Important Announcement
PubHTML5 Scheduled Server Maintenance on (GMT) Sunday, June 26th, 2:00 am - 8:00 am.
PubHTML5 site will be inoperative during the times indicated!

Home Explore โครงการกำหนดขอบเขตพื้นที่เมืองเก่า เมืองเก่าอุทัยธานี

โครงการกำหนดขอบเขตพื้นที่เมืองเก่า เมืองเก่าอุทัยธานี

Published by oldtown.su.research, 2021-09-07 17:31:09

Description: โครงการกำหนดขอบเขตพื้นที่เมืองเก่า เมืองเก่าอุทัยธานี

Keywords: เมืองเก่า,อุทัยธานี

Search

Read the Text Version

43



44

เมอื งเก่าอทุ ัยธานี 4.3 ขอบเขตพื้นทีเ่ มอื งเก่าอุทยั ธานี จังหวดั อุทัยธานี การวิเคราะห์ขอบเขตพื้นที่เมืองเก่าอุทัยธานี ได้กำหนดเกณฑ์และทำการประเมินคุณค่าและ ความสำคัญในด้านต่าง ๆ ของโบราณสถาน อาคาร และสถานที่สำคัญ ซึ่งเป็นองค์ประกอบของเมือง ที่มีอยู่ในพื้นที่เมืองอุทัยธานีในปัจจุบัน รวมทั้งได้จัดลำดับความสำคัญตามระดับศักยภาพของ องค์ประกอบของเมืองเหล่านั้น จากผลการวิเคราะห์ดังกล่าวถือเป็นข้อมูลสำคัญในการพิจารณาเพ่ือ กำหนดขอบเขตพื้นที่เมืองเกา่ อุทัยธานี และเมือ่ พจิ ารณาองค์ประกอบของเมืองอุทัยธานใี นเชิงที่ตั้ง พบว่า องค์ประกอบของเมืองที่มีคุณค่าและความสำคัญมาก หรือมีระดับศักยภาพสูงถึงปานกลาง มีอยู่เป็น จำนวนมาก ส่วนใหญ่ตั้งเกาะกลุ่มอยู่รวมกันภายในบริเวณตัวเมืองอุทัยธานี ส่วนองค์ประกอบของเมือง ส่วนที่เหลือจะตั้งกระจายอยู่ในพื้นที่ส่วนต่าง ๆ ของเมืองอุทัยธานี และหากพิจารณาขอบเขตพื้นที่เมือง เก่าจากความกลมกลืนขององค์ประกอบของเมืองกับบริบทของเมือง ขอบเขตการบริหารการปกครอง ขอบเขตทางธรรมชาติ ภูมิทัศน์วัฒนธรรม และความเป็นย่านที่ชัดเจนขององค์ประกอบเมือง พบว่า การกำหนดขอบเขตพื้นที่เมืองเก่าอุทัยธานีควรครอบคลุมย่านที่สำคัญของเมือง คือ บริเวณถนนศรีอุทัย ถนนท่าช้าง และบริเวณใกล้เคียง รวมถึงครอบคลุมองค์ประกอบที่มีศักยภาพสูงและปานกลางให้ได้มาก ที่สุด ทั้งนี้ การกำหนดขอบเขตดังกล่าวเพื่อความสมบูรณ์ในแง่ขององค์ประกอบของเมืองเก่า และการ อนรุ กั ษ์และพัฒนาเมอื งเกา่ อุทยั ธานีในอนาคต การกำหนดขอบเขตพื้นที่เมืองเก่าอุทัยธานี มีเนื้อที่ทั้งหมด 1.69 ตารางกิโลเมตร หรือ 1,058.87 ไร่ โดยมอี าณาเขตดงั น้ี (แผนท่ี 3 และแผนท่ี 4) ทศิ เหนือ จดทางแยกตัดถนนศรีเมืองกับซอยแยกถนนศรีอุทัย บริเวณพิกัด X = 610030 และ Y = 1701801 ต่อเนื่องไปทางทิศตะวันออกตามแนวกึ่งกลางซอยแยกถนนศรีอุทัยจน สุดถนน บริเวณพิกัด X = 610817 และ Y = 1701574 ข้ามแม่น้ำสะแกกรัง และ ต่อเนื่องเป็นเส้นตรงไปจนจดแนวเขตเทศบาลเมืองอุทัยธานี (ขนานและห่างจากฝ่ัง ตะวันออกของแม่น้ำสะแกกรังไปทางทิศตะวันออก 40 เมตร) บริเวณพิกัด X = 610872 และ Y = 1701432 ทิศตะวันออก จดแนวเขตเทศบาลเมืองอุทัยธานี (ขนานและห่างจากฝั่งตะวันออกของแม่น้ำสะแกกรังไป ทางทิศตะวันออก 40 เมตร) บริเวณพิกัด X = 610872 และ Y = 1701432 ต่อเนื่องลงไป ทางทิศใต้ตามแนวเขตเทศบาลเมืองอุทัยธานี จนกระทั่งจดแนวเขตที่ดินของวัด อุโปสถาราม บริเวณพิกัด X = 610588 และ Y = 1701243 และต่อเนื่องไปทางทิศ ตะวันออกตามแนวเขตที่ดินของวัดอุโปสถาราม จนถึงบริเวณจุดตัดกับถนนสะแกกรัง บริเวณพิกัด X = 610625 และ Y = 1701222 และต่อเนื่องไปทางทิศตะวันออกเฉียงใต้ ตามแนวเขตท่ดี ินของวดั อุโปสถาราม จนจดถนนโยธาธกิ ารบริเวณพกิ ัด X = 610852 และ Y = 1701149 ต่อเนื่องลงมาทางทิศตะวันตกเฉียงใต้ตามแนวถนนโยธาธิการ จนจด แนวเขตที่ดินของวัดอุโปสถารามบริเวณพิกัด X = 610756 และ Y = 1701084 และ 45

โครงการกำหนดขอบเขตพนื้ ที่เมืองเกา่ ต่อเนื่องลงมาทางทิศตะวันตกเฉียงใต้ จนจดแนวเขตเทศบาลเมืองอุทัยธานี (ขนาน และห่างจากฝั่งตะวันออกของแม่น้ำสะแกกรังไปทางทิศตะวันออก 40 เมตร) บริเวณ พิกัด X = 610652 และ Y = 1701006 และลงมาทางทศิ ใต้ตามแนวเขตเทศบาลเมอื ง อุทัยธานี (ขนานและห่างจากฝั่งตะวันออกของแม่น้ำสะแกกรังไปทางทิศตะวันออก 40 เมตร) จนกระทง่ั ถงึ บริเวณพกิ ดั X = 611238 และ Y = 1700458 ทิศใต้ จดแนวเขตเทศบาลเมืองอุทัยธานี (ขนานและห่างจากฝั่งตะวันออกของแม่น้ำสะแกกรังไป ทางทิศตะวันออก 40 เมตร) บริเวณพิกัด X = 611238 และ Y = 1700458 ต่อเนื่องเป็น เส้นตรงไปทางทิศตะวันตกเฉียงใต้ ข้ามแม่น้ำสะแกกรัง และขึ้นฝั่งไปจดกับถนนศรีอุทัย ซอย 4 บริเวณพิกัด X = 611124 และ Y = 1700288 และต่อเนื่องไปตามแนวกึ่งกลาง ถนนศรีอุทัย ซอย 4 จนถึงทางแยกตัดถนนศรีอทุ ัยกับถนนศรีอุทัย ซอย 7 ต่อเนื่องไปทาง ทิศตะวันตกเฉยี งใต้ตามแนวกึ่งกลางถนนศรีอุทัย ซอย 7 เชื่อมต่อกับถนนวงศาโรจน์ ซอย 10 เรื่อยไปจนกระทั่งจดทางแยกตัดถนนวงศาโรจน์ บริเวณพิกัด X = 610947 และ Y = 1699910 ทิศตะวนั ตก จดทางแยกตัดถนนวงศาโรจน์ ซอย 10 กับถนนวงศาโรจน์ บริเวณพิกัด X = 610947 และ Y = 1699910 ต่อเนื่องขึ้นไปทางทิศตะวันตกเฉียงเหนือตามแนวกึ่งกลางถนน วงศาโรจน์ ผ่านทางแยกตัดถนนศรีน้ำซึม เชื่อมต่อถนนณรงค์วิถี ต่อเนื่องไปตามแนว กึง่ กลางถนนณรงค์วิถี จนถึงทางแยกตัดถนนพรพิบูลย์อทุ ศิ บริเวณพิกัด X = 609988 และ Y = 1700514 และต่อเนื่องไปทางทิศตะวันตกเฉียงใต้ตามแนวกึ่งกลางถนน พรพิบูลย์อุทิศ จนจดทางแยกตัดถนนท่าช้าง ซอย 7 ต่อเนื่องไปตามแนวกึ่งกลางถนน ท่าช้าง ซอย 7 จนกระทั่งจดทางแยกตัดถนนท่าช้างกับถนนมณีรัตน์ ซอย 3 และ ต่อเนื่องขึ้นไปทางทิศเหนือตามแนวกึ่งกลางถนนมณีรัตน์ ซอย 3 จนจดทางแยกตัด ถนนมณีรัตน์ บริเวณพิกัด X = 609786 และ Y = 1700860 ต่อเนื่องไปทางทิศ ตะวันตกเฉียงใต้ตามแนวกึ่งกลางถนนมณีรัตน์ จนถึงทางแยกบริเวณพิกัด X = 609769 และ Y = 1700835 และต่อเนื่องขึ้นไปทางทิศเหนือตามแนวกึ่งกลางถนน หลังวัดมณีสถิตกปิฏฐาราม จนถึงทางแยกตัดถนนรักการดี 13 บริเวณพิกัด X = 609565 และ Y = 1701077 และขึ้นไปทางทิศเหนือตามแนวเขตของวัดมณีสถิต กปิฏฐาราม จนถึงบริเวณพิกัด X = 609558 และ Y = 1701184 ต่อเนื่องไปทางทิศ ตะวันออกตามแนวเขตที่ดินของวัดมณีสถิตกปิฏฐาราม จนถึงบริเวณพิกัด X = 609784 และ Y = 1701180 และต่อเนื่องเป็นเส้นตรงไปทางทิศตะวันออกจนจดทาง แยกตัดถนนเติบศิริกับถนนศรีเมือง บริเวณพิกัด X = 610014 และ Y = 1701152 และต่อเนอ่ื งขนึ้ ไปทางทศิ เหนือตามแนวกง่ึ กลางถนนศรเี มือง จนกระทั่งจดทางแยกตัด ถนนศรเี มืองกับซอยแยกถนนศรีอทุ ัย บรเิ วณพกิ ดั X = 610030 และ Y = 1701801 46



47



48



49



50

เมืองเกา่ อทุ ยั ธานี 4.4 เขตพ้นื ท่ี (Zoning) ภายในขอบเขตพ้ืนท่เี มอื งเกา่ อุทยั ธานี ภายในขอบเขตพื้นที่เมืองเก่าอุทัยธานีเป็นพื้นที่หลัก 1.69 ตารางกิโลเมตร หรือ 1,058.87 ไร่ ไม่มกี ารแบง่ เขตพนื้ ท่ี (Zoning) ภายในพ้ืนทีเ่ มอื งเกา่ อทุ ัยธานี เน่อื งจากพนื้ ท่ภี ายในเมอื งเก่ามอี งค์ประกอบ ทีส่ ำคัญของเมอื ง ส่วนใหญ่ต้งั กระจกุ ตวั หนาแนน่ อยู่บริเวณใจกลางเมือง และตามแนวถนนศรอี ทุ ยั 4.5 พื้นที่ต่อเนอ่ื งเมอื งเก่าอุทัยธานี พื้นที่ต่อเนื่องของเมืองเก่าอุทัยธานี (Buffer Zone) ได้แก่ พื้นที่บริเวณที่อยู่โดยรอบพื้นท่ี เมืองเก่าอุทัยธานี ซึ่งครอบคลุมพื้นที่ชุมชนต่าง ๆ มีเนื้อที่รวมประมาณ 7.21 ตารางกิโลเมตร หรือ 4,504.43 ไร่ โดยมอี าณาเขตดังนี้ (แผนท่ี 5 และแผนที่ 6) ทศิ เหนือ จดทางแยกตัดบริเวณทางหลวงแผ่นดินหมายเลข 3220 กับถนนซอยวัดสังกัสรัตนคีรี บริเวณพิกัด X = 609761 และ Y = 1703394 ต่อเนื่องไปทางทิศใต้ตามแนว กึ่งกลางทางหลวงแผ่นดินหมายเลข 3220 จนจดแนวเขตเทศบาลเมืองอุทัยธานี บริเวณพิกัด X = 609685 และ Y = 1703200 ต่อเนื่องไปทางทิศตะวันออกเฉียง ใต้ตามแนวเขตเทศบาลเมืองอุทัยธานี จนถึงบริเวณพิกัด X = 609775 และ Y = 1703157 และต่อเนื่องเป็นเส้นตรงไปทางทิศตะวันออกเฉียงใต้ จนจดแนวเขต เทศบาลเมืองอุทัยธานี บริเวณพิกัด X = 610621 และ Y = 1702286 และ ต่อเนื่องไปทางทิศตะวันออกเฉียงใต้ตามแนวเขตเทศบาลเมืองอุทัยธานี ข้าม แม่น้ำสะแกกรัง จนกระทั่งไปจดแนวเขตเทศบาลเมืองอุทัยธานี บริเวณพิกัด X = 610963 และ Y = 1701474 และต่อเนื่องเป็นเส้นตรงไปทางทิศตะวันออกเฉียง ใต้ จนจดแนวกึ่งกลางถนนโยธาธิการ บริเวณพิกัด X = 611045 และ Y = 1701234 ทศิ ตะวันออก จดแนวกึ่งกลางถนนโยธาธิการ บริเวณพิกัด X = 611045 และ Y = 1701234 ต่อเนื่องเป็นเสน้ ตรงไปทางทิศตะวันออกเฉียงใต้ จนถึงจุดตัดเส้นขนานระยะ 200 เมตร จากแนวเขตเทศบาลเมืองอุทัยธานี บริเวณพิกัด X = 611163 และ Y = 1700883 และต่อเนื่องลงมาทางทิศตะวันออกเฉียงใต้ตามแนวเส้นขนาน ระยะ 200 เมตร จากแนวเขตเทศบาลเมืองอุทัยธานี จนกระทั่งจดแนวกึ่งกลาง ทางหลวงชนบท อน.5002 บริเวณพิกัด X = 612266 และ Y = 1699879 ทิศใต้ จดจุดตัดแนวเส้นขนานระยะ 200 เมตร จากแนวเขตเทศบาลเมืองอุทัยธานี กับ แนวกึ่งกลางทางหลวงชนบท อน.5002 บริเวณพิกัด X = 612266 และ Y = 1699879 ต่อเนื่องไปตามแนวกึ่งกลางทางหลวงชนบท อน.5002 ข้ามแม่น้ำ สะแกกรัง และต่อเนื่องไปตามแนวกึ่งกลางทางหลวงชนบท อน.5002 จนกระท่ัง 51

โครงการกำหนดขอบเขตพื้นท่เี มืองเก่า ทิศตะวันตก จดทางแยกตัดถนนบริรักษ์กับทางหลวงแผ่นดินหมายเลข 3265 บริเวณพิกัด X = 611849 และ Y = 1699396 จดทางแยกตัดทางหลวงชนบท อน.5002 ถนนบริรักษ์ และทางหลวงแผ่นดิน หมายเลข 3265 บริเวณพิกัด X = 611849 และ Y = 1699396 ต่อเนื่องไปทาง ทิศตะวันตกตามแนวกึ่งกลางถนนบริรักษ์ จนกระทั่งจดทางแยกตัดถนนรักการดี บริเวณพกิ ดั X = 609486 และ Y = 1699798 และตอ่ เน่อื งเปน็ เสน้ ตรงไปทางทศิ ตะวันตกเฉียงเหนือ จนจดถนนเลียบกำแพงวัดสังกัสรัตนคีรี บริเวณพิกัด X = 609190 และ Y = 1699977 ต่อเนื่องไปทางทิศตะวันตกเฉียงเหนือตามแนว กึ่งกลางถนนเลียบกำแพงวัดสังกัสรัตนคีรี จนกระทั่งไปเชื่อมต่อกับถนนซอย วัดสังกัสรัตนคีรี บริเวณพิกัด X = 609097 และ Y = 1700210 และต่อเนื่องข้ึน ไปทางทิศเหนือตามแนวกึ่งกลางถนนซอยวัดสังกัสรัตนคีรี จนกระทั่งไปจดทาง แยกตัดทางหลวงแผ่นดินหมายเลข 3220 บริเวณพิกัด X = 609761 และ Y = 1703394 52



53



54



55



56

เมอื งเกา่ อุทยั ธานี 5. แนวทางการอนรุ ักษแ์ ละพฒั นาเมืองเกา่ 5.1 แนวทางการอนุรักษ์และพัฒนาท่ัวไป พิจารณาจากแนวทางท่วั ไป 7 ประการ สามารถเลอื กนาํ ไปใชป้ ฏบิ ตั ิตามความเหมาะสมสําหรับ พ้ืนทีเ่ ฉพาะแต่ละบรเิ วณทีม่ ีความแตกตา่ งกันออกไป ดังน้ี แนวทาง การดำเนนิ งาน 1. การมีส่วนรว่ มและ 1.1 ให้ประชาสังคมเข้ามามีส่วนร่วมตั้งแต่เริ่มดําเนินการศึกษา การประชาสัมพนั ธ์ เพ่อื ใหข้ ้อมูลพน้ื ฐานแสดงความตอ้ งการและความเปน็ เจา้ ของ โดยใช้กระบวนการแลกเปลี่ยนข้อมูลและความคิดเห็นใน รูปแบบตา่ ง ๆ ได้แก่ กลุ่มสนใจ การประชมุ สัมมนา ฯลฯ 1.2 ให้ประชาสังคมเห็นชอบในหลักการดําเนินการบริหารการ ใช้ประโยชน์ที่ดิน โครงข่ายคมนาคมขนส่ง การจัดระเบียบ อาคารและสภาพแวดล้อม เพื่อลดกระแสต่อต้านและการ ไม่ใหค้ วามรว่ มมอื ตลอดระยะเวลาดําเนินการ 1.3 การประชาสัมพันธ์โดยวิธีต่าง ๆ เช่น การพบปะพูดคุย การประชาสัมพันธ์โดยผ่านประชาสังคม ผ่านสื่อต่าง ๆ เพื่อให้ประชาชนได้รับทราบผลกระทบที่ตนเองจะได้รับ จากแผนการอนุรักษ์และพัฒนาเมืองเก่า และรับฟังข้อคิด เห็นเพ่อื การปรับปรุงใหส้ มบูรณ์ข้นึ 1.4 คณะอนุกรรมการอนุรักษ์และพัฒนาเมืองเก่าระดับเมือง แ ล ะ ก ลุ ่ ม ป ร ะ ช า ส ั ง ค ม ร ่ ว ม ก ั น ด ํ า เ น ิ น ก า ร เ ผ ย แ พ ร่ ประชาสัมพันธ์ รวมถึงให้ประชาชนเข้ามามีส่วนร่วมในการ ให้ข้อคิดเห็น และจัดกิจกรรมเมืองเก่าอย่างต่อเนื่อง เพื่อกระตุ้นให้ประชาชนได้เห็นคุณค่าของเมืองเก่า ทงั้ คุณคา่ ด้านวฒั นธรรม ด้านเศรษฐกจิ ดา้ นการศึกษา และ อ่ืน ๆ เพ่ือสรา้ งความภาคภูมิใจและจติ สํานกึ รักถิ่นฐาน 2. การสร้างจติ สํานึก 2.1 จัดตั้งคณะกรรมการเพื่อกําหนดกรอบการสร้างจิตสํานึก การอนุรักษ์และพัฒนา ทางสังคม โดยการให้ความรู้ สร้างการรับรู้ตั้งแต่ใน อย่างย่งั ยนื ครอบครัว กลุ่มทางสังคมต่าง ๆ ชุมชนและเป็นแบบแผน ของเมอื งเกา่ 2.2 ทุกภาคส่วนร่วมกันสร้างกลไกการเรียนรู้ต่าง ๆ ผ่านการ ประชุมในชุมชน จัดกิจกรรมสําหรับเด็กและเยาวชน กิจกรรมวันครอบครัว ผ่านสื่อโทรทัศน์ วิทยุ ผ่านทาง 57

โครงการกำหนดขอบเขตพื้นทเ่ี มอื งเกา่ แนวทาง การดำเนินงาน พระสงฆ์ โรงเรียน และหน่วยงานราชการที่เกี่ยวข้อง 3. การส่งเสริมกิจกรรมและ ตลอดจนช่องทางอินเทอร์เนต็ ท่ีจะกระตนุ้ ใหเ้ กดิ การเรียนรู้ วิถชี วี ิตทอ้ งถ่นิ ความรัก ความหวงแหน มรดกทางวัฒนธรรมและธรรมชาติ ทบ่ี รรพบุรษุ ได้สรา้ งไว้ 4. การสง่ เสริมคุณภาพชีวิต 2.3 ให้ประชาชนในชุมชน เยาวชน ร่วมแสดงความคิดเห็นต่อ แนวทางและระเบียบปฏิบัติต่าง ๆ ที่จะใช้รณรงค์จนเกิด 5. การป้องกนั ภัยคกุ คาม การรับรู้ และเปน็ วิถชี ีวติ ที่ต้องปฏิบตั ิรว่ มกัน จากมนุษย์และธรรมชาติ 2.4 มีกิจกรรมประเมินผลเพื่อการปรับปรุงแก้ไขวิธีการสร้าง การเรยี นรู้ทส่ี ามารถสร้างการซึมซับแนวทางการพัฒนาเชิง อนุรกั ษ์มรดกทางวฒั นธรรมให้เกิดข้ึนอยา่ งย่ังยนื กิจกรรมและวิถีชีวิตเป็นมรดกที่จับต้องไม่ได้ (Intangible Heritage) ได้แก่ ประเพณี อาหาร การแต่งกาย ภาษา เทศกาล คติความเชื่อ และภูมิปัญญาท้องถิ่น จะต้องมีการ อนุรักษ์และฟื้นฟูอย่างเป็นระบบ โดยอาศัยองค์ความรู้จาก ประชาชนและนักวิชาการในท้องถิ่น มีการค้นคว้าเผยแพร่ และสืบทอดอย่างต่อเนือ่ ง เช่น จัดพิมพ์เอกสารเผยแพร่ ฟื้นฟู งานเทศกาลต่าง ๆ เพื่อได้ประโยชน์ทางการท่องเที่ยวเชิง วัฒนธรรม จัดให้มีบริการสาธารณูปโภคสาธารณูปการ และธุรกรรม บริการที่ครบสมบูรณ์ สําหรับผู้อยู่อาศัยในย่านเมืองเก่า และนักท่องเที่ยวทุกเพศวัย ที่สะดวกต่อการเข้าถึงและไม่ จำเป็นต้องเดินทางไกลออกนอกบริเวณเมืองเก่า การจัดบริการรวมทั้งระบบการรักษาความปลอดภัยและ ป้องกันอัคคีภัยมีความจำเป็น เพราะภายในบริเวณ เมืองเก่ามีสภาพการอยู่อาศัยที่มักหนาแน่นและมีเส้นทาง สญั จรท่คี ่อนข้างคบั แคบ 5.1 คณะอนุกรรมการอนุรักษ์และพัฒนาเมืองเก่าระดับเมือง สามารถใช้อํานาจตามกฎหมายที่เกี่ยวข้องในการ จัดระเบียบหรือระงับยับยั้งกิจกรรมการพัฒนาก่อสร้าง ที่จะเป็นผลกระทบต่อโบราณสถานและแหล่งมรดก ศิลปวัฒนธรรม เพื่อป้องกันกรณีการพัฒนาสิ่งก่อสร้างท่ี บดบังโบราณสถาน โดยเฉพาะอย่างยิ่งการพัฒนาบนที่ดิน 58

เมอื งเก่าอุทยั ธานี แนวทาง การดำเนนิ งาน ของทางราชการหรือวัด ซึ่งมีเอกสิทธิ์ไม่ต้องผ่านการ ตรวจสอบของหนว่ ยงานควบคมุ การก่อสรา้ งท้องถ่นิ 5.2 จัดตั้งกลุ่มเฝ้าระวัง โดยอาศัยการประสานงานกับเครือข่าย นักเรียน นักศึกษาและนักวิชาการท้องถิ่น เพื่อช่วยติดตาม ตรวจสอบการพัฒนาที่กําลังเกิดขึ้นในพื้นที่ใกล้เคียงกับ โบราณสถานและแหลง่ มรดกศิลปวฒั นธรรม 5.3 จัดให้มีการศึกษาปัญหาความเสี่ยงต่อภัยธรรมชาติ วาง แนวทางแก้ปัญหา เพื่อป้องกัน รักษาแหล่งศิลปวัฒนธรรม จัดวางระบบเตือนภัยล่วงหน้าท่ี เหมาะสมและมี ประสทิ ธภิ าพ 6. การประหยดั พลงั งานด้าน 6.1 การขาดแคลนเส้นทางสัญจรที่เหมาะสมสําหรับคนเดิน การสัญจรและสภาพแวดล้อม และจักรยาน ทําให้ผู้คนต้องอาศัยรถยนต์และจักรยานยนต์ มากขึ้นเป็นวงจรต่อเนื่อง ควรส่งเสริมพัฒนาทางเดินเท้า การใช้จักรยานและพาหนะทางเลือกในย่านเมืองเก่า เพ่อื ลดการใชย้ านพาหนะทใี่ ช้เชอ้ื เพลิงและสรา้ งมลภาวะ 6.2 นําระบบกระบวนการธรรมชาตแิ ละสภาพภูมิประเทศมาใช้ ประโยชน์ในการพัฒนาด้านกายภาพของชุนชนเมืองเก่า การเปิดช่องมองภูมิทัศน์และปลูกต้นไม้สร้างร่มเงาจะช่วย ให้อากาศเกิดการไหลเวียน ลดอุณหภูมิและความช้ืน เพม่ิ สภาวะความสบายในบริเวณเมอื งเกา่ 7. การดแู ลและบาํ รงุ รกั ษา 7.1 ปัจจุบันสิ่งก่อสร้างในย่านเมืองเก่ามีข้อจํากัดต่อความต้อง อาคารและสาธารณปู การ การใช้ประโยชน์สําหรับชีวิตประจําวัน การต่อเติมโดยขาด การพิจารณาความเหมาะสมอาจเป็นการทําลายคุณค่า การปล่อยให้เกิดความเสื่อมโทรมของสภาพอาคารและ สิ่งก่อสร้าง เป็นผลกระทบต่อคุณค่ามรดกศิลปวัฒนธรรม ท้ังของตวั อาคารหรือสงิ่ ก่อสร้างน้ันและบรเิ วณแวดลอ้ ม 7.2 ขยายบทบาทองค์กรปกครองท้องถิ่นในคณะอนุกรรมการ อนุรักษ์และพัฒนาเมืองเก่าระดับเมือง ในการดูแลมิให้เกดิ การเปลีย่ นแปลงทีก่ ระทบต่อลักษณะทางกายภาพท่ีสําคัญ ของสิ่งก่อสร้างในย่านเมืองเก่า และส่งเสริมให้มีการ บํารุงรักษาสภาพภายนอกของอาคารอย่างต่อเนื่อง โดย เลือกใช้วัสดุก่อสร้างที่มีลักษณะคล้ายหรือสอดคล้องกับ 59

โครงการกำหนดขอบเขตพ้ืนทีเ่ มืองเกา่ แนวทาง การดำเนนิ งาน ของเดิมมากที่สุด หรือส่งเสริมให้มีการนำวัสดุก่อสร้าง ของเดิมกลบั มาใช้ประโยชน์ให้มากทสี่ ดุ 5.2 แนวทางการอนรุ กั ษแ์ ละพัฒนาสาํ หรับเขตพ้ืนท่ี (Zoning) พิจารณาจากเขตพื้นที่ (Zoning) มี 2 ประเภท ซึ่งสามารถเลือกนําไปใช้ปฏิบัติตามความ เหมาะสมสําหรับแตล่ ะพน้ื ที่ ประกอบด้วย พ้ืนทห่ี ลัก มแี นวทางการดำเนนิ งาน ทัง้ หมด 5 ดา้ น ดังนี้ แนวทาง การดำเนนิ งาน 1. ด้านการใชป้ ระโยชน์ทดี่ นิ 1.1 ลดการใช้ประโยชนท์ ดี่ ินในสว่ นท่ไี ม่จาํ เป็นในเขตพ้นื ที่ศาสนสถาน 1.2 ที่ดินของรัฐและเอกชนให้เป็นที่ดินประเภทอนุรักษ์เพ่ือ ส่งเสริมเอกลักษณศ์ ิลปวัฒนธรรมไทยเปน็ หลักให้ใชป้ ระโยชน์ ท่ีดินเพื่อหัตถกรรม การทอ่ งเท่ยี ว พาณิชยกรรม การอย่อู าศัย ศาสนสถาน สถานศึกษา หน่วยงานราชการ สาธารณูปโภค สาธารณูปการ นันทนาการ การรักษาคุณภาพสิ่งแวดล้อม หรือสาธารณประโยชนเ์ ท่าน้ัน 1.3 ที่ดินบนแนวกําแพงเมืองและคูเมือง จะต้องฟื้นฟูพื้นที่ขอบให้ เห็นชัดเจน โดยลดบทบาทการใช้ประโยชน์ที่ดินหรือหากมี การใช้ประโยชน์ที่ดินต่อเนื่อง ควรกําหนดลักษณะที่แสดง ความเปน็ พื้นท่ขี อบให้เดน่ ชดั 2. ด้านอาคารและสภาพแวดลอ้ ม รักษาสภาพแวดล้อมโดยกําหนดความสูง สัดส่วนพื้นที่ว่าง (Open Space Ratio) ขนาด ลักษณะ แบบ รูปทรง ฯลฯ ของ อาคารให้สอดคล้องและกลมกลืนหรือไม่ทําลายโบราณสถาน ในพื้นที่ พิจารณาการใช้วัสดุและสีของอาคารเพื่อสร้าง บรรยากาศการเข้ามาถงึ บรเิ วณสำคัญของเขตพืน้ ท่ีเมืองเกา่ 3. ดา้ นระบบการจราจรและ 3.1 ส่งเสริมให้มีทางเดินเท้า และการสัญจรด้วยยานพาหนะขนาด คมนาคมขนส่ง เบาเพอื่ ลดมลภาวะ เช่น รถจกั รยาน รถลากจูง เปน็ ต้น 3.2 ลดปริมาณการจราจร ห้ามรถบรรทุกหนักและรถขนาดใหญ่ เข้าสู่พน้ื ท่ี 3.3 จํากัดการก่อสร้างลานจอดรถขนาดใหญ่ ซึ่งเป็นมลภาวะทาง สายตาทข่ี ดั แย้งกบั สภาพแวดล้อมเมืองเก่า 3.4 แนวถนนที่สร้างทับอยู่บนแนวกําแพงเมืองหรือคูเมืองเดิม ควรมีสัญลักษณ์แสดงถึงสิ่งก่อสร้างในอดีต สร้างตำแหน่ง 60

เมอื งเกา่ อทุ ัยธานี แนวทาง การดำเนนิ งาน 4. ดา้ นการพฒั นาภมู ทิ ัศน์ จุดหมายตา ที่ตำแหน่งประตูเมืองเดิม หรือป้ายชื่อที่สื่อความ หมายถงึ แนวกาํ แพงเมอื งหรือคูเมืองเดิม 5. ด้านการบรหิ ารและ 4.1 สร้างเส้นทางต่อเนื่องระหว่างตําแหน่งองค์ประกอบเมือง การจดั การ โบราณสถาน และพื้นที่เปิดโล่งในเมือง โดยจัดให้มีทางคนเดิน ทางจักรยาน หรอื พาหนะขนาดเบา 4.2 จัดทางคนเดินทปี่ ลอดภยั พร้อมอปุ กรณ์สาธารณปู โภคอํานวย ความสะดวก เชน่ โคมไฟ ถงั ขยะ ปา้ ยบอกทาง ฯลฯ 5.1 ให้จังหวัดจัดตั้งสำนกั งานเลขานุการคณะอนุกรรมการอนรุ กั ษ์ และพัฒนาเมืองเก่า เพื่อทำหน้าที่เป็นสำนักงานเลขานุการ ของคณะอนกุ รรมการฯ 5.2 ให้จังหวัดออกประกาศ เรื่อง มาตรการในการควบคุมการ ก่อสร้างอาคารภาครัฐ รัฐวิสาหกิจ และหน่วยงานของรัฐอย่าง อน่ื ท่ีอาจพึงมใี นบรเิ วณเมอื งเกา่ ทจี่ ะดำเนินการก่อสร้างภายใน บริเวณเมืองเก่า ส่งเรื่องและแบบแปลนให้คณะอนุกรรมการ อนุรักษ์และพัฒนาเมืองเก่า โดยผ่านสำนักงานเลขานุการ คณะอนุกรรมการอนุรักษ์และพัฒนาเมืองเก่า เพื่อพิจารณาให้ ความเห็นถงึ ผลกระทบดา้ นส่งิ แวดล้อมก่อน 5.3 จัดทำแผนแม่บทการอนุรักษ์และพัฒนาเมืองเก่า โดยความ เห็นชอบของคณะกรรมการอนุรักษ์และพัฒนากรุงรัตนโกสินทร์ และเมอื งเกา่ และคณะรฐั มนตรี เพอ่ื เป็นกรอบแนวทางในการ ดำเนินงาน 5.4 วางแนวนโยบายการใช้ประโยชนท์ ี่ดินบรเิ วณเมอื งเกา่ 5.5 ให้องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ออกมาตรการในการควบคุม การก่อสร้างอาคารของภาคเอกชน พืน้ ที่ต่อเนือ่ ง มีแนวทางการดำเนนิ งาน ทั้งหมด 4 ด้าน ดงั นี้ แนวทาง การดำเนนิ งาน 1. ด้านการใชป้ ระโยชนท์ ่ีดิน 1.1 ลดการใชป้ ระโยชน์ทดี่ นิ ในสว่ นไม่จาํ เป็นในเขตพืน้ ทศ่ี าสนสถาน 1.2 ที่ดินของรัฐและเอกชนให้ใช้ประโยชน์ที่ดินเพื่อหัตถกรรม การท่องเที่ยว การอยู่อาศัย พาณิชยกรรม สถาบันราชการ สถานศึกษา ศาสนสถาน สาธารณูปโภค สาธารณูปการ 61

โครงการกำหนดขอบเขตพนื้ ท่ีเมืองเกา่ แนวทาง การดำเนินงาน นันทนาการ การรักษาคุณภาพสิ่งแวดล้อม หรือสาธารณ ประโยชน์เทา่ นน้ั และต้องสง่ เสริมพ้นื ที่หลกั 2. ด้านอาคารและสภาพแวดล้อม 2.1 พิจารณาวางข้อกําหนดความสูงและแนวถอยร่นอาคาร รวมท้ัง ขนาดมวลอาคาร เพื่อรักษาสัดส่วนที่เหมาะสมของขนาด อาคารท่ีไมท่ ำลายแหล่งศลิ ปกรรมในพื้นที่และพ้ืนท่ีเมอื งเกา่ 2.2 พิจารณาการใช้วัสดุและสีของอาคารเพื่อส่งเสริมบรรยากาศ ในเขตพืน้ ท่เี มืองเกา่ 2.3 พิจารณาการใช้ประโยชน์อาคารเก่าที่ยังคงสภาพหรือสามารถ ฟืน้ ฟูไดใ้ นกจิ กรรมทเี่ ก่ยี วเนือ่ งกับการเรียนรแู้ ละการท่องเที่ยว 3. ดา้ นระบบการจราจรและ 3.1 สร้างที่จอดรถในตําแหน่งที่เหมาะสม เป็นจุดเปลี่ยนระบบการ คมนาคมขนสง่ สัญจรเข้าถึงพื้นที่หลักและส่วนอื่น ๆ ของเมือง เพื่อลดจํานวน รถยนต์ที่จะเข้าไปสร้างความคับคั่งของการจราจร รวมท้ัง ผลกระทบดา้ นมุมมองและการเกิดมลภาวะในพืน้ ท่เี มืองเกา่ 3.2 ส่งเสริมให้มีทางเดินเท้าและการสัญจรด้วยยานพาหนะ ขนาดเบา เช่น รถจักรยาน และรถลากจงู เป็นต้น 4. ด้านการพัฒนาภูมิทศั น์ 4.1 เส้นทางหลักเข้าสู่เมืองเก่า ควรสร้างเอกลักษณ์และจุดหมาย ตาทีร่ ะบุการมาถึงยา่ นเมืองเก่า รวมถึงการเปิดมุมมอง (Vista) ตามแนวเส้นทางการสัญจรเข้าสู่บรเิ วณเมอื งเกา่ 4.2 ปลูกต้นไม้ขนาดใหญ่ตามแนวเส้นทางเข้าสู่เมือง การพัฒนา ภูมิทัศน์ สร้างร่มเงาตามแนวถนน ทางเท้า และสร้างจุดหมายตา โดยเลือกพันธ์ไุ มท้ ีม่ คี วามเชื่อมโยงกับประวตั ศิ าสตรข์ องเมืองเก่า หรือที่เป็นต้นไม้ประจำจังหวัด เช่น ต้นสะเดา (Azadirachta indica A. Juss. var. siamensis Valeton) ซ่งึ เปน็ ตน้ ไม้ประจำ จงั หวดั อทุ ยั ธานี เปน็ ตน้ 4.3 ป้ายโฆษณาและป้ายกิจกรรมเชิงพาณิชย์ที่ไม่เหมาะสม เป็นปัญหาต่อทัศนียภาพ ควรจํากัดขนาดและรูปลักษณ์ของ ป้ายประเภทต่าง ๆ ส่งเสริมการออกแบบป้ายที่ดีมีเอกลักษณ์ ด้วยการประกาศเกียรตคิ ณุ 4.4 เปลี่ยนวัสดุพื้นผิวจราจรให้มีสีและสัมผัสที่แตกต่างจากถนน ทั่วไป เพ่อื ใหร้ ้สู ึกถงึ การมาถึงเมอื งเกา่ 4.5 จัดใหม้ ีอุปกรณส์ าธารณูปโภคเพื่ออำนวยความสะดวกและท่ีมี เอกลักษณ์สอดคล้องกับความเป็นเมอื งเกา่ 62

เมอื งเกา่ อุทยั ธานี บรรณานกุ รม กรมศิลปากร. บ้านหลุมเข้า: รายงานเบื้องต้นเรื่องชั้นดินและหลักฐานทางโบราณคดีบางประเภท. กรงุ เทพฯ: กรมศลิ ปากร, 2531. คณะกรรมการอำนวยการจัดงานเฉลิมพระเกียรติ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว. วัฒนธรรม พัฒนาการ ทางประวัติศาสตร์ เอกลักษณ์และภูมิปัญญา จังหวัดอุทัยธานี. พิมพ์ครั้งที่ 1. กรุงเทพฯ: คณะกรรมการฝา่ ยประมวลเอกสารและจดหมายเหตุในคณะกรรมการอำนวยการจัดงานเฉลิมพระ เกยี รตพิ ระบาทสมเดจ็ พระเจ้าอยหู่ ัว, 2544. คณะสถาปัตยกรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยศิลปากร. รายงานฉบับสุดท้ายโครงการรักษาเอกลักษณ์ของ สถาปัตยกรรมท้องถิ่นและสิ่งแวดล้อม เพื่อดึงดูดนักท่องเที่ยว จ.อุทัยธานี. กรุงเทพฯ: มหาวทิ ยาลัยศลิ ปากร, 2546. จุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว,พระบาทสมเด็จพระ. พระราชหัตถเลขา คราวเสด็จมณฑลฝ่ายเหนือ ในรัชกาลที่ 5. จัดพิมพ์เป็นอนุสรณ์ในงานฌาปนกิจศพ นายยืนยง วรโพธิ์ และเด็กหญิงสุภาวดี วรโพธิ์ วนั ท่ี 17 มิถุนายน 2508, พมิ พ์คร้งั ที่ 3, พระนคร: กรมศิลปากร, 2508. จุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว, พระบาทสมเด็จพระ. เสด็จประพาสต้นในรัชกาลที่ 5. กรุงเทพฯ: โรงพิมพ์เสรี บรรณกิจ, 2520. ตรึงใจ บูรณสมภพ. อุทัยธานี: โครงการรักษาเอกลักษณ์สถาปัตยกรรมท้องถิ่นและสิ่งแวดล้อมเพ่ือ ดึงดูดนักท่องเที่ยว. กรงุ เทพฯ: มหาวทิ ยาลยั ศิลปากร, 2543. เต็ม สมติ ินันทน์. ชื่อพรรณไมแ้ หง่ ประเทศไทย. กรุงเทพฯ: สำนักงานหอพรรณไม้ สำนักวิจัยการอนุรักษ์ ป่าไม้และพนั ธพุ์ ืช กรมอุทยานแห่งชาติ สตั วป์ ่า และพันธพ์ุ ชื , 2557. พงศกรณ์ ผะอบเพ็ชร. การพัฒนาระบบชลประทานในเขตลุ่มแม่น้ำเจ้าพระยา พ.ศ. 2488-2507. กรงุ เทพฯ: จุฬาลงกรณ์มหาวทิ ยาลัย, 2559. พลาดิศัย สิทธิธัญกิจ. จดหมายเหตุเมืองอุทัยธานี. อุทัยธานี: สมาคมชาวอุทัยธานี, 2550. มหาดไทย, กระทรวง. สำนักงานจังหวัดอุทัยธานี. ประวัติมหาดไทยส่วนภูมิภาคจังหวัดอุทัยธานี. กรุงเทพฯ: บพธิ การพมิ พ,์ 2528. มหาวิทยาลัยนเรศวร. แผนพัฒนาที่อยู่อาศัยและแผนป้องกัน /แก้ปัญหาชุมชนแออัดในเขตเมือง อุทัยธานี. กรุงเทพฯ: การเคหะแห่งชาติ และคณะสถาปัตยกรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยนเรศวร, 2552. ราชบัณฑิตยสถาน. กฎหมายตราสามดวง ฉบับราชบัณฑิตยสถานจัดพิมพ์ตามต้นฉบับหลวง. กรงุ เทพฯ: ราชบณั ฑิตยสถาน, 2550. ศูนย์วัฒนธรรมจังหวัดอุทัยธานี โรงเรียนอุทัยวิทยาคม. การอนุรักษ์สถาปัตยกรรมในเมืองอุทัยธานี. ม.ป.ท., 2531. 63

โครงการกำหนดขอบเขตพื้นทเ่ี มอื งเกา่ สถาบันเทคโนโลยีพระจอมเกล้าเจ้าคุณทหารลาดกระบัง. โครงการพิพิธภัณฑ์เสมือนเรื่องที่อยู่อาศัยที่ เป็นเอกลักษณ์สะท้อนถึงอัตลักษณ์ความเป็นชุมชนเมืองอุทัยธานี. กรุงเทพฯ: การเคหะแห่งชาติ และคณะสถาปัตยกรรมศาสตร์ สถาบนั เทคโนโลยพี ระจอมเกล้าเจา้ คุณทหารลาดกระบัง, 2559. สรัสวดี อ๋องสกุล. ประวตั ศิ าสตร์ลา้ นนา. กรุงเทพฯ: อัมรินทร,์ 2562. อมรดรุณารักษ์, จมื่น. พระราชกรณียกิจสำคัญในพระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัว เล่ม 6. กรุงเทพฯ: องค์การค้าคุรุสภา, 2512. อรศิริ ปาณินท์. หมู่บ้านลอยน้ำของไทย. กรุงเทพฯ: ศูนย์มานุษยวิทยาสิรินธร องค์การมหาชน และ คณะสถาปัตยกรรมศาสตร์ มหาวทิ ยาลยั ศิลปากร, 2546. เอนก นาวกิ มลู และธงชยั ลขิ ิตพรสวรรค.์ ของสวยของงามอทุ ยั ธาน.ี นนทบรุ :ี ตน้ ฉบบั , 2561. อเนก นาวกิ มูล และธงชัย ลขิ ิตพรสวรรค.์ สมุดภาพเมืองอุทยั ธาน.ี อุทัยธาน:ี จังหวดั อุทยั ธาน,ี 2561. Lieberman, Victor. (1996). “Political Consolidation in Burma Under the Early Konbaung Dynasty, 1752-c.1820” in Journal of Asia History. 30.2, pp.152–168. Lieberman, Victor. “Was the Seventeenth Century a Watershed in Burmese History?”. In Reid, Anthony J. S. (ed.). Southeast Asia in the Early Modern Era: Trade, Power, and Belief. Cornell University Press, 2018. การสัมภาษณ์ สัมภาษณ์ ปฏภิ าณ วงศ์กาญจนา, 30 พฤษภาคม 2563. สมั ภาษณ์ พระมหาฟู, เจา้ อาวาสวัดธรรมโศภติ , 16 มิถนุ ายน 2563. สัมภาษณ์ ยงยทุ ธ ภาครัตณี, 30 พฤษภาคม 2563. 64

เมืองเก่าอทุ ัยธานี ภาคผนวก ผ- 1

โครงการกำหนดขอบเขตพื้นท่ีเมอื งเก่า ผ- 2

เมอื งเกา่ อุทยั ธานี ผ.1 ขอ้ มลู ทั่วไปของพน้ื ทเี่ มืองอทุ ัยธานี การศึกษาสภาพทั่วไปของพื้นที่ศึกษาเมืองอุทัยธานี เพื่อชี้ให้เห็นสถานการณ์โดยรวมของเมือง อุทัยธานีในด้านต่าง ๆ ท้งั ทางด้านอาณาเขตทตี่ ้งั การบริหารการปกครอง สภาพแวดลอ้ มทางกายภาพ การใช้ ประโยชน์ที่ดิน สภาพเศรษฐกิจ สังคม และวัฒนธรรม รวมถึงกฎระเบียบและข้อบังคับต่าง ๆ ที่สำคัญ ที่เกี่ยวข้องกับการอนุรักษ์และพัฒนาแหล่งมรดกทางวัฒนธรรมที่ปัจจุบันยังคงใช้บังคับ ซึ่งข้อมูลสนับสนุน ทงั้ หมดนจ้ี ะเปน็ ประโยชนใ์ นการนำไปใช้พิจารณากำหนดแนวเขตพน้ื ทเี่ มืองเก่าอทุ ัยธานีในลำดับตอ่ ไป 1.1 อาณาเขตทีต่ ง้ั และการปกครอง พื้นที่ศึกษาเมืองเก่าอุทัยธานี ตั้งอยู่ในพื้นที่อำเภอเมืองอุทัยธานี จังหวัดอุทัยธานี จัดอยู่ใน ภาคเหนือตอนล่างหรือภาคกลางตอนบนของประเทศไทย หา่ งจากกรุงเทพมหานครตามทางรถยนต์ประมาณ 238 กิโลเมตร ครอบคลุมพื้นที่เขตการบริหารการปกครองที่เกี่ยวข้อง คือ เทศบาลเมืองอุทัยธานี และ บางส่วนขององค์การบริหารส่วนตำบลสะแกกรัง (แผนที่ ผ-1) เทศบาลเมอื งอทุ ัยธานี เป็นเทศบาลขนาดกลาง ไดย้ กฐานะมาจากสุขาภบิ าลเมืองอุทยั ธานี ขึ้นเป็น เทศบาลเมืองอุทัยธานี เมื่อวันที่ 10 ธันวาคม พ.ศ. 2478 ตามพระราชกฤษฎีกาการจัดตั้งเทศบาลเมือง อุทัยธานี จังหวัดอุทัยธานี พุทธศักราช 2478 เดิมมีพื้นที่ 2.8 ตารางกิโลเมตร ต่อมาได้มีการเปลี่ยนแปลงเขต เทศบาลเมืองอุทัยธานี เป็นพื้นที่ 8.2 ตารางกิโลเมตร เมื่อวันที่ 30 ธันวาคม พ.ศ. 2512 ปัจจุบันเทศบาล เมืองอุทัยธานีเป็นเทศบาลเมืองเพียงแห่งเดียวในจังหวัดอุทัยธานี มีบทบาทเป็นเมืองศูนย์กลางการปกครอง ระดับจังหวัด เป็นที่ตั้งของศาลากลางของจังหวัด เทศบาลเมืองอุทัยธานี ตั้งอยู่ทางฝั่งตะวันตกของแม่น้ำ สะแกกรัง และอยู่ติดเขาสะแกกรัง ครอบคลุมพื้นที่ตำบลอุทัยใหม่ทั้งตำบล (http://www.uthaicity.go.th, 2563) มอี าณาเขตติดต่อกับพืน้ ท่ีโดยรอบ ดังน้ี ทิศเหนือ ติดต่อกับ ตำบลสะแกกรงั อำเภอเมืองอุทยั ธานี ทิศตะวันออก ติดตอ่ กบั ตำบลสะแกกรัง อำเภอเมอื งอุทัยธานี ทิศใต้ ตดิ ตอ่ กับ ตำบลน้ำซมึ บริเวณบ้านปากกะบาด อำเภอเมอื งอุทยั ธานี ทิศตะวันตก ติดต่อกบั ตำบลน้ำซมึ และตำบลดอนขวาง อำเภอเมืองอุทยั ธานี ปัจจุบันเทศบาลเมืองอุทัยธานีแบ่งการบริหารการปกครองออกเป็น 15 ชุมชน ประกอบด้วย (แผนที่ ผ-2) ชมุ ชนปากกะบาดสัมพนั ธ์ ชุมชนพิชัยสวรรค์ ชุมชนพัฒนาบ้านเรา ชมุ ชนประชามสี ุข ชมุ ชนอทุ ัยเมอื งวไิ ล ชมุ ชนเปรมประชา ชมุ ชนลุ่มแมน่ ้ำสะแกกรงั ชุมชนบ้านเหนือ ชุมชนคลองลึกพฒั นา ชุมชนพทุ ธมงคลพฒั นา ชมุ ชนราชอทุ ยั กวี ชุมชนรักการดีพัฒนา ชมุ ชนบา้ นวังยาง ชุมชนอมฤตวารี ชุมชนศรีพรพบิ ูลย์ ผ- 1

โครงการกำหนดขอบเขตพ้นื ท่ีเมืองเก่า องค์การบริหารส่วนตำบลสะแกกรัง ตั้งอยู่ทางฝั่งตะวันออกของแม่น้ำสะแกกรัง ครอบคลุมพื้นท่ี ตำบลสะแกกรังทั้งตำบล มีพื้นที่ 18.10 ตารางกิโลเมตร (https://www.sakaekrang.go.th, 2563) มีอาณา เขตตดิ ตอ่ กับพืน้ ทโ่ี ดยรอบ ดังนี้ ทิศเหนอื ติดต่อกับ ตำบลหนองไผ่แบน อำเภอเมืองอุทัยธานี และตำบลน้ำทรง อำเภอ พยหุ ะครี ี จงั หวัดนครสวรรค์ ทศิ ตะวนั ออก ติดต่อกับ ตำบลหาดทะนง และตำบลเกาะเทโพ อำเภอเมอื งอทุ ยั ธานี ทศิ ใต้ ตดิ ตอ่ กับ ตำบลท่าซงุ อำเภอเมืองอุทัยธานี ทิศตะวันตก ติดตอ่ กับ ตำบลอทุ ัยใหม่ และตำบลดอนขวาง อำเภอเมอื งอุทยั ธานี ปัจจุบันองค์การบริหารส่วนตำบลสะแกกรังแบ่งการบริหารการปกครอง ออกเป็น 8 หมู่บ้าน ประกอบดว้ ย หมทู่ ่ี 1 บ้านน้ำตก หมู่ที่ 2 บา้ นเนินตมู หมทู่ ่ี 3 บา้ นปากกะบาด หมทู่ ่ี 4 บ้านทา่ ดนิ แดง หมู่ที่ 5 บ้านบางกุ้ง หมทู่ ี่ 6 บ้านบางใหญ่ หมู่ที่ 7 บา้ นบางกุง้ หม่ทู ี่ 8 บ้านจกั ษา ผ- 2

เมอื งเกา่ อุทยั ธานี ผ- 3

โครงการกำหนดขอบเขตพื้นท่ีเมอื งเก่า ผ- 4

เมืองเกา่ อทุ ยั ธานี 1.2 ลกั ษณะภมู ปิ ระเทศและสภาพแวดล้อม ลักษณะภูมิประเทศที่สำคัญของตัวเมืองอุทัยธานี พื้นที่ส่วนใหญ่ลาดเทจากทิศตะวันตกลงมาสู่ทิศ ตะวันออก มีเขาสะแกกรังซึ่งทอดตัวในแกนทิศเหนือ-ใต้ ตั้งขนาบด้านทิศตะวันตกของตัวเมือง จุดสูงสุดของ เขาสะแกกรังมีความสูงประมาณ 119 เมตรจากระดับน้ำทะเล บริเวณที่ราบติดเชิงเขามีความสงู ประมาณ 64 เมตรจากระดับน้ำทะเล และค่อย ๆ ลาดลงมาจนถึงประมาณ 17 เมตรจากระดับน้ำทะเล พื้นที่ด้าน ตะวันออกของตัวเมืองอุทัยธานีมลี ักษณะเป็นที่ราบลุ่มริมแม่นำ้ และมีแม่น้ำสะแกกรังไหลผ่านขนาบทางด้าน ทิศตะวันออก ซึ่งรับน้ำมาจากลำน้ำตากแดด และลำน้ำสาขาที่ไหลมาจากหุบเขาทางด้านทิศตะวันตกเฉียง เหนือ และไหลลงสแู่ มน่ ้ำเจ้าพระยาในเขตอำเภอมโนรมย์ จังหวดั ชยั นาท ในอดีตน้ำในแม่น้ำสะแกกรังจะแห้ง ขอดในช่วงฤดูแล้ง แต่ปัจจุบันหลังจากมีการสร้างเขื่อนเจ้าพระยาแล้ว แม่น้ำสะแกกรังก็มีน้ำตลอดทั้งปี นอกจากนี้พื้นท่เี มืองอทุ ยั ธานียังมคี ลองระแวงไหลผ่านทางด้านทศิ ตะวันออกเฉียงเหนือ และมีคลองท่าโพไหล ผา่ นทางดา้ นทิศใต้ พาดจากทางตะวันตกไปทางตะวันออกและเช่อื มลงสูแ่ มน่ ้ำสะแกกรงั สว่ นพื้นท่ีฝั่งตรงข้าม ของแม่น้ำสะแกกรัง คือ เกาะเทโพ ลักษณะเป็นพื้นที่ราบลุ่มต่ำ น้ำท่วมถึงในฤดูน้ำหลาก เนื่องจากถูกโอบ ลอ้ มดว้ ยแม่น้ำสะแกกรังและแมน่ ้ำเจา้ พระยา สภาพพืน้ ทจี่ งึ มีความอดุ มสมบรู ณเ์ หมาะแก่การทำเกษตรกรรม จากสภาพภูมิประเทศของตัวเมืองอุทัยธานีที่ชุมชนมีการตั้งถิ่นฐานอยู่บนที่ราบลุ่มบริเวณคุ้งน้ำ โดยด้านทิศตะวันตกของเมืองมีเขาสะแกกรังตั้งขนาบ และด้านทิศตะวันออกมแี ม่นำ้ สะแกกรังไหลผ่านขนาบ กับตัวเมือง ลักษณะดังกล่าวจัดเป็นชัยภูมิที่ดีสอดคล้องกับคติสร้างเมือง (ฮวงจุ้ย) ของชาวจีน ส่วนในแม่น้ำ สะแกกรังมีชุมชนชาวแพซึ่งอยู่อาศัยและทำมาหากินโดยอาศัยความอุดมสมบูรณ์ทางธรรมชาติของแม่น้ำ สะแกกรังในการประกอบอาชีพ เช่น ปลูกเตยหอม และเลี้ยงปลาในกระชังเป็นส่วนใหญ่ ปัจจุบันชุมชนชาว แพในลำน้ำสะแกกรัง จังหวัดอุทัยธานีแห่งนี้ได้กลายเป็นแหล่งท่องเที่ยวที่สำคัญสามารถสร้างรายได้ให้ชาว อทุ ยั ธานตี ลอดท้งั ปี จากลักษณะการตั้งถิ่นฐานและลักษณะภูมิประเทศของเมืองอุทัยธานี ส่งผลให้ตัวเมืองอุทัยธานีมี สภาพแวดลอ้ มทยี่ ังคงความเปน็ ธรรมชาติและมีสภาพภูมิทัศน์วฒั นธรรมที่โดดเด่นและสวยงาม ส่วนพื้นท่ีทาง ฝั่งตะวันออกของแม่น้ำสะแกกรัง คือ เกาะเทโพ ด้วยความที่เป็นที่ราบลุ่มต่ำน้ำท่วมถึง ทำให้เกาะเทโพยังคง อุดมด้วยพื้นที่ที่เป็นธรรมชาติและมีระบบนิเวศสมบูรณ์ พืชพันธุ์ส่วนใหญ่เป็นพืชที่เหมาะสมกับลักษณะของ พื้นที่ทีถ่ กู น้ำท่วมเป็นประจำ โดยมีต้นยางนาเป็นไม้ยืนต้นขนาดใหญท่ ี่ให้ความรม่ รืน่ อยูท่ ่ัวไป ส่วนการเกษตร กรรมมกี ารทำนาและการทำสวนผกั ผลไม้ขนาดเลก็ กระจายอยู่ทวั่ ไปบนเกาะ 1.3 สภาพเศรษฐกจิ สงั คม และวฒั นธรรม 1.3.1 สภาพทางเศรษฐกจิ จากสภาพภูมิประเทศของเมืองอุทัยธานีที่ด้านทิศตะวันตกของเมืองมีเขาสะแกกรังตั้งขนาบ และ ด้านทิศตะวันออกมีแม่น้ำสะแกกรังไหลผ่านขนาบกับตัวเมือง การตั้งถิ่นฐานของชุมชนเมืองอุทัยธานีจึงตั้ง กระจุกตัวอยู่หนาแน่นในบริเวณที่ราบ ขนาดของตัวเมืองไม่ใหญ่โตนัก ประชากรส่วนใหญ่ประกอบอาชีพ การค้าบริการ และการค้าปลีกขนาดเล็กและขนาดกลาง เช่น ร้านขายอาหารเครื่องดื่ม ขายของเบ็ดเตล็ด ผ- 5

โครงการกำหนดขอบเขตพ้นื ที่เมืองเกา่ และขายของชำ เป็นต้น ประชากรบางส่วนมีอาชีพรับจ้าง และรับราชการ ส่วนกิจการด้านอุตสาหกรรมยัง เป็นอุตสาหกรรมขนาดเล็กและอุตสาหกรรมในครัวเรือน แต่ปัจจุบันส่วนหนึ่งมีรายได้หลักมาจากธุรกิจและ บรกิ ารดา้ นการทอ่ งเที่ยว รปู ที่ ผ-1: ลกั ษณะภมู ปิ ระเทศบรเิ วณเทศบาลเมอื งอทุ ยั ธานี จงั หวดั อทุ ยั ธานี ปัจจุบันเทศบาลเมืองอุทัยธานีนอกจากจะมีบทบาทเป็นศูนย์กลางด้านการบริหาร การปกครอง ระดับจังหวัด ซึ่งเป็นที่ตั้งของศาลากลางจังหวัดอุทัยธานีและส่วนราชการต่าง ๆ แล้ว ยังเป็นศูนย์กลางด้าน การบริการและพาณิชยกรรมที่สำคัญของจังหวัดด้วย และปัจจุบันชุมชนเมืองอุทัยธานียังมีบทบาทเป็น ศูนย์กลางการท่องเที่ยวในระดับจังหวัด เนื่องจากมีแหล่งท่องเที่ยวที่ความสำคัญทางประวัติศาสตร์ อาคาร บ้านเรอื น วถิ ชี ีวติ วฒั นธรรม และประเพณีท่มี ีเอกลักษณเ์ ฉพาะตวั และยงั มีสภาพภมู ทิ ัศนข์ องเมืองที่สวยงาม และเป็นธรรมชาติอยู่มาก แหล่งท่องเที่ยวที่มีชื่อเสียง ได้แก่ ชุมชนตรอกโรงยา วิถีชาวแพในแม่น้ำสะแกกรัง เขาสะแกกรัง และวัดสังกัสรัตนคีรี เป็นต้น นักท่องเที่ยวจึงนิยมมาเที่ยวชมเมืองอุทัยธานีและแวะพักแรม มากขึน้ เห็นไดจ้ ากที่พักขนาดเลก็ ท่ีเกิดข้ึนเปน็ จำนวนมากในเมอื งอุทัยธานี 1.3.2 ลกั ษณะสงั คมและวัฒนธรรม เมืองอุทัยธานี (ชุมชนบ้านสะแกกรัง หรือเมืองอุไทยธานี) เป็นเมืองที่มีพัฒนาการของการตั้งถิ่น ฐานมายาวนานและต่อเนื่องมาตั้งแต่สมัยอยุธยา เคยมีบทบาทเป็นเมืองหน้าด่านและเมืองท่ามาก่อน ต่อมา ในสมัยรัตนโกสินทร์ สมัยรัชกาลที่ 3-4 บ้านสะแกกรังกลายเป็นศูนย์กลางการค้าและการคมนาคมที่มี ผ- 6

เมอื งเกา่ อทุ ยั ธานี ศักยภาพทางเศรษฐกิจ และมีทรัพยากรธรรมชาติอุดมสมบูรณ์เหมาะแก่การตั้งถิ่นฐานและประกอบอาชีพ มีผู้คนเข้ามาอยู่อาศัยใหม่เพิ่มมากขึ้น โดยเฉพาะกลุ่มพ่อค้าข้าวชาวจีน ส่วนคนไทยนั้นทำนาปลูกข้าวและ ค้าขายของป่าชนิดต่าง ๆ เกิดเป็นชุมชนที่มีความหลากหลายทางวัฒนธรรม มีขนบธรรมเนียมประเพณีและ วัฒนธรรมที่เกี่ยวข้องกับการดำเนินชีวิตของผู้คนที่ผสมผสานกันระหว่างวัฒนธรรมไทยและวัฒนธรรมจีนที่ ยดึ ถอื ปฏิบัตสิ บื ตอ่ กันมาจนถึงปัจจุบัน ปัจจุบันในเขตเทศบาลเมืองอุทัยธานีมีศาสนสถานที่เป็นศูนย์กลางเมืองและชุมชนย่อยต่าง ๆ หลายแห่ง มีวัดไทยจำนวน 9 แห่ง ได้แก่ วัดสังกัสรัตนคีรี วัดมณีสถิตกปิฏฐาราม วัดพิชัยปุรณาราม วัดอุโปสถาราม วัดหลวงราชาวาส วัดธรรมโฆษก วัดธรรมโศภิต วัดใหม่จันทราราม และวัดอมฤตวารี และมี ศาลเจ้าจำนวน 4 แห่ง คือ ศาลเจ้าพ่อหลักเมือง ศาลเจ้าพ่อกวนอู ศาลเจ้าแม่ทับทิม และศาลเจ้าแม่ละออง สำลี นอกจากนี้ยังมีโบสถ์คริสต์ 1 แห่ง และมัสยิด 1 แห่ง คือ มัสยิดสิเราะห์ยุ้ลอิสลาม สำหรับงานประเพณี สำคญั ในรอบปีท่จี ดั ขนึ้ โดยใช้พน้ื ทใ่ี นเขตเมอื งอทุ ยั ธานีเป็นพน้ื ทีจ่ ดั กิจกรรม ไดแ้ ก่ (1) งานประเพณีตกั บาตรเทโว ณ วดั สงั กัสรัตนครี ี จังหวัดอุทัยธานี ประเพณีตักบาตรเทโว หรือประเพณีตักบาตรเทโวโรหณะ ณ วัดสังกัสรัตนคีรี จังหวัดอุทัยธานี เป็นงานประเพณีที่เป็นเอกลักษณ์สำคัญของจังหวัด และจัดได้สอดคล้องกับตำนาน โดยสมมติให้มณฑปท่ี ประดิษฐานรอยพระพุทธบาทจำลอง ซึ่งตั้งอยู่บนยอดเขาสะแกกรัง เป็น “สิริมหามายากุฎาคาร” มีบันได ทอดยาวจากมณฑปลงสู่บริเวณลานวัดสังกัสรัตนคีรีซึ่งอยู่เชิงเขาสะแกกรัง เปรียบเสมือนบันไดทิพย์ที่ทอด ยาวจากสวรรค์ดาวดงึ สส์ ูเ่ มืองสงั กสั นคร หลงั จากทสี่ มเด็จพระสมั มาสมั พุทธเจา้ ทรงโปรดพระพทุ ธมารดา งานเริ่มในวันขึ้น 15 ค่ำ เดือน 11 ก่อนออกพรรษา โดยมีการตีระฆังหน้ามณฑปบนยอด เป็น สัญญาณว่าเทศกาลได้เริ่มขึ้น และพระสงฆ์เจริญพระพุทธมนต์ แสดงปาฐกถาธรรม จุดพลุ ตะไล ไฟพะเนียง ตอนสายวันรุ่งขึ้น (วันแรม 1 ค่ำ เดือน 11) อัญเชิญพระพุทธรูปปางเปิดโลกขึ้นเสลี่ยงคานหาม ตามด้วย พระภกิ ษสุ งฆท์ จ่ี ำพรรษาในเขตอำเภอเมอื งอุทยั ธานีอมุ้ บาตรเดนิ ลงมาจากยอดสู่วัดสงั กสั รัตนคีรีทเ่ี ชงิ เขา . รปู ท่ี ผ-2: งานประเพณตี กั บาตรเทโวโรหณะ ณ วดั สงั กสั รตั นคีรี จงั หวดั อุทัยธานี ผ- 7

โครงการกำหนดขอบเขตพืน้ ทีเ่ มอื งเกา่ (2) งานจดั แสดงโต๊ะหมบู่ ูชาประดับงาช้าง งานจัดแสดงโต๊ะหมู่บูชาประดับงาช้าง เป็นประเพณีที่มีเพียงแห่งเดียวในประเทศไทย จัดข้ึน หลังจากพิธีตกั บาตรเทโวทีว่ ัดสังกสั รตั นคีรี โดยขบวนแหพ่ ุทธบูชามหาสงั ฆทานและพระพทุ ธรูปปางประจำวัน จากทุกอำเภอในจังหวัดอุทัยธานีจะเคลื่อนขบวนจากวัดสังกัสรัตนคีรีไปยังบริเวณห้าแยกวิทยุ จึงมีการจัดต้ัง โต๊ะหมู่บูชาประดับงาช้างเพื่อต้อนรับขบวนแห่ แสดงถึงความศรัทธาต่อพระพุทธศาสนาที่ชาวอุทัยธานียึดถือ ปฏบิ ัติตอ่ กนั มายาวนานจนถึงปจั จุบนั รูปที่ ผ-3: งานจัดแสดงโตะ๊ หมู่บชู าประดบั งาช้าง จังหวัดอุทัยธานี (3) งานไหว้พระพุทธมงคลศักดสิ์ ทิ ธ์ิ วดั สงั กัสรัตนคีรี พระพุทธมงคลศักดิ์สิทธิ์ หรือหลวงพ่อมงคล เป็นพระพุทธรูปปางมารวิชัยเนื้อสำริด ขนาดหน้าตัก กว้าง 1.50 เมตร ศิลปะสมัยสุโขทัย ทง้ั นี้ ส่วนพระเศยี รและส่วนองคพ์ ระมาจากพระพุทธรูปต่างองค์กันนำมา ซ่อมแซมปฏสิ ังขรณ์ เดมิ ทีประดษิ ฐานท่วี ดั ขวดิ ริมแมน่ ้ำสะแกกรัง ตอ่ มาในปี พ.ศ. 2471 พระครูอุเทศธรรมวิจัย (ป๊อก เกสโร) พร้อมด้วยพุทธศาสนิกชนร่วมกันประกอบพิธีบวงสรวงอัญเชิญหลวงพ่อพุทธมงคลศักดิ์สิทธิ์มา ประดิษฐานที่วัดสังกัสรัตนคีรีพร้อมกับบรรจุพระบรมสารีริกธาตุไว้ภายในพระเศียร ทั้งนี้ จะมีงานประจำปี สมโภชในวนั ขน้ึ 3-4 คำ่ เดือน 4 ของทกุ ปี รปู ท่ี 3-4: งานไหว้พระพทุ ธมงคลศกั ด์สิ ิทธิ์ วัดสงั กสั รตั นครี ี จังหวดั อุทยั ธานี ผ- 8

เมืองเก่าอุทยั ธานี (4) งานเทิดพระเกียรตสิ มเดจ็ พระปฐมบรมมหาชนก และงานกาชาดจังหวัดอุทัยธานี งานเทิดพระเกียรติสมเด็จพระปฐมบรมมหาชนก และงานกาชาดจังหวัดอุทัยธานี ถือเป็นงาน ประจำจังหวัดที่สำคัญ จัดขึ้นระหว่างวันที่ 1-9 เมษายน ของทุกปี ณ บริเวณสนามกีฬาจังหวัดอุทัยธานี เพื่อเทิดพระเกียรติสมเด็จพระปฐมบรมมหาชนกในพระบาทสมเด็จพระพุทธยอดฟ้าจุฬาโลกมหาราช ปฐมกษัตริย์ราชวงศ์จักรี ซึ่งประสูติ ณ บ้านสะแกกรัง เมืองอุทัยธานี อันเป็นที่มาแห่ง “เมืองพระชนกจักรี” และส่งเสริมการท่องเที่ยว สร้างรายได้ และกระตุ้นเศรษฐกิจตลอดจนหารายได้สนับสนุนกิจกรรมด้าน สาธารณกุศลของเหล่ากาชาดจังหวัดอุทัยธานี กิจกรรมที่โดดเด่น คือ การแสดงแสง สี เสียง เล่าเรื่องราว จังหวัดอุทัยธานี เทิดพระเกียรติของสมเด็จพระปฐมบรมมหาชนก นอกจากนี้ ยังมีการจัดนิทรรศการ ออกร้านจำหน่ายสินค้า การแสดงศิลปวัฒนธรรมท้องถ่ิน และการแสดงจากศิลปนิ ต่าง ๆ (5) งานแหเ่ จา้ พอ่ เจ้าแมเ่ มอื งอุทยั ธานี งานแห่เจ้าพ่อเจ้าแม่เมืองอุทัยธานี เป็นงานประเพณีเก่าแก่ของชาวจีนในเขตเทศบาลเมือง อุทัยธานี โดยศาลเจ้าท้ัง 4 แห่ง คอื ศาลเจ้าพอ่ หลักเมอื ง ศาลเจ้าพ่อกวนอู ศาลเจา้ แมท่ บั ทมิ และศาลเจา้ แม่ ละอองสำลี ซึ่งนำรูปเคารพของเจ้าแต่ละองค์ออกแห่ มีการจัดรูปขบวนแห่ที่ต่างกันออกไป โดยแห่ตามถนน รอบเมอื งเพื่อให้พรร้านค้าตา่ ง ๆ ซง่ึ แต่ละร้านจะต้ังโต๊ะบูชาประดบั ด้วยงาชา้ ง นอกจากนี้ การแห่เจ้าของเมืองอุทัยธานีแตกต่างจากพื้นที่อื่น กล่าวคือ จะต้องมีวันแห่ล้างตลาด ก่อนวันแห่เจ้าหนึ่งวัน โดยจะมีขบวนนายอำเภอที่ดำรงตำแหน่งในขณะนั้นร่วมขี่ม้าในขบวนด้วย เพื่อเตรียม ความพร้อมรับขบวนเจ้าที่จะเสดจ็ ผา่ นในวนั รงุ่ ขึ้น หากเส้นทางใดทไ่ี มไ่ ด้ลา้ งตลาดจะไมเ่ ชิญเจ้าเสดจ็ ผ่าน 1.3.3 การต้ังถ่นิ ฐานและการใช้ประโยชน์ทีด่ นิ ในปจั จบุ ัน ภูมิประเทศของตัวเมืองอุทัยธานีตั้งอยู่บนที่ราบลุ่มริมฝั่งตะวันตกของแม่น้ำสะแกกรัง ถัดไปทาง ทิศตะวันตก คือ เขาสะแกกรัง โดยท่ีแม่น้ำสะแกกรังไหลขนาบทางตะวันตออกของตวั เมือง มีพื้นที่ราบตลอด ริมฝั่งแม่น้ำที่เหมาะกับการตั้งถิ่นฐาน มีลักษณะเป็นชุมชนขนาดเล็กที่มีศูนย์กลางเดียว มีใจกลางเมืองอยู่ บริเวณถนนศรีอุทยั ตัดกับถนนทา่ ช้างเป็นศูนย์กลางการค้าและบริการของเมือง และชุมชนโดยรอบศูนย์กลาง การค้าและบริการมีความหนาแน่นสูง และค่อยมีความหนาแน่นน้อยลงเมื่อถัดออกจากศูนย์กลางไป ทางฝ่ัง ตะวันออกของแม่น้ำสะแกกรัง คือ เกาะเทโพ ลักษณะเป็นที่ราบลุ่มต่ำน้ำท่วมอยู่เป็นประจำ มีความ อุดมสมบูรณ์ เนื่องจากถูกโอบล้อมด้วยแม่น้ำสะแกกรังและแม่น้ำเจ้าพระยา เหมาะแก่การทำเกษตรกรรม และยงั คงสภาพความเป็นธรรมชาติและมีระบบนเิ วศสมบูรณ์ ปัจจุบันในพื้นที่ชุมชนเมืองอุทัยธานีมีการใช้ประโยชน์ที่ดินจำแนกตามประเภท มีรายละเอียดท่ี สำคญั สรปุ ได้ดงั น้ี (แผนที่ ผ-3) ผ- 9

โครงการกำหนดขอบเขตพืน้ ท่เี มอื งเก่า (1) การใช้ประโยชนท์ ่ดี นิ ประเภทท่ีอยอู่ าศัย การใช้ประโยชน์ที่ดินประเภทที่อยู่อาศัยในพื้นที่ชุมชนเมืองอุทัยธานี ส่วนใหญ่เป็นชุมชนที่พัก อาศัยหนาแนน่ สูง ตั้งกระจุกตวั อยู่บริเวณโดยรอบใจกลางเมอื งหรือยา่ นพาณิชยกรรมหลกั ของเมอื ง สว่ นที่พัก อาศัยหนาแน่นปานกลางและเบาบางจะอยู่ในพ้ืนที่ถัดออกไป และกระจายตัวออกไปตามแนวถนนสายต่าง ๆ ได้แก่ ถนนวงศาโรจน์ ถนนบริรักษ์ ทางหลวงแผ่นดินหมายเลข 333 (ถนนรักการดี) และถนนศรีอุทัย ตลอดแนว ลักษณะของที่อยู่อาศัยส่วนใหญ่ยังเป็นเรือนไม้สูง 1-2 ชั้น มีทั้งบ้านเดี่ยว และบ้านเรือนแถวไม้ และมีบางส่วนเปน็ บ้านครง่ึ ตึกครึ่งไม้ บา้ นตกึ สมยั ใหม่ และอาคารพาณชิ ย์หรือตกึ แถว นอกจากนี้ ยงั มีการตงั้ ถ่ินฐานอย่อู าศัยบนบา้ นเรือนแพในลำนำ้ สะแกกรงั ถือเป็นชุมชนชาวแพแหง่ สุดท้ายของประเทศไทย และเป็นเอกลักษณ์ของจังหวัดอุทัยธานี จากข้อมูลการสำรวจของเทศบาลเมือง อุทัยธานี (2563) พบว่าเรือนแพที่ยังมีผู้คนอาศัยอยู่มีเหลืออยู่ประมาณ 180 หลังคาเรือน ส่วนใหญ่มีสภาพ ชำรุดทรุดโทรมเนื่องจากก่อสร้างมานาน ชาวแพอาศัยความอุดมสมบูรณ์ของสายน้ำในการดำรงชีวิตและ ประกอบอาชีพ เช่น ปลูกเตยหอม หาปลา และเลี้ยงปลาในกระชัง นอกจากนี้ชาวเรือนแพยังจับปลาจากใน ลำนำ้ สะแกกรงั หรือแหล่งนำ้ อ่ืน ๆ เพื่อนำมาแปรรูปเปน็ ปลาแห้ง ปลาเค็ม แล้วนำไปขายในตลาด ลกั ษณะบา้ นเรอื นอยู่อาศยั ในเมอื งอทุ ยั ธานี เรือนแพในแมน่ ำ้ สะแกกรงั (ชมุ ชนชาวแพแมน่ ้ำสะแกกรงั ) รูปท่ี ผ-8: การใชป้ ระโยชนท์ ดี่ ินประเภทท่อี ยู่อาศัยในเขตเมอื งอทุ ยั ธานี ผ- 10

เมืองเก่าอุทยั ธานี (2) การใช้ประโยชนท์ ีด่ ินประเภทพาณชิ ยกรรม การใช้ประโยชน์ที่ดินประเภทน้ี ส่วนใหญ่ตั้งกระจุกตัวหนาแน่นมากบริเวณใจกลางเมืองอุทัยธานี ซึ่งเป็นศูนย์กลางพาณิชยกรรมหลักของเมือง คือ บริเวณถนนศรีอุทัยตัดกับถนนท่าช้าง บริเวณดังกล่าว นอกจากเป็นศูนย์กลางการตั้งถิ่นฐานในระยะเริ่มแรกของเมืองแล้ว ยังเป็นย่านการค้าดั้งเดิมของเมือง อุทัยธานีด้วย ปัจจุบันยังคงรปู แบบการค้าขายโดยเป็นท่ีตั้งของธุรกิจการคา้ และบริการต่าง ๆ ได้แก่ ตลาดสด เทศบาล ธนาคาร ร้านขายเคร่ืองอุปโภคบริโภค และร้านค้าต่าง ๆ แต่ก็มีการเปลี่ยนแปลงไปตามยุคสมัย โดยมีธุรกิจท่องเที่ยวเข้ามาเกี่ยวข้อง เห็นได้จากบ้านเรือนและร้านค้าเก่าแก่หลายแห่งถูกดัดแปลงเพื่อความ เหมาะสมกับสถานการณ์ปัจจุบัน โดยปรับปรุงเป็นร้านกาแฟ สถานที่พักที่ไม่เป็นโรงแรม (เกสต์เฮาส์) หรือ ที่พักสำหรับนักท่องเที่ยว ปัจจุบันในเขตเทศบาลเมืองอุทัยธานียังไม่มีห้างสรรพสินค้า และห้างค้าส่ง ขนาดใหญ่ นอกจากนี้ การใช้ประโยชน์ที่ดินประเภทนี้ของเมืองยังกระจายตัวตามแนวถนนท่าช้าง ซึ่งเป็น ย่านการค้าที่ขยายตัวมาจากแยกถนนศรีอุทัย ถนนเติบศิริซึ่งเป็นที่ตั้งของสถานีขนส่งจังหวัดที่สร้างขึ้นใหม่ และตลาดกลางเพือ่ การเกษตร และบางส่วนในถนนสายใกลเ้ คยี ง ยา่ นตลาดสดเทศบาลเมืองอทุ ยั ธานี ริมแมน่ ำ้ สะแกกรงั ยา่ นการค้าบรเิ วณถนนศรอี ทุ ัย รปู ท่ี ผ-9: การใช้ประโยชนท์ ่ีดนิ ประเภทพาณิชยกรรมทีส่ ำคญั ในเขตเมอื งอทุ ยั ธานี ผ- 11

โครงการกำหนดขอบเขตพื้นท่เี มืองเก่า ผ- 12

เมืองเก่าอุทยั ธานี (3) การใชป้ ระโยชนท์ ด่ี ินประเภทอุตสาหกรรม การใช้ประโยชน์ที่ดินประเภทนี้ในเมืองอุทัยธานีมีน้อยมาก ส่วนใหญ่เป็นอุตสาหกรรมขนาดเล็ก บริการให้แก่ชุมชน ได้แก่ โรงน้ำแข็ง โรงงานทำเส้นก๋วยเต๋ียว อุตสาหกรรมซ่อมเครื่องยนต์และพาหนะ โรงกลึงและเชื่อมโลหะ อุตสาหกรรมผลิตภัณฑ์กระดาษและสิ่งพิมพ์ และอุตสาหกรรมที่เกี่ยวกับการเกษตร ไดแ้ ก่ โรงสขี ้าว อตุ สาหกรรมดังกล่าวตงั้ กระจายปะปนอยกู่ ับยา่ นชมุ ชนทวั่ ไป (4) การใช้ประโยชน์ทด่ี ินประเภทสถาบันศาสนา ในเขตชุมชนเมืองอุทัยธานีมีศาสนสถานในพุทธศาสนาจำนวน 9 แห่ง ศาลเจ้าจำนวน 4 แห่ง โบสถ์คริสต์จำนวน 1 แหง่ และมัสยิดจำนวน 1 แห่ง ทง้ั หมดต้ังกระจายอยทู่ ั่วไปในชุมชนตา่ ง ๆ โดยมบี ทบาท เป็นศูนย์กลางของชุมชน และเป็นสถานที่ยึดเหนี่ยวทางจิตใจของผู้คนในพื้นท่ี ศาสนสถานบางแห่งมีประวัติ ความเป็นมายาวนาน และก่อสร้างขึ้นพร้อม ๆ กับเมืองอุทัยธานี เช่น วัดสังกัสรัตนคีรี วัดอุโปสถาราม วัดพิชัยปุรณาราม และวัดมณีสถิตกปิฏฐาราม นอกจากนี้พบว่าอาคารเสนาสนะต่าง ๆ ภายในวัดเกือบทุก แห่งในเมืองอุทยั ธานี ทย่ี ังคงรักษารูปแบบสถาปัตยกรรมทมี่ ีความโดดเด่นและเป็นเอกลักษณ์ของท้องถิ่นสมัย ต้นรัตนโกสินทร์ โดยเฉพาะแบบแผนการตั้งเคียงคู่กันของโบสถ์และวิหาร ซึ่งอยู่ภายในกำแพงแก้วเดียวกัน รวมถึงหลายวดั ภายในโบสถ์และวหิ ารยังมีภาพจิตรกรรมฝาผนังท่สี วยงามด้วยฝีมอื ชา่ งท้องถน่ิ วดั สงั กสั รตั นคีรี วดั อโุ ปสถาราม (วดั โบสถ์) รปู ที่ ผ-10: การใชป้ ระโยชน์ท่ดี ินประเภทสถาบันศาสนาทสี่ ำคญั ในเขตเมืองอุทยั ธานี (5) การใช้ประโยชน์ทดี่ ินประเภทสถาบนั การศึกษา ในเขตชุมชนเมืองอุทัยธานีมีสถาบันการศึกษาที่ให้บริการด้านการศึกษาในทุกระดับ ตั้งแต่ระดับ อนุบาล ประถมศึกษา มัธยมศึกษา ไปจนถึงระดับอุดมศึกษา โดยตั้งกระจายตัวอยู่ทั่วไปตามชุมชนต่างๆ ในเขตเทศบาลเมืองอุทัยธานี สถาบันการศึกษาที่สำคัญ ได้แก่ โรงเรียนอุทัยวิทยาคม โรงเรียนชุมชนเทศบาล วัดธรรมโศภิต (เทศบาล 2) โรงเรียนชุมชนเทศบาลวัดมณีสถิตกปิฏฐาราม (เทศบาล 3) โรงเรียนชุมชน เทศบาลวัดหลวงราชาวาส (เทศบาล 1) โรงเรียนพุทธมงคลวิทยา โรงเรียนอนุบาลเมืองอุทัยธานี โรงเรียน วดั สังกัสรตั นครี ี โรงเรยี นชมุ ชนเทศบาลวัดอมฤตวารี (เทศบาล 4) วิทยาลยั เทคนคิ อุทัยธานี เปน็ ตน้ ผ- 13

โครงการกำหนดขอบเขตพนื้ ท่เี มืองเกา่ (6) การใชป้ ระโยชน์ทีด่ ินประเภทสถาบันราชการ สาธารณูปโภค และสาธารณูปการ สถาบันราชการ สาธารณูปโภค และสาธารณูปการ ถือเป็นหน่วยงานที่มีความสำคัญในการ ให้บริการประชาชนในพื้นท่ีชมุ ชนเมืองอุทัยธานแี ละประชาชนท่ัวไป ในเขตชุมชนเมืองอุทัยธานีมีกลุ่มสถาบัน ราชการที่ตั้งเกาะกลุ่มกัน 2 บริเวณหลัก คือ กลุ่มศูนย์ราชการจังหวัดอุทัยธานี และบ้านพักข้าราชการ ตั้งอยู่ ทางทิศใต้ของตัวเมืองอุทัยธานี บรเิ วณริมถนนศรีอุทยั หา่ งจากศูนย์กลางเมืองประมาณ 1 กิโลเมตร ซึ่งมีส่วน ราชการที่สำคัญตั้งอยู่จำนวนมาก ได้แก่ ศาลากลางจังหวัดอุทัยธานี ศาลจังหวัดอุทัยธานี สำนักงานเทศบาล เมืองอุทัยธานี องค์การบริหารส่วนจังหวัดอุทัยธานี สำนักงานโยธาธิการและผังเมืองจังหวัดอุทัยธานี สำนักงานวัฒนธรรมจังหวัดอุทัยธานี สถานีตำรวจภูธรเมืองอุทัยธานี เรือนจำจังหวัดอุทัยธานี การประปา เทศบาลเมืองอุทัยธานี สำนักงานส่งเสริมการศึกษานอกระบบและการศึกษาตามอัธยาศัยจังหวัดอุทัยธานี (เบญจมราชทู ศิ ) ศนู ยเ์ ยาวชนเทศบาลเมอื งอทุ ยั ธานี ห้องสมดุ ประชาชน และบ้านพักข้าราชการ เป็นตน้ และอีก บริเวณตั้งอยู่ทางทิศตะวันตกของตัวเมืองอุทัยธานี ติดเชิงเขาสะแกกรัง บริเวณนี้เป็นที่ตั้งของโรงพยาบาล อุทัยธานี หน่วยบัญชาการทหารพัฒนา กองบัญชาการทหารสูงสุด กองร้อยอาสารักษาดินแดนจังหวัด อุทัยธานี ที่ 1 หน่วยปฏิบัติการพิเศษตำรวจภูธรจังหวัดอุทัยธานี แขวงการทางอุทัยธานี และศูนย์ เคร่ืองจกั รกล องค์การบรหิ ารส่วนจังหวัดอุทัยธานี เป็นตน้ สว่ นสถาบนั ราชการทีเ่ หลือต้ังกระจายตัวอยู่ท่ัวไป ในเขตเมอื งอุทยั ธานี (7) การใช้ประโยชนท์ ี่ดนิ ประเภทชนบทและเกษตรกรรม การใช้ประโยชน์ที่ดินประเภทนี้ในพื้นที่ชุมชนเมืองอุทัยธานี ส่วนมากจะกระจายตัวอยู่รอบนอก ชุมชน โดยเฉพาะพืน้ ที่ด้านทศิ เหนอื และทศิ ใต้ของเทศบาลเมืองอุทัยธานี สว่ นใหญ่เป็นการเกษตรกรรมทำนา สว่ นบรเิ วณพื้นท่ที างฝั่งตะวันออกของแมน่ ำ้ สะแกกรัง คือ เกาะเทโพ ด้วยความเปน็ ที่ราบลมุ่ ต่ำน้ำท่วมถงึ เปน็ ประจำ ทำใหส้ ภาพพ้ืนทีแ่ ละระบบนิเวศมคี วามอดุ มสมบูรณ์ จึงมตี น้ ยางนา ต้นไผ่ และตน้ ไมข้ นาดใหญ่ขึน้ อยู่ เปน็ จำนวนมาก และมกี ารทำนาและทำสวนผกั ผลไม้ขนาดเล็กกระจายอยู่ท่ัวไปบนเกาะ พื้นท่เี กษตรกรรมบรเิ วณชานเมอื งอทุ ยั ธานี แนวตน้ ไม้ใหญ่ และพน้ื ทเ่ี กษตรกรรมบริเวณเกาะเทโพ รูปท่ี ผ-11: การใชป้ ระโยชนท์ ่ดี นิ ประเภทชนบทและเกษตรกรรมบริเวณชานเมอื งอุทัยธานี ผ- 14

เมอื งเกา่ อุทยั ธานี (8) การใช้ประโยชนท์ ี่ดนิ ประเภทที่โล่งเพ่อื นันทนาการ และการรกั ษาคณุ ภาพสงิ่ แวดล้อม การใช้ประโยชน์ที่ดินประเภทนี้ในพื้นที่เมืองอุทัยธานีมีอยู่หลายบริเวณตั้งกระจายตามพื้นที่ส่วน ต่าง ๆ ของเมือง มีทั้งที่เป็นแหล่งพักผ่อนหย่อนใจ และเป็นพื้นที่นันทนาการสำหรับทำกิจกรรมและจัดงาน ประเพณีที่สำคัญของจังหวดั อุทัยธานี ได้แก่ บริเวณเขาสะแกกรัง แม่น้ำสะแกกรัง สนามกฬี าจังหวัดอทุ ัยธานี สวนเฉลิมพระเกียรติพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หวั เฉลิมพระชนมพรรษา 80 พรรษา สวนสาธารณะเทศบาล เมืองอุทัยธานี (สวนหน้าวัดทุ่งแก้ว) สวนสาธารณะ ร.ศ. 200 ปี ลานสุพรรณิการ์ และสวนสาธารณะ 15 ทศวรรษ เมืองอุทัยใหม่ จังหวัดอุทัยธานี เฉลิมพระเกียรติฯ เป็นต้น โดยเฉพาะเขาสะแกกรังที่ตั้งขนาบด้าน ทิศตะวันตกของเมืองอุทัยธานี และแม่น้ำสะแกกรังที่ไหลผ่านขนาบกับตัวเมืองด้านทิศตะวันออก ส่งผลให้ สภาพแวดล้อมโดยทวั่ ไปของเมอื งอทุ ัยธานมี สี ภาพภูมิทศั นท์ ส่ี วยงาม และยงั มคี วามเปน็ ธรรมชาตอิ ย่มู าก 1.3.4 กฎ ระเบียบข้อบังคับ และการบริหารจัดการที่เกี่ยวข้องกับการอนุรักษ์และพัฒนาแหลง่ มรดกทางวัฒนธรรมในพน้ื ทีศ่ กึ ษาเมอื งอทุ ยั ธานี กฎและระเบียบข้อบังคับที่สำคัญที่เกี่ยวข้องกับการอนุรักษ์และพัฒนาแหล่งมรดกทางวัฒนธรรม ในพื้นที่ศึกษาเมืองอุทัยธานีในปัจจุบันมีเพียงฉบับเดียว คือ กฎกระทรวงผังเมืองรวมเมืองอุทัยธานี พ.ศ. 2558 (ปรบั ปรงุ ครงั้ ท่ี 3) ซงึ่ มีรายละเอียดท่สี ำคัญดังน้ี กฎกระทรวงผงั เมอื งรวมเมืองอุทยั ธานี พ.ศ. 2558 (ปรบั ปรุงคร้งั ที่ 3) ฉบบั นี้ประกาศในราชกจิ จา- นุเบกษา เล่ม 132 ตอนที่ 59 ก เมื่อวันที่ 8 กรกฎาคม พ.ศ. 2558 ครอบคลุมพื้นที่ ได้แก่ ตำบลดอนขวาง ตำบลอุทัยใหม่ ตำบลสะแกกรัง และตำบลน้ำซึม อำเภอเมืองอุทัยธานี จังหวัดอุทัยธานี (แผนที่ ผ-4) ผังเมือง รวมฉบับดังกล่าวยังมีผลใช้บังคับอยู่ในปัจจุบัน ผังเมืองรวมตามกฎกระทรวงฉบับนี้มีนโยบายและมาตรการ เพื่อจัดระบบการใช้ประโยชน์ที่ดิน โครงข่ายคมนาคมขนส่งและบริการสาธารณะให้มีประสิทธิภาพ สามารถ รองรับและสอดคล้องกับการขยายตัวของชุมชนในอนาคต รวมทั้งส่งเสริมและพัฒนาเศรษฐกิจ โดยมี สาระสำคญั ดงั ตอ่ ไปน้ี (1) ส่งเสริมและพัฒนาชุมชนเมืองให้เป็นศูนย์กลางการบริหาร การปกครอง การศึกษา การคมนาคมขนส่ง และศนู ยก์ ลางทางด้านเศรษฐกจิ ของจังหวัดอุทยั ธานี (2) ส่งเสริมและพัฒนาด้านที่อยู่อาศัยและพาณิชยกรรมให้สอดคล้องกับการขยายตัวของชุมชน และระบบเศรษฐกจิ (3) ส่งเสริมและพัฒนาการบริการทางสังคม การสาธารณูปโภคและสาธารณูปการให้เพยี งพอและ ไดม้ าตรฐาน (4) อนรุ ักษท์ รัพยากรธรรมชาติและสิง่ แวดล้อม จากวัตถุประสงค์ของผังเมืองรวมเมืองอุทัยธานีข้างต้น ชี้ให้เห็นถึงท้องถิ่นได้ให้ความสำคัญกับ ประเด็นด้านการอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติ และสภาพแวดล้อมที่มีคุณค่าทางศิลปกรรม สถาปัตยกรรม ประวัติศาสตร์ และโบราณคดี ให้เป็นเอกลักษณ์ของจังหวัด การอนุรักษ์ และสภาพแวดล้อมโดยรอบชุมชน รวมถึงสง่ เสรมิ การพัฒนาเมอื งใหส้ อดคลอ้ งกับระบบเศรษฐกจิ บนพื้นฐานความเปน็ เมอื งกะทัดรัด ทั้งนี้ พิจารณา ผ- 15

โครงการกำหนดขอบเขตพืน้ ท่เี มอื งเก่า ได้จากการกำหนดการใช้ประโยชน์ที่ดินในประเภทที่เกี่ยวข้องไว้ในเขตผังเมืองรวมเมืองอุทัยธานี คือ ที่ดิน ประเภทท่ีโลง่ เพื่อนนั ทนาการและการรักษาคุณภาพสงิ่ แวดล้อม (สเี ขียวออ่ น) ซึง่ มีรายละเอยี ดที่สำคญั ดงั น้ี ที่ดินประเภทที่โล่งเพื่อนันทนาการและการรักษาคุณภาพสิ่งแวดล้อม (สีเขียวอ่อน) เฉพาะที่ดินซึ่ง เป็นของรัฐในพื้นที่ชุมชนเมืองอุทัยธานีมีด้วยกันหลายบริเวณกระจายอยู่ตามพื้นที่ส่วนต่าง ๆ ซึ่งได้กำหนดไว้ ในผังฯ ได้แก่ บริเวณเขาสะแกกรัง สนามกีฬาจังหวัดอุทัยธานี สวนเฉลิมพระเกียรติพระบาทสมเด็จพระ เจ้าอยู่หวั เฉลมิ พระชนมพรรษา 80 พรรษา สวนสาธารณะเทศบาลเมืองอุทัยธานี (สวนหนา้ วัดทุง่ แก้ว) ทรี่ าช พัสดุแปลงหมายเลขทะเบียนที่ อน 47 ที่ราชพัสดุแปลงหมายเลขทะเบียนที่ อน 67 ที่ราชพัสดุแปลง หมายเลขทะเบียนที่ อน 58 และลานสุพรรณิการ์ สวนสาธารณะ ร.ศ. 200 ปี สวนสาธารณะ 15 ทศวรรษ เมืองอุทยั ใหม่ จังหวัดอทุ ยั ธานี เฉลิมพระเกียรตฯิ พื้นทบี่ รเิ วณดังกล่าวกำหนดใหใ้ ชป้ ระโยชน์เพื่อนันทนาการ หรอื ที่เก่ยี วข้องกับนันทนาการ การรกั ษาคณุ ภาพสิ่งแวดลอ้ ม และสาธารณประโยชน์เท่านัน้ ส่วนที่ดินประเภทนี้ซึ่งเอกชนเป็นเจ้าของหรือผู้ครอบครองโดยชอบด้วยกฎหมาย ให้ใช้ประโยชน์ ที่ดินเพื่อนันทนาการหรือเกี่ยวข้องกับนันทนาการ การรักษาคุณภาพสิ่งแวดล้อม การอยู่อาศัย เกษตรกรรม หรือที่เกี่ยวข้องกับเกษตรกรรม หรือสาธารณประโยชน์เท่านั้น ที่ดินประเภทนี้ห้ามใช้ประโยชน์ที่ดินเพ่ือ กจิ การตามที่กำหนด ดังต่อไปนี้ (1) โรงงานบำบัดนำ้ เสียรวม (2) เลี้ยงม้า โค กระบือ สุกร แพะ แกะ ห่าน เป็ด ไก่ งู จระเข้ หรือสัตว์ป่าตามกฎหมายว่า ด้วยการสงวนและคุ้มครองสตั วป์ ่า เพือ่ การค้า (3) จดั สรรทดี่ นิ เพ่ือการอยูอ่ าศัย (4) การอยอู่ าศยั หรือประกอบพาณชิ ยกรรมประเภทอาคารขนาดใหญ่ (5) การอยู่อาศัยประเภทห้องแถว ตกึ แถว หรอื บ้านแถว (6) การอยู่อาศยั ประเภทห้องชุด อาคารชุด หรอื หอพกั (7) กำจดั มลู ฝอย ผ- 16