ความรู้สู่ปฏิบตั ิการ เร่ิมฝึกเชื่อมไฟฟ้า 1. การเชื่อมพอก เตรียมชิ้นงานจากเหล็กแผน่ ซ่ึงมีคุณสมบตั ิเป็นเหลก็ ก่อสร้างธรรมดา (เหลก็ S235JR+AR ตาม EN10025 – 2:2004 -10 ซ่ึงก็คือเหล็ก St.37-2 ท่ีรู้จกั กนั สมยั ก่อน) หนาประมาณ 8 – 12 มม. ขนาด กวา้ ง × ยาว ประมาณ 200 – 250 มม. ทาความสะอาดแผน่ เหลก็ ชิ้นงานและโตะ๊ เชื่อมให้ปราศจากสนิม สี ส่ิงสกปรก ร่องรอยเกรียมไหม้ คราบไขมนั และน้ามนั ท้งั น้ี เพ่ือให้ชิ้นงาน ไดว้ างแนบสนิทกบั โตะ๊ และใหก้ ระแสไฟฟ้าไหลผา่ นไดส้ ะดวก ซ่ึงจะส่งผลดีตอ่ การอาร์กของลวดเช่ือมดว้ ย แบบฝึ กหัดแรก การฝึ กพ้นื ฐานเบ้ืองตน้ คือ การเร่ิมฝึ กเขยี่ ไฟอาร์ก ดว้ ยลวดเชื่อมขนาด ø ≈ 4 มม. โดยต้งั ไฟประมาณ 40A ต่อ 1 มม. ø ซ่ึงกรณีน้ีกจ็ ะ ต้งั ไฟท่ีเคร่ืองเช่ือม ≈ 160A ใหผ้ ฝู้ ึกนง่ั หนา้ โตะ๊ เช่ือม ในระยะสบายๆ พาดสายเชื่อมบนบ่า เพอื่ ผ่อนน้าหนกั ที่มือเช่ือม ค่อยๆ จรดปลายลวด เช่ือมลงบนชิ้นงาน ในระยะห่างประมาณ 10 – 20 มม. พร้อมเตรียมป้องหนา้ กากเชื่อมชิดหนา้ เพอื่ เตรียมปิ ด ในขณะที่ลวดเช่ือมเขา้ ใกล้ ชิ้นงานและถูกเคาะเบาๆ ตรงตาแหน่งที่ตอ้ งการจะเชื่อมจนเกิดประกายไฟอาร์กข้ึน ซ่ึงสามารถมองผา่ นกระจกดาบนหนา้ กากเชื่อมใหเ้ ห็นไดว้ า่ การหลอมของลวดเช่ือมเป็ นไปถูกตอ้ งตรงตาแหน่งของลวดเช่ือมหรือไม่ เร่ิมฝึกคร้ังแรกยงั ไมต่ อ้ งกงั วลกบั การส่ายลวดเช่ือม เพียงแคพ่ ยายาม ประคองใหเ้ กิดประกายไฟอาร์กตอ่ เน่ือง และสร้างรอยเช่ือมเป็นแนวตรง ขนาดกวา้ งประมาณ 6 มม. ไปดว้ ย
เน่ืองจากระยะห่างท่ีเหมาะสมที่จะใหเ้ กิดการอาร์กหลอมละลายท้งั ลวดเช่ือมและชิ้นงานเขา้ ดว้ ยกนั คือ ระยะประมาณเทา่ กบั ขนาดเส้นผา่ น ศนู ยก์ ลางของลวด แต่การหลอมละลายของลวดก็ทาให้ลวดเช่ือมส้นั ลงทุกขณะ ดงั น้นั จึงเป็นการยากท่ีจะทาใหไ้ ดด้ ี สาหรับผฝู้ ึกใหมห่ รือผทู้ ่ีฝึก นอ้ ยและผทู้ ่ีห่างเหินจากงานเช่ือมไปนาน บ่อยคร้ังที่จะเกิดการลดั วงจรทาให้ไมเ่ กิดการอาร์ก ผฝู้ ึกจึงตอ้ งคอยเปิ ด-ปิ ดหนา้ กาก บางคร้ังลวดติด กบั แผน่ ชิ้นงานดึงไมอ่ อก จนลวดเช่ือมไหมแ้ ดงเสียไปท้งั เส้นกม็ ี ตอ้ งบีบงา้ งคีมจบั ลวดเช่ือมให้หลุด แลว้ ใชค้ อ้ นเคาะสแลกดา้ นปากแบนสกดั ลวดออกจากชิ้นงาน ปล่อยให้เยน็ ลงแลว้ คีบใหม่เพ่อื ฝึกเชื่อมต่อไป รูปท่ี 1 แสดงถึงแนวฝึกเชื่อมเบ้ืองตน้ จากการรักษาระยะห่าง ควบคุมไฟอาร์กแลว้ ลากไปเป็นแนวตรงๆ โดยไม่ตอ้ งส่าย รูปท่ี 1: แบบฝึ กหดั เริ่มฝึ กเช่ือม รูปที่ 2 แสดงถึงข้นั ตอนการเริ่มเชื่อม ซ่ึงผฝู้ ึ กจะค่อยๆ ลดระยะห่างระหวา่ งลวดเชื่อมกบั ตาแหน่งที่จะเชื่อมบนชิ้นงานลงและเคาะลวดเชื่อมลง บนผิวงานเบาๆ เพอ่ื ให้เกิดประกายไฟอาร์ก ซ่ึงอาจเกิดการช็อตจนลวดเช่ือมติดกบั ชิ้นงานหรือเกิดประกายไฟอาร์กก็ได้ รูปที่ 2: ข้นั ตอนการเร่ิมเชื่อม การเริ่มฝึ กเบ้ืองตน้ ไมค่ วรใหผ้ ฝู้ ึกเร่ิมที่ขอบแผน่ ชิ้นงาน ดงั รูปท่ี 3 ท้งั น้ี เพือ่ หลีกเล่ียงปัญหาสองประการ ซ่ึงผฝู้ ึกใหมย่ งั ไม่คุน้ ชิน ประการแรก ท่ีเกิดข้ึนขณะเช่ือมขอบแผน่ คือ การคลายความร้อนที่ขอบแผน่ เป็นไปไม่สม่าเสมอระหวา่ งสองฟากของรอยเช่ือม ซ่ึงอาจทาให้น้าเหลก็ จากการ หลอมละลายไหลออกนอกแนวมาทางขอบแผน่ ซ่ึงร้อนกวา่ ขอบดา้ นในของแผน่ ได้ ผฝู้ ึ กใหม่ควรคุน้ ชินกบั การฝึกสร้างเปลวไฟอาร์กและ ควบคุมการป้อนลวดเชื่อมอยา่ งต่อเน่ืองบนแผน่ เหล็กเยน็ ก่อน ประการที่สอง คือ ประกายไฟอาร์กที่เกิดข้ึนจะเบนทิศทางเขา้ สู่จุดศูนยถ์ ่วงของ แผน่ ชิ้นงาน กรณีน้ี คือ กลางแผน่ ขณะฝึ กเช่ือมผฝู้ ึกใหมจ่ ะไดค้ วามรู้สึกวา่ เปลวไฟอาร์กตีกลบั เมื่อเขาลากแนวเชื่อมยาวผ่านก่ึงกลางแผน่ ชิ้นงานจนตอ้ งบิดมือเพอ่ื ปรับมมุ ลวดเช่ือม ดงั รูปท่ี 4
รูปที่ 3: การวางแนวเชื่อมเม่ือเริ่มฝึ กผดิ พลาด รูปท่ี 4: การเริ่มฝึกท่ีถูกตอ้ ง รูปท่ี 5 แสดงให้เห็นถึงภาพตดั ผา่ นรอยเชื่อมวา่ การต้งั ไฟออ่ นไป/แก่ไป และพอดีน้นั จะมีผลต่อการเชื่อมตอ่ อยา่ งไร พฤติกรรมของเปลวไฟอาร์กท่ีเหมาะสมกบั การเชื่อม คือ เปลวไฟอุ่นนาแนวเช่ือม ซ่ึงจะช่วยเอ้ือใหผ้ เู้ ชื่อมสามารถเชื่อมไดเ้ ป็นแนวตรง การ หลอมละลายเป็นไปดว้ ยดี ในขณะที่รอยเช่ือมแขง็ ตวั ไดเ้ ร็ว แตน่ ่าเสียดายท่ีมนั ไม่เป็ นเช่นน้นั เสมอไป ช่างเชื่อมบางคนแกป้ ัญหาดว้ ยการกลบั ทิศทางรอยเชื่อม ดงั รูปที่ 6 รูปท่ี 5: ลกั ษณะภาพตดั รอยเชื่อมดว้ ยไฟเชื่อมต่างๆ กนั
รูปท่ี 6: หมนุ กลบั ชิ้นงานเม่ือเร่ิมหดั เพ่อื หลีกเล่ียง การเบี่ยงเบนเปลวไฟอาร์กจากอานาจสนามแมเ่ หลก็ หรือเราอาจแกป้ ัญหาดว้ ยการปรับเลื่อนตาแหน่งสายดินท่ีเป็นข้วั บวกของกรณีเครื่องเชื่อมกระแสตรงไดเ้ หมือนกนั ซ่ึงกรณีน้ีจะง่าย ถา้ เราใช้ แม่เหลก็ เป็ นตวั ยดื สายดิน แทนการใชแ้ คลม้ หนีบหรือขนั สกรู แบบฝึ กแรกดงั กล่าวจะช่วยใหผ้ ฝู้ ึ ก ไดเ้ รียนรู้ ดงั น้ี เขาสามารถบงั คบั ทิศทางของเปลวไฟอาร์กไดด้ ว้ ยการเอียงลวดเช่ือม เปลวไฟอาร์กจะหนั ทิศทางไปทางมวลส่วนใหญ่ของวสั ดุ/มนั เบนทิศทางไปยงั จุดศูนยถ์ ่วงของชิ้นงาน เปลวไฟอาร์กไปทางใด ความร้อนจะไปทางน้นั
แบบฝึ กเชื่อมไฟฟ้าข้นั ทีส่ อง เป็นการฝึ กสร้างรอยเช่ือมในแนวราบใหไ้ ด้ รอยกวา้ งประมาณ 10 มม. โดยใชล้ วดเช่ือมขนาด ø ≈ 4 มม. เพ่อื ใหไ้ ดร้ อยเช่ือมกวา้ งดงั กล่าว ผฝู้ ึ กตอ้ งฝึกประคองมือส่ายลวดเชื่อม ดงั รูปท่ี 7 อยา่ งสม่าเสมอ ควรให้มีการฝึ กกบั ลวดเช่ือมหลากหลายชนิด อาทิ ลวดเชื่อมไม่หุม้ ฟลกั ซ์ ลวด เช่ือมฟลกั ซบ์ าง/ฟลกั ซห์ นา ให้ผฝู้ ึ กไดม้ ีโอกาสสงั เกตการหลอมไหลเขา้ ดว้ ยกนั ของน้าโลหะ ซ่ึงจาเป็นตอ้ งมีการปรับวธิ ีการประคองสายลวด เช่ือม เพ่อื ใหไ้ ดร้ อยเชื่อมกวา้ งตามตอ้ งการเป็นแนวตรงและสวยงาม เช่น อาจตอ้ งส่ายดงั รูป 8a สาหรับลวดเช่ือมไม่หุม้ ฟลกั ซ์ และรูป 8 สาหรับการเช่ือมดว้ ยลวดเช่ือมฟลกั ซห์ นา ผฝู้ ึกตอ้ งฝึกเช่ือมใหไ้ ดร้ อยเชื่อมเตม็ พอดีไม่กินขอบเป็นหลุมลึก รูปท่ี 7: การส่ายลวดเชื่อมเพือ่ สร้างแนวเชื่อมวงกวา้ ง 10 มม. รูปท่ี 8: การส่ายลวดเช่ือมไม่หุ้มฟลกั ซ์ 8a) และหุม้ ฟลกั ซห์ นา 8b) ข้นั ท่ี 3 ของการฝึ กเชื่อมพอก
รูปท่ี 9: การฝึ กเช่ือมพอก การสร้างแนวเช่ือมต่อเนื่องเรียงแถวกนั ไปบนแผน่ ชิ้นงานดงั รูปที่ 9 การเช่ือมพอกที่ถูกตอ้ งน้นั รอยเชื่อมตอ้ งเกยกนั ไป ประมาณคร่ึงรอย ท้งั น้ี เพ่อื ไมใ่ หเ้ กิดช่องวา่ งรอยต่อแนวเชื่อม ภายหลงั จากการปรับผิวงานให้เรียบดว้ ยการกดั ไส หรือกลึง การจะเชื่อมพอกใหแ้ นวเชื่อมเกยกนั ผฝู้ ึก จะตอ้ งเอียงลวดเชื่อมในแนวถดั ไป ดงั รูปที่ 10 ก่อนการเชื่อมแนวใหม่ ตอ้ งขดั ทาความสะอาดรอยเชื่อมเก่าดว้ ยแปรงลวดให้สะอาดเคาะสแลก ดว้ ยคอ้ นออกให้หมดก่อนขดั เพ่ือไม่ให้เกิดโพรงใตร้ อยเช่ือม เช่นเดียวกนั เม่อื ตอ้ งต่อแนวเช่ือม รูปที่ 10: การเอียงลวดเชื่อมขวางแนวในการ เช่ือมพอก ผฝู้ ึ กจะถูกฝึ กเช่ือมในท่าน้ีอยนู่ านจนกวา่ จะจบั จุดแกไ้ ขฝีมือตนเองไดถ้ ูกตอ้ ง เป็ นที่พอใจของครูฝึกจึงจะเปลี่ยนทา่ เชื่อมตอ่ ไปเป็นการฝึกเชื่อม เขา้ มุม
2. การเช่ือมเขา้ มมุ รูปท่ี 11: รูปแบบต่างๆ ของรอยเชื่อมเขา้ มมุ รูปที่ 12: การเชื่อมพอกซอ้ นแนวเช่ือมเขา้ มุม แบบฝึ กหัดเชื่อมแบบทสี่ อง เป็นการฝึ กเช่ือมเข้ามุมในแนวระนาบ โดยเร่ิมฝึ กจากการเชื่อมเขา้ มมุ แนวเดียวและซอ้ นแนวดว้ ยลวดเชื่อมขนาด ø ≈ 4 มม. รูปที่ 11 แสดงถึงรูปแบบต่างๆ ของรอยเชื่อมเขา้ มุม โดยใหม้ ีความหนา a ≈ 4 มม. โดยไม่ตอ้ งส่ายลวดเชื่อม รอยเชื่อมเขา้ มมุ ที่ หนากวา่ a > 4 มม. จาเป็นตอ้ งมีการเช่ือมซอ้ นแนว ดงั รูปที่ 12 ซ่ึงจะ อาศยั การส่ายลวดเชื่อม ดงั รูปที่ 13ฝึกเชื่อมจากซา้ ยไปขวาและขวา ไปซา้ ย
รูปที่ 13: แนวส่ายของลวดเชื่อมขณะเช่ือมพอกเขา้ มุม รูปที่ 14: การค้าเพอ่ื เชื่อมยดึ ใชเ้ หล็กแผน่ ก่อสร้างเป็นชิ้นงาน ฝึ กโดยค้ายดึ ให้แผน่ เหลก็ ต้งั ฉากดว้ ยแทง่ เหลก็ ดงั รูปที่ 14 แลว้ ติ๊กเช่ือมจดุ เพอื่ ยดึ แผน่ เหลก็ เขา้ ดว้ ยกนั ที่ ปลายท้งั สองขา้ งของแผน่ (จุด a และ b) ดงั รูปที่ 15 เริ่มฝึกดว้ ยการใชแ้ ผน่ เหล็กพ้ืนท่ียาวกวา่ แผน่ เหลก็ ต้งั เลก็ นอ้ ย เพ่ือให้สะดวกในการ เช่ือมจุดยดึ แผน่ (จากอานาจที่มีต่อเปลวไฟอาร์ก) และผฝู้ ึกเกิดความมนั่ ใจในการจบรอยเชื่อมไดส้ วยกวา่ ตอ่ จากน้นั จึงฝึกใชแ้ ผน่ เหลก็ ที่ยาว เทา่ กนั การเริ่มฝึ กใหเ้ ขี่ยลวดเช่ือม เริ่มอาร์กจากมุมขวามือแลว้ สร้างแนวเช่ือม ‘C’ ตามรูปที่ 15 ไปทางซา้ ย จนถึงจดุ ท่ีรู้สึกวา่ เปลวไฟอาร์ กตีกลบั จึงหยดุ รูปที่ 15: แนวฝึ กเช่ือม เม่ือเริ่มตน้ ท้งั น้ี เพอ่ื ให้สงั เกตเปลวไฟอาร์กอุน่ นารอยเชื่อม จากน้นั เร่ิมเช่นเดียวกนั จากปลายดา้ น a เป็นแนวเชื่อม d ใหฝ้ ึ กการต่อรอยเช่ือมให้คุน้ ชิน โดยผฝู้ ึกตอ้ งฝึ กสงั เกตผลที่เกิดจากอานาจสนามแม่เหลก็ ที่เกิดข้ึนซ่ึงจะเบี่ยงเบนเปลวไฟอาร์กไป หากเป็นเช่นน้นั ช่วงรอยตอ่ แนวเชื่อม อาจจะ ตอ้ งเข่ียยอ้ นลวดเช่ือมไปบนแนวเชื่อมเดิมก่อนจะเช่ือมต่อแนวต่อไป โดยตอ้ งใหร้ อยต่อน้นั ตอ่ กนั ไดส้ วยงาม ไม่มีโพรงหรือสแลกซ่อนอยใู่ น รอยต่อ ซ่ึงจะทาใหร้ อยเช่ือมไมแ่ ขง็ แรง สมยั ที่ผเู้ ขียนฝึกอยนู่ ้นั ตอ้ งใชเ้ วลานาน สิ้นเปลืองวสั ดุและไฟฟ้ามาก เช่ือมเสร็จดูแนวแลว้ ไปหกั ดูขา้ ง ในและเจียรใหเ้ รียบ แลว้ นามาฝึกต่อ
เทคนคิ การบดั กรี ในปัจจบุ นั ในวงจรอเิ ล็กทรอนกิ สซ์ ง่ึ จะประกอบไปดว้ ยอปุ กรณ์อเิ ล็กทรอนกิ สต์ า่ ง ๆ หลายชนดิ เชน่ ตวั ตา้ นทาน ตวั เก็บประจุ ไดโอด ทรานซสิ เตอร์ ซงึ่ อปุ กรณเ์ หลา่ นจ้ี ะเป็ นอปุ กรณท์ ต่ี อ่ กนั อยใู่ นวงจร โดยขาของอปุ กรณ์ถกู บดั กรใี หเ้ ชอ่ื มตอ่ ถงึ กัน ซง่ึ ถา้ หากจดุ บดั กรตี ดิ กนั ไมส่ นทิ สกปรกหรอื ใชป้ รมิ าณตะกัว่ บดั กรนี อ้ ยเกนิ ไปในการบัดกรี อาจจะเป็ นสาเหตใุ หก้ ารทางานของ วงจรผดิ พลาดและกอ่ ใหเ้ กดิ ความเสยี หายตอ่ ระบบโดยรวมได ้ การบัดกรเี ป็ นทักษะทสี่ ามารถพัฒนาไดโ้ ดยการฝึกปฏบิ ัตแิ ละการมคี วามรทู ้ ถี่ กู ตอ้ งซง่ึ การ บดั กรเี ป็ นการประสานสว่ นทเี่ ป็ นโลหะ 2 สว่ น เขา้ ดว้ ยกันโดยการใหค้ วามรอ้ น และใชต้ ะก่วั บดั กรเี ป็ นตวั ประสาน ซงึ่ การบัดกรขี องโลหะทัง้ สองเขา้ ดว้ ยกันจะเป็ นการเชอ่ื มตอ่ กนั ทาง โครงสรา้ งและทางไฟฟ้า สามารถแบง่ ไดอ้ อกเป็ น เครอ่ื งมอื วธิ กี ารบัดกรี และเทคนคิ การบัดกรี เครอื่ งมอื ทใี่ ช้ มดี ังน้ี 1. หัวแรง้ (Soldering Iron) 2. ตะก่วั 3. ทดี่ ดู ตะก่ัว (Solder sucker) 4. ตวั ประสาน (Flux) 5. ทว่ี างหัวแรง้ (Solder Stand) 6. คมี ตดั (คมี ปากนกแกว้ ) 7. คมี จับ (คมี ปากจง้ิ จก) 8. มดี คตั เตอร์ 9. ทนิ เนอร+์ แปรงสฟี ัน (อปุ กรณ์ทาความสะอาด) 10. ชนิ้ งาน 1. หวั แรง้ (Soldering Iron) หวั แรง้ เป็ นเครอ่ื งมอื ทส่ี าคัญทใี่ ชใ้ นการบัดกรี มหี นา้ ทใ่ี หค้ วามรอ้ นเพอ่ื ละลายตะก่ัว หัวแรง้ บดั กรจี ะแบง่ ตามอัตรากาลังไฟฟ้าทห่ี วั แรง้ บัดกรแี ตล่ ะขนาดใชห้ รอื อาจจะหมายความถงึ ความ สน้ิ เปลอื งกาลงั ไฟฟ้าของหัวแรง้ บัดกรนี ่ันเอง นอกจากนัน้ อตั รากาลังไฟฟ้าของหัวแรง้ บดั กรยี ัง แสดงถงึ ปรมิ าณความรอ้ นทสี่ ามารถแพรก่ ระจายออกมาจากหวั แรง้ บัดกรไี ดอ้ กี ดว้ ย การนาหัว แรง้ บัดกรมี าสมั ผัสยังจดุ ทจี่ ดุ บดั กรี จะทาใหค้ วามรอ้ นจากหัวแรง้ บดั กรสี ง่ ผา่ นไปยงั ชนิ้ งานท่ี สมั ผสั อยู่ ดังนัน้ ถา้ เป็ นจดุ บดั กรขี นาดใหญก่ ็จาเป็ นทต่ี อ้ งใชห้ ัวแรง้ บดั กรที ม่ี อี ัตรากาลังไฟฟ้า สงู ๆ ดว้ ย สาหรับการบัดกรชี น้ิ งานทางดา้ นอเิ ล็กทรอนกิ สน์ ัน้ จะมหี ัวแรง้ ใหเ้ ลอื กใชห้ ลายชนดิ ในทน่ี จี้ ะขอกลา่ วแค่ 3 ชนดิ 1.1 หัวแรง้ แช่ ยคุ แรก ๆ หัวแรง้ แชจ่ ะมลี กั ษณะคลา้ ย ๆ ดา้ มปากกามกี าลงั ไฟประมาณ 25-60 วตั ต์ การใชง้ าน จะตอ้ งเสยี บแชอ่ ยตู่ ลอดเวลาหัวแรง้ ชนดิ นจี้ ะใหค้ วามรอ้ นทคี่ งทสี่ มา่ เสมอซงึ่ เหมาะสมสาหรับ งานบดั กรคี รัง้ ละหลาย ๆ จดุ เชน่ การประกอบวงจรอเิ ล็กทรอนกิ ส์ เป็ นตน้ แตใ่ นปัจจบุ ันนเ้ี พอ่ื ใหเ้ กดิ ความสะดวกในการใชง้ านไดม้ ากขนึ้ จงึ ไดม้ กี ารเพมิ่ ความสามารถของ หวั แรง้ แชใ่ หม้ คี วามสามารถเหมอื นหวั แรง้ ปืน โดยโครงสรา้ งยังเหมอื นเดมิ แตจ่ ะมปี ่ มุ กดเพอ่ื เพมิ่ ความรอ้ น ซงึ่ ความรอ้ นทไ่ี ดใ้ นตอนกดป่ มุ จะเทา่ กบั หวั แรง้ ปืนประมาณ 130 วตั ต์ ทาให ้ สามารถบัดกรไี ดท้ ัง้ จดุ เลก็ และจดุ ใหญ่ ยหี่ อ้ ทน่ี ยิ มใชก้ นั มากจะเป็ น Hakko หรอื ยห่ี อ้ Good
1.2 หัวแรง้ ปืน หวั แรง้ ปืนจะมลี กั ษณะคลา้ ย ๆ ปืน ในการใชง้ านจะมสี วทิ ชท์ ดี่ า้ มจับ หัวแรง้ ชนดิ นจ้ี ะมคี วาม รอ้ นไดร้ วดเร็วมขี นาดประมาณ 130 วตั ต์ เหมาะสาหรับงานบัดกรเี ป็ นครัง้ คราวและจดุ ทคี่ อ่ นขา้ ง ใหญ่ แตไ่ มเ่ หมาะสาหรับทจ่ี ะใชก้ ับอปุ กรณ์ทไี่ มท่ นความรอ้ น เชน่ ขวั้ ลาโพง แจ็คเสยี บตา่ ง ๆ เป็ นตน้ รปู ท่ี 2 หวั แรง้ ปืน 1.3 หวั แรง้ ไรส้ าย (Cordless Soldering Iron) หวั แรง้ ไรส้ ายเป็ นหัวแรง้ ทเี่ หมาะสาหรับงานนอกสถานที่ งานทไี่ มส่ ามารถใชไ้ ฟฟ้าได ้ เชน่ บน เสาสญั ญาณสงู ๆ บนดาดฟ้า เป็ นตน้ 1.3.1 หัวแรง้ ไรส้ ายแบบใชแ้ กส๊ Cordless Butane Soldering Iron หวั แรง้ แกส๊ เป็ นหัวแรง้ ทเี่ หมะสาหรับงานนอกสถานทใ่ี ชเ้ ป็ นครัง้ คราว ตอ้ งตรวจสอบ กอ่ นใชง้ านทกุ ครัง้ เพราะอยา่ ลมื หวั แรง้ ตวั นใ้ี ชแ้ กส๊ อาจจะระเบดิ ได ้ 1.3.2 หัวแรง้ ไรส้ ายแบบใช ้ แบตเตอรร์ ่ี (Cordless Batteries Soldering Iron) หวั แรง้ ทใี่ ชแ้ บตเตอรจ่ี ะมลี กั ษณะคลา้ ยหวั แรง้ แกส๊ การนาไปใชง้ านก็เหมอื น ๆ กนั ตา่ งกนั ตรงท่ี หวั แรง้ ทใ่ี ชแ้ บตเตอรจ่ี ะใชถ้ า่ น AA 3 กอ้ นซง่ึ จะมคี วามปลอดภยั มากกวา่ หวั แรง้ แกส๊ รปู ที่ 4 หวั แรง้ ไรส้ ายแบบแบบใชแ้ บตเตอรร์ ่ี (Cordless Batteries Soldering Iron) 2. ตะกว่ั บดั กรี ตะกั่วบดั กรกี ็เป็ นสงิ่ สาคญั อกี สง่ิ หนง่ึ ทขี่ าดไมไ่ ด ้ เพราะใชเ้ ป็ นตัวเชอื่ มอปุ กรณ์ใหต้ ดิ กัน เชน่ ใช ้ เป็ นตัวเชอื่ มอปุ กรณอ์ เิ ล็กหรอนกิ ส์ ใชเ้ ชอื่ มอปุ กรณ์กบั สายไฟและใชเ้ ชอื่ มทองแดงของแผน่ ป รน้ิ ท์ เป็ นตน้ ตะกว่ั ทมี่ ขี ายกันอยทู่ ั่วไปนัน้ มหี ลายยห่ี อ้ ผมไมร่ วู ้ า่ ยหี่ อ้ ไหนดเี หมอื นกนั แตเ่ ทา่ ที่ ลองใชด้ ู กร็ สู ้ กึ วา่ ไมก่ ็ไมไ่ ดต้ า่ งกัน ทกุ ยหี่ อ้ จะมมี าตรฐานเดย่ี วกันคอื มขี นาดเสน้ ผา่ ศนู ยก์ ลาง 0.25 mm. 0.5 mm. 0.8 mm. และ 1.2 mm. การเลอื กขนาดเสน้ ตะกั่วขนึ้ อยกู่ ับทจ่ี ดุ ท่ี ตอ้ งการบดั กรวี า่ มขี นาดใหญห่ รอื เล็ก และมาตรฐานอกี อยา่ งทใ่ี ชบ้ อกสว่ นผสมคอื แบบ 60/40 และแบบ 40/60 ยกตวั อยา่ งตัวเลข 60/40 นก้ี ็คอื สว่ นผสมของตะกัว่ และดบี กุ คอื มดี บี กุ 60 % และตะก่ัว 40 % ยง่ิ มดี บี กุ มากก็จะยง่ิ ทาใหก้ ารบดั กรแี ลว้ รอยบดั กรเี งาสวยงาม และตดิ สนทิ ยงิ่ ขน้ึ ตะก่วั ทขี่ นึ้ ชอ่ื วา่ เป็ นตะกั่วทดี่ สี ดุ คอื ตะกั่วทผี่ สมดว้ ยเงนิ ใชส้ าหรับการบดั กรงี าน พถิ พี ถิ ันในเรอ่ื งของสญั ญาณ เชน่ เครอื่ งเสยี งดี ๆ สายสญั ญาณ เป็ นตน้ 3. ทด่ี ดู ตะกว่ั (Solder sucker) ทด่ี ดู ตะกว่ั (Solder sucker) เป็ นเครอื่ งมอื ทช่ี ว่ ยในการถอดเปลย่ี นอปุ กรณ์ กลา่ วคอื เมอื่ มกี าร เปลย่ี นอปุ กรณ์ออกจากแผน่ ปรนิ้ ท์ ซง่ึ ถา้ ไมม่ ที ด่ี ดู ตะกวั่ การบดั กรอี ปุ กรณ์ออกจะทาไดย้ าก อาจจะทาลายปรน้ิ ทเ์ สยี หาย ทดี่ ดู ตะกว่ั นที้ าหนา้ ทด่ี ดู ตะกว่ั ตรงจดุ ทต่ี อ้ งการ จะเอาอปุ กรณ์ ออกและในปัจจบุ นั นมี้ ที ดี่ ดู ตะก่ัวหลาย ๆ รปู แบบและมขี นาดตา่ ง ๆ กัน เชน่ ทด่ี ดู ตะกวั่ แบบ ธรรมดา ทด่ี ดู ตะก่ัวพรอ้ มหัวแรง้ ในตวั เดยี ว รปู ท่ี 6 ทดี่ ดู ตะก่ัว (Solder sucker)
4. ตวั ประสาน (Flux) ตวั ประสาน (Flux) นอกจากเป็ นตัวประสานแลว้ เรายงั ใชใ้ นการใชล้ า้ งหัว แรง้ กรณีสกปรกทป่ี ลายหัวแรง้ เมอื่ ใชห้ วั แรง้ ซกั ประมาณ 5-6 วนิ าที จะมี เขมา่ เกาะ เขมา่ พวกนี้ หากลงไปผสมกบั ตะกวั่ กจ็ ะทาใหต้ ะกว่ั หมอง ไม่ สดใส เกาะตดิ ขาอปุ กรณไ์ มแ่ น่น วธิ ใี ชท้ เ่ี ร็ว งา่ ย สะดวกทสี่ ดุ ก็จมุ่ หัวแรง้ ท่ี รอ้ น ๆ ลงไป พอทจี่ ะสะอาดก็ยกหัวแรง้ ขน้ึ รปู ท่ี 7 ตัวประสาน (Flux) 5. ทวี่ างหวั แรง้ (Solder Stand) ทวี่ างหวั แรง้ (Solder Stand) ในขณะทที่ า่ นใชห้ วั แรง้ แบบแชห่ รอื แบบปืน สง่ิ หนง่ึ ทต่ี อ้ งระวงั คอื ความรอ้ น ของหวั แรง้ อาจจะทาใหเ้ กดิ อันตรายจากความรอ้ นของหวั แรง้ บนโตะ๊ ทวี่ างหวั แรง้ ดังนัน้ ทว่ี างหวั แรง้ จงึ มคี วามจาเป็ นมากซง่ึ จะมองดเู ป็ นระเบยี บและป้องกนั อบุ ตั เิ หตไุ ดใ้ นขณะ ปฏบิ ตั งิ าน 6. คมี ตดั (คมี ปากนกแกว้ ) ใชต้ ดั สายไฟทม่ี แี ละไมม่ ฉี นวนหมุ ้ คมี ตดั บางชนดิ มรี เู ล็ก ๆ สาหรับปอก ฉนวนของสายไฟไดด้ ว้ ย 7. คมี จบั (คมี ปากจง้ิ จก) คมี จับใชส้ าหรบั จับและดัดชนิ้ งาน 8. มดี คตั เตอร์ มดี ใชส้ าหรับกรดี ขดู ทาความสะอาดโลหะ ในการทางานอาจทาใหใ้ บมดี ทอื่ ไดง้ า่ ย สว่ นใหญ่ เราจะใชม้ ดี คตั เตอร์ เพราะมดี คตั เตอรส์ ามารถเปลย่ี นใบมดี ไดง้ า่ ย ประโยชนอ์ กี อยา่ งของมดี ก็ คอื เอาไวป้ อกสายไฟเวลาตอ้ งการจะบดั กรสี ายไฟกบั ขาอปุ กรณต์ ่าง ๆ ขอ้ แนะควรใชส้ นั มดี ขดู เพราะจะทาใหม้ ดี ไมค่ ม รปู ที่ 9 คัตเตอรส์ าหรบั ขดู ชาอปุ กรณห์ รอื ปอกสายไฟ 9. ทนิ เนอรแ์ ละแปรงสฟี นั ในขนั้ ตอนสดุ ทา้ ยของการบดั กรี เราควรลา้ งแผน่ ปรน้ิ ทเ์ พอื่ ดผู ลงานทเี่ รา ทาวา่ เป็ นอยา่ งไรบา้ ง โดยการเอาแปรงสฟี ันจมุ่ ทนิ เนอรแ์ ลว้ ไปถทู จี่ ดุ บดั กรี เพอ่ื ให ้ สามารถมองเห็นจดุ บดั กรไี ดช้ ดั เจน
10. ชน้ิ งานทจี่ ะบดั กรี อันนก้ี ็สาคัญมาก เพราะถา้ ไมม่ อี ะไรจะมาใหบ้ ดั กรแี ลว้ ก็ไมร่ จู ้ ะบัดกรอี ะไร แตโ่ ลหะในโลกน้ี มี อยตู่ งั้ หลายชนดิ บางชนดิ ก็บัดกรไี ด ้ บางชนดิ ก็บดั กรไี มไ่ ด ้ แยกไดด้ ังนี้ โลหะทบ่ี ดั กรีได้ โลหะทบ่ี ดั กรีไม่ได้ เหลก็ อะลมู ิเนียม สงั กะสี สแตนเลส ทองเหลือง เหลก็ หล่อ ทองแดง เหลก็ ชุบโครเม่ียม เงิน สง่ิ ทเี่ ห็นไดง้ า่ ยทส่ี ดุ คอื สายโคแอค็ เชยี ล (Coaxial Cable) จะสงั เกตวา่ เรา จะบดั กรไี มต่ ดิ ไมว่ า่ จะขดู อยา่ ง 1. เสยี บปล๊กั หวั แรง้ 2.ในขณะทรี่ อใหห้ วั แรง้ รอ้ น เราก็ตอ้ งเตรยี มผวิ ของชน้ิ งานทจ่ี ะบัดกรเี สยี กอ่ น ใหม้ คี วามสะอาด โดยการใชค้ ัตเตอรข์ ดู ทจ่ี ดุ บดั กรใี หส้ ะอาด แตอ่ ยา่ ขดู แรงมากเกนิ ไปเพราะขาของอปุ กรณ์ อเิ ล็กทรอนกิ สส์ ว่ นใหญ่ บอบบาง อาจจะหักไดง้ า่ ย และขอแนะอกี อยา่ งตอนขดู ใหใ้ ชส้ นั มดี อยา่ ใชค้ มมดี ขดู เพราะอาจจะทาใหม้ ดี ไมค่ ม 3. การใสอ่ ปุ กรณ์มเี ทคนคิ พนื้ ๆ คอื ตอ้ งใสอ่ ปุ กรณต์ วั เล็ก ๆ และเตย้ี ๆ กอ่ น โดยเฉพาะพวกจ๊ัมเปอร์ การใสอ่ ปุ กรณ์ตอ้ งกดอปุ กรณ์ทกุ ตวั ใหต้ ดิ แผน่ ปรนิ้ ทม์ ากทสี่ ดุ เมอ่ื ใส่ อปุ กรณแ์ ละกดอปุ กรณ์จนแนบปรนิ้ ทแ์ ลว้ เทคนคิ ทส่ี าคญั อันหนง่ึ ก็คอื ตอ้ งพับขาอปุ กรณใ์ ห ้ แยกออกเป็ นตรงขา้ มกนั และตอ้ งพับใหช้ ดิ ปรน้ิ ทม์ ากทส่ี ดุ ดว้ ย 4. เมอื่ ทาความสะอาดจดุ บดั กรเี สร็จแลว้ เราก็ทดสอบวา่ หัวแรง้ รอ้ นหรอื ไม่ โดยเอาตะกั่วลอง มาแตะ ดทู ปี่ ลายหัวแรง้ ถา้ ละลายแปลวา่ ใชไ้ ดแ้ ลว้ รปู ท่ี 11 พยายามใหต้ ะกั่วไลถ้ กู ปลายหวั แรง้ ขณะทเี่ รมิ่ รอ้ นพอดี 5. เมอ่ื หวั แรง้ รอ้ นไดท้ แ่ี ลว้ การบดั กรที ถี่ กู ตอ้ งคอื ตอ้ งนาปลายหัวแรง้ ไปป้อนความรอ้ นใหก้ บั ชน้ิ งาน จะตอ้ งป้อนบรเิ วณทเ่ี ป็ นจดุ บัดกรแี ละขาอปุ กรณ์พรอ้ ม ๆ กัน แลว้ จงึ ป้อนตะกว่ั และการ ป้อนตะกัว่ ทถ่ี กู ตอ้ ง จาเป็ นตอ้ งป้ อนทบ่ี รเิ วณชน้ิ งานไมใ่ ชป่ ้อนทห่ี ัวแรง้ เมอื่ ตะกว่ั ละลายท่ัวจดุ บัดกรแี ลว้ ก็ยกหวั แรง้ ขนึ้ และใหเ้ ป่ าดว้ ยปากใหต้ ะกว่ั แข็งตวั เร็วขนึ้ แตถ่ า้ เป็ นจดุ บัดกรเี ล็ก ๆ ก็ ไมต่ อ้ งเป่ าก็ไดเ้ พราะ ตะกัว่ จะแข็งตวั เกอื บทันทที ยี่ กหวั แรง้ ออกจากจดุ บดั กรี 6. ในขนั้ ตอนสดุ ทา้ ยของการบดั กรี เราควรลา้ งแผน่ ปรนิ้ ทเ์ พอ่ื ดผู ลงานทเี่ ราทาวา่ เป็ นอยา่ งไร บา้ ง เพราะหลังจากการบัดกรจี ะเกดิ คราบสกปรกจากตะกว่ั ทาใหเ้ รามองเห็นรอยบัดกรไี ดไ้ ม่ ชดั เจน รอยบดั กรขี องเราอาจจะเป็ นตามดหรอื อาจบดั กรไี มต่ ดิ ดงั นัน้ เพอ่ื ใหก้ ารบดั กรมี คี ณุ ภาพ และดเู ป็ นเงาสวยงามเราควรลา้ งจดุ บัดกรที กุ ครัง้
เทคนคิ การบดั กรี จากวธิ กี ารบดั กรขี นั้ ตน้ นัน้ กค็ งพอจะทาใหท้ กุ คนสามารถบดั กรไี ดด้ ว้ ย ตัวเองแลว้ แตจ่ ะสวยงามแน่นหนาแคไ่ หน ก็คงตอ้ งใช ้ เวลาฝึกฝนกนั หน่อย ซงึ่ สามารถสรปุ ไดด้ งั น้ี 1.จดุ บดั กรตี อ้ งสะอาด การเตรยี มผวิ ของชน้ิ งานทจี่ ะบัดกรใี หม้ คี วามสะอาด โดยการใชค้ ตั เตอรข์ ดู ทจ่ี ดุ บดั กรใี หส้ ะอาด แตอ่ ยา่ ขดู แรงมากเกนิ ไปเพราะขาของอปุ กรณอ์ เิ ล็กทรอนกิ สส์ ว่ นใหญ่ บอบบาง ขดั ถแู รง ๆ ระวงั ขาหัก และขอแนะอกี อยา่ งตอนขดู ใหใ้ ชส้ นั มดี อยา่ ใชค้ มมดี ขดู เพราะเดยี่ วมดี จะไมค่ ม 2. หวั แรง้ ตอ้ งสะอาด เพราะวา่ ตะกั่วจะละลายตดิ เฉพาะกับผวิ โลหะทสี่ ะอาดเทา่ นัน้ ดังนัน้ หากปลายหวั แรง้ ไมส่ ะอาด ตะก่วั ก็จะไมล่ ะลายตดิ เพราะสนมิ ทเ่ี กาะอยทู่ ผ่ี วิ ของปลายหัวแรง้ จะกนั้ ความรอ้ นจากหัวแรง้ ไมใ่ หไ้ หลไปยังตะก่วั ไดส้ ะดวก โดยท่ัวไปเวลาพดู ถงึ สนมิ เรามักจะนกึ ถงึ สนมิ เหล็กสแี ดง ๆ แตส่ นมิ ทเี่ กาะอยทู่ ปี่ ลาย หวั แรง้ ทมี่ ลี กั ษณะสดี า ๆ สนมิ นเ้ี กดิ ได ้ 2 ทางคอื เกดิ เมอ่ื ซอื้ หวั แรง้ มาใหม่ ๆ เวลาทเี่ ราเสยี บ ปล๊กั หวั แรง้ ครัง้ แรก ปลายหัวแรง้ จะคอ่ ย ๆ เปลยี่ นจากเงาแววคอ่ ย ๆ คล้าลงๆ จนดา ซงึ่ จดุ ท่ี มนั เรมิ่ คล้านัน้ เป็ นน จดุ ทะี่ กัว่ จะละลายไดพ้ อดี วธิ กี ารป้องกันคอื เอาตะกั่วคอยจที้ ปี่ ลายหวั แรง้ ไวต้ ลอดเวลา จนกระท่ังปลายหัวแรง้ รอ้ นไดท้ พี่ อทจ่ี ะทาใหต้ ะกั่วละลายได ้ ก็รบี ไลต้ ะก่ัวใหท้ ่ัว ปลายในทันทแี ลว้ สนมิ ก็จะไมข่ น้ึ อกี ถา้ ทาไมท่ ันเกดิ สนมิ ขนึ้ เสยี กอ่ น ก็ใหถ้ อดปล๊กั รอใหห้ ัวแรง้ เย็นแลว้ คอ่ ย ๆ ถดู ว้ ยกระดาษทรายเบอรล์ ะเอยี ด (อยา่ ถแู รง) แลว้ ลองใหม่ อกี ทางหนง่ึ ทส่ี นมิ จะเกดิ ทปี่ ลายหวั แรง้ ไดก้ ็คอื การเสยี บปล๊ักหัวแรง้ ทงิ้ ไวน้ าน ๆ โดย ไมเ่ อาไปบัดกรี ตะก่วั ทเี่ คลอื บอยทู่ ปี่ ลายหวั แรง้ ก็จะคอ่ ย ๆ กลายเป็ นไอขนึ้ ไปจนหมด ทนี ส้ี นมิ ก็จะเกาะเขา้ ทปี่ ลายหวั แรง้ ไดอ้ ยา่ งสบาย มวี ธิ ที าความสะอาดปลายหวั แรง้ อกี วธิ หี นงึ่ โดยไมต่ อ้ งถอดปล๊กั แลว้ ใชก้ ระดาษทราย ถู คอื ใชย้ างสน (เอาอยา่ งเป็ นกอ้ น ชนดิ ละลาย ทนิ เนอรแ์ ลว้ ใชไ้ มไ่ ด)้ จเี้ ขา้ ไปทป่ี ลายหัวแรง้ อยา่ ตกใจถา้ เกดิ ควนั โขมงขนึ้ นั่นถอื เป็ นธรรมดา แลว้ รบี เอาผา้ (ทท่ี าจากใยฝ้ายเชน่ ผา้ ขนหนู) รบี เชด็ คราบออก แลว้ ใชต้ ะก่ัวจตี้ ามก็จะชว่ ยได ้ แตถ่ า้ สนมิ หนามาก ก็คงตอ้ งพงึ่ กระดาษทราย รปู ที่ 12 ถา้ หวั แรง้ เป็ นสนมิ ใหใ้ ชย้ างสนจที้ ป่ี ลายหัวแรง้ 3. ใชเ้ วลาบดั กรใี หน้ อ้ ยทส่ี ดุ เพราะวา่ เวลาเราบัดกรนี ัน้ สว่ นใหญก่ ็เป็ นการบัดกรกี บั อปุ กรณอ์ เิ ล็กทรอนกิ ส์ ซง่ึ มกั จะ ทนความรอ้ นมาก ๆ ไมไ่ ด ้ หวั แรง้ รอ้ น ๆ จี้ นานนดิ เดยี ว ก็เสยี ซะแลว้ ยงิ่ พวกทรานซสิ เตอรห์ รอื ไอซกี ับไดโอด และสารกงึ่ ตวั นายง่ิ แลว้ ใหญ่ บางทหี ัวแรง้ ทร่ี อ้ นมาก ๆ ยงั ไมท่ ันบัดกรี ก็หวั ใจ วายตายไปกอ่ นแลว้ ดังนัน้ การบดั กรจี งึ ควรทาดว้ ยความรวดเร็วทส่ี ดุ แตก่ ็ตอ้ งใหต้ ะกวั่ ตดิ แน่น ดว้ ย 4. ใชอ้ ปุ กรณแ์ ละเครอ่ื งมอื ทเ่ี หมาะสม ถา้ จดุ บดั กรเี ลก็ ก็ใชห้ วั แรง้ ความรอ้ นตา่ ขนาด 20-50 วตั ต์ แตถ่ า้ จดุ บัดกรใี หญก่ ็ใช ้ 30- 130 วตั ต์ การเลอื กซอ้ื หวั แรง้ ควรเลอื กซอ้ื หัวแรง้ แชท่ ม่ี ปี ่ มุ กดเพม่ิ ความรอ้ นเพราะหัวแรง้ แชท่ มี่ ี ป่ มุ กดเพมิ่ ความรอ้ น เราสามารถเลอื กไดว้ า่ ตอ้ งการความรอ้ นมากหรอื นอ้ ย ยหี่ อ้ ทนี่ ยิ มใชก้ นั มาก เชน่ ยห่ี อ้ Hakko หรอื ยห่ี อ้ Good สว่ นตะก่วั ใหเ้ ป็ นชนดิ 60/40 ขนาด 0.8 mm.
5. เมอื่ บดั กรเี สร็จตอ้ งลา้ งดว้ ยทนิ เนอรท์ กุ ครงั้ ในขนั้ ตอนสดุ ทา้ ยของการบดั กรี เราควรลา้ งแผน่ ปรน้ิ ทเ์ พอ่ื ดผู ลงานทเี่ ราทาวา่ เป็ นอยา่ งไร บา้ ง เพราะหลังจากการบัดกรจี ะเกดิ คราบสกปรกจากตะก่ัวทาใหเ้ รามองเห็นรอยบดั กรไี ดไ้ ม่ ชดั เจน รอยบดั กรขี องเราอาจจะเป็ นตามดหรอื อาจบดั กรไี มต่ ดิ ดังนัน้ เพอ่ื ใหก้ ารบดั กรมี คี ณุ ภาพ และดสู วยงามเราควรลา้ งจดุ บัดกรที กุ ครัง้
Search
Read the Text Version
- 1 - 14
Pages: