พันเอก ธงชัย แสงรัตน บทท่ี ๗ การแกปญ หาชีวติ ดวยปโยคะ อกุศลวิบากที่เกิดโดยมีคติวิบัติ กาลวิบัติ อุปธิวิบัติ ปโยควิบัติ เปน ปจ จยั ดงั กลา ว ถา ความวบิ ตั ไิ มม ากเกนิ ไปและอกศุ ลกรรมทท่ี าํ ไว ในอดีตไมหนักเกินไป ตลอดจนกุศลกรรมในอดีตก็มีอยู การแกไข ความวิบัติดังกลาวพอแกได โดยใชปโยคสมบัติ สวนจะแกไดหมด หรือแกไดบ างสวน ยังขึ้นอยกู ับปจจัยอนื่ ๆ ท่เี ขา มาเก่ียวของ ดังน้ี การแกค ตวิ ิบัติดว ยปโยคะ ตัวอยางการแกปญหาชีวิตดวยปโยคสมบัติท่ีแยบคายดัง เรื่องราวของชาวอินเดียคนหน่ึง ชื่อ ดร.อัมเบ็ดการ คติของทานผูนี้ เปนคติสมบัติก็จริง เพราะเขาเกิดในภูมิมนุษย แตสมบัติในความ เปนมนุษยของเขาตํ่าสุดเพราะไปเกิดในครอบครัววรรณะอธิศูทร (วรรณะจณั ฑาล) ชนชนั้ อธศิ ูทรในอินเดยี นา สงสาร ถกู ชนชน้ั วรรณะ สงู รงั เกยี จยงิ่ กวา สตั ว เชน สมยั ที่ ดร.อมั เบด็ การ เปน นกั เรยี นชนั้ ปฐม เขาไมมีสิทธิ์แมน่ังเกาอี้ ตองนั่งเรียนอยูกับพื้นท่ีมุมหอง ทั้งครูและ นักเรียนรังเกียจเขา เขาไมมีสิทธ์ิแมจะแตะตองเคร่ืองใชไมสอย หรอื ภาชนะใด ๆ ของโรงเรยี น เชน ถา จะกนิ นาํ้ กต็ อ งอาศยั เพอ่ื นชว ย เทนํ้าลงท่ีปาก ฟงแลวสลดหดหูยิ่งนัก ที่มนุษยดวยกันปฏิบัติตอกัน ถงึ เพยี งน้ี บดิ าของ ดร.อมั เบด็ การ เปน ผฉู ลาด มสี ายตายาวไกล เขามงุ มนั่ ใหล กู ชายคนสดุ ทอ งไดเ รยี นจนจบชน้ั มธั ยมทงั้ ๆทเ่ี ขายากจนประกอบ 40
กรรม และ วิบาก กบั ลกู ชายกม็ คี วามอดทน เรยี นเกง มอี ปุ นสิ ยั ออ นนอ ม เขายงั มบี คุ ลกิ รูปรางหนาตาเหมือนคนในวรรณะสูง น่ันคือ เขามีอุปธิสมบัติ จึงมี ครูคนหน่ึงกรุณาแกทะเบียนใหเขาไดใชนามสกุลอัมเบ็ดการ อัน นามสกุลในประเทศอินเดียเปนส่ิงหน่ึงท่ีแสดงวรรณะสูงตํ่า จึงทําให เขาไดร บั ทนุ เลา เรยี นจากมหาราชาผมู จี ติ เมตตาองคห นง่ึ จงึ ทาํ ใหเ ขา เรียนจบปริญญาตรีในประเทศและยังไดรับทุนไปเรียนตอในสหรัฐฯ จนจบปริญญาเอกคณะรัฐศาสตรจากมหาวิทยาลัยโคลัมเบีย เม่ือป พ.ศ.๒๔๖๐ และในป ๒๔๖๓ เขากลับไปเรียนตอท่ีประเทศอังกฤษ จนจบปริญญาเอก ในคณะเศรษฐศาสตรการเมือง (London School of Ecnomics and Political Science) และสาํ เรจ็ การศกึ ษาดา นกฎหมาย เปนเนตบิ ณั ฑติ จากองั กฤษดว ย ดร.อัมเบ็ดการไดรับการยกยองจากชนชั้นปกครองวาเปนผูมี ความรคู วามสามารถยอดเยยี่ มคนหนง่ึ เขาเคยเปน ผพู พิ ากษาศาลสงู ของเมืองบอมเบย เปนอธิการบดีมหาวิทยาลัยกฏหมายแหงเมือง บอมเบย ไดรับการแตงตั้งใหเปนรัฐมนตรีกระทรวงยุติธรรมและได รับเกียรติใหเปนประธานกรรมการรางรัฐธรรมนูญ อันเปนกฎหมาย สูงสดุ ท่ใี ชปกครองอนิ เดียมาจนถึงทุกวนั นี้ ผลงานสาํ คญั อกี อยา งหนงึ่ ทเ่ี ปน ปโยคสมบตั อิ นั ยงิ่ ใหญข องเขา คือ เขาไดเปล่ียนการนับถือศาสนาฮินดูมาเปนศาสนาพุทธและ ไดช กั ชวนชาวอนิ เดยี วรรณะตา่ํ หลายลา นคนในเมอื งนาคปรู ใหห นั มา นับถือศาสนาพุทธดวย คํากลาวท่ีแสดงวา ดร.อัมเบ็ดการไดศึกษา พระพุทธศาสนามาอยางดี ดังคําปราสัยของเขาตอนหน่ึงวา “กฎ แหงกรรมทพี่ ระพุทธเจา ตรัสรนู น้ั ไมมใี ครมาลบลางได ” 41
พันเอก ธงชัย แสงรตั น การแกอปุ ธวิ ิบตั ดิ ว ยปโยคะ ผูที่เกิดมามีอุปธิวิบัติ เชน รางกายผิดปกติ อวัยวะพิการ ถา อุปธิไมวิบัติจนเกินไป ก็อาจแกไขไดดวยปโยคะ เชน ยุคนี้เปน กาลสมบัติในทางการแพทย ที่เจริญกาวหนามาก ถาใบหนาไมงามก็ แกไดดวยศัลยกรรมตกแตง ครั้นหนาตาไดรับการแกไขจนเปนปกติ ดีแลวชีวิตยอมดีข้ึนกวาเดิม ถาแกไขแลว ดีกวาเดิม หรืองามกวาคน ทั่วไป ผูนั้นอาจเปนดารา เปนนางงาม เปนนางแบบ ไดคูครองดี ๆ มีอาชีพดี ๆ ดังชวี ิตจรงิ ของพวกดาราหลายคนสมยั น้ี ยคุ น้ี ผมู อี ปุ ธวิ บิ ตั ิ เปน ผพู กิ ารมาก ๆ ไมส ามารถแกท างกายภาพ ได ก็หันมาแกดวยการฝกฝนศิลปะใดศิลปะหน่ึง เชน ยุคนี้ มีนัก วทิ ยาศาสตรช าวองั กฤษคนหนง่ึ ชอื่ ศาสตราจารย ดร.สตเี ฟน ฮอรค นิ (STEPHEN HAWKING) เขาเปน โรคเซลประสาทสง่ั กลา มเนอื้ เสอื่ ม ต้ังแตอายุ ๒๑ ป หมอทํานายวา เขาจะมีอายุไดไมเกิน ๕ ป แตอายุ ของเขายนื ยาวถงึ ๗๖ ป เพ่ิงมาเสยี ชวี ิตในป ๒๕๖๑ นีเ้ อง ตลอดชีวิต นักวิทยาศาสตรผูย่ิงใหญคนน้ีตองใชชีวิตอยูบนเกาอี้ลอเล่ือนตลอด เวลา เขาไดศึกษาวิชาฟสิกสเก่ียวกับจักรวาลจนเปนนักวิทยาศาสตร เชี่ยวชาญจักรวาลวิทยา มีชื่อเสียงโดงดังระดับโลก น้ีคือ ตัวอยาง ปโยคสมบตั ทิ มี่ าเปด ประตใู หก ศุ ลกรรมสง ผลมาบรรเทาความเลวรา ย ของอปุ ธวิ บิ ตั ิ เปน ตน ผพู กิ ารบางคนฝก ฝนเลน กฬี า จนมชี อ่ื เสยี งระดบั โลก ดงั ตวั อยา ง นักกีฬาผูพิการชาวไทยหลายคน ไปแขงขันกีฬาโอลิมปกได เหรยี ญทอง ไดร างวลั เปน เงนิ นบั ลา น เปน ตน นเี้ ปน ตวั อยา งการแกไ ข 42
กรรม และ วิบาก อุปธิวิบัติดวย ปโยคสมบัติ เมื่อแกไขสําเร็จ จึงทําใหประตูกรรมช่ัว เชน ความยากจน ความตา่ํ ตอ ยในสงั คมเปด แคบลงและประตกู รรมดี เปดกวางขน้ึ นั่นคอื เปดใหช ือ่ เสียง เงินทองไหลมาเทมา เปน ตน อกี ตวั อยา งหนง่ึ การแกอ ปุ ธวิ บิ ตั ดิ ว ย ปโยคะ คอื ชวี ติ ในวยั ชรา อันเปนเวลาท่ีรางกายกําลังทรุดโทรม ความแข็งแรงลดลง ความ ออนแอเขามาแทนท่ี ความงามหมดไป ความไมงามเขามาแทนที่ ในชวงทา ยชวี ติ ทเ่ี ขา สวู ยั ชรา อุปธกิ าํ ลงั วบิ ตั เิ ชน นแ้ี หละ เปนปจ จยั ไป เปดประตูอกุศลกรรมในอดีตสงวิบากเลว ๆ มาให ทําใหคนชราเกิด อุบตั เิ หตุบอ ย ๆ เกิดโรคาพยาธิตาง ๆ แมอ ุปธวิ ิบตั ขิ องคนชราเชนน้ี ก็แกไขดวย ปโยคะ เชนแกดวยการรูจักเลือกอาหารท่ีเหมาะกับผู สูงวยั รูจักบาํ เพ็ญกุศลทั้งปวง รูว ธิ รี ักษาใจใหส งบ หมน่ั ตรวจสุขภาพ หมนั่ ออกกาํ ลงั กาย เปน ตน ดงั ตวั อยา งผสู งู อายจุ าํ นวนมากในประเทศ ที่เจริญแลว เชน ชาวญ่ีปุน อายุ ๘๐- ๙๐ จํานวนมาก ยังมีสุขภาพ แข็งแรง เปน ตน แตถาอุปธิวิบัติมาก ๆ เชน ถึงขั้นสมองเสื่อม เปนอัลไซเมอร แมจ ะแกไ ขยาก แตอ ยา งนอ ยกห็ าวธิ บี รรเทาโรคดว ยยา นน่ั กเ็ ปน การ แกดวยปโยคะ แตถาคนชราใดมีปญญารูเร่ืองกรรม เขายอมรูวา น่ันเปนผลของอกุศลกรรมของตนเอง จึงไมไปเพงโทษผูอ่ืน จิตของ เขายอ มสงบกวา คนชราอื่น ๆ ผรู คู วามจริงวา ตนเองกาํ ลังมีอปุ ธิวบิ ัติ ก็ทําใหระมัดระวังตัว ไมประมาท เชน เวลาเดินขึ้นบันไดลงบันได ทุกครั้งก็เดินใหติดราวบันได ผูชราควรใชไมเทา เดินชาลง เวลากิน อาหารหรือดื่มนํ้า ตองระวังสําลัก ถายังขับรถได ควรหลีกเลี่ยงขับ เวลากลางคนื เปน ตน 43
พนั เอก ธงชัย แสงรัตน การแกกาลวบิ ตั ดิ วยปโยคะ ในสมัยท่ีโลกเขาสูกาลวิบัติ ไมวาจะวิบัติแบบไหน ยอมเปน ปญหา แกค นสว นใหญ แตก ม็ บี างคนทฉ่ี ลาด แกไ ขดว ยปโยคะทฉ่ี ลาด เชน ยุค I M F เศรษฐกิจประเทศไทยตกตํ่า นักธุรกิจทั่วไปตอง เดอื ดรอน เกดิ หนส้ี นิ ลน พนตวั ธุรกจิ ลมละลายกันท่วั ไป แตน ักธรุ กจิ บางคนไมยอมแพตอความวิบัติน้ัน เมื่อธุรกิจท่ีใหญลมลง เขาก็หัน กลับมาทําธุรกิจเล็ก ๆ เชน เดินขายไกทอด ขายแซนวิช ซ่ึงตอมา ไมนาน เขาก็กลายมาเปน เศรษฐี เปน เจาของรา นอาหารใหญ บางคน กเ็ ลอื กคา วสั ดรุ ไี ซเคลิ จากกองขยะ อาศยั เปน ผมู ปี โยคะแยบคายขยนั อดทน เขาจงึ ฟน ตวั เรว็ ไมช า กก็ ลบั มามฐี านะดกี วา เดมิ ดงั ตวั อยา งให เห็นกนั ในยคุ นี้ ในสมัยสงครามโลก เศรษฐีสงครามก็เกิดข้ึนได เพราะผูมี ปโยคะแยบคาย เขายอมแสวงหาชองทางหากิน จนทําใหเขารํ่ารวย ในขณะท่ีคนสวนใหญตองยากจน นี้คือ ตัวอยางบุคคลที่ไมยอมให อะไรเกิดยอมเกิด น้ีเปนการแกปญหาชีวิตในสมัยกาลวิบัติดวย ปโยคะอันแยบคาย การแกปโยควิบตั ิ ดวยปโยคะสมบตั ิ ตัวอยางการแกปโยควิบัติ ดังพระเจาอชาตศัตรูโอรสพระเจา พิมพิสาร พระองคเปนมกุฏราชกุมารเปนโอรสของกษัตริยผูยิ่งใหญ ในสมยั นนั้ พระองค คบปาปมติ ร คอื พระเทวทตั จงึ ไดท าํ อนนั ตรยิ กรรม 44
กรรม และ วบิ าก ปลงพระชนมพระราชบิดานี้เปนปโยควิบัติของพระเจาอชาตศัตรู ท่ที ําใหพระองคถ ูกโอรสของพระองคฆา ตายเชนกัน และปโยควบิ ัตนิ ้ี ยังไปปดประตพู ระนพิ พานดงั เรอื่ งราวตอไปน้ี เม่ือพระเจาอชาติศัตรูไดฆาพระราชบิดาแลว ไดข้ึนครองราชย เปน กษตั ริยแหง แควน มคธ ดว ยอนันตรยิ กรรม จึงทําใหพ ระองคเกดิ วิปฏิสารอยางแรงกลา เรารอนพระทัย ถึงกับไมทรงบรรทม คร้ันได เขา เฝา พระพทุ ธองคแ ละไดฟ ง ธรรมแลว ทรงเขา ถงึ เพยี งไตรสรณคมน พระพทุ ธองคต รสั วา ถา พระเจา อชาตศิ ตั รไู มท าํ กรรมหนกั เชน นนั้ แลว สามารถบรรลมุ รรคผลขน้ั พระโสดาบนั ได ทงั้ นเ้ี พราะปโยควบิ ตั ไิ ปปด ประตูมรรคผลไวและปโยควิบัติน้ียังไปเปดประตูอเวจีมหานรกไวรอ ดว ย แตเ นอ่ื งจากในอดตี ชาตเิ คยสงั่ สมบญุ ไว จงึ ไดพ บยอดกลั ยาณมติ ร อยางพระพุทธเจา ทําใหพระเจาอชาตศัตรูมีโอกาสฟงธรรมและมี โอกาสประกอบปโยคสมบตั อิ นั ยงิ่ ใหญคอื เปน ผอู ปุ ถมั ภก ารทาํ สงั คายนา พระไตรปฎ กฝา ยฆราวาส ดว ยผลของปโยคสมบตั นิ เี้ อง ทาํ ใหพ ระองค ไปตกนรกเพียงขั้นโลหกุมภีแทนที่จะตองไปตกอเวจีมหานรก นี้คือ ตวั อยา งการใชป โยคสมบัติไปแกป โยควิบตั ิ ดังน้ัน เมื่อใดปญหาชีวิตเกิดข้ึน ไมวาจะเลวรายประการใดเรา ไมค วรคิดวา อะไรจะเกดิ ยอมเกิด หรือปลอ ยใหเปนไปตามกรรมแต ควรแกดวยปโยคะที่แยบคาย ถากรรมในอดีตไมหนักหนาเกินไป และปโยคะก็แยบคาย เลือกทําในจังหวะที่เหมาะสม ในชวงที่เปน กาลสมบัติ ทําใหเหมาะกับปญหานั้น ๆ ยอมแกความวิบัติไดหรือ 45
พนั เอก ธงชัย แสงรตั น อยางนอยก็ทําใหปญหาท่ีเลวรายเบาบางลง ทั้งนี้เพราะในสังสารวัฏ อันยาวนานที่ผานมา เราทุกคนตางก็เคยทํากุศลไว ถาเรารูจักวิธีท่ีใช ปโยคสมบตั ไิ ปเปด ประตใู หก ศุ ลกรรมมาชว ยเรากอ็ าจแกป ญ หาชวี ติ ได ปโยคะที่ฉลาด ที่แยบคาย ทําไดไมยากเชนรูจักวิธีหลบหลีก อกุศลวิบากบางอยางเสียแตเนิ่น ๆ เชน เมื่อใดเห็นภาพนิมิตไมดี แสดงวา เรากําลังไดรับผลของอกุศลทางตาซ่ึงเราอาจหลีกเลี่ยงได โดยไมรบั รู เชน หลับตาเสียช่ัวขณะ หรอื หลบไปเสียจากทนี่ ั้นก็ทําได ถามีเสียง ผรุสวาจา เสียงดูถูกดูหมิ่น ซึ่งเปนอกุศลวิบาก ก็ใหอุดหู หรอื หลบไปเสยี การทาํ เชน นแี้ หละ เปน ปโยคะ ทที่ าํ ไดง า ย ๆ แตม ผี ล มากซึ่งจะทําใหวิบากท่ีเลวรายยุติลงไดชั่วคราว ปญหาไมลุกลาม ไมขยายกลายเปนเร่ืองรายแรงใหญโตที่อาจตามมา นี้เปนประโยชน อยางยิ่ง เพราะจะทําใหมีเวลาต้ังตัวในการแกปญหาชีวิต ปโยคะเชน นี้ผูม ีปญญาทาํ ไดไ มย าก แมปญหาสุขภาพ ก็แกไขดวยปโยคะ ผูใดมีสุขภาพไมดี ถาเขาใจวา น่ีเปนเพราะผลกรรมในอดตี ที่แกไขอะไรไมไดแลว ตอง ปลอยใหเปนไปตามยถากรรม น้ีเปน การเขาใจเรอ่ื งกรรมผดิ คาํ สอน ในพระพทุ ธศาสนา ไมไ ดส อนใหอ ะไร ๆ เปน ไปตามกรรม แตส อนให แกไข โดยไปแกที่ตนเหตุ ไดแกปจจัยตาง ๆ เพราะกรรมเปนเพียง ปจ จยั หนง่ึ เทา นนั้ สขุ ภาพรา งกายและจติ ใจยงั มปี จ จยั อนื่ ๆ อกี ไดแ ก จติ อุตุ และอาหาร ดงั นี้ จติ เปน ปจ จยั ทสี่ าํ คญั ไมน อ ยกวา อาหาร คนทเ่ี กดิ โทสะบอ ย ๆ กจ็ ะทาํ ใหห นา ตา ไมส ดใส แกเ กนิ วยั สขุ ภาพทรดุ โทรม ความดนั โลหติ 46
กรรม และ วบิ าก สงู ท้งั น้ี เพราะรปู กายมีจิตเปนสมฏุ ฐาน แตถ า จิตเปนอโทสะ คือ จิต มีเมตตาสุขภาพยอ มดีท้งั กายและใจ อุตุเปน ปจ จัย รางกายตองการอตุ ทุ ีเ่ หมาะสม ไมรอนจดั หนาว จัดเพราะความตา นทาน ตลอดจนภมู คิ มุ กนั ขึ้นอยกู ับอตุ ทุ ี่เหมาะสม อุตุหรือเตโชธาตุ อันเกิดแตการเคล่ือนไหวของอวัยวะตาง ๆ การ ออกกําลงั กายน้นั แหละ เปนเตโชธาตทุ เ่ี กดิ จากจติ ตชรูป เปน อุตุทไี่ ป ชวยใหส ุขภาพแขง็ แรง อาหารเปน ปจ จยั ทเี่ หน็ ไดช ดั คนชรา ถา เปน ผตู ดิ ในรส ไมร ะวงั อาหารขยะอาหารไขมนั อาหารหวานจดั เคม็ จดั อาหารยอ ยยาก อาหาร ทป่ี รงุ แตง ดว ยสี กลน่ิ รส สารเคมี ยอ มทาํ ใหร า งกายเสอ่ื มโทรมเรว็ ขน้ึ ถาผูใ ดเขา ใจเรอื่ งกรรมไมถ กู ตอง โดยโยนทกุ อยา งไปใหก รรม หมดเขาก็จะไดรบั ผลของกรรมสมใจนกึ ดังนั้น จงึ ไมค วรเขา ใจผดิ วา อะไรจะเกิดยอมเกิด น้ีไมใชคําสอนของพระพุทธเจา ถาปลอยให อะไร ๆ ตองเปนไปตามเหตุตามปจจัย เชน ปลอยให โลภะโทสะ เกิดมาก ๆ แลว เราจะพนทุกขเม่ือใด หรือปลอยใหอกุศลกรรมให ผลอยางเต็มท่ีแลว เราก็ตองรับอกุศลวิบากอยางเต็มท่ี และรับอยาง ยาวนานทกุ ครงั้ ไป เพราะทกุ คนเคยทาํ อกศุ ลกรรมไวใ นอดตี มากมาย มหาศาล ถา มวั รอใหใ ชก รรมเกา ใหห มดกอ น เราจะไมม เี วลาสรา งกศุ ล กรรมในชาติน้ี คงตองตายไปกอนแนนอน และท่ีสําคัญ คือ ขณะ รับผลของอกุศลกรรม ผูที่ไมเคยอบรมจิตมากอน ยอมแกไขปญหา ชีวติ ดวยการทาํ กรรมดาํ เปนสว นใหญ ซงึ่ เปน การแกปญหาชีวติ ผิด เปนการประกอบ ปโยควิบัติ ซึ่งจะทําใหกรรมช่ัวในอดีตสงผลมา 47
พันเอก ธงชยั แสงรัตน ซาํ้ เตมิ อกี ซง่ึ นอ ยคนนกั เมอื่ ไดร บั อกศุ ลวบิ ากแลว จะแกไ ขดว ยการทาํ กรรมขาว ผูใดเขาใจเร่ืองกรรมผิด ก็แกปญหาชีวิตผิด เขายอม หางไกลจากการบรรลุมรรคผลนิพพาน ดังพระพุทธองคตรัสไวใน คัมภรี อง.ฺ ตกิ .โลณกสูตร (ขอ ๕๔๐) ดงั น้ี “ดกู อ นภกิ ษทุ งั้ หลาย ถา ใครพงึ กลา ววา คนทาํ กรรมอยา งใด ๆ ยอ มเสวยกรรมอยา งนนั้ ๆ ดงั น้ี เมอ่ื เปน อยา งนนั้ การอยปู ระพฤติ พรหมจรรยก็มีไมไดชองทางท่ีจะทําที่สุดแหงทุกขโดยชอบก็ไม ปรากฏสว นใครกลา ววา คนทาํ กรรมอนั จะพงึ ใหผ ลอยา งใด ๆ ยอ ม เสวยผลกรรมนน้ั ดงั นี้ เมอื่ เปน อยา งนก้ี ารอยปู ระพฤตพิ รหมจรรย ยอ มมไี ดช องทางทจ่ี ะทําท่ีสดุ แหงทกุ ขโดยชอบกย็ อ มปรากฏ” พระสตู รนแี้ สดงใหเ หน็ วา ปญ หาอนั ยงิ่ ใหญท น่ี าํ ความทกุ ขม าสู มวลมนษุ ย คือ วัฏฏทกุ ข ไดแกก ารเกิดบอ ย ๆ แกบอ ย ๆ เจบ็ บอย ๆ ตายบอย ๆ เพราะธรรมเหลานี้มี กรรม ตัณหา อวิชชา เปนปจจัย เมอื่ ชาตคิ อื ความเกดิ มเี มอ่ื ใด ชรา มรณะและทกุ ขท งั้ ปวงยอ มตามมา เมื่อนั้น แมปญหาท่ีใหญยิ่งของสัตวโลกเชนน้ี ก็ยังมีบุคคลอยาง พระพุทธเจา ผูไมยอมใหอะไรจะเกิดยอ มเกิด พระองคทรงเพียรวจิ ัย คน หาทางแกไ ขปญ หาชวี ติ จนคน พบวธิ แี กไ ขไมใ หช าติ คอื ความเกดิ มอี กี ตอ ไป เมอื่ ชาตไิ มม แี ลว ชรา มรณะ ทกุ ขโ ทมนสั ตลอดจน วฏั ทกุ ข ทงั้ มวล กห็ มดตามไปดว ย ทรงบาํ เพญ็ เพยี รอยู ๔ อสงไขยยง่ิ ดว ยแสน กัปจึงทรงคนพบอริยมรรคมีองค ๘ แตกวา จะทําสําเร็จ พระองคตอง บําเพ็ญทศบารมีและมหาบริจาค ๕ ท่ีทําไดยากย่ิง การบําเพ็ญเพียร นี้แหละ คือยอดแหงปโยคสมบัติของพระพุทธองคที่ทรงประกอบ ในแตละพระชาตินัน้ ๆ 48
กรรม และ วบิ าก บทที่ ๘ ตวั อยางปโยควบิ ัตใิ นชีวติ จรงิ เรื่องราวตอไปน้ี เปนเร่ืองชีวิตจริง เปนคําสารภาพของผูหญิง คนหน่ึง เธอเลา ไวใ นวารสารฉบับหนงึ่ ดงั นี้ เธอมีครอบครัวแลว มีสามีท่ีแสนดี มีลูกเล็ก ๆ ที่นารักเปน ครอบครวั ที่อบอุน มีความสุขมาก ทั้งเธอและสามีมคี วามรมู ีตําแหนง หนา ทกี่ ารงาน ทมี่ ่ันคง มีฐานะความเปน อยดู มี ชี อื่ เสยี งในวงสงั คม อยูมาวันหนึ่ง เพื่อนในสํานักงานเดียวกันไดแนะนําเธอใหรูจัก กับชายหนุมคนหน่ึง เม่ือรูจักกันคร้ังแรก เธอก็ไมคิดอะไร แตอยู ตอมา ความสนิทสนมก็เกิดมากขึ้น จะเปนเพราะคารมหรือความ เชี่ยวชาญของชายหนุม หรือเปนเพราะความออนตอโลกของเธอเอง ทําใหเธอพลาดพลั้งตกเปนของเขาในท่ีสุด เมื่อครั้งหน่ึงเกิดขึ้น ครงั้ ตอ ๆ ไปก็เกดิ ตามมา เธอเลาวา ปกติเธอกลบั บานกินขาวมือ้ เยน็ กับสามีและลูกเสมอ ระยะหลังเธอกลับบานคํ่าบอย ๆ เธอโกหกกับ สามีวา บรษิ ัทกาํ ลงั มงี านมาก ลกู ชายมักถามเธอวา แมจ า ทาํ ไมหมนู ้ี แมไมมากินขาวกับลูก พอรอแมทุกวัน เธอเลาวา เธอฟงแลว รูสึก ระอายใจ สงสารลูกและสามีมาก แตก็ตองบอกลูกวา หมูน้ีแมมีงาน ประชมุ บอย บางวันเธอไมกลับบาน โดยอางกับสามีวาเธอตองไปทํางาน ตางจังหวัด ในที่สุดวันหน่ึง เร่ืองก็แดงออกมาเม่ือเธอไปคางคืน กบั ชายหนมุ คนนน้ั ทเ่ี มอื งตากอากาศชายทะเลแหง หนงึ่ บงั เอญิ เพอ่ื น 49
พนั เอก ธงชัย แสงรตั น ของสามีมาพบเขา เมื่อเร่ืองน้ีเขาหูสามี เธอก็จํานนดวยหลักฐาน ไมสามารถแกตัวกบั สามีได ในทส่ี ดุ ชวี ติ ครอบครวั ทแ่ี สนจะอบอนุ เปน ครอบครวั ทเ่ี พอื่ น ๆ เคยอจิ ฉา กต็ อ งแตกแยกพงั ทลายลง สามขี องเธอรบั ไมไ ด เธอรสู กึ ผดิ และเสยี ใจมาก ทเี่ ธอตอ งพรากจากลกู รกั และสามี ชีวติ ท่มี คี วามสขุ ก็ ตองจบลงดวยความเศรา บัดน้ีเธอและสามีและลูกชายเล็ก ๆ ตางก็ แตกแยก เดนิ ไปคนละทศิ คนละทาง นเี้ ปน ปโยควบิ ตั ขิ องหญงิ คนหนงึ่ ทน่ี ําความทุกขม าสูช วี ิตตนเองและผอู ่ืน ปโยควิบัติในเรื่องผิดศีลขอกาเมสุมิจฉาจารนั้นรายแรงถึงกับ ฆากันตายเกิดข้ึนบอย ๆ ในยุคน้ีผลที่เกิดในชาติน้ีก็นําความทุกขมา ใหอยางเหลือลน แตผลโดยตรงในชาติตอ ๆ ไปเลวรายกวา คือ ตองไปตกนรก พนจากนรกแลวเศษของกรรมทําใหไปเกิดเปนสัตว เดรัจฉาน ตอ งถกู ตอน ถา เกิดเปนมนุษยก็เปนมนษุ ยท ีม่ ีเพศผดิ ปกติ ตองเปนโรคเกี่ยวกับอวัยวะเพศ และเปนผูที่ถูกสังคมรังเกียจ ดังตัวอยางใน ขุ.เถรี. (ขอ ๔๗๓) อิสิทาสีเถรีคาถากลาวถึงประวัติ ของพระอิสิทาสเี ถรีโดยยอ ๆ ดงั นี้ ณ กรงุ ปาฏลบี ตุ ร พระเถรผี บู รรลวุ ชิ ชา ๓ องคห นงึ่ ชอื่ อสิ ทิ าส-ี เถรีไดเลาเรื่องราวชีวิตในอดีตชาติของพระเถรีเอง ใหภิกษุณีโพธิฟง ดังน้ี ในพระนครช่ือ เอรกัจฉะ ขาพเจาเปนชางทองมีทรัพยมาก มัวเมาในวัยหนุม ทําชูกับภริยาผูอ่ืน เม่ือขาพเจาจุติจากชาตินั้นแลว ตองไปหมกไหมอยูในนรกเปนเวลานาน ครั้นออกจากนรกก็เขาทอง 50
กรรม และ วบิ าก นางวานรเมอื่ คลอดจากแมว านรได๗วนั กถ็ กู วานรจา ฝงู กดั อวยั วะเพศ นเ้ี ปนผลกรรมที่ทาํ ชูก ับภริยาผอู นื่ ขา พเจา จตุ จิ ากกาํ เนดิ วานรแลว กไ็ ปเกดิ ในทอ งแมแ พะตาบอด และเปน งอย อยใู นปา แควน สินธพ เมือ่ ขา พเจาอายุได ๑๒ ป พาเดก็ ขี่หลังไป อวัยวะเพศถูกกระแทกกับของแข็ง ทําใหเปนแผลมีหนอน ฟอนเฟะ นกี้ ็เปน ผลกรรมทีท่ าํ ชูกบั ภริยาผูอ นื่ ขาพเจาจุติจากกําเนิดแพะแลว ก็ไปเกิดในทองแมโคของ พอคา โค เปนลูกโคมีขนแดงดงั่ นาํ้ ครง่ั พออายุได ๑๒ เดือน ก็ถกู จบั ไปตอนขาพเจาถูกใชใหไถนา ใหลากเกวียน ตอมาเปนโรคตาบอด นี้ก็เปนผลกรรมท่ีทําชูกับภริยาผูอ่ืน ขาพเจาจุติจากกําเนิดโคแลว ก็ไปเกิดในเรือนทาสีในทองถนนมีเพศไมใชหญิงไมใชชาย เม่ืออายุ ๓๐ ก็ตายแลวไปเกิดเปนหญิงในตระกูลชางทําเกวียนท่ียากจน มีโภคทรัพยนอยเปนที่รุมทวงหนี้ของเจาหน้ี เม่ือหนี้พอกพูนทับถม มากขึน้ นายกองเกวียนก็มาทวงเอาสมบตั ิโดยฉดุ เอาขา พเจา ไป บุตรนายกองเกวียนชื่อ คิริทาส เห็นขาพเจาเปนสาวรุน อายุ ๑๖ ป ก็มีจิตปฏิพัทธ ขอไปเปนภริยา แตนายคิริทาส มีภริยาอยู กอนคนหนึ่งแลวเปนคนมีศีล มีคุณมียศจงรักภักดีสามี ขาพเจาทํา อบุ ายใหส ามเี กลยี ดนาง ดว ยกรรมนี้ ทาํ ใหข า พเจา ไดร บั ความเกลยี ดชงั จากสามีในชาติตอมา ดงั น้ี ในชาตปิ จ จบุ นั ขา พเจา เกดิ ในกรงุ อชุ เชนี แควน อวนั ตี บดิ าเปน เศรษฐี เปน ผูม ีศีล ขา พเจา เปนธิดาคนเดยี ว จึงเปนทร่ี กั ท่โี ปรดปราน คร้งั น้นั เศรษฐีเมืองสาเกตมาขอขา พเจา บดิ าจงึ ใหข าพเจาเปน สะใภ ของเศรษฐนี ้ัน 51
พนั เอก ธงชัย แสงรัตน เม่ือเปนสะใภ ขาพเจาทําความนอบนอมดวยเศียรเกลา ไหวเทาเชาเย็นตอแมผัวพอผัว ตามวิธีท่ีถูกอบรมส่ังสอนมา ขาพเจา ปฏบิ ตั ติ อ พนี่ อ งของสามี ทาํ การตอ นรบั ญาตมิ ติ รของสามดี ว ยขา วนาํ้ ของเคี้ยวเสมอ เมื่อขาพเจาเขาเรือน เขาประตูก็ตองลางมือลางเทา ประนมมือเขาไปหาสามี ขาพเจาตองหวีผม ลูบไลหยอดยาตา สอง กระจกแตงตัวใหสามี เหมือนหญิงรับใช ขาพเจาหุงขาวตมแกงเอง ลางภาชนะเองปรนนิบัติสามีเหมือนมารดาปรนนิบัติบุตรคนเดียว ฉะน้ัน ขาพเจา จงรกั ภักดที าํ หนาท่ีครบถว นขยนั ขันแขง็ ไมเ กียจครา น อยูอยา งนีส้ ามกี ็ยังเกลยี ดขาพเจา อยตู อ มา สามไี ดบ อกบดิ ามารดาของตนวา ฉนั ลาไปละฉนั ไมข อ อยูรวมกับอิสิทาสี ท้ังจะไมยอมอยูรวมเรือนหลังเดียวกันดวย บิดา มารดากลา ววา อยา พดู เชน นนั้ สลิ กู อสิ ทิ าสเี ปน คนฉลาดมคี วามสามารถ ขยันไมเกียจคราน ทําไมลูกไมชอบใจเลา เขาตอบวา อิสิทาสีไมได เบียดเบียนดอกจะแตฉันไมอยากอยูรวมดวย ฉันเกลียด ฉันพอแลว ฉนั ขอลาไปละ พอ ผวั แมผ ัวฟง คําของบตุ รเชน น้ัน จงึ ถามขาพเจา วา เจา ทําผิด อะไรกบั เขาหรอื จงึ ถกู ทอดทง้ิ ขา พเจา ตอบวา ขา พเจา ไมไ ดท าํ ผดิ อะไร ไมไ ดเ บยี ดเบยี นเขา พอ ผวั แมผ วั ฟง แลว เสยี ใจเปน ทกุ ข จงึ นาํ ขา พเจา สงกลับไปเรือนบิดาของขาพเจา ๆ กลายเปนแมหมายสามีราง ภายหลังบิดาของขาพเจาไดยกขาพเจาใหกุลบุตรผูมั่งค่ังคนหน่ึงแต ราํ่ รวยนอ ยกวา สามคี นแรก ขา พเจา อยกู บั สามคี นท่ี ๒ เพยี งเดอื นเดยี ว เขาก็ขับขา พเจา ผปู รนนบิ ตั ิดุจทาสี ขา พเจา ถูกสง คนื กลบั บา นเดิมอีก 52
กรรม และ วิบาก ตอมาบิดาของขาพเจาก็ยกขาพเจาใหกับบุรุษขอทานคนหน่ึง โดยใหเขาเลิกอาชีพขอทาน ไมตองเที่ยวเรรอนหาอาหาร ใหมา อยูกินกับลูกสาวในบานนี้ แมขาพเจาอยูกับบุรุษนั้นเพียงคร่ึงเดือน ขาพเจาก็ปรนนิบัติกับสามีใหมเหมือนท่ีเคยปฏิบัติมา แตบุรุษน้ันก็ ไมประสงคอยูกินกับขาพเจา บอกคืนขาพเจาและขอกลับไปมีอาชีพ ขอทานตามเดิม ขาพเจา เสยี ใจมาก จึงคิดฆา ตัวตายหรอื ออกบวช อยูมาวนั หน่ึง มีพระเถรชี อื่ แมเ จา ชินทัตตา พระเถรผี ูทรงวนิ ยั เปนพหูสตู สมบูรณ ดว ยศลี เทยี่ วบณิ ฑบาตมายงั ตระกลู ของบดิ า เมอ่ื ขา พเจา เหน็ จงึ ลกุ ขน้ึ ไปจดั อาสนะถวายพระเถรี แลว กราบเทา ถวายโภชนะ ลําดับนั้น บิดาพูดกะขาพเจาวา ลูกเอยลูกจงประพฤติธรรมใน เรอื นนกี้ ็แลวกนั จงเล้ียงดูสมณพราหมณดว ยขา วดว ยนา้ํ เถิด ขา พเจา ฟง แลว รอ งไหป ระคองมอื ประนมพดู กบั บดิ าวา ความจรงิ ลกู กท็ าํ บาป มามากแลว ลูกจักชําระบาปนั้นใหเสร็จเสียที บิดาจึงอวยพรขาพเจา วาลูกจงบรรลุโพธิญาณ ธรรมอันเลิศและขอใหไดพระนิพพานท่ี พระผมู ีพระภาคเจาผปู ระเสรฐิ สดุ แหงสตั ว ๒ เทา ขาพเจา กราบบดิ า มารดาและหมญู าตทิ ุกคน ออกบวชได ๗ วัน กบ็ รรลวุ ชิ ชา ๓ ขา พเจา ระลึกชาติได ๗ ชาติจึงไดเลาถึงกรรมท่ีมีวิบากอยางน้ีแกภิกษุณี ชอ่ื โพธิ จากประวัติพระเถรีองคน้ี ทําใหเห็นวาการทําผิดศีลขอ กาเมสุมิจฉาจาร เปนชูกับภริยาผูอ่ืนนั้น มีวิบากเลวทรามตองไปตก นรกอยูนาน เศษของกรรมยังทําใหตองไปเกิดเปนสัตวเดรัจฉานอยู หลายชาติ ตอ งถูกตอน ถูกใชงานหนัก ถาเกดิ มาเปน มนุษยก็เปนผูมี 53
พันเอก ธงชยั แสงรัตน ความบกพรองทางเพศ อวัยวะเพศเปนโรคตาง ๆ และเปนคนที่ถูก เกลียดชังจากคนอ่ืน ท้ัง ๆ ที่คนเหลานั้นไมเคยรูจักไมเคยเก่ียวของ น้ีเปน ผลมาจากทํากรรมช่วั ผิดศลี ขอ กาเมสุมิจฉาจาร เปนท่ีสังเกต แมในชาติสุดทาย พระอิสิทาสีเถรีก็ยังตองรับ อกุศลวิบาก และไดรับโลกุตตรกุศลวิบาก คือ มรรคผลดวย น้ีแสดง วา อดีตชาตพิ ระเถรีไดสัง่ สมกศุ ลอนั เปน บารมีมาดว ยและในระหวาง สรางบารมีอยูน้ัน ก็มีบางชวงบางชาติท่ีพลาดพลั้งไปทําอกุศลกรรม ซ่ึงเปนของธรรมดาท่ีปุถุชนตองพายแพตออํานาจฝายตํ่าบางในบาง ครั้งบางคราว แมพระพุทธองค สมัยท่ียังทรงเปนพระโพธิสัตว พระองคก็เคยพลาดพลั้งในทํานองนี้มาแลว ดังน้ัน เราจึงไมควร คิดวา การบรรลุมรรคผลทําไดงาย ๆ ไมตองสรางสมบารมี ไมตอง ศึกษาปริยัติขอใหพบอาจารยดัง ๆ เพราะทานมีทางลัดทางตรงไปสู นิพพานได จากชวี ติ จรงิ ดงั กลา ว แสดงถงึ ความวจิ ติ รของ กรรม-วบิ าก เชน การปรนนิบัติสามีอยางดีของอิสิทาสีเถรี สมัยท่ีเปนฆราวาสน้ัน เปน ปโยคสมบตั ิ ซง่ึ ปโยคสมบตั กิ เ็ ปน กรรมทใี่ หผ ล ๒ อยา ง คอื เปน ปจ จยั ใหประตูกรรมดีสงผล มาให และเปนนานักขณิกรรมท่ีจะใหผลใน อนาคตดวย แตกรณีพระอิสิทาสีเถรน้ี ปโยคะไมสามารถไปเปด ประตูใหก รรมดใี นอดตี สง ผลมาให ทง้ั นี้ กเ็ พราะกรรมชวั่ ในอดตี ของ พระเถรี เปน กรรมหนกั มาก ดงั นนั้ ปโยคะซ่งึ เปน กรรมเบากวา จงึ ไม สามารถไปเบยี ดเบยี นกรรมเกา ทกี่ าํ ลงั ใหผ ลอยู(กรรมทมี่ าเบยี ดเบยี น กรรมตรงกนั ขา มชอื่ อปุ ปฬ กกรรมรายละเอยี ดเรอ่ื งนอี้ ยใู นบทตอ ไป) 54
กรรม และ วิบาก บทที่ ๙ การจําแนก กรรม - วิบาก ใน องฺ.ติก.อรรถกถา นิทานสูตร (หนา ๑๒๑-๑๔๑) และใน อภิธัมมัตถ-วิภาวินีฎีกา พระพุทธองคทรงแสดงหลักกรรมและ การใหผลของกรรมไวดังนี้ ๑. จาํ แนกกรรมตามลาํ ดบั ของการใหผ ล - ครกุ รรม คอื กรรมหนกั - พหลุ กรรม คือ กรรมทที่ าํ เปน อาจณิ - อาสันนกรรม คอื กรรมทีท่ าํ ใกลม รณะ -กฏตั ตาวาปนกรรมเปน กรรมทที่ าํ ไวแ ลว (ไมใ ชก รรม๓ขา งตน ) ๒. จาํ แนกกรรมตามกิจ - ชนกกรรม ทํากิจใหปฏิสนธิ และรักษาภพจนกวาจะส้ินอายุ (ทาํ ปฏิสนธกิ จิ ภวังคกจิ จุตกิ ิจ) - อปุ ต ถมั ภกกรรม ทาํ กจิ สนบั สนนุ กรรมอน่ื ทเ่ี ปน ชาตเิ ดยี วกนั (กุศลกรรมทํากิจสงเสริมกุศลกรรม หรืออกุศลกรรมทํากิจสงเสริม อกุศลกรรม) - อุปปฬกกรรม ทํากิจเบียดเบียนกรรมอื่นที่เปนชาติตรง กันขาม (กุศลกรรมทํากิจเบียดเบียนอกุศลกรรม หรืออกุศลกรรม ทาํ กจิ เบียดเบยี นกุศลกรรม) 55
พนั เอก ธงชัย แสงรตั น - อุปฆาตกกรรม ทํากิจตัดกรรมอื่นท่ีมีกําลังนอยกวาตนให ตกไป (กรรมท่ีมีพลังทํากิจตัดรอน ลบลางกรรมที่มีพลังนอย โดยตนเองใหผลแทน) ๓. จาํ แนกกรรมตามเวลาทใ่ี หผล - ทิฏฐธรรมเวทนยี กรรม คือ กรรมทใี่ หผลไดภ ายในชาตทิ ที่ ํา - อุปปชชเวทนยี กรรม คือ กรรมที่ใหผลในชาติที่ ๒ เทา นนั้ - อปราปรยิ เวทนยี กรรม คอื กรรมใหผ ลในชาตทิ ี่ ๓ เปน ตน ไป - อโหสกิ รรม คอื กรรมท่หี มดโอกาสใหผล รวมกรรมยอยทุกประเภทดังกลาว มีจํานวน ๑๒ ประเภท เมอ่ื กลา วถงึ กรรม ๑๒ ในพระไตรปฎ ก กจ็ ะเขา ใจกนั ทวั่ ไปวา หมายถงึ กรรมยอ ย ๆ เหลา นี้ จําแนกตามลาํ ดับการใหผ ล การใหผลของกรรมในท่นี ี้หมายถงึ ใหผ ลปฏสิ นธโิ ดยเรียงตาม ลาํ ดบั ดงั น้ี ครกุ รรมอนั เปน กรรมหนกั ใหผ ลกอ นพหลุ กรรมเปน กรรม ท่ีทําบอย ๆ ใหผลในลําดับท่ี ๒ อาสนั นกรรมเปน กรรมท่ีทาํ ใกลตาย ใหผ ลในลาํ ดับที่ ๓ (ในบางกรณอี าสันนกรรมอาจใหผลในลําดับที่ ๒ ก็ได ทานเปรียบเหมือน วัวแกแตอยูใกลประตูคอก ยอมออกกอน) กฏัตตาวาปนกรรมใหผลในลําดับสุดทาย เมื่อไมมีกรรม ๓ ประเภท ขางตน รายละเอยี ดกรรมแตล ะประเภท ดังน้ี 56
กรรม และ วิบาก ๑. ครุกรรม ครุกรรมเปนกรรมหนักใหผลเร็ว มีท้ังกุศลและอกุศล เปน กรรมท่ีมีกําลัง ซึ่งกรรมอ่ืนไมอาจขัดขวางได ครุกรรมทํากิจหยุดย้ัง การใหผลของกรรมอื่นแลว ตนเองใหผ ลแทน ดังนี้ ครุกรรมฝายอกุศลไดแก อนันตริยกรรม ๕ มีฆาพอ ฆาแม ฆาพระอรหันต ทําพระโลหิตของพระพุทธเจาใหหอ ทําสงฆใหแตก ผูใดทําอนันตริยกรรม เม่ือตายตองไปเกิดเปนสัตวนรกทันที เชน พระเทวทตั ทาํ ครกุ รรมถงึ ๒ อยา ง คอื ทาํ พระโลหติ พระพทุ ธเจา ใหห อ และยงั สงฆใ หแตกจงึ ตอ งถูกธรณสี ูบลงอเวจีมหานรกทนั ที ครกุ รรมฝา ยกศุ ลไดแ ก ฌานสมาบตั ิ โยคาวจรผไู ดฌ านสมาบตั ิ เมอ่ื ใกลจ ตุ ิ ถา ฌานยงั ไมเ สอ่ื มกศุ ลครกุ รรมนก้ี จ็ ะพาไปเกดิ บนพรหม โลกทันที ครุกรรมเปนกรรมหนกั ใหผลนาํ เกิดกอ นกรรมอ่ืน ๆ ๒. พหลุ กรรมหรอื อาจณิ ณกรรม พหุลกรรม หรือ อกี ช่ือหนึง่ คือ อาจิณณกรรม ไดแกกรรมท่ที ํา บอย ๆ เนือง ๆ กรรมที่ทําเปนประจํา ซึ่งมีท้ังกุศลกรรมและอกุศล กรรม พหลุ กรรมนแ้ี หละจะใหผ ลนาํ เกดิ ถา ไมม คี รกุ รรม ดงั รายละเอยี ด ตอไปนี้ - พหลุ กรรมฝา ยกศุ ล เชน ฆราวาสใสบ าตรทกุ วนั สมาทานรกั ษา ศีลทุกวัน ฟงธรรมบอย ๆ สมบูรณดวยจาริตศีล เชน ปรนนิบัติดูแล พอแมเสมอ พระภิกษุผูทําเจติยวัตรทุกวัน ผูแสดงธรรมบอย ๆ ผเู จรญิ กัมมัฏฐานเปน ประจํา เปนตน 57
พันเอก ธงชยั แสงรตั น - พหุลกรรมฝายอกุศล เชน กายกรรม มีอาชีพประมง อาชีพ ฆา สตั วเ ปน ตน วจกี รรม เชน ผกู ลา วผรสุ วาจาเปน นสิ ยั พดู จาสอ เสยี ด ยยุ งใหแ ตกกนั เปน ประจาํ เชน นกั การเมอื งบางคนพดู ในสภา เปน ตน - พหุลกรรมอีกประเภทหน่งึ ท่ีแตกตา งจากพหลุ กรรมที่กลาว ขางตนไดแกการซองเสพ หรอื อาวชั ชนาการ คือ ระลึกนึกถึงกรรมใด กรรมหน่ึงท่ีเคยทําไวบอย ๆ มีท้ังกุศลและอกุศล เชนเคยประทับใจ ในกศุ ลกรรมนน้ั ๆ บา ง เกดิ สะเทอื นใจในอกศุ ลกรรมนนั้ ๆ บา ง ดงั น้ี กุศลกรรมที่ประทับใจ เชน เคยไปนมัสการสังเวชนียสถาน คร้ังแรก เคยไปนมัสการพระเขี้ยวแกวหรือเคยทําบุญคร้ังใหญใน ชีวิต เชนงานบวชหรืองานทอดกฐิน ภาพของกุศลกรรมนั้นยังติดตา ตรึงใจทําใหระลกึ ถงึ บอย ๆ นก้ี จ็ ัดเปนพหลุ กรรม อกุศลกรรมบางอยา งที่ไมอาจลืมได เพราะเปน กรรมหนัก เชน เคยเมาเหลา เมายาแลว ไปทาํ รา ยบพุ การี มพี อ แมป ยู า ตายายหรอื เคย ทารุณสัตว เคยฆาสัตว เชน ฆาลิงฆาชะนีขณะท่ีมันกําลังตั้งทอง หรือกําลังใหนมลูก นิมิตน้ีติดตามาตลอดชีวิตจึงเปนเหตุใหนึกถึง กรรมนั้นไดบอ ย ๆ นก้ี ็เปน พหุลกรรมประเภทอกศุ ล ตัวอยางหนึ่งของพหุลกรรมท่ีเกิดจากการคิดถึงอกุศลจิต ในอดีต เปนเร่ืองชีวิตจริงของคนไขโรคหัวใจรายหนึ่ง กอนตาย เขาเรียกลูกเมียมาที่เตียง แลวก็ระบายความลับที่เก็บกดมานานให ลกู ของเขาฟง วา ลกู เอย การทพ่ี อ ของเจา ตอ งปว ยเปน โรคหวั ใจกเ็ พราะ ตอ งเกบ็ ความเจบ็ แคน ความขมขน่ื ทพี่ อ จบั ไดว า ครงั้ หนงึ่ แมข องเจา 58
กรรม และ วบิ าก น่ีแหละไดนอกใจพอ น้ีก็เปน พหุลกรรม แบบระลึกถึงเหตุการณ สะเทอื นใจในอดตี บอ ย ๆ อนงึ่ ถา ขณะนนั้ เขาบรภิ าษภรรยาดว ยความ แคน แลว กต็ ายไป อกศุ ลวจกี รรมทที่ าํ ใกลต ายนจี้ ดั เปน อาสนั นกรรม ดังรายละเอียดในขอ ตอ ไป ๓. อาสันนกรรม อาสนั นกรรม ไดแ กก รรมทที่ าํ ในเวลาใกลต าย ซง่ึ มที ง้ั กศุ ลกรรม และอกุศลกรรม อาสันนกรรมสําคญั มาก สัตวจตุ จิ ากชาตินแี้ ลวจะไป ปฏสิ นธใิ นสคุ ตภิ มู ิ หรอื ในทคุ ตภิ มู กิ ไ็ ปดว ยแรงอาสนั นกรรมนแี้ หละ อาสันนกรรมฝายกุศล เชน ตอนใกลตาย ไดทําสังฆทานหรือ มีโอกาสสมาทานศีลกับพระภิกษุ กุศลกรรมท่ีทําใกลตายน้ีแหละ จะพาไปปฏิสนธใิ นสคุ ตภิ มู ิ อาสันนกรรมฝายอกุศล เชน กอนตาย คิดพยาบาทผูกโกรธ ผูใดผูหน่ึงหรือเกิดการตอสูกันดวยความโกรธแคน แลวถูกฆาตาย ซงึ่ เขา ขา ยพยาบาทคดิ เพง เลง็ อยากไดข องผอู นื่ ซง่ึ เขา ขา ยเปน อภชิ ฌา อกุศลกรรมท่ีทําใกลตาย หรือระลึกถึงกรรมที่ทํามาในเวลาใกลตาย กรรมน้ีจะพาสตั วไปปฏสิ นธิในอบาย ๔. กฏตั ตาวาปนกรรม กฏัตตาวาปนกรรม มีท้ังกุศลและอกุศลเปนกรรมท่ีทําไวแลว นอกเหนือจากกรรม ๓ ขางตน เชน นานมาแลวเคยฆาสัตวเล็กบาง 59
พนั เอก ธงชัย แสงรัตน ใหญบ าง เปน ตน แตล ืมไปแลว กฏัตตาวาปนกรรมนจ้ี ะทํากจิ ปฏิสนธิ นาํ เกิด เมอ่ื ไมมี ครกุ รรม พหุลกรรมและอาสนั นกรรม จาํ แนกกรรมตามกิจ กรรมจําแนกตามกิจหรือตามหนาท่ี ไดแก ชนกกรรมทํากิจนํา เกดิ ๑ อปุ ต ถมั ภกกรรมทาํ กจิ สนบั สนนุ กรรมอนื่ ทเี่ ปน ชาตเิ ดยี วกนั ๑ อปุ ปฬ กกรรมทาํ กจิ เบยี ดเบยี นกรรมชาตติ รงกนั ขา ม ๑ อปุ ฆาตกกรรม ทาํ กจิ ตดั รอนกรรมอน่ื ทมี่ กี าํ ลงั ออ นกวา ตนใหต กไป ๑ ดงั รายละเอยี ด แตละกรรม ดงั น้ี ๑. ชนกกรรม ความหมายชนกกรรม ในอภิธัมมัตถวิภาวินีฎีกา แสดงไววา ชื่อชนกะ เพราะอรรถวาใหเกิด องคธรรมไดแกเจตนาโลกียชวน จติ ๒๘ ดวง (เวนอกุศลอุทธจั จสัมปยุต) ในปฏสิ นธกิ าล ชนกกรรมทาํ ใหป ฏสิ นธจิ ติ และกมั มชรปู เกดิ ขน้ึ ในปวตั ตกิ าล ชนกกรรมทาํ ภวงั คกจิ รกั ษาภพชาติ คอื ทาํ กจิ รกั ษาสภาพ ความเปนสัตว ความเปน มนุษย ความเปน เทวดา ฯลฯ ใหด าํ รงอยูตอ ไปจนสนิ้ อายขุ ยั หรอื จนกวา จะสน้ิ กรรมและทาํ ใหก มั มชรปู เกดิ ตลอด อายขุ ัยดว ย ๒. อปุ ตถัมภกกรรม ในอภธิ มั มตั ถวภิ าวนิ ฎี กี า แสดงลกั ษณะอปุ ต ถมั ภกกรรมไวด งั นี้ ช่ือวา อุปตถัมภะเพราะอรรถวา เขาไปสนับสนุนโดยมีกฎการใหผล แบบสนับสนนุ กรรมฝายเดียวกนั ดงั นี้ 60
กรรม และ วบิ าก กรรมฝายเดียวกันสนับสนุนซึ่งกันและกัน นั่นคือกุศลกรรมใน อดีตสนับสนุนกุศลกรรมท่ีกําลังใหผลในปจจุบันและอกุศลกรรมใน อดตี สนบั สนนุ อกศุ ลกรรมทกี่ าํ ลังใหผ ลในปจจบุ นั ดังน้ี ในสังสารวัฏอันยาวนาน จนหาจุดเริ่มตนไมพบท่ีผานมา สัตว โลกทุกรปู ทุกนาม ตางส่งั สมกรรมไวมากมาย สุดคณานับ อันกรรมดี และกรรมชั่วจํานวนมหาศาลน้ีไมสามารถใหผลนําเกิดพรอมกันได เปรียบดังนักมวยจํานวนมากในคายมวยหน่ึงไมสามารถข้ึนสังเวียน ชกพรอ มกนั ได ตอ งรออยู และขณะทร่ี ออยนู น้ั นกั มวยบางคนกท็ าํ กจิ ไปเปนพ่ีเลี้ยง ใหน้ําแกนักมวยคายเดียวกันที่กําลังขึ้นชก ฉันใด กรรมดีและกรรมช่ัวบางอยางที่ทําไวในอดีต ท่ีกําลังรอใหผลอยูก็ทํา กิจเพียงสงเสริมอุดหนุนกรรมฝายเดียวกันที่กําลังใหผลอยู ฉันนั้น อุปต ถัมภกกรรมมี ๒ ประเภท ดงั น้ี - อุปตถัมภกกรรมประเภท กุศลสนับสนุนกุศล เชนผูที่กําลัง สุขสบาย สมบูรณดวยทรัพยสินเงินทอง เปนมหาเศรษฐี แตโดยไม คาดคดิ มากอ น กม็ กี ศุ ลกรรมบางอยา งในอดตี ของเขาตามมาอดุ หนนุ สง เสรมิ ใหเ ขาถกู รางวลั ที่ ๑ อกี ทาํ ใหเ ขารา่ํ รวยยงิ่ ขน้ึ นคี้ อื กรรมดใี น อดีตตามมาอุปตถัมภการใหผลของกรรมดีในปจจุบันใหดีย่ิง ๆ ขึ้น ไป เปนตน - อุปตถัมภกกรรมประเภท อกุศลสนับสนุนอกุศล เชนผูที่ ชีวิตกําลังยากจน กําลังเดือดรอนอยูในปจจุบันเพราะอดีตชาติเคย ฉอโกงผูอ่ืนไว หรือเคยลักทรัพย เปนคนตระหนี่ อกุศลกรรมนั้นก็ สงผลมาซ้ําเติมใหเขาตองเดือดรอนยิ่งข้ึนไปอีก เชนขณะยากจน 61
พนั เอก ธงชัย แสงรัตน อยูนั้นภรรยาหรือ ลูกหลานตองมาปวยเปนโรครายแรง หรือเกิด อุบัติเหตุตองเสียทรัพยสินเงินทอง ถาทําธุรกิจ ก็คาขายขาดทุนแถม ยังถูกฟองรองเรียกคาเสียหาย ถูกปรับเปนจํานวนเงินสูง ทําให เดือดรอ น ยากจนย่งิ ขน้ึ ไป เปน ตน ๓. อุปปฬกกรรม ใน อภธิ มั มตั ถวภิ าวนิ ฎี กี า แสดงอปุ ปฬ กกรรมไวว า ชอื่ อปุ ปฬ กะ เพราะอรรถวา เขาไปเบียดเบยี น มกี ฎเกณฑ ดังน้ี กรรมชาตติ รงกัน ขามเบียดเบียนกัน น่ันคือ กรรมดีไปเบียดเบียนกรรมช่ัว หรือกรรม ช่ัวไปเบียดเบยี นกรรมดี ดงั นี้ - ตัวอยางกุศลเบียดเบียนอกุศล เชน ผูท่ีกําลังทุกขทรมาน จากความเจ็บไขอยู ก็มีกุศลกรรมท่ีทําไวในอดีต เชน เคยถวายเภสัช แกสมณชีพราหมณ เคยทําบุญกับภิกษุสงฆอาพาธ เคยชวยงาน สาธารณภัย กุศลกรรมน้ันก็มาขับไลความเจ็บไขใหลดลงหรือทําให หายปวย ไดพบแพทยชํานาญโรค ไดเภสัชดีทําใหหายขาดจากโรค เชน คนไขโรคมะเร็งระยะทาย ๆ ยังหายได ดังปรากฏในยุคนี้ หรือ บางคนกําลังยากจนอยูก็มีกุศลกรรมบางอยางในอดีตชาติ เชน เคยสงเคราะหใหขาวใหนํ้าคนยากคนจน หรือเคยถวายปจจัยส่ีแก พระเณร ฯลฯ กุศลกรรมนี้ก็สงผลมาไลความยากจนนั้นใหหมดไป เชนทําใหไดรับมรดก หรือไดคาเวนคืนท่ีดินจากทางราชการโดย ไมเคยคาดฝน มากอ น หรือ เชน ถกู สลากรางวลั ใหญ ๆ เปน ตน - ตวั อยาง อกุศลเบียดเบียนกศุ ล เชน ผกู าํ ลงั ไดรบั กศุ ลวิบาก กําลังร่ํารวย กําลังมีสุขภาพแข็งแรง แตก็มีอกุศลกรรมบางอยางท่ีทํา 62
กรรม และ วิบาก ไวในอดตี เชน เคยทรมานสัตว เคยฆาสัตวเ ปน ตน กรรมนัน้ กต็ ามมา เบยี ดเบยี น ทาํ ใหร า งกายทเ่ี คยมสี ขุ ภาพแขง็ แรง ตอ งออ นแอเปน โรค แพอากาศ แพเหง่ือตัวเองหรือทําใหเกิดโรครายแรง เปนตน หรือ นักธุรกิจบางคน กิจการกําลังรุงเรือง แตอดีตชาติเคยกล่ันแกลง ทําลายฝายตรงกันขามไว อกุศลกรรมนั้นก็ตามมาเบียดเบียน ทําให ธุรกิจปจจุบันมีอันตองพังพินาศไปดวยภัยตาง ๆ เชน เกิดอัคคีภัย วาตภยั อุทกภยั เปนตน ๔. อปุ ฆาตกกรรม ใน อภธิ ัมมตั ถวภิ าวนิ ีฎกี าแสดงลักษณะอุปฆาตกกรรมไว ดงั นี้ ช่ือวา อุปฆาตกะ เพราะอรรถวา เขาไปตัดรอนกรรมอื่นท่ีทรามกําลัง ใหส้ินสุดลง แลวตนเปนผูสงผลแทน อุปฆาตกกรรมเปนได ทง้ั กุศลและอกุศล ดงั นี้ ตัวอยาง อุปฆาตกกรรมประเภท อกุศลตัดรอนกุศล เชน ดารานักแสดงบางคนกําลังเสวยกุศลวิบาก ช่ือเสียงกําลังโดงดัง เงินทองกําลังไหลมาเทมา แตโดยไมคาดคิดมากอน ก็เกิดอุบัติเหตุ ถูกรถชนถึงพิการ หรือบางรายปวยเปนโรคไขเลือดออก ซึ่งปกติ โรคนี้รักษาใหหายไดเปนสวนใหญ แตบางรายไมหาย ท้ังนี้เพราะ อกศุ ลกรรมในอดตี มพี ลงั มากกวา กรรมทม่ี กี าํ ลงั มากมาตดั รอนกรรม ท่ีมกี าํ ลงั นอยกวา นแ้ี หละ เปนอปุ ฆาตกกรรม หรือนักธุรกิจบางคน ธุรกิจกําลังรุงเรือง เงินทองไหลมาเทมา แตไมทันรูตัวก็มาถูกอัคคีภัย หรือถูกหุนสวนฉอโกง ทําใหกิจการ พังทลายลงในพรบิ ตาก็มี ดังตัวอยางใหเ หน็ กนั ในยคุ ปจจบุ นั 63
พนั เอก ธงชัย แสงรตั น อีกตัวอยางหน่ึง ชายหนุมคนหน่ึงกําลังศึกษาอยูในโรงเรียน นายรอย อันเปนสถาบันการศึกษาหนึ่งที่คนในวัยหนุมใฝฝนท่ีจะมี โอกาสแตงเคร่ืองแบบทหาร หอยกระบ่ีส้ันที่งามสงา เมื่อจบออกไป ยังมีเงินเดือน มียศมีตําแหนงรออยูแลว อนาคตสดใส เม่ือเขาเปน นักเรียนปท่ี ๒ อกุศลกรรมประเภท อุปฆาตกรรม ก็เขามาตัดรอน ทําใหชีวิตนักเรียนนายรอยท่ีเขารักตองมาจบลงเพราะเขาปวยเปน โรคกระดูกชนิดหน่ึง ไมมีทางรักษา ตองเปนคนพิการไปตลอดชีวิต แตด ว ยปโยคสมบตั ิ เขาไมย อมแพต อ ชวี ติ ไดศ กึ ษาจนจบมหาวทิ ยาลยั ตอมาไดเปนนายกสมาคมผูพิการแหงประเทศไทย มีวาสนาเปนถึง วฒุ ิสมาชกิ รัฐสภา อุปฆาตกกรรม อีกตัวอยางหนึ่ง ท่ีกุศลตัดรอนอกุศล เชน พระองคุลีมาล กอนบวชเปนผูทําปาณาติบาต ฆาคนนับพัน เกือบ จะทํามาตุฆาตอยูแลว ถาพระพุทธองคไมเสด็จไปโปรด อกุศลกรรม อนั ใหญโ ตนแ้ี หละ ถกู เจตนาในมรรคจติ อนั เปน โลกตุ ตรกศุ ล ทมี่ พี ลงั มาตดั รอนอกศุ ลกรรมฆาคนของพระองคลุ ีมาลใหหมดไป เปนตน จําแนกกรรมตามเวลาท่ีใหผล ในคมั ภรี อรรถกถา อง.ฺ ตกิ .นิทานสตู ร (ขอ ๑๒๑) พระพุทธองคทรงแสดงการจําแนกกรรมตามเวลาที่ใหผล ๔ ประเภท ดังน้ี ๑. ทิฏฐธรรมเวทนียกรรม คือ กรรมใหผลในชาติปจจุบัน (ชาตทิ ่ี ๑) ๒. อุปปชชเวทนียกรรมคือ กรรมใหผลตอจากชาติปจจุบัน (ชาติท่ี ๒) 64
กรรม และ วิบาก ๓. อปราปรยิ เวทนยี กรรม คอื กรรมทใ่ี หผ ลในชาตทิ ่ี ๓ เปน ตน ไปและใหผลโดยไมมีกําหนด ตราบท่ีสังสารวัฏยังเปนไปอยู คือ ตราบท่ีขันธ ๕ ยังเกิดอยูนั่นเอง กรรมน้ีจะติดตามไปตลอดจนกวา จะนพิ พาน ๔. กรรมใดในขอ ๑ - ๓ ขางตน ถาไมใหผลตามกําหนด ก็จะ ไมม ีโอกาสใหผลอกี ตอ ไป กลายเปน อโหสิกรรม อันกรรม ๔ ประเภท ขางตน อธิบายตามหลักพระอภธิ รรมได ดังน้ี วิถีจิตทั่วไป ท้ังกุศลวิถีและอกุศลวิถี ชวนจิตเกิดเปนชุด ๆ ละ ๗ ทุกชวนะมีเจตนาเจตสิก ซึ่งเปนตัวกรรมเกิดรวมอยูดวย ดังภาพน้ี ชวนะ ชวนะ ชวนะ ชวนะ ชวนะ ชวนะ ชวนะ อกุศลวิถี อกุศลจิตคิดฆาสัตว กอนทํา ขณะทํา หลังทํา ความคิดน้ีเกิดเปนชุด ๆ ละ ๗ ทุกชวนะมีเจตนาฆา ซ่ึงเปนตัว กรรมประกอบอยดู ว ย ดงั ภาพนี้ ฆา ฆา ฆา ฆา ฆา ฆา ฆา.................... จํานวนชุดของอกุศลวิถี ท่ีมีลักษณะทํานองเดียวกันน้ี ก็เกิด ตามมาอีก นับไมถวน ดังนั้น เจตนาฆา ที่เกิดอยูในชวนะทุกดวงจึงมี มากจนนบั ไมถ ว นเชน กนั ทกุ เจตนาเปน ตวั เหตทุ จ่ี ะยงั วบิ ากใหเ กดิ ขนึ้ ไดท้งั น้นั น้ีเปนไปตาม กฎแหงกรรม 65
พันเอก ธงชยั แสงรตั น กุศลวิถี เมื่อกุศลจิตคิดใหทาน กอนใหทาน ขณะใหทาน หลังใหทาน ความคิดที่มีเจตนาใหก็เกิดเปนชุด ๆ ละ ๗ แบบเดียว กับอกศุ ลวิถี ดงั นี้ ให ให ให ให ให ให ให .................... จาํ นวนชดุ ดงั ในภาพ กเ็ กิดตามมาอีกนบั ไมถ วน ดังน้นั เจตนา ซึ่งเปนตัวกุศลกรรมในการใหทานแตละคร้ังจึงมีจํานวนมากจนนับ ไมถวน และเจตนาที่เกิดในชวนะทุกดวงก็เปนตัวเหตุท่ีทําใหผลเกิด ขน้ึ ได นีก้ ็เปน ไปตามธรรมชาติของกรรม เปน กรรมนิยาม ดังนั้น การทําแตละคร้ังจึงเกิดกรรมอันเปนตัวเหตุนับแสน นับลาน ดังในพระสูตรแสดงตัวอยางการทําบุญ-ทําบาป นิดเดียว แตมผี ลไปหลายรอ ยหลายพนั ชาติ ขอสังเกต ในทุกวิถีจิต ท้ังกุศลวิถีและอกุศลวิถี ชวนจิตที่ ๑ ท่ีแสดงดวยอักษรตัวแรกเล็กท่ีสุด น้ีแสดงวา เปนกรรมท่ีมีพลังนอย ท่ีสดุ เพราะเริ่มเกิด ภาพอกั ษร ต้ังแตต ัวที่ ๒ ถงึ ๓ จะคอย ๆ ใหญขึน้ จนถึงตัวท่ี ๔ ใหญท่ีสุด แสดงใหเห็นวา เปนกรรมท่ีมีกําลังมากที่สุด ทั้งนี้ดวยอํานาจ อาเสวนปจจัย (เกิดซ้ํา ๆ) สวนอักษรตัวสุดทาย มีขนาดเลก็ ลงบา ง แสดงวา ชวนจิตท่ี ๗ แมจะมีอาเสวนปจจยั แตอยู ใกลภวังคจิต ยอมมีกําลังนอยกวาชวนจิตที่ ๒ - ๖ ดังนั้น กรรมใน ชวนจิตที่ ๒-๖ จึงจัดวาเปนจิตที่มีกําลังมากท่ีสุด จึงใหผลไดนับ ภพชาติไมถ วน ในวิถีจิตหนึ่ง ๆ น้ัน แตละชวนะมีกําลังไมเทากัน การใหผล ยอมตางกันไป เชน ชวนะที่ ๑ มีกําลังนอย เพ่ิงเกิดขึ้นก็ดี ชวนะ 66
กรรม และ วบิ าก ที่ ๒ - ๖ และชวนะที่ ๗ เกิดตามมาน้ัน มีกําลังมากข้ึนก็ดี ใหผล ตา งกันดงั รายละเอียดตอไปนี้ - เจตนาในชวนะ ๑ คอื กรรมตวั ที่ ๑ ชอื่ ทฏิ ฐธรรมเวทนยี กรรม - เจตนาในชวนะ ๒-๖ คือ กรรมตวั ที่ ๒-๖ ชื่อ อปราปริยเวท นยี กรรม - เจตนาในชวนะที่ ๗ คอื กรรมตวั ท่ี ๗ ชอ่ื อปุ ปช ชเวทนยี กรรม การใหผ ลของกรรมตามกาล ๓ ประเภทดงั กลา วขา งตน เปน ไป ตามกฎธรรมชาติ หรอื เปนไปตามกมั มนิยาม ดงั นี้ ทิฏฐธรรมเวทนยี กรรม ทิฏฐธรรมเวทนียกรรม ท้ังกุศลกรรมและอกุศลกรรมใหผลใน ชาตปิ จ จบุ นั เทา นน้ั สว นจะใหช า หรอื เรว็ หนกั เบาประการใดขน้ึ อยกู บั ปจจัยตาง ๆ เชน ความดี ความเลว ของผูทํากรรมและทํากับบุคคล ผูมีคุณธรรมมากนอยเพียงใด ตลอดจนความเพียรพยายามในการ กระทํามากนอยเพียงใด ถาปจจัยพรอม ก็จะใหผลเฉพาะในชาติ ปจจุบันเทานัน้ ตัวอยางทิฏฐธรรมเวทนียกรรม ประเภทอกุศลกรรม เชน สมัยพุทธกาล นันทมานพ ไปขมขืนพระอุบลวรรณาเถรี ผูเปน พระอรหนั ต จึงรับผลใน ชาตปิ จ จบุ นั โดยถกู ธรณสี ูบทนั ที ตวั อยา งทฏิ ฐธรรมเวทนยี กรรม ประเภทกศุ ลกรรม เชน ใสบ าตร กบั พระอรหนั ตท อ่ี อกจากนโิ รธสมาบตั ิ ผนู นั้ กก็ ลายเปน เศรษฐไี ปทนั ที ในชาตปิ จจุบัน 67
พนั เอก ธงชยั แสงรตั น ทิฏฐธรรมเวทนียกรรม มีทั้ง กุศล - อกุศล มีท้ัง หนัก-เบา ถาเปนกรรมหนัก ก็จะใหผลทันที เชน กรณีนันทมานพ เปนตน ถาเปนกรรมทวั่ ๆ ไป เวลาในการใหผล ดงั น้ี ทิฏฐธรรมเวทนียกรรมท่ีทําในปฐมวัย จะใหผลในมัชฌิมวัย ถา ทาํ ในมัชฌิมวัย จะใหผ ลในปจ ฉมิ วยั ถา ทําในปจฉมิ วัยจะใหผลใน เวลาใกลต าย ทิฏฐธรรมเวทนียกรรม ใหผลในชาติปจจุบันเทานั้น ถาไมให ผลในชาติปจจุบัน ก็จะหมดโอกาสใหผลในชาติตอ ๆ ไป กลายเปน อโหสิกรรม อุปปชชเวทนยี กรรม เจตนาในชวนจิตดวงท่ี ๗ คือ อปุ ชชเวทนียกรรม เปน กรรมนํา เกิดในชาติที่ตอจากชาติปจจุบัน ซึ่งมีท้ังกุศลกรรมและอกุศลกรรม อุปปชชเวทนียกรรม เม่ือใหผลนําเกิดเรียกวา ชนกกรรม เพราะทํา ชนกกิจ ถาเปนกุศลก็ทําใหเกิดในสุคติภูมิ เปนมนุษย เปนเทวดา เปนพรหม ถาชนกกรรมเปนอกุศล ก็ทําใหไปเกิดในอบายภูมิ ๔ เปนสตั วนรก เปรต อสุรกาย หรือ เดรัจฉาน ถาอุปปช ชเวทนยี กรรม ใด ไมใ หผ ลในปฏสิ นธกิ าลหรอื ปวตั ตกิ าลในชาตหิ นา แลว กห็ มดโอกาส ใหผลในชาตติ อ ๆ ไป กลายเปนอโหสิกรรม (ถาอปุ ชชเวทนยี กรรม ไมใหผ ลนําเกดิ อปราปรยิ เวทนยี กรรมกจ็ ะทํากจิ นําเกดิ แทน ดงั น)ี้ 68
กรรม และ วิบาก ๓. อปราปริยเวทนียกรรม เจตนาในชวนจิตดวงที่ ๒ - ๖ เปนอปราปริยเวทนียกรรม เปนกรรมที่ จะใหผลในชาติที่ ๓ เปนตนไป (ชาติปจจุบันนับเปน ชาติท่ี ๑ ชาติถัดไป เปนชาติท่ี ๒) โดยทํากิจเปนไดทั้งชนกกรรม อุปตถัมภกกรรม อปุ ปฬกกรรม และอปุ ฆาตกกรรม ถาอปราปริยเวท นียกรรมยงั ไมม โี อกาสใหผล กรรมน้ี กไ็ มหายไปไหน คงสั่งสมตอ ไป รอเวลาจนกวาปจจัยและสิ่งแวดลอมเหมาะสมจึงใหผลจนกวา จะปรินิพพาน ดวยเหตุท่ีสังสารวัฏอันยาวนานท่ีผานมา ทุกคนไดสั่งสม อปราปริยเวทนียกรรม ดังกลาว ซ่ึงมีทั้งกุศลและอกุศลไวจํานวน มหาศาลจนสดุ ทจี่ ะประมาณ ซึ่งสวนใหญเปนอกศุ ล ดังนนั้ โอกาสที่ สัตวจะไปเกิดในอบายจึงมีมาก ทานเปรียบสัตวไปเกิดในอบายเทา ขนโค สวนสัตวไปเกิดในสุคติภูมิเทาเขาโค ถาใครไมเชื่อก็ใหไป คาํ นวณตวั แพลงกต อน กงุ เคยทใี่ ชท าํ กะปน แี่ หละ ถา เปน กะปส กั หนงึ่ ถัง นาจะมีจํานวนตัวเคยมากกวาคนท้ังประเทศ จึงไมตองคํานวณวา ทง้ั มหาสมทุ รจะมเี คยสกั กตี่ วั ทกุ ตวั มชี วี ติ ตอ งกนิ อาหาร มกี ารสบื พนั ธุ มีสขุ มีทุกข มีขันธ ๕ ไมตา งจากมนุษย เหมือนเรา ๆ ทาน ๆ นีแ้ หละ สงั สารวัฏจึงเปนภยั ทน่ี ากลัวย่ิงนัก เพราะอปราปริยเวทนียกรรม เปน อกศุ ลกรรมสว นใหญ ดงั นน้ั โอกาสท่ีจะไปเกิดเปนอบายสัตวจึงมีมาก ครั้นไปเกิดแลวโอกาส ที่จะกลับมาเกิดเปนมนุษยอีกย่ิงแสนยาก ดังในคัมภีรมัชฌิมนิกาย อุปรปิ ณ ณาสก พาลบณั ฑติ สตู ร (ขอ ๔๘๑) พระพทุ ธองคทรงอปุ มา 69
พันเอก ธงชยั แสงรตั น วา เหมือนเตาตาบอด ตัวหนึ่งอยูในมหาสมุทรหนึ่งรอยปจึงโผล ขนึ้ มาครง้ั หนง่ึ และในมหาสมทุ รนนั้ มที นุ บว งตาเดยี วอนั หนงึ่ ถกู คลนื่ ลมซัดลอยไปลอยมา โอกาสที่บวงตาเดียวของทุนจะสวมเขาหัวเตา พอดีน้ันยากเพียงใด โอกาสที่อบายสัตว จะกลับมาเกิดเปนมนุษย อีกยากกวาน้ัน ในสายตาพระอริยเจา อปราปริยเวทนียกรรม เปน ภัยเงียบท่ีนากลัว เพราะเปนกรรมที่ไดทําไวมากมายมหาศาล ซึ่ง สวนใหญเปนอกุศลกรรมดวย ทํามานานแลว พรอมที่จะใหผลทันที ท่ีกรรมอื่นไมใหผล ดังนั้น การทองเที่ยวไปในสังสารวัฏท่ีหาจุดจบ ไมพบ จึงนากลัวย่ิงนัก เพราะปริมาณของอปราปริยเวทนีกรรมมีแต เพิ่มข้ึน ๆ เราจึงถูกกรรมน้ีติดตามไปทุกหนทุกแหง พรอมท่ีจะให วิบากเกิดเมื่อปจจัย คือ คติ อุปธิ กาละ ปโยคะ เปดโอกาส ดังน้ัน โอกาสที่มนุษยจะกลับไปเกิดเปนอบายสัตวอีกจึงมีมาก (เร่ือง คติ อุปธิ กาละ ปโยคะ จะนํามาแสดงในบทตอไป) ๔. อโหสกิ รรม อโหสกิ รรม ไดแ กกรรมทกุ ชนดิ ที่ไมสามารถใหผ ล เชน ทฏิ ฐ- ธรรมเวทนยี กรรม ไมสามารถใหผลในชาติปจจบุ นั ก็เปน อโหสิกรรม หรืออุปปชชเวทนียกรรมไมสามารถทําชนกกิจในชาติหนาก็จะ เปน อโหสกิ รรม เปน ตน หรอื กรรมของพระอรหนั ต ภายหลงั ปรนิ พิ พาน อปราปรยิ เวทนียกรรมกรรมทีท่ าํ มาท้งั หมดก็เปนอโหสิกรรม 70
กรรม และ วิบาก บทท่ี ๑๐ กรรมบถ ๑๐ กรรมบถประกอบดวยคํา ๒ คํา คือ กรรม แปลวา การกระทํา บถ แปลวา ทาง กรรมบถจึงหมายถึง กรรมท่ีพาสัตวไปปฏิสนธิใน ภพภูมิตา ง ๆ ดงั อรรถกถาปฏสิ มั ภทิ ามรรค (หนา ๘๒๘ และ ๘๒๙) ใหค วามหมายไวด ังนี้ ชอื่ วา กรรมบถ เพราะอรรถวา กรรมเหลา นน้ั เปน ทางเพอื่ ไป ปฏิสนธิในอบาย อน่ึง แมทั้งกุศลและอกุศล ทานก็กลาววาเปน กรรมบถ เพราะใหเ กิดปฏสิ นธิ เหลอื จากทกี่ ลา วแลว ทา นไมก ลาว วา เปน กรรมบถ เพราะไมม ีสว นในการใหเ กดิ ปฏิสนธิ พงึ ทราบวา แมกุศลและอกุศลที่เหลือทานก็ถือเอาดวยความมุงหมายถึงกุศล และอกุศลอยางหยาบ โดยปกติกรรมใหผลในปฏิสนธิกาลก็มี ใหผลในปวัตติกาล ก็มี แตอรรถกถาใหความสําคัญแกกรรมที่ใหผลไดในปฏิสนธิกาล โดยเฉพาะกรรมท่ีพาสัตวไปปฏิสนธิในอบายเพราะสัตวใดไปเกิด ในอบายแลว โอกาสที่จะกลับมาเกิดเปนมนุษยอีกน้ันยากย่ิง ทาน อปุ มาไว ดงั นี้ ในมหาสมทุ ร มีบวงเล็ก ๆ ลอยอยอู ันหน่ึง เตาตาบอดตัวหนง่ึ ๑๐๐ ปจึงจะโผลหัวข้ึนมาครั้งหนึ่ง โอกาสท่ีเตาจะโผลหัวขึ้นมาแลว สวมเขา กบั บว งนนั้ พอดี จะยากยง่ิ สกั เพยี งไหนแตโ อกาสทสี่ ตั วไ ปเกดิ ในอบายแลวจะกลับมาเกิดเปนมนุษยอีกนั้นยากย่ิงกวา ดวยพระ- 71
พนั เอก ธงชัย แสงรตั น มหากรุณาคุณ พระพุทธองคจึงทรงแสดงอกุศลกรรมบถ ๑๐ อยาง เปน ลําดบั แรก ดงั น้ี อกศุ ลกรรมบถ ๑๐ อกุศลกรรมบถ ๑๐ คือ ทุจริตกรรม ๑๐ อยาง ไดแก กาย ทจุ ริต ๓ อยาง วจีทุจริต ๔ อยาง และมโนทุจรติ ๔ อยาง ทเี่ ปนไปทาง ทวาร ๓ ดงั น้ี กายทุจรติ ๓ วจีทุจรติ ๔ มโนทุจริต ๓ ๑. การฆาสัตว ๑. การพดู เทจ็ ๑. อยากไดข องผูอื่น ๒. การลักทรพั ย ๒. การพดู สอเสยี ด ๓. การประพฤติ ๓. การพูดคําหยาบ (อภชิ ฌา) ๔. การพูดเพอ เจอ ๒. ปองรายผอู ่นื ผิดในกาม (พยาบาท) ๓. ความเห็นผิด (สมั มาทฏิ ฐิ) ๑. กายทุจริต ๓ คือ การฆาสัตว การลักทรัพย การประพฤติ ผิดในกาม กรรมชั่ว ๓ อยางนี้ เปนไปทางกายทวารเปนสวนใหญ เชน ฆา สตั วดวยตนเอง ลักทรัพยด ว ยตนเอง นีค้ อื กายทุจรติ ทเ่ี ปนไป ทางกายทวาร สวนวจีทวารก็ทําได เชน ส่ังใหนําสัตวไปฆา เปนตน สวนการประพฤติผิดในกาม เปนไปทางกายทวารเทา นน้ั ๒. วจีทุจริต ๔ ไดแก พูดเท็จ พูดยุยงสอเสียด พูดคําหยาบ และพูดเพอเจอ วจีทุจริต ๔ อยางน้ีเปนไปทางวจีทวารเปนสวนใหญ 72
กรรม และ วบิ าก สวนทางกายทวารก็ทําได โดยใชกิริยาทางกายแทนคําพูด เชน สั่นหนาหรือโบกมือ เพอ่ื ปกปด ความผดิ ของตน เปน ตน ๓. มโนทจุ ริต ๓ อยาง คอื อภิชฌา ไดแ ก ความอยากไดข องผู อน่ื (โดย มิชอบ) ๑ พยาบาท คอื ความคิดปองรา ยผูอื่น ๑ มิจฉาทฏิ ฐิ คือ ความเห็นผิด ๑ กรรมช่ัวทั้ง ๓ นี้ เปนไปไดทั้ง ๓ ทวาร แต สว นใหญเ ปน ไปทางมโนทวาร ดังน้ี ๓.๑ มโนทุจริตเปนไปทางกายทวาร ไดแกมโนทุจริต ๓ ที่ เกิดทางใจแลวกระทําสําเร็จทางกายทวาร เชน อยากไดส่ิงของผูอื่น (อภชิ ฌา) แลวคดิ มชิ อบทีจ่ ะไดสิง่ ของนัน้ ยงั ใชมือจบั ส่งิ ของนน้ั ดวย เจตนามิชอบ เปนตน หรือไมชอบหนาใครคนหน่ึง (พยาบาท) แลว คิดประทุษรายใหผูนั้น โดยใชมือหรือเทาทําราย เปนตน หรือพวก นอกศาสนาบางคน ขณะเห็นผิด (มิจฉาทิฏฐิ) ไมเชื่อบุญบาปแลว ยังใชมือลูบคลาํ เศียรพระพุทธรูปเลนในลักษณะไมเ คารพ เปน ตน ๓.๒ มโนทจุ ริตเปนไปทางวจีทวาร ไดแ กมโนทจุ รติ ๓ ทเี่ กิด ทางใจแลวกระทําสําเร็จทางวจีทวาร เชน ขณะที่มีความคิดอยากได ของผอู น่ื (อภชิ ฌา) แลว กลา ววา โอหนอ ทาํ อยา งไรดี เราจงึ จะไดข อง น้ันมา เปนตน หรือขณะคิดประทุษรายผูอื่น (พยาบาท) แลวกลาว คาํ อาฆาต เปนตน หรอื ขณะมีความเห็นผิด (มิจฉาทฏิ ฐิ) เชน ไมเ ชือ่ วามีโลกนี้โลกหนา ไมเช่ือวามีนรกสวรรค แลวสอนผูอื่นใหเชื่อตาม เปนตน 73
พนั เอก ธงชัย แสงรัตน ๓.๓ มโนทุจริตเปนไปทางมโนทวาร ไดแก มโนทุจริตที่เกิด ทางใจ เชน ขณะอยากไดสิ่งของผูอื่น (อภิชฌา) แลวคิดมิชอบที่จะ หาทางใหไดของนั้นมา เปนตน หรือโกรธผูใดแลวคิดประทุษราย โดยแชง ใหผ นู นั้ ใหต าย หรอื ใหพ นิ าศ เปน ตน หรอื ขณะเหน็ ผดิ (มจิ ฉา ทฏิ ฐ)ิ เชน เชอ่ื บญุ บาป คดิ วา พอ แมไ มม คี ณุ ทาํ ใหเ ราเกดิ โดยไมต งั้ ใจ เปนตน อกศุ ลกรรมบถ ๑๐ ขยายเปนอกุศลกรรมบถ ๔๐ ในคัมภีร อง.ทสก.ทุติยวรรคท่ี ๒ (ขอ ๑๙๘) พรหมณสูตร พระพทุ ธองคท รงขยายอกศุ ลกรรมบถ ๑๐ ออกไป เชน ปาณาตบิ าต ขยายเปนฆาสัตวดวยตนเอง ชักชวนผูอ่ืนฆา พอใจในการฆา กลาว สรรเสรญิ การฆา ดงั นน้ั อกศุ ลกรรมบถ ๑๐ จงึ ขยายออกไปเปน อกศุ ล กรรมบถ ๔๐ ขอสังเกต กรรมของแตละคนในแตละครั้ง มีความหนักเบา ตา งกัน อกศุ ลวบิ ากจึงหนักเบาตางกนั ไป นี้คือ ความวจิ ติ รของกรรม และวิบาก ผลของอกศุ ลกรรมบถ ๑๐ ในคัมภีร องฺ.ทสก.ทุติยวรรคท่ี ๒ (ขอ ๑๙๘) พราหมณสูตร พระพทุ ธองค ตรสั กบั พราหมณค นหนง่ึ วา ดกู อ นภกิ ษทุ งั้ หลาย บคุ คล ประกอบดวยธรรม ๑๐ ประการน้ีแล (อกุศลกรรมบถ ๑๐) เปนผูถกู ทอดทง้ิ ไวใ นนรก เหมือนส่งิ ของทเ่ี ขานํามาทอดทง้ิ ไว 74
กรรม และ วบิ าก กุศลกรรมบถ ๑๐ กศุ ลกรรมบถ เปน ธรรมตรงกนั ขา มกบั อกศุ ลกรรมบถ มอี ยู ๑๐ อยางดังนี้ กายทุจริต ๓ วจที ุจรติ ๔ มโนทุจรติ ๓ ๑. เวนการฆา สัตว ๑. เวนพูดเทจ็ ๑. ไมอยากไดข อง ๒. เวน การลกั ทรพั ย ๒. เวน พูดสอเสยี ด ๓. เวนการประพฤติ ๓. เวน พูดคําหยาบ ผูอ นื่ (อนภชิ ฌา) ๔. เวนพูดเพอ เจอ ๒. ไมค ดิ ปองรา ยผอู น่ื ผิดในกาม (พยาบาท) ๓. ความเห็นถูก (สมั มาทฏิ ฐ)ิ อธิบายคําวา เวน ในกุศลกรรมบถ ๗ คําวา เวน มาจาก วิรัติ หมายถึงการไมทํา กายทุจริต ๓ วจีทุจริต ๔ สําหรับปุถุชนท่ัวไปแลว วริ ตั ิหรอื เวน จากการทาํ ทุจรติ มี ๒ อยา ง ดงั นี้ ๑. สมาทานวิรัติ ไดแก การต้ังใจหรือสมาทานท่ีจะเวนทําบาป กรรมไวกอน เชน การไดสมาทานศลี ขอปาณาติบาต โดยเจตนาตั้งใจ ไววา จะไมฆาสัตวครั้นมียุงมากัด ก็ไมตบ เพียงปดเปาไลไป เปนตน น้ีเปนกุศลจิตที่ประกอบดวย เจตนาเจตสิก วิรตีเจตสิก อโทสเจตสิก หรืออาจมีปญญาเจตสิก ประกอบในสมาทานวิรัติ จะสังเกตเห็น ไดว า วิรตเี จตสกิ มบี ทบาทเดนชัดกวา เจตนาเจตสิก ๒. สมั ปต ตวริ ตั ิ ไดแ ก การเวน ทาํ บาปกรรมทไี่ มไ ดส มาทานหรอื ตั้งใจไวกอน ครั้นเผชิญกับอารมณก็ยับยั้งไมทําบาปกรรมน้ันได เชน ไมต บยงุ เปน ตน ทงั้ นเ้ี พราะเปน ผมู ี อโทสเจตสกิ คอื เมตตา หรอื 75
พนั เอก ธงชัย แสงรัตน อาจมี อโมหเจตสิก คอื ปญญารโู ทษของบาปกรรม จึงเวนการทําบาป น้ัน จะสังเกตเห็นไดวาการไมทําบาปนี้ เจตนาประกอบดวย อโทสะ วิรตี และอาจมี อโมหะดวย แตเจตนามีบทบาทไมเดนชัดเทา อโทสเจตสิก และอโมหเจตสกิ กายสจุ ริต ๓ ทางทวาร ๓ - กายสจุ รติ ทเี่ ปน ไปทางกายทวาร เชน ผมู อี าชพี ในการฆา สตั ว ในวันพระเขาไดส มาทานศีล ๕ ไว ครนั้ มคี นมาจา งใหฆ า เขากป็ ฏเิ สธ โดยสน่ั ศรี ษะหรอื โบกมอื เปน ตน กศุ ลกายกรรมนส้ี าํ เรจ็ ไดโ ดยกายทวาร - กายสจุ รติ ทเี่ ปน ไปทางวจที วาร เชน มผี มู าจา งใหฆ า สตั ว เขา กต็ อบปฏเิ สธไปทางวาจา เปน ตน หรอื ในวนั สาํ คญั ทางศาสนาเขากลา ว สมาทานศลี เวน จากการฆา สตั ว กศุ ลกายกรรมนส้ี าํ เรจ็ ไดท างวจที วาร - กายสุจริตท่ีเปนไปทางมโนทวาร เชน ขณะสมาทานศีล ขอปาณาติบาตหรืออทินนาทานโดยสมาทานกับพระเจดียก็ดีหรือ กบั พระพทุ ธรปู กด็ ีกระทาํ อยใู นใจไมเ คลอ่ื นไหวทางกายกศุ ลมโนกรรม นส้ี ําเรจ็ ทางมโนทวาร วจีสจุ รติ ๔ ทางทวาร ๓ วจสี จุ รติ ทเ่ี ปน ไปทางกายทวาร เชน โบกมอื หรอื สนั่ หนา ปฏเิ สธ ที่จะพูดเพอ เจอ หรือกลาวปฏิเสธทจี่ ะพดู คาํ หยาบ เปนตน วจสี จุ รติ ทเี่ ปน ไปทางวจที วาร เชน เปลง วาจาสมาทานรบั ศลี ขอ มุสาวาท หรือกลาวสัญญากับพอแมวา ตอไปจะไมพูดคําหยาบอีก เปนตน 76
กรรม และ วิบาก วจีสุจริตท่ีเปนไปทางมโนทวาร เชน อธิษฐานไวในใจวา ทุกครง้ั ทแ่ี สดงธรรม เราจะไมก ลาวกระทบผอู ืน่ หรอื ตั้งใจไววา ในวง สนทนา เราจะไมพ ดู วจีทจุ ริต ๔ เปนตน มโนสจุ รติ ทางทวาร ๓ มโนสุจริตท่ีเปนไปทางกายทวาร เชน เก็บทรัพยของผูอ่ืนได แลว นาํ สง คนื เจา ของ กศุ ลกรรมนส้ี าํ เรจ็ ดว ยอาํ นาจ อนภชิ ฌาคอื ไมค ดิ อยากไดท รพั ยผ อู น่ื หรอื ดว ยอาํ นาจอโทสะ คอื มจี ติ เมตตา อกี ตวั อยา ง หนึ่ง เชน ชวยปรนนิบัติดูแลคนชราท่ีถูกทอดทิ้งนี้เปนกุศลกรรมที่ สําเรจ็ ดวยอัพยาบาท เปน ตน มโนสุจริตที่เปนไปทางวจีทวาร เชน พยาบาลที่เกษียณอายุ แลวอาสาชวยพูดแนะนําชาวบานที่มาโรงพยาบาล น้ีคือ มโนกรรม ท่ีสําเร็จดวยเมตตา (อัพยาบาท) เปนตน หรือขณะกลาวแผเมตตา กเ็ ปน มโนสจุ รติ ทเี่ ปน ไปทางวจที วาร หรอื การแสดงธรรมแกญ าตธิ รรม ก็เปนมโนกรรมท่สี ําเร็จดวยอัพยาบาท คอื เมตตา มโนสจุ ริตที่เปน ไปทางมโนทวาร ในขอ อนภิชฌา เชน คนขบั แทก็ ซต่ี ง้ั ใจไวว า ถา พบทรพั ยส ง่ิ ของทผี่ โู ดยสารลมื ไว เราจะรบี สง คนื ให เจา ของ หรอื ตวั อยา ง อพั ยาบาท เชน ตง้ั ใจไวว า ถา ถกู ผอู น่ื เบยี ดเบยี น ดวยกายหรือดวยวาจาก็ใหอภัย เปนตน หรือขณะใหทานก็ระลึกวา ทานท่ีเราทํานี้ยอมมีผล น้ีเปนมโนสุจริตประเภท สัมมาทิฏฐิ ท่ีเปน ไปทางมโนทวาร ขอ สังเกต กุศลกรรมบถ ๗ ไดแก กายสจุ รติ ๓ และวจีสจุ ริต ๔ เปนมหากุศลท่ีมี เจตนาและวิรตี ท่ีทําให กายและวาจาสะอาด 77
พนั เอก ธงชัย แสงรัตน สว นมโนสจุ รติ ๓ เปน มหากศุ ลทท่ี าํ ใหใ จสะอาด ไกแ ก อโลภะ อโทสะ (เมตตา) อโมหะ (ปญ ญา) กุศลกรรมบถ ๑๐ อยาง ตามที่กลาวขางตนนั้น แตละอยาง พระพุทธองคยังทรงนํามาขยายออกไปอีก เปนกุศลกรรมบถ ๔๐ เชน เวน จากการฆา สตั วดวยตนเอง ๑ ชกั ชวนผูอ น่ื ในการเวนจากการ ฆาสัตว ๑ อนุญาตใหผูอ่ืนเวนจาก การฆา ๑ กลาวสรรเสริญผูอื่นใน การเวน จากการฆาสัตว ๑ เปนตน การท่ีพระพุทธองคทรงขยาย กุศลกรรมบถ ๑๐ ออกไปเชนน้ี ทําใหเห็นวา กุศลกรรมตาง ๆ ท่ีแตละคนทําในแตละครั้งน้ัน ทําได หลายระดับ มีท้ังหนักเบาตางกันไป ดวยอํานาจของ ศรัทธา เจตนา ความเพียร เปนตน ดังนั้น อานิสงสท่ีไดรับ จึงมากนอยตางกัน ไปดว ย น้ีเปนความวจิ ิตรของกรรม กรรมบถ ๑๐ สงเคราะหเปน ศีลกรรมบถซ่ึงเปน ศีลที่รักษายาก กวา ศลี ๕ ศลี ๘ เพราะเบญจศลี และอโุ บสถศลี เปน การรกั ษากายวาจา ใหส ะอาด แตกรรมบถศลี รกั ษาใจใหส ะอาด ผูม ีศีลกรรมบถจงึ ไดร ับ อานิสงสสงู ผลของกศุ ลกรรมบถ ๑๐ ในคัมภีร องฺ.ทสก.ทุติยวรรคที่ ๒ (ขอ ๑๙๘) พราหมณสูตร พระผูมีพระภาคเจา ตรสั กบั พราหมณค นหนึง่ วา ดกู อ นภกิ ษทุ ง้ั หลาย บคุ คลทป่ี ระกอบดว ยธรรม ๑๐ ประการ นี้แล (กุศลกรรมบถ ๑๐) เปนผูถูกเชิญมาไวในสวรรค เหมือน ส่งิ ของท่ีเขานาํ มาประดษิ ฐาน 78
กรรม และ วิบาก ความหมายกรรมบถท่ีแสดงไวในคัมภีร สัทธัมมปกาสินีอรรถ กถาปฏิสัมภทิ ามรรค (หนา ๘๒๘ - ๘๒๙) ดงั นี้ ช่อื วา กรรมบถ เพราะอรรถวากรรมเหลานนั้ เปนทางเพ่อื ไป สอู บาย อน่งึ แมทง้ั กุศลและอกศุ ล ทานก็กลาววา (เปน) กรรมบถ เพราะทาํ ใหเ กดิ ปฏสิ นธิ นอกเหนอื จากทก่ี ลา วแลว ทา นไมก ลา ววา (เปน) กรรมบถเพราะไมมสี ว นในการใหเกิดปฏสิ นธิ จากขอความในอรรถกถา พอสรุปไดวา ไมวา กามาวจรกรรม ใด ยอมพาสัตวไปปฏิสนธิในกามาวจรภูมิ กรรมน้ันแหละชื่อวา กรรมบถนั่นหมายความวา ถาเปนกุศลกรรมบถ ยอมพาสัตวไป ปฏิสนธิในสุคติภูมิชั้นกามาวจรภูมิ เชน เปนมนุษยหรือ เปนเทวดา ในสวรรค ๖ ชั้นถาเปนอกุศลกรรมบถ ยอมพาสัตวไปปฏิสนธิใน ทคุ ติภูมิ คือ อบายภูมิ ๔ เปน สตั วเ ดรัจฉาน หรือสัตวน รก เปนตน การที่อรรถกถาใหความหมายไวเชนนี้ แสดงวาอกุศลกรรม และกศุ ลกรรมตา ง ๆ ใหผ ลในปฏสิ นธกิ าลกม็ ี หรอื ใหผ ลในปวตั ตกิ าล ก็มี อกุศลกรรมใดท่ีจะพาชีวิตไปปฏิสนธิในอบายภูมิไดน้ัน จึงมี กฎเกณฑ คอื มีองคป ระกอบ เชน การฆา สัตว ตองมอี งคประกอบ ๕ ประการ ดงั นี้ ๑. สัตวน ้ันมชี ีวิต ๒. ผฆู ารวู าสัตวน้นั มีชีวิต ๓. มีเจตนาคิดทจ่ี ะฆา ๔. มีความเพยี รในการฆา ๕. สัตวน ัน้ ตายเพราะความเพียรนัน้ 79
พนั เอก ธงชัย แสงรัตน กรรมท่ีฆาสัตว มีองคประกอบครบ ๕ เชนนี้ ยอมเปนอกุศล กรรมบถที่มีพลัง ท่ีนําสัตวไปปฏิสนธิในอบายภูมิได สวนกรรมท่ี ไมครบองค ๕ ไมสามารถพาสัตวไปปฏิสนธใิ นอบายภูมิกจ็ ะใหผลใน ปวตั ติกาลตอ ไป แตก็มีขอ ยกเวน กรรมบางอยา งทเ่ี ปนครุกรรม เชน ฆา พอฆาแม เปน ตน แมกรรมนีไ้ มครบองค ก็ใหผลนําปฏิสนธิได การใหผ ลในปวัตติกาล ถาสัตวน้ันไปเกิดเปนมนุษย กรรมฆาสัตวที่ครบองคหรือไม ครบองคน ี้ กจ็ ะตามมาทาํ กจิ เบยี ดเบียน (อุปปฬกกรรม) เชน ทาํ ให เปนคนมีอายุส้ัน มีสุขภาพไมดี มีโรคเรื้อรัง มักเกิดอุบัติเหตุบอย ๆ เปนตน หรือมีอกุศลกรรมบางอยางที่ทําไวในอดีตมาทํากิจตัดรอน กรรมอ่นื ใหห ยดุ ลง แลว ตวั เองใหผลแทน เชน อกุศลกรรมบางอยาง ทม่ี พี ลงั มาตดั รอนทาํ ใหส ตั วน น้ั ตอ งมาจบชวี ติ ลงกอ นอายขุ ยั เปน ตน อนง่ึ อปุ ปฬกกรรมและอุปฆาตกกรรม อยใู นบทหลงั ๆ องคของกศุ ลกรรมบถ ๑๐ กุศลกรรมบถ มีพลังมากนอย ข้ึนอยูที่ ศรัทธา วิริยะ ฯลฯ จึง ไมม อี งคข องกรรมบถเหมอื นอกศุ ลกรรมบถ ทงั้ นเ้ี พราะกศุ ลกรรมนน้ั เกิดยาก เปนธรรมท่ีมีปจจัยปรุงแตงจํานวนมาก เชน กุศลจิต ตองมี โสภณสาธารณเจตสิกประกอบอยูอยางนอย ๑๙ ดวง เปนตน ดังน้ัน ไมวาจะเปนกุศลกรรมเล็กนอยเพียงใด ถาทําดวยศรัทธาแรงกลามี ความเพียรแรงกลา ก็จะเปนกรรมที่มีพลัง เปนชนกกรรมนําเกิดใน สุคติภูมิได เชน กรรมที่ทําในบุญกิริยาวัตถุ ๓ ไดแกการใหทาน 80
กรรม และ วบิ าก การรักษาศีล การเจริญภาวนา ก็ใหผลไดท้ังในปฏิสนธิกาลและใน ปวัตติกาล ดงั เร่อื งราวในชาดกตอ ไปนี้ มีชาวบานคนหน่ึง มีความเล่ือมใสย่ิงในพระพุทธเจาไดเก็บ ดอกบวบขมขางทาง นําไปบูชาพระธาตุเจดีย ดวยผลของกุศลกรรม อันเล็กนอยแตประกอบดวยศรัทธาพละ เม่ือจากโลกนี้ไป เขาก็ไป เกดิ ในเทวโลก เปน ตน อีกตัวอยางหน่ึง คือ ชางทองคนหนึ่ง มีความเลื่อมใสยิ่งใน พระอคั รสาวก พระสารีบตุ รเถระ เขาไดถ วายเขม็ เยบ็ ผาเพียง ๒ เลม แกพระเถระ ดวยผลของกุศลกรรมอันเล็กนอยนี้ แตประกอบดวย ศรทั ธาพละ เมื่อจากโลกนี้ไป กท็ ําใหเขาไปเกดิ ในสวรรค เปน ตน กุศลกรรมบถ เปนกรรมท่ีพาชีวิตไปปฏิสนธิในสุคติภูมิ เชน ไปเกิดเปนเทวดาในสวรรค ๖ ชั้น ถาเกิดเปนมนุษย แมชีวิตจะมี ทง้ั ความสขุ และความทกุ ขแ ละอายไุ มย นื ยาวเหมอื นทวยเทพทง้ั หลาย แตมองอีกแงมุมหนึ่ง จะเห็นวาการที่ไปเกิดในมนุษยภูมิน้ัน ดีกวา เพราะมีโอกาสบําเพ็ญบารมี เชน ทานบารมี เปนตน ซึ่งในเทวภูมิ ไมส ามารถทาํ ไดเ พราะทกุ รปู ทกุ นามพรง่ั พรอ มไปดว ยเบญจกามคณุ อธบิ ายอกุศลมโนกรรม กรรมท่ีทําทางกายและทางวาจา ทั้งกุศลกรรมและอกุศลกรรม น้ันชาวพุทธสวนใหญเขาใจ เพราะตางก็เคยทํามาแลว แตกรรมท่ีทํา ทางใจ คือ มโนกรรมน้ันเขาใจยาก ถาไมศึกษากฎแหงกรรมท่ีพระ- พุทธองคทรงแสดงไว อาจเขาใจผิดได เพราะเขาใจวา แคคิดในใจ 81
พนั เอก ธงชยั แสงรัตน ยังไมไดพูด ยังไมไดทําอะไรเลยจะเปนกรรมไดอยางไร มโนกรรม เปน กรรมท่ที าํ กรรมทางใจ มี ๓ อยา ง ดังน้ี มโนกรรม ทําไดท้ัง ๓ ทวาร แตเปนไปทางมโนทวารสวนใหญ กรรมท่เี ปนบาปอกศุ ลทางใจ หรือมโนกรรมมี ๓ อยาง ดังนี้ ๑. อภิชฌา ความเพงเลง็ อยากไดของผูอ่ืน ๒. พยาบาท ความพยาบาทปองรายผอู น่ื ๓. มจิ ฉาทฏิ ฐิ ความเหน็ ผิด ๑. อภิชฌา อภิชฌามีลักษณะเพงเล็งของผูอื่นวา ไฉนหนอของส่ิงนี้จะพึง เปนของเรา เชน เพงเล็งอยากไดทรัพยสิน เงินทองที่ดิน ฯลฯ ของผู อ่ืนมาเปนของตน โดยมิชอบ ถาอยากไดส่ิงน้ันโดยชอบ เชน ขอซ้ือ เปนตน ความคิดอยากไดน ้กี ็เปนเพยี งโลภจิต แตถาคิดหาอุบายเพื่อ ใหไ ดม าซง่ึ ของนนั้ โดยไมส จุ รติ ขณะคดิ มชิ อบเชน นี้ แมย งั ไมไ ดล งมอื หรือเอยปากใด ๆ กรรมบถก็ครบองค เปนอกุศลกรรมบถแลว เพราะองคป ระกอบของอภชิ ฌาอรรถกถากาํ หนดไวว า มเี พยี ง๒ประการ ดังน้ี ๑. มีสิง่ ของผูอนื่ ๒. มีการนอ มเขา มาเปน ของตน ผลของทจุ รติ มโนกรรมทค่ี รบองค ๒ น้ีแหละเปนกรรมบถท่นี ํา สัตวไปเกิดในอบาย ถากรรมบถไมครบองค ๒ กรรมนี้ก็จะใหผลใน ปวัตตกิ าล 82
กรรม และ วิบาก ตัวอยางเชน นักเลงพระเครื่องคนหน่ึง เห็นพระสมเด็จฯ องค หนึ่งงามมาก เขาชอบใจ ขณะคิดอยูนั้น จิตเปนโลภะ แตถาเขาคิด วางแผน เพอ่ื ใหไ ดพ ระนน้ั มาเปน ชองตนดว ยอบุ ายอยา งหนงึ่ อยา งใด เพียงคิด ยังไมไดพูดหรือลงมือทําอะไรเลย ความคิดอันมิชอบนี้แล เปน อกศุ ลกรรมบถทค่ี รบองค เพราะองคป ระกอบของอภชิ ฌามเี พยี ง ๒ ดงั นี้ ๑. มสี ่งิ ของผูอ นื่ ๒. มีการนอมส่งิ นน้ั มาเปน ของตน จะเห็นวา มโนกรรมเกิดงาย และเกิดมากเพราะในชวงเวลาหา อุบายอยูนั้น อกุศลจิตเกิดขึ้นตลอดเวลา เกิดมากจนนับไมถวน ทุกขณะจิตมี เจตนาเจตสิก โลภเจตสิก โมหะเจตสิกเปนตัวประกอบ อยูดวย ทุกความคิดจึงเปนกรรม ดังน้ัน จํานวนบาปอกุศลจึงมาก เหลือคณานบั ผูท่ไี มรเู รือ่ งนี้กจ็ ะทําอกุศลกรรมทางใจบอย ๆ เพราะ เขา ใจผดิ วา คดิ ในใจไมเปน กรรม ๒. พยาบาท พยาบาทไดแกความคิดปองรายผูอ่ืน เชน พบเพ่ือนคนหน่ึงที่ เคยหลอกลวงใหเรารวมลงทุน ทําใหสูญเสียทรัพย ทันทีท่ีพบหนา เพื่อนคนน้ัน เราก็รูสึกโกรธทันที ขณะโกรธ จิตเปนเพียงโทสะ ยังไม เปนกรรมบถ ผลคือทําใหเราเปนคนเจาโทสะ ถาโกรธแลวยังคิด ประทุษรายดวย เชน ขอใหเพ่ือนพินาศลมจม เปนตน กรรมบถก็ ครบองค ผลคือ นําเกิดในอบาย ถาไมครบองคกรรมบถ ก็จะใหผล ในปวตั ตกิ าล องคประกอบของกรรมบถในขอ พยาบาท มี ๒ ดงั นี้ 83
พนั เอก ธงชยั แสงรตั น ๑. มีสตั วอ นื่ ทท่ี ําใหค ิดพยาบาท (มีเพ่อื น ทําใหโ กรธ) ๒. คิดใหส ตั วน น้ั พินาศ (คิดใหเ พือ่ นพนิ าศ)+ อีกตัวอยางหน่ึง ในชีวิตประจําวันของคนยุคนี้ขณะดูขาว อาชญากรรมทางโทรทัศน เห็นผูร า ยถูกจบั เพราะทําผดิ ขมขืนแลว ฆา เมื่อเห็นแลวเกิดโทสะ ขณะโกรธ กรรมบถยังไมครบองคเปนเพียง ส่ังสมโทสะ แตถาคิดวา เจาคนช่ัวอยางน้ี อยาใหแคติดคุกเลย ให เอาไปประหารชีวิตเสียดีกวา เพียงคิดในใจ ยังไมไดเอยปากพูดกับ ใคร อกุศลมโนกรรมก็ครบองค ทําใหปฏิสนธิในอบายได ถาไมครบ องคก็ใหผลในปวัตติกาลเพราะพยาบาทมีองคกรรมบถเพียง ๒ ดังกลา วขา งตน ๓. มจิ ฉาทฏิ ฐิ มิจฉาทิฏฐิ เปนความเห็นผิด เชน ไมเช่ือกฎแหงกรรม เช่ือวา ผลบุญผลบาปไมมี ภพภูมิ เชน นรก สวรรค ไมมีจริง สัตวประเภท โอปาติก คือ สัตวผูจุติแลวเกิดเปนสัตวเต็มตัวเปนมนุษย เทวดา มาร พรหมทันทีไมมีจริง อริยมรรคมีองค ๘ ไมใชหนทางปฏิบัติ เพื่อความพนทุกข พระพุทธเจาไมมีจริง ผูใดมีความเห็นผิดดังกลาว ท่ีม่ันคง หนักแนนเปนนิยตมิจฉาทิฐิ ผูนั้นตองตกนรกอยางแนนอน มิจฉาทฐิ มิ ีองค ๒ ดงั นี้ ๑. สภาพของวตั ถนุ ้ันไมต รงกับอาการทผ่ี ูเห็นผดิ นั้นถือเอา ๒. ความปรากฏแหงวัตถุนั้นไมเปนไปโดยประการท่ีผูเห็น ผิดถือเอา 84
กรรม และ วิบาก บทท่ี ๑๑ ปุจฉา - วสิ ชั นา ถาม ขอใหอธบิ าย คาํ วา เศษของกรรม ตอบ เศษของกรรมก็คือ สวนของอกุศลกรรมท่ีเหลือมาจาก ชาติใดชาติหนึ่งในอดีตแตในพระสูตรมักหมายถึงเศษของกรรมที่ เหลอื มาจากอบาย กลา วไดว า อกศุ ลวบิ ากในชาตปิ จ จบุ นั สว นใหญม า จากเศษของกรรม ดังตวั อยา งตอไปนี้ ในคัมภีร สังยุตตนิกาย เถรีคาถากลาวถึงอดีตชาติของพระ- อสิ ทิ าสเี ถรี สมยั ทเี่ ปน ชายหนมุ บตุ รเศรษฐชี า งทอง เปน ชกู บั ภรรยาผู อื่น ตองไปตกนรก อยูหลายพันป เศษของกรรมยังทําใหไปเกิดเปน สตั วเ ดรัจฉานอยหู ลายชาติ เชน เปน ลิงเปน แพะ ฯลฯ ตองเปนกะเทย เปนโรคเกี่ยวกับอวัยวะเพศ เชน เม่ือเกิดเปนลิง ก็ถูกลิงจาฝูงกัด อวยั วะเพศ เม่อื เปนแพะ ๆ พาเดก็ ขีห่ ลงั อวัยวะเพศก็ไปกระแทกกับ ของแขง็ เปน ตน ดงั นน้ั กรรมทกี่ าํ ลงั ไดร บั ในชาตปิ จ จบุ นั จะหนกั หนา เพียงใด ก็ยังจัดวาเล็กนอย จึงควรอดทน เพราะเปนเพียงเศษ ของกรรมใหญท ่เี คยไปรบั ในนรก ดงั นน้ั ในชวี ติ ประจาํ วนั เราไดพ บคนพกิ ารบา ง เหน็ คนทกุ ขย าก ลําบากแบบตาง ๆ บาง น่ันเปนเพียงเศษของกรรม ในเมื่อเศษของ กรรมยังใหผลเลวรา ยเชนน้ี จึงไมต องกลา วถงึ กรรมสว นใหญท ่ไี ปตก นรก หรอื ตอ งไปเปนสัตวเ ดรจั ฉานวา จะนากลัวเพยี งใด 85
พันเอก ธงชยั แสงรัตน ถาม เหตปุ จ จยั อะไรทที่ าํ ใหช ดใชก รรมไมห มด ตอ งหลงเหลอื เปน เศษทต่ี ามมาใหผลในปจจุบนั ชาติ ตอบ เหตทุ เ่ี หลอื เศษของอกศุ ลกรรมกเ็ พราะขณะทผี่ กู าํ ลงั ได รับผลของอกุศลกรรมอยูน้ันอาจมีกุศลกรรมอ่ืน (อุปปฬกกรรม) ตามมาเบยี ดเบยี นกรรมชวั่ ทกี่ าํ ลงั ใหผ ลอยใู นปจ จบุ นั หยดุ ลงชว่ั คราว เปนตน เชน ในอดีตชาติ คนท่ีเคยคดโกงผูอื่นไว จึงทําใหเขาตอง ถูกโกง ตองยากจนตลอดชีวิต แตดวยปโยคสมบัติของเขาดี หรือ อาจเปนเพราะกรรมดีในอดีต เชน ทานกุศลในอดีตของเขามีกําลัง จงึ สง พลงั มาเบยี ดเบยี นอกศุ ลกรรม คอื ทาํ ใหค วามยากจนของเขาให หยุดลงช่ัวคราว ทําใหเขาพนจากความทุกขยากเพราะถูกสลาก รางวัลที่ ๑ เปนตน ดวยเหตุน้ีเอง จึงทําใหเหลือเศษของอกุศลกรรม ท่เี ขาอาจจะมีโอกาสเปนคนยากจนอกี ในอนาคต ถาม เมื่อเปนเชนน้ี จะปฏิบัติอยางไรจึงหนีใหพนจากกรรม ช่วั ไดถ าวร ตอบ ใหทํากุศลกรรมไวมาก ๆ กรรมชั่วก็ตามไมทัน ทาน เปรียบเหมือนวิ่งหนีสุนัข ถาว่ิงชา สุนัขตามทัน เราก็จะถูกสุนัขกัดซ่ึง ปกติปุถุชนผูมีกิเลส ไมสามารถวิ่งไดตลอดไป นั่นคือ กามาวจรกุศล นน้ั แกไ ดช ว่ั คราว ถาจะแกอยางถาวร ตอ งแกด ว ยโลกุตตรกศุ ล ถาม ผูท่ีมีกล่ินปากแมจะรักษาความสะอาดโดยใชยาฆาเชื้อ แลวก็ตาม แตก็เพียงบรรเทาช่ัวคร้ังชั่วคราวเทานั้น ถามวา ผูน้ันทํา กรรมอะไรไว 86
กรรม และ วิบาก ตอบ น้ีก็เปนเพียงเศษของกรรม ท่ีเคยทําทุจริตทางวาจาไว ดงั ตวั อยา งในพระสตู ร ทกี่ ลา วถงึ คนทเ่ี ปน โรคปาก โรคฟน โรคเหงอื ก หรือปากผดิ ปกติ เชน ปากพิการ ปากเบย้ี ว ปากไมง าม เสยี งไมเพราะ ลวนมาจากอกศุ ลวจกี รรม เชน ผรุสวาจากบั พอแม พูดลอเลียนผอู น่ื ใหอ ายหรอื พดู ลามกสนกุ สนานในวงเหลา เปน ตน ถา วจที จุ รติ นไี้ ปทาํ กับผูมีคุณธรรมสูง ๆ เมื่อตายไป ตองไปตกนรก หรือไปเปนเปรต ถาเกิดเปนมนุษย เศษของกรรมท่ีเหลือน่ันแหละทําใหเปนคนมีโรค ทางปาก คอ หู จมกู ฯลฯ ถาม ขอใหย กตัวอยา งในพระสูตร เกีย่ วกบั วจีทุจรติ ใหผ ล ตอบ ในคมั ภรี ขทุ ทกนกิ าย เปตวตั ถุ (ขอ ๘๘) พระนารทเถระ พบเปรตตนหน่ึงที่เขาคิชฌกูฏ มวี รรณะงาม ผิวพรรณผองใสแตปาก เนาเหม็น มีหนอนชอนไช สงกลิ่นไปทั่ว พระนารทเถระถามเปรตวา ทํากรรมอะไรมา เปรตเลา วา ในสมัยพระกัสสปพุทธเจา ตนเคยเปนพระภิกษุ อยูมาวันหนึ่ง ไปพบวดั แหง หนง่ึ มพี ระภกิ ษเุ พอื่ นกนั ๒ รปู จาํ พรรษาอยใู นหมบู า น น้ัน ชาวบาน มีศรัทธาอาหารบิณฑบาตสมบูรณ ทานจึงคิดท่ีจะเปน เจาอาวาสวัดน้ัน จึงสอเสียดยุยงใหพระภิกษุท้ังสองแตกกัน ในท่ีสุด พระภิกษุท้ัง ๒ ไมขออยูรวมกัน ตางออกจากวัดแยกยายกันไป ดวย ผลกรรมน้ัน ทานตองไปตกนรก อยูหน่ึงพุทธันดรเศษของกรรมยัง ทําใหทานเกดิ เปนเปรต มีผิววรรณงาม มีผวิ พรรณผองใส เพราะเม่ือ บวชอยู กายปโยคะของทานงดงาม (รักษาวินัยดี) แต วจีปโยควิบัติ เพราะพูดสอเสียดกับผูมีคุณธรรมสูง ปากจึงเนาเหม็น มีหนอน ชอนไช นก้ี เ็ ปน เพยี งเศษของกรรม 87
พนั เอก ธงชยั แสงรัตน ถาม กรรมแกไดห รือไม ตอบ กรรมทีท่ ําไปแลวยอมแกไมไ ด เพราะทาํ สาํ เร็จไปแลว จึงควรต้ังคําถามใหมวา ผลของกรรมแกไดหรือไม และตอง หมายถึงผลของอกุศลกรรมดวย เพราะคงไมมีใครไปแกผลของ กศุ ลกรรม วิธีแกผลของอกุศลกรรมนั้น ยังพอมีทางแกไขได โดยมีขอแม วา อกุศลกรรมที่กําลงั ใหผ ลอยนู นั้ ไมห นักเกนิ ไป ตลอดจนกุศลกรรม ในอดีตก็ไดทําไวดวย การแกนั้น แกดวยปโยคสมบัตินั่น คือ การ ประกอบกายกรรมและวจีกรรม ท่ีทําดวยความฉลาดทําเหมาะกับ ปญ หา เหมาะกบั เวลา กอ็ าจแกไ ด คาํ ตอบนเี้ ปน เพยี งหลกั การเทา นนั้ รายละเอยี ดไดแ สดงไวแ ลว ในบทที่ ๘ อนงึ่ คาํ วา แกไ ด ในทนี่ หี้ มายถงึ เปนการผลัดการใหผลของกรรมช่ัวไวเทานั้น เพราะตราบใดยังไม บรรลุมรรคผลนพิ พาน โอกาสท่จี ะตองไปชดใชก รรมเกาทีเ่ หลือยอ ม มแี นนอน ถาม ถากําลังไดรับผลของอกุศลกรรม เชน กําลังทุกข เพราะสุขภาพย่าํ แย เชน กาํ ลังเจบ็ ปวย อกุศลวิบากนจี้ ะแกไดหรือไม ถาแกไ ด จะแกอ ยา งไร ตอบ ปญ หานเ้ี ปน ปญ หาทชี่ าวพทุ ธยคุ นถ้ี ามกนั มากทสี่ ดุ อาศยั หลักพระธรรมคําสอนของพระผูมีพระภาคเจา ตอบวาแกไดและแก ไมไ ด ซงึ่ ฟง ดเู หมอื นเหมอื นเปน คาํ ตอบทเ่ี ลน คาํ แตค วามจรงิ คาํ ตอบ น้เี ปนไปตามหลักพระธรรมคาํ สอน ดังน้ี 88
กรรม และ วบิ าก ตามหลักพระธรรมคําสอนในพระพุทธศาสนา เย ธมฺมา เหตุปภวา แปลวา ธรรมทั้งหลายยอมไหลมาแตเหตุ วิบากหรือผล ของอกุศลกรรมก็เปนธรรมท่ีไหลมาแตเหตุ การแกไขปญหาชีวิต ตามวิธีในพระพุทธศาสนา ตองไปแกที่ตัวเหตุแกดวยตนเอง ไมใช ไปออ นวอนพระเจา องคใดมาชวยแก ถาเปนเร่ืองของสุขภาพรางกาย พระพุทธองคทรงแสดงไวเมื่อ ๒๕๐๐ กวาปมาแลววา สรีรระรางกายของสัตวโลกไมวาจะเปนกาย มนษุ ยห รือกายเดรัจฉาน ขึน้ อยทู ี่ กรรม จติ อตุ ุ อาหาร ดงั น้ี กรรมเปน ปจ จยั ถา อกศุ ลกรรมในอดตี ไมห นกั เกนิ ไป และกศุ ล กรรมในอดีตกท็ ําไว ตลอดจนกุศลกรรมที่ทาํ ในปจ จบุ ันกม็ ีอยู วธิ แี ก ก็ทาํ ไดโดยใชห ลัก ปโยคสมบัติ คือ ใหทาํ กศุ ลกายกรรมและวจกี รรม ไวมาก ๆ เพื่อใหเปนปจจัยทําใหประตูอกุศลกรรมปดลง และทําให ประตูกุศลกรรมเปด กุศลกรรมในอดีต ท่ีตนทําไวน่ีแหละจะตามมา เบียดเบยี นอกุศลกรรมใหห ยุดลงช่วั คราว จติ เปน ปจ จยั ถารักษาจิตใหเปนกศุ ลอยูเสมอ เปน จิตไมมโี ทษ เปนจิตที่สงบจากอกุศล จิตไมตกไปในโทสะ เปนตน ตอมตาง ๆ ในรา งกายกจ็ ะ ขบั สาร ขบั ฮอรโ มน ทม่ี ปี ระโยชน ทาํ ใหค วามดนั เลอื ด เปน ปกติ รางกายมีความตา นทาน เปน ตน อตุ เุ ปน ปจ จยั อตุ ุ คอื พลงั ความรอ นภายในกายซงึ่ ทาํ ใหเ กดิ ขน้ึ ได ดวยการออกกําลังกาย ถาเปนพระภิกษุทานก็ใหเดินจงกรม การเดนิ บณิ ฑบาต ถา เปน ฆราวาสกอ็ อกกาํ ลงั ในแบบฆราวาสทเ่ี หน็ กนั อยู พลังความรอนที่เกิดจากการออกกําลังกายนี้แหละเปนพลังงาน 89
Search
Read the Text Version
- 1
- 2
- 3
- 4
- 5
- 6
- 7
- 8
- 9
- 10
- 11
- 12
- 13
- 14
- 15
- 16
- 17
- 18
- 19
- 20
- 21
- 22
- 23
- 24
- 25
- 26
- 27
- 28
- 29
- 30
- 31
- 32
- 33
- 34
- 35
- 36
- 37
- 38
- 39
- 40
- 41
- 42
- 43
- 44
- 45
- 46
- 47
- 48
- 49
- 50
- 51
- 52
- 53
- 54
- 55
- 56
- 57
- 58
- 59
- 60
- 61
- 62
- 63
- 64
- 65
- 66
- 67
- 68
- 69
- 70
- 71
- 72
- 73
- 74
- 75
- 76
- 77
- 78
- 79
- 80
- 81
- 82
- 83
- 84
- 85
- 86
- 87
- 88
- 89
- 90
- 91
- 92
- 93
- 94
- 95
- 96
- 97
- 98
- 99
- 100
- 101
- 102
- 103
- 104
- 105
- 106
- 107
- 108
- 109
- 110
- 111
- 112
- 113
- 114