๙๖ คาอธบิ ายรายวิชาพื้นฐาน อ ๑๕๑๐๑ ภาษาอังกฤษ๕ กลุ่มสาระการเรียนรภู้ าษาตา่ งประเทศ ชนั้ ประถมศึกษาปีที่ ๕ เวลา ๘๐ ช่ัวโมง คาอธิบายรายวิชา ปฏิบัติตามคาสั่ง คาขอร้อง และคาแนะนา ที่ฟังหรืออ่าน อ่านออกเสียง ประโยค ข้อความ และบท กลอนส้นั ๆ ถูกตอ้ งตามหลกั การอา่ น ระบุ/วาดภาพสญั ลักษณ์ หรอื เครื่องหมายตรงตามความหมายของประโยค และข้อความสั้นๆท่ีฟังหรอื อา่ น บอกใจความสาคัญและตอบคาถามจากการฟังหรืออ่านบทสนทนา และนิทาน ง่ายๆหรือเรื่องสั้นๆ พูด/เขียนโต้ตอบในการสื่อสารระหว่างบุคคล ใช้คาส่ัง คาขอร้อง คาขออนุญาตและให้ คาแนะนาง่าย ๆ พดู /เขียนแสดงความตอ้ งการของตนเองตาม ขอความช่วยเหลอื ตอบรับและปฏเิ สธการใหค้ วาม ช่วยเหลือในสถานการณ์ง่ายๆ พูด/เขียนเพ่ือขอและใหข้ ้อมูล เก่ียวกับตนเองเพอื่ น ครอบครัว และเร่อื งใกล้ตัว พูดแสดงความรสู้ ึกของตนเองเกยี่ วกับเรื่องตา่ งๆ ใกล้ตัว หรือกิจกรรมตา่ งๆพรอ้ มทง้ั ใหเ้ หตุผลสนั้ ๆประกอบ พดู / เขียนให้ข้อมูลง่ายๆ เกี่ยวกับตนเองและเร่ืองใกลต้ ัว เขียนภาพ แผนผัง และแผนภูมิแสดงข้อมูลต่างๆตามทฟ่ี ัง หรืออ่าน พูดแสดงความคิดเหน็ เกี่ยวกับเรอื่ งต่างๆใกลต้ ัว ใช้ถ้อยคา น้าเสียง และกิริยาทา่ ทางอย่างสภุ าพตาม มารยาทสงั คม/วัฒนธรรมของเจ้าของภาษา ตอบคาถาม/บอกความสาคญั ของเทศกาล/วันสาคัญ/งานฉลองและ ชวี ิตความเป็นอยู่ง่ายๆของเจ้าของภาษา การเข้ารว่ มกจิ กรรมทางภาษาและวฒั นธรรมตามความสนใจ บอกความ เหมือน/ความแตกต่างระหว่างการออกเสียงประโยคชนิดต่างๆ การใช้เคร่ืองหมายวรรคตอน และการลาดับคา (order)ตามโครงสร้างของประโยคของภาษาต่างประเทศ(ภาษาอังกฤษ)และภาษาไทย บอกความเหมอื น/ความ แตกต่างระหว่างเทศกาลและงานฉลองตามวัฒนธรรม ของเจ้าของภาษากับของไทย ค้นคว้ารวบรวม คาศัพท์ที่ เกี่ยวข้องกับกลุ่มสาระการเรียนรู้อ่ืน และนาเสนอด้วยการพูด/การเขียน ฟัง พูด และอ่าน/เขียนในสถานการณ์ ต่างๆที่เกิดข้ึนในหอ้ งเรยี นและสถานศึกษา ใช้ภาษาต่างประเทศ(ภาษาอังกฤษ)ในการสืบค้นและรวบรวมขอ้ มูล ต่างๆ โดยการฟัง พดู อา่ น เขียน ระบุ อา่ นออกเสยี ง เลอื ก ตอบคาถาม พูดโตต้ อบ ใช้ บอก ทาทา่ ทาง เข้า ร่วม เพ่ือใหผ้ ู้เรียนมีความร้คู วามเขา้ ใจและนาไปประยุกต์ใช้ในชีวติ ประจาวนั เกิดสมรรถนะตามความตอ้ งการของ หลกั สูตร มคี ุณลกั ษณะอันพึงประสงค์ขึ้นในตัวของผเู้ รียน และสามารถอย่รู ่วมกบั ผูอ้ ่นื ในสงั คมได้อยา่ งมีความสุข สามารถนาความรไู้ ปใชใ้ ห้เกิดประโยชนโ์ ดยใชห้ ลักปรชั ญาของเศรษฐกิจพอเพยี งและสามารถนาไปประยุกต์ใช้กับ ชีวติ ประจาวันได้อยา่ งถกู ต้องเหมาะสม มาตรฐาน/ตัวช้วี ดั ต ๑.๑ ป.๕/๑, ป.๕/๒, ป.๕/๓, ป.๕/๔ ต ๑.๒ ป.๕/๑, ป.๕/๒, ป.๕/๓, ป.๕/๔, ป.๕/๕ ต ๑.๓ ป.๕/๑, ป.๕/๒, ป.๕/๓ ต ๒.๑ ป.๕/๑, ป.๕/๒, ป.๕/๓ ต ๒.๒ ป.๕/๑, ป.๕/๒ ต ๓.๑ ป.๕/๑ ต ๔.๑ ป.๕/๑ ต ๔.๒ ป.๕/๑ รวม ๘ มาตรฐาน ๒๐ ตวั ชีว้ ดั
๙๗ คาอธิบายรายวชิ าพน้ื ฐาน อ ๑๖๑๐๑ ภาษาอังกฤษ๖ กล่มุ สาระการเรียนร้ภู าษาต่างประเทศ ชั้นประถมศึกษาปีท่ี ๖ เวลา ๘๐ ชั่วโมง คาอธิบายรายวิชา ปฏบิ ัตติ ามคาสงั่ คาขอร้อง และคาแนะนา ที่ฟงั และอ่าน อา่ นออกเสียง ขอ้ ความ นทิ าน และบทกลอน สนั้ ๆ ถกู ต้องตามหลักการอา่ น เลอื ก/ระบปุ ระโยค หรือ ข้อความส้นั ๆ ตรงตามภาพ สญั ลักษณ์ หรือเครื่องหมาย ที่อ่าน บอกใจความสาคัญ และตอบคาถามจากการฟงั หรอื อ่าน บทสนทนา หรือนิทานงา่ ยๆและเรื่องเล่า พูด/ เขียนโต้ตอบในการส่ือสารระหว่างบุคคล ใช้คาสั่ง คาขอร้อง และคาขออนุญาตและให้คาแนะนา พูด/เขียน แสดงความตอ้ งการ ขอความชว่ ยเหลอื ตอบรบั และปฏิเสธการใหค้ วามช่วยเหลอื ในสถานการณง์ ่ายๆ พูด/เขียน เพื่อขอและให้ข้อมูล เก่ียวกับตนเอง เพ่ือน ครอบครัว และเร่ืองใกล้ตัว พูด/เขียนแสดงความรู้สึกของตนเอง เกย่ี วกับเรอื่ งตา่ งๆ ใกลต้ วั หรือกิจกรรมต่างๆ พร้อมทั้งใหเ้ หตุผลสนั้ ๆประกอบ พูด/เขียนใหข้ อ้ มลู เกี่ยวกับตนเอง เพอื่ น และสง่ิ แวดล้อมใกลต้ ัว เขียนภาพ แผนผงั และแผนภูมิแสดงข้อมูลต่างๆตามท่ีฟงั หรอื อ่าน พดู เขยี นแสดง ความคิดเห็น เกีย่ วกับเร่ืองต่างๆ ใกลต้ ัว ใชถ้ อ้ ยคา นา้ เสยี ง และกริ ยิ าท่าทางอย่างสุภาพ เหมาะสมตามมารยาท สังคมและวัฒนธรรมของเจ้าของภาษา ให้ข้อมูลเกี่ยวกับเทศกาล/วันสาคัญ/งานฉลอง/ชีวิตความเป็นอยู่ของ เจ้าของภาษา การเข้าร่วมกิจกรรมทางภาษาและวัฒนธรรมตามความสนใจ บอกความเหมือน/ความแตกต่าง ระหว่างการออกเสียงประโยคชนดิ ตา่ งๆ การใช้เคร่ืองหมายวรรคตอน และการลาดับคา ตามโครงสร้าง ประโยค ของภาษาตา่ งประเทศ(ภาษาอังกฤษ)และภาษาไทย เปรียบเทียบความเหมอื น/ความแตกตา่ งระหวา่ งเทศกาลงาน ฉลอง และประเพณีของเจา้ ของภาษากับของไทย คน้ คว้ารวบรวม คาศพั ท์ที่เก่ียวข้องกับกลมุ่ สาระการเรียนรู้อื่น จากแหล่งการเรยี นรู้ และนาเสนอดว้ ยการพดู /การเขยี น ใช้ภาษาสื่อสารในสถานการณต์ า่ งๆท่เี กิดข้ึนในห้องเรียน และสถานศกึ ษา ใช้ภาษาตา่ งประเทศ(ภาษาอังกฤษ)ในการสบื คน้ และรวบรวมข้อมลู ต่างๆ โดยการฟัง พูด อ่าน เขียน ระบุ อ่านออกเสียง เลอื ก ตอบคาถาม พดู โตต้ อบ เขา้ ร่วม เปรยี บเทยี บ ค้นคว้า ใช้ บอก เพื่อให้ผ้เู รยี นมีความร้คู วามเขา้ ใจและนาไปประยกุ ตใ์ ช้ในชวี ิตประจาวัน เกิดสมรรถนะตามความ ต้องการของหลักสูตร มีคุณลักษณะอันพึงประสงค์ขึ้นในตัวของผู้เรียน และสามารถอยู่ร่วมกับผู้อ่ืนในสังคมได้ อย่างมีความสุข สามารถนาความรู้ไปใช้ให้เกิดประโยชน์โดยใช้หลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียงและสามารถ นาไปประยุกตใ์ ช้กับชีวติ ประจาวนั ไดอ้ ยา่ งถกู ตอ้ งเหมาะสม มาตรฐาน/ตวั ช้วี ัด ต ๑.๑ ป.๖/๑, ป.๖/๒, ป.๖/๓, ป.๖/๔ ต ๑.๒ ป.๖/๑, ป.๖/๒, ป.๖/๓, ป.๖/๔, ป.๖/๕ ต ๑.๓ ป.๖/๑, ป.๖/๒, ป.๖/๓ ต ๒.๑ ป.๖/๑, ป.๖/๒, ป.๖/๓ ต ๒.๒ ป.๖/๑, ป.๖/๒ ต ๓.๑ ป.๖/๑ ต ๔.๑ ป.๖/๑ ต ๔.๒ ป.๖/๑ รวม ๘ มาตรฐาน ๒๐ ตวั ชี้วดั
๙๘ กจิ กรรมพฒั นาผ้เู รยี น
๙๙ กิจกรรมพฒั นาผู้เรยี น โรงเรยี นบา้ นทบั ไฮ ไดจ้ ดั กิจกรรมพัฒนาผเู้ รยี นโดยมงุ่ ใหผ้ ู้เรยี นเกดิ การเรยี นรจู้ ากประสบการณ์ตรง ได้ ฝกึ ปฏิบตั จิ ริงและค้นพบความถนัดของตนเอง สามารถคน้ ควา้ หาความรู้เพิม่ เตมิ ตามความสนใจจากแหล่งเรียนรู้ ที่หลากหลาย บาเพ็ญประโยชน์เพ่ือสังคม มีทักษะในการดาเนินงาน ส่งเสริมให้มีวุฒิภาวะทางอารมณ์ สังคม ศีลธรรม จริยธรรม ให้ผเู้ รียนรูจ้ ักและเข้าใจตนเอง สามารถวางแผนชีวติ และอาชีพได้อยา่ งเหมาะสม กิจกรรมพัฒนาผ้เู รยี นเปน็ กิจกรรมที่มุ่งให้ผ้เู รยี นพฒั นาตนเองตามศักยภาพ พัฒนาการเรยี นรู้อย่างรอบ ด้านเพ่ือความเป็นมนุษย์ท่ีสมบูรณ์ทั้งร่างกาย สติปัญญา อารมณ์ และสังคม เสริมสร้างให้เป็นผู้มีศีลธรรม จริยธรรม มีระเบยี บวนิ ัย ปลูกฝังใหส้ รา้ งจติ สานึกของการทาประโยชน์เพ่ือสงั คม สามรถจักการตนเองไดแ้ ละอยู่ รว่ มกบั ผู้อ่ืนอย่างมคี วามสขุ โรงเรียนบ้านทับไฮ ไดจ้ ัดกิจกรรมพฒั นาผเู้ รยี น โดยแบ่งออกเป็น ๓ ลกั ษณะ ดงั นี้ ๑. กจิ กรรมแนะแนว เปน็ กจิ กรรมทีส่ ง่ เสริมและพัฒนาผ้เู รียนใหร้ จู้ ักตนเอง ร้รู กั ษส์ งิ่ แวดลอ้ ม สามารถ ตัดสินใจ คิดแก้ปัญหา กาหนดเป้าหมาย วางแผนชีวิตท้ังด้านการเรียน และอาชีพ สามารถปรับตนได้อย่าง เหมาะสม นอกจากนี้ยังช่วยให้ครูรู้จักและเข้าใจผู้เรียน ท้ังยังเป็นกิจกรรมท่ีช่วยเหลือและให้คาปรึกษาแก่ ผู้ปกครองในการมีส่วนร่วมพัฒนาผู้เรียน โดยนักเรียนทุกคนต้องเข้าร่วมกิจกรรมแนะแนว ๔๐ ชั่วโมงต่อปี การศกึ ษา ๒. กิจกรรมนักเรยี น เป็นกจิ กรรมทม่ี ุ่งพฒั นาระเบียบวินยั ความเป็นผู้นา ผู้ตามท่ีดี ความรับผดิ ชอบ การทางานรว่ มกัน รู้จกั แกป้ ญั หา การตดั สินใจท่เี หมาะสม ความมีเหตุผล การชว่ ยเหลือแบง่ ปันเอ้ืออาทรและ สมานฉนั ท์ โดยจดั ให้สอดคลอ้ งกบั ความสามารถ ความถนัด และความสนใจของผู้เรียน ใหไ้ ดป้ ฏบิ ัติดว้ ยตนเอง ในทุกขั้นตอน ได้แก่ การศึกษาวิเคราะห์ วางแผน ปฏิบัติตามแผนประเมินและปรับปรุงการทางานเน้นการ ทางานรวมกนั เป็นกลุ่มตามความเหมาะสมและสอดคลอ้ งกับวุฒภิ าวะของผ้เู รียนและบรบิ ทของสถานศึกษาและ ท้องถิ่น กิจกรรมนักเรียน ประกอบด้วย กิจกรรมลูกเสือ เนตรนารี นักเรียนทุกคนต้องเข้าร่วม กิจกรรม ลูกเสือ เนตรนารี ๔๐ ชง่ั โมงต่อปกี ารศกึ ษา กิจกรรม ชมรม นักเรยี นทกุ คนตอ้ งเขา้ รว่ มกจิ กรรม ชมรม ๓๐ ช่ังโมงตอ่ ปีการศึกษา ๓. กจิ กรรมเพื่อสงั คมและสาธารณประโยชน์ เปน็ กจิ กรรมที่สง่ เสริมใหผ้ ู้เรยี นบาเพญ็ ตนใหเ้ ปน็ ประโยชน์ ต่อสังคม ชุมชนและท้องถิ่นตามความสนใจในลักษณะอาสาสมัคร เพ่ือแสดงถึงความรับผิดชอบ ความดีงาม ความเสยี สละการมีจิตสาธารณะ เช่น กิจกรรมอาสาพัฒนาตา่ งๆ กจิ กรรมสร้างสรรคส์ ังคม นกั เรยี นทุกคนตอ้ ง เข้ารว่ มกิจกรรมเพอ่ื สงั คมและสาธารณประโยชน์ ๑๐ ช่วั โมงตอ่ ปีการศกึ ษา
๑๐๐ โครงสร้างและอัตราเวลาการจัดกจิ กรรม กจิ กรรมพัฒนาผเู้ รยี น ระดบั ประถมศกึ ษา ป.๑ ป.๒ ป.๓ ป.๔ ป.๕ ป.๖ ๑. กิจกรรมแนะแนว ๔๐ ๔๐ ๔๐ ๔๐ ๔๐ ๔๐ ๒. กิจกรรมนักเรียน ๒.๑ ลกู เสอื -เนตรนารี ๔๐ ๔๐ ๔๐ ๔๐ ๔๐ ๔๐ ๒.๒ กิจกรรมชมนมุ ๓๐ ๓๐ ๓๐ ๓๐ ๓๐ ๓๐ ๓. กจิ กรรมเพือ่ สังคม ๑๐ ๑๐ ๑๐ ๑๐ ๑๐ ๑๐ และสาธารณประโยชน์ เวลาเรียนรวม ๑๒๐ ๑๒๐ ๑๒๐ ๑๒๐ ๑๒๐ ๑๒๐ ๑. กจิ กรรมแนะแนว วตั ถปุ ระสงค์ ๑. เพอ่ื ผูเ้ รยี นคน้ พบความถนัด ความสามารถ ความสนใจของตนเอง รักละเหน็ คณุ ค่าในตนเองและผู้อื่น ๒. เพอื่ ให้ผ้เู รียนแสวงหาความร้จู ากขอ้ มูล ข่าวสาร แหล่งเรียนรู้ ทัง้ ด้านการศึกษา อาชพี ส่วนตัว สังคม เพื่อนาไปใช้ในการวางแผน เลือกแนวทางการศึกษาอาชีพได้อย่างเหมาะสมสอดคลอ้ งกับศักยภาพ ของตนเอง ๓. เพื่อให้ผเู้ รยี นไดพ้ ัฒนาบุคลิกภาพ และรับตวั อยูใ่ นสังคมได้อย่างมคี วามสขุ ๔. เพือ่ ใหผ้ ู้เรียนมีความรู้ มที ักษะ มีความคิดสร้างสรรค์ ในงานอาชพี และมเี จตคติทด่ี ตี ่ออาชพี สุจริต ๕. เพอ่ื ให้ผเู้ รียนมคี า่ นยิ มท่ดี ีงามในการดาเนนิ ชวี ติ สร้างเสริมวินยั คุณธรรมและจรยิ ธรรมแกน่ กั เรยี น ๖. เพื่อให้ผเู้ รียนมจี ิตสานึกในการรบั ผดิ ชอบต่อตนเอง ครอบครัว สังคม และประเทศชาติ แนวการจดั กจิ กรรม โรงเรยี นบา้ นทบั ไฮ ไดจ้ ัดกจิ กรรมแนะแนวเพ่อื ช่วยเหลือและพฒั นาผูเ้ รยี น ดังนี้ ๑. จัดกิจกรรมเพื่อให้ครูได้รู้จักและช่วยเหลือผู้เรียนมากขึ้น โดยใช้กระบวนการทางจิตวิทยา การ จัดบริการสนเทศ โดยให้มีเอกสารเพื่อใช้ในการสารวจข้อมูลเก่ียวกับตัวผู้เรียน ด้วยการสังเกต สัมภาษณ์ การใช้แบบสอบถาม การเขียนประวัติ การพบผู้ปกครองกอ่ นและระหว่างเรียน การ เยย่ี มบ้านนักเรยี น การให้ความช่วยเหลอื ผเู้ รยี นเรื่องสขุ ภาพจิต เศรษฐกิจ การจัดทาระเบียนสะสม สมุดรายงานประจาตวั นักเรยี น และบตั รสขุ ภาพ ๒. การจดั กจิ กรรมพฒั นาวุฒิภาวะทางอารมณ์ โดยทาแบบทดสอบเพ่อื รจู้ ักและเขา้ ใจตนเอง มที ักษะ ในการตดั สนิ ใจ การปรบั ตัว การวางแผนเพื่อเลอื กศึกษาตอ่ เลอื กอาชพี ๓. การจัดบรกิ ารให้คาปรึกษาแก่ผเู้ รยี นรายบคุ คล และรายกลุ่ม ในดา้ นการศกึ ษา อาชพี และส่วนตวั โดยมีผู้ให้คาปรึกษาท่ีมีคุณวุฒิ และมีความเช่ียวชาญในเร่ืองการให้คาปรกึ ษา ตลอดจนมีห้องให้ คาปรกึ ษาทเ่ี หมาะสม ๓.๑ ช่วยเหลือผู้เรยี นทปี่ ระสบปัญหาดา้ นการเงนิ โดยการใหท้ ุนการศึกษาแก่ผู้เรียน ๓.๒ ติดตามเก็บข้อมูลของนักเรียนท่ีสาเร็จการศกึ ษา
๑๐๑ ๒. กิจกรรมนักเรียน ๑. กจิ กรรมลกู เสอื กิจกรรมลูกเสอื - เนตรนารี ผู้เรียนในระดับชั้นประถมศึกษาปีที่ ๑-๖ ทุกคน ได้ฝึกอบรมวิชาลูกเสือ - เนตรนารี เพื่อส่งเสริม หลักการปกครองระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์เป็นประมุข ส่งเสริมความสามัคคี มีวินัย และ บาเพญ็ ประโยชนต์ ่อสังคม โดยดาเนนิ การจัดกิจกรรมตามข้อกาหนดของคณะกรรมการลกู เสือแห่งชาติ วตั ถปุ ระสงค์ พระราชบัญญตั ิลกู เสอื พ.ศ.๒๕๕๑ มาตรา ๘ ได้กาหนดวัตถุประสงค์ของการฝึกอบรม เพื่อพฒั นา ลกู เสอื ทั้งทางกาย สตปิ ัญญา จติ ใจ และศลี ธรรมให้เปน็ พลเมอื งดี มคี วามรับผิดชอบ และชว่ ยสรา้ งสรรคส์ งั คม เพื่อให้เกิดความสามัคคี และความเจรญิ ก้าวหน้า ทั้งนี้เพ่ือความสงบสขุ และความมงั่ คงของประเทศชาติตาม แนวทางดงั ต่อไปน้ี ๑. ให้มนี สิ ยั ในการสังเกต จดจา เชอื่ ฟงั และพ่ึงตนเอง ๒. ให้มคี วามซอื่ สัตย์สุจริต มีระเบียบวินัย และเห็นอกเห็นใจผู้อื่น ๓. ให้รู้จกั บาเพญ็ ตนเพ่ือสาธารณประโยชน์ ๔. ใหร้ จู้ กั ทาการฝีมอื และฝึกฝนการทากจิ กรรมต่างๆตามความเหมาะสม ๕. ใหร้ ้จู กั รกั ษาและส่งเสรมิ จารีตประเพณี วฒั นธรรม และความมง่ั คงชองชาติ แนวการจดั กิจกรรม กิจกรรมลกู เสอื เนตรนารี ชั้นประถมศกึ ษาปีท่ี ๑-๓ เปิดประชุมกอง ดาเนินการตามกระบานการของลกู เสือ และจัดกิจกรรมใหศ้ ึกษาวิเคราะห์ วางแผน ปฏิบตั ิกิจกรรมตามมาตรฐาน โดยเน้นระบบหมู่ สรปุ ผลการปฏิบตั กิ ิจกรรม ปิดประชุมกอง โดยใหผ้ ูเ้ รียนศกึ ษา และฝึกปฏบิ ัตดิ ังน้ี ๑. เตรียมลูกเสือสารอง นิยายเร่ือเมาคลี ประวัตกิ ารเริม่ กจิ กรรมลูกเสอื สารอง การทาความ เคารพเป็นหมู่ (แกรนดฮ์ าวล์) การทาความเคารพเป็นรายบคุ คล การจบั มือซา้ ย ระเบยี บ แถวเบอื้ งต้น คาปฏิญาณ กฎ และคติพจนข์ องลูกเสือสารอง ๒. ลูกเสือสารองดาวดวงท่ี ๑ , ๒ และ ๓ อนามัย ความสามารถเชิงทักษะ การสารวจ การ ค้นหาธรรมชาติ ความปลอดภัย บริการ ธง และประเทศต่างๆ การฝีมือ กิจกรรม กลางแจง้ การบันเทิง การผกู เง่อื น คาปฏิญาณ และกฎของลกู เสอื สารองโดยใช้กระบาน การทางาน กระบวนการแก้ปญั หา กระบวนการกลมุ่ กระบวนการจดั การ กระบวนการ คิดริเร่ิม สร้างสรรค์ กระบวนการฝึกปฏิบัติ ทางลูกเสือ กระบวนการทางเทคโนโลยี และภมู ิปญั ญาทอ้ งถน่ิ ไดอ้ ยา่ งเหมาะสม เพ่ือให้มีความรู้ ความเข้าใจในกิจกรรมลูกเสอื สามารถปฏิบัติตามคาปฏิญาณ กฎ และคติพจน์ของ ลูกเสอื สารอง มนี ิสยั ในการสงั เกต จดจา เชือ่ ฟงั และพง่ึ ตนเอง ซอ่ื สตั ย์ สุจริต มรี ะเบียบวินัย และเหน็ อก เห็นใจผู้อ่ืน บาเพ็ญตนเพื่อสาธารณประโยชน์ รู้จักทาการฝีมือ พัฒนากาย จิตใจ และศีลธรรม ทั้งนี้โดยไม่
๑๐๒ เก่ียวขอ้ งกบั ลัทธทิ างการเมอื งใดๆ สนใจและอนุรกั ษธ์ รรมชาตแิ ละสงิ่ แวดล้อม นาไปใช้ในชวี ติ ประจาวนั ได้ อย่างมปี ระสิทธิภาพ กจิ กรรมลูกเสือ - เนตรนารี ช้ันประถมศึกษาปที ่ี ๔-๖ เปิดประชมุ กอง ดาเนนิ การตามกระบวนการของลกู เสอื และจัดกิจกรรมใหศ้ กึ ษา วิเคราะห์ วางแผน ปฏิบัติกิจกรรมตามมาตรฐาน โดยเน้นระบบหมู่ สรุปการปฏิบตั ิกิจกรรม ปิดประชุมกอง โดยให้ผู้เรียนศกึ ษา และปฏิบัติในเร่ือง ๑. ลูกเสือตรี ความรู้เกี่ยวกับขบวนการลูกเสือ คาปฏิญาณและกฎของลูกเสือสามัญ กิจกรรม กลางแจ้ง ระเบยี บแถว ๒. ลูกเสือโท การรจู้ ักดแู ลตนเอง การชว่ ยเหลือผอู้ ื่น การเดนิ ทางไปยังสถานทต่ี ่างๆ ทักษะทางวิชา ลกู เสือ งานอดเิ รกและเร่อื ท่นี า่ สนใจ คาปฏิญาณ และกฎของลูกเสอื ระเบยี บแถว ๓. ลกู เสอื เอก การพึ่งพาตนเอง การบริการ การผจญภัย วิชาการของลูกเสือ ระเบยี บแถว โดยใช้ กระบวนการทางาน กระบวนการแกป้ ญั หา ระบวนการกลมุ่ กระบวนการจดั การ กระบวนการ คิดริเร่ิม สร้างสรรค์ กระบวนการฝึกปฏิบัติทางลูกเสือ กระบวนการทางเทคโนโลยี และภูมิ ปญั ญาทอ้ งถิน่ ได้อย่างเหมาะสม เพ่ือให้มีความรู้ความเข้าใจในกิจกรรมลูกเสือ สามารถปฏิบัติตามคาปฏิญาณ กฎ และคติพจน์ของ ลูกเสอื สามัญ มีนิสัยในการสังเกต จดจา เช่ือฟัง และพ่ึงตนเอง ซ่ือสัตย์ สุจริต มีระเบียบวินัย และเหน็ อก เห็นใจผู้อืน่ บาเพ็ญตนเพอ่ื สารธารณประโยชน์ รู้จักทาการฝมี อื พัฒนากาย จิตใจ และศีลธรรม ท้ังนี้โดยไม่ เกีย่ วขอ้ งกับลัทธทิ างการเมอื งใดๆ สนใจและอนรุ กั ษ์ธรรมชาติและสง่ิ แวดล้อม และนาไปใชใ้ นชีวิตประจาวันได้ อยา่ งมปี ระสิทธภิ าพ หมายเหตุ ผู้เรียนไดป้ ฏบิ ัติกิจกรรม และผ่านการทดสอบแลว้ จะได้รับเครือ่ งหมายลูกเสือตรี ลูกเสอื โท และลูกเสอื เอก ๒. กจิ กรรมชมุ นุม โดยมกี ารจัดกิจกรรมชุมนมุ แบ่งระดับชน้ั ดังน้ี ๑.ชมุ นมุ กฬี าและนนั ทนาการ จัดในระดับชน้ั ประถมศึกษาปีท่ี ๑ และ ๖ ๒.ชมุ นุมหอ้ งสมดุ จัดในระดบั ชนั้ ประถมศึกษาปที ่ี ๒ และ ๔ ๓.ชมุ นุมคอมพวิ เตอร์ จัดในระดบั ช้นั ประถมศกึ ษาปที ี่ ๓ และ ๕ วัตถุประสงค์ ๑.เพื่อใหผ้ ้เู รยี นได้ปฏิบตั ิกจิ กรรมตามความสนใจ ความถนดั และความต้องการของตน ๒.เพอื่ ให้ผูเ้ รยี นได้พฒั นาความรู้ ความสามารถดา้ นการคดิ วเิ คราะห์ สงั เคราะห์ ใหเ้ กดิ ประสบการณทง้ั ทางวชิ าการและวชิ าชพี ตามศักยภาพ ๓.เพอื่ สง่ เสริมใหผ้ ูเ้ รียนใช้เวลาให้เกิดประโยชน์ตอ่ ตนเองและส่วนรวม ๔.เพื่อใหผ้ ู้เรียนทางานร่วมกบั ผู้อ่ืน ได้ตามวิถปี ระชาธปิ ไตย
๑๐๓ แนวการจัดกิจกรรม การจัดกิจกรรมตามความสนใจ (ชมรม) ผ้เู รียนสามารถเลือกเขา้ เป็นสมาชิกชมรม วางแผนการดาเนิน กจิ กรรมร่วมกนั โดยมชี มรมทหี่ ลากหลาย เหมาะสมกบั เพศ วัย และความสนใจของผู้เรยี น ประกอบด้วยกจิ กรรม ด้านคุณธรรม จริยธรรม วัฒนธรรม อนุรักษ์สิ่งแวดล้อม ส่งเสริมประชาธิปไตย ส่งเสริมการเรียนรู้ และค่าย วชิ าการ การศกึ ษาดูงาน การฝกึ ปฏิบตั ิ การบรรยายพิเศษดงั ตวั อย่างพอสงั เขปตอ่ ไปนี้ ๑. กิจกรรมพฒั นาวุฒิภาวะทางอารมณ์ ศีลธรรมและจริยธรรม จัดสอนจรยิ ธรรมในหอ้ งเรยี น จดั ให้ มีการปฏิบัตกิ จิ กรรมเน่ืองในวันสาคญั ทง้ั ทางชาติ ศาสนา พระมหากษตั ริย์ โดยผู้เรยี นมีสว่ นร่วม ในการจดั กจิ กรรมทั้งในดา้ นวัฒนธรรม ประเพณี กีฬา และศีลปะ ๒. กิจกรรมพัฒนาทกั ษะชีวติ จัดกิจกรรมแขง่ ขนั กีฬาสีทุกช่วงชั้น โดยผ้เู รยี นไดฝ้ ึกทกั ษะการทางาน และการแกป้ ญั หาทกุ ขนั้ ตอน ๓. กิจกรรมส่งเสริมนิสยั รักการทางาน จัดกจิ กรรมวันวชิ าการโดยผ้เู รียนมโี อกาสปฏิบตั ิจรงิ และฝึก ทักษะการจัดการ ๔. กิจกรรมเพื่ออนุรักษ์ส่ิงแวดล้อมและวัฒนธรรม โดยจัดกิจกรรมสืบสานวัฒนธรรมไทย เช่น ประเพณีไหวค้ รู ประเพณีลอยกระทง ๕. กิจกรรมส่งเสรมิ การปกครองระบอบประชาธปิ ไตย จดั ให้มกี ารเลอื กคณะกรรมการนกั เรยี น โดย ใหน้ ากระบวนการประชาธิปไตยไปใชใ้ นการรว่ มวางแผนดาเนินงานพัฒนาโรงเรยี น ๖. กิจกรรมคนดีของสังคม จัดให้มีการบรรยายให้ความรู้ เพื่อป้องกันปัญหาโรคติดต่อร้ายแรง ปัญหายาเสพติด ปัญหาวยั รุ่น ใหค้ วามร้เู พื่อปลูกฝงั ให้เป็นสุภาพบุรษุ สภุ าพสตรี ๗. กิจกรรมส่งเสริมการเรียนรู้ โดยจัดแหล่งเรียนรู้ ได้แก่ ห้องสมุด ห้องปฏิบัติการทางภาษา ห้องปฏบิ ตั ิการทางวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี ห้องเทคโนโลยีสารสนเทศ ๘. กิจกรรมส่งเสริมสุขภาพและอนามัย ให้บริการห้องพยาบาล มีบริการให้ความรู้แก่ผู้เรียน เพ่ือ ป้องกนั โรคระบาดอย่างทันเหตุการณ์ ๓. กจิ กรรมเพอ่ื สงั คมและสาธารณประโยชน์ วตั ถปุ ระสงค์ ๑. เพ่อื ให้ผเู้ รียนบาเพญ็ ตนใหเ้ ปน็ ประโยชนต์ ่อครอบครวั โรงเรยี น ชุมชน และประเทศชาติ ๒. เพื่อให้ผู้เรียนออกแบบกจิ กรรมเพ่ือสงั คมและสาธารประโยชน์อย่างสร้างสรรค์ตามความถนัด และความสนใจในลักษณะอาสาสมคั ร ๓. เพ่ือให้ผู้เรียนพัฒนาศักยภาพในการจัดกิจกรรมเพ่ือสังคมและสาธารณประโยชน์ได้อย่างมี ประสิทธภิ าพ ๔. เพ่ือให้ผู้เรียนปฏิบัติกิจกรรมเพ่ือสังคมและสาธารณประโยชน์จนเกิดคุณธรรม จริยธรรมตาม คณุ ลักษณะอนั พึงประสงค์ ๕. เพ่ือให้ผเู้ รยี นมจี ิตสาธารณะและใชเ้ วลาวา่ งให้เกดิ ประโยชน์
๑๐๔ แนวการจัดกิจกรรม การจัดกิจกรรมเพ่ือสงั คมและสาธารณประโยชน์ เป็นกิจกรรมทสี่ ่งเสรมิ ให้ผู้เรียนได้ทาประโยชน์ ตามความสามารถ ความถนัดและความสนใจในลักษณะอาสาสมัคร เพื่อแสดงถึงความรับผิดชอบ ความดีงาม ความเสียสละต่อสังคม มีจิตใจมุ่งทาประโยชน์ต่อครอบครัว ชุมชนและสังคมกิจกรรมสาคัญ ได้แก่ กิจกรรม บาเพญ็ ประโยชน์ กจิ กรรมสร้างสรรคส์ ังคม กจิ กรรมดารงรกั ษา สบื สาน ศาสนา ศลิ ปะและวฒั นธรรม กิจกรรม พฒั นานวัตกรรมและเทคโนโลยี เวลาเรียนสาหรับกิจกรรมเพื่อสังคมและสาธารณประโยชน์ในส่วนกิจ กรรมเพ่ือสังคมและ สาธารณประโยชน์ จดั สรรเวลาใหผ้ เู้ รยี นระดบั ประถมศึกษาปที ่ี ๑-๖ รวม ๖ ปี จานวน ๖๐ ช่วั โมง(เฉลี่ยปีละ ๑๐ ชัว่ โมง) การจัดกิจกรรมเพอื่ สงั คมและสาธารณประโยชน์ ในระดับประถมศกึ ษาปีท่ี ๑-๖ เป็นการจัดกจิ กรรม ภายในเวลาเรียน โดยให้ผู้เรียนรายงานแสดงกรเข้าร่วมกิจกรรมลงในสมดุ บันทึก และมีผู้รับรองผลการเข้ารว่ ม กิจกรรมทกุ คร้งั แนวทางการประเมินกิจกรรมพฒั นาผเู้ รยี น โรงเรียนบา้ นทับไฮ กาหนดแนวทางในการประเมินกจิ กรรมพัฒนาผู้เรยี นดังนี้ ๑. การประเมนิ กิจกรรมพัฒนาผเู้ รยี นรายกิจกรรม มแี นวทางปฏบิ ัตดิ งั นี้ ๑.๑ การตรวจสอบเวลาเขา้ ร่วมกิจกรรมของผ้เู รยี น ไม่นอ้ ยกว่าร้อยละ ๘๐ ของเวลาเรยี นตลอด ปีการศกึ ษา ๑.๒ ประเมินกจิ กรรมพฒั นาผู้เรียนจากการปฏบิ ัตกิ จิ กรรมและผลงาน/ชน้ิ งานของผ้เู รียน ผูเ้ รียน ต้องได้รับการประเมนิ ทกุ ผลการเรยี นรู้ และผา่ นทุกผลการเรยี นรู้ โดยแตล่ ะผลการเรยี นรู้ผา่ นไมน่ อ้ ยกลา่ รอ้ ยละ ๕๐ หรอื มคี ุณภาพในระดบั ๑ ขนึ้ ไป ๑.๓ ผู้เรียนมีเวลาเข้าร่วมกิจกรรม การปฏิบัติกิจกรรมและผลงาน/ชิ้นงานของผ้เู รียนตามเกณฑ์ ข้อ ๑.๑ และข้อ ๑.๒ ถือว่าผู้เรียนมีผลการเรยี น “ผ” ผ่านการประเมนิ กิจกรรมและนาผลการประเมินไป บันทกึ ในระเบียนแสดงผลการเรียน ๑.๔ ผู้เรียนมีเวลาเข้าร่วมกิจกรรมพัฒนาผู้เรียน การปฏิบัติกิจกรรมและผลงานไม่เป็นไปตาม เกณฑ์ ข้อ ๑.๑ และข้อ ๑.๒ ถือว่าผู้เรียนมีผลการเรียน “มผ” โรงเรียนต้องจัดซ่อมเสริมให้ผู้เรียนทา กิจกรรมในสว่ นทผี่ ้เู รียนไม่ไดเ้ ขา้ รว่ มหรือไม่ได้ทาจนครบถว้ น แล้วจึงเปลย่ี นผลการเรียนจาก “มผ” เป็น “ผ” และนาผลการประเมินไปบนั ทกึ ในระเบียนแสดงผลการเรียน ๒. การประเมนิ กิจกรรมพัฒนาผ้เู รียนเพอื่ การตัดสิน มแี นวปฏบิ ัตดิ ังนี้ ๒.๑ กาหนดให้ผรู้ บั ผิดชอบในการรวบรวมข้อมลู เกย่ี วกับการร่วมกจิ กรรมพฒั นาผู้เรียนของผู้เรียน ทกุ คนตลอดระดบั การศกึ ษา
๑๐๕ ๒.๒ ผู้รับผิดชอบสรุปและตดั สินการร่วมกจิ กรรมพฒั นาผู้เรยี นของผูเ้ รียนเปน็ รายบุคคลตาม เกณฑท์ โ่ี รงเรียนกาหนด ผ้เู รยี นจะต้องผ่านกจิ กรรม ๓ กจิ กรรมสาคัญดังน้ี ๒.๒.๑ กิจกรรมแนะแนว ๒.๒.๒ กจิ กรรมนักเรียน ไดแ้ ก่ ๑. กจิ กรรมลกู เสือ เนตรนารี ๒. กจิ กรรมชมรม(ชุมนุม) ๒.๒.๓ กิจกรรมเพื่อสงั คมและสาธารณประโยชน์ ๒.๓ การนาเสนอผลการประเมนิ ต่อคณะกรรมการกลมุ่ สาระการเรียนรูแ้ ละกิจกรรมพัฒนาผู้เรยี น ๒.๔ เสนอผ้บู ริหารโรงเรียนพิจารณาอนมุ ัตผิ ลการประเมนิ กจิ กรรมพฒั นาผเู้ รียนผา่ นเกณฑก์ ารจบ แตล่ ะระดบั การศกึ ษา
๑๐๖ คาอธบิ ายรายวชิ า กจิ กรรมพฒั นาผ้เู รยี น
คาอธบิ ายรายวชิ ากิจกรรมพฒั นาผเู้ รียน ๑๐๗ กจิ กรรมพัฒนาผเู้ รียน กจิ กรรมแนะแนว ชน้ั ประถมศึกษาปีที ๑ - ๖ เวลา ๔๐ ชั่วโมง/ปี รจู้ ักและเขา้ ใจตนเอง รกั และเหน็ คุณค่าในตนเองและผูอ้ นื่ มีวุฒภิ าวะทางอารมณ์ มีเจตคติทีด่ ตี อ่ การมี ชีวิตที่ดีมีคุณภาพ มีทักษะในการดาเนินชีวิต สามารถปรับตัวให้ดารงชีวิตอยู่ในสงั คมได้อย่างมีความสุข รู้จกั ตนเองในทุกด้าน รู้ความถนัด ความสนใจ และบุคลิกภาพของตนเอง รู้และเข้าใจโลกของงานอาชี พอย่าง หลากหลาย มีเจตคติที่ดีต่ออาชีพสุจรติ รู้ข้อมูลอาชีพ สามารถเลอื กตนแนวทางในการประกอบอาชีพได้อย่าง เหมาะสม มีการเตรียมตัวสู่อาชีพ สามารถวางแผนเพื่อประกอบอาชีพตามท่ีตนเองมีความถนัดและสนใจ มี คุณลักษณะพื้นฐานท่ีจาเป็นในการประกอบอาชีพและพัฒนางานให้ประสบ ความสาเร็จเพื่อสร้างฐานะทาง เศรษฐกิจให้กับตนเอง ครอบครัว ชุมชนและประเทศชาติ พฒั นาตนเองในดา้ นการเรยี นอย่างเต็มศักยภาพ รจู้ ักแสวงหาความรูใ้ ฝร่ ู้ใฝเ่ รยี นให้เปน็ คนดมี ีความร้แู ละ ทักษะทางวิชาการ รู้จักแสวงหาและใช้ข้อมูลประกอบการวางแผนการเรียนหรือการศึกษาต่อได้ อย่างมี ประสทิ ธิภาพ มีวิธกี ารเรยี นรู้ มีทกั ษะการคิด แกป้ ัญหาอย่างสรา้ งสรรค์ คดิ เป็น ทาเป็น มีคณุ ธรรม จริยธรรม เอือ้ อาทรและสมานฉันท์ เพอ่ื ดารงชวี ิตอยรู่ วมกนั อย่างสงบสุขตามวถิ ชี ีวิตเศรษฐกจิ พอเพยี ง เพ่ือให้ผู้เรยี นเกิดการเรยี นรู้ รู้จัก เข้าใจ รักและเห็นคุณค่าในตนเองและผู้อนื่ เกิดการเรยี นรู้ สามารถวางแผนการเรียนรู้ อาชพี รวมท้ังการดาเนนิ ชวี ิตและมีทักษะทางสังคม เกดิ การเรียนร้สู ามารถปรับตัว ได้อย่างเหมาะสม อยู่ร่วมกับผู้อ่นื ได้อย่างมีความสขุ พึ่งตนเองได้มีทักษะในการเลอื กแนวทางการศึกษา การ งานและอาชีพ ชีวิตและสังคม มีสุขภาพจิตที่ดีและจิตสานึกในการทาประโยชน์ต่อครอบครัว สังคมและ ประเทศชาติตามหลักปรชั ญาของเศรษฐกิจพอเพียง ผลการเรยี นรู้ ๑. เพ่ือใหผ้ ู้เรยี นเกดิ การเรียนรู้ รูจ้ ัก เข้าใจ รกั และเห็นคณุ ค่าในตนเองและผู้อืน่ ๒. เพอื่ ใหผ้ ู้เรียนเกดิ การเรียนรู้ สามารถวางแผนการเรียน การศึกษาต่อ อาชีพ รวมทงั้ การดาเนิน ชวี ิต และมที ักษะทางสงั คม ๓. เพ่อื ใหผ้ เู้ รยี นเกดิ การเรียนรู้ สามารถปรบั ตวั ได้อย่างเหมาะสม และอยรู่ ว่ มกับผูอ้ น่ื ได้อยา่ ง เหมาะสม ๔. สามารถประยกุ ต์ใช้หลกั ปรชั ญาของเศรษฐกจิ พอเพยี งได้ รวม ๔ ผลการเรียนรู้
กิจกรรมพฒั นาผู้เรยี น ๑๐๘ ช้นั ประถมศึกษาปีที ๑ คาอธิบายรายวชิ ากิจกรรมพฒั นาผูเ้ รียน กจิ กรรมนักเรียน (เตรยี มลกู เสือสารองและลกู เสอื สารองดาวดวงที่ ๑) เวลา ๔๐ ช่วั โมง/ปี เปิดประชุมกอง ดาเนินการตามกระบวนการของลูกเสือและจัดกิจกรรมโดยให้ศึกษา วิเคราะห์ วางแผน ปฏิบัติกิจกรรมตามฐานการเรียนรู้ โดยเน้นระบบหมู่และปฏิบัติกิจกรรมตามคาปฏิญาณและกฎของ ลกู เสือสารอง เรียนรจู้ ากการคิดและปฏบิ ัติจริงใชส้ ัญลักษณ์สมาชกิ ลกู เสอื สารองทมี่ ีความเปน็ เอกลักษณร์ ่วมกัน ศึกษาธรรมชาตใิ นชุมชนด้วยความสนใจ ใฝ่รู้ตามหลักปรชั ญาของเศรษฐกิจพอเพียง สรุปผลการปฏิบัตกิ ิจกรรม ปิดประชุมกอง ในเรือ่ งตอ่ ไปน้ี ๑. เตรียมลูกเสือสารอง นิยายเมาคลี ประวัติการเร่ิมกิจการลูกเสือ การทาความเคารพหมู่ (แกรนด์ฮาวล์) การทาความเคารพเป็นรายบุคคล การจับมือซ้าย ระเบียบแถว เบื้องต้น คา ปฏิญาณ กฎและคติพจน์ของลกู เสอื สารอง ๒. ลูกเสอื สารองดาวดวงที่ ๑ อนามัย ความสามารถเชิงทกั ษะ การสารวจ การค้นหาธรรมชาติ ความปลอดภยั บริการ ธงและประเทศตา่ ง ๆ การฝมี ือ กิจกรรมกลางแจ้ง การบันเทงิ การผกู เงอ่ื น คาปฏิญาณและกฎของลกู เสอื สารอง เพื่อให้มีความรู้ ความเข้าใจในกิจกรรมลูกเสือสารองดาวดวงท่ี ๑ สามารถปฏิบัติตามคาปฏญิ าณ กฎ และคติ พจน์ของลูกเสอื สารอง มีนสิ ัยในการสังเกต จดจา เช่อื ฟงั และพ่ึงตนเอง มีความซ่อื สตั ย์ สุจริต มีระเบียบวนิ ยั และเหน็ อกเหน็ ใจผู้อืน่ รู้จักบาเพ็ญตนเพอ่ื สงั คมและสาธารณประโยชน์ รู้จักทาการฝีมอื และฝึกฝนทากจิ กรรม ต่าง ๆ ตามความเหมาะสม รกั ษาและส่งเสรมิ จารตี ประเพณี วัฒนธรรมและความม่นั คงของชาติ และสามารถ ประยุกตใ์ ช้หลกั ปรัชญาของเศรษฐกจิ พอเพียง ผลการเรียนรู้ ๑. มนี สิ ัยในการสงั เกต จดจา เช่ือฟงั และพ่งึ พาตนเองได้ ๒. มีความซอ่ื สตั ย์ สจุ ริต มรี ะเบียบวนิ ยั และเห็นอกเห็นใจผอู้ นื่ ๓. บาเพ็ญตนเพอื่ สงั คมและสาธารณะประโยชน์ ๔. ทาการฝีมือและฝกึ ฝนการทากจิ กรรมต่าง ๆ ตามความเหมาะสม ๕. รักษาและสง่ เสรมิ จารตี ประเพณี วฒั นธรรมประเพณี ภูมิปญั ญาท้องถ่นิ และ ความมน่ั คง ๖. อนุรักษท์ รัพยากรธรรมชาติ ส่งิ แวดล้อมและลดภาวะโลกรอ้ น ๗. สามารถประยกุ ต์ใช้หลกั ปรชั ญาของเศรษฐกจิ พอเพยี งได้ รวม ๗ ผลการเรียนรู้
กจิ กรรมพฒั นาผเู้ รยี น ๑๐๙ ช้นั ประถมศึกษาปีที ๒ คาอธบิ ายรายวชิ ากจิ กรรมพัฒนาผู้เรยี น กิจกรรมนักเรยี น (ลกู เสือสารองดาวดวงที่ ๒) เวลา ๔๐ ช่ัวโมง/ปี เปิดประชุมกอง ดาเนินการตามกระบวนการของลกู เสอื และจดั กจิ กรรมให้ศกึ ษา วเิ คราะห์ วางแผน ปฏิบัติกิจกรรมตามฐานการเรียนรู้ โดยเน้นระบบหมู่ และปฏิบัติตามคาปฏิญาณ คติพจน์และกฎของลูกเสือ สารอง ศึกษาเรียนรู้จากการคิดและปฏบิ ัติจรงิ ใช้สัญลักษณ์สมาชิกลูกเสือสารองที่มคี วามเปน็ เอกลักษณร์ ่วมกนั ศกึ ษาธรรมชาตใิ นชมุ ชนด้วยความสนใจใฝ่ร้ตู ามวิถเี ศรษฐกิจพอเพียง สรปุ ผลและปฏิบตั กิ จิ กรรม ปดิ ประชุมกอง ในเรอ่ื งตอ่ ไปนี้ ลูกเสือสารองดาวดวงที่ ๒ นิยายเมาคลี ประวัติการเร่ิมกิจการลูกเสือ การทาความเคารพหมู่ (แกรนฮาวล)์ การทาความเคารพเป็นรายบุคคล การจับมอื ซา้ ย ระเบียบแถว คาปฏญิ าณ กฎ และคติพจน์ของ ลูกเสือสารอง อนามัย ความสามารถเชิงทักษะ การสารวจ การค้นหาธรรมชาติการอนุรักษ์ทรพั ยากรในชุมชน ท้องถ่ิน ความปลอดภัย บริการ การผูกเง่ือน ธง และประเทศต่าง ๆ การฝีมือท่ีใช้วัสดุเหลือใช้ในท้องถ่ิน กิจกรรมกลางแจ้ง การบันเทิงท่ีส่งเสริมสุขภาพกายสุขภาพจิตและอนุรักษ์ภูมิปัญญาท้องถิ่น อนุรักษ์ ทรพั ยากรธรรมชาติส่ิงแวดลอ้ มลดภาวะโลกรอ้ น เพื่อให้มีความรู้ ความเข้าใจในกิจกรรมลกู เสือสารองดาวดวงที่ ๒ สามารถปฏิบตั ิตามคาปฏิญาณ กฎ และคติพจน์ของลูกเสือสารอง มีนิสัยในการสังเกต จดจา เช่ือฟังและพ่ึงตนเอง มีความซื่อสัตย์สุจริต มีระเบียบวินัย และเหน็ อกเห็นใจ รู้จักบาเพ็ญเพื่อสงั คมและสาธารณประโยชน์ รู้จักทาการฝีมือและฝกึ ฝนทา กิจกรรมต่าง ๆ ตามความเหมาะสม รักษาและส่งเสรมิ จารีตประเพณี วัฒนธรรม ภูมปิ ัญญาทอ้ งถนิ่ อนุรกั ษ์ ทรพั ยากรธรรมชาตสิ งิ่ แวดล้อม ความมั่นคงของชาติ และสามารถประยกุ ต์ใชห้ ลักปรชั ญาของเศรษฐกิจพอเพียง ผลการเรยี นรู้ 1. มีนสิ ยั ในการสงั เกต จดจา เช่อื ฟงั และพึ่งตนเองได้ 2. มคี วามซอื่ สัตย์ สจุ รติ มีระเบยี บวนิ ยั และเห็นอกเหน็ ใจผอู้ ่ืน 3. บาเพญ็ ตนเพอ่ื สังคมและสาธารณประโยชน์ 4. ทาการฝีมือและฝกึ ฝนทากจิ กรรมต่าง ๆ ตามความเหมาะสม 5. รักษาและส่งเสรมิ จารตี ประเพณี วฒั นธรรม ภูมปิ ญั ญาทอ้ งถน่ิ และความม่ันคงของชาติ 6. อนรุ ักษ์ทรพั ยากรธรรมชาติ และสิง่ แวดลอ้ ม ลดภาวะโลกรอ้ น สามารถประยกุ ต์ใช้หลักปรชั ญาของ เศรษฐกจิ พอเพยี งได้ รวม ๖ ผลการเรียนรู้
กจิ กรรมพัฒนาผู้เรยี น ๑๑๐ ชั้นประถมศึกษาปีที ๓ คาอธิบายรายวชิ ากจิ กรรมพฒั นาผูเ้ รยี น กจิ กรรมนกั เรยี น (ลูกเสือสารองดาวดวงท่ี ๓) เวลา ๔๐ ช่วั โมง/ปี เปดิ ประชมุ กอง ดาเนนิ การตามกระบวนการของลกู เสือ และจดั กิจกรรมใหศ้ ึกษา วิเคราะห์ วางแผน ปฏิบัติกิจกรรมตามฐานการเรียนรู้ โดยเน้นระบบหมู่ และปฏิบัติตามคาปฏิญาณ คติพจน์และกฎของลูกเสือ สารอง ศึกษาเรียนร้จู ากการคิดและปฏิบัตจิ รงิ ใช้สัญลกั ษณ์สมาชิกลกู เสือสารองที่มคี วามเป็นเอกลกั ษณร์ ว่ มกนั ศึกษาธรรมชาติในชุมชนด้วยความสนใจใฝร่ ตู้ ามวิถีเศรษฐกิจพอเพยี ง สรุปผลและปฏบิ ตั กิ จิ กรรม ปิดประชุมกอง ในเร่อื งตอ่ ไปน้ี ลูกเสือสารองดาวดวงที่ ๓ นิยายเมาคลี ประวัติการเริ่มกิจการลูกเสือ การทาความเคารพหมู่ (แกรนฮาวล)์ การทาความเคารพเป็นรายบคุ คล การจบั มือซ้าย ระเบียบแถว คาปฏญิ าณ กฎ และคติพจน์ของ ลูกเสือสารอง อนามัย ความสามารถเชิงทักษะ การสารวจ การค้นหาธรรมชาติการอนุรกั ษ์ทรัพยากรในชุมชน ท้องถิ่น ความปลอดภัย บริการ การผูกเง่ือน ธง และประเทศต่าง ๆ การฝีมือท่ีใช้วัสดุเหลือใช้ในท้องถิ่น กิจกรรมกลางแจ้ง การบันเทิงท่ีส่งเสริมสุขภาพกายสุขภาพจิตและอนุรักษ์ภูมิปัญญาท้องถิ่น อนุรักษ์ ทรพั ยากรธรรมชาตสิ ิง่ แวดลอ้ มลดภาวะโลกรอ้ น เพ่ือใหม้ คี วามรู้ ความเขา้ ใจในกจิ กรรมลูกเสือสารองดาวดวงที่ ๓ สามารถปฏบิ ัติตามคาปฏิญาณ กฎและ คติพจน์ของลูกเสือสารอง มีนิสัยในการสังเกต จดจา เชื่อฟังและพึ่งตนเอง มีความซื่อสัตย์สุจริต มีระเบยี บวนิ ัย และเห็นอกเห็นใจ รู้จักบาเพ็ญเพ่ือสังคมและสาธารณประโยชน์ รู้จักทาการฝีมือและฝึกฝนทากิจกรรมต่าง ๆ ตามความเหมาะสม รักษาและส่งเสรมิ จารตี ประเพณี วัฒนธรรม ภูมิปัญญาท้องถ่ิน อนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติ สิ่งแวดล้อม ความมั่นคงของชาติ และสามารถประยกุ ตใ์ ชห้ ลักปรชั ญาของเศรษฐกจิ พอเพียง ผลการเรียนรู้ ๑. มีนิสัยในการสงั เกต จดจา เชอ่ื ฟงั และพง่ึ ตนเองได้ ๒. มีความซ่อื สตั ย์ สจุ ริต มีระเบียบวินัย และเห็นอกเห็นใจผอู้ ่นื ๓. บาเพญ็ ตนเพ่ือสงั คมและสาธารณประโยชน์ ๔. ทาการฝีมอื และฝกึ ฝนทากิจกรรมตา่ ง ๆ ตามความเหมาะสม ๕. รักษาและส่งเสรมิ จารีตประเพณี วัฒนธรรม ภูมปิ ญั ญาท้องถนิ่ และความมนั่ คงของชาติ ๖. อนุรักษ์ทรพั ยากรธรรมชาติ และสง่ิ แวดล้อม ลดภาวะโลกรอ้ น สามารถประยุกต์ใช้หลกั ปรชั ญาของ เศรษฐกจิ พอเพียงได้ รวม ๖ ผลการเรียนรู้
กิจกรรมพฒั นาผูเ้ รยี น ๑๑๑ ชัน้ ประถมศึกษาปีที ๔ คาอธบิ ายรายวชิ ากิจกรรมพัฒนาผูเ้ รยี น กจิ กรรมนักเรยี น (ลกู เสอื สามัญ (ลกู เสือตร)ี ) เวลา ๔๐ ชว่ั โมง/ปี เปิดประชุมกอง ดาเนนิ การตามกระบวนการของลกู เสอื และจัดกิจกรรมโดยใหศ้ ึกษา วิเคราะห์ วางแผน ปฏิบัติกิจกรรมตามฐานการเรียนรู้ โดยเน้นระบบหมู่ และปฏิบัติกิจกรรมตามคาปฏิญาณ คติพจน์ และกฎของ ลกู เสือสามญั เรียนรจู้ ากการคดิ และปฏิบัติจริง ใชส้ ญั ลกั ษณ์สมาชกิ ลูกเสอื สามญั ท่มี ีความเป็นเอกลักษณ์รว่ มกนั ศึกษาธรรมชาติในชุมชนด้วยความสนใจ ใฝ่รู้และมีจิตสานึกในการอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติ วัฒนธรรม ประเพณี ภูมิปัญญาท้องถ่ิน ลดภาวะโลกร้อนและประยุกต์ใช้ปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง ความรู้เกี่ยวกับ กระบวนการลูกเสือ ประวัตขิ อง Load Baden Powell พระราชประวัตสิ งั เขปของพระบาทสมเด็จพระมงกุฎ เกล้าเจา้ อย่หู วั วิวฒั นาการของกระบวนการ ลกู เสือไทยและลกู เสอื โลก การทาความเคารพ การแสดงรหสั การ จับมือซ้าย กจิ กรรมกลางแจ้ง ระเบยี บแถวทา่ มือเปลา่ ทา่ มอื ไม้พลวง การใช้สญั ญามือและนกหวดี การตั้งแถว และการเรียนแถว เพื่อให้มีความรู้ ความเข้าใจในกจิ กรรมลกู เสือสามญั สามารถปฏิบตั ิตามคาปฏิญาณ กฎ และคติพจน์ ของลูกเสอื สามัญ มีนสิ ยั ในการสงั เกต จดจา เชอ่ื ฟัง และพึง่ ตนเอง มคี วามซอ่ื สัตย์ สุจริต มรี ะเบียบวนิ ยั และ เห็นอกเหน็ ใจผอู้ ื่น บาเพญ็ ตนเพื่อสงั คมและสาธารณประโยชน์ ทาการฝีมอื และฝึกฝนการทากจิ กรรมต่าง ๆ ตาม ความเหมาะสม ความถนัด และความสนใจ รักษาและส่งเสริมจารีตประเพณี วัฒนธรรมและความม่ันคง ประโยชนแ์ ละสามารถประยกุ ต์ใชห้ ลักปรัชญาของเศรษฐกจิ พอเพียง ผลการเรียนรู้ 1. มนี ิสัยในการสงั เกต จดจา เช่ือฟงั และพงึ่ ตนเองได้ 2. มีความซื่อสัตยส์ ุจรติ มรี ะเบยี บ วินยั และเหน็ อกเหน็ ใจผอู้ ่นื 3. บาเพญ็ ตนเพือ่ สง่ เสริมและสาธารณะประโยชน์ 4. ทาการฝมี อื และฝกึ ฝนทากิจกรรมตา่ ง ๆ ตามความถนัดและความสนใจ 5. รกั ษาและสง่ เสริมจารีตประเพณี วฒั นธรรม ภมู ิปัญญาท้องถิน่ และความม่นั คงของชาติ 6. อนุรักษท์ รัพยากรธรรมชาตแิ ละสิง่ แวดลอ้ ม ลดภาวะโลกรอ้ น 7. สามารถประยกุ ต์ใชห้ ลกั ปรัชญาของเศรษฐกจิ พอเพียง รวม ๗ ผลการเรยี นรู้
กิจกรรมพัฒนาผเู้ รยี น ๑๑๒ ช้นั ประถมศึกษาปีที ๕ คาอธิบายรายวชิ ากิจกรรมพฒั นาผ้เู รยี น กิจกรรมนกั เรยี น ( กิจกรรมลกู เสอื สามญั (ลกู เสอื โท) ) เวลา ๔๐ ชวั่ โมง/ปี เปดิ ประชุมกองดาเนินการตามกระบวนการของลูกเสอื และจดั กจิ กรรมโดยใหศ้ กึ ษา วิเคราะห์ วางแผน ปฏิบัติกิจกรรมตามฐานการเรยี นรู้ โดยเน้นระบบหมู่ และปฏิบัตกิ ิจกรรมตามคาปฏิญาณ คติพจน์และกฎของ ลูกเสือสามัญ เรียนรู้จากคิดและปฏิบัติจริง ใช้สัญลักษณ์สมาชิกลูกเสือสามัญที่มีความเป็นเอกลักษณ์ร่วมกนั ศึกษาธรรมชาติในชุมชนด้วยความสนใจ ใฝ่รู้ มีจิตสานึกในการอนุรักษ์ ทรัพยากรธรรมชาติ วัฒนธรรม ภูมิ ปัญญาท้องถิ่น ลดภาวะโลกร้อนและการประยุกต์ใช้ปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง โดยใช้ทักษะในทางวิชา ลูกเสือ การรู้จกั ดแู ลตนเอง การช่วยเหลือผ้อู ืน่ การเดนิ ทางไปยงั สถานทตี่ ่าง ๆ ทางานอดเิ รก และเรือ่ งที่สนใจ เพื่อให้มีความรู้ ความเข้าใจในกิจกรรมลูกเสอื สามญั สามารถปฏิบัติตามคาปฏิญาณ กฎ และคตพิ จน์ ของลูกเสือสามัญ มีนิสัยในการสังเกต จดจา เชื่อฟัง และพึ่งตนเอง มีความซ่ือสัตย์ สุจริต มีระเบียบวินัย และเห็นอกเห็นใจผู้อน่ื บาเพญ็ ตนเพ่อื สงั คมและสาธารณประโยชน์ ทาการฝมี อื และฝกึ ฝนการทากิจกรรมตา่ ง ๆ ตามความเหมาะสม ความถนัด และความสนใจ รักษาและส่งเสริมจารีตประเพณี วัฒนธรรมและความม่นั คง ประโยชนแ์ ละสามารถประยกุ ต์ใชห้ ลกั ปรชั ญาของเศรษฐกจิ พอเพยี ง ผลการเรยี นรู้ 1. มนี ิสัยในการสงั เกต จดจา เช่ือฟงั และพง่ึ ตนเองได้ 2. มีความซอ่ื สัตยส์ ุจรติ มรี ะเบียบ วินยั และเห็นอกเห็นใจผอู้ น่ื 3. บาเพญ็ ตนเพ่อื ส่งเสริมและสาธารณะประโยชน์ 4. ทาการฝีมอื และฝกึ ฝนทากจิ กรรมตา่ ง ๆ ตามความถนัดและความสนใจ 5. รกั ษาและสง่ เสรมิ จารตี ประเพณี วัฒนธรรม ภูมิปัญญาทอ้ งถิ่น และความมั่นคงของชาติ 6. อนุรกั ษท์ รัพยากรธรรมชาตแิ ละส่งิ แวดล้อม ลดภาวะโลกรอ้ น 7. สามารถประยกุ ตใ์ ช้หลกั ปรชั ญาของเศรษฐกจิ พอเพยี ง รวม ๗ ผลการเรยี นรู้
กจิ กรรมพฒั นาผู้เรยี น ๑๑๓ ชน้ั ประถมศึกษาปีที ๖ คาอธิบายรายวิชากิจกรรมพฒั นาผเู้ รยี น กิจกรรมนักเรยี น ( กิจกรรมลกู เสือสามัญ (ลูกเสอื เอก) ) เวลา ๔๐ ชั่วโมง/ปี เปิดประชุมกองดาเนินการตามกระบวนการของลูกเสือ และจัดกิจกรรมโดยให้ศึกษา วิเคราะห์ วางแผน ปฏิบัติกิจกรรมตามฐานการเรียนรู้ โดยเน้นระบบหมู่ และปฏิบัติตามคาปฏิญาณ คติพจน์ และกฎของลูกเสือ สามญั วิชาการของลูกเสอื ระเบยี บแถว การพึง่ ตนเอง การผจญภัย การใช้สญั ลกั ษณ์ สมาชกิ ลูกเสือสามัญ ท่ี มีความเป็นเอกลกั ษณ์ร่วมกัน เรียนรู้จากการคิดและปฏิบัติจริง ศึกษาธรรมชาติ วัฒนธรรมประเพณี ภูมิปัญญา ท้องถิ่นด้วยความสนใจ ใฝ่รู้ และประยุกต์ใช้หลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง ในการปฏิบัติกิจกรรมเพื่อการ อนรุ ักษท์ รพั ยากรธรรมชาตแิ ละลดภาวะโลกร้อน เพอื่ ให้มีความรู้ ความเข้าใจในกิจกรรมลูกเสือสามญั สามารถปฏิบตั ติ ามคาปฏญิ าณ กฎ และคติพจน์ของ ลูกเสือสามัญ มีนิสัยในการสังเกต จดจา เชื่อฟัง และพ่ึงตนเอง มีความซื่อสัตย์ สุจริต มีระเบียบวินัย และ เหน็ อกเห็นใจผอู้ ่ืน บาเพญ็ ตนเพ่ือสงั คมและสาธารณประโยชน์ ทาการฝมี ือและฝกึ ฝนการทากิจกรรม ต่าง ๆ ตามความเหมาะสม ความถนัด และความสนใจ รักษาและสง่ เสรมิ จารตี ประเพณี วฒั นธรรมและความมัน่ คง ประโยชนแ์ ละสามารถประยุกตใ์ ชห้ ลักปรชั ญาของเศรษฐกจิ พอเพยี ง ผลการเรยี นรู้ 1. มนี สิ ยั ในการสงั เกต จดจา เชอื่ ฟงั และพงึ่ ตนเองได้ 2. มคี วามซือ่ สตั ยส์ ุจริต มรี ะเบียบ วนิ ยั และเหน็ อกเห็นใจผ้อู นื่ 3. บาเพ็ญตนเพอ่ื ส่งเสรมิ และสาธารณะประโยชน์ 4. ทาการฝีมอื และฝกึ ฝนทากจิ กรรมตา่ ง ๆ ตามความถนดั และความสนใจ 5. รกั ษาและส่งเสรมิ จารีตประเพณี วัฒนธรรม ภมู ิปญั ญาทอ้ งถ่นิ และความม่นั คงของชาติ 6. อนรุ กั ษ์ทรัพยากรธรรมชาตแิ ละสงิ่ แวดลอ้ ม ลดภาวะโลกรอ้ น 7. สามารถประยกุ ต์ใช้ปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพยี ง รวม ๗ ผลการเรียนรู้
กิจกรรมพัฒนาผูเ้ รียน ๑๑๔ ชนั้ ประถมศึกษาปีที ๑ - ๖ คาอธิบายรายวิชากิจกรรมพัฒนาผูเ้ รียน กิจกรรมเพอื่ สงั คมและสาธารณประโยชน์ เวลา ๑๐ ช่วั โมง/ปี ฝึกปฏบิ ตั ิกิจกรรมดว้ ยความสมัครใจผ่านกิจกรรมทห่ี ลากหลาย ฝกึ การทางานทส่ี อดคล้องกับชวี ิตจริง ตลอดจนสะท้อนความรู้ ทักษะ และประสบการณ์ สารวจและใช้ข้อมูลประกอบการวางแผนอย่างเป็นระบบ เน้นทักษะการคิดวิเคราะห์ และใช้ความคิดสร้างสรรค์ การบริการด้านต่าง ๆ ท่ีเป็นประโยชน์ต่อตนเองและ สว่ นรวม เสรมิ สร้างความมีนา้ ใจ เอือ้ อาทร ความเปน็ พลเมืองดีและความรับผดิ ชอบตอ่ ตนเอง ครอบครวั และ สังคม คิดออกแบบกิจกรรมบาเพ็ญประโยชน์ในลักษณะอาสาสมัคร จิตอาสา เพื่อแสดงความรับผิดชอบต่อ สังคมตามแนวทางวถิ ชี ีวิตเศรษฐกิจพอเพียง เพ่ือให้ผู้เรียนบาเพ็ญตนให้เป็นประโยชน์ต่อครอบครัว โรงเรียน ชุมชน สังคมและประเทศชาติ สามารถออกแบบการจัดกิจกรรมเพื่อสงั คมและสาธารณประโยชน์อยา่ งสรา้ งสรรค์ตามความถนัดและความสนใจ ในลักษณะอาสาสมัคร พัฒนาศักยภาพตนเองในการจัดกิจกรรมเพ่ือสังคมและสาธารณประโยชน์ได้อย่างมี ประสิทธิภาพเพ่ือสังคมและสาธารณประโยชน์จนเกิดคุณธรรม จริยธรรม ตามคุณลักษณะอันพึงประสงค์ มจี ติ สาธารณะและใชเ้ วลาว่างใหเ้ กดิ ประโยชน์ และสามารถประยกุ ตใ์ ชห้ ลักปรชั ญาของเศรษฐกิจพอเพียงได้ ผลการเรยี นรู้ 1. บาเพญ็ ตนให้เปน็ ประโยชนต์ อ่ ครอบครัว โรงเรียน ชุมชน สงั คมและประเทศชาติ 2. ออกแบบการจดั กจิ กรรมเพ่อื สงั คมและสาธารณประโยชนอ์ ยา่ งสร้างสรรค์ ตามความถนัดและ ความสนใจในลกั ษณะอาสาสมคั ร 3. สามารถพฒั นาศักยภาพในการจดั กจิ กรรมเพื่อสังคมและสาธารณประโยชนไ์ ดอ้ ย่างมีประสทิ ธิภาพ 4. ปฏบิ ตั ิกิจการเพื่อสังคมและสาธารณประโยชน์จนเกิดคณุ ธรรม จริยธรรมตามคุณลักษณะอันพงึ ประสงค์ 5. สามารถประยกุ ต์ใชห้ ลกั ปรัชญาของเศรษฐกจิ พอเพียงได้ รวม ๕ ผลการเรยี นรู้
กจิ กรรมพฒั นาผ้เู รยี น ๑๑๕ ช้ันประถมศึกษาปีที ๑ - ๖ คาอธบิ ายรายวิชากจิ กรรมพฒั นาผเู้ รียน กิจกรรมนักเรียน (กจิ กรรมชุมนมุ ) เวลา ๓๐ ชว่ั โมง/ปี ปฏิบตั ิกจิ กรรมตามความสนใจ ความถนดั และความตอ้ งการ เพื่อพัฒนาความรู้ ความสามารถดา้ นการ คิดวิเคราะห์ สังเคราะห์ให้เกิดประสบการณ์ทั้งด้านวิชาการ และพ้ืนฐานอาชีพ ทักษะชีวิตและสังคมตาม ศกั ยภาพอยา่ งรอบดา้ น เพือ่ ความเป็นมนษุ ยท์ ส่ี มบูรณ์ มีความสามารถในการสอ่ื สาร มที ักษะการคิด แก้ปญั หา ความสามารถในการใช้เทคโนโลยี พัฒนาทักษะในการทางานและการอยู่ร่วมกับผ้อู ื่นในสงั คมได้อย่างมีความสุข รักชาติ ศาสน์ กษัตรยิ ์ ซื่อสัตยส์ ุจริต มวี ินยั ใฝเ่ รียนรู้ อยอู่ ยา่ งพอเพยี ง มุ่งมนั่ ในการทางานรักความเปน็ ไทย มจี ิตสาธารณะ เพื่อให้ผเู้ รียนได้ปฏิบัติกจิ กรรมตามความสนใจ ความถนัด และความต้องการของตน ได้พัฒนาความรู้ ความสามารถด้านการคิดวิเคราะห์ สังเคราะห์ ให้เกดิ ประสบการณท์ ั้งทักษะทางวชิ าการ ทกั ษะอาชีพ ทักษะ ชีวิตและสังคมตามศักยภาพ ใช้เวลาว่างใหเ้ กิดประโยชน์ตอ่ ตนเองและส่วนรวม คิดเป็น ทาได้ ทางานรว่ มกบั ผอู้ ่ืนได้ตามวถิ ปี ระชาธปิ ไตย และประยกุ ต์หลกั ปรชั ญาของเศรษฐกิจพอเพยี งไดอ้ ยา่ งเหมาะสม ผลการเรียนรู้ 1. ปฏิบตั กิ ิจกรรมตามความสนใจ ความถนัดและความต้องการของตน 2. มีความรู้ ความสามารถดา้ นการคดิ วิเคราะห์ สงั เคราะห์ใหเ้ กิดประสบการณ์ ทง้ั ทางวชิ าการและ วิชาชพี ตามศักยภาพ 3. ใช้เวลาว่างใหเ้ กดประโยชนต์ ่อตนเองและสว่ นรวม 4. มุ่งม่ันในการทางานและทางานร่วมกบั ผ้อู น่ื ได้ตามวิถปี ระชาธิปไตย 5. ประยุกต์ใชห้ ลกั ปรัชญาของเศรษฐกจิ พอเพียงได้อย่างเหมาะสม รวม ๕ ผลการเรยี นรู้
๑๑๖ คาอธบิ ายรายวิชา กิจกรรมชมุ นุม
๑๑๗ คาอธิบายรายวชิ ากจิ กรรมชมุ นมุ กิจกรรมชุมนุมกีฬาและนนั ทนาการ ระดบั ชั้นประถมศึกษาปีท่ี ๑ และ ๖ หลกั การและเหตุผล มีทกั ษะในการเล่นกฬี าประเภทบคุ คล ประเภททมี เลน่ กีฬาบาสเกตบอลและนันทนาการ วางแผน ออกกาลงั กาย กลวิธีการเล่นกีฬา ปฏิบัติตามกฎกติกาในการเลน่ และเลน่ กีฬาอย่างปลอดภัย มีความ รบั ผิดชอบตอ่ ตนเองและผูอ้ นื่ มีระเบยี บวนิ ยั มีน้าใจนักกีฬา คุณธรรม จริยธรรม ตลอดจน เห็นคณุ คา่ ของ การออกกาลังกาย มีความรสู้ ึกท่ีดตี อ่ การกีฬา ตระหนักถงึ ความแตกต่างระหวา่ งเพศชาย เพศหญิง มี โภชนาการท่ีดี มีความปลอดภัยในชีวิต ในการใช้เครื่องมือ ผลิตภัณฑ์และบริการสุขภาพ ตลอดจนมี ทักษะในปัญหาสง่ิ แวดลอ้ มท่สี ่งผลต่อสขุ ภาพ มีส่วนร่วมในการดาเนินงาน ประชาสังคมเพอ่ื สรา้ งชุมชนให้ เขม้ แข็ง เพ่ือให้สมาชิกมีความคิดริเริ่มสร้างสรรค์ รู้จักศึกษาค้นคว้า และแก้ปัญหาในการทางานอย่างมีระบบ เพ่ือให้สมาชิกเปน็ ผมู้ รี ะเบยี บวนิ ัยเพ่ือให้เพ่ือให้สมาชกิ มคี วามเข้าใจและเล่ือมในการปกครองระบบประชาธิปไตย อันมีพระมหากษัตริย์เป็นประมุข มีความรับผิดชอบต่อหน้าที่และสิทธิภายในขอบเขตของกฎระเบียบ มีความ ตระหนักในคุณค่า ดารงไว้และส่งเสรมิ เอกลกั ษณ์วัฒนธรรมอันดีงามของชาติไทย มีความรักสามัคคีในหมคู่ ณะ ส่งเสริมการพัฒนาทางรา่ งกาย จิตใจและรู้จักใช้เวลาว่างให้เป็นประโยชน์ และสามารถนาไปประยุกต์ใช้ในกับ ชวี ติ ประจาวันได้อยา่ งถูกต้องเหมาะสม ผลการเรยี นรู้ ๑. สามารถเล่นกีฬาเปน็ ทมี บุคคล การเคล่ือนไหวทส่ี รา้ งสรรค์การร่วมมอื ในการเรียน และการทางาน ตา่ ง ๆ ได้ ๒. สามารถวเิ คราะห์ความคดิ รวบยอดเก่ยี วกบั การเคลอื่ นไหวแบบต่าง ๆ และการนาไปใช้ในการเล่น กฬี าได้ ๓. สามารถเคลอื่ นไหวรา่ งกายในการเลน่ กีฬาไดอ้ ยา่ งมปี ระสทิ ธิภาพ ๔.ใชเ้ วลาว่างใหเ้ กดิ ประโยชน์ต่อตนเองและสว่ นรวม ๕.ม่งุ ม่นั ในการทากิจกรรมร่วมกบั ผู้อ่นื ไดต้ ามวิถีประชาธิปไตย รวม ๕ ผลการเรียนรู้
กจิ กรรมชมุ นมุ คอมพวิ เตอร์ ๑๑๘ คาอธิบายรายวชิ ากิจกรรมชมุ นุม ระดับชน้ั ประถมศึกษาปที ี่ ๓ และ ๕ หลักการและเหตผุ ล ในปัจจุบัน เทคโนโลยีคอมพิวเตอรไ์ ด้พฒั นาไปอย่างรวดเร็วในหลากหลายสาขาวิชาโดยเฉพาะอยา่ งยง่ิ การพฒั นาด้านการสอ่ื สารและดา้ นขอ้ มูล ดังนั้นจงึ จาเปน็ อยา่ งยงิ่ ทส่ี ถานศึกษาใหค้ วามสาคญั ตอ่ การเปล่ียนแปลง ของเทคโนโลยีเพอ่ื ใหผ้ ้เู รียนมคี วามรู้ เกดิ ความตระหนักและเท่าทนั เทคโนโลยใี นปจั จุบันเพอ่ื สนับสนุนใหผ้ เู้ รียนมี คุณลักษณะอันพึงประสงค์ของผู้เรียนในยคุ ศตวรรษที่ ๒๑ ได้แก่ เป็นนักคิดวิเคราะห์ เป็นนักแก้ปัญหา เป็นนัก สร้างสรรค์ เป็นนักประสานความร่วมมือ รู้จักใช้ข้อมูลและข่าวสาร เป็นผู้เรียนรู้ดว้ ยตนเอง เป็นนักส่ือสาร และ ตระหนักรบั รู้สภาวการณข์ องโลกปัจจบุ นั และอนาคตกจิ กรรมชุมนมุ คอมพิวเตอร์ จึงเปน็ กิจกรรมกลุม่ เสริมทักษะ ดา้ นวิชาการ ในกลุม่ สาระการงานอาชพี เพอ่ื พัฒนานักเรยี นให้เตม็ ศักยภาพ เพื่อตอบสนองศักยภาพของนกั เรียน ได้หลากหลายวิชาสามารถตอบสนองความต้องการของสังคมสร้างองคค์ วามรู้และเพ่ิมพูนทกั ษะคอมพวิ เตอร์ใหแ้ ก่ นกั เรียนเป็นผมู้ ีความรูค้ วามสามารถ มีประสบการณ์ตรงกับสภาพแวดลอ้ ม และเทคโนโลยใี หมๆ่ และนามาปรับใช้ ในชีวิตประจาวนั ได้อย่างเหมาะสม ผลการเรียนรทู้ คี่ าดหวงั ๑. นกั เรียนเกดิ ทกั ษะในการใชเ้ ทคโนโลยีในชีวิตประจาวนั ๒. นกั เรียนมีความรทู้ างดา้ นคอมพิวเตอร์ นามาใช้ในงานต่างๆ ๓. นกั เรยี นพฒั นาความรูค้ วามสามารถด้านการคิด วิเคราะห์ สงั เคราะห์ ๔. นกั เรียนมคี ุณธรรม จริยธรรมและค่านิยมท่ีพงึ ประสงค์ ๕. นกั เรยี นมีมนษุ ยสมั พันธ์ในการทากจิ กรรมรว่ มกนั กบั ผู้อ่ืน รวมทั้งหมด ๕ ผลการเรียนรู้
คาอธบิ ายรายวชิ ากิจกรรมชุมนุม ๑๑๙ กิจกรรมชุมนมุ ห้องสมุดและรกั การอ่าน ระดบั ชั้นประถมศกึ ษาปที ี่ ๒-๔ หลักการและเหตผุ ล อา่ นและเขา้ ใจความหมายของคา ประโยค ขอ้ ความและจัดทาแบบฝึกเป็นรปู เลม่ จดั ทาพจนานกุ รมฉบบั จว๋ิ ศกึ ษา ค้นคว้าเกย่ี วกบั ข่าว บทความจากส่ิงตพี ิมพ์ประเภทตา่ งๆ และประดิษฐท์ ่ีค่ันหนงั สอื ประเภทต่างๆ เพ่อื ให้มีความรคู้ วามเขา้ ใจและเหน็ คุณค่าเกี่ยวกบั การจดั ทาแบบฝกึ เปน็ รปู เล่ม จดั ทาพจนานุกรมฉบบั จวิ๋ และประดษิ ฐ์ท่ีค่นั หนังสือประเภทตา่ งๆ สามารถนาไปใชใ้ นชวี ิตประจาวนั ได้ เพ่ือให้สมาชิกมีความคิดรเิ รม่ิ สรา้ งสรรค์ รู้จักค้นคว้า และแก้ปัญหาในการทางานอย่างมีระบบ เพ่ือให้ สมาชิกเป็นผู้มีระเบียบวินัยเพ่ือให้สมาชิกมีความเข้าใจและเล่ือมใสการปกครองระบอบประชาธิปไตยอันมี พระมหากษัตริย์เป็นประมุขเพ่ือให้สมาชิกมีความรับผิดชอบต่อการปฏิบัติหน้าท่ีและสิทธิภายในขอบเขตของ กฎหมายเพ่ือให้สมาชิกมคี วามสงบซาบซึ้งในคุณค่า ดารงไว้และส่งเสรมิ เอกลักษณ์วัฒนธรรมอันดีงามของชาติ ไทยเพอ่ื ให้สมาชกิ เกดิ ความรักและสามคั คีในหมู่คณะเพอ่ื ใหส้ มาชิกไดร้ บั การสง่ เสรมิ การพฒั นาทางร่างกาย จติ ใจ และรู้จักใชเ้ วลาวา่ งใหเ้ ป็นประโยชนเ์ พอ่ื ใหส้ มาชิกรูจ้ กั บาเพญ็ ประโยชน์ตอ่ สงั คม และสรา้ งเสริมความมัน่ คงของ ชาติเพื่อให้สมาชิกมีคุณธรรมและจริยธรรม เพ่ือให้สมาชิกพัฒนาตนเองตามวัตถุประสงค์ของการจัดการศกึ ษา สามารถนาความรูไ้ ปใชใ้ ห้เกดิ ประโยชน์โดยใชห้ ลกั ปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียงและสามารถนาไปประยุกต์ใช้กับ ชวี ติ ประจาวันได้อยา่ งถกู ต้องเหมาะสม ผลการเรียนรู้ ๑. ปฏบิ ตั กิ จิ กรรมตามความสนใจ ความถนัดและความต้องการของตน ๒. มคี วามรู้ ความสามารถดา้ นการคดิ วิเคราะห์ สงั เคราะห์ให้เกิดประสบการณ์ ท้งั ทางวิชาการและ วชิ าชพี ตามศกั ยภาพ ๓. ใชเ้ วลาว่างใหเ้ กิดประโยชน์ต่อตนเองและส่วนรวม ๔. มงุ่ มั่นในการทางานและทางานรว่ มกบั ผู้อ่นื ได้ตามวถิ ปี ระชาธิปไตย ๕. ประยกุ ต์ใชห้ ลักปรชั ญาของเศรษฐกจิ พอเพียงไดอ้ ยา่ งเหมาะสม รวม ๕ ผลการเรียนรู้
๑๒๐ เกณฑก์ ารจบการศกึ ษา หลักสูตรโรงเรียนบ้านทับไฮ พุทธศักราช ๒๕๖๓ ตามหลักสูตรแกนกลางการศึกษาขั้นพื้นฐาน พุทธศักราช ๒๕๕๑ (ปรับปรุง ๒๕๖๐) กาหนดเกณฑ์สาหรับการจบการศึกษาเป็น ๒ ระดับ คือ ระดับ ประถมศึกษา ๑ – ๓ และระดบั ประถมศกึ ษา ๔ – ๖ ดังนี้ เกณฑก์ ารจบระดบั ประถมศกึ ษา ๑ – ๓ ๑. ผูเ้ รียนเรียนรายวิชาพื้นฐาน จานวน ๘๘๐ ชว่ั โมง และรายวิชาเพม่ิ เตมิ จานวน ๔๐ ชว่ั โมง และมี ผลการประเมินรายวิชาพ้นื ฐานผา่ นทุกรายวิชา ๒. ผู้เรียนต้องมีผลการประเมินการอา่ น คิดวเิ คราะห์ และเขียน ระดบั “ผ่าน” ข้นึ ไป ๓. ผู้เรยี นมีผลการประเมินคุณลักษณะอนั พึงประสงค์ ระดับ “ผ่าน” ขน้ึ ไป ๔. ผูเ้ รยี นต้องเข้าร่วมกจิ กรรมพฒั นาผู้เรียนและไดร้ บั การตดั สนิ ผลการเรยี น “ผา่ น” ทกุ กิจกรรม เกณฑก์ ารจบระดบั ประถมศึกษา ๔ – ๖ ๑. ผู้เรียนเรยี นรายวชิ าพื้นฐาน จานวน ๘๔๐ ชัว่ โมง และรายวิชาเพ่มิ เตมิ จานวน ๔๐ ชว่ั โมง และมี ผลการประเมินรายวชิ าพ้ืนฐานผ่านทุกรายวชิ า ๒. ผู้เรยี นตอ้ งมีผลการประเมนิ การอ่าน คิดวเิ คราะห์ และเขยี น ระดบั “ผา่ น” ขน้ึ ไป ๓. ผเู้ รียนมผี ลการประเมินคณุ ลกั ษณะอันพึงประสงค์ ระดบั “ผา่ น” ขึ้นไป ๔. ผูเ้ รยี นต้องเขา้ รว่ มกิจกรรมพัฒนาผเู้ รียนและได้รบั การตดั สินผลการเรยี น “ผา่ น” ทกุ กิจกรรม การจดั การเรยี นรู้ การจดั การเรียนรูเ้ ปน็ กระบวนการสาคญั ในการนาหลักสตู รสู่การปฏบิ ตั ิ หลักสตู รแกนกลางการศกึ ษาข้นั พ้ืนฐาน เป็นหลักสูตรท่ีมมี าตรฐานการเรียนรู้ สมรรถนะสาคัญและคุณลักษณะอันพึงประสงค์ของผูเ้ รยี น เป็น เป้าหมายสาหรับพัฒนาเด็กและเยาวชน ในการพัฒนาผู้เรียนให้มีคุณสมบัติตามเป้าหมายหลักสูตร ผู้สอนพยายามคัดสรร กระบวนการเรียนรู้ จัดการเรียนรู้โดยช่วยให้ผเู้ รียนเรียนรู้ผา่ นสาระท่กี าหนดไว้ในหลักสูตร ๘ กลุ่มสาระการเรยี นรู้ รวมท้ังปลูกฝงั เสริมสร้างคณุ ลกั ษณะอนั พึงประสงค์ พฒั นาทักษะต่างๆ อนั เป็นสมรรถนะสาคญั ใหผ้ ู้เรยี นบรรลตุ ามเปา้ หมาย ๑. หลกั การจดั การเรียนรู้ การจัดการเรียนรู้เพื่อให้ผู้เรียนมีความรู้ความสามารถตามมาตรฐานการเรียนรู้ สมรรถนะสาคัญ และ คุณลักษณะอันพึงประสงค์ตามท่ีกาหนดไว้ในหลักสูตรแกนกลางการศึกษาข้ันพื้นฐาน โดยยึดหลักว่า ผู้เรียนมี ความสาคัญท่ีสุด เช่ือว่าทุกคนมีความสามารถเรียนรู้และพัฒนาตนเองได้ ยึดประโยชน์ท่ีเกิดกับผู้เรียน กระบวนการจดั การเรียนรตู้ อ้ งสง่ เสรมิ ให้ผเู้ รยี น สามารถพัฒนาตามธรรมชาติและเตม็ ตามศกั ยภาพ คานึงถึงความ แตกตา่ งระหว่างบุคคลและพัฒนาการทางสมองเน้นให้ความสาคญั ทั้งความรู้ และคณุ ธรรม
๑๒๑ ๒. กระบวนการเรียนรู้ การจัดการเรียนรู้ท่ีเน้นผู้เรียนเป็นสาคัญ ผู้เรียนจะต้องอาศัยกระบวนการเรียนรู้ท่ีหลากหลาย เป็น เครื่องมือที่จะนาพาตนเองไปสู่เป้าหมายของหลักสูตร กระบวนการเรียนรู้ที่จาเป็นสาหรับผู้เรียน อาทิ กระบวนการเรียนร้แู บบบรู ณาการ กระบวนการสรา้ งความรู้ กระบวนการคิด กระบวนการทางสงั คม กระบวนการ เผชิญสถานการณ์และแก้ปัญหา กระบวนการเรียนรู้จากประสบการณ์จริง กระบวนการปฏิบัติ ลงมือทาจริง กระบวนการจดั การ กระบวนการวิจัย กระบวนการเรียนร้กู ารเรียนรขู้ องตนเอง กระบวนการพัฒนาลักษณะนิสยั กระบวนการเหล่านี้เป็นแนวทางในการจัดการเรียนรู้ท่ีผู้เรียนควรได้รับการฝึกฝน พัฒนา เพราะจะ สามารถช่วยใหผ้ ู้เรียนเกิดการเรยี นรู้ได้ดี บรรลเุ ปา้ หมายของหลักสตู ร ดังนั้น ผูส้ อน จึงจาเปน็ ตอ้ งศึกษาทาความ เขา้ ใจในกระบวนการเรยี นรูต้ ่าง ๆ เพอื่ ให้สามารถเลือกใช้ในการจดั กระบวนการเรยี นร้ไู ดอ้ ยา่ งมปี ระสทิ ธิภาพ ๓. การออกแบบการจดั การเรยี นรู้ ผู้สอนต้องศึกษาหลักสูตรสถานศึกษาให้เข้าใจถึงมาตรฐานการเรียนรู้ ตัวช้ีวัด สมรรถนะสาคัญของ ผู้เรียน คุณลักษณะอันพึงประสงค์ และสาระการเรียนรู้ท่ีเหมาะสมกับผู้เรียน แล้วจึงพิจารณาออกแบบการ จัดการเรยี นรู้โดยเลือกใช้วิธีสอนและเทคนิคการสอน สื่อ/แหล่งเรียนรู้ การวัดและประเมินผล เพื่อให้ผู้เรยี นได้ พฒั นาเตม็ ตามศกั ยภาพและบรรลตุ ามเปา้ หมายท่ีกาหนด ๔. บทบาทของผสู้ อนและผูเ้ รยี น การจัดการเรยี นรู้เพ่ือใหผ้ ู้เรยี นมีคุณภาพตามเป้าหมายของหลักสตู ร ท้ังผู้สอนและผเู้ รียนควรมีบทบาท ดงั นี้ ๔.๑ บทบาทของผู้สอน ๑) ศกึ ษาวเิ คราะห์ผเู้ รยี นเป็นรายบุคคล แล้วนาข้อมลู มาใช้ในการวางแผนการจัดการเรยี นรู้ ที่ ทา้ ทความสามารถของผู้เรียน ๒) กาหนดเป้าหมายทตี่ ้องการให้เกิดขึ้นกับผู้เรียน ด้านความรู้และทักษะกระบวนการ ที่เปน็ ความคดิ รวบยอด หลักการ และความสมั พันธ์ รวมท้ังคณุ ลักษณะอนั พึงประสงค์ ๓) ออกแบบการเรียนรู้และจัดการเรียนรู้ท่ีตอบสนองความแตกต่างระหว่างบุคคลและ พฒั นาการทางสมอง เพอื่ นาผูเ้ รยี นไปสู่เป้าหมาย ๔) จัดบรรยากาศที่เออ้ื ตอ่ การเรยี นรู้ และดูแลช่วยเหลือผูเ้ รยี นใหเ้ กิดการเรียนรู้ ๕) จัดเตรียมและเลือกใช้สื่อให้เหมาะสมกับกิจกรรม นาภูมิปัญญาท้องถ่ิน เทคโนโลยีท่ี เหมาะสมมาประยุกต์ใชใ้ นการจัดการเรยี นการสอน ๖) ประเมนิ ความกา้ วหนา้ ของผเู้ รียนด้วยวิธีการทห่ี ลากหลาย เหมาะสมกบั ธรรมชาตขิ องวิชา และระดับพัฒนาการของผูเ้ รียน ๗) วเิ คราะหผ์ ลการประเมนิ มาใชใ้ นการซ่อมเสริมและพฒั นาผู้เรียน รวมทงั้ ปรับปรงุ การจัดการ เรยี นการสอนของตนเอง ๔.๒ บทบาทของผเู้ รียน ๑) กาหนดเป้าหมาย วางแผน และรับผิดชอบการเรียนรูข้ องตนเอง ๒) เสาะแสวงหาความรู้ เข้าถึงแหล่งการเรียนรู้ วิเคราะห์ สังเคราะห์ข้อความรู้ ต้ังคาถาม คิดหา คาตอบหรือหาแนวทางแกป้ ัญหาดว้ ยวธิ ีการต่างๆ
๑๒๒ ๓) ลงมือปฏบิ ัตจิ ริง สรปุ สิง่ ทีไ่ ด้เรียนรู้ด้วยตนเอง และนาความรไู้ ปประยกุ ตใ์ ช้ในสถานการณ์ ต่างๆ ๔) มีปฏสิ มั พันธ์ ทางาน ทากจิ กรรมร่วมกบั กลมุ่ และครู ๕) ประเมินและพัฒนากระบวนการเรียนร้ขู องตนเองอย่างตอ่ เน่ือง สอ่ื การเรยี นรู้ ส่ือการเรียนรู้เป็นเคร่ืองมือส่งเสริมสนับสนุนการจัดการกระบวนการเรียนรู้ ให้ผู้เรียนเข้าถึงความรู้ ทกั ษะกระบวนการ และคณุ ลักษณะตามมาตรฐานของหลกั สูตรไดอ้ ย่างมีประสทิ ธิภาพ สอ่ื การเรยี นรมู้ ีหลากหลาย ประเภท ทั้งส่อื ธรรมชาติ สื่อสงิ่ พิมพ์ สือ่ เทคโนโลยี และเครอื ข่าย การเรียนรตู้ ่างๆ ทีม่ ใี นทอ้ งถ่นิ การเลือกใชส้ ื่อ ควรเลือกใหม้ คี วามเหมาะสมกับระดับพฒั นาการ และลีลาการเรียนรูท้ ่หี ลากหลายของผเู้ รียน การจัดหาสอ่ื การเรียนรู้ ผู้เรียนและผู้สอนสามารถจดั ทาและพัฒนาข้ึนเอง หรือปรบั ปรุงเลอื กใช้อย่างมี คุณภาพจากสื่อต่างๆ ที่มีอยู่รอบตัวเพ่ือนามาใช้ประกอบในการจัดการเรียนรู้ที่สามารถส่งเสริมและสื่อสารให้ ผู้เรียนเกิดการเรยี นรู้ โดยสถานศึกษาควรจดั ให้มีอยา่ งพอเพียง เพ่ือพัฒนาใหผ้ ้เู รยี น เกิดการเรยี นร้อู ยา่ งแท้จรงิ สถานศึกษา เขตพ้ืนทก่ี ารศึกษา หนว่ ยงานท่เี กีย่ วขอ้ งและผ้มู หี น้าที่จดั การศกึ ษาขัน้ พื้นฐาน ควรดาเนินการดังน้ี ๑. จัดให้มีแหล่งการเรียนรู้ ศูนย์ส่ือการเรียนรู้ ระบบสารสนเทศการเรียนรู้ และเครือข่าย การเรียนรูท้ ีม่ ีประสิทธิภาพทง้ั ในสถานศกึ ษาและในชุมชน เพ่ือการศึกษาค้นคว้าและการแลกเปล่ียนประสบการณ์ การเรียนรู้ ระหวา่ งสถานศกึ ษา ท้องถ่นิ ชุมชน สงั คมโลก ๒. จัดทาและจัดหาสอ่ื การเรยี นร้สู าหรับการศึกษาค้นคว้าของผเู้ รยี น เสริมความรู้ให้ผูส้ อน รวมทงั้ จัดหา สงิ่ ทมี่ ีอยูใ่ นท้องถ่นิ มาประยุกตใ์ ช้เป็นสอื่ การเรียนรู้ ๓. เลือกและใช้สื่อการเรียนรู้ท่ีมีคุณภาพ มีความเหมาะสม มีความหลากหลาย สอดคล้อง กับวิธีการ เรียนรู้ ธรรมชาตขิ องสาระการเรียนรู้ และความแตกต่างระหวา่ งบุคคลของผเู้ รยี น ๔. ประเมนิ คุณภาพของส่ือการเรียนรทู้ ่ีเลอื กใชอ้ ยา่ งเปน็ ระบบ ๕. ศึกษาคน้ คว้า วจิ ยั เพ่อื พัฒนาสอ่ื การเรียนรใู้ ห้สอดคล้องกบั กระบวนการเรยี นร้ขู องผ้เู รยี น ๖. จัดให้มีการกากับ ติดตาม ประเมินคุณภาพและประสิทธิภาพเกี่ยวกับส่ือและการใช้ส่ือ การเรยี นรู้เปน็ ระยะๆ และสม่าเสมอ ในการจดั ทา การเลือกใช้ และการประเมนิ คณุ ภาพส่อื การเรยี นรทู้ ี่ใชใ้ นสถานศึกษา ควรคานงึ ถึงหลักการ สาคัญของสื่อการเรียนรู้ เช่น ความสอดคล้องกับหลักสูตร วัตถุประสงค์การเรียนรู้ การออกแบบกิจกรรมการ เรยี นรู้ การจดั ประสบการณใ์ หผ้ ู้เรยี น เน้ือหามีความถกู ตอ้ งและทนั สมยั ไม่กระทบความมัน่ คงของชาติ ไมข่ ัดต่อ ศีลธรรม มกี ารใช้ภาษาทีถ่ กู ต้อง รูปแบบการนาเสนอท่เี ข้าใจง่าย และนา่ สนใจ การวดั และประเมินผลการเรียนรู้ การวดั และประเมินผลการเรียนรขู้ องผ้เู รียนต้องอยบู่ นหลักการพน้ื ฐานสองประการ คือ การประเมินเพอ่ื พัฒนาผู้เรียนและเพื่อตัดสินผลการเรียน ในการพัฒนาคุณภาพการเรียนรู้ของผู้เรียน ให้ประสบผลสาเร็จน้ัน ผู้เรียนจะต้องได้รับการพฒั นาและประเมินตามตัวชี้วัดเพ่ือให้บรรลตุ ามมาตรฐานการเรียนรู้ สะท้อนสมรรถนะ สาคัญ และคุณลกั ษณะอันพงึ ประสงค์ของผูเ้ รยี นซึ่งเป็นเปา้ หมายหลกั ในการวัดและประเมินผลการเรยี นรใู้ นทุก ระดับไม่ว่าจะเป็นระดับช้ันเรียน ระดับสถานศึกษา ระดับเขตพื้นที่การศึกษา และระดับชาติ การวัดและ
๑๒๓ ประเมินผลการเรียนรู้ เป็นกระบวนการพัฒนาคุณภาพผู้เรียนโดยใช้ผลการประเมินเป็นข้อมูลและ สารสนเทศที่แสดงพัฒนาการ ความก้าวหน้า และความสาเร็จทางการเรียนของผู้เรียน ตลอดจนข้อมูลที่เป็น ประโยชนต์ ่อการส่งเสรมิ ให้ผู้เรยี นเกิด การพัฒนาและเรยี นรูอ้ ยา่ งเตม็ ตามศกั ยภาพ การวัดและประเมินผลการเรียนรู้ แบ่งออกเปน็ ๔ ระดับ ได้แก่ ระดับชั้นเรยี น ระดับสถานศึกษา ระดับ เขตพ้ืนท่กี ารศึกษา และระดบั ชาติ มีรายละเอียด ดงั น้ี ๑. การประเมินระดับช้ันเรียน เป็นการวัดและประเมนิ ผลที่อยู่ในกระบวนการจัดการเรยี นรู้ ผู้สอน ดาเนินการเปน็ ปกตแิ ละสม่าเสมอ ในการจดั การเรียนการสอน ใชเ้ ทคนคิ การประเมินอยา่ งหลากหลาย เชน่ การ ซักถาม การสงั เกต การตรวจการบ้าน การประเมินโครงงาน การประเมินชิน้ งาน/ ภาระงาน แฟ้มสะสมงาน การ ใช้แบบทดสอบ ฯลฯ โดยผู้สอนเป็นผู้ประเมินเองหรอื เปิดโอกาสให้ผเู้ รียนประเมินตนเอง เพื่อนประเมินเพ่อื น ผ้ปู กครองร่วมประเมิน ในกรณีทีไ่ มผ่ า่ นตัวช้ีวดั ใหม้ ีการสอนซ่อมเสริม การประเมินระดับชั้นเรยี นเปน็ การตรวจสอบวา่ ผู้เรียนมพี ฒั นาการความก้าวหน้าในการเรียนรู้ อัน เป็นผลมาจากการจัดกิจกรรมการเรียนการสอนหรือไม่ และมากน้อยเพียงใด มีสิ่งท่ีจะต้องได้รับการพัฒนา ปรับปรงุ และส่งเสรมิ ในด้านใด นอกจากนีย้ ังเปน็ ขอ้ มูลใหผ้ สู้ อนใช้ปรับปรงุ การเรียนการสอนของตนดว้ ย ท้ังนีโ้ ดย สอดคลอ้ งกับมาตรฐานการเรียนรแู้ ละตวั ช้วี ัด ๒. การประเมนิ ระดับสถานศกึ ษา เปน็ การประเมนิ ทสี่ ถานศึกษาดาเนนิ การเพ่อื ตดั สนิ ผล การเรียนของ ผู้เรียนเป็นรายปี/รายภาค ผลการประเมินการอ่าน คิดวิเคราะห์และเขียน คุณลักษณะ อันพึงประสงค์ และ กิจกรรมพัฒนาผู้เรียน นอกจากนี้เพื่อให้ได้ข้อมูลเกี่ยวกับการจัดการศึกษา ของสถานศึกษา ว่าส่งผลต่อการ เรยี นรู้ของผ้เู รียนตามเป้าหมายหรอื ไม่ ผเู้ รยี นมีจดุ พัฒนาในดา้ นใด รวมทัง้ สามารถนาผลการเรยี นของผ้เู รียนใน สถานศึกษาเปรยี บเทียบกับเกณฑ์ระดับชาติ ผลการประเมินระดับสถานศึกษาจะเป็นข้อมลู และสารสนเทศเพ่อื การปรับปรุงนโยบาย หลักสูตร โครงการ หรือวิธีการจัดการเรียนการสอน ตลอดจนเพ่ือการจดั ทาแผนพัฒนา คุณภาพการศึกษาของสถานศึกษา ตามแนวทางการประกันคุณภาพการศึกษาและการรายงานผลการจัด การศึกษาต่อคณะกรรมการสถานศึกษา สานักงานเขตพื้นท่ีการศึกษา สานักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้น พืน้ ฐาน ผ้ปู กครองและชมุ ชน ๓. การประเมินระดับเขตพ้ืนที่การศึกษา เป็นการประเมนิ คุณภาพผู้เรียนในระดับเขตพื้นท่ีการศึกษา ตามมาตรฐานการเรียนรู้ตามหลักสูตรแกนกลางการศึกษาข้ันพื้นฐาน เพื่อใช้เป็นข้อมูลพื้นฐานในการพัฒนา คุณภาพการศึกษาของเขตพื้นท่ีการศึกษา ตามภาระความรับผิดชอบ สามารถดาเนินการโดยประเมินคุณภาพ ผลสัมฤทธ์ิของผ้เู รยี นด้วยข้อสอบมาตรฐานท่ีจัดทาและดาเนินการโดยเขตพื้นทก่ี ารศึกษา หรือด้วยความรว่ มมือ กบั หนว่ ยงานตน้ สงั กัด ในการดาเนนิ การจัดสอบ นอกจากน้ียงั ได้จากการตรวจสอบทบทวนข้อมลู จากการประเมนิ ระดับสถานศกึ ษาในเขตพ้นื ทก่ี ารศกึ ษา ๔. การประเมนิ ระดบั ชาติ เปน็ การประเมนิ คณุ ภาพผ้เู รยี นในระดบั ชาตติ ามมาตรฐานการเรยี นรตู้ าม หลักสูตรแกนกลางการศกึ ษาข้นั พ้ืนฐาน สถานศกึ ษาตอ้ งจัดให้ผเู้ รียนทกุ คนที่เรยี น ในช้นั ประถมศกึ ษาปีท่ี ๓ ช้ัน ประถมศึกษาปีที่ ๖ เข้ารับการประเมิน ผลจากการประเมนิ ใช้เปน็ ขอ้ มลู ในการเทยี บเคียงคณุ ภาพการศึกษาใน ระดบั ต่าง ๆ เพอ่ื นาไปใช้ในการวางแผนยกระดับคณุ ภาพการจัดการศกึ ษา ตลอดจนเปน็ ข้อมลู สนบั สนุนการ ตดั สนิ ใจในระดับนโยบายของประเทศ
๑๒๔ ข้อมูลการประเมินในระดับต่างๆ ข้างต้น เป็นประโยชน์ต่อสถานศึกษาในการตรวจสอบทบทวน พัฒนาคุณภาพผู้เรียน ถือเป็นภาระความรับผิดชอบของสถานศึกษาท่ีจะต้องจัดระบบดูแลช่วยเหลอื ปรับปรงุ แกไ้ ข ส่งเสริมสนบั สนุนเพือ่ ใหผ้ ู้เรียนไดพ้ ัฒนาเต็มตามศักยภาพบนพนื้ ฐานความแตกตา่ งระหว่างบุคคลท่จี าแนก ตามสภาพปัญหาและความต้องการ ได้แก่ กลุ่มผู้เรยี นท่ัวไป กลุ่มผู้เรยี นที่มีความสามารถพิเศษ กลุ่มผู้เรียนท่ีมี ผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนต่า กลุ่มผู้เรียนที่มีปัญหาด้านวินัยและพฤติกรรม กลุ่มผู้เรียนที่ปฏิเสธโรงเรียน กลุ่ม ผู้เรียนท่มี ปี ัญหาทางเศรษฐกิจและสังคม กลมุ่ พิการทางร่างกายและสติปญั ญา เปน็ ต้น ข้อมลู จากการประเมินจึง เปน็ หวั ใจของสถานศึกษาในการดาเนนิ การช่วยเหลอื ผูเ้ รยี นได้ทันท่วงที ปิดโอกาสให้ผู้เรยี นไดร้ ับการพฒั นาและ ประสบความสาเรจ็ ในการเรยี น สถานศึกษาในฐานะผู้รับผิดชอบจัดการศึกษา จะต้องจัดทาระเบียบว่าด้วยการวัดและประเมินผลการ เรียนของสถานศึกษาให้สอดคล้องและเป็นไปตามหลักเกณฑ์และแนวปฏิบัติท่ีเป็นข้อกาหนดของหลักสูตร แกนกลางการศึกษาขน้ั พนื้ ฐาน เพื่อใหบ้ ุคลากรท่เี กี่ยวขอ้ งทกุ ฝ่ายถือปฏบิ ตั ิร่วมกนั เกณฑก์ ารวดั และประเมนิ ผลการเรยี น ๑. การตดั สิน การใหร้ ะดับและการรายงานผลการเรียน ๑.๑ การตดั สนิ ผลการเรียน ในการตัดสนิ ผลการเรียนของกลมุ่ สาระการเรยี นรู้ การอา่ น คดิ วเิ คราะหแ์ ละเขยี น คุณลกั ษณะ อนั พงึ ประสงค์ และกจิ กรรมพัฒนาผู้เรียนน้ัน ผสู้ อนตอ้ งคานงึ ถงึ การพัฒนาผู้เรยี นแต่ละคนเปน็ หลัก และต้องเก็บ ข้อมลู ของผ้เู รียนทกุ ดา้ นอย่างสมา่ เสมอและตอ่ เน่ืองในแตล่ ะภาคเรยี น รวมทั้งสอนซอ่ มเสรมิ ผเู้ รยี นใหพ้ ัฒนาจนเตม็ ตามศักยภาพ ระดบั ประถมศกึ ษา (๑) ผู้เรียนต้องมีเวลาเรยี นไม่นอ้ ยกว่าร้อยละ ๘๐ ของเวลาเรียนทัง้ หมด (๒) ผเู้ รียนตอ้ งไดร้ บั การประเมนิ ทกุ ตัวชีว้ ัด และผา่ นตามเกณฑ์ท่สี ถานศกึ ษากาหนด (๓) ผูเ้ รียนต้องได้รับการตดั สินผลการเรียนทกุ รายวิชา (๔) ผเู้ รยี นตอ้ งได้รบั การประเมิน และมีผลการประเมนิ ผา่ นตามเกณฑท์ ส่ี ถานศึกษากาหนด ใน การอ่าน คิดวิเคราะห์ และเขยี น คณุ ลกั ษณะอนั พงึ ประสงค์ และกิจกรรมพฒั นาผเู้ รยี น การพิจารณาเล่ือนช้ัน ถ้าผู้เรียนมีข้อบกพร่องเพียงเล็กน้อย และสถานศึกษาพิจารณาเห็นว่า สามารถพัฒนาและสอนซ่อมเสรมิ ได้ ให้อย่ใู นดลุ พินิจของสถานศึกษาทจ่ี ะผ่อนผันใหเ้ ลอื่ นช้ันได้ แตห่ ากผเู้ รียนไม่ ผ่านรายวิชาจานวนมาก และมีแนวโน้มว่าจะเป็นปัญหาต่อการเรียนในระดับชั้นที่สูงขึ้น สถานศึกษาอาจตั้ง คณะกรรมการพิจารณาให้เรยี นซา้ ช้ันได้ ทั้งนี้ให้คานงึ ถึงวฒุ ภิ าวะและความรูค้ วามสามารถของผเู้ รียนเป็นสาคัญ ๑.๒ การให้ระดับผลการเรยี น ระดบั ประถมศึกษา ในการตดั สนิ เพ่ือใหร้ ะดบั ผลการเรียนรายวิชา สถานศกึ ษาสามารถให้ระดับผล การเรียนหรอื ระดบั คุณภาพการปฏบิ ตั ิของผูเ้ รยี น เปน็ ระบบตัวเลข ระบบตัวอกั ษร ระบบร้อยละ และระบบที่ใช้ คาสาคญั สะท้อนมาตรฐาน การประเมินการอ่าน คิดวิเคราะห์และเขียน และคุณลักษณะอันพึงประสงค์น้ัน ให้ระดับผล การ ประเมินเป็น ดเี ยย่ี ม ดี และผา่ น
๑๒๕ การประเมินกจิ กรรมพฒั นาผู้เรียน จะตอ้ งพิจารณาทั้งเวลาการเข้ารว่ มกจิ กรรมการปฏิบัติกิจ- กรรมและผลงานของผเู้ รียน ตามเกณฑ์ที่สถานศกึ ษากาหนด และใหผ้ ลการเขา้ รว่ มกจิ กรรมเปน็ ผ่าน และไมผ่ า่ น ๑.๓ การรายงานผลการเรียน การรายงานผลการเรียนเปน็ การสอ่ื สารใหผ้ ปู้ กครองและผเู้ รยี นทราบความก้าวหน้าในการเรียนรู้ ของผู้เรยี น ซ่ึงสถานศึกษาต้องสรุปผลการประเมนิ และจดั ทาเอกสารรายงานให้ผู้ปกครองทราบเปน็ ระยะๆ หรือ อยา่ งน้อยภาคเรยี นละ ๑ ครั้ง การรายงานผลการเรยี นสามารถรายงานเปน็ ระดบั คณุ ภาพการปฏบิ ตั ิของผเู้ รยี นทสี่ ะทอ้ นมาตรฐาน การเรียนรกู้ ลมุ่ สาระการเรียนรู้ ๒. เกณฑ์การจบการศกึ ษา หลักสูตรแกนกลางการศึกษาขั้นพ้ืนฐาน กาหนดเกณฑ์กลางสาหรับการจบการศึกษาเป็น ๑ ระดับ คือ ระดบั ประถมศึกษา ๒.๑ เกณฑก์ ารจบระดับประถมศกึ ษา (๑) ผู้เรียนเรียนรายวิชาพื้นฐาน และรายวิชา/กิจกรรมเพิ่มเติมตามโครงสร้างเวลาเรียนที่ หลกั สูตรแกนกลางการศกึ ษาขน้ั พนื้ ฐานกาหนด (๒) ผู้เรียนต้องมีผลการประเมินรายวิชาพื้นฐาน ผ่านเกณฑ์การประเมินตามที่สถานศึกษา กาหนด (๓) ผเู้ รียนมผี ลการประเมินการอ่าน คดิ วิเคราะห์ และเขยี นในระดับผ่านเกณฑก์ ารประเมนิ ตามท่ีสถานศึกษากาหนด (๔) ผู้เรียนมีผลการประเมินคุณลักษณะอันพึงประสงค์ในระดับผ่านเกณฑ์การประเมินตามท่ี สถานศกึ ษากาหนด (๕) ผู้เรียนเข้าร่วมกิจกรรมพัฒนาผู้เรียนและมีผลการประเมินผ่านเกณฑ์การประเมินตามท่ี สถานศึกษากาหนด สาหรับการจบการศึกษาสาหรับกลุ่มเป้าหมายเฉพาะ เช่น การศึกษาเฉพาะทาง การศึกษาสาหรับผ้มู ี ความสามารถพเิ ศษ การศกึ ษาทางเลอื ก การศึกษาสาหรบั ผูด้ ้อยโอกาส การศึกษาตามอธั ยาศัย ให้คณะกรรมการ ของสถานศกึ ษา เขตพ้นื ที่การศึกษา และผูท้ เ่ี กี่ยวข้อง ดาเนินการวดั และประเมนิ ผล การเรยี นรตู้ ามหลักเกณฑใ์ น แนวปฏิบัติการวัดและประเมินผลการเรียนรู้ของหลักสูตรแกนกลางการศึกษาขั้นพ้ืนฐานสาหรับกลุ่มเป้าหมาย เฉพาะ เอกสารหลกั ฐานการศกึ ษา เอกสารหลักฐานการศึกษา เป็นเอกสารสาคัญที่บนั ทึกผลการเรียน ข้อมูลและสารสนเทศทีเ่ กี่ยวข้องกับ พัฒนาการของผ้เู รียนในด้านตา่ ง ๆ แบง่ ออกเปน็ ๒ ประเภท ดงั นี้ ๑. เอกสารหลกั ฐานการศึกษาที่กระทรวงศึกษาธิการกาหนด ๑.๑ ระเบียนแสดงผลการเรียน เป็นเอกสารแสดงผลการเรียนและรับรองผลการเรียนของ ผ้เู รยี นตามรายวิชา ผลการประเมินการอา่ น คิดวเิ คราะห์และเขยี น ผลการประเมินคณุ ลกั ษณะอันพงึ ประสงค์ของ สถานศึกษา และผลการประเมินกิจกรรมพัฒนาผู้เรียน สถานศึกษาจะต้องบันทึกข้อมูลและออกเอกสารนี้ให้ ผ้เู รยี นเปน็ รายบคุ คล เมอ่ื ผูเ้ รยี นจบการศกึ ษาระดบั ประถมศกึ ษา (ชน้ั ประถมศึกษาปีที่ ๖)
๑๒๖ ๑.๒ แบบรายงานผสู้ าเร็จการศกึ ษา เปน็ เอกสารอนุมตั ิการจบหลกั สูตรโดยบันทึกรายชอ่ื และข้อมลู ของผจู้ บการศึกษาระดับประถมศึกษา (ช้ันประถมศกึ ษาปที ่ี ๖) ๒. เอกสารหลกั ฐานการศึกษาท่สี ถานศึกษากาหนด เป็นเอกสารทสี่ ถานศกึ ษาจัดทาขน้ึ เพือ่ บันทกึ พัฒนาการ ผลการเรียนรู้ และข้อมูลสาคัญ เก่ียวกับผู้เรยี น เช่น แบบรายงานประจาตวั นักเรยี น แบบบันทกึ ผลการเรยี นประจารายวชิ า ระเบียนสะสม ใบรบั รองผลการเรยี น และ เอกสารอ่นื ๆ ตามวัตถปุ ระสงค์ของการนาเอกสารไปใช้ การเทียบโอนผลการเรียน สถานศกึ ษาสามารถเทยี บโอนผลการเรยี นของผเู้ รียนในกรณตี า่ งๆได้แก่ การย้ายสถานศึกษา การเปลยี่ น รปู แบบการศกึ ษา การย้ายหลักสูตร การออกกลางคันและขอกลับเข้ารบั การศกึ ษาต่อ การศกึ ษาจากต่างประเทศ และขอเข้าศกึ ษาต่อในประเทศ นอกจากน้ี ยังสามารถเทยี บโอนความรู้ ทกั ษะ ประสบการณ์จากแหล่งการเรียนรู้ อืน่ ๆ เช่น สถานประกอบการ สถาบนั ศาสนา สถาบันการฝกึ อบรมอาชีพ การจดั การศกึ ษาโดยครอบครวั การเทยี บโอนผลการเรียนควรดาเนนิ การในช่วงกอ่ นเปดิ ภาคเรียนแรก หรอื ต้นภาคเรียนแรก ที่ สถานศกึ ษารับผู้ขอเทยี บโอนเปน็ ผเู้ รียน ทงั้ น้ี ผู้เรียนท่ีได้รบั การเทียบโอนผลการเรยี นตอ้ งศกึ ษาต่อเนอื่ งใน สถานศึกษาท่ีรบั เทยี บโอนอย่างน้อย ๑ ภาคเรียน โดยสถานศึกษาท่รี บั ผูเ้ รียนจาก การเทยี บโอนควรกาหนดรายวิชา/จานวนหน่วยกิตทีจ่ ะรบั เทยี บโอนตามความเหมาะสม การพจิ ารณาการเทยี บโอน สามารถดาเนนิ การได้ ดงั น้ี ๑. พิจารณาจากหลกั ฐานการศึกษา และเอกสารอื่นๆ ที่ให้ขอ้ มูลแสดงความรู้ ความสามารถของผเู้ รียน ๒. พิจารณาจากความรู้ ความสามารถของผู้เรยี นโดยการทดสอบดว้ ยวธิ กี ารตา่ งๆ ท้ังภาคความรู้และ ภาคปฏิบตั ิ ๓. พิจารณาจากความสามารถและการปฏิบัติในสภาพจริง การเทยี บโอนผลการเรยี นใหเ้ ปน็ ไปตาม ประกาศ หรอื แนวปฏบิ ัติ ของกระทรวงศึกษาธิการ การบริหารจัดการหลักสตู ร ในระบบการศึกษาท่ีมีการกระจายอานาจให้ท้องถ่ินและสถานศึกษามีบทบาทในการพฒั นาหลกั สตู รนน้ั หนว่ ยงานต่างๆ ทเ่ี กี่ยวข้องในแตล่ ะระดบั ตั้งแตร่ ะดับชาติ ระดับท้องถิน่ จนถึงระดับสถานศกึ ษา มบี ทบาทหนา้ ท่ี และความรับผิดชอบในการพัฒนา สนับสนุน ส่งเสริม การใช้และพัฒนาหลักสูตรให้เป็นไปอย่างมีประสทิ ธภิ าพ เพ่ือให้การดาเนินการจัดทาหลักสูตรสถานศึกษาและการจัดการเรียนการสอนของสถานศึกษามี ประสิทธิภาพ สูงสดุ อนั จะส่งผลให้การพฒั นาคณุ ภาพผเู้ รยี นบรรลุตามมาตรฐานการเรยี นรทู้ กี่ าหนดไว้ในระดบั ชาติ ระดบั ท้องถิน่ ไดแ้ ก่ สานกั งานเขตพื้นทีก่ ารศกึ ษา หนว่ ยงานตน้ สังกดั อืน่ ๆ เป็นหน่วยงานที่มีบทบาทใน การขับเคลื่อนคุณภาพการจัดการศึกษา เป็นตัวกลางที่จะเชื่อมโยงหลักสูตรแกนกลางการศึกษาขั้นพื้นฐานที่ กาหนดในระดับชาติให้สอดคล้องกับสภาพและความต้องการของท้องถิ่น เพ่ือนาไปสู่การจัดทาหลักสูตรของ สถานศึกษา ส่งเสริมการใช้และพฒั นาหลกั สูตรในระดับสถานศึกษา ให้ประสบความสาเรจ็ โดยมีภารกจิ สาคญั คือ กาหนดเป้าหมายและจุดเน้นการพฒั นาคุณภาพผู้เรียน ในระดับท้องถ่ินโดยพิจารณาให้สอดคล้องกบั ส่งิ ท่ี เป็นความต้องการในระดับชาติ พัฒนาสาระ การเรียนรู้ท้องถิ่น ประเมินคุณภาพการศึกษาในระดับท้องถ่ิน
๑๒๗ รวมทั้งเพ่ิมพูนคุณภาพการใช้หลักสูตรด้วยการวิจัยและพัฒนา การพัฒนาบุคลากร สนับสนุน ส่งเสริม ติดตามผล ประเมินผล วิเคราะห์ และรายงานผลคณุ ภาพของผู้เรยี น สถานศึกษามีหน้าที่สาคัญในการพัฒนาหลักสูตรสถานศึกษา การวางแผนและดาเนินการใช้หลักสูตร การเพ่ิมพูนคุณภาพการใช้หลกั สตู รด้วยการวจิ ยั และพัฒนา การปรับปรุงและพฒั นาหลกั สตู รจดั ทาระเบยี บการวดั และประเมนิ ผล ในการพัฒนาหลกั สตู รสถานศึกษาต้องพจิ ารณาใหส้ อดคล้อง กบั หลกั สูตรแกนกลางการศึกษาขนั้ พ้นื ฐาน และรายละเอียดท่เี ขตพน้ื ทีก่ ารศึกษา หรอื หนว่ ยงาน สังกัดอนื่ ๆ ในระดบั ทอ้ งถน่ิ ไดจ้ ดั ทาเพมิ่ เติม รวมทง้ั สถานศึกษาสามารถเพิ่มเติมในส่วนที่เกี่ยวกับสภาพปัญหาในชุมชนและสังคม ภูมิปัญญาท้องถิ่น และความ ตอ้ งการของผเู้ รียน โดยทุกภาคสว่ นเขา้ มามสี ่วนร่วมในการพัฒนาหลกั สูตรสถานศกึ ษา *********************************************
๑๒๘ คาสงั่ โรงเรียนบา้ นทับไฮ ท่ี ๑๕ / ๒๕๖๓ เรอื่ ง แต่งตงั้ คณะกรรมการบรหิ ารหลกั สตู รและงานวิชาการสถานศกึ ษาขั้นพ้ืนฐาน ********************************* ตามทกี่ ระทรวงศึกษาธกิ ารไดม้ ีคาสง่ั ท่ี สพฐ. ๑๒๓๙/๒๕๖๐ ลงวันที่ ๗ สิงหาคม ๒๕๖๐ เรื่องให้ใช้ มาตรฐานการเรียนรู้และตัวชี้วัด กลุ่มสาระการเรียนรู้คณิตศาสตร์ วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี และสาระ ภูมิศาสตร์ในกลมุ่ สาระการเรยี นรสู้ ังคมศึกษา ศาสนา และวัฒนธรรม(ฉบับปรับปรุง พ.ศ.๒๕๖๐) ตามหลกั สตู ร แกนกลางการศึกษาขน้ั พนื้ ฐาน พทุ ธศกั ราช ๒๕๕๑ และสานักงานคณะกรรมการการศกึ ษาขัน้ พื้นฐานไดม้ ีคาส่ังท่ี ๓๐/๒๕๖๑ ลงวันท่ี ๕ มกราคม ๒๕๖๑ เรือ่ งให้เปลยี่ นแปลงมาตรฐานการเรยี นรู้และตัวชวี้ ดั กลุ่มสาระการเรียนรู้ คณิตศาสตร์และวิทยาศาสตรแ์ ละเทคโนโลยี(ฉบับปรบั ปรงุ พ.ศ.๒๕๖๐) เพอ่ื ให้การบริหารจดั การมาตรฐานการเรยี นรู้และตวั ชี้วัดไปส่กู ารปฏิบตั ใิ นการจัดการเรียนการสอนในช้ัน เรียนไดอ้ ยา่ งมปี ระสิทธิภาพ มคี วามยดื หยนุ่ เหมาะสมกบั บริบท จุดเนน้ ของสถานศึกษาและศกั ยภาพของผู้เรียน จึงแต่งตั้งคณะกรรมการบริหารหลักสูตร และงานวิชาการสถานศึกษาข้ันพน้ื ฐาน โรงเรียนบ้านทับไฮ ปีการศกึ ษา ๒๕๖๓ ดังน้ี ๑.นางแสงเดอื น ปากเมย ผ้อู านวยการโรงเรยี นบา้ นทบั ไฮ ประธานกรรมการ ๒.นางนงเยาว์ ดแี ป้น ๓.นางรงุ่ อรณุ ี ปดั ถาวะดร หวั หน้าการเรียนรปู้ ฐมวัย กรรมการ ๔.นายอภิสิทธ์ิ หงษ์ศรที อง หัวหน้ากลุ่มสาระการเรยี นรภู้ าษาไทย กรรมการ ๕.นายทวี วานนท์ และหัวหนา้ กลมุ่ สาระการเรียนร้ศู ลิ ปะ หัวหนา้ กลุ่มสาระการเรียนรู้วทิ ยาศาสตร์และเทคโนโลยี กรรมการ และหวั หนา้ กลมุ่ สาระการเรียนรู้การงานอาชีพฯ หวั หน้ากลุ่มสาระการเรยี นรสู้ ังคมศกึ ษา กรรมการ และหวั หน้ากลุ่มสาระการเรียนรสู้ ุขศึกษาพลศกึ ษา ๖.นางกนษิ ฐา ภกั ด์จิ รุง หัวหนา้ กลมุ่ สาระการเรียนรูค้ ณิตศาสตร์ กรรมการ และหัวหน้ากลมุ่ สาระการเรยี นรู้ภาษาต่างประเทศ ๗.นายชานาญ ชานิยนั ต์ หัวหนา้ ฝา่ ยวิชาการ กรรมการและเลขานกุ าร
๑๒๙ คณะกรรมการดาเนินการ มีหน้าทแี่ ละดาเนนิ การจดั การตามขั้นตอนท่ีกาหนด ดงั นี้ ๑. วางแผนการดาเนินงานวิชาการ กาหนดสาระรายละเอียดของหลกั สตู รระดับสถานศึกษาและแนว ทางการจัดสัดส่วนสาระการเรยี นรู้ และกิจกรรมพัฒนาผเู้ รยี นของสถานศึกษา ให้สอดคล้องกับหลักสูตรแกนกลาง การศกึ ษาขน้ั พ้นื ฐาน พุทธศักราช ๒๕๕๑ และสภาพเศรษฐกิจ สงั คม ศลิ ปวัฒนธรรม ภูมปิ ัญญาทอ้ งถน่ิ ๒. จดั ทาคู่มอื การบรหิ ารหลกั สูตร และงานวิชาการของสถานศึกษา นิเทศ กากับ ติดตาม ให้คาปรกึ ษา เกย่ี วกบั การพฒั นาหลกั สตู ร การจดั กระบวนการเรยี นรู้ การวัดและประเมินผลและการแนะแนวให้สอดคลอ้ งและ เปน็ ไปตามหลกั สูตรการศกึ ษาขน้ั พน้ื ฐาน ๓. ส่งเสรมิ และสนับสนุนการพัฒนาบุคลากรเกยี่ วกบั การพัฒนาหลักสูตร การจัดกระบวน การเรยี นรู้ การวัด และประเมนิ ผลและการแนะแนวใหเ้ ป็นไปตามจุดหมายและแนวทางการดาเนินการของหลักสตู ร ๔. ประสานความรว่ มมอื จากบคุ คล หน่วยงาน องค์กรต่าง ๆ และชุมชน เพ่ือให้การใช้หลักสูตรเป็นไป อย่างมีประสิทธภิ าพและมีคณุ ภาพ ๕. ประชาสัมพันธ์หลักสูตรและการใช้หลักสูตรแก่นักเรียน ผู้ปกครอง ชุมชนและผู้เกี่ยวข้องและนา ข้อมลู ป้อนกลับจากฝา่ ยตา่ ง ๆ มาพจิ ารณาเพ่ือปรบั ปรุงและพัฒนาหลักสตู รของสถานศึกษา ๖. สง่ เสรมิ สนับสนนุ การวิจัยเก่ียวกบั การพฒั นาหลักสูตร และกระบวนการเรียนรู้ ๗. ตดิ ตามผลการเรียนของนักเรียนเปน็ รายบคุ คล ระดบั ชัน้ และชว่ งชั้น ระดับวิชา กลมุ่ วิชา ในแต่ละปี การศกึ ษา เพ่อื ปรับปรงุ แกไ้ ข และพัฒนาการดาเนินงานด้านตา่ ง ๆ ของสถานศกึ ษา ๘. ตรวจสอบทบทวน ประเมินมาตรฐาน การปฏิบัติงานของครู และการบริหารหลักสูตรระดับ สถานศึกษาในรอบปที ่ีผา่ นมา แล้ว ใช้ผลการประเมนิ เพ่ือวางแผนพฒั นาการปฏิบตั ิงานของครูและการบรหิ าร หลักสูตรปีการศกึ ษาต่อไป ๙. รายงานผลการปฏบิ ัตงิ านและผลการบรหิ ารหลกั สตู รของสถานศกึ ษา โดยเนน้ ผลการพัฒนาคณุ ภาพ นักเรียนต่อคณะกรรมการสถานศึกษาข้ันพ้ืนฐาน คณะกรรมการบริหารหลักสูตรระดับเหนือสถานศึกษา สาธารณชน และผ้เู ก่ียวข้อง ๑๐. ใหด้ าเนินการประชมุ คณะกรรมการอยา่ งน้อยภาคเรียนละ ๒ ครง้ั ทง้ั น้ใี หผ้ ูไ้ ดร้ ับการแต่งต้งั ปฏบิ ตั ิหนา้ ท่ีทีไ่ ด้รบั มอบหมายอยา่ งมีประสิทธิภาพ และบรรลุตามวัตถปุ ระสงค์ ท่ีตัง้ ไว้ ตัง้ แตบ่ ัดน้ีเป็นต้นไป สัง่ ณ วนั ท่ี ๓๐ เดอื น มีนาคม พ.ศ. ๒๕๖๓ (ลงชอ่ื ) (นางแสงเดอื น ปากเมย) ผอู้ านวยการโรงเรยี นบ้านทบั ไฮ
Search
Read the Text Version
- 1
- 2
- 3
- 4
- 5
- 6
- 7
- 8
- 9
- 10
- 11
- 12
- 13
- 14
- 15
- 16
- 17
- 18
- 19
- 20
- 21
- 22
- 23
- 24
- 25
- 26
- 27
- 28
- 29
- 30
- 31
- 32
- 33
- 34
- 35
- 36
- 37
- 38
- 39
- 40
- 41
- 42
- 43
- 44
- 45
- 46
- 47
- 48
- 49
- 50
- 51
- 52
- 53
- 54
- 55
- 56
- 57
- 58
- 59
- 60
- 61
- 62
- 63
- 64
- 65
- 66
- 67
- 68
- 69
- 70
- 71
- 72
- 73
- 74
- 75
- 76
- 77
- 78
- 79
- 80
- 81
- 82
- 83
- 84
- 85
- 86
- 87
- 88
- 89
- 90
- 91
- 92
- 93
- 94
- 95
- 96
- 97
- 98
- 99
- 100
- 101
- 102
- 103
- 104
- 105
- 106
- 107
- 108
- 109
- 110
- 111
- 112
- 113
- 114
- 115
- 116
- 117
- 118
- 119
- 120
- 121
- 122
- 123
- 124
- 125
- 126
- 127
- 128
- 129
- 130
- 131
- 132
- 133
- 134