Important Announcement
PubHTML5 Scheduled Server Maintenance on (GMT) Sunday, June 26th, 2:00 am - 8:00 am.
PubHTML5 site will be inoperative during the times indicated!

Home Explore แผนการสอนวิทยาศาสตร์เพื่อพัฒนาอาชีพศิลปกรรม

แผนการสอนวิทยาศาสตร์เพื่อพัฒนาอาชีพศิลปกรรม

Published by Oranut, 2021-11-29 13:34:28

Description: แผนการสอนวิทยาศาสตร์เพื่อพัฒนาอาชีพศิลปกรรม ประกอบด้วยเนื้อหา 7 หน่วยการเรียนรู้

Keywords: ศิลปกรรม,สารละลาย,คอลลอยด์,สารเคม,ีในงานศิลปกรรม,แสงและการม,ร้อน

Search

Read the Text Version

35 ภาระงาน/ชนิ้ งานรวบยอดในหนว่ ยการเรยี นรู้ แหล่งขอ้ มลู (ภาระงาน/ชน้ิ งานรวบยอดในหนว่ ยการเรียนร้)ู รวมคะแนน ในหนว่ ย จุดประสงคก์ ารเรยี นรู้ กิจกรรม กิจกรรม การประเมิน แบบทดสอบ การเรียนรู้ ตรวจสอบ ส่งเสริม ตนเอง 1. บอกความหมายและสมบตั ิของสารได้ ความเข้าใจ การเรยี นรู้ 8 2. อธบิ ายการจำแนกประเภทของสารได้ 8 3. อธิบายทม่ี าและสมบตั ขิ องคอลลอยดอ์ ิมลั ชัน 33-2 9 ได้ 4. อธิบายการนำคอลลอยด์อิมลั ชันไปใช้ในงาน 33-2 9 อาชีพได้ 5. มเี จตคติทดี่ ใี นการเรยี นเร่อื งคอลลอยด์อิมลั ชนั 33-3 6 และรกั ษค์ ่านยิ มหลัก 12 ประการของไทย 33-3 40 รวม - -6- 12 12 6 10 หมายเหตุ : 1. การประเมินแผนการจัดการเรียนรู้ ประเมินตามภาระงาน/ชิ้นงาน/การแสดงออกตามกิจกรรมในแผนการจัดการเรยี นรู้ ท่สี อดคล้องกบั จดุ ประสงค์การเรยี นรู้ ใหค้ ะแนนตามเกณฑป์ ระเมนิ 2. การประเมินเจตคติในการเรียน ประเมินต่อเนื่องในทุกกิจกรรมตามแผนการจัดการเรียนรู้ แล้วนำผลไปสรุปรวม ในแผนสุดทา้ ยของเรอ่ื ง/หนว่ ยการเรียนรู้ บันทกึ หลังสอน ความพร้อมกอ่ นดำเนินกิจกรรม (ส่ือ วัสดอุ ุปกรณ์ การเข้าชัน้ เรียน พ้นื ฐานความรูเ้ ดิมของผูเ้ รียน ฯลฯ) ......................................................................................................................................................................................... ............................................................................................................................. ............................................................ บรรยากาศการเรียนรู้ (ความสนใจ ปฏิสมั พนั ธ์ในห้อง ความราบรนื่ ในการดำเนนิ กิจกรรมการเรยี นรู้) ............................................................................................................................. ............................................................ ............................................................................................................................. ............................................................ ผลการเรียนรู้ (จำนวนผู้เรียนที่มีผลงานระหว่างเรียนและผลการประเมินบรรลุวัตถุประสงค์แต่ละระดับ ผ้เู รียนท่ีเป็นผูน้ ำ ผเู้ รยี นทต่ี ้องให้ความสนใจเพม่ิ เตมิ ) ......................................................................................................................................................................................... ......................................................................................................................................................................................... แนวทางการพัฒนาในครั้งตอ่ ไป (สิง่ ทตี่ อ้ งยตุ ิ ส่ิงท่นี ำมาใช้ต่อ ส่ิงท่ีต้องปรบั ปรงุ เพิ่มเติม) ............................................................................................................................. ............................................................ ............................................................................................................................. ............................................................ (ผู้สอนเลือกบันทึกในส่วนท่ีสำคัญ ปรากฏชัดเจน และเป็นจุดวิกฤติหรือจุดสำเร็จในการจัดกิจกรรมการเรียนรู้ แต่ละแผน)

36 ตารางสรปุ คะแนนการประเมินจุดประสงค์การเรียนรแู้ ละสมรรถนะประจำหนว่ ย หน่วยการเรียนรู้ท่ี 2 คอลลอยดอ์ ิมลั ชนั คะแนนตาม จปส. รายหน่วยการเรยี นรู้ ชิน้ งาน/การแสดงออก 1. บอกความหมายและสมบั ิตของสารไ ้ด รวม ทก่ี ำหนดในหนว่ ยการเรยี นรหู้ รือหน่วยย่อย 2. อ ิธบายการจำแนกประเภทของสารได้ 3. อ ิธบายที่มาและสมบัติของคอลลอยด์อิ ัมล ัชนได้ 4. อ ิธบายการนำคอลลอยด์อิมัล ัชนไปใ ้ชในงานอา ีชพได้ 5. มีเจตคติ ่ีทดีในการเรียนเรื่องคอลลอยด์อิมัล ัชน และรัก ์ษ ค่านิยมหลัก 12 ประการของไทย ภาระงาน/ช้ินงานระหวา่ งเรยี น 444 4 - 16 1. ผังกราฟกิ แสดงการเก็บรวบรวมข้อมูลเกี่ยวกับคอลลอยด์อิมลั ชัน 444 4 - 16 555 5 8 28 2. ผังกราฟกิ สรุปความรคู้ วามเข้าใจเกย่ี วกับคอลลอยด์อิมลั ชัน 333 3 - 12 3. การนำเสนอผลการสรุปความรคู้ วามเข้าใจเก่ยี วกับ 333 3 - 12 คอลลอยด์อิมลั ชัน --- - 6 6 การประเมินรวบยอด 223 3 - 10 1. ผลการปฏบิ ตั ิกจิ กรรมตรวจสอบความเข้าใจ 21 21 22 22 14 100 2. ผลการปฏบิ ตั ิกจิ กรรมส่งเสรมิ การเรยี นรู้ 3. ผลการประเมินตนเอง 4. คะแนนผลการทดสอบ รวม

ฯลฯ 12 11 10 9 8 7 6 5 4 3 2 1 เลขที่ ชื่อ-นามสกุล ตารางบนั ทกึ คะแนนการประเมนิ จดุ ประสงค์การเรียนรูแ้ ละสมรรถนะประจำหนว่ ย 37 หน่วยการเรยี นรู้ที่ 2 คอลลอยดอ์ มิ ัลชนั 21 21 22 22 14 1. บอกความหมายและสมบตั ิของสารได้ คะแนนตาม จปส. รายหนว่ ยการเรียนรู้ 2. อธบิ ายการจำแนกประเภทของสารได้ 3. อธบิ ายทม่ี าและสมบัติของคอลลอยดอ์ ิมลั ชันได้ 4. อธบิ ายการนำคอลลอยด์อมิ ลั ชันไปใชใ้ นงานอาชพี ได้ 5. มีเจตคติทด่ี ใี นการเรียนเรอื่ งคอลลอยด์อิมัลชัน และรักษ์ คา่ นยิ มหลัก 12 ประการของไทย 100 รวม

38 หน่วยการเรียนรูท้ ่ี 3 สารเคมีในงานอาชพี เวลาเรียน 9 ชั่วโมง สัปดาหท์ ี่ 6-8 เรอื่ ง สารเคมีในงานอาชีพ เวลาเรยี น 9 ช่ัวโมง ความคดิ รวบยอด/ความเข้าใจทค่ี งทน ในงานศิลปกรรมมีสารเคมีเข้ามาเก่ียวข้องหลายชนิด เช่น สี กล่ิน และสารที่ใช้ทำความสะอาด สี คือ สารที่ ใส่เพื่อให้มีสีสันสวยงาม แบ่งออกเป็น 2 ชนิด คือ สีธรรมชาติและสีสังเคราะห์ กล่ิน คือ สารท่ีใส่เพ่ือให้มีกลิ่น แบ่งออกเปน็ 2 ชนดิ คือ กลนิ่ ธรรมชาติและกล่ินสงั เคราะห์ สารท่ใี ชท้ ำความสะอาด มหี ลายชนิด ไดแ้ ก่ 1. สบู่ ผงซักฟอก แชมพู น้ำยาล้างจาน คือ สารท่ีช่วยทำให้น้ำมันซึ่งไม่ละลายน้ำ สามารถละลายได้ในน้ำ สารเหลา่ นีม้ ีสมบัติเปน็ เบส 2. น้ำยาล้างห้องน้ำส่วนใหญ่ทำจากกรดเกลือหรือกรดกำมะถัน สามารถทำปฏิกิริยากับหินปูนหรือ ปูนซีเมนต์ขาวทีเ่ ชอื่ มต่อแผน่ กระเบือ้ งและโลหะได้ สาระการเรยี นรู้ 1. สแี ละกลนิ่ (หนังสือเรียน หนา้ 76-84) 2. สารท่ีใชใ้ นการทำความสะอาด (หนังสือเรียน หน้า 84-86) 3. ความปลอดภัยในการใช้สารเคมี (หนังสือเรยี น หนา้ 86-87) สมรรถนะประจำหน่วย 1. แสดงความร้เู กย่ี วกบั สารเคมีในงานอาชพี 2. ประยุกต์ความรู้เรอื่ งสารเคมีในงานอาชีพไปใช้ในชีวติ ประจำวนั และการประกอบอาชีพ จดุ ประสงค์การเรียนรู้ 1. อธิบายการใชส้ แี ละกลน่ิ ได้ 2. อธิบายหลักการของสารท่ีใช้ทำความสะอาดได้ 3. อธิบายความปลอดภยั ในการใชส้ ารเคมไี ด้ 4. อธบิ ายการนำสารปรุงแตง่ อาหาร และสารที่ใชท้ ำความสะอาดไปประยุกต์ใช้ในงานอาชีพได้ 5. มีเจตคตทิ ่ดี ใี นการเรียนเรื่องสารเคมีในงานอาชีพ และรกั ษค์ ่านิยมหลกั 12 ประการของไทย ภาระงาน/ชิ้นงาน/การแสดงออกของผเู้ รียน ภาระงาน/ชนิ้ งานระหวา่ งเรยี น 1. ผงั กราฟิกแสดงการเกบ็ รวบรวมข้อมูลเกย่ี วกับสารเคมีในงานอาชีพ

39 2. ผังกราฟกิ สรุปความรคู้ วามเข้าใจเกีย่ วกับสารเคมีในงานอาชีพ 3. การนำเสนอผลการสรุปความรคู้ วามเขา้ ใจเกยี่ วกับสารเคมใี นงานอาชีพ ภาระงาน/ชิน้ งานรวบยอดในหน่วยการเรียนรู้ 1. ผลการปฏิบัติกิจกรรมตรวจสอบความเขา้ ใจ 2. ผลการปฏิบตั กิ จิ กรรมสง่ เสรมิ การเรียนรู้ 3. ผลการประเมนิ ตนเอง 4. คะแนนผลการทดสอบ การประเมินผล จดุ ประสงค์การเรยี นรู้ ภาระงาน/ชิ้นงาน/ วิธปี ระเมนิ /เครอ่ื งมือ เกณฑ์ การแสดงออก 1. อธบิ ายการใชส้ ีและกล่ินได้ ตรวจผลงานแบบบนั ทกึ ตามทก่ี ำหนดในแบบตรวจ ผลงานแบบบนั ทึก ผงั กราฟิก 2. อธบิ ายหลักการของสารที่ใช้ แสดงการใชส้ ีและกลนิ่ ผงั กราฟกิ แสดงการใช้สแี ละกล่ิน และประเมินผลงาน ทำความสะอาดได้ ผลงานแบบบันทกึ ผังกราฟกิ แสดงหลกั การของสารทใี่ ช้ทำ ตรวจผลงานแบบบนั ทึก ตามที่กำหนดในแบบตรวจ 3. อธิบายความปลอดภัย ความสะอาด ในการใชส้ ารเคมีได้ ผลงานแบบบันทกึ ผงั กราฟิก ผงั กราฟิกแสดงหลกั การของ และประเมนิ ผลงาน แสดงความปลอดภยั ในการใช้ 4. อธบิ ายการนำสารปรงุ แต่ง สารเคมี สารทใ่ี ช้ทำความสะอาด อาหาร และสารทใ่ี ช้ทำ ผลงานแบบบนั ทึก ผงั กราฟิก ความสะอาดไปประยุกตใ์ ช้ แสดงการนำสารปรงุ แต่งอาหาร ตรวจผลงานแบบบนั ทกึ ตามทก่ี ำหนดในแบบตรวจ ในงานอาชีพได้ และสารท่ีใช้ทำความสะอาดไป ประยกุ ต์ใช้ในงานอาชีพ ผังกราฟกิ แสดงความปลอดภยั และประเมนิ ผลงาน 5. มเี จตคตทิ ดี่ ีในการเรียนเรือ่ ง สารเคมใี นงานอาชีพ และรักษ์ พฤตกิ รรมการปฏบิ ตั ิตน ในการใช้สารเคมี ค่านิยมหลกั 12 ประการ ในการรว่ มปฏบิ ัตกิ จิ กรรม ของไทย ของบทเรยี น กิจกรรมกล่มุ และ ตรวจผลงานแบบบนั ทึก ตามทีก่ ำหนดในแบบตรวจ กจิ กรรมรายบุคคล ผงั กราฟิกแสดงการนำสารปรงุ และประเมินผลงาน แตง่ อาหารและสารทใี่ ชท้ ำ ความสะอาดไปประยุกตใ์ ช้ ในงานอาชพี สังเกตและประเมินพฤติกรรม ตามทีก่ ำหนดในแบบบันทึก การปฏบิ ตั ติ นในการร่วมปฏิบตั ิ และแบบประเมนิ พฤติกรรม กจิ กรรมของบทเรยี น หมายเหตุ : 1. การประเมินแผนการจัดการเรียนรู้ ประเมินตามภาระงาน/ช้ินงาน/การแสดงออกตามกิจกรรมในแผนการจัดการเรียนรู้ ทีส่ อดคล้องกับจุดประสงค์การเรียนรู้ ให้คะแนนตามเกณฑ์ประเมิน 3. การประเมินเจตคติในการเรียน ประเมินต่อเนื่องในทุกกิจกรรมตามแผนการจัดการเรียนรู้ แล้วนำผลไปสรุปรวม ในแผนสดุ ทา้ ยของเรื่อง/หนว่ ยการเรยี นรู้

40 เกณฑป์ ระเมนิ จดุ ประสงคก์ ารเรยี นร้จู ากภาระงาน/ชนิ้ งาน/การแสดงออกของผู้เรยี น จุดประสงค์ ระดับ ดมี าก ดี ปานกลาง ปรบั ปรุง การเรยี นรู้ คณุ ภาพ (4) (3) (2) (1) 1. อธิบายการใชส้ ีและกล่นิ ได้ อธบิ ายการใช้สี อธิบายการใช้สี อธบิ ายการใช้สี อธิบายการใชส้ ีและกลนิ่ และกลิน่ ไดถ้ ูกต้อง ได้เลก็ นอ้ ย ยังไมถ่ ูกตอ้ ง และกล่นิ ไดถ้ ูกตอ้ ง และกลิน่ ได้ถูกตอ้ ง ตรงตามหลกั วิชา ครอบคลมุ ตรงตาม บางส่วน ดว้ ย หลกั วชิ า ครอบคลมุ ตรงตาม ครอบคลมุ ตรงตาม ขอ้ ความท่คี ัดลอก จากผู้อื่นหรอื ตำรา อธิบายหลกั การของสาร หลักวิชา เรียบเรยี ง หลกั วชิ า ดว้ ยข้อความ อธบิ ายหลักการของ ท่ใี ช้ทำความสะอาด สารท่ีใชท้ ำความ ได้เลก็ น้อย ยังไม่ถกู ต้อง ดว้ ยภาษาของตนเอง ที่คัดลอกจากผูอ้ ่นื หรือ สะอาดไดถ้ กู ตอ้ ง ครอบคลมุ ตรงตาม ตรงตามหลักวิชา หลักวชิ า เข้าใจงา่ ย ตำรา บางส่วน ดว้ ย ข้อความทีค่ ดั ลอก อธบิ ายความปลอดภัย 2. อธบิ ายหลกั การของสารที่ อธิบายหลักการของสาร อธบิ ายหลกั การของ จากผ้อู น่ื หรือตำรา ในการใช้สารเคมี ใชท้ ำความสะอาดได้ อธิบายความ ไดเ้ ล็กน้อย ยงั ไม่ถกู ต้อง ทใ่ี ช้ทำความสะอาด สารทใ่ี ช้ทำความ ปลอดภยั ในการใช้ ครอบคลมุ ตรงตาม สารเคมีได้ถกู ตอ้ ง หลักวชิ า ได้ถกู ตอ้ ง ครอบคลุม สะอาดได้ถกู ตอ้ ง ตรงตามหลักวชิ า บางส่วน ดว้ ย อธบิ ายการนำสาร ตรงตามหลกั วิชา ครอบคลมุ ตรงตาม ข้อความที่คดั ลอก ปรงุ แตง่ อาหาร และ จากผู้อน่ื หรือตำรา สารท่ใี ชท้ ำความสะอาด เรียบเรียง ดว้ ยภาษา หลักวิชา ด้วยขอ้ ความ อธิบายการนำสาร ไปประยุกต์ใชใ้ นงาน ปรุงแต่งอาหาร และ ได้เลก็ น้อย ยังไม่ถกู ต้อง ของตนเอง เข้าใจง่าย ท่ีคัดลอกจากผอู้ ่นื หรือ สารทใ่ี ชท้ ำความ ครอบคลมุ ตรงตาม สะอาดไปประยุกต์ หลกั วิชา ตำรา ใชใ้ นงานได้ถูกต้อง ตรงตามหลกั วชิ า 3. อธิบายความปลอดภยั ใน อธบิ ายความปลอดภัย อธบิ ายความปลอดภยั บางสว่ น การใช้สารเคมไี ด้ ด้วยขอ้ ความที่ ในการใช้สารเคมี ในการใช้สารเคมี คดั ลอกจากผู้อน่ื หรือตำรา ไดถ้ ูกตอ้ ง ครอบคลุม ได้ถกู ตอ้ ง ครอบคลมุ ตรงตามหลกั วชิ า ตรงตามหลักวชิ า ด้วย เรยี บเรยี ง ดว้ ยภาษา ขอ้ ความทค่ี ัดลอกจาก ของตนเอง เขา้ ใจง่าย ผอู้ ืน่ หรือตำรา 4. อธบิ ายการนำสารปรงุ แต่ง อธบิ ายการนำสาร อธิบายการนำสาร อาหาร และสารทใ่ี ช้ทำความ สะอาดไปประยุกตใ์ ช้ในงาน ปรงุ แต่งอาหาร และ ปรุงแต่งอาหาร และ อาชพี ได้ สารท่ีใชท้ ำความสะอาด สารที่ใชท้ ำความ ไปประยกุ ตใ์ ชใ้ นงาน สะอาดไปประยุกต์ ไดถ้ กู ตอ้ ง ครอบคลมุ ใชใ้ นงานได้ถกู ต้อง ตรงตามหลักวชิ า ครอบคลมุ ตรงตาม เรียบเรยี ง ด้วยภาษา หลักวชิ า ด้วยข้อความ ของตนเอง เข้าใจง่าย ท่คี ัดลอกจากผูอ้ น่ื หรอื ตำรา

41 เกณฑป์ ระเมินจุดประสงค์การเรียนรู้จากการแสดงออกของผเู้ รียนตามภาระงาน การแสดงออกของผู้เรียนตามภาระงาน การปฏบิ ตั ิกจิ กรรมกลุ่มและการปฏิบตั งิ านรายบุคคลตามทกี่ ำหนด ในกจิ กรรมการเรียนรู้แต่ละขนั้ ตอน จุดประสงค์การเรียนรู้ ข้อ 5 มีเจตคติที่ดีในการเรียนเร่ืองสารเคมีในงานอาชีพ และรักษ์ค่านิยมหลัก 12 ประการของไทย ประเมนิ โดยเกณฑ์เชงิ คณุ ภาพแบบจำแนกองคป์ ระกอบดังตาราง ระดับ ดีมาก ดี ปานกลาง ปรบั ปรงุ คณุ ภาพ (4) (3) (2) (1) องคป์ ระกอบ ท่ีประเมิน 1. การปฏบิ ัตกิ ิจกรรมกลมุ่ รว่ มมอื กบั กลมุ่ ปฏบิ ตั ิงาน ร่วมมือกับกลมุ่ ปฏบิ ตั ิงานท่ี ร่วมมือกับกลมุ่ รว่ มมือกบั กลมุ่ ตามท่กี ำหนดในกจิ กรรม ท่ีได้รบั มอบหมายอยา่ ง ได้รับมอบหมายอยา่ งเต็ม ปฏบิ ตั งิ านท่ีไดร้ ับ ปฏิบตั งิ านทีไ่ ดร้ บั การเรยี นรู้แตล่ ะขน้ั ตอน เต็มความสามารถ ความสามารถ มอบหมายอย่างเต็ม มอบหมายเล็กนอ้ ย เป็นประจำ ริเร่ิม รเิ รมิ่ ประสานงาน ความสามารถเป็น ไม่เสนอตนเปน็ ผู้รเิ ริ่ม ประสานงานอยู่เสมอ เปน็ สว่ นใหญ่ มคี วาม บางครั้ง นานๆ ครงั้ ประสานงานในกลุ่ม มีความกระตือรอื รน้ กระตือรอื รน้ ดี จะเสนอตนเปน็ ผรู้ ิเรม่ิ สงู มาก ประสานงาน 2. การปฏิบตั ิงานรายบคุ คล ตงั้ ใจปฏบิ ัติงานท่ีไดร้ ับ ตั้งใจปฏิบัตงิ านท่ีได้รับ ต้งั ใจปฏบิ ตั งิ านท่ีไดร้ บั ปฏบิ ัติงานที่ไดร้ ับ ตามที่กำหนดในกจิ กรรม มอบหมายอย่างเตม็ มอบหมายอย่างเตม็ มอบหมายอย่างเตม็ มอบหมายไม่เตม็ การเรยี นรู้แตล่ ะขั้นตอน ความสามารถเสมอ ความสามารถ ความสามารถ ความสามารถ ผลงานเสร็จสมบรู ณ์ เปน็ ส่วนใหญ่ ผลงาน เป็นบางครั้ง ผลงาน ต้องตกั เตอื น ผลงาน ตามทก่ี ำหนด เสร็จสมบรู ณต์ ามท่ี เสรจ็ สมบรู ณต์ าม จึงเสรจ็ สมบรู ณ์ ทกุ รายการ กำหนดเกอื บทุกรายการ ทีก่ ำหนดบางรายการ 3. การนำเสนอผลการสรปุ จัดส่ืออุปกรณ์ จัดสอื่ อปุ กรณ์ จดั สอื่ อุปกรณ์ จัดส่ืออปุ กรณ์ ความรคู้ วามเขา้ ใจ วธิ ีนำเสนอไดอ้ ย่าง วธิ ีนำเสนอไดอ้ ย่าง วิธนี ำเสนอได้นา่ สนใจ วิธนี ำเสนอไมน่ ่าสนใจ สร้างสรรคน์ ่าสนใจมาก นา่ สนใจ ไดส้ าระตาม พอสมควร ไดส้ าระ ได้สาระตามเป้าหมาย ไดส้ าระครอบคลุม เปา้ หมายทก่ี ำหนด ตามเป้าหมายท่ี ท่ีกำหนดเล็กน้อย ครบถว้ นตามเป้าหมาย เปน็ สว่ นใหญ่ กำหนดปานกลาง บางสว่ น ท่กี ำหนด

42 กจิ กรรมการเรียนรู้ Step 1 Gathering (ขั้นรวบรวมขอ้ มูล) 1. ผ้สู อนแบ่งกลุ่มผเู้ รียนเป็น 3 กลมุ่ ใหญ่ ตามหัวขอ้ ต่อไปนี้ 1.1 สีและกล่ิน 1.2 สารทใ่ี ช้ในการทำความสะอาด 1.3 ความปลอดภยั ในการใช้สารเคมี 2. ผู้สอนต้ังคำถามให้ผูเ้ รยี นเสนอข้อมูลจากประสบการณ์ในเรอื่ งสารเคมีในงานอาชีพ ดังต่อไปนี้ 2.1 สีและกลิ่น - สีธรรมชาติคืออะไร - สีทส่ี งั เคราะห์จากสารเคมีคืออะไรบา้ ง - คณุ สมบัติของสนี ้าํ มันมีอะไรบ้าง - สีชอล์กทำจากอะไร - กล่ินธรรมชาติมอี ะไรบา้ ง - กล่นิ สงั เคราะห์มีอะไรบ้าง 2.2 สารท่ีใชใ้ นการทำความสะอาด - สารทใี่ ชใ้ นการทำความสะอาดมีอะไรบ้าง - สบู่ ผงซกั ฟอก แชมพู เป็นสารที่ชว่ ยทำให้น้ํามันลายน้ำได้หรือไม่ - สารทใี่ ชท้ ำความสะอาดทท่ี ำจากกรดเกลอื หรือกรดกำมะถนั ทำให้นา้ํ มนั รวมกับน้ำไดห้ รือไม่ - เหตใุ ดเมอื่ ชำระล้างร่างกายและเส้ือผา้ ด้วยสบู่ หรือผงซักฟอกแล้วจึงทำให้ร่างกายและเส้ือผ้า สะอาดได้ 2.3 ความปลอดภยั ในการใชส้ ารเคมี - พษิ และอนั ตรายของสารเคมีทใ่ี ชใ้ นงานอาชพี มีอะไร - หลักการเลอื กใช้สารโดยทัว่ ไปมีอะไรบา้ ง จากการแสวงหาความรู้หรือประสบการณ์ของผู้เรียน ให้บันทึกผลจากการศึกษาลงในผังกราฟิก (เลือก ออกแบบและใช้ผงั กราฟกิ ให้เหมาะสมกบั ลักษณะของข้อมลู ) ดังตัวอยา่ ง

43 Step 2 Processing (ข้ันคิดวิเคราะหแ์ ละสรปุ ความรู้) 3. ผ้เู รยี นร่วมกันอภิปรายเรือ่ งท่ีผู้เรียนรบั ผดิ ชอบตามกลุม่ (ในขอ้ 1) ตามหวั ข้อทร่ี ะบุ 3.1 สีและกล่นิ 3.2 สารทีใ่ ช้ในการทำความสะอาด 3.3 ความปลอดภยั ในการใช้สารเคมี 4. ผู้เรียนร่วมกันเช่ือมโยงความคล้ายคลึงแตกต่างของขอ้ มูลท่ีนำมาอภิปราย เปรยี บเทยี บ จำแนก จัดกลุ่ม จัดประเภท จัดลำดับ แสดงเหตุผล และร่วมกันสรุปความรู้ตามหัวข้ออภิปราย แสดงเป็นความคิดรวบยอดหรือ หลักการ ตามหวั ขอ้ ตอ่ ไปน้ี 4.1 สแี ละกลิ่น 4.2 สารทใี่ ช้ในการทำความสะอาด 4.3 ความปลอดภัยในการใชส้ ารเคมี 5. บนั ทกึ ผลข้อสรุปเป็นความเข้าใจของกลุม่ และรายบุคคล Step 3 Applying and Constructing the Knowledge (ขั้นปฏิบัตแิ ละสรุปความรหู้ ลังการปฏบิ ัต)ิ 6. ผู้เรียนนำข้อสรุปความรู้ความเข้าใจท่ีได้แลกเปล่ียนเรียนรู้ร่วมกันระหว่างกลุ่มในชั้นเรียนมาวิเคราะห์ แนวทางนำไปใชป้ ระโยชน์ ตามหัวขอ้ ตอ่ ไปน้ี 6.1 สแี ละกลน่ิ 6.2 สารทใี่ ช้ในการทำความสะอาด 6.3 ความปลอดภยั ในการใช้สารเคมี 7. ผู้เรยี นแต่ละกลุ่มรว่ มกันอภปิ รายตรวจสอบความสมบูรณ์ถูกต้องของเนือ้ หา ตามหัวข้อต่อไปนี้ 7.1 สแี ละกลิ่น 7.2 สารทใี่ ช้ในการทำความสะอาด 7.3 ความปลอดภัยในการใช้สารเคมี 8. ผู้เรยี นร่วมกันปฏบิ ตั ิกิจกรรมส่งเสริมการเรยี นรู้ (หนงั สอื เรียน หนา้ 89) และปฏิบตั ิกิจกรรมตรวจสอบ ความเขา้ ใจ (หนังสือเรียน หน้า 88) Step 4 Applying the Communication Skill (ขัน้ ส่ือสารและนำเสนอ) 9. ผู้เรียนแต่ละกลุ่มออกแบบหรือหาวิธีนำเสนอให้ผู้อ่ืนรับรู้และสื่อสารได้อย่างมีประสิทธิภาพ ตามหัวข้อ ตอ่ ไปนี้ 9.1 สแี ละกลน่ิ 9.2 สารทใี่ ชใ้ นการทำความสะอาด 9.3 ความปลอดภยั ในการใช้สารเคมี 10. ผู้สอนสุ่มกลุ่มผู้เรียนนำเสนอผลการสรุปความรู้ความเข้าใจ ผู้สอนและผู้เรียนร่วมกันประเมินผล การนำเสนอตามเกณฑ์ทกี่ ำหนด

44 Step 5 Self – Regulating (ข้ันประเมินเพือ่ เพิ่มคณุ ค่าบรกิ ารสงั คมและจิตสาธารณะ) 11. ผู้เรียนแต่ละกลุ่มและรายบุคคลตรวจสอบความรู้ความเข้าใจของตนเองหลังจากรับฟังการนำเสนอของ สมาชิกกลุ่มอน่ื ปรับปรุงช้ินงานของกลมุ่ ตนเองใหส้ มบูรณแ์ ละบนั ทกึ เพ่มิ เติม 12. นำเสนอผลการปฏิบตั ิงานแสดงในปา้ ยนิเทศหรือเผยแพร่ส่หู อ้ งเรียนอนื่ หรือทส่ี าธารณะ 13. ผู้เรียนทำแบบทดสอบ (หนังสือเรียน หน้า 90) จากนั้นประเมินสรุปผลการทำกิจกรรม (หนังสือเรียน หนา้ 89) และทำแบบประเมนิ ตนเอง (หนังสอื เรยี น หนา้ 90) การบูรณาการกจิ กรรมการเรยี นรู้ สมรรถนะผเู้ รยี นในศตวรรษที่ 21 การทำงานเปน็ ทีม1 ทีมละ 5-6 คน ฝึกการคดิ วเิ คราะห์ การแกป้ ญั หา การเรยี นรู้สู่อาเซียน เรียนรู้คำศัพท์ภาษาอังกฤษท่ีเกี่ยวข้องกับเน้ือหาในบทเรียน โดยฝึกหาข้อมูลจากแหล่งเรียนรู้ต่างๆ และใช้ คำศพั ทด์ ังกล่าวในการนำเสนอผลงานในข้ันท่ี 4 ทกั ษะชวี ติ คน้ หาข้อมลู จากแหลง่ เรยี นรตู้ า่ งๆ เพ่อื นำมาเปรยี บเทียบ (กจิ กรรมส่งเสริมการเรียนรู้) ค่านิยมหลกั 12 ประการ - มีศีลธรรม รักษาความสตั ย์ หวงั ดีต่อผู้อน่ื เผอื่ แผแ่ ละแบ่งปัน - ใฝห่ าความรู้ หมั่นศึกษาเล่าเรียนท้ังทางตรงและทางอ้อม - รู้จักดำรงตนอยู่โดยใช้หลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียงตามพระราชดำรัสของพระบาทสมเด็จ- พระเจ้าอยู่หัว รู้จักอดออมไว้ใช้เม่ือยามจำเป็น มีไว้พอกินพอใช้ ถ้าเหลือก็แจกจ่ายจำหน่ายและพร้อมที่จะขยาย กิจการเมื่อมีความพรอ้ ม เมอ่ื มภี มู คิ มุ้ กันที่ดี กิจกรรมทา้ ทาย ใหผ้ เู้ รียนฝกึ วเิ คราะห์เร่ืองทสี่ นใจเรื่องใดเรอ่ื งหน่งึ โดยวิเคราะหแ์ ละสรุป 1. สแี ละกลนิ่ 2. สารทใ่ี ช้ในการทำความสะอาด 3. ความปลอดภยั ในการใชส้ ารเคมี 1 ทมี หรือกลมุ่ เปน็ คำสำหรับสมรรถนะผูเ้ รียนศตวรรษท่ี 21

45 แผนการจดั การเรียนรหู้ น่วยการเรยี นรู้ท่ี 3 สารเคมใี นงานอาชพี สัปดาห์ท่ี 6-8 เรอื่ ง สารเคมใี นงานอาชพี เวลาเรียน 9 ชัว่ โมง สาระสำคญั ในงานศิลปกรรมมีสารเคมีเข้ามาเก่ียวข้องหลายชนิด เช่น สี กลิ่น และสารท่ีใช้ทำความสะอาด สี คือ สารท่ี ใส่เพ่ือให้มีสีสันสวยงาม แบ่งออกเป็น 2 ชนิด คือ สีธรรมชาติและสีสังเคราะห์ กลิ่น คือ สารท่ีใส่เพื่อให้มีกลิ่น แบง่ ออกเป็น 2 ชนดิ คอื กลน่ิ ธรรมชาติและกล่ินสังเคราะห์ สารท่ใี ช้ทำความสะอาด มีหลายชนิด ไดแ้ ก่ 1. สบู่ ผงซักฟอก แชมพู น้ำยาล้างจาน คือ สารที่ช่วยทำให้น้ำมันซ่ึงไม่ละลายน้ำ สามารถละลายได้ในน้ำ สารเหลา่ น้ีมีสมบัติเป็นเบส 2. น้ำยาล้างห้องน้ำส่วนใหญ่ทำจากกรดเกลือหรือกรดกำมะถัน สามารถทำปฏิกิริยากับหินปูนหรือ ปนู ซีเมนต์ขาวทเ่ี ชือ่ มต่อแผ่นกระเบอ้ื งและโลหะได้ สาระการเรยี นรู้ 1. สีและกล่ิน 2. สารทใี่ ช้ในการทำความสะอาด 3. ความปลอดภัยในการใช้สารเคมี สมรรถนะประจำหน่วย 1. แสดงความรู้เกี่ยวกับสารเคมีในงานอาชพี 2. ประยกุ ต์ความรู้เรื่องสารเคมใี นงานอาชีพไปใช้ในชวี ิตประจำวนั และการประกอบอาชีพ จุดประสงคก์ ารเรียนรู้ 1. อธิบายการใชส้ แี ละกล่ินได้ 2. อธิบายหลักการของสารทใ่ี ชท้ ำความสะอาดได้ 3. อธิบายความปลอดภยั ในการใชส้ ารเคมีได้ 4. อธบิ ายการนำสารปรงุ แต่งอาหาร และสารท่ใี ชท้ ำความสะอาดไปประยุกต์ใชใ้ นงานอาชีพได้ 5. มีเจตคตทิ ่ีดีในการเรียนเร่อื งสารเคมใี นงานอาชีพ และรักษ์คา่ นิยมหลัก 12 ประการของไทย

46 กิจกรรมการเรยี นรู้ ขน้ั นำเข้าสบู่ ทเรยี น ผู้สอนสนทนากับผู้เรียนถึงประสบการณ์ในชีวิตประจำวันเกี่ยวกับสารเคมีในงานอาชีพ แล้วดำเนินกิจกรรม ตามขัน้ ตอนดังนี้ ขน้ั สอน ขนั้ ที่ 1 ขนั้ รวบรวมข้อมูล (Gathering) 1. แบ่งกลุ่มผู้เรียนเลือกประธานและกำหนดหน้าที่สมาชิกคนอื่นๆ ให้ปฏิบัติงานในกลุ่ม ร่วมกันศึกษา เอกสารหนงั สือเรยี นเร่ืองสแี ละกลนิ่ สารท่ีใช้ในการทำความสะอาด และความปลอดภัยในการใชส้ ารเคมี 2. ตัง้ คำถามใหผ้ ูเ้ รยี นเสนอขอ้ มูลจากประสบการณ์ทีร่ ับรู้ดงั ตัวอย่างนี้ 2.1 สแี ละกลิน่ - สธี รรมชาตคิ อื อะไร - สที ่ีสงั เคราะหจ์ ากสารเคมีคืออะไรบ้าง - คุณสมบตั ิของสีนํ้ามันมีอะไรบ้าง - สชี อล์กทำจากอะไร - กล่ินธรรมชาตมิ ีอะไรบ้าง - กลนิ่ สงั เคราะห์มีอะไรบ้าง 2.2 สารทใี่ ช้ในการทำความสะอาด - สารทีใ่ ชใ้ นการทำความสะอาดมอี ะไรบ้าง - สบู่ ผงซักฟอก แชมพู เป็นสารทชี่ ว่ ยทำใหน้ า้ํ มันลายน้ำได้หรอื ไม่ - สารทใี่ ช้ทำความสะอาดทท่ี ำจากกรดเกลือหรือกรดกำมะถนั ทำให้นา้ํ มันรวมกบั น้ำไดห้ รือไม่ - เหตุใดเม่ือชำระล้างร่างกายหรือเส้ือผ้าด้วยสบู่หรือผงซักฟอกแล้วจึงทำให้ร่างกายและเส้ือผ้า สะอาดได้ 2.3 ความปลอดภยั ในการใชส้ ารเคมี - พษิ และอันตรายของ สารเคมีท่ใี ช้ในงานอาชพี มีอะไร - หลกั การเลือกใช้สารโดยทว่ั ไปมอี ะไรบา้ ง 3. สมาชิกกล่มุ ช่วยกันบนั ทึกผลการศกึ ษาตามหวั ข้อทกี่ ำหนดลงผังกราฟิก (เลือกออกแบบและใช้ผงั กราฟิก ใหเ้ หมาะสมกบั ลกั ษณะของข้อมูล) ดงั ตวั อย่าง (ระหวา่ งผู้เรียนศกึ ษาเอกสาร คน้ ควา้ และบนั ทึกผล ผูส้ อนคอยใหค้ ำแนะนำต่อเนอ่ื งรายกลมุ่ )

47 ขน้ั ท่ี 2 ข้นั คิดวเิ คราะห์และสรุปความรู้ (Processing) 4. ให้สมาชิกแต่ละกลุ่มร่วมกันอภิปรายเรื่องสีและกลิ่น สารที่ใช้ในการทำความสะอาด ความปลอดภัยใน การใชส้ ารเคมี ทร่ี วบรวมไดจ้ ากการศึกษาคน้ ควา้ และระดมความคิดเห็นของสมาชกิ รว่ มดว้ ย โดยใช้คำถามให้อภิปราย หาข้อสรุป 5. เชอ่ื มโยงความคลา้ ยลงึ ของข้อมลู ทน่ี ำมาอภปิ ราย และรว่ มกันสรปุ ความรูต้ ามหวั ข้ออภปิ ราย 6. บันทกึ ผลการอภปิ รายสรปุ เปน็ ความเข้าใจของกลุ่มและรายบุคคล ข้ันท่ี 3 ขัน้ ปฏบิ ัติและสรุปความรู้หลังการปฏิบัติ (Applying and Constructing the Knowledge) 7. ผู้เรียนเข้ากลุ่มเดิมสรุปความรู้ความเข้าใจมาแลกเปลี่ยนเรียนรู้ร่วมกันระหว่างกลุ่มในชั้นเรียนมา วิเคราะห์เร่อื งสีและกลิน่ สารทใี่ ช้ในการทำสะอาด และความปลอดภัยในการใชส้ ารเคมี 8. ผู้เรียนแต่ละกลุ่มร่วมกันสรุปเป็นแนวคิดเกี่ยวกับสีและกล่ิน สารท่ีใช้ในการทำสะอาด และความ ปลอดภัยในการใชส้ ารเคมี 9. ผู้เรียนแต่ละกลุ่มร่วมกันสรุปเป็นแนวคิดเก่ียวกับสีและกล่ิน สารที่ใช้ในการทำสะอาด และความ ปลอดภยั ในการใช้สารเคมี และร่วมกันทำกจิ กรรมส่งเสริมการเรียนรู้ (หนังสือเรียน หน้า 89) และร่วมกันทำกิจกรรม ตรวจสอบความเข้าใจ (หนังสือเรยี น หน้า 88) แลกเปล่ียนกันตรวจใหค้ ะแนน ขั้นที่ 4 ขัน้ ส่ือสารและนำเสนอ (Applying the Communication Skill) 10. สุม่ กลมุ่ ผเู้ รยี นแต่ละกลุ่มนำเสนอเกี่ยวกับสีและกลิน่ สารที่ใช้ในการทำความสะอาด และความปลอดภัย ในการใช้สารเคมี โดยเลือกใช้ผังกราฟิก เทคนิควิธีการนำเสนอที่คิดว่าเหมาะสมและส่ือสารได้อย่างมีประสิทธิภาพ บูรณาการคำศัพท์/การใช้ส่ือ/เทคโนโลยี/เพิ่มเติมในการนำเสนอให้มากท่ีสุดเท่าที่จะทำได้ แต่ละกลุ่มแลกเปลี่ยน ผลงานกับกลุม่ อื่นเพื่อเปิดโอกาสใหผ้ ูเ้ รียนได้แลกเปล่ียนเรยี นรซู้ งึ่ กันและกัน 11. ร่วมกันสรุปเป็นข้อคิดเห็นเก่ียวกับสีและกลิ่น สารที่ใช้ในการทำสะอาด และความปลอดภัยในการใช้ สารเคมี และสุ่มกลมุ่ ผเู้ รยี นนำเสนอผลการสรปุ ความรู้ความเขา้ ใจ ขน้ั ที่ 5 ข้นั ประเมินเพ่อื เพ่มิ คุณค่าบรกิ ารสงั คมและจิตสาธารณะ (Self – Regulating) 12. ผู้เรียนแต่ละกลุ่มและรายบุคคลตรวจสอบความรู้ความเข้าใจของตนเองหลังจากรับฟังการนำเสนอของ สมาชกิ กลมุ่ อนื่ ปรบั ปรุงชน้ิ งานของกล่มุ ตนเองให้สมบรู ณแ์ ละบนั ทึกเพ่ิมเตมิ 13. นำผลงานแสดงในปา้ ยนเิ ทศหรือเผยแพรส่ ู่ห้องเรยี นอ่ืนหรือสาธารณะ 14. ผู้เรียนทำแบบทดสอบ (หนังสือเรียน หน้า 90) จากน้ันประเมินสรุปผลการทำกิจกรรม (หนังสือเรียน หน้า 89) ทำแบบประเมินตนเอง (หนังสือเรยี น หน้า 90) และกำหนดแนวทางการพฒั นาตนเอง

48 สอ่ื อุปกรณ์และแหล่งเรียนรู้ 1. หนังสือเรียนวิชาวิทยาศาสตร์เพ่ือพัฒนาอาชีพศิลปกรรมของสำนักพิมพ์ บริษัทพัฒนาคุณภาพวิชาการ (พว.) จำกัด 2. แบบบนั ทกึ ผงั กราฟิกแบบต่างๆ 3. PowerPoint วิชาวิทยาศาสตร์เพ่ือพัฒนาอาชีพศลิ ปกรรมของสำนักพิมพ์ บริษัทพัฒนาคุณภาพวิชาการ (พว.) จำกดั 4. AR code (motion graphic) วิชาวิทยาศาสตร์เพ่ือพัฒนาอาชีพศิลปกรรมของสำนักพิมพ์ บริษัท พฒั นาคุณภาพวิชาการ (พว.) จำกัด กจิ กรรมเสนอแนะ ผูส้ อนเสนอแนะให้ผเู้ รยี น - ฝกึ สังเกตรวบรวมข้อมลู แนวคดิ ขน้ั ตอน วิธดี ำเนนิ การ - ฝึกวเิ คราะหเ์ รื่องทส่ี นใจเร่ืองใดเร่ืองหนึ่ง โดยวเิ คราะห์และสรปุ การวัดและประเมนิ ผล ภาระงาน/ช้ินงาน/การแสดงออกตามกิจกรรมในแผนการจดั การเรียนรู้ แหลง่ ข้อมลู (ภาระงาน/ชนิ้ งานระหวา่ งเรียน) พฤติกรรม รวมคะแนน ในแผน จดุ ประสงคก์ ารเรยี นรู้ ผงั กราฟิก ผงั กราฟิก การเรยี นรู/้ การจดั การเรียนรู้ 1. อธิบายการใชส้ ีและกลิ่นได้ แสดงการเก็บ สรปุ ความรู้ การทำงาน 2. อธิบายหลกั การของสารทีใ่ ช้ทำความสะอาดได้ 13 3. อธบิ ายความปลอดภัยในการใชส้ ารเคมไี ด้ รวบรวมข้อมูล ความเขา้ ใจ รว่ มกบั กล่มุ และ 13 4. อธบิ ายการนำสารปรุงแต่งอาหาร และสารท่ใี ช้ 13 ทำความสะอาดไปประยุกตใ์ ช้ในงานอาชพี ได้ งานรายบุคคล 13 5. มเี จตคตทิ ดี่ ใี นการเรียนเร่อื งสารเคมีในงาน อาชพี และรกั ษค์ า่ นิยมหลกั 12 ประการของไทย 44 5 8 รวม 44 5 60 44 5 44 5 -- 8 16 16 28 หมายเหตุ : 1. การประเมินแผนการจัดการเรยี นรู้ ประเมินตามภาระงาน/ช้ินงาน/การแสดงออกตามกิจกรรมในแผนการจัดการเรียนรู้ ทส่ี อดคล้องกบั จุดประสงค์การเรยี นรู้ ใหค้ ะแนนตามเกณฑป์ ระเมิน 2. การประเมินเจตคติในการเรียน ประเมินต่อเน่ืองในทุกกิจกรรมตามแผนการจัดการเรียนรู้ แล้วนำผลไปสรุปรวม ในแผนสดุ ท้ายของเร่ือง/หนว่ ยการเรยี นรู้

49 ภาระงาน/ชนิ้ งานรวบยอดในหน่วยการเรียนรู้ แหล่งขอ้ มลู (ภาระงาน/ชนิ้ งานรวบยอดในหนว่ ยการเรียนร)ู้ รวมคะแนน ในหน่วย จุดประสงคก์ ารเรียนรู้ กจิ กรรม กจิ กรรม การประเมิน แบบทดสอบ การเรียนรู้ ตรวจสอบ สง่ เสรมิ ตนเอง 1. อธบิ ายการใช้สีและกล่นิ ได้ ความเข้าใจ การเรียนรู้ 8 2. อธิบายหลักการของสารทใ่ี ช้ทำความสะอาดได้ 9 3. อธบิ ายความปลอดภัยในการใชส้ ารเคมีได้ 33-2 8 4. อธบิ ายการนำสารปรุงแต่งอาหาร และสารทีใ่ ช้ 9 ทำความสะอาดไปประยุกต์ใช้ในงานอาชีพได้ 33-3 5. มีเจตคตทิ ด่ี ใี นการเรยี นเร่อื งสารเคมใี นงาน 6 อาชีพ และรักษค์ ่านิยมหลัก 12 ประการของไทย 33-2 40 รวม 33-3 - -6- 12 12 6 10 หมายเหตุ : 1. การประเมินแผนการจัดการเรียนรู้ ประเมินตามภาระงาน/ช้ินงาน/การแสดงออกตามกิจกรรมในแผนการจัดการเรียนรู้ ที่สอดคล้องกับจุดประสงค์การเรียนรู้ ให้คะแนนตามเกณฑ์ประเมิน 2. การประเมินเจตคติในการเรียน ประเมินต่อเนื่องในทุกกิจกรรมตามแผนการจัดการเรียนรู้ แล้วนำผลไปสรุปรวม ในแผนสดุ ทา้ ยของเร่ือง/หน่วยการเรยี นรู้ บันทกึ หลังสอน ความพรอ้ มก่อนดำเนนิ กิจกรรม (สื่อ วสั ดอุ ุปกรณ์ การเข้าชั้นเรยี น พืน้ ฐานความรเู้ ดิมของผู้เรยี น ฯลฯ) ......................................................................................................................................................................... ................ ............................................................................................................................. ............................................................ บรรยากาศการเรยี นรู้ (ความสนใจ ปฏิสมั พนั ธใ์ นห้อง ความราบรืน่ ในการดำเนนิ กิจกรรมการเรยี นรู้) ............................................................................................................................. ............................................................ .................................................................................................................................................... ..................................... ผลการเรียนรู้ (จำนวนผู้เรียนท่ีมีผลงานระหว่างเรียนและผลการประเมินบรรลุวัตถุประสงค์แต่ละระดับ ผู้เรียนท่เี ปน็ ผู้นำ ผเู้ รียนท่ตี อ้ งให้ความสนใจเพิ่มเติม) ........................................................................................................................................................................................ . ......................................................................................................................................................................................... แนวทางการพัฒนาในครัง้ ตอ่ ไป (สิง่ ทตี่ อ้ งยุติ ส่ิงทีน่ ำมาใช้ต่อ ส่ิงที่ต้องปรบั ปรงุ เพม่ิ เติม) ............................................................................................................................. ............................................................ ................................................................................................................................................................. ........................ (ผู้สอนเลือกบันทึกในส่วนที่สำคัญ ปรากฏชัดเจน และเป็นจุดวิกฤติหรือจุดสำเร็จในการจัดกิจกรรมการเรียนรู้ แตล่ ะแผน)

50 ตารางสรุปคะแนนการประเมนิ จดุ ประสงค์การเรยี นรู้และสมรรถนะประจำหนว่ ย หน่วยการเรยี นรู้ท่ี 3 สารเคมีในงานอาชีพ คะแนนตาม จปส. รายหน่วยการเรยี นรู้ ชนิ้ งาน/การแสดงออก 1.อ ิธบายการใ ้ชสีและกลิ่นได้ รวม ทีก่ ำหนดในหนว่ ยการเรยี นรหู้ รือหน่วยย่อย 2. อ ิธบายหลักการของสาร ่ีทใ ้ชทำความสะอาดได้ 3. อ ิธบายความปลอด ัภยในการใ ้ชสารเคมีได้ 4. อ ิธบายการนำสารปรุงแต่งอาหาร และสาร ี่ทใ ้ชทำ ความสะอาดไปประ ุยก ์ตใ ้ชในงานอา ีชพได้ 5. มีเจตคติ ่ีท ีดในการเรียนเรื่องสารเค ีมในงานอา ีชพ และรักษ์ค่า ินยมหลัก 12 ประการของไทย ภาระงาน/ช้นิ งานระหว่างเรยี น 444 4 - 16 1. ผงั กราฟิกแสดงการเกบ็ รวบรวมขอ้ มลู เกยี่ วกับสารเคมีในงานอาชพี 4 - 16 5 8 28 2. ผงั กราฟิกสรุปความรคู้ วามเขา้ ใจเกี่ยวกับสารเคมใี นงานอาชีพ 444 3 - 12 3. การนำเสนอผลการสรุปความรคู้ วามเข้าใจเกี่ยวกับสารเคมใี นงานอาชีพ 5 5 5 3 - 12 - 66 การประเมนิ รวบยอด 333 3 - 10 1. ผลการปฏิบัติกิจกรรมตรวจสอบความเข้าใจ 333 22 14 100 2. ผลการปฏิบัติกิจกรรมสง่ เสรมิ การเรยี นรู้ 3. ผลการประเมนิ ตนเอง --- 4. คะแนนผลการทดสอบ 232 รวม 21 22 21

ฯลฯ 12 11 10 9 8 7 6 5 4 3 2 1 เลขที่ ชอ่ื -นามสกลุ ตารางบันทึกคะแนนการประเมินจดุ ประสงคก์ ารเรยี นรูแ้ ละสมรรถนะประจำหนว่ ย 51 หนว่ ยการเรยี นรู้ท่ี 3 สารเคมีในงานอาชีพ 21 22 21 22 1.อธิบายการใช้สแี ละกลิ่นได้ คะแนนตาม จปส. รายหนว่ ยการเรียนรู้ 14 100 2. อธิบายหลกั การของสารท่ีใช้ทำความสะอาดได้ 3. อธบิ ายความปลอดภยั ในการใชส้ ารเคมไี ด้ 4. อธิบายการนำสารปรุงแตง่ อาหาร และสารทใี่ ช้ทำ ความสะอาดไปประยกุ ต์ใช้ในงานอาชพี ได้ 5. มีเจตคตทิ ดี่ ใี นการเรยี นเรอ่ื งสารเคมใี นงานอาชพี และรกั ษค์ า่ นยิ มหลัก 12 ประการของไทย รวม

52 หน่วยการเรียนรทู้ ่ี 4 พอลิเมอรแ์ ละการเลือกใชผ้ ลติ ภณั ฑพ์ อลเิ มอร์ เวลาเรียน 9 ชั่วโมง สัปดาห์ท่ี 10-12 เรอื่ ง พอลิเมอร์และการเลอื กใช้ผลิตภัณฑ์พอลเิ มอร์ เวลาเรยี น 9 ชัว่ โมง ความคดิ รวบยอด/ความเข้าใจท่คี งทน พอลิเมอร์ คือ สารประกอบท่ีมีโมเลกุลใหญ่ เกิดจากโมเลกุลเด่ียวมาเช่ือมต่อด้วยพันธะเคมี แต่ละโมเลกุล เดีย่ วหรอื หน่วยย่อย เรียกวา่ มอนอเมอร์ พอลิเมอร์ มีท้ังแบบท่ีเป็นธรรมชาติและสังเคราะห์ข้ึน พอลิเมอร์ธรรมชาติ เช่น เซลลูโลส ใยธรรมชาติ ส่วนพอลิเมอร์สังเคราะห์สามารถสังเคราะห์ขึ้นได้ โดยนำสารประกอบที่เป็นมอนอเมอร์มาทำปฏิกิริยาเคมีภายใต้ สภาวะท่ีเหมาะสม มอนอเมอร์เหล่านี้จะเชื่อมต่อเป็นโมเลกุลขนาดใหญ่ เกิดเป็นพอลิเมอร์สังเคราะห์ เช่น ยางสงั เคราะห์ เสน้ ใยสงั เคราะห์ พลาสตกิ เปน็ ต้น สาระการเรียนรู้ 1. ประเภทของพอลิเมอร์ (หนังสือเรียน หน้า 93-97) 2. การเกดิ พอลเิ มอร์ (หนงั สือเรียน หนา้ 97-99) 3. พลาสตกิ (หนงั สือเรยี น หน้า 99-107) 4. ยาง (หนงั สือเรียน หนา้ 107-108) 5. เส้นใยสงั เคราะห์ (หนังสือเรยี น หนา้ 108-109) สมรรถนะประจำหน่วย 1. แสดงความร้เู กีย่ วกบั พอลเิ มอรแ์ ละการเลือกใชผ้ ลติ ภัณฑ์พอลเิ มอร์ 2. ประยุกต์ความรู้เร่ืองพอลิเมอร์และการเลือกใช้ผลิตภัณฑ์พอลิเมอร์ไปใช้ใน ชีวิตประจำวันและ การประกอบอาชพี จุดประสงค์การเรยี นรู้ 1. บอกประเภทของพอลิเมอร์ได้ 2. อธิบายการเกิดพอลเิ มอรไ์ ด้ 3. บอกประเภทและการใชป้ ระโยชนข์ องพลาสติกได้ 4. อธิบายเกีย่ วกบั ยางได้ 5. อธบิ ายเกยี่ วกับเสน้ ใยสังเคราะหไ์ ด้ 6. มีเจตคติที่ดีในการเรียนเร่ืองพอลิเมอร์และการเลือกใช้ผลิตภัณฑ์พอลิเมอร์ และรักษ์ค่านิยมหลัก 12 ประการของไทย ภาระงาน/ช้ินงาน/การแสดงออกของผ้เู รียน ภาระงาน/ช้ินงานระหว่างเรียน 1. ผงั กราฟิกแสดงการเก็บรวบรวมข้อมลู เก่ยี วกบั พอลเิ มอร์ และการเลอื กใชผ้ ลิตภัณฑ์พอลเิ มอร์

53 2. ผังกราฟกิ สรุปความรูค้ วามเข้าใจเกีย่ วกบั พอลเิ มอร์ และการเลอื กใชผ้ ลติ ภัณฑพ์ อลิเมอร์ 3. การนำเสนอผลการสรุปความรู้ความเข้าใจเก่ียวกับพอลิเมอร์ และการเลอื กใช้ผลิตภัณฑพ์ อลิเมอร์ ภาระงาน/ชิน้ งานรวบยอดในหนว่ ยการเรียนรู้ 1. ผลการปฏบิ ตั กิ จิ กรรมตรวจสอบความเข้าใจ 2. ผลการปฏบิ ตั ิกจิ กรรมส่งเสริมการเรียนรู้ 3. ผลการประเมนิ ตนเอง 4. คะแนนผลการทดสอบ การประเมินผล จุดประสงคก์ ารเรยี นรู้ ภาระงาน/ชิ้นงาน/ วธิ ีประเมิน/เครือ่ งมอื เกณฑ์ 1. บอกประเภทของพอลเิ มอร์ได้ การแสดงออก ตรวจผลงานแบบบันทกึ ตามที่กำหนดในแบบตรวจ 2. อธบิ ายการเกิดพอลเิ มอรไ์ ด้ ผลงานแบบบันทกึ ผงั กราฟกิ ผังกราฟกิ แสดงประเภทของ และประเมนิ ผลงาน แสดงประเภทของพอลิเมอร์ พอลิเมอร์ 3. บอกประเภทและการใช้ ตรวจผลงานแบบบนั ทึก ตามทกี่ ำหนดในแบบตรวจ ประโยชนข์ องพลาสติกได้ ผลงานแบบบนั ทกึ ผงั กราฟกิ ผังกราฟิกแสดงการเกดิ พอลเิ มอร์ และประเมินผลงาน แสดงการเกดิ พอลเิ มอร์ ตรวจผลงานแบบบนั ทึก ตามท่กี ำหนดในแบบตรวจ 4. อธิบายเก่ยี วกบั ยางได้ ผลงานแบบบนั ทึก ผงั กราฟิก ผงั กราฟกิ แสดงประเภทและ และประเมินผลงาน แสดงประเภทและการใช้ การใช้ประโยชนข์ องพลาสตกิ 5. อธบิ ายเกย่ี วกบั เสน้ ใย ประโยชนข์ องพลาสตกิ ตรวจผลงานแบบบันทกึ ตามท่กี ำหนดในแบบตรวจ สังเคราะห์ได้ ผลงานแบบบันทึก ผังกราฟิก ผงั กราฟกิ แสดงเกี่ยวกบั ยาง และประเมนิ ผลงาน แสดงเก่ียวกบั ยาง ตรวจผลงานแบบบันทึก ตามทกี่ ำหนดในแบบตรวจ 6. มีเจตคติทดี่ ีในการเรียนเร่ือง ผลงานแบบบันทึก ผังกราฟิก ผังกราฟิกแสดงเก่ียวกบั และประเมนิ ผลงาน พอลิเมอร์และการเลอื กใช้ แสดงเก่ยี วกับเสน้ ใยสังเคราะห์ เสน้ ใยสงั เคราะห์ ผลติ ภณั ฑ์พอลิเมอร์ และรกั ษ์ สังเกตและประเมนิ ตามทก่ี ำหนดในแบบบนั ทกึ ค่านิยมหลัก 12 ประการของไทย พฤตกิ รรมการปฏบิ ตั ติ น พฤตกิ รรมการปฏบิ ตั ิตน และแบบประเมนิ พฤติกรรม ในการร่วมปฏบิ ัติกจิ กรรมของ ในการรว่ มปฏบิ ัตกิ จิ กรรมของ บทเรยี น กจิ กรรมกลุ่มและ บทเรียน กิจกรรมรายบุคคล หมายเหตุ : 1. การประเมนิ แผนการจัดการเรียนรู้ ประเมนิ ตามภาระงาน/ช้ินงาน/การแสดงออกตามกจิ กรรมในแผนการจดั การเรยี นรู้ ทส่ี อดคล้องกับจดุ ประสงค์การเรยี นรู้ ให้คะแนนตามเกณฑ์ประเมนิ 2. การประเมินเจตคติในการเรียน ประเมินต่อเน่ืองในทุกกิจกรรมตามแผนการจัดการเรียนรู้ แล้วนำผลไปสรุปรวม ในแผนสดุ ทา้ ยของเร่ือง/หนว่ ยการเรียนรู้

54 เกณฑป์ ระเมนิ จดุ ประสงคก์ ารเรยี นรู้จากภาระงาน/ช้นิ งาน/การแสดงออกของผเู้ รียน จดุ ประสงค์ ระดบั ดีมาก ดี ปานกลาง ปรับปรุง การเรียนรู้ คุณภาพ (4) (3) (2) (1) 1. บอกประเภทของพอลิเมอร์ บอกประเภทของ บอกประเภทของ บอกประเภทของ บอกประเภทของ พอลิเมอรไ์ ดถ้ ูกตอ้ ง ได้ พอลเิ มอรไ์ ดถ้ ูกต้อง ครอบคลมุ ตรงตาม พอลิเมอรไ์ ด้ถกู ตอ้ ง พอลิเมอรไ์ ด้เล็กนอ้ ย หลกั วิชา ด้วยข้อความ ครอบคลมุ ตรงตาม ทีค่ ัดลอกจากผู้อน่ื หรือ ตรงตามหลักวิชา ยงั ไมถ่ กู ตอ้ ง ครอบคลุม ตำรา หลักวชิ า เรียบเรียง อธบิ ายการเกิด บางสว่ น ด้วย ตรงตามหลกั วชิ า พอลเิ มอรไ์ ดถ้ กู ต้อง ดว้ ยภาษาของตนเอง ครอบคลมุ ตรงตาม ข้อความทคี่ ัดลอก หลกั วิชา ดว้ ยขอ้ ความ เข้าใจง่าย ทคี่ ดั ลอกจากผอู้ นื่ หรือ จากผอู้ น่ื หรือตำรา ตำรา 2. อธบิ ายการเกิด อธิบายการเกิด บอกประเภทและ อธิบายการเกิด อธิบายการเกดิ การใชป้ ระโยชนข์ อง พอลเิ มอรไ์ ด้ พอลเิ มอรไ์ ด้ถกู ต้อง พลาสตกิ ไดถ้ ูกต้อง พอลเิ มอรไ์ ดถ้ กู ตอ้ ง พอลเิ มอรไ์ ด้เล็กน้อย ครอบคลมุ ตรงตาม ครอบคลมุ ตรงตาม หลกั วชิ า ด้วยข้อความ ตรงตามหลกั วชิ า ยงั ไม่ถูกตอ้ ง ครอบคลุม ท่คี ดั ลอกจากผอู้ น่ื หรอื หลกั วชิ า เรยี บเรียง ตำรา บางส่วน ด้วย ตรงตามหลักวิชา อธิบายเกีย่ วกับยาง ดว้ ยภาษาของตนเอง ไดถ้ ูกตอ้ งครอบคลมุ ขอ้ ความที่คัดลอก ตรงตามหลักวชิ า เขา้ ใจงา่ ย ด้วยขอ้ ความท่ีคดั ลอก จากผอู้ นื่ หรอื ตำรา จากผู้อน่ื หรอื ตำรา 3. บอกประเภทและการใช้ บอกประเภทและ บอกประเภทและ บอกประเภทและ อธบิ ายเกยี่ วกบั ประโยชนข์ องพลาสตกิ ได้ การใช้ประโยชน์ของ เส้นใยสังเคราะห์ การใชป้ ระโยชนข์ อง การใช้ประโยชน์ของ ได้ถกู ตอ้ งครอบคลุม พลาสตกิ ไดถ้ กู ตอ้ ง ตรงตามหลกั วิชา พลาสติกได้ถูกต้อง พลาสติกไดเ้ ล็กนอ้ ย ดว้ ยข้อความทค่ี ัดลอก ครอบคลมุ ตรงตาม จากผู้อน่ื หรอื ตำรา ตรงตามหลักวชิ า ยงั ไม่ถูกตอ้ ง ครอบคลุม หลกั วิชา เรียบเรยี ง บางส่วน ด้วย ตรงตามหลกั วิชา ดว้ ยภาษาของตนเอง ขอ้ ความท่คี ดั ลอก เข้าใจงา่ ย จากผ้อู ่นื หรือตำรา 4. อธิบายเก่ยี วกบั ยางได้ อธิบายเกี่ยวกบั ยาง อธิบายเกยี่ วกบั ยาง อธิบายเกย่ี วกบั ยาง ได้ถกู ตอ้ งครอบคลมุ ได้ถูกต้อง ตรงตาม ไดเ้ ล็กน้อย ยังไม่ถกู ตอ้ ง ตรงตามหลกั วิชา หลกั วชิ าบางส่วน ครอบคลมุ ตรงตาม เรียบเรยี ง ดว้ ยภาษา ดว้ ยขอ้ ความที่ หลกั วิชา ของตนเอง เขา้ ใจงา่ ย คัดลอกจากผอู้ ืน่ หรอื ตำรา 5. อธบิ ายเก่ยี วกับ อธิบายเก่ียวกบั อธบิ ายเกีย่ วกบั อธบิ ายเกย่ี วกับ เสน้ ใยสังเคราะห์ได้ เสน้ ใยสงั เคราะห์ ได้ถูกต้องครอบคลมุ เสน้ ใยสงั เคราะห์ เสน้ ใยสังเคราะห์ ตรงตามหลกั วิชา เรียบเรยี งด้วยภาษา ได้ถกู ต้อง ตรงตาม ได้เลก็ น้อย ยังไม่ถูกตอ้ ง ของตนเอง เข้าใจง่าย หลักวชิ าบางส่วน ครอบคลมุ ตรงตาม ด้วยข้อความที่ หลกั วชิ า คัดลอกจากผู้อื่น หรือตำรา

55 เกณฑ์ประเมนิ จุดประสงคก์ ารเรียนรจู้ ากการแสดงออกของผเู้ รียนตามภาระงาน การแสดงออกของผเู้ รยี นตามภาระงาน การปฏิบัติกจิ กรรมกลุ่มและการปฏิบัตงิ านรายบุคคลตามท่ีกำหนด ในกิจกรรมการเรียนรู้แตล่ ะขั้นตอน จุดประสงค์การเรียนรู้ ข้อ 6 มีเจตคติที่ดีในการเรียนเรื่องพอลิเมอร์และการเลือกใช้ผลิตภัณฑ์พอลิเมอร์ และรักษ์คา่ นยิ มหลกั 12 ประการของไทย ประเมินโดยเกณฑ์เชงิ คุณภาพแบบจำแนกองคป์ ระกอบดังตาราง ระดับ ดีมาก ดี ปานกลาง ปรบั ปรงุ (4) (3) (2) (1) องค์ประกอบ คณุ ภาพ ทป่ี ระเมนิ รว่ มมือกับกลมุ่ ปฏิบตั งิ านทไ่ี ดร้ บั 1. การปฏิบัติกจิ กรรมกลุ่ม รว่ มมือกับกลมุ่ ปฏิบตั งิ าน ร่วมมือกับกลมุ่ ปฏบิ ตั งิ าน ร่วมมือกบั กลมุ่ มอบหมายเล็กนอ้ ย ไมเ่ สนอตนเปน็ ผ้รู เิ ริม่ ตามทกี่ ำหนดในกจิ กรรม ทไี่ ดร้ บั มอบหมายอยา่ ง ทไี่ ด้รับมอบหมายอยา่ ง ปฏิบัตงิ านท่ีไดร้ ับ ประสานงานในกลุม่ การเรยี นรู้แตล่ ะข้ันตอน เต็มความสามารถเปน็ เตม็ ความสามารถ รเิ ร่ิม มอบหมายอย่างเต็ม ปฏบิ ตั งิ านที่ไดร้ ับ มอบหมายไมเ่ ตม็ ประจำ รเิ ริม่ ประสานงาน ประสานงานเปน็ ส่วนใหญ่ ความสามารถเป็น ความสามารถ ต้องตักเตือน ผลงาน อยูเ่ สมอ มีความ มีความกระตือรือร้นดี บางคร้งั นานๆ ครั้ง จึงเสร็จสมบรู ณ์ กระตือรอื ร้นสงู มาก จะเสนอตนเป็นผู้ริเริม่ จัดส่อื อปุ กรณ์ วิธีนำเสนอไมน่ า่ สนใจ ประสานงาน ไดส้ าระตามเป้าหมาย ท่กี ำหนดเลก็ น้อย 2. การปฏบิ ัตงิ านรายบคุ คล ต้ังใจปฏบิ ตั ิงานท่ีไดร้ ับ ต้งั ใจปฏิบัตงิ านท่ีไดร้ ับ ตั้งใจปฏบิ ตั งิ านท่ีได้รบั บางสว่ น ตามทก่ี ำหนดในกิจกรรม การเรยี นรู้แตล่ ะข้ันตอน มอบหมายอย่างเตม็ มอบหมายอย่างเต็ม มอบหมายอยา่ งเต็ม 3. การนำเสนอผลการสรปุ ความสามารถเสมอ ความสามารถเป็น ความสามารถเป็น ความรู้ความเข้าใจ ผลงานเสร็จสมบรู ณ์ สว่ นใหญ่ ผลงานเสร็จ บางครงั้ ผลงานเสรจ็ ตามท่กี ำหนดทุกรายการ สมบรู ณ์ตามทกี่ ำหนด สมบรู ณ์ตามทก่ี ำหนด เกือบทกุ รายการ บางรายการ จดั สอ่ื อุปกรณ์ จดั สือ่ อปุ กรณ์ จดั สื่ออปุ กรณ์ วธิ ีนำเสนอได้อย่าง วธิ ีนำเสนอได้อย่าง วิธนี ำเสนอได้อย่าง สรา้ งสรรคน์ ่าสนใจมาก น่าสนใจ ไดส้ าระตาม น่าสนใจพอสมควร ไดส้ าระครอบคลมุ เป้าหมายที่กำหนด ได้สาระตามเป้าหมาย ครบถ้วนตามเป้าหมาย เปน็ ส่วนใหญ่ ทกี่ ำหนดปานกลาง ทีก่ ำหนด

56 กิจกรรมการเรียนรู้ Step 1 Gathering (ข้ันรวบรวมขอ้ มูล) 1. ผสู้ อนแบ่งกลมุ่ ผูเ้ รยี นเปน็ 5 กลุม่ ใหญ่ ตามหวั ขอ้ ต่อไปน้ี 1.1 ประเภทของพอลเิ มอร์ 1.2 การเกิดพอลเิ มอร์ 1.3 พลาสติก 1.4 ยาง 1.5 เสน้ ใยสงั เคราะห์ 2. ผู้สอนต้ังคำถามให้ผู้เรียนเสนอข้อมูลจากประสบการณ์ในเร่ืองพอลิเมอร์และการเลือกใช้ผลิตภัณฑ์ พอลิเมอร์ ดังตอ่ ไปนี้ 2.1 ประเภทของพอลเิ มอร์ - พอลิเมอร์เปน็ สารประกอบที่โมเลกลุ มีลักษณะเป็นอยา่ งไร - พอลิเมอร์สงั เคราะห์สามารถสังเคราะห์ข้ึนไดโ้ ดยวธิ ีใด - พอลเิ มอร์แบบเส้นคอื อะไร - พอลเิ มอร์ธรรมชาติคืออะไร 2.2 การเกดิ พอลิเมอร์ - การสังเคราะหพ์ อลเิ มอรแ์ บ่งออกเปน็ กป่ี ระเภท - สารประกอบไฮโดรคารบ์ อนไม่อิม่ ตัวอ่นื ๆ สามารถเป็นมอนอเมอร์ได้หรือไม่ 2.3 พลาสตกิ - พลาสติกมีกป่ี ระเภท อะไรบา้ ง - พลาสติกทีน่ ำมารีไซเคลิ ได้ ได้แก่ พลาสตกิ ชนิดใดบ้าง 2.4 ยาง - ยางหรือพอลิไอโซพรีนเกิดจากอะไร - ยางธรรมชาติคอื อะไร 2.5 เสน้ ใยสังเคราะห์ - เสน้ ใยสังเคราะห์ไดแ้ ก่อะไรบ้าง - ซลิ ิโคนที่มีลักษณะคล้ายยางคืออะไร - เส้นใยสงั เคราะห์คืออะไร

57 3. จากการแสวงหาความรู้หรือประสบการณ์ของผู้เรียน ให้บันทึกผลจากการศึกษาลงในผังกราฟิก (เลอื กออกแบบและใช้ผังกราฟิกใหเ้ หมาะสมกับลักษณะของข้อมลู ) ดงั ตัวอยา่ ง Step 2 Processing (ขัน้ คิดวิเคราะห์และสรปุ ความรู้) 4. ผูเ้ รียนรว่ มกันอภปิ รายเร่ืองทีผ่ ู้เรยี นรับผดิ ชอบตามกลมุ่ (ในข้อ 1) ตามหวั ขอ้ ทีร่ ะบุ 4.1 ประเภทของพอลิเมอร์ 4.2 การเกดิ พอลิเมอร์ 4.3 พลาสติก 4.4 ยาง 4.5 เส้นใยสงั เคราะห์ 5. ผู้เรียนร่วมกันเช่ือมโยงความคล้ายคลึง/แตกต่างของข้อมูลท่ีนำมาอภิปราย เปรียบเทียบ จำแนก จัดกลุ่ม จัดประเภท จัดลำดับ แสดงเหตุผล และร่วมกันสรุปความรู้ตามหัวข้ออภิปราย แสดงเป็นความคิดรวบยอด หรอื หลกั การ ตามหวั ขอ้ ตอ่ ไปนี้ 5.1 ประเภทของพอลเิ มอร์ 5.2 การเกิดพอลเิ มอร์ 5.3 พลาสติก 5.4 ยาง 5.5 เส้นใยสังเคราะห์ 6. บันทึกผลข้อสรุปเป็นความเขา้ ใจของกลมุ่ และรายบุคคล Step 3 Applying and Constructing the Knowledge (ขัน้ ปฏิบัติและสรุปความรูห้ ลังการปฏิบัติ) 7. ผู้เรียนนำข้อสรุปความรู้ความเข้าใจที่ได้แลกเปล่ียนเรียนรู้ร่วมกันระหว่างกลุ่มในช้ันเรียนมาวิเคราะห์ แนวทางนำไปใช้ประโยชน์ ตามหวั ขอ้ ตอ่ ไปน้ี 7.1 ประเภทของพอลิเมอร์ 7.2 การเกิดพอลิเมอร์ 7.3 พลาสตกิ 7.4 ยาง 7.5 เส้นใยสงั เคราะห์

58 8. ผู้เรียนแต่ละกลุ่มร่วมกนั อภิปรายตรวจสอบความสมบรู ณ์ถูกต้องของเน้ือหาดังตอ่ ไปน้ี 8.1 ประเภทของพอลเิ มอร์ 8.2 การเกดิ พอลเิ มอร์ 8.3 พลาสตกิ 8.4 ยาง 8.5 เส้นใยสังเคราะห์ 9. ผู้เรียนรว่ มกนั ปฏบิ ตั ิกิจกรรมส่งเสรมิ การเรยี นรู้ (หนังสือเรียน หนา้ 111) และปฏบิ ตั ิกิจกรรมตรวจสอบ ความเข้าใจ (หนังสือเรยี น หน้า 110) Step 4 Applying the Communication Skill (ขนั้ สื่อสารและนำเสนอ) 10. ผู้เรียนแต่ละกลุ่มออกแบบหรือหาวิธีนำเสนอให้ผู้อื่นรับรู้และส่ือสารได้อย่างมีประสิทธิภาพ ตามหัวข้อ ตอ่ ไปนี้ 10.1 ประเภทของพอลเิ มอร์ 10.2 การเกิดพอลิเมอร์ 10.3 พลาสติก 10.4 ยาง 10.5 เส้นใยสังเคราะห์ 11. ผู้สอนสุ่มกลุ่มผู้เรียนนำเสนอผลการสรุปความรู้ความเข้าใจ ผู้สอนและผู้เรียนร่วมกันประเมินผล การนำเสนอตามเกณฑท์ ี่กำหนด Step 5 Self – Regulating (ขน้ั ประเมินเพ่ือเพ่มิ คุณค่าบรกิ ารสังคมและจติ สาธารณะ) 12. ผู้เรียนแต่ละกลุ่มและรายบุคคลตรวจสอบความรู้ความเข้าใจของตนเองหลังจากรับฟังการนำเสนอของ สมาชิกกลมุ่ อืน่ ปรบั ปรงุ ช้นิ งานของกล่มุ ตนเองใหส้ มบูรณ์และบันทึกเพิม่ เติม 13. นำเสนอผลการปฏบิ ัติงาน แสดงในปา้ ยนเิ ทศหรอื เผยแพรส่ ู่ห้องเรยี นอ่ืนหรือทสี่ าธารณะ 14. ผู้เรียนทำแบบทดสอบ (หนังสือเรียน หน้า 112) จากน้ันประเมินสรุปผลการทำกิจกรรม (หนังสือเรียน หน้า 111) และทำแบบประเมินตนเอง (หนังสอื เรยี น หนา้ 112)

59 การบูรณาการกิจกรรมการเรยี นรู้ สมรรถนะผู้เรียนในศตวรรษที่ 21 การทำงานเปน็ ทมี 1 ทีมละ 5-6 คน ฝกึ การคดิ วเิ คราะห์ การแก้ปญั หา การเรยี นรสู้ ู่อาเซยี น เรียนรู้คำศัพท์ภาษาอังกฤษท่ีเกี่ยวข้องกับเนื้อหาในบทเรียน โดยฝึกหาข้อมูลจากแหล่งเรียนรู้ต่างๆ และใช้ คำศัพท์ดงั กล่าวในการนำเสนอผลงานในขั้นท่ี 4 ทักษะชวี ิต คน้ หาข้อมลู จากแหลง่ เรียนรู้ต่างๆ เพอ่ื นำมาเปรยี บเทยี บ (กิจกรรมสง่ เสรมิ การเรียนรู้) คา่ นิยมหลัก 12 ประการ - มศี ีลธรรม รกั ษาความสตั ย์ หวังดตี อ่ ผู้อืน่ เผ่ือแผแ่ ละแบ่งปัน - ใฝ่หาความรู้ หม่นั ศึกษาเลา่ เรียนท้ังทางตรงและทางอ้อม - มสี ตริ ู้ตวั รู้คิด รทู้ ำ ร้ปู ฏบิ ตั ติ ามพระราชดำรัสของพระบาทสมเดจ็ พระเจ้าอย่หู วั - มรี ะเบยี บวินยั เคารพกฎ ผ้นู ้อยร้จู ักการเคารพผใู้ หญ่ กจิ กรรมท้าทาย ใหผ้ เู้ รียนฝกึ วิเคราะห์เรื่องที่สนใจเรอ่ื งใดเรือ่ งหนงึ่ โดยวเิ คราะหแ์ ละสรปุ 1. ประเภทของพอลิเมอร์ 2. การเกิดพอลิเมอร์ 3. พลาสตกิ 4. ยาง 5. เส้นใยสังเคราะห์ 1 ทีมหรอื กลมุ่ เป็นคำสำหรับสมรรถนะผ้เู รยี นในศตวรรษท่ี 21

60 แผนการจัดการเรียนรหู้ น่วยการเรียนรู้ที่ 4 พอลิเมอรแ์ ละการเลอื กใชผ้ ลติ ภณั ฑ์พอลเิ มอร์ สัปดาห์ท่ี 10-12 เรอื่ ง พอลเิ มอร์และการเลอื กใชผ้ ลติ ภณั ฑพ์ อลเิ มอร์ เวลาเรียน 9 ชั่วโมง สาระสำคญั พอลิเมอร์ คือ สารประกอบที่มีโมเลกุลใหญ่ เกิดจากโมเลกุลเด่ียวมาเชื่อมต่อด้วยพันธะเคมี แต่ละโมเลกุล เดี่ยวหรอื หน่วยย่อย เรยี กว่า มอนอเมอร์ พอลิเมอร์ มีทั้งแบบท่ีเป็นธรรมชาติและสังเคราะห์ขึ้น พอลิเมอร์ธรรมชาติ เช่น เซลลูโลส ใยธรรมชาติ ส่วนพอลิเมอร์สังเคราะห์สามารถสังเคราะห์ขึ้นได้ โดยนำสารประกอบที่เป็นมอนอเมอร์มาทำปฏิกิริยาเคมีภายใต้ สภาวะที่เหมาะสม มอนอเมอร์เหล่าน้ีจะเช่ือมต่อเป็นโมเลกุลขนาดใหญ่ เกิดเป็นพอลิเมอร์สังเคราะห์ เช่น ยางสังเคราะห์ เส้นใยสังเคราะห์ พลาสตกิ เป็นต้น สาระการเรียนรู้ 1. ประเภทของพอลิเมอร์ 2. การเกิดพอลิเมอร์ 3. พลาสตกิ 4. ยาง 5. เสน้ ใยสงั เคราะห์ สมรรถนะประจำหน่วย 1. แสดงความรเู้ กี่ยวกบั พอลเิ มอร์และการเลือกใชผ้ ลิตภัณฑ์พอลเิ มอร์ 2. ประยุกต์ความรู้เร่ืองพอลิเมอร์และการเลือกใช้ผลิตภัณฑ์พอลิเมอร์ไปใช้ในชีวิต ประจำวันและ การประกอบอาชพี จุดประสงค์การเรียนรู้ 1. บอกประเภทของพอลิเมอร์ได้ 2. อธิบายการเกดิ พอลิเมอรไ์ ด้ 3. บอกประเภทและการใชป้ ระโยชนข์ องพลาสติกได้ 4. อธบิ ายเก่ียวกับยางได้ 5. อธบิ ายเกีย่ วกับเส้นใยสังเคราะหไ์ ด้ 6. มีเจตคติที่ดีในการเรียนเร่ืองพอลิเมอร์และการเลือกใช้ผลิตภัณฑ์พอลิเมอร์ และรักษ์ค่านิยมหลัก 12 ประการของไทย

61 กจิ กรรมการเรยี นรู้ ขนั้ นำเข้าสู่บทเรยี น ผู้สอนสนทนากับผู้เรียนถึงประสบการณ์ในชีวิตประจำวันเกี่ยวกับพอลิเมอร์และการเลือกใช้ผลิตภัณฑ์ พอลเิ มอร์ แล้วดำเนินกจิ กรรมตามข้นั ตอนดังน้ี ข้นั สอน ข้ันท่ี 1 ข้นั รวบรวมข้อมูล (Gathering) 1. แบ่งกลุ่มผู้เรียนเลือกประธานและกำหนดหน้าที่สมาชิกคนอ่ืนๆ ให้ปฏิบัติงานในกลุ่ม ร่วมกันศึกษา เอกสารหนงั สอื เรียนเรื่องประเภทของพอลิเมอร์ การเกิดพอลิเมอร์ พลาสตกิ ยาง และเส้นใยสังเคราะห์ 2. ตั้งคำถามให้ผ้เู รียนเสนอขอ้ มลู จากประสบการณ์ที่รบั รู้ดงั ตัวอย่างนี้ 2.1 ประเภทของพอลิเมอร์ - พอลิเมอร์เป็นสารประกอบท่โี มเลกุลมลี ักษณะเปน็ อย่างไร - พอลิเมอรส์ ังเคราะห์สามารถสงั เคราะห์ขนึ้ ไดโ้ ดยวธิ ีใด - พอลิเมอร์แบบเสน้ คืออะไร - พอลิเมอรธ์ รรมชาติคืออะไร 2.2 การเกิดพอลเิ มอร์ - การสงั เคราะหพ์ อลเิ มอร์แบง่ ออกเปน็ ก่ปี ระเภท - สารประกอบไฮโดรคาร์บอนไม่อิม่ ตัวอื่นๆ สามารถเปน็ มอนอเมอร์ไดห้ รือไม่ 2.3 พลาสตกิ - พลาสตกิ มีกีป่ ระเภท อะไรบ้าง - พลาสติกท่นี ำมารไี ซเคิลได้ ได้แก่ พลาสติกชนดิ ใดบ้าง 2.4 ยาง - ยางหรอื พอลไิ อโซพรีนเกิดจากอะไร - ยางธรรมชาติคืออะไร 2.5 เส้นใยสงั เคราะห์ - เส้นใยสงั เคราะห์ได้แกอ่ ะไรบ้าง - ซิลิโคนทมี่ ีลักษณะคล้ายยางคืออะไร - เส้นใยสงั เคราะห์คืออะไร

62 3. สมาชิกกลุม่ ช่วยกนั บันทึกผลการศกึ ษาตามหัวขอ้ ที่กำหนดลงผงั กราฟิก (เลือกออกแบบและใชผ้ ังกราฟิก ให้เหมาะสมกบั ลักษณะของข้อมูล) ดงั ตวั อยา่ ง (ระหวา่ งผเู้ รียนศึกษาเอกสาร คน้ คว้าและบันทึกผล ผู้สอนคอยใหค้ ำแนะนำต่อเนื่องรายกลมุ่ ) ขนั้ ท่ี 2 ข้ันคดิ วเิ คราะห์และสรปุ ความรู้ (Processing) 4. ให้สมาชิกแต่ละกลุ่มร่วมกันอภิปรายเร่ืองประเภทของพอลิเมอร์ การเกิดพอลิเมอร์ พลาสติก ยาง เส้นใยสังเคราะห์ ท่ีรวบรวมได้จากการศึกษาค้นคว้าและระดมความคิดเห็นของสมาชิกร่วมด้วย โดยใช้คำถามให้ อภปิ รายหาขอ้ สรุป 5. เชอ่ื มโยงความคล้ายคลึงของข้อมูลท่นี ำมาอภิปราย และร่วมกันสรุปความรูต้ ามหวั ข้ออภปิ ราย 6. บนั ทึกผลการอภิปรายสรุปเป็นความเข้าใจของกลุ่มและรายบุคคล ขนั้ ที่ 3 ข้นั ปฏบิ ตั ิและสรุปความรหู้ ลงั การปฏิบตั ิ (Applying and Constructing the Knowledge) 7. ผู้เรียนเข้ากลุ่มเดิมสรุปความรู้ความเข้าใจมาแลกเปล่ียนเรียนรู้ร่วมกันระหว่างกลุ่มในช้ันเรียนมา วิเคราะห์เร่อื งประเภทของพอลเิ มอร์ การเกิดพอลเิ มอร์ พลาสตกิ ยาง และเสน้ ใยสงั เคราะห์ 8. ผู้เรียนแต่ละกลุ่มร่วมกันเป็นแนวคิดเก่ียวกับประเภทของพอลิเมอร์ การเกิดพอลิเมอร์ พลาสติก ยาง และเสน้ ใยสังเคราะห์ 9. ผู้เรียนแต่ละกลุ่มร่วมกันสรุปเป็นแนวคิดเก่ียวกับประเภทของพอลิเมอร์ การเกิดพอลิเมอร์ พลาสติก ยาง และเส้นใยสังเคราะห์ ร่วมกันทำกิจกรรมส่งเสริมการเรียนรู้ (หนังสือเรียน หน้า 111) และร่วมกันทำกิจกรรม ตรวจสอบความเขา้ ใจ (หนงั สือเรียน หน้า 110) ข้นั ท่ี 4 ข้นั ส่ือสารและนำเสนอ (Applying the Communication Skill) 10. สุ่มกลุ่มผู้เรียนแต่ละกลุ่มนำเสนอเก่ียวกับประเภทของพอลิเมอร์ การเกิดพอลิเมอร์ พลาสติก ยาง และ เส้นใยสังเคราะห์ โดยเลือกใช้ผังกราฟิก เทคนิควิธีการนำเสนอท่ีคิดว่าเหมาะสมและส่ือสารได้อย่างมีประสิทธิภาพ บูรณาการคำศัพท์/การใช้สื่อ/เทคโนโลยี/เพ่ิมเติมในการนำเสนอให้มากที่สุดเท่าท่ีจะทำได้ แต่ละกลุ่มแลกเปล่ียน ผลงานกับกลมุ่ อืน่ เพอื่ เปิดโอกาสให้ผเู้ รยี นได้แลกเปลี่ยนเรยี นรู้ซ่งึ กนั และกนั 11. ร่วมกันสรุปเป็นข้อคิดเห็นเกี่ยวกับประเภทของพอลิเมอร์ การเกิดพอลิเมอร์ พลาสติก ยาง และเส้นใย สงั เคราะห์ และสุม่ กลมุ่ ผเู้ รยี นนำเสนอผลการสรุปความรู้ความเขา้ ใจ ขั้นที่ 5 ขั้นประเมินเพือ่ เพิม่ คุณคา่ บรกิ ารสังคมและจิตสาธารณะ (Self – Regulating) 12. ผู้เรียนแต่ละกลุ่มและรายบุคคลตรวจสอบความรู้ความเข้าใจของตนเองหลังจากรับฟังการนำเสนอของ สมาชกิ กล่มุ อนื่ ปรบั ปรุงชน้ิ งานของกลมุ่ ตนเองใหส้ มบูรณแ์ ละบันทึกเพ่ิมเตมิ

63 13. นำผลงานแสดงในปา้ ยนเิ ทศหรอื เผยแพรส่ ู่ห้องเรยี นอ่ืนหรือสาธารณะ 14. ผู้เรียนทำแบบทดสอบ (หนังสือเรียน หน้า 112) จากน้ันประเมินสรุปผลการทำกิจกรรม (หนังสือเรียน หน้า 111) ทำแบบประเมนิ ตนเอง (หนงั สอื เรยี น หน้า 112) และกำหนดแนวทางการพัฒนาตนเอง สือ่ อุปกรณแ์ ละแหลง่ เรยี นรู้ 1. หนังสือเรียนวิชาวิทยาศาสตร์เพ่ือพัฒนาอาชีพศิลปกรรมของสำนักพิมพ์ บริษัทพัฒนาคุณภาพวิชาการ (พว.) จำกัด 2. แบบบนั ทึกผงั กราฟิกแบบต่างๆ 3. PowerPoint วิชาวิทยาศาสตร์เพื่อพัฒนาอาชีพศลิ ปกรรมของสำนักพมิ พ์ บริษัทพฒั นาคุณภาพวิชาการ (พว.) จำกดั 4. AR code (motion graphic) วิชาวิทยาศาสตร์เพ่ือพัฒนาอาชีพศิลปกรรมของสำนักพิมพ์ บริษัท พัฒนาคุณภาพวิชาการ (พว.) จำกดั กิจกรรมเสนอแนะ ผ้สู อนเสนอแนะใหผ้ ู้เรียน - ฝกึ สงั เกตรวบรวมข้อมลู แนวคดิ ข้นั ตอน วิธดี ำเนินการ - ฝึกวิเคราะห์เรื่องทีส่ นใจเร่ืองใดเร่ืองหนง่ึ โดยวิเคราะห์และสรุป การวดั และประเมนิ ผล ภาระงาน/ชน้ิ งาน/การแสดงออกตามกิจกรรมในแผนการจดั การเรยี นรู้ แหลง่ ขอ้ มลู (ภาระงาน/ชน้ิ งานระหวา่ งเรียน) จดุ ประสงคก์ ารเรยี นรู้ ผังกราฟกิ ผังกราฟกิ พฤตกิ รรม รวมคะแนน การเรยี นร/ู้ ในแผน 1. บอกประเภทของพอลเิ มอรไ์ ด้ 2. อธบิ ายการเกดิ พอลเิ มอรไ์ ด้ แสดงการเกบ็ สรปุ ความรู้ การทำงาน การจัดการเรยี นรู้ 3. บอกประเภทและการใช้ประโยชนข์ อง พลาสติกได้ รวบรวมข้อมูล ความเขา้ ใจ รว่ มกบั กลุ่มและ 12 4. อธบิ ายเกยี่ วกับยางได้ 12 5. อธิบายเกย่ี วกบั เสน้ ใยสงั เคราะห์ได้ งานรายบุคคล 12 6. มเี จตคติทดี่ ใี นการเรยี นเรอ่ื งพอลเิ มอรแ์ ละ การเลอื กใชผ้ ลติ ภณั ฑ์พอลเิ มอร์ และรกั ษ์คา่ นยิ ม 44 4 12 หลกั 12 ประการของไทย 12 44 4 4 รวม 44 4 64 44 4 44 4 -- 4 20 20 24

64 หมายเหตุ : 1. การประเมินแผนการจัดการเรยี นรู้ ประเมินตามภาระงาน/ชิ้นงาน/การแสดงออกตามกิจกรรมในแผนการจดั การเรียนรู้ ทส่ี อดคลอ้ งกับจดุ ประสงค์การเรยี นรู้ ให้คะแนนตามเกณฑป์ ระเมิน 2. การประเมินเจตคติในการเรียน ประเมินต่อเน่ืองในทุกกิจกรรมตามแผนการจัดการเรียนรู้ แล้วนำผลไปสรุปรวม ในแผนสุดท้ายของเรอ่ื ง/หนว่ ยการเรยี นรู้ ภาระงาน/ช้ินงานรวบยอดในหน่วยการเรยี นรู้ แหลง่ ขอ้ มลู (ภาระงาน/ชนิ้ งานรวบยอดในหนว่ ยการเรียนร้)ู รวมคะแนน ในหน่วย จดุ ประสงค์การเรียนรู้ กจิ กรรม กจิ กรรม การประเมนิ แบบทดสอบ การเรียนรู้ ตรวจสอบ ส่งเสรมิ ตนเอง 1. บอกประเภทของพอลเิ มอร์ได้ ความเข้าใจ การเรยี นรู้ 6 2. อธิบายการเกดิ พอลเิ มอรไ์ ด้ 6 3. บอกประเภทและการใช้ประโยชนข์ อง 22-2 6 พลาสติกได้ 4. อธบิ ายเกีย่ วกบั ยางได้ 22-2 6 5. อธบิ ายเก่ียวกับเส้นใยสงั เคราะหไ์ ด้ 6 6. มีเจตคตทิ ด่ี ีในการเรยี นเรื่องพอลเิ มอร์และ 22-2 6 การเลอื กใช้ผลิตภณั ฑพ์ อลเิ มอร์ และรักษค์ า่ นยิ ม หลกั 12 ประการของไทย 22-2 36 22-2 รวม - -6- 10 10 6 10 หมายเหตุ : 1. การประเมินแผนการจัดการเรียนรู้ ประเมินตามภาระงาน/ช้ินงาน/การแสดงออกตามกิจกรรมในแผนการจัดการเรยี นรู้ ทสี่ อดคลอ้ งกับจดุ ประสงค์การเรียนรู้ ใหค้ ะแนนตามเกณฑ์ประเมิน 2. การประเมินเจตคติในการเรียน ประเมินต่อเน่ืองในทุกกิจกรรมตามแผนการจัดการเรียนรู้ แล้วนำผลไปสรุปรวม ในแผนสดุ ท้ายของเรอ่ื ง/หน่วยการเรียนรู้

65 บนั ทกึ หลังสอน ความพร้อมก่อนดำเนนิ กจิ กรรม (สือ่ วัสดุอุปกรณ์ การเข้าช้นั เรียน พน้ื ฐานความรู้เดมิ ของผ้เู รียน ฯลฯ) .......................................................................................................................................................................... ............... ......................................................................................................................................................................................... บรรยากาศการเรียนรู้ (ความสนใจ ปฏิสัมพนั ธ์ในห้อง ความราบรืน่ ในการดำเนินกิจกรรมการเรียนรู้) ........................................................................................................................................................... .............................. ..................................................................................................... .................................................................................... ผลการเรียนรู้ (จำนวนผู้เรียนท่ีมีผลงานระหว่างเรียนและผลการประเมินบรรลุวัตถุประสงค์แต่ละระดับ ผเู้ รียนทเ่ี ป็นผนู้ ำ ผู้เรียนที่ตอ้ งใหค้ วามสนใจเพ่ิมเตมิ ) ................................................................................................................................... ...................................................... ......................................................................................................................................................................................... แนวทางการพัฒนาในครง้ั ตอ่ ไป (สงิ่ ท่ีตอ้ งยุติ สิ่งที่นำมาใช้ต่อ สิง่ ท่ตี ้องปรบั ปรุงเพิม่ เติม) ........................................................................................................................................................................ ................. .................................................................................................................. ....................................................................... (ผู้สอนเลือกบันทึกในส่วนที่สำคัญ ปรากฏชัดเจน และเป็นจุดวิกฤติหรือจุดสำเร็จในการจัดกิจกรรมการเรียนรู้ แตล่ ะแผน)

66 ตารางสรปุ คะแนนการประเมินจดุ ประสงคก์ ารเรยี นร้แู ละสมรรถนะประจำหน่วย หน่วยการเรียนรู้ท่ี 4 พอลิเมอรแ์ ละการเลือกใช้ผลติ ภณั ฑพ์ อลเิ มอร์ คะแนนตาม จปส. รายหน่วยการเรียนรู้ ชิน้ งาน/การแสดงออก 1. บอกประเภทของพอลิเมอร์ไ ้ด รวม ที่กำหนดในหนว่ ยการเรียนรหู้ รือหน่วยย่อย 2. อ ิธบายการเกิดพอลิเมอร์ได้ 3. บอกประเภทและการใ ้ชประโยช ์นของพลาส ิตกไ ้ด 4. อ ิธบายเ ่ีกยว ักบยางได้ 5. อ ิธบายเ ่ีกยวกับเส้นใยสังเคราะห์ได้ 6. มีเจตคติ ่ีทดีในการเรียนเร่ืองพอลิเมอร์และการ เลือกใ ้ชผลิตภัณฑ์พอลิเมอร์ และรัก ์ษค่า ินยมหลัก 12 ประการของไทย ภาระงาน/ช้ินงานระหว่างเรียน 44 4 4 4 - 20 1. ผงั กราฟิกแสดงการเกบ็ รวบรวมขอ้ มูลเก่ียวกบั พอลเิ มอร์และ การเลอื กใชผ้ ลิตภณั ฑพ์ อลิเมอร์ 44 4 4 4 - 20 2. ผังกราฟกิ สรุปความรู้ความเข้าใจเกี่ยวกบั พอลเิ มอร์และ การเลอื กใช้ผลิตภณั ฑ์พอลิเมอร์ 44 4 4 4 4 24 3. การนำเสนอผลการสรปุ ความรคู้ วามเขา้ ใจเกีย่ วกับพอลเิ มอร์ และการเลือกใช้ผลติ ภณั ฑพ์ อลิเมอร์ 22 2 2 2 - 10 22 2 2 2 - 10 การประเมินรวบยอด -- - - - 6 6 1. ผลการปฏิบตั กิ จิ กรรมตรวจสอบความเข้าใจ 22 2 2 2 - 10 2. ผลการปฏบิ ตั ิกจิ กรรมสง่ เสริมการเรยี นรู้ 18 18 18 18 18 10 100 3. ผลการประเมินตนเอง 4. คะแนนผลการทดสอบ รวม

ฯลฯ 12 11 10 9 8 7 6 5 4 3 2 1 เลขที่ ชือ่ -นามสกุล 18 18 18 18 18 1. บอกประเภทของพอลิเมอรไ์ ด้ 67 2. อธิบายการเกดิ พอลเิ มอรไ์ ด้ 10 ตารางบันทึกคะแนนการประเมินจดุ ประสงคก์ ารเรยี นรู้และสมรรถนะประจำหนว่ ย 3. บอกประเภทและการใช้ประโยชนข์ องพลาสตกิ ได้ หนว่ ยการเรียนรู้ที่ 4 พอลเิ มอร์และการเลือกใช้ผลติ ภัณฑ์พอลเิ มอร์ 4. อธิบายเกย่ี วกับยางได้ คะแนนตาม จปส. รายหนว่ ยการเรียนรู้ 5. อธิบายเกย่ี วกับเส้นใยสงั เคราะห์ได้ 6. มเี จตคติทด่ี ใี นการเรียนเร่อื งพอลเิ มอรแ์ ละการ เลือกใชผ้ ลติ ภณั ฑพ์ อลเิ มอร์ และรกั ษค์ า่ นิยมหลัก 12 ประการของไทย 100 รวม

68 หนว่ ยการเรียนรูท้ ่ี 5 แสงและการมองเหน็ เวลาเรียน 9 ชวั่ โมง สปั ดาหท์ ่ี 13-15 เรอื่ ง แสงและการมองเหน็ เวลาเรียน 9 ชั่วโมง ความคดิ รวบยอด/ความเข้าใจทค่ี งทน แสงเคล่ือนท่ีเป็นแนวเส้นตรงหรือเรียกว่า รังสีแสง เม่ือแสงไม่สามารถเคลื่อนท่ีผ่านวัตถุได้ จะทำให้เกิดเงา การเกิดเงาของวัตถุอาจเกิดได้จากแหล่งกำเนิดแสงท่ีมีขนาดเล็กจนถือว่าเป็นจุด ถ้าแหล่งกำเนิดมีขนาดใหญ่ เงาท่ี ปรากฏจะมที ้งั เงามืดและเงามัว สาระการเรยี นรู้ 1. แสงและสมบัติของแสง (หนังสือเรียน หนา้ 115-141) 2. การประยุกต์ใช้แสงและสมบัติของแสงกับงานทศั นธาตุ (หนังสอื เรยี น หนา้ 141-150) 3. ทศั นูปกรณ์ (หนังสือเรยี น หน้า 150-152) 4. เลเซอร์ (หนังสือเรยี น หน้า 153-154) 5. การมองเหน็ และความสวา่ ง (หนงั สอื เรยี น หน้า 154-158) สมรรถนะประจำหน่วย 1. แสดงความรูเ้ ก่ยี วกบั แสงและการมองเห็น 2. การประยุกต์ความรูเ้ ร่ืองแสงและการมองเห็นไปใช้ในชวี ิตประจำวนั และการประกอบอาชพี จุดประสงค์การเรยี นรู้ 1. อธบิ ายเรอ่ื งแสงและสมบัตขิ องแสงได้ 2. อธิบายเรอื่ งทศั นปู กรณไ์ ด้ 3. อธบิ ายเรื่องเลเซอร์ได้ 4. อธบิ ายการมองเห็นและความสว่างได้ 5. มีเจตคตทิ ดี่ ีในการเรยี นเรื่องแสงและการมองเหน็ และรกั ษ์ค่านยิ มหลัก 12 ประการของไทย ภาระงาน/ช้ินงาน/การแสดงออกของผเู้ รียน ภาระงาน/ชน้ิ งานระหว่างเรียน 1. ผงั กราฟกิ แสดงการเกบ็ รวบรวมข้อมูลเกีย่ วกบั แสงและการมองเห็น 2. ผังกราฟิกสรปุ ความร้คู วามเขา้ ใจเก่ียวกบั แสงและการมองเห็น 3. การนำเสนอผลการสรปุ ความรคู้ วามเขา้ ใจเกย่ี วกับแสงและการมองเห็น ภาระงาน/ชิ้นงานรวบยอดในหนว่ ยการเรียนรู้ 1. ผลการปฏิบัติกจิ กรรมตรวจสอบความเข้าใจ

69 2. ผลการปฏบิ ัติกิจกรรมส่งเสริมการเรียนรู้ 3. ผลการประเมนิ ตนเอง 4. คะแนนผลการทดสอบ การประเมนิ ผล ภาระงาน/ชน้ิ งาน/ วธิ ปี ระเมนิ /เครอ่ื งมือ เกณฑ์ การแสดงออก จุดประสงคก์ ารเรียนรู้ ตรวจผลงานแบบบันทกึ ตามท่ีกำหนดในแบบตรวจ 1. อธิบายเร่ืองแสงและสมบตั ิ ผลงานแบบบนั ทกึ ผงั กราฟกิ ผงั กราฟิกแสดงเรื่องแสงและ และประเมนิ ผลงาน ของแสงได้ แสดงเร่ืองแสงและสมบตั ิ สมบตั ขิ องแสง ของแสง ตรวจผลงานแบบบันทกึ ตามทกี่ ำหนดในแบบตรวจ 2. อธบิ ายเรอื่ งทัศนปู กรณไ์ ด้ ผลงานแบบบันทกึ ผังกราฟิก ผงั กราฟิกแสดงเรอื่ งทัศนปู กรณ์ และประเมนิ ผลงาน แสดงเรือ่ งทัศนปู กรณ์ ตรวจผลงานแบบบนั ทึก ตามที่กำหนดในแบบตรวจ 3. อธบิ ายเร่อื งเลเซอร์ได้ ผลงานแบบบนั ทึก ผังกราฟิก ผงั กราฟิกแสดงเรื่องเลเซอร์ และประเมนิ ผลงาน แสดงเรอื่ งเลเซอร์ ตรวจผลงานแบบบันทึก ตามที่กำหนดในแบบตรวจ 4. อธิบายการมองเห็นและ ผลงานแบบบันทึก ผงั กราฟิก ผังกราฟิกแสดงการมองเหน็ และประเมินผลงาน ความสวา่ งได้ แสดงการมองเหน็ และ และความสว่าง ความสวา่ ง สังเกตและประเมนิ พฤตกิ รรม ตามทก่ี ำหนดในแบบบนั ทกึ 5. มีเจตคติทดี่ ใี นการเรยี นเร่อื ง พฤติกรรมการปฏิบตั ติ นใน การปฏิบัตติ นในการรว่ มปฏบิ ตั ิ และแบบประเมิน แสงและการมองเห็น และรักษ์ การรว่ มปฏิบตั ิกิจกรรมของ กิจกรรมของบทเรยี น พฤติกรรม ค่านิยมหลัก 12 ประการ บทเรียน กิจกรรมกล่มุ และ ของไทย กจิ กรรมรายบุคคล หมายเหตุ : 1. การประเมนิ แผนการจัดการเรียนรู้ ประเมินตามภาระงาน/ชิ้นงาน/การแสดงออกตามกจิ กรรมในแผนการจัดการเรียนรู้ ที่สอดคล้องกบั จุดประสงค์การเรยี นรู้ ใหค้ ะแนนตามเกณฑ์ประเมนิ 2. การประเมินเจตคติในการเรียน ประเมินต่อเน่ืองในทุกกิจกรรมตามแผนการจัดการเรียนรู้ แล้วนำผลไปสรุปรวม ในแผนสุดทา้ ยของเรอ่ื ง/หน่วยการเรียนรู้

70 เกณฑ์ประเมินจดุ ประสงคก์ ารเรียนรจู้ ากภาระงาน/ชน้ิ งาน/การแสดงออกของผู้เรยี น ระดับ ดีมาก ดี ปานกลาง ปรบั ปรุง คณุ ภาพ (4) (3) (2) (1) จดุ ประสงค์ การเรยี นรู้ 1. อธบิ ายเร่อื งแสงและสมบตั ิ อธิบายเรอ่ื งแสงและ อธบิ ายเรอื่ งแสงและ อธิบายเรอื่ งแสงและ อธบิ ายเรอ่ื งแสงและ ของแสงได้ สมบัตขิ องแสง สมบัติของแสงได้ถกู ต้อง ได้ถกู ต้อง ครอบคลุม ครอบคลมุ ตรงตาม สมบัติของแสง สมบัติของแสง ตรงตามหลักวิชา หลกั วชิ าดว้ ยข้อความท่ี เรยี บเรียงด้วยภาษา คัดลอกจากผู้อน่ื หรอื ไดถ้ ูกตอ้ ง ตรงตาม ได้เล็กน้อย ของตนเอง เขา้ ใจงา่ ย ตำรา อธบิ ายเรื่องทัศนปู กรณ์ อธบิ ายเรื่องทศั นูปกรณ์ หลกั วิชาบางสว่ น ยงั ไม่ถูกตอ้ ง ไดถ้ กู ตอ้ ง ครอบคลมุ ได้ถกู ต้อง ครอบคลมุ ตรงตามหลักวิชา ตรงตามหลักวชิ า ดว้ ยข้อความทค่ี ัดลอก ครอบคลมุ ตรงตาม เรยี บเรียงดว้ ยภาษา ดว้ ยข้อความทีค่ ดั ลอก ของตนเองเข้าใจงา่ ย จากผ้อู น่ื หรือตำรา จากผู้อืน่ หรอื ตำรา หลกั วชิ า 2. อธิบายเร่ืองทัศนปู กรณไ์ ด้ อธิบายเรือ่ งทัศนูปกรณ์ อธิบายเรื่อง ได้ถูกตอ้ งตรงตาม ทศั นปู กรณ์ หลักวชิ าบางสว่ น ได้เล็กน้อย ด้วยขอ้ ความที่คดั ลอก ยังไม่ถูกตอ้ ง จากผูอ้ นื่ หรือตำรา ครอบคลมุ ตรงตาม หลกั วชิ า 3. อธบิ ายเรื่องเลเซอร์ได้ อธบิ ายเรือ่ งเลเซอร์ อธบิ ายเรอ่ื งเลเซอร์ อธบิ ายเรอ่ื งเลเซอร์ อธบิ ายเรื่องเลเซอร์ 4. อธบิ ายการมองเหน็ และ ไดถ้ ูกต้อง ครอบคลุม ได้ถูกตอ้ ง ครอบคลุม ไดถ้ ูกต้อง ตรงตาม ไดเ้ ล็กนอ้ ย ความสว่างได้ ตรงตามหลกั วิชา ตรงตามหลกั วิชา หลกั วชิ าบางสว่ น ยงั ไมถ่ ูกต้อง เรียบเรยี งดว้ ยภาษา ดว้ ยข้อความทค่ี ดั ลอก ดว้ ยขอ้ ความทีค่ ัดลอก ครอบคลมุ ตรงตาม ของตนเอง เข้าใจง่าย จากผอู้ นื่ หรือตำรา จากผ้อู ื่นหรือตำรา หลักวิชา อธบิ ายการมองเห็นและ อธิบายการมองเหน็ และ อธบิ ายการมองเหน็ และ อธิบายการมองเห็น ความสวา่ ง ได้ถกู ต้อง ความสว่างไดถ้ ูกต้อง ความสว่างได้ถูกต้อง และความสวา่ ง ครอบคลมุ ตรงตาม ครอบคลมุ ตรงตาม ตรงตามหลักวชิ า ได้เล็กน้อย หลักวิชา เรยี บเรยี ง หลกั วชิ า ด้วยขอ้ ความ บางส่วน ดว้ ยขอ้ ความ ยงั ไมถ่ ูกตอ้ ง ดว้ ยภาษาของตนเอง ที่คัดลอกจากผอู้ ืน่ หรอื ทคี่ ดั ลอกจากผู้อืน่ หรอื ครอบคลมุ ตรงตาม เขา้ ใจงา่ ย ตำรา ตำรา หลกั วชิ า

71 เกณฑ์ประเมนิ จดุ ประสงคก์ ารเรยี นรู้จากการแสดงออกของผูเ้ รียนตามภาระงาน การแสดงออกของผเู้ รยี นตามภาระงาน การปฏบิ ัติกิจกรรมกลุ่มและการปฏิบตั งิ านรายบุคคลตามทกี่ ำหนด ในกิจกรรมการเรียนรู้แตล่ ะขั้นตอน จุดประสงค์การเรียนรู้ ข้อ 5 มีเจตคติท่ีดีในการเรียนเร่ืองแสงและการมองเห็น และรักษ์ค่านิยมหลัก 12 ประการของไทย ประเมนิ โดยเกณฑ์เชิงคุณภาพแบบจำแนกองคป์ ระกอบดังตาราง ระดับ ดีมาก ดี ปานกลาง ปรับปรงุ คุณภาพ (4) องค์ประกอบ (3) (2) (1) ที่ประเมิน 1. การปฏิบตั กิ จิ กรรมกล่มุ ร่วมมอื กับกลมุ่ ปฏบิ ตั งิ าน ร่วมมอื กบั กลมุ่ ปฏิบตั ิงาน ร่วมมอื กับกลมุ่ รว่ มมือกับกลมุ่ ตามทก่ี ำหนดในกจิ กรรม ทีไ่ ดร้ บั มอบหมายอยา่ ง ทีไ่ ดร้ ับมอบหมายอยา่ ง ปฏิบัตงิ านที่ไดร้ บั ปฏิบัตงิ านท่ไี ดร้ บั การเรยี นรู้แตล่ ะข้ันตอน เต็มความสามารถ เตม็ ความสามารถ ริเรมิ่ มอบหมายอย่างเตม็ มอบหมายเลก็ นอ้ ย เป็นประจำ ริเรม่ิ ประสานงานเป็นส่วนใหญ่ ความสามารถ ไมเ่ สนอตนเป็นผรู้ เิ ริ่ม ประสานงานอย่เู สมอ มีความกระตอื รอื ร้นดี เป็นบางคร้ัง นานๆ คร้ัง ประสานงานในกลุ่ม มคี วามกระตือรือร้น จะเสนอตนเปน็ ผรู้ ิเร่มิ สงู มาก ประสานงาน 2. การปฏิบัตงิ านรายบคุ คล ตง้ั ใจปฏบิ ัติงานที่ไดร้ ับ ตง้ั ใจปฏิบตั งิ านท่ีได้รับ ตง้ั ใจปฏบิ ัตงิ านท่ีได้รับ ปฏบิ ัติงานท่ีไดร้ บั ตามทีก่ ำหนดในกิจกรรม มอบหมายอยา่ งเตม็ มอบหมายอยา่ งเตม็ มอบหมายอย่างเต็ม มอบหมายไม่เตม็ การเรยี นรู้แตล่ ะขัน้ ตอน ความสามารถเสมอ ความสามารถ ความสามารถเป็น ความสามารถ ผลงานเสร็จสมบรู ณ์ เป็นสว่ นใหญ่ ผลงาน บางครั้ง ผลงาน ตอ้ งตกั เตอื น ผลงาน ตามทกี่ ำหนด เสร็จสมบรู ณต์ ามท่ี เสร็จสมบรู ณต์ ามที่ จงึ เสรจ็ สมบรู ณ์ ทุกรายการ กำหนดเกอื บทุกรายการ กำหนดบางรายการ 3. การนำเสนอผลการสรปุ จดั สื่ออปุ กรณ์ จดั สื่ออุปกรณ์ จดั สอ่ื อปุ กรณ์ จัดส่อื อุปกรณ์ ความรู้ความเข้าใจ วิธีนำเสนอได้อยา่ ง วิธนี ำเสนอไดอ้ ยา่ ง วิธีนำเสนอไดน้ า่ สนใจ วิธนี ำเสนอไม่นา่ สนใจ สรา้ งสรรคน์ ่าสนใจมาก น่าสนใจ ไดส้ าระตาม พอสมควร ได้สาระตาม ได้สาระตามเปา้ หมาย ไดส้ าระครอบคลุม เป้าหมายท่ีกำหนด เปา้ หมายทก่ี ำหนด ที่กำหนดเล็กนอ้ ย ครบถ้วนตามเปา้ หมาย เป็นสว่ นใหญ่ ปานกลาง บางส่วน ท่ีกำหนด

72 กิจกรรมการเรียนรู้ Step 1 Gathering (ขั้นรวบรวมขอ้ มลู ) 1. ผู้สอนแบง่ ผู้เรียนเป็น 5 กลุม่ ใหญ่ ตามหวั ขอ้ ตอ่ ไปน้ี 1.1 แสงและสมบัติของแสง 1.2 การประยุกตใ์ ช้แสงและสมบตั ิของแสงกบั งานทศั นธาตุ 1.3 ทัศนปู กรณ์ 1.4 เลเซอร์ 1.5 การมองเหน็ และความสวา่ ง 2. ผู้สอนตัง้ คำถามให้ผ้เู รยี นเสนอขอ้ มลู จากประสบการณ์ในเร่อื งแสงและการมองเห็น ดังต่อไปนี้ 2.1 แสงและสมบตั ิของแสง - แสงทเี่ คลอื่ นทเ่ี ป็นแนวเสน้ ตรงเรียกวา่ อะไร - หากแสงไมส่ ามารถเคลือ่ นท่ีผา่ นวัตถไุ ดจ้ ะทำใหเ้ กิดอะไร - วัตถุทแ่ี สงตกกระทบเรียกวา่ อะไร - กฎการสะท้อนของแสงคืออะไร 2.2 การประยุกต์ใชแ้ สงและสมบตั ิของแสงกบั งานทัศนธาตุ - จุดทเ่ี กิดขึ้นได้เองตามธรรมชาตไิ ด้แกอ่ ะไรบา้ ง - จดุ ทมี่ นษุ ย์สร้างขึ้นได้แก่อะไรบา้ ง - สแี ทห้ มายถงึ อะไร 2.3 ทศั นปู กรณ์ - กลอ้ งส่องทางไกล ประกอบด้วยอะไรบ้าง - กลอ้ งจลุ ทรรศน์เชงิ ประกอบ ประกอบดว้ ยอะไรบ้าง 2.4 เลเซอร์ - เลเซอรส์ ามารถนำมาใชป้ ระโยชนอ์ ะไรบ้าง - เลเซอรส์ ามารถประยุกต์ใช้กับงานศลิ ปะไดห้ รือไม่ อยา่ งไร 2.5 การมองเห็นและความสวา่ ง - สว่ นประกอบท่ีสำคญั ของนัยนต์ ามอี ะไรบา้ ง - เมอื่ แสงตกกระทบวตั ถุจะสะทอ้ นแสงเข้าสูน่ ัยนต์ า ทำให้มองเห็นวตั ถเุ ป็นสีใดได้บา้ ง - ความสว่างของแสง เปน็ ปริมาณฟลักซ์ใชห่ รอื ไม่ 3. จากการแสวงหาความรู้หรือประสบการณ์ของผู้เรียน ให้บันทึกผลจากการศึกษาลงในผังกราฟิก (เลือก ออกแบบและใช้ผังกราฟกิ ใหเ้ หมาะสมกับลกั ษณะของข้อมลู ) ดงั ตวั อย่าง

73 Step 2 Processing (ขัน้ คดิ วเิ คราะหแ์ ละสรุปความรู้) 4. ผ้เู รยี นรว่ มกนั อภิปรายเรอ่ื งทผ่ี ู้เรยี นรบั ผดิ ชอบตามกลมุ่ (ในขอ้ 1) ตามหวั ข้อทรี่ ะบุ 4.1 แสงและสมบัติของแสง 4.2 การประยุกตใ์ ช้แสงและสมบตั ิของแสงกบั งานทัศนธาตุ 4.3 ทศั นปู กรณ์ 4.4 เลเซอร์ 4.5 การมองเหน็ และความสว่าง 5. ผู้เรียนร่วมกันเช่ือมโยงความคล้ายคลึง/แตกต่างของข้อมูลท่ีนำมาอภิปราย เปรียบเทียบ จำแนก จัดกลุ่ม จัดประเภท จัดลำดับ แสดงเหตุผล และร่วมกันสรุปความรู้ตามหัวข้ออภิปราย แสดงเป็นความคิดรวบยอด หรอื หลักการ ตามหัวข้อต่อไปน้ี 5.1 แสงและสมบตั ิของแสง 5.2 การประยุกตใ์ ชแ้ สงและสมบตั ิของแสงกบั งานทัศนธาตุ 5.3 ทัศนปู กรณ์ 5.4 เลเซอร์ 5.5 การมองเห็นและความสวา่ ง 6. บนั ทกึ ผลขอ้ สรุปเป็นความเขา้ ใจของกลมุ่ และรายบุคคล Step 3 Applying and Constructing the Knowledge (ขั้นปฏิบัติและสรุปความรู้หลงั การปฏิบัติ) 7. ผู้เรียนนำข้อสรุปความรู้ความเข้าใจที่ได้แลกเปลี่ยนเรียนรู้ร่วมกันระหว่างกลุ่มในชั้นเรียนมาวิเคราะห์ แนวทางนำไปใชป้ ระโยชน์ ตามหัวขอ้ ตอ่ ไปนี้ 7.1 แสงและสมบตั ิของแสง 7.2 การประยุกต์ใช้แสงและสมบตั ิของแสงกับงานทัศนธาตุ 7.3 ทศั นูปกรณ์ 7.4 เลเซอร์ 7.5 การมองเห็นและความสวา่ ง 8. ผเู้ รียนรว่ มกนั ปฏบิ ัตกิ ิจกรรมสง่ เสริมการเรียนรู้ (หนังสอื เรียน หนา้ 160) และปฏิบัตกิ จิ กรรมตรวจสอบ ความเขา้ ใจ (หนังสือเรยี น หน้า 159)

74 Step 4 Applying the Communication Skill (ขั้นสื่อสารและนำเสนอ) 9. ผู้เรียนแต่ละกลุ่มออกแบบหรือหาวิธีนำเสนอให้ผู้อ่ืนรับรู้และสื่อสารได้อย่างมีประสิทธิภาพ ตามหัวข้อ ตอ่ ไปน้ี 9.1 แสงและสมบตั ิของแสง 9.2 การประยุกต์ใช้แสงและสมบตั ิของแสงกับงานทศั นธาตุ 9.3 ทัศนูปกรณ์ 9.4 เลเซอร์ 9.5 การมองเห็นและความสวา่ ง 10. ผู้สอนสุ่มกลุ่มผู้เรียนนำเสนอผลการสรุปความรู้ความเข้าใจ ผู้สอนและผู้เรียนร่วมกันประเมินผล การนำเสนอตามเกณฑ์ทีก่ ำหนด Step 5 Self – Regulating (ข้นั ประเมนิ เพ่ือเพ่มิ คณุ คา่ บรกิ ารสังคมและจติ สาธารณะ) 11. ผู้เรียนแต่ละกลุ่มและรายบุคคลตรวจสอบความรู้ความเข้าใจของตนเองหลังจากรับฟังการนำเสนอของ สมาชิกกล่มุ อืน่ ปรับปรงุ ชน้ิ งานของกลมุ่ ตนเองใหส้ มบูรณแ์ ละบันทึกเพิ่มเตมิ 12. นำเสนอผลการปฏบิ ัติงาน แสดงในปา้ ยนิเทศหรือเผยแพร่สหู่ ้องเรยี นอ่ืนหรอื ทส่ี าธารณะ 13. ผู้เรียนทำแบบทดสอบ (หนังสือเรียน หน้า 161) จากนั้นประเมินสรุปผลการทำกิจกรรม (หนังสือเรียน หน้า 160) และทำแบบประเมินตนเอง (หนงั สอื เรยี น หน้า 161)

75 การบูรณาการกิจกรรมการเรยี นรู้ สมรรถนะผูเ้ รียนในศตวรรษท่ี 21 การทำงานเปน็ ทีม1 ทีมละ 5-6 คน ฝึกการคิดวิเคราะห์ การแก้ปัญหา การเรยี นร้สู อู่ าเซียน เรียนรู้คำศัพท์ภาษาอังกฤษท่ีเก่ียวข้องกับเน้ือหาในบทเรียน โดยฝึกหาข้อมูลจากแหล่งเรียนรู้ต่างๆ และใช้ คำศพั ทด์ ังกล่าวในการนำเสนอผลงานในขัน้ ที่ 4 ทกั ษะชวี ติ คน้ หาขอ้ มูลจากแหล่งเรยี นรูต้ ่างๆ เพ่อื นำมาเปรยี บเทียบ (กจิ กรรมสง่ เสริมการเรยี นรู้) ค่านยิ มหลกั 12 ประการ - ใฝห่ าความรู้ หมน่ั ศึกษาเล่าเรียนทง้ั ทางตรงและทางอ้อม - มีศลี ธรรม รกั ษาความสตั ย์ หวงั ดีต่อผูอ้ ืน่ เผือ่ แผแ่ ละแบง่ ปัน กจิ กรรมท้าทาย ให้ผูเ้ รยี นฝึกวิเคราะห์เรือ่ งทส่ี นใจเรอ่ื งใดเร่ืองหนง่ึ โดยวิเคราะหแ์ ละสรุป 1. แสงและสมบัติของแสง 2. การประยุกต์ใช้แสงและสมบตั ิของแสงกับงานทศั นธาตุ 3. ทัศนปู กรณ์ 4. เลเซอร์ 5. การมองเห็นและความสว่าง 1 ทีมหรือกลุ่มเปน็ คำสำหรบั สมรรถนะผู้เรียนในศตวรรษที่ 21

76 แผนการจัดการเรยี นรหู้ น่วยการเรียนรทู้ ่ี 5 แสงและการมองเหน็ สัปดาหท์ ี่ 13-15 เรอื่ ง แสงและการมองเห็น เวลาเรยี น 9 ชัว่ โมง สาระสำคญั แสงเคลื่อนที่เป็นแนวเส้นตรงหรือเรียกว่า รังสีแสง เม่ือแสงไม่สามารถเคลื่อนที่ผ่านวัตถุได้ จะทำให้เกิดเงา การเกิดเงาของวัตถุอาจเกิดได้จากแหล่งกำเนิดแสงท่ีมีขนาดเล็กจนถือว่าเป็นจุด ถ้าแหล่งกำเนิดมีขนาดใหญ่ เงาที่ ปรากฏจะมีทง้ั เงามืดและเงามัว สาระการเรยี นรู้ 1. แสงและสมบัติของแสง 2. การประยุกต์ใช้แสงและสมบัติของแสงกับงานทศั นธาตุ 3. ทศั นูปกรณ์ 4. เลเซอร์ 5. การมองเห็นและความสวา่ ง สมรรถนะประจำหน่วย 1. แสดงความรเู้ กยี่ วกับแสงและการมองเหน็ 2. การประยุกตค์ วามร้เู รื่องแสงและการมองเหน็ ไปใช้ในชีวิตประจำวนั และการประกอบอาชพี จุดประสงค์การเรยี นรู้ 1. อธบิ ายเรอ่ื งแสงและสมบัติของแสงได้ 2. อธิบายเรือ่ งทัศนปู กรณ์ได้ 3. อธิบายเร่ืองเลเซอร์ได้ 4. อธบิ ายการมองเหน็ และความสว่างได้ 5. มเี จตคตทิ ี่ดีในการเรยี นเร่ืองแสงและการมองเห็น และรักษ์คา่ นิยมหลกั 12 ประการของไทย

77 กิจกรรมการเรียนรู้ ขนั้ นำเข้าสูบ่ ทเรียน ผู้สอนสนทนากับผู้เรียนถึงประสบการณ์ในชีวิตประจำวันเกี่ยวกับแสงและการมองเห็น แล้วดำเนินกิจกรรม ตามขั้นตอนดังนี้ ขั้นสอน ข้ันที่ 1 ขนั้ รวบรวมข้อมลู (Gathering) 1. แบ่งกลุ่มผู้เรียนเลือกประธานและกำหนดหน้าที่สมาชิกคนอื่นๆ ให้ปฏิบัติงานในกลุ่ม ร่วมกันศึกษา เอกสารหนังสือเรียนเร่ืองแสงและสมบัติของแสง การประยุกต์ใช้แสงและสมบัติของแสงกับงานทัศนธาตุ ทัศนูปกรณ์ เลเซอร์ และการมองเหน็ และความสว่าง 2. ตง้ั คำถามให้ผู้เรียนเสนอขอ้ มูลจากประสบการณ์ท่รี ับรู้ดงั ตวั อย่างนี้ 2.1 แสงและสมบัติของแสง - แสงทเี่ คลอื่ นท่ีเป็นแนวเสน้ ตรงเรียกวา่ อะไร - หากแสงไมส่ ามารถเคล่ือนทผี่ ่านวัตถุไดจ้ ะทำใหเ้ กิดอะไร - วตั ถุทแ่ี สงตกกระทบเรยี กว่าอะไร - กฎการสะท้อนของแสงคืออะไร 2.2 การประยุกตใ์ ช้แสงและสมบัติของแสงกบั งานทัศนธาตุ - จุดทีเ่ กดิ ข้ึนได้เองตามธรรมชาติไดแ้ กอ่ ะไรบ้าง - จุดทมี่ นษุ ย์สรา้ งข้ึนได้แก่อะไรบา้ ง - สีแท้หมายถึงอะไร 2.3 ทัศนปู กรณ์ - กล้องสอ่ งทางไกล ประกอบด้วยอะไรบ้าง - กลอ้ งจุลทรรศนเ์ ชงิ ประกอบ ประกอบดว้ ยอะไรบา้ ง 2.4 เลเซอร์ - เลเซอรส์ ามารถนำมาใช้ประโยชนอ์ ะไรบ้าง - เลเซอรส์ ามารถประยุกต์ใชก้ ับงานศลิ ปะไดห้ รอื ไม่ อย่างไร 2.5 การมองเหน็ และความสวา่ ง - สว่ นประกอบทสี่ ำคญั ของนยั นต์ ามีอะไรบ้าง - เมอ่ื แสงตกกระทบวตั ถุจะสะทอ้ นแสงเขา้ สูน่ ัยน์ตา ทำให้มองเห็นวตั ถเุ ปน็ สีใดได้บ้าง - ความสวา่ งของแสง เปน็ ปริมาณฟลักซ์ใชห่ รอื ไม่

78 3. สมาชิกกลมุ่ ช่วยกนั บนั ทึกผลการศึกษาตามหวั ข้อท่กี ำหนดลงผังกราฟิก (เลือกออกแบบและใช้ผงั กราฟิก ใหเ้ หมาะสมกบั ลักษณะของข้อมูล) ดังตวั อย่าง (ระหว่างผู้เรยี นศึกษาเอกสาร คน้ คว้าและบันทึกผล ผู้สอนคอยให้คำแนะนำต่อเน่อื งรายกลมุ่ ) ข้ันท่ี 2 ขัน้ คิดวเิ คราะหแ์ ละสรุปความรู้ (Processing) 4. ให้สมาชกิ แต่ละกลุ่มร่วมกันอภิปรายเรือ่ งแสงและสมบัตขิ องแสง การประยุกต์ใช้แสงและสมบัติของแสง กบั งานทัศนธาตุ ทัศนูปกรณ์ เลเซอร์ การมองเห็นและความสว่าง 5. เชือ่ มโยงความคล้ายคลงึ ของขอ้ มูลทนี่ ำมาอภิปราย และรว่ มกันสรปุ ความรตู้ ามหวั ขอ้ อภิปราย 6. บันทกึ ผลการอภปิ รายสรปุ เปน็ ความเข้าใจของกลมุ่ และรายบุคคล ขน้ั ท่ี 3 ข้ันปฏิบตั แิ ละสรุปความร้หู ลงั การปฏิบัติ (Applying and Constructing the Knowledge) 7. ผู้เรียนเข้ากลุ่มเดิมสรุปความรู้ความเข้าใจมาแลกเปล่ียนเรียนรู้ร่วมกันระหว่างกลุ่มในช้ันเรียนมา วิเคราะห์เรื่องแสงและสมบัติของแสง การประยุกต์ใช้แสงและสมบัติของแสงกับทัศนธาตุ ทัศนูปกรณ์ เลเซอร์ และ การมองเหน็ และความสว่าง 8. ผเู้ รยี นแต่ละกลุ่มร่วมกันสรุปเป็นแนวคิดเก่ียวกับแสงและสมบัติของแสง การประยุกต์ใช้แสงและสมบัติ ของแสงกับทัศนธาตุ ทัศนูปกรณ์ เลเซอร์ และการมองเห็นและความสว่าง ร่วมกันทำกิจกรรมส่งเสริมการเรียนรู้ (หนังสือเรียน หน้า 160) และร่วมกันทำกิจกรรมตรวจสอบความเขา้ ใจ (หนงั สอื เรยี น หน้า 159) แลกเปล่ียนกันตรวจ ใหค้ ะแนน ข้ันท่ี 4 ขั้นส่ือสารและนำเสนอ (Applying the Communication Skill) 9. สุ่มกลมุ่ ผเู้ รียนแตล่ ะกลุ่มนำเสนอเก่ียวกับแสงและสมบัตขิ องแสง การประยุกต์ใชแ้ สงและสมบตั ิของแสง กับงานทัศนธาตุ ทัศนูปกรณ์ เลเซอร์ และการมองเห็นและความสว่าง โดยเลือกใช้ผังกราฟิก เทคนิควิธีการนำเสนอ ท่ีคิด่วาเหมาะสมและสื่อสารได้อย่างมีประสิทธิภาพ บูรณาการคำศัพท์/การใช้ส่ือ/เทคโนโลยี/เพ่ิมเติมในการนำเสนอ ให้มากที่สุดเท่าท่ีจะทำได้ แต่ละกลุ่มแลกเปลี่ยนผลงานกับกลุ่มอน่ื เพ่ือเปิดโอกาสให้ผู้เรียนได้แลกเปล่ียนเรียนรู้ซ่ึงกัน และกัน 10. ร่วมกันสรุปเป็นข้อคิดเห็นเก่ียวกับแสงและสมบัติของแสง การประยุกต์ใช้แสงและสมบัติของแสงกับ งานทัศนธาตุ ทัศนูปกรณ์ เลเซอร์ และการมองเห็นและความสว่าง และสุ่มกลุ่มผู้เรียนนำเสนอผลการสรุปความรู้ ความเข้าใจ

79 ขนั้ ท่ี 5 ขั้นประเมนิ เพอื่ เพิ่มคณุ ค่าบรกิ ารสงั คมและจิตสาธารณะ (Self – Regulating) 11. ผู้เรียนแต่ละกลุ่มและรายบุคคลตรวจสอบความรู้ความเข้าใจของตนเองหลังจากรับฟังการนำเสนอของ สมาชิกกลุ่มอนื่ ปรบั ปรงุ ชน้ิ งานของกลมุ่ ตนเองใหส้ มบรู ณ์และบนั ทึกเพิ่มเตมิ 12. นำผลงานแสดงในปา้ ยนเิ ทศหรือเผยแพร่สู่ห้องเรยี นอื่นหรือสาธารณะ 13. ผู้เรียนทำแบบทดสอบ (หนังสือเรียน หน้า 161) จากน้ันประเมินสรุปผลการทำกิจกรรม (หนังสือเรียน หน้า 160) ทำแบบประเมินตนเอง (หนงั สอื เรียน หน้า 161) และกำหนดแนวทางการพัฒนา ส่ืออุปกรณ์และแหลง่ เรียนรู้ 1. หนังสือเรียนวิชาวิทยาศาสตร์เพื่อพัฒนาอาชีพศิลปกรรมของสำนักพิมพ์ บริษัทพัฒนาคุณภาพวิชาการ (พว.) จำกัด 2. แบบบันทึกผังกราฟิกแบบต่างๆ 3. PowerPoint วิชาวิทยาศาสตร์เพื่อพัฒนาอาชีพศิลปกรรมของสำนักพิมพ์ บริษัทพัฒนาคุณภาพวิชาการ (พว.) จำกดั 4. AR code (motion graphic) วิชาวิทยาศาสตร์เพ่ือพัฒนาอาชีพศิลปกรรมของสำนักพิมพ์ บริษัท พัฒนาคณุ ภาพวชิ าการ (พว.) จำกดั กจิ กรรมเสนอแนะ ผูส้ อนเสนอแนะให้ผ้เู รยี น - ฝกึ สงั เกตรวบรวมข้อมลู แนวคดิ ขน้ั ตอน วธิ ีดำเนินการ - ฝึกวิเคราะห์เร่ืองทส่ี นใจเร่ืองใดเรื่องหนึ่ง โดยวเิ คราะห์และสรุป

80 การวัดและประเมนิ ผล ภาระงาน/ช้นิ งาน/การแสดงออกตามกิจกรรมในแผนการจดั การเรยี นรู้ แหล่งขอ้ มลู (ภาระงาน/ชนิ้ งานระหวา่ งเรยี น) พฤตกิ รรม รวมคะแนน ในแผน จุดประสงคก์ ารเรยี นรู้ ผังกราฟกิ ผังกราฟิก การเรยี นร้/ู การจดั การเรียนรู้ 1. อธบิ ายเร่ืองแสงและสมบตั ิของแสงได้ แสดงการเก็บ สรปุ ความรู้ การทำงาน 2. อธบิ ายเร่ืองทัศนูปกรณไ์ ด้ 14 3. อธิบายเรื่องเลเซอรไ์ ด้ รวบรวมข้อมลู ความเขา้ ใจ ร่วมกับกลมุ่ และ 14 4. อธิบายการมองเห็นและความสว่างได้ 14 5. มเี จตคติทด่ี ีในการเรียนเร่อื งแสงและ งานรายบคุ คล 14 การมองเหน็ และรกั ษ์คา่ นยิ มหลกั 12 ประการ 8 ของไทย 45 5 รวม 45 5 45 5 45 5 -- 8 16 20 28 64 หมายเหตุ : 1. การประเมินแผนการจัดการเรยี นรู้ ประเมนิ ตามภาระงาน/ชิ้นงาน/การแสดงออกตามกิจกรรมในแผนการจัดการเรียนรู้ ทสี่ อดคล้องกบั จุดประสงค์การเรยี นรู้ ใหค้ ะแนนตามเกณฑ์ประเมนิ 2. การประเมินเจตคติในการเรียน ประเมินต่อเน่ืองในทุกกิจกรรมตามแผนการจัดการเรียนรู้ แล้วนำผลไปสรุปรวม ในแผนสดุ ทา้ ยของเรอ่ื ง/หนว่ ยการเรียนรู้ ภาระงาน/ชิ้นงานรวบยอดในหน่วยการเรยี นรู้ แหล่งขอ้ มลู (ภาระงาน/ชนิ้ งานรวบยอดในหน่วยการเรยี นรู)้ รวมคะแนน ในหนว่ ย จุดประสงคก์ ารเรยี นรู้ กิจกรรม กจิ กรรม การประเมนิ แบบทดสอบ การเรยี นรู้ ตรวจสอบ สง่ เสรมิ ตนเอง 1. อธบิ ายเร่อื งแสงและสมบตั ิของแสงได้ ความเข้าใจ การเรยี นรู้ 7 2. อธิบายเร่ืองทัศนูปกรณไ์ ด้ 8 3. อธบิ ายเรอ่ื งเลเซอรไ์ ด้ 32-2 7 4. อธิบายการมองเหน็ และความสวา่ งได้ 8 5. มีเจตคติทดี่ ีในการเรยี นเรอ่ื งแสงและ 32-3 6 การมองเห็น และรกั ษค์ า่ นยิ มหลัก 12 ประการ ของไทย 32-2 36 รวม 32-3 - -6- 12 8 6 10

81 หมายเหตุ : 1. การประเมินแผนการจัดการเรียนรู้ ประเมนิ ตามภาระงาน/ช้ินงาน/การแสดงออกตามกิจกรรมในแผนการจัดการเรยี นรู้ ที่สอดคล้องกับจดุ ประสงค์การเรียนรู้ ใหค้ ะแนนตามเกณฑป์ ระเมิน 2. การประเมินเจตคติในการเรียน ประเมินต่อเนื่องในทุกกิจกรรมตามแผนการจัดการเรียนรู้ แล้วนำผลไปสรุปรวม ในแผนสดุ ทา้ ยของเรอื่ ง/หน่วยการเรยี นรู้ บันทกึ หลังสอน ความพร้อมก่อนดำเนินกจิ กรรม (สอื่ วสั ดอุ ปุ กรณ์ การเขา้ ช้ันเรียน พน้ื ฐานความรู้เดิมของผู้เรยี น ฯลฯ) .......................................................................................................................................................................... ............... ........................................................................................................................................................... .............................. บรรยากาศการเรยี นรู้ (ความสนใจ ปฏสิ ัมพนั ธ์ในห้อง ความราบร่นื ในการดำเนินกิจกรรมการเรียนรู้) ............................................................................................................................. ............................................................ ......................................................................................................................................................................................... ผลการเรียนรู้ (จำนวนผู้เรียนที่มีผลงานระหว่างเรียนและผลการประเมินบรรลุวัตถุประสงค์แต่ละระดับ ผ้เู รยี นที่เปน็ ผู้นำ ผเู้ รียนที่ต้องใหค้ วามสนใจเพิม่ เติม) ......................................................................................................................................................................................... .......................................................................................................................................................................... ............... แนวทางการพัฒนาในคร้ังตอ่ ไป (ส่งิ ทต่ี อ้ งยุติ ส่ิงทน่ี ำมาใช้ต่อ ส่ิงท่ตี ้องปรบั ปรงุ เพม่ิ เติม) ........................................................................................................................................ ................................................. .................................................................................. ....................................................................................................... (ผู้สอนเลือกบันทึกในส่วนที่สำคัญ ปรากฏชัดเจน และเป็นจุดวิกฤติหรือจุดสำเร็จในการจัดกิจกรรมการเรียนรู้ แตล่ ะแผน)

82 ตารางสรปุ คะแนนการประเมินจุดประสงคก์ ารเรยี นรแู้ ละสมรรถนะประจำหน่วย หน่วยการเรยี นรู้ที่ 5 แสงและการมองเห็น คะแนนตาม จปส. รายหน่วยการเรียนรู้ ชน้ิ งาน/การแสดงออก 1. อ ิธบายเร่ืองแสงและสมบัติของแสงไ ้ด รวม ท่กี ำหนดในหนว่ ยการเรียนรหู้ รือหนว่ ยย่อย 2. อ ิธบายเร่ืองทัศ ูนปกรณ์ไ ้ด 3. อ ิธบายเร่ืองเลเซอร์ไ ้ด 4. อ ิธบายการมองเห็นและความสว่างไ ้ด 5. ีมเจตคติ ่ีทดีในการเรียนเร่ืองแสงและการมองเห็น และ ัรกษ์ค่านิยมหลัก 12 ประการของไทย ภาระงาน/ชิน้ งานระหวา่ งเรียน 444 4 - 16 1. ผังกราฟิกแสดงการเก็บรวบรวมขอ้ มูลเกย่ี วกบั แสงและการมองเห็น 555 5 - 20 2. ผงั กราฟิกสรปุ ความรคู้ วามเข้าใจเกยี่ วกบั แสงและการมองเห็น 555 5 8 28 3. การนำเสนอผลการสรุปความรคู้ วามเข้าใจเกี่ยวกบั แสงและการมองเหน็ 333 3 - 12 การประเมนิ รวบยอด 222 2 - 8 1. ผลการปฏิบตั ิกจิ กรรมตรวจสอบความเข้าใจ --- - 6 6 2. ผลการปฏิบตั ิกิจกรรมส่งเสริมการเรยี นรู้ 232 3 - 10 3. ผลการประเมินตนเอง 21 22 21 22 14 100 4. คะแนนผลการทดสอบ รวม

21 22 21 22 14 100 เลขท่ี ช่ือ-นามสกุล ตารางบนั ทึกคะแนนการประเมินจดุ ประสงคก์ ารเรยี นรแู้ ละสมรรถนะประจำหนว่ ย 1 หนว่ ยการเรยี นรู้ที่ 5 แสงและการมองเห็น 2 83 3 4 1. อธิบายเรอ่ื งแสงและสมบตั ิของแสงได้ คะแนนตาม จปส. รายหน่วยการเรียนรู้ 5 2. อธิบายเรือ่ งทศั นปู กรณไ์ ด้ 6 3. อธบิ ายเรอ่ื งเลเซอรไ์ ด้ 7 8 4. อธบิ ายการมองเหน็ และความสวา่ งได้ 9 10 5. มีเจตคติทด่ี ีในการเรียนเรอ่ื งแสงและการมองเหน็ 11 และรักษค์ ่านยิ มหลัก 12 ประการของไทย 12 ฯลฯ รวม

84 หนว่ ยการเรียนร้ทู ่ี 6 ความรอ้ น อณุ หภมู แิ ละผลของความร้อนตอ่ วัตถุ เวลาเรยี น 6 ชวั่ โมง สัปดาห์ที่ 16-17 เร่ือง ความร้อน อุณหภูมแิ ละผลของความรอ้ นต่อวตั ถุ เวลาเรยี น 6 ชวั่ โมง ความคดิ รวบยอด/ความเข้าใจทีค่ งทน สิ่งมีชีวิตได้รับพลังงานความรอ้ นจากหลายแหล่ง เช่น พลังงานความร้อนจากดวงอาทิตย์ พลังงานความรอ้ น จากปฏิกิริยาเคมี พลังงานความร้อนใต้พิภพ พลังงานความร้อนจากเชื้อเพลิงชนิดต่างๆ พลังงานความร้อนสามารถ ถา่ ยโอนจากตำแหน่งท่ีมีพลังงานความร้อนสูงไปยังตำแหนง่ ท่ีมีพลังงานความร้อนต่ำ แบ่งเป็น 3 ลักษณะ คือ การพา ความร้อน การนำความร้อน และการแผร่ ังสี สาระการเรียนรู้ 1. เทอร์มอมิเตอร์และหน่วยวัดอุณหภูมิ (หนังสอื เรยี น หน้า 115-141) 2. การถา่ ยโอนพลังงานความรอ้ น (หนังสือเรียน หน้า 165-171) 3. การดดู กลืนความร้อนและคายความรอ้ นของวตั ถุ (หนังสอื เรียน หน้า 171-174) 4. ผลของความรอ้ นทมี่ ตี อ่ การเปล่ยี นแปลงของสารและสมดุลความร้อน (หนังสอื เรยี น หนา้ 174-175) สมรรถนะประจำหน่วย 1. แสดงความรูเ้ กยี่ วกับความร้อน อุณหภูมิและผลของความร้อนต่อวตั ถุ 2. ประยุกต์ความรู้เร่ืองความร้อน อุณหภูมิและผลของความร้อนต่อวัตถุไปใช้ในชีวิตประจำวันและ ประกอบอาชีพ จดุ ประสงค์การเรียนรู้ 1. อธบิ ายวิธใี ชเ้ ทอร์มอมิเตอร์และหนว่ ยวัดอุณหภูมิได้ 2. อธบิ ายการถา่ ยโอนพลังงานความร้อนและนำไปใช้ประโยชนไ์ ด้ 3. อธบิ ายการดดู กลนื ความร้อนและคายความรอ้ นของวตั ถุและนำไปใชป้ ระโยชนไ์ ด้ 4. บอกผลของความรอ้ นท่มี ีต่อการเปล่ียนแปลงของสารและสมดลุ ความร้อนได้ 5. มีเจตคติท่ีดีในการเรียนเรื่องความร้อน อุณหภูมิและผลของความร้อนต่อวัตถุ และรักษ์ค่านิยมหลัก 12 ประการของไทย ภาระงาน/ช้ินงาน/การแสดงออกของผเู้ รยี น ภาระงาน/ชน้ิ งานระหว่างเรยี น 1. ผังกราฟกิ แสดงการเก็บรวบรวมขอ้ มูลเกี่ยวกบั ความร้อน อณุ หภมู ิและผลของความร้อนต่อวัตถุ 2. ผงั กราฟิกสรปุ ความรู้ความเขา้ ใจเกีย่ วกับความร้อน อุณหภูมิและผลของความร้อนต่อวัตถุ 3. การนำเสนอผลการสรุปความรคู้ วามเขา้ ใจเก่ยี วกับความรอ้ น อุณหภูมิและผลของความรอ้ นต่อวตั ถุ


Like this book? You can publish your book online for free in a few minutes!
Create your own flipbook