แผนการจัดการเรยี นรู้ รายวิชาชีววทิ ยา 1 มธั ยมศึกษาปที ี่ 5/1 150 แบบสงั เกตพฤตกิ รรมการทำงานกลุ่ม คำช้แี จง : ให้ผสู้ อนสงั เกตพฤติกรรมของนักเรยี นในระหว่างเรียนและนอกเวลาเรยี น แล้วขดี ✓ลงในช่องท่ี ตรงกบั ระดบั คะแนน การมี การแสดง การยอมรับ การทำงาน ความมี สว่ นร่วมใน รวม ช่ือ – สกุล ความ ฟงั คนอ่ืน ตามทไ่ี ดร้ ับ น้ำใจ การ 15 ที่ ของนักเรียน คดิ เหน็ มอบหมาย ปรับปรุง คะแนน ผลงานกลมุ่ 321321321321321 ลงชื่อ...................................................ผูป้ ระเมิน (นางสาวสดุ าภรณ์ สืบบญุ เปยี่ ม) ตำแหน่ง ครผู ู้ช่วย ............../.................../............... โดย ครูสุดาภรณ์ สบื บญุ เป่ยี ม กลุม่ สาระการเรียนรวู้ ิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี
แผนการจัดการเรยี นรู้ รายวชิ าชีววทิ ยา 1 มัธยมศึกษาปีที่ 5/1 151 เกณฑ์การใหค้ ะแนน ให้ 3 คะแนน ปฏบิ ัติหรอื แสดงพฤติกรรมอย่างสมำ่ เสมอ ให้ 2 คะแนน ปฏบิ ตั ิหรือแสดงพฤติกรรมบ่อยคร้งั ให้ 1 คะแนน ปฏิบตั หิ รือแสดงพฤตกิ รรมบางครัง้ เกณฑ์การตดั สนิ คุณภาพ ชว่ งคะแนน ระดบั คุณภาพ 14 - 15 ดีมาก 11 - 13 ดี 8 - 10 พอใช้ ตำ่ กวา่ 8 ปรบั ปรงุ โดย ครสู ดุ าภรณ์ สืบบุญเป่ียม กล่มุ สาระการเรียนรวู้ ทิ ยาศาสตร์และเทคโนโลยี
แผนการจัดการเรยี นรู้ รายวิชาชวี วทิ ยา 1 มธั ยมศกึ ษาปที ี่ 5/1 152 แบบประเมนิ คณุ ลกั ษณะอันพงึ ประสงค์ คำช้ีแจง : ให้ผูส้ อนสังเกตพฤติกรรมของนกั เรยี นในระหว่างเรียนและนอกเวลาเรยี น แล้วขดี ✓ลงในช่องท่ี ตรงกับระดบั คะแนน คณุ ลักษณะ รายการประเมิน ระดับคะแนน อนั พงึ ประสงค์ดา้ น 321 1. มีวนิ ยั รับผดิ ชอบ 1.1 ปฏบิ ัติตามขอ้ ตกลง กฎเกณฑ์ ระเบียบ ขอ้ บังคับของครอบครัว มีความตรงต่อเวลาในการปฏิบัตกิ จิ กรรมตา่ ง ๆ ในชีวิตประจำวัน 2. ใฝเ่ รียนรู้ 2.1 รู้จักใช้เวลาว่างให้เป็นประโยชน์ และนำไปปฏิบัติได้ 2.2 รู้จักจัดสรรเวลาให้เหมาะสม 2.3 เชื่อฟังคำสั่งสอนของบิดา - มารดา โดยไมโ่ ตแ้ ยง้ 2.4 ต้ังใจเรียน 3. มงุ่ มน่ั ในการทำงาน 3.1 มีความตงั้ ใจและพยายามในการทำงานท่ีไดร้ บั มอบหมาย 3.2 มคี วามอดทนและไม่ท้อแทต้ ่ออุปสรรคเพือ่ ใหง้ านสำเรจ็ เกณฑ์การให้คะแนน ลงชอื่ ...................................................ผปู้ ระเมนิ (นางสาวสุดาภรณ์ สบื บุญเป่ียม) พฤติกรรมทปี่ ฏิบัตชิ ดั เจนและสมำ่ เสมอ ให้ 3 คะแนน ............../.................../................ พฤติกรรมทปี่ ฏบิ ัตชิ ัดเจนและบ่อยครง้ั ให้ 2 คะแนน เกณฑ์การตดั สนิ คุณภาพ พฤติกรรมทป่ี ฏิบัติบางคร้งั ให้ 1 คะแนน ช่วงคะแนน ระดับคณุ ภาพ 51 - 60 ดมี าก 41 - 50 ดี 30 - 40 พอใช้ ตำ่ กว่า 30 ปรบั ปรงุ โดย ครสู ดุ าภรณ์ สืบบญุ เปย่ี ม กลมุ่ สาระการเรยี นรวู้ ทิ ยาศาสตร์และเทคโนโลยี
แผนการจัดการเรียนรู้ รายวชิ าชวี วทิ ยา 1 มธั ยมศกึ ษาปีท่ี 5/1 153 แบบบันทึกหลงั การจดั การเรียนรู้ ชอ่ื หน่วยการเรียนรทู้ ี.่ ......... เร่ือง................................................................ แผนการจัดการเรยี นรู้ท.่ี .......... เร่ือง................................................... รายวิชา ชวี วิทยา3 ช้ัน มัธยมศึกษาปที ี่ 5/1 รหัสวิชา ว32243 ครูผ้สู อน นางสาวสดุ าภรณ์ สบื บญุ เปย่ี ม ตำแหน่ง ครูผู้ช่วย เวลาท่ีใช.้ ................ ช่ัวโมง ผลการจดั กจิ กรรมการเรยี นรู้ ข้อคน้ พบระหวา่ ง ปญั หาทพ่ี บ แนวทางการจดั การเรยี นรู้ การจัดกจิ กรรมการเรียนรู้ เนอื้ หา กิจกรรมการเรียนรู้ สื่อประกอบการเรยี นรู้ พฤตกิ รรม/การมีสว่ นร่วมของผเู้ รียน ลงชอ่ื ..................................................ผู้สอน (นางสาวสดุ าภรณ์ สืบบุญเปีย่ ม) ตำแหน่ง ครูผ้ชู ว่ ย ความเห็นของผูบ้ ริหารสถานศึกษาหรอื ผ้ทู ่ีไดร้ ับมอบหมาย ........................................................................................................................................................................................... ........................................................................................................................................................................................... ลงช่ือ.................................................. (นายกิตติธัช จันทรา) รองผู้อำนวยการฝา่ ยวชิ าการ โดย ครูสุดาภรณ์ สบื บญุ เปย่ี ม กลมุ่ สาระการเรียนรวู้ ทิ ยาศาสตร์และเทคโนโลยี
แผนการจัดการเรียนรู้ รายวิชาชวี วทิ ยา 1 มธั ยมศกึ ษาปีท่ี 5/1 154 ใบงาน เรื่อง โครงสร้างของเมลด็ พชื คำชแี้ จง : ให้นักเรยี นเติมคำหรอื ข้อความลงในแผนผัง เรื่อง โครงสร้างของเมลด็ พชื ให้สมบรู ณ์ เมลด็ เปลือกห้มุ เมลด็ ลกั ษณะ : หน้าที่ : รากแรกเกดิ คือ ใบเลย้ี ง คือ ลาต้นใต้ใบเล้ียงท่ีเป็ นส่วนแกนของ เอม็ บรโิ อทอ่ี ย่ใู ตใ้ บเลย้ี ง คือ ลาตน้ เหนือใบเลย้ี งทเ่ี ป็นสว่ นของเอม็ บรโิ อ ทอ่ี ยเู่ หนือใบเลย้ี งขน้ึ ไป ทาหน้าที่ หน้าที่ เกบ็ สะสมอาหารจำพวกแปง้ นำ้ ตาล โปรตนี หรอื ไขมันขึ้นอยู่กับ ชนดิ ของพชื แต่ พืชใบเลี้ยงคู่บางชนิดจะไม่มีสว่ นน้ี เช่น ถ่วั มะขาม หรือ พืชบางชนดิ ส่วนนอี้ าจไม่พัฒนา เช่น กลว้ ย โดย ครสู ุดาภรณ์ สืบบญุ เปย่ี ม กลมุ่ สาระการเรียนรวู้ ิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี
แผนการจัดการเรยี นรู้ รายวชิ าชวี วทิ ยา 1 มัธยมศึกษาปีที่ 5/1 155 ใบงาน เฉลย เรอ่ื ง โครงสร้างของเมลด็ พืช คำชีแ้ จง : ใหน้ กั เรียนเตมิ คำหรอื ขอ้ ความลงในแผนผงั เร่อื ง โครงสรา้ งของเมล็ดพชื ใหส้ มบรู ณ์ เมลด็ เปลือกห้มุ เมล็ด ลกั ษณะ : หนา เหนียว และแขง็ เอม็ บริโอ หน้าท่ี : ป้องกนั อนั ตรายเอม็ บรโิ อทอี่ ย่ภู ายในเมลด็ ป้องกนั การ สญู เสยี น้า และป้องการงอกจนกว่าจะไดร้ บั สภาวะทเี่ หมาะสมในพชื บางชนิด รากแรกเกดิ คือ แรดเิ คลิ ทอี่ ย่บู รเิ วณสว่ นปลายสุดของแกน เอม็ บรโิ อ ไฮโพคอลทลิ คือ ลำต้นใต้ใบเลี้ยงที่เป็นส่วนแกนของเอ็มบริโอ ท่ีอยู่ใตใ้ บเล้ียง เอพคิ อลทลิ คือ ลำต้นเหนือใบเลี้ยงที่เปน็ สว่ นของเอ็มบรโิ อท่ี ใบเลีย้ ง อยเู่ หนอื ใบเลี้ยงขึ้นไป ทาหน้าท่ี ดูดซึม ลาเลียงอาหารจากเอนโด สเปิร์มในพืชบางชนิด และป้องกันยอดอ่อน ไมใ่ หไ้ ดร้ บั อนั ตราย เอนโดสเปริ ม์ หน้าที่ เกบ็ สะสมอาหารจำพวกแปง้ น้ำตาล โปรตีน หรือไขมันขึ้นอยูก่ บั ชนดิ ของพชื แต่ พืชใบเล้ยี งคู่บางชนดิ จะไม่มสี ว่ นนี้ เชน่ ถวั่ มะขาม หรือ พืชบางชนิด สว่ นน้ีอาจไม่พัฒนา เชน่ กล้วย โดย ครูสดุ าภรณ์ สบื บญุ เปย่ี ม กล่มุ สาระการเรียนรวู้ ทิ ยาศาสตร์และเทคโนโลยี
แผนการจัดการเรยี นรู้ รายวิชาชีววทิ ยา 1 มัธยมศึกษาปที ่ี 5/1 156 แผนการจัดการเรียนรู้ หน่วยการเรยี นรทู้ ี่ 3 เร่ือง การสบื พนั ธ์ุของพืชดอกและการเจรญิ เตบิ โต แผนจดั การเรยี นรู้ที่ 4 เร่ือง การงอกของเมล็ดพืช รายวชิ า ชีววิทยา3 รหสั วิชา ว32243 ระดับชนั้ มธั ยมศึกษาปีที่ 5/1 ภาคเรียนที่ 1 ปกี ารศึกษา 2566 น้ำหนักเวลาเรียน 1.5 (นน./นก.) เวลาเรยี น 3 ชั่วโมง/สัปดาห์ เวลาทใี่ ชใ้ นการจัดกจิ กรรมการเรียนรู้ 4 ชว่ั โมง ........................................................................................ .................................................................. 1. สาระสำคัญ การงอกของเมล็ด ตอ้ งได้รับสภาพแวดล้อมภายนอกทีเ่ หมาะสมมากระตุ้นการเปลี่ยนแปลงภายใน เมล็ด เอ็มบริโอจะเจริญเป็นต้นพืช ซึ่งกระบวนการที่เอ็มบริโอในเมล็ดเจริญเป็นต้นพืช เรียกว่า การงอก (Germination) 2. ผลการเรยี นรู้ 16. ทดลอง และอธิบายเกย่ี วกบั ปจั จัยต่าง ๆ ท่มี ผี ลต่อการงอกของเมล็ด สภาพพักตวั ของเมลด็ และ บอกแนวทางในการแก้สภาพพักตัวของเมล็ด 3. สาระการเรียนรู้ 3.1 เนอื้ หาสาระหลกั : Knowledge 1) อธิบายเก่ยี วกบั ปจั จยั ต่าง ๆ ที่มีผลต่อการงอกของเมลด็ สภาพพักตวั ของเมล็ดได้ 3.2 ทักษะ/กระบวนการ : Process 1) บอกแนวทางในการแก้สภาพพักตวั ของเมล็ดได้ 3.3 คุณลักษณะท่พี ึงประสงค์ : Attitude 1) รบั ผิดชอบตอ่ หน้าที่และงานท่ไี ด้รับมอบหมาย 4. สมรรถนะสำคัญของนกั เรยี น 1) ความสามารถในการส่ือสาร 2) ความสามารถในการคิด 5) ความสามารถในการใชท้ กั ษะชวี ิต 5. คณุ ลักษณะของวิชา 1) ความรับผิดชอบ 2) กระบวนการกล่มุ 6. คณุ ลกั ษณะที่พงึ ประสงค์ 1. มวี ินยั 2. ใฝเ่ รียนรู้ 3. มุ่งมั่นในการทำงาน โดย ครูสุดาภรณ์ สบื บญุ เปีย่ ม กลุ่มสาระการเรียนรวู้ ทิ ยาศาสตร์และเทคโนโลยี
แผนการจัดการเรียนรู้ รายวชิ าชีววทิ ยา 1 มธั ยมศึกษาปีที่ 5/1 157 7. ชนิ้ งาน/ภาระงาน : 1. แบบทดสอบหลังเรียน หน่วยการเรยี นรู้ที่ 3 การสบื พนั ธ์ุของพชื ดอกและการเจริญเติบโต 2. ผงั มโนทัศน์ เรื่อง ปัจจยั ท่ีมีผลตอ่ การงอกเมลด็ โดยใช้แบบประเมนิ ช้ินงาน 3. ปฏิบตั ิการโดยใช้แบบประเมนิ ปฏบิ ตั ิการจากการทำกิจกรรม 8. กิจกรรมการเรยี นรู้ ช่ัวโมงท่ี 1 ขั้นนำเขา้ สูบ่ ทเรียน/ขั้นตัง้ คำถาม 1. เพื่อกระตุ้นความสนใจของนักเรียนครูอาจนำเกมหรือความบันเทิงมาให้นักเรียนมีส่วนร่วมในชั้น เรยี น โดยครนู ำภาพเมลด็ พืชชนดิ ต่าง ๆ มาให้นักเรยี นทายวา่ เป็นเมลด็ พชื ชนิดใด ดงั รปู ภาพ เมลด็ ตน้ ดาวเรอื ง เมลด็ ถว่ั เหลอื ง เมล็ดกาแฟ เมล็ดทับทมิ ขั้นสำรวจและค้นหา 1. ครูนำภาพเดมิ ทใ่ี ช้กระต้นุ นกั เรยี นในตอนต้นชว่ั โมงมาถามคำถามนักเรยี นวา่ นักเรยี นทราบหรอื ไม่ วา่ เมลด็ พืชแต่ละชนิดมลี กั ษณะการงอกทแ่ี ตกตา่ งกนั หรือไม่ อยา่ งไร (แนวตอบ: บางชนดิ มลี ักษณะการงอกที่เหมือนกัน เช่น ถวั่ เขยี ว ถั่วเหลือง แตบ่ างชนิดมีลักษณะ การงอกที่แตกต่างกนั เช่น การงอกของเมลด็ ขา้ วโพดแตกต่างกับเมล็ดถัว่ เขียว) โดย ครสู ดุ าภรณ์ สืบบุญเปย่ี ม กลุ่มสาระการเรยี นรวู้ ิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี
แผนการจัดการเรียนรู้ รายวชิ าชวี วทิ ยา 1 มัธยมศึกษาปีที่ 5/1 158 2. ให้นกั เรียนเขยี นคำตอบลงในสมุดบนั ทกึ ของตนเอง หลังจากจบการเรยี นการสอนครูและนักเรียน รว่ มกนั เฉลยคำตอบที่ถูกต้อง 3. ครใู ห้นักเรียนแบง่ กลมุ่ กล่มุ ละ 3-4 คน เลอื กพืชมา 1 ชนิด ตามท่นี กั เรียนสนใจ จากนน้ั ให้นักเรียน สบื คน้ และศกึ ษาว่าพชื ชนดิ น้นั มลี ักษณะการงอกอยา่ งไร ขนั้ อธบิ ายและลงข้อสรปุ /ขนั้ ดำเนินการคน้ หาคำตอบและตรวจสอบคำตอบ 1. ครูสมุ่ ตวั แทนกล่มุ ของแตล่ ะกลุ่มออกมานำเสนอรูปแบบการงอกของพชื ทก่ี ลุ่มของนักเรยี นเลือก นำมาศกึ ษา 2. นกั เรียนและครรู ว่ มกันอภิปรายผลจากการสืบคน้ วา่ “การงอกของเมล็ดพชื แบ่งออกได้เป็น 2 แบบ คือ การงอกโดยชใู บเลี้ยงขนึ้ เหนือดนิ ไดแ้ ก่ พริก ถ่ัวเขียว สังเกตการงอกลักษณะน้ีไดจ้ ากใบเลีย้ งจะโผลพ่ น้ ขึ้นมาเหนือดนิ และการงอกโดยใบเล้ยี งอยูใ่ ตด้ นิ ได้แก่ ข้าวโพด ข้าว สังเกตการงอกลักษณะนี้ไดจ้ ากใบแท้ ของพชื เหล่านจ้ี ะโผลพ่ น้ เหนือดนิ และมีใบเลีย้ งอยูใ่ ต้ดิน” 3. เพอื่ ตรวจสอบความเข้าใจของนักเรยี น ครถู ามนกั เรียนโดยมีแนวคำถามดังน้ี - การงอกของเมลด็ ถว่ั เขียวต่างกับเมล็ดข้าวโพดอยา่ งไร (แนวตอบ: ต่างกันตรงที่เมล็ดถั่วเขียวไฮโพคอลทิล (Hypocotyl) จะเจริญได้เร็วกว่าเอพิคอลทิล (Epicotyl) ทำให้ใบเลยี้ งเจริญข้ึนมาเหนือดนิ ส่วนเมล็ดขา้ วโพดเอพคิ อลทลิ จะเจรญิ เร็วกว่าไฮโพ คอลทลิ ทำใหใ้ บเลย้ี งยังคงอยใู่ ตด้ ิน) ชวั่ โมงท่ี 2 ข้นั สำรวจและคน้ พบ/ขนั้ การเตรยี มการค้นหาคำตอบ 1. ใหน้ ักเรียนแบง่ กลุ่มออกเปน็ กลุ่มละ 5-6 คน ทำกิจกรรม เรือ่ ง การงอกเมลด็ 2. ให้สมาชิกภายในกลุม่ แบ่งภาระหน้าท่ีรับผดิ ชอบ โดยสมาชกิ ในกลุม่ มบี ทบาทและหน้าที่ของตนเอง ดงั น้ี - สมาชิกคนท่ี 1: ทำหนา้ ท่ีเตรียมวสั ดุอุปกรณ์กจิ กรรมการงอกเมลด็ - สมาชกิ คนท่ี 2: ทำหน้าทอ่ี า่ นวธิ กี ารทำกิจกรรม และนำมาอธบิ ายให้สมาชิกภายในกลมุ่ ฟัง - สมาชกิ คนท่ี 3 และ 4: ทำหน้าทบี่ นั ทึกผลการทำกิจกรรม - สมาชิกคนที่ 5 และ 6: ทำหนา้ ทนี่ ำเสนอผลท่ีไดจ้ ากการทำกิจกรรม 3. ในระหว่างการทำกิจกรรมให้สมาชิกภายในกลุ่มตั้งคำถามขั้นตอนการทำกิจกรรมที่ตนเองสงสัย เชน่ แล้วให้สมาชิกรว่ มกันสืบค้นจากแหล่งขอ้ มลู เพ่ือตอบคำถาม ข้นั อธิบายและลงข้อสรปุ /ข้นั ดำเนนิ การคน้ หาคำตอบและตรวจสอบคำตอบ 1. ให้ตัวแทนของแตล่ ะกลุ่มออกมานำเสนอผลจากการทำกิจกรรม และอธบิ ายข้อสงสัยท่ีสมาชกิ ภายในกลมุ่ ตั้งคำถาม และนำเสนอผลจากการสบื คน้ คำตอบ โดย ครสู ุดาภรณ์ สืบบุญเปยี่ ม กลมุ่ สาระการเรยี นรวู้ ิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี
แผนการจัดการเรียนรู้ รายวชิ าชีววทิ ยา 1 มธั ยมศกึ ษาปที ี่ 5/1 159 2. ครูพิจารณาผลจากการทำกิจกรรมและผลจากการสืบค้นข้อสงสัยในขั้นตอนการทำกิจกรรมของ นักเรียน 3. ครูเสริมและเพม่ิ เติมข้อมูล หากข้อมลู ทีน่ กั เรียนออกมานำเสนอยงั ไมส่ มบูรณ์ 4. ครถู ามคำถามทา้ ยกิจกรรม และเฉลยคำถามทา้ ยกจิ กรรม โดยมแี นวคำถาม ดงั น้ี - ตน้ ออ่ นของพชื ทง้ั 2 ชนิดที่งอกออกจากเมล็ดประกอบด้วยโครงสร้างเหนือดินใดบ้าง (แนวตอบ: ต้นอ่อนของถั่วเขียวจะพบทัง้ ใบเลี้ยง (Cotyledon) และใบแท้ (foliage leaf) แต่ตน้ อ่อนของข้าวโพดพบเพยี งใบแท้) - ลักษณะการงอกของพืชท้ัง 2 ชนิด แตกต่างกนั หรือไม่ อยา่ งไร (แนวตอบ: แตกต่างกัน เมล็ดถั่วเขียวจะงอกแบบชูใบเลี้ยงขึ้นเหนือดิน (Hypogeal germination) แต่เมลด็ ขา้ วโพดจะงอกแบบใบเลย้ี งอยู่ใตด้ นิ (Epigeal germination)) ชว่ั โมงที่ 3 ขั้นสำรวจและคน้ พบ/ขัน้ การเตรยี มการค้นหาคำตอบ 1. ก่อนเรมิ่ เขา้ สหู่ ัวขอ้ ถัดไป ครถู ามคำถามทบทวนจากการทำกจิ กรรมการงอกเมลด็ โดยมแี นวคำถาม ดังน้ี - เมลด็ ถัว่ เขียวและเมลด็ ขา้ วโพดที่นกั เรยี นนำมาเพาะเจรญิ เป็นต้นออ่ นทกุ เมล็ดหรือไม่ (แนวตอบ: ขึ้นอยกู่ บั ผลการทำกจิ กรรมของนักเรยี น) - ในการปลกู ต้นถ่วั เขียวและขา้ วโพดนักเรียนคดิ วา่ มีปจั จัยใดบา้ งทมี่ ีสว่ นสำคัญในการงอกของเมล็ด (แนวตอบ: ขึน้ อยู่กับคำตอบของนักเรยี น ตัวอย่างคำตอบควรมีน้ำ ความชื้น) 2. ใหน้ กั เรยี นสืบคน้ ขอ้ มูลเกีย่ วกับปัจจยั ที่มผี ลตอ่ การงอกเมลด็ จากแหล่งการเรียนรู้ สอื่ อินเทอร์เนต็ จากน้ันสรุปเป็นผงั มโนทศั น์พร้อมตกแต่งให้สวยงาม 3. ให้นกั เรียนจบั คู่แลกผงั มโนทัศน์ของตนเองกับเพื่อน แล้วรว่ มกนั แลกเปลี่ยนความรู้ท่ไี ด้จากการ สบื คน้ ขอ้ มูล ขนั้ อธิบายและลงข้อสรุป/ขนั้ ดำเนินการค้นหาคำตอบและตรวจสอบคำตอบ 1. หลังจากแลกเปลย่ี นความรู้ เรือ่ ง ปจั จยั ทีม่ ผี ลตอ่ การงอกเมลด็ แลว้ ครูเขียนคำถามบนกระดานและ ให้นักเรียนลอกคำถามและตอบคำถามลงในสมุดบันทกึ ของตนเอง จากนั้นครูสุ่มเรียกนักเรียน 5-6 คน อธิบายคำตอบของตนเอง หากนักเรียนตอบคำถามไม่ถูกต้อง หรือคำตอบยังไม่สมบูรณ์ ให้ นักเรียนและครรู ว่ มกันอภิปรายหาคำตอบที่ถกู ต้อง โดยมแี นวคำถามดังน้ี - ปจั จัยที่มผี ลตอ่ การงอกเมลด็ แบง่ ออกเปน็ กี่ประเภท อะไรบา้ ง (แนวตอบ: 2 ประเภท คือ ปจั จัยภายในและปจั จยั ภายนอก) - ปจั จัยภายนอกทีม่ ผี ลต่อการงอกเมล็ด ได้แกอ่ ะไรบา้ ง และมผี ลอยา่ งไรจงอธบิ ายพอสงั เขป (แนวตอบ: นำ้ หรอื ความชนื้ ออกซิเจน แสง (สำหรับพชื บางชนิด) และอุณหภูมิ) โดย ครูสุดาภรณ์ สืบบญุ เปย่ี ม กลมุ่ สาระการเรียนรวู้ ิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี
แผนการจัดการเรยี นรู้ รายวิชาชีววทิ ยา 1 มธั ยมศกึ ษาปที ่ี 5/1 160 - ปัจจยั ภายในทม่ี ผี ลต่อการงอกเมลด็ ได้แกอ่ ะไรบา้ ง และมผี ลอยา่ งไรจงอธบิ ายพอสงั เขป (แนวตอบ: เปลอื กหุ้มเมลด็ (Seed coat) เอนโดสเปริ ม์ (Endosperm) เอม็ บรโิ อ (Embryo)) - สภาพพกั ตวั ของเมล็ดคอื อะไร (แนวตอบ: สภาพเมลด็ ท่ยี ังคงมีชวี ิตแต่ไมส่ ามารถงอกเป็นต้นใหมไ่ ด้) 2. เพ่อื ทดสอบความเขา้ ใจของนกั เรียนครูสมมตสิ ถานการณ์ขนึ้ มาให้นกั เรียนวิเคราะหส์ าเหตุและแก้ไข สถานการณ์ - นาย A นำเมล็ดข้าวโพดมาเพาะในกระบะที่มีกระดาษทิชชูที่เปียกชื้น ตั้งไว้ในที่ที่มีอากาศถ่ายเท และมีแสงแดดส่องถงึ เมื่อเวลาผ่านไป 2 วัน เมล็ดข้าวโพดไมเ่ กดิ การเปลี่ยนแปลง เพราะเหตุใดจงึ เปน็ เช่นนน้ั นกั เรียนมวี ธิ แี ก้ไขอย่างไร - นาย B นำเมล็ดยาสูบมาเพาะในกระบะที่มีกระดาษทิชชูที่เปียกชื้น ตั้งไว้ในห้องมืด ที่มีอุณหภูมิสูง กว่า 35 องศาเซลเซียส เมื่อเวลาผ่านไป 2 วัน เมล็ดยาสูบไม่เกิดการเปลี่ยนแปลง เพราะเหตุใดจึง เปน็ เชน่ นั้น นักเรียนมีวิธีแก้ไขอยา่ งไร - นาย C นำเมล็ดฟักข้าวมาปลูกสลับกับเมล็ดแตงโมในแปลงของตนเอง เมื่อเวลาผ่านไป 1 สัปดาห์ เมลด็ ไม่งอก เพราะเหตใุ ดจึงเป็นเช่นนัน้ นักเรยี นมวี ิธีแก้ไขอยา่ งไร - นาย D อยากเพาะเมลด็ กลว้ ยไม้พนั ธ์ุเศรษฐกิจขาย แต่เมลด็ ไมง่ อก นักเรยี นคิดวา่ เกิดจากสาเหตุใด และมีวิธีแกไ้ ขอยา่ งไร 3. ครอู ธิบายเพมิ่ เติมจากคำถามสถานการณ์ตวั อย่างต่อไปว่า “นอกจากเมล็ด (Seed) เอม็ บรโิ อ (Embryo) เอนโดสเปิรม์ (Endosperm) แล้วสารเคมยี ังมสี ่วนทำใหเ้ มลด็ อยู่ในสภาพพักตัว โดยเฉพาะกรด แอบไซซกิ (Abscisic acid) ท่ีมีสมบัตยิ ับย้ังการทำงานของเอนไซมท์ เี่ กีย่ วข้องกับกระบวนการงอกของเมลด็ พชื ทางแก้ทดี่ คี ือให้ธรรมชาติ เช่น น้ำฝนชว่ ยชะลา้ งสารเคมีท่เี คลอื บเมล็ดเหล่านี้ออกไป” 4. ครูถามความเหน็ จากนกั เรยี นวา่ นกั เรยี นมีวิธีแกไ้ ขอย่างอ่นื อีกหรือไม่ (แนวตอบ: พิจารณาคำตอบของนักเรียน แต่คำตอบควรนำไปผึ่งเมล็ดให้แห้งก่อนนำไปเพาะ หรือ ใชส้ ารเรง่ การงอก เชน่ การใช้จิบเบอเรลลิน (Gibberellin) ไซโทไคนนิ (Cytokinin)) 5. ครูแนะนำนักเรียนเพิ่มเติมเกี่ยวกับสารเคมีทีม่ ีผลต่อการงอกของเมล็ดในกรอบ Biology Focus ใน หนังสอื ชวี วทิ ยา ม.5 เล่ม 1 ชั่วโมงท่ี 4 ข้ันสำรวจและค้นพบ 1. ครพู ูดเกร่นิ นำก่อนเข้าส่หู วั ข้อถัดไปว่า หลงั จากทนี่ ักเรยี นไดเ้ รียนรโู้ ครงสร้างเมล็ดพืชแลว้ นักเรียน คิดว่าเมล็ดพนั ธด์ุ คี อื เมล็ดท่ดี มี ลี กั ษณะอย่างไร (แนวตอบ: พิจารณาคำตอบของนักเรียน ตัวอย่างคำตอบ เช่น เมล็ดพันธุด์ คี วรมีสีสด ไม่เก่าขุ่นมวั ไม่ควรมเี ศษหรือรอยแตกหกั ไม่มีรอยเจาะของแมลง มีความชืน้ ต่ำ ปราศจากส่ิงเจือปนและโรค มี โดย ครูสดุ าภรณ์ สบื บุญเปยี่ ม กลุ่มสาระการเรยี นรวู้ ทิ ยาศาสตร์และเทคโนโลยี
แผนการจัดการเรียนรู้ รายวิชาชีววทิ ยา 1 มัธยมศึกษาปที ี่ 5/1 161 2. ครถู ามตอ่ ไปว่า นกั เรยี นมีวิธตี รวจสอบคณุ ภาพเมล็ดพนั ธ์อุ ย่างไรบา้ ง โดยครูอาจให้นกั เรยี นตอบ ตามความคิดเหน็ กอ่ น แล้วจงึ มอบหมายให้นกั เรียนสบื คน้ ขอ้ มลู จากแหลง่ การเรียนรู้ เชน่ สื่ออินเทอร์เนต็ (แนวตอบ: พิจารณาคำตอบของนักเรียน ตัวอย่างคำตอบ เช่น สังเกตจากลักษณะภายนอก ตรวจสอบความแขง็ แรงดว้ ยการนำไปเพาะ ความบรสิ ุทธ์ขิ องเมล็ด การหาค่าดชั นีการงอก) 3. เพอ่ื ให้นักเรียนมคี วามรู้ ความเขา้ ใจ และสามารถลงมือปฏบิ ัติได้ ใหน้ ักเรยี นแบ่งกลมุ่ กลุ่มละ 5-6 คน เพอ่ื ทำกจิ กรรมการตรวจสอบคุณภาพเมลด็ พันธ์ุ 4. ให้สมาชิกภายในกล่มุ แบ่งภาระหน้าทรี่ บั ผดิ ชอบ โดยสมาชกิ ในกลมุ่ มีบทบาทและหน้าทข่ี องตนเอง ดงั น้ี - สมาชิกคนท่ี 1 : ทำหน้าท่เี ตรยี มวสั ดุอปุ กรณ์กิจกรรมการตรวจสอบคณุ ภาพเมล็ดพันธุ์ - สมาชกิ คนท่ี 2 : ทำหน้าท่อี า่ นวิธกี ารทำกจิ กรรม และนำมาอธิบายให้สมาชิกภายในกลุม่ ฟัง - สมาชกิ คนที่ 3 และ 4 : ทำหน้าทบ่ี ันทึกผลการทำกิจกรรม - สมาชิกคนที่ 5 และ 6 : ทำหน้าที่นำเสนอผลท่ไี ด้จากการทำกจิ กรรม 5. ในระหว่างการทำกิจกรรม ให้สมาชิกภายในกลุ่มตั้งคำถามขั้นตอนการทำกิจกรรมที่ตนเองส งสัย เชน่ แลว้ ให้สมาชิกรว่ มกันสืบค้นจากแหล่งขอ้ มูลเพ่อื ตอบคำถาม ขน้ั อธบิ ายความเขา้ ใจ 1. ให้ตัวแทนของแต่ละกลุ่มออกมานำเสนอผลจากการทำกิจกรรม และอธิบายข้อสงสัยที่สมาชิก ภายในกลุ่มตั้งคำถาม และนำเสนอผลจากการสืบค้นคำตอบ 2. ครูพิจารณาผลจากการทำกิจกรรมและผลจากการสืบค้นข้อสงสัยในขั้นตอนการทำกิจกรรมของ นกั เรยี น 3. ครูเสรมิ และเพิม่ เตมิ ขอ้ มูล หากข้อมลู ทีน่ ักเรยี นออกมานำเสนอยังไม่สมบูรณ์ 4. นกั เรียนและครรู ่วมกนั อภิปรายผลจากการทำกิจกรรม 5. ครถู ามคำถามท้ายกจิ กรรม และเฉลยคำถามท้ายกิจกรรม โดยมแี นวคำถามดังนี้ - นักเรียนมีวธิ ีคดั เลือกเมลด็ พนั ธ์ถุ ่วั เขยี วจากแหลง่ ต่าง ๆ อยา่ งไร เพอ่ื ให้ได้เมลด็ พันธุท์ ่ดี ที ี่สุด (แนวตอบ: พิจารณาจากดัชนีการงอกเมล็ดพันธุ์ หากแหล่งใดมีค่าดัชนีสูงกว่า แสดงว่าเมล็ดพันธ์ุ จากแหล่งนัน้ มคี ุณภาพทีด่ กี ว่า) ขั้นขยายความรู้ 1. ครถู ามคำถาม โดยมีแนวคำถามดังน้ี - โครงสร้างสว่ นใดของเมลด็ ท่มี ผี ลต่อสภาพพกั ตวั ของเมล็ดมากท่สี ดุ เพราะเหตใุ ด (แนวตอบ: เป็นแนวคำถามปลายเปิด ครูพิจารณาคำตอบของนักเรียน ตัวอย่างคำตอบ เช่น เปลือกหุ้มเมล็ด ถึงแม้ว่าสภาพแวดล้อมจะเหมาะสมต่อการงอกเมล็ด แต่ถ้าหากเมล็ดพันธุ์มี เปลือกหุ้มเมล็ดที่หนาเกินไป น้ำและความชื้น ออกซิเจนไม่สามารถผ่านเข้าไปได้ จำเป็นต้อง อาศยั กระบวนการทางธรรมชาตหิ รอื การกระทำของมนุษย์ใหเ้ ปลอื กหุ้มเมลด็ มีลักษณะอ่อนลง) โดย ครสู ดุ าภรณ์ สืบบุญเป่ียม กลุ่มสาระการเรยี นรวู้ ิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี
แผนการจัดการเรียนรู้ รายวชิ าชีววทิ ยา 1 มธั ยมศกึ ษาปีที่ 5/1 162 2. หลงั จากจบบทเรียนครูอาจใหน้ กั เรยี นตระหนกั ถงึ ความสำคญั ของเมลด็ ซึง่ เปน็ แหลง่ สะสม พันธกุ รรมของพชื ดงั นน้ั ครอู าจใหน้ ักเรียนแบง่ กล่มุ กลมุ่ ละ 5-6 คน จดั ต้งั ธนาคารเมลด็ พนั ธ์พุ ชื ชนดิ ต่าง ๆ ภายในโรงเรยี นด้วยการปลกู พืชและเกบ็ รกั ษาเมลด็ พนั ธุ์ใหเ้ ป็นหมวดหมู่ เพ่อื เป็นแหล่งการศกึ ษา และอนุรกั ษ์พนั ธุ์พืชไปในตัว 3. เพื่อขยายความรู้ ความเข้าใจ ครใู ห้นกั เรียนตอบคำถาม Topic Question ลงในสมดุ บนั ทกึ ของ ตนเอง จากน้ันครูอา่ นคำถามและให้นักเรียนร่วมกนั เฉลยคำตอบท่ีถกู ต้อง โดยมีแนวคำถามดงั น้ี - จงอธิบายกระบวนการสรา้ งสปอร์ (Spore) และเซลลส์ บื พนั ธุเ์ พศเมียของพืชดอก (แนวตอบ: ภายในรังไข่ที่ประกอบไปด้วยออวุล (Ovule) จะมีเมกะสปอร์มาเทอร์เซลล์ (Megaspore mother cell: 2n) อยู่ภายในทำหน้าที่สร้างเมกะสปอร์จำนวน 4 เซลล์ แต่สลาย ไป 3 เหลือเพียง 1 เซลล์ จะเจริญกลายเปน็ ถุงเอมบริโอ (Embryo sac) ซึ่งทำหน้าที่สร้างเซลล์ สืบพันธุ์ด้วยการแบ่งเซลล์แบบไมโทซิส (Mitosis) จำนวน 3 ครั้ง ได้ 7 เซลล์ 8 นิวเคลียส คือ แอนติโพแดล (Antipodal) จำนวน 3 เซลล์, โพลาร์นิวคลไี อ (Polar nuclei) จำนวน 1 เซลล์ (มี 2 นวิ เคลียส), ซินเนอร์จดิ (Synergids) จำนวน 2 เซลล์ และเซลล์ไข่ (Egg cell) จำนวน 1 เซลล์) - การปฏสิ นธซิ อ้ น (Double fertilization) ของพชื ดอกเกดิ ขึ้นเมอ่ื ใด (แนวตอบ: เมื่อสเปิร์ม (Sperm) เข้าไปผสมกับเซลล์ไข่ (Egg cell) และ โพลาร์นิวคลีไอ (Polarnuclei)) - พชื ท่ไี ด้รบั การผสมเกสรจะมพี ัฒนาการอย่างไร (แนวตอบ: หลักการผสมเกสรมีเพียงเกสรเพศเมีย (Pistil) ที่จะเจริญและพัฒนาต่อไปเป็นผล (Fruit) และเมล็ด (Seed) โดยรังไข่ (Ovary) จะเจริญไปเป็นผลห่อหุ้มเมล็ดที่ภายในมีเอ็มบริโอ (Embryo) ที่เจริญมาจากไซโกต (Zygote) และมีเอนโดสเปิร์ม (Endosperm) ซึ่งเป็นอาหาร ให้กบั เอ็มบริโอ) - โครงสร้างของเมลด็ พืชประกอบดว้ ยอะไรบา้ ง (แนวตอบ: เปลือกหุม้ เมล็ด (Seed coat) เอนโดสเปิร์ม (Endosperm) และเอ็มบริโอ (Embryo)) - โครงสรา้ งของผล (Fruit) ประกอบด้วยอะไรบ้าง (แนวตอบ: ผนังผลชั้นนอก (Exocarp) ผนังผลชั้นกลาง (Mesocarp) และผนังผลชั้นใน (Endocarp)) - สตอรว์เบอร์รี น้อยหน่า มะม่วง ลำไย มังคุด มะละกอ ราสเบอร์รี จัดเป็นผลประเภทใดบ้างหาก พิจารณาจากตำแหน่งของรังไข่ (Ovary) เปน็ เกณฑ์ (แนวตอบ: ลำไย มังคุด มะม่วง และมะละกอ จัดเป็นผลเดี่ยว (Simple fruit) สตรอว์เบอร์รี น้อยหนา่ ราสเบอร์รี่ จัดเป็นผลกลมุ่ (Multiple fruit)) - จงเปรยี บเทยี บรปู แบบการงอกของเมล็ดขา้ วโพดและเมลด็ ถวั่ เหลอื ง (แนวตอบ: เมล็ดข้าวโพดงอกแบบใบเลี้ยงอยู่ใต้ดิน (Hypogeal germination) ส่วนเมล็ดถั่ว เหลอื งงอกแบบชูใบเลยี้ งขึ้นเหนอื ดิน (Epigeal germination)) โดย ครูสุดาภรณ์ สืบบุญเปี่ยม กล่มุ สาระการเรียนรวู้ ิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี
แผนการจัดการเรยี นรู้ รายวิชาชีววทิ ยา 1 มัธยมศึกษาปที ่ี 5/1 163 - สภาพพักตัวของเมลด็ คอื อะไร และยกตวั อย่างการแก้สภาพพักตัวของเมลด็ มาอย่างน้อย 3 ขอ้ (แนวตอบ: สภาพพักตัวของเมล็ด คือ กลไกธรรมชาติที่ป้องกันอันตรายให้กับเมล็ดพันธุ์จาก สภาพแวดล้อม โดยสภาพเมล็ดยังคงมีชวี ติ แตไ่ ม่สามารถงอกเปน็ ต้นใหมไ่ ด้) - เอ็มบริโอ (Embryo) ที่อยู่ในเมล็ดพันธุ์ที่มีเอนโดสเปิร์ม (Endosperm) น้อยจะได้รับสารอาหาร อย่างไร (แนวตอบ: อาศัยไมคอร์ไรซา (Mycorrhiza) ซึ่งเป็นราชนิดหนึ่งช่วยย่อยสลายสารอินทรีย์เพื่อ เป็นอาหารให้แก่ เอ็มบรโิ อ (Embryo) ทอี่ ยภู่ ายในเมล็ด (Seed)) - การหาค่าดชั นีการงอกของเมลด็ พนั ธ์ุทำได้อยา่ งไร (แนวตอบ: คำนวณจากสูตรผลรวมของ (จำนวนเมลด็ ท่ีงอกในแตล่ ะวัน/จำนวนวนั หลงั เพาะ)) 4. ให้นักเรียนแบ่งกลุม่ กลุ่มละ 5-6 คน เลือกศึกษาเมล็ดพันธ์ุพืชมา 1 ชนิด เพื่อจัดทำรายงาน เรื่อง โครงสรา้ งและปจั จัยทม่ี ผี ลตอ่ การงอกของเมลด็ พรอ้ มนำเสนอหนา้ ช้ันเรยี น 5. ครูอาจเพิ่มเติมความรู้ให้แก่นักเรียนศึกษาเรื่อง เมล็ดข้าว ซึ่งเป็นเมล็ดพันธุ์ที่คนเอเชียส่วนใหญ่ นยิ มปลกู และนำมาผา่ นกระบวนการวิธีตา่ ง ๆ กอ่ นนำมาหุงรบั ประทาน ซ่งึ ส่วนประกอบของเมล็ดข้าวสามารถ นำมาใชป้ ระโยชนต์ ่าง ๆ ไดม้ ากมาย 6. ใหน้ ักเรยี นศกึ ษาเพ่ิมเติมจากกรอบ Biology in real life แล้วครอู าจต้ังคำถามวา่ ส่วนประกอบ ของเมลด็ ขา้ วนำมาใช้ประโยชน์อยา่ งไรบ้าง (แนวตอบ: เปลือกข้าว (Seed Coat) หรือแกลบนิยมนำมาผสมในอาหารของสัตว์ปีก เยื่อหุ้ม เมล็ดหรือรำข้าว (Rice bran) นิยมนำมาสกัดทำเป็นน้ำมันรำข้าวใช้ประกอบอาหาร เอ็มบริโอ (Embryo) หรือจมูกข้าวนิยมนำมาผสมในเครื่องดื่มประเภทนม เพิ่มคุณค่าทางโภชนาการ และ เอนโดสเปริ ม์ (Endosperm) หรอื ข้าวขาวนิยมนำมาหงุ รับประทาน) 7. ให้นักเรียนตรวจสอบความเข้าใจ โดยพิจารณาข้อความที่อยู่ในกรอบ Self Check ว่าถูกหรือผิด แลว้ บนั ทึกลงในสมดุ หากพิจารณาข้อความไม่ถูกต้อง ให้กลบั ไปทบทวนเนื้อหาตามทีห่ ัวข้อกำหนดให้ 8. ให้นักเรียนทำแบบทดสอบหลังเรียน หน่วยการเรียนรู้ที่ 3 การสืบพันธุ์ของพืชด อกและการ เจรญิ เตบิ โต 9. ครูหมอบหมายให้นักเรียนทำแบบฝกึ หดั ประจำหน่วยการเรียนรู้ที่ 3 โดยให้นกั เรียนตอบคำถามลง ในสมดุ บนั ทกึ ของตนเอง 20. ครูเฉลยแบบฝึกหัดประจำหน่วยการเรียนรทู้ ี่ 3 ดงั นี้ (แนวตอบ: 1. พืชดอกมีวัฏจักรชีวิตแบบสลับ หรือ alternation of generation ประกอบด้วยระยะสปอโร ไฟต์ (Sporophyte) และระยะแกมีโทไฟต์ (Gametophyte) ในระยะสปอโรไฟต์เซลล์ตน้ กำเนิด จะมีโครโมโซม (Chromosome) 2 ชุด (2n) เจริญมาจากเอ็มบริโอ (Embryo) ซึ่งพัฒนามาจาก ไซโกต (Zygote) เป็นระยะทีม่ ีการสรา้ งสปอร์ (Spore) โดยการแบง่ เซลลแ์ บบไมโอซิส (Meiosis) โดย ครสู ดุ าภรณ์ สบื บุญเปย่ี ม กลมุ่ สาระการเรยี นรวู้ ทิ ยาศาสตร์และเทคโนโลยี
แผนการจัดการเรยี นรู้ รายวิชาชีววทิ ยา 1 มัธยมศกึ ษาปที ่ี 5/1 164 ในระยะแกมีโทไฟต์ซึ่งเจริญมาจากสปอร์มีเซลล์ต้นกำเนิดที่มีโครโมโซม 1 ชุด (n) เป็นระยะท่ี สร้างเซลลส์ บื พันธแ์ุ ละเกดิ การปฏสิ นธิ 2. หมายเลข 1 ฐานรองดอก (receptacle) หมายเลข 2 กลบี เล้ยี ง (sepal) หมายเลข 3 กลีบดอก (petal) หมายเลข 4 ออวลุ (ovule) หมายเลข 5 รังไข่ (ovary) หมายเลข 6 กา้ นชูเกสรเพศเมีย (style) หมายเลข 7 ยอดเกสรเพศเมีย (stigma) หมายเลข 8 อับเรณู (anther) หมายเลข 9 กา้ นชูอับเรณู (filament) 3. เกสรเพศผู้ (Stamen) เป็นส่วนที่อยู่ถัดจากกลีบดอก (Petal) เข้ามา ทำหน้าที่สร้างเซลล์สืบพันธุ์ เพศผู้ ซึ่งเกสรเพศผู้มักมีหลายอันและเรียงตัวเป็นวง แต่ละอันประกอบดว้ ย 2 ส่วน ได้แก่ ก้านชู เกสรเพศผู้ (Flament) และอับเรณู (Anther) ภายในอับเรณูมีถุงเรณู (Pollen sac) ที่บรรจุเรณู ทำหน้าที่เป็นเซลล์สืบพันธ์ุเพศผู้ 4. ในพืชดอกเซลล์สบื พันธ์ุเพศผู้ เรียกว่า เรณู หรือ Pollen เจริญอยู่ภายในโพรงเรณู (Pollen sac) ของอับเรณู (Anther) การพัฒนาเรณู (Pollen) เริ่มจากไมโครสปอร์มาเทอร์เซลล์ (Microspore mother cell) ที่มีโครโมโซม (Chromosome) 2 ชุด แบ่งตัวแบบไมโอซิส (Meiosis) ได้เซลล์ ใหม่ 4 เซลล์เรียกว่าไมโครสปอร์ (Microspore) ซึ่งมีจำนวนโครโมโซม 1 ชุดจากนั้นไมโครสปอร์ จะแบ่งนิวเคลียสแบบไมโทซิส (Mitosis) ได้นิวเคลียส 2 นิวเคลียส และสร้างผนังหนา 2 ชั้นหุ้ม รอบเซลล์โครงสร้างทีเ่ กดิ ขึ้นหลังการแบ่งเซลลน์ เ้ี รียกว่า เรณู 5. ดอกสมบูรณ์เพศ (Perfect flower) หมายถึง ดอกที่มีทั้งเกสรเพศผู้ (Stamen) และเกสรเพศ เมีย (Pistil) อยู่ในดอกเดียวกนั เช่น มะม่วง กหุ ลาบ ชบา ตอ้ ยตง่ิ มะเขอื พริก บัว ผกั บุ้ง ดอกไม่สมบูรณ์เพศ (Imperfect flower) หมายถึง ดอกที่มีเพียงเกสรเพศผู้ (Stamen) หรือ เกสรเพศเมยี (Pistil) อย่างใดอย่างหนงึ่ เชน่ ขา้ วโพด ตำลงึ ฟักทอง มะละกอ เงาะ มะยม 6. จากภาพคือดอกทานตะวัน เมื่อพิจารณาจำนวนดอกบนก้านดอกแล้ว ดอกทานตะวันจัดเป็นดอก ประเภท ดอกช่อ (Inflorescence) คือเปน็ ดอกทป่ี ระกอบดว้ ยดอกย่อยหลายดอกอยูบ่ นแกนช่อ ดอกเดียวกัน ดอกทานตะวันจัดเป็นดอกช่อแบบเฮด (Head) คือเป็นดอกช่อที่ก้านชอ่ ดอกจะหด สัน้ และขยายแผอ่ อกเปน็ วงคล้ายจานเรยี กว่า ฐานดอกร่วม (Common receptacle) สว่ นทีเ่ ห็น คลา้ ยเปน็ กลบี ดอกตดิ อยู่ทวี่ งรอบนอกของฐานดอกร่วมคือ ดอกย่อยที่เรยี กว่าดอกย่อยวงนอกซึ่ง มักเป็นดอกเพศเมีย ถัดเข้ามาจะเห็นดอกย่อยมีลักษณะเป็นหลอดอยู่เบียดกันแน่นบริเวณตรง กลางของฐานดอกรว่ ม เรียกว่าดอกย่อยวงใน มกั เป็นดอกสมบรู ณเ์ พศ (Perfect flower) โดย ครูสดุ าภรณ์ สืบบญุ เปย่ี ม กลุม่ สาระการเรยี นรวู้ ทิ ยาศาสตร์และเทคโนโลยี
แผนการจัดการเรียนรู้ รายวิชาชวี วทิ ยา 1 มธั ยมศึกษาปีท่ี 5/1 165 7. การปฏิสนธิคู่ คือการปฏิสนธิท่ีเกิดข้ึนภายในออวุล (Ovule) พืชดอก โดยเกดิ การปฏิสนธิ 2 ครั้ง พร้อมกนั จากสเปริ ม์ นวิ เคลยี ส (Sperm nucleus) 2 ตวั มีรายละเอียดดังน้ี - เม่ือหลอดเรณู (Pollen tube) เจรญิ มาจนถงึ ถุงเอม็ บรโิ อ (Embryo sac) หลอดเรณูจะแทรกเข้า ถุงเอ็มบริโอผา่ นรไู มโครไพล์ (Micropyle) แล้วปลดปล่อย สเปริ ม์ นวิ เคลยี สทงั้ สองเขา้ ภายใน - การปฏิสนธิเกิดข้ึนในถุงเอ็มบริโอ (Embryo sac) 2 คร้ัง ครั้งแรก คอื การปฏิสนธิระหว่างสเปิร์ม นิวเคลียสหนึ่งกับเซลล์ไข่ (Egg cell) ได้ไซโกต (Zygote) ซึ่งจะเจริญต่อไปเป็นเอ็มบริโอ (Embryo) และครั้งที่สอง คือ การปฏิสนธิระหว่างสเปิร์มนิวเคลียสอีกตัวหนึ่งกับโพลารน์ ิวคลิไอ (Polar nuclei) ได้เซลล์ต้นกำเนิดเอนโดสเปิร์ม (Endosperm) ซึ่งจะเจริญต่อไปเป็นเอนโด สเปริ ์ม 8. 1) รงั ไข่ (Ovary) จะเจริญไปเป็นผล (Fruit) 2) ออวุล (Ovule) จะเจรญิ ไปเป็นเมลด็ (Seed) 3) ไข่ (Egg) จะเจริญไปเป็นไซโกต (Zygote) และพัฒนาตอ่ ไปเปน็ เอ็มบริโอ (Embryo) 4) ผนังออวลุ (Integument) จะเจริญไปเปน็ เปลือกหุ้มเมล็ด (Seed coat) 5) ผนังรังไข่ (Ovary wall) จะเจรญิ ไปเป็นเปลอื กและเนือ้ ของผล 6) โพลารน์ วิ คลีไอ (Polar nuclei) จะเจรญิ ไปเป็นเอนโดสเปิร์ม (Endosperm) 9. ตวั อย่างพชื ท่เี ม่ือเมล็ดเจรญิ เต็มท่แี ล้วยงั มีเอนโดสเปิรม์ (Endosperm) อยภู่ ายในเช่น ละหุ่ง ขา้ ว ข้าวโพด ขนนุ มะพรา้ ว เป็นต้น ใบเลี้ยง เอนโดสเปิร์ม โคลีออพไทล์ รากแรกเกดิ พลูมูล โคลโี อไรซา 10. A คอื เอนโดสเปริ ์ม (Endosperm) B คอื ใบเลยี้ ง (Cotyledon) C คือ เอม็ บรโิ อ (Embryo) D คือ เปลอื กหุ้มเมล็ด (Seed coat) 11. 11.1 การงอกโดยชูใบเลี้ยงขึ้นเหนือดนิ (Epigeal germination) 11.2 A คือ ใบเลย้ี ง (Cotyledon) B คือ ใบแท้ (Foliage leaf) C คือ ไฮโพคอทิล (Hypocoty) D คือ เอพคิ อทิล (Epicoty) โดย ครสู ดุ าภรณ์ สบื บุญเป่ียม กลุ่มสาระการเรียนรวู้ ทิ ยาศาสตร์และเทคโนโลยี
แผนการจัดการเรยี นรู้ รายวิชาชีววทิ ยา 1 มธั ยมศกึ ษาปที ่ี 5/1 166 12. ข้าวเหนียว น้ำและเนื้อมะพร้าว คือ เอนโดสเปิร์ม (Endosperm) ส่วนเนื้อมะม่วง คือ ผนังผลชัน้ กลาง (Mesocarp) 13. สภาพเมล็ดที่ยังคงมีชีวิตแต่ไม่สามารถงอกเป็นต้นใหม่ได้ ช่วยป้องกันอันตรายจากปัจจัยภายใน และปจั จัยภายนอกทมี่ ีผลต่อการงอกของเมล็ดพนั ธ์ุ 14. ปัจจัยภายใน ได้แก่ เปลือกหุ้มเมล็ด (Seed coat) เอ็มบริโอ (Embryo) เอนโดสเปิร์ม (Endosperm) และสารเคมหี รอื ฮอร์โมนพืชบางชนดิ ตัวอย่างวิธีแก้ไขสภาพพักตวั เมลด็ เน่ืองจาก เปลือกหมุ้ เมล็ดทำไดโ้ ดย 15. ผลดตี ่อโกงกางจากการไม่มสี ภาพพักตวั ของเมล็ด คอื ทำให้โกงกางมโี อกาสทจี่ ะรอดชีวิตและแพร่ พันธ์ุมากขึ้น เนือ่ งจากการที่เมล็ดของโกงกางงอกต้ังแต่อยู่บนต้นเมื่อฝักตกลงมาปักลงบนดินเลน ก็จะได้โกงกางต้นใหม่ได้เลย ถ้าเมล็ดโกงกางมีการพักตัวและไม่งอกตั้งแต่อยู่บนต้น โอกาสที่จะ รอดชวี ติ และแพรพ่ ันธ์ุจะน้อยมาก เนอ่ื งจากฝักของตน้ โกงกางลอยนำ้ ได้ จึงถกู น้ำพดั พาได้ง่ายทำ ให้โอกาสท่ีจะเจริญเติบโตเป็นตน้ บนดินเลนเป็นไปไดย้ ากนั่นเอง 16. มะเขอื เทศมีเมล็ดทเี่ พาะข้นึ ได้นาก เน่ืองจากผิวของเมลด็ มีสารท่ียบั ย้งั การงอกของเมล็ดเคลือบอยู่ ซ่ือวา่ กรดแอบไซซิก (Abscisic acid) ถ้าจะเพาะเมลด็ มะเขือเทศให้มีโอกาสงอกมากทส่ี ุดจะต้อง นำเมลด็ ไปลา้ งก่อนเพื่อเอาสารเคมที ี่เคลอื บเมลด็ อยู่ออกไป แล้วผึง่ ใหแ้ ห้งกอ่ นนำไปเพาะ 17. ออกซิเจนช่วยในกระบวนการสลายสารอาหารเพื่อให้พลังงานที่จำเป็นต่อการงอกเมล็ด ส่วนน้ำมี ส่วนช่วยทำให้เปลือกหุ้มเมล็ดออ่ นตัวลงและเป็นตัวกระตุ้นปฏิกิริยาทางชีวเคมี กระตุ้นการสรา้ ง เอนไซมช์ ว่ ยยอ่ ยสารอาหารที่สะสมภายในเมล็ด 18. กรดแอบไซซกิ (Abscisic acid) 19. เมลด็ ขณะงอกมีอตั ราการหายใจสูง เพอื่ นำออกซิเจนไปใช้ในกระบวนการสลายสารอาหารเพื่อให้ ไดพ้ ลงั งานซ่ึงจะนำไปใช้ในกระบวนการเมแทบอลิซึม (Metabolism) ตา่ งๆของเซลล์ 20. จากตารางบันทึกผลนำข้อมลู ท่ไี ดม้ าคำนวนหาค่าดชั นีการงอกไดจ้ ากสตู ร ดชั นกี ารงอกของเมล็ดพันธ์ุ = ผลบวกของ(จำนวจนำเนมวลน็ดวทนั ีง่ หอกลงัในเพแาตะล่ ะวัน) จากสูตร ดชั นีการงอกของเมลด็ พันธ์ุจากแหลง่ ที่ 1 = 10 + 40 + 45 = 22.3 34 5 ดัชนีการงอกของเมลด็ พันธุ์จากแหล่งท่ี 2 = 12 + 18 + 25 + 35 = 19.3 34 56 ดัชนีการงอกของเมล็ดพนั ธุ์จากแหล่งที่ 2 = 6 + 12 + 20 + 20 + 36 = 22 23 4 5 6 ดงั นัน้ ควรเลือกเมล็ดพนั ธจ์ุ ากแหลง่ ท่ี 1 เพราะมีคา่ ดชั นีการงอกมากทส่ี ุดซ่ึงแสดงให้เห็นว่าเมล็ด พนั ธจุ์ ากแหลง่ นม้ี คี วามแข็งแรงมากท่ีสุด โดย ครูสุดาภรณ์ สบื บญุ เป่ียม กลุม่ สาระการเรยี นรวู้ ิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี
แผนการจัดการเรยี นรู้ รายวชิ าชีววทิ ยา 1 มัธยมศึกษาปีที่ 5/1 167 ข้ันสรปุ และประเมินผล 1. ครตู รวจแบบทดสอบหลังเรียน หน่วยการเรยี นรทู้ ี่ 3 การสืบพันธ์ุของพชื ดอกและการเจริญเตบิ โต 2. ประเมนิ ผังมโนทัศน์ เรื่อง ปจั จยั ที่มผี ลตอ่ การงอกเมลด็ โดยใชแ้ บบประเมินชิน้ งาน 3. ประเมินการปฏิบตั ิการโดยใชแ้ บบประเมนิ ปฏิบัติการจากการทำกจิ กรรม 9. สื่อการเรียนการสอน / แหลง่ เรยี นรู้ รายการส่อื จำนว สภาพการใช้ส่อื น 1. แบบทดสอบหลังเรียน หน่วยการเรยี นรทู้ ี่ 3 การสืบพนั ธุ์ของพชื 1 ชุด ขนั้ ขยายความเขา้ ใจ ดอกและการเจริญเตบิ โต 2. ผงั มโนทศั น์ เร่อื ง ปัจจัยท่ีมผี ลต่อการงอกเมลด็ โดยใชแ้ บบประเมนิ 1 ชดุ ขัน้ อธบิ ายและลงข้อสรุป ชน้ิ งาน 3. การปฏบิ ตั กิ ารโดยใชแ้ บบประเมนิ ปฏิบัตกิ ารจากการทำกจิ กรรม 1 ชุด ขั้นอธิบายและลงข้อสรุป โดย ครูสุดาภรณ์ สบื บญุ เปย่ี ม กลุ่มสาระการเรียนรวู้ ิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี
แผนการจัดการเรียนรู้ รายวชิ าชวี วทิ ยา 1 มัธยมศึกษาปที ่ี 5/1 168 10. การวัดผลและประเมินผล เป้าหมาย หลักฐานการเรียนรู้ วธิ วี ดั เครอื่ งมือวัดฯ ประเด็น/ การเรยี นรู้ ช้นิ งาน/ภาระงาน เกณฑก์ ารให้ 1) อธิบายเกี่ยวกบั 1. แบบทดสอบหลัง ตรวจแบบทดสอบ แบบประเมนิ แบบทด คะแนน ระดบั คุณภาพ 2 ปัจจยั ตา่ ง ๆ ที่มีผล เรยี น หน่วยการเรียนรู้ หลังเรียน หน่วย หลงั เรียน ผ่านเกณฑ์ ตอ่ การงอกของเมลด็ ที่ 3 การสบื พันธ์ุของ การเรยี นรู้ที่ 3 การ ระดับคุณภาพ 2 ผ่านเกณฑ์ สภาพพกั ตวั ของ พืชดอกและการ สืบพนั ธุ์ของพชื ดอก ระดับคุณภาพ 2 เมลด็ ได้ เจริญเติบโต และการ ผ่านเกณฑ์ 2) บอกแนวทางใน เจริญเติบโต ระดับคุณภาพ 2 ผา่ นเกณฑ์ การแกส้ ภาพพักตวั 2. ผังมโนทศั น์ เรอ่ื ง ตรวจผังมโนทัศน์ แบบประเมนิ ผังมโน ระดับคุณภาพ 2 ผ่านเกณฑ์ ของเมลด็ ได้ ปจั จัยทม่ี ีผลตอ่ การงอก เรือ่ ง ปัจจัยทมี่ ผี ล ทัศน์ ระดับคุณภาพ 2 เมล็ด โดยใชแ้ บบ ต่อการงอกเมล็ด ผ่านเกณฑ์ ระดับคุณภาพ 2 ประเมนิ ช้ินงาน โดยใชแ้ บบประเมนิ ผา่ นเกณฑ์ ชิ้นงาน 3. การปฏิบตั ิการโดย ตรวจปฏิบัติการ แบบประเมนิ ปฏิบัติการ ใชแ้ บบประเมนิ จากการทำกจิ กรรม กจิ กรรม ปฏิบตั กิ ารจากการทำ กิจกรรม 4. การนำเสนอผลงาน ประเมนิ การ ผลงานท่ีนำเสนอ นำเสนอผลงาน 5. พฤตกิ รรมการ สงั เกตพฤตกิ รรม แบบสังเกตพฤติกรรม ทำงานรายบคุ คล การทำงาน การทำงานรายบคุ คล รายบคุ คล 6. พฤตกิ รรมการ สงั เกตพฤตกิ รรม แบบสังเกตพฤติกรรม ทำงานรายกลมุ่ การทำงานรายกลุ่ม การทำงานรายกล่มุ 7. คณุ ลักษณะ สังเกตความมวี ินัย แบบประเมนิ อนั พงึ ประสงค์ ใฝเ่ รียนร้แู ละมุ่งมน่ั คุณลกั ษณะ ในการทำงาน อนั พึงประสงค์ โดย ครสู ดุ าภรณ์ สบื บุญเปีย่ ม กลุ่มสาระการเรยี นรวู้ ิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี
แผนการจัดการเรียนรู้ รายวิชาชีววทิ ยา 1 มธั ยมศกึ ษาปที ี่ 5/1 169 แบบประเมนิ ช้นิ งาน คำช้แี จง : ใหผ้ สู้ อนประเมนิ ชิ้นงานตามรายการที่กำหนดแล้วขดี ✓ ลงในช่องที่ตรงกับระดับคะแนน ลำดับท่ี รายการประเมิน 4 ระดบั คะแนน 1 32 1 ความถูกต้องของชน้ิ งาน 2 การจดั รูปแบบช้ินงาน 3 ความตรงตอ่ เวลา รวม ลงชอื่ ................................................... ผู้ประเมิน ................./................/................ เกณฑ์การประเมนิ ชน้ิ งาน รายการประเมิน ระดบั คะแนน 5. ความถูกตอ้ งของ 4 3 21 ชิน้ งาน ชิ้นงานมีความถูกต้อง ชิ้นงานมีความถูกต้อง ชิ้นงานมีความถูกต้อง ช้นิ งานไม่ถูกตอ้ ง และ ครบทุกหัวข้อ ครบทุกหัวข้อเป็นส่วน ครบทุกหัวข้อเพียง ไม่ครบตามหัวข้อท่ี ใหญ่ บางส่วน กำหนด 6. การจดั รปู แบบ ชิ้นงานมีระเบียบ มี ชิ้นงานมีระเบียบ และมี ชิ้นงานมีระเบียบ และมี ชิ้นงานไม่มีระเบียบ ชนิ้ งาน ความคิดสร้างสรรค์ และ ความน่าสนใจเป็นส่วน ความน่าสนใจเพียง ไมม่ คี วามนา่ สนใจ มีความนา่ สนใจ ใหญ่ บางสว่ น 5. ความตรงตอ่ เวลา สง่ ชิ้นงานภายในเวลาท่ี ส่งชิ้นงานชา้ กวา่ เวลาท่ี สง่ ชิ้นงานชา้ กว่าเวลาท่ี สง่ ช้ินงานชา้ กว่าเวลา กำหนด กำหนด 1 วัน กำหนด 2 วัน ทกี่ ำหนด 3 วันข้ึนไป เกณฑ์การตดั สินคณุ ภาพ ชว่ งคะแนน ระดบั คณุ ภาพ 10-12 ดมี าก 7-9 ดี 4-6 พอใช้ 0-3 ปรบั ปรงุ โดย ครสู ดุ าภรณ์ สืบบญุ เปีย่ ม กลุม่ สาระการเรียนรวู้ ทิ ยาศาสตร์และเทคโนโลยี
แผนการจัดการเรยี นรู้ รายวิชาชวี วทิ ยา 1 มัธยมศึกษาปที ี่ 5/1 170 แบบประเมนิ การปฏบิ ตั กิ าร คำชีแ้ จง : ให้ผู้สอนประเมนิ การปฏิบตั กิ ารของนักเรยี นตามรายการท่กี ำหนดแลว้ ขีด ✓ลงในชอ่ งที่ตรงกับระดับคะแนน ลำดบั ท่ี รายการประเมนิ ระดับคะแนน 4321 1 การปฏบิ ัตกิ ารทดลอง 2 ความคล่องแคล่วขณะปฏบิ ัติการ รวม 3 การนำเสนอ ลงชอ่ื ................................................... ผปู้ ระเมิน ................./................../.................. เกณฑก์ ารเกณฑก์ ารประเมินการปฏิบตั กิ าร ประเด็นที่ประเมิน 4 ระดบั คะแนน 2 1 3 1. การปฏิบัติการ ทำตามทดลองตามขั้นตอน ทำตามทดลองตามขั้นตอน ต้องให้ความช่วยเหลือบ้าง ต้องให้ความช่วยเหลืออย่าง ทดลอง และใช้อปุ กรณ์ได้อย่างถูกตอ้ ง และใช้อุปกรณ์ได้อย่าง ในการทำการทดลอง และ มากในการทำการทดลอง ถูกต้อง แต่อาจต้องได้รับ การใช้อปุ กรณ์ และการใชอ้ ปุ กรณ์ คำแนะนำบ้าง 2. ความคล่องแคล่ว มีความคล่องแคล่วในการทำ มีความคล่องแคล่วในการ ข า ด ค ว า ม ค ล ่ อ ง แ ค ล่ ว ทำการทดลองเสร็จไม่ ขณะปฏิบตั กิ าร การทดลองโดยไม่ตอ้ งได้รบั คำ ทำการทดลองแต่ต้องได้รับ ในขณะการทำการทดลอง ทันเวลา และทำอุปกรณ์ ชีแ้ นะ และทำการทดลองเสรจ็ คำแนะนำบ้าง และทำการ จึงทำการทดลองเสร็จไม่ เสยี หาย ทนั เวลา ทดลองเสร็จทนั เวลา ทันเวลา 3. การบันทึก สรุป บันทกึ และสรปุ ผลการทดลอง บันทึกและสรุปผลการ ต้องให้คำแนะนำในการ ต้องให้ความช่วยเหลืออย่าง และการนำเสนอ ได้ถูกต้อง รัดกมุ นำเสนอผล ทดลองได้ถูกต้อง แต่การ บันทึก สรุป และนำเสนอ มากในการบันทึกสรุป และ ผลการทดลอง การทดลองเป็นข้ันตอนชัดเจน นำเสนอผลการทดลองยงั ไม่ ผลการทดลอง นำเสนอผลการทดลอง เปน็ ขัน้ ตอน เกณฑ์การตดั สนิ คณุ ภาพ ชว่ งคะแนน ระดบั คณุ ภาพ 11-12 ดีมาก 9-10 ดี 6-8 พอใช้ ตำ่ กวา่ 6 ปรับปรุง โดย ครสู ดุ าภรณ์ สืบบญุ เปย่ี ม กลมุ่ สาระการเรยี นรวู้ ทิ ยาศาสตร์และเทคโนโลยี
แผนการจัดการเรียนรู้ รายวชิ าชวี วทิ ยา 1 มัธยมศกึ ษาปที ่ี 5/1 171 แบบประเมนิ การนำเสนอผลงาน คำชแี้ จง : ให้ผ้สู อนสังเกตพฤตกิ รรมของนักเรียนในระหว่างเรยี นและนอกเวลาเรียน แล้วขดี ✓ลงในช่องที่ ตรงกบั ระดับคะแนน ลำดับท่ี รายการประเมนิ ระดบั คะแนน 32 1 เน้อื หาละเอียดชดั เจน 1 2 ความถูกตอ้ งของเนอื้ หา 3 ภาษาท่ใี ช้เขา้ ใจงา่ ย 4 ประโยชนท์ ่ีได้จากการนำเสนอ 5 วธิ กี ารนำเสนอผลงาน รวม ลงช่ือ...................................................ผปู้ ระเมิน (นางสาวสดุ าภรณ์ สืบบุญเปยี่ ม) ............./................../............... เกณฑก์ ารให้คะแนน ให้ 3 คะแนน ผลงานหรอื พฤตกิ รรมสอดคล้องกบั รายการประเมนิ สมบรู ณช์ ัดเจน ให้ 2 คะแนน ผลงานหรือพฤตกิ รรมสอดคล้องกับรายการประเมินเป็นส่วนใหญ่ ให้ 1 คะแนน ผลงานหรอื พฤติกรรมสอดคล้องกบั รายการประเมนิ บางส่วน เกณฑก์ ารตัดสินคณุ ภาพ ชว่ งคะแนน ระดับคุณภาพ 14 - 15 ดีมาก 11 - 13 ดี 8 - 10 พอใช้ ต่ำกวา่ 8 ปรับปรงุ โดย ครูสุดาภรณ์ สืบบุญเปยี่ ม กลุม่ สาระการเรียนรวู้ ทิ ยาศาสตร์และเทคโนโลยี
แผนการจัดการเรยี นรู้ รายวิชาชวี วทิ ยา 1 มธั ยมศกึ ษาปที ่ี 5/1 172 แบบสงั เกตพฤตกิ รรมการทำงานรายบุคคล คำช้แี จง : ใหผ้ ้สู อนสงั เกตพฤตกิ รรมของนกั เรียนในระหว่างเรยี นและนอกเวลาเรียน แล้วขดี ✓ลงในช่องท่ี ตรงกับระดบั คะแนน ลำดบั ท่ี รายการประเมิน ระดับคะแนน 3 21 1 การแสดงความคดิ เหน็ 2 การยอมรับฟงั ความคดิ เห็นของผอู้ ื่น 3 การทำงานตามหนา้ ที่ที่ได้รบั มอบหมาย 4 ความมนี ำ้ ใจ 5 การตรงต่อเวลา รวม ลงชื่อ...................................................ผู้ประเมนิ (นางสาวสุดาภรณ์ สืบบญุ เปยี่ ม) ............./................../.............. เกณฑก์ ารใหค้ ะแนน ให้ 3 คะแนน ปฏิบัตหิ รือแสดงพฤตกิ รรมอย่างสมำ่ เสมอ ให้ 2 คะแนน ปฏบิ ัตหิ รอื แสดงพฤติกรรมบ่อยครั้ง ให้ 1 คะแนน ปฏบิ ัติหรือแสดงพฤติกรรมบางคร้งั เกณฑก์ ารตดั สินคณุ ภาพ ช่วงคะแนน ระดบั คุณภาพ 14 - 15 ดมี าก 11 - 13 ดี 8 - 10 พอใช้ ตำ่ กวา่ 8 ปรับปรงุ โดย ครสู ดุ าภรณ์ สบื บุญเปีย่ ม กล่มุ สาระการเรยี นรวู้ ทิ ยาศาสตร์และเทคโนโลยี
แผนการจัดการเรยี นรู้ รายวิชาชีววทิ ยา 1 มธั ยมศึกษาปที ี่ 5/1 173 แบบสงั เกตพฤตกิ รรมการทำงานกลุ่ม คำช้แี จง : ให้ผสู้ อนสงั เกตพฤติกรรมของนักเรยี นในระหว่างเรียนและนอกเวลาเรยี น แล้วขดี ✓ลงในช่องท่ี ตรงกบั ระดบั คะแนน การมี การแสดง การยอมรับ การทำงาน ความมี สว่ นร่วมใน รวม ช่ือ – สกุล ความ ฟงั คนอ่ืน ตามทไ่ี ดร้ ับ น้ำใจ การ 15 ที่ ของนักเรียน คดิ เหน็ มอบหมาย ปรับปรุง คะแนน ผลงานกลมุ่ 321321321321321 ลงชื่อ...................................................ผูป้ ระเมิน (นางสาวสดุ าภรณ์ สืบบญุ เปยี่ ม) ตำแหน่ง ครผู ู้ช่วย ............../.................../............... โดย ครูสุดาภรณ์ สบื บญุ เป่ยี ม กลุม่ สาระการเรียนรวู้ ิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี
แผนการจัดการเรยี นรู้ รายวชิ าชีววทิ ยา 1 มัธยมศึกษาปีที่ 5/1 174 เกณฑ์การใหค้ ะแนน ให้ 3 คะแนน ปฏบิ ัติหรอื แสดงพฤติกรรมอย่างสมำ่ เสมอ ให้ 2 คะแนน ปฏบิ ตั ิหรือแสดงพฤติกรรมบ่อยคร้งั ให้ 1 คะแนน ปฏิบตั หิ รือแสดงพฤตกิ รรมบางครัง้ เกณฑ์การตดั สนิ คุณภาพ ชว่ งคะแนน ระดบั คุณภาพ 14 - 15 ดีมาก 11 - 13 ดี 8 - 10 พอใช้ ตำ่ กวา่ 8 ปรบั ปรงุ โดย ครสู ดุ าภรณ์ สืบบุญเป่ียม กล่มุ สาระการเรียนรวู้ ทิ ยาศาสตร์และเทคโนโลยี
แผนการจัดการเรยี นรู้ รายวิชาชวี วทิ ยา 1 มธั ยมศกึ ษาปที ี่ 5/1 175 แบบประเมินคณุ ลกั ษณะอันพงึ ประสงค์ คำช้ีแจง : ให้ผูส้ อนสังเกตพฤติกรรมของนกั เรยี นในระหว่างเรียนและนอกเวลาเรยี น แล้วขดี ✓ลงในช่องท่ี ตรงกับระดบั คะแนน คณุ ลักษณะ รายการประเมิน ระดับคะแนน อนั พงึ ประสงค์ดา้ น 321 1. มีวนิ ยั รับผดิ ชอบ 1.1 ปฏบิ ัติตามขอ้ ตกลง กฎเกณฑ์ ระเบียบ ขอ้ บังคับของครอบครัว มีความตรงต่อเวลาในการปฏิบัตกิ จิ กรรมตา่ ง ๆ ในชีวิตประจำวัน 2. ใฝเ่ รียนรู้ 2.1 รู้จักใช้เวลาว่างให้เป็นประโยชน์ และนำไปปฏิบัติได้ 2.2 รู้จักจัดสรรเวลาให้เหมาะสม 2.3 เชอ่ื ฟังคำสั่งสอนของบิดา - มารดา โดยไมโ่ ตแ้ ยง้ 2.4 ต้ังใจเรียน 3. มงุ่ มน่ั ในการทำงาน 3.1 มคี วามตง้ั ใจและพยายามในการทำงานท่ีไดร้ บั มอบหมาย 3.2 มีความอดทนและไม่ท้อแทต้ ่ออุปสรรคเพือ่ ใหง้ านสำเรจ็ เกณฑ์การให้คะแนน ลงชอื่ ...................................................ผปู้ ระเมนิ (นางสาวสุดาภรณ์ สบื บุญเป่ียม) พฤติกรรมทปี่ ฏิบตั ิชดั เจนและสมำ่ เสมอ ให้ 3 คะแนน ............../.................../................ พฤติกรรมทปี่ ฏบิ ัติชัดเจนและบ่อยครง้ั ให้ 2 คะแนน เกณฑ์การตดั สนิ คุณภาพ พฤติกรรมทป่ี ฏิบัติบางครั้ง ให้ 1 คะแนน ช่วงคะแนน ระดับคณุ ภาพ 51 - 60 ดมี าก 41 - 50 ดี 30 - 40 พอใช้ ตำ่ กว่า 30 ปรบั ปรงุ โดย ครสู ดุ าภรณ์ สืบบญุ เปย่ี ม กลมุ่ สาระการเรยี นรวู้ ทิ ยาศาสตร์และเทคโนโลยี
แผนการจัดการเรียนรู้ รายวชิ าชีววทิ ยา 1 มัธยมศกึ ษาปที ่ี 5/1 176 แบบบนั ทึกหลงั การจดั การเรียนรู้ ช่อื หนว่ ยการเรียนรทู้ ่.ี ......... เร่ือง................................................................ แผนการจดั การเรยี นรูท้ .่ี .......... เร่ือง................................................... รายวชิ า ชวี วิทยา3 ชั้น มัธยมศึกษาปที ี่ 5/1 รหัสวิชา ว32243 ครูผู้สอน นางสาวสดุ าภรณ์ สบื บญุ เปย่ี ม ตำแหน่ง ครูผู้ช่วย เวลาท่ใี ช้................. ชัว่ โมง ผลการจดั กิจกรรมการเรียนรู้ ข้อคน้ พบระหวา่ ง ปญั หาทพ่ี บ แนวทางการจดั การเรยี นรู้ การจัดกจิ กรรมการเรียนรู้ เนอื้ หา กิจกรรมการเรยี นรู้ สื่อประกอบการเรยี นรู้ พฤตกิ รรม/การมีส่วนร่วมของผู้เรียน ลงช่ือ..................................................ผ้สู อน (นางสาวสุดาภรณ์ สบื บุญเป่ยี ม) ตำแหน่ง ครูผู้ชว่ ย ความเห็นของผบู้ ริหารสถานศกึ ษาหรอื ผทู้ ่ไี ด้รับมอบหมาย ........................................................................................................................................................................................... ........................................................................................................................................................................................... ลงช่ือ.................................................. (นายกติ ติธัช จันทรา) รองผู้อำนวยการฝ่ายวิชาการ โดย ครูสุดาภรณ์ สบื บญุ เปย่ี ม กลมุ่ สาระการเรียนรวู้ ทิ ยาศาสตร์และเทคโนโลยี
แผนการจัดการเรยี นรู้ รายวชิ าชีววทิ ยา 1 มธั ยมศกึ ษาปที ่ี 5/1 177 แบบทดสอบหลงั เรียน หน่วยการเรียนรู้ที่ 3 การสืบพันธ์ุของพืชดอกและการเจริญเติบโต คำช้ีแจง : ให้นักเรียนเลือกคำตอบที่ถูกต้องที่สุดเพียงข้อเดียว 1. ขอ้ ใดคอื ดอกครบส่วนและไมค่ รบสว่ น ตามลำดับ 1. ดอกบวบ ดอกชบา 2. ดอกแดง ดอกมะเขือ 3. ดอกถวั่ ดอกฟกั ทอง 4. ดอกพรู่ ะหง ดอกชบา 5. ดอกตำลึง ดอกกุหลาบ 2. ข้อใดคอื ความหมายของ Double fertilization 1. การผสมระหว่างไข่และสเปริ ม์ เกดิ 2 คร้งั 2. การผสมของสเปริ ์มกบั นวิ คลไี อและเซลลไ์ ข่ 3. การผสมท่ที ำให้เกดิ เอม็ บริโอและ Cotyledon 4. การผสมที่ทำให้เกดิ เอ็มบรโิ อและไซโกตในรงั ไข่ 5. การผสมทท่ี ำใหเ้ กดิ เอ็มบรโิ อและเอนโดสเปริ ม์ ในเมล็ด 3. เอนโดสเปริ ์มเกดิ ขนึ้ จากขอ้ ใด 1. รงั ไข่ 2. นวิ เคลียส 3. เซลล์ไขท่ ีไ่ ด้รบั การผสมกับสเปิรม์ 4. โพลารน์ ิวคลีไอทีไ่ ดร้ บั การผสมกบั สเปิร์ม 5.ไม่มีขอ้ ใดถูกตอ้ ง 4. ขอ้ ใดกลา่ วถูกต้องทสี่ ดุ 1. ดอกครบสว่ นเป็นดอกสมบรู ณเ์ พศเสมอ 2. ดอกสมบูรณ์เพศเป็นดอกครบส่วนเสมอ 3. ดอกสมบูรณ์เพศเปน็ ดอกไม่ครบส่วนเสมอ 4. ดอกไม่ครบสว่ นเป็นดอกสมบูรณเ์ พศเสมอ 5. ทัง้ ดอกสมบรู ณ์และไม่สมบูรณ์จัดเป็นดอกครบ สว่ นเสมอ 5. ในพชื ดอก Microspore และ Megaspore จะพัฒนาไปเป็นโครงสรา้ งใด ตามลำดบั 1. สเปริ ์มและเซลลไ์ ข่ 2. หลอดเรณูและโพลาร์นิวคลีไอ 3. เรณูและถงุ เอ็มบริโอ 4. อบั เรณแู ละรังไข่ 5. ไซโกตและเอนโดสเปริ ์ม 6. ข้อใดคอื เมกะแกมีโทไฟตข์ องพืชดอกและมี หน้าทอี่ ยา่ งไร 1. เรณูทำหนา้ ทีส่ ร้างสเปริ ์ม 2. ออวุลทำหนา้ ท่สี ร้างเมกะสปอร์ 3. ถงุ เอ็มบริโอทำหน้าทีส่ รา้ งเซลลไ์ ข่ 4. เจเนอเรทฟี นวิ เคลยี สทำหนา้ ท่สี รา้ งหลอดเรณู 5. ไม่มีขอ้ ใดถกู 7. ขอ้ ใดคอื ปัจจยั ทเ่ี ก่ียวข้องกบั การงอกของเมล็ด 1. แสงและอณุ หภูมิ 2. แสงและความชนื้ 3. ปรมิ าณออกซเิ จน 4. ความชื้นและอุณหภมู ิ 5. แสงและปริมาณออกซเิ จน โดย ครสู ดุ าภรณ์ สบื บุญเป่ียม กลุ่มสาระการเรียนรวู้ ิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี
แผนการจัดการเรียนรู้ รายวิชาชีววทิ ยา 1 มัธยมศกึ ษาปที ี่ 5/1 178 8. ขอ้ ใดคอื ความแตกตา่ งระหว่างการงอกใบเลย้ี งของเมล็ด เมลด็ ทง่ี อกใบเลี้ยงอยู่ใตด้ นิ ลักษณะพืชใบเลี้ยงเดย่ี ว เมล็ดทง่ี อกใบเลี้ยง ชเู หนอื ดิน ไม่มีเอนโดสเปริ ม์ 1. ลักษณะพชื ใบเล้ยี งคู่ ไม่เกิดลำตน้ แบบเล้ือย 2. มีเอนโดสเปิรม์ ทำให้ลำตน้ เจริญต่อจากเอพิคอลทิลเท่านน้ั 3. ทำให้มีลำตน้ แบบเลอ้ื ย 4. ทำใหล้ ำต้นเจรญิ ต่อจากเอพิคอลทิลและไฮโพคอลทิล ไมม่ ีเอนโดสเปิรม์ 5. ทำให้ลำตน้ เจริญต่อจากเอพิคอลทลิ เทา่ นัน้ 9. ข้อใดไม่ใชส่ าเหตใุ หเ้ มลด็ เกิดการพกั ตัว 1. เปลอื กหุ้มเมล็ดบาง ออ่ นน่มุ 2. เปลือกหุ้มเมล็ดหนามากเกดิ ไป 3. ในเมล็ดมีน้ำมันและแปง้ มากเกนิ ไป 4. ท่ีเปลอื กหุม้ เมลด็ มสี ารยับยงั การงอก 5. เอม็ บรโิ อลท่อี ยู่ภายในยงั พัฒนาไมเ่ ตม็ ท่ี 10. วัฏจักรชีวิตแบบสลับของพืชดอกมีลักษณะ ดังข้อใด 1. อาจเป็นพืชชนิดเดียวกันก็ได้ แต่ต้องสร้างอารคีโกเนียมและแอนเทอริเดียมสลับกัน 2. อาจเป็นพืชชนิดเดียวกันก็บได้ แต่จะต้องมี ส่วนสร้างสปอร์แรงเกียมกับแกมีแทนเกียมสลับกัน 3 .พืชสองชนิด คือ ชนิดสปอร์โรไฟต์ซึ่งมีโครโมโซม 1 ชุด กับชนิดแกมีโทไฟต์ ซ่ึงมีโครโมโซม 2 ชุด สลับกัน 4. พืชสองชนิด คือ ชนิดสปอรโรไฟต์ซึ่งมีโครโมโซม 2 ชุด กับชนิดแกมีโทไฟต์ ซึ่งมีโครโมโซม 1 ชุด สลับกัน 5. พืชชนิดเดียวกัน แต่สลับระหว่างระยะท่ีอยู่ ในเมล็ดกับระยะที่งอกออกจากเมล็ด เฉลย 1. 3 2. 2 3. 4 4. 1 5. 3 6. 3 7. 4 8. 4 9. 1 10. 4 โดย ครสู ดุ าภรณ์ สืบบุญเปย่ี ม กล่มุ สาระการเรยี นรวู้ ิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี
Search