Important Announcement
PubHTML5 Scheduled Server Maintenance on (GMT) Sunday, June 26th, 2:00 am - 8:00 am.
PubHTML5 site will be inoperative during the times indicated!

Home Explore แผนปฏิบัติการประจำปี 2564

แผนปฏิบัติการประจำปี 2564

Published by pragon_ta, 2021-04-23 08:21:18

Description: แผนปฏิบัติการประจำปี 2564

Search

Read the Text Version

คำนำ สํานักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาร้อยเอ็ด เขต 3 ได้จัดทําแผนพัฒนาการศึกษาขั้นพื้นฐาน ระยะ 5 ปี พ.ศ. 2561 - 2565 ที่สอดคล้องกับพระบรมราโชบายดา้ นการศึกษา ในหลวงรัชกาลท่ี 10 ยุทธศาสตรช์ าติ 20 ปี (พ.ศ.2561-2580) ยุทธศาสตร์แผนการศึกษาแห่งชาติ (พ.ศ.2560-2579) นโยบายรัฐบาล กรอบทิศทาง การปฏิรูปการศึกษา นโยบายการศึกษาของกระทรวงศึกษาธิการ นโยบายของสํานักงานคณะกรรมการ การศึกษาข้ันพื้นฐาน นโยบายของสํานักงานเขตพืน้ ที่การศึกษาประถมศึกษาร้อยเอ็ด เขต 3 ตลอดจนสภาพปัจจุบัน ปญั หาการจดั การศึกษาของสํานักงานเขตพ้ืนท่ีการศึกษาประถมศึกษาร้อยเอ็ด เขต 3 นํามาวิเคราะห์ศักยภาพ สํานกั งานเขตพ้นื ท่ีการศึกษา SWOT Analysis กาํ หนด วสิ ัยทศั น์ พันธกิจ เปา้ ประสงค์ กลยทุ ธจ์ ุดเน้น ตัวช้ีวัด โครงการ/กิจกรรม เพื่อใช้ในการดําเนินงานขับเคลื่อนและพัฒนาการศึกษา มุ่งหวังเป็นองค์กรจัดและส่งเสริม สนับสนุนการจัดการศึกษาในเขตพื้นที่การศึกษาให้มีคุณภาพได้รับการสนับสนุนการดําเนินงาน จากคณะกรรมการจัดทําแผนพัฒนาการศึกษาขั้นพื้นฐาน ระยะ 5 ปี พ.ศ. 2561 – 2565 สํานักงานเขตพื้นท่ี การศึกษาประถมศึกษาประถมศึกษาร้อยเอ็ด เขต 3 ขอขอบคุณผู้มีส่วนเกี่ยวข้องทุกท่านที่ทําให้การจัดทํา แผนพัฒนาการศึกษาขั้นพื้นฐาน ระยะ 5 ปีพ.ศ. 2561 – 2565 สําเร็จลุล่วงด้วยดี หวังเป็นอย่างยิ่งว่า แผนพัฒนาการศึกษาฉบับนี้จะใช้เป็นกรอบทิศทางเป้าหมายในการดําเนินงานให้สัมฤทธิ์ผลได้ อย่างมีประสทิ ธิภาพและเกดิ ประโยชน์สงู สดุ สาํ นักงานเขตพ้ืนที่การศึกษาประถมศกึ ษารอ้ ยเอ็ด เขต 3

สารบัญ หนา้ คํานํา สารบญั ส่วนที่ 1 บทนํา ความเป็นมาและความสำคัญ ………………………………………………………………………………… 1 พระบรมราโชบายดา้ นการศึกษาในหลวงรชั กาลที่ 10 ……………………………………………….. 3 ยุทธศาสตร์ชาติ 20 ( พ.ศ. 2561-2580) ………………………………………………………………….. 4 แผนการศกึ ษาแห่งชาติ (พ.ศ. 2560-2579) ……………………………………………………………… 6 ยทุ ธศาสตรก์ ารศึกษาแห่งชาติ 20 ปี (พ.ศ. 2560-2579) …………………………………………… 7 นโยบายกระทรวงศึกษาธิการ …………………………………………………………………………………. 9 นโยบายสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขนั้ พ้นื ฐาน .........................................…………. 12 ความเช่ือมโยงระหวา่ งยุทธศาสตร์ชาติ 20 ปี และแผนอื่นท่ีเก่ียวข้อง................................ 34 ข้อมูลพื้นฐานของสาํ นกั งานเขตพน้ื ท่ีการศึกษาประถมศึกษาร้อยเอ็ด เขต 3..……………….. 35 ส่วนท่ี 2 ทศิ ทางแผนพัฒนาการศกึ ษา วิเคราะห์สภาพแวดล้อม SWOT Analysis ………………………………………………………………. 47 วสิ ยั ทศั น์............................................................................................................................. 51 พันธกจิ ............................................................................................................................. .. 51 เป้าประสงค.์ ....................................................................................................................... 51 นโยบายพฒั นาคุณภาพ...................................................................................................... 52 คา่ นยิ มองค์กร.................................................................................................................... 52 จดุ เนน้ ...................................................................................................................... .......... 53 กลวธิ ี 5 ร่วม....................................................................................................................... 53 กลยทุ ธ.์ .............................................................................................................................. 53 ตัวช้ีวดั ความสาํ เร็จ และคา่ เป้าหมาย ................................................................................ 54 ส่วนที่ 3 แผนพฒั นาการศึกษาข้ันพ้ืนฐาน ปงี บประมาณ พ.ศ. 2561 - 2565 รายละเอียดโครงการ/กจิ กรรม และงบประมาณ............................................................... 60 ตามแผนพฒั นาการศึกษาข้ันพนื้ ฐาน ปงี บประมาณ พ.ศ. 2561 - 2565 ………………..….. 61 ส่วนที่ 4 การบริหารแผนสู่ความสำเรจ็ การนาํ แผนสู่การปฏิบตั ิ …………………………………………………………………………………………. 68 การติดตามและประเมนิ ผลตามแผน .................................................................................. 69 ภาคผนวก คาํ สง่ั แต่งตงั้ คณะกรรมการยกร่างแผนพฒั นาคุณภาพการศึกษา ปี 2561 - 2565

ส่วนที่ 1 บทนำ ความเป็นมาและความสําคัญ สํานักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาร้อยเอ็ด เขต 3 เป็นหน่วยงานที่อยู่ภายใต้การกํากับดูแล ของสํานักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน มีหน้าที่ดําเนินการให้เป็นไปตามพระราชบัญญัติการศึกษา แห่งชาติ พ.ศ. 2542 และมาตรา 37 แห่งพระราชบัญญัติระเบียบบริหารราชการ กระทรวงศึกษาธิการ พ.ศ. 2546 มีอํานาจหน้าที่จัดทํานโยบายแผนพัฒนามาตรฐานการศึกษาของเขตพื้นที่การศึกษาให้สอดคล้อง กับนโยบาย มาตรฐานการศึกษา แผนการศึกษา แผนพัฒนาการศึกษาขั้นพื้นฐาน และความต้องการของท้องถ่ิน วิเคราะห์การจัดตั้งงบประมาณของหน่วยงานในสํานักงานเขตพื้นที่การศึกษา และแจ้งจัดสรรงบประมาณที่ได้รับ ให้สถานศึกษาในสังกัดทราบ กํากับ ตรวจสอบ ติดตามการใช้จา่ ยงบประมาณของหน่วยงานดังกล่าว ประสาน ส่งเสรมิ สนับสนุน พฒั นาหลกั สตู รรว่ มกบั สถานศึกษาในเขตพื้นท่ีการศึกษา กาํ กบั ดแู ลติดตามและประเมินผล สถานศกึ ษาขน้ั พ้ืนฐานในเขตพน้ื ท่ีการศกึ ษา วิเคราะหว์ ิจยั รวบรวมขอ้ มูลสารสนเทศด้านการศกึ ษาในเขตพ้ืนที่การศึกษา ประสานระดมทรัพยากรด้านต่าง ๆ รวมทั้งทรัพยากรบุคคลเพือ่ ส่งเสริมสนบั สนุนการจัดและพัฒนาการศึกษา ในเขตพื้นที่การศึกษา จัดระบบการประกันคุณภาพการศึกษา ประสานส่งเสริมสนับสนุน การจัดการศึกษา ของสถานศึกษาเอกชน องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นรวมท้ังบุคคล องค์กรชมุ ชน องคก์ ร วชิ าชีพ สถาบันศาสนา สถานประกอบการและสถาบันอื่นที่จัดการศึกษาในเขตพื้นที่การศึกษา ดําเนินการประสาน ส่งเสริมสนับสนนุ การวิจัยและพัฒนาการศึกษา การดําเนินงานของคณะอนุกรรมการคณะทํางานด้านการศึกษา ประสานการ ปฏิบัติราชการทั่วไปกับองค์กรหน่วยงานภาครัฐ เอกชน องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นในฐานะ สํานักงานผู้แทน กระทรวงศึกษาธิการในเขตพน้ื ท่ีการศึกษา ปฏบิ ัตหิ นา้ ท่ีอื่นเก่ียวกับกจิ การภายในเขตพนื้ ท่กี ารศึกษาที่มิได้ระบุ ให้เป็นหน้าที่ของผู้ใดโดยเฉพาะหรือปฏบิ ตั ิงานอนื่ ตามที่มอบหมาย การปฏิบตั ิภารกจิ ดังกลา่ วจะบรรลุผลสําเร็จได้ จะต้องมีระบบการวางแผนการดําเนินงานท่ีมปี ระสิทธิภาพ เพือ่ สนับสนุนส่งเสริมการพัฒนาเป็นจุดเช่ือมประสาน การปฏิบัติงานของหน่วยงานสถานศึกษาสังกัดกระทรวงศึกษาธิการในจังหวัด โดยการกําหนดแนวทางการ ดําเนินงานใหส้ อดคลอ้ งกับนโยบายของรัฐบาล นโยบายของกระทรวงศึกษาธิการ และนโยบายการบรหิ ารงาน เชิงยุทธศาสตร์ของจังหวัด เป็นรูปแบบของการบริหารงานแบบบูรณาการ ให้มีความเหมาะสมมากขึ้น ในรูปของ การร่วมการบริหารจัดการศึกษาของทุกหน่วยงานที่จัดการศึกษาภายในจังหวัด ที่มีความสัมพันธ์เชื่อมโยง ในด้านต่างๆเข้าด้วยกัน ซึ่งจะช่วยให้การวางกรอบทศิ ทางการพัฒนาการศึกษาและการใช้ประโยชน์ทรัพยากร เป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพ โดยมีหลักเกณฑ์วิธีการและสาระสําคัญในการจัดทําแผนพัฒนาการศึกษา ขั้นพื้นฐาน ระยะ 5 ปี ปีงบประมาณ พ.ศ. 2561 - 2565 ของสํานักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษา ร้อยเอ็ด เขต 3 จากแนวคิดการบริหารยุทธศาสตร์ของ Robert S. Kaplan และ David P. Norton (จากบทความ ในวารสาร Harvard Business Review เรื่องThe Office of Strategy Management) กล่าววา่ องคก์ ารส่วนใหญป่ ระมาณร้อยละ 60-90 มักจะประสบปญั หาความล้มเหลวในการบริหารยุทธศาสตร์ ซึ่งเป็นผลมาจากการที่องค์กรมีรูปแบบการบริหารงานในแบบแยกส่วน (Fragmentation) มีขั้นตอนการทํางาน ที่ต่างคนต่างทํา ต่างคนต่างรายงานตรงต่อผู้บังคับบัญชาตามสายบังคับบัญชาของตัวเอง ซึ่งเมื่อมีการนําแผน ยุทธศาสตร์ ไปสู่การปฏิบัติแล้วมักพบว่าไม่สามารถทําให้องค์กรบรรลุวัตถุประสงค์ตามยุทธศาสตร์ที่วางไว้ได้ เนอื่ งจากภายในองค์กรประกอบไปดว้ ยหน่วยงานและสมาชกิ ทห่ี ลากหลายทําหน้าที่แตกตา่ งกันโดยไม่มีแนวทาง หรอื การบูรณาการในการใชย้ ทุ ธศาสตร์ร่วมกัน การบริหารจัดการเชงิ กลยทุ ธ์ท่ีประสบผลสาํ เร็จต้องประกอบไปดว้ ย

2 การกําหนดกลยุทธ์ (การวางแผนยุทธศาสตร์) การแปลงยุทธศาสตร์สู่การปฏิบัติ การประเมิน หรือการควบคุมกลยุทธ์องค์กรจะประสบปัญหาของการแปลงยทุ ธศาสตร์ไปสู่การปฏบิ ัตภิ ายในองค์กรที่ยังขาด ความเชื่อมโยงซึ่งกันและกันอย่างเป็นระบบหลักการของการบริหารยุทธศาสตร์และบูรณาการการศึกษา มีแนวทางการดําเนนิ การ ดงั นี้ 1. การเชื่อมโยงและบูรณาการการบริหารยุทธศาสตร์และบูรณาการการศึกษา จะต้องมีความ สอดคล้องเชื่อมโยงกับนโยบายและยุทธศาสตร์ที่เกี่ยวข้อง เช่น แผนการบริหารราชการแผ่นดินและนโยบาย ของรฐั บาล (Agenda Based) ยทุ ธศาสตร์ของกระทรวงศึกษาธกิ าร (Function Based) ยทุ ธศาสตรก์ ารพัฒนา กลุ่มจังหวัด (Cluster Based) และยุทธศาสตร์การพัฒนาจังหวัด (Area Based) รวมทั้งจะต้องบูรณาการ แผนงาน โครงการ งบประมาณ บุคลากรและทรัพยากรในกลุ่มจังหวัดตามแผนพัฒนาการศึกษาจังหวัด ซึ่งจะ ช่วยลดความซ้ำซ้อน ของการใช้งบประมาณแผ่นดินและเกิดการระดมทรัพยากรร่วมกัน ตลอดจนการสื่อสาร ส่งเสรมิ กลไกในการดําเนินการใหบ้ รรลผุ ลตามตัวชว้ี ัดและคา่ เปา้ หมายทกี่ าํ หนด 2. การติดตามประเมินผลและทบทวน การบริหารยุทธศาสตร์และบูรณาการการศึกษาต้องมี การตรวจติดตาม ประเมินผล และทบทวนการดําเนินงานตามตัวชี้วัด และค่าเป้าหมาย ตามแผนพัฒนา การศึกษาขั้นพื้นฐาน ระยะ 5 ปี ปีงบประมาณ พ.ศ. 2561 - 2565 ของสํานักงานเขตพื้นที่การศึกษา ประถมศึกษาร้อยเอ็ด เขต 3 ได้จัดทํารายงานผลการดําเนินงานเสนอผู้บริหารระดับสูงเป็นระยะ เพื่อใช้เป็น ข้อมลู ในการทบทวนยทุ ธศาสตร์รวมทง้ั การพฒั นานวัตกรรมและเทคโนโลยสี ารสนเทศและการสื่อสารท่ีทันสมัย ในการบริหารยุทธศาสตร์และบูรณาการการศึกษา ตลอดจนศึกษา วิจัยและริเริ่มคิดค้นหรือพัฒนาเครื่องมือ ทางการบรหิ ารเพอื่ สนบั สนนุ การดาํ เนินงาน 3. การขับเคลื่อนสร้างเครือข่ายและการมีส่วนร่วม การบริหารยุทธศาสตร์และบูรณาการ การศึกษา จะขับเคลื่อนด้วยการมีส่วนร่วมของหน่วยงานภายในจังหวัดร้อยเอ็ดและตามพันธกิจที่ได้รับ มอบหมาย รวมทั้ง แสวงหาและประสานเครือข่ายความร่วมมือกับหน่วยงานนอกจังหวัดในกลุ่มจังหวัด ตลอดจนองค์กรปกครอง สว่ นทอ้ งถ่ิน ภาคเอกชน และภาคประชาสังคมในการพัฒนาการศกึ ษาในจังหวดั

3 การศึกษาต้องมงุ่ สร้างพ้นื ฐานใหแ้ ก่ผูเ้ รยี น 4 ดา้ น ดังน้ี 1. มีทศั นคตทิ ่ถี ูกต้องต่อบา้ นเมอื ง 1) ความร้คู วามเขา้ ใจต่อชาติบ้านเมอื ง 2) ยดึ มั่นในศาสนา 3) มนั่ คงในสถาบนั พระมหากษัตริย์ 4) มคี วามเอื้ออาทรตอ่ ครอบครัวและชุมชนของตน 2. มพี ื้นฐานชีวติ ท่มี ่ันคง - มี 1) รจู้ ักแยกแยะสิง่ ทผ่ี ดิ - ชอบ / ช่วั - ดี 2) ปฏิบัติแต่ส่งิ ทชี่ อบ ส่งิ ทีด่ งี าม 3) ปฏิเสธส่งิ ทีผ่ ิด ส่งิ ท่ชี วั่ 4) ช่วยกันสร้างคนดใี หแ้ กบ่ ้านเมือง 3. มีงานทำ - มีอาชีพ 1) การเล้ียงดลู ูกหลานในครอบครัว หรือการฝึกฝนอบรมในสถานศกึ ษาต้องมุ่งใหเ้ ด็กและเยาวชนรกั งานสงู้ าน ทำจนงานสำเร็จ 2) การฝึกฝนอบรมทัง้ ในหลกั สตู รและนอกหลักสตู รต้องมจี ุดมุ่งหมายให้ผู้เรยี นทำงานเป็นและมีงานทำในท่สี ดุ 3) ตอ้ งสนบั สนุนผูส้ ำเร็จหลกั สูตรมอี าชีพ มีงานทำ จนสามารถเลี้ยงตัวเองและครอบครัว 4. เป็นพลเมืองดี 1) การเป็นพลเมืองดี เป็นหน้าท่ีของทุกคน 2) ครอบครัว - สถานศกึ ษา และสถานประกอบการต้องสง่ เสรมิ ใหท้ ุกคนมโี อกาสทำหน้าท่ีเปน็ พลเมืองดี 3) การเป็นพลเมืองดี คือ \"เห็นอะไรทจี่ ะทำเพื่อบ้านเมืองได้ก็ต้องทำ\" เชน่ งานอาสาสมัคร งานบำเพ็ญ ประโยชน์ งานสาธารณกุศลให้ทำด้วยความมนี ำ้ ใจ และความเอ้ืออาทร

4 ยุทธศาสตร์ชาติ 20 ปี (พ.ศ. 2561 – 2580) วสิ ัยทัศน์ “ประเทศไทยมคี วามม่นั คง ม่ังค่ัง ย่ังยืน เป็นประเทศพฒั นาแล้วดว้ ยการพัฒนาตาม หลักปรัชญาของ เศรษฐกิจพอเพยี ง” และเปน็ คติพจนป์ ระจาํ ชาตวิ ่า “มั่นคง มงั่ ค่งั ยัง่ ยืน” ยทุ ธศาสตรท์ ่ี 1 ความม่นั คง ยทุ ธศาสตรท์ ี่ 2 การสร้างความสามารถในการแข่งขนั ยทุ ธศาสตร์ที่ 3 การพฒั นาและเสริมสรา้ งศักยภาพคน ยทุ ธศาสตร์ที่ 4 การสรา้ งโอกาสความเสมอภาคและเทา่ เทียมกันทางสังคม ยทุ ธศาสตรท์ ี่ 5 การสร้างการเตบิ โตบนคณุ ภาพชวี ติ ท่ีเปน็ มิตรต่อสิ่งแวดลอ้ ม ยุทธศาสตรท์ ี่ 6 การปรับสมดุลและพัฒนาระบบการบรหิ ารจัดการภาครัฐ กรอบแนวทางทส่ี ําคัญของยุทธศาสตรช์ าตริ ะยะ 20 ปี 1. ดา้ นความมน่ั คง 1.1 เสริมสร้างความมัน่ คงของสถาบันหลักและการปกครองระบอบประชาธปิ ไตยอันมีพระมหากษตั รยิ ์ ทรงเป็นประมุข 1.2 ปฏริ ูปกลไกการบริหารประเทศและพัฒนาความมั่นคงทางการเมืองขจดั คอร์รัปชัน่ สร้างความเชื่อม่ัน ในกระบวนการยุตธิ รรม 1.3 การรักษาความมั่นคงภายในและความสงบเรียบร้อยภายใน ตลอดจนการบริหารจัดการ ความมนั่ คงชายแดนและชายฝง่ั ทะเล 1.4 การพัฒนาระบบ กลไก มาตรการละความร่วมมือระหว่างประเทศทุกระดับ และรักษา ดุลยภาพความสมั พันธ์กบั ประเทศมหาอาํ นาจ เพอื่ ปอ้ งกนั และแกไ้ ขปัญหาความม่นั คงรปู แบบใหม่ 1.5 การพัฒนาเสริมสร้างศักยภาพการผนึกกําลังป้องกันประเทศ การรักษาความสงบเรียบร้อย ภายในประเทศ สรา้ งความร่วมมอื กับประเทศเพือ่ นบ้านและมิตรประเทศ 1.6 การพฒั นาระบบการเตรียมพร้อมแห่งชาติและระบบบริหารจัดการภัยพิบตั ิรักษาความม่ันคง ของฐานทรัพยากรธรรมชาตสิ ่ิงแวดลอ้ ม 1.7 การปรับกระบวนการทํางานของกลไกท่เี ก่ยี วข้องจากแนวดิง่ สแู่ นวระนาบมากข้ึน 2. ดา้ นการสร้างความสามารถในการแขง่ ขนั 2.1 การพฒั นาสมรรถนะทางเศรษฐกจิ สง่ เสรมิ การค้าการลงทนุ พฒั นาสู่ชาติการค้า 2.2 การพัฒนาภาคการผลิตและบริการ เสริมสร้างฐานการผลิตเข้มแข็งยั่งยืนและส่งเสริม เกษตรกรรายยอ่ ยสูเ่ กษตรย่งั ยนื เปน็ มติ รกับส่งิ แวดล้อม 2.3 การพฒั นาผปู้ ระกอบการและเศรษฐกจิ ชุมชน พฒั นาทักษะ ผูป้ ระกอบการ ยกระดับผลิตภาพ แรงงานและพฒั นา SMEs สสู่ ากล 2.4 การพัฒนาพื้นที่เศรษฐกิจพิเศษและเมือง พัฒนาเขตเศรษฐกิจพิเศษชายแดนและพัฒนา ระบบเมอื งศนู ยก์ ลางความเจรญิ 2.5 การลงทุนพัฒนาโครงสร้างพื้นฐาน ด้านการขนส่ง ความมั่นคงและพลังงาน ระบบเทคโนโลยี สารสนเทศ และการวจิ ยั และพัฒนา 2.6 การเช่ือมโยงกับภูมิภาคและเศรษฐกจิ โลก สร้างความเป็นหุ้นส่วนการพัฒนากับนานาประเทศ สง่ เสรมิ ให้ไทยเป็นฐานของการปกระกอบธรุ กิจ ฯลฯ

5 3. ด้านการพฒั นาและเสรมิ สร้างศักยภาพคน 3.1 พัฒนาศักยภาพคนตลอดช่วงชวี ติ 3.2 การยกระดบั การศึกษาและการเรยี นรใู้ หม้ ีคณุ ภาพเท่าเทยี มและท่ัวถึง 3.3 ปลูกฝังระเบยี บวินัย คณุ ธรรม จริยธรรม คา่ นิยมทพี่ ึงประสงค์ 3.4 การสร้างเสรมิ ใหค้ นมสี ขุ ภาวะทดี่ ี 3.5 การสรา้ งความอยดู่ มี ีสุขของครอบครัวไทย 4. ดา้ นการสร้างโอกาสความเสมอภาคและเท่าเทียมกันทางสงั คม 4.1 สร้างความมั่นคงและลดความเหลอ่ื มล้ำทางเศรษฐกิจและสังคม 4.2 พัฒนาระบบบริการและระบบบริหารจดั การสุขภาพ 4.3 มีสภาพแวดล้อมและนวตั กรรมท่เี อื้อต่อการดํารงชีวติ ในสังคมสูงวัย 4.4 สร้างความเขม้ แข็งของสถาบนั ทางสังคม ทุนทางวฒั นธรรมและความเข้มแขง็ ของชุมชน 4.5 พัฒนาการสื่อสารมวลชนใหเ้ ปน็ กลไกในการสนบั สนุนการพัฒนา 5. ด้านการสร้างการเตบิ โตบนคุณภาพชวี ติ ทเ่ี ปน็ มติ รกับสิ่งแวดล้อม 5.1 จัดระบบอนุรักษ์ฟ้ืนฟูและปอ้ งกนั การทาํ ลายทรัพยากรธรรมชาติ 5.2 วางระบบบรหิ ารจดั การน้ำให้มปี ระสิทธภิ าพทง้ั 25 ลมุ่ น้ำ เน้นการปรบั ระบบการบริหาร จัดการอุทกภยั อยา่ งบรู ณาการ 5.3 การพัฒนาและใช้พลังงานท่เี ปน็ มิตรกบั สิ่งแวดลอ้ ม 5.4 การพัฒนาเมอื งอตุ สาหกรรมเชงิ นิเวศและเมืองทีเ่ ป็นมิตรกับสิง่ แวดล้อม 5.5 การร่วมลดปญั หาโลกรอ้ นและปรับตวั ใหพ้ ร้อมกับการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมอิ ากาศ 5.6 การใชเ้ ครอื่ งมือทางเศรษฐศาสตร์และนโยบายการคลงั เพ่อื สิ่งแวดลอ้ ม 6. ด้านการปรบั สมดลุ และพัฒนาระบบการบรหิ ารจัดการภาครฐั 6.1 การปรับปรุงโครงสรา้ ง บทบาท ภารกจิ ของหน่วยงานภาครฐั ให้มขี นาดท่ีเหมาะสม 6.2 การวางระบบบรหิ ารราชการแบบบูรณาการ 6.3 การพฒั นาระบบบรหิ ารจัดการกาํ ลังคนและพัฒนาบุคลากรภาครฐั 6.4 การต่อต้านการทจุ ริตและประพฤติมิชอบ 6.5 การปรับปรงุ กฎหมายและระเบยี บต่าง ๆ 6.6 ใหท้ นั สมยั เป็นธรรมและเปน็ สากล 6.7 พัฒนาระบบการให้บริการประชาชาชนของหน่วยงานภาครฐั 6.8 ปรบั ปรุงการบรหิ ารจัดการรายได้และรายจ่ายของภาครัฐ วัตถปุ ระสงค์ 1. เพอ่ื สร้างความปรองดองสมานฉนั ท์ 2. เพ่อื เพ่มิ กระจายโอกาสและคุณภาพการใหบ้ รกิ ารของรฐั อยา่ งทัว่ ถึง เท่าเทยี มเป็นธรรม 3. เพอ่ื ลดต้นทุนให้ภาคการผลิตและบรกิ าร 4. เพอ่ื เพิ่มมูลค่าสินค้าเกษตร อุตสาหกรรม และบริการดว้ ยนวัตกรรม

6 แผนการศึกษาแหง่ ชาติ 20 ปี (พ.ศ. 2560 – 2579) วสิ ัยทศั น์ (Vision) “คนไทยทุกคนได้รับการศึกษาและเรียนรู้ตลอดชีวิตอย่างมีคุณภาพ ดํารงชีวิตอย่างเป็นสุข สอดคลอ้ งกบั หลัก ปรชั ญาของเศรษฐกิจพอเพยี งและการเปลี่ยนแปลงของโลกศตวรรษท่ี 21” พนั ธกจิ (Mission) 1) พฒั นาระบบและกระบวนการจัดการศึกษาที่คนไทยทกุ คนเขา้ ถึงโอกาสในการศึกษาและเรียนรู้ ตลอดชีวิต สร้างความเสมอภาคด้านการศึกษาแก่ผู้เรียนทุกกลุ่ม เป้าหมายยกระดับคุณภาพและประสิทธิภาพ ของการจัด การศึกษาทุกระดับและจัดการศึกษาที่ สอดคล้องและรองรับกระแสการเปลี่ยนแปลงของโลก ศตวรรษที่ 21 2) พัฒนาคุณภาพของคนไทยให้เป็นผู้มีความรู้คุณลักษณะและทักษะการเรียนรู้ในศตวรรษที่ 21 สามารถพฒั นาศกั ยภาพและเรียนรไู้ ด้ด้วยตนเองอย่างต่อเน่ืองตลอดชีวติ 3) สร้างความมั่นคงแก่ประเทศชาติโดยสร้างสังคมไทยให้เป็นสังคมแห่งการเรียนรู้และสังคม คุณธรรม จริยธรรมทีค่ นไทยทุกคนอย่รู ว่ มกันอย่างปลอดภัยสงบสุขและพอเพียง 4) พัฒนาศักยภาพและความสามารถในการแข่งขันของประเทศไทยเพื่อการก้าวข้ามกับดัก ประเทศรายได้ ปานกลางสูก่ ารเป็นประเทศในโลกทหี่ นง่ึ และลดความเหล่ือมล้ำในสงั คมด้วยการเพ่ิมผลิตภาพ ของกาํ ลังแรงงาน (productivity) ให้มที ักษะและสมรรถนะที่สอดคล้องกับความต้องการของตลาดงานและการ พัฒนาประเทศ พรอ้ มรบั การเปล่ยี นแปลงทเ่ี ปน็ พลวตั ของโลกศตวรรษท่ี 21 ภายใตย้ ุคเศรษฐกจิ และสังคม 4.0 วัตถปุ ระสงค์ 1. เพอื่ พฒั นาระบบและกระบวนการจดั การศึกษาที่ มคี ุณภาพและมีประสิทธิภาพ 2. เพื่อพัฒนาคนไทยให้เป็นพลเมืองดีมีคุณลักษณะ ทักษะและสมรรถนะที่สอดคล้องกับบทบัญญัติ รัฐธรรมนญู แห่งราชอาณาจักรไทย พระราชบัญญตั ิการศึกษาแหง่ ชาติและยทุ ธศาสตร์ชาติ 3. เพื่อพัฒนาสังคมไทยให้เป็นสังคมแห่งการเรียนรู้มีคุณธรรม จริยธรรม รู้รักสามัคคีและร่วมมือ ผนกึ กําลงั ม่งุ ส่กู ารพัฒนาประเทศอยา่ งยัง่ ยืน ตามหลกั ปรัชญาของเศรษฐกจิ พอเพียง 4. เพื่อนําประเทศไทยก้าวข้ามกับดักประเทศที่มีรายได้ปานกลาง และความเหลื่อมล้ำภายในประเทศ ลดลงเพื่อให้บรรลุวิสัยทัศน์และจุดมุ่งหมายในการจัดการศึกษาดังกล่าวข้างต้น แผนการศึกษาแห่งชาติ ได้วางเปา้ หมายไว้ 2 ด้าน คอื เป้าหมายดา้ นผู้เรียน (Learner Aspirations) โดยมุ่งพฒั นาผู้เรียนทุกคนให้มีคุณลกั ษณะและ ทกั ษะ การเรยี นรใู้ นศตวรรษที่ 21 (3Rs 8Cs) ประกอบด้วยทักษะและคุณลักษณะต่อไปนี้ ✥ 3Rs ไดแก้ ่การอา่ นออก (Reading) การเขยี นได (้Writing) และการคดิ เลขเป็น (Arithmetic) ✥ 8Cs ได้แก่ ทักษะด้านการคิดอย่างมีวิจารณญาณและทักษะในการแก้ปัญหา (Critical Thinking and Problem Solving) ทักษะด้านการสร้างสรรค์และนวัตกรรม (Creativity and Innovation) ทักษะด้าน ความเข้าใจต่างวัฒนธรรม ต่างกระบวนทัศน์ (Cross – cultural Understanding) ทักษะด้าน ความร่วมมือการ ทํางานเป็นทีมและภาวะผู้นํา (Collaboration, Teamwork and Leadership) ทักษะด้าน การสื่อสารสารสนเทศ และการรู้เท่าทันส่ือ (Communications, Information and Media Literacy) ทักษะ ด้านคอมพิวเตอร์และ เทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร (Computing and ICT Literacy) ทักษะอาชีพ และทักษะการเรียนรู้ (Career and Learning Skills) และความมีเมตตากรุณามีวินัยคุณธรรมจริยธรรม (Compassion)

7 เป้าหมายของการจัดการศึกษา (Aspirations) 5 ประการ ซึ่งมีตัวช้ีวัด เพ่ือการบรรลุเป้าหมาย มีดังนี้ 1) ประชากรทุกคนเขา้ ถึงการศกึ ษาท่ีมีคณุ ภาพและมีมาตรฐานอย่างทั่วถงึ (Access) 2) ผู้เรียนทุกคนทุกกลุม่ เป้าหมายได้รับบริการการศึกษาที่มีคุณภาพตามมาตรฐานอย่างเท่าเทียม (Equity) 3) ระบบการศึกษาที่มีคุณภาพสามารถพัฒนาผู้เรียนให้บรรลุขีดความสามารถเต็มตามศักยภาพ (Quality) 4) ระบบการบริหารจัดการศึกษาที่มีประสิทธิภาพเพื่อการลงทุนทางการศึกษาที่คุ้มค่าและบรรลุ เปา้ หมาย (Efficiency) 5) ระบบการศึกษาทส่ี นองตอบและก้าวทนั การเปล่ียนแปลงของโลกทเ่ี ป็นพลวตั และบรบิ ท ท่เี ปลีย่ นแปลง (Relevancy) ยุทธศาสตร์การศึกษาแหง่ ชาติ 20 ปี (พ.ศ. 2560 – 2579) ยุทธศาสตร์ท่ี 1 จดั การศึกษาเพอ่ื ความมั่นคงของสังคมและประเทศชาติ ยทุ ธศาสตร์ท่ี 2 ผลติ และพฒั นากําลังคน การวจิ ยั และนวัตกรรมเพ่ือสร้างขีดความสามารถในการ แข่งขนั ของประเทศ ยุทธศาสตร์ที่ 3 พัฒนาศักยภาพคนทุกช่วงวยั และการสร้างสังคมแห่งการเรียนรู้ ยทุ ธศาสตร์ท่ี 4 สร้างโอกาสความเสมอภาคและความเท่าเทยี มทางการศึกษา ยุทธศาสตร์ที่ 5 จดั การศึกษาเพอื่ สร้างเสริมคณุ ภาพชีวติ ท่ีเป็นมติ รกับสิ่งแวดล้อม ยุทธศาสตร์ที่ 6 พัฒนาประสิทธิภาพของระบบบริหารจดั การศกึ ษา ยทุ ธศาสตรเ์ ป้าหมายและตวั ช้วี ัด แผนการศึกษาแหง่ ชาติได้กําหนดยุทธศาสตรใ์ นการพฒั นาการศึกษา ภายใต้ 6 ยุทธศาสตร์หลักที่สอดคล้องกับยุทธศาสตร์ชาติ 20 ปีเพื่อให้แผนการศึกษาแห่งชาติบรรลุเป้าหมาย ตามจดุ ม่งุ หมายวิสยั ทัศนแ์ ละแนวคดิ การจัดการศึกษาดงั กล่าวขา้ งตน้ ดงั น้ี ยุทธศาสตรท์ ี่ 1 : การจัดการศกึ ษาเพือ่ ความมน่ั คงของสังคมและประเทศชาติ มเี ป้าหมายดงั น้ี 1.1 คนทุกช่วงวัยมีความรักในสถาบันหลักของชาติและยึดมั่นการปกครองระบอบประชาธิปไตย อนั มพี ระมหากษตั รยิ ท์ รงเป็นประมขุ 1.2 คนทุกช่วงวัยในเขตพัฒนาพิเศษเฉพาะกิจจังหวัดชายแดนภาคใต้และพื้นที่พิเศษได้รับ การศึกษาและ เรียนร้อู ยา่ งมคี ุณภาพ 1.3 คนทุกช่วงวัยได้รบั การศึกษาการดูแลและปอ้ งกนั จากภัยคุกคามในชีวติ รูปแบบใหม่ ยุทธศาสตร์ที่ 2 : การผลิตและพัฒนากําลังคนการวิจัยและนวัตกรรรมเพื่อสร้างขีดความสามารถใน การแข่งขนั ของประเทศ มเี ป้าหมายดังนี้ 2.1 กาํ ลงั คนมที ักษะทสี่ าํ คญั จาํ เปน็ และมีสมรรถนะตรงตามความตอ้ งการของตลาดงานและ การพฒั นาเศรษฐกจิ และสงั คมของประเทศ 2.2 สถาบนั การศึกษาและหน่วยงานทจ่ี ัดการศึกษาผลติ บัณฑติ ท่มี ีความเชยี่ วชาญและเป็นเลิศ เฉพาะดา้ น 2.3 การวจิ ยั และพัฒนาเพื่อสร้างองค์ความรู้และนวัตกรรมทีส่ ร้างผลผลิตและมลู คา่ เพิม่ ทางเศรษฐกจิ

8 ยทุ ธศาสตรท์ ี่ 3 : การพัฒนาศกั ยภาพคนทกุ ช่วงวัยและการสร้างสังคมแห่งการเรียนรู้มเี ป้าหมาย ดังนี้ 3.1 ผู้เรียนมีทักษะและคุณลักษณะพื้นฐานของพลเมืองไทยและทักษะและคุณลักษณะที่จําเป็น ในศตวรรษท่ี 21 3.2 คนทุกช่วงวัยมีทักษะความรู้ความสามารถและสมรรถนะตามมาตรฐานการศึกษาและ มาตรฐาน วิชาชพี และพฒั นาคุณภาพชีวิตได้ตามศักยภาพ 3.3 สถานศึกษาทุกระดับการศึกษาสามารถจัดกิจกรรม/กระบวนการเรียนรู้ตามหลักสูตรอย่างมี คุณภาพ และมาตรฐาน 3.4 แหล่งเรียนรูส้ ื่อตําราเรียนนวัตกรรมและสื่อการเรียนรู้มีคุณภาพและมาตรฐานและประชาชน สามารถ เขา้ ถงึ ไดโ้ ดยไมจ่ ํากัดเวลาและสถานท่ี 3.5 ระบบและกลไกการวดั การติดตามและประเมินผลมีประสิทธิภาพ 3.6 ระบบการผลติ ครูอาจารย์และบคุ ลากรทางการศึกษาได้มาตรฐานระดับสากล 3.7 ครอู าจารย์และบุคลากรทางการศกึ ษาไดร้ บั การพัฒนาสมรรถนะตามมาตรฐาน ยทุ ธศาสตร์ท่ี 4 : การสร้างโอกาสความเสมอภาคและความเทา่ เทยี มทางการศึกษา มีเปา้ หมายดงั น้ี 4.1 ผเู้ รียนทุกคนได้รับโอกาสและความเสมอภาคในการเขา้ ถงึ การศึกษาที่มีคุณภาพ 4.2 การเพิม่ โอกาสทางการศกึ ษาผา่ นเทคโนโลยดี จิ ิทลั เพื่อการศกึ ษาสาํ หรบั คนทุกช่วงวยั 4.3 ระบบข้อมูลรายบุคคลและสารสนเทศทางการศึกษาที่ครอบคลุมถูกต้องเป็นปัจจุบันเพื่อการ วางแผนการบริหารจัดการศกึ ษาการติดตามประเมินและรายงานผล ยุทธศาสตรท์ ่ี 5 : การจัดการศึกษาเพ่อื สร้างเสรมิ คณุ ภาพชีวิตที่เป็นมติ รกบั สง่ิ แวดล้อม มเี ป้าหมาย ดังนี้ 5.1 คนทุกช่วงวัยมีจิตสํานึกรักษ์สิ่งแวดล้อมมีคุณธรรมจริยธรรมและนําแนวคิดตามหลักปรัชญา ของ เศรษฐกจิ พอเพียงสูก่ ารปฏิบัติ 5.2 หลักสูตรแหล่งเรียนรู้และสื่อการเรียนรู้ที่ส่งเสริมคุณภาพชีวิตที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม คณุ ธรรม จริยธรรมและการนําแนวคิดตามหลักปรชั ญาของเศรษฐกจิ พอเพียงสู่การปฏบิ ตั ิ 5.3 การวิจัยเพื่อพัฒนาองค์ความรู้และนวัตกรรมด้านการสร้างเสริมคุณภาพชีวิตที่เป็นมิตรกับ ส่ิงแวดลอ้ ม ยทุ ธศาสตรท์ ี่ 6 : การพฒั นาประสิทธิภาพของระบบบรหิ ารจัดการศึกษา มีเป้าหมายดังนี้ 6.1 โครงสร้างบทบาทและระบบการบริหารจัดการการศึกษามีความคล่องตัวชัดเจนและสามารถ ตรวจสอบได้ 6.2 ระบบการบริหารจัดการศึกษามีประสิทธิภาพและประสทิ ธิผลส่งผลต่อคุณภาพและมาตรฐาน การศึกษา 6.3 ทุกภาคส่วนของสังคมมีส่วนรว่ มในการจดั การศึกษาทีต่ อบสนองความต้องการของประชาชน และ พ้นื ท่ี 6.4 กฎหมายและรูปแบบการบริหารจัดการทรัพยากรทางการศึกษารองรบั ลักษณะตกต่างกันของ ผู้เรยี น สถานศึกษาและความต้องการกําลงั แรงงานของประเทศ 6.5 ระบบบริหารงานบุคคลของครูอาจารย์และบคุ ลากรทางการศกึ ษามีความเป็นธรรม สรา้ งขวญั กําลงั ใจ และส่งเสรมิ ให้ปฏบิ ตั งิ านไดอ้ ย่างเต็มตามศกั ยภาพ

9 นโยบายกระทรวงศกึ ษาธกิ าร จุดเนน้ เชิงนโยบายรัฐมนตรีว่าการกระทรวงศกึ ษาธิการ (นายธีระเกยี รติ เจรญิ เศรษฐศิลป์) 1. น้อมนําแนวพระราชดําริสืบสานพระราชปณิธานและพระบรมราโชบายด้านการศึกษา พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช และสมเดจ็ พระเจ้าอยู่หัวมหาวชิราลงกรณบดินทร เทพยวรางกูร มาขับเคล่อื นงานดา้ นการศึกษาให้เกดิ เป็นรูปธรรม เพราะพระราชปณิธานของพระองคท์ ่านถอื เป็นพรอันสูงสุด และมอบเปน็ นโยบาย เพอื่ เปน็ แนวทางในการปฏิบตั ิแกห่ น่วยงานในสงั กัด 2. การดําเนินการแผนยุทธศาสตร์ชาติระยะ 20 ปี กระทรวงศึกษาธิการจะดําเนินการตามแผน ยุทธศาสตร์ชาติระยะ 20 ปี (พ.ศ. 2561 – 2580) ภายใต้วิสัยทัศน์ “ประเทศมีความมั่นคง มั่งคั่ง ยั่งยืน เป็นประเทศพัฒนาแล้ว ด้วยการพัฒนาตามปรัชญาของ เศรษฐกิจพอเพียง” ซึ่งได้กําหนดไว้ในรัฐธรรมนูญ โดยยึดยทุ ธศาสตรช์ าติเปน็ จุดเน้นดา้ นการศกึ ษาทจ่ี ะ ดาํ เนนิ การ 6 ดา้ น คือ 2.1 ความมง่ั คง 2.2 การสรา้ งความสามารถในการแขง่ ขนั 2.3 การพฒั นาและเสริมสร้างศกั ยภาพคน 2.4 การสรา้ งโอกาสความเสมอภาคและความเท่าเทยี มกนั ทางสังคม 2.5 การสร้างการเตบิ โตบนคุณภาพชีวิตทเ่ี ป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม 2.6 การปรบั สมดุลและพัฒนาระบบการบริหารจดั การภาครฐั 3. จดุ เนน้ การดาํ เนินงานของกระทรวงศึกษาธกิ าร 3.1 ดาํ เนนิ การอยู่ภายใตแ้ ผนยทุ ธศาสตรช์ าตริ ะยะ 20 ปี (พ.ศ. 2561 – 2580) 3.2 ทุกโครงการของกระทรวงศกึ ษาธกิ ารต้องเน้นความโปร่งใส และต่อต้านการทจุ รติ คอรัปชน่ั 3.3 กระทรวงศึกษาธิการ ต้องมีคุณลักษณะ MM = Modernized MOE มีการดําเนินการสอดคล้อง กับรัฐธรรมนูญแหง่ ราชอาณาจักรไทย 3.4 ดําเนนิ การเร่งด่วนตามข้อสงั่ การของนายกรัฐมนตรใี หเ้ หน็ ผลการดําเนินการเปน็ รูปธรรม 4. จดุ เนน้ สาํ คญั นโยบาย แนวทางหลักการดาํ เนินงานและโครงการสาํ คัญของกระทรวงศึกษาธกิ าร 4.1 ด้านความมั่นคง แนวทางหลัก 4.1.1 พัฒนาหลกั สตู ร กระบวนการเรียนการสอน การเสริมสร้างความมั่นคงของสถาบันหลัก น้อมนําพระราชปณิธานและพระราชกระแส ด้านการศึกษา พัฒนาหลักสูตร การเรียนการสอนวิชาที่มีเนื้อหาเกี่ยวกับประวัติศาสตร์และสถาบัน พระมหากษัตริย์ - พัฒนากระบวนการเรียนการสอน เพื่อความปรองดองและสมานฉันท์เช่น กิจกรรม เพ่ือนชว่ ยเพื่อน 4.1.2 การบริหารจัดการ - การศกึ ษาจงั หวดั ชายแดนภาคใตแ้ ละพ้ืนท่ชี ายขอบ/ชายแดน - ปอ้ งกนั และแก้ไขปัญหายาเสพติดในสถานศึกษา 4.2 ด้านการผลติ พฒั นากําลังคนและสร้างความสามารถในการแข่งขนั แนวทางหลัก : ผลติ พัฒนากําลังคนและงานวจิ ัยที่สอดคล้องกับการพัฒนาประเทศ

10 4.2.1 การยกระดับมาตรฐานพฒั นาหลกั สตู ร สื่อ และครดู ้านภาษา - ยกระดับวิชาภาษาอังกฤษรองรับ Thailand 4.0 ในสถานศึกษาสังกัดสํานักงาน คณะกรรมการการศึกษาข้ันพื้นฐานอย่างต่อเนื่อง และสังกดั สาํ นักงานคณะกรรมการการอาชีวศึกษาโดยจัดทํา Echo English Vocational ซึ่งเป็น Application ภาษาอังกฤษ สําหรับนักเรียนอาชีวศึกษา และการอบรม โดย Boot Camp ตลอดจนพัฒนาทักษะภาษาอังกฤษของประชาชนในรูปแบบต่าง ๆ อาทิ หลักสูตร ภาษาอังกฤษ ระยะส้นั Application และส่อื ตา่ ง ๆ ทห่ี ลากหลาย - พัฒนาวิชาภาษาจีน โดยหลักการเดียวกับวิชาภาษาอังกฤษ ดําเนินการเป็นกลุ่มเล็ก โดยการสนับสนนุ ของสถานทูตสาธารณรฐั ประชาชนจนี - ขับเคล่อื นการจัดการเรยี นรูส้ ะเต็มศึกษา (STEM Education) เพอื่ แก้ปัญหาขาดแคลน บคุ ลากรสายวทิ ยาศาสตร์ของประเทศ - พัฒนาโรงเรียนวทิ ยาศาสตร์หลกั สูตรห้องเรียนพิเศษ เพื่อเสริมสร้างศักยภาพการแข่งขัน 4.2.2 ผลติ กาํ ลงั คนรองรับ New S-Curve โดยสานพลงั ประชารฐั ด้านการศึกษาและจดั การศึกษา ทวิภาคีอีกรูปแบบหนึ่งโดยใช้สถานการณ์จริงจากสถานประกอบการและชุมชน “ปรับโรงงานเป็นโรงเรียน” โดยมุ่งเน้นให้นักเรียน นักศึกษาได้ฝึกทักษะฝีมือควบคู่กับการฝึกทักษะการทํางานร่วมกับผู้อื่น เพื่อให้มี สมรรถนะ ท่ีเปน็ ไปตามความต้องการของสถานประกอบการ 4.2.3 ปรับปรุงกระบวนการเรียนการสอน เร่งรัดการพัฒนาอาจารย์เพื่อผลิตนวัตกรรม และ เทคโนโลยีรองรับอตุ สาหกรรมเป้าหมาย 10 อตุ สาหกรรมใหม่ 4.3 ดา้ นการพัฒนาและเสรมิ สรา้ งศักยภาพคน แนวทางหลัก 4.3.1 การพัฒนาหลักสตรู กระบวนการเรยี นการสอน การวัดและประเมินผล - การจดการศึกษาเด็กปฐมวัย 1) กระทรวงศึกษาธิการ รับผิดชอบดูเด็กระดับชั้นอนุบาล 1 ถึงระดับชั้นอนุบาล 3 (เด็กอาย 3 – 5 ปี) และจัดทำมาตรฐานผู้เรียน ครูสถานศึกษาและผู้บริหารเพื่อประกันคุณภาพให้แก่เด็ก ปฐมวยั ทกุ สงั กดั 2) หน่วยงานอ่ืน อาทกิ ระทรวงมหาดไทย รบั ผิดชอบดูเด็กของศูนย์พัฒนาเด็กเลก็ – การส่งเสริม ปลูกฝังคุณธรรม จริยธรรม 1) เรื่องคุณธรรม จริยธรรมเน้นการพัฒนาคุณลักษณะที่พึงประสงค์ในเด็กเยาวชน และ ต่อยอดการสร้างความดีซึ่งรูปแบบการสร้างความดีมีหลายรูปแบบทั้งกระบวนการลูกเสือ -เนตรนารีรวมทั้ง รปู แบบโรงเรียนคุณธรรม โรงเรียนวถิ ีพุทธ และโครงการยวุ ทตู ความดี 2) รณรงค์ให้เดก็ “เกลยี ดการโกง ความไมซ่ ือ่ สัตย์” - พัฒนา ปรับปรุงหลกั สูตร การเรยี นการสอน 1) หลักสตู รมคี วามยืดหยุน่ ชมุ ชนท้องถิน่ สามารถออกแบบหลักสูตรเองได้ 2) ปรับปรุงหลักสูตร โดยเพิ่ม 3 วิชา ซึ่งอยู่ในกรอบเดิม ได้แก่ วิชาภูมิศาสตร์ ICT และ Design and Technology โดยวิชา ICT และ Design and Technology เป็นการสนับสนุนช่วยเหลือจาก ประเทศอังกฤษและประเทศสหรัฐอเมรกิ า 3) แก้ไขปัญหาอ่านไม่ออกเขียนไม่ได้เน้นกิจกรรมการอ่านโดยเฉพาะการอ่าน ให้เดก็ อนุบาลฟงั และการปรับปรุงหอ้ งสมุด

11 4) เน้นการจดั การเรียนการสอน การคิดวเิ คราะห์ตามรปู แบบ Active Learning ในห้องเรยี นปกตแิ ละกิจกรรมเสรมิ โดยกจิ กรรมลดเวลาเรียน เพิม่ เวลารเู้ ปน็ กิจกรรม/วธิ ีการย่อย รวมท้ัง การรองรบั ผลการทดสอบ PISA และ STEM Education - การวัดและประเมินผล 1) การวางแผนการประเมนิ ผลนักเรียนนานาชาติ (PISA) เพ่อื ให้ผลคะแนนสงู ขึ้น 2) การประเมนิ ผล O-NET ในวชิ าสงั คมศึกษาใหส้ าํ นกั งานคณะกรรมการการศึกษาข้ันพื้นฐาน เปน็ ผปู้ ระเมินสาํ หรับวชิ าคณิตศาสตร์และวิทยาศาสตร์ให้สถาบันส่งเสริมการสอนวิทยาศาสตร์และ เทคโนโลยี เปน็ ผ้อู อกขอ้ สอบ 3) การออกข้อสอบวิชาคณติ ศาสตรแ์ ละวิทยาศาสตร์ดาํ เนินการในรปู คณะทํางานออกข้อสอบ 4.3.2 การผลติ พฒั นาครูคณาจารย์และบุคลากรทางการศกึ ษา - การสรรหาครู 1) โครงการผลิตครูเพื่อพัฒนาท้องถิ่น มอบให้สํานักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน และสํานักงานคณะกรรมการอาชีวศึกษา เป็นหน่วยงานหลักดําเนินการสรรหาครู (การผลิตรูปแบบสรรหา การบรรจุ แตง่ ตั้ง การติดตามพร้อมการพัฒนา) 2) เปดิ โอกาสให้คนเกง่ มาเปน็ ครู - ปรบั เกณฑ์การประเมนิ วิทยฐานะครูใหเ้ ปน็ การเชื่อมโยงกับการเรียนการสอนเพื่อให้ครู อยูใ่ นห้องเรียน - การพฒั นาครูการอบรมครู 1) หลักสูตรในการอบรมครูให้มีความเชื่อมโยงกับการได้รับวิทยฐานะและการได้รับ ใบอนุญาตประกอบวชิ าชีพครูโดยต้องเปน็ หลักสูตรที่ได้รบั การอนมุ ัติ/เห็นชอบ รวมท้ังการพัฒนาครูด้วยระบบ TEPE Online, การพฒั นาครูทงั้ ระบบ (คูปองครู) 2) หน่วยดําเนินการ ให้หน่วยงานกลางในการพัฒนาครูคณาจารย์และบุคลากร ทางการศกึ ษา ได้แก่สถาบนั อุดมศกึ ษา มหาวทิ ยาลยั และสถาบันพฒั นาครูคณาจารย์และบุคลากรทางการศึกษา 4.4 ดา้ นการสร้างโอกาส ความเสมอภาค และการลดความเหลือ่ มลำ้ ทางการศึกษา แนวทางหลัก : โอกาสและความเสมอภาคทางการศึกษา 4.4.1 สร้างโอกาสและความเสมอภาคทางการศึกษาโดยยกระดับคุณภาพสถานศึกษา ที่ต้องการความช่วยเหลือและพัฒนาเป็นพิเศษอย่างเร่งด่วน (ICU) รวมทั้งการดําเนินการตามแนวทาง No Child Left Behind คือ จัดทําข้อมูลเพื่อส่งต่อผู้เรียน การป้องกัน การติดตามเด็กออกกลางคันโดยชุมชน ผู้ปกครองร่วมรบั ผดิ ชอบ และ คัดกรองเด็กทม่ี ีความจําเป็นและต้องการเปน็ พเิ ศษ 4.4.2 เพ่ิมโอกาสทางการศึกษาผ่านเทคโนโลยีดิจิทัล โดยบูรณาการเทคโนโลยีดิจิทัลเพ่ือ การศึกษา ให้สามารถใช้ประโยชน์รวมกันทั้งด้านโครงสร้างพื้นฐานและระบบเครือข่าย ด้านระบบข้อมูล สารสนเทศเพอื่ การศกึ ษา ด้านสื่อและองคค์ วามรู้รวมถึงการพฒั นาบุคลากรให้ใช้เทคโนโลยีดจิ ทิ ัลอยา่ ง สร้างสรรค์และรู้เท่าทันการเปล่ยี นแปลง 4.4.3 จัดระบบการคัดเลือกเข้าเรียนมหาวิทยาลัย (Admission) เพื่อสร้างความเท่าเทียม ในการใช้สิทธเ์ิ ข้าศึกษาตอ่ ระดับอุดมศึกษาผ่านระบบ Clearing-House

12 4.5 ดา้ นการเสรมิ สรา้ งคณุ ภาพชีวติ ประชาชนทเี่ ป็นมิตรกบั ส่งิ แวดล้อม แนวทางหลัก : พฒั นาหลักสตรู กระบวนการเรยี นการสอน 4.5.1 โครงการธนาคารขยะ โดยโรงเรยี นและชุมชนรว่ มคัดแยกขยะ นํากลบั มาใช้ประโยชน์ 4.5.2 การสร้างจิตสํานึกการพัฒนาอย่างยั่งยืน เช่น โรงเรียนตามพระราชดําริ : ต้นแบบการ จดั การ สงิ่ แวดลอ้ ม 4.5.3 หลกั ปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพยี งโดยขยายผลบรรจุในหลกั สูตรทกุ ระดับ 4.6 ดา้ นการพฒั นาระบบและการบรหิ ารจดั การ แนวทางหลัก : พัฒนาระบบบริหารจัดการ 4.6.1 เรื่องกฎหมาย เตรียมความพร้อมเกยี่ วกับกฎหมายการศึกษา 4.6.2 ปรับปรุงระบบการบริหารงานบุคคลของขา้ ราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา 4.6.3 การจดั ต้ังกระทรวงอุดมศึกษา ทีเ่ ปน็ รปู ธรรม ชัดเจน 4.6.4 การขับเคลื่อนนโยบายระดับพื้นที่ให้สำนักงานศึกษาธิการภาคและสํานักงาน ศึกษาธิการ จังหวัด เปน็ ฐานในการขบั เคล่ือนนโยบายเพื่อพัฒนาคุณภาพการศึกษา 4.6.5 บริหารจดั การโรงเรียนแมเ่ หลก็ และโรงเรยี นขนาดเลก็ 5. การขับเคล่ือน กํากับและการติดตาม การนำจดุ เน้นเชงิ นโยบายรัฐมนตรีว่าการกระทรวงศกึ ษาธิการ ไปปฏิบัติให้ส่วนราชการ หน่วยงานในสังกัดกระทรวงศึกษาธิการ จัดทําแผนปฏิบัตกิ ารตามจุดเน้นเชิงนโยบาย รฐั มนตรวี ่าการกระทรวงศกึ ษาธิการระดับกระทรวงและระดบั หนว่ ยงานท่ีสอดคลอ้ งกับยทุ ธศาสตรช์ าติ 6 ดา้ น นโยบายสํานักงานคณะกรรมการการศึกษาขัน้ พ้ืนฐาน ก. บทนาํ รัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พ.ศ. 2560 ได้บัญญัติไว้ในมาตรา 54 ว่า “รัฐต้องดําเนินการ ให้เด็กทุกคนได้รับการศึกษาเป็นเวลาสิบสองปีตั้งแต่ก่อนวัยเรียนจนจบการศึกษาภาคบังคับอย่างมีคุณภาพ โดยไม่เก็บค่าใช้จ่าย” และคําสั่งหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติที่ 28/2559 เรื่อง ให้จัดการศึกษาข้ันพื้นฐาน 15 ปีโดยไม่เก็บค่าใช้จ่าย ได้มีคําสั่งไว้ในข้อ 3 ว่า “ให้ส่วนราชการที่เกี่ยวข้องกับการจัดการศึกษาขั้นพื้นฐาน ดําเนินการจดั การศึกษาข้ันพ้นื ฐาน 15 ปใี หม้ มี าตรฐานและคณุ ภาพ โดยไม่เก็บค่าใชจ้ ่าย” สาํ นักงานคณะกรรมการการศกึ ษาขัน้ พนื้ ฐานได้ตระหนักถึงภารกิจท่ีสําคัญในการพฒั นาประชากร ของชาติให้เป็น “คนไทยในอนาคตจะต้องมีความพร้อมทั้งกาย ใจ สติปัญญา มีพัฒนาการที่ดีรอบด้านและ มีสุขภาวะที่ดีในทุกช่วงวัย มีจิตสาธารณะ รับผิดชอบต่อสังคมและผู้อื่น มัธยัสถ์อดออม โอบอ้ อมอารีมีวินัย รกั ษา ศลี ธรรม และเป็นพลเมืองดีของชาตมิ หี ลักคิดที่ถูกต้อง มที กั ษะท่ีจําเป็นในศตวรรษท่ี 21 มีทักษะสื่อสาร ภาษาอังกฤษและภาษาที่ 3 และอนุรักษ์ภาษาท้องถิ่น มีนิสัยรักการเรียนรู้และการพัฒนาตนเองอย่างต่อเน่อื ง ตลอดชวี ติ ส่กู ารเปน็ คนไทย ที่มที ักษะสูง เปน็ นวัตกร นักคิด ผปู้ ระกอบการ เกษตรกรยุคใหม่และอ่ืน ๆ โดยมี สมั มาชีพตามความถนดั ของตนเอง” นโยบายสํานักงานคณะกรรมการการศึกษาขนั้ พื้นฐาน ปีงบประมาณ พ.ศ. 2563 โดยได้ทําการศึกษา วิเคราะห์นโยบายการพัฒนาทรัพยากรมนุษย์ของรัฐบาลจากยุทธศาสตร์ชาติ (พ.ศ. 2561-2580) ซึ่งจะตอ้ งนําไปสู่การปฏิบัติเพ่ือให้ประเทศไทยบรรลวุ ิสยั ทัศน์ “ประเทศไทย มีความม่ันคง มั่งคั่ง ยั่งยืน เป็นประเทศพัฒนาแล้ว ด้วยการพัฒนาตามหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง” แผนพัฒนา เศรษฐกิจ และสังคมแห่งชาติฉบับที่ 12 (พ.ศ. 2560-2564) ได้กําหนดทิศทางของแผนพัฒนาเศรษฐกิจและ สังคมแหง่ ชาติ ในระยะ 5 ปดี ้านการศึกษาไวด้ งั น้ี

13 1) ใหม้ ีการยกระดบั คุณภาพการศึกษาและการเรียนรู้ใหม้ ีคุณภาพ เท่าเทยี ม และท่ัวถึง 2) การพฒั นาศักยภาพคนในทุกชว่ งวัยใหส้ นบั สนนุ การเจริญเตบิ โตของประเทศ และ 3) การพัฒนา ผลิตภาพแรงงาน เป็นการสร้างความร่วมมือระหว่างภาครัฐและภาคเอกชน ในการพัฒนากําลังคนและแรงงาน แผนการศึกษาแห่งชาติพ.ศ. 2560-2579 ซึ่งแนวคิดการจัดการศึกษา โดยยึดหลักสําคัญในการจัดการศึกษา ประกอบด้วย หลักการจัดการศึกษาเพื่อปวงชน (Education for All) หลักการจัดการศึกษาเพื่อความเท่าเทียม และทั่วถึง (Inclusive Education) หลักปรัชญาของเศรษฐกิจ พอเพียง (Sufficiency Economy) และหลักการ มีส่วนร่วมของทุกภาคส่วนของสังคม (All for Education) อีกทั้งยึดตามเป้าหมายโลกเพื่อการพัฒนาที่ยั่งยืน (Sustainable Development Goals: SDGs, 2030) ประเด็นภายในประเทศ (Local Issues) เช่น คุณภาพของคนทุกช่วงวัย การเปลี่ยนแปลงโครงสร้างประชากร ของประเทศ ความเหลื่อมล้ำของการกระจายรายได้ และวิกฤติด้านสิ่งแวดล้อม โดยนํายุทธศาสตร์ชาติ (National Strategy) มาเปน็ กรอบความคดิ สาํ คัญในการจัดทาํ แผนการศึกษาแห่งชาติและการปฏริ ูปการศึกษา ตามแนวทางของคณะกรรมการอสิ ระเพ่ือปฏริ ูปการศกึ ษา สํานักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน จึงได้กําหนดนโยบายสํานักงานคณะกรรมการ การศึกษาขั้นพื้นฐาน ปีงบประมาณ พ.ศ.2563 เพื่อเป็นการเตรียมความพร้อมที่จะเข้าสู่ยุคของ การเปลี่ยนแปลงการจัดการศึกษาของประเทศครั้งสําคัญที่จะพัฒนาประชากรในวัยเรียนทุกคนและ ทุกกลุ่มเป้าหมาย ซึ่งหมายรวมถึงกลุ่มผู้เรียนที่มีความต้องการจําเป็นพิเศษ กลุ่มชาติพันธุ์กลุ่มผู้ด้อยโอกาส และ กลุ่มที่อยู่ในพื้นที่ห่างไกล ทุรกันดาร ให้มีความพร้อมทั้งกาย ใจ สติปัญญา มีสุขภาวะที่ดีในทุกช่วงวัย มีจิตสาธารณะ รับผิดชอบต่อสังคม และผู้อื่น มัธยัสถ์อดออม โอบอ้อมอารีมีวินัย รักษาศีลธรรม และ เปน็ พลเมืองดขี องชาติและพลเมืองโลกท่ีดี มหี ลักคดิ ทถ่ี กู ตอ้ ง มที กั ษะที่จาํ เป็นในศตวรรษท่ี 21 มที ักษะส่ือสาร ภาษาอังกฤษและภาษาที่ 3 และอนุรักษ์ภาษาท้องถิ่น มีนิสัยรักการเรียนรู้และการพัฒนาตนเองอย่างต่อเนื่อง ตลอดชวี ิต สกู่ ารเปน็ คนไทยและพลโลกท่ีมีทักษะการคิดขั้นสูง เป็นนวัตกรนักคิด ผูป้ ระกอบการเกษตรกรยุคใหม่ โดยมีสัมมาชีพตามความถนัดของตนเอง โดยได้กําหนดนโยบาย วิสัยทัศน์พันธกิจ กลยุทธ์เป้าประสงค์และ แนวทางในการดาํ เนนิ การ ดงั น้ี ข. วิสยั ทศั น์ สร้างคุณภาพทุนมนุษย์ สู่สังคมอนาคตยั่งยืน ค. พันธกจิ 1. จัดการศึกษาเพื่อเสริมสร้างความมั่นคงของสถาบันหลักของชาติและการปกครองในระบอบ ประชาธปิ ไตยอันมพี ระมหากษัตรยิ ์ทรงเป็นประมุข 2. พฒั นาศกั ยภาพผเู้ รยี นเพ่อื เพิ่มขีดความสามารถในการแขง่ ขันโดยพัฒนาคุณภาพผเู้ รียน ใหม้ ีความร้ทู กั ษะวิชาการ ทกั ษะชวี ติ ทกั ษะวิชาชพี คุณลักษณะในศตวรรษท่ี 21 3. ส่งเสรมิ การพัฒนาครแู ละบคุ ลากรทางการศึกษาใหเ้ ป็นมืออาชีพ 4. สร้างโอกาส ความเสมอภาคลดความเหลื่อมล้ำ ให้ผู้เรียนทุกคนได้รับบริการทางการศึกษา อย่างทว่ั ถึงและเทา่ เทียม 5. ส่งเสริมการจดการศึกษาเพื่อพัฒนาคุณภาพชีวติ ที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม ยึดหลักปรัชญาของ เศรษฐกิจพอเพยี ง และเป้าหมายโลกเพือ่ การพัฒนาทีย่ ง่ั ยนื (SDGs) 6. พัฒนาระบบบริหารจัดการแบบบูรณาการ และส่งเสริมให้ทุกภาคส่วนมีส่วนร่วมในการ จัดการศกึ ษา

14 ง. เป้าหมาย 1. ผู้เรียน เป็นบุคคลแห่งการเรียนรู้คิดริเริ่มและสร้างสรรค์นวัตกรรม มีความรู้มีทักษะและ คณุ ลักษณะของผู้เรียนในศตวรรษท่ี 21 มสี ุขภาวะทเ่ี หมาะสมตามวยั มคี วามสามารถในการ พง่ึ พาตนเอง และ ปรับตวั ต่อ เปน็ พลเมืองและพลโลกทีด่ ี 2. ผู้เรียนที่มีความต้องการจําเป็นพิเศษ กลุ่มชาติพันธุ์กลุ่มผู้ด้อยโอกาส และกลุ่มที่อยู่ในพื้นที่ หา่ งไกลทรุ กันดารได้รับการศกึ ษาอย่างทั่วถึง เทา่ เทยี ม และมีคุณภาพ พร้อมก้าวส่สู ากล ตามหลักปรัชญาของ เศรษฐกิจพอเพยี ง 3. ครูเป็นผู้เรียนรู้มีจิตวิญญาณความเป็นครูมีความแม่นยําทางวิชาการ และมีทักษะการจัดการ เรยี นรู้ท่ีหลากหลายตอบสนองผูเ้ รยี นเป็นรายบุคคล เป็นผ้สู ร้างสรรคน์ วตั กรรม และทกั ษะในการ ใชเ้ ทคโนโลยี 4. ผู้บริหารสถานศึกษา มีความเป็นเลิศส่วนบุคคล คิดเชิงกลยุทธ์และนวัตกรรม มีภาวะผู้นํา ทางวชิ าการ มสี าํ นึกความรับผิดชอบ (Accountability) และการบริหารแบบรว่ มมอื 5. สถานศกึ ษา มีความเปน็ อสิ ระในการบรหิ ารงานและจัดการเรียนรู้รว่ มมือกบั ชุมชน ภาคเอกชน และผู้เกี่ยวข้องในการจัดการศึกษาระดับพื้นที่ จัดสภาพแวดล้อมในโรงเรียนเพื่อการเรียนรู้ ในทุกมิติ เป็นโรงเรียนนวัตกรรม 6. สํานกั งานเขตพ้ืนท่ีการศึกษา มกี ารบริหารงานเชิงบูรณาการ เปน็ สาํ นักงานแห่งนวัตกรรมยุคใหม่ ใชข้ อ้ มูลสารสนเทศและการวิจัยและพัฒนาในการขบั เคล่ือนคุณภาพ กํากับ ตดิ ตาม ประเมนิ และ รายงานผลอยา่ งเป็นระบบ 7. สาํ นกั งานส่วนกลาง ปรับเปลย่ี นวฒั นธรรมการทํางาน โดย กระจายอํานาจการบรหิ ารงานและ การจดั การศึกษาใหส้ ถานศกึ ษา บริหารเชิงบูรณาการ มีระบบข้อมูลสารสนเทศท่มี ปี ระสิทธิภาพ กํากบั ติดตาม ประเมินผล และการรายงานผลอย่างเปน็ ระบบ ใช้วิจัยและนวตั กรรมในการ ขับเคลอื่ นคณุ ภาพ จ. นโยบายสาํ นักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพน้ื ฐาน นโยบายที่ 1 จดั การศกึ ษาเพอื่ ความมั่นคง นโยบายท่ี 2 พฒั นาคณุ ภาพผู้เรียน นโยบายท่ี 3 พฒั นาผู้บริหาร ครูและบคุ ลากรทางการศึกษา นโยบายที่ 4 สร้างโอกาสในการเข้าถึงบริการการศึกษาที่มีคุณภาพ มีมาตรฐาน และลดความ เหล่ือมล้ำทางการศึกษา นโยบายที่ 5 เพ่มิ ประสทิ ธิภาพการบริหารจดั การ ฉ. กลยุทธ์เชงิ นโยบาย นโยบายท่ี 1 จดั การศกึ ษาเพอื่ ความมั่นคง 1. บทนํา การจัดการศึกษาเพื่อความมั่นคง จะเน้นการจัดการศึกษาเพื่อพัฒนาคุณภาพผู้เรียน ในเขตพื้นที่พิเศษเฉพาะ ที่มีความยากลําบากในการบริหารจัดการ เช่น การจัดศึกษาของสถานศึกษาในเขต พัฒนาพิเศษเฉพาะกิจ จังหวัดชายแดนภาคใต้และการจัดการศึกษาเพื่อเสริมสร้างคุณภาพของประชากรวัยเรียน กลุ่มชาติพันธุ์กลุ่มท่ี ด้อยโอกาส และกลุ่มที่อยู่ในพื้นที่ห่างไกลทุรกันดาร เช่น พื้นที่สูง ชายแดน ชายฝั่งทะเล และเกาะแก่ง เพือ่ สรา้ ง ความมงั่ คงของประเทศในระยะยาว

15 2. เป้าประสงค์ 1. ผู้เรียนทุกคนมีความรักในสถาบันหลักของชาติและยึดมั่นการปกครองระบอบ ประชาธิปไตย อันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข มีทัศนคติที่ถูกต้องต่อบ้านเมือง มีหลักคิดที่ถูกต้องและ เปน็ พลเมอื งดขี องชาติ และการพลเมอื งโลกท่ดี ี (Global Citizen) 2. ผู้เรียนทุกคนมีคุณธรรม จริยธรรม มีค่านิยมที่พึงประสงค์มีจิตสาธารณะ รับผิดชอบ ตอ่ สังคม และผอู้ ่นื มัธยสั ถ์อดออม โอบอ้อมอารมี วี นิ ัย รักษาศลี ธรรม 3. ผู้เรียนในเขตพัฒนาพิเศษเฉพาะกิจจังหวัดชายแดนภาคใต้และเขตพื้นที่พิเศษเฉพาะ ไดร้ บั การบริการการศึกษาข้นั พนื้ ฐานท่ีมีคณุ ภาพเหมาะสมกับสังคมพหวุ ฒั นธรรม 4. เสริมสร้างคุณภาพประชากรวัยเรียนกลุ่มชาติพันธุ์กลุ่มทีด่ ้อยโอกาส และกลุ่มที่อยู่ใน พื้นที่ห่างไกลสูงในถิ่นทุรกันดาร อาทิพื้นที่สูง ชายแดน ชายฝั่งทะเล และเกาะแก่ง เพื่อสร้างความมั่งคง ของประเทศ ในระยะยาว 3. ประเด็นกลยุทธ์ 3.1 พัฒนาผู้เรียนทุกคนให้มีความรักในสถาบันหลักของชาติและยึดมั่นการปกครอง ระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข มีทัศนคติที่ดีต่อบานเมือง มีหลักคิดที่ถูกต้อง เปน็ พลเมือง ดีของชาติและพลเมืองโลกที่ดี มคี ุณธรรม จริยธรรม 3.1.1 ตวั ช้ีวดั (1) รอ้ ยละของผเู้ รียนที่มีพฤติกรรมที่แสดงออกถึงความรักในสถาบันหลักของชาติ ยึดมัน่ การปกครองระบอบประชาธปิ ไตยอันมพี ระมหากษตั ริยท์ รงเป็นประมขุ (2) ร้อยละของผู้เรียนท่ีมีพฤติกรรมทแ่ี สดงออกถึงการมีทัศนคติที่ดีต่อบ้านเมือง มีหลกั คดิ ทถ่ี ูกตอ้ ง เป็นพลเมืองดขี องชาติมคี ุณธรรม จรยิ ธรรม (3) ร้อยละของสถานศึกษาที่ปรับปรุงหลักสูตร จัดบรรยากาศสิ่งแวดล้อม และ จัดกิจกรรมการ เรียนรู้ให้ผู้เรียนแสดงออกถึงความรักในสถาบันหลักของชาติยึดมั่นการปกครองระบอบ ประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเปน็ ประมุข มีทศั นคตทิ ดี่ ีต่อบ้านเมือง มหี ลกั คิดท่ีถูกต้องเป็นพลเมืองดี ของชาตมิ ีคณุ ธรรม จริยธรรม (4) ร้อยละของสถานศึกษาที่น้อมนําพระบรมราโชบายด้านการศึกษาของในหลวง รัชกาลที่ 10 และหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง ไปพัฒนาผู้เรียนให้มีคุณลักษณะอันพึงประสงค์ตามที่กําหนด ได้อยา่ งมปี ระสิทธภิ าพ 3.1.2 แนวทางการดาํ เนินการ (1) ส่งเสริม และสนับสนุนให้สถานศึกษาปรับปรุงหลักสูตร จัดบรรยากาศ สิ่งแวดล้อม และจัดกิจกรรมการเรียนรู้ให้ผู้เรียนแสดงออกถึงความรักในสถาบันหลักของชาติยึดมั่น การปกครองระบอบประชาธิปไตย อันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข มีทัศนคติที่ดีต่อบ้านเมือง มีหลักคิด ท่ถี ูกตอ้ งเป็นพลเมอื งดีของชาตแิ ละ พลเมอื งโลกท่ดี มี ีคุณธรรม จริยธรรม (2) ส่งเสริม สนับสนุนให้สถานศึกษาน้อมนําพระบรมราโชบายด้านการศึกษา ของในหลวงรัชกาลที่ 10 และหลกั ปรัชญาของเศรษฐกจิ พอเพียงไปบูรณาการจัดกิจกรรมการเรียนรู้เพื่อพัฒนา ผู้เรียนมคี ุณลกั ษณะอนั พงึ ประสงคต์ ามทีก่ ําหนด

16 3.2 พฒั นาการศึกษาของสถานศกึ ษาในเขตพัฒนาพิเศษเฉพาะกิจจงั หวดั ชายแดนภาคใต้ 3.2.1 ตวั ช้วี ดั (1) ผลสัมฤทธ์ทิ างการเรียนร้ขู องผ้เู รียนสงู ขนึ้ (2) ร้อยละของสถานศึกษาในเขตพัฒนาพิเศษเฉพาะกิจจังหวัดชายแดนภาคใต้ จัดการเรียนร้ใู ห้แก่ผ้เู รียนโดยการบรู ณาการหลักสตู รให้สอดคลอ้ งกบั สงั คม วัฒนธรรม และภาษาของทอ้ งถน่ิ (3) ผู้เรียนในเขตพัฒนาพิเศษเฉพาะกิจจังหวัดชายแดนภาคใต้ได้รับบริการ การศึกษาข้ันพืน้ ฐานทีม่ ีคุณภาพ 3.2.2 แนวทางการดําเนินการตามยุทธศาสตร์การศึกษาเขตพัฒนาพิเศษเฉพาะกิจ จังหวัดชายแดนภาคใต้ 20 ปี (พ.ศ. 2561 - 2580) ของกระทรวงศกึ ษาธกิ าร 6 ยทุ ธศาสตร์ได้แก่ (1) การศึกษาเพอื่ เสริมสรา้ งความม่นั คง (2) การพฒั นาศักยภาพคนทกุ ชว่ งวยั และการสรา้ งสังคมแห่งการเรียนรู้ (3) การผลิตและพัฒนากําลังคนให้มสี มรรถนะในการแขง่ ขัน (4) การสร้างโอกาสความเสมอภาคและเทา่ เทยี มกันทางการศึกษา (5) การศึกษาเพ่อื เสรมิ สรา้ งคุณภาพชวี ิตที่เป็นมิตรกบั สงิ่ แวดล้อม (6) การพัฒนาระบบการบริหารจัดการศึกษา ทัง้ นี้ดาํ เนินการในลักษณะบูรณาการ ร่วมกนั ของหนว่ ยงานกระทรวงศกึ ษาธิการ และหนว่ ยงานท่ี เกี่ยวข้องในพ้ืนทจี่ ังหวดั ชายแดนภาคใต้ 3.3 ส่งเสริมและสนับสนุนให้ผู้เรียนในเขตพื้นที่เฉพาะ กลุ่มชาติพันธุ์กลุ่มที่ด้อยโอกาส และกลุ่มที่อยู่ในพื้นที่ห่างไกลทุรกันดาร เช่น พื้นที่สูง ชายแดน ชายฝั่งทะเล และเกาะแก่งได้รับการบริการ ดา้ นการศกึ ษาขนั้ พนื้ ฐาน ท่มี คี ณุ ภาพ และเหมาะสมตรงตามความต้องการ 3.3.1 ตวั ชว้ี ดั (1) จํานวนผู้เรียนบ้านไกลได้รับโอกาสทางการศึกษาจากการได้เข้าพัก ในโรงเรียนทมี่ ีหอพกั นอน หรือ การสนับสนนุ การเดินทางจากบา้ นถึงโรงเรียนอยา่ งปลอดภยั (2) จาํ นวนสถานศึกษาได้รับการสนับสนุนงบประมาณเพื่อใช้ในการประกอบอาหาร การพัฒนาทักษะชวี ติ และการพัฒนาสภาพหอพักนอนใหม้ ีคุณภาพที่ดีอย่างเหมาะสม (3) จํานวนผู้เรียนได้รับการพัฒนาคุณภาพทั้งด้านทักษะวิชาการ ทักษะชีวิต และทกั ษะอาชีพ ที่ เหมาะสมกบั บริบท (4) จํานวนผู้บริหาร ครูในสถานศึกษา/ห้องเรียนสาขา และที่ดูแลหอพักนอน ที่มีนกั เรียนกลุ่ม ชาติพนั ธ์กุ ลุ่มท่ีดอ้ ยโอกาส กลมุ่ ทอ่ี ยูใ่ นพ้นื ทีห่ ่างไกลทุรกันดารไดร้ บั การพฒั นา และสวัสดิการทเี่ หมาะสมกับบรบิ ท (5) จํานวนผู้เรียนกลุ่มชาติพนั ธุก์ ลุ่มทีด่ ้อยโอกาส และกลุ่มที่อยู่ในพื้นที่ห่างไกล ทรุ กันดารไดร้ บั การสง่ เสรมิ การเรียนรู้ที่มีคุณภาพ และเกดิ จติ สาํ นึกรักในสถาบนั ชาติ ศาสนา พระมหากษัตรยิ ์ (6) การบรหิ ารจดั การศึกษาในสถานศึกษาที่มีผเู้ รยี นกลุ่มชาติพันธ์ุกลุ่มที่ด้อยโอกาส และกล่มุ ท่ี อยใู่ นพืน้ ท่หี ่างไกลทุรกันดาร ได้รับการปรับปรงุ และมรี ูปแบบทีม่ ีประสทิ ธภิ าพ (7) ผู้เรียนกลุ่มชาติพันธุ์กลุ่มที่ด้อยโอกาส และกลุ่มที่อยู่ในพื้นที่ห่างไกล ทรุ กนั ดารมผี ลสัมฤทธส์ิ ูงข้นึ

17 3.3.2 แนวทางการดําเนินการ (1) สนับสนุนงบประมาณในการพัฒนาครูและบุคลากรทางการศึกษาในพื้นท่สี ูง ในถ่นิ ทรุ กันดาร ชายแดน ชายฝ่งั ทะเล และเกาะแกง่ ตามความจําเป็นและเหมาะสมกบั บรบิ ท (2) สนับสนุนงบประมาณในการพัฒนาครูและบุคลากรทางการศึกษาที่ดูแล หอพักนอนตามความจาํ เป็น และเหมาะสมกับบริบท (3) จัดสรรงบประมาณเพิ่มเติมให้สถานศึกษาในกลุ่มโรงเรียนพื้นที่สูง ในถิ่นทุรกันดารชายแดน ชายฝั่งทะเล และเกาะแก่ง ให้จัดการเรียนรู้ที่มีคุณภาพ และเกิดจิตสํานึกรัก ในสถาบันชาติศาสนา พระมหากษัตริย์ (4) สร้างเวทีการแลกเปลี่ยนเรียนรู้ในประเด็น “การพัฒนาการจัดการศึกษา ที่เหมาะสมกับสภาพ บริบทของพื้นที่สงู ในถิน่ ทุรกันดาร ชายแดน ชายฝั่งทะเล และเกาะแก่ง ควรทําอยา่ งไร” ผ่านช่องทางจัดเวที เสวนา การแสดงนิทรรศการ การติดต่อสื่อสารผ่านช่องทางออนไลน์ต่าง ๆ เช่น การสร้าง Website Facebook และ Line เป็นต้น (5) พัฒนารูปแบบและวิธีการจัดการเรียนรู้สื่อการเรียนรู้และการวัด และประเมินผลที่เหมาะสม สําหรับการพัฒนาศักยภาพสูงสุดของผู้เรียนกลุ่มชาติพันธุ์กลุ่มที่ด้อยโอกาส และ กลมุ่ ท่อี ยูใ่ นพื้นทหี่ า่ งไกลทุรกนั ดาร (6) พฒั นาครใู หม้ ีทักษะการสอนภาษาไทย สาํ หรับเดก็ ทีใ่ ช้เปน็ ภาษาท่ี 2 (7) ส่งเสริมการจัดการเรียนรู้โดยใช้ชุมชนเป็นฐาน ในการพัฒนาทักษะวิชาการ ทักษะชวี ิต ทักษะอาชีพ และภาษาท่ี 3 ที่สอดคลอ้ งและเหมาะสมกับสังคมพหุวัฒนธรรม นโยบายท่ี 2 พฒั นาคณุ ภาพผู้เรยี น 1. บทนาํ การพัฒนาคุณภาพผู้เรียน มุ่งเน้นพัฒนาประชากรวัยเรียนทุกคนและทุกกลุ่มเป้าหมาย ซง่ึ หมายรวมถงึ กลมุ่ ผู้เรียนที่มีความต้องการจาํ เปน็ พเิ ศษ กลมุ่ ชาตพิ ันธก์ุ ลุม่ ผูด้ ้อยโอกาส และกลมุ่ ท่ีอยู่ในพ้ืนที่ ห่างไกลทุรกันดาร ในทุกมิติโดยมีเป้าหมาย เพื่อให้ผู้เรียนมีความรักในสถาบนั หลักของชาติยดึ มั่นการปกครอง ระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข มีทัศนคติที่ถูกต้องต่อบ้านเมือง เป็นพลเมืองดี ของชาติและเป็นพลโลกทด่ี ี มคี ุณธรรม จรยิ ธรรม มีทกั ษะทจี่ ําเป็นในศตวรรษท่ี 21 มีความเปน็ เลิศทางวชิ าการ มีทักษะวิชาชีพ และมีทักษะ ชีวิตที่เหมาะสมสอดคล้องกับสังคมปัจจุบัน โดยการพัฒนาระบบการเรียนรู้ท่ี ตอบสนองตอ่ การเปล่ยี นแปลง ในศตวรรษที่ 21 2. เป้าประสงค์ 1. ผู้เรียนทุกคนได้รับการพัฒนาและสร้างเสริมศักยภาพในแต่ละช่วงวัยอย่างมีคุณภาพ มีทักษะที่จําเป็นในศตวรรษที่ 21 มีความเป็นเลิศทางด้านวิชาการ มีทักษะสื่อสารภาษาอังกฤษและภาษาที่ 3 มีนิสัยรักการเรียนรู้และ การพัฒนาตนเองอย่างต่อเนื่องตลอดชีวิต และมีทักษะอาชีพตามความต้องการและ ความถนัด 2. ผู้เรียนที่มีความต้องการจําเป็นพิเศษ มีพัฒนาการตามศักยภาพของแต่ละบุคคล ทั้งในด้านที่มีพัฒนาการปกติและด้านที่มีความบกพร่องหรือความแตกต่างทางการเรียนรู้หรือความสามารถ พิเศษ ตามที่ระบุไว้ ในแผนการจัดการศึกษาเฉพาะบุคคลหรือแผนการให้บริการช่วยเหลือเฉพาะครอบครัว ซึง่ จดั ทําข้ึนบนพ้ืนฐาน ความต้องการจาํ เปน็ เฉพาะของผู้เรียน

18 3. ผู้เรียนที่มีความต้องการจําเป็นพิเศษ มีความพร้อมสามารถเข้าสู่บริการช่วงเชื่อมต่อ (Transitional Services) หรือการส่งต่อ (Referral) เข้าสู่การศึกษาในระดับเดียวกันและที่สูงข้ึน หรือการอาชีพ หรือการดาํ เนินชวี ิตในสังคมไดต้ ามศักยภาพของแตล่ ะบุคคล 4. ผู้เรียนทุกคนมีทักษะชีวิต มีสุขภาวะที่เหมาะสมตามวัย มีความเข้มแข็ง อดทน และสามารถพึ่งตนเองได้ในสังคมอนาคตที่ซับซ้อนและการป้องกันตนเองจากภัยคุกคามรูปแบบใหม่สามารถ ปอ้ งกันตนเองจากปัญหายาเสพติดได้ 3. ประเดน็ กลยุทธ์ 3.1 ปรับปรุง และพัฒนาหลักสูตรทุกระดับการศึกษา ให้เอื้อต่อการพัฒนาสมรรถนะ ผู้เรียนเป็นรายบุคคล ทักษะที่จําเป็นในศตวรรษที่ 21 นําไปสู่การจัดการศึกษาเพื่อการมีงานทํา (Career Education) 3.1.1 ตัวชว้ี ัด (1) ร้อยละของสถานศึกษาพฒั นาหลักสตู รการศึกษาข้ันพืน้ ฐาน ใหส้ อดคลอ้ งกับ ทักษะการเรียนรู้ในศตวรรษที่ 21 โดยเน้นการพัฒนาสมรรถนะผู้เรียนเป็นรายบุคคล เพื่อส่งเสริมให้ผู้เรียน มีหลกั คิดท่ถี กู ต้อง รกั ในสถาบนั หลกั ของชาตแิ ละยึดม่นั การปกครองระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ ทรงเป็นประมุข เป็นพลเมืองดีของชาติและพลเมืองโลกที่ดีมีความเป็นเลิศทางด้านวิชาการ มีทักษะชีวิต และทักษะอาชพี ตามความต้องการ และมีทักษะในการป้องกนั ตนเองจากภยั คุกคามรปู แบบใหม่ (2) ร้อยละของสถานศึกษาที่มีการพัฒนาหลักสูตรสถานศึกษาให้สอดคล้องกับ ความตอ้ งการของผู้เรียนและพน้ื ท่ี 3.1.2 แนวทางการดาํ เนินการ (1) พัฒนาหลักสูตรระดบั การศึกษาขน้ั พืน้ ฐาน ให้สอดคลอ้ งกบั ทักษะการเรียนรู้ ในศตวรรษที่ 21 โดยเน้นการพัฒนาสมรรถนะผู้เรียนเป็นรายบุคคล เพื่อส่งเสริมให้ผู้เรียน มีหลักคิดที่ถูกต้อง รักในสถาบันหลักของ ชาติและยึดมั่นการปกครองระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข และเป็นพลเมืองดีของชาติ และพลเมืองโลกทีดีมีความเป็นเลิศทางด้านวิชาการ มีทักษะชีวิตและทักษะอาชีพ ตามความต้องการ และมีทักษะ ชวี ิตในการปอ้ งกันตนเองจากภัยคุกคามรูปแบบใหม่ (2) ปรับปรุงหลกั สูตรปฐมวยั เพอ่ื ให้เดก็ ไดร้ บการพฒั นาท้งั 4 ด้าน สอดคลอ้ งกับ ทกั ษะการเรยี นรู้ ในศตวรรษที่ 21 (3) สง่ เสรมิ สนบั สนนุ ให้สถานศกึ ษาพฒั นาหลกั สูตรสถานศกึ ษาและปรบั เปล่ียน การจดั การ เรียนรู้ใหต้ อบสนองต่อความตอ้ งการของผเู้ รยี นและบรบิ ทของพน้ื ที่ (4) ส่งเสริม สนับสนุนให้สถานศึกษาจัดทําแผนการจัดการศึกษาเฉพาะบุคคล หรอื แผนการใหบ้ ริการชว่ ยเหลือเฉพาะครอบครวั ซึง่ จดั ทาํ ข้นึ บนพ้ืนฐานความตอ้ งการจําเปน็ เฉพาะของผู้เรียน ทมี่ คี วามต้องการจาํ เป็นพิเศษ หรอื ความสามารถพเิ ศษ 3.2 พัฒนาคุณภาพของผู้เรียนให้มีทักษะการเรียนรู้ในศตวรรษที่ 21 มีความเป็นเลิศ ดา้ นวิชาการนําไปสูก่ ารสร้างขีดความสามารถในการแข่งขัน 3.2.1 ตวั ชีว้ ัด (1) ด้านผู้เรยี น 1) ร้อยละของผู้เรียนระดับปฐมวัย ได้รับการพัฒนาร่างกาย จิตใจ วินัย อารมณส์ ังคม และ สติปญั ญา และมคี วามพรอ้ มท่ีจะเข้ารับการศึกษาในระดบั ทีส่ งู ขึ้น

19 2) ร้อยละของผู้เรียนระดับการศึกษาขั้นพื้นฐานได้รับการพัฒนาร่างกาย จิตใจ วนิ ยั อารมณ์ สงั คม และสตปิ ญั ญา มีพฒั นาการทด่ี ีรอบดา้ น 3) ร้อยละของผเู้ รยี นที่อ่านออกเขยี นได้คิดเลขเป็น และมีนสิ ัยรักการอา่ น 4) ร้อยละของผู้เรยี นที่มที กั ษะการคดิ วเิ คราะห์ 5) ร้อยละของผู้เรียนที่ผ่านการประเมินสมรรถนะที่จําเป็นด้านการรู้เรื่อง การอา่ น (Reading Literacy) 6) ร้อยละของผู้เรียนที่ผ่านการประเมินสมรรถนะที่จําเป็นด้านการรู้เรื่อง คณิตศาสตร์ (Mathematical Literacy) 7) ร้อยละของผู้เรียนที่ผ่านการประเมินสมรรถนะที่จําเป็นด้านการรู้เรื่อง วทิ ยาศาสตร์ (Scientific Literacy) 8) รอ้ ยละของผู้เรยี นที่มีทกั ษะส่ือสารอังกฤษ และสื่อสารภาษาท่ี 3 ได้อย่างมปี ระสิทธิภาพ 9) ร้อยละของผู้เรียนทม่ี ีทักษะดา้ น Digital Literacy ในการเรียนรู้ ได้อยา่ งมีประสทิ ธภิ าพ 10) ร้อยละของผู้เรียนที่มีความรู้และทักษะในการป้องกันตนเอง จากภัยคกุ คามรูปแบบใหม่ 11) ร้อยละของผู้เรียนที่มีคะแนนผลการทดสอบทางการศึกษาระดับชาติ ขนั้ พ้นื ฐาน (O-NET) มากกวา่ ร้อยละ 50 ในแต่ละวชิ าเพม่ิ ขนึ้ จากปกี ารศึกษาท่ีผา่ นมา 12) ร้อยละ 60 ของผู้เรียนระดับมัธยมศึกษาตอนต้นมีสมรรถนะการเรียนรู้ เรอ่ื งการอ่านต้ังแตร่ ะดบั ขั้นพ้ืนฐานข้ึนไป (ระดบั 2) ตามแนวทางการประเมิน PISA 13) รอ้ ยละ 80 ของผู้เรยี นทง้ั หมดได้รบั การประเมินทักษะการคิดแก้ปัญหา ตามแนวทางการประเมิน PISA (2) ด้านสถานศึกษา 1) ร้อยละของสถานศึกษาจัดการเรียนรู้ที่ให้ผู้เรียนได้เรียนรู้ผ่านกิจกรรม การปฏิบตั จิ ริง (Active Learning) 2) ร้อยละของสถานศึกษาที่มีการจัดการเรียนรู้ให้ผู้เรียนในลักษณะ ของ STEM ศกึ ษา 3) ร้อยละของสถานศึกษาที่การจัดการเรียนรู้ตามกระบวนการ 5 ขั้นตอน หรือบันได 5 ขั้น (Independent Study : IS) 4) ร้อยละของสถานศึกษาที่จัดการเรียนรู้และบรรยากาศสิ่งแวดล้อม ที่ส่งเสรมิ สนับสนุนให้ ผ้เู รียนได้เรียนรแู้ ละฝกึ ทกั ษะดา้ นภาษาอังกฤษและภาษาท่ี 3 ไดอ้ ย่างมปี ระสิทธภิ าพ 3.2.2 แนวทางการดําเนินการ (1) พัฒนาผู้เรียนระดับปฐมวัยมีความพร้อมด้านร่างกาย อารมณ์สังคม สติปัญญา เพอ่ื ทจ่ี ะเข้ารบั การพัฒนาการเรยี นรใู้ นระดับท่สี งู ขึ้น (2) ส่งเสริม สนับสนุนให้สถานศึกษาจัดสภาพแวดล้อมทั้งในและนอกห้องเรียน ให้เอื้อต่อการพฒั นาการเรยี นรู้ของเด็กปฐมวยั

20 (3) ส่งเสริม สนับสนุนให้สถานศึกษาจัดการเรียนรู้ระดับปฐมวัยในรูปแบบ ทห่ี ลากหลาย (4) ส่งเสริมการสร้างความรู้ความเข้าใจแก่พ่อแม่ผู้ปกครองเกี่ยวกับการเลี้ยงดู เดก็ ปฐมวยั ทถี่ กู ตอ้ งตามหลกั จิตวทิ ยาพฒั นาการ (5) จัดให้มีโรงเรียนต้นแบบการจัดการศึกษาปฐมวัย ให้สามารถพัฒนา เดก็ ก่อนประถมให้มีพัฒนาการความพรอ้ ม เพื่อเตรยี มตัวไปสกู่ ารเรยี นรู้ในศตวรรษที่ 21 (6) พัฒนาผู้เรียนสู่ความเป็นเลิศทางวิชาการ โดยเน้นการพัฒนาสมรรถนะ ทจ่ี าํ เป็น 3 ดา้ น 1) การรู้เรื่องการอา่ น (Reading Literacy) 2) การรเู้ รอ่ื งคณิตศาสตร์ (Mathematical Literacy) 3) การรู้เรือ่ งวิทยาศาสตร(์ Scientific Literacy) (7) พัฒนาผู้เรียนให้มีสมรรถนะด้านดิจิทัล (Digital Competence) และ สมรรถนะดา้ นการ สื่อสารภาษาองั กฤษ และภาษาท่ี 3 (8) มคี วามรูแ้ ละทักษะในการป้องกันตนเองจากภยั คุกคามรูปแบบใหม่ (9) ส่งเสริม สนับสนุนให้สถานศึกษาจัดการเรียนรู้ที่ให้ผู้เรียนได้เรียนรู้ ผ่านกิจกรรมการปฏิบตั ิ จรงิ (Active Learning) (10) ส่งเสริม สนับสนุนสถานศึกษาที่มีการจัดการเรียนรู้ให้ผู้เรียนในลักษณะ ของ STEM ศึกษา (11) สง่ เสรมิ สนับสนุนใหส้ ถานศึกษาจัดการเรียนรู้ตามกระบวนการ 5 ข้ันตอน หรอื บันได 5 ขนั้ (Independent Study : IS) (12) ส่งเสริมให้สถานศึกษาจัดการเรียนรู้อย่างเป็นระบบมุ่งเน้นการใช้ ฐานความร้แู ละระบบความคิดในลักษณะสหวทิ ยาการ เช่น 1) ความรทู้ างวิทยาศาสตร์และการตง้ั คาํ ถาม 2) ความเข้าใจและความสามารถในการใชเ้ ทคโนโลยี 3) ความรทู้ างวศิ วกรรม และการคดิ เพือ่ หาทางแกป้ ญั หา 4) ความรแู้ ละทักษะในดา้ นศลิ ปะ 5) ความรู้ด้านคณิตศาสตรแ์ ละระบบคิดของเหตุผลและการหาความสัมพันธ์ (13) ส่งเสริมสนับสนุนให้สถานศึกษาประเมินสมรรถนะตามแนวทางการ ประเมิน PISA ด้วย ระบบการสอบ แบบ Online ให้กับผู้เรียนทุกคนตั้งแต่ระดับชั้นประถมศึกษาจนถึง มธั ยมศึกษาตอนตน้ (14) ส่งเสริมสร้างความรู้ความเข้าใจในทางการประเมินทักษะการคิดแก้ปัญหา ตามแนวทางการ ประเมนิ PISA ใหแ้ ก่ศึกษานเิ ทศกแ์ ละครูผสู้ อน (15) ให้บริการเครื่องมือการวัดและประเมินอิงสมรรถนะตามแนวทาง การประเมินผลผเู้ รยี นรว่ มกับนานาชาติ (PISA) ดว้ ยระบบ Online Testing (16) ส่งเสริมให้สถานศึกษาจัดหลักสูตรและแผนการเรียนนําไปสู่ความเป็นเลิศ ในแตล่ ะด้าน

21 (17) ส่งเสริมผู้เรียนที่มีความสามารถพิเศษ ด้านศิลปะ ดนตรีและกีฬา โดยจัดเปน็ หอ้ งเรยี นเฉพาะด้าน (18) พัฒนาศักยภาพของผู้เรียนตามความถนัด และเป็นนวัตกรรม ผู้สร้าง นวัตกรรม 3.3 พัฒนาผู้เรียนให้มีทักษะอาชีพและทักษะชีวิต มีสุขภาวะท่ีดีสามารถดํารงชีวิต อยู่ในสังคมได้อย่างมคี วามสุข 3.3.1 ตวั ช้วี ัด (1) ร้อยละของผู้เรียน มี ID plan และ Portfolio เพื่อการศึกษาต่อและ การประกอบอาชพี (2) ร้อยละของสถานศึกษาที่จัดการเรียนรู้และบรรยากาศสิ่งแวดล้อมที่เอื้อต่อ การพฒั นาทักษะอาชีพตามความถนดั (3) รอ้ ยละของผูเ้ รียนทีม่ ีสขุ ภาวะที่ดีทกุ ชว่ งวัย (4) รอ้ ยละของสถานศกึ ษาท่มี รี ะบบป้องกันและแก้ไขปัญหาในสถานศึกษา 3.3.2 แนวทางการดาํ เนนิ การ (1) สร้างกลไกของระบบแนะแนวทางการศึกษาเพื่อส่งเสริมกระบวนการเรียนรู้ องิ สมรรถนะและเตรยี มความพรอ้ มสูก่ ารประกอบสัมมาอาชีพ (2) พัฒนารายวิชาทีส่ ง่ เสริมการศกึ ษาต่อและการประกอบอาชพี (3) ส่งเสริมให้สถานศึกษาจัดหลักสูตรทักษะอาชีพควบคู่กับวิชาสามัญ เช่นทวิศกึ ษาหลักสูตร ระยะสนั้ (4) ส่งเสริม สนับสนุนให้สถานศึกษาจัดการเรียนรู้แก่ผู้เรียนตามความสนใจ ในทกั ษะอาชพี ท่ีตนเองถนัด เพื่อเตรียมความพร้อมกอ่ นเข้าสูต่ ลาดแรงงานและการพัฒนาประเทศ (5) ส่งเสริมให้นักเรียนทุกคนได้รับประทานอาหารตามหลักโภชนาการและ เป็นไปตามเกณฑ์มาตรฐานของอนามัย (6) ส่งเสริมการเรียนรู้และพัฒนาด้านอารมณ์และสังคม ( Social and Emotional Learning : SEL) ในทกุ ชว่ งวยั (7) สถานศกึ ษามีระบบการปอ้ งกันและแก้ไขปัญหาในสถานศึกษา 3.4 การจัดการศึกษาเพื่อการบรรลุเป้าหมายการพัฒนาอย่างยั่งยืน (SDGs) เพื่อสร้างเสริม คณุ ภาพชวี ติ ทเี่ ป็นมิตรกบั สงิ่ แวดลอ้ ม ตามหลกั ปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง 3.4.1 ตวั ชวี้ ดั (1) ร้อยละของผู้เรียนที่มีพฤติกรรมแสดงออกถึงการดําเนินชีวิตที่เป็นมิตร กับสิง่ แวดลอ้ มและการประยกุ ตใ์ ช้ปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง (2) ร้อยละของสถานศึกษาที่มีการจัดสภาพแวดล้อมที่สอดคล้องกับมาตรฐาน สิ่งแวดล้อม สังคม และเศรษฐกิจ เพื่อการพัฒนาที่ยั่งยืน (Environmental Education Sustainable Development: EESD) (3) ทุกสถานศึกษาจัดการศึกษาเพื่อให้บรรลุเป้าหมายการพัฒนาอย่างยั่งยืน (Sustainable Development Goals :SDGs)

22 3.4.2 แนวทางการดาํ เนินการ (1) ส่งเสริม สนับสนุนให้สถานศึกษาจัดการเรียนรู้เพื่อพัฒนาผู้เรียนตามหลัก ปรชั ญาของเศรษฐกิจพอเพยี ง (2) ส่งเสริม สนับสนุนให้สถานศึกษาการจัดการศึกษาเพื่อให้บรรลุเป้าหมาย การพัฒนาอย่างยัง่ ยืน (Sustainable Development Goals :SDGs) (3) ส่งเสริม สนับสนุนให้สถานศึกษาและหน่วยงานทุกสังกัดจัดสิ่งแวดล้อม สังคม และเศรษฐกิจ ให้สอดคล้องกับหลัก Zero waste และมาตรฐานสิ่งแวดล้อมเพื่อการพัฒนาที่ยั่งยืน (Environmental Education Sustainable Development : EESD) (4) ส่งเสริม สนับสนุนให้สถานศึกษาจัดกิจกรรมการอนุรักษ์สิ่งแวดล้อม และ การประยุกตใ์ ชป้ รัชญาของเศรษฐกิจพอเพียงอย่างต่อเน่อื ง 3.5 พฒั นาคณุ ภาพผู้เรยี นที่มคี วามตอ้ งการจาํ เปน็ พิเศษ 3.5.1 ตัวชีว้ ัด (1) ร้อยละของผู้เรียนที่มีความต้องการจําเป็นพิเศษ มีคุณภาพตามมาตรฐาน การศึกษาขน้ั พ้นื ฐานของ แตล่ ะระดบั (2) ร้อยละของผู้เรียนท่ีมีความต้องการจําเปน็ พเิ ศษ ได้รับการพัฒนาดา้ นทกั ษะ อาชพี ทกั ษะการดํารงชวี ติ มคี ุณธรรม จรยิ ธรรม และมจี ิตสาธารณะ (3) ร้อยละของผู้เรียนที่มีความต้องการจําเป็นพิเศษ ได้รับการส่งเสริมให้ มีความสามารถพเิ ศษดา้ นตา่ ง ๆ อาทิ ดนตรกี ีฬา ศลิ ปะ และเทคโนโลยเี ปน็ ต้น 3.5.2 แนวทางการดําเนนิ การ (1) ให้บริการช่วยเหลอื ระยะแรกเริ่ม (Early Intervention: EI) ที่ศูนย์การศึกษาพิเศษ หนว่ ยบริการและทบี่ ้านอย่างมปี ระสทิ ธภิ าพ (2) ส่งเสริม สนับสนุนและพัฒนาการจัดการศึกษาสําหรับผู้เรียนที่มี ความต้องการจําเป็นพิเศษดว้ ยระบบและรปู แบบทห่ี ลากหลาย (3) ส่งเสริม สนับสนุนการจัดการศึกษาในสถานศึกษาแบบเรียนรวมและ ศนู ยก์ ารเรยี นเฉพาะความพิการ (4) ปรับปรงุ และพัฒนากระบวนการวัดและประเมนิ ผลตามสภาพจรงิ (5) ส่งเสริม สนับสนุนการจัดกิจกรรมเพื่อพัฒนาทักษะการอ่าน การเขียน การส่ือสาร การคิด คาํ นวณ การคิดวิเคราะห์และการคดิ อย่างมีวิจารณญาณ (6) ส่งเสริม สนับสนุน การจัดการเรียนการสอนเพื่อพัฒนาทักษะอาชีพ ทักษะการดํารงชีวิต ปลูกฝังคุณธรรม จริยธรรม จิตสาธารณะและการดํารงชีวิตที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม ตามหลักปรัชญาของเศรษฐกจิ พอเพยี ง (7) ส่งเสริมการจัดกิจกรรมการเรียนการสอนตามโครงการอันเน่ืองมาจาก พระราชดําริฯ (8) ส่งเสริม สนับสนุน ให้ผู้เรียนมีทัศนคติที่ถูกต้องต่อการปกครองตามระบอบ ประชาธปิ ไตยอนั มพี ระมหากษัตรยิ ท์ รงเปน็ ประมขุ (9) ส่งเสริม สนับสนุน การใช้สื่อเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร อย่างถูกตอ้ งเหมาะสม และสร้างสรรค์

23 (10) ส่งเสริม สนับสนุน เทคโนโลยีสิ่งอํานวยความสะดวก สื่อ บริการ และ ความช่วยเหลืออน่ื ใดทางการศึกษา (11) ส่งเสริมและพัฒนาผู้เรียนที่มีความต้องการจําเป็นพิเศษ ที่มีความสามารถ พิเศษในด้านวชิ าการ ดนตรีกฬี า ศิลปะ และอ่นื ๆ เพ่อื ยกระดบั สู่ความเป็นเลิศพร้อมกา้ วส่สู ากล (12) ส่งเสริม สนับสนุนการนําระบบเทคโนโลยีสารสนเทศมาใช้ในการ จดั การเรียนการสอน (13) จัดให้มีระบบการนิเทศ กํากับ ติดตาม ประเมินผลการจัดการศึกษา เชงิ บรู ณาการ (14) จัดให้มีกลุ่มงานระบบประกันคุณภาพในสํานักบริหารงานการศึกษาพิเศษ เพอื่ ส่งเสรมิ สนบั สนนุ ใหส้ ถานศกึ ษามีระบบประกันคณุ ภาพภายในท่ีเข้มแข็ง (15) สง่ เสรมิ สนบั สนนุ ให้หน่วยงานและสถานศึกษาจัดทํา รวบรวม ผลติ พฒั นา และเผยแพร่ สอ่ื นวตั กรรม งานวจิ ยั ทางการศึกษา (16) สาํ รวจสภาพอาคารสถานที่ และสงิ่ แวดล้อมในสถานศึกษา จดั ทําผังบรเิ วณ จัดทาํ แบบรปู และรายการสิ่งก่อสร้าง (17) ส่งเสริม สนับสนุนให้มีแนวทางปฏิบัติและมาตรการรักษาความปลอดภัย ของสถานศึกษา อยา่ งมปี ระสทิ ธภิ าพ (18) ส่งเสริม สนับสนุนให้เครือข่ายส่งเสริมประสิทธิภาพและกลุ่มสถานศึกษา ขับเคล่อื นการจัด การศึกษาให้มีประสทิ ธิภาพ (19) ส่งเสริม สนับสนุน การดําเนินงานของคณะอนุกรรรมการส่งเสริม การจัดการศกึ ษาสําหรบั คนพกิ ารจังหวัด (20) สง่ เสรมิ สนบั สนนุ สถานศกึ ษาร่วมมือกับผูป้ กครอง ชมุ ชน และองค์กรปกครอง ในพนื้ ที่ พฒั นาระบบการดแู ลช่วยเหลือนกั เรียนและระบบแนะแนวใหมป่ ระสิทธภิ าพ (21) ส่งเสริม สนับสนุนการจัดสภาพแวดล้อมและแหล่งเรียนรู้ให้เอื้อต่อ การจดั การศึกษา 3.6 สง่ เสริม สนับสนุนให้สถานศกึ ษานํา Digital Technology มาใชใ้ นการจัดการเรียนรู้ ให้แก่ ผู้เรียนเป็นรายบุคคลตามสมรรถนะ ความต้องการ และความถนัด สร้างสังคมฐานความรู้ (KnowledgeBased Society) เพ่ือการเรยี นรู้อย่างต่อเน่ืองตลอดชวี ติ 3.6.1 ตัวชี้วัด (1) รอ้ ยละของผ้เู รียนที่เรยี นรู้ผา่ น Digital Platform (2) ร้อยละของสถานศึกษาที่จัดการเรียนรู้เพื่อให้พัฒนาตนเองผ่าน Digital platform 3.6.2 แนวทางการดาํ เนนิ การ (1) พัฒนาระบบคลังข้อมูล องค์ความรู้เพื่อให้บริการ Digital Textbook ตามเนื้อหาหลกั สตู รที่ กําหนด สื่อ วิดีโอ และองค์ความรู้ประเภทต่าง ๆ และให้บริการแก่ผู้เรียนให้การพัฒนา ตนเองอย่างต่อเน่ืองตลอด ชีวิต (2) พัฒนา Digital Platform เพือ่ ตอบสนองต่อการพฒั นาการเรยี นรู้ของผู้เรียน เปน็ รายบุคคล

24 (3) สถานศึกษาสนับสนุน ส่งเสริมให้ผู้เรียนเรียนรู้ด้วยตนเองผ่าน Digital Platform นโยบายที่ 3 พัฒนาผบู้ ริหาร ครแู ละบคุ ลากรทางการศึกษา 1. บทนาํ การปรับเปลี่ยนระบบการผลิตและพัฒนาผู้บริหาร ครูและบุคลากรทางการศึกษา ทุกประเภท ตั้งแต่การจูง ใจ คัดสรร ผู้มีความสามารถสูงให้เข้ามาเป็นครูคุณภาพ มีระบบการพัฒนาศักยภาพ และสมรรถนะอยา่ งต่อเน่ือง ครอบคลมุ ทงั้ เงินเดือน เสน้ ทางสายอาชีพ ปรบั เปลีย่ นบทบาทครใู หเ้ ป็นครูยุคใหม่ ทม่ี ีคุณภาพ และประสทิ ธิภาพ ตรงตามความตอ้ งการ เปน็ มืออาชีพ มีทกั ษะวชิ าชพี ขน้ั สูง โดยปรบั บทบาทจาก “ครูสอน” เป็น“โค้ช” หรือ “ผู้อํานวยการการเรียนรู้” สร้างเครือข่ายพัฒนาครูให้มีการแลกเปลี่ยนเรียนรู้ ระหว่างกันรวมถึงการพัฒนาครูที่มี ความเชี่ยวชาญด้านการสอนมาเป็นผู้สร้างครูรุ่นใหม่อย่างเป็นระบบ และ วัดผลงานจากการพัฒนาผู้เรียนโดยตรง นอกจากนี้มีการออกแบบ วางแผนการผลิตและพัฒนาครูอย่างเป็นระบบ ตั้งแต่การกําหนดมาตรฐานวิชาชีพขั้นสูง เงินเดือนค่าตอบแทนและสวัสดิการต่าง ๆ ให้สามารถจูงใจบุคคล ที่เก่ง ดี มีความรู้มาเป็นครูมีการวางแผน อัตรากําลังระยะยาว (20 ปี) ร่วมมือกับสถาบันการศึกษาในการ ผลติ ครูและมกี ารวางแผนการพัฒนาครูอยา่ ง ตอ่ เนือ่ ง โดยนาํ Digital Platform มาเปน็ เครื่องมือทง้ั การพัฒนา อบรมครแู ละการจดั ทําฐานข้อมลู กาํ ลงั คน เพื่อเกบ็ รวบรวมข้อมูลประวตั ิครปู ระวตั ิการพฒั นา ฝึกอบรม นําไปสู่ การวเิ คราะห์วางแผนกาํ ลังคนไดอ้ ย่างต่อเนอ่ื ง 2. เปา้ ประสงค์ ผู้บริหาร ครูและบุคลากรทางการศึกษาทุกประเภท เป็นบุคลากรที่มีคุณภาพ มปี ระสทิ ธิภาพ เปน็ มือ อาชพี และมีทกั ษะวิชาชพี ขั้นสงู 3. ประเดน็ กลยทุ ธ์ 3.1 สร้างเครือข่ายความร่วมมือกับสถาบันทางการศึกษาที่ผลิตครูในการผลิตและ พัฒนาครใู หต้ รงกับสาขาวิชา และสอดคลอ้ งกบั การพัฒนาในศตวรรษท่ี 21 3.1.1 ตวั ชี้วัด (1) สถานศกึ ษามแี ผนความตอ้ งการครรู ะยะ 20 ปี (2) สถานศึกษามีกรอบสมรรถนะครูที่สอดคล้องกับการพัฒนาในศตวรรษที่ 21 และสอดคล้องกบั บริบท ของพื้นที่ (3) สถานศึกษาทุกแห่งมีจํานวนครูอย่างเหมาะสม และพอเพียงต่อการพัฒนา คณุ ภาพของผ้เู รยี น 3.1.2 แนวทางการดําเนนิ การ (1) ประสานความร่วมมือกับสถาบันการศึกษาในการวิเคราะห์ความขาดแคลน และความตอ้ งการครู (2) ประสานความร่วมมือกับสถาบันการศึกษาในการกําหนดสมรรถนะครู ให้สอดคลอ้ งกบั การพฒั นาในศตวรรษที่ 21 (3) ประสานความร่วมมอื ในการวางแผนในการผลติ ครูท้ังระบบ (4) สถาบนั การศึกษาผลิตครตู ามความต้องการและความขาดแคลนครูระยะ 20 ปี (5) ประสานความร่วมมือ ตดิ ตาม ประเมนิ ผล การผลติ ครู

25 3.2 พัฒนาผู้บริหาร ครูและบุคลากรทางการศึกษาทุกประเภท ให้มีสมรรถนะ ตามมาตรฐานวชิ าชีพ มี ศักยภาพ มคี ุณธรรม จริยธรรม 3.2.1 ตวั ชว้ี ดั (1) ผู้บริหาร ครูและบุคลากรทางการศึกษาทุกประเภท มีศักยภาพในการ ปฏบิ ตั ิงานครบตามความจําเป็นในการจัดการเรียนรอู้ ย่างมปี ระสิทธิภาพ (2) ผู้บริหาร ครูและบุคลากรทางการศึกษาสามารถพัฒนาหลักสูตรสถานศกึ ษา การจัดการเรยี นร้แู ละการวดั ประเมินผลอยา่ งมีคณุ ภาพในรปู แบบทีห่ ลากหลายตามศักยภาพของผูเ้ รยี นแตล่ ะบุคคล 3.2.2 แนวทางการดําเนนิ การ (1) ศกึ ษาวิเคราะห์ความต้องการจาํ เป็นในการพฒั นาตนเอง (Need Assessment) ของผ้บู ริหาร ครู และบคุ ลากรทางการศกึ ษา เพื่อวางแผนการพัฒนาอย่างเป็นระบบและครบวงจร (2) กําหนดกรอบและวิเคราะห์หลักสูตรเพื่อพัฒนาผู้บริหาร ครูและบุคลากร ทางการศึกษา ให้เชื่อมโยงกับความก้าวหน้าในวิชาชพี (Career Path) (3) ประสานกับสถาบันการศึกษา สถาบันคุรุพัฒนา หรือหน่วยงานอื่น ๆ จัดทําหลกั สูตรทม่ี ีคณุ ภาพให้ สอดคล้องกับกรอบหลกั สตู รทก่ี าํ หนด (4) สนับสนุนให้ผู้บริหาร ครูและบุคลากรทางการศึกษา วางแผนและเข้ารับ การพฒั นาตามหลักสูตรท่กี ําหนดทเ่ี ชอื่ มโยงความก้าวหนา้ ในวชิ าชีพ (Career Path) (5) ส่งเสริมและพัฒนาบุคลากรในรูปแบบชุมชนแห่งการเรียนรู้ทางวิชาชีพ (Professional Learning Community : PLC) (6) ส่งเสริมและพัฒนาครูให้ออกแบบการเรียนรู้การจัดการเรียนรู้ให้สอดคล้อง กับการวดั ประเมินผลทีเ่ น้นทักษะการคิดข้ันสงู (Higher Order Thinking) ผ่านกิจกรรมการปฏิบัติจรงิ (Active Learning) (7) ส่งเสริมและพัฒนาผู้บริหาร ครูและบุคลากรทางการศึกษาทุกประเภท ใหม้ คี วามรู้ทักษะดา้ นDigital Literacy, Digital Pedagogyทักษะสอื่ สารภาษาอังกฤษ ทักษะสอื่ สารภาษาที่ 3 (8) ส่งเสริมพัฒนาและยกระดับความรู้ภาษาอังกฤษของครูที่สอนภาษาอังกฤษ โดยใชร้ ะดับการพัฒนา ทางดา้ นภาษา (CEFR) ตามเกณฑ์ท่กี าํ หนด (9) ส่งเสริมและพัฒนาครูให้มีความรู้และทักษะในการจัดการเรียนรู้สําหรับ ผเู้ รียนทม่ี ีความแตกต่าง (Differentiated Instruction) (10) ส่งเสริมและพัฒนาครูให้มีความรู้และทักษะในการสร้างเครื่องมือการวัด และประเมินผลการเรยี นรู้ ด้านทักษะการคิดขนั้ สูง (Higher Order Thinking) (11) ส่งเสริมและพัฒนาครูและผู้บริหารสถานศึกษาโรงเรียนขนาดเล็ก ให้มีความรู้ความสามารถจัดการ เรียนรเู้ ป็นรายบุคคล และการสอนแบบคละช้นั (12) ส่งเสริมและพัฒนาครูในการจัดการเรียนรู้สาหรับผู้เรียนที่มีความต้องการ จําเป็นพิเศษตามศกั ยภาพของผเู้ รยี นแต่ละบุคคล และตามสภาพและประเภทของความพิการ (13) ส่งเสริมสนับสนุนให้ครูพัฒนาตนเองผ่านระบบ Online และแบบ Face- to-Face Training

26 (14) ปรับเปลี่ยนกระบวนการวิธีการประเมินครูโดยเน้นการประเมินสมรรถนะ ในการจัดการเรียนการสอนโดยผลสัมฤทธิ์ของผู้เรียนเป็นหลัก และประเมินจรรยาบรรณของครูทุก ๆ 5 ปี (ประเมิน 360 องศา) 3.3 นํา Digital Technology มาใช้ในการพฒั นาผู้บริหาร ครแู ละบคุ ลากรทางการศึกษา ทุกประเภทท้งั ระบบ 3.3.1 ตวั ชว้ี ดั (1) สถานศึกษา และหน่วยงานในสังกัดทุกแห่ง มีระบบฐานข้อมูลผู้บริหาร ครู และบุคลากรทางการศกึ ษาเพื่อวางแผนการผลติ และพัฒนาครูทั้งระบบ (2) รอ้ ยละของบคุ ลากรในสังกัดที่พฒั นาตนเองผา่ นระบบ Digital Technology (3) ร้อยละของ Digital Content เก่ยี วกบั องคค์ วามรู้ในสาขาท่ขี าดแคลน 3.3.2 แนวทางการดาํ เนินการ (1) พัฒนา Digital Platform เพื่อใช้ในการพัฒนาผู้บริหาร ครูและบุคลากร ทางการศกึ ษาทุกประเภททงั้ ระบบ (2) พัฒนา Digital Platform ระบบบริหารจัดการผู้บริหาร ครูและบุคลากร ทางการศึกษาทกุ ประเภทท้ังระบบ (3) พัฒนา Digital Content ในองค์ความรู้การจัดการศึกษาในสาขา ที่ขาดแคลน เช่น การพัฒนาทักษะการคิดขั้นสูง การจัดการศึกษาสําหรับผู้เรียนที่มีความต้องการจําเป็นพิเศษ และผู้เรียนทีม่ ีความแตกตา่ ง เป็นต้น (4) ส่งเสริม สนับสนุน ให้ผู้บริหาร ครูและบุคลากรทางการศึกษาทุกประเภท พฒั นาตนเองอยา่ งต่อเน่อื ง ผา่ นระบบ Digital Technology นโยบายที่ 4 สร้างโอกาสในการเข้าถึงบริการการศึกษาที่มีคุณภาพ มีมาตรฐาน และลดความ เหลื่อมลำ้ ทางการศกึ ษา 1. บทนํา การสร้างโอกาสทางการศึกษา เพื่อให้ประชากรในวัยเรียนทุกคน และทุกกลุ่มเป้าหมาย ซ่ึงหมายรวมถึง กลุ่มผ้เู รียนที่มีความตอ้ งการจำเป็นพเิ ศษ กลุ่มชาตพิ นั ธุ์กลุม่ ผู้ดอ้ ยโอกาส และกลมุ่ ทอี่ ยู่ในพ้ืนท่ี ห่างไกลทุรกันดาร ไดเ้ ข้าถึงการบรกิ ารการศึกษาที่มีคุณภาพ และมีมาตรฐาน โดย 1) เน้นการสร้างความร่วมมือกับองค์กรปกครองส่วนทองถิ่น ภาคเอกชน และ หน่วยงานที่เกี่ยวข้องระดับ พื้นที่ เพื่อวางแผนการจัดการศึกษาทั้งระบบ ตั้งแต่การสํามะโนประชากรวัยเรียน การรับเด็กเข้าเรียน การตรวจสอบติดตามการเข้าเรียน การตดตามเด็กนักเรียนออกกลางคัน ตลอดจน การพัฒนาหลกั สูตรให้สอดคล้องกบั พน้ื ท่แี ละการระดมทุนเพอ่ื พฒั นาการศกึ ษา 2) ปรับปรุง พัฒนาสถานศึกษาทุกแห่งให้มีมาตรฐานในด้านต่าง ๆ สอดคล้องกับ บริบทเชิงพื้นที่ เช่น มาตรฐานด้านโครงสร้างพื้นฐานและสิ่งอํานวยความสะดวก ได้แก่ อาคารเรียน อาคารประกอบ หอประชุม สนาม กีฬา ห้องเรียน ห้องพิเศษ วัสดุ ครุภัณฑ์เป็นต้น มาตรฐานด้านครูและ บุคลากรทางการศึกษา มาตรฐานด้านการบริหารจัดการ มาตรฐานด้านระบบงบประมาณ มาตรฐานด้านความ ปลอดภัยและมาตรฐานด้าน Digital Technology เป็นต้น 3) สร้างความเข้มแข็งในการบริหารจัดการศึกษาสําหรับผู้เรียนที่มีความต้องการ จำเป็นพเิ ศษ

27 4) ปรับเปลี่ยนกระบวนการงบประมาณตั้งแต่การจัดสรรงบประมาณอุดหนุนตรงไปยัง ผู้เรยี นและ สถานศกึ ษาโดยตรง และมคี วามเหมาะสมเพียงพอ 5) นํา Digital Technology มาเป็นเครื่องมอในการลดความเหลื่อมล้ำและ สรา้ งโอกาสในการเขา้ ถงึ การบรกิ ารการเรยี นรทู้ มี่ ีประสิทธิภาพ 2. เป้าประสงค์ ประชากรวัยเรียนทุกคนเข้าถึงการบริการการเรียนรู้ที่มีคุณภาพ มีมาตรฐานเสมอกัน และเข้าถงึ บริการ การเรียนร้ทู ่ีมีประสิทธิภาพ 3. ประเดน็ กลยทุ ธ์ 3.1 ร่วมมือกับองค์กรปกครองระดับพื้นที่ ภาคเอกชน หน่วยงานที่เกี่ยวข้องในการ จัดการศกึ ษาให้สอดคลอ้ งกบั บริบทของพน้ื ท่ี 3.1.1 ตัวชว้ี ดั (1) รอ้ ยละของเดก็ วัยเรียนที่เข้ารับการศกึ ษาในแตล่ ะระดับการศกึ ษา (2) รอ้ ยละของนักเรยี นออกกลางคนั (3) ร้อยละของสถานศกึ ษาท่ีมีระบบการดูแลชว่ ยเหลือและคุ้มครองนักเรียนและ การแนะแนวทมี่ ปี ระสทิ ธิภาพ (4) ร้อยละของสถานศึกษาที่มีระบบฐานข้อมูลประชากรวัยเรียนและสามารถ นํามาใชใ้ นการวางแผนจดั การเรยี นรู้ใหแ้ กผ่ ู้เรียนไดอ้ ย่างมีประสทิ ธิภาพ 3.1.2 แนวทางการดาํ เนนิ การ (1) สถานศึกษาร่วมกับองค์กรปกครองระดับพื้นที่ ภาคเอกชน และหน่วยงานท่ี เกย่ี วข้อง วาง แผนการจดการศึกษาให้สอดคล้องเหมาะสมกับบรบิ ทของพน้ื ที่ (2) สถานศึกษาร่วมกับองค์กรปกครองระดับพื้นที่ จัดทำสํามะโนประชากร วยั เรยี น (0-6 ปี) (3) สถานศึกษาร่วมมือกับองค์กรปกครอง ชุมชน เอกชน และหน่วยงาน ทเี่ กีย่ วขอ้ งระดับพน้ื ท่ี จัดทาํ แผนการนักเรยี นทุกระดบั (4) สถานศึกษารว่ มกับองคก์ รปกครองระดบั พ้นื ท่ตี ิดตาม ตรวจสอบเด็กวัยเรียน ไดเ้ ขา้ ถงึ การบรกิ ารการเรียนรไู้ ด้อย่างทว่ั ถึง ครบถว้ น (5) สถานศึกษาจัดทําฐานข้อมูลประชากรวัยเรียน เพื่อเก็บรวบรวมเชื่อมโยงข้อมูล ศึกษาวเิ คราะห์ เพอ่ื วางแผนการจดั บริการการเรียนรใู้ ห้แก่ผู้เรยี น 3.2 ยกระดับสถานศึกษาในสังกัดทุกระดับ และทุกประภท ใหม้ มี าตรฐานตามบริบทของพ้ืนท่ี เพอ่ื ให้พัฒนาผู้เรียน มคี ณุ ภาพ มมี าตรฐานเสมอกัน 3.2.1 ตวั ชวี้ ัด (1) สาํ นักงานคณะกรรมการการศึกษามีกรอบมาตรฐานสถานศึกษา (2) ร้อยละของสถานศึกษาที่ผ่านการประเมินมาตรฐานสถานศึกษา ตามที่กําหนด

28 3.2.2 แนวทางการดําเนินการ (1) จัดทํามาตรฐานสถานศกึ ษาโดยพจิ ารณาจากปัจจัย หรอื องค์ประกอบขั้นพ้ืนฐาน เพื่อสร้างโอกาสให้ผู้เรียนเข้าถึงบริการการเรียนรู้ท่ีจะพัฒนาคุณภาพผู้เรียนให้มีมาตรฐานเสมอกัน ตามบริบท เชงิ พ้ืนท่ี เชน่ 1) ปจั จัยด้านโครงสร้างพนื้ ฐานและสง่ิ อํานวยความสะดวก เช่น อาคารเรียน อาคาร ประกอบ หอประชมุ สนามกีฬา ห้องเรียน ห้องพเิ ศษ วัสดุครภุ ณั ฑเ์ ป็นตน้ 2) ด้านครูและบคุ ลากรทางการศกึ ษา 3) ดา้ นการบริหารจัดการ 4) ดา้ นงบประมาณ 5) ดา้ นความปลอดภยั 6) ดา้ น Digital Technology (2) ส่งเสริม สนบั สนนุ ปรบั ปรงุ พัฒนาสถานศกึ ษาให้มีมาตรฐานตามที่กำหนด 3.3 สร้างความเข้มแข็งในการบรหิ ารจัดการศกึ ษาสาํ หรับผู้เรยี นทม่ี ีความตอ้ งการจำเป็นพเิ ศษ 3.3.1 ตวั ช้วี ดั (1) มีข้อมูลสารสนเทศของการจัดการศึกษาพิเศษ ที่เช่ือมโยงกับหน่วยงาน ที่เกย่ี วขอ้ งทุกระดบั (2) สํานักงานบริหารงานการศึกษาพิเศษมียุทธศาสตร์แผนการดําเนินงาน และ แผนปฏิบัติการที่ตอบสนองสําหรับผู้เรียนที่มีความต้องการจําเป็นพิเศษ ตามศักยภาพของผู้เรียนแต่ละบุคคล และตามสภาพและประเภทของความพิการ (3) ทกุ สถานศกึ ษาในสงั กัดมีความพร้อมทั้งระบบ เพือ่ สามารถการจัดการศึกษา แบบเรยี นรวม 3.3.2 แนวทางการดาํ เนินการ (1) จัดทําระบบข้อมูลสารสนเทศของการจัดการศึกษาพิเศษ ที่เช่ือมโยงกับ หน่วยงานทีเ่ ก่ยี วขอ้ งทุกระดบั และนาํ มาใช้อย่างมีประสิทธิภาพ (2) ส่งเสริม สนับสนุน สำนักบริหารงานการศึกษาพิเศษจัดทำแผนยุทธศาสตร์ แผนการดําเนินงาน และแผนปฏิบัติเชิงรุก เน้นการใช้นวัตกรรมและเทคโนโลยีสารสนเทศ และการทํางาน แบบมีสว่ นรว่ ม (3) ส่งเสริม สนับสนนุ ระบบการจดั การศึกษาพิเศษ ท่ีผู้เรยี นสามารถเข้าสบู่ ริการ ช่วงเชื่อมต่อ (Transitional Services) หรือการส่งต่อ (Referral) เข้าสู่การศึกษาในระดับเดียวกันและที่สูงข้ึน การอาชพี หรือ การดําเนนิ ชวี ิตในสังคมไดต้ ามศักยภาพของแต่ละบุคคล (4) ส่งเสริม สนับสนุน ให้ทุกสถานศึกษาในสังกัดมีความพร้อมทั้งระบบ เพื่อสามารถการจดั การศกึ ษาแบบเรยี นรวม (5) จัดให้มีศึกษานิเทศก์ผู้รับผิดชอบการจัดการศึกษาพิเศษ ในการติดตาม ช่วยเหลือ และสนบั สนนุ ใหส้ ถานศึกษาดําเนินการจัดการศกึ ษาพิเศษได้อยา่ งมีประสิทธิภาพ 3.4 จดั สรรงบประมาณสนบั สนุนผู้เรียน และสถานศึกษาอยา่ งเหมาะสม เพยี งพอ 3.4.1 ตวั ชวี้ ัด (1) มีรูปแบบหรือแนวทางในการจัดสรรงบประมาณให้กับผู้เรียน และ สถานศกึ ษาโดยตรงอย่างเหมาะสม

29 (2) ผู้เรียนทุกคน และสถานศึกษาได้รับการจัดสรรงบประมาณสนับสนุน การเรียนร้อู ยา่ งเหมาะสม และเพยี งพอตอการพัฒนาคุณภาพการศึกษา (3) จํานวนโครงการหรือกิจกรรมทไี่ ด้รบความร่วมมอื จากกองทนุ ความเสมอภาค ทางการศึกษา 3.4.2 แนวทางการดําเนินงาน (1) ศึกษา วิเคราะห์วิธการจัดสรรงบประมาณให้กับผู้เรียนและสถานศึกษา ทงั้ ดา้ นความเหมาะสมเพยี งพอ (2) จดั สรรงบประมาณให้ผเู้ รยี น และสถานศกึ ษาโดยตรง (3) ประสานความร่วมมือกับกองทุนความเสมอภาคทางการศึกษาเพื่อลดความ เหลอื่ มลำ้ ทางการศกึ ษา เพือ่ สนับสนุนงบประมาณเพือ่ สนับสนนุ การจัดการเรยี นรู้ใหแ้ ก่ผู้เรียน 3.5 ส่งเสริม สนับสนุนให้สถานศึกษา หน่วยงานทุกระดับนํา Digital Technology มาใช้เปน็ เคร่ืองมือในการพัฒนาคุณภาพของผ้เู รียน 3.5.1 ตวั ชว้ี ดั (1) สถานศึกษาทุกแห่งมีระบบโครงข่ายสื่อสารโทรคมนาคมที่สามารถเชื่อมต่อ กับโครงข่ายอนิ เทอร์เน็ตไดอ้ ย่างมีประสิทธิภาพ และปลอดภยั (2) สถานศึกษามี Digital Device เพื่อใช้เป็นเครื่องมอในการเรียนรู้ของผู้เรียน และเป็นเครื่องมอื ในการจัดการเรียนรูไ้ ด้อยา่ งมีประสิทธิภาพ 3.5.2 แนวทางการดําเนินงาน (1) ส่งเสริม สนับสนุนให้สถานศึกษามีโครงข่ายสื่อสารโทรคมนาคม ท่ีมีประสิทธภิ าพและปลอดภยั (2) ส่งเสริม สนับสนุน ให้สถานศึกษามีระบบคอมพิวเตอร์และอุปกรณ์ที่ใช้เป็น เครอื่ งมอื ในพฒั นาทักษะดา้ น Digital Literacy แก่ผเู้ รียน (3) ส่งเสริม สนับสนุน ให้สถานศึกษาปรับปรุงพัฒนาห้องเรียนให้เป็นห้องเรียน Digital (4) ส่งเสริม สนับสนุน Digital Device สําหรับผู้เรียนทุกระดับอย่างเหมาะสม เพอ่ื เป็นเครอื่ งมอื ในการพฒั นาการเรียนร้ขู องตนเองอยา่ งต่อเนื่องตลอดชีวิต (5) ส่งเสริม สนับสนุน Digital Device และพั ฒนา Digital Pedagogy สําหรับครูอย่างเหมาะสม เพื่อเป็นเครื่องมือในการจัดกระบวนการเรียนรู้เพื่อพัฒนาผู้เรียนได้อย่างมี ประสิทธภิ าพ (6) โครงการพัฒนาคุณภาพการศึกษาทางไกลผ่านเทคโนโลยีสารสนเทศ (Distance Learning Information Technology : DLIT) (7) โครงการพัฒนาคุณภาพการศึกษาด้วยเทคโนโลยีการศึกษาทางไกล ผ่านดาวเทยี ม

30 นโยบายท่ี 5 เพม่ิ ประสทิ ธิภาพการบรหิ ารจัดการ 1. บทนํา การเพิ่มประสิทธิภาพการบริหารจัดการ ในปีงบประมาณ พ.ศ. 2562 จะเน้นการพัฒนา หน่วยงานในสังกัด ให้เป็นหน่วยงานที่มีขนาดที่เหมาะสมกับบทบาทภารกิจ สามารถให้บริการได้อย่างมีคุณภาพ และประสิทธภิ าพ แยกแยะบทบาทหนว่ ยงานแต่ละระดับอย่างชดั เจน เชน่ ระดับปฏิบตั ริ ะดับทที่ ําหนา้ ที่ในการ กํากับ ติดตาม เป็นหน่วยงานที่มีขีดสมรรถนะสูง ยึดหลักธรรมาภิบาล และโปร่งใส เป็นองค์กรที่ปราศจาก การทุจริตคอรัปชั่น ปรับวัฒนธรรมการทํางานให้มุ่งผลสัมฤทธิ์และผลประโยชน์ส่วนรวม มีความทันสมัย และ พร้อมที่จะปรับตัวให้ทันต่อการเปลี่ยนแปลงของโลกอยู่ตลอดเวลา โดยเฉพาะอย่างยิ่งการนํานวัตกรรม เทคโนโลยขี ้อมูลขนาดใหญ่ ระบบการทํางานท่ีเปน็ Digital เข้ามาประยุกต์ใช้อย่างคุ้มค่า และปฏิบัติงานเทียบ ไดก้ บั มาตรฐานสากล รวมท้ังมลี กั ษณะ เปิดกว้าง เชือ่ มโยงถงึ กันและเปดิ โอกาสให้ทกุ ภาคสว่ นเข้ามามีส่วนร่วม เพ่อื ตอบสนองความตอ้ งการของ ประชาชนไดอ้ ยา่ งสะดวก รวดเร็ว 2. เปา้ ประสงค์ สถานศึกษา และหน่วยงานระดับภูมิภาคมีความอิสระในการจัดการศึกษา เพื่อพัฒนา ผ้เู รียนให้มีคณุ ภาพ มีมาตรฐานสอดคล้องกับบริบทของพื้นท่ี 3. ประเดน็ กลยทุ ธ์ 3.1 เพิ่มประสิทธิภาพในการบริหารจัดการศึกษาของสํานักงานคณะกรรมการการศึกษา ขนั้ พนื้ ฐาน สาํ นกั งานเขตพืน้ ที่การศึกษา และสถานศึกษา 3.1.1 ตัวชี้วัด (1) สาํ นักงานคณะกรรมการการศกึ ษาขนั้ พ้นื ฐาน มผี ลการดาํ เนินงานผา่ นเกณฑ์ การประเมินส่วนราชการทสี่ ำนกั งานคณะกรรมการพัฒนาระบบราชการกําหนด (2) ร้อยละของสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาผ่านเกณฑ์การประเมินคุณภาพ มาตรฐานสาํ นักงานเขตพืน้ ท่ีการคกึ ษา (3) รอ้ ยละของสถานศึกษาทม่ี ผี ลการประเมนิ ภายนอก ในระดับดีขนึ้ ไป (4) ร้อยละของหน่วยงานผ่านการประเมินคุณธรรมและความโปร่งใสในการ ดาํ เนินงานของหน่วยงานภาครฐั (Integrity & Transparency Assessment: ITA) 3.1.2 แนวทางการดาํ เนินการ (1) กํากับ ติดตาม ตรวจสอบ และประเมินผล เพื่อการบริหารจัดการ ท่ีมปี ระสิทธภิ าพ โดยยดึ หลกั ธรรมาภิบาล (2) ส่งเสริมระบบประกนั คุณภาพภายในของสถานศึกษาให้เข้มแข็ง (3) ยกยอ่ งเชิดชูเกยี รติสาํ นกั งานเขตพ้ืนทก่ี ารศกึ ษา สาํ นักบรหิ ารงานการศกึ ษาพิเศษ สถานศึกษา และ องค์คณะบคุ คลที่มผี ลงานเชงิ ประจกั ษ์ (4) กําหนดให้หน่วยงานในสังกัดทุกหน่วยงานใช้ระบบการบริหารจัดการ ที่มุ่งเน้นคุณธรรมและความ โปร่งใสในการทํางานตามหลักการประเมินคุณธรรมและความโปร่งใสในการ ดําเนนิ งานของหนว่ ยงานภาครัฐ (Integrity & Transparency Assessment : ITA) 3.2 สร้างเครือข่ายความร่วมมือและส่งเสริมให้ทุกภาคส่วนของสังคมเข้ามามีส่วนร่วม บรหิ ารจัดการศกึ ษา 3.2.1 ตัวชีว้ ดั รอ้ ยละของสถานศึกษาหน่วยงานมีการบริหารจัดการแบบมสี ่วนรว่ ม

31 3.2.2 แนวทางการดําเนินงาน (1) ส่งเสรมิ การบริหารจัดการเขตพ้นื ทีก่ ารศึกษาโดยใช้พืน้ ทเ่ี ป็นฐาน (Area-based Management) รูปแบบการบรหิ ารแบบกระจายอํานาจ “CLUSTERs” (2) สง่ เสริม การมีส่วนร่วม จดั ทําแผนบรู ณาการจดั การศึกษา ในระดบั พน้ื ที่ (3) สร้างความเข้มแข็งในการยกระดับคุณภาพการศึกษารูปแบบเครือข่าย เช่น เครือข่ายส่งเสรมิ ประสิทธิภาพการจดั การศกึ ษา ศูนย์พัฒนากลมุ่ สาระการเรียนรู้สหวทิ ยาเขต กลมุ่ โรงเรียน (4) ส่งเสริมให้ทุกภาคส่วนของสังคมมีส่วนร่วมในการจัดการศึกษาแบบบูรณา การทีต่ อบสนองความ ตอ้ งการของประชาชนและพืน้ ท่ี (5) ส่งเสริม สนับสนุน ผู้ปกครอง ชุมชน สังคม และสาธารณชน ให้มีความรู้ ความเขา้ ใจ และมสี ว่ นร่วม รับผิดชอบ (Accountability) ในการบริหารจัดการศึกษา (6) ส่งเสริมให้ทุกภาคส่วนของสังคมเข้ามามีส่วนรวมสนับสนุนทรัพยากร เพ่ือการศึกษา 3.3 ยกระดับการบริหารงานของสถานศึกษาให้มีอิสระ นาํ ไปสกู่ ารกระจายอํานาจ 4 ดา้ น ให้สถานศกึ ษาเป็นศนู ย์กลางในการจัดการศึกษาตามบริบทของพืน้ ที่ 3.3.1 ตวั ช้ีวัด (1) มีรูปแบบและแนวทางในการบรหิ ารจดั การของโรงเรยี นใหเ้ กิดคุณภาพ (2) มีขอ้ เสนอเชงิ นโยบายในการกระจายอำนาจทงั้ ระบบ (3) มีรูปแบบและแนวทางในการบรหิ ารจัดการโรงเรยี นขนาดเลก็ ใหเ้ กิดคณุ ภาพ (4) ร้อยละของสถานศึกษามีคุณภาพ และมาตรฐาน (มาตรฐานการศึกษา ระดับการศกึ ษาขน้ั พนื้ ฐาน/ ปฐมวยั /ศนู ย์การศึกษาพิเศษ) และพัฒนาสรู่ ะดับสากล (5) จาํ นวนโรงเรียนขนาดเล็กลดลง (6) รอ้ ยละของผู้เรียนทอ่ี ยใู่ นโรงเรียนขนาดเล็กมีผลสัมฤทธทิ์ างการเรียนสูงขน้ึ 3.3.2 แนวทางการดําเนนิ การ (1) ศึกษา วิเคราะห์ปรับปรุง เปลี่ยนแปลง ระบบการบริหารงานของหน่วยงาน บทบาทหนา้ ทีท่ ้งั ระดบั ปฏิบตั แิ ละรับการกาํ กบั ตดิ ตาม (2) ศึกษา วิเคราะห์ออกแบบ และพัฒนารู ปแบบการกระจายอำนาจ การจัดการศึกษา 4 ด้าน ให้สถานศึกษา โดยในปีงบประมาณ 2562 ใหศ้ กึ ษานาํ รอ่ งรูปแบบการกระจายอํานาจ เช่น 1) เขตพ้นื ที่นวัตกรรมการศกึ ษา 2) โรงเรยี นร่วมพฒั นา (Partnership School) 3) Autonomous School (3) ศึกษา วิเคราะห์ออกแบบโครงสร้างของสถานศึกษา ( Enterprise Architecture) ในฐานหน่วยงาน ระดับปฏิบัติและหน่วยงานระดับกํากับ ติดตามให้เหมาะกับบริบท การเปลีย่ นแปลงของโลกปจั จบุ ัน (4) ศึกษา วิเคราะห์ออกแบบ พัฒนา Digital Technology ใช้ในการ จดั การศกึ ษาทงั้ ระบบ (Digital Transformation) (5) สนับสนุน ส่งเสริมให้สถานศึกษาจัดหาเจ้าหน้าทีเ่ พื่อปฏิบัติหน้าที่สนับสนนุ การจัดการเรียนรู้เพื่อให้ครูสายผู้สอนปฏิบัติหน้าที่เฉพาะด้านที่เกี่ยวข้องกับการจัดการเรียนรู้ให้แก่ผู้เรียน เทา่ นนั้

32 (6) ยกระดับสถานศึกษาให้เป็นแหล่งเรียนรู้ตลอดชีวิต เป็นศูนย์กลางในการ พฒั นาทกั ษะ และคุณภาพชีวติ ของชมุ ชน (7) สร้างความเข้มแข็ง และยกระดับคุณภาพสถานศึกษาตามบริบทของพื้นท่ี เช่น โรงเรียน มาตรฐานสากล สถานศึกษานําร่องในพื้นที่นวัตกรรมการศึกษา โรงเรียนร่วมพัฒนา โรงเรียนประชารัฐ โรงเรียนคุณธรรม โรงเรยี นหอ้ งเรยี นกีฬา (8) นําผลการประกันคุณภาพการศึกษามาใช้ในการวางแผนการปฏิบัติ การตรวจสอบตดิ ตามเพอื่ การปรับปรงุ พฒั นาสถานศึกษาให้มีคุณภาพและเป็นไปตามมาตรฐานการศึกษา (9) สร้างมาตรฐานและกำหนดแนวทางในการเพ่ิมประสิทธิภาพการบริหาร จดั การโรงเรยี นขนาดเล็ก (10) ส่งเสริม สนับสนุน ให้โรงเรียนขนาดเล็กมีระบบการบริหารจัดการ ทห่ี ลากหลาย เช่น การบริหาร จดั การแบบกลมุ่ โรงเรยี น การสอนแบบคละชนั้ (11) พิจารณาแต่งตั้งผู้บริหารที่มีศักยภาพในโรงเรียนขนาดเล็ก พจิ ารณาค่าตอบแทนพเิ ศษและสวัสดกิ ารอ่นื ๆ สาํ หรบั ผู้ปฏบิ ัติงานในโรงเรยี นขนาดเลก็ (12) ปรบั ปรงุ กฎหมาย ระเบยี บ ขอ้ ปฏิบตั ใิ ห้สอดคล้องกบั การกระจายอํานาจ (13) สถานศึกษามีอิสระในการบริหารงานและจัดการเรียนรู้เพื่อพัฒนาผู้เรียน ให้ได้ตามมาตรฐานคุณภาพ ผู้เรียน สอดคล้องกับความต้องการท้องถิ่น นําไปสู่การพัฒนาทักษะชีวิต ทกั ษะอาชพี ของผ้เู รยี นได้อยา่ งมีประสิทธิภาพ 3.4 ปรับเปลี่ยนระบบงบประมาณเพื่อสนับสนุนผู้เรียนและสถานศึกษาอย่างเหมาะสม เพยี งพอ 3.4.1 ตวั ชว้ี ดั (1) มีรูปแบบหรือแนวทางในการจัดสรรงบประมาณให้กับผู้เรียน และ สถานศึกษาโดยตรงอย่างเหมาะสม (2) ผู้เรียนทุกคนและสถานศึกษาได้รับการจัดสรรงบประมาณสนับสนุน การเรยี นรอู้ ยา่ งเหมาะสมและ เพียงพอตอ่ การพัฒนาคุณภาพการศึกษา (3) จํานวนโครงการ/กิจกรรมที่ได้รับความร่วมมือจากกองทุนความเสมอภาค ทางการศึกษา 3.4.2 แนวทางการดําเนนิ งาน (1) ศึกษา วิเคราะห์วิธีการจัดสรรงบประมาณให้กับผู้เรียนและสถานศึกษา ทั้งดา้ นความเหมาะสมเพยี งพอ (2) จัดสรรงบประมาณให้ผ้เู รยี นและสถานศกึ ษาโดยตรง (3) ประสานความร่วมมือกับกองทุนความเสมอภาคทางการศึกษาเพ่ือลดความ เหล่ือมลำ้ ทางการศึกษา เพอ่ื สนับสนุนงบประมาณ เพ่ือสนบั สนุนการจัดการเรียนรู้ใหแ้ กผ่ ู้เรยี น 3.5 ส่งเสริม สนับสนุน ให้สถานศึกษา หน่วยงานทุกระดับนํา Digital Technology มาใช้ในการเพิ่มประสิทธิภาพการบริหารอย่างเป็นระบบ นําไปสู่การนําเทคโนโลยี Big Data เพื่อเชื่อมโยงข้อมูล ด้านต่าง ๆ ต้ังแต่ข้อมูลผู้เรียน ข้อมูลครู ข้อมูลสถานศึกษา ข้อมูลงบประมาณ และข้อมูลอื่น ๆ ที่จําเป็น มาวิเคราะห์เพ่ือให้สถานศึกษาสามารถจดั การเรียนรู้เพ่ือพัฒนาผู้เรียนเป็นรายบุคคลตามสมรรถนะและความถนัด และสามารถวิเคราะห์เป็นขอ้ มลู ในการวางแผนการพฒั นาทรพั ยากรมนุษยข์ องประเทศต่อไป

33 3.5.1 ตัวชีว้ ดั (1) สถานศึกษาทุกแห่งมีระบบข้อมูลสารสนเทศที่สามารถใช้ในการวางแผน การจดั การศึกษาได้อยา่ งมีประสทิ ธิภาพ (2) สถานศึกษาทุกแหง่ มีข้อมูลผเู้ รียนรายบุคคล ทส่ี ามารถเช่ือมโยงกับข้อมลู ต่าง ๆ นําไปสูก่ ารวิเคราะห์ เพือ่ วางแผนการจดั การเรียนรูใ้ หผ้ ู้เรียนไดอ้ ยา่ งมปี ระสทิ ธภิ าพ 3.5.2 แนวทางการดําเนินงาน (1) พัฒนาระบบฐานข้อมูลทรัพยากรมนุษย์ด้านการศึกษาขั้นพื้นฐานที่สามารถ เช่ือมโยงและบรู ณาการ ข้อมลู ดา้ นการพัฒนาทรัพยากรมนษุ ย์ระหวา่ งกระทรวง หน่วยงานทเ่ี กย่ี วข้อง โดยการ เชอ่ื มโยงขอ้ มลู รายบุคคลทีเ่ กย่ี วกับการศกึ ษา การพัฒนาตนเอง สขุ ภาพและการพฒั นาอาชีพในตลอดช่วงชีวิต เป็นฐานข้อมลู การพัฒนา ทรัพยากรมนุษย์ของประเทศไทยที่มีประสิทธิภาพและประสิทธิผล สามารถประเมนิ จุดอ่อน จุดแขง็ และศกั ยภาพ บคุ คลของประเทศ นําไปสู่การตัดสนิ ใจระดบั นโยบายและปฏบิ ัติ (2) พัฒนา Digital Platform ดา้ นการเรียนรู้ผเู้ รียน และบุคลากรทางการศึกษา เพอื่ ใหส้ ถานศึกษาและ หน่วยงานในสังกัดใชใ้ นการปฏบิ ัตงิ านตามภารกิจ (3) พัฒนา Digital Platform ด้านการบริหารงาน เพื่อสนองตอบต่อการปฏิบัติงาน ของบุคลากรตามภารกิจที่รับผิดชอบ นําไปสู่การพัฒนาฐานข้อมูลบุคลากรที่เชื่อมโยงกันทั้งระบบตั้งแต่การคัดสรร บรรจแุ ตง่ ตั้ง ตลอดจนเชอื่ มโยงถงึ การพัฒนาครเู พอื่ ให้สอดคล้องกับความกา้ วหน้าในอาชีพ (4) พัฒนา Digital Platform ระบบข้อมูลสารสนเทศของผู้เรียนเป็นรายบุคคล ตั้งแต่ระดับปฐมวัยจนจบการศึกษาขั้นพื้นฐาน ที่สามารถเชื่อมโยงกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง นําไปสู่การพัฒนา ฐานขอ้ มลู ประชากรด้าน การศึกษาของประเทศ (5) พัฒนา Big Data เพื่อเชื่อมโยง วิเคราะห์ข้อมูลทุกมิตินําไปสู่การวางแผน การจดั การเรียนรู้ใหแ้ ก่ ผู้เรยี นเป็นรายบุคคล

34

35 ขอ้ มูลพ้ืนฐานของสำนกั งานเขตพ้นื ทีก่ ารศกึ ษาประถมศึกษาร้อยเอ็ด เขต 3 1. ความสำคญั และความเป็นมา สำนักงานเขตพืน้ ที่การศึกษาประถมศกึ ษาร้อยเอ็ด เขต 3 จัดตั้งขึน้ ตามประกาศกระทรวงศึกษาธิการ เรื่องการกำหนดเขตพื้นที่การศึกษา ลงวันที่ 7 กรกฎาคม พ.ศ.2546 ประกาศกระทรวงศึกษาธิการ เรื่อง ปรับปรุงแก้ไขการกำหนดเขตพื้นที่การศึกษา และกำหนดเขตพื้นที่การศึกษาเพิ่มเติม พ.ศ. 2550 ลงวันที่ 9 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2550 และประกาศกระทรวงศึกษาธิการ เรื่อง ปรับปรุงแก้ไขการกำหนดเขตพื้นที่การศึกษา และกำหนด เขตพน้ื ท่กี ารศึกษาเพิ่มเติม พ.ศ. 2551 ลงวนั ที่ 18 มกราคม พ.ศ. 2551 มาตรา 5 และมาตรา 37 แหง่ พระราชบัญญัติการศึกษาแห่งชาติ พ.ศ.2542 ซ่ึงแกไ้ ขเพ่ิมเติมโดยพระราชบัญญัติการศึกษาแห่งชาติ (ฉบับที่ 3) พ.ศ. 2553 มาตรา 8 และมาตรา 33 วรรคสอง แห่งพระราชบัญญัติระเบียบบริหารราชการ กระทรวงศึกษาธิการ (ฉบับที่ 21) พ.ศ.2553 กำหนดให้มีสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษา และ สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษามัธยมศึกษา โดยให้สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษามีภารกิจในการ บริหารและจัดการศึกษาขั้นพื้นฐานในเขตพื้นที่การศึกษาให้มีคุณภาพตามมาตรฐานการศึกษาขั้นพื้นฐานและ สอดคลอ้ งกบั นโยบายของสำนกั งานคณะกรรมการการศึกษาขน้ั พ้นื ฐานและกระทรวงศึกษาธิการ สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาร้อยเอ็ด เขต 3 เป็นหน่วยงานภายใต้การกำกับดูแลของ สำนักงานคณะกรรมการการศกึ ษาข้นั พน้ื ฐาน กระทรวงศึกษาธกิ าร รบั ผดิ ชอบดแู ลสถานศึกษา 5 อำเภอ ไดแ้ ก่ อำเภอโพนทอง อำเภอเสลภูมิ อำเภอหนองพอก อำเภอโพธิ์ชัย และอำเภอเมยวดี มีสถานศึกษาภาครัฐในกำกับ ดูแล เป็นโรงเรียนหลัก จำนวน 211 โรงเรียน และโรงเรียนสาขา จำนวน 5 โรงเรียน ซึ่งสำนักงานเขตพื้นท่ี การศึกษาประถมศึกษารอ้ ยเอด็ เขต 3 มีบทบาท อำนาจหน้าที่ ดังนี้ 1. จัดทำนโยบายแผนพัฒนาและมาตรฐานการศึกษาของเขตพื้นที่การศึกษา ให้สอดคล้องกับ นโยบายมาตรฐานการศกึ ษา แผนการศึกษา แผนพฒั นาการศกึ ษาข้ันพ้ืนฐานและความตอ้ งการของท้องถ่ิน 2. วิเคราะหก์ ารจัดตั้งงบประมาณของสถานศึกษาและหนว่ ยงานในเขตพ้ืนที่การศึกษา การจัดสรร งบประมาณ การกำกับ ตรวจสอบ ติดตามการใช้จ่ายงบประมาณของสถานศึกษาในสังกัดและหน่วยงาน ในเขตพ้นื ท่กี ารศกึ ษา 3. ประสาน ส่งเสริม สนบั สนุนและพัฒนาหลกั สูตรรว่ มกบั สถานศกึ ษาในเขตพน้ื ท่ีการศกึ ษา 4. กำกบั ดแู ล ตดิ ตาม ประเมนิ ผลการจัดการศึกษาสถานศึกษาขน้ั พ้ืนฐานและหน่วยงานในเขตพ้ืนที่การศึกษา 5. ศึกษา วเิ คราะห์ วิจยั และรวบรวมขอ้ มูลสารสนเทศด้านการศึกษาในเขตพ้ืนที่การศกึ ษา 6. ประสานการระดมทรัพยากรด้านต่างๆ รวมทั้งทรัพยากรบุคคล เพื่อส่งเสริมสนับสนุน การจดั การศกึ ษาและการพฒั นาการศึกษาในเขตพ้ืนท่ีการศึกษา 7. จดั ระบบประกนั คุณภาพการศกึ ษาและประเมินผลสถานศึกษาในเขตพื้นที่การศึกษา 8. ประสาน ส่งเสริม สนับสนุนการจัดการศึกษาหน่วยงาน องค์กร ชุมชน วิชาชีพ สถาบันศาสนา สถานประกอบการ ครอบครวั และสถาบนั อื่นที่จัดการศึกษาท่หี ลากหลายในรปู แบบการจัดการศึกษาในเขตพนื้ ทีก่ ารศึกษา 9. ดำเนินการและประสาน ส่งเสรมิ สนบั สนุนการวจิ ยั และพัฒนาการศึกษาในเขตพนื้ ท่กี ารศกึ ษา 10. ประสาน สง่ เสริม การดำเนินงานของคณะอนกุ รรมการและคณะทำงานด้านการศึกษา 11. ประสานการปฏิบัตริ าชการทัว่ ไปกับองคก์ รหรือหน่วยงานต่างๆ ท้ังภาครัฐ เอกชนและองค์กร ปกครองสว่ นท้องถิน่ ในฐานะสำนกั งานผแู้ ทนกระทรวงศึกษาธิการในเขตพน้ื ทก่ี ารศึกษา 12. ปฏิบตั ิหนา้ ที่อ่ืนเกีย่ วกบั กิจกรรมภายในเขตพื้นท่ีการศึกษาทีม่ ิไดร้ ะบุให้เป็นหนา้ ทขี่ อง หนว่ ยงานใดโดยเฉพาะหรือปฏบิ ัติงานอืน่ ตามท่ไี ด้มอบหมาย

36 ขอ้ มูลพ้นื ฐาน สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาร้อยเอ็ด เขต 3 ตั้งอยู่เลขที่ 664 ถนนโพนทอง – หนองพอก ตำบลแวง อำเภอโพนทอง จังหวัดร้อยเอ็ด อยู่ห่างจากศาลากลางจังหวัดร้อยเอ็ด ประมาณ 50 กิโลเมตร มีหน้าที่รับผิดชอบในการส่งเสริมและสนับสนุนการจัดการศึกษาขั้นพื้นฐาน ครอบคลุมเขตพื้นที่การปกครอง จำนวน 5 อำเภอ ประกอบดว้ ย 1. อำเภอโพนทอง (14 ตำบล 196 หมูบ่ า้ น 6 เทศบาล 9 อบต.รวม 15 แหง่ ) 2. อำเภอเสลภูมิ (18 ตำบล 235 หมู่บ้าน 10 เทศบาล 7 อบต. รวม 17 แหง่ ) 3. อำเภอหนองพอก (9 ตำบล 120 หมูบ่ า้ น 2 เทศบาล 8 อบต.รวม 10 แหง่ ) 4. อำเภอโพธ์ชิ ยั (9 ตำบล 112 หมบู่ า้ น5 เทศบาล 5 อบต. รวม 10 แหง่ ) 5. อำเภอเมยวดี (4 ตำบล 43 หมู่บ้าน 4 เทศบาล - อบต. รวม 4 แหง่ ) มอี าณาเขตพนื้ ทีป่ ระมาณ 2,684 ตารางกโิ ลเมตร มพี น้ื ท่ตี ิดต่อกับอำเภอและจงั หวัดต่างๆ ดงั ต่อไปนี้ ทิศเหนอื ตดิ ตอ่ กับอำเภอกฉุ ินารายณแ์ ละอำเภอดอนจาน จังหวัดกาฬสินธุ์ และอำเภอหนองสงู จังหวดั มกุ ดาหาร ทิศใต้ ติดตอ่ กับอำเภออาจสามารถ อำเภอพนมไพร อำเภอเชยี งขวญั จงั หวัดรอ้ ยเอ็ด ทศิ ตะวนั ออก ติดต่อกับอำเภอพนมไพร จงั หวัดรอ้ ยเอด็ อำเภอเมอื งยโสธร อำเภอกุดชุม อำเภอทรายมลู และอำเภอเลงิ นกทา จังหวัดยโสธร และอำเภอกุฉนิ ารายณ์ จังหวัดกาฬสินธุ์ ทศิ ตะวันตก ตดิ ตอ่ กับอำเภอกมลาไสย อำเภอร่องคำ จังหวัดกาฬสินธุ์ และอำเภอธวัชบุรี อำเภอทุ่งเขาหลวง จังหวัดรอ้ ยเอด็ ลกั ษณะภูมปิ ระเทศ สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาร้อยเอ็ด เขต 3 ตั้งอยู่บริเวณตอนกลางของ ภาค ตะวันออกเฉียงเหนือของไทย โดยทั่วไปเป็นที่ราบสูง สูงจากระดับน้ำทะเลปานกลางประมาณ 130-160 เมตร มี ภูเขาทางตอนเหนือซึ่งติดต่อจากเทือกเขาภูพาน บริเวณตอนกลางของสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษา ประถมศกึ ษาร้อยเอ็ด เขต 3 มีลักษณะเป็นที่ราบลูกคลื่น บริเวณตอนลา่ งมลี ักษณะเป็นท่รี าบลุ่มริมฝ่ังแม่น้ำยัง และลำนำ้ ชี ลักษณะภมู ิอากาศ สำนกั งานเขตพ้ืนที่การศึกษาประถมศึกษาร้อยเอ็ดเขต 3 ได้รับอทิ ธิพลจากลมมรสุมตะวันออกเฉียงเหนือ และลมมรสมุ ตะวันตกเฉียงใต้ สภาพภมู ิอากาศอยู่ในประเภทฝนเมืองร้อน ปริมาณน้ำฝนเฉลีย่ 1,196.8 ลูกบาศก์มิลลิเมตร ฝนตกชกุ ในเดือนมถิ นุ ายนถงึ กันยายน อากาศรอ้ นแห้งแล้งในเดอื นกุมภาพนั ธถ์ ึงเมษายน สถานที่ท่องเทย่ี วและแหล่งศึกษาเรียนรู้ สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาร้อยเอ็ด เขต 3 จัดได้ว่าเป็นเขตพื้นที่การศึกษาที่มีแหล่ง ทอ่ งเทย่ี วทางธรรมชาติอยมู่ ากมายเป็นทน่ี ิยมของบุคคลทว่ั ไป ประกอบดว้ ย 1. อำเภอโพนทอง - แหลมพะยอม เปน็ สถานที่พักผ่อนหย่อนใจ อยบู่ ริเวณทศิ ตะวันออกของบึงโพนทองซ่ึงเป็น แหลง่ น้ำกว้างใหญ่ มเี นือ้ ทป่ี ระมาณ 20 ไร่ อยู่หา่ งจากท่ีวา่ การอำเภอโพนทองไปทางทิศตะวันออก(ถนนสาย อำเภอโพนทอง – ถนนสายอำเภอหนองพอก) ระยะทางประมาณ 2 กิโลเมตร

37 2. อำเภอเสลภูมิ - บึงเกลือ(บุ่งเกลือ) อยู่ในบริเวณตำบลเมืองไพรอำเภอเสลภูมิ ห่างจากตัวอำเภอเสลภูมิไป ทางทิศตะวันออกประมาณ 10 กิโลเมตร เป็นแหล่งน้ำขนาดใหญ่ มีเนื้อที่ประมาณ 7,500 ไร่ ริมบึงมีหาด ทรายขาวสะอาดกวา้ งขวาง ในวนั หยดุ จะมีนักท่องเท่ียวมาพกั ผ่อนจำนวนมาก 3. อำเภอหนองพอก - วนอุทยานผาน้ำย้อย อยู่ทางทิศตะวันออกเฉียงเหนือของอำเภอหนองพอก เดินทางโดยรถยนต์ สายร้อยเอ็ด – อำเภอโพนทอง – อำเภอหนองพอก ระยะทาง 62 กิโลเมตรจากตัวอำเภอเมืองร้อยเอ็ดผาน้ำย้อย เปน็ ผาหินขนาดใหญ่ ซึง่ มนี ำ้ ไหลตกและซึมตลอดปีอยบู่ นภูเขาเขียว บา้ นโคกกลางตำบลโคกสว่าง มีเนื้อที่รอบๆ บริเวณหน้าผาพื้นที่ประมาณ 20,000 ไร่ เป็นป่าไม้เนื้อแข็งนานาชนิดนับเป็นป่าที่มีค่าและหายากอย่างยิ่ง มีสัตว์ ป่าอาศัยอยู่หลายชนิด เช่น หมูป่า เก้ง กวาง ไก่ป่า ฯลฯ บริเวณเชิงเขาจะมีวัดอยู่วัดหนึ่งสร้างในพื้นที่ประมาณ 2,500 ไร่ มีศาลาการเปรียญที่ใหญ่โตมาก กว้าง 40 เมตร ยาว 80 เมตร วัดนี้มีชื่อว่า “วัดผาน้ำทิพย์เทพ ประสิทธิ์วนาราม” โดยมีพระอาจารย์ศรีมหาวิโร ซึ่งเป็นศิษย์ของพระอาจารย์มั่น ภูริทัตโต เป็นผู้ดำเนินการ ก่อสร้าง นอกจากนี้ยังมี “พระมหาเจดีย์ชัยมงคล”เป็นพระมหาเจดีย์ที่สูงอยู่ในลำดับต้นๆ ของเจดีย์ใน ประเทศไทย มีความกว้าง 101 เมตร สูง 101 เมตร ความสูงรวมยอดทองคำ 109 เมตร การก่อสร้างใช้งบประมาณ กว่า 3,000 ลา้ นบาทเฉพาะยอดใช้ทองคำน้ำหนัก 60 กิโลกรมั ภายในองคพ์ ระมหาเจดยี ์ชัยมงคลมี 5 ชัน้ ดงั น้ี ชั้นที่ 1 เปน็ หอ้ งโถงกว้างใหญ่ โอ่อา่ ผนังจารกึ นามทานาธิบดตี า่ งๆ ใช้เปน็ ห้องประชมุ บำเพ็ญบุญ ชัน้ ท่ี 2 เป็นหอ้ งโถงโออ่ ่าเช่นกนั ผนงั ตดิ ตงั้ รูปพทุ ธประวัติลวดลายไทยวิจิตรพิสดาร ชั้นที่ 3 เป็นที่ประดิษฐานรูปพระอาจารย์ปราชญ์อีสานในอดีต เป็นรูปเหมือนสลักหินอ่อน และหุน่ รปู เหมือนพระสุปฏิปนั โน 101 องค์ ชั้นที่ 4 จัดเป็นพิพิธภัณฑ์แสดงสถานที่วัดวาอารามที่หลวงปู่ศรี มหาวีโร เคยปฏิบัติวิปัสสนา กรรมฐาน ชั้นที่ 5 มบี ันใด 119 ชัน้ เปน็ หอ้ งโถงรปู ระฆัง 8 เหลีย่ ม บรรจพุ ระบรมสารรี ิกธาตุ - สวนพฤกษศาสตร์วรรณคดี เป็นโครงการสวนพฤกษศาสตร์ในวรรณคดีประจำภาค ตะวันออกเฉียงเหนือ ตั้งอยู่ในบริเวณป่าสงวนแห่งชาติดงมะอี่ ตำบลผาน้ำย้อย อำเภอหนองพอก ห่างจาก ตัวจังหวัดร้อยเอ็ดประมาณ 85 กิโลเมตร มีเน้ือที่ประมาณ 1,000 ไร่ เป็นเนื้อที่สำหรับปลูกต้นไม้แบ่งตาม วรรณคดี เช่น เรื่องพระเวสสันดร ลิลิตพระลอ ลิลิตตะเลงพ่าย ลานพุทธประวัติ ฯลฯ นอกจากนี้ยังมีสมุนไพร แยกตามสรรพคณุ บรเิ วณสวนมีสภาพภูมปิ ระเทศสวยงาม - เขตหา้ มล่าสัตว์ป่าถำ้ ผานำ้ ทิพย์ ต้งั อยใู่ นพ้ืนท่ีอำเภอหนองพอก ควบคุมดูแลพ้ืนท่ีประมาณ 151,242 ไร่ หรือประมาณ 242 ตารางกิโลเมตร โดยสภาพพื้นที่จะเป็นเทือกเขาหินทรายสูงชันและสลับซับซ้อน ประกอบด้วยป่าดิบแล้ง ป่าเบญจพรรณและป่าเต็งรัง ซึ่งมีความอุดมสมบูรณ์ สัตว์ป่าที่พบในพื้นที่ป่าแห่งนี้ ได้แก่ ไก่ฟ้าพญาลอ หมูป่า สุนัขจิ้งจอก เป็นต้น จุดท่องเที่ยวที่น่าสนใจในบริเวณเขตห้ามล่าคือ ผาพะยอมซ่ึง เป็นจุดสำหรับชมพระอาทติ ย์ขนึ้ และผาน้ำทพิ ย์ ซ่ึงเปน็ จุดชมพระอาทติ ย์ตก - น้ำตกถ้ำโสดา ตั้งอยู่บริเวณเดียวกันกับอ่างเก็บน้ำห้วยพุงใหญ่ เป็นแหล่งท่องเที่ยวท่ี สวยงามท่สี ุดแหง่ หนึ่งในจงั หวดั ร้อยเอ็ด นำ้ ตกถำ้ โสดาเป็นน้ำตกถ้ำขนาดใหญ่มีความสงู ประมาณ 50 เมตร อยู่ ในพื้นทบี่ ้านโนนสมบูรณ์ หมู่ท่ี 9 ตำบลภเู ขาทอง อำเภอหนองพอก จังหวัดรอ้ ยเอ็ดและเปน็ ท่ีต้ังของสำนักสงฆ์ ถ้ำโสดา อกี ทงั้ ธรรมชาติโดยรอบน้ำตกก็รม่ รน่ื เหมาะแกก่ ารพกั ผ่อนเป็นอยา่ งมาก

38 แผนที่แสดงอาณาเขตพนื้ ท่ีบริการสำนักงานเขตพ้ืนที่การศกึ ษาประถมศึกษาร้อยเอ็ด เขต 3 เหนือ อ.กฉุ ินารายณ์ อ.ดอนจาน อ.หนองสงู อ.เมืองกาฬสินธ์ุ อ.เลงิ นกทา อ.กมลาไสย อ.กดุ ชมุ อ.ร่องคา อ.ทรายมลู อ.เชียงขวญั อ.ธวชั บรุ ี อ.ท่งุ เขาหลวง อ.เมืองยโสธร อ.อาจสามารถ อ.พนมไพร ถนนสายหลกั ถนนสายรอง ถนนลกู รัง เส้นแบง่ เขตตาบล

ข้อมูลจำนวนโรงเรียน จำแนกตามขนาดของโรงเรยี น ปกี ารศกึ ษา 2562 39 6 สงั กัดสำนักงานเขตพน้ื ท่กี ารศกึ ษาประถมศึกษารอ้ ยเอ็ด เขต 3 รวม ขนาดโรงเรียน จำนวนนกั เรียน อำเภอ อำเภอ อำเภอ อำเภอ อำเภอ โพนทอง โพธชิ์ ยั หนองพอก เสลภูมิ เมยวดี 13 28 น้อยกวา่ 20 5 2 1 5- 35 27 21 – 40 7 5 2 14 - 18 19 ขนาดที่ 1 41 – 60 13 1 3 18 - 140 61 – 80 8 3 4 10 2 44 22 81 – 100 5 5 3 41 6 4 101 - 120 7 2 4 6- 0 0 รวมขนาดท่ี 1 45 18 17 57 3 216 ขนาดที่ 2 121 - 200 14 8 6 11 5 ขนาดท่ี 3 201 - 300 4 3 6 63 ขนาดที่ 4 301 -499 1 3 2 -- ขนาดที่ 5 500 – 1,499 1 - 2 1- ขนาดท่ี 6 1,500 – 2,499 - - - -- ขนาดท่ี 7 2,500 ข้ึนไป - - - -- รวมทง้ั สนิ้ 65 32 33 75 11 ทีม่ า : ข้อมูลสารสนเทศ ปีการศกึ ษา 2562 จำนวนนักเรียน และจำนวนห้องเรียน ปีการศึกษา 2562 สังกดั สำนกั งานเขตพนื้ ทีก่ ารศกึ ษาประถมศกึ ษารอ้ ยเอด็ เขต 3 ระดับการศึกษา จำนวนนกั เรยี น จำนวน ชาย หญิง รวม ห้องเรยี น 1. ระดบั กอ่ นประถมศกึ ษา 118 126 244 23 - อนุบาล 1 (อนบุ าล 3 ขวบ) 1,183 1,102 2,285 207 - อนบุ าล 2 1,255 1,105 2,360 214 - อนุบาล 3 2,556 2,333 4,889 444 รวมระดับก่อนประถมศกึ ษา 1,444 1,369 2,813 228 2. ระดับประถมศกึ ษา 1,491 1,441 2,932 232 1,371 1,309 2,680 227 - ช้ันประถมศึกษาปีท่ี 1 1,496 1,426 2,922 227 - ชั้นประถมศึกษาปที ี่ 2 1,564 1,358 2,922 226 - ชน้ั ประถมศกึ ษาปีท่ี 3 1,592 1,490 3,082 227 - ชั้นประถมศกึ ษาปีที่ 4 9,202 8,577 17,779 1,373 - ชั้นประถมศกึ ษาปีที่ 5 - ชั้นประถมศึกษาปีท่ี 6 รวมระดบั ประถมศึกษา

ระดบั การศึกษา จำนวนนักเรียน 40 ชาย หญงิ รวม 3. ระดบั มธั ยมศึกษาตอนต้น จำนวน - ชั้นมัธยมศึกษาปที ่ี 1 518 403 921 ห้องเรียน - ชน้ั มธั ยมศึกษาปที ่ี 2 546 429 975 - ชน้ั มธั ยมศกึ ษาปที ี่ 3 522 424 946 58 รวมระดบั มัธยมศกึ ษาตอนต้น 57 รวมทกุ ระดับ 1,586 1,254 2,842 57 172 ท่มี า : ข้อมูลสารสนเทศ ปกี ารศกึ ษา 2562 13,100 11,982 25,082 1,983 กรอบและอตั ราบคุ ลากรท่ีปฏบิ ัตหิ นา้ ท่ี ในสำนักงานเขตพ้นื ที่การศกึ ษาประถมศกึ ษารอ้ ยเอด็ เขต 3 กลุ่ม กรอบ จำนวน หมายเหตุ อัตรากำลัง ท่มี ีอยู่ 1. ผอู้ ำนวยการสำนกั งานเขตพน้ื ทก่ี ารศึกษาประถมศกึ ษาร้อยเอ็ด เขต 3 1 - 2. รองผอู้ ำนวยการสำนกั งานเขตพืน้ ทก่ี ารศกึ ษาประถมศกึ ษารอ้ ยเอด็ เขต 3 6 3 3. กลุ่มอำนวยการ 76 4. กลุ่มบรหิ ารงานการเงนิ และสนิ ทรพั ย์ 11 7 5. กลมุ่ นโยบายและแผน 75 6. กล่มุ บริหารงานบุคคล 13 10 7. กลมุ่ ส่งเสริมการจัดการศกึ ษา 86 8. กลมุ่ นิเทศติดตามและประเมนิ ผลการจดั การศกึ ษา 17 14 9. หน่วยตรวจสอบภายใน 32 10. ลูกจา้ งประจำ (พนักงานพิมพด์ ดี -พนักงานขับรถยนต)์ -2 11. ลกู จา้ งช่วั คราว (พนักงานพมิ พ์ดีด ปฏิบัติหนา้ ทีท่ ี่ สพป.ร้อยเอด็ เขต 3) - 1 12. ลกู จา้ งชัว่ คราว (ปฏบิ ัติหนา้ ท่ีท่ี สพป.ร้อยเอด็ เขต 3) -5 13. พนักงานทำความสะอาด (ปฏบิ ตั ิหนา้ ที่ที่ สพป.รอ้ ยเอด็ เขต 3) -2 14. ยาม (ปฏบิ ัตหิ นา้ ท่ที ี่ สพป.รอ้ ยเอ็ด เขต 3) -2 บุคลากรท่ีปฏบิ ัตหิ น้าทีใ่ นสงั กดั สพป.ร้อยเอด็ เขต 3 64 ท่มี า : ขอ้ มูล เมื่อเดอื น ตลุ าคม พ.ศ. 2562

41 จำนวนบคุ ลากรแยกตามสายงาน สำนักงานเขตพ้นื ท่ีการศกึ ษาประถมศึกษารอ้ ยเอด็ เขต 3 บุคลากร / แยกตามประเภท จำนวน ( คน ) 1. ผู้บริหาร 179 1.1 ผู้อำนวยการโรงเรยี น 0 1.2 รองผูอ้ ำนวยการโรงเรยี น 2. สายผสู้ อน 4 2.1 ครู คศ.4 1,109 2.2 ครู คศ.3 104 2.3 ครู คศ.2 172 2.4 ครู คศ.1 90 2.5 ครูผู้ช่วย 14 3. ศกึ ษานเิ ทศก์ 37 4. บคุ ลากรทางการศกึ ษา มาตรา 38 ค ( 2 ) 64 5. พนกั งานราชการท่ัวไป 6. ครู (ลกู จา้ งช่วั คราว) 210 6.1 ครูธุรการ 38 6.2 ครขู ้นั วิกฤต/ครูสาขาขาดแคลน 21 6.3 ครวู ทิ ยาศาสตร์ - คณิตศาสตร์ 34 6.4ครพู ีเ่ ลย้ี งเดก็ พิการ 13 6.5ครผู ทู้ รงคณุ คา่ 7. นกั การภารโรง 75 7.1 ลูกจา้ งประจำ 94 7.2 ลกู จ้างช่วั คราว 2,258 รวมบุคลากร ในสังกัด สพป.รอ้ ยเอ็ด เขต 3 ท่มี า : บญั ชรี ายละเอยี ดอตั รากำลงั ข้าราชการครู ( ขอ้ มูลเดอื น ตุลาคม พ.ศ. 2562 )

42 โครงสร้างการแบง่ สว่ นราชการของสำนกั งานเขตพื้นทกี่ ารศกึ ษาประถมศกึ ษารอ้ ยเอ็ด เขต 3 สำนักงานคณะกรรมการการศกึ ษาขนั้ พนื้ ฐาน สำนักงานเขตพน้ื ทีก่ ารศึกษา คณะกรรมการติดตาม ตรวจสอบ ประถมศกึ ษารอ้ ยเอด็ เขต 3 ประเมินผลและนเิ ทศการศกึ ษา (ก.ต.ป.น.) กล่มุ กฎหมายและคดี หน่วยตรวจสอบภายใน กล่มุ อำนวยการ กลุ่มนโยบายและแผน กลุม่ บริหารงานบุคคล กลมุ่ นเิ ทศ ติดตาม และประเมินผล การจัดการศกึ ษา กลุ่มบริหารงานการเงนิ กลมุ่ ส่งเสริม กลมุ่ พฒั นาครูและ กลุ่มส่งเสรมิ และสินทรพั ย์ การจัดการศกึ ษา บคุ ลากรทางการศึกษา การศกึ ษาทางไกล เทคโนโลยี สารสนเทศและการ สื่อสาร กลมุ่ พัฒนาคุณภาพการศึกษา คณะกรรมกลุ่มพัฒนาคณุ ภาพการศึกษา สถานศกึ ษาในสังกัด คณะกรรมการสถานศึกษาขั้นพื้นฐาน

43 ผ้บู ริหารสำนักงานเขตพื้นท่ีการศกึ ษาประถมศึกษาร้อยเอ็ด เขต 3 1. นายธนกฤต ศิรภิ ริ มย์ ผู้อำนวยการสำนักงานเขตพื้นท่กี ารศึกษาประถมศึกษาร้อยเอด็ เขต 3 2. นายประดู่ นามเหลา รองผอู้ ำนวยการสำนักงานเขตพืน้ ท่ีการศึกษาประถมศึกษาร้อยเอด็ เขต 3 3. นายทวีศักด์ิ พรหมพินิจ รองผอู้ ำนวยการสำนกั งานเขตพ้ืนที่การศกึ ษาประถมศึกษาร้อยเอด็ เขต 3 4. นายสกล ไชยธงรตั น์ รองผู้อำนวยการสำนกั งานเขตพ้ืนที่การศกึ ษาประถมศึกษาร้อยเอด็ เขต 3 ขอ้ มูลผลการจัดการศึกษา ผลการทดสอบทางการศึกษาระดับชาติ (O-NET : Ordinary National Educational Test) ตารางท่ี 1 ข้อมูลเปรียบเทียบผลการทดสอบทางการศึกษาระดบั ชาติ (O-NET) ระดับชนั้ ประถมศึกษาปีที่ 6 ของโรงเรยี นในสงั กดั ย้อนหลัง 3 ปี (ปีการศึกษา 2559 – 2561) ท่ี สาระการเรยี นรู้ ปกี ารศึกษา เปรียบเทียบ 2561 2560 2559 61 - 60 60 - 59 1 ภาษาไทย 52.55 43.31 49.37 9.24 -6.06 2 คณติ ศาสตร์ 32.29 33.40 35.17 -1.11 -1.77 3 วิทยาศาสตร์ 36.83 36.85 38.07 -0.02 -1.22 4 ภาษาองั กฤษ 31.82 30.03 28.29 1.79 1.74 รวม 38.37 35.90 38.73 2.47 -2.83 จากตารางท่ี 1 พบว่า ผลการทดสอบระดับชาติขน้ั พ้ืนฐาน (O-NET) ระดบั ชั้นประถมศึกษาปีท่ี 6 ปกี ารศึกษา 2561 เปรียบเทยี บกับปีการศึกษา 2560 สาระการเรียนรภู้ าษาไทย เพิ่มขน้ึ 9.24 สาระการเรียนรู้ ภาษาอังกฤษ เพิ่มขึ้น 1.79 สาระการเรียนรู้คณิตศาสตร์ ลดลง 1.11 และสาระการเรียนร้วู ิทยาศาสตร์ ลดลง 0.02 สรุปรวมทั้ง 4 สาระการเรียนรู้ เพ่มิ ขึน้ 2.47 ตารางที่ 2 ข้อมลู เปรยี บเทียบผลการทดสอบทางการศึกษาระดับชาติ (O-NET) ระดับชัน้ มัธยมศึกษาปีที่ 3 ของโรงเรียนในสังกัด ย้อนหลงั 3 ปี (ปกี ารศกึ ษา 2559 – 2561) ที่ สาระการเรียนรู้ ปีการศึกษา เปรียบเทยี บ 2561 2560 2559 61 - 60 60 - 59 1 ภาษาไทย 49.85 43.63 42.94 6.22 0.69 2 คณิตศาสตร์ 26.03 20.47 25.87 5.56 -5.40 3 วทิ ยาศาสตร์ 34.48 29.71 32.61 4.77 -2.90 4 ภาษาอังกฤษ 26.39 27.57 28.07 -1.18 -0.50 รวม 34.19 30.35 34.77 3.84 -4.42 จากตารางที่ 2 พบวา่ ผลการทดสอบระดบั ชาตขิ ้นั พ้นื ฐาน (O-NET) ระดับชั้นมธั ยมศึกษาปีที่ 3 ปกี ารศกึ ษา 2561 เปรียบเทยี บกบั ปกี ารศึกษา 2560 สาระการเรยี นรภู้ าษาไทย เพ่ิมขน้ึ 6.22 สาระการเรยี นรู้ คณิตศาสตร์ เพิ่มขนึ้ 5.56 สาระการเรยี นร้วู ิทยาศาสตร์ เพิ่มขน้ึ 4.77 และสาระการเรยี นรู้ภาษาอังกฤษ ลดลง 1.18 สรปุ รวมทงั้ 4 สาระการเรยี นรู้ เพ่มิ ขึ้น 3.84

44 ตารางท่ี 3 ข้อมูลเปรียบเทยี บผลการทดสอบระดบั ชาติขนั้ พ้ืนฐาน (O-NET) ช้นั ประถมศึกษาปีท่ี 6 กบั ทกุ สงั กัด สงั กดั คะแนนเฉลีย่ / สาระการเรยี นรู้ เฉลยี่ 4 วชิ า ภาษาไทย คณิตศาสตร์ วิทยาศาสตร์ ภาษาอังกฤษ ระดบั สพป.รอ้ ยเอด็ เขต 3 43.31 33.40 36.85 30.03 35.90 ระดับ สพฐ. 45.29 35.55 38.13 32.73 37.93 ระดบั ประเทศ 46.58 37.12 39.12 36.34 39.79 เปรียบเทียบ สพป.รอ้ ยเอ็ด -3.24 -3.72 -2.27 -6.31 -3.89 เขต 3 กับระดบั ประเทศ ต่ำกว่าระดบั ประเทศทุกกลมุ่ สาระการเรียนรู้ ตารางท่ี 4 ข้อมลู เปรียบเทียบผลการทดสอบระดับชาตขิ น้ั พื้นฐาน (O-NET) ช้ันมัธยมศกึ ษาปีที่ 3 กับทกุ สังกดั สงั กัด คะแนนเฉล่ีย / สาระการเรยี นรู้ เฉล่ีย 4 วชิ า ภาษาไทย คณติ ศาสตร์ วิทยาศาสตร์ ภาษาอังกฤษ ระดับ สพป.ร้อยเอด็ เขต 3 43.63 20.47 29.71 27.57 30.35 ระดับ สพฐ. 48.77 26.55 32.47 30.14 34.48 ระดบั ประเทศ 48.29 26.30 32.28 30.47 34.33 เปรยี บเทยี บสพป.ร้อยเอ็ด -4.66 -5.83 -2.57 -2.88 -3.98 เขต 3 กบั ระดบั ประเทศ ตำ่ กว่าระดบั ประเทศทุกกลมุ่ สาระการเรียนรู้ ผลการทดสอบความสามารถข้ันพืน้ ฐานของผู้เรยี นระดับชาติ (NT : National Test) ตารางท่ี 5 ข้อมูลเปรียบเทยี บผลการประเมินความสามารถขั้นพนื้ ฐาน ระดบั ช้นั ประถมศึกษาปีที่ 3 (NT) ปกี ารศึกษา 2560 เทยี บกับ 2561 คา่ เฉลย่ี ร้อยละ ด้านภาษา ด้านคำนวณ ด้านเหตุผล รวม 3 ดา้ น 2560 2561 2560 2561 2560 2561 2560 2561 ระดับประเทศ 52.67 53.18 37.75 47.19 45.31 48.07 45.25 49.48 ระดับสพฐ. 51.94 52.73 38.38 47.89 44.98 47.57 45.10 49.39 ระดบั สพป.รอ.3 49.15 50.45 36.54 46.99 43.74 45.20 43.14 47.55 จากตารางที่ 5 พบว่า ผลการประเมินความสามารถขนั้ พื้นฐาน ระดบั ชนั้ ประถมศกึ ษาปีที่ 3 (NT) ปกี ารศกึ ษา 2561 ภาพรวมท้ัง 3 ด้าน เม่อื เปรยี บเทยี บกับปีการศกึ ษา 2560 พบวา่ ภาพรวมท้งั 3 ด้าน ปกี ารศึกษา 2561 มคี ่าเฉล่ียสูงกว่า ปีการศึกษา 2560 ร้อยละ 4.41 เมอื่ พจิ ารณาเปน็ รายดา้ น พบว่า ดา้ น ภาษาสงู กว่า ร้อยละ 1.30 ดา้ นคำนวณ สูงกวา่ ร้อยละ 10.45 และด้านเหตุผล สงู กวา่ ร้อยละ 1.46 แม้วา่ ผล การประเมนิ ความสามารถขนั้ พ้ืนฐาน ระดับชนั้ ประถมศึกษาปีท่ี 3 จะสงู ข้นึ กว่าปีที่ผ่านมาแตเ่ มื่อเปรยี บเทียบ กับค่าเฉล่ยี ระดบั สพฐ. และระดับประเทศ พบวา่ สพป.รอ้ ยเอด็ เขต 3 ตำ่ กวา่ ทุกดา้ น ซ่ึงตอ้ งพฒั นาต่อไป

ข้อมูลการบริหารจัดการศึกษา 45 1) ผลการดำเนินงานตามคำรับรองการปฏบิ ัติราชการ (KRS : KPI Report System) ระดบั 4.11722 ปงี บประมาณ ผลการประเมิน 5.20681 องค์ประกอบท่ี 1 องค์ประกอบท่ี 2 องคป์ ระกอบที่ 4 2560 0.78569 1.11125 2.22028 2561 0.99930 0.35714 2.85037 ปีงบประมาณ ผลการประเมิน ร้อยละ ระดับ 2562 93.41 ระดบั คุณภาพ องคป์ ระกอบท่ี 1 ประเมินผู้บรหิ าร คะแนน 4.81520 4.64471 4.67028 ผลการดำเนนิ งานตามคำรับรองการปฏิบตั ิราชการ (KRS : KPI Report System) เม่อื เปรียบเทยี บ ค่าคะแนนเฉลย่ี รวม ปีงบประมาณ 2560 เปรยี บเทียบกบั ปีงบประมาณ 2561 พบวา่ มีคะแนนเฉลย่ี รวมเพ่ิมข้ึน เท่ากบั 0.09และอยใู่ นระดับมาตรฐาน ปีงบประมาณ 2562 ผลการดำเนินงานตามคำรับรองการปฏิบัติราชการ ผลคะแนน 4.67028 คิดเป็น รอ้ ยละ 93.41 และอยู่ในระดับคณุ ภาพ ผลการประเมินคณุ ธรรมและจริยธรรมเขตพื้นทีส่ จุ ริต (Integrity & Transparency Assessment: ITA) ปงี บประมาณ คา่ คะแนนเตม็ ผลคา่ คะแนนเฉลย่ี ระดบั ความโปรง่ ใส 2560 100 78.93 สงู 2561 100 85.15 สูงมาก 2562 100 85.80 สูงมาก ผลการประเมินคุณธรรมจริยธรรมเขตพื้นที่สุจริต (ITA) ซึ่งผลการประเมินพบว่า ค่าคะแนนตั้งแต่ ปีงบประมาณ พ.ศ.2560 – 2562 มีค่าเฉลี่ยคะแนนเพิ่มขึ้นจากระดับที่สูงจนถึงระดับสูงมาก เนื่องจากการ ดำเนินการและการปฏิบัติตามกรอบการประเมนิ ของสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขันพ้ืนฐานมากข้ึน เม่ือ เปรียบเทียบระหว่างปีงบประมาณ 2560 กับปีงบประมาณ 2561 พบว่า ผลต่างระดับความโปร่งใสเพิ่มขึ้น 6.22 และเมื่อเปรียบเทียบระหว่างประงบประมาณ 2561 กับปีงบประมาณ 2562 พบว่า ผลต่างระดับความ โปรง่ ใสเพ่ิมขน้ึ 0.65 ซึ่งถอื ว่ามีการพัฒนาคณุ ธรรมจริยธรรมเขตพืน้ ทส่ี ุจรติ ทมี่ ีประสทิ ธภิ าพเพมิ่ ข้นึ

46 งบประมาณที่ไดร้ บั จัดสรร ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2562 งบบุคลากร งบดำเนนิ งาน งบลงทนุ งบเงินอุดหนุน รวม 17,818,712 80,329,584 52,347,660 122,686,280 273,182,236 แผนภูมงิ บประมาณที่ได้รบั ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2562 งบบคุ ลากร งบดาเนินงาน งบลงทุน งบเงนิ อดุ หนนุ ข้อมลู ณ วนั ท่ี 30 กันยายน 2562

47 ส่วนที่ 2 ทศิ ทางการจัดการศกึ ษา ของสำนกั งานเขตพื้นทกี่ ารศึกษาประถมศกึ ษารอ้ ยเอ็ด เขต 3 การวิเคราะหส์ ภาพแวดลอ้ ม (SWOT Analysis) เพือ่ กาํ หนดยทุ ธศาสตรก์ ารพัฒนา การวิเคราะหส์ ภาพแวดลอ้ มภายนอกและภายใน (SWOT Analysis) การวเิ คราะหส์ ภาพแวดล้อมภายใน 7 S Model ดา้ นโครงสรา้ งหนว่ ยงาน (S1 : Structure& Policy) จุดแข็ง (Strength) จดุ ออ่ น (Weakness) 1. โครงสร้างองค์กรเนน้ การมีสว่ นรว่ มของบุคลากร 1. การบรหิ ารจดั การลา่ ชา้ 2. ขอบเขตงานรับผดิ ชอบมีความชดั เจนและเปน็ ลายลกั ษณ์ 2. โครงสร้างองค์กรเปน็ แบบสายการบังคบั อกั ษร บัญชา 3. เปน็ ระบบราชการท่มี ีศนู ย์กลางในการกำหนดนโยบายและ ต้องรอการตดั สนิ ใจจากผู้บรหิ าร ถา่ ยทอดนโยบายไปยังสำนักงานเขตทุกจังหวดั 3. ระดับชน้ั การบงั คบั บัญชายาวทำใหเ้ กดิ ความ 4. มกี ารจดั โครงสรา้ ง แบง่ หน้าทแี่ ละความรับผิดชอบกนั ล่าชา้ ในการบรหิ ารและการตัดสินใจ อย่างชัดเจน 4. บคุ ลากรไม่ครบตามโครงสรา้ ง 5. การจดั โครงสรา้ งงานหลายชัน้ สง่ ผลให้เกิดความ 5. รับผิดชอบงานมาก ผิดพลาดยาก 6. ขาดการวเิ คราะห์งานอย่างละเอียด 6. มีระเบยี บในการจดั แบง่ หน้าท่ีความรับผดิ ชอบของ 7. การจดั ทำมาตรฐานการปฏิบัติงานตาม หน่วยงานทช่ี ัดเจน โครงสร้าง 7. มีการทำงานอยา่ งเต็มที่ ตามกรอบและโครงสร้างงานที่ 8. ขาดการจดั ทำแผน ปฏิบตั ติ ามแผนไม่ได้ ไดร้ ับมอบหมาย 9. ขาดการประชาสัมพนั ธ์ สอ่ื สาร 8. ศกึ ษาค้นคว้าหาความรจู้ นสามารถให้ทำงานจนสำเร็จได้ 10. ขาดงานวจิ ยั เผยแพร่ 9. มีความคล่องตวั ในการปฏิบตั งิ าน 10. ความสามคั คีในกลมุ่ งาน 11. ความไว้วางใจเออื้ อาทรช่วยเหลอื แบง่ ปนั เอื้อเฟอื้ เผ่ือแผ่ ด้านกุลยุทธข์ องหนว่ ยงาน (S2 : Strategy) จุดแข็ง (Strength) จุดอ่อน (Weakness) 1. แผนกลยทุ ธ์ขององค์กรมีความชดั เจน ครอบคลมุ และมี 1. ตัวช้วี ัดบางตวั ไม่สามารถประเมนิ ผลได้ ความสอดคล้องกับยทุ ธศาสตร์ของสพฐ. 2. ขาดการตดิ ตาม/ประเมินผลแผนปฏบิ ัตกิ าร 2. เจ้าหน้าท่ีมีสว่ นรว่ มในการจดั ทำแผน อยา่ งต่อเนอื่ ง 3. มีผู้รบั ผดิ ชอบหลกั แตล่ ะแผนกลยทุ ธ์ 3. การปฏบิ ตั ิตามแผนไมค่ รบถ้วน/ไม่ครอบคลุม 4. ช่ือเสยี งความน่าเชอ่ื ถือขององค์กร ทกุ แผน 5. นโยบายและการดำเนินกลยุทธ์ขององค์กรมีความชดั เจน 4. การจดั ทำแผนลา่ ชา้ 6. มีนโยบายท่ีเด่นชัดในการส่งเสรมิ ให้บุคลากรไดร้ ับการ 5. ขาดการจัดการองค์ความรู้และการนำเอา ฝึกอบรมเพ่ือเพ่มิ ประสทิ ธิภาพในการปฏิบัติงาน ความร้ไู ปถ่ายทอดให้แก่บคุ ลากรรุ่นหลงั 7. สพป.ร้อยเอ็ด เขต 3 มีการพฒั นาดา้ นการศึกษาและ เทคโนโลยอี ย่างรวดเร็วและเหมาะสม


Like this book? You can publish your book online for free in a few minutes!
Create your own flipbook