Arch Journal Issue 2019 การสร้างสรรคช์ ดุ ตวั อกั ษรสะท้อนอตั ลกั ษณ์มหาวิทยาลยั ศรีนครินทรวิโรฒ The Reflections of Srinakharinwirot University Identity through Font Creation ณพงศ หอมแยม้ 1 บทคดั ยอ่ Received: July 1, 2019 Revised: September 24, 2019 Accepted: October 15, 2019 การวิจยั น้ีมีวตั ถุประสงค์เพ่ือวเิ คราะห์อตั ลกั ษณ์และบุคลิกภาพของมหาวทิ ยาลัยศรนี ครนิ ทรวิโรฒและ ออกแบบ ชุดตวั อกั ษรสะท้อนอตั ลกั ษณ์ของมหาวทิ ยาลยั ศรนี ครนิ ทรวโิ รฒ เก็บข้อมูลจากบุคลากรภายในองค์กร มหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ ด้วยแบบสอบถามเชิงสารวจ จานวน 350 คน พบว่าท่ีมาการออกแบบจาก ตราสญั ลกั ษณ์มหาวทิ ยาลยั ศรนี ครนิ ทรวโิ รฒเหมาะสมทส่ี ุด มหาวทิ ยาลยั ศรนี ครนิ ทรวโิ รฒมบี ุคลกิ ภาพแบบทนั สมยั (Modern) และดูเก๋ (Chic) รปู แบบตวั อกั ษรจงึ เป็นตวั ตกแต่งแบบตวั ไม่มหี วั หรอื มหี วั เป็นจะงอย มนี ้าหนักเสน้ อกั ษร เท่ากนั รปู รา่ งผอมเป็นเสน้ โคง้ ผูว้ จิ ยั สรา้ งสรรค์ตวั อกั ษรจานวน 2 รปู แบบ แบบท่ี 1 ใชเ้ สน้ กราฟในตราสญั ลกั ษณ์เป็นโครงสรา้ งหลกั ของ ตวั อกั ษร และรูปแบบท่ี 2 ใช้เส้นวงรอบนอกตราสญั ลกั ษณ์ช่วงหน่ึงโค้งหยกั เป็นโครงสรา้ งเสน้ บนและเสน้ ล่างของ ตวั อกั ษร ผสมผสานกบั เส้นกราฟ ผลประเมินความพึงพอใจจากจานวน 100 คน ใน 6 ประเด็น พบว่าตวั อกั ษร รูปแบบที่ 1 ไดร้ บั ความพงึ พอใจมากทสี่ ุดใน 3 ประเดน็ คอื ประเดน็ ท่ี 1 อกั ษรมรี ูปแบบไปในทศิ ทางเดยี วกบั ตรา สญั ลกั ษณ์ของมหาวทิ ยาลยั ประเด็นท่ี 2 ตัวอกั ษรมีลกั ษณะเฉพาะ เป็นเอกลกั ษณ์ และประเด็นท่ี 3 ตัวอกั ษรดู กลมกลนื เป็นชุดเดยี วกนั อกั ษรรปู แบบท่ี 2 ไดร้ บั ความพงึ พอใจมากทส่ี ุดเพยี ง 1 ประเดน็ คอื ประเดน็ ท่ี 4 ตวั อกั ษร ดูกลมกลืนเป็นชุดเดียวกนั ทงั้ น้ีในประเด็นท่ี 3 ตวั อกั ษรดูชดั เจน อ่านง่าย ประเด็นท่ี 5 ขนาดและความหนาของ ตวั อกั ษร และประเดน็ ท่ี 6 ตวั อกั ษรดูมคี วามทนั สมยั ดูเก๋ ของตวั อกั ษรทงั้ 2 รูปแบบ ได้รบั ความพงึ พอใจใกล้เคยี งกนั จงึ สรปุ ไดว้ า่ ตวั อกั ษรรปู แบบท่ี 1 เหมาะสมเป็นชุดตวั อกั ษรสะทอ้ นอตั ลกั ษณ์มหาวทิ ยาลยั ศรนี ครนิ ทรวโิ รฒมากทส่ี ดุ ผลงานสรา้ งสรรค์ตวั อกั ษรรปู แบบท่ี 1 ใชช้ ่อื ชุดตวั อกั ษร ว่า “ศรนี ครนิ ” เป็นตวั อกั ษรตกแต่งประเภทไม่มหี วั แต่จะมลี กั ษณะเป็นจะงอยแทน ตวั อกั ษรเหมาะสมสาหรบั เป็นคาพาดหวั หรอื ตวั หวั เร่อื งในงานส่อื สารประชาสมั พนั ธ์ หรอื ใชใ้ นงานสาหรบั แสดงอตั ลกั ษณ์ของมหาวทิ ยาลยั ศรนี ครนิ ทรวโิ รฒเป็นสาคญั คาสาคญั : รปู แบบตวั อกั ษร ชุดตวั อกั ษร อตั ลกั ษณ์ ศรนี ครนิ ทรวโิ รฒ Abstract This creative research aims to analyze identity and personality of Srinakharinwirot University and create the font that reflects Srinakharinwirot University identity. The research is conducted by collecting information from Srinakharinwirot University staff through 350 questionnaires . It was found that the most appropriate font design was derived from the University’s logo. Moreover, since the University’s distinctive identity is its modernness and chicness, the font design that best reflects these qualities is a d is p la y typeface with loopless or diagonal terminal, equal font weigh, with thin and curved shape. Two font designs were created in order to compare them and find the design that best reflects the University identity. The first design used the graph line in the University’s logo as the key structure of the font. The second design used the combination between the curved line from the logo’s outer frame and the 1 สาขาวขิ าการออกแบบส่อื สาร คณะศิลปกรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยศรนี ครนิ ทรวิโรฒ Vol. 29 124
graph line as the key structures of the font’s upper and lower lines. The results showed that satisfaction assessment, from 100 samples, between those two designs in six different aspects were as follows. The first design was considered as the most satisfactory design in three aspects: 1) the same design direction as the University’s logo, 2) unique design, and 3) harmonious aspect of the design. The second design was satisfactory in only one aspect, the harmonious aspect of the design. Both designs received similar percentage in satisfaction on three aspects as follows: 1) visible and legible design, 2) appropriate size and weight, and 3) modern and chic design. Therefore, the first design is the most appropriate design that best reflects the University identity. The first font design is named “Srinakharin”. It is a display typeface with diagonal, loopless terminal. It is appropriate to be used for headlines, titles for advertisements and public relations works, or in the events that aim to promote the University identity. Keywords: Typeface, Font, Identity, Srinakharinwirot 1. บทนา มหาวทิ ยาลยั ศรนี ครนิ ทรวโิ รฒ ถอื กาเนิดขน้ึ ช่วงหลงั สงครามโลกครงั้ ทส่ี อง เพ่อื มุ่งเน้นความสมานฉันทแ์ ละ ผลกั ดนั ความร่วมมอื ทางดา้ นต่าง ๆ “โรงเรยี นฝึกหดั ครูชนั้ สงู ” ภายใต้กระทรวงศกึ ษาธกิ าร ไดส้ ถาปนาขน้ึ เม่อื วนั ท่ี 28 เมษายน พุทธศกั ราช 2492 ณ ถนนประสานมติ ร กรุงเทพมหานคร เพ่ือผลกั ดนั การศึกษาทางด้านวชิ าชพี ครู ในท่ามกลางการเปลย่ี นแปลงของสงั คมในทุก ๆ ดา้ น ในปีพุทธศกั ราช 2496 ศาสตราจารย์ ดร.สาโรช บวั ศรี ไดเ้ สนอต่อ กระทรวงศกึ ษาธกิ าร ใหก้ ่อตงั้ วทิ ยาลยั วชิ าการศกึ ษาขน้ึ เพ่อื พฒั นาปรชั ญาแนวคดิ และความรคู้ วามสามารถทางดา้ น การศกึ ษาสมยั ใหม่ใหส้ อดคลอ้ งผสานสมั พนั ธก์ บั สงั คมประชาธปิ ไตย เม่อื แรกเรมิ่ การสถาปนาวทิ ยาลยั วชิ าการศกึ ษา ข้นึ แทน โรงเรยี นฝึกหดั ครูชนั้ สูงนัน้ ศาสตราจารย์ ม.ล.ป่ิน มาลากุล ได้รบั มอบหมายให้ดารงตาแหน่งอธกิ ารบดี ในระหวา่ งพุทธศกั ราช 2497–2499 จนในช่วงเวลาทเ่ี หมาะสมต่อการเปลย่ี นแปลงเพ่อื ความคลอ่ งตวั ในการพฒั นาโครงสรา้ งการบรหิ าร และการ เรยี นการสอนทจ่ี ากดั ไปส่กู ารเป็นมหาวทิ ยาลยั ภายใตช้ ่อื “มหาวทิ ยาลยั ศรนี ครนิ ทรวโิ รฒ มหาวทิ ยาลยั ทเ่ี จรญิ เป็น ศรีสง่าแก่มหานคร” โดยได้รบั การสถาปนาข้ึนในวันท่ี 29 มิถุนายน พุทธศักราช 2517 โดยมี ศาสตราจารย์ ดร.สุดใจ เหล่าสุนทร เป็นอธกิ ารบดคี นแรก (มหาวทิ ยาลยั ศรนี ครนิ ทรวโิ รฒ, 2561) มหาวทิ ยาลยั ศรนี ครนิ ทรวโิ รฒ พฒั นาไปสู่การเป็นมหาวทิ ยาลยั กลางเมอื งท่ที นั สมยั ก้าวหน้าสมั พนั ธ์กบั กระแสสากล พฒั นาการศกึ ษาในระดบั บณั ฑิตศกึ ษา ต่อมามหาวทิ ยาลยั ศรนี ครนิ ทรวโิ รฒ ได้ขยายวทิ ยาเขตไปท่ี องครกั ษ์ จงั หวดั นครนายก เพม่ิ การพฒั นาทางดา้ นวทิ ยาศาสตรส์ ุขภาพ วทิ ยาศาสตรเ์ ทคโนโลยี และผสานกบั ชุมชน ในจงั หวดั มหาวทิ ยาลยั ศรนี ครนิ ทรวโิ รฒ ได้เติบโตเป็นองค์กรใหญ่ แบ่งโครงสร้างองค์กร เป็นหลายหน่วยงาน ทงั้ คณะ วทิ ยาลยั สถาบนั สานกั หน่วยงานอ่นื ๆ เชน่ โรงเรยี นสาธติ และโรงพยาบาล เป็นตน้ อตั ลกั ษณ์ คอื กระบวนการสรา้ งรปู ลกั ษณ์ใหส้ ะทอ้ นตวั ตนใหค้ นอน่ื รบั รใู้ นแบบทต่ี นเป็น โดยอาจแตกตา่ งหรอื คล้ายกบั บุคคลอ่นื แต่อตั ลกั ษณ์ในเชงิ ลกึ ไม่มใี ครเหมอื นใครได้และการท่บี ุคคลหน่ึงต้องการแสดงตนกบั บุคคลอ่นื เป็นกระบวนการของการเลอื กแสดงออกดว้ ยระบบของการการแทนคา่ ผา่ นสญั ลกั ษณ์ เชน่ เครอ่ื งแบบการแต่งกายของ สถาบนั การศกึ ษา โครงสรา้ งสขี องตราสญั ลกั ษณ์ เพ่อื ระบุตวั ตนและสรา้ งความแตกต่างใหโ้ ดดเด่น ทเ่ี กดิ จากความ ตงั้ ใจออกแบบการแทนคา่ นัน้ อตั ลกั ษณ์ไม่ใช่สงิ่ ทเ่ี กดิ ขน้ึ จากธรรมชาตแิ ต่อตั ลกั ษณ์ทด่ี ตี อ้ งเรม่ิ จากธรรมชาตใิ นตวั ตน ก่อนอตั ลกั ษณ์เป็นสง่ิ ทเ่ี กดิ จากการสรา้ งของวฒั นธรรม มกี ระบวนการผลติ ใหเ้ กดิ ขน้ึ สามารถถูกบรโิ ภคและถูกควบคุม จดั การได้ ซง่ึ การสรา้ งสญั ลกั ษณ์แทนคา่ อตั ลกั ษณ์นนั้ มไี ดห้ ลายรปู แบบ (ทนิ วงษ์ รกั อสิ สระกลุ , 2554) การออกแบบตวั อกั ษร เป็นรูปแบบหน่ึงในตวั อย่างของสญั ลกั ษณ์การแทนค่าอตั ลกั ษณ์ได้อย่างดี เพราะ ตวั อกั ษรนอกจากใช้เพ่อื ส่อื สารแทนเสยี งพูดแล้วนัน้ รูปแบบของแต่ละตัวอกั ษรยงั สามารถส่อื สารบุคลิกภาพเพ่ือ 125 วารสารวิชาการคณะสถาปตั ยกรรมศาสตร์ สจล.
Arch Journal Issue 2019 สะท้อนอตั ลกั ษณ์ให้เกิดข้นึ ได้ รูปแบบสามารถสร้างความจดจาได้เกดิ ขน้ึ ได้ไม่ต่างจากตราสญั ลกั ษณ์ของแบรนด์ ซง่ึ จรงิ แลว้ ตวั อกั ษรมคี วามสาคญั ยงิ่ เพราะเป็นองคป์ ระกอบทเ่ี ขา้ ไปอยใู่ นทกุ สง่ิ และทุกสอ่ื ในสงั คม ยงิ่ ปัจจุบนั ทท่ี ุกภาค ส่วนของสงั คมต้องการสรา้ งแบรนดใ์ หม้ อี ตั ลกั ษณ์ทโ่ี ดดเด่นจากตลาดธุรกจิ ประเภทเดยี วกนั มหาวทิ ยาลยั เป็นธุรกจิ หน่ึงประเภทการศกึ ษาทเ่ี กย่ี วขอ้ งกบั ตวั อกั ษรโดยตรง ซ่งึ ปัจจุบนั ประเทศไทยมมี หาวทิ ยาลยั มากมายการสรา้ งความ ต่างใหเ้ กดิ ขน้ึ ผา่ นรปู แบบตวั อกั ษรจงึ ถอื เป็นองคป์ ระกอบหน่ึงเพอ่ื พฒั นามาตรฐานของสถาบนั การศกึ ษาใหส้ งู ขน้ึ ได้ การสะทอ้ นตวั ตนผ่านตวั อกั ษรจะเป็นหวั ใจหลกั ของการส่อื สารสาหรบั คนในองคก์ รและส่อื ไปยงั คนในสงั คม มหาวิทยาลัยศรนี ครนิ ทรวิโรฒท่ีเติบโตมาเกือบ 70 ปี กลับยังขาดรูปแบบตัวอักษรท่ีเป็นของมหาวิทยาลัยเอง อตั ลกั ษณ์ท่ี โดดเด่นสะทอ้ นภาพลกั ษณ์ของมหาวทิ ยาลยั มเี พยี งแคต่ ราสญั ลกั ษณ์และโครงสี ถงึ เวลาทม่ี หาวทิ ยาลยั ศรี นครนิ ทรวโิ รฒตอ้ งมสี ง่ิ แสดงอตั ลกั ษณ์เพมิ่ ขน้ึ เพอ่ื ความแขง็ แรงของตวั ตนความเป็นศรสี งา่ แกม่ หานครใหม้ ากขน้ึ 2. วตั ถปุ ระสงคข์ องการวิจยั 2.1 เพอ่ื วเิ คราะหอ์ ตั ลกั ษณ์และบคุ ลกิ ภาพของมหาวทิ ยาลยั ศรนี ครนิ ทรวโิ รฒ 2.2 เพอ่ื ออกแบบชุดตวั อกั ษรสะทอ้ นอตั ลกั ษณ์ของมหาวทิ ยาลยั ศรนี ครนิ ทรวโิ รฒ 3. แนวคิดและทฤษฎีท่ีเก่ียวข้อง การวจิ ยั เร่อื งการสรา้ งสรรค์ชุดตวั อกั ษรสะทอ้ นอตั ลกั ษณ์มหาวทิ ยาลยั ศรนี ครนิ ทรวโิ รฒน้ี ผูว้ จิ ยั ไดก้ าหนด กรอบของแนวคดิ เพ่อื เป็นแนวทางของการสรา้ งสรรคผ์ ลงาน ออกเป็น 3 ดา้ นคอื แนวคดิ เร่อื งอตั ลกั ษณ์สาคญั ประจา มหาวทิ ยาลยั ศรนี ครนิ ทรวโิ รฒ แนวคดิ เรอ่ื งตวั อกั ษร และแนวคดิ เรอ่ื งบคุ ลกิ ภาพของตวั อกั ษร ดงั น้ี 3.1 แนวคิดเรือ่ งอตั ลกั ษณ์สาคญั ประจามหาวิทยาลยั ศรีนครินทรวิโรฒ มหาวทิ ยาลยั ศรนี ครนิ ทรวโิ รฒ (2561) กล่าวว่า เป็นมหาวทิ ยาลยั กลางเมอื งท่ที นั สมยั ก้าวหน้าผสาน สมั พนั ธก์ บั กระแสสากลมาตลอดเป็นเวลา 70 ปี มอี ตั ลกั ษณ์ทส่ี าคญั ประจามหาวทิ ยาลยั ดงั น้ี 3.1.1 ชอ่ื มหาวทิ ยาลยั มหาวทิ ยาลยั ศรนี ครนิ ทรวโิ รฒ มคี วามหมายว่า \"มหาวทิ ยาลยั ทเ่ี จรญิ เป็นศรสี งา่ แก่มหานคร\" \"วโิ รฒ\" มาจากคาว่า \"วโิ รฒ\" ในภาษาสนั สกฤต แปลว่า ความงอกงามหรอื เจรญิ เทียบได้กบั คาว่า \"วริ ุฬห์\" ในภาษาบาลี มหาวิทยาลัยศรีนครินทร วิโรฒ (อ่านว่า สี-นะ-คะ-ริน-วิ-โรด) มีช่ือย่อ ว่า \"มศว\" เขียนเป็ นภาษาอังกฤษว่า \"Srinakharinwirot University\" 3.1.2 ตราสญั ลกั ษณ์ ตราสัญลักษณ์มหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ มาจากกราฟสมการทางด้านคณิตศาสตร์ Y = ex (Exponential Curve) เสน้ กราฟของการขยายเพมิ่ ขน้ึ มคี วามหมายสอดคล้องปรชั ญาทว่ี ่า “การศกึ ษาคอื ความเจรญิ งอกงาม” หรอื “สกิ ขา วริ ุฬหิ สมปตตา” หรอื “ Education is Growth” มจี ุดลอ้ มรอบ 63 จุด และมวี งรอบนอกเป็นโคง้ หยกั จานวน 8 หยกั หมายถงึ วทิ ยาเขตทงั้ 8 ของมหาวทิ ยาลยั ศรนี ครนิ ทรวโิ รฒ ดงั รปู ท่ี 1 Vol. 29 รปู ที่ 1 ตราสญั ลกั ษณ์มหาวทิ ยาลยั ศรนี ครนิ ทรวโิ รฒ 126
3.1.3 สปี ระจามหาวทิ ยาลยั สเี ทา คอื สขี องสมอง หมายถงึ ความคดิ หรอื สตปิ ัญญา และสแี ดง คอื สขี องเลอื ด หมายถงึ ความกลา้ หาญ ดงั นนั้ สเี ทา – แดง จงึ หมายถงึ “มคี วามกลา้ หาญทจ่ี ะคดิ และมคี วามคดิ อยา่ งกลา้ หาญ” ดงั รปู ท่ี 2 รปู ที่ 2 สปี ระจามหาวทิ ยาลยั มหาวทิ ยาลยั ศรนี ครนิ ทรวโิ รฒ 3.1.4 ปรชั ญา \"การศกึ ษาคอื ความเจรญิ งอกงาม\" ตรงกบั ภาษาองั กฤษ ว่า \"Education is Growth\" และตรงกบั ภาษา บาลวี า่ \"สกิ ขา วริ ฬุ หิ สมปตตา\" 3.1.5 ปณิธาน มหาวทิ ยาลยั ศรนี ครนิ ทรวโิ รฒ คือ ประชาคมวชิ าการแห่งผู้มีความรู้ประดุจนักปราชญ์ และมคี วาม ประพฤตปิ ระดุจผทู้ รงศลี สมฐานะของผนู้ าทางปัญญา 3.1.6 วสิ ยั ทศั น์ มหาวทิ ยาลยั ศรนี ครนิ ทรวโิ รฒ เป็นองคก์ รชนั้ นาแหง่ การเรยี นรแู้ ละวจิ ยั บนฐานการศกึ ษา คุณธรรม และ การรบั ใชส้ งั คม มงุ่ สรา้ งสรรคน์ วตั กรรมสสู่ ากล 3.1.7 พนั ธกจิ 1) ผลติ และพฒั นาบุคคลทม่ี คี ุณภาพและคุณธรรมใหแ้ ก่สงั คม โดยผ่านกระบวนการเรยี นรแู้ ละสงั คมแห่ง การเรยี นรู้ 2) สรา้ งสรรค์งานวจิ ยั และนวตั กรรมท่มี คี ุณภาพ มปี ระโยชน์อย่างยงั่ ยนื ต่อสงั คม ทงั้ ในระดบั ชาตแิ ละ นานาชาติ 3) บรกิ ารวชิ าการทม่ี คี ณุ ภาพ จติ สานกึ และรบั ผดิ ชอบตอ่ สงั คม 4) ศกึ ษา วเิ คราะหแ์ ละทานุบารุงวฒั นธรรมและศลิ ปะ 5) พฒั นาระบบบรหิ ารทม่ี คี ุณภาพ และธรรมาภบิ าล 3.1.8 อตั ลกั ษณ์นสิ ติ มศว 9 ประการ มหาวทิ ยาลยั ศรนี ครนิ ทรวโิ รฒ ตระหนักดถี งึ ความสาคญั ของนิสติ จงึ มุ่งมนั่ รบั ผดิ ชอบในกระบวนการ ศึกษา ด้วยการหล่อหลอมสร้างนิสติ มศว ให้เพียบพร้อมด้วยความดีงามและมีคุณภาพ จากทุกศาสตร์ ทุกคณะ ทุกรายวชิ า ทุกกจิ กรรม ร่วมกนั รบั ผดิ ชอบอย่างเตม็ กาลงั ความสามารถ ผ่านการพฒั นาอตั ลกั ษณ์ เป็นลกั ษณะเฉพาะ ของนสิ ติ มศว 9 ประการ ดงั ตอ่ ไปน้ี 1) ใฝ่รตู้ ลอดชวี ติ การเรยี นรทู้ ุกลมหายใจเขา้ ออก ยอ่ มชว่ ยใหเ้ ราฉลาด รอบรู้ เป็นคนดี และปรบั ตวั ได้ 2) คดิ เป็นทาเป็น ชว่ ยใหเ้ ราคดิ พดู และทา เป็นสง่ิ เดยี วกนั ไมใ่ ชด่ แี ต่พดู 3) หนกั เอาเบาสู้ ชวี ติ ตอ้ งทางานหนกั รบั ผดิ ชอบ ทุ่มเทเสยี สละ เราจะประสบผลสาเรจ็ อยา่ งแน่นอน 4) รู้กาลเทศะ เป็นหน่ึงในวฒั นธรรมของความเป็นคนไทย กาละใด เทศะใด ท่เี ราควรกระทา ควรพูด ควรแสดงออกมาอยา่ งเหมาะสม 5) เป่ียมจติ สานึกสาธารณะ “มศว คอื ผใู้ ห้ เราจงึ ภาคภมู ใิ จในความเป็น มศว” จาคะ ยอ่ มเป็นหน่ึงปัจจยั ของความเจรญิ งอกงามในชวี ติ 6) มที กั ษะสอ่ื สาร กลา้ คดิ กลา้ ทา กลา้ แสดงออก มศี กั ยภาพในการถา่ ยทอดความรู้ ความสามารถ 7) ออ่ นน้อมถอ่ มตน เป็นอกี หน่ึงปัจจยั ทส่ี าคญั ยง่ิ ของ “ความเป็นไทย” รวงขา้ วทม่ี เี มลด็ เตม็ แต่งยอ่ มโน้ม ลงสดู่ นิ รวงขา้ วลบี ย่อมชคู อสทู่ อ้ งฟ้า 127 วารสารวิชาการคณะสถาปัตยกรรมศาสตร์ สจล.
Arch Journal Issue 2019 8) งามด้วยบุคลกิ ภาพท่สี ง่างามทงั้ ร่างกาย พฤตกิ รรม จิตใจ ย่อมเป็นเสน่ห์ และบอกความเป็นตวั ตน ของเรา 9) พร้อมด้วยศาสตร์และศลิ ป์ พฒั นาสมองให้เต็มศกั ยภาพทงั้ สองด้าน การวนเวยี นอยู่ในศาสตรข์ อง ตนเองเทา่ นนั้ ยอ่ มอุดตนั ทางปัญญา 3.2 แนวคิดเรื่องตวั อกั ษร 3.2.1 แนวคดิ เร่อื งตวั อกั ษรภาษาไทย ตวั อกั ษรไทยมพี ยญั ชนะทงั้ หมด 44 ตวั จุตพิ งศ์ ภูสุมาศ (2556) กล่าวว่า เม่อื พจิ ารณาตามโครงสรา้ ง ของตวั อกั ษร สามารถแบง่ กลมุ่ ได้ ดงั น้ี 1) กลมุ่ โครงสรา้ งแบบตวั ก ไก่ ไดแ้ ก่ พยญั ชนะ ก ถ ฤ ภ ฦ ฏ ฎ 2) กลุ่มโครงสรา้ งแบบตวั ข ไข่ ไดแ้ ก่ พยญั ชนะ ข ฃ ช ซ 3) กล่มุ โครงสรา้ งแบบตวั ค ควาย ไดแ้ ก่ พยญั ชนะ ค ฅ ด ต ศ 4) กล่มุ โครงสรา้ งแบบตวั บ ใบไม้ ไดแ้ ก่ พยญั ชนะ บ ป ษ 5) กลุม่ โครงสรา้ งแบบตวั ผ ผง้ึ ไดแ้ ก่ พยญั ชนะ ผ ฝ 6) กลุม่ โครงสรา้ งแบบตวั พ พาน ไดแ้ ก่ พยญั ชนะ พ ฟ ฬ 7) กลุม่ โครงสรา้ งแบบตวั ม มา้ ไดแ้ ก่ พยญั ชนะ ม ฆ 8) โครงสรา้ งตวั น หนู 9) โครงสรา้ งตวั ฉ ฉ่งิ 10) โครงสรา้ งตวั จ จาน 11) โครงสรา้ งตวั ฐ ฐาน 12) โครงสรา้ งตวั ง งู 13) กลมุ่ โครงสรา้ งแบบตวั ท ทหาร ไดแ้ ก่ พยญั ชนะ ท ฑ 14) โครงสรา้ งตวั ห หบี 15) โครงสรา้ งตวั ธ ธง 16) โครงสรา้ งตวั ร เรอื 17) โครงสรา้ งตวั ย ยกั ษ์ 18) กลุม่ โครงสรา้ งแบบตวั ล ลงิ ไดแ้ ก่ พยญั ชนะ ล ส 19) กล่มุ โครงสรา้ งแบบตวั อ อ่าง ไดแ้ ก่ พยญั ชนะ อ ฮ 20) โครงสรา้ งตวั ว แหวน 21) กลมุ่ โครงสรา้ งแบบผสม ไดแ้ ก่ พยญั ชนะ ฌ ญ ณ ฒ รปู แบบของตวั อกั ษรไทยท่ีมใี นปัจจุบนั ปาพจน์ หนุนภกั ดี (2553) กล่าวว่า เม่อื พจิ ารณาตามลกั ษณะ ตวั อกั ษร สามารถแบ่งประเภทแบบตวั อกั ษร ออกไดเ้ ป็น 4 กล่มุ ใหญ่ ดงั น้ี 1. ตวั มหี วั กลม คอื แบบตวั อกั ษรในกลุ่มน้ีถอื เป็นแบบตวั อกั ษรทใ่ี ชใ้ นการพมิ พเ์ ป็นขอ้ ความใหอ้ ่าน การ จดั กลุ่มกจ็ ะทาการเลอื กแบบตวั อกั ษรทม่ี หี วั กลม ทงั้ ทม่ี นี ้าหนักเสน้ อกั ษรเท่าและไม่เท่ากนั เน้นประโยชน์ในดา้ นการ อา่ นเป็นหลกั 2. ตวั ไม่มหี วั หรอื มหี วั เป็นจะงอยหรอื เชงิ คอื แบบตวั อกั ษรท่ไี ม่มหี วั ตวั อกั ษร แต่จะมลี กั ษณะเป็นเชงิ หรอื จะงอยเลก็ ๆ ย่นื ออกมาแทน รวมทงั้ แบบตวั อกั ษรท่ไี ม่มหี วั ตวั อกั ษรเลยด้วย แบบตวั อกั ษรในกลุ่มน้ีถอื ได้ว่ามี ความสามารถในการแยกแยะ (Legibility) คอ่ นขา้ งน้อย 3. ตวั อาลกั ษณ์ คอื แบบตวั ทป่ี รบั จากแบบตวั อกั ษรคดั ลายมอื ในสมยั ก่อน มลี กั ษณะน้าหนักเสน้ ทเ่ี ป็น เอกลักษณ์ มีความเป็นไทยสูง เหมาะสาหรบั ใช้ในหัวเร่อื งหรอื ข้อความ ท่ีเก่ียวกับความเป็นไทย หรือต้องการ เอกลกั ษณ์เก่า ๆ Vol. 29 128
4. ตัวลายมือเขียน คือแบบตัวลายมือเขียนเกิดจากการนาแบบลายมือไปจัดทาเพ่ือใช้ในเคร่ือง คอมพวิ เตอร์ แบบตวั อกั ษรแต่ละแบบ มคี วามเป็นตวั ของตวั เองสงู ไม่เหมาะในการนาไปจดั ขอ้ ความเพ่อื การอ่านทม่ี ี ขอ้ ความยาว ๆ เพราะอ่านยาก 3.2.2 แนวคดิ เร่อื งตวั อกั ษรภาษาองั กฤษ ตัวอกั ษรอังกฤษมีพยญั ชนะทัง้ หมด 26 ตัว แบ่งเป็นตัวพิมพ์ใหญ่ (Upper Case) และตัวพิมพ์เล็ก (Lower Case) ปาพจน์ หนุนภกั ดี (2553) กล่าวว่า สามารถพจิ ารณาตามลกั ษณะของตวั อกั ษร สามารถแบ่งประเภท แบบตวั อกั ษร ออกไดเ้ ป็น 5 กลมุ่ ใหญ่ ดงั น้ี 1. ตวั คดั ลายมอื (Black Letter) หมายถงึ แบบตวั อกั ษรรปู แบบดงั่ เดมิ ทม่ี คี วามแตกต่างของน้าหนักเสน้ อกั ษรทต่ี ่างกนั มาก ทาใหย้ ากแก่การอ่าน ใชง้ านทต่ี อ้ งการเน้นถงึ ขนบธรรมเนียมประเพณี ทม่ี คี วามเคร่งขรมึ หรอื ใช้ ในงานทต่ี อ้ งการ ความแปลกตา แต่ก่อใหเ้ กดิ ประสทิ ธภิ าพมาก 2. ตวั อกั ษรมเี ชงิ (Serif) หมายถงึ แบบตวั อกั ษรท่มี เี ชงิ ทฐ่ี านของตวั อกั ษร น้าหนักเสน้ อกั ษรมที งั้ หนา และบาง แบ่งเป็น 3 ประเภท คอื โอลด์ สไตล์ (Old Style) ทรานสชิ นั่ แนล (Transitional) โมเดริ น์ (Modern) 3. ตวั อกั ษรไมม่ เี ชงิ (Sans Serif) หมายถงึ แบบตวั อกั ษรไมม่ เี ชงิ ทฐ่ี านของตวั อกั ษร สามารถนาไปใชไ้ ด้ ในทุกจดุ ประสงคง์ า่ ยต่อการพมิ พ์ การอ่าน และ ดมู คี วามทนั สมยั ในรปู แบบมากกวา่ 4. ตวั อกั ษรเขยี น (Scripts and Cursives) ตวั ลายมอื (Handwriting) ใช้ได้ดีในงานประเภทท่ตี ้องการ สร้างอารมณ์ การเชญิ ชวน และสามารถใช้เป็นตวั หวั เร่อื ง เพ่อื สรา้ งความน่าเช่อื ถอื ความน่าสนใจในงานออกแบบ แต่มขี อ้ เสยี ตรงทอ่ี า่ นไดค้ อ่ นขา้ งยาก ไมค่ วรใชส้ าหรบั ขอ้ ความทย่ี าวจนเกนิ ไป 5. ตวั อกั ษรใหม่ (Novelty) หมายถงึ แบบตวั อกั ษรทอ่ี อกแบบขน้ึ มาใหม่ เพ่อื ใหเ้ กดิ ผลต่าง ๆ โดยทวั่ ไป ตวั อกั ษรแบบน้ีจะไม่เหมาะสาหรบั การจดั เรยี งเพอ่ื ใหเ้ ป็นขอ้ ความหรอื ประโยค นิยมใชเ้ พ่อื เป็นตวั หวั เร่อื งหรอื เพอ่ื การ ตกแตง่ 3.3 แนวคิดเรื่องบคุ ลิกภาพของตวั อกั ษร บุคลกิ ภาพเป็นสง่ิ ประจาตวั ของบคุ คลนนั้ ทาใหแ้ ตกต่างจากคนอ่นื คอื ตวั บคุ คลโดยสว่ นรวม ทงั้ ลกั ษณะ ทางกาย และทางจิต โดยบุคลิกตามทฤษฎีของชิเกนโนบุโคบายาชิ แบ่งประเภทของบุคลิกภาพเป็น 8 กลุ่ม คือ 1. กลุ่มลาลอง (Casual) 2. กลุ่มทนั สมยั (Modern) 3. กลุ่มชวนฝัน (Romantic) 4. กลุ่มธรรมชาติ (Natural) 5. กลุ่ม สะโอดสะอง (Elegant) 6. กลมุ่ เก๋ (Chic) 7. กลุ่มความนยิ ม ดงั่ เดมิ (Classic) และ 8. กลุ่มโออา่ (Dandy) ธรี วฒั น์ พจน์วบิ ูลศริ ิ (2543) ไดจ้ ดั กลุ่มความสมั พนั ธ์ของรปู แบบตวั อกั ษรกบั การใชบ้ ุคลกิ ลกั ษณะเป็น ตวั ตงั้ เพอ่ื กาหนดแนวทางของงานออกแบบ กลมุ่ ของแบบตวั อกั ษรจาแนกตามบุคลกิ ลกั ษณะ ดงั น้ี 1. กลุ่มลาลอง สามารถเป็นไปได้ในทุกกลุ่มของแบบตัวอกั ษร ตัง้ แต่แบบตัวเน้ือความ ตัวตกแต่ง ตวั อาลกั ษณ์ ตลอดจนตวั ลายมอื เขยี น สว่ นมากจะเป็นแบบทม่ี นี ้าหนักเสน้ อกั ษรเท่ากนั และรปู ร่างตวั อกั ษรมลี กั ษณะ โคง้ หรอื เป็นสนั 2. กลุ่มทนั สมยั มอี ยู่เฉพาะกลุ่มตวั เน้ือความแบบตวั มหี วั กลม และตวั ตกแต่ง แบบตวั ไม่มหี วั หรอื มหี วั เป็นจะงอยหรอื เชงิ เพยี งบางแบบตวั อกั ษรเท่านนั้ 3. กลุ่มชวนฝัน มอี ยู่เฉพาะกลุ่มตวั เน้ือความแบบตวั มหี วั กลม และตวั ตกแต่ง แบบตวั ไม่มหี วั หรอื มหี วั เป็นจะงอยหรอื เชงิ เพยี งบางแบบตวั อกั ษรเท่านนั้ 4. กลุ่มธรรมชาติ มตี วั อกั ษรเน้ือความ แบบตวั มหี วั ตวั ตกแต่ง แบบตวั มหี วั และไม่มหี วั หรอื มหี วั เป็น จะงอยหรอื เชงิ รวมทงั้ แบบตวั อาลกั ษณ์ดว้ ย ส่วนมากจะเป็นแบบทร่ี ปู รา่ งตวั อกั ษรมลี กั ษณะโคง้ หรอื เป็นสนั 5. กล่มุ สะโอดสะอง มอี ยเู่ ฉพาะกลมุ่ ตวั อกั ษรเน้อื ความแบบตวั มหี วั และแบบตวั อาลกั ษณ์เทา่ นนั้ 6. กลุ่มเก๋ มตี วั อกั ษรเน้ือความแบบตวั มหี วั ตวั ตกแต่ง แบบตวั มหี วั และไม่มหี วั หรอื มหี วั เป็นจะงอยหรอื เชงิ รวมทงั้ แบบตวั อาลกั ษณ์ดว้ ย สว่ นมากจะอยใู่ นกลุ่มของแบบตวั ตกแตง่ ทงั้ หมด 7. กลุม่ ความนยิ ม ดงั้ เดมิ มตี วั อกั ษรแบบตวั เน้อื ความ แบบตวั มหี วั แบบตวั ตกแต่ง ทงั้ ทม่ี หี วั และไมม่ ี หวั หรอื มหี วั เป็นจะงอยหรอื เชงิ รวมทงั้ แบบตวั อาลกั ษณ์ 129 วารสารวชิ าการคณะสถาปตั ยกรรมศาสตร์ สจล.
Arch Journal Issue 2019 8. กลุ่มโอ่อ่า มตี วั อกั ษรแบบตวั เน้ือความ แบบตวั มหี วั แบบตวั ตกแต่ง ทงั้ ท่มี หี วั และไม่มหี วั หรอื มหี วั เป็นจะงอยหรอื เชงิ รวมทงั้ แบบตวั อาลกั ษณ์ 4. วิธีการวิจยั เครื่องมือวิจยั และระเบียบวิธีวิจยั การวจิ ยั เร่อื งการสรา้ งสรรคช์ ุดตวั อกั ษรสะทอ้ นอตั ลกั ษณ์มหาวทิ ยาลยั ศรนี ครนิ ทรวโิ รฒน้ี ผูว้ จิ ยั ไดก้ าหนด แนวทางดาเนินการวจิ ยั เป็น 5 ขนั้ ตอน ดงั น้ี 1. ประชากรและกลุ่มตวั อย่าง 2. เคร่อื งมอื ท่ใี ช้ในการวจิ ยั 3. การเก็บ รวบรวมขอ้ มลู 4. การวเิ คราะหข์ อ้ มลู 5. สรุปผลการวจิ ยั เพ่อื การออกแบบ 4.1 ประชากรและกล่มุ ตวั อยา่ ง ในการดาเนินการวจิ ยั เพอ่ื ตอบวตั ถุประสงคข์ อ้ ท่ี 1 ประชากร คอื บุคลากรภายในองคก์ รมหาวทิ ยาลยั ศรี นครินทรวิโรฒ อันหมายถึง ผู้บริหาร อาจารย์ เจ้าหน้าท่ี นิสิตปั จจุบัน และนิสิตเก่า รวมทุกสถานภาพ แจกแบบสอบถามเชงิ สารวจตงั้ แต่เดอื นพฤศจกิ ายน 2561 ถงึ เดอื นธนั วาคม 2561 เป็นเวลา 30 วนั มผี ูต้ อบกลบั รวม จานวน 350 คน และกลุ่มตวั อย่างประเมนิ ความพงึ พอใจ คอื บุคลากรภายในองค์กรมหาวทิ ยาลยั ศรนี ครนิ ทรวโิ รฒ เป็นตวั แทนจากกลุ่มประชากรคดั เลอื กดว้ ยวธิ กี ารสุ่มตวั อย่างแบบกลุ่ม (Cluster Sampling) รวมทุกสถานภาพ ผวู้ จิ ยั กาหนดกลุม่ ตวั อยา่ งทจ่ี านวน 100 คน โดยใชเ้ กณฑใ์ นการกาหนดขนาดของกลุม่ ตวั อยา่ งดว้ ยการประมาณจากจานวน ประชากรท่รี ูแ้ น่นนอน โดยจานวนประชากรหลกั ร้อย (ผู้ตอบกลบั การเก็บขอ้ มูลครงั้ แรก 350 คน) ขนาดของกลุ่ม ตวั อยา่ งอยทู่ ร่ี อ้ ยละ 25-30 (สมชาย วรกจิ เกษมสกุล, 2554) 4.2 เคร่ืองมือที่ใช้ในการวิจยั 4.2.1 แบบสอบถามเชิงสารวจ ประเภทออนไลน์ โดยแบบสอบถามเชิงสารวจน้ีออกแบบข้นึ มาเพ่ือ สารวจความคิดเห็นประชากรเพ่ือเป็นแนวทางสร้างสรรค์ตัวอกั ษรของมหาวิทยาลยั ศรนี ครนิ ทรวโิ รฒ การสร้าง เครอ่ื งมอื ทใ่ี ชเ้ ป็นแบบสอบถามเชงิ สารวจ แบง่ ออกเป็น 2 ส่วน ดงั น้ี สว่ นท่ี 1 สถานภาพทวั่ ไป ส่วนท่ี 2 ความคดิ เหน็ เกย่ี วกบั อตั ลกั ษณ์ของมหาวทิ ยาลยั ศรนี ครนิ ทรวโิ รฒ แบบสอบถามผวู้ จิ ยั ไดส้ รา้ งแบบสอบถามเชงิ สารวจ สรุปเป็นหวั ขอ้ ประเดน็ ท่ี 1 เพ่อื แสดงความคดิ เหน็ เก่ียวกับอัตลกั ษณ์ของมหาวทิ ยาลยั ศรีนครินทรวโิ รฒท่ีเหมาะสมเป็นแนวทางการออกแบบ มี 5 แนวทาง ดังน้ี 1. ตราสญั ลกั ษณ์ของมหาวทิ ยาลยั ศรนี ครนิ ทรวโิ รฒ 2. ปรชั ญาของมหาวทิ ยาลยั ศรนี ครนิ ทรวโิ รฒ 3. ต้นไมป้ ระจา มหาวทิ ยาลยั ศรนี ครนิ ทรวโิ รฒ 4. อาคารสาคญั ของมหาวทิ ยาลยั ศรนี ครนิ ทรวโิ รฒ 5. อตั ลกั ษณ์นิสติ 9 ประการของ นิสติ มหาวทิ ยาลยั ศรนี ครนิ ทรวโิ รฒ ประเด็นท่ี 2 เพ่ือแสดงความคิดเห็นเก่ียวกับบุคลิกภาพของของมหาวทิ ยาลัยศรนี ครินทรวิโรฒ มี 8 แนวทาง ดงั ต่อไปน้ี 1. บุคลกิ ภาพแบบลาลอง (Casual) 2. บุคลกิ ภาพแบบทนั สมยั (Modern) 3. บุคลกิ ภาพแบบ ชวนฝัน (Romantic) 4. บุคลิกภาพแบบเป็ นธรรมชาติ (Natural) 5. บุคลิกภาพแบบสะโอดสะอง (Elegant) 6. บคุ ลกิ ภาพแบบเก๋ (Chic) 7. บคุ ลกิ ภาพแบบความนิยมดงั้ เดมิ (Classic) 8. บคุ ลกิ ภาพแบบโออ่ า่ (Dandy) ทงั้ สองประเดน็ การวดั ค่าแสดงความคดิ เหน็ 5 ระดบั คอื 5 คอื เหมาะสมมากทส่ี ุด 4 คอื เหมาะสมมาก 3 คอื เหมาะสมปานกลาง 2 คอื เหมาะสมน้อย 1 คอื เหมาะสมน้อยทส่ี ดุ 4.2.2 แบบประเมนิ ความพึงพอใจประเภทสง่ิ พิมพ์ โดยประเมินความพึงพอใจน้ีออกแบบข้นึ มาเพ่ือ ประเมินผลรูปแบบของชุดตัวอกั ษรท่ีสร้างสรรค์ข้นึ จานวน 2 รูปแบบ เพ่ือให้กลุ่มตวั อย่างได้ประเมินคดั เลือกชุด ตวั อกั ษรทเ่ี หมาะสมสาหรบั มหาวทิ ยาลยั ศรนี ครนิ ทรวโิ รฒมากทส่ี ุด การสรา้ งเคร่อื งมอื ท่ใี ช้เป็นแบบประเมนิ ความพงึ พอใจของรูปแบบชุดตวั อกั ษร ผ่านการพจิ ารณาโดย ผูท้ รงคุณวุฒแิ ละผูเ้ ช่ยี วชาญดา้ นการออกแบบกราฟิก จานวน 2 ท่าน คอื รศ.อารยะ ศรกี ลั ยาณบุตร และ ดร.วสิ ทิ ธิ์ โพธิวฒั น์ โดยมีประเด็นของการประเมินความพึงพอใจ 6 ประเด็น ดังน้ี 1. มีรูปแบบไปในทิศทางเดียวกับตรา สญั ลกั ษณ์ของมหาวทิ ยาลยั 2. มลี กั ษณะเฉพาะ เป็นเอกลกั ษณ์ 3. ดูชดั เจน อ่านง่าย 4. ดูกลมกลนื เป็นชุดเดยี วกนั 5. ขนาดและความหนาของตวั อกั ษร 6. มคี วามทนั สมยั ดเู ก๋ Vol. 29 130
การวดั ค่าแสดงความพงึ พอใจ 5 ระดบั คอื 5 คอื พงึ พอใจมากทส่ี ุด 4 คอื พงึ พอใจมาก 3 คอื พงึ พอใจ ปานกลาง 2 คอื พงึ พอใจน้อย 1 คอื พงึ พอใจน้อยทส่ี ดุ 4.3 การเกบ็ รวบรวมขอ้ มลู 4.3.1 เกบ็ รวบรวมแนวคดิ ทบทวนวรรณกรรมจากหนังสอื เอกสารและงานวจิ ยั ท่เี ก่ยี วขอ้ ง เพ่อื นามา เป็นขอ้ มลู พน้ื ฐานสาหรบั ทาการศกึ ษาวจิ ยั 4.3.2 ดาเนนิ การเกบ็ รวบรวมขอ้ มลู จากประชากรทก่ี าหนด โดยการแจกแบบสอบถามเชงิ สารวจประเภท ออนไลน์กับบุคลากรภายในของมหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ ใช้เวลาในการเก็บรวบรวมข้อมูล ตัง้ แต่เดือน พฤศจกิ ายน 2561 ถงึ เดอื นธนั วาคม 2561 เป็นเวลา 30 วนั 4.3.3 ผูว้ จิ ยั ได้เก็บรวบรวมแบบสอบถามเชงิ สารวจในระยะเวลาท่กี าหนด 30 วนั มผี ู้ให้ความร่วมมอื ตอบแบบสอบถาม จานวน 350 ชดุ 4.3.4 หลงั จากสร้างสรรค์ชุดตวั อกั ษรจานวน 2 รูปแบบ ดาเนินการแจกแบบประเมนิ ความพึงพอใจ ประเภทสง่ิ พมิ พ์ เก็บรวบรวมขอ้ มูลจากกลุ่มตวั อย่างกบั บุคลากรภายในของมหาวทิ ยาลยั ศรนี ครนิ ทรวโิ รฒ จานวน 100 คน เพอ่ื ดาเนินการวเิ คราะหข์ อ้ มลู ตอ่ ไป 4.4 การวิเคราะหข์ อ้ มลู แบ่งการวเิ คราะหต์ ามประเภทของแบบสอบถาม ดงั น้ี 4.4.1 แบบสอบถามเชงิ สารวจ ผวู้ จิ ยั ไดท้ าการวเิ คราะหข์ อ้ มลู สรุปแนวทางการออกแบบรปู แบบตวั อกั ษร พจิ ารณาแบ่งกลุ่ม เป็น 2 กลุ่ม คอื กลุ่มทเ่ี หมาะสม ถอื ว่าประชากรเหน็ ดว้ ย คอื ค่าคะแนนระดบั 4 และ 5 รวมกนั อกี กลุ่มคอื กลุ่มทไ่ี ม่เหมาะสม ถอื ว่าประชากรไม่เหน็ ดว้ ยรวมถงึ ความเป็นกลาง คอื ค่าคะแนนระดบั 1 2 และ 3 รวมกนั โดยการวเิ คราะห์ในการวจิ ยั ครงั้ น้ีถอื เอากลุ่มทเ่ี หมาะสม ค่าคะแนนระดบั 4 และ 5 เป็นสาคญั และแยกพจิ ารณาตาม ประเดน็ ดงั น้ี ประเดน็ ท่ี 1 คาตอบตอ้ งมคี า่ รอ้ ยละของความถใ่ี นการเลอื กรอ้ ยละ 50 ขน้ึ ไป และมคี วามถม่ี ากทส่ี ดุ เพยี งอนั ดบั เดยี ว จงึ ถอื ว่าใช้ได้ เพ่อื สรุปผลคาตอบให้ได้แนวทางการออกแบบตวั อกั ษรท่เี หมาะสมมากท่สี ุดเพียง อตั ลกั ษณ์เดยี ว ประเด็นท่ี 2 คาตอบต้องมคี ่าร้อยละของความถ่ใี นการเลอื กรอ้ ยละ 50 ขน้ึ ไป จงึ ถอื ว่าใชไ้ ด้ และ คาตอบสามารถใชไ้ ดม้ ากกวา่ 1 บุคลกิ ภาพ 4.4.2 แบบประเมนิ ความพงึ พอใจ ผวู้ ิจยั ไดท้ าการวเิ คราะหข์ อ้ มูลความพงึ พอใจในแต่ละประเดน็ ของแต่ ละรูปแบบตวั อกั ษรทงั้ 2 แบบ โดยใช้เกณฑ์ประเมนิ พจิ ารณาแบ่งกลุ่ม เป็น 2 กลุ่ม คอื กลุ่มท่พี งึ พอใจ ถอื ว่ากลุ่ม ตวั อย่าง พงึ พอใจต่อรูปแบบตวั อกั ษร คอื ค่าคะแนนระดบั 4 และ 5 รวมกนั อกี กลุ่มคอื กลุ่มท่ไี ม่พงึ พอใจ ถอื ว่ากลุ่ม ตวั อย่างต่อรปู แบบตวั อกั ษร รวมถงึ ความเป็นกลาง คอื ค่าคะแนนระดบั 1 2 และ 3 รวมกนั วเิ คราะหเ์ ปรยี บเทยี บค่า รอ้ ยละของความถ่ใี นการเลอื กของตวั อกั ษร 2 รูปแบบของทงั้ 6 ประเดน็ โดยคาตอบมคี ่ารอ้ ยละของความถ่ใี นการ เลือก มากกว่าร้อยละ 80 จึงถือว่าใช้ได้พึงพอใจมากท่ีสุด ค่าร้อยละระหว่าง 70-79 ถือว่าพงึ พอใจมาก ค่าร้อยละ ระหว่าง 60-69 ถอื ว่าพงึ พอใจปานกลาง ทงั้ น้ีการหาชุดตวั อกั ษรแบบทเ่ี หมาะสมทส่ี ุดในการวจิ ยั ครงั้ น้ีจะพจิ ารณาชุด ตวั อกั ษรในแต่ละประเดน็ ท่ผี ่านเกณฑ์ระดบั พงึ พอใจมากท่สี ุดเท่านัน้ หากชุดในมจี านวนท่ผี ่านเกณฑ์ท่ผี ่านเกณฑ์ มากกวา่ ใหถ้ อื วา่ ชุดตวั อกั ษรนนั้ เป็นชดุ ทก่ี ลมุ่ ตวั อยา่ งพงึ พอใจมากทส่ี ุด 5. ผลการวิจยั การวจิ ยั ครงั้ น้ีไดแ้ บ่งการวจิ ยั ออกเป็น 2 เร่อื ง ดงั น้ี 5.1 วิเคราะห์อตั ลกั ษณ์และบุคลิกภาพของมหาวิทยาลยั ศรีนครินทรวิโรฒ ผลสารวจขอ้ มูลเบ้อื งต้น ประชากรท่ใี ช้ในการวจิ ยั คอื บุคลากรภายในของมหาวทิ ยาลยั ศรนี ครนิ ทรวโิ รฒ รวมทงั้ ส้นิ 350 คน มคี วามคดิ เห็น ถงึ อตั ลกั ษณ์ของมหาวทิ ยาลยั ศรนี ครนิ ทรวโิ รฒ ดงั รปู ท่ี 3 131 วารสารวิชาการคณะสถาปัตยกรรมศาสตร์ สจล.
Arch Journal Issue 2019 อัตลักษณข์ องมหาวทิ ยาลัยศรนี ครนิ ทรวโิ รฒ อตั ลักษณ์นสิ ิต ตราสญั ลักษณ์ รอ้ ยละ 49.9 รอ้ ยละ 85.6 ตน้ ไม้ รอ้ ยละ 49.4 อาคารสาคัญ ปรชั ญา ร้อยละ 47.1 ร้อยละ 78.2 รปู ที่ 3 ผลการวเิ คราะหอ์ ตั ลกั ษณ์ของมหาวทิ ยาลยั ศรนี ครนิ ทรวโิ รฒ ประชากรเหน็ วา่ มหาวทิ ยาลยั ศรนี ครนิ ทรวโิ รฒมอี ตั ลกั ษณ์ทางบคุ ลกิ ภาพ ดงั รปู ท่ี 4 บุคลิกภาพของมหาวทิ ยาลยั ศรีนครนิ ทรวิโรฒ แบบลาลอง รอ้ ยละ 47 แบบทันสมยั ร้อยละ 60.7 แบบด่ังเดิม แบบเก๋ รอ้ ยละ 40.8 รอ้ ยละ 53.3 แบบสะโอดสะอง รอ้ ยละ 40.8 แบบชวนฝัน แบบโออ่ า่ รอ้ ยละ 21.9 แบบธรรมชาติ รอ้ ยละ 35.5 รอ้ ยละ 35.9 รปู ท่ี 4 ผลการวเิ คราะหบ์ คุ ลกิ ภาพของมหาวทิ ยาลยั ศรนี ครนิ ทรวโิ รฒ 5.2 การออกแบบชุดตวั อกั ษรของมหาวิทยาลยั ศรีนครินทรวิโรฒ 5.2.1 ผลการวเิ คราะห์แบบสอบถามเชงิ สารวจ เพ่อื หาอตั ลกั ษณ์ของมหาวทิ ยาลยั ศรนี ครนิ ทรวโิ รฒท่ี เหมาะสมเป็นแนวทางการออกแบบตวั อกั ษร สรุปไดว้ ่าตราสญั ลกั ษณ์มหาวทิ ยาลยั ศรนี ครนิ ทรวโิ รฒมคี วามเหมาะสม มากทส่ี ดุ และ เหน็ วา่ มหาวทิ ยาลยั ศรนี ครนิ ทรวโิ รฒมอี ตั ลกั ษณ์ทางบคุ ลกิ ภาพเป็นแบบทนั สมยั (Modern) และแบบเก๋ (Chic) ผวู้ จิ ยั จงึ นาแนวทางดงั กลา่ วเป็นกรอบในสรา้ งสรรคผ์ ลงานออกแบบตวั อกั ษรในครงั้ น้ี 5.2.1.1 เลอื กประเภทของตวั อกั ษร จากการทบทวนวรรณกรรมแนวคดิ เร่อื งรูปแบบตวั อกั ษรและบุคลกิ ภาพของตวั อกั ษร ผนวกกบั อตั ลกั ษณ์ทางบุคลกิ ภาพของมหาวทิ ยาลยั ศรนี ครนิ ทรวโิ รฒ ท่ีเป็นแบบทนั สมยั (Modern) และแบบเก๋ (Chic) ผูว้ จิ ยั เลอื กสรา้ งสรรค์ผลงานตวั อกั ษรในรูปแบบตวั ตกแต่งแบบตวั ไม่มหี วั หรอื มหี วั เป็นจะงอยหรอื เชงิ มนี ้าหนักเสน้ อกั ษร เท่ากันรูปร่างตัวอักษรมีลักษณะโค้งหรือเป็ นสัน ท่ีเป็ นตัวผอม เพราะรูปแบบตัวอักษรดังกล่าวสามารถแสดง บคุ ลกิ ภาพในแบบทนั สมยั เก๋ ไดอ้ ยา่ งดี Vol. 29 132
5.2.1.2 เลอื กรูปแบบของอตั ลกั ษณ์ของมหาวทิ ยาลยั ศรนี ครนิ ทรวโิ รฒ จากแนวทางการออกแบบชุดตวั อกั ษรของมหาวทิ ยาลยั ศรนี ครนิ ทรวโิ รฒ ทีเ่ หมาะสมทีส่ ุด คอื ตราสญั ลกั ษณ์ โดยกราฟโคง้ ขึน้ ในตราสญั ลกั ษณ์มหาวทิ ยาลยั ศรนี ครนิ ทรวโิ รฒ มาจากสมการ Y = ex อนั หมายถงึ การศกึ ษาคอื ความงอกงาม สดั ส่วนของตวั อกั ษรในการสรา้ งสรรคค์ รงั้ นี้ ผูว้ จิ ยั นาสดั ส่วนของขนาด พน้ื ทมี่ หาวทิ ยาลยั ศรนี ครนิ ทรวโิ รฒ ทม่ี ลี กั ษณะเป็นสเ่ี หลย่ี มดา้ นไม่เท่า ปรบั รูปร่างใหเ้ ป็นสเ่ี หลย่ี มมุมฉากพฒั นา เป็นชอ่ งสเ่ี หลย่ี มตารางกรดิ ดงั รูปท่ี 5 รปู ที่ 5 สดั ส่วนของตวั อกั ษร ทงั้ น้ีผูว้ จิ ยั กาหนดรูปแบบในการสรา้ งสรรค์ชุดตวั อกั ษรจานวน 2 รูปแบบเพ่อื ใหเ้ กดิ การเปรยี บเทยี บ วธิ กี ารนาตราสญั ลกั ษณ์ของมหาวทิ ยาลยั ศรนี ครนิ ทรวโิ รฒมาเป็นแนวทางการออกแบบ ดว้ ยการวเิ คราะหห์ า ลกั ษณะเด่นของ ตราสญั ลกั ษณ์ของมหาวทิ ยาลยั ศรนี ครนิ ทรวโิ รฒเพ่อื สรา้ งความจดจาใหเ้ กดิ แก่รูปแบบตวั อกั ษร แบ่งเป็น 2 รูปแบบ ดงั น้ี รปู แบบที่ 1 ผูว้ จิ ยั เลอื กนาเสน้ กราฟโคง้ ทีอ่ ยู่ในตราสญั ลกั ษณ์มาเป็นโครงสรา้ งตวั อกั ษรส่วนของ เสน้ บน เสน้ ล่างตวั อกั ษร ส่วนหวั ตวั อกั ษร ส่วนหางตวั อกั ษร และส่วนต่าง ๆ ทเ่ี สน้ กราฟโคง้ สามารถเขา้ ไปมสี ่วน ในโครงสรา้ งได้ ดว้ ยการปรบั องศา ความเอยี ง การพลกิ เสน้ การกลบั ดา้ นของเสน้ ใหเ้ ขา้ กบั พน้ื ฐานการเขยี นของ ตวั อกั ษรแต่ละตวั อย่างเหมาะสม ดงั รูปท่ี 6 รปู ท่ี 6 แนวทางการออกแบบตวั อกั ษรแบบท่ี 1 รปู แบบที่ 2 ผูว้ จิ ยั เลอื กนาเสน้ โคง้ ขอบนอกของตราสญั ลกั ษณ์ของมหาวทิ ยาลยั ศรนี ครนิ ทรวโิ รฒ ซ่งึ หมายถงึ วทิ ยาเขตทงั้ 8 แหง่ ภายใตม้ หาวทิ ยาลยั ศรนี ครนิ ทรวโิ รฒในชว่ งของกอ่ ตงั้ มหาวทิ ยาลยั โดยเลอื กหน่งึ ชว่ งโคง้ มาเป็นโครงสรา้ งเสน้ บนและเสน้ ล่างของตวั อกั ษร และยงั คงใชเ้ สน้ กราฟโคง้ ผสมผสานในการออกแบบ โดยมกี ารปรบั ใหเ้ ขา้ กบั พน้ื ฐานการเขยี นของตวั อกั ษรแต่ละตวั อยา่ งเหมาะสม ดงั รูปท่ี 7 133 วารสารวชิ าการคณะสถาปตั ยกรรมศาสตร์ สจล.
Arch Journal Issue 2019 รปู ท่ี 7 แนวทางการออกแบบตวั อกั ษรแบบท่ี 2 การร่างแบบของชุดตวั อกั ษร โดยนาอตั ลกั ษณ์ท่เี ลอื กมาสรา้ งจุดเด่นใหก้ บั โครงสรา้ งตวั อกั ษรในแต่ละตวั คอื ส่วนของหวั ตวั อกั ษร ส่วนของเสน้ หยกั และส่วนของหางตวั อกั ษร ดงั รูปท่ี 8 รปู ที่ 8 แบบร่างของการออกแบบตวั อกั ษร แบบท่ี 1 และแบบท่ี 2 ผูว้ จิ ยั มกี ารปรบั รูปลกั ษณะใหม้ รี ูปแบบทนั สมยั มลี กั ษณะเฉพาะและน่าจดจามากขึน้ จากนัน้ ให้ ผูเ้ ชย่ี วชาญดา้ นการออกแบบไดแ้ ก่ รศ.อารยะ ศรกี ลั ยาณบุตร และ ดร.วสิ ทิ ธิ์ โพธวิ ฒั น์ ตรวจรูปแบบตวั อกั ษร และ พฒั นารูปแบบใหล้ งตวั ยงิ่ ขน้ึ เพ่อื นาไปประเมนิ ความพงึ พอใจ ดงั รูปท่ี 9 และรูปท่ี 10 Vol. 29 134
รปู ท่ี 9 แบบสาเรจ็ ของการออกแบบตวั อกั ษร แบบท่ี 1 รปู ที่ 10 แบบสาเรจ็ ของการออกแบบตวั อกั ษร แบบท่ี 2 5.2.2 ประเมนิ ผลตวั อกั ษรทสี่ รา้ งสรรค์เพ่อื หาชุดตวั อกั ษรของมหาวทิ ยาลยั ศรนี ครนิ ทรวโิ รฒทเี่ หมาะสม ทสี่ ุดเพยี งรูปแบบเดยี ว ดว้ ยการวเิ คราะห์ขอ้ มูลแบบประเมนิ ความพงึ พอใจต่อรูปแบบตวั อกั ษรทงั้ 2 รูปแบบ โดย 135 วารสารวิชาการคณะสถาปตั ยกรรมศาสตร์ สจล.
Arch Journal Issue 2019 กลุ่มตวั อยา่ งทใ่ี ชใ้ นการวจิ ยั คอื บุคลากรภายในองคก์ รมหาวทิ ยาลยั ศรนี ครนิ ทรวโิ รฒ จานวน 100 คน วเิ คราะหค์ วาม พงึ พอใจใน 6 ประเดน็ ไดผ้ ลดงั รปู ท่ี 11 ตวั อักษรแบบท่ี 1 ตวั อักษรแบบท่ี 2 ประเดน็ ท่ี 6 ประเดน็ ที่ 1 ประเด็นท่ี 6 ประเด็นท่ี 1 ร้อยละ 63 รอ้ ยละ 87 ร้อยละ 64 ร้อยละ 67 ประเด็นที่ 5 ประเดน็ ท่ี 2 ประเด็นท่ี 5 ประเด็นท่ี 2 ร้อยละ 74 รอ้ ยละ 84 รอ้ ยละ 76 ร้อยละ 75 ประเด็นท่ี 4 ประเด็นที่ 3 ประเด็นที่ 4 ประเด็นท่ี 3 ร้อยละ 82 ร้อยละ 67 รอ้ ยละ 83 ร้อยละ 61 ประเด็นที่ 1 ประเดน็ ท่ี 2 ประเดน็ ท่ี 3 ประเดน็ ที่ 1 ประเดน็ ท่ี 2 ประเด็นท่ี 3 ประเด็นที่ 4 ประเด็นที่ 6 ประเดน็ ที่ 5 ประเดน็ ที่ 6 ประเดน็ ที่ 4 ประเดน็ ที่ 5 รปู ท่ี 11 ผลการประเมนิ ใน 6 ประเดน็ ตวั อกั ษรทงั้ 2 รปู แบบ ประเด็นท่ี 1 อกั ษรมรี ูปแบบไปในทศิ ทางเดยี วกบั ตราสญั ลกั ษณ์ของมหาวทิ ยาลยั กลุ่มตวั อย่างพึงพอใจ ตวั อกั ษรแบบท่ี 1 มากทส่ี ดุ ประเดน็ ท่ี 2 ตวั อกั ษรมลี กั ษณะเฉพาะ เป็นเอกลกั ษณ์ กล่มุ ตวั อยา่ งพงึ พอใจตวั อกั ษรแบบท่ี 1 มากทส่ี ดุ ประเดน็ ท่ี 3 ตวั อกั ษรดชู ดั เจน อา่ นงา่ ย กลมุ่ ตวั อยา่ งพงึ พอใจตวั อกั ษรทงั้ 2 แบบ ในระดบั ปานกลางเท่ากนั ประเดน็ ท่ี 4 ตวั อกั ษรดกู ลมกลนื เป็นชุดเดยี วกนั กลุ่มตวั อย่างพงึ พอใจตวั อกั ษรทงั้ 2 แบบ ในระดบั มากทส่ี ดุ เทา่ กนั ประเดน็ ท่ี 5 ขนาดและความหนาของตวั อกั ษร กลุ่มตวั อย่างพงึ พอใจตวั อกั ษรทงั้ 2 แบบ ในระดบั ปานกลาง เทา่ กนั ประเดน็ ท่ี 6 ตวั อกั ษรดูมคี วามทนั สมยั ดูเก๋ กลุ่มตวั อย่างพงึ พอใจตวั อกั ษรทงั้ 2 แบบ ในระดบั ปานกลาง เท่ากนั เม่อื พจิ ารณาตามเกณฑ์ทก่ี าหนดในขอ้ 4.4 พบว่า ตวั อกั ษรรูปแบบท่ี 1 ไดร้ บั ความพงึ พอใจ 3 ประเดน็ คอื ประเด็นท่ี 1 อกั ษรมรี ูปแบบไปในทิศทางเดียวกบั ตราสญั ลกั ษณ์ของมหาวทิ ยาลยั ได้ร้อยละ 87 ประเด็นท่ี 2 ตวั อกั ษรมลี กั ษณะเฉพาะ เป็นเอกลกั ษณ์ ได้ รอ้ ยละ 84 และประเดน็ ท่ี 4 ตวั อกั ษรดูกลมกลนื เป็นชุดเดยี วกนั ได้ รอ้ ย ละ 82 ส่วน ตัวอักษรรูปแบบท่ี 2 ไดร้ บั ความพงึ พอใจ 1 ประเดน็ คอื ประเด็นท่ี 4 ตัวอกั ษรดูกลมกลืนเป็นชุด เดยี วกนั ไดร้ อ้ ยละ 83 สามารถสรุปผลจากแบบประเมนิ ความพงึ พอใจของบคุ ลากรภายในองคก์ รมหาวทิ ยาลยั ศรนี คริ นทรวโิ รฒ ไดว้ า่ ตวั อกั ษรรปู แบบท่ี 1 เหมาะสมทส่ี ดุ เป็นชดุ ตวั อกั ษรสะทอ้ นอตั ลกั ษณ์มหาวทิ ยาลยั ศรนี ครนิ ทรวโิ รฒ 6. การอภิปรายผล สรปุ และข้อเสนอแนะ 6.1 อภิปรายผล ผลงานวจิ ยั สรา้ งสรรค์ชุดตวั อกั ษรสะทอ้ นอตั ลกั ษณ์มหาวทิ ยาลยั ศรนี ครนิ ทรวโิ รฒ มลี กั ษณะเด่นเฉพาะตวั ทงั้ รปู ทรงและโครงสรา้ ง สามารถนาตราสญั ลกั ษณ์ของมหาวทิ ยาลยั มาสรา้ งเป็นจุดเด่นของผลงานสรา้ งสรรคไ์ ดอ้ ย่าง เหมาะสมและลงตวั สอดคลอ้ งกบั วตั ถุประสงค์ทต่ี ้องการวจิ ยั สรา้ งสรรคช์ ุดตวั อกั ษรของมหาวทิ ยาลยั ศรนี ครนิ ทรวโิ รฒ Vol. 29 136
ในครงั้ น้ี อตั ลกั ษณ์ของมหาวทิ ยาลยั ศรนี ครนิ ทรวโิ รฒ คอื ตราสญั ลกั ษณ์ จุดเด่นอยู่ทเ่ี สน้ กราฟโค้งขน้ึ ทแ่ี สดงการ ขยายเพม่ิ ขน้ึ มคี วามหมายสอดคลอ้ งปรชั ญาทว่ี า่ “การศกึ ษาคอื ความเจรญิ งอกงาม” ผลงานการออกแบบชุดตวั อกั ษรสะทอ้ นอตั ลกั ษณ์มหาวทิ ยาลยั ศรนี ครนิ ทรวโิ รฒรูปแบบท่ี 1 ดงั รูปที่ 12 ใช้ ชอ่ื ชุดตวั อกั ษร วา่ “ศรนี ครนิ ” ตวั อกั ษรภาษาไทยเป็นตวั อกั ษรประเภทตวั ไม่มหี วั หรอื มหี วั เป็นจะงอยหรอื เชงิ คอื แบบ ตวั อกั ษรทไ่ี ม่มหี วั ตวั อกั ษร แต่จะมลี กั ษณะเป็นเชงิ หรอื จะงอยเลก็ ๆ ย่นื ออกมาแทน และตวั อกั ษรภาษาองั กฤษเป็น ตวั อกั ษรประเภทตวั อกั ษรไม่มเี ชงิ (Sans Serif) หมายถงึ แบบตวั อกั ษรไมม่ เี ชงิ ทฐ่ี านของตวั อกั ษร สามารถนาไปใชไ้ ด้ ในทุกจุดประสงคง์ ่ายต่อการพมิ พ์ การอ่าน และ ดูมคี วามทนั สมยั ในรปู แบบมากกว่า โดยไดแ้ นวทางการออกแบบมา จากเสน้ กราฟโค้งทอ่ี ยู่ในตราสญั ลกั ษณ์ของมหาวทิ ยาลยั ศรนี ครนิ ทรวโิ รฒเป็นเอกลกั ษณ์ของตวั อกั ษรในชุด “ศรนี ครนิ ” ดงั รูปที่ 13 ทัง้ นี้ชุดตวั อกั ษร “ศรนี ครนิ ” เหมาะสมสาหรบั ใช้เป็นคาพาดหวั หรอื ตวั หวั เร่อื งในงานส่อื สารโฆษณา ประชาสมั พนั ธ์ หรอื ใชใ้ นงานสาหรบั แสดงอตั ลกั ษณ์ของมหาวทิ ยาลยั ศรนี ครนิ ทรวโิ รฒเป็นสาคญั รปู ที่ 12 รูปแบบตวั อกั ษรชุด “ศรนี ครนิ ” 137 วารสารวิชาการคณะสถาปัตยกรรมศาสตร์ สจล.
Arch Journal Issue 2019 รปู ท่ี 13 รูปแบบเอกลกั ษณ์ของตวั อกั ษรชุด “ศรนี ครนิ ” 6.2 สรปุ ผลการวิจยั 1) อตั ลกั ษณ์ของมหาวทิ ยาลยั ศรนี ครนิ ทรวโิ รฒทโ่ี ดดเด่นทส่ี ดุ คอื ตราสญั ลกั ษณ์มหาวทิ ยาลยั ศรนี ครนิ ทรวโิ รฒ มาจากกราฟสมการทางดา้ นคณิตศาสตร์ Y = ex (Exponential Curve) มลี กั ษณะเป็นเสน้ กราฟโคง้ ขน้ึ รองลงมา คอื ปรัชญาของมหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ ท่ีว่า \"การศึกษาคือความเจริญงอกงาม\" ตรงกับภาษาอังกฤษ วา่ \"Education is Growth\" 2) บุคลกิ ภาพของมหาวิทยาลยั ศรนี ครนิ ทรวโิ รฒท่ีโดดเด่นท่ีสุด คือแบบทันสมยั (Modern) มากท่ีสุด รองลงมา คอื แบบเก๋ (Chic) 3) การออกแบบตวั อกั ษรสะทอ้ นบคุ ลกิ ภาพแบบทนั สมยั (Modern) และแบบเก๋ (Chic) ดว้ ยรปู แบบตวั อกั ษร ประเภทตวั ตกแต่ง แบบตวั ไม่มหี วั หรอื มหี วั เป็นจะงอย มนี ้าหนักเสน้ อกั ษรเท่ากนั รปู ร่างตวั อกั ษรมลี กั ษณะโคง้ หรอื เป็นสนั ท่เี ป็นตวั ผอม โดยนาลกั ษณะเด่นของเสน้ กราฟโค้งทีอ่ ยู่ในตราสญั ลกั ษณ์มหาวทิ ยาลยั ศรนี ครนิ ทรวโิ รฒ มาเป็นโครงสรา้ งตวั อกั ษรส่วนของเสน้ บน เสน้ ล่างตวั อกั ษร ส่วนหวั ตวั อกั ษร และส่วนหางตวั อกั ษร เป็นตน้ 6.2 ข้อเสนอแนะ 1) การออกแบบชุดตวั อกั ษรจากผลการสารวจอตั ลกั ษณ์ของมหาวทิ ยาลยั ศรนี ครนิ ทรวโิ รฒยงั มแี นวทาง อ่นื ทน่ี ่าสนใจทส่ี ามารถนามาเป็นแนวทางการออกแบบชุดตวั อกั ษรในแบบอ่นื ได้ 2) การออกแบบชุดตวั อกั ษรในการวจิ ยั สรา้ งสรรคค์ รัง้ นี้ เป็นตวั อกั ษรประเภทตกแต่งแบบไม่มหี วั ทีเ่ หมาะสาหรบั งานส่ือสารองค์กรประเภทโฆษณาประชาสมั พนั ธ์เป็นหลกั เหมาะสาหรบั ใช้เป็นตวั หวั เร่อื งหรอื คาพาดหวั จงึ มขี อ้ จากดั ในการใชร้ ูปแบบตวั อกั ษรน้ีในขนาดเลก็ หรอื เป็นตวั เน้ือความ หากมกี ารวจิ ยั สรา้ งสรรค์ท่ี เก่ยี วขอ้ งอาจสรา้ งสรรคร์ ูปแบบตวั อกั ษรประเภทตวั เน้ือความเพ่อื การใชง้ านทห่ี ลากหลายมากขน้ึ 3) รูปแบบตวั อกั ษรในการวจิ ยั ครงั้ น้ี สรา้ งสรรค์ไว้โครงสรา้ งตวั อกั ษรน้าหนักเดยี ว หากผูน้ าไปใชต้ ้องการ เพม่ิ น้าหนักให้ตวั อกั ษรหนาขน้ึ ต้องใชท้ กั ษะในการเพม่ิ เสน้ ท่โี ครงสรา้ งตวั อกั ษรและต้องคานึงถงึ มุมตวั อกั ษร หรอื รอยหยกั บนเสน้ ตวั อกั ษรดว้ ย เพอ่ื เวลาใชง้ านยงั คงสดั สว่ นและเอกลกั ษณ์ของรปู แบบตวั อกั ษรไว้อยา่ งสวยงาม 7. กิตติกรรมประกาศ ผูว้ จิ ยั ขอขอบคุณ ทุนสนับสนุนการวิจัย เงินรายได้คณะศิลปกรรมศาสตร์ ประจาปีงบประมาณ 2561 มหาวทิ ยาลยั ศรนี ครนิ ทรวโิ รฒ Vol. 29 138
เอกสารอ้างอิง จุตพิ งศ์ ภสู มุ าศ. (2556). Typography. นนทบุร:ี ไอดซี ี พรเี มยี ร.์ ทินวงษ์ รกั อิสสระกุล. (2554). การออกแบบชุดตัวอักษรของมหาวิทยาลยั เทคโนโลยีราชมงคลพระนคร. กรุงเทพฯ: มหาวทิ ยาลยั เทคโนโลยรี าชมงคลพระนคร. ธรี วฒั น์ พจน์วบิ ูลศริ .ิ (2543). การใช้ตวั อกั ษรไทยเพอื่ สื่อสารบคุ ลิกลกั ษณะในงานออกแบบเรขศิลป์ . (วทิ ยานพิ นธศ์ ลิ ปกรรมศาสตรมหาบณั ฑติ ภาควชิ านฤมติ ศลิ ป์ บณั ฑติ วทิ ยาลยั , จุฬาลงกรณ์มหาวทิ ยาลยั ) ปาพจน์ หนุนภกั ด.ี (2553). Graphic Design Principle. นนทบรุ :ี ไอดซี ี พรเี มยี ร.์ มหาวทิ ยาลยั ศรนี ครนิ ทรวโิ รฒ. (2560). ประวตั ิมหาวิทยาลยั ศรีนครินทรวิโรฒ. เขา้ ถงึ ไดจ้ าก: http://swu.ac.th/history.php. มหาวทิ ยาลยั ศรนี ครนิ ทรวโิ รฒ. (2561). รายงานประจาปี 2560 มหาวิทยาลยั ศรีนครินทรวิโรฒ. กรงุ เทพฯ: มหาวทิ ยาลยั ศรนี ครนิ ทรวโิ รฒ. สมชาย วรกจิ เกษมสกลุ . (2554). ระเบียบวิธีการวิจยั ทางพฤติกรรมศาสตรแ์ ละสงั คมศาสตร.์ เขา้ ถงึ ไดจ้ าก: http://pws.npru.ac.th/pheerathano/data/files/ระเบยี บวธิ กี ารวจิ ยั ทางพฤตกิ รรมศาสตรแ์ ละสงั คมศาสตร.์ pdf. 139 วารสารวชิ าการคณะสถาปตั ยกรรมศาสตร์ สจล.
Search
Read the Text Version
- 1 - 16
Pages: