หีบห่อ การเก็บรักษาไม่เส่ียงต่อการปนเป้ือนท่ีทาให้สูญเสียความเป็นอินทรีย์ รวมทั้งมีการป้องกันความ เสยี หายของผลติ ผลในการขนสง่ ภาพท่ี 29 การบรรจหุ ีบหอ่ และการเก็บรักษาผลิตผลอนิ ทรีย์ ปญั หาท่พี บเจอบา้ งของเกษตรกรคือยังมีการบง่ ช้ีผลติ ผลพืชอินทรยี ์ออกจากผลิตผลท่ัวไปไมช่ ัดเจน 8.กำรแสดงฉลำกและกำรกล่ำวอ้ำง ในพ้ืนท่ีรับผิดชอบสวพ.7 มีแหล่งผลผลิตอินทรีย์ท่ีแปรรูปเป็นผลิตภัณฑ์ มีการแสดงฉลากและการ กลา่ วอ้างโดยมี 1.คุณจุไรรัตน์ ศรลัมพ์ 56/5 หมู่ 2 ตาบลอ่างทอง อาเภอเกาะสมุย จังหวัดสุราษฎร์ธานี ซ่ึง เป็นผลิตภัณฑ์มะพร้าวแปรรูป 2.คุณอารมณ์ สุจริตรักษ์ 171 หมู่ 3 ตาบลแสงอรุณ อาเภอทับสะแก จังหวัดประจวบคีรีขันธ์ ซ่ึงเป็นผลิตภัณฑ์มะพร้าวแปรรูป 3.คุณวิชา พลไพศาล 95/10 หมู่ 8 ตาบลนาคา อาเภอสขุ สาราญ จงั หวดั ระนอง ซง่ึ เป็นผลติ ภัณฑ์มะม่วงหมิ พานต์แปรรปู ภาพท่ี 30 การแสดงฉลากและการกล่าวอ้างตามมาตรฐานสินค้า เกษตร 9000 เล่ม 1-2552 ปัญหาท่ีพบเจอบ้างคือบนฉลากไม่มีชื่อหน่วยรับรองและรหัสรับรองที่ถูกต้องชัดเจน รวมท้ังขนาด เครอื่ งหมายรับรองไมเ่ ป็นไปตามทม่ี าตรฐานกาหนด 9.กำรบนั ทึกขอ้ มลู กำรผลติ มกี ารจดั ทาประวตั ิ แผนท่ี แผนผงั ฟาร์มที่เป็นปัจจุบนั รวมท้ังมกี ารจัดทาแผนการผลติ และ จดบันทึกการปฎบิ ตั ิงานทส่ี าคญั ภายในแปลง เช่น การปลูก การดูแลรักษา การป้องกันกาจัดศัตรูพืช และการ เก็บเกี่ยวในแต่ละรอบการผลิต 92
ภาพท่ี 31 การบนั ทึกข้อมูลการผลติ พืชอนิ ทรีย์ ปญั หาทพ่ี บมากที่สุดในพ้นื ทีส่ วพ.7 คือการบนั ทกึ ข้อมลู การผลติ พชื อนิ ทรีย์ท่ไี ม่ละเอียดและไมช่ ดั เจน 10.กำรทวนสอบ มกี ารบนั ทึกหลักฐานและเอกสารท่สี ามารถทวนสอบได้ และมกี ารจดั เก็บบนั ทกึ ใบเสรจ็ ไวต้ รวจสอบ เช่น ปจั จัยการผลติ ทน่ี ามาใช้ในแปลง ปยุ๋ อินทรยี ์ รวมทั้งผลผลิตทจี่ าหนา่ ยในแตล่ ะรอบการเกบ็ เกย่ี ว ภ า พ ที่ 32 การทวน สอบปจั จัยการผลิต และผลผลิตพชื อินทรียต์ ามมาตรฐานสนิ ค้าเกษตร ปัญหาท่ีพบมากที่สุดในพ้ืนที่สวพ.7 คือไม่มีการเก็บเอกสาร หลักฐาน ปัจจัยการผลิตที่นามาใช้ใน แปลง รวมท้งั การจาหน่ายผลผลติ ในแตล่ ะรอบ และในแต่ละปีของแปลง 10.3 ตัวอยำ่ งเกษตรกรอนิ ทรีย์ดีเดน่ ในพนื้ ท่ภี ำคใต้ตอนบน 10.3.1 นำยสฤษด์ิ โชตชิ ว่ ง เกษตรกรอนิ ทรีย์ดีเดน่ (ท่ี 1 ระดบั ประเทศ) ปี 2561 ชนิดพืชอินทรยี ์ : มะพร้ำว ประวัติ ช่อื – สกลุ 93
นายสฤษด์ิ โชติชว่ ง 66 ปี อำยุ เลขท่ี 49/1 หมู่ 2 ตาบลบ้านใต้ อาเภอเกาะพะงัน จงั หวดั สรุ าษฎรธ์ านี ท่ีอยู่ ป.4 โรงเรียนวัดโพธิ์ศรที องกุล กำรศกึ ษำ สมรสกับ นางศุภวรรณ โชตชิ ว่ ง มบี ตุ ร 2 คน สถำนภำพ เกษตรกร อำชพี มะพร้าว 11 ไร่ (275 ต้น) พื้นทีป่ ลูก นายสฤษด์ิ โชตชิ ว่ ง บุตรของ นายบมึ -นางนอ้ ม โชตชิ ว่ ง มีพ่นี อ้ งรว่ มกนั ทงั้ หมด 9 คนเกิดเมอ่ื วันที่ 15 ธนั วาคม พ.ศ. 2494 บ้านเลขที่ 5 หมูท่ ่ี 2 ต.บ้านใต้ อ.เกาะสมุย จ.สรุ าษฎร์ธานี (เกาะพะงนั ปัจจบุ นั ) จบ การศึกษา ป.4 โรงเรยี นวัดโพธ์ศิ รีทองกลุ ต้ังแตศ่ กึ ษา ป.2 ก็ตามพ่อแมแ่ ละพี่ๆ ไปทาไร่ปลกู ขา้ ว ปลกู พืช ปลกู ผัก เพ่ือการดารงอยู่ในครอบครวั ปลกู ทกุ อยา่ งที่เรากินได้ และปลูกพชื เลี้ยงสัตว์ เพ่อื เพิม่ รายไดอ้ ีกทางหน่ึง เมอ่ื ก่อนเรามอี ะไรเรากแ็ บง่ ปันกนั พี่น้องบางคนก็ทาการประมงชายฝั่ง ทุกส่งิ ทุกอย่างได้สัมผสั มาตลอด มนั ซมึ ซบั อยใู่ นหวั ใจและจติ สานกึ รูว้ ่าธรรมชาติส่ิงแวดล้อมเป็นฐานการสรา้ งทกุ ส่งิ ทกุ อยา่ งบนโลกใบน้ี เราเอา ต้นแบบของปยู่ า่ ตายาย ภมู ปิ ัญญา วิถีชวี ิตท่เี ราสืบทอดกนั มาจากหลายชัว่ คน ผมยอมรับวา่ ผมไมไ่ ดค้ ดิ ค้นมา เองมันเปน็ การสบื ทอด การส่งตอ่ การหล่อหลอม ท่ีมีมาโดยสายเลอื ด และจติ ใต้สานกึ ที่บรรพบรุ ุษไดด้ ารงชวี ิต สว่ นใหญ่ใชภ้ มู ปิ ัญญาทั้งส้ิน มันมีมากจนทกุ อยา่ งเราไม่สามารถเก็บได้ทุกเรอ่ื ง แค่หยบิ มาใช้เปน็ บางเรื่อง และ ต่อมาจากท่ีเราคุ้นเคยกันทุกสิ่งทุกอย่างในธรรมชาตมิ ันเก้ือกลู กนั ได้อยา่ งลงตัว 1. แนวคดิ ริเริ่มและควำมพยำยำมฟนั ผำ่ อปุ สรรคในกำรสร้ำงสรรค์ผลงำน 1.1 แนวความคดิ ในการทางาน : จุดเริ่มต้นในการหันมาสนใจพืชอินทรีย์ วันท่ี 13 เมษายน พ.ศ. 2505 พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ภมู พิ ลอดลุ ยเดช รชั การท่ี 9 เสด็จประพาสน้าตกธารเสด็จ อ.เกาะพะงัน ซึ่งเป็นท่ีปราบปล้ืมของพสกนิกรของ ชาวเกาะพะงัน หลงั จากวันนั้นเรากไ็ ดท้ ราบการตามโครงการเศรษฐกจิ พอเพียง เราได้น้อมนาแนวพระราชดาริ ท่ีสอดคล้องกับวิถีชีวิตเดิมๆ ให้เข้ากับชีวิตท่ีพอเพียง อันดับแรกเรามีพืช ไม้ผล เช่น มะพร้าว มังคุด ทุเรียน สะตอ เงาะ ลางสาด มะเฟือง มะม่วง ฝรั่ง ละมุด ฯลฯ และผลไม้ต่างๆ ตามที่ปรากฏ แต่มีพืช 1 อย่างที่มี ความสาคญั ตอ่ ชวี ิตของคนเกาะพะงันมาอยา่ งยาวนาน คือ มะพร้าว สายพันธ์ุใหญ่เกาะพะงัน ผมเลยมีแนวคิด ว่าจะยกระดับมะพร้าวเกาะพะงนั รวมทั้งพบว่าตลาดมีการต้องการสินค้าเกษตรอินทรีย์ท่ีได้รับการรับรองโดย หน่วยงานทเ่ี ช่ือถือได้ จงึ หนั มาผลติ พชื ท่ีปลอดสารเคมีอยา่ งแทจ้ รงิ ภาพที่ 33 มะพรา้ วสายพนั ธุ์ใหญ่เกาะพะงัน 94
1.2 การพฒั นาใฝ่รู้ : ต้องศึกษาเพ่ิมเติมว่าเงื่อนไงที่ต้องการของสวนเกษตรอินทรีย์มีอะไรบ้าง โดยเฉพาะการประกอบ อาชพี ทาการเกษตรอินทรยี ์ เปน็ การทาท่ีอาศยั ระบบธรรมชาตเิ ป็นหลัก ต้องการแสงแดดมากหรือน้อยเพียงใด ผู้ปลูกจะต้องศึกษาลกั ษณะการเจริญเตบิ โตของพืชแต่ละอยา่ งให้เข้าใจ ซ่ึงสามารถศึกษาได้หลายช่องทาง เช่น จากการสงั เกต จากการสอบถามผรู้ ู้ จากการศกึ ษาจากตารา เข้ารับการสัมมนา ฝึกอบรมจากหน่วยงานของรัฐ ภาคเอกชนอย่างต่อเนื่อง ตลอดจนศึกษาด้วยตนเองจากสื่อการเรียนรู้ต่าง ๆ เช่น จากวิทยุ โทรทัศน์ เว็บไซต์ ตลอดจนได้คาแนะนาจากเจ้าหน้าท่ีสานักวิจัยและพัฒนาการเกษตรเขต 7 รวมท้ังการศึกษาดูงานสวนเกษตร อนิ ทรยี ใ์ นที่ตา่ งๆท่วั ประเทศเพ่อื นามาปรบั ใชก้ บั สวนตัวเอง เป็นต้น ภาพท่ี 34 อบรมการผลติ พืชอินทรยี ์ตามมาตรฐานสินค้าเกษตร 9000 เลม่ 1-2552 1.3 การประยุกตแ์ ละการบริหารจัดการใช้เทคโนโลยี : แมลงดาหนามและหนอนหัวดาเป็นศตั รพู ชื มะพร้าวทมี่ ากนิ ใบออ่ นและใบแก่ตน้ มะพรา้ ว ได้มี การศึกษาทางดา้ นวิชาการและเทคโนโลยใี นการป้องกันกาจัดด้วยตนเองและกบั หน่วยงานราชการ กรม วชิ าการเกษตร โดยการทดลองเล้ยี งและปลอ่ ยแตนเบียนบริเวณสวนนบั ว่าเป็นทนี่ า่ พอใจสามารถควบคุม จานวนแมลงดาหนามและหนอนหวั ดาให้นอ้ ยลงได้ ภ า พ ที่ 3 5 การผลิตแตน เบยี นเพอ่ื ปอ้ งกันกาจดั แมลงศัตรูมะพรา้ ว 1.4 การแก้ไขปัญหาด้านการผลิต เศรษฐกิจและสังคม 95
การผลิตพืชอนิ ทรีย์เป็นการผลติ พืชทอ่ี าศัยระบบนเิ วศนธ์ รรมชาติรวมกับเทคโนโลยีการผลิตตามหลกั วชิ าการ ฉะนนั้ ผลผลิตท่ไี ดจ้ ึงตอ้ งอาศัยธรรมชาติเปน็ ตัวกาหนดด้วยส่วนหนง่ึ วา่ ปีใดผลผลติ จะมาก หรือน้อย เช่น ถา้ ปใี ดปริมาณฝนตกสม่าเสมอตลอดปี ปรมิ าณแสงแดดพอเพยี ง ปนี ้นั ผลผลติ จะสม่าเสมอ แต่ถา้ ปใี ดฝน แลง้ ตดิ ตอ่ กนั หลายเดือน ผลผลิตปนี นั้ จะไม่มาก รวมท้ังจะมีแมลงศตั รูพืชระบาดรนุ แรง ผลผลติ ของพชื กจ็ ะมี ไมม่ าก โดยเฉพาะศัตรูพืช จาพวก แมลงดาหนาม, ดว้ งมะพรา้ ว, กระรอก ซ่ึงเปน็ ปจั จยั หลักทีส่ ง่ ผลตอ่ การ ผลติ ปจั จบุ ันทางสวนไดม้ กี ารเฝ้าระวังศัตรพู ืชชนิดต่างๆ หากพบก็จะดาเนินการตามมาตรการที่ได้เตรียมไว้ รวมท้งั การยกระดบั มะพรา้ วเกาะพะงัน โดยได้ตั้งกลมุ่ ข้ึนมาเปน็ กลุ่ม ชาวสวนมะพร้าวเกาะพะงัน และไปขอขึน้ ทะเบียนกลมุ่ จากนายทะเบียนสานักงานเกษตรอาเภอ และได้ตั้งชอื่ กลุ่มวิสาหกจิ ชุมชนชาวสวน มะพร้าวเกาะพะงัน โดยโครงสรา้ งกล่มุ มสี มาชกิ เบ้อื งต้น จานวน 18 คน มี นายสฤษด์ิ โชติช่วง เปน็ ประธาน กลุ่ม หลังจากน้ันในท่ปี ระชมุ มมี ตมิ อบหมายให้นายสฤษด์ิ โชตชิ ว่ ง ดาเนนิ การขอข้ึนทะเบียนสงิ่ บ่งชที้ าง ภูมิศาสตร์ (GI) เม่อื วันที่ 1 กันยายน 2551 และได้ประกาศข้ึนทะเบียนจากกรมทรัพยส์ ินทางปัญญา เมื่อวันท่ี 9 เมษายน พ.ศ. 2556 ภาพ ที่ 36 การผลิตแตนเบยี นเพ่อื ป้องกนั กาจดั แมลงศัตรูมะพร้าว หลงั จากนน้ั ก็มีเกษตรกรเข้าร่วมเป็นสมาชิกเพ่ิมข้นึ มาเรือ่ ยๆตามลาดับ และร่วมกนั ทาแปลงให้ได้ ความปลอดภัยของผลผลติ และได้คานึงต่อความปลอดภัยของผบู้ ริโภค เม่ือมะพรา้ วมีการระบาดของแมลง ศัตรพู ืช กลุ่มไดร้ วมตัวกันแก้ปญั หาโดยการไปดูงานในท่ีต่างๆหลายแห่งเพอื่ จะปอ้ งกนั กาจดั แมลงศัตรพู ืชโดย ชีววิธี โดยไม่ใช้สารเคมี และไดค้ ัดคา้ นการใช้สารเคมีในโครงการใช้สารเคมีของจังหวดั และเกษตรจังหวัด โดย ใชง้ บพฒั นาจงั หวัดในการฉีดเขา้ ตน้ เม่ือปี พ.ศ. 2557 และไดด้ าเนนิ การจดั เวทีสาธารณะเพอ่ื แสดงความ คดิ เหน็ ผลฝ่ายไม่เอาสารเคมี เป็นมติ 96 ต่อ 6 เปน็ อันยกเลกิ ในส่วนของโครงการเจาะใสย่ าเข้าตน้ และก่อน หนา้ นั้นทางกลุ่มกับองค์กรตา่ งๆ และส่วนราชการได้เหน็ พ้องประกาศเจตนารมณร์ ว่ มกนั เม่ือปี พ.ศ. 2553 ว่าจะไม่ใช้สารเคมี จะทาใหเ้ กาะพะงันเป็นเกาะอนิ ทรีย์ ปลอดจากสารเคมที ุกชนดิ ทกุ ด้านอย่างแทจ้ รงิ 96
ภาพท่ี 37 การรณรงคก์ ารใช้แตนเบียนกาจดั แมลงศัตรพู ืชแทนสารเคมี ตลอดจนเกาะพะงันนับว่าเป็นแหล่งผลิตมะพร้าวทม่ี คี ุณภาพของประเทศไทย นับวันจานวนสวน มะพรา้ วนอ้ ยลงเร่ือยๆ เพราะรายได้จากสวนมะพรา้ วเร่มิ ไม่พอกบั ค่าครองชีพทส่ี ูงขึ้นในเมอื งทอ่ งเท่ยี ว จาก การขายมะพร้าวเปน็ ลกู ทางเราได้สอนวธิ กี ารแปรรูปผลิตภณั ฑจ์ ากมะพร้าวให้กบั ชมุ ชน ท้ังการทานา้ มัน มะพร้าวสกดั เย็น การสานเคร่อื งไม้เครื่องมือจากทางมะพร้าว ฯ เพ่ือเพ่ิมมลู คา่ สนิ คา้ เมื่อชาวสวนมรี ายได้เพิ่ม มากข้ึนจากมะพร้าวก็จะรักษาสวนมะพรา้ วให้อย่คู ู่กับเกาะพะงนั ตอ่ ไปอยา่ ง ยั่งยนื ภาพที่ 38 การแปรรูปผลติ ภณั ฑ์จากมะพร้าว กำรแก้ไข ปัญหำ ด้ำนเศรษฐกิจและสังคม ด้ำนเศรษฐกจิ 1. ครัวเรือนมรี ายไดต้ ลอดปี 2. ลดรายจ่ายเพิม่ รายได้ 3. ผลผลติ มีมูลค่าสูง 4. ตน้ ทุนในการผลิตต่า 5. เกิดการออมเงินในครัวเรือน ดำ้ นสังคม 1. เกิดความเออ้ื อาทร 2. เกดิ ความรักสามคั คี 3. เกดิ การเรียนรู้ 4. เปน็ แหล่งเรียนรู้ 5. เป็นต้นแบบการผลิตพืชอนิ ทรยี ์แบบพอเพยี ง และเพยี งพอ 6. กำรบริหำรจัดกำรทด่ี ี 97
มะพร้าวเป็นพืชที่ข้ึนอยู่กับสภาพฝนถ้าฝนมาก อีก 9 เดือนมะพร้าวก็จะมากถ้าฝนน้อยมะพร้าวก็จะ นอ้ ย จงึ มีการเก็บขอ้ มลู ผลผลิตเพอ่ื วางแผนในการจดั การผลผลติ และมีการใส่ปุย๋ อินทรียใ์ หก้ ับต้นมะพร้าวตาม รอบที่กาหนด ภาพที่ 39 การจดั การสวนมะพรา้ วตามมาตรฐานสินคา้ เกษตร 2. ผลงำนและควำมสำเรจ็ ของผลงำนทงั้ ปรมิ าณและคณุ ภาพตลอดจนระยะเวลาท่ีปฏบิ ตั ิงานและความยง่ั ยืนใน อาชพี การผลิตตามมาตรฐานพืชอินทรีย์ เพื่อให้ได้ผลผลติ คุณภาพมาตรฐาน เป็นทยี่ อมรับของคูค่ า้ และ ผู้บริโภค 2.1 พ้นื ที่ไมม่ ีควำมเสย่ี งตอ่ กำรปนเปอ้ื นสำรเคมี โลหะหนัก เปน็ พื้นท่ปี ลกู พืชอนิ ทรีย์ทั้งหมด ภาพที่ 40 การผลิตมะพรา้ วในพ้นื ที่เกาะพะงนั ใช้น้าฝนในการผลติ มะพรา้ ว ไม่มคี วามเสีย่ งต่อการปนเป้ือนเช้ือจุลินทรีย์ รวมท้ังมีการใช้น้าหมัก ชีวภาพผลไม้(พด.2) และนา้ ปลาหมักมาใช้ในการผลิต 2.2 กำรวำงแผนกำรจัดกำรมีมำตรกำรกำรปฏิบัตปิ ้องกันกำรปนเปื้อนท่ชี ดั เจน ทง้ั ทำงดนิ ทำง น้ำ ทำงอำกำศ และเครื่องมือทำงกำรเกษตร มสี วนมะพร้าวอนิ ทรีย์ ถนน และป่าธรรมชาตเิ ป็นแนวกันชนโดยรอบ ทงั้ ทางดิน และทางนา้ และทาง อากาศ 98
ภาพที่ 41 การวางแผนการจัดการปอ้ งกนั การปนเปือ้ นที่ชดั เจน 2.3 เมลด็ พนั ธแ์ุ ละส่วนทีใ่ ชข้ ยำยพันธ์ุ ส่วนท่ีใช้ขยายพันธุ์มาจากระบบการผลิตพืชอินทรีย์ และมีการขยายพันธ์ุเองในสวน เริ่มต้ังแต่การ คัดเลือกสายพันธ์ุมะพร้าวใหญ่เกาะพะงันที่ให้ผลผลิตที่มีคุณภาพมาทาการขยายพันธ์ุ โดยต้องมีลักษณะ “มะพร้าวใหญ่สะโพกโต เน้ือหนา กะลาแข็ง ก้านใหญ่ ทางใบยาว เนื้อมะพร้าวสองชั้น น้ามันใส ใยเปลือก เหนียว เน้ือหวานมนั ”นาตน้ พันธุ์ไปปลูกแซมช่องว่างหรอื บริเวณทีเ่ ห็นวา่ มะพร้าวเดิมเรม่ิ ใหผ้ ลผลติ นอ้ ยลง ภาพที่ 42 การขยายพันธม์ุ ะพร้าวเกาะพะงนั 2.4 กำรจัดกำรและกำรปรบั ปรุงบำรงุ ดนิ มีการรักษาและเพ่ิมความอุดมสมบูรณ์ของดิน การใส่ปุ๋ยอินทรีย์ให้กับมะพร้าว ทางมะพร้าวท่ีร่วงมา ในสวนจะใชท้ าแนวกน้ั ลกู มะพร้าว เพื่อท่ีเวลาสอยลงมามะพร้าวจะได้ไปกองบริเวณเดียวกัน รวมท้ังการใช้ปุ๋ย อินทรีย์จากปุ๋ยคอกหมูหลุมและจากปุ๋ยหมัก พด.1 จากเปลือกมะพร้าวและขุยมะพร้าวจากในสวน รวมทั้งมี การใชน้ ้าหมกั ชีวภาพ (พด.2) จากผลไม้สุกตา่ งๆ รวมท้ังการทาน้าหมักชวี ภาพจากปลาหมักภายในสวนดว้ ย 99
ภาพที่ 43 การปรับปรุงบารุงดินมะพร้าวอนิ ทรยี ์ในรูปแบบตา่ งๆ 100
2.5 กำรจัดกำรศตั รพู ืช มมี ำตรกำรและกำรป้องกนั กำจัดโรคพชื และแมลงสตั วศ์ ัตรูพืช รวมท้ัง วัชพชื ตลอดกำรผลิตสอดคล้องตำมมำตรฐำนท่ีกำหนด ภาพที่ 44 การใช้แตนเบียนโกนิโอซสั และแตนเบียนบราคอนในการปอ้ งกันกาจัดศัตรูพชื มีการใช้แตนเบียนโกนิโอซัสและแตนเบียนบราคอนในการป้องกันกาจัดแมลงศัตรูพืชภายในสวน รวมท้ังมีการตดั แต่งทางมะพรา้ วที่โดนระบาดจากแมลงศัตรูพชื มาเผาทาลายนอกสวน 2.6 กำรเกบ็ เกย่ี วและกำรจดั กำรหลังกำรเก็บเก่ียว มีการล้างทาความสะอาดวัสดุอุปกรณ์ ก่อนและหลังการเก็บเก่ียวผลิตผลมีความรู้ความเข้าใจใน หลกั การจดั การเก็บเกย่ี ว และปฏิบัติได้อย่างถูกต้องตามหลักเกษตรอินทรีย์ รวมท้ังสถานท่ีปฏิบัติงานหลังการ เกบ็ เกย่ี วถูกสุขลักษณะ ไม่มีความเสย่ี งต่อการปนเป้อื น และพาหะนาโรค ภาพท่ี 45 ลักษณะการเก็บเกยี่ วมะพรา้ วบนเกาะพะงัน 2.7 กำรบรรจหุ ีบห่อ กำรเก็บรักษำ และกำรขนสง่ ไมม่ กี ารบรรจหุ บี หอ่ ผลติ ผลพชื อินทรยี ์ โดยมีการจาหนา่ ยผลผลิตสดทง้ั หมดในสวน 101
ภาพท่ี 46 ลกั ษณะการจดั การมะพร้าวหลังการเก็บเกย่ี ว 2.8 กำรแสดงฉลำกและกำรกล่ำวอ้ำง มีการกลา่ วอ้างใบรับรองอนิ ทรยี ต์ ามมาตรฐานสินคา้ เกษตร 9000 เลม่ 1-2552 เพ่ือจาหนา่ ย ผลผลติ มะพรา้ วในสวน ภาพที่ 47 การ แสดง ฉลากและการกล่าวอา้ งมะพร้าวอนิ ทรีย์ 2.9 กำรบันทกึ ข้อมลู กำรผลติ มีการจดบันทึกการปฏบิ ัติงานภายในฟาร์มเก่ียวกับการผลติ พืชอินทรยี ์ ท้ังการปลูก การดูแลรักษา การป้องกนั กาจัดศตั รูพชื และการเก็บเกย่ี ว ปรมิ าณผลิตผล การผลติ อย่างต่อเน่ือง 102
ภาพ ที่ 48 การบันทึกข้อมูลการผลิตมะพร้าวอนิ ทรยี ์ 2.10 กำรทวนสอบ มบี นั ทึกหลักฐาน และเอกสารทีส่ ามารถทวนสอบได้ตลอดห่วงโซ่การผลิต ตามแผนการดาเนนิ กจิ กรรมภายในฟารม์ ดงั ตารางข้างลา่ งดังน้ี กจิ กรรม มค. กพ. มคี . เมย. พค. มิย. กค. สค. กย. ตค. พย. ธค. ตัดหญา้ X XX ใส่ปยุ๋ อินทรยี ์ X X เกบ็ ผลผลิต X X X XX ตำรำงที่ 12 ต้นทุนกำรผลติ มะพรำ้ วและรำยได้ ปี 2560 (นำยสฤษดิ์ โชติช่วง) ลำดบั รำยกำร จำนวนเงิน (บำท) 1. ตดั หญ้า 11,000 2. วสั ดุ-อุปกรณ์ ปุ๋ยอินทรีย์ 9,900 3. ค่าจา้ งเกบ็ เกี่ยว 24,000 รวม 44,900 ผลผลิตทงั้ หมด 24,000 ลกู ราคาเฉลย่ี ลูกละ 15 บาท รายได้ 360,000 บาท รายจ่าย 44,900 บาท กาไรสทุ ธิ 315,100 บาท 3. ควำมสำเรจ็ ควำมเป็นผู้นำ และกำรเสียสละเพื่อประโยชน์ส่วนรวมด้ำนต่ำงๆ ผลงำนและควำมสำเร็จ 103
1) รางวัลเกษตรกรคนเกง่ ประจาปี 2557 (ธ.ก.ส) มผี ลงานโดดเด่นดา้ นเกษตรอินทรียแ์ บบผสมผสาน สามารถถา่ ยทอดองค์ความรแู้ กเ่ กษตรกรและบคุ คลทว่ั ไป 2) ประกาศเกยี รติคุณ ไดร้ ับเลือกต้งั เปน็ ผู้แทนเกษตร ระดับตาบล 3) ได้รบั รางวัลชมเชย (ในการประกวดแขง่ ขันจดั สวนหย่อมพืชผักสวนครวั ) ในงาน “มหกรรมสินคา้ เกษตรเมืองสามอ่าว ปี 2557” 4) ไดร้ บั รางวัลชนะเลิศ (ในการประกวดชุดภาชนะพืชผกั สวนครัวเพ่ือสขุ ภาพ) ในงาน “มหกรรมสินค้า เกษตรเมืองสามอ่าว ปี 2557” 5) ได้เข้ารบั การอบรมเกษตรกรรุ่นใหม่ หลกั สูตร (เพ่ิมประสทิ ธภิ าพการบริหารจัดการธุรกิจ) 6) ได้ผา่ นการอบรม หลกั สตู รโครงการพฒั นาการเกษตรตามแนวทฤษฎใี หม่ โดยยดึ หลกั เศรษฐกิจ พอเพียง(ศูนย์เครือขา่ ยปราชญช์ าวบา้ น) 7) เปน็ วทิ ยากรเรอ่ื งเศรษฐกจิ พอเพยี ง “เกษตรอินทรยี ์” 8) จดั อบรมการผลติ ป๋ยุ หมัก 9) เป็นท่ปี รกึ ษากลมุ่ ออร์แกนิค หนองพลบั ควำมเปน็ ผู้นำและกำรเสียสละเพอื่ ประโยชน์ส่วนรวม 1. เป็นประธานคณะกรรมการสถานศึกษาโรงเรียนเกาะพะงันศกึ ษา (มธั ยม) 2. เปน็ ประธานคณะกรรมการสถานศึกษาโรงเรียนชมุ ชนบ้านใต้ (ประถมศึกษา) 3. ประธานศูนยบ์ รกิ ารถ่ายทอดเทคโนโลยกี ารเกษตร ประจาตาบลบ้านใต้ 4. ประธานศนู ย์จัดการศัตรพู ชื ชมุ ชนตาบลบ้านใต้ 5. ประธานคลัสเตอร์มะพรา้ วเกาะพะงัน(คลัสเตอรต์ ้นน้า) 6. รองผู้จดั การเกษตรแปลงใหญ่ (มะพร้าวเกาะพะงนั ) 7. เป็นประธานธนาคารตน้ ไม้เกาะพะงนั 8. คณะกรรมการสง่ เสริมวสิ าหกจิ ชมุ ชนจังหวัดสรุ าษฎรธ์ านี 9. คณะกรรมการไม้ผลสภาเกษตรจงั หวดั สุราษฎร์ธานี 10. คณะกรรมการ ศพก. อาเภอเกาะพะงัน 11. สมาชิกกลุ่มวิสาหกจิ ชุมชนเกษตรอินทรีย์พะงันและท่ีปรกึ ษา 12. ไดร้ ับโล่ เดนิ ตามรอยพระราชปณธิ านสรา้ งสรรค์งานเพ่ือแผน่ ดินจากในหลวง ปี พ.ศ. 2554 13. ได้รับโล่ ผูม้ ีคณุ ธรรม จรยิ ธรรม ดีเดน่ ปี พ.ศ. 2554 จากสมเดจ็ พระสังฆราช 104
ภาพที่ 49 ความเป็นผนู้ า การเสยี สละเพือ่ ประโยชน์ของ ส่วนรวม 4. การอนุรักษท์ รัพยากรธรรมชาติและส่งิ แวดลอ้ ม 4.1 มีการจดั การเพอ่ื อนรุ กั ษ์ดนิ และนา้ มกี ารปลกู มะพรา้ ว แฝก และป่าธรรมชาติทกุ ๆปเี พ่อื อนุรักษ์ดินและน้า ไว้ให้อยู่คู่กับชาวเกาะพะงันไว้ ตราบนานเทา่ นาน รวมทั้งมีการใชเ้ ครื่องตัดหญ้าและรถตัดหญ้าในการกาจัดวัชพืช ไม่มีการใช้สารเคมีทุกชนิด ในสวน 105
ภาพที่ 50 การอนุรักษ์ทรัพยากรดินและนา้ 4.2 มกี ารอนรุ ักษ์ความหลากหลายทางชวี ภาพ การทาสวนตามแบบวิธีชีวิตดั้งเดิมของคนเกาะพะงันท่ีมีสวนอยู่บนเขา จะไม่ปลูกพืชชนิด เดียวในสวน แต่จะปลูกพืชหลายๆชนิดในสวนเดียวกัน โดยจะเลือกว่าสภาพบริเวณน้ันเหมาะแก่การปลูกพืช ชนิดใด อาทิ มะพร้าวสามารถปลูกบริเวณท่ีมีหินมาก หรือบริเวณแนวสวน มะปราง น้อยหน่า ปลูกในท่ีแดด จัด ลางสาดปลูกบริเวณดินร่วนซุย เงาะกับมังคุดปลูกในที่เย็นหรือช่องเขา เพราะฉะนั้นเราจะพบความ หลากหลายทางชีวภาพในสวนเป็นเร่ืองปกติ รวมทั้งเมื่อไม่มีการนาสารเคมีเข้ามาใช้ทาให้ความหลากหลายทางชีวภาพ และความสมดุลทาง ธรรมชาติกจ็ ะเกิดขึ้น เช่น แมลง นก สัตว์เลอื้ ยคลาน กระรอก กระแต ไกป่ ่า ภาพท่ี 51 การอนรุ ักษ์ความหลากหลายทางธรรมชาติ 5.อื่นๆ เน่ืองจากกลุ่มลูกค้าในประเทศและตา่ งประเทศต้องการสินค้าที่มีการรบั รองเกษตรอนิ ทรีย์โดย หนว่ ยงานทเ่ี ชื่อถือได้ ทางเราได้ผลักดนั ใหล้ ูกค้าไดเ้ ขา้ ใจและมั่นใจในมาตรฐานเกษตรอินทรยี แ์ ละมะพร้าว อนิ ทรยี ์ของเกาะพะงนั และเป็นพชื GI ของประเทศไทย โดยจาหนา่ ยสินคา้ ภายใตก้ ารรับรอง Organic Thailand ทง้ั นเี้ พ่ือส่งเสริมให้มะพร้าว (GI) Organic Thailand เป็นที่รู้จักในสากลตอ่ ไป 106
ภาพที่ 52 การ ประชาสมั พันธม์ ะพร้าว GI ที่ได้ รับรอง Organic Thailand 10.3.2 นำยภิญโญ แป้นจนั ทร์ เกษตรกรอนิ ทรีย์ดเี ดน่ (ท่ี 2 ระดบั ประเทศ) ปี 2557 ชนดิ พืชอนิ ทรีย์ : ผสมผสำน ประวัติ นายภิญโญ แป้นจนั ทร์ 66 ปี ชื่อ – สกลุ เลขท่ี4 หม๗ู่ ตาบลนา้ รอบอาเภอพนุ พิน จงั หวัดสรุ าษฎร์ธานี อำยุ ปริญญาโท มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตรบ์ างเขน ทอ่ี ยู่ สมรสกับ นางบญุ เรืองแป้นจันทร์ กำรศกึ ษำ เกษตรกร สถำนภำพ อำชีพ 107
พ้ืนที่ปลกู พืชผสมผสาน(ไม้ผล) 16 ไร่ สภำพพน้ื ที่ เปน็ ที่ราบ ดินรว่ นปนดนิ เหนยี ว แหลง่ น้ำ สระเก็บกักนา้ และบ่อบาดาลนา้ ตนื้ ขอบข่ำยกำรรบั รอง แหลง่ ผลิตพชื อินทรยี ์ รหัสรับรอง TAS 4691 ปรัชญำ การให้ที่ไมห่ วังผลตอบแทนคือความสขุ ท่ีแท้จรงิ คติ ทาให้ดู อยใู่ ห้เห็น เย็นตลอดกาล 1.แนวคดิ ริเรม่ิ และควำมพยำยำมฟนั ผ่ำอปุ สรรคในกำรสรำ้ งสรรค์ผลงำน จากการศึกษา อบรม สัมมนา และประสบการณ์ ตลอดจนเป็นวิทยากรในการประกอบอาชีพทางการ เกษตรพบวา่ การพฒั นาอาชีพทางการเกษตรในประเทศไทยเกิดแนวคิดเปน็ 2 แนวคดิ คอื แนวคดิ ท่ี 1 ต้องการพฒั นาการเกษตรไปสอู่ ุตสาหกรรมการเกษตร แนวคดิ ที่ 2 ตอ้ งการพฒั นาการเกษตรแบบเกษตรอินทรีย์ ซง่ึ แตล่ ะแนวคิดก็มีหลักการ และเหตุผลท่ีมุ่งไปสู่ความสาเร็จ และความอยู่รอดในการประกอบอาชีพ ข้าพเจา้ นาแนวคิดท้ัง 2 แนวคดิ มาศกึ ษาวา่ แนวคดิ ใดทเ่ี ราสามารถปฏิบตั ไิ ด้ และปฏิบัติไม่ได้ ปี 2531 จึงตัดสินใจเลือกแนวคิดท่ี 2 คือ การทาการเกษตรแบบเกษตรอินทรีย์ ซ่ึงพิจารณาแล้วเห็น ว่าเหมาะสมกับความรู้ความสามารถท่ีเราทาได้เพราะต้นทุนต่า จึงตัดสินใจซ้ือท่ีดินจานวน 16 ไร่ ในราคา 70,000 บาทถ้วน สภาพพ้ืนท่ีในตอนนั้นเป็นพ้ืนท่ีนาร้าง ไม่มีแหล่งน้า หน้าฝนน้าท่วม หน้าแล้งขาดแคลนน้า กลางปี 2531 ประมาณเดือนมิถุนายน มีโครงการขุดสระน้าขนาดเล็กในพื้นที่ของเกษตร โดยมีงบประมาณ ของกรมพัฒนาท่ีดินสมทบกับเจ้าของท่ีดิน โดยเจ้าของที่ดินสมทบจ่ายบ่อละ 700 บาท เพ่ือเป็นค่าน้ามันใน การขุด ข้าพเจ้าแบ่งพื้นที่ที่เป็นพ้ืนท่ีลุ่มสาหรับขุดสระ และคูเก็บน้า จานวน 8 บ่อ และพืชท่ีปลูกคือ ทุเรียน และมังคดุ ปี 2535เกดิ นา้ ท่วม และตามด้วยภยั แล้งในปเี ดยี วกนั ทาให้ต้นทุเรียนท่ีปลูกไว้ตายเกือบหมด มังคุดก็ ตายไปบางสว่ น ปี 2536 ไดน้ าลองกองจากจังหวดั นราธวิ าสมาปลูกทดแทนต้นทุเรียนท่ีตาย และปลูกซ่อมแซมทุเรียน ดว้ ย ปี 2545 เกดิ นา้ ท่วมอกี คร้งั ทาให้ตน้ ลองกองทีป่ ลูกเมือ่ ปี 2536 ตายไปบางส่วน พร้อมกบั ต้นทุเรยี น ปี 2554 เกิดน้าท่วมใหญ่อีกครั้ง แต่คร้ังนี้ต้นไม้ท่ีปลูกไว้ตายไม่กี่ต้น หลังจากน้าท่วมแล้วจะเกิดภัย แลง้ ตามมาทกุ คร้ัง 108
กำรแกป้ ญั หำภยั ธรรมชำติดังกลำ่ วคอื ปัญหำน้ำท่วม แก้โดยการขุดร่องเพ่ือระบายน้าจากบริเวณสวนให้เร็วที่สุด น้าที่เหลือก็เก็บไว้สาหรับ ใชใ้ นฤดแู ล้ง ซ่งึ จะเกดิ หลงั จากเกิดภัยนา้ ทว่ มทกุ คร้งั ภาพท่ี 53 การขดุ ร่องเพ่ือระบายนา้ และเป็นแนวกนั ชนทางดนิ ปัญหำภัยแลง้ แก้โดยการใช้วัสดุคลุมดินบริเวณโคนต้นพืช ให้น้าพืชเป็นระยะๆ ปล่อยให้หญ้าข้ึนปก คลุมในฤดูแล้ง ปลูกไม้ยืนต้นเพื่อให้ช่วยบดบังแสงแดดในเวลากลางวัน และช่วยดูดซับน้าค้างในเวลากลางคืน ทาให้พืชที่เราปลูกลดความเสียหายจากการถูกแสงแดดแผดเผาในเวลากลางวัน พอตกกลางคืนก็จะได้รับ นา้ คา้ งทาใหพ้ ืชท่ปี ลูกไมเ่ ห่ยี วเฉา พน้ื ดนิ ยงั มีความชมุ่ ช้นื จุลนิ ทรีย์ในดินก็ทาหนา้ ที่ได้ ภาพที่ 54 การใช้วสั ดุพืชคลุมดินเพื่อรักษาความชนื้ และการปลกู ไมย้ ืนต้นเพื่อบดบังหน้าดินแสงแดด 109
กำรพัฒนำใฝ่รู้ การประกอบอาชีพการเกษตร โดยเฉพาะการทาการเกษตรอินทรีย์ เป็นการทาท่ี อาศัยระบบธรรมชาตเิ ป็นหลัก ไมว่ า่ จะนาพันธ์ุพืชอะไรมาปลูกจะต้องพจิ ารณาใหร้ อบคอบว่าพืชที่เรานาเข้ามา ปลูกนั้นอยู่ร่วมกบั พืชอนื่ ๆ ไดห้ รือไม่ ตอ้ งการแสงแดดมากหรือนอ้ ยเพียงใด จะนามาปลูกเป็นพืชหลักหรือพืช รอง ผปู้ ลูกจะตอ้ งศกึ ษาลกั ษณะการเจริญเติบโตของพชื แตล่ ะอย่างให้เข้าใจ ซ่ึงสามารถศึกษาได้หลายช่องทาง เช่น จากการสังเกต จากการสอบถามผู้รู้ จากการศึกษาจากตารา เข้ารับการสัมมนา ฝึกอบรมจากหน่วยงาน ของรัฐ ภาคเอกชนอย่างต่อเน่ือง ตลอดจนศึกษาด้วยตนเองจากสื่อการเรียนรู้ต่าง ๆ เช่น จากวิทยุ โทรทัศน์ เวบ็ ไซต์ เปน็ ต้น ภาพที่ 55 การใฝ่รู้ใน ด้านการผลติ พืช อนิ ทรยี ต์ ามมาตรฐาน สนิ คา้ เกษตร กำรแก้ไขปัญหำด้ำนกำรผลิต เศรษฐกิจ และสังคม การผลิตพืชอินทรีย์เป็นการผลิตพืชท่ีอาศัย ระบบนเิ วศน์ ฉะนนั้ ผลผลิตท่ีได้จึงอาศัยธรรมชาติเป็นตัวกาหนด ว่าปีใดผลผลิตจะมาก หรือน้อย เช่น ถ้าปีใด ปริมาณฝนตกสม่าเสมอตลอดปี ปริมาณแสงแดดพอเพียง มีฝนท้ิงร่องประมาณ 2 เดือน ก่อนพืชออกดอก ปี น้ันผลผลติ จะมีมาก แตถ่ า้ ปใี ดฝนแลง้ ตดิ ตอ่ กนั หลายเดอื น ก่อนพืชออกดอกมีฝนตกลงมาจะทาให้พืชแตกยอด ออ่ น ผลผลติ ปีน้นั จะไมม่ าก หรอื มีฝนตกตลอดท้ังปีไม่มีช่วงฝนแล้งเลย ต้นไม้แตกยอดอ่อนทั้งปี แมลงศัตรูพืช ระบาดรนุ แรง ผลผลิตของพชื ก็จะมีไมม่ าก กำรแกป้ ญั หำดำ้ นกำรผลติ 1. การตดั แตง่ กง่ิ เม่อื เห็นวา่ พชื แตกกง่ิ มากเกินไป เพ่ือลดการเจริญเติบโตทางลาต้น ภาพท่ี 56 การตัดแตง่ ก่ิงเพื่อเพ่ิมปรมิ าณและคุณภาพผลผลิต 2. ช่อดอกทอ่ี อกมากเกินไป ทาใหผ้ ลผลิตมมี ากแต่คุณภาพของผลผลติ ไม่ดี ตอ้ งตดั แต่งออก 110
ภาพท่ี 57 การไว้ผลผลติ บนต้นใหเ้ หมาะสมกับทรงพุ่ม 3. การตดั แต่งผลที่มขี นาดเลก็ ไม่มีคุณภาพ ภาพที่ 58 การควบคมุ ผลผลติ ใหม้ ปี ริมาณและคุณภาพท่เี หมาะสม 4. การใช้สมุนไพรกาจัดโรคแมลงทผ่ี ลิตเอง ซ่ึงไม่มีผลตกค้าง และไม่เป็นอันตรายต่อผู้ใช้ ภาพท่ี 59 การควบคุม แมลงศัตรูพืชจากน้าหมัก สมุนไพร 111 5. การรวมกลุม่ กนั จาหนา่ ย เพ่อื ตอ่ รองกบั พ่อคา้ คนกลาง 6. การขายตรงใหก้ บั ผ้บู ริโภค 7. ผลติ ตามความตอ้ งการของตลาด ดำ้ นเศรษฐกจิ
6. ครัวเรอื นมรี ายไดต้ ลอดปี 7. ลดรายจา่ ยเพ่ิมรายได้ 8. ผลผลิตมมี ูลค่าสงู 9. ตน้ ทุนในการผลติ ตา่ 10. เกดิ การออมเงนิ ในครัวเรือน ดำ้ นสังคม 6. เกิดความเอ้ืออาทร 7. เกิดความรักสามคั คี 8. เกิดการเรยี นรู้ 9. เป็นแหล่งเรยี นรู้ 10. เปน็ ต้นแบบเศรษฐกจิ พอเพยี ง ภาพท่ี 60 การน้อมนาพระราชดาริสกู่ ารปฏิบตั ิ กำรบรหิ ำรจัดกำรทีด่ ี การผลติ พชื อนิ ทรีย์จะตอ้ งบริหารจัดการท่เี หมาะสม และสอดคลอ้ งกับระบบ ธรรมชาติ และความสอดคลอ้ งกับสภาพพนื้ ทที่ ่ดี าเนนิ กจิ การ คือ 1. กำรวำงแผน 1.1 การแบง่ พื้นที่ท่ีจะปลูกตามลกั ษณะของพ้นื ท่ี เช่น พนื้ ท่ีลุ่มจะต้องขุดเป็นสระเก็บน้า กาหนด แนวที่จะปลูกพืช โดยการทาเป็นตารางในแผ่นกระดาษก่อน เพ่ือให้รู้ว่าจะวางแนวการปลูกพืชอย่างไร ระยะ ระหวา่ งแถวระหว่างต้นหา่ งกันเทา่ ไรจึงจะเหมาะสม และจะปลกู พชื แตล่ ะชนิดได้จานวนเท่าไหร่ 1.2 การกาหนดชนิดของพืช เมื่อวางในกระดาษเสร็จแล้วก็กาหนดชนิดของพืชท่ีจะปลูก โดย กาหนดวา่ จะปลูกพืชอะไรเป็นพชื หลัก พืชรอง และพชื แซม 112
1.3 การเตรียมพื้นที่ปลูก โดยการไถพรวน ยกร่อง ขุดสระเก็บน้า การเตรียมไม้ปักแนวปักแนวที่ จะขุดหลมุ 1.4 การขุดหลุมปลูก พน้ื ทีล่ มุ่ ยกโคก พื้นทีด่ อนขดุ หลมุ ตืน้ ๆ 1.5 การเตรียมปุ๋ยรองก้นหลมุ 1.6 การเตรียมพนั ธ์พุ ืชทจี่ ะปลกู ใหพ้ อเพียง และเหลือไว้บา้ งเล็กน้อยสาหรบั ซอ่ มแซมต้นทตี่ าย 2. กำรปฏิบัติตำมแผนทีว่ ำงไว้ เม่ือกาหนดกิจกรรมต่าง ๆ ไว้ในแผนงานแล้วก็ลงมือปฏิบัติตามลาดับก่อน – หลัง ตามท่ีแผน กาหนด ในระหว่างปฏิบตั ิงานตามแผนพบว่ากิจกรรมใดที่แผนกาหนดไว้ไม่สามารถปฏิบัติได้ หรือปฏิบัติแล้วมี ปัญหา หรอื อปุ สรรคเกิดข้ึนก็บนั ทกึ ไวใ้ นวธิ ปี ฏบิ ตั จิ นกระทั่งครบทกุ กจิ กรรม 3. กำรประเมินผล นาผลการปฏิบัติตามแผนมาสรุปว่ากิจกรรมใดกาหนดไว้ทาได้กิจกรรมใดทาไม่ได้ มีปัญหา และ อุปสรรคอะไรเกิดขึ้น และจะต้องแก้ไขอย่างไร นาผลที่ได้รับจากการปฏิบัติดังกล่าวมาปรับปรุงแก้ไขต่อไป หรอื นาไปประเมนิ ผลไปพรอ้ มทั้งปรับปรุงแก้ไข 4. กำรกำหนดเป็นแนวทำงในกำรวำงแผน และปฏบิ ัตใิ นคร้งั ต่อไป นาวิธีท่ีปรับปรุงแก้ไขไปกาหนดไว้ในข้ันตอนทาแผนในครั้งต่อไป กิจกรรมใดเห็นว่าเป็นวิธีท่ีดีก็ นามาถอื ปฏิบัตเิ ป็นแบบอยา่ ง หรือจัดทาเป็นมาตรฐานต่อไป วตั ถุประสงค์ ในการทาการเกษตรอินทรยี ข์ องข้าพเจ้ามี 2 ประการ คอื 1. เพ่อื บริโภคในครัวเรอื น 2. เพอ่ื จาหนา่ ยเมือ่ เหลือจากการบรโิ ภค และแจกจ่าย 2. ผลงำนและควำมสำเร็จของผลงำน ทั้งปริมาณและคุณภาพ ตลอดจนระยะเวลาท่ีปฏิบัติงานและความ ย่ังยืนในอาชีพ ตลอดระยะเวลาท่ีทาการเกษตรอินทรีย์ ต้ังแต่ปี 2531 เป็นต้นมา ได้รับความสนใจจากพ่ีน้อง เกษตรกร และหน่วยงานราชการ ให้ความสนใจเข้ามาศึกษาเรียนรู้ทั้งท่ีเป็นรายบุคคล และหมู่คณะ จนได้รับ คดั เลอื กจากหนว่ ยงาน ดงั นี้ 1. เกษตรกรดเี ดน่ สาขาไรน่ าสวนผสม ปี 2553 2. ครูบัญชีดเี ด่นระดบั ภาคใตต้ อนบน ปี 2553 3. คนดศี รีพนุ พิน ปี 2553 113
ภาพท่ี 61 รางวลั แห่งความภาคภูมิใจ ในการผลิตพืชอินทรีย์เป็นการผลิตที่ปฏิเสธสารเคมีทุกชนิด เพ่ือความปลอดภัยของผู้ผลิต ผู้บริโภค และไม่ทาลายส่ิงแวดล้อม ผลผลิตอาจจะได้รับไม่มาก แต่ผลผลิตเป็นที่ต้องการของผู้บริโภค ผลผลิตไม่พอ จาหนา่ ย ไม่มปี ัญหาเร่อื งผลผลติ ล้นตลาด และราคาตกต่า นอกจากนี้การผลิตพืชอินทรีย์ยังช่วยให้อายุของพืช ทปี่ ลูกมีอายุยืนยาว ไม่ตอ้ งปลูกบ่อย ๆ การลงทุนตา่ กาไรเพมิ่ ขนึ้ ทุกปี กำรประยกุ ต์และกำรบริหำรจัดกำรใช้เทคโนโลยี ในการทางานเกษตรอินทรีย์เป็นการทางานเกษตร แบบธรรมชาติ การนาเทคโนโลยีต่าง ๆ มาใช้จะต้องประยุกต์ให้เหมาะสม และไม่ทาลายธรรมชาติ เช่น ปุ๋ย หมกั ฮอร์โมนพืช หรือสารกาจัดแมลง ตลอดจนสารปรับปรุงดิน การนาส่ิงเหล่าน้ีเข้ามาใช้จะต้องเลือกใช้ที่ไม่ เป็นอันตรายต่อผู้ใช้ ผู้บริโภค และไม่ทาลายธรรมชาติ นอกจากน้ีต้องไม่ไปเร่งให้พืชที่เราปลูกให้ผลผลิตมาก จนเกนิ ไป ซง่ึ จะทาใหพ้ ืชมีอายสุ น้ั และทาให้พืชไม่รู้จักพ่ึงตัวเอง คือทาให้พืชอ่อนแอไม่มีความต้านทานต่อโรค และแมลง 114
ภาพที่ 62 การผลติ ป๋ยุ นา้ หมกั ใช้ในสวน 1. พ้นื ท่ีไมม่ ีควำมเสยี่ งตอ่ กำรปนเปอ้ื นสำรเคมี โลหะหนกั เปน็ พืน้ ทป่ี ลูกพืชอนิ ทรีย์ท้ังหมด ภาพที่ 63 ลักษณะพน้ื ที่ในสวน ไมม่ คี วามเสี่ยงต่อการปนเปือ้ น แหล่งน้าที่ใช้ในการผลิตมังคุด ลองกอง ทุเรียน ส้มจุกไม่มีความเสี่ยงต่อการปนเปื้อน เช้ือจุลินทรีย์ เพราะมีการขุดสระสาหรับใช้น้า และมีการให้น้าพร้อมปุ๋ยน้าหมักชีวภาพ (Feritgation) ทางสปรงิ เกอร์ ภาพท่ี 64 แหล่งน้าและการให้น้าพร้อมปุย๋ (Fertigation) ในสวน 115
2.กำรวำงแผนกำรจัดกำรมีมำตรกำรกำรปฏิบัติป้องกันกำรปนเปื้อนท่ีชัดเจน ท้ังทำงดิน ทำงน้ำ ทำงอำกำศ และเคร่อื งมือทำงกำรเกษตร ภาพที่ 65 แนวกนั ชนทางดิน ทางนา้ และทางอากาศภายในสวน มีคูน้ารอบสวนเป็นแนวกันชนทางดิน และทางน้า รวมท้ังมีต้นไผ่ ต้นมะพร้าว ต้นขนุน และต้นเทียม เป็นแนวกันชนทางดนิ และทางอากาศรอบสวน 3.เมล็ดพันธ์ุและส่วนที่ใช้ขยำยพันธ์ุ ส่วนท่ีใช้ขยายพันธ์ุมาจากระบบการผลิตพืชอินทรีย์ และมีการ ขยายพนั ธเ์ุ องในสวน ภาพที่ 66 การขยายพนั ธุพ์ ืชตา่ งๆเองภายในสวน 4.กำรจัดกำรและกำรปรับปรุงบำรงุ ดิน 116
มกี ารรกั ษาและเพม่ิ ความอุดมสมบูรณ์ของดนิ โดยการใช้ปุ๋ยหมัก พด.1 รวมทั้งมีการเลี้ยงสัตว์เพื่อ ใช้เป็นปุ๋ยในการผลติ พชื อนิ ทรยี ภ์ ายในสวนดว้ ย ภาพท่ี 67 การเพ่ิมความอุดมสมบูรณด์ ินโดยการนาวสั ดตุ ่างๆในสวนมาผลติ ปุ๋ยอนิ ทรยี ์ 5.กำรจัดกำรศัตรูพืช มีมำตรกำรและกำรป้องกันกำจัดโรคพืช และแมลงสัตว์ศัตรูพืช รวมท้ังวัชพืชตลอด กำรผลิตสอดคล้องตำมมำตรฐำนท่กี ำหนด ภาพท่ี 68 การใช้ศัตรูธรรมชาติควบคุม และการใช้เหยื่อ ลอ่ จากผลไม้สุก มีการใช้กระรอก และแมงมุมในการป้องกันกาจัดแมลงศัตรูพืชภายในสวน รวมท้ังมีการใช้ผลขนุนใน การล่อแมลงสัตวศ์ ัตรูพืชมาเผาทาลายนอกสวน 6.กำรเกบ็ เกีย่ วและกำรจัดกำรหลังกำรเกบ็ เกีย่ ว 117
มีการล้างทาความสะอาดวัสดุอุปกรณ์ ก่อนและหลังการเก็บเกี่ยวผลิตผลมีความรู้ความเข้าใจใน หลักการจัดการเก็บเกีย่ ว และปฏบิ ัติได้อย่างถูกต้องตามหลักเกษตรอินทรีย์ รวมท้ังสถานที่ปฏิบัติงานหลังการ เกบ็ เกี่ยวถกู สขุ ลกั ษณะ ไมม่ คี วามเสี่ยงตอ่ การปนเป้อื น และพาหะนาโรค ภาพที่ 69 การเก็บเกีย่ วตามระยะเวลาที่เหมาะสมและปฏิบตั ิถูกสุขลกั ษณะ 7.กำรบรรจุหีบห่อ กำรเกบ็ รักษำ และกำรขนส่ง ไมม่ ีการบรรจหุ ีบห่อผลติ ผลพืชอินทรีย์ โดยมพี ่อคา้ มารบั ซ้ือจากสวน ภาพที่ 70 การเกบ็ รักษาถกู ต้องตามมาตรฐานสินคา้ เกษตร ขอ้ มูลกำรผลิต 8.กำรแสดงฉลำกและกำรกล่ำวอ้ำง ไมม่ ีการแปรรปู ผลติ ภัณฑ์ 118 9.กำรบันทึก
ภาพที่ 71 การบนั ทกึ ขอ้ มูลการจัดการสวน มีการจดบันทึกการปฏบิ ัติงานภายในฟารม์ เกยี่ วกับการผลิตพืชอนิ ทรยี ์ ทงั้ การปลูก การดูแลรกั ษา การปอ้ งกนั กาจัดศัตรูพืช และการเก็บเกย่ี ว ปริมาณผลิตผล การผลิต อย่างต่อเน่อื ง 10.กำรทวนสอบ มีบันทึกหลกั ฐำน และเอกสำรทส่ี ำมำรถทวนสอบไดต้ ลอดห่วงโซ่กำรผลิต ตำมแผนกำร ดำเนินกจิ กรรมภำยในฟำรม์ ดงั ตำรำงขำ้ งล่ำงดังน้ี ตำรำง แผนกำรดำเนนิ กิจกรรมภำยในฟำร์ม กจิ กรรม พ.ย. ธ.ค. ม.ค. ก.พ. ม.ี ค. เม.ย. พ.ค. ม.ิ ย. ก.ค. ส.ค. ก.ย. ต.ค. - ดึงใบออ่ น - ตัดแต่งกง่ิ - พน่ สาร - ใสป่ ุ๋ย - ใหน้ า้ -เก็บเกยี่ ว ตำรำงที่ 13 แสดงต้นทนุ กำรผลิตและรำยได้ ปี 2556 (นำยภิญโญ แปน้ จนั ทร์) ลาดับ รายการ จานวนเงนิ หมายเหตุ 1. คา่ น้ามนั เชือ้ เพลิง 5,000 บาท ตดั หญ้า, เคร่ืองป้ัมน้า 2. อ่นื ๆ 3,000 บาท 8,000 บาท รวมตน้ ทนุ การผลิต รายได้ 100,000 บาท รายจ่าย 8,000 บาท กาไรสุทธิ 92,000 บาท 119
3.ควำมเป็นผ้นู ำ และกำรเสยี สละเพ่อื ประโยชน์ส่วนรวมดำ้ นตำ่ งๆ ในการประกอบอาชีพทางการเกษตรจะต้องศึกษาเรียนรู้ตลอดเวลา ช่องทางท่ีจะได้รับความรู้ท่ี รวดเร็วกค็ ือการเข้ารว่ มเป็นคณะกรรมการต่าง ๆ ขา้ พเจ้าไดเ้ ข้าร่วมเปน็ กรรมการในกิจกรรมตา่ ง ๆ ดังนี้ 1. ประธานกลุ่มเกษตรอินทรีย์บา้ นหวั วงั 2. ประธานกลมุ่ ผู้ปลกู มังคดุ บา้ นหวั วงั 3. ประธานกลุม่ พฒั นาดนิ บา้ นหัววงั 4. ประธานกรรมการสถานศึกษาโรงเรียนน้ารอบวทิ ยา 5. ประธานธนาคารตน้ ไมส้ าขาน้ารอบ 6. ประธานกองทนุ หมูบ่ ้านหัววัง 7. ประธานเครือข่ายกองทุนหม่บู ้านตาบลน้ารอบ 8. ประธานเครือข่ายกองทนุ หม่บู า้ นอาเภอพุนพนิ 9. ประธานเครือขา่ ยพฒั นาสังคมและความมั่นคงมนุษย์ตาบลน้ารอบ 10. รองประธานชมรมครบู ัญชีอาสาเกษตรจังหวัดสรุ าษฎรธ์ านี 11. รองประธานคณะกรรมการพัฒนาลุม่ นา้ พุมดวงตอนล่าง 12. รองประธานเครือข่าย ปปช. จังหวัดสรุ าษฎรธ์ านี 13. กรรมการเครอื ข่ายกองทนุ หมบู่ ้านจังหวดั สรุ าษฎร์ธานี 14. กรรมการเครอื ข่ายดเี อสไอ สรุ าษฎรธ์ านี 15. กรรมการอนกุ รรมการด้านแผนและวิชาการพัฒนาลมุ่ นา้ ตาปี 16. หมอดินอาสาบ้านหวั วัง 17. เกษตรอาสาบา้ นหัววัง 18. สภาเกษตรกรหมู่บา้ นหวั วงั 19. อาสาสมคั รฝนหลวง 20. คณะกรรมการหมบู่ ้านหัววัง 21. ครูบญั ชอี าสาเกษตรอาเภอพุนพนิ 22. วทิ ยากรศนู ยเ์ รยี นรพู้ ัฒนาดินเศรษฐกจิ พอเพียงอาเภอพนุ พนิ 23. อาสาสมัครป้องกันภยั จงั หวดั สรุ าษฎรธ์ านี 4. กำรอนุรักษท์ รัพยำกรธรรมชำติและสิ่งแวดลอ้ ม ในการทาสวนของข้าพเจ้าเน้นการอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติ และรักษาสิ่งแวดล้อมเป็นความสาคัญ อันดบั แรก การปฏบิ ตั ิงานในสวนจะไม่เป็นการทาลายระบบนิเวศน์แต่ยังเป็นการส่งเสริม และสนับสนุนระบบ นิเวศน์ เช่น การปลูกพืชและการบารุงรักษาพืช ในการปลูกพืชจะปลูกพืชหลาย ๆ ชนิดผสมผสานกัน โดยการ กาหนดพืชหลักเป็นไม้ยืนต้น พืชรองเป็นพวกไม้ผล และพืชแซมเป็นพืชผักต่าง ๆ ในการปลูกจัดระบบระยะ ระหว่างต้น และระหวา่ งแถวให้เหมาะสมกับความต้องการแสงแดด ส่วนการบารุงรักษาก็เป็นปุ๋ยอินทรีย์ ไม่ใช้ ปุ๋ยวิทยาศาสตร์ และสารเคมีกาจัดแมลง โรค และวัชพืช แต่อย่างใด การดูแลรักษาผลผลิตก็ใช้แมลงควบคุม แมลง วัชพืชควบคุมวัชพืช การตัดแต่งเพ่ือกาจัดศัตรูพืชจาพวกกาฝาก และการกระจายของแสงแดดให้ พอเพยี งกับความต้องการของพืชแต่ละชนิด 120
ภาพที่ 72 การปลูกพชื ผสมผสานเพอ่ื สร้างระบบนิเวศวิทยา การอนุรักษ์ดิน จะไม่มีการไถพรวนดินเพ่ือป้องกันการพังทลายดิน โดยปล่อยให้หญ้าข้ึนปกคลุมดิน ตลอดเวลา ใช้วัสดุคลุมดิน เช่น ใบไม้แห้ง กิ่งไม้ คลุมบริเวณโคนต้นพืช ใช้จุลินทรีย์ เช่น พด.1 พด.2 พด.3 เปน็ ปยุ๋ หมัก ปุ๋ยนา้ เป็นการเพมิ่ จลุ ินทรยี ล์ งใปในดิน ไม่ปลอ่ ยให้ดนิ แห้ง ซ่ึงจะทาให้จลุ ินทรียใ์ นดินตาย ภาพที่ 73 การใชจ้ ลุ นิ ทรยี ์ในการทาปุย๋ หมกั และปุ๋ยนา้ หมกั ชีวภาพ การอนุรักษ์น้า ในพื้นที่จะขุดเป็นสระเก็บกักน้า และขุดเป็นร่อง เพ่ือต้องการเก็บกักน้าฝนท่ีตกลงมา ในพื้นท่ใี ห้ไดม้ ากทีส่ ดุ เทา่ ทจ่ี ะเกบ็ ไว้ได้ ใชน้ ้าเท่าท่จี าเป็นตามความต้องการของพืช การป้องกันการระเหยของ น้า และการปอ้ งกันนา้ เสีย โดยการทาให้น้าเกิดการหมุนเวียน และเติมอากาศโดยการยกระดับน้าแต่ละบ่อให้ มีระดบั ตา่ งกนั 121
ภาพที่ 74 การอนรุ ักษน์ า้ ในสวนเพอ่ื ความอดุ มสมบูรณข์ องระบบนิเวศวทิ ยา การอนรุ ักษ์ความหลากหลายของชีวภาพ เมื่อไม่มีการนาสารเคมีเข้ามาใช้ทาให้ความหลากหลายทาง ชีวภาพ และความสมดุลทางธรรมชาติก็จะเกิดขึ้น เช่น แมลง นก สัตว์เล้ือยคลาน กระรอก กระแต ไก่ป่า นอกจากนกี้ ไ็ ด้นาจลุ นิ ทรยี ์ เช่น พด.1 พด.2 พด.3 เข้ามาเตมิ ในรูปแบบปยุ๋ หมัก ปุ๋ยนา้ 10.3.3 นำยภิญโญ นคั รำมนตรี เกษตรกรอินทรยี ด์ เี ด่น (ท่ี 3 ระดบั ประเทศ) ปี พ.ศ. 2560 ชนิดพืชอินทรยี ์ : ผสมผสำน 122
1.ขอ้ มูลบคุ คล ชื่อ – สกุล นายภญิ โญ นคั รามนตรี อายุ 42 ปี เชื้อชาติ ไทย สญั ชาติ ไทย ศาสนา พุทธ ทีอ่ ยู่ 100 หมทู่ ่ี 3 ตาบลหนองพลับ อาเภอหัวหิน จังหวดั ประจวบครี ีขนั ธ์ การศึกษา ปริญญาตรี คณะเกษตรศึกษาสัตวศาสตร์ สาขาเกษตรศกึ ษา สถาบนั เทคโนโลยีราชมงคล นครศรีธรรมราช เบอรโ์ ทรศัพท์ 089-4106308 อาชีพ ทาสวนผลไม้ พืชผักและเลี้ยงสัตว์ สถานภาพ สมรสกับ นางอรอนงค์ นัครามนตรี มธี ิดา 2 คน 1.เด็กหญิงญาดา นัครามนตรี มัธยมศึกษาปที ่ี 1 โรงเรียนจุฬาฎรณร์ าช วิทยาลยั เพชรบรุ ี 2.เดก็ หญงิ ธนพร นคั รามนตรี ประถมศกึ ษาปที ่ี 5 โรงเรียนหัวหนิ วทิ ยาลัย แผนผงั ที่ตัง้ ฟำรม์ 123
แผนผังภำยในฟำรม์ 1.แนวคิดรเิ รม่ิ และควำมพยำยำมฟนั ฝำ่ อปุ สรรคในกำรสร้ำงสรรค์ผลงำน อดตี ก่อนที่จะมาทาเกษตรอินทรีย์เคยเป็นลูกจ้างบริษัทฟาร์มหมูมาก่อน หลังจากแต่งงานมีครอบครัว จะริเร่ิมการทาเกษตรแบบเต็มตัวโดยเริ่มจากการปลูกมะม่วงเชิงเด่ียวซึ่งในขณะนั้นมีราคาท่ีสูงมาก แต่เม่ือ ผลผลิตออกมาจานวนมาก พร้อมกันทุกสวนทาให้ผลผลิตล้นตลาด ขายไม่ทันเกิดความเสียหายและราคาก็ยัง ตกต่า พร้อมทั้งมีการใช้สารเคมีในปริมาณมากทาให้ต้นทุนในการผลิตสูงและเป็นอันตรายเป็นอย่างมาก ประกอบกบั คณุ แม่ภรรยาได้ลม้ ปว่ ยเปน็ มะเร็งเนอ่ื งจากใช้สารเคมีมาเป็นเวลานาน และในขณะน้ันมีครอบครัว มีลูกอ่อนจึงเป็นห่วงไม่อยากให้ครอบครัวยุ่งเก่ียวกับสารเคมีที่ใช้ในทางการเกษตร จึงมีความคิดริเริ่มที่จะทา การเกษตรท่ปี ลอดภยั จากสารเคมี หลังจากนัน้ จึงปลูกพชื ผกั สวนครวั ไวก้ ินเองทีบ่ ้าน อาทิ กลว้ ย มะเขือ ชะอม ถ่ัวฝักยาวและผักอื่นๆทุก ชนิดโดยไม่ใช้สารเคมีใดๆเลย การจดั การดินกไ็ ดท้ าการผลิตป๋ยุ อนิ ทรียท์ ่ีทาขึ้นเอง และปยุ๋ จากมลู สัตว์ที่เล้ียงไว้ 124
ใช้บารุงพืชในสวนเป็นการลดค่าใช้จ่ายเป็นอย่างดี แหล่งน้าท่ีใช้ก็เป็นบ่อที่อยู่ในสวนเองจึงไม่มีความเสี่ยงต่อ การปนเป้ือนใดๆ การจัดการสวนมีการประยุกต์ใช้เทคโนโลยีต่างๆ จากการศึกษาด้วยตนเอง การอบรมและได้รับ คาแนะนาจากเจ้าหน้าที่กรมวิชาการเกษตร มาปรับใช้ให้เหมาะสมกับการผลิตพืชอินทรีย์ในสวนตัวเอง เช่น การสูบนา้ ขึน้ จากบอ่ แล้วปลอ่ ยผา่ นสปรงิ เกอร์ ควบคูก่ บั การปล่อยน้าชีวภาพ โดยที่ไม่ต้องใส่ปุ๋ยเองทุกจุด เป็น การประหยัดทง้ั เวลาและแรงงานน้นั เอง รูปแบบการทาเกษตรอินทรีย์ในแปลง คือการทาตามพ่อหลวง ทาแบบผสมผสานอย่างพอเพียง ค่อย เป็นค่อยไป เพราะได้บทเรียนมาจากอดีต และมีความเชื่อม่ันในคาสอนของ “พ่อ” หลังจากท่ีได้ทาเกษตร อินทรีย์ ทาให้ดินดีข้ึน ศัตรูธรรมชาติกลับมา แม้จะยากลาบากในช่วงเริ่มต้น แต่หลังจากน้ันก็มีการจัดการท่ี ง่ายขึ้น โดยยึดหลักที่ว่า “การทาเกษตรอินทรีย์ คือการทาให้ธรรมชาติดูแลกันเอง” ทาให้ความเป็นอยู่ดีขึ้น และราคาผลผลิตยงั มีราคาทส่ี ูงกว่าผลผลิตทวั่ ไป คำสัตยป์ ฎญิ ำณ ตอ่ พอ่ หลวง คือ จะซ่ือสตั ยต์ อ่ ตนเอง ครอบครัว สงั คม และประเทศชำติ คตพิ จนป์ ระจำสวน “สวนพันธ์ทว”ี คือ ศรัทธำต่อตนเอง เชื่อมนั่ ในผลผลติ ซอ่ื สตั ยต์ อ่ ผบู้ รโิ ภค 2. กำรผลติ ตำมมำตรฐำนกำรผลติ พืชอนิ ทรีย์ เพ่ือใหไ้ ดผ้ ลผลิตท่ีมคี ณุ ภำพ 2.1 พนื้ ทปี่ ลูกไม่มีความเส่ยี งตอ่ การปนเป้ือนสารเคมี โลหะหนัก ภาพท่ี 75 พน้ื ที่ปลกู พืชผสมผสานไมเ่ สย่ี งตอ่ การปนเปอ้ื น 2.2 การใช้ปุ๋ยหมัก น้าหมักชีวภาพ จากเศษผักและผลไม้ในสวน รวมท้ังมีการหมักตะไคร้ และ สมุนไพรตา่ งๆ เพื่อป้องกนั กาจดั โรคแมลง 125
ภาพท่ี 76 การผลติ ปยุ๋ หมัก น้าหมักชีวภาพ จากวสั ดุภายในสวน 2.3 การวางแผนการจัดการมมี าตรการป้องกนั การปนเป้ือนชัดเจน มีต้นไม้เปน็ แนวกันชนชัดเจน ภาพท่ี 77 แนวกนั ชนภายในสวนป้องกนั การปนเปอ้ื นชัดเจน 2.4 แหล่งน้าท่ีใช้ไม่มีความเส่ียงต่อการปนเป้ือน ได้นาน้าจากบ่อบาดาลน้าลึกสูบมาเก็บไว้ในบ่อและ ใช้ระบบสปริงเกอรเ์ พอื่ ใช้ในการผลิต ภาพท่ี 78 ระบบการให้นา้ พร้อมปุ๋ยน้าหมกั อนิ ทรยี (์ Fertigation) 2.5 การจัดการศัตรูพืช มมี าตรการป้องกันกาจัดศัตรูพืช และแมลงศัตรพู ืช รวมทัง้ วัชพชื โดยการใช้ พืชสมุนไพรทานา้ หมัก และส่วนวชั พชื ใช้การตดั หญา้ แทน 126
ภาพที่ 79 มีการปอ้ งกันกาจดั ศัตรพู ืชตามมาตรฐานสินคา้ เกษตร 127
2.6 การเก็บเกี่ยวผลผลิตและการจัดการหลังการเก็บเกี่ยว การเก็บเก่ียวผลผลิตได้ปฏิบัติตามหลัก เกษตรอินทรีย์ โดยเน้นสุขลักษณะ ไม่เส่ียงต่อการปนเป้ือน สารเคมีและจุลินทรีย์ต่างๆมีการใช้น้าสะอาดใน การชาระลา้ งผลผลติ ภาพท่ี 80 เกบ็ เกย่ี วผลผลติ และการจดั การหลงั การเก็บเก่ียว ตามหลักเกษตรอินทรีย์ 2.7 การบรรจุหีบห่อ การเกบ็ รักษา และการขนส่ง ไปขายยังตลาด Green market หน้าโรงพยาบาล หวั หิน และบางส่วนยังมลี ูกคา้ มารบั เองท่สี วน ภาพท่ี 81 การบรรจุหบี หอ่ ผลผลิตภายในสวนก่อนสง่ ไปจาหนา่ ย 2.8 การแสดงฉลากและการกลา่ วอ้าง มีการใช้สญั ลักษณ์ “สวนพนั ธท์ วี” เป็นตราสินคา้ ผลติ ภณั ฑ์ 128
ภาพท่ี 82 การบรรจหุ ีบห่อผลผลติ ภายในสวนกอ่ นสง่ ไปจาหนา่ ย 2.9 การบันทึกข้อมลู มีการจดบนั ทกึ การปฏบิ ตั ิงานและกจิ กรรมตา่ งๆในฟาร์มเกี่ยวกบั การผลิตพืช อนิ ทรยี ์ ภาพท่ี 83 การบนั ทกึ ขอ้ มลู การจดั การสวน และการเก็บเกยี่ ว 2.10 การทวนสอบ ด้านปจั จัยการผลิต ต้นทนุ การเกบ็ เกี่ยว ผลผลติ เป็นต้น ตำรำงที่ 14 แสดงตน้ ทนุ กำรผลิตและรำยได้ ปี 2559 (นายภญิ โญ นัครามนตรี) ลาดบั รายการ จานวนเงิน หมายเหตุ 1. คา่ นา้ มนั เช้อื เพลิง 20,000 บาท ตัดหญา้ 2. คา่ ไฟฟ้า 8,000 บาท เครือ่ งป้ัมน้า 3. วสั ดุอปุ กรณ์ทางการเกษตรฯ 3,710 บาท ค่าซ่อมบารงุ 5,000 บาท รวมตน้ ทุนการผลิต 36,710 บาท 129
รายได้ 400,000 บาท รายจา่ ย 36,710 บาท กาไรสทุ ธิ 363,290 บาท 3. ควำมสำเร็จ ควำมเป็นผู้นำ และกำรเสียสละเพื่อประโยชนส์ ่วนรวมด้ำนตำ่ งๆ 1.รางวัลเกษตรกรคนเกง่ ประจาปี 2557 (ธกส) มผี ลงานโดดเด่นด้านเกษตรอนิ ทรีย์แบบผสมผสาน สามารถถา่ ยทอดองค์ความรูแ้ กเ่ กษตรกรและบคุ คลท่ัวไป 2.ประกาศเกยี รติคณุ ได้รับเลือกตง้ั เป็นผู้แทนเกษตร ระดับตาบล 3.ได้รับรางวลั ชมเชย (ในการประกวดแขง่ ขันจัดสวนหยอ่ มพืชผกั สวนครัว) ในงาน “มหกรรมสนิ ค้าเกษตร เมืองสามอา่ ว ป2ี 557” 4.ได้รับรางวัลชนะเลศิ (ในการประกวดชดุ ภาชนะพืชผกั สวนครวั เพอ่ื สุขภาพ) ในงาน “มหกรรมสนิ ค้า เกษตรเมืองสามอ่าว ปี2557” 5.ได้เข้ารับการอบรมเกษตรกรรนุ่ ใหม่ หลักสตู ร (เพม่ิ ประสิทธิภาพการบรหิ ารจดั การธุรกิจ) 6.ได้ผ่านการอบรม หลกั สูตรโครงการพัฒนาการเกษตรตามแนวทฤษฎใี หม่ โดยยึดหลักเศรษฐกจิ พอเพียง (ศูนย์เครือขา่ ยปราชญช์ าวบ้าน) 7.เป็นวิทยากรเร่ืองเศรษฐกจิ พอเพยี ง “เกษตรอนิ ทรยี ์” 8.จัดอบรมการทาปยุ๋ หมัก 9.เปน็ ทป่ี รกึ ษา กลุ่ม ออร์แกนคิ หนองพลบั ภาพท่ี 84 รางวัลแห่งความสาเรจ็ ในด้านตา่ งๆ 130
4.กำรอนุรกั ษท์ รพั ยำกรธรรมชำติและส่งิ แวดลอ้ ม ในการทาสวนของข้าพเจ้าเน้นการอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติ และรักษาส่ิงแวดล้อมเป็นความสาคัญ อันดบั แรก การปฏิบัติงานในสวนจะไม่ทาลายระบบนเิ วศนแ์ ตย่ งั เปน็ การสง่ เสริม และสนับสนุนระบบนเิ วศน์ 4.1 การจดั การสุขลกั ษณะท่ไี มท่ าลายสิ่งแวดล้อม 1.ไม่มกี ารใช้สารเคมีในกระบวนการผลิต ตัง้ แต่การปลูกจนถงึ หลังการเกบ็ เกี่ยว 2. มีการจัดการสวนให้สมดุลกับระบบนิเวศตามธรรมชาติโดยการเพิ่มความหลากหลายทาง ชวี ภาพ โดยใหส้ ัตว์ และแมลงธรรมชาติควบคุมศัตรพู ืช เชน่ กระรอก นก แมงมุม เปน็ ตน้ 4.2 การผลติ ปจั จัยการผลิตเองเป็นหลักจากวสั ดภุ ายในฟาร์ม 1. การนาเศษวัสดุพืชภายในสวน เช่น ใบไม้ ก่ิงไม้ จากการตัดแต่งก่ิง มาผลิตปุ๋ยหมักบารุง ดิน และการนาผลผลิตพืชจากในสวนเพ่ือใช้ในการผลิตน้าหมัก เพ่ือปรับปรุงบารุงดิน ทางด้านกายภาพ และ ชีวภาพรวมทั้งมีการใช้พืชสมุนไพร สะเดา ตะไคร้หอม มาทาน้าหมักแทนสารเคมี เพื่อป้องกันและกาจัดโรค และแมลงศตั รูพชื 4.3 มกี ารจัดการเพอ่ื การอนุรกั ษ์ดนิ และน้า 1. เพมิ่ อนิ ทรียวตั ถุ โดยมกี ารตัดหญ้าเพือ่ คลมุ ดินภายในสวน 2. มีการใชจ้ ลุ นิ ทรีย์ EM เพอ่ื ปรบั สภาพนา้ ภายในพืน้ ท่ีสวน 3. มกี ารปอ้ งกันการชะลา้ งของหนา้ ดินรอบสวน 4. ไมป่ ล่อยนา้ จากกระบวนการผลิต และหลงั การเกบ็ เกีย่ ว ลงสแู่ หลง่ น้าธรรมชาติ ภาพท่ี 85 การเลี้ยงไกเ่ พอื่ นามลู มาทาปยุ๋ หมกั 4.4 มีการอนุรักษค์ วามหลากหลายทางชวี ภาพ เม่ือไม่มีการนาสารเคมีเข้ามาใช้ทาให้ความหลากหลายทางชีวภาพ และความสมดุลทาง ธรรมชาตกิ ็จะเกิดขึ้น เช่น ไส้เดือน แมลง นก สตั วเ์ ล้ือยคลาน กระรอก กระแต ไกป่ า่ 131
ภาพที่ 86 ความสมดุลของระบบนเิ วศวิทยาในสวน เอกสำรอ้ำงอิง สธุ าทิพย์ การรักษา. (2556). เอกสำรประกอบกำรฝึกอบรมหลกั สูตร “กำรตรวจรับรองกำรผลิตพชื อนิ ทรีย์”วันที่ 1 – 5 เมษายน 2556 ณ สานักวจิ ัยและพฒั นาการเกษตรเขตที่ 3 จังหวดั ขอนแกน่ . เอกสารประกอบการคัดเลือกและนาเสนอ “เกษตรกรอนิ ทรยี ด์ เี ดน่ แห่งชาติ” ประจาปี 2561 ปี 2560 และ ปี 2557 ของสานกั วิจยั และพัฒนาการเกษตรเขตที่ 7 132
ภำคผนวก 133
134
135
136
137
138
139
140
141
Search
Read the Text Version
- 1
- 2
- 3
- 4
- 5
- 6
- 7
- 8
- 9
- 10
- 11
- 12
- 13
- 14
- 15
- 16
- 17
- 18
- 19
- 20
- 21
- 22
- 23
- 24
- 25
- 26
- 27
- 28
- 29
- 30
- 31
- 32
- 33
- 34
- 35
- 36
- 37
- 38
- 39
- 40
- 41
- 42
- 43
- 44
- 45
- 46
- 47
- 48
- 49
- 50
- 51
- 52
- 53
- 54
- 55
- 56
- 57
- 58
- 59
- 60
- 61
- 62
- 63
- 64
- 65
- 66
- 67
- 68
- 69
- 70
- 71
- 72
- 73
- 74
- 75
- 76
- 77
- 78
- 79
- 80
- 81
- 82
- 83
- 84
- 85
- 86
- 87
- 88
- 89
- 90
- 91
- 92
- 93
- 94
- 95
- 96
- 97
- 98
- 99
- 100
- 101
- 102
- 103
- 104
- 105
- 106
- 107
- 108
- 109
- 110
- 111
- 112
- 113
- 114
- 115
- 116
- 117
- 118
- 119
- 120
- 121
- 122
- 123
- 124
- 125
- 126
- 127
- 128
- 129
- 130
- 131
- 132
- 133
- 134
- 135
- 136
- 137
- 138
- 139
- 140
- 141
- 142
- 143
- 144
- 145
- 146
- 147
- 148
- 149
- 150
- 151
- 152
- 153
- 154
- 155
- 156
- 157
- 158
- 159
- 160
- 161
- 162
- 163
- 164
- 165
- 166
- 167
- 168
- 169
- 170
- 171
- 172
- 173
- 174
- 175
- 176
- 177
- 178
- 179