่ ะฆา - มคี วามเพยี รพยายามฆา - สตั วนน้ั ตายเพราะความเพยี รนัน้ อทินนาทานมอี งค ๕ - เปนของทผ่ี ูอนื่ หวงแหน - รวู า เปน ของทผ่ี อู ื่นเขาหวงแหน - มเี จตนาทีจ่ ะลักขโมย - มีความเพียรในการลักขโมย - ลกั ขโมยไปไดเพราะความเพียรน้ัน กาเมสมุ ิจฉาจาร มอี งค ๔ - วัตถอุ ันไมค วรถึง - มเี จตนาคดิ ซองเสพในวตั ถอุ ันไมควรน้ัน - มคี วามเพียรพยายามทจี่ ะซองเสพ - ทํามรรคกับมรรคใหจดถึงกัน 96
กรรม และ วบิ าก มุสาวาท มอี งค ๔ - เรอื่ งไมจ รงิ - มีความคดิ ทจ่ี ะทําใหเ ขาเขา ใจคลาดเคลอ่ื น - มคี วามเพียรพยายามอนั เกิดจากความคิดนน้ั - ผูอ น่ื รเู นื้อความน้ัน ปสณุ วาจา มอี งค ๔ - มคี นอ่นื ที่ตนจะพึงยุยงใหแตกแยกกนั - มคี วามคิดท่จี ะมุงจะใหเขาแตกแยกกัน - มคี วามเพยี รพยายามอันเกิดจากความคดิ น้ัน - คนท่ีตนจะทําใหแ ตกแยกกันรคู วามนัน้ ผรสุ วาจา มอี งค ๓ - มีคนอนื่ ที่ตนจะพงึ ดาวา - มีจิตโกรธเคือง - มกี ารดา วา สัมผัปปลาป มอี งค ๒ - คิดมุงกลา วเร่ืองไรประโยชน - ไดพ ดู เรือ่ งไรประโยชนน้ัน อภิชฌา มอี งค ๒ - มีสิง่ ของผูอืน่ - มกี ารนอ มเขามาของตน 97
พนั เอก ธงชัย แสงรัตน พยาบาท มีองค ๒ - มีสตั วอ ่นื ท่ที ําใหคดิ โกรธ - คดิ ใหสตั วน ั้นพินาศ มิจฉาทิฏฐิ มอี งค ๒ - สภาพของวตั ถนุ ัน้ ไมตรงกับอาการทผ่ี เู หน็ ผดิ นนั้ ถอื เอา - ความปรากฏแหง วตั ถนุ นั้ ไมเ ปน ไปโดยประการทผ่ี เู หน็ ผดิ ถอื เอา 98
รายนามผูมีจติ ศรทั ธารวมพิมพหนงั สือ กรรม และ วบิ าก ๑. คุณกิ่งกาญจน อารกั ษพ ุทธนนั ท ๕๐,๐๐๐ บาท ๒. คุณสรพงษ - คณุ อวยพร เตชอคั รกลุ และครอบครวั ๕,๐๐๐ บาท ๓. คุณสรนยั น - คุณกนกพร เตชอคั รกลุ และครอบครวั ๕,๐๐๐ บาท ๔. คณุ สรนนั ท - คณุ เนาวรตั น เตชอคั รกลุ และครอบครวั ๕,๐๐๐ บาท ๕. คณุ ไพลนิ เตชอัครกุล และครอบครัว ๕,๐๐๐ บาท
สพฺพทานํ ธมฺมทานํ ชนิ าติ สพฺพํ รสํ ธมมฺ รโส ชนิ าติ สพพฺ ํ รตึ ธมฺมรตี ชินาติ ตณหฺ กขฺ โย สพฺพทุกฺขํ ชินาต.ิ การใหธ้ รรมชนะการให้ทัง้ ปวง รสแหง่ ธรรมชนะรสทั้งปวง ความยินดีในธรรมชนะความยินดที ้ังปวง ความสนิ้ ตัณหาชนะทกุ ขท์ งั้ ปวง (ขทุ ทกนิกาย ธรรมบท ตัณหาวรรค) กรรม และ วบิ าก จัดพิมพ์คร้ังท่ี ๑ โดย นายสันติ เตชอคั รกลุ จ�ำนวน ๒๐,๐๐๐ เล่ม เพื่อบูชาพระรัตนตรัย (พระพทุ ธ พระธรรม พระสงฆ์) และแจกเป็นธรรมทาน
Search
Read the Text Version
- 1
- 2
- 3
- 4
- 5
- 6
- 7
- 8
- 9
- 10
- 11
- 12
- 13
- 14
- 15
- 16
- 17
- 18
- 19
- 20
- 21
- 22
- 23
- 24
- 25
- 26
- 27
- 28
- 29
- 30
- 31
- 32
- 33
- 34
- 35
- 36
- 37
- 38
- 39
- 40
- 41
- 42
- 43
- 44
- 45
- 46
- 47
- 48
- 49
- 50
- 51
- 52
- 53
- 54
- 55
- 56
- 57
- 58
- 59
- 60
- 61
- 62
- 63
- 64
- 65
- 66
- 67
- 68
- 69
- 70
- 71
- 72
- 73
- 74
- 75
- 76
- 77
- 78
- 79
- 80
- 81
- 82
- 83
- 84
- 85
- 86
- 87
- 88
- 89
- 90
- 91
- 92
- 93
- 94
- 95
- 96
- 97
- 98
- 99
- 100
- 101
- 102
- 103
- 104
- 105
- 106
- 107
- 108
- 109
- 110
- 111
- 112
- 113
- 114