81 Thermodynamics 10 อณุ หพลศาสตร ตอนที่ 1 ความจคุ วามรอนจำเพาะของแคลอรมี ิเตอร วตั ถปุ ระสงค เพ่อื หาความจคุ วามรอ นจำเพาะของแคลอรมี เิ ตอร อปุ กรณการทดลอง 1. แคลอรมี เิ ตอร 2. เตาและหมอตม นำ้ รอน 3. ปรอทวัดอณุ หภมู ิ 4. เคร่ืองช่งั น้ำหนกั ทฤษฎี เมื่อวัตถุไดร ับความรอนจะทำใหมอี ุณหภมู ิเพิม่ ขึ้น วัตถุแตละชนิด เมื่อมอี ณุ หภูมิเพิ่มข้ึนเทา กัน จะใชปริมาณความรอนท่ีทำใหอ ุณหภูมิที่เปลี่ยนไปนี้แตกตางกัน ปริมาณความรอนท่ีทำใหว ัตถุมวล 1 หนวยมีอุณหภูมิเปลี่ยนไป 1 องศาเรียกวา ความจุความรอนจำเพาะ (Specific heat capacity) ของ วัตถุ แทนดวยสัญลักษณ c ดังนั้นถาวัตถุมวล m หนวยมีอุณหภูมิเปลี่ยนไป ∆T หนวย จึงตองใช ปรมิ าณความรอ น cm∆T ถา ปรมิ าณความรอนทงั้ หมดทวี่ ตั ถุไดรับเปน Q จะได Q= cm∆T (10.1) ดงั นนั้ ถา วัตถุมวล m มีอุณหภูมิเปล่ยี นไป 1 องศา จงึ ตอ งใชป ริมาณความรอ น cm หนว ยและเรยี กปริมาณ ความรอ นน้ีวา ความจุความรอน (heat capacity) ของวตั ถุ แทนดว ยสัญลักษณ H ดงั น้นั สมการ (10.1) จงึ มรี ูปใหมเ ปน Q= H ∆T (10.2) ซ่งึ H = cm (10.3)
82 วตั ถุสองชนดิ ท่ีมอี ณุ หภมู ติ า งกนั เมอ่ื สัมผสั กันจะเกดิ การถา ยเทความรอนจากวัตถุทมี่ อี ุณหภูมิ สูง ใหกับวตั ถทุ ่มี อี ณุ หภูมติ ่ำกวา เมือ่ วัตถทุ งั้ สองมอี ณุ หภูมเิ ทากนั จงึ หยุดการถายเทความรอน ถาใน กระบวนการนี้ ปริมาณความรอนไมมีการสูญเสียใหกับสิ่งแวดลอมใด ๆ แลวจะไดปริมาณความรอ นท่ี ลดลง ของวตั ถุท่มี ีอุณหภมู ิสงู จะเทากบั ปรมิ าณความรอนที่เพมิ่ ขึน้ ของวัตถุที่มีอุณหภูมิต่ำกวาไดรับ หรือกลาววา ปรมิ าณความรอ นลด = ปริมาณความรอ นเพมิ่ ในการหาคา ความจคุ วามรอ นของแคลอริมเิ ตอร และความจคุ วามรอ นจำเพาะของโลหะ กจ็ ะใช หลักการดงั กลา วน้ี ถาเตมิ นำ้ มวล mw1 ลงในแคลอรมิ เิ ตอรมวล mc ท้งิ ไวส กั ครูน ้ำและแคลอรมิ เิ ตอรจะมี อุณหภูมิเทากัน ใหอุณหภูมเิ ปน T1 เมื่อเติมนำ้ รอนมวล mw2 อุณหภูมิ T2 (T2 > T1) ลงในแคลอริมิเตอร จะเกิดการถายเทความรอนระหวางกัน จนมีอุณหภูมิผสมเปน T ขณะนี้น้ำเย็นและแคลอริมเิ ตอร จะมี อณุ หภมู เิ พม่ิ ขึ้น (T – T1) และน้ำรอนจะมอี ุณหภมู ลิ ดลง (T2 – T) หรอื ปริมาณความรอ นท่ลี ดลงของน้ำรอน = ปรมิ าณความรอ นทเี่ พ่ิมขน้ึ ของน้ำเยน็ และแคลอริมเิ ตอร หรอื cwmw2 (T2 −=T ) cwmw1 (T − T1 ) + mccc (T − T1 ) หรอื cc = cwmw2 (T2 − T ) − cwmw1 (T − T1 ) (10.4) mc (T − T1 ) เมือ่ cc เปนคา ความจุความรอนจำเพาะของแคลอรมิ ิเตอร cw เปน คาความจคุ วามรอนจำเพาะของน้ำ (ท่ี 15 °C) มีคา 4180 J/kg⋅K ภาพท่ี 10.1 แสดงอปุ กรณการทดลองเรื่องความจคุ วามรอนจำเพาะ วธิ ีการทดลอง ความจุความรอ นจำเพาะของแคลอรีมิเตอร 1. ชัง่ แคลอรมิ เิ ตอร (เฉพาะกระปอ งทอี่ ยูภ ายใน) พรอ มทกี่ วน บันทึกคามวลในตาราง
83 2. เติมน้ำที่อณุ หภูมิหองลงไปประมาณ 100 ml บนั ทกึ คา ในตาราง 3. เตมิ นำ้ รอนทท่ี ราบคา อุณหภมู ลิ งไปในแคลอรมิ เิ ตอรป ระมาณ 100 ml 4. ใชที่กวนกวนน้ำจนมีอุณหภูมิคงที่ บันทึกคาอุณหภูมิ แลวหาคาความจุความรอนของแคลอริ มิเตอรโดยใชสมการ (10.4) ตอนที่ 2 ความจคุ วามรอนของวตั ถขุ องโลหะ วัตถุประสงค 1. เพือ่ หาความจุความรอ นจำเพาะของลกู แกว ใส อปุ กรณก ารทดลอง 1. Beaker และโฟมปดฝา 2. เตาและหมอตม น้ำรอน 3. ปรอทวดั อุณหภมู ิ 4. เคร่ืองช่ังน้ำหนกั 5. ลกู แกวใส และ นากิ าจบั เวลา ปริมาณความรอนลด = ปรมิ าณความรอ นเพม่ิ ปริมาณความรอนทลี่ ดลง = ปรมิ าณความรอนทเ่ี พม่ิ ขึ้นของลกู แกวใส ( ( ) ) ( )cglass marble = mw TH − TL cw (10.5) mglass marble TL − TRT − mbea ker TH − TL cw เปนคาความจคุ วามรอ นจำเพาะของนำ้ (ที่ 15 °C) มคี า 4.186 J/g⋅°C (ก) (ข) (ค) ภาพท่ี 10.2 อุปกรณการทดลองเรื่องความจุความรอนของวัตถุ (ก) บีกเกอร (Beaker) (ข) ลูกแกว ใส (Glass Marble) และ (ค) ปรอทวัดอณุ หภูมิ (Thermometer)
84 วธิ ีการทดลอง 5. ชั่ง Beaker 600mL และ ลกู แกวใสจำนวน 10 ลูก บนั ทกึ คามวล 6. นำนำ้ รอนเทใส Beaker จนมปี รมิ าตร...... mL แลว นำโฟมมาปด Beaker แลว ใชเทอรโมมเิ ตอร วัดคาอณุ หภูมิทีล่ ดลงทุก ๆ 1.5 นาที ตลอดชวงเวลา 9 นาที บันทึกคาในตารางท่ี 10.1 7. ใสลกู แกว ใสทั้ง 10 ลกู ใน Beaker (ใชเ วลาไมเ กิน 20 วนิ าทใี นการใสล ูกแกวทง้ั หมด) รอจนเวลา 12.0 นาที เรม่ิ บันทกึ คาอุณหภูมอิ กี ครัง้ ทุก ๆ 3 นาที จนครบ 60 นาที บันทึกคา ในตารางที่ 10.2 8. เขียนกราฟแสดงความสมั พนั ธร ะหวา งเวลา t (แกน x) กบั อณุ หภมู ิ T (แกน y) ของตารางที่ 10.1 และ 10.2 แลวหาสมการกราฟเสนตรง คำนวณคาอณุ หภมู ิสงู สดุ (TH) ทเี่ วลา 9.33 นาที จาก กราฟของตารางที่ 10.1 และอุณหภมู ิต่ำสุด (TL) ท่เี วลา 9.33 นาที จากกราฟของตารางท่ี 10.2 9. คำนวณหาคาความจุความรอนของลกู แกวใสจากสมการท่ี (10.5) เอกสารอางองิ Pereira da Silva, W., Precker, J.W., Se Silva, D.D.P., and Se Silva, C.D.P. (2004). A low-cost method for measuring the specific heat of aluminium. Physics Education, 39(6), 514–517. Mahmood, W., Anwar, M. S., and Zia, W. (2011). Experimental determination of heat capacities and their correlation with theoretical predictions. American Journal of Physics, 79(11), 1099–1103.
85 ตอนที่ 3 การหาคา สัมประสิทธ์ิการพาความรอนโดยใชก ฎการเยน็ ตัวของนวิ ตัน วตั ถปุ ระสงคก ารเรียนรู 1. เพื่อหาคา คงที่ของการแผรงั สี (τ) ของกระปอ งอลมู เิ นยี มและกระปองสงั กะสีได 2. เพื่อหาคาสัมประสิทธิ์การถายโอนความรอนแบบการพาความรอน (hconv) ของกระปอง อลูมเิ นยี มและกระปองสงั กะสีได อปุ กรณก ารทดลอง 1. กระปอ งอลูมเิ นียมและกระปอ งสงั กะสี 2. ปรอทวดั อุณหภมู ิ 3. เตาและหมอตม นำ้ รอน 4. นาิกาจบั เวลา ทฤษฎีการทดลอง วัตถุทุกชนิดท่ีมีอณุ หภมู เิ หนือศูนยองศาเคลวนิ จะคายพลงั งานหรือแผร งั สีความรอนออกจาก ผิวของมันในรูปของคลื่นแมเหล็กไฟฟาในชว งความยาวคลื่นตางๆ รังสีทีท่ ำใหเกิดความรอนอยูใ นชว ง ความยาวคลนื่ ทเ่ี รียกวา “รงั สีอนิ ฟราเรด” จากการทดลองพบวาอัตราการแผรังสีออกจากผิววัตถุ (R) เปนสัดสว นโดยตรงกับพื้นที่ผิว (A) และกำลังสี่ของอณุ หภมู ิสัมบรู ณ (T) ของวัตถนุ ัน้ ๆ นัน่ คือ R α AT 4 (10.6) ขณะท่วี ัตถแุ ผร งั สคี วามรอนออกมาจะมกี ารดูดกลืนรงั สีความรอนท่ีวัตถุอ่นื แผอ อกมาดวย ถา วตั ถุมอี ัตราการแผร ังสีมากกวา อตั ราการดดู กลืนรงั สี วตั ถุจะเยน็ หรอื ถาวตั ถมุ ีอัตราการแผรังสีนอยกวา อัตราการดูดกลืนรังสี วัตถุจะรอน แตถาวัตถุมีอัตราการแผร ังสีเทากับอัตราการดูดกลืนรังสี วัตถุจะมี อุณหภมู คิ งที่
86 สมมติวาวัตถุมีอุณหภูมิ T ขณะที่สิ่งแวดลอมมีอุณหภูมิ Ts อัตราการแผรงั สีระหวางวัตถุกับ สง่ิ แวดลอ มมคี าเทา กบั ผลตางของอัตราการแผร งั สแี ละการดดู กลืนรังสีของวตั ถุ ดังน้ัน ( )=R KA T 4 − Ts4 (10.7) เมื่อ K คือ คาคงที่ของการแผรังสี (radiation constant) สมการที่ (10.7) เปนการแผร ังสีใน อุดมคติ ถาวัตถุมีอุณหภูมิ T และอุณหภูมิของสิ่งแวดลอม Ts มีคาใกลเคียงกัน โดยที่อุณหภูมิของ สงิ่ แวดลอ มคงทีต่ ลอดเวลาทม่ี ีการแผรงั สแี ลว จะไดว า =R 4KATs3 (T − Ts ) (10.8) เม่ือ R เปนอัตราการคายความรอ นออกมาในชว งเวลา ∆t =∆Q 4KATs3 (T − Ts ) (10.9) ∆t และจาก ∆Q = mc∆T แทนลงในสมการท่ี (10.9) แลว จะไดว า =∆T 4KATs3 (T − Ts ) (10.10) ∆t mc ถากำหนดให −τ =4KATs3 mc เมอื่ τ > 0 จะไดวา ∆T =−τ (T − Ts ) (10.11) ∆t เม่อื พจิ ารณาอณุ หภูมขิ องวัตถทุ ีแ่ ผรังสี T มากกวาอณุ หภูมิของส่ิงแวดลอม Ts แลวจะพบวาเม่ือ เวลาผานไปอุณหภูมิของวัตถุจะลดลง เครื่องหมายหนา τ จึงเปนลบ และพิจารณาการแผรังสีใน ชว งเวลาสั้น ๆ ∆t → 0 แลว สมการที่ (10.11) สามารถเขยี นใหมไดเปน dT =−τ (T − Ts ) (10.12) dt ดังน้ันจงึ เรยี กสมการที่ (10.11) หรอื (10.12) วา “กฎการเย็นตัวของนวิ ตัน” พจิ ารณาพลงั งานการถา ยโอนความรอ นดว ยการถา ยโอนความรอนใหกับสภาพแวดลอ มสงผลให ความรอ นของระบบลดลง โดยไมพ ิจารณาการถายโอนความรอ นดว ยการแผรังสคี วามรอน mc dT (t) [ ]=− hconv A T − Ts dt การถายโอนความรอ นโดยวธิ ีการพาความรอ นในกรณที ่อี ุณหภมู ิสภาพแวดลอม (Ts) มคี า คงที่ −t (10.13) ∆T (t) =∆T0e τ คา คงท่ีของเวลาการพาความรอ น (τ)
87 τ = mc (10.14) hconv A (11.15) สัมประสทิ ธก์ิ ารถา ยโอนความรอนแบบการพาความรอน (hconv) hconv = mccc + mwcw τA ข้ันตอนวิธที ำการทดลอง 1. ชง่ั มวลกระปองอลมู เิ นยี มและกระปองสงั กะสกี อ นเตมิ นำ้ รอ นและบนั ทกึ อณุ หภมู หิ อง 2. เทน้ำเดือดทอ่ี ุณหภูมปิ ระมาณ 80 – 90 องศาเซลเซยี ส ลงในกระปอง โดยใหมีระดบั น้ำประมาณ 3 ใน 4 ของกระปอ ง แลว ใชเ ทอรโ มมเิ ตอรวดั อุณหภูมขิ องนำ้ เดอื ดจนอานคา ไดสูงสดุ ใหถ อื วาอุณหภูมินั้นเปน อณุ หภมู เิ ร่ิมตน (T2) ทีเ่ วลาเร่มิ ตน (t = 0 นาที) บันทึกคา อณุ หภมู ิเรมิ่ ตน แลว เร่ิมจบั เวลา บนั ทึกอณุ หภูมิ T(t) เมอ่ื เวลาผา นไปทกุ ๆ 3 นาที เปนชวงเวลา 60 นาที ในตารางบนั ทึกผลการทดลอง
88 เอกสารอางองิ Besson, U. (2010). Cooling and warming laws: An exact analytical solution, European Journal of Physics, 31, 1107 – 1121. Bartels, R. A. (1990). Do darker objects really cool faster. American Journal of Physics, 58, 244. Conti, R., Gallitto, A. A., and Fiordilino, E. (2014). Measurement of the Convective Heat- Transfer Coefficient, The Physics Teacher, 52, 109–111. Lesson 28: Newton’s Law of Cooling, Revisited Retrieved from 18/11/2559. [online] https://www.engageny.org/sites/default/files/downloadable- resources/2014/Sep/algebra-ii-m3-topic-d-lesson-28-teacher.pdf Mattos, C. R. and Gaspar, A. (2002). Introducing specific heat through cooling curves. Physics Teacher, 40, 415. O’Connell, J. (1999). Heating water: rate correction due to Newtonian cooling. Physics Teacher, 37, 551. O’Sullivan, C. T. (1990). Newton’s law of cooling: A critical assessment. American Journal of Physics, 58, 956 – 960.
Search
Read the Text Version
- 1 - 8
Pages: