Important Announcement
PubHTML5 Scheduled Server Maintenance on (GMT) Sunday, June 26th, 2:00 am - 8:00 am.
PubHTML5 site will be inoperative during the times indicated!

Home Explore MK004-หนังสือวิธีสร้างบุญบารมี

MK004-หนังสือวิธีสร้างบุญบารมี

Description: MK004-หนังสือวิธีสร้างบุญบารมี

Search

Read the Text Version

พระนพิ นธ์ สมเด็จพระญาณสงั วร สมเด็จพระสงั ฆราช สกลมหาสงั ฆปรณิ ายก



ทร่ี ะลึกพธิ ที �ำบุญอทุ ศิ สว่ นกุศล แก่ผู้ป่วยที่เสียชวี ิต ในโรงพยาบาลสงขลานครนิ ทร์ ๒๒ กมุ ภาพนั ธ์ ๒๕๕๗ โดย... โรงพยาบาลสงขลานครนิ ทร์



สารบัญ ๗ ๘ ความหมายของบุญและบารมี ๑๖ บุญเป็นเหตุแหง่ ความสุข ๑๙ ทกุ ชวี ิตอาศยั บุญ ๒๐ วิธสี รา้ งบุญ ๒๓ ² สรา้ งบญุ ดว้ ยการใหท้ าน ๒๖ การใหท้ านทีไ่ ด้บญุ มาก ๒๙ รจู้ ักให้ ท�ำ ให้ความโกรธมลาย ๓๑ องค์ประกอบของทานทส่ี มบูรณ์ ๓๕ ² สรา้ งบญุ ด้วยการรกั ษาศลี ๓๗ ² สรา้ งบญุ ดว้ ยการภาวนา ๔๒ ผลของบุญ ๔๕ บญุ กับกุศล ๔๙ บุญก่อสขุ บาปก่อทุกข์ ๕๓ วธิ กี ารเพื่อความสุขของชีวิต ๕๗ เสบยี งเพอ่ื อนาคต ๕๗ ความหมายของบารมี ๕๘ บารมีนำ�ไปสูค่ วามเปน็ พระพุทธเจ้า ๕๙ บารมีคือคณุ ธรรมผมู้ ่งุ ดี ๖๑ บารมีสรา้ งไดด้ ้วยกรรม ๖๓ ทุกคนควรสร้างบุญบารมี ทกุ คนพงึ ปฏิบัติในบารมตี ามควรแกฐ่ านะ



ความหมาย ของบุญและบารมี ค�ำว่า บุญ แปลตามศัพท์ว่า ช�ำระ ฟอก ล้าง ท่านแสดงวา่ แบง่ เปน็ ๒ กอ่ น คอื บญุ ท่เี ป็นสว่ นเหตุ ไดแ้ ก่ ความดตี า่ งๆ เรียกว่าเปน็ บุญ เพราะเปน็ เครอ่ื ง ช�ำระ ฟอกล้างความชั่ว ๑ บุญท่ีเป็นส่วนผล คือ ความสุข ดังท่ีพระพุทธเจ้าตรัสไว้ว่า “ท่านทั้งหลาย อย่ากลัวต่อบุญเลย เพราะค�ำว่าบุญนี้เป็นช่ือของ ความสุข” ดงั่ นี้ ๑ ค�ำวา่ บารมี มาจากค�ำบาลวี า่ “ปารม”ี มคี �ำแปล ทน่ี กั ภาษาศาสตรไ์ ดใ้ หไ้ วห้ ลายอยา่ ง จะแสดงแตบ่ างอยา่ ง คอื แปลวา่ อยา่ งยงิ่ มาจากค�ำวา่ “ปรมะ” ทภ่ี าษาไทย เรามาใช้วา่ บรม และค�ำวา่ บรม ที่แปลวา่ อย่างยง่ิ น ้ี

8 วิธีสร้างบุญบารมี ก็มีใช้ท้ัง ๒ ทาง ดีอย่างยิ่งก็บรม หรือไม่ดีอย่างย่ิง ก็บรม เช่นค�ำว่า นิพพาน เป็นบรมสุข คือสุข อย่างย่ิง สังขารทั้งหลาย เป็นบรมทุกข์ คือทุกข์ อยา่ งย่งิ จึงเป็นค�ำกลางๆ ใช้ไดท้ ้งั ๒ ทาง ดง่ั นี้ ค�ำวา่ บารมี มาจากค�ำวา่ ปรมะ แลว้ มาเปน็ ปารมี ไทยเรยี ก วา่ บารมี แตว่ า่ มคี วามหมายถงึ สว่ นทด่ี เี ทา่ นนั้ ไมห่ มาย เป็นกลางๆ เหมือนอย่างค�ำว่า ปรมะ เพราะฉะนั้น ค�ำว่า ปารมี จึงมีความหมายที่แปลว่า เลิศอย่างย่ิง ประเสรฐิ หรอื แปลอกี อยา่ งหนงึ่ วา่ ถงึ ฝง่ั อนั หมายความ ว่า น�ำให้ถึงฝัง่ คือจากฝั่งน้ีไปสู่ฝ่งั โนน้ อันหมายความ ว่า น�ำจากฝั่งน้ี คือ โลก ไปสู่ฝั่งโน้น คือ โลกุตระ เหนือโลก พ้นโลก อนั หมายถงึ นิพพาน บุญเป็นเหตุแห่งความสขุ พระพทุ ธศาสนสภุ าษติ บทหนงึ่ กลา่ วไวแ้ ปลความวา่ “ผใู้ ครป่ ระโยชน์ พงึ ศกึ ษาบญุ นน่ั แล อนั มผี ลเลศิ ต่อไป ซึ่งมสี ขุ เป็นก�ำไร คือ พึงเจริญทาน ๑ ความ

ความหมายของบุญและบารมี 9 ประพฤติสงบ ๑ เมตตาจติ ๑ บณั ฑิตครนั้ เจริญธรรม ๓ ประการ อันเป็นเหตุแห่งความสุขเหล่าน้ีแล้ว ยอ่ มเข้าถึงโลกอนั ไมม่ คี วามเบยี ดเบียน เป็นสขุ ” พระพทุ ธภาษติ ทม่ี มี าในปญุ ญสตู รนี้ ตรสั สอนให้ ทุกท่าน ทุกบุคคล ผู้ใคร่ประโยชน์ศึกษาบุญอันเป็น ส่วนเหตุให้เกิดผลเลิศต่อไป มีสุขเป็นก�ำไร เป็นเหต ุ ให้เกิดความสุข คือ ให้เจริญทาน สมจริยา ความ ประพฤตสิ งบ และเมตตาจิต รวม ๓ ประการ ค�ำว่า “บุญ” แปลตามศัพท์หรือพยัญชนะว่า ช�ำระ ฟอก ล้าง โดยย่อหมายถึงบุญส่วนเหตุ ๑ บญุ สว่ นผล ๑ บุญส่วนเหตุนั้น หมายถงึ ศึกษา คอื ฟัง เรียน ให้รู้ และด�ำรงม่นั เสพปฏิบตั เิ จรญิ กศุ ลธรรมทัง้ หลาย เช่นปฏิบัติเจริญธรรม ๓ ประการ ดังท่ีกล่าวแล้วน้ัน และในพระบาลี ไวยากรณภาษติ อกี แหง่ หนง่ึ ไดต้ รสั ไว้ ตอนหนงึ่ แปลความวา่ “ดกู อ่ นภกิ ษทุ ง้ั หลาย เรานน้ั ด�ำริ ว่า บัดนี้ เราเป็นผู้มีฤทธิ์มากอย่างนี้ มีอานุภาพมาก อยา่ งนี้ เพราะผลวิบากแห่งกรรม ๓ ประการของเรา

10 วิธีสร้างบุญบารมี คือ ทาน ๑ ทมะ (ฝึกอินทรีย์ มีจักษุเป็นต้น และ ขม่ กเิ ลส มรี าคะเปน็ ตน้ ) ๑ สญั ญมะ (ส�ำรวมกายและ วาจา) ๑” อน่ึง ได้ตรัสบุญส่วนเหตุไว้ในนิธิกัณฑสูตรว่า “นิธิ (ขุมทรัพย์คือบุญ) เป็นสิ่งอันสตรีหรือบุรุษฝังไว้ ดแี ล้ว ด้วยทาน ๑ ศลี ๑ สัญญมะ ๑ และทมะ ๑” บญุ สว่ นเหตทุ วั่ ไปกไ็ ดแ้ กก่ ศุ ลเจตนา ดงั ทไี่ ดต้ รสั ไวว้ ่า “ดูก่อนภิกษุท้ังหลาย บุญกิริยาวัตถุ (ท่ีต้ังแห่ง การท�ำบุญ) ๓ เหลา่ นี้ คอื บุญกิรยิ าวตั ถุ ส�ำเร็จด้วย ทาน ๑ บุญกริ ิยาวตั ถสุ �ำเร็จด้วยศีล ๑ บุญกิริยาวัตถุ ส�ำเรจ็ ด้วยภาวนา ๑ บญุ สว่ นผลนน้ั หมายถงึ ผลวบิ ากของบญุ สว่ นเหตุ น้ันเอง ดังท่ีตรสั ไว้ในปุญญสูตรตอนต้นว่า “ดกู อ่ นภกิ ษทุ งั้ หลาย เธอทง้ั หลายอยา่ ไดก้ ลวั ตอ่ บญุ เลย ค�ำวา่ บญุ นเ้ี ปน็ ชอื่ แหง่ ความสขุ อนั นา่ ปรารถนา นา่ ใคร่ นา่ รกั น่าพอใจ”

ความหมายของบุญและบารมี 11 ในธรรมบทตรัสแสดงบญุ ส่วนผลไวว้ ่า “ผมู้ บี ญุ อนั ท�ำแลว้ ยอ่ มบนั เทงิ ในโลกน้ี ละไปแลว้ ย่อมบันเทิง ในโลกทั้งสอง เขาเห็นความบริสุทธ์ิแห่ง กรรมของตน ย่อมบันเทิงทั่ว” ในนิธิกัณฑสูตร ตรัสแสดงผลวิบากแห่งบุญนิธิ โดยพิสดารไว้ว่า นิธิคือบุญน้ี อันบุคคลฝังไว้ดีแล้ว อันใครชนะไม่ได้มีปกตไิ ปตาม ละไปย่อมถอื เอาบุญนิธิ นน้ั ไปในทพี่ งึ ไปทง้ั หลาย ไมท่ วั่ ไปแกช่ นเหลา่ อนื่ บญุ นธิ ิ โจรน�ำไปไม่ได้ นิธินั่นให้สิ่งที่ใคร่จะได้ท้ังปวงแก่เทพ และมนษุ ยท์ งั้ หลาย เทพและมนษุ ยท์ ง้ั หลาย ปรารถนา ส่ิงใดๆ ส่ิงนั้นทั้งหมดอันผู้มีบุญนิธิย่อมได้ด้วยบุญนิธิ นน่ั ความมผี วิ พรรณงาม ความมเี สยี งไพเราะ สณั ฐาน ทรวดทรงงาม ความมีรูปงาม ย่อมได้ด้วยบุญนิธินั้น ความเปน็ ใหญ่ บรวิ าร ยอ่ มไดด้ ว้ ยบญุ นธิ นิ น่ั รชั สมบตั ิ แหง่ ประเทศ ความเปน็ ใหญ่ จกั รพรรดสิ ขุ อนั เปน็ ทรี่ กั แม้รัชสมบัติแห่งเทพในทิพย์ทั้งหลาย ย่อมได้ด้วย บุญนิธินั่น สมบัติอันเป็นของมนุษย์ ความยินดีใน เทวโลก และนิพพานสมบัติ ย่อมได้ด้วยบุญนิธิน่ัน

12 วิธีสร้างบุญบารมี ความทถี่ า้ เมอื่ อาศยั ความถงึ พรอ้ มดว้ ยมติ รประกอบทว่ั โดยแยบคาย มคี วามช�ำนาญในวชิ ชาวมิ ตุ ติ ยอ่ มไดด้ ว้ ย บญุ นธิ นิ ี้ ปฏสิ ัมภทิ า (ปญั ญาแตกฉานเฉพาะ) วิโมกข์ (ความหลุดพน้ ) และสาวกบารมี ปัจเจกโพธิ พทุ ธภูมิ ย่อมได้ด้วยบุญนิธิน่ัน สัมปทานั่น คือบุญสัมปทา (ความถงึ พรอ้ มดว้ ยบญุ ) มปี ระโยชน์ ผลทต่ี อ้ งการใหญ่ อย่างน้ี เพราะเหตุน้ัน บัณฑิตทั้งหลายผู้ทรงปัญญา จึงสรรเสรญิ ความเปน็ ผมู้ บี ญุ อันท�ำแลว้ กล่าวโดยย่อ บุญส่วนเหตุ ได้แก่กุศลเจตนา กุศลกรรม สุจริต กุศลธรรม บุญกิริยาวัตถุทั้งปวง ไตรสิกขา คือ ศลี สมาธิ ปญั ญา บารมี คอื พุทธบารมี ปจั เจกโพธิบารมี สาวก บารมี มรรคมอี งคแ์ ปด และทตี่ รสั ยกขนึ้ ไวใ้ นปญุ ญสตู ร ตอนทเ่ี ปน็ ไวยากรณภาษติ วา่ ทาน ๑ ทมะ ๑ สญั ญมะ ๑ และในนิคมคาถาว่า ทาน สมจริยา เมตตาจิต ซ่ึงลว้ นเป็นเครอ่ื งช�ำระ ฟอกล้างกิเลสาสวะทั้งปวง ส่วนบุญส่วนผล ก็สรุปเข้าในมนุษย์สมบัติ เทวสมบัติ นิพพานสมบัติ สรุปเข้าอีกเป็นความสุขท ่ี

ความหมายของบุญและบารมี 13 นา่ ปรารถนา นา่ ใคร่ นา่ รกั นา่ พอใจ ตลอดถงึ บรมสขุ คือนิพพาน อนั เกดิ จากกรรมวสิ ทุ ธิ์ ความบรสิ ุทธแ์ิ หง่ กรรมของตน ท�ำใหบ้ รสิ ทุ ธกิ์ าย บรสิ ทุ ธวิ์ าจา บรสิ ทุ ธใิ์ จ โดยเฉพาะท�ำให้จิตบริสุทธิ์จากกิเลสาสวะไปโดยล�ำดับ จนถึงท้ังหมด ในรตนตั ตยปั ปภาวาภยิ าจนคาถา พระราชนพิ นธ์ ในรชั กาลที่ ๔ แสดงไวว้ า่ พระรตั นตรยั คอื พระพทุ ธเจา้ พระธรรม พระสงฆ์ บรสิ ุทธิส์ งู สดุ ประเสรฐิ สดุ ในโลก ย่อมเป็นไปเพ่ือความบริสุทธิ์อย่างย่ิงแก่ผู้เลื่อมใสแล้ว ใคร่ปรารถนาความบริสุทธ์ิแห่งตน ปฏิบัติอยู่โดยชอบ ความบริสุทธ์ิจากกิเลสท้ังปวง เป็นความดับจากทุกข ์ ทั้งหลาย นิพพานเป็นบรมสูญ คือว่างอย่างยิ่ง (จาก กิเลสาสวะทั้งหมด) เปน็ บรมสขุ คือสขุ อย่างยงิ่ และได้มีอีกคาถาหน่ึงแสดงอธิบายนิพพานว่า ความบริสุทธ์ิจากกิเลสท้ังปวง เป็นความดับจากทุกข ์ ท้ังหลาย ความดับน้ันเป็นสันติ คือความสงบแห่งใจ เรยี กวา่ นิพพาน

14 วิธีสร้างบุญบารมี ในปุญญสตู ร ตรัสแสดงบญุ ส่วนผลกอ่ นคอื สขุ พร้อมท้ังสุข สมบัติ แล้วตรัสบุญส่วนเหตุ คือ ทาน ทมะ (ฝึกอินทรีย์มีตาเป็นต้น ข่มกิเลส) สัญญมะ (ส�ำรวมกาย และวาจา) สว่ นในนคิ มคาถาของพระสตู รน้ี แสดงบญุ สว่ นเหตุ คอื ทาน สมจรยิ า เมตตาจติ แมช้ อ่ื ธรรมตา่ งกนั บ้าง ส่วนใจความกเ็ ปน็ อนั เดียวกัน ทาน คอื การให้ การบริจาคพสั ดุตา่ งๆ มขี ้าวน�ำ้ เป็นต้น เกื้อกูลผู้รับตามท่ีต้องการ ตามท่ีควรให้ พระสคุ ตตรสั สรรเสรญิ การเลอื กให้ ไดม้ แี บง่ ทานเปน็ ๒ คอื อามสิ ทาน ใหอ้ ามสิ สงิ่ ของ ธรรมทาน ใหธ้ รรม สั่งสอนหรือสอนแนะน�ำ การต้ังโรงเรียนก็จัดเข้าใน ข้อนี้ ทานข้อน้ีจดั เข้าในข้อทานมัยบญุ กิริยาวตั ถุ สมจรยิ า ความประพฤตสิ งบ ความประพฤตสิ มควร ความประพฤตสิ มำ�่ เสมอ กไ็ ดแ้ ก่ ศลี ความส�ำรวมระวงั กายวาจา ดว้ ยความตง้ั ใจ งดเวน้ กรรมทก่ี อ่ ภยั เวรตา่ งๆ เป็นต้นท่ีควรงดเว้น เช่นงดเว้นตามหลักศีล ๕ ข้อนี้ จงึ ตรงกบั สญั ญมะ ความส�ำรวมกายวาจาดว้ ยความตง้ั ใจ ทหี่ มายถึงศีล ขอ้ นจี้ ัดเข้าในสลี มยั บุญกริ ิยาวัตถุ

ความหมายของบุญและบารมี 15 เมตตาจติ จติ มเี มตตา รกั ใครผ่ กู เยอื่ ใย ปรารถนา ใหเ้ จรญิ สขุ มคี วามรสู้ กึ เปน็ มติ ร ดงั ทเ่ี รยี กวา่ มมี ติ รจติ มติ รใจ เมตตามอี นั เปน็ ไปในอาการใหป้ ระโยชนเ์ กอ้ื กลู เปน็ ลกั ษณะ มกี ารน�ำส่ิงทเ่ี ป็นประโยชนเ์ กื้อกลู เป็นรส คอื เปน็ กจิ หนา้ ทพี่ งึ ท�ำ มกี ารปลดเปลอ้ื งโทสะ พยาบาท อาฆาต เป็นเคร่ืองปรากฏ มีการแสดงความพอใจ ของสัตวท์ ง้ั หลายเปน็ ปทัฏฐาน ความสงบพยาบาทเปน็ สมบัติของเมตตา ความมีเสน่หาราคะเป็นวิบัติของ เมตตา เมตตาจติ นเี้ ปน็ ทมะประการหนงึ่ เพราะเปน็ การ ฝึกจิตให้เป็นเมตตาจิต มิให้เป็นจิตพยาบาท เพราะ เป็นการข่มกิเลส มีโทสะ พยาบาท อาฆาตเป็นต้น ท้ังเมตตานี้เป็นเหตุให้ท�ำทาน ให้สมาทานศีล หรือ สมจริยา หรือสัญญมะ ด้วยเมตตาจิตข้อน้ีจัดเข้าใน ภาวนามยั บุญกิริยาวัตถุ บญุ สว่ นเหตุ ๓ ข้อนี้ ใหเ้ กิดผลเป็นบญุ ส่วนผล ทง้ั ปวง คอื ความสขุ ตามทต่ี รสั ไวใ้ นนคิ มคาถาวา่ มผี ล เลิศต่อไป มีสุขเป็นก�ำไร เป็นเหตุแห่งสุข เข้าถึงโลก อนั ไมม่ คี วามเบยี ดเบยี นเปน็ สขุ ทงั้ โลกนโี้ ลกหนา้ จงึ ตรสั สอนมิใหก้ ลวั ตอ่ บญุ เพราะบุญเป็นช่อื แหง่ ความสุข

16 วิธีสร้างบุญบารมี ทกุ ชวี ิตอาศัยบุญ ทกุ ๆ คนทม่ี คี วามสขุ ความเจรญิ อยู่ ดงั เชน่ ทเ่ี ปน็ อยู่เดี๋ยวนี้ เพราะได้รับความดีจากท่านผู้มีความมุ่งด ี ท้ังหลาย เป็นต้นว่า ได้รับการบ�ำรุงเลี้ยงด้วยความรัก ทะนถุ นอมของมารดา บดิ าหรอื ของญาติ หรอื ของผรู้ บั อปุ การะตง้ั แตเ่ กดิ มาโดยล�ำดบั ไดร้ บั การสง่ั สอนอบรม ศลิ ปวทิ ยาจากครอู าจารย์ ไดร้ บั การปกครองเปน็ สว่ นรวม จากประเทศชาติ ทา่ นผเู้ กยี่ วขอ้ งเหลา่ นี้ ลว้ นไดป้ ระกอบ ความดใี หแ้ กต่ วั เราทกุ ๆ คน ท�ำใหเ้ ราทกุ ๆ คนสามารถ ด�ำรงชีวิตเติบโตขึ้นมามีความสุขความเจริญจนถึงเพียง นไี้ ด้ ถา้ ทา่ นเหลา่ นลี้ ว้ นกอ่ ความชว่ั รา้ ยเสยี หายให้ หรอื แม้ไม่ก่อให้เพียงแต่หยุดอยู่เฉยๆ ไม่ได้ท�ำความดีให ้ ตัวเรา ทุกๆ คนเกิดมาแลว้ ก็คงไม่อาจด�ำรงชวี ิตอยูไ่ ด้ หรือแม้ด�ำรงชีวิตอยู่ได้ ก็คงไม่ได้รับการศึกษาให้ได้ ความรู้เป็นอันขาด ทางท่ีจะให้เกิดความเจริญ ฉะน้ัน จงึ กลา่ วไดอ้ ยา่ งเตม็ ทว่ี า่ ทกุ ๆ คนเปน็ หนค้ี วามดขี องทา่ น ซงึ่ ไดป้ ระกอบกอ่ เกอื้ ใหแ้ กต่ นมาโดยล�ำดบั ความดแี ละ

¤ÇÒÁËÁÒ¢ͧºØÞáÅкÒÃÁÕ 17 ความชว่ั ทตี่ รงกนั ขา้ ม จงึ เปน็ สง่ิ ทม่ี อี ยจู่ รงิ และความดี ของคนดีทั้งหลายเป็นเครื่องเกื้อกูลตัวเราทุกๆ คน ความชั่วก็เป็นเคร่ืองตัดรอนตัวเราทุกๆ คน เฉพาะ ตัวเราเองน้ีแหละสำาคัญนัก ถ้าทำาดีก็เป็นความดี เป็น ศรมี งคลแกต่ วั ถ้าทาำ ชว่ั ก็เปน็ ความชวั่ เป็นกาลี เป็น อัปมงคลแก่ตัว เม่ือกล่าวให้กว้างออกไป โลกต้องพ่ึง ความดีของคนดีทั้งหลาย จึงเกิดความสุขความเจริญ สว่ นความชัว่ ของคนช่วั ทงั้ หลาย เปน็ เครื่องทาำ ลายโลก



วิธีสร้างบุญ ความดีดังทก่ี ล่าวมาน้ัน คือ บญุ สว่ นความชวั่ ท่ี ตรงกนั ขา้ ม คอื บาป บญุ ทเ่ี ปน็ สว่ นเหตคุ อื ความดนี นั้ เกิดจากการกระท�ำถ้าอยู่เฉยๆ ไม่ท�ำก็ไม่เกิดเป็นบุญ ข้ึน การกระท�ำบญุ เรียกว่า บุญกิรยิ า จ�ำต้องมีวตั ถ ุ คือส่ิงเป็นท่ีตั้ง หรือเรื่องของการกระท�ำซ่ึงเรียกว่า บุญกริ ิยาวตั ถุ แปลว่า สิ่งเป็นที่ตงั้ แหง่ การกระท�ำบญุ หรือเรอ่ื งแห่งการกระท�ำบญุ ทางพระพุทธศาสนาทา่ น แสดงไวโ้ ดยย่อ ๓ อย่างคือ (๑) ทานมัย บุญส�ำเร็จดว้ ยการบรจิ าคทาน (๒) สีลมัย บญุ สำ� เรจ็ ด้วยการรกั ษาศีล (๓) ภาวนามัย บญุ สำ� เรจ็ ดว้ ยการเจรญิ ภาวนา

20 วิธีสร้างบุญบารมี บญุ คอื ความดที ง้ั ๓ ขอ้ นี้ เรยี กวา่ เปน็ บญุ เพราะ เป็นเคร่ืองช�ำระล้างความชั่วตลอดถึงรากเหง้าของ ความชว่ั รากเหงา้ ของความช่ัวนน้ั เรียกว่า อกศุ ลมูล (รากเหง้าของอกุศล) มี ๓ อย่าง คอื โลภะ อยากได้ ๑ โทสะ คิดประทษุ ร้ายเขา ๑ โมหะ หลงไมร่ จู้ ริง ๑ ช�ำระลา้ งไดอ้ ย่างไร จักแสดงต่อไปโดยยอ่ สร้างบญุ ดว้ ยการให้ทาน ทาน แปลวา่ เจตนาเป็นเหตุให้ก็ได้ การใหก้ ไ็ ด้ สงิ่ ของทใี่ หก้ ไ็ ด้ การใหท้ านทางพระพทุ ธศาสนา ประสงค์ ให้รู้จักเลือกให้ คือเลือกบุคคลผู้รับว่าเป็นผู้สมควร เลือกวัตถุสิ่งของให้เหมาะสม และต้ังเจตนาให้ดีว่า เพื่อบูชาหรือเพ่ือสงเคราะห์อนุเคราะห์ และให้รู้จัก ประมาณให้เกิดความสุขท้ังแก่ผู้ให้ทั้งผู้รับ มิใช่ว่าเม่ือ ให้ไปแล้ว ผู้ใหเ้ องกลับขาดแคลนเป็นทกุ ข์ หรอื ใหส้ ิ่งท่ี มีโทษไป ผู้รับไปใช้อาจท�ำให้เป็นทุกข์ เดี๋ยวน้ีเม่ือพูด กนั วา่ ใหท้ านมกั เขา้ ใจกันว่า คอื ใหแ้ กค่ นขอทานตา่ งๆ

วิธีสร้างบุญ 21 เม่ือให้แก่พระหรือแก่ทางศาสนาหรือแก่วัด เรียกว่า ท�ำบุญ ความจริงกเ็ ป็นการให้ทานทง้ั น้นั การใหท้ านมี ความหมายอย่างกว้างๆ ว่าการสละบริจาคส่ิงอะไรแก่ ใครๆ หรือแก่องค์การอะไรๆ ด้วยการให้เปล่า มิใช่ เปน็ การซอ้ื ขายแลกเปลยี่ นหรอื ใหเ้ ชา่ และมคี วามหมาย ตลอดถึงการให้ก�ำลังกาย ก�ำลังวาจา ก�ำลังใจ ก�ำลัง ความคิด ความรู้ ช่วยในทางต่างๆ สรุปลงแล้วก็มี ๒ อยา่ ง คอื อามสิ ทาน ให้พัสดุส่งิ ของ อันเปน็ ก�ำลงั ทรพั ย์และก�ำลงั ภายนอกต่างๆ ๑ ธรรมทาน ให้ธรรม อย่างบอกศิลปวิทยาให้บอกทางของความดีความชั่ว ต่างๆ ให้ ๑ ตามความหมายน้ี ทานจงึ มีครอบคลุมอยู่ โดยทั่วๆ ไป มารดาบิดาได้ให้ชีวิต เลือดเนื้อและ การอปุ การะเลยี้ งดบู ตุ รธดิ ามาโดยล�ำดบั ครอู าจารยไ์ ด้ ให้ศลิ ปวทิ ยาแก่ศิษย์ พระมหากษตั ริย์พรอ้ มทงั้ รฐั บาล ได้ให้การปกครองบ�ำบัดทุกข์บ�ำรุงสุขแก่ประชาราษฎร์ พระพทุ ธเจา้ ไดใ้ หพ้ ระธรรมแกโ่ ลก และในทางตอบสนอง บุตรธิดาก็ให้แก่มารดาบิดา ด้วยการปฏิบัติตอบแทน พระคุณท่านต่างๆ ศิษย์ให้แก่ครูอาจารย์ด้วยการตั้งใจ

22 วิธีสร้างบุญบารมี เรยี นดปี ระพฤตดิ ี และตอบแทนอยา่ งอน่ื ๆ ตามโอกาส ประชาราษฎรก์ ใ็ หภ้ าษอี ากรถวายเปน็ ราชพลแี ละประพฤติ ตนให้ชอบด้วยหน้าที่ของพลเมืองดี มีความซื่อสัตย์ สุจริต จงรักภักดีในพระมหากษัตริย์และประเทศชาติ พุทธศาสนิกชนก็บริจาคอุปถัมภ์พระพุทธศาสนา และ ปฏบิ ตั พิ ระพทุ ธศาสนาตามสามารถ เมอื่ ทกุ ฝา่ ยตา่ งให้ แกก่ นั และกันในทางท่ีชอบ จึงเกดิ ความสขุ ความเจริญ การใหท้ านน้ี ขดั กบั โลภะ ความอยากได้ และมจั ฉรยิ ะ ความตระหนี่เหนียวแน่น เพราะความโลภเป็นเหตุให้ รวบรวมเข้ามา ความตระหน่ีเป็นเหตุให้หวงแหนไว้ ถ้าทุกๆ ฝ่ายต่างรวบรวมเข้ามาและหวงแหนไว้แต่ อย่างเดียว ก็จะเกิดความขาดแคลนอย่างย่ิงแก่ผู้ที่ไม่ สามารถ ซ่ึงมีอยู่เป็นอันมาก แต่การขาดแคลนนั้น จักหายไป ในเม่ือทุกๆ ฝ่ายต่างให้ทานแก่กันและกัน ตามฐานะ และการให้ทานนั้น ก็แสดงว่าเป็นการ ชนะใจ คอื ชนะความโลภ ความตระหน่ี ใหท้ านออกไป คราวหนงึ่ กช็ �ำระลา้ งความโลภ ความตระหนใี่ นสงิ่ ทใี่ ห้ นั้นได้คราวหน่งึ

วิธีสร้างบุญ 23 การให้ทานท่ไี ดบ้ ญุ มาก ความดที คี่ วรท�ำมอี ยเู่ ปน็ อนั มาก รวมเปน็ ขอ้ ใหญ่ ได้ ๓ อยา่ ง คอื ทาน ศีล ภาวนา ทานคอื การให้ ไมใ่ ช่ มีความหมายแคบๆ เพียงให้เงินทองข้าวของแก่ภิกษุ สามเณรหรือคนยากไร้ขาดแคลนเท่าน้ัน ทานทส่ี ำ� คญั ท่ีสุดคืออภัยทาน ทาน คือการให้อภัย การให้ทาน ไม่ว่าจะเป็นข้าวของเงินทอง จุดมุ่งหมายที่แลเห็นชัดๆ คือเพ่ือช่วยเหลือผู้อื่น แต่จุดส�ำคัญท่ีควรเข้าใจก็คือ เพอื่ ช�ำระกเิ ลสจากใจ กเิ ลสตัวนั้นคอื โลภะ ผทู้ ใี่ หท้ าน โดยมงุ่ ช�ำระกเิ ลสนนั่ แหละถกู ใหท้ านโดยมงุ่ ผลตอบแทน เปน็ ลาภ ยศ สรรเสรญิ ไมถ่ กู ขอใหอ้ ยา่ ลมื ความส�ำคญั ประการนี้ มีสติระลึกรู้ไว้ให้เสมอว่า การให้ทานแต ่ ละครั้ง ไม่ใช่ว่าเพื่อช่วยทุกข์ผู้อ่ืนอย่างเดียว แต่ต้อง มุ่งเพื่อละกิเลสกองโลภะด้วย อย่าคิดจะช่วยทุกข์ผู้อ่ืน ไปพร้อมกับที่คิดว่าจะได้รับผลตอบแทน เป็นความมี ลาภ ยศ สรรเสรญิ สุข จากการให้นั้นดว้ ย แล้วดีใจ ว่าการให้ทานของตนเป็นการยิงนกทีเดียวได้สองตัว

24 วิธีสร้างบุญบารมี ไดท้ ง้ั ผอู้ น่ื และจะไดล้ าภ ยศ สรรเสรญิ สขุ ของตนดว้ ย ถา้ จะดใี จวา่ ยงิ นกทเี ดยี วไดส้ องตวั กใ็ หเ้ ปน็ สองตวั คนละ อยา่ ง คอื ตวั หนง่ึ เปน็ การชว่ ยบ�ำบดั ทกุ ขข์ องผอู้ น่ื อกี ตวั หนึ่งเปน็ การละกเิ ลสในใจตนไปพร้อมกนั ใหด้ ีใจเชน่ น้ี นบั วา่ ใช้ได้ เป็นการไม่ผดิ การใหอ้ ภยั ทานส�ำคญั กวา่ ใหท้ านดว้ ยทรพั ยส์ ง่ิ ของ อภัยทานน้ีเป็นเคร่ืองละกิเลสกองโทสะโดยตรง เมื่อมี ผทู้ �ำใหไ้ มถ่ กู ใจแทนทจ่ี ะโกรธเกลยี ดกใ็ หอ้ ภยั เสยี นค้ี อื อภัยทาน เมื่อมีเหตุมาท�ำให้โกรธแล้วกลับไม่โกรธ อภยั ให้ เชน่ นไี้ มใ่ ช่ ผใู้ ดจะไดร้ บั ผลดขี องอภยั ทานกอ่ น เจ้าตัวผู้ให้เอง โกรธเกลียด อะไรเหล่านี้ท�ำให้จิตใจ เร่าร้อนไม่แจ่มใสเป็นทุกข์ เลิกโกรธเกลียดเสียได้เป็น อภัยทาน เป็นเหตุให้ไม่เร่าร้อน ให้แจ่มใส เป็นสุข ถ้าผู้ใดไม่เคยได้รับรสแห่งความสุขท่ีเกิดจากอภัยทาน กล็ องดไู ด้ เพอื่ ใหไ้ ดร้ บั รสนน้ั ไดล้ องกนั ไดใ้ นทนั ทนี แ้ี หละ เพราะคงจะมีท่ีนึกขัดเคือง โกรธเกลียดใครอยู่บ้างใน ขณะน้ี พิจารณาดูใจตนว่า เมื่อรู้สึกเช่นน้ันใจเป็นสุข แจม่ ใส หรอื พจิ ารณาใหเ้ หน็ จรงิ กจ็ ะเหน็ วา่ ใจขนุ่ มวั มาก หรือน้อยเท่าน้ัน น้อยก็เพียงขุ่นๆ มากก็จะถึงร้อน

วิธีสร้างบุญ 25 เมอื่ พจิ ารณาเหน็ สภาพเชน่ นนั้ ของใจทมี่ คี วามไมช่ อบใจ หรือความโกรธความเกลียดแล้ว เพื่อลองรับรสของ ความสขุ จากอภยั ทาน กใ็ หค้ ดิ ใหอ้ ภยั ผทู้ กี่ �ำลงั ถกู โกรธ ถกู เกลยี ดอยใู่ นขณะนนั้ ตอ้ งคดิ ใหอ้ ภยั จรงิ ๆ เลกิ โกรธละ อภยั ใหจ้ รงิ ๆ ละ ถา้ อภยั ไดจ้ รงิ เลกิ โกรธเกลยี ดไดจ้ รงิ แลว้ ใหย้ อ้ นพจิ ารณาดใู จตนเอง จะรสู้ กึ ถงึ ความเบาสบาย แจ่มใส ผิดกับเม่ือครู่ก่อน อย่างแน่นอน อภัยทานน้ี จึงมีคุณย่ิงนักแกจ่ ิตใจ อย่าคิดว่าคนน้ันคนน้ีท�ำผิดมาก ต้องโกรธ ตอ้ งไม่ใหอ้ ภยั เรื่องอะไรจะไปให้อภยั ในเม่ือรา้ ยกับเรา ถึงเพียงน้ันเพียงนี้ คิดเช่นน้ีแล้วก็ไม่ยอมอภัยให ้ มิหน�ำซ้�ำกลับหาเหตุมาท�ำให้โกรธมากข้ึนกว่าเดิม การคดิ เชน่ นอ้ี ยา่ เขา้ ใจวา่ เปน็ การลงโทษผทู้ ม่ี าวา่ รา้ ยกบั ตนมากจนไมต่ อ้ งการใหอ้ ภยั ความจรงิ เปน็ การท�ำโทษ ตัวเองต่างหาก เม่ือใจตัวเองต้องร้อนเร่าเพราะความ ไมอ่ ภยั จะเรยี กวา่ เปน็ การท�ำโทษผอู้ น่ื จะถกู ไดอ้ ยา่ งไร ต้องเรียกว่า เป็นการท�ำโทษตัวเองน่ันแหละถูก ผู้มี ปญั ญาพงึ ใชป้ ญั ญาเพยี งพอ ใหเ้ หน็ ประจกั ษแ์ กใ่ จถงึ คณุ ของอภัยทาน และโทษของการไมย่ อมอภยั

26 วิธีสร้างบุญบารมี รจู้ ักให้ ทำ� ใหค้ วามโกรธมลาย การใหม้ คี ณุ ผใู้ หส้ บายใจกวา่ ผรู้ บั แมค้ นโลภจะ อยากได้น่ันได้น่ีของคนนั้นคนนี้อยู่เสมอ เวลาได้ไป กย็ นิ ดพี อใจ แลว้ กอ็ ยากไดต้ อ่ ไป ความสบายใจของคน โลภ หรอื ผรู้ บั ยอ่ มไมม่ อี ยนู่ าน ประเดยี๋ วเดยี วทส่ี บายใจ ในการได้ แล้วก็จะร้อนใจต่อไปอีก เพราะความอยาก ไดอ้ ยา่ งอ่นื ต่อไปอีก ความอยากไดข้ องผู้รบั ทไ่ี มม่ เี วลา หยุดนั้นเอง ท่ีท�ำให้ผู้รับไม่เป็นสุขเหมือนผู้ให้ ผู้ให ้ โดยเฉพาะผทู้ ่ีใหด้ ้วยความเตม็ ใจ ยินดีท่จี ะอนเุ คราะห์ สงเคราะห์ ยอ่ มมคี วามสบายใจท่ีไดท้ �ำส่งิ ท่ปี รารถนา ผใู้ หน้ นั้ ยงิ่ มคี วามสบายใจ ยอ่ มมคี วามสขุ ทไี่ ดเ้ ปน็ ผู้ให้ ผู้ไม่เคยเป็นผู้ให้ย่อมไม่เคยรู้รสของการเป็นผู้ให้ อันนี้ไม่ได้หมายเพียงการให้ทรัพย์สินเงินทองสิ่งของ เทา่ นน้ั การใหอ้ ภยั ทานกร็ วมอยดู่ ว้ ย ทง้ั การใหอ้ ภยั ทาน ยังให้ความสุขแก่จิตใจเป็นพิเศษอีกด้วย คนโกรธม ี ความร้อน คนไม่โกรธไม่มีความร้อน นึกดูเพียงเท่าน ้ี กพ็ อจะเข้าใจวา่ อภัยทานมคี ณุ เพยี งไร

วิธีสร้างบุญ 27 อภัยทาน คอื การท�ำใจใหห้ ายโกรธ ผู้ใดท�ำให้ โกรธ ถ้าให้อภัยเสียกห็ ายโกรธ เขาจะรูห้ รอื ไมร่ ู้ เราผู้ โกรธแลว้ ให้อภยั จนหายโกรธนั้นแหละ เป็นผ้รู ู้ว่าจติ ใจ ของเราขณะเม่ือยังไม่ได้ให้อภัย กับเมื่อให้อภัยแล้ว แตกต่างกันมาก ร้อนเย็นผิดกันมาก ขุ่นมัวแจ่มใส ผิดกนั มาก วธิ ที จ่ี ะท�ำใหห้ ายโกรธทไ่ี ดผ้ ลแนน่ อนกค็ อื ใหท้ �ำใจ ให้สงบเป็นขน้ั แรก เมือ่ ใจสงบ ซึ่งจะตอ้ งอาศัยวิธีใหใ้ จ ถอนจากเรื่องทท่ี �ำใหโ้ กรธอย่กู ับเรอื่ งอ่นื ผูป้ ฏิบตั ิธรรม ทางพุทธศาสนา ใช้วิธีท่องพุทโธ หรือธัมโม สังโฆ จนใจสงบ เมอ่ื ใจอยกู่ บั พทุ โธ หรอื ธมั โม สงั โฆ ถอนจาก เรื่องทเี่ ป็นเหตใุ ห้โกรธ ความไม่คดิ ถงึ เรือ่ งที่ท�ำให้โกรธ กจ็ ะเกดิ ขน้ึ ในขณะนน้ั แมเ้ พยี งชวั่ ระยะเวลาหนงึ่ กย็ งั ดี เมื่อใจสงบเช่นนั้นแล้ว ให้คิดเปรียบเทียบดูว่า เวลาที่ ก�ำลังโกรธกับเวลาท่ีหยุดโกรธแม้เพียงชั่วครู่ชั่วยาม มคี วามเยน็ ใจในเวลาไหน เวลาโกรธหรอื เวลาหายโกรธ ย่อมจะได้ค�ำตอบท่ีถูกต้องแน่นอน และถ้าไม่ด้ือจน เกนิ ไป กค็ งจะพยายามรกั ษาความเยน็ ใจไว้ อาจจะทอ่ ง

28 วิธีสร้างบุญบารมี พทุ โธตอ่ ไปใหน้ านเทา่ ทม่ี เี วลาจะท�ำไดก้ ไ็ ด้ หรอื อาจจะ พยายามคดิ วา่ ความโกรธไมเ่ ปน็ คณุ อยา่ งใดเลย เปน็ โทษ เท่านั้น และความโกรธจะหายไปไม่ได้ ถ้าไม่อภัยให้ ผเู้ ปน็ เหตุแห่งความโกรธเสีย ที่ว่าความโกรธจะหายไปไม่ได้น้ันหมายความว่า ความโกรธท่ีจะต้องดับไปแน่นอนตามธรรมดาของสิ่ง ท้ังหลายท้ังปวง ท่ีเมื่อมีเกิดต้องมีดับ แต่การที่ความ โกรธดับไปเองตามหลักธรรมดาจะไม่หมดไปจากใจ จักฝังอยู่เป็นความมัวหมองของใจ แม้จะสังเกตเห็น ไมไ่ ดใ้ นขณะทดี่ บั แตเ่ มอ่ื ถงึ เวลาเกดิ ขนึ้ อกี จะเพม่ิ มากขน้ึ คนทอ่ี ะไรนดิ อะไรหนอ่ ยกโ็ กรธนนั้ เปน็ ผทู้ มี่ คี วามโกรธ ฝงั สะสมอยใู่ นใจแลว้ เปน็ อนั มาก ความโกรธนนั้ เกดิ ขนึ้ ทีหน่ึง แม้ดับไปแล้วก็จะไม่หายไปไหน แต่จะฝังอยู่ ในใจ เป็นพื้นแห่งความเศร้าหมองไม่บริสุทธ์ิผ่องใส แตถ่ า้ หาเหตผุ ล ใหเ้ กดิ ความรสู้ กึ ไมถ่ อื โกรธ คอื ใหอ้ ภยั เสียได้ในทันที ไม่ปล่อยให้ดับไปเองตามหลักธรรมดา นนั้ แหละจงึ จะท�ำใหค้ วามโกรธในเรอ่ื งนนั้ ๆ ไมฝ่ งั ลงเปน็ พื้นใจต่อไป แต่จะหมดสิ้นไปได้เลย เหมือนสีท่ีหยด ลงพื้น ถ้าใช้น�้ำมันเช็ดเสียให้สะอาดหมดจดทันทีก็จะ

วิธีสร้างบุญ 29 ไม่ฝังลงในเน้ือ แต่ถ้าไม่เช็ดให้หมดจดท้ิงไว้แม้จะแห้ง ไม่ติดมือติดเท้า แต่ก็จะเป็นรอยมลทินติดอยู่อย่าง แนน่ อน แมจ้ ะขดู ขดั ในภายหลงั กย็ ากทจี่ ะสะอาดไดจ้ รงิ สู้ท�ำความสะอาดเสียทันท่วงทีไม่ได้ อภัยทานเปรียบ เหมอื นการท�ำความสะอาดในทันทีนั่นเอง องค์ประกอบของทานทส่ี มบรู ณ์ องค์สมบัติของทานน้ันตรัสไว้ว่ามี ๓ อย่างคือ เจตนาสมบัติ ถึงพร้อมด้วยเจตนา หมายความว่า มีเจตนาดีในกาลทั้ง ๓ คือ ก่อนให้ ก�ำลังให้ และ ให้แล้ว วัตถุสมบัติ ถึงพร้อมด้วยวัตถุ คือมีวัตถุที่ สมควรจะให้ อนั จะเปน็ ประโยชนแ์ กผ่ รู้ บั ปฏคิ าหกสมบตั ิ ถงึ พรอ้ มดว้ ยผรู้ ับ คือมผี รู้ บั ทส่ี มควร เจตนาสมบตั ขิ อ้ แรก ถา้ คดิ ดสู กั หนอ่ ยกจ็ ะเหน็ วา่ มีความส�ำคัญเป็นประการแรก เพราะถา้ ไม่มเี จตนาจะ ให้เกิดข้ึน การให้ก็เกิดขึ้นไม่ได้ หรือมีเจตนาจะให ้ เหมอื นกนั แตม่ ใิ ชใ่ หใ้ นทางเปน็ บญุ ใหใ้ นทางเปน็ สนิ บน เป็นต้นก็ไมเ่ รยี กวา่ เป็นเจตนาสมบตั ิ เมื่อมีเจตนาท่ีจะ

30 วิธีสร้างบุญบารมี สละบรจิ าค เพอ่ื สงเคราะหอ์ นเุ คราะหบ์ ชู าแกผ่ ทู้ ม่ี คี วาม สมควร เชน่ นั้นจงึ จะเป็นเจตนาสมบัติ วัตถุสมบัติก็มีความส�ำคัญ เพราะจะต้องมีวัตถุ อนั สมควร หมายถงึ วตั ถทุ เ่ี ปน็ ของตน อนั เกดิ จากการ แสวงหาไดม้ าในทางทชี่ อบ ทงั้ เปน็ สงิ่ ทจ่ี ะเปน็ ประโยชน์ แกผ่ รู้ บั เชน่ ถา้ ผรู้ บั ขาดแคลนอาหารกใ็ หอ้ าหาร ผรู้ บั ขาดแคลนยาก็ให้ยาเป็นต้น สมบัติข้อน้ีจึงได้แก่ผู้ที่มี ทรพั ย์ส่ิงของ ถ้าไร้ทรพั ย์กไ็ มอ่ าจจะท�ำทานได้ ฉะนั้น พระพทุ ธเจ้าจงึ ทรงสอนให้แสวงหาทรัพย์ ก่อน ดงั ท่มี ีในหลกั ธรรมวา่ ดว้ ยประโยชน์ปจั จุบัน และ เม่ือแสวงหาได้ทรัพย์มาแล้ว ยังทรงสอนให้แบ่งทรัพย์ ออกเป็นส่วน ๆ เช่นได้ตรัสสอนไว้ในพระสูตรหน่ึงว่า “พงึ แบง่ โภคะออกเป็น ๔ ส่วน คอื บริโภคใชส้ อยสว่ น หนงึ่ ประกอบการงานสองสว่ น เกบ็ ไวส้ ว่ นหนง่ึ ส�ำหรบั คราวอนั ตราย” สว่ นปฏคิ าหกสมบตั ิ ขอ้ ท้ายกม็ คี วาม ส�ำคญั เพราะจะต้องไดผ้ ้ทู ี่สมควรจะรับ มิใชว่ ่าจะควร ให้โดยไม่เลอื ก ไดม้ ีสุภาษติ กล่าวว่า

วิธีสร้างบุญ 31 “ทานท่ีเลือกให้ ไม่ใช่ให้โดยไม่เลือก พระสุคต ทรงสรรเสรญิ ” ทานทปี่ ระกอบดว้ ยองคส์ มบตั ทิ ง้ั สามนี้ เป็นทาน ทีถ่ กู ต้องในพระพทุ ธศาสนา สร้างบญุ ด้วยการรักษาศลี ศลี แปลวา่ ปกติ หมายถงึ ปกตกิ าย ปกตวิ าจา ปกตใิ จ เพราะมใี จคดิ งดเวน้ จากโทษทางกาย ทางวาจา ทคี่ วรงดเว้น ดงั เช่นทรี่ ะบไุ วใ้ นศลี ๕ ศีลจึงส�ำเรจ็ ด้วย วิรัติเจตนา แปลว่า เจตนาคดิ งดเว้น ค�ำวา่ วิรัติ กบั ค�ำวา่ เวรมณี แปลวา่ งดเวน้ เหมอื นกนั วริ ตั โิ ดยทว่ั ไป มี ๓ คอื ๑. สมั ปตั ตวริ ตั ิ ความเวน้ จากวตั ถทุ จ่ี ะพงึ ลว่ งได้ อันมาถึงเฉพาะหน้า คือไม่ได้รับถือศีลมากอ่ น แตเ่ มื่อ ได้พบสัตว์มีชีวิตที่จะฆ่าได้ ไปพบทรัพย์ที่จะลักได้ แต่ก็เว้นได้ไม่ฆ่า ไม่ลัก เป็นต้น ความคิดงดเว้นได้ อย่างน้ีก็เป็นศีลเหมือนกัน แต่ถ้างดเว้นเพราะไม่ได้ โอกาส ไม่จัดวา่ เปน็ ศลี

32 วิธีสร้างบุญบารมี ๒. สมาทานวริ ตั ิ ความงดเวน้ ดว้ ยอ�ำนาจการถอื เป็นกิจวัตร การรับถือศีลท่ีเรียกว่า สมาทานศีล เพราะค�ำว่าสมาทาน แปลว่าการรับถือ จะสมาทาน ดว้ ยตนเองคอื ตงั้ จติ วา่ จะงดเวน้ จากโทษขอ้ นนั้ ๆ เองกไ็ ด้ จะสมาทานด้วยรับจากผู้อ่ืน ซึ่งเป็นผู้มีศีลเช่นจาก พระภกิ ษสุ ามเณรกไ็ ด้ ถงึ แมจ้ ะรบั จากผอู้ นื่ กม็ ใิ ชจ่ ะรบั แตป่ าก ตอ้ งตงั้ ใจรับจึงจะได้ศีล ก่อนแต่รับศลี จากผมู้ ี ศลี มีธรรมเนยี มของสรณะและศีลดังกลา่ วแลว้ ๓. สมจุ เฉทวริ ตั ิ ความเวน้ ดว้ ยตดั ขาดมอี นั ไมท่ �ำ อยา่ งนนั้ เปน็ ปกติ ตามภมู ขิ องคนผปู้ ฏบิ ตั ิ ทา่ นกลา่ ววา่ เปน็ วริ ตั ขิ องพระอรยิ เจา้ แตเ่ มอื่ จะอธบิ ายใหฟ้ งั ทว่ั ๆ ไป ก็อาจอธิบายไดว้ า่ คอื เวน้ จนเป็นปกตขิ องตนจรงิ ๆ สรุปเบญจศลี คือ ๑. เว้นจากการฆา่ สัตว์มีชีวติ ๒. เวน้ จากการถอื เอาสงิ่ ของทเี่ จา้ ของไมไ่ ดใ้ หด้ ว้ ย จติ คิดลกั ๓. เว้นจากการประพฤตผิ ดิ ในกาม ๔. เวน้ จากการกลา่ วเทจ็

วิธีสร้างบุญ 33 ๕. เวน้ จากการดม่ื นำ้� เมาคอื สุราเมรยั อันเปน็ ท่ ี ต้ังแหง่ ความประมาท เบญจธรรม แปลว่า ธรรม ๕ ประการ ค�ำวา่ ธรรม แปลว่าทรงไวห้ รอื ด�ำรงรักษาไว้ ในที่นี้หมายถึง ส่วนท่ีดี จึงมีความหมายว่า ทรงคือรักษาไว้หรือด�ำรง รักษาไว้ ๕ ประการ ในท่ีนี้หมายถึงธรรมท่ีคู่กันกับ ศลี ๕ เรยี กวา่ กัลยาณธรรม แปลวา่ ธรรมงาม เป็น เครื่องบ�ำรุงจิตใจให้งดงาม สร้างอัธยาศัยนิสัยที่ดี ศีล เป็นเหตุให้งดเว้นไม่ท�ำสิ่งที่เป็นโทษ ถ้ามีเพียงศีลก็มี เพยี งงดเวน้ ไดจ้ ากโทษ แตก่ ย็ งั มไิ ดท้ �ำคณุ ความดี ตอ่ เมอื่ มธี รรมอยดู่ ว้ ยจงึ จะเปน็ เหตใุ หท้ �ำคณุ ความดี ยกตวั อยา่ ง เช่น รักษาศีล ไม่ฆ่าสัตว์ตัดชีวิต เดินไปพบคนนอน หลับอยู่ในทางรถไฟ มีรถไฟแล่นมาแต่ไกล ควรจะ ปลกุ บอกเขาไดแ้ ตไ่ มป่ ลกุ บอก อยา่ งนศี้ ลี ไมข่ าดเพราะ มิได้ไปฆ่าเขา แต่ขาดธรรม คือเมตตา ต่อเมื่อปลุก ให้เขารีบหลีกออกเสียจากรางด้วยเมตตา จิตจึงจะ ชอื่ วา่ มธี รรม ฉะนนั้ พระพทุ ธเจา้ จงึ ตรสั ทงั้ ศลี ทงั้ ธรรม ค่กู นั ไวใ้ นท่หี ลายแหง่ วา่ “มีศลี มีกลั ยาณธรรม” ดงั น้ี

34 วิธีสร้างบุญบารมี ๑. เมตตากรุณา คู่กบั ศลี สกิ ขาบทท่ี ๑ ๒. สมั มาอาชวี ะ คกู่ ับศีลสกิ ขาบทที่ ๒ ๓. ความส�ำรวมในกาม คู่กบั ศลี สิกขาบทท่ี ๓ ๔. ความมสี จั จะ คู่กับศีลสิกขาบทที่ ๔ ๕. ความมสี ตริ อบคอบ ค่กู ับศลี สกิ ขาบทที่ ๕ เบญจธรรมนี้ไม่ต้องขออย่างขอศีล ให้ปฏิบัต ิ อบรม บ่มเพาะปลูกให้มีข้ึนประจ�ำจิตใจด้วยตนเอง ได้มีพุทธภาษิตตรัสไว้ ท่ีแปลความว่า “พึงประพฤติ สุจริตธรรม ไม่ประพฤติทุจริตธรรม ผู้ประพฤติธรรม โดยปกตยิ ่อมอยเู่ ปน็ สุข ทัง้ โลกน้ี ทง้ั ในโลกอน่ื ” ศีล เป็นความดีท่ีสูงกว่าทานขึ้นมาอีกช้ันหนึ่ง มคี วามหมายกว้างๆ วา่ ความประพฤติงดเว้นจากการ เบียดเบียนกันและกันให้เดือดร้อน เรียกว่าอภัยทาน แปลวา่ ใหอ้ ภยั คอื ใหค้ วามไมม่ เี วรมภี ยั แกใ่ ครๆ เรยี กวา่ เป็นบุญ เพราะเปน็ เครือ่ งช�ำระล้างโทสะ คอื ความคิด ประทษุ รา้ ย เพราะศลี คอื ความเวน้ จากความประทษุ รา้ ย เขา เม่ือรกั ษาศีลไว้ได้ ก็เป็นอนั ช�ำระใจในข้อน้ี

ÇÔ¸ÕÊÌҧºØÞ 35 สร้ำงบญุ ดว้ ยกำรภำวนำ คาำ วา่ ภาวนา ไมใ่ ชห่ มายถงึ การทอ่ งบน่ อะไรเบาๆ ในใจอยา่ งไมร่ เู้ รอื่ ง ดงั ทเ่ี ขา้ ใจกนั อยโู่ ดยมาก ตามศพั ท์ แปลวา่ การทำาใหม้ ขี นึ้ ใหเ้ ป็นขึ้น จงึ มคี วามหมายถงึ การปฏิบัติ ให้บังเกิดผลได้อย่างจริงจัง เหมือนอย่าง เรยี นมาแลว้ ทาำ ไมไ่ ด ้ ไมเ่ รยี กวา่ ภาวนา ตอ่ เมอื่ มาปฏบิ ตั ิ หรือทำาให้มีขึ้น ให้เป็นข้ึน จึงเรียกว่า ภาวนา คำาว่า ภาวนา จงึ มคี วามหมายแขง็ แรง เปน็ ภาคปฏบิ ตั โิ ดยตรง ในที่นี้หมายถึง การอบรมจิตใจให้ตั้งม่ัน จัดเป็น จิตตสิกขา หรอื สมาธิ ๑ อบรมความรู้ความเหน็ ท่ีถกู ชอบให้มีขึ้น จัดเป็นปัญญาสิกขา ๑ รวมความแล้ว อบรมใจให้บริสุทธิ์สะอาด ให้สว่างไสวด้วยสมาธิและ ปัญญา เรียกว่าเป็นบุญ คือความดีท่ีสูงกว่าศีลขึ้นมา เพราะเป็นเครื่องชำาระล้างโมหะ คือความหลงไม่รู้จริง ใหห้ มดไป



ผลของบุญ บุญ คือความดี อนั ไดแ้ กท่ าน ศลี และภาวนา ดงั กลา่ วมานเ้ี ปน็ บญุ สว่ นเหตุ ใหบ้ งั เกดิ ผล คอื ความสขุ ซ่ึงท่านจัดเป็นบุญอีกเหมือนกัน เรียกว่าบุญส่วนผล ซงึ่ เกดิ จากความบรสิ ทุ ธใิ์ จ จติ ใจทก่ี ลมุ้ รมุ อยดู่ ว้ ยอกศุ ล มลู คอื โลภะ โทสะ โมหะ เปน็ จติ ใจบาป เมอื่ จติ ใจเปน็ บาปเสยี แลว้ กเ็ ปน็ เหตใุ หท้ �ำบาปตา่ งๆ สว่ นจติ ใจทช่ี �ำระ โลภะ โทสะ โมหะ ออกเสยี ได้ หรือจะพูดว่าเปน็ จิตใจ ที่ประกอบด้วยอโลภะ ไม่อยากได้ อโทสะ ไม่คิด ประทุษร้ายเขา อโมหะ ไม่หลง ก็ได้เป็นจิตใจบุญ เมื่อมีจิตใจเป็นบุญ ก็เป็นเหตุให้ท�ำบุญต่างๆ อโลภะ อโทสะ อโมหะ ท้ัง ๓ นี้ ท่านเรียกว่า กุศลมูล แปลวา่ รากเหงา้ ของกศุ ล ตรงกนั ขา้ มกบั อกศุ ลมลู โดย

38 วิธีสร้างบุญบารมี ความคือจิตใจบาปและจิตใจบุญน้ันเอง กุศล แปลว่า กจิ ของคนฉลาด หมายถงึ ความดี เชน่ เดยี วกบั บญุ อกศุ ล แปลว่า กจิ ของคนไม่ฉลาด หมายถงึ ความช่ัวเชน่ เดียว กับบาป สรุปความว่า ผลของบุญคือความดีน้ัน คือ ความสขุ ทเ่ี กดิ จากความบรสิ ทุ ธใิ์ จ เพราะการท�ำบญุ คอื ความดโี ดยตรง มงุ่ ช�ำระฟอกลา้ งจติ ใจใหบ้ รสิ ทุ ธสิ์ ะอาด จากโลภะ โทสะ โมหะ ซ่ึงเป็นอกุศลดังกล่าวมาแล้ว นเ้ี รยี กวา่ ทำ� บญุ เพอื่ บญุ หรอื ทำ� ความดี เพอ่ื ความดี แตล่ ะคนถา้ ลองหดั ท�ำบญุ เพอ่ื บญุ ดงั กลา่ ว จะไดค้ วามสขุ อนั เกดิ จากความบรสิ ทุ ธใิ์ จ ซง่ึ เปน็ ความสขุ อยา่ งบรสิ ทุ ธิ์ ในปจั จุบนั ทีท่ �ำน้เี อง ทางพระพุทธศาสนามงุ่ ผลดที ี่เปน็ ปัจจุบันเช่นนี้ มิใช่มุ่งผลแก่คนที่ตายไปแล้วคือผลใน โลกหน้า แต่ความดีทั้งหลายน้ัน ย่อมให้ผลยั่งยืน ดงั เชน่ ความดที บี่ รรพบรุ ษุ บรรพสตรขี องชาตไิ ดบ้ �ำเพญ็ มาแลว้ ในอดีต ก็ยงั อ�ำนวยผลแกค่ นรุ่นเราในปัจจบุ นั นี้ ถา้ คนรนุ่ เราในปจั จุบันนีไ้ ม่ชว่ ยกันท�ำลายความดที ่ีท่าน สรา้ งไว้ ช่วยกนั สรา้ งความดีสืบตอ่ ไป ไม่เอาแต่ โลภ โกรธ หลง ซ่ึงเป็นอกุศลมูลขึ้นหน้า ก็จะได้ความสุข แต่ละคน และจะสืบความสุขต่อไปถึงอนุชนภายหน้า

ผลของบุญ 39 ไม่ต้องเสียชื่อว่าเสื่อมสิ้นดี ยังมีความดีให้คนรุ่นต่อไป ระลกึ และนับถอื ผทู้ ที่ �ำบญุ ท�ำกศุ ลท�ำคณุ งามความดเี พราะรวู้ า่ เปน็ สิง่ ควรท�ำนั้นถกู ตอ้ ง จกั ไม่เกดิ ผลไมด่ ีอยา่ งใด แต่ผู้ที่ ท�ำบุญท�ำกศุ ล ท�ำคณุ งามความดเี พราะรูว้ า่ จะไดร้ บั ผล ตอบแทนทด่ี ตี า่ งๆ เชน่ นไี้ มถ่ กู ตอ้ งสมบรู ณ์ เพราะมที าง จะกอ่ ใหเ้ กดิ โทษได้ ไหนๆ จะท�ำบญุ ท�ำกศุ ลท�ำดกี นั ทง้ั ที ก็ควรเข้าใจและควรท�ำใจให้ถูกต้อง เพื่อจักได้เสวยผล แห่งการท�ำนั้นเตม็ บรบิ รู ณเ์ ป็นอานสิ งส์ ถ้าจะปล่อยนกปล่อยปลาสักทีก็ขอให้ท�ำใจให้ได้ วา่ เพอ่ื ใหช้ วี ติ แกส่ ตั ว์ ไมใ่ ชเ่ พอื่ ใหต้ วั เองหายเจบ็ หายไข้ มีอายุม่ันขวัญยืน ถ้าจะให้เงินให้ทองคนยากจนเม่ือใด กข็ อใหท้ �ำใจใหไ้ ดว้ า่ เพอ่ื ชว่ ยบรรเทาความล�ำบากยากไร้ ของเพอื่ นมนษุ ยด์ ว้ ยกนั ไมใ่ ชเ่ พอื่ ไมใ่ หต้ วั เองขาดแคลน หรือถ้าเกิดขาดแคลนข้ึนเมื่อใดขอให้มีผู้มาช่วย ถ้าจะ สวดมนตภ์ าวนากข็ อใหท้ �ำใจใหไ้ ดว้ า่ เพอื่ ใหใ้ จเกดิ สมาธิ หรือให้ใจน้อมนึกถึงคุณพระรัตนตรัยไม่ใช่เพ่ือให้เกิด ผลอย่างอ่ืน

40 วิธีสร้างบุญบารมี ที่ยกมาเป็นตัวอย่างน้ีเพียงส่วนน้อย ยังมีการ ท�ำบญุ ท�ำกศุ ลท�ำความดอี กี หลายอยา่ งทผ่ี ทู้ �ำควรท�ำใจ ให้ถูกต้อง ท�ำใจเสียให้ถูกแล้วผลท่ีเกิดข้ึนจะดีเอง จะปราศจากโทษเอง เพราะผลดผี ลรา้ ยนนั้ ไมไ่ ดเ้ กดิ จาก ใจมงุ่ มาดปรารถนา ผลเกดิ แตเ่ หตุเทา่ นั้น เหตสุ มควร แลว้ ผลตอ้ งเกดิ แน่ การไปมงุ่ ผลแมท้ �ำเหตสุ มควรแกผ่ ล ที่มุ่งนัน้ กไ็ มถ่ กู ตอ้ งแทจ้ รงิ การอิจฉาริษยา น้อยเนื้อต่�ำใจ ทะเยอทะยาน รวมทง้ั ความโลภ โกรธ หลงท้งั หลาย เกิดไดจ้ ากการ ท�ำใจไมถ่ กู เมอื่ ท�ำบญุ ท�ำกศุ ลท�ำคณุ งามความดี อธบิ าย เช่นนี้อย่าคิดผิดหนักยิ่งขึ้นไปว่า ถ้าเช่นน้ันก็อย่าท�ำ บุญกุศลเสียเลยดีกว่า การท�ำบุญท�ำกุศลท�ำคุณงาม ความดเี ปน็ สงิ่ ดแี น่ ดแี ท้ ควรท�ำดว้ ยกนั ทกุ คน แตเ่ มอ่ื ท�ำแลว้ ท้ังทกี ค็ วรพยายามทุกอยา่ งทีจ่ ะให้ไดผ้ ลบรสิ ทุ ธิ์ ปราศจากมลทินเครื่องเศร้าหมอง ขอใหท้ กุ คนลองดูแตบ่ ัดน้ี แลว้ สงั เกตดจู ติ ใจตน ใหเ้ หน็ ผลชดั แจง้ วา่ เมอื่ ท�ำบญุ ท�ำกศุ ลท�ำคณุ งามความดี ดว้ ยการท�ำใหถ้ กู ดงั กลา่ ว จะสบายใจกวา่ หรอื ไม่ จกั ได้ รบั ผลดเี พมิ่ ขนึ้ หรอื วา่ นอ้ ยลง ขอใหท้ กุ คนตงั้ ใจไวใ้ หด้ ี

ผลของบุญ 41 ท�ำใจให้ถูกทุกคร้ังที่จะท�ำบุญท�ำกุศลท�ำคุณงามความดี ซงึ่ ทกุ คนมโี อกาสทดลองดว้ ยกนั ทงั้ นน้ั ออกจากบา้ นไป พบขอทานสกั คน หยบิ เงนิ ออกสง่ ให้ ท�ำใจใหถ้ กู วา่ เพอื่ ช่วยให้เขาขาดแคลนน้อยลง ท�ำใจให้เกิดความรู้สึก เช่นนั้นใหไ้ ด้จรงิ ๆ พยายามท�ำใหไ้ ด้ทุกครง้ั ไม่ว่าจะให้ อะไรใครกต็ าม แลว้ จะพบความรสู้ กึ อยา่ งใหมใ่ นใจ เปน็ ความรู้สึกที่มีค่าเกินกว่าค่าของการบริจาคเป็นอันมาก ผู้ท่ีย่ิงบริจาคท�ำบุญท�ำกุศลมากเพียงไร ย่ิงจ�ำเป็นต้อง ท�ำใจให้ถูกมากเพียงน้ัน ไม่เช่นน้ันแล้ว บุญกศุลท่ีท�ำ โดยตั้งใจไว้ไม่ถูกจะพาไปให้ต้องเป็นทุกข์ในภพภูม ิ ต่อไป เพราะจะพาให้ต้องเกิดนั้นเอง บริจาคแล้วก็ วางเสยี อยา่ ไปยดึ มน่ั เอาไว้ วา่ ไดท้ �ำนนั่ บรจิ าคนม่ี ากมาย จะมวี มิ านในเมอื งฟา้ ใหญโ่ ตมโหฬารยงิ่ ขน้ึ ทกุ ที อยา่ ท�ำ ไปโดยยึดม่ันไปเป็นอันขาด จะได้พ้นทุกข์สิ้นเชิงใน วนั หนง่ึ ความพน้ ทกุ ขส์ น้ิ เชงิ นเี้ ปน็ ทพี่ งึ ปรารถนาอยา่ งยง่ิ และกอ็ ยา่ เหน็ วา่ การปรารถนาความพน้ ทกุ ขส์ น้ิ เชงิ เปน็ โลภะ โลภนน้ั หมายถึงปรารถนาต้องการในสิง่ ที่จะพา ให้เกิดกิเลส เช่นยึดอยู่ หลงอยู่ ปรารถนาต้องการ ความบรสิ ทุ ธ์ิหลุดพน้ หาไดเ้ ปน็ โลภะไม่

42 วิธีสร้างบุญบารมี บุญกับกศุ ล มีค�ำอยู่สองค�ำท่ีพูดถึงกันอยู่เนืองๆ โดยเฉพาะ ผนู้ บั ถอื พระพทุ ธศาสนาจะพดู ค�ำทง้ั สองนกี้ นั เปน็ ประจ�ำ แทบทุกคน ค�ำท้ังสองน้ี ก็คือค�ำว่า “บุญ” กับค�ำว่า “กุศล” และปกติก็พูดคู่กันไปว่าบุญกุศล เช่นท�ำบุญ ท�ำกศุ ล แตก่ ค็ งจะมไี มน่ อ้ ย ทไ่ี มเ่ ขา้ ใจค�ำวา่ บญุ และกศุ ล นถ้ี กู ตอ้ งเพยี งพอ ขออธบิ ายใหฟ้ งั พอสงั เขป เพอื่ ความ เข้าใจทถี่ กู ตอ้ ง ท�ำบุญเป็นเรื่องของกาย เช่นให้ทาน เป็นเรื่อง ของวัตถุ ทห่ี ยบิ ยกให้กันได้ แต่ท�ำกศุ ลเป็นเรือ่ งของใจ เป็นการอบรมใจให้งดงามผ่องใสห่างไกลจากกิเลสโดย ควร บุญกุศลเป็นของคู่กัน ไม่ควรแยกจากกัน คือ ไม่ควรเลือกท�ำแต่บุญ หรือไม่ควรเลือกท�ำแต่กุศล ควรต้องท�ำท้ังบุญและกุศลควบคู่กันไป จึงจะสมบูรณ์ เหมือนกินข้าวแล้วก็ต้องกินน�้ำ ไม่เช่นนั้นจะไม่รู้สึกว่า เพียงพอแล้ว กินแตข่ ้าวไมก่ ินน�ำ้ เรียกว่าบริโภคอาหาร อ่ิมเรียบร้อย ต้องกินท้ังสองอย่างเรียบร้อยจึงจะเรียก

ผลของบุญ 43 วา่ บรโิ ภคอาหารมอ้ื นนั้ เสรจ็ เรยี บรอ้ ย ท�ำบญุ จงึ ตอ้ งท�ำ กศุ ลด้วย ท�ำบญุ จงึ ตอ้ งท�ำกศุ ลดว้ ยกค็ อื เมอ่ื ใหท้ านทงั้ หลาย รวมทั้งการถวายอาหารพระ ให้อาหารเป็นทานแก่ผู้ ต้องการ หรือให้เงินทองแก่ผู้ขาดแคลนเหล่านี้เป็นต้น เม่ือให้ทานดังกล่าวแล้วควรต้องท�ำกุศลด้วย คืออบรม ใจตนเองใหม้ ีกุศล กุศล หมายถึงความฉลาด อบรมใจ ให้มกี ุศลก็คอื อบรมใจใหฉ้ ลาด ใหม้ ีปัญญาสามารถพา ตนใหพ้ น้ จากความทกุ ขค์ วามเดอื ดรอ้ นทางใจใหไ้ ดก้ าร อบรมใจใหฉ้ ลาดน้แี หละ คือการท�ำกศุ ล อยา่ งไรกต็ าม บางทบี ญุ และกศุ ลกเ็ กยี่ วพนั กนั อยู่ อยา่ งแยกกนั ไมอ่ อก เชน่ การท�ำทาน บางครง้ั กเ็ ปน็ เรอื่ ง ของบุญ แต่บางครั้งก็เป็นเร่ืองของกุศล เช่นอภัยทาน อภัยทานน้ีเป็นเร่ืองของกุศลได้ เป็นเร่ืองของบุญก็ได้ ถ้าผู้ใดมีโทษต่อตน เช่น ท�ำให้ตนโกรธแค้นขัดเคือง แม้ว่าจะอภัยโทษให้อย่างเสียไม่ได้ น่ันก็เรียกว่าเป็น บญุ ได้ แตไ่ มเ่ รยี กวา่ เปน็ กศุ ล แตถ่ า้ ใจมเี หตผุ ล มเี มตตา แล้วอภัยโทษให้ เป็นการอภัยโทษด้วยความเต็มใจ

44 วิธีสร้างบุญบารมี ด้วยใจท่ปี ระกอบด้วยเหตผุ ลอนั ใคร่ครวญแลว้ น่ันเปน็ กศุล เป็นการท�ำกศุล ทั้งๆ ที่เป็นการอภัยโทษหรือ เป็นอภัยทานด้วยกัน แต่ก็แยกจากกันได้ในเร่ืองเป็น บุญหรือเป็นกุศล จึงเห็นได้ชัดว่าเรื่องของกุศล ถ้าใจ สว่างขึ้น มีปัญญาขึ้น น่ันเป็นกุศล ถ้าใจไม่เกิดผล เป็นความใส ความสว่าง ความมีปัญญาอย่างใดเลย นั่นกเ็ ปน็ เรื่องของบุญเทา่ นัน้ ท่ีประณีตย่ิงกว่านั้นก็คือ แม้ว่าจะไม่สามารถให้ อภัยทาน ที่เป็นบุญได้ แต่ถ้าใจไม่ถือโทษเพราะสว่าง แล้วด้วยปัญญา ด้วยเหตุผล ด้วยเมตตา น้ันก็เป็น อภัยทาน นั้นก็เป็นกุศล บุญกับกุศล ส่ิงใดที่ไหน มีความส�ำคัญกว่ากัน ยกข้อน้ีข้ึนพิจารณาก็น่าจะเห็นได้ ว่ากุศลส�ำคัญกว่า กุศลเปรียบเทียบเหมือนข้าว บุญเปรียบเหมือนน�้ำ อมิ่ ขา้ วแลว้ ไม่ไดก้ ินน�้ำ แมจ้ ะรู้สกึ ไมอ่ ิ่มสมบรู ณ์ แตก่ ็ ยังดกี วา่ ไมไ่ ด้กนิ ขา้ วเลย กนิ แต่น�้ำเทา่ น้ัน อม่ิ แบบกนิ แตข่ า้ วกบั อมิ่ แบบกินแต่น�้ำ แตกตา่ งกนั อย่างไร เขา้ ใจ ความนแี้ ลว้ กจ็ ะเขา้ ใจไดด้ ว้ ยวา่ ท�ำแตก่ ศุ ลกบั ท�ำแตบ่ ญุ

ผลของบุญ 45 แตกตา่ งกนั อยา่ งไร ดงั นน้ั แมเ้ มอื่ เปน็ ไปไดแ้ ลว้ ทกุ คน จงึ ควรท�ำทง้ั บญุ และกศุ ลไปพรอ้ มกนั แตถ่ า้ จะตอ้ งเลอื ก ระหว่าง ท�ำบุญกับท�ำกุศล คือไม่ท�ำท้ังสองอย่างได ้ พร้อมกันก็ต้องเลือกท�ำกุศล กุศลเป็นสิ่งที่ท�ำได้เสมอ เพราะเป็นเร่ืองเฉพาะตัวของทุกคน ไม่เกี่ยวกับผู้อื่น อุปสรรคอ่ืนไม่อาจห้ามการท�ำกุศลของใครได้เลยโดย เด็ดขาด ตัวเองเท่านั้นที่จะท�ำให้ตัวเองไม่ได้ท�ำกุศล ฉะน้ัน จึงควรพิจารณาในเรื่องนี้ให้รอบคอบ และอย่า ปลอ่ ยใหต้ วั เองเปน็ อปุ สรรคกดี ขวางตนเองไมใ่ หท้ �ำกศุ ล คอื การอบรมใจใหส้ วา่ ง สะอาด ฉลาด พร้อมด้วยสติ ปัญญา เมตตา กรณุ า เป็นต้น บุญก่อสขุ บาปกอ่ ทกุ ข์ ใครเคยเห็นหน้าตาของความดีและความชั่วบ้าง วา่ เปน็ เดก็ หรอื ผใู้ หญ่ หญงิ หรอื ชาย มบี า้ นเรอื นภมู ลิ �ำเนา อยู่ท่ีไหน อันความดีความชั่วนั้นไม่มีตัวตน แต่มีคน ท�ำดหี รอื ท�ำชว่ั และมผี ลของการท�ำ เหมอื นอยา่ งความ

46 วิธีสร้างบุญบารมี ร้อนความหนาวไม่มีตัวตน ความหิวกระหาย ความ อ่ิมหน�ำส�ำราญ ไม่มีตัวตน แต่มีคนท่ีร้อนหรือหนาว มคี นทห่ี วิ กระหาย หรอื อม่ิ หน�ำส�ำราญ คนทรี่ อ้ นเพราะ มีความร้อน คนที่หนาวเพราะมีความหนาวฉันใดคนดี จะเปน็ เดก็ ชายดี เดก็ หญงิ ดี นายดี นางดกี ต็ าม เพราะ มคี วามดี คนชว่ั จะเปน็ เดก็ ชายชวั่ เดก็ หญงิ ชว่ั นายชวั่ นางชว่ั กต็ าม เพราะมคี วามชวั่ ฉนั นนั้ ฉะนน้ั ผตู้ อ้ งการ จะเหน็ หนา้ ตาของความดี จะดหู นา้ ตาของคนดแี ทนกไ็ ด้ ตอ้ งการจะเหน็ หนา้ ตาของความชวั่ จะดหู นา้ ตาของคน ชวั่ แทนก็ได้ คนดีเพราะมีความดีนั้น คือคนท่ีท�ำดีต่างๆ ทั้ง แก่ตน และส่วนรวม ส่วนคนชั่วเพราะมีความช่ัวนั้น คือคนท่ีท�ำช่ัวต่างๆ ท้ังเก่ียวกับตนเองและส่วนรวม ยกตัวอย่างตัวของเราเองทุกๆ คน เมื่อช่วยท�ำการใน บา้ นในโรงเรยี นหรอื การทเ่ี ปน็ ประโยชนท์ ว่ั ไปตา่ งๆ กเ็ ปน็ ทสี่ รรเสรญิ ยกยอ่ ง เพราะการท�ำนน้ั กอ่ ใหเ้ กดิ สขุ ประโยชน์ น้ีคือความดีที่มีอยู่ที่ตัวเราเอง ซึ่งเป็นคนดีข้ึนเพราะ ท�ำดี เมอื่ อยากจะดูหนา้ ตาของความดี ก็จงส่องกระจก

¼Å¢Í§ºØÞ 47 ดหู นา้ ของตวั เราเอง จะรสู้ กึ ถงึ ความภาคภมู ใิ จทแี่ ฝงอยู่ ในใบหน้าในสายตา อันส่องเข้าไปถึงจิตใจท่ีดี อาจมี ความอิ่มใจในความดีของตนเป็นอย่างมากก็ได้ แต่ถ้า ตวั เราเองทกุ ๆ คนทาำ ไมด่ ตี า่ งๆ ในบา้ นบา้ ง ในโรงเรยี น บ้าง ในทีต่ า่ งๆ บา้ ง ทาำ ใหเ้ กิดความทุกข์ร้อนเสียหาย แกใ่ ครๆ กเ็ ปน็ ทต่ี ฉิ นิ นนิ ทา เพราะการทาำ นน้ั กอ่ ใหเ้ กดิ โทษ นี้คือความช่ัวที่มีอยู่ที่ตัวเราเองซ่ึงเป็นคนชั่วขึ้น เพราะทาำ ชวั่ เมอื่ อยากจะดหู นา้ ตาของความชวั่ กจ็ งสอ่ ง กระจกดหู น้าของตวั เราเอง จะรสู้ กึ ถงึ ความอัปยศอดสู ความปดบังซ่อนเร้นท่ีแฝงอยู่ในใบหน้า ในสายตาอัน สอ่ งเข้าไปถึงจิตใจทีไ่ ม่ดี อาจมีความสรอ้ ยเศรา้ ตาำ หนิ ตนเอง รังเกยี จตนเองเปน็ อยา่ งมาก เพราะรู้สกึ สาำ นึก ขนึ้ บา้ งกไ็ ด ้ สรปุ ความวา่ การกระทาำ ทกุ อยา่ งทนี่ า่ นยิ ม ชมชอบ กอ่ ใหเ้ กิดสขุ ประโยชน์แก่ตนเองแก่ผอู้ น่ื คือ ความดี การกระทำาทุกอย่างที่น่าตำาหนิติเตียน ก่อให้ เกิดทุกขโ์ ทษแกต่ นเองแกผ่ อู้ ่ืน คอื ความช่วั


Like this book? You can publish your book online for free in a few minutes!
Create your own flipbook