รายงานโครงงานวชิ าประวตั ิศาสตร์ เรื่องการทาร่มบ่อสร้าง โดย 1.นางสาวจันทกานต์ อนิ ทร์เมา เลขที2่ 1 ช้ันม.5/1 ช้ันม.5/1 2.นางสาวดาทติ พร วรี คมนาคา เลขที2่ 1 ช้ันม.5/1 ช้ันม.5/1 3.นางสาวปาริษา เลาลี เลขท2่ี 1 ช้ันม.5/1 4.นางสาวพรชนก นภาพฤกษ์ศิลา เลขท2ี่ 1 5.นางสาวศิรินทร์ทิพย์ ขจติ เพชรจรัส เลขท2ี่ 1 คุณครูที่ปรึกษาโครงงาน 1.ครูอนุสรา จุมอทุ ยั เสนอ ครูพรี วุฒิ วงค์ตันกาศ รายงานนเี้ ป็ นส่วนหน่งึ ของการศึกษาวชิ าประวตั ศิ าสตร์รหัส ส 32104 ช้ันมธั ยมศึกษาปี ที่ 5 ภาคเรียนท่ี 2 ปี การศึกษา2564 โรงเรียนราชประชานุเคราะห์ 26 จังหวดั ลาพูน สานักบริหารงานการศึกษาพเิ ศษ สานักงานคณะกรรมการการศึกษาข้นั พื้นฐาน กระทรวงศึกษาธิการ
ก บทคดั ย่อ โครงงานเล่มน้ีเป็นส่วนหน่ึงของ วิชาประวตั ิศาสตร์ เป็นกิจกรรมศึกษาคน้ ควา้ ดว้ ยตวั เอง โดยมีจุดประสงคเ์ พอ่ื การศึกษา ความรู้ ความเขา้ ใจในเกี่ยวกบั การทาร่มบ่อสร้างของหมู่บา้ นบอ่ สร้าง ตาบลตน้ เปา อาเภอสันกาแพง จงั หวดั เชียงใหม่ ซ่ึงมีเน้ือหาประกอบดว้ ย ประวตั ิความเป็นมาของร่มบอ่ สร้าง วสั ดุอุปกรณ์ในการทาร่มบอ่ สร้าง ข้นั ตอนวิธีการทาร่มบ่อสร้าง คณะผจู้ ดั ทาไดท้ ากาศึกษาคน้ ควา้ หาขอ้ มลู จากเวบ็ ไซตต์ า่ งๆและ หอ้ งสมุดของโรงเรียนราช ประชานุเคราะห์ 26 จงั หวดั ลาพูน ท่ีมีขอ้ มลู เก่ียวกบั การทาร่มบอ่ สร้าง ผลการศึกษาในเรื่องของการทาร่มบ่อสร้างน้นั พบวา่ คณะผจู้ ดั ทาไดค้ วามรู้ตา่ งๆมากมาย เกี่ยวกบั การทาร่มบอ่ สร้าง ของหมู่บา้ นบ่อสร้าง ตาบลตน้ เปา อาเภอสันกาแพง จงั หวดั เชียงใหม่ และ โครงงานเลม่ น้ีเป็นประโยชน์แก่ผทู้ ี่สนใจจะศึกษาการทาร่มบอ่ สร้างเป็นอยา่ งมาก
ข กติ ติกรรมประกาศ โครงงานน้ีสาเร็จลลุ ว่ งไดด้ ว้ ยความกรุณาเป็นอยา่ งยง่ิ จากคุณครู พีรวุฒิ วงคก์ าศ ที่ไดใ้ หค้ า เสนอแนะ แนวคดิ ตลอดจนแกไ้ ขขอ้ บกพร่องต่างๆมาโดยตลอดจนโครงงานน้ีเสร็จสมบรู ณ์ ผศู้ ึกษาจึง กราบขอบพระคุณเป็นอยา่ งสูง ขอขอบคุณ คุณครูหอ้ งสมุดโรงเรียนราชประชานุเคราะห์ 26 จงั หวดั ลาพูน หอ้ งคอมพิวเตอร์ คอมพวิ เตอร์หอนอน สุดทา้ ยน้ีขอขอบคณุ เพอ่ื นๆ ที่ใหก้ ารสนบั สนุนช่วยเหลือและใหก้ าลงั ใจตลอดมา จน โครงงานน้ีเสร็จสมบรู ณ์ คณะผจู้ ดั ทา
ค คานา รายงานโครงงานเล่มน้ีเป็นส่วนหน่ึงของรายวิชา ประวตั ิศาสตร์ รหสั วิชา ส 32104 จดั ทาข้นึ เพ่อื ศึกษาหาความรู้ในเร่ืองของการทาร่มบ่อสร้าง ซ่ึงมีเน้ือหาเกี่ยวกบั ประวตั ิความเป็นมาของร่มบ่อสร้าง วสั ดุอุปกรณ์ท่ีใชใ้ นการทาร่มบ่อสร้าง ข้นั ตอนการทาร่มบอ่ สร้าง ผจู้ ดั ทาคาดหวงั เป็นอยา่ งยง่ิ วา่ รายงานโครงงานเล่มน้ีจะมีขอ้ มูลที่เป็นประโยชนต์ อ่ ผทู้ ี่สนใจ ศึกษาการทาร่มบ่อสร้าง หากผิดพลาดประการใดก็ขออภยั ณ ท่ีน้ีดว้ ย นางสาวจนั ทกานต์ อินทร์เมา นางสาวดาทิตพร วรี คมนาคา นางสาวปาริษา เลาลี นางสาวพรชนก นภาพฤกษศ์ ิลา นางสาวศิรินทร์ทิพย์ ขจิตเพชรจรัส
สารบัญ ง เรื่อง หน้า บทคดั ย่อ ก กติ ตกิ รรมประกาศ ข คานา ค สารบญั ง บทท่ี 1 บทนา 1 1 ท่ีมาและความสาคัญ 3 วตั ถปุ ระสงค์ของโครงงาน 4 บทท่ี 2 เอกสารท่เี กยี่ วข้อง 4 1.ฉัตรร่ม 6 2.การทาร่มแม่วาง 7 3.การทาร่มและประโยชน์แบบอ่ืนๆ 10 บทที่ 3 วธิ ีดาเนินการโครงงาน 10 1.กาหนดหวั ข้อท่ีจะศึกษา 10 2.สืบค้นและรวบรวมข้อมูล 11 3.ประเมินคณุ ค่าของหลกั ฐาน 12 4.นาข้อมูลมาวเิ คราะห์ สังเคราะห์และจัดหมวดหมู่ 13 5.เรียบเรียงและนาเสนอ 14 ตารางการปฏบิ ัตงิ าน 15 บทที่ 4 ผลการดาเนินงานโครงงาน 15 1.ท่ตี ้งั ของหมู่บ้านบ่อสร้าง 16 2.อาณาเขตติดต่อรอบหมู่บ้าน 16 3.ประวตั คิ วามเป็ นมาของการทาร่มบ่อสร้าง
4.วิธกี ารทาร่มบ่อสร้าง ง บทท่ี 5 สรุป อภิปรายผล และข้อเสนอแนะ 19 สรุปผล ข้อเสนอแนะ 34 34 บรรณานุกรม 35 ภาคผนวก 36 38
1 บทท1่ี บทนา ท่มี าและความสาคญั มนุษยก์ บั ธรรมชาติมีความสมั พนั ธ์กนั อยา่ งแน่นแฟ้นมานานแสนนาน ต้งั แตม่ นุษยแ์ รก ปรากฏข้นึ มาบนพ้นื โลก มนุษยเ์ ป็นองคป์ ระกอบอยา่ งหน่ึงของธรรมชาติ มนุษยอ์ าศยั ธรรมชาติเป็น ปัจจยั ในการดารงชีวิตเป็นที่แน่ชดั วา่ ปัจจยั ท้งั สี่ของชีวิตซ่ึงเป็นปัจจยั วตั ถุ ยอ่ มไดม้ าจากการแปรสภาพ หรือการทาลายส่วนหน่ึงของธรรมชาติ ในอดีตผคู้ นในยคุ ตน้ ๆ น้นั มีชีวิตอยภู่ ายใตอ้ ิทธิพลของ ธรรมชาติ การเปล่ียนแปลงธรรมชาติเกิดข้ึนอยา่ งค่อยเป็นค่อยไป อากาศท่ีเปล่ียนแปลง ท้งั ฤดูหนาว ฤดูฝน ฤดูร้อน น้นั ส่งผลต่อกิจกรรมของมนุษย์ และพวก เขาก็พยายามปรับตวั ใหอ้ ยู่รอด มนุษยจ์ ึงมีการสร้างเครื่องมือตา่ งๆข้นึ มามากมาย เพอื่ อานวยความสะดวก ในการดาเนินชีวิต การใชช้ ีวติ แตล่ ะวนั ของมนุษยก์ ็มกั จะเจอกบั อปุ สรรคต่างๆไมว่ า่ จะเป็นงาน หรือสภาพ อากาศ ท่ีมีอากาศร้อนหรือมีฝนตกกเ็ ป็นปัจจยั หน่ึงท่ีทาใหก้ ารเดินทางลาบากดงั น้นั จึงตอ้ งมีอปุ กรณ์ติด ตวั เช่น ร่ม เพราะสามารถกนั แดด กนั ฝนได้ นอกจากจะสามารถกนั แดดกนั ฝนไดแ้ ลว้ ร่มสามารถใชใ้ น งานพธิ ีต่างๆได้ นบั ไดว้ า่ เป็นส่วนหน่ึงท่ีสาคญั ในงานบุญ งานพธิ ีต่างๆ ตามแบบฉบบั ของชาวพทุ ธ เพราะถูกนามาใชท้ าเป็นของชาร่วย ของท่ีระลึกในหลากหลายโอกาส และแต่ละทอ้ งถ่ินน้นั กจ็ ะมีการ สร้างร่มที่แตกต่างกนั ออกไปและเป็นเอกลกั ษณ์เฉพาะถิ่น เครื่องมือเคร่ืองใชห้ รืออปุ กรณ์ตา่ งๆในแตล่ ะภาคน้นั ยงั มีใหเ้ ห็นในปัจจุบนั ที่เป็นลกั ษณะ การสืบทอดทางวฒั นธรรมของชาวบา้ นต้งั แต่อดีตเร่ือยมาจนถึงปัจจุบนั เป็นการทาเคร่ืองมืออุปกรณ์ ต่างๆเพื่อใชป้ ระโยชนใ์ นการใชส้ อย ซ่ึงเป็นการสร้างสรรคค์ วามคดิ ต่างๆของแต่ละคนของชาวบา้ นใน ทอ้ งถ่ินแตล่ ะภาคน้นั และเป็นการปฏิบตั ิสืบทอดตอ่ จากรุ่นสู่รุ่น จนกลายเป็นเอกลกั ษณ์ของทอ้ งถ่ินน้นั ๆ สืบตอ่ ไป
2 วฒั นธรรมของคนแตล่ ะทอ้ งถิ่นน้นั มีเรื่องราวประวตั ิศาสตร์ของการทาเคร่ืองมืออุปกรณ์ ต่างๆท่ีมีความแตกตา่ งกนั บางพ้ืนท่ีใหค้ วามสาคญั กบั เครื่องมือเคร่ืองใชท้ ี่ใชเ้ ป็นประโยชนใ์ ชส้ อย และ บางพ้นื ท่ีใชเ้ ป็นส่วนประกอบความสาคญั ในการจดั กิจกรรมประเพณีต่างๆ ในแต่ละภาคอย่างภาคเหนือน้นั ผคู้ นส่วนใหญจ่ ะประกอบอาชีพทาไร่ ทานา ทาสวน ซ่ึง จาเป็นตอ้ งใชอ้ ปุ กรณ์ต่างๆในการทา และแตล่ ะทอ้ งถิ่นน้นั มีวฒั นธรรมและวิถีชีวิตท่ีแตกต่างกนั ซ่ึงกจ็ ะมี เครื่องมือเคร่ืองใชห้ รืออุปกรณ์ของทอ้ งถิ่นถือเป็นเอกลกั ษณ์ของคนในแต่ละทอ้ งถิ่น ในแต่ละทอ้ งถิ่นของไทยกม็ ีเคร่ืองมือ อุปกรณ์ตา่ งๆท่ีอยคู่ ่กู บั ทอ้ งถ่ินมานาน ตน้ กาเนิดของ ร่มบางทอ้ งถ่ินอาจไดร้ ับอิทธิพลวฒั นธรรมจากประเทศเพ่ือนบา้ น มาปรับปรุงแกไ้ ขจนกลายเป็นร่มที่มี เอกลกั ษณ์เฉพาะถ่ินของตน ซ่ึงในภาคเหนือน้นั กเ็ ป็นภมู ิภาคหน่ึงท่ีสาคญั ท่ีมีการสร้างร่มเนื่องจากชาว ไทยทางภาคเหนือไดม้ ีการสร้างร่มต้งั แตส่ มยั ลา้ นนาแลว้ ดงั น้นั ร่มท่ีผลิตในจงั หวดั ทางภาคเหนือของ ประเทศไทยสมยั ปัจจุบนั น้ีจึงเป็นหตั ถกรรมพ้ืนบา้ น ซ่ึงเป็นศิลปะและวฒั นธรรมที่อาศยั ภูมิปัญญาของ คนไทยสืบตอ่ กนั มาต้งั แต่สมยั อาณาจกั รลา้ นนา ในภาคเหนือของประเทศไทยโดยเฉพาะอยา่ งยงิ่ ท่ีจงั หวดั เชียงใหม่ นิยมเรียกร่มวา่ “ร่มลา้ นนา” หรือ “ร่มบ่อสร้าง” ร่มบ่อสร้างน้ี จะมีการทาในลกั ษณะของหตั ถกรรมภายในครัวเรือน โดยการรวมกลมุ่ ของ ชาวบา้ นในเขตอาเภอดอยสะเก็ด และอาเภอสันกาแพง จะทาชิ้นส่วนต่างๆแลว้ นามาประกอบกนั หลงั จาก วา่ งเวน้ จากการทาไร่ไถนา เพ่ือเป็นอาชีพเสริมรายได้ นอกเหนือจากอาชีพหลกั คือการเกษตร และแบ่งกนั ไปทาองคป์ ระกอบร่มตามความถนดั เช่น หม่บู า้ นสันพระเจา้ งามทาหวั ร่มและตมุ้ ร่ม, บา้ นออนทาโครง ร่ม, บา้ นแม่ฮอ้ ยเงินผลิตดา้ มร่ม, บา้ นตน้ เปาผลิตกระดาษสา เป็นตน้ โดยบา้ นบ่อสร้างจะเป็นแหลง่ นา ชิ้นส่วนมาประกอบกนั เป็นร่มสาเร็จรูป ซ่ึงเป็นงานหตั ถกรรมพ้ืนบา้ นลา้ นนาและเป็นเอกลกั ษณ์อยา่ ง หน่ึงของจงั หวดั เชียงใหม่และมีชื่อเสียงเป็นอยา่ งมากจึงกลายเป็นเทศการท่ีมีการนาร่มมาประดบั การ ประกวดหตั ถกรรม การนาร่มมาประดบั หนา้ ร้านหรือมาประดบั หนา้ ตา่ งบา้ น เทศการน้ีจึงมีเอกลกั ษณ์ และมีความพเิ ศษมากข้นึ ทกุ ปี เทศการร่มบอ่ สร้างเป็นเทศกาลท่ีมีร่มเป็นจานวนมากที่สุด และมีลวดลายที่สวยงาม จากฝีมือ คนในหมู่บา้ นบ่อสร้าง เพ่ือนามาประดบั การจดั ขบวนแห่วฒั นธรรมรถประดบั ร่ม การประกวดหตั ถกรรม วาดร่มของนกั ท่องเท่ียว การประกวดธิดาร่มบ่อสร้าง จดั พิพิธภณั ฑร์ ่มบ่อสร้าง เป็นตน้ และการใชร้ ่มใน การประดบั สถานท่ี นามาปรับแต่งร้านและบา้ น ใหค้ วามดึงดูดนกั ท่องเที่ยวมาใชบ้ ริการตา่ งๆ สามารถ
3 ซ้ือสินคา้ พ้ืนเมือง ร่มบ่อสร้าง ลดราคาท้งั หมู่บา้ น เพือ่ ใหน้ กั ท่องเท่ียวซ้ือของอยา่ งสบายใจ และมีความ สนุกสนานกบั เทศกาลร่มบ่อสร้าง แมว้ า่ การทาร่มของบา้ นบ่อสร้างจะมีวฒั นาการที่เจริญมากข้ึน จากอดีตที่ชาวบา้ นเคยใชว้ สั ดุ ที่หาง่ายในทอ้ งถิ่น เรียนรู้การทาร่มอยา่ งงา่ ย ๆ ส่วนหน่ึงเพอ่ื ไวใ้ ชง้ านและอีกส่วนหน่ึงทาเพ่อื ขาย เป็นที่ รู้กนั วา่ ร่มท่ีทาข้ึนจากบา้ นบ่อสร้างมีเอกลกั ษณ์เฉพาะแบบท่ีไม่เหมือนใคร ดว้ ยรูปลกั ษณ์ที่สวยงามและ การใชว้ สั ดุท่ีคงทนจึงทาใหช้ ่ือเสียงของร่มบา้ นบอ่ สร้างแห่งน้ีเป็นที่รู้จกั อยา่ งกวา้ งขวางในหมผู่ คู้ นและ นกั ทอ่ งเท่ียว ดงั น้นั ดว้ ยความสาคญั และความน่าสนใจของร่มบ่อสร้างจึงได้ เป็นท่ีมาและความสาคญั ของ โครงงานน้ีโดยตอ้ งการศึกษาวิธีการทาร่มบอ่ สร้าง และวสั ดุอปุ กรณ์ที่ใชใ้ นการทาร่มบ่อสร้าง ของ หมบู่ า้ นบ่อสร้าง ตาบลตน้ เปา อาเภอสันกาแพง จงั หวดั เชียงใหม่แห่งน้ี วตั ถุประสงค์ 1.ศึกษาประวตั ิความเป็นมาร่มบ่อสร้างของหมู่บา้ นบ่อสร้าง ตาบลตน้ เปา อาเภอสนั กาแพง จงั หวดั เชียงใหม่ 2.ศึกษาข้นั ตอนวิธีการทาร่มบ่อสร้างของหมู่บา้ นบ่อสร้าง ตาบลตน้ เปา อาเภอสัน กาแพง จงั หวดั เชียงใหม่ 3.ศึกษาวสั ดุอปุ กรณ์ที่ใชใ้ นการทาร่มบอ่ สร้างของหมบู่ า้ นบ่อสร้าง ตาบลตน้ เปา อาเภอ สนั กาแพง จงั หวดั เชียงใหม่
4 บทที่2 เอกสารท่เี กย่ี วข้อง จากการศึกษาโครงงานประวตั ิศาสตร์ เรื่อง การทาร่มบ่อสร้าง ของหมู่บา้ นบอ่ สร้าง พบวา่ มี เอกสารท่ีเก่ียวขอ้ งกบั โครงงาน ดงั น้ี 1.ฉตั รร่ม 2.การทาร่มแม่วาง 3.การทาร่มและประโยชน์แบบอื่นๆ โดยมีรายละเอียดดงั น้ี 1. ฉัตรร่ม ฉตั รถือเป็นงานศิลปะช้นั สูง เวลามีการสร้างวหิ าร โบสถ์ เจดีย์ ศาลา ฯลฯ กจ็ ะมีการอญั เชิญ ยอดฉตั รไปประดบั ไวจ้ ุดสูงสุดของสิ่งก่อสร้างน้นั วสั ดุท่ีใชใ้ นการทาก็จะใชแ้ ผน่ ทองเหลืองดุนลายหรือ เจาะลายเป็นลวดลายแบบลา้ นนาปิ ดดว้ ยทองคาเปลว 100% ช่างท่ีจะทาไดน้ ้นั จะตอ้ งมีการฝึกฝนและมี ความชานาญสูงถึงจะทาออกมาไดส้ วยและเป็นที่ตอ้ งการของตลาด ร่มและฉตั รในภาษาพมา่ คาเรียก ร่ม และ ฉตั ร ใชร้ ากคาเดียวกนั วา่ ที คาน้ีจึงหมายถึงร่มกนั แดดกนั ฝนธรรมดาก็ได้ หรือหมายถึงเคร่ืองสูงท่ีใชบ้ อกฐานะหรือบรรดาศกั ด์ิ และยงั หมายถึง เคร่ืองประดบั ท่ีอยบู่ นส่วนยอดของพระเจดียไ์ ดด้ ว้ ย ในอดีตพมา่ มีกษตั ริยป์ กครองบา้ นเมือง และส่ิงท่ีแสดงเครื่องหมายแห่งความเป็นพระเจา้ แผน่ ดินก็คือที-ผยู่ แปลวา่ “ร่มขาว” สาหรับขนุ นางกจ็ ะมีฉตั รแสดงบรรดาศกั ด์ิ อาทิ ขนุ นางช้นั สูงจะมี ฉตั รแดงเป็นเกียรติยศ เป็นตน้ พมา่ ถือวา่ เสวตฉัตรเป็นสิ่งคกู่ บั องคพ์ ระมหากษตั ริย์ ราชบลั ลงั กท์ ี่ไร้ ฉตั รจึงหมายถึงการหมดสิ้นแห่งอานาจและบารมี ดงั ตอนที่ราชวงศข์ องพม่าล่มสลายดว้ ยการยดึ ครอง ขององั กฤษเมื่อปี ค.ศ. 1885 น้นั พมา่ ถึงกบั เปรียบการสิ้นสุดของระบบกษตั ริยค์ ร้ังน้นั วา่ ฉตั รหกั หรือ ทีโจ อยา่ งไรก็ตาม แมพ้ ม่าจะไม่มีสถาบนั กษตั ริยอ์ ีกแลว้ แตพ่ มา่ ยงั คงมีการใชฉ้ ตั รขาวเป็นเคร่ืองบ่ง บอกบรรดาศกั ด์ิของพระสงฆ์ สาหรับฉตั รที่ประดบั ยอดพระเจดียแ์ บบพม่าน้นั เรียกวา่ พระฉตั ร หรือ ทีด่อ เจดียแ์ บบ พมา่ จะตอ้ งมีฉตั ร และในการสร้างเจดียจ์ ะมีการทาพธิ ีอญั เชิญพระฉตั ร ซ่ึงถือเป็นพธิ ีสาคญั และจะตอ้ ง
5 กระทาเป็นลาดบั สุดทา้ ย ดงั เมื่อเดือนเมษายนของปี พ.ศ.2542 รัฐบาลพมา่ ไดจ้ ดั งานข้ึนฉตั รใหม่สาหรับ เจดียช์ เวดากองซ่ึงเป็นงานยกฉตั รท่ียง่ิ ใหญ่ ดว้ ยวา่ งเวน้ มานานนบั แตส่ มยั พระเจา้ มินดง รัฐบาลพมา่ จดั งานน้ีอยา่ งเอิกเกริก โดยใชเ้ วลาเตรียมงานหลายเดือนและใชเ้ วลาเพื่ออญั เชิญพระฉัตรถึง 3 วนั และยงั จดั งานฉลองพระฉตั รอีกนบั 1 วนั นบั เป็นงานหลวงที่สามารถเรียกศรัทธาจากชาวพุทธพมา่ ทวั่ ประเทศได้ มาก ในพธิ ีมีผคู้ นมาร่วมบริจาคแกว้ แหวนเงินทองสาหรับประดบั พระฉตั รกนั มากมาย จนของบริจาค มากลน้ เหลือ เลยตอ้ งนาไปจดั เกบ็ ไวใ้ นพิพิธภณั ฑเ์ สียส่วนหน่ึง พมา่ ถือวา่ ฉตั รท่ียอดพระเจดียเ์ ป็นดุจร่มที่กางก้นั เจดียใ์ หบ้ งั เกิดความร่มเยน็ ชาวพมา่ ยงั เชื่ออีกวา่ การ บชู าดว้ ยฉตั รเป็นการทาบญุ ท่ีไดก้ ุศลมากกวา่ การทาบญุ อื่นใด จึงเช่ือวา่ หากมีวาสนาไดถ้ วายพระฉตั รแด่ องคพ์ ระเจดีย์ ชีวิตก็จะมีแต่ความร่มเยน็ และประสบแตค่ วามสาเร็จ ทุกวนั น้ีชาวพม่ายงั นิยมถวายฉตั ร แด่องคเ์ จดียใ์ นอีกรูปแบบหน่ึง ซ่ึงมิใช่เป็นฉตั รเงินหรือฉตั รทองแทๆ้ ฉตั รแบบน้ีจะทาดว้ ยกระดาษสี เงิน สีทอง สีขาว สีเหลือง หรือสีเขยี ว ซ่ึงมีจาหน่ายที่ร้านคา้ แถวองคเ์ จดีย์ สีของฉัตรต่างมี ความหมาย หากเป็นสีทองหรือสีเงินจะแสดงถึงความมง่ั มี แตถ่ า้ เป็นสีขาวจะแสดงถึงความสงบ สุข เป็นตน้ ชาวพุทธพม่านิยมบชู าพระเจดียด์ ว้ ยฉัตรประเภทน้ี เพื่อแกเ้ คลด็ หรือสะเดาะเคราะห์ ดงั กรณีที่ประสบเคราะหร์ ้าย ชาวพุทธพมา่ มกั จะตอ้ งถวายฉตั รกระดาษแด่พระเจดียแ์ ละในการต้งั เคร่ืองหมู่ บชู าพระเจดีย์ ซ่ึงพม่าเรียกวา่ กเดาะ-บแว มกั จะตอ้ งปักฉตั รไวใ้ นสารับบชู าน้นั ดว้ ย เพราะเช่ือวา่ จะช่วย ใหพ้ รที่ขอเกิดผลสัมฤทธ์ิ ( ตามคติของพม่าน้นั เคร่ืองบูชาท่ีมีฉตั รประดบั จะถือวา่ เป็นเคร่ืองบูชาในฝ่าย ศาสนา ต่างจากการบูชาเทพนตั ซ่ึงชาวพมา่ ไม่นิยมใชฉ้ ตั รมาประกอบเคร่ืองบชู า ) การถวายฉตั รที่ทา ดว้ ยกระดาษน้ี จึงตา่ งไปจากการถวายพระฉตั รสาหรับยอดพระเจดียท์ ี่ทาเพ่อื สืบพระศาสนาหรือเพือ่ เป็น พุทธบชู า แตก่ ารถวายฉตั รกระดาษสี จะเป็นเพ่ือการขอความคุม้ ครองและเพ่ือความสงบสุขในชีวติ สาหรับผถู้ วาย ฉตั รจึงถกู ใชใ้ นหลายหนา้ ที่ เป็นท้งั เครื่องแสดงฐานะของกษตั ริย์ เครื่องบง่ บอกยศศกั ด์ิ ของขนุ นางช้นั สูงเคร่ืองแสดงเกียรติยศสาหรับพระสงฆ์ และเป็นเคร่ืองประดบั ยอดพรเจดีย์ ตลอดจน นิยมใชฉ้ ตั รประกอบเคร่ืองบูชาสาหรับพิธีสะเดาะเคราะห์และขอพร การท่ีพม่าพฒั นาการถวายฉตั รแด่ องคพ์ ระเจดียม์ าจนถึงข้นั น้ี อาจเป็นเพราะฉตั รเป็นเครื่องหมายแห่งอานาจและบญุ บารมี อนั จะนามาซ่ึง ความมง่ั มีและความร่มเยน็ ในชีวติ ซ่ึงเป็นโลกียสุขที่ปถุ ุชนต่างปรารถนา คราวน้ีลองหนั มาดูร่มธรรมดาที่ใชก้ นั แดดกนั ฝนกนั บา้ ง คนพมา่ มกั จะพกร่มโดยเฉพาะ ในช่วงฤดูฝน ร่มจึงเป็นสินคา้ ท่ีขายไดด้ ี อนั ท่ีจริงชาวพม่าตา่ งนิยมใชร้ ่มที่ทาดว้ ยกระดาษหรือผา้ ดิบกนั
6 มาแต่อดีต ร่มพมา่ ท่ีข้นึ ชื่อท่ีสุดเป็นร่มท่ีมาจากเมืองพระสิมหรือท่ีพมา่ เรียกวา่ เมืองปะเต่ง ร่มพระสิมมี รูปลกั ษณ์ สีสัน และลวดลายออกจะคลา้ ยกบั ร่มที่บ่อสร้างของเชียงใหม่ และนิยมซ้ือกนั เป็นท่ีระลึก หรือของฝาก และใชเ้ ป็นเคร่ืองประดบั มากกวา่ ที่จะใชก้ นั แดดกนั ฝนกนั จริงๆ 2.การทาร่มแม่วาง ร่มแมว่ างแหล่งผลิตอยทู่ ่ีอาเภอแม่วาง จงั หวดั เชียงใหม่ โดยมีพอ่ อุย้ ปั๋น ศรีจนั ทร์เป็นผผู้ ลิตร่ม แบบโบราณ หรือจดั หาง รูปแบบของรุ่มจะเป็นร่มผา้ สีน้ามนั ท่ีเนน้ แดงเป็นหลกั จุดเด่นกจ็ ะอยทู่ ่ีลวดลาย ไหมในโครงร่ม ขณะเดียวกนั การทาร่มแบบโบราณเช่นน้ี ก็ไมต่ ่างจากการทาร่มในเมืองปะเต่งของพมา่ ท่ีเร่ียกวา่ ปะเต่งตี สินคา้ เลื่องชื่อและเรียกร่มแบบโบราณที่วางขายอยทู่ ว่ั ไปตามร้านขายของที่ระลึกใน เมืองท่ีมีช่ือเสียงและแหลง่ อ่ งเที่ยวของประเทศพม่าท่ีเมืองยา่ งกุง้ แต่ส่ิงท่ีน่าห่วงกค็ อื การทาร่มแบบ โบราณ นบั วนั จะนอ้ ยลงเพราะชาวบา้ นหนั ไปทาอาชีพอ่ืน ขณะท่ีการทาร่มจากบรรพบุรุษท่ียาวนานนบั ร้อยปี เร่ิมเส่ือมความนิยม ร่มกลายเป็นของท่ีระลึกและตกแต่งสถานที่มากกวา่ การใชง้ านจริงใน ชีวติ ประจาวนั ใชเ้ ป็นเคร่ืองประดบั ตกแต่งบา้ นของที่ระลึก เป็นสินคา้ ส่งออก ผทู้ ี่ทาใหร้ ่มแมว่ างมีชื่อเสียงเป็นท่ีรู้จกั คือ พ่อป๋ัน ศรีจนั ทร์ แห่งบา้ นดอนเปา แต่เดิมคนใน หมูบ่ า้ นน้ีทาร่มเป็นอาชีพเสริม ยามวา่ งจากการทานา ทาไร่ออ้ ย โดยเร่ิมจากการที่พระสงฆไ์ มม่ ีร่มใช้ ตอ้ งไปซ้ือร่มไทใหญ่จากแม่ฮ่องสอน จึงพยายามศึกษาวธิ ีการทาร่มเพื่อใชเ้ อง โดยลงมือถอด ส่วนประกอบตา่ งๆ คร้ันเมื่อสึกเป็นฆราวาส ซ้ึงทางเหนือจะเรียกวา่ นอ้ ย และ หนาน โดยคาวา่ นอ้ ย หมายถึง คนท่ีเคยผา่ นการบวชเณร ส่วน หนาน หมายถึง คนท่ีเคยผา่ นการบวชพระภิกษุ คนทาร่มของแม่ วางในยคุ แรกๆจึงเป็นนอ้ ยเป็นหนานแทบท้งั น้นั หลกั ในการผลิตในหมูบ่ า้ นน้ีท่ีเหลือจะเป็นคนรุ่นเก่าหรือผสู้ ูงอายไุ มถ่ ึง 10 ราย หลกั ของการ ทาจอ้ งแดงเริ่มจากตดั ไมไ้ ผ่ ผา่ ไม้ เหลาไมก้ ลอน เหลา้ กา้ น ทาหลอดลา่ งและหลอดบน บนสุดเป็นจิกสีดา ซ่ึงหลงั จากกระบวนการแรกแลว้ เสร็จกจ็ ะมาประกอบเป็นโครงซ่ึงตอ้ งใชค้ วามชานาญใชเ้ วลาใหโ้ ครง ออกมาสวยงามคงทนเพราะตอ้ งใชด้ ายมดั จากมือทกุ ข้นั ตอน แลว้ นาไปตากแดดกนั ราข้ึนอยกู่ บั แสงแดด ก่อนจะมาใส่ผา้ แต่เดิมเป็นกระดาษสา และใชส้ ีชาติ เป็นสีแดงมาทาแต่ปัจจุบนั ราคาแผงในประเทศไทย กห็ าไมไ่ ดต้ อ้ งซ้ือจากเมียนม่า จึงนาผา้ และใชส้ ีน้ามนั มาแทนแต่ใหไ้ ดส้ ีเหมือนดงั เดิมมากที่สุด ส่วน ความคงทนน้นั ไดน้ านถึง 10 ปี หากดูแลรักษาไวอ้ ยา่ งดี
7 จุดเด่นของจอ้ งแดงโบราณบา้ นดอนเปา ที่ตวั หลอดดา้ นในมีการสานดว้ ยดาย ที่ตอ้ ใชค้ วาม ชานาญเป็นอยา่ งมาก ทาใหแ้ ต่ละคนั กวา่ จะออกมาไดจ้ นจบกระบวนการ 1 คนั เพยี ง 1 วนั แต่ปัจจุบนั จะ แบง่ กนั ทาในแต่ละข้นั ตอนเพ่ือใหไ้ ดป้ ริมาณตามคาส่งั ซ้ือ เพราะจอ้ งแดงจะมีแต่ยอดสง่ั เท่าน้นั จะผลิต ออกขายเองนอ้ ยมากในแต่ละเดือนได้ 100- 120 คนั ซ่ึงมีต้งั แต่ราคา 400-1,800 บาท มีขนาดต้งั แต่14นิ้ว ถึง40 นิ้ว โดยเฉพาะจอ้ งแดงติดต้งั สนามนิยมสง่ั มาก ปัจจุบนั พร้อมสืบสานภูมิปัญหาใหก้ บั เยาวชนคนรุ่นใหม่หากสนเขา้ มาศึกษาเรียนรู้เพราะ เหลือสลา่ ทาจริงเพยี งไม่ถึง 10 คนแตท่ าหลกั เหลือเพียงตนเองเพียงคนเดียวกบั ครอบครัว คนรุ่นใหม่ส่วน ใหญ่จะออกไปทางานนอกบา้ นเพราะการทาจอ้ งแดงโบราณน้นั ตอ้ งใชเ้ วลากวา่ จะผลิตออกมาได้ 1 คนั ต่อวนั หากทาครบกระบวนเพียงคนเดียว ส่วนตนกจ็ ะคงอนุรักษจ์ อ้ งแดงโบราณของบา้ นดอนเปาไว้ พร้อมถ่ายทอดภูมิปัญญาที่มีมากวา่ ร้อยปี ไม่ใหห้ ายไปกบั กาลเวลา 3. การทาร่มและประโยชน์แบบอื่นๆ ร่มท่ีใชก้ นั โดยทวั่ ไป เป็นร่มกนั แดดกนั ฝน สาหรับใชค้ นเดียว หรือสองคนเป็นอยา่ งมาก สามารถกนั แดด และกนั ฝนได้ ร่มสาหรับใชป้ ระโยชน์อื่นๆ 3.1 ลกั ษณะของร่ม ร่มประกอบดว้ ยส่วนสาคญั 3 ส่วน คือ 3.1.1 ด้ามร่ม ทาจากวสั ดุยาว สาหรับยดึ ตวั ร่ม และเป็นดา้ มจบั ส่วนปลายจึง มกั ทาใหม้ ีขนาดใหญ่ หรืองอโคง้ เพ่ือจบั ไดส้ ะดวก มีท้งั ท่ีทาจากโลหะ และไม้ 3.1.2 ตัวร่ม ทาจากกระดาษอาบน้ายากนั ฝน และผา้ ชนิดที่กนั ฝนได้ (เรียก ทว่ั ไปวา่ ผา้ ร่ม) แผเ่ ป็นวงกลม ยดึ วางอยบู่ นซี่ร่ม หรือโครงร่ม 3.1.3 ซ่ีร่ม
8 ซี่ร่มเป็นส่วนสาคญั ของร่ม ที่ทาให้ร่มพบั เก็บได้ มีขนาดเลก็ ยดึ ต่อกนั เป็นท่อนๆ พบั เขา้ ออกได้ บา้ งก็ เป็นแบบท่อนเดียว หุบร่มได้ อยา่ งเดียว บา้ งก็เป็นแบบสองท่อน หุบร่มแลว้ ยงั พบั ซอ้ นลงไปไดอ้ ีก ทา ใหเ้ ม่ือพบั แลว้ มีขนาดกะทดั รัด พกพาสะดวก 3.2 ร่มสาหรับใช้ประโยชน์อื่นๆ 3.2.1 ร่มชายหาด เป็นร่มขนาดใหญ่ มีดา้ มยาวและใหญ่ ปักไวต้ ามชายหาด สาหรับกนั แดดใหน้ กั ทอ่ งเท่ียวขณะนอนบนชายหาด 3.2.2 ร่มแม่ค้า เป็นร่มขนาดใหญ่ เช่นเดียวกบั ร่มชายหาด มกั ใชก้ นั แดดกนั ฝนตามแผงขายของในตลาดนดั ริมทางเทา้ หรือในที่ตา่ งๆ ใชป้ ักในแท่นที่ หนกั เพื่อกนั ลม้ 3.2.3 ร่มสนามกอล์ฟ เป็นร่มสาหรับใชถ้ ือ มีขนาดใหญแ่ ละดา้ มยาวกวา่ ร่มปกติ เลก็ นอ้ ย มีระบบลลู่ มเพอ่ื ให้ กา้ นร่มไม่หกั เม่ือตอ้ งเจอกบั ลมแรงท่ีสนาม กอลฟ์ 3.2.4 ร่มพบั เป็นร่มที่มีขนาดเลก็ น้าหนกั เบา พกพาง่าย สามารถพบั เก็บได้ มกั ใชส้ าหรับการพกพาเพื่อกนั แดดและฝน
9 บทที3่ วธิ ีการดาเนนิ การโครงงาน การจดั ทาโครงงานประวตั ิศาสตร์ เรื่อง การทาร่มบ่อสร้างของหมบู่ า้ นบ่อสร้าง ผจู้ ดั ทามี วธิ ีการดาเนินงานตามข้นั ตอนทางประวตั ิศาสตร์ 5 ข้นั ตอนดงั น้ี ข้นั ตอนท่ี 1 กาหนดหวั ขอ้ ท่ีจะศึกษา ซ่ึงกลุม่ ของเราไดป้ ะชุมหาลือกนั ในวนั ท่ี 14 มกราคม 2565 จึงไดป้ ระเดน็ ที่จะศึกษา คือ การทาร่มบ่อสร้างของหมบู่ า้ นบอ่ สร้าง ซ่ึงดาเนินการโดยจดั ทาเคา้ โครงโครงงานและส่งใหค้ รูท่ีปรึกษาเพอื่ ขอคาแนะนาในวนั ท่ี 14 มกราคม 2565 หลงั จากที่สมาชิกใน กลุ่มไดก้ าหนดหวั ขอ้ เรื่องท่ีจะศึกษาแลว้ จากน้นั ก็รวมกลุ่มสมาชิกอีกคร้ังในวนั ที่ 16 มกราคม 2565 เพ่อื วางแผนปฏิบตั ิงานในข้นั ต่อไป ข้นั ตอนที่ 2 สืบคน้ และรวบรวมขอ้ มลู ทางกลุ่มของเราไดท้ าการสืบคน้ ขอ้ มูลจากเวบ็ ไซต์ จานวน 12 เวบ็ ไซต์ - https://mgronline.com/travel/detail/9480000043013 - https://www.xn--72c5ai1ajb3af3cxb4ab9w.com/bo-sang-umbrella-festival/ - https://sites.google.com/site/aboutchaingmai/silpa-wathnthrrm-laea-phumipayya- thxng-thin/theskal-rm-bx-srang-canghwad-cheiynghim - http://handmade-umbrella.com/th/ - https://www.chiangmainews.co.th/page/archives/556319/ - https://redumbellacm.wordpress.com - http://handmade-umbrella.com/th/%E0%B8%A3%E0%B9%88%E0%B8%A1/ - http://www.thaigoodview.com/node/195501
10 - https://www.gotoknow.org/posts/15592?fbclid=IwAR0S6QaQneefSE- QI6Dv9yXF4swgzyrkoONQTABDvhKbcrhlkog64SrTJ2Q - https://intrend.trueid.net/north/chiang- maitrueidintrend_33484?fbclid=IwAR1TrGAq62pLETYym1L5P4ZB0DJ8kqsX1CI1iJN2o 7xkygra43FN86xp5Dk - https://travel.trueid.net/detail/O9Bg24nzq02m?fbclid=IwAR1mP2ufpYV- tef11Qe8rNDfNXQh8Ln0aZgQiLaXQlcPAQF6IP4rIymRxoI คน้ ควา้ จากหนงั สือจานวน 2 เล่ม -หนงั สือ เท่ียวลา้ นนา ตามหาภูมิปัญญาไทย-กรุงเทพ: อมรินทร์, 2550. -หนงั สือ เครื่องประกอบพระบรมราชอิสริยยศ งานพระบรมศพพระบาทสมเดจ็ พระ ปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช บรมนาถบพิตร กรุงเทพ: สานกั พิพธิ ภณั ฑสถานแห่งชาติ,2561 400 หนา้ ข้นั ตอนที่ 3 ประเมินคุณคา่ ของหลกั ฐาน กลมุ่ ของพวกเราไดน้ าขอ้ มูลที่สืบคน้ จากเวบ็ ไซต์ มาทาการประเมินคุณคา่ ของหลกั ฐานพิจารณาในรายละเอียด เพ่ือใหไ้ ดข้ อ้ มูลท่ีถูกตอ้ งท่ีสุดซ่ึงมีเวบ็ ไซต์ จานวน12เวบ็ ไซตแ์ ละหนงั สืออีก2เลม่ คือ - https://mgronline.com/travel/detail/9480000043013 - https://www.xn--72c5ai1ajb3af3cxb4ab9w.com/bo-sang-umbrella-festival/ - https://sites.google.com/site/aboutchaingmai/silpa-wathnthrrm-laea-phumipayya- thxng-thin/theskal-rm-bx-srang-canghwad-cheiynghim - http://handmade-umbrella.com/th/ - https://www.chiangmainews.co.th/page/archives/556319/ - https://redumbellacm.wordpress.com - http://handmade-umbrella.com/th/%E0%B8%A3%E0%B9%88%E0%B8%A1/
11 - http://www.thaigoodview.com/node/195501 - https://www.gotoknow.org/posts/15592?fbclid=IwAR0S6QaQneefSE- QI6Dv9yXF4swgzyrkoONQTABDvhKbcrhlkog64SrTJ2Q - https://intrend.trueid.net/north/chiang- maitrueidintrend_33484?fbclid=IwAR1TrGAq62pLETYym1L5P4ZB0DJ8kqsX1CI1iJN2o 7xkygra43FN86xp5Dk - https://travel.trueid.net/detail/O9Bg24nzq02m?fbclid=IwAR1mP2ufpYV- tef11Qe8rNDfNXQh8Ln0aZgQiLaXQlcPAQF6IP4rIymRxoI คน้ ควา้ จากหนงั สือจานวน 2 เลม่ -หนงั สือ เท่ียวลา้ นนา ตามหาภูมิปัญญาไทย-กรุงเทพ: อมรินทร์, 2550. -หนงั สือ เครื่องประกอบพระบรมราชอิสริยยศ งานพระบรมศพพระบาทสมเด็จพระ ปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช บรมนาถบพิตร กรุงเทพ: สานกั พพิ ธิ ภณั ฑสถานแห่งชาติ,2561 400 หนา้ ข้นั ตอนที่ 4 นาขอ้ มูลมาวิเคราะห์ สงั เคราะห์และจดั หมวดหมู่ เรื่อง การทาร่มบ่อสร้างของ หมบู่ า้ นบ่อสร้าง ประกอบดว้ ยหวั ขอ้ ดงั น้ี 1.ที่ต้งั ของหมบู่ า้ นบอ่ สร้าง 2.อาณาเขตติดต่อรอบหมู่บา้ น 3.ประวตั ิความเป็นมาของการทาร่ม 4.วธิ ีการทาร่มบ่อสร้าง 4.1วสั ดุและอปุ กรณ์ 4.2ข้นั ตอนการทาร่มบ่อสร้าง
12 ข้นั ตอนท่ี 5 เรียบเรียงและนาเสนอ กลมุ่ ของพวกเราร่วมกนั นาขอ้ มลู ท้งั หมดที่ไดจ้ าก เวบ็ ไซตแ์ ละหนงั สือมาเรียบเรียงเพ่อื จดั ทารูปเลม่ โครงงานในรูปแบบ E-book และจดั ทา PowerPoint และนาเสนอในวนั ท่ี 26 กมุ ภาพนั ธ์ 2565
13 ตารางการปฏบิ ตั ิงาน ระยะเวลา ผ้รู ับผดิ ชอบ ลาดับ การดาเนินการ 1 กาหนดหวั ข้อเร่ืองทจี่ ะศึกษา วนั ที่ 14 มกราคม พ.ศ 2565 สมาชิกใน -รวมกลุ่มกาหนดหวั เร่ืองท่ีจะศึกษา กลุ่ม -นาเสนอหวั ขอ้ เร่ืองที่จะศึกษาใหค้ รูประจาวิชา -เขยี นเคา้ โครงโครงงานเพ่ือเสนอใหค้ รูท่ี ปรึกษา 2 สืบค้นและรวบรวมข้อมูล วนั ที่ 22 มกราคม พ.ศ 2565 สมาชิกใน -คน้ ควา้ หาขอ้ มลู จากเวบ็ ไซตต์ า่ งๆ กลุ่ม -คน้ ควา้ หาขอ้ มลู จากหนงั สือต่างๆ 3 ประเมินคุณค่าของข้อมูล วนั ที่ 2 กมุ พาพนั ธ์ พ.ศ สมาชิกใน กลุ่ม -นาขอ้ มลู ท่ีไดจ้ ากการศึกษาคน้ ควา้ มาเรียบเรียง 2565 และประเมินคุณค่าของขอ้ มลู 4 นาข้อมูลวิเคราะห์ สังเคราะห์และจดั หมวดหมู่ วนั ท่ี 12 กุมพาพนั ธ์ พ.ศ สมาชิกใน -นาขอ้ มูลท่ีไดจ้ ากการประเมินมาวิเคราะหใ์ ห้ 2565 กลุ่ม ละเอียดรอบคอบอีกคร้ังวา่ น่าเช่ือถือไดจ้ ริง -นาขอ้ มูลที่วเิ คราะหม์ าแลว้ จดั หมวดหมูข่ อง ขอ้ มลู ใหเ้ ป็นระบบ 5 เรียบเรียงและนาเสนอ วนั ที่ 26 กมุ พาพนั ธ์ พ.ศ สมาชิกใน -จดั ทารูปเลม่ โครงงานในรูปแบบ E-book 2565 กลุม่ -นาเสนอโครงงานในรูปแบบ PowerPoint
14 บทท่ี 4 ผลการดาเนนิ งาน ผลการศึกษาโครงงานประวตั ิศาสตร์ทอ้ งถ่ิน เร่ือง การทาร่มบ่อสร้างของหมบู่ า้ นบ่อสร้าง ผู้ ศึกษาขอเสนอ ดงั น้ี 1. ท่ีต้งั ของหมู่บ้านบ่อสร้าง บา้ นบ่อสร้าง ต้งั อยทู่ ี่ ต.ตน้ เปา อาเภอสนั กาแพง จงั หวดั เชียงใหม่ เป็นหมู่บา้ นมีอาชีพ หตั ถกรรมข้ึนช่ือดา้ นการทาร่ม เดิมชื่อ บา้ นบอ่ ซาง เนื่องจากชาวบา้ นไดข้ ดุ บอ่ น้าใกลก้ บั ตน้ ไผซ่ าง ตอ่ มา เพ้ยี นมา เป็นบ่อสร้าง ชาวบา้ นบอ่ สร้างอพยพมาจากสิบสองปันนาและมีเช้ือสายไทล้ือ สถานท่ีต้งั บา้ นบอ่ สร้าง ตาบลตน้ เปา อาเภอสันกาแพง จงั หวดั เชียงใหม่ ปกครองโดยผนู้ าชุมชน คอื กานนั มานิตย์ ชูยกปิ่ น ภาษาท่ีใชส้ ื่อสารเป็นภาษาทอ้ งถิ่น มีประชากรท้งั หมด 2,566คน แยกเป็นชาย 1,146 คน หญิง 1,420 คน จาแนกครัวเรือนไดท้ ้งั หมด 1,692 หลงั
15 2. อาณาเขตติดต่อรอบหมู่บ้าน ทิศเหนือ ติดต่อกบั บา้ นบวกเป็ด หม่ทู ่ี 4 ทิศตะวนั ออก ติดต่อกบั บา้ นตน้ ผ้งึ หมู่ที่ 6 ทิศใต้ ติดต่อกบั บา้ นหนองโคง้ หมูท่ ่ี 2 ทิศตะวนั ตก ติดต่อกบั บา้ นตน้ เปา หมู่ที่ 1 พ้ืนที่บา้ นบ่อสร้างท้งั หมด โดยประมาณ 0.9394285 ตารางกิโลเมตร ( 0.3627154 ตารางไมล์ ) เสน้ ทาง : ทางหลวงแผน่ ดินหมายเลข 1006 คมนาคมหลกั : ทางหลวงแผน่ ดินหมายเลข 1014 ผลิตภณั ฑ์ : บา้ นบ่อสร้าง , ร่ม , ไม่แกะสลกั , พดั , ผา้ พ้ืนเมือง 3. ประวตั ิความเป็ นมาของการทาร่มบ่อสร้าง ในจงั หวดั เชียงใหม่ก็มีชุมชนหลายชุมชนและหลายหมบู่ า้ นที่มีการสร้างร่มแตห่ น่ึงในน้นั ท่ี สาคญั ท่ีเป็นแหล่งผลิตร่มบ่อสร้าง กค็ ือหมู่บา้ นบ่อสร้าง บา้ นบ่อสร้าง อยใู่ นเขตอาเภอสนั กาแพง จงั หวดั เชียงใหม่ แต่เดิมหม่บู า้ นแห่งน้ีเป็นแหลง่ กาเนิดการทาร่ม ศิลปหตั ถกรรมพ้นื เมืองซ่ึงเป็นเอกลกั ษณ์เด่น ของชาวเชียงใหม่มาประมาณกวา่ 200 ปี มาแลว้ การทาร่มสมยั โบราณ การทาร่มของบา้ นบ่อสร้าง จากคร้ังแรกท่ีผลิตข้ึนมาใชด้ า้ นศาสนา แสดงถึงอานาจของชนช้นั นา และ ประกอบในพธิ ีสาคญั ตา่ งๆ ร่มไดถ้ กู ปรับเปล่ียนขนาดใหเ้ ลก็ ลง เพ่ือใหพ้ กพาไดส้ ะดวก มีการทาน้ามนั บนกระดาษหุม้ ร่มเพ่ือใหท้ นแดดทนฝน ทาใหร้ ่มกลายเป็นของใชใ้ นชีวิตประจาวนั ของคนทวั่ ไป เม่ือมี ความตอ้ งการมากข้ึน สิ่งท่ีตามมาคือชาวบา้ นในชุมชนกม็ ีรายไดเ้ พมิ่ มากข้นึ จึงมีการผลิตและพฒั นาข้นึ มาเรื่อยๆ จากเดิมจะเป็นร่มกระดาษสาจะมีเพียงสองสีคือ สีดา ท่ีไดจ้ ากการนาเขมา่ ดินหมอ้ มาทาร่ม และ
16 สีแดง จากการนาดินแดงมาทางร่ม ซ่ึงดินแดงน้ีนบั วา่ เป็นดินท่ีมีสีแดงท่ีสุด นามาจากบา้ นลวงเหนือ อาเภอดอยสะเก็ด ก่อนจะนาไปทาน้ามนั ทบั อีกคร้ังหน่ึง กลา่ วกนั วา่ ชาวบา้ นเดิมมาจากประเทศพมา่ และไทยใหญ่ อพยพมาต้งั ถิ่นฐานที่น่ี และเขา้ ใจ กนั วา่ การทาร่มน้ีเอาแบบอยา่ งมาจากประเทศพมา่ แต่บางตาราก็บอกวา่ รับศิลปหตั ถกรรมน้ีมาจากยนู นาน ทางตอนใตข้ องประเทศจีน ซ่ึงในสมยั น้นั ส่วนมากจะทาโดยพระภิกษุที่อยใู่ นวดั เพื่อถวายเจา้ นาย และบางตานานเลา่ ขานกนั มานานนบั ร้อยปี วา่ มีพระภิกษุสงฆร์ ูปหน่ึงช่ือพระ อินถา แห่งสานกั วดั บอ่ สร้าง รูปเหมือนพระอินถา สานักวดั บ่อสร้าง ไดเ้ ดินทางท่องธุดงคไ์ ปสถานท่ีต่างๆจนกระทงั่ ถึงแถบชายแดนไทย – พม่า มีชาวพม่าใจบญุ นาร่มมา ถวายเพอื่ ใชป้ ้องกนั แดดฝน เม่ือพระอินถาไดเ้ ห็นร่มแปลกตาจึงไตถ่ ามวา่ ไดม้ าจากแห่งหนใดจึงไดข้ อ ติดตามไปเพื่อใหไ้ ดเ้ ห็นท่ีมาของร่ม ท่านไดศ้ ึกษาวิชาการทาร่มอยา่ งจริงจงั และจดจาไดแ้ ม่นยา พร้อมนา กลบั มาทาที่บ่อสร้าง จนเกิดเป็นโรงเรียนฝึกสอนวิชาทาร่มใหก้ บั ชาวบา้ น และกลายเป็นอาชีพของคนบอ่ สร้างมาจนถึงปัจจุบนั แต่อยา่ งไรกต็ ามการทาร่มกเ็ ป็นหตั ถกรรมในครอบครัวของชาวบา้ นบอ่ สร้าง ที่ ควบคู่ไปกบั การทากสิกรรมมาต้งั แต่โบราณกาล เป็นอาชีพคูบ่ า้ นที่นาช่ือเสียงมาสู่หมบู่ า้ นบอ่ สร้าง ต้งั แต่ คร้ังที่บอ่ สร้างยงั เป็นหมู่บา้ นเลก็ ๆ ที่ไมค่ ่อยมีใครรู้จกั และสนใจ แต่ชาวเชียงใหม่สมยั ก่อนนิยมใชร้ ่มกนั แดดทกุ คน เม่ือออกจากบา้ นเขาจะตอ้ งกางร่มถือร่มติดตวั ไปดว้ ยเสมอ จนถือเป็นสัญลกั ษณ์ประการหน่ึง ของชาวเชียงใหม่ โดยเฉพาะอยา่ งยง่ิ สาวเชียงใหมส่ มยั น้นั นิยมแตง่ กายแบบพ้นื เมือง ข่ีรถจกั รยานสองลอ้
17 มือหน่ึงถือดา้ มจบั อีกมือหน่ึงถือร่มกางไปตลอดทางอยา่ งท่ีเรียกกนั วา่ “แม่ญิงขรี่ ถถีบก๋างจอ้ ง” เป็น ภาพท่ีชวนมองยงิ่ จึงเห็นไดว้ ่าร่มเชียงใหม่ หรือร่มบ่อสร้างเป็นสิ่งที่นิยมใชใ้ นชีวิตประจาวนั ของชาว พ้นื เมืองมาก ขบวนแม่ญิงขี่รถถบี ก๋างจ้อง หมู่บา้ นบอ่ สร้างเป็นหมู่บา้ นท่ีมีการทาร่ม ซ่ึงมีลกั ษณะเด่นไม่เหมือนที่อ่ืน คือ ตวั ร่มทาดว้ ย กระดาษสาและผา้ แพรและผา้ ฝ้าย ร่มของบ่อสร้างแต่เดิมน้นั ทาจากโครงไมไ้ ผ่ ใชก้ ระดาษสาเป็นพ้ืนร่ม แลว้ ใชส้ ีเพยี ง2สี สีสันสดใส มีลวดลายดอกไมส้ วยงาม ซ่ึงถือว่าเป็นหัตถกรรมพ้นื บา้ นที่น่าสนใจ และ ไดร้ ับการขนานนามจากชาวตา่ งประเทศ วา่ เป็นหมบู่ า้ นทาร่ม หรือ (Umbrella Village)และแต่ละวนั จะมี นกั ทอ่ งเที่ยวเดินทางไปเที่ยวชมบา้ นบ่อสร้างเป็นประจา โดยเฉพาะในช่วงท่ีมีงานเทศกาลร่มบ่อสร้าง ดว้ ยแลว้ ดูราวกบั วา่ ทุกคนจะพากนั หลงั่ ไหลไปเที่ยวบา้ นบ่อสร้างกนั เป็นจานวนมาก เทศกาลร่มบอ่ สร้าง ท่ีจะจดั ข้ึนในทุกๆ ปี ณ หมู่บา้ นบ่อสร้าง ตาบลตน้ เปา อาเภอสนั กาแพง จงั หวดั เชียงใหม่ ในเดือนมกราคมของทุกๆ ปี จะมกี ารจัด เทศกาลร่มบ่อสร้าง และหัตถกรรมสันกาแพง ท่ีตาบลต้นเปา อาเภอสันกาแพง จังหวัดเชียงใหม่
18 เทศกาลร่มบอ่ สร้าง เป็นเทศกาล ที่อยคู่ ู่ประเทศไทยมานาน หากเราพูดถึงการทอ่ งเที่ยวในภาคเหนือ แน่นอนวา่ ทุกคนคงรู้จกั เทศกาลน้ีเป็นอยา่ งดี เป็นเทศกาลที่มีสีสนั และงดงามท่ีสุด ท่ีหาดูไดย้ ากมาก เป็น งานฝีมือทอ้ งถ่ินที่มีความน่าสนใจและมีความคดิ ท่ีสร้างสรรคแ์ ต่ละชิ้นงานที่ทาออกมาจะทาใหเ้ รามี ความประทบั ใจเม่ือไดเ้ ห็น ซ่ึงร่มบ่อสร้างน้นั มีท้งั หมด 3 ชนิดดว้ ยกนั คือ ร่มผา้ แพร ร่มผา้ ฝ้าย และร่ม กระดาษสา แมจ้ ะทาจากวสั ดุที่ตา่ งกนั แต่กลบั มีกรรมวธิ ีในการทาที่เหมือนกนั คือเป็นกรรมวิธีแบบ โบราณสืบทอดกนั มาต้งั แต่โบร่าโบราณ และการนาร่มมาประดบั การประกวดหตั ถกรรม ขบวนแห่ วฒั นธรรมรถประดบั ร่ม การนาร่มมาประดบั หนา้ ร้านหรือมาประดบั หนา้ บา้ น ตา่ งๆ เป็นเอกลกั ษณ์ของ เทศกาลน้ี และมีความพเิ ศษมากข้ึนในทกุ ๆ ปี 4. วธิ ีการทาร่มบ่อสร้าง 4.1วัสดุและอปุ กรณ์ 4.1.1ไผร่ วก ใชใ้ นส่วนของลาตน้ มาทาเป็นดา้ มร่ม 4.1.2 ไผบ่ ง ส่วนท่ีนามาใชท้ าเป็นโครงร่มคือส่วนของลาตน้
19 4.1.3เลื่อยมือ มีลกั ษณะเป็นรูปทรงสี่เหลี่ยมขนาดกะทดั รัดพอดีมือ ดา้ นบนเป็นดา้ มจบั ยาวออกมา ส่วนดา้ นลา่ งเป็นใบมีดหยกั ยาวสาหรับเล่ือยตดั ไมไ้ ผท่ ่ีจะนามาใชใ้ นการ ทาโครงร่ม 4.1.4มีดกลึงหวั ร่ม มีดกลึงหัวร่ม มี 2 รูปแบบ ในรูปแบบแรกจะมีลกั ษณะคลา้ ยกบั เสียม ใชส้ าหรับเหลาไมก้ ระทอ้ นท่ีเป็นทอ่ นสี่เหล่ียมใหม้ ีความเรียบ รูปแบบท่ีสองมี ลกั ษณะคลา้ ยมีดธรรมดาแต่ตรงปลายจะโคง้ มนมีความแหลมคมไวส้ าหรับลง รายละเอียดของหวั ร่ม เม่ือลงมีบนไมท้ ่ีอยบู่ นแทน่ กลึง ความมนของมีด จะพลิว้ โคง้ ไปกบั ลกั ษณะของไม้ ท่ีหมนุ อยู่ ที่ใหก้ ลึงไดง้ า่ นข้นึ ซ่ึงปลายมีดท่ีแหลมคมของมีด กลึงหวั ร่มท้งั 2 รูปแบบจะทามาจากเหลก็ แหนบรถยนตเ์ ท่าน้นั เพราะเป็นเหลก็ ที่มี ความคงทน
20 4.1.5มีดเหลาร่ม มีดเหลาร่มมีลกั ษณะขนาดเลก็ ปลายแหลมคมซ่ึงปลายมีดจะทามาจาก เหลก็ แหนบรถยนตเ์ พราะเป็นเหลก็ ที่มีความคงทน มีดเหลาร่มจะใชส้ าหรับเหลาไมท้ ่ี ใชใ้ นการทาเป็นโครงร่มท้งั หมดท้งั ตวั ค้าหรือซี่ค้าและตวั รับหรือซี่กลอน 4.1.6สวา่ นมือ ปลายมีเขม็ สาหรับไวใ้ ชเ้ จาะรูไมท้ ่ีใชใ้ นการทาโครงร่ม ลกั ษณะปลาย เขม็ เป็นทรงสามเหลี่ยมไม่กลมเพราะไมท้ ่ีใชใ้ นการทาโครงร่มเป็นไมท้ ี่มีความบาง เฉียบการใชเ้ ขม็ ปลายสามเหล่ียมจะทาเจาะรูไมไ้ ดอ้ ยา่ งงา่ ย ทาใหไ้ มไ้ มแ่ ตกออกจาก กนั
21 4.1.7หวั ร่ม ทาดว้ ยไมเ้ น้ืออ่อน เช่นไมโ้ มกมนั ไมส้ ้มเห็ด ไมซ้ อ้ ไมต้ ะแบก และไม้ เน้ือออ่ นชนิดอ่ืนๆ เม่ือไมแ้ หง้ แลว้ ไม่หดตวั มาก การที่เลือกเอาไมเ้ น้ืออ่อนเป็นหวั ร่ม น้นั เพราะวา่ ไมเ้ น้ืออ่อน สะดวกแก่การกลึงและผา่ ร่องซี่ 4.1.8ตมุ้ ร่ม ทาดว้ ยไมเ้ น้ืออ่อน เช่นไมโ้ มกมนั ไมส้ ้มเห็ด ไมซ้ อ้ ไมต้ ะแบก และไม้ เน้ืออ่อนชนิดอ่ืนๆ เมื่อไมแ้ หง้ แลว้ ไมห่ ดตวั มาก การที่เลือกเอาไมเ้ น้ืออ่อนเป็น ตมุ้ ร่ม น้นั เพราะวา่ ไมเ้ น้ืออ่อน สะดวกแก่การกลึงและผา่ ร่องซ่ี
22 4.1.9ซ่ีร่ม ทาดว้ ยไม่ไผ่ ไมไ้ ผท่ ี่จะนามาทาเป็นซี่ร่มตอ้ งมีลกั ษณะปลอ้ งของไมไ้ ผ่ จะตอ้ งยาวถึง 1 ฟุตข้ึนไป เน้ือไมไ้ มห่ นานอ้ ยกวา่ 1 นิ้ว และเป็นไมท้ ี่มีอายตุ ้งั แต่ 2 ปี ข้นึ ไป ไมอ้ อ่ นใชไ้ ม่ได้ เพราะไมอ้ ่อนเวลาแหง้ แลว้ ไมจ้ ะหดตวั มาก และตวั มอดชอบ กิน 4.1.10ซ่ีกลอนร่มหรือภาษาเหนือเรียกวา่ ซี่กาน มีขนาดต้งั แต่ 5 นิ้ว 10นิ้ว 12นิ้ว 14นิ้ว 17นิ้ว 20นิ้ว 25นิ้ว 30นิ้ว 35นิ้ว 40นิ้ว 50นิ้ว และใหญส่ ุดอยทู่ ่ี 60นิ้ว มีลกั ษณะเป็นไม้ ไผย่ าวที่อยดู่ า้ นบนของซี่ค้า ขนาดของซ่ีกลอนน้นั จะมีขนาดหนาบางไมเ่ ท่ากนั ข้ึนอยู่ กบั ผา้ ที่ห่อหุม้ ร่มน้นั เช่น ถา้ หุม้ ดว้ ยผา้ ฝ้ายผา้ ฝ้ายจะมีลกั ษณะหนาจึงตอ้ งใชซ้ ี่กลอนร่ม ท่ีมีขนาดหนาเพือ่ ที่จะรองรับน้าหนกั ในส่วนของผา้ ไหมที่มีน้าหนกั เบาก็จะใชซ้ ่ี กลอนร่มที่มีลกั ษณะท่ีบาง
23 4.1.11ซี่ค้า คือซ่ีไมไ่ ผท่ ี่ต่อลงมากจากดา้ นลา่ งของซ่ีกลอนในส่วนของขนาดและ จานวนก็จะแตกต่างกนั ไป โดยร่มขนาด10นิ้ว-14นิ้ว จะใชซ้ ่ีค้าอยทู่ ี่ 24 ซี่ร่มขนาด17 นิ้ว-20นิ้ว จะใชอ้ ยทู่ ี่ 28 ซ่ีร่มขนาด 40นิ้ว-60นิ้ว จะใชอ้ ยู่ 36 ซ่ี และเลก็ สุดจะอยทู่ ่ี5นิ้ว จะใชท้ ้งั หมด16 ซี่ในจานวนซ่ีน้นั จะใชเ้ ท่ากนั ท้งั ซ่ีค้าและซี่กลอนเช่นถา้ ร่มขนาด 20 นิ้วจะใชซ้ ี่28 ซ่ีท้งั ซ่ีกลอนและซี่ค้า 4.1.12 กระดาษปิ ดร่ม ใชก้ ระดาษที่มีเน้ือนิ่มไม่แขง็ กระดา้ ง และมีความหนา พอสมควร แตเ่ ท่าน้ีนิยมกนั มากไดแ้ ก่กระดาษสา และกระดาษห่อของสีน้าตาล
24 4.1.13คนั ถือ ทาจาก ไมไ้ ผเ่ ล่มเลก็ หรือ ไมเ้ น้ืออ่อน 4.1.14มา้ (สลกั ) ทาจากสาหรับร่มเลก็ ทาดว้ ยสปริงเหลก็ ส่วนร่มใหญท่ าดว้ ยไมไ้ ผ่ เหลา
25 4.1.15ปลอกลานหรือใบลานจะใชส้ าหรับห่อหุม้ ส่วนของหวั ร่ม มีลกั ษณะเป็นใบยาว เลก็ สีน้าตาล ก่อนจะนามาใชน้ ้นั จาเป็นที่จะตอ้ งนามาแช่น้าไวก้ ่อนนาไปใชเ้ พ่ือความ เหนียวและทนทานของใบลานหรือปลอกลาน ในส่วนของขนาดของปลอกลานน้นั ข้นึ จะอยกู่ บั ขนาดของร่ม 4.1.16 ดา้ ย ท่ีใชใ้ นการร้อยประกอบส่วนตา่ งๆ ของร่มใชด้ า้ ยดิบหรือดา้ ยมนั นามากรอ เป็นเส้นและตีควบเป็นเกลียวตามขนาดท่ีตอ้ งการ
26 4.1.17น้ามนั ทาร่ม ใชท้ าดว้ ยน้ามนั มะม้ือ หรือน้ามนั ตงั อ๊ิว 4.1.18สีทาร่ม ใชท้ าดว้ ยสีน้ามนั
27 4.1.19น้ายางปิ ดร่ม ใชป้ ิ ดดว้ ยน้ายางตะโก หรือ น้ายางมะคา่ 4.1.20น้ามนั สาหรับผสมกบั สี ใชน้ ้ามนั กา๊ ด
28 4.2ข้นั ตอนการทาร่ม 4.2.1การกลึงหวั , ตมุ้ และ จิก (ยอด)ร่ม หวั และตมุ้ ทามาจากไมเ้ น้ืออ่อนหลายชนิด ซ่ึงภาษาพ้ืนเมืองเรียกวา่ ไมต้ ีนเป็ด ไมส้ ้มเห็ด ไมต่ ุม้ คา และไมแ้ ก การทาหวั และตุม้ น้ีใชว้ ิธีกลึงโดยเคร่ืองมือโบราณ ซ่ึงเป็นวธิ ีการที่บรรพบุรุษไดเ้ คยใชท้ ามาก่อน ตดั ไม้ ท่ีจะกลึงออกเป็นท่อนๆ เส้นผา่ ศนู ยก์ ลางประมาณ 3-5 นิ้วยาวประมาณ 5-8 นิ้ว เจาะรู ไวใ้ หส้ ามารถสวมเหลก็ ยดึ ไมก้ ลึงไดพ้ อดี แลว้ กลึงดว้ ยเครื่องมือดงั กล่าว ไมแ้ ตล่ ะ ท่อนที่กลึงน้ีจะสามารถกลึงหวั และตุม้ ไดป้ ระมาณ 4-5 อนั โดยกลึงใหไ้ ดข้ นาดท่ี ตอ้ งการก่อนจึงค่อยตดั แยกออกจากกนั อีกทีหน่ึง 4.2.2ข้นั ตอนการทาโครงร่ม โครงร่มจะประกอบดว้ ย 2 ส่วน หลกั คอื ซี่ค้าและซ่ี กลอน โดยข้นั ตอนการทาจะเร่ิมจากการนาไมไ้ ผบ่ งมาตดั เป็นทอ่ นๆ แลว้ แต่ขนาดของ ร่มท่ีตอ้ งทา เสร็จแลว้ ผา่ ไมเ้ ป็นซ่ีๆ นาไปเหลาเป็นซ่ีค้าและซี่กลอนของร่ม โดยจะตอ้ ง เหลาใหม้ ีความหนาบางเทา่ กนั ทุกซี่ (ซ่ึงร่มแตล่ ะขนาดจะมีจานวนซ่ีไมเ่ ทา่ กนั ) จากน้นั ใชส้ วา่ นมือเจาะรูลงบนซ่ีค้าและซี่กลอนที่เหลาเสร็จแลว้ สาหรับใชร้ ้อยดา้ ย ประกอบเขา้ กบั หวั และตุม้ ร่มเพ่ือข้ึนเป็นโครงร่ม และไวส้ าหรับสนดา้ ยเป็นลวดลาย ใตร้ ่ม เสร็จแลว้ นาไปตากแดดจนแหง้ สนิท นาไปแช่น้ายาและตากอีกคร้ังจนแหง้ เก็บ ไวร้ อข้นั ตอนการหุม้ ร่ม
29 4.2.3การร้อยดา้ ยประกอบโครงร่ม ข้นั ตอนการร้อยดา้ ยประกอบโครงร่ม จะร้อย ประกอบโดยใชด้ า้ ยไนลอน เพราะเป็นดา้ ยที่มีความเหนี่ยวและทนทาน ไมข่ าดง่าย ร้อยประกอบซี่ค้าเขา้ กบั ตมุ้ และซ่ีกลอนเขา้ กบั หวั ร่ม ตามรอยท่ีไดเ้ จาะไวต้ อนเหลาซี่ ไม้ เสร็จแลว้ นาท้งั สองส่วนมาร้อยประกอบเขา้ กนั โดยซ่ีกลอนจะอยดู่ า้ นบนส่วนซี่ค้า อยดู่ า้ นลา่ ง ข้นั ตอนการสนดา้ ยเป็นลวดลายตา่ งๆใตร้ ่ม จะร้อยโดยใชไ้ หมประดิษฐ์ หลากสี สนดา้ ยเขา้ ตามรูที่เจาะไวต้ ามซี่ค้าและซ่ีกลอนเป็นลวดลายตา่ งๆ ตามรูปแบบ ของร่มแต่ละขนาดแต่ละประเภท 4.2.4การผา่ นโคง้ ร่ม คือ ข้นั ตอนการพนั เชือกบริเวณปลายซี่ร่มยาม โดยนาโครงร่มที่ ผา่ นการร้อยดือมาใส่คนั ร่มชว่ั คราว จากน้นั จึงใสสลกั ไมต้ รงหวั ร่มใหแ้ น่น กางโครง ร่มออกใหซ้ ่ีร่มโคง้ ลงพอดี ผกู ปลายดา้ ยท่ีเหลือจากการร้อยซ่ีร่มใหแ้ น่น พยายามจดั ช่องวา่ งระหวา่ งซี่ร่มใหเ้ ท่ากนั ใชด้ า้ ยพนั ท่ีปลายซี่ยาม พนั วนจนครบทกุ ซ่ีและพนั ข้ึน รอบใหม่จนครบ 3 รอบ
30 4.2.5การทากระดาษปิ ดโครงร่ม นาโครงร่มท่ีผา่ นข้นั ตอนการผา่ นโคง้ ร่มแลว้ ปักลง บนหลกั ไมไ้ ผ่ เพอ่ื ที่จะหมุนติดกระดาษไดง้ ่าย จากน้นั ทาน้ามนั ตะโกหรือน้ายามมะค่า ลงตรงหลงั ซี่ร่มยาวใหท้ วั่ ติดกระดาษสาท่ีตดั เป็นรูปวงกลมทาบลงไปบนโครง แลว้ ทาน้ามนั ตะโกหรือน้ายางมค่าใหช้ ุ่ม ระวงั อยา่ ใหเ้ ปี ยกแฉะจนเกินไป วางกระดาษสา อีกแผน่ หน่ึงที่ตดั เป็นรูปวงกลมเตรียมไวแ้ ลว้ ติดทบั ลงไปอีกช้นั หน่ึง กระดาษจะติด เป็นเน้ือเดียวกนั หากกระดาษสา 2 แผน่ ยงั หนาไมพ่ อก็ติดทบั ลงไปอีกแผน่ ก็ไดโ้ ดยใช้ วิธีเดียวกนั เม่ือติดกระดาษสาทบั กนั จนไดค้ วามหนาตามตอ้ งการแลว้ ก็นากระดาษสา มาปิ ดทบั เสน้ ดา้ ยท่ีพนั รอบซี่ร่มยาวใหเ้ รียบร้อยโดยทาน้ายางลงไปดว้ ย จากน้นั จึงคอ่ ย นาไปผ่งึ แดดตากลมจนแหง้ สนิท แลว้ หุบร่ม
31 4.2.6การทาน้ามนั ยาง โดยกางร่มออกอีกคร้ังแลว้ ใชผ้ า้ ชุบน้ามนั ทาจนทว่ั กระดาษปิ ด ร่มท้งั ดา้ นในและดา้ นนอก ควรระวงั ไม่ให้น้ามนั ท่ีทาน้นั ชุ่มโชกจนเกินไป เพราะจะ ทาใหพ้ ้นื ร่มไมส่ วย เพียงทาใหซ้ ึมทว่ั กระดาษก็พอ เสร็จแลว้ นาไปตากแดดทิง้ ไวอ้ ีก 3 ชวั่ โมง เม่ือตากจนแหง้ แลว้ ก็หุบร่มเพื่อเตรียมใส่คนั ร่มตอ่ ไป การทาน้ามนั น้ีก็เพ่ือให้ ร่มสามารถกนั น้าได้ 4.2.7การทาคนั ร่ม คนั ร่มจะมีขนาดยาวกวา่ ซ่ีร่มยาวเลก็ นอ้ ย กล่าวคอื เวน้ ใหย้ าวกวา่ ซ่ี ร่มยาวใหม้ ือสามารถจบั ถือไดพ้ อดี หรืออาจยาวกวา่ น้นั อีกสักเลก็ นอ้ ยก็ได้ คนั ร่มส่วน ใหญ่ใชไ้ มไ้ ผท่ ่ีมีลาตน้ ขนาดเลก็ หรืออาจใชไ้ มเ้ น้ืออ่อนก็ได้ โดยที่คนั ร่มน้ีจะตอ้ งเจาะ รูสาหรับใส่ลวดสลกั เพือ่ ใชย้ ดึ ซี่ร่มไวด้ ว้ ย ซ่ึงลวดสลกั น้ีจะตอ้ งอยใู่ นตาแหน่งระยะที่ ตรงกบั ตมุ้ ร่มเม่ือกางร่ม
32 4.2.8การปิ ดหวั ร่ม วสั ดุท่ีนามาปิ ดหวั ร่มอาจใชใ้ บลาน ใบตาล หรือกระดาษท่ีหนาสัก หน่อย โดยนามาตดั ใหม้ ีลกั ษณะเป็นปลอกไวท้ ี่หวั ร่ม ตดั กระดาษสาเป็นริ้วยาวพนั รอบหัวร่ม 3-4 รอบ ทาน้ามนั ตะโกทบั แลว้ พนั กระดาษสาทบั อีกคร้ัง แลว้ นาไปตาก แดดใหแ้ หง้ เสร็จแลว้ ทาน้ามนั มะเด่ือตรงหวั ร่มเพ่ือใหก้ ระดาษสาที่หุม้ อยมู่ ีความหนา เหนียวทนทาน 4.2.9จากน้นั ก็นามาวาดลวดลายและสีสันบนผืนร่ม ใหส้ วยงาม เคลด็ ลบั ของการลงสี ใหต้ ิดทนนาน คอื เวลาลงสีน้ามนั ที่ตอ้ งผสม กบั น้ามนั มะม้ือหรือน้ามนั ตงั อ๊ิวที่ทาให้ ร่มทนแดด ทนฝน และใชง้ านไดจ้ ริงไม่วา่ หนา้ ฝนหรือหนา้ ร้อน เพราะฉะน้นั นอกจาก ร่มบอ่ สร้างจะเป็นของที่ระลึกสวยงามแลว้ ยงั สามารถคุม้ แดดคุม้ ฝนไดเ้ ป็นอยา่ งดี
33 บทท5่ี สรุป และข้อเสนอแนะ 1.สรุปผล จากการทาโครงงานศึกษาคน้ ควา้ ทางประวตั ิศาสตร์ เร่ือง การทาร่มบ่อสร้างของหมบู่ า้ นบ่อ สร้าง เพือ่ ศึกษาเกี่ยวกบั ประวตั ิความเป็นมาของร่มบ่อสร้าง วสั ดุอปุ กรณ์ในการทาร่มบ่อสร้าง ข้นั ตอน วิธีการทาร่มบอ่ สร้าง การทาร่มบ่อสร้างน้นั ประวตั ิความเป็นมากล่าวกนั วา่ ชาวบา้ นเดิมมาจากประเทศพมา่ และ ไทยใหญ่ อพยพมาต้งั ถิ่นฐานท่ีนี่ และเขา้ ใจกนั วา่ การทาร่มน้ีเอาแบบอยา่ งมาจากประเทศพม่า แตบ่ าง ตารากบ็ อกมาจากยนู นานทางตอนใตข้ องประเทศจีน และบางตานานเล่าขานกนั มานานนบั ร้อยปี วา่ มี พระภิกษสุ งฆร์ ูปหน่ึงช่ือพระ อินถา แห่งสานกั วดั บ่อสร้าง ไดเ้ ดินทางท่องธุดงคไ์ ปสถานที่ต่างๆ จนกระทง่ั ถึงแถบชายแดนไทย – พมา่ มีชาวพมา่ ใจบุญนาร่มมาถวายเพอ่ื ใชป้ ้องกนั แดดฝน เมื่อพระอิน ถาไดเ้ ห็นร่มแปลกตาจึงไตถ่ ามวา่ ไดม้ าจากแห่งหนใดจึงไดข้ อติดตามไปเพ่ือใหไ้ ดเ้ ห็นท่ีมาของร่ม ท่าน ไดศ้ ึกษาวิชาการทาร่มอยา่ งจริงจงั และจดจาไดแ้ มน่ ยาพร้อมนากลบั มาทาท่ีบอ่ สร้าง จนเกิดเป็นโรงเรียน ฝึกสอนวิชาทาร่มใหก้ บั ชาวบา้ น ซ่ึงหมบู่ า้ นบ่อสร้างเป็นหมบู่ า้ นท่ีมีการทาร่มที่มีลกั ษณะเด่นไมเ่ หมือนท่ี อ่ืนและกลายเป็นอาชีพของคนบอ่ สร้างมาจนถึงปัจจุบนั นอกจากน้นั ยงั มีเทศกาลร่มบ่อสร้างท่ีอยคู่ ู่ ประเทศไทยมานานซ่ึงจะมีกิจกรรมตา่ งๆมากมายในเทศกาลน้ี วสั ดุอุปกรณ์ในการทาร่ม คือ ไผร่ วก ไผบ่ ง เลื่อยมือ มีดกลึงหวั ร่ม มีดเหลาร่ม สวา่ นมือ หวั ร่ม ตุม้ ร่ม ซ่ีร่ม ซี่กลอนร่ม ซี่ค้า กระดาษปิ ดร่ม คนั ถือ มา้ ปลอกลาน ดา้ ย น้ามนั ทาร่ม สีทาร่ม น้ายางปิ ดร่ม น้ามนั สาหรับผสมกบั สี ข้นั ตอนการทาร่มบอ่ สร้าง คอื การกลึงหวั , ตุม้ และ จิก (ยอด)ร่ม การทาโครงร่ม การร้อย ดา้ ยประกอบโครงร่ม การผา่ นโคง้ ร่ม การทากระดาษปิ ดโครงร่ม การทาน้ามนั ยาง การทาคนั ร่ม การ ปิ ดหวั ร่ม สุดทา้ ยคือการวาดลวดลายและสีสันบนผืนร่มใหส้ วยงาม
34 2.ข้อเสนอแนะ จากการทาโครงงานเรื่องการทาร่มบอ่ สร้างมีเรื่องท่ีเราควรศึกษาเพ่มิ เติมเก่ียวกบั การทาร่ม ศึกษาวสั ดุอปุ กรณ์ในการทา และวิธีการทาร่มต่างๆดงั น้ี 1.ศึกษาการทาร่มแม่วาง ในจงั หวดั เชียงใหม่
35 บรรณานุกรม หนงั สือ เท่ียวลา้ นนา ตามหาภูมิปัญญาไทย-กรุงเทพ: อมรินทร์, 2550. หนงั สือ เครื่องประกอบพระบรมราชอิสริยยศ งานพระบรมศพพระบาทสมเดจ็ พระปรมินทรมหาภูมิพลอ ดุลยเดช บรมนาถบพิตร กรุงเทพ: สานกั พพิ ธิ ภณั ฑสถานแห่งชาติ,2561 400 หนา้ สืบคน้ หนา้ 101. https://mgronline.com/travel/detail/9480000043013 https://www.xn--72c5ai1ajb3af3cxb4ab9w.com/bo-sang-umbrella-festival/ https://sites.google.com/site/aboutchaingmai/silpa-wathnthrrm-laea-phumipayya-thxng-thin/theskal-rm- bx-srang-canghwad-cheiynghim http://handmade- umbrella.com/th/%E0%B8%97%E0%B8%B3%E0%B9%84%E0%B8%A1%E0%B8%9A%E0%B9% 88%E0%B8%AD%E0%B8%AA%E0%B8%A3%E0%B9%89%E0%B8%B2%E0%B8%87%E0%B8 %95%E0%B9%89%E0%B8%AD%E0%B8%87%E0%B8%81%E0%B8%B2%E0%B8%87%E0%B8 %88%E0%B9%89%E0%B8%AD/ https://www.chiangmainews.co.th/page/archives/556319/ https://redumbellacm.wordpress.com/2016/09/05/%E0%B8%9B%E0%B8%A3%E0%B8%B0%E0%B 8%A7%E0%B8%B1%E0%B8%95%E0%B8%B4%E0%B8%88%E0%B9%89%E0%B8%AD%E0%B 8%87%E0%B9%81%E0%B8%94%E0%B8%87%E0%B9%82%E0%B8%9A%E0%B8%A3%E0%B8 %B2%E0%B8%93-%E0%B8%95-%E0%B8%94%E0%B8%AD/ https://th.wikipedia.org/wiki/%E0%B8%A3%E0%B9%88%E0%B8%A1?fbclid=IwAR3ap0DpaFvwQ 1Ai-XxB4o6APiZv7cKQqyalMj1TdfR5kIoTPkTpJnE0Sn0 https://www.gotoknow.org/posts/15592?fbclid=IwAR0S6QaQneefSE- QI6Dv9yXF4swgzyrkoONQTABDvhKbcrhlkog64SrTJ2Q http://bosangumbrella.blogspot.com/2014/12/blog-post_9.html
36 http://www.maejodigital.com/dc7/5818102377/project/make.html https://www.navanurak.in.th/handmadeumbrella/site/theme/muse_show_cat1.php?refcode=%20hmb- 0028&catid=237 http://umbrellalocal.blogspot.com/p/blog-page_4217.html http://thaigoodview.com/node/115502 https://th.wikipedia.org/wiki/%E0%B8%9A%E0%B9%89%E0%B8%B2%E0%B8%99%E0%B8%9A %E0%B9%88%E0%B8%AD%E0%B8%AA%E0%B8%A3%E0%B9%89%E0%B8%B2%E0%B8%8 7
37 ภาคผนวก
38 เคา้ โครงโครงงาน
39
40
Search
Read the Text Version
- 1 - 47
Pages: