Important Announcement
PubHTML5 Scheduled Server Maintenance on (GMT) Sunday, June 26th, 2:00 am - 8:00 am.
PubHTML5 site will be inoperative during the times indicated!

Home Explore English in daily life 2

English in daily life 2

Published by thana.thanawut, 2020-11-10 14:57:21

Description: English in daily life 2

Search

Read the Text Version

English in Daily Life 2 ภาษาอังกฤษในชวี ติ ประจาวนั 2 Finance School, Finance Department, RTA โรงเรียนทหารการเงนิ กรมการเงินทหารบก พูดภาษาองั กฤษ Food Fit งา่ ยนิดเดยี ว !! For Fine

English in Daily Life 2 ภาษาองั กฤษในชีวิตประจาวนั 2 Finance School, Finance Department, RTA โรงเรยี นทหารการเงิน กรมการเงนิ ทหารบก

Around the town ธุระ/กจิ กรรมในชีวติ ประจาวนั Lesson 1 Ordering a meal การสัง่ อาหาร P.1-4 Lesson 2 Lesson 3 At the doctor’s office การพบหมอ P.5-8 Lesson 4 Lesson 5 Asking Directions การถามเส้นทางเดินทาง P.9-12 Lesson 6 Lesson 7 Calling for help การขอความชว่ ยเหลือ P.13-16 Lesson 8 Lesson 9 At the supermarket การซอื้ ของทีซ่ ูเปอร์มารเ์ ก็ต P.17-20 Lesson 10 Running Errands การทาธรุ ะ P.21-24 ภาคผนวก ผนวก ก At the post office การส่งไปรษณีย์ P.25-28 ผนวก ข ผนวก ค Catching up after class การพบปะหลังเลกิ งาน P.29-32 Shopping การช้อปป้งิ P.33-36 Transportation การเดินทาง P.37-40 ยศทหารบก บัญชรี ายช่อื นขต.กง.ทบ และหนว่ ยระดบั แผนก ในรูปแบบภาษาอังกฤษ บญั ชีชอื่ ตาแหนง่ ต่างๆ ของ กง.ทบ. ในรูปแบบภาษาองั กฤษ

1 Lesson 1 Ordering a meal : การสง่ั อาหาร English Conversation : การสนทนาภาษาองั กฤษ ในชีวิตประจาวันเราบางคร้ังก็อาจจะมีการทานข้าวนอกบ้าน หรือไปร่วมงานเลี้ยง สงั สรรค์ท่รี า้ นอาหาร ภัตตาคาร หรอื สงั่ อาหารออนไลน์ หากเราต้องสั่งอาหารก็สามารถใช้ ประโยคได้หลากหลายตามสถานการณ์ ท้ังนี้ขึ้นอยู่กับระดับของความเป็นทางการ เราลอง มาดตู ัวอยา่ งของการส่ังอาหารเมอ่ื ไปทานอาหารท่ีรา้ นอาหารได้ตามตัวอยา่ งด้านล่างครับ Waiter Hello, welcome to Lee’s restaurant. Something to drink? (บริกรชาย) เฮลโล่ เวล'คมั ทู ลี เรส'เทอเรนิ ทฺ ซัม'ธงิ ทู ดรงิ้ ค? สวัสดีครบั ยนิ ดีตอ้ นรับสู่ภตั ราคารลี รบั เคร่ืองดม่ื ก่อนไหมครบั ? Ning Yes. I’ll have iced tea, please. เยส, ไอโอล แฮฟว ไอซฺทฺ ที พลสี้ ได้ค่ะ ฉนั ขอเปน็ ชามะนาว Waiter OK. Are you ready to order, Or do you need a few minutes? (บริกรชาย) โอเค อา ยู เรด'ดี ทู ออร'์ เดอะ ออร์ ดู ยู นดี อะ ฟิว มินทิ ส? โอเคครบั คณุ พรอ้ มส่ังอาหารหรือยังครับ หรือตอ้ งการเวลาอีกสกั หนอ่ ย? Ning I think I’m ready. I’ll have the roast beef with a salad. ไอ ธิงคฺ ไอม เรด'ดี ไอโอล แฮฟว เดอะ โรสทฺ บฟี วิธ อะ แซล'เลิด ฉันคิดวา่ พรอ้ มแล้วคะ่ ฉันขอเปน็ เน้อื ย่างกบั สลัดคะ่ Waiter How do you want the beef- rare, medium, or well done? (บรกิ รชาย) เฮา ดู ยู วอนทฺ เดอะ บีฟ - แร, มเี ดยี ม, ออ เวล ดนั ? คุณตอ้ งการเน้อื ยา่ งแบบสกุ นอ้ ย, สกุ กลาง, หรือสุกมาก ครบั Ning Medium, please. มีเดียม พลสี ขอสุกกลางคะ่

2 Lesson 1 Ordering a meal : การสง่ั อาหาร Vocabulary : คาศัพทภ์ าษาอังกฤษ คาศัพท์ ความหมาย ตัวอยา่ งการใช้ welcome ยนิ ดตี อ้ นรบั Welcome - please come in. (คาอุทาน) ยินดีต้อนรับ เชิญเข้ามาคะ่ /ครับ restaurant ภตั ตาคาร, We had dinner at that restaurant last night. (คานาม) ร้านอาหาร เรารับประทานอาหารค่าทีร่ ้านอาหารนน้ั เม่อื คนื น้ี drink ด่มื They drink beer every night. (คากรยิ า) พวกเขาด่ืมเบยี รท์ ุกคนื dessert ของหวาน If you make the main course, I'll make a dessert. (คานาม) ถ้าคุณทาอาหารจานหลกั ฉนั จะทาของหวาน menu รายการ What's on the menu today? (คานาม) อาหาร วันน้มี ีรายการอาหารอะไรบ้าง? rice ขา้ ว Do you prefer brown rice or white rice? (คานาม) คุณชอบข้าวกลอ้ งหรือข้าวขาวมากกว่ากนั ? order สงั่ อาหาร What would you like to order? (คากริยา) คณุ ต้องการสัง่ อะไรดี? welcome restaurant dessert ยนิ ดตี ้อนรบั รา้ นอาหาร ของหวาน

3 Lesson 1 Ordering a meal : การสั่งอาหาร English Usage : การใชภ้ าษาอังกฤษ  ส่ังอาหาร/เครื่องด่มื ....ซอื้ สนิ ค้า.....พูดอยา่ งไร? เราใช้ I’ll have .......(สินค้า/อาหาร)....... หรือ We’ll have......(สินค้า/อาหาร).... เมื่อเราต้องการสั่ง (สินค้า/อาหาร) หรือ ซ้ือ (สินค้า/อาหาร) ใน ร้านอาหาร, ร้านกาแฟ, ภตั ตาคาร หรือ รา้ นคา้ ต่างๆ ตัวอยา่ งเช่น I’ll have vanilla ice cream, please. ฉันขอเป็นไอศกรีมวนิลาครับ/ค่ะ I’ll have the white shirt, please. ฉันเอาเสื้อเชริ้ ท์ สีขาวครับ/คะ่  ....หนอ่ ยนะคะ/ครับ.....กรณุ าด้วยค่ะ/ครบั เราพบเห็นการใช้คาว่า Please ในชีวิตประจาวันค่อนข้างบ่อย คาว่า Please ตามที่ยกตัวอย่างนี้เป็นคาอุทาน (Exclamation) หมายถึง โปรด, ได้โปรด, กรุณา โดยเราสามารถใช้ไดใ้ นบริบทหรือสถานการณ์ต่างๆ กัน ดังนี้ 1) สถานการณ์ทตี่ อ้ งการรอ้ งขอ เพอื่ ให้ประโยคมคี วามสุภาพมากขน้ึ เช่น Could I have two coffees and a tea, please? Please remember to close the windows before you leave. 2) สถานการณท์ ต่ี อ้ งการร้องขอ กง่ึ ออกคาส่งั เช่น Please, David, put the knife down. Oh, please. Do shut up! 3) สถานการณท์ ่ีตอบรับ/ตอบตกลง อยา่ งสภุ าพและเตม็ ใจ \"Would you like dessert?\" \"Oh, yes please.\" More Oh, yes dessert ? please.

4 Lesson 1 Ordering a meal : การสั่งอาหาร English Usage : การใช้ภาษาอังกฤษ  อนั น/้ี อันนั้น พดู อย่างไร? เคยใช่ไหมครับ? เวลาที่เราเห็นของบางอย่าง ไม่ว่าจะเป็นอาหาร เคร่ืองด่ืม เสื้อผา้ หรอื สิ่งใดๆ แล้วเราไมร่ ูจ้ ะเรียกวา่ อะไร เรามักจะใชค้ าว่า “อันนี้ = this one” “อนั น้นั = that one” แทนสิง่ นน้ั ๆ ตวั อย่างเชน่ เรากาลังเลือกรายการอาหารจากเมนูแล้วเห็นภาพอาหารจานหน่ึงน่า ทานมาก แตไ่ มร่ ูจ้ ักช่อื เมนอู าหารนนั้ เราจึงช้ีไปท่ีภาพอาหารจานน้ันแล้วบอก พนกั งานวา่ “เอาอันนีค้ ะ่ /ครบั ” เราสามารถพูดได้ว่า “I’ll have this one, please” “I’ll have this one, please” หรือ เรากาลังเลอื กซ้อื เส้ือทแี่ ขวนโชว์อยู่ในรา้ น เราเห็นเสื้อตัวหนึ่งถูกใจ จึงช้ีไปท่ีเส้ือตัวน้ันแล้วบอกพนักงานว่า “ขอลองตัวนั้นได้ไหมคะ/ครับ” เรา สามารถพูดได้วา่ “Can I try on that one, please”

5 Lesson 2 At the doctor’s office : การพบหมอ เรื่องสุขภาพเป็นเร่ืองท่ีต้องให้ความสาคัญนะครับ สิ่งสาคัญคือต้องออกกาลังกาย ทาน อาหารที่เป็นประโยชน์ และนอนหลับพักผ่อนให้มีประสิทธิภาพและเพียงพอ อย่างไรก็ดี หากเรามีความจาเปน็ ต้องไปพบหมอ ลองมาดูตวั อย่างของบทสนทนาในกรณนี ีด้ ูครับ Doctor What seems to be the problem? วอท ซมี ส ทู บี เดอะ พรอบ'เลมิ มอี าการอะไรครับ? Tick Well, I have a bad cough and a sore throat. I also have a headache. เวล, ไอ แฮฟว อะ แบด คอฟ แอนดฺ อะ ซอ โธรท. ไอ ออล' โซ แฮฟว อะ เฮดเอค ดิฉนั มอี าการไอมาก เจบ็ คอ แลว้ ก็ปวดหวั ด้วยคะ่ Doctor How long have you had these symptoms? เฮา ลอง แฮฟว ยู แฮด ธซี ซมิ พ'ฺ เทิมส คุณมีอาการเหลา่ นมี้ านานเท่าไหรแ่ ล้วครบั ? Tick About three days now. And I’m really tired, too. อะเบาท'ฺ ธรี เดย์ส นาว. แอนดฺ ไอม เรียล'ลิ ไท'เออด ทู เมอ่ื ประมาณสามวนั กอ่ นคะ่ แล้วฉนั ก็รู้สกึ เหนอ่ื ยมากอกี ด้วย Doctor Hmm. It sounds like you’ve got the flu. Take aspirin every four hours and get plenty of rest. Make sure you drink lots of water. อมื ม อทิ เซานด์ ฺส ไลคฺ ยูฟ กอท เดอะ ฟลู. เทค แอส'ไพรนิ เอฟว'รี โฟร์ เอา'เออะ แอนดฺ เกท เพลน'ที ออฟ เรสท เมค ชวั ร์ ยู ดริ้งคฺ ลอทส ออฟ วอเทอะ อืม ดเู หมอื นว่าคุณจะเปน็ ไข้หวดั นะครบั ใหค้ ณุ ทานยาแอสไพรนิ ทุกส่ีช่วั โมง และพักผ่อนเยอะๆ ดมื่ น้ามากๆ Tick OK, thank you. โอเค, แธงค'ฺ ยู โอเค ขอบคุณคะ่

6 Lesson 2 At the doctor’s office : การพบหมอ Vocabulary : คาศัพท์ภาษาอังกฤษ คาศัพท์ ความหมาย ตวั อย่างการใช้ problem ปญั หา I have problems with my health. (คานาม) ฉนั มปี ญั หาเกยี่ วกบั สุขภาพ symptom อาการ Muscle aches and fever are symptoms of the flu. (คานาม) การปวดกลา้ มเนอื้ และมีไข้เปน็ อาการของไข้หวดั ใหญ่ ache ความเจ็บ , She has muscle aches. (คานาม) ความปวด เธอมีอาการปวดกล้ามเนื้อ rest การพักผอ่ น The doctor told her to have a rest. (คานาม) หมอบอกใหเ้ ธอพกั ผอ่ น tired เหนอื่ ย/ล้า My legs are tired. (คาคุณศัพท)์ ขาของฉันลา้ doctor หมอ You should see a doctor. (คานาม) คุณควรไปพบหมอ patient ผูป้ ่วย, I'm a patient of Dr Amp. (คานาม) คนไข้ ฉนั เปน็ คนไข้ของหมอแอมป์ Patient and doctor rest ache คนไข้ และ หมอ การพกั ผ่อน ความเจ็บ, ความปวด

7 Lesson 2 At the doctor’s office : การพบหมอ English Usage : การใช้ภาษาอังกฤษ  ฉนั มอี าการแบบนี้...จะบอกหมอยังไงดนี ะ? การใช้ have กับอาการเจ็บ/ปว่ ย เราจะคุณชินกับการใช้ have (คากริยา) ในความหมายว่า “มี” เช่น “I have a cat. ในความหมายว่า ฉันมีแมวหน่ึงตัว” แต่ have น้ัน สามารถใช้ได้ หลายสถานการณ์ ในกรณีท่ียกตัวอย่างน้ีคือการใช้ have เพ่ือแสดงถึงการมีอาการ เจ็บ/ปว่ ย/ไมส่ บาย ท่ตี อ้ งการระบุเฉพาะเจาะจง ตวั อย่างการใช้ เชน่ ตวั อย่างประโยค ความหมาย I have a toothache. ฉนั ปวดฟัน I have a headache. ฉันปวดหวั I have a stomach ache. ฉนั ปวดท้อง I have diarrhea. ฉนั ท้องเสยี I have a sore throat. ฉันเจบ็ คอ I have a cough. ฉนั มอี าการไอ I have a cold. ฉนั เปน็ หวัด I have a hangover. ฉันมีอาการไมค่ อ่ ยสบาย (หลงั จากด่ืม) I have a headache. I have diarrhea. I have a stomach ache. I have a hangover.

8 Lesson 2 At the doctor’s office : การพบหมอ English Usage : การใช้ภาษาอังกฤษ  อืม.......เหมือนว่า/ดูเหมือนวา่ “seem” เป็นคากริยา มีความหมายว่า “เหมือนว่า....ดูเหมือนว่า” ซ่ึงเรา ใช้กันอยู่บ่อยๆ ในชีวิตประจาวัน เพ่ือแสดงความรู้สึก/ความคิดเห็น ถึงส่ิงที่เรา พบเห็นหรอื ส่ิงที่ปรากฏ ตัวอยา่ งเช่น สถานการณ์ที่ 1 วันน้ีเราเจอเพ่ือนร่วมงานซึ่งปกติเป็นคนร่าเริงแจ่มใส แต่วันนี้สังเกตดูแล้วมีท่าทีเงียบๆ ไม่พูดจาปราศรัยกับใคร เราจึงทักเพื่อน รว่ มงานคนน้นั ด้วยความเปน็ หว่ งไปวา่ “You seem very quiet today” “วนั นค้ี ุณดเู หมอื นจะเงียบๆ ไปนะ” “You seem very quiet today” “วันนค้ี ุณดูเหมอื นจะเงียบๆ ไปนะ” สถานการณ์ที่ 2 วันนี้เรากาลังน่ังดื่มกาแฟกับเพ่ือนร่วมงาน ขณะเดียวกันก็มีคู่ชาย-หญิง เดินเข้ามาในร้านด้วยท่าทีท่ีดูเหมือนว่าเป็นแฟน กัน เขาทั้งสองคนย้ิมแย้มแจ่มใสและดูมีท่าทีท่ีเป็นมิตร เราจึงกล่าวกับเพื่อน ร่วมงานไปวา่ “They seem like such a nice couple” “พวกเขาดูเหมือนเป็นคู่ท่ีอธั ยาศยั ดีนะ”

9 Lesson 3 Asking Directions : การถามเส้นทาง ต่อ นายทหารบรรจุใหม่พ่ึงย้ายมาอยู่ในเขตดุสิตได้ไม่กี่วัน เขาใช้เวลาในวันหยุดสารวจ สถานทรี่ าชการสาคัญ แตเ่ ขาไม่มีขอ้ มลู จงึ ต้องถามคนทอ่ี ยู่แถวๆ นนั้ ไปดตู ัวอยา่ งสถานการณ์ น้กี ันครับ Tor Excuse me. Could you tell me where the hospital is? เอคควิ ซ' มี . คดู ยู เทล มี แวร์ เดอะ ฮอส'พิเทิล อิส ขอโทษนะครับ คุณชว่ ยบอกทางไปโรงพยาบาลหนอ่ ยได้ไหมครับ? Jay Yes, it’s that way. You go three blocks to Dusit street, then turn right. It’s on the corner. เยส อิทส แธท็ เว. ยู โก ธรี บลอค ทู ดสุ ิต สตรีท เธน เทริ น์ ไรทฺ. อิทส ออน เดอะ คอร'์ เนอะ. ไดส้ ิ มันอยู่ทางน้นั คณุ เดินไปอีกสามบลอ็ กส่ถู นนดสุ ิต หลังจากนน้ั ให้เลี้ยวขวา มนั อยูต่ รงหวั มมุ น่ัน Tor Thanks! I’ve only been in this town a few days. แธงคฺ อายฟฺ โอน'ลี บีน อนิ ธสี ทาวน อะ ฟวิ เดย์ส ขอบคณุ ครับ ผมพ่ึงมาอยู่ทเี่ มอื งนไี้ ดไ้ มก่ ่ีวนั Jay I know how you feel. Please feel free to ask. ไอ โนว ฮาว ยู ฟลี พลสี ฟีล ฟรี ทู อาสคฺ ผมรวู้ า่ คณุ รูส้ กึ เช่นไร ถามได้ตามสบายครับ Tor Oh! I would also like to ask where the police station is. โอ้ ไอ วูด ออล' โซ ไลคฺ ทู อาสคฺ แวร์ เดอะ พะลีส' สเท'เชิน อิซ โอ!้ ผมอยากถามอีกสักหน่อยว่าสถานีตารวจอยทู่ ่ไี หนครบั Jay It’s on opposite side of the hospital. อิทซ ออน ออพ'พะซทิ ไซดฺ ออฟ เดอะ ฮอส'พิเทลิ อย่ตู รงขา้ มกับโรงพยาบาลครบั Tor Thank you very much. แธงค'ฺ ยู เว'รี มัชฺ ขอบคณุ มากครับ

10 Lesson 3 Asking Directions : การถามเส้นทาง Vocabulary : คาศัพท์ภาษาอังกฤษ คาศพั ท์ ความหมาย ตวั อย่างการใช้ way ทาง, เส้นทาง, Do you know the way to the restaurant? (คานาม) ทิศทาง คณุ รจู้ กั ทางไปร้านอาหารไหม? direction ทิศทาง They drive away in opposite directions. (คานาม) พวกเขาขับรถออกไปในทิศทางตรงกันขา้ ม right ด้านขวา Turn right at the first traffic lights. เลย้ี วขวาตรงสญั ญาณไฟจราจรแรก (คากรยิ าวเิ ศษณ์) left ดา้ นซา้ ย Turn left at the first traffic lights. เลย้ี วซา้ ยตรงสญั ญาณไฟจราจรแรก (คากริยาวิเศษณ์) straight ตรงไป Go straight and turn right at the intersection. ตรงไป และเลี้ยวขวาตรงแยกจราจร (คากริยาวิเศษณ์) cross ข้าม Cross the bridge and turn right. (คากรยิ า) ข้ามสะพานและเลยี้ วขวา opposite ตรงกนั ข้าม We walk in the opposite direction. (คาคุณศัพท์) เราเดนิ ไปในทศิ ทางตรงกนั ขา้ ม way left right straight ทาง, เส้นทาง ซ้าย ขวา ตรงไป

11 Lesson 3 Asking Directions : การถามเส้นทาง English Usage : การใชภ้ าษาอังกฤษ  ขอโทษนะคะ/ครับ (ท่ีรบกวน/ขดั จงั หวะ) เราใช้ “Excuse me” ในความหมายว่า “ขอโทษนะคะ/ครับ” (ท่ี รบกวน/ขัดจังหวะคุณ) ในสถานการณ์ต่างๆ หรือกรณีท่ีต้องการขอโทษใน กรณีที่ทาบางอย่างที่รบกวนผู้อ่ืนโดยไม่ได้ตั้งใจ ตัวอย่างเช่น ขณะที่ชายคน หนง่ึ กาลงั คุยอยู่กบั ผู้หญิงคนหน่งึ เราต้องการเดนิ เข้าไปถามพวกเขาว่าห้องน้า อยู่ท่ีไหน สามารถพดู ไดว้ า่ “Excuse me, where is the restroom? ” “ขอโทษนะคะ/ครับ (ท่ขี ัดจงั หวะ) หอ้ งน้าอยู่ตรงไหนคะ/ครับ?” นอกจากน้ี เรายังใช้คาว่า “Excuse me?” ในลักษณะเชิง “คาถาม” เม่ือต้องการให้ใครคนหนึ่งพูดซ้าในส่ิงท่ีพ่ึงพูดไป แล้วเราไม่ได้ยินหรือจับ ใจความไม่ทัน ตัวอย่างเช่น ขณะที่ ไมค์ สนทนาอยู่กับ ตารวจ เมื่อ ตารวจ พูดจบแลว้ แต่ ไมค์ ฟังไมท่ ันหรอื จบั ใจความไมไ่ ด้ ไมค์ สามารถพูดว่า “Excuse me?” ซง่ึ ในความหมายนคี้ อื “ขอโทษนะคะ/ครบั (พดู อีกครงั้ ได้ไหมคะ/ครับ?)” “Excuse me?”

12 Lesson 3 Asking Directions : การถามเส้นทาง English Usage : การใช้ภาษาอังกฤษ  ห้องน้าอยไู่ หนคะ/ครับ? บ่อยครั้งท่ีเราเดินทางไปในสถานท่ีต่างๆ แล้วจาเป็นต้องสอบถามเกี่ยวกับ สถานท่ีที่เราต้องการจะไป เช่น ห้องน้า, ห้องเรียน, สถานีตารวจ, โรงพยาบาล ฯลฯ ซ่ึงเป็นประโยคท่ีมีความจาเป็นในชีวิตประจาวัน เราสามารถใช้ประโยค คาถามเพื่อสอบถามเกี่ยวกับการเดนิ ทางไปสถานท่ีนัน้ ๆ ดว้ ยคาถามงา่ ยๆ คือ Where is….(สถานท่ที ีต่ ้องการถาม)...? ในความหมายวา่ ....(สถานท่ีท่ีต้องการถาม)..อยูท่ ไ่ี หนคะ/ครบั ? ตวั อยา่ งการใช้ เช่น ตัวอยา่ งประโยค ความหมาย Where is the restroom? ห้องนา้ อยู่ทไ่ี หนคะ/ครับ? Where is the classroom? ห้องเรยี นอยทู่ ไ่ี หนคะ/ครับ? Where is the library? ห้องสมุดอย่ทู ่ีไหนคะ/ครับ? Where is the Finance School? โรงเรยี นทหารการเงนิ อย่ทู ่ีไหนคะ/ครบั ? Where is the Finance Department? กรมการเงนิ ทหารบกอยทู่ ไ่ี หนคะ/ครบั ? Where is the police station? สถานตี ารวจอยทู่ ีไ่ หนคะ/ครับ? Where is the post office? ท่ที าการไปรษณยี ์อยทู่ ่ไี หนคะ/ครับ? Where is the hospital? โรงพยาบาลอยทู่ ีไ่ หนคะ/ครับ? Excuse me, Where is the Police station?

13 Lesson 4 Calling for help : การขอความช่วยเหลือ ในสถานการณ์ที่ จมิ ตอ้ งการความช่วยเหลือจาก สุ และ เจ เพอื่ ให้ช่วยคิดวิธกี าร พูดขอความชว่ ยเหลอื วา่ สามารถพดู ได้อยา่ งไรบา้ ง Jim Sue, could you help me for a second? สุ คูด ยู เฮลพฺ มี ฟอร์ อะ เซค'เคินดฺ คณุ สุ....คุณชว่ ยผมสกั หนอ่ ยได้ไหม? Sue Okay, no problem. I can help. โอเค โน พรอบ'เลิม. ไอ แคน เฮลพฺ โอเค ไมม่ ีปญั หา ฉนั ชว่ ยได้ Jim I’m trying to think of more ways you can ask for help. Do you think you can ask around? ไอม ไทร'องิ ทู ธิงคฺ ออฟ มอร์ เวยซ์ ยู แคน อาสคฺ ฟอร์ เฮลพฺ ดู ยู ธงิ คฺ ยู แคน อาสคฺ อะเรานด์ ฺ' ฉันกาลงั หาวิธใี นการพูดขอความชว่ ยเหลอื คณุ พอจะคิดออกบ้างไหม? Sue One way is to ask, “Do you have a minute?” วนั เวย์ อิซ ทู อาสคฺ ดู ยู แฮฟว อะ มินทิ วธิ ีหนึ่งคือถามวา่ “คณุ พอจะมเี วลาไหม?” Jay Um…That’s a good one. I use, “I need your help, please.” อืมม แธทซ อะ กดู วนั . ไอ ยูซ “ไอ นดี ยวั ร์ เฮลพ,ฺ พลซี ” อมื .นน่ั เป็นความคดิ ทด่ี ีนะ สว่ นฉันจะพดู ว่า “ฉนั ขอความช่วยเหลอื หน่อยครับ” Sue Oh! That’s also a great idea. I think you now know plenty of ways to ask for help! โอ้ แธทซ ออล' โซ อะ เกรท ไอเดีย. ไอ ธิงคฺ ยู นาว โนว เพลน’ทิ ออฟ เวย์ซ ทู อาสคฺ ฟอร์ เฮลพฺ โอ.้ .นนั่ ก็เป็นวิธีพูดทด่ี ี ตอนน้ี ฉันคิดว่าคุณรู้จักวิธีพดู ขอความช่วยเหลอื หลายวธิ แี ล้วละ่ !

14 Lesson 4 Calling for help : การขอความช่วยเหลอื Vocabulary : คาศัพทภ์ าษาอังกฤษ คาศพั ท์ ความหมาย ตัวอย่างการใช้ help ชว่ ย, How can I help you? (คากริยา) ช่วยเหลือ มอี ะไรให้ช่วยไหมคะ/ครบั ? think คิด I think that Cherry will get the job. (คากริยา) ฉันคดิ วา่ เชอร่ีจะไดง้ าน) can สามารถ I think that she can help you. (คากริยาชว่ ย) ฉันคดิ วา่ เธอสามารถชว่ ยคุณได้ sure แนน่ อน, Are you sure? (คาคณุ ศพั ท์) แน่ใจ คณุ แน่ใจนะ? emergency ฉุกเฉิน, Emergency vehicle , Emergency room (คาคุณศพั ท)์ อยา่ งฉุกเฉนิ รถฉุกเฉนิ , หอ้ งฉกุ เฉนิ ambulance รถพยาบาล I called an ambulance. (คานาม) ฉนั เรียกรถพยาบาลแล้ว accident อุบตั ิเหตุ Jame had an accident last night. (คานาม) เจมประสบอุบัติเหตเุ มือ่ คืนน้ี Ambulance Emergency exit Accident รถพยาบาล ทางออกฉกุ เฉนิ อบุ ตั ิเหตุ

15 Lesson 4 Calling for help : การขอความชว่ ยเหลอื English Usage : การใช้ภาษาอังกฤษ ช่วยด้วย! ชว่ ยด้วย! ….. การขอความชว่ ยเหลือเมอื่ อยใู่ นสถานการณ์ฉุกเฉนิ หากเป็นการขอความช่วยเหลือโดยไหว้วานให้ผู้อื่นทาบางสิ่งบางอย่างให้ เรา สามารถใช้ประโยคตามตัวอย่างบทสนทนาได้เลยครับ ซ่ึงมีให้เลือกใช้หลากหลาย ด้วยกัน แต่ถ้าหากเราอยู่ในสถานการณ์ฉุกเฉิน คับขัน และต้องการความ ช่วยเหลอื อยา่ งเร่งดว่ น สามารถใชค้ าวา่ “Help! ในความหมายว่า ช่วยด้วย!” ได้ เลย ตัวอยา่ งเชน่ - สถานการณท์ ี่ 1 ทา่ นกาลังจมน้า และตะเกยี กตะกายขอความช่วยเหลือ สามารถพูดวา่ “Help! (ช่วยดว้ ย)” เพือ่ ขอความชว่ ยเหลอื จากผู้อน่ื ทสี่ าคญั คอื ท่านตอ้ งพูดดังๆ ให้คนอ่ืนไดย้ ินด้วยนะครบั Help!! - สถานการณ์ท่ี 2 ผู้หญิงสาวสวยตนหน่ึงกาลังเดินอยู่ในซอยเปลี่ยวแห่งหน่ึง มี ชายสองคนเดินเข้ามาลวนลามและฉุดกระชากให้ไปด้วยกัน เธอสามารถตะโกน ออกมาดังๆ เพ่อื ขอความชว่ ยเหลอื ได้เช่นเดยี วกนั กับสถานการณ์ที่ 1 คอื สามารถ พดู วา่ “Help! (ชว่ ยดว้ ย)”

16 Lesson 4 Calling for help : การขอความชว่ ยเหลอื English Usage : การใช้ภาษาอังกฤษ  ไดส้ ิ!.....แน่นอน!......ได้เลย! พดู อย่างไรกนั นะ? เรามักใช้คาว่า “ได้สิ! แน่นอน! ได้เลย!” ในชีวิตประจาวัน ซึ่งใน ภาษาองั กฤษเราใชค้ าสนั้ ๆ วา่ “Sure” ทีนีเ้ ราลองมาดูตัวอย่างการใช้กนั นะครับ - สถานการณ์ที่ 1 มีเพ่ือนคนหน่ึงมาขอความช่วยจากท่าน โดยเขาพูดว่า “Can you lend me a hand?“ ท่านจึงตอบตกลงให้ความช่วยเหลือด้วยความ เต็มใจวา่ “Sure!” ซ่งึ หมายถึง “ไดส้ !ิ /แน่นอน!” Do you want to come Sure!! having lunch with me? - สถานการณ์ท่ี 2 ในสถานการณ์ที่เพ่ือนท่านชวนไปทากิจกรรมบางอย่าง เช่น ชวนไปกินข้าวเท่ียงด้วยกันด้วยคาถามว่า \"Do you want to come having lunch with me?\" ท่านจึงตอบตกลงไปด้วยความเต็มใจว่า “Sure!” ซ่ึงหมายถึง ไดส้ !ิ /แนน่ อน!/ได้เลย! (ไปด้วย)

17 Lesson 5 At the supermarket : การซ้ือของท่ีซเู ปอรม์ ารเ์ ก็ต ปลา แม่บ้านสาวสวยเดินทางไปเลือกซ้ือของที่ซูเปอร์มาร์เก็ต เธอชอบไปซื้อขนมให้กับ ลูกๆ ของเธอในช่วงวนั ธรรมดาเพราะคนไมเ่ ยอะ ปลาจะมีวธิ พี ูดอยา่ งไรไปดกู ันครับ Pla Excuse me, I'm looking for snacks. เอคควิ ซ' มี , ไอม ลคุ 'คงิ ฟอร์ สแนคซ. ขอโทษนะคะ ฉันกาลังมองหาขนมอย่คู ่ะ stock clerk It's in aisle 6. อทิ ซ อิน ไอลฺ ซคิ ซฺ อยชู่ อ่ งที่ 6 ครบั Pla Thank you. แธงคฺ'ยู ขอบคณุ คะ่ At the check out, Assistant scans the items. ณ จดุ เคาเตอรเ์ ช็คเอ้าท์ แคชเชยี ร์สแกนสนิ คา้ cashier Do you have a member card? ดู ยู แฮฟว อะ เมมเบอร์ คาร์ด คุณมบี ตั รสมาชกิ ไหมครบั Pla No โน ไม่มคี ่ะ cashier That's ฿100. แธทซ วนั ฮัน'ดริดธฺ บาท หนง่ึ รอ้ ยบาทค่ะ Pla gives the cashier cash. ปลาใหเ้ งนิ กบั แคชเชียร์ cashier Here is your change and your receipt. เฮยี อซิ ยัวร์ เชนจฺ แอนด ยวั ร์ รซี ที ' นี่เงินทอนและใบเสร็จของคุณค่ะ Pla Thank you. แธงคฺ'ยู ขอบคณุ ค่ะ cashier Thank you. Bye. แธงคฺ'ยู บาย ขอบคุณค่ะ ลากอ่ น T Thank you. T Thank you. Bye.

18 Lesson 5 At the supermarket : การซ้ือของทซ่ี เู ปอร์มาร์เก็ต Vocabulary : คาศัพทภ์ าษาองั กฤษ คาศัพท์ ความหมาย ตวั อยา่ งการใช้ food (คานาม) อาหาร There were a lot of foods in the refrigerator. fruit มีอาหารจานวนมากในตู้เย็น (คานาม) snack ผลไม้ Would you like some fruit? (คานาม) รบั ผลไมไ้ หมคะ/ครบั ? clothing (คานาม) ขนม, ของว่าง Would you like some snacks? shopping รบั ของว่างไหมคะ/ครบั ? (คานาม) buy เสื้อผา้ , This store sells women's clothing. (คากริยา) receipt เคร่อื งแต่งกาย ร้านนข้ี ายเสอ้ื ผ้าของผ้หู ญงิ (คานาม) การช้อปป้ิง I'm going shopping this afternoon. ฉันจะไปช้อปปิ้งในตอนบา่ ยน้ี ซอ้ื He buys all the One Piece books. เขาซื้อหนงั สือวันพชี ทุกเล่ม ใบเสรจ็ Here's your receipt. น่ีคือใบเสรจ็ ของคณุ ครบั Food Fruits Snack อาหาร ผลไม้ ขนม, ของวา่ ง

19 Lesson 5 At the supermarket : การซอ้ื ของทีซ่ เู ปอร์มาร์เกต็ English Usage : การใช้ภาษาอังกฤษ ฉนั กาลังหา/มองหา............ เมื่อเราไปชอปป้ิงหรือเลือกซ้ือสินค้า หรือกาลังหาบางสิ่ง/บางอย่าง/บางคน และตอ้ งการบอกให้อกี คนทราบว่าเราต้องการหาอะไร เพื่อใหเ้ ขาบอกให้เราทราบ เราสามารถใช้คาว่า “I am looking for..........” ในความหมายว่า “ฉันกาลัง หา/มองหา.............” แล้วตามด้วย คน/สัตว์/ส่ิงของ ท่ีเราต้องการหา ตัวอย่างเชน่ สถานการณ์ ที่ 1 A และ B ไปช้อปปิ้งท่ีซูเปอร์มาเก็ต เพื่อซื้อนมสด แต่ A หา สนิ ค้าไม่เจอ จึงเดินเข้าไปบอกพนักงานของซเู ปอรม์ าเก็ตวา่ “Excuse me, I'm looking for milk.” Excuse me, I'm looking for milk. สถานการณ์ท่ี 2 A กบั B เปน็ เพือ่ นรว่ มงานทแี่ ผนกเดียวกนั A มีธรุ ะดว่ นที่ ต้องคยุ กับ B แต่หา B ไมพ่ บ จึงเดินหาทว่ั บรษิ ัท C เหน็ ดังนนั้ จงึ เดนิ ไปถามวา่ C : “Can I help you?” มอี ะไรให้ชว่ ยไหม A : “I am looking for B. Do you find him?” ฉนั กาลังมองหา B คุณเจอเขาไหม?

20 Lesson 5 At the supermarket : การซ้อื ของทซ่ี เู ปอร์มารเ์ กต็ English Usage : การใช้ภาษาอังกฤษ Do และ make ใชต้ ่างกนั อยา่ งไร? หากพูดถึงคาศัพท์ภาษาอังกฤษ การใช้ do และ make เป็นตัวอย่างหน่ึงที่ทาให้ หลายคนสับสนได้ง่ายว่าจะใช้อย่างไร เพราะท้ังคู่มีความหมายในภาษาไทยเหมือนกันคือ “ทา” อยา่ งไรกต็ ามเพอื่ ใหง้ ่ายตอ่ การนาไปใช้ลองมาดูคาอธิบายและตัวอย่างกนั ครับ เราใช้ do ในความหมายว่า ทา ซ่ึงเปน็ ความหมายของการกระทาทว่ั ๆ ไป (a general word for actions) ตัวอยา่ งเชน่ - What are you doing this evening? เย็นนค้ี ุณจะทาอะไร? (เปน็ การถามท่ัวๆ ไป เราจงึ ใช้ do ไมใ่ ช่ What are you making…….?) - What do you do? มคี วามหมายว่า คุณทางานอะไร - สานวนทใ่ี ช้ do an exam / a test ทาแบบทดสอบ do homework ทาการบา้ น housework ทางานบา้ น เราใช้ make ในความหมายว่า ทา/ผลิต/สร้าง โดยท่วั ไปมกั จะใช้เมื่อเป็น การทาแล้วเกิดผลติ ภัณฑ์ หรือสิง่ ของท่มี องเหน็ หรือจบั ตอ้ งได้ เช่น He is making a coffee. She’s making a cake. - สานวนทีใ่ ช้ make ทาผดิ พลาด mistake นดั หมาย make an appointment ทาใหเ้ กิดเสียง a noise

21 Lesson 6 : Running Errand การทาธุระ ลิซ่า สาวออฟฟิศทางานประจา เธอใช้เวลาวันหยุดยาวเดินทางเข้าไปทาธุระใน เมือง....เธอมีธรุ ะอะไรบ้าง? ไปดูในตัวอยา่ งบทสนทนากันครบั Receptionist Hi, there. How can I help you? ไฮ, แธร์ ฮาว แคน ไอ เฮลพฺ ยู สวัสดี มอี ะไรให้ฉันชว่ ยไหมคะ? Lisa Well, I’m in town visiting for a few days, and I need to get some things done while I’m here. เวล ไอม อิน ทาวน์ วสิ 'ซิทิง ฟอร์ อะ ฟิว เดยซ์ , แอนด ไอ นีด ทู เกท ซมั ธิงซ ดนั ไวล์ ไอม เฮียร์ ดเี ลย ฉนั มาเมอื งนี้ 2-3 วนั ฉนั มธี รุ ะทต่ี อ้ งทาใหเ้ สรจ็ ระหวา่ งอยู่ทน่ี ค่ี ะ่ Receptionist Sure. What do you need? ชวั ร์ วอท ดู ยู นดี ไดส้ ิ แลว้ คุณตอ้ งการใหฉ้ ันชว่ ยอะไรละ่ คะ? Lisa I need to have my new phone. ไอ นดี ทุ แฮฟว มาย นิว โฟน ฉันต้องการซอ้ื โทรศพั ทใ์ หมค่ ่ะ Receptionist OK. Here’s a map of the city. There’s a phone shop right here. Is there anything else? โอเค เฮยี รซ์ อะ แมป ออฟ เดอะ ซิตี้. แธรซ์ อะ โฟน ชอป ไรทฺ เฮียร์. อิซ แธร์ เอน'นีธิง เอลซฺ โอเค นค่ี อื แผนทีข่ องทนี่ ่ีนะคะ ร้านโทรศพั ทอ์ ยู่ตรงน้คี ่ะ มีอะไรให้ช่วยอีกไหมคะ? Lisa No, thank you. โน แธงค'ฺ ยู ไมม่ แี ล้ว ขอบคณุ มากคะ่ Receptionist My pleasure. มาย พลเี ช่อ ดว้ ยความยินดคี ะ่

22 Lesson 6 : Running Errand การทาธุระ Vocabulary : คาศัพทภ์ าษาองั กฤษ คาศพั ท์ ความหมาย ตัวอย่างการใช้ need (คากรยิ า) จาเป็น I need to go to the toilet. want ฉันจาเปน็ ต้องไปหอ้ งนา้ (คากรยิ า) errand ตอ้ งการ I want some chocolate.. (คานาม) ฉันตอ้ งการชอคโกแลท็ service (คานาม) ธรุ ะ I’ve got to run a few errands. city ฉันตอ้ งไปทาธรุ ะ (คานาม) town บริการ The service in this restaurant is terrible. (คานาม) การบรกิ ารในรา้ นอาหารน้ีแยม่ าก suburb (คานาม) เมอื ง, He works in the city. village (คานาม) เมืองใหญ่ เขาทางานในเมอื งใหญ่ เมือง, He works in this town. เขตชมุ ชน เขาทางานในเมืองนี้ ชานเมอื ง, Minburi is a suburb of Bangkok. เขตชานเมอื ง มีนบุรเี ปน็ เขตชานเมืองของกรุงเทพมหานคร หมู่บ้าน He works in the fishing village. เขาทางานในหมู่บ้านประมง City Suburb Village เมอื ง ชานเมือง หมู่บ้าน

23 Lesson 6 : Running Errand การทาธรุ ะ English Usage : การใช้ภาษาอังกฤษ Do this! Don’t do that! การบอกให้บางคนทา หรือ ไม่ทา บางสิ่งบางอย่าง เกิดขึ้นได้บ่อยๆ ใน ชีวิตประจาวัน เช่น เราบอกให้ลูกไปอาบน้า หรือ บอกลูกว่าห้ามออกไปเล่นข้างนอก เป็นต้น ซึ่งหลักการพูดง่ายนิดเดียว เราจะแบ่งออกเป็น 2 กรณี คือ 1) บอกให้ทา 2) ห้ามทา คราวนลี้ องไปดูตัวอยา่ งแตล่ ะกรณกี ันเลยครับ 1) Do this! การบอกให้บางคนทาบางสิ่งบางอย่าง เราสามารถใช้กริยาช่องที่ 1 เช่น come/look/go/wait/be ฯลฯ แล้วตามด้วยคาขยายได้เลย ตัวอย่างเชน่  สถานการณ์ที่คุณอ่านงานแล้วเจอข้อผิดพลาด จึงต้องการเรียกให้เพื่อน รว่ มงานมาดขู อ้ ผดิ พลาด จึงบอกเพือ่ นรว่ มงานไปว่า “ Come here and look at this” “มาน่ีแล้วดนู ีส่ ”ิ Look at this!  สถานการณ์ทแ่ี ฟนคุณออกไปเท่ียวกลางคืนกับเพ่ือนโดยไม่บอกคุณ โทรศัพท์ ไปก็ไมร่ บั กลับบา้ นมาอกี ทตี อนตี 3 พอกลับมาถึงก็พยายามมาพูดคุยกับคุณและ ขอโทษต่างๆ นาๆ คุณไม่พอใจเป็นอยา่ งมากจงึ ตะโกนบอกแฟนคุณไปว่า “Go away! I don’t want to talk to you” “ไปเลย! ฉนั ไมอ่ ยากคุยกบั คณุ ”

24 Lesson 6 : Running Errand การทาธรุ ะ English Usage : การใช้ภาษาอังกฤษ 2. Don’t do that! การห้าม หรือ บอกบางคนไม่ให้ทาบางสิ่งบางอย่าง เรา สามารถใช้ don’t (do not) + Infinitive (กริยาช่องท่ี ) เช่น don’t come/don’t look/ don’t go/don’t wait/ don’t be แล้วตามด้วยคาขยาย ไดเ้ ลย ตวั อย่างเช่น สถานการณ์ทีเ่ รากาลงั เสียใจกบั บางเรื่องอยู่ในห้อง โดยมีแฟนคอยเป็นกาลังใจ อยู่ไม่ห่าง เมื่อถึงเวลาแฟนเราต้องไปทาธุระข้างนอก แต่เราไม่อยากให้แฟนไป สามารถพดู กบั แฟนได้ว่า “Please don’t go. Stay here with me” “ได้โปรดอย่าไป อยู่ที่นีก่ บั ฉันนะ” Please don’t go. Stay here with me. สถานการณ์ท่ีเรากาลังนัดกับเพ่ือนเพื่อประชุมงาน ซึ่งเพื่อนคนน้ีมาสายเป็น ประจา ทา่ นจงึ กาชับเพอื่ ไปว่า “Be here on time. Don’t be late” “มาใหต้ รงเวลา อย่าสายนะ” Be here on time. Don’t be late

25 Lesson 7 At the Post Office : การสง่ ไปรษณยี ์ ช่วงน้ีกระแสการซื้อ-ขาย ออนไลน์กาลังมาแรงมาก ในบทนี้เราจะไปดูคุณแอ๋ม....แม่ค้า สาวสวยแห่งดินแดนที่ราบสูง เธอกาลังจะไปส่งพัสดุท่ีที่ทาการไปรษณีย์ บทสนทนาจะเป็น อยา่ งไรเราไปดูกันครับ Clerk What can I do for you today? วอท แคน ไอ ดู ฟอร์ ยู ทะเด' มีอะไรใหผ้ มชว่ ยไหมครับ Amp I need to mail this package to Chiang Mai, Please. ไอ นีด ทู เมล ธสี แพค'คจิ ทู เชียงใหม่ พลีซ ฉันต้องการสง่ พัสดนุ ไี้ ปเชียงใหม่ค่ะ Clerk OK, It’s about 200 grams. Do you want to send it express or as registered mail? โอเค อิทซ อะเบาท'ฺ ทู ฮนั 'ดรดิ ธฺ แกรมซ. ดู ยู วอนทฺ ทู เซนดฺ อิท อคิ ซเฺ พรส' ออร์ แอซ เรจ'จิสเทดิ เมล โอเคครบั พสั ดุหนักประมาณ 200 กรัม คณุ ตอ้ งการส่งด่วน หรอื สง่ แบบ ลงทะเบยี น? Amp Registered mail is fine. How much will that be? เรจ'จสิ เทิด เมล อซิ ไฟนฺ ฮาว มัช วิล แธท บี ลงทะเบยี นคะ่ เทา่ ไหรค่ ะ? Clerk ฿52 (fifty two Baht). Do you need anything else? ฟฟิ 'ที ทู บาท ดู ยู นดี เอน'นธี ิง เอลซฺ 52 บาท คณุ ตอ้ งการอะไรเพม่ิ เติมไหมครับ Amp Nothing นัธ'ธิง ไม่มคี ะ่ Clerk OK, Here is your change and your receipt. โอเค, เฮีย อิซ ยัวร์ เชนจฺ แอนด ยวั ร์ รีซีท' นเ่ี งินทอนและใบเสรจ็ ของคณุ ครับ

26 Lesson 7 At the Post Office : การส่งไปรษณีย์ Vocabulary : คาศัพทภ์ าษาองั กฤษ คาศพั ท์ ความหมาย ตัวอยา่ งการใช้ mail (คานาม) จดหมาย The mail is usually delivered before noon. office โดยปกตจิ ดหมายจะถูกส่งกอ่ นเที่ยง (คานาม) letter สานักงาน, ที่ The post office closes at 5.30. (คานาม) package ทาการ ทท่ี าการไปรษณีย์ปิดเวลา 5.30 (คานาม) parcel จดหมาย I got a letter from the bank this morning. (คานาม) ฉนั ไดร้ ับจดหมายจากธนาคารเมอ่ื เช้าน้ี register (คากริยา) พสั ดุ, หีบหอ่ The package was wrapped in brown paper. พัสดุ ถูกหอ่ ด้วยกระดาษสีน้าตาล send (คากรยิ า) พัสดุ The parcel was wrapped in brown paper. พัสดุถกู ห่อดว้ ยกระดาษสีนา้ ตาล Students have to register for the course by the ลงทะเบยี น end of April. นกั เรยี นต้องลงทะเบยี นหลักสตู รก่อนส้นิ เดือน เม.ย. สง่ , สง่ มอบ We will send your parcel by post. เราจะส่งพัสดุของคณุ ทางไปรษณีย์ Post office parcel letter ท่ที าการไปรษณีย์ พัสดุ จดหมาย

27 Lesson 7 At the Post Office : การส่งไปรษณยี ์ English Usage : การใชภ้ าษาอังกฤษ ต้องการ/จาเป็น/อยากจะ...........บอกยังไงดี? การแสดงความอยาก.....ความจาเป็น.....ความต้องการหรือประสงค์จะทาสิ่งใดสิ่ง หนึง่ เปน็ เร่ืองพน้ื ฐานทีเ่ ราใชก้ นั บอ่ ยมากในชีวติ ประจาวนั ท้งั นี้ การเลอื กใช้คาที่มีความ เหมาะสมกับสถานการณ์ก็มีความสาคัญเช่นเดียวกัน เพราะจะทาให้เราสามารถส่ือสาร ได้อย่างมีประสิทธิภาพและตรงตามวัตถุประสงค์ โดยคาที่เกี่ยวข้องกับการแสดงความ ต้องการหลักๆ มี อยู่ 3 คา ด้วยกันครับ ซ่ึงเราสามารถเลือกใช้ได้ตามสถานการณ์ท่ีจะ ยกตัวอย่างประกอบ ดงั น้ี 1) would like (คากริยา) หมายถึง อยากจะ..ต้องการ เราจะใช้คานี้เมื่อแสดง ความต้องการอยา่ งสภุ าพ โดยเฉพาะเมื่อตอ้ งการขอร้องหรือเสนอบางสิ่งบางอย่างอย่าง สภุ าพ ตวั อยา่ งเชน่  สถานการณ์ท่ีคณุ มแี ขกมาเยยี่ มเยียนท่บี า้ น และได้เสริ ์ฟกาแฟแล้ว คุณ ต้องการเสนอบิสกติ เพือ่ ทานกับกาแฟ จึงถามแขกไปอยา่ งสุภาพว่า Would you like a biscuit with your coffee? คุณอยากรับบิสกิตทานกับกาแฟหน่อยไหมครับ?  สถานการณ์ท่ีแฟนคุณจะออกไปเที่ยวเพื่อน แต่คุณกลัวแฟนจะเกเร จึง อยากจะตามไปด้วย คุณสามารถบอกกบั แฟนคณุ ได้ว่า I would like to go with you. ฉันอยากไปกบั คุณ Would you like a cup Yes, Please. of coffee with your bread?

28 Lesson 7 At the Post Office : การสง่ ไปรษณยี ์ English Usage : การใช้ภาษาอังกฤษ 2. Need (คากริยา) หมายถึง จาเป็น, จาเป็นต้อง ใช้เมื่อแสดงความจาเป็น หรอื ต้องการบางอย่างอยา่ งมาก โดยแสดงถงึ ความจาเป็นว่าถ้าไม่ทาอาจจะมีผลกระทบ อย่างอย่าง ตวั อย่างเช่น  สถานการณท์ ท่ี า่ นกาลงั เดนิ ทางโดยรถยนต์ไปเที่ยวกบั เพอ่ื นๆ และเกิดปวด ปสั สาวะอยา่ งรนุ แรง ไมส่ ามารถอ้ันได้อีกตอ่ ไป ทา่ นสามารถบอกเพอื่ นๆ ไดว้ ่า I need to go to the toilet. Could you stop at that gas station? ฉันจาเปน็ ต้องเข้าห้องนา้ คณุ ชว่ ยหยดุ รถท่ีปมั๊ นา้ มนั น่ันไดไ้ หม? I need to buy some food. (แสดงความจาเปน็ ตอ้ งไปซือ้ อาหาร ถา้ ไมซ่ ื้อจะทาให้ไม่มอี ะไรทาน) 3. Want (คากริยา) หมายถึง ต้องการ, ปรารถนา ใช้เม่ือแสดงความต้องการ หรือความปรารถนาบางอย่างโดยท่ัวๆ ไป ( โดยปกติเราจะไม่ใช้ want ในกรณีท่ี ตอ้ งการรอ้ งขออยา่ งสภุ าพ ) ตัวอย่างเช่น  สถานการณ์ที่เพื่อนท่านไปซูเปอร์มาร์เก็ต และถามท่านว่าต้องการอะไรไหม ท่านสามารถบอกเพอื่ นท่านไดว้ ่า I want some chocolate. ฉนั ต้องการชอคโกแลท I want more chocolate.

29 Lesson 8 Catching Up After Work : การพบปะหลังเลิกงาน ติ๊ก และ ปอน ทางานอยู่ท่ีเดียวกัน หลังจากเลิกงานแล้วทั้งคู่กาลังจะกลับบ้านและได้ พบปะกันโดยบังเอิญ จึงได้มีการพูดคุยทักทายกันก่อนกลับ บทสนทนาจะเป็นอย่างไรลอง ไปดูกนั เลยครบั Pond Hey!, How was your day? เฮ!้ ..ฮาว วอซ ยวั ร์ เดย?์ เฮ.้ .วนั นี้เปน็ ไงบา้ ง Tik Not bad, thanks. I’m just finished the big job. How about you….How did your job go? นอท แบด, แธงค'ฺ . ไอม จสั ท ฟนิ 'นชิ ทฺ เดอะ บก๊ิ จ็อบ. ฮาว อะเบาท'ฺ ยู…… ฮาว ดดิ ยัวร์ จ็อบ โก ก.็ .ไมเ่ ลว..ขอบใจนะ ฉันพ่งึ ทางานใหญ่เสรจ็ แลว้ คุณละ่ งานของคุณเปน็ อย่างไรบ้าง? Pond Oh, it went very well. Thanks for helping me with it! โอ้ อิท เวนทฺ เฟวรี เวล. แธงคฺ' ฟอร์ เฮล’พิง มี วธิ อิท โอ.้ ..มันไปได้สวยเลยละ่ ครบั ตอ้ งขอบคณุ คณุ ท่ใี หค้ วามชว่ ยเหลอื ผม Tik No problem, So…….do you feel like meeting tomorrow for the new project? โน พรอบ'เลิม, โซ.....ดู ยู ฟีล ไลค มีท’ทิง ทมู อ'โร ฟอร์ เดอะ นิว พรอจ'เจคทฺ ไมม่ ีปญั หาครบั ..งนั้ พร่งุ นเี้ รานัดเจอเพอื่ คุยเก่ยี วกบั โครงการใหมก่ นั ดไี หม? Pond Yeah, Sure! Come over around 09:00, after breakfast. เย้ ชวั ร์ คมั โอเฟ่อ อะ’ราวด ไนน์, อาฟ' เทอะ เบรค'ฟาสทฺ ไดส้ ิ! ประมาณ 9 โมง หลงั อาหารมื้อเช้าละกัน Tik All right, I will bring my papers. See you tomorrow! ออล ไรท ไอ วิล บรงิ มาย เปเปอร์. ซี ยู ทูมอ'โร ได้..เดย๋ี วผมเอาเอกสารมาด้วย เจอกนั พรงุ่ นค้ี รบั Pond Yes, see you. เยส, ซี ยู ครับ เจอกัน

30 Lesson 8 Catching Up After Work : การพบปะหลังเลกิ งาน Vocabulary : คาศัพท์ภาษาองั กฤษ คาศพั ท์ ความหมาย ตวั อย่างการใช้ finish เสรจ็ , He finished his drink and left. (คากรยิ า) ทาให้สาเรจ็ เขาดม่ื เสรจ็ แลว้ ก็จากไป bring นาไป, พาไป I will bring food to the party. (คากรยิ า) ฉนั จะนาอาหารไปทง่ี านเลย้ี ง job งาน, She got a job as a military teacher in Finance school, RTA. (คานาม) งานประจา เธอไดง้ านเปน็ ครทู หารท่โี รงเรียนทหารการเงนิ work งาน I've got so much work to do. (คานาม) ฉนั มีงานจานวนมากทต่ี อ้ งทา project แผนงาน, A English research project (คานาม) โครงการ โครงการวิจัยภาษาองั กฤษ meeting การประชมุ We're having a meeting on Monday. (คานาม) เราจะมกี ารประชมุ กันในวันจนั ทร์ around ใกล้ๆ, We sat around the table. (คากรยิ าวเิ ศษณ)์ รอบๆ เรานั่งรอบๆ โตะ๊ Work Meeting Document งาน การประชุม เอกสาร

31 Lesson 8 Catching Up After Work : การพบปะหลังเลิกงาน English Usage : การใชภ้ าษาอังกฤษ “Have” ของมันต้อง “ม”ี เราคุ้นเคยกับการใช้ have ในความหมายว่า “มี” รวมถึงการใช้เพื่อบ่งบอก อาการเจ็บป่วยหรือไม่สบายในบทท่ี 2 กัน ไปแล้ว คราวนี้ลองมาดูตัวอย่างการใช้ “have” ในกรณีอื่นๆ กันดูครับ แล้วจะได้รู้ว่าคานี้สามารถใช้ได้ในหลายๆ สถานการณเ์ ลยทีเดยี ว 1) มาที่กรณีแรกท่ีเราคุ้นเคยท่ีสุด คือ การใช้ have ในความหมายว่า “มี” เราใช้ I have…(something)…..(หรือ I have got…(something)…) เพื่อแสดง ว่าเรามีของบางอยา่ ง ตัวอยา่ งเช่น - I have a new car. ฉนั มีรถคันใหม่ 1 คัน - Sue has long hair. สมุ ีผมยาว - Do they have any children? พวกเขามีลกู หรือไม่? - Tom doesn’t have a job. ทอมไมม่ ีงานทา - How much time do you have? คุณมีเวลาเท่าไหร่? Sue has long I have a red car. He has a cat. hair.

32 Lesson 8 Catching Up After Work : การพบปะหลังเลิกงาน English Usage : การใชภ้ าษาอังกฤษ 2. เราใช้ have ในความหมายว่า “ด่ืม/ทาน/ทา” ในสานวนต่อไปน้ี breakfast / lunch / Lisa is having lunch. dinner ลซิ ่ากาลังทานม้ือเท่ียง Have a meal / a pizza I don’t usually have pizzas. “ดืม่ / a sandwich/ etc. ปกตฉิ ันไมท่ านพซิ ซ่า ทาน/ a cup of coffee / I had three cups of coffee this morning. ทา” a glass of milk etc. เมื่อเช้าน้ี ฉนั ดม่ื กาแฟสามแก้ว Something to “Have a biscuit” “Oh, thank you” eat/drink “ทานบสิ กิตหนอ่ ยไหม?” “โอ.้ .ขอบคณุ ครับ” The kids are having She had a cup of coffee breakfast. this morning. 3. นอกจากน้ัน เราใช้ have (ไม่ใช่ have got) ในสานวนดังตอ่ ไปนีด้ ว้ ยเชน่ กนั a bath/shower อาบน้า a rest พักผอ่ น have a party จดั งานเลีย้ ง Have a bath a nice time ขอให้เป็นชว่ งเวลาท่ดี ี a good trip ขอใหเ้ ปน็ ทรปิ ท่ดี ี

33 Lesson 9 Shopping : การช้อปปง้ิ เมย์ สาวออฟฟิสกาลังช้อปป้ิงที่ห้างสรรพสินค้า เธอกาลังหาเสื้อเช้ิทเอาไว้ใส่ ทางานใหด้ ูดี เธอจะมีวธิ เี ลือกซื้ออยา่ งไร ไปดตู ัวอย่างในสถานการณน์ ี้กันครับ Seller Can I help you? แคน ไอ เฮลพฺ ยู มีอะไรใหช้ ่วยไหมคะ? May Yes, I’m looking for a shirt- in a size medium. เยส, ไอม ลุค’คงิ ฟอร์ อะ เชริ ์ท-อนิ อะ ไซส มเี ดยี ม ไดค้ ่ะ ฉันกาลังมองหาเส้อื เชติ้ ขนาด M อยคู่ ่ะ Seller Let’s see…here’s a nice white one. What do you think? เลทซ ซี เฮียรซ์ อะ ไนซ ไวท วนั . วอท ดู ยู ธงิ ค ขอดูก่อนนะคะ……นเ่ี สอ้ื เช้ิตขาวสวยทีเดยี วเลยค่ะ คุณคดิ ว่าไงคะ? May I think I’d rather have it in yellow. ไอ ธิงค ไอด รา'เธอะ แฮฟว อิท อิน เยลโล่ ฉนั คดิ ว่าฉนั ชอบสีเหลอื งมากกวา่ Seller OK…here’s yellow, in medium. Would you like to try on? โอเค...เฮยี รซ์ เยลโล,่ อนิ มเี ดยี ม. วดู ยู ไลค ทู ธราย ออน โอเค.......นี่สีเหลอื งขนาด M คุณอยากทดลองใส่ไหมคะ? May OK…yes, I love it. It fits perfectly. How much is it? โอเค..เยส,ไอ เลฟิ อทิ . อทิ ฟิทซ เพอ'เฟคทฺล.ี ฮาว มัช อิซ อิท โอเคคะ่ ฉนั ชอบมาก พอดตี ัวเลย ราคาเท่าไหรค่ ะ? Seller It’s ฿700. อิทซ เซเว่นฮัน'ดริดธฺ บาท ราคา 700 บาท May Perfect! I’ll take it. เพอ'เฟคทฺ ไอโอล เทค อทิ เยย่ี ม ฉันเอาตวั น้ีค่ะ I think I’d rather have it in yellow.

34 Lesson 9 Shopping : การช้อปปง้ิ Vocabulary : คาศัพทภ์ าษาอังกฤษ คาศัพท์ ความหมาย ตวั อย่างการใช้ size ขนาด What size do you take? (คานาม) คณุ ใส่ (เส้อื ,กางเกง) ขนาดอะไร? market ตลาด We are going to Jatujak market this Friday. (คานาม) เราจะไปตลาดจตจุ ักรในวันศกุ รน์ ี้ shop ร้าน, ร้านค้า The clothes shop was closed. (คานาม) รา้ นขายเส้อื ผา้ ปิดแลว้ big ใหญ่ This shirt is too big for me. (คาคุณศพั ท)์ เส้ือเชต้ิ ตัวนใ้ี หญเ่ กนิ ไปสาหรับฉัน small เลก็ This shirt is too small for me. (คาคณุ ศัพท)์ เสอื้ เชต้ิ ตัวนเี้ ลก็ เกินไปสาหรับฉัน expensive แพง, Rolls Royces are very expensive. (คาคุณศพั ท์) มรี าคาแพง รถโรลรอยซม์ ีราคาแพงมาก cheap ถูก, Food is usually cheap in fresh markets. (คาคณุ ศพั ท์) มีราคาถกู โดยปกติอาหารในตลาดสดมรี าคาถูก try on ลอง (สวม Try on the shoes to see if they fit. (คากรยิ า) ใส่) ลองสวมรองเท้าดูสิว่าพอดไี หม Flower shop Try on Market รา้ นดอกไม้ ลอง, ลองสวมใส่ ตลาด

35 Lesson 9 Shopping : การช้อปปง้ิ English Usage : การใช้ภาษาองั กฤษ พ่คี ะ....มีผชู้ ายมองหน้าหนคู ะ่ ! “พ่ีคะ....มีผู้ชายแปลกหน้ามาขอไอดีไลน์หนูค่ะ” น่ีคือตัวอย่างประโยคหน่ึงที่เรา เอาไว้คุยในชีวิตประจาวัน และถ้าสังเกตให้ดีๆ จะเห็นว่าเราใช้ประโยคลักษณะน้ีบ่อย มาก เพื่อบอกว่ามีหรือไม่มี บางส่ิง/บางอย่าง/บางคน กระทาส่ิงหนึ่งๆ อยู่ ซึ่งในกรณี เช่นน้ี เราสามารถแบ่งออกได้เป็น 2 กรณี คือ 1) การกล่าวถึงจานวนหนึ่งเดียว (singular) เท่านั้น และ 2) การกล่าวถึงจานวนท่ีมากกวา่ หน่ึง (plural) เพอื่ ใหเ้ ข้าใจมาก ขึ้น เราไปดตู ัวอย่างกันเลยครบั 1) กรณีแรกเป็นการใช้ There is…….. ในความหมายว่า มี.......... สาหรับส่ิงท่ีมี จานวนเพียงหน่งึ เท่านน้ั (singular) ตัวอยา่ งเชน่ ประโยคบอกเล่า : There is…. (There’s…..) - There is a man on the roof. มผี ชู้ ายคนหนึ่งอยบู่ นหลงั คา - There is a train at 10.30. มรี ถไฟหนึ่งขบวนทเ่ี วลา 10.30 ประโยคคาถาม : Is there………………..? - A: Excuse me, is there a hotel near here? ขอโทษนะคะ มโี รงแรมใกลๆ้ ทน่ี ่ีไหม? B: Yes, there is. มีค่ะ / No, there is not. ไม่มีครับ ประโยคปฏิเสธ : There is not….. (There’s not… หรอื There isn’t) - There’s nothing on TV tonight. คนื น้ีไมม่ ีรายการทวี ี - We can’t go skiing. There isn’t any snow. เราไม่สามารถไปสกีได้ เพราะไม่มหี ิมะ There’s a man on the roof. There isn’t any snow.

36 Lesson 9 Shopping : การชอ้ ปป้งิ English Usage : การใชภ้ าษาองั กฤษ 2) กรณที ี่สอง เปน็ การใช้ There are…….. ในความหมายวา่ ม.ี ......... สาหรับส่ิงที่ มีจานวนมากกวา่ หนึ่ง (plural) ตัวอยา่ งเชน่ ประโยคบอกเล่า : There are…. - There are two men on the roof. มผี ้ชู าย 2 คนอยูบ่ นหลังคา - There are many big trees in the garden. มตี ้นไม้ใหญห่ ลายต้นอยู่ในสวน - There are seven days in a week. สัปดาห์หนึง่ มี 7 วนั ประโยคคาถาม : Are there………………..? - A: How many players are there in a football team? ทมี ฟุตบอลหน่ึงทมี มีผเู้ ล่นจานวนกี่คน? - B: There are 11 players in a football team. ทีมฟุตบอลหนึ่งทีม มผี เู้ ลน่ จานวน 11 คน ประโยคปฏเิ สธ : There are not….. (There aren’t) - There aren’t many people at this restaurant. ร้านอาหารน้มี คี นไมม่ าก - There aren’t many students in the classroom. ในห้องเรยี นมนี กั เรียนไมม่ าก There are two men on the roof. There aren’t many people at this restaurant.

37 Lesson 10 Transportation : การเดินทาง ไปดูตัวอย่างของ ไมค์ มอส และ ม้ง สามหนุ่มซึ่งนัดกันไปเท่ียวห้างกันดูครับ พวกเขา จะมวี ธิ ีการเดินทางไปหา้ งกันอย่างไร Mike Should we take a taxi or a bus to the mall? ชดู วี เทค อะ แทก็ ซี ออร์ อะ บสั ทู เดอะ มอล เราควรไปหา้ งด้วยรถแทก็ ซี่หรอื รถบสั ด?ี Mos Let’s take a bus. It’s impossible to get a taxi during rush hour. เลท็ ซ เทค อะ บัส. อทิ ซ อิมพอสสเิ บิล ทู เกท็ อะ แท็กซี ดู’รงิ รชั อาวเออะ ไปรถบัสกนั เถอะ มนั เปน็ ไปไมไ่ ดท้ จ่ี ะเรียกแทก็ ซ่ใี นเวลาเรง่ ดว่ นเชน่ นี้ Mong Is it that a bus stop over there? อซิ อทิ อะ บสั สตอป โอเฟ่อ แธร์ ปา้ ยรถบสั อย่ตู รงนน้ั ใช่ไหม? Mos Yes….Oh! There’s a bus now. We’ll have to run to catch it. เยส......โอ!้ แธร์ซ อะ บัส นาว. วลี แฮฟว ทู รัน ทู แคทช อทิ ใช่..โอ.้ .รสบสั อยนู่ ัน่ ไง เราต้องวิง่ ไปข้ึนรถบัสแล้วล่ะ Mike Oh, no! We just missed it. โอ้, โน วี จัสท มสิ สจึ อทิ โอ้..ไมน่ ะ...เราพลาดรถบสั แลว้ Mong No problem. There will be another one in 10 minutes. โน พรอบ'เลิม. แธร์ วลิ บี อะนา' เธอะ วนั อนิ เทน ม’ิ นทิ ซ ไม่เป็นไร..เด๋ียวอีก 10 นาที ก็มรี ถบัสอีกคนั มาแลว้ ล่ะ No problem. There will be another one in 10 minutes. blem. There will be another one in

38 Lesson 10 Transportation : การเดนิ ทาง Vocabulary : คาศัพท์ภาษาอังกฤษ คาศัพท์ ความหมาย ตวั อย่างการใช้ bus stop ปา้ ยรถบสั , ปา้ ย She is waiting at a bus stop. (คานาม) หยุดรถประจาทาง เธอกาลงั รออยทู่ ่ปี า้ ยรถบสั station สถานี She is waiting at Siam station. (คานาม) เธอกาลังรออย่ทู ่สี ถานสี ยาม airport สนามบิน She is waiting at Don Muang airport. (คานาม) เธอกาลังรออยทู่ ่ีสนามบินดอนเมอื ง take เดินทางโดย I always take the train to Bangkok. (คากริยา) ปกตฉิ นั เดินทางโดยรถไฟไปกรุงเทพ drive ขบั , ขบั รถ I always drive to Bangkok. (คากริยา) ปกตฉิ นั ขับรถไปกรุงเทพ ride ขี่ I always ride a motorbike to Bangkok. (คากริยา) ปกติฉันขีร่ ถมอเตอรไ์ ซดไ์ ปกรงุ เทพ fly บังคับเครือ่ งบนิ Pilot fly the plane over the Pacific ocean. (คากริยา) นกั บนิ บงั คับเครอ่ื งบนิ เหนือมหาสมทุ รแปซฟิ กิ walk เดิน I walk to Jatujak market every Friday. (คากรยิ า) ฉันเดนิ ไปตลาดนัดจตุจักรทกุ วนั ศกุ ร์ Bus stop station airport ปา้ ยรถประจาทาง สถานี สนามบนิ

39 Lesson 10 Transportation : การเดินทาง English Usage : การใช้ภาษาองั กฤษ เดนิ ทางแบบไหน ใชค้ า้ ว่าอะไรดี? ทุกวันนี้การเดินทางด้วยระบบขนส่งต่างๆ ถือว่ามีทางเลือกมากกว่าสมัยก่อนเยอะ มากเลยครับ สมัยก่อนนู้นท่ียังไม่มีการใช้เคร่ืองยนต์เราก็เดินทางโดยการเดินบ้าง ใช้ พาหนะท่ีอาศัยแรงจากสัตว์บ้าง ไม่ว่าจะเป็น ช้าง ม้า วัว ควาย หรือหากเป็นการ เดินทางทางน้าเราก็ใช้เรือพาย เป็นต้น ในปัจจุบันนี้มีระบบขนส่งเพ่ิมมากขึ้นทาให้เรามี ความสะดวกมากข้นึ สาหรับการใช้ภาษาอังกฤษ หากเราตอ้ งการจะบอกวา่ เราเดนิ ทางด้วยวิธีใด หรือการ ขนส่งประเภทใด เราสามารถใช้คาว่า by…(ประเภทของการขนส่ง)...แล้วตามด้วย ประเภทของการขนส่งไดเ้ ลย ตวั อยา่ งเช่น “I usually go to Bangkok by car.” “โดยปกตฉิ นั ไปกรุงเทพโดยรถยนต์” เราดตู ัวอย่างการใช้กนั แลว้ ลองมาดปู ระเภทของการเดนิ ทางกนั ดูครับ by car by taxi by train by subway

40 Lesson 10 Transportation : การเดินทาง English Usage : การใช้ภาษาองั กฤษ by sky train by bus by airplane by boat แต่ หากเป็นการเดนิ เราใช้ on foot นะครับ เช่น I usually go to temple on foot. โดยปกติฉันเดนิ ไปวดั แต่หากเราเดินทางโดยขับข่ียานพาหนะเหล่าน้ันเอง ก็มีคากริยาท่ีใช้สาหรับการ เดินทางแตล่ ะประเภท ดงั น้ี คากรยิ า ความหมาย ประเภทของ ตวั อย่าง ยานพาหนะ drive ขบั a car I drive a car to school. ride ขี่ a motorcycle I ride a motorcycle to school. a bicycle I ride a bicycle to school. fly บงั คับเครอ่ื งบิน an airplane I fly an airplane to Phuket. walk เดิน - I walk to the park.

ภาคผนวก

ภาคผนวก ก 42 ยศทหารบก Royal Thai Army Ranking คาเต็ม คายอ่ คาเตม็ คายอ่ ภาษาไทย ภาษาไทย ภาษาองั กฤษ ภาษาองั กฤษ จอมพล Field Marshal พลเอก - - พล.อ. General Gen. พลโท พล.ท. Lieutenant General Lt.Gen. พลตรี พล.ต. Maj.Gen. พนั เอก พ.อ. Major General Col. พนั โท พ.ท. Colonel Lt.Col. พนั ตรี พ.ต. Maj. รอ้ ยเอก ร.อ. Lieutenant colonel Capt. รอ้ ยโท ร.ท. Major 1st Lt. ร้อยตรี ร.ต. Captain 2nd Lt. จ่าสิบเอก จ.ส.อ. SM1 จ่าสิบโท จ.ส.ท. First Lieutenant SM2 จ่าสิบตรี จ.ส.ต. Second Lieutenant SM3 สบิ เอก ส.อ. Sergeant Major 1st class Sgt. สิบโท ส.ท. Sergeant Major 2nd class Cpl. สิบตรี ส.ต. Sergeant Major 3rd class Pfc. พลทหาร พลฯ Pvt. Sergeant Corporal Private 1st Class Private * สามารถเขียนยศทหารโดยใช้ตัวอักษรเป็นตัวใหญท่ ง้ั หมดได้ และเม่อื เขียนเป็นตวั ใหญจ่ ะไม่มี (.) ตัวอยา่ งเช่น Capt. หรอื CAPT

43 ภาคผนวก ข บัญชีรายชื่อ นขต.กง.ทบ และหน่วยระดับแผนก ในรูปแบบภาษาองั กฤษ บัญชีรายช่ือ นขต.กง.ทบ และหน่วยระดับแผนก ในรูปแบบภาษาองั กฤษ ชอื่ ภาษาไทย ชอื่ ภาษาอังกฤษ กรมการเงินทหารบก FINANCE DEPARTMENT 01 สานกั งานผบู้ งั คบั บัญชา OFFICE OF THE CHIEF OF FINANCE 02 แผนกการเงนิ FINANCE SECTION 03 กองธรุ การ ADMINISTRATIVE DIVISION แผนกธรุ การ ADMINISTRATIVE SECTION แผนกบริการ SERVICES SECTION 04 กองกาลงั พล PERSONNEL DIVISION แผนกจัดการ MANAGEMENT SECTION แผนกเตรยี มพลและปกครอง MILITARY PREPARATION AND DISCIPLINARY SECTION 05 กองวทิ ยาการ TECHNICAL AFFAIRS DIVISION แผนกวทิ ยาการ TECHNICAL SECTION แผนกแผนและฝึก PLANNING AND TRAINING SECTION แผนกเทคโนโลยีสารสนเทศ INFORMATION SYSTEM SECTION ชุดตรวจ INTERNAL AUDIT TEAM 06 กองค่าใช้จา่ ย EXPENDITURE DIVISION แผนกคา่ ใชจ้ า่ ยทว่ั ไป GENERAL EXPENDITURE SECTION แผนกงบปฏิบัติการ OPERATING BUDGET SECTION แผนกงบโครงการและสง่ กาลงั PROJECT AND LOGISTICS BUDGET บารุง SECTION แผนกเงินชว่ ยเหลือข้าราชการ SPECIAL PAY SECTION

44 ภาคผนวก ข บญั ชีรายชื่อ นขต.กง.ทบ และหนว่ ยระดับแผนก ในรูปแบบภาษาอังกฤษ บญั ชีรายช่อื นขต.กง.ทบ และหน่วยระดับแผนก ในรูปแบบภาษาอังกฤษ ชือ่ ภาษาไทย ชื่อภาษาองั กฤษ 06 กองคา่ ใชจ้ ่าย EXPENDITURE DIVISION แผนกเงินนอกงบประมาณ NONAPPROPRIATED FUND EXPENDITURE SECTION 07 กองเงินเดอื น SALARY DIVISION แผนกควบคุมเงนิ เดือนและ SALARY AND REMUNERATION SYSTEM ค่าจา้ ง SECTION แผนกเงินเดือน SALARY SECTION แผนกค่าจา้ ง CIVILIAN PAY SECTION 08 กองบญั ชี ACCOUNTING DIVISION แผนกบัญชีเงินในงบประมาณ APPROPRIATED FUND ACCOUNTING SECTION แผนกบญั ชเี งินนอกงบประมาณ NONAPPROPRIATED FUND ACCOUNTING SECTION แผนกรายงานและงบเดอื น REPORT AND FINANCIAL STATEMENT SECTION แผนกควบคมุ การเบกิ จา่ ยเงนิ DISBURSEMENT SECTION งบประมาณ 09 กองธนารกั ษ์ DISBURSMENT DIVISION แผนกรบั -จ่าย CASHIER SECTION แผนกเตรยี มจา่ ย PAYMENT PREPARATION SECTION แผนกตรวจสอบภาษแี ละหน้สี ิน TAX AND DEBT CONTROL SECTION

45 ภาคผนวก ข บัญชีรายชือ่ นขต.กง.ทบ และหน่วยระดับแผนก ในรูปแบบภาษาอังกฤษ บัญชีรายช่อื นขต.กง.ทบ และหนว่ ยระดับแผนก ในรูปแบบภาษาองั กฤษ ชอ่ื ภาษาไทย ชอ่ื ภาษาองั กฤษ 10 กองเบีย้ หวดั บาเหน็จ บานาญ PENSION DIVISION แผนกทะเบยี นและบรกิ าร REGISTRATION AND SERVICE SECTION แผนกเบยี้ หวดั บาเหน็จ PENSION SECTION บานาญ แผนกควบคุมเบี้ยหวัด บาเหนจ็ PENSION CONTROL SECTION บานาญ 11 กองควบคมุ ระบบปฏบิ ัติการด้าน ARMY GFMIS CONTROL DIVISION การเงนิ และการบัญชี 12 โรงเรยี นทหารการเงิน FINANCE SCHOOL กองบญั ชาการ FINANCE SCHOOL HEADQUARTERS แผนกธรุ การและเตรยี มพล ADMINISTRATIVE AND PERSONNEL SECTION แผนกเตรยี มการ EDUCATION PLANNING SECTION แผนกสนบั สนนุ การศึกษา EDUCATION SUPPORT SECTION แผนกประเมนิ ผลและสถติ ิ EVALUATION AND STATISTICS SECTION กองการศึกษา EDUCATION DIVISION แผนกวชิ าธนาธกิ ารกจิ DISBURSEMENT EDUCATION SECTION แผนกวิชาทหารและท่ัวไป MILITARY (SCIENCE) AND GENERAL EDUCATION SECTION แผนกวิชาปลดั บญั ชี COMPTROLLER EDUCATION SECTION แผนกวิชาการบัญชี ACCOUNTING EDUCATION SECTION

ภาคผนวก ข 46 บญั ชีรายช่อื นขต.กง.ทบ และหน่วยระดับแผนก ในรูปแบบภาษาองั กฤษ บัญชีรายช่ือ นขต.กง.ทบ และหน่วยระดับแผนก ในรูปแบบภาษาอังกฤษ ชอ่ื ภาษาไทย ช่อื ภาษาองั กฤษ 12 โรงเรยี นทหารการเงนิ FINANCE SCHOOL SCHOOL BATTALION กองพนั นกั เรียน ADMINISTRATIVE AND PERSONNAL ฝา่ ยธุรการและกาลงั พล BRANCH LOGISTICS BRANCH ฝา่ ยสง่ กาลังบารุง STUDENT OFFICER ADMINISTRATIVE กองรอ้ ยนายทหารนักเรยี น COMPANY STUDENT NCO ADMINISTRATIVE กองร้อยนายสบิ นกั เรียน COMPANY NCO STUDENT ADMINISTRATIVE กองร้อยนักเรียนนายสบิ COMPANY

ภาคผนวก ค 47 บัญชีชื่อตาแหนง่ ต่างๆ ของ กง.ทบ. ในรูปแบบภาษาอังกฤษ บญั ชีชื่อตาแหนง่ ตา่ งๆ ของ กง.ทบ ในรูปแบบภาษาอังกฤษ ช่อื ภาษาไทย ช่ือภาษาอังกฤษ กรมการเงินทหารบก 1 เจ้ากรมการเงินทหารบก CHIEF OF FINANCE 2 รองเจ้ากรมการเงนิ ทหารบก DEPUTY CHIEF OF FINANCE 3 นายทหารปฏิบัตกิ ารประจากรม OPERATION OFFICER ASSIGNED TO THE DIRECTORATE OF……….. 4 นายทหารการเงนิ ประจากรม FINANCE OFFICER ASSIGNED TO THE DIRECTORATE OF……….. 5 ผู้อานวยการกอง DIRECTOR 6 หัวหนา้ กอง CHIEF OF……………………DIVISION 7 รองผอู้ านวยการกอง DEPUTY DIRECTOR 8 นายทหารการเงินและการบญั ชี FINANCE AND ACCOUNTING OFFICER 9 นายทหารงบประมาณ BUDGET OFFICER 10 หวั หนา้ นายทหารการเงิน CHIEF OF FINANCE SECTION 11 หวั หน้าแผนก CHIEF OF…………….SECTION 12 ผชู้ ว่ ยนายทหารงบประมาณ DEPUTY BUDGET OFFICER 13 นายทหารบญั ชี ACCOUNTING OFFICER 14 ประจาแผนก ATTACHED IN…………..SECTION 15 นายทหารฝา่ ยพลาธิการ QUARTERMASTER OFFICER 16 นายทหารคนสนทิ AIDE DE CAMP 17 นายทหารควบคมุ การเบกิ จา่ ย DISBURSEMENT OFFICER 18 นายทหารรบั -จา่ ยเงิน CASHIER OFFICER


Like this book? You can publish your book online for free in a few minutes!
Create your own flipbook