Important Announcement
PubHTML5 Scheduled Server Maintenance on (GMT) Sunday, June 26th, 2:00 am - 8:00 am.
PubHTML5 site will be inoperative during the times indicated!

Home Explore วารสารวิชาการ ป.ป.ช. ปีที่ 9 ฉบับที่ 1

วารสารวิชาการ ป.ป.ช. ปีที่ 9 ฉบับที่ 1

Published by sakdinan.lata, 2021-09-15 05:35:31

Description: วารสารวิชาการ ป.ป.ช. ปีที่ 9 ฉบับที่ 1

Search

Read the Text Version

94 วารสารวชิ าการ ป.ป.ช. จากการด�ำเนินการของคณะกรรมการ สะสมถึงวันท่ี 30 มถิ ุนายน พ.ศ. 2556 ประมาณ ขับเคลื่อนยุทธศาสตร์ชาติว่าด้วยการป้องกันและ 7,000 เรอื่ ง และเร่ืองรบั ใหมเ่ ฉลีย่ ปีละ 2,600 เร่อื ง ปราบปรามการทจุ รติ ระยะที่ 1 (พ.ศ. 2551 – 2555) หากพนักงานท�ำหน้าที่แสวงหาข้อเท็จจริงสามารถ และคณะอนุกรรมการฯ ด้านต่างๆ พบว่า ปัจจัย ด�ำเนินการได้แล้วเสร็จเป็นท่ีเรียบร้อยคนละ 10 ภายในภาคการเมอื่ ทำ� ใหท้ ผี่ า่ นมานโยบายดา้ นการ เรอื่ งตอ่ ปี จำ� เปน็ ทสี่ ำ� นกั งาน ป.ป.ช. จะตอ้ งหาอตั รา ป้องกันและปราบปรามการทุจริตไม่ได้ด�ำเนินการ กำ� ลังเพ่ิมอกี 100 คน และเรง่ การทำ� งานใหส้ ูงข้ึน อย่างตอ่ เน่ือง นอกจากนใี้ นสว่ นของภาครฐั รวมถึง เป็นคนละ 13 เรื่องต่อปี จึงจะสะสางงานคงค้าง องค์กรตามรัฐธรรมนญู พบวา่ ยังคงประสบปญั หา ให้ลดลงเหลือ 695 คดี เป็นไปตามแผนบริหาร การท�ำงานท่ีขาดการบูรณาการเน่ืองจากปัจจัย จดั การคดี 3 ปี สำ� นกั งาน ป.ป.ช. (พ.ศ. 2556 – 2558) ในด้านกรอบของกฎหมาย กฎระเบียบ ข้อบังคับ ส่วนงานด้านไต่สวนข้อเท็จจริงมีอัตราพนักงาน ของแต่ละหน่วยงาน ในส่วนของปัจจัยภายนอก จำ� นวน 309 คน จากปริมาณงานค้างสะสมถึงวนั ท่ี พบวา่ ขาดการมีส่วนรว่ มของประชาชน ดว้ ยเหตนุ ี้ 30 มิถุนายน พ.ศ. 2556 ประมาณ 1,500 เร่ือง จงึ สง่ ผลใหก้ ารดำ� เนนิ การขบั เคลอื่ นยทุ ธศาสตรช์ าติ และเรื่องรับใหมเ่ ฉลย่ี ปีละ 200 เร่อื ง หากพนกั งาน ระยะที่ 1 ขาดประสิทธิภาพและประสิทธิผล ท�ำหน้าท่ีไต่สวนข้อเท็จจริงสามารถด�ำเนินการได้ การจัดท�ำแผนยุทธศาสตร์ชาติ ระยะท่ี 2 (พ.ศ. คนละ 3 เรอื่ งตอ่ ปี จำ� เปน็ ทส่ี ำ� นกั งาน ป.ป.ช. จะตอ้ ง 2556 – 2560) จึงต้องมุ่งเน้นการประสานงาน หาอัตราก�ำลงั เพิม่ อีก 100 คน และเรง่ การท�ำงาน ความร่วมมือในการขับเคลื่อนแผนระหว่างองค์กร ให้สูงข้ึนถึงคนละ 4 เร่ืองต่อปี จึงจะสะสางงาน ตามรัฐธรรมนูญทั้ง 7 องค์กร องค์กรฝ่ายบริหาร คา้ งเกา่ ให้ลดลงเหลือเพยี ง 4 คดี เป็นไปตามแผน ฝ่ายนิติบัญญัติ ฝ่ายตุลาการ และครอบคลุม บริหารจัดการคดี 3 ปี ส�ำนักงาน ป.ป.ช. (พ.ศ. ทกุ ภาคสว่ น เพอ่ื ใหท้ กุ ภาคสว่ นไดม้ สี ว่ นรว่ มในการ 2556 – 2558) นอกจากน้ี ควรต้องปรับลดการ แก้ไขปัญหาการทุจริตอย่างเป็นระบบและ ด�ำรงต�ำแหน่งระดับปฏิบัติการจาก 7 ปี ให้ลดลง สอดคล้องกัน เหลือ 6 ปี เพ่ือเพ่ิมจ�ำนวนพนักงานไต่สวนระดับ บทท่ี 2 การประเมินและวิเคราะห์ผลงาน ช�ำนาญการเพ่ือเป็นไปตามแผนทกี่ �ำหนดไว้ ด้านการปราบปรามการทุจริต กระบวนการไต่สวน การพิจารณาประสิทธิภาพการด�ำเนินการ ข้อเท็จจริงในภารกิจด้านปราบปรามการทุจริต ด้านการปราบปรามของส�ำนักงาน ป.ป.ช. จาก แบ่งออกเปน็ 3 ขั้นตอน ดังน้ ี รายงานผลการปฏิบัติตามค�ำรับรองปฏิบัติราชการ 1. ข้ันตอนการแสวงหาข้อเท็จจริงและ ของส�ำนักงาน ป.ป.ช. ปีงบประมาณ พ.ศ. 2556 รวบรวมพยานหลกั ฐาน พบว่า เรื่องกล่าวหาท่ีส�ำนักงาน ป.ป.ช. ใช้เวลา 2. ขน้ั ตอนการไตส่ วนข้อเท็จจรงิ ด�ำเนนิ การนานที่สุด คือ เร่อื งกล่าวหาเจา้ หน้าทร่ี ัฐ 3. ข้ันตอนการด�ำเนนิ คดี กระทำ� ความผดิ ตาม พ.ร.บ. วา่ ดว้ ยความผดิ เกย่ี วกบั งานด้านแสวงหาข้อเท็จจริง มีอัตราก�ำลัง การเสนอราคาต่อหน่วยงานของรัฐ พ.ศ. 2542 พนักงานจ�ำนวน 247 คน ประกอบไปด้วยอัตรา ซึ่งเรื่องกล่าวหาใช้เวลาเฉลี่ยสูงถึง 429 วัน กำ� ลังจากสำ� นกั งานเลขาธิการ 33 คน และประจ�ำ สว่ นเร่ืองอ่นื ๆ ที่มีมากถงึ 2,034 เร่ืองน้ัน พบว่า สำ� นักงาน ป.ป.จ. 214 คน จากปรมิ าณงานคงคา้ ง มจี ำ� นวน 643 เรอื่ ง คดิ เปน็ 31.64% ของเรอื่ งอน่ื ๆ

วารสารปีท่ี 9 ฉบบั ท่ี 1 (มกราคม - มถิ นุ ายน 2559) 95 ที่มีอยู่ ที่ใช้เวลาในด�ำเนินการนานกว่าเวลาเฉล่ีย รูปแบบของกิจกรรมมีเพียง 2 – 3 รูปแบบ คือ อยทู่ ี่ 350 วนั ดงั นน้ั จำ� เปน็ อยา่ งยงิ่ ทค่ี ณะกรรมการ การสมั มนา (เชน่ โครงการสมั มนาเสวนากลั ยาณมติ ร ป.ป.ช. ควรมีนโยบายก�ำหนดการด�ำเนินการ ป.ป.ช.) หรือลงพ้ืนที่กิจกรรกับกลุ่มเป้าหมาย เรื่องกล่าวหาที่ค้างสะสม ตลอดจนเรื่องใหม่ของ (เช่น โครงการสนับสนุนกิจกรรมส่งเสริมคุณธรรม ส�ำนักงาน ป.ป.ช. ให้มีการด�ำเนินการตามกรอบ จรยิ ธรรมในสถานศกึ ษา) ซงึ่ การดำ� เนนิ การดงั กลา่ ว ระยะเวลาทชี่ ดั เจนและเปน็ ทยี่ อมรบั ตอ่ สาธารณชน ยังถูกจ�ำกัดในวงแคบ นอกจากน้ีแล้ว การด�ำเนิน ส�ำหรับระยะเวลาการด�ำเนินการในข้ันตอน โครงการไมเ่ ปน็ ไปตามทศิ ทางเดยี วกบั ยทุ ธศาสตรช์ าติ การไต่สวนซ่ึงเป็นขน้ั ตอนส�ำคญั ใชร้ ะยะเวลาเฉล่ยี วา่ ดว้ ยการป้องกนั และปราบปรามการทุจรติ ตามท่ี เรือ่ งละ 1,059 วัน หรอื เกอื บ 3 ปี เม่ือพจิ ารณา สำ� นกั งาน ป.ป.ช. กำ� หนดไว้ สง่ ผลใหก้ ารขบั เคลอื่ น รวมกับการด�ำเนินกระบวนการแสวงหาข้อเท็จ ยทุ ธศาสตรเ์ ป็นไปอยา่ งไม่มปี ระสิทธิภาพ ทางด้าน จริงของเรื่องกล่าวหาทั้งหมด ใช้เวลาเฉล่ียเร่ืองละ มาตรการปอ้ งกนั การทจุ รติ สำ� นกั งาน ป.ป.ช. ยงั ขาด 354 วนั จะพบว่า กว่าจะเสรจ็ กระบวนการ 1 เรอื่ ง ศักยภาพในการก�ำหนดมาตรการ ประกอบกับ คณะกรรมการ ป.ป.ช. และสำ� นกั งาน ป.ป.ช. ใชเ้ วลา จ�ำนวนคณะอนุกรรมการและคณะท�ำงานมีความ ดำ� เนนิ การใหแ้ ล้วเสร็จนานถึง 4 ปี จึงเป็นสาเหตุ ซ�ำ้ ซอ้ นของบคุ คลและงานทป่ี ฏิบัติ การสรา้ งปญั หาปรมิ าณเรอื่ งคา้ งสำ� สมในอตั ราสว่ น บทที่ 4 การเงินงบประมาณ และระเบียบ ทเี่ พม่ิ สงู ทกุ ปี การวเิ คราะหต์ น้ ทนุ ในเชงิ เศรษฐศาสตร์ ท่ีเก่ยี วข้องของส�ำนักงาน ป.ป.ช. สำ� นักงาน ป.ป.ช. ประจ�ำปีงบประมาณ พ.ศ. 2555 พบว่า ต้นทุน มีหน้าท่ีด�ำเนินการตามมาตรา 115 ของพระราช ในข้ันตอนการแสวงหาข้อเท็จจริงเป็นเงินเรื่องละ บัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการป้องกัน 36,825 บาท และต้นทุนในขั้นตอนการไต่สวน และปราบปรามการทุจริต พ.ศ. 2542 โดยให้ ข้อเท็จจริงอยู่ท่ีเร่ืองละ 35,983 บาท เมื่อต้นทุน สำ� นกั งาน ป.ป.ช. เสนองบประมาณรายจา่ ยตามมติ ท้ังสองขั้นตอนมาพิจารณารวมกัน พบว่า การ ของคณะกรรมการ ป.ป.ช. ต่อคณะรัฐมนตรีเพื่อ ด�ำเนินคดีให้แล้วเสร็จทั้งกระบวนการจะมีต้นทุน จัดสรรเป็นเงินอุดหนุนของคณะกรรมการและ เร่ืองละ 84,916 บาท สำ� นกั งาน ป.ป.ช. ทผ่ี ่านมาสำ� นกั งาน ป.ป.ช. ไดต้ งั้ บทที่ 3 ขอบเขตและผลสัมฤทธิ์ของงาน ค�ำขอเฉลี่ยปีงบประมาณละ 1,935 ล้านบาทและ ด้านการป้องกันการทุจริตและส่งเสริมการมี ได้รับการจัดสรรเฉล่ียเป็นเงิน 1,068 ล้านบาท คุณธรรมจริยธรรมของประชาชนในปีงบประมาณ คิดเป็น 55.19% ของงบประมาณค�ำขอ เป็นท่ี พ.ศ. 2555 โครงการทดี่ ำ� เนนิ การแลว้ เสรจ็ มจี ำ� นวน นา่ สงั เกตว่า ส�ำนักงาน ป.ป.ช. มกั ไดร้ บั การจัดสรร 21 โครงการ คดิ เป็น 61.70% ของจ�ำนวนโครงการ งบประมาณเกิน 50% เพียงเล็กน้อย จึงจ�ำเป็นที่ ทงั้ หมดและคดิ เปน็ สดั สว่ นตอ่ เจา้ หนา้ ทด่ี า้ นปอ้ งกนั ส�ำนักงาน ป.ป.ช. ต้องทบทวนอย่างจริงจังเพื่อให้ การทจุ รติ ได้ 0.6 : 1 การด�ำเนนิ โครงการกิจกรรม การขบั เคลือ่ นยุทธศาสตร์ชาตฯิ ระยะที่ 2 เป็นไป ของกลมุ่ ภารกจิ ดา้ นปอ้ งกนั การทจุ รติ ของสว่ นกลาง อยา่ งมปี ระสทิ ธภิ าพวา่ สาเหตใุ ด งบประมาณทไ่ี ดร้ บั มุ่งเน้นกิจกรรมเพื่อลงพื้นท่ีจัดกิจกรรมรณรงค์ การจดั สรรจงึ นอ้ ยกวา่ คำ� ขอคอ่ นขา้ งมาก ซงึ่ สาเหตุ เสรมิ สรา้ งทศั นคตแิ ละคา่ นยิ มเกย่ี วกบั ความซอื่ สตั ย์ ส�ำคัญ อาจเกี่ยวข้องกับการวิเคราะห์ค�ำขอของ สุจริต และกิจกรรมเสริมสร้างคุณธรรมจริยธรรม ส�ำนักงาน ป.ป.ช. ท่ีผลกระทบจากการด�ำเนิน

96 วารสารวชิ าการ ป.ป.ช. โครงการตามที่ส�ำนักงาน ป.ป.ช. เสนอมีผลต่อ ของคณะกรรมการตรวจสอบและประเมินผล ภาพรวมไม่มากเทา่ ที่ควร หรอื การด�ำเนนิ โครงการ ส�ำนักงาน ป.ป.ช. (ค.ต.ป.) พบว่า กระบวนการ ปราศจากทิศทางท่ีแน่นอน ส่งผลให้ไม่ได้ รับการ จัดซื้อจัดจา้ งตามระเบียบกรรมการ ป.ป.ช. ว่าด้วย ตอบรบั จากรฐั บาลเทา่ ท่คี วร การพัสดุ พ.ศ. 2547 มขี น้ั ตอนการดำ� เนนิ โครงการ หากพจิ ารณางบประมาณทไ่ี ดร้ บั การจดั สรร ก่อนเร่ิมกระบวนงานจัดซ้ือจัดจ้างใช้ระยะเวลา ตามพระราชบัญญัติ งบประมาณรายจ่ายประจ�ำปี ค่อนข้างมากในการด�ำเนินการแต่ละข้ันตอน ต้ังแต่ปีงบประมาณ พ.ศ. 2554 ถงึ 2557 พบว่า คณะกรรมการตรวจสอบและประเมินผลการ งบประมาณครึ่งหนึ่งเป็นงบประมาณค่าใช้จ่าย ด�ำเนินงาน ป.ป.ช. (ค.ต.ป.) จึงมีความเห็นและ ด้านบุคลากร อีกประมาณ 1 ใน 4 (25%) เป็น ขอ้ เสนอแนะดังน้ี งบประมาณค่าใช้จ่ายด้านการบริหารจัดการ และ 1. ควรเร่งรัดการแก้ไขหรือเพิ่มเติมระเบียบ อีกประมาณ 1 ใน 4 เป็นงบประมาณในส่วน คณะกรรมการ ป.ป.ช. วา่ ดว้ ยการพสั ดุ พ.ศ. 2547 งบลงทุนด้านครุภัณฑ์และส่ิงก่อสร้าง เป็นที่ และหลักเกณฑ์วิธีปฏิบัติเกี่ยวกับการจัดหาพัสดุ น่าสังเกตว่างบด้านบุคลากรของส�ำนักงาน ป.ป.ช. ให้มีความชัดเจนและครอบคลุมการดาเนินงาน มีแนวโน้มเพ่ิมสูงข้ึน ทั้งนี้ อาจเป็นเพราะการ ในทางปฏบิ ัติ ขยายตวั ของสำ� นกั งาน ป.ป.จ. และสง่ ผลใหแ้ นวโนม้ 2. ควรเพ่ิมอัตรากาลังเจ้าหน้าที่ด้านพัสดุ งบประมาณดา้ นการบริหารจัดการสงู ขึน้ ตามด้วย และจัดให้มีการเสริมสร้างความรู้ความเข้าใจ ส�ำนักงาน ป.ป.ช. ได้รับงบประมาณ เกี่ยวกับงานพัสดุให้กับเจ้าหน้าท่ีปฏิบัติงาน ปงี บประมาณ พ.ศ. 2555 เพิ่มข้ึน 6.97% อย่างไร ดา้ นพสั ดอุ ยา่ งตอ่ เน่ือง กต็ าม รายไดร้ วมจากแหลง่ อนื่ ๆ กลบั ลดลง 53.94% 3. ควรปรบั ปรงุ คมู่ อื การปฏบิ ตั งิ านดา้ นพสั ดุ เมื่อพิจารณารวมรายได้จากการด�ำเนินงานยังมี ใหค้ รอบคลมุ ผูเ้ กย่ี วข้องทุกกลุ่มเปา้ หมาย อัตราเพิ่มขึ้น 5.24% ส�ำหรบั งบประมาณคา่ ใชจ้ ่าย 4. ควรให้ความส�ำคัญกับรูปแบบและวิธี จากการด�ำเนินงานมีอัตราเพ่ิมขึ้น 18.22% การส่ือสาร เพ่ือสร้างความเข้าใจเก่ียวกับงานด้าน โดยงบประมาณค่าใช้จ่ายด้านบุคลากรเพ่ิมขึ้น พัสดุระหว่างเจ้าหน้าที่ของหน่วยงานผู้รับผิดชอบ อย่างมีนัยส�ำคัญ ส่งผลให้อัตราของรายได้สูงกว่า โครงการ หนว่ ยงานพสั ดุ และหนว่ ยงานทเี่ กยี่ วขอ้ ง ค่าใช้จ่ายลดลงถึง 34.75% กล่าวได้ว่าส�ำนักงาน ข้อเสนอแนะท้ัง 4 ข้อดังกล่าว เป็นข้อเสนอแนะ ป.ป.ช. ขาดประสิทธิภาพการบริหารจัดการเรื่อง บางสว่ นที่ ค.ต.ป. ไดน้ �ำเสนอแลว้ ในปีงบประมาณ งบประมาณรายจ่ายประจ�ำปี สาเหตุเกิดจากการ พ.ศ. 2555 ดังนี้ เบิกจ่ายงบประมาณในอตั ราส่วนท่ีตำ่� (ปีละไม่เกนิ 1. ควรก�ำชับให้เจ้าหน้าท่ีถือปฏิบัติและ 50%) จึงเกิดเป็นเงินคงเหลือค้างสะสม ซึ่งใน ด�ำเนินการตามหลักเกณฑ์และวิธีการปฏิบัติ ปีงบประมาณ พ.ศ. 2556 ส�ำนกั งาน ป.ป.ช. มเี งนิ เก่ียวกับการจัดหาและการตรวจรับตามระเบียบ คงเหลอื สงู ถงึ 756.66 ล้านบาท คณะกรรมการ ป.ป.ช. ว่าด้วยการพัสดุ พ.ศ. 2547 รายงานผลการตรวจสอบและประเมินผล ข้อ 22 ก�ำหนดระยะเวลาในการตรวจจ้างอย่าง ปงี บประมาณ พ.ศ. 2556 รอบ 6 เดือน ระหว่าง เคร่งครัด หากมีกรณีใดที่ไม่สามารถด�ำเนินการ วนั ท่ี 1 ตลุ าคม พ.ศ. 2555 ถงึ 31 มนี าคม พ.ศ. 2556 ได้ ตามปกติให้เจ้าหน้าท่ีรายงานผลพร้อมก�ำหนด

วารสารปีท่ี 9 ฉบบั ท่ี 1 (มกราคม - มถิ ุนายน 2559) 97 ระยะเวลาด�ำเนนิ การใหช้ ดั เจนเป็นกรณไี ป ข้อจ�ำกดั ท่เี กิดข้ึน 2. ควรพิจารณาแก้ไขระเบียบฯ เพ่ือให้ การจัดท�ำค�ำของบประมาณประจ�ำปี การส่ังซ้ือหรือการสั่งจ้างเป็นไปด้วยความรวดเร็ว ของส�ำนักงาน ป.ป.ช. ท่ีผ่านมายังไม่ได้นาผลการ และมีความคล่องตัวมากยิ่งข้ึน โดยการแก้ไข ด�ำเนินงานของปีท่ีผ่านมา รวมทั้งศักยภาพในการ ขอ้ ความใด ๆ ทม่ี คี วามขดั แยง้ กบั บททว่ั ไปทกี่ ำ� หนด ดำ� เนนิ งานและการเบกิ จา่ ยงบประมาณมาประกอบ ไว้ในข้อ 9 ของระเบยี บดงั กล่าว การเสนอของบประมาณอย่างจรงิ จัง โครงการและ 3. ควรแก้ไขเพ่ิมเติมระเบียบคณะกรรมการ กจิ กรรมตา่ ง ๆ ตามแผนปฏบิ ตั กิ ารและแผนการใช้ ป.ป.ช. ว่าด้วยการพัสดุ พ.ศ. 2547 โดยเพ่ิมเติม งบประมาณรายจ่ายประจ�ำปี ส่วนใหญ่ก�ำหนด เรอื่ งการจา้ งทป่ี รกึ ษาไวเ้ ปน็ การเฉพาะ เชน่ เดยี วกบั รายละเอียดการด�ำเนินการไว้กว้าง ๆ เท่าน้ัน คือ ระเบียบส�ำนักนายกรัฐมนตรีว่าด้วยการพัสดุซึ่งได้ ด�ำเนินงานระหว่างไตรมาสที่ 1 ถึงไตรมาสท่ี 4 แยกวธิ กี ารจ้างท่ปี รึกษาออกจากการจา้ งงานทว่ั ไป ไม่ได้มีการก�ำหนดระยะเวลาเริ่มต้นและสิ้นสุดไว้ แต่ข้อเสนอดังกล่าวยังไม่มีการด�ำเนินการ อย่างชัดเจน ส่งผลต่อประสิทธิภาพโดยรวมของ แก้ไขอย่างเป็นรูปธรรม และควรก�ำหนดให้มี การดำ� เนนิ งานและการใชง้ บประมาณของสำ� นกั งาน หน่วยงานรับผิดชอบโดยตรงในแต่ละประเด็น ป.ป.ช.ดงั นน้ั ควรมกี ารกำ� หนดเปา้ หมายการเบกิ จา่ ย เพื่อเป็นเจ้าภาพหลักในการปรับปรุงแก้ไข โดยให้ ในภาพรวมและในแต่ละไตรมาส โดยอาจน�ำ จัดท�ำแผนหรือกิจกรรมการด�ำเนินการแก้ไข เป้าหมายการเบิกจ่ายของรัฐบาลมาเทียบเคียง ระยะเวลาและผู้รับผิดชอบในการแก้ไขของแต่ละ และกำ� หนดเปา้ หมายเปน็ ตวั ชว้ี ดั ประสทิ ธภิ าพการ กิจกรรมส�ำหรับการด�ำเนินงานด้านพัสดุของ ท�ำงานของหนว่ ยงานภายในส�ำนักงาน ป.ป.ช. ด้วย ส�ำนักงาน ป.ป.จ. พบว่าระเบียบหรือแนวทาง นอกจากน้ี ควรมีหลักเกณฑ์ในการให้กันเงินสด การปฏิบัติเกี่ยวกับพัสดุ โดยเฉพาะระเบียบ ไว้เบิกจ่ายเหล่ือมปีทั้งกรณีมีหน้ีผูกพันหรือไม่มี คณะกรรมการ ป.ป.ช. ว่าดว้ ยการพสั ดุ พ.ศ. 2547 หนี้ผูกพันให้ชัดเจน และมีข้ันตอนและวิธีการที่ ไม่สอดคล้องและครอบคลุมการปฏิบัติงานของ ชัดเจนในเร่ืองของการเบิกจ่ายเงินและการบัญชี สำ� นกั งาน ป.ป.จ. และการจดั หาหรอื เชา่ ยานพาหนะ ให้แก่ส�ำนักงาน ป.ป.จ. ส�ำหรับปฏิบัติราชการของส�ำนักงาน ป.ป.จ. กระบวนการบรรจุแต่งต้ังโดยการคัดเลือก มีข้อจ�ำกัดในทางปฏิบัติและไม่อยู่ในขอบเขต บุคลากรหรือการรับโอนบุคลากรนั้น ยังไม่เป็นไป อ�ำนาจของผอู้ ำ� นวยการสานกั งาน ป.ป.จ. สามารถ ตามขน้ั ตอนและวธิ กี ารของระเบยี บทก่ี ำ� หนดเอาไว้ ดำ� เนินงานได้ จึงมคี วามเห็นและขอ้ เสนอแนะดงั นี้ และการรับโอนบุคลากรค่อนข้างล่าช้า นอกจากน้ี 1. ควรปรับปรุงระเบียบคณะกรรมการ สำ� นกั งาน ป.ป.ช. ยงั ไมม่ แี ผนยทุ ธศาสตรก์ ารบรหิ าร ป.ป.ช. วา่ ดว้ ยการพสั ดุ พ.ศ. 2547 และหลกั เกณฑว์ ธิ ี ทรัพยากรบุคคล ตั้งแต่เร่ืองการสรรหา การบรรจุ ปฏบิ ตั เิ กยี่ วกบั การจดั หาพสั ดุ ใหค้ รอบคลมุ สำ� หรบั การแต่งต้ัง การโอนย้าย ตลอดจนการประเมินผล การปฏิบัติงานของสานักงาน ป.ป.จ. หรือจัดท�ำ การปฏิบัติงาน การบริหารค่าตอบแทนและสิทธิ ระเบยี บ (หรอื ขอ้ บังคับ) เฉพาะสำ� นักงาน ป.ป.จ. ประโยชน์ และการฝึกอบรมและพัฒนาบุคลากร 2. ส�ำนกั งาน ป.ป.จ. สามารถกำ� หนดวิธกี าร การเตรียมพร้อมในการสรรหาคณะกรรมการ เช่ายานพาหนะที่เหมาะสมตามสถานการณ์และ ป.ป.จ. และความพร้อมในการปฏิบัติหน้าท่ีในการ

98 วารสารวิชาการ ป.ป.ช. เปิดท�ำการในจังหวัดใหม่ยังมีค่อนข้างน้อย ค.ต.ป. เป็น 13 เร่ืองจึงจะสะสางงานเก่าลดลงได้ภายใน ในการประชุมคร้ังที่ 19-12/2555 วันที่ 21 แผนจัดการคดี 3 ปี ในขณะท่ีงานด้านการไต่สวน ธนั วาคม พ.ศ. 2555 จงึ มคี วามเหน็ และขอ้ เสนอแนะ ข้อเท็จจริงต้องเพ่ิมอัตราก�ำลังอีก 80 คน จึงจะ บางสว่ นตอ่ คณะกรรมการ ป.ป.ช. ใหก้ ำ� หนดนโยบาย สะสางงานคา้ งภายใน 3 ปี ไดเ้ ชน่ เดียวกนั โดยเพมิ่ เพ่ือด�ำเนินการปรับปรุงระบบการบริหารบุคคล ผลงานรายปจี ากคนละ 3 เรอ่ื ง เปน็ 4 เรอ่ื ง เมอ่ื ปรบั ดงั นี้ เกลยี่ งานและอตั รากำ� ลงั แลว้ สำ� นกั งาน ป.ป.จ. และ 1. ให้ก�ำหนดนโยบายยุทธศาสตร์ แผนงาน ส�ำนกั งานเลขาธกิ ารต้องจัดคนใหเ้ หมาะสมกับงาน และโครงการด้านบริหาร ทรัพยากรบุคคลให้ 2. ปรับเพ่ิมงบประมาณในด้านการไต่สวน สอดคล้อง รองรับสนับสนุนกับโครงสร้างและ ขอ้ เทจ็ จรงิ นอกจากงบบรหิ ารจดั การแลว้ สำ� นกั งาน ระบบงานในหน้าท่ีความรับผิดชอบและบรรลุ ป.ป.ช. จัดสรรงบประมาณให้กับงานทางด้านการ เป้าหมายทส่ี �ำนกั งาน ป.ป.ช. กำ� หนด ปอ้ งกนั การทจุ รติ เปน็ จำ� นวนมาก ในขณะทงี่ านดา้ น 2. ให้มีการก�ำหนดประเภทต�ำแหน่งของ ปราบปรามการทจุ รติ ไดร้ บั จดั สรรงบประมาณนอ้ ย เจ้าหน้าที่ส�ำนักงาน ป.ป.ช. ในแง่ของหลักการ ดังน้ัน ควรจดั สรรงบประมาณในดา้ นนเี้ พ่ิมขึ้น ประมวลคณุ คา่ งานตามหลักวชิ าการแตล่ ะสายงาน 3. ควรแก้ไขกฎหมายพระราชบัญญัติ และแต่ละระดับ ประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการป้องกันและ 3. จัดให้มีการเพิ่มประสิทธิภาพงานด้าน ปราบปรามการทุจริต พ.ศ. 2542 มาตรา 97 การบริหารทรัพยากรบุคคล กรอบหลักเกณฑ์การ โดยก�ำหนดระยะเวลาให้อัยการสูงสุดพิจารณา บริหารทรัพยากรบุคคลต้องมีความชัดเจนแน่นอน สำ� นวน เพอ่ื สง่ั ฟอ้ งหรอื ไมฟ่ อ้ งคดใี หค้ ณะกรรมการ มีความยุติธรรมเสมอภาค และมีการยึดหลักความ ป.ป.ช. ทราบภายใน 30 วัน นับแต่วันท่ีได้รับ สามารถ การสรรหา บคุ ลากรตอ้ งเปน็ ผมู้ คี ณุ สมบตั ิ รายงานจากคณะกรรมการ ป.ป.ช. หากยังไม่ส่ัง เหมาะสมกบั ตำ� แหนง่ หนา้ ทมี่ จี ติ อาสา ซอื่ สตั ยส์ จุ รติ ฟ้องคดี คณะกรรมการ ป.ป.ช. สามารถฟ้องคดี มีความคิดสร้างสรรค์ในการท�ำงานเชิงรุก และมี เองไดเ้ พื่อเพม่ิ ต้นทุนใหผ้ ทู้ ีค่ ดิ กระทำ� การทจุ รติ ความพรอ้ มที่จะปฏบิ ัติหนา้ ท่ี 4. เร่งพัฒนาฐานข้อมูลให้มีความครบถ้วน 4. ค ว ร น� ำ ร ะ บ บ ก า ร ต ร ว จ ส อ บ ก า ร แ ล ะ ทั น ต ่ อ เ ว ล า บู ร ณ า ก า ร ฐ า น ข ้ อ มู ล จ า ก บริหารงานทรัพยากรบุคคลมาใช้ในส�ำนักงาน ทุกภาคส่วนท้ังภายนอกและภายในส�ำนักงาน ป.ป.ช. ป.ป.ช. และ เพอ่ื สนบั สนุนการทางานของผบู้ รหิ าร บทท่ี 5 ประสิทธิภาพของการทางาน และคณะอนกุ รรมการชดุ ตา่ ง ๆ ใหเ้ กดิ ประสทิ ธภิ าพ ในภาพรวมและข้อเสนอแนะในการปรับปรุงแก้ไข สูงสดุ จากสภาพปัญหาและอุปสรรคในการทางานด้าน เพอ่ื ใหก้ ารขบั เคลอ่ื นยทุ ธศาสตรช์ าตวิ า่ ดว้ ย การปราบปรามการทุจริต จึงมีข้อเสนอแนวทาง การป้องกันและปราบปรามการทุจริต ระยะที่ 2 การแกไ้ ขปญั หา ดังนี้ (พ.ศ. 2556 – 2560) จดั ทำ� โดยคณะกรรมการ ป.ป.ช. 1. ปรับปรุงอัตรากาลังเจ้าหน้าที่ โดยงาน เปน็ ไปตามวตั ถปุ ระสงคห์ ลกั คอื ประเทศไทยมกี าร ด้านแสวงหาข้อเท็จจริงต้องเพ่ิมอัตราก�ำลังอีก บรหิ ารงานทโี่ ปรง่ ใส มธี รรมาภบิ าล และประเทศไทย 150 คน ผลงานรายปีเพิ่มจากคนละ 10 เรื่อง มีภาพลักษณ์ทุจริตดีข้ึน จึงขอเสนอแนวทางเพ่ือ

วารสารปีที่ 9 ฉบบั ท่ี 1 (มกราคม - มถิ นุ ายน 2559) 99 ป้องกนั การทจุ ริตบางส่วน ดงั นี้ โดยหลกั ใหญแ่ ลว้ ในดา้ นการปราบปรามการ 1. สร้างกลไกการป้องกันการทุจริตให้ ทจุ รติ ปญั หาหนกั คอื ปญั หาคดคี ง่ั คา้ งสะสมซง่ึ ระดบั เข้มแข็งและมีประสิทธิภาพโดยเสริมสร้างและ การสะสมมีแนวโน้มขยายตัวจึงยังเป็นจุดส�ำคัญ สนับสนุนหลักธรรมาภิบาลในการบริหารองค์กร ท่ี ป.ป.ช. จะต้องให้น�้ำหนักเป็นพิเศษในด้านการ รวมท้ังสนับสนุนให้ประชาชนมีส่วนร่วมในการ ปอ้ งกนั มกี ารให้ ความสำ� คญั อยา่ งดตี ามยทุ ธศาสตร์ ป้องกันการทุจรติ แต่ต้องปรับปรุงในด้านประสิทธิภาพและระบบ 2. สร้างความตระหนักรู้ในการป้องกันและ การประเมินผลและเครื่องช้ีวัด ส่วนในด้านงาน ปราบปรามการทุจริต ได้แก่ การสร้างจิตส�ำนึก สนับสนุนมีปัญหาในรายละเอียดมากโดยเฉพาะ ค่านิยม คุณธรรม จริยธรรม และวัฒนธรรมสจุ ริต อย่างย่ิงงานแผนซ่ึงมีผลต่อการใช้งบประมาณและ ให้ตระหนักรู้เร่ืองความซ่ือสัตย์สุจริต การเห็น การได้รับงบประมาณ การแก้ไขระเบียบพัสดุและ แก่ประโยชน์ส่วนรวมมากกว่าประโยชน์ส่วนตน การจัดท�ำระบบฐานข้อมลู เป็นต้น ในการวจิ ารณน์ ี้ ในทกุ ภาคสว่ น อาจถอื วา่ เปน็ การตง้ั ขอ้ สงั เกตเพอื่ ใหง้ านวจิ ยั สว่ นน้ี การวิเคราะห์ค�ำของบประมาณของ มคี วามชดั เจนยง่ิ ขึ้น สำ� นกั งาน ป.ป.ช. ยงั ขาดประสทิ ธภิ าพและคณุ ภาพ ปญั หาเรอื่ งค่ังค้างสะสม เทา่ ทคี่ วรสำ� นกั งาน ป.ป.ช. ควรบรู ณาการการจดั ทำ� ประเทศไทยมีปัญหาการทุจริตหมักหมม แผนปฏิบัติการประจ�ำปีและก�ำหนดตัวชี้วัด มาเปน็ เวลานาน รฐั เองกข็ าดเจตนารมณใ์ นการแกไ้ ข ให้เป็นไปในทิศทางเดียวกัน นอกไปจากนี้แล้ว ปัญหา การมีเรื่องร้องเรียนมากจึงเป็นสภาพท่ี ส�ำนักงาน ป.ป.ช. ควรให้ความตระหนักและใส่ใจ คาดคะเนไดแ้ ละกค็ งมอี กี มากมายหลายกรณที เี ดยี ว การวิเคราะห์ค�ำของบประมาณ โดยค�ำนึงถึงแผน ทไี่ มเ่ ปน็ เรอ่ื งมาให้ ป.ป.ช. ไดพ้ จิ ารณา สงั คมไทยเปน็ พัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ ฉบับท่ี 11 สังคมท่ีเคยชินกับการทุจริตมากข้ึนในขณะที่การ ยุทธศาสตรช์ าติฯ ระยะที่ 2 และแผนยุทธศาสตร์ ปราบปรามการทุจริตนน้ั ตอ้ งอาศยั ทรัพยากรมาก ส�ำนักงาน ป.ป.ช. ให้เกิดการบูรณาการโดยมี และมีความยากในการเอาผู้กระท�ำความผิด เป้าหมายการด�ำเนินงานท่ีชัดเจนเพื่อตอบสนอง มาลงโทษในทางอาญา ส่วนงานป้องกันก็มีความ ความตอ้ งการของสาธารณชนไดอ้ ยา่ งมปี ระสทิ ธภิ าพ สำ� คญั ยง่ิ เพราะเปน็ งานตน้ นำ้� แตก่ ต็ อ้ งใชร้ ะยะเวลา ผู้วิจารณ์: ตรี ณ พงศ์มฆพฒั น์ นานมากจึงจะสง่ ผลสัมฤทธ์ใิ ห้เปน็ ท่ปี ระจกั ษไ์ ด้ งานวิจัยส่วนนี้คุณสรรเสริญ พลเจียก ได้ ส�ำหรับ ป.ป.ช. แล้ว ปญั หาน้ีเปน็ ปัญหาเก่า ประเมินผลการปฏิบัติงานได้อย่างครอบคลุมตาม เพราะทผี่ า่ นมาเขา้ ใจวา่ ป.ป.ช.กก็ งั วลและไดพ้ ยายาม ภารกจิ ดา้ นตา่ ง ๆ ของคณะกรรมการและสำ� นกั งาน ในเรื่องน้ีมาเป็นเวลานาน แต่เร่ืองท่ีมีการกล่าวหา ป.ป.ช. ซ่ึงเป็นประโยชน์อย่างมากในการปรับปรุง เข้ามาใหม่น้ันมีสูงมากเม่ือเทียบกับจ�ำนวนเรื่อง ยทุ ธศาสตรแ์ ละการทำ� งานของ ป.ป.ช. ในระยะเวลา ท่ีด�ำเนินการได้ กล่าวคือ ตัวเลขเฉล่ียระหว่าง ตอ่ ไป การประเมนิ นมี้ ที ง้ั ภาพใหญแ่ ละประเดน็ ยอ่ ย ปี พ.ศ. 2543 - 2556 เรื่องใหม่ท่ีมีการกล่าวหา ซึ่งโดยท่ัวไปแล้วมีความชัดเจนว่าส่ิงท่ีจะต้อง มมี ากถงึ 2,581 เรือ่ งในขณะท่ดี ำ� เนินการได้ 1,528 ด�ำเนนิ การต่อไปควรจะเปน็ เชน่ ไร เรอ่ื ง ในระยะหลงั ๆ เรอื่ งใหมย่ งั คงมมี ากขน้ึ เลก็ นอ้ ย แต่ทาง ป.ป.ช. ด�ำเนินการได้มากข้ึนใกล้ระดับ

100 วารสารวิชาการ ป.ป.ช. 2,000 เรอื่ งโดยประมาณ ขอ้ เสนอของคณุ สรรเสรญิ หรอื ไมเ่ สมอหนา้ การหลงทางนจ้ี ะทำ� ใหจ้ ดุ มงุ่ หมาย คอื การประเมนิ โดยแยกตามขนาดของเรอ่ื งและเนน้ ขององคก์ รในการปราบปรามการทจุ รติ นนั้ ไมบ่ รรลผุ ล ให้มีการจัดลาดับความส�ำคัญของเร่ืองตามขนาด การปราบปรามการทุจริตน้ันต้องพุ่งเป้าไปท่ีส่วนท่ี อายุความและความเป็นที่สนใจของสาธารณชน เข้มแข็งของกระบวนการทุจริต เพราะส่วนน้ีคือ ทั้งการแยกพิจารณาในเชิงโครงสร้างและการจัด ส่วนที่ครอบง�ำสังคมและอาจมีความเข้มแข็งกว่า ล�ำดับความส�ำคัญนี้ จะมีความส�ำคัญอย่างมาก หนว่ ยงานท่รี บั ผิดชอบเช่น ป.ป.ช. ด้วย สง่ิ ทอ่ี ยาก ต่อประสิทธิภาพในการปราบปรามการทุจริต ให้คุณสรรเสริญมอง คือ ขนาดของเรื่องเป็น คุณสรรเสริญเห็นว่าการบริหารจัดการให้ส�ำเร็จ ภาพสะทอ้ นความสำ� คญั ไดร้ ะดบั หนงึ่ แตท่ ส่ี ำ� คญั มาก จ�ำเป็นต้องปรับปรุงในส่วนของบุคลากรซึ่ง คือ การแยกเรื่องตามระดับสูงต�่ำในอ�ำนาจหน้าท่ี ขาดแคลนอย่างมากและมีอุปสรรคด้านแรงจูงใจ ของผถู้ กู กลา่ วหาซง่ึ ในงานวจิ ยั สว่ นนยี้ งั มไิ ดส้ อื่ สาร ต้องมีการปรับปรุงกระบวนการงบประมาณ ไว้ชัดถึงค�ำจ�ำกัดความของค�ำว่า ขนาดว่าหมายถึง ให้งานแผนมีความแม่นย�ำซ่ึงมีผลต่อการใช้ ระดบั ของอำ� นาจในการตดั สนิ ใจดว้ ยหรอื ไม่ อยา่ งไร งบประมาณท่ไี ดร้ ับการจดั สรร และต้องมกี ารแกไ้ ข คุณสรรเสริญได้กรุณาแยกเร่ืองตาม ระเบียบการจัดซ้ือจัดจ้างท่ีเป็นอุปสรรคมากกว่า ฐานความผิดเพื่อพิจารณาระยะเวลาที่ใช้ซ่ึงจะ ระเบียบส�ำนักนายกรัฐมนตรี นอกจากน้ี ยังมีอีก ช่วยให้เกิดแนวทางในการเพ่ิมความรวดเร็วของ หลายประเด็นที่คุณสรรเสริญเสนอในเร่ืองความ การด�ำเนินการ ระยะเวลาที่ใช้น้ีมีการพิจารณา ลา่ ชา้ ในการตดั สนิ ใจการกำ� หนดมาตรฐานคดีการให้ ท้ังส่วนของการแสวงหาข้อเท็จจริงและการไต่สวน สิ่งจูงใจ ในกรณีที่มีการปฏิบัติหน้าที่เกินขอบเขต โดยคา่ เฉลย่ี ตอ่ เรอื่ งจะใช้เวลา 1 ปี ในการแสวงหา การแยกงานแสวงหาขอ้ เทจ็ จรงิ ใหส้ ำ� นกั งานจงั หวดั ข้อเท็จจริงและอีกเกือบ 3 ปี ในการไต่สวน การเพ่ิมก�ำลังเจ้าหน้าท่ีและงบประมาณด้านการ ในจ�ำนวนน้ี เรื่องการกระท�ำความผิดเก่ียวกับการ ปราบปราม และการแก้ไขกฎหมายให้ส�ำนักงาน เสนอราคา เรอื่ งรบั โอนจาก ป.ป.ป. และเรื่องอ่นื ๆ สามารถฟอ้ งคดเี อง ใช้ระยะเวลานานมากกว่าค่าเฉล่ีย อย่างไรก็ตาม แนวคดิ ของคณุ สรรเสรญิ ในแงท่ จี่ ะตอ้ งแกไ้ ข แม้ว่าเรื่องคดีอาญาผู้ด�ำรงต�ำแหน่งทางการเมือง ทั้งสองทาง คือ ทั้ง (ก) ในทางการบริหารจัดการ จะใช้ระยะเวลาไม่ถึงค่าเฉลี่ยแต่ความล่าช้าของคดี ด้วยการแยกงานและการจัดล�ำดับความส�ำคัญ ประเภทน้ีส่งผลเสียหายมากเน่ืองจากนักการเมือง และ (ข) ในทางการเพ่ิมก�ำลังคนและทรัพยากรท่ี มีส่วนเกี่ยวข้องกับท่ีมาและการใช้อ�ำนาจรัฐ เกยี่ วขอ้ ง ในสว่ นของการแยกงานนนั้ คณุ สรรเสรญิ และอาจมีอิทธิพลต่อหน่วยงานของรัฐท่ีเกี่ยวข้อง แยกงานตามขนาดของเร่ืองเป็นขนาดเล็ก กลาง ข้อยุติที่รวดเร็วจะเป็นผลดีต่อสาธารณชนหรือ และใหญ่ ซึ่งประเด็นนี้มีความส�ำคัญมากเพราะ แมแ้ ตต่ อ่ นกั การเมอื งทถี่ กู กลา่ วหาอยา่ งไมเ่ ปน็ ธรรม มิฉะน้ันการปราบปรามการทุจริตอาจหลงทางไป การแยกงานตามประเภทของเรื่องมีความส�ำคัญ ปราบปรามส่วนที่ง่ายหรือมีผลกระทบน้อยหรือ ในการเพมิ่ ประสทิ ธภิ าพในเชงิ โครงสรา้ ง เราจะเหน็ ท่ีชาวบ้านเรื่องว่าการจับปลาซิว ในขณะท่ีมิได้ จากสถติ ขิ องงานวจิ ยั ชน้ิ นวี้ า่ เรอ่ื งอนื่ ๆ มจี ำ� นวนมาก มุ่งไปที่ปลาฉลามเพราะมีเสียงที่ท�ำให้เขวไปว่า เหลือเกิน กล่าวคือ ในจ�ำนวนเร่ืองท่ีด�ำเนินการ การจับปลาฉลามอย่างเดียวเป็นความไม่ยุติธรรม แสวงหาขอ้ เทจ็ จรงิ แลว้ เสรจ็ ทงั้ หมด 2,209 เรอื่ งนน้ั

วารสารปีท่ี 9 ฉบบั ท่ี 1 (มกราคม - มถิ นุ ายน 2559) 101 เป็นเรือ่ งอ่ืน ๆ เสีย 2,034 เร่ือง ส่วนจำ� นวนเร่ืองที่ อีกส่วนหน่ึงเป็นเรื่องการฟ้องคดีซ่ึงยากในการ ด�ำเนินการไต่สวนข้อเท็จจริงแล้วเสร็จทั้งหมด กำ� หนดกรอบเวลาทช่ี ดั เจนเพราะเปน็ คดอี าญาและ 152 เร่ือง เป็นเรื่องอื่น ๆ เสีย 128 เร่ือง ดังนั้น ก็มักมีปัญหาความล่าช้าเกิดขึ้นในการฟ้องร้องคดี งานวิจัยช้ินนี้ควรจ�ำแนกเรื่องอ่ืน ๆ ออกไปอีก กฎหมายไดก้ ำ� หนดให้ ป.ป.ช. ตอ้ งสง่ เรอื่ งใหอ้ ยั การ ถ้าเข้าใจไม่ผิดว่าเป็นเร่ืองการกระทาความผิด สูงสุดเพื่อฟ้องร้องคดีและถ้าอัยการสูงสุดเห็นว่า ตามมาตรา 157 ก็อาจหาแนวทางแกไ้ ขโดยการใช้ ขาดความสมบรู ณจ์ ะตอ้ งตงั้ คณะทำ� งานรว่ มทม่ี กี าร คณะกรรมการถา้ ผกู้ ระทำ� ความผดิ เปน็ นกั การเมอื ง คานอ�ำนาจกนั ฝ่ายละครึง่ หากไม่ยุติ ป.ป.ช. จึงจะ หรือเจ้าหน้าท่ีของรัฐท่ีมีอ�ำนาจการบริหารสูงมาก ฟอ้ งคดเี องได้ คณุ สรรเสรญิ เหน็ ปญั หานแ้ี ละเสนอให้ จริง ๆ ส�ำหรับเจ้าหน้าท่ีระดับสูงของรัฐโดยทั่วไป ทาง ป.ป.ช. ฟ้องคดีเองได้ และมีอัยการประจ�ำเอง ซ่ึงคาดว่าน่าจะเป็นกรณีส่วนใหญ่อาจใช้ ข้อเสนอนี้มีความเหมาะสมเม่ือพิจารณาในแง่ของ คณะอนกุ รรมการคลา้ ยการดำ� เนนิ การวนิ ยั รา้ ยแรง อำ� นาจหนา้ ทโี่ ดยตรงของ ป.ป.ช. ในการปราบปราม ซึ่งอาศัยผู้ทรงคุณวุฒิหรือผู้เช่ียวชาญภายนอกได้ การทุจริตและต้องรับผิดชอบผลงานในด้านน้ี แตข่ นาดของคณะอนกุ รรมการควรมขี นาดทไี่ มใ่ หญ่ ข้อกฎหมายที่ให้ผ่านอัยการสูงสุดก่อนและให้ เทอะทะจนเกินไป วิธีการนี้จะใช้อัตราเจ้าหน้าท่ี อำ� นาจแกอ่ ยั การสงู สดุ อาจมเี หตผุ ลกเ็ ฉพาะในระยะ ไม่มากและสามารถมีอนุกรรมการได้มากชุด ท่ี ป.ป.ช. ขาดความพร้อมและเพ่ิงก่อตั้งเท่าน้ัน เพยี งพอทจี่ ะพจิ ารณาใหแ้ ลว้ เสรจ็ ไดเ้ ปน็ จำ� นวนมาก แตใ่ นชว่ งหลายปที ผ่ี า่ นมานบั วา่ ป.ป.ช. มศี กั ยภาพสงู ทีเดียว นอกจากน้ี ยังอาจให้มีระเบียบเฉพาะที่ใช้ และมีความมุ่งมั่นในการปราบปรามการทุจริตและ รองรับเรื่องความผิดตามมาตรา 157 เพื่อแก้ไข การประพฤติมชิ อบมากกวา่ การให้อสิ ระแก่ ป.ป.ช. ปัญหาความล่าช้าและการสะสมค่ังค้างของเร่ือง ในการฟอ้ งคดจี ะยิ่งทำ� ให้ ป.ป.ช. มคี วามเช่ยี วชาญ ประเภทน้ี ยิ่งข้ึน ที่ส�ำคัญย่ิง คือ ถึงแม้ส�ำนักอัยการสูงสุด การปรับปรุงการบริหารจัดการในเชิง จะมีความเช่ียวชาญในการฟ้องร้องคดีและเพิ่ม โครงสร้างเป็นส่ิงจ�ำเป็นและเป็นกลยุทธ์ที่มีการ ความรอบคอบได้ แต่ก็เป็นข้ันตอนที่มีประโยชน์ สร้างกระบวนการที่เหมาะสมกับประเภทของเร่ือง ไมม่ ากเมอ่ื เทยี บกบั ความเชย่ี วชาญที่ ป.ป.ช. สามารถ ซ่ึงเป็นแนวทางท่ีควรจะมีด้วย ส่วนการจัดล�ำดับ สรา้ งไดร้ วมทงั้ ความเสยี หายจากความลา่ ชา้ ทเี่ กดิ ขนึ้ ความส�ำคัญของเรื่องก็มีความส�ำคัญ ด้วยแต่เป็น นอกจากนี้ ยงั สรา้ งความล�ำบากใจแก่อยั การสูงสดุ ความส�ำคัญตามประเภทของเร่ืองซ่ึงอาจพิจารณา ดว้ ยเนอ่ื งจากอยั การสงู สดุ ตอ้ งทำ� งานภายใตร้ ฐั บาล จากหลายเกณฑ์ตามท่ีคุณสรรเสริญเสนอหรืออาจ และต้องทางานร่วมกับเจ้าหน้าท่ีระดับสูงอ่ืน ๆ เพ่ิมเกณฑ์เก่ียวกับระดับอ�ำนาจความรับผิดชอบ ของรัฐ บ้างก็ต้องรับผิดชอบในคณะกรรมการ ของผู้ถูกกล่าวหาด้วยก็จะยิ่งเพ่ิมประสิทธิผลได้ ของรัฐวิสาหกิจและบริษัทมหาชนท่ีมีรัฐบาลเป็น มากย่ิงข้นึ ผู้ถือหุ้นรายใหญ่ซ่ึงบางแห่งให้ค่าตอบแทนสูงกว่า การด�ำเนินคดี รายได้ประจ�ำของตนอย่างมากมาย โดยหลักการ อุปสรรคและความล่าช้าสามารถเกิดจาก ป.ป.ช. จงึ ควรเปน็ องคก์ รอสิ ระในการดำ� เนนิ คดดี ว้ ย ขั้นตอนภายหลังการไต่สวน ส่วนหนึ่งเป็นเร่ือง ในแงข่ องการวจิ ยั คณุ สรรเสรญิ จะใหค้ วามกระจา่ งได้ การด�ำเนนิ การทางวนิ ยั ซึ่งมีกรอบเวลาชัดเจน และ อยา่ งดถี า้ มกี ารประเมนิ เรอ่ื งทเี่ คยเสนอผา่ นอยั การ

102 วารสารวชิ าการ ป.ป.ช. สงู สดุ ในทางสถติ วิ า่ ในกรณที ต่ี อ้ งตงั้ คณะทางานรว่ ม (ข) ต้นทุนค่าใช้จ่ายขององค์กร งานวิจัย และในกรณีที่หาข้อยุติไม่ได้มีมากน้อยเพียงใดและ ได้ให้ข้อมูลโครงสร้างการใช้จ่ายของส�ำนักงานโดย เห็นสถิติที่จ�ำแนกตามประเภทของผู้ถูกกล่าวหาว่า จ�ำแนกตามประเภทของต้นทุนเชิงเศรษฐศาสตร์ เป็นผู้ด�ำรงต�ำแหน่งทางการเมืองหรือนักการเมือง เช่น ค่าจ้างเงินเดือนเป็นต้นซ่ึงจะท�ำให้สามารถ ทเี่ กยี่ วขอ้ งกับฝ่ายบรหิ าร นกั การเมอื งสังกัดพรรค เปรียบเทียบโครงสร้างตน้ ทุนไดก้ บั องค์กรอ่ืน ๆ ที่ ที่สนับสนุนรัฐบาล นักการเมืองท่ีไม่สนับสนุน มีลักษณะหน้าท่ีคล้ายคลึงกัน ในสว่ นของคา่ ใช้จา่ ย ฝา่ ยค้านและเจ้าหนา้ ทีร่ ะดบั สูงของรัฐ ด้านบุคคลากรก็ชัดเจนว่ามีเพียงร้อยละ 68.35 บุคลากรและทรพั ยากรทางการคลงั ซ่ึงต�่ำมากเมื่อเทียบกับโครงสร้างเฉลี่ยของภาค งานวิจัยช้ินน้ีช้ีให้เห็นชัดเจนว่า ป.ป.ช. รฐั ท้งั ๆ ท่ี ป.ป.ช. มภี ารกจิ ทตี่ อ้ งอาศัยก�ำลังคน จ�ำเป็นต้องได้รับกาลังคนเพิ่มโดยเฉพาะอย่างย่ิง เปน็ หลกั ตัวเลขทนี่ า่ จะเปน็ ควรอยรู่ อ้ ยละ 85 - 90 ด้านการปราบปรามและมีจุดอ่อนเก่ียวกับการ การทโ่ี ครงสรา้ งการใชจ้ า่ ยเปน็ ไปในดา้ นการบรหิ าร งบประมาณและแผนทไี่ มส่ อดคลอ้ งกบั สถานการณ์ จดั การและครภุ ณั ฑม์ ากอาจเปน็ เหตผุ ลหลกั ทท่ี ำ� ให้ ที่เป็นจริง ข้อเสนอแนะของคุณสรรเสริญเป็น องค์กรมีอัตราการเบิกจ่ายงบประมาณที่ต่�ำมาก ทางออกหลักที่จ�ำเป็นและผู้วิจารณ์ขอให้ข้อสังเกต เม่ือเทียบกับอัตราเป้าหมายของส�ำนักงบประมาณ ดังน้ี กระนั้นก็ตาม ความสันทัดของเจ้าหน้าท่ีและการ (ก) การเพ่ิมก�ำลังคน ปัญหาเร่ืองคั่งค้าง แก้ไขข้อบกพร่องของระเบียบพัสดุจะช่วยได้มาก สะสมมีสาเหตุหลักมาจากก�ำลังคนที่ไม่เพียงพอ พอสมควร และค่าตอบแทนท่ีต�่ำเกินไปในการโอนผู้เชี่ยวชาญ (ค) แรงจงู ใจและระบบบคุ ลากรคณุ สรรเสรญิ จากองคก์ รอน่ื รวมทงั้ ในการดงึ ดดู ทรพั ยากรบคุ คล ประเมนิ ผลการดำ� เนนิ โดยเหน็ จดุ ออ่ นทข่ี าดระบบ อน่ื ๆ ดว้ ย ในงานวจิ ยั ชน้ิ นคี้ ณุ สรรเสรญิ ใชเ้ ปา้ หมาย การจัดการด้านบุคลากร (หรือระบบงานบุคคล) ทางด้านระยะเวลาในการสะสางคดีและข้อสมมติ และการให้แรงจูงใจให้เหมาะสมกับงานซ่ึงการ เก่ียวกับต่อผลผลิตต่อคนท่ีเพ่ิมขึ้นช่วยในการ กล่าวถึงปัญหานี้ในรายละเอียดมากขึ้นจะเป็น พิจารณา ซึ่งผลสรุป คือ ควรเพิ่มข้ึน 150 คน ประโยชน์มาก คณุ สรรเสริญระบุไวอ้ ยา่ งถกู ตอ้ งวา่ ในงานแสวงหาข้อเท็จจริง และอีก 80 คน ในงาน ในงานสนบั สนนุ นนั้ ตอ้ งมกี ารพฒั นาแผนการบรหิ าร ไตส่ วน การวเิ คราะหใ์ นสว่ นนค้ี วรคำ� นวณเพม่ิ เตมิ วา่ บุคคลากร ระบบตัวชี้วัดผลด�ำเนินงานและต้อง คา่ ใช้จ่ายดา้ นก�ำลงั คนต่อปจี ะเป็นเทา่ ไร แต่ควรใช้ ถือเอาตัวช้ีวัดในระดับองค์กรเป็นตัวชี้วัดร่วม งบประมาณประจำ� ปแี ทนงบประมาณคงเหลอื สะสม โดยหลักแล้ว ระบบตัวช้ีวัดน้ีจะเป็นพ้ืนฐานส�ำคัญ ซ่ึงควรใช้ส�ำหรับค่าใช้จ่ายท่ีต้องมีการเร่งรัดหรือ ในการปฏิบัติงานท่ีค�ำนึงผลรวมเป็นหลัก มิใช่ ต้องมีการปรับแผนระหว่างปีเป็นส�ำคัญ ที่ผ่านมา ให้เห็นว่าผลส่วนบุคคลมีความส�ำคัญต่อตน ระบบ มกี ารใชง้ บคงเหลอื สะสมไปในดา้ นบคุ คลากรสงู มาก ตัวชี้วัดที่ดียังเป็นพื้นฐานส�ำคัญในการพิจารณา ในบางปี โดยในปีลา่ สดุ เปน็ คา่ ใชจ้ า่ ยส่วนนี้ 47.46 แรงจูงใจเพ่ิมเติมแก่เจ้าหน้าที่ด้วย คุณสรรเสริญ ล้านบาท หรือร้อยละ 14.49 ซ่ึงนับว่าเหมาะสม มิได้เสนอแนะเกี่ยวกับแรงจูงใจเพิ่มเติมโดยมีการ มากขึ้น ใช้ค�ำว่าเงินรางวัลอยเู่ ลก็ นอ้ ย ในประเดน็ นีข้ อเสรมิ ความเหน็ เผอื่ เปน็ ประโยชนว์ า่ เงนิ เดอื นคา่ ตอบแทน

วารสารปีที่ 9 ฉบบั ท่ี 1 (มกราคม - มถิ นุ ายน 2559) 103 ของบุคคลากรควรอยู่ในระดับท่ีเหมาะสม ไม่ต่�ำ ให้ส�ำนักงานจังหวัดรับผิดชอบเพราะอยู่ใกล้ จนเกินไปเมื่อเทียบองค์กรที่มีลักษณะเดียวกันเช่น ข้อเท็จจริงมากกว่าซ่ึงก็เป็นทางออกทางหนึ่ง อัยการสูงสุดและควรค�ำนึงด้วยว่าเจ้าหน้าท่ีของ อยา่ งไรกต็ ามในขณะทกี่ ำ� ลงั คนดา้ นการปราบปราม ป.ป.ช.มขี อ้ จากดั ในการดำ� รงตำ� แหนง่ อนื่ ๆไมเ่ หมอื น ยงั ขาดอยมู่ าก การดำ� เนนิ งานในดา้ นนก้ี ลบั คอ่ นขา้ ง เจ้าหน้าที่หน่วยงานอื่น เช่น กระทรวงการคลัง กา้ วกระโดด การจดั ตงั้ ควรจะเพม่ิ ขน้ึ อยา่ งคอ่ ยเปน็ กระทรวงพลังงาน กระทรวงคมนาคม ส�ำนักงาน ค่อยไปโดยให้สอดคล้องกับปริมาณงานและขนาด คณะกรรมการพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคม ของหนว่ ยปฏบิ ัติงาน ป.ป.ช. ไม่จำ� เป็นตอ้ งเร่มิ ต้น แหง่ ชาตแิ ละรฐั วสิ าหกจิ ตา่ ง ๆ หรอื แมแ้ ตส่ ำ� นกั งาน โดยเอาอาณาเขตการเมืองการปกครองเป็นตัวตั้ง อัยการสูงสุด เป็นต้น ในเรื่องของแรงจูงใจที่เป็น ในปัจจุบันส�ำนักงานจังหวัดจึงน่าจะเป็นส�ำนักงาน คา่ ตอบแทนเพมิ่ เตมิ ป.ป.ช. ควรมแี รงจงู ใจในสว่ นน้ี ท่ีเล็กเกินไป จากตัวเลขของงานวิจัยชิ้นนี้อัตรา และไม่ควรเป็นเงินรางวัลท่ีมักต้ังอยู่บนขนาดของ กำ� ลงั คนดา้ นปอ้ งกนั มที ง้ั สน้ิ 105 คน ถา้ มสี ำ� นกั งาน เร่ืองและการเอาผิดผู้กล่าวหาในระดับส่วนบุคคล 76 จังหวัด จะเท่ากับส�ำนักงานละ 1.4 คน ระบบคา่ ตอบแทนทเ่ี หมาะสมนา่ จะใหม้ คี า่ ตอบแทน ซึ่งหมายถึงว่าหลายส�ำนักงานจะมีก�ำลังคนด้านน้ี เพม่ิ เตมิ ไดซ้ งึ่ ในระบบของเอกชนอาจเปน็ คา่ ตอบแทน นอ้ ยมาก การมขี นาดทย่ี อ่ ยเกนิ ไปในการปฏบิ ตั งิ าน เพม่ิ แบบคงท่ี (fixed bonus) และ/หรอื แบบแปรผนั ให้มีประสิทธิผลท�ำให้ต้องเพ่ิมบุคลากรมากขึ้น (variable bonus) คา่ ตอบแทนแปรผนั จะขน้ึ อยกู่ บั เรือ่ ย ๆ เนอ่ื งจากวางแผนไว้ใหม้ ีทกุ จังหวัดภายใน ผลการด�ำเนินงานขององค์กรว่าสามารถบรรลุ เวลาเพยี งไมก่ ปี่ ซี ง่ึ ในปจั จบุ นั กม็ คี รบทกุ จงั หวดั แลว้ เป้าหมายการด�ำเนินงาน (performance target) เมื่อพิจารณาข้อมูลของ ป.ป.ช. ส�ำนักงานประจ�ำ ไดใ้ นระดบั ใดในปนี ้ัน ๆ โดยในการของบประมาณ จงั หวดั 76 แหง่ มบี คุ ลากรทง้ั ดา้ นตรวจสอบ ปอ้ งกนั อาจก�ำหนดเป็นวงเงินให้ใกล้เคียงเท่าที่กระท�ำได้ และปราบปรามรวมกันเท่ากับ 449 คน หรือ ถ้าเกิดส่วนขาดในปีน้ันก็ให้ใช้เงินงบประมาณ คิดเป็นเฉลี่ยแห่งละ 5.9 คน แสดงว่าส�ำนักงาน คงเหลอื สะสมเพอ่ื การนไ้ี ด้ป.ป.ช.ควรใหค้ วามสำ� คญั จำ� นวนมากจะมีจำ� นวน เจา้ หน้าท่เี พยี ง 3 - 5 คน กบั คา่ ตอบแทนเพมิ่ เตมิ แบบแปรผนั สว่ นคา่ ตอบแทน ซ่ึงเป็นภาระต่อทรัพยากรทางการเงินมากเกิน เพ่ิมเติมแบบคงท่ีอาจจะอยู่ในระดับท่ีพอประมาณ ความจ�ำเป็นเพราะความจริงแล้วส�ำนักงานประจ�ำ โดยพิจารณาจากผลการดาเนินงานเฉลี่ยย้อนหลัง จังหวัดเปรียบเสมือนส�ำนักงานสาขาที่ไม่จ�ำเป็น เช่น 3 ปี ต้องมีภารกิจตามอาณาเขตของจังหวัดและครบ (ง) ส�ำนักงานประจ�ำจังหวัด ส�ำนักงาน ทุกจังหวัด ส่วนขนาดนั้นจ�ำเป็นต้องมีขนาดเล็ก ป.ป.ช. ประจ�ำจังหวัด เป็นการปฏิบัติงานในพ้ืนที่ (small unit) ตามเง่ือนไขทางทรัพยากร และ ซึ่งมีความส�ำคัญและได้เร่ิมต้นขึ้นในปี พ.ศ. 2554 ปริมาณงาน แต่ในการวางแผนงานไม่ควรให้เล็ก โดยขยายอย่างรวดเร็วโดยที่ยังไม่มีความพร้อม จนกลายเป็นส�ำนักงานย่อย (micro unit) การ ด้านระเบียบพัสดุ ผู้วิจารณ์อยากเห็นการประเมิน ประเมินประสิทธิภาพในส่วนน้ีจึงมีความส�ำคัญ ส�ำนักงานเหล่าน้ีในภาพรวมเพิ่มข้ึน คุณสรรเสริญ เพราะเป็นการด�ำเนินงานท่ีจะดูดซับทรัพยากร เห็นว่าควรปรับปรุงประสิทธิภาพการท�ำงานของ ค่อนข้างมากในแผนระยะปานกลางและระยะยาว ป.ป.ช. ด้วยการแยกงานแสวงหา ข้อเท็จจริง ถึงแม้ว่าจะมีการจัดต้ังส�ำนักงานประจ�ำจังหวัด

104 วารสารวิชาการ ป.ป.ช. ครบแล้วก็ตาม ทางออกทางหนึ่งคือการให้มีการ ยุทธศาสตร์ได้เน้นการมีส่วนร่วมของทุกภาคส่วน ปฏิบัติงานร่วมกันในกลุ่มจังหวัดท่ีใกล้เคียงกัน และมีการปรับยุทธศาสตร์ให้มีการร่วมมือกับ หรือให้เจ้าหน้าที่ด้านการป้องกันไปประจ�ำ ต่างประเทศเพ่ิมขึ้น ยุทธศาสตร์นี้ช่วยให้ ป.ป.ช. ในจังหวัดที่ส�ำคัญแล้วรับผิดชอบงานเป็น ได้รับความร่วมมือมากข้ึนท้ังภายในและภายนอก กลุ่มจังหวัด ส่วนเจ้าหน้าที่ด้านปราบปรามและ ประเทศ ในแง่ของการบริหารจัดการ คุณสรรเสรญิ ด้านตรวจสอบมใี นทุกจงั หวดั ได้ชี้ให้เห็นปัญหาการท�ำงานซ้�ำซ้อน เนื่องจาก การวัดต้นทุนคดี มีโครงการมากและโครงการหรือหน่วยงานย่อย ประสิทธิภาพในการด�ำเนินงานท้ังระดับ มักมีงานที่คล้ายคลึงกัน ดังนั้น จึงมีช่องที่จะ องคก์ ร หนว่ ยยอ่ ยและตามภารกจิ จำ� เปน็ ตอ้ งอาศยั ปรับปรงุ ประสทิ ธภิ าพได้ การวดั ตน้ ทนุ คณุ สรรเสรญิ ไดว้ ดั ตน้ ทนุ จำ� แนกตาม งานวิจัยชิ้นน้ีแสดงให้เห็นความหลากหลาย รายหน่วยงานและตามขนาดของคดไี ว้ โดยสรุปวา่ ของโครงการตา่ ง ๆ และมคี วามครอบคลมุ ทเี่ พยี งพอ ต้นทุนเฉล่ียในข้ันตอนการแสวงหาข้อเท็จจริง การด�ำเนินงานทางด้านนี้ปกติเป็นส่วนที่ยากต่อ และในข้ันตอนการไต่สวนเท่ากับ 36,825 และ การวัดและประเมินผลเพราะเป็นงานที่เกี่ยวกับ 35,983 บาทต่อเร่ือง ตามล�ำดับ ส่วนต้นทุนที่ การเคลื่อนไหวทางความคิด เช่น การตระหนักรู้ แยกตามขนาดของเรื่องก็ถือได้ว่าแตกต่างกัน เป็นส่วนมาก งานด้านคุณธรรมจริยธรรมเป็นเรื่อง ไมม่ ากนักถ้ารวมตน้ ทุนอื่น ๆ ให้ถว้ น คุณสรรเสรญิ พื้นฐานท่ีสูงกว่าข้อกฎหมาย จึงมักขาดรูปธรรม เสนอใหม้ กี ารเปรยี บเทยี บตน้ ทนุ นก้ี บั ขอ้ มลู ดา้ นอน่ื ที่ยอมรับร่วมกันและยากต่อการวัดได้ตรงกับ เชน่ มลู คา่ ความเสยี หายของคดดี ว้ ยจงึ จะมปี ระโยชน์ เนื้อหาสาระ ผลลัพธ์ก็มักต้องใช้เวลานานกว่าจะ อย่างแท้จริง อย่างไรก็ตาม แม้ว่าข้อมูลที่จะใช้ ปรากฏผลให้เป็นที่ประจักษ์ อย่างไรก็ตาม เปรียบเทียบจะมิได้มีการรวบรวมไว้ แต่ล�ำพังการ การประเมินผลการด�ำเนินงานด้านป้องกันจะมี วดั ตน้ ทนุ กจ็ ะชว่ ยให้ ป.ป.ช. วเิ คราะหป์ ระสทิ ธภิ าพ สองสว่ นทสี่ ำ� คญั สว่ นแรกเปน็ สว่ นของการเคลอ่ื นไหว การด�ำเนินงานได้มากพอสมควรทั้งในระดับราย ทางความคิดและความตื่นตัวในหมู่ประชาชนและ หน่วยและรายภารกิจ ประเด็นท่ีส�ำคัญ คือ การ เจ้าหน้าท่ีของรัฐซ่ึงมักครอบคลุมไปถึงเร่ือง วัดต้นทุนควรประมาณการและรวมต้นทุนให้ครบ ของจิตส�ำนึกของประชาชนเช่นเยาวชนด้วย ถ้วนเนื่องจากจะมีต้นทุนร่วม (common costs) อีกส่วนหน่ึงซ่ึงให้รูปธรรมในการ ประเมินได้คือ ท่ีเกิดข้ึนที่ส่วนกลาง งานคณะกรรมการ ป.ป.ช. งานดา้ นมาตรการ ทผ่ี า่ นมา ป.ป.ช. ไดใ้ หค้ วามสำ� คญั และงานสนับสนุนซึ่งจะต้องค�ำนวณแยกตามส่วน ท้ังสองส่วนแต่ยังไม่ชัดเจนในเรื่องของเป้าหมาย โดยประมาณไปรวมไว้ด้วยและต้นทุนนี้ควรรวมถึง ของกลยุทธการด�ำเนินงาน (operating targets) ตน้ ทนุ คงทด่ี ว้ ยซงึ่ ชว่ ยในการปรบั ปรงุ ประสทิ ธภิ าพ ซึ่งภาษาของการเคลื่อนไหวขับเคลื่อนบางครั้ง ของการใช้ทรพั ยากรทางการเงนิ เรียกว่าเข็มมุ่งเป้าหมายเชิงกลยุทธ์ที่งานวิจัย การประเมนิ ผลงานด้านการปอ้ งกนั ชิ้นนี้ควรให้เห็นความชัดเจนเพื่อช่วยในการ ป.ป.ช. มีการด�ำเนินงานตามภารกิจท่ีได้รับ ประเมินงานป้องกันของ ป.ป.ช. ถ้าการประเมิน ตามกฎหมายอย่างครอบคลุมและได้มีการจัดสรร การด�ำเนินงานด้านจิตส�ำนึก ค่านิยม คุณธรรม ทรัพยากรให้งานด้านการป้องกันค่อนข้างดี ในเชิง จริยธรรมและวัฒนธรรมท้ังหลายเหล่านี้มีการ

วารสารปีท่ี 9 ฉบบั ท่ี 1 (มกราคม - มถิ ุนายน 2559) 105 แจกแจงข้อมูลตามเป้าหมายเชิงกลยุทธ์น่าจะช่วย โครงการของ ป.ป.ช. นับว่าให้ความส�ำคัญต่อ ให้แผนการด�ำเนินงานและการออกมาตรการ งานดา้ นนพ้ี อสมควรและสามารถสรา้ งความรว่ มมอื ป้องกันสามารถมีการหวังผลได้ดีย่ิงข้ึน เป้าหมาย จากองค์กรต่าง ๆ ได้ดีโดยเฉพาะอย่างย่ิงองค์กร หรือหลกั การเชงิ กลยุทธท์ สี่ �ำคัญ ได้แก่ ทางศาสนา ศาสนาต่าง ๆ มักมีหลักจริยศาสตร์ (ก) ระบบอุปถัมภ์พวกพ้อง (favoritism ที่สอนให้ผู้ศรัทธามีความประพฤติท่ีดีแม้ว่าจะ และ cronyism) เปน็ เชอ้ื รา้ ยของการทจุ รติ ในระดบั แตกต่างในหลักรายละเอียดท่ีครอบคลุมไม่เท่ากัน ของสังคม คนไทยมักเข้าใจสับสนว่าเป็นธรรมชาติ หลักคุณธรรมจริยธรรมที่ส�ำคัญ ได้แก่ หลักความ ของการเอื้ออาทรและความใกล้ชิด ในขณะท่ี สจุ รติ หลกั อหงิ สาทไ่ี มใ่ หเ้ บยี ดเบยี นกนั หลกั สนั โดษ ระบบอุปถัมภ์และระบบพวกพ้องในปัจจุบัน ท่ีให้พอใจในสิ่งที่ตนเองมีและไม่พอใจในสิ่งที่เป็น ได้พัฒนาไปมาก มิได้เป็นระบบอุปถัมภ์แบบจารีต ของผู้อ่ืน หลักความรู้จักพอหรือพอเพียงที่ไม่โลภ ของสังคมเกษตรกรรม หากมีระบบทุนหรือระบบ จนเกินเหตุผลและความพอประมาณ หลักการ ผลประโยชน์มาเช่ือมต่อด้วย มีการปรับไปสู่ระบบ เสียสละท่ีรู้จักให้และสลัดออกจากตน เป็นต้น ท่ีมีการจัดตั้งหรือกึ่งจัดตั้งเช่นเป็นเครือข่าย หลักเหล่านี้มีกระจายกันไปในหลาย ๆ ศาสนา ผลประโยชน์ต่างตอบแทนข้ามหน่วยงานแล้ว โดยเฉพาะอย่างยิ่งในพระพุทธศาสนาซ่ึงเป็นการ เป้าหมายท่ีระบบอุปถัมภ์พวกพ้องจะท�ำให้เห็น แกไ้ ขความบกพรอ่ งนตี้ งั้ แตร่ ะดบั เบอ้ื งตน้ ทเ่ี รยี กวา่ ความชัดเจนในการด�ำเนินงานว่าเกี่ยวข้องเชื้อร้าย ทานและศีลไปจนถึงระดับของจิตใจซึ่งจะให้ผล ดังกลา่ วนห้ี รือไม่และมากน้อยเพียงใด ท่ียั่งยนื (ข) ผลประโยชน์ทับซ้อน (conflicts of ผู้วิจารณ:์ อุดม รัฐอมฤต interests) เป็นเชื้อร้ายในระดับองค์กรที่แก้ไขได้ ภาพรวมของร่างรายงานการวิจัยท่ี ระดับหน่ึงถ้าหากองค์กรน้ันมีก�ำหนดหลักการ คณุ สรรเสรญิ พลเจยี ก นำ� เสนอ จำ� นวน 125 หนา้ ก�ำกับดูแลท่ีดีหรือธรรมาภิบาล เป็นงานที่จ�ำเป็น เป็นรายงานที่แสดงถึงข้อมูลเบื้องต้นท่ีได้จากการ และสามารถออกมาตรการป้องกันได้ง่ายที่สุด ปฏิบัติงานในอ�ำนาจหน้าท่ีของคณะกรรมการ ผลประโยชน์ทับซ้อนซึ่งอาจรวมไปถึงผลประโยชน์ ป.ป.ช. และสำ� นกั งาน ป.ป.ช. โดยแสดงรายละเอยี ด ต่างตอบแทนอาจไม่เห็นชัดถ้าองค์กรน้ันอยู่ ของแบบแผนข้ันตอน ตลอดจนผลงานในช่วงท่ี ภายใต้การครอบง�ำของกลุ่มคน ข้อก�ำหนดเชิง ผ่านมาข้อมูลท่ีผู้เสนอได้ยกขึ้นมีประโยชน์ ธรรมาภิบาลซ่ึงเป็นกรอบโครงสร้างอ�ำนาจหน้าที่ ในการชี้วัดผลการปฏิบัติงานในหัวข้องานวิจัยน้ี และการสืบทอดต�ำแหน่งจะไม่มีศักยภาพท่ี บางส่วน โดยเฉพาะการวิจัยผลการปฏิบัติงาน เพียงพอ ระบบคุณธรรม (merit system) ในงาน ในส่วนของส�ำนักงาน ป.ป.ช. ในฐานะองค์กรที่ บริหารบุคคลขององค์กรต่าง ๆ ที่กระทบต่อ มีหน้าที่สนับสนุนภารกิจตามอ�ำนาจหน้าท่ีของ ผ้ปู ระพฤตดิ กี จ็ ะไม่ไดร้ บั การปฏิบตั ิจรงิ คณะกรรมการ ป.ป.ช. อย่างไรก็ดี ภายใต้กรอบ (ค) ความบกพร่องในคุณธรรมจริยธรรม การวิจัยร่างรายงานฉบับน้ียังขาดการน�ำเสนอ เป็นเช้ือร้ายในระดับบุคคลและหมู่คณะย่อย ๆ ใ น ก ร อ บ ก า ร ป ฏิ บั ติ ง า น ใ น บ ท บ า ท ข อ ง เช่นครอบครัว การด�ำเนินงานด้านนี้อย่างมีการ คณะกรรมการ ป.ป.ช. แม้ข้อมูลท่ีแสดงไว้จะ หวังผลเป็นส่วนที่ยากท่ีสุดแต่มีผลท่ียั่งยืนอย่างยิ่ง

106 วารสารวชิ าการ ป.ป.ช. เก่ียวพันกับอ�ำนาจหน้าที่ของคณะกรรมการ อย่างย่ิง การด�ำเนินการไต่สวนข้อเท็จจริงอันเป็น ป.ป.ช. ก็ตาม ก ร ะ บ ว น ก า ร ห ลั ก ใ น ก า ร ป ฏิ บั ติ ห น ้ า ที่ ข อ ง ในบทวิจารณ์น้ีจึงจะได้ให้ข้อสังเกตเกี่ยวกับ คณะกรรมการ ป.ป.ช. มาตรา 45 ให้อ�ำนาจ สิ่งท่ยี ังขาดอยู่ในรา่ งรายงานการวิจยั ฉบบั นี้ คณะกรรมการป.ป.ช.ในการแตง่ ตง้ั คณะอนกุ รรมการ 1. กรอบคิดเกี่ยวกับวัตถุประสงค์ในการ ไต่สวนเพ่ือด�ำเนินการไต่สวนข้อเท็จจริงและ จัดตง้ั คณะกรรมการ ป.ป.ช. และส�ำนักงาน ป.ป.ช. รวบรวม พยานหลักฐานแทนคณะกรรมการ ในการประเมนิ ผลการปฏบิ ตั งิ านของคณะกรรมการ ป.ป.ช. ได้ ป.ป.ช. และส�ำนักงาน ป.ป.ช. จ�ำเป็นท่ีจะต้อง แม้โดยทั่วไป หากพิจารณาอย่างผิวเผิน วางกรอบเก่ียวกับการจัดต้ังองค์กรป้องกันและ การเพิ่มปริมาณของผลงานที่แล้วเสร็จและ ปราบปรามการทจุ รติ เพอื่ แกไ้ ขปญั หาและอปุ สรรค การลดจ�ำนวนเรื่องร้องเรียนที่ค้างเป็นสิ่งแสดง ในการป้องกันและปราบปรามการทุจริตในอดีต ประสิทธิภาพการปฏิบัติงาน แต่ปรากฏการณ์ ท่ีผ่านมา โดยเฉพาะในปัญหาการจัดองค์กร และ ดังกล่าวจะสะท้อนคุณภาพของการปฏิบัติหน้าที่ ข้อจ�ำกัดในเรื่องอ�ำนาจหน้าท่ีของคณะกรรมการ ของคณะกรรมการ ป.ป.ช. อยา่ งแทจ้ รงิ ได้ ผลงาน ป.ป.ช. ซ่ึงเป็นองค์กรหลักในการป้องกันและ ของคณะกรรมการ ป.ป.ช. ในการไตส่ วนขอ้ เทจ็ จรงิ ปราบปรามการทจุ รติ และพระราชบญั ญตั ปิ ระกอบ ยังต้องแสดงถึงสัมฤทธิผลตามเจตนารมณ์ของ รัฐธรรมนูญว่าด้วยการป้องกันและปราบปราม กฎหมาย ซ่ึงก็คือการท่ีมติชี้มูลความผิดของ การทจุ รติ พ.ศ. 2542 กำ� หนดใหม้ สี ำ� นกั งาน ป.ป.ช. คณะกรรมการ ป.ป.ช. ท�ำให้สามารถด�ำเนินการ มีอ�ำนาจหน้าที่เก่ียวกับราชการท่ัวไปของ กับผู้กระท�ำความผิดได้อย่างมีประสิทธิภาพ กล่าว คณะกรรมการ ป.ป.ช. และมอี ำ� นาจหนา้ ทรี่ บั ผดิ ชอบ คอื มกี ารฟอ้ งเปน็ คดี ในศาลและศาลมคี ำ� พพิ ากษา งานธุรการ ศึกษาและรวบรวมข้อมูลท่ีเกี่ยวกับ ลงโทษท้ังหมดหรือในจ�ำนวนร้อยละที่สูงมากและ งานของคณะกรรมการ ป.ป.ช. ศกึ ษาและสนบั สนนุ แม้ไม่มีการชี้มูลความผิด แต่กระบวนไต่สวน ใหม้ กี ารศึกษาวจิ ัยและเผยแพร่ความรมู้ อบหมาย ข้อเท็จจริงของคณะกรรมการ ป.ป.ช. ได้สะท้อน 2. การปฏิบัติหน้าที่ในอ�ำนาจหน้าท่ีของ ความละเอยี ดรอบคอบใหห้ ลกั ประกนั การคมุ้ ครอง คณะกรรมการ ป.ป.ช. และสำ� นกั งาน ป.ป.ช. สิทธิของผู้ถูกกล่าวหาเป็นอย่างดี ไม่ว่าเป็นการใช้ 2.1 งานประจำ� มาตรการท่ีกระทบกับผู้ถูกกล่าวหาอย่างมีเหตุผล ในสว่ นน้ี ไดแ้ กภ่ ารกจิ ในการปอ้ งกนั และ และใชเ้ วลาไมน่ านเกนิ สมควรในการ ตรวจสอบหรอื ปราบปรามการทจุ รติ ในบทบาทของคณะกรรมการ ไตส่ วนข้อเทจ็ จริง ป.ป.ช. โดยมีข้อมูลการทางานในเชิงปริมาณและ เ ช ่ น เ ดี ย ว กั บ ง า น ใ น ภ า ร กิ จ ข อ ง คุณภาพจะเป็นส่ิงท่ีสะท้อนประสิทธิภาพในการ คณะกรรมการ ป.ป.ช. ในเชงิ ปอ้ งกนั หรอื การศกึ ษา ปฏิบัติงาน พระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญ วิจัยเผยแพร่ ซึ่งจะอาศัยแตเ่ พียงการดำ� เนนิ การได้ ว่าด้วยการป้องกันและปราบปรามการทุจริต พ.ศ. ตามจ�ำนวน ที่ก�ำหนดในแผนงานอย่างเดียวไม่ได้ 2542 มาตรา 19 (12) ให้อ�ำนาจคณะกรรมการ แต่จะต้องท�ำให้เห็นผลสัมฤทธ์ิตามตัวชี้วัดที่เป็น ป.ป.ช. ในการแต่งตั้งบุคคลหรือคณะบุคคลเพื่อ รูปธรรม ไม่ว่าจะเป็นการส�ำรวจตัวเลขและความ ปฏิบัติหน้าที่ตามท่ีได้รับมอบหมาย โดยเฉพาะ พึงพอใจของเจ้าหน้าท่ีหรือบุคคลในหน่วยงาน

วารสารปีที่ 9 ฉบับท่ี 1 (มกราคม - มถิ นุ ายน 2559) 107 ภาครัฐและภาคเอกชน โดยเฉพาะการต่ืนตัวของ 3. การปฏบิ ตั หิ นา้ ทใ่ี นบทบาทของสำ� นกั งาน บุคคลที่เกี่ยวข้องต่อพิษภัยของการทุจริต และมี ป.ป.ช. การสร้างกิจกรรมท่ีสร้างหรือเพิ่มภูมิคุ้มกันต่อ 3.1 ขาดกรอบมาตรฐานในการปฏบิ ตั งิ าน การทุจรติ ในวงงานของรัฐอยา่ งมนี ยั ยะส�ำคญั ทช่ี ดั เจน 2.2 งานเชงิ นโยบาย 3.2 ผลสัมฤทธ์ิและปัญหาอุปสรรค แมภ้ ารกจิ ในการปอ้ งกนั และปราบปราม และทางออก การทุจริตจะเป็นงานท่ีมีโครงสร้างของปัญหา ที่ซับซ้อนและยากแก่การก�ำหนดเป้าหมาย ในเชิงปริมาณและคุณภาพ แต่ผลสัมฤทธ์ิในการ ปฏิบัติงานของคณะกรรมการ ป.ป.ช. น่าจะอยู่ที่ การสร้างนวัตกรรมในเชิงการสื่อสารแก่สังคม กลา่ วคอื สามารถใหข้ อ้ มลู ทสี่ ะทอ้ นความรบั ผดิ ชอบ ต่อภาระงานที่อยู่ในความสนใจของสังคม และ แม้ในกรณีท่ียังไม่อาจท�ำให้เกิดความพึงพอใจได้ แ ต ่ จ ะ ต ้ อ ง มี ก ล ไ ก ห รื อ ก ร ะ บ ว น ก า ร ติ ด ต า ม สภาพปัญหาเพื่อให้ค�ำตอบกับสังคมในเวลาที่ เหมาะสมได้ ในการวดั ประสทิ ธภิ าพของคณะกรรมการ ป.ป.ช. ในงานเชิงนโยบายในการป้องกันและ ปราบปรามการทุจริตพึงต้องแสดงการด�ำเนินงาน ในเชิงรุก มีการแสดงว่าองค์กรได้ส่ือสารข้อมูล ผลงาน และประเด็นเชิงสังคมเพ่ือส่ือสารกับ สาธารณะอย่างสม�่ำเสมอเป็นระยะ ๆ มากน้อย เพยี งใด ทง้ั มกี ารรบั ฟงั ปญั หาหรอื ประเดน็ ทางสงั คม ทเ่ี กีย่ วข้องเพื่อให้คณะกรรมการ ป.ป.ช. น�ำมาเป็น ข้อมูลปรับปรุงหรือสร้างกลไกในการปฏิบัติงาน มากน้อยเพียงใด อันท�ำให้เห็นว่าการปฏิบัติหน้าที่ ของคณะกรรมการ ป.ป.ช. สามารถสนองตอบ ขอ้ เรียกร้องของสงั คมได้อยา่ งจรงิ จังอย่างไรบ้าง

108 วารสารวิชาการ ป.ป.ช. Agenda The Third Conference on Evidence-Based Anti-Corruption Policies (CEBAP 3) organised by Thailand’s National Anti-Corruption Commission (NACC) in collaboration with the World Bank and Transparency International - Thailand June 17-18, 2015 The Sukosol Hotel, Bangkok, Thailand Wednesday, June 17 Thursday, June 18 08:30 Registration (Kamolthip Ballroom) 08:30 Registration (Kamolthip Ballroom) 09:00 Opening Ceremony 09:00 Plenary Session (Kamolthip Ballroom) H.E. Mr.Panthep Klanarongran • Legal Accountability and the Argument President, NACC, Thailand of the Act of Government Doctrine: 09:15 Opening Remarks Experience from Thailand's Rice H.E. General Prayut Chan-ocha Trading Scheme, 2011 to 2014 Prime Minister of Thailand Prof. Dr. Medhi Krongkaew, 09:30 Opening Statements Former Commissioner, NACC, • Dr. Ulrich Zachau, Country Director, Thailand World Bank • Corruption and Democratic Institutions: • Dr. Juree Vichit-Vadakarn, A Review and Synthesis Secretary-General, TI-Thailand Professor Matthew C. Stephenson, • Mr. Kitti Wasinondh Harvard Law School Member of National Legislative 10:15 Coffee Break Assembly 10:30 Plenary Session on Asset Recovery 10:30 Coffee Break (Kamolthip Ballroom) 10:45 Keynote Addresses • International Co-operation forAsset Recovery • Thailand’s Strategic Fight Against Khemchai Chutiwongse, Inspector General, Corruption Office of The Attorney General, Thailand Prof. Dr. Pakdee Pothisiri, • AML in Thailand: Key to Identifying and NACC Commissioner, NACC,Thailand Tracing Assets for Asset Recover • Deterring Corruption Through Effective Corporate Criminal Enforcement Pol. Col. Dr. Sihanart Prayoonrat Professor Jennifer H. Arlen, Secretary-General, Anti-Money New York University Law School Laundering Office, Thailand • Touching the Tiger's Tail: Going after • Civil Lawsuits to Combat Corruption Political Corruption Stephen Baker, FraudNet, UK Juhani Grossmann, Chief, Party Moderator: Dr. Sirilaksana Khoman, NACC, Thailand Management Systems International 12:30 Lunch 12:30 Lunch 13:30 Concurrent Sessions Part III 13:30 Concurrent Sessions Part I A3 Organized Corruption A1 Corruption and Fraud (Kamolthip Ballroom) B3 Public Procurement 3 (Kornkamol Room) B1 Public Procurement 1 (Kornkamol Room) C3 Anti-Corruption Indicators (Duangkamol Room) C1 Corruption Prevention 1 15:00 Coffee Break (Duangkamol Room) 15:15 Concurrent Sessions Part IV 15:00 Coffee Break A4 Public and Corporate Governance 15:15 Concurrent Sessions Part II B4 Corruption and Election Processes A2 Country Diagnostics on Governance (Kornkamol Room) B2 Public Procurement 2 (Kornkamol Room) C4 Anti-Corruption Strategies C2 Corruption Prevention 2 M.C.: Chanchanoke Chennarong (Duangkamol Room) Social Science Researcher, NACC Dress code: Business suit Simultaneous Translation (TH-EN)

วารสารปีท่ี 9 ฉบับท่ี 1 (มกราคม - มถิ ุนายน 2559) 109 Concurrent Sessions Part I 13:30 - 15:00 June 17, 2015 A1: Corruption and Fraud Room: Kamolthip Ballroom Chair : Medhi Krongkaew, Former Commissioner, NACC, Thailand Discussant : Intranee Sumawong, Executive Director of international Affairs Department, Office of The Attorney General, Thailand 1. Trends In Bribery and Money Laundering Prosecutions: The Bangkok Film Festival Case Bruce Searby, Counsel at Paul, Weiss, Rifkind, Wharton & Garrison LLP, U.S.A. 2. Redefining the ABC's of Doing Business in ASEAN: An Analysis of The Trend Towards Criminal Corporate Liability for Bribery Offences Akharakit Keeratithanachaiyos, United Nations Office on Drugs and Crime B1: Public Procurement 1 Room: Kornkamol Room Chair : Tippawan Lorsuwannarat, National Institute of Development Administration, Thailand Discussant : Chunhachit Sungmai, Deputy Director-General, The Comptroller General’s Department, Thailand 1. Prevention of corruption in public procurement in German local communities Matthias Einmahl, University for Public Administration of North Rhine-Westphalia, Germany C1: Corruption Prevention 1 Room: Duangkamol Room Chair : Wisarn Pupphavesa, National Institute of Development Administration, Thailand Discussant : Orapin Sopchokchai, National Reform Council, Thailand 1. A Public Administration Reform in the Philippine Bureau of Customs: The Case of Following and Not Following Customs Regulations Renalyn C. Estiller, HGST Philippines Corporation, Philippines 2. Hotspots of corruption Adam Graycar, School of Social and Policy Studies, Flinders University, Australia Concurrent Sessions Part II 13:30 - 15:00 June 17, 2015 A1: Corruption and Fraud Room: Kamolthip Ballroom Chair : Medhi Krongkaew, Former Commissioner, NACC, Thailand Discussant : Intranee Sumawong, Executive Director of international Affairs Department, Office of The Attorney General, Thailand 1. Trends In Bribery and Money Laundering Prosecutions: The Bangkok Film Festival Case Bruce Searby, Counsel at Paul, Weiss, Rifkind, Wharton & Garrison LLP, U.S.A. 2. Redefining the ABC's of Doing Business in ASEAN: An Analysis of The Trend Towards Criminal Corporate Liability for Bribery Offences Akharakit Keeratithanachaiyos, United Nations Office on Drugs and Crime B1: Public Procurement 1 Room: Kornkamol Room Chair : Tippawan Lorsuwannarat, National Institute of Development Administration, Thailand Discussant : Chunhachit Sungmai, Deputy Director-General, The Comptroller General’s Department, Thailand 1. Prevention of corruption in public procurement in German local communities Matthias Einmahl, University for Public Administration of North Rhine-Westphalia, Germany C1: Corruption Prevention 1 Room: Duangkamol Room Chair : Wisarn Pupphavesa, National Institute of Development Administration, Thailand Discussant : Orapin Sopchokchai, National Reform Council, Thailand 1. A Public Administration Reform in the Philippine Bureau of Customs: The Case of Following and Not Following Customs Regulations Renalyn C. Estiller, HGST Philippines Corporation, Philippines 2. Hotspots of corruption Adam Graycar, School of Social and Policy Studies, Flinders University, Australia

110 วารสารวิชาการ ป.ป.ช. Concurrent Sessions Part III 13:30 - 15:00 June 18, 2015 A3: Organized Corruption Room: Kamolthip Ballroom Chair : Nualnoi Treerat, Faculty of Economics, Chulalongkorn University, Thailand Discussant : Nitiyaporn Imjai, The Comptroller General’s Department, Thailand 1. Combating Organized Corruption in Public-Procurement through Appropriately Designed e-Procurement Systems Jitendra Kohli, Electronic Tender, Co., Ltd, India B3: Public Procurement 3 Room: Kornkamol Room Chair : Atchana Waiquamdee, Chair, Bangkok Commercial Asset Management, Thailand Discussant : Vimut Vanitchareanthum, Faculty of Economics, Chulalongkorn University, Thailand 1. Modification of public contracts as source of corruption: the Spanish case Xavier Codina, Universidad Complutense de Madrid, Spain 2. How to Improve Effectiveness of Anti-Corruption Expertise: Public Procurement Case Andrei Ivanov, Graduate School of Management, Saint Petersburg State University, Russia C3: Anti-Corruption Indicators Room: Duangkamol Room Chair : Juree Vichit-Vadakan, Transparency International, Thailand Discussant : Tussanai Parthornratt , Assumption University, Thailand 1. Can Corruption be Measured? Exploring the Landscape of Corruption Measurement Tools Kanokkarn Anukansai and Oscar Mmbali, Transparency International, Thailand 2. NACC Integrity and Transparency Assessment Dararatt Anantanasuwong, School of Development Economics, National Institute of Development Administration, Thailand

วารสารปีที่ 9 ฉบบั ท่ี 1 (มกราคม - มถิ ุนายน 2559) 111 Concurrent Sessions Part IV 15:15 - 16:45 June 18, 2015 A4: Public and Corporate Governance Room: Kamolthip Ballroom Chair : Teerana Bhongmakapat, Faculty of Economics, Chulalongkorn University, Thailand Discussant : Direk Patmasiriwat, School of Development Economics, National Institute of Development Administration, Thailand 1. Reducing corruption risk in public private partnership (PPP): Lesson learned for Thailand Sutthi Suntharanurak, Office of the Auditor General of Thailand 2. A Comparative Study of Executive Compensation and Benefits of Thai Government Agencies and Public Enterprises Montchai Pinitjitsamut, Faculty of Economics, Kasetsart University, Thailand B4: Corruption and Election Processes Room: Kornkamol Room Chair : Kowit Kangsanan, School of Human Resource Development, National Institute of Development Administration, Thailand Discussant : Siripan Nogsuan Sawasdee, Faculty of Political Science, Chulalongkorn University, Thailand 1. Political Corruption as an Organized Corruption in Indonesia Trimulyono Hendradi, Indonesian Anti-Corruption Agency (KPK), Indonesia 2. Determinants of Voting Decisions in the Election Of Tambon Administrative Members Prapatsorn Pree-iam, Rajabhat Maha Sarakham University, Thailand C4: Anti-Corruption Strategies Room: Duangkamol Room Chair : David Lyman, Chairman and Chief Values Officer, Tilleke and Gibbons International 1. The Strategies implemented in the MACC in the Fight Against Corruption Muhammad Salim Abdullah Sunder Abdullah, Senior Assistant Chief Commissioner, Malaysia Anti-Corruption Commission, Malaysia 2. Overview of Anti-Corruption Strategies in Bhutan Kin Dorji, Principal Integrity Promotion Officer, Anti-Corruption Commission, Bhutan 3. Compliance and Risk Management to Prevent Corruption Richard Batten, Director, Censere Group

112 วารสารวิชาการ ป.ป.ช. หลกั เกณฑก์ ารรับบทความลงพิมพ์ “วารสารวิชาการ ป.ป.ช.” 1. เป็นบทความวิจัยหรือบทความวิชาการทั่วไป 5. ตัวอย่างการจัดหน้าพิมพ์ ดา้ นการป้องกันและปราบปรามการทจุ รติ 4 ซม. 2. เป็นบทความท่ีไม่เคยตีพิมพ์ท่ีใดมาก่อน หรือ ไม่อยรู่ ะหว่างการเสนอขอลงพิมพ์ในวารสาร/ส่งิ พมิ พ์อน่ื 4 ซม. 2.5 ซม. 3. เนอ้ื หาตน้ ฉบบั ภาษาไทย มจี ำ� นวนหนา้ สงู สดุ ไมเ่ กนิ 25 หนา้ พิมพ์ (กระดาษ A4) ต้นฉบบั ภาษาไทยพิมพด์ ว้ ย 3 ซม. ขนาดตัวอักษร 16 แบบอกั ษร TH SarabunPSK ต้นฉบบั 6. การพิจารณาการรบั บทความ ภาษาอังกฤษ พิมพ์ด้วยขนาดตัวอักษร 12 แบบอักษร (1) บทความท่ีได้รับการพิจารณาให้ลงพิมพ์ TH SarabunPSK ในวารสารวิชาการ ป.ป.ช. ตอ้ งผา่ นความเห็นชอบและ 4. สว่ นประกอบส�ำคญั ของบทความ หรือผู้เขียนได้ปรับปรุงแก้ไขตามข้อเสนอแนะของ 4.1 ช่ือเรอื่ ง หรือ ชอ่ื หวั ขอ้ ภาษาไทย และภาษา กองบรรณาธกิ ารหรอื ผไู้ ดร้ บั มอบหมายใหเ้ ปน็ ผพู้ จิ ารณา อังกฤษ บทความ (ถา้ ม)ี 4.2 ช่ือผเู้ ขียน ภาษาไทยและภาษาอังกฤษ (ระบุ (2) ผเู้ ขยี นบทความทไ่ี ดร้ บั การคดั เลอื กใหล้ งพมิ พ์ สถานท่ีติดต่อ และ E-mail address, โทรศพั ท/์ โทรสาร ในวารสารวชิ าการ ป.ป.ช. จะไดร้ ับคา่ ตอบแทนผลงานละ ไว้ทา้ ยบทความ) 3,000 บาท 4.3 บทคัดย่อ ภาษาไทยและภาษาอังกฤษ (3) แจ้งผลการพิจารณาให้ผู้เขียนบทความทราบ ประมาณ 10-15 บรรทัด (ภาษาไทย) หรือประมาณ 100- หลงั จากกองบรรณาธกิ ารไดพ้ จิ ารณาบทความใหล้ งพมิ พไ์ ด้ 150 คำ� (ภาษาอังกฤษ) (4) การพิจารณาบทความถือเป็นสิทธ์ิของ 4.4 เนอ้ื หา (คำ� บรรยาย) ประมาณ 10-20 หนา้ กองบรรณาธิการ 4.5 รูปและตารางประกอบ เท่าท่ีจ�ำเป็น สถานทตี่ ดิ ต่อ พร้อมค�ำบรรยาย (อธิบายประกอบภาพ) รวมแล้วไม่เกิน ศนู ย์วิจยั เพ่ือตอ่ ตา้ นการทุจริต 4 หนา้ ป๋วย อึ๊งภากรณ์ 4.6 สรุปและข้อเสนอแนะจากผลการวิจัย ส�ำนักงานคณะกรรมการป้องกัน ประมาณ 10-15 บรรทดั หรอื รวมข้อเสนอแนะแล้วไมเ่ กิน และปราบปรามการทุจรติ แหง่ ชาติ 20 บรรทัด เลขที่ 361 ถนนนนทบรุ ี 4.7 เชิงอรรถ เรยี งลำ� ดบั หมายเลขในเน้อื หา และ ต�ำบลทา่ ทราย อำ� เภอเมืองนนทบุรี พิมพร์ วมไว้ส่วนทา้ ยของบทความ จงั หวัดนนทบรุ ี 11000 4.8 หนังสืออ้างอิง หรือบรรณานุกรม หมวด โทร. 0 2528 4800 ต่อ 5814 ภาษาไทยมาก่อนหมวดภาษาอังกฤษ และหนังสือท่ีมี โทรสาร 0 2528 4800 ต่อ 5814 ช่ือผู้แต่งมาก่อนสิ่งตีพิมพ์อื่นๆ ระบุให้ชัดเจนถึงช่ือผู้แต่ง (ถ้ามี) ปีพิมพ์ “ช่ือเร่ือง” (ถ้ามี) ช่ือหนังสือ ส�ำนักพิมพ์ เมือง/ประเทศท่ีพิมพ์ ระบุรหัส ISBN/ISSN (ถ้ามี) จ�ำนวนหน้า และหน้าที่อ้างอิง (ถ้าอ้างอิงเฉพาะส่วนย่อย หรอื เรือ่ งย่อยในเลม่ ) 4.9 การอา้ งองิ websites หรอื สอื่ อเิ ลก็ ทรอนกิ ส์ ต่าง ๆ หรืออื่น ๆ ให้เป็นหมวดต่อท้ายหนังสือส่ิงพิมพ์ ต่าง ๆ ตามข้อ (4.8)

วารสารปีท่ี 9 ฉบับท่ี 1 (มกราคม - มถิ ุนายน 2559) 113 Call for Papers National Anti-Corruption Commission Journal (NACC Journal) The Office of National Anti-Corruption 4.4 Keywords (about 5 words) that Commission (ONACC) publishes are academic describe the article’s focus, journal on fighting corruption (the NACC 4.5 Content: about 10-20 pages, Journal) in January each year. Articles should 4.6 Figures and Tables must be be submitted before September to be numbered and have titles and captions. An considered for publication in January. article should not contain more than 4 pages The NACC Journal is a peer-reviewed of figures and tables, journal of social science and humanities, 4.7 Conclusions and Recommendations providing a forum for researchers to present based on the research findings or paper’s their research findings and viewpoints on anti- discussion, not exceeding 20 lines, corruption activities and concepts. 4.8 Footnotes must be sequentially numbered, Instructions for submission 4.9 The bibliography or reference list 1. All manuscripts should be submitted should appear at the end of the text. The with the understanding that they are original, referenceslist should include every work cited unpublished works and are not being in the text. Please ensure that the dates, spelling submitted for publication elsewhere. and title used in the text are consistent with those 2. Manuscripts must be submitted in listed in the references. For articles written in Thai, double space with margins as shown, with works cited that are written in Thai should references on separate pages and a maximum appear first. The Journal prefers the reference length of 25 pages including tables and figures. system of the American Psychological The fonts must be TH SarabunPSK 16 for Association (APA) which can be found at http:// articles written in Thai or TH SarabunPSK www.liu.edu/CWIS/CWP/library/workshop/ 16 for papers in English. citapa.htm. Books appear before other kinds of materials and each reference should contain 4 cm. the author, year of publication, title, publisher’s name and town/city in which the publisher is 4 cm. 2.5 cm. located. Please include the ISBN/ISSN, if any. For references mentioned specifically in the 3 cm. article, the page (s) from which the quotation was taken must be in the reference, 3. The authors should submit two hard 4.10 References to websites or other copies of their papers and a diskette or an electronic forms should appear after the e-mail attachment. references to books and articles. 4. The manuscript should have the following Manuscripts should be submitted to the components: Puey Ungphakorn Anti-Corruption Research 4.1 Article title or topic in English and Center, Office of the National Anti-Corruption in Thai (if appropriate), Commission at the following address: 4.2 Author’s name in English (and Puey Ungphakorn Anti-Corruption both Thai and English for Thai authors) with Research Center. institutional affiliation and contact information: Office of the National Anti-Corruption e-mail address, telephone, and facsimile, Commission. 4.3 Abstract in Thai and English of 361 Nonthaburi Road, Thasaai District, approximately 10-15 lines for Thai or 100-150 Amphur Muangnonthaburi, Nonthaburi words for English, Province 11000 Thailand Tel: 66 2528 4800 Ext. 5814 Fax: 66 2528 4800 Ext. 5814

114 วารสารวิชาการ ป.ป.ช. แบบบอกรบั เป็นสมาชิก “วารสารวิชาการ ป.ป.ช.” ชอื่ -สกุล.............................................................................................................................................................................. ตำ� แหนง่ งาน....................................................................................................................................................................... หนว่ ยงานทสี่ งั กดั ................................................................................................................................................................ ทอ่ี ยทู่ สี่ ะดวกในการตดิ ตอ่ ...................................................................................................................................................... ............................................................................................................................................................................................ โทรศพั ท์.......................................................................โทรศพั ทเ์ คลอื่ นท.ี่ ........................................................................... E-mail................................................................................................................................................................................ ข้อเสนอแนะ ทา่ นเหน็ วา่ เนอ้ื หาสาระเกยี่ วกบั การตอ่ ตา้ นการทจุ รติ ในวารสารวชิ าการ ป.ป.ช. ควรจะใหค้ วามสำ� คญั ในเรอื่ งใด ประเด็นใดบา้ ง โปรดระบุตามลำ� ดับความสำ� คญั ............................................................................................................................................................................................. ............................................................................................................................................................................................ ............................................................................................................................................................................................. ............................................................................................................................................................................................ ............................................................................................................................................................................................. NACC Journal Subscription Form Name..................................................................................................................................... Position................................................................................................................................. Affiliated with...................................................................................................................... Postal Address...................................................................................................................... .............................................................................................................................................. Telephone........................................................Mobile Phone............................................... E-mail................................................................................................................................... Suggestions In your opinion, what anti-corruption issues should be emphasized in the NACC Journal? Please list them in order of importance. .................................................................................................................................................. .............................................................................................................................................. .............................................................................................................................................. .............................................................................................................................................. .............................................................................................................................................. สถานที่ติดตอ่ : กองบรรณาธกิ ารวารสารวิชาการ ป.ป.ช. Address: Editor Board, NACC Journal ศนู ย์วิจยั เพือ่ ตอ่ ต้านการทจุ ริต ป๋วย อ๊ึงภากรณ์ Puey Ungphakorn Anti-Corruption Research Center, ส�ำนักงาน ป.ป.ช. Office of the National Anti-Corruption Commission, เลขที่ 361 ถนนนนทบุรี ต�ำบลท่าทราย 361 Nonthaburi Road, Thasaai District, อ�ำเภอเมืองนนทบรุ ี จังหวดั นนทบุรี 11000 Amphur Muangnonthaburi, Nonthaburi 11000 โทรศัพท:์ 0 2528 4800 ต่อ 5814 Telephone: 66 2528 4800 Ext. 5814 Email: [email protected]

สำานักงานคณะกรรมการปองกันและปราบปรามการทจุ ริตแหงชาติ Office of the National Anti-Corruption commission เลขที่ 361 ถ.นนทบุรี ต.ทาทราย อ.เมืองนนทบุรี จ.นนทบรุ ี 11000 โทรศพั ท: 0 2528 4800 ตอ 5814 Website: http://www.nacc.go.th


Like this book? You can publish your book online for free in a few minutes!
Create your own flipbook