บทที่ ๓ แนวทางการดำเนนิ งาน รบั นกั เรียน
บทที่ ๓ แนวทาง การดำเนินงานรับนักเรียน สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน เป็นหน่วยงานทางการศึกษาท่ีมีภารกิจ ในการจัดและส่งเสริมการศึกษาขั้นพ้ืนฐาน ที่มีสถานศึกษาในสังกัดถึง ๓๑,๑๑๖ โรงเรียน (ข้อมูล ๑๐ มิถุนายน ๒๕๕๕) ซง่ึ จะตอ้ งรบั นักเรียนเข้าใหมท่ ุกปี ดงั น้ัน สำนักงานคณะกรรมการการศกึ ษา ขั้นพื้นฐานจึงให้ความสำคัญกับ “การรับนักเรียน” ในแต่ละปีการศึกษา โดยมีการกำหนดนโยบาย ที่ผู้เก่ียวข้องและสถานศึกษาต้องนำไปปฏิบัติ รวมท้ังมีการจัดทำรายงานการวิจัยผลการรับนักเรียน เม่ือเสร็จสิ้นการดำเนินงานเพื่อนำผลไปพัฒนา ปรับปรุง ในปีการศึกษาต่อไป เพื่อให้การปฏิบัติงาน ของหน่วยงานที่เก่ียวข้องแต่ละระดับมีความสอดคล้องและเป็นไปตามนโยบาย จึงกำหนดแนวทาง การดำเนนิ งานรบั นกั เรยี นของหนว่ ยงานทเี่ ก่ียวข้อง ดังน ี้ แนวทางการปฏบิ ัตงิ านระดับสำนกั งานคณะกรรมการการศกึ ษาข้นั พ้นื ฐาน ๑. ศึกษา วิเคราะห์ข้อมูล เอกสาร ผลกระทบ ข้อเสนอแนะ ของการรับนักเรียน ปีการศึกษาที่ผ่านมาและศึกษางานวิจัยทั้งในประเทศและต่างประเทศ และหลักฐานที่เก่ียวข้องกับ การรับนักเรียน สังกัดสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาข้ันพ้ืนฐาน เพ่ือวางแผนกำหนดนโยบาย และแนวปฏิบตั ิในปตี ่อไป 47
๒. กำหนดนโยบายและแนวปฏิบัติเกี่ยวกับการรับนักเรียน โดยคณะกรรมการจัดทำ นโยบายและแนวปฏบิ ัติเกี่ยวกับการรบั นักเรยี น ๓. นำนโยบายและแนวปฏบิ ตั ิเก่ียวกับการรับนกั เรียนผา่ นความเหน็ ชอบจากคณะกรรมการ การศกึ ษาขั้นพน้ื ฐาน (กพฐ.) และรัฐมนตรีวา่ การกระทรวงศกึ ษาธกิ าร ตามลำดับ ๔. ประกาศนโยบายและแนวปฏิบัติเกี่ยวกับการรับนักเรียน สังกัดสำนักงานคณะกรรมการ การศกึ ษาขั้นพน้ื ฐาน เพอ่ื ให้นักเรียนทกุ คนไดร้ ับการศกึ ษาอย่างท่ัวถึง เปน็ ธรรม และไดร้ ับการพฒั นา อย่างเต็มศักยภาพ มีคุณธรรมนำความรู้ตามหลักของปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงและมีคุณภาพ ตามมาตรฐาน ๕. จัดต้ังศูนย์ประสานงานการรับนักเรียน ระดับสำนักงานคณะกรรมการการศึกษา ขั้นพ้ืนฐาน เพื่อให้ข้อมูลเกี่ยวกับการรับนักเรียน การตอบคำถาม รับข้อร้องเรียน และแนะนำข้อมูล ต่าง ๆ และมีห้องให้คำปรึกษาท่ีศูนย์ประสานงาน เพื่ออำนวยความสะดวกให้แก่ ผู้มาขอรับบริการ อยา่ งรวดเรว็ ๖. จัดประชุมชี้แจงนโยบายและแนวทางการรับนักเรียนแก่ผู้เก่ียวข้องในการรับนักเรียน เช่น ผู้บริหารระดับสูงของสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาข้ันพ้ืนฐาน ผู้อำนวยการสำนักงาน เขตพืน้ ที่การศกึ ษา ผอู้ ำนวยการโรงเรียนท่มี ีอัตราการแข่งขันสงู เครอื ข่ายผ้ปู กครองนกั เรยี น ๗. ประชาสัมพันธผ์ ่านทางเวบ็ ไซต์ http://www.obec.go.th หนังสอื พิมพ์ วทิ ยุโทรทศั น์ มหกรรมตลาดนดั เรียนต่อ เพอื่ เผยแพร่ขอ้ มลู ข่าวสารใหแ้ กป่ ระชาชน ๘. กำกับ ติดตาม และประเมินผลการรับนักเรียนระดับสำนักงานเขตพ้ืนที่การศึกษาและ สถานศึกษาให้เป็นไปตามนโยบายและแนวปฏิบตั ิ 48
รวบรวมข้อมูลงานวจิ ัย และหลักฐานท่ีเกย่ี วขอ้ ง กำหนดนโยบายและแนวปฏบิ ัติเก่ยี วกบั การรบั นักเรียน นำนโยบายและแนวปฏิบัติเก่ยี วกบั การรบั นักเรยี นผา่ นความเห็นชอบจาก กพฐ. และ รมว.ศธ. ประกาศนโยบายและแนวปฏิบัต ิ ศนู ย์ประสานงาน เกีย่ วกบั การรับนักเรียน การรับนักเรียนระดบั สพฐ. จดั ประชมุ ชแี้ จงตอ่ ผ้เู ก่ยี วขอ้ ง และสาธารณชน ประชาสมั พันธ์ทางสอื่ วทิ ยุ/โทรทัศน/์ หนังสอื พิมพ์ เว็บไซต์ ออนไลน ์ จดั มหกรรมตลาดนัดเรยี นตอ่ กำกับ ตดิ ตาม และประเมนิ ผลการรับนกั เรียน แผนภมู ทิ ี่ ๑ การรับนักเรียนระดบั สำนกั งานคณะกรรมการการศกึ ษาขนั้ พ้นื ฐาน 49
แนวทางการปฏิบัติงานระดับสำนักงานเขตพ้ืนทกี่ ารศกึ ษา การรบั นกั เรยี นระดบั กอ่ นประถมศกึ ษาและประถมศึกษา ๑. ประกาศนโยบายและแนวปฏิบัติเก่ียวกับการรับนักเรียน สังกัดสำนักงานคณะกรรมการ การศึกษาข้ันพ้ืนฐาน ของเขตพ้ืนที่การศึกษา โดยความเห็นชอบจากคณะกรรมการเขตพื้นท่ ี การศึกษา ๒. ตรวจสอบข้อมูลจำนวนประชากรในวัยเรียน กลุ่มอายุ ๔-๑๑ ปี ของเขตพื้นท ่ี การศึกษา จากขอ้ มูลกรมการปกครอง กระทรวงมหาดไทย และข้อมูลจากสำมะโนประชากรวยั เรยี น ของสถานศกึ ษาทีจ่ ะเขา้ เรยี นชนั้ อนุบาล ๑ และชั้นประถมศึกษาปที ่ี ๑ ของเขตพนื้ ทีก่ ารศึกษา ๓. แตง่ ตง้ั คณะกรรมการรบั นักเรียนระดับเขตพ้ืนทก่ี ารศกึ ษา ๔. ประชุมช้ีแจงสถานศึกษาและผู้เกี่ยวข้องทราบเก่ียวกับกฎหมายการจัดการศึกษา ภาคบังคบั นโยบายและแนวปฏบิ ตั ิเกย่ี วกับการรบั นกั เรียน และประชาสมั พนั ธ์ใหส้ าธารณชนทราบ ๕. จัดตั้งศูนย์ประสานงานการรับนักเรียน ระดับสำนักงานเขตพ้ืนท่ีการศึกษา เพื่อให้ บริการขอ้ มลู และข่าวสาร ๖. คณะกรรมการรับนกั เรยี น กำกับดแู ลการรบั นักเรยี น การคดั เลือกนกั เรยี น และการจดั ท่ีเรยี นใหเ้ ดก็ กอ่ นประถมศกึ ษาและประถมศึกษาท่ไี ม่มที ีเ่ รียน ๗. รวบรวมข้อมูลการรับสมัคร การคัดเลือกนักเรียน การรับไว้ และรายงานสำนักงาน คณะกรรมการการศึกษาขัน้ พ้ืนฐาน 50
การรบั นกั เรียนระดับมธั ยมศกึ ษา ๑. ประกาศนโยบายและแนวปฏิบัติเก่ียวกับการรับนักเรียน สังกัดสำนักงานคณะกรรมการ การศึกษาข้ันพ้ืนฐานของเขตพื้นท่ีการศึกษา โดยความเห็นชอบคณะกรรมการการศึกษาเขตพื้นท ่ี การศกึ ษา ๒. ตรวจสอบข้อมูลจำนวนนักเรียนช้ันประถมศึกษาปีที่ ๖ ท่ีจะเข้าเรียนช้ันมัธยมศึกษา ปีท่ี ๑ และสำรวจจำนวนนักเรียนที่สำเร็จการศึกษาชั้นมัธยมศึกษาปีที่ ๓ ที่ประสงค์เข้าเรียน ชั้นมธั ยมศกึ ษาปีท่ี ๔ ของเขตพน้ื ทกี่ ารศึกษา ๓. แต่งตั้งคณะกรรมการรบั นกั เรียนระดบั เขตพ้ืนทก่ี ารศึกษา ๔. ประชุมช้ีแจงสถานศึกษา ผู้เกี่ยวข้องทราบ เกี่ยวกับกฎหมายการจัดการศึกษา ภาคบังคับ นโยบายและแนวปฏิบัติเกี่ยวกับการรับนักเรียนและประชาสัมพันธ์ให้ประชาชนทราบ ทางเวบ็ ไซต ์ ๕. จดั ตงั้ ศนู ย์ประสานงานการรับนักเรียน ระดับสำนกั งานเขตพื้นทก่ี ารศกึ ษา เพือ่ ให้บริการ ข้อมูลและขา่ วสาร ๖. คณะกรรมการรับนักเรียนระดับเขตพ้ืนที่การศึกษา กำกับดูแลการรับนักเรียน การคดั เลือกนกั เรียน และการจัดที่เรียนใหก้ ับนักเรยี นท่ไี มม่ ีทเ่ี รยี น ๗. รวบรวมข้อมูลการรับสมัคร การคัดเลือกนักเรียน การรับไว้ และรายงานสำนักงาน คณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน 51
รับนโยบายและแนวปฏบิ ตั เิ กย่ี วกบั การรับนกั เรยี นจาก สพฐ. ประกาศนโยบายและแนวปฏบิ ตั ิเกี่ยวกบั การรบั นกั เรยี นระดับเขตพ้นื ท่ีการศึกษา โดยความเห็นของคณะกรรมการเขตพ้ืนทก่ี ารศึกษา ศนู ยป์ ระสานงาน แตง่ ตั้งคณะกรรมการรับนกั เรยี นระดบั เขตพืน้ ท่กี ารศึกษา การรบั นักเรียน ระดับ สพป./สพม. ประชุมชแี้ จงสถานศึกษาและผ้เู กยี่ วข้อง ประชาสัมพนั ธเ์ ผยแพร่ข้อมลู การรับนักเรียน กำกบั ติดตาม การรบั สมคั ร การคดั เลือก และการรับไว ้ รวบรวมขอ้ มลู การรบั นกั เรยี น รายงานตอ่ สพฐ. จดั หาท่ีเรียนให้นกั เรียนทย่ี งั ไม่มที ่ีเรียน รายงานตอ่ สพฐ. ทางระบบอนิ เทอร์เนต็ แผนภมู ทิ ่ี ๒ การรบั นักเรยี นระดบั เขตพืน้ ที่การศกึ ษา 52
แนวทางการปฏบิ ตั งิ านระดบั สถานศึกษา โรงเรยี นทวั่ ไป ๑. รับนโยบายและแนวทางการปฏิบัติเกี่ยวกับการรับนักเรียนจากสำนักงานคณะกรรมการ การศึกษาขน้ั พืน้ ฐานและสำนักงานเขตพ้ืนทีก่ ารศึกษา และศกึ ษาวิเคราะหแ์ นวทางการดำเนนิ งาน ๒. ตรวจสอบข้อมูลจำนวนประชากรวัยเรยี นกลมุ่ อายุ ๖-๑๑ ปี ในเขตพ้นื ทบี่ ริการท่ีเรยี น ในสถานศึกษา และส่วนท่ีไปเรียนนอกสังกัดสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาข้ันพ้ืนฐานและเรียน โดยครอบครวั และองค์กรปกครองสว่ นท้องถิน่ ๓. แต่งตั้งคณะกรรมการรบั นักเรียนระดับสถานศกึ ษา ๔. ประชุมคณะกรรมการรับนักเรียน และผู้เกี่ยวข้อง เพ่ือกำหนดแผนการรับนักเรียน สัดสว่ นการรับนักเรียนและวธิ ีการรบั นักเรียน โดยกำหนดเขตพ้นื ที่บรกิ าร จำนวนการรับ และจำนวน นักเรียนต่อห้องให้เหมาะกับบริบทของสถานศึกษา เพ่ือให้เกิดความโปร่งใส ยุติธรรม เสมอภาค และรายงานข้อมลู ใหก้ ับสำนักงานเขตพนื้ ท่ีการศึกษา และจัดทำประกาศการรับนกั เรยี นของโรงเรยี น ๕. ประชาสัมพันธ์ประกาศการรับนักเรียน รณรงค์ให้ผู้ปกครองและผู้มีส่วนเก่ียวข้องได้ทราบ เก่ียวกับนโยบายและแนวปฏิบัติเก่ียวกับการรับนักเรียน ในการเรียนระดับก่อนประถมศึกษา ระดับ ประถมศกึ ษา และระดับมัธยมศกึ ษา ๖. ดำเนนิ การรบั สมัครนักเรยี น รายงานผลการรับสมัครนกั เรียน On Web และคัดเลอื ก นกั เรยี นเข้าเรียน และรายงานผลการรับไว้ ๖.๑ ชั้นก่อนประถมศึกษา เข้าเรียนโดยไม่มีการสอบวัดความสามารถทางวิชาการ ถ้ายงั ไม่เต็มใหร้ ับเดก็ นอกเขตพื้นทบ่ี ริการได้ กรณีทม่ี ีผูส้ มคั รเกนิ จำนวนที่รับได้ ให้ใชว้ ิธกี ารจับสลาก ๖.๒ ช้ันประถมศึกษาปีท่ี ๑ ให้รับเด็กท่ีมีอายุย่างเข้าปีที่ ๗ หรือจบการศึกษา ช้ันก่อนประถมศึกษาที่อยู่ในเขตพ้ืนที่บริการของโรงเรียนเข้าเรียนชั้นประถมศึกษาปีท่ี ๑ ทุกคน โดยไม่มีการสอบวัดความสามารถทางวิชาการ ถ้ายังไม่เต็มให้รับเด็กนอกเขตพ้ืนที่บริการได้ กรณีท่ีม ี ผู้สมัครเกินจำนวน ที่รับได้ ให้ใช้วิธีการจับสลากและประสานกับโรงเรียนใกล้เคียงเพื่อจัดหาที่เรียน ให้เดก็ ไดเ้ ขา้ เรยี นทุกคน 53
๖.๓ ช้ันมัธยมศึกษาปีท่ี ๑ ให้รับนักเรียนในเขตพื้นที่บริการที่มาสมัครเข้าเรียน ทุกคน ถ้ายังไม่เต็มให้รับเด็กนอกเขตพื้นท่ีบริการได้ กรณีที่มีผู้สมัครเกินจำนวนท่ีรับได้ ให้ใช้วิธีการ จับสลาก ๖.๔ ชั้นมัธยมศึกษาปีท่ี ๔ ให้รับนักเรียนที่จบชั้นมัธยมศึกษาปีที่ ๓ ท่ีมีศักยภาพ เหมาะสมของโรงเรียนเข้าเรียน และเปิดโอกาสให้รับนักเรียนท่ัวไปจากโรงเรียนอื่นเข้าเรียนด้วย ตามสดั สว่ นและวิธกี ารที่กำหนด ๗. กรณีรับสมคั รนักเรยี นรอบแรกแล้วยังไม่ครบจำนวน ตามแผนการรับนกั เรยี น สามารถ รบั นักเรยี นเพิม่ เติมจนครบจำนวน ๘. รายงานข้อมลู การรบั นักเรียน ผ่านทางเวบ็ ไซต์ http://www. obec.go.th 54
รบั นโยบายจาก สพฐ./สพป./สพม. แต่งต้งั คณะกรรมการรบั นกั เรยี น กำหนดสดั ส่วนการรับนักเรยี นและวิธกี ารรับนักเรียน จดั ทำประกาศการรับนกั เรียน จดั ทำเอกสารและป้ายประชาสัมพนั ธ์/Open House/จดั ประชมุ ช้แี จง รับสมัครนกั เรียน ศนู ย์ประสานงาน กรณีรบั รอบแรก รายงานผลการรับสมคั รนักเรียน การรบั นกั เรยี น ไมเ่ ต็ม ให้รบั รอบสองได้ คดั เลือกนกั เรยี น ประกาศผลการคดั เลอื กทางเวบ็ ไซตแ์ ละสถานศกึ ษา รายงานผลการคัดเลือกนกั เรยี นต่อ สพป./สพม. ทางระบบอินเทอรเ์ น็ตและเอกสาร แผนภมู ทิ ่ี ๓ การรับนกั เรียนโรงเรียนท่ัวไป 55
โรงเรยี นท่ีมีอตั ราการแข่งขนั สงู ๑. รับนโยบายและแนวทางการปฏิบัติการรับนักเรียนจากสำนักงานคณะกรรมการ การศึกษาข้ันพ้นื ฐานและสำนกั งานเขตพนื้ ทกี่ ารศกึ ษา และศึกษาวิเคราะหแ์ นวทางการดำเนินงาน ๒. แต่งต้ังคณะกรรมการรับนักเรียนของโรงเรียนจากผู้ที่ไม่ได้รับผลประโยชน์จาก การรับนักเรียนและเป็นที่ยอมรับของสาธารณชนในเร่ืองหลักธรรมาภิบาลร่วมเป็นกรรมการ โดยขอความเห็นชอบจากคณะกรรมการสถานศึกษาข้ันพน้ื ฐาน ๓. ประชุมคณะกรรมการรับนักเรียนและผู้ท่ีเก่ียวข้อง เพ่ือนำนโยบายและแนวทาง การปฏิบัติการรับนักเรียนจากหน่วยงานต้นสังกัดมาวางแผนสู่การปฏิบัติเพ่ือให้เกิดความโปร่งใส ยตุ ิธรรมเสมอภาค ในประเด็นตา่ ง ๆ ดงั น ี้ ๓.๑ สัดส่วนการรบั นกั เรยี น ๓.๒ วิธกี ารรับนักเรียน ๓.๓ การรับนกั เรียนหอ้ งเรียนปกติ 56
๓.๔ การรับนักเรียนหอ้ งเรยี นพเิ ศษ ๓.๕ การรับนกั เรยี นทีม่ ีความสามารถพเิ ศษ ๓.๖ การรบั นักเรยี นเง่อื นไขพิเศษ ๓.๗ การประชาสมั พันธ์ ๓.๘ อน่ื ๆ ๔. จดั ทำประกาศการรับนักเรียนและอ่ืน ๆ ทเ่ี กี่ยวขอ้ ง ๕. ประชาสัมพันธ์การรับนักเรียนในรูปแบบต่าง ๆ ให้ผู้ปกครองและผู้มีส่วนเก่ียวข้อง ไดท้ ราบเกีย่ วกบั นโยบายของกระทรวงศึกษาธิการและแนวทางการรบั นักเรยี นของโรงเรียน ๖. ดำเนินการรับนักเรียนตามวิธีการที่กำหนด และรายงานข้อมูลการรับนักเรียนต่อ สำนักงานเขตพ้ืนท่ีประถมศึกษา สำนักงานเขตพื้นที่มัธยมศึกษา และสำนักงานคณะกรรมการ การศึกษาข้ันพืน้ ฐาน ๗. รายงานขอ้ มลู การรับนกั เรียน ผา่ นทางเวบ็ ไซต์ 57
รบั นโยบายจาก สพฐ./สพป./สพม. แตง่ ตั้งคณะกรรมการรบั นักเรยี น กำหนดสดั ส่วนการรบั นักเรียนและวธิ ีการรบั นกั เรยี น จัดทำประกาศการรับนักเรยี น จดั ทำเอกสารและปา้ ยประชาสัมพันธ/์ Open House/จดั ประชุมช้แี จง รับสมคั รนกั เรยี น รายงานผลการรับสมัครนักเรียน ศูนย์ประสานงาน คดั เลือกนักเรยี น การรบั นกั เรียน ประกาศผลการคัดเลือกทางเวบ็ ไซตแ์ ละสถานศกึ ษา รายงานผลการคดั เลอื กนกั เรยี นต่อ สพป./สพม. ทางเวบ็ ไซตแ์ ละเอกสาร แผนภมู ิที่ ๔ การรับนกั เรียนโรงเรยี นทม่ี ีอัตราการแขง่ ขันสงู 58
การวางแผนเตรียมการขอ้ มลู การรับนักเรียน เนื่องจาก การดำเนินงานรับนักเรียนมีความเกี่ยวข้องต่อสาธาณชน ดังน้ัน จึงต้องม ี การวางแผนเตรียมการข้อมูลการรับนักเรียนอย่างรอบคอบ มีข้อมูลท่ีทันต่อเหตุการณ์ เพ่ือเผยแพร ่ สู่สาธารณชน สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาข้ันพ้ืนฐานจึงให้สำนักงานเขตพ้ืนที่การศึกษาและ สถานศึกษารายงานข้อมูล กอ่ นการรบั นักเรยี น ระหว่างการรับนกั เรียน และหลังการรับนกั เรียน ดังน ้ี ๑. ขอ้ มูลทร่ี ายงานก่อนการรับนกั เรยี น ๑.๑ การวางแผนเตรียมการรับนักเรียนของสำนักงานเขตพื้นท่ีการศึกษา (แบบรับ นักเรยี น ๑) ๑.๒ การวางแผนเตรียมการรับนักเรียนของโรงเรียนท่ีมีอัตราการแข่งขันสูง ระดับ ประถมศึกษา (แบบรับนกั เรยี น ๒) ๑.๓ การวางแผนเตรียมการรับนักเรียนของโรงเรียนที่มีอัตราการแข่งขันสูง ระดับ มัธยมศกึ ษา (แบบรบั นกั เรียน ๓) ๑.๔ ประกาศการเกณฑเ์ ด็กมาเขา้ เรยี น ๑.๕ ประกาศการจดั สรรโอกาสทางการศกึ ษา ๑.๖ ประกาศนโยบายและแนวปฏิบัติเกี่ยวกับการรับนักเรียน สังกัดสำนักงาน คณะกรรมการการศกึ ษาขน้ั พืน้ ฐาน ของเขตพนื้ ท่กี ารศกึ ษา ๒. ข้อมูลทร่ี ายงานระหวา่ งดำเนนิ การรับนกั เรียน ๒.๑ จำนวนผู้สมคั ร จำนวนผเู้ ข้ารับการคดั เลือก จำนวนทีร่ บั ไว้ (แบบรับนักเรียน ๔) ๓. ขอ้ มลู ท่รี ายงานหลังดำเนนิ การรับนกั เรยี น ๓.๑ แผน ผล การรบั นักเรียน (แบบรับนักเรียน ๕) ๓.๒ ปญั หา อุปสรรค แนวทางแกไ้ ข นอกจากท่ีสำนักงานเขตพ้ืนที่การศึกษาและสถานศึกษาจะดำเนินการตามแนวทาง การดำเนินงานรับนักเรียนดังกล่าวข้างต้นแล้ว ยังต้องดำเนินการตามพระราชบัญญัติการศึกษา ภาคบังคับ พ.ศ. ๒๕๔๕ ด้วย สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาข้ันพื้นฐานจึงกำหนดแนวทาง การปฏบิ ตั ิงานตามพระราชบญั ญัติการศกึ ษาภาคบงั คับ พ.ศ. ๒๕๔๕ ดงั นี้ 59
แนวทางการปฏบิ ตั งิ าน ตามพระราชบัญญัติการศกึ ษาภาคบงั คับ พ.ศ. ๒๕๔๕ ๑. การเกณฑ์เด็กเข้าเรียน ๒. การจัดสรรโอกาสเขา้ เรยี นช้นั มัธยมศกึ ษาปที ่ี ๑ ๓. การผอ่ นผันให้เด็กเขา้ เรยี น ๔. การย้ายนกั เรยี น ๕. แนวปฏิบัติเกย่ี วกบั การตดิ ตามเดก็ เขา้ เรียน ๖. การจำหน่ายนกั เรียน ๗. การจดั การศกึ ษาสำหรบั เดก็ ทไี่ ม่มีหลักฐานทะเบยี นราษฎร์และเดก็ ทไี่ ม่มีสญั ชาตไิ ทย ๘. เขตพน้ื ท่ีบริการ ๑. การเกณฑ์เดก็ เขา้ เรียน ๑.๑ คณะกรรมการเขตพื้นที่การศึกษา หรือองค์กรปกครองส่วนท้องถ่ิน แต่งตั้ง คณะกรรมการตรวจสอบรายช่ือเด็กท่ีมีอายุถึงเกณฑ์การศึกษาภาคบังคับ (อายุย่างเข้าปีท่ีเจ็ด) เข้าเรียน ภายในเดือน เมษายน ก่อนปีการศกึ ษาทเ่ี ดก็ จะเขา้ เรยี น ๑ ปี (แบบ พฐ.๐๓) 60
๑.๒ คณะกรรมการเขตพ้ืนท่ีการศึกษาหรือองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ประกาศ รายละเอียดเก่ียวกับการส่งเด็กเข้าเรียนในสถานศึกษา โดยให้ปิดประกาศไว้ ณ สำนักงานเขตพื้นท่ี การศึกษา สำนักงานองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น และสถานศึกษาภายในเดือนพฤษภาคมก่อน ปีการศกึ ษาทเ่ี ดก็ จะเข้าเรยี น ๑ ปี (แบบ พฐ.๐๗) ๑.๓ คณะกรรมการเขตพ้ืนที่การศึกษาหรือองค์กรปกครองส่วนท้องถ่ิน แจ้งเป็น หนังสือ ให้ผู้ปกครองของเด็กท่ีมีอายุถึงเกณฑ์การศึกษาภาคบังคับตามพระราชบัญญัติการศึกษา ภาคบังคับ พ.ศ. ๒๕๔๕ ทราบภายในเดือนพฤษภาคมก่อนปีการศึกษาที่เด็กจะเข้าเรียน ๑ ปี (แบบ พฐ.๐๙) หมายเหตุ คณะกรรมการเขตพ้ืนท่ีการศึกษาหรือองค์กรปกครองส่วนท้องถ่ิน อาจมอบให้ สถานศกึ ษาทีร่ บั ผิดชอบเขตพืน้ ทบ่ี ริการดำเนนิ การแทนได ้ ๑.๔ สำนักงานเขตพื้นท่ีการศึกษา สำนักงานองค์กรปกครองส่วนท้องถ่ิน และ สถานศึกษาประชาสัมพันธ์รายละเอียดการเกณฑ์เด็กเข้าเรียนในสถานศึกษา โดยใช้สื่อประชาสัมพันธ์ อย่างหลากหลาย เช่น ป้ายโฆษณา วิทยุกระจายเสียง หอกระจายข่าว แผ่นพับ เอกสาร วารสาร สื่ออิเล็กทรอนิกส์ การประชุมช้ีแจงผู้ปกครอง ผู้นำชุมชน กำนัน ผู้ใหญ่บ้าน และสมาชิกองค์การ บรหิ ารสว่ นทอ้ งถนิ่ ฯลฯ 61
๑.๕ สถานศึกษารบั แจง้ การสง่ เดก็ เข้าเรยี น (แบบ พฐ.๑๑) ๑.๖ ผูป้ กครองสง่ เด็กเข้าเรยี นในวันเปิดเรยี นภาคตน้ ของปกี ารศกึ ษา ๑.๗ สถานศึกษารายงานผลการรับนักเรียน ท้ังในเขตบริการและนอกเขตบริการ ของสถานศึกษาให้คณะกรรมการเขตพื้นท่ีการศึกษา หรือองค์กรปกครองส่วนท้องถ่ินแล้วแต่กรณี ทราบ (แบบ พฐ.๑๒) ๑.๘ สำนักงานเขตพื้นท่ีการศึกษา แจ้งรายชื่อเด็กที่เข้าเรียนในเขตพื้นท่ีบริการอ่ืน ใหส้ ถานศึกษาที่รบั ผดิ ชอบเขตพื้นทบี่ รกิ ารของนักเรยี นทราบ ๑.๙ คณะกรรมการเขตพื้นที่การศึกษาหรือองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น และ สถานศกึ ษาดำเนนิ การตดิ ตามเดก็ เขา้ เรียน ๑.๑๐ องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น สรุปผลการรับนักเรียนแจ้งคณะกรรมการเขตพ้ืนท่ี การศกึ ษา และรายงานหนว่ ยงานต้นสังกดั (แบบ พฐ.๑๒) ๑.๑๑ คณะกรรมการเขตพ้ืนท่ีการศึกษา สรุปผลการรับเด็กเข้าเรียน รายงาน คณะกรรมการการศกึ ษาขัน้ พื้นฐาน (แบบ พฐ.๑๒/๕) รายละเอียดการเกณฑ์เด็กเข้าเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ ๑ ปรากฏตามแผนภูมิแสดง ขน้ั ตอนการสง่ เดก็ เขา้ เรียนชัน้ ประถมศกึ ษาปีท่ี ๑ 62
แผนภมู ิ แสดงข้ันตอนการสง่ เด็กเข้าเรียนช้ันประถมศกึ ษาปีท่ี ๑ คณะกรรมการเขตพ้นื ที่การศกึ ษาประถมศึกษา หน่วยงานทีจ่ ัดการศกึ ษาภาคบงั คับ แต่งตง้ั คณะกรรมการตรวจสอบรายช่อื เดก็ ภายใน ๑ มีนาคม ก่อนปีการศกึ ษาท่เี ดก็ จะเข้าเรยี น ๑ ปี (แบบ พฐ. ๐๓) คณะกรรมการเขตพน้ื ที่การศึกษาประถมศึกษา หน่วยงานทจี่ ัดการศกึ ษาภาคบงั คับ ประกาศรายละเอียดเก่ียวกับการสง่ เด็กเขา้ เรยี น กอ่ นปกี ารศึกษาที่เด็กจะเขา้ เรยี น ๑ ปี (แบบ พฐ. ๐๗) คณะกรรมการเขตพื้นทก่ี ารศกึ ษาประถมศกึ ษา หน่วยงานท่ีจัดการศึกษาภาคบงั คบั ประกาศรายละเอียดเกยี่ วกบั การส่งเด็กเข้าเรยี น ก่อนปีการศึกษาทเี่ ดก็ จะเข้าเรียน ๑ ปี (แบบ พฐ. ๑๐) สำนกั งานเขตพน้ื ทกี่ ารศกึ ษา/หน่วยงานทจี่ ดั การศกึ ษาภาคบงั คบั ประชาสัมพนั ธก์ ารส่งเดก็ ผปู้ กครองส่งเดก็ เขา้ เรยี น คณะกรรมการเขตฯ รบั รายงานผลการรบั นกั เรยี น จากสถานศกึ ษาทกุ สังกดั (แบบ พฐ. ๑๒) สำนักงานเขตพน้ื ทก่ี ารศกึ ษาแจ้งรายชือ่ เด็กท่เี ขา้ เรียนในเขตพื้นท ่ี บริการอน่ื ให้สถานศึกษารบั ผิดชอบทราบ (แบบ พฐ. ๑๒/๓) คณะกรรมการเขตฯ หน่วยงานทจ่ี ดั การศกึ ษาภาคบงั คับ ตดิ ตามเดก็ ทย่ี งั ไม่เขา้ เรียน (แบบ พฐ. ๑๔) คณะกรรมการเขตฯ สรุปผลการรับเด็กเขา้ เรียน รายงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพืน้ ฐาน (แบบ พฐ. ๑๒/๔) 63
๒. การจัดสรรโอกาสเข้าเรยี นช้นั มธั ยมศกึ ษาปีที่ ๑ ๒.๑ สถานศึกษาส่งรายช่ือนักเรียนที่คาดว่าจะเรียนจบชั้นประถมศึกษาปีที่ ๖ ให้สถานศึกษาที่รับผิดชอบเขตพื้นท่ีบริการการศึกษาระดับมัธยมศึกษาตอนต้น และสำนักงาน เขตพนื้ ทก่ี ารศึกษา หรือองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ภายในเดือนเมษายน กอ่ นปกี ารศึกษาทนี่ กั เรียน จะเรียนจบช้นั ประถมศกึ ษาปที ่ี ๖ (แบบ พฐ. ๑๓) ๒.๒ คณะกรรมการเขตพ้ืนท่ีการศึกษาหรือองค์กรปกครองส่วนท้องถ่ิน แจ้งเป็น หนังสือ ให้ผู้ปกครองของนักเรียนท่ีคาดว่าจะจบการศึกษาตามข้อ ๑ ในสถานศึกษาท่ีมิได้เปิดสอน ระดับมัธยมศึกษาตอนต้นทราบภายในเดือนพฤษภาคม ก่อนปีการศึกษาท่ีนักเรียนจะเรียน จบชั้นประถมศึกษาปีท่ี ๖ (แบบ พฐ. ๑๐) หมายเหตุ คณะกรรมการเขตพ้ืนที่การศึกษาหรือองค์กรปกครองส่วนท้องถ่ิน อาจมอบให้ สถานศึกษาทร่ี ับผดิ ชอบเขตพ้นื ทีบ่ รกิ ารดำเนนิ การแทนได ้ ๒.๓ สำนักงานเขตพ้ืนที่การศึกษา สำนักงานองค์กรปกครองส่วนท้องถ่ิน และ สถานศึกษาประชาสัมพันธ์รายละเอียดการเกณฑ์เด็กเข้าเรียนในสถานศึกษาโดยใช้สื่อประชาสัมพันธ์ อย่างหลากหลาย เช่น ป้ายโฆษณา วิทยุกระจายเสียง หอกระจายข่าว แผ่นพับ เอกสาร วารสาร ส่ืออิเล็กทรอนิกส์ การประชุมช้ีแจงผู้ปกครอง ผู้นำชุมชน กำนัน ผู้ใหญ่บ้าน และสมาชิกองค์การ บรหิ ารส่วนทอ้ งถ่นิ ฯลฯ 64
๒.๔ สถานศึกษารับแจ้งการสง่ เด็กเข้าเรยี น (แบบ พฐ. ๑๑) ๒.๕ ผู้ปกครองส่งเดก็ เข้าเรียนในวนั เปิดเรยี นภาคต้นของปีการศกึ ษา ๒.๖ สถานศึกษารายงานผลการรบั นกั เรยี น ทั้งในเขตบรกิ ารและนอกเขตบรกิ ารของ สถานศกึ ษา ให้คณะกรรมการเขตพน้ื ที่การศกึ ษา หรอื องค์กรปกครองสว่ นทอ้ งถ่นิ แลว้ แตก่ รณีทราบ (แบบ พฐ. ๑๒) ๒.๗ สำนักงานเขตพื้นท่ีการศึกษา แจ้งรายช่ือเด็กที่เข้าเรียนในเขตพ้ืนที่บริการอ่ืน ให้สถานศกึ ษาที่รับผดิ ชอบเขตพืน้ ทีบ่ รกิ ารของนักเรียนทราบ ๒.๘ คณะกรรมการเขตพื้นท่ีการศึกษาหรือองค์กรปกครองส่วนท้องถ่ิน และสถานศึกษา ดำเนนิ การตดิ ตามเด็กเข้าเรยี น ตามแนวปฏิบตั เิ ก่ยี วกับการติดตามเด็กเข้าเรยี น ๒.๙ องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น สรุปผลการรับนักเรียนแจ้งคณะกรรมการเขตพื้นที่ การศกึ ษา และรายงานหน่วยงานต้นสงั กัด (แบบแนบทา้ ย พฐ. ๑๒/๔) ๒.๑๐ คณะกรรมการเขตพ้ืนท่ีการศึกษา สรุปผลการรับเด็กเข้าเรียน รายงาน คณะกรรมการการศึกษาขั้นพนื้ ฐาน (แบบ พฐ. ๑๒/๕) รายละเอียดการจัดสรรโอกาสเข้าศึกษาช้ันมัธยมศึกษาปีที่ ๑ มี ๑๐ ขั้นตอน ปรากฏ ตามแผนภมู ิแสดงการจัดสรรโอกาสเข้าศึกษาช้ันมัธยมศกึ ษาปที ่ี ๑ 65
แผนภูมิ แสดงการจัดสรรโอกาสเข้าเรียนชนั้ ประถมศกึ ษาปที ่ี ๑ สถานศึกษาส่งรายช่อื นกั เรยี นทีค่ าดว่าจะจบประถมศกึ ษาปที ี่ ๖ ภายในเดอื นมีนาคม กอ่ นปีการศึกษาทีจ่ ะจบไปท่ ี ● สถานศึกษาทีร่ บั ผดิ ชอบเขตบรกิ ารการศกึ ษาระดับมธั ยมศกึ ษาตอนตน้ สำนกั งานเขตพื้นทก่ี ารศกึ ษา องค์กรปกครองส่วนท้องถิน่ หรอื หนว่ ยงานที่จัดการศึกษาภาคบังคับ (แบบ พฐ. ๑๓) คณะกรรมการเขตพ้นื ท่ีการศกึ ษา/องค์กรปกครองสว่ นท้องถน่ิ ● ประกาศการจัดสรรโอกาสเขา้ ศึกษาต่อ (แบบ พฐ. ๐๘) ● แจง้ หนังสอื ถงึ ผู้ปกครองนักเรียนทีค่ าดว่าจะจบประถมศึกษาปีที่ ๖ ภายในเดือนเมษายน ก่อนปกี ารศกึ ษาท่จี ะจบ ● ประชาสัมพันธ์การเกณฑเ์ ดก็ เขา้ เรยี นมัธยมศึกษาปที ่ี ๑ (แบบ พฐ. ๑๐) ผ้ปู กครองแจ้งการส่งเด็กเขา้ เรียน (แบบ พฐ. ๑๑) สถานศึกษารายงานผลการรับนกั เรยี นทัง้ ในเขตและนอกเขตพ้ืนที่บริการ ไปยังคณะกรรมการเขตพ้ืนที่การศึกษา อคก์ รปกครองส่วนท้องถน่ิ หรอื หนว่ ยงานที่จดั การศกึ ษาภาคบังคบั (แบบ พฐ. ๑๒) สถานศกึ ษา สำนกั งานเขตพน้ื ทก่ี ารศึกษาแจง้ รายชอื่ เดก็ ที่เข้าเรียน ติดตาม ในเขตพ้นื ท่ีบรกิ ารอน่ื ใหส้ ถานศกึ ษารับผิดชอบเขตพ้นื ทีบ่ ริการ เด็กเขา้ เรียน ของนกั เรยี น (แบบ พฐ. ๑) คณะกรรมการเขตพน้ื ท ่ี องคก์ รปกครองส่วนทอ้ งถิ่น หรอื การศึกษา ตดิ ตามเด็ก หน่วยงานท่จี ดั การศึกษาภาคบงั คบั ติดตาม เข้าเรยี น (แบบ บค. ๑๑) คณะกรรมการเขตพนื้ ทรี่ ายงานผล เดก็ เข้าเรียน (แบบ พฐ. ๑๔) การรับนักเรยี นตอ่ คณะกรรมการการศกึ ษา องค์กรปกครองสว่ นทอ้ งถ่ิน หรือ ขั้นพน้ื ฐาน (แบบ พฐ. ๑๒/๕) หน่วยงานท่ีจดั การศกึ ษาภาคบังคับ ● แจง้ ผลการรบั เดก็ นักเรียนแก ่ คณะกรรมการเขตพืน้ ท่กี ารศกึ ษา ● รายงานหนว่ ยต้นสังกัด (แบบ พฐ. ๑๒/๔) 66
๓. การผอ่ นผนั ให้เดก็ เขา้ เรยี น ๓.๑ ลักษณะทีส่ ามารถขอผอ่ นผนั ๓.๑.๑ การขอผ่อนผันให้เด็กเข้าเรียนก่อนอายุตามเกณฑ์การศึกษาภาคบังคับ ต้องมเี หตุหนึง่ เหตใุ ด ดงั นี ้ ๑) เด็กเรยี นจบการศกึ ษาระดับปฐมวยั ๒) ในกรณีท่ีเด็กไม่จบการศึกษาระดับปฐมวัยหรือเทียบเท่า แต่ผู้ปกครองร้องขอและผ่านการประเมินความพร้อมทางด้านสติปัญญา ร่างกาย จิตใจ อารมณ ์ และสังคม ตามประกาศของคณะกรรมการเขตพ้ืนท่กี ารศึกษา ๓.๑.๒ การขอผ่อนผันให้เด็กเข้าเรียนหลังอายุตามเกณฑ์การศึกษาภาคบังคับ ตอ้ งมเี หตหุ น่ึงเหตใุ ด ดงั น ้ี ๑) เด็กเจ็บป่วยด้วยโรคติดต่อร้ายแรงท่ีเป็นอุปสรรคต่อการเรียนรู้ ของเด็กหรืออาจเป็นอันตรายแก่นักเรียนอื่นตามความเห็นของแพทย์ผู้ซ่ึงได้รับใบอนุญาตให้ประกอบ โรคศิลป์ ๒) เด็กเจ็บป่วยและอยู่ในระหว่างพักรักษาตัวไม่สามารถเข้าเรียน ในสถานศึกษาภายในสี่สิบห้าวัน นับแต่วันเปิดภาคเรียนแรกของปีการศึกษาตามความเห็น ของแพทย์ ผู้ซ่ึงได้รับใบอนญุ าตให้ประกอบโรคศิลป์ 67
๓) เด็กท่ีมีความจำเป็นอ่ืนที่ไม่สามารถเข้าเรียนตามปกติได้ด้วย เหตุสุดวสิ ัยแล้วแตก่ รณี ๓.๒ ระยะเวลาการผ่อนผัน ๓.๒.๑ กรณีเด็กเจ็บป่วยด้วยโรคร้ายแรง หรือเจ็บป่วยและอยู่ในระหว่าง พกั รกั ษาตัวตามข้อ ๓.๑.๑ และ ๓.๑.๒ ผ่อนผันไปจนกว่าเด็กจะสามารถเขา้ เรยี นตามปกติได ้ ๓.๒.๒ กรณีเด็กมีความจำเป็นอื่น ตามข้อ ๑.๒.๓ ผ่อนผันได้คร้ังละหนึ่ง ปีการศึกษา ถ้ามีความจำเป็นต้องผ่อนผันเกินกว่าหนึ่งครั้ง ให้สถานศึกษาพิจารณาจัดการศึกษา เป็นพเิ ศษให ้ ๓.๓ การขอผ่อนผัน ใหผ้ ูป้ กครองยนื่ คำรอ้ งขอผอ่ นผนั ตามแบบ พฐ. ๑๔ ๓.๔ การพิจารณาผ่อนผัน ให้สถานศึกษาพิจารณาผ่อนผันโดยต้ังคณะกรรมการขึ้น คณะหนง่ึ พจิ ารณา ประกอบด้วย ผูบ้ ริหารสถานศึกษา เป็นประธาน ครูผสู้ อนชน้ั ประถมศึกษาปีท่ี ๑ หนง่ึ คน ผ้แู ทนกรรมการสถานศกึ ษาข้ันพน้ื ฐานอยา่ งน้อยหนงึ่ คน เปน็ กรรมการ และให้รองผอู้ ำนวยการ เปน็ กรรมการและเลขานกุ าร การวินิจฉยั ใหถ้ อื เสยี งขา้ งมาก ในกรณีเสียงเท่ากนั ใหป้ ระธานออกเสยี ง เพมิ่ ข้นึ หน่ึงเสยี งเปน็ เสยี งชขี้ าด ๓.๕ การแจง้ ผลการผอ่ นผนั ใหส้ ถานศึกษาแจ้งเปน็ หนงั สือให้ผู้ปกครองและรายงาน คณะกรรมการสถานศกึ ษาทราบ แบบ พฐ. ๑๘/๑ และ พฐ. ๑๘/๒ ตามลำดบั รายละเอียดการผ่อนผนั ปรากฏตามแผนภมู ขิ ้นั ตอนการผอ่ นผนั ให้เดก็ เข้าเรียน 68
แผนภมู ิ แสดงขั้นตอนการผ่อนผนั ให้เด็กเขา้ เรยี น ผปู้ กครองนักเรียนรอ้ งขอผอ่ นผนั (แบบ พฐ. ๑๘) สถานศกึ ษาแต่งตง้ั คณะกรรมการวินิจฉัยขอผอ่ นผนั ประชุมพิจารณาผลรายกรณ ี ๑. จบระดับ ๒. ไมจ่ บระดับ ๓. ปว่ ยดว้ ยโรคติดตอ่ ๔. มีเหตจุ ำเป็น หรือ กอ่ นประถมศกึ ษา กอ่ นประถมศกึ ษา ร้ายแรงและเป็นอุปสรรค เหตุสุดวสิ ยั อื่นใด ก่อนอายุยา่ งเข้าปีที่ ๗ ต่อการเรยี นหรอื อยู่ระหวา่ ง ไม่สามารถเข้าเรียน หรือเทียบเทา่ การรักษาตัว ตามปกติได ้ ● แจ้งผปู้ กครองนกั เรียนนำเด็ก ผลการ ไม่ผ่อนผัน เขา้ เรยี นตามปกติ (แบบ ผ่อนผัน พฐ. ๑๘/๑) ผลการ ● รายงานคณะกรรมการ ผอ่ นผัน สถานศกึ ษาข้ันพน้ื ฐาน ไมผ่ ่อนผนั ผอ่ นผนั ผ่อนผัน ● แจ้งผปู้ กครองนักเรียน (แบบ พฐ. ๑๘/๑) ● แจ้งผูป้ กครองนกั เรียน ● แจง้ ผูป้ กครองนักเรียน ● รายงานคณะกรรมการสถานศึกษาข้ันพน้ื ฐาน (แบบ พฐ. ๑๘/๑) นำเดก็ เข้าเรียนตามปกต ิ ● รายงาน สพท. (แบบ พฐ. ๑๘/๒) ● รายงานคณะกรรมการ ● รายงานคณะกรรมการ สถานศกึ ษาขน้ั พื้นฐาน สถานศกึ ษาข้ันพืน้ ฐาน ● รายงาน สพท. (แบบ พฐ. ๑๘/๒) ● รายงาน สพท. ๔. การย้ายนักเรียน ๔.๑ ผปู้ กครองยนื่ คำรอ้ งขอย้ายต่อสถานศกึ ษา (แบบ พฐ. ๑๙) ๔.๒ สถานศึกษาทำหนังสือส่งนักเรียนขอย้ายไปเข้าเรียนในสถานศึกษาที่ขอย้ายเข้า (แบบ พฐ. ๑๙/๑) พรอ้ มทงั้ สง่ เอกสารหลักฐาน ดังตอ่ ไปน้ี ๔.๒.๑ หลกั ฐานแสดงผลการเรยี นเพือ่ ย้ายสถานศกึ ษา (ปพ. ๑) ๔.๒.๒ ระเบยี นสะสม (ปพ. ๙) ๔.๒.๓ สมดุ รายงานประจำตวั นักเรียน (ปพ. ๖) ๔.๓ สถานศึกษาท่ีนักเรียนขอย้ายออก ขออนุญาตจำหน่ายนักเรียนต่อสำนักงาน เขตพน้ื ที่การศึกษาหรอื หน่วยงานต้นสังกัด แล้วแต่กรณี (แบบ พฐ. ๒๐) 69
๔.๔ สถานศึกษาที่นักเรียนขอย้ายเข้า รับเอกสารหลักฐานของนักเรียนที่ย้าย มาเข้าเรียน จัดให้นักเรียนเข้าเรียน และแจ้งการรับย้ายนักเรียนไปให้สถานศึกษาเดิมทราบ (แบบ พฐ. ๑๙/๓) พร้อมท้ังรายงานต่อสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษา หรือองค์กรปกครองส่วนท้องถ่ิน หรือหนว่ ยงานท่จี ดั การศกึ ษาภาคบังคบั ทส่ี ังกดั (แบบ พฐ. ๑๙/๒) ๔.๕ สำนักงานเขตพื้นท่ีการศึกษา หรือองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น หรือหน่วยงาน ท่ีจัดการศึกษาภาคบังคับ แจ้งการรับนักเรียนไปยังสำนักงานเขตพ้ืนท่ีการศึกษาหรือองค์กรปกครอง ส่วนท้องถิ่น หรือหน่วยงานที่จัดการศึกษาภาคบังคับท่ีสังกัด ที่นักเรียนย้ายออกทราบ (แบบ พฐ. ๑๙/๔) เพื่ออนญุ าตจำหน่ายนักเรียนออกจากทะเบยี นนักเรยี น ๔.๖ สถานศึกษาที่นักเรียนขอย้ายเข้าเรียน รายงานสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษา หรือหน่วยงานต้นสังกัด แล้วแต่กรณี และแจ้งการรับนักเรียนให้สถานศึกษาท่ีนักเรียนขอย้ายออก ทราบ (แบบ พฐ. ๑๙/๒ และ แบบ พฐ. ๑๙/๓) ๔.๗ กรณีผู้ปกครองขอย้ายเด็กไปเข้าเรียนในสถานศึกษาที่อยู่ต่างสังกัดสำนักงาน เขตพ้ืนที่การศึกษาหรือสังกัดอื่น ให้สำนักงานเขตพื้นท่ีการศึกษาหรือหน่วยงานที่นักเรียนย้ายเข้า แจ้งผลการรับนักเรียนให้สำนักงานเขตพ้ืนท่ีการศึกษาหรือหน่วยงานที่นักเรียนย้ายออกทราบ (แบบ พฐ. ๑๙/๔) ๔.๘ กรณีผู้ปกครองไม่พานักเรียนไปเข้าเรียนในสถานศึกษาที่ขอย้ายไปเข้าเรียน ให้สถานศึกษาและสำนักงานเขตพ้ืนท่ีการศึกษาหรือหน่วยงานท่ีเกี่ยวข้องทุกแห่งติดตาม ให้ผู้ปกครอง ส่งเด็กเข้าเรียนและประสานแจ้งผลการติดตามให้ทราบซึ่งกันและกัน (แบบ พฐ. ๒๑ และ แบบ พฐ. ๒๒) 70
รายละเอียดการย้ายนักเรียนปรากฏตามแผนภูมิข้ันตอนการดำเนินงานเก่ียวกับการย้าย นักเรียน แผนภมู ิ แสดงขน้ั ตอนการดำเนนิ งานเกี่ยวกบั การย้ายนักเรียน ผูป้ กครองย่นื คำขอยา้ ยต่อสถานศึกษา (แบบ พฐ. ๑๙) ● สถานศึกษาออกหลกั ฐาน (แบบ พฐ. ๑๙/๑) ● ขอจำหน่ายต่อ สพท./องค์กรปกครองส่วนทอ้ งถิ่น หรอื หนว่ ยงาน ทเ่ี กีย่ วข้อง (แบบ พฐ. ๒๐) พน้ื ท่ีเดยี วกนั การแจง้ เขา้ ต่างพื้นท่ี สถานศึกษา สถานศกึ ษา สถานศกึ ษา สถานศกึ ษา นักเรียนยา้ ยออก นักเรยี นยา้ ยเข้า นักเรียนย้ายออก นักเรียนย้ายออก ● แจ้งสถานศึกษา นักเรยี น ● จดั นักเรียนเข้าเรียน ● แจง้ สถานศกึ ษา นักเรยี น ● จดั นกั เรียนเข้าเรยี น ยา้ ยเขา้ (แบบ พฐ. ๑๙/๑) ● แจง้ สถานศกึ ษา นักเรียน ย้ายเขา้ (แบบ พฐ. ๑๙/๑) ● แจ้งสถานศึกษา นักเรียน ● ขออนญุ าตจำหน่าย ยา้ ยออก (แบบ พฐ. ๑๙/๓) ● ขออนุญาตจำหน่าย ย้ายออก (แบบ พฐ. ๑๙/๓) นักเรยี นต่อ สพท. องค์กร ● รายงานผลการรบั นกั เรยี น นกั เรียนตอ่ สพท. องค์กร ● แจง้ สพท. นักเรียน ปกครองส่วนทอ้ งถิน่ หรอื ทย่ี ้ายไปเข้าเรียนตอ่ สพท. ปกครองส่วนท้องถนิ่ หรอื ยา้ ยออก หนว่ ยงานทเี่ กย่ี วขอ้ ง องค์กรปกครองสว่ นท้องถน่ิ หนว่ ยงานทีเ่ กีย่ วข้อง (แบบ พฐ.๑๙/๒) (แบบ พฐ. ๒๐) หรอื หน่วยงานทเ่ี กย่ี วข้อง (แบบ พฐ. ๒๐)ผ อ่ นผนั (แบบ พฐ.๑๙/๒) ● สพท. องค์กรปกครองสว่ นทอ้ งถน่ิ ● สพท. องคก์ รปกครอง แจ้งผล ● สพท. องคก์ รปกครองส่วนทอ้ งถิ่น ตรวจสอบการแจง้ ย้ายเข้าจาก นกั เรียนยา้ ยเขา้ ตรวจสอบการแจ้งยา้ ยเขา้ สถานศกึ ษานักเรยี นย้ายเขา้ สว่ นทอ้ งถิ่น ตรวจสอบการแจง้ ยา้ ยเข้าจากสถานศกึ ษานักเรยี นย้ายเข้า - แจ้งผลต่อ สพท. หนว่ ยงาน สถานศึกษาที่ ● ไมไ่ ดร้ บั ผล สอบถาม นักเรยี นยา้ ยออก (แบบ พฐ. ๑๙/๔) (แบบ พฐ. ๒๑) ไมแ่ จง้ ผล สอบถาม สถานศึกษานักเรียนยา้ ยออกและสถานศึกษา สพท. แจง้ อนุญาตใหส้ ถานศึกษา นักเรียน นักเรียนย้ายเขา้ สพท. องคก์ รปกครอง ยา้ ยออก จำหน่ายนกั เรยี น ส่วนท้องถิ่น ติดตามนักเรยี น (แบบ พฐ. ๒๐/๒) 71
๕. แนวปฏิบตั ิเกยี่ วกบั การตดิ ตามเดก็ เข้าเรียน ๕.๑ กรณผี ปู้ กครองไมส่ ่งเดก็ เข้าเรียน เม่ือสถานศึกษาตรวจสอบพบว่าผู้ปกครองไม่ส่งเด็กท่ีมีอายุถึงเกณฑ์การศึกษา ภาคบังคับ เข้าเรียนช้ันประถมศึกษาปีที่ ๑ หรือไม่ส่งเด็กท่ีเรียนจบชั้นประถมศึกษาปีที่ ๖ จาก สถานศึกษาท่ีมิได้เปิดสอนระดับมัธยมศึกษาตอนต้น เข้าเรียนช้ันมัธยมศึกษาปีท่ี ๑ ตามท ่ี คณะกรรมการเขตพื้นท่ีการศึกษา หรือองค์กรปกครองส่วนท้องถ่ินกำหนด ในวันเปิดเรียนภาคต้น มีแนวทางดำเนนิ การติดตาม เด็กเข้าเรียน ดงั นี้ ๕.๑.๑ ให้สถานศึกษาท่ีรับผิดชอบเขตพื้นท่ีบริการของเด็กตรวจสอบ ติดตาม ให้ผู้ปกครองสง่ เดก็ เขา้ เรยี น ๕.๑.๒ ภายในเจ็ดวันนับแต่วันเปิดเรียนภาคต้น ถ้าผู้ปกครองยังไม่ส่งเด็ก เข้าเรียนให้สถานศึกษาแจ้งเป็นหนังสือให้ผู้ปกครองทราบ (แบบ พฐ. ๑๔) เพื่อนำเด็กมาเข้าเรียน โดยส่งทางไปรษณีย์ลงทะเบียนตอบรับ หรือให้ผู้ปกครองลงชื่อรับหนังสือโดยตรง พร้อมทั้งรายงาน คณะกรรมการเขตพืน้ ทก่ี ารศกึ ษาหรอื องคก์ รปกครองสว่ นทอ้ งถน่ิ แล้วแต่กรณที ราบ (แบบ พฐ. ๑๕) ๕.๑.๓ คณะกรรมการเขตพื้นที่การศึกษาหรือองค์กรปกครองส่วนท้องถ่ิน แจ้งเป็นหนังสือส่งทางไปรษณีย์ลงทะเบียนตอบรับ เตือนให้ผู้ปกครองส่งเด็กเข้าเรียนโดยพลัน (แบบ พฐ. ๑๔) ๕.๑.๔ สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษา หรือองค์กรปกครองส่วนท้องถ่ิน ประสานกบั สถานศกึ ษาเพอ่ื ติดตามผลการส่งเดก็ เข้าเรยี น 72
๕.๑.๕ ภายหลังจากผู้ปกครองได้รับหนังสือแจ้งเตือนให้ส่งเด็กเข้าเรียนของ คณะกรรมการเขตพ้ืนที่การศึกษาหรือองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นแล้ว ผู้ปกครองยังไม่ส่งเด็ก เข้าเรียน ให้คณะกรรมการเขตพ้ืนที่การศึกษาหรือองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นดำเนินการ ตามมาตรา ๑๓ แห่งพระราชบญั ญตั ิการศกึ ษาภาคบงั คบั พ.ศ. ๒๕๔๕ (แบบ พฐ. ๑๖) ๕.๒ กรณีเด็กนกั เรยี นขาดเรยี น ๕.๒.๑ เม่ือนักเรียนหยุดเรียนติดต่อกันเกิน ๕ วัน หรือหยุดเรียนเกิน ๗ วัน ในหนึ่งเดือนให้สถานศึกษาแจ้งเป็นหนังสือเตือนให้ผู้ปกครองนำเด็กมาเข้าเรียนโดยพลัน โดยสง่ ทางไปรษณียล์ งทะเบยี นตอบรบั หรอื ใหผ้ ู้ปกครองลงชื่อรับหนงั สือโดยตรง (แบบ พฐ. ๑๗) ๕.๒.๒ ถ้าผู้ปกครองไม่ส่งเด็กเข้าเรียนภายหลังจากได้รับแจ้งเป็นหนังสือ ตามข้อ ๒.๑ แล้ว สถานศึกษารายงานให้คณะกรรมการเขตพื้นที่การศึกษา หรือองค์กรปกครอง สว่ นทอ้ งถิ่นแลว้ แตก่ รณที ราบ (แบบ พฐ. ๑๗/๑) ๕.๒.๓ คณะกรรมการเขตพ้ืนที่การศึกษาหรือองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ดำเนินการตรวจสอบติดตามเพ่ือให้เด็กได้เข้าเรียน หรือดำเนินการตามมาตรา ๑๕ แห่งพระราช บญั ญัตกิ ารศกึ ษาภาคบังคบั พ.ศ. ๒๕๔๕ ขั้นตอนการดำเนินการเก่ียวกับการติดตามเด็กเข้าเรียน ปรากฏตามแผนภูมิข้ันตอน การดำเนนิ การเกีย่ วกบั นกั เรยี นขาดเรยี น 73
แผนภูมิ แสดงข้ันตอนการดำเนินงานเก่ยี วกบั การตดิ ตามเด็กเขา้ เรียน นักเรียนไม่เข้าเรียนภายใน ๗ วนั นบั แตว่ ันเปิดภาคเรียน สถานศกึ ษา เ ีรยนตามปก ิต ● แจง้ เป็นหนังสอื ให้ผูป้ กครองทราบ (แบบ พฐ. ๑๔) ● รายงานคณะกรรมการเขตพื้นท่กี ารศึกษา/องค์กรปกครอง ท้องถิน่ /หนว่ ยงานท่จี ัดการศึกษาภาคบังคับ (แบบ พฐ. ๑๕) ผล เขา้ เรยี น ไม่เข้าเรยี น สถานศึกษารายงาน สพท./องค์กรปกครองสว่ นท้องถนิ่ / หน่วยงานทีจ่ ดั การศกึ ษาภาคบงั คับ (แบบ พฐ. ๑๕) คณะกรรมการเขตพ้นื ท่กี ารศึกษา/องค์กรปกครองสว่ นทอ้ งถนิ่ / หนว่ ยงานทจ่ี ัดการศึกษาภาคบงั คับ แจ้งพนกั งานเจ้าหนา้ ที่ (แบบ พฐ. ๑๖) ผล เข้าเรยี น ไม่เข้าเรียน คณะกรรมการเขตพ้นื ที่การศึกษา/องคก์ รปกครองสว่ นท้องถนิ่ / หน่วยงานทจี่ ดั การศึกษาภาคบงั คบั แจง้ พนกั งานเจา้ หน้าท่ี (แบบ พฐ. ๑๖) แจง้ พนักงานเจ้าหนา้ ที่ ดำเนินการตามกฎหมาย ไมเ่ ข้าเรียน ปรบั เข้าเรยี น 74
๖. การจำหนา่ ยนักเรยี น การจำหน่ายนักเรียน หมายถึง การดำเนินการให้นักเรียนพ้นสภาพการเป็นนักเรียน จากโรงเรียนท่ีเรียนอย ู่ สาเหตุท่จี ะจำหน่ายนักเรียนออกจากทะเบยี นนกั เรยี น มีอยู่ ๕ สาเหตุ คือ ๖.๑ นักเรียนย้ายโรงเรียน ๖.๒ นักเรียนถึงแกก่ รรม ๖.๓ นักเรียนหยุดเรียนติดต่อกนั เปน็ เวลานาน และไมม่ ตี วั ตนอย่ใู นพ้ืนท ่ี ๖.๔ นักเรยี นอายุพ้นเกณฑ์การศกึ ษาภาคบงั คบั ๖.๕ นกั เรียนเรียนจบการศึกษา กรณีใดกรณีหนงึ่ ดังน ้ี ๖.๕.๑ กรณีนักเรียน เรียนจบช้ันประถมศึกษาปีที่ ๖ สำหรับสถานศึกษา ทีไ่ ม่ได้รับอนุญาตใหเ้ ปดิ สอนระดบั มัธยมศึกษาตอนต้น ๖.๕.๒ กรณีนักเรียน เรียนจบช้ันมัธยมศึกษาปีที่ ๓ การจำหน่ายนักเรียน แต่ละสาเหตมุ ีแนวปฏิบตั ิ ดงั น ้ี กรณนี ักเรยี นยา้ ยโรงเรยี น ๑. สถานศึกษา ขออนุญาตจำหน่ายนักเรียนที่ขอย้ายไปเข้าเรียนในสถานศึกษาอ่ืนต่อ สำนกั งานเขตพน้ื ที่การศึกษา หรอื องค์กรปกครองสว่ นทอ้ งถิ่น (แบบ พฐ. ๒๐) ๒. สำนักงานเขตพ้ืนที่การศึกษา หรือองค์กรปกครองส่วนท้องถ่ินท่ีกำกับ ดูแลสถานศึกษา ที่นักเรียนยา้ ยออก พจิ ารณา และแจ้งผลการพิจารณาให้สถานศึกษาทราบ ๒.๑ อนญุ าต กรณไี ด้รับรายงานจากสถานศึกษาท่ีนักเรยี นย้ายเขา้ (กรณียา้ ยภายใน สำนักงานเขตหรือภายในสังกัดเดียวกัน) หรือได้รับแจ้งจากสำนักงานเขตพ้ืนท่ีการศึกษา หรือองค์กร ปกครองสว่ นทอ้ งถ่นิ (กรณียา้ ยต่างสำนักงานเขตหรอื ตา่ งสังกดั ) วา่ นักเรียนท่ีขอย้ายไดเ้ ขา้ เรยี นแลว้ ๒.๒ ไม่อนุญาต กรณีได้รับรายงานจากสถานศึกษาที่นักเรียนย้ายเข้า (กรณีย้าย ภายในสำนักงานเขตหรือภายในสังกัดเดียวกัน) หรือได้รับแจ้งจากสำนักงานเขตพ้ืนท่ีการศึกษา หรือ องค์กรปกครองส่วนท้องถ่ิน (กรณีย้ายต่างสำนักงานเขตหรือต่างสังกัด) ว่านักเรียนที่ขอย้ายไม่ได้ไป เข้าเรยี น 75
๓. สถานศกึ ษา จำหน่ายนักเรียนออกจากทะเบยี นกรณไี ดร้ บั อนุญาต ๔. สถานศึกษาติดตามเด็กเข้าเรียน กรณีสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษา หรือองค์กร ปกครองส่วนท้องถิ่น ไม่อนุญาตให้จำหน่ายนักเรียน เนื่องจากไม่ไปเข้าเรียนตามท่ีขอย้าย หากไม่ สามารถติดตามนักเรียนมาเข้าเรียนได้ ให้ดำเนินการขออนุญาตจำหน่ายนักเรียนออกจากทะเบียน นักเรยี น ด้วยเหตุนักเรยี นไม่มตี ัวตนอยูใ่ นพน้ื ท ี่ กรณีนักเรยี นถงึ แก่กรรม ๑. สถานศึกษาขอสำเนาใบมรณะบัตรของนักเรียนท่ีถึงแก่กรรมจากผู้ปกครอง โดยตรวจสอบ กับสำเนาเอกสารฉบบั จรงิ ก่อนดำเนนิ การ ๒. สถานศึกษาขออนุญาตจำหน่ายนักเรียนท่ีถึงแก่กรรมต่อสำนักงานเขตพื้นท่ีการศึกษา หรอื องค์กรปกครองส่วนทอ้ งถน่ิ แล้วแตก่ รณี ๓. สำนักงานเขตพ้ืนที่การศึกษา หรือองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น แล้วแต่กรณี พิจารณา อนญุ าตจำหนา่ ยนกั เรียน และแจ้งผลการพิจารณาใหส้ ถานศกึ ษาทราบ (แบบ พฐ. ๒๒) ๔. สถานศึกษาจำหน่ายนกั เรียนทีถ่ ึงแกก่ รรมออกจากทะเบียนนกั เรียน กรณีนกั เรยี นหยดุ เรยี นติดตอ่ กันเป็นเวลานาน และไมม่ ตี วั ตนอยู่ในพนื้ ที่ ๑. สถานศึกษา ขอหนังสือรับรองการไม่มีตัวตนของผู้ปกครอง และนักเรียนออกจาก ผู้ใหญ่บ้าน หรือกำนัน หรือจากอำเภอ/ก่ิงอำเภอ หรือองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น แล้วแต่กรณี (แบบ พฐ. ๒๓) ๒. สถานศึกษา ขออนุญาตจำหน่ายนักเรียนที่หยุดเรียนเป็นเวลานาน ผู้ปกครองและ นักเรียนไม่มีตัวตนในพื้นที่ต่อสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษา หรือองค์กรปกครองส่วนท้องถ่ิน แล้วแต่กรณี ๓. สำนักงานเขตพ้ืนที่การศึกษา หรือองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น พิจารณาอนุญาต จำหน่ายนกั เรียน และแจ้งผลการพิจารณาให้สถานศกึ ษาทราบ ๔. สถานศึกษาจำหนา่ ยนักเรยี นออกจากทะเบยี นนักเรียน 76
กรณนี ักเรียนอายุพน้ เกณฑก์ ารศกึ ษาภาคบังคบั เมื่อนักเรียนมีอายุพ้นเกณฑ์การศึกษาภาคบังคับ และผู้ปกครองไม่ประสงค์จะให้นักเรียน เรียนอยู่ในสถานศึกษาต่อไป ให้สถานศึกษาพิจารณาจำหน่ายนักเรียนออกจากทะเบียนนักเรียน แล้วรายงานสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษา หรือองค์กรปกครองส่วนท้องถ่ิน แล้วแต่กรณีทราบ (แบบ พฐ. ๒๓) กรณีนกั เรยี นที่เรยี นจบการศกึ ษา ๑. กรณีนักเรียนท่ีเรียนจบชั้นประถมศึกษาปีท่ี ๖ ในสถานศึกษาท่ีไม่ได้รับอนุญาต ให้เปิดสอนระดับมัธยมศึกษาตอนต้นเม่ือสถานศึกษาได้รับอนุมัติตัดสินผลการเรียนของนักเรียน ทเี่ รียนจบชั้นประถมศกึ ษาปีทหี่ กแลว้ ใหด้ ำเนินการ ๑.๑ จำหน่ายนกั เรยี นออกจากทะเบียนนักเรยี น ๑.๒ รายงานสำนักงานเขตพื้นท่ีการศึกษา หรือองค์กรปกครองส่วนท้องถ่ิน แล้วแต่ กรณีทราบ (แบบ พฐ. ๒๐/๓) ๑.๓ ส่งรายช่ือนักเรียนที่เรียนจบชั้นประถมศึกษาปีที่หก ให้สถานศึกษาที่เปิดสอน ระดับมัธยมศึกษาตอนต้นที่รับผิดชอบเขตพ้ืนท่ีบริการของนักเรียนทราบ และดำเนินการรับนักเรียน ตอ่ ไป (แบบ พฐ. ๑๓) ๒. กรณีนักเรียนท่ีเรียนจบช้ันมัธยมศึกษาปีที่ ๓ เม่ือสถานศึกษาได้รับอนุมัติตัดสิน ผลการเรียนเรียนจบชน้ั มธั ยมศกึ ษาปีที่ ๓ แลว้ ใหด้ ำเนนิ การ ๒.๑ จำหน่ายนกั เรยี นออกจากทะเบียนนกั เรยี น ๒.๒ รายงานสำนักงานเขตพ้ืนท่ีการศึกษา หรือองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น แล้วแต่ กรณที ราบ รายละเอยี ดการจำหน่ายนักเรยี น ปรากฏตามแผนภูมิขน้ั ตอนการจำหน่ายนักเรียน 77
แผนภมู ิ แสดงขัน้ ตอนการจำหน่ายนักเรยี น สถานศึกษา ขออนญุ าตจำหน่าย (แบบ พฐ. ๒๐) อนญุ าต สพท./หนว่ ยงาน รายงาน สพฐ. กรณีได้รับรายงานจากสถานศึกษา ทเี่ กีย่ วข้อง ทีน่ ักเรยี นยา้ ยเขา้ /หน่วยงานทร่ี ับ นักเรียนว่า แจ้งผลการพจิ ารณา นกั เรยี นทขี่ อยา้ ยไดเ้ ขา้ เรียนแล้ว (แบบ พฐ. ๒๐/๒) (แบบ พฐ. ๒๐/๒) ไมอ่ นญุ าต กรณีได้รับรายงานจากสถานศึกษา/ หน่วยงานท่เี กยี่ วขอ้ งว่านักเรียน ทขี่ อย้ายไมไ่ ดเ้ ข้าเรียน สถานศึกษาทีน่ กั เรียน ยา้ ยออก ตดิ ตาม เด็กเขา้ เรียน สพท. สถานศึกษา จำหน่ายนกั เรียน รายกรณี 78
๗. การจดั การศกึ ษาสำหรับเดก็ ทีไ่ มม่ ีหลักฐานทะเบียนราษฎร์และเด็กทไี่ มม่ ีสัญชาติไทย ๑. เด็กท่ีไม่มีหลักฐานทางทะเบียนราษฎร์ ที่จะยืนยันแสดงถึงสัญชาติ วัน เดือน ปีเกิด และถ่ินท่ีอยู่ ได้แก่ เด็กเร่ร่อน เด็กท่ีติดตามผู้ปกครองไปทำงานต่างถ่ิน เด็กท่ีถูกทอดทิ้ง เด็กทเี่ ล้ียงดูในสถานสงเคราะห์ หรอื เดก็ ด้อยโอกาส กลมุ่ อื่น ๆ ทมี่ ีลักษณะคล้ายคลงึ กันใหศ้ กึ ษาได้ ต้งั แตร่ ะดับประถมศกึ ษาจนถึงระดบั อุดมศกึ ษา ๒. บุตรชาวเขา ใหศ้ ึกษาได้ตง้ั แตร่ ะดับประถมศึกษาจนถึงระดบั อุดมศกึ ษา ๓. บุตรชาวลาว (ที่มีหลักแหล่งอยู่ในประเทศไทย) ให้ศึกษาได้ต้ังแต่ระดับประถม ศกึ ษาจนถึงระดบั อดุ มศึกษา ๔. ผู้อพยพเช้ือสายไทยจากจังหวัดเกาะกง กัมพูชา หมายถึง ผู้อพยพเช้ือสายไทย จากจงั หวดั เกาะกง กัมพชู า ท่กี ระทรวงมหาดไทยกำหนดใหอ้ าศยั และควบคุมไว้ทจ่ี ังหวัดตราด และ คณะรัฐมนตรีมีมติให้แปลงสัญชาติเป็นไทยได้ ให้ศึกษาได้ตั้งแต่ระดับประถมศึกษาจนถึงระดับ อดุ มศึกษา ๕. เนปาลอพยพ หมายถึง เนปาลอพยพทกี่ ระทรวงมหาดไทยกำหนดให้อาศัย และ ควบคุมไว้ที่อำเภอทองผาภูมิ จังหวัดกาญจนบุรี ให้ศึกษาได้ตั้งแต่ระดับประถมศึกษาจนถึงระดับ อดุ มศกึ ษา และกำหนดพ้ืนทใี่ หเ้ รยี นไดใ้ นพน้ื ท่ีควบคุม เขตอำเภอทองผาภูมิ จงั หวดั กาญจนบรุ ี ๖. ญวนอพยพ หมายถึง ญวนอพยพที่ได้หลบหนีเข้ามาอาศัยอยู่ในประเทศไทย เป็นการชั่วคราว ระหว่างปี พ.ศ. ๒๔๘๘-๒๔๘๙ และรวมถึงบุตรหลานด้วย ให้ศึกษาได้ตั้งแต่ระดับ ประถมศึกษาจนถึงระดับอุดมศึกษา และกำหนดพ้ืนท่ีให้เรียนได้ในพ้ืนที่จังหวัดควบคุมญวนอพยพ ๑๓ จงั หวัด ได้แก่ ๑. จังหวดั หนองคาย ๒. จังหวดั อดุ รธานี ๓. จังหวัดสกลนคร ๔. จงั หวดั นครพนม ๕. จังหวัดมุกดาหาร ๖. จังหวัดอุบลราชธานี ๗. จังหวัดยโสธร ๘. จังหวัดปราจีนบุรี ๙. จังหวัด สุราษฎร์ธานี ๑๐. จังหวัดพัทลุง ๑๑. จังหวัดอำนาจเจริญ ๑๒. จังหวัดหนองบัวลำภู และ ๑๓. จังหวัดสระแก้ว หากผู้เข้ารับการศึกษามีพฤติกรรมทางการเมืองท่ีเป็นภัยต่อความมั่นคงของ ประเทศชาติ จะไมอ่ อกหลักฐานการสำเรจ็ การศกึ ษาให้ ๗. บุตรอดีตทหารจีนคณะชาติ อดีตทหารจีนคณะชาติ หมายถึง บุคคลตามบัญชี รายชื่อ ซึ่งกองบัญชาการทหารสูงสุดได้สำรวจ และรวบรวมนำเสนอคณะรัฐมนตรีและได้รับอนุมัต ิ ให้ดำเนินการแปลงสัญชาติและให้สถานะเป็นคนต่างด้าวได้เฉพาะผู้ที่ยังมิได้รับใบสำคัญถิ่นที่อย ู่ ตามกฎหมาย คนเขา้ เมือง และหมายถึง ผูส้ ืบสันดานที่เกิดในประเทศไทยแตถ่ กู ถอนสัญชาตไิ ทยหรือ 79
ไมไ่ ด้สญั ชาติไทย ตามประกาศของคณะปฏวิ ัติ ฉบับที่ ๓๓๗ ลงวันท่ี ๑๓ ธันวาคม ๒๕๑๕ ใหศ้ กึ ษา ไดต้ ั้งแตร่ ะดบั ประถมศึกษาจนถงึ ระดับอดุ มศึกษา และกำหนดพื้นทใ่ี ห้เรียนไดใ้ นพืน้ ทจ่ี งั หวดั ควบคุม จำนวน ๓ จงั หวัด ๘ อำเภอ ๑ กง่ิ อำเภอ คือ ๑. จังหวัดเชียงใหม่ ได้แก่ เขตอำเภอฝาง อำเภอแม่อาย อำเภอเชียงดาว และกง่ิ อำเภอเวียงแหง ๒. จังหวัดเชียงราย ได้แก่ เขตอำเภอแม่จัน อำเภอเชียงแสน และอำเภอ เชยี งของ ๓. จงั หวัดแม่ฮ่องสอน ไดแ้ ก่ เขตอำเภอเมืองแมฮ่ อ่ งสอน และอำเภอปาย ๘. จีนฮ่ออพยพ หมายถึง คนจีนท่ีอพยพเข้ามาอยู่ในประเทศไทยโดยไม่ได้รับ อนุญาต ตามกฎหมาย ตั้งแต่ พ.ศ. ๒๔๙๑-๒๕๐๔ และไม่มีโอกาสกลับไปประเทศเดิม เน่ืองจาก เหตุผลทางการเมืองและกระทรวงมหาดไทยได้จัดทำทะเบียนควบคุมไว้ และหมายถึงผู้สืบสันดาน ที่เกิดในประเทศไทย แต่ถูกถอนสัญชาติไทยหรือไม่ได้สัญชาติไทยตามประกาศของคณะปฏิวัต ิ ฉบับท่ี ๓๓๗ ลงวันท่ี ๑๓ ธันวาคม ๒๕๑๕ ด้วย ให้ศึกษาได้ต้ังแต่ระดับประถมศึกษาจนถึง ระดับอุดมศึกษาและกำหนดพ้ืนที่ให้เรียนได้ในพื้นท่ีจังหวัดควบคุม จำนวน ๓ จังหวัด ๙ อำเภอ ๑ กง่ิ อำเภอ คือ ๑. จังหวัดเชียงใหม่ ได้แก่ เขตอำเภอฝาง อำเภอแม่อาย อำเภอเชียงดาว และก่ิงอำเภอเวียงแหง ๒. จังหวัดเชียงราย ได้แก่ เขตอำเภอแม่จัน อำเภอแม่สาย อำเภอเชียงของ และอำเภอแมส่ รวย ๓. จังหวดั แมฮ่ อ่ งสอน ไดแ้ ก่ เขตอำเภอเมอื งแมฮ่ อ่ งสอน และอำเภอปาย 80
๙. ผู้หลบหนีเข้าเมืองสัญชาติพม่า หมายถึง ผู้พลัดถ่ินสัญชาติพม่าท่ีเข้ามาอยู่ใน ประเทศไทย ก่อนวันท่ี ๙ มีนาคม ๒๕๑๙ ด้วยเหตุผลทางการเมืองโดยทางราชการได้จัดทำ ทะเบียนควบคุมไว้และผ่อนผันให้อยู่ในประเทศไทยช่ัวคราว เพ่ือรอการผลักดันต่อไป ให้ศึกษาได ้ ต้ังแต่ระดับประถมศึกษาจนถึงระดับอุดมศึกษา โดยกำหนดให้ศึกษาในเขตพ้ืนท่ี ๙ จังหวัด ซ่ึงเป็น จังหวัดที่กระทรวงมหาดไทยกำหนดเป็นจังหวัดควบคุม โดยให้จังหวัดกำหนดอำเภอที่เป็นพื้นท่ี ควบคุมภายในเขตจงั หวัด คือ ๑. จังหวัดเชียงราย มี ๔ อำเภอ ได้แก่ อำเภอแม่จัน อำเภอแม่สาย อำเภอ เชียงแสน และอำเภอแม่สรวย ๒. จังหวัดเชียงใหม่ มี ๔ อำเภอ ได้แก่ อำเภอแม่อาย อำเภอฝาง อำเภอ เชยี งดาว และอำเภอเวียงแหง ๓. จังหวัดแม่ฮ่องสอน มี ๖ อำเภอ ได้แก่ อำเภอเมืองแม่ฮ่องสอน อำเภอปาย อำเภอขนุ ยวม อำเภอแมล่ าน้อย อำเภอแมส่ ะเรยี ง และกงิ่ อำเภอสบเมย ๔. จังหวัดตาก มี ๔ อำเภอ ได้แก่ อำเภอแม่สอด อำเภอแม่ระมาด อำเภอ ทา่ สองยาง และอำเภอพบพระ ๕. จังหวัดกาญจนบุรี มี ๕ อำเภอ ได้แก่ อำเภอเมืองกาญจนบุรี อำเภอ ทองผาภมู ิ อำเภอไทรโยค อำเภอสงั ขละบุรี และอำเภอศรสี วัสดิ์ ๖. จงั หวดั ราชบรุ ี มี ๑ อำเภอ ไดแ้ ก่ อำเภอสวนผึ้ง ๗. จังหวัดประจวบคีรีขันธ์ มี ๓ อำเภอ ได้แก่ อำเภอเมืองประจวบคีรีขันธ์ อำเภอทบั สะแก และอำเภอบางสะพาน ๘. จงั หวัดชุมพร มี ๑ อำเภอ ไดแ้ ก่ อำเภอทา่ แซะ ๙. จงั หวดั ระนอง มี ๔ อำเภอ ได้แก่ อำเภอเมอื งระนอง อำเภอกระบุรี อำเภอ กะเปอร์ และอำเภอละอุ่น หมายเหตุ สำหรับผู้หลบหนีเข้าเมืองจากพม่า ที่ได้ลักลอบเข้ามาภายในราชอาณาจักรไทย หลังวันท่ี ๙ มีนาคม ๒๕๑๙ ซ่ึงมีท่ีอยู่เป็นหลักแหล่ง โดยทางราชการได้จัดทำทะเบียนควบคุมไว ้ และผ่อนผันให้อยู่ในประเทศไทยช่ัวคราว เพ่ือรอการผลักดันต่อไป ให้ศึกษาได้ถึงระดับการศึกษา ภาคบงั คับ 81
การกรอกข้อมลู นกั เรยี น กรณไี ม่มีชอ่ื ในทะเบียนบา้ นใด ๆ ไมไ่ ดแ้ จ้งเกดิ ไม่มเี ลขประจำตัวประชาชน ใหเ้ พิม่ ชือ่ ใหม่ เข้าในระบบโดยกรอกรายละเอียดให้มากที่สุดนักเรียนมีอยู่พร้อมกำหนดเลขประชาชนเป็น GXXXXXXXXXXXY (XXXXXXXX หมายถึงรหสั SMIS ของโรงเรยี น, OOOY หมายถงึ ตวั เลขแสดง ตามลำดับของนักเรียนท่ีไม่มีเลขประจำตัวประชาชนและไม่ซ้ำกัน) เช่น G๙๕๐๑๐๐๐๒๐๐๐๕, G๙๕๐๑๐๐๐๒๐๐๐๖, G๙๕๐๑๐๐๐๒๐๐๐๗, เป็นต้น ๘. เขตพ้ืนทีบ่ ริการ เขตพื้นท่ีบริการ หมายถึง อาณาบริเวณท่ีนักเรียนสามารถเดินทางไปเข้าเรียน ในโรงเรยี นได้สะดวก เหมาะสม การกำหนดเขตพื้นท่ีบริการ โรงเรียนกำหนดเขตพ้ืนท่ีบริการของโรงเรียนให้เหมาะสม โดยผ่านความเห็นชอบจากคณะกรรมการสถานศึกษาข้ันพ้ืนฐาน และเสนอขอความเห็นชอบจาก คณะกรรมการเขตพืน้ ทก่ี ารศกึ ษา ในกรณีที่โรงเรียนต้องการเปลี่ยนแปลงเขตพ้ืนที่บริการ ต้องผ่านความเห็นชอบจาก คณะกรรมการสถานศึกษาข้ันพื้นฐาน และเสนอขอความเห็นชอบจากคณะกรรมการเขตพื้นท ่ี การศึกษาและเสนอขอความเห็นชอบจากคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน ล่วงหน้า ๑ ป ี และประกาศการเปลี่ยนแปลงใหส้ าธารณชนทราบ 82
คณุ สมบตั ขิ องนกั เรียนในเขตพน้ื ที่บรกิ าร ในอดีตถึงปัจจุบัน สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐานได้มอบให้สำนักงาน เขตพื้นท่ีการศึกษาและสถานศึกษา กำหนดคุณสมบัติของนักเรียนในเขตพ้ืนท่ีบริการ ซ่ึงท่ีผ่านมา จะมีการกำหนดคุณสมบัติที่แตกต่างกันไปตามบริบทของเขตพ้ืนท่ีการศึกษาและสถานศึกษา ซ่งึ สว่ นใหญ่จะกำหนดคุณสมบัติ ดังน ี้ 83
๑. ชั้นประถมศกึ ษาปีที่ ๑ นักเรียนต้องมีช่ืออยู่ในทะเบียนบ้านอยู่ในเขตพื้นที่บริการของโรงเรียนตามท่ีโรงเรียน กำหนด ๒. ชนั้ มธั ยมศกึ ษาปที ่ี ๑ นักเรียนต้องมีชื่ออยู่ในทะเบียนบ้านอยู่ในเขตพ้ืนท่ีบริการของโรงเรียนตามท่ีโรงเรียน กำหนด โดยต้องอาศัยอยู่กับบิดา มารดา ปู่ ย่า ตา ยาย บุคคลใดบุคคลหนึ่ง ท่ีเป็นเจ้าของบ้าน หรือเจ้าบ้าน ที่มีหลักฐานสิทธิการอยู่อาศัยชัดเจน อย่างน้อย ๒ ปี นับถึงวันเปิดภาคเรียนที่ ๑ ของปีการศกึ ษานน้ั ๆ ในกรณี ที่ไม่สามารถเป็นเจ้าบ้านหรือเจ้าของบ้านได้ สำนักงานเขตพ้ืนที่การศึกษา และสถานศึกษาบางแห่ง จะอนุโลมให้นักเรียนที่มีชื่ออยู่ในทะเบียนบ้านอยู่ในเขตพ้ืนที่บริการ ของโรงเรยี น โดยอาศยั อยกู่ ับบดิ า มารดา ปู่ ยา่ ตา ยาย บุคคลใดบุคคลหนง่ึ ทมี่ ิได้เป็นเจา้ ของบ้าน หรือเจ้าบ้านโดยมีหลักฐานการอยู่อาศัยต้ังแต่นักเรียนเกิด ให้สิทธิเสมอเหมือนการเป็นนักเรียน ในเขตพ้ืนท่บี ริการ สำหรับกรณีที่นักเรียนและผู้ปกครองร้องขอให้นักเรียนมีสิทธิเสมอเหมือนการเป็น นักเรียนในเขตพื้นที่บริการ โดยไม่มีหลักฐานตามคุณสมบัติที่โรงเรียนกำหนด ให้เขียนคำร้องขอ ให้คณะกรรมการรับนักเรียนของโรงเรียนพิจารณา ท้ังน้ี ผลการพิจารณาให้อยู่ในดุลยพินิจ ของคณะกรรมการรับนักเรยี นของโรงเรยี น และถอื เป็นสิน้ สุด 84
บทท่ี ๔ บทสรุปและขอ้ เสนอแนะ
บทท่ี ๔ บทสรุปและข้อเสนอแนะ การรับนักเรียนของสถานศึกษา สังกัดสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาข้ันพ้ืนฐาน มีความสำคัญต่อการพัฒนาคุณภาพการศึกษาโดยรวม และทำให้บุคคลมีสิทธิเสมอกันในการรับ การศกึ ษาตามท่ีกำหนดไว้ในรัฐธรรมนญู แห่งราชอาณาจกั รไทย พทุ ธศกั ราช ๒๕๕๐ พระราชบัญญตั ิ การศึกษาแห่งชาติ พ.ศ. ๒๕๔๒ แก้ไขเพิ่มเติม (ฉบับที่ ๒) พ.ศ. ๒๕๔๕ และที่แก้ไขเพ่ิมเติม (ฉบับท่ี ๓) พ.ศ. ๒๕๕๓ หน่วยงานที่เก่ียวข้องกับการรับนักเรียน ประกอบด้วย สำนักงาน คณะกรรมการการศึกษาข้ันพ้ืนฐาน สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษา และสถานศึกษา จึงควรศึกษา แนวทางการปฏิบัติงานในแต่ละระดับเพ่ือวางแผนและบริหารจัดการให้เกิดประสิทธิผลสูงสุด แนวทางการดำเนนิ งานโดยสรปุ มดี ังน้ ี ๑. สำนกั งานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพน้ื ฐาน ๑.๑ สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาข้ันพื้นฐานต้องมีการศึกษา วิเคราะห์ ข้อมูล เอกสารผลกระทบ ข้อเสนอแนะจากการรับนักเรียนในปีการศึกษาท่ีผ่านมาในรูปแบบงานวิจัย รวมทง้ั ข้อมลู หลักฐานทีเ่ กยี่ วข้องอนื่ ๆ เพ่อื ใหก้ ารกำหนดนโยบายเอื้อต่อการพัฒนา การดำเนินงาน ในปีการศึกษาต่อไป ๑.๒ มีคณะกรรมการรับนักเรียนและศูนย์ประสานงานการรับนักเรียน เพ่ือดูแล กำกับ ติดตาม ส่งเสริม สนับสนุน การรับนักรียนของเขตพ้ืนที่การศึกษา และสถานศึกษาให้เป็นไป ตามนโยบายท่ีกำหนด 87
๑.๓ จัดทำประกาศและแนวปฏิบัติเก่ียวกับการรับนักเรียน เพ่ือให้การรับนักเรียน ของสถานศกึ ษาเป็นไปในทิศทางเดยี วกนั ๑.๔ มกี ารประชาสัมพันธ์รูปแบบตา่ ง ๆ เพ่อื สร้างความรู้ ความเข้าใจ ให้กับผปู้ ฏิบัติงาน ทั้งระดับเขตพน้ื ที่การศึกษา ระดบั สถานศึกษา ผเู้ ก่ยี วข้อง และประชาชนทวั่ ไป ๑.๕ มีระบบการกำกับ ติดตาม ประเมนิ ผล ๒. เขตพ้นื ทกี่ ารศึกษา ๒.๑ เขตพื้นท่ีการศึกษาประถมศึกษาและเขตพื้นท่ีการศึกษามัธยมศึกษาเป็นหน่วยงาน ประสานงานระหว่างสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาข้ันพ้ืนฐานกับสถานศึกษาท่ีอยู่ใน ความรับผิดชอบของเขตพ้นื ทีก่ ารศึกษา ๒.๒ มีคณะกรรมการรบั นกั เรียน และศนู ย์ประสานงานกับรับนกั เรียนระดบั เขตพ้นื ที่ การศึกษา เพื่อให้บริการข้อมูล ข่าวสาร ตลอดจนดูแล กำกับ ติดตามการรับนักเรียนและอ่ืน ๆ ท่เี กี่ยวขอ้ ง ๒.๓ สำรวจขอ้ มูลของนกั เรียนทจี่ ะต้องเข้าเรยี นในระดับต่าง ๆ ตามความรับผิดชอบ ของแต่ละเขตพ้ืนท่ีการศึกษา เพอื่ วางแผนการดำเนนิ งานในดา้ นตา่ ง ๆ 88
๒.๔ มีการประชาสัมพันธ์รูปแบบต่าง ๆ เพื่อสร้างความรู้ ความเข้าใจให้กับ สถานศึกษาผู้เกี่ยวข้องและประชาชนทั่วไป เก่ียวกับกฎหมายการจัดการศึกษาภาคบังคับ นโยบาย และแนวปฏิบัติการรับนักเรียน และซักซ้อมความเข้าใจกับสถานศึกษาเก่ียวกับการดำเนินงาน การจัดการศึกษาสำหรับเด็กที่ไม่มีหลักฐานทะเบียนราษฎร์และเด็กที่ไม่มีสัญชาติไทย รวมทั้ง การกำหนดเขตพ้นื ทบี่ ริการ ๒.๕ รวบรวมข้อมูลท่ีเกี่ยวข้องและรายงานสำนักงานคณะกรรมการการศึกษา ขน้ั พนื้ ฐาน ๓. สถานศกึ ษา ๓.๑ สถานศึกษาท่ีเป็นโรงเรียนท่ีมีอัตราการแข่งขันสูง และโรงเรียนทั่วไป สามารถ ปรบั แนวทางการปฏิบัติงานไดต้ ามความเหมาะสมกบั บรบิ ทของโรงเรียน ๓.๒ นำนโยบายและแนวทางการปฏิบัติงานการรับนักเรียนจากสำนักงาน คณะกรรมการการศึกษาข้ันพ้นื ฐาน มาศึกษา วิเคราะห์เพ่ือวางแผนการรับนักเรียน ๓.๓ มีคณะกรรมการรับนักเรียน เพื่อให้การดำเนินงานรับนักเรียนเป็นไปด้วย ความเรยี บรอ้ ยถูกต้อง สอดคล้องกบั นโยบายและแนวทางการปฏิบัติของต้นสังกดั ๓.๔ มีการประชาสัมพันธ์รูปแบบต่าง ๆ เพ่ือสร้างความรู้ ความเข้าใจ ให้แก ่ ผู้เกี่ยวข้องกับนโยบายและแนวทางการปฏิบัติงานรับนักเรียนของโรงเรียน และซักซ้อมความเข้าใจ เก่ียวกับการดำเนินงาน การจัดการศึกษาสำหรับเด็กที่ไม่มีหลักฐานทะเบียนราษฎร์และเด็กที่ไม่มี สญั ชาติไทย รวมทง้ั การกำหนดเขตพื้นท่บี รกิ าร ๓.๕ รายงานข้อมลู ตามทต่ี ้นสังกดั กำหนด ๓.๖ สรุปข้อมูลการดำเนินงานรับนักเรียนเพื่อพัฒนาการดำเนินงานระดับสถานศึกษา ตอ่ ไป 89
๑๐ ปี ของการดำเนินงานรับนักเรียนที่มุ่งกระจายอำนาจในการบริหารจัดการไปสู่สำนักงาน เขตพื้นที่การศึกษาและสถานศึกษา ก่อให้เกิดความหลากหลายในการปฏิบัติมากมาย ซ่ึงล้วนแต่เป็น ความพยายาม ความม่งุ มนั่ ในการสรา้ งความสำเร็จให้องค์การทงั้ สิ้น ความหลากหลายในการดำเนินงานย่อมก่อให้เกิดวิธีปฏิบัติท่ีดีที่สามารถเป็นแบบอย่างกันได้ เพียงแต่สำนักงานเขตพ้ืนที่การศึกษาต้องเข้มแข็ง รู้บทบาทภารกิจของตนเอง สถานศึกษา ต้องช่วยเหลือ ร่วมมือกันในการให้บริการการศึกษา ซ่ึง ๑๐ ปีที่ผ่านมา สำนักงานคณะกรรมการ การศกึ ษาข้นั พื้นฐาน มคี วามพยายามให้เกิดความตอ่ เน่อื งท่ามกลางความเปลย่ี นแปลง ดงั น ้ี ความต่อเนื่อง สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน มีเจตนาจะให้นโยบายและแนวปฏิบัติ เกี่ยวกับการรับนักเรียนมีความต่อเน่ืองกันทุกปี เพื่อไม่ให้ผู้ปกครองและประชาชนเกิดความสับสน กับความเปลี่ยนแปลง ความตอ่ เนื่องนี้จะทำให้สำนักงานเขตพ้ืนท่กี ารศกึ ษา สถานศึกษา และหน่วยงาน ท่ีเกี่ยวข้อง สามารถดำเนินการรับนักเรียนได้อย่างเรียบร้อย เป็นธรรม เสมอภาค ในแต่ละป ี จึงกำหนดสาระหลกั ไว้ดงั น้ี ✿ หลกั การ ✿ นโยบาย ✿ วิธีการ ✿ จำนวนนักเรียนต่อห้อง ✿ วนั และเวลาการรับนักเรยี น ✿ บทบาทของคณะกรรมการเขตพื้นท่กี ารศกึ ษา ✿ บทบาทของสำนักงานเขตพ้นื ที่การศกึ ษา ✿ บทบาทของโรงรียน ความเปลี่ยนแปลง ทำไมต้องเกิดความเปลี่ยนแปลง คำถามน้ีหลายคนหลายหน่วยงานอาจเคยถาม คำตอบ ก็มีอยู่ว่า การเปลี่ยนแปลงเป็นไปเพ่ือให้นโยบายและแนวปฏิบัติเกี่ยวกับการรับนักเรียน สังกัด สำนกั งานคณะกรรมการการศึกษาข้ันพืน้ ฐาน สอดคล้องกับนโยบายกระทรวงศกึ ษาธกิ าร สำนกั งาน คณะกรรมการการศึกษาข้ันพื้นฐาน และที่สำคัญ คือ ความต้องการของประชาชน สถานศึกษา สำนกั งานเขตพ้นื ที่การศกึ ษา 90
สาเหตแุ หง่ การเปลีย่ นแปลงมาจาก ✿ นโยบายรฐั มนตรีว่าการกระทรวงศกึ ษาธกิ าร ✿ นโยบายเลขาธิการคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน ✿ คณะกรรมการจดั ทำนโยบายและแนวปฏิบัติเกีย่ วกับการรบั นกั เรียน ✿ การกระจายอำนาจ ✿ การยกระดบั คุณภาพในการจดั บริการการศกึ ษา ✿ ความต้องการของสำนักงานเขตพน้ื ทก่ี ารศกึ ษา ✿ ความตอ้ งการของสถานศึกษา ✿ ความตอ้ งการของผ้ปู กครองและประชาชน ✿ ผลการศึกษางานวจิ ยั ท่เี กี่ยวขอ้ ง 91
๑ ทศวรรษ “ความตอ่ เน่ืองและความเปล่ียนแปลง” เปรียบเทียบนโยบายและแนวปฏบิ ตั ิเกยี่ วกบั การรบั นกั เรยี น สงั กัดสำนักงานคณะกรรมการการศกึ ษาข้นั พนื้ ฐาน ปีการศกึ ษา ๒๕๔๗ กับปกี ารศึกษา ๒๕๔๘ ปกี ารศึกษา ๒๕๔๗ ปกี ารศึกษา ๒๕๔๘ ๒.๖ มอบหมายให้สำนักงานเขตพื้นท่ีการศึกษาประสานการรับ ยกเลิกนโยบาย ข้อ ๒.๖ นักเรียนระหว่างหน่วยงานท่ีมีบทบาทในการจัดการศึกษาขั้นพ้ืนฐาน ทุกสังกัด และสนับสนุนให้สถานศึกษาเอกชนมีส่วนร่วมในการ จัดการศึกษาอย่างกว้างขวาง ทั้งน้ี ในการกำหนดแผนการรับ นักเรียนของรัฐให้คำนึงถึงผลกระทบต่อสถานศึกษาเอกชน หรือสถานศกึ ษาของหน่วยงานอนื่ ดว้ ย ๓.๓.๔ ในการคัดเลือกโรงเรียนสามารถพิจารณาจากคะแนน ๓.๓.๔ กรณีมีการสอบคัดเลือกนักเรียนช้ันมัธยมศึกษาปีท่ี ๑ ผลการประเมินคุณภาพการศึกษาระดับชาติสำหรับช้ันประถมศึกษา ให้โรงเรียนดำเนนิ การ ดังนี้ ปีที่ ๖ ซงึ่ จะมกี ารสอบพร้อมกันทั่วประเทศในวันที่ ๑๑ กุมภาพันธ์ ๑) โรงเรียนต้องออกข้อสอบให้อยู่ในกรอบเน้ือหาของหลักสูตร ๒๕๔๗ การทดสอบความสามารถพิเศษตามท่ีโรงเรียนกำหนด การศกึ ษาขนั้ พื้นฐาน ชว่ งช้ันที่ ๒ ใน ๔ วชิ าหลัก คอื คณติ ศาสตร์ หรอื ผลการประเมินผเู้ รียนด้วยวิธกี ารอนื่ ๆ ท่เี หมาะสม แต่จะตอ้ ง วิทยาศาสตร์ ภาษาไทย และสังคมศกึ ษา และมรี ะดบั ความยากงา่ ย ไมม่ กี ารสอบทางวิชาการเพม่ิ เตมิ พอเหมาะสำหรับเด็กทั่วไปจะสามารถทำได้ โดยไม่จำเป็นต้อง กวดวิชาเพิ่มเติม รวมทั้งให้ประกาศผลการคัดเลือกเรียงตามลำดับ คะแนนรวมใน ๔ วิชาหลัก ๒) โรงเรียนต้องส่งข้อสอบ พร้อมแผ่นดิสเก็ต แสดงผลการสอบ ให้สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาข้ันพ้ืนฐาน เพื่อตรวจสอบว่า ผลการดำเนินงานเปน็ ไปดว้ ยความถูกตอ้ ง ยตุ ธิ รรม ๓) สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน จะกำหนด รูปแบบลักษณะของกระดาษคำตอบ เพ่ือให้โรงเรียนใช้เป็น มาตรฐานเดียวกัน ทั่วประเทศ และอาจขอให้โรงเรียนส่งกระดาษ คำตอบของนักเรียน เพ่อื ตรวจสอบในกรณมี คี วามจำเปน็ 92
เปรียบเทยี บนโยบายและแนวปฏิบตั เิ ก่ียวกบั การรบั นักเรยี น สังกัดสำนกั งานคณะกรรมการการศึกษาขน้ั พื้นฐาน ปกี ารศึกษา ๒๕๔๘ กับปีการศึกษา ๒๕๔๙ ปีการศึกษา ๒๕๔๘ ปีการศกึ ษา ๒๕๔๙ ๓.๓.๓ ให้โรงเรยี นกำหนดเขตพื้นที่บริการของโรงเรียน สดั ส่วน ๓.๓.๓ ให้โรงเรียนกำหนดเขตพน้ื ทบ่ี รกิ ารของโรงเรียน สัดส่วน จำนวนนักเรียนในเขตพื้นที่บริการที่จะเปิดโอกาสให้มีการจับฉลาก จำนวนนักเรียนในเขตพื้นที่บริการที่จะเปิดโอกาสให้มีการจับฉลาก และสัดส่วนจำนวนนักเรียนท่ีจะรับจากการคัดเลือก ทั้งน้ีจะต้อง และสัดส่วนจำนวนนักเรียนท่ีจะรับจากการคัดเลือก ท้ังน้ีจะต้อง เสนอสัดส่วนและวิธีการต่อคณะกรรมการรับนักเรียนของโรงเรียน เสนอสัดส่วนและวิธีการต่อคณะกรรมการรับนักเรียนของโรงเรียน และคณะกรรมการรับนักเรียนของจังหวัด โดยโรงเรียนสามารถ และคณะกรรมการรับนักเรียนของจังหวัดให้ความเห็นชอบ โดย เลือกสัดสว่ นได้ ดังน้ ี โรงเรียนท่ัวไปให้รับนักเรียนในเขตพื้นที่บริการที่มาสมัครเข้าเรียน ๑) โรงเรยี นในกรุงเทพมหานคร ให้เลือกได้ ๒ สดั ส่วน ดังนี ้ ทุกคน ถ้ายังไม่เต็มให้รับเด็กนอกเขตพื้นที่บริการได้ กรณีท่ีม ี ๑.๑) ๗๐ : ๓๐ ผู้สมัครเกินจำนวนที่รับได้ ให้ใช้วิธีการจับฉลาก สำหรับโรงเรียน ๑.๑.๑) ให้รับนักเรียนในเขตพื้นท่ีบริการไม่น้อยกว่าร้อยละ ๗๐ ท่ีได้รับความนิยมสูง มีจำนวนผู้สมัครเกินกว่าจำนวนนักเรียนที่ หรือหากโรงเรียนใดมีนักเรียนในเขตพ้ืนที่บริการไม่ถึงร้อยละ ๗๐ โรงเรียนสามารถรบั ได้จำนวนมาก และมีความจำเปน็ ตอ้ งใช้วิธีการ ใหน้ ำสดั สว่ นทีเ่ หลอื ไปพิจารณารับนักเรียนได้ตามความเหมาะสม คัดเลือก โดยความเห็นชอบของคณะกรรมการรับนักเรียนของ ๑.๑.๒) ให้รับนักเรียนโดยการคัดเลือกไม่เกินร้อยละ ๓๐ โดย โรงเรียนและคณะกรรมการรับนักเรียนของจังหวัด ให้กำหนด ให้รับนักเรียนจากการสอบวัดความพร้อมพื้นฐานทางการเรียน สดั สว่ นเปน็ ๕๐ : ๔๐ : ๑๐ คอื หรือผลการประเมินผู้เรียนด้วยวิธีการอ่ืน ๆ โดยใช้แบบทดสอบ ๑) การรับนักเรยี นรอ้ ยละ ๕๐ ของโรงเรียนไม่เกินร้อยละ ๒๐ นักเรียนที่มีความสามารถพิเศษ ให้รับนักเรียนในเขตพ้ืนที่บริการไม่น้อยกว่าร้อยละ ๕๐ หรือ ไม่เกินร้อยละ ๕ และนักเรียนท่ีมีเง่ือนไขพิเศษในการรับเข้าเรียน หากโรงเรยี นใดมนี ักเรียนในเขตพื้นทบ่ี รกิ ารไม่ถึงรอ้ ยละ ๕๐ ให้นำ ไม่เกินรอ้ ยละ ๕ สัดส่วนท่ีเหลือไปพิจารณารับนักเรียนได้ตามความเหมาะสม ๑.๒) ๖๐ : ๓๐ : ๑๐ โดยได้รบั ความเหน็ ชอบจากคณะกรรมการรับนกั เรยี นของจงั หวดั ๑.๒.๑) ให้รับนักเรียนในเขตพื้นท่ีบริการไม่น้อยกว่าร้อยละ ๖๐ ๒) การรับนกั เรียนรอ้ ยละ ๔๐ หรือหากโรงเรียนใดมีนักเรียนในเขตพื้นที่บริการไม่ถึงร้อยละ ๖๐ ให้รับนักเรียนทั่วประเทศโดยการคัดเลือกจากการสอบวัด ให้นำสดั สว่ นทเ่ี หลอื ไปพจิ ารณารับนกั เรียนได้ตามความเหมาะสม ความพร้อมพ้ืนฐานทางการเรียน หรือผลการประเมินผู้เรียนด้วย ๑.๒.๒) ให้รับนักเรียนโดยการคัดเลือกไม่เกินร้อยละ ๓๐ โดย วิธีการอื่น ๆ โดยใช้แบบทดสอบของโรงเรียนไม่เกินร้อยละ ๓๐ ให้รับนักเรียนจากการสอบวัดความพร้อมพ้ืนฐานทางการเรียน และรับนักเรียนนอกเขตพื้นที่บริการแต่มีทะเบียนบ้านอยู่ในจังหวัดนั้น หรือผลการประเมินผู้เรียนด้วยวิธีการอื่น ๆ โดยใช้แบบทดสอบ ไม่เกินร้อยละ ๑๐ กรณีที่มีผู้สมัครเกินจำนวนที่รับได้ให้ใช ้ ของโรงเรียนไม่เกินร้อยละ ๒๐ นักเรียนที่มีความสามารถพิเศษ วธิ ีการจบั ฉลาก ไม่เกินร้อยละ ๕ และนักเรียนท่ีมีเงื่อนไขพิเศษในการรับเข้าเรียน ๓) การรับนกั เรยี นร้อยละ ๑๐ ไม่เกินรอ้ ยละ ๕ ให้รับนักเรียนที่มีความสามารถพิเศษไม่เกินร้อยละ ๕ และ ๑.๒.๓) ให้รับนักเรียนนอกเขตพื้นที่บริการไม่เกินร้อยละ ๑๐ รับนักเรียนท่ีมีเงื่อนไขพิเศษในการรับเข้าเรียนไม่เกินร้อยละ ๕ กรณีที่มีผู้สมัครเกินจำนวนท่ีรับได้ ให้ใช้วิธีการจับฉลาก หาก หากคณะกรรมการรับนักเรียนของโรงเรียนใดไม่ประสงค์จะใช้ คณะกรรมการรับนักเรียนของโรงเรียน มีความประสงค์จะเพ่ิม สัดส่วนดังกล่าวน้ี สามารถนำสัดส่วนนี้ ไปพิจารณารับนักเรียน หลักเกณฑ์อื่นใด ให้เสนอคณะกรรมการรับนักเรียนของจังหวัด ได้ตามความเหมาะสม โดยได้รับความเห็นชอบจากคณะกรรมการ พจิ ารณาและประกาศใหส้ าธารณชนทราบ รับนักเรยี นของจังหวดั ๒) โรงเรียนในส่วนภูมภิ าค ให้กำหนดสดั ส่วนเป็น ๖๐ : ๒๐ : ๒๐ ดังน ้ี ๒.๑) การรับนักเรยี นร้อยละ ๖๐ ๒.๑.๑) ให้รับนักเรียนในเขตพ้ืนที่บริการไม่น้อยกว่าร้อยละ ๕๐ หรือหากโรงเรียนใดมีนักเรียนในเขตพ้ืนท่ีบริการไม่ถึงร้อยละ ๕๐ ให้นำสัดส่วนที่เหลือไปพิจารณารับนักเรียนตามความเหมาะสม โดยไดร้ ับความเหน็ ชอบจากคณะกรรมการรับนักเรียนของจังหวัด ๒.๑.๒) ให้รับนักเรียนที่มีความสามารถพิเศษไม่เกินร้อยละ ๕ และรับนกั เรยี นที่มีเงอื่ นไขพเิ ศษในการรับเข้าเรียนไม่เกนิ รอ้ ยละ ๕ 93
ปกี ารศกึ ษา ๒๕๔๘ ปกี ารศกึ ษา ๒๕๔๙ ๒.๒) การรบั นักเรยี นรอ้ ยละ ๒๐ ให้รับนักเรียนท่ัวประเทศ โดยการคัดเลือกจากการสอบวัดความ พร้อมพื้นฐานทางการเรียน หรือผลการประเมินผู้เรียนด้วยวิธีการ อ่ืนๆ โดยใช้แบบทดสอบของโรงเรียนไมเ่ กินรอ้ ยละ ๒๐ ๒.๓) การรับนกั เรียนนอกเขตพนื้ ที่บริการรอ้ ยละ ๒๐ ให้รับนักเรียนนอกเขตพ้ืนท่ีบริการแต่มีทะเบียนบ้านอยู่ในจังหวัด นั้นไม่เกินร้อยละ ๒๐ กรณีท่ีมีผู้สมัครเกินจำนวนที่รับได้ให้ใช ้ วิธีการจับฉลาก หากคณะกรรมการรับนักเรียนของโรงเรียน มีความประสงคจ์ ะเพิ่มหลักเกณฑ์อ่ืนใด ให้เสนอคณะกรรมการรับ นักเรียนของจังหวัดพิจารณา แต่ต้องใช้วิธีการจับฉลากไม่น้อยกว่า รอ้ ยละ ๑๕ และประกาศให้สาธารณชนทราบ ๓.๔.๑ โรงเรียนที่เปิดสอนทั้งระดับมัธยมศึกษาตอนต้นและ ๓.๔.๑ โรงเรียนที่เปิดสอนทั้งระดับมัธยมศึกษาตอนต้นและ มธั ยมศกึ ษาตอนปลาย มัธยมศกึ ษาตอนปลาย ๑) ให้รับนักเรียนเข้าเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีท่ี ๔ จากนักเรียนท ี ่ ๑) ให้รับนักเรียนเข้าเรียนช้ันมัธยมศึกษาปีท่ี ๔ จากนักเรียนที่จบ จบชั้นมัธยมศึกษาปีที่ ๓ ของตนเองที่ประสงค์จะเข้าเรียนทุกคน ช้ันมัธยมศึกษาปีที่ ๓ ของโรงเรียนท่ีมีศักยภาพเหมาะสมเข้าเรียน และเปิดโอกาสรับนักเรียนทั่วไปจากโรงเรียนอื่นเข้าเรียนด้วย และเปิดโอกาสรับนักเรียนทั่วไป จากโรงเรียนอ่ืนเข้าเรียนด้วย รวมท้งั ให้มีการแนะแนวการศึกษาตอ่ อยา่ งกวา้ งขวาง รวมท้งั ใหม้ ีการแนะแนวการศกึ ษาตอ่ อยา่ งกวา้ งขวาง ๔. จำนวนการรบั นักเรียนต่อหอ้ ง ๔. จำนวนการรบั นักเรยี นตอ่ ห้อง ๔.๑ โรงเรียนท่ีจัดการศึกษาสำหรับเด็กปกติหรือจัดการศึกษา ๔.๑ โรงเรียนที่จัดการศึกษาสำหรับเด็กปกติหรือจัดการศึกษา สำหรบั ผู้ดอ้ ยโอกาส สำหรบั ผู้ด้อยโอกาส ๔.๑.๑ ให้โรงเรียนรับนักเรียนชั้นปฐมวัยห้องละ ๓๐ คน หาก ๔.๑.๑ ให้โรงเรียนรับนักเรียนช้ันปฐมวัยห้องละ ๓๐ คน หาก มีความจำเป็นต้องรับเกิน ให้รับได้ไม่เกินห้องละ๓๕ คน กรณีมี มีความจำเป็นต้องรับเกิน ให้รับได้ไม่เกินห้องละ ๓๕ คน กรณีมี ความจำเป็นต้องจัดเกินห้องละ ๓๕ คน แต่ไม่เกิน ๔๐ คน ความจำเป็นต้องจัดเกินห้องละ ๓๕ คน ให้เสนอ คณะกรรมการรับ ให้เสนอคณะกรรมการรับนักเรียนของจังหวัดและสำนักงาน นักเรยี นของจงั หวัดและสำนกั งานเขตพืน้ ที่การศกึ ษาอนมุ ัต ิ เขตพนื้ ทีก่ ารศกึ ษาอนุมัต ิ ๔.๑.๒ ให้โรงเรียนรับนักเรียนช้ันประถมศึกษาปีท่ี ๑ ห้องละ ๔.๑.๒ ให้โรงเรียนรับนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ ๑ ห้องละ ๔๐ คน หากมีความจำเป็นต้องรับเกิน ให้รับได้ไม่เกินห้องละ ๔๐ คน หากมีความจำเป็นต้องรับเกิน ให้รับได้ไม่เกินห้องละ ๔๕ คน กรณีมีความจำเป็นต้องจัดเกินห้องละ ๔๕ คน ให้เสนอ ๔๕ คน กรณีมีความจำเปน็ ต้องจัดเกินห้องละ ๔๕ คน แตไ่ มเ่ กิน คณะกรรมการรับนักเรียนของจังหวัดและสำนักงานเขตพื้นท ี่ ๕๐ คน ให้เสนอคณะกรรมการรับนักเรียนของจังหวัดและ การศกึ ษาอนุมตั ิ สำนกั งานเขตพ้นื ที่การศึกษาอนุมัต ิ ๔.๑.๓ ให้โรงเรียนรับนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาห้องละ ๔๐ คน ๔.๑.๓ ให้โรงเรียนรับนักเรียนช้ันมัธยมศึกษาห้องละ ๔๐ คน หากมีความจำเป็นต้องรบั เกนิ ใหร้ บั ได้ไม่เกินหอ้ งละ ๔๕ คน กรณี หากมีความจำเป็นต้องรับเกิน ให้รับได้ไม่เกินห้องละ ๔๕ คน มีความจำเป็นต้องจัดเกินห้องละ ๔๕ คน ให้เสนอคณะกรรมการ กรณมี คี วามจำเป็นต้องจัดเกินห้องละ ๔๕ คน แต่ไมเ่ กิน ๕๐ คน รับนกั เรียนของจังหวัดและสำนักงานเขตพน้ื ทกี่ ารศึกษาอนมุ ตั ิ ให้เสนอคณะกรรมการรับนักเรียนของจังหวัดและสำนักงาน ๔.๒ โรงเรียนท่ีจัดการศึกษาสำหรับเด็กพิการให้โรงเรียนรับ เขตพื้นท่ีการศึกษาอนมุ ตั ิ นักเรียนพิการห้องละ ๑๐ คน หากมีความจำเป็นต้องรับเกิน ๔.๒ โรงเรียนท่ีจัดการศึกษาสำหรับเด็กพิการให้โรงเรียน ใหร้ ับไดไ้ ม่เกินห้องละ ๑๕ คน รับนักเรียนพิการห้องละ ๑๐ คน หากมีความจำเป็นต้องรับเกิน ๔.๓ โรงเรียนท่ีจัดการศึกษาด้วยวัตถุประสงค์พิเศษให้โรงเรียน ใหร้ ับได้ไมเ่ กนิ ห้องละ ๑๕ คน รบั นักเรยี นช้ันมัธยมศกึ ษาหอ้ งละ ๓๖ คน หากมีความจำเปน็ ตอ้ ง ๔.๓ โรงเรียนท่ีจัดการศึกษาด้วยวัตถุประสงค์พิเศษให้โรงเรียน รับเกิน ใหร้ ับไดไ้ มเ่ กนิ ห้องละ ๔๐ คน กรณมี คี วามจำเป็นตอ้ งจัด รับนักเรียนชัน้ มธั ยมศึกษาห้องละ ๓๖ คน หากมคี วามจำเปน็ ตอ้ ง เกนิ หอ้ งละ ๔๐ คน ใหเ้ สนอคณะกรรมการรับนกั เรียนของจงั หวัด รับเกิน ให้รับได้ไม่เกินห้องละ ๔๐ คน กรณีมีความจำเป็นต้อง และสำนักงานเขตพืน้ ทก่ี ารศกึ ษาอนมุ ัต ิ จดั เกินหอ้ งละ ๔๐ คน แตไ่ ม่เกนิ ๔๕ คน ให้เสนอคณะกรรมการ สำหรับการเพิ่มจำนวนนักเรียนต่อห้อง ช้ันปฐมวัยไม่ให้เกิน รับนักเรยี นของจงั หวัดและสำนกั งานเขตพน้ื ท่ีการศกึ ษาอนมุ ัต ิ ๔๐ คน ชน้ั อน่ื ๆ ไมใ่ ห้เกนิ ๕๕ คน และการเพิม่ จำนวนหอ้ งเรยี น สำหรับการเพ่ิมจำนวนนักเรียนนอกเหนือจากกรณี ดังกล่าว ปกติไมใ่ ห้เกิน ๒ หอ้ ง ข้างต้น ให้เสนอสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพ้ืนฐาน อนมุ ตั ิ 94
Search
Read the Text Version
- 1
- 2
- 3
- 4
- 5
- 6
- 7
- 8
- 9
- 10
- 11
- 12
- 13
- 14
- 15
- 16
- 17
- 18
- 19
- 20
- 21
- 22
- 23
- 24
- 25
- 26
- 27
- 28
- 29
- 30
- 31
- 32
- 33
- 34
- 35
- 36
- 37
- 38
- 39
- 40
- 41
- 42
- 43
- 44
- 45
- 46
- 47
- 48
- 49
- 50
- 51
- 52
- 53
- 54
- 55
- 56
- 57
- 58
- 59
- 60
- 61
- 62
- 63
- 64
- 65
- 66
- 67
- 68
- 69
- 70
- 71
- 72
- 73
- 74
- 75
- 76
- 77
- 78
- 79
- 80
- 81
- 82
- 83
- 84
- 85
- 86
- 87
- 88
- 89
- 90
- 91
- 92
- 93
- 94
- 95
- 96
- 97
- 98
- 99
- 100
- 101
- 102
- 103
- 104
- 105
- 106
- 107
- 108
- 109
- 110
- 111
- 112