Important Announcement
PubHTML5 Scheduled Server Maintenance on (GMT) Sunday, June 26th, 2:00 am - 8:00 am.
PubHTML5 site will be inoperative during the times indicated!

Home Explore หนังสือราชบพิธมิตรธรรม FRINDSHIP BEYOND TIME

หนังสือราชบพิธมิตรธรรม FRINDSHIP BEYOND TIME

Description: หนังสือราชบพิธมิตรธรรม FRINDSHIP BEYOND TIME

Search

Read the Text Version

กําหนดการสมเด็จพระอรยิ วงศาคตญาณ (วาสนมหาเถร) 97 สมเดจ็ พระสงั ฆราช สกลมหาสังฆปรณิ ายก เสด็จออกทรงรับ สมเดจ็ พระสนั ตะปาปาจอหน ปอล ท่ี ๒ (John Paul II)

98

แผนผงั ทน่ี ั่งในพระอโุ บสถวดั ราชบพธิ สถิตมหาสีมาราม 99 ในการรับเสด็จสมเด็จพระสันตะปาปาจอหน ปอล ท่ี ๒ (John Paul II)

รายชื่อคณะบุคคลฝา ยวาตกิ ันท่จี ะขอเขา เฝา สมเดจ็ พระอรยิ วงศาคตญาณ (วาสนามหาเถร) สมเดจ็ พระสังฆราช สกลมหาสงั ฆปรณิ ายก 100

11001

สมเด็จพระอริยวงศาคตญาณ (วาสนมหาเถร) สมเด็จพระสังฆราช สกลมหาสังฆปริณายก ทรงรอรับ สมเดจ็ พระสนั ตะปาปาจอห์น ปอล ท่ี ๒ (John Paul II) การเตรียมถวายการต้อนรับองค์พระประมุขแห่งคริสตจักรนิกายโรมันคาทอลิกเป็นไปอย่าง เรียบร้อย สมพระเกยี รติ สมเด็จพระอรยิ วงศาคตญาณ (วาสนมหาเถร) สมเด็จพระสังฆราช สกลมหา สงั ฆปรณิ ายก ทรงเอาพระทยั ใสร่ ายละเอยี ดตา่ ง ๆ ทง้ั สถานที่ ทรงเตรยี มขอ้ มลู ทเ่ี กย่ี วขอ้ ง และประทาน พระดำ� รเิ สนอแนะแนวทางแกค่ ณะสงฆแ์ ละเจา้ หนา้ ทป่ี ฏบิ ตั งิ านเพอื่ ใหก้ ารตอ้ นรบั สมเดจ็ พระสนั ตะปาปา จอห์น ปอล ที่ ๒ (John Paul II) ในพระฐานะพระราชอาคันตกุ ะเปน็ ไปอย่างเรียบร้อย สมเด็จพระมหา วรี วงศ์ (สุชิน อคคฺ ชิโน) คร้ังด�ำรงสมณศกั ดท์ิ ่ีพระครสู ุตตาภริ ม เป็นผู้หนงึ่ ท่ไี ด้อยู่ร่วมเหตกุ ารณ์ครัง้ นนั้ ได้ย้อนร�ำลกึ เหตุการณ์ประวตั ศิ าสตร์ในครง้ั นนั้ อย่างแม่นย�ำว่า “การเสด็จเยือนของสมเด็จพระสันตะปาปานักบุญจอห์น ปอล ท่ี ๒ สมเด็จพระ สันตะปาปาพระองค์แรกที่เสด็จมานั้นเป็นเรื่องใหญ่ของบ้านเมืองไทย ต้องกล่าวตามตรง ว่า ในคร้ังกระนั้นในระดับประมุขต่อประมุขเรายังไม่รู้จักมักคุ้นซ่ึงกันและกันมากนัก แต่ แน่นอนว่า ความเชอ่ื มโยงทส่ี ำ� คญั ทสี่ ดุ ทที่ ำ� ให้วดั ราชบพธิ พร้อมทจ่ี ะรบั เสดจ็ พระองค์ท่าน ดว้ ยความเตม็ ใจ คอื “สถาบนั พระมหากษตั รยิ ”์ พระบาทสมเดจ็ พระบรมชนกาธเิ บศร มหา ภมู พิ ลอดลุ ยเดชมหาราช บรมนาถบพติ ร ทรงรบั สมเดจ็ พระสนั ตะปาปาพระองคน์ นั้ ในฐานะ พระราชอาคันตุกะอย่างสมพระเกียรติ ในฐานะที่ทรงเป็นแขกเมือง และในฐานะพระองค์ ทรงเปน็ สมณะ ฉะนนั้ วดั ราชบพธิ ในฐานะท่ปี ระทับของสกลมหาสงั ฆปริณายกพระองค์ที่ ๑๘ คือสมเด็จพระสังฆราชเจ้า กรมหลวงชินวราลงกรณ ก็ย่อมพร้อมจะอนุวัตตามพระ ราชปฏบิ ัติของพระมหากษตั รยิ ์ ผู้ทรงเป็นอัครศาสนูปถมั ภก ผู้พระราชทานเสรภี าพ และ พระราชทานอารกั ขาแก่ศาสนกิ ทกุ ศาสนาอย่างเสมอหน้า พระมหากษัตริย์ผู้ทรงเป็นพระประมุขของชาวไทย ทรงรับเสด็จสมเด็จพระ สนั ตะปาปาพระองค์นนั้ ในฐานะทที่ รงเปน็ พระประมขุ แห่งรฐั อกี รฐั หนง่ึ ทเ่ี ปน็ รฐั ศาสนาคอื วาติกัน ด้วยน้�ำพระราชหฤทัยอันประเสริฐ ดังน้ัน น�้ำพระทัยของสมเด็จพระสังฆราชเจ้า 102 ราชบพิธมิตรธรรม FRIENDSHIP BEYOND TIME

กรมหลวงชนิ วราลงกรณ กย็ ่อมจะต้องเต็มเปี่ยมไปด้วยความปีตปิ ราโมทย์ทีจ่ ะได้รบั เสดจ็ สมเด็จพระสนั ตะปาปา เสมอเหมือนกับทพ่ี ระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หวั รชั กาลท่ี ๙ ทรงมี ในพระราชหฤทยั ขอเล่าให้ฟังว่า สมเด็จพระสังฆราชเจ้ากับพระบาทสมเดจ็ พระเจ้าอยู่หวั รชั กาลที่ ๙ น้ัน เรยี กได้ว่าประหน่งึ ทรงเปน็ คู่พระบารมกี ันมาโดยตลอด เวลาทรงมีกิจการ ตา่ ง ๆ ทม่ี พี ระราชปจุ ฉาสงสยั กจ็ ะทรงถามมายงั สมเดจ็ พระสงั ฆราชเจา้ เวลาทส่ี มเดจ็ พระ สงั ฆราชเจ้าทรงมขี ้อธรรมใด ๆ ทส่ี มควรจะถวายอนศุ าสน์ ถวายเปน็ ข้อมลู ต่าง ๆ ทจ่ี ะได้ ทรงน�ำไปใช้ในการประกอบพระราชกรณยี กิจ ก็จะได้ถวายวิสชั นา หรอื ถวายอรรถาธบิ าย เสมอมา ดงั นน้ั เรยี กไดว้ า่ พระราชสำ� นกั ปฏบิ ตั เิ ชน่ ไร สำ� นกั ของสมเดจ็ พระสงั ฆราชกพ็ รอ้ ม ปฏิบตั ิเช่นนนั้ พระราชส�ำนักรู้สึกอย่างไร ส�ำนกั ของสมเด็จพระสงั ฆราชก็รู้สกึ อย่างน้นั ไม่ ผดิ แผกแตกต่างกันเลย อย่างไรก็ตาม ขณะนั้น ในท่ามกลางการเมือง มีความหลากหลายท่ีเกี่ยวข้องกับ สงครามทางความคดิ มปี ญั หาการเมอื งในดนิ แดนเพอื่ นบา้ น หรอื บางทกี ม็ คี วามรสู้ กึ ถอื เขา ถอื เราของคนบางกลมุ่ เกดิ ขน้ึ ดเู หมอื นจะเปน็ อปุ สรรคอยบู่ า้ ง แตเ่ ราในฐานะเจา้ บา้ น กม็ ไิ ด้ มองสิง่ เหล่านน้ั ให้มาเปน็ เครอ่ื งกดี ขวาง หรอื มาเป็นขวากหนามกน้ั ประตูสัมพนั ธไมตรี ถ้า หากว่าเรานำ� อปุ สรรคหรอื ปญั หาทมี่ เี พยี งเลก็ น้อย เข้ามาเปน็ เครอื่ งขดั ขวางการเปดิ ประตู รับมิตรไมตรีซ่ึงกันและกันแล้ว ก็แปลว่ามิได้ปฏิบัติตามพระจริยาของสมเด็จพระสัมมา สมั พทุ ธเจา้ การทเ่ี ราจะบรรลคุ วามสำ� เรจ็ ประโยชนเ์ พอื่ เกอื้ กลู มหาชนทง้ั หลาย ดงั ทส่ี มเดจ็ พระสมั มาสมั พทุ ธเจา้ ไดท้ รงบำ� เพญ็ ไวก้ ค็ อื พระพทุ ธจรยิ าเพอ่ื “โลกตั ถจรยิ า” ทรงบำ� เพญ็ พระองค์เพอื่ มหาชนชาวโลก อนั ไม่แตกตา่ งจากศาสดาทงั้ หลายในโลกน้ี เฉกเชน่ เดยี วกบั ที่ พระเยซกู ท็ รงมโี ลกตั ถจรยิ าทจี่ ะบำ� เพญ็ ประโยชนเ์ พอื่ โลก เราจำ� เปน็ ตอ้ งกลา้ ทจี่ ะกา้ วขา้ ม ผ่านอุปสรรคให้ได้ และแล้วอุปสรรคเหล่านั้นก็จะกลับกลายมาเป็นเครื่องเพิ่มพูนบารมีที่ สงั่ สมความดงี ามอนั ถาวร ทีเ่ รียกว่า บารมธี รรม ” ส่วนท่ี ๒ 103 ก้าวยา่ งทางธรรมไมตรี

วันท่ี ๑๐ พฤษภาคม พุทธศักราช ๒๕๒๗ ตั้งแต่เวลาเช้า ทุกภาคส่วนต่างเตรียมการรับเสด็จ สมเดจ็ พระสนั ตะปาปาซง่ึ กา� หนดเสดจ็ ยงั วดั ราชบพธิ สถติ มาสมี ารามในชว่ งบา่ ย สมเดจ็ พระมหาวรี วงศ์ (สชุ ิน อคคฺ ชโิ น) อธบิ ายการเตรยี มการรบั เสดจ็ และขนั้ ตอนการรบั เสด็จในพระอุโบสถวัดราชบพธิ สถติ มหาสมี ารามไว้ว่า “ในครั้งอดีตซ่ึงรับเสด็จสมเด็จพระสันตะปำปำจอห์น ปอล ท่ี ๒ นั้น เจ้ำพระคุณ สมเดจ็ พระสงั ฆรำชเจำ้ กรมหลวงชนิ วรำลงกรณ เรมิ่ ทรงพระประชวรบำ้ งแลว้ พระอนำมยั ไม่ส้สู มบรู ณ์ ทง้ั น้ี กำรเสดจ็ ออกของเจ้ำพระคณุ สมเดจ็ พระสงั ฆรำชเจ้ำ ครง้ั นนั้ จดั เตรยี ม แบบไทย คอื กำรประทบั รำบบนพระแทน่ ซงึ่ มกี ำรวดั ควำมสงู ของพระแทน่ ใหเ้ ทำ่ กนั กบั พระ เก้ำอที้ ป่ี ระทบั ของสมเดจ็ พระสนั ตะปำปำ ให้อย่ใู นฐำนะเสมอภำคเท่ำเทยี มกนั มพี ระพทุ ธ องั ครี สเดน่ สงำ่ อยเู่ ปน็ เบอ้ื งหลงั เมอื่ สมเดจ็ พระสนั ตะปำปำจอหน์ ปอล ที่ ๒ เสดจ็ เขำ้ มำ ก็ จะได้ทอดพระเนตรภำพลกั ษณ์กำรนัง่ ของพระภกิ ษุไทยในพระอโุ บสถ เพอื่ ให้ทรงทรำบว่ำ รปู แบบธรรมเนยี มไทยนนั้ พระสงฆ์นง่ั กันแบบน้ี โดยมีพระพทุ ธอังครี ส เปน็ เครื่องหมำยถึง พระพุทธเจ้ำ ประดษิ ฐำนอยู่เป็นสัญลกั ษณ์สักขี ส่วนสมเด็จพระสนั ตะปำปำเสดจ็ มำอย่ำง ผู้มำเยอื น และประทบั อย่ำงตะวันตกคอื ประทับพระเก้ำอ”ี้ “เรอ่ื งหนง่ึ ทห่ี ำรอื กนั มำกกค็ อื สมเดจ็ พระสนั ตะปำปำจะตอ้ งทรงถอดฉลองพระบำท หรือไม่ อันที่จริงแล้ว ถ้ำว่ำกันโดยธรรมเนียมพระรำชส�ำนัก หรือแบบรำชกำรที่มีหมำย ก�ำหนดและมีกำรแต่งเคร่ืองแบบตำมแบบพิธี ถ้ำสวมถุงน่องรองเท้ำมำนั้นไม่ต้องถอด รองเท้ำเข้ำโบสถ์ ซ่ึงเป็นพระรำชนิยมตั้งแต่พระบำทสมเด็จพระจุลจอมเกล้ำเจ้ำอยู่หัว เปน็ ตน้ มำ ซง่ึ ทรงอนวุ ตั ใหเ้ ปน็ แบบสำกล เพรำะถอื วำ่ กำรสวมถงุ เทำ้ รองเทำ้ เปน็ ควำมสภุ ำพ แตถ่ ำ้ เปน็ งำนสว่ นพระองค์ หรอื สว่ นบคุ คล กจ็ ะตอ้ งถอดรองเทำ้ ตำมธรรมเนยี มไทยดง้ั เดมิ ต่ำงฝ่ำยต่ำงปรกึ ษำหำรอื กนั ว่ำจะท�ำอย่ำงไรดี อำตมำกเ็ จรญิ พรไปว่ำไม่ต้องถอด เพรำะ แม้แต่ข้ำรำชกำรไทยที่สวมเครื่องแบบก็ไม่ต้องถอด ตำมรูปแบบพระรำชนิยมในรัชกำล ที่ ๕ แต่ส่ิงท่ีปรำกฏเห็นประจักษ์เป็นภำพงำมน่ำประทับใจก็คือ สมเด็จพระสันตะปำปำ จอห์น ปอล ท่ี ๒ ได้ทรงปฏบิ ตั ิตำมธรรมเนยี มไทย ท�ำให้เกิดควำมประทบั ใจแก่คนไทยทัง้ หลำย ทง้ั ที่ไม่ใช่ธรรมเนยี มตะวันตกเลย คอื ทรงถอดฉลองพระบำทที่หน้ำพระอุโบสถก่อน เสด็จเข้ำไป เปน็ อีกหน่งึ รำยละเอียดท่สี มเด็จพระสนั ตะปำปำทรงเคำรพวฒั นธรรมด้งั เดมิ ของคนไทย แม้ว่ำไทยเรำพยำยำมจะปรบั ให้เปน็ แบบตะวนั ตกเพอ่ื ให้สอดคล้องธรรมเนยี ม ตะวันตก แต่กลบั ทรงพร้อมท่จี ะปรับพระองค์เข้ำกับสังคมวัฒนธรรมไทย เป็นพระเมตตำ ธรรมทสี่ มเดจ็ พระสนั ตะปำปำจอหน์ ปอล ที่ ๒ ทรงมี แลว้ กท็ รงแสวงหำควำมเขำ้ ใจรว่ มกนั ดว้ ยกำรเรม่ิ ทจ่ี ะปรบั พระองคก์ อ่ น กำรปรบั ตวั เขำ้ หำกนั จงึ ทำ� ใหค้ วำมสงบรม่ เยน็ เกดิ ขนึ้ ได”้ “กล่ำวถึงกำรเตรียมกำรอีกอย่ำงหนึ่ง เช่นกำรอำรักขำ ทำงส�ำนักวำติกัน ทำง สมณทตู และฝำ่ ยอำรกั ขำของบำ้ นเมอื งไทย มำดำ� เนนิ กำรอยำ่ งเรยี บรอ้ ย เวลำนนั้ เปน็ ชว่ ง ของสงครำมเยน็ มคี วำมไมเ่ ขำ้ ใจกนั ระหวำ่ งขน้ั ควำมคดิ ทำงกำรเมอื งหลำย ๆ เรอื่ ง มกี ระแส ปลกุ ปน่ั ทที่ ำ� ใหเ้ กดิ ควำมไมเ่ ขำ้ ใจกนั ระหวำ่ งศำสนำ ดงั นนั้ กำรอำรกั ขำในครงั้ นน้ั จงึ เขม้ งวด 104 ราชบพิธมิตรธรรม FRIENDSHIP BEYOND TIME

สมเด็จพระอรยิ วงศาคตญาณ (วาสนมหาเถร) สมเดจ็ พระสงั ฆราช สกลมหาสังฆปรณิ ายก ทรงตรวจความเรยี บรอ ย ของการเตรยี มรับเสดจ็ สมเดจ็ พระสันตะปาปาจอหน ปอล ท่ี ๒ (John Paul II) 105

สมเดจ็ พระอรยิ วงศาคตญาณ (วาสนมหาเถร) สมเดจ็ พระสังฆราช สกลมหาสงั ฆปรณิ ายก ถวายของท่รี ะลกึ แดส มเดจ็ พระสันตะปาปาจอหน ปอล ท่ี ๒ (John Paul II) 106

107

พระราชสารสธุ ี (อมั พร อมพฺ โร) พระสริ ริ ตั นสธุ ี (มนตรี คณสิ สฺ โร) และพระครสู ตุ ตาภริ ม (สชุ นิ อคคฺ ชโิ น) มปี ฏสิ นั ถาร กับนายชวน หลกี ภัย รฐั มนตรวี ่าการกระทรวงศกึ ษาธิการ เป็นพิเศษ เช่น มีการปิดหน้าต่างทุกบานเพื่อจะมิให้เกิดเหตุท่ีไม่พึงประสงค์ข้ึน ซึ่งกลับ กลายเป็นดีเหมือนกัน เพราะได้อวดศิลปกรรมไทยอันงดงามบนบานหน้าต่างท้ังด้านนอก ที่เป็นบานมุกอันวิจิตรประณีต และด้านในเป็นลายรดน้�ำมลังเมลือง พอถ่ายรูปออกมาก็ งามดเี พราะไม่มีแสงภายนอกเข้ามาย้อน” สมเดจ็ พระอรยิ วงศาคตญาณ (วาสนมหาเถร) สมเดจ็ พระสงั ฆราช สกลมหาสงั ฆปริณายก ทรง เอาพระทัยใส่ ทรงตรวจตราการเตรียมการรับเสด็จอย่างละเอียดถ่ีถ้วน ได้เสด็จลงพระอุโบสถและ ประทานข้อแนะน�ำต่าง ๆ ทรงตรวจดูของที่ระลึกท่ีจะถวายแด่สมเด็จพระสันตะปาปา ก่อนเวลาเสด็จ มาถึงวัดราชบพิธสถิตมหาสีมาราม ทั้งนี้ ได้มีพระราชาคณะวัดราชบพิธสถิตมหาสีมารามได้โดยเสด็จ ในพิธีด้วยดังน้ี ๑. พระเทพวราภรณ์ (ทองคำ� กมพฺ วุ ณโฺ ณ) เลขานกุ ารสมเดจ็ พระสงั ฆราช (ตอ่ มารบั พระราชทาน เลื่อนสมณศักด์ทิ ่พี ระธรรมสริ วิ ฒั น์) ๒. พระราชสทิ ธโิ มลี (ประสทิ ธ์ิ ฉนทฺ สทิ โฺ ธ) (ตอ่ มารบั พระราชทานเลอ่ื นสมณศกั ดท์ิ พี่ ระเทพสทิ ธิ โมลี) ๓. พระราชสารสุธี (อัมพร อมฺพโร) (ต่อมารบั พระราชทานสถาปนาเปน็ สมเดจ็ พระอรยิ วงศาคต ญาณ สมเด็จพระสังฆราช สกลมหาสังฆปรณิ ายก) ๔. พระสิริรัตนสุธี (มนตรี คณิสฺสโร) (ต่อมารับพระราชทานสถาปนาสมณศักดิ์ท่ีพระพรหม วิสทุ ธาจารย์) เมื่อช่วงเวลาส�ำคัญมาถึง สมเด็จพระสันตะปาปาเสด็จมาถึงวัดราชบพิธสถิตมหาสีมารามเม่ือ เวลา ๑๖.๑๕ น. ก่อนเสด็จเข้าสู่พระอโุ บสถ ทรงถอดฉลองพระบาทออกก่อน จากนน้ั ทรงพระด�ำเนนิ 108 ราชบพธิ มิตรธรรม FRIENDSHIP BEYOND TIME

เข้าสู่พระอโุ บสถ ณ ทีน่ ัน้ สมเด็จพระอรยิ วงศาคตญาณ (วาสนมหาเถร) สมเด็จพระสงั ฆราช สกลมหา สังฆปริณายก ประทับคอยบนพระแท่นแล้ว สมเด็จพระสันตะปาปาประทับพระเก้าอ้ีครู่หน่ึง แล้วจึง ประทับยืนและถวายของท่ีระลึกแด่สมเด็จพระอริยวงศาคตญาณ (วาสนมหาเถร) สมเดจ็ พระสังฆราช สกลมหาสังฆปริณายก ซึ่งได้ถวายของที่ระลึกแด่สมเด็จพระสันตะปาปาด้วย จากน้ัน สมเด็จพระ อริยวงศาคตญาณ (วาสนมหาเถร) สมเด็จพระสังฆราช สกลมหาสังฆปริณายก มีพระด�ำรัส จบแล้ว สมเดจ็ พระสนั ตะปาปามพี ระดำ� รสั แลว้ พระราชวรมนุ ี (ประยทุ ธ์ ปยตุ โฺ ต) (ตอ่ มารบั พระราชทานสถาปนา สมณศักด์ิท่ีสมเด็จพระพุทธโฆษาจารย์) ได้อ่านสาส์น จบแล้ว สมเด็จพระอริยวงศาคตญาณ (วาสน มหาเถร) สมเดจ็ พระสงั ฆราช สกลมหาสงั ฆปรณิ ายก และสมเดจ็ พระสนั ตะปาปามพี ระปฏสิ นั ถารครหู่ นงึ่ ได้เวลาอันสมควรสมเดจ็ พระสนั ตะปาปาจงึ ทลู ลาเสด็จกลับ และเสดจ็ ออกจากพระอโุ บสถวดั ราชบพธิ สถติ มหาสมี าราม พระราชวรมนุ ี (ประยทุ ธ์ ปยตุ โฺ ต) ซงึ่ ในวนั สำ� คญั ดงั กลา่ ว ไดป้ ฏบิ ตั หิ นา้ ทเี่ ปน็ ลา่ มประจำ� พระองค์ สมเด็จพระอริยวงศาคตญาณ (วาสนมหาเถร) สมเด็จพระสังฆราช สกลมหาสังฆปริณายก ได้บันทึก เชิงสังเกตการณ์การรบั เสดจ็ สมเด็จพระสนั ตะปาปาจอห์น ปอล ท่ี ๒ (John Paul II) ความตอนหนึ่งว่า “...วันพฤหัสบดี ท่ี ๑๐ พฤษภาคม ๒๕๒๗ (วันน้ีฟ้ามืดมัวมากจากทิศตะวันออก ต้ังแตเชา แลวฝนตกหนกั เกอื บ ๑ ช่ัวโมง แตก็ยงั อบอ้าวไปตลอดทงั้ วนั ) ๑๔.๓๕ น. คุณประเวศ พร้อมด้วยคนขบั รถมารับ โดยรถกรมการศาสนา เดนิ ทาง ไปวดั ราชบพธิ เข้าสู่พระอโุ บสถ พบกับอาจารย์สุชพี และพระปภากโร ได้ปรกึ ษาหารอื กนั จนกระทั่งเจ้าพระคณุ สมเดจ็ พระสงั ฆราชเสด็จมา เมอ่ื ขา่ วบอกมาวา่ โปป๊ เสดจ็ ออกจากพระทนี่ งั่ จกั รมี หาปราสาท สมเดจ็ พระสงั ฆราช กท็ รงจดุ ธปู เทยี นบชู าพระรตั นตรยั และเสดจ็ ขน้ึ ประทบั ณ พระทนี่ งั่ บนพระแทน่ พระทกุ รปู เข้านั่งประจําท่ี (พระผู้ทําหน้าทีล่ ่าม ๒ รปู และพระเถระวดั ราชบพิธ ๔ รปู ซึง่ น่ังอยู่เบอ้ื ง พระปฤษฎางค์สมเด็จพระสงั ฆราช) ท่าน รมต. ชวน หลกี ภัย ออกไปนําเสดจ็ โป๊ปเข้าสู่พระอุโบสถ เมือ่ เสดจ็ เข้าในพระ อุโบสถแล้ว โป๊ปทรงถอดฉลองพระบาท (ความจริงไม่ต้องถอด) แล้วเสด็จมาประทับน่ัง บนพระเก้าอท้ี จี่ ดั ไว้ (ความจรงิ ต้องถวายของทรี่ ะลกึ กนั ก่อน) ช่างภาพกรเู ข้ามาตงั้ แต่ตอน ที่โป๊ปเสด็จเข้ามาทีเดียว (ฝ่ายวาติกันเปล่ียนใจตกลงให้ถ่ายภาพได้ แต่ตามท่ีตกลงกันไว้ เดิมจะถ่ายภาพต่อเม่อื เสด็จเข้าท่ปี ระทับน่งั เรยี บร้อยแล้ว) หลงั จากประทบั นงั่ นงิ่ ในบรรยากาศทเี่ งยี บสงบครใู่ หญ่ คนของวาตกิ นั นำ� ของทร่ี ะลกึ ขึ้นมาเตรียม โป๊ปประทับยืนแล้ว ขยับพระองค์ออกจากพระเก้าอี้ เสด็จลงจากพระแท่น ดำ� เนนิ มาประทบั ยนื เบอ้ื งพระพกั ตรส์ มเดจ็ พระสงั ฆราช ทรงถวายของทร่ี ะลกึ และรบั ถวาย ของทร่ี ะลกึ โดยทโี่ ปป๊ ประทบั ยนื อยู่ ณ เบอ้ื งพระพกั ตรข์ องสมเดจ็ พระสงั ฆราชทป่ี ระทบั นงั่ อยู่ เปน็ จดุ สงั เกตอนั สำ� คญั ในชว่ งเวลานี้ มกี ารถา่ ยภาพมาก แลว้ โปป๊ เสดจ็ กลบั มาประทบั นัง่ ทพี่ ระเก้าอบ้ี นพระแท่น สว่ นท่ี ๒ 109 ก้าวยา่ งทางธรรมไมตรี

สมเด็จพระสนั ตะปาปาจอห์น ปอล ท่ี ๒ (John Paul II) และคณะ ณ โอกาสนน้ั สมเดจ็ พระสังฆราชทรงมพี ระดำ� รสั เลก็ น้อย โดยตรสั เบามาก จบแล้ว พระราชวรมนุ นี ำ� สาส์นท่ีได้เตรยี มไว้ขน้ึ อ่านให้มเี สียงดังพอแก่การ อย่างช้า ๆ ตลอดไปจน จบกระบวนความ อาจารย์สุชพี ปุญญานุภาพ กล่าวเชิงสรุปว่าพูดรวม ๆ แล้วการณ์เปน็ ไปดมี าก จาก นั้นเป็นการสนทนาแบบ informal ซึ่งด�ำเนินไปตามท่ีอาจารย์สุชีพได้ตกลงไว้ให้เป็นช่วงท่ี พระฝร่ัง คอื พระปภากโร เป็นผู้แปล สมเด็จพระสงั ฆราชตรัสเบา ๆ ไม่มาก เช่นตรสั ว่า โป๊ปเสด็จมาในช่วงเวลาท่ีอากาศ ร้อน และประทับอยู่ในเมืองไทยช่วั ระยะเวลาสั้น ตรัสถามว่าโป๊ปจะเสด็จกลบั ไปเมื่อไร ใช้ เวลาเดินทางนานเท่าไร ในหลวงตรสั ว่าอย่างไร 110 ราชบพิธมติ รธรรม FRIENDSHIP BEYOND TIME

โป๊ปตรัสมากสักหน่อยและตรัสยาว ๆ โดยทรงน�ำถ้อยค�ำพระด�ำรัสโยงเข้าสู่เร่ือง กิจการงานพระศาสนาของพระองค์ โดยเฉพาะทรงอ้าง Vatican Council II (1962-1965) คือมหาสภาวาติกัน ที่ ๒ ซึ่งเป็นเหตุการณ์ส�ำคัญย่ิงใหญ่ที่น�ำนโยบายเผยแผ่ศาสนาของ ศาสนจักรคาทอลกิ เข้าสู่ยคุ ใหม่ ตรสั ระบุเรอื่ งน้ี ๒ - ๓ ครง้ั สมเด็จพระสังฆราชทรงสดับ ดว้ ยพระอาการสงบโดยดษุ ณี และโปป๊ ไดต้ รสั อาราธนาสมเดจ็ พระสงั ฆราชไวว้ า่ ขอใหเ้ สดจ็ ไปวาตกิ นั โดยจะทรงรับเสดจ็ อย่างดี ในท่สี ดุ คนของวาตกิ ันออกมากราบทลู โป๊ปว่าได้เวลาทจ่ี ะทรงอำ� ลาเสด็จกลบั โป๊ป จึงเสด็จลงมาประทับยืนเบื้องพระพักตร์สมเด็จพระสังฆราช ทรงส�ำแดงพระอาการอย่าง จะทรงย่ืนพระหัตถ์ทั้งสองออกมาเดี๋ยวหน่ึง แล้วจึงเสด็จพระด�ำเนินกลับออกไปจากพระ อโุ บสถ โดยมที ่านบาทหลวงผู้ใหญ่พร้อมคณะตามเสดจ็ ออกไป...” นบั ไดว้ า่ การทสี่ มเดจ็ พระสนั ตะปาปาจอหน์ ปอล ท่ี ๒ (John Paul II) ไดท้ รงเขา้ เฝา้ สมเดจ็ พระอรยิ วงศาคตญาณ (วาสนมหาเถร) สมเด็จพระสังฆราช สกลมหาสังฆปริณายก วัดราชบพิธสถิตมหา สมี าราม เมอื่ วนั ที่ ๑๐ พฤษภาคม พทุ ธศกั ราช ๒๕๒๗ นนั้ เปน็ การกระชบั ความสมั พนั ธ์ไมตรที างธรรม ที่ย่ังยนื ดงั ทส่ี มเด็จพระมหาวีรวงศ์ (สชุ นิ อคฺคชโิ น) เล่าสะท้อนความทรงจำ� ในครัง้ นน้ั ไว้ว่า “...ในทสี่ ุดแล้ว พระบารมธี รรมท่สี มเดจ็ พระสังฆราชเจ้า กรมหลวงชนิ วราลงกรณ ทรงบ�ำเพ็ญเพื่อก้าวข้ามผ่านอุปสรรคปัญหาในการรับเสด็จสมเด็จพระสันตะปาปา กลับ กลายเปน็ เครอ่ื งประดบั ประดาใหร้ าชอาณาจกั รและพทุ ธจกั รไทย งดงามเปน็ ประวตั ศิ าสตร์ ของโลก ดงั นนั้ พระบารมธี รรมในส่วนนจี้ งึ ปรากฏเปน็ พยานสบื เนอื่ งมาจนถงึ ปจั จบุ นั ด้วย เหตทุ ส่ี มเดจ็ พระสงั ฆราชเจา้ พระองคน์ นั้ ทรงมน่ั พระทยั ทจ่ี ะรบั เสดจ็ สมเดจ็ พระสนั ตะปาปา ด้วยมิตรภาพ ดังที่สมเด็จพระสันตะปาปาจอห์น ปอล ท่ี ๒ เสด็จมาด้วยมิตรภาพ เมื่อ มติ รภาพเชอ่ื มโยงถงึ กนั แลว้ กเ็ ชอ่ื มกนั สนทิ พระบารมธี รรมของทงั้ สองพระองคจ์ งึ งอกงาม ไพบูลย์ เป็นหลกั ใจและหลักชยั ของศาสนกิ ชนท้งั สองศาสนาจนถงึ ทุกวันนี.้ ..” ส่วนท่ี ๒ 111 กา้ วยา่ งทางธรรมไมตรี

112 ราชบพธิ มติ รธรรม FRIENDSHIP BEYOND TIME

สว่ นท่ี ๒ 113 กา้ วยา่ งทางธรรมไมตรี

พระดํารสั สมเด็จพระอรยิ วงศาคตญาณ (วาสนมหาเถร) สมเดจ็ พระสงั ฆราช สกลมหาสงั ฆปรณิ ายก ในโอกาสทรงรบั สมเดจ็ พระสนั ตะปาปาจอหน ปอล ท่ี ๒ (John Paul II) 114

11115

Êบ× ÊÒ¹ไมตรธี รรม á มก้ ารรบั เสดจ็ สมเดจ็ พระสนั ตะปาปาในครงั้ นน้ั จะผา่ นพน้ ไปดว้ ยความเรยี บรอ้ ย กระนนั้ ภารกจิ ในการสบื สานสมั พนั ธแ์ ละการแสดงทศั นะของพระพทุ ธศาสนาในเวทโี ลกหาไดห้ ยดุ อยลู่ งไม ่ พทุ ธศกั ราช ๒๕๔๓ องคก์ ารสหประชาชาต ิ ไดก้ า� หนดจดั ประชมุ สดุ ยอดผนู้ า� ทางศาสนาและจติ วญิ ญาณเพอ่ื สนั ตภิ าพ ของโลกระหว่างวนั ท ี่ ๒๘ – ๓๑ สงิ หาคม พทุ ธศกั ราช ๒๕๔๓ ณ สา� นกั งานใหญ ่ องค์การสหประชาชาต ิ นครนวิ ยอรก์ ประเทศสหรฐั อเมรกิ า และไดก้ ราบทลู อาราธนาสมเดจ็ พระญาณสงั วร สมเดจ็ พระสงั ฆราช สกลมหาสงั ฆปรณิ ายก (ตอ่ มาพระบาทสมเดจ็ พระวชริ เกลา้ เจา้ อยหู่ วั ทรงสถาปนาพระอฐั ขิ นึ้ เปน็ สมเดจ็ พระสังฆราชเจ้า กรมหลวงวชิรญาณสังวร) เสด็จไปทรงเป็นผู้นา� คณะพระสงฆ์ไทย แต่เนือ่ งจากสมเดจ็ พระญาณสงั วร สมเด็จพระสงั ฆราช สกลมหาสงั ฆปริณายก ไม่สามารถเสด็จไปได้ จงึ มีพระบญั ชาให้ สมเดจ็ พระพุฒาจารย์ (เกยี่ ว อปุ เสโณ) วดั สระเกศ กรุงเทพมหานคร ปฏิบัติหน้าที่แทนพระองค์ในนาม ประเทศไทย การน ้ี องคก์ ารสหประชาชาต ิ ไดข้ อใหค้ ดั เลอื กพระสงฆแ์ ละฆราวาสทมี่ บี ทบาททางศาสนา เข้าร่วมประชุมดังกล่าวด้วย มหาเถรสมาคมได้ประชุมพิจารณาก�าหนดรายนามพระสงฆ์และฆราวาสท่ีจะเดินทางไปเข้าร่วม ประชมุ ในครงั้ น ี้ โดยมมี ตมิ หาเถรสมาคมท่ ี ๒๘๗/๒๕๔๓ ในการประชุมครงั้ ท่ี ๑๘/๒๕๔๓ 116 ราชบพิธมติ รธรรม FRIENDSHIP BEYOND TIME

ผแู ทนคณะสงฆไทยรวมการประชมุ สดุ ยอดผูนาํ ทางศาสนาและจติ วญิ ญาณเพื่อสนั ตภิ าพของโลก ณ สํานกั งานใหญองคก ารสหประชาชาติ นครนวิ ยอรก ประเทศสหรฐั อเมรกิ า 117

มติมหาเถรสมาคม ครัง้ ที่ ๑๘/๒๕๔๓ สาํ นกั เลขาธกิ ารมหาเถรสมาคม มติที่ ๒๘๗/๒๕๔๓ เรอื่ ง กำรประชมุ สุดยอดผู้น�ำทำงศำสนำและจติ วิญญำณเพอ่ื สนั ติภำพของโลก เรยี น ผู้อำ� นวยกำรส�ำนกั งำนเลขำธกิ ำรมหำเถรสมำคม ในกำรประชมุ มหำเถรสมำคมครง้ั ที่ ๑๘/๒๕๔๓ เมอื่ วนั ที่ ๑๐ กรกฎำคม ๒๕๔๓ เลขำธกิ ำรมหำเถรสมำคมเสนอวำ่ พระรำชวรมนุ ี อธกิ ำรบดมี หำวทิ ยำลยั มหำจฬุ ำลงกรณ รำชวทิ ยำลัย ได้มีลิขติ ลงวนั ท่ี ๒๑ มถิ นุ ำยน ๒๕๔๓ แจ้งว่ำ องค์กำรสหประชำชำติจะจัด ประชุมสุดยอดผู้น�ำทำงศำสนำและจิตวิญญำณเพ่ือสันติภำพของโลกข้ึนในระหว่ำงวันท่ี ๒๘ – ๓๑ สงิ หำคม ๒๕๔๓ ทก่ี รุงนิวยอร์ก ประเทศสหรฐั อเมรกิ ำ ในกำรนอ้ี งคก์ ำรสหประชำชำตไิ ดก้ รำบทลู อำรำธนำ สมเดจ็ พระญำณสงั วร สมเดจ็ พระสงั ฆรำช สกลมหำสงั ฆปรณิ ำยก เสดจ็ เปน็ ผ้นู ำ� คณะพระสงฆ์ไทย แต่เนอื่ งจำกสมเดจ็ พระญำณสงั วร สมเดจ็ พระสงั ฆรำช สกลมหำสงั ฆปรณิ ำยก ไมส่ ำมำรถจะเสดจ็ ไปประชมุ ในครั้งน้ีได้ จึงได้มีพระบัญชำมอบให้สมเด็จพระพุฒำจำรย์ไปปฏิบัติหน้ำที่แทนพระองค์ ในนำมประเทศไทย พร้อมกันนี้ องค์กำรสหประชำชำติได้ขอให้พระรำชวรมุนีอธิกำรบดี มหำวิทยำลัยมหำจุฬำลงกรณรำชวิทยำลัย คัดเลือกพระสงฆ์และฆรำวำส ซ่ึงมีบทบำท ทำงศำสนำเพอื่ เข้ำร่วมประชุมในครง้ั นี้ด้วย บัดนี้พระรำชวรมุนีได้คัดเลือกผู้ที่จะเดินทำงไปเข้ำร่วมประชุมสุดยอดผู้น�ำทำง ศำสนำและจิตวิญญำณเพ่ือสันติภำพของโลกเรียบร้อยแล้วตำมเอกสำรที่ได้ทูลถวำย และถวำยมำพรอ้ มนแ้ี ล้วและขอใหก้ รมกำรศำสนำนำ� เสนอทปี่ ระชมุ มหำเถรสมำคมทรำบ ท่ีประชุมรับทรำบและหำกจะต้องท�ำหนังสือเดินทำงและให้กรมกำรศำสนำออก หนงั สือวซี ่ำ ที่ประชุมพิจำรณำแล้วลงมตอิ นมุ ัตทิ ั้ง ๑๑ รปู ตั้งแต่เลขท่ี ๑ ถงึ เลขท่ี ๑๑ และให้ดำ� เนนิ กำรได้ทันทีโดยไม่ต้องรอรับรองรำยงำนกำรประชมุ จึงเรียนมำเพอ่ื โปรดทรำบและดำ� เนนิ กำรตำมมตมิ หำเถรสมำคมต่อไป ลงนำม นำยไพบลู ย์ เสยี งก้อง อธิบดีกรมกำรศำสนำ เลขำธิกำรมหำเถรสมำคม 118

รายนามผูแทนจากประเทศไทย ในการประชุมสดุ ยอดผูนําทางศาสนาและจติ วญิ ญาณเพอ่ื สันติภาพ ปสหัสวรรษ ณ ยเู อ็น วนั ที่ ๒๘-๓๑ สงิ หาคม ๒๕๔๓ ณ สาํ นักงานใหญองคการสหประชาชาติ นครนิวยอรก สหรัฐอเมริกา เสนอมหาเถรสมาคม ๑. สมเด็จพระพุทธโฆษำจำรย์ (Somdet Phra Phutthakhosachan) กรรมกำร มหำเถรสมำคม (Deputy to H.H. Supreme Patriarch, Member of Sangha Council) เจ้ำอำวำสวัดสวุ รรณำรำม กรุงเทพฯ (Abbot of Wat Suwannaram, Bangkok) ๒. พระธรรมเมธำภรณ์ (Phra Thammethaporn) กรรมกำรมหำเถรสมำคม (Member of Sangha Council) เจ้ำคณะภำค ๑๔, ๑๕ (Ecclesiastical Governor for Part 14 & 15) ผู้ช่วยเจ้ำอำวำสวดั รำชบพธิ สถติ มหำสมี ำรำม กรงุ เทพฯ (Assistant Abbot of Wat Rajabophit, Bangkok) ๓. พระธรรมโมลี (Phra Thammolee) รองอธกิ ำรบดมี หำวทิ ยำลยั มหำจฬุ ำลงกรณ รำชวทิ ยำลยั วทิ ยำเขตบำฬศี กึ ษำพทุ ธโฆส นครปฐม (Deputy Rector for MCU, Pali Sueksa Buddhaghosa, Nakhon Pathom extension) เจ้ำคณะภำค ๑๕ (Ecclesiastical Governor for Part 15) เจ้ำอำวำสวดั พชิ ยญำตกิ ำรำม กรุงเทพฯ (Abbot of Wat Phichaiyat, Bangkok) ๔. พระเทพสีมำภรณ์ (Phra Thepseemaporn) เจ้ำคณะจังหวัดนครรำชสีมำ (Ecclesiastical Governor for Nakhon Ratchasima province) เจ้ำอำวำสวดั พระนำรำยณ์ มหำรำช จ. นครรำชสมี ำ (Abbot of Wat Narai Maharaj, Nakhon Ratchasima) ๕. พระรำชรตั นโมลี (Phra Rajaratanamoli) อุปนำยกสภำมหำวิทยำลยั มหำจุฬำ ลงกรณรำชวทิ ยำลัย (Vice President of MCU Council) ผู้ช่วยเจ้ำอำวำสวดั มหำธำตยุ ุวรำช รังสฤษฏ์ กรุงเทพฯ (Assistant Abbot of Wat Mahadhatu, Bangkok) ๖. พระรำชวรมนุ ี (Phra Rajavaramuni) อธิกำรบดมี หำวิทยำลยั มหำจุฬำลงกรณ รำชวทิ ยำลยั (Rector, MCU) เจ้ำคณะภำค ๒ (Ecclesiastical Governor for Part 2) ผู้ช่วย เจ้ำอำวำสวดั ประยรุ วงศำวำส กรุงเทพฯ (Assistant Abbot of Wat Prayoonrawongsawas, Bangkok) ๗. พระมหำนำยก (Phramahanayok) รองอธกิ ำรบดฝี ำ่ ยวเิ ทศสมั พนั ธ์ มหำวทิ ยำลยั มหำมกุฏรำชวิทยำลัย (Deputy Rector for Foreign Affairs, Mahamakutrajavidyalaya University) ผ้ชู ่วยเจ้ำอำวำสวดั บวรนเิ วศวหิ ำร กรงุ เทพฯ (Assistant Abbot of Wat Bowon- niwetwihara, Bangkok) 11119

๘. พระศรปี รยิ ตั โิ มลี (Phra Sripariyattimoli) รองอธกิ ำรบดฝี ำ่ ยกจิ กำรตำ่ งประเทศ มหำวิทยำลัยมหำจุฬำลงกรณรำชวิทยำลัย (Deputy Rector for Foreign Affairs, MCU) ผู้ช่วยเจ้ำอำวำสวดั จนั ทำรำม กรงุ เทพฯ (Assistant Abbot of Wat Chantharam, Bangkok) ๙. พระเมธธี รรมำจำรย์ (Phra Methithammachan) ผชู้ ว่ ยเจำ้ อำวำสวดั สวุ รรณำรำม กรงุ เทพฯ (Assistant Abbot of Wat Suwannaram, Bangkok) ๑๐.พระสธุ วี รญำณ (Phra Suthivorayan) รองอธกิ ำรบดฝี ่ำยวชิ ำกำร มหำวทิ ยำลยั มหำจุฬำลงกรณรำชวิทยำลัย (Deputy Rector for Academic Affairs, MCU) ผู้ช่วย เจ้ำอำวำสวัดมหำพฤฒำรำม กรุงเทพฯ (Assistant Abbot of wat Mahaphuettharam, Bangkok) ๑๑.พระมหำไสว โชติโก (Phra Maha Sawai Chotiko) เลขำนุกำรอธิกำรบดี มหำวิทยำลัยมหำจุฬำลงกรณรำชวิทยำลัย (Secretary of MCU Rector)) วัดอรุณ รำชวรำรำม กรงุ เทพฯ (Wat Arunrajavararam, Bangkok) ๑๒.แม่ชีศนั สนีย์ เสถยี รสตุ (Sansanee Sthirasut) เสถียรธรรมสถำน กรุงเทพฯ (Sthiradhamma Sthana, Bangkok) ๑๓.นำยไพบลู ย์ เสยี งกอ้ ง (Mr Paiboon Siengkong) อธบิ ดกี รมกำรศำสนำ กระทรวง ศกึ ษำธกิ ำร (Director General for Religious Department, Ministry of Education) 120

พระสาสนโสภณ (อัมพร อมฺพโร) พร้อมคณะสงฆ์ในฐานะผู้แทนมหาเถรสมาคมเข้าร่วมประชุมงานวันวิสาขบูชา วนั สา� คญั สากลขององค์การสหประชาชาติ การน้ี พระธรรมเมธาภรณ์ (อัมพร อมฺพโร) ผู้ช่วยเจ้าอาวาสวัดราชบพิธสถิตมหาสีมาราม กรรมการมหาเถรสมาคม เจ้าคณะภาค ๑๔-๑๕ (ธรรมยุต) ได้ร่วมเดินทางในนามคณะสงฆ์ไทยเพื่อ เข้าร่วมประชมุ สดุ ยอดผนู้ า� ทางศาสนาและจติ วญิ ญาณเพอ่ื สนั ตภิ าพของโลกในครง้ั นนั้ และในปลายศก เดียวกนั พระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธเิ บศร มหาภูมพิ ลอดลุ ยเดชมหาราช บรมนาถบพติ ร ทรงพระ กรุณาโปรดสถาปนาสมณศักด์ิ พระธรรมเมธาภรณ์ ข้ึนเป็นพระราชาคณะเจ้าคณะรองช้ันหิรัญบัฏท ี่ พระสาสนโสภณ พุทธศักราช ๒๕๔๗ พระสาสนโสภณ (อัมพร อมฺพโร) กรรมการมหาเถรสมาคม ในฐานะ ประธานคณะกรรมการประสานงานวันวิสาขบูชาในต่างประเทศ ได้มีลิขิตแจ้งคณะกรรมการมหา เถรสมาคมแต่งตั้งคณะกรรมการประสานงานการจัดงานวันวิสาขบูชาโลก ซึ่งประเทศไทยเป็น ผู้ประสานงานจัด ณ ส�านักงาน ใหญ่องค์การสหประชาชาติ นคร นิวยอร์ก ประเทศสหรัฐอเมริกา ในวันท่ี ๑ มิถุนายน พุทธศักราช ๒๕๔๗ โดยก�าหนดจัดงานในชื่อ “วันวิสาขบูชาวันส�าคัญสากลของ สหประชาชาติ” และมีกิจกรรมที่ หลากหลาย เช่น การจัดพิธีกรรม ทางศาสนา การเจริญพระพุทธ มนต์ การอ่านสารบุคคลส�าคัญ สว่ นที่ ๒ 121 กา้ วยา่ งทางธรรมไมตรี

พระสาสนโสภณ (อัมพร อมฺพโร) เชิญพระสัมโมทนียกถาของสมเด็จพระญาณสังวร สมเด็จพระสังฆราช สกลมหาสังฆปริณายก ไปอ่านแสดงในงานวนั วิสาขบูชาวันสา� คัญสากลของสหประชาชาติ พทุ ธศักราช ๒๕๔๗ ณ ส�านกั งานใหญ่องค์การสหประชาชาต ิ นครนิวยอร์ก ประเทศสหรฐั อเมริกา การอ่านพระสัมโมทนียกถาของสมเด็จพระญาณสังวร สมเด็จพระสังฆราช สกลมหาสังฆปริณายก โดยผู้แทนมหาเถรสมาคม การกล่าวสนุ ทรพจน์ การบรรยายธรรม การแสดงทางวัฒนธรรมนาฏศิลป ทางพระพทุ ธศาสนา เปน็ ต้น นบั ได้วา่ กจิ กรรมดงั กลา่ วเปน็ การเผยแพร่ความร้ดู ้านพระพทุ ธศาสนาและ ส่งเสริมให้พระพุทธศาสนาเป็นทร่ี ับรู้อย่างถกู ต้องในสังคมนานาชาติอกี ด้วย อนงึ่ พระเจ้าหลานเธอ พระองค์เจ้าพชั รกิตยิ าภา (ต่อมาพระบาทสมเดจ็ พระวชริ เกล้าเจ้าอยู่หัว ทรงพระกรณุ าโปรดเกลา้ ฯ สถาปนาขนึ้ เปน็ สมเดจ็ พระเจา้ ลกู เธอ เจา้ ฟา้ พชั รกติ ยิ าภา นเรนทริ าเทพยวด ี กรมหลวงราชสารณิ ีสิรพิ ชั ร มหาวชั รราชธดิ า) องค์ประธานในพิธ ี ได้เสด็จพระด�าเนนิ ไปทรงร่วมในการ ประชุมสมั มนาในวนั ท่ ี ๑ มถิ นุ ายน พุทธศกั ราช ๒๕๔๗ ด้วย การน้ี พระสาสนโสภณ (อัมพร อมฺพโร) กรรมการมหาเถรสมาคม ผู้แทนมหาเถรสมาคม เป็น ผู้ตรวจแก้ไขร่างพระสมั โมทนยี กถาทลู ถวายสมเดจ็ พระญาณสังวร สมเดจ็ พระสังฆราช สกลมหาสงั ฆ ปรณิ ายก และเปน็ ผแู้ ทนคณะพระสงฆไ์ ทย เชญิ พระสมั โมทนยี กถาภาษาองั กฤษของสมเดจ็ พระสงั ฆราช พระองค์นนั้ ไปอ่านแสดงต่อทป่ี ระชุมใหญ่ ความว่า 122 ราชบพธิ มิตรธรรม FRIENDSHIP BEYOND TIME

Welcome and Inaugural Speech* Supreme Patriarch of Thailand Thailand as the Host in Coordination for Arrangement of the International Recognition Day “Day of Vesak” in 2004 At United Nations, Head Quarter, New York, U.S.A. On June 1, 2004 It is a great honor that Thailand has been selected to be the coordinator for organizing activities for the 2004 “Day of Vesak” at United Nations headquarters in New York. Buddhism is the National Religion of Thailand and 95% of the Thai population is Buddhist. I am very pleased that the Samajja Meeting of the United Nations has recognized Visakha Puja Day as the International Recognition Day. Visakha Puja Day is in commemoration of the Birth, the Enlightenment and the Death of the Lord Buddha. It is a day of great importance for Buddhists the world over. Buddhists celebrate this day through studying, Dhamma practice and activities in accordance with the traditions of each country. Thailand is proud to have accepted role of coordinator for the “Day of Vesak” activities at the United Nations. This celebration represents recognition arising from the Samajja Meeting that Buddhism is one of the oldest religions of the world and represents a spiritual cultivation of mankind for over 2500 years. Congratulations to the participants in the Samajja Meeting of the United Nations for resolving to celebrate this Visakha Puja Day as the International Recognition Day. I also extend congratulations to the Diplomatic Corps and the representatives of each country who join this meeting. Congratulations and thanks to everyone who contributes to the success of this gathering. Best wishes to all * สมเด็จพระอรยิ วงศาคตญาณ (อมพฺ รมหาเถร) สมเด็จพระสังฆราช สกลมหาสังฆปริณายก ทรงตรวจแก้ไขจาก ต้นฉบับเดมิ อีกครง้ั ในเดอื นเมษายน ๒๕๖๔ พระสมั โมทนยี กถาของสมเดจ็ พระญาณสงั วร สมเดจ็ พระสงั ฆราช สกลมหาสงั ฆปรณิ ายก 11223 เนอ่ื งในงานวันวสิ าขบชู าวนั สําคญั สากลของสหประชาชาติ พทุ ธศกั ราช ๒๕๔๗

ผูแทนฝา ยไทยในงานวันวสิ าขบชู าวนั สําคญั สากลของสหประชาชาติ พทุ ธศักราช ๒๕๔๗ 124

125

พระเจา หลานเธอ พระองคเ จา พัชรกติ ิยาภา มพี ระปฏสิ นั ถารกับพระสาสนโสภณ (อัมพร อมฺพโร) 126

คร้ันถงึ วนั ท่ ี ๕ ธนั วาคม พุทธศักราช ๒๕๕๒ ภายหลังจากท่พี ระสาสนโสภณ (อัมพร อมฺพโร) ได้ รบั พระราชทานสถาปนาขนึ้ เปน็ สมเดจ็ พระราชาคณะทส่ี มเดจ็ พระมหามนุ วี งศ ์ กไ็ ดส้ นบั สนนุ สง่ เสรมิ การ ศกึ ษาและการเผยแผพ่ ระพทุ ธศาสนาอยา่ งตอ่ เนอื่ ง ไดอ้ บรมขดั เกลาจติ ใจพทุ ธศาสนกิ ชนทว่ั ไปใหเ้ จรญิ จติ ภาวนา ปฏิบตั ิธรรม และเทศนาสั่งสอนพทุ ธบรษิ ทั วัดราชบพธิ สถติ มหาสมี าราม และพทุ ธบรษิ ัททง้ั ปวงในโอกาสต่าง ๆ พร้อมกนั นน้ั กไ็ ด้มโี อกาสสนทนาธรรมกบั ศาสนกิ ชนในศาสนาอน่ื ๆ อยเู่ สมอ กบั ทงั้ ยงั ไดร้ บั พระบญั ชาแตง่ ตงั้ ใหป้ ฏบิ ตั หิ นา้ ทเ่ี ปน็ รองแม่กองงานพระธรรมทตู และแมก่ องงานพระธรรมทตู มาเปน็ ลา� ดบั เพราะศาสนกจิ ตา่ ง ๆ ทส่ี มเดจ็ พระมหามนุ วี งศ ์ (อมั พร อมพฺ โร) ไดป้ ฏบิ ตั มิ าเปน็ ลา� ดบั นน้ั มี สว่ นชว่ ยสง่ เสรมิ ความเขา้ ใจพระพทุ ธศาสนาในระดบั ชาตแิ ละระดบั นานาชาต ิ เปน็ ทย่ี อมรบั ในระดบั สากล วนั ท ่ี ๗ กมุ ภาพนั ธ ์ พทุ ธศกั ราช ๒๕๖๐ พทุ ธศาสนกิ ชนทกุ หมเู่ หลา่ ตา่ งทราบขา่ วอนั ปตี ปิ ราโมทย์ เม่ือส�านักนายกรัฐมนตรีออกแถลงการณ์เร่ืองการสถาปนาสมเด็จพระสังฆราชพระองค์ท่ี ๒๐ แห่ง กรุงรัตนโกสินทร์ ความว่า ตามท่ีสมเด็จพระญาณสังวร สมเด็จพระสังฆราช สกลมหาสังฆปรินายก สน้ิ พระชนม์ เมือ่ วันที ่ ๒๔ ตลุ าคม พุทธศกั ราช ๒๕๕๖ เปน็ เหตใุ ห้ตา� แหน่งสมเดจ็ พระสังฆราชว่างลง บัดนี้ มีพระราชโองการโปรดสถาปนาสมเด็จพระมหามุนีวงศ์ (อัมพร อมฺพโร) วัดราชบพิธสถิตมหา สีมาราม เป็นสมเด็จพระสังฆราช สกลมหาสังฆปริณายก โดยสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวมหาวชิราลงกรณ บดนิ ทรเทพยวรางกรู จะเสดจ็ พระราชดา� เนนิ ไปทรงประกอบพระราชพธิ สี ถาปนาสมเดจ็ พระสงั ฆราชตาม โบราณราชประเพณใี นวนั ท ี่ ๑๒ กมุ ภาพนั ธ ์ พทุ ธศกั ราช ๒๕๖๐ ณ พระอโุ บสถวดั พระศรรี ตั นศาสดาราม ครั้นวันอาทติ ย์ ท ่ี ๑๒ กุมภาพนั ธ์ พทุ ธศักราช ๒๕๖๐ ราชกจิ จานุเบกษา เล่ม ๑๓๔ ตอนท่ ี ๕ ข ๑๒ กมุ ภาพันธ์ ๒๕๖๐ ได้เผยแพร่ประกาศสถาปนาสมเด็จพระสังฆราช เสยี งสาธกุ ารของพทุ ธศาสนกิ ชนชาวไทยทง้ั ทอี่ ยใู่ นและนอกพระราชอาณาจกั รกแ็ ซซ่ อ้ งอนโุ มทนา ไปทั่ว และปรารถนาจะได้เข้ากราบสักการะสมเด็จพระสังฆราชพระองค์ที่ ๒๐ แห่งกรุงรัตนโกสินทร์ ซ่ึงมิเพียงแต่สายธารของประชาชนชาวไทยท่ีหล่ังไหลเข้ามายังวัดราชบพิธสถิตสมหาสีมารามเท่าน้ัน หากแต่ศาสนกิ ชนของศาสนาอ่นื ในประเทศไทยก็ร่วมแสดงความยินดีในมงคลสมยั คร้ังนดี้ ้วยเช่นกนั สว่ นท่ี ๒ 127 กา้ วย่างทางธรรมไมตรี

สมเดจ็ พระอรยิ วงศาคตญาณ (อมฺพรมหาเถร) สมเด็จพระสังฆราช สกลมหาสงั ฆปรณิ ายก ทรงฉาย ณ พระอโุ บสถวัดราชบพธิ สถติ มหาสมี าราม เมื่อวนั อาทติ ยท ่ี ๑๒ กมุ ภาพนั ธ พทุ ธศักราช ๒๕๖๐ 128

ประกาศ สถาปนาสมเดจ็ พระสงั ฆราช ---------------------- สมเดจ็ พระเจ้ำอยู่หวั มหำวชริ ำลงกรณ บดนิ ทรเทพยวรำงกูร มพี ระรำชโองกำรโปรดเกลำ้ โปรดกระหมอ่ มใหป้ ระกำศวำ่ โดยทตี่ ำ� แหนง่ สมเดจ็ พระ สงั ฆรำชสกลมหำสงั ฆปรณิ ำยกวำ่ งลง สมควรทจ่ี ะสถำปนำสมเดจ็ พระรำชำคณะขนึ้ ดำ� รง ตำ� แหน่งสมเดจ็ พระสงั ฆรำช เพ่อื จักได้บรหิ ำรกำรพระศำสนำ ให้สมบูรณ์สบื ไป จ่ึงทรงพระรำชด�ำริว่ำ สมเด็จพระมหำมุนีวงศ์ เป็นพระเถระผู้เจริญในสมณคุณ ยินดีในเนกขัมมปฏิบัติสมบูรณ์ด้วยศีลสมำจำรวัตร รัตตัญูมหำเถรกรณธรรม ด�ำรง สถำพรอยู่ในสมณพรหมจรรย์ตลอดมำเป็นเวลำช้ำนำน ได้ประกอบกรณียกิจเป็นหิตำนุ หิตประโยชน์แก่พุทธจักรและรำชอำณำจักรอย่ำงไพศำลดังมีอรรถจริยำปรำกฏเกียรติ สมภำร ในประกำศสถำปนำสมณศกั ด์ิ เปน็ สมเด็จพระรำชำคณะมหำสังฆนำยกเม่อื วันท่ี ๕ ธันวำคม พทุ ธศกั รำช ๒๕๕๒ แล้ว นน้ั ครน้ั ต่อมำ สมเด็จพระมหำมุนวี งศ์ ย่งิ เจรญิ ด้วยอุตสำหวริ ยิ ำธคิ ณุ สำมำรถรบั ภำร ธรุ ะพระพทุ ธศำสนำ เปน็ พำหลุ กจิ นติ ยสมำทำนมไิ ดท้ อ้ ถอย ยงั กำรพระศำสนำใหเ้ รยี บรอ้ ย และเจรญิ มนั่ คงยง่ิ ขน้ึ เปน็ ลำ� ดบั ตลอดมำ ในกำรบรหิ ำรและกำรปกครองคณะสงฆ์ สมเดจ็ พระมหำมนุ วี งศ์ ได้รบั แต่งตงั้ ให้เปน็ เจ้ำอำวำสวัดรำชบพธิ สถติ มหำสีมำรำม รำชวรวหิ ำร พระอำรำมหลวง กรงุ เทพมหำนคร เปน็ กรรมกำรมหำเถรสมำคม แมก่ องงำนพระธรรมทตู และทปี่ รกึ ษำเจำ้ คณะภำค ๑๔ – ๑๕ (ธรรมยตุ ) ประธำนกรรมกำรคณะธรรมยตุ กรรมกำร เถรสมำคมธรรมยตุ เปน็ พระอปุ ชั ฌำย์ นำยกสภำมหำวทิ ยำลยั มหำมกฏุ รำชวทิ ยำลยั และ นำยกกรรมกำรบรหิ ำรมลู นธิ มิ หำมกุฏรำชวิทยำลัย ในพระบรมรำชูปถมั ภ์ ด้ำนกำรศึกษำ รบั เป็นอำจำรย์สอนธรรมวนิ ยั แก่พระภกิ ษสุ ำมเณร เป็นกรรมกำรสนำมหลวงแผนกธรรม และแผนกบำลี เป็นประธำนศูนย์ธรรมศกึ ษำ ในส�ำนกั เรียนวดั รำชบพธิ สถติ มหำสีมำรำม และเปน็ องคอ์ ปุ ถมั ภโ์ รงเรยี นวดั รำชบพธิ ดำ้ นกำรศกึ ษำสงเครำะห์ เปน็ กรรมกำรฝำ่ ยกำร ศึกษำสงเครำะห์ของมหำเถรสมำคม ได้จัดมอบทุนสนับสนุนและส่งเสริมแก่นักเรียนท่ีมี ผลกำรเรียนดีแต่ขำดแคลนทุนทรพั ย์ท้ังสำมัญศึกษำและปริยตั ิศึกษำ เพ่ือให้ศิษยำนุศิษย์ มีโอกำสได้รับกำรศกึ ษำชั้นสงู ยิง่ ข้ึน พระราชโองการสถาปนาสมเด็จพระมหามนุ วี งศ (อมั พร อมพฺ โร) 11229 เปน สมเดจ็ พระสังฆราช

ด้ำนสำธำรณูปกำร เป็นประธำนกรรมกำรควบคุมดูแลกำรปฏิสังขรณ์เสนำสนะ วัดรำชบพธิ สถติ มหำสมี ำรำมให้มสี ภำพมน่ั คงสง่ำงำมดังท่ปี รำกฏในปัจจุบนั นอกจำกนน้ั ยงั ได้อปุ กำระกำรสร้ำงและปฏสิ งั ขรณ์เสนำสนะให้แก่วัดต่ำง ๆ เป็นจำ� นวนมำก ด้ำนกำร สำธำรณสงเครำะห์ ได้รบั เปน็ ประธำนมูลนธิ พิ ระอำจำรย์ฝัน้ อำจำโร และสนับสนนุ ช่วย เหลือทำงรำชกำรในกำรสงเครำะห์ผู้ประสบภัยต่ำง ๆ ตำมเหตุกำรณ์ทุกคร้ัง ด้ำนกำร เผยแผพ่ ระพทุ ธศำสนำ ไดร้ บั อำรำธนำแสดงธรรมเทศนำในวนั ธรรมสวนะใหแ้ กผ่ มู้ ำรกั ษำ ศีลปฏิบัติธรรม เป็นผู้บุกเบิกน�ำพระพุทธศำสนำไปเผยแผ่ท่ีนครซิดนีย์ รัฐนิวเซำท์เวลส์ เครือรัฐออสเตรเลีย รวมท้ังได้วำงรำกฐำนกำรเผยแผ่พระพุทธศำสนำอย่ำงมีรูปแบบ ท�ำให้พระพุทธศำสนำฝ่ำยเถรวำทมีควำมม่ันคงในไพรัชประเทศ มีวัดและพระสงฆ์ไทย อยู่ประจ�ำท่ีเครือรัฐออสเตรเลียหลำยแห่ง รวมทั้งเป็นผู้แทนมหำเถรสมำคมในครำวที่ ประเทศไทยเป็นเจ้ำภำพจัดงำนวันวิสำขบูชำวันส�ำคัญสำกลของโลก ณ ส�ำนักงำนใหญ่ องค์กำรสหประชำชำติ นครนิวยอร์ก สหรัฐอเมรกิ ำ บัดน้ี เป็นที่ประจักษ์ว่ำ สมเด็จพระมหำมุนีวงศ์ เป็นผู้เจริญยิ่งด้วยพรรษำยุกำล รตั ตัญูมหำสถำวรี ธรรม ยนิ ดใี นเนกขัมมปฏิบตั ิ ท้ังคันถธุระและวปิ ัสสนำธรุ ะ เป็นอจล พรหมจริยำภริ ัต ด�ำรงม่นั ในไตรสกิ ขำมิได้เสื่อมถอย มจี รยิ ำกำรสำ� รวมเรียบร้อย ไม่หวั่น ไหวต่อโลกำมิส เป็นคุรุฐำนียบัณฑิต ผู้มีกิตติประวัติอันผ่องแผ้ว สงเครำะห์พุทธบริษัท ปกครองคณะสงฆ์ เปน็ อุปธั ยำจำรย์ของมหำชนมำกมำย มีศษิ ยำนศุ ษิ ย์แพร่หลำยไพศำล เปน็ ทเ่ี คำรพสกั กำรแหง่ มวลพทุ ธศำสนกิ บรษิ ทั ทว่ั สงั ฆมณฑลตลอดจนประชำรำษฎรทว่ั ไป สมควรจะได้สถำปนำข้ึนเป็นสมเด็จพระสังฆรำช สกลมหำสังฆปริณำยก ประธำนำธิบดี แห่งสงั ฆมณฑล เพอ่ื เปน็ ศรีศภุ มงคลแห่งพระบวรพทุ ธศำสนำสืบไป จง่ึ มพี ระรำชโองกำรโปรดสถำปนำ สมเดจ็ พระมหำมนุ วี งศ์ ขนึ้ เปน็ สมเดจ็ พระสงั ฆรำช มพี ระนำมตำมทจ่ี ำรกึ ในพระสพุ รรณบฏั วำ่ สมเดจ็ พระอรยิ วงศำคตญำณ สขุ มุ ธรรมวธิ ำน ธ�ำรง สกลมหำสงฆปริณำยก ตรีปิฎกธรำจำรย อัมพรำภิธำนสังฆวิสุต ปำพจนุตตม สำสนโสภณ กติ ตินริ มลครุ ุฐำนยี บณั ฑติ วชิรำลงกรณนรศิ รปสนั นำภสิ ิตประกำศ วิสำรท นำถธรรมทตู ำภวิ ฒุ ทศมินทรสมมุตปิ ฐมสกลคณำธเิ บศร ปวธิ เนตโยภำสวำสนวงศววิ ฒั พุทธบริษทั คำรวสถำน วบิ ลู สลี สมำจำรวตั รวปิ ัสสนสนุ ทร ชินวรมหำมนุ ีวงศำนศุ ิษฏ บวร ธรรมบพิตร สมเดจ็ พระสงั ฆรำช เสดจ็ สถิต ณ วัดรำชบพธิ สถิตมหำสมี ำรำม รำชวรวิหำร พระอำรำมหลวง กรงุ เทพมหำนคร เปน็ ประธำนในสงั ฆมณฑลทว่ั รำชอำณำจักร ขออำรำธนำให้ทรงรับธุระพระพุทธศำสนำ เป็นภำระสั่งสอน ช่วยระงับอธิกรณ์ และอนุเครำะห์พระภิกษุสำมเณรในสังฆมณฑลทั่วไป โดยสมควรแก่พระอิสริยยศซึ่ง พระรำชทำนน้ี ทรงเจริญพระชนมำยุ วรรณ สุข พล ปฏภิ ำณ คุณสำรสริ ิสวัสดิ์ จริ ัฏฐิติ วิรฬุ หิไพบลู ย์ ในพระพุทธศำสนำ เทอญ 130

ใหท้ รงมพี ระรำชำคณะและพระครฐู ำนำนกุ รมประดบั พระอสิ รยิ ยศ ๑๕ รปู คอื พระ มหำคณสิ ร พทุ ธศำสนกิ นกิ รปสำทำภบิ ำล สกลสงั ฆประธำนมหำสถำวรี กจิ กำรี นำยกบดี ศรีรัตนคมกำจำรย์ พระรำชำคณะปลัดขวำ ๑ พระจุลคณิศร สัทธรรมนิติธรมหำเถรำ ธิกำร คณกิจบรรหำรธุรกำรี สมุหบดีศรีธรรมภำณกำจำรย์ พระรำชำคณะปลัดซ้ำย ๑ พระครูวินยำภิวุฒิ ๑ พระครูสุตตำภิรม ๑ พระครูวิจำรณ์ธรรมกิจ พระครูพระปริต ๑ พระครวู จิ ติ รธรรมกำร พระครพู ระปรติ ๑ พระครวู นิ ยั ธร ๑ พระครธู รรมธร ๑ พระครโู ฆสติ สุทธสร พระครูคู่สวด ๑ พระครูอมรสรนำท พระครูคู่สวด ๑ พระครูพิลำสบรรณวัตร ๑ พระครพู พิ ฒั บรรณกร ๑ พระครสู งั ฆวธิ ำน ๑ พระครสู มุห์ ๑ พระครูใบฎกี ำ ๑ ขอให้ พระคณุ ผไู้ ดร้ บั ตำ� แหนง่ ทงั้ ปวงน้ี มคี วำมสขุ สริ สิ วสั ดส์ิ ถำพรในพระบวรพทุ ธศำสนำ เทอญ ประกำศ ณ วนั ท่ี ๖ กมุ ภำพันธ์ พุทธศกั รำช ๒๕๖๐ เป็นปีท่ี ๒ ในรัชกำลปัจจุบัน ผู้รบั สนองพระรำชโองกำร พลเอก ประยุทธ์ จันทร์โอชำ นำยกรฐั มนตรี 11331

กระชบั ไมตรีมิตรธรรม ส ภาประมุขบาทหลวงโรมันคาทอลิกแห่งประเทศไทย มีจดหมายลงวันที่ ๑๑ กุมภาพันธ์ พุทธศักราช ๒๕๖๐ ขอเข้าแสดงมุทิตาจิตแด่สมเด็จพระสังฆราชพระองค์ใหม่ ณ วัดราชบพิธสถิต มหาสีมาราม การนี้ สมเดจ็ พระอรยิ วงศาคตญาณ (อมพฺ รมหาเถร) สมเดจ็ พระสงั ฆราช สกลมหาสงั ฆ ปรณิ ายก โปรดใหค้ ณะผแู้ ทนครสิ ตศ์ าสนกิ ชนจากสภาประมขุ บาทหลวงโรมนั คาทอลกิ แหง่ ประเทศไทย เข้าเฝ้าในวนั องั คาร ที่ ๑๔ กุมภาพนั ธ์ พทุ ธศกั ราช ๒๕๖๐ ณ พระอโุ บสถวัดราชบพธิ สถิตมหาสีมาราม โดยมรี ายนามคณะผู้แทนสภาประมขุ ฯ ดังน้ี ๑. ฯพณฯ พระคาร์ดนิ ลั ฟรังซสิ เซเวียร์ เกรียงศกั ด์ิ โกวิทวาณชิ ประธานสภาประมขุ บาทหลวง โรมนั คาทอลิกแห่งประเทศไทย ๒. มขุ นายก (บชิ อ็ ป) ปัญญา กฤษเจรญิ ประมขุ แห่งเขตปกครองราชบรุ ี ๓. มุขนายก (บชิ อ็ ป) ชศู กั ดิ์ สริ ิสทุ ธ์ ิ ประมุขแห่งเขตปกครองนครราชสีมา ๔. มงซนิ ญอร์ ดร.วิษณุ ธญั ญอนนั ต์ รองเลขาธกิ ารสภาประมขุ ฯ ๕. ภคนิ ี (ซิสเตอร์) วมิ ลรตั น์ ศรธี รกั ษา ผู้จัดการสภาประมขุ ฯ ๖. ดร. มนตร์ชลุ ี นิตพิ น ผู้แทนฆราวาสคาทอลิกฝ่ายศาสนสัมพันธ์ ๗. คณุ มณี นามศิรพิ งศ์พนั ธุ์ ผู้ประสานงานของสภาประมุขฯ ๘. คุณนงนุช เป้าพงศ์งาม ผู้ช่วยผู้ประสานงานและฝ่ายข่าว ๙. คุณวชั รี กิจสวสั ด ์ิ ช่างภาพและส่ือสารสังคมของสภาประมุขฯ ๑๐. คุณวรนิ ทร เหมะ เจ้าหน้าทฝี่ ่ายศาสนสัมพันธ์สภาประมุขฯ คณะผู้แทนสภาประมุขบาทหลวงโรมันคาทอลิกแห่งประเทศไทยได้เข้าแสดงมุทิตาจิต ได้ทูล ถวายแจกันดอกไม้และหนงั สือทีร่ ะลึก และถวายสาส์นแสดงความยินดี สมเดจ็ พระอรยิ วงศาคตญาณ (อมฺพรมหาเถร) สมเด็จพระสังฆราช สกลมหาสังฆปริณายก มีพระปฏิสันถารอย่างร่ืนรมย์ยินดี ทรง ขอบใจคณะผู้แทนสภาประมุขบาทหลวงโรมันคาทอลิกแห่งประเทศไทยท่ีมีนำ้� ใจไมตรีและแสดงให้เห็น ว่าในแผ่นดินไทยน้ี ผู้คนต่างอยู่อาศัยกันได้โดยมีสิทธิและเสรีภาพ หลักธรรมค�ำสอนของพระสัมมา สมั พทุ ธเจ้าหรือของศาสดาในศาสนาต่าง ๆ มเี พอ่ื ยังให้เกดิ ความสุขและสันตสิ ขุ ในโลกเช่นเดยี วกัน นอกจากคณะผู้แทนสภาประมุขบาทหลวงโรมันคาทอลิกแล้ว ในวันที่ ๑๐ มีนาคมศกเดียวกัน ฯพณฯ อาร์คบิช็อป พอล ชาง อิน-นัม เอกอัครสมณทูตแห่งสันตะส�ำนัก นครรัฐวาติกัน ประจ�ำ 132 ราชบพธิ มติ รธรรม FRIENDSHIP BEYOND TIME

คณะสมณทูตแห่งสันตะส�ำนัก นครรัฐวาติกันประจ�ำประเทศไทย เข้าเฝ้าแสดงมุทิตาจิตแด่ สมเด็จพระอริยวงศาคตญาณ (อมฺพรมหาเถร) สมเด็จพระสังฆราช สกลมหาสังฆปริณายก วันศุกร์ ที่ ๑๐ มนี าคม พทุ ธศักราช ๒๕๖๐ ประเทศไทย และคณะได้เดนิ ทางมาเข้าเฝ้าสมเดจ็ พระอรยิ วงศาคตญาณ (อมฺพรมหาเถร) สมเด็จพระ สงั ฆราช สกลมหาสงั ฆปรณิ ายก ณ พระอุโบสถวัดราชบพธิ สถติ มหาสมี าราม เพอ่ื ร่วมแสดงมทุ ิตาจติ ในมงคลโอกาสที่สมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงพระกรุณาโปรดสถาปนาสมเด็จพระสังฆราชพระองค์ใหม ่ ในการน้มี คี ณะสมณทูตแห่งสันตะส�ำนกั นครรฐั วาตกิ ันประจ�ำประเทศไทย ร่วมเข้าเฝ้าดงั น้ี ๑. ฯพณฯ อาร์คบชิ อ็ ป พอล ชาง อนิ -นัม เอกอคั รสมณทตู แหง่ สนั ตะสำ� นกั นครรฐั วาตกิ นั (Archbishop Paul Tschang In-Nam) ประจ�ำประเทศไทย ๒. บาทหลวงดารโิ อ ปาวิซา เลขานกุ ารสถานสมณทูต (Rev. Dario Pavisa) รองเลขาธิการสภาประมุขบาทหลวงโรมัน ๓. มงซนิ ญอร์ ดร.วิษณุ ธัญญอนนั ต์ คาทอลิกแห่งประเทศไทย อดีตนักการทูต แห่งวาตกิ ัน ผู้จัดการสภาประมขุ ฯ ๔. ภคนิ ี (ซสิ เตอร์) วมิ ลรตั น์ ศรธี รักษา ผู้แทนฆราวาสคาทอลิกฝ่ายศาสนสัมพันธ์ ๕. รศ.ดร. วไล ณ ป้อมเพชร และสำ� นักงานยตุ ธิ รรมและสันติ ผู้ประสานงานของสภาประมขุ ฯ ๖. คุณมณี นามศริ พิ งศ์พนั ธุ์ ช่างภาพและสอ่ื สารสังคมของสภาประมุขฯ ๗. คุณวัชรี กจิ สวัสด ์ิ สว่ นที่ ๒ 133 ก้าวย่างทางธรรมไมตรี

คณะสภาประมขุ บาทหลวงโรมนั คาทอลกิ แหงประเทศไทยเขา เฝา แสดงมทุ ติ าจติ แด สมเด็จพระอรยิ วงศาคตญาณ (อมฺพรมหาเถร) สมเดจ็ พระสังฆราช สกลมหาสงั ฆปรณิ ายก 134 วันอังคาร ท่ี ๑๔ กมุ ภาพันธ พทุ ธศกั ราช ๒๕๖๐

สาสนรว มแสดงความยนิ ดจี าก พระคารด นิ ลั ฟรงั ซสิ เซเวยี ร เกรียงศักด์ิ โกวทิ วาณิช ประธานสภาประมุขบาทหลวงโรมนั คาทอลกิ แหง ประเทศไทย ในโอกาสทรงพระกรณุ าโปรดสถาปนา สมเดจ็ พระมหามนุ วี งศ (อัมพร อมพฺ โร) เจา อาวาสวัดราชบพธิ สถิตมหาสมี าราม ข้นึ เปน สมเดจ็ พระสังฆราช 11335

หนังสอื รองเลขาธิการสภาประมขุ บาทหลวงโรมนั คาทอลกิ แหงประเทศไทย นมัสการเลขานกุ ารสมเดจ็ พระสังฆราช เร่อื งสมาชกิ สภาประมขุ บาทหลวงโรมนั คาทอลกิ แหงประเทศไทย 136 ขอเขา พบแสดงมทุ ติ าจติ แดสมเด็จพระสงั ฆราชพระองคใ หม

11337

คณะสมณทตู แหง สันตะสาํ นกั นครรฐั วาตกิ นั ประจําประเทศไทย เขา เฝาแสดงมุทติ าจติ แด สมเดจ็ พระอรยิ วงศาคตญาณ (อมพฺ รมหาเถร) สมเด็จพระสงั ฆราช สกลมหาสังฆปรณิ ายก 138 วันศกุ ร ท่ี ๑๐ มนี าคม พทุ ธศกั ราช ๒๕๖๐

มงซนิ ญอร ดร.วษิ ณุ ธญั ญอนนั ต รองเลขาธกิ ารสภาประมขุ บาทหลวงโรมนั คาทอลกิ แหง ประเทศไทย เขา เฝาถวายพระพร สมเด็จพระอรยิ วงศาคตญาณ (อมฺพรมหาเถร) สมเด็จพระสังฆราช สกลมหาสังฆปรณิ ายก เนอ่ื งในโอกาสวันคลา ยวันประสตู ิ ๙๐ พรรษา วนั จันทร ท่ี ๒๖ มถิ ุนายน พทุ ธศกั ราช ๒๕๖๐ 139

หนังสอื รองเลขาธกิ ารสภาประมุขบาทหลวงโรมนั คาทอลกิ แหงประเทศไทย นมัสการเลขานุการสมเด็จพระสงั ฆราช เรอ่ื งเอกอคั รสมณทตู แหงสันตะสํานกั นครรัฐวาตกิ นั 140 เร่อื งขอเขา พบแสดงมุทติ าจติ แดสมเด็จพระสงั ฆราชพระองคใหม

11441

มขุ นายกผูแ ทนสภาประมขุ บาทหลวงโรมนั คาทอลกิ แหง ประเทศไทย เขาเฝา ถวายพระพรเน่อื งในโอกาสเทศกาลครสิ ตมาสและวนั ขน้ึ ปใหม วนั พุธ ท่ี ๒๗ ธันวาคม พทุ ธศกั ราช ๒๕๖๐ 142

143

มุขนายกผู้แทนสภาประมุขบาทหลวงโรมันคาทอลิกแห่งประเทศไทยเข้าเฝ้าถวายพระพรเน่ืองในโอกาสเทศกาล ครสิ ต์มาสและวันขน้ึ ปีใหม่ วนั พธุ ท่ี ๒๗ ธนั วาคม พทุ ธศกั ราช ๒๕๖๐ การน้ี สมเดจ็ พระอรยิ วงศาคตญาณ (อมพฺ รมหาเถร) สมเดจ็ พระสงั ฆราช สกลมหาสงั ฆปรณิ ายก ทรงต้อนรับและมีพระปฏิสันถารกับคณะผู้แทนฯ ทรงรับสาส์นจากสันตะส�ำนักที่ร่วมแสดงมุทิตาจิต ที่ทรงพระกรุณาโปรดสถาปนาข้ึนเป็นสมเด็จพระสังฆราช และมีพระด�ำรัสว่าศาสนาต่าง ๆ ล้วน มุ่งเน้นให้คนเป็นคนดี มีศีลธรรม เพื่อยังให้เกิดความปกติสุขในโลก พระพุทธศาสนาน้ันเน้นสอนให้ ท�ำความดี ละเว้นความชั่ว และท�ำจิตใจให้บริสุทธิ์ ตลอดจนมีความเอื้อเฟื้อเผื่อแผ่ มีเมตตากรุณา ทุกคนในโลกนนั้ ล้วนแต่เป็นเพอ่ื นมนษุ ย์ด้วยกนั ทงั้ สน้ิ การไม่เบียดเบยี นกันและกันทั้งกาย วาจา และใจ จะสร้างสนั ตสิ ขุ ทแ่ี ท้จรงิ ให้บงั เกดิ ขน้ึ ได้ ซง่ึ ครสิ ต์ศาสนากส็ ง่ั สอนเช่นกนั ทง้ั ๒ ศาสนา จงึ เปน็ มติ รธรรม ทีส่ ำ� คัญที่เกื้อกูลและส่งเสรมิ ซึ่งกันและกนั นอกจากโอกาสอันเป็นมงคลน้ีแล้ว สภาคริสตจักรแห่งประเทศไทยได้เข้าเฝ้าสมเด็จพระอริย วงศาคตญาณ (อมพฺ รมหาเถร) สมเดจ็ พระสงั ฆราช สกลมหาสงั ฆปรณิ ายก วดั ราชบพธิ สถติ มหาสมี าราม ในอีกหลายวาระ อาทิ มงซนิ ญอร์ วิษณุ ธัญญอนนั ต์ รองเลขาธิการสภาประมขุ บาทหลวงนกิ ายโรมนั คาทอลกิ แหง่ ประเทศไทย เขา้ เฝา้ ถวายพระพร ในโอกาสฉลองพระชนมายุ ๙๐ พรรษา วนั ท่ี ๒๖ มถิ นุ ายน พุทธศักราช ๒๕๖๐ และมุขนายกผู้แทนสภาประมุขบาทหลวงนิกายโรมันคาทอลิกแห่งประเทศไทย เขา้ เฝา้ ถวายพระพรเนอ่ื งในโอกาสเทศกาลครสิ ตม์ าสและวนั ขนึ้ ปใี หม่ เมอ่ื วนั ที่ ๒๗ ธนั วาคม พทุ ธศกั ราช ๒๕๖๐ นอกจากน้ี ทุกปีในวนั วสิ าขบูชา สมณสภาเพื่อการเสวนาระหว่างศาสนา นครรัฐวาตกิ ัน ได้ส่ง สาส์นวันวสิ าขบชู ามาร่วมยนิ ดีด้วย 144 ราชบพธิ มติ รธรรม FRIENDSHIP BEYOND TIME

สมเด็จพระอรยิ วงศาคตญาณ (อมพฺ รมหาเถร) สมเด็จพระสงั ฆราช สกลมหาสงั ฆปริณายก ประทานพระวโรกาส ให้ผู้แทนคณะสงฆ์วัดพระเชตุพนวิมลมังคลาราม เฝ้ากราบทูลลาก่อนอัญเชิญหนังสือพระมาลัยไปถวายสมเด็จ พระสนั ตะปาปาฟรันซสิ (Francis) มติ รสมั พนั ธ์อนั ดรี ะหว่างศาสนาทบี่ งั เกดิ ขนึ้ นนั้ ย่อมเปน็ ผลมาจากบรุ พไมตรที เ่ี คยปฏบิ ตั กิ นั ก่อน หน้า ดงั เมอ่ื ครั้งท่สี มเดจ็ พระวันรัต (ปุ่น ปุณฺณสริ ิ) วดั พระเชตุพนวิมลมงั คลาราม ได้เดินทางไปเข้าเฝ้า สมเดจ็ พระสนั ตะปาปาปอล ท่ี ๖ (Paul VI) เมอ่ื พทุ ธศกั ราช ๒๕๑๕ไดถ้ วายผา้ ไตรและเครอื่ งอฐั บรขิ ารแด่ สมเดจ็ พระสนั ตะปาปา เปน็ ทรี่ ะลกึ และเปน็ สญั ลกั ษณท์ างพระพทุ ธศาสนา สมเดจ็ พระสนั ตะปาปาโปรดให้ เกบ็ ไวแ้ ละจดั แสดงทหี่ อ้ งพพิ ธิ ภณั ฑน์ ครวาตกิ นั เพอื่ สอื่ ถงึ ไมตรที ส่ี มั พนั ธฉ์ นั สหายธรรม ครนั้ พทุ ธศกั ราช ๒๕๕๘ กรมอ�ำนวยการแห่งพิพิธภัณฑ์ นครรัฐวาติกัน มีจดหมายมายังพระเทพวีราภรณ์ (สีนวล ปญฺ าวชโิ ร) เจา้ อาวาสวดั พระเชตพุ นวมิ ลมงั คลาราม วา่ ทางพพิ ธิ ภณั ฑป์ ระสงคข์ อทราบขอ้ มลู เกยี่ วกบั ที่มาและความหมายของเอกสารสมุดไทยฉบับหน่ึงท่ีจัดเก็บไว้ในพิพิธภัณฑ์ ซึ่งสมเด็จพระสันตะปาปา ปิโอ ท่ี ๑๑ (Pius XI) ทรงได้รับมอบมาตง้ั แต่พุทธศกั ราช ๒๔๗๗ คณะสงฆว์ ดั พระเชตพุ นวมิ ลมงั คลารามไดด้ ำ� เนนิ การศกึ ษาและปรวิ รรตสมดุ ไทยเลม่ ดงั กลา่ ว พบ วา่ เปน็ หนงั สอื พระมาลยั ซงึ่ มเี นอื้ ความและภาพเขยี นสเี ลา่ เรอ่ื งราวพระมาลยั เมอ่ื การดำ� เนนิ การปรวิ รรต แล้วเสร็จได้จดั ท�ำรปู เล่มเพ่อื ถวายสมเดจ็ พระสันตะปาปาฟรันซิส (Francis) ณ นครรฐั วาตกิ นั อีกคร้ัง โดยกอ่ นทผี่ แู้ ทนคณะสงฆว์ ดั พระเชตพุ นวมิ ลมงั คลารามและผแู้ ทนฆราวาสฝา่ ยประเทศไทยจะออกเดนิ ทาง ไปนน้ั ได้เฝ้ากราบทลู ลาสมเด็จพระอริยวงศาคตญาณ (อมฺพรมหาเถร) สมเด็จพระสงั ฆราช สกลมหา สังฆปรณิ ายก วัดราชบพิธสถติ มหาสมี าราม ในวันท่ี ๖ พฤษภาคม พทุ ธศักราช ๒๕๖๑ และได้อัญเชญิ คมั ภรี พ์ ระมาลยั อกั ษรขอม (บาลี – ไทย) ไปถวายสมเดจ็ พระสนั ตะปาปา ณ นครรฐั วาตกิ นั เปน็ ลำ� ดบั ไป สว่ นท่ี ๒ 145 กา้ วยา่ งทางธรรมไมตรี

ลิ้งค์หนงั สือ ลง้ิ ค์ youtube พระพรหมบัณฑิต (ประยูร ธมฺมจิตฺโต) ถวายสักการะสมเด็จพระอริยวงศาคตญาณ (อมฺพรมหาเถร) สมเด็จพระสงั ฆราช สกลมหาสังฆปรณิ ายก ในงานวันวสิ าขบูชาโลก คร้งั ที่ ๑๖ นบั แต่คร้ังทส่ี มเดจ็ พระอรยิ วงศาคตญาณ (อมฺพรมหาเถร) สมเดจ็ พระสังฆราช สกลมหาสงั ฆ ปริณายก ทรงด�ารงต�าแหน่งประมุขแห่งพุทธจักรไทยน้ัน ทรงเอาพระทัยใส่ท้ังในเรื่องการเผยแผ่พระ สัทธรรมขององค์พระสัมมาสัมพุทธเจ้าให้พุทธบริษัทท้ังปวงเข้าใจและพึงปฏิบัติได้อย่างไม่ย่อท้อ ขณะ เดยี วกนั กท็ รงมงุ่ เสรมิ สรา้ งความเขา้ ใจอนั ดรี ะหวา่ งศาสนาและความเชอื่ ตา่ ง ๆ ทป่ี รากฏมใี นประเทศไทย นบั แตพ่ ทุ ธศกั ราช ๒๕๖๐ เปน็ ตน้ มา สมเดจ็ พระอรยิ วงศาคตญาณ (อมพฺ รมหาเถร) สมเดจ็ พระสงั ฆราช สกลมหาสังฆปริณายก ได้เสด็จไปทรงเป็นประธานในการเฉลิมฉลองวันวิสาขบูชาโลก (International Day of Vesak) ซึง่ องค์การสหประชาชาตมิ ีมตริ บั รองให้วันวสิ าขบูชาเปน็ วนั สา� คัญวันหนึง่ ของโลกต้งั แต่ พุทธศักราช ๒๕๔๒ และคณะกรรมการสมาคมสภาวิสาขบูชาโลกมีฉันทามติให้จัดงานเฉลิมฉลอง ขึ้นต่อเน่ืองทุกปี ในการน้ี สมเด็จพระอริยวงศาคตญาณ (อมฺพรมหาเถร) สมเด็จพระสังฆราช สกล มหาสงั ฆปรินายก ประทานพระสัมโมทนยี กถาท่ามกลางผู้นา� ทางศาสนาและพทุ ธศาสนกิ ชน ในการจดั กิจกรรมวนั วสิ าขบชู าโลก คร้ังท่ ี ๑๔ พทุ ธศักราช ๒๕๖๐ ครงั้ ที่ ๑๕ พทุ ธศักราช ๒๕๖๑ และคร้ังที ่ ๑๖ พุทธศกั ราช ๒๕๖๒ ซง่ึ ประเทศไทยเป็นเจ้าภาพ ครน้ั พทุ ธศกั ราช ๒๕๖๒ สมณะกระทรวงเพอ่ื การบรกิ ารและพฒั นาความสมบรู ณ์ของมนษุ ย์แหง่ สันตะสา� นัก นครรฐั วาตกิ นั ในอาณตั ขิ องสมเดจ็ พระสนั ตะปาปาฟรนั ซสิ ก�าหนดจดั ประชุมผู้น�าศาสนา ระดบั สากล ณ นครรฐั วาติกนั ประเทศอิตาลี และได้มีหนังสือกราบทูลสมเดจ็ พระอริยวงศาคตญาณ (อมพฺ รมหาเถร) สมเดจ็ พระสงั ฆราช สกลมหาสงั ฆปรณิ ายก เพอื่ ทรงทราบและเสดจ็ ไปทรงเข้าร่วมการ ประชมุ ดงั กล่าว การน ี้ มพี ระบญั ชาโปรดใหพ้ ระพรหมบณั ฑติ (ประยรู ธมมฺ จติ โฺ ต) เปน็ ผ้แู ทนพระองคไ์ ป ร่วมประชมุ และกล่าวปราศรัยในหัวข้อ “ศาสนากับเป้าหมายการพฒั นาทยี่ ั่งยนื (SDGs)” 146 ราชบพธิ มิตรธรรม FRIENDSHIP BEYOND TIME


Like this book? You can publish your book online for free in a few minutes!
Create your own flipbook