215 แผนการจัดการเรยี นรูท้ ี่ 7 สอนครง้ั ท่ี 13-14 เรือ่ ง การทดสอบการดดั โค้ง (Bending Test) ใบงานท่ี 9 งานเช่ือมอารก์ ด้วยลวดเชือ่ มหมุ้ ฟลกั ซ์ ต่อชนตาแหนง่ ทา่ 4G (PE) ใบงานที่ 10 งานเชอ่ื มตอ่ ชนซมึ ลึกบากร่องวีตาแหนง่ ทา่ 4G (PE)
216 แผนการจดั การเรียนรทู้ ี่ 7 ช่อื วิชาเช่อื มอารก์ ด้วยลวดเชอ่ื มหุ้มฟลกั ซ์ 2 เวลาเรียนรวม 12 ชวั่ โมง ช่อื หน่วย การทดสอบการดัดโค้ง (Bending Test) สอนคร้งั ที่ 13-14 ชอ่ื เรอ่ื ง การทดสอบการดัดโคง้ (Bending Test) จานวน 12 ชวั่ โมง หวั ขอ้ เร่อื ง 1.1 ลกั ษณะการทดสอบการดดั งอ 1.2 การทดสอบการดัดงอ 1.3 เครือ่ งทดสอบการดัดงอ 1.4 ลาดบั ขัน้ ตอนการทดสอบการดัดงอ 1.5 การเช่ือมซมึ ลึกต่อชนบากรอ่ งวีตาแหนง่ ทา่ 4G (PE) สาระสาคญั การทดสอบการดัดงอของงานเช่อื ม เป็นการทดสอบเพือ่ หาความสมบูรณ์ และหาความเหนียวของ แนวเชือ่ มรอยตอ่ ชนการทดสอบจะประกอบดว้ ยการทดสอบการดัดงอดา้ นข้างแนวขวางแนวเช่อื ม การ ทดสอบการดัดงอลา่ งแนวขวางแนวเช่ือม การทดสอบการดดั งอด้านบนและด้านล่างของแนวเชอ่ื ม ผู้ปฏบิ ตั ิงานเชื่อมจะต้องมีความเข้าใจเกยี่ วกับลกั ษณะการทดสอบการดัดงอ ชิน้ งานทดสอบการดดั งอ เคร่อื งทดสอบการดัดงอ ข้ันตอนการทดสอบการดดั งอ และหลักเกณฑ์การพิจารณาผลการทดสอบการดัด งอ ผปู้ ฏบิ ตั งิ านเชอ่ื มโลหะจะตอ้ งนาหลกั ปรชั ญาของเศรษฐกจิ พอเพียงมาบรู ณาการใช้ในการ ผปู้ ฏบิ ตั งิ านให้เหมาะสมกนั งาน สมรรถนะหลัก (สมรรถนะประจาหน่วย) 1. แสดงความรเู้ ก่ียวกับการทดสอบการดัดโคง้ (Bending Test) 2. ปฏบิ ัตงิ านเช่อื มซึมลกึ ตอ่ ชนบากร่องวีตาแหน่งท่า 4G (PE) สมรรถนะยอ่ ย (สมรรถนะการเรียนรู้) สมรรถนะท่วั ไป (ทฤษฏ)ี 1. แสดงความร้เู กี่ยวกบั ลกั ษณะการทดสอบการดัดงอ 2. แสดงความร้เู กย่ี วกบั การทดสอบการดัดงอ 3. แสดงความรู้เกย่ี วกบั เคร่ืองทดสอบการดัดงอ 4. แสดงความรู้เกีย่ วกับลาดบั ข้นั ตอนการทดสอบการดดั งอ 5. แสดงทกั ษะเกยี่ วกับการเชื่อมซึมลกึ รอยตอ่ ตอ่ ชนบากรอ่ งวตี าแหน่งท่า 4G (PE) สมรรถนะทีพ่ ึงประสงค์ (ทฤษฏ)ี เมอ่ื ผู้เรียนไดศ้ ึกษาเนื้อหาในบทนี้แล้ว ผู้เรยี นสามารถ 1. อธบิ ายลกั ษณะการทดสอบการดดั งอไดถ้ ูกตอ้ ง 2. อธิบายเกยี่ วกับการทดสอบการดัดงอไดถ้ ูกต้อง
217 แผนการจัดการเรยี นรู้ที่ 7 ชือ่ วิชาเชอ่ื มอารก์ ดว้ ยลวดเชอื่ มหุ้มฟลกั ซ์ 2 เวลาเรียนรวม 12 ชว่ั โมง ชื่อหนว่ ย การทดสอบการดัดโค้ง (Bending Test) สอนครง้ั ที่ 13-14 ชอ่ื เรือ่ ง การทดสอบการดัดโค้ง (Bending Test) จานวน 12 ช่วั โมง 3. อธบิ ายเกยี่ วกบั เคร่ืองทดสอบการดัดงอได้ถูกต้อง 4. บอกลาดบั ขนั้ ตอนการทดสอบการดัดงอไดถ้ กู ตอ้ ง สมรรถนะทพี่ งึ ประสงค์ (ดา้ นทกั ษะ) เม่ือผู้เรียนไดศ้ ึกษาเนอื้ หาในบทนแ้ี ลว้ ผู้เรยี นสามารถ 1. ปฏิบัติงานเช่อื มอาร์กด้วยลวดเชื่อมหุ้มฟลักซ์ ต่อชนบากรอ่ งวตี าแหนง่ ทา่ 4G (PE) ได้ ดา้ นเจตคติ 1. มีความตั้งใจในการเตรียมชน้ิ งาน 2. มคี วามเช่อื มมน่ั ในการเช่ือม ดา้ นคุณธรรม จรยิ ธรรม ค่านิยม 12 ประการ 1. ซื่อสัตย์ เสยี สละ อดทน มอี ุดมการณใ์ นส่ิงที่ดงี ามเพ่อื ส่วนรวม 2. ใฝ่หาความรู้ หมั่นศกึ ษาเลา่ เรยี นท้ังทางตรง และทางออ้ ม 3. มศี ีลธรรม รกั ษาความสตั ย์ หวงั ดตี อ่ ผู้อน่ื เผ่ือแผ่และแบ่งปนั 4. มรี ะเบยี บวินยั เคารพกฎหมาย ผนู้ ้อยรจู้ กั การเคารพผใู้ หญ่ กิจกรรมการเรยี นการสอน รูปแบบการจัดการเรียนรู้แบบ Active Learning และจดั การเรียนการสอนที่เนน้ ดา้ นสมรรถนะ ของผเู้ รียน โดยมีองคป์ ระกอบท้ัง 4 ดา้ น ไดแ้ ก่ Motivation Information Application และ Progress การ จัดการเรยี นรู้โดย ใชก้ ระบวนการ MIAP กจิ กรรมการเรียนการสอน (สอนคร้ังท่ี 13-14 ) เวลา 12 ช่วั โมง/สัปดาห์ การนาเขา้ สบู่ ทเรียน 1 ดา้ นภาคทฤษฎี 1.1 ขนั้ เตรียมการสอน 1. ครูผู้สอนตรวจสอบรายชอื่ ผู้เรียน แจ้งรายละเอียดของเน้อื หาสาระการเรียนรหู้ นว่ ยท่ี 7 เรอ่ื ง การทดสอบการดัดโคง้ (Bending Test) และการปฏิบัตติ นขณะเรียน 2. ครูให้ผู้เรยี นทาแบบทดสอบกอ่ นเรยี นตามเวลากาหนดให้ผู้เรยี นสลับเอกสาร ประกอบการเรยี นกบั เพือ่ นภายในหอ้ งพรอ้ มฟงั ครูเฉลยและแจ้งผลการประเมินแบบทดสอบก่อนเรียน 1.2 ข้ันการสอน (ใช้ขั้นตอนการสอน MIAP) 1. ข้ันนาเขา้ สบู่ ทเรยี น (M)ครตู ั้งคาถามสอบถามผู้เรยี น โดยคาถามใหส้ อดคล้องกบั เนื้อหา
218 แผนการจดั การเรียนร้ทู ่ี 7 ชอ่ื วชิ าเช่ือมอาร์กดว้ ยลวดเช่อื มห้มุ ฟลกั ซ์ 2 เวลาเรียนรวม 12 ชว่ั โมง ชื่อหนว่ ย การทดสอบการดัดโคง้ (Bending Test) สอนคร้ังท่ี 13-14 ช่ือเรือ่ ง การทดสอบการดัดโคง้ (Bending Test) จานวน 12 ชั่วโมง สาระการเรยี นรู้ 2. ขน้ั ใหเ้ นือ้ หาความรู้ (I) ครูผสู้ อนดาเนนิ กจิ กรรมการเรยี นการสอน ดว้ ยวิธีท่ี หลากหลาย เช่น การถามตอบ การอธิบายการตั้งคาถามระหวา่ งผ้เู รยี นกบั ผู้เรียน เป็นตน้ 3. ขั้นให้แบบฝึกหัด (A) ครูผู้สอนให้ผเู้ รียนทาแบบฝกึ หัดประจาหน่วยท่ี 7 เร่ือง การทดสอบ การดดั โคง้ (Bending Test) จานวน 10 ข้อ ตามเวลาที่กาหนด และสลบั เอกสารประกอบการเรยี นการสอน ผเู้ รียนกบั ผเู้ รียนตรวจ โดยครเู ฉลยแบบฝึกหัด และให้ผูเ้ รยี นแจ้งผลการประเมนิ เพ่ือให้ครผู ้สู อนบนั ทกึ คะแนน 4. ขั้นสาเร็จ (P) ครูผู้สอนแจ้งผู้เรียนใหท้ าแบบทดสอบหลังเรยี นประจา หน่วยที่ 7 เร่อื ง การทดสอบการดัดโค้ง (Bending Test) จานวน 10 ขอ้ ตามเวลาที่กาหนด และสลับเอกสารประกอบการ เรยี นการสอนผเู้ รียนกับผู้เรยี นตรวจ โดยครูเฉลยแบบทดสอบหลังเรียน และให้ผเู้ รยี นแจ้งผลการประเมิน เพอ่ื ใหค้ รูผู้สอนบันทึกคะแนน 1.3 ขัน้ สรุป ครผู ูส้ อนกับผู้เรียนรว่ มกนั สรุปเนื้อหาภาคทฤษฎีเปน็ แนวคดิ สาคญั และสามารถให้ ผู้เรยี นได้ นาไปใช้งานในภาคปฏบิ ตั ไิ ดอ้ ย่างถูกตอ้ ง การสรุป ครูผูส้ อนกับผู้เรยี นรว่ มกนั สรุปเนือ้ หาภาคทฤษฎีเพอื่ เปน็ แนวคิดสาคญั เพอ่ื ให้ ผ้เู รยี นได้นาไปใชง้ านใน ภาคปฏิบตั ไิ ด้อย่างถูกต้องต่อไป 2 ดา้ นภาคปฏิบตั ิ 2.1 ข้นั เตรียมการสอน (ใบงานที่ 9 งานเชื่อมอาร์กด้วยลวดเชือ่ มหมุ้ ฟลักซ์ ต่อชนตาแหน่งท่า 4G (PE) ผู้เรยี นเขา้ แถวครูผสู้ อนตรวจสอบรายช่ือจัดกลุ่มผู้เรียนเข้าสถานีปฏบิ ัติงานเช่อื ม อบรม ผู้เรียนดา้ นความปลอดภัยในการปฏบิ ัติงานเชื่อมอารก์ ด้วยลวดเช่ือมหมุ้ ฟลกั ซ์ ต่อชนตาแหน่งทา่ 4G (PE) อยา่ งเคร่งครัด 2.2 ขน้ั การสอน 1. ครผู ้สู อนชี้แจงจุดประสงคก์ ารเรยี นรูข้ องใบงานเชอ่ื มอาร์กดว้ ยลวดเชือ่ มหุ้มฟลักซ์ ตอ่ ชนตาแหนง่ ทา่ 4G (PE) ตาม เนอ้ื หาใบงานที่ลงฝกึ ภาคปฏบิ ัติ 2. ครผู ู้สอนนาเข้าสบู่ ทเรียน โดยสอบถามจากผเู้ รียนให้ผู้เรยี นตอบ เพอื่ ได้นาเข้าสู่ บทเรยี นของท่ีไดล้ งฝกึ ปฏบิ ตั ิ ใบงานที่ 9 งานเชอื่ มอาร์กด้วยลวดเชื่อมห้มุ ฟลกั ซ์ ตอ่ ชนตาแหน่งท่า 4G (PE) 2.3 ขน้ั สาธิต ครผู สู้ อนแนะนาข้ันตอนการปฏิบัติงาน และทาการสาธิตการเชอื่ มอาร์กดว้ ยลวดเชอ่ื ม หมุ้ ฟลกั ซ์ ต่อชนตาแหนง่ ท่า 4G (PE)ตามลาดบั ข้ันให้ผ้เู รยี นไดส้ ังเกตดว้ ยความปลอดภยั (บันทกึ คลปิ วดี ีโอไว้ เพือ่ ให้ นร.สามารถไดก้ ลับมาดกู ารสาธติ ได้ซา้ ๆหลายๆคร้ังตามเนอ้ื หาสาระการฝึก
219 แผนการจัดการเรียนรทู้ ่ี 7 ชือ่ วชิ าเชอื่ มอาร์กดว้ ยลวดเชือ่ มหมุ้ ฟลกั ซ์ 2 เวลาเรยี นรวม 12 ชวั่ โมง ชือ่ หนว่ ย การทดสอบการดัดโคง้ (Bending Test) สอนครั้งท่ี 13-14 ชื่อเร่ือง การทดสอบการดัดโคง้ (Bending Test) จานวน 12 ชว่ั โมง 2.4 ขน้ั การปฏบิ ตั งิ าน ผเู้ รยี นลงปฏิบัติ โดยครผู ู้สอนกาชับและควบคุมในการปฏิบัตงิ านด้วยความปลอดภยั ใหส้ วมใส่ชดุ ป้องกันอนั ตรายขณะปฏบิ ตั ิงานทุกคน ซึ่งใบงานควรปฏิบัติดงั นี้ (1) จัดกลุ่มผู้เรียนตามจานวนเคร่ืองเชื่อมและแบ่งกลุ่มผเู้ รยี นคละความสามารถ (เกง่ –ปานกลาง–อ่อน)เป็นกลมุ่ ๆ เนน้ รปู แบบการจดั การเรียนร้แู บบรว่ มมือเทคนคิ STAD (เพ่อื นช่วยเพ่ือน) ตามเหมาะสม (2) ครผู สู้ อนแจกชน้ิ งานคนละจานวน 2 ช้ิน และเตรียมช้นิ งานตาม แบบทีก่ าหนดไว้ (3) ผู้เรียนเชอ่ื มยดึ ชนิ้ งานใหต้ ิดกนั ตามแบบงาน (4) ผ้เู รยี นปฏบิ ัติงานเช่ือมอารก์ ด้วยลวดเช่อื มหมุ้ ฟลกั ซ์ ต่อชนตาแหนง่ ท่า 4G (PE) (5) ครผู สู้ อนควบคุมดูแลผเู้ รยี น และสงั เกตพฤตกิ รรมในการปฏบิ ตั ิงาน 2.5 ขน้ั ตรวจผลการปฏิบัติงาน เมื่อผเู้ รยี นไดล้ งปฏบิ ตั ิใบแต่ละใบงานได้ครบทุกคน ครูผสู้ อนเรยี กตามเลขที่ หรอื ให้ ผู้เรยี น จบั ฉลากเพอื่ ทาการสอบปฏิบัติ โดยครูผู้สอนใช้ใบประเมินผลการปฏิบัติงานของใบงานที่ 9 ตรวจประเมนิ พร้อมชี้แจงใหผ้ ้เู รยี นไดท้ ราบ และใหผ้ ู้เรยี นปฏิบัติการสอบตามเวลากาหนด 2.6 ขน้ั สรปุ และประเมนิ ผล 1. ครูผู้สอนแจง้ ผลการปฏิบัติงานของผู้เรยี นใบงานที่ 9 ใหผ้ ู้เรียนทกุ คนทราบ 2. ครปู ระเมนิ และแจง้ ผลด้านคณุ ธรรม จรยิ ธรรม และคุณลักษณะอนั พงึ ประสงค์เพื่อ เป็น แนวทางใหผ้ เุ้ รยี นได้ปรบั ปรุงตนเองได้อย่างเหมาะสม 2.1 ขน้ั เตรยี มการสอน (ใบงานท่ี 10 งานเชือ่ มต่อชนซมึ ลกึ บากรอ่ งวตี าแหน่งท่า 4G (PE) ผูเ้ รยี นเข้าแถวครูผู้สอนตรวจสอบรายชอื่ จัดกล่มุ ผู้เรยี นเขา้ สถานีปฏิบัตงิ านเช่ือม อบรม ผเู้ รยี นดา้ นความปลอดภัยในการปฏิบตั ิงานเช่ือมตอ่ ชนซมึ ลึกบากร่องวตี าแหน่งท่า 4G (PE) อย่างเคร่งครัด 2.2 ขน้ั การสอน 1. ครูผู้สอนช้แี จงจุดประสงค์การเรยี นร้ขู องใบงานเชือ่ มตอ่ ชนซมึ ลึกบากร่องวี ตาแหน่งท่า 4G (PE) ตาม เนื้อหาใบงานทลี่ งฝึกภาคปฏิบัติ 2. ครผู ู้สอนนาเข้าสู่บทเรียน โดยสอบถามจากผเู้ รียนให้ผู้เรยี นตอบ เพอ่ื ได้นาเข้าสู่ บทเรียนของที่ได้ลงฝึกปฏบิ ัติ ใบงานที่ 10 งานเชอื่ มตอ่ ชนซึมลึกบากร่องวีตาแหน่งท่า 4G (PE) 2.3 ขน้ั สาธติ ครผู ้สู อนแนะนาขัน้ ตอนการปฏิบัติงาน และทาการสาธิตการทางานเชอ่ื มตอ่ ชนซมึ ลกึ บากรอ่ งวตี าแหนง่ ท่า 4G (PE) ตามลาดับขน้ั ให้ผู้เรยี นไดส้ งั เกตด้วยความปลอดภัย (บนั ทกึ คลิปวีดีโอไว้เพ่ือให้ นร.สามารถได้กลับมาดกู ารสาธติ ได้ซ้าๆหลายๆครั้งตามเน้ือหาสาระการฝกึ 2.4 ขนั้ การปฏิบัตงิ าน ผ้เู รียนลงปฏิบัติ โดยครูผู้สอนกาชับและควบคมุ ในการปฏิบัตงิ านด้วยความปลอดภยั
220 แผนการจดั การเรียนรทู้ ่ี 7 ชือ่ วชิ าเช่อื มอาร์กดว้ ยลวดเช่ือมห้มุ ฟลักซ์ 2 เวลาเรียนรวม 12 ช่ัวโมง ช่ือหนว่ ย การทดสอบการดัดโคง้ (Bending Test) สอนครั้งที่ 13-14 ชือ่ เรือ่ ง การทดสอบการดัดโค้ง (Bending Test) จานวน 12 ชว่ั โมง ให้สวมใสช่ ดุ ป้องกนั อนั ตรายขณะปฏิบัติงานทุกคน ซ่งึ ใบงานควรปฏบิ ตั ิดังนี้ (1) จัดกลมุ่ ผู้เรียนตามจานวนเครอ่ื งเชื่อมและแบ่งกลุ่มผู้เรียนคละความสามารถ (เก่ง–ปานกลาง–อ่อน)เป็นกลมุ่ ๆ เนน้ รปู แบบการจัดการเรียนร้แู บบร่วมมอื เทคนคิ STAD (เพอื่ นช่วยเพื่อน) ตามเหมาะสม (2) ครผู สู้ อนแจกชิน้ งานคนละจานวน 2 ช้นิ และเตรียมชน้ิ งานตาม แบบทก่ี าหนดไว้ (3) ผู้เรยี นเชอ่ื มยดึ ชิน้ งานให้ตดิ กนั ตามแบบงาน (4) ผู้เรยี นปฏิบตั งิ านเชือ่ มตอ่ ชนซึมลกึ บากร่องวตี าแหน่งทา่ 4G (PE) (5) ครผู สู้ อนควบคุมดูแลผูเ้ รยี น และสงั เกตพฤติกรรมในการปฏิบัติงาน 2.5 ข้ันตรวจผลการปฏิบตั งิ าน เม่ือผเู้ รยี นไดล้ งปฏิบตั ิใบแต่ละใบงานไดค้ รบทกุ คน ครูผสู้ อนเรียกตามเลขที่ หรือให้ ผู้เรยี น จบั ฉลากเพื่อทาการสอบปฏิบัติ โดยครูผสู้ อนใช้ใบประเมนิ ผลการปฏิบัติงานของใบงานท่ี 10 ตรวจประเมิน พรอ้ มชแ้ี จงใหผ้ ู้เรียนไดท้ ราบ และใหผ้ ู้เรียนปฏบิ ัติการสอบตามเวลากาหนด 2.6 ข้นั สรุปและประเมินผล 1. ครผู สู้ อนแจ้งผลการปฏบิ ัติงานของผู้เรียนใบงานท่ี 10 ให้ผู้เรียนทกุ คนทราบ 2. ครูประเมนิ และแจ้งผลด้านคุณธรรม จริยธรรม และคณุ ลกั ษณะอนั พงึ ประสงค์เพื่อ เปน็ แนวทางให้ผุ้เรยี นได้ปรับปรุงตนเองได้อยา่ งเหมาะสม งานทม่ี อบหมายหรือกจิ กรรม 1. กอ่ นเรยี น เตรยี มเอกสารประกอบการเรยี นการสอนผู้เรยี น และทาแบบทดสอบกอ่ นเรียน จานวน 10 ข้อ 2. ขณะเรยี น ผู้เรียนทาแบบฝึกหัดในเอกสารประกอบการเรียนการสอน จานวน 10 ขอ้ 3. หลงั เรียน ผเู้ รยี นทาแบบทดสอบหลงั เรยี นเอกสารประกอบการเรยี นการสอน จานวน 10 ข้อ สอ่ื การเรยี นการสอน 1. เอกสารประกอบการสอน ใบงาน/ใบความรู้ 2. ส่ือนาเสนอ Power Point 3. รปู ภาพเกีย่ วกบั เครอื่ งเชื่อม ไฟฟา้ MMA 4. หนงั สือเรียน เช่อื มอาร์กด้วยลวดเช่ือมหุม้ ฟลกั ซ์ 2 รหสั วชิ า 20103-2002 5. เครอื่ งคอมพวิ เตอร์พรอ้ มทั้งเคร่ืองฉายโปรเจคเตอร์ การวดั และประเมนิ ผล 1 แบบทดสอบก่อนเรียน (แบบปรนัย) 2 แบบฝึกหัด (แบบอัตนยั ) 3 แบบทดสอบหลงั เรยี น (แบบปรนัย)
221 แผนการจดั การเรียนรู้ท่ี 7 ชื่อวิชาเชอ่ื มอารก์ ด้วยลวดเช่อื มหมุ้ ฟลกั ซ์ 2 เวลาเรียนรวม 12 ชัว่ โมง ชื่อหน่วย การทดสอบการดัดโค้ง (Bending Test) สอนคร้งั ท่ี 13-14 ชื่อเรื่อง การทดสอบการดัดโคง้ (Bending Test) จานวน 12 ชัว่ โมง 4 การวัดและประเมนิ ผลพฤติกรรม คุณธรรม จรยิ ธรรม และคุณลักษณะอนั พึงประสงค์ เกณฑ์การประเมนิ ผล 1 ดา้ นทฤษฎี 1.1 แบบทดสอบกอ่ นเรยี น มีจานวน 10 ข้อ ไมน่ า ผลมาประเมิน แตน่ า มาเปรียบเทยี บ ผลสัมฤทธ์ิ ทางการเรียนกอ่ นเรยี นกบั หลังเรียนของเอกสารประกอบการเรียนการสอนเท่าน้นั 1.2 แบบฝกึ หัด มีจานวน 10 ข้อ ผูเ้ รียนตอ้ งผ่านเกณฑ์ไม่นอ้ ยกว่าร้อยละ 70 1.3 แบบทดสอบหลังเรยี น มีจานวน 10 ข้อ ผู้เรียนต้องผ่านเกณฑ์ไม่น้อยกวา่ รอ้ ยละ 70 2 ดา้ นทักษะ หน่วยการเรียนรทู้ ่ี ...? ใบงานท่ี 1 งานเชอ่ื มอาร์คด้วยลวดเชอ่ื มหุ้มพลกั ซ์รอบต่อตัวที ท่าราบ 1F 3 ด้านคณุ ธรรม จรยิ ธรรม และคุณลักษณะอนั พึงประสงค์ ผเู้ รียนทุกคนตอ้ งผา่ นเกณฑ์การประเมนิ จากตารางประเมินผลดา้ นคุณธรรม จริยธรรม และ คณุ ลกั ษณะอันพึงประสงคโ์ ดยเป็นการสงั เกตพฤตกิ รรมของผเู้ รยี นเป็นรายบุคคล ช่วงกอ่ นเรียน ขณะเรยี น และหลงั เรยี น ซึง่ เปน็ ตารางการประเมนิ แบบตรวจสอบรายการ จานวน 10 ข้อๆละ 1คะแนน ซ่งึ ใชเ้ กณฑ์ การประเมิน ดังน้ี คะแนน 9 – 10 หมายถงึ ระดับการประเมนิ พฤตกิ รรม ดีมาก คะแนน 7 – 8 หมายถึง ระดับการประเมินพฤติกรรม ดี คะแนน 5 – 6 หมายถงึ ระดบั การประเมนิ พฤตกิ รรม พอใช้ คะแนน 0 – 4 หมายถึง ระดบั การประเมนิ พฤตกิ รรม ตอ้ งปรบั ปรุง
222 เนอ้ื หา รหสั วชิ า 20103-2002 ชื่อวิชาเชือ่ มอาร์กด้วยลวดเชื่อมหมุ้ ฟลักซ์ 2 หน่วยท่ี 7 ชื่อหน่วย การทดสอบการดัดโค้ง (Bending Test) ชอ่ื เร่อื ง การทดสอบการดัดโคง้ (Bending Test) จานวน 12 ชวั่ โมง การทดสอบการดัดโค้ง (Bending Test) การทดสอบการดัดโค้ง เปน็ การทดสอบเพ่อื ดูพฤติกรรมการแปรรปู ของวัสดุหลังจากทาการดดั โค้ง โดยพิจารณาดวู ่าท่ผี ิวด้านนอกของชน้ิ ทดสอบตรงบรเิ วณทที่ าการดัดโค้งเกิดรอย แตกข้ึนหรอื ไม่ หลงั จากทา การดดั โคง้ ชิ้นทดสอบด้วยรศั มีความโค้งทกี่ าหนด จนได้มุมตามท่ีกาหนดไวใ้ นมาตรฐานการทดสอบ หลักการ ในการทดสอบการดัดโค้ง คือ ใชว้ ธิ ใี ดก็ได้ในการดัดช้ินวสั ดุทดสอบซึ่งอาจมหี นา้ ตัดเปน็ วงกลม, สเ่ี หลยี่ ม หรือ รปู ทรงหลายเหลย่ี ม ใหไ้ ด้รศั มีความโคง้ ตามท่ีกาหนดไว้ หรือให้ไดม้ ุมตามทีก่ าหนด โดยทิศทางของแรงทใ่ี ชใ้ น การดัดโค้งตอ้ งคงที่ และการให้แรงในการดดั โคง้ ตอ้ งเปน็ ไปอย่างช้าๆ เพ่ือปอ้ งกนั การเกิดการเคลื่อนท่ีของช้ิน ทดสอบในแนวข้าง หลงั จากชิ้นทดสอบโคง้ งอไปตามทีก่ าหนดแลว้ ทาการตรวจสอบดูวา่ ทพี่ ้นื ผิวดา้ นนอก ของชิ้นทดสอบตรงบรเิ วณที่ดัดโคง้ ซ่ึงจะเป็นบริเวณทร่ี บั ความเค้นแรงดึงในระหว่างการดัดโค้ง มรี อยแตก เกดิ ขึ้นหรอื ไม่ จะเห็นได้วา่ หลกั การของการทดสอบการดดั โค้ง แตกตา่ งจากการทดสอบสมบัติเชิงกลประเภท อน่ื ๆ ซงึ่ จะได้ผลลัพธ์ออกมาในเชิงปริมาณ คือ ได้คา่ สมบัติเชงิ กลออกมาเปน็ ตัวเลข เชน่ ค่าความแขง็ ,ความ เคน้ จดุ คราก ในขณะทีผ่ ลจากการทดสอบการดัดโค้งจะเปน็ ผลในเชงิ คณุ ภาพ คอื พิจารณาแค่ชิ้นทดสอบน้ัน ผ่านเกณฑก์ ารทดสอบหรอื ไม่ คือสามารถผ่านการดัดโค้งตามท่กี าหนดไวใ้ นการทดสอบ โดยไม่เกิดรอยแตกท่ี ผวิ ด้านนอกเนือ่ งจากความเคน้ แรงดึง ไดห้ รือไม่ การพิจารณาว่าชิน้ ทดสอบผา่ นการทดสอบการดัดโค้งน้นั หรอื ไมน่ นั้ พิจารณาจากการ ตรวจสอบดูท่ีผิว ด้านนอกของชน้ิ ทดสอบวา่ ไมม่ รี อยแตก การตรวจสอบอาจทาโดยการตรวจสอบดว้ ยตาเปลา่ หรืออาจใช้ กล้องท่มี ีกาลังขยายไมเ่ กนิ 20 เท่า(ปกติจะกาหนดให้ใชต้ าเปล่า) สาหรับช้นิ งานท่ีมอี ัตราสว่ น ความกวา้ ง/ความหนา มากกวา่ 8 ขน้ึ ไป ถ้าตรวจพบรอยแตกท่ีขอบ (edge) ของชิน้ ทดสอบ ให้ทาการขัดขอบของช้ินทดสอบทแ่ี ตกนั้นให้เรยี บ แลว้ ทาการทดสอบใหม่อกี คร้ัง
223 ภาพท่ี 1 : ชิน้ งานทดสอบการดดั โค้ง เมอื่ ทาการดัดโค้งด้วยมุม (bending angle) ท่ีเท่ากนั วสั ดทุ ี่มคี วามสามารถในการดัดโค้งที่ดกี วา่ จะ สามารถทาการดัดโค้งโดยใช้รัศมี การดัดโคง้ (bending radius) ที่เล็กกวา่ ได้โดยไม่เกดิ รอยแตกขึ้น ในทาง ตรงกนั ข้ามเมอื่ ทาการดัดโค้งด้วยรัศมีการดัดโคง้ (bending radius) ทค่ี งที่ วสั ดุทีม่ ีความสามารถในการดัด โคง้ ทด่ี ีกวา่ จะสามารถทาการดัดโค้งไดด้ ว้ ยมมุ (bending angle) ที่มากกวา่ จงึ จะเกดิ รอยแตกขน้ึ รัศมี การดดั โค้งทีต่ า่ ท่ีสุด (minimum bend radius) คอื รัศมีการดัดโค้งทนี่ ้อยที่สุด ทจ่ี ะสามารถใช้ในการทาการดัดโคง้ ได้โดยทไ่ี ม่เกิดรอยแตกทพ่ี ืน้ ผวิ ของวสั ดุ โดยปกติแล้วรัศมกี ารดดั โคง้ ท่ตี ่าท่ีสุด (minimum bend radius) จะเป็นสดั ส่วนโดยตรงกับความหนาของช้นิ งาน ดังนั้นโดยมากมักจะรายงานคา่ รศั มีการดดั โคง้ ท่ีต่าท่ีสุดโดย การบอกเปน็ จานวน เทา่ ของความหนาของวัสดุ (t) เชน่ วัสดุทีม่ ีรศั มกี ารดัดโคง้ ทีต่ ่าท่สี ุด = 3t กค็ ือวสั ดุที่ สามารถทาการดัดโคง้ ดว้ ยรศั มกี ารดดั โคง้ ที่มากกว่า 3 เทา่ ของความหนาได้โดยไมเ่ กิดรอยแตกท่ีผวิ คา่ รัศมี การดดั โคง้ ที่ต่าท่ีสุด ไมใ่ ช่สมบตั ิที่เป็นคา่ คงทข่ี องวสั ดุ เนื่องมาจากความสามารถของผู้ตรวจสอบรอยแตกใน การตรวจพบรอยแตกทเ่ี ร่มิ เกดิ ขึ้นไม่เทา่ กัน และการใชร้ ัศมีการดัดโคง้ ในการทดสอบได้ไม่ตอ่ เนือ่ งและ เหมือนกัน เน่ืองจากจากดั อยูท่ ี่ รศั มีของ mandrel ทใ่ี ช้ในการทดสอบใน การเปรียบเทียบความสามารถใน การดดั โค้งของวัสดุ ขอ้ มูลท่ีจะนามาเปรียบเทียบกันได้นน้ั จะต้องมาจากการทดสอบทีใ่ ช้วิธกี าร ทดสอบแบบ เดยี วกนั ,ผตู้ รวจสอบรอยแตกคนเดยี วกัน และใช้ช้ินทดสอบทมี่ ีขนาดเท่ากัน ตลอดจนใชร้ ัศมกี ารดดั โค้ง (bending radius) และมุมดดั โค้ง (bending angle) ท่ีเท่ากนั ด้วย ข้อมูลจงึ จะสามารถนามาเปรียบเทยี บกนั ได้ อุปกรณ์ และเคร่อื งมอื ในการทาการทดสอบการดัดโคง้ นั้นไม่มขี อ้ กาหนดทต่ี ายตวั เนอ่ื งจากการ ทดสอบไม่ซับซอ้ นยุ่งยาก และไมต่ ้องการความละเอียดของเคร่ืองมือมากนกั ขอแค่สามารถทาการดัดโคง้ ชน้ิ ทดสอบดว้ ยรัศมตี ่างๆตามทกี่ าหนดไว้ หรือดัดโค้งไปด้วยมมุ (bending angle) ที่ตอ้ งการ เมือ่ กาหนดรัศมกี าร ดัดโค้ง (bending radius) ที่คงท่ี ไดก้ ็เพยี งพอแล้ว โดยทว่ั ไปเครือ่ งมือและอุปกรณต์ ่างๆ ท่ีใชใ้ นการทดสอบ การดัดโคง้ เชน่ pin , roller และ mandrel นนั้ ควรจะมีความยาวยาวกว่า ความกว้างของช้นิ ทดสอบ และ จะตอ้ งมคี วามแขง็ แรง และแขง็ เกรง็ เพยี งพอท่ีจะทนต่อการแปรรปู และการสกึ หรอในระหว่างทาการดัดโคง้ ได้ วิธกี ารทดสอบการดดั โค้ง เราสามารถเลอื กวิธกี ารทดสอบการดัดโค้งไดห้ ลากหลายวธิ ี ซง่ึ แต่ละวิธีจะแตกต่างกันใน รายละเอียดแตจ่ ะมหี ลักการในการทดสอบที่เหมอื น กัน วิธีทดสอบการดัดโคง้ ทน่ี ยิ มใชก้ นั โดยท่วั ๆ ไปมี 3 วิธี ได้แก่ 1. แบบ pressing bend การ ทดสอบทาโดย นาช้ินทดสอบมาวางอยู่บนตัวฐานรอง ซ่งึ ควรจะเป็น ทรงกระบอกทม่ี ีรศั มคี วามโค้งไม่ต่ากวา่ 10 มม. แลว้ ค่อยๆเพ่ิมแรงในการกดทจี่ ุดก่งึ กลางของชิ้นงาน ทดสอบ เพือ่ ทาการดดั โค้งชน้ิ งาน ระยะห่างระหวา่ งฐานรองทีใ่ ชใ้ น การทดสอบ = 2r + 3t โดยที่ r คอื รศั มี
224 การดดั โค้ง และ t คอื ความหนา หรือเสน้ ผ่านศูนย์กลางของชน้ิ ทดสอบ ส่วนปลายของ mandrel จะต้อง เป็นทรงกระบอก ที่มรี ศั มคี วามโคง้ เท่ากบั รัศมีการดดั โคง้ ท่ีตอ้ งการจะทาการทดสอบ 2. แบบ Winding bend การ ทดสอบทาโดย ค่อยๆเพ่มิ แรงทีใ่ ชใ้ นการม้วนช้ินทดสอบรอบๆ mandrel ตามทีก่ าหนดไว้ โดยการทก่ี ด ยดึ ปลายดา้ นหนึ่งของชน้ิ ทดสอบไว้ และทาการดัดโคง้ ที่ปลายอีกด้านหนงึ่ ทาให้เกดิ การดัดโค้งรอบ mandrel ดังรปู ภาพท่ี 4 : Winding bending method 3. แบบ V-block bend การ ทดสอบทาโดย นาชิน้ ทดสอบมาวางอยู่บนฐานรูปตัววี ดงั รปู แลว้ ค่อยๆ เพ่ิมแรงกดผ่าน mandrel ลงตรงกลางของชน้ิ งานทดสอบ เพ่ือทาการดดั โคง้ ชิน้ งานใหไ้ ดต้ ามท่กี าหนดไว้ ภาพท่ี 5 : V-block bending method
225 ภาพที่ 3 : Pressing bending method ช้นิ งานในการทดสอบการดัดโค้ง ชิ้นงานท่มี ีรปู ทรงเป็นแผน่ และท่อนจะสามารถตัดมาทาการทดสอบไดเ้ ลย แต่สาหรบั ช้นิ งานที่มีหน้า ตัดเปน็ รปู หลายเหล่ยี ม (polygonal section) ในบางกรณี ชน้ิ ทดสอบอาจจะหนาเกนิ กวา่ ทอ่ี ปุ กรณย์ ดึ จับจะ จบั ได้ หรือเครอ่ื งทจ่ี ะทาการทดสอบการดัดโค้งอาจจะมีกาลงั ไมส่ งู พอ จึงต้องมกี ารกลงึ ไส หรือขดั ใหผ้ ิวดา้ น หนึ่งเรียบลง โดยใชด้ า้ นทไ่ี มไ่ ด้ถูกกลงึ เปน็ ผิวด้านนอกที่จะตอ้ งรบั แรงดงึ ในระหว่างทาการ ทดสอบการดัด โค้ง ขอบของชนิ้ งานที่ทาการตัดมา อาจทาการตะไบหรือขัดด้วยสายพานใหผ้ วิ เรียบลงได้ โดยรัศมขี องขอบ ของช้นิ งานควรจะมขี นาดรัศมมี ากกว่า 1/10 ของความหนาของช้นิ งานข้นึ ไป แตส่ าหรับชน้ิ งานท่ีมอี ัตราสว่ น ความกวา้ ง/ความหนา มากกวา่ 8 ไม่มีความจาเป็นจะต้องเตรียมขอบใหเ้ รียบลง ยกเวน้ ในกรณีทเ่ี กิดรอยแตก ข้นึ ท่ีมุม ในระหว่างการทดสอบการดดั โค้ง สาหรบั ความยาวของชิน้ ทดสอบ สาหรบั การทดสอบแบบ Wrap bending และ Wipe bending ช้นิ ทดสอบจะตอ้ งมคี วามยาวพอทจ่ี ะสามารถจบั ไดโ้ ดยไมเ่ กดิ การเล่อื นไถล แตส่ าหรบั การทดสอบแบบ V- block bending ขอแค่มีความยาวเกินกวา่ ระยะระหว่างฐานรองก็สามารถทาการทดสอบได้ ชนิ้ งานท่ีนามา ทดสอบการดดั โค้งจะเตรยี มมาจากแนวใดกไ็ ด้ แต่โดยปกติชิน้ งานทเ่ี ตรยี มในแนวต้งั ฉากกบั แนวรดี จะมีความ เหนียวตา่ กวา่ ชิน้ งานท่เี ตรยี มในแนวขนานกับแนวรดี
226 ภาพท่ี 6 : ช้ินงานทดสอบการดดั โค้งท่เี ตรยี มมาจากแนวตา่ งๆ สาหรับ ช้นิ งานที่มอี ตั ราส่วน ความกว้าง/ความหนา ต่ากว่า 8 สภาวะการทดสอบจะเป็นแบบความ เคน้ ระนาบ ซง่ึ ค่าความตา้ นทานการดดั โค้งจะข้ึนกับ อัตราสว่ นความกว้าง/ความหนา ดังรูปท่ี 7แต่สาหรบั ชนิ้ งานทมี่ อี ัตราสว่ น ความกวา้ ง/ความหนา มากกวา่ 8 ขึ้นไป การดดั โค้งท่เี กิดขึน้ จะอยู่ในสภาวะของ ความเครียดระนาบ และความต้านทานการดัดโค้งจะไม่ข้นึ กับ อัตราส่วนความกว้าง/ความหนา ดงั นั้น การ ทดสอบการดัดโคง้ จึงมักจะกาหนดขนาดชิ้นงานใหม้ อี ตั ราสว่ น ความกวา้ ง/ความหนา มากกว่า 8 ขึ้นไป เพื่อ กาจัดผลของขนาดของชน้ิ งาน ที่จะมีต่อการทดสอบ ภาพที่ 7 : ความเค้นและความเครยี ดในการทดสอบการดดั โคง้ (a) ความเคน้ และความเครยี ดทเ่ี กิดขึน้ ณ บริเวณทท่ี ดสอบการดดั โคง้ (b) กราฟระหว่างความเครียดและ อตั ราส่วนความกว้าง/ความหนา ดังท่ไี ดก้ ลา่ วมาขา้ งต้น จะเหน็ ได้ว่าปกติเราจะไมค่ ่อยมีขอ้ กาหนดเกย่ี วกับขนาดของชน้ิ ทดสอบการดัด โค้งมาก นกั แต่อยา่ งไรกด็ ี ตามมาตรฐาน JIS Z 2204 ไดแ้ บ่งช้ินทดสอบสาหรับการดัดโคง้ ออกเปน็ 3 กลุ่ม ดังน้ี 1.) ช้ินทดสอบประเภทแผน่ ที่มคี วามหนา (t) ตั้งแต่ 3 มม. ขน้ึ ไป โดยความกว้าง (w) ของช้ินทดสอบท่ใี ช้ จะอยรู่ ะหว่าง 20 - 50 มม. ถ้าวสั ดมุ ีความกว้างไมถ่ ึงตามท่กี าหนดกใ็ ห้ใช้ความกวา้ งสูงสุดท่ีสามารถ เตรยี ม ได้ ส่วนความยาวนัน้ จะขน้ึ อยู่กับความหนาของช้นิ ทดสอบ และอปุ กรณ์ท่ใี ช้ในการทดสอบ ถ้า วัสดมุ ีความ หนามากกว่า 25 มม. สามารถท่ีจะทาการกลงึ ไสผิวด้านหน่ึงให้มีความหนาลดลงได้ ตามแต่ความเหมาะสมกบั อุปกรณก์ ารทดสอบ แต่ตอ้ งมคี วามหนาไม่ต่ากวา่ 25 มม. และในการทดสอบ ใหใ้ ชด้ ้านท่ีไมไ่ ดท้ าการกลงึ ไส มาเป็นผิวดา้ นนอกทีร่ ับแรงดึงในระหวา่ งทาการ ดดั โคง้
227 ภาพที่ 8 : ชิ้นงานทดสอบประเภทแผน่ 2.) ชิน้ ทดสอบทอ่ น (bar) ดงั แสดงในรปู ท่ี 9 โดยคา่ D ซงึ่ เปน็ เส้นผ่านศูนย์กลาง (สาหรบั ชิน้ งานทีม่ ี หน้าตดั เป็นวงกลม) หรืออาจเป็นเส้นผ่านศนู ย์กลางภายในของรปู หลายเหลี่ยม (สาหรบั ช้นิ งานทม่ี ีหนา้ ตดั เป็น รปู หลายเหลี่ยม) ถ้าวสั ดมุ ีค่า D มากกว่า 30 มม. สามารถทีจ่ ะทาการกลงึ ไสใหม้ ขี นาดเลก็ ลง แต่ต้องมี D หลงั ทาการกลึงไสไม่ต่ากวา่ 25 มม. ดังรปู ที่ 10 และในการทดสอบ ให้ใช้ด้านทไี่ มไ่ ด้ทาการกลึงไสมาเป็นผวิ ดา้ นทร่ี บั แรงดงึ ในระหวา่ งทาการดดั โคง้ ส่วนความยาวของชน้ิ ทดสอบน้นั จะข้ึนอย่กู บั ค่า D ของช้นิ ทดสอบ และอุปกรณ์ที่ใช้ในการทดสอบ ภาพที่ 9 : ชิน้ งานทดสอบประเภท bar กอ่ นทาการกลึงไส ภาพท่ี 10 : ช้นิ งานทดสอบประเภท bar หลังจากทาการกลงึ ไสแลว้ 3.) ชน้ิ ทดสอบสาหรับทาการทดสอบ วัสดุพวก plate หรือ strip ที่มคี วามหนาตา่ กว่า 3 มม. ลงไป โดย ความกว้างของชิ้นทดสอบจะใช้อยู่ระหวา่ ง 15 -50 มม. โดยถ้าวัสดุมีความกว้างไมถ่ ึงตามท่ีกาหนดก็ให้ใช้ ความกว้างสูงสดุ ที่สามารถ เตรียมได้ ส่วนความยาวน้นั จะขน้ึ อยู่กบั ความหนาของชน้ิ ทดสอบ และอุปกรณ์ ทีใ่ ช้ในการทดสอบ
228 ภาพท่ี 2 : อปุ กรณ์และเครอ่ื งมอื ในการทาการทดสอบการดัดโค้ง แบบตา่ งๆ
ใบงานท่ี 9 229 ชือ่ รายวิชา เช่อื มอารก์ ด้วยลวดเชื่อมหุ้มฟลักซ์ 2 สอนครง้ั ที่ 13 ชอ่ื งาน : งานเชือ่ มอาร์กดว้ ยลวดเชอื่ มหมุ้ ฟลกั ซ์ ต่อชนตาแหน่งท่า 4G (PE) รหสั 20103-2002 เวลา 6 ช่ัวโมง แบบงาน วัสดุ ขนาด จานวน / ชนิ้ เหลก็ St 37 200 X 10 X 10 มม. 2 ชิน้ ลวดเชื่อมไฟฟา้ Ø 2.6 มม. จดุ ประสงคเ์ ชิงพฤตกิ รรม เคร่ืองมอื และอุปกรณ์ 1 เตรียมเครื่องมอื และอปุ กรณเ์ ชือ่ มไฟฟ้าไดถ้ ูกต้อง 1. เครอ่ื งเช่อื มไฟฟา้ AC หรอื DC 2. หนา้ กากเชือ่ มชนดิ สวมหวั 2 ปรับขนาดกระแสเชอ่ื มไฟเชือ่ มไดถ้ ูกต้อง 3 เชื่อมเรม่ิ ตน้ อาร์คลงบนชิน้ งาน ควบคมุ ระยะอาร์ก 3. คอ้ นเคาะสแลก 4. คมี จับชนิ้ งานรอ้ น และความโตแนวได้ถูกต้อง 5. แปรงลวด 6. ตะไบแบน 4 เคาะสแลกและทาความสะอาดชนิ้ งานได้ถกู ตอ้ ง 7. บรรทดั เหล็ก 8. ถงุ มือหนงั 5 ตรวจสอบความถูกตอ้ งได้ 9. เสื้อหนงั 10. แวน่ ตานริ ภัย 6 เกบ็ เครอื่ งมือได้ 11. เหล็กขีด 12.เคร่อื งเจียระไนมอื 7 ทาความสะอาดได้ 8 ปฏิบัติงานเชือ่ มอารก์ ดว้ ยลวดเชือ่ มหุ้มฟลักซ์ ต่อชน ตาแหน่งท่า 4G (PE) 9 นาประโยชนจ์ ากการศกึ ษาไปประยุกตใ์ ช้ในงาน อาชพี ได้
230 ใบงาน (Job Sheet) หน่วยที่ 7 ชือ่ หน่วย สอนครงั้ ท่ี 13 งานเชอ่ื มอาร์กดว้ ยลวดเช่ือมหุม้ ฟลักซ์ ต่อชนตาแหนง่ ทา่ 4G (PE) ชวั่ โมงรวม 6 ลาดับข้ันการทางาน จานวนช่ัวโมง 6 1. เบกิ เคร่ืองมอื และชุดอุปกรณ์ป้องกัน อนั ตราย ไดแ้ ก่ เครือ่ งมือ วสั ดุ และอปุ กรณ์ การเชื่อม 2. สวมชุดปอ้ งกนั อันตราย ข้อควรระวัง ขณะปฏิบัตงิ านเชื่อมตอ้ งสวมอปุ กรณ์ปอ้ งกัน อันตรายส่วนบุคคล และใชเ้ คร่อื งมอื และอปุ กรณ์ ให้ถูกตอ้ ง จะทาให้การปฏบิ ัติงานเกิดความ ปลอดภัย 3. การเตรยี มขน้ึ งาน 3.1 ตัดชิน้ งาน แผ่นเหลก็ กล้าคาร์บอน ST 34 ขนาด 100 x 200 X 10 มม. จานวน 2 ชิ้น ตัด ดว้ ยเคร่ืองตดั แก๊ส ขอ้ ควรระวัง
231 ใบงาน (Job Sheet) หนว่ ยที่ 7 ช่อื หนว่ ย สอนครัง้ ที่ 13 งานเชื่อมอาร์กดว้ ยลวดเช่อื มหุม้ ฟลักซ์ ต่อชนตาแหนง่ ท่า 4G (PE) ช่วั โมงรวม 6 ลาดับข้นั การทางาน จานวนช่วั โมง 6 4. การเตรียมชน้ื งานกอ่ นเชอ่ื มยดึ (Tack) 4.1 เจยี ระไนลบคมชน้ิ งาน และเปดิ ผวิ บรเิ วณขอบ ช้นิ งานด้านทท่ี าการเชื่อม ขอ้ ควรระวัง ใชห้ นิ เจยี ระไนด้วยความระมัดระวัง 4.2 ใชต้ ะไบเก็บรายละเอียดบรเิ วณขอบของขน้ึ งาน 5. เตรียมเครอื่ งเช่อื ม 5.1 เปิดสวติ ซ์เคร่ืองเชอ่ื มใหพ้ รอ้ ม ใชง้ าน 5.2 ปรับกระแสไฟเชื่อมเหมาะสมกบั ความหนา ของข้ึนงาน และลวดเชอื่ ม
232 ใบงาน (Job Sheet) หน่วยที่ 7 ช่ือหนว่ ย สอนคร้ังที่ 13 งานเช่อื มอารก์ ดว้ ยลวดเชือ่ มหุ้มฟลกั ซ์ ตอ่ ชนตาแหนง่ ท่า 4G (PE) ชัว่ โมงรวม 6 ลาดบั ข้นั การทางาน จานวนชวั่ โมง 6 6. การจับยึดชน้ิ งาน 6.1 นาช้ินงานทที่ าความสะอาดพรอ้ มทาการเชอ่ื ม จานวน 2 ชนิ้ วางลงบนเหล็กรางตวั วีทเี่ ตรียมไว้ ตามแนวขวาง 6.2 ทาการเชอื่ มยึด (Tack) โดย เว้นระยะห่างระหว่างชิ้นงานที่ 1 และ 2 ใหม้ คี วามหา่ ง 2 มม. ทาการเชอ่ื มยึด จานวน 2 จดุ บรเิ วณปลายช้นิ งานทงั้ 2 ดา้ น 6.3 สร้างระยะเผอ่ื ของข้นึ งาน เม่ือเช่อื มยึดเสรจ็ นาชิน้ งานทาระยะเผื่อประมาณ 2-3 องศา เพื่อ ป้องกันการบดิ งอเชงิ มุม (Distortion) ของช้ิน งาน 7. ตดิ ต้ังขนึ้ งาน 7.1 จบั ยดึ ชน้ิ งานใหอ้ ยู่ในตาแหน่งการเชือ่ มทา่ ระดบั 4G ตามแนวขวาง โดยใชอ้ ปุ กรณ์จบั ยุด ชิ้นงานบริเวณมุมบนดา้ นซา้ ยของชิ้นงาน และทา การตรวจสอบช้ินงานว่ามัน่ คงหรอื ไม่ ก่อนทาการ เช่ือมชนิ้ งานตอ้ งไมข่ ยับ 8. การเช่อื ม
233 ใบงาน (Job Sheet) หนว่ ยท่ี 7 ชือ่ หน่วย สอนครั้งที่ 13 งานเชื่อมอาร์กดว้ ยลวดเชอื่ มหุ้มฟลกั ซ์ ตอ่ ชนตาแหน่งทา่ 4G (PE) ช่วั โมงรวม 6 ลาดับขนั้ การทางาน จานวนชวั่ โมง 6 8.1 ทาการเช่อื มทา่ เหนือศรีษะ 4G โดยให้มมุ ลวดเชื่อมทามุมกับแนวเชื่อมประมาณ 80-85 องศา 8.2 ใหม้ มุ ลวดเชอื่ มทามุมกบั ขอบช้ินงาน ประมาณ 90 องศา 8.3 ทาการควบคุมความกวา้ งของแนวเชื่อมให้ คงที่ ควรควบคุมระยะอารค์ และความเร็วในการเดนิ ลวด เช่ือมให้สม่าเสมอตลอดแนวเช่อื ม ควรสา่ ยลวดเชือ่ มใหม้ ีความถ่อี ย่างคงที่ และเม่ือถงึ จดุ สิ้นสุดของแนวเชอ่ื มให้เติมเต็มบ่อหลอมละลาย ปลายแนวเชอ่ื มใหส้ มบูรณ์ 9. เมอื่ การเชื่อมเสร็จเรยี บร้อยแล้ว ให้ นร.ปิด สวิตซ์เครื่อง เกบ็ ชุดอปุ กรณใ์ นการปฏิบตั งิ านท่ีใช้ นาสง่ คืนหอ้ งเคร่ืองมือและทาความสะอาดบรเิ วณ พ้นื ท่ี ปฏบิ ตั ิงานใหเ้ รยี บร้อย
ใบงานที่ 10 234 ชอ่ื รายวชิ า เชอ่ื มอาร์กดว้ ยลวดเชื่อมหุ้มฟลักซ์ 2 ช่อื งาน : งานเชอ่ื มตอ่ ชนซมึ ลกึ บากร่องวีตาแหนง่ ท่า 4G (PE) สอนครั้งท่ี 14 รหัส 20103-2002 แบบงาน เวลา 12 ชวั่ โมง วสั ดุ ขนาด จานวน / ชน้ิ 2 ชน้ิ เหล็ก St 37 200 X 10 X 10 มม. ลวดเชอ่ื มไฟฟา้ Ø 2.6 มม. จดุ ประสงค์เชิงพฤติกรรม เครอ่ื งมอื และอุปกรณ์ 1 เตรยี มเครอ่ื งมือและอปุ กรณ์เชื่อมไฟฟา้ ไดถ้ ูกต้อง 1. เครื่องเชื่อมไฟฟา้ AC หรือ DC 2 ปรบั กระแสเช่ือมไฟฟา้ ไดถ้ กู ต้อง 3 เชอ่ื มเรมิ่ ต้นอารค์ ลงบนชิ้นงานไดถ้ กู ตอ้ ง 2. หนา้ กากเชือ่ มชนดิ สวมหวั 4 เคาะสแลกและทาความสะอาดชนิ้ งานได้ถูกตอ้ ง 5 ตรวจสอบความถูกตอ้ งได้ 3. คอ้ นเคาะสแลก 6 เกบ็ เครื่องมอื ได้ 7 ทาความสะอาดได้ 4. คมี จับช้นิ งานรอ้ น 8 ปฏิบตั ิงานเชอ่ื มต่อชนซมึ ลึกบากรอ่ งวีตาแหนง่ ทา่ 4G (PE)ได้ 5. แปรงลวด 6. ตะไบแบน 9 นาประโยชนจ์ ากการศึกษาไปประยกุ ตใ์ ช้ในงาน อาชพี ได้ 7. บรรทดั เหล็ก 8. ถุงมือหนงั 9. เสือ้ หนงั 10. แวน่ ตานิรภัย 11. เหลก็ ขีด 12.เคร่ืองเจยี ระไนมอื
235 ใบงาน (Job Sheet) หนว่ ยที่ 7 สอนครั้งที่ 14 ชื่อหนว่ ย งานเชือ่ มตอ่ ชนซมึ ลึกบากร่องวตี าแหน่งท่า 4G (PE) ชว่ั โมงรวม 6 ลาดบั ขั้นการทางาน จานวนช่ัวโมง 6 1. เบกิ เคร่ืองมอื และชดุ อุปกรณ์ป้องกนั อันตราย ไดแ้ ก่ เครอื่ งมอื วัสดุ และอุปกรณ์ การเชื่อม 2. สวมชดุ ปอ้ งกันอันตราย ขอ้ ควรระวงั ขณะปฏิบตั งิ านเชือ่ มต้องสวมอปุ กรณ์ปอ้ งกัน อนั ตรายส่วนบคุ คล และใช้เคร่อื งมอื และอุปกรณ์ ใหถ้ กู ตอ้ ง จะทาให้การปฏิบตั งิ านเกิดความ ปลอดภัย 3. การเตรยี มข้นึ งาน 3.1 ตดั ช้ินงาน แผน่ เหลก็ กลา้ คารบ์ อน ST 34 ขนาด 100 x 200 X 10 มม. จานวน 2 ช้ิน ตดั ดว้ ยเครือ่ งตัดแกส๊ 3.2 บากมุมช้นิ งานด้วยเครือ่ งตัดแกส๊ แบบอตั โนมัติ โดยปรบั หัวตดั ทามมุ 30 องศา ข้อควรระวัง ใช้เคร่อื งตดั แก๊สดว้ ยความระมดั ระวัง
236 ใบงาน (Job Sheet) หนว่ ยท่ี 7 ช่ือหน่วย สอนครั้งที่ 14 งานเช่ือมต่อชนซึมลกึ บากร่องวีตาแหนง่ ทา่ 4G (PE) ชั่วโมงรวม 6 ลาดบั ขั้นการทางาน จานวนชั่วโมง 6 4. การเตรยี มชื้นงานก่อนเชอื่ มยดึ (Tack) 4.1 เจียระไนปรับผวิ หนา้ ชน้ิ งานบรเิ วณรอยตดั แก๊ส ขอ้ ควรระวัง ใช้หินเจยี ระไนด้วยความระมัดระวงั 4.2 ตะไบปรบั มุมผิวหน้างานให้ได้มมุ 30 องศา พรอ้ มตะไบปรบั ความหนาของ (Root Face) 1.0- 1.5 มม. และ ตะไบเก็บรายละเอยี ดบริเวณขอบของขน้ึ งาน 4.3 เจยี ระไนเปิดผวิ งานบรเิ วณขอบชิ้นงาน ดา้ นหน้าและด้านหลัง ข้อควรระวงั เจยี ระไนจากขอบชิน้ งานขา้ งละไมเ่ กิน 1 เซนตเิ มตร
237 ใบงาน (Job Sheet) หน่วยท่ี 7 ช่ือหนว่ ย สอนครงั้ ที่ 14 งานเช่ือมต่อชนซึมลกึ บากร่องวีตาแหนง่ ทา่ 4G (PE) ช่วั โมงรวม 6 ลาดับข้ันการทางาน จานวนช่ัวโมง 6 5. เตรยี มเครื่องเชื่อม 5.1 เปิดสวติ ซ์เครอื่ งเช่อื มให้พร้อม ใช้งาน 5.2 ปรับกระแสไฟเชอ่ื มเหมาะสมกบั ความหนา ของขน้ึ งาน และลวดเชื่อม 6. การจับยดึ ช้ินงาน 6.1 นาชน้ิ งานทท่ี าความสะอาดพรอ้ มทาการเช่อื ม จานวน 2 ชน้ิ วางลงบนเหลก็ รางตัววีทเี่ ตรียมไว้ ตามแนวขวาง 6.2 ทาการเช่อื มยึด (Tack) โดย เวน้ ระยะหา่ งระหวา่ งชิ้นงานที่ 1 และ 2 ให้มคี วามห่าง 3 มม. ทาการเชื่อมยดึ จานวน 2 จุดบริเวณปลายชนิ้ งานท้งั 2 ด้าน
ใบงาน (Job Sheet) 238 ชือ่ หน่วย งานเชื่อมตอ่ ชนซมึ ลกึ บากร่องวตี าแหน่งท่า 4G (PE) หน่วยที่ 7 สอนครั้งท่ี 14 ลาดบั ขั้นการทางาน ชัว่ โมงรวม 6 จานวนชั่วโมง 6 6.3 สรา้ งระยะเผ่ือของขึ้นงาน เมอื่ เชอื่ มยึดเสรจ็ นาชนิ้ งานทาระยะเผอ่ื ประมาณ 2-3 องศา เพื่อ ปอ้ งกันการบิด งอเชงิ มมุ (Distortion) ของชนิ้ งาน 7. ติดตง้ั ข้ึนงาน 7.1 วางช้นิ งานลงบนเหลก็ รางตวั วที ี่เตรียมไวต้ าม แนวขวาง ทาการตรวจสอบชนิ้ งานวา่ มนั่ คงหรือไม่ 8. เช่ือมแนวฐานรากหลอมลกึ (Root Pass) 8.1 เริม่ ตน้ อาร์กจากขอบชนิ้ งาน โดยเทคนิคการสายลวดเชอื่ ม 8.2 ทาการเชือ่ มแนวฐานรากทา่ เหนอื ศรษี ะ 4G โดยทามมุ ลวดเชอ่ื มกับแนวเชื่อม 80-85 องศา (ดูจากต้านข้าง) 8.3 ทาการเช่อื มแนวฐานรากท่าเหนอื ศรีษะ 4G โดยทามุมลวดเชือ่ มกบั ชิ้นงาน 90 องศา (ดู จากต้านหนา้ )
239 ใบงาน (Job Sheet) หนว่ ยที่ 7 ชื่อหนว่ ย สอนคร้งั ท่ี 14 งานเช่ือมตอ่ ชนซมึ ลกึ บากร่องวีตาแหน่งทา่ 4G (PE) ชวั่ โมงรวม 6 ลาดบั ขั้นการทางาน จานวนชั่วโมง 6 8.4 ควบคุมการหลอมลึกของแนวเชื่อมฐานรากใน ตาแหนง่ เช่อื มท่าเหนือศรษี ะ 4G โดยใช้วธิ ีการ สร้างคีโฮล (KeyHold) ด้วยการสายลวดเช่ือมแบบ ตัว C ขอ้ ควรระวงั สร้างดโี ฮลให้มีขนาดเทา่ กันตลอดแนวเช่อื ม 9. การเชอื่ มแนวเตมิ (Hot Pass) 9.1 เติมแนวเชอ่ื มทับหนา้ ของแนวเชื่อมที่ 1 หรอื แนวเชอื่ มตอ่ จากแนวฐานราก ข้อควรระวงั ทาความสะอาดแนวฐานรากกอ่ นทาการเชือ่ มแนว ต่อไปทกุ ครง้ั 9.2 ควบคุมความกวา้ งของแนวเชื่อม โดยการส่าย ลวดเช่อื ม และการเคล่อื นท่ีลวดเชอื่ มโดยรักษา ความเรว็ และระยะอาร์กให้สมา่ เสมอ โดยใชก้ าร ส่ายลวดแบบตวั C 9.3 ทาการเชื่อมแนวเติมท่าเหนอื ศรีษะ 4G โดยทา มมุ ลวดเชอ่ื มกบั แนวเช่อื ม 80-85 องศา (ดจู าก ดา้ นขา้ ง)
240 ใบงาน (Job Sheet) หนว่ ยท่ี 7 ชื่อหนว่ ย สอนคร้งั ท่ี 14 งานเช่ือมตอ่ ชนซมึ ลกึ บากรอ่ งวตี าแหนง่ ท่า 4G (PE) ชั่วโมงรวม 6 ลาดับข้นั การทางาน จานวนชั่วโมง 6 9.4 เช่อื มแนวเตมิ ท่าเหนอื ศรษี ะ 4G ทามมุ ลวด เชื่อมกับชิ้นงาน 90 องศา (ดจู ากด้านหนา้ ) 10. การเชอื่ มแนวปกคลมุ (Cover Pass) 10.1 ทาการเชือ่ มแนวเช่ือมปกคลุมแนวเชือ่ ม สุดทา้ ย ข้อควรระวงั ทาความสะอาดแนวเติมกอ่ นทาการเชื่อมแนว ตอ่ ไปทุกคร้งั 10.2 ควบคมุ ความกวา้ งของแนวเชอ่ื มปกคลุม โดยการสา่ ยลวดเช่อื ม และการเคลื่อนทล่ี วดเชื่อม โดยรกั ษาความเร็ว และระยะอาร์กให้สมา่ เสมอ โดยใชก้ ารส่ายลวดแบบตัว C 11. การปฏิบตั ิงานหลังทาการเชอื่ มเสรจ็ 11.1 นาชิ้นงานทาการเชื่อมเสร็จมาทาความ สะอาดดว้ ยแปรงลวดและรอใหช้ ้นิ งานเย็นตัว ประมาณ 10 นาที นาชน้ิ งานไปทาการตรวจสอบ งานเชอ่ื มด้วยการพนิ ิจ(Visual Testing) เบอ้ื งตน้ กอ่ นนาขึน้ งานเชื่อมส่งใหแ้ ก่ครผู ู้ตรวจต่อไป
241 ใบงาน (Job Sheet) หน่วยท่ี 7 ชอ่ื หน่วย สอนครัง้ ท่ี 14 งานเช่ือมตอ่ ชนซึมลกึ บากร่องวตี าแหน่งท่า 4G (PE) ชว่ั โมงรวม 6 ลาดับขน้ั การทางาน จานวนชัว่ โมง 6 11.2 ทาการ ปิดสวติ ช์เคร่อื ง เก็บชุดป้องกัน อนั ตรายในการปฏบิ ตั งิ านเชอ่ื ม เคร่ืองมือ วสั ดุ อุปกรณ์ ทใี่ ช้ในการปฏิบตั ิงาน ส่งคนื ทห่ี ้อง เครอื่ งมือ และทาความสะอาดบริเวณพืน้ ที่ ปฏิบัติงานเชอ่ื ม ข้อควรระวงั 1. จุดส้นิ สุดแนวเชือ่ มบริเวณขอบชิ้นงานและบรเิ วณขอบแนวเชือ่ มจะเกดิ การกัดแหว่ง 2. แนวหลอมลกึ (Root Pass) อาจเกิดความไม่สมบูรณ์ จากการควบคมุ ระยะอารก์ ไม่สม่าเสมอขณะ ปฏบิ ัติงานเชอื่ มต้องสวมอุปกรณ์ป้องกันอันตรายส่วนบคุ คล และใชเ้ คร่อื งมอื และอปุ กรณ์ใหถ้ กู ต้อง จะทาให้การ ปฏบิ ตั งิ านเกิดความปลอดภยั ข้อเสนอแนะ 1. เตรียมชิ้นงานใหถ้ กู ตอ้ งตามข้อกาหนด 2. ปรับกระแลไฟฟ้าให้ถกู ต้อง ใหเ้ หมะสม
242 แบบประเมินผลการปฏิบัตงิ าน ใบงานที่ 9-10 ชอื่ ผูป้ ฏบิ ัติงาน.............................. ..........................สกุล.....................................................เลขที่....................... ระดบั ช้นั ชช.2 . รายการ ผลการประเมนิ 1 43 2 ด้านความพร้อมการเตรยี มชิน้ งาน 1. ลบคมขอบชน้ิ งานดว้ ยตะไบ 2. ความสมบรู ณ์ของรอยเชอื่ มรอ่ ง (Groove welds) 3. การเช่อื มยดึ (Tack) ชิ้นงาน ด้านทกั ษะงานเชอื่ มตรวจสอบดว้ ยการพนิ ิจ 1.แนวเชอ่ื มแนวหลอมลึก (Root Pass) 1.1 การหลอมละลายสมบูรณ์ของแนวหลอมลึก 1.2 ความสูงของแนวหลอมลกึ 1.3 การยุบเว้าของแนวหลอมลีก 2. แนวเชอื่ มดา้ นหนา้ (Groove Face) 2.1 ความสมบูรณ์ของจดุ เร่ิมต้นและจุดสิ้นสุด 2.2 ความกวา้ งของแนวเชอ่ื มสม่าเสมอ 2.3 ความสูงของแนวเช่ือม 2.4 รอยกดั แหว่ง (Undercut) 2.5 รูพรนุ (Porosity) s=ความหนาช้นิ งาน 10 มม. 2.6 รอยตอ่ แนวเช่ือม 2.7 การหดตัวเชิงมุม (Distortion) 2.8 แนวเช่อื มเติมไมเ่ ตม็ รอ่ งบาก 2.9 ต่อคอมงานเล้ยี ง (h)=ความสงู (t)= ความหนา ของชิ้นงาน กิจนสิ ยั 1. ความปลอดภยั ในการปฏิบตั ิงาน 2. การใช้และการเกบ็ เครื่องมอื อุปกรณ์ อยา่ งถกู วิธี 3. ความสะอาดของชิ้นงานท่พี ร้อมส่ง เวลาท่ใี ช้ปฏิบตั ิงาน 1. ปฏิบัตงิ านไดต้ ามเวลาทีก่ าหนด รวม
243 การคิดคะแนนเตม็ 10 คะแนน คะแนนทไี่ ด้ = คะแนน สรุป คะแนนรวมที่ได้ ..............คะแนน ดีมาก ดี (10 คะแนน) (9 คะแนน) พอใช้ (8 คะแนน) ปรับปรงุ * (7) * จะผา่ นเกณฑต์ อ้ งปรับปรุงงานหรอื ทาใบ งานซ้า เกณฑ์การผา่ นการประเมนิ จะต้องได้คะแนนมากกว่า 7 คะแนน ผลการตดั สนิ ผา่ นการประเมนิ ไม่ผ่านการประเมนิ บันทึกเพิม่ เตมิ .............................................................................................................................................................................. .................................................................................................................... ลงชอื่ ..................................................ผปู้ ระเมิน (...............................................)
244 เกณฑก์ ารให้คะแนนจากการตรวจสอบดว้ ยการพินิจ (Visual Testing) รหัสวิชา 20103-2002 ชือ่ วชิ าเชอ่ื มอารก์ ด้วยลวดเชือ่ มหุม้ ฟลักซ์ 2 หนว่ ยที่ 7 ชื่อหนว่ ย การทดสอบการดัดโคง้ (Bending Test) ใบงานที่ 4 การทดสอบการดัดโคง้ (Bending Test) 1. ด้านความพรอ้ มการเตรียมขน้ึ งาน 1.1. ลบู คมขอบชน้ิ งานด้วยตะไบ 1) ลบคมขอบชน้ิ งานไดอ้ ย่างสมบูรณ์ให้ 4 คะแนน 2) ลบคมชอบชน้ิ งานไม่สมบรู ณ์มรี อยตาหนไิ ม่เกิน 2 จุดให้ 3 คะแนน 3) ลบคมชอบชิ้นงานไม่สมบรู ณม์ ีรอยตาหนมิ ากกวา่ 2 จดุ ไม่เกิน 4 จุดให้ 2 คะแนน 4) ลบคมขอบชิน้ งานไมส่ มบรู ณม์ ีตาหนมิ ากกว่า 5 จุดขึน้ ไปให้ 1 คะแนน 1.2 ความสมบูรณข์ องรอยเชือ่ มรอ่ ง (Groove welds) ประกอบด้วย 1.Root Opening 2.Root Face 3.Groove Face 4. Bevel Angle 5. Groove Angle 1) เตรียมรอยเชื่อมรอ่ ง ไดอ้ ย่างสมบรู ณ์ให้ 4 คะแนน 2) รอยเช่อื มร่อง ไม่สมบรู ณม์ ีรอยตาหนไิ มเ่ กนิ 2 จดุ ให้ 3 คะแนน 3) รอยเช่ือมร่อง ไม่สมบรู ณ์มรี อยตาหนิมากกว่า 2 จดุ ไม่เกิน 4 จดุ ให้ 2 คะแนน 4) รอยเชอื่ มรอ่ ง ไมส่ มบูรณม์ ตี าหนิมากกว่า 5 จุดขึ้นไปให้ 1 คะแนน 1.3 การเชอื่ มยดึ (Tack) ชน้ิ งาน 1) เชอื่ มยดึ ชิน้ งานได้อย่างสมบูรณ์ให้ 4 คะแนน 2) เชอ่ื มยดึ ชน้ิ งานส้ันกว่า 10 มม.และยาวกว่า 15 มม. ให้ 3 คะแนน 3) เชื่อมยึดขน้ึ งาน ไมส่ มบูรณ์ ให้ 2 คะแนน 4) เชือ่ มยดึ ช้นิ งานไม่สมบรู ณ์ ไมเ่ วน้ ชอ่ งรอยต่อช้นิ งานเช่ือม 1 คะแนน 2. ด้านทักษะงานเช่อื มตรวจสอบด้วยการพนิ ิจ 2.1. แนวเชอ่ื มแนวหลอมลกึ (Root Pass) 2.1.1 การหลอมละลายสมบรู ณ์ของแนวหลอมลกึ 1) หลอ่ มละลายสมบรู ณต์ ลอดทัง้ แนวให้ 4 คะแนน 2) ไมห่ ลอมละลายมีความยาวตัง้ แต่ 0.5 - 1.5 มม. ให้ 3 คะแนน 3) ไม่หลอมละลายมีความยาวมากกวา่ 1.5 - 2.5 มม. ให้ 2 คะแนน 4) ไม่หลอมละลายความยาวมากกวา่ 2.5 มม. ให้ 1 คะแนน 2.1.2 ความสูงของแนวหลอมลกึ 1) แนวหลอมสึกมคี วามสูงตง้ั แต่ 0.0 - 1.5 มม. ให้ 4 คะแนน 2) แนวหลอมลึกมีความสูงมากกว่า 1.5 - 2.5 มม. ให้ 3 คะแนน 3) แนวหลอมลึกมคี วามสูงมากกวา่ 2.5 - 3.5 มม. ให้ 2 คะแนน 4) แนวหลอมลกึ มคี วามสูงมากกวา่ 3.5 มม. ข้นึ ไปให้ 1 คะแนน 2.1.3 การยุบเว้าของแนวหลอมลึก 1) แนวหลอมลกึ สมบูรณไ์ ม่มกี ารยุบตัวให้ 4 คะแนน 2) แนวหลอมสึกมรี อยยบุ ลึกตงั้ แต่ 0.5 มม. แต่ไม่เกนิ 1.0 มม. ให้ 3 คะแนน
245 3) แนวหลอมลกึ มรี อยยบุ ลึกมากกว่า 1.0 มม.แต่ไมเ่ กิน 1.5 มม. ให้ 2 คะแนน 4) แนวหลอมสกึ มีรอยยุบลึกมากกว่า 1.5 มม. ขึ้นไปให้ ให้ 1 คะแนน 2.2. แนวเชื่อมด้านหน้า (Groove Face) 2.1.1 ความสมบรู ณข์ องจดุ เร่มิ ต้นและจุดส้นิ สดุ 1) ไมม่ ขี อ้ บกพรอ่ งให้ 4 คะแนน 2) พบจดุ บกพรอ่ ง 1 จุดให้ 3 คะแนน 3) พบจตุ บกพรอ่ ง 2 จดุ ให้ 2 คะแนน 4) พบจดุ บกพรอ่ งมากกวา่ 2 จุดให้ 1 คะแนน 2.1.2 ความกว้างของแนวเชื่อมสมา่ เสมอ 1) ขนาดของแนวเชอ่ื มกว้าง 10 มม. ให้ 4 คะแนน 2) ขนาดของแนวเช่อื มกว้าง 9 มม. ให้ 3 คะแนน 3) ขนาดของแนวเชอ่ื มกวา้ ง 8 มม. ให้ 2 คะแนน 4) ขนาดของแนวเช่อื ม = หรือนอ้ นกว่า 7 มม. ให้ 1 คะแนน 2.1.3 ความสงู ของแนวเชอ่ื ม 1) ความสงู ของแนวเชื่อม 1.0 มม. แต่ไมเ่ กิน 2.5 มม. ให้ 4 คะแนน 2) ความสงู ของแนวเช่อื มมากกว่า 2.5 มม. แตไ่ มเ่ กิน 3.5 มม. ให้ 3 คะแนน 3) ความสูงของแนวเชื่อมมากกว่า 3.5 มม. แต่ไม่เกนิ 4.5 มม. ให้ 2 คะแนน 4) ความสูงของแนวเช่ือมตา่ กว่า 1.0 มม. หรือมากกวา่ 4.5 มม. ให้ 1 คะแนน 2.1.4 รอยกัดแหวง่ (Undercut) 1) ไม่มีรอยกดั ขอบแนวเช่ือม ให้ 4 คะแนน 2) มีรอยกัดชอบแนวเชอ่ื มลกึ เกนิ 0.5 มม. แต่ไม่เกนิ 1.0 มม. ให้ 3 คะแนน 3) มีรอยกัดขอบแนวเชอื่ มลกึ เกนิ 1.0 มม. แต่ไม่เกนิ 1.5 มม. ให้ 2 คะแนน 4) มรี อยกตั ขอบแนวเชื่อมลึกเกนิ 1.5 มม. ขนึ้ ไป ให้ 1 คะแนน 2.1.5 รพู รุน (Porosity) 1) ไมม่ ขี ้อบกพร่องของรูพรนุ ให้ 4 คะแนน 2) มีขนาดไม่เกิน 0.2 s. ให้ 3 คะแนน (ขนาด 1.0 มม.) 3) มขี นาดมากกว่า 0.2 ร. แต่ไมเ่ กิน 0.3 s. ให้ 2 คะแนน (ขนาดมากกว่า 1 มม. แตไ่ มเ่ กิน 1.5 มม.) 4) มขี นาดมากกว่า 0.3 ร. ให้ 1 คะแนน (ขนาดมากกวา่ 1.5 มม.) 2.1.6 รอยตอ่ แนวเช่ือม 1) รอยต่อแนวเชอ่ื มสมบูรณ์ให้ 4 คะแนน 2) มีขนาดนนู จดุ รอยต่อมากกว่า 2.0 มม. แตไ่ ม่เกิน 3.0 มม. ให้ 3 คะแนน 3) มีขนาตนนู จดุ รอยต่อมากกว่า 3.0 มม. แตไ่ ม่เกนิ 4.0 มม. ให้ 2 คะแนน 4) มขี นาดนูนจดุ รอยตอ่ มากกว่า 4.0 มม. ให้ 1 คะแนน 2.1.7 การหดตัวเชงิ มมุ (Distortion) 1) ไมม่ กี ารหดตวั เชิงมุม ให้ 4 คะแนน 2) มีการหดตวั เชิงมมุ มากกวา่ 5 องศา ไม่เกิน 6 องศา ให้ 3 คะแนน 3) มีการหดตัวเชงิ มมุ มากกวา่ 7 องศา ไม่เกนิ 8 องศา ให้ 2 คะแนน
246 4) มกี ารหดตวั เชิงมุมมากกว่า 8 องศา ให้ 1 คะแนน 2.1.8 แนวเชือ่ มเตมิ ไมเ่ ตม็ ร่องบาก (ยกเวน้ ตาแหน่งรอยต่อ) 1) เติมเตม็ รอ่ งบากสมบรู ณ์ ให้ 4 คะแนน 2) ลึกตา่ กว่าผวิ งาน 0.5 มม. แตไ่ ม่เกิน 1.0 มม. ให้ 3 คะแนน 3) สกึ ต่ากว่าผิวงาน 1.0 มม. แตไ่ มเ่ กิน 1.5 มม. ให้ 2 คะแนน 4) ลกึ ต่ากวา่ ผิวงาน 1.5 มม. ขึ้นไป ให้ 1 คะแนน 3. ด้านความพร้อมของการส่งช้นิ งาน 3.1. ความสะอาดของช้ินงานท่ีพรอ้ มส่ง 1) ชิ้นงานสมบรู ณ์ไม่มีรอยขดี อารก์ สะเก็ดเชือ่ ม รอยหนิ เจยี ระไนผวิ หน้างานเชอ่ื ม 2) ชน้ิ งานมรี อยตาหนอิ ย่างใดอย่างหนึง่ 1 จุด ให้ 3 คะแนน 3) ชน้ิ งานมีรอยตาหนิอยา่ งใดอยา่ งหนึ่งมากกวา่ 2 จุด ไม่เกิน 3 จดุ ให้ 2 คะแนน 4) ชน้ิ งานมีรอยตาหนมิ ากกวา่ 3 จดุ ข้นึ ไป ให้ 1 คะแนนให้ 4 คะแนน
Search
Read the Text Version
- 1 - 34
Pages: