Important Announcement
PubHTML5 Scheduled Server Maintenance on (GMT) Sunday, June 26th, 2:00 am - 8:00 am.
PubHTML5 site will be inoperative during the times indicated!

Home Explore แผนการสอนหน่วยที่ 4 การตอบสนองของพืช (2 แผน 6 ชม.)

แผนการสอนหน่วยที่ 4 การตอบสนองของพืช (2 แผน 6 ชม.)

Published by Sudaporn Suboonpiam, 2023-07-03 11:21:14

Description: แผนการสอนหน่วยที่ 4 การตอบสนองของพืช (2 แผน 6 ชม.)

Search

Read the Text Version

แผนการจัดการเรียนรู้ รายวิชาชีววทิ ยา 1 มัธยมศึกษาปที ่ี 5/1 100 โดย ครสู ุดาภรณ์ สบื บุญเป่ยี ม กลุ่มสาระการเรยี นรวู้ ทิ ยาศาสตร์และเทคโนโลยี

แผนการจัดการเรยี นรู้ รายวิชาชีววทิ ยา 1 มัธยมศกึ ษาปที ่ี 5/1 101 แผนการจดั การเรยี นรู้ หนว่ ยการเรยี นรูท้ ่ี 4 เร่ือง การตอบสนองของพืช แผนจัดการเรียนรทู้ ี่ 1 เรื่อง การตอบสนองของพืชต่อสารเคมี รายวิชา ชีววิทยา3 รหสั วิชา ว32243 ระดับชั้นมธั ยมศึกษาปีท่ี 5/1 ภาคเรียนท่ี 1 ปกี ารศกึ ษา 2566 น้ำหนักเวลาเรียน 1.5 (นน./นก.) เวลาเรยี น 3 ช่ัวโมง/สปั ดาห์ เวลาท่ีใช้ในการจัดกิจกรรมการเรียนรู้ 3 ชั่วโมง ............................................................................................................................. ............................. 1. สาระสำคัญ สารเคมที พี่ ืชผลิตขึน้ เองตามสว่ นต่างๆ ของพืชเป็นสิ่งเร้าภายในท่ีมีผลต่อการเจริญเติบโตของพืช เป็น สิ่งเร้าภายในที่มีผลต่อการเจริญเติบโตของพืช มนุษย์จึงศึกษาโครงสร้างและหน้าที่ของสารเคมีเหล่านี้และ สังเคราะหส์ ารเหลา่ น้ขี ้นึ มาประยุกต์ใช้กบพชื เพอ่ื ควบคุมการเจริญเติบโต เพม่ิ ผลผลิต และยืดอายุผลิตของพชื 2. ผลการเรยี นรู้ 17. สบื ค้นขอ้ มลู อธบิ ายบทบาทและหนา้ ที่ของออกซนิ ไซโทไคนนิ จบิ เบอเรลลนิ เอทิลีน และกรด แอบไซซิก และอภิปรายเก่ียวกับการนำไปใชป้ ระโยชนท์ างการเกษตร 3. สาระการเรียนรู้ 3.1 เนอ้ื หาสาระหลกั : Knowledge 1) อธิบายบทบาทหนา้ ที่ของออกซิน ไซโทไคนิน จิบเบอเรลลิน เอทิลีน และกรดแอบไซซกิ ได 3.2 ทักษะ/กระบวนการ : Process 1) สามารถประยกุ ต์ใช้สารเคมีท่มี โี ครงสรา้ งคลา้ ยฮอร์โมนพืชกบั พชื เพอ่ื ประโยชน์ทาง การเกษตรได้ 3.3 คุณลักษณะท่พี ึงประสงค์ : Attitude 1) รบั ผดิ ชอบต่อหน้าท่แี ละงานทไ่ี ดร้ ับมอบหมาย 4. สมรรถนะสำคัญของนักเรียน 1) ความสามารถในการส่อื สาร 2) ความสามารถในการคิด 5) ความสามารถในการใช้ทักษะชีวติ 5. คุณลกั ษณะของวชิ า 1) ความรับผดิ ชอบ 2) กระบวนการกลุ่ม 6. คุณลักษณะที่พึงประสงค์ 1. มวี ินัย 2. ใฝเ่ รียนรู้ 3. มุ่งมั่นในการทำงาน โดย ครสู ุดาภรณ์ สบื บุญเปี่ยม กล่มุ สาระการเรยี นรวู้ ทิ ยาศาสตร์และเทคโนโลยี

แผนการจัดการเรยี นรู้ รายวชิ าชีววทิ ยา 1 มธั ยมศกึ ษาปีที่ 5/1 102 7. ช้ินงาน/ภาระงาน : 1. แบบทดสอบก่อนเรียน หน่วยการเรยี นร้ทู ่ี 4 การตอบสนองของพืช 2. ใบงาน เรื่อง ฮอร์โมนพืช 3. วัสดอุ ุปกรณก์ จิ กรรมการตอบสนองต่อแสงของปลายโคลอี อพไทล์ (Coleoptile) ของพชื 4. วสั ดุอปุ กรณ์กิจกรรม เรือ่ ง อทิ ธพิ ลของสารควบคุมการเจริญเตบิ โตของพืช 8. กิจกรรมการเรยี นรู้ ช่วั โมงท่ี 1 ข้นั นำเข้าสู่บทเรยี น/ขัน้ ตั้งคำถาม 1. ครูใหน้ ักเรยี นทำแบบทดสอบก่อนเรยี นหน่วยการเรียนรู้ท่ี 4 เรื่อง การตอบสนองของพชื 2. ครูให้นกั เรยี นรับชมวีดิทัศน์ เรอ่ื ง การตอบสนองต่อสงิ่ เรา้ ของพชื เมือ่ นักเรยี นชมการตอบสนอง ตอ่ สิง่ เร้าของพชื แลว้ ครูถามคำถาม Big Question ก่อนเรมิ่ บทเรียนโดยให้นกั เรยี นเขยี นคำตอบลงในสมดุ บนั ทึกกอ่ นเข้าสูบ่ นเรียน เม่อื เรียนจบหนว่ ยแลว้ ครจู ึงเฉลยคำตอบทถ่ี กู ตอ้ ง โดยมีแนวคำถามดังนี้ - ส่ิงเรา้ มผี ลต่อการเจรญิ เตบิ โตของพืชอยา่ งไร (แนวตอบ: ส่งิ เรา้ ท่มี ากระตนุ้ พืชอาจอยใู่ นสารเคมี หรอื สงิ่ แวดลอ้ ม เมือ่ พชื ตอบสนองต่อสง่ิ เร้าท่ีมา กระตุ้น บางชนิดจะชว่ ยเรง่ การเจริญเติบโต บางชนิดมีผลยับยั้งการเจริญเติบโตของพืช นอกจากนี้ พืชบางชนดิ อาจมีการตอบสนองต่อสิ่งแวดล้อมในทิศทางท่สี ัมพันธ์กับสงิ่ เร้า บางชนิดไม่สัมพันธ์กับ สงิ่ เรา้ ) - การตอบสนองต่อสิ่งเร้าของพืชมีความสำคญั อยา่ งไร (แนวตอบ: สิ่งมีชีวิตทุกชนิดล้วนต้องมีการตอบสนองต่อสิ่งเร้าที่มากระตุ้นเพื่อดำรงชีวิตอยู่ใน สภาพแวดล้อมได้ ตวั อยา่ งเช่น พชื จะโค้งไปทางที่มีความเขม้ ข้นของแสงมากกว่า เพื่อใหไ้ ด้รับแสงท่ี เพียงพอต่อการสังเคราะห์ด้วยแสง นอกจากนี้พืชยังมกี ารตอบสนองต่อพืชยังตอบสนองต่อสารเคมี หรอื ฮอร์โมน เชน่ การปดิ ปากใบเม่อื พชื อย่ใู นสภาวะเครยี ด) - เราสามารถนำความรเู้ กีย่ วกบั การตอบสนองตอ่ ส่ิงเร้าของพชื มาประยุกตใ์ ช้ได้อยา่ งไร (แนวตอบ: เพิ่มผลผลติ ยืดอายุผลผลิต นำไปประยกุ ต์ใช้ในเกษตรกรรม) ขัน้ สำรวจและคน้ พบ/ขนั้ การเตรียมการคน้ หาคำตอบ 1. นกั เรยี นและครรู ่วมกันอภปิ รายคำตอบ Prior Knowledge โดยมแี นวคำถามดังน้ี - สารเคมีที่มีผลต่อการเจริญเตบิ โตของพชื มีอย่างไรบา้ ง (แนวตอบ: มีทั้งเร่งการเจริญเติบโต เช่น ทำให้เซลล์ยืดยาว มีขนาดเพิ่มขึ้น มีการแบ่งเซลลม์ ากขึ้น และยบั ย้งั การเจรญิ เติบโต) 2. ครูเกริ่นนำว่า “สารเคมีที่พืชผลิตขึ้นเพื่อควบคุมการเจริญเติบโตของพืชมาบ้างแล้วจากบทเรียน ก่อนหน้านี้ เช่น เมื่อพืชอยู่ในสภาวะเครยี ด ซึ่งเกิดจากดินมีสภาพเป็นกรด พืชจะหลั่งฮอร์โมนชนดิ โดย ครสู ดุ าภรณ์ สืบบญุ เปี่ยม กลุ่มสาระการเรยี นรวู้ ทิ ยาศาสตร์และเทคโนโลยี

แผนการจัดการเรยี นรู้ รายวชิ าชวี วทิ ยา 1 มธั ยมศกึ ษาปีที่ 5/1 103 หนึ่งที่เรียกว่า กรดแอบไซซิก (Abscisic acid) หรือสารเคมีบางชนิดที่มีผลไปยังยั้งการงอกของ เมลด็ ” 3. ให้นกั เรียนศึกษาความหมายของคำวา่ สารควบคุมการเจริญเตบิ โต (Plant Growth Regulators; PGRs) ของพืชกบั ฮอร์โมนพืช (Plant hormones) ในหนงั สือเรยี นชีววิทยา ม.5 เล่ม 1 เพ่ือกจิ กรรม เรือ่ ง การตอบสนองตอ่ แสงของปลายโคลอี อพไทล์ (Coleoptile) ของพชื 4. ให้นักเรยี นแบ่งกล่มุ ออกเปน็ กลุม่ ละ 5-6 คน ทำกจิ กรรม เรื่อง การตอบสนองตอ่ แสง ของปลายโคลอี อพไทล์ (Coleoptile) ของพืช 5. ให้สมาชิกภายในกลมุ่ แบ่งภาระหนา้ ทีร่ บั ผิดชอบ โดยสมาชิกในกลุ่มมบี ทบาทและหน้าท่ขี องตนเอง ดงั นี้ - สมาชิกคนที่ 1 : ทำหน้าที่เตรียมวัสดุอุปกรณ์กิจกรรมการตอบสนองต่อแสงของปลายโคลีออพ ไทล์ (Coleoptile) ของพืช - สมาชกิ คนท่ี 2 : ทำหน้าทอี่ ่านวธิ ีการทำกิจกรรม และนำมาอธบิ ายใหส้ มาชิกภายในกลุม่ ฟัง - สมาชกิ คนท่ี 3 และ 4 : ทำหนา้ ทบ่ี ันทกึ ผลการทำกิจกรรม - สมาชกิ คนที่ 5 และ 6 : ทำหน้าทนี่ ำเสนอผลทีไ่ ดจ้ ากการทำกจิ กรรม 6. ในระหว่างการทำกิจกรรมใหส้ มาชิกภายในกลุม่ ตัง้ คำถามขั้นตอนการทำกิจกรรมทีต่ นเองสงสยั เชน่ แลว้ ให้สมาชิกร่วมกนั สืบค้นจากแหลง่ ข้อมูลเพอ่ื ตอบคำถาม ขัน้ อธิบายและลงข้อสรปุ /ขัน้ ดำเนินการค้นหาคำตอบและตรวจสอบคำตอบ 1. ให้ตัวแทนของแต่ละกล่มุ ออกมานำเสนอผลจากการทำกจิ กรรม และอธบิ ายข้อสงสัยทสี่ มาชกิ ภายในกล่มุ ตั้งคำถาม และนำเสนอผลจากการสบื ค้นคำตอบ 2. ครพู จิ ารณาผลจากการทำกิจกรรมและผลจากการสืบคน้ ข้อสงสัยในขนั้ ตอนการทำกิจกรรมของ นักเรียน จากนั้นครูนำ ภาพการทดลองของชาลส์ ดาร์วินและฟรานซิส ดาร์วิน ซึ่งเป็นนักวิทยาศาสตร์ที่ ค้นพบฮอร์โมนพืชเปน็ คร้งั แรก ตวั อย่างภาพ โดย ครสู ดุ าภรณ์ สบื บุญเป่ียม กลุ่มสาระการเรียนรวู้ ทิ ยาศาสตร์และเทคโนโลยี

แผนการจัดการเรยี นรู้ รายวชิ าชวี วทิ ยา 1 มัธยมศกึ ษาปีท่ี 5/1 104 3. ครูสมุ่ เรยี กเลขที่ของนักเรยี นลกุ ขนึ้ ตอบคำถามจากภาพ ดงั น้ี - นกั เรยี นคดิ ว่า พชื ตน้ ใดเอนเขา้ หาแสงบ้าง เพราะเหตใุ ด (แนวตอบ: พืชต้นท่ี 1 4 และ 5 เนอื่ งจากบริเวณปลายยอดพชื สามารถผลิตออกซินได้) - นกั เรียนคิดว่า พชื ต้นใดไมเ่ อนเขา้ หาแสงบ้าง เพราะเหตุใด (แนวตอบ: พืชต้นที่ 2 และ 3 เนือ่ งจากบรเิ วณปลายยอดพืชไม่สามารถผลิตออกซนิ ได้) - นักเรียนคิดว่าภาพการทดลองของชาลส์ ดาร์วินและฟรานซิส ดารว์ ิน สอดคล้องกบั กจิ กรรม เรื่อง การตอบสนองต่อแสงของปลายโคลีออพไทล์ (coleoptile) ของพชื หรอื ไม่ อยา่ งไร (แนวตอบ: สอดคล้องกัน ซึ่งสารเคมีที่อยู่บริเวณปลายโคลีออพไทล์จะตอบสนองต่อแสงทำให้ ส่วนยอดโคง้ เขา้ หาแสง หากพชื ไมม่ ีปลายยอด หรอื บริเวณปลายยอดไม่ได้รบั แสง ปลายยอดของ พืชจะไมโ่ คง้ งอเข้าหาแสง) 4. เมื่อนักเรียนตอบคำถามแล้ว ให้นักเรียนคิดต่อไปว่าถ้าครูผ่าปลายยอดของพืชออกไปแล้วนำแผ่น วุ้นมาคั่นกลางระหว่างปลายยอดกับลำตน้ พืช พืชจะเอนเข้าหาแสงอีกหรือไม่ โดยครูอาจนำภาพ การทดลองของปีเตอร์ บอยเซน-เจนเซน นักพฤกษศาสตร์ชาวเดนมาร์กมาให้นักเรยี นเห็นภาพชัด ข้ึน ตวั อย่างภาพ 5. แแล้วถา้ ครูนำแผ่นวนุ้ ไปวางไว้ยอดพืช B ของภาพการทดลองของชาลส์ ดาร์วนิ และฟรานซิส ดาร์ วนิ ยอดพืช B จะเอนเข้าหาแสงหรอื ไม่ เพราะเหตใุ ด (แนวตอบ: ไม่โคง้ งอ เนื่องจากสารเคมที ่ีผลิตบรเิ วณปลายยอดไม่สามารถเคล่ือนทไ่ี ด้) 6. ครูใหน้ กั เรยี นศกึ ษากลไกการเอนเข้าหาแสงของปลายยอดพชื จากคิวอาร์โคด้ เรอ่ื ง การโค้งงอ ของโคลีออพไทลพ์ ชื ในหนังสอื ชวี วทิ ยา ม.5 เลม่ 1 แล้วบนั ทกึ ขอ้ มลู ลงในสมดุ บันทึกของตนเอง 7. ครูเสรมิ และเพิ่มเติมข้อมูล หากข้อมูลทน่ี ักเรียนออกมานำเสนอยังไม่สมบูรณ์ 8. นักเรยี นและครูร่วมกนั อภิปรายผลจากการทำกจิ กรรม 9. ครูถามคำถามท้ายกจิ กรรม และเฉลยคำถามทา้ ยกจิ กรรม โดยมีแนวคำถาม ดังน้ี - การเจริญของตน้ กลา้ ของข้าวโพดทงั้ 3 กลมุ่ เหมือนหรือแตกตา่ งกันอย่างไร (แนวตอบ: แตกตา่ งกัน มีเพยี งตน้ กล้ากลมุ่ ท่ี 3 (ค.) เทา่ นน้ั ทโ่ี ค้งเขา้ หาแสง) โดย ครูสดุ าภรณ์ สบื บญุ เปยี่ ม กลุ่มสาระการเรยี นรวู้ ิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี

แผนการจัดการเรียนรู้ รายวิชาชีววทิ ยา 1 มธั ยมศกึ ษาปที ี่ 5/1 105 - นักเรยี นสรปุ ผลการทดลองนีว้ า่ อย่างไร (แนวตอบ: พิจารณาคำตอบของนักเรียน โดยมีแนวการตอบ คือ ปลายยอดที่ได้รับแสงจะส่งผล ให้ลำต้นพชื เอนเขา้ หาแสง หากปลายยอดถูกตดั หรือไมไ่ ดร้ ับแสงจะไม่ทำให้พชื เอนเข้าหาแสง) ชวั่ โมงที่ 2 ขน้ั สำรวจและค้นพบ/ขน้ั การเตรียมการค้นหาคำตอบ 1. ครูเกริ่นนำว่า นักเรียนพอรู้ว่าออกซินส่งผลอย่างไรต่อพืชมาบ้างแล้ว นอกจากออกซินแล้วยังมี ฮอร์โมนชนดิ อ่ืนทส่ี ่งผลต่อการเจริญของพืช 2. ให้นกั เรียนแบง่ กล่มุ กล่มุ ละ 5-6 คน จากนั้นให้แตล่ ะกลุม่ สง่ ตวั แทนกลมุ่ ออกมาจบั สลาก หมายเลข ซง่ึ แตล่ ะหมายเลขให้ศกึ ษาฮอรโ์ มนพชื ตอ่ ไปนี้ - หมายเลข 1 ศกึ ษาออกซนิ - หมายเลข 2 ศกึ ษาไซโทไคนิน - หมายเลข 3 ศกึ ษาจิบเบอเรลลนิ - หมายเลข 4 ศกึ ษาเอทิลีน - หมายเลข 5 ศึกษากรดแอบไซซิก 3. หลงั จากนนั้ ครูให้นักเรยี นแบง่ กลมุ่ กลุ่มละ 5 คน โดยสมาชกิ ต้องมาจากกลุ่มเดิมท่ีอยู่กลุม่ หมายเลข 1 2 3 4 และ 5 4. ให้สมาชิกภายในกลุ่มแลกเปลี่ยนความรู้เกยี่ วกับฮอรโ์ มนพืชต่าง ๆ 5. ครแู จกใบงาน เรอื่ ง ฮอรโ์ มนพชื แลว้ ใหน้ กั เรียนแต่ละกลุ่มลงมอื ทำใบงาน ข้นั อธิบายและลงข้อสรุป/ขนั้ ดำเนินการค้นหาคำตอบและตรวจสอบคำตอบ 1. ให้ตัวแทนแต่ละกลุ่มออกมานำเสนอข้อมูลทกี่ ลุม่ ตนเองไดร้ บั สว่ นนักเรียนคนอื่น ๆ ให้บนั ทกึ ข้อมลู การนำเสนอลงในสมดุ บนั ทกึ ของตนเอง 2. หลงั จบการนำเสนอครบทกุ กลมุ่ นักเรียนและครูร่วมกันอภิปรายผลจากการทำใบงานว่า “ฮอร์โมน พชื เป็นสารเคมีชนดิ หน่งึ ทม่ี ีผลตอ่ การเจริญเตบิ โตของพืช มที ้ังเรง่ การเจรญิ เติบโตและยบั ย้งั การเจรญิ เติบโต ดงั นัน้ มนษุ ยจ์ ึงเล็งเหน็ ประโยชน์ของฮอรโ์ มนพชื เหลา่ น้ี จงึ สังเคราะหส์ ารเคมที ีม่ ีโครงสรา้ งคลา้ ยกับฮอร์โมน พืช เพอ่ื ใช้ประโยชน์ทางการเกษตร เชน่ NAA แทนออกซิน BAP แทนไซโทไคนิน” โดย ครสู ดุ าภรณ์ สบื บุญเปย่ี ม กลมุ่ สาระการเรยี นรวู้ ทิ ยาศาสตร์และเทคโนโลยี

แผนการจัดการเรยี นรู้ รายวชิ าชีววทิ ยา 1 มธั ยมศกึ ษาปที ่ี 5/1 106 ชั่วโมงที่ 3 ขัน้ สำรวจและคน้ พบ/ขน้ั การเตรียมการคน้ หาคำตอบ 1. ครูเกริ่นนำว่า นักเรียนได้เรียนรู้เกี่ยวกับผลของฮอร์โมนพืชชนิดต่าง ๆ และสารเคมีสังเคราะห์มี โครงสร้างคล้ายกับฮอร์โมนพืชมาบ้างแล้ว ดงั น้ัน เพ่อื ใหน้ กั เรียนได้ทดลองใช้เคมสี งั เคราะห์กบั พชื ศกึ ษาดูการ เปลยี่ นแปลงของพืชจากการทำกจิ กรรมในหนงั สอื เรยี นชีววทิ ยา ม.5 เล่ม 1 2. ให้นักเรียนแบ่งกลุ่ม กลุ่มละ 5-6 คน ทำกิจกรรม เรื่อง อิทธิพลของสารควบคุมการเจริญเติบโตของ พืช 3. ให้สมาชิกภายในกลมุ่ แบ่งภาระหนา้ ที่รับผิดชอบ โดยสมาชกิ ในกล่มุ มบี ทบาทและหนา้ ทข่ี องตนเอง ดังน้ี - สมาชิกคนที่ 1 : ทำหน้าที่เตรียมวัสดุอุปกรณ์กิจกรรมอิทธิพลของสารควบคุมการเจริญเติบโต ของ พืช - สมาชิกคนที่ 2 : ทำหนา้ ท่อี า่ นวธิ ีการทำกจิ กรรม และนำมาอธบิ ายให้สมาชิกภายในกลมุ่ ฟัง - สมาชิกคนที่ 3 และ 4 : ทำหน้าที่บนั ทึกผลการทำกจิ กรรม - สมาชกิ คนท่ี 5 และ 6 : ทำหนา้ ท่ีนำเสนอผลที่ได้จากการทำกจิ กรรม 4. ในระหว่างการทำกจิ กรรมใหส้ มาชิกภายในกลุ่มตั้งคำถามขั้นตอนการทำกจิ กรรมที่ตนเองสงสยั เช่น แล้วใหส้ มาชกิ ร่วมกนั สืบคน้ จากแหลง่ ข้อมูลเพอ่ื ตอบคำถาม ข้ันขยายความ 1. ใหน้ กั เรียนทำผังมโนทัศน์ เรอ่ื ง สารควบคมุ การเจรญิ เติบโตของพชื ลงในกระดาษ A4 พร้อมตกแต่ง ให้สวยงาม และนำเสนอหน้าชั้นเรยี น 2. ให้นักเรียนศึกษาเกีย่ วกับการเพาะเลี้ยงเนือ้ เย่ือของกลว้ ยไมใ้ นห้องปฏิบัติการโดยใช้ฮอรโ์ มนพชื เพื่อให้นกั เรียนได้ศกึ ษาการใช้ฮอรโ์ มนร่วมกันระหวา่ งออกซิน (Auxin) และไซโทไคนิน (Cytokinin) ควบคุม การเจริญเติบโตของแคลลสั (Callus) 3. ครถู ามคำถามท้าทายการคิดข้นั สงู ว่า ในการเพาะเลีย้ งเนือ้ เยือ่ พืชบนอาหารแขง็ ของพชื ชนดิ หน่งึ เพือ่ ใหไ้ ดต้ ้นออ่ นทแี่ ข็งแรงและปราศจากโรคก่อนนำไปปลกู ลงดนิ ควรใหป้ ริมาณออกซินแกแ่ คลลสั ปริมาณ เท่าใดบ้าง เพราะเหตุใด (แนวตอบ: ควรให้ในปริมาณที่เหมาะสมเป็นสัดส่วนกับไซโทไคนิน (Cytokinin) หากต้องการ กระตุ้นแคลลัส (Callus) ให้เจริญเป็นยอดควรใช้ปริมาณออกซิน (Auxin) น้อยกว่าไซโทไคนิน (Cytokinin) และหากต้องการกระตุ้นแคลลัสให้เจริญเป็นราก (Root) ควรใช้ปริมาณออกซินมา กกว่าไซโทไคนนิ ) โดย ครสู ุดาภรณ์ สืบบุญเปย่ี ม กล่มุ สาระการเรียนรวู้ ทิ ยาศาสตร์และเทคโนโลยี

แผนการจัดการเรียนรู้ รายวิชาชวี วทิ ยา 1 มธั ยมศึกษาปีที่ 5/1 107 ขัน้ สรปุ และประเมินผล 1. เพอื่ ตรวจสอบความเข้าใจของตนเองให้นกั เรียนตอบคำถามในกรอบ Topic Question โดยครแู ละ นกั เรียนร่วมกนั อภปิ รายคำตอบทีถ่ ูกตอ้ ง - สารควบคุมการเจรญิ เตบิ โตของพืชคืออะไร (แนวตอบ: เป็นสารประกอบอินทรีย์ที่ครอบคลุมทั้งฮอร์โมนพืชและสารเคมีสังเคราะห์ที่มี โครงสร้างและสมบตั คิ ลา้ ยทางเคมกี บั ฮอร์โมนพชื ) - เพราะเหตุใดปลายยอดออ่ นของพชื จงึ เอนเขา้ หาแสง (แนวตอบ: เนื่องจากบริเวณปลายยอดมีฮอร์โมนออกซินที่เคลื่อนที่ไปบริเวณที่ไม่มีแสง ทำให้ บริเวณทไ่ี ม่โดนแสงเจริญมากกวา่ ด้านทีไ่ มโ่ ดนแสง ส่งผลใหป้ ลายยอดออ่ นโค้งหรือเอนเขา้ หาแสง) - แหล่งสรา้ งหลกั ของฮอร์โมนออกซินและไซโทไคนินอยทู่ ่ีสว่ นใดของพืช (แนวตอบ: ตายอดเป็นแหล่งสำคัญในการสร้างออกซิน (Auxin) ส่วนเนื้อเยื่อเจริญปลายรากเป็น แหล่งสร้างไซโทไคนิน (Cytokinin)) - จงเรียงลำดับปริมาณความเข้มข้นของออกซินที่เหมาะสมต่อการเจริญของอวัยวะพืชจากมากไป น้อย (แนวตอบ: ลำตน้ (Stem) ตา (Buds) และราก (Root) ตามลำดบั ) - ยกตวั อยา่ งสารสงั เคราะห์ทใ่ี ชแ้ ทนฮอรโ์ มนออกซินและไซโทไคนินมอะไรบ้าง (แนวตอบ: NAA 2,4-D และ 2,4,5-T ใช้แทนออกซิน (Auxin) ส่วนไคเนติน (Cytokinin) และBAP ใชแ้ ทน (Cytokinin)) - จิบเบอเรลลิน (Gibberellin) ถูกค้นพบในสงิ่ มีชีวติ ชนดิ ใด และมบี ทบาทกบั พชื อยา่ งไร (แนวตอบ: เชื้อรา Gibberella fujikuroi ซึ่งจิบเบอเรลลิน (Gibberellin) ช่วยกระตุ้นการแบ่ง เซลลแ์ ละชว่ ยขยายขนาดเซลล์ ทำใหเ้ ซลล์ยาวขึน้ กระตุน้ การงอกเมลด็ สง่ เสรมิ การงอกของตาและ ยบั ย้งั การงอกของราก) - การงอกของเมลด็ พืชใบเลยี้ งเด่ียวเกี่ยวข้องอยา่ งไรกบั ฮอรโ์ มนจบิ เบอเรลลนิ (Gibberellin) (แนวตอบ: ฮอรโ์ มนจิบเบอเรลลนิ (Gibberellin) มผี ลยบั ยัง้ การงอกของเมล็ด) - เอทลิ นี (Ethylene) แตกต่างจากฮอร์โมนพืชชนดิ อ่นื อยา่ งไร (แนวตอบ: มสี ถานะเป็นแก๊ส) - เอทิลีน (Ethylene) มีบทบาทสำคญั กับพืชอยา่ งไร (แนวตอบ: กระตนุ้ การสกุ ของผลไม้ กระตุน้ การออกดอกของสับปะรด) - กรดแอบไซซิก (Abscisic acid) มีบทบาทสำคัญกับพชื อย่างไร (แนวตอบ: ทำให้พืชดำรงชีวิตอยู่ได้ในสภาวะที่ไม่เหมาะสม เช่น ทำให้ปากใบพืชปิดเมื่อพืชอยู่ใน สภาวะแลง้ ) 2. ครตู รวจแบบทดสอบกอ่ นเรียน หนว่ ยท่ี 4 3. ครตู รวจใบงาน เรื่อง ฮอรโ์ มนพืช โดย ครสู ุดาภรณ์ สบื บญุ เปี่ยม กลุ่มสาระการเรยี นรวู้ ทิ ยาศาสตร์และเทคโนโลยี

แผนการจัดการเรยี นรู้ รายวิชาชวี วทิ ยา 1 มธั ยมศึกษาปที ี่ 5/1 108 4. ครูประเมินการปฏิบตั กิ ารจากการทำกิจกรรม โดยใชแ้ บบประเมนิ การปฏิบัติการ 5. ครปู ระเมินผังมโนทัศน์ เร่ือง สารควบคุมการเจรญิ เตบิ โตของพืช โดยใช้แบบประเมินชิน้ งาน 9. สอ่ื การเรียนการสอน / แหล่งเรยี นรู้ รายการสือ่ จำนวน สภาพการใช้ส่อื 1. แบบทดสอบกอ่ นเรยี น เรื่อง การตอบสนองของพชื 1 ชดุ ข้นั ตรวจสอบความร้เู ดิม 2. ใบงาน เรือ่ ง ฮอร์โมนพืช 1 ชดุ ขนั้ อธบิ ายและลงข้อสรุป 3. การปฏบิ ัตกิ าร 1 ชดุ ขนั้ อธิบายและลงข้อสรุป 4. ผังมโนทศั น์ เร่อื ง สารควบคมุ การเจรญิ เตบิ โตของพชื โดยใชแ้ บบ ประเมนิ ชิน้ งาน 1 ชุด ขั้นขยายความเข้าใจ 5. Microsoft PowerPoint หนว่ ยที่ 1 การตอบสนองของพชื 1 ชดุ ขัน้ สำรวจและคน้ พบ โดย ครูสดุ าภรณ์ สืบบุญเปย่ี ม กล่มุ สาระการเรียนรวู้ ทิ ยาศาสตร์และเทคโนโลยี

แผนการจัดการเรียนรู้ รายวชิ าชวี วทิ ยา 1 มัธยมศกึ ษาปีที่ 5/1 109 10. การวดั ผลและประเมนิ ผล เปา้ หมาย หลกั ฐานการเรียนรู้ วธิ วี ดั เครือ่ งมือวดั ฯ ประเดน็ / การเรยี นรู้ ชิน้ งาน/ภาระงาน เกณฑ์การให้ 1) อธบิ ายบทบาท 1. แบบทดสอบกอ่ น ตรวจแบบทดสอบ แบบทดสอบก่อนเรียน คะแนน รอ้ ยละ 65 ผา่ น หน้าท่ขี องออกซิน เรียน เรื่อง การ กอ่ นเรียน เร่อื งการ เกณฑ์ ไซโทไคนนิ จิบเบอ ตอบสนองของพืช ตอบสนองของพืช ร้อยละ 65 ผ่าน เกณฑ์ เรลลิน เอทิลนี และ 2. ใบงาน เรื่อง ตรวจใบงาน แบบประเมินใบงาน ระดบั คุณภาพ 2 กรดแอบไซซิกได้ ฮอรโ์ มนพืช เรอ่ื ง ฮอร์โมนพชื แบบประเมินการ ผ่านเกณฑ์ ปฏิบตั กิ าร 2) สามารถ 3. กจิ กรรม เรือ่ ง การ ตรวจกจิ กรรม ระดับคุณภาพ 2 ประยกุ ตใ์ ช้สารเคมีที่ ปฏบิ ตั กิ ารการทดลอง เรอ่ื ง ปฏิบตั ิการ ผา่ นเกณฑ์ มีโครงสรา้ งคล้าย การทดลอง ฮอรโ์ มนพชื กบั พืช ระดับคุณภาพ 2 ผา่ นเกณฑ์ เพอ่ื ประโยชนท์ าง 4. ผงั มโนทัศน์ เร่ือง ตรวจผงั มโนทศั น์ แบบประเมนิ ผงั มโน ระดับคุณภาพ 2 การเกษตรได้ ผา่ นเกณฑ์ สารควบคุมการ เรื่อง สารควบคมุ ทัศน์ ระดบั คุณภาพ 2 เจริญเติบโตของพชื การเจรญิ เติบโต ผ่านเกณฑ์ ระดบั คุณภาพ 2 โดยใช้แบบประเมนิ ของพชื โดยใช้แบบ ผา่ นเกณฑ์ ช้นิ งาน ประเมนิ ชน้ิ งาน 5. การนำเสนอผลงาน ประเมนิ การ ผลงานทน่ี ำเสนอ นำเสนอผลงาน 6. พฤตกิ รรมการ สังเกตพฤติกรรม แบบสงั เกตพฤติกรรม ทำงานรายบุคคล การทำงาน การทำงานรายบุคคล รายบคุ คล 7. พฤตกิ รรมการ สังเกตพฤตกิ รรม แบบสงั เกตพฤติกรรม ทำงานรายกลมุ่ การทำงานรายกลมุ่ การทำงานรายกลุ่ม 8. คณุ ลักษณะ สงั เกตความมวี นิ ยั แบบประเมนิ อนั พึงประสงค์ ใฝ่เรียนรู้และมงุ่ มั่น คุณลักษณะ ในการทำงาน อันพึงประสงค์ โดย ครูสุดาภรณ์ สืบบญุ เปีย่ ม กลุ่มสาระการเรยี นรวู้ ิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี

แผนการจัดการเรียนรู้ รายวิชาชีววทิ ยา 1 มธั ยมศกึ ษาปที ี่ 5/1 110 แบบประเมนิ ช้นิ งาน คำช้แี จง : ใหผ้ สู้ อนประเมนิ ชิ้นงานตามรายการที่กำหนดแล้วขดี ✓ ลงในช่องที่ตรงกับระดับคะแนน ลำดับท่ี รายการประเมิน 4 ระดบั คะแนน 1 32 1 ความถูกต้องของชน้ิ งาน 2 การจดั รูปแบบช้ินงาน 3 ความตรงตอ่ เวลา รวม ลงชอื่ ................................................... ผู้ประเมิน ................./................/................ เกณฑ์การประเมนิ ชน้ิ งาน รายการประเมิน ระดบั คะแนน 1. ความถูกตอ้ งของ 4 3 21 ชิน้ งาน ชิ้นงานมีความถูกต้อง ชิ้นงานมีความถูกต้อง ชิ้นงานมีความถูกต้อง ช้นิ งานไม่ถูกตอ้ ง และ ครบทุกหัวข้อ ครบทุกหัวข้อเป็นส่วน ครบทุกหัวข้อเพียง ไม่ครบตามหัวข้อท่ี ใหญ่ บางส่วน กำหนด 2. การจดั รปู แบบ ชิ้นงานมีระเบียบ มี ชิ้นงานมีระเบียบ และมี ชิ้นงานมีระเบียบ และมี ชิ้นงานไม่มีระเบียบ ชนิ้ งาน ความคิดสร้างสรรค์ และ ความน่าสนใจเป็นส่วน ความน่าสนใจเพียง ไมม่ คี วามนา่ สนใจ มีความนา่ สนใจ ใหญ่ บางสว่ น 3. ความตรงตอ่ เวลา สง่ ชิ้นงานภายในเวลาท่ี ส่งชิ้นงานชา้ กวา่ เวลาท่ี ส่งชิ้นงานชา้ กว่าเวลาท่ี สง่ ช้ินงานชา้ กว่าเวลา กำหนด กำหนด 1 วัน กำหนด 2 วัน ทกี่ ำหนด 3 วันข้ึนไป เกณฑ์การตดั สินคณุ ภาพ ชว่ งคะแนน ระดบั คณุ ภาพ 10-12 ดมี าก 7-9 ดี 4-6 พอใช้ 0-3 ปรบั ปรงุ โดย ครสู ดุ าภรณ์ สืบบญุ เปีย่ ม กลุม่ สาระการเรียนรวู้ ทิ ยาศาสตร์และเทคโนโลยี

แผนการจัดการเรียนรู้ รายวชิ าชวี วทิ ยา 1 มัธยมศกึ ษาปที ่ี 5/1 111 แบบประเมนิ การนำเสนอผลงาน คำชแี้ จง : ให้ผ้สู อนสังเกตพฤตกิ รรมของนักเรียนในระหว่างเรยี นและนอกเวลาเรียน แล้วขดี ✓ลงในช่องที่ ตรงกบั ระดับคะแนน ลำดับท่ี รายการประเมนิ ระดบั คะแนน 32 1 เน้อื หาละเอียดชดั เจน 1 2 ความถูกตอ้ งของเนอื้ หา  3 ภาษาท่ใี ช้เขา้ ใจงา่ ย   4 ประโยชนท์ ่ีได้จากการนำเสนอ   5 วธิ กี ารนำเสนอผลงาน     รวม  ลงช่ือ...................................................ผปู้ ระเมิน (นางสาวสดุ าภรณ์ สืบบุญเปยี่ ม) ............./................../............... เกณฑก์ ารให้คะแนน ให้ 3 คะแนน ผลงานหรอื พฤตกิ รรมสอดคล้องกบั รายการประเมนิ สมบรู ณช์ ัดเจน ให้ 2 คะแนน ผลงานหรือพฤตกิ รรมสอดคล้องกับรายการประเมินเป็นส่วนใหญ่ ให้ 1 คะแนน ผลงานหรอื พฤติกรรมสอดคล้องกบั รายการประเมนิ บางส่วน เกณฑก์ ารตัดสินคณุ ภาพ ชว่ งคะแนน ระดับคุณภาพ 14 - 15 ดีมาก 11 - 13 ดี 8 - 10 พอใช้ ต่ำกวา่ 8 ปรับปรงุ โดย ครูสุดาภรณ์ สืบบุญเปยี่ ม กลุม่ สาระการเรียนรวู้ ทิ ยาศาสตร์และเทคโนโลยี

แผนการจัดการเรยี นรู้ รายวิชาชวี วทิ ยา 1 มัธยมศกึ ษาปีท่ี 5/1 112 แบบสังเกตพฤตกิ รรมการทำงานรายบุคคล คำชแี้ จง : ใหผ้ ้สู อนสังเกตพฤติกรรมของนกั เรยี นในระหว่างเรยี นและนอกเวลาเรียน แล้วขดี ✓ลงในช่องท่ี ตรงกับระดบั คะแนน ลำดบั ที่ รายการประเมนิ ระดบั คะแนน 3 21 1 การแสดงความคดิ เหน็   2 การยอมรบั ฟังความคดิ เห็นของผอู้ ื่น   3 การทำงานตามหนา้ ที่ทไี่ ด้รบั มอบหมาย   4 ความมีน้ำใจ   5 การตรงต่อเวลา   รวม ลงช่อื ...................................................ผู้ประเมนิ นางสาวสดุ าภรณ์ สบื บญุ เปีย่ ม ............./................../.............. เกณฑก์ ารใหค้ ะแนน ให้ 3 คะแนน ปฏบิ ตั หิ รอื แสดงพฤติกรรมอย่างสมำ่ เสมอ ให้ 2 คะแนน ปฏบิ ัตหิ รือแสดงพฤตกิ รรมบ่อยครง้ั ให้ 1 คะแนน ปฏิบตั ิหรือแสดงพฤติกรรมบางครั้ง เกณฑก์ ารตัดสนิ คุณภาพ ช่วงคะแนน ระดับคุณภาพ 14 - 15 ดมี าก 11 - 13 ดี 8 - 10 พอใช้ ตำ่ กวา่ 8 ปรบั ปรงุ โดย ครสู ดุ าภรณ์ สืบบุญเป่ยี ม กลุม่ สาระการเรียนรวู้ ทิ ยาศาสตร์และเทคโนโลยี

แผนการจัดการเรยี นรู้ รายวิชาชีววทิ ยา 1 มธั ยมศกึ ษาปที ่ี 5/1 113 แบบสังเกตพฤตกิ รรมการทำงานกลมุ่ คำชแ้ี จง : ให้ผสู้ อนสงั เกตพฤติกรรมของนักเรยี นในระหวา่ งเรยี นและนอกเวลาเรยี น แล้วขีด ✓ลงในช่องท่ี ตรงกับระดับคะแนน การมี การแสดง การยอมรบั การทำงาน ความมี ส่วนร่วมใน รวม ชอ่ื – สกุล ความ ฟังคนอ่นื ตามทไ่ี ด้รบั น้ำใจ การ 15 ท่ี ของนักเรียน คิดเห็น มอบหมาย ปรับปรุง คะแนน ผลงานกลุ่ม 321321321321321 ลงชื่อ...................................................ผปู้ ระเมิน (นางสาวสดุ าภรณ์ สบื บุญเป่ียม) ตำแหนง่ ครผู ชู้ ว่ ย ............../.................../............... โดย ครสู ุดาภรณ์ สืบบุญเปี่ยม กล่มุ สาระการเรียนรวู้ ทิ ยาศาสตร์และเทคโนโลยี

แผนการจัดการเรยี นรู้ รายวชิ าชีววทิ ยา 1 มัธยมศึกษาปีที่ 5/1 114 เกณฑ์การใหค้ ะแนน ให้ 3 คะแนน ปฏบิ ัติหรอื แสดงพฤติกรรมอย่างสมำ่ เสมอ ให้ 2 คะแนน ปฏบิ ตั ิหรือแสดงพฤติกรรมบ่อยคร้งั ให้ 1 คะแนน ปฏิบตั หิ รือแสดงพฤตกิ รรมบางครัง้ เกณฑ์การตดั สนิ คุณภาพ ชว่ งคะแนน ระดบั คุณภาพ 14 - 15 ดีมาก 11 - 13 ดี 8 - 10 พอใช้ ตำ่ กวา่ 8 ปรบั ปรงุ โดย ครสู ดุ าภรณ์ สืบบุญเป่ียม กล่มุ สาระการเรียนรวู้ ทิ ยาศาสตร์และเทคโนโลยี

แผนการจัดการเรยี นรู้ รายวิชาชวี วทิ ยา 1 มธั ยมศึกษาปีท่ี 5/1 115 แบบประเมินคณุ ลกั ษณะอนั พึงประสงค์ คำช้ีแจง : ให้ผูส้ อนสังเกตพฤติกรรมของนกั เรยี นในระหวา่ งเรยี นและนอกเวลาเรยี น แล้วขีด ✓ลงในช่องท่ี ตรงกับระดบั คะแนน คณุ ลักษณะ รายการประเมนิ ระดับคะแนน อนั พงึ ประสงค์ดา้ น 321 1. มีวนิ ยั รับผดิ ชอบ 1.1 ปฏบิ ัติตามขอ้ ตกลง กฎเกณฑ์ ระเบียบ ข้อบงั คบั ของครอบครัว มีความตรงต่อเวลาในการปฏิบัตกิ ิจกรรมต่าง ๆ ในชีวติ ประจำวัน 2. ใฝเ่ รียนรู้ 2.1 รู้จักใช้เวลาว่างให้เป็นประโยชน์ และนำไปปฏิบัติได้ 2.2 รู้จักจัดสรรเวลาให้เหมาะสม 2.3 เชอ่ื ฟังคำสั่งสอนของบิดา - มารดา โดยไมโ่ ต้แย้ง 2.4 ต้ังใจเรียน 3. มงุ่ มน่ั ในการทำงาน 3.1 มคี วามตง้ั ใจและพยายามในการทำงานทีไ่ ด้รบั มอบหมาย 3.2 มีความอดทนและไม่ท้อแทต้ อ่ อุปสรรคเพื่อให้งานสำเรจ็ เกณฑ์การให้คะแนน ลงชอื่ ...................................................ผปู้ ระเมนิ (นางสาวสุดาภรณ์ สบื บุญเปย่ี ม) พฤติกรรมทปี่ ฏิบตั ิชดั เจนและสมำ่ เสมอ ให้ 3 คะแนน ............../.................../................ พฤติกรรมทปี่ ฏบิ ัติชัดเจนและบ่อยครง้ั ให้ 2 คะแนน เกณฑ์การตดั สนิ คุณภาพ พฤติกรรมทป่ี ฏิบัติบางครั้ง ให้ 1 คะแนน ชว่ งคะแนน ระดบั คณุ ภาพ 51 - 60 ดีมาก 41 - 50 ดี 30 - 40 พอใช้ ต่ำกว่า 30 ปรับปรงุ โดย ครูสดุ าภรณ์ สืบบุญเปี่ยม กลุม่ สาระการเรยี นรวู้ ิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี

แผนการจัดการเรยี นรู้ รายวิชาชีววทิ ยา 1 มัธยมศึกษาปีท่ี 5/1 116 แบบบันทกึ หลังการจัดการเรยี นรู้ ชื่อหน่วยการเรยี นรู้ที่.......... เรอ่ื ง................................................................ แผนการจัดการเรียนรทู้ ี่........... เร่ือง................................................... รายวชิ า ชีววิทยา3 ชั้น มธั ยมศึกษาปที ่ี 5/1 ครูผ้สู อน นางสาวสดุ าภรณ์ สบื บญุ เปี่ยม ตำแหนง่ ครูผู้ชว่ ย เวลาทีใ่ ช.้ ................ ชั่วโมง ผลการจัดกิจกรรมการเรียนรู้ ข้อคน้ พบระหว่าง ปญั หาท่ีพบ แนวทางการจัดการเรยี นรู้ การจัดกจิ กรรมการเรียนรู้ เน้อื หา กจิ กรรมการเรยี นรู้ สื่อประกอบการเรียนรู้ พฤติกรรม/การมสี ่วนร่วมของผูเ้ รียน ลงชือ่ ..................................................ผ้สู อน (นางสาวสดุ าภรณ์ สบื บุญเปี่ยม) ตำแหน่ง ครูผชู้ ว่ ย ความเหน็ ของผู้บริหารสถานศึกษาหรอื ผูท้ ไี่ ดร้ ับมอบหมาย ........................................................................................................................................................................................... ........................................................................................................................................................................................... ลงช่ือ.................................................. (นายกิตตธิ ัช จันทรา) รองผู้อำนวยการฝ่ายวชิ าการ โดย ครูสุดาภรณ์ สืบบญุ เปีย่ ม กลมุ่ สาระการเรียนรวู้ ิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี

แผนการจัดการเรยี นรู้ รายวชิ าชวี วทิ ยา 1 มธั ยมศกึ ษาปที ี่ 5/1 117 แบบทดสอบก่อนเรียน หน่วยการเรียนรู้ท่ี 4 เรอ่ื ง การตอบสนองของพืช คำชแ้ี จง : ใหน้ กั เรียนเลือกคำตอบท่ีถูกต้องท่ีสุดเพียงข้อเดียว 1. ฮอร์โมนพชื คือ 5. เอทิลีนมีผลทำใหส้ ว่ นใดของพชื เจริญเต็มท่ี 1. ไอออนที่ทำให้แรงดันเต่งเปล่ยี นแปลง 1. ใบ 2. สารเคมีทเ่ี ขา้ รว่ มทำงานกบั เซลล์ของพืช 2. ผล 3. สารประกอบทีท่ ำใหเ้ กิดเมแทบอลซิ มึ ข้ันทส่ี อง 3. ราก 4. สารเคมีทีม่ นุษยส์ งั เคราะห์ข้ึนแล้วพ่นหรือฉีดเข้าไปใน 4. ลำตน้ พชื 5. ปลายยอด 5.รงควัตถุที่ตอบสนองต่อการเปลี่ยนแปลงของ 6. ฮอร์โมนในขอ้ ใดมีผลยับย้งั การงอกของเมล็ด สภาพแวดลอ้ ม 1. เอทลิ นี 2. ขอ้ ใดคือแหลง่ สรา้ งฮอรโ์ มนออกซินของพืช 2. ออกซนิ 1. ใบ 3. แอบไซซิก 2. ราก 4. ไซโทไคนนิ 3. ตาขา้ ง 5. จิบเบอเรลลิน 4. ปลายยอด 7. ข้อใดเป็นการตอบสนองต่อแสงสว่างของพชื 5. เน้อื เยื่อเจริญปลายราก 1. พลดู า่ งเลอ้ื ยไปพนั รอบเสา 3. ไซโทไคนินมีผลต่อทำให้เกิดการเปลี่ยนในข้อใด 2. ดอกบวั หุบในเวลากลางคือ 1. ช่วยแบง่ เซลล์ 3. รากตน้ มะม่วงเจริญตรงขา้ มกบั ยอด 2. ทำให้เซลล์เต่ง 4. กาบหอยแครงดักจับแมลงวันที่บินเข้าไป 3. ทำให้เซลล์ยืดยาวข้นึ ในใบ 4. ทำเจรญิ ออกผลมากข้ึน 5. ไมม่ ีขอ้ ใดกล่าวถูกต้อง 5. ทำให้ผนังเซลล์พืชหนาขน้ึ 4. จบิ เบอเรลลินมีผลตอ่ ทำใหเ้ กดิ การเปลยี่ นแปลงในขอ้ ใด 1. ทำให้ลำตน้ ยืดยาวขน้ึ 2. ทำใหใ้ บและผลหลุดรว่ ง 3. ทำใหก้ ่ิงก้านเจรญิ มากขน้ึ 4. ทำให้ลำตน้ เอนเขา้ หาแสง 5. ทำให้ผลและดอกออกเร็วมากข้นึ โดย ครสู ุดาภรณ์ สบื บุญเปยี่ ม กล่มุ สาระการเรียนรวู้ ทิ ยาศาสตร์และเทคโนโลยี

แผนการจัดการเรยี นรู้ รายวิชาชีววทิ ยา 1 มัธยมศกึ ษาปีที่ 5/1 118 8. หากทดลองปลูกเมล็ดถ่ัวดำเพาะในกระถางในที่มืด จนกระทั่งรากยาวประมาณหนึ่ง แล้วนำไปปลูกใหม่ใน กระถางที่มีความชื้นเหมือนกัน แต่วางรากให้ขนานกับ พื้น ผลการทดลองจะเป็นอย่าง และเป็นการทดสอบการ ตอบสนองของพืชในขอ้ ใด 1. รากหยดุ การเจรญิ , สารเคมี 2. รากหยุดการเจรญิ , แรงโน้มถ่วง 3. รากยาวเพมิ่ ข้ึนในแนวด่ิง, สารเคมี 4. รากยาวเพิ่มขึ้นในแนวดงิ่ , แรงโน้มถ่วง 5. รากยาวเพม่ิ ขน้ึ ในแนวขนาน, แสงสว่าง 9. เมื่อเรณูงอกหลอดเรณูไปยังรังไข่ได้เพราะมีการ ตอบสนองของพชื ข้อใดกล่าวถูกต้อง 1. เรณตู อบสนองต่อแสงสวา่ ง 2. เรณตู อบสนองตอ่ แรงโน้มถว่ ง 3. เรณูตอบสนองต่อความชนื้ ภายนอก 4. เรณูตอบสนองตอ่ สารเคมีที่อยู่ภายในรังไข่ 5. เรณูตอบสนองต่อสารเคมีทอี่ ย่บู นยอดเกสรเพศเมยี 10. ต้นพริกไทยจะพันรอบรั้วบ้านแสดงว่ามีการตอบสนอง ตอ่ สิ่งเร้าในข้อใด 1. แสงสว่าง 2. การสัมผัส 3. ความชนื้ ท่ีรว้ั บา้ น 4. แรงโน้มถ่วงของโลก 5. สารเคมที อ่ี ย่ใู นรั้วบา้ น เฉลย 1. 4 2. 2 3. 1 4. 1 5. 2 6. 3 7. 2 8. 4 9. 5 10. 2 โดย ครูสดุ าภรณ์ สืบบญุ เปีย่ ม กลมุ่ สาระการเรียนรวู้ ทิ ยาศาสตร์และเทคโนโลยี

แผนการจัดการเรยี นรู้ รายวชิ าชีววทิ ยา 1 มธั ยมศึกษาปที ่ี 5/1 119 ใบงาน เรือ่ ง ฮอร์โมนพืช คำช้แี จง : ใหน้ ักเรยี นพิจารณาสมบัตขิ องฮอรโ์ มนพชื ที่กำหนดให้ แล้วทำเครอ่ื งหมาย ✓ ลงในตาราง สมบัติ ออกซนิ ไซโทไคนนิ ฮอร์โมนพชื (Auxin) (Cytokinins) จบิ เบอเรลลิน เอทิลีน กรดแอบไซซิก สรา้ งจากใบและตา (Gibberellin) (Ethylene) (abscisicacid) สร้างจากเนื้อเยื่อบริเวณปลายยอด และราก ✓ มีสถานะเป็นแก๊ส พบในผลไมส้ ุก พบในน้ำมะพร้าว หรือสารสกัดจาก ยีสต์ สกัดได้จากเชื้อรา Gibberella fujikuroi ถ้าพืชได้รับในปริมาณมากจะมีผลไป ยับการเจริญของตาข้าง แต่ส่งเสริม การเจรญิ ของราก มีผลทำให้ลำต้นยืดยาว กระตุ้นการ งอกของเมลด็ ถ้าพืชได้รับในปริมาณมากจะช่วย ส่งเสริมการเจริญของตาข้าง แต่ ยับยง้ั การเจรญิ ของราก ช่วยทำให้ผลของพืชบางชนิดเจริญ แบบ parthenocarpy พืชจะผลิตขึ้นเมื่ออยู่ในสภาวะขาด น้ำ มีผลทำให้ปากใบปิด เร่งการไหลของนำ้ ยาง มีผลทำให้ปากใบเปิดในท่ีทไ่ี ม่มแี สง เคลือ่ นยา้ ยผา่ นทางไซเล็ม กระตุน้ การออกดอกของสบั ปะรด โดย ครสู ดุ าภรณ์ สบื บญุ เป่ียม กลุ่มสาระการเรยี นรวู้ ทิ ยาศาสตร์และเทคโนโลยี

แผนการจัดการเรยี นรู้ รายวชิ าชีววทิ ยา 1 มัธยมศกึ ษาปีที่ 5/1 120 สมบตั ิ ออกซิน ไซโทไคนิน ฮอร์โมนพชื (Auxin) (Cytokinins) จบิ เบอเรลลิน เอทลิ นี กรดแอบไซซิก มีผลทำให้เมล็ดอยูใ่ นสภาพพกั ตวั (Gibberellin) (Ethylene) (abscisicacid) หากได้รับในปริมาณมากเกินไป จะ ส่งผลให้มากเกินไป ลำต้นจะยาว ใบ ไม่ขยายตัว บริเวณยอดจะโค้งงอ คล้ายตาขอ ลำต้นทั้งหมดจะมีสีขาว ซีดเน่อื งจากไม่มคี ลอโรฟลี ล์ ใช้เป็นสารกำจดั วัชพชื โดย ครสู ดุ าภรณ์ สืบบญุ เปี่ยม กลมุ่ สาระการเรยี นรวู้ ิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี

แผนการจัดการเรียนรู้ รายวิชาชวี วทิ ยา 1 มัธยมศึกษาปีที่ 5/1 121 ใบงาน เฉลย เร่อื ง ฮอร์โมนพืช คำชีแ้ จง : ให้นักเรียนพจิ ารณาสมบัติของฮอร์โมนพชื ที่กำหนดให้ แล้วทำเคร่อื งหมาย ✓ ลงในตาราง ฮอร์โมนพชื สมบัติ ออกซนิ ไซโทไคนนิ จบิ เบอเรลลิน เอทลิ ีน กรดแอบไซซิก (Auxin) (Cytokinins) (Gibberellin) (Ethylene) (abscisicacid) สร้างจากใบและตา ✓ สร้างจากเนื้อเยื่อบริเวณปลายยอด ✓ และราก มีสถานะเปน็ แก๊ส พบในผลไม้สกุ ✓ พบในน้ำมะพร้าว หรือสารสกัดจาก ✓ ยีสต์ สกัดได้จากเชื้อรา Gibberella ✓ fujikuroi ถ้าพืชได้รับในปริมาณมากจะมีผลไป ยับการเจริญของตาข้าง แต่ส่งเสริม ✓ การเจรญิ ของราก มีผลทำให้ลำต้นยืดยาว กระตุ้นการ ✓ งอกของเมล็ด ถ้าพืชได้รับในปริมาณมากจะช่วย ส่งเสริมการเจริญของตาข้าง แต่ ✓ ยบั ย้งั การเจริญของราก ช่วยทำให้ผลของพืชบางชนิดเจริญ ✓ แบบ Parthenocarpy พืชจะผลิตขึ้นเมื่ออยู่ในสภาวะขาด ✓ น้ำ มีผลทำให้ปากใบปดิ เรง่ การไหลของน้ำยาง ✓ ✓ มผี ลทำให้ปากใบเปิดในท่ที ไ่ี มม่ แี สง ✓ ✓ เคล่อื นย้ายผ่านทางไซเลม็ กระตนุ้ การออกดอกของสับปะรด โดย ครสู ุดาภรณ์ สืบบญุ เปยี่ ม กล่มุ สาระการเรียนรวู้ ทิ ยาศาสตร์และเทคโนโลยี

แผนการจัดการเรยี นรู้ รายวิชาชวี วทิ ยา 1 มธั ยมศึกษาปีที่ 5/1 122 สมบตั ิ ออกซิน ไซโทไคนนิ ฮอร์โมนพืช (Auxin) (Cytokinins) จิบเบอเรลลิน เอทลิ ีน กรดแอบไซซิก มผี ลทำให้เมลด็ อยูใ่ นสภาพพักตวั (Gibberellin) (Ethylene) (abscisicacid) หากได้รับในปริมาณมากเกินไป จะ ✓ ส่งผลให้มากเกินไป ลำต้นจะยาว ใบ ✓ ไม่ขยายตัว บริเวณยอดจะโค้งงอ คล้ายตาขอ ลำต้นทั้งหมดจะมีสีขาว ✓ ซดี เนื่องจากไม่มคี ลอโรฟลี ล์ ใช้เป็นสารกำจัดวัชพชื โดย ครสู ดุ าภรณ์ สืบบญุ เปี่ยม กลมุ่ สาระการเรียนรวู้ ิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี

แผนการจัดการเรียนรู้ รายวชิ าชีววทิ ยา 1 มธั ยมศกึ ษาปที ่ี 5/1 123 แผนการจัดการเรียนรู้ หน่วยการเรยี นรทู้ ี่ 4 เรอ่ื ง การตอบสนองของพืช แผนจัดการเรียนรทู้ ่ี 2 เร่ือง การตอบสนองของพืชต่อสิ่งแวดลอ้ ม รายวชิ า ชีววิทยา1 รหัสวิชา ว32243 ระดับชน้ั มธั ยมศึกษาปีที่ 5/1 ภาคเรยี นที่ 1 ปีการศึกษา 2566 นำ้ หนกั เวลาเรียน 1.5 (นน./นก.) เวลาเรยี น 3 ชั่วโมง/สปั ดาห์ เวลาท่ีใชใ้ นการจดั กิจกรรมการเรยี นรู้ 3 ช่ัวโมง ............................................................................................................................. ............................. 1. สาระสำคญั ปัจจัยทม่ี ผี ลตอ่ การเจรญิ เตบิ โตของพืช แบ่งเปน็ 2 ประเภทใหญๆ่ คอื ปจั จยั จากภายในและปจั จัย ทางดา้ นส่ิงแวดลอ้ มพชื จะเจริญเติบโตไดด้ นี น้ั ต้องอาศัยการพ่งึ พาทัง้ 2 ปจั จัยจงึ จะทำใหเ้ กดิ การเปลยี่ นแปลง ทางสรรี วทิ ยา พืชสามารถตอบสนองตอ่ ปัจจัยภายนอกไดเ้ ช่นเดียวกบั สิง่ มีชีวติ อื่นๆ โดยอาจเรยี กปัจจยั เหล่าน้ี ว่า ส่งิ เร้า (Stimulus) 2. ผลการเรียนรู้ 18. สืบค้นข้อมูล ทดลอง และอภปิ รายเก่ียวกับสิง่ เร้าภายนอกที่มผี ลต่อการเจริญเติบโตของพชื 3. สาระการเรียนรู้ 3.1 เนือ้ หาสาระหลัก : Knowledge 1) สบื ค้นข้อมลู ทดลอง และอภิปรายเก่ียวกับสิ่งเรา้ ภายนอกท่ีมีผลต่อการเจริญเติบโตของ พชื ได้ 3.2 ทักษะ/กระบวนการ : Process 1) เปรียบเทียบผลการทดลองกระบวนการสังเคราะห์ดว้ ยแสงของนักวทิ ยาศาสตร์ในอดีตได้ 3.3 คุณลกั ษณะทพี่ ึงประสงค์ : Attitude 1) รับผิดชอบต่อหน้าทีแ่ ละงานทไี่ ดร้ บั มอบหมาย 4. สมรรถนะสำคัญของนกั เรยี น 1) ความสามารถในการสอ่ื สาร 2) ความสามารถในการคดิ 3) ความสามารถในการใช้ทักษะชวี ติ 5. คุณลักษณะของวิชา 1) ความรับผดิ ชอบ 2) กระบวนการกลุ่ม โดย ครสู ดุ าภรณ์ สืบบญุ เปย่ี ม กลุ่มสาระการเรียนรวู้ ทิ ยาศาสตร์และเทคโนโลยี

แผนการจัดการเรียนรู้ รายวชิ าชีววทิ ยา 1 มธั ยมศกึ ษาปที ่ี 5/1 124 6. คุณลกั ษณะที่พงึ ประสงค์ 1. มีวนิ ยั 2. ใฝ่เรยี นรู้ 3. ม่งุ ม่นั ในการทำงาน 7. ชิ้นงาน/ภาระงาน : 1. แบบทดสอบหลังเรยี น หน่วยที่ 4 การตอบสนองของพืช 2. การปฏบิ ัติการการทดลอง 3. ชิน้ งาน เรือ่ ง การตอบสนองของพชื มาประยุกต์ใชใ้ นชีวิตประจำวนั โดยใช้แบบประเมินชิ้นงาน 8. กจิ กรรมการเรียนรู้ ชวั่ โมงที่ 1 ขัน้ นำเขา้ สบู่ ทเรยี น/ขน้ั ตง้ั คำถาม 1. กอ่ นเขา้ สบู่ ทเรยี นครถู ามคำถาม Prior Knowledge โดยมแี นวคำถามดังน้ี - ว่าพชื มีการตอบสนองต่อส่งิ เร้าจากสภาพแวดลอ้ มภายนอกอย่างไร (แนวตอบ: เมื่อพืชได้รับสัญญาณจากสิ่งเร้าจากภายนอกที่มากระตุ้น พืชจะส่งสัญญาด้วยการผลิต สารเคมีที่เรียกว่า ฮอร์โมนพืช ลำเลียงไปทั่วร่างกายของพืช ทำให้เซลล์มีการตอบสนองต่อสิ่งเร้า ทีม่ ากระตนุ้ สง่ ผลให้พืชเกิดการเปล่ยี นแปลงทางสรีรวิทยา เพอื่ ความอย่รู อดในสภาพแวดลอ้ ม) 2. ครนู ำภาพการตอบสนองของพืชตอ่ ส่งิ แวดลอ้ มมาให้นักเรียนร่วมกันทายวา่ เป็นการตอบสนองของ พืชต่อส่ิงใด ตวั อยา่ งภาพ (แนวตอบ: เปน็ การตอบสนองตอ่ แสง) 3. หลงั จากนัน้ ครูทบทวนความรู้เดิมของนักเรียนว่าบรเิ วณปลายยอดพชื จะโค้งหาแสงเน่ืองจากมี ฮอรโ์ มนชนิดใดเปน็ ตวั กระต้นุ (แนวตอบ: ออกซิน (Auxin)) 4. ครูเกริ่นนำต่อไปว่าการโค้งงอของปลายยอดพืชแสดงให้เห็นว่าพืชมีการตอบสนองต่อสิ่งเร้าที่มา กระตุ้น และการโคง้ งอหรือการแสดงออกของพชื เกิดขึ้นได้เนื่องจากภายในเซลล์มีกระบวนการสื่อสารระหว่าง เซลลซ์ งึ่ นักเรยี นจะไดเ้ รยี นในหวั ขอ้ ตอ่ ไปน้ี โดย ครสู ุดาภรณ์ สืบบุญเป่ยี ม กลมุ่ สาระการเรียนรวู้ ิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี

แผนการจัดการเรียนรู้ รายวชิ าชวี วทิ ยา 1 มัธยมศึกษาปีท่ี 5/1 125 ขนั้ สำรวจและคน้ พบ/ขนั้ การเตรียมการคน้ หาคำตอบ 1. ครูถามคำถามโดยมแี นวคำถามดงั นี้ - กระบวนการสอ่ื สารระหว่างเซลลป์ ระกอบด้วยขนั้ ตอนใดบ้าง แตล่ ะข้นั ตอนเปน็ อยา่ งไร แล้วให้นักเรียนสืบค้นข้อมูลจากแหล่งการเรียนรู้ เช่น สื่ออินเทอร์เน็ต จากนั้นให้นักเรียนบันทึก ขอ้ มูลลงในสมุดบันทึกของตนเอง ข้นั อธบิ ายความรู้ 1. ให้นักเรยี นจับคูแ่ ลกเปลย่ี นข้อมูลท่ไี ดจ้ ากการสืบค้นกับค่ขู องตนเอง 2. ครสู มุ่ ตวั แทนคู่อธบิ ายกระบวนการส่อื สารระหว่างเซลลใ์ ห้เพ่ือนในห้องฟงั 3. นักเรียนและครูร่วมกันอภิปรายว่า “การตอบสนองของพืชต่อสิ่งเร้าจากสภาพแวดลอ้ มภายนอกมี ความเกยี่ วข้องกบั กระบวนการสือ่ สารระหว่างเซลล์ ตวั อย่างเช่น การปดิ ปากใบของพชื ในกรณีท่ีพืช อยู่ในสภาวะเครียด เช่น พืชได้รับสัญญาณว่าปริมาณน้ำในดินไม่เพียงพอ ภายในเซลล์พืชจะมีการ ส่งสัญญาณหรือฮอรโ์ มนพืช ในทนี่ ค้ี อื กรดแอบไซซิกไปทวั่ ร่างกายพืช หลงั จากนน้ั พชื จะตอบสนอง ต่อสิ่งเร้าท่ีมากระตนุ้ ดว้ ยการปดิ ปากใบพชื ” 4. ครสู ุ่มตัวแทนคูอ่ ีกหน่ึงคู่ใหย้ กตวั อย่างเหตกุ ารณ์อ่ืนนอกเหนือจากการปิดปากใบพชื (แนวตอบ: พิจารณาคำตอบของนักเรียน ตัวอย่างคำตอบ เช่น การโค้งงอเข้าหาแสงโดยมีออกซิน (Auxin) เป็นสัญญาณและแสงเป็นสิ่งเร้า การชอนไขของราก (Root) โดยมีฮอร์โมนไซโทไคนิน (Cytokinin) ช่วยทำให้รากยืดยาวขนึ้ และมีนำ้ และธาตอุ าหารเปน็ ส่ิงเร้า) ชว่ั โมงที่ 2 ขน้ั สำรวจและคน้ พบ 1. ให้นักเรียนยกตวั อย่างส่ิงเรา้ ท่ีมีผลตอ่ พืชท่นี ักเรียนรู้จักมาคนละ 1 อย่าง (แนวตอบ: พิจารณาคำตอบของนักเรียน ตัวอย่างคำตอบเช่น แสง น้ำ ความชื้น สารเคมี แรงโน้ม ถว่ ง การสัมผัส) 2. หลงั จากนกั เรยี นตอบคำถามครบทกุ คนแลว้ ให้นักเรียนจับกลุ่ม 5-6 เพือ่ ให้นักเรยี นร่วมกันสืบค้น ข้อมลู จากแหลง่ การเรยี นรู้ เช่น ส่อื อนิ เทอร์เน็ต เกย่ี วกบั ส่ิงเร้าทีน่ ักเรียนตอบมานนั้ จดั วา่ เป็นสงิ่ เร้าประเภท ใด 3. ครเู กริน่ นำตอ่ ไปว่า จะเห็นวา่ สิง่ ทน่ี กั เรยี นยกตัวอย่างมาเปน็ การตอบสนองทม่ี ีทิศทางสมั พันธก์ ับ สงิ่ เร้าท่ีมากระตุ้น หรือเรียกว่า ทรอปกิ มฟู เมนต์ (Tropic movement) จากนน้ั ใหน้ ักเรียนทำกิจกรรม เรอ่ื ง การตอบสนองของพืชต่อแรงโน้มถ่วงของโลก 4. ให้สมาชิกภายในกลุ่มแบ่งภาระหน้าที่รับผิดชอบ โดยสมาชิกในกลุ่มมีบทบาทและหน้าที่ของตนเอง ดังนี้ โดย ครูสดุ าภรณ์ สบื บญุ เป่ยี ม กล่มุ สาระการเรียนรวู้ ทิ ยาศาสตร์และเทคโนโลยี

แผนการจัดการเรียนรู้ รายวชิ าชวี วทิ ยา 1 มธั ยมศกึ ษาปีท่ี 5/1 126 - สมาชิกคนที่ 1 : ทำหน้าที่เตรียมวัสดุอุปกรณ์กิจกรรม เรื่อง การตอบสนองของพืชต่อแรงโน้ม ถว่ งของโลก - สมาชิกคนที่ 2 : ทำหนา้ ทีอ่ ่านวธิ ีการทำกจิ กรรม และนำมาอธบิ ายให้สมาชกิ ภายในกลมุ่ ฟงั - สมาชิกคนที่ 3 และ 4 : ทำหน้าท่ีบนั ทึกผลการทำกจิ กรรม - สมาชกิ คนที่ 5 และ 6 : ทำหน้าที่นำเสนอผลทไี่ ดจ้ ากการทำกิจกรรม 5. ในระหวา่ งการทำกจิ กรรมใหส้ มาชกิ ภายในกลุม่ ต้งั คำถามขน้ั ตอนการทำกจิ กรรมท่ีตนเองสงสัย แลว้ ให้สมาชิกร่วมกันสืบค้นจากแหลง่ ข้อมลู เพือ่ ตอบคำถาม ขน้ั อธิบายความรู้ 1. ใหต้ วั แทนของแต่ละกลมุ่ ออกมานำเสนอผลจากการทำกิจกรรม และอธบิ ายข้อสงสยั ท่ีสมาชิก ภายใน กลมุ่ ตง้ั คำถาม และนำเสนอผลจากการสืบคน้ คำตอบ 2. ครูพจิ ารณาผลจากการทำกจิ กรรมและผลจากการสืบค้นข้อสงสัยในข้ันตอนการทำกิจกรรมของ นักเรยี น 3. ครเู สรมิ และเพ่ิมเตมิ ข้อมลู หากข้อมลู ทน่ี กั เรยี นออกมานำเสนอยงั ไม่สมบูรณ์ 4. นักเรยี นและครูร่วมกนั อภิปรายผลจากการทำกิจกรรม 5. ครูถามคำถามทา้ ยกิจกรรม และเฉลยคำถามท้ายกิจกรรม โดยมีแนวคำถามดงั นี้ - การทดลองนคี้ วรมีสมมตฐิ านอยา่ งไร (แนวตอบ: พชื มีการตอบสนองต่อปจั จยั ภายนอก ดงั นัน้ ปลายยอดพชื จะเจริญเขา้ หาแสงซง่ึ เป็นทิศ ทางตรงขา้ มกับการเจรญิ ของรากทม่ี ีทศิ ทางเดยี วกับแรงโน้มถ่วง - ตัวแปรต้น ตวั แปรตาม และตวั แปรควบคุมคอื อะไร (แนวตอบ: ตวั แปรต้น คอื ตำแหน่งของเมล็ดถว่ั ทจ่ี ัดอย่ใู นลกั ษณะท่ีต่างกนั ตัวแปรตาม คือ การโค้งงอของปลายรากและปลายยอด ตัวแปรควบคุม คือ ชนิดและขนาดของเมล็ดพืช คุณภาพของเมล็ดพันธุ์ ปริมาณความชื้นและ อากาศภายในกลอ่ ง รวมทง้ั ปริมาณแสงท่ีเมลด็ พชื ไดร้ บั ) - หากไม่ใช้พลาสติกดำมาคลุมกล่อง นักเรียนคดิ วา่ จะไดผ้ ลการทดลองเหมือนกนั หรือไม่ อย่างไร (แนวตอบ: ไมเ่ หมือนกัน เพราะแสงมผี ลตอ่ การเจริญปลายยอดและปลายราก) ข้นั ขยายความเข้าใจ 1. หลงั จากทำกจิ กรรมเสร็จแล้ว นักเรยี นและครอู าจร่วมกันอภิปรายหาขอ้ สรปุ ให้ไดว้ า่ การเคลื่อนไหว แบบทรอปิกมฟู เมนต์ (Tropic movement) เปน็ การตอบสนองตอ่ สงิ่ เร้าท่มี ที ศิ ทางสัมพันธก์ บั สงิ่ เรา้ ภายนอก ได้แก่ แสง แรงโนม้ ถ่วง สารเคมี นำ้ หรอื ความชืน้ และการสมั ผัส โดยทิศทางทีพ่ ืชตอบสนองมี 2 แบบ คือ เบน เขา้ หา (Positive tropism) และ เบนออก (Negative tropism) โดย ครูสดุ าภรณ์ สืบบุญเปยี่ ม กล่มุ สาระการเรยี นรวู้ ิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี

แผนการจัดการเรียนรู้ รายวิชาชีววทิ ยา 1 มัธยมศึกษาปที ่ี 5/1 127 2. ครถู ามคำถาม เพื่อทดสอบความเข้าใจและนำความรูท้ ี่ได้จากการเรยี นหวั ขอ้ นี้มาตอบคำถาม จากน้ันนกั เรยี นและครูร่วมกนั อภิปรายคำตอบท่ีถกู ต้อง โดยมแี นวคำถามดงั นี้ - หากทดลองนำพืชไปปลุกในยานอวกาศที่ลอยคว้างอยู่ในอวกาศ โดยภายในยานยังคงมีออกซิเจน และแสงเพยี งพอตอ่ การเจริญของพืชนักเรียนคดิ วา่ พชื จะมีลกั ษณะอย่างไร (แนวตอบ: พชื จะมรี ปู รา่ งทแ่ี ตกต่างกนั ไม่มรี ูปแบบท่ีแน่นอนเน่ืองจากขาดแรงโน้มถว่ ง โดยเฉพาะ รากพืชจะเจริญหาเข้าหาความชน้ื หรอื บริเวณที่มอี าหาร ส่วนปลายยอดพืชจะเจรญิ เข้าหาแสง) ชัว่ โมงท่ี 3 ขน้ั สำรวจและค้นหา 1. ครเู กร่ินนำวา่ นอกจากพชื จะเคล่อื นที่สมั พันธก์ บั ส่งิ เร้าแล้ว ยงั มีการเคลอ่ื นไหวอีกแบบหน่ึงทไี่ มส่ มั พนั ธ์ กบั ส่งิ เร้าภายนอกเรยี กวา่ อะไร (แนวตอบ: การเคลือ่ นไหวที่ตอบสนองตอ่ แรงโน้มถว่ งของโลก (Geotropism หรอื Gravitropism)) 2. ให้นกั เรียนสืบคน้ ขอ้ มลู เกยี่ วกับการเคล่ือนไหวแบบแนสติก (Nastic movement) จากแหล่งการเรียนรู้ 3. ให้นกั เรยี นยกตัวอย่างการเคล่อื นไหวแบบแนสติก (Nastic movement) ข้ันอธิบายความรู้ 1. ครเู ขียนคำถามบนกระดานแลว้ ใหน้ กั เรยี นตอบคำถามลงในสมุดบนั ทึก ดงั นี้ - สงิ่ เร้าทมี่ ากระตนุ้ ใหด้ อกบัวหบุ และบานคืออะไร (แนวตอบ: แสงไปกระตุ้นให้การเจริญของกลมุ่ เซลล์แตกตา่ งกัน โดยในช่วงทม่ี แี สงกลุ่มเซลล์ด้านใน จะเจริญเร็วกวา่ กลมุ่ เซลลด์ า้ นนอก ทำใหด้ อกบัวบาน แต่ในช่วงไม่มีแสงกล่มุ เซลล์ดา้ นนอกจะเจริญ เรว็ กว่ากลมุ่ เซลลด์ ้านใน ทำให้ดอกบวั หุบ) - ส่งิ เรา้ ท่มี ากระตุน้ ให้ใบไมยราบหุบและกางคอื อะไร (แนวตอบ: เม่ือสมั ผัสจะทำให้แรงดนั เตง่ ภายในเซลล์พัลไวนสั (Pulvinus) ลดลงอยา่ งรวดเรว็ เซลล์ จึงสูญเสียน้ำ ทำให้ใบไมยราบหุบ เมื่อเวลาผ่านไปน้ำจากเซลล์ข้างเคียง ทำให้แรงดันเต่งภายใน เซลลพ์ ัลไวนัสเพิม่ ขึน้ เซลลเ์ ตง่ ส่งผลใหใ้ บไมยราบกางออก) - การหุบและบานของดอกบัวกับการหุบและกางของไมยราบแตกตา่ งกันอย่างไร (แนวตอบ: ต่างกันสิ่งเร้าที่มากระตุ้น โดยการหุบและบนของดอกบัวมีแสงเป็นสิ่งเร้า ส่วนการหุบ และกางของไมยราบจะมีการสมั ผัสเปน็ ส่งิ เรา้ ) 2. นักเรียนและครูร่วมกันอภิปรายว่า “การเคลื่อนไหวแบบแนสติก (Nastic movement) จะมีแสง และอุณหภูมิเป็นปัจจัยภายนอกที่สำคัญ ซึ่งปัจจัยนี้จะส่งผลให้เกิดการหุบและบานของดอกไม้ เน่ืองจากการเจริญของเซลลภ์ ายในและภายนอกท่ีแตกตา่ งกัน นอกจากน้จี ะสง่ ผลต่อกลุ่มเซลล์บาง ชนิดทำให้เกดิ การหุบและกางของพชื บางชนดิ ” โดย ครสู ุดาภรณ์ สืบบุญเปีย่ ม กลุม่ สาระการเรียนรวู้ ิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี

แผนการจัดการเรียนรู้ รายวิชาชีววทิ ยา 1 มธั ยมศกึ ษาปีท่ี 5/1 128 3. ครูอธิบายต่อไปว่านอกจากสิ่งเร้าภายนอกแล้วพืชยังตอบสนองต่อสิ่งเร้าภายใน ทำให้พืชมีการ เคลื่อนไหว 2 แบบ คือ การเคลื่อนไหวแบบส่ายหรือนิวเทชันมูฟเมนต์ (Nutation movement) และการเคล่อื นไหวแบบบิด 4. ครูให้นักเรียนศึกษาข้อมูลจากหนังสือเรียนชีววิทยา ม.5 เล่ม 1 เกี่ยวกับการเคลื่อนไหวของพืชท่ี ตอบสนองต่อเร้าภายใน ขนั้ ขยายความเข้าใจ 1. ครยู กตวั อยา่ งการนำความรู้เกยี่ วกับการตอบสนองของพืชมาประยุกต์ใช้ในชวี ติ ประจำวนั เชน่ มนษุ ย์อาศยั การเคลอื่ นไหวแบบเปน็ เกลยี วของพืชมาดัดแปลงให้พุม่ ไม้เล้ือยมรี ปู ร่างตา่ ง ๆ โดยนำเหลก็ มาดดั ใหเ้ ป็นรปู ตา่ ง ๆ 2. ให้นกั เรียนยกตัวอย่าง 1 ตัวอย่างเกยี่ วกับการนำความรู้ท่ไี ด้จากการศึกษาเร่อื ง การตอบสนองของ พชื มาประยุกต์ใช้ในชวี ิตประจำวนั ลงในกระดาษ A4 พร้อมนำเสนอหน้าช้ันเรยี น 3. ใหน้ ักเรียนทำแบบทดสอบหลงั เรียน หน่วยการเรียนรูท้ ่ี 4 เร่อื ง การตอบสนองของพืช 4. เพื่อตรวจสอบความเข้าใจของตนเองให้นักเรียนตอบคำถามในกรอบ Topic Question โดย นักเรยี นและครรู ว่ มกนั อภิปรายคำตอบท่ีถกู ต้อง - ปจั จยั ทมี่ ีผลต่อการเจริญเตบิ โตของพืชไดแ้ กอ่ ะไรบ้าง จงยกตัวอย่าง (แนวตอบ: สารเคมีหรือสารควบคุมการเจริญเติบโตของพืช และสภาพแวดล้อม เช่น แสง น้ำหรือ ความชน้ื แรงโนม้ ถ่วง และการสัมผสั ) - พืชตอบสนองต่อสิง่ เรา้ หรือปัจจยั ทีม่ ากระตุน้ อย่างไร (แนวตอบ: ใช้กระบวนการสื่อสารระหว่างเซลล์ โดยเซลลพ์ ชื จะมีการรับสัญญาณ สง่ สัญญาณ และ ตอบสนองต่อส่งิ เรา้ ) - เพราะเหตุใดปลายยอดพืชจงึ เอนเขา้ หาแสง และปลายรากพืชจึงเจริญไปในทิศทางเดียวกับแรงโน้ม ถ่วง (แนวตอบ: เพราะปลายยอดพืชมีการตอบสนองต่อแสง (Positive phototropism) ส่วนรากพืช ตอบสนองตอ่ แรงโนม้ ถว่ ง (Positive geotropism) - การหุบและบานของดอกบวั เป็นการตอบสนองของพืชต่อเร้าชนิดใด เหมอื นหรือแตกต่างกับการหุบ และกางใบของตน้ ไมยราบอย่างไร (แนวตอบ: เป็นการเคลื่อนไหวแบบแนสติก (Nastic movement) หรือเป็นการตอบสนองที่มี ทิศทางไม่สัมพันธ์กับสิ่งเร้า ซึ่งการหุบและบานของดอกบัวเป็นการตอบสนองต่อแสง ส่วนการหุบ และกางของใบไมยราบเปน็ การตอบสนองต่อการสมั ผัส) - การเคลือ่ นไหวแบบแนสตกิ (Nastic movement) คืออะไร (แนวตอบ: การตอบสนองที่มีทิศทางไม่สัมพันธ์กับสิง่ เร้าท่ีมากระตุ้น โดยมีปัจจัยภายนอกที่สำคญั คือ แสงและอุณหภมู ิ) โดย ครูสุดาภรณ์ สบื บุญเปีย่ ม กลุม่ สาระการเรียนรวู้ ิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี

แผนการจัดการเรยี นรู้ รายวิชาชีววทิ ยา 1 มธั ยมศกึ ษาปีท่ี 5/1 129 5. ให้นักเรียนตรวจสอบความเข้าใจ โดยพิจารณาข้อความที่อยู่ในกรอบ Self Check ว่าถูกหรือผิด แล้วบันทึกลงในสมุด หากพิจารณาข้อความไม่ถูกต้อง ให้กลับไปทบทวนเนื้อหาตามที่หัวข้อ กำหนดให้ 6. ให้นักเรียนทำแบบทดสอบทา้ ยหนว่ ยการเรียนรูท้ ี่ 4 เรื่อง การตอบสนองของพืช 7. ครหู มอบหมายใหน้ ักเรียนทำแบบฝึกหัดประจำหน่วยการเรียนรู้ที่ 3 โดยใหน้ ักเรยี นตอบคำถามลง ในสมุดบันทกึ ของตนเอง 8. ครเู ฉลยแบบฝึกหัดประจำหน่วยการเรยี นรทู้ ี่ 4 ดังนี้ (แนวตอบ: 1. ต้องเป็นสารอินทรีย์ที่ประกอบไปด้วยธาตุ C (คาร์บอน) H (ไฮโดรเจน) หรือ O (ออกซิเจน) โดย อาจเป็นสารที่พืชสร้างขึ้น หรือเป็นสารสังเคราะห์ที่มนุษย์สร้างขึ้น และต้องเป็นสารที่ไม่เป็นธาตุ อาหารของพืช แต่เป็นสารที่มีผลต่อการเปลีย่ นแปลงทางสรีรวิทยาของพชื เช่น การสังเคราะห์ดว้ ย แสง การหายใจ การเจรญิ เติบโตของพืช 2. เพราะบริเวณตายอดมีการสร้างฮอร์โมนออกซิน (Auxin) ในปริมาณมาก ซึ่งฮอร์โมนชนิดนี้ทำ หนา้ ท่ียับย้งั การแตกกิ่งก้านและการเจริญของตาขา้ ง 3. พืชชนิดนี้จะเจริญเติบโตสูงขึ้น แต่จะไม่มีการเจริญเติบโตของราก เนื่องจากออกซิน (Auxin) ที่มี ปรมิ าณมากเกินไปจะกระตุ้นใหเ้ นอ้ื เย่ือยืดตัว ขยายขนาด แต่ยับย้ังการเจรญิ เติบโตของราก 4. โดยทั่วไปพืชแต่ละส่วนต้องการปริมาณออกซิน (Auxin) ที่แตกต่างกัน โดยลำต้น (Stem) ตา (Buds ) และราก (Root) ต้องการความเข้มข้นออกซิน (Auxin) ที่เหมาะสม คือ 10-4-10-5, 10-8- 10-9และ 10-10-10-11ตามลำดับ 5. ฮอร์โมนออกซิน (Auxin) และไซโทไคนิน (Cytokinin) ในสัดส่วนท่ีเหมาะสม เน่อื งจากไซโทไค นินจะกระตุ้นการเกิดยอดและออกซนิ กระตุ้นการเกดิ รากพชื 6. เอทิลีน (Ethylene) ช่วยเร่งการสุกของผลไม้ กระตุ้นการหลุดร่วงของใบ และการผลัดใบตาม ฤดูกาล โดยเอทิลีนสามารถนำมาประยุกต์ใช้ประโยชน์ทางการเกษตร เช่น ใช้ในการบ่มผลไม้ กระตนุ้ การออกดอกของสับปะรด กระต้นุ การเกิดดอกเพศเมยี มากข้ึนในพชื ตระกลู แตง เร่งการไหล ของนำ้ ยาง และเพม่ิ ปรมิ าณน้ำยางของมะละกอ เพ่อื ผลติ ปาเปน (Papain) 7. อัตราการแบ่งเซลล์มากที่สุด คือ ตำแหน่ง d รองลงมา a b และ c ตามลำดับ ส่วนบริเวณที่มี ปริมาณออกซนิ (Auxin) มากทีส่ ดุ คือ ตำแหน่ง d รองลงมา คือ c b และ a ตามลำดับ 8. 1) การเคลอื บเมล็ดดว้ ยฮอร์โมน 2) เมล็ดที่เคลือบด้วยจิบเบอเรลลิน (Gibberellin) จะงอกเร็วกว่าเมล็ดท่ีเป็นชุดควบคุม ส่วนเมลด็ ที่เคลือบด้วยกรดแอบไซซิก (Abscisic acid) เมล็ดจะไม่งอก ดังนั้น ฮอร์โมนจิบเบอเรลลินมีผล กระตนุ้ การงอกเมล็ดแต่กรดแอบไซซิกมผี ลยบั ยง้ั การงอกของเมลด็ 9. จบิ เบอเรลลิน (Gibberellin) เนื่องจากถ้าพืชขาดฮอร์โมนชนดิ น้ีจะทำใหพ้ ชื มลี ักษณะเตยี้ และแคะ แกรน็ โดย ครูสดุ าภรณ์ สบื บุญเป่ียม กลุม่ สาระการเรยี นรวู้ ทิ ยาศาสตร์และเทคโนโลยี

แผนการจัดการเรยี นรู้ รายวชิ าชวี วทิ ยา 1 มัธยมศกึ ษาปีที่ 5/1 130 10. อาศยั หลักการเดยี วกับฮอร์โมนเอทลิ นี (Ethylene) ซึ่งเปน็ ฮอรโ์ มนท่เี รง่ การสุกของผลไม้ 11. การเคลื่อนไหวแบบแนสติกมูฟเมนต์ (Nastic movement) เกี่ยวข้องกับการเจริญเติบโตของพืช โดยมีแสงและอุณหภูมิเป็นปัจจัยกระตุ้น เช่น แสงมีส่วนทำให้กลุ่มเซลล์ด้านในและด้านนอกเจริญ แตกต่างกัน ทำให้ดอกไม้บานและบาน การเปลี่ยนแปลงของแรงดันเต่งที่กลุ่มเซลล์พัลไวนัส (Pulvinus)ทำให้เกิดการหบุ และกางของต้นไมยราบ 12. ตน้ กาบหอยแครง เนอ่ื งจากภายในใบพืชจะมีกลุม่ เซลล์ท่ีไวต่อสเิ่ ราท่ีอยทู่ างดา้ นในของใบ เม่ือแมลง บนิ มาสัมผัสจะสูญเสียน้ำ ใบจงึ หุบทนั ที แลว้ จงึ ปลอ่ ยเอนไซม์ออกมาย่อยโปรตีนและดูดซึมเข้าสู่ใบ ส่วนใบกระถินจะหุบใบในเวลากลางคืนเนื่องจากมีการเปลี่ยนแปลงแรงดันของกลุ่มเซลล์ พัลไวนัส (Pulvinus)เชน่ เดยี วกับไมยราบ 13. การเคลือ่ นไหวแบบสา่ ย (Nutation movement) 14. การเคลอื่ นไหวแบบแนสติก (Nastic movement) 15. 15.1) Positive phototropism 15.2) Positive chemotropism 15.3) Negative phototropism 15.4) Negative geotropism 15.5) Positive hydrotropism ขน้ั สรปุ และประเมนิ ผล 1. ครูตรวจแบบทดสอบหลงั เรียน หนว่ ยที่ 4 การตอบสนองของพืช 2. ครปู ระเมินการปฏิบัติการจากการทำกจิ กรรม โดยใชแ้ บบประเมินการปฏิบตั กิ าร 3. ครปู ระเมนิ ชน้ิ งาน เร่อื ง การตอบสนองของพืช มาประยุกต์ใชใ้ นชวี ติ ประจำวัน โดยใชแ้ บบ ประเมินชน้ิ งาน 9. สื่อการเรียนการสอน / แหล่งเรยี นรู้ จำนวน สภาพการใช้ส่ือ รายการสอ่ื 1 ชดุ ข้นั ขยายความเข้าใจ 1 ชดุ ขัน้ อธิบายและลงข้อสรุป 1. แบบทดสอบหลงั เรยี น หน่วยที่ 4 การตอบสนองของพืช 1 ชดุ ขัน้ อธบิ ายและลงข้อสรุป 2. ปฏบิ ตั ิการ การทดลอง 3. ชนิ้ งาน เรือ่ ง การตอบสนองของพืช โดย ครสู ุดาภรณ์ สืบบญุ เปี่ยม กลุม่ สาระการเรยี นรวู้ ทิ ยาศาสตร์และเทคโนโลยี

แผนการจัดการเรยี นรู้ รายวชิ าชีววทิ ยา 1 มัธยมศึกษาปีที่ 5/1 131 10. การวัดผลและประเมนิ ผล เปา้ หมาย หลักฐานการเรียนรู้ วธิ วี ดั เครื่องมือวดั ฯ ประเดน็ / การเรียนรู้ ช้ินงาน/ภาระงาน เกณฑก์ ารให้คะแนน 1) สืบคน้ ข้อมูล 1. แบบทดสอบหลัง ตรวจแบบทดสอบ ทดลอง และ เรียน หน่วยที่ 4 การ หลังเรียน หน่วยท่ี แบบประเมนิ ใบงาน ระดบั คุณภาพ 2 อภิปรายเก่ียวกับสิง่ ตอบสนองของพืช 4 การตอบสนอง เร้าภายนอกที่มีผล ของพชื ผา่ นเกณฑ์ ต่อการเจริญเติบโต 2. ปฏิบัตกิ าร การ ตรวจปฏิบัติการ ของพชื ได้ ทดลอง การทดลอง แบบประเมินการ ระดบั คุณภาพ 2 2) เปรยี บเทยี บผล ปฏิบตั กิ ารทดลอง ผา่ นเกณฑ์ การทดลอง 3. ชน้ิ งาน เรอ่ื ง การ กระบวนการ ตอบสนองของพชื ตรวจช้นิ งาน เรอ่ื ง แบบประเมิน ระดบั คุณภาพ 2 สังเคราะหด์ ว้ ยแสง ของนักวทิ ยาศาสตร์ 4. การนำเสนอผลงาน การตอบสนองของ ชนิ้ งาน ผา่ นเกณฑ์ ในอดีตได้ 5. พฤติกรรมการ พชื ทำงานรายบุคคล ประเมินการ ผลงานท่ีนำเสนอ ระดับคุณภาพ 2 6. พฤตกิ รรมการ ทำงานรายกลุม่ นำเสนอผลงาน ผา่ นเกณฑ์ 7. คุณลกั ษณะ สังเกตพฤติกรรม แบบสังเกต ระดบั คุณภาพ 2 อนั พึงประสงค์ การทำงาน พฤติกรรม ผา่ นเกณฑ์ รายบคุ คล การทำงาน รายบคุ คล สังเกตพฤตกิ รรม แบบสงั เกต ระดบั คุณภาพ 2 การทำงานรายกลุม่ พฤติกรรม ผา่ นเกณฑ์ การทำงานรายกลุ่ม สงั เกตความมวี ินยั แบบประเมนิ ระดบั คุณภาพ 2 ใฝ่เรียนรแู้ ละม่งุ มนั่ คุณลักษณะ ผา่ นเกณฑ์ ในการทำงาน อันพงึ ประสงค์ โดย ครูสุดาภรณ์ สบื บญุ เป่ียม กล่มุ สาระการเรียนรวู้ ิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี

แผนการจัดการเรียนรู้ รายวิชาชวี วทิ ยา 1 มธั ยมศกึ ษาปีท่ี 5/1 132 แบบประเมนิ ช้นิ งาน คำช้แี จง : ใหผ้ สู้ อนประเมนิ ชิ้นงานตามรายการที่กำหนดแล้วขดี ✓ ลงในช่องท่ตี รงกับระดับคะแนน ลำดับท่ี รายการประเมิน 4 ระดับคะแนน 1 32 1 ความถูกต้องของชน้ิ งาน 2 การจดั รูปแบบช้ินงาน 3 ความตรงตอ่ เวลา รวม ลงชอื่ ................................................... ผู้ประเมิน ................./................/................ เกณฑ์การประเมนิ ชน้ิ งาน รายการประเมิน ระดบั คะแนน 3. ความถูกตอ้ งของ 4 3 21 ชิน้ งาน ชิ้นงานมีความถูกต้อง ชิ้นงานมีความถูกต้อง ชิ้นงานมีความถูกต้อง ชิน้ งานไม่ถูกตอ้ ง และ ครบทุกหัวข้อ ครบทุกหัวข้อเป็นส่วน ครบทุกหัวข้อเพียง ไม่ครบตามหัวข้อที่ ใหญ่ บางส่วน กำหนด 4. การจดั รปู แบบ ชิ้นงานมีระเบียบ มี ชิ้นงานมีระเบียบ และมี ชิ้นงานมีระเบียบ และมี ชิ้นงานไม่มีระเบียบ ชนิ้ งาน ความคิดสร้างสรรค์ และ ความน่าสนใจเป็นส่วน ความน่าสนใจเพียง ไม่มคี วามน่าสนใจ มีความนา่ สนใจ ใหญ่ บางสว่ น 4. ความตรงตอ่ เวลา สง่ ชิ้นงานภายในเวลาท่ี ส่งชิ้นงานชา้ กวา่ เวลาท่ี สง่ ชิ้นงานชา้ กว่าเวลาที่ ส่งชิ้นงานงช้ากวา่ กำหนด กำหนด 1 วัน กำหนด 2 วัน เวลาที่กำหนด 3 วัน ขึ้นไป เกณฑ์การตดั สินคณุ ภาพ ชว่ งคะแนน ระดบั คณุ ภาพ 10-12 ดมี าก 7-9 ดี 4-6 พอใช้ 0-3 ปรบั ปรงุ โดย ครสู ดุ าภรณ์ สืบบญุ เป่ยี ม กลมุ่ สาระการเรยี นรวู้ ิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี

แผนการจัดการเรียนรู้ รายวชิ าชีววทิ ยา 1 มธั ยมศึกษาปที ี่ 5/1 133 แบบประเมนิ การปฏิบตั กิ าร คำช้ีแจง : ใหผ้ ูส้ อนประเมนิ การปฏิบัตกิ ารของนกั เรยี นตามรายการทกี่ ำหนดแลว้ ขดี ✓ลงในช่องท่ตี รงกบั ระดบั คะแนน ลำดับท่ี รายการประเมนิ ระดบั คะแนน 4321 1 การปฏิบตั ิการทดลอง 2 ความคล่องแคลว่ ขณะปฏิบัติการ รวม 3 การนำเสนอ ลงชอื่ ................................................... ผู้ประเมิน ................./................../.................. เกณฑก์ ารประเมินการปฏิบตั ิการ ประเด็นท่ปี ระเมิน 4 ระดบั คะแนน 2 1 3 1. การปฏิบัติการ ทำตามทดลองตามขั้นตอน ทำตามทดลองตามขั้นตอน ต้องให้ความช่วยเหลือบ้าง ต้องให้ความช่วยเหลืออย่าง ทดลอง และใช้อุปกรณไ์ ด้อย่างถกู ต้อง และใช้อุปกรณ์ได้อย่าง ในการทำการทดลอง และ มากในการทำการทดลอง ถูกต้อง แต่อาจต้องได้รับ การใช้อปุ กรณ์ และการใช้อุปกรณ์ คำแนะนำบ้าง 2. ความคล่องแคล่ว มีความคล่องแคล่วในการทำ มีความคล่องแคล่วในการ ข า ด ค ว า ม ค ล ่ อ ง แ ค ล่ ว ทำการทดลองเสร็จไม่ ขณะปฏบิ ัติการ การทดลองโดยไม่ต้องไดร้ บั คำ ทำการทดลองแต่ต้องได้รับ ในขณะการทำการทดลอง ทันเวลา และทำอุปกรณ์ ชี้แนะ และทำการทดลองเสรจ็ คำแนะนำบ้าง และทำการ จึงทำการทดลองเสร็จไม่ เสียหาย ทนั เวลา ทดลองเสร็จทันเวลา ทนั เวลา 3. การบันทึก สรุป บันทกึ และสรปุ ผลการทดลอง บันทึกและสรุปผลการ ต้องให้คำแนะนำในการ ต้องให้ความช่วยเหลอื อย่าง และการนำเสนอ ได้ถกู ตอ้ ง รัดกมุ นำเสนอผล ทดลองได้ถูกต้อง แต่การ บันทึก สรุป และนำเสนอ มากในการบันทึกสรุป และ ผลการทดลอง การทดลองเปน็ ขั้นตอนชดั เจน นำเสนอผลการทดลองยังไม่ ผลการทดลอง นำเสนอผลการทดลอง เป็นข้ันตอน เกณฑก์ ารตัดสินคณุ ภาพ ชว่ งคะแนน ระดับคณุ ภาพ 11-12 ดีมาก 9-10 ดี 6-8 พอใช้ ต่ำกว่า 6 ปรบั ปรุง โดย ครูสุดาภรณ์ สบื บุญเปีย่ ม กลมุ่ สาระการเรยี นรวู้ ทิ ยาศาสตร์และเทคโนโลยี

แผนการจัดการเรียนรู้ รายวชิ าชวี วทิ ยา 1 มัธยมศกึ ษาปที ่ี 5/1 134 แบบประเมนิ การนำเสนอผลงาน คำชแี้ จง : ให้ผ้สู อนสังเกตพฤตกิ รรมของนักเรียนในระหว่างเรยี นและนอกเวลาเรียน แล้วขดี ✓ลงในช่องที่ ตรงกบั ระดับคะแนน ลำดับท่ี รายการประเมนิ ระดบั คะแนน 32 1 เน้อื หาละเอียดชดั เจน 1 2 ความถูกตอ้ งของเนอื้ หา  3 ภาษาท่ใี ช้เขา้ ใจงา่ ย   4 ประโยชนท์ ่ีได้จากการนำเสนอ   5 วธิ กี ารนำเสนอผลงาน     รวม  ลงช่ือ...................................................ผปู้ ระเมิน (นางสาวสดุ าภรณ์ สืบบุญเปยี่ ม) ............./................../............... เกณฑก์ ารให้คะแนน ให้ 3 คะแนน ผลงานหรอื พฤตกิ รรมสอดคล้องกบั รายการประเมนิ สมบรู ณช์ ัดเจน ให้ 2 คะแนน ผลงานหรือพฤตกิ รรมสอดคล้องกับรายการประเมินเป็นส่วนใหญ่ ให้ 1 คะแนน ผลงานหรอื พฤติกรรมสอดคล้องกบั รายการประเมนิ บางส่วน เกณฑก์ ารตัดสินคณุ ภาพ ชว่ งคะแนน ระดับคุณภาพ 14 - 15 ดีมาก 11 - 13 ดี 8 - 10 พอใช้ ต่ำกวา่ 8 ปรับปรงุ โดย ครูสุดาภรณ์ สืบบุญเปยี่ ม กลุม่ สาระการเรียนรวู้ ทิ ยาศาสตร์และเทคโนโลยี

แผนการจัดการเรยี นรู้ รายวิชาชวี วทิ ยา 1 มัธยมศึกษาปีที่ 5/1 135 แบบสงั เกตพฤตกิ รรมการทำงานรายบคุ คล คำช้แี จง : ใหผ้ ้สู อนสงั เกตพฤติกรรมของนักเรียนในระหวา่ งเรยี นและนอกเวลาเรยี น แล้วขีด ✓ลงในช่องท่ี ตรงกับระดบั คะแนน ลำดบั ท่ี รายการประเมิน ระดับคะแนน 3 21 1 การแสดงความคิดเหน็   2 การยอมรบั ฟงั ความคิดเห็นของผู้อื่น   3 การทำงานตามหนา้ ท่ีทไี่ ดร้ ับมอบหมาย   4 ความมนี ้ำใจ   5 การตรงต่อเวลา   รวม ลงชื่อ...................................................ผู้ประเมนิ (นางสาวสดุ าภรณ์ สืบบุญเปย่ี ม) ............./................../.............. เกณฑก์ ารใหค้ ะแนน ให้ 3 คะแนน ปฏิบัตหิ รอื แสดงพฤตกิ รรมอย่างสม่ำเสมอ ให้ 2 คะแนน ปฏบิ ัตหิ รือแสดงพฤติกรรมบ่อยครั้ง ให้ 1 คะแนน ปฏบิ ัติหรือแสดงพฤติกรรมบางครัง้ เกณฑ์การตัดสนิ คณุ ภาพ ช่วงคะแนน ระดับคณุ ภาพ 14 - 15 ดีมาก 11 - 13 ดี 8 - 10 พอใช้ ต่ำกว่า 8 ปรบั ปรุง โดย ครูสุดาภรณ์ สบื บญุ เปย่ี ม กล่มุ สาระการเรียนรวู้ ิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี

แผนการจัดการเรยี นรู้ รายวิชาชีววทิ ยา 1 มธั ยมศึกษาปที ี่ 5/1 136 แบบสงั เกตพฤตกิ รรมการทำงานกลุ่ม คำช้แี จง : ให้ผสู้ อนสงั เกตพฤติกรรมของนักเรยี นในระหว่างเรียนและนอกเวลาเรยี น แล้วขดี ✓ลงในช่องท่ี ตรงกบั ระดบั คะแนน การมี การแสดง การยอมรับ การทำงาน ความมี สว่ นร่วมใน รวม ช่ือ – สกุล ความ ฟงั คนอ่ืน ตามทไ่ี ดร้ ับ น้ำใจ การ 15 ที่ ของนักเรียน คดิ เหน็ มอบหมาย ปรับปรุง คะแนน ผลงานกลมุ่ 321321321321321 ลงชื่อ...................................................ผูป้ ระเมิน (นางสาวสดุ าภรณ์ สืบบญุ เปยี่ ม) ตำแหน่ง ครผู ู้ช่วย ............../.................../............... โดย ครูสุดาภรณ์ สบื บญุ เป่ยี ม กลุม่ สาระการเรียนรวู้ ิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี

แผนการจัดการเรยี นรู้ รายวชิ าชีววทิ ยา 1 มัธยมศึกษาปีที่ 5/1 137 เกณฑ์การใหค้ ะแนน ให้ 3 คะแนน ปฏบิ ัติหรอื แสดงพฤติกรรมอย่างสมำ่ เสมอ ให้ 2 คะแนน ปฏบิ ตั ิหรือแสดงพฤติกรรมบ่อยคร้งั ให้ 1 คะแนน ปฏิบตั หิ รือแสดงพฤตกิ รรมบางครัง้ เกณฑ์การตดั สนิ คุณภาพ ชว่ งคะแนน ระดบั คุณภาพ 14 - 15 ดีมาก 11 - 13 ดี 8 - 10 พอใช้ ตำ่ กวา่ 8 ปรบั ปรงุ โดย ครสู ดุ าภรณ์ สืบบุญเป่ียม กล่มุ สาระการเรียนรวู้ ทิ ยาศาสตร์และเทคโนโลยี

แผนการจัดการเรยี นรู้ รายวิชาชวี วทิ ยา 1 มธั ยมศึกษาปีท่ี 5/1 138 แบบประเมินคณุ ลกั ษณะอนั พึงประสงค์ คำช้ีแจง : ให้ผูส้ อนสังเกตพฤติกรรมของนกั เรยี นในระหวา่ งเรยี นและนอกเวลาเรยี น แล้วขีด ✓ลงในช่องท่ี ตรงกับระดบั คะแนน คณุ ลักษณะ รายการประเมนิ ระดับคะแนน อนั พงึ ประสงค์ดา้ น 321 1. มีวนิ ยั รับผดิ ชอบ 1.1 ปฏบิ ัติตามขอ้ ตกลง กฎเกณฑ์ ระเบียบ ข้อบงั คบั ของครอบครัว มีความตรงต่อเวลาในการปฏิบัตกิ ิจกรรมต่าง ๆ ในชีวติ ประจำวัน 2. ใฝเ่ รียนรู้ 2.1 รู้จักใช้เวลาว่างให้เป็นประโยชน์ และนำไปปฏิบัติได้ 2.2 รู้จักจัดสรรเวลาให้เหมาะสม 2.3 เชอ่ื ฟังคำสั่งสอนของบิดา - มารดา โดยไมโ่ ต้แย้ง 2.4 ต้ังใจเรียน 3. มงุ่ มน่ั ในการทำงาน 3.1 มคี วามตง้ั ใจและพยายามในการทำงานทีไ่ ด้รบั มอบหมาย 3.2 มีความอดทนและไม่ท้อแทต้ อ่ อุปสรรคเพื่อให้งานสำเรจ็ ลงชอื่ ...................................................ผปู้ ระเมนิ (นางสาวสุดาภรณ์ สบื บุญเปย่ี ม) ............../.................../................ เกณฑ์การให้คะแนน พฤติกรรมทปี่ ฏิบตั ิชดั เจนและสมำ่ เสมอ ให้ 3 คะแนน พฤติกรรมทปี่ ฏบิ ัติชัดเจนและบ่อยครง้ั ให้ 2 คะแนน พฤติกรรมทป่ี ฏิบัติบางครั้ง ให้ 1 คะแนน เกณฑ์การตดั สนิ คุณภาพ ชว่ งคะแนน ระดบั คณุ ภาพ 51 - 60 ดีมาก 41 - 50 ดี 30 - 40 พอใช้ ต่ำกว่า 30 ปรับปรงุ โดย ครูสดุ าภรณ์ สืบบุญเปี่ยม กลุม่ สาระการเรยี นรวู้ ิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี

แผนการจัดการเรียนรู้ รายวชิ าชีววทิ ยา 1 มัธยมศกึ ษาปที ่ี 5/1 139 แบบบนั ทึกหลงั การจดั การเรียนรู้ ช่อื หนว่ ยการเรียนรทู้ ่.ี ......... เร่ือง................................................................ แผนการจดั การเรยี นรูท้ .่ี .......... เร่ือง................................................... รายวชิ า ชวี วิทยา3 ชั้น มัธยมศึกษาปที ี่ 5/1 รหัสวิชา ว32243 ครูผู้สอน นางสาวสดุ าภรณ์ สบื บญุ เปย่ี ม ตำแหน่ง ครูผู้ช่วย เวลาท่ใี ช้................. ชัว่ โมง ผลการจดั กิจกรรมการเรียนรู้ ข้อคน้ พบระหวา่ ง ปญั หาทพ่ี บ แนวทางการจดั การเรยี นรู้ การจัดกจิ กรรมการเรียนรู้ เนอื้ หา กิจกรรมการเรยี นรู้ สื่อประกอบการเรยี นรู้ พฤตกิ รรม/การมีส่วนร่วมของผู้เรียน ลงช่ือ..................................................ผ้สู อน (นางสาวสุดาภรณ์ สบื บุญเป่ยี ม) ตำแหน่ง ครูผู้ชว่ ย ความเห็นของผบู้ ริหารสถานศกึ ษาหรอื ผทู้ ่ไี ด้รับมอบหมาย ........................................................................................................................................................................................... ........................................................................................................................................................................................... ลงช่ือ.................................................. (นายกติ ติธัช จันทรา) รองผู้อำนวยการฝ่ายวิชาการ โดย ครูสุดาภรณ์ สบื บญุ เปย่ี ม กลมุ่ สาระการเรียนรวู้ ทิ ยาศาสตร์และเทคโนโลยี

แผนการจัดการเรียนรู้ รายวชิ าชีววทิ ยา 1 มธั ยมศกึ ษาปีที่ 5/1 140 แบบทดสอบหลังเรยี น หน่วยการเรียนรู้ท่ี 3 การสบื พันธุข์ องพชื ดอกและการเจรญิ เติบโต คำช้ีแจง : ใหน้ กั เรียนเลือกคำตอบท่ีถูกต้องท่ีสุดเพียงข้อเดียว 1. ขอ้ ใดไมใ่ ช่ฮอรโ์ มนท่ีพชื สร้างข้ึน 5. พืชชนิดหนึ่งดอกและผลไม่เจริญ เนื่องจาก 1. สารอนิ ทรยี ์ทีม่ ีโมเลกลุ ขนาดเลก็ พบไซโทไคนินถูกสรา้ งท่ีบรเิ วณในข้อใด 2. สารเคมที ่ีเข้ารว่ มทำงานกับเซลล์ของพชื 1. ใบ 3. สารประกอบทท่ี ำให้เกดิ เมแทบอลซิ ึมข้นั ที่สอง 2. ผล 4. สารเคมีทคี่ วบคมุ กระบวนการทางสรรี วทิ ยาของพืชได้ 3. ราก 5. สารเคมีที่เป็นสิ่งเร้าภายในที่มีผลต่อการเจริญเติบโต 4. ตาข้าง ของพชื 5. ปลายยอด 2. ออกซนิ ทีพ่ ืชสร้างข้ึนตามธรรมชาตินั้นอยู่ในรปู ของอะไร 6. ลักษณะของเอทิลีนในข้อใดแตกต่างไปจาก 1. 2 , 4 – D ฮอร์โมนพชื ชนิดอน่ื 2. Indoleacetic acid 1. ไมเ่ คล่ือนที่ 3. Indolebutyric acid 2. มีสมบตั ิเป็นแกส๊ 4. Naphthalene acetic acid 3. ลำเลยี งผ่านทางไซเลม็ 5. Polyhydroxybutyric acid 4. ลำเลยี งผ่านทางโฟลเอม็ 3. โครงสร้างทางเคมีของออกซินคล้ายคลึงกับโครงสร้าง 5. ไมม่ ีข้อใดกล่าวถูกตอ้ ง ของสารใด 7. ขอ้ ใดเป็นการตอบสนองต่อแรงโนม้ ถ่วง 1. Alanine 4. Methionine 1. ฟักทองเลอ้ื ยไปพันรอบเสา 2. Tyrosine 5. Asparagine 2. ดอกบวั บานในเวลากลางวัน 3. Tryptophan 3. รากตน้ ชมพ่เู จริญตรงข้ามกับยอด 4. เมื่อตัดปลายยอดของต้นไมท้ ำให้เกิดการเปลีย่ นแปลงใน 4. ดอกทานตะวันหนั หนา้ เข้าหาแสงอาทติ ย์ ขอ้ ใด 5. หม้อข้าวหมอ้ แกงลงิ ปดิ ฝาเมอื่ มีแมลงเข้าไป 1. ตน้ ไม้สงู ข้นึ เจรญิ เติบโต 2. ตน้ ไมโ้ ตช้าลงพ่มุ มากขึน้ 3. ต้นไมโ้ ตเร็วขน้ึ 4. ตน้ ไมห้ ยดุ การ 5. ตน้ ไมเ้ จรญิ เป็นทรงพุม่ มากขน้ึ โดย ครสู ุดาภรณ์ สืบบญุ เป่ียม กลมุ่ สาระการเรยี นรวู้ ทิ ยาศาสตร์และเทคโนโลยี

แผนการจัดการเรียนรู้ รายวิชาชีววทิ ยา 1 มธั ยมศกึ ษาปที ี่ 5/1 141 8. หากทดลองปลูกเมล็ดถั่วดำเพาะในกระถางในที่มืด จนกระทั่งรากยาวประมาณหนึ่ง แล้วนำไปปลูกใหม่ใน กระถางที่มีความชื้นเหมือนกัน แต่วางรากให้ขนานกับ พื้น ผลการทดลองจะเป็นอย่าง และเป็นการทดสอบการ ตอบสนองของพชื ในข้อใด 1. รากหยุดการเจรญิ , สารเคมี 2. รากหยุดการเจริญ, แรงโนม้ ถว่ ง 3. รากยาวเพม่ิ ขน้ึ ในแนวด่ิง, สารเคมี 4. รากยาวเพิม่ ข้นึ ในแนวดง่ิ , แสงสวา่ ง 5. รากยาวเพ่มิ ขึน้ ในแนวดิ่ง, แรงโน้มถ่วง 9. เมื่อเรณูงอกหลอดเรณูไปยังรังไข่ได้เพราะมีการ ตอบสนองของพืช ข้อใดกลา่ วถกู ตอ้ ง 1. เรณตู อบสนองตอ่ แสงสว่าง 2. เรณูตอบสนองต่อแรงโน้มถว่ ง 3. เรณูตอบสนองตอ่ ความช้ืนภายนอก 4. เรณูตอบสนองต่อสารเคมที ่ีอย่ภู ายในรงั ไข่ 5. เรณูตอบสนองตอ่ สารเคมที ่ีอย่บู นยอดเกสรเพศเมีย 10. กลุ่มเซลล์ในข้อใดที่มีผลต่อการหุบและกางของต้น ไมยราบ 1. เซลล์คุม 2. พัลไวนสั 3. พาเรงคิมา 4. แอนเทนนา 5. ถูกทั้งข้อ 1. และ 3. เฉลย 1. 3 2. 2 3. 3 4. 5 5. 3 6. 2 7. 3 8. 5 9. 5 10. 2 โดย ครสู ดุ าภรณ์ สบื บญุ เปีย่ ม กล่มุ สาระการเรยี นรวู้ ิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี


Like this book? You can publish your book online for free in a few minutes!
Create your own flipbook