การใช้ดุลพนิ ิจท่ีไมช่ อบด้วยกฎหมาย ( Abuse of power ) คือ การใช้อานาจโดยฝ่ าฝื น เจตนารมณ์หรือความ มงุ่ หมายของกฎหมายและระเบยี บของทางราชการ เช่น 1. การใช้ดุลพนิ ิจเกินกว่ากฎหมายกาหนด 2. การใช้ดุลพนิ ิจขัดกับวัตถปุ ระสงค์ของกฎหมาย 3. การไมใ่ ช้ดุลพนิ ิจ 4. การใช้ดุลพนิ ิจขัดกับสิทธิและเสรีภาพ *** การใช้ดุลพนิ ิจ จะถกู ตรวจสอบจากผูม้ ีอานาจเหนือ เช่น ผบ. ช้ันเหนือ, อกพ. กระทรวง, กพค., ศาลปกครอง *** ตัวอย่าง...การใช้ดุลพนิ ิจโดยเลือกปฏิบตั ิ ........................................
มาตรา 82(5) ต้องอุทิศเวลาของตนให้แก่ราชการจะละท้ิง หรือ ทอดท้ิงหน้าที่ราชการมไิ ด้ องค์ประกอบ 1. อุทิศเวลาของตนให้แก่ราชการ 2. จะละท้ิง หรือทอดท้ิงหน้าที่ราชการมไิ ด้ จะผดิ ตามมาตราน้ี ต้องมหี น้าท่ีราชการท่ีจะต้องปฏิบตั ิ อุทิศ คือ สละให้ เวลาของตน คือ เวลาก่อน-หลังเวลาทางาน,วันหยุด ละท้ิงหน้าท่ี คือ ไมอ่ ยู่ปฏิบตั ิงานตามหน้าท่ี ทอดท้ิงหน้าที่ คือ ตัวอยู่ในบริเวณท่ีทางานแต่ไมท่ า
***หมายเหตุ การนับวันละท้ิงหน้าท่ี กรณีมวี ันหยุดอยู่ระหว่าง วันละท้ิง เช่น 1. ละท้ิง วันศุกร์ เสาร์ อาทิตย์ จันทร์ = 4 วัน ? 2. ละท้ิง วันท่ี 1 พ.ย. 61 - 21 พ.ย. 61 = 21 วัน วันท่ี 3,4,10,11,17,18 เป็ นวันเสาร์ อาทิตย์ วันท่ี 3,4,10,11,17,18 เรามหี น้าที่ราชการ ? วันหยุดราชการ ผบ.ส่ังด้วยวาจาให้มาปฏิบตั ิราชการ ได้รับคาส่ังแล้ว แต่ไมม่ า....ผดิ ฐานอะไร 1) ละท้ิงหน้าท่ีและขัดคาส่ังฯ หรือ 2) ไม่อุทิศเวลาและขัดคาส่ังฯ ***สรปุ ละท้ิงวันท่ี 1- 21 พ.ย. 59 จะนับ 21 วัน หรอื 15 วัน?
คาว่า...ละท้ิง,ทอดท้ิง,ขาดราชการ,หนีราชการ 1. ภาษาวินัย..ละท้ิง-ทอดท้ิง ( พ.ร.บ. ระเบยี บข้าราชการพลเรือน ฑ.ศ. 2551) 2. ภาษาการเลื่อนเงินเดือน...ไมข่ าดราชการโดยไมม่ เี หตผุ ล อันสมควร (กฎ ก.พ. ว่าด้วยการเลื่อนเงินเดือน พ.ศ. 2552) 3. ภาษาการไมจ่ ่ายเงินเดือน...วันที่ละท้ิงหน้าท่ีราชการ หรือหนีราชการ ( พระราชกฤษฎีกา การจ่ายเงินเดือนฯ พ.ศ. 2535) 54
ตัวอย่าง มาตรา 82(5) 1. ไม่มอบหมายงานให้ ผต. ทา โต๊ะเก้าอ้ีไมม่ ใี ห้นั่ง 2. ผบ. โกรธ ผต. จึงไมม่ อบงานให้ทา ผต. ลงชื่อ มาทางานแล้ว เดินเตร่ไปเตร่มา 3. ข้าราชการเมาแต่เช้า ภรรยาไมใ่ ห้ไปทางาน แต่จะไป ภรรยาจึงปิ ดประตบู า้ นขังไว้ ไปทางานไมไ่ ด้ 1 วัน 4. ข้าราชการ ไมไ่ ปทางาน 5 วัน เพราะป่ วย ส่งใบลาป่ วย โดยไม่มใี บรับรองแพทย์ ผบ. ไม่อนญุ าต 5. ไปปฏิบัติราชการไมไ่ ด้ เพราะมพี ฤติการณ์พเิ ศษ /
การมาปฏิบตั ิราชการไมไ่ ด้ เนื่องจากพฤติการณ์พเิ ศษ .ข้าราชการท่ีไมไ่ ด้มาปฏิบตั ิราชการ จะต้องส่ง ใบลาเพอื่ ขอลาหยุดราชการ ทกุ กรณีหรือไม?่ ไม่ 1. มพี ฤติการณ์พเิ ศษเกิดข้ึน 2. พฤติการณ์พเิ ศษ มไิ ด้เกิดประมาทเลินเล่อ -ศาล,ตารวจ มีหมายเรียก หรือความผดิ ของผูน้ นั้ 3.พฤติการณ์พเิ ศษน้นั ร้ายแรง เป็ นเหตขุ ัดขวาง -ถกู คมุ ขัง ทาให้ไมส่ ามารถมาปฏิบตั ิราชการได้ 4. ให้รายงานพฤติการณ์พเิ ศษและอุปสรรคขัดขวาง ท่ีทาให้มาปฏิบัติราชการไม่ได้ต่อ ผบ. จนถึงหัวหน้า ส่วนราชการ (ส่ัง...ให้การหยุดราชการไมน่ บั เป็ นวันลา) 5. ถ้าเห็นว่า..พฤติการณ์ไม่ร้ายแรง ให้ถือว่าเป็ นการลากิจ 56
มาตรา 82(6) ต้องรักษาความลับของทางราชการ ระเบยี บว่าด้วยการรักษาความลับ ของทางราชการ พ.ศ. 2544 .................... ความลับของทางราชการ คือข้อมลู ข่าวสารของทางราชการ ท่ีไมอ่ าจเปิ ดเผย ให้บคุ คลท่ีไมเ่ ก่ียวข้องทราบได้ ช้ันความลับของข้อมลู ข่าวสาร มี 3 ช้ัน 1. ลับที่สดุ 2. ลับมาก 3. ลับ
ความผดิ อาญาฐานเปิ ดเผยความลับ ม.323 ผูใ้ ดเป็ นเจ้าพนกั งาน... 1. ประกอบอาชีพเป็ น แพทย์ เภสัชกร คนจาหน่ายยา นางผดุงครรภ์ ผูพ้ ยาบาล นักบวช หมอความ ทนายความ หรือ ผูส้ อบบญั ชี 2. หรอื เป็ นผูช้ ่วยบคุ คลผูป้ ระกอบอาชีพ ตามข้อ1. 3. ได้ล่วงร้หู รือได้มาซ่ึงความลับของผูอ้ ื่น 4. เปิ ดเผยความลับนั้น โดยน่าจะเสียหายแก่ผูห้ นึ่งผูใ้ ด. โทษ..จาคกุ ไมเ่ กิน 6 เดือน หรือปรับไมเ่ กิน 1,000 บ. หรอื ท้ังจาท้ังปรับ
พ.ร.บ. ข้อมลู ข่าวสารของราชการ พ.ศ. 2540 มาตรา 24 หน่วยงานของรัฐจะเปิ ดเผยข้อมลู ข่าวสาร ส่วนบคุ คลที่อยู่ในความควบคุมดแู ลของตน โดยปราศจาก ความยินยอมเป็ นหนังสือของเจ้าของข้อมลู ที่ให้ไว้ล่วงหน้า หรือในขณะน้นั มิได้ เว้นแต่เป็ นกรณเี ปิ ดเผยดังต่อไปน้ี (1) ต่อเจ้าหน้าที่ของรัฐ ในหน่วยงานของตน เพอื่ นาไปใช้ตามอานาจหน้าท่ี (2)....... คาว่า “เปิ ดเผย” คือ...แจ้งให้ทราบ, (3)...... มอบเอกสาร หรือสาเนาให้ (4) ศึกษาวิจัย
(5) ต่อหอจดหมายเหตุ (6) ต่อเจ้าหน้าที่ของรัฐเพอ่ื การป้ องกันการฝ่ าฝื นตาม กฎหมาย การสืบสวน การสอบสวน หรอื การฟ้ องคดี (7) เป็ นการให้ซึ่งจาเป็ นเพอื่ การป้ องกัน หรือระงับอันตราย ต่อชีวิต หรือสขุ ภาพของบคุ คล (8) ต่อศาล และเจ้าหน้าที่ หรือหน่วยงานของรัฐหรือบคุ คล ท่ีมอี านาจตามกฎหมายท่ีจะขอข้อเท็จจริงดังกล่าว (9) กรณีอื่น ๆ ตามท่ีกาหนดในพระราชกฤษฎีกา ....................................
พ.ร.บ. สขุ ภาพแห่งชาติ พ.ศ. 2550 มาตรา 7 ข้อมลู ด้านสขุ ภาพของบคุ คล เป็ นความลับ ของส่วนบคุ คล ผูใ้ ดจะนาไปเปิ ดเผย ในประการที่น่าจะทาให้ บคุ คลน้นั เสียหายไม่ได้ เว้นแต่การเปิ ดเผยนั้น เป็ นไปตาม ความประสงค์ของบคุ คลนั้นโดยตรง หรือมีกฎหมายเฉพาะ บญั ญัติให้เปิ ดเผย แต่ไมว่ ่าในกรณใี ดๆ ผูใ้ ดจะอาศัยอานาจ หรือ สิทธิตามกฎหมายว่าด้วยข้อมลู ข่าวสารของราชการ หรือกฎหมายอ่ืน เพอ่ื ขอเอกสารเกี่ยวกับข้อมลู ด้านสขุ ภาพ ของบคุ คลท่ีไม่ใช่ของตนไม่ได้(จาคุกไม่เกิน 6 เดือนหรือปรับ ไมเ่ กิน 10,000 บาทหรือท้ังจาทั้งปรับ มาตรา 49..ยอมความได้) ศาล, พนักงานสอบสวน ... ขอตาม ป. วิอาญา
พ.ร.บ. สขุ ภาพแห่งชาติ พ.ศ. 2550 มาตรา 7 ดังน้ันการให้เอกสารเก่ียวกับข้อมลู ด้านสขุ ภาพ ของบคุ คลท่ีไมใ่ ช่ของตนตามมาตรา 7 เพอื่ ... 1. ประโยชนข์ องเจ้าของข้อมลู 2. ประโยชน์สาธารณะ ให้ได้ ?....
มาตรา 82(7) ต้องสภุ าพเรยี บรอ้ ย รกั ษาความสามคั คี และต้องช่วยเหลือกันในการปฏิบตั ิราชการระหว่าง ข้าราชการด้วยกัน และผูร้ ่วมปฏิบัติราชการ องค์ประกอบ 1. ต้องสภุ าพเรียบร้อย ระหว่างข้าราชการด้วยกัน และผูร้ ว่ มปฏิบตั ิราชการ 2. ต้องรักษาความสามคั คี ระหว่างข้าราชการด้วยกัน และผูร้ ่วมปฏิบัติราชการ 3. ต้องช่วยเหลือกันในการปฏิบัติราชการ ระหว่าง ข้าราชการด้วยกันและผูร้ ว่ มปฏิบัติราชการ
จดุ ม่งุ หมาย..ความสงบเรียบร้อย, การร่วมมือร่วมใจ และการประสานงานกัน(สภุ าพเรียบรอ้ ย คืออ่อนโยนไม่หยาบคาย) พฤติกรรมที่ไมส่ ภุ าพเรียบร้อย 1. แสดงออกด้วยกิริยา ท่าทาง เหมาะสม 2. แสดงออกด้วยคาพูด แก่บคุ คล 3. แสดงออกด้วยลายลักษณ์อักษร และถานที่ ผูร้ ่วมปฏิบตั ิราชการ...ใครก็ได้ ตัวอย่าง มาตรา 82(7)... 1. เพอ่ื นสนิทกัน พูดกันโดยใช่คาว่า “ กู มงึ ” 2. ความคิดของนิติกรเหมอื น “ ไดโนเสาร์ ” 3. ลงนามรับทราบในคาสั่งย้ายว่า “ ทราบ แต่ไมเ่ ห็นด้วย ”
4. คนอะไรไมร่ ้แู ก่ก็แก่ หัวก็หงอก พูดไมร่ ้เู ร่ือง “ สมองก็ไมม่ รี อ่ ง ” 5. ใบลาป่ วย...ขอลาป่ วย 1 วัน เหตผุ ลคือ “ คันเท้ายิบๆๆ ” มติคณะรัฐมนตรี ปี 2505 ท่ี น.ว. 11/2505 ลว. 15 กมุ ภาพนั ธ์ 2505 ให้ผูบ้ ังคับบัญชา กาชับข้าราชการในสังกัด รว่ มมอื ร่วมใจทางานด้วยความสามัคคีต่อกัน เพอ่ื ประโยชน์ต่อ ส่วนรวมและประเทศชาติ ผูใ้ ดฝ่ าฝื นให้พจิ ารณาลงโทษ ทางวินยั และถ้ายังไมเ่ ข็ดหลาบก็ไม่ควรให้รับราชการต่อไป ..................................
มาตรา 82(8) ต้องต้อนรบั ให้ความสะดวก ให้ความเป็ นธรรม และให้การสงเคราะห์แก่ประชาชนผูต้ ิดต่อราชการ เกี่ยวกับหน้าท่ีของตน องค์ประกอบ 1. ต้องต้อนรับ ให้ความสะดวก ให้ความเป็ นธรรม และให้การสงเคราะห์ 2. แก่ประชาชนผูต้ ิดต่อราชการ 3. เกี่ยวกับหน้าที่ของตน ***ข้อสังเกต ประชาชนผูต้ ิดต่อราชการ เช่น โทร มาติดต่อก็ได้
ต้องต้อนรับ, ให้ความสะดวก เฉพาะผู้ ให้ความเป็ นธรรม...บริการอย่างเสมอหน้ากัน ติดต่อ ให้การสงเคราะห์...ช่วยเหลือเท่าท่ีพงึ กระทาได้ ราชการ พ.ร.บ. ปี 2535 ใช้คาว่า “ต้องต้อนรับ ให้ความสะดวก ให้ความ เป็ นธรรมและให้การสงเคราะห์แก่ประชาชนผูต้ ิดต่อราชการ เกี่ยวกับหน้าท่ีของตนโดยไมช่ ักช้า และด้วยความสภุ าพ เรียบร้อย ห้ามดหู มน่ิ เหยียดหยาม กดขี่หรือข่มเหง ประชาชนผูต้ ิดต่อราชการ”
ข้อสังเกต มาตรา 82(8) กรณีข้าราชการ บริการประชาชนผูต้ ิดต่อราชการ โดยให้การต้อนรับ ให้ความสะดวก ให้ความเป็ นธรรมและให้ การสงเคราะห์ด้วยความชักช้า หรอื พูดจาด้วยความไมส่ ภุ าพ พูดหยาบคาย อีกทั้งยังดหู มนิ่ เหยียดหยาม กดขี่หรือข่มเหง ประชาชน แต่ ไมถ่ ึงขั้นร้ายแรง กรณีน้ีไมผ่ ดิ ตาม 82(8)...แต่จะผดิ ฐาน... 1. ไมป่ ฏิบตั ิหน้าท่ีราชการให้เกิดผลดี หรือความก้าวหน้า แก้ราชการด้วยความต้ังใจฯ ตามมาตรา 82(3) และ 2. ประพฤติเสื่อมเสีย ตามมาตรา 82(10) ..................................
มาตรา 82(9) ต้องวางตนเป็ นกลางทางการเมอื ง ในการปฏิบตั ิ หน้าที่ราชการ และในการปฏิบตั ิการอย่างอื่นท่ีเกี่ยวข้อง กับประชาชนกับจะต้องปฏิบัติตามระเบียบของทางราชการ ว่าด้วยมารยาททางการเมอื งของข้าราชการด้วย องค์ประกอบ 1. วางตนเป็ นกลางทางการเมอื ง ในการปฏิบตั ิ หน้าที่ราชการ 2. วางตนเป็ นกลางทางการเมอื ง ในการปฏิบตั ิการ อย่างอื่นที่เกี่ยวข้องกับประชาชน 3. ต้องปฏิบัติตามระเบยี บของทางราชการว่าด้วย มารยาททางการเมอื งของข้าราชการ
ระเบยี บสานกั คณะรฐั มนตรี ว่าด้วยมารยาททางการเมืองของข้าราชการพลเรอื น พ.ศ. 2499 1. ไม่ดารงตาแหน่งในพรรคการเมอื งฯ 2. ไมใ่ ช้สถานท่ีราชการในกิจการทางการเมอื ง 3. ไม่วิพากษ์วิจารณ์การกระทาของรัฐบาลแก่ประชาชน 4. ไมแ่ ต่งเคร่ืองแบบราชการไปร่วมประชมุ พรรคการเมอื ง 5. ไมป่ ระดับเครื่องหมายพรรคฯ เวลาสวมเครื่องแบบราชการ 6. ไมแ่ ต่งเคร่ืองแบบของพรรคฯ เข้าในสถานท่ีราชการ 7. ไมบ่ งั คับให้ ผต. หรือประชาชน เป็ นสมาชิกพรรคการเมอื งฯ 8. ไมข่ อร้องให้บคุ คลอุทิศเงิน ทรัพย์สิน เพอื่ ประโยชน์แก่พรรคฯ 9. ไมโ่ ฆษณาหาเสียง เพอื่ ประโยชน์แก่พรรคการเมอื งฯ 10. ไมป่ ฏิบตั ิหน้าที่แทรกแซงในทางการเมอื งฯ 11. ในเวลาที่มกี ารเลือกตั้ง ไมช่ ่วยเหลือ...ไมก่ ีดกันผูส้ มคั ร.../
มติคณะรัฐมนตรี ท่ี นร 0216/ว141 ลงวันที่ 15 ก.ค. 2539 1. ให้ส่วนราชการและองค์การของรฐั ให้ความร่วมมอื ช่วยเหลือ สนับสนนุ การเลือกต้ังทกุ คร้ัง 2. ให้ข้าราชการและเจ้าหน้าท่ีทกุ ประเภท ไปใช้สิทธิเลือกต้ัง 3. ให้ข้าราชการและเจ้าหน้าท่ีทกุ ประเภท ไมป่ ฏิบตั ิท่ีไมช่ อบ ท้ังที่เป็ นคุณและเป็ นโทษแก่ผูส้ มคั รรับฯ,พรรคการเมอื ง 4. ให้ข้าราชการและเจ้าหน้าที่ทกุ ประเภท ชักชวนบคุ คลไปใช้สิทธิฯ 5. ให้ใช้สถานที่ราชการหาเสียงเลือกต้ังได้ ยกเว้นส่วนราชการ มีระเบยี บห้ามไว้ 6. การใช้โรงเรียน สถานศึกษาของทางราชการหาเสียง ต้องไม่ กระทบต่อการเรียน การสอน ฯ ................................
มาตรา 82(10) ต้องรักษาชื่อเสียงของตน และรักษาเกียรติศักด์ิ ของตาแหน่งหน้าที่ราชการของตน มิให้เสื่อมเสีย องค์ประกอบ 1. ต้องรักษาเชื่อเสียงของตน 2. ต้องรักษาเกียรติศักดิ์ของตาแหน่งหน้าท่ีราชการของตน 3. มใิ ห้เสื่อมเสีย คาว่า “เสื่อมเสีย” คือ “ประพฤติช่ัวไมร่ ้ายแรง” ตาม พ.ร.บ. ระเบยี บข้าราชการพลเรือน พ.ศ. 2535 ขอบรรยายค่กู ับมาตรา 85(4) ฐานประพฤติช่ัวอย่างร้ายแรง คือ ไมก่ ระทาการอันได้ช่ือว่าเป็ นผูป้ ระพฤติชั่วอย่างร้ายแรง
การกระทาที่เรียกว่า “ประพฤติเส่ือมเสีย” หรือ “ประพฤติชั่ว” มีองค์ประกอบในการพจิ ารณาของ ก.พ. มี 3 ประการ 1. เกียรติของข้าราชการ 2. ความร้สู ึกของสังคม 3. เจตนาท่ีกระทา 1. คาว่า “เกียรติ” คือ ความยกย่องนับถือ, การมชี ื่อเสียง, การมหี น้ามตี า คาว่า “เกียรติศักดิ์” คือ ฐานะท่ีได้รับการสรรเสริญ - ครู ข้าราชการปกครอง ผูพ้ พิ ากษา อัยการ ตารวจ เจ้าหน้าท่ีวัฒนธรรม เป็ นต้น
2. ความร้สู ึกของสังคมไทย พจิ ารณาจากความร้สู ึกของประชาชนหรือของทาง ราชการว่ามคี วามรงั เกียรติต่อการกระทาน้ันๆ หรือไม่ เช่น ตัวอย่างของ ก.พ. เจ้าหน้าท่ีการเงิน แย่งปื นจากสามี ซ่ึงเป็ นตารวจ และยิงสามตี าย เนื่องจากบนั ดาลโทสะเพราะสามี ทอดท้ิงตนและตนบตุ ร ขนของไปอยู่กับภรรยาใหมซ่ ่ึงเป็ นหญิง พาร์ตเนอร์ ตน ไมย่ อมให้ไป จึงถกู สามถี ีบทารา้ ยหลายครั้งและ ด่าว่า “ อีสัตว์ อีเห้ีย อีกะหร่ี กะหร่ีทั้งก๊ก”......ศาลลงโทษจาคุก แต่ ให้รอการลงโทษไว้ 4 ปี ....ความผดิ ทางวินัย? 3. เจตนาท่ีกระทา พจิ ารณาว่าผูก้ ระทาร้สู านึกในการกระทาและ ประสงค์ต่อผลหรือย่อมเล็งเห็นผลของการกระทาน้ันหรือไม่
ตัวอย่าง กรณีประพฤติเส่ือมเสีย 82(10) กรณี “ ช่ัว ” ไม่ร้ายแรง เรยี ก “ประพฤติเสื่อมเสีย” กรณี “ ชั่ว ” รา้ ยแรง เรยี ก “ประพฤติชั่วอย่างร้ายแรง” 1. ประพฤติตนเป็ นคนเสเพล, เสเพล คือประพฤติเหลวไหล ประพฤติในทางเสื่อมเสีย, ไมเ่ อาการเอางาน...ไมร่ ้ายแรง 2. กระทาความผดิ ทางอาญา แต่ไม่ได้รบั จาคกุ ..ดเู ป็ นกรณีๆ ไป 3. การปลอมลายมอื ชื่อของผูอ้ ื่น ไปหาประโยชน์ ให้ลงโทษอย่างน้อย ปลดออก ( มติ ครม. ท่ี นร. 0505/ว 197 ลว. 17 พ.ย. 2548 ) 4. การเล่นการพนัน มมี ติ ครม. 5. การเสพสรุ า วางแนวการลงโทษ
มติคณะรัฐมนตรี ที่ น.ว. 208/2496 ลว. 3 กันยายน 2496 วางแนวทางการลงโทษข้าราชเล่นการพนันและเสพสรุ า ไว้ว่า... ก. เล่นการพนัน 1) การพนันประเภทที่กฎหมายห้ามเล่นเด็ดขาด (บญั ชี ก.) ผูใ้ ดเล่นควรวางโทษถึง ให้ออก ปลดออก หรือไล่ออก 2) การพนันประเภทกฎหมายบญั ญัติให้เล่นได้ แต่ต้องได้รบั อนญุ าตจากทางการ (บัญชี ข.) (ก) เล่นโดยไมไ่ ด้รับอนญุ าต ถ้าผูเ้ ล่นเป็ นผูม้ หี น้าท่ีปราบ ปรามโดยตรง, คร,ู จนท. เก่ียวกับการวัฒนธรรม หรือ จพง. อื่นๆ ท่ีมขี ้อห้ามไว้ ลงโทษร้ายแรง ถ้าข้าราชการอื่น ลงโทษตาม ควรแก่กรณี
(ข) เล่นโดยไมไ่ ด้รับอนญุ าต ถ้าผูเ้ ล่นเป็ นบคุ คลตาม (ก) ลงโทษร้ายแรงก็ได้ ถ้าข้าราชการอื่นเล่นจะผดิ เมอื่ ผูน้ ้ันหมกมนุ่ ต่อ การพนัน เป็ นเหตใุ ห้เสื่อมเสียแก่ราชการ ลงโทษตามควรแก่กรณี กรม คร. ลงโทษคนเล่นบลิ เลียด รู ตีผี (บญั ชี ก.) 10 % เป็ นเวลา 2 เดือน...ก.พ. เห็นว่าไมเ่ หมาะสมและไมไ่ ด้มาตรฐานโทษ แต่ไม่ปรากฏว่ามพี ฤติการณ์หมกมนุ่ ในการพนนั คือเล่นคร้ังเดียว เพม่ิ โทษ เป็ นลดขั้นเงินเดือน 2 ข้ัน ( ปี 2532 ) ข. เสพสรุ า -ผูใ้ ดเสพสรุ ามนึ เมาจนไมส่ ามารถครองสติได้ ซ่ึงอาจ ทาให้เส่ือมเสียเกียรติศักด์ิฯ ลงโทษตามควรแก่กรณี -ผูใ้ ดเสพสรุ า หรือเมาสรุ า ในกรณีต่อไปน้ี อาจอาจถกู ลงโทษสถานหนักถึง ให้ออก ปลดออก หรือไล่ออก
1) เสพสรุ าในขณะปฏิบตั ิหน้าท่ีราชการ 2) เมาสรุ าเสียราชการ 3) เมาสรุ าในท่ีชมุ นมุ ชน จนเกิดเรื่องเสียหาย หรือ เส่ือมเสียเกียรติศักด์ิแห่งตาแหน่งหน้าที่ราชการ ***หมายเหตุ เสพของมนึ เมาจนไม่สามารถครองสติได้ ถ้าของมึนเมา กฎหมายไมอ่ นญุ าตให้เสพได้..ผดิ ร้ายแรง มติคณะรัฐมนตรี ที่ น.ว. 156/2496 ลว. 14 กรกฎาคม 2496 วางแนวทางการลงโทษ กรณีเสพสรุ าขับยานยนต์ ไว้ว่า... ห้ามมใิ ห้ข้าราชาร หรอื พนักงานขับรถของหน่วยราชการ และองค์การต่างๆ เสพสรุ าในเวลาขับรถยนต์ ผูใ้ ดฝ่ าฝื นให้ ลงโทษสถานหนัก
6. การเรียกร้องเงินจากราษฎรเพอื่ ฝากเข้าทางาน ให้ลงโทษระดับเดียวกับความผดิ ฐานทจุ ริตต่อหน้าท่ี คือ ไล่ออก (สนง. ก.พ. ท่ี นร. 0709.3/ ว 3, 28 ก.พ. 2538) 7. การมีความสัมพนั ธ์ฉันช้สู าว กรณีอยู่กินกันฉันสามีภรรยา...ไมต่ ้องดทู ะเบยี นสมรส 8. ทจุ ริตในการสอบ มติ ครม. ท่ี สร. 0401/ว 50 ลว 12 เมษายน 2511 คนเข้าสอบทจุ ริตหรือพยายามทจุ ริต ในการสอบแข่งขันหรือ สอบคัดเลือก เช่น นาตาราหรอื นาโพยคาตอบเข้าห้องสอบ แต่ถกู จับได้เสียก่อน ให้ลงโทษสถานหนัก ( ถ้ากรณี คนคมุ สอบทจุ ริต เช่น บอกข้อสอบให้คนเข้า สอบ เป็ นเรื่องทจุ ริตต่อหน้าที่ )
9. ปลอมเอกสาร, รับรองเอกสารเท็จ ให้มที ั้งรา้ ยแรงและไม่ร้ายแรง พจิ ารณาเป็ นกรณีๆ ไป ให้ดวู ่าคนท่ีปลอม หรือรับรองเอกสารเท็จ ว่ามหี น้าท่ี ราชการด้วยหรือไม่ เช่น ปลัดอาเภอ มหี น้าที่ราชการใน การรับรองการตาย ได้รบั รองว่าตายทั้งๆ บคุ ลน้ันยังไม่ ตาย เพอ่ื เอาประโยชน์โดยมชิ อบ ผดิ ฐานทจุ ริตต่อหน้าท่ี 10 การใช้สิทธิเบกิ ค่าเช่าบ้านเท็จ.....รายงานเท็จ? มติ ครม. ท่ี นร. 0204/ว 61 ลว. 30 มีนาคม 2541 การเบิกค่าเช่าบา้ นโดยมเี จตนาใช้สิทธิขัดกับพระราช กฤษฎีกาค่าเช่าบา้ นข้าราชการ ให้ถือว่าทจุ ริต ให้ลงโทษไล่ออก (เสนอโดยกระทรวงการคลัง...เพอื่ ไมใ่ ห้ได้รับบาเหน็จบานาญ)
11. การเบกิ เงินค่าเบ้ยี เล้ียง ค่าพาหนะเดินทางและเงินอื่นๆ ในทานองเดียวกันเป็ นเท็จ.....รายงานเท็จ? คณะกรรมการกฤษฎีกา เคยตีความว่าเป็ นการขอเบกิ ของ ตนเองในการเดินทางไปราชการ แต่ถ้าเป็ นกรณีการเบิกค่า เบ้ยี เล้ียงหรือค่าพาหนะเดินทางนั้น เป็ นหน้าที่ในตาแหน่งของ ข้าราชการผูน้ ้ัน เป็ นความผดิ ฐานทจุ ริตต่อหน้าที่ราชการ สานักงาน ก.พ. ที่ สร 0905/ว 6 ลว. 28 พ.ค. 2511 ก.พ. เคยมีความเห็นว่ามคี วามผดิ อย่างรา้ ยแรง ฐานไม่ ประพฤติตนอยู่ในความสจุ ริต และอาศัยอานาจหน้าที่ราชการ หาประโยชน์ให้แก่ตนเอง ตามมาตรา 75 และประพฤติช่ัวอย่าง อย่างรา้ ยแรง ตามมาตรา 84(ซ)...(ตาม พ.ร.บ. ปี 2497) ให้ลงโทษทานองเดียวกันทจุ ริตต่อหน้าท่ี...ต่อมาเปลี่ยน...
**ข้อสังเกต พ.ร.บ. ระเบียบข้าราชการพลเรือน พ.ศ. 2497 มาตรา 75 ต้องปฏิบตั ิหน้าที่ราชการด้วยความ ซ่ือสัตย์เท่ียงธรรมและประพฤติตนอยู่ในความสจุ รติ ห้ามมใิ ห้อาศัยหรือยอมให้ผูอ้ ่ืนอาศัยอานาจหน้าที่ ราชการของตน ไมว่ ่าจะโดยทางตรง หรือทางอ้อม ไม่ร้ายแรง ก็ตาม หาประโยชน์ให้แก่ตนเองหรือแก่ผูอ้ ่ืน ห้ามมิให้รายงานเท็จต่อผูบ้ ังคับบญั ชา ...(มาตรา 84 (ซ) ฐานประพฤติช่ัวอย่างร้ายแรง)... การปรบั บทกรณีเบกิ เงินค่าเบ้ยี เล้ียง ค่าพาหนะเดินทางและเงินอ่ืนๆ ในทานองเดียวกันเป็ นเท็จ เช่น ค่าเช่าบ้าน เงินตอบแทนอื่น ก.พ. ให้ปรบั บทมาตราและฐานความผดิ เป็ นฐานรายงานเท็จ ต่อผูบ้ ังคับบญั ชา อันเป็ นเสียหายแก่ทางราชการอย่างร้ายแรง ตามมาตรา 83(1) และมาตรา 85(7) + ฐานกระทาการอันได้ ช่ือว่าเป็ นผูป้ ระพฤติช่ัวอย่างร้ายแรง ตามมาตรา 85(4)
ช สานักงาน ก.พ. ท่ี นร 0709.2/ว 8 ลว. 26 ก.ค. 2536 การลงโทษการเบิกเงินค่าเบ้ยี เล้ียง ค่าพาหนะเดินทางและ เงินอ่ืนๆ ในทานองเดียวกันเป็ นเท็จ ให้ลงโทษร้ายแรงตามควรแก่กรณี (องค์ประกอบความผดิ ต่างกับฐานทจุ ริตต่อหน้าที่) มาตรา 82(10) กระทาการอื่นใดตามที่กาหนดในกฎ ก.พ. ยังไม่ได้กาหนด / ...........................
มาตรา 83 ข้าราชการต้องไมก่ ระทาการอัน เป็ นข้อห้าม ดังต่อไปน้ี มาตรา 83 (1) ต้องไม่รายงานเท็จต่อผูบ้ งั คับบัญชา การรายงานโดย ปกปิ ดข้อความซึ่งควรต้องแจ้ง ถือว่ารายงานเท็จด้วย มีองค์ประกอบ 3 ประการ 1. ต้องมกี ารรายงาน รายงานคือ บอกหรือช้ีแจงเร่ืองท่ีร้เู ห็น ลักษณะ คือเสนอข้อเท็จจริงเพอ่ื ขออนมุ ตั ิ, ขออนญุ าต, เพอ่ื ทราบ 2. ข้อความที่รายงานเป็ นเท็จ...คือไมเ่ ป็ นความจริง หรือการรายงานโดยปกปิ ดข้อความซึ่งควรต้องแจ้ง 3. เป็ นการรายงานต่อผูบ้ ังคับบญั ชา /
มาตรา 83(2) ต้องไมป่ ฏิบัติราชการอันเป็ นการกระทาการข้ามผูบ้ งั คับ บญั ชาเหนือตน เว้นแต่ผูบ้ งั คับบญั ชาเหนือตนข้ึนไปเป็ นผูส้ ่ัง ให้กระทา หรือได้รับอนญุ าตเป็ นพเิ ศษชั่วคร้ังคราว มอี งค์ประกอบ 1. เป็ นการปฏิบัติราชการ การร้องเรียน รอ้ งขอความเป็ นธรรม ร้องทกุ ข์ ไมใ่ ช่การปฏิบัติราชการ แต่เป็ นการใช้สิทธิ 2. เป็ นการกระทาการข้ามผูบ้ งั คับบญั ชาเหนือตน คือผูบ้ งั คับบญั ชาในลาดับที่ถัดจากตนข้ึนไปช้ันหน่ึง 3. เป็ นผูบ้ ังคับบญั ชาตามกฎหมาย /
มาตรา 83(3) ต้องไมอ่ าศัยหรือยอมให้ผูอ้ ่ืนอาศัยตาแหน่งหน้าที่ ราชการของตนหาประโยชน์ให้แก่ตนเองหรือผูอ้ ่ืน มีองค์ประกอบ 1. อาศัย หรือยอมให้ผูอ้ ื่นอาศัยตาแหน่งหน้าที่ ราชการของตน 2. หาประโยชน์ให้แก่ตนเอง หรือผูอ้ ื่น การอาศัยอานาจหน้าท่ีราชการนั้น จะทาทางตรง หรือทางอ้อมก็ได้ ประโยชน์ เป็ นเงิน สิ่งของ หรือได้รับบริการก็ได้ โดยต้องเป็ นประโยชน์ท่ีชอบ คือประโยชน์ที่ควรได้ /
ตัวอย่างมาตรา 83(3) 1. พยาบาล รพ.สต. นายาส่วนตัวไปจ่ายให้ผูป้ ่ วย แล้วเรียกเก็บเงินค่ายาโดยไมอ่ อกใบเสร็จรับเงิน 2. แพทย์ รับฝากครรภ์คนไข้ท่ีคลินิกส่วนตัว เมอื่ มกี ารผา่ ตัดทาคลอด มาทาท่ีโรงพยาบาลของ ทางราชการ และรับเงินคนไข้ที่ให้โดยสมคั รใจ 3. แพทย์ ซึ่งมอี าชีพเป็ นตัวแทนขายประกันชีวิตด้วย ระหว่างตรวจผูป้ ่ วยที่โรงพยาบาล ได้ชักชวนผูป้ ่ วย ทาประกันชีวิต ผูป้ ่ วยเกรงใจจึงยอมทาประกัน 4. เภสัชกร โรงพยาบาล สั่งซ้ือยาท่ีมสี ่วนผสมของสาร ซโู ดอีเฟดรีน ในนามโรงพยาบาล นาเงินส่วนตัวจ่าย แล้วนายาไปใช้ท่ีร้านขายยาของตน /
มาตรา 83(4) ต้องไม่ประมาทเลินเล่อในหน้าท่ีราชการ ประมาท หมายความว่า ขาดความรอบคอบ, ขาดความระมดั ระวัง เลินเล่อ หมายความว่า ขาดความระวัง หรือไมร่ อบ คอบในสิ่งที่ควรกระทา ประมาทเลินเล่อ หมายความว่า ขาดความระมดั ระวัง ไมร่ อบคอบในสิ่งที่ควรกระทา ผูก้ ระทาจะรบั ผดิ กรณีประมาทเลินเล่อ ต้องมีความ เสียเกิดข้ึนด้วย
คาว่า “ประมาท” ตามประมวลกฎหมายอาญา ม. 59 วรรคสี่ “ การกระทาโดยประมาท ได้แก่กระทาความผดิ มิใช่ โดยเจตนา แต่กระทาโดยปราศจากความระมดั ระวังซ่ึง บคุ คลในภาวะเช่นนั้น จักต้องมีตามวิสัยและพฤติการณ์ และผูก้ ระทาอาจใช้ความระมดั ระวังเช่นว่านั้นได้ แต่หาได้ ใช้ให้เพยี งพอไม่ ” ภาวะเช่นนั้น หมายถึง กาลังทาอะไรอยู่ วิสัย หมายถึง ลักษณะที่เป็ นอยู่ของบคุ คลผูก้ ระทา เช่น วิสัยคนคนนั้น, วิสัยคนประกอบอาชีพน้ันๆ พฤติการณ์ หมายถึง เหตภุ ายนอกตัวผูก้ ระทา /
คาว่า “ประมาทเลินเล่ออย่างรา้ ยแรง” “ประมาทเลินเล่ออย่างรา้ ยแรง ในทางวินัย” ต้องเป็ นผูก้ ระทาประมาทเลินเล่อเอง สาหรับ ผูค้ วบคมุ กากับ ผดิ ไมร่ ้ายแรง หรือไมม่ คี วามผดิ เช่น คดีทจุ ริตเงิน, คดีรักษาพยาบาล, รถเกิดอุบตั ิเหตุ “ประมาทเลินเล่ออย่างร้ายแรง ในทางละเมดิ ” กรณีเกิดความเสียหายแก่ทางราชการ ผูค้ วบคมุ กากับผูก้ ระทาผดิ จะมคี วามผดิ ทางละเมิดอย่างร้ายแรง เช่น คดีทจุ ริตเงิน, คดีพสั ดุ, คดีการจัดซ้ือจัดจ้าง
มาตรา 83(5) ต้องไมก่ ระทาการหรือยอมให้ผูอ้ ่ืนกระทาการหาผล ประโยชน์อันอาจทาให้เสียความเท่ียงธรรม หรือเส่ือมเสีย เกียรติศักด์ิของตาแหน่งหน้าท่ีราชการของตน มีองค์ประกอบ 1. กระทาการหรือยอมให้ผูอ้ ื่นกระทาการหาผลประโยชน์ 2. อันอาจทาให้เสียความเท่ียงธรรม หรือเส่ือมเสีย เกียรติศักดิ์ของตาแหน่งหน้าที่ราชการของตน มาตราน้ี ผูก้ ระทา กระทาการโดยมไิ ด้อาศัยอานาจหน้าที่ “ผลประโยชน์” คือ เงิน ทรัพย์สิน หรอื ได้รับบริการก็ได้ /
“อันอาจ”ทาให้เสีย หรือเส่ือมเสีย...คือยังไมเ่ สียหรือเส่ือม เสียก็ได้ แต่มที างท่ีอาจจะเกิดกรณีเสียความเท่ียงธรรม หรือเสื่อมเสียเกียรติศักดิ์ได้ “เส่ือมเสียเกียรติศักด์ิของตาแหน่งหน้าท่ีราชการของตน” ต้องพจิ ารณาลักษณะของตาแหน่งหน้าท่ี ที่ข้าราชการ ผูน้ ้ันดารงอยู่เป็ นกรณีๆ ไป เช่น ..... ตัวอย่างมาตรา 83(5) 1. นิติกร เป็ นกรรมการสอบสวนทางวินัย ผอ.โรงพยาบาล ขอยืมเงิน ผอ.โรงพยาบาล 40,000 บ. ทาสัญญายืมถกู ต้อง 2. พยาบาล ยืมเงินผูป้ ่ วยท่ีตนดแู ล 3,000 บ. 3. เภสัชกร สสจ. ไปอวยพรตามร้ายขายยาในเขตท่ีตนมี อานาจตรวจสอบในเทศกาลตรษุ จีน เพอื่ หวังผลตอบแทน /
มาตรา 83(6) ต้องไมเ่ ป็ นกรรมการผูจ้ ัดการ หรอื ผูจ้ ัดการ หรือ ดารงตาแหน่งอ่ืนใดท่ีมลี ักษณะงานคล้ายคลึงกันในห้าง ห้นุ ส่วนหรือบริษัท มีองค์ประกอบ 1. เป็ นกรรมการผูจ้ ัดการ หรือผูจ้ ัดการ หรือ ตาแหน่งอ่ืนใดท่ีมลี ักษณะงานคล้ายคลึงกัน 2. ในห้างห้นุ ส่วนหรือบริษัท จดุ มงุ่ หมาย คือ ไมใ่ ห้เอาเวลาราชการไปทางานอ่ืน, อาจไม่ ตั้งใจปฏิบตั ิหน้าท่ีได้, อาจทาให้เกิดผลประโยชน์ทับซ้อนได้ ตาแหน่งอ่ืนใด คือตาแหน่งทางบริหาร เช่น ผูอ้ านวยการ ตัวอย่าง ผอ.รพ., เภสัชกร เป็ นผูจ้ ัดการบริษัทยา /
มาตรา 83(7) ต้องไมก่ ระทาการอย่างใดท่ีเป็ นการกล่ันแกล้ง กดข่ี หรือข่มเหงกันในการปฏิบัติราชการ มอี งค์ประกอบ 1. กระทาการอย่างใด.. ทาอย่างใดก็ได้ เช่น ร้องเรียน รายงาน บอก ช้ีแจง ผูบ้ งั คับบญั ชา หรือผูอ้ ื่น 2. เป็ นการกล่ันแกล้ง กดข่ี หรือข่มเหงกัน ในการปฏิบตั ิราชการ กล่ันแกล้ง คือ แกล้งใส่ความ, หาความไม่ดีใส่ให้ กดขี่ คือ ข่มให้อยู่ในอานาจ ข่มเหง คือ ใช้กาลังรงั แก, แกล้งทาความเดือดร้อนให้ผูอ้ ่ืน ในการปฏิบตั ิราการ คือ ต้องเป็ นเร่ืองการปฏิบตั ิราชการ /
มาตรา 83(8) ต้องไม่กระทาการอันเป็ นการล่วงละเมิด หรือคกุ คาม ทางเพศตามท่ีกาหนดในกฎ ก.พ. ล่วงละเมิดทางเพศ คือ ลวนลาม ล่วงเกินทางเพศ จะทาโดยทางกาย หรือทางสื่อสารก็ได้ เช่น ทาอนาจาร, ส่งภาพลามก คุกคามทางเพศ... คือ ทาให้หวาดกลัว, แสดงอานาจด้วยกิริยา ท่าทางหรือวาจาให้หวาดกลัว **มาตราน้ี ก.พ.ค. มคี วามเห็นว่าเป็ นความผดิ ไมถ่ ึงขั้นร้ายแรง ถ้าร้ายแรงจะผดิ ฐานประพฤติชั่วอย่างร้ายแรง /
กฎ ก.พ. ว่าด้วยการกระทาการอันเป็ นการล่วงละเมิด หรือ คกุ คามทางเพศ พ.ศ. 2553 บงั คับใช้ 29 กันยายน 2553 ...................................... เป็ นการกระทาต่อข้าราชการ หรือผูร้ ่วมปฏิบตั ิราชการ จะเกิดข้ึน ในหรือนอกสถานที่ราชการก็ได้ โดยผูถ้ กู กระทามิได้ยินยอม หรือทา ให้ผูถ้ กู กระทาเดือนรอ้ นราคาญ 1. กระทาด้วยการสัมผสั ทางกายที่มลี ักษณะส่อไปในทางเพศ เช่น การจบู การโอบกอด การจับอวัยวะส่วนใดส่วนหนึ่ง 2. กระทาด้วยวาจาที่ส่อไปในทางเพศ เช่น วิพากษ์วิจารณ์ รา่ งกาย พูดหยอกล้อ พูดหยาบคาย 3. กระทาด้วยอากัปกิริยาท่ีส่อไปในทางเพศ เช่น ใช้สายตา ลวนลามทางเพศ การทาสัญญาณ หรือสัญลักษณ์ใดๆ ..................................... 96
มาตรา 83(9) ต้องไมด่ หู มิ่น เหยียดหยาม กดข่ี หรือข่มเหง ประชาชนผูต้ ิดต่อราชการ มอี งค์ประกอบ 1. กระทาในฐานะที่เป็ นข้าราชการ 2. ดหู มนิ่ เหยียดหยาม กดข่ี หรือข่มเหง ประชาชนผูต้ ิดต่อราชการ ประชาชนผูต้ ิดต่อราชการ จะมาติดต่อเอง หรือ จะโทรมาติดต่อก็ได้ ดหู มน่ิ - แสดงด้วยกริยาท่าทาง พูดจา หรือเป็ น ลายลักษณ์อักษร เป็ นเชิงดถู กู เรื่องฐานะ หรอื ไมด่ ีจริง ไมเ่ ก่งจริง /
เหยียดหยาม - การกล่าวถ้อยคาหรือแสดงกริยาอาการ ดถู กู รังเกียจ กดข่ี - ข่มให้อยู่ในอานาจ แสดงอานาจ ข่มเหง – การใช้กาลังรังแก ตัวอย่างมาตรา 83(9) 1. นักสังคมสงเคราะห์ ของโรงพยาบาล พูดดหู มน่ิ ลกู ผูป้ ่ วย 2. หมออนามยั พูดกับผูป้ ่ วยว่า “เอาโลงศพสักโลงไหม” 3. ผูป้ ่ วยพูดกับแพทย์ว่า“ตรวจแบบปฐมภมู ติ รวจแค่น้ีเองหรอื ” ........................
มาตรา 83(10) ไม่กระทาการอ่ืนใดตามที่กาหนดในกฎ ก.พ. มาตรา 84 ข้าราชการผูใ้ ด ไมป่ ฏิบัติตามข้อปฏิบตั ิตาม มาตรา 81 และมาตรา 82 หรือฝ่ าฝื นข้อห้าม ตามมาตรา 83 ผูน้ ัน้ เป็ นผูก้ ระทาผดิ วินยั .........................
มาตรา 85 การกระทาผดิ วินยั ในลักษณะดังต่อไปน้ี เป็ นความผดิ วินัยอย่างร้ายแรง
Search
Read the Text Version
- 1
- 2
- 3
- 4
- 5
- 6
- 7
- 8
- 9
- 10
- 11
- 12
- 13
- 14
- 15
- 16
- 17
- 18
- 19
- 20
- 21
- 22
- 23
- 24
- 25
- 26
- 27
- 28
- 29
- 30
- 31
- 32
- 33
- 34
- 35
- 36
- 37
- 38
- 39
- 40
- 41
- 42
- 43
- 44
- 45
- 46
- 47
- 48
- 49
- 50
- 51
- 52
- 53
- 54
- 55
- 56
- 57
- 58
- 59
- 60
- 61
- 62
- 63
- 64
- 65
- 66
- 67
- 68
- 69
- 70
- 71
- 72
- 73
- 74
- 75
- 76
- 77
- 78
- 79
- 80
- 81
- 82
- 83
- 84
- 85
- 86
- 87
- 88
- 89
- 90
- 91
- 92
- 93
- 94
- 95
- 96
- 97
- 98
- 99
- 100
- 101
- 102
- 103
- 104
- 105
- 106
- 107
- 108
- 109
- 110
- 111
- 112
- 113
- 114
- 115
- 116
- 117
- 118
- 119
- 120
- 121
- 122