Important Announcement
PubHTML5 Scheduled Server Maintenance on (GMT) Sunday, June 26th, 2:00 am - 8:00 am.
PubHTML5 site will be inoperative during the times indicated!

Home Explore บทที่ 2 H5

บทที่ 2 H5

Published by scvhhddu, 2021-10-24 11:28:55

Description: บทที่ 2 H5

Search

Read the Text Version

หนว ยการเรยี นรูท ่ี 2 ตัวช้ีวดั อภปิ รายองคป ระกอบและหลกั การ (ว 4.2 ม.2/3 ) ทํางานของระบบคอมพวิ เตอร และ เทคโนโลยี การส่อื สาร เพือ่ ประยกุ ตใช งานหรอื แกปญ หาเบอื้ งตน สาระสาํ คญั ปจจบุ นั เทคโนโลยีดา นการส่อื สารไดเขามามีบทบาทตอ การดํารงชวี ิตของมนุษยมากข้ึน ซ่ึงองคป ระกอบของการสือ่ สารขอ มูลจะประกอบไปดวยขอมลู ขา วสาร ผสู งสาร สอื่ กลาง ผูรับสาร และโปรโตคอล นอกจากนนั้ สือ่ กลางในการสือ่ สารขอมลู ผา นระบบเครอื ขา ยจะ แบงออกเปน 2 ประเภท คอื ส่อื กลางประเภทสายสญั ญาณและสื่อกลางประเภทไรสาย สาํ หรับระบบเครอื ขายในปจจุบันจะแบง เปน เครือขา ยสวนบคุ คล เครือขา ยทอ งถิ่น เครอื ขา ยระดบั เมือง และเครอื ขา ยระดบั ประเทศ

องคป ระกอบของระบบสอ่ื สารขอมูล 1. ผสู ง (Sender) ผสู งในทนี่ หี้ มายถงึ อปุ กรณท ่ีทาํ หนา ท่ใี นการจดั สง ขอ มลู ขาวสาร ซึง่ สามารถเปน ไดท ง้ั คอมพวิ เตอรโ ทรศพั ทกลองวิดโี อ เปน ตน 2. ผูรับ (Receiver) ผรู บั คอื อปุ กรณท่ีใชสาํ หรับรบั ขาวสารทส่ี งมาจากผสู ง เชน คอมพวิ เตอร โทรศพั ทวทิ ยุ โทรทัศนเ ปนตน 3. ขาวสาร (Message) ขา วสารประกอบดว ยขอ มลู หรอื สารสนเทศทไี่ ดสง มอบระหวางกนั ซ่งึ สามารถเปนไดทั้งขอมูลท่ี เปนขอความ ตัวเลข รปู ภาพ เสยี ง วดิ โี อ หรือมลั ตมิ ีเดีย

องคป ระกอบของระบบส่ือสารขอมูล 4. สือ่ กลาง (Media) สื่อกลาง หมายถึงส่ือกลางสงขอมลู ท่ีใชในการส่ือสาร (Transmission media) ซ่ึงอาจเปน สอ่ื กลางประเภทสาย เชน สายเคเบิล สายโทรศัพท และ สื่อกลางประเภทไรส าย เชน คลน่ื วิทยุ ซ่ึงสอื่ กลาง ดงั กลา วทําหนา ทใี่ นการให ขอมลู สามารถเดินทางจากตน ทางไปยังปลายทางได 5. โพรโตคอล (Protocol) โพรโตคอล เปนกฎเกณฑหรอื ขอตกลงทใี่ ชในการสอ่ื สารขอ มลู เพื่อใหก ารสื่อสารระหวางอปุ กรณนนั้ มคี วามเขา ใจในทศิ ทาง เดียวกันและสามารถสอื่ สารกนั ไดหากไมมโี ปรโตคอลแลว อุปกรณ ทง้ั สองอาจจะติดตอ กนั ไดแ ตไมส ามารถสอื่ สารกนั ไดเชนเดียวกนั กบั มบี คุ คล 2 คนที่ตอ งการพบปะกนั และเมอ่ื ไดพ บกนั แลว แตกลับ สนทนากนั ไมรูเ รอื่ ง เน่อื งจากคนหนึ่งพูดภาษาไทยและอกี คนหนง่ึ พูดภาษาญี่ปุน ซงึ่ ทงั้ สองไดม ี การตดิ ตอ กันแลว แตไ มส ามารถ ส่อื สารระหวางกันไดอ ยางเขา ใจ

องคประกอบขอ มูลขา วสาร 4) สือ่ ผสม 3) รปู ภาพ (Multimedia) เปน (Image) เปน ขอ มูลทีผ่ สมลักษณะ ขอมูลทเี่ ปน ของทัง้ รปู ภาพ เสยี ง รูปภาพ เชน การ และขอความเขา สแกนภาพเขา ดวยกัน โดยสามารถ คอมพวิ เตอร เคลอื่ นไหวได ภาพถา ย เปน ตน 2) เสียง (Voice) 1) ขอ ความ (Text) เปนเสียงทม่ี นษุ ย เปนขอ มูลท่อี ยูใน หรืออปุ กรณ รปู อักขระหรอื บางอยางเปนตัว เอกสาร สรา งข้นึ มา

พฒั นาการของการ สื�อสารข้อมลู การเปล่ยี นแปลงทางสงั คมของโลก นบั ต้งั แตม นษุ ยไ ดมี การรวมกลมุ กันเปน สังคมขนาดใหญต งั้ แตโ บราณนนั้ ก็ เรมิ่ มีการสอ่ื สารเกิดขึน้ ความเจรญิ กา วหนา ของการ สื่อสารกอ นที่จะมาถึงปจจุบนั นน้ั ยอ มมพี ฒั นาการมา ยาวนาน กอนทจี่ ะมยี คุ ของการส่อื สารนนั้ ยคุ โบราณเปน ยคุ ที่มนษุ ยม ีการใชภาษาในการตดิ ตอส่อื สารกนั อยา ง จํากัด แตไ ดผ ลดเี พราะมีคนจาํ นวนนอ ยการส่ือสารจงึ ไม ซบั ซอน สว นใหญจ ะสื่อสารกันดว ยการใชท าทาง หรือ แมก ระทัง่ การใชสญั ลักษณต า งๆ เชน การวาดภาพตาม ผนังถา้ํ มากกวา การใชภ าษาในการสือ่ สารซ่ึงกันและกัน การส่อื สารในยคุ นี้เปน การสอ่ื สารกลุมยอ ยเทา นนั้ เช่อื วา ยังไมม กี ารสอื่ สารแบบมวลชนเกิดขนึ้ ดังน้นั จึงสามารถ แบง การสอื่ สารออกไดเปน 3 ยุค

1. การสอ่ื สารยคุ โบราณ เปนการส่ือสารท่ีนยิ มใชในอดตี ซง่ึ ปจจุบนั ไมมกี ารสื่อสารดว ยวิธีนี้ หรอื ไมนยิ มใชการส่ือสารประเภท นแี้ ลว การสื่อสารในยุคโบราณจะกระทาํ เพอ่ื ตอบสนองตอความ ตอ งการขนั้ พืน้ ฐานของมนษุ ย ใชถา ยทอดขอ มูลทีไ่ มม คี วาม สลบั ซับซอน และตัวกลางทีใ่ ชม ักจะมปี ระสิทธิภาพนอ ย และไมมี ความสะดวกรวดเรว็ ในการส่ือสาร ตัวอยา งการส่ือสารในยุค โบราณ

พฒั นาการของการส่ือสารขอมูล ภาพบนผนังถา้ํ หรอื กอ นหิน การ เปน การสื่อสารของ วาดภาพบนผนงั ถํ้า บุคคลสมยั โบราณเพ่ือ จดั เปนการสอื่ สาร บอกเลา วถิ ชี ีวติ ของ รปู แบบแรกของ ตนเอง ดว ยการใชส ี ธรรมชาติหรอื กอ นหิน มนษุ ย ทย่ี ังมี ขดี เขยี นและวาดภาพ หลักฐานปรากฏให ตาง ๆ ไวบนผนังถ้ํา เห็นไดในปจ จบุ นั ภาพฝาผนังของมนุษยส มัยโบราณ ภาพบนผนงั ถา้ํ

พฒั นาการของการสอ่ื สารขอ มลู ควนั ไฟ ประเภทนมี้ ีความ เปน การสอ่ื สารโดยใช ผิดพลาดไดงาย กลมุ ของควันไฟแทน เนื่องจากควนั ไฟอาจ สญั ลกั ษณตาง ๆ เพ่ือ เปลยี่ นแปลงไดต าม ส่อื สารไปยงั ผรู ับสาร สภาพอากาศ ทําให โดยผูส ง สารจะตองกอ เกิดการตีความหรอื กองไฟในท่ีสูงเพื่อให แปลสัญลกั ษณนั้น ๆ ผูร ับสารสามารถ ผดิ พลาด มองเหน็ ไดจ าก ระยะไกล การสื่อสาร การจุดควนั ไฟเพอ่ื ส่อื สารในสมัยโบราณ ควนั ไฟ

พฒั นาการของการสอื่ สารขอ มลู นกพิราบสื่อสาร ที่ขาหรอื แขวนท่ีคอ เปนการสือ่ สารโดยใช ของนกพริ าบ แลวให สัตวเปนตัวกลางหลัก ผรู บั สารรอรับสารได ในการสอ่ื สาร โดยใช จากรงั หรือทีอ่ ยูของ ธรรมชาตใิ นการรู นกพิราบ การสื่อสาร ทิศทางของนกพิราบที่ ดวยการใชน กพริ าบ จะเดนิ ทางกลบั รงั หรือ ทอี่ ยขู องมนั ไดไ มวาจะ สามารถรักษา ถูกสงมาจากท่ใี ดมกี าร ความลับของขอมูล ผกู ขอความหรือขอ มูล ไดเปนอยา งดี ส้ัน ๆ การส่ือสารโดยใชน กพิราบ นกพิราบสือ่ สาร

พฒั นาการของการส่ือสารขอมลู มาเร็ว ท่บี ังคบั มาและมา เปนการสื่อสารโดยใช เปน หลัก ทําให มนษุ ยแ ละสตั วเ ปน สามารถส่ือสารหรือ ส่ือกลางในการสอ่ื สาร สง ขอ มูลไดรวดเรว็ ทาํ ใหก ารสอื่ สารมี รักษาความลับของ ประสทิ ธิภาพมากกวา ขอมลู และสง ขอ มูล การว่ิงผลดั เนื่องจาก ไปยงั ผูรบั สารได ประสิทธภิ าพของการ ถูกตองกวาการ สื่อสารข้ึนอยูกับบุคคล ส่ือสารดว ยการ วิ่งผลดั การใชมาเรว็ เพื่อการตดิ ตอสอ่ื สาร มา เรว็

2. การสอ่ื สารยุคอตุ สาหกรรม เปนการส่อื สารที่ยงั นยิ มใชใ น ปจ จบุ นั แตมแี นวโนม ทจ่ี ะเลกิ ใชใ นอนาคต เนอื่ งจากมเี ทคโนโลยี ที่สง เสรมิ การสือ่ สารใหม ๆ เขา มาแทนที่ การสอ่ื สารยคุ อตุ สาหกรรมจะมุง เนน ประสิทธภิ าพมากกวา การสอ่ื สารยคุ โบราณ ตวั อยางการสือ่ สารในยคุ อุตสาหกรรม เชน

พฒั นาการของการสอ่ื สารขอ มลู โทรศัพทห รือเทเลโฟน (Telephone) เปนการสื่อสารสองทศิ ทางพรอมกัน แตสามารถรับและสงขอมูลไดใน รูปแบบเสียงเทานั้น โดยผูส่อื สารทงั้ สองฝายจะตองมีโทรศัพทเพื่อใชในการ สอ่ื สาร เวลาส่อื สารจะเปนเวลาจรงิ ในชวงนนั้ ๆ (Real Time) หากผูรับ ขอ มลู ไมอยูหรอื มีความผดิ พลาดดานเวลาก็จะทาํ ใหก ารสอื่ สารไมสามารถ ทําได โทรศัพทมีพฒั นาการตอ เนอ่ื งและยาวนานโดยเปนพืน้ ฐานของการ พฒั นาโทรศพั ทแบบไรส ายหรือโทรศัพทแ บบพกพา การใชโทรศัพทจะตอง ติดตง้ั เครอื่ งรบั เคร่ืองสง และสายโทรศัพทในพ้นื ทท่ี ่ีใหบริการหรือมี สายโทรศพั ทจ ากหนว ยงานท่ีใหบ ริการเทาน้ัน จงึ นิยมตดิ ตัง้ ในท่ีอยอู าศยั สํานักงาน และสถานท่ีสาธารณะตา ง ๆ ผูใชไ มจําเปน ตองมีความรดู า น เทคโนโลยีการสือ่ สารมากนัก โทรศัพทป ระเภทนจ้ี ะใชร ะบบการทํางานแบบ แอนะลอ็ ก (Analog) โดยใชสายโทรศัพทเปน ตัวกลางในการรบั และสงขอมูล

พฒั นาการของการสือ่ สารขอ มลู โทรสารหรอื แฟกซ (Fax) พัฒนามาจากการส่ือสารประเภทโทรศัพท เพื่อใหส ามารถสง ขอ มลู ใน รูปแบบตวั อักษรหรือขอ ความไปยงั ผรู บั สารไดม ากกวา ขอมูลเสยี งเพยี งอยาง เดยี ว มีลกั ษณะการใชงานเหมือนโทรศัพท ในการสงขอมูลดวยโทรสารผูส ง สารและผูรับสารจะตองเปด ใชเคร่อื งโทรสารจงึ จะสามารถสง ขอมลู ได และ ไมส ามารถสง ขอมลู เอกสารผานโทรสารไดพ รอมกับการสงขอ มลู เสียง การ สอ่ื สารดวยโทรสารน้ี ขอมลู ตน ฉบบั จะยังคงอยูท่ผี ูสง สาร โดยผรู บั สาร จะตอ งมกี ระดาษสําหรบั คัดลอกขอมูลท่สี ง ไปยงั ปลายทาง

พฒั นาการของการสื่อสารขอ มูล จดหมายและพัสดุ (Letter and Inventories) เปนการสอ่ื สารในรปู แบบด้งั เดิมโดยใชบ รกิ ารในการสงจดหมายและพัสดุ จากหนวยงานใหบริการการส่อื สาร คิดอัตราคาบริการตามนํา้ หนกั และ ระยะทางในการสงจดหมายและพัสดุ ซึ่งการส่อื สารดวยวธิ กี ารน้ีไดรับการ ยอมรับและนา เชอ่ื ถือกวา การสอ่ื สารในรปู แบบอน่ื สามารถกําหนด ระยะเวลาในการสื่อสารไดแนน อน และสามารถสง ขอมลู ไดในปรมิ าณมาก สงขอมลู ไดท กุ รูปแบบ และมพี ้นื ทใี่ หบรกิ ารท่วั โลก

3. การสือ่ สารในยคุ ปจ จบุ ันหรอื การสือ่ สารยคุ โลกไรส าย เปน การ สอ่ื สารท่ีมุงเนน ความสะดวกสบายของผูใชแ ละประสิทธิภาพของ ขอมูลท่ีใชในการสอื่ สารเปน หลกั ผสู อื่ สารจะตอ งมีความรดู า น เทคโนโลยีเปน อยา งดี จงึ จะสามารถสอ่ื สารไดอยางมีประสทิ ธภิ าพ

พฒั นาการของการสอ่ื สารขอ มูล ไวไฟ (Wi-Fi) เปนระบบเช่อื ตออุปกรณท่ีทาํ งานบนเครือขายคอมพิวเตอรไ รส าย (Wireless LAN) โดยใชคล่นื สญั ญาณวทิ ยทุ าํ ใหสามารถตดิ ตอ สื่อสารขอมูล ไดร ะหวางอุปกรณน ้นั ๆ ปจจุบันนิยมติดตัง้ อุปกรณรบั และสงสัญญาณ ไวไฟในคอมพิวเตอรแบบพกพา เพ่ือใหสามารถคน หาสญั ญาณไวไฟท่ีสงมา จากคอมพิวเตอรท ่เี ชอื่ มตอ อินเทอรเน็ต ทําใหค อมพิวเตอรแ บบพกพานั้น สามารถเชอื่ มตออินเทอรเ น็ตไดดว ย ผูใ ชไวไฟสามารถตดิ ตอสื่อสารไดด ว ย ขอ มูลทุกรูปแบบทีอ่ ยูในรูปแบบของไฟลข อ มลู แตจ ะมีความเรว็ ในการ สอื่ สารนอยกวาการสือ่ สารในระบบเครือขายที่ใชสายรบั และสง สัญญาณ

พฒั นาการของการส่อื สารขอ มูล ไปรษณียอ เิ ล็กทรอนกิ สห รอื อีเมล (Electronic Mail หรือ E-Mail) เปนการใชค อมพิวเตอรสง ขอ ความในรูปของจดหมายอเิ ลก็ ทรอนกิ สไปยงั บุคคลอ่ืน การสือ่ สารนผ้ี ใู ชจ ะตอ งมีที่อยทู างไปรษณยี อ ิเล็กทรอนกิ สของ ผูร บั หรืออเี มลแอดเดรส (E-Mail Address) เชน [email protected] ผูส ง ไปรษณยี อ เิ ล็กทรอนกิ สสามารถสงขอมูล เวลาใดกไ็ ด เนื่องจากขอมลู ท่ีสงไปจะฝากไวบ นเครือขา ยคอมพวิ เตอร เมอ่ื ผู รับเขา สูร ะบบและเรียกใชบริการกจ็ ะไดรบั ขอ ความโดยไมตอ งรอใหเ วลา ตรงกัน นอกจากนยี้ งั สามารถสง ขอ มูลไดห ลายรูปแบบในปริมาณทมี่ ากกวา การสงขอ ความผานทางโทรศพั ทเคล่อื นท่ี (Short Message) และสามารถ สง ขอ มูลไปยังผรู ับหลาย ๆ คนไดใ นเวลาเดียวกัน

พฒั นาการของการสอ่ื สารขอ มูล บลทู ทู (Bluetooth) เปน ระบบเชื่อมตออุปกรณอิเลก็ ทรอนกิ สเพ่อื ส่อื สารระหวา งอุปกรณน ้ัน ๆ โดยอาศยั คลน่ื ความถีห่ รือสญั ญาณวทิ ยุ ตัวอยา งการเช่ือมตอบลูททู เชน การเชือ่ มตอ ระหวางคอมพิวเตอรแบบพกพากบั โทรศพั ทเ คลอื่ นที่ การเช่อื ตอ ระหวา งโทรศพั ทเ คลอ่ื นท่กี บั สมอลลท อลก (Small talk) บลูทูทสามารถ เชอ่ื มตอเพ่อื ส่อื สารขอมลู ไดใ นระยะทางใกล ๆ ไมเ กนิ 10 เมตร ทาํ ใหต อง ส่อื สารขอ มูลในระยะทางใกลกวา การสื่อสารดว ยไวไฟ นอกจากนี้บลูทูทยังมี ประสทิ ธิภาพดานความเรว็ ในการสือ่ สารนอ ยกวาไวไฟอีกดว ย

พฒั นาการของการสื่อสารขอ มลู การสนทนาออนไลนห รือแชท (Chat) เปนการสนทนาระหวางบุคคลหรือกลมุ บคุ คล ปจ จบุ ันสามารถพัฒนาใหใ ช ภาพกราฟก ภาพการตนู หรอื ภาพเคลือ่ นไหวตาง ๆ แทนภาพผสู อ่ื สารได นอกจากการสนทนาแลว ผใู ชย งั สามารถแลกเปลี่ยนขอมลู ที่มลี ักษณะเปน ไฟลอิเลก็ ทรอนกิ สไ ดอ กี ดวย การสนทนาแบบนี้เปน การสนทนาแบบโตตอบ ในเวลาเดยี วกัน ดังนัน้ ผูสอ่ื สารจงึ ตอ งออนไลนพรอ มกัน การสนทนา ออนไลนใ นบางโปรแกรมจะมีการแบงการสนทนาออกเปน หอ ง ๆ หรือเปน กลมุ สนทนา โดยผใู ชทงั้ สองฝา ยจะตองมีโปรแกรมสาํ หรับใชส นทนา

พฒั นาการของการสอ่ื สารขอ มูล วดี ีโอทางไกล (Video Conferencing) เปนการส่อื สารขอ มูลโดยการสงภาพและเสยี งจากฝา ยหนึ่งไปสูอีกฝา ยหน่งึ การใชว ดิ ีโอทางไกลตอ งมีอุปกรณส าํ หรับบนั ทกึ ภาพและอุปกรณบันทึกเสียง โดยทภ่ี าพและเสยี งทีส่ งไปนั้นสามารถแสดงเปน ภาพเคล่ือนไหวทมี่ ีเสยี ง ประกอบได ปจจุบันหลายหนวยงานนําวธิ ีส่อื สารแบบวิดีโอทางไกลมาใช เพ่ือการประชมุ มากขนึ้ เพราะชว ยใหห นวยงานประหยดั ทั้งเวลาและ คา ใชจา ยในการเดนิ ทาง ตัวอยางการใชประโยชนวิดีโอทางไกล เชน การนาํ วดิ ีโอทางไกลมาใชทางการศกึ ษา ทําใหน กั เรียนสามารถรบั ฟงการบรรยาย จากอาจารยซ่งึ อยูอกี ท่หี นึ่งไดโดยไมต องเดินทางไปเรียนดว ยตนเอง และยงั สามารถโตตอบระหวา งคสู นทนาได เนอ่ื งจากมกี ลองดจิ ทิ ลั ไมโครโฟน และ ลาํ โพง ซึง่ เปนอุปกรณท่ีทําใหทงั้ สองฝา ยเห็นและไดยินเสียงซึง่ กันและกนั


Like this book? You can publish your book online for free in a few minutes!
Create your own flipbook