Important Announcement
PubHTML5 Scheduled Server Maintenance on (GMT) Sunday, June 26th, 2:00 am - 8:00 am.
PubHTML5 site will be inoperative during the times indicated!

Home Explore การสืบพันธุ์และการเจริญเติบโตของสัตว์

การสืบพันธุ์และการเจริญเติบโตของสัตว์

Published by suklittha24, 2022-08-30 03:13:32

Description: สื่อการเรียนการสอนออนไลน์ เรื่อง การสืบพันธุ์และการเจริญเติบโตของสัตว์ โดยครูสุกฤตา โสมล วิชาชีววิทยา ระดับชั้น ม.6 โรงเรียนเบญจมราชูทิศ จังหวัดจันทบุรี

Search

Read the Text Version

Unit 3 : การสบื พนั ธ์ุและการเจริญเตบิ โตของสตั ว์ (Reproduction and Development) จดั ทำโดย นำงสำวสุกฤตำ โสมล (ชวี วทิ ยำ ชัน้ ม.6) กลุ่มสำระกำรเรียนรู้วทิ ยำศำสตรแ์ ละเทคโนโลยี โรงเรียนเบญจมรำชูทศิ จังหวัดจันทบุรี 1

ประเภทของการสบื พนั ธ์ุ (Reproduction) การสืบพันธ์ุเป็นการเพิ่มจานวนของส่ิงมีชีวิตชนิดเดียวกัน ถือเป็นสมบัติสาคัญที่สุดในการระบุ ความเปน็ สง่ิ มชี ีวติ และทาใหส้ ิ่งมีชีวิตแต่ละชนดิ ดารงเผ่าพนั ธอุ์ ยูไ่ ด้ (Continuity of species) แบ่งเป็น • กำรสบื พนั ธุแ์ บบไมอ่ ำศัยเพศ (Asexual reproduction) • กำรสบื พนั ธุแ์ บบอำศัยเพศ (Sexual reproduction) ข้อเปรยี บเทยี บ Asexual reproduction Sexual reproduction จานวนของสง่ิ มีชวี ติ ทใี่ ห้กาเนดิ พอ่ /แมเ่ พียงตวั เดียว ทงั้ พ่อและแม่ (parents) กระบวนการสรา้ งเซลลส์ บื พนั ธ์ุ มี ลกั ษณะทางพนั ธุกรรมของลูก ไม่มี (ยกเวน้ parthenogenesis) มีควำมแปรผนั ทำงพนั ธกุ รรม การปฏสิ นธิ เหมือนกบั ส่งิ มีชีวิตท่ีใหก้ ำเนิดทกุ ประกำร มี ขอ้ ดี ไมม่ ี ลกู ท่ีเกิดขนึ้ สำมำรถอย่ใู นสภำพแวดลอ้ ม ขอ้ เสยี กำรเพ่ิมจำนวนเกิดขนึ้ ไดอ้ ยำ่ งรวดเรว็ ท่ีมีกำรเปล่ยี นแปลงมำกได้ จัดทำโดย ครูสุกฤตำ โสมล สตั วต์ อ้ งอยใู่ นสภำพแวดลอ้ มท่ีมี ตอ้ งใชพ้ ลงั งำนในกำรสบื พนั ธมุ์ ำก กำรเปล่ยี นแปลงเพียงเลก็ นอ้ ย 2

การสบื พันธแ์ุ บบไมอ่ าศยั เพศ (Asexual reproduction) 1. การเพมิ่ จานวนออกเปน็ สอง : Binary fission - กำรเพ่ิมจำนวนจำกเซลลท์ ่ีใหก้ ำเนิด 1 เซลลเ์ ป็นเซลลล์ กู สองเซลลท์ ่ีมีขนำด เทำ่ กนั เชน่ กำรแบง่ ตวั ออกเป็นสองใน Amoeba , Paramecium 2. การแตกหนอ่ : Budding - กำรเพ่ิมจำนวนโดยกำรสรำ้ งเซลลล์ กู ออกมำจำกพ่อหรอื แม่ โดยหน่อ (bud) ท่ีเกิดขนึ้ จะมีขนำดเลก็ กว่ำ เช่น กำรแตกหนอ่ ภำยใน (gemmule) ในฟองนำ้ ซง่ึ มกั จะเกิดในภำวะท่ีไม่เหมำะสม กำรแตกหน่อของ Hydra 3. การงอกใหม่ : Regeneration - กำรท่ีชิน้ ส่วนของรำ่ งกำยเกิดกำรขำดออกไปแลว้ มีกำรพฒั นำเป็น ส่งิ มีชีวิตตวั ใหม่ได้ เชน่ กำรงอกใหม่ใน Planaria ดำวทะเล จัดทำโดย ครูสุกฤตำ โสมล - กำรงอกใหม่เพ่ือทดแทนสว่ นท่ีชำรุดหรอื หลดุ ไป เชน่ กำรงอกของหำงจิง้ จก ไม่จดั เป็นกำรสบื พนั ธุ์ เพรำะไม่ไดท้ ำใหเ้ กิดส่งิ มีชีวติ ตวั ใหม่ขนึ้ มำ เป็นเพียงกำรซอ่ มแซมสว่ นท่ีสกึ หรอเท่ำนนั้



4. การเกดิ Parthenogenesis - กำรเจรญิ ของเซลลไ์ ข่ (egg ;n) เป็นตวั เต็มวยั ไดโ้ ดยท่ีไม่ตอ้ งไดร้ บั กำรปฏิสนธิ จำกตวั ผู้ เช่น ในผงึ้ โดยถำ้ ไข่เจรญิ แบบ Parthenogenesis จะไดเ้ ป็นผงึ้ ตวั ผู้ (drone) แต่ถำ้ ไข่ไดร้ บั กำรผสมกบั sperm ก็จะเจรญิ ไปเป็นผึง้ งำนเพศ เมีย (worker) และถ้ำผึง้ เพศเมียเหล่ำนีไ้ ดร้ บั ฮอรโ์ มนท่ีเหมำะสมก็อำจจะ พฒั นำไปเป็นรำชินีผงึ้ (queen) ไดต้ ่อไป สตั วก์ ลมุ่ Hermaphrodite - สตั วไ์ มม่ ีกระดกู สนั หลงั หลำยชนิดจะมอี วยั วะของทงั้ สองเพศในตวั เดยี วกนั เรยี กวำ่ กะเทย (Hermaphrodite) อย่ำงไรก็ตำม สตั วเ์ หล่ำนีจ้ ะมีแนวโนม้ ในกำรเกิดกำร ปฏิสนธิขำ้ มตวั (cross fertilization) เพ่ือเพ่ิมควำมหลำกหลำยทำงพนั ธกุ รรม ใหก้ บั ลกู ท่ีเกิดขนึ้ ยกเวน้ ในกลมุ่ ของพยำธิตวั ตืดท่ีจะสำมำรถเกิดกำรปฏิสนธิในตวั เอง ได้ (self fertilization) จัดทำโดย ครูสุกฤตำ โสมล

จัดทำโดย ครูสุกฤตำ โสมล จดั ทำโดย ครูสกุ ฤตำ โสมล 6

5. การสรา้ งสปอร์ (Spore formation/Sporulation) เซลลม์ ีกำรแบ่งหลำยๆ ครงั้ จนไดเ้ ป็นเซลลจ์ ำนวนมำก แต่ละเซลลเ์ รียกสปอร์ (spore) ซง่ึ แพรไ่ ปในท่ีตำ่ งๆไดโ้ ดยง่ำย เชน่ เชือ้ รำ เห็ด เฟิรน์ มอส จัดทำโดย ครูสุกฤตำ โสมล 7

Life cycle of Rhizopus stolonifer sporangium Asexual phase Sexual phase จัดทำโดย ครูสุกฤตำ โสมล zygospore 8

6. กำรขำดออกเป็ นทอ่ น (Fragmentation) 7. Duplication of Phage เกิดขนึ้ โดยท่ีสว่ นของรำ่ งกำยหลดุ ออกเป็นสว่ นๆ แต่ละสว่ นสำมำรถเจรญิ เป็นส่งิ มีชีวติ ตวั ใหม่ได้ พยำธิตวั ตดื จัดทำโดย ครูสุกฤตำ โสมล 9

8.การสรา้ งตวั ออ่ นจากตวั ออ่ น (Paedogenesis) 10 • เป็นกำรสืบพนั ธทุ์ ่ีเกิดขนึ้ โดยตวั อ่อนสำมำรถ ใหก้ ำเนิดตวั อ่อนดว้ ยกนั ได้ • พบในหนอนพยำธิใบไม้ระยะท่ีอยู่ในหอย โดยตัวอ่อนในระยะ Sporocyst จะให้ กำเนิดตวั อ่อน Redia หรอื Daughter sporocyst ตอ่ มำตวั อ่อน Redia จะให้ กำเนิดตวั ออ่ น Cercaria ไดอ้ ีก จัดทำโดย ครูสุกฤตำ โสมล

9. การโคลน (Cloning) กำรโคลนสตั วก์ ระทำโดยกำรนำนิวเคลียสจำกเซลลร์ ำ่ งกำย (somatic cell) ซง่ึ มียีนและโครโมโซมครบถว้ นสมบรู ณ์ ไปใสใ่ นเซลลไ์ ข่ (egg) ท่ีถกู นำนิวเคลียสออกไป โดยเช่ือวำ่ เซลลไ์ ข่มีปัจจยั ต่ำงๆ ท่ีจะกระตนุ้ ใหเ้ กิดกำรแบง่ ตวั หลงั จำกนนั้ นำเซลลท์ ่ีไดไ้ ปใสใ่ นมดลกู แมห่ รอื ปลอ่ ยใหเ้ จรญิ เติบโตตอ่ ไป - กำรโคลนสตั วก์ ระทำสำเรจ็ ครงั้ แรกสดุ ใน กบ แตท่ ่ีมีช่ือเสยี งมำกๆ คือ กำรทำโคลน แกะดอลล่ี จัดทำโดย ครูสุกฤตำ โสมล 11

จัดทำโดย ครูสุกฤตำ โสมล 12

 การสบื พันธแ์ุ บบอาศัยเพศ (Sexual reproduction) 1. conjugation กำร conjugation ระหวำ่ งนิวเคลียสของโปรโตซวั 2 ตวั จะมีกำรแบง่ ตวั แบบไมโอซสิ ตอ่ จำกนนั้ มีกำรแลกเปล่ยี น นิวเคลียส หลงั จำกท่ีนิวเคลียสรวมตวั กนั แลว้ โปรโตซวั ทงั้ สองตวั จะแยกจำกกนั และตำ่ งก็ไปแบง่ ตวั ตอ่ ไป จัดทำโดย ครูสุกฤตำ โสมล 13

 การสบื พันธแ์ุ บบอาศัยเพศ (Sexual reproduction) 2. การปฏสิ นธิ (fertilization) เป็นกระบวนกำรรวมกนั ของเซลลส์ บื พนั ธเุ์ พศผแู้ ละเซลลส์ บื พนั ธเุ์ พศเมีย ซง่ึ มี 2 รูปแบบหลกั คอื 2.1 การปฏสิ นธภิ ายนอกรา่ งกาย : External fertilization - สตั วจ์ ะมีกำรปลอ่ ยเซลลส์ บื พนั ธอุ์ อกมำภำยนอกรำ่ งกำย และจะมีกำรปฏิสนธิเกิดขนึ้ ภำยนอกรำ่ งกำย - พบไดเ้ ฉพำะในสตั วท์ ่ีอย่ใู นนำ้ โดยสตั วเ์ หลำ่ นีจ้ ะอำศยั นำ้ เป็นตวั กลำงในกำรปฏิสนธิ จัดทำโดย ครูสุกฤตำ โสมล

จัดทำโดย ครูสุกฤตำ โสมล 15

 การสบื พันธแุ์ บบอาศยั เพศ (Sexual reproduction) ตนุ่ ปากเปด็ 2.2 การปฏสิ นธภิ ายในรา่ งกาย : Internal fertilization - สตั วเ์ พศผโู้ ดยท่วั ไปจะมีกำรปลอ่ ยเซลลส์ ืบพนั ธเุ์ ขำ้ ไปผสมกบั เซลลส์ ืบพนั ธเุ์ พศเมียในรำ่ งกำย - พบไดใ้ นปลำกระดกู อ่อนบำงชนิด และสตั วม์ ีกระดกู สนั หลงั ท่ีอยบู่ นบกสว่ นใหญ่  การเจริญของลกู ที่เกดิ ขนึ้ ในสตั วท์ มี่ กี ารปฏสิ นธิภายใน สามารถเกดิ ได้ 3 รูปแบบคือ 1) Oviparity : สตั วท์ ่ีออกลกู เป็นไข่ เช่น ปลำบำงชนิด สัตว์เลื้อยคลำน สัตว์ปี ก สัตว์เลี้ยงลูกด้วยน้ำนมบำงชนิด (ตนุ่ ปำกเป็ด) 2) Ovoviviparity : สตั วท์ ่ีมีตวั อ่อนเจรญิ อย่ใู นไข่ท่ีอยู่ ภำยในร่ำงกำย ได้รับอำหำรสะสมจำกไข่แดง เช่น แมลงสำบ มำดำกสั กำร,์ garter snake 3) Viviparity : สตั วท์ ่ีตวั อ่อนไดร้ บั อำหำรจำกเลือดของแม่ โดยตรง ไม่ไดผ้ ่ำนไข่แดง เช่น ปลำฉลำม และสัตวเ์ ลีย้ งลูกดว้ ย นำ้ นมทงั้ หมด จัดทำโดย ครูสุกฤตำ โสมล

Fertilization จัดทำโดย ครูสุกฤตำ โสมล 17

การสบื พนั ธแ์ุ บบสลบั (Metagenesis) ของแมงกะพรนุ และโอบเี ลยี แมงกะพรุนและโอบีเลีย สืบพันธุ์แบบอำศัยเพศโดยกำรปฏิสนธิ ระหวำ่ งสเปิรม์ กบั ไข่ สลบั กบั แบบไมอ่ ำศยั เพศโดยกำรแตกหนอ่ - พลานูรา(planula) เป็นตวั อ่อนท่ีไดจ้ ากการสืบพนั ธุแ์ บบอาศยั เพศ 18 - อีไฟรา (ephyra) เป็นตวั อ่อนท่ีไดจ้ ากการสืบพนั ธุ์แบบไม่อาศยั เพศ จัดทำโดย ครูสุกฤตำ โสมล

กำรสืบพนั ธุแ์ บบสลับ (Metagenesis)  กำรสบื พนั ธุแ์ บบอำศัยเพศ เมดซู ำ (medusa) ตวั เมียปลอ่ ยไข่ สว่ นเมดซู ำตวั ผปู้ ลอ่ ยสเปิรม์ ในนำ้ เม่ือไข่และ สเปิรม์ มำเจอกนั เกิดกำรปฏิสนธิ ไขท่ ่ีไดร้ บั กำรผสมแลว้ จะเรม่ิ แบง่ เซลล์ (เรยี กวำ่ ระยะ cleavage) จำกนนั้ ก็เจรญิ เตบิ โตเป็นตวั ออ่ นท่ีเรยี กว่ำ พลำนลู ำ (planula) มีขนำด เลก็ ประมำณ 0.80 มิลลิเมตร เคล่อื นท่ีอย่ำงอิสระอย่ใู ตน้ ำ้ พลำนลู ำจะพฒั นำไปเป็น โพลปิ (polyp) อนั เล็ก ๆ แลว้ หำท่ีเกำะตดิ อยกู่ บั วสั ดทุ ่ีไมเ่ คล่อื นท่ี จำกนนั้ ก็พฒั นำไป เป็นโพลิปโตเตม็ วยั เม่ือสภำวะแวดลอ้ มเหมำะสม สว่ นปลำยของโพลปิ จะคอ่ ย ๆ หลดุ ออกมำเป็น เมดซู ำตวั เลก็ ๆ วำ่ ยขนึ้ มำเหนือนำ้ และโตขนึ้ จนสำมำรถสบื พนั ธไุ์ ดอ้ ีกครงั้ จัดทำโดย ครูสุกฤตำ โสมล  กำรสืบพนั ธุแ์ บบไม่อำศัยเพศ โพลิปท่ีโตเต็มวยั แลว้ จะแตกหน่อออกมำเป็นตวั อ่อนท่ีมีลกั ษณะเหมือนพลำนูลำทุก ประกำรแต่ขนำดโตกว่ำเล็กนอ้ ย (0.95 มิลลิเมตร) ตัวอ่อนท่ีเกิดจำกกำรแตกหน่อ เรยี กวำ่ ฟรสั ทลุ (frustule) จะเคล่ือนไหวอย่ใู ตผ้ ิวนำ้ และพฒั นำไปเป็นโพลิปอีกครงั้ หน่งึ 19

การสร้างเซลล์สืบพนั ธ์ุของสัตว์ช้ันสูง 20 • อวยั วะสรำ้ งตวั อสจุ ิคอื อณั ฑะ (testis) และอวยั วะท่ีสรำ้ งไข่คอื รงั ไข่ (ovary) ภำยในอณั ฑะมเี ซลลพ์ วกหนง่ึ ท่ีเรยี กว่ำ spermatogonium และภำยในรงั ไข่มีเซลลพ์ วกหนง่ึ ท่ี เรยี กวำ่ oogonium • กลมุ่ เซลลท์ งั้ สองมีตน้ กำเนิดมำจำก primordial germ cell ซง่ึ เป็นกลมุ่ เซลลจ์ ำกชอ่ งทอ้ งเคล่อื นเขำ้ มำอยใู่ นอวยั วะสืบพนั ธใุ์ น ระหวำ่ งกำรเกิดอวยั วะสบื พนั ธุ์ จัดทำโดย ครูสุกฤตำ โสมล

การสร้างเซลลส์ บื พนั ธ์ุ (Gametogenesis)  การสรา้ งเซลลส์ บื พนั ธ์ุเพศชาย (spermatogenesis) เกิดขนึ้ ภำยในหลอดสรำ้ งอสจุ ิ (seminiferous tubule) ในอณั ฑะ (testis) โดยภำยในจะมีเซลล์ spermatogonium (2n) อย่เู ป็น จำนวนมำก และมีกำรแบ่งเซลล์แบบไมโทซิส (mitosis) เพ่ือเพ่ิม จำนวนตลอดเวลำตงั้ แตต่ อนท่ีเป็นทำรกอย่ใู นครรภ์ - เม่ือรำ่ งกำยเขำ้ ส่วู ยั รุน่ เซลล์ spermatogonium บำงส่วนจะ พั ฒ น ำ เ ป็ น เ ซ ล ล์ ท่ี มี ข น ำ ด ใ ห ญ่ ขึ้น เ รี ย ก ว่ ำ primary spermatocyte (2n) ซ่งึ เม่ือรำ่ งกำยไดร้ บั ฮอรโ์ มน FSH มำ กระตนุ้ เซลลช์ นิดนีก้ ็จะเกิดกำรแบ่งเซลลแ์ บบไมโอซิส I (meiosis I) กลำยเป็น secondary spermatocyte (n) จำนวน 2 เซลล์ ก่อนจะเกิดกำรแบ่งเซลลแ์ บบไมโอซิส II (meiosis II) ตอ่ ไปเป็น spermatid (n) จำนวน 4 เซลล์ หลงั จำกนนั้ spermatid จงึ มี กำรเปล่ียนแปลงรูปร่ำงผ่ำนกระบวนกำร spermatogenesis เพ่ือสรำ้ งเป็นเซลลอ์ สจุ ิ (sperm) ตอ่ ไป จัดทำโดย ครูสุกฤตำ โสมล

จัดทำโดย ครูสุกฤตำ โสมล 22

- ตวั อสจุ ิประมำณ 180-500 ลำ้ นตวั /2-7 cm3 มชี ีวิตในรำ่ งกำยเพศหญิงอย่ไู ดไ้ มเ่ กิน 2 วนั หรอื 48 ช่วั โมง - นำ้ หลอ่ เลยี้ งไดจ้ ำกตอ่ มสรำ้ งนำ้ เลยี้ งอสจุ ิ 75- 80% ของนำ้ อสจุ ิทงั้ หมด จำกตอ่ มลกู หมำก 15-20% และจำกหลอดเกบ็ ตวั อสจุ ินอ้ ยท่สี ดุ จัดทำโดย ครูสุกฤตำ โสมล

จัดทำโดย ครูสุกฤตำ โสมล 24

การสรา้ งเซลลส์ บื พันธ์ุ (Gametogenesis)  การสรา้ งเซลลส์ บื พนั ธ์ุเพศหญงิ (Oogenesis) เกิดขนึ้ ภำยในรงั ไข่ (ovary) โดยจะมีเซลลเ์ ร่มิ ตน้ คอื oogonium (2n) ซง่ึ จะมี กำรแบง่ เซลลแ์ บบไมโทซสิ (mitosis) เพ่ือเพ่ิมจำนวน โดย oogonium บำงสว่ น จะเจรญิ พฒั นำไปเป็น primary oocyte (2n) ตงั้ แตอ่ ย่ใู นครรภ์ และจะหยดุ แบ่งเซลลอ์ ย่ทู ่ีระยะ prophase I จนกว่ำจะเขำ้ ส่วู ยั รุน่ ซ่งึ จะมีฮอรโ์ มนเพศมำ กระตนุ้ ให้ primary oocyte เกิดกำรแบ่งเซลลแ์ บบไมโอซิส I (meiosis I) เป็น secondary oocyte (n) 1 เซลล์ และเซลลข์ นำดเลก็ ท่ีเรยี กว่ำ first polar body (n) อีก 1 เซลล์ จำกนนั้ จะหยดุ กำรแบ่งเซลลอ์ ีกครงั้ ในระยะ metaphase II แลว้ เกิดกำรตกไข่ (ovulation) ในแต่ละรอบเดือน จนกว่ำ secondary oocyte จะไดร้ บั กำรปฏิสนธิ (fertilization) จึงจะเกิดกำรแบ่ง เซลลต์ ่อไปเป็น ootid (n) และ secondary polar body ซ่งึ ทำ้ ยท่ีสดุ ส่วน ของ polar body เหลำ่ นีจ้ ะสลำยตวั ไป จัดทำโดย ครูสุกฤตำ โสมล

จัดทำโดย ครูสุกฤตำ โสมล 26

ข้อแตกต่ำง spermatogenesis และ Oogenesis 27 Spermatogenesis 1. ผลทไ่ี ด้ 4 mature spermatozoa 2. เกดิ ตลอดเวลำในชว่ งอำยุของ ส่งิ มชี ีวติ 3. Spermatogenesis เกดิ ต่อไปเรื่อยๆ Oogenesis 1. ผลทไ่ี ด้ single ovum ส่วน polar body สลำยไป 2. Potentail ova (primary oocyte) อยใู่ น ovary แล้วตัง้ แต่เกดิ 3. Oognesis มีช่วงพกั จัดทำโดย ครูสุกฤตำ โสมล

โครงสร้างของระบบสบื พนั ธเุ์ พศชาย (Male Reproductive System) ระบบสบื พันธเุ์ พศชายประกอบด้วยสว่ นตา่ งๆ ดังนี้ 1.อัณฑะ (testis) : โครงสรำ้ งท่ีเป็นอวยั วะหลกั ในกำรสรำ้ งอสจุ ิและกำรสรำ้ งฮอรโ์ มนเพศชำย จดั เป็นสว่ นของ ต่อมเพศ (gonad) ของผูช้ ำย โดยอัณฑะจะอยู่ภำยในถุงหุม้ อณั ฑะ (scrotum) ซ่ึงทำหนำ้ ท่ีช่วยในกำรปรบั อณุ หภมู ิภำยในอณั ฑะใหค้ งท่ีเหมำะสมตอ่ กำรสรำ้ งอสจุ ิ (อณุ หภมู ิในถงุ อณั ฑะต่ำกวำ่ อณุ หภมู ิรำ่ งกำยเลก็ นอ้ ย) ภำยในอณั ฑะประกอบดว้ ยสว่ นตำ่ งๆ ดงั นี้ 1.1 หลอดสร้ำงอสุจิ (seminiferous tubule) : ทอ่ ขนำดเลก็ ขดอยู่ ภำยในประกอบดว้ ยเซลลต์ ำ่ งๆ ดงั นี้ - เซลลท์ ่ีเก่ียวขอ้ งกบั กำรสรำ้ งเซลลอ์ สจุ ิ - เซลลเ์ ซอรโ์ ทไล (sertoli cell) : เป็นเสมือนเซลลพ์ ่ีเลยี้ งในกำรนำอำหำร แก๊ส และสำรท่ีจำเป็นตอ่ อสจุ ิมำเลยี้ ง เซลลอ์ สจุ ิ - เซลลเ์ ลยด์ กิ (Leydig cell) หรอื Interstitial cell : เป็นเซลลท์ ่ีสรำ้ งฮอรโ์ มน testosterone 1.2 หลอดเกบ็ อสุจิ (epididymis) : บรเิ วณท่ีเก็บพกั อสจุ ิและกระตนุ้ กำรทำงำนของเซลลอ์ สจุ ิ จัดทำโดย ครูสุกฤตำ โสมล

2.ทอ่ นาอสจุ ิ (vas deferens) : ท่อท่ีทำหนำ้ ท่ีในกำรนำอสจุ ิใหเ้ คล่อื นท่ีไปยงั ภำยนอกรำ่ งกำย 3.ต่อมตา่ งๆ : ภำยในระบบสืบพนั ธเุ์ พศชำยมีดงั นี้ 3.1 ต่อมสร้ำงนำ้ เลีย้ งอสุจิ (seminal vesicle) : ทำหนำ้ ท่ีสรำ้ งและหล่งั ของเหลวท่ีมีสเี หลืองอ่อน ประกอบดว้ ยเมือกตำ่ งๆ วติ ำมินซี กระอะมิโน นำ้ ตำล fructose ซง่ึ จดั เป็นแหลง่ พลงั งำนของเซลลอ์ สจุ ิ 3.2 ต่อมลูกหมำก (prostate gland) : ทำหนำ้ ท่ีสรำ้ งและหล่งั ของเหลวท่ีมีสมบตั ิเป็นเบส เพ่ือทำใหช้ อ่ ง คลอดของเพศหญิงซง่ึ มีสภำพเป็นกรดเป็นสภำพเป็นกลำง เม่ืออสจุ ิเคล่อื นเขำ้ สชู่ อ่ งคลอดก็จะสำมำรถเขำ้ ไปปฏิสนธิได้ 3.3 ตอ่ มคำวเปอร์ (Cowper’s gland) หรอื bulbourethral gland : ทำหนำ้ ท่ีสรำ้ งและหล่งั ของเหลวใสก่อนกำรหล่งั จรงิ (pre-ejaculate fluid) สำรนีจ้ ะทำหนำ้ ท่ีลดควำมเป็นกรดภำยในทอ่ ปัสสำวะของผชู้ ำย หลอ่ ล่นื ท่อปัสสำวะ ซง่ึ ของเหลวท่ีหล่งั ออกมำพรอ้ มของเหลวจำกตอ่ มนีอ้ ำจจะมีเซลลอ์ สจุ ิอย่ดู ว้ ย 4.องคชาติ หรือลงึ ค์ (penis) : อวยั วะหลกั ท่ีเก่ียวขอ้ งกบั กำรมีเพศสมั พนั ธซ์ ง่ึ จะใชใ้ นกำรสอดใสเ่ ขำ้ ไปในช่องคลอดเพ่ือให้ อสจุ ิสำมำรถเคล่อื นเขำ้ ไปปฏิสนธิได้ ภำยในองคชำติจะประกอบดว้ ยท่อรวมระหวำ่ งท่อปัสสำวะและท่ออสจุ ิ (urethra) องคชำติจะเกิดกำรแข็งตวั เม่ือมเี ลอื ดเขำ้ ไปค่งั สะสมในชนั้ กลำ้ มเนือ้ ท่ีมีลกั ษณะคลำ้ ยฟองนำ้ จัดทำโดย ครูสุกฤตำ โสมล

Male Reproductive System จัดทำโดย ครูสุกฤตำ โสมล

Male Reproductive System ฮอร์โมนกบั ระบบสบื พันธเุ์ พศชาย กำรทำงำนของฮอรโ์ มนในระบบสบื พนั ธเุ์ พศชำยจะ เกิดขนึ้ เม่ือย่ำงเขำ้ สวู่ ยั รุน่ (puberty) อำยปุ ระมำณ 13 ปี โดยสมองสว่ นไฮโพทำลำมสั จะสรำ้ งและหล่งั ฮอรโ์ มน GnRH มำกระตนุ้ ใหต้ อ่ มใตส้ มองสว่ นหนำ้ ใหห้ ล่งั ฮอรโ์ มน FSH (follicle stimulating hormone) ซง่ึ จะไป กระตนุ้ ใหเ้ กิดกระบวนกำรสรำ้ งเซลลอ์ สจุ ิ และฮอรโ์ มน LH (luteinizing hormone) ซง่ึ จะกระตนุ้ เซลลเ์ ลยด์ ิก (Leydig cell) ใหส้ รำ้ งฮอรโ์ มนเพศชำย testosterone สำหรบั ควบคมุ กำรทำงำนของระบบ สืบพนั ธุ์ และควบคมุ ลกั ษณะทำงเพศทตุ ยิ ภมู ิ (secondary sex characteristics) ซง่ึ เป็น ลกั ษณะท่ีแสดงถงึ ควำมเป็นเพศชำยนอกเหนือไปจำก ควำมสำมำรถในกำรสรำ้ งอสจุ ิ จัดทำโดย ครูสุกฤตำ โสมล 31

โครงสรา้ งของระบบสบื พนั ธเ์ุ พศหญงิ (Female Reproductive System) ระบบสบื พันธ์ุเพศหญงิ ประกอบด้วยสว่ นตา่ งๆ ดงั น้ี 1.รังไข่ (ovary) : โครงสรำ้ งหลกั ท่ีเก่ียวขอ้ งกบั กำรสรำ้ งไขแ่ ละกำรสรำ้ งฮอรโ์ มนเพศหญิง (เทียบไดก้ บั อณั ฑะ) 2.มดลูก (uterus) : โครงสรำ้ งหลกั ในกำรฝังตวั ของเอ็มบรโิ อ (embryo) โดยเอ็มบรโิ อจะเขำ้ มำฝังตวั ท่ี ผนังมดลูกชั้นใน (endometrium) ถ้ำหำกไม่มีกำรปฏิสนธิเกิดขึน้ ผนังมดลูกชั้นในจะเกิดกำรหลุดออก ออกเป็นประจำเดอื น (menstruation) 3.ทอ่ นาไข่ (oviduct) หรอื ปีกมดลกู (uterine tube) : บรเิ วณท่ีเกิดกำรปฏิสนธิ ขนึ้ และนำพำไข่/เอม็ บรโิ อมำฝังตวั ท่ีบรเิ วณมดลกู โดยจะมีเซลลท์ ่ีมีซิเลยี คอยพดั โบก 4.ปากมดลูก (cervix) : บรเิ วณมดลกู ตอนลำ่ งท่ีติดกบั ชอ่ งคลอด มีลกั ษณะเป็น ปำกแคบเขำ้ หำกนั 5.ช่องคลอด (vagina) : ส่วนปลำยสดุ ของ ระบบสืบพันธุ์เพศหญิง เป็ นบริเวณท่ีรองรับ กำรสอดใสข่ ององคชำติ จัดทำโดย ครูสุกฤตำ โสมล

Female Reproductive System จัดทำโดย ครูสุกฤตำ โสมล

ฮอร์โมนกบั ระบบสบื พันธเ์ุ พศหญงิ กำรทำงำนของฮอรโ์ มนในระบบสืบพนั ธเุ์ พศหญิงจะมีควำมสลบั ซบั ซอ้ นกวำ่ ในเพศชำย เน่ืองจำกในเพศหญิงจะมีรอบเดือน (menstruation) ซง่ึ เกิดจำกกำรทำงำนรว่ มกนั ของฮอรโ์ มน 5 ชนิด คือ GnRH , FSH , LH , estrogen และ progesterone อย่ำงมีรูปแบบท่ีสมั พนั ธก์ นั โดยผหู้ ญิงจะเรม่ิ มีประจำเดอื นครงั้ แรก (menarche) เม่ืออำยปุ ระมำณ 11-12 ปี หลงั จำกนนั้ จะมีประจำเดอื นไปเรอ่ื ยๆ จน อำยปุ ระมำณ 50 ปีประจำเดือนจะหมดไปแลว้ เขำ้ ส่รู ะยะวัยทอง (menopause)  รอบเดอื นของผหู้ ญิงจะเร่มิ ตน้ จำกกำรท่ีสมองส่วนไฮโพทำลำมสั หล่งั ฮอรโ์ มน GnRH ออกมำกระตนุ้ ต่อมใตส้ มองส่วนหนำ้ ใหส้ รำ้ งและหล่งั ฮอรโ์ มน FSH ออกมำ ซ่งึ ฮอรโ์ มน FSH นีจ้ ะไปกระตนุ้ เซลล์ ฟอลลิเคิล (follicle) ท่ีอย่รู อบเซลลไ์ ข่ใหเ้ กิดกำรพฒั นำขึน้ เม่ือเซลล์ฟอลลิเคิลเจริญมำกขึน้ เซลล์ ฟอลลเิ คิลเหลำ่ นีก้ ็จะสรำ้ งฮอรโ์ มนเอสโทรเจน (estrogen) ออกมำเพ่ิมขนึ้ จนกระท่งั สงู เพียงพอท่ีจะ ไปกระตนุ้ ตอ่ มใตส้ มองสว่ นหนำ้ ใหห้ ล่งั ฮอรโ์ มน LH ออกมำ ซง่ึ ปรมิ ำณ LH ท่ีสงู มำกนีก้ ็จะทำใหเ้ ซลล์ secondary oocyte หลดุ ออกจำกรงั ไขเ่ กิดกำรตกไข่ (ovulation) จัดทำโดย ครูสุกฤตำ โสมล

การตกไข่ (Ovulation) กำรตกไข่ คอื กำรท่ีไขส่ กุ และออกจำกรงั ไขเ่ ขำ้ สทู่ ่อนำไข่ กำรตกไข่จะเกิดขนึ้ หลงั จำกวนั ท่ีมีรอบเดอื นวนั แรกประมำณ 13-15 วนั กำรตกไขค่ รงั้ แรกของวยั สำวของคนจะเรม่ิ ขนึ้ หลงั จำกมีประจำเดือนได้ 2-3 ปี โดยจะเกิดกำรตกไข่ตงั้ แตอ่ ำยุ 14-15 ปี จนถงึ ประมำณ 44-45 ปี ดงั นนั้ ตลอดชว่ งอำยขุ องเพศหญิงจงึ มีไขต่ กไดไ้ ม่เกิน 400 ฟอง (ประมำณกนั วำ่ ตงั้ แตเ่ ดก็ จะมีโอโอไซตร์ ะยะแรกอยู่ ประมำณ 2 ลำ้ นใบ ซง่ึ ปรำกฏอยแู่ ลว้ ตงั้ แตท่ ำรกจนคลอด ต่อมำโอโอไซตร์ ะยะแรกจะลดลงเรอ่ื ยๆ จนถงึ วยั ก่อนมีประจำเดือนหรอื อำยุ ประมำณ 12-14 ปี จะเหลือโอโอไซตร์ ะยะแรกอย่ใู นรงั ไข่ 2 ขำ้ งประมำณ 400,000 ใบ) จัดทำโดย ครูสุกฤตำ โสมล 35

จัดทำโดย ครูสุกฤตำ โสมล

ระดบั ฮอรโ์ มนและความหนาของผนงั มดลกู ชัน้ ใน ในรอบเดอื น แผนภาพสรปุ ระดบั ฮอรโ์ มนในเพศหญงิ จัดทำโดย ครูสุกฤตำ โสมล 37

วนั แรกของกำรมีประจำเดอื น 13-15 วนั ตอ่ มำ ไข่สลำยตวั (ระยะท่ีมีประจำเดอื น 2-5 วนั ) (24 ช่วั โมงตอ่ มำ) รอบประจำเดอื น 26-28 วนั จัดทำโดย ครูสุกฤตำ โสมล ไข่ตก (ovulation) (13-15 วนั ตอ่ มำ) 38

การเจรญิ เตบิ โตของสัตว์ (Animal Development) กำรเจรญิ ของสตั วป์ ระกอบดว้ ย 4 กระบวนกำร คอื 1.กำรแบง่ เซลล์ (cell division) เป็นกำรเพ่ิมจำนวนเซลล์ สำหรบั กำรเจรญิ ของเอ็มบรโิ อ 2.กำรขยำยขนำดของเซลล์ (cell growth) 3.กำรเปลีย่ นแปลงรูปร่ำงของเซลลเ์ พ่ือทำหนำ้ ท่ีเฉพำะ (cell differentiation) 4.กำรรวมกลุ่มกันของเซลลเ์ พ่ือสรำ้ งเป็นเนือ้ เย่ือและอวยั วะ (morphogenesis) จัดทำโดย ครูสุกฤตำ โสมล

ข้ันตอนของการเจรญิ ในสตั ว์ ประกอบดว้ ยขนั้ ตอนย่อย ๆ คอื  กำรปฏิสนธิ (fertilization)  กำรคลเี วจ (cleavage)  กำรบลำสทเู ลชนั (blastulation)  กำรแกสทรูเลชนั (gastrulation)  Organogenesis การปฏสิ นธิ (fertilization) : เป็นกระบวนกำรรวมกันของเซลลส์ ืบพันธุเ์ พศผูแ้ ละ เพศเมีย โดยเซลลไ์ ข่ท่ีไดร้ บั กำรปฏิสนธิ (fertilized egg) จะเรียกว่ำ ไซโกต (zygote) ถ้ำไซโกตเร่ิม แบง่ เซลลจ์ ะถือวำ่ ไดเ้ ขำ้ สรู่ ะยะเอ็มบรโิ อ (embryo) จัดทำโดย ครูสุกฤตำ โสมล

กำรปฏิสนธิและกำรฝังตัวของเอม็ บริโอทผ่ี นังมดลูก จัดทำโดย ครูสุกฤตำ โสมล 41

จัดทำโดย ครูสุกฤตำ โสมล

1.การคลเี วจ (cleavage) : เป็นกำรเพ่ิมจำนวนเซลลข์ องไซโกตจำกกำรแบง่ เซลลแ์ บบ mitosis ทำใหม้ ีจำนวนเซลลม์ ำกขนึ้ แตข่ นำดของเซลลจ์ ะลดลง สง่ ผลใหข้ นำดของเอม็ บรโิ อโดยรวมมีขนำดเท่ำเดิม เน่ืองจำกเซลลแ์ ตล่ ะเซลลไ์ มม่ ีกำรเติบโต (ไมพ่ บกำรขยำยขนำดของเซลล)์ รูปแบบของกำรคลเี วจจะขนึ้ อยกู่ บั ชนิดของไขแ่ ดง เช่น - สตั วท์ ่ีมีไข่แดงนอ้ ย (เม่นทะเล = sea urchin สตั วเ์ ลยี้ งลกู ดว้ ยนำ้ นม) : กำรคลีเวจจะเกิดขนึ้ ตลอดตวั เอ็มบรโิ อ - สตั วท์ ่ีมีไข่แดงปำนกลำง (กบ) : กำรคลีเวจจะเกิดขนึ้ ตลอดตวั เอ็มบรโิ อ โดยบรเิ วณดำ้ นลำ่ งจะมีไข่แดงอย่เู ยอะ (vegetal pole) และจะเกิดกำรแบง่ เซลลน์ อ้ ย เซลลจ์ งึ มีขนำดใหญ่กวำ่ กลมุ่ เซลลท์ ำงดำ้ นบนของเอ็มบรโิ อ (animal pole) - สตั วท์ ่ีมีไขแ่ ดงมำก (สตั วเ์ ลอื้ ยคลำน สตั วป์ ีก) : กำรคลีเวจจะเกิดขนึ้ บำงบรเิ วณ ในไก่จะเกิดขนึ้ บรเิ วณผิวของไขแ่ ดงบรเิ วณท่ีเรยี กว่ำ germinal disc - ในมนษุ ยเ์ ม่ือเอ็มบรโิ อเขำ้ สรู่ ะยะคลเี วจจะเกิดกำรแบง่ เซลลจ์ ำนวน มำก เกิดเป็นเอ็มบรโิ อท่ีมีลกั ษณะคลำ้ ยลกู นอ้ ยหนำ่ เรยี กวำ่ มอรูลำ (morula) จัดทำโดย ครูสุกฤตำ โสมล

เพม่ิ เตมิ เกี่ยวกบั ระยะคลเี วจ (cleavage) • เพ่ิมจำนวนเซลล์ เซลลจ์ ำนวนมำก ขนำดเลก็ ลงเรยี กแต่ละเซลลว์ ำ่ บลำสโทเมียร์ (blastomere) แบง่ เป็น 2 ลกั ษณะ ไดแ้ ก่ โฮโลบลำสตกิ (Holoblastic) และมี โรบลำสติก (Meroblastic) จัดทำโดย ครูสุกฤตำ โสมล 44

 คลเี วจของเอมบริโอสัตวป์ ี กและสัตวเ์ ลอื้ ยคลำน  คลีเวจของเอ็มบริโอคนหรือสัตวพ์ วก สำหรบั ไข่พวกนกและสตั วเ์ ลือ้ ยคลำนเป็นไข่ท่ีมีไข่แดงมำก คลีเวจเป็นแบบ ไพรเมต meroblastic คอื เซลลไ์ ม่แบ่งตวั ตลอดไข่ แนวกำรแบ่งจะเกิดเฉพำะบรเิ วณ ด้ำนบนของไข่ซ่ึงมีไซโตพลำสซึมและนิวเคลียสอยู่เท่ำนั้น คือบริเวณ คนหรือสัตว์พวกไพรเมตมีไข่เป็ นชนิด alecithal germinal disc กำรปฏิสนธิเกิดขนึ้ ภำยในท่อนำไข่ แลว้ จึงเคล่ือนท่ีมำ ท่ีผนงั มดลกู cleavage เป็นแบบ holoblastic ระหว่ำงท่ี เอ็มบริโอเคล่ือนท่ีมำสู่ผนังมดลูกจะมีกำรเคล่ือนท่ี ของกล่มุ เซลลแ์ ยกออกเป็น 2 กล่มุ ไดแ้ ก่ trophoblast เป็นกล่มุ เซลลท์ ่ีเรยี งตวั ชนั้ เดียวอย่รู อบนอก ซง่ึ ในกำร เจริญต่อไปจะเจริญร่วมกับเนือ้ เย่ือของผนังมดลูก กลำยเป็นรก กลมุ่ เซลลท์ ่ีอยภู่ ำยในคอื inner cell mass เป็ นส่วนท่ีเจริญต่อไปเป็ นเอ็มบริโอ เน่ืองจำก เอ็มบริโอมีลักษณะเป็นถุง ดังนั้นจึงเรียกเอ็มบริโอ ระยะนีว้ ่ำ blastocyst จัดทำโดย ครูสุกฤตำ โสมล 45

 คลีเวจของเอมบรโิ อเม่นทะเล  คลีเวจของเอมบริโอกบ แสดงคลเี วจแบบ holoblastic เซลลท์ ่ีไดแ้ ตล่ ะเซลลเ์ รยี กวำ่ blastomere ซง่ึ จะมีขนำดเทำ่ กนั เม่ือคลีเวจสนิ้ สดุ ลงจะได้ เอมบรโิ อท่ีประกอบดว้ ยเซลลจ์ ำนวนมำก (a), (b) และ (c) แสดง blastula จำกภำยนอก คลีเวจเป็นแบบท่ีมกี ำรแบง่ ตลอดไข่ แตแ่ บง่ ไมเ่ ทำ่ กนั ดงั นนั้ blastomere ท่ีไดจ้ งึ มีขนำดแตกต่ำงกนั (d) แสดงภำพตดั ตำมขวำงของ blastula ชอ่ ง blastocoel ท่ีเกิดขนึ้ อยคู่ ่อนไปทำงดำ้ น animal pole blastoderm ประกอบดว้ ยกลมุ่ เซลลท์ ่ีเรยี งตวั มำกกวำ่ 1 ชนั้ 46 จัดทำโดย ครูสุกฤตำ โสมล

เปรยี บเทียบการคลเี วจ(cleavage) ของไข่แตล่ ะชนดิ แอมฟิ ออกซสั สัตวส์ ะเทินน้าสะเทินบก สัตวเ์ ล้ือยคลาน/ สตั วป์ ี ก สตั วเ์ ล้ียงลูกดว้ ยน้านม จัดทำโดย ครูสุกฤตำ โสมล 47

2.การบลาสทเู ลชนั (blastulation) : เป็นกระบวนกำรท่ีเซลลข์ องเอม็ บรโิ อมีกำรจดั เรยี งตวั เป็นชนั้ อยรู่ อบนอก ตรงกลำงมีลกั ษณะเป็นชอ่ งท่ีมีของเหลวบรรจอุ ยู่ เรยี กว่ำ blastocoel สำหรบั ใหเ้ ซลลส์ ำมำรถเกิดกำรเคล่ือนท่ีได้ จัดทำโดย ครูสุกฤตำ โสมล 48

- ในมนษุ ยเ์ อม็ บรโิ อท่ีอยใู่ นระยะ blastula Human embryonic development : Cleavage จะเรยี กวำ่ blastocyst ซง่ึ เป็นระยะท่ีมี กำรฝังตวั ในผนงั มดลกู ชนั้ ใน (endometrium) โดยเอม็ บรโิ อระยะนี้ จะประกอบดว้ ยเซลล์ 2 กลมุ่ คือ 1) Trophoblast – เรยี งตวั อยรู่ อบ นอก เจรญิ ตอ่ ไปเป็นรก (placenta) 2) Inner cell mass – รวมกลมุ่ อยู่ ดำ้ นใน เจรญิ เป็นอวยั วะตำ่ งๆ ของตวั ออ่ น • ในสตั ว์ บลำสโทพอรเ์ จรญิ เปล่ยี นแปลงไดด้ งั นี้ 1) ในสตั วก์ ลมุ่ protostomia ชอ่ ง blastopore จะพฒั นำไปเป็นช่องปำก สว่ นช่องเปิดท่ีสองจะพฒั นำไปเป็น anus จะเรยี ก สตั วก์ ลมุ่ นีว้ ่ำ โปรโตสโตเมีย (Protostomia) ไดแ้ ก่ หนอนพยำธิตวั กลม (Nematode) Annelid Mollusk Arthropod 2) deuterosmomia แปลวำ่ ปำกมำเป็นอนั ดบั สอง ซง่ึ หมำยถึงทวำรหนกั มำก่อนช่องปำก จะเรยี กสตั วก์ ลมุ่ นีว้ ่ำ ดวิ เทอโรสโตม (Deuterostone) ไดแ้ ก่ Echynoderm Chordate จัดทำโดย ครูสุกฤตำ โสมล 49

จัดทำโดย ครูสุกฤตำ โสมล 50


Like this book? You can publish your book online for free in a few minutes!
Create your own flipbook