นาํ สอน สรปุ ประเมนิ ขนั้ สรปุ 3. ดูภาพ แลว้ ระบวุ ธิ ีการหามวลและปริมาตรของสสาร พรอ้ มอธบิ ายพอสงั เขป 1) 2) ขยายความเขา ใจ ภาพท ี่ 3.63 มะนาว ภาพที่ 3.64 นา�้ ดมื่ 20. นักเรียนแตละคนทํากิจกรรมทาทายการคิด 4. ตอบคา� ถามต่อไปน้ี ขัน้ สงู บทท่ี 2 ลงในสมุดหรือในแบบฝกหัด 1) หากนกั เรยี นต้องการทราบปรมิ าตรของก้อนดินน�า้ มนั นักเรยี นจะใช้วิธกี ารใด วิทยาศาสตร หนา 48 หาค่าปรมิ าตร เพราะเหตุใด 2) ในก ารจดั เรียงอนุภาคของของแขง็ และของเหลวมีความแตกต่างกนั หรือไม่ 21. นักเรียนแตละกลุมทํากิจกรรมสรางสรรค อยา่ งไร และมผี ลตอ่ สมบตั ดิ า้ นใดของของแข็งและของเหลว ผลงาน จากหนังสอื เรียนหนานี้ เปนการบาน กจิ กรรม ทา้ ทา¡ารค´Ô ¢นéÑ สงู 22. นักเรียนแตละคนทําทบทวนทายหนวยการ เรยี นรูที่ 3 ในแบบฝกหัดวทิ ยาศาสตร หนา Ê¡ÔจáŒÒร§รÊมÃä¼Å§Ò¹ 50-53 ใหแบงกลุม กลุมละ 3 - 5 คน จากน้ันชวยกันออกแบบ 23. นกั เรยี นแตล ะคนทําแบบทดสอบหลงั เรียน สมุดภาพจําแนกสถานะของสสารตาง ๆ ที่อยู ในชีวิตประจําวัน โดยใชเกณฑสถานะของแข็ง สถานะของเหลว และสถานะแกส แนวตอบ กจิ กรรมฝก ทกั ษะ จากนน้ั นําเสนอผลงานหนา ชน้ั เรียน ขอ 3. 38 1) วิธีการหามวล คือ ใชการชั่งมวล โดยนํา มะนาวไปชงั่ มวลดว ยเคร่อื งชัง่ วิธีหาคาปริมาตร คือ ใชการแทนท่ีน้ํา โดยหยอนมะนาวลงในถวยยูรีกาแลวนํานํ้าท่ีไหล ออกมาใสก ระบอกตวง แลว อา นคา 2) วธิ กี ารหามวล คอื ใชก ารชงั่ มวล โดยการนาํ น้าํ ด่มื ไปชง่ั มวลดว ยเครอ่ื งชั่ง วิธีหาคาปริมาตร คือใชการตวง โดยนํา น้าํ ดืม่ ใสล งในกระบอกตวง แลว อา นคา ขอ 4. 1) ใชก ารแทนทน่ี า้ํ เพราะกอ นดนิ นา้ํ มนั อยใู น สถานะของแข็งที่ไมใชทรงสี่เหลี่ยมมุมฉาก จึงไม สามารถหาปริมาตรดว ยการใชส ตู รหาปริมาตรได 2) อนุภาคของของแข็งยึดกันอยางหนาแนน เรียงตัวชิดกัน ไมสามารถเคล่ือนท่ีได จึงทําให รปู รางของของแขง็ คงท่ี สวนอนุภาคของของเหลว อยูหางกันมากกวาอนุภาคของของแข็ง ทําให อนุภาคของของเหลวเคล่ือนที่ได จึงทําใหรูปราง ของของเหลวเปลีย่ นแปลงไปตามภาชนะทบี่ รรจุ เกร็ดแนะครู ครอู าจนาํ ผลงานของนกั เรยี นแตล ะกลมุ ทส่ี รา งขน้ึ ไปจดั แสดงในงานตา งๆ ของโรงเรยี น เชน งานวนั วิชาการ งานสปั ดาหว ทิ ยาศาสตร เปนตน เพื่อเปน การเปดโอกาสใหนักเรียนไดแสดงผลงาน และเกิดความภาคภูมิใจในผลงาน ของตนเอง T44
นาํ สอน สรปุ ประเมิน ÊÃ»Ø ÊารÐÊíา¤Þั 3»ระ¨าí ˹‹ว¡ารàรÂÕ ¹รŒ·Ù Õè ขนั้ ประเมนิ ความแข็ง สภาพยืดหยุ่น ฉนวนความรอ้ น ตรวจสอบผล ตวั นาํ ความรอ้ น สม ับติทางกายภาพของวัสดุ การนาํ ความรอ้ น ฉนวนไฟฟ้า 1. ใหนักเรียนดูตารางตรวจสอบตนเอง จาก การนาํ ไฟฟา้ ตัวนําไฟฟา้ หนงั สอื เรยี น หนา 36 จากนน้ั ครถู ามนกั เรยี น เปน รายบคุ คลตามรายการขอ 1-5 จากตาราง โลหะ เพอื่ เปน การตรวจสอบความรคู วามเขา ใจของ นักเรยี นหลงั จากการเรียน ประเภทของวัสดุ พอลิเมอเรซ์ รามิก 2. ครูประเมินผลจากการสังเกตพฤติกรรมการ ดใุ นชวี ติ ประจาํ วนั วสั ดุและสสา ตอบคาํ ถาม พฤตกิ รรมการทาํ งานรายบคุ คล พฤติกรรมการทํางานกลุม และจากการ สมบตั ิของของแขง็ นาํ เสนอหนา ชั้นเรยี น สาร สถานะของส 3. ครูตรวจสอบผลการทํากิจกรรมที่ 3 เร่ือง ร สมบัติของแกส ในสมุดหรือในแบบฝกหัด วทิ ยาศาสตรห นา 41-42 วสั มมี วลต้องการท่อี ยู่ สัมผสั ได้ 4. ครตู รวจสอบผลการทาํ กจิ กรรมหนตู อบไดใ น มีรูปรา่ งและปรมิ าตรคงท่ี สมุดหรอื ในแบบฝก หัดวิทยาศาสตร หนา 43 บ สถานะของแข็ง กสาถราหนาะมขวอลงแสลสะาปรรแมิ ลาะตารมวล ชง่ั มวลของวตั ถหุ รอื สสาร ตวั อยา่ งสสาร เชน่ ยางล มสถานะของเหลว 5. ครูตรวจสอบผลการทํากิจกรรมสรุปความรู สมบัติของของเหลว หน่วยกรมั หรอื กโิ ลกรัม บทท่ี 2 ในแบบฝกหดั วิทยาศาสตร หนา 44 มีมวล ต้องการท่ีอยู่ สัมผัสได้ ะแ ๊กสสถาน มี รู ป ร่ า ง เ ป ลี่ ย น แ ป ล ง ต า ม การห การหาปริมา 6. ครูตรวจสอบผลการทํากิจกรรมฝกทักษะ ภาชนะท่บี รรจุ มีปรมิ าตรคงท่ี ตรหามวลและปรมิ าตร บทที่ 2 ในสมดุ หรอื ในแบบฝก หดั วทิ ยาศาสตร หนา 45-47 ตวั อยา่ งสสาร เชน่ น้าํ ด่ื การ 7. ครูตรวจสอบผลการทํากิจกรรมทาทายการ ตวั อยา่ งสสาร ของแข็ง คดิ ข้นั สงู บทที่ 2 ในแบบฝกหดั วทิ ยาศาสตร • ใชส้ ตู รหาปรมิ าตร หนา 48 • ใช้การแทนทีน่ ้ําของของแข็ง สมบัตขิ องแกส๊ 8. ครูตรวจชิ้นงานสมุดภาพจําแนกสถานะ มีมวล ต้องการที่อยู่ สัมผัสได้ ของสสาร และการนําเสนอชิ้นงาน/ผลงาน มรี ปู รา่ งและปรมิ าตรเปลยี่ นแปลง หนาชัน้ เรยี น ตามภาชนะทบ่ี รรจุ เชน่ อากาศในลกู โปง่ ของเหลว แก๊ส • ใชก้ ารตวง • ใชก้ ารแทนทน่ี ้ํา 9. ครูตรวจสอบผลการทําทบทวนทายหนวย การเรียนรูที่ 3 ในแบบฝกหัดวิทยาศาสตร ของแกส๊ หนา 50-53 10. ครตู รวจสอบผลการทาํ แบบทดสอบหลงั เรยี น 39 แนวทางการวัดและประเมินผล ครูสามารถวัดและประเมินผลช้ินงาน/ผลงาน สมุดภาพจําแนกสถานะ ของสสารที่นักเรียนสรางขึ้น โดยศึกษาเกณฑประเมินผลงานจากแบบประเมิน ช้ินงาน/ผลงานท่ีแนบทายแผนการจัดการเรียนรูที่ 9 เร่ือง สมบัติของแกส ดังภาพตวั อยาง T45
Chapter Overview แผนการจดั สอ่ื ที่ใช้ จดุ ประสงค์ วิธสี อน ประเมนิ ทกั ษะท่ีได้ คณุ ลักษณะ การเรียนรู้ อนั พงึ ประสงค์ แผนฯ ที่ 1 - แบบทดสอบก่อนเรยี น 1. บอกสว่ นประกอบของ แบบสืบเสาะ - ตรวจแบบทดสอบกอ่ นเรยี น - ทักษะการสงั เกต - มวี นิ ัย เรยี นรู้ - ห นังสือเรียน ระบบสรุ ิยะได้ (K) หาความรู้ - ต รวจการท�ำกิจกรรมในสมุดหรือ - ทกั ษะการส�ำรวจ - ใฝ่เรยี นรู้ ระบบสรุ ยิ ะ วิทยาศาสตร์ ป.4 2. มีความสนใจใฝ่เรียนรู้ (5Es ในแบบฝึกหัดวิทยาศาสตร์ ค้นหา - มุ่งมั่นใน เลม่ 2 (A) Instructional - ก ารนำ� เสนอผลการท�ำกิจกรรม - ท ักษะการสรปุ การท�ำงาน 2 - แ บบฝกึ หัด Model) - ตรวจใบงาน ท่ี 4.1 ระบบสุรยิ ะ อา้ งอิง วิทยาศาสตร์ ป.4 - สงั เกตพฤตกิ รรมการท�ำงาน ชัว่ โมง เล่ม 2 รายบุคคล - ใบงานท่ี 4.1 - สังเกตพฤตกิ รรมการท�ำงานกลุ่ม - สมดุ ประจำ� ตัวนักเรียน - สังเกตคณุ ลกั ษณะอนั พึงประสงค์ แผนฯ ที่ 2 - หนงั สือเรยี น 1. อ ธิบายเปรยี บเทียบคาบ แ บบสบื เสาะ - ตรวจการทำ� กจิ กรรมในสมดุ หรือ - ทักษะการสงั เกต - มีวินยั แบบจ�ำลอง วิทยาศาสตร์ ป.4 การโคจรรอบดวงอาทิตย์ หาความรู้ ในแบบฝกึ หดั วทิ ยาศาสตร์ - ท กั ษะการส�ำรวจ - ใฝ่เรียนรู้ ระบบสุรยิ ะ เล่ม 2 ของดาวเคราะหไ์ ด้ (K) (5Es - การน�ำเสนอผลการท�ำกิจกรรม คน้ หา - มุ่งมัน่ ใน - แ บบฝกึ หัด 2. สรา้ งแบบจำ� ลองเพอื่ Instructional - ตรวจชนิ้ งาน/ผลงาน - ทักษะการระบุ การท�ำงาน 4 วิทยาศาสตร์ ป.4 อธบิ ายส่วนประกอบ Model) (เกมทชี่ ว่ ยในการเรยี นรเู้ กย่ี วกบั - ทักษะการสรปุ เลม่ 2 ของระบบสรุ ยิ ะและ ระบบสรุ ิยะ) อา้ งองิ ช่วั โมง - บ ตั รภาพดาวเคราะห์ คาบการโคจรรอบ - ก ารนำ� เสนอชนิ้ งาน/ผลงาน - ทกั ษะการ ในระบบสรุ ยิ ะ ดวงอาทิตย์ของ - สงั เกตพฤตกิ รรมการท�ำงาน เปรยี บเทยี บ - วัสดุ-อปุ กรณก์ ิจกรรม ดาวเคราะห์ได้ (P) รายบุคคล สรา้ งสรรค์ผลงาน 3. ให้ความรว่ มมอื ในการ - ส ังเกตพฤติกรรมการท�ำงานกลุ่ม - สมุดประจำ� ตัวนกั เรียน ทำ� กจิ กรรมกลุ่มได้ (A) - สังเกตคุณลกั ษณะอันพึงประสงค์ แผนฯ ท่ี 3 - ห นงั สือเรียน 1. อ ธิบายแบบรูปเส้นทาง แบบสืบเสาะ - ตรวจการทำ� กิจกรรมในสมุดหรือ - ทักษะการสงั เกต - มวี ินัย การขึ้นและตก วทิ ยาศาสตร์ ป.4 การขน้ึ และตกของ หาความรู้ ในแบบฝกึ หดั วทิ ยาศาสตร์ - ท ักษะการส�ำรวจ - ใฝ่เรยี นรู้ ของดวงจันทร์ เล่ม 2 ดวงจันทรไ์ ด้ (K) (5Es - ก ารนำ� เสนอผลการท�ำกิจกรรม ค้นหา - มงุ่ ม่ันใน - แบบฝกึ หัด 2. ให้ความร่วมมอื ใน Instructional - ตรวจใบงานที่ 4.2 การขึ้นและ - ท กั ษะการให้ การทำ� งาน 3 วิทยาศาสตร์ ป.4 การท�ำกจิ กรรมกลมุ่ และ Model) ตกของดวงจันทร์ เหตผุ ล เลม่ 2 มีความรบั ผิดชอบใน - สังเกตพฤตกิ รรมการท�ำงาน - ท กั ษะการสรุป ชว่ั โมง - ใบงานท่ี 4.2 การส่งงานตรงเวลา (A) รายบุคคล อ้างองิ - Q R Code การขน้ึ และ - สังเกตพฤตกิ รรมการท�ำงานกลุ่ม ตกของดวงจนั ทร์ - ส ังเกตคุณลักษณะอันพึงประสงค์ - สมดุ ประจำ� ตัวนกั เรียน แผนฯ ท่ี 4 - ห นังสอื เรียน 1. อธบิ ายแบบรูปการ แ บบสบื เสาะ - ต รวจแบบทดสอบหลงั เรยี น - ทักษะการสังเกต - มีวนิ ยั การเปล่ยี นแปลง วิทยาศาสตร์ ป.4 เปล่ยี นแปลงรปู ร่าง หาความรู้ - ต รวจการทำ� กิจกรรมในสมดุ หรือ - ทักษะการส�ำรวจ - ใฝเ่ รยี นรู้ รูปรา่ งของ เล่ม 2 ปรากฏของดวงจันทร์ (5Es ในแบบฝึกหัดวทิ ยาศาสตร์ - ท กั ษะการให้ - มงุ่ มน่ั ใน ดวงจนั ทร์ - แบบฝกึ หัด และพยากรณ์รปู รา่ ง Instructional - การนำ� เสนอผลการท�ำกิจกรรม เหตุผล การทำ� งาน 3 วิทยาศาสตร์ ป.4 ปรากฏของดวงจันทร์ได้ Model) - ตรวจชน้ิ งาน/ผลงาน - ทกั ษะการสรุป เล่ม 2 (K) (แบบจำ� ลองการเปล่ียนแปลง อา้ งองิ ชัว่ โมง - วสั ด-ุ อุปกรณ์กจิ กรรม 2. สรา้ งแบบจำ� ลองเพ่อื รปู ร่างของดวงจันทร)์ สรา้ งสรรคผ์ ลงาน อธบิ ายแบบรปู การ - การนำ� เสนอชิน้ งาน/ผลงาน - สมุดประจำ� ตวั นกั เรยี น เปล่ยี นแปลงรูปรา่ ง - สังเกตพฤตกิ รรมการท�ำงาน ปรากฏของดวงจันทร์ รายบคุ คล และพยากรณ์รูปรา่ ง - สงั เกตพฤติกรรมการท�ำงานกลุ่ม ปรากฏของดวงจันทรไ์ ด้ - สงั เกตคณุ ลกั ษณะอันพงึ ประสงค์ (P) 3. ใหค้ วามร่วมมอื ใน การทำ� กจิ กรรมกลุ่มและ มคี วามรับผดิ ชอบใน การส่งงานตรงเวลา (A) T46
Chapter Concept Overview หนวยการเรียนรูท่ี 4 1. ระบบสรุ ิยะ ระบบสุริยะมีดวงอาทิตย์เปนศูนย์กลาง และมีดาวบริวารโคจรอยู่โดยรอบ ได้แก่ ดาวเคราะห์ 8 ดวง รวมทั้งดาวบริวารของ ดาวเคราะห์ตา่ งๆ ดาวเคราะหแ์ คระ ดาวเคราะห์น้อย ดาวหาง และวตั ถขุ นาดเลก็ อน่ื ๆ หากเรียงล�าดับคาบการโคจรรอบดวงอาทิตย์ของดาวเคราะห์ จะสามารถเรียงล�าดับจากมีคาบโคจรส้ันท่ีสุดไปยาวที่สุดได้ ดังนี้ ดาวพธุ ดาวศกุ ร์ โลก ดาวองั คาร ดาวพฤหัสบด ี ดาวเสาร ์ ดาวยูเรนัส และดาวเนปจนู ดวงอาทิตย ดาวหาง โลก ดาวพฤหัสบดี ดวงจนั ทร ดาวยเู รนัส ดาวเคพรลาะโู ตหแ คระ ดาวพุธ ดาวศุกร ดาวองั คาร ดาวเนปจนู ทศิ ตะวันตก อกุ กาบาต ดาวเสาร ทศิ ตะวนั ออก 2. การปรากฏของดวงจนั ทร์ • การขนึ้ และตกของดวงจนั ทร์ ดวงจันทรห์ มนุ รอบตวั เอง และโคจรรอบโลกในทศิ ทางทวน เขม็ นาฬก าเช่นเดยี วกบั การหมนุ รอบตวั เองของโลก ดวงจันทร์ข้ึนทางทิศตะวันออกและตกทางทิศตะวันตก เชน่ เดยี วกับการข้นึ และตกของดวงอาทิตย์ • การเปลีย่ นรูปของดวงจนั ทร์ ดวงจนั ทรห์ มนุ รอบตวั เองและโคจรรอบโลกดว้ ย ทา� ใหค้ นบนโลกมองเหน็ แสงสะทอ้ นจากดวงจนั ทรม์ ลี กั ษณะแตกตา่ งกนั ไปในแตล่ ะคนื ตัวอย่างรูปร่างทป่ี รากฏของดวงจันทร์ T47
นาํ นาํ สอน สรปุ ประเมนิ ขน้ั นาํ 4 รкºÊรØ ÂÔ ÐáÅÐหน่วยการเรียนรู้ที่ ¡าร»รา¡¯¢Í§´ว§¨นÑ ทร์ กระตนุ้ ความสนใจ ÃкºÊÃØ ÂÔ ÐÁ´Õ ǧÍÒ·µÔ Âà »¹š ȹ٠¡ ÅÒ§ áÅÐÁ´Õ ÒÇ 1. ครูสนทนากับนักเรียนโดยถามวา นักเรียน ºÃÔÇÒÃ⤨ÃÍ‹Ùâ´ÂÃͺ ÃÇÁä»¶§Ö ÇµÑ ¶·Ø ÍŒ §¿Ò‡ ͹×è æ ทราบหรือไมวา วนั น้ีจะไดเ รียนรูเ ก่ียวกบั เรอื่ ง อะไร จากน้ันใหนักเรียนชวยกันตอบคําถาม ´Ç§¨¹Ñ ·Ã» ÃÒ¡¯¢¹Öé ·Ò§´ÒŒ ¹·ÈÔ µÐÇ¹Ñ ÍÍ¡áÅÐ แลวครูแจงชื่อเรื่องที่จะเรียนรู และตัวชี้วัดให µ¡·Ò§´ŒÒ¹·ÔȵÐÇѹµ¡ áÅÐã¹áµ‹ÅФ׹àÃҨРนกั เรียนทราบ ÁͧàË¹ç ´Ç§¨¹Ñ ·ÃÁ ÃÕ »Ù ÃÒ‹ §à»ÅÂèÕ ¹ä»ËÃ×Í㹺ҧ¤¹× àÃÒÍÒ¨ÁͧäÁà‹ Ë¹ç ´Ç§¨¹Ñ ·Ã 2. นักเรียนแตละคนทําแบบทดสอบกอนเรียน เพื่อวัดความรเู ดมิ ของนกั เรียน 3. ครูใหนักเรียนแตละคนอานสาระสําคัญและ ดภู าพในหนังสือเรียนวิทยาศาสตร ป.4 เลม 2 หนาน้ี จากน้ันใหนักเรียนแสดงความคิดเห็น อยางอิสระวา เรามองเห็นดวงจันทรในเวลา กลางคนื ไดอ ยางไร (แนวตอบ เรามองเห็นดวงจันทรไดทั้งใน เวลากลางวันและกลางคืน แตมองเห็นไดใน บางวันและบางเวลา) µÇÑ ªÇéÕ ดÑ 1. อธบิ ายแบบรปู เสน้ ทางการขน้ึ และตกของดวงจนั ทร ์ โดยใชห้ ลกั ฐานเชิงประจกั ษ์ (มฐ. ว 3.1 ป.4/1) 2. สร้างแบบจา� ลองที่อธบิ ายแบบรูปการเปลยี่ นแปลงรปู ร่างปรากฏของดวงจันทร์และพยากรณร์ ปู ร่างปรากฏของดวงจนั ทร ์ (มฐ. ว 3.1 ป.4/2) 3. สรา้ งแบบจ�าลองแสดงองคป์ ระกอบของระบบสุริยะ และอธิบายเปรียบเทยี บคาบการโคจรของดาวเคราะหต์ า่ ง ๆ จากแบบจา� ลอง (มฐ. ว 3.1 ป.4/3) เกร็ดแนะครู ครูจดั กระบวนการเรียนรูโดยใหน กั เรยี นปฏบิ ัติ ดงั นี้ • สรา งแบบจําลองแสดงองคป ระกอบของระบบสุรยิ ะ • อธบิ ายเปรียบเทียบคาบการโคจรของดาวเคราะหตางๆ จากแบบจําลอง จนเกิดเปนความรูความเขาใจวา ระบบสุริยะมีดวงอาทิตยเปนศูนยกลาง และมีดาวบริวารโคจรโดยรอบ ไดแก ดาวเคราะห 8 ดวง ดวงจันทรท่ีเปน ดาวบรวิ ารของดาวเคราะห ดาวเคราะหแ คระ ดาวเคราะหนอย ดาวหาง และ วัตถุขนาดเล็กอ่ืนๆ ซ่ึงดาวเคราะหที่มีคาบการโคจรรอบดวงอาทิตยส้ันที่สุด คือ ดาวพุธ สวนดาวเคราะหท่ีมีคาบการโคจรรอบดวงอาทิตยยาวที่สุด คือ ดาวเนปจูน T48
นาํ นํา สอน สรปุ ประเมนิ 1º··èÕ รкºÊรØ ÔÂÐ Key words ขนั้ นาํ ระบบสุรยิ ะ • Solar System • Mars กระตนุ้ ความสนใจ • Jupiter • Mercury (Solar System) • Earth • Venus 4. นักเรียนเรียนรูคําศัพทที่เกี่ยวของกับการเรียน • Sun • Saturn ในบทท่ี 1 เรื่อง ระบบสรุ ิยะ ในหนา น้ี โดยครู ดาวพุธ • Uranus • Neptune สุมเลือกตัวแทนหรือขออาสาสมัคร 1 คน ออกมาหนาช้ันเรียนเพื่อเปนผูอานนําและให (Mercury) ¹Ñ¡àÃÕ¹ÃÙŒ¨Ñ¡ นกั เรียนคนอืน่ ๆ อา นตาม ดาวศกุ ร์ ?´ÒǴǧã´ã¹ 5. ครูถามคําถามสําคัญประจําบทเพื่อกระตุน นักเรียนกอนเขาสูเนื้อหาวา นักเรียนรูจัก (Venus) ÃкºÊÃØ ÂÔ ÐºÒŒ § ดาวดวงใดในระบบสุริยะบาง จากน้ันให นักเรียนรวมกันแสดงความคิดเห็นอยางอิสระ ดาวองั คาร ดาวเสาร์ ในการตอบคาํ ถาม (แนวตอบ เชน ดวงอาทิตย ดาวพุธ ดาวศกุ ร (Mars) (Saturn) โลก ดาวอังคาร ดาวพฤหัสบดี ดาวเสาร ดาวยเู รนสั ดาวเนปจนู เปนตน) ดวงอาทติ ย์ ดาวยเู รนสั 6. นักเรียนแตละคนวาดภาพ พรอมระบายสี (Sun) (Uranus) องคประกอบของระบบสุริยะท่ีนักเรียนรูจัก ลงในสมดุ หรอื ทาํ กจิ กรรมนาํ สกู ารเรยี นในแบบ โลก ฝก หัดวิทยาศาสตร ป.4 เลม 2 หนา 54 (หมายเหตุ : ครเู ริ่มประเมินนักเรียน โดยใช (Earth) แบบสงั เกตพฤติกรรมการทาํ งานรายบุคคล) ดาวพฤหัสบดี ( Jupiter) ดาวเนปจนู ( Neptune) กจิ กรรม นา� ส¡‹ู ารเรีÂน 41 นักเรียนควรรู ครฝู กใหนกั เรียนเรียนรแู ละอา นคําศพั ทว ิทยาศาสตร ดงั น้ี Solar System (’โซลึ ’ซิสตึม) ระบบสุรยิ ะ Sun (ซนั ) ดวงอาทติ ย Mercury (‘เมอควิ ริ) ดาวพธุ Venus (ว’ี เนสิ ) ดาวศุกร Earth (เออธ) โลก Mars (มารซ ) ดาวอังคาร Jupiter (จู’ พเิ ทอะ) ดาวพฤหัสบดี Satun (แซท’ เทิรน) ดาวเสาร Uranus (ยเู ร’ นสั ) ดาวยูเรนสั Neptune (เนพ’ ทูน) ดาวเนปจนู T49
นาํ สอน สรปุ ประเมนิ ขน้ั สอน รÍะบ§บ¤ส»รุ ยิ Ãะ Ðเป¡น็ รÍะบºบ¢ขอÍงด§วÃงดÐาºวทºต่ี Êง้ั อØÃยใู่ÂÔ นÐดาราจกั รทางชา้ งเผอื ก1 ซงึ่ เปน็ สาํ รวจคน้ หา ดาราจกั รหนงึ่ ในเอกภพ ระบบสรุ ยิ ะมดี วงอาทติ ยเ์ ปน็ ศนู ยก์ ลาง และมดี าวบรวิ าร โคจรอยูโ่ ดยรอบ ได้แก ่ ดาวเคราะห ์ 8 ดวง รวมท้งั ดาวบรวิ ารของดาวเคราะห์ 1. ครูนําบัตรภาพระบบสุริยะ มาใหนักเรียน ต่าง ๆ ดาวเคราะห์แคระ ดาวเคราะห์น้อย ดาวหาง และวตั ถขุ นาดเล็กอื่น ๆ สังเกตและรวมกันแสดงความคิดเห็นวา เปนภาพจําลองของอะไร และตองการให ดวงอาทติ ย์ โลก เราทราบเร่อื งอะไร ดวงจันทร์ อกุ กาบาต 2. ครูสุมนักเรียน 2-3 คน ใหออกมาแสดง ความคิดเห็นหนาช้ันเรียน จากนั้นครูอธิบาย เพมิ่ เตมิ ในสวนทบ่ี กพรอ ง 3. นักเรียนแตละคนทําใบงานท่ี 4.1 เร่ือง ระบบสรุ ิยะ (หมายเหตุ : ครูเริม่ ประเมนิ นกั เรียน โดยใช แบบสงั เกตพฤตกิ รรมการทาํ งานรายบคุ คล) 4. ครูใหนักเรียนแตละคนศึกษาขอมูลเกี่ยวกับ องคประกอบของระบบสุริยะจากหนังสือเรียน หนานี้ แลวครูถามนักเรียนวา ดาวเคราะห ในระบบสุริยะมีดาวอะไรบาง โดยครูยังไม เฉลยคําตอบ (แนวตอบ ดาวพุธ ดาวศุกร โลก ดาวอังคาร ดาวพฤหัสบดี ดาวเสาร ดาวยูเรนัส และ ดาวเนปจูน) 5. ครูอธิบายใหนักเรียนฟงวา นักเรียนจะได คําตอบจากการทํากิจกรรมท่ี 1 เร่ืองแบบ- จาํ ลองระบบสุริยะ จากหนงั สอื เรียน หนา 43 ดาวตกหรือผพี ุ่งไต้ ภาพที ่ 4.1 ตัวอยา่ งองค์ประกอบของระบบสรุ ิยะ ´ÒÇà¤ÃÒÐË ã¹ÃкºÊÃØ ÂÔ Ð ÁÕ´ÒÇÍÐäúŒÒ§ 42 เกร็ดแนะครู ครูสามารถหยิบใชบัตรภาพและใบงานท่ี 4.1 เร่ือง ระบบสุริยะได จากแผนการจัดการเรียนรูท่ี 1 เร่ือง เรียนรูระบบสุริยะ หนวยการเรียนรูท่ี 4 ระบบสรุ ิยะและการปรากฏของดวงจันทร นักเรียนควรรู 1 ทางชา งเผอื ก (The Milky Way) ระบบความเชอ่ื ของแตล ะชาตจิ ะกลา วถงึ แถบสขี าวจางๆ คลายเมฆพาดผา นขอบฟาดานหน่ึงไปยังอีกดา นหนง่ึ แตกตา ง กันออกไป เชน ชาวกรีกจินตนาการวาเปนธารนํ้านม จึงเรียกวา Milky Way คนไทยจนิ ตนาการวา เปน ทางสญั จรของชา งเผอื ก ซงึ่ เปน สตั วค บู ารมขี องกษตั รยิ คนอินเดียจินตนาการวาเปนตนกําเนิดของแมน้ําคงคา คนญี่ปุนจินตนาการวา เปน แมน้าํ แหงสรวงสวรรคช ือ่ อามาโน คาวา T50
นาํ สอน สรปุ ประเมนิ ก¨Ô กรรÁ·èÕ 1 4หนวยการเรียนรูท ี่ ขนั้ สอน แบบจําลองระบบสรุ ยิ ะ ÃкºÊØÃÂÔ ÐáÅСÒûÃÒ¡¯¢Í§´Ç§¨¹Ñ ·Ã สาํ รวจคน้ หา ทักษะกระบวนการ 6. ครแู บง กลมุ ใหน กั เรยี นแบบคละความสามารถ ทางวิทยาศาสตรท์ ่ใี ช้ (เกง คอนขา งเกง ปานกลาง ออน) ใหอยูใน 1. การวัด กลมุ เดียวกัน กลุมละ 3-4 คน 2. การสร้างแบบจ�าลอง 3. การลงความเหน็ จากขอ้ มลู 7. ครูใหแตละกลุมชวยกันทํากิจกรรมท่ี 1 เร่ือง จุดประสงค 4. การจัดกระท�าและส่อื ความหมายข้อมลู แบบจาํ ลองระบบสรุ ยิ ะ จากหนงั สอื เรยี นหนา นี้ 5. การตคี วามหมายขอ้ มูลและการลงขอ้ สรปุ 1. สรา้ งแบบจา� ลองเพือ่ แสดงองค์ประกอบของระบบสุริยะ 8. บันทึกผลการทํากิจกรรมลงในสมุดหรือลงใน 2. อธบิ ายเปรยี บเทยี บคาบการโคจรของดาวเคราะห์ต่าง ๆ จากแบบจา� ลอง แบบฝกหัดวิทยาศาสตร หนา 56-57 (หมายเหตุ : ครูเร่ิมประเมินนักเรยี น โดยใช ตอ งเตรยี มตองใช แบบสงั เกตพฤตกิ รรมการทํางานกลมุ ) 1. ว ัสดุส�าหรับใช้สร้างแบบจ�าลองระบบสุริยะ เช่น ฟวเจอร์บอร์ด กระดาษแข็ง กระดาษสี อธบิ ายความรู้ ลกู ปงปอง ดนิ นา�้ มนั ลกู บอลพลาสตกิ กาว กรรไกร สีไม ้ เปน็ ต้น 1. ครูต้ังคําถามถามนักเรียนวาดาวดวงใดเปน 2. แหล่งข้อมูล เช่น หนังสือ อินเทอร์เนต็ เปน็ ตน้ ศูนยกลางของระบบสุรยิ ะ (แนวตอบ ดวงอาทติ ย) ลองทาํ ดู 2. นกั เรยี นแตล ะกลมุ ออกมานาํ เสนอแบบจาํ ลอง 1. แบ่งกลุม่ กลุม่ ละ 3 - 4 คน จากนัน้ ช่วยกันสืบคน้ ขอ้ มลู เกีย่ วกบั ลกั ษณะของระบบสรุ ิยะ หนา ช้นั เรยี น ส่วนประกอบของระบบสุรยิ ะ และคาบการโคจรของดาวเคราะหใ์ นระบบสุรยิ ะ แลว้ บนั ทึก (หมายเหตุ : ครเู ร่มิ ประเมนิ นกั เรยี น โดยใช ข้อมูลลงในสมุด แบบสงั เกตพฤตกิ รรมการทํางานกลุม) 2. น�าขอ้ มลู ทส่ี ืบคน้ ไดม้ าอภิปรายและสรปุ รว่ มกนั ภายในกลุ่ม แนวตอบ หนตู อบได้ 3. วางแผนสรา้ งแบบจ�าลองระบบสรุ ยิ ะ แลว้ ช่วยกนั สรา้ งแบบจ�าลองตามท่ีออกแบบไว้ 4. น �าเสนอแบบจา� ลองระบบสรุ ยิ ะหน้าช้ันเรียน พรอ้ มอธบิ ายเปรยี บเทียบคาบการโคจรของ ขอ 4. • ดาวศุกร เพราะดาวศกุ รเปน ดาวเคราะหที่อยู ดาวเคราะห์ต่าง ๆ ในระบบสุริยะ 5. ร ่วมกันสรุปเกี่ยวกับองค์ประกอบของระบบสุริยะและคาบการโคจรของดาวเคราะห์ต่าง ๆ ใกลโ ลกมาก ทาํ ใหเ รามองเหน็ ดาวศกุ รม ขี นาดใหญ และมแี สงสวา งมาก ซง่ึ เราสามารถมองเหน็ ดาวศกุ ร ในระบบสุริยะ ไดทั้งเวลาใกลร ุงและตอนหัวคํ่า หนูตอบได • โลก เพราะโลกเปนดาวเคราะหดวงเดียวที่มี พนื้ ผวิ สว นใหญป กคลมุ ดว ยนาํ้ และเมอ่ื มองโลกจาก 1. ดวงอาทติ ยม์ คี วามส�าคัญต่อระบบสุริยะหรือไม ่ เพราะอะไร นอกอวกาศ แสงจากดวงอาทติ ยจ ะมากระทบทาํ ให 2. ดาวเคราะห์กบั ดาวเคราะหแ์ คระมีลกั ษณะแตกต่างกนั อยา่ งไร มองเหน็ โลกมสี ีนํ้าเงินสวยงาม 3. ดาวเทยี มสือ่ สารทโ่ี คจรอยู่รอบโลกจดั เปน็ องคป์ ระกอบของระบบสรุ ยิ ะหรือไม่ เพราะอะไร 4. นกั เรียนคิดวา่ ระหวา่ งดาวศุกร์กบั โลก ดาวเคราะหด์ วงใดมีลกั ษณะของดวงดาวสวยงาม มากกว่ากัน เพราะอะไร 43 (หมายเหตุ : คําถามขอ สุดทา ยของหนูตอบได เปน คําถามทอี่ อกแบบใหผ ูเ รยี นฝก ใชท ักษะการคดิ ขั้นสูง คพือจิ ากราณราคจิดาแกบเหบตใหผุ เ ลหสตนุผบั ลสแนลนุ ะ)การคดิ แบบโตแยง ซึง่ ผูเรยี นอาจเลอื กตอบอยา งใดอยางหนง่ึ ก็ได ใหค รู ขอ สอบเนน การคดิ แนว O-NET นักเรียนควรรู ดาวในขอ ใดอยใู นระบบสุริยะทกุ ดวง ดวงจันทรเปนบริวารดวงเดียวของโลกท่ีอยูใกลโลกมากที่สุด ดวงจันทรมี ก. ดาวหาง โลก ดาวพลูโต ความสวา งรองจากดวงอาทติ ย นอกจากนดี้ วงจนั ทรย งั มแี รงโนม ถว งราว 1 ใน 6 ข. ดาวพธุ ดาวศกุ ร ดาวลูกไก ของแรงโนมถว งของโลก ค. ดาวเหนือ ดาวเสาร ดาวยเู รนัส ง. ดาวหมูเล็ก ดาวพฤหสั บดี ดาวเนปจูน หองปฏิบัติการ (วิเคราะหค าํ ตอบ ระบบสรุ ยิ ะมีองคประกอบ คอื มีดวงอาทิตย à·¤¹Ô¤ ¤ÇÒÁ»ÅÍ´ÀÑ เปนศูนยกลาง มีดาวเคราะห 8 ดวง ไดแก ดาวพุธ ดาวศุกร โลก ดาวอังคาร ดาวพฤหัสบดี ดาวเสาร ดาวยูเรนัส และ ครูควรเนนยํ้าใหนักเรียนระมัดระวังขณะใชกรรไกรตัดวัสดุตางๆ และไม ดาวเนปจูน นอกจากน้ียังมีดาวเคราะหแคระ ดาวเคราะหนอย ใหน ักเรียนเลนกัน ขณะทําการทดลอง เพราะกรรไกรมคี วามคม อาจทําใหเกดิ ดาวหาง และวตั ถขุ นาดเลก็ อน่ื ๆ เปน องคป ระกอบของระบบสรุ ยิ ะ อนั ตรายได ดังน้นั ขอ ก. จงึ เปนคาํ ตอบทีถ่ กู ตอ ง) T51
นาํ สอน สรุป ประเมนิ ขนั้ สอน ในระบบสุริยะมดี าวเคราะห1์ทง้ั หมด 8 ดวง ซึง่ มีตา� แหนง่ เรยี งตามลา� ดบั จากใกล้ดวงอาทิตย์ท่ีสุดไปจนถึงห่างไกลจากดวงอาทิตย์ที่สุด ได้แก่ ดาวพุธ อธบิ ายความรู้ ดาวศกุ ร ์ โลก ดาวอังคาร ดาวพฤหสั บด ี ดาวเสาร์ ดาวยูเรนสั และดาวเนปจนู นอกจากนี้ ในระบบสรุ ยิ ะยงั ประกอบดว้ ยดวงจนั ทร์บรวิ ารของดาวเคราะห์ตา่ ง ๆ 3. นักเรียนทุกคนรวมกันแสดงความคิดเห็น ดาวเคราะห์แคระ ดาวเคราะหน์ อ้ ย ดาวหาง และวัตถขุ นาดเล็กอนื่ ๆ ดังภาพ จนไดขอสรุปวา ระบบสุริยะเปนระบบท่ีมี ดวงอาทิตยเปนศูนยกลาง และมีดาวบริวาร ภาพท่ ี 4.2 แผนภาพแสดงองคป์ ระกอบของระบบสุรยิ ะ โคจรอยูโดยรอบ ระบบสุริยะประกอบดวย ดวงอาทติ ย ดาวเคราะห 8 ดวง รวมทงั้ ดวงจนั ทร ดาวพธุ (Mercury) ดาวเคราะห์แคระ บริวาร ดาวเคราะหแคระ ดาวเคราะหนอย ดาวศกุ ร์ (Venus) (Dwarf Planet) ดาวหาง อุกกาบาต และวัตถุขนาดเล็กอ่ืนๆ ดาวเคราะหท่ีมีคาบการโคจรรอบดวงอาทิตย ดาวเคราะหน์ ้อย ดวงจนั ทร์ (Moon) ส้ันท่ีสุดในบรรดาดาวเคราะหทั้ง 8 ดวง คือ (Asteroids) โลก (Earth) ดาวพุธ และดาวเคราะหท มี่ คี าบการโคจรรอบ ดาวอังคาร (Mars) ดวงอาทิตยย าวทีส่ ดุ คือ ดาวเนปจูน ดาวหาง ดาวเนปจนู ขนั้ สรปุ (Comet) (Neptune) ขยายความเขา้ ใจ ดาวยเู รนสั (Uranus) 1. นักเรียนแตละคนทํากิจกรรมหนูตอบไดจาก ดาวเสาร์ (Saturn) หนงั สอื เรยี น หนา 43 ลงในสมดุ หรอื ทาํ ลงใน ดาวพฤหัสบดี (Jupiter) แบบฝก หดั วทิ ยาศาสตร หนา 58-59 (หมายเหตุ : ครเู ริม่ ประเมินนักเรยี น โดยใช แบบสังเกตพฤตกิ รรมการทาํ งานรายบคุ คล) ดวงอาทิตย์ อุกกาบาต (Sun) (Meteorite) 44 นักเรียนควรรู ขอ สอบเนน การคิดแนว O-NET 1 ดาวเคราะห คอื ดาวทไ่ี มม แี สงสวา งในตวั เองจะไมเ หน็ แสงระยบิ ระยบั มอง ศูนยก ลางของระบบสุริยะคือดาวดวงใด เห็นแสงคงทไี่ มกระพรบิ เชน ดาวพธุ ดาวศุกร โลก ดาวองั คาร ดาวพฤหัสบดี ก. โลก ดาวเสาร ดาวยเู รนสั และดาวเนปจูน เปน ตน ข. ดวงจันทร ค. ดวงอาทิตย ง. ดาวพฤหสั บดี (วิเคราะหคําตอบ เนื่องจากโลกและดาวพฤหัสบดี เปน ดาวเคราะหบริวารของดวงอาทิตย และโคจรรอบดวงอาทิตย ดวงจันทรเปนบริวารของดาวเคราะหบางดวงในระบบสุริยะ ซ่ึง โคจรรอบโลกและโคจรรอบดวงอาทิตยดว ย สว นดวงอาทิตย คือ ศนู ยกลางของระบบสรุ ิยะ ดงั นน้ั ขอ ค. จึงเปนคําตอบทีถ่ ูกตอง) T52
นาํ สอน สรปุ ประเมนิ 4หนว ยการเรียนรทู ี่ ขน้ั สรปุ ÃкºÊÃØ ÂÔ ÐáÅСÒûÃÒ¡¯¢Í§´Ç§¨Ñ¹·Ã ขยายความเขา้ ใจ 1.1 ดวงอาทิตย์ 2. นกั เรยี นแตล ะคนศกึ ษาขอ มลู เพม่ิ เตมิ เกย่ี วกบั ดวงอาทิตย จากหนังสือเรียนหนา น้ี ดวงอาทิตย์เป็นดาวฤกษ์เพียงดวงเดียวในระบบสุริยะและเป็นศูนย์กลาง ของระบบสุริยะ ดวงอาทิตย์เป็นดาวฤกษ์ขนาดเล็กเมื่อเทียบกับดาวฤกษ์อื่น ๆ 3. ครจู ับฉลากสุมนกั เรยี น 2-3 คนใหตอบคําถาม บนทอ้ งฟา้ แตเ่ ปน็ ดาวฤกษท์ อ่ี ยใู่ กลโ้ ลกทส่ี ดุ จงึ ปรากฏใหเ้ ราเหน็ เปน็ ดวงกลมโต ดังนี้ บนทอ้ งฟ้าของโลกเพยี งดวงเดียว ขณะท่ีดาวฤกษ์ดวงอืน่ ๆ ปรากฏเปน็ จดุ สว่าง • ดวงอาทิตยมีความสําคัญตอระบบสุริยะ เพราะอย่ไู กลจากโลกมาก อยา งไร (แนวตอบ ดวงอาทิตยเปนศูนยกลางของ ขอ้ มลู พื้นฐานของดวงอาทติ ย์ ระบบสุริยะ เปนแหลงพลังงานความรอน และพลงั งานแสงแกด าวเคราะหด วงอน่ื ๆ) • ดวงอาทิตย์เป็นดาวฤกษ์ที่มีสีเหลือง • ถาระบบสุริยะไมมีดวงอาทิตย จะเกิดผล มีอายุประมาณ 5,000 ล้านป อยางไร • อยูห่ า่ งจากโลก 149.60 ลา้ นกโิ ลเมตร (แนวตอบ ดาวเคราะหดวงอื่นๆ จะไมได • มเี สน้ ผา่ นศนู ยก์ ลาง 1,392,530 กโิ ลเมตร รับแสงสวางจากดวงอาทิตย และมีอากาศ ซงึ่ มีขนาดใหญ่กว่าโลกเกอื บ 109 เทา่ หนาวเย็นมาก เพราะดวงอาทติ ยเปน แหลง • ห มนุ รอบตัวเอง 1 รอบ ใชเ้ วลา 27 วัน พลงั งานความรอ นและพลงั งานแสงทสี่ าํ คญั • ทพี่ นื้ ผวิ ของดวงอาทติ ยม์ อี ณุ หภมู เิ ฉลยี่ ในระบบสุริยะ) ประมาณ 6,000 องศาเซลเซียส • เพราะเหตุใดเราจึงมองเห็นดวงอาทิตยเปน วงกลมโตอยูบนทอ งฟา (แนวตอบ เพราะดวงอาทิตยเปนดาวฤกษที่ อยูใกลโ ลกมากทีส่ ดุ ) (หมายเหตุ : ครเู รมิ่ ประเมนิ นักเรียน โดยใช แบบสังเกตพฤติกรรมการทาํ งานรายบุคคล) ภาพท ่ี 4.3 45 เกร็ดแนะครู ครูอาจอธิบายเพ่มิ เติมใหนกั เรยี นเขาใจวา ดวงอาทติ ย เปนแหลงพลงั งาน ทส่ี าํ คญั ของโลก เนอื่ งจากดวงอาทติ ยใ หท งั้ พลงั งานความรอ นและพลงั งานแสง ซึ่งมีประโยชนตอโลก เชน พลังงานแสงจากดวงอาทิตยสามารถนําไปใช ผลิตไฟฟา เปนตน นักเรียนควรรู นักวิทยาศาสตรไดจําแนกดาวฤกษออกเปนสีตางๆ ซ่ึงกําหนดใหแตละสี แทนอุณหภูมิของดาวฤกษ เชน ดาวฤกษที่มีสีแดงจะมีอุณหภูมิต่ําที่สุด ดาวฤกษท มี่ สี ขี าวจะมอี ณุ หภมู สิ งู ทสี่ ดุ สว นดาวฤกษท ม่ี สี เี หลอื งจะมอี ณุ หภมู สิ งู กวา ดาวฤกษสแี ดง เปน ตน T53
นาํ สอน สรุป ประเมนิ ขนั้ สรปุ 1.2 บริวารของดวงอาทิตย์ ขยายความเขา้ ใจ บริวารของดวงอาทติ ย์จะโคจรอย่โู ดยรอบดวงอาทิตย์ ได้แก่ บริวารที่เป็น ดาวเคราะหม์ อี ย ู่ 8 ดวง ดวงจนั ทรท์ เี่ ปน็ บรวิ ารของดาวเคราะห ์ ดาวเคราะหแ์ คระ 4. แตละคนศึกษาขอมูลจากหนังสือเรียนหนานี้ ดาวเคราะหน์ อ้ ย ดาวหาง และวตั ถุขนาดเล็กอนื่ ๆ จากน้นั ครถู ามคาํ ถามนกั เรยี น ดงั น้ี • การจําแนกดาวเคราะหตามวงโคจร เราใช 1. ดาวเคราะห์ ในปจจุบันดาวเคราะห์ที่เป็นบริวารของดวงอาทิตย์ อะไรเปน เกณฑใ นการจําแนก มอี ยทู่ งั้ หมด 8 ดวง นกั ดาราศาสตรไ์ ดแ้ บง่ ดาวเคราะหต์ ามคาบการโคจร และแบง่ (แนวตอบ ระยะทางระหวางดวงอาทิตยกับ ตามลักษณะพน้ื ผวิ ไว ้ ดังนี้ โลก) • ดาวเคราะหท่ีมีวงโคจรรอบดวงอาทิตยสั้น ดาวเคราะห์ ทสี่ ดุ คอื ดาวเคราะหด วงใด เพราะอะไร (แนวตอบ ดาวพุธ เพราะเปนดาวเคราะหที่ แบ่งตามคาบการโคจร แบง่ ตามลักษณะพน้ื ผิว อยูใกลกับดวงอาทิตยมากท่ีสุด จึงทําให ระยะเวลาที่ดาวพุธโคจรรอบดวงอาทิตย ดาวเคราะห์วงใน ดาวเคราะหว์ งนอก ดาวเคราะหห์ ิน ดาวเคราะหแ์ กส ส้ันทีส่ ุด) คือ ดาวเคราะห์ท่ีอยู่ใกล้ คือ ดาวเคราะห์ที่อยู่ห่าง คอื ดาวเคราะหท์ ่ีมพี น้ื ผิว คอื ดาวเคราะหท์ เี่ ปน็ แกส (หมายเหตุ : ครเู ร่มิ ประเมนิ นกั เรียน โดยใช แบบสงั เกตพฤติกรรมการทํางานรายบุคคล) ดวงอาทิตย์มากกว่าโลก จากดวงอาทติ ยม์ ากกวา่ โลก แข็งเป็นหิน และยังมีชั้น ทั่วทั้งดวง อาจมีแกนหิน จึงมีคาบการโคจรสั้นกว่า จงึ มคี าบการโคจรยาวกวา่ บรรยากาศบาง ๆ ห่อหุ้ม ขนาดเล็ก อยู่ภายใน โลก ได้แก่ โลก ได้แก่ ไดแ้ ก่ ได้แก่ ● ดาวพุธ ● ดาวอังคาร ● ดาวพุธ ● ดาวพฤหัสบดี ● ดาวศุกร์ ● ดาวพฤหสั บดี ● ดาวศุกร์ ● ดาวเสาร์ ● ดาวเสาร์ ● โลก ● ดาวยูเรนัส ● ดาวยเู รนัส ● ดาวอังคาร ● ดาวเนปจูน ● ดาวเนปจนู ดาวเคราะห์หนิ ดาวเคราะหแ์ กส ดาวพุธ ดาวศุกร์ โลก ดาวองั คาร ดาวพฤหสั บดี ดาวเสาร์ ดาวยูเรนสั ดาวเนปจนู ดาวเคราะห์วงใน ดาวเคราะห์วงนอก 46 ภาพท่ี 4.4 นักเรียนควรรู แตเดิมดาวเคราะหท ี่เปน บริวารของดวงอาทิตย ถูกจัดไว 9 ดวง จนในป ค.ศ. 1996 ท่ีประชุมสมัชชาใหญแหงสหพันธดาราศาสตรสากล (IAU) ซึ่งจัด ประชุมข้ึนท่ีกรุงปราก สาธารณรัฐเชค ไดลงมติปลดดาวพลูโตจากการเปน ดาวเคราะหทเ่ี ปนดาวบริวารของดวงอาทติ ย เน่ืองจากความเจริญกาวหนาทางวิทยาศาสตร ทําใหมีขอมูลใหมวา ดาวพลูโตมีองคประกอบที่จะจัดใหเปนดาวเคราะหไมครบถวน กลาวคือ ดาวพลูโตมีวงโคจรท่ีซอนทับกับวงโคจรของดาวเนปจูน นอกจากน้ียังมีการ คนพบวา มีวัตถุคลายดาวพลูโตโคจรรอบดวงอาทิตยในบริเวณใกลเคียงกับ ดาวพลูโตอีกเปนจํานวนมาก ดาวพลูโตจึงไมนาจะมีความสําคัญเพียงพอที่ จะจดั เปนดาวเคราะหไ ด T54
นาํ สอน สรปุ ประเมนิ 4หนวยการเรียนรทู ่ี ขนั้ สรปุ ÃкºÊÃØ ÔÂÐáÅСÒûÃÒ¡¯¢Í§´Ç§¨¹Ñ ·Ã ขยายความเขา้ ใจ 1) ดาวพุธ เป็นดาวเคราะห์ที่มีขนาดเล็กและอยู่ใกล้ดวงอาทิตย์ 5. แตละคนศกึ ษาขอ มูล จากหนงั สือเรยี นหนานี้ มากท่ีสุด จึงท�าให้มีอุณหภูมิพื้นผิวสูงมากประมาณ 430 องศาเซลเซียส จากนั้นครูถามคาํ ถามนกั เรยี น ดังนี้ ดาวพุธโคจรรอบดวงอาทิตย์ใช้เวลาเกือบเท่ากับเวลาท่ีใช้ในการหมุนรอบตัวเอง • เพราะอะไรเราจึงเรียกดาวพุธวา เตาไฟ จึงท�าให้ด้านท่ีหันเข้าหาดวงอาทิตย์มีความร้อนมากและอีกด้านหน่ึงเย็นจัด แชแข็ง จากการทีด่ าวพธุ มอี ุณหภูมิต่างกนั มาก จงึ เรียกดาวพุธว่า “เตาไฟแช่แขง็ ” (แนวตอบ เพราะดานหนึ่งของดาวพุธท่ีรับ ดาวพุธมีลักษณะของพ้ืนผิวเช่นเดียวกับพ้ืนผิวของดวงจันทร์ซ่ึงเป็น แสงจากดวงอาทิตยจะมีความรอนสูงมาก บริวารของโลก คือ มีลักษณะเป็นฝุนและหิน และมีหลุมลึกเป็นจ�านวนมาก สวนอีกดานที่ไมไดรับแสงจากดวงอาทิตย หลุมท่มี ขี นาดใหญท่ ่สี ุดมชี ือ่ ว่า ฟอสซา แคลอรสิ (Fossa caloris) จะเยน็ จัด) ดาวพุธเป็นดาวที่เราสามารถมองเห็นได้ด้วยตาเปล่าในตอนเช้า • ส่ิงมชี ีวิตสามารถดํารงชีวติ อยบู นดาวพธุ ก่อนที่ดวงอาทติ ย์ข้ึนครึง่ ชัว่ โมงและหลงั จากที่ดวงอาทิตย์ตกครึง่ ช่ัวโมง ไดหรือไม เพราะอะไร (แนวตอบ ไมได เพราะพื้นผิวของดาวพุธ ขอ้ มลู พืน้ ฐานของดาวพุธ มีอุณหภูมิสูงและตํ่าเกินกวาท่ีส่ิงมีชีวิต จะดํารงชีวติ อยูได) • มีเสน้ ผ่านศนู ยก์ ลาง 4,879 กโิ ลเมตร (หมายเหตุ : ครูเร่มิ ประเมนิ นักเรียน โดยใช • มรี ะยะหา่ งจากดวงอาทติ ยโ์ ดยเฉลยี่ 57.91 แบบสงั เกตพฤตกิ รรมการทาํ งานรายบคุ คล) ล้านกโิ ลเมตร • โ คจรรอบดวงอาทติ ย์ 1 รอบ ใชเ้ วลา 87.97 วนั • หมนุ รอบตวั เอง 1 รอบ ใชเ้ วลา 58.65 วนั • มีอุณหภูมิพื้นผิวโดยเฉล่ียประมาณ -180 ถงึ 430 องศาเซลเซยี ส • ไม่มดี วงจนั ทรบ์ ริวาร ภาพที ่ 4.5 ลกั ษณะพื้นผิวของดาวพุธ 47 ขอ สอบเนน การคิด ดาวเคราะหใ นระบบสรุ ยิ ะดวงใดอยใู กลแ ละไกลจากดวงอาทติ ย มากท่สี ุด ก. ดาวพุธ - ดาวพลูโต ข. ดาวพุธ - ดาวเนปจูน ค. ดาวศกุ ร - ดาวยูเรนสั ง. ดาวศกุ ร - ดาวเนปจนู (วเิ คราะหค าํ ตอบ ดาวพธุ เปน ดาวเคราะหท อี่ ยใู กลก บั ดวงอาทติ ย มากทส่ี ดุ สว นดาวเนปจนู เปน ดาวเคราะหท อี่ ยไู กลจากดวงอาทติ ย มากท่ีสุด ดังน้นั ขอ ข. จงึ เปนคําตอบทถ่ี กู ตอ ง) T55
นาํ สอน สรปุ ประเมนิ ขนั้ สรปุ 2) ดาวศกุ ร ์ เปน็ ดาวเคราะหท์ ม่ี ขี นาดใกลเ้ คยี งกบั โลก จนไดช้ อ่ื วา่ เปน็ “ฝาแฝด” กับโลก และอยู่ห่างจากดวงอาทิตย์เป็นอันดับท่ี 2 จากการส�ารวจ ขยายความเขา้ ใจ โดยยานอวกาศพบวา่ มพี น้ื ผวิ แหง้ แลง้ มสี ภาพบรรยากาศหนาแนน่ เปน็ 90 เทา่ ของโลก มีแกสส่วนใหญ่เป็นแกสคาร์บอนไดออกไซด์และไอของกรดก�ามะถัน 6. แตล ะคนศกึ ษาขอมลู จากหนงั สือเรียนหนา น้ี ไม่มีแกสออกซิเจนและไอน้�า มีอุณหภูมิพ้ืนผิวสูงถึง 470 องศาเซลเซียส จากน้ันครถู ามคาํ ถามนกั เรียน ดังน้ี เนื่องจากสภาพบรรยากาศท่ีหนาทึบจึงดูดกลืนความร้อนของดวงอาทิตย์ไว้ • เพราะอะไร ดาวศุกรจึงมีอุณหภูมิสูงท่ีสุด และท�าหนา้ ที่เหมอื นเรือนกระจก ท�าใหอ้ ณุ หภมู ิของดาวศกุ รส์ งู มากกว่าดาวพุธ ในระบบสุริยะทั้งที่อยูใกลดวงอาทิตยเปน ดาวศกุ รจ์ ะปรากฏสวา่ งทสี่ ดุ ในดาวเคราะหท์ งั้ 8 ดวง เราเหน็ ดาวศกุ ร์ อันดบั ท่ี 2 ขนึ้ ทางทศิ ตะวนั ออกในเวลาใกลร้ งุ่ เรยี กวา่ ดาวประกายพรกึ หรอื ดาวรงุ่ และจะมอง (แนวตอบ เพราะดาวศกุ ร มสี ภาพบรรยากาศ เหน็ อยทู่ างขอบฟา้ ดา้ นทศิ ตะวนั ตกขณะทด่ี วงอาทติ ยก์ า� ลงั ลบั ขอบฟา้ ไป เรยี กวา่ หนาทบึ จงึ ดดู กลนื ความรอ นของดวงอาทติ ย ดาวประจาํ เมือง ไวและทําหนาทีเ่ หมือนเรอื นกระจก) • เราสามารถสงมนษุ ยอ วกาศไปสาํ รวจ ดาวศกุ รไดห รือไม เพราะอะไร (แนวตอบ ไมได เพราะดาวศุกรถูกปกคลุม ดว ยแกส ทเ่ี ปน อนั ตรายตอ มนษุ ย เชน แกส - คารบอนไดออกไซด ไอของกรดกํามะถัน เปนตน) (หมายเหตุ : ครูเรม่ิ ประเมนิ นักเรียน โดยใช แบบสังเกตพฤติกรรมการทํางานรายบุคคล) ภาพท ่ี 4.6 ดาวศุกร์ ขอ้ มลู พน้ื ฐานของดาวศกุ ร์ 48 • มเี สน้ ผ่านศนู ยก์ ลาง 12,104 กิโลเมตร • มรี ะยะห่างจากดวงอาทิตย์โดยเฉล่ยี 108.21 ล้านกโิ ลเมตร • โคจรรอบดวงอาทติ ย ์ 1 รอบ ใช้เวลา 224.70 วัน • หมนุ รอบตวั เอง 1 รอบ ใชเ้ วลา 243 วนั • มอี ุณหภมู ิพนื้ ผิวโดยเฉล่ียประมาณ 470 องศาเซลเซยี ส • ไมม่ ดี วงจนั ทรบ์ รวิ าร ขอ สอบเนน การคดิ จากขอ มลู ในตาราง ดาวเคราะหดวงใดนา จะเปนดาวศุกร ตารางแสดงสมบัติบางประการของดาวเคราะห 4 ดวง ดาวเคราะห สมบตั ขิ องดาวเคราะห ABCD ก. ดาวเคราะห A ข. ดาวเคราะห B มวี งแหวนลอมรอบ -✓- - ค. ดาวเคราะห C ง. ดาวเคราะห D มองเห็นไดดวยตาเปลา - ✓✓✓ มแี กส CO2 ในบรรยากาศ - - -✓ มขี นาดเล็กกวา โลก ✓ - ✓✓ (วเิ คราะหค าํ ตอบ จากสมบตั ขิ องดาวเคราะห ดาวศกุ รไ มม วี งแหวนลอ มรอบ จงึ ไมใ ชด าวเคราะห B ดาวศุกรเปนดาวที่มีขนาดใกลเคียงกับโลกแตเล็กกวา มีแกสคารบอนไดออกไซด (CO2) ใน บรรยากาศ และเราสามารถมองเห็นดาวศกุ รด ว ยตาเปลา ดงั น้นั ขอ ง. จงึ เปน คําตอบทีถ่ ูกตอ ง) T56
นาํ สอน สรปุ ประเมนิ 4หนว ยการเรยี นรูที่ ขน้ั สรปุ ÃкºÊÃØ ÂÔ ÐáÅСÒûÃÒ¡¯¢Í§´Ç§¨¹Ñ ·Ã ขยายความเขา้ ใจ 3) โลก เปน็ ดาวเคราะห์ทอี่ ยหู่ า่ งจากดวงอาทติ ยเ์ ปน็ ลา� ดบั ท ่ี 3 โลก 7. แตล ะคนศกึ ษาขอ มลู จากหนงั สอื เรยี นหนา นี้ มีดวงจนั ทรเ์ ป็นบรวิ าร 1 ดวง โลกเป็นดาวเคราะหท์ ่ีมลี ักษณะพิเศษต่างไปจาก 8. นักเรียนแตล ะคนสรปุ ความรทู ไ่ี ดล งในสมดุ ดาวเคราะห์ดวงอ่ืน ๆ เนื่องจากเป็นดาวเคราะห์ดวงเดียวที่มีพ้ืนผิวส่วนใหญ่ 9. นักเรียนแตละคนจับคูกับเพื่อน แลวผลัดกัน ปกคลมุ ดว้ ยนา�้ 3 ใน 4 สว่ นของพนื้ โลก ซง่ึ ไมป่ รากฏมอี ยบู่ นดาวเคราะหด์ วงอน่ื ในระบบสุริยะ โลกจงึ ไดช้ อื่ วา่ เปน็ “ดาวเคราะหแ์ หง่ พน้ื นาํ้ ” อธิบายความรูใหคูของตนเองฟงแลวแกไข โลกหมุนรอบตัวเอง 1 รอบ ใชเ้ วลา 23 ช่วั โมง 56 นาท ี หรอื 1 วนั ในสวนที่บกพรอง และโคจรเปน็ วงรรี อบดวงอาทติ ยใ์ ชเ้ วลา 365.26 วนั หรอื 1 ป แกนของโลกเอยี ง 10. ครสู มุ ตัวแทน 2-3 คู ใหอ อกมาสรปุ ความรู 2ต3่า.ง5 ๆ อ งบศนาโ ลกกบั แโลนกวมตงั้ีอฉุณาหกภกบัูมริพะน้ืนผาบวิ เทฉาลง่ียโค 1จ5ร รอองบศดาวเงซอลาเทซติยี ยส ์ จแงึ ลทะา�ชในั้หบเ้ กรดิรฤยดากกู าาศล1 ที่ไดหนาช้ันเรียน โดยมีครูและเพื่อนคูอ่ืนๆ ประกอบด้วยแกส ออกซิเจนประมาณ 21 เปอรเ์ ซน็ ต์ จากปจ จยั ดงั กลา่ วจึงก่อให้ ปรบมอื ใหก าํ ลงั ใจ เกิดสภาพแวดลอ้ มบนโลกทีเ่ ออื้ อา� นวยใหม้ ีส่งิ มชี ีวติ เกิดขน้ึ และดา� รงชวี ิตอยู่ได้ (หมายเหตุ : ครเู ร่ิมประเมินนักเรยี น โดยใช แบบสงั เกตพฤตกิ รรมการทาํ งานรายบุคคล) 11. ครูใหนักเรียนรวมกันแสดงความคิดเห็นวา โลกมีลักษณะใดที่แตกตางจากดาวเคราะห ดวงอ่ืนๆ โดยใหนักเรียนแสดงความคิดเห็น อยางอสิ ระ (แนวตอบ โลกเปนดาวเคราะหที่มีพื้นผิว สว นใหญปกคลมุ ดวยนํ้า 3 ใน 4 สว นของพื้น โลก ซงึ่ ไมป รากฏมอี ยบู นดาวเคราะหด วงอนื่ ) ภาพที่ 4.7 โลก ภาพที่ 4.8 โลกมพี น้ื นา้� เป็น 3 ใน 4 ส่วนของพน้ื โลก 49 ขอสอบเนน การคิดแนว O-NET นักเรียนควรรู ขอใดอธิบายเก่ียวกับโลกไมถ ูกตอ ง 1 ชัน้ บรรยากาศ คอื ช้ันของอากาศที่ลอมรอบดวงดาวเอาไว ก. เปน ดาวเคราะหแกส ที่มแี กส ออกซิเจน โลกเปน ดาวเคราะหท มี่ ชี น้ั บรรยากาศลอ มรอบ และแรงดงึ ดดู ของโลกทาํ ให ข. เปนดาวเคราะหทม่ี ขี นาดใกลเคียงกับดาวศกุ ร ค. เปนดาวเคราะหท มี่ ดี วงจนั ทรเ ปน บริวารเพยี ง 1 ดวง ช้ันบรรยากาศคงสภาพอยูไ ด ง. เปน ดาวเคราะหในระบบสุรยิ ะเพยี งดวงเดยี วทพี่ บสงิ่ มีชีวิต ดวงจนั ทรเ ปน ดาวบรวิ ารของโลก และเนอื่ งจากดวงจนั ทรไ มม ชี น้ั บรรยากาศ (วิเคราะหคําตอบ โลกเปนดาวเคราะหเพียงดวงเดียวในระบบ หอหุม จึงเปนสาเหตุใหพื้นผิวของดวงจันทรเต็มไปดวยหลุมอุกกาบาต สรุ ยิ ะทพ่ี บสงิ่ มชี วี ติ เพราะโลกเปน ดาวเคราะหห นิ ทมี่ แี กส ออกซเิ จน เราสามารถมองเห็นหลุมอุกกาบาตขนาดใหญไดดวยตาเปลา คือ บริเวณที่ เปนองคประกอบ โลกเปนดาวเคราะหที่มีดวงจันทรบริวาร เราจนิ ตนาการวาเปน กระตา ยบนดวงจนั ทร 1 ดวง และโลกมีขนาดใกลเคียงกับดาวศุกร ดังนั้น ขอ ก. จึงเปน คําตอบที่ถกู ตอ ง) T57
นาํ สอน สรปุ ประเมนิ ขน้ั สรปุ 4) ดาวองั คาร เป็นดาวเคราะห์ทอ่ี ยูห่ ่างจากดวงอาทติ ยเ์ ปน็ อนั ดบั ที่ 4 ซึ่งพื้นผิวของดาวอังคารมีร่องรอยการไหลผ่านของน้�า จึงเชื่อกันว่าอาจจะมี ขยายความเขา้ ใจ สิง่ มชี ีวติ อาศัยอยู ่ แต่จากการสา� รวจโดยยานไวกิง 1 และ 2 ของสหรัฐอเมริกา พบวา่ ดาวอังคารมีพื้นผิวสแี ดง เต็มไปดว้ ยก้อนหิน มีหุบเหวลกึ และกวา้ งใหญ่ 12. ครแู บง กลมุ ใหน กั เรยี นแบบคละความสามารถ และไมพ่ บรอ่ งรอยของสง่ิ มชี วี ติ ทพี่ นื้ ผวิ ของดาวองั คารมสี นมิ ของเหลก็ อยจู่ า� นวน (เกง คอนขางเกง ปานกลาง ออ น) ใหอยูใน มาก ส ีผิวขอดงาดวาอวงั จคึงาอรมอกดี ไาปวบทราวิงาสรแี ด2 งด วจงงึ ไไดด้รแ้ ับกฉ ่ โาฟยบาวอา่ส1 “แดลาะวดเมีคอราส2ะ ซหงึ่แ์ ถดกูงค”น้ พบ กลมุ เดยี วกนั กลมุ ละ 3-4 คน เปน็ ครงั้ แรก ในป พ.ศ. 2420 โดย เอแซฟ ฮอลล ์ เราสามารถมองเหน็ ดวงจนั ทร์ บรวิ ารทง้ั 2 ดวงน ี้ ไดโ้ ดยการใชก้ ลอ้ งโทรทรรศนท์ มี่ กี า� ลงั ขยายสงู 13. ครูใหนักเรียนแตละกลุมชวยกันศึกษาขอมูล ดาวองั คารมแี กนเอยี งคลา้ ยโลก จงึ ทา� ใหเ้ กดิ มฤี ดกู าลเหมอื นกบั โลก เกยี่ วกบั ดาวอังคาร จากหนงั สอื เรียนหนา นี้ นอกจากน ้ี เวลา 1 วนั บนดาวองั คารยงั เกอื บเทา่ กบั เวลา 1 วนั บนโลก 14. ครูตั้งคําถามถามนักเรียนวาเพราะอะไร เรา จึงคาดคะเนวาดาวอังคารนาจะมีสิ่งมีชีวิต อาศยั อยู (แนวตอบ เพราะพื้นผิวของดาวอังคารมี รองรอยการไหลของนํ้า จึงเช่ือกันวาอาจจะ มีส่ิงมชี วี ิตอยบู นดาวองั คาร) 15. ครูใหนักเรียนแตละกลุมยกมือตอบ จากนั้น ครูเฉลยคาํ ตอบท่ีถูกตอง (หมายเหตุ : ครเู รม่ิ ประเมินนกั เรยี น โดยใช แบบสังเกตพฤติกรรมการทํางานกลุม) ขอ้ มลู พื้นฐานของดาวองั คาร • มเี สน้ ผ่านศนู ยก์ ลาง 6,792 กิโลเมตร • มรี ะยะหา่ งจากดวงอาทติ ย์โดยเฉลย่ี 227.94 ล้านกิโลเมตร • โ คจรรอบดวงอาทิตย ์ 1 รอบ ใชเ้ วลา 687 วัน • หมนุ รอบตัวเอง 1 รอบ ใช้เวลา 24.62 ภาพท ี่ 4.9 ลกั ษณะพื้นผิวของดาวองั คาร ช่ัวโมง หรอื 1 วัน • มีอณุ หภมู ิพื้นผวิ โดยเฉล่ียประมาณ -87 50 ถึง -5 องศาเซลเซยี ส • มีดวงจนั ทรบ์ รวิ าร 2 ดวง นักเรียนควรรู ขอ สอบเนน การคดิ แนว O-NET ขอ ใดนาจะเปน สาเหตุสําคัญทีท่ ําใหมนษุ ยสนใจท่จี ะไป 1 โฟบอส (Phobos) โคจรรอบดาวองั คาร 1 รอบ ใชเวลาประมาณ 8 ชั่วโมง สํารวจดาวองั คารมากที่สดุ ของเวลาบนโลก 2 ดีมอส (Deimos) โคจรรอบดาวอังคาร 1 รอบ ใชเ วลาประมาณ 30 วนั ก. มีอณุ หภมู ิใกลเ คยี งกบั โลก ของเวลาบนโลก ข. อยูใ กลโ ลกมากกวา ดาวเคราะหดวงอ่นื ค. ใชเวลาหมนุ รอบตวั เองใกลเคยี งกับโลก ง. พบรอ งรอยการไหลของนา้ํ บนดาวองั คาร (วิเคราะหคําตอบ สาเหตุท่ีมนุษยสนใจในการสํารวจดาวอังคาร คอื การพบรอ งรอยการไหลของนํ้าบนดาวองั คาร จงึ ทําใหม นุษย สันนิษฐานวาดาวอังคารนาจะมีส่ิงมีชีวิตอาศัยอยู ดังนั้น ขอ ง. จงึ เปนคาํ ตอบท่ีถูกตอง) T58
นาํ สอน สรปุ ประเมนิ 4หนว ยการเรยี นรูที่ ขน้ั สรปุ ÃкºÊÃØ ÔÂÐáÅСÒûÃÒ¡¯¢Í§´Ç§¨Ñ¹·Ã ขยายความเขา้ ใจ 5) ดาวพฤหัสบด1ี เปนดาวเคราะหท่ีมีขนาดใหญที่สุดและมีเนื้อสาร 16. ครูใหนักเรียนแตละกลุมชวยกันศึกษาขอมูล มากท่สี ุด อยูหางจากดวงอาทติ ยเ ปนอนั ดบั ท่ี 5 เปนดาวทีม่ คี วามหนาแนนนอ ย เกี่ยวกับดาวพฤหัสบดี จากหนังสือเรียน เพราะเปน ดาวเคราะหแ กส จงึ ไมเ ปน หนิ แขง็ เหมอื นกบั โลกของเรา จากการสาํ รวจ หนาน้ี และแหลง ขอมลู ตา งๆ ของยานวอยเอเจอร 1 และ 2 ของสหรัฐอเมริกา พบวา บนดาวพฤหัสบดี มจี ดุ แดงขนาดใหญเ ปน วง ซงึ่ เปน กลมุ แกส รอ นหมนุ วนดว ยความเรว็ สงู และเมอื่ 17. นักเรียนแตละกลุมชวยกันนําขอมูลที่ไดมา ป พ.ศ. 2153 กาลิเลโอคนพบดวงจนั ทรบ ริวารของดาวพฤหัสบดีทม่ี ขี นาดใหญ จัดทําเปนใบความรู เร่ือง ดาวพฤหัสบดี 4 ดวง คือ ไอโอ ยูโรปา แกนีมีด และคลั ลสิ โต เรยี กรวมวา ดาวบริวารกาลเิ ลียน ลงในกระดาษ A4 พรอมตกแตง ใหสวยงาม ไอโอ ยูโรปา แกนีมดี คลั ลสิ โต 18. แตล ะกลมุ สง ตวั แทนออกมานาํ เสนอใบความรู เรื่อง ดาวพฤหัสบดี หนาช้ันเรียนจนครบ ภาพท่ี 4.10 ดาวบรวิ ารกาลเิ ลยี น ทุกกลุม ขอมูลพ้ืนฐานของดาวพฤหัสบดี 19. ครูต้ังคําถามถามนักเรียนวา เพราะอะไร ดาวพฤหัสบดีจึงหมุนรอบตัวเองไดเร็วที่สุด • มีเสน ผา นศูนยก ลาง 142,980 กิโลเมตร ทงั้ ท่มี ีขนาดใหญท่สี ดุ ในระบบสุรยิ ะ (แนวตอบ เพราะพ้ืนผิวของดาวพฤหัสบดี • มีระยะหางจากดวงอาทิตยโดยเฉลีย่ ประกอบดวยแกสไฮโดรเจน และฮีเลียม 778.41 ลา นกโิ ลเมตร เปนองคประกอบหลัก จึงมีมวลเบากวา ดาวเคราะหห นิ ทาํ ใหด าวพฤหสั บดหี มนุ รอบ • โคจรรอบดวงอาทติ ย 1 รอบ ใชเวลา ตัวเองไดเร็วกวาดาวเคราะหดวงอื่นๆ ใน 11.86 ป ระบบสรุ ยิ ะ) 20. ครูใหแตละกลุมยกมือตอบ จากนั้นครูเฉลย คาํ ตอบทีถ่ กู ตอง (หมายเหตุ : ครเู ริ่มประเมินนักเรยี น โดยใช แบบสงั เกตพฤตกิ รรมการทาํ งานกลุม) • หมุนรอบตวั เอง 1 รอบ ใชเวลา 9.92 ชวั่ โมง ภาพที่ 4.11 ดาวพฤหสั บดี • มีอุณหภูมิพื้นผิวโดยเฉล่ียประมาณ -148 องศาเซลเซยี ส • มีดวงจันทรบ ริวาร 62 ดวง 51 ขอ สอบเนน การคดิ แนว O-NET นักเรียนควรรู ขอ ใดกลาวถูกตอง 1 ดาวพฤหัสบดี มีจุดแดงขนาดใหญเปนวง ซึ่งคือพายุลูกที่ใหญที่สุดใน ก. โลกเปนดาวเคราะหท มี่ ขี นาดใหญท ี่สดุ ระบบสุริยะ เปนพายุที่กอตัวขึ้นมานานหลายรอยป มีความกวางมากกวาโลก ข. ดาวยูเรนสั เปนดาวเคราะหที่มีขนาดเลก็ ท่สี ดุ 2 เทา และมีลักษณะคลายพายุเฮอรรเิ คนบนโลก ค. ดาวศกุ รเปนดาวเคราะหท่ีอยูใ กลโลกมากทส่ี ุด ง. ดาวองั คารเปน ดาวเคราะหท ี่มีสงิ่ มีชีวติ อาศัยอยู (วิเคราะหคําตอบ ดาวเคราะหในระบบสุริยะที่มีขนาดใหญท่ีสุด คือ ดาวพฤหัสบดี ดาวเคราะหที่มีขนาดเล็กที่สุด คือ ดาวพุธ ดาวเคราะหท ่มี ีสง่ิ มีชวี ิตอาศยั อยู คอื โลก และดาวเคราะหท่อี ยู ใกลโลกมากท่ีสุด คอื ดาวศกุ ร เพราะดาวศุกรอยหู า งจากโลก 42 ลานกิโลเมตร ดงั นน้ั ขอ ค. จงึ เปนคาํ ตอบท่ีถูกตอ ง) T59
นาํ สอน สรปุ ประเมนิ ขน้ั สรปุ 6) ดาวเสาร ์ เปน็ ดาวเคราะห์ทมี่ ีขนาดใหญเ่ ป็นอนั ดบั ท ี่ 2 รองจาก ดาวพฤหสั บดี อยหู่ า่ งจากดวงอาทติ ย์เป็นอนั ดับที ่ 6 จากการผ่านไปสา� รวจของ ขยายความเขา้ ใจ ยานวอยเอเจอร ์ 1 และ 2 พบวา่ ดาวเสารม์ วี งแหวน 7 ชนั้ ใหญ ่ๆ และมวี งแหวนเลก็ ซ้อนกนั อยจู่ า� นวนมาก ซึง่ เปน็ ลักษณะเดน่ ของดาวเสาร์ วงแหวนนัน้ คอื อนุภาค 21. แตละคนศึกษาขอมูล จากหนังสือเรียน นา้� แข็งและก้อนหินที่ปกคลุมด้วยน้�าแข็ง หนาน้ี จากนั้นครูต้ังคําถามถามนักเรียน ท ี่ใหญ่ท ส่ี ดุ ขดอางวดเสาาวรเสม์ าดี รว ์ งคจอื นั ทไทรทบ์ รนั 1วิ าถรูกทคคี่ ้นน้ พพบบเมแลื่อว้ป 6พ2. ศด.ว ง2 1ซ9ง่ึ 8ดวงจนั ทรบ์ รวิ าร วา ดาวเสารมีลักษณะเดนท่ีแตกตางจาก ดาวเคราะหดวงอืน่ ๆ อยางไร ขอ้ มูลพืน้ ฐานของดาวเสาร์ (แนวตอบ ดาวเสารมีวงแหวนขนาดใหญ ลอมรอบ 7 ช้ันใหญๆ ถามองจากโลกโดย • มเี ส้นผา่ นศนู ยก์ ลาง 120,540 กโิ ลเมตร ใชกลองโทรทรรศน จะเห็นวงแหวนของ • มรี ะยะหา่ งจากดวงอาทติ ยโ์ ดยเฉลยี่ 1,427 ดาวเสารเพยี งดวงเดียว) ลา้ นกโิ ลเมตร • โ คจรรอบดวงอาทิตย์ 1 รอบ ใช้เวลา 22. ครใู หน ักเรยี นยกมอื ตอบคําถามทลี ะคน (หมายเหตุ : ครูเรมิ่ ประเมนิ นกั เรยี น โดยใช 29.47 ป แบบสังเกตพฤติกรรมการทาํ งานรายบุคคล) • หมุนรอบตัวเอง 1 รอบ ใชเ้ วลา 10.66 ชว่ั โมง 23. ครูเฉลยคําตอบท่ีถูกตอง และอธิบายเพิ่ม • มีอุณหภูมิพน้ื ผวิ โดยเฉล่ยี ประมาณ -178 เติมใหนักเรียนเขาใจวานอกจากวงแหวน 7 องศาเซลเซียส ช้ันใหญๆ แลว ดาวเสารยังมีวงแหวนเล็ก • เป็นดาวทม่ี คี วามหนาแน่นน้อยกวา่ นา้� ซอ นกนั อยูจํานวนมาก ซึ่งมีความหนาแนน่ เพียง 0.7 กรัมต่อลกู บาศก์เซนติเมตร ภาพที ่ 4.12 ดาวเสาร์ • มีดวงจนั ทร์บรวิ าร 62 ดวง ภาพที่ 4.13 ภาพจ�าลองวงแหวนของดาวเส าร์ 52 นักเรียนควรรู กิจกรรม 21st Centurey Skills 1 ไททัน (Titan) ในระบบสุรยิ ะ ไททัน เปน ดวงจนั ทรท่ใี หญท่สี ุดเปนอนั ดบั 1. ใหนักเรยี นแบง กลุมตามความสมคั รใจ กลมุ ละ 3-4 คน 2 รองจากดวงจันทรแกนมี ีด ซง่ึ เปน ดวงจันทรบ รวิ ารของดาวพฤหสั บดี ไททัน 2. แตละกลุมชวยกันสืบคนขอมูลเกี่ยวกับดาวเสารเพิ่มเติมจาก มีองคประกอบหลัก คือ มีเทน และไททันมีบรรยากาศที่หนาทึบมาก ซึ่งมี ความหนาแนนมากกวาบรรยากาศของโลกเล็กนอ ย แหลงขอมลู ตา งๆ 3. แตละกลุมชวยกันทําแผนพับความรู เรื่อง ดาวเสาร โดยใช เทคโนโลยีเขา มาชวย 4. แตละกลุมออกมานําเสนอแผนพับความรูหนาช้ันเรียนดวย วธิ ีการสอื่ สารทห่ี ลากหลายเพ่ือใหผูอื่นเขา ใจผลงานไดด ีขึน้ T60
นาํ สอน สรุป ประเมนิ 4หนวยการเรียนรทู ่ี ขนั้ สรปุ ÃкºÊØÃÔÂÐáÅСÒûÃÒ¡¯¢Í§´Ç§¨Ñ¹·Ã ขยายความเขา้ ใจ 7) ดาวมฤตยู หรือดาวยูเรนัส1 เป็นดาวเคราะห์ท่ีมีขนาดใหญ่เป็น 24. แตละคนศึกษาขอมูล จากหนังสือเรียน อันดับท่ี 3 รองจากดาวพฤหัสบดีและดาวเสาร์ ซึ่งอยู่ห่างไกลจากดวงอาทิตย์ หนานี้ จากนั้นครูต้ังคําถามถามนักเรียนวา เป็นอนั ดบั ที่ 7 ถูกค้นพบโดย วลิ เลยี ม เฮอร์เชล เมอื่ ป พ.ศ. 2324 โดยอาศัย เราสามารถมองเห็นดาวยูเรนัสไดดวย กลอ้ งโทรทรรศน ์ และจากการผา่ นไปสา� รวจของยานวอยเอเจอร ์ พบวา่ ดาวยเู รนสั ตาเปลา หรอื ไม เพราะอะไร มีวงแหวนบาง ๆ 10 ช้ัน (แนวตอบ ไมได เพราะดาวยูเรนัสอยูหาง บรรยากาศของดาวยูเรนัสประกอบดว้ ยแกสไฮโดรเจน ฮีเลียม มีเทน จากโลกมาก เราจึงไมสามารถมองเห็น และอะเซทิลีน เนื่องจากแกสมีเทนในบรรยากาศช้ันบนดูดซับแสงสีแดงเอาไว ้ ดาวยเู รนัสไดดว ยตาเปลา) จงึ ท�าใหเ้ รามองเหน็ ดาวยูเรนัสมีสเี ขยี ว ดาวยูเรนัสมดี วงจันทร์บริวารท่ีคน้ พบแลว้ 27 ดวง ซึ่งม ี 5 ดวงหลกั 25. ครูใหนักเรียนตั้งคําถามเก่ียวกับดาวยูเรนัส ไดแ้ ก ่ มิเเรนดา แอเรียล อมั เบรยี ล ททิ าเนีย และโอเบอรอน ในสว นทสี่ งสยั ได โดยมคี รแู ละเพอื่ นคนอนื่ ๆ รวมกันตอบคาํ ถาม (หมายเหตุ : ครเู ริ่มประเมินนกั เรียน โดยใช แบบสังเกตพฤติกรรมการทํางานรายบุคคล) ขอ้ มูลพ้นื ฐานของดาวยเู รนัส • มีเส้นผา่ นศนู ย์กลาง 51,120 กิโลเมตร • มรี ะยะห่างจากดวงอาทติ ย์โดยเฉลีย่ 2,870 ลา้ นกโิ ลเมตร • โคจรรอบดวงอาทติ ย ์ 1 รอบ ใชเ้ วลา 80 ป • หมุนรอบตัวเอง 1 รอบ ใช้เวลา 17.24 ชัว่ โมง • มีอุณหภูมพิ ื้นผิวโดยเฉลย่ี ประมาณ -216 องศาเซลเซียส ภาพท่ี 4.14 ลักษณะวงแหวนของดาวยเู รนสั • มดี วงจันทร์บรวิ าร 27 ดวง 53 ขอ สอบเนน การคิด นักเรียนควรรู ดาวเคราะหใ นขอ ใดโคจรรอบดวงอาทิตย โดยใชเวลานอ ยทีส่ ุด 1 ดาวยูเรนัส (Uranus) เปนดาวเคราะหในระบบสุริยะดวงแรกท่ีถูกคนพบ ก. โลก โดยอาศัยกลองโทรทรรศน ดาวยูเรนัสมีแกนหมุนเกือบอยูระนาบเดียวกับทาง ข. ดาวพุธ โคจรรอบดวงอาทิตย จึงทําใหด ูเหมือนดาวยูเรนสั กล้ิงไปบนทางโคจร ค. ดาวเสาร ง. ดาวยเู รนัส (วิเคราะหคําตอบ ดาวพุธเปนดาวเคราะหที่อยูใกลดวงอาทิตย มากท่ีสุด จึงโคจรรอบดวงอาทิตยโดยใชเวลานอยที่สุด ดังน้ัน ขอ ข. จงึ เปน คาํ ตอบทถี่ ูกตอง) T61
นาํ สอน สรุป ประเมนิ ขนั้ สรปุ 8) ดาวสมทุ ร หรอื ดาวเกต ุ หรอื ดาวเนปจนู เปน็ ดาวเคราะหท์ อ่ี ยหู่ า่ ง จากดวงอาทติ ยเ์ ปน็ อันดับท่ ี 8 ซง่ึ โจฮันน์ จี. กาลเล นกั ดาราศาสตรช์ าวเยอรมนั ขยายความเขา้ ใจ ได้ใช้กล้องโทรทรรศน์ตรวจพบเม่ือป พ.ศ. 2389 และหลังจากน้ันได้ไม่นาน มกี ารคน้ พบดวงจนั ทร์บรวิ ารของดาวเนปจูนช่อื วา่ ไทรทัน กับนีรดี 26. แตละคนศึกษาขอมูล จากหนังสือเรียน จากการส�ารวจของยานวอยเอเจอร์ 2 พบว่า ดาวเนปจูนมวี งแหวน หนานี้ จากนั้นครูตั้งคําถามถามนักเรียนวา ประมาณ 5 วง แต่เป็นวงแหวนที่มืดมาก เราจึงไม่สามารถสังเกตได้จากโลก เพราะอะไร ดาวยูเรนัส และดาวเนปจูน ดาวเนปจนู ประกอบดว้ ยแกส ไฮโดรเจนและแกส ฮเี ลยี ม จงึ จดั เปน็ ดาวเคราะหแ์ กส จึงมีอุณหภูมิพื้นผวิ ต่ํามาก ประเภทเดียวกบั ดาวพฤหสั บด ี ดาวเสาร์ และดาวยูเรนสั (แนวตอบ เพราะดาวยเู รนสั และดาวเนปจนู อยู หา งไกลจากดวงอาทติ ยม าก ดาวยเู รนสั และ ดาวเนปจนู จงึ ไดร บั ความรอ นจากดวงอาทติ ย นอ ย ทําใหพ ้ืนผวิ ของดาวมอี ุณหภมู ติ ่าํ ) 27. ครูใหนักเรียนแตละคนออกมาเขียนคําตอบ บนกระดาน จากนั้นครูและนักเรียนชวยกัน ตรวจคาํ ตอบ (หมายเหตุ : ครูเร่ิมประเมินนักเรียน โดยใช แบบสงั เกตพฤติกรรมการทาํ งานรายบุคคล) ขอ้ มลู พ้ืนฐานของดาวเนปจูน • มีเสน้ ผ่านศนู ย์กลาง 49,530 กโิ ลเมตร • มรี ะยะห่างจากดวงอาทิตย์โดยเฉล่ีย 4,498 ลา้ นกโิ ลเมตร • โคจรรอบดวงอาทติ ย ์ 1 รอบ ใชเ้ วลา 164.80 ป • หมุนรอบตัวเอง 1 รอบ ใชเ้ วลา 16.11 ช่วั โมง ภาพท ่ี 4.15 ดาวเนปจนู • มีอณุ หภูมิพ้นื ผวิ โดยเฉล่ยี ประมาณ -214 องศาเซลเซียส • มีดวงจนั ทรบ์ รวิ าร 13 ดวง เกรด็ วทิ ยน์ า่ รู้ ในระบบสุริยะของเรามีดาวเคราะห์ที่มีวงแหวนอยู่ 4 ดวง ได้แก่ ดาวพฤหัสบดี ดาวเสาร์ ดาวยูเรนสั และดาวเนปจนู แตถ่ ้ามองจากโลกโดยใช้ กล้องโทรทรรศน์ จะมองเห็นวงแหวนของดาวเสาร์เพียงดวงเดียว 54 กิจกรรม 21st Centurey Skills 1. ครูใหนกั เรยี นแบงกลมุ กลุมละ 3-5 คน 2. ใหนักเรียนแตละกลุมชวยกันสืบคนขอมูลเพิ่มเติมเก่ียวกับ ดวงจนั ทรบ รวิ ารของดาวเนปจูน 3. ใหนักเรียนจัดทําเปนบัตรคําดวงจันทรบริวารของดาวเนปจูน พรอ มตกแตงใหส วยงาม 4. ใหนักเรียนแตละกลุมชวยกันนําเสนอผลงานหนาชั้นเรียนดวย วิธีการส่ือสารท่หี ลากหลาย เพือ่ ใหผอู ่นื เขาใจผลงานไดด ีขน้ึ T62
นาํ สอน สรปุ ประเมนิ 4หนว ยการเรยี นรูที่ ขนั้ สรปุ ÃкºÊØÃÔÂÐáÅСÒûÃÒ¡¯¢Í§´Ç§¨¹Ñ ·Ã ขยายความเขา้ ใจ ตารางท่ี 4.1 แสดงขอ้ มูลพน้ื ฐานเก่ยี วกับดาวเคราะหใ์ นระบบสรุ ิยะ 28. แตล ะคนศกึ ษาขอ มลู จากหนงั สอื เรยี นหนา น้ี จากน้นั ปฏบิ ัติ ดังน้ี ข้อมูล ชอ่ื ดาวเคราะห์ พธุ ศุกร์ โลก อังคาร พฤหสั บดี เสาร์ ยูเรนสั เนปจนู 1) เรียงลาํ ดับเสน ผานศูนยกลางของ ดาวเคราะหจ ากนอ ยไปมาก 1. เสน้ ผ่านศนู ยก์ ลาง 4,879 12,104 12,756 6,792 142,980 120,540 51,120 49,530 2) เรียงลําดับชวงเวลาโคจรรอบดวงอาทิตย (กิโลเมตร) ของดาวเคราะหจากนอยไปมาก 3) เรียงลําดับอัตราหมุนรอบตัวเองของ 2. ระยะหา่ งจากดวงอาทิตย ์ 57.91 108.21 149.60 227.94 778.41 1,427 2,870 4,498 ดาวเคราะหจากนอ ยไปมาก (ลา้ นกโิ ลเมตร) (หมายเหตุ : ครเู ร่ิมประเมินนักเรียน โดยใช 1 แบบสังเกตพฤติกรรมการทํางานรายบคุ คล) 3. ค าบการโคจรรอบดวงอาทติ ย ์ 87.97 224.70 365.26 687 11.86 29.47 80 164.80 (ชว่ งเวลาโคจร) 2 วัน วัน วัน วนั ป ป ป ป 29. ครอู ธบิ ายใหน กั เรยี นเขา ใจเพมิ่ เตมิ วา ขอ มลู ตา งๆ อาจมีการเปลี่ยนแปลงได หากมีการ 4. อตั ราหมนุ รอบตวั เอง 58.65 243 1 1 9.92 10.66 17.24 16.11 ศกึ ษาและคน พบใหม วนั วนั วัน วนั ช่วั โมง ช่ัวโมง ช่ัวโมง ช่ัวโมง 30. ครูถามคําถามทาทายการคิดข้ันสูง จาก *5. จา� นวนดวงจนั ทรบ์ รวิ าร (ดวง) - - 1 2 62 62 27 13 หนังสือเรียนหนาน้ี แลวใหนักเรียนชวยกัน นําความรูท่ีไดจากการทํากิจกรรมมาตอบ 6. อุณหภูมพิ ื้นผิวโดยเฉลยี่ ( �C) -180 470 15 -87 -148 -178 -216 -214 คําถามวา “ดาวพุธเปนดาวเคราะหท่ีอยูใกล ถงึ ถงึ ดวงอาทติ ยม ากทสี่ ดุ แตไ มใ ชด าวเคราะหท มี่ ี 430 -5 อุณหภูมิพ้ืนผิวสูงท่ีสุดในบรรดาดาวเคราะห ท้ัง 8 ดวง” นักเรียนเห็นดวยกับขอความนี้ 7. ลกั ษณะของชน้ั บรรยากาศ มี แกส แกส แกส แกส แกส แกส แกส หรอื ไม เพราะเหตใุ ด (องค์ประกอบหลกั ) บรรยากาศ คารบ์ อน ไนโตรเจน คาร์บอน ไฮโดรเจน ไฮโดรเจน ไฮโดรเจน ไฮโดรเจน (แนวตอบ เห็นดวย เพราะดาวเคราะหใน ทีเ่ บาบาง ไดออกไซด์ และ ไดออกไซด์ และแกส และแกส และแกส และแกส ระบบสุริยะท่ีมีอุณหภูมิพ้ืนผิวสูงที่สุด คือ ดาวศุกร ซ่ึงดาวศุกรมีสภาพบรรยากาศ มาก และไอของ แกส แกส ฮเี ลยี ม ฮเี ลียม ฮเี ลยี ม ฮเี ลยี ม หนาทบึ จงึ ดดู กลนื ความรอ นของดวงอาทติ ย กรดตา่ ง ๆ ออกซิเจน ไนโตรเจน ไวและทําหนาที่เหมือนเรือนกระจก ทําให และไอน�้า อณุ หภูมิของดาวศกุ รส งู กวา ดาวพธุ ) เล็กน้อย 8. ประเภทของดาวเคราะห์ หนิ หิน หิน หิน แกส แกส แกส แกส 9. สีของดาว เทา เหลอื ง น�้าเงนิ แดง สม้ เหลอื ง เขยี ว น�า้ เงนิ ท่ีมา : ศนู ย์การเรียนร้วู ทิ ยาศาสตร์โลกและดาราศาสตร์ (http://www.lesa.biz/astronomy/solar-system/planets) สมาคมดาราศาสตรไ์ ทย (http://thaiastro.nectec.or.th/library/solarsystem/planets.html) * ข้อมลู ดวงจันทรบ์ ริวารอาจเปลย่ี นแปลงไปหากมกี ารค้นพบเพิ่มเติม ¤Ó¶ÒÁ·ŒÒ·Ò¡ÒäԴ¢¹éÑ Ê§Ù “ดาวพธุ เปนดาวเคราะหที่อยูใกลด วงอาทติ ยม ากที่สดุ แตไมใ ชด าวเคราะหท่ีมีอณุ หภูมพิ น้ื ผิว สูงทส่ี ดุ ในบรรดาดาวเคราะหทั้ง 8 ดวง” นกั เรยี นเห็นดว้ ยกับขอ้ ความนหี้ รือไม่ เพราะเหตุใด 55 ขอสอบเนน การคดิ นักเรียนควรรู ดาวเคราะหในระบบสุริยะใชเวลาโคจรรอบดวงอาทิตยเทากัน 1 คาบการโคจรรอบดวงอาทติ ย คอื การทด่ี าวเคราะหใ นระบบสรุ ยิ ะเคลอื่ นท่ี หรือไม อยา งไร เปนวงโคจรรอบดวงอาทิตยครบ 1 รอบ เชน ดาวพุธ มีคาบการโคจรรอบ ดวงอาทิตย 1 รอบ ใชเ วลา 87.97 วัน เปน ตน (แนวตอบ ดาวเคราะหใ นระบบสรุ ยิ ะแตล ะดวงใชเ วลาโคจรรอบ 2 อตั ราหมนุ รอบตวั เอง คอื การทด่ี าวเคราะหห รอื ดาวฤกษห มนุ รอบแกนของ ดวงอาทิตยไมเทากัน ดาวเคราะหท่ีอยูใกลดวงอาทิตยมากจะใช ตวั เองครบ 1 รอบ เชน ดาวพธุ มีอัตราหมุนรอบตัวเอง 1 รอบ ใชเ วลา 58.65 วัน เวลาโคจรรอบดวงอาทิตยนอย ดาวเคราะหที่อยูไกลดวงอาทิตย มากจะใชเ วลาโคจรรอบดวงอาทติ ยมาก) T63
นาํ สอน สรปุ ประเมนิ ขนั้ สรปุ 2. วัตถุท้องฟา วัตถุท้องฟ้าท่ีเป็นส่วนประกอบของระบบสุริยะ นอกจากดวงอาทิตย์ ดาวเคราะห์ 8 ดวง และดวงจันทรบ์ รวิ ารของดาวเคราะห ์ ขยายความเขา้ ใจ ยงั มวี ัตถทุ อ้ งฟา้ ที่ควรเรยี นร้อู ีก ดังนี้ 31. ครูแบงกลุมใหนักเรียน กลุมละ 3-4 คน 1) ดาวเคราะห์แคระ เปน็ วัตถุทม่ี ีวงโคจรรอบดวงอาทิตย ์ มีมวล แบบคละความสามารถ (เกง คอนขางเกง มากพอที่จะท�าให้เกิดแรงดึงดูดจนวัตถุมีขนาดเกือบทรงกลม มีวงโคจรซ้อนทับ ปานกลาง ออ น) ใหอ ยใู นกลุมเดยี วกัน หรือใกลเ้ คยี งกบั วัตถอุ ืน่ และเป็นดาวทีไ่ มเ่ ป็นบรวิ ารของดาวเคราะหด์ วงอ่นื ดาวเคราะห์มีสมบัติเหมือนดาวเคราะห์แคระ แต่แตกต่างกัน 32. แตล ะกลมุ ศกึ ษาขอ มลู ของดาวเคราะหแ คระ ท่ีดาวเคราะห์ไม่มีวงโคจรซ้อนทับหรือใกล้เคียงวัตถุอ่ืน และจากสมบัติในข้อน้ี จากหนังสือเรียนหนานี้ และแหลงขอมูล จึงท�าให้ดาวพลูโตถูกลดสถานะจากดาวเคราะห์เปลี่ยนมาเป็นดาวเคราะห์แคระ ตางๆ เนื่องจากมีวงโคจรซ้อนทับกับดาวเนปจูน ปจจุบันมีวัตถุท้องฟ้าที่ถูกจัดว่าเป็น ดาวเคราะห์แคระ เชน่ พลโู ต ซรี สี อีริส เฮาเมอา มาคมี าค ี เปน็ ตน้ 33. นกั เรยี นแตล ะกลมุ ชว ยกนั ออกแบบบตั รภาพ ดาวเคราะหแคระ แลวชวยกันทําบัตรภาพ ดาวเคราะหแคระ พรอ มชวยกนั ตกแตง ใหม ี ความนาสนใจ 34. ครใู หแตละกลมุ นําบัตรภาพออกมาจัดแสดง หนาชั้นเรียน แลวใหเพ่ือนกลุมอ่ืนๆ ชื่นชม และผลัดกนั ซกั ถามขอ มูลที่สงสัย (หมายเหตุ : ครเู ริ่มประเมินนักเรียน โดยใช แบบสังเกตพฤตกิ รรมการทาํ งานกลุม) อรี ิส มาคีมาคี เฮาเมอา พลโู ต ซรี ีส 56 ภาพท ี่ 4.16 ขอ สอบเนน การคดิ แนว O-NET เหตผุ ลทน่ี กั ดาราศาสตรสว นใหญสรุปวา ดาวพลโู ตไมใ ชดาวเคราะหข องระบบสรุ ิยะอกี ตอ ไป คือ เหตุผลขอ ใดบาง (เลอื กไดม ากกวา 1 คาํ ตอบ) ก. ดาวพลโู ตมขี นาดเลก็ เกนิ ไป ข. ดาวพลูโตไมโ คจรรอบดวงอาทติ ย ค. ดาวพลโู ตมีรูปลกั ษณะไมเ ปนทรงกลม ง. ดาวพลูโตอยไู กลจากดวงอาทิตยมากเกินไป จ. วงโคจรของดาวพลโู ตซอนทบั หรือใกลเคยี งวตั ถุอ่ืน ฉ. มีวตั ถุคลายดาวพลูโตรอบดวงอาทติ ยในบริเวณใกลเ คยี งกบั ดาวพลโู ตอกี เปน จาํ นวนมาก (วเิ คราะหค าํ ตอบ จากเหตผุ ลทกี่ ลา วมาดาวพลโู ตไมใ ชด าวเคราะห เนอ่ื งจากดาวพลโู ตมวี งโคจร ซอ นทบั หรอื ใกลเ คยี งกบั วตั ถอุ นื่ และยงั มกี ารคน พบวา มวี ตั ถคุ ลา ยดาวพลโู ตโคจรรอบดวงอาทติ ย ในบรเิ วณใกลเคยี งกบั ดาวพลูโตอีกเปน จาํ นวนมาก ดังนั้น จ. และ ฉ. จึงเปน คาํ ตอบที่ถูกตอ ง) T64
นาํ สอน สรปุ ประเมนิ 4หนว ยการเรียนรทู ี่ ขนั้ สรปุ ÃкºÊÃØ ÔÂÐáÅСÒûÃÒ¡¯¢Í§´Ç§¨Ñ¹·Ã ขยายความเขา้ ใจ 2) ดาวเคราะห์น้อย 1 35. ครูใหนักเรียนแตละคนศึกษาขอมูลเกี่ยวกับ เป็นวัตถุขนาดเล็ก ๆ จ�านวนมากที่อยู่ ดาวเคราะหน อ ย จากหนงั สอื เรยี นหนา น้ี ในระบบสรุ ยิ ะ มขี นาดเทา่ เมด็ ฝนุ จนถงึ ขนาดใหญ่ท่ีมีเส้นผ่านศูนย์กลางเกือบ 36. ครูถามคําถามนักเรียนวา ดาวเคราะหนอย พนั กโิ ลเมตร ประกอบดว้ ยหนิ และโลหะ จัดเปนดาวบริวารของดวงอาทิตยหรือไม ซ่ึงเกาะกันเป็นวงแหวนอยู่ระหว่าง เพราะอะไร จากนน้ั ใหนักเรยี นเขียนคาํ ตอบ ดาวอังคารและดาวพฤหัสบดี และอยู่ ภาพท ่ี 4.17 ดาวเคราะหน์ ้อย ลงในสมุด หา่ งจากโลกประมาณ 150 - 354 ลา้ นกโิ ลเมตร ดาวเคราะหน์ อ้ ยจดั เปน็ บรวิ ารของ (แนวตอบ เปน เพราะดาวเคราะหนอยเปน ดวงอาทติ ย์และโคจรรอบดวงอาทติ ย ์ เชน่ เดยี วกบั ดาวดวงอ่นื ๆ สวนหน่ึงของระบบสุริยะ และมีวงโคจร รอบดวงอาทิตยเชนเดียวกับดาวบริวาร ดวงอาทิตย์ ดวงอน่ื ๆ ของดวงอาทติ ย) ดาวองั คาร 37. ครูขออาสาสมัคร 4-5 คน ใหออกมาเฉลย โลก คาํ ตอบ โดยมคี รคู อยตรวจสอบความถกู ตอ ง (หมายเหตุ : ครเู ริม่ ประเมนิ นักเรียน โดยใช แบบสงั เกตพฤติกรรมการทาํ งานรายบุคคล) วงแถบดาวเคราะหน์ อ้ ย ดาวพฤหสั บดี ภาพที ่ 4.18 แผนภาพแสดงตา� แหน่งของดาวเคราะห์นอ้ ยในระบบสรุ ยิ ะ 57 ขอ สอบเนน การคดิ แนว O-NET นักเรียนควรรู วตั ถุใดโคจรเขาหาดวงอาทิตย 1 ดาวเคราะหนอย (Asteroids) ที่มขี นาดใหญท่ีสดุ คอื ซีรสี (Ceres) ซ่ึง ก. ดาวตก มีเสนผานศูนยกลางประมาณ 768 กิโลเมตร ปจจุบันถูกเล่ือนสถานะมาเปน ข. ดาวหาง ดาวเคราะหแ คระเหมอื นดาวพลูโต ค. ดาวลกู ไก ง. อกุ กาบาต (วิเคราะหคําตอบ ดาวหางเปนวัตถุทองฟาท่ีไมมีแสงในตัวเอง และโคจรเขา หาดวงอาทิตยเปนรปู รี ดงั นัน้ ขอ ข. จงึ เปนคาํ ตอบ ท่ถี กู ตอง) T65
นาํ สอน สรปุ ประเมนิ ขน้ั สรปุ 3) ดาวหาง เปน็ วตั ถทุ อ้ งฟา้ ท่ีไม่มีแสงในตัวเอง และโคจรรอบ ขยายความเขา้ ใจ ดวงอาทติ ยเ์ ปน็ รปู วงร ี ดาวหางประกอบ ด้วยน�้าและแกสท่ีเย็นจัดรวมตัวเป็น 38. ครใู หน กั เรยี นเลน เกมแขง ขนั โดยแบง กลมุ ให กอ้ นแขง็ และของแข็ง นกั ดาราศาสตร์ นักเรยี นออกเปน 2 กลมุ เทา ๆ กัน จากนน้ั จดั รวมเอาดาวหางไวเ้ ปน็ สว่ นหนง่ึ ของ ภาพท ่ี 4.19 ดาวหาง ครแู จงกตกิ าใหน กั เรยี นทราบ ดังนี้ ระบบสรุ ยิ ะ เนอ่ื งจากดาวหางโคจรรอบดวงอาทติ ย ์ จงึ จดั เปน็ บรวิ ารของดวงอาทติ ย์ 1) ใหแตละกลุมชวยกันศึกษาขอมูลจาก เมอื่ ดาวหางอยูไ่ กลจากดวงอาทิตย ์ จะดูคลา้ ยกบั กอ้ นน้า� แขง็ สกปรก หนังสือเรียนหนานี้ มหี นิ และฝนุ เกาะกนั เปน็ สว่ นประกอบ เมอื่ เรม่ิ เคลอ่ื นเขา้ ใกลด้ วงอาทติ ย ์ นา�้ แขง็ 2) ครูต้ังคําถามถามนักเรียนวา แสงสวาง รอบนอกจะระเหิดกลายเป็นแกสและฝุน ท�าให้เห็นเป็นหางของดาวหางช้ีไปใน ของดาวหางเกดิ จากอะไร ทิศทางตรงกนั ขา้ มกับดวงอาทิตย ์ ดังภาพ (แนวตอบ การระเหิดของนํ้าแข็งรอบนอก ของดาวหาง เมอ่ื โคจรเขา ใกลด วงอาทติ ย) ภาพท่ ี 4.20 แผนภาพแสดงวงโคจรของดางหางเม่ือเขา้ ใกล้ดวงอาทติ ย์ 3) ใหแตละกลุมชวยกันหาคําตอบแลวออก ไปเขยี นคาํ ตอบบนกระดาน กลุม ใดตอบ ไดเร็วกวาและถกู ตอง จะเปนกลมุ ทีช่ นะ (หมายเหตุ : ครูเรม่ิ ประเมนิ นักเรยี น โดยใช แบบสงั เกตพฤตกิ รรมการทาํ งานกลุม) 58 นักเรียนควรรู กิจกรรม สรางเสริม ดาวหางฮัลเลย มชี ่อื ตามระบบอยางเปนทางการวา 1P/Halley ตั้งช่อื ตาม ใหนักเรียนสืบคนขอมูลเพ่ิมเติมเก่ียวกับดาวหาง แลวจัดทํา นักดาราศาสตร ชอื่ เอ็ดมันต ฮลั เลย ซงึ่ คํานวณคาบโคจรของดาวหางไดอ ยา ง เปนใบความรู ลงในกระดาษ A4 โดยมีความรูเกี่ยวกับดาวหาง ถกู ตอ ง คอื มีคาบการโคจรมายังโลกรอบละประมาณ 75-76 ป เปนดาวหางที่ พรอ มภาพประกอบ จากนั้นตกแตงใหสวยงาม สุกสวางสวยงามมาก จนมองเห็นไดช ัดเจนดวยตาเปลาบนฟากฟา ดาวหางฮัลเลย โคจรเขามายังระบบสุริยะชั้นในครั้งลาสุดเมื่อ ค.ศ.1986 (พ.ศ.2529) และจะกลับมาเยือนอีกครงั้ ในราวกลางป ค.ศ.2061 (พ.ศ.2604) T66
นาํ สอน สรุป ประเมนิ 4หนวยการเรยี นรูที่ ขน้ั สรปุ ÃкºÊÃØ ÂÔ ÐáÅСÒûÃÒ¡¯¢Í§´Ç§¨¹Ñ ·Ã ขยายความเขา้ ใจ 4) อกุ กาบาต เป็นกอ้ นวตั ถแุ ขง็ จา� พวกโลหะ และหนิ ขนาดเลก็ 39. แตล ะคนศกึ ษาขอ มลู จากหนงั สอื เรยี นหนา นี้ นอกโลกที่ลอยอยู่ในอวกาศ เม่ือโคจรเข้ามาใกล้โลกจะถูกแรงโน้มถ่วงของโลก จากนน้ั ใหน กั เรยี นชว ยกนั สรปุ ความรเู กย่ี วกบั ดึงดูดให้เข้าสู่ชั้นบรรยากาศโลกด้วยความเร็วสูง จึงเกิดการเสียดสีและลุกไหม ้ อุกกาบาต จนเหน็ เปน็ แสงวาบ หากเผาไหม้ไม่หมดกอ่ นตกลงสูพ่ นื้ โลก เรียกว่า อกุ กาบาต หากถกู เผาไหมจ้ นหมด เรยี กว่า ดาวตกหรอื ผพี งุ่ ไต้ 40. นักเรียนแตละคนสรุปความรูที่ไดจากการ เรยี น บทท่ี 1 เรอ่ื ง ระบบสรุ ยิ ะ ลงในสมดุ ภาพท่ี 4.21 อุกกาบาต ภาพท ่ี 4.22 ดาวตกหรอื ผพี ุ่งไต้ หรือทําในแบบฝก หัดวิทยาศาสตร หนา 60 ¤Ó¶ÒÁ·ÒŒ ·Ò¡Òä´Ô ¢¹éÑ Ê§Ù 41. นกั เรยี นแตล ะคนทาํ กจิ กรรมฝก ทกั ษะบทท่ี 1 จากหนังสือเรียน หนา 60 ลงในสมุดหรือ ถ้าในระบบสรุ ิยะไมม่ ดี วงอาทิตย์ จะสง่ ผลตอ่ ส่งิ มชี วี ิตบนโลกหรือไม ่ อยา่ งไร ทําในแบบฝกหดั วทิ ยาศาสตร หนา 61-64 42. นักเรียนแตละคนทํากิจรรมทาทายการคิด ขน้ั สงู ในแบบฝก หัดวทิ ยาศาสตร หนา 65 (หมายเหตุ : ครูเริม่ ประเมนิ นกั เรยี น โดยใช แบบสงั เกตพฤตกิ รรมการทาํ งานรายบุคคล) 43. นักเรียนแตละกลุมทํากิจกรรมสรางสรรค ผลงานจากหนังสือเรียน หนา 61 หรือจาก แบบฝก หัดวิทยาศาสตร หนา 66 (หมายเหตุ : ครูเริ่มประเมนิ นกั เรยี น โดยใช แบบสังเกตพฤตกิ รรมการทาํ งานกลมุ ) ตรวจสอบตนเอง กิจกรรม สรปุ ความรปู้ ระจา� บทที่ 1 หลงั เรยี นจบหน่วยน้ีแล้ว ให้นักเรยี นบอกสญั ลักษณท์ ่ีตรงกับระดับความสามารถของตนเอง รายการ เกณฑ์ ดี พอใช้ ควรปรับปรงุ 1. เข้าใจเนอ้ื หาเกีย่ วกบั เรอ่ื งระบบสรุ ิยะ 2. สามารถทา� กจิ กรรมและอธบิ ายผลการท�ากจิ กรรมได้ 3. สามารถตอบคา� ถามจากกจิ กรรมหนตู อบไดไ้ ด้ 4. ท�างานกล่มุ ร่วมกบั เพอื่ นได้ดี 5. น�าความรู้ไปใช้ประโยชน์ในชีวติ ประจา� วนั ได้ 59 ขอสอบเนน การคิดแนว O-NET เกร็ดแนะครู ดาวดวงใดทไ่ี ดช ือ่ วา “ดาวเคราะหแหง พ้ืนนํา้ ” ครูแนะใหนักเรยี นแกป ญ หาโดยใชกระบวนการแกปญหา ดงั น้ี ก. ดาวเนปจนู 1. ทําความเขา ใจปญ หา โดยหาขอมูลวาปญ หาถามวาอยา งไร มขี อมูลใด ข. ดาวองั คาร แลว บาง ตอ งการขอมูลใดเพม่ิ อีก ค. ดาวเสาร 2. วางแผนแกปญหา โดยใชขอมูลจากขั้นท่ี 1 และนํามาประกอบการ ง. โลก วางแผนแกปญหา (วิเคราะหคําตอบ โลกเปนดาวเคราะหที่ประกอบดวยนํ้า 3 ใน 3. ดําเนินการแกปญหาและประเมินผล โดยประเมินวาวิธีท่ีแกปญหานั้น ไดผลหรือไม หากแกป ญหาไมไดตอ งยอ นกลับไปเลือกวธิ ีการใหม 4 สวนของพืน้ โลก จงึ ไดชอ่ื วา เปน ดาวเคราะหแหง พน้ื นํา้ ดงั นัน้ 4. ตรวจสอบการแกปญหา เปนการประเมินภาพรวมของการแกปญหา ขอ ง. จงึ เปนคําตอบที่ถกู ตอง) ผลการแกป ญ หาและการตัดสินใจ T67
นาํ สอน สรปุ ประเมิน ขนั้ ประเมนิ ½¡Ôจ¡ƒ ¡ทรรÑ¡มÉะ º··èÕ 1 ตรวจสอบผล 1. ตอบคาํ ถามตอ่ ไปนี้ 1) ดาวเคราะห์ดวงใดทไ่ี ด้ชื่อว่าเปน็ “ฝาแฝดของโลก” 1. ครูใหนักเรียนรวมกันสรุปความรูเก่ียวกับ 2) ดาวเคราะห์ดวงใดท่มี ีขนาดใหญ่ทส่ี ดุ ในระบบสรุ ิยะ สวนประกอบของระบบสุริยะ และคาบการ 3) ดาวเคราะห์ดวงใดที่ไดช้ อ่ื ว่าเป็น “ดาวเคราะหแ์ ห่งน�า้ ” โคจรของดาวเคราะหตา งๆ ในระบบสรุ ิยะ 4) ก้อนนา้� แขง็ ทโี่ คจรเขา้ หาดวงอาทิตย์เปน็ วงร ี คืออะไร 5) ดาวดวงใดท่ีมวี งโคจรเปน็ วงรีและวงโคจรบางส่วนซ้อนทบั ดาวเนปจูน 2. ครตู รวจสอบผลการทําแบบทดสอบกอนเรยี น 6) ดาวเคราะหด์ วงใดที่มีขนาดใหญ่เป็นอันดับท่ ี 2 และมีวงแหวนลอ้ มรอบ 3. ครูตรวจสอบผลการทํากิจกรรมนําสูการเรียน 7) ดาวดวงใดทโ่ี คจรรอบดาวเคราะห์สีน้า� เงิน และมพี นื้ ผวิ เตม็ ไปดว้ ยอกุ กาบาต 8) ด าวเคราะห์สีแดงดวงใดที่นักวิทยาศาสตร์สันนิษฐานว่า อาจเคยมีสิ่งมีชีวิต ในแบบฝก หัดวิทยาศาสตร หนา 54 4. ครตู รวจสอบผลการทาํ กจิ กรรมที่ 1 เรอ่ื ง แบบ- อาศยั อยู่ 9) วัตถุขนาดเล็กจ�านวนมากในระบบสุริยะท่ีประกอบด้วยหินและโลหะ ซ่ึงโคจร จําลองระบบสุริยะ ในสมุดหรือในแบบฝกหัด วทิ ยาศาสตร หนา 56-57 อยรู่ ะหว่างดาวอังคารกับดาวพฤหสั บด ี คืออะไร 10) ดาวเคราะห์ดวงใดที่มีอุณหภูมิของด้านสว่างและด้านมืดต่างกันมากจนได้ แนวตอบ กิจกรรมฝก ทักษะ ช่ือวา่ เปน็ “เตาไฟแชแ่ ข็ง” ขอ 1. 2. อธบิ ายความหมายของดาวและวตั ถุทอ้ งฟาทก่ี ําหนด มาพอสังเขป 1) ดาวศุกร 2) ดาวพฤหสั บดี 3) โลก 4) ดาวหาง 5) ดาวเคราะหแ คระพลโู ต 6) ดาวเสาร 7) ดวงจนั ทร 8) ดาวองั คาร 9) ดาวเคราะหน อ ย 10) ดาวพธุ ขอ 2. ภาพที ่ 4.23 ดาวตกหรือผพี ุ่งไต้ ภาพที่ 4.24 ดาวพลโู ต 1) คอื กอ นวตั ถแุ ขง็ จาํ พวกโลหะ และหนิ ขนาด ภาพท ี่ 4.25 ดาวหาง ภาพที่ 4.26 ดาวเคราะหน์ ้อย เล็กที่ลอยอยูในอวกาศ เมื่อโคจรเขามาใกลโลก 60 จะถกู แรงโนม ถว งของโลกดงึ ดดู เขา สชู นั้ บรรยากาศ โลก แลวเกิดการเสียดสีและลุกไหม และเผาไหม ขอสอบเนน การคดิ แนว O-NET หมดกอ นตกลงสูพ ้ืนโลก 2) คอื วัตถุทีม่ วี งโคจรรอบดวงอาทิตย มมี วล มากพอทจี่ ะทาํ ใหเ กดิ แรงดงึ ดดู จนวตั ถมุ ขี นาดเกอื บ ทรงกลม มวี งโคจรซอ นทบั หรอื ใกลเ คยี งกบั วตั ถอุ นื่ 3) คอื วตั ถทุ อ งฟา ทป่ี ระกอบดว ยนาํ้ และแกส ที่ เยน็ จดั รวมตวั เปน กอ นแขง็ และของแขง็ เมอ่ื เคลอื่ น เขาใกลดวงอาทิตย นํ้าแข็งรอบนอกจะระเหิดเปน แกส และฝนุ ทําใหเห็นเปนหางของดาวหาง 4) คือ วัตถุขนาดเล็กจํานวนมากประกอบ- ดวยหินและโลหะ เกาะกันเปนวงแหวนอยูระหวาง ดาวอังคารและดาวพฤหสั บดี จากขอมูลในตาราง ดาวเคราะหที่มีขนาดเล็กที่สุด และขนาดใหญที่สุด มีอุณหภูมิพื้นผิวใน เวลากลางคนื ตางกันก่ีองศาเซลเซียส ตารางแสดงอุณหภูมิพ้นื ผิวในเวลากลางคนื ของดาวเคราะห ดาวเคราะห ความยาวของ อุณหภมู ิบนพน้ื ผวิ ก. 25 Cํ เสน ผานศูนยก ลาง (km) ในเวลากลางคืน ( cํ ) ข. 27 ํC ค. -143 ํC ดวงที่ 1 4.879 -173 ง. 373 ํC ดวงท่ี 2 6.794 23 ดวงที่ 3 12.104 477 -200 ดวงท่ี 4 51.118 T68 (วเิ คราะหค าํ ตอบ จากขอ มลู ดาวเคราะหท มี่ ขี นาดเลก็ ทส่ี ดุ และใหญท ส่ี ดุ คอื ดาวเคราะหด วงท่ี 1 และดวงที่ 4 ตามลาํ ดบั ดังนนั้ อุณหภมู พิ ื้นผิวในเวลากลางคืนที่ตา งกนั จะไดวา -173 - (-200) = -173 + 200 = 27 ดังนั้น ขอ ข. จงึ เปน คําตอบท่ีถกู ตอ ง)
นาํ สอน สรปุ ประเมิน 4หนวยการเรียนรูท่ี ขน้ั ประเมนิ ÃкºÊØÃÂÔ ÐáÅСÒûÃÒ¡¯¢Í§´Ç§¨Ñ¹·Ã ตรวจสอบผล 3. ขีด ✓ หนา้ ข้อความทถี่ ูก และกา ✗ หนา้ ขอ้ ความทผ่ี ิด 5. ครูตรวจสอบผลการทํากิจกรรมหนูตอบไดใน สมดุ หรอื ในแบบฝก หดั วทิ ยาศาสตร หนา 58-59 ………..… 1) ในระบบสุริยะมดี วงอาทติ ย์เปน็ ศนู ยก์ ลาง ใบนันสทม………กึดุ ………ผป………ลร...ะล...………จง�าต342วั ))) ดาวเคราะห์แคระโคจรอยรู่ ะหว่างดาวองั คารกับโลก 6. ครตู รวจผลการทาํ กจิ กรรมสรปุ ความรใู นสมดุ ดาวศุกรเ์ ปน็ ดาวเคราะหท์ อ่ี ย่ใู กล้ดวงอาทิตย์มากท่สี ดุ หรือในแบบฝก หดั วทิ ยาศาสตร หนา 60 ดาวหางโคจรรอบดวงอาทิตย์จึงจดั เป็นบริวารของดวงอาทติ ย์ ………..… 5) ด าวพฤหัสบดีเป็นดาวที่มีเน้ือสารมากท่ีสุด เนื่องจากเป็นดาวเคราะห์ 7. ครูตรวจผลการทํากิจกรรมฝกทักษะบทที่ 1 ในระบบสุรยิ ะที่มีขนาดใหญท่ ่สี ุด ในสมุดหรือในแบบฝกหัดวิทยาศาสตร หนา 61-64 4. ตอบคาํ ถามตอ่ ไปนี้ 1) ดาวพลโู ตถูกลดสถานะจากดาวเคราะห์มาเป็นดาวเคราะห์แคระ เพราะเหตใุ ด 8. ครูตรวจผลการทํากิจกรรมทาทายการคิด 2) โลกเป็นดาวเคราะห์ในระบบสุริยะท่ีมีลักษณะส�าคัญแตกต่างจากดาวเคราะห์ ขั้นสูงในแบบฝกหัดวิทยาศาสตร หนา 65 ดวงอื่น ๆ อยา่ งไร 3) ด าวเคราะหด์ วงใดในระบบสรุ ยิ ะ ทม่ี คี าบการโคจรรอบดวงอาทติ ยส์ นั้ ทส่ี ดุ และ 9. ครตู รวจชน้ิ งานเกมทช่ี ว ยในการเรยี นรเู กย่ี วกบั ระบบสุริยะ และการนําเสนอชิ้นงาน/ผลงาน ยาวทีส่ ุด และใช้คาบการโคจรรอบดวงอาทิตย์เทา่ ไร หนา ช้ันเรียน กจิ กรรม ทา้ ทา¡ารค´Ô ¢นÑé สงู แนวตอบ กิจกรรมฝกทักษะ Ê¡ÔจáҌ ร§รÊมÃä¼ ŧҹ ขอ 3. 1) ✓ 2) ✗ 3) ✗ 4) ✓ 5) ✓ แบงกลุม กลุมละ 3 - 5 คน จากนั้นชวยกันออกแบบเกม ที่ชวยในการเรียนรูเกี่ยวกับระบบสุริยะ แลวนําเสนอผลงาน ขอ 4. แนวคิด และวิธีการเลนหนาชั้นเรียน เพ่ือใหเพื่อนกลุมอื่น ๆ 1) เพราะดาวพลูโตมีวงโคจรซอนทับกับ ไดทดลองเลน ดาวเนปจูน จึงทําใหดาวพลูโตถูกลดสถานะจาก 61 ดาวเคราะหเปลยี่ นมาเปน ดาวเคราะหแคระ 2) โลกมีพ้ืนผิวสวนใหญปกคลุมดวยน้ํา 3 ใน 4 สวนของพ้ืนโลก ซึ่งไมปรากฏมีอยูบน ดาวเคราะหด วงอนื่ ในระบบสรุ ยิ ะ จนทาํ ใหไ ดช อ่ื วา เปน “ดาวเคราะหแหงพื้นน้ํา” และโลกเปน ดาวเคราะหดวงเดียวในระบบสุริยะท่ีมีส่ิงมีชีวิต อาศัยอยู 3) ดาวพุธมีคาบการโคจรรอบดวงอาทิตยสั้น ที่สุดในบรรดาดาวเคราะหทั้ง 8 ดวง โดยโคจร รอบดวงอาทติ ย 1 รอบ ใชเ วลา 87.97 วนั สว น ดาวเนปจนู มคี าบการโคจรรอบดวงอาทติ ยย าวทสี่ ดุ โดยโคจรรอบดวงอาทติ ย 1 รอบ ใชเ วลา 164.80 ป กิจกรรม 21st Century Skills แนวทางการวัดและประเมินผล 1. ใหนกั เรียนแบง กลุม กลมุ ละ 3-4 คน ครูสามารถสังเกตพฤติกรรมของนักเรียนจากการตอบคําถาม การทํางาน 2. แตล ะกลุมชวยกันสบื คนขาวเกย่ี วกบั ระบบสุริยะ รายบคุ คล การทาํ งานกลุม และการนาํ เสนอผลการทาํ กจิ กรรมหนาชั้นเรยี นได 3. ชวยกันแสดงความคิดเหน็ และอภิปรายเพ่ือคดั เลอื กขาว โดยศึกษาเกณฑการวัดและประเมินผลที่แนบทายแผนการจัดการเรียนรูของ หนวยการเรียนรทู ่ี 4 ระบบสรุ ิยะและการปรากฏของดวงจนั ทร ดังภาพตวั อยาง เก่ียวกบั ระบบสรุ ิยะทน่ี าสนใจ 4. นาํ ขอมลู ที่ไดจ ดั ทาํ ในรูปแบบตางๆ ทห่ี ลากหลายเพือ่ นาํ เสนอ ผลงาน เชน สมุดขาว แผนพับ ใบความรู โดยแบงหนาท่ี ความรับผดิ ชอบของสมาชิกแตล ะคนใหชัดเจน 5. นําเสนอผลงานหนาชั้นเรียนดวยวิธีการส่ือสารที่หลากหลาย เพอ่ื ใหผอู ื่นเขา ใจผลงานไดด ขี ้นึ T69
นาํ นํา สอน สรปุ ประเมนิ ขน้ั นาํ 2º··Õè กÒร»รÒก¯¢Í§ Key words กระตนุ้ ความสนใจ ´ว§¨Ñนทร์ • night • moon 1. ครูสนทนากับนักเรียนโดยถามนักเรียนวา สว่ นสวา่ ง กลางคนื • light part นักเรียนทราบหรือไมวา วันนี้จะไดเรียนรู • dark part เก่ียวกับเร่ืองอะไร จากน้ันใหนักเรียนชวยกัน (light part) (night) ตอบคําถาม แลวครูแจงชื่อเร่ืองท่ีจะเรียนรู ´Ç§¨Ñ¹·Ãã¹ และตวั ชีว้ ดั ใหท ราบ ส่วนมืด ?ᵋÅФ׹ÁÕÅѡɳР2. นักเรียนเรียนรูคําศัพทท่ีเก่ียวของกับการเรียน (dark part) àËÁ×͹¡Ñ¹ ในบทท่ี 2 เรอ่ื ง การปรากฏของดวงจันทร ใน ËÃ×ÍäÁ‹ Í‹ҧäà หนานี้ โดยครูสุมเลือกตัวแทนนักเรียนหรือ ดวงจันทร์ ขออาสาสมคั ร 1 คน ออกมาหนาชัน้ เรยี นเพือ่ กจิ กรรม นา� ส¡‹ู ารเรีÂน เปน ผอู า นนาํ และใหน กั เรยี นคนอน่ื ๆ อา นตาม (moon) 3. นักเรียนทุกคนดูภาพจากหนังสือเรียนหนานี้ จากนั้นครูถามคําถามสําคัญประจําบทที่ 2 เพื่อกระตุนนักเรียนกอนเขาสูเน้ือหาวา ดวงจันทรในแตละคืนมีลักษณะเหมือนกัน หรือไม อยางไร จากนั้นใหนักเรียนรวมกัน แสดงความคิดเห็นอยางอิสระในการตอบ คําถาม (แนวตอบ ดวงจันทรในแตละคืนมีลักษณะไม เหมือนกัน เพราะในบางคืนเราจะมองเห็น รูปรางปรากฏของดวงจันทรเปนรูปเส้ียว ครง่ึ ดวง เตม็ ดวง หรอื ในบางคนื อาจมองไมเ หน็ ดวงจันทรเ ลย) 4. นกั เรยี นแตล ะคนสงั เกตดวงจนั ทร แลว วาดภาพ และระบายสีลงในสมุดหรือทํากิจกรรมนําสู การเรียนในแบบฝก หดั วิทยาศาสตร หนา 67 (หมายเหตุ : ครเู รม่ิ ประเมนิ นกั เรยี น โดยใช แบบสงั เกตพฤติกรรมการทํางานรายบุคคล) 62 นักเรียนควรรู ครฝู ก ใหนกั เรียนเรียนรูแ ละอา นคําศพั ทวทิ ยาศาสตร ดังนี้ Sky (สไก) ทองฟา Moon (มนู ) ดวงจันทร Light Part (ไลท พาท) สวนสวา ง Dark Part (ดาค พาท) สวนมดื Night (ไนท) กลางคืน T70
นาํ สอน สรปุ ประเมนิ 4หนว ยการเรยี นรทู ี่ ขนั้ สอน ÃкºÊÃØ ÔÂÐáÅСÒûÃÒ¡¯¢Í§´Ç§¨¹Ñ ·Ã สาํ รวจคน้ หา 1. ¡าร¢éนÖ áÅе¡¢Í§´ว§¨นÑ ทร์ 1. นักเรียนแตละคนอานขอมูล และดูภาพใน หนังสือเรียนหนานี้ จากน้ันใหนักเรียนตอบ ดวงจันทร์เป็นดาวบริวารของโลก ซึ่งไม่มีแสงสว่างในตัวเอง แสงสว่างท่ี คําถามลงในสมดุ ดงั นี้ ทา� ใหเ้ รามองเหน็ ดวงจนั ทรเ์ กดิ จากแสงของดวงอาทติ ยต์ กกระทบดวงจนั ทรแ์ ลว้ • การขน้ึ และตกของดวงจันทรเกดิ ข้ึนใน สะทอ้ นมายงั โลก โลกของเรามดี วงจนั ทรเ์ ปน็ บรวิ าร 1 ดวง และดวงจนั ทรอ์ ยใู่ กล้ ทิศทางใด โลกมากทีส่ ุด เราจงึ มองเห็นดวงจนั ทร์สว่างเป็นอนั ดบั ท ี่ 2 รองจากดวงอาทติ ย์ (แนวตอบ ดวงจันทรข้ึนทางทิศตะวันออก และตกทางทิศตะวนั ตก) ดวงจนั ทร์ ดวงจนั ทร์ • การขึ้นและตกของดวงจันทรมีลักษณะ แตกตางจากการข้ึนและตกของดวงอาทติ ย ดวงจนั ทร์ ดวงจันทร์ หรอื ไม อยางไร (แนวตอบ การข้นึ และตกของดวงจันทรและ ดวงจนั ทร์ ภาพท่ี 4.27 ตวั อย่างภาพดวงจันทร์ ดวงอาทิตยม ีทิศทางเดียวกนั คือขึ้นทางทิศ ¡Òâֹé áÅе¡¢Í§´Ç§¨¹Ñ ·Ã ตะวนั ออก และตกทางทิศตะวนั ตก) à¡Ô´¢é¹Ö ã¹·ÔÈ·Ò§ã´ (หมายเหตุ : ครูเรม่ิ ประเมินนกั เรยี น โดยใช แบบสังเกตพฤตกิ รรมการทํางานรายบุคคล) 63 2. ครูขออาสาสมัครหรือสุมเลือกนักเรียนจาก เลขที่ 4-5 คน ใหอ อกมาอธบิ ายเฉลยคาํ ตอบ โดยมีครูคอยตรวจสอบความถกู ตอง 3. ครูใหคําชมเชย หรือมอบรางวัลใหตัวแทน นักเรียนที่ออกมาตอบคําถามไดถูกตอง เพ่ือ เปนการเสริมแรงในการกลาแสดงออกและ ใหคําชมเชยนักเรียนทุกคนท่ีชวยกันอภิปราย คาํ ตอบ 4. ครถู ามคาํ ถามเพ่อื กระตนุ ความคดิ นกั เรยี นวา นักเรียนคิดวา การข้ึนและตกของดวงจันทร เกิดขน้ึ ไดอ ยางไร และใหน ักเรยี นตอบคําถาม โดยอิสระ ซึง่ ครูยงั ไมเฉลยคําตอบ 5. ครชู แี้ จงใหน กั เรยี นฟง วา นกั เรยี นจะไดค าํ ตอบ จากการทาํ กจิ กรรมท่ี 1 เรื่อง การขน้ึ และตก ของดวงจนั ทร เกร็ดแนะครู กอ นทาํ กจิ กรรมที่ 1 เรอื่ ง การขนึ้ และตกของดวงจนั ทร ครใู หน กั เรยี นสงั เกต ทิศทางการขน้ึ และตกของดวงจันทรล ว งหนา เปนเวลา 1 สัปดาห เพือ่ ทีน่ กั เรยี น จะสามารถนาํ ผลการสังเกตมาอภิปรายรวมกันภายในกลมุ ได T71
นาํ สอน สรปุ ประเมนิ ขน้ั สอน กÔ¨กรรÁ·Õè 1 ทักษะกระบวนการ ทางวิทยาศาสตรท์ ี่ใช้ สาํ รวจคน้ หา การข้ึนและตกของดวงจันทร 1. การสงั เกต 2. การจดั กระทา� และสอื่ ความหมายข้อมูล 6. ครแู บง กลมุ ใหน กั เรยี น กลมุ ละ 4-5 คน แลว ใช จุดประสงค 3. การตีความหมายข้อมลู และการลงข้อสรุป รูปแบบการเรยี นรูแบบรว มมอื เทคนิคแบงปน 4. การหาความสมั พันธร์ ะหวา่ งสเปซของวตั ถุ ความสําเรจ็ (STAD) โดยใหน กั เรียนแตล ะคน อธบิ ายแบบรปู เส้นทางการขึน้ และตกของดวงจันทรไ์ ด้ ในกลุมชวยกันศึกษาขั้นตอนและทํากิจกรรม ที่ 1 เรอื่ ง การข้นึ และตกของดวงจนั ทร จาก ตองเตรยี มตองใช หนังสือเรียนหนาน้ี แลวบันทึกผลลงในสมุด หรือในแบบฝก หดั วิทยาศาสตร หนา 69 1. สีไม ้ 1 กล่อง 2. กระดาษแขง็ แผน่ ใหญ ่ 1 แผ่น (หมายเหตุ : ครเู ริ่มประเมนิ นักเรยี น โดยใช 3. แหลง่ ข้อมลู ต่าง ๆ เช่น หนงั สือ อินเทอรเ์ น็ต เปน็ ตน้ แบบสงั เกตพฤติกรรมการทาํ งานกลมุ ) ลองทาํ ดู อธบิ ายความรู้ 1. แ บง่ กลมุ่ จากนนั้ ชว่ ยกนั สงั เกตการขน้ึ และตกของ 1. ครูใหนักเรียนแตละกลุมรวมกันอภิปรายผล ดวงจนั ทรเ์ ปน็ เวลา 1 สปั ดาห ์แลว้ บนั ทกึ ผลลงในสมดุ จากการทํากิจกรรมภายในกลุม และชวยกัน ตรวจสอบความถกู ตอ งเพอ่ื เตรยี มความพรอ ม 2. ให้สมาชิกแต่ละกลุ่มน�าผลการสังเกตมาอภิปราย ในการนําเสนอหนาช้นั เรยี น รว่ มกนั ภายในกลมุ่ 2. แตล ะกลมุ สง ตวั แทนออกมานาํ เสนอผลการทาํ 3. สืบค้นข้อมูลเก่ียวกับการขึ้นและตกของดวงจันทร์ กจิ กรรมหนา ชน้ั เรยี นทลี ะกลมุ จนครบทกุ กลมุ เพม่ิ เตมิ จากนน้ั นา� ขอ้ มลู ทไี่ ดม้ าวาดแสดงรปู แบบ (หมายเหตุ : ครูเริม่ ประเมนิ นักเรียน โดยใช การข้ึนและตกของดวงจันทร์ลงในกระดาษแข็ง แบบสังเกตพฤตกิ รรมการทํางานกลุม) พรอ้ มตกแตง่ ใหส้ วยงาม 4. น�าเสนอผลงานหน้าชั้นเรียน จากนั้นร่วมกันสรุป ภาพท ี่ 4.28 เกย่ี วกบั การขนึ้ และตกของดวงจนั ทร์ แนวตอบ หนูตอบได้ หนูตอบได ขอ 3. 1. ดวงจันทรข์ ้ึนและตกในทศิ ทางใด และเกิดข้นึ อยา่ งไร • สงผล เพราะหากไมมีดวงจันทรปรากฏบน 2. เพราะเหตุใด ในบางคืนเราจึงมองไมเ่ หน็ ดวงจันทร์ 3. หากไมม่ กี ารขน้ึ และตกของดวงจนั ทร ์ นกั เรยี นคดิ วา่ จะสง่ ผลตอ่ การดา� รงชวี ติ ของนกั เรยี น ทองฟาในเวลากลางคืนทองฟาจะมืด ทําใหเรา มองเห็นสิ่งของตางๆ ไมชดั เจน หรือไม ่ อยา่ งไร • ไมส ง ผล เพราะหากในเวลากลางคนื มดื เรา 64 (หมายเหตุ : คาํ ถามขอ สดุ ทายของหนูตอบได เปน คําถามที่ออกแบบใหผูเรียนฝกใชทักษะการคดิ ขั้นสูง ยังสามารถใชหลอดไฟได ซึ่งทําใหเรามองเห็นส่ิง ตางๆ ไดช ดั เจนมากกวา ใชแ สงของดวงจนั ทร คือ การคดิ แบบใหเ หตุผล และการคิดแบบโตแ ยง ซึง่ ผเู รียนอาจเลอื กตอบอยา งใดอยา งหน่งึ ก็ได ใหค รู พิจารณาจากเหตผุ ลสนบั สนุน) เกร็ดแนะครู กิจกรรม 21st Centurey Skills รปู แบบการเรียนรแู บบรวมมือ เทคนคิ แบงปนความสําเรจ็ STAD : Student 1. ใหน ักเรียนแบง กลมุ ตามความสมัครใจ กลุมละ 3-4 คน Teams Achievement Division คือ กระบวนการสอนหน่ึงของรูปแบบการ 2. ใหนักเรียนแตละกลุมชวยกันระดมความคิด พรอมทั้งสืบคน เรียนรูแบบรว มมอื โดยมขี ั้นตอนการจดั กจิ กรรมการเรยี นรู ดังน้ี ขอ มลู เพม่ิ เตมิ จากแหลงขอมูลตางๆ เชน หนังสือ อนิ เทอรเ นต็ 1. ครนู าํ เนอื้ หาการเรียนใหมมาเสนอแกผูเ รยี น เปนตน เก่ยี วกับการขน้ึ และตกของดวงจันทร 2. ครูแบงกลุมใหนักเรียน จากน้ันแจงนักเรียนวาความสําเร็จของกลุม 3. ใหนักเรียนแตละกลุมชวยกันนําความรูท่ีไดมาจัดทํา Pop up จะตองอาศัยการชวยกัน ผูที่เกงกวาจะตองชวยเหลือผูที่ออนกวา จากน้ันให แสดงการขึ้นและตกของดวงจันทร พรอ มตกแตง ใหสวยงาม แตล ะกลมุ รว มกันศกึ ษาเนื้อหา 4. ใหนักเรียนแตละกลุมชวยกันนําเสนอผลงานหนาช้ันเรียนดวย 3. ใหน กั เรียนทุกคนทาํ แบบทดสอบเปนรายบคุ คล วธิ กี ารสือ่ สารทห่ี ลากหลาย เพือ่ ใหผ ูอืน่ เขาใจผลงานไดดขี ้ึน 4. ครูตรวจแบบทดสอบรายบุคคล แลว นาํ คะแนนมารวมเปนคะแนนกลุม 5. ครชู มเชยกลมุ ทม่ี คี ะแนนเฉลี่ยสูงสดุ T72
นาํ สอน สรปุ ประเมนิ 4หนว ยการเรยี นรูท่ี ขนั้ สรปุ ÃкºÊÃØ ÂÔ ÐáÅСÒûÃÒ¡¯¢Í§´Ç§¨Ñ¹·Ã ขยายความเขา้ ใจ ดวงจันทร์ มีการเคล่ือนที่เช่นเดยี วกบั โลก คือ หมุนรอบตัวเอง และโคจร 1. ครทู ดสอบความรูของนกั เรยี นรายบคุ คล โดย รอบโลกในทิศทางทวนเข็มนาฬกา เช่นเดียวกันกับการหมุนรอบตัวเองของโลก ใหนักเรียนแตละคนทําใบงานท่ี 4.2 เรื่อง แตด่ วงจนั ทรจ์ ะใชเ้ วลาโคจรรอบโลกนานกวา่ เวลาทโ่ี ลกหมนุ รอบตวั เอง จงึ ทา� ให้ การขึ้นและตกของดวงจนั ทร เรามองเหน็ ดวงจนั ทร์ข้ึนชา้ ลงทุกวนั การข้ึนและตกของดวงจันทร์มีลักษณะการ เกิดเช่นเดยี วกนั กบั การขึน้ และตกของดวงอาทิตย์ 2. ครูตรวจใบงานท่ี 4.2 เร่ือง การขึ้นและตก ในเวลาใกล้คา�่ เมือ่ ดวงอาทิตย์อยูท่ ิศตะวันตก เราจะเห็นดวงจนั ทร์อย่ทู าง ของดวงจันทร จากน้ันนําคะแนนของสมาชิก ทศิ ตะวันออก ซึง่ ในวนั ข้นึ 15 คา�่ หรอื ในคืนวนั เพญ็ เราจะเหน็ ดวงจันทรล์ อย ทุกคนในกลมุ มารวมกันเปนคะแนนกลมุ สงู ขนึ้ ไปจนถงึ ตา� แหนง่ สงู สดุ จากนนั้ จะลอยตา่� ลงมาจนกระทงั่ ลบั ขอบฟา้ ไปทาง ทศิ ตะวนั ตกในเวลาเชา้ 3. ครูสัมภาษณกลุมท่ีไดคะแนนสูงที่สุดวา มีวิธี การทํางานรวมกนั อยา งไร จงึ ทาํ ใหไ ดคะแนน ทศิ ตะวันออก ทิศตะวนั ตก รวมสงู ทส่ี ุด 4. ครูใหคําชมเชยหรือมอบรางวัลใหกลุมท่ีได คะแนนรวมสูงที่สุด เพ่ือเปนการเสริมแรงใน การทํากิจกรรม และใหคําชมเชยนักเรียน ทกุ คนท่ชี ว ยกันทํากจิ กรรมภายในกลมุ 5. นักเรียนแตละคนทํากิจกรรมหนูตอบไดจาก หนังสือเรียน หนา 64 ลงในสมุดหรือทําใน แบบฝก หดั วทิ ยาศาสตร หนา 70 6. นกั เรยี นแตล ะคนศกึ ษาขอ มลู จากหนงั สอื เรยี น หนา 65-66 7. นักเรียนจับคูกับเพ่ือน แลวไปเรียนรูขอมูล เกี่ยวกับการข้ึนและตกของดวงจันทรเพ่ิมเติม จากส่ือดิจิทัลในหนังสือเรียนหนาน้ี โดยใช โทรศัพทม ือถือสแกน QR Code เร่อื งการขึ้น และตกของดวงจันทร (หมายเหตุ : ครเู รม่ิ ประเมนิ นกั เรยี น โดยใช แบบสงั เกตพฤติกรรมการทํางานรายบคุ คล) ทิศตะวันออก ทศิ ตะวนั ตก ภาพท ่ี 4.29 ดวงจนั ทรใ์ นคนื วันเพญ็ การขึ้นและตกของดวงจนั ทร 65 ขอ สอบเนน การคดิ เกร็ดแนะครู ดวงจันทรตกทางทศิ เดียวกบั ดวงอาทติ ยห รอื ไม อยา งไร ครูสามารถหยบิ ใชใบงานท่ี 4.2 เรือ่ ง การข้นึ และตกของดวงจันทร ไดจ าก ก. ทิศเดียวกนั คอื ทศิ ใต แผนการจัดการเรยี นรูท่ี 3 เรื่อง การขึ้นและตกของดวงจนั ทร หนวยการเรียนรู ข. ทศิ เดียวกนั คือ ทิศเหนือ ท่ี 4 ระบบสรุ ิยะและการปรากฏของดวงจนั ทร ค. ทศิ เดยี วกนั คือ ทิศตะวันตก ง. ทิศเดียวกนั คอื ทิศตะวนั ออก สื่อ Digital (วิเคราะหคําตอบ ดวงจันทรขึ้นและตกในทิศทางเดียวกับ ครูใหนักเรียนเรียนรูเก่ียวกับการขึ้นและตกของดวงจันทรเพ่ิมเติมจาก การข้ึนและตกของดวงอาทิตย คือ ข้ึนทางทิศตะวันออกและ ส่ือดิจิทัล โดยใหสแกน QR Code เรื่อง การขึ้นและตกของดวงจันทรจาก ตกทางทศิ ตะวนั ตก ดงั น้นั ขอ ค. จึงเปน คําตอบท่ถี ูกตอ ง) หนงั สอื เรยี นหนา น้ี T73
นาํ สอน สรปุ ประเมิน ขนั้ สรปุ ในขณะทด่ี วงอาทติ ยอ์ ยทู่ างทศิ ตะวนั ตก ดวงจนั ทรจ์ ะอยทู่ างทศิ ตะวนั ออก (ท่ีตา� แหน่ง ก) ซ่งึ เป็นเวลาทด่ี วงจนั ทรข์ ึ้น เมอ่ื โลกหมนุ ต่อไปคนบนโลกจะมอง ขยายความเขา้ ใจ เห็นดวงจนั ทร์คอ่ ย ๆ ลอยสูงข้ึน และคอ่ ย ๆ ลอยตา่� ลงจนลบั ขอบฟา้ ไปทางดา้ น ทิศตะวันตก 8. นักเรียนแตละคูนําความรูท่ีไดจากการศึกษา การหมนุ รอบตวั เองของโลกจากทศิ ตะวนั ตกไปทางทศิ ตะวนั ออกในทศิ ทาง ขอมูลในหนังสือเรียน หนา 65-66 และ ทวนเขม็ นาฬก าเมอ่ื มองจากขวั้ โลกเหนอื ทา� ใหเ้ รามองเหน็ ดวงจนั ทรป์ รากฏขนึ้ ความรจู ากการสแกน QR Code เรอ่ื ง การขน้ึ ทางทิศตะวนั ออกและตกทางทิศตะวันตกหมนุ เวียนเปน็ แบบรปู ซ้�า ๆ และตกของดวงจันทร มาอภิปรายเก่ียวกับ ลักษณะการข้ึนและตกของดวงจันทร และ ภาพที่ 4.30 แผนภาพแสดงลกั ษณะการขึ้นและตกของดวงจันทร์ รวมกันสรุปภายในชั้นเรียน โดยใหครูคอย อธิบายเสริม ดวงอาทติ ย์ 9. ครถู ามคาํ ถามทา ทายการคิดขั้นสงู นกั เรยี นวา ดวงจันทร์ “การขึ้นและตกของดวงจันทรเหมือนการขึ้น และตกของดวงอาทติ ย” จากขอ ความดงั กลา ว เสน้ ขอบฟา โลก ทศิ ตะวันตก นกั เรยี นเหน็ ดวยหรอื ไม เพราะอะไร ขวั้ โลกเหนอื (แนวตอบ เหน็ ดว ย เพราะดวงจนั ทรข ้ึนทางทศิ ก ทศิ ตะวนั ออก ตะวนั ออกและตกทางทศิ ตะวนั ตกเชน เดยี วกบั การขน้ึ และตกของดวงอาทิตย) ทศิ ที่โลกหมุนรอบตวั เอง ขน้ั ประเมนิ ¤Ó¶ÒÁ·ŒÒ·Ò¡Òä´Ô ¢é¹Ñ ʧ٠ตรวจสอบผล “การขึ้นและตกของดวงจันทรเหมือนการขึ้นและตกของดวงอาทิตย” จากข้อความดังกล่าว นกั เรียนเห็นด้วยหรอื ไม ่ เพราะอะไร 1. ครูสุมนักเรียน 4-5 คน แลวใหสรุปความรู 66 เกีย่ วกับการขึน้ และตกของดวงจันทร 2. ครูตรวจสอบผลการวาดภาพดวงจันทร หรือ ตรวจผลการทํากิจกรรมนําสูการเรียนใน แบบฝก หดั วทิ ยาศาสตร หนา 67 3. ครูตรวจสอบผลการทํากิจกรรมท่ี 1 เร่ือง การข้ึนและตกของดวงจันทร ในสมุดหรือใน แบบฝก หัดวทิ ยาศาสตร หนา 69 4. ครูตรวจสอบผลการทําใบงานที่ 4.2 เร่ือง การข้ึนและตกของดวงจนั ทร 5. ครูตรวจสอบผลการทํากิจกรรมหนูตอบไดใน สมุดหรอื ในแบบฝก หดั วทิ ยาศาสตร หนา 70 แนวทางการวัดและประเมินผล ขอสอบเนน การคดิ ครูสามารถสังเกตพฤติกรรมของนักเรียนจากการตอบคําถาม การทํางาน พจิ ารณาขอ ความทก่ี ําหนดใหแ ลวตอบคําถาม รายบุคคล การทาํ งานกลุม และการนาํ เสนอผลการทํากจิ กรรมหนาชนั้ เรียนได 1) ดวงจนั ทรโคจรรอบโลกในทศิ ทางตามเขม็ นาฬก า โดยศึกษาเกณฑการวัดและประเมินผลท่ีแนบทายแผนการจัดการเรียนรูของ 2) ดวงจันทรข น้ึ ทางทศิ ตะวนั ตกและตกทางทศิ ตะวนั ออก หนวยการเรยี นรูที่ 4 ระบบสรุ ยิ ะและการปรากฏของดวงจนั ทร ดงั ภาพตัวอยาง 3) ดวงจันทรมีทิศทางการขึ้นและตกเชนเดียวกับทิศทางการ ข้ึนและตกของดวงอาทติ ย T74 จากขอ ความทีก่ ําหนดใหขอ ใดกลาวผดิ พรอ มแกไขใหถ ูกตอง (แนวตอบ ขอ 1) กลาวผิด เพราะดวงจันทรโคจรรอบโลกในทิศทาง ทวนเข็มนาฬกา ขอ 2) กลา วผดิ เพราะดวงจันทรข ึ้นทางทศิ ตะวันออกและ ตกทางทศิ ตะวนั ตก)
นาํ นาํ สอน สรปุ ประเมนิ 4หนว ยการเรยี นรทู ่ี ขนั้ นาํ ÃкºÊÃØ ÔÂÐáÅСÒûÃÒ¡¯¢Í§´Ç§¨Ñ¹·Ã กระตนุ้ ความสนใจ 2. ¡ารà»ÅยèÕ นรู»¢Í§´ว§¨Ñนทร์ 1. ครูสนทนากับนักเรียนโดยถามนักเรียนวา นักเรียนทราบหรือไมวา วันน้ีจะไดเรียนรู ดวงจนั ทรเ์ ปน็ ดาวทเี่ ราสามารถมองเหน็ ไดจ้ ากบนโลก ดวงจนั ทรม์ ลี กั ษณะ เก่ียวกับเรื่องอะไร จากน้ันใหนักเรียนชวยกัน เปน็ ทรงกลม มพี นื้ ผวิ ขรขุ ระเปน็ หลมุ บอ่ ขนาดเลก็ และขนาดใหญ ่ และมขี นาดเลก็ ตอบคําถาม แลวครูแจงช่ือเร่ืองท่ีจะเรียนรู กว่าโลก เม่ือมองดวงจันทร์ในแต่ละคืนจะพบว่า รูปที่ปรากฏของดวงจันทร์บน และตัวช้ีวดั ใหทราบ ทอ้ งฟา้ จะแตกตา่ งกนั ไปในแตล่ ะคนื ซง่ึ ในบางคนื เราอาจมองไมเ่ หน็ ดวงจนั ทรเ์ ลย 2. ครูใหนักเรียนแตละคนอานขอมูลและดูภาพ ดวงจันทร์ ดวงจันทร์ ในหนังสือเรียนหนาน้ี จากนั้นครูถามคําถาม นกั เรยี นวา รปู รา งของดวงจนั ทรใ นแตล ะคนื มี ลกั ษณะแตกตา งกันหรือไม อยา งไร (แนวตอบ รูปรางของดวงจันทรในแตละคืนมี ลักษณะแตกตา งกัน คอื ในบางคืนดวงจนั ทร จะเต็มดวง บางคืนครึ่งดวง บางคืนรูปเสี้ยว และในบางคนื อาจมองไมเหน็ ดวงจันทรเ ลย) ดวงจันทร์ ดวงจนั ทร์ ดวงจนั ทร์ ภาพท่ี 4.31 ตัวอย่างรูปร่างที่ปรากฏของ ดวงจนั ทร์ในแต่ละคืน ÃٻËҧ¢Í§´Ç§¨Ñ¹·Ãã¹áµ‹ÅФ׹ÁÕ Å¡Ñ É³ÐᵡµÒ‹ §¡¹Ñ ËÃÍ× äÁ‹ ÍÂÒ‹ §äà 67 เกร็ดแนะครู กอ นทาํ กจิ กรรมท่ี 2 เรอ่ื ง การเปลยี่ นรปู ของดวงจนั ทร ครใู หน กั เรยี นสงั เกต ลักษณะของดวงจนั ทรลวงหนาเปนเวลา 7 คนื เพอื่ ท่ีนักเรียนจะสามารถนาํ ผล การสังเกตมาวาดภาพลงในสมุด หรือแบบฝกหัดวิทยาศาสตรและตกแตงให สวยงามไดเม่ือถึงชวั่ โมงเรยี น T75
นาํ สอน สรปุ ประเมนิ ขน้ั สอน กÔ¨กรรÁ·Õè 2 ทกั ษะกระบวนการ ทางวิทยาศาสตร์ท่ีใช้ สาํ รวจคน้ หา การเปลยี่ นรปู ของดวงจนั ทร 1. การสงั เกต 2. การพยากรณ์หรอื การคาดคะเน 1. ครูตั้งคําถามเพ่ือกระตุนความคิดนักเรียนวา จุดประสงค 3. การตคี วามหมายขอ้ มูลและการลงขอ้ สรปุ นักเรียนคิดวา หากวันนี้ดวงจันทรเต็มดวง เมอ่ื ผานไป 2 สัปดาห ดวงจันทรจะยงั เตม็ ดวง 1. สร้างแบบจา� ลองทอี่ ธบิ ายแบบรูปการเปลี่ยนแปลงรูปรา่ งท่ปี รากฏของดวงจันทร์ อยูหรือไม เพราะอะไร จากน้ันใหนักเรียน 2. พยากรณร์ ปู ร่างทปี่ รากฏของดวงจันทร์ ตอบคาํ ถามโดยอสิ ระ ซง่ึ ครยู งั ไมเ ฉลยคาํ ตอบ (แนวตอบ ดวงจันทรจะมีรูปรางเปล่ียนไป ตองเตรยี มตอ งใช เพราะดวงจันทรมีการโคจรรอบโลก จึงทําให คนบนโลกมองเห็นแสงสะทอนจากดวงจันทร 1. สีไม้ 1 กล่อง มีลกั ษณะแตกตา งกันไปในแตละคนื ) 2. ไฟฉาย 1 กระบอก 3. ลกู ปงปองเสียบไม ้ 1 ลูก 2. ครูช้ีแจงใหนักเรียนฟงวา จะไดคําตอบจาก การทํากิจกรรมท่ี 2 เรื่อง การเปล่ียนรูปของ ลองทําดู ดวงจันทร 1. แบง่ กลุม่ กลุม่ ละ 3 - 4 คน จากนัน้ ช่วยกันคาดคะเนรปู รา่ งของดวงจันทร์ในแต่ละคนื 3. ครูแบง กลมุ ใหน ักเรยี น กลมุ ละ 3-4 คน 2. ช ว่ ยกนั ตรวจสอบผลการคาดคะเน โดยให้สงั เกตดวงจันทรท์ ่ตี า� แหน่งเดิมเปน็ เวลา 7 วนั 4. นกั เรยี นแตล ะกลมุ ชว ยกนั ทาํ กจิ กรรมที่ 2 เรอ่ื ง แล้ววาดรูปดวงจันทรพ์ ร้อมกบั ระบายสีลงในสมดุ การเปลี่ยนรูปของดวงจันทร ขอ 1.-2. จาก 3. เมอื่ ครบ 7 วัน ใหแ้ ตล่ ะกลุ่มสง่ ตัวแทนกลุ่มละ 2 คน เพือ่ ออกมาอธิบายการเปล่ียนรูป หนังสือเรียนหนาน้ี แลวบันทึกผลลงในสมุด หรอื ในแบบฝก หัดวทิ ยาศาสตร หนา 73 ของดวงจันทร ์ โดยปฏบิ ัติ ดังนี ้ 5. ครูใชวิธีสอนโดยใชการสาธิต (Demonstra- tion) มาจัดกระบวนการเรียนรู โดยครูให 68 ภาพท่ ี 4.32 แตละกลุมศึกษาขั้นตอนการทํากิจกรรมที่ 2 เรอ่ื ง การเปลย่ี นรูปของดวงจันทร ขอ 3. จาก หนงั สือเรยี น หนา 68-69 6. ครจู บั ฉลากเลอื กนักเรยี น 2 กลมุ จากนน้ั ให ออกมาสาธติ การทํากิจกรรมหนา ชัน้ เรียน 7. กลุมอ่ืนๆ ชวยกันสังเกตการสาธิตการทํา กจิ กรรมจากกลมุ ทที่ าํ การสาธติ จากนน้ั นาํ ผล การสังเกตบันทึกลงในสมุดหรือในแบบฝกหัด วิทยาศาสตร หนา 74 (หมายเหตุ : ครเู ร่ิมประเมินนักเรียน โดยใช แบบสงั เกตพฤตกิ รรมการทํางานกลุม) เกร็ดแนะครู วธิ สี อนโดยใชก ารสาธติ Demonstration มขี น้ั ตอนการจดั กจิ กรรมการเรยี นรู ดังนี้ 1. ครูผูสอนแสดงการสาธิตหรือสุมนักเรียนเปนตัวแทนออกมาสาธิต แลวใหผ เู รยี นสงั เกตการสาธติ 2. ครผู ูสอนและผูเ รียนรวมกนั อภิปรายและสรปุ ผลผลการทาํ กิจกรรม T76
นาํ สอน สรปุ ประเมนิ 1) ให้คนท่ี 1 ถือไฟฉาย และคนท่ี 2 4หนว ยการเรยี นรทู ี่ ขน้ั สอน ถือลูกปงปองท่เี สยี บไมไ้ ว้ ÃкºÊÃØ ÔÂÐáÅСÒûÃÒ¡¯¢Í§´Ç§¨Ñ¹·Ã อธบิ ายความรู้ 2) ใหค้ นท ่ี 2 ชลู กู ปง ปองขนึ้ ไปดา้ นหนา้ เหนอื ศรี ษะเลก็ นอ้ ย จากนนั้ ใหค้ นท ่ี 1 คนท่ี 2 คนที่ 1 1. นักเรียนแตละกลุมรวมกันอภิปรายผลจาก หนั หนา้ เขา้ หาคนท ี่ 2 โดยยนื หา่ งกนั การสงั เกตการสาธิตเกย่ี วกับเร่อื ง การเปล่ียน 50 เซนตเิ มตร ภาพที ่ 4.33 รูปของดวงจันทรภายในกลุม และชวยกัน ตรวจสอบความถกู ตอ งเพอื่ เตรยี มความพรอ ม 3) ป ดไฟในห้องให้มืด แล้วให้คนท่ี 1 ในการนาํ เสนอหนาชั้นเรยี น ยนื หันหน้าไปทห่ี มายเลข 1 จากนั้น เปด ไฟฉายสอ่ งไปทล่ี กู ปง ปอง สงั เกต 2. นักเรียนแตละกลุมสงตัวแทนออกมานําเสนอ แสงไฟทล่ี ูกปงปอง แลว้ บันทึกผล ผลการทาํ กิจกรรมหนา ชั้นเรยี นทลี ะกลุม (หมายเหตุ : ครูเริ่มประเมนิ นกั เรียน โดยใช 4) ใ หค้ นท ี่ 2 หนั ชา้ ๆ ไปตามหมายเลข แบบสงั เกตพฤตกิ รรมการทํางานกลมุ ) 2 3 4 และ 1 ตามล�าดับ โดยให้ ถือลูกปงปองไว้ข้างหน้าตลอดเวลา ขน้ั สรปุ สังเกตแสงไฟท่ีลูกปงปองในขณะท่ี คนท ่ี 2 หมนุ ตัว แล้วบันทึกผล ขยายความเขา้ ใจ 4. นา� ขอ้ มลู จากการทา� กจิ กรรมมาอภปิ ราย 1. นักเรียนแตละคนทํากิจกรรมหนูตอบไดจาก และสรปุ ผลรว่ มกนั จากนน้ั นา� เสนอขอ้ มลู หนังสือเรียนหนาน้ี ลงในสมุดหรือทําลงใน หน้าชัน้ เรียน แบบฝก หัดวทิ ยาศาสตร หนา 75-76 (หมายเหตุ : ครูเร่ิมประเมินนักเรียน โดยใช แบบสังเกตพฤตกิ รรมการทํางานรายบคุ คล) ภาพท่ ี 4.34 หนตู อบได แนวตอบ หนตู อบได้ 1. ในระยะเวลา 1 เดือน ดวงจันทร์จะมีรูปรา่ งทีป่ รากฏเหมอื นกันหรอื ไม ่ เพราะอะไร ขอ 3. 2. เพราะเหตุใด เราจึงมองเหน็ ดวงจนั ทรใ์ นแตล่ ะคนื มีรูปรา่ งเปลยี่ นแปลงไป • ดวงจันทรเต็มดวง เพราะดวงจันทรเต็มดวง 3. นักเรียนคิดว่า ระหว่างดวงจันทร์เต็มดวงกับดวงจันทร์รูปเส้ียว ดวงจันทร์ที่มีรูปร่าง มีแสงสวางมากทส่ี ดุ จงึ ดูสวยงามท่ีสุด แบบใดสวยท่สี ุด เพราะเหตใุ ด • ดวงจันทรร ปู เสี้ยว เพราะดวงจันทรร ูปเสยี้ วมี (หมายเหตุ : คําถามขอสดุ ทา ยของหนตู อบได เปนคาํ ถามที่ออกแบบใหผ ูเรียนฝก ใชท กั ษะการคิดขน้ั สูง 69 แสงสวา งบางสว น ทาํ ใหมองเหน็ สวนเวา สว นโคง คอื การคิดแบบใหเหตผุ ล และการคิดแบบโตแ ยง ซ่ึงผเู รยี นอาจเลอื กตอบอยา งใดอยางหนง่ึ ก็ได ใหค รู จงึ ดูสวยงามที่สุด พิจารณาจากเหตผุ ลสนับสนนุ ) กิจกรรม 21st Century Skills นักเรียนควรรู 1. ใหนกั เรียนแบง กลุม ตามความสมคั รใจ กลุมละ 3-4 คน แรงดงึ ดดู ของโลกทาํ ใหด วงจนั ทรโ คจรรอบโลก และทาํ ใหเ กดิ ปรากฏการณ 2. ใหนักเรียนแตละกลุมใชความรูที่ไดจากการทํากิจกรรมที่ 2 ตา งๆ เชน การเกิดขา งขน้ึ -ขา งแรม การเกดิ น้ําขนึ้ -น้ําลง เปนตน เรอ่ื ง การเปลย่ี นรปู ของดวงจนั ทร และสบื คน ขอ มลู เพม่ิ เตมิ จาก คืนวนั เพญ็ หรอื เรยี กอีกอยา งวา คนื เดอื นหงาย คือ คืนทมี่ องเหน็ ดวงจนั ทร แหลง ขอมลู ตางๆ เชน หนงั สือ อินเทอรเนต็ เปน ตน มาวาง เตม็ ดวง ซ่งึ ตรงกบั วันขน้ึ 15 คํา่ ในรอบ 1 เดอื นทางจนั ทรคติ จะมคี นื วันเพ็ญ แผนการทาํ บตั รภาพรูปรา งตา งๆ ของดวงจันทร ในระยะเวลา เพยี ง 1 คนื เทา น้ัน 1 เดือน 3. ใหน กั เรียนแตล ะกลุม ชว ยกนั ทําบัตรภาพลงในกระดาษแขง็ โดยใชเ ทคโนโลยีเขา มาชวย พรอ มตกแตง ใหสวยงาม 4. ใหน กั เรยี นแตล ะกลมุ ชว ยกนั นาํ เสนอบตั รภาพหนา ชน้ั เรยี นดว ย วิธกี ารส่ือสารทห่ี ลากหลาย เพ่อื ใหผูอ่ืนเขา ใจผลงานไดด ขี ึน้ T77
นาํ สอน สรปุ ประเมนิ ขนั้ สรปุ ดวงจนั ทรเ์ ปน็ ดาวบรวิ ารของโลก ที่ไม่มีแสงสว่างในตัวเอง แต่เรามอง ขยายความเขา้ ใจ เหน็ ดวงจนั ทรไ์ ด ้ เพราะดวงจนั ทรไ์ ดร้ บั แสงสว่างจากดวงอาทิตย์แล้วสะท้อน ดวงอาทิตย์ แสงจากดวงอาทติ ย์ 2. ครูแบงกลุมใหนักเรียน จากน้ันใหนักเรียน มาท่ีโลก ในคืนวันเพ็ญเราจะมองเห็น แตล ะกลมุ ชว ยกนั ศกึ ษาขอ มลู จากหนงั สอื เรยี น ดวงจันทร์มีรูปร่างกลมและสว่างเต็ม แสงสะท้อนด วงจนั ทร์ หนาน้ี ดวง ท้องฟา้ ในคนื ท่ดี วงจันทรเ์ ต็มดวง จะมคี วามสวา่ งมากกวา่ คนื อน่ื ๆ เราจงึ 3. แตล ะกลุม ชว ยกนั นาํ ขอ มูลทไี่ ดจากการศกึ ษา มาจัดทําเปนแผนพับความรูโดยใชเทคโนโลยี เขามาชว ยตามความเหมาะสม 4. ครูใหแตละกลุมนําแผนพับความรูออกมาวาง แสดงหนาชั้นเรียน เพ่อื แลกเปล่ยี นความรูกัน ภายในชน้ั เรียน มองเห็นสง่ิ ตา่ ง ๆ ไดช้ ดั เจน แต่ในคืน โลก ท่ีดวงจันทร์ไม่เต็มดวง แสงสว่างใน ท้องฟ้าจะมีน้อย เราจึงมองเห็นส่ิง ภาพท ่ี 4.35 แผนภาพแสดงการสะทอ้ นแสงของ ต่าง ๆ ได้ไม่ชดั เจน ดวงจนั ทรม์ าท่ีโลก ถา้ สงั เกตดวงจนั ทรบ์ นทอ้ งฟา้ จะเหน็ ดวงจนั ทรม์ รี ปู รา่ งเปลย่ี นไป บางคนื ดวงจันทรเ์ ป็นเสีย้ ว บางคืนดวงจนั ทรส์ ว่างเตม็ ดวง และบางคนื อาจมองไมเ่ ห็น ดวงจนั ทร์ ทเี่ ปน็ เช่นน ้ี เพราะดวงจันทรม์ ีการโคจรรอบโลก จงึ ทา� ใหค้ นบนโลก มองเห็นแสงสะทอ้ นจากดวงจนั ทรม์ ีลกั ษณะแตกตา่ งกันไปในแตล่ ะคืน ภาพท ่ี 4.36 การมองเห็นลักษณะของดวงจนั ทร์ท่เี ปล่ียนรูปไปในแต่ละคืน 70 เกร็ดแนะครู ครอู าจใชเ กมหอยแบง ฝาเขา มาชว ยแบง กลมุ นกั เรยี น เพอื่ กระตนุ ความสนใจ ในการเรยี นรูของนักเรียน โดยมีวิธีการเลน ดังนี้ 1. ครูช้ีแจงใหน กั เรยี นคิดวาตนเองตองการเปนตวั หอยหรอื ฝาหอย 2. จากนน้ั ครอู อกคาํ สงั่ แลว ใหน กั เรยี นวง่ิ ไปรวมกลมุ กนั ซงึ่ กาํ หนดนกั เรยี น ทลี่ อ มวง คอื ฝาหอย และนักเรียนท่อี ยูในวง คอื ตัวหอย 3. หากนักเรียนคนใดไมมีกลุม หรือนักเรียนกลุมใดมีจํานวนฝาหอยหรือ ตวั หอยไมค รบตามการออกคาํ สง่ั ของครจู ะถกู ทาํ โทษดว ยวธิ ตี า งๆ เชน การเตนตามเพลง การรอ งเพลง เปน ตน 4. ตวั อยางการออกคําสงั่ ของครู เชน ï มหี อย 2 ตัว อยูในฝา 4 ฝา ï มีฝา 5 ฝา ลอ มหอย 1 ตัว ï มีตวั หอยและฝาหอยลอ มวงกัน 4 ตวั T78
นาํ สอน สรุป ประเมนิ 4หนว ยการเรียนรูท ่ี ขน้ั สรปุ ÃкºÊØÃÂÔ ÐáÅСÒûÃÒ¡¯¢Í§´Ç§¨¹Ñ ·Ã ขยายความเขา้ ใจ ถ้าเริ่มสังเกตจากคืนที่มองไม่เห็นดวงจันทร์เลย ต่อมาจะเห็นดวงจันทร์ 5. ครแู บง กลมุ ใหน กั เรยี นแบบคละความสามารถ เร่ิมมสี ่วนสว่างเป็นเสย้ี วและเพม่ิ ขนาดข้นึ เรือ่ ย ๆ จนดวงจันทรม์ ีความสวา่ งเต็ม (เกง คอนขางเกง ปานกลาง ออน) จากน้ัน ท้ังดวงหรือดวงจันทร์เต็มดวง หลังจากน้ันความสว่างของดวงจันทร์จะค่อย ๆ ใหนักเรียนแตละกลุมชวยกันศึกษาขอมูลจาก ลดลงเป็นเสี้ยว และจะลดลงอย่างต่อเนื่องจนมองไม่เห็นดวงจันทร์อีกครั้ง หนังสอื เรียนหนานี้ ซ่ึงการเปลีย่ นแปลงแบบรูปเช่นนีจ้ ะเกิดซา�้ กนั ทกุ ๆ เดือน ดงั ภาพ 6. นักเรียนแตละกลุมชวยกันวางแผนเพ่ือสังเกต 1 234567 รูปรางของดวงจันทรเปนเวลา 2 เดือน แลว บนั ทึกผลการสงั เกตลงในสมดุ 8 9 10 11 12 13 14 15 7. นกั เรยี นแตล ะกลมุ นาํ ขอ มลู ทไี่ ดจ ากการสงั เกต 16 17 18 19 20 21 22 23 มาจัดทําสมุดภาพการเปล่ียนแปลงรูปรางท่ี ปรากฏของดวงจันทร ในระยะเวลา 2 เดอื น 8. แตล ะกลมุ สง ตวั แทนออกมานาํ เสนอสมดุ ภาพ การเปลยี่ นแปลงรปู รา งทปี่ รากฏของดวงจนั ทร หนา ชั้นเรียน 9. นักเรียนทุกครวมกันอภิปรายและสรุปความรู ภายในช้นั เรียน (หมายเหตุ : ครูเริ่มประเมนิ นกั เรียน โดยใช แบบสังเกตพฤตกิ รรมการทาํ งานกลมุ ) 24 25 26 27 28 29 30 ภาพท ี่ 4.37 วฏั จกั รของดวงจันทร์ 71 กิจกรรม ทาทาย นักเรียนควรรู ใหนักเรียนสืบคนขอมูลเพ่ิมเติมเก่ียวกับการเปลี่ยนรูปของ ปรากฏการณท่ีมองเหน็ ดวงจันทรม รี ูปรางเปลี่ยนแปลงไป เรียกวา การเกิด ดวงจนั ทร จากนนั้ จดั ทาํ เปน สมดุ ภาพการเปลยี่ นรปู ของดวงจนั ทร ขางข้ึน ขา งแรม ซ่ึงใน 1 รอบ จะมรี ะยะเวลา 30 วัน โดยเริม่ จากวันขน้ึ 1 ค่ํา ถงึ แลวอธิบายวาการเปล่ียนรูปของดวงจันทรมีผลตอชีวิตประจําวัน วนั ขนึ้ 15 คา่ํ เราจะมองเหน็ ดวงจนั ทรใ นแตล ะคนื คอ ยๆ เรม่ิ สวา งขน้ึ จนกระทงั่ หรือไม อยา งไร เตม็ ดวง ซึง่ เรียกวา ขางขึ้น และวันแรม 1 คา่ํ ถึงวนั แรม 15 ค่ํา เราจะมองเห็น ดวงจนั ทรม ีสวนสวา งเรม่ิ ลดลงจนกระทัง่ มืดหมดดวง เรยี กวา ขางแรม ดังภาพ ตัวอยาง ภาพแสดงการเปลย่ี นแปลงรูปรางของดวงจันทรใ นวนั ขางขน้ึ ภาพแสดงการเปลย่ี นแปลงรปู รา งของดวงจนั ทรใ นวนั ขา งแรม T79
นาํ สอน สรุป ประเมนิ ขนั้ สรปุ ในการสังเกตดวงจันทร ์ ดาว หรอื วัตถทุ ้องฟา้ อ่ืน ๆ น้นั เราจะใชอ้ ปุ กรณ์ ทเี่ รยี กวา่ กลอ้ งโทรทรรศน ์ เนอื่ งจากเปน็ อปุ กรณท์ ใี่ ชส้ า� หรบั สอ่ งวตั ถทุ อี่ ยไู่ กล ๆ ขยายความเขา้ ใจ หรืออยู่ห่างไกลจากโลก โดยกล้องโทรทรรศน์จะขยายภาพของวัตถุให้มีขนาด ใหญข่ ึน้ จึงทา� ให้เรามองเหน็ รายละเอียดของวัตถนุ ัน้ เพิม่ ข้ึน 10. นักเรียนแตละคนอานขอมูลในหนังสือเรียน หนานี้ เกรด็ วทิ ยน์ า่ รู้ กาลิเลโอ กาลิเลอี 11. ครูสุมตัวแทนนักเรียนมา 4-5 คน จากนั้น (Galileo Galilei) นักวทิ ยาศาสตรช์ าวอติ าลี ใหตัวแทนนักเรียนสรุปความรูเก่ียวกับ กลองโทรทรรศนหนาช้ันเรียน โดยมีครูคอย เปน็ ผพู้ ฒั นากลอ้ งโทรทรรศน์ มาจากกลอ้ ง แนะนําเพิม่ เติมในสวนท่ีบกพรอ ง ส่องทางไกลเปน็ คนแรกของโลก 12. ครูใหนักเรียนแตละคนสืบคนขอมูลเก่ียวกับ กลองโทรทรรศนเพิ่มเติมในหัวขอ “ประเภท ภาพท ่ี 4.38 กลอ้ งโทรทรรศน์ กิจกรรม สรปุ ความรปู้ ระจา� บทท่ี 2 ของกลองโทรทรรศน” จากน้ันวาดภาพหรือ ติดภาพกลองโทรทรรศนประเภทตางๆ ลง ตรวจสอบตนเอง ในกระดาษ A4 พรอมระบชุ อ่ื ใตภาพ 13. ครูสุมนักเรียน 4-5 คน ใหออกมานําเสนอ ผลงานหนาช้ันเรยี น 14. นักเรียนรวมกันสรุปความรูเก่ียวกับประเภท ของกลอ งโทรทรรศนภ ายในชั้นเรยี น 15. นักเรียนแตละคนทํากิจกรรมสรุปความรู บทที่ 2 ลงในสมุดหรือทําในแบบฝกหัด วิทยาศาสตร หนา 77 (หมายเหตุ : ครูเร่ิมประเมินนกั เรยี น โดยใช แบบสังเกตพฤตกิ รรมการทาํ งานรายบคุ คล) หลังเรียนจบหนว่ ยน้ีแลว้ ใหน้ กั เรียนบอกสญั ลักษณ์ทต่ี รงกบั ระดับความสามารถของตนเอง รายการ เกณฑ์ ดี พอใช้ ควรปรับปรงุ 1. เขา้ ใจเน้ือหาเกย่ี วกับเรอื่ งการปรากฏของดวงจันทร์ 2. สามารถท�ากิจกรรมและอธบิ ายผลการท�ากจิ กรรมได้ 3. สามารถตอบคา� ถามจากกิจกรรมหนูตอบได้ได้ 4. ท�างานกลุม่ รว่ มกบั เพ่ือนไดด้ ี 5. น�าความรไู้ ปใชป้ ระโยชนใ์ นชวี ติ ประจา� วนั ได้ 72 เกร็ดแนะครู ขอสอบเนน การคิดแนว O-NET ถา ตองการมองดาวบนทอ งฟาไดชัดเจน ควรเลอื กดดู าวใน เม่ือเรียนจบบทนี้แลว ครูใหนักรเียนตั้งคําถามท่ีอยากรูเพ่ิมเติมเก่ียวกับ คนื ใด เรอื่ งการเปลยี่ นรปู ของดวงจนั ทร คนละ 1 คาํ ถาม จากนนั้ ครสู มุ เรยี กใหน กั เรยี น บอกคําถามของตนเอง แลวใหเพื่อนในช้ันเรียนชวยกันแสดงความคิดเห็นวา ก. คนื ท่ีมีพระจันทรเ ต็มดวง จะใชว ธิ กี ารทางวทิ ยาศาสตรต อบคาํ ถามนไ้ี ดอ ยา งไร โดยครทู าํ หนา ทเ่ี ปน ผชู แี้ นะ ข. คืนท่ีมีเมฆมาก และสงั เกตการทาํ กจิ กรรมของนักเรียนอยางใกลช ดิ ค. คืนเดอื นมืด ง. คืนฝนตก (วิเคราะหคาํ ตอบ ในคนื เดอื นมืด เราจะสามารถมองเห็นดาวได ชัดเจน เพราะไมมีแสงสวางของดวงจันทรมาบดบังแสงของดาว ดงั นั้น ขอ ค. จงึ เปน คําตอบที่ถูกตอ ง) T80
นาํ สอน สรปุ ประเมนิ ¡½Ôจ¡ƒ ¡ทรรÑ¡มÉะ º··èÕ 2 ขน้ั สรปุ 1. อา่ นข้อความเกี่ยวกับการปรากฏของดวงจนั ทร์ จากน้นั ตอบ “ใช่” หรือ “ไมใ่ ช”่ ขยายความเขา้ ใจ ลงในช่องวา่ ง ………..… 1) ดวงจันทร์มีการเคลือ่ นทีเ่ ชน่ เดียวกบั โลก 16. นกั เรียนแตละคนทํากจิ กรรมฝกทกั ษะ บทท่ี ………..… 2) เราสามารถมองเหน็ ดวงจันทรไ์ ดใ้ นทกุ ๆ คนื 2 จากหนังสือเรียนหนาน้ี ลงในสมุดหรือ ………..… 3) ดวงจนั ทร์อยบู่ นท้องฟา้ เฉพาะเวลากลางคนื เท่านนั้ ทําในแบบฝกหดั วิทยาศาสตร หนา 78 ใบน……นัส……ทม……ึกุด....……ผป ลระล54จง))�า ตวัด ดววงงจจนนัั ททรรห์ใ์ ชมเ้ วนุ ลราอโบคตจวัรเรอองบในโลทกิศนทอ้ ายงกทวว่านเวเขลม็าทนี่โาลฬกกหามนุ รอบตวั เอง ………..… 6) ในชว่ งเวลาท่ีแตกต่างกันเราจะเหน็ ต�าแหนง่ ของดวงจันทรเ์ ปลีย่ นไป 17. ครูใชเทคนิคคูคิด โดยใหนักเรียนจับคูกับ ………..… 7) การขนึ้ และตกของดวงจนั ทรม์ ลี กั ษณะเหมอื นการขนึ้ และตกของดวงอาทติ ย์ เพ่ือน จากน้ันใหนําคําตอบของตนเองมา ………..… 8) ดวงจนั ทรล์ อยสงู ขน้ึ ทางทศิ ตะวนั ตกและลอยตา�่ ลงมาจนกระทง่ั ลบั ขอบฟา้ เปรียบเทียบกับคูของตนเอง และใหผลัดกัน อภปิ รายคาํ ตอบ ไปทางทิศตะวันออก 2. นําข้อความท่ีกาํ หนดให้เตมิ ลงในช่องวา่ ง 18. หากนักเรียนเกิดขอสงสัยใหทําการสืบคน เพ่มิ เตมิ เพ่ือหาคาํ ตอบ ขอบฟา้ ตามเข็มนาฬกา โลก 19. ครูสุม ตวั แทนนกั เรยี น 3-4 คู เพ่ือใหออกมา เตม็ ดวง เสย้ี ว ทวนเขม็ นาฬกา อธิบายคําตอบใหเพ่ือนฟงหนาชั้นเรียน โดย มคี รคู อยตรวจสอบความถกู ตองของคาํ ตอบ ตะวนั ออก ดวงจันทร์ ตะวนั ตก แนวตอบ กจิ กรรมฝกทักษะ 1) ………………………………………………. มรี ูปรา่ งเปลย่ี นแปลงไปในแต่ละคนื ขอ 1. 2) ดหในวาคงกจนืวนั วนั ทันนรเดี้ พห์ วม็ญงนุจเรนัราอทจบระต์เมตวั อ็มเองดเงหว ขงน็ ณดวันะวเงถดจดั ยี นั ไวทปกดรนั ส์วกวงโ็ า่จคงันจ ทร…ร…รอ…จ์ บ…ะ…คโล…่อ…กย…ใ น…ๆ…ท …ลศิ …ด ……ล……ง…ใ…บเน…ป…ันส……ทน็ม……กึดุ………ผป………ลร………ะล………จง……า�………ต………ัว………………….. 1) ใช 3) 2) ไมใช 4) 3) ไมใ ช 4) ใช 5) เมือ่ ดวงอาทติ ย์ลับ…………………..ไป เราจะมองเหน็ ดวงจันทร์ลอยขน้ึ ไปบนทอ้ งฟา้ 5) ไมใช ทางทิศ ………………………………………….. และลอยลบั ขอบฟา้ ไปทางทศิ ………………………………………….. 6) ใช 7) ใช 73 8) ไมใ ช ขอ 2. 1) ดวงจันทร 2) เตม็ ดวง 3) ทวนเข็มนาฬกา 4) เสี้ยว 5) ขอบฟา ตะวันออก ตะวันตก ขอสอบเนน การคิดแนว O-NET เกร็ดแนะครู เพราะเหตุใด คนบนโลกจึงมองเห็นดวงจันทรมีรูปรางเปล่ียน รูปแบบการเรียนรูแบบรวมมือ เทคนิคคูคิด Think-Pair-Share คือ ไปในแตละคืน กระบวนการสอนหนึ่งของรูปแบบการเรียนรูแบบรวมมือ โดยมีขั้นตอนการ จดั กิจกรรมการเรยี นรู ดงั น้ี ก. ดวงจันทรหมนุ รอบตวั เองในทิศตามเข็มนาฬกา ข. ดวงจันทรม ีการเปล่ียนแปลงรปู รา งตามสภาพอากาศ 1. ครูผูสอนต้ังคาํ ถามหรือกาํ หนดปญหาใหแ กผ ูเ รียน ค. ดวงจันทรโคจรรอบโลกทศิ ทางตรงขา มกับทโ่ี ลกหมุนรอบ 2. ผเู รยี นหาคาํ ตอบดว ยตนเองกอ น แลว จบั คกู บั เพอ่ื น เพอื่ อภปิ รายคาํ ตอบ 3. ออกมานาํ เสนอคาํ ตอบท่ไี ดจากการอภปิ รายใหเ พอ่ื นกลุมอืน่ ฟง ตวั เอง ง. ดวงจันทรหมนุ รอบตวั เอง และขณะเดียวกันจะโคจรรอบ โลกไปดว ย (วิเคราะหคําตอบ ดวงจันทรหมุนรอบตัวเอง ขณะเดียวกันจะ โคจรรอบโลกไปดวย ทําใหคนบนโลกมองเห็นดวงจันทรมีรูปราง เปลีย่ นไป ดงั นน้ั ขอ ง. จงึ เปนคําตอบท่ีถูกตอ ง) T81
นาํ สอน สรุป ประเมนิ ขน้ั สรปุ 3. ดภู าพดวงจนั ทรท์ ี่กาํ หนดให้ แลว้ ตอบคาํ ถาม ขยายความเขา้ ใจ ภาพที่ 1 ภาพท่ี 2 ภาพที่ 3 ภาพท่ี 4 ภาพที่ 5 ภาพท่ี 6 ภาพที่ 7 20. นักเรียนแตละคนทํากิจกรรมฝกทักษะบทที่ 1) เพราะเหตุใดดวงจันทร์ในแตล่ ะภาพจึงมรี ปู ร่างแตกต่างกนั 2 จากหนงั สอื เรยี นหนา น้ี ลงในสมดุ หรือทํา 2) นักเรยี นสามารถมองเหน็ ดวงจนั ทร์ทม่ี ีรูปรา่ งดงั ภาพไดใ้ นเวลาใด ลงในแบบฝก หดั วทิ ยาศาสตร หนา 79 3) ดวงจนั ทรท์ มี่ รี ปู รา่ งตามภาพใด จะทา� ใหท้ อ้ งฟา้ ในคนื นน้ั สวา่ งทส่ี ดุ เพราะอะไร 4) “ เราสามารถเหน็ ดวงจนั ทรไ์ ดเ้ กอื บทกุ คนื ” จากขอ้ ความดงั กลา่ ว นกั เรยี นเหน็ 21. นักเรียนทํากิจกรรมทาทายการคิดข้ันสูง บทท่ี 2 ลงในแบบฝก หดั วทิ ยาศาสตร หนา 80 ดว้ ยหรือไม่ อย่างไร 5) ถ้าวันนด้ี วงจันทรม์ ีรปู รา่ งเหมือนภาพท่ี 7 นักเรยี นคิดวา่ อกี 3 วนั รูปรา่ ง 22. นักเรียนแบงกลุม แลวชวยกันทํากิจกรรม สรางสรรคผลงาน จากหนังสือเรียนหนานี้ ของดวงจนั ทรจ์ ะเหมือนเดมิ หรือไม ่ อย่างไร หรอื จากแบบฝกหดั วทิ ยาศาสตร หนา 81 กิจกรรม ทา้ ทา¡ารค´Ô ¢นÑé สงู 23. นักเรียนแตละคนทําแบบทดสอบทายหนวย การเรียนรูท่ี 4 ในแบบฝกหัดวิทยาศาสตร Ê¡ÔจáŒÒร§รÊมÃä¼Å§Ò¹ หนา 82-85 แบงกลุม กลุมละ 3 - 5 คน จากน้ันชวยกันออกแบบและ 24. นกั เรียนแตล ะคนทําแบบทดสอบหลังเรียน สรางแบบจําลองการเปลี่ยนแปลงรูปรางของดวงจั นทร โดยใช วัสดุอุปกรณที่หาไดงาย แลวสงตัวแทนนําเสนอแนวคิดและ แนวตอบ กจิ กรรมฝก ทักษะ ช้นิ งานหนาชั้นเรียน ขอ 3. 74 1) เพราะเปนภาพจากการสังเกตดวงจันทร หลายคืน ซ่ึงแตละคืนจะมีรูปรางแตกตางกัน เนอ่ื งจากดวงจนั ทรห มนุ รอบตวั เอง ในขณะเดยี วกนั ดวงจันทรกโ็ คจรรอบโลกดวย 2) สามารถมองเหน็ ดวงจนั ทรด งั ภาพไดช ดั เจน ในเวลากลางคนื แตในบางวันและบางเวลาเราอาจ มองเห็นดวงจนั ทรไ ดในเวลากลางวนั 3) ดวงจนั ทรต ามภาพท่ี 4 เพราะเปน ดวงจนั ทร เต็มดวงหรือมีความสวางเต็มดวง จึงทําใหทองฟา ในคืนน้นั สวา งมากกวา คืนอ่นื ๆ 4) เหน็ ดว ย เพราะดวงจนั ทรจ ะมรี ปู รา งเปลยี่ น ไป บางคืนดวงจันทรเปนเสี้ยว บางคืนดวงจันทร สวา งเตม็ ดวง และบางคนื อาจมองไมเ หน็ ดวงจนั ทร 5) ไมเหมอื นเดมิ เพราะดวงจนั ทรจ ะมรี ูปรา ง เปล่ียนไปเปนดวงจันทรรูปเสี้ยวที่มีขนาดเสี้ยว เลก็ ลงกวา เดิม เกร็ดแนะครู ขอ สอบเนน การคิดแนว O-NET หากคืนน้ดี วงจันทรเ ต็มดวง เมือ่ ผานไป 3 คืน เราจะมองเหน็ ครูสามารถหยิบใชแบบทดสอบหลังเรียนท่ีแนบมาทายแผนการจัดการ ดวงจันทรมีรูปรางเปล่ยี นไปหรอื ไม อยา งไร เรียนรูของหนวยการเรียนรูท่ี 4 ระบบสุริยะและการปรากฏของดวงจันทรได ดังภาพตวั อยาง ก. มีรูปรา งเปลย่ี นไป คือ ดวงจันทรค อยๆ มืดลง ข. มีรปู รางเปลย่ี นไป คอื ดวงจนั ทรคอยๆ สวา งขึน้ อกี ค. มีรูปรา งเปลี่ยนไป คอื ดวงจันทรมขี นาดใหญข ึ้นเรื่อยๆ ง. รปู รางของดวงจนั ทรไ มมกี ารเปล่ียนแปลง (วิเคราะหคําตอบ หากคืนน้ีเราสังเกตเห็นดวงจันทรสวางเต็ม ทง้ั ดวง หลงั จากน้นั ความสวางของดวงจนั ทรจ ะคอยๆ ลดลงเปน เส้ียว ลดลงตอเน่ืองจนมองไมเห็นดวงจันทร จากนั้นความสวาง ของดวงจันทรจะคอยๆ เพิ่มขึ้นจนสวางเต็มดวงอีกครั้ง ซ่ึงการ เปล่ยี นแปลงแบบรปู เชน นี้จะเกิดซ้าํ กนั ทุกๆ เดอื น ดงั นนั้ ขอ ก. จึงเปน คาํ ตอบทถ่ี กู ตอง) T82
นาํ สอน สรปุ ประเมนิ Êร»Ø ÊารÐÊíา¤ÑÞ 4»ÃШíÒ˹‹Ç¡ÒÃàÃÂÕ ¹Ã·ŒÙ Õè ขน้ั ประเมนิ ดาวอังคาร ตรวจสอบผล โลก ดาวพฤหสั บดี ดาวเสาร์ 1. ครูใหนักเรียนดูตารางตรวจสอบตนเองจาก ดาวยเู รนัส หนงั สอื เรยี น หนา 72 จากนนั้ ครถู ามนกั เรยี น ดาวศุกร์ เปน รายบคุ คลตามรายการขอ 1-5 เพอ่ื เปน การตรวจสอบความรคู วามเขา ใจของนกั เรยี น ดาวพธุ ดาวเนปจูน หลงั จากการเรยี น ริวาร ดาวเคราะห์ 2. ครูประเมินผลจากการสังเกตพฤติกรรมการ อาทิตย์ศูน ์ยกลางของระบบ ตอบคาํ ถาม พฤตกิ รรมการทาํ งานรายบคุ คล ส่วนประ วตั ถทุ อ้ งฟา้ ดาวเคราะห์แคระ พฤติกรรมการทํางานกลุม และจากการ องค์ประกอบ ดวง ดาวเคราะหน์ อ้ ย นาํ เสนอหนาชั้นเรยี น บ ดาวหาง สุริยะ ของระบบสุริยะ ปในแต่ละคืน 3. ครูตรวจสอบผลการทํากิจกรรมท่ี 2 เรื่อง งดวงจันท ์ร อกุ กาบาต การเปลี่ยนรูปของดวงจันทร ในสมุดหรือใน กอบ แบบฝก หัดวิทยาศาสตร หนา 73-74 แขลรอะะงกบดาบวรงสปจุรรนั ยิ าทะกรฏ์ 4. ครตู รวจสอบผลการทาํ กจิ กรรมหนตู อบไดใ น ดวงจนั ทรข์ ้ึนทางทิศตะวันออก เกิดจากดวงจันทรห์ มนุ รอบ สมดุ หรอื แบบฝก หดั วทิ ยาศาสตร หนา 75-76 แ ล ะ ต ก ล ง ท า ง ทิ ศ ต ะ วั น ต ก ตัวเองและขณะเดียวกันก็ เช่นเดียวกบั ดวงอาทิตย์ โคจรรอบโลกดว้ ย 5. ครูตรวจสอบผลการทํากิจกรรมสรุปความรู บทท่ี 2 ในสมดุ หรอื ในแบบฝก หดั วทิ ยาศาสตร การข้นึ และตกของดวงจนั ทร์ การปรากฏขอ การเปลี่ยนรู หนา 77 การเปลยี่ นรปู ของดวงจนั ทร์ 6. ครูตรวจสอบผลการทํากิจกรรมฝกฝนทักษะ บทที่ 2 ในสมดุ หรอื ในแบบฝก หดั วทิ ยาศาสตร หนา 78-79 7. ครูตรวจผลการทํากิจกรรมทาทายการคิด ขน้ั สูง ในแบบฝกหดั วิทยาศาสตร หนา 80 8. ครูตรวจช้ินงานแบบจําลองการเปล่ียนแปลง รปู รา งของดวงจนั ทร และการนาํ เสนอชนิ้ งาน /ผลงานหนา ช้นั เรียน 9. ครูตรวจสอบผลการทําทบทวนทายหนวย การเรียนรูที่ 4 ในแบบฝกหัดวิทยาศาสตร หนา 82-85 10. ครตู รวจสอบผลการทาํ แบบทดสอบหลงั เรยี น 75 แนวทางการวัดและประเมินผล ครูสามารถสังเกตพฤติกรรมของนักเรียนจากการตอบคําถาม การทํางาน รายบคุ คล การทาํ งานกลมุ และการนําเสนอผลการทาํ กจิ กรรมหนาช้นั เรียนได โดยศึกษาเกณฑการวัดและประเมินผลท่ีแนบทายแผนการจัดการเรียนรูของ หนวยการเรียนรูที่ 4 ระบบสรุ ยิ ะและการปรากฏของดวงจนั ทร ดงั ภาพตัวอยาง T83
ST M Project ไอศกรี มของฉัน สถานะของสสาร (States of matter) สสาร แตล ะชนดิ อาจอยูในสถานะของแขง็ ของเหลว หรือแกส โดยสสารแตล ะสถานะอาจมสี มบตั ิ บางประการเหมอื นกันหรือแตกตา งกัน สถานการณ เด็กชายอานนท์ต้องการท�าไอศกรีมตามรสชาติที่ตนเองชอบเพ่ือเปนข้อมูลในการท�ารายงานมาส่งท่ี โรงเรยี น พรอ้ มออกมานา� เสนอหนา้ ชน้ั เรยี นวา่ สว่ นผสมตา่ ง ๆ ท่ีใชท้ า� ไอศกรมี อย่ใู นสถานะของแขง็ ของเหลว หรอื แกส๊ แตท่ บ่ี า้ นของเดก็ ชายอานนท์ไมม่ ตี เู้ ยน็ นกั เรยี นคดิ วา่ จะสามารถชว่ ยเดก็ ชายอานนทท์ า� “ไอศกรมี โดยไม่ใช้ตู้เย็น” เพ่ือให้เด็กชายอานนท์ได้เรียนรู้เร่ืองสถานะของสสารจากการท�าไอศครีม โดยใช้อุปกรณ์ ท่มี อี ยู่ไดอ้ ยา่ งไร ขอ จาํ กดั Science เชื่อมโยงสูไอเดีย Technology • ท�าไอศกรีมโดยห้ามใช้ต้เู ย็น หรือตู้แช่ สสารสามารถแบง่ ตามสถานะไดเ้ ปน • กา� หนดระยะเวลาในการทา� ไอศกรมี 15 นาที 3 สถานะ คอื สสารทีอ่ ยูใ่ นสถานะ ของแข็ง ของเหลว และแกส๊ วสั ดแุ ละอปุ กรณ ไอศกรมี มีลกั ษณะเปน เกลด็ 1. ช้อน 1 คัน 2. เกลอื 1 ถุง Engineering ออกแบบรสชาต ิ และชนิดของ 3. นา้� แขง็ 1 ถงุ 4. บกี เกอร ์ 1 ใบ 5. ผ้าขนหน ู 2 ผืน 6. ถุงซิปลอ็ ก 2 ใบ ไอศกรมี ตามความตอ้ งการ 7. นา้� ผลไม้ 1 กลอ่ ง 8. แก้วพลาสติก 1 ใบ 9. เทอรโ์ มมิเตอร ์ 1 อัน Mathematics การหาปรมิ าตรของของเหลว 10. นมเปร้ียวรสผลไม้รวม 1 กลอ่ ง T84
ขัน้ ตอนการทํากจิ กรรม ขั้นตอนที่ 1 ระบุปญหา วเิ คราะหส์ ถานการณ์และระบุแนวทางในการแกป้ ญั หา เพ่อื เปน แนวทางในการสรา้ งสรรค์ชน้ิ งาน ข้ันตอนที่ 2 รวบรวมขอมูลและแนวคิด ¹¡Ñ àÃÂÕ ¹ÊÒÁÒöÊ׺¤¹Œ ¢ŒÍÁÙÅä´Œ¨Ò¡áËŧ‹ ¢ŒÍÁÅÙ µ‹Ò§ æ ઋ¹ Í¹Ô à·ÍÃà ¹µç ËÍŒ §ÊÁØ´ à»¹š µŒ¹ สบื คน้ ความรูแ้ ละรวบรวมขอ้ มูลทีจ่ ะน�าไปแกป้ ัญหา แลว้ สรปุ ข้อมลู ความรู้ท่ีไดม้ าโดยสงั เขป ขัน้ ตอนที่ 3 ออกแบบวิธีการแกปญหา คิดวิธีแกป้ ญั หาและออกแบบชิน้ งาน ตามแนวทางทเ่ี ตรยี มไวใ้ นขน้ั ตน้ ขั้นตอนที่ 4 วางแผนและดําเนินการแกปญหา ร่วมกันวางแผนการสร้างสรรค์ชิ้นงานอย่างเปนล�าดับข้ันตอน แล้วตรวจสอบการด�าเนินการ หากไม่ตรง ตามแผนให้ระบุวธิ ีแกไ้ ข ข้นั ตอนที่ 5 ทดสอบ ประเมินผล และปรับปรุงแกไขวิธีการแกปญหา บนั ทึกรายละเอียดของช้ินงาน แลว้ ทดสอบเพือ่ หาแนวทางในการปรบั ปรงุ ชิ้นงาน ขั้นตอนที่ 6 นําเสนอวิธีการแกปญหา ¹Ñ¡àÃÕ¹¤Çú͡¶§Ö ÃÒÂÅÐàÍÕ´¢Í§ª¹éÔ §Ò¹ ÃÇÁ¶§Ö ¨Ø´à´‹¹áÅШ´Ø ´ŒÍ¢ͧª¹Ôé §Ò¹ รวบรวมแนวคดิ ที่ไดแ้ ละปัญหาท่พี บจากการท�ากจิ กรรม เพ่อื นา� เสนอวธิ ีการแก้ปัญหา เกณฑก ารประเมนิ ระดับคุณภาพ เกณฑ์ประเมนิ ช้นิ งาน 54321 ● ไอศกรีมมีลกั ษณะเปนเกลด็ ● ความคดิ สรา้ งสรรคแ์ ละความสวยงามของชน้ิ งาน T85 ● ความเหมาะสมของวัตถุดิบทีเ่ ลอื กใชท้ �าไอศกรีม
ภาคผนวก เรียนรวู ิทยาศาสตร วทิ ยาศาสตรเ์ ปน การศกึ ษาเกย่ี วกบั สง่ิ ทอี่ ยรู่ อบตวั เรา ซงึ่ วธิ กี ารและขน้ั ตอนทเ่ี ราใชเ้ พอ่ื หาความรอู้ ยา่ งเปน ระบบ เรยี กวา่ กระบวนการทางวทิ ยาศาสตร์ กระบวนการทางวทิ ยาศาสตร ์ (Scientific Process) คอื วธิ ีการและขั้นตอนท่ีใชด้ า� เนินการค้นคว้าหาความรู้ ทางวิทยาศาสตร์ แบ่งเปน 3 ประเภท คอื 1) วธิ กี ารทางวิทยาศาสตร์ (Scientific Method) 2) ทกั ษะกระบวนการทางวิทยาศาสตร์ (Science Process Skill) 3) จติ วทิ ยาศาสตร ์ (Scientific Attitudes) วธิ กี ารทางวิทยาศาสตร กรวะิทบยวานศกาาสรตทรา ง จิตวทิ ยาศาสตร ? ทักษะกระบวนการ เปนลักษณะนิสัยของบุคคลที่เกิด ทางวิทยาศาสตร จากการเรียนรผู า นกระบวนการทาง ? ? ระบปุ ญหา วทิ ยาศาสตร เชน เปน คนมเี หตมุ ีผล มีความสนใจใฝรู มีความซ่ือสัตย ตั้งสมมติฐาน มีความรับผิดชอบ มีความอดทน เปนตน โดยสามารถนําความรู ไปใชประโยชนไดอยางถูกตองและ เหมาะสม ทกั ษะข้นั พื้นฐาน ทักษะขน้ั ผสม - การตัง้ สมมติฐาน รวบรวมขอ มูล - การสงั เกต - การกาํ หนดนยิ ามเชิง - การจําแนกประเภท ปฏิบตั กิ าร - การวัด - การกําหนดและ วิเคราะหข อมลู - การใชต ัวเลข ควบคมุ ตวั แปร - การลงความเหน็ จาก - การทดลอง - การตีความหมายขอ มูล ขอมูล และการลงขอสรปุ - การจัดกระทําและส่อื - การสรา งแบบจาํ ลอง สรปุ ผล ความหมายขอมูล - การหาความสมั พันธ ระหวา งสเปซกบั สเปซ และสเปซกบั เวลา - การพยากรณหรือการ คาดคะเน T86
1. วธิ ีการทางวิทยาศาสตร์ ? วิธีการทางวิทยาศาสตร์เปนวิธีที่นักวิทยาศาสตร์ใช้ในการ ค้นหาค�าตอบของสิ่งท่ีสงสัย ใช้แสวงหาความรู้หรือหาความจริง รวมท้ังแกป้ ัญหาด้านตา่ ง ๆ วธิ กี ารทางวทิ ยาศาสตร ์ หมายถงึ ขน้ั ตอนในการคน้ ควา้ หรอื การแสวงหาความรทู้ างวทิ ยาศาสตรอ์ ยา่ งเปน ระบบ ประกอบดว้ ย 5 ขนั้ ตอน ดงั น้ี 1 ระบปุ ญหา เปนการตั้งปัญหาหรือตั้งข้อสงสัยท่ีเกิดข้ึนจากการสังเกตสิ่งต่าง ๆ รอบตวั การสงั เกตควรทา� อยา่ งละเอยี ดรอบคอบ โดยใชป้ ระสาทสมั ผสั ต่าง ๆ เขา้ มาชว่ ยในการสงั เกต 2 ตง้ั สมมติฐาน เปนการคาดคะเนค�าตอบของค�าถามหรือปัญหาที่ต้องการศึกษาไว้ ล่วงหน้า โดยอาศัยข้อมูลหรือความรู้เดิม ซ่ึงสามารถตรวจสอบได้ โดยการสงั เกต การส�ารวจ หรอื การทดลอง 3 รวบรวมขอ้ มลู เปน การรวบรวมขอ้ มลู หรอื คน้ หาคา� ตอบของปญั หาดว้ ยวธิ กี ารตา่ ง ๆ เช่น สงั เกต สา� รวจ ทดลอง หรือสรา้ งแบบจา� ลอง เพื่อใหไ้ ด้ขอ้ มูล แลว้ บนั ทกึ ผล 4 วเิ คราะหข์ อ้ มลู เปนการน�าข้อมูลที่ได้จากการรวบรวมข้อมูลด้วยวิธีการต่าง ๆ มา แปลความหมายหรืออธิบายความหมายของข้อเท็จจริง เพ่ือน�าไปสู่ การสรุปผล 5 สรปุ ผล เปน การสรปุ ผลของข้อมูลที่ได้ศกึ ษาคน้ ควา้ มา เพื่อตรวจสอบว่าตรง กบั สมมตฐิ านทตี่ ง้ั ไวล้ ว่ งหนา้ หรอื ไม ่ จากนน้ั นา� ความรทู้ ไ่ี ดไ้ ปประยกุ ต์ ใชใ้ นชวี ิตประจ�าวนั หรอื ตั้งเปน กฎเกณฑเ์ พือ่ ใช้ในการศกึ ษาต่อไป T87
2. ทักษะกระบวนการทางวิทยาศาสตร์ ทกั ษะกระบวนการทางวทิ ยาศาสตร ์ เปน กระบวนการทนี่ กั วทิ ยาศาสตร์ น�ามาใช้เพ่ือการศึกษา การแสวงหาความรู้หรือค้นหาความจริง รวมท้ัง แก้ปัญหาดา้ นตา่ ง ๆ ทางวิทยาศาสตร ์ ทกั ษะกระบวนการทางวิทยาศาสตร์ หมายถงึ ความช�านาญและความ สามารถในการคดิ คน้ หรอื การสบื เสาะเพอื่ คน้ หาคา� ตอบ และการแกไ้ ขปญั หา ตา่ ง ๆ ไดถ้ กู ต้องและเหมาะสม ซ่งึ แบง่ ออกเปน 2 ขัน้ ดงั น้ี ทกั ษะกระบวนการทางวิทยาศาสตรขัน้ พนื้ ฐาน มี 8 ทักษะ ดังน้ี 1. การสังเกต เปนการใช้ประสาทสัมผัสอย่างใดอย่างหน่ึงหรือ 2. การจ�าแนกประเภท เปนการแบ่งพวก การจ�าแนกหมวดหมู่ ใช้หลายอย่างร่วมกัน ได้แก่ ตา หู จมูก ลิ้น และผิวกาย หรอื เรยี งลา� ดบั วตั ถหุ รอื เหตกุ ารณต์ า่ ง ๆ โดยใชค้ วามเหมอื นกนั เพ่ือค้นหา ระบุ และบอกรายละเอียดของส่ิงต่าง ๆ โดยไม่ใส่ ความแตกต่างกัน หรือความสัมพันธ์อย่างใดอย่างหนึ่งมาเปน ความคดิ เหน็ ของผู้สังเกตลงไป เกณฑ์ในการจ�าแนกวัตถหุ รอื สิง่ ต่าง ๆ ออกจากกนั 3. การวัด เปนการเลือกใช้เครื่องมือและการใช้เครื่องมือต่าง ๆ 4. การใชต้ วั เลข เปน การนา� คา่ ทไี่ ดจ้ ากการสงั เกตเชงิ ปรมิ าณ การ เพ่ือวัดหาปริมาณของส่ิงต่าง ๆ ออกมาเปนตัวเลขได้ถูกต้อง 12 วดั การทดลอง หรอื การสืบค้นจากแหลง่ อน่ื ๆ มาทา� ให้เกดิ ค่า และเหมาะสมกบั สงิ่ ทตี่ อ้ งการวดั รวมทง้ั บอกหรอื ระบหุ นว่ ยของ ใหม ่ โดยการนบั จา� นวนหรอื นา� ตวั เลขมาคดิ คา� นวณ เพอื่ ระบรุ าย ตวั เลขท่ีทา� การวดั ได้ ละเอียดเชิงปริมาณของสิ่งท่ีสังเกตได้ 5. การลงความเห็นจากข้อมูล เปนการเพิ่มหรือใส่ความคิดเห็น 6. การจัดกระท�าและการสอื่ ความหมายขอ้ มลู เปน การน�าข้อมูลท่ี เพ่ืออธิบายข้อมูลที่ได้จากการสังเกตอย่างมีเหตุผล โดยอาศัย ไดม้ าจากการรวบรวมขอ้ มลู ด้วยวธิ ีการตา่ ง ๆ มาจัดกระทา� และ ความรู้และประสบการณเ์ ดมิ มาชว่ ย นา� เสนอในรปู แบบใหม่ เพ่ือให้ผู้อื่นเข้าใจความหมายได้ง่ายข้นึ โดยอาจน�าเสนอในรูปแบบแผนภาพ แผนผัง ตาราง กราฟ สมการ การเขยี นบรรยาย เปน ต้น 7. การหาความสมั พนั ธร์ ะหวา่ งสเปซกบั สเปซ และสเปซกบั เวลา 8. การพยากรณ์ หรือการคาดคะเน เปนการคาดคะเนคา� ตอบหรือ - เปนการหาความสัมพันธ์ระหว่างพ้ืนท่ีท่ีวัตถุต่าง ๆ ครอบ คาดการณส์ งิ่ ทจ่ี ะเกดิ ขนึ้ ไวล้ ว่ งหนา้ กอ่ นทา� การทดลอง โดยอาศยั ครอง ปรากฏการณ์ที่เกิดซ�้า ๆ หลักการ กฎ หรือทฤษฎีท่ีมีอยู่แล้ว - เ ปน การหาความสมั พนั ธร์ ะหวา่ งพน้ื ทท่ี ว่ี ตั ถตุ า่ ง ๆ ครอบครอง มาช่วยในการคาดคะเนส่งิ ท่ีกา� ลงั จะเกดิ ข้ึน เม่ือเวลาผ่านไป ทักษะกระบวนการทางวิทยาศาสตรขัน้ ผสม มี 6 ทกั ษะ ดงั นี้ 1. การต้ังสมมติฐาน เปนการคิดหาค�าตอบล่วงหน้าก่อนท�าการ 2. การกา� หนดนยิ ามเชงิ ปฏบิ ตั กิ าร เปน การกา� หนดความหมายและ ทดลอง โดยอาศัยการสังเกต ความรู้ หรือประสบการณ์เดิม ขอบเขตของค�าต่าง ๆ ท่ีอยู่ในสมมติฐานหรืออยู่ในการทดลอง เปน พ้ืนฐาน โดยคา� ตอบท่ีคิดไว้ลว่ งหนา้ น้ียังไมท่ ราบผล ไมม่ ี เพ่ือให้เกิดความเข้าใจตรงกันและสามารถสังเกตหรือวัดผลได้ หลกั การ หรือไม่เปน ทฤษฎีมากอ่ น และสมมตฐิ านทต่ี ้ังข้นึ อาจ โดยให้ค�าอธิบายเก่ียวกับการทดลองและบอกวิธีการวัดตัวแปร ถกู หรอื ผิดก็ได้ ซงึ่ จะทราบได้ภายหลังการทดลองแล้ว ท่ีเกี่ยวกบั การทดลองนนั้ ๆ 3. การก�าหนดและควบคุมตัวแปร เปนการก�าหนดตัวแปรต้น 4. การทดลอง เปนกระบวนการปฏิบัติการเพ่ือหาค�าตอบจาก ตัวแปรตาม และตัวแปรควบคุมที่ต้องควบคุม โดยต้องให้ สมมตฐิ านท่ีตัง้ ไว้ ในการทดลองประกอบด้วย 3 ขั้นตอน คือ สอดคลอ้ งกบั การตั้งสมมติฐานหน่ึง ๆ ของการทดลอง การออกแบบการทดลอง การปฏบิ ัตกิ ารทดลอง และการบนั ทึก ผลการทดลอง 5. การตีความหมายข้อมูลและการลงข้อสรุป เปนการแปลความ 6. การสร้างแบบจ�าลอง เปนการสร้างหรือใช้สิ่งที่สร้างขึ้นมา หมายหรือบรรยายลักษณะของข้อมูลที่มีอยู่ และสามารถสรุป เพื่อเลียนแบบหรืออธิบายปรากฏการณ์ท่ีศึกษาหรือท่ีสนใจ ความสัมพันธ์ของข้อมลู ทั้งหมดได้ แล้วสามารถน�าเสนอข้อมูล แนวคิด ความคิดรวบยอด เพื่อให้ผู้อื่นเข้าใจในรูปของแบบจ�าลองต่าง ๆ เช่น ชิ้นงาน สงิ่ ประดษิ ฐ ์ รปู ภาพ กราฟ ข้อความ เปนต้น T88
3. จติ วิทยาศาสตร์ จิตวิทยาศาสตร์ คือ ลักษณะนิสัยของบุคคลท่ีเกิดข้ึนจาก การศึกษาและหาความรู้ทางวิทยาศาสตร์โดยใช้กระบวนการทาง วทิ ยาศาสตร ์ จิตวิทยาศาสตร์ประกอบด้วยลักษณะต่าง ๆ เช่น ความมีเหตุ มผี ล ความสนใจใฝร่ ู้ ความมงุ่ มนั่ ความอดทน ความรบั ผดิ ชอบ ความ ซอ่ื สัตย์ ความมีวินัย ความละเอยี ดรอบคอบ ชา่ งสงสยั อยากรู้อยาก เห็น ใจกวา้ งและยอมรบั ฟังความคิดเห็นของผูอ้ นื่ เปน ต้น การเรยี นรวู้ ทิ ยาศาสตรส์ ามารถฝกึ ฝนนกั เรยี นใหเ้ ปน ผมู้ จี ติ วทิ ยา ศาสตร์หรือมีลักษณะนิสัยของความเปนนักวิทยาศาสตร์ได้ โดยต้อง มีการเรียนรู้ควบคู่ไปกับการฝึกความเปนนักวิทยาศาสตร์ด้านต่าง ๆ เพื่อทา� ให้นกั เรียนเกดิ การเรียนรู้แบบนกั วิทยาศาสตร์ได้ ตัวอยาง ลักษณะของผทู้ ี่มีจิตวทิ ยาศาสตร์หรอื ผู้ที่มนี ิสัยของความเปนนกั วทิ ยาศาสตร์ 㺾תÁÕ¡ÒäÒ¹éíÒ Á´á´§ÊÌҧÃѧ䴌 ·Ò§»Ò¡ãº Í‹ҧäùРมคี วามสนใจใฝเ รยี นรู้ ชา่ งสงสยั อยากรู้อยากเห็น ä»Ê‹§§Ò¹¡Ñ¹à¶ÍÐ ¢ÍµÃǨÊͺ¤ÇÒÁ¶Ù¡µŒÍ§ à´ç¡ËÞÔ§¿‡ÒãÊÊ‹§§Ò¹ä´ŒµÃ§ Ê‹§§Ò¹¤‹Ð¤Ø³¤ÃÙ ÍÕ¡Ãͺ¡‹Í¹Ê‹§¹Ð µÒÁàÇÅÒàŹФÃѺ มีความละเอยี ดรอบคอบ มคี วามรบั ผิดชอบ T89
บรรณานุกรม กุณฑรี เพ็ชรทวีพรเดช และคณะ. 2550. สุดยอดวิธีสอนวิทยาศาสตร์ น�ำไปสู่การจัดการเรียนรู้ของครูยุคใหม่. กรุงเทพฯ : อกั ษรเจรญิ ทศั น์. คาน, ซาราห์ และกิลเลสพี, ลิซา เจน. 2558. พจนานุกรมภาพวิทยาศาสตร์ ประถม-มัธยมต้น. แปลโดย กฤติกา ชินพันธ์. กรงุ เทพฯ : บรษิ ัท นานมีบคุ๊ ส์ จำ� กดั . งานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ กระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี, ส�ำนัก. 2549. หนังสือชุดกิจกรรมส่งเสริม การเรยี นรู้ “การสบื คน้ ทางวิทยาศาสตร์” ระดับมัธยมศกึ ษา. ปทมุ ธานี : ส�ำนักงานพัฒนาวทิ ยาศาสตรแ์ ละเทคโนโลยี แห่งชาติ. ชตุ มิ า วัฒนะคีร.ี 2549. กิจกรรมวทิ ยาศาสตร์ในโรงเรยี น. กรุงเทพฯ : สุวีริยาสาส์น. ทศิ นา แขมมณ.ี 2556. ศาสตร์การสอน : องค์ความรเู้ พ่อื การจดั กระบวนการเรยี นรูท้ มี่ ีประสทิ ธภิ าพ. พิมพ์ครัง้ ที่ 17. กรงุ เทพฯ : บรษิ ทั ดา่ นสทุ ธาการพมิ พ์ จ�ำกดั . พลอยทราย โอฮ่ามา. 2559. หนงั สือเรยี นรายวิชาเพิม่ เติม วทิ ยาศาสตร์เพื่อศตวรรษท่ี 21 ป.4. พิมพ์ครงั้ ท่ี 2. นนทบรุ ี : บริษัท ไทยร่มเกลา้ จำ� กดั . . 2560. หนงั สือเรียนรายวชิ าเพิม่ เติม วทิ ยาศาสตรเ์ พอ่ื ศตวรรษท่ี 21 ป.2. พมิ พค์ รัง้ ที่ 2. นนทบุรี : บริษทั ไทยรม่ เกล้า จำ� กดั . พมิ พ์พันธ์ เดชะคุปต.์ 2544. การจดั การเรยี นการสอนด้วยวธิ ีการสอนแบบสืบสวน. กรงุ เทพฯ : เดอมาสเตอร์กรุ๊ฟเมเนจเมน้ ท.์ ภพ เลาหไพบูลย์. 2542. แนวการสอนวทิ ยาศาสตร์ (ฉบบั ปรบั ปรุง). พิมพค์ รั้งที่ 3. กรุงเทพฯ : ไทยวฒั นาพานชิ . แรมสมร อยสู่ ถาพร. 2538. เทคนิคและวิธกี ารสอนในระดับประถมศกึ ษา. กรุงเทพฯ : สำ� นักพมิ พแ์ ห่งจฬุ าลงกรณม์ หาวทิ ยาลยั . วนั เฉลมิ กลนิ่ ศรสี ขุ . 2558. การใชก้ จิ กรรมคา่ ยวทิ ยาศาสตรเ์ พอื่ พฒั นาทกั ษะกระบวนการทางวทิ ยาศาสตรข์ น้ั พนื้ ฐาน. วทิ ยานพิ นธ์ ครุศาสตรมหาบณั ฑติ (หลักสูตรและการสอน), มหาวทิ ยาลยั ราชภัฏสวนสุนันทา. วนั เฉลิม กลน่ิ ศรีสุข และคณะ. 2558. คูม่ อื ครูวทิ ยาศาสตร์ เพ่อื ศตวรรษที่ 21 ชั้นประถมศกึ ษาปที ่ี 4. นนทบรุ ี : บริษัท ไทยร่มเกลา้ จำ� กดั . วจิ ารณ ์ พานชิ . 2555. วิถีสร้างการเรยี นรเู้ พือ่ ศิษย์ ในศตวรรษท่ี 21. กรุงเทพฯ : บริษัท ตถาตาพบั ลเิ คชน่ั จำ� กดั . วิชาการและมาตรฐานการศึกษา ส�ำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน กระทรวงศึกษาธิการ, ส�ำนัก. 2553. แนวทาง การจัดกิจกรรมการเรียนรู้เพ่ือพัฒนาทักษะการคิด ตามหลักสูตรแกนกลางการศึกษาขั้นพื้นฐาน พุทธศักราช 2551 ระดับประถมศกึ ษา. กรงุ เทพฯ : โรงพิมพ์ชุมนมุ สหกรณ์การเกษตรแหง่ ประเทศไทย จำ� กัด. ศริ ริ ตั น ์ วงศศ์ ริ ิ และคณะ.2560. คมู่ อื ครรู ายวชิ าพน้ื ฐาน วทิ ยาศาสตร์ ชนั้ ประถมศกึ ษาปที ่ี3. พมิ พค์ รง้ั ท่ี8. นนทบรุ ี: บรษิ ทั ไทยรม่ เกลา้ จำ� กดั . . 2560. คู่มอื ครูรายวิชาพน้ื ฐาน วทิ ยาศาสตร์ ชั้นประถมศึกษาปีท่ี 4. พิมพค์ รั้งท่ี 8. นนทบรุ ี : บรษิ ัท ไทยร่มเกล้า จ�ำกัด. . 2560. ค่มู ือครูรายวชิ าพน้ื ฐาน วทิ ยาศาสตร์ ชั้นประถมศึกษาปที ่ี 5. พมิ พ์คร้งั ท่ี 8. นนทบรุ ี : บริษัท ไทยรม่ เกล้า จ�ำกดั . . 2560. คูม่ อื ครูรายวชิ าพน้ื ฐาน วทิ ยาศาสตร์ ช้ันประถมศกึ ษาปีที่ 6. พมิ พค์ ร้ังท่ี 8. นนทบุรี : บริษทั ไทยรม่ เกล้า จ�ำกดั . สง่ เสริมการสอนวทิ ยาศาสตร์และเทคโนโลยี กระทรวงศกึ ษาธกิ าร, สถาบัน. 2558. แบบบันทกึ กิจกรรมรายวชิ าพนื้ ฐาน วทิ ยาศาสตร์ ชั้นประถมศึกษาปีที่ 4. กรงุ เทพฯ : โรงพมิ พ์ สกสค. ลาดพรา้ ว. . 2560. คูม่ ือครรู ายวิชาพนื้ ฐาน วิทยาศาสตร์ ช้นั ประถมศกึ ษาปีที่ 4. กรงุ เทพฯ : โรงพมิ พ์ สกสค. ลาดพร้าว. . 2560. ตัวชีว้ ัดและสาระการเรียนรู้แกนกลาง กลมุ่ สาระการเรียนรู้วทิ ยาศาสตร์ (ฉบบั ปรับปรงุ พ.ศ. 2560) ตามหลักสตู ร แกนกลางการศกึ ษาขน้ั พ้ืนฐาน พุทธศกั ราช 2551. กรงุ เทพฯ : โรงพมิ พช์ ุมนมุ สหกรณก์ ารเกษตรแห่งประเทศไทย จ�ำกดั . สรศกั ด ิ์ แพรค�ำ. 2544. ทักษะกระบวนการทางวิทยาศาสตร์. อบุ ลราชธานี : สถาบนั ราชภฏั อุบลราชธาน.ี ส�ำนักบริหารวิชาการ วิทยาลัยเทคโนโลยีปัญญาภิวัฒน์, แผนกบริหารหลักสูตร. 2557. เอกสารเผยแพร่ความรู้วิชาการศึกษา : วิธกี ารสอน (Teaching Methodology). กรุงเทพฯ : วิทยาลัยเทคโนโลยีปญั ญาภวิ ฒั น.์ สุวิทย์ มูลคำ� และอรทยั มลู คำ� . 2547. 21 วิธจี ัดการเรยี นรู้ : เพ่อื พัฒนากระบวนการคดิ . พิมพค์ รั้งที่ 5. กรงุ เทพฯ : ภาพพมิ พ์. Ho Peck Leng. (2010). I-Science Interactions Primary 5&6. Singapore : Times Printers Pte Ltd. Marshall Cavendish Education. (2012). My Pals are Here! Science (International Edition) Teacher’ s Guide 5A. Singapore : T90 Times Printers Pte Ltd.
สรา้ งอนาคตเดก็ ไทย ดว้ ยนวตั กรรมการเรยี นรรู้ ะดบั โลก บรษิ ทั อกั ษรเจรญิ ทศั น์ อจท. จำกดั นร. วิทยาศาสตร์ ป.4 เล่ม 2 142 ถนนตะนาว เขตพระนคร กรงุ เทพมหานคร 10200 โทร./แฟกซ.์ 02 6222 999 (อตั โนมตั ิ 20 คสู่ าย) ISBN : 978 - 616 - 203 - 754 - 2 www.aksorn.com Aksorn ACT 48.-9 7 8 6 1 6 2 0 3 7 5 4 2 >> ราคาเลม่ นกั เรยี นโปรดดจู ากใบสง่ั ซอ้ื ของ อจท. คู่มือครู บร. วิทยาศาสตร์ ป.4 ล.2 บรษิ ทั อกั ษรเจรญิ ทศั น์ อจท. จำกดั 142 ถนนตะนาว เขตพระนคร กรงุ เทพมหานคร 10200 โทร./แฟกซ.์ 02 6222 999 (อตั โนมตั ิ 20 คสู่ าย) 8 8 5 8 6 4 9 1 33 70809 0.- www.aksorn.com Aksorn ACT ราคาน้ี เปน็ ของฉบบั คมู่ อื ครเู ทา่ นน้ั
Search