Important Announcement
PubHTML5 Scheduled Server Maintenance on (GMT) Sunday, June 26th, 2:00 am - 8:00 am.
PubHTML5 site will be inoperative during the times indicated!

Home Explore คู่มือนักเรียนและผู้ปกครอง ปีการศึกษา 2564

คู่มือนักเรียนและผู้ปกครอง ปีการศึกษา 2564

Published by reborn150, 2021-12-15 14:01:31

Description: คู่มือนักเรียนและผู้ปกครอง ปีการศึกษา 2564

Search

Read the Text Version

บทบาทของผปู้ กครองในการดแู ลชว่ ยเหลอื นกั เรยี น เร่ืองความประพฤติของนกั เรยี น ด้วยโรงเรยี นเหน็ ว่าผปู้ กครองเป็นผู้ทีม่ ีความสำคัญในการอปุ การะเลย้ี งดูสั่งสอนอีกท้งั เพื่อความเปน็ ระเบยี บ เรียบรอ้ ย และการเสริมสร้างใหน้ ักเรยี นอันเป็นบุตรหลานของผ้ปู กครองทุกท่าน เป็นผู้ใฝเ่ รยี นในการศึกษาวิชา และ ประสบการณใ์ นการดำรงชีวติ อันจะเป็นพลเมืองดีของสงั คมตอ่ ไป ดังน้ันโรงเรียนแจงร้อนวทิ ยา จึงขอความ รว่ มมือจากผ้ปู กครอง ดังตอ่ ไปน้ี 1. ดแู ลนกั เรียนของทา่ นให้ไปโรงเรยี นสม่ำเสมอ โดยใหท้ ันเวลาเข้าแถว 07.45 น. เพราะการมา โรงเรียนสายจะทำใหน้ กั เรยี นไม่ได้ทราบเรอื่ งราวชี้แจงการอบรมหนา้ แถวอันจะทำให้เกิดปัญหากับตนเองและ ผู้ปกครอง 2. ใหน้ กั เรียนแตง่ เคร่ืองแบบนกั เรยี น หรอื เครื่องแบบในวชิ ากจิ กรรมและทรงผมนกั เรยี นใหถ้ ูกตอ้ ง ตามระเบยี บของโรงเรยี น เพราะการแตง่ กายหรอื ทรงผมไม่ถูกตอ้ งตามระเบียบ หรือไม่เรยี บรอ้ ยจะเป็นการทำลาย ชอ่ื เสยี งของตนเองและของโรงเรยี น ท้งั นักเรยี นจะถูกลงโทษตดั คะแนนในเร่ืองการแตง่ กายไม่ถูกระเบยี บ 3. ไมค่ วรใหน้ กั เรยี นสวมใสส่ งิ่ ของเครื่องประดบั อันมคี ่า เช่น สรอ้ ย แหวน ตา่ งหู นาฬิกาข้อมอื ราคาแพง และอ่ืน ๆ ซง่ึ เปน็ การฟุ่มเฟือย ไม่เหมาะสมกับสภาพนกั เรยี น 4. ควบคมุ รายจา่ ยของนกั เรียนใหเ้ ปน็ ไปดว้ ยความประหยดั มธั ยัสถใ์ หพ้ อใชจ้ า่ ยในการมาโรงเรยี น หรือการซือ้ อปุ กรณ์ในการศึกษาเทา่ นน้ั ส่วนการจัดกิจกรรมใด ๆ ทีจ่ ำเป็นต้องใช้เงินเพ่มิ ทางโรงเรยี นจะมีหนังสอื แจ้งให้ผปู้ กครองทราบทุกครั้ง หากนกั เรยี นแอบอ้างวา่ โรงเรยี นใหเ้ ก็บเงนิ เพอื่ ทำกิจกรรมเปน็ ทีน่ ่าสงสยั ผ้ปู กครอง สามารถสอบถามไปยังโรงเรยี นไดท้ นั ที 5. ไม่ควรให้นักเรียนเทย่ี วเตร่ทางกลางคืน หรือดูโทรทศั น์จนดกึ เวน้ แต่ไปทำธรุ ะกบั ผูป้ กครอง เพราะการกระทำดังกลา่ ว ส่งผลใหน้ ักเรียนมผี ลการเรียนต่ำ หรือมีความประพฤติไม่เหมาะสมกบั สภาพนกั เรยี น 6. หมัน่ ดแู ลตรวจสอบการมาโรงเรียน และการกลับบา้ นของนักเรยี นทุกวนั หากนกั เรียนกลับบา้ นผดิ เวลากรุณาสอบถาม หากมขี ้อสงสยั ในพฤติกรรมใหผ้ ูป้ กครองติดตอ่ สอบถามใหโ้ รงเรยี นไดท้ นั ที 7. ตรวจสมดุ รายงานผลการเรยี นทีท่ างโรงเรียนสง่ มาทุกคร้ังและกรุณาเขยี นแสดงความคิดเหน็ และ แจ้งพฤติกรรมของนักเรียนที่ปรากฎทางบา้ นตามความเปน็ จรงิ เพ่ือเป็นขอ้ มูลในการแกไ้ ขปญั หานกั เรียนของทา่ น 8. ช่วยตกั เตือนและดูแลความประพฤติของนกั เรยี นตอ่ ไปนี้ เลน่ การพนัน ลกั ทรัพย์ ดม่ื สุราหรอื ของมึนเมาทุกชนดิ สูบบุหรแ่ี ละส่ิงเสพติดใหโ้ ทษ ประพฤติตนพาลเกเร ประพฤติทำนองชสู้ าว ฝ่าฝืนกฎระเบียบ ของโรงเรยี นเสมอ เป็นต้น การประพฤตติ นดงั กลา่ ว ทางโรงเรยี นถือว่าเปน็ ความผิดอยา่ งร้ายแรง 9. เพ่ือสะดวกในการตดิ ต่อระหว่างโรงเรยี นและบา้ น หากมกี ารเปลย่ี นแปลงท่อี ยอู่ าศยั หรือ หมายเลขโทรศพั ท์ กรุณาแจง้ ท่ีอยใู่ หมใ่ ห้ทางโรงเรยี นทราบทุกครั้ง 49

10. ผู้ปกครองตอ้ งใหค้ วามรว่ มมอื กบั ครู ในการดูแลนกั เรียนอยา่ งใกลช้ ดิ ดว้ ยการหมั่นตรวจสอบ นักเรียนทุกดา้ น และหม่นั พบปะกับทางโรงเรยี นตามโอกาส เช่น การประชมุ ผปู้ กครอง ฯลฯ และถา้ ทางโรงเรยี นมี หนังสอื ถงึ ผปู้ กครองกรณุ ามาพบตามท่ีกำหนดหรอื ติดตอ่ ทางโรงเรยี นทนั ที หากผ้ปู กครองไม่มาตามกำหนดอาจมีผล ต่อการเรยี น และอนาคตของนกั เรยี นได้ 11. หนงั สือหรือสือ่ ลามกอนาจาร ห้ามนกั เรยี นนำมาอ่าน ดูหรือแลกเปล่ยี นกันอ่านหรือดู ทั้งใน และนอกเวลาเรยี น 12. การพกพาโทรศพั ทเ์ คล่ือนท่ี โรงเรียนจะอนญุ าตใหน้ ักเรยี นพกพาโทรศัพท์เคลือ่ นท่มี าโรงเรยี น ได้เฉพาะนกั เรียนทีไ่ ด้รบั อนญุ าตจากทางโรงเรยี น โดยมบี ัตรอนญุ าตพกพาโทรศพั ทเ์ คลอ่ื นที่ และจะตอ้ งปฏบิ ัติตาม ระเบียบของทางโรงเรยี นเร่อื งการพกพาโทรศัพทเ์ คลื่อนทโี่ ดยเครง่ ครัด หากไมม่ กี ารควบคุมโดยพกพาจะสง่ ผลกระทบ ต่อการเรียนการสอนและเป็นช่องทางให้นักเรยี นใช้โทรศัพทใ์ นการไมเ่ หมาะสมได้ 13. การนำรถจักรยานยนต์เป็นพาหนะมาโรงเรียน ผปู้ กครองจะต้องอนญุ าตให้ใช้และตอ้ ง ตรวจสอบว่านกั เรยี นมใี บอนญุ าตขับข่ีรถจักรยานยนต์ มีการชำระภาษคี ่าทะเบยี นถูกตอ้ งหรอื ไม่ มกี ารประกันภยั บคุ คลทีส่ ามตามพระราชบญั ญัตฯิ (ภาษี พ.ร.บ.) หรอื ยังเมอื่ มคี ณุ สมบัติครบตามกำหนด ผปู้ กครองจงึ ยน่ื หนงั สอื ขอ อนุญาตตอ่ ผอู้ ำนวยการหรอื ผูป้ ฏิบัติราชการแทนเพอ่ื อนุญาตเป็นราย ๆ ไป ระเบียบข้อน้เี พ่ือเปน็ การส่งเสรมิ ให้ นกั เรียนได้ปฏบิ ตั ติ นตามกฎหมาย และเปน็ การลดอบุ ตั ิเหตุไม่ให้เกิดความเสยี หายตอ่ ชวี ิตและทรพั ยส์ นิ ของนกั เรยี น เร่อื งการมาติดตอ่ ขอพบนักเรียนในเวลาเรยี น ดว้ ยโรงเรยี นแจงรอ้ นวทิ ยา เป็นสถานศกึ ษาที่ให้ความรู้ และประสบการณ์แกน่ กั เรียน ดังนน้ั เพือ่ ให้นักเรยี นได้ศึกษาเลา่ เรยี นอยา่ งเต็มเวลาจงึ ขอให้ผ้ปู กครองที่มธี รุ ะจำเปน็ จะตอ้ งมาติดตอ่ ขอพบนักเรยี นในเวลา เรยี นให้ปฏบิ ัตติ าม ดังนี้ 1. การมาขอพบนักเรยี นในเวลาเรียน ให้ผู้ปกครองมาตดิ ต่อท่ีสำนักงานกลมุ่ บริหารกจิ การนักเรยี น โดยตรง 2. ผู้ทม่ี าติดตอ่ ขอพบนักเรยี นต้องเปน็ บดิ า มารดา หรอื ญาติที่ใกลช้ ิดกับนักเรียนโดยตรง ตอ้ งแจ้ง ช่ือ-สกุล ชัน้ ห้อง ของนักเรยี นใหถ้ ูกตอ้ งเพ่ือความสะดวกในการติดตอ่ ได้รวดเร็วในการตามตวั นกั เรียน 3. เม่ือแจ้งความประสงค์ขอพบนกั เรยี นและได้รับอนุญาตแล้ว ใหข้ อพบนักเรียนคอยอย่ใู นสถานที่ท่ี สำนักงานกลมุ่ บริหารกิจการนักเรียน 4. การโทรศพั ท์ขอลาเรียน ทำไดโ้ ดยลากับครทู ปี่ รึกษาโดยตรงหรอื ลาทีก่ ลมุ่ บริหารกจิ การนกั เรียน และใหน้ กั เรียนสง่ ใบลาพร้อมลายมือชือ่ ของผ้ปู กครองรับรองนำมาสง่ ในวนั แรกที่มาเรยี นหลังจากวันลา 5. บคุ คลภายนอกทีไ่ ม่บรรลนุ ติ ิภาวะมารับตัวนกั เรยี น ทางโรงเรยี นไมอ่ นุญาตใหอ้ อกนอกบริเวณ โรงเรียนโดยเด็ดขาด 50

6. การนำสิ่งของทฝี่ ากใหน้ ักเรียน ให้ผฝู้ ากห่อสง่ิ ของให้เรยี บรอ้ ยแลว้ เขยี นชื่อ-สกลุ ชัน้ ห้องเรียน ของนกั เรยี นใหช้ ดั เจน หากเป็นเงนิ ให้เขียนจำนวนเงินไว้แลว้ ลงชอื่ กำกับดว้ ย 7. การขอพบนกั เรยี นให้ผ้ปู กครองคำนึงถงึ เวลาเรียนของบตุ รหลานท่าน เพราะจะทำให้เนอ้ื หาการ เรียนขาดตอนไม่ตอ่ เน่อื ง ตลอดจนทำใหค้ รแู ละนกั เรยี นอ่นื ๆ ขาดสมาธิในการเรียนการสอนด้วย กล่มุ บริหารกิจการนกั เรียน นักเรียนและทางโรงเรยี นหวังเป็นอย่างยงิ่ ทจ่ี ะได้รบั ความรว่ มมือจาก ผปู้ กครองทกุ ทา่ นเปน็ อยา่ งดี เพอื่ ความปลอดภัยในสวัสด์ิภาพของลูกหลานทา่ น ในกรณถี ูกลอ่ ลวงไปในทางมิชอบ และคำนงึ ถึงประโยชนใ์ นการศึกษาเลา่ เรยี นของนกั เรียนในความปกครองของท่านเป็นสำคัญ 51

ระเบยี บโรงเรียนแจงรอ้ นวทิ ยา วา่ ดว้ ยการแตง่ กายและเคร่อื งแบบนกั เรียน พทุ ธศักราช 2557 (ฉบบั ปรับปรุง คร้ังท่ี 1 พ.ศ.2564) ขอ้ 1 เครื่องแบบนกั เรียนชาย 1. เสอ้ื แบบเสื้อเชิ้ตคอตงั้ ใช้ผา้ โทเร สีขาวเกล้ียงไม่มีลวดลาย เนือ้ หนาไมบ่ างเกินควรขนาดพอดีกบั ลำตวั ไม่รดั รปู หรอื หลวมจนเกินไป ผา่ อกตลอด สาบทอ่ี กเสือ้ กวา้ ง 4 เซนตเิ มตร กะดมุ สีขาวกลมขนาดเสน้ ผ่าน ศูนยก์ ลางไม่เกนิ 1 เซนติเมตร จำนวน 5 - 7 เม็ด แขนสน้ั เหนือข้อศอกพอสมควร มกี ระเปา๋ ตดิ ตามแนวอกเสอ้ื ข้างบนเบ้อื ซา้ ย 1 กระเปา๋ ขนาดกว้างตั้งแต่ 8 - 12 เซนติเมตร ลกึ 10 - 15 เซนตเิ มตร ด้านหลงั เสื้อไม่มีจบี ขณะสวมใส่ใหช้ ายเส้อื อยู่ในกางเกงและใหเ้ ขม็ ขดั ตลอดท้งั เส้นเครือ่ งหมาย * ปักอักษรยอ่ “จ.ร.” ท่ีหนา้ อกด้านขวาดว้ ยด้ายหรอื ไหมสนี ้ำเงนิ เข้มให้มขี นาดและแบบอกั ษรตาม มาตรฐานของโรงเรียน * ปักชอ่ื และนามสกุล ใต้อักษรยอ่ ของโรงเรยี น “จ.ร.” ประมาณ 1 เซนติเมตร อกั ษรสูง 1 เซนติเมตร ดว้ ยด้ายหรือไหมสนี ้ำเงิน * ปกั ดาวดว้ ยไหมตามสีทก่ี ำหนด ม. 1 - 3 ปกั 1 ดาว บรเิ วณด้านบนอกั ษร “จ.ร.” ม.4 - ม.6 ปกั 1 ดาว บริเวณปกคอเส้อื ดา้ นขวา * ม.1 ปกั ดาวสีน้ำตาล จนจบระดับชัน้ มธั ยมศึกษาตอนตน้ ม.2 ปักดาวสีเขยี ว จนจบระดับชั้นมธั ยมศกึ ษาตอนตน้ ม.3 ปกั ดาวสีแดง จนจบระดบั ช้ันมัธยมศกึ ษาตอนต้น ม.4 ปักดาวสีนำ้ ตาล จนจบระดับชั้นมัธยมศกึ ษาตอนปลาย ม.5 ปักดาวสเี ขียว จนจบระดับช้ันมัธยมศกึ ษาตอนปลาย ม.6 ปักดาวสแี ดง จนจบระดับชัน้ มัธยมศึกษาตอนปลาย * นักเรยี นช้นั มัธยมศกึ ษาปที ่ี 4 - 6 ให้ปกั เครื่องหมายโรงเรยี นด้านบนอกั ษรยอ่ “จ.ร.” 2. กางเกง แบบกางเกงเป็นแบบตามท่ีโรงเรยี นกำหนด ให้ใช้ผา้ โทเรสีดำเทา่ นนั้ ไม่อนุญาตใหน้ ักเรียนใช้ผ้าเนอื้ เปน็ มนั ผ้าลายสอง ผ้าเวสปอยท์ และผา้ ยนี ส์ ขาส้นั เหนอื เข่า สงู พ้นกึ่งกลางสะบ้าประมาณ 5 เซนติเมตร เมอ่ื ยนื ตรงความกว้างของกางเกงเมอื่ ยืนตรงห่าง จากเขา่ ประมาณ 8 - 10 เซนตเิ มตร ปลายขากางเกงตรงไม่บานหรอื ลบี ขนาดกางเกงได้สัดส่วนกับลำตวั ไม่ 52

หลวมหรอื รดั รูปผ่าส่วนหน้าติดซบิ ซอ่ นไว้ดา้ นใน หา้ มใชก้ ระดุมทกุ ชนิดดา้ นหนา้ มีจีบข้างละ 2 จบี หันจีบออกมี กระเปา๋ ตามแนวตะเขบ็ ข้างละ 1 ใบ ไม่มกี ระเป๋าหลัง หรอื ทอ่ี ื่นอีก มีหูกางเกง 5 - 7 หู เว้นระยะตามความ เหมาะสม ไวส้ ำหรับสอดเขม็ ขัดหูกางเกงขนาดกวา้ งไม่เกนิ 1 เซน็ ตเิ มตร ไม่ใชห้ ูแบบไขวห้ รอื ใหญเ่ กินไป 3. เขม็ ขดั นกั เรยี นชายใช้เขม็ ขัดสีดำ หัวเขม็ ขดั เป็นโลหะเงิน เข็มขัดทำด้วยหนัง เรียบไมม่ ีลวดลายขนาด กวา้ ง 3 - 4 เซน็ ตเิ มตร ยาวพอเหมาะกบั ลำตัวหัวเข็มขัดส่ีเหลี่ยมผนื ผา้ ชนิดหวั กลดั อันเดียวมีปลอกหนังสีเดียวกบั หัว เขม็ ขดั 1 ปลอก ไวส้ อดกบั ปลายเข็มขดั เวลาคาดใส่หูกางเกงทกุ หู ไมต่ ิดรูปลอก เขียนดว้ ยสตี ่าง ๆ หรอื แกะ ลวดลายขอ้ ความบนเขม็ ขัด 4. รองเทา้ ใชร้ องเท้าผา้ ใบสีดำ เป็นรองเทา้ หนงั หรือผา้ ใบห้มุ สน้ มีเชือกผกู สีเดียวกันกับรองเท้า หา้ มใชร้ องเท้าที่ทำด้วยหนงั กลับ หนงั มนั หรอื มีลวดลาย ถ้าเป็นรองเท้าผ้าใบขอบยางต้องเปน็ สเี ดียวกบั รองเทา้ มรี ูรอ้ ยเชือกแถวละ 5-6 รู หา้ มใช้ รองเท้าชนดิ หวั ตัด หัวแหลมส้นสงู หา้ มทำการกัดสีรองเทา้ หรือยอมใหเ้ ป็นสีสันที่แปลกไปจากเดิม และให้สวมหุม้ สน้ ตลอดเวลา 5. ถุงเทา้ ถงุ เทา้ สีขาว ไมม่ ีลวดลายหรอื ขลิปสอี ่ืน ไม่ใชล้ ูกฟูกหนาหรือท่มี ีสีอน่ื เจือปน ไมห่ นาหรอื บางเกินไป สวมแล้วต้องพบั หรือดึงตึง ความยาวสงู จากตาต่มุ ขึน้ ไป 15 เซนตเิ มตร ขอ้ 2 เคร่ืองแตง่ กายนักเรยี นหญิง 1. เสือ้ นักเรียนหญิงชน้ั มธั ยมศึกษาปที ี่ 1 - 3 ใช้ผ้าโทเรสีขาวเกล้ียงไมม่ ีลวดลาย ไมบ่ างเกนิ ควรตัดใหเ้ ขา้ รปู ไม่รดั รปู เปน็ แบบคอพับในตวั ลึกพอให้ สวมศีรษะไดส้ ะดวก ปกกลาสี กว้าง 10 เซนตเิ มตร แขนยาวเหนือขอ้ ศอกปลายแขนจีบด้านหน้า 3 จบี หนั จีบ ออก ขอบปลายแขนหา่ งจากแขนประมาณ 2 เซนตเิ มตร ริมขอบด้านล่างทางขวาติดกระเปา๋ 1 ใบ ตามขนาดของ คอเส้ือดว้ ยคอซองสเี ดียวกบั กระโปรง สามเหลยี่ มของคอซองกวา้ ง 8 - 14 เซนตเิ มตร ผูกเงื่อนกลาสหี ่างจากคอ ประมาณ 10 เซนตเิ มตร 2. เสอ้ื นักเรียนหญิงชั้นมธั ยมศกึ ษาปที ี่ 4-6 ใชผ้ ้าโทเรสีขาวเกลีย้ งไม่มลี วดลาย ไม่บางเกนิ ควรตดั ใหเ้ ข้ารปู ไมร่ ัดรปู เปน็ แบบคอเชิ้ตผ่าอกตลอด ไมม่ ี สาบกระดุมกลมแบนสีขาว เส้นผา่ นศูนยก์ ลางไม่เกนิ 1 เซนตเิ มตร แขนเสอ้ื สน้ั เหนือขอ้ ศอกเล็กน้อย แขนเสอื้ กวา้ ง 2 - 2.5 เซนตเิ มตร ปลายแขนจีบดา้ นอกหน้า 3 จบี หนั จบี ออก ขณะสวมใส่หา้ มปล่อยชายเส้ืออกนอกกระโปรง ดงึ ชายเส้อื ให้หย่อนพองามไมป่ กคลุมเข็มขดั เคร่ืองหมาย * ปกั อักษรยอ่ โรงเรยี น “จ.ร.” ที่หน้าอกดา้ นขวาด้วยด้ายหรอื ไหมสีน้ำเงนิ เขม้ ใหม้ ขี นาดแบบอักษรตาม มาตรฐานของโรงเรยี น 53

* ปักช่ือและนามสกลุ ใตอ้ ักษรย่อโรงเรียน “จ.ร.” ประมาณ 1 เซนติเมตร อักษรสงู 1 เซนตเิ มตร ด้วย ด้ายหรือไหมสีน้ำเงนิ * ปักดาวดว้ ยไหมตามสีทก่ี ำหนด ม.1 - 3 ปกั 1 ดาว บรเิ วณดา้ นบนอกั ษร “จ.ร.” ม.4-6 ปกั 1 ดาว บริเวณปกเสือ้ ด้านขวา * นักเรยี นชั้นมัธยมศึกษาปที ่ี 4 - 6 ให้ปกเครื่องหมายโรงเรียนด้านบนอกั ษรย่อ “จ.ร.” 3. เสอ้ื ชนั้ ในใชผ้ ้าสีขาว ไม่มลี วดลาย และให้สวมเสื้อซับในสขี าวทับอกี ตัวหนึง่ 4. กระโปรงใช้ผา้ เทโรสกี รมท่า เน้อื เกล้ยี งไม่มีลวดลายไม่เป็นมันไม่บางเกนิ ควรมจี ีบด้านหนา้ และด้านหลงั แต่ละด้านจบั เป็นจบี หนั ออกขา้ งละ 3 จีบ ตเี กร็ดลงจากขอบเอวยาว 6 - 10 เซนติเมตร กระโปรงบานปลายพองาม ไมต่ รงและแคบยาวคลมุ เข่าตำ่ กวา่ กลางสะบ้าหวั เข่า 12 เซนติเมตร ขอบกระโปรงกวา้ ง 3 เซนตเิ มตร อยู่ระดบั เอว พอดี ขอบกระโปรงตดิ ดว้ ยตะขอติดซิบขา้ งซา้ ย หา้ มใชก้ ระดมุ ทกุ ชนิด 5. เขม็ ขดั (นกั เรียนหญงิ ม.ปลาย) ใช้เข็มขดั หนงั สดี ำไม่มลี วดลาย ขนาดกวา้ ง 3 - 4 เซนตเิ มตร ใช้ คาดทับขอบกระโปรง หวั เขม็ ขดั รูปส่ีเหล่ยี มผนื ผ้า หัวเข็มกลัดเดยี ว มปี ลอกสำหรบั สอดปลายเข็มขัดขนาดกว้าง 1- 1.5 เซนติเมตร ไม่ให้ติดรูปลอก, เขียนด้วยสตี า่ ง ๆ หรอื แกะลวดลาย ขอ้ ความบนเข็มขดั 6. ถงุ เท้า ใช้ถุงเท้าธรรมดาสขี าวไม่มลี วดลาย ไมใ่ ช้ลกู ฟูกหนา หรือมีสอี ื่นเจอื ปน สวมตลบออก พับปลาย ขา้ งลงข้อเทา้ กว้าง 5 เซนติเมตร หา้ ม้วน ห้ามดึงตงึ สงู 7. รองเทา้ ทำดว้ ยหนังสดี ำ แบบหุ้มสน้ หมุ้ ปลายเทา้ หัวมน ชนิดมีสายรัดสดี ำหลงั เท้าไม่มลี วดลาย ส้นสูง ไม่เกิน 3 เซนตเิ มตร ขอ้ 3 เครอ่ื งแบบเรียนพลศึกษา 1. เสอื้ แบบเสอ้ื คอโปโล สวมศีรษะ ตัดเยบ็ ด้วยผา้ เทโรสฟี ้า มีกระเปา๋ ทอ่ี กดา้ นซา้ ย 1 ใบ ปักตรา เครื่องหมายโรงเรียนตามแบบท่กี ำหนด อกด้านขวาปักชื่อ - นามสกลุ และดาว 2. กางเกงผ้หู ญิง / ชาย ใช้กางเกงวอรม์ สีกรมทา่ กุ๊นสี ฟ้า - ฟ้า 3. รองเทา้ นกั เรียนหญงิ ใช้รองเท้าผ้าใบสีขาวลว้ น มเี ชอื กผูก ไมม่ ขี อบหนงั หรือสอี น่ื เจือปน นักเรยี นชาย ใช้รองเทา้ ผ้าใบแบบเดียวกับเครอื่ งแบบนักเรียนปกติ 4. ถุงเท้า ใช้แบบเดยี วกบั เครอ่ื งแบบนักเรยี นปกติ 5. ชดุ พลศกึ ษา ใช้เฉพาะวันทม่ี ีการเรียนวิชาพลศกึ ษาเท่านั้น และแต่งมาจากบ้าน ข้อ 4 เครื่องแบบลกู เสอื เนตรนารี ยวุ กาชาด สำหรับนักเรยี นชั้นมัธยมศกึ ษาตอนต้น แตง่ เฉพาะวันเรียนตาม กจิ กรรมทีเ่ ลอื กเรยี น แต่งกายให้ถูกต้องเป็นไปตามกฎหระทรวงวา่ ดว้ ยเรอ่ื งเครื่องแบบลกู เสอื เนตรนารี ยุวกาชาด ข้อ 5 เครื่องแบบนกั ศกึ ษาวิชาทหาร สำหรับนักเรียนชัน้ มธั ยมศกึ ษาตอนปลายทเี่ ลือกเรยี นเฉพาะวนั ที่มีการเรยี น และใหเ้ ปน็ ไปตามระเบียบการรกั ษาดินแดนว่าดว้ ยเครื่องแบบนักศึกษาวิชาทหาร ข้อ 6 เครอ่ื งแบบชุดขาว ใชใ้ ส่ทุกคนในวันศุกร์ 54

ข้อ 7 เครื่องแตง่ กายในการกจิ กรรมตา่ ง ๆ ของโรงเรียนในวนั หยุดหรอื ไมม่ กี ารเรียนการสอนตามปกติ ใหน้ ักเรียน แตง่ กายดว้ ยชดุ นกั เรียนหรือชุดพลศึกษา ข้อ 8 กระเป๋าและเครอ่ื งประดบั 1. กระเปา๋ ชนดิ มีหหู ้ิวสดี ำ หรอื กระเป๋าสะพายหลังตามแบบทีโ่ รงเรยี นกำหนด ห้ามขีดเขยี น ทำ เครื่องหมายและขอ้ ความใด ๆ บนกระเป๋า ส่วนกระเปา๋ เคียงอนญุ าตใหใ้ ชไ้ ด้ของทางโรงเรยี นเท่านนั้ ใหใ้ ช้คู่กบั กระเปา๋ ไมอ่ นญุ าตใหถ้ อื เพียงอย่างเดียว 2. เครอื่ งประดับ ห้ามสวมใสห่ รือใชเ้ คร่ืองประดับ 3. นาฬิกาข้อมอื ให้ใชส้ ายนาฬิกาทเ่ี ป็นหนงั หรือโลหะ มแี บบ สี และลวดลายที่สุภาพเหมาะสม 4. สรอ้ ยคอ ใชเ้ ฉพาะท่ที ำจากวัตถเุ ปน็ เงินหรอื สแตนเลส สำหรับห้อยพระเครื่องเทา่ น้ัน สวมใส่ไวด้ ้านใน เส้ือ มิใหส้ วมใส่เครอ่ื งรางของขลังท่ีไมส่ ุภาพเหมาะสม 5. แว่นตา ให้ใชเ้ ฉพาะแว่นสายตาเท่าน้ัน 6. หา้ มนักเรียนใชเ้ คร่อื งสำอาง แตง่ หน้าทาเลบ็ ด้วยสตี ่าง ๆ หา้ มไวเ้ ล็บยาว 7. โทรศพั ทเ์ คล่อื นท่ี ไม่อนญุ าตให้ใช้ หากความจำเปน็ ต้องใช้ใหผ้ ปู้ กครองมาทำเรือ่ งขออนุญาตด้วยตนเอง และใช้ไดเ้ ฉพาะเวลาพักเท่านน้ั ห้ามใช้ในหอ้ งเรียนขณะที่มีการเรยี นการสอนโดยเด็ดขาด หากไม่ปฏบิ ตั ิตามน้ีอาจถกู ยึดและไมอ่ นญุ าตให้ใชอ้ ีก โรงเรียนจะไม่รบั ผดิ ชอบในกรณีสญู หาย 8. นอกจากขอ้ 1 - 5 ไม่อนญุ าตให้มี ขอ้ 9 ทรงผม 1. นักเรยี นชาย ชั้นมธั ยมศกึ ษาตอนต้น / ปลาย (ม.1 - ม.6) ไวท้ รงผมเกรยี นรอบศีรษะหรอื ไว้ทรงผมรองทรงสงู เหนอื ใบหูข้นึ ไป 1 นว้ิ และขา้ งหนา้ ยาวไมเ่ กิน 6 เซนตเิ มตร หา้ มแสกกลางหวเี สย ไมใ่ ส่ครมี แต่งผมทกุ ชนดิ ไม่ทำสผี ม ไมไ่ ว้จอน หนวดและเครา 2. นักเรียนหญงิ ช้ันมัธยมศึกษาตอนต้น (ม.1 - ม.3) ผมสัน้ ให้ตัดส้ัน ยาวรากติ่งหู 1 เซนติเมตร ไม่ดดั ไมซ่ อย หรือสไลด์ ไม่ทำสีผม หรือตกแตง่ ให้ ผิดไปจากธรรมชาติ ผมยาวไมเ่ กนิ กลางหลัง ใหถ้ ักเปีย 2 เปยี และติดโบว์สีกรมทา่ ให้เรียบรอ้ ย 3. นกั เรียนหญิง ชนั้ มัธยมศึกษาตอนปลาย (ม.4 - ม.6) ผมสนั้ นกั เรียนตดั สัน้ โดยรอบ ความยาวจากติง่ หลู งมา 3 เซนตเิ มตร ปลายผมเสมอกันหรือไว้ผม ยาว ยาวไมเ่ กินกลางหลงั ให้ถักเปยี 1 เปีย โดยรวบผูกรบิ บิ้น สกี รมท่า ขนาดความกว้างไมเ่ กนิ 1 นิว้ ห้ามไว้ ผมทรงหนา้ ม้า หรอื ทรงผมทีไ่ ว้ปรกหน้าทกุ แบบ ทีต่ ิดผมตอ้ งเป็นวตั ถุโลหะสดี ำเรยี บรอ้ ย ไม่มีลวดลาย ไม่ซอย ไม่ สไลด์ ไม่ดดั ไมท่ ำสผี ม หรอื ตกแต่งผิดไปจากธรรมชาติ ใหร้ องผู้อำนวยการโรงเรียนกลุ่มบริหารกจิ การนกั เรียน รกั ษาการให้เปน็ ไปตามระเบียบน้ี และใหม้ ี อำนาจตีความและวินิจฉยั ปัญหาเกย่ี วการปฏิบตั ิตามระเบียบนี้ 55

ประกาศ ณ วันท่ี 3 พฤษภาคม พ.ศ.2564 (นายกติ ตศิ ักด์ิ ศรีปทมุ านรุ ักษ์) ผูอ้ ำนวยการโรงเรียนแจงรอ้ นวทิ ยา 56

ระเบยี บโรงเรยี นแจงรอ้ นวิทยา วา่ ดว้ ยคณะกรรมการนักเรยี นโรงเรียนแจงรอ้ นวิทยา โรงเรยี นแจงรอ้ นวทิ ยา เห็นสมควรทีจ่ ะให้มีคณะกรรมการนกั เรยี น เพอื่ ช่วยปฏบิ ัติและเปน็ การฝกึ นักเรยี นให้รูจ้ กั การปกครองแบบประชาธปิ ไตย โดยมพี ระมหากษัตรยิ ์ทรงเปน็ ประมขุ จึงได้วางระเบียบ ว่าด้วย คณะกรรมการนักเรยี นแจงร้อนวทิ ยา ดงั ตอ่ ไปนี้ หมวดท่ี 1 ความทวั่ ไป ข้อ 1 ระเบียบนีเ้ รียกวา่ ระเบียบโรงเรียนแจงรอ้ นวทิ ยาวา่ ด้วยคณะกรรมการนกั เรียนโรงเรียนแจงรอ้ นวทิ ยา ขอ้ 2 ตง้ั แตว่ ันทีใ่ ช้ระเบยี บน้ี ใหย้ กเลิกขอ้ บังคับ หรือคำสัง่ อ่ืนใด อันว่าดว้ ยการนี้ ซ่งึ ไดก้ ำหนดแล้ว และ มขี ้อความขัดแยง้ กบั ระเบียบน้ี ขอ้ 3 ความหมาย โรงเรยี น หมายถงึ โรงเรียนแจงร้อนวิทยา คณะกรรมการนักเรียน หมายถงึ คณะกรรมการนกั เรยี นโรงเรียนแจงร้อนวทิ ยา คณะกรรมการท่ปี รึกษา หมายถงึ ที่ปรึกษาคณะกรรมการนักเรียนโรงเรียนแจงรอ้ นวิทยา หมวดท่ี 2 วตั ถปุ ระสงค์ ข้อ 4 วตั ถุประสงคข์ องคณะกรรมการ มดี งั น้ี 4.1 เพอื่ ปลูกฝังคุณธรรม ขยัน ซ่ือสตั ย์ มวี ินยั มปี ระชาธปิ ไตยมมี นษุ ยส์ มั พนั ธ์ทีด่ ี 4.2 เพอ่ื ปลูกฝงั ความรบั ผิดชอบ เปน็ ผ้นู ำและผู้ตามท่ดี ี และรู้จักปกครองตนเองในสังคมประชาธปิ ไตย 4.3 สง่ เสรมิ และรักษาระเบยี บวินัยของโรงเรียน ส่งเสรมิ ใหม้ คี วามคิดสรา้ งสรรค์และคิดอยา่ งมวี ิจารณญาณ 4.4 สง่ เสรมิ ความเข้าใจอนั ดรี ะหวา่ งครู อาจารย์ และนักเรียน ข้อ 5 คณะกรรมการนักเรียนโรงเรียนแจงร้อนวทิ ยา ประกอบไปด้วย 5.1 ประธานคณะกรรมการนักเรียน 5.2 รองประธาน 57

5.3 เลขานุการ 5.4 เหรัญญกิ 5.5 สารวัตรนกั เรยี น 5.6 ประธานคณะกรรมการนักเรียนทุกคณะ 5.7 หวั หน้าห้องทุกห้อง 5.8 นักเรียนอืน่ ๆ อีกทปี่ ระธานนกั เรยี นเสนอ รวมกันแลว้ ไม่เกนิ 10 คน ข้อ 6 คณะกรรมการนักเรียน 6.1 ประธาน รองประธาน 3 คน และคณะกรรมการท่ไี ด้รับการคดั เลอื กโรงเรียนจะกำหนดการเลอื กต้งั ประธาน และรองประธาน โดยนกั เรียนปัจจุบันเป็นผูล้ งคะแนนเสียง ตำแหน่งอืน่ ให้ประธาน และรองประธานรว่ ม พจิ ารณา คัดเลือกมาเป็นคณะกรรมการ 6.2 สารวตั รนกั เรียน โรงเรียนกำหนดใหม้ กี ารสมัครใจที่จะปฏิบัตหิ นา้ ที่สารวตั รนักเรียน 6.3 คณะกรรมการนักเรียนทุกคณะ โรงเรยี นกำหนดให้มกี ารเลอื กตัง้ ภายในคณะนกั เรยี นนน้ั หมวดที่ 3 บทบาทหนา้ ที่ของคณะกรรมการนกั เรียน ข้อ 7 คณะกรรมการนักเรยี น มีบทบาทหนา้ ที่ ดังตอ่ ไปน้ี 7.1 ทำหน้าที่บริหารกิจกรรมนักเรียน ในความดูแลของคณะกรรมการทีป่ รึกษาและผู้บรหิ ารสถานศึกษา 7.2 คณะกรรมการมีสทิ ธเิ สนอ สนบั สนนุ หรือคัดคา้ นญัตตใิ นทปี่ ระชุมดว้ ยความบรสิ ุทธิ์ใจ 7.3 รับฟังข้อเสนอแนะจากนักเรียนทัว่ ไป และข้อเสนอแนะของโรงเรยี นดำเนินการใหเ้ ปน็ ไปตามมตขิ องท่ี ประชมุ คณะ กรรมการนักเรยี น 7.4 เสนอผลการประชุม หรือมตทิ ี่ประชุมต่อคณะกรรมการท่ีปรกึ ษาเพ่อื ขออนุมตั ิหวั หน้าสถานศกึ ษา 7.5 การดำเนินการใด ๆ ต้องไดร้ ับความเห็นชอบหรือไดร้ บั อนุมัตจิ ากหัวหน้าสถานศกึ ษา ขอ้ 8 ขอบข่าย การปฏิบัตหิ นา้ ที่ของคณะกรรมการนักเรียน 8.1 ประธานคณะกรรมกรนักเรียน มหี น้าท่ีดงั น้ี 8.1.1 เป็นประธานคณะกรรมการนักเรียน 8.1.2 ควบคมุ การบริหารงานท่วั ไปของคณะกรรมาการนกั เรยี น ให้ดำเนนิ ไปดว้ ยความเรียบรอ้ ย ตาม วัตถุประสงคท์ ีก่ ำหนดไว้ 8.1.3 รบั ผดิ ชอบในการดำเนนิ งานของคณะกรรมการนกั เรยี น 8.1.4 เป็นผู้ชี้ขาดในท่ปี ระชมุ โดยเปิดโอกาสใหส้ มาชกิ ทกุ คนไดอ้ อกความคิดเห็น 58

8.1.5 รกั ษาความเท่ียงธรรมในท่ีประชมุ โดยเปดิ โอกาสให้สมาชกิ ทกุ คนได้ออกความคดิ เห็น 8.1.6 เรยี กประชุมวิสามัญในเมอื่ มีเหตฉุ ุกเฉนิ 8.1.7 เปน็ ผู้เสนอมมติในที่ประชมุ ของคณะกรรมการนักเรียนตอ่ คณะกรรมการทป่ี รกึ ษา เมื่อได้ เหน็ ชอบจากคณะกรรมการสถานศึกษา จึงดำเนินตอ่ ไปตามมตินนั้ 8.2 รองประธานคณะกรรมการนกั เรียน มหี น้าที่ดงั น้ี 8.2.1 ปฏบิ ตั หิ น้าทแ่ี ทนประธานคณะกรรมการนกั เรียนเมื่อประธานไม่อยู่ หรอื ไมส่ ามารถปฏิบัติ หนา้ ท่ไี ด้ 8.2.2 ให้คำปรกึ ษา และเสนอความคดิ เหน็ แก่ประธานคณะกรรมการนกั เรยี น ตามแตก่ รณี 8.2.3 ช่วยงานของคณะกรรมการนักเรียน 8.3 เลขานุการมีหนา้ ที่ดงั นี้ 8.3.1 เก็บรกั ษาเอกสาร ตลอดวสั ดุ ครภุ ัณฑ์ 8.3.2 โตต้ อบหนงั สอื 8.3.3 นัดหมาย บนั ทึก แจกรายงานการประชุม 8.3.4 หน้าทอ่ี น่ื ๆ ทไ่ี ดร้ ับมอบหมายจากประธานคณะกรรมการนักเรยี น 8.4 เหรัญญกิ มีหน้าท่ดี ังน้ี 8.4.1 จัดทำบญั ชีรับ - จา่ ย เกบ็ เอกสารทางการเงนิ ใหถ้ ูกต้องเรียบรอ้ ยเป็นปัจจบุ นั 8.5 สารวัตรนกั เรียน มหี น้าทดี่ ังน้ี 8.5.1 เป็นผปู้ ระสานงานสารวัตรนกั เรยี นจากทุกคณะ 8.5.2 ส่งเสริมให้นักเรียนปฏบิ ตั ติ ามระเบียบวินยั ของโรงเรยี น 8.5.3 ช่วยครเู วรประจำวนั ในการดแู ลอาคาร เวรหนา้ ประตูและการจดั ระเบยี บนกั เรยี นขณะเขา้ และ เลิกเรยี น หมวดที่ 4 การเงินของคณะกรรมการนกั เรยี น ข้อ 9 คณะกรรมการนกั เรยี นจะตอ้ งปฏิบัตติ ามระเบียบการเงนิ ดังตอ่ ไปนี้ 9.1 การเรยี กเกบ็ เงินทุกชนิดของคณะกรรมการนกั เรยี น ต้องขออนุญาตหัวหน้าสถานศกึ ษากอ่ น จึงจะ ดำเนินการได้ 9.2 การรับเงินทุกคร้งั ตอ้ งมใี บสำคัญรับเงนิ อาจจะออกให้เป็นรายบคุ คลหรอื รวมกนั กไ็ ด้ 9.3 คณะกรรมการนกั เรียนตอ้ งมีความรับผิดชอบรว่ มกนั ในเรือ่ งการเงนิ 9.4 คณะกรรมการนักเรียนต้องเก็บรกั ษาเงนิ สด โดยการนำฝากไว้กบั ธนาคารในนามคณะกรรมการนกั เรียน โดยประธานคณะกรรมการทเี่ ป็นทป่ี รึกษารบั ทราบ 59

9.5 การเบิกจ่ายเงนิ ไมเ่ กิน 100 บาท ต้องไดร้ บั อนญุ าตจากปรานคณะกรรมการทปี่ รึกษา ถา้ เกิน 100 บาท ใหข้ ออนมุ ตั ิจากทีป่ ระชุมคณะกรรมการนักเรียน โดยมีประธานกรรมการที่ปรึกษา และคณะกรรมการท่ี ปรึกษาอกี อย่างนอ้ ย 2 คน เห็นชอบ 9.6 เหรญั ญกิ จะต้องทำหลักฐานการเงินใหเ้ ป็นปจั จบุ ัน และสามารถตรวจสอบหลักฐานได้ทกุ ครงั้ หมวดท่ี 5 การประชุม ข้อ 10 การประชมุ มรี ะเบียบการประชมุ ดงั น้ี 10.1 ให้คณะกรรมการนักเรียนจัดการประชมุ เปน็ ประจำ อย่างนอ้ ยเดอื นละคร้ัง 1 คร้งั 10.2 การลงมติในทีป่ ระชมุ ให้ถอื เสียงขา้ งมากเป็นมติทป่ี ระชมุ ถา้ เสียงเทา่ กนั ให้ประธานคณะกรรมการ นักเรียนเป็นผชู้ ้ีขาด 10.3 การประชมุ ให้มผี เู้ ข้าร่วมประชุมอย่างนอ้ ยกงึ่ หนึง่ ของจำนวนท้ังหมดครบองคป์ ระชุม ใหเ้ ลขานุการ ประชุมอกี คร้ัง หนึ่ง ภายใน 3 วัน ในการประชุมครง้ั ใหม่นีจ้ ะเขา้ รว่ มประชมุ กถ็ ือวา่ ครบองค์ประชมุ 10.4 การลงมตไิ มไ่ ว้วางใจคณะกรรมการนักเรยี นจะต้องทำในท่ปี ระชมุ ใหญ่ของนักเรยี นทง้ั หมด หมวดท่ี 6 การสิ้นสุดสภาพและยุบเลิกคณะกรรมการนักเรียน ขอ้ 11 คณะกรรมการนกั เรียนสน้ิ สุดสภาพลงเมื่อ 11.1 พน้ สภาพจากการเป็นนกั เรยี นปจั จบุ ัน 11.2 ลาออก 11.3 ยบุ คณะกรรมการนักเรยี น โดยหวั หนา้ สถานศึกษา 11.4 ออกตามวาระ คอื 1 ปีการศกึ ษา 11.5 มติในทปี่ ระชุมใหญ่ ไม่ไวว้ างใจเปน็ รายบุคคล หรือคณะ ข้อ 12 คณะกรรมการนกั เรยี นจะอยใู่ นตำแหนง่ ได้ 1 ปกี ารศึกษา หน้าที่สิทธจิ ะส้ินสุดลง เม่ือคณะกรรมการ นักเรียนชดุ ใหม่ได้รับการแต่งตัง้ จากหัวหนา้ สถานศึกษา และได้รับมอบหมายหน้าท่งี านจากคณะกรรมการนักเรยี นชุด เกา่ เรียบรอ้ ยแลว้ ขอ้ 13 คณะกรรมการนักเรียนจะถูกยบุ ดังน้ี 13.1 หวั หน้าสถานศกึ ษามีอำนาจสงั่ ยุบ 13.2 เมื่อมกี ารยบุ คณะกรรมการนกั เรยี นด้วยประการใดกต็ าม การชำระบัญชใี ห้เปน็ หน้าทขี่ อง คณะกรรมการนักเรียน ถา้ ไมส่ ามารถจะชำระบัญชไี ด้ คณะกรรมการนักเรียนจะต้องรบั ผดิ ชอบ และดำเนินการให้เสรจ็ สน้ิ 60

13.3 นกั เรียนทัง้ โรงเรียนจะเสนอให้ยบุ หรอื แกไ้ ขระเบยี บเกีย่ วกับคณะกรรมการนักเรยี น เมือ่ เหน็ ว่าเกดิ ความไมเ่ หมาะสม หรอื ไมเ่ ปน็ ประโยชน์แกน่ กั เรยี น โดยถอื เสยี ง 2 ใน 3 ของผเู้ ขา้ รว่ มประชุมท้ังหมด 13.4 ให้มีการเลือกต้งั และแต่งตงั้ คณะกรรมการชุดใหม่ เพ่ือดำเนินการจากชุดท่ยี ุบภายใน 30 วัน จากที่ ยุบไปนนั้ ตามทห่ี ัวหน้าสถานศกึ ษาจะเหน็ ความสมควรการแก้ไขระเบยี บวา่ ด้วยคณะกรรมการท่ีปรึกษาของ คณะกรรมการนกั เรยี น หมวดที่ 7 ทป่ี รึกษาคณะกรรมการนักเรยี น ข้อ 14 ที่ปรึกษาคณะกรรมการนกั เรยี นประกอบดว้ ย 14.1 รองผู้อำนวยการกลุม่ บริหารกิจการนักเรยี น 14.2 หวั หนา้ งานกจิ การนกั เรยี น 14.3 หวั หน้างานสง่ เสริมประชาธปิ ไตยในโรงเรยี น 14.4 ครูหัวหน้าระดับชั้น 4 คน 14.5 ครหู วั หน้าคณะ 4 คน 14.6 หวั หนา้ งานแนะแนว หมายเหตุ ข้อ 14.4 และ 14.5 อาจใช้ขอ้ ใดข้อหนึ่งหรอื ทง้ั 2 ขอ้ ตามระเบียบว่าด้วยการปกครองดแู ล นกั เรียน ข้อ 15 บทบาทหน้าที่คณะกรรมการทีป่ รกึ ษานกั เรยี น มีดังน้ี 15.1 ใหค้ ำแนะนำ และเปน็ ทีป่ รึกษาของคณะกรรมการนกั เรียน 15.2 ชว่ ยวางแผนปฏบิ ตั งิ านให้แก่คณะกรรมการนกั เรียน 15.3 ควบคมุ และดูแลชว่ ยเหลือการปฏิบัติงานของคณะกรรมการนกั เรียน 15.4 ประสานงานระหวา่ งคะกรรมการนักเรียนและฝ่ายบรหิ ารโรงเรียน 15.5 ปฏบิ ัติงานอน่ื ๆ เพือ่ ชว่ ยให้คณะกรรมการนกั เรียนมีความม่ันคงเป็นผลดตี ่อโรงเรยี น ขอ้ 16 คณะกรรมการท่ปี รกึ ษา จะอยใู่ นตำแหน่งคราวละ 1 ปกี ารศกึ ษา โดยสิ้นสุดสภาพเมอื่ คณะกรรมการนกั เรียน ชดุ เก่ามอบหมายงานใหค้ ณะกรรมการนักเรยี นชดุ ใหมแ่ ลว้ ระเบยี บน้ใี ห้ถอื ปฏบิ ัติ ต้งั แต่วันที่ 3 พฤษภาคม พ.ศ. 2564 (นายกิตติศักด์ิ ศรปี ทมุ านุรกั ษ์) ผอู้ ำนวยการโรงเรียนแจงรอ้ นวิทยา 61

ระเบียบโรงเรยี นแจงร้อนวทิ ยา วา่ ด้วยสภานักเรียนโรงเรียนแจงร้อนวทิ ยา ดว้ ยโรงเรยี นแจงรอ้ นวทิ ยา เห็นสมควรทจ่ี ะกำหนดระเบยี บของโรงเรียนว่าด้วยสภาโรงเรยี นแจงรอ้ นวิทยา เพือ่ ให้สอดคลอ้ งกับโครงสร้างของการบริหารของโรงเรียน และเพ่ือให้เกิดประสทิ ธิภาพ ประสิทธิผลในการส่งเสริม ประชาธิปไตยในโรงเรียนจึงไดก้ ำหนดระเบยี บว่าดว้ ยสภานกั เรยี นโรงเรยี นแจงรอ้ นวทิ ยา ไว้ดังตอ่ ไปน้ี หมวดที่ 1 บทท่ัวไป ข้อ 1 ระเบียบน้ีเรียกว่า “ระเบียบสภานกั เรยี น โรงเรยี นแจงร้อนวทิ ยา พทุ ธศักราช 2564” ขอ้ 2 ระเบยี บฉบับนีใ้ ห้บงั คบั ใช้ตง้ั แต่วนั ถดั จากวันประกาศเป็นต้นไป ขอ้ 3 ในระเบยี บนี้ “สภานกั เรียน” หมายถงึ สภานกั เรียนโรงเรยี นแจงรอ้ นวิทยาประกอบด้วย คณะกรรมการ หอ้ งเรียน คณะกรรมการคณะสี คณะกรรมการนักเรียน “คณะกรรมการ” หมายถึง คณะกรรมการบริหารสภานกั เรียนโรงเรียนแจงรอ้ นวทิ ยา “คณะกรรมการที่ปรกึ ษา” หมายถงึ คณะครทู ไี่ ด้รบั การแต่งตง้ั เพือ่ ทำหนา้ ท่ีที่ปรึกษาแก่ คณะกรรมการสภานกั เรียน “ประธาน” หมายถึง ประธานสภานกั เรยี นโรงเรียนแจงร้อนวทิ ยา “รองประธาน” หมายถงึ รองประธานสภานกั เรียนโรงเรียนแจงร้อนวิทยา “สมาชกิ สภา” หมายถึง คณะกรรมการหอ้ งเรยี น คณะกรรมการคณะสี คณะกรรมการนกั เรียน ท่ีได้รับเลอื กต้งั จากนกั เรยี นในห้องเรยี น คณะสี และการเลอื กจากประธานสภานักเรยี น โดยคำปรกึ ษาจากคณะ ครทู ี่ปรกึ ษาสภานกั เรยี น ขอ้ 4 วัตถุประสงค์ของสภานักเรยี นโรงเรียนแจงรอ้ นวิทยามี ดังน้ี 1. เพอื่ ส่งเสรมิ การมสี ่วนรว่ มของนักเรยี นโรงเรียนแจงรอ้ นวิทยา ในการพัฒนาโรงเรยี น ชุมชน สังคม ด้านเศรษฐกจิ การศกึ ษาศาสนาและวัฒนธรรม 2. เพ่ือสง่ เสรมิ และสนับสนนุ ใหเ้ ดก็ และเยาวชนได้มโี อกาสในการทำกิจกรรมต่าง ๆ ร่วมกับสังคม เพอื่ พฒั นาให้เยาวชนได้ใช้เวลาวา่ งให้เป็นประโยชน์ตอ่ ตนเองและส่วนรวม 3. เพือ่ ให้หนว่ ยงานทกุ ภาคส่วนรบั ทราบปัญหาของเดก็ และเยาวชนและหาหนทางแกไ้ ข 62

4. เพอ่ื เปน็ การส่งเสริมการปกครองระบอบประชาธิปไตยอันมพี ระมหากษตั ริย์ทรงเป็นประมขุ และ เสรมิ สร้างการเรียนรกู้ ารปกครองส่วนทอ้ งถน่ิ หมวดที่ 2 สมาชกิ สภานกั เรยี น ขอ้ 5 สมาชกิ สภานักเรียนโรงเรียนแจงร้อนวิทยา ต้องเป็นนักเรียนที่กำลังศึกษาอยใู่ นระดับช้ัน มัธยมศกึ ษาปีที่ 1 ถงึ ชนั้ มัธยมศกึ ษาปีที่ 6 จากโรงเรียนแจงร้อนวทิ ยา ข้อ 6 สมาชิกมสี ิทธเิ สนอความคิดเหน็ หรือคำแนะนำตอ่ คณะกรรมการนักเรยี นในเร่อื งใด ๆ ทีเ่ กยี่ วกบั กจิ การ และการดำเนนิ งานในหน้าที่สภานกั เรยี น ข้อ 7 สมาชกิ มสี ิทธิสอบถามหรือขอทราบเรอ่ื งใด ๆ ตอ่ ประธานสภานักเรียนที่เก่ยี วกับงานในหนา้ ทส่ี ภา นกั เรียน ข้อ 8 สมาชิกตอ้ งปฏบิ ตั ิตามระเบยี บ คำสั่งประธานสภานักเรยี น ท่ีออกตามมติของสภานกั เรยี น ข้อ 9 สมาชกิ สภานกั เรียนมีสิทธเิ ข้าประชุมสามัญ และแสดงความคิดเหน็ ในที่ประชุมสภานักเรยี น ข้อ 10 ตวั แทนนกั เรียนทุกตำแหน่งให้อยู่ในวาระไมเ่ กิน 1 ปกี ารศึกษา แตจ่ ะได้รบั เลอื กได้กี่สมยั ก็ได้ ข้อ 11 รา่ งระเบยี บที่ตราขึน้ กระทำไดโ้ ดยประธานสภานักเรยี นเสนอต่อสภานกั เรยี น เม่ือผ่านการเห็นชอบ ของสภานกั เรยี น ด้วยคะแนนเสยี งอยา่ งน้อย 2 ใน 3 แล้วใหป้ ระธานคณะกรรมการนักเรยี นนำเสนอผูบ้ รหิ าร โรงเรยี นภายใน 7 วนั นับตั้งแตท่ ผี่ ่านการเห็นชอบของสภานักเรยี น เพอื่ ลงนามและประกาศใชต้ ่อไป หาก ผบู้ ริหารไม่เห็นชอบให้เสนอความเหน็ ให้สภานักเรียนพจิ ารณาใหม่ภายใน 7 วนั เสร็จแล้วนำเสนอเพือ่ ลงนามเพอ่ื ประกาศใช้ หากไม่ทันภายในเวลาทีก่ ำหนดถือวา่ เปน็ ระเบยี บนั้นเปน็ อนั ตกไป ขอ้ 12 สมาชิกภาพของสมาชิกสภานักเรียนสิ้นสดุ ลงเมอ่ื 1. ผดิ ระเบียบวนิ ัยข้นั ร้ายแรง 2. ยา้ ยโรงเรียน 3. พน้ จากสถานศึกษาในโรงเรียนแจงร้อนวทิ ยา 4. ตาย 5. ลาออก 6. ออกตามวาระ 63

หมวดที่ 3 สภานกั เรยี นโรงเรยี นแจงร้อนวิทยา ขอ้ 13 สภานักเรียนประกอบดว้ ย 1. คณะกรรมการห้องเรยี น 2. คณะกรรมการสี 3. คณะกรรมการนักเรยี น สว่ นท่ี 1 คณะกรรมการห้องเรียน ขอ้ 14 คณะกรรมการหอ้ งเรยี น ห้องเรยี นละ 6 คน ประกอบดว้ ย หวั หน้าห้อง 1 คน รองหน้าห้องเรยี น 2 คน (ชาย 1 คน หญิง 1 คน) เหรัญญิก 1 คน เลขานกุ าร 1 คน พสั ดุ 1 คน ข้อ 15 การได้มาซึง่ คณะกรรมการหอ้ งเรยี น ไดม้ าจากการเลอื กตงั้ ของนกั เรยี นทง้ั หอ้ งโดยมีการเสนอช่อื คน ทจ่ี ะได้รบั ไม่นอ้ ยกว่า 3 คน คนท่ไี ด้รบั เลือกตั้งคะแนนสงู สดุ เปน็ หัวหนา้ หอ้ ง การเลอื กตง้ั หวั หนา้ หอ้ งให้เลอื ก โดยวิธโี ดยตรง ส่วนคณะกรรมการท่ีเหลือใหห้ วั หน้าห้องเปน็ ผ้เู ลอื กโดยให้คำแนะนำจากครูทีป่ รกึ ษา ข้อ 16 คณะกรรมการห้องเรียนมหี น้าที่บรหิ ารหอ้ งเรียนตนเองใหเ้ ป็นระเบยี บเรยี บรอ้ ยสวยงาม ควบคมุ ดูแลการเรยี น จัดประชมุ นักเรยี นในห้องเรียนอยา่ งน้อยเดอื นละหนง่ึ คร้ังหรอื มากกวา่ ตามความเหมาะสม เกบ็ เงนิ ในโอกาสตา่ ง ๆ ตลอดจนหน้าทอ่ี ื่นทไี่ ดร้ บั มอบหมาย ส่วนที่ 2 คณะกรรมการสี ข้อ 17 คณะกรรมการคณะสี สีละ 5 หรอื 6 คนประกอบดว้ ย ประธานสี 1 คน รองประธาน 2 คน เหรัญญิก 1 คน เลขานกุ าร 1 คน หรือ 2 คน ข้อ 18 การได้มาซ่ึงประธานและรองประธานคณะสี ได้มาจากการเลือกตั้งคณะสีโดยวิธีการโหวตผู้ที่ได้ คะแนนมากที่สดุ จะได้รบั เลอื กเป็นประธานคณะสี และรองประธานคณะสีตามลำดับ ขอ้ 19 คณะกรรมการคณะสีมหี นา้ ท่ี ประสานงานในคณะสี ดำเนินกิจกรรมท่ีได้รบั มอบหมายใหเ้ ป็นไปดว้ ย ความเรยี บ ร้อยตามระเบยี บของโรงเรียน สว่ นท่ี 3 คณะกรรมการนกั เรยี น ข้อ 20 ผู้บริหารโรงเรียนแตง่ ต้งั ประธานสภานักเรยี นคนหนึง่ และรองประธานซง่ึ ไดม้ าจากการเลอื กตงั้ โดยตรงจากนกั เรยี นทั้งหมดโดยวธิ ีลบั 64

ขอ้ 21 คณะกรรมการอื่นๆ ให้ประธานกรรมการนักเรยี นร่วมกบั รองประธาน สรรหาจากบุคคลที่เห็นวา่ เหมาะสม กอ่ นการเสนอแตง่ ตั้งคณะกรรมการนักเรยี น จะต้องไดร้ บั การตรวจความเหมาะสมจากคณะครทู ปี่ รึกษา คณะสภานักเรยี น และผูบ้ รหิ าร ขอ้ 22 จำนวนคณะกรรมการนักเรียนไมน่ ้อยกว่า 50 คน ดังน้ี 1. ฝ่ายวชิ าการ 2. ฝา่ ยสง่ เสรมิ วินัยและคุณธรรม 3. ฝ่ายกจิ กรรม 4. ฝา่ ยข้อมลู สารสนเทศ 5. ฝ่ายอาคารสถานท่ีและสงิ่ แวดลอ้ ม 6. ฝา่ ยโสตทศั นปู กรณ์ 7. ฝ่ายประชาสัมพันธ์ 8. ฝา่ ยสวัสดกิ ารและปฏิคม 9. ฝ่ายเหรัญญิก 10. เลขานกุ าร ข้อ 23 หน้าท่ีของคณะกรรมการนักเรยี น 1. ประธานสภานักเรยี น มีหนา้ ท่บี ริหารกิจการนกั เรียนในสว่ นทค่ี ณะกรรมการนักเรยี นไดร้ ับ มอบหมาย ตั้งแต่การเป็นผู้นำการประชุม เป็นผู้พิจารณากิจกรรมและโครงการต่างๆ ที่นักเรียนนำเสนอผ่านทาง คณะกรรมการนกั เรยี น รบั ผิดชอบการจัดพธิ ีการ งาน หรอื นิทรรศการต่างๆ ทงั้ ท่เี ปน็ โครงการต่อเนอ่ื ง และโครงการ ใหม่ เป็นผูน้ ำนกั เรยี นในพิธีการต่างๆ และเป็นตัวแทนนักเรยี น เมื่อได้รับมอบหมายให้ปฏิบัติหน้าท่ีกับหน่วยงานนอก โรงเรยี น 2. รองประธานคณะกรรมการสภานกั เรยี น มหี น้าทบ่ี รหิ ารกจิ การนกั เรียนทไี่ ดร้ ับมอบหมาย จากประธานคณะกรรมการสภานักเรยี น ควบคมุ กำกับ ดูแล กิจกรรมและโครงการของคณะกรรมการสภานกั เรยี น ปฏบิ ตั หิ นา้ ทเ่ี ช่นเดียวกับประธานคณะกรรมการสภานกั เรยี น 3. หัวหน้าฝา่ ยวิชาการ มีหนา้ ทดี่ ูแลและแก้ไขปญั หาใหก้ บั นกั เรยี นในดา้ นการเรียน ประสานกับ กล่มุ วชิ าการของโรงเรียนท่ีเกี่ยวข้อง และเสนอข้อมูลทางการศึกษาต่างๆ ที่เปน็ ประโยชน์แก่นกั เรยี นทกุ คน 4. ฝา่ ยส่งเสริมวินัยและคุณธรรม มีหน้าที่สง่ เสริมวินยั และคุณธรรม จริยธรรมของนกั เรียน โดยจะประสานงานกับสารวตั รนกั เรยี น เพื่อปอ้ งกนั การเกดิ ปัญหา ยาเสพติดและอบายมุขทุกประเภทในสถานศกึ ษา รวมท้งั งานจราจรและความปลอดภัย ในการใชถ้ นนของนกั เรียน 5. ฝ่ายกิจกรรม มีหน้าทว่ี างแผนจดั กจิ กรรมต่าง ๆ ทัง้ งานพิธกี ารของโรงเรียน ทค่ี ณะ 65

กรรมการสภานกั เรียนได้รับมอบหมาย รวมทั้งกิจกรรมพิเศษและกิจกรรมนันทนาการอ่ืน ๆ ติดต่อประสานงานกบั นกั เรยี นที่มสี ว่ นร่วมในงานนั้นๆ อย่างเป็นระบบครบวงจร กำกับและลำดับข้ันตอนของทุกงานท่ไี ดร้ บั มอบหมาย ออก บัตรเชญิ และกำหนดงานต่างๆ 6. ฝา่ ยข้อมูลสารสนเทศ มีหนา้ ที่ดูแลเอกสารสารสนเทศต่างๆ ของคณะกรรมการสภานกั เรียน ให้อยู่ในสถานะพร้อมใช้ รวบรวมขอ้ มูลต่างๆ ทั้งเอกสาร ภาพถ่าย และสามารถจัดทำเปน็ สื่อสารสนเทศไดท้ ุกโอกาส ถ่ายภาพผลการดำเนินกิจกรรม และโครงการต่าง ๆ ของคณะกรรมการสภานกั เรียน เป็นผ้รู วบรวมภาพถ่ายและ วดี ทิ ศั น์ จากหน่วยงานต่างๆ ในโรงเรียน สำหรับใช้ในการผลติ ส่ือสารสนเทศต่าง ๆ ออกระเบยี บการถ่ายภาพสำหรบั นกั เรยี นทมี่ าเข้ารว่ มกิจกรรมตา่ ง ๆ ของคณะกรรมการสภานกั เรยี น 7. ฝ่ายอาคารสถานท่ีและสิ่งแวดล้อม มีหน้าทดี่ ูแลตรวจความเรยี บรอ้ ยของหอ้ งเรียน ในการทำ เวรประจำวัน การลงเขตพ้นื ท่ีรับผิดชอบของนักเรียน จดั สถานท่ีในงานกจิ กรรมตา่ งๆ ของคณะกรรมการสภานกั เรียน และปฏบิ ตั ิหนา้ ท่ีตามคณะกรรมการสภานักเรียน ฝ่ายบรหิ าร หรอื โรงเรยี นมอบหมาย 8. ฝา่ ยโสตทศั นปู กรณ์ มีหนา้ ทอ่ี ำนวยความสะดวก เครอื่ งมือในการเผยแพรข่ อ้ มูลไปสู่ สาธารณชน ฝา่ ยประชาสัมพันธ์ มีหนา้ ทดี่ แู ลข่าวสารประชาสมั พนั ธ์ ทเี่ กย่ี วข้องกับนกั เรียนตามทไ่ี ด้รบั มอบหมาย ประชาสัมพนั ธ์ข้อมูล อนั เปน็ การส่งเสริมภาพลักษณ์ของโรงเรยี น ดูแลรบั ผิดชอบงานพิธกี ารในพิธกี ารตา่ ง ๆ และ รบั ผดิ ชอบกิจกรรมวทิ ยปุ ระชาสมั พันธข์ องโรงเรยี น 9. ฝา่ ยสวัสดกิ ารและปฏิคม มีหน้าทีด่ ูแลด้านสวัสดิการของคณะกรรมการสภานักเรยี น และผู้ รว่ มกจิ กรรม รบั รองผู้มีเกยี รตทิ ่มี ารว่ มกจิ กรรมตา่ ง ๆ อำนวยความสะดวกทั่วไปและมีหน้าทต่ี ้อนรบั ดูแลเครือ่ งดื่ม อาหาร จัดหา จัดเก็บอุปกรณ์ท่ีใช้ในงานสวัสดิการ ตลอดจนรับลงทะเบยี นในกจิ กรรม โครงการตา่ งๆ ของ คณะกรรมการสภานกั เรียน และปฏิบตั หิ นา้ ท่ตี ามทโ่ี รงเรยี นมอบหมาย 10. ฝ่ายเหรัญญิก มหี น้าทจ่ี ัดทำบญั ชรี ายรับรายจ่ายการเงินของคณะกรรมการสภานักเรยี น ควบคมุ การเบกิ จา่ ยงบประมาณที่ไดร้ บั และรายงานบัญชีต่อคณะกรรมการนักเรยี นและครูทปี่ รึกษา 11. เลขานุการคณะกรรมการสภานกั เรียน มีหนา้ ทจี่ ัดทำรายงานการประชมุ และจัดเตรียม เอกสารตา่ งๆ ที่ใชใ้ นการประชุมของคณะกรรมการสภานักเรียน ออกหนงั สือราชการ เชน่ บนั ทึกข้อความ ประกาศ ฯลฯ ตามทีไ่ ด้รบั มอบหมาย นัดหมายการประชุมคณะกรรมการสภานักเรยี น เปน็ ผูร้ วบรวมผลการประเมินกิจกรรม และโครงการตา่ ง ๆ ของคณะกรรมการสภานกั เรยี น ข้อ 24 ผ้อู ำนวยการโรงเรยี นเปน็ ผู้แตง่ ต้งั ประธาน รองประธานคณะกรรมการนกั เรยี น และคณะสภานกั เรียน ทกุ คณะ และคงไวซ้ ง่ึ อำนาจในการวนิ ิจฉยั ใหพ้ ้นจากหน้าท่ี หากไม่ปฏบิ ตั ิใหเ้ ปน็ ไปตามระเบยี บน้ี 66

หมวดท่ี 4 การประชุม ข้อ 25 ประธานสภานกั เรียนต้องเรยี กประชมุ สภานักเรียนอยา่ งน้อย 2 เดอื น ต่อ 1 ครง้ั เว้นแต่มีกรณี เร่งดว่ นประธานสภานักเรยี นอาจเรยี กประชุมมากกวา่ หนงึ่ คร้ังกไ็ ด้ โดยมีสมาชิกมาประชุมไมน่ ้อยกวา่ ก่งึ หน่งึ จงึ ถือวา่ เป็นองคป์ ระชุม ข้อ 26 องคป์ ระชุมประกอบด้วย ประธานสภานกั เรยี น รองประธานสภานกั เรียน 2 คน หวั หน้าหอ้ ง 19 คน หัวหน้าคณะสี 3 คน และหัวหนา้ ฝ่ายต่างๆ ของคณะกรรมการนกั เรยี น 10 คน รวม 35 คน ขอ้ 27 การประชมุ คณะกรรมการตอ้ งมกี รรมการประชมุ ไม่นอ้ ยกวา่ กงึ่ หนง่ึ ของจำนวนกรรมการ ทั้งหมด และ ประชุมเดือนละ 1 ครง้ั เวน้ แต่มีกรณีเร่งดว่ น ข้อ 28 การลงมติใดๆ ต้องได้คะแนนเสยี งเกินก่งึ หน่งึ ของคณะกรรมการในท่ีประชุม ข้อ 29 ให้ประธานสภานกั เรยี นเป็นประธานในการประชุมสภานักเรียน หากประธานไมส่ ามารถปฏิบตั หิ นา้ ที่ หรือไมอ่ ยใู่ นทปี่ ระชมุ ใหร้ องประธานสภาตามที่ประธานสภามอบหมาย ทำหนา้ ที่ประธานในท่ปี ระชุมแทน ขอ้ 30 การออกเสยี งลงคะแนนใหใ้ ช้แบบเปิดเผย เวน้ แตส่ มาชิกไม่น้อยกวา่ กง่ึ หนึ่งของจำนวนสมาชิกในที่ ประชุม รอ้ งขอให้ลงคะแนนแบบลบั ข้อ 31 การใช้อำนาจวนิ ิจฉัยเร่ืองใดของประธานสภานักเรยี น ให้นำเร่อื งน้นั เข้าไวใ้ นวาระการประชมุ เพอื่ ขอ มตจิ ากท่ีประชมุ ว่าเห็นชอบหรอื ไมเ่ ห็นชอบในเร่ืองน้นั ๆ หากทปี่ ระชมุ ไม่อาจลงมติตดั สินได้ ให้ประธานสภาเป็นผ้ชู ้ี ขาด และการชี้ขาดนั้นถอื เปน็ ที่ส้นิ สุด หากเป็นกรณเี ร่งดว่ น ใหป้ ระธานสภาฯ วนิ ิจฉยั ไปตามดลุ พนิ ิจของประธานสภา แลว้ แจง้ ให้ที่ประชมุ รบั รองภายหลัง หมวดท่ี 5 การเงิน ข้อ 32 รายได้ของสภานักเรียน ไดม้ าจาก 1. การสนับสนนุ จากหน่วยงานราชการและเอกชน 2. การบริจาคเงินและทรัพยส์ นิ 3. ดำเนนิ กจิ กรรมทีก่ อ่ ให้เกิดรายได้ 4. อน่ื ๆ ข้อ 33 การใช้จ่ายของสภานกั เรียน ให้ใชจ้ ่ายเพ่อื เป็นค่าใช้จ่ายในการบรหิ ารงาน และการจดั การเก่ียวเน่อื ง กบั กจิ กรรม และอำนาจหนา้ ที่ของสภานักเรียน ขอ้ 34 เงินสด เช็ค หรอื ตัว๋ แลกเงนิ อนั เปน็ รายได้ของสภานกั เรียนตอ้ งนำฝากไวก้ บั เหรญั ญกิ สภานักเรยี น หรอื คณะกรรมการท่ปี รกึ ษา ทงั้ น้ีแล้วแต่สภานกั เรยี นจะเหน็ สมควร 67

ข้อ 35 ประธานสภานักเรียนหรอื รองประธานสภานกั เรยี น ในกรณีท่ที ำหน้าที่แทนประธานสภานกั เรียน มี อำนาจสง่ั จา่ ยเงินไดค้ ราวละไมเ่ กนิ สองพนั บาท ถ้าเกินกวา่ จำนวนดงั กล่าวจะตอ้ งไดร้ บั อนุมตั จิ ากสภานักเรยี นโดยเสียง ข้างมาก เวน้ แตก่ รณจี ำเป็นและเรง่ ด่วน ใหอ้ ยใู่ นดลุ พนิ จิ ของประธานสภานกั เรียนท่อี นมุ ตั ิให้จา่ ยได้ แล้วต้องรายงาน ใหส้ ภานกั เรยี นทราบในการประชุมคราวตอ่ ไป หมวดที่ 6 การแกไ้ ขระเบียบ ขอ้ 36 การแกไ้ ขเพิม่ เตมิ ระเบยี บจะกระทำไดก้ แ็ ต่โดยคณะกรรมการ 3 ใน 4 หรือสมาชิกไม่นอ้ ยกว่า 1 ใน 5 ของจำนวนสมาชกิ ท้งั หมดเป็นผู้เสนอ ขอ้ 37 กรณีต้องมกี ารวินิจฉยั หรือตคี วามระเบียบใหป้ ระธานสภานักเรียนย่นื เปน็ หนังสือ ต่อคณะกรรมการท่ี ปรึกษาสภานกั เรยี น และเม่ือกรรมการทีป่ รกึ ษาสภานกั เรียนไดว้ นิ ิจฉยั แลว้ ให้ถือเป็นที่สุด ขอ้ 38 ผอู้ ำนวยการโรงเรียนแจงรอ้ นวทิ ยา มอี ำนาจยุบ เลกิ สภานักเรยี น หากปรากฏว่าสภานักเรยี นได้ ดำเนนิ กจิ กรรม ท่ีกอ่ ให้เกดิ ความเสียหายต่อโรงเรียนแจงรอ้ นวทิ ยา หรอื ก่อความไม่สงบเรยี บร้อยหรอื เกยี่ วข้องกบั ยา เสพตดิ รา้ ยแรง หมวดท่ี 7 คณะกรรมการท่ีปรกึ ษา ขอ้ 39 ให้มีคณะกรรมการทป่ี รึกษาสภานักเรียน ประกอบดว้ ย 1. ผู้อำนวยการโรงเรยี นแจงรอ้ นวทิ ยา 2. รองผอู้ ำนวยการโรงเรียนแจงรอ้ นวทิ ยา 3. หวั หนา้ กลุ่มบริหาร 5 ฝ่าย 4. คณะครทู ปี่ รึกษา คณะกรรมการนกั เรยี นฝ่ายต่างๆ ตามข้อ 22 5. หวั หน้างานส่งเสริมประชาธปิ ไตยและสภานักเรียน 6. ครูที่รบั ผิดชอบงานสภานักเรยี น โรงเรยี นแจงร้อนวทิ ยา คณะกรรมการที่ปรกึ ษาสามารถ เพ่ิมเติม หรอื ปรบั เปล่ียนไดต้ ามมติท่ปี ระชุมของคณะกรรมการท่ปี รกึ ษา ให้คณะกรรมการทีป่ รกึ ษาสภานกั เรยี นมีหน้าท่ีให้ คำปรึกษา แนะนำ ในเรื่องตา่ งๆ แกค่ ณะกรรมการสภานกั เรียน ตลอดจนเสนอใหผ้ ู้อำนวยการโรงเรียนแจงร้อนวทิ ยา ยบุ เลิกสภา นักเรยี น หากปรากฏว่าสภานกั เรยี นได้ดำเนนิ กจิ กรรมใหเ้ กิดความเสยี หายตอ่ โรงเรยี นแจงร้อนวทิ ยา หรอื ก่อความไม่ สงบเรียบรอ้ ย หรือเก่ียว ข้องกับยาเสพตดิ ร้ายแรง ขอ้ 40 ให้หัวหนา้ งานสง่ เสรมิ ประชาธิปไตยและสภานักเรยี น เป็นผ้เู สนอชื่อครทู ปี่ รึกษาคณะกรรมการ นักเรยี นฝ่ายตา่ งๆ ตามข้อ 22 ตอ่ ผบู้ รหิ าร เปน็ คำส่ังโรงเรยี น 68

หมวดที่ 8 บทเฉพาะกาล ข้อ 41 ในวาระเรม่ิ แรก ให้จัดต้ังสภานกั เรียนตามระเบยี บสภานักเรียนโรงเรยี นแจงรอ้ นวิทยา ขอ้ 42 ให้สภานักเรียนให้ความเหน็ ชอบ / แกไ้ ขระเบยี บตามขอ้ 36 37 ขอ้ 43 ให้ผู้อำนวยการโรงเรยี นแจงรอ้ นวทิ ยาเปน็ ผปู้ ระกาศใช้ระเบยี บสภานกั เรยี น และให้ประธานสภา นักเรียนและคณะกรรมการ ปฏิบตั ิการให้เปน็ ไปตามระเบียบฉบับน้ี ประกาศ ณ วนั ท่ี 3 เดือน พฤษภาคม พ.ศ. 2564 (นายกิตติศกั ด์ิ ศรีปทุมานุรกั ษ์) ผูอ้ ำนวยการโรงเรียนแจงรอ้ นวทิ ยา 69

กลุ่มบรหิ ำรงำนบคคล ขอบขา่ ยและหน้าที่ของงานบุคคล \\ 1. คณะกรรมการกลุ่มบริหารงานบคุ คล หนา้ ท่ี 1.1 วางแผนการบริหารงานบุคคลใหส้ อดคล้องกบั นโยบายของโรงเรยี น 1.2 เปน็ ท่ีปรึกษาของบุคลากรในฝ่ายปฏิบตั งิ านให้บรรลเุ ปา้ หมายและนโยบายของโรงเรียน 1.3 บรหิ ารงานด้านบคุ คล สนบั สนุน สง่ เสริม และพฒั นาบุคลากรทางดา้ นกลุ่มบริหารงานบคุ คล 1.4 พิจารณาแผนงานและตัง้ งบประมาณคา่ ใช้จ่ายประจำปีของกลุ่มบริหารงานบคุ คล 1.5 นเิ ทศติดตามประเมนิ ผลให้คณะกรรมการกลมุ่ บรหิ ารงานบคุ คลดำเนินงานเป็นไปตามเปา้ หมาย 1.6 ปฏบิ ัติงานอื่น ๆ ตามทผี่ บู้ ังคับบัญชามอบหมาย 2. คณะกรรมการงานทะเบยี นประวัตแิ ละบำเหน็จความชอบ หนา้ ท่ี 2.1 จัดทำและเก็บรกั ษาทะเบยี นประวตั ขิ ้าราชการครแู ละบคุ ลากรทางการศกึ ษา และลกู จา้ ง 2.2 การแกไ้ ข วนั เดือน ปีเกิด ของข้าราชการครูและบคุ ลากรทางการศกึ ษาและลกู จ้าง 2.3 ดำเนินการเกีย่ วกบั เครือ่ งราชอสิ ริยาภรณ์ 2.4 การขอมีบัตรประจำตัวเจ้าหน้าท่ีของรฐั 2.5 การเล่ือนขั้นเงนิ เดือนขา้ ราชการครูและบคุ ลากรทางการศกึ ษา 2.6 การเพมิ่ ค่าจ้างลกู จ้างประจำและลูกจา้ งชว่ั คราว 2.7 การจัดทำบญั ชถี อื จ่ายเงินเดือนตามทก่ี ระทรวงการคลังกำหนด 2.8 การเบกิ จา่ ยเงนิ วทิ ยฐานะและคา่ ตอบแทนอื่น ตามทก่ี ระทรวงการคลังกำหนด 2.9 จัดทำและปรบั ปรุงฐานข้อมูลขา้ ราชการครแู ละบคุ ลากรทางการศึกษา ลูกจ้างประจำ และลูกจา้ ง ชวั่ คราวตามโปรแกรมระบบบริหารสถานศึกษาของสถานศกึ ษา 2.10 ประเมินผลและรายงานผลการปฏิบัตงิ านตอ่ ผอู้ ำนวยการโรงเรยี น 2.11 ปฏบิ ัติงานอ่นื ๆ ตามทีไ่ ด้รับมอบหมาย 3. คณะกรรมการวางแผนอัตรากำลังและกำหนดตำแหน่ง หนา้ ท่ี 3.1 การวเิ คราะห์และวางแผนอตั รากำลังคน 3.2 การกำหนดตำแหน่ง 3.3 การขอเลอื่ นตำแหน่งบคุ ลากรทางการศกึ ษาและวทิ ยฐานะขา้ ราชการครู 3.4 ประเมนิ ผลและรายงานผลการปฏิบัตงิ านตอ่ ผู้อำนวยการโรงเรยี น 3.5 ปฏิบัติงานอน่ื ๆ ตามท่ไี ดร้ ับมอบหมาย 70

4. คณะกรรมการงานสรรหา บรรจุ แต่งตั้ง ย้าย ลา และการออกจากราชการ หนา้ ท่ี 4.1 สรรหาเพื่อบรรจบุ ุคคลเขา้ รับราชการเป็นข้าราชการครแู ละบุคลากรทางการศกึ ษาในสถานศึกษากรณี ไดร้ บั มอบอำนาจจาก อ.ก.ค.ศ. เขตพน้ื ท่กี ารศกึ ษา 4.2 การจ้างลกู จา้ งประจำและลูกจา้ งช่วั คราว 4.3 การแตง่ ตัง้ ย้าย โอน และการออกจากราชการของข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา 4.4 การบรรจุกลบั เขา้ รับราชการ 4.5 ดำเนินการรักษาราชการแทนและรักษาการในตำแหนง่ 4.6 ประเมนิ ผล และรายงานผลการปฏบิ ัตงิ านต่อผู้อำนวยการโรงเรยี น 4.7 ปฏบิ ัติงานอ่ืน ๆ ตามท่ีไดร้ ับมอบหมาย 5. คณะกรรมการงานวนิ ัย และการรักษาวนิ ัย หน้าท่ี 5.1 จดั ทำแผนงาน และโครงการงานวนิ ยั และการรกั ษาวินยั 5.2 การดำเนินการทางวินัยกรณคี วามผดิ วินยั ไม่รา้ ยแรง 5.3 การดำเนินการทางวินยั กรณคี วามผดิ วินัยรา้ ยแรง 5.4 การอุทธรณ์ 5.5 การรอ้ งทุกข์ 5.6 การเสริมสร้างและการป้องกนั การกระทำผดิ วนิ ัย 5.7 การออกจากราชการ 5.8 ประเมินผล และรายงานผลการปฏบิ ัติงานตอ่ ผูอ้ ำนวยการโรงเรยี น 5.9 ปฏิบตั ิงานอน่ื ๆ ตามที่ได้รับมอบหมาย 6. คณะกรรมการงานพฒั นาบคุ ลากร และเสรมิ สรา้ งประสทิ ธิภาพการปฏบิ ัตริ าชการ หน้าที่ 6.1 จัดทำแผนงาน และโครงการงานพฒั นาบุคลากรและเสริมสร้างประสทิ ธภิ าพการปฏิบัติราชการ 6.2 การพฒั นาองค์กร 6.3 การพฒั นาข้าราชการครูและบคุ ลากรทางการศึกษาก่อนมอบหมายการปฏิบตั ิหนา้ ที่ 6.4 การพัฒนาขา้ ราชการครแู ละบุคลากรทางการศกึ ษา การพัฒนาระหวา่ งปฏบิ ัติหนา้ ทรี่ าชการ 6.5 การพัฒนาขา้ ราชการครแู ละบคุ ลากรทางการศกึ ษากอ่ นเลื่อนตำแหน่ง (ม. 80) 6.6 การพฒั นาขา้ ราชการครูและบคุ ลากรทางการศึกษาการพฒั นากรณีไมผ่ า่ นการประเมนิ วทิ ยฐานะ 6.7 ประเมนิ ผล และรายงานผลการปฏบิ ัติงานต่อผอู้ ำนวยการโรงเรยี น 6.8 ปฏบิ ตั ิงานอนื่ ๆ ตามทไี่ ด้รับมอบหมาย 71

กลมุ่ บริหารงานทว่ั ไป กลุม่ บรหิ ารงานท่ัวไป หัวใจคืองานบริการ งานสวสั ดกิ ารและงานสมั พนั ธ์เพ่ือนสร้างบรรยากาศทด่ี ีในการ ทำงาน มคี วามสะอาด ความสบาย ความคลอ่ งตวั ในการใช้อาคารสถานทีภ่ ายในโรงเรียนมกี ารพฒั นาแหล่ง เรยี นร้ทู ั้งภายในและภายนอกภูมปิ ัญญาทอ้ งถน่ิ ให้เป็นปจั จบุ นั ทนั สมยั แก่บคุ ลากรทง้ั หมดให้เกดิ ความสำเรจ็ ตามวตั ถปุ ระสงค์ที่ตง้ั ไว้อยา่ งมีประสิทธิภาพมีความปลอดภัย มน่ั คง ไมม่ จี ุดเส่ยี งอนั ตรายเพ่ือประโยชน์สูงสุด แก่ผเู้ กี่ยวข้องกบั โรงเรยี นท้ังหมด กลมุ่ บริหารงานทั่วไปมีภารกจิ ในการปฏิบัติงานตามหนา้ ที่ ดังน้ี งานอาคารสถานท่แี ละสงิ่ แวดล้อม นักเรียนโรงเรียนแจงร้อนวิทยา มีข้อกำหนดเพือ่ การมีส่วนร่วมของนักเรียนให้โรงเรียนเปน็ สถานที่ มาตรฐาน สะอาดเรียบร้อย มั่นคง แข็งแรง เป็นระเบียบเรียบร้อย ปลอดภัย ใช้งานใช้ประโยชน์อย่างคุ้มค่า เปรยี บเสมือนโรงเรยี นแจงร้อนวทิ ยาคือบา้ นของเราทกุ คน มหี น้าทีร่ บั ผิดชอบตามแนวปฏิบัติดงั นี้ 1. นักเรียนต้องช่วยกันดูแลรักษาทรัพย์สมบัติของโรงเรียนให้คงอยู่สภาพเดิม (กรณีทรัพย์สินทาง ราชการถกู ทำลายต้องชดใชค้ ่าเสียหายตามราคาปจั จุบนั ) 2. นักเรียนต้องช่วยกันดแู ลรักษาความสะอาดภายในห้องเรียนและบริเวณที่เกี่ยวข้องให้สะอาดเป็น ระเบยี บเรียบรอ้ ยอยูเ่ สมอ ใหท้ ง้ิ ขยะลงในภาชนะท่รี องรบั 3. นกั เรียนต้องประหยัดการใชน้ ำ้ การใชไ้ ฟฟ้า เช่น ไมเ่ ปิดน้ำทงิ้ ไว้ ปิดกอ๊ กน้ำใหส้ นิท ปิดไฟ ปิดพัด ลม และเครื่องปรับอากาศกอ่ นออกจากหอ้ งหรอื ใช้ตามความจำเปน็ 4. ชว่ ยกันรักษาความสะอาดหอ้ งนำ้ ห้องส้วม โดยทำความสะอาดหลังการใช้งานและไมใ่ ส่วัสดุลงใน โถส้วม ไม่คยุ เสยี งดัง การสบู บหุ รผ่ี ิดกฎหมายมีโทษท้ังจำและปรบั 5. ไม่ขีดเขยี นรูปภาพหรือขอ้ ความใดๆ ลงบนโตะ๊ เกา้ อ้ี พนื้ หอ้ ง ผนงั ห้องเรียน หอ้ งน้ำ อาคารเรียน หากพบเหน็ ร่องรอยเดิมให้ชว่ ยกนั ทำความสะอาดใหเ้ รียนรอ้ ย 6. แบ่งหน้าที่กันรับผิดชอบการทำความสะอาดหอ้ ง หรือบริเวณที่ได้รบั มอบหมายใหด้ ูแลรักษา เช่น อาคารบันได สนาม สวนหย่อม สวนสมุนไพร ลานใต้ต้นไม้ รวมถึงสิ่งแวดล้อมทั่วไปให้อยู่ในสภาพดีเสมอ 72

ภายในห้องเรยี นจดั โต๊ะเกา้ อ้ีเปน็ ระเบียบ เปน็ แถวเปน็ แนว ไมน่ ง่ั โยนเกา้ อ้ี ไม่นำโต๊ะหรือเกา้ อี้อปุ กรณ์ต่างๆ ใน ห้องเรยี นออกนอกหอ้ งเรยี น 7. ให้ความร่วมมือในการปฏิบัติดูแลรักษา และใช้เครื่องมือคอมพิวเตอร์และอุปกรณ์อินเตอร์เน็ต อยา่ งระมดั ระวัง เพอ่ื ให้มีอายุการใช้งานดอี ยเู่ สมอ 8.ให้ความร่วมมอื ในการใชห้ อ้ งสมุดอยา่ งมรี ะเบยี บวนิ ัยทถี่ กู ต้องรกั ษาสภาพที่ดีของหนงั สือ ไมข่ ดู ขีด ฆ่าหรือฉีกหนังสือไม่ทำลายเครื่องมือ เครื่องใช้ใดๆ ที่เป็นอุปกรณ์สว่ นรวม ไม่รบกวนผู้อื่น ช่วยกันรักษาความ สะอาดหอ้ งสมุด 9. อาคารเปิดเวลา 07.00 น. และปิดเวลา 17.00 น. กรณีทำงานเกินเวลาให้แจ้งขออนุญาตเวร ประจำวนั หรืองานอาคารสถานท่ี หรือกลุ่มบริหารงานท่วั ไป การเดินขึน้ ลงบันไดเดนิ ชิดขวาทกุ อาคาร 10. เขา้ ร่วมโครงการประกวดความสะอาดห้องเรยี นทกุ คร้งั ใชห้ ลกั 5 ส 11. ไม่สง่ เสียงดงั หรอื ตะโกนแสดงอาการไม่สภุ าพบรเิ วณโรงเรยี น 12. ไม่ลงเล่นในสนามขณะท่ฝี นตกหนัก สนามเปยี กแฉะ 13. ไมท่ ำลายดอกไม้ ตน้ ไม้ ทจ่ี ดั ปลูกไว้ภายในโรงเรยี นช่วยดูแลบำรุงรกั ษาตน้ ไม้ 14. พ้ืนทป่ี รบั ปรุง ก่อสรา้ งเพมิ่ เติม หา้ มนักเรยี นเข้าใกล้ อาจะเกิดอนั ตราย ห้องพักครู-ห้องพเิ ศษ ก่อนเข้าห้องต้องได้รับอนุญาตจากครูที่รับผิดชอบทุกครั้ง ห้ามหยิบวัสดุอุปกรณ์ใดๆ ก่อนได้รับ อนุญาต และคณุ ครไู มอ่ ย่หู ้ามเข้า แนวปฏบิ ัติประหยดั พลงั งาน 1. ใชน้ ำ้ แล้วปดิ ทกุ ครง้ั ทกุ สถานที่ “น้ำคือชีวติ ขาดนำ้ ขาดชวี ติ ” 2. กอ่ นออกจากห้องปิดไฟและพดั ลมทกุ ครั้งใหเ้ รยี บรอ้ ย รวมทั้งอปุ กรณไ์ ฟฟ้าทกุ ชนิด ถอดปล๊ักเม่ือ เลิกใช้ 3. เปิดไฟฟ้าใช้ในจุดที่นักเรียนต้องใช้งานเท่านั้น ใช้เครื่องปรับอากาศที่อุณหภูมิ 25° เปิด-ปิดเป็น เวลา 4.ทิ้งขยะเปน็ ทีแ่ ละแยะขยะเป็นประเภททกุ วัน ทำใหเ้ ป็นนิสัย การแจ้งซ่อมบำรงุ 1.แจ้งครูทีป่ รกึ ษา 2. แจง้ นักการเจ้าหนา้ ทีป่ ระจำอาคาร 3.แจ้งหวั หนา้ อาคารสถานที่ เบอร์ติดต่อครูพลากร บญุ ยอด เบอร์ 095-675-2023 (กรณเี รง่ ดว่ น) 4. แจง้ กลุ่มบรหิ ารงานทวั่ ไป 73

ระเบียบการใชห้ อ้ งพยาบาลสำหรบั นักเรียน 1. เปดิ -ปิด เวลา 07.50 -16.00 น. 2. ถอดรองเทา้ ก่อนเข้าห้องพยาบาล 3. ลงชอื่ ชั้น อายุ เพศ อาการกอ่ นรับยารักษาตามอาการ (ปฐมพยาบาล) 4. นักเรียนนอนพัก ต้องขออนุญาตครูผู้สอน และครูประจำห้องพยาบาล ถ้าอาการยังไม่ดีขึ้นครู อนามยั จะสง่ ต่อโรงพยาบาลและแจ้งผปู้ กครองตามลำดบั 5. นักเรียนเกิดอุบัติเหตุไม่สามารถปฐมพยาบาลได้ ส่งต่อโรงพยาบาลราษฎร์บูรณะโดยรถยนต์ โรงเรยี นนำส่ง 6. นักเรียนออกนอกบริเวณโรงเรียน เนื่องจากมีอาการเจ็บป่วยมีผู้ปกครองมารับกลับบ้านต้องมี ใบอนุญาตให้โดยครอู นามัยโรงเรียน เร่อื งท่จี ะต้องขอความร่วมมอื จากผ้ปู กครองและนักเรียนทีเ่ กย่ี วกับปญั หาสขุ ภาพ 1. ให้นักเรียนรบั ประทานอาหารเชา้ ม้ือเช้ามปี ระโยชนม์ าก ก่อนไปโรงเรียนเพราะนกั เรียนจะต้องใช้ พลังงานมากในระหว่างที่เรียน ถ้าขาดอาหารจะทำให้สมองทึบและเป็นโรคเกี่ยวกับกระเพาะอาหารหรือมี อาการเวียนศีรษะเป็นลมตั้งแต่เข้าแถว ถ้ามีปัญหาเกี่ยวกับหุงหาไม่ทัน ควรดื่มโกโก้และรับประทานอาหาร ประเภทแป้ง ขนมปัง ข้าวเหนียว หมูปิ้ง หมูฝอย ไข่ ไก่ เนื้อ งดเครื่องดื่มน้ำอัดลม (งดหวานมาก เค็มจัด มัก มากลง) 2. นกั เรียนท่ปี ว่ ยหนกั อยูท่ บี่ า้ นหรอื เป็นโรคตดิ ต่อ เช่น หดั อีสุกอใี ส ไขห้ วดั ใหญ่ คางทูม ตาดง ฯลฯ ไมค่ วรให้นกั เรียนไปโรงเรยี น เพราะจะตดิ ตอ่ เพ่ือนนกั เรยี นได้ โทรแจ้งโรงเรยี นแจงร้อนวิทยาเพือ่ ลาปว่ ยดว้ ย 3. เม่ือนักเรยี นเป็นไข้หวดั ใหญ่ไม่ควรซ้อื ยาชุดรับประทาน เพราะจะทำให้กระดกู ผุ ตบั ไตพิการได้ ( ยาชุด คือ ยาหลาย ๆ ชนิด รับประทานพร้อมกนั ครง้ั เดยี ว) ทุกครัง้ ทรี่ บั ประทานยาควรดื่มนำ้ สะอาดด้วยอย่าง น้อย 1 แกว้ ป้องกันยากัดกระเพาะอาหาร 4. ไม่ควรใหน้ กั เรยี นรบั ประทานยาที่เกบ็ ไวน้ านๆ ตอ้ งอา่ นฉลากยาและสนิ ค้าบรโิ ภคอย่างละเอียดทุก คร้งั กอ่ นรบั ประทาน แนวปฏิบตั ใิ นการขอรับเงนิ ค่าประกันอบุ ัตเิ หตุ แนวทางปฏบิ ตั ิในการขอรับเงนิ คา่ ประกนั อุบัตเิ หตุนักเรยี นโรงเรียนแจงรอ้ นวิทยาประจำปีการศึกษา 2563 โรงเรียนแจงร้อนวิทยา ได้ทำการประกันอุบัติเหตุนักเรียนกับบริษัท เอเอสเค ประกันภัย (ประเทศ ไทย) จำกดั (มหาชน) คนละ 270 บาท ระยะเวลาคุ้มครอง เริ่มตัง้ แต่วันที่ 15 มถิ ุนายน 2563 ถึงวนั ท่ี 15 มิถนุ ายน 2564 74

กรณีความคมุ้ ครอง 1. เสยี ชีวติ (เฉพาะเกดิ จากอุบตั ิเหต)ุ ทพุ พลภาพถาวร สญู เสียอวัยวะจากอบุ ตั ิเหตุ 100,000 บาท 2. การรักษาพยาบาลแต่ละครง้ั 10,000 บาทต่อครงั้ เอกสารที่ตอ้ งเตรียมนำมาขอเบิกเงิน 1. กรณีบาดเจบ็ จากอุบตั ิเหตุ 1.1 สามารถไปรักษาที่โรงพยาบาลราษฎร์บูรณะได้ โดยไม่ต้องเสียค่าใช้จ่ายใดๆ ทั้งสิ้น ใช้บัตร ประชาชนได้เลย 1.2 ใบเสร็จรับเงิน ท่ีม่ีรายละเอียดสรปุ คา่ ยาและค่ารักษาพยาบาล (ฉบบั ตวั จรงิ ) 1.3 ใบรบั รองแพทยข์ องคลินิกหรือโรงพยาบาลท่ีเข้ารกั ษา (ฉบับตวั จรงิ ) 1.4 ติดต่อประสานงานดำเนินการทำประกนั ภัย บริษทั ทพิ ยประกันภัย 2. เสียชวี ติ จากอบุ ัติเหตุ 2.1 แบบฟอรม์ เรยี กรอ้ งค่าทดแทนของบรษิ ทั ขอไดจ้ ากโรงเรียนกลุ่มบรหิ ารงานทั่วไป 2.2 สำเนาบนั ทกึ ประจำวนั ของตำรวจ (รับรองสำเนาโดยรอ้ ยเวรสถานีตำรวจ) 2.3 สำเนาการชันสตู รรพพลกิ ศพของเจ้าหน้าท่ี (ประทับตราและรับรองสำเนาจากหน่วยงาน) 2.4 สำเนาหนังสือรบั รองการตายจากโรงพยาบาล (ถา้ มี) (รบั รองสำเนาถูกต้อง) 2.5 สำเนาใบมรณบตั ร (ประทบั ตราและรับรองสำเนาจากหน่วยงาน) 2.6 สำเนาบตั รประจำตัวผู้เสยี ชีวติ (ถ้าม)ี (ประทบั ตราและรบั รองสำเนาจากหน่วยงาน) 2.7 สำเนาทะเบียนบา้ นผู้เสียชวี ิต (ทีร่ ะบุคำวา่ “ตาย” รบั รองสำเนาโดยผู้รบั ผลประโยชน์) 2.8 สำเนาบัตรประจำตวั ประชาชนผูร้ บั ประโยชน์ (บดิ า-มารดา และรับรองสำเนาถกู ตอ้ ง) 2.9 สำเนาทะเบียนสมรสผู้รบั ผลประโยชน์ (รบั รองสำเนาถูกตอ้ ง) งานบรกิ ารชมุ ชน งานบรกิ ารชมุ ชน มหี น้าทีส่ รา้ งความสัมพนั ธก์ ับชมุ ชนโดยการบรกิ ารสถานท่ีและวสั ดอุ ุปกรณ์ในการท่ี องคก์ รและชมุ ชนเขา้ มาใช้บรกิ ารในการทำกิจกรรมในโรงเรยี น โรงเรียนไดจ้ ัดให้มีบรกิ ารห้องประชุมอยู่ 4 แห่ง ไดแ้ ก่ 1. ห้องประชุม 500 ทนี่ ง่ั 2. ห้องสมดุ กาญจนาภเิ ษก 100 ทนี่ ่ัง 3. ห้องประชุมลลี าวดี 30 ทนี่ ่ัง 4. ห้องโสตทศั นศึกษา 80 ทนี่ ่งั 75

ระเบยี บการใช้หอ้ งประชมุ 1. แจ้งผู้รบั ผิดชอบก่อนเขา้ ใช้บรกิ ารทุกคร้งั ล่วงหน้าอย่างน้อย 1 วนั โดยกรอกขอ้ มูลในแบบฟอร์มท่ี กำหนด 2. รกั ษามารยาท ในการใชห้ อ้ งประชมุ 3. ไมน่ ำอาหารหรือเครอ่ื งด่ืมเขา้ ไปรับประทานในห้องประชุม 4. ไม่ขดี เขยี นหรอื ข้อความใดบริเวณโตะ๊ เก้าอ้ี เปดิ /ปดิ หนา้ ตา่ ง ประตทู ุกคร้งั ให้เรียบร้อย 5. ศึกษาการใช้วัสดุอุปกรณ์ในห้องประชุม ก่อนการใช้งานเพื่อป้องงกันการชำรุดเสียหาย (ระบบ ไฟฟ้า, และเครื่องปรบั อากาศ เปดิ /ปดิ ) 6. รกั ษาความสะอาดภายในห้องประชุมทกุ ครง้ั เมือ่ ใช้งานเสรจ็ แล้ว งานโภชนาการและการคุม้ ครองผูบ้ รโิ ภค “กิน อยู่ คอื ” เพื่อเป็นการฝึกนิลัยอันดีแก่นักเรียนให้รู้จักรับประทานอาหารให้เป็นเวลา รู้จักเลือกซื้ออาหารที่มี ประโยชน์ต่อร่างกาย รู้จักรักษาความสะอาดและรักษาความเป็นระเบียบเรียบร้อย เป็นผู้มีมารยาทในการ รับประทานอาหารและสร้างนิสัยที่ดีต่อตนเอง เพื่อนำไปใช้ในชีวิตประจำวันในสังคมได้ จึงวางแนวปฏิบัติให้ นักเรียน ดงั น้ี การใช้บรกิ าร โรงเรียนไม่อนุญาตให้นักเรียนออกไปรับประทานอาหารนอกโรงเรียน ในช่วงพักกลางวันเนื่องจาก โรงเรยี นมอี าหาร เคร่อื งด่ืมประเภทต่างๆ ขนมและผลไม้ไว้บริการนกั เรยี นอยา่ งเพียงพอ ในราคาถูก สะอาด มี คุณค่าทางอาหารตามหลกั โภชนาการ จำหน่ายตามกำหนดเวลา ห้ามนำอาหารทุกชนิดขึ้นอาคารเรยี น ยกเว้น นำ้ ด่มื สะอาด เวลาจำหน่ายอาหาร-เคร่ืองดม่ื ชว่ งที่ 1 กอ่ นเขา้ แถวหนา้ เสาธง เวลา 06.30 – 07.45 น. ชว่ งที่ 2 พักกลางวัน ช่วงช้นั ท่ี 3 เวลา 12.10 – 13.10 น. โรงอาหารปดิ เลา 17.00 น. การเขา้ ซอ้ื อาหาร-เครือ่ งดื่ม และข้อปฏิบัติ “กินรอ้ น ช้อนกลาง ลา้ งมอื ” 1. นกั เรียนซือ้ ด้วยเงินสด ราคา 25 บาท ตอ่ 1 จาน ใหต้ รวจสอบเงนิ ทอนและใหเ้ ข้าคิวซื้ออาหาร 2. เลือกโต๊ะ - เกา้ อท้ี ี่วา่ งรบั ประทานอาหาร เมื่อทานอิ่มแลว้ เก็บอปุ กรณ์รับประทานอาหารไปไว้ที่จัด วางใหเ้ รยี บรอ้ ย 3. นักเรียนต้องรักษามารยาทในการรับประทานอาหาร ก่อนทานอาหารพิจารณาอาหารก่อน รบั ประทานอาหารทุกครง้ั ควรมีมารยาทดงั นี้ 76

3.1 ไม่ทิ้งเศษอาหารลงบนโต๊ะ ไมพ่ ูดคยุ เสยี งดังคุยข้ามโต๊ะ คุยเรือ่ งหยาบคายไร้สาระ ไม่ลกุ ยนื ข้ึนบนโต๊ะอาหาร ไม่ทานอาหารในลกั ษณะที่ไมส่ ภุ าพ ไมเ่ คีย้ วเสยี งดัง (อ้าปากเค้ียว) ไม่ถ่มน้ำลาย แคะฟนั แคะ หู แคะจมกู ดึงขนจมกู ในโต๊ะอาหารเวลารับประทานอาหาร ไม่สง่ เสียงดังรบกวนผู้อนื่ ไมเ่ ทอาหารเคร่ืองด่ืมลง บนโตะ๊ และพ้ืนใหส้ กปรก 3.2 ไม่กล่นั แกลง้ -หยอกลอ้ หรือหยิบจับอาหารและเครื่องดมื่ ของผู้อน่ื 3.3 เมื่อรับประทานอาหารเสรจ็ แล้วตรวจสถานที่ให้สะอาดก่อนลุกจากทีน่ ั่งการดืม่ น้ำควรซับ ปากเสยี กอ่ นเพื่อกันคาบอาหารท่ขี อบแกว้ 3.4 ควรระมดั ระวงั การใชภ้ าชนะ อปุ กรณไ์ มใ่ หแ้ ตกหักสญู หาย 3.5 ไม่นำอาหาร และเครอ่ื งด่มื ไปรับประทานนอกโรงอาหารและบนอาคารเรยี น 3.6 หากนกั เรียนมปี ญั หาเก่ยี วกับการใช้บริการในโรงอาหาร นักเรยี นสามารถเขียนปัญหาหรือ ขอ้ เสนอแนะใส่ต้รู บั แสดงความคิดเหน็ ซึ่งติดอย่หู น้าห้องบรหิ ารทว่ั ไปแจ้งท่ี ครูจุฑาทิพย์ นชุ ถนอม เบอร์ติดต่อ 085-502-3192 สขุ ภาพดีเรม่ิ ทอี่ าหารปลอดภยั และอาหารปลอดภยั เลือกไดโ้ ดยคณุ หากพบเห็นการจำหน่ายอาหารและเครื่องดื่มเกินราคาที่กำหนดไว้หรืออาหารและเครื่องดื่มไม่ถูก สขุ ลกั ษณะ โปรดแจง้ คณะกรรมการโภชนาการและค้มุ ครองผู้บริโภคในตู้รับแสดงความคดิ เห็น หนา้ ห้องบริหาร ทว่ั ไป หมายเหตุ อาหารมังสวิรัติเป็นการลดการเบียดเบียนสัตว์ร่วมโลก ยืดอายุโลกใบนี้คนกินดีมีความสุข สุขภาพแข็งแรง มจี ำหน่ายทุกวันศกุ ร์ 1.งานธุรการ 1. ลงทะเบยี นหนังสือรบั – สง่ เข้าออกสถานศึกษา 2. จดั ส่งหนังสือทกุ ฝา่ ยแจ้งงานที่เก่ยี วขอ้ งทราบหรอื ดำเนินการ 3.จดั ทำหนงั สอื ตอบรบั /แจ้งไปยังหน่วยงานทีเ่ ก่ียวขอ้ ง 4. รวบรวมสำเนาหนังสือราชการเอกสาร และคำส่งั ของโรงเรียนให้เปน็ ระบบและเป็นปัจจุบนั 5. รวบรวม จดั เก็บ บันทึก ขอ้ มูล และเอกสารตา่ งๆ ท่ีเปน็ ประโยชนต์ ่อการปฏิบตั งิ านในโรงเรียน 6. ประสานงานกบั บุคคลท่มี าติดตอ่ กับโรงเรยี น 7.ปฏิบัตหิ นา้ ท่อี นื่ ๆ ตามท่ไี ดร้ ับมอบหมาย 77

2. งานอาคารสถานท่ี วัตถปุ ระสงคข์ องงาน 1. เพื่อให้อาคารสถานที่ ห้องเรียน ห้องพักครู ห้องสมุด และห้องปฏิบัติการพร้อมที่จะใช้ได้ ตลอดเวลา มีบรรยากาศและส่งิ แวดล้อมทดี่ เี ออื้ ตอ่ การจัดการเรยี นการสอน 2. เพ่อื ให้เกดิ ภาพลักษณท์ ีด่ ตี ่อบคุ ลากรในโรงเรียนและชุมชน หน้าที่ความรบั ผดิ ชอบ 1.ตรวจสอบดูแล ซอ่ มแซมอาคารสถานทใี่ ห้อย่ใู นสภาพทใี่ ชง้ านไดต้ ลอดเวลามีความปลอดภัยต่อครู และนักเรยี นทีใ่ ช้อาคารสถานที่ 2.จดั บรรยากาศ สภาพแวดล้อมของสถานศึกษาจดั มมุ สวนหย่อมเพือ่ ให้เกิดความรม่ รน่ื สวนสมุนไพร เกิดความสวยงาม ปลอดภัยเป็นท่พี กั ผ่อนหยอ่ นใจแกบ่ คุ ลากรในโรงเรยี น 3.ใหบ้ ริการด้านอาคารสถานทแ่ี ก่สถานบนั กับชมุ ชนและบุคคลทวั่ ไปตามควรแก่กรณี 4.ควบคมุ กำกับ ดแู ล การปฏิบตั งิ านของลูกจา้ งประจำ แนวปฏิบัติการใชอ้ าคารและห้องเรยี น 1. แนวปฏบิ ตั ิการใชโ้ รงเรยี น โรงเรียนได้จัดสถานที่ไว้สำหรับนักเรียนพักผ่อนหย่อนใจได้ตามสมควร จึงขอให้นักเรียนได้ใช้พื้นที่ บริเวณต่างๆ โดยมีความรับผิดชอบ ดูแล รักษาความสะอาด ความเป็นระเบียบเรียบร้อย เช่น ไม่ทิ้งขยะขีด เขียน หรือกระทำการใดๆ ท่ีจะทำใหท้ รัพย์สมบัตขิ องโรงเรยี นเสยี หาย 2.แนวทางปฏิบัตกิ ารใช้อาคารห้องเรยี น ขอใหน้ ักเรยี นรจู้ กั ใชแ้ ละช่วยกันรักษา ดงั น้ี 1. ระเบยี ง เป็นสถานทพ่ี กั ผ่อนชัว่ คราว ไม่ควรว่งิ เลน่ ชว่ ยกนั ดูแลรักษาความสะอาด 2. กันสาด ห้ามนักเรียนลงไปเดินเป็นอันขาด เพราะจะเป็นอันตราย อาจตกลงมาได้ ช่วยกันดูแล รกั ษาความสะอาด 3. ห้ามขูด ขีด เขียน ขอ้ ความใดๆ บนผนงั อาคารทง้ั ภายใน และภายนอกหอ้ งเรยี น หอ้ งนำ้ มา้ นั่ง 4. การจัดบอร์ด ให้บอร์ด ควรจัดหรือใช้ด้วยความเรียบร้อยสวยงาม เมื่อเสร็จงานควรเก็บให้ เรียบร้อย 5. การเปลยี่ นคาบเรยี น นักเรียนเดนิ แถวเรียงเด่ยี ว ชิดขวา ไมส่ ง่ เสยี งดัง 6. ไมเ่ ลน่ สง่ เสียงดัง บนอาคารเรยี น 7. ไฟฟ้า น้ำประปา ตามอาคารควรใช้ตามความจำเป็นเมื่อเลิกใช้ให้ปิดทันที เมื่อนักเรียนพบเห็น ไฟฟา้ ก๊อกน้ำเปดิ อยไู่ ม่มีผู้ใชข้ อใหช้ ว่ ยกนั ปดิ 78

8. ขยะและของเหลือใช้จากห้องเรียนให้นำไปเทใสถ่ ังขยะในห้องและนำถังขยะไปเทในที่กำหนดทุก วัน 9. ไมค่ วรนั่งขอบระเบียง รางบนั ได ขอบหนา้ ตา่ ง โตะ๊ -เก้าอี้ของครู 10. รกั ษาหอ้ งเรียน กระดานดำ ใหส้ ะอาดเรียบร้อยอยเู่ สมอ 11. บานประตู – บานหน้าต่าง เปดิ – ปดิ อยา่ งระมัดระวงั เพ่อื มใิ หช้ ำรดุ เสียหาย 12. การปิดประกาศข้อความใดๆ ควรนำไปปิดเฉพาะที่บอร์ด หรือสถานที่ที่กำหนดไม่ควรติดผนัง หรือบานประตู หากมความจำเป็นต้องใช้ในบงโอกาส ใหใ้ ชก้ ระดาษยน่ หรือเทปใสเ่ ทา่ นน้ั ไมค่ วรใช้ลวดยงิ เทป โฟมสองหน้าหรอื กาวลาเท็กซ์ 13. ไม่นำอาหาร เครอ่ื งดื่ม ขนึ้ บนอาหารเรยี นเมอ่ื นกั เรียนเหน็ ข้อบกพรอ่ งของนำ้ ด่มื น้ำใช้ เช่น ก๊อก รั่ว, ท่อนำ้ แตก ขอให้แจ้งครู นกั การภารโรงทราบ เพื่อจะไดท้ ำการแกไ้ ขซ่อมแซมต่อไป 3. แนวปฏบิ ัตกิ ารใช้ไฟฟา้ ในโรงเรยี น 1.ให้ใชไ้ ฟฟ้า เมอื่ มคี วามต้องการ ควรใชไ้ ฟฟ้าอย่างประหยัดเพื่อลดรายจ่าย 2.ปดิ สวทิ ซไ์ ฟฟ้า และอปุ กรณท์ กุ ชนิดเม่อื อกจากห้องตา่ งๆ หรอื เมื่อเลกิ ใชง้ าน 3.ไม่ควรเล่น หรือทำลายสวิทซ์ ปลั๊กไฟฟ้า ให้เกิดความเสียหาย เพราะอาจก่อให้เกิดอันตรายและ ส้ินเปลอื งค่าใชจ้ า่ ยในการซ่อม และการบำรุงรกั ษา 4.แนวปฏบิ ตั ิการใชห้ ้องนำ้ -หอ้ งสว้ ม ห้องน้ำ-ห้องส้วม มิใช่สถานที่หลบซ่อน หนีชั่วโมงเรียน หรือแอบมั่วสุม กระทำการใดๆ ที่ไม่ เหมาะสม นักเรียนควรใช้ห้องนำ้ -ห้องส้วม เพื่อกิจส่วนตัว ได้แก่ ปัสสาวะ หรืออุจจาระหรืออื่นๆ เมื่อเสร็จกิจ ส่วนตัวแลว้ จะตอ้ งทำความสะอาดให้เรียบรอ้ ย 5.การใชโ้ รงอาหาร ควรปฏิบัติดงั น้ี 1.ใหน้ ง่ั รับประทานอาหารบริเวณโต๊ะเกา้ อี้ทท่ี างโรงเรียนจดั ไว้ให้ 2. ไม่นำอาหารและเครือ่ งดื่มออกไปรบั ประทานนอกโรงอาหาร 3. เมอ่ื รบั ประทานอาหารหรอื เคร่อื งด่ืมเรยี บรอ้ ยแล้วให้เก็บภาชนะใส่อาหารและเคร่ืองด่ืมโดยนำไป เกบ็ ยงั ท่ีท่ที างร้านค้าจัดเตรียมไว้ใหเ้ พอื่ ความสะอาด สะดวกรวดเรว็ และถกู สชุ ลกั ษณะอนามัยท่ีดี 4. ไม่ควรวงิ่ เล่นในโรงอาหาร 5. ไฟฟา้ และพัดลมเมอื่ เลกิ ใช้งานแล้วควรปดิ ให้เรียบร้อย หมายเหตุ นักเรียนรับประทานอาหารให้เสร็จสิ้นในตอนเช้า ก่อน 07.30 น. เพื่อเตรียมเข้าแถวให้ เรยี บรอ้ ยเวลา 07.45 เคารพธงชาติ 79

3.งานประชาสมั พันธ์ การบรกิ ารด้านประชาสมั พนั ธ์ มดี งั ตอ่ ไปน้ี 1. ประชาสมั พนั ธ์ในโรงเรียน รายการเสียงตามสาย ถ่ายทอดข่าวจากสถานีวิทยุแห่งประเทศไทยเวลา 07.00 น. เพลงและสาระ น่ารู้ ประกาศต่างๆ ป้ายนิเทศ นทิ รรศการ เผยแพร่ขา่ วสานของโรงเรียนและกจิ กรรมภายในโรงเรยี น 2. ประชาสมั พันธ์นอกโรงเรยี น เผยแพร่ผลงานของโรงเรยี นกับส่ือมวลชน เผยแพรข่ ่าวสารโดยวารสารป้ายประกาศ 3. ประชาสมั พันธท์ ัว่ ไป จดหมายข่าว วารสาร บริการติดต่อสอบถาม ต้อนรับผู้มาเยี่ยมเยือนโรงเรียนประสานงานระหว่าง โรงเรียนกบั บคุ คลภายใน และภายนอกโรงเรยี นใหม้ คี วามสมั พันธอ์ นั ดแี ละความเขา้ ใจซงึ่ กันและกัน 4. ระเบียบการให้บริการประชาสมั พนั ธ์ 1.เวลา 07.30 – 16.00 น. ใหบ้ รกิ ารติดจ่อสอบถาม 2. ช่วงเวลาเปลย่ี นคาบเรียน และช่วงเย็นหลังเลิกเรียนประกาศเสยี งตามสาย 3. ประชาสัมพนั ธโ์ รงเรยี นกับหนว่ ยงานอ่ืนๆ โดยการประกาศ ติดประกาศ 4. การติดต่อทางโทรศพั ท์ถงึ นักเรยี น จะไม่อนญุ าตให้นกั เรยี นใชโ้ ทรศัพทร์ ะหว่างการเรยี นเจ้าหน้าท่ี จะเปน็ ผ้รู บั ฝากข้อความไวแ้ ละแจง้ ใหน้ กั เรยี นทราบภายหลงั 5. การติดต่อนักเรียนหรือฝากของไว้ให้นักเรียนนั้นขอให้ผู้มาตดิ ต่อ แจ้งชื่อจริง-นามสกุล ระดับชั้น ห้องของนกั เรยี นทีต่ ้องการพบ เพ่ือความสะดวกในการติดต่อ 6. ในกรณีที่ต้องการพบนกั เรียน เจ้าหนา้ ท่ีประชาสัมพันธ์จะไมป่ ระกาศให้ตดิ ตอ่ กับบรหิ ารงานบุคคล เพ่ือตามนักเรยี นตอ่ ไป 7. ผู้ท่ีมาตดิ ตอ่ กบั ทางโรงเรียนโปรดแตง่ กายใหส้ ภุ าพ ให้เหมาะสมกับสถานท่รี าชการ 8. ประสานงานกับบริหารงานบุคคลในการทำพธิ ีหนา้ เสาธง 4.งานโสตทศั นศกึ ษา งานโสตทัศนศึกษา มีหน้าที่ให้การสนับสนุนทางด้านเทคโนโลยีและนวัตกรรมทางการศึกษาแห่งครู นักเรียน และหน่วยงานภายนอกโรงเรียน โดยใหก้ ารบริการในด้านต่างๆ งานบรกิ ารสำหรับครู 1. บรกิ ารประเภทเคร่อื งฉายโปรเจคเตอร์ LCD 2. บรกิ ารประเภทเครือ่ งเสียง แสง หอประชมุ และกลางแจง้ 3. บริการเครอ่ื งบนั ทกึ เสยี งและเลน่ วิดโี อเทป 4. บรกิ ารถา่ ยภาพน่ิงและภาพวดิ ีโอในกจิ กรรมตา่ งๆ ของโรงเรยี น 80

แนวปฏิบัติการให้หอ้ งโสตทัศนศึกษาสำหรับครู 1. เปิดบรกิ ารเวลา 08.30 – 15.30 น. ในวันราชการแล้วเลิกใช้งงานตรวจสอบความเรียบรอ้ ยทกุ คร้งั 2. ครูผู้สอนต้องการใช้ห้องโสตทัศนศึกษา ต้องจองด้วยตนเองล่วงหน้าอย่างน้อย 1 วัน ที่ห้องโสต ทศั นศกึ ษา 3. ครูผสู้ อนต้องนำนักเรยี นใชห้ ้องโสตทัศนศกึ ษาด้วยตนเอง 4. การใช้วีดีทัศน์ ให้ใช้เฉพาะที่เกี่ยวกับบทเรียนและความรู้เสริมบทเรียนเท่านั้นและต้องมาเตรยี ม ด้วยตนเองล่วงหนา้ 5. งดบรกิ าร ในกรณีท่ีทางโรงเรยี นมรี าชการดว่ น จำเปน็ ตอ้ งใช้หอ้ งโสตทศั นศกึ ษา 6. ติดต่อประสานท่ี ครูกิตตพิ ล คิดกล้า เบอร์โทร 084-497-5459 5.งานอนามัยโรงเรยี น (พยาบาล) โรงเรียนไดจ้ ดั ใหม้ เี รือนพยาบาลโดยเฉพาะ ได้เปดิ บรกิ ารนกั เรยี นดงั น้ี 1. ใหก้ ารรักษาพยาบาลนกั เรียนท่เี จ็บปว่ ยเลก็ ๆ น้อยๆ เชน่ ปวดศรี ษะ ปวดท้อง ทอ้ งเสยี เป็นต้น 2. ใหม้ กี ารปฐมพยาบาลเบอ้ื งตน้ เมอ่ื มอี ุบตั เิ หตแุ ละส่งต่อแพทย์ในรายทรี่ นุ แรงและจำเปน็ 3. จัดใหม้ ีการตรวจสุขภาพทว่ั ไปแกน่ ักเรียนเขา้ ใหมท่ ุกคน 4. จัดใหม้ กี ารฉดี วัคซีนปอ้ งกนั เม่อื มีโรคระบาดเกดิ ขนึ้ 5. ให้เป็นที่พักชัว่ คราวสำหรบั นักเรียนท่เี จบ็ ป่วยในระหว่างอยใู่ นโรงเรียน 6. ให้คำแนะนำเกี่ยวกับสุขภาพอนามัยและการใช้ยาแก่นักเรียนเป็นรายบุคคลหรือเป็นกลุ่มตาม ความเหมาะสม 7. ใหข้ า่ วสารทางดา้ นสุขภาพ อนามยั แก่นกั เรยี นตามโอกาส 8. จัดกระเป๋ายา พร้อมอุปกรณ์เกี่ยวกับการปฐมพยาบาล หรือจัดหน่วยพยาบาลให้บริการ แล้วแต่ กรณี เช่น เมอ่ื มีการทัศนศึกษานอกสถานที่ และการอยูค่ ่ายพักแรม 9. จดั มุมความรตู้ ่างๆ เพ่อื เผยแพร่ความร้แู ละข่าวสาร 10. จัดโครงการบรกิ ารสุขภาพใหก้ ับนักเรียน ระเบียบข้อบงั คบั การใช้หอ้ งพยาบาล 1. เวลาเปิดทำงาน 07.30 -16.00 น. 2. เมื่อนักเรียนมีอาการป่วยเกิดขึ้นขณะอยูใ่ นห้องเรียนให้ขออนุญาตครูผู้สอนในชั่วโมงน้ัน เพื่อไปรับ บรกิ ารรกั ษาเบ้ืองต้นจากครูพยาบาล 3. นกั เรียนที่เขา้ มารับบริการในห้องพยาบาล ต้องเขียนชอ่ื นามสกุล ชัน้ เรยี นในกระดาษสถิติที่จัดไว้ 81

4. ห้ามนักเรยี นหยบิ ยาหรอื ของใชใ้ นการปฐมพยาบาลเอง โดยไมไ่ ดร้ บั อนุญาตจากครพู ยาบาลกอ่ น 5. นักเรยี นปว่ ยท่มี คี วามจำเปน็ ที่ตอ้ งนอนพักต้องไดร้ ับอนญุ าตจากครปู ระจำวิชากอ่ นและมหี นงั สือแจ้ง อนุญาตให้ครพู ยาบาลในกรณที ่ีนกั เรยี นคนใดป่วยบอ่ ยครงั้ 6. นักเรียนที่เข้ามารับบริการในห้องพยาบาล จำต้องรักษาความสงบ ความเป็นระเบียบและความ สะอาดของหอ้ งพยาบาลของใช้ทกุ ชนิดเมอ่ื ใช้แล้วตอ้ งเกบ็ คนื ทเี่ ดิมใหเ้ รยี บรอ้ ย 7. ถ้านกั เรียนมีอาการปว่ ยฉกุ เฉินและรุนแรง อาจพิจารณานำสง่ โรงพยาบาลหรือตดิ ต่อให้ผู้ปกครองมา รับกลบั โดยครพู ยาบาลเปน็ ผูว้ ินจิ ฉัย 6.งานโภชนาการ ดำเนินการในเรือ่ งตอ่ ไปนี้ 1. การจัดและควบคุมอาหารเครื่องดื่ม น้ำดื่มสำหรับบุคลากรและนักเรียนในโรงเรียนให้ถูกต้องตาม หลักโภชนาการ 2. การให้ความรู้แก่นกั เรียนและบุคลากรในโรงเรยี นเกยี่ วกับโภชนาการ รวมทัง้ การสร้างลักษณะนิสัย ทดี่ ีในการรบั ประทานอาหาร การเลือกอาหาร เครอ่ื งดม่ื เพอื่ ใหเ้ กดิ ประโยชน์ต่อการนำไปใช้ในชีวิตประจำวนั ระเบียบปฏบิ ัตสิ ำหรบั นักเรียนในการใชโ้ รงอาหาร 1. เขาแถวซ้อื อาหารอย่างเปน็ ระเบียบ 2. ห้ามนักเรยี นเขา้ ไปในรา้ นอาหารหรอื ยนื ขวางช่องทางเดินระหว่างร้าน 3. รับประทานอาหารดว้ ยความเป็นระเบยี บเรียบร้อย ไม่คุ้ยเข่ยี อาหารหรือเทน้ำลงบนโต๊ะหรือใตโ้ ตะ๊ 4. เมือ่ รบั ประทานอาหารเสร็จแล้วใหน้ ำภาชนะ เชน่ จาน ชาม ชอ้ น ไปเกบ็ ในท่ที ี่กำหนด 5. ห้ามนำภาชนะทุกชนิดออกนอกบริเวณโรงอาหารวา่ กรณีใดๆ ท้ังส้นิ 6. หา้ มขีดเขียนขอ้ ความใดๆ ลงบนโตะ๊ และเกา้ อ้ี 7. ไมว่ ิง่ เล่นและทะเลาะววิ าทในโรงอาหารหรอื คยุ เสียงดงั รบกวนผู้อ่นื ในขณะรบั ประทานอาหาร 8. ร้านค้าใดไม่ปฏิบัติตามระเบียบของโรงเรียนให้นักเรียนแจ้งให้ครูที่ควบคุมโรงอาหารหรือรอง ผ้อู ำนวยการกลุม่ บริหารงานทัว่ ไปทราบทันที 7.งานสมั พันธ์ชุมชน ขอบขา่ ยและลักษณะงาน งานสัมพันธ์ชุมชนเน้นงานที่สำคัญในด้านการสร้างสัมพันธ์ระหว่างโรงเรียนกับชุมชนโดยเน้น ลักษณะของการร่วมมือระหว่างชุมชนกับโรงเรยี นและการมีส่วนในการพฒั นาชมุ ชน เชน่ - การติดต่อประสานงานเพื่อให้หน่วยงานในชุมชน องค์กรเอกชนให้การสนับสนุนการพัฒนา โรงเรียน 82

- นักเรียนและผู้ปกครอง สามารถให้ความสนับสนุนงานในโรงเรียนกบั ชุมชนไดโ้ ดยให้ความร่วมมือ กับโรงเรียนในเรื่องตา่ งๆ ร่วมกิจกรรม ตลอดจนสนบั สนุนด้านทุนทรัพย์วัสดุอุปกรณ์ต่างๆ เพื่อเน้นการพฒั นา คณุ ภาพทกุ ๆ ดา้ น ใหแ้ ก่นักเรียนอันจะเป็นทรัพยากรที่มีคุณภาพตอ่ ไปของประเทศ งานประสานงานคณะกรรมการสถานศึกษาขน้ั พื้นฐาน การเชิญผู้ปกครองและคณะกรรมการสถานศึกษาขั้นพื้นฐานประชุมฯ เพื่อการมีส่วนร่วมอย่าง แท้จริง ร่วมคิด ร่วมทำ ร่วมรับผิดชอบ ร่วมแก้ปัญหา ข้อปฏิบัตินักเรียนเมื่อรับเอกสารเชิญประชุมแล้วส่งใบ ตอบรับคืนตามเวลาที่กำหนด เบอร์ติดต่อ นางสางวรรณรัตน์ วิลานันท์ เบอร์โทร 061-660-9444 การขอใช้ สถานทข่ี องโรงเรียนเป็นการบรกิ ารเพ่อื สาธารณะ เช่าหอประชุม ธรุ การ 0-2816-8591 ติดตอ่ นางสาวศศิธร ทองนวล หมายเลขโทรศพั ท์ภายในของโรงเรียนแจงร้อนวทิ ยา ปีการศกึ ษา 2564 หมายเลข หอ้ ง 0-2816-8591 โรงเรียนแจงร้อนวทิ ยา 0-2816-8595 ธุรการ และการเงิน 83

กลุ่มบรหิ ำรงำนงบประมำณ ม่งุ มนั่ พฒั นาระบบการบรหิ ารจดั การด้านบรหิ ารงบประมาณอยา่ งถกู ตอ้ งโปรง่ ใสและทันสมยั ทนั สมัยมาใชเ้ พือ่ พฒั นาการศกึ ษาอย่างมปี ระสิทธภิ าพ และเพอ่ื ให้การดำเนนิ งานของกลุ่มบรหิ ารงบประมาณมคี วาม เปน็ อิสระ ในการบริหารจัดการมีความคล่องตวั โปร่งใส ตรวจสอบได้ ยดึ หลกั การบรหิ ารมงุ่ เนน้ ผลสมั ฤทธิ์และ บรหิ ารงบประมาณ แบบมุง่ เนน้ ผลงาน ให้มกี ารจัดหาผลประโยชน์ จากทรพั ย์สินของสถานศกึ ษา รวมท้ังจัดหารายได้ จากบรกิ ารมาใช้บริหารจัดการเพอ่ื ประโยชนท์ างการศกึ ษา สง่ ผลให้เกิดคุณภาพที่ดตี อ่ ผู้เรียน จงึ กำหนดทศิ ทางและ กลยทุ ธ์การพัฒนา ดังน้ี 1. บริหารงบประมาณแบบมงุ่ เนน้ ผลงาน 2. บรหิ ารจัดการด้านพสั ดุ และสนิ ทรพั ย์ การเงนิ การบัญชี แยง่ ถูกต้องตามระเบียบและเป็นปัจจบุ นั 3. สง่ เสรมิ ให้ผู้ปกครอง ชมุ ชน และหน่วยงานภายนอก มีส่วนร่วมในการบริหารจดั การศึกษา และ หนว่ ยงานภายนอก มีสว่ นร่วมในการบรหิ ารจัดการศึกษา และระดมทรัพยากร เพื่อการพัฒนาการจัดการศึกษา 4. ส่งเสริม และพฒั นาประกนั คณุ ภาพการศกึ ษา 5. พฒั นาระบบงานเทคโนโลยี และสารสนเทศใหเ้ ป็นปัจจบุ นั พร้อมนำไปใช้อย่างมีประสทิ ธิภาพ 6. นิเทศ กำกบั ตดิ ตาม ประเมินผลการปฏิบัตงิ าน ตรวจสอบภายใน จะทำระบบควบคุมภายใน และ วางแผนบริหารความเสย่ี ง เพอื่ การพัฒนาอย่างตอ่ เนื่อง นกั เรียนทกุ คนท่ีเขา้ มาเป็นนักเรยี นโรงเรียนแจงรอ้ นวทิ ยา ต้องรับทราบและปฏิบัตติ ามระเบยี บข้อบงั คบั ตา่ งๆ ของโรงเรยี น โดยถูกตอ้ งจนกว่าจะหมดสภาพการเป็นนักเรียนของโรงเรยี น และจะตอ้ งมีการตดิ ต่อเกี่ยวกับงานของ งานการเงิน ดังนี้ 1. การเก็บเงินค่ากิจกรรม นกั เรยี นในระดบั ชั้นมัธยมศกึ ษาตอนตน้ ทุกคน จะต้องสมคั รเปน็ สมาชกิ กิจกรรมใดกจิ กรรมหนง่ึ ไดแ้ ก่ กิจกรรมลูกเสือ เนตรนารี หรอื ยวุ กาชาด โดยนกั เรียนจะตอ้ งชำระค่าบำรงุ ปีละ 1 คร้ัง ดงั นี้ 1.1 กิจกรรมลกู เสือ – เนตรนารี คนละ 5 บาท 1.2 กิจกรรมยุวกาชาด คนละ 5 บาท ถ้าเมื่อชำระเงนิ คา่ กจิ กรรมแลว้ จะเรยี กคืนไม่ได้ ไมว่ า่ กรณีใดๆ และหากนักเรยี นค้างชำระ จะไม่ มีสทิ ธิ์เขา้ สอบประจำภาคเรยี น 2. แนวทางการดาเนินงานตามนโยบายเรยี นฟรี 15 ปี อย่างมีคุณภาพ 84

วัตถุประสงค์ เพ่อื ใหน้ ักเรียนทุกคนมโี อกาสไดร้ ับการศึกษาโดยไม่เสยี คา่ ใช้จา่ ยสาหรบั รายการหนังสอื อปุ กรณก์ าร เรียน เคร่ืองแบบนกั เรียน และกจิ กรรมพัฒนาผู้เรยี น ที่ภาครฐั ใหก้ ารสนบั สนนุ โรงเรียนแจงรอ้ นวทิ ยาได้รบั งบประมาณสนบั สนนุ ค่าใช้จา่ ยในการจัดการศกึ ษา ตามรายละเอยี ดดงั น้ี 2.1 ค่าหนงั สือเรียน ใชห้ นงั สอื เรยี นสาระการเรยี นรพู้ นื้ ฐาน/รายวิชาพน้ื ฐาน 8 กล่มุ สาระการเรียนรู้ ตามหลกั สูตรแกนกลางการศึกษาขั้นพนื้ ฐาน พทุ ธศกั ราช 2551 2.2 ค่าอปุ กรณก์ ารเรยี น อปุ กรณท์ ี่จาเป็นและสง่ ผลต่อการพัฒนาคณุ ภาพผูเ้ รียน ในอัตราดังน้ี - มธั ยมศึกษาตอนต้น 210 บาท/ภาคเรยี น - มธั ยมศึกษาตอนปลาย 230 บาท/ภาคเรียน 2.3 ค่าเครอ่ื งแบบนกั เรียน ประกอบด้วย เสอ้ื /กางเกง/กระโปรง กรณมี ชี ุดเพียงพอแลว้ สามารถซื้อ เขม็ ขัด รองเท้า ถงุ เทา้ ชุดลูกเสอื /เนตรนารี ชุดกีฬาได้ ในอัตราดังน้ี - มัธยมศึกษาตอนต้น 450 บาท/คน/ปี - มัธยมศกึ ษาตอนปลาย 500 บาท/คน/ปี 3. ค่ากจิ กรรมพัฒนาผู้เรยี น ประกอบด้วย กจิ กรรมวชิ าการ กิจกรรมคุณธรรม/ลกู เสอื เนตรนารี กจิ กรรม ทศั นศกึ ษา กิจกรรมการบริการเทคโนโลยสี ารสนเทศและการส่ือสาร (ICT) งบประมาณพฒั นากจิ กรรมพฒั นาคณุ ภาพ ผู้เรียนต่อนกั เรียน 1 คน ดังนี้ - มัธยมศึกษาตอนตน้ 440 บาท/ภาคเรียน - มัธยมศึกษาตอนปลาย 475 บาท/ภาคเรยี น 4. การเก็บเงินคา่ ธรรมเนยี มเก่ียวกับการขอหลักฐานต่างๆ รำยกำร อตั รำกำรชำระ - ค่าออกใบรับรองผลการเรียนและใบรายงานต่างๆ (ชดุ แรกไมเ่ รียกเก็บ ) ชุดต่อไป ฉบบั ละ 5 บาท - คา่ ใบ รบ.1 – ต (ชุดแรกไม่เรยี กเก็บ) ชดุ ตอ่ ไป ฉบบั ละ 100 บาท - ค่าใบ รบ.1 – ป (ชดุ แรกไมเ่ รียกเก็บ) ชดุ ต่อไป ฉบับละ 100 บาท - ค่าใบรายงานผลการเรยี นเป็นภาษาองั กฤษ (transcript) ฉบบั ละ 100 บาท - คา่ ใบแทนใบประกาศนียบัตร ฉบบั ละ 100 บาท - คา่ ใบประกาศนียบตั ร รบั เกนิ กาหนด 10 ปี ฉบบั ละ 100 บาท - ขา้ แปลใบสาคัญหลักฐานเปน็ ภาษาอังกฤษ ฉบับละ 100 บาท - คา่ ปพ.1 (ชุดแรกไม่เรยี กเก็บ) ชดุ ตอ่ ไป ฉบบั ละ 100 บาท - ค่า ปพ.1 รับเกนิ กาหนด 60 วัน ฉบบั ละ 100 บาท - คา่ ปพ.1 รบั เกนิ กาหนด 10 ปี ฉบบั ละ 200 บาท 85

แผนผงั โครงสรำ้ งกลุม่ บริหำรงบประมำณ ผู้อำนวยกำรโรงเรยี น รองผู้อำนวยกำรโรงเรียน กลุม่ บรหิ ำรงบประมำณ หัวหนำ้ กลมุ่ บริหำร ผชู้ ่วยหัวหนำ้ กลุ่มบริหำร ผ้ชู ว่ ยหัวหนำ้ กลุ่มบรหิ ำร ผู้ชว่ ยหัวหนำ้ กลมุ่ บรหิ ำร งบประมำณ งบประมำณ 1 งบประมำณ 2 งบประมำณ 3 - กำรบรหิ ำรบัญชี - หวั หน้ำงำนพัฒนำระบบ - งำนเทคโนโลยสี ำรสนเทศ - งำนบริหำรพัสดแุ ละ - งำนจัดระบบกำรควบคมุ ประกันคณุ ภำพภำยใน - งำนตรวจสอบติดตำมและ สนิ ทรัพย์ สถำนศกึ ษำ ภำยใน ประเมนิ ผล - งำนตรวจสอบภำยใน - งำนบรหิ ำรกำรเงิน - งำนวิเครำะหแ์ ละจัดทำ - รำยงำนกำรใชเ้ งนิ และผล หน่วยงำน - งำนระดมทรพั ยำกรและ แผนของสถำนศึกษำ กำรดำเนินงำน กำรลงทนุ เพอ่ื กำรศึกษำ - จัดทำขอ้ ตกลงปฏบิ ัติ รำชกำร 86

กลุม่ บรหิ ำรวชิ ำกำร กลุ่มบริหารวชิ าการรบั ผดิ ชอบทางดา้ น หลกั สูตรการศกึ ษา เปน็ หลกั สตู รทก่ี ำหนดมาตรฐานการเรียนรูใ้ นการพัฒนาผเู้ รียน ตงั้ แต่ชนั้ ประถมศกึ ษาปที ่ี 1 ถึง ชั้นมธั ยมศกึ ษาปี 6 สำหรับผู้เรียนทกุ คนทุกกลุม่ เปา้ หมายสามารถปรบั ใช้ได้กบั การศึกษาทกุ รปู แบบท้งั ในระบบ นอก ระบบ และการศึกษาตามอธั ยาศยั ในสว่ นของการจัดการศึกษาปฐมวยั กำหนดใหม้ ีหลักสูตรการศึกษาปฐมวยั เปน็ การ เฉพาะ เพอื่ เปน็ การสร้างเสรมิ พฒั นาการและเตรยี มผู้เรียนให้มคี วามพรอ้ มในการเข้าเรียนชน้ั ประถมศกึ ษาปีที่ 1 หลกั สตู รขัน้ พ้ืนฐานที่สถานศกึ ษา นำไปใช้จดั การเรียนรู้ ในสถานศึกษานั้นกำหนดโครงสรา้ งที่เปน็ สาระการเรยี นรู้ จำนวนเวลาอย่ากวา้ งๆ มาตรฐานการเรียนรู้ท่แี สดงคณุ ภาพผู้เรียนเมอื่ เรียนจบ 12 ปแี ละเม่อื เรียนจบการเรยี นรู้ แต่ละ ชว่ งชน้ั ของสาระการเรยี นรูแ้ ต่ละกลมุ่ สถานศกึ ษา ตอ้ งนำโครงสรา้ งดังกลา่ วนีไ้ ปจัดทำเป็นหลักสตู รสถานศึกษาโดย คำนงึ ถึงสภาพปญั หาความพร้อม เอกลักษณ์ ภูมิปญั ญาท้องถิน่ และคณุ ลักษณะอันพึงประสงค์ ท้ังน้ี สถานศกึ ษาตอ้ ง จัดทำรายวิชา ในแต่ละกลมุ่ ให้ครบถ้วนตามมาตรฐานทีก่ ำหนด สถานศึกษาตอ้ งจดั สาระการเรียนรู้ ใหค้ รบทั้ง 8 กลมุ่ ในทุกชน้ั ใหเ้ หมาะสมกับธรรมชาตกิ ารเรยี นรู้ และระดับพฒั นาการของผู้เรยี น โดยในช่วงการศกึ ษาภาคบังคับคือ ชนั้ ประถมศึกษาปที ่ี 1 ถงึ ชั้นมธั ยมศึกษาปที ่ี 3 จดั หลกั สูตรเปน็ รายปแี ละชั้นมัธยมศึกษาปที ี่ 4-6 จัดเปน็ หนว่ ยกิต ดังนี้ ช้ันมธั ยมศกึ ษาปีท่ี 1-3 เปน็ หลกั สูตรทมี่ ่งุ เน้นการศึกษาเพ่มิ พนู ความรู้ และทกั ษะเฉพาะดา้ นมุ่งปลกู ฝงั ความรู้ความสารมารถและ ทกั ษะในวิทยาการและเทคโนโลยี เพ่ือให้เกิดความคดิ รเิ ร่ิม สร้างสรรค์ นำไปใช้ให้เกิดประโยชนต์ อ่ การศกึ ษาต่อและ การประกอบอาชพี มุง่ มน่ั พฒั นาตนและประเทศตามบทบาทของตน สามารถเปน็ ผู้นำและผู้ให้บริการชมุ ชนในด้าน ต่าง ๆ ลกั ษณะหลักสูตรในชว่ งช้ันนีจ้ ดั เปน็ หน่วยกิต เพ่อื ให้มีความยดื หยนุ่ ในการจดั แผนการเรียนร้ทู ต่ี อบสนองความ สามารถ ความถนัดความสนใจของผ้เู รียนแต่ละคนท้งั ด้านวิชาการและวิชาชพี หลกั การ หลกั สูตรแกนกลางการศึกษาข้นั พ้ืนฐาน มีหลักการทส่ี ำคัญดงั น้ี 1. เปน็ หลกั สูตรการศกึ ษาเพ่อื ความเปน็ เอกภาพของชาติ จุดมงุ่ หมายและมาตรฐานการเรยี นรู้ เปน็ เปา้ หมาย สำหรบั พฒั นาเดก็ และเยาวชนให้มคี วามรู้ ทักษะ เจตคติ และคุณธรรมบนพนื้ ฐานความเป็นไทยควบคู่กบั ความเปน็ สากล 87

2. เปน็ หลักสูตรการศึกษาเพือ่ ปวงชน ท่ีประชาชนทุกคนมีโอกาสได้รบั การศกึ ษาอย่างเสมอภาค และมี คณุ ภาพ 3. เปน็ หลกั สูตรการศกึ ษาทส่ี นองการกระจายอำนาจ ให้สงั คมมสี ่วนร่วมในการจัดการศึกษาให้สอดคล้องกบั สภาพและความตอ้ งการของทอ้ งถ่ิน 4. เปน็ หลักสตู รการศึกษาท่ีมโี ครงสรา้ งยดื หยนุ่ ทั้งด้านสาระการเรยี นรู้ เวลาและการจัดการเรยี นรู้ 5. เปน็ หลักสตู รการศึกษาทเ่ี นน้ ผู้เรยี นเปน็ การสำคญั 6. เป็นหลกั สูตรการศกึ ษาสำหรับการศกึ ษาในระบบ นอกระบบ และตามอัธยาศัยครอบคลุม ทุกกลมุ่ เป้าหมายสามารถเทยี บโอนผลการเรียนรู้ และประสบการณ์ จุดหมาย หลกั สูตรแกนกลางการศกึ ษาขั้นพื้นฐาน มงุ่ พฒั นาผเู้ รียนใหเ้ ป็นคนดี มีปญั ญา มีความสขุ มีศักยภาพในการศกึ ษาต่อ และประกอบอาชพี จงึ กำหนดเปน็ จดุ หมายเพอ่ื ใหเ้ กดิ กับผเู้ รียน เมอื่ จบการศึกษาข้นั พน้ื ฐาน ดังนี้ 1. มีคณุ ธรรม จริยธรรม และค่านิยมที่พงึ ประสงค์ เห็นคุณคา่ ของตนเองมวี นิ ยั และปฏบิ ัติตนตามหลกั ธรรม ของพระพทุ ธศาสนา หรือศาสนาที่ตนนับถอื ยดึ หลกั ปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง 2. มคี วามรู้ ความสามารถในการส่อื สาร การคิด การแกป้ ญั หา การใช้เทคโนโลยแี ละมที ักษะชวี ติ 3. มสี ุขภาพกายและสขุ ภาพจิตท่ีดี มสี ุขนสิ ัย และรกั การออกกำลังกาย 4. มีความรกั ชาติ มจี ิตสำนกึ ในความเป็นพลเมอื งไทยและพลโลก ยดึ มน่ั ในวิถชี วี ิตและ การปกครองตามระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเปน็ ประมุข 5. มีจติ สำนึกการอนรุ ักษว์ ฒั นธรรมและภมู ปิ ญั ญาไทย การอนรุ กั ษ์พฒั นาสง่ิ แวดล้อม มจี ติ สาธารณะทม่ี ุ่งทำ ประโยชน์และสร้างสง่ิ ทด่ี ีงามในสังคม และอยู่รว่ มกนั ในสงั คมอยา่ งมคี วามสุข ระดบั การศึกษา หลักสตู รแกนกลางการศกึ ษาขัน้ พืน้ ฐาน จดั ระดับการศกึ ษา เปน็ 3 ระดบั ดงั นี้ 1. ระดับประถมศึกษา (ชน้ั ประถมศึกษาปที ี่ 1-6) การศึกษาระดบั นเ้ี ปน็ ชว่ งแรกของการศกึ ษา ภาคบังคบั มุ่งเนน้ ทกั ษะพน้ื ฐานด้านการอา่ น การเขยี น การคดิ คำนวณ ทกั ษะการคิดพืน้ ฐาน การติดตอ่ ส่ือสารเรยี นรู้ ทางสงั คม และพน้ื ฐานความเป็นมนุษย์ การพัฒนาคณุ ภาพชวี ติ อย่างสมบูรณ์และสมดุลท้งั ในด้านร่างกาย สตปิ ญั ญา สังคม อารมณ์ และวัฒนธรรม โดยเนน้ จดั การเรียนรแู้ บบบรู ณาการ 2. ระดบั มธั ยมศกึ ษาตอนตน้ (ชนั้ มธั ยมศึกษาปที ี่ 1-3 )เปน็ ชว่ งสดุ ท้ายของการศกึ ษาภาคบังคบั มงุ่ เน้น ให้ผู้เรยี นไดส้ ำรวจสอบความถนัดและความสนใจของตนเอง ส่งเสริมการพฒั นาบคุ ลกิ ภาพสว่ นตน มีทกั ษะในการคิด วิจารณญาณ คิดสร้างสรรค์ และคิดแกป้ ญั หา มที ักษะในการดำเนินชวี ิต มีทกั ษะการใชเ้ ทคโนโลยีเพื่อเปน็ เคร่อื งมือใน การเรียนรู้ มคี วามรบั ผดิ ชอบตอ่ สังคม มีความสมดุลทัง้ ดา้ นความรู้ ความคิด ความดีงาม และมีความภูมใิ จในความเปน็ ไทย ตลอดจนเปน็ พื้นฐานในการประกอบอาชีพหรือการศึกษาตอ่ 88

3. ระดบั มธั ยมศึกษาตอนปลาย (เป็นชน้ั มัธยมศกึ ษาปี 4-6) การศึกษาระดับน้ีเนน้ การเพ่มิ พูนความรูแ้ ละ ทกั ษะเฉพาะด้าน สนองตอบความสามารถ ความถนัด และ ความสนใจของผเู้ รียนแตล่ ะคนท้ังด้านวิชาการและดา้ น วชิ าชพี มีทกั ษะในการใช้วิทยาการและเทคโนโลยี ทกั ษะกระบวนการคิดขนั้ สงู สามารถนำความไปประยุกต์ใช้ใหเ้ กิด ประโยชน์ในการศกึ ษาต่อและการประกอบชพี มุ่งพัฒนาตนและประเทศตามบทบาทของตน สามารถเป็นผนู้ ำ และผู้ ใหบ้ ริการชมุ ชนในดา้ นต่างๆ การจดั เวลา หลักสตู รแกนกลางการศึกษาขนั้ พ้นื ฐาน ได้กำหนดกรอบโครงสรา้ งเวลาเรียนข้นั ต่ำสำหรับกล่มุ สาระการ เรียนรู้ 8 กลุ่ม และกิจกรรมพัฒนาผูเ้ รยี น ซึง่ สถานศึกษาสามารถเพิม่ เตมิ ได้ตามความพร้อมแต่และจดุ เน้น โดย สามารถปรบั ใหเ้ หมาะสมตามบริบทของสถานศึกษาและสภาพของผูเ้ รยี น ดงั น้ี 1. ระดับชัน้ ประถมศึกษา (ชน้ั ประถมศึกษาปที ่ี 1-6) ให้จดั การเวลาเรียนเป็นรายปโี ดยมีเวลาเรียนวนั ละ ไม่ เกนิ 5 ชัว่ โมง 2. ระดบั ช้ันมัธยมศึกษาตอนตน้ (ชนั้ มธั ยมศึกษาปีท่ี 1-3) ให้จัดเวลาเรยี นเปน็ รายภาคมีเวลาเรยี นวันละไม่ เกิน 6 ช่วั โมงคิดนำ้ หนักของรายวิชาที่เรียนเปน็ หนว่ ยกติ ใชเ้ กณฑ์ 40 ช่วั โมงตอ่ ภาคเรยี น มคี ่าน้ำหนักวชิ า เท่ากับ 1 หน่วยกติ (นก) 3. ระดับมัธยมศกึ ษาตอนปลาย (ชน้ั มธั ยมศกึ ษาปีท่ี 4-6) ใหจ้ ัดเวลาเรียนเปน็ รายภาค มเี วลาเรียน วันละไม่ นอ้ ยกว่า 6 ชั่วโมง คดิ นำ้ หนักของรายวิชาทีเ่ รยี นเป็นหน่วยกจิ ใช้เกณฑ์ 40 ช่วั โมง ต่อภาคเรียน มคี า่ น้ำหนกั วิชาเท่ากับ 1 หน่วยกจิ (นก) กลุ่มสาระการเรียนร/ู้ กจิ กรรม ระดบั ชั้นมธั ยมศึกษาตอนตน้ ระดับชน้ั มัธยมศึกษาตอนปลาย (ม. 4 - ม. 6) วทิ ย์ - คณิต อังกฤษ-ตา่ งประเทศ องั กฤษ-สงั คม ม.1 ม.2 ม.3 • กลุม่ สาระการเรียนรู้ ภาษาไทย 120 (3 นก.) 120 (3นก.) 120 (3นก.) 240 (6 นก.) 240 (6 นก.) 240 (6 นก.) คณติ ศาสตร์ 120 (3 นก.) 120 (3นก.) 120 (3 นก.) 240 (6 นก.) 240 (6 นก.) 240 (6 นก.) วิทยาศาสตรแ์ ละเทคโนโลยี 120 (3 นก.) 120 (3 นก.) 120 (3 นก.) 240 (6 นก.) 240 (6 นก.) 240 (6 นก.) 89

สงั คมศึกษา ศาสนา และ 160 (4 นก.) 160 (4 นก.) 160 (4 นก.) 320 (8 นก.) 320 (8 นก.) 320 (8 นก.) วฒั นธรรม  ประวัติศาสตร์ 40 (1 นก.) 40 (1 นก.) 40 (1 นก.) 80 (2 นก.) 80 (2 นก.) 80 (2 นก.)  ศาสนา ศีลธรรม 120 (3 นก.) 120 (3นก.) 120 (3นก.) 240 (6 นก.) 240 (6 นก.) 240 (6 นก.) จรยิ ธรรม 80 (2 นก.) 80 (2 นก.) 80 (2 นก.) 120 (3 นก.) 120 (3 นก.) 120 (3 นก.)  หนา้ ทีพ่ ลเมอื ง วัฒนธรรมและการ ดำเนนิ ชีวิตในสังคม  ภูมิศาสตร์  เศรษฐศาสตร์ สขุ ศึกษาและพลศึกษา ศลิ ปะ 80 (2 นก.) 80 (2 นก.) 80 (2 นก.) 120 (3 นก.) 120 (3 นก.) 120 (3 นก.) การงานอาชีพ 80 (2 นก.) 80 (2 นก.) 80 (2 นก.) 120 (3 นก.) 120 (3 นก.) 120 (3 นก.) ภาษาต่างประเทศ 120 (3 นก.) 120 (3 นก.) 120 (3 นก.) 240 (6 นก.) 240 (6 นก.) 240 (6 นก.) รวมเวลาเรยี น (พืน้ ฐาน) 880 (22นก.) 880 (22นก.) 880 (22นก.) 1,640 (41 นก.) 1,640 (41 นก.) 1,640 (41 นก.) • รายวิชาเพมิ่ เติม ไมน่ อ้ ยกว่า 200 ช.ม./ปี 2,460 1,820 1,480 (61.5 นก.) (45.5 นก.) (37 นก.) รายวิชา/กิจกรรมที่สถานศึกษา จัด เพิม่ เตมิ ตามความพร้อมและจุดเนน้ • กิจกรรมพัฒนาผูเ้ รียน  กจิ กรรมแนะแนว  กิจกรรมนักเรียน 360 360 360 (ลูกเสอื /เนตรนาร/ี ชมุ นมุ ) 120 120 120  กจิ กรรมเพอื่ สงั คมและ สาธารณประโยชน์ รวมเวลากจิ กรรมพฒั นาผูเ้ รยี น 120 120 120 360 360 360 รวมเวลาเรยี นท้ังหมด ไมน่ อ้ ยกวา่ 1,200 ช.ม/ปี 4,420 ช.ม./3ปี 4,180 ช.ม./3ปี 3,840 ช.ม./3ปี 90

91

92

93

94

95

96

97

98


Like this book? You can publish your book online for free in a few minutes!
Create your own flipbook