182 แผนการจัดการเรียนรทู้ ่ี 6 สอนครง้ั ที่ 11-12 เรอ่ื ง การตรวจสอบงานเชือ่ มด้วยสายตา ใบงานที่ 8 งานเชอื่ มตอ่ ชนซึมลึกบากร่องวีตาแหนง่ ทา่ 3G (PF)
183 แผนการจดั การเรยี นร้ทู ่ี 6 ชื่อวชิ าเชื่อมอารก์ ด้วยลวดเชื่อมหมุ้ ฟลกั ซ์ 2 เวลาเรียนรวม 12 ชั่วโมง ช่อื หนว่ ย การตรวจสอบงานเชอื่ มด้วยสายตา สอนครงั้ ท่ี 11-12 ชอ่ื เรอ่ื ง การตรวจสอบงานเชอื่ มดว้ ยสายตา จานวน 12 ชั่วโมง หวั ขอ้ เรื่อง 1.1 การตรวจสอบดว้ ยตาเปล่า 1.2 การตรวจสอบดว้ ยวิธี Feacture Test สาหรบั การเช่ือมบนรอยต่อชน 1.3 การตรวจสอบงานเชอื่ มต่อชนดว้ ยตาเปลา่ 1.4 การตรวจสอบงานเชอ่ื มต่อชนแผ่นเหล็กด้วยการหกั (Feacture Test) 1.5 การเชอื่ มซมึ ลกึ ต่อชนบากร่องวตี าแหนง่ ท่า 3G (PF)
184 แผนการจดั การเรยี นร้ทู ่ี 6 ชอื่ วชิ าเชื่อมอารก์ ด้วยลวดเช่อื มหุ้มฟลักซ์ 2 เวลาเรียนรวม 12 ชว่ั โมง ชื่อหนว่ ย การตรวจสอบงานเชือ่ มดว้ ยสายตา สอนครงั้ ที่ 11-12 ชือ่ เรือ่ ง การตรวจสอบงานเชื่อมด้วยสายตา จานวน 12 ชว่ั โมง สาระสาคัญ การตรวจสอบงานเชือ่ มแบ่งเปน็ วธิ ีการตรวจสอบออกเป็น 2 ลักษณะ ได้แก่การตรวจสอบแบบ ทาลายสภาพ และการตรวจสอบแบบไมท่ าลายสภาพ การตรวจสอบด้วยสายตาเปน็ วิธีที่ใช้กันมาก มี ความสาคัญท่สี ดุ ซงึ่ สามารถลดความไม่สมบรู ณท์ ่ีอาจตรวจพบด้วยวิธีอื่นได้ก่อน ผ้ปู ฏิบัติงานเชื่อมจะตอ้ งมีความเขา้ ใจเกย่ี วกบั สาคัญของการตรวจสอบงานเชอื่ มด้วยสายตา และการ ตรวจสอบงานเชอื่ มดว้ ยสายตาโดยใช้กลอ้ งโบสโคป ผูป้ ฏิบัติงานเชอ่ื มโลหะจะต้องนาหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียงมาบูรณาการใช้ในการ ผปู้ ฏบิ ัตงิ านใหเ้ หมาะสมกนั งาน สมรรถนะหลกั (สมรรถนะประจาหน่วย) 1. แสดงความรู้เกย่ี วกบั การตรวจสอบงานเชื่อมด้วยสายตา 2. ปฏิบัติงานเชอื่ มต่อชนซมึ ลกึ บากรอ่ งวตี าแหนง่ ท่า 3G (PF) สมรรถนะย่อย (สมรรถนะการเรยี นร)ู้ สมรรถนะท่วั ไป (ทฤษฏี) 1. แสดงความรู้เกย่ี วกับการตรวจสอบดว้ ยตาเปล่า 2. แสดงความรเู้ กย่ี วกับการตรวจสอบดว้ ยวธิ ี Feacture Test สาหรับการเช่อื มบน รอยตอ่ ชน 3. แสดงความรู้เกยี่ วกบั การตรวจสอบงานเชอ่ื มต่อชนดว้ ยตาเปลา่ 4. แสดงความรเู้ กย่ี วกับการตรวจสอบงานเชือ่ มต่อชนแผน่ เหลก็ ด้วยการหัก (Feacture Test) 5. แสดงความรู้เกย่ี วกบั การเชอ่ื มซึมลกึ ต่อชนบากร่องวีตาแหน่งท่า 3G (PF) สมรรถนะทีพ่ ึงประสงค์ (ทฤษฏี) เมือ่ ผู้เรยี นได้ศกึ ษาเนือ้ หาในบทนแ้ี ล้ว ผเู้ รยี นสามารถ 1. บอกการตรวจสอบดว้ ยตาเปล่าไดถ้ ูกตอ้ ง 2. บอกการตรวจสอบด้วยวิธี Feacture Test สาหรับการเช่ือมบนรอยตอ่ ชนไดถ้ กู ต้อง 3. บอกการตรวจสอบงานเชอ่ื มตอ่ ชนดว้ ยตาเปล่าไดถ้ กู ต้อง 4. บอกการตรวจสอบงานเชื่อมตอ่ ชนแผ่นเหลก็ ด้วยการหัก (Feacture Test)ได้ถูกต้อง สมรรถนะทพี่ งึ ประสงค์ (ด้านทักษะ) เม่อื ผู้เรียนได้ศึกษาเนอื้ หาในบทนีแ้ ล้ว ผเู้ รยี นสามารถ 1. ปฏบิ ัติงานเชือ่ มซมึ ลกึ รอยตอ่ ตอ่ ชนบากร่องวตี าแหน่งท่า 3G (PF) ได้
185 แผนการจดั การเรยี นร้ทู ่ี 6 ชื่อวิชาเช่อื มอาร์กด้วยลวดเชอื่ มหุ้มฟลกั ซ์ 2 เวลาเรยี นรวม 12 ช่ัวโมง ช่ือหนว่ ย การตรวจสอบงานเชอ่ื มดว้ ยสายตา สอนคร้ังที่ 11-12 ชื่อเรื่อง การตรวจสอบงานเชอื่ มดว้ ยสายตา จานวน 12 ช่ัวโมง ด้านเจตคติ 1. มคี วามต้ังใจในการเตรยี มช้นิ งาน 2. มคี วามเช่ือมม่ันในการเชอื่ ม ดา้ นคณุ ธรรม จรยิ ธรรม ค่านิยม 12 ประการ 1. ซ่อื สตั ย์ เสียสละ อดทน มีอุดมการณใ์ นสิ่งทดี่ งี ามเพื่อส่วนรวม 2. ใฝห่ าความรู้ หมน่ั ศึกษาเล่าเรียนท้งั ทางตรง และทางออ้ ม 3. มศี ลี ธรรม รักษาความสตั ย์ หวังดีต่อผอู้ น่ื เผื่อแผ่และแบง่ ปัน 4. มรี ะเบียบวนิ ัย เคารพกฎหมาย ผู้นอ้ ยร้จู ักการเคารพผ้ใู หญ่ กิจกรรมการเรียนการสอน รปู แบบการจัดการเรยี นรแู้ บบ Active Learning และจดั การเรยี นการสอนท่ีเนน้ ดา้ นสมรรถนะ ของผู้เรยี น โดยมอี งคป์ ระกอบทงั้ 4 ด้าน ได้แก่ Motivation Information Application และ Progress การ จดั การเรยี นรูโ้ ดย ใชก้ ระบวนการ MIAP กจิ กรรมการเรยี นการสอน (สอนครั้งท่ี 11-12 ) เวลา 12 ชั่วโมง/สัปดาห์ การนาเข้าสู่บทเรียน 1 ด้านภาคทฤษฎี 1.1 ข้นั เตรยี มการสอน 1. ครผู ูส้ อนตรวจสอบรายชอ่ื ผูเ้ รียน แจง้ รายละเอียดของเนอ้ื หาสาระการเรียนรู้หนว่ ยที่ 6 เรอื่ ง การตรวจสอบงานเชอ่ื มด้วยสายตาและการปฏิบัติตนขณะเรยี น 2. ครใู หผ้ ู้เรยี นทาแบบทดสอบกอ่ นเรียนตามเวลากาหนดใหผ้ ู้เรยี นสลับเอกสาร ประกอบการเรียนกบั เพื่อนภายในหอ้ งพรอ้ มฟงั ครเู ฉลยและแจ้งผลการประเมินแบบทดสอบก่อนเรียน 1.2 ขนั้ การสอน (ใชข้ ั้นตอนการสอน MIAP) 1. ข้ันนาเข้าสู่บทเรียน (M)ครูตงั้ คาถามสอบถามผู้เรียน โดยคาถามให้สอดคล้องกับเนื้อหา สาระการเรยี นรู้ 2. ข้นั ให้เนื้อหาความรู้ (I) ครูผสู้ อนดาเนินกจิ กรรมการเรยี นการสอน ดว้ ยวธิ ีท่ี หลากหลาย เชน่ การถามตอบ การอธบิ ายการต้งั คาถามระหวา่ งผ้เู รยี นกับผู้เรียน เป็นตน้ 3. ขนั้ ใหแ้ บบฝึกหัด (A) ครูผสู้ อนให้ผู้เรียนทาแบบฝึกหัดประจาหนว่ ยท่ี 6 เรื่อง การ ตรวจสอบงานเชอื่ มดว้ ยสายตา จานวน 10 ข้อ ตามเวลาทีก่ าหนด และสลับเอกสารประกอบการเรียนการ
186 แผนการจดั การเรยี นรู้ที่ 6 ชอื่ วชิ าเช่ือมอาร์กด้วยลวดเชอ่ื มหุ้มฟลักซ์ 2 เวลาเรยี นรวม 12 ชวั่ โมง ช่อื หน่วย การตรวจสอบงานเช่อื มด้วยสายตา สอนครง้ั ที่ 11-12 ชือ่ เร่ือง การตรวจสอบงานเชอื่ มดว้ ยสายตา จานวน 12 ช่วั โมง สอน ผ้เู รียนกับผูเ้ รยี นตรวจ โดยครเู ฉลยแบบฝกึ หัด และให้ผูเ้ รยี นแจง้ ผลการประเมิน เพอ่ื ให้ครผู ู้สอนบนั ทึก คะแนน 4. ข้นั สาเรจ็ (P) ครูผู้สอนแจ้งผู้เรยี นใหท้ าแบบทดสอบหลังเรยี นประจา หน่วยท่ี 6 เรือ่ ง การตรวจสอบงานเช่ือมด้วยสายตา จานวน 10 ข้อ ตามเวลาที่กาหนด และสลับเอกสารประกอบการเรียน การสอนผเู้ รียนกับผูเ้ รียนตรวจ โดยครเู ฉลยแบบทดสอบหลังเรียน และใหผ้ ้เู รยี นแจ้งผลการประเมนิ เพ่อื ให้ ครูผู้สอนบันทึกคะแนน 1.3 ข้นั สรุป ครผู ้สู อนกบั ผู้เรียนร่วมกันสรุปเน้อื หาภาคทฤษฎเี ปน็ แนวคดิ สาคญั และสามารถให้ ผเู้ รยี นได้ นาไปใชง้ านในภาคปฏบิ ตั ไิ ดอ้ ย่างถูกตอ้ ง การสรปุ ครผู ูส้ อนกบั ผู้เรียนร่วมกันสรปุ เน้อื หาภาคทฤษฎเี พ่ือเป็นแนวคิดสาคัญ เพอ่ื ให้ ผู้เรยี นได้นาไปใช้งานใน ภาคปฏบิ ตั ไิ ด้อย่างถูกตอ้ งต่อไป 2 ดา้ นภาคปฏิบัติ ใบงานที่ 8 งานเช่อื มตอ่ ชนซมึ ลึกบากรอ่ งวีตาแหนง่ ท่า 3G (PF) 2.1 ขน้ั เตรยี มการสอน ผู้เรียนเขา้ แถวครูผ้สู อนตรวจสอบรายชือ่ จัดกลุม่ ผู้เรียนเขา้ สถานีปฏิบัติงานเชอื่ ม อบรม ผู้เรยี นดา้ นความปลอดภัยในการปฏบิ ัติงานเชื่อมต่อชนซึมลึกบากรอ่ งวตี าแหน่งทา่ 3G (PF) อย่างเครง่ ครดั 2.2 ขั้นการสอน 1. ครูผู้สอนชีแ้ จงจุดประสงคก์ ารเรยี นรู้ของใบงานเชอ่ื มต่อชนซึมลึกบากรอ่ งวี ตาแหนง่ ท่า 3G (PF) ตาม เนือ้ หาใบงานทลี่ งฝึกภาคปฏบิ ตั ิ 2. ครผู ู้สอนนาเข้าส่บู ทเรยี น โดยสอบถามจากผเู้ รียนให้ผูเ้ รยี นตอบ เพื่อได้นาเขา้ สู่ บทเรียนของท่ีไดล้ งฝึกปฏบิ ัติ ใบงานท่ี 6 งานเชื่อมตอ่ ชนซึมลึกบากรอ่ งวีตาแหน่งท่า 3G (PF) 2.3 ขนั้ สาธติ ครูผ้สู อนแนะนาข้ันตอนการปฏิบตั ิงาน และทาการสาธติ การงานเชื่อมตอ่ ชนซมึ ลึก บากรอ่ งวตี าแหน่งทา่ 3G (PF) ตามลาดับขน้ั ให้ผู้เรยี นได้สังเกตด้วยความปลอดภัย (บนั ทกึ คลปิ วีดโี อไว้เพื่อให้ นร.สามารถได้กลบั มาดูการสาธิตได้ซ้าๆหลายๆครั้งตามเนือ้ หาสาระการฝึก 2.4 ขน้ั การปฏิบตั งิ าน ผ้เู รยี นลงปฏบิ ัติ โดยครผู ู้สอนกาชบั และควบคุมในการปฏิบัตงิ านด้วยความปลอดภัย ใหส้ วมใส่ชุดป้องกันอันตรายขณะปฏบิ ัตงิ านทุกคน ซงึ่ ใบงานควรปฏบิ ัตดิ ังนี้ (1) จัดกลุ่มผู้เรยี นตามจานวนเคร่อื งเชื่อมและแบ่งกลมุ่ ผู้เรียนคละความสามารถ (เก่ง–ปานกลาง–ออ่ น)เป็นกลมุ่ ๆ เน้นรปู แบบการจัดการเรียนรแู้ บบรว่ มมอื เทคนิค STAD (เพ่ือนชว่ ยเพ่อื น) ตามเหมาะสม (2) ครผู ู้สอนแจกช้นิ งานคนละจานวน 2 ชิ้น และเตรยี มชน้ิ งานตาม แบบทีก่ าหนดไว้
187 แผนการจัดการเรยี นรู้ที่ 6 ชื่อวิชาเชอื่ มอารก์ ด้วยลวดเชอ่ื มห้มุ ฟลกั ซ์ 2 เวลาเรยี นรวม 12 ชั่วโมง ชือ่ หน่วย การตรวจสอบงานเช่อื มดว้ ยสายตา สอนครัง้ ท่ี 11-12 ชื่อเรือ่ ง การตรวจสอบงานเช่อื มดว้ ยสายตา จานวน 12 ชั่วโมง (3) ผเู้ รยี นเชอ่ื มยึดช้ินงานใหต้ ดิ กัน ตามแบบงาน (4) ผเู้ รยี นปฏบิ ตั ิงานเชื่อมตอ่ ชนซมึ ลึกบากรอ่ งวตี าแหน่งทา่ 3G (PF) (5) ครูผสู้ อนควบคุมดูแลผเู้ รียน และสงั เกตพฤติกรรมในการปฏบิ ัติงาน 2.5 ขนั้ ตรวจผลการปฏิบตั ิงาน เม่อื ผ้เู รยี นได้ลงปฏิบัตใิ บแตล่ ะใบงานได้ครบทกุ คน ครูผู้สอนเรียกตามเลขที่ หรือให้ ผ้เู รยี น จับฉลากเพอื่ ทาการสอบปฏบิ ตั ิ โดยครูผ้สู อนใช้ใบประเมนิ ผลการปฏบิ ัติงานของใบงานท่ี 8 ตรวจประเมิน พรอ้ มชีแ้ จงใหผ้ เู้ รยี นไดท้ ราบ และให้ผู้เรียนปฏบิ ัติการสอบตามเวลากาหนด 2.6 ขั้นสรุปและประเมนิ ผล 1. ครูผู้สอนแจ้งผลการปฏบิ ัตงิ านของผ้เู รียนใบงานท่ี 8 ให้ผูเ้ รยี นทกุ คนทราบ 2. ครปู ระเมนิ และแจง้ ผลด้านคณุ ธรรม จรยิ ธรรม และคณุ ลกั ษณะอนั พึงประสงค์เพอื่ เปน็ แนวทางให้ผเุ้ รยี นได้ปรบั ปรุงตนเองได้อย่างเหมาะสม งานท่มี อบหมายหรือกิจกรรม 1. กอ่ นเรยี น เตรยี มเอกสารประกอบการเรยี นการสอนผูเ้ รยี น และทาแบบทดสอบกอ่ นเรียน จานวน 10 ขอ้ 2. ขณะเรียน ผูเ้ รยี นทาแบบฝกึ หัดในเอกสารประกอบการเรียนการสอน จานวน 10 ข้อ 3. หลังเรยี น ผู้เรยี นทาแบบทดสอบหลังเรียนเอกสารประกอบการเรียนการสอน จานวน 10 ขอ้ ส่อื การเรยี นการสอน 1. เอกสารประกอบการสอน ใบงาน/ใบความรู้ 2. สอื่ นาเสนอ Power Point 3. รูปภาพเกยี่ วกับ เครือ่ งเชอ่ื ม ไฟฟ้าMMA 4. หนงั สอื เรยี น เชือ่ มอารก์ ดว้ ยลวดเช่ือมหุม้ ฟลักซ์ 2 รหสั วิชา 20103-2002 5. เคร่ืองคอมพิวเตอรพ์ รอ้ มทั้งเคร่อื งฉายโปรเจคเตอร์ การวดั และประเมินผล 1 แบบทดสอบกอ่ นเรียน (แบบปรนยั ) 2 แบบฝกึ หัด (แบบอตั นัย) 3 แบบทดสอบหลงั เรยี น (แบบปรนัย) 4 การวดั และประเมนิ ผลพฤติกรรม คุณธรรม จริยธรรม และคณุ ลกั ษณะอนั พงึ ประสงค์
188 แผนการจดั การเรียนรทู้ ี่ 6 ชื่อวชิ าเชอื่ มอารก์ ดว้ ยลวดเชอ่ื มหุ้มฟลักซ์ 2 เวลาเรยี นรวม 12 ชั่วโมง ชือ่ หนว่ ย การตรวจสอบงานเชื่อมด้วยสายตา สอนคร้ังที่ 11-12 ชื่อเรื่อง การตรวจสอบงานเช่อื มด้วยสายตา จานวน 12 ช่วั โมง เกณฑก์ ารประเมินผล 1 ดา้ นทฤษฎี 1.1 แบบทดสอบก่อนเรยี น มีจานวน 10 ขอ้ ไมน่ า ผลมาประเมิน แตน่ า มาเปรียบเทยี บ ผลสมั ฤทธ์ิ ทางการเรียนก่อนเรยี นกบั หลังเรียนของเอกสารประกอบการเรยี นการสอนเท่าน้ัน 1.2 แบบฝกึ หัด มจี านวน 10 ขอ้ ผู้เรยี นตอ้ งผา่ นเกณฑ์ไม่น้อยกว่ารอ้ ยละ 70 1.3 แบบทดสอบหลังเรยี น มจี านวน 10 ขอ้ ผู้เรียนต้องผา่ นเกณฑ์ไมน่ อ้ ยกว่าร้อยละ 70 2 ดา้ นทกั ษะ ใบงานท่ี 8 งานเช่อื มตอ่ ชนซมึ ลกึ บากร่องวีตาแหน่งท่า 3G (PF) 3 ด้านคณุ ธรรม จรยิ ธรรม และคุณลกั ษณะอนั พงึ ประสงค์ ผู้เรยี นทุกคนตอ้ งผ่านเกณฑก์ ารประเมนิ จากตารางประเมินผลดา้ นคุณธรรม จรยิ ธรรม และ คณุ ลกั ษณะอนั พงึ ประสงค์โดยเปน็ การสังเกตพฤติกรรมของผ้เู รยี นเป็นรายบุคคล ชว่ งก่อนเรยี น ขณะเรยี น และหลังเรยี น ซึ่งเปน็ ตารางการประเมินแบบตรวจสอบรายการ จานวน 10 ข้อๆละ 1คะแนน ซง่ึ ใชเ้ กณฑ์ การประเมิน ดงั น้ี คะแนน 9 – 10 หมายถงึ ระดับการประเมนิ พฤติกรรม ดมี าก คะแนน 7 – 8 หมายถงึ ระดบั การประเมินพฤติกรรม ดี คะแนน 5 – 6 หมายถึง ระดบั การประเมนิ พฤตกิ รรม พอใช้ คะแนน 0 – 4 หมายถึง ระดับการประเมินพฤตกิ รรม ต้องปรบั ปรุง
189 เน้อื หา รหสั วชิ า 20103-2002 ชื่อวชิ าเชือ่ มอารก์ ดว้ ยลวดเชือ่ มหุ้มฟลักซ์ 2 หนว่ ยท่ี 6 ชอ่ื หนว่ ย การตรวจสอบงานเชอื่ มด้วยสายตา ชือ่ เรอื่ ง การตรวจสอบงานเช่ือมดว้ ยสายตา จานวน 12 ช่วั โมง 6.1 การตรวจสอบงานเชื่อมด้วยสายตา(VISUAL INSPECTION(VT)) การตรวจสอบด้วยสายตา เปน็ กรรมวิธีตรวจสอบพื้นฐาน สาหรบั การประเมินผลโครงสร้างหรือ ชิ้นส่วนประกอบโดยประเมินผลการตรวจสอบในระดับการยอมรับ(Acceptance) หรอื Rejection ดว้ ยการใช้ สายตา การตรวจสอบด้วยสายตาสามารถกระทาไดจ้ านวนมากๆและกระทาในทกุ ๆขัน้ ตอนของการเช่อื ม ประกอบ ได้แกก่ ารตรวจสอบกอ่ นเช่อื ม ขณะเชื่อมและหลังเชื่อมผู้ตรวจสอบจะตอ้ งมปี ระสบการณม์ ากพอจงึ จะทราบถึงลกั ษณะสาคญั ๆทีผ่ ิวงานเชื่อมฉะน้ันจึงถอื ว่าการตรวจสอบด้วยสายตามีความสาคัญและจาเป็น ทีส่ ุด ในการควบคุมคุณภาพงานเชอ่ื ม การตรวจสอบดว้ ยสายตาสามารถตรวจสอบความไมส่ มบรู ณห์ รตื าหนิ (Discontinuity)ทีผ่ วิ เทา่ น้นั ,อย่างไรก็ตามการตรวจสอบด้วยสายตาสามารถป้องกัน หรือลดครามไม่สมบรู ณท์ ่ี อาจตรวจพบดว้ ยวิธีลดไปถงึ 80-90เปอเซ็นตก์ ารป้องกนั ความไม่สมบูรณก์ อ่ นการเชื่อมแล้วเสร็จ ถือเปน็ ขอ้ ดี ของการตรวจสอบด้วยสายตาท่ีสาคัญการตรวจสอบงานเชือ่ มดว้ ยสายตา เปน็ เทคนิคในการตรวจสอบหนึ่งท่ี จดั อยใู่ นกระบวนการตรวจสอบแบบไมท่ าลายสภาพ ( NDT) ซง่ึ นิยมใชก้ ันมากที่สดุ และมคี ่ามากท่ีสุด ถงึ แมว้ า่ ในมาตรฐานการตรวจสอบงานเชื่อมทั้งตรวจสอบช่างเชือ่ ม และตรวจสอบกรรมวิธีการเช่ือมจะไมไ่ ดก้ าหนดให้ มีการตรวจสอบดว้ ยสายตาไวก้ ต็ าม แตก่ ารตรวจสอบด้วยสายตานกี้ ็จะตอ้ งใช้แทรกอยใู่ นทุกข้ันตอนของการ ทางาน เริม่ ต้งั แตก่ ่อนการเชอื่ ม ระหว่างเช่ือมการเช่อื มและหลังการเช่อื มแลว้ เพื่อให้ชิ้นงานทีท่ าน้ันออกมาได้ ตามมาตรฐานต่างๆทก่ี าหนดไว้ และนอกจากนัน้ ในงานทีไ่ ม่ละเอยี ดนกั ทไี่ มต่ อ้ งใชม้ าตรฐานใดมาควบคุมการ ตรวจสอบดว้ ยสายตายิง่ จะมีความสาคญั มากทสี่ ุดเพ่อื เปน็ การประกนั คุณภาพงานเหล่านน้ั การตรวจสอบด้วย สายตาน้เี ปน็ วธิ ีการท่งี ่าย รวดเร็ว ประหยดั และไมต่ ้องใชเ้ คร่ืองมือพิเศษ นอกจากอุปกรณ์ช่วยงา่ ยๆเช่น บรรทดั วดั เกจวดั แนวเช่อื ม ไฟฉาย แว่นขยาย เปน็ ตน้ ซึ่งการตรวจสอบน้ีสามารถใช้ผูต้ รวจสอบหรือผูค้ วบคุม งาน หรอื ตวั ชา่ งเชื่อมเองตรวจสอบก็ได้ในงานทไ่ี มต่ อ้ งการความละเอยี ดมากนกั การตรวจสอบด้วยสายตานี้ ปกติจะใช้ในการตรวจสอบความถูกตอ้ งของทัง้ กระบวนการปฏบิ ัตงิ านและคณุ ภาพชนิ้ งาน ซ่งึ การตรวจสอบ ช้ินงานมีขอ้ จากดั ทตี่ รวจสอบไดเ้ ฉพาะลกั ษณะต่างๆภายนอกทีส่ ามารถมองเหน็ ไดเ้ ท่านนั้ สาหรับสง่ิ น้จี ะทา การตรวจสอบนั้นจะแบ่งกล่าวตามลาดับขั้นของการควบคมุ คุณภาพงานเช่ือมดงั นี้ 6.2 ข้ันตอนในการตรวจสอบดว้ ยสายตามคี ุณภาพดงั นี้ 6.2.1 ขน้ั เตรียมเครือ่ งมืออปุ กรณแ์ ละวัสดุ - เอกสารพวกมาตรฐานตา่ งๆเชน่ แบบงาน มาตรฐานประกอบงาน - อุปกรณช์ ว่ ยให้แสงสวา่ งและการมองเหน็ เช่น ไฟฉาย แวน่ ขยาย - อุปกรณ์ทาความสะอาด เช่น แปรงลวด ค้อนเคาะสแล็ก
190 6.2.2 ขน้ั ทาความสะอาด(ถา้ เป็นการตรวจชน้ิ งาน) 6.2.3 ขั้นการตรวจสอบ การตรวจสอบหาลกั ษณะของขอ้ บกพรอ่ งจากช้ินงานเปรยี บเทียบชิน้ งานกบั รูปหาชนิด ข้อบกพร่องดงั นี้ สภาพล้นแนว, การแหว่งขอบแนว, รอยแตกรา้ ว, รูพรุน, สแลกฝงั - วัดขนาดความกว้าง, ความสงู ของแนวเชอ่ื ม ดว้ ยเกจวดั แนวเชื่อมหรอื บรรทดั เหล็ก บันทกึ ลงในแบบ บนั ทกึ แลว้ เปรียบเทยี บกับมาตรฐานวา่ ใชไ้ ดห้ รือไมไ่ ด้ ถ้าใชไ้ ม่ไดท้ าเครื่องหมายที่ช้นิ งาน - ตรวจสอบลกั ษณะความเรียบสมา่ เสมอของแนวเชือ่ ม และความตอ่ เน่อื งของแนวเช่ือม ถ้าไม่ได้ มาตรฐานให้ทาเคร่อื งหมายทช่ี น้ิ งานแลว้ บนั ทกึ ในแบบบันทกึ - วัดขนาดความกว้าง, ความสูงของรอยซมึ ลึก ด้วยเกจวัดแนวเชอ่ื ม หรอื บรรทัดเหล็ก บนั ทกึ ลงในแบบ บนั ทึกแลว้ เปรียบเทียบกบั มาตรฐานวา่ ไดห้ รือไม่ ถา้ ใช้ไม่ได้ให้ทาเครอื่ งหมายท่ชี ิน้ งาน - ตรวจสอบลกั ษณะของจดุ เร่มิ ตน้ เชื่อม รอยต่อแนวเช่ือมและแอง่ ปลายแนวเช่อื ม แลว้ บันทกึ ลงแบบ บันทกึ ตามสภาพทีต่ รวจพบ - ตรวจสอบแนวเชอ่ื มหาสภาพลน้ แนว การแหวง่ ขอบแนว รอยแตกรา้ ว สแลก็ ฝงั ในแนวเชอ่ื มโดยใช้แปรง ลวดขนั และใช้แว่นขยายตรวจสอบแล้วบันทกึ ผลตามสภาพทต่ี รวจพบ - ตรวจสอบการบดิ งอของชน้ิ งาน โดยใช้บรรทัดเหลก็ หรอื ฉากเหลก็ เปรยี บเทยี บกบั มาตรฐานแลว้ บันทึก ผลตามสภาพที่ตรวจพบ 6.2.4 ขนั้ การบนั ทึกหรือทาเครอื่ งหมายเพือ่ ซอ่ มแซม 6.2.5 สรปุ ผลการตรวจสอบ - พจิ ารณาการทบ่ี ันทึกทง้ั หมดแลว้ สรปุ วา่ ชิ้นงานทีต่ รวจสอบผา่ นการตรวจสอบดว้ ยสายตาหรือไม่ 6.3 วธิ ีการตรวจสอบงานเชอ่ื มด้วยสายตา 6.3.1 การตรวจสอบกอ่ นเชือ่ ม การตรวจสอบกอ่ นเชอ่ื มเปน็ สิ่งสาคญั ซง่ึ จะชว่ ยลดปญั หาท่ีอาจจะเกิดข้ึนภายหลังการเชื่อมประกอบงาน การ ตรวจสอบท่ีต้องกระทาประการแรกของการเริ่มงานใหม่คือ การตรวจสอบเอกสารที่เกี่ยวข้องกับการเช่ือม ท้ังหมด ได้แก่แบบ,Codes, Specification, Procedureเป็นต้น เอกสารต่างๆจะมีประโยชน์สาหรับผู้ ตรวจสอบ ให้สาระสาคญั ที่จะทาใหผ้ ู้ตรวจสอบรวู้ ่าอะไร, เม่อื ไร, ทไ่ี หนและตรวจสอบอย่างไร?เอกสารจะบอก รายละเอียดของวัสดุงานท่ีจะนามาใช้เชื่อมได้อย่างมีประสิทธิภาพ การให้ความร้อนก่อนเช่ือม การให้ความ ร้อนหลงั เชือ่ ม กรรมวธิ ีการเช่ือม เทคนิคการเช่ือม ชนิดลวดเช่ือม ท่าเชื่อม เป็นต้นรายละเอียดที่ประกอบอยู่ ในเอกสารน้ัน ผู้ตรวจสอบจะต้องเป็นผู้ควบคุมและให้คาปรึกษาแก่ผู้ปฏิบัติ ถ้าหากมีการเปล่ียนแปลง Procedure ใหม่ผู้ตรวจสอบจะคอยควบคุมดูแลการทดสอบProcedure ใหม่รวมถึงการทดสอบ การ ประเมนิ ผลและการบันทกึ รายละเอียดการตรวจสอบก่อนเช่อื มได้แก่ 1. ตรวจสอบเอกสารท่ีเกย่ี วขอ้ งกบั ความตอ้ งการในงานเชือ่ ม 2. ตรวจสอบกรรมวธิ ีการเช่อื ม (Welding Procedures) 3. ตรวจสอบคณุ ภาพของช่างเช่อื ม 4. พฒั นาแผนการตรวจสอบ ตลอดจนการบันทึก 5. พัฒนาระบบการพิสูจนส์ าหรบั การ Rejects 6. ตรวจสอบความเหมาะสมของเคร่ืองมือ,อุปกรณ์การเชือ่ ม
191 7. ตรวจสอบคุณภาพและสภาพของวัสดุงานและลวดเชือ่ ม 8. ตรวจสอบคณุ ภาพและความถกู ตอ้ งของการเตรยี มรอยต่อเช่อื ม 9. ตรวจสอบการประกอบและแนวการวางของชน้ิ สว่ นทีจ่ ะเชื่อม 10. ตรวจสอบความสามารถในการประกอบและแนวการวางชนิ้ ส่วน 11. ตรวจสอบความสะอาดในบรเิ วณท่ีจะเชอื่ ม 12. ตรวจสอบการให้ความรอ้ นกอ่ นเชอ่ื ม เม่ือมคี วามต้องการ สาหรบั กระบวนการปฏิบัติงานนัน้ มสี ่งิ ทีจ่ ะตรวจสอบดังนี้ - สงิ่ แวดลอ้ มในการทางาน - การประกอบติดตัง้ อุปกรณ์ในการเช่อื ม คา่ กระแสไฟฟ้า ข้วั ไฟ การจับยึด สายดนิ - การอนุ่ ช้นิ งานกอ่ น การใช้แก๊สปกคลมุ พเิ ศษ - การใชอ้ ุปกรณใ์ นการจบั ยึด สาหรบั วสั ดุและช้ินงานมีส่งิ ท่จี ะตรวจสอบดงั นี้ - ชนิดและคุณภาพของชน้ิ งานเชอื่ ม - ชนดิ และคณุ ภาพของวสั ดุชว่ ยงานเช่น ชนิดขนาดลวดเชอ่ื ม ฟลักซ์ ลักษณะรูปทรง เช่น การเตรยี ม รอยตอ่ ขนาด ระยะเผอื่ แนวหรือระนาบต่างๆความสะอาด 6.3.2 การตรวจสอบขณะเช่อื ม การตรวจสอบขณะเชือ่ มดว้ ยสายตา ผ้ตู รวจสอบจะตอ้ งมปี ระสบการณ์ทีจ่ ะดูถึงเทคนคิ การเชือ่ ม การเติมลวด เช่ือมและชั้นของรอยเชอื่ ม ซึง่ การตรวจสอบตาหนทิ อี่ าจเกิดกับรอยเช่อื มซอ้ นแนว จะเปน็ การป้องกันและ แก้ไขไม่ใหเ้ กดิ ความเสยี หาย เนอ่ื งจากการเชื่อมทับรอยเชอ่ื มทม่ี ตี าหนิ การตรวจสอบยงั รวมไปถึงการเชอ่ื มให้ ถกู ตอ้ งตามProcedures ที่กาหนดไว้ ไดแ้ ก่กรรมวธิ ีการเชอ่ื ม,เทคนิค,จานวนชนั้ ของรอยเชือ่ ม,Interpass Temperature ,การทาความสะอาดรอยเชอื่ มก่อนเชอื่ มทบั ,ตกแต่งหรือเจยี ระไนรอยเช่อื มแต่ละแนวและอน่ื ๆ นอกจากนนั้ จะตอ้ งตรวจสอบเครอื่ งมอื ท่ีใชใ้ นการทาความสะอาดด้วย การตรวจสอบขณะเชอื่ มไดแ้ ก่ 1. ตรวจสอบตัวแปรตาม Welding Procedure 2. ตรวจสอบคุณภาพแต่ละรอยเช่ือม 3. ตรวจสอบการทาความสะอาดรอยเชอื่ มกอ่ นที่จะเชอ่ื มทบั 4. ตรวจสอบอณุ หภูมขิ องรอยเชอ่ื มกอ่ นท่ีจะเช่ือมทับ (InterpassTemperature) 5. ตรวจสอบตาแหนง่ และลาดับการเชื่อมแต่ละรอยเชื่อม 6. ตรวจสอบผวิ การเซาะดา้ นหลงั (Back gouged Surfaces) 7. ตรวจสอบNDTเมอ่ื มคี วามต้องการ สว่ นใหญ่แลว้ จะเป็นการตรวจสอบการปฏิบตั ิงาน ซ่งึ มีดงั น้ี - ลาดับขัน้ ในการเชอื่ ม - เทคนคิ การเดินและความเรว็ ในการเดินลวดเชอื่ ม - การทาความสะอาดรอยเช่อื มในระหว่างการตอ่ ลวด - อณุ หภมู ิชนิ้ งานขณะเชอื่ ม
192 6.3.3 การตรวจสอบหลงั เชื่อม เมือ่ การตรวจสอบได้ดาเนินมาแล้วเป็นข้นั ตอน ตัง้ แตก่ อ่ นเชอื่ มและขณะเช่ือม จึงเปน็ การรับประกนั เบื้องต้น ถึงคุณภาพของงานเชือ่ มในระดบั หนึ่งแล้ว ส่วนการตรวจสอบหลงั เช่ือม เมอื่ งานเสร็จแลว้ จะดาเนินตามความ ตอ้ งการของขอ้ ตกลงกนั การตรวจสอบดว้ ยสายตาจะตรวจดูขนาดลกั ษณะรูปร่างของรอยเชือ่ มและช้นิ งาน การตรวจสอบขนาดและรปู รา่ งของรอยเชอื่ มจะทาการตรวจวัดด้วยเกจวดั การตรวจสอบด้วยสายตา ไม่ เพยี งแตต่ รวจสอบดูตาหนิและขนาดของรอยเชอื่ มเท่าน้นั แตจ่ ะตอ้ งตรวจสอบดูขนาดความถูกต้องของงาน สาเร็จและอ่ืนๆทเ่ี กี่ยวขอ้ งกับคณุ ภาพของงานอกี ด้วยเช่นการทาความสะอาดรอยเช่ือม เพอ่ื เอาสนมิ และ สแลกออก โดยจะตอ้ งระมดั ระวงั ในการใชอ้ ปุ กรณท์ ดสอบ การทาเคร่อื งหมายรอยเชอื่ มทจ่ี ะซอ่ มควรมลี กั ษณะดงั นี้ 1. มีรปู รา่ งชัดเจน 2. เคร่อื งหมายที่ทาตอ้ งเป็นทีเ่ ข้าใจของผู้ตรวจสอบทุกคน รวมทงั้ ช่างทม่ี ีหน้าท่ซี อ่ มแซม 3. สีท่ีใช้ทาเคร่ืองหมายต้องมลี ักษณะเฉพาะตัว เพื่อทจ่ี ะได้ไม่สับสนกบั เครือ่ งหมายอื่นๆ 4. มคี วามถาวรพอสมควรจนกระทง้ั การเช่ือมซ่อม และการตรวจสอบเสร็จ 5. วสั ดทุ ่ีใชท้ าเครื่องหมายตอ้ งไมม่ ผี ลเสียตอ่ รอยเช่อื ม 6. ลา้ งออกได้ถ้ามีผลกระทบตอ่ การใช้งาน การตรวจสอบดว้ ยสายตาจึงเปน็ วธิ กี ารทดสอบทงี่ ่าย และมีประโยชน์ แตต่ ้องสรปุ ผลอย่างระมัดระวงั เน่ืองจากการดดู ้วยตาเพียงอยา่ งเดยี วไมส่ ามารถพสิ จู น์ได้ว่า ส่วนใต้ผวิ งานน้ันมคี วามสมบรู ณ์มากน้อยแคไ่ หน 6.4 การตรวจสอบหลังเช่ือมดว้ ยสายตา 6.4.1 ไดแ้ ก่ 1. ตรวจสอบความสวยงามของผวิ หน้ารอยเชือ่ มที่เชือ่ มเสรจ็ แลว้ 2. ตรวจสอบขนาดรอยเช่อื ม 3. ตรวจสอบความยาวรอยเชอื่ มและระยะหา่ งระหว่างรอยเช่อื ม 4.ตรวจสอบขนาดอยา่ งละเอยี ดของรอยเชือ่ มทีเ่ ชื่อมเสรจ็ แล้ว 5.ตรวจสอบแบบไมท่ าลาย ซึง่ เมอื่ มีความต้องการ 6.ให้ความรอ้ นหลงั เชือ่ มเมอ่ื มีความต้องการ 6.4.2 ขัน้ นกี้ ารตรวจสอบการปฏิบัตงิ านอาจมดี ังน้ี - การควบคุมอุณหภูมิแนวเชอ่ื ม - การใหค้ วามรอ้ นหลังการเช่ือม - การทาความสะอาดหลังการเช่อื ม 6.4.3 สาหรับช้นิ งานนั้นมกี ารตรวจสอบดังนี้ - ขนาดและลักษณะแนวเชอ่ื ม เช่น ความกวา้ ง ความสูง รอยซึมลึก ความหยาบ ความละเอยี ด - ลกั ษณะข้อบกพรอ่ ง เช่น การบดิ งอลกั ษณะต่างๆ สภาพลน้ แนว การแหวง่ ขอบแนว รพู รนุ รอยแตกรา้ ว
193 เตรียมเคร่อื งมอื อุปกรณ์ตรวจสอบ รปู ที่ 6.1 แสดงอปุ กรณ์ช่วยในการตรวจสอบด้วยสายตา 6.5 เตรียมเคร่อื งมอื และอุปกรณก์ ารตรวจสอบงานเชื่อม 6.5.1 เวอร์เนยี วดั แนวเช่ือม ใช้สาหรบั วัดแนวเชื่อมตามมาตรฐาน AWS มีการใช้งานตามรูปแบบท่ี กาหนดของเกจวดั เช่น วัดความกว้างแนวเชอ่ื มต่อชน แนวเช่อื มต่อตัวที และวดั ความสูงความกว้างของแนว ซมึ ลกึ งานเชือ่ มต่อชน รปู ที่ 6.2 แสดงเวอรเ์ นยี วัดแนวเชื่อม 6.5.2 เกจวัดแนวเช่ือม ของประเทศญ่ปี นุ่ ตามมาตรฐาน JIS ซ่ึงนิยมใชใ้ นแถบทวปี เอเซียสามารถวัด ความกว้าง, ความสูง, ซมึ ลึก ความลกึ รอยตอ่ มุมองศา ท้งั งานเชื่อมต่อชนและงานเชือ่ มตอ่ ตัวทีได้ รปู ท่ี 6.3 แสดงเกจวัดแนวเช่ือม 6.5.3 บรรทดั สแตนเลสใชส้ าหรบั วัดขนาดความกว้างของแนวเชื่อม และแนวซมึ ลกึ , รอยตอ่ บากหนา้ งานขนาดของขอ้ บกพรอ่ งต่างๆ โดยใชป้ ระกอบรว่ มกนั ในการวัด
194 รูปที่ 6.4 แสดงบรรทดั สแตนเลส 6.5.4 แว่นขยายและกระบอกไฟฉาย ใชท้ าหนา้ ทใ่ี นการชว่ ยขยายแนวเช่ือมในการตรวจสอบให้ ชดั เจนมากย่งิ ขนึ้ โดยเฉพาะไฟฉายชว่ ยให้แสงสว่าง ปจั จบุ ันมีแว่นขยายท่มี ไี ฟฉายในตวั จึงจะสะดวกมากขึน้ รูปท่ี 6.5 แสดงแวน่ ขยายและกระบอกไฟฉาย 6.6 ลาดับข้นั ตอนการตรวจสอบดว้ ยสายตา 6.6.1 เตรียมเครอ่ื งมือและอุปกรณ์ตรวจสอบ 6.6.2 ทาความสะอาดชิน้ งานจากใบงานท่ี 1.1 และ 1.2 6.6.3 ตรวจสอบความกว้าง, ความสงู แนวเชอื่ มตามเกณฑม์ าตรฐาน 6.6.4 ตรวจสอบความกว้าง, ความสูงของแนวซึมลกึ ตามเกณฑม์ าตรฐาน 6.6.5 ตรวจสอบความเรียบสมา่ เสมอของแนวเชือ่ มตามเกณฑ์มาตรฐาน 6.6.6 ตรวจสอบลักษณะของขอ้ บกพรอ่ งตา่ งๆ ตามเกณฑม์ าตรฐาน 6.6.7 บนั ทกึ ผลการตรวจสอบลงในใบบันทึก 6.6.8 ประเมนิ ผลงานของตนเอง 6.6.9 ทาความสะอาดเครอื่ งมอื และบริเวณปฏิบตั ิงาน 6.6.10 ส่งงานตรวจ ข้อควรระวัง 1. การใช้เครื่องมือวัดควรใชด้ ้วยความระมัดระวังเพราะมรี าคาแพงและอาจทาให้ขาดความเท่ยี งตรงได้ 2. การตรวจสอบควรเป็นไปตามมาตรฐานมคี วามซ่ือสัตยส์ จุ ริต 6.7 การตรวจสอบดว้ ยเคร่อื งมือวดั 6.7.1 ตรวจสอบความสูงแนวเช่อื มและซึมลึกโดยใช้เกจวดั มาตรฐานของ AWS ท่กี าหนดขนาดความ กวา้ ง และสูงแนวเชือ่ มโดยดทู กุ จุดสังเกตช่องวา่ งระหวา่ งเกจวดั กับแนวเชอ่ื มว่าได้ขนาดหรอื ไม่ ท้ังดา้ นแนว ดา้ นหน้าและแนวซึมลึก
195 รูปที่ 6.6 แสดงการตรวจสอบความกว้างของแนวเชอื่ ม 6.7.2 การวัดขนาดจุดบกพร่องของแนวเชือ่ ม การวัดขนาดของจดุ บกพรอ่ งสามารถทาไดห้ ลายวิธี เช่น วัดขนาดของจุดบกพร่องด้วยฟุตเหล็ก วัดใน และวดั นอกชนดิ ทม่ี ีเข็มนาฬิกา บอกขนาดในตวั หรือนามาถา่ ยขนาดกับฟตุ เหล็กตามความถนดั ท่ีสามารถ เลือกใชไ้ ด้ รูปท่ี1.7 แสดงการวดั ขนาดของจดุ บกพร่องด้วยฟตุ เหลก็ 6.8 การตรวจสอบดว้ ยเกจวัด 6.8.1 การตรวจสอบความสงู แนวเชอ่ื มและแนวซึมลกึ ด้วยเกจวัด สามารถวัดความสงู เช่ือมและความ สงู ของแนวซมึ ลึกโดยวดั ตามรอยท่ีทาการแบง่ ไว้ทุกจุดพร้อมกบั จดบันทึก นามาหาค่าเฉลยี่ ความสูงที่เป็นจริง ของแนวเชอ่ื มและแนวซมึ ลกึ รปู ที่1.10แสดงการวัดระยะ Throat of a fillet weld 6.8.4 การใช้เกจวัดของประเทศญี่ปนุ่ จะใช้ด้านมมุ ต้งั ให้ชิดขอบทั้งสองด้าน และดันแกนวัดตรง กลางชนแนวเชอื่ ม และอ่านความสูง ของแนวเช่ือมตาม เขม็ ของเกจวัดทมี่ ีสเกลเห็นชัดเจนพรอ้ มจดบนั ทึก
196 รูปที่6.11แสดงการใช้เกจวดั ความสูงของแนวเชื่อม 6.9 การตรวจสอบข้อบกพรอ่ งงานเชอื่ ม 6.9.1 เทคนคิ การตรวจสอบหลังงานเช่ือมดว้ ยสายตา การตรวจสอบหลงั เชอ่ื มส่วนใหญ่แล้วมกั จะเปน็ การประเมนิ ผลงานเชอ่ื มในเบ้ืองตน้ เกยี่ วกบั รูปร่าง ลักษณะและข้อบกพร่องตา่ งๆ ของช้นิ งานวา่ อย่ใู นเกณฑม์ าตรฐานทจี่ ะยอมรับได้หรอื ไม่ ซง่ึ ในท่นี จี้ ะกล่าว เฉพาะการตรวจสอบด้วยสายตา 1. ขนาดและลักษณะแนวเชอื่ ม - ขนาดความกวา้ ง ความสูง ความยาว ขนาดขาของแนวเช่ือม - ขนาดความกวา้ ง ความสูง ของรอยซึมลึก - ลกั ษณะความหยาบ ละเอียดและตอ่ เนอ่ื งของผิวแนวเชื่อม ข้อบกพร่องในงานเช่อื ม ก. สภาพความคงตวั หรอื การเปล่ียนรูปของงาน - การโค้งงอ - การโก่งงอ - การบิดตวั เชงิ มุม ข. ขอ้ บกพร่องบนพืน้ ผวิ งาน - เม็ดโลหะกระเด็นมาก - สภาพล้นแนว - การแหวง่ ขอบแนว - รูพรนุ - ความไมส่ มบูรณข์ องแอ่งปลายแนวเชอื่ ม ลาดับข้นั การทางาน 1. เตรียมเครอื่ งมอื อปุ กรณแ์ ละวสั ดุ - จดั เตรยี มเครือ่ งมือและอปุ กรณ์ - จัดเตรยี มชิ้นงานเชือ่ มในใบงานท่ี 1.1 และ 1.2 2. ตรวจสอบหาลกั ษณะของข้อบกพรอ่ งจากช้นิ งาน - เปรียบเทยี บชิน้ งานกับรปู หาชนดิ ข้อบกพร่องดงั นี้ สภาพลน้ แนว, การแหว่งขอบแนว, รอยแตกร้าว, รูพรนุ ,สแลกฝัง
197 6.10 ขอ้ บกพรอ่ งตา่ งๆ ของแนวเชื่อม 6.10.1 สภาพลน้ แนว (Overlap) เป็นข้อบกพร่องที่พบได้บอ่ ย เกดิ จากลวดเชื่อมหลอมละลายแล้วไป รวมตัวกับขอบรอยตอ่ เกดิ กบั แนวเชื่อมท่าขนานนอนและเดินลวดเชอ่ื มช้าเกนิ ไปรับแรงได้น้อยและเปน็ สาเหตุ ของการแตกร้าว ตรวจสอบพรอ้ มจดบนั ทึก 6.10.2 การแหวง่ ขอบแนวเชอื่ ม (Undercut) ทาให้ชนิ้ งานไม่แข็งแรง ความหนาชิน้ งานน้อยลง แตก ฉกี ขาดและรบั แรงกระแทกไดน้ อ้ ยตรวจสอบพร้อมจดบนั ทึก 6.10.3 รพู รนุ (Polosity) เกดิ ขนึ้ ทง้ั ภายในและผิวหนา้ แนวเชือ่ มเปน็ โพรงอากาศเลก็ ๆ เกดิ จากการ เยน็ ตวั อยา่ งรวดเรว็ ก๊าซตกค้างหนีออกไมท่ ันแนวเช่อื มขาดความแข็งแรง ตรวจสอบพรอ้ มจดบันทึก 6.10.4 สแลกฝงั ใน(Slag Inclusion) เกดิ จากแสลกซ่งึ เกดิ จากฟล๊ักซท์ าหนา้ ทีข่ จัดสง่ิ สกปรกไม่ สามารถลอยตัวออกมาจากแนวเชอื่ มไดม้ ักเกดิ กับขอ้ บกพรอ่ งทพี่ บได้บ่อย แนวเชอ่ื มขาดความแข็งแรงทา่ เชอื่ มทา่ ราบ, ตวั ท,ี ตอ่ เกย และเชอ่ื มลงเปน็
198 6.10.5 แอง่ ปลายแนวเชอื่ ม (Crater) เกิดขึ้นบรเิ วณปลายแนวเชอ่ื ม ทาให้แนวเช่อื มบางและมีรพู รุน ตรงกลางทาให้เกิดการแตกร้าวไดง้ า่ ยตรวจสอบพร้อมจดบนั ทกึ 6.10.6 เมด็ โลหะกระเด็นมาก (Spatter) แนวเช่อื มมคี ุณภาพแต่จะทาให้ไม่สวยงาม เสยี เวลาและ คา่ ใช้จา่ ยในการทาความสะอาดและยากในการตรวจสอบงานเชอ่ื มด้วยวธิ ตี ่างๆ ใชเ้ ทคนิคการเชอ่ื มทถ่ี ูกต้อง เพ่ือไม่ใหเ้ มด็ โลหะกระเดน็ มากๆ ตรวจสอบพร้อมจดบันทึก 6.10.7 การซึมลึกไม่สมบรู ณ์ (Incomplete penetration) การซมึ ลึกหลอมละลายไม่สมบรู ณ์ ทาให้ เกิดความไมส่ มบรู ณ์ของแนวเชอื่ มพรอ้ มจดบันทึก 6.10.8 การแตกร้าว (Cracking) การแตกร้าวในแนว เชือ่ มเกดิ จากความเคน้ อาจแตกร้าวขณะรอ้ นและขณะเยน็ ตวั ลง อาจแตกในแนวเชอ่ื มและปลายสุดแนวเชอ่ื ม อาจเกดิ จาก การใชล้ วดเชอ่ื มผิด ตรวจสอบพร้อมจดบันทกึ
199 6.10.9 การโค้งงอ มักเกดิ กับการเชอื่ มโลหะบางเกดิ การหดรดั ตัวของรอยเชือ่ ม ชิ้นงานไม่มีคณุ ภาพ การหดรดั ตวั ในขณะทง่ี านเย็นตัวลง ตรวจสอบพรอ้ มจดบันทึก 6.10.10การบิดงอ เกดิ จากการหดตัวเชื่อมท่าราบตอ่ ชนและต่อตวั ทีทาให้เอียงยกตัวขน้ึ เนือ่ งจากแนว เชื่อมรอ้ นมากเชื่อมยึดนอ้ ย 6.10.11 การหดตวั มกั จะเกิดการหดตวั จากการเชอื่ มแบบเว้นชอ่ งจะหดรดั ตวั จนชิดกัน ขนาดผิดไป จากเดิมชิน้ งานไมม่ คี ณุ ภาพ ตรวจสอบพร้อมจดบันทกึ รูปท่ี1.8 แสดงการตรวจสอบความสงู แนวเชอื่ มด้วยเกจวดั
200 6.8.2 การวัดขนาดของ LEG OF A FILLET WELD คือ การวดั ระยะจากกน้ มุมของแนวตอ่ ตัวทถี งึ ปลายสุดของแนวเชื่อมโดยใช้เกจวดั แต่ละจุดโดยจดบันทกึ และหาคา่ เฉลีย่ เปน็ ขนาดของแนวเช่อื ม รูปท่ี 6.9 แสดงการวัดขนาดของ LEG OF A FILLET WELDด้วยเกจวัด 6.8.3 การวัดระยะ Throat of a fillet weld คอื ระยะทีใ่ ช้วดั จากสว่ นลกึ ของก้นมมุ แนวเชือ่ ม จนถึงผวิ หน้าของงานเชอื่ มโดยใชเ้ กจวดั ตามจดุ ตา่ งๆ ท่ีทาเครื่องหมายไว้ พร้อมจดบนั ทึกแต่ละจุด หาค่าเฉลยี่ ความสูงของแนวเชอ่ื ม 6.11 ปฏบิ ตั ิการตรวจสอบงานเชอื่ มต่อชนบากหน้างานดว้ ยสายตา 6.11.1 เตรียมชิ้นงานและทาความสะอาด ชน้ิ งานท่จี ะนามาตรวจสอบจากใบงานท่ี 1.1(งาน เช่ือมตอ่ ชนบากหนา้ งานทา่ ราบ) โดยนามาขดั ดว้ ยแปรงลวด ขจดั ใหป้ ราศจากสนิมแสลกและส่งิ สกปรกตา่ งๆ และเช็ดให้ สะอาด รูปที่ 6.12 แสดงการเตรียมช้ินงาน 6.11.2 ตรวจสอบขนาดแนวเช่ือมและแนวซมึ ลกึ นาชน้ิ งานจากใบงาน 1.1 เชื่อมตอ่ บากหนา้ ท่า ราบทาความสะอาดให้เรยี บรอ้ ยใช้ไมบ้ รรทดั แบง่ แนวเช่ือมเปน็ ชว่ งๆ ละ 10 ม.ม. และวัดขนาดความกว้างทกุ จดุ ท่แี บ่งไวน้ ามาหาค่าเฉล่ยี ความกว้างแนวเชอ่ื มและแนวซมึ ลกึ โดยใชไ้ มบ้ รรทัดและวงเวียน
201 รูปที่ 6.13 แสดงการ แบ่งแนวเช่ือมเป็นช่วงๆ ละ 10 ม.ม. 6.11.3 ตรวจสอบความสงู แนวเชอื่ มและซึมลึก โดยใชเ้ กจวัดมาตรฐานของ AWS ทกี่ าหนดขนาดความ กวา้ งและสูงแนวเชื่อมโดยดูทุกจดุ สงั เกตช่องว่างระหว่างเกจวดั กับแนวเชอ่ื มว่าได้ขนาดหรือไม่ทงั้ ดา้ นแนว ดา้ นหน้าและแนวซึมลึก รูปที่ 6.14 แสดงการหาขนาดความกวา้ งของแนวเชอ่ื ม 6.11.4การตรวจสอบความสูงแนวเชื่อมและแนวซึมลึกด้วยเกจวัด สามารถวดั ความสงู เชอ่ื มและ ความสงู ของแนวซมึ ลึกโดยวดั ตามรอยทที่ าการแบ่งไว้ทุกจุดพร้อมกบั จดบนั ทึก นามาหาค่าเฉลีย่ ความสูงท่ีเปน็ จรงิ ของแนวเชือ่ มและแนวซมึ ลกึ รปู ท่ี 6.15 แสดงการวัดความสงู ของแนวเชอื่ ม 6.11.5 การตรวจสอบด้วยสายตา โดยตรวจสอบหาข้อบกพร่องต่างๆ จากแนวเช่ือมโดยใช้เครอื่ งมือ และอปุ กรณช์ ว่ ยวดั และตรวจสอบ เชน่ เลน็ ขยาย,ไฟฉาย, ฟตุ เหล็ก, และจดบนั ทกึ ลงในบันทึกผลการ ตรวจสอบ รปู ที่ 6.16 แสดงการตรวจสอบดว้ ยสายตาโดยใชเ้ ล็นขยาย
202 6.11.6 การวัดขนาดจุดบกพร่องของแนวเชื่อม การวดั ขนาดของจุดบกพร่องสามารถทาไดห้ ลายวธิ ี เชน่ วัดขนาดของจุดบกพร่องด้วยฟตุ เหลก็ วัดในและวดั นอกชนดิ ท่ีมีเข็มนาฬกิ า บอกขนาดในตวั หรือนามา ถ่ายขนาดกับฟุตเหลก็ ตามความถนัดท่ีสามารถเลือกใชไ้ ด้ รูปที่ 6.17 แสดงวัดขนาดของจดุ บกพรอ่ งด้วยฟุตเหล็ก 6.12 ปฏิบัตกิ ารตรวจสอบงานเชอ่ื มต่อตัวทที ่าขนานนอนดว้ ยสายตา 6.12.1 เตรียมชน้ิ งานและทาความสะอาด ชิ้นงานท่จี ะนามาตรวจสอบจากใบงานที่ 1.2 (งานเช่ือม ตวั ทที า่ ขนานนอน)โดยนามาขัดดว้ ยแปรงลวด ขจัดให้ปราศจากสนมิ แสลกและสิ่งสกปรกต่างๆ และเชด็ ให้ สะอาด รปู ที่ 6.18 แสดงเตรียมชน้ิ งาน(งานเช่ือมตวั ทที ่าขนานนอน) 6.12.2 การตรวจสอบขนาดแนวเช่ือมต่อตัว T นาชนิ้ งานจากใบงานท่ี 1.2 เช่อื มตอ่ ตัวทที ่าขนาน นอน ทาความสะอาดให้เรียบร้อยใชไ้ ม้บรรทดั แบ่งแนวเชือ่ ม เปน็ ชว่ งๆ ละ 10 ม.ม. รปู ที่ 6.19 แสดงการแบ่งแนวเช่อื ม เปน็ ช่วงๆ ละ 10 ม.ม.
203 6.12.3 การวัดขนาดของ LEG OF A FILLET WELD คือ การวัดระยะจากกน้ มุมของแนวต่อตวั ทถี งึ ปลายสุดของแนวเชื่อมโดยใช้เกจวัด แตล่ ะจุดโดยจดบันทึก และหาค่าเฉลีย่ เปน็ ขนาดของแนวเชื่อม รปู ท่ี 6.20 แสดงการวัดระยะจากกน้ มมุ ของแนวตอ่ ตวั ที 6.12.4 การวัดระยะ Throat of a fillet weld คอื ระยะทใี่ ช้วัดจากส่วนลึกของก้นมุมแนวเชอ่ื ม จนถงึ ผิวหน้าของงานเชอื่ มโดยใชเ้ กจวดั ตามจุดตา่ งๆ ที่ทาเครื่องหมายไว้ พร้อมจดบนั ทึกแตล่ ะจดุ หาคา่ เฉลยี่ ความสูงของแนวเชอ่ื ม รปู ที่ 6. 21 แสดงการวดั ระยะ Throat of a fillet weld 6.12.5 การใช้เกจวัดของประเทศญี่ปนุ่ จะใช้ด้านมมุ ต้งั ให้ชิดขอบทัง้ สองด้าน และดันแกนวัดตรง กลางชนแนวเช่ือม และอา่ นความสงู ของแนวเชือ่ มตาม เขม็ ของเกจวัดทมี่ สี เกลเหน็ ชัดเจนพรอ้ มจดบนั ทกึ รปู ท่ี 6.22 แสดงการใช้เกจวดั แนวเช่อื ม
ใบงานท่ี 8 204 ชื่อรายวชิ า เชื่อมอาร์กด้วยลวดเชื่อมหมุ้ ฟลักซ์ 2 สอนครัง้ ท่ี 11-12 ช่อื งาน : งานเช่อื มต่อชนซึมลกึ บากรอ่ งวตี าแหน่งทา่ 3G (PF) รหัส 20103-2002 เวลา 12 ชั่วโมง แบบงาน วัสดุ ขนาด จานวน / ชนิ้ เหลก็ St 37 200 X 10 X 10 มม. 2 ชิน้ ลวดเชื่อมไฟฟา้ Ø 2.6 มม. จุดประสงคเ์ ชิงพฤติกรรม เครือ่ งมือและอุปกรณ์ 1 เตรยี มเครอื่ งมือและอุปกรณ์เชอื่ มไฟฟ้าไดถ้ กู ตอ้ ง 1. เครื่องเช่ือมไฟฟ้าAC หรอื DC 2 ปรบั ขนาดกระแสเชื่อมไฟเช่ือมไดถ้ ูกต้อง 2. หน้ากากเชอ่ื มชนดิ สวมหวั 3 เช่อื มเร่มิ ต้นอาร์คลงบนช้นิ งาน ควบคมุ ระยะอาร์ก 3. คอ้ นเคาะสแลก และความโตแนวได้ถกู ตอ้ ง 4. คีมจับชิ้นงานรอ้ น 4 เคาะสแลกและทาความสะอาดชิน้ งานไดถ้ กู ต้อง 5. แปรงลวด 6. ตะไบแบน 7. บรรทัดเหล็ก 8. ถงุ มือหนงั 5 ตรวจสอบความถกู ต้องได้ 9. เสื้อหนงั 10. แวน่ ตานริ ภยั 6 เก็บเครื่องมือได้ 11. เหลก็ ขีด 12.เครือ่ งเจยี ระไนมอื 7 ทาความสะอาดได้ 8 ปฏบิ ัตงิ านเดินแนวตาแหนง่ ท่าเชือ่ ม 3G ไม่บากหนา้ ชิ้นงานได้ 9 นาประโยชน์จากการศึกษาไปประยุกต์ใชใ้ นงาน อาชพี ได้
205 ใบงาน (Job Sheet) หน่วยที่ 6 สอนครัง้ ที่ 11-12 ชอ่ื หนว่ ย งานเชือ่ มอาร์กด้วยลวดเชอ่ื มห้มุ ฟลักซ์ ต่อชนตาแหน่งทา่ 3G (PF) ชัว่ โมงรวม 6 ลาดับขนั้ การทางาน จานวนชั่วโมง 6 1. เบกิ เคร่อื งมอื และชุดอุปกรณป์ ้องกนั อนั ตราย ไดแ้ ก่ เครอ่ื งมอื วสั ดุ และอุปกรณ์ การเชือ่ ม 2. สวมชดุ ป้องกันอนั ตราย ขอ้ ควรระวัง ขณะปฏบิ ตั งิ านเชอ่ื มต้องสวมอุปกรณ์ป้องกัน อนั ตรายส่วนบุคคล และใชเ้ ครือ่ งมอื และอปุ กรณ์ ให้ถูกต้อง จะทาใหก้ ารปฏบิ ัติงานเกดิ ความ ปลอดภัย 3. การเตรียมข้ึนงาน 3.1 ตดั ชิ้นงาน แผน่ เหล็กกลา้ คารบ์ อน ST 34 ขนาด 100 x 200 X 10 มม. จานวน 2 ช้นิ ตัด ดว้ ยเคร่อื งตัดแกส๊ -บากมมุ ชน้ิ งานด้วยเครื่องตัดแก็ส ปรบั หวั ตดั ทา มมุ 30 องศา ขอ้ ควรระวัง
206 ใบงาน (Job Sheet) หน่วยท่ี 6 ชื่อหน่วย สอนครั้งท่ี 11-12 งานเช่อื มอารก์ ดว้ ยลวดเชื่อมห้มุ ฟลักซ์ ต่อชนตาแหนง่ ทา่ 3G (PF) ชั่วโมงรวม 6 ลาดับขน้ั การทางาน จานวนชว่ั โมง 6 4. การเตรยี มช้ืนงานก่อนเช่อื มยึด (Tack) 4.1 เจียระไนลบคมชนิ้ งาน และเปดิ ผวิ บริเวณขอบ ชน้ิ งานด้านทที่ าการเชอื่ ม ขอ้ ควรระวัง ใช้หินเจียระไนด้วยความระมัดระวัง 4.2 ใชต้ ะไบเก็บรายละเอียดบริเวณขอบของข้ึนงาน 4.3 เจียระไนเปิดผิวงานบริเวณขอบชน้ิ งานด้านหนา้ และดา้ นหลงั 5. เตรียมเครอื่ งเช่ือม 5.1 เปิดสวิตซเ์ คร่อื งเช่อื มให้พรอ้ ม ใช้งาน 5.2 ปรบั กระแสไฟเชอื่ มเหมาะสมกับความหนา ของข้ึนงาน และลวดเช่อื ม
207 ใบงาน (Job Sheet) หนว่ ยที่ 6 ชอ่ื หน่วย สอนคร้ังท่ี 11-12 งานเชอ่ื มอาร์กด้วยลวดเชื่อมหมุ้ ฟลักซ์ ต่อชนตาแหนง่ ท่า 3G (PF) ช่วั โมงรวม 6 ลาดบั ข้ันการทางาน จานวนช่ัวโมง 6 6. การจบั ยดึ ชิ้นงาน 6.1 นาชิ้นงานทท่ี าความสะอาดพร้อมทาการเช่ือม จานวน 2 ชิ้น วางลงบนเหล็กรางตวั วที ่เี ตรยี มไว้ ตามแนวขวาง 6.2 ทาการเช่อื มยึด (Tack) โดย เวน้ ระยะห่างระหว่างชิ้นงานที่ 1 และ 2 ใหม้ คี วามหา่ ง 2 มม. ทาการเช่อื มยึด จานวน 2 จุดบริเวณปลายชิ้นงานทง้ั 2 ด้าน 6.3 สร้างระยะเผ่ือของขึ้นงาน เมอื่ เชอื่ มยดึ เสรจ็ นาชิน้ งานทาระยะเผือ่ ประมาณ 2-3 องศา เพอ่ื ป้องกันการบดิ งอเชงิ มุม (Distortion) ของชิน้ งาน 7. ตดิ ตง้ั ขึ้นงาน 7.1 จบั ยึดช้ินงานใหอ้ ยูใ่ นตาแหนง่ การเชอื่ มท่า ระดับ 3G ตามแนวขวาง โดยใช้อปุ กรณ์จบั ยุด ชนิ้ งานบรเิ วณมมุ บนดา้ นซา้ ยของชิ้นงาน และทา การตรวจสอบชิน้ งานว่ามน่ั คงหรอื ไม่ กอ่ นทาการ เชือ่ มชนิ้ งานต้องไม่ขยับ
208 ใบงาน (Job Sheet) หนว่ ยท่ี 6 ช่อื หนว่ ย สอนคร้ังท่ี 11-12 งานเช่อื มอารก์ ดว้ ยลวดเช่ือมหุ้มฟลักซ์ ต่อชนตาแหน่งท่า 3G (PF) ชั่วโมงรวม 6 ลาดับขนั้ การทางาน จานวนช่วั โมง 6 8. การเชอื่ ม 8.1 ทาการเชือ่ มท่าต้งั เช่ือมขน้ึ 3G โดยใหม้ ุมลวด เชือ่ มทามุมกับแนวเชอ่ื มประมาณ 10-15 องศา 8.2 ใหม้ มุ ลวดเชอ่ื มทามุมกับขอบชิน้ งานประมาณ 90 องศา 8.3 ควบคุมการหลอมลกึ ของแนว เช่ือมฐานรากในตาแหนง่ เชอ่ื มทา่ ต้งั 3G โดยใช้วิธีการสรา้ งศีโฮล (Key Hold) ด้วยการสายลวดเช่อื มแบบตัว C ขอ้ ควรระวัง สรา้ งคีโฮลใหม้ ขี นาดเท่ากันตลอดแนว เชอ่ื ม
209 ใบงาน (Job Sheet) หนว่ ยท่ี 6 ชอ่ื หน่วย สอนคร้งั ที่ 11-12 งานเชอ่ื มอาร์กด้วยลวดเชื่อมหมุ้ ฟลักซ์ ตอ่ ชนตาแหนง่ ทา่ 3G (PF) ชั่วโมงรวม 6 ลาดบั ข้ันการทางาน จานวนช่ัวโมง 6 9. การเช่ือมแนวเดิม (Hot Pass) 9.1 เตมิ แนวเชื่อมทับหนา้ ของแนว เช่อื มที่ 1 หรอื แนวเชือ่ มต่อจากแนวฐาน ขอ้ ควรระวัง ทาความสะอาดแนวฐานรากกอ่ นทาการ เชื่อมแนวต่อไปทุกครง้ั 9.2 ทาการควบคุมความกวา้ งของ แนวเชอ่ื ม โดยการส่ายลวดเชอ่ื ม และ การเคลอื่ นท่ีลวดเชือ่ มโดยรกั ษา ความเร็ว และระยะอารก์ ใหส้ ม่าเสมอ โตยใชก้ ารส่ายลวดแบบตวั C 9.3 ทาการควบคมุ ความกว้างของแนวเชอ่ื มใหค้ งที่ ควรควบคมุ ระยะอารค์ และความเร็วในการเดินลวด เชื่อมให้สมา่ เสมอตลอดแนวเช่อื ม ควรสา่ ยลวดเชือ่ มใหม้ ีความถอี่ ยา่ งคงท่ี และเมอื่ ถงึ จุดสิน้ สดุ ของแนวเช่อื มใหเ้ ติมเตม็ บ่อหลอมละลาย ปลายแนวเชอ่ื มให้สมบูรณ์ 10. เม่ือการเช่อื มเสร็จเรียบร้อยแลว้ ให้ นร. ปดิ สวติ ซเ์ ครอื่ ง เกบ็ ชดุ อปุ กรณ์ในการปฏบิ ตั ิงานที่ ใช้ นาส่งคืนห้องเครือ่ งมือและทาความสะอาด บริเวณพน้ื ท่ี ปฏิบตั งิ านใหเ้ รยี บรอ้ ย
210 แบบประเมินผลการปฏิบัติงาน ใบงานท่ี 8 งานเช่ือมต่อชนซึมลกึ บากรอ่ งวตี าแหน่งท่า 3G (PF) ช่อื ผปู้ ฏบิ ัติงาน.............................. ..........................สกุล.....................................................เลขท่ี....................... ระดับชน้ั ชช.2 . ผลการประเมนิ รายการ 432 1 ด้านความพร้อมการเตรยี มชนิ้ งาน 1. ลบคมขอบช้นิ งานด้วยตะไบ 2. ความสมบูรณ์ของรอยเช่อื มรอ่ ง (Groove welds) 3. การเช่ือมยดึ (Tack) ชิ้นงาน ดา้ นทกั ษะงานเชือ่ มตรวจสอบด้วยการพนิ จิ 1.แนวเช่อื มแนวหลอมลกึ (Root Pass) 1.1 การหลอมละลายสมบูรณ์ของแนวหลอมลกึ 1.2 ความสูงของแนวหลอมลกึ 1.3 การยบุ เว้าของแนวหลอมลกี 2. แนวเช่ือมด้านหน้า (Groove Face) 2.1 ความสมบรู ณข์ องจุดเริม่ ตน้ และจุดสนิ้ สุด 2.2 ความกวา้ งของแนวเชือ่ มสม่าเสมอ 2.3 ความสงู ของแนวเชอ่ื ม 2.4 รอยกดั แหวง่ (Undercut) 2.5 รพู รนุ (Porosity) s=ความหนาชน้ิ งาน 10 มม. 2.6 รอยตอ่ แนวเช่ือม 2.7 การหดตวั เชงิ มมุ (Distortion) 2.8 แนวเชื่อมเติมไม่เต็มร่องบาก 2.9 ต่อคอมงานเล้ยี ง (h)=ความสงู (t)= ความหนา ของชิ้นงาน กิจนิสัย 1. ความปลอดภยั ในการปฏิบตั งิ าน 2. การใช้และการเกบ็ เคร่ืองมอื อุปกรณ์ อย่างถกู วิธี 3. ความสะอาดของชนิ้ งานทพี่ ร้อมสง่
211 เวลาท่ใี ชป้ ฏบิ ัติงาน 1. ปฏบิ ตั งิ านไดต้ ามเวลาท่กี าหนด รวม การคิดคะแนนเต็ม 10 คะแนน คะแนนทไ่ี ด้ = คะแนน สรปุ คะแนนรวมท่ไี ด้ ..............คะแนน * จะผ่านเกณฑ์ต้องปรบั ปรงุ งานหรือทาใบงานซ้า ดีมาก (10 คะแนน) ดี (9 คะแนน) พอใช้ (8 คะแนน) ปรับปรงุ * (7) เกณฑก์ ารผา่ นการประเมนิ จะตอ้ งได้คะแนนมากกวา่ 7 คะแนน ผลการตดั สนิ ผา่ นการประเมนิ ไม่ผา่ นการประเมนิ บันทกึ เพิม่ เตมิ ............................................................................................................................. .......................................................................... ........................................................................................... ลงชอ่ื ..................................................ผู้ประเมิน (...............................................)
212 เกณฑ์การใหค้ ะแนนจากการตรวจสอบดว้ ยการพนิ ิจ (Visual Testing) รหัสวิชา 20103-2002 ชื่อวชิ าเช่ือมอาร์กดว้ ยลวดเช่ือมหุ้มฟลกั ซ์ 2 หนว่ ยท่ี 6 ชื่อหนว่ ย การตรวจสอบงานเชื่อมด้วยสายตา ใบงานที่ 8 งานเช่อื มซมึ ลกึ ต่อชนบากร่องวตี าแหน่งท่า 3G (PF) 1. ดา้ นความพรอ้ มการเตรยี มข้ึนงาน 1.1. ลูบคมขอบชิน้ งานด้วยตะไบ 1) ลบคมขอบช้ินงานได้อยา่ งสมบรู ณใ์ ห้ 4 คะแนน 2) ลบคมชอบช้ินงานไม่สมบูรณม์ รี อยตาหนิไมเ่ กนิ 2 จดุ ให้ 3 คะแนน 3) ลบคมชอบชิน้ งานไม่สมบรู ณม์ รี อยตาหนมิ ากกว่า 2 จดุ ไม่เกนิ 4 จุดให้ 2 คะแนน 4) ลบคมขอบชิ้นงานไมส่ มบูรณ์มตี าหนิมากกวา่ 5 จุดข้นึ ไปให้ 1 คะแนน 1.2 ความสมบรู ณ์ของรอยเชอ่ื มรอ่ ง (Groove welds) ประกอบดว้ ย 1.Root Opening 2.Root Face 3.Groove Face 4. Bevel Angle 5. Groove Angle 1) เตรยี มรอยเชอ่ื มร่อง ไดอ้ ยา่ งสมบูรณ์ให้ 4 คะแนน 2) รอยเชื่อมร่อง ไม่สมบูรณม์ รี อยตาหนิไม่เกนิ 2 จดุ ให้ 3 คะแนน 3) รอยเชอ่ื มรอ่ ง ไม่สมบูรณ์มีรอยตาหนิมากกวา่ 2 จุดไม่เกนิ 4 จุดให้ 2 คะแนน 4) รอยเชอ่ื มรอ่ ง ไม่สมบูรณม์ ีตาหนิมากกวา่ 5 จุดขน้ึ ไปให้ 1 คะแนน 1.3 การเชือ่ มยดึ (Tack) ช้นิ งาน 1) เชื่อมยึดชิ้นงานได้อย่างสมบรู ณใ์ ห้ 4 คะแนน 2) เชอ่ื มยดึ ชนิ้ งานสั้นกวา่ 10 มม.และยาวกวา่ 15 มม. ให้ 3 คะแนน 3) เชือ่ มยดึ ขนึ้ งาน ไมส่ มบูรณ์ ให้ 2 คะแนน 4) เชอื่ มยดึ ชิ้นงานไมส่ มบรู ณ์ ไม่เว้นช่องรอยตอ่ ชิ้นงานเชือ่ ม 1 คะแนน 2. ดา้ นทักษะงานเชอ่ื มตรวจสอบด้วยการพินิจ 2.1. แนวเช่อื มแนวหลอมลึก (Root Pass) 2.1.1 การหลอมละลายสมบรู ณ์ของแนวหลอมลกึ 1) หลอ่ มละลายสมบรู ณ์ตลอดทั้งแนวให้ 4 คะแนน 2) ไม่หลอมละลายมีความยาวต้งั แต่ 0.5 - 1.5 มม. ให้ 3 คะแนน 3) ไม่หลอมละลายมีความยาวมากกว่า 1.5 - 2.5 มม. ให้ 2 คะแนน 4) ไม่หลอมละลายความยาวมากกวา่ 2.5 มม. ให้ 1 คะแนน 2.1.2 ความสูงของแนวหลอมลึก 1) แนวหลอมสกึ มคี วามสงู ตงั้ แต่ 0.0 - 1.5 มม. ให้ 4 คะแนน 2) แนวหลอมลกึ มีความสูงมากกวา่ 1.5 - 2.5 มม. ให้ 3 คะแนน 3) แนวหลอมลึกมคี วามสงู มากกว่า 2.5 - 3.5 มม. ให้ 2 คะแนน 4) แนวหลอมลึกมคี วามสูงมากกวา่ 3.5 มม. ขนึ้ ไปให้ 1 คะแนน 2.1.3 การยบุ เว้าของแนวหลอมลกึ 1) แนวหลอมลึกสมบูรณ์ไมม่ ีการยบุ ตวั ให้ 4 คะแนน
213 เกณฑ์การให้คะแนนจากการตรวจสอบด้วยการพินจิ (Visual Testing) รหัสวชิ า 20103-2002 ชอื่ วชิ าเชอ่ื มอารก์ ดว้ ยลวดเชอ่ื มห้มุ ฟลักซ์ 2 หน่วยท่ี 6 ชอ่ื หนว่ ย การตรวจสอบงานเชอ่ื มดว้ ยสายตา ใบงานที่ 8 งานเชอื่ มซึมลึกตอ่ ชนบากรอ่ งวีตาแหนง่ ท่า 3G (PF) 2) แนวหลอมสึกมรี อยยุบลึกตงั้ แต่ 0.5 มม. แต่ไมเ่ กนิ 1.0 มม. ให้ 3 คะแนน 3) แนวหลอมลกึ มีรอยยบุ ลกึ มากกว่า 1.0 มม.แตไ่ มเ่ กนิ 1.5 มม. ให้ 2 คะแนน 4) แนวหลอมสึกมีรอยยบุ ลกึ มากกวา่ 1.5 มม. ขนึ้ ไปให้ ให้ 1 คะแนน 2.2. แนวเชื่อมตา้ นหน้า (Groove Face) 2.1.1 ความสมบรู ณ์ของจดุ เรมิ่ ต้นและจุดสน้ิ สุด 1) ไมม่ ีข้อบกพร่องให้ 4 คะแนน 2) พบจดุ บกพร่อง 1 จดุ ให้ 3 คะแนน 3) พบจตุ บกพรอ่ ง 2 จุดให้ 2 คะแนน 4) พบจุดบกพร่องมากกวา่ 2 จุดให้ 1 คะแนน 2.1.2 ความกว้างของแนวเชือ่ มสมา่ เสมอ 1) ขนาดของแนวเชื่อมกวา้ ง 15,16,17 มม. ให้ 4 คะแนน 2) ขนาดของแนวเชื่อมกวา้ ง 14,18 มม. ให้ 3 คะแนน 3) ขนาดของแนวเชอ่ื มกว้าง 13,19 มม. ให้ 2 คะแนน 4) ขนาดของแนวเชอ่ื มกว้าง 12,20 มม. ให้ 1 คะแนน 2.1.3 ความสงู ของแนวเช่อื ม 1) ความสูงของแนวเช่อื ม 1.0 มม. แต่ไม่เกิน 2.5 มม. ให้ 4 คะแนน 2) ความสงู ของแนวเชื่อมมากกวา่ 2.5 มม. แต่ไมเ่ กิน 3.5 มม. ให้ 3 คะแนน 3) ความสูงของแนวเช่อื มมากกวา่ 3.5 มม. แตไ่ ม่เกิน 4.5 มม. ให้ 2 คะแนน 4) ความสงู ของแนวเชอ่ื มตา่ กว่า 1.0 มม. หรอื มากกวา่ 4.5 มม. ให้ 1 คะแนน 2.1.4 รอยกัดแหว่ง (Undercut) 1) ไมม่ รี อยกัดขอบแนวเชอ่ื ม ให้ 4 คะแนน 2) มรี อยกดั ชอบแนวเช่ือมลึกเกนิ 0.5 มม. แต่ไม่เกิน 1.0 มม. ให้ 3 คะแนน 3) มรี อยกดั ขอบแนวเชอ่ื มลึกเกนิ 1.0 มม. แตไ่ มเ่ กนิ 1.5 มม. ให้ 2 คะแนน 4) มรี อยกัตขอบแนวเชื่อมลกึ เกนิ 1.5 มม. ขึน้ ไป ให้ 1 คะแนน 2.1.5 รูพรุน (Porosity)s = ความหนาช้นิ งาน 5 มม. 1) ไมม่ ีข้อบกพร่องของรพู รุน ให้ 4 คะแนน 2) มขี นาดไมเ่ กนิ 0.2 s. ให้ 3 คะแนน (ขนาด 1.0 มม.) 3) มขี นาดมากกว่า 0.2 ร. แตไ่ มเ่ กิน 0.3 s. ให้ 2 คะแนน (ขนาดมากกวา่ 1 มม. แตไ่ ม่เกนิ 1.5 มม.) 4) มขี นาดมากกว่า 0.3 ร. ให้ 1 คะแนน (ขนาดมากกว่า 1.5 มม.) 2.1.6 รอยตอ่ แนวเช่ือม 1) รอยต่อแนวเชอื่ มสมบูรณ์ให้ 4 คะแนน 2) มีขนาดนูนจดุ รอยต่อมากกว่า 2.0 มม. แตไ่ มเ่ กนิ 3.0 มม. ให้ 3 คะแนน
214 เกณฑก์ ารให้คะแนนจากการตรวจสอบด้วยการพนิ จิ (Visual Testing) รหัสวิชา 20103-2002 ชื่อวชิ าเชอ่ื มอาร์กด้วยลวดเช่ือมหุ้มฟลกั ซ์ 2 หนว่ ยท่ี 6 ชือ่ หนว่ ย การตรวจสอบงานเช่ือมดว้ ยสายตา ใบงานที่ 8 งานเชอ่ื มซึมลกึ ต่อชนบากรอ่ งวีตาแหน่งทา่ 3G (PF) 3) มขี นาตนนู จดุ รอยต่อมากกว่า 3.0 มม. แต่ไมเ่ กิน 4.0 มม. ให้ 2 คะแนน 4) มีขนาดนูนจุดรอยต่อมากกว่า 4.0 มม. ให้ 1 คะแนน 2.1.7 การหดตวั เชิงมมุ (Distortion) 1) ไมม่ ีการหดตัวเชงิ มมุ ให้ 4 คะแนน 2) มีการหดตวั เชิงมมุ มากกวา่ 5 องศา ไม่เกนิ 6 องศา ให้ 3 คะแนน 3) มกี ารหดตวั เชิงมมุ มากกว่า 7 องศา ไมเ่ กิน 8 องศา ให้ 2 คะแนน 4) มีการหดตัวเชิงมุมมากกวา่ 8 องศา ให้ 1 คะแนน 2.1.8 แนวเชอ่ื มเตมิ ไมเ่ ตม็ ร่องบาก (ยกเว้นตาแหน่งรอยต่อ) 1) เตมิ เตม็ รอ่ งบากสมบูรณ์ ให้ 4 คะแนน 2) ลกึ ต่ากว่าผวิ งาน 0.5 มม. แต่ไม่เกิน 1.0 มม. ให้ 3 คะแนน 3) สึกตา่ กว่าผวิ งาน 1.0 มม. แต่ไมเ่ กนิ 1.5 มม. ให้ 2 คะแนน 4) ลกึ ตา่ กวา่ ผิวงาน 1.5 มม. ขึ้นไป ให้ 1 คะแนน 2.1.9 ต่อคอมงานเยือ้ ง (h)-ความสงู , t=ความหนายงชิ้นงาน 1) ต่อคอมงานตรงกนั สมบรู ณ์ไมเ่ ยื้องให้ 4 คะแนน 2) เย้อื ง (h 0.1 แตไ่ มเ่ กิน 0.2 t ให้ 3 คะแนน (ย้ือง 0.9 มม. แตไ่ ม่เกิน 1.8 มม.) 3) เย้ืองมากกวา่ (h) 0.2 t แตไ่ ม่เกนิ 0.3 t ให้ 2 คะแนน (เยอ้ื ง 1.8 มม. แต่ไม่เกนิ 2.7 มม.) 4) เยื้องมากกวา่ (h) 0.3 t ขึ้นไป ให้ 1 คะแนน (เยอ้ื งมากกว่า 2.7 มม.) 3. ดา้ นความพรอ้ มของการส่งชิน้ งาน 3.1. ความสะอาดของช้ินงานทพ่ี ร้อมสง่ 1) ชน้ิ งานสมบูรณไ์ มม่ ีรอยขดี อารก์ สะเกด็ เชอ่ื ม รอยหนิ เจยี ระไนผวิ หน้างานเชื่อม 2) ช้ินงานมรี อยตาหนอิ ยา่ งใดอยา่ งหนึง่ 1 จดุ ให้ 3 คะแนน 3) ช้ินงานมีรอยตาหนอิ ยา่ งใดอย่างหน่ึงมากกวา่ 2 จุด ไม่เกิน 3 จดุ ให้ 2 คะแนน 4) ชิน้ งานมรี อยตาหนมิ ากกว่า 3 จดุ ขึน้ ไป ให้ 1 คะแนนให้ 4 คะแนน
Search
Read the Text Version
- 1 - 35
Pages: