โครงงานนวตั กรรมส่งเสริมการเรียนรู้ ลำปำง - เขลำงคน์ คร – เมอื งแหง่ ควำมสขุ “ทอ่ งเทย่ี วภำคเหนอื ตอนบน สู่เมอื งท่ีไม่ใช่แค่ทำงผ่ำน” นายกณฌาร วจั นะประดษิ ฐ์ รหสั ประจาตวั นกั ศกึ ษา 610210001 สาขาวชิ าประถมศกึ ษา คณะศกึ ษาศาสตรม์ หาวทิ ยาลยั เชยี งใหม่ ภาคเรียนที่ 1 ประจาปกี ารศกึ ษาพทุ ธศกั ราช 2563 นามปากกา : เมตตาจติ พิมพค์ รง้ั ท่ี 2
โครงงานนวตั กรรมสง่ เสริมการเรียนรู้ ลำปำง - เขลำงคน์ คร – เมืองแหง่ ควำมสขุ “ทอ่ งเทย่ี วภำคเหนอื ตอนบน สู่เมอื งทไี่ ม่ใช่แค่ทำงผ่ำน” นายกณฌาร วัจนะประดิษฐ์ รหสั ประจาตัวนกั ศึกษา 610210001 สาขาวิชาประถมศึกษา คณะศึกษาศาสตรม์ หาวิทยาลยั เชียงใหม่ ภาคเรยี นท่ี 1 ประจาปีการศึกษาพุทธศกั ราช 2563 นามปากกา : เมตตาจติ พิมพ์คร้ังที่ 2
คำนำผ้เู ขยี น เริม่ แรกทท่ี างอาจารยไ์ ด้ให้งานรบั ผิดชอบโครงการนวตั กรรมสง่ เสริมการเรียนรู้ ยากยง่ิ ที่คดิ กค็ ือท่านอาจารย์ต้องมองเหน็ อะไรสกั อย่างในการทาโครงงาน นวัตกรรมสง่ เสริมการเรียนรู้นไี้ วเ้ ป็นประโยชนไ์ มม่ ากก็นอ้ ยกต็ ามก็เริ่มเขียนผมจึง น่ังทบทวนสิง่ ต่างๆที่ได้เรียนรู้มาไมว่ า่ จะเปน็ สถานที่สาคญั ในภมู ลิ าเนาท้องถิน่ ทางด้านภาษากิจกรรมวฒั นธรรมโดยหวังว่าผู้ที่ได้อา่ นหนงั สือเล่มน้จี ะได้รับ ประโยชนไ์ มม่ ากกน็ อ้ ย นาย กณฌาร วจั นะประดษิ ฐ์ เมตตาจิต
บทนำ มหี ลายคนสงสัยและตงั้ คาถามเข้ามาวา่ แหล่งเรียน รู้คอื อะไรและประเภทของ แหลง่ เรียนรู้คอื อะไร แหล่งเรียนรู้น้ันมหี ลายแบบกล่าวคือ แหลง่ เรียนรู้ประเภท บคุ คล แหลง่ เรียนรู้ประเภทที่มันสร้างขนึ้ แหลง่ เรียนรู้ประเภท ทรพั ยากรธรรมชาติ แหลง่ เรียนรู้ประเภทกิจกรรมทางสังคมประเพณีความเชอ่ื โดยทางเราจะเน้นไปทางแหล่งเรียนรู้ทางภูมปิ ญั ญาจงั หวัดลาปางโดยจงั หวัด ลาปางน้าจะมีส่งิ ใดบ้างที่น่าสนใจชวนท่านทกุ คนรับชมตดิ ตามในบทตอ่ ไป
สำรบญั คานาผ้เู ขียน บทนา 1.แหล่งการเรียนรปู้ ระเภทบคุ คล หลวงพ่อเกษม เขมโก พอ่ เจ้าทพิ ย์ช้าง 2.แหลง่ การเรียนรปู้ ระเภทสงิ่ ทีม่ นษุ ยส์ รา้ งขึน้ วัดพระธาตุลาปางหลวง วัดปงยางคก 3.แหลง่ การเรียนร้ปู ระเภททรัพยากรธรรมชาติ อทุ ยานแห่งชาติดอยหลวง หลม่ ภเู ขียว 4.แหลง่ การเรียนรู้ประเภทกจิ กรรมทางสงั คม ประเพณี และความเชือ่ ประเพณีแห่สลงุ หลวง ล่องสะเปา
1.แหลง่ กำรเรยี นร้ปู ระเภทบคุ คล
หลวงพ่อเกษม เขมโก หลวงพ่อเกษม เขมโก นามเดิม เจ้าเกษม ณ ลาปาง เปน็ พระเถระและ เกจิอาจารย์ ผู้เครง่ ครัดในธุดงควัตร ปลกี วิเวก พุทธศาสนิกชนในจังหวดั ลาปาง และชาวไทยเคารพนับถือวา่ ทา่ นเป็นพระเถราจารย์ปชู นียบคุ คลรูปหนง่ึ ของ ประเทศไทย และมีผู้มคี วามเคารพศรัทธาเปน็ จานวนมากในปัจจุบัน อีกทั้งท่านยัง เปน็ เจ้านายในราชวงศ์ทิพยจ์ ักร ทีอ่ อกผนวชอกี ด้วย หลวงพ่อเกษม เขมโก เดิมมนี ามวา่ เจ้าเกษม ณ ลาปาง เกดิ เมอ่ื วันที่ 28 พฤศจิกายน 2455 ตรงกบั วนั พธุ เดอื นย่ี (เหนอื ) ปีชวด ร.ศ. 131 เปน็ บตุ รใน เจ้าน้อยหนู ณ ลาปาง (ภายหลังเปลีย่ นนามสกลุ ใหมเ่ ป็น มณีอรณุ ) รับราชการ เปน็ ปลดั อาเภอ กบั เจ้าแม่บัวจ้อน ณ ลาปาง และเปน็ ราชปนดั ดาในเจ้าบุญวาทย์ วงษ์มานิต เจ้าหลวงผคู้ รองนครลาปางองค์สุดท้าย สมยั ตอนเดก็ ๆมีคนเล่าวา่ ทา่ นซนมากมีอยคู่ รงั้ หน่งึ ท่านปีนต้นบ่าม่ัน(ตน้ ฝร่ัง)เกิด ผลัดตกจนมแี ผลเป็นที่ศีรษะ เม่ือท่านอายุได้ 13 ปี ได้บรรพชาเปน็ สามเณร ซึ่ง เป็นการบรรพชาหน้าศพ (บวชหน้าไฟ) ของเจ้าอาวาสวดั ป่าดัว๊ 7 วนั ได้ลาสกิ ขา และท่านได้บรรพชาเป็นสามเณรอกี ครงั้ เมอ่ื อายุ 15 ปีและจาวดั อยู่ทีว่ ดั บญุ ยนื จงั หวัดลาปาง ท่านได้ศึกษาด้านพระปรัยัติธรรมจนสามารถสอบนักธรรมช้ันโทได้ ในปี พ.ศ. 2474 และได้อปุ สมบทเป็นพระภิกษุในปีถัดมา โดยมีพระธรรมจินดา นายก (ฝ่าย) เจ้าอาวาสวัดบุญวาทย์วิหาร อดตี เจ้าคณะจงั หวัดลาปาง เป็นพระ อุปชั ฌาย์ ท่านได้รบั ฉายาว่า \"เขมโก\" แปลว่า ผู้มีธรรมอันเกษม โดยพระภิกษุ เจ้า
เกษม เขมโก ได้ศกึ ษาภาษาบาลที ี่สานักวัดศรีลอ้ ม ต่อมาได้ย้ายมาศกึ ษาแผนก นกั ธรรมทีส่ านกั วดั เชยี งราย พ.ศ. 2479 ท่านสามารถสอบได้นกั ธรรมช้ันเอก ท่านเรียนรู้ภาษาบาลีจน สามารถเขียนและแปลได้ รวมทง้ั สามารถแปลเปน็ ภาษาบาลไี ด้เปน็ อยา่ งดี แต่ ท่านไม่ยอมสอบเอาวุฒิ จนครูบาอาจารยท์ ุกรปู ตา่ งเขา้ ใจว่าพระภิกษุ เจ้าเกษม เขมโก ไมต่ อ้ งการมสี มณะศักดสิ์ งู ๆ เรียนเพอ่ื จะนาเอาวชิ าความรู้มาใชใ้ น การศึกษาค้นควา้ พระธรรมคาสอนของพระบรมศาสดาเท่านน้ั เมอ่ื สาเร็จทางดา้ นปริยตั ธิ รรมแล้ว ทา่ นแสาะแสวงหาครูบาอาจารยท์ ี่มีความรู้ และมีความเช่ยี วชาญในด้านวิปสั สนา จนกระทง่ั ท่านทราบขา่ ววา่ มีพระเกจิรปู หน่งึ มชี ่อื เสียงในดา้ นวปิ ัสสนา คือ ครูบาแก่น สุมโน ทา่ นจึงฝากตวั เป็นศิษย์ ทา่ น ได้ตามครบู าแก่น สุมโน ออกทอ่ งธุดงค์ไปแสวงหาความวเิ วกและบาเพญ็ เพยี ร ตามป่าลกึ จนถึงช่วงเข้าพรรษาซึ่งพระภิกษุจาเป็นต้องยตุ ิการท่องธดุ งค์ชว่ั คราว ท่านจึงต้องแยกทางกบั พระอาจารย์ และกลบั มาจาพรรษาทว่ี ัดบญุ ยนื ตามเดิม พอครบกาหนดออก ก็ติดตามอาจารย์ออกธดุ งค์บาเพญ็ ภาวนา ตอ่ มา เจ้าอธิการคาเหมย เจ้าอาวาสวัดบญุ ยนื มรณภาพลง ทางคณะสงฆไ์ ด้ ประชมุ กนั เพอ่ื หาเจ้าอาวาสรปู ใหมแ่ ละตา่ งลงความเห็นพ้องตอ้ งกนั เหน็ ควรวา่ พระภิกษุ เจ้าเกษม เขมโก มคี ณุ สมบัตเิ หมาะสมกับตาแหนง่ เจ้าอาวาส เมอ่ื ท่าน ได้รับเลอื กเป็นเจ้าอาวาสวัดบุญยนื ทา่ นก็ไมย่ นิ ดยี นิ ร้าย แตท่ ่านกห็ ่วงทางวัด เพราะท่านเคยจาวดั น้ี ท่านเห็นว่าถือเป็นภารกิจทางศาสนาเพราะท่านเอง ตอ้ งการให้พระศาสนาน้ดี ารงอยู่ จึงยอมรบั ตาแหนง่ เจ้าอาวาสวัดบุญยนื หลงั จากนน้ั ท่านกต็ ัดสินใจลาออกจากตาแหนง่ เจ้าอาวาสหลายคร้ังเน่อื งจากทา่ น
อยากจะออกธุดงค์ แตไ่ มเ่ ปน็ ผลสาเรจ็ ดงั นนั้ ทา่ นจึงออกจากวัดบญุ ยืนไปที่ ศาลาวังทานพร้อมเขียนขอ้ ความลาออกจากการเป็นเจ้าอาวาสไวด้ ้วย หลวงพ่อเกษม เขมโก เปน็ พระสายวปิ ัสสนาธรุ ะ ไมย่ ดึ ตดิ แมแ้ ตส่ ถานที่ ท่านได้ ปฏบิ ัตธิ รรม ณ สุสานไตรลักษณต์ ลอดชนชีพ ทา่ นปฏบิ ัตศิ ลี บริสุทธิต์ ามพระ ธรรมคาส่ังสอนขององค์สมเดจ็ พระสัมมาสมั พทุ ธเจ้าโดยไม่ติดยดึ ในกิเลสท้ังปวง ท่านเป็นพระทเ่ี ป็นที่เคารพสักการะของพุทธศาสนิกชนในจังหวดั ลาปางและ พทุ ธศาสนิกชนทว่ั ประเทศ หรือแมก้ ระทั่งพระบาทสมเดจ็ พระบรมชนกาธเิ บศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพติ ร ก็ทรงมคี วามเคารพศรัทธาในความ ทีท่ ่านเปน็ พระผู้ปฏบิ ตั ดิ ีปฏิบัตชิ อบ และได้เคยเสด็จพระราชดาเนนิ ไปทรง นมสั การท่านเมอ่ื วนั ที่ 15 มนี าคม พ.ศ. 2536 หลวงพ่อเกษม เขมโก มรณภาพ ณ ห้องไอซียู โรงพยาบาลลาปาง จงั หวัดลาปาง เม่อื วนั ที่ 15 มกราคม พ.ศ. 2539 เวลา 19:40 น. ซึง่ ตรงกับวันจนั ทร์ แรม 11 ค่า เดอื น 2 ปีกนุ ยงั ความ อาลัยเศร้าโศกเสยี ใจมายงั หมสู่ านุศษิ ยท์ ่วั ประเทศ ส่วนสรีระของท่านนั้นกย็ ัง ความอัศจรรยด์ ้วยเน่อื งจากไมเ่ นา่ เปื่อยเหมอื นอย่างสงั ขารทั่วไป ทงั้ ยงั เขียนป้าย บอกผู้ที่มาเคารพสรีระ ท่านดว้ ยวา่ ให้พนมมือไหวท้ ี่หน้าอกเพยี งครงั้ เดียวแลว้ ไม่ ตอ้ งกราบแบบเบญจางคประดิษฐ์อย่างศพของพระเถระทัว่ ไปนับวา่ ทา่ น น้ันถือ สมถะเป็นอยา่ งมาก
สำนักปฏิบัติธรรม (หลวงพอ่ เกษมเขมโก) \"ท่านเขมโกภกิ ษุ หลวงปู่เกษม หรอื หลวงพอ่ เกษม เขมโก ทีเ่ ราทา่ นเคารพบูชา และราลึกภาวนาขอ บารมจี ากท่านช่วยคมุ้ ครอง ปกปอ้ งจากอนั ตรายยามเมอ่ื เกิด ความทุกข์ไม่วา่ จะอยู่ที่ใด เพราะบารมี หลวงพอ่ ทีเ่ พยี รเจรญิ วิปสั สนากรรมฐาน ด้วยความมานะบากบั่นยากทีจ่ ะมีผู้ปฏบิ ตั ไิ ด้เสมอื นนนั้ สร้าง ศรัทธาและความ เชอ่ื ม่นั สงู ยิง่ นกั \" หลวงพอ่ เกษมท่านเจรญิ วิปัสสนาดว้ ยถือสนั โดษเปน็ ทีต่ ั้ง ใช้ อานาจจิต ควบคุมร่างกายเข้าสสู่ มาธิภาวนา เบือ้ งหน้าเชงิ ตะกอน ท่านไม่ติดรส อาหารเม่อื มีผู้นามาถวาย แม้อาหาร จะเสียจนราขึ้น ถ้าหลวงพอ่ ท่านยงั มไิ ด้แผ่ เมตตาทา่ นก็จะรับประเคนบาตรแลว้ แผ่เมตตาให้ หลวงพ่อ เปน็ ผู้มศี ลี อันบริสทุ ธิ์ และเมตตาธรรมสูงสง่ ทา่ นหมดสนิ้ แลว้ กิเลสและเปี่ยมลน้ ดว้ ยบารมี ทกุ วันน้ี หลวงพ่อยังเป็นดุจร่มโพธิร์ ่มไทรทีใ่ ห้ความร่มเยน็ แก่พวกเราทุกคน ที่ตั้ง: 203 ถนน ประตมู า้ ตาบล ต้นธงชัย อาเภอเมอื งลาปาง ลาปาง 52000 เวลาทาการ วนั เสาร์ 6:00–18:00 วนั อาทติ ย์ 6:00–18:00 วันจันทร์ 6:00–18:00 วันองั คาร 6:00–18:00 วันพธุ 6:00–18:00
วนั พฤหสั บดี 6:00–18:00 วันศุกร์ 6:00–18:00 โทรศพั ท:์ 054 230 996 กำรบรู ณำกำร หลวงพ่อเกษมเขมโกเป็นปูชนียบคุ คลเป็นพระเถระและเกจิอาจารย์มีความสาคญั ตอ่ ชาวจงั หวัดลาปางเป็นผู้ทีเ่ ครง่ ครัดในธุดงค์เข้าวดั ปลีกวเิ วกพทุ ธศาสนิกชนใน จังหวัดลาปางจึงให้ความเคารพและถือว่าท่านเป็นเถระ บุคคลสาคญั ของประเทศ ไทยสถานที่ดงั กลา่ วจึงเป็นสถานทีแ่ หล่งเรียนรู้เกี่ยวกบั การปฏบิ ตั ติ นการปฏบิ ัติ ธรรมทีส่ าคญั ในภาคเหนือมกี ารให้ความรู้ประวตั คิ วามเป็นมาของหลวงพ่อเกษม เขมโกแนวทางการปฏบิ ัตธิ รรมมกี ารปฏบิ ตั ธิ รรมภายในสถานที่ สร้างความรู้ ความเข้าใจในทางพระพทุ ธศาสนาให้แกช่ ุมชน
พอ่ เจ้ำทิพย์ชำ้ ง พระยาไชยสงคราม หรอื พระยาสลุ วะลอื ไชยสงคราม หรอื พอ่ เจ้าทพิ ย์ช้าง เป็น เจ้าผู้ครองนครลาปางในชว่ ง พ.ศ. 2275 - 2302 (จ.ศ. 1120) และต้น ราชวงศ์ทิพยจ์ กั ร อนสุ าวรีย์พระยาสลุ วลอื ไชยสงคราม ต้ังอยทู่ ีร่ ิมถนนซุปเปอร์ไฮเวย์ลาปาง-งาว ตาบลพระบาท อาเภอเมอื งลาปาง จังหวดั ลาปาง โดยความดูแลของเทศบาลนคร ลาปาง ก่อสร้างขนึ้ เพ่อื เทิดพระเกยี รตคิ ุณของเจ้าหนานทิพยช์ า้ ง หรือพระยาสุ ลวะลอื ไชยสงคราม ในปี พ.ศ. 2527 โดยสมเดจ็ พระสังฆราชเจ้า กรมหลวงชินว ราลงกรณ เสด็จทรงประกอบพิธีเททอง และสมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรม สมเดจ็ พระเทพรัตนราชสดุ าฯ สยามบรมราชกมุ ารี ทรงเปิดอนุสาวรีย์ เม่อื วนั ที่ 15 กุมภาพนั ธ์ พ.ศ. 2527 โดยจะมีการจัดพิธีบวงสรวงในวนั ที่ 15 กุมภาพันธ์ ของทกุ ปี พระรำชประวัติ พระยาสลุ วะลอื ไชยสงคราม เดมิ เป็นสามัญชนชาวบ้านปงยางคก (ปัจจุบนั คอื ตาบลปงยางคก อาเภอห้างฉัตร) มีนามเดิมวา่ \"ทิพยช์ า้ ง\" เกิดในราวปี พ.ศ. 2217 ได้บวชเรียนที่วัดปงยางคก และสกึ ออกมาประกอบอาชพี พรานป่า มี ความเชย่ี วชาญการใชอ้ าวุธ และมีความสามารถในการขับไล่และตดั หางช้างที่มา
รบกวนพชื ผลของชาวบ้านได้ ชาวบ้านจึงขนานนามวา่ \"หนานทิพยช์ า้ ง\" หนาน ทิพยช์ า้ ง มภี รรยาคนหนึง่ ชือ่ \"นางปิมปา\" ชาวบ้านหนาดคา แควน้ บ้านเอ้ือม (ปจั จุบันคอื ตาบลบ้านเอ้ือม อาเภอเมอื งลาปาง) ในช่วงปลายของกรุงศรีอยุธยา นครเชยี งใหม่เป็นเมอื งข้ึนของพมา่ ส่วนลาปางเปน็ นครรัฐอิสระ กระทั่งท้าวหนานมหายศ เจ้าเมอื งลาพูนยกทพั มาตชี นะเมืองลาปาง และตง้ั ศนู ยบ์ ญั ชาการที่วัดพระธาตลุ าปางหลวง เหล่าบรรดาประชาชนจึงได้ขอให้ หนานทิพยช์ า้ ง นายพรานผู้เก่งกล้าและเช่ยี วชาญอาวุธปืนยาวและหนา้ ไม้ เปน็ ผู้นาในการกอบกู้นครลาปาง โดยสามารถรบชนะและสงั หารท้าวมหายศได้ทีว่ ดั พระธาตลุ าปางหลวง ชาวเมอื งจึงร่วมกันสถาปนาหนานทิพยช์ า้ ง ขนึ้ ครองนคร ลาปาง ในปี พ.ศ. 2275 มพี ระนามว่า พระญาสลุ วะลือไชย ด้วยลา้ นนามคี ติว่า \"บ่ใจ้เจือ้ เจ้าก่ออยา่ หวงั เป๋นพระญา บใ่ จ้เจือ้ เสนาก่ออย่าหวงั เป๋นอามาตย์ บ่ใจ้เจือ้ คนแกล้วอาจก่ออยา่ หวังเป๋นขุนหาญ บใ่ จ้เจือ้ นักก๋านก่ออยา่ หวังเป๋นเถ้าแก่\" หนานทิพยช์ า้ งซึง่ เป็นเพยี งสามัญชนรู้สกึ ว่าตนเองไม่มีสทิ ธิธรรม ในการปกครอง จึงต้องอาศยั ความชอบธรรมโดยการแต่งตั้งของกษตั ริย์พมา่ หนานทิพยช์ า้ งได้ส่งเคร่อื งราชบรรณาการไปถวายพระเจ้ากรงุ องั วะ และได้รับ การเฉลิมพระนามจากพระเจา้ กรงุ องั วะเปน็ พระยาไชยสงคราม ในปี พ.ศ. 2278 บางตาราจึงมกั ออกพระนามรวมกันเป็นพระยาสลุ วะลือไชย สงคราม พระองค์ปกครองนครลาปางได้ 27 ปี จึงถึงแก่พริ าลยั ในปี พ.ศ. 2302
อนสุ ำวรยี ์ ณ ตำบลพระบำท อนสุ าวรีย์พระยาสุลวลอื ไชยสงคราม ต้ังอยทู่ ี่ริมถนนซปุ เปอร์ไฮเวย์ลาปาง-งาว ตาบลพระบาท อาเภอเมอื งลาปาง จงั หวดั ลาปาง โดยความดูแลของเทศบาลนคร ลาปาง ก่อสร้างขนึ้ เพ่อื เทิดพระเกยี รตคิ ุณของเจ้าหนานทิพยช์ า้ ง หรือพระยาสุ ลวะลอื ไชยสงคราม ในปี พ.ศ. 2527 โดยสมเดจ็ พระสังฆราชเจ้า กรมหลวงชินว ราลงกรณ เสดจ็ ทรงประกอบพิธีเททอง และสมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรม สมเดจ็ พระเทพรตั นราชสดุ าฯ สยามบรมราชกมุ ารี ทรงเปิดอนุสาวรีย์ เมอ่ื วันที่ 15 กุมภาพนั ธ์ พ.ศ. 2527 โดยจะมีการจดั พธิ ีบวงสรวงในวนั ที่ 15 กุมภาพันธ์ของทุกปี อนสุ ำวรยี ์ ณ วดั พระธำตุลำปำงหลวง วัดพระธาตุลาปางหลวง มีความสาคัญเชื่อมโยงกับประวัตศิ าสตร์การต่อสู้ของ พระยาสุลวลอื ไชยสงคราม ดงั ปรากฏเป็นรอยกระสุนปืนของพระยาสลุ วลอื ไชย สงคราม บริเวณรั้วพระธาตุลาปางหลวง จึงได้มีการจดั สร้างอนสุ าวรีย์พระยา สลุ วลอื ไชยสงคราม บริเวณลานหน้าวัดพระธาตุลาปางหลวง อาเภอเกาะคา จังหวดั ลาปาง
อนสุ ำวรยี ์ ณ วดั พระแกว้ ดอนเต้ำสชุ ำดำรำม อนุสาวรีย์เจ้าหนานทิพยช์ า้ ง ภายในบริเวณวัดพระแก้วดอนเตา้ สชุ าดาราม อาเภอ เมอื งลาปาง เป็นอนุสาวรีย์รูปปูนป้นั องค์ยืน ขนาดใกล้เคียงองค์จรงิ สองมอื ถอื ปืน ประทบั ในศาลาบริเวณลานหน้าวดั พระแก้วดอนเตา้ สชุ าดาราม อนุสำวรยี ์เจำ้ หนำนทพิ ยช์ ้ำง ณ วัดพระแก้วดอนเตำ้ สชุ ำดำรำม อนุสรณส์ ถำน สภาวัฒนธรรมจังหวดั ลาปาง ได้ดาเนินการจัดสร้างอนสุ รณ์สถานพระยาสุลวลอื ไชยสงคราม บริเวณบ้านหนาดคา ตาบลบ้านเอ้อื ม อาเภอเมอื งลาปาง ซึ่งเปน็ บ้านเกิดของแมเ่ จ้าปมิ ปามหาเทวี ในพระยาสลุ วลอื ไชยสงคราม และเป็นที่พานกั ของหนานทิพยช์ า้ ง ก่อนจะขนึ้ ครองนครลาปาง ภายในบริเวณอนุสรณ์สถานประกอบด้วย อาคารเรือนพ่อเจ้าทพิ ย์ช้าง เป็น อาคารเรือนไม้ยกพื้นสงู และอาคารแสดงนทิ รรศการพอ่ เจ้าทพิ ย์ช้าง ทีต่ งั้ : ริมถนนสายเอเชยี หมายเลข ๑ ไฮเวย์ลาปาง-เชยี งราย ห่างจากตวั เมอื ง ลาปางประมาณ ๒ กิโลเมตร เป็นทีต่ ้ังของอนุสาวรีย์แหง่ วรี กรรมซึ่งคณะ ข้าราชการ พอ่ คา้ ประชาชนชาวลาปาง เครือญาติและผู้สบื สกลุ ณ ลาปาง ร่วมกนั สร้างขนึ้ เพอ่ื เทิดพระเกยี รตพิ ระคณุ พ่อเจ้าทพิ ย์ช้าง ผู้ทีก่ อบกู้อสิ รภาพ สถาปนาความเป็นปึกแผ่นมนั่ คงให้แกน่ ครลาปางและหวั เมอื งฝา่ ยเหนอื
กำรบูรณำกำร บริเวณอนุสาวรีย์เจ้าพ่อทิพย์ชา้ ง 3 อาจารย์เป็นแหล่งเรียนรู้แสดงถึง ประวตั ศิ าสตร์ความเป็นมาของจงั หวัดลาปางด้วยความดูแลของเทศบาลนคร ลาปางเพ่อื เปน็ การช่วยพระเกยี รตแิ ละราลึกพระคุณของเจ้านางทิพยช์ า้ งหรือ พญาสุรวดชี ยั สงคราม คนรุ่นหลงั ได้ตระหนักถึงความเปน็ มาของจังหวดั ลาปาง โดยในบริเวณอนุสาวรีย์จะมีป้ายให้ความรู้เกีย่ วกับประวัตคิ วามเป็นมาของเจ้าพ่อ ทิพยช์ า้ งสร้างความภาคภูมิใจต่อชาวจงั หวัดลาปาง
2.แหล่งกำรเรยี นรู้ประเภทส่งิ ที่มนษุ ยส์ รำ้ งข้นึ
วัดพระธำตลุ ำปำงหลวง วดั พระธาตลุ าปางหลวง ต้ังอยใู่ นเขตเทศบาลตาบลลาปางหลวง อาเภอเกาะคา จังหวดั ลาปาง อยู่หา่ งจากตัวเมอื งลาปางไปทางทศิ ตะวันตกเฉยี งใต้ประมาณ 18 กิโลเมตร วดั ตงั้ อยู่บนเนนิ สูง มกี ารจัดวางผังและส่วนประกอบของวดั สมบูรณ์ แบบทีส่ ุด มสี ิง่ กอ่ สร้าง และสถาปัตยกรรมตา่ ง ๆ บริเวณพุทธาวาสประกอบด้วย องคพ์ ระธาตลุ าปางหลวง เป็นประธาน มบี นั ไดนาคนาขึ้นไปสู่ซมุ้ ประตูโขง ถัดซุ้ม ประตโู ขงขึน้ ไปเปน็ วิหารหลวง บริเวณทิศเหนอื ขององคพ์ ระธาตุมีวิหารบริวาร ตง้ั อยู่คอื วหิ ารน้าแตม้ และ วิหารต้นแก้ว ด้านตะวันตกขององค์พระธาตุ ประกอบด้วย วหิ ารละโว้ และ หอพระพทุ ธบาท ด้านใตม้ ี วิหารพระพุทธ และ อุโบสถ ทงั้ หมดนีจ้ ะแวดล้อมดว้ ยแนวกาแพงแก้วท้ังส่ดี ้าน นอกกาแพงแก้วดา้ นใต้ มปี ระตทู ีจ่ ะนาไปสู่เขตสังฆาวาส ซึ่งประกอบด้วยอาคาร หอพระไตรปิฎก กุฏิ ประดิษฐาน พระแก้วดอนเตา้ อาคารพพิ ธิ ภัณฑแ์ ละกฏุ ิสงฆ์ พระธาตลุ าปางหลวง เปน็ พระธาตุประจาปเี กิดของ คนปฉี ลู ด้วยเริ่มสร้างในปฉี ลู และเสรจ็ ในปีฉลู เช่นกัน ฐานเป็นบัวลกู แก้ว ส่วนองค์เป็นทรงกลมแบบล้านนา ภาย นอกบุดว้ ยทองจังโก ยอดฉตั รทาด้วยทองคา มีลายสลักดนุ เป็นลวดลาย ประจายามแบบตา่ งๆ ลักษณะเจดีย์ แบบน้ีได้ส่งอิทธิพลให้พระธาตหุ ริภุญไชย และพระบรมธาตจุ อมทอง ภายในองค์พระเจดยี บ์ รรจพุ ระเกศาและ พระอัฐิธาตุ
จากพระนลาฎข้างขวา พระศอด้านหนา้ และด้านหลงั ที่ร้ัวทองเหลอื งรอบองค์ พระธาตุมีรกู ระสนุ ปืนที่ หนานทิพย์ ช้างยิงท้าวมหายศปรากฏอยู่ ตามตานานกล่าววา่ ในสมยั พุทธกาล พระพุทธเจ้าพร้อมดว้ ยพระเถระสามองค์ได้ เสดจ็ จาริกไปตามบ้านเมอื งต่างๆ จนถึงบ้านลัมภะกา รีวัน (บ้านลาปางหลวง) พระพุทธเจ้าได้ประทบั เหนอื ดอยม่อนน้อย มชี าวลวั ะคนหน่งึ ชือ่ ลวั ะ อ้ายกอนเกิด ความเล่อื มใสได้นานา้ ผงึ้ บรรจุ กระบอกไม้ป้างมะพร้าว และมะตูมมาถวาย พระพุทธเจ้า พระพทุ ธองค์ ได้ฉนั น้าผึ้ง แล้วทงิ้ กระบอกไมป้ ้างไปทางทศิ เหนอื แลว้ ทรงพยากรณ์ว่า สถานทีแ่ ห่งนตี้ อ่ ไปจะมีชื่อวา่ ลัมพกัปปะ นคร แล้วได้ทรง ลบู พระเศียรได้พระเกศามาหนึง่ เส้น มอบให้แกล่ ัวะ อ้ายกอนผู้นน้ั ลวั ะอา้ ยกอน ได้นาพระเกศาน้ัน บรรจใุ นผอบทองคา และใส่ลงในอโุ มงค์พร้อมกับถวายแก้ว แหวนเงินทองเปน็ เคร่อื งบูชา แล้วแตง่ ยนตผ์ ัด (ยนต์หมุน)รกั ษาไว้ และถมดินให้ เรียบเสมอกนั แลว้ ก่อเป็นพระเจดีย์สูงเจ็ดศอกเหนอื อโุ มงค์นั้น ในสมยั ต่อมาได้มี กษัตริย์เจ้าผู้ครองนครลาปางอีกหลายพระองค์ มาก่อสร้างและบูรณะซ่อมแซม จนกระทง่ั เปน็ วดั ทีม่ ีความงาม อย่างทีเ่ ป็นอยู่ ในปัจจบุ นั ในทางประวัตศิ าสตร์ นครลาปาง วดั พระธาตลุ าปางหลวงมีประวัตวิ า่ เม่อื ปี พ.ศ. 2275 นครลาปาง วา่ งจากผู้ครอง นครและเกิดความ วุ่นวายขนึ้ สมยั นนั้ พมา่ เรืองอานาจได้แผ่ อทิ ธิพลปกครอง อาณาจกั ร ล้านนาไวไ้ ด้ทั้งหมด พมา่ ได้ยึดครองนครเชยี งใหม่ ลาพนู โดยแตง่ ตงั้ เจ้าผู้ครองนคร อยภู่ ายใตก้ ารปกครองของ กษัตริย์พมา่ ท้าว มหายศเจ้าผู้ครองนครลาพนู ไดย้ กกาลงั มายึดนครลาปาง โดยได้มาต้ังคา่ ยอยู่ ภายในวดั พระธาตุ ลาปางหลวง คร้ังนั้นหนานทิพยช์ า้ ง ชาวบ้านปงยางคก (ปัจจบุ นั อยอู่ าเภอห้างฉัตร) วีรบุรษุ ของชาวลาปาง ได้รวบรวมพลทาการตอ่ สทู้ ัพ
เจ้ามหายศ โดยลอบเข้ามาในวดั และใชป้ ืนยิงท้าวมหายศตาย แลว้ ตที ัพลาพูน แตก พ่ายไป ปัจจุบันยงั ปรากฏรอยลูกปืนอยบู่ นรั้ว ทองเหลอื งที่ลอ้ มองคพ์ ระธาตุ เจดีย์ ตอ่ มาหนานทิพยช์ า้ งได้รบั สถาปนาขึ้นเป็น พระยาสลุ วะลอื ไชยสงคราม เจ้า ผู้ครองนครลาปาง และเปน็ ต้นตระกลู ณ ลาปาง เช้อื เจ็ดตน ณ เชียงใหม่ ณ ลาพนู ณ น่าน การเดินทางจากอาเภอเมอื งลาปางไปยังอาเภอตา่ ง ๆ 1.ประตูโขง เปน็ ฝีมือช่างหลวงโบราณท่สี วยงามก่ออิฐถือปนู ทาเป็นซุ้มยอดแหลมเป็นชั้น ๆ มี สี่ทิศ ประดับตกแต่งด้วยลวดลาย ปูนปั้น รปู ดอกไม้ และสตั วใ์ นหิมพานต์ ประตู โขงแหง่ น้ใี ชเ้ ป็นสญั ลักษณ์เมอื งลาปางในตราจังหวดั ลาปาง 2.วหิ ารหลวง เปน็ วหิ ารประธานของวดั ตง้ั อยู่บนแนวเดียวกับประตูโขง และองค์พระธาตเุ จดีย์ เปน็ วหิ ารจ่ัวรปู สี่เหลย่ี มผืนผ้า ทรงวหิ ารโล่งตาม แบบล้านนายคุ แรก หลังคาจัว่ ซ้อนกันเป็นช้ัน ๆ ภายในวิหารบรรจุมณฑปพระเจ้าลา้ นทอง ด้านในของแนวคอ สอง มีภาพเขียนสี โบราณเรือ่ งชาดก 3.องค์พระธาตุเจดีย์ เป็นเจดีย์ลา้ นนาผสมเจดยี ท์ รงลังกา ก่ออฐิ ถือปูน ประกอบด้วยฐานสีเ่ หล่ยี มยอ่ มุมดว้ ยบัวมาลัยสามช้ัน เป็นเจดีย์ ขนาดใหญ่ หุ้มดว้ ย แผ่นทองเหลอื ง ฉลลุ าย หรือที่เรียกว่าทองจังโก ตามตานานกลา่ วว่า เป็นบรรจพุ ระบรมสารีริก ธาตวุ ิหาร
นา้ แต้มเปน็ วหิ าร บริวารต้ัง อยู่ทางทศิ เหนอื ขององคพ์ ระธาตเุ จดีย์ เปน็ วหิ าร เครอ่ื งไม้ส่เี หลย่ี มผืนผ้า รปู ร่าง และสัดสว่ นงดงาม ภายในคอสองมีภาพเขียนสี โบราณ ที่เก่าแก่ เป็นที่ประดิษฐานพระพทุ ธรูปสารดิ ขนาดหนา้ ตกั กว้าง 45 นิ้ว 5.วหิ ารพระพทุ ธ ไมป่ รากฏว่าสร้างเมอ่ื ใด และใครเปน็ ผู้สร้าง แต่ประมาณอายไุ มต่ า่ กว่า 700 ปี เดิมเปน็ วหิ ารเปิดโล่งหนา้ บัน เปน็ ลายดอกไม้ตดิ กระจกสีภายในประดิษฐานพระ ประธานเปน็ พระพุทธรูปปางมารวชิ ยั ขนาดใหญ่เตม็ อาคาร ก่ออฐิ ถือปูน ศลิ ปะ เชยี งแสน และยงั ปรากฏเงาพระธาตุภายในวิหารอกี ด้วย 6.วหิ ารน้าแตม้ หรือวหิ ารภาพเขียนสี (“แตม้ ” แปลวา่ ภาพเขียน) สรา้ งเมือ่ พ.ศ.2044 เปน็ วหิ ารเปิดโล่งที่เก่าแก่ที่สดุ อกี หลงั หนึ่งทางภาคเหนือ ภายในเปน็ รปู แบบของ สถาปัตยกรรมไทยที่งดงาม ไมม่ ฝี ้าเพดานกาแพงด้าน พระประธาน เขียนภาพ ลายทองบนพนื้ รกั แดง มีภาพจติ รกรรมศิลปะล้านนาบนแผงไมค้ อสองที่กลา่ วกัน วา่ เกา่ แก่ทีส่ ุดและหลง เหลอื เพยี งแห่งเดียว ในเมอื งไทย อายรุ าวพทุ ธ ศตวรรษที่ 21 ลงมา แต่ปจั จุบนั ภาพเขียนลบเลอื นไปมาก และประดิษฐานพระพทุ ธรูปสมั ริ ดปางมารวิชยั หนา้ ตักกว้าง 1.25 เมตร สูง 1.25 เมตร 7.ซุ้มพระบาท
สร้างครอบพระพุทธบาทไว้ ฐานก่อขนึ้ เป็นชั้นคล้ายฐานเจดีย์ สร้างเมอ่ื พ.ศ. 1992ภายในมองเหน็ แสงหักเห ปรากฏเป็นเงาพระธาตุ และพระวิหารในดา้ นมุม กลับ แตม่ ขี ้อห้ามไมใ่ ห้ผหู้ ญิงขน้ึ 8.กฏุ พิ ระแก้ว เปน็ ที่ประดิษฐานพระแก้วมรกต ไมป่ รากฏว่าใครเปน็ ผู้สร้างและสรา้ งเมื่อใด แต่ ประมาณอายุไม่ตา่ กวา่ 400 ปมี าแล้ว 9.วหิ ารพระเจ้าศิลา เปน็ ที่ประดิษฐานพระเจ้าศิลาซงึ่ เป็นพระพทุ ธรูปที่เก่าแก่ทีส่ ดุ ในกรุงละโว้ เม่อื พ.ศ. 1275 พระบดิ าของ พระนางจามเทวมี อบให้ประดิษฐานไว้ ณ ทีน่ ี้ 10.พพิ ธิ ภัณฑ์ รวบรวมศิลปวตั ถุจากทีต่ ่างๆ ท่หี าชมได้ยาก เชน่ สงั เค็ด ธรรมาสน์ คานหาบ ตู้ พระไตรปิฎก เปน็ ต้น นอกจากนี้วดั พระธาตลุ าปางหลวงยังเปน็ ที่ประดิษฐาน “พระแก้วดอนเตา้ ” (พระ แก้วมรกต) พระพทุ ธรูปคู่บ้านคู่ เมอื งของจังหวัดลาปาง เป็นพระพุทธรปู ปาง สมาธิ ศลิ ปะล้านนาสลักด้วยหยกสเี ขียว ทกุ ปีจะมีงานนมสั การ พระแก้ว ดอนเตา้ ในวันเพญ็ เดอื น 12 นกั ท่องเที่ยวสามารถเขา้ ชมวดั พระธาตลุ าปางหลวงได้ ระหว่างเวลา 07.30-17.00 น.
กำรเดนิ ทำงไปวดั พระธำตุลำปำงหลวง 1. โดยรถยนต์สว่ นตัว วดั พระธาตุลาปางหลวงตงั้ อยู่ที่ ตาบลลาปางหลวง หา่ งจากตวั เมอื งลาปาง ประมาณ 18 กโิ ลเมตร ตามทางหลวงสายลาปาง-เถิน ถึงหลกั กิโลเมตรที่ 586 เลยี้ วเข้าไปจนถึงทีว่ ่าการอาเภอเกาะคา จากน้ันเลยี้ วขวาเข้าไปอกี 2 กโิ ลเมตร ถึงทางแยกเข้าอกี 1 กิโลเมตร 2.รถโดยสาร หากเดนิ ทางโดยรถโดยสารประจาทางสามารถใชบ้ ริการรถสอง แถวสีฟ้าทีถ่ นนรอบเวยี งใกล้ตลาดออมสิน ที่ต้งั : 271 ตาบล ลาปางหลวง อาเภอเกาะคา ลาปาง 52130 เวลาทาการ วันเสาร์ 7:30–17:00 วนั อาทติ ย์ 7:30–17:00 วันจันทร์ 7:30–17:00 วันอังคาร 7:30–17:00 วนั พธุ 7:30–17:00 วนั พฤหัสบดี 7:30–17:00 วันศกุ ร์ 7:30–17:00
พระพทุ ธรปู สาคัญ: พระแก้วดอนเตา้ ชอ่ื : พระธาตุลาปางหลวง พระประธาน: พระเจ้าล้านทอง กำรบูรณำกำร วัดพระธาตลุ าปางหลวงวัดที่มีความสวยงามด้วยศิลปะล้านนาโบราณเป็น เอกลกั ษณ์และหาได้ยากยิ่งในประเทศไทยเพราะศิลปะล้านนามีไม่กี่แหง่ ใน ภาคเหนอื ทีย่ ังคงรกั ษาสภาพไดอ้ ย่างสมบูรณ์สวยงามและเหมาะแก่การอนุรักษ์ และสบื สานไว้ให้อยกู่ ับเมอื งลาปางตอ่ ไปวัดพระธาตลุ าปางหลวงมปี ระวัตคิ วาม เป็นมาอยา่ งยาวนานมีความสาคญั ต่อชุมชนและชาวจังหวดั ลาปางมาแต่โบราณ จึงเป็นอีกสถานทีห่ นึง่ ที่คนทีม่ าเยี่ยมชมจังหวดั ลาปางควรทราบ และชาวในพ้ืนที่ นักเรียนในพ้ืนทีค่ วรศกึ ษาไว้เป็นแบบอย่างในการพัฒนาชมุ ชน วัดพระธาตุลาปาง หลวงมีโครงสร้างทางสถาปัตยกรรมแบบล้านนาโบราณโดยมคี วามเช่อื ถึงเขาอัน เปน็ ทีส่ ถติ ของเทวดาอยู่ตรงกลางของวัดและมีการสร้างกาแพงล้อมรอบวดั เป็น รูปทรงสี่เหล่ยี มตามแบบเบ้าของศลิ ปะล้านนาเป็นอีกอย่างในการบูรณาการการ เรียนรู้ดา้ นสถาปตั ยกรรมของล้านนา
วดั ปงยำงคก วัดปงยางคกเปน็ วดั ที่มีความเป็นมาเก่าแก่มากแห่งหนง่ึ ของจังหวัดลาปาง ภายใน วัดเตม็ ไปด้วยคุณค่าแหง่ ศลิ ปกรรมทีค่ วรค่าแก่การเกบ็ รักษา และเปิดโอกาสให้ คนรุ่นหลงั ได้เข้าไปเรียนรู้ วดั อายุ 1,315 ปี และพระวิหารอายุ 283 ปี ณ พระ วหิ ารเจ้าแม่จามเทวี วัดปงยางคก จังหวดั ลาปาง ตามตานานการสร้างเล่าวา่ .. เม่อื ปี พ.ศ.1253 เจ้าแม่จามเทวี กษตั ริย์ผู้ปกครองนครหริภุญไชย(ลาพนู ) เสด็จ มาเยย่ี มพระเจ้าอนันตยศ ราชบุตรมาครองนครเขลางค์ลาปาง ขณะท่่จี ะเดนิ ทัพ นาฉตั รทอง ไปบชู าพระธาตลุ าปางหลวง ปรากฎชา้ งพระทน่ี ั่งหมอบยอบตัวลง พร้อมท้ังชงู วงในท่าคารวะเจ้าแมเ่ ห็นก็เกิดความอศั จรรยใ์ จ จึงได้ให้มกี ารพกั ทัพ ณ บริเวณที่แหง่ น้ี พอตกกลางคืน จึงทรงอธิษฐานวา่ ถา้ สถานที่แหง่ น้ี มีสิง่ ศักด์สิ ิทธิ์ ก็ขอให้เกิดปาฎิหารยข์ นึ้ สนิ้ คาอธิษฐานก็ปรากฎแสงฉัพพรรณรงั ษีแหง่ พระบรมสารีริกธาตุ พวยพุ่งออกมาจากจอมปลวกแหง่ หน่งึ เจ้าแม่จามเทวี จึงได้สร้างมณฑปปราสาทข้ึน ครอบจอมปลวกไว้ ตลอดจนสร้าง สิงห์คาบนาง สรา้ งกู่จ๊างนบ พรอ้ มท้ังปลกู ต้นสะหรี(ศรีมหาโพธิ์) และก่อโขงประตู ไวอ้ ย่างสวยงาม ทีต่ ง้ั : เลขที่ 104 หมู่ 2 ซอย ทุ่งบ่อแป้น ตาบลปงยางคก อาเภอห้างฉัตร จงั หวดั ลาปาง รหัสไปษณีย์ 52190. เวลาทาการ
จันทร์ 08:00 - 18:00 องั คาร 08:00 - 18:00 พุธ 08:00 - 18:00 พฤหัส 08:00 - 18:00 ศุกร์ 08:00 - 18:00 เสาร์ 08:00 - 18:00 อาทิตย์ 08:00 - 18:00 การบูรณาการ เมอ่ื กลา่ วถึงวัดปงยางคกหลายคนอาจไมท่ ราบว่าวัดปงยางคกมคี วามสาคญั อย่างไรแตว่ ัตถอุ ยา่ งเป็นวัดทีม่ ีความเก่าแก่มากแห่งหนึง่ ของจงั หวดั ลาปางภายใน ประกอบด้วยรายคาอนั งดงามเปน็ ศิลปะล้านนาอนั หายากมีเพยี งวิหารได้กแ่ี ห่งใน ภาคเหนอื เท่านนั้ ที่มีศิลปะลายคาอยภู่ ายในวหิ ารสิ่งที่ข้นึ ช่อื ของวัดปงยางคกก็คือ ดอกซึง่ เป็นศิลปะล้านนาอย่างแท้จริงควรค่าแก่การศึกษาและสบื สานมรดกการ ทาลายคาล้านนาของจังหวดั ลาปางและเผยแพร่ให้กบั สาธารณชนเพอ่ื เป็น ประโยชนต์ อ่ การศึกษาศลิ ปะล้านนาต่อไป
3.แหล่งกำรเรยี นร้ปู ระเภททรพั ยำกรธรรมชำติ
อทุ ยำนแห่งชำตดิ อยหลวง อทุ ยานแห่งชาติดอยหลวง มีอาณาเขตครอบคลุมพ้ืนทีร่ อยตอ่ ของ 3 จงั หวดั คือ เชยี งราย ลาปาง และพะเยา เป็นอุทยานแห่งชาติทีไ่ ด้ยกฐานะมาจากวนอุทยาน นา้ ตกจาปาทอง วนอทุ ยานน้าตกผาเกล็ดนาค วนอุทยานน้าตกปแู กง และวน อทุ ยานน้าตกวงั แกว้ รวม 4 แหง่ ท่มี พี ้ืนทีต่ ิดต่อเป็นผืนเดียวกนั มีสภาพ ธรรมชาติและจดุ เด่นเปน็ แหล่งท่องเที่ยวทีม่ ีความสวยงามมากแห่งหน่งึ ของ ภาคเหนอื มเี น้อื ทีท่ ้ังหมดประมาณ 731,250 ไร่ หรือ 1,170 ตารางกิโลเมตร อทุ ยานแห่งชาติได้มหี นังสือ ท่ี กส 0708/3430 ลงวนั ที่ 30 พฤศจิกายน 2524 เสนอกรมป่าไม้ เพือ่ ขอยกฐานะวนอุทยานน้าตกจาปาทอง วนอุทยาน นา้ ตกผาเกล็ดนาค อาเภอเมอื ง จงั หวดั พะเยา และวนอทุ ยานน้าตกปแู กง อาเภอ พาน จังหวัดเชยี งราย ซึ่งมีอาณาเขตตดิ ตอ่ กันและอยู่ในป่าเทือกเขาดอยหลวง ด้วยกนั เป็นอุทยานแห่งชาติดอยหลวง โดยได้มีคาสงั่ กรมป่าไม้ ที่ 1578/2524 ลงวนั ที่ 1 ธนั วาคม 2524 ให้ นายธวชั ชยั เสถียรกาล นกั วชิ าการป่าไม้ 4 ไปทา การสารวจเบอื้ งต้นและทาหน้าทีห่ วั หนา้ อทุ ยานแห่งชาติดอยหลวง ซึง่ อทุ ยาน แห่งชาติดอยหลวงได้มหี นงั สือที่ กษ 0713(ดล)/5 ลงวันที่ 2 มถิ ุนายน 2525 ส่งรายงานการสารวจ ปรากฏวา่ พืน้ ทีด่ งั กลา่ วมีจดุ เด่นทางธรรมชาติทีส่ วยงาม หลายแห่งมีสภาพป่าที่อดุ มสมบรู ณ์ เหมาะสมทีจ่ ะรวมวนอทุ ยานทั้งหมด จัดตง้ั เปน็ อทุ ยานแห่งชาติ
ตอ่ มาจงั หวดั ลาปางและป่าไม้เขตลาปางได้ขอให้กรมป่าไม้จดั บริเวณวนอทุ ยาน นา้ ตกวงั แก้ว จงั หวดั ลาปาง เปน็ อุทยานแห่งชาติเพ่อื ให้สอดคล้องกบั มตคิ ณะรัฐ เม่อื วันที่ 25 มกราคม 2526 ที่กาหนดให้จังหวดั ลาปางเปน็ จงั หวดั ส่งเสริมการ ท่องเทีย่ ว ผลการสารวจปรากฏว่า มีพ้นื ที่เป็นบริเวณตดิ ตอ่ อยใู่ นเทือกเขาดอย หลวง ซึ่งเปน็ ป่าผืนเดียวกันทั้งหมดและเปน็ ป่าตน้ น้าลาธารช้ันที่ 1 A ตามมติ คณะรฐั มนตรี เมอ่ื วันที่ 28 พฤษภาคม 2528 และเป็นแหล่งตน้ น้าลาธารที่ สาคัญของลาห้วยหลายสายซึง่ ไหลลงสกู่ ว้านพะเยา พ้ืนที่ทีส่ ารวจมีธรรมชาติและ จดุ เด่นทีส่ วยงามมากมาย เหมาะสาหรบั การจดั ตง้ั เป็นอทุ ยานแห่งชาติ กองอุทยานแห่งชาติ กรมป่าไม้ ได้นาเสนอคณะกรรมการอทุ ยานแหง่ ชาติมีมตใิ น การประชุมคร้ังที่ 4/2523 เม่ือวนั ที่ 30 ตุลาคม 2528 เหน็ ชอบในหลกั การที่ จะให้ดาเนินการออกพระราชกฤษฎกี ากาหนดพ้นื ทีด่ งั กลา่ วเปน็ อุทยานแห่งชาติ ดอยหลวงต่อไปได้ ท้ังนใี้ หก้ นั พน้ื ทีบ่ ริเวณที่ราษฎรถือครองออกเสียก่อน โดยให้ ยดึ ถือแนวทางปฏิบัตติ ามมติคณะรฐั มนตรี เมอ่ื วนั ที่ 12มถิ นุ ายน 2527 คือ ให้ ยดึ ถือภาพถ่ายทางอากาศปี 2510 เป็นเกณฑ์พจิ ารณา กองอทุ ยานแห่งชาติ จึงได้ติดต่อประสานงานกบั เจ้าหนา้ ทท่ี ้องที่ดาเนนิ การ ตรวจสอบ เพือ่ ดาเนนิ การออกประกาศพระราชกฤษฎกี ากาหนดบริเวณที่ดนิ ป่า แมล่ าวฝั่งขวา ปา่ แม่สา้ น และปา่ แม่ใจ ในท้องที่ตาบลแมส่ รวย ตาบลแม่พริก ตาบลศรีถ้อย ตาบลท่าก๊อ อาเภอแม่สรวย ตาบลธารทอง ตาบลทรายขาว ตาบล สนั กลาง ตาบลป่าหงุ่ ตาบลม่วงคา ตาบลแมเ่ ยน็ อาเภอพาน ตาบลสนั สลี ตาบล เวยี ง ตาบลบ้านโปง่ ตาบลป่างวิ้ ตาบลหัวฝาย อาเภอเวยี งป่าเป้า จงั หวัด เชยี งราย ตาบลป่าแฝก ตาบลเจรญิ ราษฎร์ ตาบลศรีถ้อย ตาบลแมส่ กุ อาเภอแม่
ใจ จังหวดั พะเยา ปา่ ขนุ วงั แปลงทีส่ อง ปา่ ขนุ วังแปลงที่สาม ป่าขนุ วังแปลงทีห่ นึ่ง ป่าแมโ่ ป่ง และป่าแมง่ าวฝั่งซ้าย ในท้องทีต่ าบลทุ่งฮั้ว ตาบลวังเหนอื ตาบลวงั ใต้ ตาบลร่องเคาะ อาเภอวังเหนอื และตาบลบ้านร้อง อาเภองาว จังหวดั ลาปาง และ ป่าแมต่ า้ ป่าแมน่ าเรือ ในท้องที่ตาบลบ้านใหม่ ตาบลท่าจาปี ตาบลบ้านต้า ตาบล บ้านต๋อม ตาบลบ้านสาง ตาบลบ้านตุ่น ตาบลแม่นาเรือ อาเภอพะเยา จงั หวดั พะเยา ให้เปน็ อทุ ยานแห่งชาติดอยหลวง ซึ่งประกาศในราชกจิ จานุเบกษา เล่ม 107 ตอนที่ 61 ลงวันที่ 16 เมษายน 2533 มพี ้ืนที่ทั้งหมด 731,250 ไร่ เปน็ อทุ ยานแห่งชาติลาดบั ที่ 61 ของประเทศ สถานที่ท่องเทีย่ ว นา้ ตกแม่เหย่ยี น ถ้าผาโขง นา้ ตกจาปาทอง ยอดดอยหลวง - ดอยหนอก นา้ ตกวังแก้ว นา้ ตกปแู กง นา้ ตกธารทอง ขนาดพ้ืนที่ 730927.00 ไร่
หนว่ ยงานในพ้ืนที่ หนว่ ยพทิ ักษอ์ ุทยานแห่งชาติที่ ดล.1 (วงั แก้ว) หนว่ ยพทิ ักษอ์ ทุ ยานแห่งชาติที่ ดล.2 (ท่านา้ ) หนว่ ยพทิ กั ษอ์ ุทยานแห่งชาติที่ ดล.3 (ห้วยทราย) หนว่ ยพทิ ักษอ์ ทุ ยานแห่งชาติที่ ดล.4 (สนั กลาง) หนว่ ยพทิ ักษอ์ ทุ ยานแห่งชาติที่ 5 (ปางอ้อย) หนว่ ยพทิ ักษอ์ ุทยานแห่งชาติที่ ดล.6 (จาปาทอง) ทีท่ าการอุทยานแห่งชาติดอยหลวง ด่านตรวจปางเกาะทราย หนว่ ยพทิ ักษอ์ ทุ ยานแห่งชาติที่ ดล.7 (ผาวี) หนว่ ยพทิ ักษอ์ ทุ ยานแห่งชาติที่ ดล.8 (ทุ่งม่าน) ลกั ษณะภมู ปิ ระเทศ เปน็ ภเู ขาสงู ชันสลบั ซบั ซ้อน โดยมีเทือกเขาทอดตวั เป็นแนวยาว ในแนวเหนอื - ใต้ ความยาวประมาณกวา่ 70 กิโลเมตร มีความสงู จากระดับนา้ ทะเลประมาณ
400-1,700 เมตร มีบริเวณ \"ยอดดอยหลวง\" เปน็ พนื้ ที่สูงทีส่ ดุ ประมาณ 1,694 เมตร และสภาพดินเป็นดนิ ลูกรงั ผสมหนิ โดยเฉพาะบนยอดเขา ส่วน บริเวณหบุ เขาจะมีดนิ สดี าอดุ มไปด้วยแร่ธาตุ และหินมลี ักษณะเปน็ หนิ กรวดหรือ หินปนู ทราย เปน็ ป่าตน้ น้าของแมน่ า้ วังและกว๊านพะเยา ทิศเหนอื จรด อ.แมล่ าวอ.แมส่ รวย จ.เชยี งราย ทิศใต้ จรด อ.งาว จ.ลาปาง ทิศตะวนั ออก จรด ถ.พหลโยธิน ทิศตะวันตก จรด ถ.สายเชยี งใหม่-เชยี งราย ลกั ษณะภูมิอำกำศ ลักษณะภูมอิ ากาศโดยท่ัวไปของ อทุ ยานแห่งชาติดอยหลวง จะมอี ุณหภูมคิ ่อนขา้ ง ตา่ โดยอณุ หภมู ิเฉลี่ยต่าสดุ ประมาณ 12 C และอุณหภมู เิ ฉลี่ยสงู สุดประมาณ 34.9 C มปี ริมาณน้าฝนเฉลีย่ ตลอดทั้งปีประมาณ 1,743.9 มม. ความเร็วลม สูงสุดเฉลี่ยประมาณ 2 นอ็ ต ความเรว็ ลมต่าสดุ เฉลีย่ ประมาณ 0.8 น็อต ความช้นื สมั พทั ธ์เฉลี่ยตลอดทั้งปีประมาณ 73 %
พชื พรรณและสตั ว์ป่ำ ประกอบด้วยป่าชนดิ ตา่ งๆ 5 ประเภท ได้แก่ ปา่ เบญจพรรณ ปา่ เต็งรงั ปา่ ดิบช้นื ป่าดบิ แลง้ และปา่ สนเขา มพี นั ธไ์ุ มท้ ี่สาคัญ เช่น สัก เสลา อนิ ทนนิ มะขามปอ้ ม มะกอกปา่ มะม่วงปา่ ตะเคียนหนิ ตะเคียนทอง ชิงชนั ประดู่ กระบก ยมหิน ยม หอม บนุ นาค เตง็ รัง เหยี ง พลวง ยางนา หวา้ ก่อเดอื ย ก่อแปน้ ก่อกายาน สน สามใบ รวมถึงไผ่ขาว ไผ่บง กลว้ ยป่า เฟินกา้ นดา ขิง ข่า กล้วยไมด้ ิน ชายผา้ สีดา กระแตไตไ่ ม้ เออื้ งผึง้ หวายป่า เท้าสงิ ห์โต เอือ้ งหมายนา ค้างคาวดา ดสุ ติ า แวว มยุรา กระดุมเงิน สตั ว์ป่าประกอบด้วย เลียงผา เก้ง กวางป่า หมปู า่ หมี อเี หน็ ชะมด บา่ ง ชะนี ลิง กงั เสอื ดาว แมวดา หมาใน กระต่ายป่า กระรอกบนิ ตะกวด เต่าปูลู งูชนิดต่างๆ รวมไปถึงไก่ป่า นกเงอื ก นกพญาไฟพันธุ์เหนอื นกปีกลายสกอ็ ต นกกางเขนหวั ขาวท้ายแดง นกศวิ ะปีกสีฟา้ และนกยา้ ยถิน่ หายาก เชน่ นกกนิ ปลีหางยาวคอสดี า และนกอ่นื มากมายกว่า 200 ชนดิ นอกจากน้ยี ังมแี มลงมากมายหลายชนดิ เช่น ผีเส้ือกลางวนั ผีเส้ือกลางคืน กวา่ งห้าเขา ผีเส้ือใบไมใ้ หญ่ ผีเส้ือหางติง่ ปารสี ผีเส้ือถงุ ทอง เป็นต้น
กำรเดนิ ทำง รถยนต์ ทีท่ าการอุทยานแห่งชาติดอยหลวง อยู่บริเวณนา้ ตกปแู กง อาเภอพาน จังหวดั เชยี งราย สามารถเดินทางไปได้ • เดินทางจากอาเภอเมอื ง จังหวดั เชยี งราย มาตามถนนสายเชยี งราย-พะเยา ถึง บ้านปูแกงระยะทางประมาณ 56 กิโลเมตร แยกทางดา้ นขวามอื เป็นทางเขา้ สู่ หมบู่ ้านและอุทยานแห่งชาติดอยหลวง ระยะทาง 9.5 กโิ ลเมตร กจ็ ะถึงนา้ ตกปู แกง • เดินทางจากอาเภอเมอื ง จังหวัดพะเยา มาตามถนนสายเชยี งราย-พะเยา ถึง บ้านปูแกงระยะทางประมาณ 40 กโิ ลเมตร แยกทางดา้ นซา้ ยมอื เป็นทางเขา้ สู่ หมบู่ ้านและอุทยานแห่งชาติดอยหลวง ระยะทาง 9.5 กโิ ลเมตร ก็จะถึงนา้ ตกปู แกง • ดอยหลวง-ดอยหนอก มที างขนึ้ หลายเส้นท้ังจากพะเยาและลาปาง ตรงบ้านแม่ นาเรือเปน็ ทางใหมส่ ดุ ระยะประมาณ 12 กิโลเมตร ค่อนขา้ งไกลเดินยาก ส่วน เส้นปกติสาหรบั นักท่องเที่ยวอยู่ใกล้กบั บ้านปากบอก จงั หวัดลาปาง ซึง่ เปน็ รอยตอ่ จงั หวัดพะเยา–ลาปาง ห่างจากทีเ่ ราพกั จอดรถเขา้ ห้องนา้ แค่รถวิง่ ไม่ถงึ ห้า นาที • เส้นทางขึ้นดอยหนอก มอี ยู่ 5 เส้นทาง คือ
- บ้านปากบอก อ.งาว จ.ลาปาง - บ้านปงถ้า อ.วังเหนอื จ.ลาปาง - บ้านแม่นาเรือ อ.เมอื ง จ.พะเยา - อา่ งเก็บนา้ บา้ นตนุ่ อ.เมอื ง จ.พะเยา - บ้านต๋อม อ.เมอื ง จ.พะเยา อตั รำคำ่ บรกิ ำรเขำ้ อุทยำนแห่งชำติ ชาวไทย : ผใู้ หญ่ 20 บาท เดก็ 10 บาท ชาวต่างชาติ : ผใู้ หญ่ 100 บาท เดก็ 50 บาท อตั ราค่าบริการสาหรบั ยานพาหนะ : **หมายเหตุ เม่อื ชาระค่าบริการเข้าอทุ ยานแห่งชาติแล้วกรณุ าพกบตั รค่าบริการ ตดิ ตัว ขณะท่องเที่ยวในอุทยานแห่งชาติเพ่อื การตรวจสอบ ร้านคา้ สวสั ดกิ าร เปิดบริการทุกวันเวลา 08.00 น. - 16.30 น. สัญญาณโทรศพั ท์ในพ้นื ที่ บริเวณทีท่ าการอทุ ยานแห่งชาติ : AIS **สถานะการเปิด-ปิดการท่องเที่ยวในเขตอทุ ยานแห่งชาติ ในช่วงการแพร่ระบาด COVID-19**
-- เปิดให้บริการทกุ แหล่งท่องเที่ยว -- สถานที่ติดต่อ : อุทยานแห่งชาตดิ อยหลวง ต.แมเ่ ย็น อ.พาน จ.เชยี งราย 57280 โทรศพั ท์ : 0 5316 3363 (VoIP), 081 960 2456 E-mail : [email protected] กำรบูรณำกำร อุทยานแห่งชาติดอยหลวงเป็นอุทยานแห่งชาติที่มีความสาคญั ดา้ นทรพั ยากรป่า ไมซ้ ึง่ ครอบคลุมเขตพ้นื ที่รอยตอ่ ของสามจังหวดั คอื จังหวัดเชยี งรายลาปางระยะ ยาวเนอ่ื งจากอุทยานแห่งชาติดอยหลวงเป็นอุทยานแห่งชาติที่มีความอุดมสมบรู ณ์ มากจึงเปน็ ที่เหมาะสมแก่การศกึ ษาดา้ นทรพั ยากรป่าไมพ้ ชื พนั ธ์ุสัตวป์ ่ามคี วาม เหมาะสมในทงั้ ทางด้านภูมอิ ากาศมจี ดุ ให้คาปรึกษาและจุดทีแ่ สดงถึงประวตั คิ วาม เปน็ มาของอุทยานแห่งชาติดอยหลวงสร้างความตระหนักให้แกผ่ ู้เข้าชมความ ตระหนกั ตอ่ การรักษาธรรมชาติ
หลม่ ภเู ขียว “หลม่ ภเู ขียว” เปน็ แหล่งท่องเที่ยวทางธรรมชาติอยใู่ นเขตอุทยานแห่งชาติถ้าผาไท ในพืน้ ทีห่ มู่ที่ 6 ตาบลบ้านอ้อน อาเภองาว จงั หวดั ลาปาง มีลักษณะเปน็ แหล่งน้า ขนาดใหญ่เน้ือทีร่ าว 1-2 ไร่ เปน็ แหล่งน้าอยู่บนเขามีลกั ษณะคล้ายปล่องภเู ขาไฟ นา้ ในแอ่งลกึ มากจนมองเหน็ เปน็ สเี ขียวมรกตสวยงาม แต่ความลึกนนั้ ไม่สามารถ ระบไุ ด้ สันนิษฐานวา่ แอง่ แหง่ น้เี กิดจากการยุบตัวของเปลอื กโลกในสมยั ดกึ ดา บรรพ์ หรอื อาจเกิดจากการยุบตวั ของหินปนู ซึ่งเคยเป็นเพดานถ้ามาก่อน แล้วจม ลงใต้นา้ เรียกว่าหลุมยุบ (Sink Hole) ต่อมาจึงกลายเปน็ แหล่งรบั นา้ และในแอ่งน้า นนั้ มปี ลาอาศัยอยู่เป็นจานวนมาก ธรรมชาติโดยรอบหลม่ ภูเขียวเป็นป่าดบิ แลง้ มีสัตวป์ ่าอาศัยอยเู่ ปน็ จานวนมาก ผู้ ที่พบสถานที่แหง่ น้ีเปน็ คร้ังแรกคือชาวบ้านทีเ่ ดินป่าเข้ามาพบแหลง่ นา้ สีเขียวมรกต อยู่ภายใต้หบุ เขาดงั กล่าว จึงเรียกชอ่ื ว่า \"หลม่ ภเู ขียว\" ส่วนหุบเขาอีกแหง่ หน่ึงที่อยู่ ตรงข้ามกันแต่ไม่มนี า้ เรียกว่า \"หล่มแลง้ \" ชาวบ้านเชอ่ื ว่าหลม่ ภูเขียวเปน็ แหลง่ นา้ ศกั ดิ์สิทธิ์ มีพญางใู หญ่อาศัยอยู่ จึงได้ทา พธิ ีบชู าน้าเปน็ ประจาทุกปี โดยมเี รื่องเล่าจากผู้เฒา่ ผู้แก่วา่ สมยั ก่อนชาวบ้านจะนา ขนั ขา้ วพร้อมดอกไมธ้ ปู เทียนมาบูชาส่งิ ศกั ด์สิ ิทธิท์ ี่หล่มภูเขียว โดยนาเครือ่ งบชู า ไปวางบนขอนไม้และลอยไปกลางลาน้าเพอ่ื บูชาสง่ิ ศกั ดส์ิ ิทธิใ์ นบึงน้า และได้เกิด ปรากฏการณข์ อนไมจ้ มลงไปใตน้ า้ แล้วลอยขนึ้ มาโดยทีเ่ ทียนยงั ไมด่ บั จึงเกิดความ
เช่อื ว่าแหลง่ นา้ นีเ้ ปน็ แหล่งน้าศักดิส์ ทิ ธิ์ ชาวบ้านจึงนาน้าจากหลม่ ภูเขียวมาใชด้ ม่ื กินและอธิษฐานขอให้หายจากโรคภัยไข้เจบ็ และนาไปใชใ้ นพิธีอันศกั ดิส์ ทิ ธิข์ อง ชาวบ้านตามความเชอ่ื สบื ทอดกนั มาถึงปัจจบุ นั จากบริเวณจดุ จอดรถจะมีเส้นทางเดินไปยังหล่มภูเขียวอีกประมาณ 150 เมตร จากน้ันจะพบกบั ศาลพ่อปู่หล่มภูเขียวที่ชาวบ้านเช่อื ว่าเปน็ ส่งิ ศักดิ์สิทธิท์ ี่ดูแลหลม่ ภเู ขียวอยู่ นกั ทอ่ งเที่ยวทีม่ าเยือนสามารถแวะสกั การะทา่ นก่อนได้ ก่อนจะเดินลง บนั ไดสงู เพ่อื ไปยงั หลม่ ภูเขียว ความงามของหล่มภูเขียวดูลกึ ลบั สะกดสายตา บริเวณโดยรอบหลม่ ภูเขียว ล้อมรอบไปด้วยผาหินปนู สูงชนั มีความร่มรืน่ จากต้นไมใ้ หญ่โดยรอบ บรรยากาศ ของป่าเขาอนั เงียบสงบผสมกับความเรียบน่งิ ของผิวน้าสเี ขียวมรกตที่ลกึ จนไม่ สามารถหย่งั ถึงน้ี ทาให้เกิดความงดงามอันลกึ ลับ สะกดสายตาของผู้ที่ได้มาเยอื น สาหรับนกั ท่องเทีย่ วทีต่ ้องการเดินทางมาชมความงามอันลกึ ลบั ของหล่มภูเขียว มี ข้อแนะนาและข้อห้ามคือควรใหค้ วามเคารพสถานท่ี ไมท่ ิง้ ขยะ ไมจ่ ับปลา ไมน่ า ปลามาปล่อย และไมใ่ ห้อาหารปลา เน่อื งจากลกั ษณะของน้าที่หล่มภูเขียวเปน็ น้า น่งิ ไมม่ กี ารไหลเวียนซึง่ จะส่งผลให้น้าเนา่ เสีย เปน็ อนั ตรายตอ่ ปลาและระบบนเิ วศ โดยรอบ ไมน่ าเท้าลงไปแช่ในนา้ ไมล่ งเล่นนา้ เด็ดขาด ไมท่ งิ้ ขยะ และชว่ ยกนั รักษา สภาพแวดลอ้ ม นอกจากน้ัน ในบริเวณใกล้เคียงก็ยังมแี หลง่ ท่องเที่ยวทีน่ ่าสนใจในเขตอุทยาน แห่งชาติถ้าผาไทอกี มากมาย เชน่ “ถ้าผาไท” ถา้ หินปูนทีม่ ีหนิ งอกและหินย้อยที่ สวยงามอยู่ตลอดเส้นทางเดิน ภายในถ้ามีรอยจารึกพระปรมาภโิ ธยย่อ “ป.ป.ร.”
ซึ่งรัชกาลที่ 7 ทรงจารึกไว้เม่อื ครั้งเสดจ็ ประพาสถ้าผาไทในปี 2469 “นา้ ตกแม่ แก้” นา้ ตกขนาดเลก็ เกิดจากลาห้วยแมแ่ ก้ สูงประมาณ 10 เมตร มีช้ันเล็กๆ นอ้ ยๆ ลดหล่ันกนั อีก 14 ช้ัน สามารถลงเล่นนา้ ได้ “อา่ งเก็บนา้ เขื่อนกิ่วลม” สถานที่ท่องเที่ยวซึ่งมชี อ่ื เสียงของจงั หวดั ลาปาง สามารถลอ่ งแพหรือเรือชม ทิวทัศน์ของทะเลสาบและเกาะกลางน้าได้อกี ด้วย ทีต่ งั้ : “หลม่ ภเู ขียว” อยู่ในเขตอุทยานแห่งชาติถ้าผาไท ในพืน้ ที่หมู่ที่ 6 ตาบลบ้าน ออ้ น อาเภองาว จังหวดั ลาปาง อยู่หา่ งจากทางหลวงแผ่นดินหมายเลข 1 (ถนน พหลโยธิน) จากเสน้ ทางสายลาปาง-พะเยา เขา้ ไปสู่ ต.บ้านอ้อน อ.งาว เขา้ ไปเปน็ ระยะทาง 14 กม. และแยกไปหลม่ ภูเขียวอีกประมาณ 3.5 กม. (อยู่หา่ งจากท่ที า การองค์การบริหารส่วนตาบลบ้านอ้อนมาทางทศิ ตะวันตกเป็นระยะทาง 6 กม.) จากถนนใหญ่ไปจนถึงโรงเรียนบ้านอ้อนเป็นถนนลาดยาง แต่หลงั จากนนั้ จะเป็น ทางลกู รัง ควรใชร้ ถกระบะในการเดินทางเขา้ ถึง การติดตอ่ : โทร. 08-3203- 7330, 0-5422-0364 หรือสอบถาม ข้อมลู สถานที่ท่องเทีย่ ว ทพ่ี ัก รา้ นอาหาร และการเดินทางไปในสถานทีท่ ่องเที่ยว ตา่ งๆในจงั หวัดลาปางเพม่ิ เตมิ ได้ที่ การท่องเทีย่ วแหง่ ประเทศไทย (ททท.) สานกั งานลาปาง (พ้นื ที่รับผิดชอบลาปาง,ลาพนู ) โทร.0-5422-2214-15 สามารถสง่ ข้อมูลขา่ วสารดา้ นการท่องเที่ยว-อาหารมาได้ที่ กอง บก.ขา่ ว ท่องเที่ยว แฟกซ์ 0-2629-4467 อเี มล์ [email protected] หรือ ตดิ ตามเพม่ิ เตมิ ได้ที่ Facebook :Travel @ Manager
กำรบรู ณำกำร แหลง่ ท่องเที่ยวทางธรรมชาติที่มลี กั ษณะสวยงามเกิดความแตกต่างแปลกใหม่ ให้กบั ผู้เข้าชมเปน็ การศึกษาวิจยั ทางวิทยาศาสตร์ลกั ษณะความเป็นมาของ สภาพแวดลอ้ มโดยรวม
4.แหล่งกำรเรียนรู้ประเภทกิจกรรมทำงสงั คม ประเพณี และควำมเชอื่
ประเพณแี หส่ ลุงหลวง งานสลงุ หลวง กลองใหญ่ ปีใหม่ เมอื ง นครลาปาง จดั ขึ้นเพอ่ื อนุรักษ์ ขนบธรรมเนียมประเพณีอันดงี าม และคงไวซ้ ึง่ เอกลักษณ์ที่โดดเด่นเป็นมนต์ เสน่ห์ ของจังหวดั ลาปางที่แตกต่างจากจังหวดั อืน่ ในภาคเหนอื “สลงุ ” เปน็ ภาษาพ้นื เมอื งของชาวล้านนา หมายถึง ภาชนะใส่นา้ ซึ่งส่วนใหญ่ทา ด้วยโลหะเงนิ มีลักษณะเชน่ เดียวกับขนั น้า มีขนาดแตกตา่ งกนั ตามความตอ้ งการ ใน การนาไปใชส้ อย “หลวง” แปลวา่ ใหญ่ “สลงุ หลวง” จึงแปลวา่ ภาชนะใส่นา้ ใบใหญ่ \"สลงุ หลวง\" ของชาวลาปาง ทาด้วยเงินหนัก 38 กิโลกรมั หรอื 2,533 บาท มคี วาวกว้าง 89 เซนตเิ มตร สงู 49 เซนตเิ มตร ชาวลาปางได้ร่วมกันบริจาคทรพั ย์ เป็น จานวนถึง 432,398 บาท เพื่อจัดสร้างขนึ้ ในปี 2533 มกี ารจารกึ ภาษา พ้ืน เมอื งล้านนา อยู่บนขอบด้านนอกของสลุงหลวง มีขอ้ ความวา่ \"สลุงแก่นนีจ้ าว เมอื งลาปางแป๋งต๋านไว้ใส่นา้ อบ น้าหอม ขมิ้น ส้มป่อย สระสรง องค์พระเจ้าแก้ว มรกตดอนเตา้ เวยี งละกอนในวนั ปี๋ใหม่เมอื ง เพ่อื คา้ จนุ พระ ศาสนา ฮอดเตงิ ห้าปนั วรรษา\" สะทอ้ นให้เห็นถึงวตั ถุประสงค์ในการจัดสร้าง “สลงุ หลวง เพอ่ื ใชเ้ ปน็ ภาชนะใส่ น้า สรงพระแก้วมรกตดอนเตา้ องคพ์ ระศกั ดิส์ ิทธิ์ที่มีประวัตศิ าสตร์ยาวนาน คู่ บา้ นคู่ เมอื งลาปาง โดยจดั สร้างให้มีความใหญโ่ ต สมศกั ดิ์ศรีมีความแขง็ แรง ทน ทาน สอดคล้องกับการใชส้ อยในพิธีทจี่ ดั ขึ้น เปน็ การแสดงออกถึงความสามคั คีของ
ชุมชนชาวลาปาง และเปน็ การรกั ษาวฒั นธรรมให้สบื ไป และเพ่อื เปน็ การสร้าง จดุ เด่นและเอกลักษณ์ให้แก่เมอื งลาปาง ให้เป็นสมบัตปิ ระจาเมือง โดยมพี ธิ ี บายศรี สู่ขวญั สลุงหลวงเงินของชาวลาปาง ในวันที่ 9 เมษายน พ.ศ. 2533 ตอ่ มาทางชมรมเทิดมรดกเขลางค์นคร ได้จดั สร้างฐานสลงุ ทาด้วยไม้แกะสลกั และ ประดิษฐ์เป็นรปู เทวดารอบๆ ฐานข้นึ อกี 6 องค์ ในปี 2534 ประกอบเป็น ฐาน สงู ขนาด 91 เซนติเมตร กวา้ ง 80 เซนติเมตร บดุ ว้ ยเงินบริสุทธิ์ หนกั 1,500 บาท (23 กโิ ลกรัม) หมุ้ โดยรอบ ทาให้“สลงุ หลวง”ทีต่ งั้ บนแท่นแลดู สง่า งามเข้ากนั เป็นอยา่ งดี ในปีเดียวกันชาวลาปางได้ร่วมกันบริจาคเงินสร้าง บงั วนั โลหะเงิน เป็นเครอ่ื งประดบั “สลงุ หลวง”อกี ช้นิ หนง่ึ ซึง่ ชาวลาปาง ภาคภูมใิ จ ในวนั ที่ 12 เมษายน ของทกุ ปี ถูกกาหนดให้จดั พธิ ี“แห่สลุงหลวง” ขนึ้ เพอ่ื ความ เป็นศิริมงคลแก่ชาวลาปางในชว่ งเทศกาล“ปี๋ใหม่เมอื ง”(ประเพณีสงกรานต์ ) ซึง่ ได้จัดต่อเนอ่ื งกันมานานกวา่ 20 ปี สืบทอดเป็นขนบธรรมเนยี มประเพณี อนั ดี งาม ในช่วงเดอื นเมษายนของทุกปี ถือเปน็ ช่วงเวลาสาคัญในเทศกาลเถลิงศกใหมข่ อง ชาวล้านนาท่เี รียกว่า งานประเพณี“ปี๋ใหม่เมอื ง”(เทศกาลสงกรานต)์ ซึ่งมกั จะจัด งานอย่างยิง่ ใหญ่ในระหว่างวนั ที่ 9-13 เมษายน โดยความร่วมมอื ของจังหวดั ลาปาง เทศบาลนคร ลาปาง หนว่ ยงานราชการ รฐั วิสาหกจิ เอกชน สมาคม ชมรม และประชาชนชาวลาปาง
งาน “สลงุ หลวง กลองใหญ่ ปีใหม่ เมือง นครลาปาง” จัดขึ้นเพ่อื อนุรกั ษ์ ขนบธรรมเนียมประเพณีอนั ดงี าม และคงไวซ้ ึง่ เอกลกั ษณ์ทีโ่ ดดเด่นเปน็ มนต์ เสน่ห์ ของจังหวดั ลาปางที่แตกต่างจากจังหวัดอืน่ ในภาคเหนอื คือ เทศกาล “ปี๋ใหม่เมอื ง นครลาปาง” นอกจากจะเต็มไปด้วยขนบธรรมเนยี มประเพณีอันงดงามแล้ว ยังมี สีสนั ที่สัมผสั ได้ถึงกลิ่นไอแหง่ ความสุขบนถนนทกุ สาย ซึง่ เตม็ ไปด้วยความชุ่มฉา่ ของสายนา้ ผคู้ นนับหม่นื ทง้ั เด็ก ผใู้ หญ่ วัยรุ่น หนุ่มสาวชาวลาปาง และ นกั ท่องเทีย่ วที่มารว่ มสนกุ สนานกันอยา่ งเต็มที่สะท้อน ให้เหน็ ถึงวถิ ีชาวลาปางได้ เปน็ อยา่ งดี การติดตอ่ : ประเพณสี งกรานตป์ ีใหม่เมอื งช่วงวันที่ 12 เมษายนถงึ 15 เมษายน ของประจาทกุ ปี กำรบรู ณำกำร ประเพณีแห่สลุงหลวงจดั ข้นึ เพอ่ื อนรุ ักษข์ นบธรรมเนยี มประเพณีอนั ดงี ามและ คงไวซ้ ึ่งเอกลกั ษณ์ทโี่ ดดเด่นประเพณีแห่สลุงหลวงจัดข้นึ ระหว่างช่วงเทศกาล สงกรานตห์ รือเทศกาลปีใหม่ไทยเป็นเทศกาลทีโ่ ดดเด่นเป็นนมครง้ั ของจังหวดั ลาปางที่แตกต่างจากจังหวดั อื่นๆในภาคเหนือและจังหวดั หน่งึ ของประเทศควรใส่ ถงุ หลวงถูกตกแตง่ สวยงามผู้ร่วมขบวนแตง่ กายล้านนาโบราณแห่งไปตามรอบ เมอื งประเพณีแห่สลงุ หลวงเป็นประเพณีที่ควรค่าแก่การศึกษาและสบื สานอนุรกั ษ์ ไว้ ก่อให้เกิดความภาคภมู ใิ จในวัฒนธรรมประจาทอ้ งถ่นิ ของจงั หวัดลาปางสร้าง การเผยแพร่สสู่ าธารณชน สู่การเรียนรู้ตลอดชีวิต
Search