Important Announcement
PubHTML5 Scheduled Server Maintenance on (GMT) Sunday, June 26th, 2:00 am - 8:00 am.
PubHTML5 site will be inoperative during the times indicated!

Home Explore การทำงานของเฟืองท้าย

การทำงานของเฟืองท้าย

Published by Perawitplx, 2022-04-06 05:32:53

Description: การทำงานของเฟืองท้าย

Search

Read the Text Version

ก หนา้ แรก

ก คำนำ คมู่ ือประกอบการเรียนการสอนเลม่ น้ีจดั ทาข้ึนเพ่ือประกอบการใชช้ ุดจาลองหลกั การทางานของระบบเฟื อง ทา้ ยแบบคอนเวนชนั่ นอล ซ่ึงภายในคู่มือประกอบการเรียนการสอนเล่มน้ีจะประกอบไปดว้ ยเน้ือหาเกี่ยวกบั หลกั การทางานและส่วนประกอบของระบบเฟื องทา้ ยแบบคอนชนั่ นอล รวมถึงวิธีการถอดประกอบและการ ตรวจสอบบารุงรักษา โดยมีแบบทดสอบเป็ นตัวช้ีวัดความรู้ความสามารถในการเรี ยน ท้ังน้ีผู้จัดทามี วตั ถุประสงคเ์ พื่อให้ผเู้ รียนสามารถเขา้ ใจหลกั การทางานของเฟื องทา้ ยแบบคอนเวนชนั่ นอลในกรณีต่างๆ และ ผูเ้ รียนสามารถบอกส่วนประกอบและข้นั ตอนการถอดประกอบของระบบเฟื องทา้ ยแบบคอนเวนชน่ั นอลได้ อยา่ งถกู ตอ้ ง ผูจ้ ดั ทา ขอขอบพระคุณผูแ้ ต่งตาราและเอกสารอา้ งอิงทุกท่าน และหวงั เป็ นอย่างย่ิงว่าคู่มือประกอบการ เรียนการสอนเล่มน้ีจะเป็นประโยชน์ต่อผูท้ ่ีไดศ้ ึกษา รวมถึงผทู้ ี่สนใจระบบเฟื องทา้ ยแบบคอนเวนชน่ั นอล หาก ผดิ พลาดประการใด ขออภยั มา ณ ที่น้ี คณะผจู้ ดั ทา

สารบญั ข เร่ือง คานา หนา้ สารบญั ก วตั ถุประสงคเ์ ชิงพฤติกรรม ข บทเรียน ค - ความรู้เบ้ืองตน้ เกี่ยวกบั ระบบเฟื องทา้ ยแบบคอนเวนชน่ั นอล - ส่วนประกอบระบบเฟื องทา้ ยแบบคอนเวนชน่ั นอล 1 - หลกั การทางานของเฟื องทา้ ยแบบคอนเวนชนั่ นอล 2 - อตั ราทดเฟื องทา้ ยรถยนต์ 5 ข้นั ตอนการถอดประกอบชุดเฟื องทา้ ยแบบคอนเวนชนั่ นอล 7 วธิ ีการปรับต้งั ระยะ Backlash และตรวจสอบเฟื องทา้ ย 9 ข้นั ตอนการใชช้ ุดส่ือเสริมการสอนควบคกู่ บั การเรียนการสอนปกติ 14 ขอ้ ควรระวงั และการใชช้ ุดส่ือเสริมการสอน 17 อา้ งอิง 19 20

ค วตั ถปุ ระสงค์เชิงพฤตกิ รรม 1.บอกหนา้ ที่ของเฟื องทา้ ยแบบคอนเวนชนั่ นอลไดอ้ ยา่ งถูกตอ้ ง 2.บอกส่วนประกอบของเฟื องทา้ ยแบบคอนเวนชนั่ นอลไดอ้ ยา่ งถกู ตอ้ ง 3.อธิบายหลกั การทางานของเฟื องทา้ ยแบบคอนเวนชน่ั นอลไดอ้ ยา่ งถกู ตอ้ ง 4.คานวณและอธิบายความหมายเฟื องทา้ ยแบบคอนเวนชนั่ นอลไดอ้ ยา่ งถกู ตอ้ ง 5.บอกการตรวจสอบและบริการเฟื องทา้ ยแบบคอนเวนชน่ั นอลไดอ้ ยา่ งถูกตอ้ ง

1 บทเรียน 1.ควำมรู้เบือ้ งต้นเกย่ี วกบั เฟื องท้ำยแบบคอนเวนชั่นนอล ควำมหมำยของเฟื องท้ำย ชุดเฟื องทา้ ย (DIFFERENTIAL) ของรถทว่ั ไป ทาหนา้ ที่รับกาลงั ท่ีถ่ายทอดมาจากชุดเกียร์ เพ่ือผอ่ งถ่าย ไปยงั เพลาขบั ของลอ้ ดว้ ยความเร็วรอบที่แตกต่างกนั และเพื่อให้เกิดการหมุนที่สมดุลกนั ในขณะเล้ียวโดยลด อตั ราทดเฟื อง ทาให้ความเร็วรอบของเพลากลางหมุนชา้ ลงจนเหมาะสมกบั ขนาดของลอ้ รถยนตน์ ้ันๆ แต่ก็ยงั สามารถส่งกาลงั ขบั เคลื่อนไดส้ ูงข้นึ ในรอบเครื่องยนตท์ ่ีเทา่ กนั วิธีเปลี่ยนทิศทางการส่งถ่ายกาลังเป็ นหน้าที่ของเฟื องเดือยหมู (DRIVE PINION) และเฟื องบายศรี (RING GEAR) ซ่ึงทามมุ 90 องศา เพ่อื ส่งตอ่ กาลงั ไปยงั เพลาขบั ท่ีลอ้ เพิ่มสมดุลระหวา่ งลอ้ ท้งั 2 ขณะเล้ียวโคง้ ทาใหร้ ถ เล้ียวโคง้ ไดด้ ีข้ึน โดยไม่มีการปัด หรือเซไถลออกนอกโคง้ เน่ืองมาจากการทางานของชุดเฟื องทา้ ย จึงทาใหล้ อ้ ท้งั คู่มีความเร็วรอบที่ไม่เท่ากนั คือ ลอ้ ดา้ นนอกจะหมุนเร็วกว่าลอ้ ดา้ นในชุดเฟื องทา้ ย ประกอบดว้ ย เฟื องเดือย หมู ซ่ึงจะทาหนา้ ที่ถ่ายทอดกาลงั งานจากเกียร์ ที่รับกาลงั มาจากเคร่ืองยนต์ ไปยงั เฟื องบายศรี แลว้ จึงเปลี่ยนทิศ ทางการถ่ายทอดกาลงั งานไปอีก 90 องศา ทาหนา้ ท่ีรับกาลงั งานมาจากเฟื องเดือยหมู เพื่อลดอตั ราทดเกียร์ให้ ต่าลงเป็นคร้ังสุดทา้ ยแลว้ จึงส่งถ่ายกาลงั ต่อไปยงั ชุดเฟื องดอกจอก หรือชุดเฟื องทา้ ย ซ่ึงในชุดเฟื องดอกจอก ก็จะ ประกอบดว้ ย เฟื องดอกจอก และเฟื องขา้ ง ซ่ึงจะประกอบเป็นชุดเดียวกนั อยใู่ นเส้ือเฟื องทา้ ย (CASE)

2 เฟื องท้ำยแบบธรรมดำ (Conventional) จะมสี ่วนประกอบหลกั ๆ ประกอบด้วย 5 3 2 41 หมำยเลข 1 คือ เฟื องขบั หรือเฟื องเดือยหมู (Drive Pinion Gear) ทาหนา้ ท่ีรับแรงบิดมาจากเพลากลางและส่งต่อ ใหก้ บั เฟื องบายศรีหรือเฟื องวงแหวน เฟื องเดือยหมูจะถูกติดต้งั อยภู่ ายในห้องเฟื องทา้ ย ถูกออกแบบโดยใหป้ ลาย ดา้ นหน่ึงเซาะเป็นร่อง เพ่ือสวมเขา้ กบั หนา้ แปลนเฟื องทา้ ย ส่วนปลายอีกดา้ นหน่ึง มีลกั ษณะเป็นเฟื องเฉียงโคง้ เฟื องเดือยหมู (Drive Pinion Gear)

3 หมำยเลขท2่ี คือ เฟื องบายศรีหรือเฟื องวงแหวน (Ring Gear) ทาหนา้ ท่ีส่งแรงบิดจากเฟื องเดือยหมูไปยงั ตวั เฟื อง ดอกจอกหรือเรือนเฟื องทด (Differential Case) เป็นเฟื องที่ออกแบบให้มีลกั ษณะเป็ นวงแหวน เพื่อสวมกบั เส้ือ เฟื องดอกจอกเฟื องบายศรีมีจานวนฟันเฟื องมากกวา่ เฟื องเดือยหมูดงั น้นั จึงหมุนชา้ กว่า เฟื องเดือยหมูส่งผลให้ ลดอตั ราทดของ กระปุกเกียร์ เฟื องบำยศรีหรือเฟื องวงแหวน (Ring Gear) หมำยเลข 3 คือ เฟื องทดหรือเฟื องดอกจอก (differential pinion gear) เป็นเฟื องท่ีมีความสาคญั ทาใหก้ ารหมุน ของลอ้ ท้งั สองดา้ นมีความเร็วรอบต่างกนั ตามปกติจะมี 2 หรือ 4 ตวั ยดึ ใหห้ มุนไดอ้ ยใู่ นเพลา เฟื องทด (differential pinion shaft) เฟื องดอกจอก (differential pinion gear)

4 หมำยเลข 4 คือ เฟื องขา้ ง (side gear) เป็ นเฟื องท่ีขบอยู่กบั เฟื องทดหรือเฟื องดอกจอก เมื่อเวลาที่เส้ือดอกจอก หมุนไป เฟื องดอกจอกซ่ึงขบอยกู่ บั เฟื องขา้ ง ก็จะไปทาให้เฟื องขา้ งหมุนไปดว้ ยความเร็วเท่าๆกบั เส้ือดอกจอก ซ่ึงเฟื องขา้ ง (side gear) ประกอบดว้ ย เฟื องขา้ งดา้ นซา้ ย และ เฟื องขา้ งดา้ นขวา เฟื องข้ำง (side gear) หมำยเลข 5 คอื เส้ือเฟื องดอกจอก (Differential Case) ซ่ึงภายในเส้ือเฟื องดอกจอกน้นั จะมีเฟื องดอกจอก (differential pinion gear) จานวน 2 ตวั และ เฟื องขา้ ง (side gear) จานวน 2 ตวั ติดต้งั อยภู่ ายใน เสื้อเฟื องดอกจอก (Differential Case)

5 กำรทำงำนของเฟื องท้ำยในกำรขบั ข่ีแบบต่ำงๆแบ่งออกได้ 3 กรณี ดังนี้ 1.กำรทำงำนขณะขบั ทำงตรง ขณะขบั รถยนต์ทางตรงลอ้ ดา้ นขวา (ลอ้ ด้าน A ) และลอ้ ด้านซ้าย (ลอ้ ด้าน B) จะมีแรงตา้ นทานหรือ ความฝื ด ( Friction) ของการหมุนเท่ากนั โดยเฟื องเดือยหมูหมุนส่งกาลงั ให้แก่เฟื องบายศรี ส่งผลให้เส้ือเฟื อง ดอกจอก และเฟื องดอกจอกหมุนเป็ นชุดเดียวกนั และหมุนพร้อมกบั เฟื องขา้ งท้งั 2 ดา้ น โดยเฟื องขา้ ง A และ เฟื องขา้ ง B หมุนดว้ ยความเร็วที่เทา่ กนั รอบ A = B AB AB 2. กำรทำงำนขณะเลยี้ วโค้ง ในขณะเล้ียวโคง้ ลอ้ ดา้ นใน (ลอ้ ดา้ น B) จะมีแรงตา้ นทาน หรือความฝื ด (Friction) มากกวา่ ลอ้ ดา้ นนอก (ลอ้ ดา้ น A) โดยเฟื องเดือยหมูหมุนกาลงั ให้แก่เฟื องบายศรีเพ่ือส่งกาลงั ใหแ้ ก่ชุดเฟื องดอกจอกและเฟื องขา้ งแต่ เน่ืองจากลอ้ ดา้ นใน (ลอ้ ดา้ น B) มีแรงตา้ นทาน หรือความฝืด (Friction) มากกวา่ ลอ้ ดา้ นนอก (ลอ้ ดา้ น A) จึงทา ให้เฟื องขา้ งดา้ น B หมุนชา้ กว่าเฟื องขา้ งดา้ น A เป็นผลใหเ้ ฟื องดอกจอกท้งั 2 ตวั หมุนรอบตวั เอง และหมุนไป พร้อมกบั เส้ือเฟื องดอกจอก เพอื่ แบง่ กาลงั ไปขบั เฟื องขา้ งดา้ น A ใหห้ มนุ เร็วกวา่ เฟื องขา้ งดา้ น B รอบ A > B AB AB

6 3.กำรทำงำนขณะล้อตดิ หล่ม หรือล้อหมุนฟรี การท่ีลอ้ ดา้ นใดดา้ นหน่ึงติดหล่มหรือหมุนฟรี ลอ้ ดา้ นน้นั จะมีแรงตา้ นทานหรือความฝืด (Friction) นอ้ ย กว่าลอ้ อีกดา้ นหน่ึง เป็นผลใหเ้ ฟื องดอกจอกท้งั 2 ตวั หมุนรอบตวั เองและหมุนไปพร้อมกบั เส้ือเฟื องดอกจอก เพอื่ แบ่งกาลงั ไปขบั เฟื องขา้ งหรือเฟื องขบั ลอ้ ดา้ นที่ติดหล่มหรือลอ้ ที่หมุนฟรีใหเ้ ร็วกวา่ เฟื องขา้ งหรือเฟื องขบั ลอ้ อีกดา้ นหน่ึง AB AB อตั รำทดเฟื องท้ำยรถยนต์ อตั ราทดของเฟื องทา้ ยเป็นอตั ราส่วนระหว่างความเร็วของเพลากลางกบั ความเร็วของเพลาขา้ งหรือเพลา ขบั ลอ้ เนื่องจากเฟื องบายศรีหรือเฟื องวงแหวนมีจานวนฟันเฟื องมากกวา่ เพื่องเดือยหมูหรือเฟื องขบั การขบกนั จึง ทาใหเ้ กิดอตั ราทดระหวา่ งเฟื องท้งั คู่ซ่ึงอตั ราทดจะแตกต่างกนั ตามชนิดและการออกแบบของรถยนตเ์ ฟื องทา้ ย รถยนตไ์ ม่ไดม้ ีการออกแบบใหอ้ ตั ราทดของเฟื องเป็นเลขลงตวั เช่น 3: 1, 4: 1 เป็นตน้ เพราะจะทาใหฟ้ ันเฟื องขบ ฟันคูเ่ ดิมเสมอส่งผลใหฟ้ ันเฟื องสึกหรอเร็วดงั น้นั เพ่ือหลีกเล่ียงผลเสียดงั กล่าวจึงออกแบบอตั ราทดเฟื องทา้ ยเป็น ตวั เลขท่ีไมล่ งตวั เช่น 2. 46: 1, 3. 58: 1 เป็นตน้

7 ประเภทของอตั รำทดเฟื องท้ำยรถยนต์ 1. อัตรำทดแบบไม่เปลย่ี นฟันขบ (Non-Hunting Differential) ฟันของเฟื องเดือยหมูหรือเพองขบั จะขบกบั ฟัน ของเฟื องบายศรีหรือเฟื องวงแหวนซ้าฟันเดิมตลอดเวลาเช่นเฟื องเดือยหมูมีจานวน 13 ฟันเฟื องวงแหวนมี จานวน 39 ฟันอตั ราทดจะ 20 สัมอตั ราทดจะเป็น 3: 1 ถา้ เฟื องเดือยหมหู รือเฟื องขบั หมนุ 3 รอบเฟื องบายศรีหรือ เฟื องวงแหวนจะหมุนได้ 1 รอบเช่นฟันของเฟื องเดือยหมูหรือเฟื องขบั ตวั ท่ี 1 ขบกบั ฟันของเฟื องบายศรีหรือ เฟื องวงแหวนตวั ท่ี 1, 14 และ 27 ตลอด 2. อตั รำทดแบบเปลย่ี นฟันขบ (Hunting Differential) ฟันของเฟื องเดือยหมหู รือเฟื องขบั จะเปล่ียนตาแหน่งการ ขบกบั ฟันของเฟื องบายศรีหรือเฟื องวงแหวนตลอดเวลาเช่นเฟื องเดือยหมูหรือเฟื องขบั มีจานวน 13 ฟันเฟื องวง แหวนมีจานวน 47 ฟันอตั ราทดจะเป็น 3. 61: 1 เป็นตน้ อตั ราส่วนจานวนฟันเฟื องเดือยหมูและเฟื องวงแหวนจะ ไมล่ งตวั

8 วธิ ีกำรหำอตั รำทดของเฟื องท้ำยแบบคอนเวนชั่นนอล อตั ราทดเฟื องทา้ ย = จานวนฟันของเฟื องบายศรี จานวนฟันของเฟื องเดือยหมู ตวั อย่ำง เฟื องทา้ ยรถยนตช์ นิดหน่ึงมีจานวนเฟื องเดือยหมู 10 ฟัน และมีจานวนเฟื องบายศรี 40 ฟัน เมื่อทาการ คานวณหาอตั ราทดของเฟื องทา้ ยจากสูตรจะได้ อตั รำทดเฟื องท้ำย = ������������ = 4:1 ������������ ซ่ึงหมายความวา่ เฟื องเดือยหมหู มนุ ส่งกาลงั เป็นจานวน 4 รอบ ทาใหเ้ ฟื องบายศรีน้นั หมนุ เป็นจานวน 1 รอบ นนั่ เอง ประโยชน์ในกำรหำอตั รำทดของเฟื องท้ำย 1. เพอ่ื ใหเ้ ขา้ ใจอตั ราทดของเฟื องทา้ ยต่อหน่ึงรอบ 2. เพอ่ื ใหท้ าการเปล่ียนเฟื องทา้ ยเป็นไปไดอ้ ยา่ งงา่ ยและเหมาะสมกบั จานวนเฟื องเดิมหากเฟื องชุดเดิมเกิดการ ชารุดหรือเสียหาย 3. เพอ่ื ใหท้ าการทดรอบอตั ราทดเฟื องทา้ ยรถยนตเ์ พื่อให้ไดค้ วามเร็วในการขบั ข่ีตามความตอ้ งการ

9 ข้นั ตอนกำรถอด-ประกอบชุดเฟื องท้ำย คำอธบิ ำย รูปภำพ 1. จดั ตรียมอุปกรณ์ในการถอดประกอบ ไดแ้ ก่ ชุดบลอ๊ ค 1 ชุด ไดอลั เกจ 1 ชุด คอ้ นยางหรือคอ้ นเหลก็ อปุ กรณ์ในการทามาร์ค เช่น ลิควิด 2. นาบลอ๊ คเบอร์ 17 ถอดประกบั ยดึ ลกู ปื นท้งั 2 ขา้ งออก 3. ถอดประกบั ยดึ ลกู ปื นเฟื องทา้ ยท้งั 2 ขา้ งออก และเก็บถอดแหวนรองหรือแหวนปรับต้งั ออก *ขอ้ ควรระวงั * ในการนาประกบั ออกตอ้ งทาอยา่ งชา้ ๆหากดึง ออกอยา่ งรวดเร็วจะทาใหต้ วั ลอ๊ คแหวนปรับ ระยะหลดุ และตกสู่พ้นื ได้

10 4. ยกชุดเฟื องบายศรีออกจากตวั เรือนเฟื องทา้ ย *ขอ้ แนะนา* ในการยกชุดเฟื องบายศรีออกน้ันควรจะนานิ้ว สอดเขา้ ไปในรูของเฟื องบายศรีก่อนยกท้งั สอง ขา้ งเพ่ือป้องกนั แหวนปรับระยะหลุดออกจากตวั ลกู ปื นละตกสู่พ้นื 5. ใชบ้ ล๊อคเบอร์ 24 ขนั น๊อตยึดเฟื องเดือยหมูโดย มืออีกขา้ งหน่ึงจบั เครื่องมือพเิ ศษไวเ้ พอื่ หยุดการ หมุนตามของหนา้ แปลนเฟื องเดือยหมู 6. ถอดหน้าแปลนออกจากเรือนเฟื องท้ายอย่าง ระมดั ระวงั ไมใ่ หเ้ ฟื องเดือยหมูตกลงพ้นื

11 7. นาเฟื องเดือยหมูออกโดยถอดออกจาก ภายในตวั เรือนเฟื องทา้ ย *ขอ้ แนะนา* ถ้าหากเฟื องเดือยหมูแน่นหรื อไม่สามารถ ดึงออกไดโ้ ดยวิธีปกติ ใหน้ าคอ้ นยางตอกบริเวณ ทา้ ยของเฟื องอยา่ งเบามือเพ่ือใหเ้ ฟื องขยบั ตวั ละ นาออกมางา่ ยข้ึน 8. ทาการถอดน๊อตยดึ เฟื องบายศรีหรือเฟื องวง แหวนออกโดยใชบ้ ลอ๊ คเบอร์ 17 และทา สญั ลกั ษณ์เพอ่ื การประกอบที่ถกู ตอ้ ง 9. ทาการถอดเฟื องบายศรีออกการถอดจะทาการ คว่าชุดเฟื องละถอดจากบนลงลา่ ง *ขอ้ แนะนา* ถา้ หากติดแน่นใหใ้ ชค้ อ้ นยางตอกบริเวณ รอบๆตวั เฟื องบายศรี

12 10. ทาการถอดเฟื องบายศรีออกจากตวั เรือนเฟื อง ดอกจอก 11. ทาสญั ลกั ษณ์บริเวณฟันของเฟื องดอกจอกและ เฟื องขา้ งในตาแหน่งก่อนถอดเพอื่ สะดวกต่อการ ประกอบ 12. ถอดสลกั เฟื องดอกจอกออกเพ่อื ถอดเฟื อง ดอกจอกและเฟื องขา้ ง และวางในตาแหน่งที่ ปลอดภยั ไมใ่ หต้ กสู่พ้ืนอาจทาใหเ้ ฟื องเกิดความ เสียหายได้

13 13. ถอดเฟื องขา้ ง 2 ตวั และ เฟื องดอกจอก 2 ตวั ออกจากตวั เส้ือเฟื องดอกจอก ข้อควรจำ ก่อนทาการถอดประกอบเฟื องทา้ ยทกุ คร้ังตอ้ งทาสญั ลกั ษณ์โดยการมาร์คตาแหน่งการขบเฟื องเดิมทกุ ๆคร้ัง เพ่ือ ความสะดวกเวลาประกอบ จะไดป้ ระกอบเขา้ ท่ีไดอ้ ยา่ งถกู ตอ้ งและประหยดั เวลาในการปฏิบตั ิ กำรประกอบชุดเฟื องท้ำย ใหป้ ระกอบยอ้ นข้นั ตอนแรกและเช็คอปุ กรณ์วา่ มีจานวนครบและมีสภาพสมบูรณ์เหมือนเดิมหรือไม่ ที่สาคญั ตอ้ งดูตาแหน่งการมาร์คตาแหน่งเดิมของการขบเฟื องให้ถูกตอ้ ง เพื่อช่วยใหท้ าการประกอบไดอ้ ยา่ งรวดเร็วและ มีความถกู ตอ้ งเพื่อใหเ้ ฟื องทา้ ยทางานไดอ้ ยา่ งปกติ ข้อควรจำ 1. ตรวจสอบส่วนประกอบของเฟื องทา้ ยวา่ มีจานวนครบตามเดิมหรือไม่ 2. ชิ้นส่วนท่ีจะประกอบ ตอ้ งทาความสะอาดมาแลว้ อยา่ งดี 3. ลูกปื นของชุดเฟื องทา้ ยท้งั หมด ก่อนการประกอบใหช้ โลมดว้ ยน้ามนั เกียร์ 4. ทาจาระบีที่ผวิ ภายนอกของกนั ร้ัวก่อนประกอบ

14 วธิ ีกำรปรับต้ังระยะห่ำงหรือระยะกนั รุนเฟื องท้ำยรถยนต์ (Backlash) ระยะห่างหรือระยะกนั รุนเฟื องทา้ ยรถยนต์ (Backlash) หมายถึงระยะห่างระหว่างฟันเฟื องบายศรีกบั ฟันเฟื องเดือยหมูหรือระหวา่ งเฟื องดอกจอกกบั เฟื องเพลาขบั ลอ้ ระหวา่ งฟันเฟื องท้งั สองตอ้ งมีระยะห่างเพื่อใหม้ ี ช่องวา่ งสาหรับน้ามนั สามารถเคลือบผิวฟันเฟื องไดซ้ ่ึงเป็นการป้องกนั การสึกหรอแตถ่ า้ ช่องวา่ งระหวา่ งฟันเฟื อง มีมากเกินไปจะเกิดเสียงดงั และเฟื องแตกร้าวไดใ้ นทางตรงกนั ขา้ มถา้ มีช่องวา่ งระหวา่ งฟันเฟื องนอ้ ยเกินไปจะทา ใหเ้ กิดเสียงดงั และเฟื องมีความร้อนสูงทาใหเ้ ฟื องชารุดสึกหรอ กำรวัดระยะห่ำงหรือระยะกนั รุนเฟื องท้ำยรถยนต์ (Backlash) การวดั ระยะห่างเฟื องทา้ ยรถยนต์ตอ้ งให้เฟื องตวั ใดตวั หน่ึงอยกู่ บั ที่และให้เฟื องอีกตวั สามารถหมุนได้ ระยะห่างเฟื องทา้ ยรถยนตม์ ี 2 จุดแต่ละจุดจะวดั อยา่ งนอ้ ย 3 ตาแหน่งดงั น้ี จุดท่ี 1 เฟื องขา้ งและเฟื องดอกจอกใชไ้ ดอลั เกจติดต้งั กบั เส้ือเฟื องทา้ ยและปรับเข็มไดอลั เกจให้สัมผสั ห่างฟัน ของเฟื องขา้ งและยดึ เฟื องดอกจอกใหแ้ น่นและหมุนเฟื องขา้ งและเฟื องดอกจอกเส้ือเฟื องทา้ ยและปรับเขม็ ไดอลั เกจใหส้ ัมผสั กบั เฟื องขา้ งเพอ่ื วดั ระยะของดอกจอกใหแ้ น่นและหมนุ เฟื องขา้ งเพื่อวดั ระยะห่างของเฟื องขา้ ง จุดที่ 2 เฟื องบายศรีกบั เส้ือเฟื องเดือยหมูใชไ้ ดอลั เกจติดต้งั กบั เส้ือเฟื องทา้ ยและปรับเขม็ ไดอลั เกจใหส้ ัมผสั กบั เฟื องบายศรีเพ่ือวดั ระยะห่างของเฟื องบายศรียดึ เฟื องเดือยหมูใหแ้ น่นและหมุนเฟื องบายศรีเพื่อวดั ระยะห่างของ เฟื องบายศรีและเฟื องเดือยหมู

15 กำรตรวจสอบเฟื องท้ำย 1.ตรวรจสอบระยะแบลค๊ แลช (Back lash) การตรวจสอบค่าแบล๊คแลชโดยใชเ้ ครื่องมือไดเอลเกจระยะที่กาหนดที่กาหนดอยใู่ นช่วงประมาณ 0.10- 0.20 มม. หรือแลว้ แต่คู่มือในรถยนตร์ ุ่นน้นั ๆกาหนด 1.1 เตรียมอปุ กรณ์วดั หรือ ไดอลั เกจ 1.2 นาไดอลั เกจต้งั ที่ระยะ 0 จากตวั ฟันเฟื องของเฟื องบายศรีและทาการขยบั เฟื องบายศรีไปมาเพื่อวดั ระยะ แบล๊คแลชของเฟื อง ถา้ หากไม่ไดค้ า่ ท่ีกาหนดใหเ้ ปล่ียนแหวนปรับระยะเพอ่ื ใหไ้ ดค้ า่ ท่ีกาหนดในแต่ละรุ่น จะมีระยะห่างท่ีแตกตา่ งกนั จาเป็นจะตอ้ งอา้ งอิงระยะจากคู่มือในรุ่นน้นั ๆที่ทาการตรวจสอบ

16 2.ตรวจสอบควำมเสียหำยของฟันเฟื องในชุดเฟื องท้ำย การตรวจสอบความเสียหายที่เกิดจากการใชง้ าน ใหใ้ ชส้ ายตาดูบริเวณฟันเฟื องวา่ มีการแตกหกั หรือมี รอยราวตา่ งๆหรือไม่ เพอ่ื การบารุงรักษาต่อไป 3. ตรวจสอบกำรรั่วซึมของซีลและน้ำมนั เฟื องท้ำย - ชุดเฟื องทา้ ยตอ้ งรับภาระหนกั ตลอดเวลาที่รถเคลื่อนตวั ดงั น้นั เพื่อประสิทธิภาพและบารุงรักษาใหส้ ึกหรอ นอ้ ยที่สุด แนะนาใหป้ ล่ียนถ่ายน้ามนั เฟื องทา้ ยทกุ ๆ 1 ปี หรือ 20000 กิโลเมตร - ตรวจสอบการรั่วซึมของซีล ประเก็น เฟื องทา้ ย อยา่ งสม่าเสมอ หากพบรั่วซึมใหร้ ีบแกไ้ ข ก่อนเติมหรือเปลี่ยน ถา่ ยน้ามนั เฟื องทา้ ยใหอ้ ยใู่ นระดบั ปกติ - เลือกใชน้ ้ามนั ใหถ้ กู ชนิด อาทิ เฟื องทา้ ยรถขบั หลงั ปกติทวั่ ไป ใชค้ วามขน้ ใส เบอร์ 90 และ เบอร์ 140 ส่วน เฟื องทา้ ย ลิมิเตด็ สลิป ตอ้ งใชน้ ้ามนั ลิมิเต็ดสลิป เท่าน้นั

17 กำรใช้ชุดส่ือเสริมกำรสอนควบคู่กบั กำรเรียนกำรสอนปกติ

ข้นั ตอนกำรใช้งำน 18 รูปภำพ คำอธบิ ำย 1. เสียบปลกั๊ เพอื่ จ่ายไฟสู่สวิตซ์ และทาการเปิ ดสวิตซ์ไป ตาแหน่ง ON 2. เม่ือเปิ ดสวิตซ์ในตาแหน่ง NO แลว้ ใหเ้ ปิ ดสวติ ซไ์ ปใน ตาแหน่ง Move Forward หรือ Move Back ตามท่ีผใู้ ช้ ตอ้ งการดูการหมุนของเฟื อง ทา้ ย Move Forward (หมนุ ไปขา้ งหนา้ ) Move Back (หมุนกลบั หลงั ) Stop (สวิตซย์ กเลิกการหมุนของ มอเตอร์)

19 3. เมื่อเลือกปรับสวิตซ์ไป ขา้ งหนา้ หรือหลงั ขา้ งใดขา้ ง หน่ึงแลว้ ใหท้ าการหมุนสวิตซเ์ พื่อ ปรับลดความเร็วขอมอเตอร์ Up Speed เพมิ่ ความเร็ว Down Speed ลดความเร็ว กำรบำรุงรักษำสื่อกำรสอน 1. ถอดปลก๊ั ทกุ คร้ังหลงั ใชง้ าน 2. ทาความสะอาดบริเวณเฟื องดว้ ยผา้ สะอาดทุกคร้ังหลงั ใชง้ าน ข้อควรระวังในกำรใช้สื่อกำรสอน 1. ไมค่ วรวางชุดส่ือใกลค้ วามช้ืนหรือน้า เพราะวา่ จะทาใหเ้ กิดไฟชอ๊ ตและเกิดอนั ตรายได้ 2. ตอ้ งจดั วางสื่อในพ้นื ท่ี ท่ีเหมาะสมก่อนใชง้ านถา้ หากพ้ืนท่ีนอ้ ยอาจจะเกิดการตกหล่นได้ 3. ทาตามข้นั ตอนท่ีระบุไวท้ ุกข้นั ตอน เพอ่ื ป้องกนั ส่ือเกิดความเสียหาย

20 อ้ำงองิ 1. วรี ะศุกด์ิ มะโนน้อม และสมชำย วณำรักษ์, 2556, งำนเคร่ืองล่ำงรถยนต์, พมิ พ์คร้ังท่ี 1, สำนกั พมิ พ์เอมพนั ธ์, กรุงเทพ, 2. ประณต กลุ ประสูตร, 2555, ระบบส่งกำลงั รถยนต์, พมิ พ์คร้ังที่ 1, สำนักพมิ พ์จฬุ ำลงกรณ์ มหำวทิ ยำลัย, กรุงเทพ


Like this book? You can publish your book online for free in a few minutes!
Create your own flipbook