วʏทิ ɿΥ ยʊาʘศʐาʘสʒตɽรʋ์ ΰแจกฟรีหนงั สือเรียน รายMว;ชิ S*าLพYOื้น_EฐWDา;นETDIเ-VฉTพ@า;hY ะ2คTร;ูผู้สอน ʃ˺ʮ 2-;Sh =ER8CJX$KT=9 Wg 4 _GC 2560$GZC LTER$TE_EWD;EI[ V9DTJTL7E7TC¤,C<T7S<E=2ET;S<$=TEE*Z_EDW@;ªJE`[ ªGR7IS -WhI6S) ʚʍʉγ 2 7TCMGS$L7[ E`$;$GT*$TEJX$KT%Sh;@;Yh 2T;@9Z :J$S ET-®±± คมู่ อื ครู อจท. ใชป้ ระกอบการสอนคกู่ ับหนังสือเรียน เพิ่ม คำแนะนำการใช้ เพม่ิ คำอธิบายรายวิชา เพมิ่ Pedagogy เพิม่ Teacher Guide Overview เพ่มิ เพิ่ม Chapter Overview เพิม่ Chapter Concept Overview เพ่ิม ข้อสอบเน้นการคิด / ขอ้ สอบแนว O-NET กิจกรรม 21st Century Skills กระดถนาษอปอชนมดวส มยาาตยรฐาตานใหม Educare48.- 6Eª_@f@S$7EB[JGV = 6Eª@GOD9ETDaOPTCT ภาพปกนม้ี ขี นาดเทา่ กบั หนงั สอื เรยี นฉบบั จรงิ ของนกั เรยี น
นาํ สอน สรปุ ประเมนิ 3หน่วยการเรียนรู้ท่ี ขนั้ สรปุ วสั ดุและสสาร ขยายความเขา ใจ เราทราบมาแลว้ วา่ วสั ดุแต่ละชนดิ อาจมสี มบตั บิ างประการเหมือนกันและ มีสมบตั ิบางประการแตกต่างกัน การน�าวสั ดุแตล่ ะชนดิ มาผลิตเป็นสงิ่ ของตา่ ง ๆ 9. ครูเสริมความรูใหนักเรียนฟงวา ทองแดง ต้องรู้จักเลือกใช้วัสดุที่มีสมบัติเหมาะสมกับการใช้งาน เพื่อให้ได้ส่ิงของเคร่ืองใช้ เปนวัสดุท่ีใหกระแสไฟฟาไหลผานไดเรยี กวา ท่ีดีและมคี ุณภาพ ตัวนําไฟฟา จึงสามารถนํามาใชทําอุปกรณ เคร่ืองใชไฟฟา เชน สายไฟ เปนตน สวน 1กจิ กรรม พัฒนาการเรยี นร้ทู ่ี พลาสติกเปนวัสดุท่ีกระแสไฟฟาไหลผาน ไมได จึงสามารถนํามาทําอุปกรณปองกัน แบง่ กลมุ่ จากนน้ั ใหแ้ ตล่ ะกลมุ่ เลอื กใชว้ สั ดใุ หต้ รงกบั สมบตั ขิ องวสั ดตุ ามทกี่ า� หนด ไฟฟา ดดู เชน ปลอกหุม สายไฟ เปนตน แล้วน�าค�าตอบมาอภปิ รายร่วมกันภายในชัน้ เรยี น 1) ภ าคภูมิต้องการท�าถุงมือกันความร้อน เขาควรเลือกใช้วัสดุชนิดใดมาประดิษฐ ์ 10. นกั เรยี นแตล ะคนทาํ กจิ กรรมพฒั นาการเรยี นรู ท่ี 1 จากหนงั สือเรียนหนา นี้ ลงในสมดุ หรอื เป็นถุงมือ เพราะอะไร ทําในใบงานที่ 3.1 เรือ่ ง การเลือกใชว ัสดุ 2) ม าลีต้องการน�าหินสีต่าง ๆ มาร้อยเป็นสร้อยข้อมือ เธอควรเลือกใช้วัสดุชนิดใด 11. นกั เรียนทุกคนทํากิจกรรมสรปุ ความรบู ทท่ี 1 มาร้อยหนิ เข้าด้วยกนั เพราะอะไร ลงในสมุดหรือทําในแบบฝกหัดวิทยาศาสตร 3) ว ีระต้องการประดิษฐ์เรือใบจ�าลองเพื่อน�าไปแข่งขัน เขาควรเลือกใช้วัสดุชนิดใด หนา 23 (หมายเหตุ : ครูเร่ิมประเมินนักเรียน โดยใช ท�าตวั เรือ และควรเลอื กใช้วัสดชุ นิดใดท�าใบเรือ เพราะอะไร แบบสังเกตพฤตกิ รรมการทํางานรายบคุ คล) ตรวจสอบตนเอง กจิ กรรม สรปุ ความรปู้ ระจา� บทที่ 1 หลงั เรยี นจบหน่วยนี้แลว้ ให้นกั เรยี นบอกสัญลักษณท์ ่ีตรงกบั ระดับความสามารถของตนเอง รายการ เกณฑ์ ดี พอใช้ ควรปรับปรุง 1. เข้าใจเนอ้ื หาเกี่ยวกบั เรอื่ งวสั ดุในชีวิตประจ�าวนั 2. สามารถท�ากจิ กรรมและอธิบายผลการทา� กจิ กรรมได้ 3. สามารถตอบคา� ถามจากกิจกรรมหนูตอบได้ได้ 4. ทา� งานกลุม่ รว่ มกับเพอ่ื นได้ดี 5. นา� ความรไู้ ปใช้ประโยชน์ในชีวิตประจา� วนั ได้ 21 ขอ สอบเนน การคดิ แนว O-NET เกร็ดแนะครู สสารในขอใดทีเ่ ปนตวั นําไฟฟาท้งั หมด ครูสามารถหยิบใชใบงานท่ี 3.1 เรอ่ื ง การเลอื กใชวัสดุ ไดจากแผนการจัด ก. แกวพลาสติก ผา ไม การเรยี นรทู ่ี 5 เรอื่ ง การนําไฟฟา ของวัสดุ หนวยการเรยี นรูท ่ี 3 วสั ดุและสสาร ข. แกวสแตนเลส หนังยาง กระดาษ ค. แกวเซรามิก ไสด ินสอดาํ กระเบื้อง ง. แกวอะลูมเิ นยี ม เข็มเย็บผา แมกุญแจ (วิเคราะหคําตอบ แกวอะลูมิเนียม เข็มเย็บผา แมกุญแจ มีสมบัตดิ า นการนาํ ไฟฟา ทัง้ หมด ดงั นน้ั ขอ ง. จงึ เปน คําตอบ ที่ถูกตอง) T27
นาํ สอน สรปุ ประเมิน ขน้ั สรปุ ½¡จÔ ƒ¡¡ทรรÑ¡มÉะ º··Õè 1 ขยายความเขา ใจ 1. ใหบ้ อกวา่ วัสดทุ ี่ใช้ทา� วตั ถใุ นภาพจดั อยู่ในวัสดปุ ระเภทใด พรอ้ มใหเ้ หตผุ ล 12. นกั เรยี นแตล ะคนทาํ กจิ กรรมฝก ทกั ษะบทที่ 1 วัตถุ ประเภทของวสั ดุ เหตุผลประกอบ จากหนงั สือเรยี น หนา 22-23 ลงในสมุดหรือ ในแบบฝกหัดวทิ ยาศาสตร หนา 24-26 โลหะ เซรามกิ พอลิเมอร์ 13. นักเรียนทุกคนทํากิจกรรมทาทายการคิด 1) ขั้นสูงบทที่ 1 ลงในแบบฝกหัดวิทยาศาสตร หนา 27 ภาพท่ ี 3.35 ลใหงใน้ นกั สเมรยีุดนปบระันจท�าึกตขัวอ้นมกั ูลเรียน 14. นักเรียนจับกลุมเดิม จากนั้นชวยกันทํา 2) กจิ กรรมสรา งสรรคผลงาน จากหนังสอื เรียน หนา 23 หรอื แบบฝก หดั วทิ ยาศาสตร หนา 28 ภาพที่ 3.36 เปนการบา น 3) ขน้ั ประเมนิ ภาพที ่ 3.37 ถุงพลาสตกิ ยางลบ ตรวจสอบผล เขยี งไม้ ชอ้ นสแตนเลส 2. ตอบคา� ถามโดยใช้ช่ือวัตถุทกี่ า� หนดให้ 1. ครูใหนักเรียนดูตารางตรวจสอบตนเอง จาก แถบยางยดื เข็มเยบ็ ผ้า หนังสือเรียน หนา 21 แลวครูถามนักเรียน เชือก ขวดแกว้ เปนรายบคุ คลตามรายการขอ 1-5 จากตาราง เพื่อเปนการตรวจสอบความรูความเขาใจ 1) วัตถุชนดิ ใดบ้างทม่ี ีสมบัติด้านความแข็ง ของนักเรียนหลังจากการเรียน หากนักเรียน 2) วตั ถชุ นิดใดบา้ งทีม่ ีสมบัตดิ า้ นสภาพยืดหยนุ่ คนใดตรวจสอบตนเองโดยใหอยูในเกณฑที่ 3) วตั ถชุ นดิ ใดบ้างทม่ี ีสมบัตดิ า้ นการนา� ความรอ้ น ควรปรับปรุง ใหครูทบทวนบทเรียนหรือหา 4) วตั ถชุ นิดใดทเ่ี หมาะสา� หรบั ท�าขอบกางเกงกฬี ามากท่สี ดุ กิจกรรมอน่ื ซอ มเสรมิ เพ่ือใหน กั เรียนมคี วามรู 5) วตั ถชุ นดิ ใดทีต่ อ่ เขา้ กบั วงจรไฟฟาแล้วทา� ให้หลอดไฟสว่าง ความเขา ใจในบทเรยี นมากขน้ึ 2. ครูตรวจสอบผลการทํากิจกรรมที่ 5 เรื่อง การนาํ ไฟฟา ของวสั ดุ ในสมดุ หรอื ในแบบฝก หดั วิทยาศาสตร หนา 21 3. ครูตรวจสอบผลงานแผนพับความรู เร่ือง ประโยชนจากการนาํ ไฟฟาของวัสดุ 22 แนวตอบ กิจกรรมฝก ทักษะ ขอ สอบเนน การคดิ แนว O-NET ขอ 1. สมบตั ิของวสั ดใุ นขอ ใดที่นํามาใชทาํ ของเลน เดก็ เลก็ 1) พอลเิ มอร เพราะทาํ จากยางสงั เคราะหห รอื ยางพารา ซงึ่ เปน วสั ดปุ ระเภท ก. ความแขง็ ข. การนําไฟฟา พอลิเมอร ค. สภาพยดื หยนุ 2) โลหะ เพราะทําจากเหลก็ ซึง่ เปน วสั ดุประเภทโลหะ ง. การนาํ ความรอ น 3) เซรามิก เพราะทําจากดนิ เหนียว ซ่ึงเปน วัสดุประเภทเซรามกิ (วิเคราะหคําตอบ การผลิตของเลนเด็กเล็ก ตองคํานึงถึงความ ขอ 2. ปลอดภัย เนื่องจากเด็กเล็กยังไมสามารถดูแลตัวเองได ดังนั้น 1) หมายเลข 2, 6, 7 และ 8 จึงนิยมนําวัสดุท่ีมีสภาพยืดหยุนมาทําเปนของเลนเด็กเล็ก 2) หมายเลข 1 และ 4 เพราะเมอ่ื ถกู ดงึ บบี กด หรอื กระแทกแลว สามารถคนื สสู ภาพเดมิ 3) หมายเลข 2 และ 8 หรอื ใกลเคยี งสภาพเดิมได ดังน้นั ขอ ค. จงึ เปนคาํ ตอบทถ่ี กู ตอง) 4) หมายเลข 1 5) หมายเลข 2 และ 8 T28
นาํ สอน สรปุ ประเมนิ 3หนว่ ยการเรียนรู้ท่ี ขนั้ ประเมนิ วัสดุและสสาร ตรวจสอบผล 3. ดภู าพแล้วตอบว่า เปน การใชป้ ระโยชน์จากสมบตั ขิ องวสั ดุด้านใด 4. ครูตรวจสอบผลการทํากิจกรรมหนูตอบได 1) 2) 3) ใ น ส มุ ด ห รื อ ใ น แ บ บ ฝ ก หั ด วิ ท ย า ศ า ส ต ร ลูกโปง หนา 22 จยกั ารงยราถน 5. ครตู รวจสอบผลการทาํ กจิ กรรมพฒั นาการเรยี น ประตูรถ รูท ่ี 1 ในสมดุ หรอื ในใบงานที่ 3.1 ภาพท่ี 3.38 ภาพที ่ 3.39 6) ภาพท ่ี 3.40 6. ครูตรวจสอบผลการทํากิจกรรมสรุปความรู บทท่ี 1 ในสมดุ หรือในแบบฝกหัดวทิ ยาศาสตร 4) 5) ปลกั๊ ไฟ หนา 23 ตเะหแลก็กรง กระทะ 7. ครูตรวจสอบผลการทํากิจกรรมฝกทักษะ ภาพที ่ 3.41 ภาพที ่ 3.42 ภาพท ่ี 3.43 บทที่ 1 ในสมุดหรือในแบบฝก หัดวิทยาศาสตร หนา 24-26 4. ตอบค�าถามตอ่ ไปน้ี 1) ปลอกที่หมุ้ สายไฟสว่ นใหญท่ �าจากวสั ดชุ นิดใด เพราะเหตใุ ดจึงเลือกวัสดุนน้ั 8. ครูตรวจสอบผลการทํากิจกรรมทาทายการ 2) ภาชนะท่ใี ช้ประกอบอาหาร ควรเลือกภาชนะทีท่ �าจากวสั ดชุ นดิ ใด เพราะอะไร คิดขั้นสงู บทท่ี 1 ในแบบฝก หดั วทิ ยาศาสตร หนา 27 9. ครตู รวจชน้ิ งานกลอ งดนิ สอจากวสั ดเุ หลอื ใชแ ละ การนาํ เสนอช้ินงาน/ผลงาน หนาช้นั เรียน 3) ถ า้ ตอ้ งการพิสจู นว์ ่าวัสดุ 2 ชนดิ ชิ้นใดมีความแขง็ มากกว่ากัน จะมีวิธที ดสอบ แนวตอบ กจิ กรรมฝก ทักษะ อย่างไร ขอ 3. 2) สภาพยดื หยุน 1) ความแข็ง กิจกรรม ทา้ ทา¡ารค´Ô ¢นéÑ สงู 3) สภาพยืดหยุน 4) การนาํ ความรอน 5) การนาํ ความรอ น 6) การนาํ ไฟฟา Ê¡จÔáŒÒร§รÊมÃä¼ ŧҹ ขอ 4. 1) ทาํ จากวสั ดปุ ระเภทพอลเิ มอร เชน พลาสตกิ นกั เรียนแบง กลมุ กลมุ ละ 3 - 5 คน จากนนั้ ชว ยกนั ประดษิ ฐ เพราะวัสดุประเภทพอลิเมอรสวนใหญเปนฉนวน- กลองใสด นิ สอจากวสั ดุเหลอื ใชก ลมุ ละ 1 ชิ้น โดยนาํ ความรเู รือ่ ง ไฟฟา จึงสามารถปอ งกนั อนั ตราย จากการรว่ั ไหล สมบตั ทิ างกายภาพของวสั ดมุ าใชใ นการเลอื กวสั ดสุ าํ หรับประดษิ ฐ ของกระแสไฟฟาและปอ งกนั การถูกไฟฟา ดูดได กลอ งใสด นิ สอ แลว นําเสนอช้ินงานและแนวคิดใน 2) วัสดุที่เปนโลหะ เพราะโลหะมีสมบัติดาน การสรางช้ินงานหนาช้นั เรียน การนาํ ความรอ นไดด ี 23 3) นําวสั ดทุ ง้ั 2 ชน้ิ มาขูดกัน หากวัสดชุ น้ิ ใดไม เกดิ รอยหรือเกดิ รอยนอ ยกวา แสดงวาวัสดชุ นิดนัน้ มคี วามแข็งมากกวา ขอ สอบเนน การคดิ แนว O-NET แนวทางการวัดและประเมินผล ถา ตอ งการเลอื กวสั ดมุ าใชเ ปน ฉนวนไฟฟา นกั เรยี นจะไมเ ลอื ก ครูสามารถวัดและประเมินผลชิ้นงาน/ผลงาน กลองดินสอจากวัสดุเหลือ วัสดชุ นดิ ใด ใชท ่นี กั เรยี นสรา งขน้ึ โดยศกึ ษาเกณฑประเมนิ ผลงานจากแบบประเมินช้ินงาน/ ผลงานท่ีแนบทายแผนการจัดการเรียนรูที่ 5 เรื่อง การนําไฟฟาของวัสดุ ก. แผนอะลมู ิเนียม ดงั ภาพตวั อยาง ข. แผนพลาสติก ค. แผนทองแดง ง. ทองคาํ แทง (วเิ คราะหค าํ ตอบ ก. ค. และ ง. เปน โลหะ ซงึ่ มสี มบตั นิ าํ ไฟฟา ไดด ี เปน ตวั นาํ ไฟฟา สว น ข. เปน ฉนวนไฟฟา ดงั นนั้ ขอ ข. จงึ เปน คาํ ตอบทถ่ี กู ตอ ง) T29
นาํ นาํ สอน สรปุ ประเมนิ ขนั้ นาํ 2º··Õè ʶҹТͧÊÊÒà Key words กระตนุ ความสนใจ • states of matter • solid 1. ครูสนทนากับนักเรียนโดยถามนักเรียนวา • liquid นักเรียนทราบหรือไมวา วันนี้จะไดเรียนรู • air เกี่ยวกับเรื่องอะไร แลวใหนักเรียนชวยกัน ตอบคําถาม จากนนั้ ครูแจง ช่ือเรอ่ื งทจ่ี ะเรียนรู สถานะของสสาร Çѵ¶Øã¹ªÕÇÔµ และจุดประสงคใหน กั เรยี นทราบ (states of matter) 2. นักเรียนเรียนรูคําศัพทท่ีเก่ียวของกับการเรียน ?»ÃШíÒÇѹÍÂÙ‹ã¹ ในหนวยที่ 3 บทท่ี 2 จากหนงั สอื เรียนหนา นี้ โดยครูสุมเลือกตัวแทนหรือขออาสาสมัคร อากาศ ʶҹÐã´ºŒÒ§ นกั เรยี น 1 คน ออกมาหนา ชนั้ เรยี น เพ่ือเปน (air) ผูอานนํา และใหเพอ่ื นคนอนื่ ๆ อา นตาม ของเหลว 3. ครูถามคําถามสําคัญประจําบทท่ี 2 จาก หนังสือเรียนหนานี้วา วัตถุในชีวิตประจําวัน (liquid) อยูในสถานะใดบาง (แนวตอบ สถานะของแข็ง สถานะของเหลว และสถานะแกส) 4. นักเรียนแตละคนวาดภาพหรือติดภาพสสาร ที่อยูในสถานะของแข็ง ของเหลว และแกส สถานะละ 2 ภาพ ลงในสมุดหรอื ทาํ กจิ กรรม นําสูการเรียนในแบบฝกหัดวิทยาศาสตร หนา 29 (หมายเหตุ : ครูเร่ิมประเมินนักเรียน โดยใช แบบสงั เกตพฤติกรรมการทาํ งานรายบคุ คล) ของแข็ง (solid) กจิ กรรม นา� ส¡‹ู ารเรีÂน 24 นักเรียนควรรู ครฝู ก ใหนักเรียนเรยี นรูและอา นคาํ ศพั ทว ทิ ยาศาสตร ดงั น้ี States of matter (สเตท เอิฟว‘แม็ทเทอ) สถานะของสสาร Solid (‘ซอลิด) ของแข็ง Liquid (‘ลคิ วดิ ) ของเหลว Gas (แกส็ ) แกส T30
นาํ สอน สรปุ ประเมนิ 3หนว่ ยการเรยี นรทู้ ี่ ขนั้ สอน วสั ดุและสสาร สาํ รวจคน หา 1. ʶҹТͧÊÊÒà 1. นักเรียนแตละคนอานขอมูลและดูภาพใน สสารที่เราพบในชวี ติ ประจา� วนั มหี ลายชนดิ เชน่ ก้อนหนิ ขา้ วสาร น้�าแขง็ หนงั สอื เรยี นหนา น้ี จากนน้ั ถามคาํ ถาม โดยให น้า� ยาล้างแผล น้�า อากาศในลกู โปง เปน็ ตน้ สสารแตล่ ะชนดิ อาจอยใู่ นสถานะ นักเรียนรวมกันแสดงความคิดเห็นอยางอิสระ ของแขง็ ของเหลว หรอื แกส สสารแตล่ ะสถานะอาจมสี มบตั บิ างประการเหมอื นกนั ในการตอบคําถาม โดยครูยังไมเฉลย ดังน้ี หรือแตกตา่ งกัน • นักเรียนคิดวา สสารในแตละสถานะมี สมบัตแิ ตกตางกันหรอื ไม อยางไร ลกู โปง น�า้ (แนวตอบ สสารแตละสถานะอาจมีสมบัติ บางประการเหมือนกัน เชน มีมวล ตองการ เกลือแกง ไอน้�า ทอ่ี ยู หรอื อาจแตกตา งกนั เชน สสารบางชนดิ มีรูปรา งคงท่ีสสารบางชนิดมีรูปรา งไมค งที่) ภาพท่ี 3.44 ตวั อยา่ งสสารท่ีอยู่ในสถานะตา่ ง ๆ • สสารทอ่ี ยใู นสถานะของแขง็ มสี มบตั อิ ยา งไร (แนวตอบ มมี วล ตอ งการทอี่ ยู สามารถสมั ผสั หิน ได มรี ูปรา งและปริมาตรคงที่ มีอนุภาคยึด กนั อยา งหนาแนน เรยี งตวั ชดิ กนั ไมส ามารถ ÊÊÒÃã¹áµÅ‹ ÐʶҹÐÁÊÕ ÁºÑµÔ เคลอื่ นทไี่ ด) ᵡµÒ‹ §¡¹Ñ ËÃ×ÍäÁ‹ ÍÂÒ‹ §äà 2. ครูแบงกลุมใหนักเรียน จากน้ันใหแตละกลุม ชวยกัน ศึกษาข้ันตอนการทํากิจกรรมที่ 1 เรื่อง สมบัติของของแข็ง จากหนังสือเรียน หนา 26-27 3. ครใู ชว ธิ สี อนโดยใชก ารสาธติ มาจดั กระบวนการ เรียนรู โดยจบั ฉลากเลือก 2 กลมุ ใหออกมา สาธิต 4. นักเรียนกลุมอื่นๆ ชวยกันสังเกตการสาธิต จากกลุมที่ออกมาสาธิต แลวบันทึกผลลงใน สมดุ หรือในแบบฝกหดั วิทยาศาสตร หนา 32 (หมายเหตุ : ครูเริ่มประเมินนกั เรยี น โดยใช แบบสงั เกตพฤตกิ รรมการทาํ งานกลมุ ) 25 เกร็ดแนะครู วธิ สี อนโดยใชก ารสาธติ Demonstration มขี นั้ ตอนการจดั กจิ กรรมการเรยี นรู ดังน้ี 1. ครูผูสอนแสดงการสาธิตหรือสุมนักเรียนเปนตัวแทนออกมาสาธิต แลว ใหผ ูเ รียนสังเกตการสาธติ 2. ครูผสู อนและผูเ รยี นรว มกนั อภปิ รายและสรปุ ผลผลการทํากจิ กรรม T31
นาํ สอน สรปุ ประเมนิ ขนั้ สอน ¡¨Ô ¡ÃÃÁ·èÕ 1 ทักษะกระบวนการ ทางวิทยาศาสตรท์ ใ่ี ช้ อธบิ ายความรู สมบตั ขิ องของแข็ง 1. การวัด 2. การสงั เกต 1. นักเรยี นทุกคนชว ยกนั บอกวา 2 ชั่วโมงท่แี ลว จุดประสงค 3. การทดลอง นกั เรยี นไดทาํ กิจกรรมเกี่ยวกับเร่ืองอะไร 4. การใช้ตัวเลข (แนวตอบ ทดสอบสมบัติของของแข็ง คือ 1. สงั เกตสมบตั ขิ องของแข็ง 5. การพยากรณ์หรือการคาดคะเน หามวล รปู ราง ปริมาตร และตอ งการท่ีอย)ู 2. ใช้เครื่องมือเพอื่ วดั มวลและปริมาตรของของแขง็ 6. การตีความหมายขอ้ มูลและการลงข้อสรุป 2. นักเรียนแตละกลุมชวยกันแสดงความคิดเห็น ตองเตรยี มตอ งใช เกยี่ วกบั ขอมูลท่ีไดจ ากการทาํ กจิ กรรม 1. ถ้วยยูรีกา 1 ใบ 3. นักเรียนแตละกลุมสงตัวแทนออกมานําเสนอ 2. ก้อนหนิ 1 กอ้ น ผลการทาํ กิจกรรมหนาชั้นเรยี นทลี ะกลุม 3. จานพลาสตกิ ใส 1 ใบ (หมายเหตุ : ครูเริ่มประเมินนักเรียน โดยใช 4. เครอ่ื งชงั่ ดิจิทัล 1 เครื่อง แบบสังเกตพฤตกิ รรมการทาํ งานกลมุ ) 5. น้า� เปล่าปรมิ าตร 250 มลิ ลลิ ติ ร 6. บีกเกอรข์ นาด 100 มลิ ลลิ ติ ร 2 ใบ 4. นักเรียนทุกคนรวมกันอภิปรายและสรุปผล 7. กระบอกตวงขนาด 100 มิลลิลิตร 1 ใบ การทํากิจกรรมใหไดวา ลูกแกวอยูในสถานะ ของแข็ง มีมวล ตองการที่อยู มีรูปรางและ ลองทาํ ดู µÍ¹·èÕ 1 ปรมิ าตรคงที่ 1. แ บง่ กลุ่ม กลมุ่ ละ 3 - 4 คน จากน้นั รว่ มกันแสดงความคิดเหน็ เกี่ยวกบั สสารท่ีอยใู่ นสถานะ ขน้ั สรปุ ของแข็ง และสมบตั ขิ องของแขง็ ขยายความเขา ใจ 2. ร่วมกันท�าการทดลองเพ่ือสังเกตสมบัติของของแข็ง โดยให้สังเกตและคาดคะเนมวลของ ก้อนหิน แลว้ บันทกึ ผลลงในสมดุ 1. ครูยกตวั อยางสสาร เชน เกลือ ผงชรู ส จาน และชอน เปนตน แลวใหนักเรียนชวยกัน 3. ช ว่ ยกนั ตรวจสอบผลการคาดคะเน โดยใชเ้ ครอ่ื งชง่ั ดจิ ทิ ลั ชง่ั มวลของกอ้ นหนิ แลว้ บนั ทกึ ผล ตอบวา เปนสสารที่อยูในสถานะของแข็ง 4. เทน้�าลงในบีกเกอร์ 50 มิลลิลิตร แล้วคาดคะเนว่า เม่ือหย่อนก้อนหินลงในบีกเกอร์ท่ีมี หรอื ไม เพราะเหตใุ ด (แนวตอบ เกลือ ผลชรู ส จาน และชอ น เปน นา้� อยู่ ผลจะเปน็ อย่างไร สสารท่ีอยูในสถานะของแข็ง เพราะมีมวล 5. ต รวจสอบผลการคาดคะเน โดยหยอ่ นกอ้ นหนิ ลงในบกี เกอร ์ จากนนั้ สงั เกตผลทเี่ กดิ ขน้ึ และ ตอ งการที่อยู มรี ูปรางและปรมิ าตรคงท)ี่ บันทกึ ผล 2. นักเรียนแตละคนทํากิจกรรมหนูตอบไดจาก 6. ร่วมกนั อภิปรายและสรปุ เกยี่ วกบั มวลและการต้องการทอี่ ยู่ของก้อนหิน หนังสือเรียน หนา 27 ลงในสมุดหรือใน แบบฝก หัดวิทยาศาสตร หนา 33 (หมายเหตุ : ครูเร่ิมประเมินนักเรียน โดยใช แบบสงั เกตพฤติกรรมการทาํ งานรายบุคคล) 26 หองปฏิบัติการ กิจกรรม 21st Centurey Skills à·¤¹Ô¤ ¤ÇÒÁ»ÅÍ´ÀÑ 1. ครูใหน ักเรยี นแบงกลุมตามความสมคั รใจ กลุมละ 3-5 คน 2. ใหน กั เรยี นแตล ะกลมุ ชว ยกนั สบื คน สสารทอี่ ยใู นสถานะของแขง็ วิธีใชเ ครื่องชงั่ ดจิ ทิ ัลเม่ือทําการทดลองควรปฏบิ ัติ ดงั น้ี 3. ใหนักเรียนแตละกลุมชวยกันจัดทําบัตรภาพสสารท่ีอยูใน 1) ตง้ั เครือ่ งชัง่ บนพน้ื ท่รี าบ 2) ตรวจดวู าจานชั่งสะอาดหรอื ไม ถาไม ใหท าํ ความสะอาด สถานะของแขง็ พรอมตกแตงใหนาสนใจ 3) เสียบปลั๊ก เปดสวิตซ แลวรอใหตัวเลขและอักษร g ปรากฏข้ึนบน 4. ใหแ ตล ะกลมุ ชว ยกันนําเสนอผลงานหนา ชัน้ เรียน หนา จอ 4) กดปมุ (tarring button) เพื่อปรับใหน ํ้าหนักเปนศนู ย 5) คอยๆ วางวัตถุลงบนจานชง่ั รอจนตัวเลขน่ิง แลว อา นน้าํ หนกั T32
นาํ สอน สรปุ ประเมิน µÍ¹·Õè 2 3หนว่ ยการเรียนรทู้ ี่ ขน้ั ประเมนิ วัสดุและสสาร 1. วางกอ้ นหนิ ในบกี เกอร ์ จานพลาสตกิ และ ตรวจสอบผล บนโตะ ตามลา� ดบั จากน้นั สังเกตรปู ร่าง ภาพท ่ี 3.45 ของก้อนหนิ แลว้ วาดรปู 1. ครูใหนักเรียนสรุปความรูจากการเรียนจนได ขอ สรปุ รว มกนั วา สสารทอี่ ยใู นสถานะของแขง็ 2. ร ว่ มกนั แสดงความคดิ เหน็ เกย่ี วกบั รปู รา่ ง มมี วล ตอ งการทอี่ ยู สามารถสมั ผสั ได มรี ปู รา ง ของกอ้ นหิน เมือ่ วางในภาชนะท่ตี ่างกัน และปริมาตรคงท่ี มีอนุภาคยึดกันอยาง หนาแนน เรียงชิดกัน ไมส ามารถเคลอื่ นทไี่ ด µÍ¹·Õè 3 2. ครูตรวจสอบผลการทํากิจกรรมนําสูการเรียน 1. น �าบีกเกอร์มารองรับท่ีปากถ้วยยูรีกา ในสมดุ หรอื ในแบบฝก หดั วทิ ยาศาสตร หนา 29 แล้วเติมนา้� ลงในถ้วยยูรกี าจนเตม็ พอดี 3. ครูตรวจสอบผลการทํากิจกรรมที่ 1 เรื่อง 2. ค าดคะเนและบันทึกผลว่า หากหย่อน สมบัติของของแข็ง ในสมุดหรือในแบบฝกหัด ก้อนหนิ ลงในถว้ ยยรู ีกาจะเกิดอะไรขนึ้ วทิ ยาศาสตร หนา 32 3. น�ากอ้ นหนิ ใส่ลงในถ้วยยรู กี า แล้วสังเกต 4. ครูตรวจสอบผลการทํากิจกรรมหนูตอบได น�า้ ที่ล้นออกมา จากน้นั น�าน้า� ในบกี เกอร์ ในสมดุ หรอื ในแบบฝก หดั วทิ ยาศาสตร หนา 33 เทลงกระบอกตวง อ่านค่าปริมาตรของ ก้อนหิน และบันทกึ ผล ภาพท ่ี 3.46 4. ท �าการทดลองขอ้ 3. ซ�า้ อกี 2 ครง้ั แลว้ หาค่าเฉลยี่ 5. อ ภิปรายผลเกี่ยวกับสมบัติของของแข็ง แล้วรว่ มกนั สรุปผล หนตู อบได แนวตอบ หนตู อบได 1. เงนิ เหรียญมีสถานะเป็นของแขง็ หรือไม ่ เพราะอะไร ขอ 3. 2. หนงั สอื มสี ถานะเป็นของแข็ง นกั เรยี นคดิ ว่าหนังสือมีมวลหรอื ไม่ และทราบไดอ้ ย่างไร • ใชการแทนท่นี ํ้า เพราะการแทนท่ีนาํ้ จะทําให 3. ห ากต้องการหาปริมาตรของยางลบท่ีมีขนาดกว้าง 1.5 เซนติเมตร ยาว 3 เซนติเมตร ไดปริมาตรของน้ําที่ลนออกมา ซ่ึงจะมีคาเทากับ และหนา (สูง) 1 เซนตเิ มตร นกั เรียนควรจะเลือกใชก้ ารแทนที่นา้� หรอื ใชส้ ตู รหาปริมาตร ปริมาตรของวัตถใุ นสว นท่ีจมนํา้ เพราะอะไร สตู รการหาปรมิ าตร : กว้าง × ยาว × สูง • ใชสูตรหาปริมาตร เพราะยางลบมีรูปทรง ค(หือมกายารเหคติดุแ: คบาํบถใหามเหขตอุผสลุดทแาลยะขกอางรหคนิดูตแอบบบไโดตแ เปยงน คซาํึง่ ถผาูเรมยี ทนี่อออากจแเลบือบกใหตผอบูเรอียยนา ฝงกใดใชอทยกัา งษหะนกง่ึากรคไ็ ดิด ขใหั้นคสรงู ู 27 สี่เหล่ียมมุมฉากจึงสามารถใชสูตรในการคํานวณ หาปรมิ าตรได และไมตอ งใชอ ุปกรณใ ดๆ เพ่ิมเตมิ พจิ ารณาจากเหตุผลสนบั สนุน) ขอสอบเนน การคิดแนว O-NET แนวทางการวัดและประเมินผล สสารในขอใดมีสถานะเดยี วกันทั้งหมด ครูสามารถสังเกตพฤติกรรมของนักเรียนจากการตอบคําถาม การทํางาน ก. กาแฟ นมสด เตา หยู ี้ รายบุคคล การทาํ งานกลมุ และการนาํ เสนอผลการทํากจิ กรรมหนาช้นั เรียนได ข. ผงชอลก แปง มัน นาํ้ อบ โดยศึกษาเกณฑการวัดและประเมินผลที่แนบทายแผนการจัดการเรียนรู ค. ซีอ๊วิ นํ้าปลา นํ้าตาลทราย ของหนว ยการเรยี นรูท ี่ 3 วสั ดุและสสาร ดงั ภาพตัวอยาง ง. เกลือ นา้ํ แขง็ นาํ้ ตาลทราย (วเิ คราะหค าํ ตอบ เกลือ นาํ้ แข็ง และน้ําตาลทราย มีสถานะเปน ของแขง็ เหมอื นกนั ดงั นน้ั ขอ ง. จึงเปน คําตอบทีถ่ กู ตอ ง) T33
นาํ นาํ สอน สรปุ ประเมนิ ขน้ั นาํ ¡Ô¨¡ÃÃÁ·Õè 2 ทกั ษะกระบวนการ ทางวทิ ยาศาสตรท์ ่ใี ช้ กระตนุ ความสนใจ สมบตั ขิ องของเหลว 1. การวดั 2. การสังเกต ครนู าํ นาํ้ ใสถ งุ พลาสตกิ แลว มดั ปากถงุ ใหแ นน จดุ ประสงค 3. การทดลอง มาใหน กั เรยี นสงั เกต แลว ตงั้ คาํ ถามถามนกั เรยี นวา 4. การพยากรณ์หรือการคาดคะเน นํ้าท่ีอยูในถุงใบน้ีมีสถานะใด โดยครูใหนักเรียน 1. สงั เกตสมบตั ิของของเหลว 5. การตีความหมายข้อมลู และการลงข้อสรปุ ตอบคาํ ถามอยางอสิ ระ 2. ใชเ้ ครื่องมือเพอื่ วดั มวลและปรมิ าตรของของเหลว (แนวตอบ ของเหลว) ตองเตรยี มตอ งใช 2. กลอ่ งพลาสตกิ ใส 1 ใบ (หมายเหตุ : ครูเริ่มประเมินนักเรียน โดยใช 4. น้า� หวานสแี ดง 20 มลิ ลิลิตร แบบสงั เกตพฤติกรรมการทาํ งานรายบคุ คล) 1. น้า� ผสมสฟี า 3 ลติ ร 6. บกี เกอรข์ นาด 250 มิลลิลติ ร 2 ใบ 3. แก้วพลาสตกิ ใส 1 ใบ 8. กระบอกตวงขนาด 100 มลิ ลลิ ิตร 1 ใบ ขน้ั สอน 5. ขวดพลาสตกิ ใส 1 ใบ 10. กระบอกฉีดยาพลาสตกิ (ไมม่ ีเขม็ ) 1 หลอด 7. น�า้ เปลา่ 250 มลิ ลลิ ติ ร สาํ รวจคน หา 9. เครอ่ื งช่ังดิจทิ ลั 1 เครอ่ื ง 1. ครใู หน กั เรยี นลองจบั และยกถงุ นา้ํ ทลี ะคน แลว ลองทําดู µÍ¹·èÕ 1 ภาพท ี่ 3.47 ครูต้ังคําถามถามนักเรียนวา นักเรียนคิดวา ภาพท่ ี 3.48 นํ้ามีมวลหรือไม ถามีมวล นักเรียนจะพิสูจน 1. แบง่ กลมุ่ กลุ่มละ 3 - 4 คน แล้วรว่ มกัน อยางไร อภปิ รายเกยี่ วกบั สสารทอ่ี ยใู่ นสถานะของ (แนวตอบ มีมวล พิสูจนโดยการนําไปชั่งดวย เหลวและสมบตั ขิ องของเหลว เครื่องช่งั ) 2. ร่วมกันท�าการทดลองเพ่ือสังเกตสมบัติ 2. นกั เรยี นแตล ะกลมุ ชว ยกนั ทาํ กจิ กรรมที่ 2 เรอ่ื ง ของของเหลว โดยเทนา้� เปลา่ ใสล่ งในแกว้ สมบัติของของเหลว จากหนังสือเรียน หนา พลาสตกิ ประมาณครง่ึ แกว้ แลว้ คาดคะเน 28-29 จากน้ันบันทึกผลลงในสมุดหรือใน มวลของนา�้ และบนั ทกึ ผลลงในสมดุ แบบฝกหัดวทิ ยาศาสตร หนา 36-37 (หมายเหตุ : ครูเริ่มประเมินนักเรียน โดยใช 3. ชว่ ยกนั ตรวจสอบผลการคาดคะเน โดยนา� แบบสงั เกตพฤติกรรมการทาํ งานกลมุ ) น้�าในแก้วพลาสติกใสไปชั่งหามวล แล้ว บนั ทึกผล อธบิ ายความรู 4. ใ ชห้ ลอดฉดี ยาดดู นา�้ โดยไลอ่ ากาศออกให้ 1. นักเรียนแตละกลุมสงตัวแทนออกมานําเสนอ หมด แล้วใช้น้ิวมือกดปลายหลอดฉีดยา ผลการทํากิจกรรมหนาชน้ั เรียนทีละกลมุ ให้แน่น จากน้ันใช้น้ิวมืออีกข้างหนึ่งดัน ก้านหลอดฉดี ยาไว้ สงั เกตและบันทกึ ผล 2. นักเรียนทุกคนรวมกันอภิปรายและสรุปผล การทํากิจกรรมใหไดวา นํ้าอยูในสถานะ 28 ของเหลว มมี วล ตองการทอ่ี ยู มปี ริมาตรคงท่ี และมีรปู รา งเปลี่ยนแปลงตามภาชนะท่ีบรรจุ (หมายเหตุ : ครูเริ่มประเมินนักเรียน โดยใช แบบสงั เกตพฤติกรรมการทาํ งานกลุม) เกร็ดแนะครู กิจกรรม 21st Centurey Skills กอนการทํากิจกรรมท่ี 2 เร่ือง สมบัติของของเหลว ครูควรเตรียม 1. ครใู หนักเรียนแบงกลมุ ตามความสมัครใจ กลมุ ละ 3-5 คน นาํ้ สฟี า ไวใ หน กั เรยี น โดยนาํ สผี สมอาหารสฟี า มาผสมกบั นาํ้ สะอาดใหม ปี รมิ าตร 2. ใหนักเรียนแตละกลุมชวยกันสืบคนสสารที่อยูในสถานะ อยา งนอย 3 ลิตร ของเหลว 3. ใหนักเรียนแตละกลุมชวยกันจัดทําบัตรภาพสสารท่ีอยูใน สถานะของเหลว พรอมตกแตงใหนาสนใจ 4. ใหแ ตละกลุมชวยกันนาํ เสนอผลงานหนาชั้นเรยี น T34
นาํ สอน สรปุ ประเมิน 3หน่วยการเรียนร้ทู ี่ ขนั้ สรปุ วัสดแุ ละสสาร ขยายความเขา ใจ µÍ¹·Õè 2 นักเรียนแตละคนทํากิจกรรมหนูตอบได 1. เติมน�้าเปลา่ ใส่บกี เกอร์ 2 ใบ ใบละเทา่ ๆ กัน จากนั้นคาดคะเนวา่ เม่ือรินนา�้ หวานสแี ดง จากหนังสือเรียน หนา 29 ลงในสมุดหรือใน 20 มิลลลิ ิตร ใสใ่ นบีกเกอร ์ 1 ใบ โดยไม่คนจะเกิดผลอยา่ งไร แลว้ บนั ทกึ ผล แบบฝก หัดวิทยาศาสตร หนา 38 2. ท ดลองเพ่ือตรวจสอบผลการคาดคะเน โดยรินนา�้ หวานสแี ดง 20 มิลลลิ ติ ร ใสใ่ นบีกเกอร์ (หมายเหตุ : ครูเร่ิมประเมินนักเรียน โดยใช ท่ีมีนา�้ 1 ใบ สังเกตและบนั ทกึ ผล แบบสังเกตพฤตกิ รรมการทาํ งานกลุม) µÍ¹·èÕ 3 ขนั้ ประเมนิ 1. ค าดคะเนวา่ เมือ่ เติมนา้� สีฟา ใสใ่ นกลอ่ งพลาสติกใส ขวดพลาสติกใส และบีกเกอร ์ จนเตม็ ตรวจสอบผล ทุกใบ รปู ร่างของนา�้ สฟี าจะเปน็ อย่างไร แล้วบันทึกผล 2. ทดลองเพื่อตรวจสอบผลการคาดคะเน 1. ครูใหนักเรียนสรุปความรูจากการเรียนจนได โดยเติมน้�าสีฟาใส่ในกล่องพลาสติกใส ขอสรุปวา สสารที่อยูในสถานะของเหลว มี ขวดพลาสตกิ ใส และบกี เกอร ์ แลว้ สงั เกต มวล ตอ งการท่อี ยู สามารถสมั ผสั ได มรี ูปราง รปู รา่ งของน�า้ สีฟา และบนั ทึกผล เปลี่ยนแปลงตามภาชนะท่ีบรรจุ มีปริมาตร 3. เ ลือกภาชนะที่ใส่น้�าสีฟา 1 ใบ จากน้ัน คงท่ี มีอนุภาคอยูหางกันมากกวาของแข็ง เทนา้� ออกครึ่งหนงึ่ แล้วจับภาชนะวางใน ทาํ ใหเ คลอ่ื นทไี่ ดม ากขนึ้ และระดบั ผวิ หนา ของ ลักษณะต่าง ๆ เพ่ือสังเกตระดับผิวหน้า ของเหลวจะอยูในแนวราบเสมอ ของน�า้ สีฟาวา่ มีลกั ษณะอยา่ งไร 4. ส ังเกตและวาดรูปลักษณะผิวหน้าของ 2. ครูตรวจสอบผลการทํากิจกรรมท่ี 2 เร่ือง นา�้ สีฟา สมบตั ขิ องของเหลว ในสมดุ หรอื ในแบบฝก หดั วิทยาศาสตร หนา 36-37 5. ร่วมกันอภปิ รายและสรุปผลการทดลอง 3. ครูตรวจสอบผลการทํากิจกรรมหนูตอบไดใน สมดุ หรือในแบบฝก หดั วทิ ยาศาสตร หนา 38 ภาพที ่ 3.49 หนูตอบได แนวตอบ หนูตอบได 1. ของเหลวทนี่ ักเรยี นพบเห็นในชวี ิตประจา� วันมอี ะไรบ้าง จงยกตวั อยา่ ง ขอ 3. 2. ของเหลวมสี มบตั ิเหมอื นหรือแตกตา่ งจากของแข็งอย่างไร • กระบอกตวง เพราะเปนอุปกรณท่ีใชวัดหา 3. ห ากต้องการทดสอบวา่ นม 1 กลอ่ ง มปี ริมาตร 100 มิลลลิ ติ ร ตามที่ระบุไว้ข้างกลอ่ ง ปรมิ าตรของเหลวไดแ มน ยาํ มากกวา การใชบ กี เกอร หรือไม่ นักเรียนจะเลือกใช้อุปกรณ์ใดเพ่ือตรวจสอบ ระหว่างกระบอกตวงกับบีกเกอร ์ • บีกเกอร เพราะสามารถตวงไดงายกวาการ เพราะอะไร ใชกระบอกตวง เน่ืองจากมีขนาดของขอบปาก (หมายเหตุ : คําถามขอสดุ ทา ยของหนตู อบได เปน คําถามที่ออกแบบใหผูเรียนฝกใชท กั ษะการคดิ ขนั้ สงู 29 ท่ใี หญกวา เมื่อเทนมเพือ่ ตวงปริมาตรจงึ ไมห ก คือ การคิดแบบใหเหตผุ ล และการคิดแบบโตแยง ซงึ่ ผเู รียนอาจเลือกตอบอยา งใดอยา งหนงึ่ ก็ได ใหครู พจิ ารณาจากเหตุผลสนบั สนุน) ขอสอบเนน การคิด แนวทางการวัดและประเมินผล เพราะเหตใุ ด การเปลยี่ นแปลงของนา้ํ แขง็ ขว้ั โลกจงึ มผี ลกระทบ ครูสามารถสังเกตพฤติกรรมของนักเรียนจากการตอบคําถาม การทํางาน ตอระดับนา้ํ ทะเลทวั่ โลก รายบคุ คล การทาํ งานกลุม และการนําเสนอผลการทาํ กิจกรรมหนาชน้ั เรียนได โดยศึกษาเกณฑการวัดและประเมินผลที่แนบทายแผนการจัดการเรียนรู (แนวตอบ เพราะเมือ่ น้ําแขง็ ขั้วโลกมีการเปลยี่ นแปลง เชน จาก ของหนว ยการเรยี นรทู ี่ 3 วสั ดแุ ละสสาร ดงั ภาพตวั อยา ง อุณหภูมิของโลกท่ีสูงขึ้น ทําใหพ้ืนที่ที่เปนน้ําแข็งเกิดการละลาย และเปล่ียนสถานะกลายเปนนํ้า และไหลลงสูทะเล สงผลให ระดบั นาํ้ ทะเลเพมิ่ สงู ขนึ้ และเนอ่ื งจากทะเลและมหาสมทุ รทวั่ โลก เชอ่ื มตอกนั การเปล่ียนแปลงของนํ้าแข็งขัว้ โลกจงึ มผี ลกระทบตอ ระดับนา้ํ ทะเลทวั่ โลก) T35
นาํ นาํ สอน สรปุ ประเมนิ ขนั้ นาํ ¡Ô¨¡ÃÃÁ·èÕ 3 ทักษะกระบวนการ ทางวทิ ยาศาสตร์ทีใ่ ช้ กระตนุ ความสนใจ สมบตั ิของแกส 1. การวัด 2. การสังเกต 1. ครขู ออาสานักเรียน 1 คน มาเปา ลมใสล กู โปง จุดประสงค 3. การทดลอง 1 ใบ แลว ใชห นงั ยางมดั ไวใ หแ นน ครใู หน กั เรยี น 4. การพยากรณห์ รือการคาดคะเน ในชน้ั เรยี นสังเกตลกู โปง 1. สงั เกตสมบตั ขิ องแกส 5. การตคี วามหมายขอ้ มลู และการลงขอ้ สรปุ 2. ใชเ้ คร่อื งมือเพื่อวัดมวลและปรมิ าตรของแกส 2. ครตู ง้ั คาํ ถามถามนกั เรยี นเพอ่ื กระตนุ ความคดิ นกั เรียนวา นักเรยี นคิดวา ในลูกโปง ทเี่ ปาลม ตอ งเตรียมตองใช แลว มอี ะไรอยขู างในและอยูในสถานะใด (แนวตอบ อากาศ อยูในสถานะแกส ) 1. เชือก 2 เส้น 2. แกว้ พลาสตกิ ใส 1 ใบ 3. คานไม ้ 1 อัน 4. นเค้�ารเอ่ืปงลชา่ ่ัง ด43จิ ทิขลัอ ง1ก ะเลคะรม่ืองัง ขน้ั สอน 5. กะละมงั 1 ใบ 6. 7. หนงั ยาง 3 เส้น 8. น�้าผสมสีฟาปริมาตร 250 มลิ ลลิ ิตร สาํ รวจคน หา 9. หลอดดูด 1 หลอด 10. กระบอกฉีดยาพลาสตกิ (ไมม่ ีเข็ม) 1 หลอด 1 1. ลกู โปงรูปรา่ งต่าง ๆ 3 ลกู (เชน่ รูปไข ่ รูปหัวใจ รปู วงรี เปน็ ต้น) 1. ครตู งั้ คาํ ถามถามนกั เรยี นวา แกส มรี ปู รา งคงท่ี หรือไม และสามารถหาคําตอบได อยางไร ลองทาํ ดู µÍ¹·Õè 1 โดยใหน กั เรยี นรวมกนั ตอบคาํ ถามอยา งอสิ ระ (แนวตอบ แกส มรี ปู รา งเปลยี่ นแปลงตามภาชนะ 1. แ บ่งกลุม่ กลุม่ ละ 3 - 4 คน แลว้ รว่ มกัน ท่บี รรจ)ุ แสดงความคิดเห็นเก่ียวกับสสารที่อยู่ใน สถานะแกส และสมบตั ิของแกส 2. ครอู ธบิ ายใหน กั เรยี นฟง วา นกั เรยี นจะไดค าํ ตอบ จากการทํากิจกรรมท่ี 3 เรื่อง สมบตั ิของแกส 2. ร ว่ มกนั ท�าการทดลอง เพอื่ สงั เกตสมบตั ิ จากหนังสือเรยี น หนา 30-31 ของแกส โดยชว่ ยกนั เปา ลกู โปง ทม่ี รี ปู รา่ ง แตกต่างกัน 3 ลูก จากน้ันใช้หนังยาง 3. ครูใชวิธีสอนโดยใชการสาธิต มาจัดกระบวน มัดปากลกู โปงให้แน่น สงั เกตรูปรา่ งของ การเรยี นรโู ดยจบั ฉลากเลอื ก 2 กลมุ ใหอ อกมา อากาศในลกู โปง แลว้ บนั ทกึ ผลลงในสมดุ สาธิต 4. นกั เรยี นกลมุ อนื่ ๆ ชว ยกนั สงั เกตการสาธติ จาก กลุมท่ีออกมาสาธิต แลวบันทึกผลลงในสมุด หรอื ในแบบฝกหดั วทิ ยาศาสตร หนา 41-42 (หมายเหตุ : ครูเร่ิมประเมินนกั เรียน โดยใช แบบสังเกตพฤติกรรมการทาํ งานกลุม) ภาพท ่ี 3.50 30 เกร็ดแนะครู กิจกรรม 21st Centurey Skills ในการทาํ กิจกรรมท่ี 3 ตอนที่ 2 ครคู วรควบคุมมวลของลูกโปง เชอื กหรือ 1. ครูใหน กั เรียนแบงกลุม ตามความสมคั รใจ กลมุ ละ 3-5 คน หนังยางท่ีนํามาใชผูกกับลูกโปงของแตละกลุมใหเทากันท้ัง 2 ชุด กอนนําไป 2. ใหน ักเรียนแตล ะกลมุ ชวยกนั สืบคน สสารทอี่ ยใู นสถานะแกส เปาลมและผูกกับคานไม เพื่อทําใหผลการทดลองมีความเที่ยงตรงและมีความ 3. ใหนักเรียนแตละกลุมชวยกันจัดทําบัตรภาพสสารที่อยูใน แมนยาํ สงู สถานะแกส พรอมตกแตง ใหนาสนใจ 4. ใหแ ตละกลมุ ชว ยกนั นําเสนอผลงานหนาชั้นเรียน T36
นาํ สอน สรุป ประเมนิ 3หน่วยการเรียนรู้ที่ ขน้ั สอน วัสดแุ ละสสาร อธบิ ายความรู µÍ¹·èÕ 2 1. นักเรียนแตละกลุมสงตัวแทนออกมานําเสนอ 1. เลือกลูกโปงที่เปา ลม 1 ลกู จากตอนท่ี 1 กับลกู โปงชนดิ เดยี วกันท่ยี ังไม่เปาลม จากนน้ั ผลการทาํ กจิ กรรมหนาชนั้ เรียนทีละกลมุ คาดคะเนวา่ ลูกโปง ทีม่ ีอากาศกับลกู โปง ทีไ่ ม่มีอากาศอยภู่ ายใน ลกู ใดมีมวลมากกว่ากัน 2. นักเรียนรวมกันอภิปรายและสรุปผลการ 2. ทดลองโดยนา� ลูกโปง ทีเ่ ปาลมแล้วกับลกู โปงท่ียังไมไ่ ด้เปา ลมมามัดเชอื ก จากนน้ั แขวนไว้ ทํากิจกรรมใหไดวา อากาศในลูกโปงอยูใน ลกู ละข้างบนคานไม ้ สังเกตการวางตัวของคานไม้และบนั ทกึ ผล สถานะแกส มีมวล ตองการท่ีอยู มีรูปราง และปรมิ าตรเปล่ยี นแปลงตามภาชนะท่บี รรจุ 3. น�าลกู โปงท้ัง 2 ลกู ไปชง่ั หามวลโดยใชเ้ คร่อื งชงั่ ดิจิทลั และบนั ทกึ ผล (หมายเหตุ : ครูเร่ิมประเมินนักเรียน โดยใช แบบสงั เกตพฤติกรรมการทํางานกลมุ ) µÍ¹·èÕ 3 ขนั้ สรปุ 1. ด ูดอากาศเข้ามาในหลอดฉีดยา โดยดึงก้านหลอดขึ้นมาประมาณกึ่งกลางหลอด จากนั้น ใชน้ ว้ิ อุดท่ปี ลายหลอด สังเกตและบนั ทึกปริมาตรของอากาศในหลอดฉีดยา ขยายความเขา ใจ 2. ใ ชน้ ว้ิ อดุ ปลายหลอดฉดี ยาใหแ้ นน่ แลว้ กดกา้ นหลอดฉดี ยาจนกดไมไ่ ด ้ สงั เกตปรมิ าตรและ 1. นักเรียนแตละคนทํากิจกรรมหนูตอบได จาก บนั ทึกผล หนงั สอื เรียน หนา 31 ลงในสมดุ หรือทาํ ลงใน แบบฝกหดั วิทยาศาสตร หนา 43 3. ปลอ่ ยก้านหลอดฉีดยา แลว้ สงั เกตปริมาตรและบันทึกผลอีกครั้ง 2. ครชู ูบัตรภาพตา งๆ เชน สมุด นา้ํ ดื่ม กอ นหนิ µÍ¹·èÕ 4 อากาศในบอลลูน อากาศในลูกโปง ไอน้ํา เปนตน จากนั้นใหนักเรียนชวยกันตอบวา 1. ใสน่ า�้ สฟี า ใหเ้ ตม็ แกว้ แลว้ ควา่� แกว้ ในกะละมงั ทมี่ นี า้� เปลา่ อย ู่ โดยไมใ่ หม้ ฟี องอากาศในแกว้ สสารใดอยใู นสถานะแกส เพราะเหตใุ ด 2. ค าดคะเนและบันทึกผลว่า เม่ือเสียบปลายขา้ งหนึง่ ของหลอดดดู เข้าไปในลูกโปงที่เปาลม (แนวตอบ อากาศในบอลลูน อากาศในลูกโปง และไอนาํ้ เปน สสารทอี่ ยใู นสถานะแกส เพราะ แลว้ รดั ใหแ้ นน่ และเสยี บปลายอกี ขา้ งหนง่ึ เขา้ ไปในแกว้ จากนน้ั บบี อากาศในลกู โปง เขา้ ไป มมี วล ตอ งการทีอ่ ยู สามารถสมั ผสั ได รูปรา ง ในแก้ว จะเกิดผลเปน็ อยา่ งไร และปริมาตรเปลีย่ นแปลงตามภาชนะท่ีบรรจ)ุ 3. ท ดลองตามขอ้ 2. เพอ่ื ตรวจสอบผลการคาดคะเน สงั เกตและบนั ทึกผล จากนั้นอภิปราย ผลการทดลองและร่วมกนั สรปุ ผล หนตู อบได 1. ยกตวั อยา่ งชอ่ื สสารในชวี ติ ประจ�าวันทีอ่ ยูใ่ นสถานะแกส มา 5 ช่ือ 2. แกสท่ีพบในชวี ติ ประจา� วนั มีผลเสยี ต่อสงิ่ มชี วี ิตหรอื ไม ่ อยา่ งไร 3. น ักเรียนคิดว่า วิธีการใดที่สามารถช่วยลดปริมาณแกสคาร์บอนไดออกไซด์ในอากาศได้ เหมาะสมที่สดุ ระหวา่ งการปลูกต้นไมก้ ับลดการใชร้ ถยนต ์ เพราะอะไร ค(หือมกายารเหคติดุแ: คบาํบถใหามเ หขตอุผสลุดทแาลยะขกอางรหคนิดตูแอบบบไโดตแเปยงนคซํางึ่ ถผาูเ รมยี ทนี่อออากจแเลบือบกใหตผอบูเรอยี ยนาฝงกใดใชอทยกัางษหะนกึ่งากรคไ็ ดดิ ขใหั้นคสรูงู 31 พจิ ารณาจากเหตผุ ลสนับสนนุ ) ขอ สอบเนน การคิด เกร็ดแนะครู สสารในขอใดมีสถานะเหมอื นควันจากทอไอเสยี รถยนต ครูสามารถหยิบใชบัตรภาพตางๆ เชน สมุด นํ้าดื่ม อากาศในบอลลูน ก. นาํ้ ดมื่ อากาศในลูกโปง ไอนํ้า กอนหิน เปน ตน ไดจากแผนการจดั การเรยี นรทู ่ี 9 เร่ือง ข. นาํ้ ตาล สมบัติของแกส หนว ยการเรียนรทู ี่ 3 วัสดุและสสาร ค. ลมหายใจ ง. ฝนุ ละออง แนวตอบ หนตู อบได (วิเคราะหคําตอบ ควนั จากทอ ไอเสียรถยนต มีสถานะเปนแกส ขอ 3. นา้ํ ตาลและฝุนละอองมีสถานะเปนของแข็ง น้ําดื่มมีสถานะเปน • ปลกู ตนไม เพราะตนไมม สี วนชว ยดดู แกส คารบอนไดออกไซดจากอากาศ ของเหลว ลมหายใจมีสถานะเปนแกส ดังนั้น ขอ ค. จึงเปน คาํ ตอบทถ่ี ูกตอง) เพ่ือนําไปใชในกระบวนการสังเคราะหดวยแสง และยังชวยคายแกสออกซิเจน ออกมาทางปากใบ ทาํ ใหอ ากาศบรสิ ทุ ธ์ิ การปลกู ตน ไมจ งึ เปน วธิ ที ท่ี าํ ไดง า ยทสี่ ดุ • ลดการใชรถยนต เพราะเมื่อมีการใชรถยนตจะเกิดการปลอยแกส- คารบอนไดออกไซดออกมา เม่ือลดปริมาณการใชลงจึงชวยลดแกสคารบอน- ไดออกไซดท เ่ี กดิ ขน้ึ ได และยงั เปน การประหยดั คา ใชจ า ยในการเตมิ นาํ้ มนั อกี ดว ย T37
นาํ สอน สรปุ ประเมนิ ขน้ั สรปุ สสารตา่ ง ๆ ทอ่ี ยรู่ อบตวั เรา จะอยใู่ นสถานะทแี่ ตกตา่ งกนั โดยอาจมสี มบตั ิ บางประการเหมือนกันหรอื แตกต่างกนั ดังนี้ ขยายความเขา ใจ 1. สถานะของแข็ง มีมวล ต้องการทีอ่ ย่ ู สามารถสมั ผสั ได้ 3. นักเรียนแตละกลุมชวยกันสืบคนขอมูลจาก มรี ูปรา่ งและปริมาตรคงท่ี หนงั สอื เรยี นหนา น้ี และรว มกนั สรปุ ความรทู ไี่ ด มีอนุภาคยึดกันอย่างหนาแน่น เรียงตัว อนภุ าคของของแข็ง ชดิ กนั ไมส่ ามารถเคล่ือนทไี่ ด้ 4. ครูต้ังประเด็นคําถามเพ่ือใหนักเรียนรวมกัน ตวั อยา่ งสสารทอี่ ยใู่ นสถานะของแขง็ เชน่ อภปิ รายวา เพราะเหตใุ ด ของแข็งจึงสามารถ ลูกปง ปอง หนงั สอื ก้อนหนิ น�า้ ตาลทราย รักษารูปรา งใหค งทไี่ ด เกลอื เปน็ ตน้ (แนวตอบ เพราะอนุภาคของของแข็งยึดกัน ภาพท ี่ 3.51 อยางหนาแนน เรียงตัวชิดกัน ไมสามารถ เคลอื่ นทไ่ี ด) 5. แตละกลุมสงตัวแทนออกมาเขียนคําตอบบน กระดาน 6. ครแู ละนกั เรยี นรว มกนั ตรวจคาํ ตอบบนกระดาน (หมายเหตุ : ครูเริ่มประเมินนักเรียน โดยใช แบบสังเกตพฤติกรรมการทํางานกลุม ) à¡Ã´ç Çทิ ยน า‹ รู้ ภาพที ่ 3.52 สสาร (matter) คือ ทุกอยางท่ีอยูรอบตัว มีตัวตน สัมผัสได ตองการท่ีอยู อาจมองเห็นหรือมองไมเห็นก็ได เชน ท่ีอยูอาศัย อากาศ อาหาร ของเลน ของใช รางกายของเรา เปน ตน 32 สาร (substance) คือ สสารท่ศี ึกษาจนทราบสมบตั แิ ละองคประกอบท่ีแนนอน เกร็ดแนะครู ขอ สอบเนน การคดิ แนว O-NET วตั ถุ A มสี มบตั ดิ งั น้ี มีรปู รางคงท่ี เปล่ยี นแปลงรปู รางไดย าก ครูอาจใหนักเรยี นเลน เกม “สสารท่อี ยูใ นสถานะของแข็ง” โดยมวี ิธกี ารเลน มปี รมิ าตรคงที่ อยากทราบวา วัตถชุ นดิ น้ีคอื อะไร ตามขัน้ ตอน ดงั น้ี ก. นาํ้ 1) กําหนดใหแตล ะกลุมมีเวลากลุมละ 10 นาที เพ่ือชวยกันคดิ ช่ือสสารท่ี ข. โยเกิรต อยใู นสถานะของแขง็ ในชีวิตประจําวัน ค. น้าํ มันพชื ง. แผนโลหะ 2) ใหแตละกลุมเขาแถวเรียงลําดับตอนลึก จากน้ันใหออกมาเขียนชื่อ (วิเคราะหคําตอบ จากขอมูลดังกลาวเปนสมบัติของของแข็ง สสารทอ่ี ยใู นสถานะของแข็งบนกระดาน คนละชอื่ แผนโลหะอยูในสถานะของแข็ง ดังน้ัน ขอ ง. จึงเปนคําตอบที่ ถกู ตอ ง) 3) เม่ือเขียนเสร็จแลวใหว่ิงไปตอทายเพื่อนในแถวเดิม และใหคนถัด ไปออกไปเขียนเหมือนคนแรก ทําแบบน้ีไปเร่ือยๆ เม่ือครูสั่งใหหยุด ใหน กั เรียนหยดุ เขยี นและน่งั ลงทนั ที 4) ครตู รวจสอบความถูกตอ ง จากคาํ ตอบของนักเรียนบนกระดาน แลว มอบรางวัลใหก ลุม ที่ชนะ T38
นาํ สอน สรุป ประเมนิ 2. สถานะของเหลว 3หน่วยการเรียนรทู้ ่ี ขนั้ สรปุ วัสดแุ ละสสาร อนภุ าคของของเหลว ขยายความเขา ใจ มีมวล ต้องการทอี่ ย ู่ สามารถสัมผสั ได้ ภาพท่ ี 3.53 มีรูปร่างเปลยี่ นแปลงตามภาชนะที่บรรจ ุ 7. ครูตั้งประเด็นคําถามถามนักเรียนเพื่อให มปี รมิ าตรคงท่ ี นักเรียนรวมกันอภิปรายวา เพราะเหตุใด ม อี นภุ าคอยหู่ า่ งกนั มากกวา่ ของแขง็ ทา� ให้ ของเหลวจึงไมสามารถรักษารูปรางใหคงท่ี เคลอื่ นที่ไดม้ ากขึ้น ไดเหมอื นของแข็ง ระดับผิวหน้าของของเหลว จะอยู่ในแนว (แนวตอบ เพราะอนุภาคของของเหลวอยู ราบเสมอ หางกันมากกวาของแข็ง ทําใหเคล่ือนท่ีได ตัวอย่างสสารที่อยู่ในสถานะของเหลว มากข้ึน) เช่น น�้าด่ืม น�้ามันพืช น้�ามันเบนซิน แอลกอฮอล ์ เป็นต้น 8. นักเรียนแตละกลุมชวยกันสืบคนขอมูลจาก หนังสือเรียนหนานี้ จากน้ันนักเรียนรวมกัน แสดงความคดิ เหน็ เกย่ี วกับคาํ ถามดงั กลา ว 9. นักเรียนแตละกลุมสงตัวแทนออกมาเขียน คําตอบบนกระดาน 10. ครูและนักเรียนทุกคนรวมกันตรวจคําตอบ บนกระดาน (หมายเหตุ : ครูเริ่มประเมินนักเรียน โดยใช แบบสังเกตพฤติกรรมการทาํ งานกลุม) ภาพที่ 3.54 33 ขอ สอบเนน การคิดแนว O-NET เกร็ดแนะครู โลหะชนิดใดมสี ถานะเปนของเหลวที่อณุ หภูมหิ อง ครอู าจใหน กั เรยี นเลน เกม “สสารทอี่ ยใู นสถานะของเหลว” โดยมวี ธิ กี ารเลน ก. เหลก็ ตามขนั้ ตอน ดังน้ี ข. ปรอท ค. ตะก่ัว 1) กาํ หนดใหแ ตละกลมุ มเี วลากลมุ ละ 10 นาที เพอ่ื ชวยกนั คิดชอ่ื สสารที่ ง. ทองแดง อยใู นสถานะของเหลวในชวี ิตประจําวัน (วเิ คราะหค าํ ตอบ เหลก็ ตะกวั่ และทองแดง มสี ถานะเปน ของแขง็ 2) ใหแตละกลุมเขาแถวเรียงลําดับตอนลึก จากนั้นใหออกมาเขียนช่ือ สวนปรอทมีสถานะเปนของเหลว ดังนั้น ขอ ข. จึงเปนคําตอบ สสารท่ีอยูในสถานะของเหลวบนกระดาน คนละชอื่ ที่ถกู ตอง) 3) เม่ือเขียนเสร็จแลวใหวิ่งไปตอทายเพื่อนในแถวเดิม และใหคนถัด ไปออกไปเขียนเหมือนคนแรก ทําแบบน้ีไปเรื่อยๆ เม่ือครูสั่งใหหยุด ใหนักเรียนหยดุ เขยี นและนงั่ ลงทนั ที 4) ครูตรวจสอบความถกู ตอง จากคําตอบของนักเรยี นบนกระดาน แลว มอบรางวลั ใหก ลุม ที่ชนะ T39
นาํ สอน สรปุ ประเมนิ ขน้ั สรปุ 3. สถานะแกส มมี วล ต้องการท่อี ย่ ู สามารถสัมผัสได้ ม ีรูปร่างและปริมาตรเปลี่ยนแปลงตาม ขยายความเขา ใจ ͹ÀØ Ò¤¢Í§á¡Ê ภาชนะท่บี รรจุ มีอนุภาคกระจายอยู่ห่างจากกันมากกว่า 11. ครูต้ังประเด็นคําถามเพ่ือใหนักเรียนรวมกัน อนุภาคของแกส ของเหลว ทา� ใหเ้ คลอ่ื นทไี่ ดด้ กี วา่ ของเหลว อภิปรายวา แกสมีอนุภาคเหมือนกันหรือ ตัวอย่างสสารท่ีอยู่ในสถานะแกส เช่น แตกตางกับของแข็งและของเหลวหรือไม ภาพท่ี 3.55 อากาศในลกู โปง แกส รอ้ นในบอลลนู ไอนา�้ อยา งไร ลมหายใจ เป็นต้น (แนวตอบ แตกตา งกนั เพราะอนภุ าคของแกส กระจายหางจากกันมากกวาของเหลว ทาํ ให เคลือ่ นท่ีไดท กุ ทิศทาง) 12. นักเรียนแตละกลุมชวยกันสืบคนขอมูลจาก หนังสือเรียนหนาน้ี จากน้ันนักเรียนรวมกัน แสดงความคดิ เหน็ เกย่ี วกบั คาํ ถามดงั กลา ว 13. นักเรียนแตละกลุมสงตัวแทนออกมาเขียน คําตอบหนากระดาน แลวรวมกันตรวจสอบ คาํ ตอบ (หมายเหตุ : ครูเริ่มประเมินนักเรียน โดยใช แบบสงั เกตพฤตกิ รรมการทาํ งานกลมุ ) 14. ครูถามคําถามทาทายการคิดขึ้นสูง จาก หนังสือเรียนหนานี้ จากนั้นนักเรียนรวมกัน ตอบคําถามอยางอิสระ โดยครูคอยเฉลย คาํ ตอบ ดังน้ี (แนวตอบ เลือกใชนํ้า เพราะน้ําอยูในสถานะ ของเหลว มีรูปรางเปล่ียนแปลงตามภาชนะ ที่บรรจุ จึงสามารถบรรจุลงในลูกโปงได และสามารถนาํ ลกู โปง มาเลนไดเชน กัน) ภาพที ่ 3.56 ¤Ó¶ÒÁ·ÒŒ ·Ò¡Òä´Ô ¢é¹Ñ ÊÙ§ ถา้ นกั เรยี นตอ้ งการเล่นลกู โปง แต่ไมม่ แี รงในการเปา ลมเขา้ ไปภายในลกู โปง นักเรียนจะเลอื ก ใช้วิธใี ดแทนการเปา ลม เพราะอะไร 34 เกร็ดแนะครู ขอ สอบเนน การคดิ ครอู าจใหน กั เรยี นเลน เกม “สสารท่อี ยูในสถานะแกส” โดยมวี ิธีการเลน ตาม สสารในขอ ใดเรยี งลาํ ดบั ตามสถานะของแขง็ ของเหลว และแกส ขน้ั ตอน ดงั นี้ ไดถูกตอ ง 1) กําหนดใหแตล ะกลุม มีเวลากลมุ ละ 10 นาที เพ่อื ชว ยกันคดิ ช่อื สสารท่ี ก. ยากันยงุ ลกู อม เกลือแกง อยใู นสถานะแกสในชีวิตประจําวัน ข. แอลกอฮอล น้าํ ด่มื น้าํ มนั เบนซิน ค. นา้ํ แขง็ นาํ้ มนั พชื อากาศในลูกโปง 2) ใหแตละกลุมเขาแถวเรียงลําดับตอนลึก จากนั้นใหออกมาเขียนช่ือ ง. ไอนํา้ ลมหายใจ ไอรอ นจากไดรเปา ผม สสารทอ่ี ยูใ นสถานะแกส บนกระดาน คนละชอ่ื (วิเคราะหค ําตอบ สสารในขอ ก. อยูในสถานะของแข็งท้ังหมด 3) เม่ือเขียนเสร็จแลวใหว่ิงไปตอทายเพื่อนในแถวเดิม และใหคนถัด สสารในขอ ข. อยใู นสถานะของเหลวทง้ั หมด สสารในขอ ง. อยู ไปออกไปเขียนเหมือนคนแรก ทําแบบนี้ไปเร่ือยๆ เม่ือครูส่ังใหหยุด ในสถานะแกสทั้งหมด สวนสสารในขอ ค. นํ้าแข็งอยูในสถานะ ใหน กั เรียนหยุดเขยี นและนง่ั ลงทนั ที ของแขง็ นํา้ มนั พืชอยูใ นสถานะของเหลว และอากาศในลกู โปง อยู ในสถานะแกส ดังน้ัน ขอ ค. จงึ เปนคาํ ตอบท่ถี กู ตอง) 4) ครตู รวจสอบความถูกตอง จากคาํ ตอบของนกั เรยี นบนกระดาน แลว มอบรางวัลใหก ลมุ ทช่ี นะ T40
นาํ สอน สรุป ประเมนิ 3หน่วยการเรยี นรู้ที่ ขนั้ สรปุ วสั ดุและสสาร ขยายความเขา ใจ สสารในวัตถุต่าง ๆ จะมีมวลและมีปริมาตรที่ต่างกันไป การหามวลและ ปริมาตรของสสารในแต่ละสถานะสามารถท�าไดโ้ ดยใช้เครือ่ งมอื และวิธกี าร ดงั น้ี 15. นักเรียนแตละกลุมชวยกันสืบคนขอมูลจาก 1. การหามวลของสสาร หนังสือเรียน หนา 35-36 และศึกษาจาก PowerPoint เร่อื งสถานะของสสาร จากน้นั มวล คอื เนอื้ สารหรือปรมิ าณของสสารทีม่ อี ยู่ในวตั ถุนั้น ซง่ึ มีค่าคงที่ไม่ว่า ชวยกันคิดวิธีการนําเสนอวิธีการหามวลและ จะอยใู่ นสถานะใดหรอื อยทู่ ใ่ี ดบนโลก มวลมหี นว่ ยเปน็ กรมั (g) หรอื กโิ ลกรมั (kg) หาคาปริมาตรของสสารท้ัง 3 สถานะ เชน วิธีการหามวลของวัตถหุ รอื สสาร ทา� ได้ดังน ี้ จัดทําเปนแผนภาพการสาธิตวิธีการทดลอง เพื่อเตรยี มออกมานาํ เสนอหนา ชน้ั เรียน การหามวลของของแขง็ (หมายเหตุ : ครูเริ่มประเมินนักเรียน โดยใช แบบสังเกตพฤติกรรมการทาํ งานกลมุ ) 1) เตรยี มอุปกรณ์ที่ใช้ในการชั่ง 2) น า� ของแขง็ ทเ่ี ตรยี มไวไ้ ปชง่ั มวล จากนน้ั อา่ นคา่ และ 16. นกั เรยี นแตล ะกลมุ สง ตวั แทนออกมานาํ เสนอ วธิ กี ารหามวลและหาคา ปรมิ าตรของสสารทง้ั บนั ทึกผลจะได้มวลของของแข็ง 3 สถานะ ภาพที ่ 3.57 17. ครใู หก ลมุ อน่ื ๆ ผลดั กนั ใหค ะแนนกลมุ ทอี่ อก มานาํ เสนอ การหามวลของของเหลว ภาพที ่ 3.58 1) เตรยี มอปุ กรณ์ทีใ่ ชใ้ นการชง่ั ภาพท ่ี 3.59 2) น �าบีกเกอร์เปล่าไปช่ังหามวลและบันทึกค่ามวลไว้ จากนั้นเติมของเหลวที่จะช่ังลงในบีกเกอร์ แล้วน�า บีกเกอร์ไปชงั่ หามวลอกี ครง้ั และบนั ทึกคา่ 3) นา� คา่ ทไี่ ดจ้ ากการชง่ั บกี เกอรท์ ม่ี ขี องเหลว ลบกบั คา่ ที่ ไดจ้ ากการชง่ั บกี เกอรเ์ ปลา่ จะไดม้ วลของของเหลว การหามวลของแกส 1) เตรียมอปุ กรณ์ท่ใี ช้ในการชงั่ 2) ช่ังมวลของลูกโปงที่ยังไม่ได้เปาลม แล้วบันทึกค่า มวล จากนั้นเปาลมเข้าลูกโปงและมัดปากให้แน่น แล้วน�าไปชั่งหามวล และบันทึกค่ามวล 3) น�าค่าท่ีได้จากการชั่งลกู โปง ที่เปาลม ลบกบั คา่ ที่ได้ จากการชง่ั ลกู โปง ทไี่ มไ่ ดเ้ ปา ลม จะไดม้ วลของแกส 35 กิจกรรม 21st Centurey Skills เกร็ดแนะครู 1. แบง กลุม กลุม ละ 3-4 คน โดยคละกันตามความสามารถ หลงั จากเรยี นหนว ยนจี้ บแลว ครอู าจแนะนาํ การเลอื กใชภ าชนะบรรจอุ าหาร 2. นกั เรียนชว ยกนั ระดมความคิดเพ่อื รวบรวมสสารทั้ง 3 สถานะ ทท่ี ําจากวสั ดตุ างๆ ใหน กั เรยี นไดนาํ ไปปรับใชในชีวติ ประจําวนั ดงั น้ี 3. นําขอมูลท่ีไดจากการระดมความคิดมาจัดทําเปน Pop up •ï ภาชนะพลาสตกิ ไมค วรใชบ รรจอุ าหารท่รี อนจดั อาหารทอด หรอื อาหาร ภาพพรอ มคาํ บรรยาย โดยใชเ ทคโนโลยีเขา มาชว ย ท่มี นี า้ํ มันมาก เพราะสารเคมีอาจจะออกมาปนเปอนกับอาหาร 4. นาํ เสนอผลงานหนา ชนั้ เรียน โดยใชว ธิ กี ารนําเสนอทน่ี า สนใจ ï• ภาชนะแกวไมควรไปใสของท่ีรอนจัด หรือเปลี่ยนอุณหภูมิกะทันหัน เพราะแกวอาจแตกและเกิดอันตรายได ส่ือ Digital ครูใหนักเรียนเรียนรูเ กย่ี วกบั สถานะของสสารเพม่ิ เตมิ จากส่อื PowerPoint เร่ือง สถานะของสสาร T41
นาํ สอน สรุป ประเมนิ ขนั้ สรปุ 2. การหาปริมาตรของสสาร ปริมาตร คือ ขอบเขตหรือพน้ื ท่ีทสี่ สารบรรจอุ ย ู่ ซ่ึงปรมิ าตรมหี นว่ ยเป็น ขยายความเขา ใจ ลูกบาศก์เซนติเมตร ( cm3) วธิ ีการหาปรมิ าตรของวัตถหุ รอื สสาร ท�าไดด้ งั นี้ 18. นกั เรยี นแตล ะคนทาํ กจิ กรรมสรปุ ความรบู ทที่ 2 ลงในสมุดหรือในแบบฝกหัดวิทยาศาสตร การหาปริมาตรของของแข็ง หนา 44 (หมายเหตุ : ครูเริ่มประเมินนักเรียน โดยใช แบบสังเกตพฤติกรรมการทาํ งานรายบุคคล) 1) ข องแข็งทีม่ ีรปู ทรงเรขาคณติ ใช้สูตร 2) ข องแขง็ ทม่ี รี ปู รา่ งไมแ่ นน่ อน ใชก้ าร ขหอาคงข่าปองรแิมขาต็งทร รเงชสน่ีเ่ ห ลก่ียามรหมาุมปฉราิมกาตร แทนทีน่ ้�าหาปริมาตร ปริมาตรของวตั ถ ุ = กวา้ ง x ยาว x สูง (ปริมาตรของแขง็ = ปริมาตรนา�้ ท่ีล้นออก) สูง ภาพที่ 3.61 กวา้ ง ยาว การหาปรมิ าตรของแกส ภาพที่ 3.60 แกสมีปริมาตรเท่ากับภาชนะที่บรรจุ ถา้ แกส ถูกอดั ในกระปอ งหรอื อยู่ในภาชนะ การหาปรมิ าตรของของเหลว ทมี่ รี ปู รา่ งไมแ่ นน่ อน จะใชก้ ารแทนทน่ี า้� หา ใช้ก5า0 รตวง ปรมิ าตรของแกส 45 50 40 45 กิจกรรม สรปุ ความรปู้ ระจา� บทที่ 2 35 40 30 35 25 30 ภาพ2105 ที ่ 3.62 25 10 20 5 15 ตรวจสอบตนเอง 10 5 หลังเรียนจบหนว่ ยน้แี ล้ว ใหน้ ักเรียนบอกสญั ลักษณ์ทตี่ รงกบั ระดบั ความสามารถของตนเอง รายการ เกณฑ์ ดี พอใช้ ควรปรับปรงุ 1. เ ขา้ ใจเนื้อหาเกี่ยวกับเรอ่ื งสถานะของสสาร 2. สามารถท�ากจิ กรรมและอธบิ ายผลการทา� กิจกรรมได้ 3. สามารถตอบค�าถามจากกิจกรรมหนูตอบได้ได้ 4. ทา� งานกลมุ่ รว่ มกบั เพ่อื นไดด้ ี 5. นา� ความรู้ไปใช้ประโยชน์ในชวี ติ ประจ�าวนั ได้ 36 เกร็ดแนะครู เมื่อเรียนจบบทนี้แลว ครูใหนักเรียนต้ังคําถามที่อยากรูเพิ่มเติมเก่ียวกับ สถานะของสสารคนละ 1 คําถาม จากนั้นเขียนลงในกระดาษ แลวนําสงครู จากน้ันครูสุมหยิบคําถามคร้ังละ 1 คําถาม ครูอานคําถามแลวใหนักเรียน ทกุ คนชว ยกนั แสดงความคดิ เหน็ วา จะใชว ธิ กี ารทางวทิ ยาศาสตรห าคาํ ตอบของ คาํ ถามน้อี ยางไร T42
นาํ สอน สรปุ ประเมนิ ¡½จÔ¡ƒ ¡ทรร¡Ñ มÉะ º··èÕ 2 ขนั้ สรปุ 1. อ ่านช่ือสสารท่กี า� หนดให้ แลว้ จดั กลมุ่ สสารทก่ี า� หนดตามสถานะของสสาร ขยายความเขา ใจ น�า้ มันพชื กอ้ นหนิ ลมหายใจ 19. นักเรียนแตละคนทํากิจกรรมฝกทักษะบทที่ 2 จากหนังสือเรียน หนา 37-38 ลงในสมุด หรอื ในแบบฝก หัดวทิ ยาศาสตร หนา 45-47 (หมายเหตุ : ครูเริ่มประเมินนักเรียน โดยใช แบบสังเกตพฤตกิ รรมการทาํ งานรายบคุ คล) น�้าแข็ง อากาศในลกู โปง ทองแดง ไอนา้� แอลกอฮอล์ นา้� มันเบนซนิ เกลอื แกสรอ้ นในบอลลูน น�า้ ตาลทราย 2. สืบคน้ ข้อมูลสมบตั ขิ องสสารที่ก�าหนด แลว้ บนั ทึกขอ้ มูลลงในตาราง ชนดิ ของสสาร มวล สมบัตขิ องสสาร แนวตอบ กจิ กรรมฝกทกั ษะ (มี/ไม่ม)ี ขอ 1. รูปรา่ ง ที่อย ู่ ปริมาตร (คงที/่ ไม่คงท)่ี (ตอ้ งการ/ไม่ตอ้ งการ) (คงท/่ี ไม่คงท)่ี สสารที่อยูในสถานะของแข็ง ไดแก กอนหิน น้าํ แขง็ ทองแดง เกลอื และนา้ํ ตาลทราย 1) ทองคา� สสารที่อยูในสถานะของเหลว ไดแ ก นํ้ามนั พืช 2) อากาศ ลใหงใน้ นกั สเมรยีดุ นปบระนั จทา� ึกตขัวอ้นมักูลเรียน แอลกอฮอล และนา้ํ มันเบนซนิ 3) ปากกา สสารที่อยูในสถานะแกส ไดแก ลมหายใจ 4) แกว้ นา้� อากาศในลกู โปง ไอน้ํา และแกสรอ นในบอลลูน ขอ 2. 5) นา�้ ดม่ื ทองคาํ ปากกา และแกว นาํ้ มมี วล ตอ งการทอี่ ยู 37 รปู รา งและปริมาตรคงที่ อากาศ มมี วล ตอ งการทอ่ี ยู รปู รา งและปรมิ าตร เปลยี่ นแปลงตามภาชนะทีบ่ รรจุ น้าํ ด่ืม มมี วล ตอ งการท่อี ยู รูปรางเปลีย่ นแปลง ตามภาชนะท่บี รรจุ ปรมิ าตรคงที่ กิจกรรม 21st Centurey Skills 1. ใหน ักเรยี นแบงกลมุ ตามความสมัครใจ กลมุ ละ 3-4 คน 2. ใหชว ยกันต้งั คําถามเก่ยี วกบั สถานะของสสาร การหามวลและ หาปริมาตรของสสาร 3. จดั ทาํ เปน บตั รคาํ ถามโดยแบง หนา ทค่ี วามรบั ผดิ ชอบของสมาชกิ แตละคนใหชดั เจน และใชเ ทคโนโลยเี ขามาชว ย 4. แตล ะกลุม ผลดั กนั ใชบ ัตรคาํ ถามกลมุ อ่ืนๆ พรอมเฉลยคําตอบ ท่ถี ูกตอง T43
Search