Important Announcement
PubHTML5 Scheduled Server Maintenance on (GMT) Sunday, June 26th, 2:00 am - 8:00 am.
PubHTML5 site will be inoperative during the times indicated!

Home Explore Anticancer food 64 ( 30 July 64)

Anticancer food 64 ( 30 July 64)

Published by Karunrat Tewthanom, 2021-07-31 03:04:52

Description: Anticancer food 64 ( 30 July 64)

Keywords: Anticancer food,cancer prevention,fruit,vetgetable

Search

Read the Text Version

ไข่ เจียวใส่ หอมหัวใหญ่ กะเพราก้งุ ใส่ถ่วั ฝักยาว พร้อมมะเขือเทศ แกงจืดตาลงึ แกงเผด็ เป็ ดย่าง

ส้ มตาไทย ไก่ผดั เมด็ มะม่วงหิมพานต์ ผดั ผกั รวมนา้ มนั หอย

นา้ พริกลงเรือ ห่อหมกปลาช่อนใบยอ แกงจืดวุ้นเส้ น ฉู่ฉ่ีปลาทบั ทมิ

แกงส้มผกั รวม ต้มยาเห็ด แกงเขยี วหวานไก่

ยาวุ้นเส้ น ต้มยาก้งุ เต้าเจยี้ วหลน นา้ พริกก้งุ สด

นอกจากนีก้ รมอนามยั ยงั วจิ ัยพบว่า ผลไม้ 10 อนั ดับแรกท่มี ีสารต้านมะเร็ง เบต้าแคโรทนี คือ มะม่วงนา้ ดอกไม้สุก มะเขือเทศราชินี มะละกอสุก กล้วยไข่ มะม่วงยายกลา่

มะปรางหวาน มะม่วงเขยี วเสวยสุก มะยงชิด แคนตาลปู เนื้อเหลือง สับปะรดภูเกต็



งานวิจยั ที่เก่ียวขอ้ ง รองศาสตราจารย์ ดร.แก้ว กงั สดาลอาไพ หวั หนา้ ฝ่ าย พษิ วทิ ยาทางอาหาร สถาบนั โภชนาการ มหาวิทยาลยั มหิดล ร่วมกบั นกั ศึกษาปริญญาโทในหลกั สูตรพิษวิทยาทางอาหารและ โภชนาการ ไดท้ าการศึกษา ฤทธ์ิตา้ นการก่อกลายพนั ธุ์ของ ดอกไมก้ ินได้ 8 ชนิดท่ีคนไทยนิยมบริโภค จากการศึกษาสารท่ี มีฤทธ์ิตา้ นการก่อกลายพนั ธุข์ องดอกไมท้ ี่คนไทยนิยมบริโภค ไดแ้ ก่ หวั ปลี ดอกขจร ดอกเขม็ ดอกแค ดอกบวั ดอกเฟ่ื องฟ้า ดอกโสน และดอกอญั ชนั ท้งั ในดอกไมก้ ินสดและดอกไมท้ ่ีผา่ น วิธีการปรุงไม่วา่ จะดว้ ยวิธีการตม้ หรือ ชุบแป้งทอด พบวา่ ดอกไมท้ ่ีคนไทยนิยมบริโภคท้งั 8 ชนิด มี สารตา้ นฤทธ์ิการก่อ กลายพนั ธุ์สามารถลดความเสี่ยงจากโรคมะเร็งไดเ้ ป็นอยา่ ง ดี

งานวจิ ยั ทีเ่ กย่ี วข้อง จากการศกึ ษาพบวา่ นา้ แกงเลียงท่ีไดม้ าจากผกั 5 แกงไทยต้านมะเร็ง ความอร่อยทสี่ ู้โรคร้ายได้ หลากชนิดและเครอ่ื งแกง มากสมนุ ไพร สามารถฆ่า 1. แกงเลยี ง เซลลม์ ะเรง็ แบบธรรมชาติ ไดป้ ระมาณ 45%

2. แกงส้ม สาหรบั แกงสม้ ท่ีกม็ ีสมนุ ไพรหลาก ชนิดในเคร่อื งแกงกพ็ บวา่ นา้ แกง สม้ สามารถฆา่ เซลลม์ ะเรง็ แบบ ธรรมชาติไดป้ ระมาณ 45% เทา่ กนั

3. แกงป่ า น้าแกงป่ าเผด็ ร้อนจาก กระชาย หอมแดง พริก และ ใบกะเพรา สามารถฆ่า เซลลม์ ะเร็งแบบธรรมชาติได้ ประมาณ 45% เทียบเท่ากบั แกงเลียงและแกงสม้ เช่นกนั

4. ตม้ ยา แมไ้ ม่ใช่อาหารประเภทแกง แต่ตม้ ยากม็ ีสมุนไพรอยา่ งข่า ตะไคร้ ใบมะกรูด และพริก อยู่ ดว้ ย ดงั น้นั จากการศึกษาจึง พบวา่ น้าตม้ ยาสามารถฆ่า เซลลม์ ะเร็งแบบธรรมชาติได้ ประมาณ 30%

5. แกงเหลือง น้าแกงเหลืองที่มี ส่วนประกอบของขมิ้นและ สมุนไพรชนิดอื่น ๆ มีอตั รา ฆ่าเซลลม์ ะเร็งอยทู่ ี่ 25%

• อยา่ งไรกต็ าม ยงั มีประเดน็ วธิ ีตายของเซลลม์ ะเร็งใหเ้ ปรียบเทียบดว้ ย โดยตอ้ งอธิบายก่อนวา่ การตาย ของเซลลม์ ะเร็งมีอยู่ 2 วธิ ีดว้ ยกนั คือ การตายแบบธรรมชาติ กล่าวคือ เซลลม์ ะเร็งจะตายทีละเซลลโ์ ดย ไม่กระทบกบั เซลลร์ อบขา้ ง และการตายแบบผดิ ธรรมชาติ ซ่ึงหมายถึงเซลลม์ ะเร็งถูกกระตุน้ จนเกิดการ อกั เสบ บวม และแตกตายในที่สุด โดยท่ีการแตกของเซลลม์ ะเร็งน้นั จะทาใหเ้ ซลลร์ อบขา้ งไดร้ ับ ผลกระทบและตายไปดว้ ย ซ่ึงจากการลงลึกวธิ ีตายของเซลลม์ ะเร็งกพ็ บวา่ การตายแบบผดิ ธรรมชาติพบ ไดน้ อ้ ยท่ีสุดในแกงเลียง รองลงมาคือตม้ ยา แกงสม้ แกงป่ า และแกงเหลือง This Photo by Unknown author is licensed under CC BY-SA.

1. ผกั กาดขาว 2. ต้นหอม 3. หอมหัวใหญ่ 4. คะน้า 5. ตาลงึ 6. มะระ 7. บวั บก 8. ชะอม 9. ถั่วพู 10. ผกั ชี



Source :http://www.healthmee.com/ForumId-393-ViewForum.aspx

ข้อแนะนาของ 1. ลดการรับประทานอาหารประเภทไขมนั ท้งั ไขมันอมิ่ ตวั และไม่ สถาบันการศึกษาทาง อมิ่ ตวั ให้เหลือประมาณ 20-30% ของปริมาณแคลอรีท้ังหมด วทิ ยาศาสตร์แห่งชาติ ทร่ี ่างกายต้องการ (NATIONAL ACADEMY OF 2. ควรรับประทานอาหารพวกผกั ธัญญพืชเป็ นประจาเพ่ือเพมิ่ SCIENCE) กากใยอาหาร โดยเฉพาะผกั ที่มสี ีเขยี ว สีส้ม สีแดง สี เหลือง เนื่องจากมี สารเบต้าแคโรทีนและอาหารพวกถว่ั ซ่ึงให้ วติ ามินอี 3. ควรรับประทานผลไม้เป็ นประจาโดยเฉพาะผลไม้พวกส้ม ซงึ่ มวี ติ ามนิ ซี และผลไม้ซง่ึ มสี แี ดง สสี ้มเพราะให้วติ ามนิ เอ

4. จงลดอาหารพวกดองเค็มหรือเคม็ จดั และอาหารทรี่ มหรืออบด้วยควันหรือย่างดว้ ยไฟแรงๆจนไหม้เกรียม 5. พยายามศึกษาและปฏบิ ตั ทิ ุกวถิ ที างทจ่ี ะลดสารเจือปนทเ่ี ป็ นท่ีสงสัยว่าอาจจะก่อใหเ้ กิดมะเร็ง เช่น Alfatoxin หรือพวกไขมัน 6. ลดการดม่ื สุราหรือเครื่องดม่ื ทมี่ ีแอลกอฮอล์ 7. ลดหรือหยุดการสบู บุหร่ีและอยใู่ นทีอ่ ากาศบริสุทธิ์ปราศจากควนั พษิ หรือมลภาวะ เช่นควนั เสียจากรถยนตห์ รือโรงงาน 8. อยา่ ใหร้ ่างกายถกู แสงแดดมากเกนิ ไปและรักษาร่างกายใหส้ ะอาดอยูเ่ สมอ

คาแนะนาจากสถาบันมะเร็งแห่งชาติ ประเทศไทย มขี ้อปฏบิ ัติ 12 ประการเพื่อการป้องกนั และลด การเส่ียงต่อการเกดิ โรคมะเร็งดังนี้ 5 ประการเพ่ือป้องกนั 1. รับประทานผกั ตระกลู กระหลา่ ให้มาก เช่นกระหลา่ ปลี กระหลา่ ดอก ผกั คะน้า หัว ผกั กาด บร็อคโคลี เป็ นต้น เพื่อป้องกนั มะเร็งลาไส้ใหญ่ ลาไส้เลก็ ส่วนปลาย กระเพาะ อาหารและอวยั วะของระบบทางเดนิ หายใจ 2. รับประทานอาหารท่มี ีกากมากๆเช่น ผกั ผลไม้ ข้าว ข้าวโพด และเมลด็ ธัญญพืชอ่ืนๆ เพ่ือป้องกนั มะเร็งลาไส้ใหญ่

3. รับประทานอาหารทีม่ เี บต้าเคโรทนี และวติ ามนิ เอสูง เช่น ผกั ผลไม้สีเขยี ว-เหลือง เพ่ือป้องกนั มะเร็งหลอด อาหาร กล่องเสียง และปอด 4. รับประทานอาหารทมี่ วี ติ ามนิ ซีสูง เช่นผกั ผลไม้ต่างๆ เพื่อป้องกนั มะเร็งหลอดอาหารและกระเพาะอาหาร 5. ควบคุมนา้ หนักตวั เนื่องจากโรคอ้วนมีความสัมพนั ธ์กบั มะเร็งปากมดลูก ถุงนา้ ดี เต้านมและลาไส้ใหญ่ การออก กาลงั กายและการลดรับประทานอาหารทใ่ี ห้พลงั งานสูงจะช่วยป้องกนั มะเร็งเหล่านีไ้ ด้

7 ประการเพ่ือลดอตั รา 1. ไม่รับประทานอาหารทมี่ รี าขนึ้ เนื่องจากอาหารทมี่ รี าขนึ้ โดยเฉพาะสีเขียว สีเหลืองจะมสี าร alfatoxin ซึ่งอาจเป็ น เสี่ยง สาเหตุให้เกดิ มะเร็งตบั 2. ลดอาหารมัน อาหารไขมันสูงจะทาให้เส่ียงต่อการเป็ นมะเร็งเต้านม ลาไส้ใหญ่และต่อมลกู หมาก 3. ลดอาหารดองเค็ม ปิ้ ง ย่าง รมควนั และ อาหารทถ่ี นอมด้วยเกลือไนเตรท ไนไตรท์ เพราะอาหารเหล่านีจ้ ะทาให้เส่ียงต่อ มะเร็งหลอดอาหาร มะเร็งกระเพาะอาหารและมะเร็งลาไส้ใหญ่ 4. ไม่รับประทานอาหารสุกๆดิบๆ เช่น ก้อยปลา ปลาจ่อม ฯลฯ เนื่องจากจะทาให้เกดิ โรคพยาธิใบไม้ในตับและเส่ียง ต่อการเป็ นมะเร็งของท่อนา้ ดีในตบั 5. การหยดุ หรือการงดสูบบุหร่ี การสูบบุหร่ีจะทาให้เส่ียงต่อการเป็ นมะเร็งปอด กล่องเสียง การเคยี้ วยาสูบจะเส่ียงต่อการเป็ น มะเร็งช่องปากและช่องคอ 6. ลดการดมึ่ แอลกอฮอล์ เน่ืองจากจะเส่ียงต่อการเป็ นมะเร็งตับ ถ้าท้งั ด่ืมและสูบบุหร่ีจะเส่ียงต่อการเป็ นมะเร็งปากและช่อง คอ กล่องเสียง และหลอดอาหาร 7. อย่าตากแดด ตากแดดจัดมากเกนิ ไปจะเสี่ยงต่อมะเร็งผวิ หนัง

ประโยชน์ของการกินผกั ผลไมแ้ ละ ธญั ญพืชไม่ขดั สีต่างๆ

ธญั พชื คืออะไร ? ธญั พืช พืช ท่ีประกอบคาร์โบไฮเดรตเป็นส่วน ใหญ่ ไดแ้ ก่ ถว่ั ต่างๆ ขา้ วโพด ลูกเดือย แมงลกั เมด็ บวั สะตอ มะม่วงหิมพานต์ งา เมลด็ ทานตะวนั เป็นตน้ ซ่ึงมีประโยชน์ต่อ สุขภาพ

ขอ้ เสียของการบริโภคเน้ือสตั ว์ อยา่ งไม่สมดุลย์ ผลกระทบและปัญหาท่ีเกิดจากการ บริโภคอาหารเน้ือสตั วท์ ้งั ทางตรง และทางออ้ ม เป็นที่ปรากฏน้นั มี 4 ดา้ น คือ • ดา้ นสุขภาพ • ดา้ นจิตใจ • ดา้ นสิ่งแวดลอ้ ม และนิเวศวทิ ยา • ดา้ นเศรษฐกิจ

ด้านสุขภาพ • ในหลายประเทศท้งั ประเทศที่พฒั นาแลว้ และประเทศท่ีกาลงั พฒั นา มีการระบาด ของโรค ไมต่ ิดตอ่ แตเ่ ร้ือรัง (chronic diseases) และร้ายแรงเพ่ิมมากข้ึน เช่น โรคมะเร็ง หลายชนิด และกลมุ่ โรคทางเมตะบอลิสม์ (metabolic syndrome) ซ่ึงไดแ้ ก่ โรคหวั ใจและหลอดเลือด โรคเบาหวาน โรคความดนั โลหิตสูง และโรคอว้ น เป็นตน้ ทา ใหค้ นอเมริกนั สามในส่ีตาย ดว้ ยโรคใดโรคหน่ึงดงั กลา่ วเป็นประจาทุกปี • สาเหตุหลกั ที่สาคญั ของการระบาดกลุ่มโรคเมตะบอลิสมใ์ นประชากรมีสองสาเหตุ คือ เกิด จากการบริโภคอาหารเน้ือสตั วแ์ ละผลิตภณั ฑม์ ากจนเกินความจาเป็นของร่างกายทาให้ สุขภาพเสื่อมและเส่ียงตอ่ การเกิดโรค และการบริโภคอาหารจากพืชผกั ผลไมใ้ นปริมาณท่ีไม่ มากเพยี งพอ จึงทาใหข้ าดสารสาคญั ทางชีวภาพที่ป้องกนั การเกิดโรคและช่วยใหส้ ุขภาพ แขง็ แรง

ด้านจติ ใจ • ในศาสนาฮินดูไดม้ ีการบนั ทึกไวว้ า่ ในกระบวนการฆ่าสตั วแ์ ละการบริโภคเน้ือสตั ว์ เป็ นการเบียดเบียน (himsa) ซ่ึงมีผลกระทบต่อจิตใจที่ ค่อนขา้ งจะซบั ซอ้ น เคยมีการศึกษาวา่ คนฆ่าสตั วเ์ ป็ นประจามีส่วนทาใหเ้ ป็ นคนมีจิตใจในทางดุร้าย กา้ วร้าว โหดเห้ียม อาจมีผลกระทบ ต่อการ ฆ่ากนั ไดง้ ่าย และคนท่ีกินเน้ือสตั วม์ ากทาใหส้ งั คมอาจวนุ่ วายได้ การใหค้ นท่ีก่อความ เดือดร้อนแก่คนอ่ืนและต่อสงั คม เช่น เดก็ วยั รุ่นและผู้ ถกู คุมขงั ในเรือนจา เป็ นตน้ หนั มากินอาหารมงั สวริ ัติ อาจทาใหค้ นลดความกา้ วร้าวและความวนุ่ วายไดด้ ว้ ย เพือ่ ความสงบสุขของสงั คมน่าจะมี การวจิ ยั ดา้ นผลกระทบของชนิดอาหารตอ่ จิตใจน้ีใหม้ ากข้ึน ถา้ เราทาใหม้ นุษยม์ ีความเมตตาตอ่ กนั ลดความรุนแรงทางจิตใจ ความกา้ วร้าวและ ความวนุ่ วายทางสงั คมไดอ้ ีกดว้ ย ศาสนาฮินดูและพทุ ธศาสนามีการสอนวา่ การฆ่าสตั วเ์ ป็ นบาปและไดร้ ับผลกรรมในภายหลงั ท้งั ดา้ นศีลธรรม และดา้ นโภชนาการ จึงเป็ นแรงกระตนุ้ จิตใจใหช้ าวฮินดูปฏิบตั ิตนตามวถิ ีชีวติ มงั สวริ ัติ

ด้านสิ่งแวดล้อมและนิเวศวทิ ยา การส่งเสริมการเล้ียงสตั วห์ รือการทาฟาร์มปศสุ ตั ว์ เช่น ววั ควาย แกะ แพะ หมู ไก่ เป็ด กงุ้ และปลา เป็นตน้ เพื่อนาเน้ือสตั วม์ าเป็นอาหารแก่มนุษยจ์ านวนมากไดบ้ ริโภคน้นั จะตอ้ งมีการใชพ้ ้ืนที่และทรัพยากรธรรมชาติมหาศาลเพอื่ ปลกู พชื จานวนมากและนาพชื มา เป็นอาหาร เล้ียงสตั ว์ การใชท้ รัพยากรธรรมชาติดงั กล่าวเป็นการสร้างความเสียหายของ สิ่งแวดลอ้ มและ นิเวศวิทยาไดโ้ ดยทางตรงและทางออ้ ม ในการทาฟาร์มเล้ียงสตั วใ์ หญ่จะมี การทาลายป่ าไม้ มีการใชพ้ ้ืนท่ีและน้า มีการทาลายผวิ ดิน ทาใหม้ ีการชะลา้ งป๋ ุยบนหนา้ ดิน ออกไป มีการใชส้ ารเคมี สารฆ่าหญา้ และสารกาจดั ศตั รูพืชที่อาจตกคา้ งและเพ่ิมสารมลพิษ ใหแ้ ก่สิ่งแวดลอ้ ม

ดา้ นเศรษฐกิจ • การเล้ียงสตั ว์ ตอ้ งมีการลงทุนสูง เพราะตอ้ งการท้งั พ้ืนที่ และอาหารสตั ว์ รวมท้งั ค่าใชจ้ ่ายในการ ดูแล ลดการส่งเสริมฟาร์ม เล้ียงสตั ว์ ซ่ึงจะทาใหส้ ามารถนาอาหารธญั พืชที่เหลือจากการเล้ียงสตั วไ์ ป เป็นอาหารเล้ียง ประชากรที่ขาดแคลนอาหารและหิวโหยอีกจานวนมาก ประหยดั ท้งั ทาง เศรษฐกิจ และดีต่อสุขภาพ

ข้อเสียของเนื้อสัตว์ ๏ เนือ้ สตั วม์ ไี ขมนั สูงกวา่ พชื โคเลสเตอรอล และ กรดไขมนั อมิ่ ตวั ( LDL) ๏ โปรตนี จากสตั วย์ อ่ ยยาก (ยกเวน้ ปลา) ๏ ไม่มกี ากใย ขบั ถา่ ยยาก ๏ มสี ารพษิ ตกคา้ งในเนือ้ สตั ว :์ ยาปฏชิ วี นะ ฮอรโ์ มน

ผลเสียจากการกนิ เนื้อสัตว์มากเกนิ ไป • ๏ ไตทางานหนักเพ่ือขบั ของเสียจากการสลายโปรตีน (amine) ไตขบั แคลเซียมทงิ้ ไปพร้อมกบั แอมนี • ๏ โรคอ้วน --> ปวดข้อ • ๏ ไขมนั สะสมในเส้นเลือดทไี่ ปเลยี้ งอวยั วะต่าง ๆ ความดนั โลหิตสูง โรคหัวใจ โรคไต • ๏ เสี่ยงต่อการเกดิ มะเร็ง

เส่ียงต่อการเกิดมะเร็ง - เพมิ่ การหลง่ั เกลือน้าดี ซ่ึง - สารก่อมะเร็งจากเนื้อสัตว์แปร - ท้องผูก มีสารพษิ ตกค้างใน กระตุ้นการเจริญ ของ รูป เช่น ไนโตรซามนี การ ลาไส้ ใหญ่ เซลล์มะเร็งลาไส้ ใหญ่ ปิ้ งย่างเนื้อ polycyclic aromatic amine

ข้อดขี องธัญญพืช ผกั และผลไม้ โปรตนี พืชย่อยง่ายกว่าโปรตนี สัตว์ (ปลาย่อยง่าย) โปรตนี จากพืชมีไขมันน้อยกว่า โปรตนี สัตว์ ไขมันจากพืชดกี ว่าไขมนั สัตว์ - ส่วนมากเป็ นชนิดไม่อมิ่ ตวั : linoleic acid (ยกเว้นนา้ มันมะพร้าว ปาล์ม กะทิ ไขมันอมิ่ ตวั มาก) - ไม่มีโคเลสเตอรอล - Lecithin ในถั่ว& ธัญญพืชต่างๆ - ลด LDL เพมิ่ HDL

ข้อดขี องธัญพืช ผกั และ ธญั พืช ผกั และผลไม้ อุดมดว้ ยวิตามิน เกลือแร่ ผลไม้ ใยอาหารละลายน้า ดูดซบั สารพิษ ไขมนั น้าตาล มีสารตา้ นอนุมูลอิสระ (Antioxidants)

อนุมูลอิสระและผลต่อเซลล์ • อนุมูลอิสระ เป็นสารท่ีทาลายภูมิคุม้ กนั และเซลลต์ ่างๆ ทาใหเ้ กิดการ เสื่อมถอยของร่างกาย พบในรูปแบบของ ริ้วรอย แก่ก่อนวยั และโรค ความเส่ือมของอวยั วะต่างๆ ท่ีหนกั สุด คือ การก่อตวั เป็นเน้ือร้าย หรือ เซลลม์ ะเร็ง อนุมูลอสิ ระมาจากไหน เกดิ ขนึ้ ได้อย่างไร? ในกระบวนการเผาผลาญสารอาหาร ร่างกายจาเป็นตอ้ งอาศยั ออกซิเจนช่วย ในกระบวนการน้ีทาใหไ้ ดอ้ อกซิเจนที่มีประจุลบ ซ่ึงก็ คือ อนุมูลอิสระ สารตวั น้ีนอกจากจะรวมตวั กบั ไขมนั ไม่ดีแลว้ ยงั สามารถรวมตวั กบั สารบางชนิดในร่างกายเรา แลว้ ก่อใหเ้ กิดเป็น สารพษิ ที่ทาลายเน้ือเยอ่ื หรืออาจไปเปล่ียนแปลงขอ้ มูลทางพนั ธุกรรมภายในเซลล์ ทาใหเ้ ซลลป์ กติแปรสภาพเป็นเซลลม์ ะเร็งในที่สุด

สาเหตุทท่ี าให้เกดิ อนุมูล • ร่างกายขาดวิตามิน และเกลือแร่บางชนิด อสิ ระเพมิ่ มากขนึ้ ใน • รังสียวู ี จะเป็นตวั ทาใหเ้ กิดสารอนุมูลอิสระ ทาใหเ้ กิดริ้วรอยก่อนวยั อนั ควร ร่างกาย • มลพษิ ตา่ งๆ ไมว่ า่ จะเป็น ควนั รถ ควนั บุหรี่ สารเคมีปนเป้ื อน ยาฆ่าแมลง • การรับประทานอาหารที่ผา่ นการทอดดว้ ยอุณหภมู ิสูง อาหารปิ้ ง ยา่ ง และสารปรุงแต่งอาหาร • การใชผ้ ลิตภณั ฑท์ ่ีผสมสารเคมีตา่ งๆ • ความเครียด พกั ผอ่ นไมเ่ พียงพอ ไม่ออกกาลงั กาย

https://www.scimath.org/article-biology/item/6903-2017-05-14-06-44-33

vitamin E beta- vitamin C carotene สารตา้ นอนุมูลอิสระ quercetin lycopene indoles

แหล่งสารตา้ นอนุมูลอิสระ vitamin E -นำ้ มนั รำ งำ b-carotene - มะละกอ แค vitamin C - ผกั สด ผลไม้ รอท ฟักทอง นำ้ มนั รสเปรยี้ ว กะหลำ่ ปำลม์ quercetin -หวั หอม indoles - กระหลำ่ ไชเ่ ทำ้ lycopene - มะเขอื เทศ แอปเปิ ล กระชำย บรอคเคอรี แตงโม ฟักขำ้ ว แหว้

พฤกษเคมีที่มีฤทธ์ ิเป็ นยา • allicin ลดโคเลสเตอรอล - หอม กระเทียม • butyl talide ลดความดนั โลหิต- ค่ึนฉ่าย This Photo by Unknown author is licensed under CC BY-SA.

สรุป • กนิ ผกั ผลไม้ธัญญพืชสม่าเสมอ ป้องกนั โรคมะเร็ง โรคอ้วน โรคหัวใจและหลอด เลือด ลดการใช้ยาในคนเป็ น โรคเบาหวาน This Photo by Unknown author is licensed under CC BY-NC-ND.

ประโยชน์ ของขา้ วกลอ้ ง จมูกข้าว - วติ ามนิ เกลือแร่ ไขมนั โปรตีน เย่ือหุ้มเมลด็ - เส้นใย และเกลือ แร่บ้าง ข้าวขาว - แป้ง ให้พลงั งาน อย่างเดยี ว มเี กลือแร่บ้าง



This Photo by Unknown author is licensed under CC BY-SA-NC. แกมม่า-โอไรซานอล, สเตอรอล, วิตามินอีคอมเพลก็ ซ์ ลด LDL, TG ลดความเส่ียงจากโรคหลอดเลือดตีบแขง็ โรคหวั ใจวาย ( American Heart Association, AHA) สแควลีน (Squalene) ผวิ นุ่ม ลดริ้วรอย ป้องกนั รังสียวู ี แอนโทไซยานิน และโปรแอนโทไซยานิดิน สารตา้ นอนุมูลอิสระป้องกนั แสงยวู ี ป้องกนั มะเร็ง ทาใหเ้ ซลล์ ในร่างกายทางานไดอ้ ยา่ งมีประสิทธิภาพ ป้องกนั ความดนั โลหิต สูง โรคเบาหวาน โรคหวั ใจ ลดการอกั เสบของผวิ หนงั ลดริ้ว รอยทาใหผ้ วิ พรรณผอ่ งใส ผมดกดา ทาใหเ้ ซลลส์ มองทางานได้ ดี ส่งผลใหม้ ีความจาดี

ข้าวกล้องงอก มีสารกาบา (GABA) สูงข้ึน 10 เท่า กรดแกมมา แอมิโนบิวเทริก (Gamma Amino Butyric Acid ) สารสื่อประสาทช่วยลดความตึงเครียด ป้องกนั โรคอลั ไซเมอร์ พาร์กินสนั และ ป้องกนั การเกิดเซลลม์ ะเร็งได้ nutrition.anamai.moph.go.th

ถวั่ เหลือง - โปรตีนสูง ไขมนั ต่า แคลเซียมสูง

ประโยชน์ของถว่ั เหลืองและ แคลเซียม ผลิตภณั ฑถ์ วั่ เหลือง เลซิทนิ ไฟโตเอสโตเจน (isoflavone)

ถัว่ เหลืองมแี คลเซี่ยมสูงกว่าเนื้อสัตว์  เต้าหู้แข็งเตมิ เกลือแคลเซียมทาให้แขง็ ตวั เป็ นแหล่งแคลเซียมทดี่ ี ถวั่ เหลืองมี lecithin  เลซิทนิ ( lecithin) = Choline + Inositol Lecithin ช่วยลด LDL เพมิ่ HDL ในเลือด Lecithin บารุงประสาท เป็ นส่วนประกอบของสารส่ือประสาท (acetylcholine) This Photo by Unknown author is licensed under CC BY-NC.

ถ่วั เหลืองมไี ฟโทเอสโตรเจน - ไฟโทเอสโตรเจน คล้าย - ช่วยการสะสมแคลเซย่ี มใน (phytoestrogen) ฮอรโ์ มนเพศหญงิ เอสโตรเจน กระดกู ลดอาการหลังวัยหมด ลดคลอเลสเตอรอล - ลดความเส่ียงในการเกิดมะเร็ง ประจาเดอื น อวยั วะสืบพนั ธุ์ เชน่ มะเร็งเต้า นม มะเรง็ ตอ่ มลูกหมาก แตไ่ ม่ มผี ลรักษามะเรง็


Like this book? You can publish your book online for free in a few minutes!
Create your own flipbook