Important Announcement
PubHTML5 Scheduled Server Maintenance on (GMT) Sunday, June 26th, 2:00 am - 8:00 am.
PubHTML5 site will be inoperative during the times indicated!

Home Explore กฎหมายยาเสพติดที่มีการแก้ไข(พ.ศ.2558-2560)

กฎหมายยาเสพติดที่มีการแก้ไข(พ.ศ.2558-2560)

Published by kittisakbulawong, 2020-12-05 12:38:51

Description: กฎหมายยาเสพติดที่มีการแก้ไข(พ.ศ.2558-2560)

Search

Read the Text Version

รวมกฎหมายยาเสพติด 51 พระราชบัญญัติยาเสพติดใหโทษ พ.ศ. ๒๕๒๒ (แกไขลาสุด พ.ศ. ๒๕๖๐) และ พระราชบัญญัติวัตถุที่ออกฤทธิ์ตอจิตและประสาท พ.ศ. ๒๕๕๙ (๔) จัดใหมีการทําบัญชีเกี่ยวกับการขายวัตถุออกฤทธิ์ ตามหลักเกณฑ วิธีการและ เงอื่ นไขทค่ี ณะกรรมการกําหนดโดยประกาศในราชกิจจานเุ บกษา มาตรา ๓๕ ใหผูรบั อนญุ าตนําเขา ซึง่ วตั ถุออกฤทธิใ์ นประเภท ๒ ปฏบิ ตั ดิ ังตอ ไปนี้ (๑) จดั ใหม ใี บรบั รองของผผู ลติ ซง่ึ แสดงรายละเอยี ดการวเิ คราะหว ตั ถอุ อกฤทธท์ิ น่ี าํ เขา (๒) จัดใหมีฉลากสําหรับวัตถุออกฤทธิ์ที่นําเขา หรือจัดใหมีฉลากและเอกสารกํากับ วัตถุออกฤทธิ์สําหรับวัตถุตํารับที่นําเขา ทั้งนี้ ใหเปนไปตามหลักเกณฑ วิธีการและเงื่อนไขที่ คณะกรรมการกําหนดโดยประกาศในราชกจิ จานเุ บกษา (๓) จัดใหมกี ารแยกเกบ็ วัตถอุ อกฤทธ์เิ ปน สวนสัดจากยาหรอื วัตถอุ ่ืน (๔) จัดใหมีการทําบัญชีเกี่ยวกับการนําเขาวัตถุออกฤทธิ์ ตามหลักเกณฑ วิธีการและ เงอ่ื นไขทค่ี ณะกรรมการกําหนดโดยประกาศในราชกิจจานเุ บกษา มาตรา ๓๖ ใหผูรับอนุญาตนําเขาซึ่งวัตถุออกฤทธิ์ในประเภท ๓ หรือประเภท ๔ ปฏิบัติดังตอไปนี้ (๑) จัดใหมีปายแสดงวาเปนสถานที่นําเขาวัตถุออกฤทธิ์ กับปายแสดงชื่อและเวลา ทาํ การของเภสชั กรไวใ นท่ีเปด เผยเหน็ ไดงายจากภายนอกอาคาร ณ สถานทนี่ ําเขา ลักษณะและ ขนาดของปายและขอความท่ีแสดงในปายใหเปนไปตามท่ีคณะกรรมการกําหนดโดยประกาศใน ราชกจิ จานเุ บกษา (๒) จดั ใหม ใี บรบั รองของผผู ลติ ซง่ึ แสดงรายละเอยี ดการวเิ คราะหว ตั ถอุ อกฤทธท์ิ น่ี าํ เขา (๓) จัดใหมีฉลากสําหรับวัตถุออกฤทธิ์ที่นําเขา หรือจัดใหมีฉลากและเอกสารกํากับ วัตถุออกฤทธิ์ตามที่ไดขึ้นทะเบียนวัตถุตํารับไว ทั้งนี้ ใหเปนไปตามหลักเกณฑ วิธีการและ เงือ่ นไขทีค่ ณะกรรมการกาํ หนดโดยประกาศในราชกจิ จานเุ บกษา (๔) จดั ใหม กี ารแยกเกบ็ วตั ถอุ อกฤทธิ์เปน สว นสดั จากยาหรอื วัตถุอ่ืน (๕) จัดใหมีการทําบัญชีเกี่ยวกับการนําเขาและการขายวัตถุออกฤทธิ์ ตามหลักเกณฑ วธิ กี ารและเงือ่ นไขที่คณะกรรมการกําหนดโดยประกาศในราชกิจจานุเบกษา มาตรา ๓๗ ใหผ ูรบั อนญุ าตสง ออกซ่ึงวตั ถอุ อกฤทธ์ิในประเภท ๒ ปฏบิ ัติดงั ตอไปนี้ (๑) ดแู ลใหม ฉี ลากและเอกสารกาํ กบั วตั ถอุ อกฤทธซ์ิ ง่ึ มขี อ มลู ครบถว นตามทผ่ี รู บั อนญุ าต ผลติ หรือนําเขา จัดไว (๒) จัดใหม ีการแยกเก็บวตั ถอุ อกฤทธิเ์ ปน สว นสัดจากยาหรอื วัตถุอื่น (๓) จัดใหม ีการทําบัญชีเกยี่ วกับการสงออกวัตถุออกฤทธิ์ ตามหลักเกณฑ วิธีการและ เง่ือนไขท่คี ณะกรรมการกําหนดโดยประกาศในราชกิจจานุเบกษา มาตรา ๓๘ ใหผูรับอนุญาตสงออกซึ่งวัตถุออกฤทธิ์ในประเภท ๓ หรือประเภท ๔ ปฏบิ ตั ิดังตอ ไปนี้

52 รวมกฎหมายยาเสพติด พระราชบัญญัติยาเสพติดใหโทษ พ.ศ. ๒๕๒๒ (แกไขลาสุด พ.ศ. ๒๕๖๐) และ พระราชบัญญัติวัตถุที่ออกฤทธิ์ตอจิตและประสาท พ.ศ. ๒๕๕๙ (๑) จัดใหมีปายแสดงวาเปนสถานที่สงออกวัตถุออกฤทธิ์ กับปายแสดงชื่อและเวลา ทําการของเภสัชกรไวในที่เปดเผยเห็นไดงายจากภายนอกอาคาร ณ สถานที่สงออก ลักษณะ และขนาดของปายและขอความท่ีแสดงในปายใหเปนไปตามที่คณะกรรมการกําหนดโดย ประกาศในราชกจิ จานเุ บกษา (๒) ดแู ลใหม ฉี ลากและเอกสารกาํ กบั วตั ถอุ อกฤทธซ์ิ ง่ึ มขี อ มลู ครบถว นตามทผ่ี รู บั อนญุ าต ผลติ หรือนําเขาจดั ไว (๓) จดั ใหม กี ารแยกเกบ็ วตั ถอุ อกฤทธ์ิเปนสวนสดั จากยาหรือวัตถุอื่น (๔) จัดใหมกี ารทําบัญชีเกีย่ วกบั การสงออกวัตถุออกฤทธ์ิ ตามหลักเกณฑ วธิ กี ารและ เง่ือนไขท่คี ณะกรรมการกําหนดโดยประกาศในราชกจิ จานเุ บกษา มาตรา ๓๙ บทบญั ญัติมาตรา ๓๐ วรรคหน่ึง มาตรา ๓๑ มาตรา ๓๒ มาตรา ๓๕ มาตรา ๓๖ มาตรา ๓๗ และมาตรา ๓๘ ไมใ ชบงั คับแกผูร บั อนุญาตผลิต นาํ เขา หรอื สง ออก เพื่อการศึกษาวิจัยหรือกรณีอื่นตามความจําเปนเพื่อประโยชนของทางราชการตามท่ีเลขาธิการ ประกาศกาํ หนดโดยความเห็นชอบของคณะกรรมการ มาตรา ๔๐ ในกรณีทใ่ี บอนุญาตสูญหายหรอื ถูกทําลายในสาระสาํ คัญ ใหผ ูรับอนุญาต ยื่นคําขอรับใบแทนใบอนุญาตตอผูอนุญาตภายในสิบหาวันนับแตวันท่ีไดทราบถึงการสูญหาย หรอื ถกู ทาํ ลายดังกลาว การขอรับใบแทนใบอนุญาตและการออกใบแทนใบอนุญาต ใหเปนไปตามหลักเกณฑ วิธกี ารและเงือ่ นไขท่กี าํ หนดในกฎกระทรวง มาตรา ๔๑ ผูรับอนุญาตตองแสดงใบอนุญาตของตนไวโดยเปดเผยและเห็นไดงาย ณ สถานทีท่ ีร่ ะบไุ วใ นใบอนุญาต มาตรา ๔๒ หามผูรับอนุญาตยาย เปลี่ยนแปลงหรือเพิ่มสถานที่ผลิต สถานที่ขาย สถานท่ีนาํ เขา หรอื สถานทเี่ ก็บซ่งึ วตั ถอุ อกฤทธ์ิทุกประเภท เวน แตไ ดรับอนญุ าตจากผูอ นญุ าต การขออนุญาตและการอนุญาต ใหเปนไปตามหลักเกณฑ วิธีการและเงื่อนไขที่กําหนดใน กฎกระทรวง มาตรา ๔๓ ภายใตบ ังคบั มาตรา ๔๒ ในกรณีท่มี กี ารเปลย่ี นแปลงขอ มลู ตามรายการใน ใบอนญุ าตตามมาตรา ๑๔ มาตรา ๑๕ มาตรา ๑๖ มาตรา ๒๐ มาตรา ๒๘ และมาตรา ๘๘ ให ผรู บั อนุญาตยน่ื คาํ ขอตอ ผูอนุญาตเพื่อแกไขรายการในใบอนุญาตดงั กลา ว ภายในสามสิบวันนบั แตว ันทม่ี ีการเปลี่ยนแปลงขอ มูลนั้น การขออนญุ าตและการอนญุ าต ใหเ ปน ไปตามหลกั เกณฑ วธิ กี ารและเงอ่ื นไขทเ่ี ลขาธกิ าร กําหนดโดยประกาศในราชกจิ จานุเบกษา

รวมกฎหมายยาเสพติด 53 พระราชบัญญัติยาเสพติดใหโทษ พ.ศ. ๒๕๒๒ (แกไขลาสุด พ.ศ. ๒๕๖๐) และ พระราชบัญญัติวัตถุที่ออกฤทธิ์ตอจิตและประสาท พ.ศ. ๒๕๕๙ มาตรา ๔๔ ผรู บั อนญุ าตผใู ดจะเลกิ กจิ การทไ่ี ดร บั อนญุ าตตามพระราชบญั ญตั นิ ้ี ใหแ จง การเลกิ กิจการเปน หนังสือใหผูอ นญุ าตทราบลว งหนา และใหถือวาใบอนุญาตสิ้นอายุตัง้ แตวนั ที่ เลิกกิจการตามทแ่ี จง ไวน ้นั ผรู บั อนญุ าตทเ่ี ลกิ กจิ การโดยมไิ ดป ฏบิ ตั ติ ามวรรคหนง่ึ ตอ งแจง การเลกิ กจิ การเปน หนงั สอื ใหผูอนุญาตทราบภายในสิบหาวันนับแตวันที่เลิกกิจการ และใหถือวาใบอนุญาตสิ้นอายุตั้งแต วันทเ่ี ลิกกจิ การ มาตรา ๔๕ ใหผ รู บั อนญุ าตซง่ึ ไดแ จง การเลกิ กจิ การ ไมต อ อายใุ บอนญุ าตหรอื ผอู นญุ าต ไมอนุญาตใหตออายุใบอนุญาต ทําลายหรือขายวัตถุออกฤทธิ์ในประเภท ๒ ประเภท ๓ หรือ ประเภท ๔ ของตนท่ีเหลอื อยใู นสว นท่ีเกนิ กวา ทกี่ ฎหมายใหมีไวใ นครอบครอง ในกรณีทขี่ ายให ขายแกผ รู บั อนญุ าตอน่ื ตามประเภทนนั้ หรอื แกผูซงึ่ ผอู นญุ าตเห็นสมควร ทง้ั น้ี ภายในหกสบิ วนั นับแตวันเลิกกิจการ วันที่ใบอนุญาตสิ้นอายุหรือวันที่ผูอนุญาตไมอนุญาตใหตออายุใบอนุญาต แลว แตกรณี เวน แตผ ูอ นุญาตจะผอนผันขยายระยะเวลาตอไปอกี แตต องไมเ กนิ หกสิบวนั ในกรณีที่ผูรับอนุญาตไมปฏิบัติตามวรรคหนึ่ง ใหวัตถุออกฤทธิ์ที่เหลืออยูตกเปนของ กระทรวงสาธารณสขุ และใหก ระทรวงสาธารณสขุ หรอื ผซู ง่ึ กระทรวงสาธารณสขุ มอบหมายทาํ ลาย หรอื นําไปใชป ระโยชนไดต ามระเบียบทีก่ ระทรวงสาธารณสขุ กําหนด มาตรา ๔๖ ถาผูรับอนุญาตตาย และทายาทหรือผูที่ไดรับความยินยอมจากทายาท แสดงความจํานงตอผูอนุญาตเพ่ือขอประกอบกิจการท่ีไดรับอนุญาตน้ันตอไปภายในสามสิบ วนั นับแตวนั ท่ผี ูร บั อนญุ าตตาย เม่อื ผอู นญุ าตตรวจสอบแลว เห็นวาผูน้ันมคี ุณสมบตั ิตามมาตรา ๑๙ (๔) หรือมาตรา ๒๒ แลวแตกรณี ใหผูแสดงความจํานงนั้นประกอบกิจการตอ ไปไดจนกวา ใบอนุญาตสิ้นอายุ และใหถือวาผูแสดงความจํานงเปนผูรับอนุญาตตามพระราชบัญญัตินี้ตั้งแต วันที่ผรู บั อนญุ าตตาย การแสดงความจํานงและการตรวจสอบ ใหเ ปนไปตามหลักเกณฑ วธิ กี ารและเง่อื นไขท่ี คณะกรรมการกําหนดโดยประกาศในราชกจิ จานเุ บกษา ในกรณีที่ไมมีการแสดงความจํานงเพื่อขอประกอบกิจการตามวรรคหนึ่ง ใหทายาท ผูครอบครองวตั ถอุ อกฤทธนิ์ ้ันมีหนาทีด่ าํ เนินการตามมาตรา ๔๕ ตอไป มาตรา ๔๗ ผรู บั อนญุ าตตามมาตรา ๑๔ มาตรา ๑๕ มาตรา ๑๖ มาตรา ๒๐ หรอื มาตรา ๘๘ ผปู ระกอบวชิ าชีพเวชกรรม ผูประกอบวชิ าชพี ทนั ตกรรม หรอื ผปู ระกอบวิชาชพี การสัตวแพทยชั้นหนึ่ง ซึ่งมีวัตถุออกฤทธิ์ในประเภท ๓ หรือประเภท ๔ ไวในครอบครองใน ปริมาณไมเกินที่รัฐมนตรีประกาศกําหนดตามมาตรา ๙๐ รวมทั้งกระทรวง ทบวง กรม และ สภากาชาดไทยหรอื หนว ยงานของรฐั ตามท่รี ฐั มนตรีประกาศกําหนด ทไี่ ดดําเนินกจิ การเก่ียวกับ การผลิต การขาย การนําเขา การสง ออก การนาํ ผาน หรือการมไี วใ นครอบครองซึ่งวัตถุออก ฤทธ์ทิ ่มี ใิ ชวตั ถุตาํ รับยกเวน ตอ งเสนอรายงานเก่ียวกับการดําเนินกิจการดังกลา วตอ เลขาธกิ าร รายงานตามวรรคหนึ่ง ใหเปนไปตามแบบและระยะเวลาที่เลขาธิการกําหนดโดยประกาศใน ราชกิจจานุเบกษา

54 รวมกฎหมายยาเสพติด พระราชบัญญัติยาเสพติดใหโทษ พ.ศ. ๒๕๒๒ (แกไขลาสุด พ.ศ. ๒๕๖๐) และ พระราชบัญญัติวัตถุที่ออกฤทธิ์ตอจิตและประสาท พ.ศ. ๒๕๕๙ หมวด ๔ หนาทีข่ องเภสัชกร ___________________ มาตรา ๔๘ ใหเภสชั กรผูมหี นาทค่ี วบคมุ การผลติ วัตถุออกฤทธ์ใิ นประเภท ๒ ปฏิบตั ิ ดงั ตอ ไปน้ี (๑) ควบคุมการผลติ วตั ถุออกฤทธ์ิใหเปน ไปตามพระราชบัญญตั ิน้ี (๒) ควบคมุ ใหมีฉลากและเอกสารกํากบั วัตถุออกฤทธิ์ตามมาตรา ๓๑ (๒) (๓) ควบคุมใหมกี ารแยกเก็บวตั ถอุ อกฤทธิเ์ ปน สว นสัดจากยาหรอื วัตถอุ ่ืน (๔) ควบคุมการทําบัญชีเกี่ยวกับการผลิตวัตถุออกฤทธิ์ตามหลักเกณฑ วิธีการและ เง่อื นไขทค่ี ณะกรรมการกําหนดโดยประกาศในราชกิจจานุเบกษา (๕) ตอ งอยูประจําควบคมุ กิจการตลอดเวลาทีเ่ ปด ทาํ การ มาตรา ๔๙ ใหเภสัชกรผูมีหนาที่ควบคุมการผลิตวัตถุออกฤทธิ์ในประเภท ๓ หรือ ประเภท ๔ ปฏิบัตดิ งั ตอ ไปนี้ (๑) ควบคมุ การผลิตวตั ถุออกฤทธิ์ใหเปน ไปตามพระราชบญั ญตั นิ ้ี (๒) ควบคุมใหมฉี ลากและเอกสารกํากับวัตถุออกฤทธติ์ ามมาตรา ๓๒ (๓) (๓) ควบคมุ ใหม กี ารแยกเกบ็ วัตถอุ อกฤทธิ์เปน สว นสัดจากยาหรอื วัตถุอนื่ (๔) ควบคุมการทําบัญชีเกี่ยวกับการผลิตวัตถุออกฤทธิ์ตามหลักเกณฑ วิธีการและ เงื่อนไขทีค่ ณะกรรมการกาํ หนดโดยประกาศในราชกจิ จานุเบกษา (๕) ตอ งอยูป ระจําควบคุมกิจการตลอดเวลาทเ่ี ปดทําการ มาตรา ๕๐ ใหเภสัชกรผูมีหนาที่ควบคุมการขายวัตถุออกฤทธิ์ในประเภท ๒ ปฏิบัติ ดังตอไปน้ี (๑) ควบคุมการขายวตั ถุออกฤทธใิ์ หเปนไปตามพระราชบัญญตั นิ ้ี (๒) ควบคมุ การปฏบิ ตั เิ กย่ี วกบั ฉลากและเอกสารกาํ กบั วตั ถอุ อกฤทธต์ิ ามมาตรา ๓๓ (๑) (๓) ควบคมุ ใหม ีการแยกเก็บวตั ถุออกฤทธ์เิ ปน สวนสดั จากยาหรอื วตั ถุอ่นื (๔) ควบคุมการทําบัญชีเกี่ยวกับการขายวัตถุออกฤทธิ์ตามหลักเกณฑ วิธีการและ เงอ่ื นไขที่คณะกรรมการกาํ หนดโดยประกาศในราชกิจจานเุ บกษา (๕) ตอ งอยปู ระจาํ ควบคุมกจิ การตลอดเวลาทเ่ี ปด ทําการ มาตรา ๕๑ ใหเภสัชกรผูมีหนาที่ควบคุมการขายวัตถุออกฤทธิ์ในประเภท ๓ หรือ ประเภท ๔ ปฏิบัตดิ ังตอ ไปนี้ (๑) ควบคุมการขายวัตถอุ อกฤทธ์ใิ หเปน ไปตามพระราชบัญญัติน้ี (๒) ควบคมุ การปฏบิ ตั เิ กย่ี วกบั ฉลากและเอกสารกาํ กบั วตั ถอุ อกฤทธต์ิ ามมาตรา ๓๔ (๒)

รวมกฎหมายยาเสพติด 55 พระราชบัญญัติยาเสพติดใหโทษ พ.ศ. ๒๕๒๒ (แกไขลาสุด พ.ศ. ๒๕๖๐) และ พระราชบัญญัติวัตถุที่ออกฤทธิ์ตอจิตและประสาท พ.ศ. ๒๕๕๙ (๓) ควบคมุ ใหมีการแยกเกบ็ วตั ถุออกฤทธิเ์ ปน สว นสดั จากยาหรอื วตั ถุอ่ืน (๔) ควบคมุ การปรงุ หรอื การแบง บรรจวุ ตั ถอุ อกฤทธใ์ิ หเ ปน ไปตามใบสง่ั ยาของผปู ระกอบ วชิ าชพี ตาม (๕) (๕) ดแู ลใหม ฉี ลากสาํ หรบั วตั ถอุ อกฤทธท์ิ ป่ี รงุ หรอื แบง บรรจตุ ามใบสง่ั ยาของผปู ระกอบ วิชาชีพเวชกรรม ผูประกอบวิชาชีพทันตกรรม หรือผูประกอบวิชาชีพการสัตวแพทยชั้นหนึ่ง ทง้ั น้ี ตามหลกั เกณฑ วธิ กี ารและเงอ่ื นไขทค่ี ณะกรรมการกาํ หนดโดยประกาศในราชกจิ จานเุ บกษา (๖) ควบคมุ การสง มอบวตั ถอุ อกฤทธใ์ิ หถ กู ตอ งตามใบสง่ั ยาของผปู ระกอบวชิ าชพี ตาม (๕) (๗) ควบคุมการทําบัญชีเกี่ยวกับการขายวัตถุออกฤทธิ์ตามหลักเกณฑ วิธีการและ เงอื่ นไขที่คณะกรรมการกาํ หนดโดยประกาศในราชกิจจานเุ บกษา (๘) ควบคมุ มใิ หม กี ารขายวตั ถุออกฤทธแ์ิ กผ ซู ึง่ ไมม ใี บส่งั ยาของผูประกอบวชิ าชพี ตาม (๕) หรือแกผ ูซ่งึ ไมไดร ับใบอนุญาตผลิต ขายหรอื นําเขา ซงึ่ วตั ถุออกฤทธิ์ (๙) ตองอยูป ระจาํ ควบคุมกจิ การตลอดเวลาที่เปดทาํ การ มาตรา ๕๒ ใหเภสัชกรผูมีหนาที่ควบคุมการนําเขาซึ่งวัตถุออกฤทธิ์ในประเภท ๒ ปฏบิ ตั ิดงั ตอ ไปนี้ (๑) ควบคุมการนําเขาวตั ถุออกฤทธิ์ใหเ ปนไปตามพระราชบญั ญัตนิ ี้ (๒) ควบคมุ การปฏบิ ตั เิ กย่ี วกบั ฉลากและเอกสารกาํ กบั วตั ถอุ อกฤทธต์ิ ามมาตรา ๓๕ (๒) (๓) ควบคุมใหมกี ารแยกเกบ็ วตั ถอุ อกฤทธ์เิ ปนสว นสดั จากยาหรอื วัตถุอื่น (๔) ควบคุมการทําบัญชีเกี่ยวกับการนําเขาวัตถุออกฤทธิ์ตามหลักเกณฑ วิธีการและ เงื่อนไขท่คี ณะกรรมการกําหนดโดยประกาศในราชกจิ จานุเบกษา (๕) ตอ งอยูป ระจําควบคุมกจิ การตลอดเวลาทเี่ ปดทําการ มาตรา ๕๓ ใหเภสชั กรผมู หี นา ท่คี วบคมุ การนาํ เขา ซ่งึ วัตถุออกฤทธใิ์ นประเภท ๓ หรอื ประเภท ๔ ปฏบิ ตั ิดังตอ ไปนี้ (๑) ควบคมุ การนาํ เขาวตั ถุออกฤทธิ์ใหเปนไปตามพระราชบญั ญัตนิ ้ี (๒) ควบคมุ การปฏบิ ตั เิ กย่ี วกบั ฉลากและเอกสารกาํ กบั วตั ถอุ อกฤทธต์ิ ามมาตรา ๓๖ (๓) (๓) ควบคุมใหมีการแยกเกบ็ วัตถอุ อกฤทธเิ์ ปน สวนสดั จากยาหรือวัตถุอนื่ (๔) ควบคุมการทําบัญชีเกี่ยวกับการนําเขาวัตถุออกฤทธิ์ตามหลักเกณฑ วิธีการและ เงือ่ นไขที่คณะกรรมการกําหนดโดยประกาศในราชกจิ จานุเบกษา (๕) ตอ งอยปู ระจําควบคุมกิจการตลอดเวลาท่เี ปด ทําการ มาตรา ๕๔ ใหเภสัชกรผูมีหนาที่ควบคุมการสงออกซึ่งวัตถุออกฤทธิ์ในประเภท ๒ ปฏบิ ัติดงั ตอไปนี้ (๑) ควบคุมการสง ออกวัตถุออกฤทธใิ์ หเปน ไปตามพระราชบัญญัตนิ ้ี (๒) ควบคมุ การปฏบิ ตั เิ กย่ี วกบั ฉลากและเอกสารกาํ กบั วตั ถอุ อกฤทธต์ิ ามมาตรา ๓๗ (๑)

56 รวมกฎหมายยาเสพติด พระราชบัญญัติยาเสพติดใหโทษ พ.ศ. ๒๕๒๒ (แกไขลาสุด พ.ศ. ๒๕๖๐) และ พระราชบัญญัติวัตถุที่ออกฤทธิ์ตอจิตและประสาท พ.ศ. ๒๕๕๙ (๓) ควบคุมใหม ีการแยกเก็บวัตถุออกฤทธเ์ิ ปน สวนสดั จากยาหรือวัตถุอน่ื (๔) ควบคุมการทําบัญชีเกี่ยวกับการสงออกวัตถุออกฤทธิ์ตามหลักเกณฑ วิธีการและ เงอ่ื นไขที่คณะกรรมการกําหนดโดยประกาศในราชกิจจานุเบกษา (๕) ตองอยปู ระจําควบคุมกจิ การตลอดเวลาท่เี ปด ทาํ การ มาตรา ๕๕ ใหเภสัชกรผูมีหนาที่ควบคุมการสงออกซึ่งวัตถุออกฤทธิ์ในประเภท ๓ หรือประเภท ๔ ปฏิบัตดิ งั ตอ ไปนี้ (๑) ควบคมุ การสงออกวตั ถุออกฤทธิใ์ หเปนไปตามพระราชบญั ญัตนิ ้ี (๒) ควบคมุ การปฏบิ ตั เิ กย่ี วกบั ฉลากและเอกสารกาํ กบั วตั ถอุ อกฤทธต์ิ ามมาตรา ๓๘ (๒) (๓) ควบคมุ ใหมกี ารแยกเกบ็ วัตถุออกฤทธเิ์ ปนสว นสัดจากยาหรอื วตั ถอุ ื่น (๔) ควบคุมการทําบัญชีเกี่ยวกับการสงออกวัตถุออกฤทธิ์ตามหลักเกณฑ วิธีการและ เงือ่ นไขท่ีคณะกรรมการกาํ หนดโดยประกาศในราชกิจจานุเบกษา (๕) ตองอยูประจาํ ควบคุมกจิ การตลอดเวลาท่ีเปดทาํ การ มาตรา ๕๖ ในกรณที เี่ ภสัชกรผูมีหนา ที่ควบคุมกิจการไมป ระสงคจ ะปฏบิ ัติหนา ที่ตอไป ใหเภสัชกรผูมีหนาท่ีควบคุมกิจการนั้นแจงเปนหนังสือใหผูอนุญาตทราบภายในเจ็ดวันนับแตว ัน ทพ่ี นหนาท่ี หมวด ๕ วตั ถุออกฤทธิ์ทหี่ ามผลิต ขาย นาํ เขา หรอื สงออก ___________________ มาตรา ๕๗ หามผูใ ดผลติ ขาย นาํ เขาหรือสง ออกซงึ่ วตั ถอุ อกฤทธิ์ ดังตอ ไปน้ี (๑) วัตถอุ อกฤทธิ์ปลอม (๒) วตั ถุออกฤทธผ์ิ ิดมาตรฐาน (๓) วัตถอุ อกฤทธเิ์ ส่อื มคณุ ภาพ (๔) วัตถอุ อกฤทธ์ทิ ต่ี อ งขึน้ ทะเบียนวัตถุตํารับแตม ิไดข น้ึ ทะเบยี นไว (๕) วัตถุออกฤทธ์ิทีร่ ฐั มนตรสี งั่ เพิกถอนทะเบยี นวตั ถุตํารบั มาตรา ๕๘ วัตถอุ อกฤทธหิ์ รอื สงิ่ ตอไปนี้ ใหถ อื วา เปนวัตถอุ อกฤทธ์ิปลอม (๑) สงิ่ ทที่ ําเทยี มวตั ถุออกฤทธท์ิ งั้ หมดหรือแตบ างสว น (๒) วัตถุออกฤทธิ์ที่แสดงชื่อวาเปนวัตถุออกฤทธิ์อื่นหรือแสดงเดือนปที่วัตถุออกฤทธิ์ ส้นิ อายุ ซงึ่ ไมใ ชค วามจริง (๓) วตั ถอุ อกฤทธท์ิ แ่ี สดงชอ่ื หรอื เครอ่ื งหมายของผผู ลติ หรอื ทต่ี ง้ั ของสถานทผ่ี ลติ ซง่ึ ไมใ ช ความจรงิ

รวมกฎหมายยาเสพติด 57 พระราชบัญญัติยาเสพติดใหโทษ พ.ศ. ๒๕๒๒ (แกไขลาสุด พ.ศ. ๒๕๖๐) และ พระราชบัญญัติวัตถุที่ออกฤทธิ์ตอจิตและประสาท พ.ศ. ๒๕๕๙ (๔) วัตถุออกฤทธิ์หรือสิ่งที่แสดงวาเปนวัตถุออกฤทธิ์ตามที่กําหนดไวในประกาศของ รัฐมนตรีตามมาตรา ๗ (๑) หรือตามตาํ รบั ของวตั ถตุ าํ รบั ทขี่ ้ึนทะเบยี นไวซ ึ่งไมใชความจรงิ (๕) วตั ถอุ อกฤทธทิ์ ่ผี ลิตขน้ึ ไมถ กู ตอ งตามมาตรฐานถึงขนาดสารออกฤทธ์ิขาดหรือ เกนิ กวา รอ ยละสบิ ของปรมิ าณทก่ี าํ หนดไวไ ปจากเกณฑต าํ สดุ หรอื สงู สดุ ตามทก่ี าํ หนดไวใ นประกาศ ของรฐั มนตรตี ามมาตรา ๗ (๒) หรอื ตามตํารับของวัตถุตํารบั ที่ขน้ึ ทะเบียนไว มาตรา ๕๙ วตั ถอุ อกฤทธ์ิตอไปนี้ ใหถ ือวาเปน วตั ถอุ อกฤทธผิ์ ิดมาตรฐาน (๑) วตั ถอุ อกฤทธท์ิ ผ่ี ลติ ขน้ึ ไมถ กู ตอ งตามมาตรฐานโดยมสี ารออกฤทธข์ิ าดหรอื เกนิ จาก เกณฑตําสุดหรือสูงสุด ตามที่กําหนดไวในประกาศของรัฐมนตรีตามมาตรา ๗ (๒) หรือตาม ตํารบั ของวตั ถุตํารบั ท่ขี ึ้นทะเบยี นไว แตไ มถงึ ขนาดทรี่ ะบุไวในมาตรา ๕๘ (๕) (๒) วตั ถอุ อกฤทธท์ิ ผ่ี ลติ ขน้ึ โดยมคี วามบรสิ ทุ ธห์ิ รอื ลกั ษณะอน่ื ซง่ึ มคี วามสาํ คญั ตอ คณุ ภาพ ของวัตถุออกฤทธิ์ผิดไปจากเกณฑที่กําหนดไวในประกาศของรัฐมนตรีตามมาตรา ๗ (๒) หรือ ตามตํารับของวตั ถตุ าํ รบั ทข่ี ้นึ ทะเบยี นไว มาตรา ๖๐ วัตถอุ อกฤทธิต์ อ ไปน้ี ใหถือวาเปนวตั ถุออกฤทธิ์เสื่อมคุณภาพ (๑) วตั ถอุ อกฤทธท์ิ ่สี ้ินอายตุ ามทแ่ี สดงไวใ นฉลากซง่ึ ข้ึนทะเบียนวตั ถตุ าํ รับไว (๒) วัตถุออกฤทธ์ิท่แี ปรสภาพจนมลี กั ษณะเชน เดยี วกบั วัตถอุ อกฤทธป์ิ ลอมตามมาตรา ๕๘ (๕) หรอื วัตถอุ อกฤทธิ์ผดิ มาตรฐานตามมาตรา ๕๙ มาตรา ๖๑ หา มผูใ ดขายวตั ถอุ อกฤทธิ์ต้งั แตส องชนิดข้ึนไปหรือขายวตั ถุออกฤทธ์ิและ ยารวมกนั หลายขนาน โดยจดั เปนชุดไวลว งหนา เพ่ือประโยชนทางการคา หมวด ๖ การขึน้ ทะเบียนวตั ถุตาํ รับ ___________________ มาตรา ๖๒ ผูรบั อนญุ าตผลติ หรอื นาํ เขาซง่ึ วตั ถอุ อกฤทธ์ใิ นประเภท ๓ หรือประเภท ๔ จะผลิตหรือนาํ เขาซ่ึงวตั ถุตาํ รับท่มี ีวตั ถอุ อกฤทธด์ิ งั กลา ว ตองขอข้ึนทะเบียนวตั ถุตํารบั นั้นตอ ผูอนุญาตกอนและเม่ือไดรับใบสําคัญการขึ้นทะเบียนวัตถุตํารับแลวจึงจะผลิตหรือนําเขาซ่ึงวัตถุ ตํารบั น้นั ได การขอขึน้ ทะเบยี นวตั ถตุ ํารบั และการออกใบสาํ คัญการข้นึ ทะเบียนวัตถุตาํ รับ ใหเ ปนไป ตามหลกั เกณฑ วิธกี ารและเงอื่ นไขที่กาํ หนดในกฎกระทรวง ความในวรรคหนึ่งไมใชบังคับแกผูรับอนุญาตผลิตหรือนําเขาซึ่งวัตถุออกฤทธ์ิใน ประเภท ๓ หรือประเภท ๔ ที่ไดรับอนุญาตใหผลิตหรือนําเขาตัวอยางของวัตถุตํารับที่จะขอ ข้นึ ทะเบียนวตั ถุตํารบั การขออนญุ าตและการอนญุ าตใหผลิตหรือนาํ เขาตวั อยางของวัตถตุ าํ รบั ใหเปนไปตามหลกั เกณฑ วิธกี ารและเงื่อนไขทีก่ าํ หนดในกฎกระทรวง

58 รวมกฎหมายยาเสพติด พระราชบัญญัติยาเสพติดใหโทษ พ.ศ. ๒๕๒๒ (แกไขลาสุด พ.ศ. ๒๕๖๐) และ พระราชบัญญัติวัตถุที่ออกฤทธิ์ตอจิตและประสาท พ.ศ. ๒๕๕๙ การพจิ ารณาออกใบสาํ คญั ตามวรรคหนง่ึ ใหผ ขู อขน้ึ ทะเบยี นวตั ถตุ าํ รบั เปน ผรู บั ผดิ ชอบ ชําระคาใชจายในการตรวจวิเคราะหหรือประเมินเอกสารทางวิชาการ ตามหลักเกณฑ วิธีการ และเงอ่ื นไขทค่ี ณะกรรมการกาํ หนดโดยประกาศในราชกจิ จานุเบกษา มาตรา ๖๓ การขอขึน้ ทะเบยี นวัตถุตํารบั ตามมาตรา ๖๒ ตองแจงรายการ ดังตอไปน้ี (๑) ช่อื วตั ถตุ ํารับ (๒) ช่อื และปริมาณของวตั ถุตาง ๆ อันเปน สว นประกอบของวตั ถุตาํ รบั (๓) ขนาดบรรจุ (๔) วิธวี เิ คราะหมาตรฐานของสว นประกอบของวัตถุตาํ รบั (๕) ฉลาก (๖) เอกสารกาํ กบั วตั ถุออกฤทธิ์ (๗) ชือ่ ผผู ลติ และประเทศทีส่ ถานทีผ่ ลิตตง้ั อยู (๘) รายการอืน่ ตามทีร่ ฐั มนตรีประกาศกาํ หนด การแสดงรายละเอียดเกี่ยวกับฉลากหรือเอกสารกํากับวัตถุออกฤทธิ์ ใหเปนไปตาม หลักเกณฑ วิธกี ารและเงอื่ นไขที่คณะกรรมการกาํ หนดโดยประกาศในราชกจิ จานุเบกษา มาตรา ๖๔ การแกไ ขรายการทะเบยี นวตั ถตุ าํ รบั ทข่ี น้ึ ทะเบยี นไวแ ลว ตอ งไดร บั อนญุ าต เปน หนงั สือจากผูอนญุ าต การขอแกไขรายการและการอนุญาตแกไขรายการทะเบียนวัตถุตํารับ ใหเปนไปตาม หลกั เกณฑ วิธีการและเงื่อนไขท่กี าํ หนดในกฎกระทรวง มาตรา ๖๕ ผูอนญุ าตโดยความเห็นชอบของคณะกรรมการมีอาํ นาจไมรบั ขนึ้ ทะเบยี น วัตถุตํารบั ในกรณีดงั ตอไปนี้ (๑) การขอขึ้นทะเบียนวัตถุตํารับที่ไมเปนไปตามมาตรา ๖๓ หรือตามกฎกระทรวงที่ ออกตามมาตรา ๖๒ (๒) วตั ถตุ ํารบั ทข่ี อข้ึนทะเบยี นไมเ ปนทเ่ี ชอ่ื ถอื ในสรรพคุณหรอื อาจไมปลอดภยั แกผ ใู ช (๓) วตั ถตุ าํ รบั ทีข่ อข้นึ ทะเบยี นใชช่อื ในทํานองโออ วด ไมส ภุ าพหรืออาจทาํ ใหเขา ใจผิด จากความจริง (๔) วัตถุตํารับที่ขอขึ้นทะเบียนเปนวัตถุออกฤทธิ์ปลอมตามมาตรา ๕๘ หรือเปนวัตถุ ตาํ รับที่รฐั มนตรีสั่งเพกิ ถอนตามมาตรา ๖๘ คาํ สง่ั ไมรับขน้ึ ทะเบยี นวตั ถุตํารบั ของผูอนุญาตใหเปนทส่ี ดุ มาตรา ๖๖ บทบัญญตั ิมาตรา ๖๕ ใหใ ชบ ังคับแกก ารแกไ ขรายการทะเบียนวตั ถตุ าํ รับ โดยอนุโลม

รวมกฎหมายยาเสพติด 59 พระราชบัญญัติยาเสพติดใหโทษ พ.ศ. ๒๕๒๒ (แกไขลาสุด พ.ศ. ๒๕๖๐) และ พระราชบัญญัติวัตถุที่ออกฤทธิ์ตอจิตและประสาท พ.ศ. ๒๕๕๙ มาตรา ๖๗ ใบสําคญั การขน้ึ ทะเบียนวัตถุตาํ รับใหม อี ายุหาปนบั แตวนั ที่ออกใบสําคัญ ถาผรู บั ใบสาํ คัญประสงคจะขอตออายุใบสําคัญ จะตอ งยน่ื คําขอกอ นใบสาํ คญั สน้ิ อายุ เม่อื ไดย ่ืน คําขอแลวจะประกอบกจิ การตอ ไปก็ไดจ นกวาจะไดมีคําส่ังไมต อ อายุใบสาํ คญั น้นั การขอตอ อายแุ ละการตอ อายใุ บสาํ คญั การขน้ึ ทะเบยี นวตั ถตุ าํ รบั ใหเ ปน ไปตามหลกั เกณฑ วิธกี ารและเงือ่ นไขทีก่ ําหนดในกฎกระทรวง ในกรณีทผี่ ขู อตอ อายุใบสาํ คัญไมไดรับอนุญาตใหตอ อายุใบสําคญั ใหน าํ ความในมาตรา ๒๕ มาใชบ งั คับโดยอนโุ ลม มาตรา ๖๘ เมื่อคณะกรรมการเห็นวาวัตถุตํารับใดที่ไดขึ้นทะเบียนไวแลวนั้น ตอมา ปรากฏวา ไมมสี รรพคณุ ตามทข่ี น้ึ ทะเบยี นไว หรอื อาจไมป ลอดภัยแกผ ูใช หรอื เปน วัตถอุ อกฤทธ์ิ ปลอม หรอื ใชชอื่ ผดิ ไปจากทขี่ น้ึ ทะเบียนไว ใหคณะกรรมการเสนอตอรัฐมนตรี และใหร ัฐมนตรีมี อาํ นาจส่งั เพิกถอนทะเบียนวตั ถตุ ํารบั นน้ั โดยประกาศในราชกิจจานุเบกษา คําสัง่ ของรัฐมนตรีใหเปนท่สี ุด มาตรา ๖๙ ในกรณีที่ใบสําคัญการขึ้นทะเบียนวัตถุตํารับสูญหายหรือถูกทําลาย ในสาระสาํ คญั ใหผ รู บั อนญุ าตยน่ื คาํ ขอรบั ใบแทนใบสาํ คญั การขน้ึ ทะเบยี นวตั ถตุ าํ รบั ตอ ผอู นญุ าต ภายในสบิ หา วนั นับแตว ันทไ่ี ดทราบถึงการสญู หายหรอื ถกู ทาํ ลายดังกลา ว การขอรับใบแทนใบสําคัญการขึ้นทะเบียนวัตถุตํารับและการออกใบแทนใบสําคัญ การขน้ึ ทะเบยี นวตั ถตุ าํ รบั ใหเ ปน ไปตามหลกั เกณฑ วธิ กี ารและเงอ่ื นไขทก่ี าํ หนดในกฎกระทรวง หมวด ๗ การโฆษณา ___________________ มาตรา ๗๐ หา มผูใดโฆษณาวตั ถุออกฤทธิ์ เวน แต (๑) เปน ฉลากหรอื เอกสารกาํ กบั วตั ถอุ อกฤทธท์ิ ภ่ี าชนะหรอื หบี หอ บรรจวุ ตั ถอุ อกฤทธ์ิ หรอื (๒) เปน การโฆษณาซง่ึ กระทาํ โดยตรงตอ ผปู ระกอบวชิ าชพี เวชกรรม ผปู ระกอบวชิ าชพี ทนั ตกรรม ผูประกอบวชิ าชพี เภสัชกรรมหรอื ผูประกอบวิชาชีพการสตั วแพทยช้นั หน่งึ การโฆษณาตาม (๒) ในกรณีท่ีเปน เอกสาร ภาพ ภาพยนตร สื่ออิเลก็ ทรอนิกสห รอื การ บนั ทึกเสียงหรอื ภาพ ตองไดรบั ใบอนญุ าตจากผอู นุญาตกอ นจึงจะใชโฆษณาได การขออนุญาตและการออกใบอนุญาตตามวรรคสอง ใหเปนไปตามหลักเกณฑ วิธีการ และเง่อื นไขท่คี ณะกรรมการกําหนดโดยประกาศในราชกิจจานุเบกษา มาตรา ๗๑ ในกรณที ีผ่ อู นุญาตเห็นวา การโฆษณาใดฝาฝนมาตรา ๗๐ วรรคสอง หรอื มี การใชขอ ความโฆษณาซง่ึ ไมเ ปน ไปตามทีไ่ ดรับอนญุ าตจากผอู นุญาต ใหผอู นุญาตมีอํานาจออก คาํ สัง่ อยางหนึง่ อยา งใด ดังตอไปน้ี

60 รวมกฎหมายยาเสพติด พระราชบัญญัติยาเสพติดใหโทษ พ.ศ. ๒๕๒๒ (แกไขลาสุด พ.ศ. ๒๕๖๐) และ พระราชบัญญัติวัตถุที่ออกฤทธิ์ตอจิตและประสาท พ.ศ. ๒๕๕๙ (๑) หามการโฆษณาหรือหา มใชว ธิ ีการน้ันในการโฆษณา (๒) หามการใชข อ ความบางอยา งที่ปรากฏในการโฆษณา (๓) ใหแกไขขอ ความหรือวิธกี ารในการโฆษณา (๔) ใหโ ฆษณาเพ่ือแกไ ขความเขา ใจผิดที่อาจเกดิ ข้นึ ในการออกคาํ ส่งั ตาม (๔) ใหผ อู นญุ าตกาํ หนดหลักเกณฑและวิธีการโฆษณาโดยคํานึง ถึงประโยชนของประชาชนกับความสุจริตในการกระทาํ ของผทู าํ การโฆษณา มาตรา ๗๒ ในกรณที ผ่ี ไู ดรับคาํ สั่งของผอู นุญาตตามมาตรา ๗๑ ไมเหน็ ดวยกับคาํ ส่ัง ดงั กลาวใหม ีสิทธอิ ุทธรณตอคณะกรรมการได มาตรา ๗๓ การอุทธรณต ามมาตรา ๗๒ ใหย ่ืนตอ คณะกรรมการภายในสบิ สีว่ นั นบั แต วันที่ผอู ุทธรณไดร บั ทราบคําส่ังของผูอนุญาต หลกั เกณฑก ารยน่ื อทุ ธรณแ ละวธิ พี จิ ารณาอทุ ธรณ ใหเ ปน ไปตามทร่ี ฐั มนตรปี ระกาศกาํ หนด การอุทธรณคําสั่งตามวรรคหนึ่งไมเปนการทุเลาการบังคับตามคําสั่งของผูอนุญาต เวนแตค ณะกรรมการจะส่ังเปน อยา งอ่ืนเปนการชวั่ คราวกอนการวินจิ ฉยั อุทธรณ คําวินิจฉัยของคณะกรรมการใหเ ปน ที่สดุ หมวด ๘ พนกั งานเจาหนา ที่ ___________________ มาตรา ๗๔ ในการปฏิบัติการตามพระราชบัญญัตินี้ ใหพนักงานเจาหนาที่มีอํานาจ หนาท่ี ดังตอไปนี้ (๑) เขาไปในสถานที่ทําการของผูรับอนุญาตนําเขาหรือสงออก สถานที่ผลิต สถานที่ ขาย สถานที่เก็บวัตถุออกฤทธิ์หรือสถานที่ที่ตองไดรับอนุญาตตามพระราชบัญญัตินี้ ในเวลา ทาํ การของสถานที่นั้น เพ่ือตรวจสอบการปฏบิ ัติตามพระราชบญั ญตั ิน้ี (๒) เขาไปในเคหสถานหรือสถานที่ใดๆ เพื่อตรวจคนเมื่อมีเหตุเชื่อไดตามสมควรวามี ทรัพยสิน ซึ่งมีไวเปนความผิดหรือไดมาโดยการกระทําความผิด หรือไดใชหรือจะใชในการ กระทาํ ความผดิ ตามพระราชบญั ญตั นิ ้ี หรอื ซง่ึ อาจใชเ ปน พยานหลกั ฐานได ประกอบกบั มเี หตอุ นั ควร เชอ่ื วา เนอ่ื งจากการเนน่ิ ชา กวา จะเอาหมายคน มาได ทรพั ยส นิ นน้ั จะถกู โยกยา ย ซกุ ซอ น ทาํ ลาย หรอื ทาํ ใหเปล่ยี นสภาพไปจากเดมิ (๓) คนบุคคลหรือยานพาหนะใดๆ ที่มีเหตุอันควรสงสัยวามีวัตถุออกฤทธิ์ซุกซอนอยู โดยไมช อบดว ยกฎหมาย (๔) ยึดหรืออายัดวัตถุออกฤทธิ์ที่มีไวโดยไมชอบดวยกฎหมาย หรือทรัพยสินอื่นใดที่ ไดใ ชหรือจะใชในการกระทาํ ความผิดตามพระราชบัญญตั ินี้

รวมกฎหมายยาเสพติด 61 พระราชบัญญัติยาเสพติดใหโทษ พ.ศ. ๒๕๒๒ (แกไขลาสุด พ.ศ. ๒๕๖๐) และ พระราชบัญญัติวัตถุที่ออกฤทธิ์ตอจิตและประสาท พ.ศ. ๒๕๕๙ (๕) มีหนังสือเรียกบุคคลใดมาใหถอยคํา หรือใหสงเอกสารหรือวัตถุใดมาเพื่อประกอบ การพิจารณา การดําเนินการตามวรรคหนึ่ง (๒) ใหพนักงานเจาหนาที่ผูคนปฏิบัติตามระเบียบที่ คณะกรรมการกาํ หนดและแสดงความบรสิ ทุ ธก์ิ อ นการเขา คน รายงานเหตผุ ลและผลการตรวจคน ตอ ผูบังคับบัญชาและผูอนุมัติตามวรรคสาม บันทึกเหตุอันควรเชื่อตามสมควร และใหพนักงาน เจา หนา ทแ่ี สดงเอกสารเพอ่ื แสดงตนและเอกสารทแ่ี สดงอาํ นาจในการตรวจคน รวมทง้ั เหตอุ นั ควร เช่อื ทที่ าํ ใหสามารถเขาคน ไดเปนหนังสอื ใหไวแกผคู รอบครองเคหสถาน สถานที่คน เวน แตไ มมี ผูครอบครองอยู ณ ที่นั้น ใหพนักงานเจาหนาที่ผูคนสงมอบสําเนาเอกสารและหนังสือนั้นให แกผูครอบครองดังกลาวทันทีที่กระทําได และหากเปนการเขาคนในเวลากลางคืนพนักงาน เจาหนาที่ผูเปนหัวหนาในการเขาคนตองเปนขาราชการพลเรือนตั้งแตระดับชํานาญการขึ้นไป หรือขา ราชการตํารวจตาํ แหนงตง้ั แตส ารวัตรหรอื เทยี บเทาซงึ่ มียศตัง้ แตพันตาํ รวจโทขน้ึ ไป พนักงานเจาหนาท่ีตําแหนงใดหรือระดับใดจะมีอํานาจหนาที่ตามท่ีไดกําหนดไวตาม วรรคหนึ่งทั้งหมดหรือแตบางสวน หรือจะตองไดรับอนุมัติจากบุคคลใดกอนดําเนินการ ให เปนไปตามที่รัฐมนตรีกําหนดโดยคําแนะนําของคณะกรรมการ โดยมีเอกสารมอบหมายใหไว ประจาํ ตวั พนกั งานเจาหนา ท่ีผูไดรับมอบหมายนัน้ มาตรา ๗๕ ในการปฏิบัติการของพนักงานเจาหนาที่ตามมาตรา ๗๔ (๑) และ (๒) ใหพนักงานเจาหนาท่ีมีอํานาจนําวัตถุออกฤทธิ์จากสถานท่ีน้ันในปริมาณพอสมควรไปเพื่อเปน ตัวอยางในการตรวจสอบหรือวิเคราะห และหากปรากฏวาวัตถุออกฤทธิ์ใดเปนวัตถุออกฤทธิ์ ทไ่ี มป ลอดภยั หรอื อาจเปน อนั ตรายตอ ผใู ช ใหป ระกาศผลการตรวจสอบหรอื วเิ คราะหค ณุ ภาพของ วัตถุออกฤทธิ์ที่นําไปตรวจสอบหรือวิเคราะหน้ันใหประชาชนทราบตามวิธีการที่เห็นสมควร โดยไดร บั ความเห็นชอบจากเลขาธกิ าร เพ่อื ประโยชนแ กการคุมครองความปลอดภยั ของผใู ชว ตั ถุออกฤทธิ์ ในกรณีทป่ี รากฏตอ พนักงานเจาหนาที่อันเช่ือไดวาวัตถุออกฤทธ์ิใดเปนวัตถุออกฤทธ์ิท่ีไมปลอดภัยหรืออาจเปน อันตรายตอผูใช ใหพนักงานเจาหนาที่เก็บวัตถุออกฤทธิ์ดังกลาวไว หรือสั่งใหผูรับอนุญาต งดผลติ ขาย นาํ เขา หรอื สง ออกซง่ึ วตั ถอุ อกฤทธ์ิ จดั เกบ็ วตั ถอุ อกฤทธด์ิ งั กลา วกลบั คนื มาภายใน ระยะเวลาที่พนักงานเจาหนาที่กําหนด และอาจสั่งทําลายวัตถุออกฤทธิ์ดังกลาวเสียได ทั้งนี้ ตามหลกั เกณฑ วิธีการและเงอ่ื นไขท่คี ณะกรรมการกาํ หนดโดยประกาศในราชกิจจานเุ บกษา มาตรา ๗๖ ในการปฏิบัติหนาที่ตามพระราชบัญญัตินี้ พนักงานเจาหนาที่ตองแสดง บัตรประจาํ ตวั ตอผรู ับอนุญาตหรือบคุ คลที่เก่ียวของ บตั รประจาํ ตวั พนกั งานเจา หนา ท่ใี หเ ปนไปตามแบบท่ีรัฐมนตรีประกาศกําหนด มาตรา ๗๗ ในการปฏบิ ตั ิการของพนักงานเจา หนาที่ตามมาตรา ๗๔ มาตรา ๗๕ และ มาตรา ๗๙ วรรคสาม ใหผ ูรับอนุญาตและบุคคลทเ่ี ก่ียวขอ งอํานวยความสะดวกตามสมควร

62 รวมกฎหมายยาเสพติด พระราชบัญญัติยาเสพติดใหโทษ พ.ศ. ๒๕๒๒ (แกไขลาสุด พ.ศ. ๒๕๖๐) และ พระราชบัญญัติวัตถุที่ออกฤทธิ์ตอจิตและประสาท พ.ศ. ๒๕๕๙ มาตรา ๗๘ ในการปฏิบัติหนาที่ตามพระราชบัญญัตินี้ ใหพนักงานเจาหนาที่เปน เจาพนักงานตามประมวลกฎหมายอาญา หมวด ๙ การพกั ใชใบอนุญาตและการเพกิ ถอนใบอนญุ าต ___________________ มาตรา ๗๙ ผรู บั อนญุ าตผใู ดฝา ฝน หรอื ไมป ฏบิ ตั ติ ามพระราชบญั ญตั นิ ห้ี รอื กฎกระทรวง หรอื ประกาศทอ่ี อกตามพระราชบญั ญตั นิ ้ี ผอู นญุ าตโดยความเหน็ ชอบของคณะกรรมการมอี าํ นาจ สั่งพักใชใบอนุญาตไดโดยมีกําหนดครั้งละไมเกินหนึ่งรอยแปดสิบวัน แตในกรณีมีการฟองผูรับ อนญุ าตตอ ศาลวา ไดก ระทาํ ความผดิ ตามพระราชบญั ญตั นิ ้ี ผอู นญุ าตจะสง่ั พกั ใชใ บอนญุ าตไวร อ คําพิพากษาถงึ ท่ีสดุ กไ็ ด ในกรณีที่ผรู บั อนุญาตผลิต ขาย หรือนาํ เขาซึง่ วตั ถอุ อกฤทธ์ิในประเภท ๓ หรือประเภท ๔ แลวแตกรณี ถกู ส่ังพักใชใบอนุญาตตามกฎหมายวา ดว ยยา ใหผ อู นญุ าตสง่ั พกั ใชใบอนุญาต ตามพระราชบญั ญัตนิ ขี้ องผรู ับอนุญาตดว ย แลวแตก รณี ใหพนักงานเจาหนาที่อายัดวัตถุออกฤทธิ์ที่เหลือของผูถูกพักใชใบอนุญาตไว ณ สถาน ท่ีทาํ การของผูรบั อนญุ าต ผถู กู สง่ั พกั ใชใ บอนญุ าตจะขอรบั ใบอนญุ าตใดๆ ในระหวา งถกู สง่ั พกั ใชใ บอนญุ าตอกี ไมไ ด มาตรา ๘๐ ผูรบั อนุญาตผใู ดขาดคุณสมบัติตามมาตรา ๑๙ (๔) หรอื มาตรา ๒๒ (๑) หรอื ไมจ ดั ใหม เี ภสชั กรอยปู ระจาํ ควบคมุ กจิ การตลอดเวลาทเ่ี ปด ทาํ การตามมาตรา ๓๐ วรรคหนง่ึ ผอู นญุ าตโดยความเหน็ ชอบของคณะกรรมการมีอาํ นาจสง่ั เพิกถอนใบอนญุ าตได ผถู กู สง่ั เพกิ ถอนใบอนญุ าตจะขอรบั ใบอนญุ าตใดๆ อกี ไมไ ดจ นกวา จะพน สองปน บั แตว นั ท่ี ถกู สง่ั เพกิ ถอนใบอนุญาต มาตรา ๘๑ คําสั่งพักใชใบอนุญาตและคําสั่งเพิกถอนใบอนุญาตใหทําเปนหนังสือ แจง ใหผ รู บั อนญุ าตทราบ ในกรณไี มพ บตวั ผรู บั อนญุ าตหรอื ผรู บั อนญุ าตไมย อมรบั คาํ สง่ั ดงั กลา ว ใหปดคําสั่งไวในที่เปดเผยและเห็นไดงาย ณ สถานที่ซึ่งระบุไวในใบอนุญาต และใหถือวาผูรับ อนญุ าตไดทราบคาํ สง่ั นั้นแลว ตั้งแตวนั ท่ีรับหรือปด คําส่งั แลวแตก รณี คาํ สง่ั พกั ใชใ บอนญุ าตและคาํ สง่ั เพกิ ถอนใบอนญุ าตตามวรรคหนง่ึ จะโฆษณาในหนงั สอื พมิ พ หรอื โดยวธิ ีอน่ื อกี ดวยก็ได มาตรา ๘๒ ผูอนุญาตโดยความเห็นชอบของคณะกรรมการมีอํานาจสั่งยกเลิกคําสั่ง พกั ใชใ บอนญุ าตกอ นกาํ หนดเวลาได เมอ่ื เปน ทพ่ี อใจวา ผรู บั อนญุ าตซง่ึ ถกู สง่ั พกั ใชใ บอนญุ าตได ปฏิบตั ิตามพระราชบัญญตั ินี้ หรือกฎกระทรวงหรือประกาศทอ่ี อกตามพระราชบัญญตั นิ แ้ี ลว

รวมกฎหมายยาเสพติด 63 พระราชบัญญัติยาเสพติดใหโทษ พ.ศ. ๒๕๒๒ (แกไขลาสุด พ.ศ. ๒๕๖๐) และ พระราชบัญญัติวัตถุที่ออกฤทธิ์ตอจิตและประสาท พ.ศ. ๒๕๕๙ มาตรา ๘๓ ผูรับอนุญาตซึ่งถูกสั่งพักใชใบอนุญาตหรือเพิกถอนใบอนุญาตมีสิทธิ อุทธรณตอรัฐมนตรีภายในสามสิบวันนับแตวันที่ทราบคําสั่ง รัฐมนตรีมีอํานาจสั่งใหยกอุทธรณ ยกเลิกคําสัง่ พักใชใ บอนญุ าตหรือคําสงั่ เพิกถอนใบอนุญาต หรือแกไ ขคําสงั่ ของผูอนุญาตในทาง ทเ่ี ปน คณุ แกผ อู ุทธรณได คําวินจิ ฉัยของรฐั มนตรใี หเ ปนทส่ี ดุ การอุทธรณตามวรรคหน่ึงไมเปนการทุเลาการบังคับตามคําสั่งพักใชใบอนุญาตหรือ คาํ สั่งเพกิ ถอนใบอนญุ าต มาตรา ๘๔ ผถู กู สง่ั เพกิ ถอนใบอนญุ าตตอ งทาํ ลายหรอื ขายวตั ถอุ อกฤทธข์ิ องตนทเ่ี หลอื อยใู นสว นทเ่ี กนิ กวา ทก่ี ฎหมายใหม ไี วใ นครอบครอง ในกรณที ข่ี ายใหข ายแกผ รู บั อนญุ าตอน่ื หรอื แกผ ซู ง่ึ ผอู นญุ าตเหน็ สมควร ทง้ั น้ี ภายในหกสบิ วนั นบั แตว นั ทไ่ี ดท ราบคาํ สง่ั เพกิ ถอนใบอนญุ าต หรือวันที่ไดทราบคําวินิจฉัยของรัฐมนตรี เวนแตผูอนุญาตจะผอนผันขยายระยะเวลาตอไปอีก แตต อ งไมเกนิ หกสบิ วนั ในกรณีท่ผี ถู กู สั่งเพกิ ถอนใบอนญุ าตไมป ฏิบัติตามวรรคหนึ่ง ใหว ตั ถุออกฤทธิ์ที่เหลืออยู ตกเปนของกระทรวงสาธารณสุข และใหกระทรวงสาธารณสุขหรือผูซึ่งกระทรวงสาธารณสุข มอบหมายทําลายหรือนาํ ไปใชประโยชนไดต ามระเบียบท่กี ระทรวงสาธารณสขุ กําหนด หมวด ๑๐ มาตรการควบคุมพิเศษ ___________________ มาตรา ๘๕ ใหถอื วาวตั ถตุ ํารบั ท่ีมวี ัตถอุ อกฤทธใ์ิ นประเภทหนง่ึ ประเภทใดปรงุ ผสมอยู เปน วัตถุออกฤทธิใ์ นประเภทนนั้ ดว ย มาตรา ๘๖ ในกรณีที่วัตถุตํารับมีวัตถุออกฤทธิ์อันระบุอยูในประเภทตางกันมากกวา หนึง่ ประเภทผสมอยู ใหถ อื วา วตั ถุตาํ รบั นั้นเปนวัตถุออกฤทธใ์ิ นประเภทที่มกี ารควบคมุ เขม งวด ท่ีสดุ ในบรรดาวัตถอุ อกฤทธท์ิ ผ่ี สมอยูน้นั มาตรา ๘๗ รัฐมนตรีอาจประกาศกําหนดใหวัตถุตํารับใดซึ่งมีลักษณะดังตอไปนี้ เปน วตั ถตุ าํ รบั ยกเวน ได ทง้ั น้ี ใหเ ปน ไปตามหลกั เกณฑ วธิ กี ารและเงอ่ื นไขทก่ี าํ หนดในกฎกระทรวง (๑) มีวตั ถอุ อกฤทธใ์ิ นประเภท ๒ ประเภท ๓ หรือประเภท ๔ อยา งหน่ึงอยางใดหรอื หลายอยางปรงุ ผสมอยู (๒) มลี ักษณะท่ไี มอาจกอ ใหเ กิดการใชทีผ่ ดิ ทาง (๓) ไมส ามารถจะแยกสกดั เอาวตั ถอุ อกฤทธท์ิ ม่ี อี ยใู นวตั ถตุ าํ รบั นน้ั กลบั มาใชใ นปรมิ าณ ทีจ่ ะทาํ ใหเกิดการใชท่ีผิดทาง และ

64 รวมกฎหมายยาเสพติด พระราชบัญญัติยาเสพติดใหโทษ พ.ศ. ๒๕๒๒ (แกไขลาสุด พ.ศ. ๒๕๖๐) และ พระราชบัญญัติวัตถุที่ออกฤทธิ์ตอจิตและประสาท พ.ศ. ๒๕๕๙ (๔) ไมกอใหเกดิ อันตรายทางดานสขุ ภาพและสงั คมได วัตถุตํารับยกเวนที่ประกาศตามวรรคหนึ่ง รัฐมนตรีอาจประกาศเพิกถอนไดเมื่อปรากฏ วาวัตถตุ ํารบั นั้นไมตรงลักษณะท่ีกาํ หนดไว มาตรา ๘๘ หามผูใดมีไวในครอบครองหรือใชประโยชนซึ่งวัตถุออกฤทธิ์ทุกประเภท เวน แตไ ดรบั ใบอนุญาตจากผูอ นญุ าต การขออนญุ าตและการออกใบอนุญาต ใหเ ปน ไปตามหลกั เกณฑ วิธีการและเงื่อนไขท่ี กาํ หนดในกฎกระทรวง การมีวัตถุออกฤทธิ์ชื่อและประเภทใดไวในครอบครองซึ่งคํานวณเปนสารบริสุทธิ์เกิน ปรมิ าณท่ีกําหนดในกฎกระทรวง ใหสนั นษิ ฐานวา มไี วในครอบครองเพอ่ื ขาย มาตรา ๘๙ บทบญั ญตั ิมาตรา ๘๘ วรรคหน่งึ ไมใ ชบ ังคับแก (๑) การมีไวในครอบครองหรือใชประโยชนซึ่งวัตถุออกฤทธิ์ทุกประเภทสําหรับกิจการ ของผรู ับอนญุ าตผลิต ขาย นําเขา สงออกหรือนําผา นซ่งึ วตั ถอุ อกฤทธ์ปิ ระเภทนน้ั ๆ (๒) การมีไวในครอบครองของบุคคลในปริมาณพอสมควรเพื่อการเสพ การรับเขา รางกายหรือการใชดวยวิธีอื่นใดซึ่งวัตถุออกฤทธิ์ในประเภท ๒ ประเภท ๓ หรือประเภท ๔ ทั้งนี้ ตองเปนไปตามคําสั่งของผูประกอบวิชาชีพเวชกรรม ผูประกอบวิชาชีพทันตกรรมหรือ ผูประกอบวิชาชีพการสัตวแพทยชั้นหนึ่ง ที่เกี่ยวกับการวิเคราะห บําบัด บรรเทา รักษาหรือ ปอ งกันโรคหรอื ความเจบ็ ปวยของบุคคลหรือสตั วน นั้ (๓) การมีไวในครอบครองหรือใชประโยชนตามหนาที่ซึ่งวัตถุออกฤทธิ์ในประเภท ๓ หรอื ประเภท ๔ ของกระทรวง ทบวง กรม และสภากาชาดไทย หรือหนว ยงานของรัฐตามท่ี รัฐมนตรปี ระกาศกําหนด (๔) การมีไวใ นครอบครองซง่ึ วตั ถอุ อกฤทธ์ิในประเภท ๒ ประเภท ๓ หรอื ประเภท ๔ ในปรมิ าณเทา ทจ่ี าํ เปน ตอ งใชป ระจาํ ในการปฐมพยาบาลหรอื ในกรณเี กดิ เหตฉุ กุ เฉนิ ในยานพาหนะ ทใ่ี ชในการขนสง สาธารณะระหวางประเทศ ซง่ึ ไมไ ดจดทะเบียนในราชอาณาจักร มาตรา ๙๐ ในกรณีที่เห็นสมควรรัฐมนตรีจะประกาศกําหนดวัตถุออกฤทธิ์ในประเภท ๓ หรอื ประเภท ๔ ท่ีใหผูป ระกอบวชิ าชพี เวชกรรม ผูประกอบวชิ าชีพทนั ตกรรมหรือผปู ระกอบ วิชาชีพการสัตวแพทยชั้นหน่ึงมีไวในครอบครองในปริมาณท่ีรัฐมนตรีกําหนดโดยคําแนะนําของ คณะกรรมการโดยไมตองขออนุญาตกไ็ ด มาตรา ๙๑ หา มผใู ดเสพวตั ถุออกฤทธิ์ในประเภท ๑ มาตรา ๙๒ หามผูใดเสพวัตถุออกฤทธิ์ในประเภท ๒ เวนแตเปนการเสพตามคําสั่ง ของผูประกอบวิชาชีพเวชกรรมหรือผูประกอบวิชาชีพทันตกรรม เพื่อประโยชนในการรักษา พยาบาลผูนั้น

รวมกฎหมายยาเสพติด 65 พระราชบัญญัติยาเสพติดใหโทษ พ.ศ. ๒๕๒๒ (แกไขลาสุด พ.ศ. ๒๕๖๐) และ พระราชบัญญัติวัตถุที่ออกฤทธิ์ตอจิตและประสาท พ.ศ. ๒๕๕๙ มาตรา ๙๓ หา มผูใดจูงใจ ชักนาํ ยุยงสงเสรมิ ใชอบุ ายหลอกลวง ขูเ ขญ็ ใชอํานาจ ครอบงาํ ผิดคลองธรรมหรอื ใชว ิธขี ม ขืนใจดว ยประการอ่ืนใดใหผอู นื่ เสพวตั ถุออกฤทธ์ิ ผูประกอบวิชาชีพเวชกรรมหรือผูประกอบวิชาชีพทันตกรรมอาจแนะนําหรือสั่งใหผูอื่น เสพวัตถุออกฤทธ์ิเพอื่ ประโยชนใ นการรกั ษาพยาบาลผนู นั้ ได มาตรา ๙๔ ในกรณีจําเปนและมีเหตุอันควรเชื่อไดวามีบุคคลหรือกลุมบุคคลใดเสพ วตั ถุออกฤทธ์ิในประเภท ๑ หรือประเภท ๒ อนั เปนความผดิ ตามพระราชบญั ญตั นิ ใ้ี นเคหสถาน สถานทใ่ี ด ๆ หรือยานพาหนะ ใหพนักงานฝายปกครองหรือตาํ รวจหรอื พนักงานเจาหนาทีต่ าม พระราชบัญญัตินี้มีอํานาจตรวจหรือทดสอบ หรือสั่งใหรับการตรวจหรือทดสอบวาบุคคลหรือ กลมุ บุคคลน้นั มีวตั ถุออกฤทธิ์ดงั กลาวอยใู นรา งกายหรือไม พนักงานฝายปกครองหรือตํารวจหรือพนักงานเจาหนาท่ีตามพระราชบัญญัติน้ี ตาํ แหนงใด ระดบั ใด หรือชั้นยศใด จะมอี าํ นาจหนาทีต่ ามท่ีไดก ําหนดไวตามวรรคหนึ่งท้งั หมด หรือแตบางสวน หรือจะตองไดรับอนุมัติจากบุคคลใดกอนดําเนินการ ใหเปนไปตามที่รัฐมนตรี ประกาศกําหนดตามคําแนะนําของคณะกรรมการโดยมีเอกสารที่ไดรับมอบหมายประจําตัว พนักงานฝา ยปกครองหรอื ตาํ รวจหรอื พนกั งานเจาหนา ท่ผี ูไดร ับมอบหมายนั้น วธิ กี ารตรวจหรอื การทดสอบตามวรรคหนง่ึ ใหเ ปน ไปตามหลกั เกณฑ วธิ กี ารและเงอ่ื นไข ทค่ี ณะกรรมการกาํ หนดโดยประกาศในราชกิจจานเุ บกษา ทัง้ น้ี ในประกาศดังกลา วอยางนอ ย ตองมีมาตรการเก่ียวกับการแสดงความบริสุทธิ์ของพนักงานฝายปกครองหรือตํารวจหรือ พนกั งานเจา หนาทใ่ี นการปฏบิ ตั หิ นา ท่ี และมาตรการเก่ยี วกบั การหา มเปด เผยผลการตรวจหรอื ทดสอบแกผูที่ไมมีหนาที่เกี่ยวของในกรณีที่ปรากฏผลในเบ้ืองตนเปนที่สงสัยวามีวัตถุออกฤทธ์ิ อยใู นรา งกายจนกวาจะไดม ีการตรวจยืนยนั ผลเปนทีแ่ นน อนแลว มาตรา ๙๕ ผรู บั อนญุ าตผลิต ขาย นาํ เขา สง ออก นาํ ผา นหรอื มไี วในครอบครอง หรือ ใชป ระโยชนซ ง่ึ วัตถอุ อกฤทธ์ิ ตอ งจัดใหมกี ารปอ งกันตามสมควรเพอ่ื มใิ หว ตั ถุออกฤทธิ์สญู หาย หรอื มกี ารนําไปใชโ ดยมชิ อบ มาตรา ๙๖ หา มผูใ ดซ่ึงมใิ ชเ ภสชั กรทอี่ ยปู ระจาํ ควบคมุ กจิ การของสถานทีผ่ ลิต สถาน ทีข่ าย หรือสถานท่ีนาํ เขา ซึ่งวัตถอุ อกฤทธ์ขิ ายวตั ถุออกฤทธิ์ใหแ กผ อู น่ื ในสถานทน่ี ้ัน เวนแตอยู ในความควบคุมดูแลอยา งใกลชดิ ของเภสชั กรประจําสถานที่นน้ั มาตรา ๙๗ ภายใตบงั คบั มาตรา ๙๘ เภสัชกรจะขายวตั ถอุ อกฤทธใ์ิ นประเภท ๓ หรือ ประเภท ๔ ใหไ ดเ ฉพาะแกก ระทรวง ทบวง กรม และสภากาชาดไทย หรอื หนวยงานของรัฐ ตามทรี่ ฐั มนตรีประกาศกาํ หนด ผูประกอบวิชาชีพเวชกรรม ผปู ระกอบวชิ าชีพทนั ตกรรม หรอื ผปู ระกอบวชิ าชีพการสตั วแพทยชั้นหนงึ่ ผทู ่มี ใี บสง่ั ยาของผูประกอบวชิ าชพี ดงั กลาว หรอื ผูรับ อนุญาตผลิต ขาย หรอื มีไวในครอบครองซง่ึ วตั ถุออกฤทธใ์ิ นประเภท ๓ หรือประเภท ๔ เทา นัน้ และตองจัดใหมีการลงบัญชีรายละเอียดการขายทุกครั้งตามแบบที่คณะกรรมการกําหนดโดย ประกาศในราชกิจจานุเบกษา

66 รวมกฎหมายยาเสพติด พระราชบัญญัติยาเสพติดใหโทษ พ.ศ. ๒๕๒๒ (แกไขลาสุด พ.ศ. ๒๕๖๐) และ พระราชบัญญัติวัตถุที่ออกฤทธิ์ตอจิตและประสาท พ.ศ. ๒๕๕๙ ใบสั่งยาตามวรรคหนึ่งใหใชไดครั้งเดียว เวนแตผูสั่งจะไดกําหนดไววาใหจายซําได แตร วมกนั ตอ งไมเ กนิ สามครง้ั และจาํ นวนยาทส่ี ง่ั แตล ะครง้ั ตอ งไมเ กนิ จาํ นวนทจ่ี าํ เปน ตอ งใชใ นเวลา ไมเกนิ สามสบิ วนั ใบสง่ั ยาแตล ะฉบับใหใชไ ดไ มเกนิ เกา สิบวันนบั แตว ันที่ออก มาตรา ๙๘ ในกรณีที่ไมมีสถานพยาบาลตามกฎหมายวาดวยสถานพยาบาล สถาน พยาบาลของรฐั สถานพยาบาลสตั วต ามกฎหมายวา ดว ยสถานพยาบาลสตั ว หรอื สถานพยาบาล สตั วข องรฐั ซง่ึ มผี ปู ระกอบวชิ าชพี เวชกรรม ผปู ระกอบวชิ าชพี ทนั ตกรรม หรอื ผปู ระกอบวชิ าชพี การสตั วแพทยช น้ั หนง่ึ ใหก ารรกั ษาพยาบาลผปู ว ยหรอื สตั วป ว ยในปรมิ ณฑลหา กโิ ลเมตรนบั จาก สถานท่ที ม่ี ีใบอนญุ าตขายวตั ถอุ อกฤทธิ์ เภสัชกรทอ่ี ยปู ระจําควบคมุ กิจการของสถานท่ีขายนน้ั จะขายวัตถุออกฤทธิ์ในประเภท ๓ หรือประเภท ๔ สําหรับผูปวยหรือสัตวปวยโดยไมตองมี ใบสั่งยาของผูประกอบวิชาชีพดังกลาวก็ได แตทั้งนี้จะขายสําหรับการใชแตละรายไดจํานวน ไมเกินสามวันตอเดือน และตองจัดใหมีการลงบัญชีรายละเอียดการขายทุกครั้งตามแบบที่ คณะกรรมการกาํ หนดโดยประกาศในราชกิจจานเุ บกษา มาตรา ๙๙ ในการสง มอบวัตถอุ อกฤทธิ์ตามมาตรา ๙๗ หรือมาตรา ๙๘ เภสัชกรตอง มอบคาํ เตอื นหรอื ขอควรระวงั ตามประกาศของรัฐมนตรีตามมาตรา ๗ (๖) ใหแ กผูซ ื้อดว ย หมวด ๑๑ การคาระหวา งประเทศ ___________________ มาตรา ๑๐๐ การนาํ เขา หรือสง ออกซึง่ วัตถอุ อกฤทธข์ิ องผูรบั อนญุ าตตามมาตรา ๑๔ มาตรา ๑๕ และมาตรา ๒๐ นอกจากจะตองไดร บั ใบอนุญาตตามมาตราดังกลาวแลว ในการนาํ เขาหรือสงออกซ่ึงวัตถุออกฤทธ์ิของผูรับอนุญาตในแตละคร้ังตองไดรับใบอนุญาตเฉพาะคราว ทุกครั้งที่นําเขาหรือสงออกอีกดวย ในกรณีที่ผูรับอนุญาตไมสามารถสงออกไดตามปริมาณที่ ระบุไวในใบอนุญาตเฉพาะคราวใหผูรับอนุญาตแจงไปยังเลขาธิการเพื่อแกไขใบอนุญาตเฉพาะ คราวใหถ ูกตองตามปรมิ าณทสี่ ง ออกจรงิ การขออนญุ าตและการออกใบอนญุ าต ใหเ ปนไปตามหลักเกณฑ วธิ กี ารและเงอ่ื นไขที่ กําหนดในกฎกระทรวง มาตรา ๑๐๑ ในการนาํ เขาซึง่ วัตถุออกฤทธิใ์ นประเภท ๑ ประเภท ๒ หรอื ประเภท ๓ ใหผูรับอนุญาตจัดใหมีสําเนาใบอนุญาตสงออกหรือสําเนาหนังสือแสดงการอนุญาตใหสงออก ของเจาหนาท่ีผูมีอํานาจของประเทศท่ีสงออกนั้นสงมาพรอมกับวัตถุออกฤทธิ์หนึ่งฉบับและจัด ใหเจาหนาที่ผูมีอํานาจของประเทศท่ีสงออกสงสําเนาใบอนุญาตหรือสําเนาหนังสือแสดงการ อนุญาตใหสงออกไปยังสาํ นักงานคณะกรรมการอาหารและยาดวย

รวมกฎหมายยาเสพติด 67 พระราชบัญญัติยาเสพติดใหโทษ พ.ศ. ๒๕๒๒ (แกไขลาสุด พ.ศ. ๒๕๖๐) และ พระราชบัญญัติวัตถุที่ออกฤทธิ์ตอจิตและประสาท พ.ศ. ๒๕๕๙ เมื่อเจาหนาที่ผูมีอํานาจของประเทศท่ีสงออกไดสงสําเนาใบอนุญาตหรือสําเนาหนังสือ แสดงการอนุญาตใหสงออกตามวรรคหนึ่งมายังสํานักงานคณะกรรมการอาหารและยาแลว ใหเจาหนาที่ซึ่งไดรับมอบหมายจากเลขาธิการสลักหลังสําเนาใบอนุญาตหรือสําเนาหนังสือ แสดงการอนุญาตใหสงออกโดยแจงวันเดือนปและปริมาณที่แทจริงของวัตถุออกฤทธ์ิท่ีนําเขา และสงสําเนานั้นกลับไปใหเจาหนาที่ของประเทศผูออกใบอนุญาตหรือหนังสือแสดงการอนุญาต ใหส ง ออก พรอ มทง้ั จัดทาํ สําเนาเกบ็ รักษาไวท ส่ี ํานกั งานคณะกรรมการอาหารและยาหนึง่ ฉบับ มาตรา ๑๐๒ ในการสงออกซึ่งวัตถุออกฤทธิ์ในประเภท ๑ หรือประเภท ๒ ใหผูรับ อนุญาตนําใบอนุญาตนําเขาของเจาหนาท่ีผูมีอํานาจของประเทศน้ันมามอบใหสํานักงานคณะ กรรมการอาหารและยากอ นจึงจะไดรบั การพจิ ารณาออกใบอนญุ าตเฉพาะคราวเพ่ือสง ออก และ ในการสงออกใหผูรับอนุญาตแนบสําเนาใบอนุญาตเฉพาะคราวไปพรอมกับวัตถุออกฤทธิ์ ที่สง ออกดวยหนึง่ ฉบับ ใหสํานักงานคณะกรรมการอาหารและยาจัดสงสําเนาใบอนุญาตเฉพาะคราวเพ่ือสงออก ซึ่งวัตถุออกฤทธิ์ไปยังเจาหนาที่ผูมีอํานาจของประเทศผูรับนั้นดวย เพื่อใหเจาหนาที่ผูมีอํานาจ ของประเทศผูรับจัดสงกลับมาและใหเลขาธิการจัดใหมีการตรวจสอบสําเนาใบอนุญาตเฉพาะ คราวที่สงกลบั มานน้ั มาตรา ๑๐๓ ในการนาํ ผา นซง่ึ วตั ถอุ อกฤทธใ์ิ นประเภท ๑ หรอื ประเภท ๒ ผรู บั อนญุ าต ตองมีใบอนุญาตสงออกของเจาหนาท่ีผูมีอํานาจของประเทศที่สงออกนั้นมาพรอมกับวัตถุ ออกฤทธิ์และตองแจงใหผูควบคุมยานพาหนะท่ีใชบรรทุกทราบกอนผานเขามาในราชอาณาจักร และใหผูควบคุมยานพาหนะน้ันจัดใหมีการปองกันตามสมควรเพ่ือมิใหวัตถุออกฤทธ์ิสูญหาย หรอื มกี ารนําเอาวัตถอุ อกฤทธิท์ อ่ี ยูในยานพาหนะนน้ั ไปใชโดยมิชอบ ในกรณีท่ีมีการขนถายวัตถุออกฤทธ์ิออกจากยานพาหนะที่ใชบรรทุกไปยังยานพาหนะ อืน่ ใหผคู วบคุมยานพาหนะที่ใชบรรทกุ มานน้ั แจงใหเจา หนา ที่ศลุ กากร ณ ที่นั้นทราบกอน และ ใหเจาหนาที่ศุลกากรนั้นมีหนาที่ควบคุมวัตถุออกฤทธิ์ในระหวางขนถาย เมื่อขนถายเสร็จให ผูควบคุมยานพาหนะท่ีรับขนถายวัตถุออกฤทธ์ินั้นมีหนาที่เชนเดียวกับผูควบคุมยานพาหนะ ตามวรรคหนง่ึ มาตรา ๑๐๔ ผูรับอนุญาตนําเขา สงออกหรือนําผานซึ่งวัตถุออกฤทธิ์ทุกประเภท จะตองนําวัตถุออกฤทธิ์ที่ตนนําเขา สงออกหรือนําผาน แลวแตกรณี มาใหพนักงานเจาหนาที่ ณ ดานตรวจสอบวัตถุออกฤทธิ์ที่กําหนดไวในประกาศของรัฐมนตรีตามมาตรา ๗ (๑๒) เพอ่ื ทําการตรวจสอบตามหลกั เกณฑ วิธีการและเงื่อนไขทร่ี ัฐมนตรปี ระกาศกําหนด มาตรา ๑๐๕ ในการนาํ ผา นซึง่ วัตถุออกฤทธ์ิทกุ ประเภท หา มผใู ดเปลี่ยนแปลงการสง วัตถุออกฤทธ์ิไปยังจุดหมายอ่ืนท่ีมิไดระบุในใบอนุญาตสงออกที่สงมาพรอมกับวัตถุออกฤทธ์ิ เวนแตไดรับอนุญาตเปนหนังสือจากเจาหนาที่ผูมีอํานาจของประเทศผูออกใบอนุญาตนั้น และ เลขาธิการใหค วามเหน็ ชอบดวย

68 รวมกฎหมายยาเสพติด พระราชบัญญัติยาเสพติดใหโทษ พ.ศ. ๒๕๒๒ (แกไขลาสุด พ.ศ. ๒๕๖๐) และ พระราชบัญญัติวัตถุที่ออกฤทธิ์ตอจิตและประสาท พ.ศ. ๒๕๕๙ ในกรณีที่ไมอาจสงวัตถุออกฤทธิ์ไปยังจุดหมายที่กําหนดตามวรรคหนึ่งได ใหผูรับ อนุญาตสงวัตถุออกฤทธิ์กลับคืนไปยังประเทศที่สงออกภายในกําหนดเวลาสามสิบวันนับแต วันที่วัตถุออกฤทธิ์ดังกลาวเขามาในราชอาณาจักร หากผูรับอนุญาตไมดําเนินการใหแลวเสร็จ ภายในเวลาท่ีกําหนดใหวัตถุออกฤทธ์ิน้ันตกเปนของกระทรวงสาธารณสุขและใหกระทรวง สาธารณสุขหรือผูซึ่งกระทรวงสาธารณสุขมอบหมายทําลายหรือนําไปใชประโยชนไดตาม ระเบียบทีก่ ระทรวงสาธารณสขุ กําหนด มาตรา ๑๐๖ ในกรณีที่มีการเปลี่ยนแปลงการสงวัตถุออกฤทธิ์ไปยังจุดหมายอื่นตาม มาตรา ๑๐๕ ใหถือวาวัตถุออกฤทธิ์นั้นไดสงออกจากประเทศที่ออกใบอนุญาตเขามาใน ราชอาณาจกั ร และใหเจาหนา ที่ซ่งึ ไดร บั มอบหมายจากเลขาธกิ ารสลกั หลังสาํ เนาใบอนุญาตของ เจาหนาท่ีผูมีอํานาจของประเทศที่สงออกนั้นโดยแจงวันเดือนปและปริมาณท่ีแทจริงของวัตถุ ออกฤทธิ์ที่นําผา น และสง สําเนาน้นั กลบั ไปใหเ จา หนาท่ขี องประเทศผอู อกใบอนุญาต พรอ มทง้ั จัดทาํ สาํ เนาเกบ็ รกั ษาไวทส่ี าํ นักงานคณะกรรมการอาหารและยาหนึ่งฉบับ ในการสงออกซึง่ วัตถอุ อกฤทธไิ์ ปยังจดุ หมายใหมตามวรรคหนึง่ ผูรับอนญุ าตตองนาํ ใบ อนุญาตนําเขาของเจาหนาท่ีผูมีอํานาจของประเทศผูรับใหมมามอบใหสํานักงานคณะกรรมการ อาหารและยากอนจึงจะไดรับการพิจารณาออกใบอนุญาตเฉพาะคราวเพื่อสงออก และใหผูรับ อนุญาตแนบสําเนาใบอนุญาตเฉพาะคราวนั้นไปพรอมกับวัตถุออกฤทธ์ิท่ีสงไปยังจุดหมายใหม ดว ยหน่ึงฉบบั ใหสํานักงานคณะกรรมการอาหารและยาจัดสงสําเนาใบอนุญาตเฉพาะคราวเพื่อสงออก ซ่งึ วตั ถอุ อกฤทธ์ิไปยงั เจา หนาท่ีผมู อี าํ นาจของประเทศผูรบั ใหมดวย เพ่ือใหเ จาหนา ทผี่ ูมอี ํานาจ ของประเทศผูรับจัดสงกลับมาและใหเลขาธิการจัดใหมีการตรวจสอบสําเนาใบอนุญาตเฉพาะ คราวทส่ี งกลับมานัน้ มาตรา ๑๐๗ ในระหวางทีม่ ีการนําผา นซงึ่ วตั ถอุ อกฤทธ์ิในประเภท ๑ หรอื ประเภท ๒ หรือในระหวางที่วัตถุออกฤทธิ์อยูในความควบคุมของเจาหนาที่ศุลกากรตามมาตรา ๑๐๓ วรรคสอง หามผูใดแปรรูปหรือแปรสภาพวัตถุออกฤทธิ์ใหเปนอยางอื่น หรือเปลี่ยนหีบหอ ที่บรรจวุ ัตถอุ อกฤทธิ์ เวน แตไ ดรับอนญุ าตเปนหนงั สือจากเลขาธกิ าร มาตรา ๑๐๘ ในกรณีที่มีเหตุฉุกเฉินหรือจําเปน เลขาธิการมีอํานาจผอนผันการใช บังคบั มาตรการควบคมุ ตามมาตรา ๑๐๓ มาตรา ๑๐๔ มาตรา ๑๐๖ และมาตรา ๑๐๗ เกย่ี วกับ การนําผานซง่ึ วตั ถุออกฤทธิไ์ ดตามท่เี ห็นสมควร มาตรา ๑๐๙ ในการนําเขาซึ่งวัตถุออกฤทธิ์ทุกประเภท หามผูใดสงวัตถุออกฤทธิ์ ดังกลาวไปยังบุคคลอ่ืนหรือสถานท่ีอ่ืนนอกเหนือไปจากบุคคลหรือสถานท่ีท่ีระบุในใบอนุญาต เฉพาะคราวเพอ่ื นําเขา เวน แตในกรณีทีม่ ีเหตุฉกุ เฉนิ หรอื จาํ เปน โดยไดร บั อนญุ าตเปน หนังสือ จากเลขาธิการ

รวมกฎหมายยาเสพติด 69 พระราชบัญญัติยาเสพติดใหโทษ พ.ศ. ๒๕๒๒ (แกไขลาสุด พ.ศ. ๒๕๖๐) และ พระราชบัญญัติวัตถุที่ออกฤทธิ์ตอจิตและประสาท พ.ศ. ๒๕๕๙ มาตรา ๑๑๐ ในการสงออกแตละครั้งซึ่งวัตถุออกฤทธิ์ในประเภท ๓ หรือประเภท ๔ ใหผูรับอนุญาตแนบสําเนาใบอนุญาตเฉพาะคราวเพ่ือสงออกไปพรอมกับวัตถุออกฤทธ์ิที่สงออก นัน้ หน่ึงฉบบั ใหสํานักงานคณะกรรมการอาหารและยาจัดสงสําเนาใบอนุญาตเฉพาะคราวเพื่อสง ออกซ่ึงวัตถุออกฤทธ์ิไปยังเจาหนาท่ีผูมีอํานาจของประเทศผูรับน้ันดวยเพ่ือใหเจาหนาที่ผูมี อํานาจของประเทศผูรับจัดสงกลับมาและใหเลขาธิการจัดใหมีการตรวจสอบสําเนาใบอนุญาต เฉพาะคราวทีส่ งกลบั มาน้ัน มาตรา ๑๑๑ เมื่อกระทรวงสาธารณสุขไดรับแจงการหามนําเขาซึ่งวัตถุออกฤทธิ์ ในประเภทหนง่ึ ประเภทใดทต่ี า งประเทศไดแ จง ผา นเลขาธกิ ารสหประชาชาตริ ะบหุ า มนาํ เขา ไปยงั ประเทศน้นั ใหรัฐมนตรปี ระกาศกําหนดการหามนําเขาของประเทศน้ัน มาตรา ๑๑๒ หา มผใู ดสง ออกซง่ึ วตั ถอุ อกฤทธไ์ิ ปยงั ประเทศทร่ี ะบหุ า มนาํ เขา ตามมาตรา ๑๑๑ เวนแตไ ดรบั ใบอนญุ าตพิเศษเฉพาะคราวจากประเทศนน้ั และใบอนญุ าตพเิ ศษเฉพาะคราว เพือ่ สงออกจากเลขาธกิ าร การขออนุญาตและการออกใบอนุญาต ใหเปนไปตามหลักเกณฑ วิธีการและเงื่อนไข ที่กําหนดในกฎกระทรวง มาตรา ๑๑๓ การมวี ตั ถอุ อกฤทธ์ใิ นประเภท ๒ ประเภท ๓ หรอื ประเภท ๔ ในปริมาณ พอสมควรเทาท่ีจําเปนตองใชประจําในการปฐมพยาบาลหรือในกรณีเกิดเหตุฉุกเฉิน ในยานพาหนะทใ่ี ชใ นการขนสง สาธารณะระหวา งประเทศ ใหไ ดร บั การยกเวน จากมาตรการควบคมุ สําหรบั การนําเขา สง ออก หรอื นาํ ผานตามพระราชบญั ญตั ิน้ี มาตรา ๑๑๔ ผูควบคุมยานพาหนะตามมาตรา ๑๑๓ ตองจัดใหมีการปองกันตาม สมควรเพือ่ มใิ หว ตั ถุออกฤทธ์นิ ้ันสญู หายหรือมกี ารนําไปใชโ ดยมิชอบ หมวด ๑๒ บทกําหนดโทษ ___________________ มาตรา ๑๑๕ ผูใดผลิต นาํ เขาหรอื สง ออกซึ่งวัตถุออกฤทธใ์ิ นประเภท ๑ อันเปน การ ฝา ฝน มาตรา ๑๔ วรรคหนง่ึ ตอ งระวางโทษจาํ คกุ ตง้ั แตห า ปถ งึ ยส่ี บิ ป และปรบั ตง้ั แตห า แสนบาท ถงึ สองลา นบาท ถา การกระทาํ ความผดิ ตามวรรคหนง่ึ เปน การกระทาํ เพอ่ื ขาย ตอ งระวางโทษจาํ คกุ ตง้ั แต เจ็ดปถ งึ ย่ีสิบป และปรับต้ังแตเจด็ แสนบาทถึงสองลา นบาท ถาการกระทําความผิดตามวรรคหน่ึงเปนการผลิตโดยการแบงบรรจุหรือรวมบรรจุและ

70 รวมกฎหมายยาเสพติด พระราชบัญญัติยาเสพติดใหโทษ พ.ศ. ๒๕๒๒ (แกไขลาสุด พ.ศ. ๒๕๖๐) และ พระราชบัญญัติวัตถุที่ออกฤทธิ์ตอจิตและประสาท พ.ศ. ๒๕๕๙ มีปริมาณคํานวณเปนสารบริสุทธิ์ไมถึงปริมาณที่กําหนดตามมาตรา ๑๔ วรรคสาม ตองระวาง โทษจาํ คกุ ตง้ั แตส ป่ี ถ งึ เจด็ ป หรอื ปรบั ตง้ั แตแ ปดหมน่ื บาทถงึ หนง่ึ แสนสห่ี มน่ื บาท หรอื ทง้ั จาํ ทง้ั ปรบั ถา การกระทาํ ความผดิ ตามวรรคสามเปน การกระทาํ เพอ่ื ขาย ตอ งระวางโทษจาํ คกุ ตง้ั แต สปี่ ถ งึ ยี่สิบป และปรบั ต้ังแตส่ีแสนบาทถึงสองลา นบาท มาตรา ๑๑๖ ผูใดขายวัตถุออกฤทธิ์ในประเภท ๑ อันเปนการฝาฝนมาตรา ๑๔ วรรคหน่งึ ตองระวางโทษจําคุกต้ังแตสปี่ ถงึ ยี่สบิ ป และปรบั ต้งั แตส ่ีแสนบาทถงึ สองลานบาท มาตรา ๑๑๗ ผูใดผลิต นําเขาหรือสงออกซึ่งวัตถุออกฤทธิ์ในประเภท ๒ อันเปนการ ฝา ฝน มาตรา ๑๕ วรรคหนง่ึ ตอ งระวางโทษจาํ คกุ ตง้ั แตห า ปถ งึ ยส่ี บิ ป และปรบั ตง้ั แตห า แสนบาท ถงึ สองลา นบาท ถา การกระทาํ ความผดิ ตามวรรคหนง่ึ เปน การกระทาํ เพอ่ื ขาย ตอ งระวางโทษจาํ คกุ ตง้ั แต เจด็ ปถงึ ย่สี บิ ป และปรบั ตั้งแตเจด็ แสนบาทถึงสองลา นบาท ถาการกระทําความผิดตามวรรคหน่งึ เปนการผลิตโดยการแบงบรรจุหรือรวมบรรจุและมี ปริมาณคํานวณเปน สารบริสุทธิ์ไมถ ึงปรมิ าณทก่ี ําหนดตามมาตรา ๑๕ วรรคส่ี ตอ งระวางโทษ จําคุกตง้ั แตสป่ี ถ ึงเจ็ดป หรอื ปรบั ตง้ั แตแปดหม่นื บาทถึงหน่ึงแสนสห่ี มืน่ บาท หรือทง้ั จําทั้งปรบั ถา การกระทาํ ความผดิ ตามวรรคสามเปน การกระทาํ เพอ่ื ขาย ตอ งระวางโทษจาํ คกุ ตง้ั แต สปี่ ถึงยส่ี ิบป และปรับตัง้ แตส แี่ สนบาทถึงสองลา นบาท มาตรา ๑๑๘ ผูใดขายวัตถุออกฤทธิ์ในประเภท ๒ อันเปนการฝาฝนมาตรา ๑๖ วรรคหนง่ึ ตองระวางโทษจําคุกต้ังแตส่ปี ถึงย่ีสบิ ป และปรบั ตัง้ แตส ่แี สนบาทถึงสองลา นบาท มาตรา ๑๑๙ ผใู ดผลติ นาํ เขา หรอื สง ออกซง่ึ วตั ถอุ อกฤทธใ์ิ นประเภท ๓ หรอื ประเภท ๔ หรือนําผานซึ่งวัตถุออกฤทธิ์ทุกประเภทอันเปนการฝาฝนมาตรา ๒๐ วรรคหนึ่ง ตองระวาง โทษจาํ คกุ ตง้ั แตสองปถงึ สิบป และปรับต้ังแตส องแสนบาทถงึ หนง่ึ ลานบาท ถา การกระทาํ ความผดิ ตามวรรคหนง่ึ เปน การกระทาํ เพอ่ื ขาย ตอ งระวางโทษจาํ คกุ ตง้ั แต สามปถงึ สบิ หาป และปรับตั้งแตสามแสนบาทถงึ หนง่ึ ลานหาแสนบาท มาตรา ๑๒๐ ผูใดขายวตั ถุออกฤทธิ์ในประเภท ๓ หรอื ประเภท ๔ อันเปนการฝาฝน มาตรา ๒๐ วรรคหนึ่ง ตอ งระวางโทษจาํ คกุ ตัง้ แตส องปถงึ สิบป และปรับตั้งแตส องแสนบาทถึง หนึง่ ลานบาท มาตรา ๑๒๑ ผรู บั อนุญาตตามมาตรา ๑๖ มาตรา ๒๐ มาตรา ๒๘ (๑) หรอื มาตรา ๘๘ ผูใดดําเนินการภายหลังที่ใบอนุญาตสิ้นอายุแลว โดยมิไดยื่นคําขอตออายุใบอนุญาต ตอ งระวางโทษปรบั วนั ละหา รอ ยบาท นบั แตว นั ถดั จากวนั ทใ่ี บอนญุ าตสน้ิ อายจุ นถงึ วนั ทย่ี น่ื คาํ ขอ ผอนผันตออายใุ บอนุญาตตามมาตรา ๒๔ วรรคสอง

รวมกฎหมายยาเสพติด 71 พระราชบัญญัติยาเสพติดใหโทษ พ.ศ. ๒๕๒๒ (แกไขลาสุด พ.ศ. ๒๕๖๐) และ พระราชบัญญัติวัตถุที่ออกฤทธิ์ตอจิตและประสาท พ.ศ. ๒๕๕๙ มาตรา ๑๒๒ ผูร บั อนญุ าตผใู ดฝา ฝนมาตรา ๒๗ หรือมาตรา ๔๒ วรรคหนงึ่ ตองระวาง โทษปรับต้ังแตส องหม่นื บาทถึงหา หมนื่ บาท มาตรา ๑๒๓ ผูรับอนุญาตขายวัตถุออกฤทธิ์ในประเภท ๒ ผูใดฝาฝนมาตรา ๒๙ ตอ งระวางโทษจาํ คกุ ตง้ั แตห นง่ึ ปถ งึ หา ป หรอื ปรบั ตง้ั แตส องหมน่ื บาทถงึ หนง่ึ แสนบาท หรอื ทง้ั จาํ ทง้ั ปรบั มาตรา ๑๒๔ ผรู ับอนญุ าตผใู ดไมปฏิบัติตามมาตรา ๓๐ วรรคหน่ึง หรือฝา ฝน มาตรา ๓๐ วรรคสอง ตอ งระวางโทษจาํ คกุ ไมเ กนิ หนง่ึ ป หรอื ปรบั ไมเ กนิ สองหมน่ื บาท หรอื ทง้ั จาํ ทง้ั ปรบั ผูรบั อนญุ าตผูใดไมป ฏบิ ัตติ ามมาตรา ๓๐ วรรคสามหรอื วรรคส่ี ตองระวางโทษปรบั ไม เกินหาพันบาท มาตรา ๑๒๕ ผูรับอนุญาตผูใดไมปฏิบัติตามมาตรา ๓๑ มาตรา ๓๒ มาตรา ๓๓ มาตรา ๓๔ มาตรา ๓๕ มาตรา ๓๖ มาตรา ๓๗ หรือมาตรา ๓๘ ตองระวางโทษปรับต้ังแต สองหม่นื บาทถึงหนึ่งแสนบาท มาตรา ๑๒๖ ผูรบั อนุญาตผใู ดไมป ฏิบตั ิตามมาตรา ๔๐ วรรคหนงึ่ มาตรา ๔๑ หรอื มาตรา ๖๙ วรรคหนึ่ง ตองระวางโทษปรบั ไมเ กนิ หน่งึ หมืน่ บาท มาตรา ๑๒๗ ผูรับอนุญาตผูใดไมปฏิบัติตามมาตรา ๔๓ วรรคหนึ่ง ตองระวางโทษ ปรบั ไมเกนิ หน่งึ พันบาท มาตรา ๑๒๘ ผูรับอนุญาตผูใดไมปฏิบัติตามมาตรา ๔๗ วรรคหนึ่ง ตองระวางโทษ ปรับตง้ั แตหน่งึ หมน่ื บาทถงึ สองหม่ืนบาท มาตรา ๑๒๙ เภสชั กรผูมหี นาทคี่ วบคุมกจิ การผูใ ดละทิง้ หนา ทห่ี รอื ไมป ฏบิ ตั หิ นาที่ใน การควบคุมกจิ การของผูรับอนุญาตโดยไมม ีเหตุอนั ควรตามมาตรา ๔๘ มาตรา ๔๙ มาตรา ๕๐ มาตรา ๕๑ มาตรา ๕๒ มาตรา ๕๓ มาตรา ๕๔ หรอื มาตรา ๕๕ ตองระวางโทษปรบั ตง้ั แต หนึง่ หมื่นบาทถงึ หา หม่นื บาท มาตรา ๑๓๐ เภสัชกรผมู ีหนา ทค่ี วบคุมกจิ การผใู ดไมปฏบิ ัตติ ามมาตรา ๕๖ ตอ งระวาง โทษปรบั ไมเกินสามพันบาท มาตรา ๑๓๑ ผูใดผลิต นําเขาหรือสงออกซึ่งวัตถุออกฤทธิ์ปลอมอันเปนการฝาฝน มาตรา ๕๗ (๑) ตองระวางโทษจําคุกตั้งแตหาปถึงสิบหาป และปรับตั้งแตหาแสนบาทถึง หน่งึ ลานหาแสนบาท ผใู ดขายวตั ถอุ อกฤทธป์ิ ลอมอนั เปน การฝา ฝน มาตรา ๕๗ (๑) ตอ งระวางโทษจาํ คกุ ตง้ั แต หนง่ึ ปถึงสิบป และปรบั ตัง้ แตหนึ่งแสนบาทถงึ หนงึ่ ลานบาท

72 รวมกฎหมายยาเสพติด พระราชบัญญัติยาเสพติดใหโทษ พ.ศ. ๒๕๒๒ (แกไขลาสุด พ.ศ. ๒๕๖๐) และ พระราชบัญญัติวัตถุที่ออกฤทธิ์ตอจิตและประสาท พ.ศ. ๒๕๕๙ มาตรา ๑๓๒ ผูใดผลิต นําเขาหรือสงออกซึ่งวัตถุออกฤทธิ์ผิดมาตรฐานอันเปนการ ฝาฝนมาตรา ๕๗ (๒) ตองระวางโทษจําคุกไมเกินสามป หรือปรับไมเกินหกหมื่นบาท หรือ ทง้ั จําทัง้ ปรบั ผูใดขายวตั ถุออกฤทธิ์ผดิ มาตรฐานอันเปนการฝาฝน มาตรา ๕๗ (๒) ตอ งระวางโทษ จาํ คกุ ไมเกินสองป หรอื ปรบั ไมเกินส่ีหมน่ื บาท หรือท้ังจําทง้ั ปรบั มาตรา ๑๓๓ ผูใดขาย นําเขาหรือสงออกซึ่งวัตถุออกฤทธิ์เสื่อมคุณภาพอันเปนการ ฝาฝนมาตรา ๕๗ (๓) ตอ งระวางโทษจําคกุ ไมเกนิ สองป หรือปรับไมเกินส่ีหมื่นบาท หรือทง้ั จํา ท้ังปรับ มาตรา ๑๓๔ ผใู ดผลิต ขาย นาํ เขาหรอื สง ออกซึง่ วัตถอุ อกฤทธ์ทิ ่ตี อ งข้ึนทะเบียนวตั ถุ ตํารับ แตมิไดขึ้นทะเบียนไวอันเปนการฝาฝนมาตรา ๕๗ (๔) ตองระวางโทษจําคุกไมเกิน สามป หรอื ปรบั ไมเ กินหกหม่นื บาท หรือทง้ั จําทัง้ ปรับ มาตรา ๑๓๕ ผูใดผลิต นําเขาหรือสงออกซึ่งวัตถุออกฤทธิ์ที่รัฐมนตรีสั่งเพิกถอน ทะเบียนวตั ถตุ ํารบั อันเปนการฝาฝนมาตรา ๕๗ (๕) ตองระวางโทษจําคกุ ตงั้ แตห นงึ่ ปถึงสิบป และปรบั ตงั้ แตหน่งึ แสนบาทถงึ หน่งึ ลา นบาท ผูใดขายวัตถุออกฤทธิ์ที่รัฐมนตรีส่ังเพิกถอนทะเบียนวัตถุตํารับอันเปนการฝาฝนมาตรา ๕๗ (๕) ตองระวางโทษจําคกุ ต้ังแตหกเดอื นถึงหา ป และปรบั ตั้งแตห า หมนื่ บาทถงึ หาแสนบาท มาตรา ๑๓๖ ผใู ดขายวตั ถุออกฤทธอ์ิ นั เปน การฝาฝน มาตรา ๖๑ ตอ งระวางโทษจาํ คุก ต้ังแตหน่งึ ปถ งึ หา ป หรอื ปรับตงั้ แตส องหม่นื บาทถงึ หนึง่ แสนบาท หรือทง้ั จาํ ทง้ั ปรบั มาตรา ๑๓๗ ผใู ดแกไ ขรายการทะเบยี นวตั ถตุ าํ รบั ทข่ี น้ึ ทะเบยี นไวแ ลว อนั เปน การฝา ฝน มาตรา ๖๔ วรรคหน่ึง ตองระวางโทษปรบั ไมเกนิ สองหม่นื บาท มาตรา ๑๓๘ ผูใดโฆษณาวัตถุออกฤทธิ์อันเปนการฝาฝนมาตรา ๗๐ วรรคหนึ่งหรือ วรรคสอง หรือไมปฏิบัติตามคําสั่งของผูอนุญาตตามมาตรา ๗๑ ตองระวางโทษจําคุกไมเกิน สองป หรอื ปรับตง้ั แตสองหมนื่ บาทถงึ สองแสนบาท หรอื ท้งั จําท้ังปรับ ถาการกระทําตามวรรคหน่ึงเปนการกระทําของเจาของสื่อโฆษณาหรือผูประกอบ กจิ การโฆษณา ผูกระทาํ ตอ งระวางโทษเชน เดียวกนั กบั ผูโฆษณา ผูกระทําความผดิ ซ่งึ ตอ งรับโทษตามวรรคหนึ่งหรือวรรคสอง ยงั ตอ งระวางโทษปรบั อีก วนั ละไมเ กินหนึง่ หม่ืนบาท ตลอดระยะเวลาทย่ี งั ฝา ฝน หรอื จนกวา จะไดป ฏบิ ตั ใิ หถูกตอง มาตรา ๑๓๙ ผูรับอนุญาตหรือบุคคลที่เกี่ยวของผูใดตอสูหรือขัดขวางการปฏิบัติ หนาท่ีของพนักงานเจา หนาท่ีตามมาตรา ๗๔ มาตรา ๗๕ หรอื มาตรา ๗๙ วรรคสาม ตองระวาง โทษจําคกุ ไมเ กนิ หน่งึ ป หรอื ปรบั ไมเ กนิ สองหมน่ื บาท หรือท้งั จาํ ทัง้ ปรบั

รวมกฎหมายยาเสพติด 73 พระราชบัญญัติยาเสพติดใหโทษ พ.ศ. ๒๕๒๒ (แกไขลาสุด พ.ศ. ๒๕๖๐) และ พระราชบัญญัติวัตถุที่ออกฤทธิ์ตอจิตและประสาท พ.ศ. ๒๕๕๙ ผูรับอนุญาตหรือบุคคลที่เก่ียวของผูใดไมอํานวยความสะดวกตามสมควรแกพนักงาน เจาหนา ทอี่ ันเปน การไมป ฏบิ ตั ติ ามมาตรา ๗๗ ตอ งระวางโทษปรบั ไมเ กินสองพนั บาท มาตรา ๑๔๐ ผใู ดมไี วใ นครอบครองหรอื ใชป ระโยชนซ ง่ึ วตั ถอุ อกฤทธใ์ิ นประเภท ๑ หรอื ประเภท ๒ อันเปนการฝา ฝน มาตรา ๘๘ วรรคหนึง่ ตอ งระวางโทษจําคกุ ตงั้ แตห นึง่ ปถ งึ หาป หรือปรับตั้งแตส องหม่นื บาทถงึ หนง่ึ แสนบาท หรอื ทงั้ จําทั้งปรับ ผูใดมีไวในครอบครองหรือใชประโยชนซึ่งวัตถุออกฤทธิ์ในประเภท ๓ หรือประเภท ๔ อันเปนการฝาฝนมาตรา ๘๘ วรรคหนึ่ง ตองระวางโทษจําคุกไมเกินสามป หรือปรับไมเกิน หกหมืน่ บาท หรอื ท้งั จําทัง้ ปรบั มาตรา ๑๔๑ ผใู ดเสพวัตถอุ อกฤทธใ์ิ นประเภท ๑ อันเปนการฝาฝน มาตรา ๙๑ หรอื ผใู ดเสพวตั ถอุ อกฤทธใ์ิ นประเภท ๒ อนั เปน การฝา ฝน มาตรา ๙๒ ตอ งระวางโทษจาํ คกุ ไมเ กนิ สามป หรอื ปรับไมเ กนิ หกหมนื่ บาท หรือทง้ั จาํ ทั้งปรบั มาตรา ๑๔๒ ผูใดใหผูอื่นเสพวัตถุออกฤทธิ์อันเปนการฝาฝนมาตรา ๙๓ ตองระวาง โทษจําคกุ ตั้งแตห น่ึงปถึงหาป หรอื ปรับตงั้ แตสองหมนื่ บาทถึงหน่ึงแสนบาท หรือทัง้ จําทัง้ ปรบั ถาการกระทําตามวรรคหนึ่ง เปนการกระทําโดยใชกําลังประทุษราย หรือโดยใชอาวุธ ผูกระทําตองระวางโทษจําคุกต้ังแตห นึง่ ปถงึ สิบป และปรบั ต้งั แตหน่งึ แสนบาทถึงหนึง่ ลานบาท ถา การกระทาํ ตามวรรคหนง่ึ หรอื วรรคสอง เปน การกระทาํ ตอ หญงิ หรอื ตอ บคุ คลซง่ึ ยงั ไม บรรลนุ ิติภาวะ หรือเปนการกระทาํ เพอ่ื จูงใจใหผ อู น่ื กระทาํ ความผดิ ทางอาญาหรอื เพอื่ ประโยชน แกตนเองหรือผูอื่นในการกระทําความผิดทางอาญา ผูกระทําตองระวางโทษจําคุกตั้งแตสามป ถงึ จาํ คุกตลอดชีวิต และปรบั ต้ังแตสามแสนบาทถงึ หา ลา นบาท มาตรา ๑๔๓ ผใู ดขดั ขวางหรอื ไมป ฏบิ ตั ติ ามคาํ สง่ั ของพนกั งานฝา ยปกครองหรอื ตาํ รวจ หรือพนักงานเจาหนาที่ตามมาตรา ๙๔ วรรคหนึ่ง ตองระวางโทษจําคุกไมเกินหกเดือน หรือ ปรบั ไมเกินหน่ึงหม่ืนบาท มาตรา ๑๔๔ ผรู บั อนุญาตผูใดไมจ ัดใหม ีการปอ งกนั ตามสมควรเพอื่ มใิ หว ตั ถอุ อกฤทธ์ิ สูญหายหรือมีการนําไปใชโดยมิชอบอันเปนการไมปฏิบัติตามมาตรา ๙๕ ตองระวางโทษปรับ ต้ังแตห น่ึงหม่ืนบาทถึงหา หมื่นบาท มาตรา ๑๔๕ ผใู ดฝา ฝน มาตรา ๙๖ ตอ งระวางโทษปรบั ตง้ั แตห นง่ึ หมน่ื บาทถงึ หา หมน่ื บาท มาตรา ๑๔๖ เภสัชกรผูใดขายวัตถุออกฤทธิ์อันเปนการฝาฝนมาตรา ๙๗ วรรคหนึ่ง หรอื มาตรา ๙๘ ตองระวางโทษปรับตงั้ แตหนง่ึ หมน่ื บาทถึงหา หมืน่ บาท มาตรา ๑๔๗ เภสัชกรผูใดไมจัดใหม กี ารลงบญั ชรี ายละเอียดการขายตามมาตรา ๙๗ วรรคหนง่ึ หรอื มาตรา ๙๘ หรอื ไมป ฏบิ ตั ติ ามมาตรา ๙๙ ตอ งระวางโทษปรบั ไมเ กนิ หนง่ึ พนั บาท

74 รวมกฎหมายยาเสพติด พระราชบัญญัติยาเสพติดใหโทษ พ.ศ. ๒๕๒๒ (แกไขลาสุด พ.ศ. ๒๕๖๐) และ พระราชบัญญัติวัตถุที่ออกฤทธิ์ตอจิตและประสาท พ.ศ. ๒๕๕๙ มาตรา ๑๔๘ ผูร บั อนุญาตนาํ เขาหรอื สง ออกซ่งึ วตั ถอุ อกฤทธิต์ ามมาตรา ๑๔ มาตรา ๑๕ หรอื มาตรา ๒๐ ผูใ ดกระทําการนําเขา หรือสง ออกในแตละครั้งซงึ่ วตั ถอุ อกฤทธ์ิอนั เปนการ ฝาฝนมาตรา ๑๐๐ วรรคหน่งึ ตอ งระวางโทษปรับคร้ังละไมเ กินหาพันบาท มาตรา ๑๔๙ ผูรับอนุญาตผูใดไมปฏิบัติตามมาตรา ๑๐๑ วรรคหนึ่ง มาตรา ๑๐๒ วรรคหนึ่ง มาตรา ๑๐๓ วรรคหน่งึ มาตรา ๑๐๖ วรรคสอง หรอื มาตรา ๑๑๐ วรรคหน่ึง ตอ งระวางโทษปรบั ไมเ กนิ หน่งึ พนั บาท มาตรา ๑๕๐ ผูควบคุมยานพาหนะผูใดไมปฏิบัติหนาที่ตามมาตรา ๑๐๓ ตองระวาง โทษปรบั ไมเกนิ หา หมนื่ บาท มาตรา ๑๕๑ ผรู บั อนญุ าตนาํ เขา สง ออกหรอื นาํ ผา นซง่ึ วตั ถอุ อกฤทธผ์ิ ใู ดไมป ฏบิ ตั ติ าม มาตรา ๑๐๔ ตอ งระวางโทษปรับต้งั แตห น่งึ หม่นื บาทถึงหา หมื่นบาท มาตรา ๑๕๒ ผใู ดฝา ฝน มาตรา ๑๐๕ มาตรา ๑๐๗ หรอื มาตรา ๑๑๒ วรรคหนง่ึ ตอ ง ระวางโทษจําคุกไมเ กนิ สามป หรือปรับไมเ กนิ หกหมื่นบาท หรือท้งั จาํ ท้งั ปรับ มาตรา ๑๕๓ ผูใดฝาฝนมาตรา ๑๐๙ ตองระวางโทษจําคุกไมเกินสองป หรือปรับ ไมเกินสหี่ ม่ืนบาท หรือท้ังจาํ ทัง้ ปรับ มาตรา ๑๕๔ ผูควบคุมยานพาหนะตามมาตรา ๑๑๓ ผูใดไมปฏิบัติตามมาตรา ๑๑๔ ตองระวางโทษปรับไมเ กนิ หาหมนื่ บาท มาตรา ๑๕๕ ผใู ดเสพ เสพและมไี วในครอบครอง เสพและมีไวในครอบครองเพือ่ ขาย หรอื เสพและขายซง่ึ วตั ถอุ อกฤทธต์ิ ามลกั ษณะ ชนดิ ประเภทและปรมิ าณทก่ี าํ หนดในกฎกระทรวง และไดสมัครใจขอเขารับการบําบัดรักษาในสถานพยาบาลกอนความผิดจะปรากฏตอพนักงาน ฝา ยปกครองหรอื ตาํ รวจหรอื พนกั งานเจา หนา ท่ี และไดป ฏบิ ตั คิ รบถว นตามระเบยี บขอ บงั คบั เพอ่ื ควบคุมการบําบัดรักษาและระเบียบวินัยสําหรับสถานพยาบาลตามมาตรา ๗ (๑๕) จนไดรับ การรับรองเปนหนังสือจากผูอํานวยการหรือหัวหนาสถานพยาบาลนั้น ใหพนจากความผิดตาม ที่กฎหมายบัญญัติไว แตทั้งนี้ ไมรวมถึงกรณีความผิดที่ไดกระทําภายหลังการสมัครใจเขารับ การบาํ บดั รักษา การรบั เขาบาํ บดั รักษาในสถานพยาบาลตามวรรคหนึง่ ใหเ ปนไปตามหลกั เกณฑและวิธี การท่ีคณะกรรมการกําหนดโดยประกาศในราชกจิ จานเุ บกษา มาตรา ๑๕๖ ผูใดทําการบําบัดรักษาผูตดิ วตั ถอุ อกฤทธิเ์ ปน ปกติไมวาโดยวิธีใดซงึ่ มไิ ด กระทําในสถานพยาบาลตามที่กําหนดไวในพระราชบัญญัตินี้ ไมวาจะไดรับประโยชนตอบแทน หรอื ไม ตอ งระวางโทษจาํ คกุ ตง้ั แตห กเดอื นถงึ สามป และปรบั ตง้ั แตห า หมน่ื บาทถงึ สามแสนบาท

รวมกฎหมายยาเสพติด 75 พระราชบัญญัติยาเสพติดใหโทษ พ.ศ. ๒๕๒๒ (แกไขลาสุด พ.ศ. ๒๕๖๐) และ พระราชบัญญัติวัตถุที่ออกฤทธิ์ตอจิตและประสาท พ.ศ. ๒๕๕๙ มาตรา ๑๕๗ บรรดาวตั ถุออกฤทธิ์ เครอ่ื งมอื เครอื่ งใช ยานพาหนะหรือทรพั ยส ินอื่น ซึ่งบุคคลไดใชในการกระทําความผิดหรือไดมาโดยการกระทําความผิดเก่ียวกับวัตถุออกฤทธ์ิ ตามพระราชบญั ญตั ินี้ ใหรบิ เสียทงั้ สนิ้ มาตรา ๑๕๘ วตั ถอุ อกฤทธ์ิ ภาชนะหรอื หบี หอ บรรจวุ ตั ถอุ อกฤทธแ์ิ ละเอกสารทเ่ี กย่ี วขอ ง ที่ยดึ ไวตามมาตรา ๗๔ หรือตามกฎหมายอน่ื รวมทง้ั ในกรณที ่มี กี ารนาํ เขา สง ออก หรอื นาํ ผาน ซึ่งวัตถอุ อกฤทธ์โิ ดยฝา ฝนพระราชบัญญตั ินี้ แลวแตกรณี และไมมีการฟองคดีตอศาลเพราะเหตุ ไมป รากฏผกู ระทําความผดิ และพนกั งานอยั การสัง่ งดการสอบสวน หรอื เพราะพนักงานอยั การ มคี าํ สั่งเด็ดขาดไมฟองคดี หรือเพราะมีการเปรียบเทียบตามมาตรา ๑๖๐ หรือมีการฟอ งคดีตอ ศาลและศาลมีคําพิพากษาถึงที่สุดไมริบ ถาไมมีผูใดมาอางวาเปนเจาของภายในกําหนดเกาสิบ วันนับแตวันที่พนักงานอัยการมีคําสั่งงดการสอบสวน หรือพนักงานอัยการมีคําสั่งเด็ดขาด ไมฟองคดี หรือเพราะมีการเปรียบเทียบตามมาตรา ๑๖๐ หรือมีการฟองคดีตอศาลและศาลมี คาํ พพิ ากษาถงึ ทส่ี ดุ ไมร บิ ใหว ตั ถอุ อกฤทธ์ิ ภาชนะหรอื หบี หอ บรรจวุ ตั ถอุ อกฤทธแ์ิ ละเอกสารนน้ั ตกเปนของกระทรวงสาธารณสุข และใหกระทรวงสาธารณสุขหรือผูซึ่งกระทรวงสาธารณสุข มอบหมายทาํ ลายหรือนาํ ไปใชประโยชนไ ดต ามระเบยี บท่กี ระทรวงสาธารณสขุ กําหนด ถา มผี ทู อ่ี า งวา เปน เจา ของตามวรรคหนง่ึ แสดงตอ คณะกรรมการไดว า เปน เจา ของแทจ รงิ และมิไดรูเห็นเปนใจดวยในการกระทําความผิด ถาสิ่งที่ไดยึดไวยังคงอยูในครอบครองของ พนักงานเจาหนาท่ี ใหคณะกรรมการสัง่ ใหค นื สง่ิ ท่ไี ดย ึดแกผเู ปนเจา ของแทจรงิ ได มาตรา ๑๕๙ ในกรณีที่มีการฟองคดีความผิดเกี่ยวกับวัตถุออกฤทธิ์ตอศาลและไมได มกี ารโตแยงเรื่องประเภท จํานวนหรือนําหนักของวัตถุออกฤทธิ์นั้น ถาศาลชั้นตนมีคําพิพากษา หรอื คําส่งั ใหร ิบวัตถุออกฤทธ์ิดงั กลา วตามมาตรา ๑๕๗ หรือตามกฎหมายอน่ื และไมมคี าํ เสนอ ตอศาลวาผูเปนเจาของแทจริงไมไดรูเห็นเปนใจดวยในการกระทําความผิดภายในกําหนด สามสบิ วนั นบั แตว นั ทศ่ี าลมคี าํ พพิ ากษาหรอื คาํ สง่ั ใหร บิ วตั ถอุ อกฤทธน์ิ น้ั ใหก ระทรวงสาธารณสขุ หรอื ผูซ่ึงกระทรวงสาธารณสุขมอบหมายทําลายหรือนําไปใชประโยชนไดตามระเบียบท่ีกระทรวง สาธารณสุขกําหนด มาตรา ๑๖๐ บรรดาความผดิ ตามพระราชบญั ญตั นิ ซ้ี ง่ึ มโี ทษปรบั สถานเดยี ว ใหเ ลขาธกิ าร หรือผูซ่ึงไดรับมอบหมายจากเลขาธิการมีอํานาจเปรียบเทียบไดตามหลักเกณฑหรือเง่ือนไขที่ คณะกรรมการกําหนด มาตรา ๑๖๑ กรรมการหรอื พนักงานเจา หนา ท่ตี ามพระราชบัญญตั นิ ี้ เจา หนา ที่ของรฐั ตามกฎหมายวา ดว ยบตั รประจําตวั เจา หนา ทขี่ องรัฐ หรือผูดํารงตาํ แหนง ทางการเมืองผูใด ผลิต ขาย นาํ เขา หรือสง ออกซงึ่ วตั ถุออกฤทธ์ิ หรือสนบั สนุนในการกระทาํ ดงั กลา วอันเปน การกระทํา ความผดิ ตามพระราชบญั ญตั นิ ้ี ตอ งระวางโทษเปน สามเทา ของโทษทก่ี าํ หนดไวส าํ หรบั ความผดิ นน้ั

76 รวมกฎหมายยาเสพติด พระราชบัญญัติยาเสพติดใหโทษ พ.ศ. ๒๕๒๒ (แกไขลาสุด พ.ศ. ๒๕๖๐) และ พระราชบัญญัติวัตถุที่ออกฤทธิ์ตอจิตและประสาท พ.ศ. ๒๕๕๙ มาตรา ๑๖๒ ความผดิ ตามพระราชบญั ญตั นิ ท้ี ม่ี โี ทษจาํ คกุ และปรบั ใหศ าลลงโทษจาํ คกุ และปรับดวยเสมอ โดยคํานึงถึงการลงโทษในทางทรัพยสินเพื่อปองปรามการกระทําความผิด เกยี่ วกับวัตถอุ อกฤทธิ์ มาตรา ๑๖๓ ในกรณที ศ่ี าลเหน็ วา การกระทาํ ความผดิ ของผใู ด เมอ่ื ไดพ เิ คราะหถ งึ ความ รายแรงของการกระทําความผดิ และพฤติการณท ่เี ก่ียวขอ งประกอบแลว กรณมี ีเหตุอันสมควร เปน การเฉพาะราย ศาลจะลงโทษจาํ คกุ นอ ยกวาอตั ราโทษขนั้ ตํา ท่ีกาํ หนดไวสําหรบั ความผดิ นั้น ก็ได และถาเปนกรณีที่มีอัตราโทษปรับขั้นตํา ถาศาลไดพิเคราะหถึงความรายแรงของการ กระทาํ ความผิด ฐานะของผูกระทาํ ความผดิ และพฤติการณท่ีเกยี่ วขอ งประกอบแลว กรณมี เี หตุ อันสมควรเปนการเฉพาะราย ศาลจะลงโทษปรับนอยกวาอัตราโทษขั้นตําที่กําหนดไวสําหรับ ความผิดนัน้ กไ็ ด มาตรา ๑๖๔ ถาศาลเห็นวาผูกระทําความผิดผูใดไดใหขอมูลที่สําคัญในชั้นจับกุมหรือ ชั้นสอบสวน อันเปนการเปดเผยถึงการกระทําความผิดเกี่ยวกับวัตถุออกฤทธิ์ของบุคคลที่เปน เครือขายและเปนประโยชนอยางยิ่งตอการปราบปรามหรือดําเนินคดีแกบุคคลเหลานั้น ศาลจะ ลงโทษผนู ัน้ นอ ยกวาอัตราโทษขน้ั ตาํ ท่ีกําหนดไวสําหรับความผิดนัน้ กไ็ ด บทเฉพาะกาล ___________________ มาตรา ๑๖๕ คาํ ขอใดที่ไดย น่ื ไวตามพระราชบัญญตั ิวัตถุทอี่ อกฤทธิต์ อ จิตและประสาท พ.ศ. ๒๕๑๘ และยังอยใู นระหวา งพิจารณาใหถือวา เปนคาํ ขอตามพระราชบญั ญัตนิ ี้ ในกรณที ี่ คําขอมขี อแตกตางไปจากคาํ ขอซึง่ ตองปฏบิ ตั ิตามพระราชบัญญตั ิน้ี ใหผ อู นุญาตมีอํานาจส่งั ให ผขู ออนญุ าตแกไ ขเพ่มิ เตมิ ไดต ามความจําเปน เพ่อื ใหก ารเปนไปตามพระราชบัญญัตินี้ มาตรา ๑๖๖ ใหผูรับอนุญาตผลติ ขาย นาํ เขา สง ออกหรือมไี วใ นครอบครองซ่ึงวัตถุ ออกฤทธ์ติ ามพระราชบัญญัติวตั ถทุ ่อี อกฤทธิต์ อจิตและประสาท พ.ศ. ๒๕๑๘ ในวนั กอ นวนั ท่ี พระราชบญั ญตั นิ ใ้ี ชบ งั คบั ยงั คงดาํ เนนิ กจิ การตอ ไปไดจ นกวา ใบอนญุ าตนน้ั สน้ิ อายุ และถา ประสงค จะดําเนินกิจการตอไปใหยื่นคําขอรับใบอนุญาตตามพระราชบัญญัตินี้กอนใบอนุญาตเดิมจะส้ิน อายุ แตถา ผอู นญุ าตมคี ําสง่ั เปน หนังสือไมออกใบอนญุ าตให ผนู นั้ ไมมสี ทิ ธดิ าํ เนินกจิ การนบั แต วันท่ีทราบคําส่ังเปนตนไป มาตรา ๑๖๗ ใหคณะกรรมการวตั ถทุ อ่ี อกฤทธิต์ อ จิตและประสาทตามพระราชบัญญัติ วัตถุที่ออกฤทธิ์ตอจิตและประสาท พ.ศ. ๒๕๑๘ ซึ่งดํารงตําแหนงอยูในวันกอนวันที่พระราช บัญญัติน้ีใชบังคับปฏิบัติหนาท่ีตามพระราชบัญญัตินี้ตอไปจนกวาจะไดมีคณะกรรมการวัตถุท่ี

รวมกฎหมายยาเสพติด 77 พระราชบัญญัติยาเสพติดใหโทษ พ.ศ. ๒๕๒๒ (แกไขลาสุด พ.ศ. ๒๕๖๐) และ พระราชบัญญัติวัตถุที่ออกฤทธิ์ตอจิตและประสาท พ.ศ. ๒๕๕๙ ออกฤทธิ์ตอจิตและประสาทตามพระราชบัญญัตินี้ แตตองไมเกินหนึ่งรอยแปดสิบวัน นับแต วนั ที่พระราชบัญญตั นิ ีใ้ ชบังคบั มาตรา ๑๖๘ บรรดากฎกระทรวง ระเบียบหรือประกาศทอี่ อกตามพระราชบัญญตั ิวตั ถุ ท่อี อกฤทธ์ิตอจิตและประสาท พ.ศ. ๒๕๑๘ ท่ีใชอ ยูในวนั กอ นวนั ทพ่ี ระราชบัญญตั นิ ้ี ใชบ งั คับ ใหยังคงใชบังคับไดตอไปเพียงเทาที่ไมขัดหรือแยงกับบทบัญญัติแหงพระราชบัญญัตินี้ จนกวา จะมกี ฎกระทรวง ระเบียบหรอื ประกาศตามพระราชบัญญัตนิ ้ใี ชบงั คบั การดําเนินการออกกฎกระทรวง ระเบียบหรือประกาศตามวรรคหนึ่ง ใหดําเนินการให แลวเสร็จภายในสองปนับแตวันที่พระราชบัญญัตินี้ใชบังคับ หากไมสามารถดําเนินการได ใหรัฐมนตรีรายงานเหตผุ ลทไ่ี มอ าจดําเนินการไดตอ คณะรัฐมนตรเี พ่ือทราบ ผูรบั สนองพระราชโองการ พลเอก ประยุทธ จันทรโ อชา นายกรัฐมนตรี

78 รวมกฎหมายยาเสพติด พระราชบัญญัติยาเสพติดใหโทษ พ.ศ. ๒๕๒๒ (แกไขลาสุด พ.ศ. ๒๕๖๐) และ พระราชบัญญัติวัตถุที่ออกฤทธิ์ตอจิตและประสาท พ.ศ. ๒๕๕๙ อตั ราคา ธรรมเนียม __________ (๑) ใบอนุญาตผลติ วตั ถอุ อกฤทธิ์ในประเภท ๒ ประเภท ๓ หรอื ประเภท ๔ ฉบบั ละ ๑๐,๐๐๐ บาท (๒) ใบอนุญาตผลติ เพอื่ สง ออกวัตถุออกฤทธิ์ในประเภท ๒ ฉบบั ละ ๕,๐๐๐ บาท (๓) ใบอนุญาตนาํ เขาวตั ถุออกฤทธใ์ิ นประเภท ๒ ประเภท ๓ หรือประเภท ๔ ฉบบั ละ ๑๐,๐๐๐ บาท (๔) ใบอนญุ าตสง ออกวตั ถุออกฤทธิ์ในประเภท ๒ ประเภท ๓ หรอื ประเภท ๔ ฉบบั ละ ๑,๐๐๐ บาท (๕) ใบอนุญาตขายวัตถอุ อกฤทธิใ์ นประเภท ๒ ประเภท ๓ หรอื ประเภท ๔ ฉบับละ ๑,๐๐๐ บาท (๖) ใบอนุญาตนําผานวัตถอุ อกฤทธ์ิ ฉบับละ ๕๐๐ บาท (๗) ใบอนญุ าตใหมีไวในครอบครองหรอื ใชป ระโยชนวตั ถอุ อกฤทธ์ิ ฉบบั ละ ๕๐๐ บาท (๘) ใบอนุญาตนาํ เขา หรอื สงออกเฉพาะคราวซึง่ วัตถุออกฤทธ์ิ ฉบบั ละ ๕๐๐ บาท (๙) ใบอนญุ าตโฆษณาวตั ถอุ อกฤทธิต์ ามมาตรา ๗๐ ฉบับละ ๓,๐๐๐ บาท (๑๐) ใบสาํ คญั การขึ้นทะเบยี นวัตถตุ ํารับ ฉบบั ละ ๒,๐๐๐ บาท (๑๑) การอนญุ าตใหแกไ ขรายการทะเบยี นวตั ถตุ ํารบั ตามมาตรา ๖๔ ฉบับละ ๑,๐๐๐ บาท (๑๒) ใบแทนใบอนญุ าตหรอื ใบแทนใบสาํ คญั การขน้ึ ทะเบยี นวตั ถตุ าํ รบั ฉบบั ละ ๑๐๐ บาท (๑๓) การตอ อายุใบอนญุ าตหรอื ใบสาํ คัญการขึ้นทะเบียนวัตถุตาํ รับ ครง้ั ละไมเ กนิ คา ธรรมเนยี ม สาํ หรับใบอนุญาตหรอื ใบสาํ คญั นน้ั หมายเหตุ :- เหตุผลในการประกาศใชพระราชบัญญัติฉบับนี้ คือ โดยที่พระราชบัญญัติวัตถุที่ ออกฤทธต์ิ อ จติ และประสาท พ.ศ. ๒๕๑๘ ไดใ ชบ งั คบั มาเปน เวลานานแลว บทบญั ญตั บิ างประการ ไมเหมาะสมกับสถานการณในปจจุบันซ่ึงมีสภาพปญหาเกี่ยวกับวัตถุออกฤทธ์ิท่ีทวีความรุนแรง ยงิ่ ขน้ึ สมควรปรบั ปรุงบทบญั ญัตเิ กยี่ วกบั องคป ระกอบของคณะกรรมการวัตถทุ ่อี อกฤทธิต์ อจิต และประสาท การขออนญุ าตและการออกใบอนญุ าตเกย่ี วกบั วตั ถอุ อกฤทธ์ิ หนา ทข่ี องผรู บั อนญุ าต หนาที่ของเภสัชกร การโฆษณาและอํานาจหนาที่ของพนักงานเจาหนาที่ รวมทั้งเพิ่มเติมบท บญั ญตั เิ กย่ี วกบั ดา นตรวจสอบวตั ถอุ อกฤทธแ์ิ ละการใหโ อกาสแกผ เู สพ เสพและมไี วใ นครอบครอง เสพและมไี วใ นครอบครองเพอ่ื ขาย หรอื เสพและขายซง่ึ วตั ถอุ อกฤทธไ์ิ ดส มคั รใจเขา รบั การบาํ บดั รักษาในสถานพยาบาล ตลอดจนปรับปรุงบทกําหนดโทษและอัตราคาธรรมเนียมใหเหมาะสม ย่ิงขน้ึ จงึ จาํ เปน ตอ งตราพระราชบญั ญัตนิ ้ี

รวมกฎหมายยาเสพติด 79 พระราชบัญญัติยาเสพติดใหโทษ พ.ศ. ๒๕๒๒ (แกไขลาสุด พ.ศ. ๒๕๖๐) และ พระราชบัญญัติวัตถุที่ออกฤทธิ์ตอจิตและประสาท พ.ศ. ๒๕๕๙ คําส่งั หวั หนาคณะรกั ษาความสงบแหง ชาติ ท่ี ๓๒/๒๕๕๙ เรอ่ื ง มาตรการปอ งกนั การลกั ลอบนาํ สารเคมี วสั ดุ หรอื เครอ่ื งมอื บางประเภทไปใชผ ลติ ยาเสพตดิ ๑ เพอื่ ใหก ารแกไ ขปญหาทเี่ กิดจากการลักลอบนาํ สารเคมี วสั ดุ หรอื เคร่อื งมือบางประเภท ไปใชผ ลติ ยาเสพตดิ ใหโ ทษหรอื วตั ถอุ อกฤทธเ์ิ ปน ไปโดยมปี ระสทิ ธภิ าพยง่ิ ขน้ึ จาํ เปน ตอ งกาํ หนด มาตรการที่เหมาะสมในการปองกันการนําเขา สงออก นําผาน ขนยาย ผลิต ขาย มีไวใน ครอบครองในพน้ื ทค่ี วบคมุ เพอ่ื ประโยชนใ นการปอ งกนั ระงบั หรอื ปราบปรามการกระทาํ อนั เปน การบอ นทาํ ลายความสงบเรียบรอยหรอื ความมน่ั คงของชาติ อาศัยอํานาจตามความในมาตรา ๔๔ ของรัฐธรรมนูญแหงราชอาณาจักรไทย (ฉบับช่วั คราว) พทุ ธศักราช ๒๕๕๗ หัวหนา คณะรกั ษาความสงบแหงชาตโิ ดยความเห็นชอบ ของคณะรกั ษาความสงบแหง ชาตจิ งึ มีคาํ ส่งั ดังตอไปนี้ ขอ ๑ ในคาํ สง่ั นี้ “ผทู ําธรุ กรรม” หมายความวา (๑) ผูนําเขา สงออก นาํ ผาน หรือขนยายในพน้ื ทค่ี วบคมุ (๒) ผูผลิต ขาย หรือมีไวในครอบครองไมวาเพื่อตนเองหรือผูอื่นและไมวาจะเพื่อ ประการอนื่ ใด และรวมถึงการทงิ้ อยู หรอื ปรากฏอยใู นบรเิ วณที่อยใู นความครอบครองดว ย ทัง้ น้ี ภายในพน้ื ท่คี วบคมุ (๓) ตวั แทน นายหนา หรอื คนกลางเจรจาตดิ ตอ ระหวางผซู ้ือ ผขู าย หรอื ผูสง “ธรุ กรรมตอ งสงสยั ” หมายความวา ธรุ กรรมซง่ึ ปรากฏขอ เทจ็ จรงิ อยา งใดอยา งหนง่ึ ดงั น้ี (๑) ผทู าํ ธุรกรรมฝา ฝน หรอื ไมป ฏบิ ัตหิ นาทีต่ ามขอ ๒ (๓) (๒) ผทู าํ ธุรกรรมจงใจแสดงขอ ความเท็จหรือปกปด ขอความจริงอนั เปนสาระสาํ คญั (๓) ผทู าํ ธรุ กรรมซง่ึ มีหนงั สือเรียกตามคาํ ส่งั นี้ ไมมาใหถอยคํา ไมสง เอกสารหรือวัตถุ ตามกําหนดเวลาโดยไมมีเหตุผลอันสมควร หรือมาใหถอยคําแลวแตไมสามารถพิสูจนไดวา ธุรกรรมนน้ั ไดกระทําโดยสุจริตหรือไมเ ปน ธรุ กรรมตอ งสงสัย (๔) ไมป รากฏผทู าํ ธรุ กรรมมตี วั ตนแนน อน หรอื ปรากฏวา มกี ารใชช อ่ื ปลอมหรอื เทจ็ หรอื ผูทาํ ธุรกรรมไดหลบหนหี รอื ตอ งหาคดยี าเสพตดิ “เลขาธกิ าร” หมายความวา เลขาธกิ ารคณะกรรมการปอ งกนั และปราบปรามยาเสพตดิ ขอ ๒ เพือ่ ประโยชนในการปอ งกัน ระงับ หรือปราบปรามการกระทาํ อันเปน การบอน ทาํ ลายความสงบเรยี บรอ ยหรอื ความมน่ั คงของชาติ ใหร ฐั มนตรวี า การกระทรวงยตุ ธิ รรมมอี าํ นาจ ๑ ประกาศในราชกิจจานุเบกษา เลม ๑๓๓ ตอนที่ ๑๓๙ ง ลงวันที่ ๒๑ มถิ นุ ายน ๒๕๕๙

80 รวมกฎหมายยาเสพติด พระราชบัญญัติยาเสพติดใหโทษ พ.ศ. ๒๕๒๒ (แกไขลาสุด พ.ศ. ๒๕๖๐) และ พระราชบัญญัติวัตถุที่ออกฤทธิ์ตอจิตและประสาท พ.ศ. ๒๕๕๙ ประกาศกําหนดมาตรการดังตอไปนี้ในการปองกันการลักลอบนําสารเคมี วัสดุ หรือเครื่องมือ บางประเภทไปใชผลติ ยาเสพติด (๑) ชอื่ ปริมาณของสารเคมี วสั ดุ หรือเครอ่ื งมือควบคมุ (๒) กาํ หนดพนื้ ท่คี วบคมุ สารเคมี วัสดุ หรือเครอ่ื งมอื นั้น โดยอาจกําหนดหว งเวลาหรือ ระยะเวลาตามท่ีเห็นสมควรกไ็ ด (๓) กําหนดหนาที่ของผูทําธุรกรรมและวิธีดําเนินการอื่นใดเพื่อควบคุมสารเคมี วัสดุ หรือเคร่ืองมอื ตาม (๑) และ (๒) ขอ ๓ ในการปฏิบัตหิ นา ทเี่ ลขาธกิ าร รองเลขาธกิ ารคณะกรรมการปอ งกนั และปราบ ปรามยาเสพติดและเจาพนักงานตามกฎหมายวาดวยการปองกันและปราบปรามยาเสพติด มอี าํ นาจหนา ที่ดงั ตอไปน้ี (๑) เขา ไปในสถานที่ผลิตหรอื เกบ็ สารเคมี วสั ดุ หรือเครอื่ งมือ ในกรณที ี่มเี หตุอนั ควร สงสัยวา เปนธุรกรรมตอ งสงสัย หรือฝา ฝน หรอื ไมป ฏิบัตติ ามคําสงั่ นี้ (๒) ตรวจคนบุคคล สถานที่ หรือยานพาหนะทีบ่ รรทกุ สารเคมี วัสดุ หรือเครอ่ื งมอื ในกรณีทม่ี ีเหตุอนั ควรสงสัยวาเปน ธุรกรรมตอ งสงสัย หรือฝา ฝนหรือไมป ฏบิ ัตติ ามคาํ สง่ั นี้ ท้ังนี้ อาจนําสารเคมีในปริมาณเทาทจี่ าํ เปนไปเปนตัวอยางเพือ่ ตรวจสอบได (๓) กัก ยึด หรอื อายัดสารเคมี วัสดุ เครื่องมอื ยานพาหนะ ภาชนะบรรจุ สมุดบัญชี เอกสาร หรือสิ่งของอื่น ในกรณีที่มีเหตุอันควรสงสัยวาเปนธุรกรรมตองสงสัย หรือฝาฝนหรือ ไมปฏิบัติตามคําสั่งนี้ มีกําหนดระยะเวลาไมเกินสามสิบวัน ทั้งนี้ ถามีเหตุจําเปนเลขาธิการ อาจพจิ ารณาขยายระยะเวลาไดอ กี ไมเกินสามสบิ วัน (๔) มหี นังสือเรียกบุคคลมาใหถ อยคํา สงเอกสาร หรือวตั ถุใด ๆ มาเพือ่ ใหบ คุ คลนั้น พิสจู นว า ธุรกรรมทเ่ี กย่ี วของกับส่งิ ของท่กี ัก ยดึ หรืออายัดตาม (๓) นนั้ ไดก ระทาํ โดยสจุ รติ หรือไมเปนธุรกรรมตองสงสัย ขอ ๔ ในกรณที ่ีเจา พนกั งานไดใ ชอาํ นาจกกั ยึด หรอื อายัดตามขอ ๓ (๓) แลวให รายงานเลขาธิการภายในสามวนั และใหเลขาธกิ ารมีอํานาจ ดงั ตอไปน้ี (๑) สั่งคืนสิ่งของที่กัก ยึด หรือแจงการถอนอายัด ในกรณีเห็นวาธุรกรรมนั้นไมเปน ธุรกรรมตองสงสัย หรือผูทําธุรกรรมสามารถพิสูจนไดวาตนไดทําธุรกรรมนั้นโดยสุจริต ให เจา พนกั งานแจง เปน หนงั สอื ไปยงั ผคู วรไดร บั คนื ใหม ารบั สง่ิ ของทก่ี กั ยดึ หรอื แจง การถอนอายดั ไว ในกรณีที่ไมสามารถแจงได ใหโฆษณาทางหนังสือพิมพหรือโดยปดประกาศในที่เปดเผย ณ ทที่ าํ การของเจา พนกั งาน และสถานที่อายัดเปนเวลาไมนอยกวาเจ็ดวัน (๒) สงั่ ทําลาย หรือจดั การตามที่เหน็ สมควร ในกรณีดังนี้ (ก) เหน็ วาธรุ กรรมน้ันเปน ธุรกรรมตองสงสยั และผทู ําธุรกรรมไมม าพสิ จู นวา ตนไดท ําธุรกรรมนนั้ โดยสจุ ริต

รวมกฎหมายยาเสพติด 81 พระราชบัญญัติยาเสพติดใหโทษ พ.ศ. ๒๕๒๒ (แกไขลาสุด พ.ศ. ๒๕๖๐) และ พระราชบัญญัติวัตถุที่ออกฤทธิ์ตอจิตและประสาท พ.ศ. ๒๕๕๙ (ข) ปรากฏวาผูค วรไดรบั คืนไมม าขอรบั สิง่ ของทก่ี ัก ยึด หรืออายดั ไวภายใน เกาสิบวันนับแตวันที่แจงเปนหนังสือหรือวันที่โฆษณาทางหนังสือพิมพ หรือวันที่ปดประกาศ ในทีเ่ ปดเผยตาม (๑) หรือ (ค) ไมปรากฏวามีผูทําธุรกรรมมาแสดงตนภายในเกาสิบวันนับแตวันที่ไดใช อาํ นาจกักยดึ หรอื อายัดตามขอ ๓ (๓) ขอ ๕ ในการปฏิบัตกิ ารตามคาํ สั่งน้ใี หเ ลขาธกิ าร รองเลขาธกิ ารคณะกรรมการปองกนั และปราบปรามยาเสพติด และเจาพนักงานตามกฎหมายวาดวยการปองกันและปราบปราม ยาเสพตดิ เปน เจา พนักงานตามประมวลกฎหมายอาญา ขอ ๖ บรรดาสารเคมที ่รี ัฐมนตรีวา การกระทรวงยตุ ธิ รรมประกาศตามขอ ๒ (๑) ซึง่ เจา พนกั งานตามกฎหมายอน่ื ไดก กั ยดึ หรอื อายดั ไวอ ยกู อ นวนั ทค่ี าํ สง่ั นใ้ี ชบ งั คบั ใหถ อื วา เปน การ กกั ยดึ หรอื อายดั ตามคําสัง่ นี้ และใหเจา พนกั งานตามกฎหมายดงั กลา วนั้นรายงานเลขาธกิ าร ภายในหกสิบวันนับแตวันที่ประกาศมีผลใชบังคับ เพื่อเลขาธิการดําเนินการตามคําสั่งนี้ตอไป ทั้งนี้ หากมีความจําเปนเลขาธกิ ารอาจขยายระยะเวลาการรายงานไดตามความเหมาะสม ขอ ๗ คําสงั่ น้ใี หใชบงั คับตัง้ แตว ันประกาศในราชกิจจานเุ บกษาเปน ตนไป สัง่ ณ วันท่ี ๒๑ มิถุนายน พุทธศักราช ๒๕๕๙ พลเอก ประยทุ ธ จนั ทรโอชา หัวหนา คณะรักษาความสงบแหงชาติ

82 รวมกฎหมายยาเสพติด พระราชบัญญัติยาเสพติดใหโทษ พ.ศ. ๒๕๒๒ (แกไขลาสุด พ.ศ. ๒๕๖๐) และ พระราชบัญญัติวัตถุที่ออกฤทธิ์ตอจิตและประสาท พ.ศ. ๒๕๕๙ ประกาศกระทรวงยุตธิ รรม เรอื่ ง กําหนดช่อื สารเคมี พ้ืนที่ควบคุม และหนาท่ขี องผทู าํ ธุรกรรม ภายใตม าตรการปอ งกนั การลกั ลอบนาํ สารเคมี วสั ดุ หรอื เครอ่ื งมอื บางประเภทไปใชผ ลติ ยาเสพตดิ พ.ศ. ๒๕๕๙๑ โดยที่เปนการสมควรกําหนดชื่อสารเคมี กําหนดพื้นที่ควบคุม และกําหนดหนาที่ของ ผทู าํ ธรุ กรรมภายใตม าตรการปอ งกนั การลกั ลอบนาํ สารเคมี วสั ดุ หรอื เครอ่ื งมอื บางประเภทไปใช ผลติ ยาเสพตดิ อาศัยอํานาจตามความในขอ ๒ แหงคําสั่งหัวหนาคณะรักษาความสงบแหงชาติ ที่ ๓๒/๒๕๕๙ ลงวันที่ ๒๑ มิถนุ ายน พุทธศักราช ๒๕๕๙ เรอื่ ง มาตรการปอ งกนั การลักลอบนํา สารเคมี วัสดุ หรอื เคร่ืองมือบางประเภทไปใชผ ลติ ยาเสพตดิ รฐั มนตรวี าการกระทรวงยตุ ธิ รรม ออกประกาศไว ดังตอไปนี้ ขอ ๑ ในประกาศน้ี “สารเคม”ี หมายความวา สารเคมีควบคมุ ตามบญั ชที ายประกาศนี้ที่เปน สารเดีย่ ว “สารเดีย่ ว (Substance)” หมายความวา ธาตุหรอื สารประกอบที่อยใู นสถานะธรรมชาติ หรอื เกิดจากกระบวนการผลิตตางๆ ทง้ั นี้ รวมถงึ สารเติมแตงทีจ่ าํ เปน ในการรักษาความเสถียร ของสารเดี่ยวหรือสารเจือปนที่เกิดขึ้นในกระบวนการผลิต แตไมรวมถึงตัวทําละลายที่สามารถ แยกออกมาจากสารเดี่ยวไดโดยไมมีผลตอความเสถียรของสารเด่ียวหรือไมทําใหเกิดการ เปล่ียนแปลงองคประกอบของสารเด่ียว สารเคมคี วบคมุ ตามประกาศน้ี หมายความวา สารเด่ียว ขอ ๒ ใหส ารเคมที ่ีระบชุ ื่อในบญั ชที า ยประกาศน้ี เปนสารเคมีควบคุมตามคาํ สง่ั หัวหนา คณะรักษาความสงบแหง ชาติ ที่ ๓๒/๒๕๕๙ ลงวนั ที่ ๒๑ มิถนุ ายน พุทธศักราช ๒๕๕๙เรอื่ ง มาตรการปองกันการลักลอบนําสารเคมี วัสดุ หรือเครื่องมือบางประเภทไปใชผลิตยาเสพติดนี้ ทง้ั น้ี ใหร วมถงึ วตั ถทุ เ่ี รยี กชอ่ื อยา งอน่ื แตม สี ตู รโครงสรา งทางเคมอี ยา งเดยี วกนั กบั สารเคมดี งั กลา ว ขอ ๓ ใหส ารเคมีตามขอ ๒ เปนสารเคมีควบคุมทกุ พื้นท่ีทัว่ ราชอาณาจักร ขอ ๔ ใหผ ทู าํ ธรุ กรรม ซง่ึ สารเคมตี ามบญั ชี ๑ ทา ยประกาศน้ี มหี นา ทด่ี าํ เนนิ การ ดงั ตอ ไปน้ี (๑) กรณีผลิต ใหแ จงขอ มลู เก่ยี วกับช่ือสารเคมี ชอ่ื ทางการคา (ถา มี) ปรมิ าณท่ผี ลติ วันทผ่ี ลิต สถานที่ผลติ และสถานที่เก็บรกั ษา กอ นการผลติ ในแตล ะครง้ั (๒) กรณีนาํ เขา ใหแจงขอ มูลเก่ียวกบั ชอื่ สารเคมี ชอื่ ทางการคา (ถา มี) ปรมิ าณที่นาํ เขา วันท่ีนําเขา ดานศลุ กากรทีน่ ําเขา และสถานที่เก็บรกั ษาสารเคมี กอ นการนําเขาในแตละครัง้ ๑ ประกาศในราชกจิ จานเุ บกษา เลม ๑๓๓ ตอนท่ี ๒๗๑ ง ลงวนั ที่ ๒๔ พฤศจกิ ายน ๒๕๕๙

รวมกฎหมายยาเสพติด 83 พระราชบัญญัติยาเสพติดใหโทษ พ.ศ. ๒๕๒๒ (แกไขลาสุด พ.ศ. ๒๕๖๐) และ พระราชบัญญัติวัตถุที่ออกฤทธิ์ตอจิตและประสาท พ.ศ. ๒๕๕๙ (๓) กรณีสงออก ใหแ จงขอ มลู เกย่ี วกบั ชอ่ื สารเคมี ชื่อทางการคา (ถาม)ี สถานที่เกบ็ รักษาสารเคมีกอ นสงออก ปรมิ าณทสี่ ง ออก วนั ทส่ี งออก ชือ่ ผรู บั ปลายทาง ประเทศปลายทาง ดา นศุลกากรท่สี งออกกอ นการสงออกในแตล ะครัง้ ไป (๔) กรณีขนยายสารเคมีที่มีปริมาณตั้งแตหนึ่งรอยกิโลกรัมขึ้นไป ใหแจงขอมูล เกี่ยวกับชื่อสารเคมี ชื่อทางการคา (ถามี) ปริมาณที่ขนยาย วัตถุประสงคในการขนยาย และสถานท่เี กบ็ รักษาสารเคมีตนทางและปลายทาง กอ นการขนยายในแตล ะคร้ัง ขอ ๕ การผลิต นําเขา สงออก หรอื ขนยา ย แลว แตก รณซี ึง่ สารเคมีเพ่อื ใชในกิจการของ ตนเองของหนวยงานดังตอ ไปนี้ ไดรับการยกเวนไมต องดาํ เนินการตามขอ ๔ (๑) กระทรวง ทบวง กรม ราชการสว นทอ งถิ่น รัฐวิสาหกจิ องคก รของรัฐ หนว ยงาน ของรัฐ สภากาชาดไทย (๒) คณะกรรมการกาชาดระหวา งประเทศ (๓) องคการระหวางประเทศตามกฎหมายวาดวยการคุมครองการดําเนินงานของ สหประชาชาตแิ ละทบวงการชาํ นญั พิเศษในประเทศไทย ขอ ๖ การทาํ ธรุ กรรมซึง่ สารเคมีตามบัญชี ๒ ทายประกาศนี้ ใหผ ทู ําธุรกรรมมหี นา ที่ ดาํ เนนิ การหรือปฏิบตั ใิ หเปน ไปตามท่มี กี ฎหมาย กฎ ระเบยี บหรอื ประกาศอ่นื ซ่งึ กําหนดใหผูท ํา ธุรกรรมตองดําเนินการหรือปฏิบัติในเรื่องนั้นไวเปนการเฉพาะ ทั้งนี้ ผูทําธุรกรรมไมตองแจง ขอมูลการทาํ ธรุ กรรมดังกลาวตอ สํานักงานคณะกรรมการปอ งกันและปราบปรามยาเสพติด ใหสวนราชการท่ีมีหนาที่รับผิดชอบการควบคุมการทําธุรกรรมซึ่งสารเคมีตาม วรรคหนง่ึ ใหค วามรว มมอื และใหข อ มลู เกย่ี วกบั การทาํ ธรุ กรรมดงั กลา วแกส าํ นกั งานคณะกรรมการ ปอ งกันและปราบปรามยาเสพติดทราบดวย ขอ ๗ การแจงขอ มูลตามขอ ๔ ใหผูทําธุรกรรมแจงผา นระบบเครอื ขา ยอินเตอรเ น็ตทาง เวบ็ ไซต (Web Site) ของสาํ นักงานคณะกรรมการปองกนั และปราบปรามยาเสพติด กอนการ ผลติ นําเขา สง ออก หรอื ขนยา ย แลวแตกรณี ขอ ๘ ประกาศนีใ้ หใ ชบงั คับตั้งแตวันถัดจากวนั ประกาศในราชกิจจานเุ บกษาเปน ตน ไป เวน แตความในขอ ๔ ขอ ๕ ขอ ๖ และขอ ๗ ใหใ ชบงั คบั เม่ือพนกาํ หนดหกสิบวันนบั แตวนั ประกาศในราชกิจจานเุ บกษา ประกาศ ณ วันท่ี ๒๕ ตลุ าคม พ.ศ. ๒๕๕๙ พลเอก ไพบูลย คมุ ฉายา รฐั มนตรวี าการกระทรวงยุติธรรม

84 รวมกฎหมายยาเสพติด พระราชบัญญัติยาเสพติดใหโทษ พ.ศ. ๒๕๒๒ (แกไขลาสุด พ.ศ. ๒๕๖๐) และ พระราชบัญญัติวัตถุที่ออกฤทธิ์ตอจิตและประสาท พ.ศ. ๒๕๕๙ ïâĆ ßøĊ ć÷ßĂČę ÿćøđÙöĒĊ îïìćš ÷ðøąÖćýÖøąìøüÜ÷êč íĉ øøö đøČĂę Ü ÖćĞ ĀîéßĂČę ÿćøđÙöĊ óĚîČ ìÙęĊ üïÙöč ĒúąĀîćš ìęĊ×ĂÜñšìĎ ćĞ íčøÖøøö õć÷ĔêšöćêøÖćøðĂŜ ÜÖĆîÖćøúÖĆ úĂïîĞćÿćøđÙöĊ üĆÿéč ĀøĂČ đÙøĂęČ ÜöČĂïćÜðøąđõìĕðĔßñš úêĉ ÷ćđÿóêĉé ó.ý. ģĦĦĪ ïĆâßĊ Ģ ßęĂČ ÿćøđÙöĊ đú×ìąđï÷Ċ îàđĊ ĂđĂÿ úćĞ éĆïìĊę (CAS No.) 497-19-8 1 ēàđéĊ÷öÙćøŤïĂđîê (sodium carbonate) 2 đôîúĉ ĕîēêøēðøðŘî (phenylnitropropene) 705-60-2 3 ĒĂöēöđîĊ÷öÙúĂĕøéŤ (ammonium chloride) 12125-02-9 ïĆâßĊ ģ ßĂČę ÿćøđÙöĊ đú×ìąđï÷Ċ îàđĊ ĂđĂÿ úĞćéĆïìęĊ (CAS No.) 7664-93-9 1 ÖøéàúĆ ôøĎ ĉÖ (sulfuric acid) 7664-38-2 64-19-7 2 ÖøéĂĂøŤēì-ôĂÿôĂøĉÖ (o-phosphoric acid) 7647-01-0 3 ÖøéĂąàêĊ ĉÖ (acetic acid) 67-66-3 4 ÖøéĕăēéøÙúĂøĉÖ (hydrochloric acid) 143-33-9 60-29-7 5 ÙúĂēøôĂøŤö (chloroform) ĀøČĂ 108-88-3 ĕêøÙúĂēøöĊđìî (trichloromethane) 7719-09-7 6 ēàđé÷Ċ öĕà÷ćĕîéŤ (sodium cyanide) 7 ĕéđĂìúĉ ĂĊđìĂøŤ (diethyl ether) 8 ēìúĂĎ îĊ (toluene) 9 ĕìēĂîúĊ ÙúĂĕøéŤ (thionyl chloride) ĀøĂČ àúĆ đôĂøĆÿĂĂÖàĊÙúĂĕøéŤ (sulfurous oxychloride) 10 đïîàúĉ ĕà÷ćĕîéŤ (benzyl cyanide) 140-29-4 11 ĕóđóĂøĉéîĊ (piperidine) 110-89-4 7723-14-0 12 ôĂÿôĂøÿĆ ĒéÜ (phosphorus (red) 7719-12-2 10026-13-8 13 ôĂÿôĂøĆÿĕêøÙúĂĕøéŤ (phosphorus trichloride) 78-93-3 14 ôĂÿôĂøÿĆ đóîêąÙúĂĕøéŤ (phosphorus pentachloride) 75-09-2 15 đöìĉúđĂìĉúÙĊēêî (methyl ethyl ketone)  16 đöìĉúĊîÙúĂĕøéŤ (methylene chloride) ĀøĂČ 67-64-1 ĕéÙúĂēøöđĊ ìî (dichloromethane) 17 ĂąàēĊ êî (acetone)

รวมกฎหมายยาเสพติด 85 พระราชบัญญัติยาเสพติดใหโทษ พ.ศ. ๒๕๒๒ (แกไขลาสุด พ.ศ. ๒๕๖๐) และ พระราชบัญญัติวัตถุที่ออกฤทธิ์ตอจิตและประสาท พ.ศ. ๒๕๕๙ ระเบยี บคณะกรรมการปองกันและปราบปรามยาเสพตดิ วา ดวยการแตง ตง้ั การปฏิบตั ิหนาทีแ่ ละการกํากับดแู ล การปฏบิ ตั ิหนา ท่ีของเจา พนักงาน ป.ป.ส. พ.ศ. ๒๕๔๕ อาศัยอํานาจตามความในมาตรา ๔ วรรคสอง แหงพระราชบัญญัติปองกันและปราบ ปรามยาเสพติด พ.ศ. ๒๕๑๙ และมาตรา ๑๔ แหงพระราชบัญญัติปองกันและปราบปราม ยาเสพตดิ พ.ศ. ๒๕๑๙ ซ่งึ แกไ ขเพ่มิ เติมโดยพระราชบญั ญตั ปิ องกันและปราบปรามยาเสพติด (ฉบบั ท่ี ๔) พ.ศ. ๒๕๔๕ อันเปนพระราชบญั ญัติท่มี บี ทบญั ญัติบางประการเกยี่ วกับการจํากัด สิทธิและเสรีภาพของบุคคลซึง่ มาตรา ๒๙ ประกอบกบั มาตรา ๓๑ มาตรา ๓๕ มาตรา ๓๗ มาตรา ๔๘ มาตรา ๒๓๗ และมาตรา ๒๓๘ ของ รัฐธรรมนูญแหง ราชอาณาจกั รไทยบัญญัตใิ ห กระทําไดโดยอาศัยอํานาจตามบทบัญญัติแหงกฎหมาย คณะกรรมการปองกันและปราบปราม ยาเสพติด จึงออกระเบยี บไว ดังตอไปนี้ ขอ ๑ ระเบียบนี้ เรียกวา “ระเบียบคณะกรรมการปองกันและปราบปรามยาเสพติด วา ดว ยการแตง ตง้ั การปฏบิ ตั หิ นา ทแ่ี ละการกาํ กบั ดแู ลการปฏบิ ตั หิ นา ทข่ี องเจา พนกั งาน ป.ป.ส. พ.ศ. ๒๕๔๕” ขอ ๒ ระเบยี บนใ้ี หใ ชบ งั คบั ตง้ั แตว นั ถดั จากวนั ประกาศในราชกจิ จานเุ บกษาเปน ตน ไป๑ ขอ ๓ ใหยกเลิกระเบียบคณะกรรมการปองกันและปราบปรามยาเสพติด วาดวยการ แตง ตง้ั การปฏบิ ตั หิ นา ทแ่ี ละการกาํ กบั ดแู ลการปฏบิ ตั หิ นา ทข่ี องเจา พนกั งาน ป.ป.ส. พ.ศ. ๒๕๔๑ ขอ ๔ ระเบียบ ประกาศ ขอบังคับ คําสั่งหรือแนวปฏิบัติอื่นใดซึ่งมีกําหนดไวแลวใน ระเบียบนี้ หรอื ซงึ่ ขดั หรือแยง กบั ระเบยี บน้ี ใหใ ชระเบยี บน้แี ทน ขอ ๕ ในระเบยี บนี้ ๒“คณะกรรมการ” หมายความวา คณะกรรมการปองกันและปราบปรามยาเสพติด และใหหมายความรวมถึงคณะอนุกรรมที่คณะกรรมการแตงตั้งใหพิจาณาอนุมัติการแตงต้ัง เจาพนักงานตามระเบียบน้ี “ผบู งั คบั บญั ชาหวั หนา หนว ยงาน” หมายความวา ผซู ง่ึ ดาํ รงตาํ แหนง ตง้ั แตผ อู าํ นวยการกอง ผูบังคับการตํารวจ ผูบังคับการกรมหรือเทียบเทาขึ้นไป ซึ่งเปนผูบังคับบัญชาโดยตรงของ เจาพนกั งาน ป.ป.ส. หรือผซู งึ่ จะไดร ับการแตงตง้ั เปนเจา พนักงาน ป.ป.ส. ๑ ประกาศในราชกิจจานุเบกษา เลม ๑๒๐ ตอนพเิ ศษ ๑๒ ง ลงวันท่ี ๒๙ มกราคม ๒๕๔๖ ๒ บทนิยามคําวา “คณะกรรมการ” เพิ่มเติมโดย ระเบียบคณะกรรมการปองกันและปราบปรามยาเสพติด วาดวยการ แตงตั้ง การปฏบิ ัตหิ นาท่ีและการกํากบั ดแู ลการปฏบิ ัตหิ นาท่ขี องเจา พนักงาน ป.ป.ส. (ฉบับท่ี ๒) พ.ศ. ๒๕๕๗ ขอ ๓

86 รวมกฎหมายยาเสพติด พระราชบัญญัติยาเสพติดใหโทษ พ.ศ. ๒๕๒๒ (แกไขลาสุด พ.ศ. ๒๕๖๐) และ พระราชบัญญัติวัตถุที่ออกฤทธิ์ตอจิตและประสาท พ.ศ. ๒๕๕๙ “เจาพนักงาน ป.ป.ส.” หมายความวา ผูซึ่งเลขาธิการ แตงตั้งใหเปนเจาพนักงานตาม พระราชบญั ญตั ิปอ งกนั และปราบปรามยาเสพติด พ.ศ. ๒๕๑๙ “บัตรประจําตัว” หมายความวา เอกสารมอบหมายที่เลขาธิการมอบไวประจําตัว เจาพนักงาน ป.ป.ส. ตามมาตรา ๑๔ ขอ ๖ ใหเลขาธกิ ารเปน ผูร ักษาการตามระเบยี บนี้ และใหม อี ํานาจออกระเบียบประกาศ หรอื คาํ สัง่ เพ่ือปฏบิ ตั กิ ารตามระเบียบนี้ หมวด ๑ คณุ สมบตั แิ ละการแตง ตัง้ เจาพนกั งาน ป.ป.ส. ๓ขอ ๗ ผูซ ึง่ จะไดรบั การแตงต้งั เปน เจาพนักงาน ป.ป.ส. ตองมคี ณุ สมบตั ิ ดงั นี้ (๑) เปน ขา ราชการพลเรอื นสามญั ตาํ แหนง ประเภทบรหิ าร ตาํ แหนง ประเภทอาํ นวยการ ตําแหนง ประเภทวชิ าการ หรือตาํ แหนงประเภททวั่ ไประดบั ชํานาญงานข้นึ ไป (๒) เปน ขาราชการตํารวจ หรอื ขาราชการทหารชน้ั สญั ญาบตั ร (๓) เปน ขา ราชการกรงุ เทพมหานคร ประเภทขา ราชการกรงุ เทพมหานครสามญั ตาํ แหนง ผอู ํานวยการเขต (๔) เปนพนักงานเมืองพัทยา ประเภทอํานวยการทองถิ่นระดับสูง ตําแหนงหัวหนา สํานักปลัดเมืองพัทยา (๕) เปนผูที่ไดรับมอบหมายเปนลายลักษณอักษรจากผูบังคับบัญชาหัวหนาหนวยงาน ใหม ีหนาท่ปี ราบปรามผกู ระทําความผดิ ตามกฎหมายเกย่ี วกบั ยาเสพติด และ (๖) เปนผูที่ไมเคยมีประวัติมัวหมองเกี่ยวกับยาเสพติด การทุจริตและประพฤติมิชอบ ในวงราชการ หรอื บกพรองในศีลธรรมอนั ดี ขอ ๘ ใหหัวหนาสวนราชการที่มีฐานะเปนกรมหรือเทียบเทากรมขึ้นไป เสนอชื่อ ผูมีคุณสมบัติในสังกัดตามขอ ๗ ที่เห็นสมควรไดรับการแตงตั้งเปนเจาพนักงาน ป.ป.ส. ตอเลขาธิการตามหลกั เกณฑและวธิ ีการท่ีเลขาธกิ ารกาํ หนด ขอ ๙ ใหเ ลขาธิการพิจารณาเสนอชื่อบุคคลตามขอ ๘ ใหค ณะกรรมการพิจารณาอนุมัติ การแตงตั้ง และเสนอดวยวาจะกําหนดใหผูนั้นมีอํานาจหนาที่ตามที่บัญญัติไวในมาตรา ๑๔ วรรคหนงึ่ ทั้งหมดหรอื แคบ างสว นหรือจะตองไดรบั อนมุ ตั ิจากบุคคลใดกอ นดําเนนิ การ ขอ ๑๐ เมื่อคณะกรรมการไดอนุมัติการแตงตั้งและใหความเห็นชอบในการกําหนด อํานาจหนาทผ่ี ูที่เลขาธิการเสนอแลว ใหเลขาธกิ ารมีคําส่ังแตง ตั้งผูนั้นเปนเจา พนักงาน ป.ป.ส. ๓ ขอ ๗ เดมิ ถกู ยกเลกิ โดย ระเบยี บคณะกรรมการปองกันและปราบปรามยาเสพติด วาดวยการแตง ตงั้ การปฏบิ ตั ิหนาที่ และ การกาํ กบั ดูแลการปฏบิ ัติหนา ท่ีของเจาพนกั งาน ป.ป.ส. (ฉบับท่ี ๓) พ.ศ. ๒๕๖๐ ขอ ๓ และใหใ ชความตอ ไปนีแ้ ทน

รวมกฎหมายยาเสพติด 87 พระราชบัญญัติยาเสพติดใหโทษ พ.ศ. ๒๕๒๒ (แกไขลาสุด พ.ศ. ๒๕๖๐) และ พระราชบัญญัติวัตถุที่ออกฤทธิ์ตอจิตและประสาท พ.ศ. ๒๕๕๙ หากภายหลังเลขาธิการเห็นสมควรเปลี่ยนแปลงอํานาจหนาที่ของเจาพนักงาน ป.ป.ส. ผใู ดใหเลขาธกิ ารเสนอตอคณะกรรมการเพื่อใหความเห็นชอบ แลวดาํ เนินการแกไ ขเปล่ยี นแปลง คําส่งั ตามวรรคหน่ึงใหเปน ไปตามนั้น ขอ ๑๑ เม่ือมีคาํ สัง่ แตง ตั้งผใู ดเปนเจาพนักงาน ป.ป.ส. และผนู ั้นไดผา นการฝก อบรม เกี่ยวกบั การปฏิบตั หิ นาทีต่ ามหลักสูตรทเ่ี ลขาธกิ ารกําหนดแลว ใหเลขาธิการออกบตั รประจําตวั ใหแกผูนั้น บัตรประจําตัวดังกลาวใหเป็นไปตามแบบที่เลขาธิการกําหนดและประกาศ ในราชกจิ จานุเบกษา ใหบัตรประจําตวั มอี ายสุ องป นบั แตว ันออกบตั ร ใหเ จา พนกั งาน ป.ป.ส. แจง ตอ เลขาธกิ ารเพอ่ื ขอมบี ตั รประจาํ ตวั ใหมไ ดภ ายในสามสบิ วนั กอ นวนั ทบ่ี ตั รดงั กลา วจะสน้ิ อายุ โดยใหแ นบคาํ รบั รองของผบู งั คบั บญั ชาหวั หนา หนว ยงานไปดว ย ท้งั น้ี ตามแบบและ วธิ กี ารท่ีเลขาธิการกาํ หนด ขอ ๑๒ การเปนเจาพนักงาน ป.ป.ส. สนิ้ สดุ ลงเมอื่ (๑) ผูน้นั ขาดคุณสมบัติตามขอ ๗ (๒) ผูบังคับบญั ชาหวั หนาหนวยงานของผนู ั้นเสนอใหยกเลกิ การแตง ตั้ง (๓) ผนู น้ั ไมด าํ เนนิ การขอมบี ตั รประจาํ ตวั ใหมเ มอ่ื บตั รประจาํ ตวั สน้ิ อายเุ กนิ กวา หกเดอื น (๔) ผูนั้นฝาฝนหรือไมปฏิบัติอยางหนึ่งอยางใดตามที่กําหนดในหมวด ๒ หรือหมวด ของระเบยี บนี้ หรือ (๕) เลขาธกิ ารเหน็ สมควรใหยกเลิกการแตง ต้ัง ใหเ ลขาธกิ ารมคี าํ สง่ั ยกเลกิ คาํ สง่ั แตง ตง้ั เจา พนกั งาน ป.ป.ส. ตามวรรคหนง่ึ และรายงาน ใหคณะกรรมการทราบ หมวด ๒ การปฏิบตั ิหนาทีข่ องเจาพนกั งาน ป.ป.ส. ขอ ๑๓ การปฏบิ ตั หิ นา ทต่ี ามมาตรา ๑๓ ตรี ใหเ จา พนกั งาน ป.ป.ส. ปฏบิ ตั ติ ามประกาศ สาํ นกั นายกรฐั มนตรี เรอ่ื ง มาตรการปอ งกนั และปราบปรามการกระทาํ ความผดิ เกย่ี วกบั ยาเสพตดิ ในสถานประกอบการและประกาศสํานักนายกรัฐมนตรี เรื่อง กําหนดหลักเกณฑ วิธีการและ เงื่อนไขในการสั่งปดชั่วคราว หรือการพักใชใบอนุญาตประกอบการของสถานประกอบการที่มี การกระทําความผิดเกี่ยวกับ ยาเสพติด เมื่อดําเนินการเสร็จใหรายงานตามแบบที่เลขาธิการ กาํ หนด แลวสง ใหเ ลขาธิการทราบภายใน ๑๕ วนั นบั แตวันตรวจพบ ขอ ๑๔ การเขาไปในเคหสถานหรือสถานท่เี พ่ือตรวจคน จะตอ งมคี าํ สัง่ หรือหมายศาล เวน แตมีเหตุใหคน โดยไมต องมคี ําสัง่ หรือหมายศาล

88 รวมกฎหมายยาเสพติด พระราชบัญญัติยาเสพติดใหโทษ พ.ศ. ๒๕๒๒ (แกไขลาสุด พ.ศ. ๒๕๖๐) และ พระราชบัญญัติวัตถุที่ออกฤทธิ์ตอจิตและประสาท พ.ศ. ๒๕๕๙ การดําเนินการตามวรรคหนึ่ง ใหเจาพนักงาน ป.ป.ส. จัดการตามหมายคน แลวให บันทึกรายละเอียดในการคนนั้นวาจัดการตามหมายไดหรือไม และสงบันทึกนั้นไปยังศาล ที่ออกหมายภายในระยะเวลาที่ศาลกาํ หนด ใหน าํ ความในขอ ๑๕ มาใชบังคบั โดยอนโุ ลม ขอ ๑๕ ในการเขาไปในเคหสถานหรอื สถานทตี่ ามมาตรา ๑๔ (๑) ใหเจาพนกั งาน ป.ป.ส. ปฏิบตั ดิ งั น้ี (๑) แจง ใหผ บู งั คบั บญั ชาชน้ั เหนอื ขน้ึ ไปหนง่ึ ระดบั ทราบกอ นดาํ เนนิ การ เวน แตเ ปน กรณี เรง ดว น ใหด ําเนินการไปกอ นแลว รายงานใหทราบโดยเร็ว (๒) กอ นลงมอื ตรวจคน ตอ งแสดงความบรสิ ทุ ธแ์ิ ละแสดงบตั รประจาํ ตวั ตอ ผคู รอบครอง ผดู ูแลหรอื บคุ คลในครอบครวั ของผนู ้นั (๓) การคนใหคนตอหนาบุคคลใน (๒) หากหาบุคคลดังกลาวไมได ก็ใหคนตอหนา บคุ คลอ่ืนอยา งนอยสองคน ซึ่งเจา พนกั งาน ป.ป.ส. ไดร อ งขอใหมาเปน พยาน กรณที ล่ี งมอื คน ในเวลากลางวนั ถา ยงั ไมเ สร็จจะคนตอไปในเวลากลางคืนกไ็ ด (๔) ทาํ บนั ทกึ ระบเุ หตอุ นั ควรสงสยั ตามสมควรและเหตอุ นั ควรเชอ่ื ทท่ี าํ ใหส ามารถเขา คน ได ใหไ วแ กผ คู รอบครองเคหสถาน หรอื สถานทค่ี น ตามแบบทเ่ี ลขาธกิ ารกาํ หนด แตถ า ไมม ผี คู รอบครอง อยู ณ ทีน่ ้นั ใหเ จา พนักงาน ป.ป.ส. สงมอบสําเนาบนั ทึกดงั กลา วใหแ กผ คู รอบครองเคหสถาน หรือสถานที่คนในทนั ทที ่ีกระทําได (๕) เมื่อคนเสร็จใหบันทึกรายละเอียดแหงการคนและบัญชีสิ่งของที่คนไดแลวอานให บุคคล ตาม (๒) หรือพยานบุคคลตาม (๓) ฟง และลงลายมอื ชอื่ รับรองไว หากบคุ คลดงั กลา ว ไมย อมลงลายมือชอ่ื ใหหมายเหตุไวในบันทึกการคน แลว รายงานการคน ใหผ ูบังคบั บัญชาทราบ (๖) ทํารายงานตามแบบที่เลขาธิการกําหนด พรอมสําเนาบันทึกการคนใหเลขาธิการ ทราบภายใน ๑๕ วัน นับแตวนั คน (๗) การคน ในเวลากลางคนื ภายหลงั พระอาทติ ยต ก นอกจากตอ งปฏบิ ตั ติ าม (๑) - (๖) แลวเจาพนกั งาน ป.ป.ส. ผเู ปนหัวหนา ในการเขา คนตอ งเปน ขาราชการพลเรอื นสามัญ ตาํ แหนง ประเภทบริหาร ตาํ แหนง ประเภทอาํ นวยการ ตาํ แหนงประเภทวิชาการระดบั ชาํ นาญการขึน้ ไป ตําแหนงประเภททั่วไประดับอาวุโสขึ้นไป หรือขาราชการตํารวจตําแหนงตั้งแตสารวัตรหรือ เทียบเทาขึน้ ไป หรือขา ราชการทหารตาํ แหนง ต้งั แตผบู ังคบั กองรอยหรือเทยี บเทา ขึ้นไป ขอ ๑๖ การคนบุคคลหรือยานพาหนะตามมาตรา ๑๔ (๒) ใหเจาพนักงาน ป.ป.ส. ปฏิบัตดิ งั นี้ ๔ ขอ ๑๕ (๗) เดมิ ถกู ยกเลกิ โดย ระเบยี บคณะกรรมการปอ งกนั และปราบปรามยาเสพตดิ วา ดว ยการแตง ตง้ั การปฏบิ ตั หิ นา ท่ี และการกํากับดูแลการปฏบิ ัติหนา ทข่ี องเจาพนกั งาน ป.ป.ส. (ฉบับท่ี ๒) พ.ศ. ๒๕๕๗ ขอ ๕ และใหใ ชความตอไปนี้แทน

รวมกฎหมายยาเสพติด 89 พระราชบัญญัติยาเสพติดใหโทษ พ.ศ. ๒๕๒๒ (แกไขลาสุด พ.ศ. ๒๕๖๐) และ พระราชบัญญัติวัตถุที่ออกฤทธิ์ตอจิตและประสาท พ.ศ. ๒๕๕๙ (๑) กอ นลงมอื ตรวจคน ตอ งแสดงความบรสิ ทุ ธแ์ิ ละแสดงบตั รประจาํ ตวั ตอ ผทู จ่ี ะถกู คน หรอื ผูครอบครองยานพาหนะ (๒) เมื่อคนเสร็จใหบันทึกรายละเอียดแหงการคนและบัญชีสิ่งของที่คนได แลวอานให บุคคลตาม (๑) ฟงและลงลายมือชื่อรับรองไว หากบุคคลดังกลาวไมยอมลงลายมือชื่อ ใหห มายเหตไุ วใ นบนั ทกึ การคน แลวรายงานการคนใหผ ูบังคับบัญชาทราบ (๓) ทํารายงานตามแบบที่เลขาธิการกําหนด พรอมสําเนาบันทึกการคนใหเลขาธิการ ทราบภายใน ๑๕ วัน นับแตวันคน ขอ ๑๗ การปฏิบตั ิหนาท่ตี ามมาตรา ๑๔ (๓) ใหเ จาพนกั งาน ป.ป.ส. ปฏบิ ตั ดิ งั นี้ (๑) กรณีจบั ตามหมายจับ เมอื่ พบผกู ระทาํ ความผิดตามหมายจบั ใหแ สดงหมายจบั และบตั รประจาํ ตัวตอ ผูน ั้น กอ นจบั กมุ หากมีเหตอุ ันควรสงสัยวาผกู ระทําความผดิ ตามหมายจบั จะหลบหนี ใหดาํ เนินการจบั กมุ ไปกอ น แลวแสดงหมายจบั และบตั รประจาํ ตวั (๒) กรณจี ับโดยไมม ีหมายจับใหแสดงบัตรประจําตัวตอผนู ้นั กอ นจบั กุม (๓) ใหเจาพนกั งาน ป.ป.ส. ผทู าํ การจับ เอาตวั ผถู ูกจับไปยงั ท่ีทําการของเจา พนักงาน ป.ป.ส. หรือของพนักงานสอบสวนโดยทันที และเมื่อถึงที่นั้นแลว ใหแจงขอกลาวหาและ รายละเอียดแหงการจับใหผูถูกจับทราบโดยไมชักชา ถามีหมายจับใหแจงผูถูกจับทราบและ อานใหฟ ง (๔) ใหแ จง ผูถ กู จับวาถอยคําท่ผี ูถูกจับกลา วนนั้ อาจใชเปนพยานหลกั ฐานยนั เขาในการ พจิ ารณาคดีได (๕) ทําบันทึกการจับกุมและใหผูถูกจับลงลายมือชื่อไว หากผูถูกจับไมยอมลงลายมือ ชื่อ ใหห มายเหตไุ วใ นบนั ทึกการจับกุม (๖) ทาํ รายงานตามแบบทเ่ี ลขาธกิ ารกาํ หนด พรอ มสาํ เนาบนั ทกึ การจบั กมุ ใหเ ลขาธกิ าร ทราบภายใน ๑๕ วนั นบั แตวนั จบั กุม ขอ ๑๘ การปฏบิ ัติหนาที่ตามมาตรา ๑๔ (๔) ใหเ จาพนักงาน ป.ป.ส. ปฏบิ ตั ิดงั น้ี (๑) ทําบันทึกการยึดหรืออายัดพรอมบัญชีเกี่ยวกับยาเสพติดที่มีไวโดยไมชอบดวย กฎหมายและทรพั ยส นิ อน่ื ใดทไ่ี ดใ ชห รอื จะใชใ นการกระทาํ ความผดิ หรอื ทอ่ี าจใชเ ปน พยานหลกั ฐาน (๒) ทาํ รายงานตามแบบทเี่ ลขาธิการกําหนดพรอมสาํ เนาบันทึกการยึดหรืออายดั สงให เลขาธิการทราบภายใน ๑๕ วนั นบั แตว นั ท่ยี ึดหรืออายัด หรอื บนั ทกึ การยดึ หรอื อายัดไวท า ย รายงานตามขอ ๑๕ (๖) ขอ ๑๖ (๓) หรือขอ ๑๗ (๖) แลวแตกรณี ขอ ๑๙ การปฏิบตั ติ ามมาตรา ๑๔ (๖) ใหเ จาพนกั งาน ป.ป.ส. ปฏบิ ัตดิ งั น้ี (๑) การสอบสวนผูตองหาในคดีความผิดเกี่ยวกับยาเสพติด ใหแจงขอกลาวหาและ รายละเอียด แหงการจับใหผูตอ งหาทราบ ถามหี มายจับใหแจงผตู องหาทราบ

90 รวมกฎหมายยาเสพติด พระราชบัญญัติยาเสพติดใหโทษ พ.ศ. ๒๕๒๒ (แกไขลาสุด พ.ศ. ๒๕๖๐) และ พระราชบัญญัติวัตถุที่ออกฤทธิ์ตอจิตและประสาท พ.ศ. ๒๕๕๙ (๒) แจงสิทธิของผูตองหาที่จะไมใหถอยคําเปนปฏิปกษตอตนเองอันอาจทําใหตนถูก ฟอ งคดอี าญา (๓) แจง สทิ ธขิ อใหเ จา พนกั งานแจง ใหญ าตหิ รอื ผซู ง่ึ ผถู กู จบั หรอื ผตู อ งหาไวว างใจทราบ ถึงการถกู จบั และสถานท่ีที่ถกู ควบคุมในโอกาสแรก (๔) แจงสิทธิในการพบและปรึกษาทนายความเปนการเฉพาะตัว สิทธิไดรับการเยี่ยม ตามสมควร และสทิ ธไิ ดร ับการรักษาพยาบาลโดยเรว็ เมือ่ เกิดการเจ็บปวย (๕) ทําบนั ทึกรายละเอียดแหง การสอบสวน โดยระบสุ ทิ ธขิ องผตู อ งหาตาม (๑) - (๔) พรอมท้ังระบุวาผูตองหาปฏิเสธหรือยินยอมใหสอบปากคําดวยความสมัครใจพรอมรายละเอียด เกย่ี วกบั ขอ เทจ็ จรงิ หรอื พฤตกิ ารณ ในการกระทาํ ความผดิ เกย่ี วกบั ยาเสพตดิ เมอ่ื ทาํ บนั ทกึ เสรจ็ แลว ใหอ า นใหผ ตู อ งหาฟง และลงลายมอื ชอ่ี รบั รองไว หากผตู อ งหาไมย อมลงลายมอื ชอ่ื ใหห มายเหตุ ไวในบันทึกการสอบสวน ขอ ๒๐ การปฏบิ ตั ิหนาทต่ี ามมาตรา ๑๔ (๗) ใหเ จาพนักงาน ป.ป.ส. ปฏิบัตดิ งั นี้ (๑) ทําหนงั สือโดยระบุ ชอ่ื ตาํ แหนง สังกัด และอาํ นาจ ทีไ่ ดรบั มอบหมายมอบใหกบั ผเู ก่ียวของทกุ ครงั้ (๒) ทํารายงานตามแบบที่เลขาธิการกําหนด สงใหเลขาธิการทราบภายใน ๑๕ วัน นับแตวนั ที่ไดปฏบิ ตั หิ นาที่ ขอ ๒๑ การปฏิบัติหนาที่ตามมาตรา ๑๔ ทวิ ใหเจาพนักงาน ป.ป.ส. ปฏิบัติตาม ประกาศคณะกรรมการปอ งกันและปราบปรามยาเสพติด เรอ่ื ง กาํ หนดหลกั เกณฑ วิธีการและ เงื่อนไขการตรวจหรือ ทดสอบวาบุคคล หรือกลุมบุคคลใดมีสารเสพติดอยูในรางกายหรือไม แลวใหรายงานตามแบบที่เลขาธิการกําหนดสงใหเลขาธิการทราบภายใน ๑๕ วัน นับแตวันที่ ดาํ เนนิ การเสร็จ ขอ ๒๒ การปฏิบัติหนาที่ตามมาตรา ๑๔ ตรี ใหเจาพนักงาน ป.ป.ส. ขอความ ชว ยเหลือจากบคุ คลในการปฏบิ ตั หิ นาทตี่ ามลาํ ดับ ดงั ตอ ไปน้ี (๑) เจา พนักงานฝายปกครองหรอื ตํารวจ (๒) เจา พนักงาน ขา ราชการ พนักงานสว นทองถ่นิ พนักงานองคการหรอื หนว ยงาน ของรฐั หรือพนกั งานรัฐวสิ าหกจิ (๓) บคุ คลทวั่ ไป การปฏิบัติหนาที่ตามวรรคหนึ่งจะบังคับใหบุคคลใดชวยเหลือโดยอาจเกิดอันตรายแก บุคคลนนั้ ไมได และใหบนั ทกึ รายละเอยี ดการชวยเหลอื ไวท ายรายงาน หรือบันทกึ ตามขอ ๑๕ (๕) ขอ ๑๖ (๒) ขอ ๑๗ (๕) หรือขอ ๒๑ แลวแตกรณี

รวมกฎหมายยาเสพติด 91 พระราชบัญญัติยาเสพติดใหโทษ พ.ศ. ๒๕๒๒ (แกไขลาสุด พ.ศ. ๒๕๖๐) และ พระราชบัญญัติวัตถุที่ออกฤทธิ์ตอจิตและประสาท พ.ศ. ๒๕๕๙ ขอ ๒๓ การปฏบิ ัติหนาทต่ี ามมาตรา ๑๔ จัตวา ใหเจาพนักงาน ป.ป.ส. ปฏบิ ตั ิตาม ระเบียบคณะกรรมการปองกนั และปราบปรามยาเสพตดิ วา ดวยการไดมา การใชป ระโยชนและ การเกบ็ รักษาขอ มลู ขา วสาร ๕ขอ ๒๔ การควบคมุ ผถู กู จบั เพอ่ื สอบสวนตามมาตรา ๑๕ จะกระทาํ ไดเ ฉพาะเพอ่ื ประโยชน ในการสอบสวนผูถูกจับเพ่ือรวบรวมพยานหลักฐานเกี่ยวกับการกระทําความผิดตามกฎหมาย เกีย่ วกับยาเสพตดิ เทา นน้ั ในกรณที เี่ จาพนักงาน ป.ป.ส. ทเ่ี ปนขาราชการตง้ั แตระดบั หา หรือ เทียบเทาลงมา เปน ผคู วบคมุ ผถู ูกจบั จะตอ งไดรบั ความเหน็ ชอบจากผูบังคบั บญั ชาเหนือข้ึนไป หนึ่งระดับหากจะควบคุมเกินยี่สิบสี่ชั่วโมง ตองไดรับความเห็นชอบจากผูบังคับบัญชาหัวหนา หนว ยงาน เมอ่ื มกี ารควบคมุ ตามวรรคหนง่ึ ใหบ นั ทกึ การควบคมุ ไวท า ยรายงานตามขอ ๑๗ (๕) ดว ย หมวด ๓ การกํากับดแู ล ขอ ๒๕ เพื่อประโยชนของคณะกรรมการในการกํากับดูแลและติดตามประเมินผลการ ปฏิบัตกิ ารตามระเบียบนี้ ใหเ จาพนกั งาน ป.ป.ส. ปฏิบตั ิดังตอ ไปนี้ (๑) กรณที ไ่ี ดป ฏิบตั หิ นาท่ีตามมาตรา ๑๓ ตรี มาตรา ๑๔ มาตรา ๑๔ ทวิ มาตรา ๑๔ ตรี มาตรา ๑๔ จตั วา หรือมาตรา ๑๕ แลว ใหร ายงานเลขาธกิ ารทราบทุกคร้ัง ตามทกี่ ําหนดไว ในหมวด ๒ (๒) กรณีมีหนาที่กํากับดูแลบังคับบัญชาการปราบปรามยาเสพติด ใหรายงานความ กา วหนาในการปฏบิ ัติหนา ทข่ี องหนว ยงานในสังกดั ใหเลขาธกิ ารทราบ อยางนอ ยปล ะหนง่ึ ครงั้ ตามแบบท่เี ลขาธิการกาํ หนด (๓) กรณีที่ไดรับขอมูลขาวสารเกี่ยวกับพฤติการณของผูคายาเสพติดหรือสถานการณ การแพรระบาดของยาเสพติดในพื้นท่ี ใหส งขอมูลขาวสารดังกลา ว ใหเ ลขาธกิ ารทราบตามแบบ ท่เี ลขาธกิ ารกาํ หนด (๔) กรณที ีไ่ ดร บั การรอ งขอจากเจาพนักงาน ป.ป.ส. ตา งสงั กดั หรอื ผทู ี่เลขาธิการมอบ หมายเกี่ยวกับการปองกันและปราบปรามยาเสพติด ใหรายงานผลการปฏิบัติตามคํารองขอดัง กลาวใหเ ลขาธิการทราบ ตามแบบทเี่ ลขาธกิ ารกําหนด ขอ ๒๖ การควบคมุ ผถู กู จบั เพอ่ื สอบสวนตามมาตรา ๑๕ จะกระทาํ ไดเ ฉพาะเพอ่ื ประโยชน ในการสอบสวนผูถูกจับเพื่อรวบรวมพยานหลักฐานเก่ียวกับการกระทําความผิดตามกฎหมาย ๕ ขอ ๒๔ วรรคหนึ่ง เดิมถูกยกเลกิ โดย ระเบยี บคณะกรรมการปอ งกนั และปราบปรามยาเสพตดิ วาดวยการแตงต้งั การปฏบิ ตั ิ หนา ท่ีและ การกํากับดแู ลการปฏบิ ตั หิ นาทขี่ องเจาพนักงาน ป.ป.ส. (ฉบบั ที่ ๒) พ.ศ. ๒๕๕๗ ขอ ๖ และใหใชค วามตอไปนีแ้ ทน

92 รวมกฎหมายยาเสพติด พระราชบัญญัติยาเสพติดใหโทษ พ.ศ. ๒๕๒๒ (แกไขลาสุด พ.ศ. ๒๕๖๐) และ พระราชบัญญัติวัตถุที่ออกฤทธิ์ตอจิตและประสาท พ.ศ. ๒๕๕๙ เกย่ี วกบั ยาเสพตดิ เทา นน้ั ในกรณที เ่ี จา พนกั งาน ป.ป.ส. ทเ่ี ปน ขา ราชการพลเรอื นสามญั ตาํ แหนง ประเภทวชิ าการระดบั ปฏบิ ตั กิ าร ตาํ แหนง ประเภททว่ั ไประดบั ชาํ นาญงานหรอื ขา ราชการตาํ รวจ ชั้นยศต้ังแตรอยตํารวจเอกลงมาหรือขาราชการทหารชั้นยศต้ังแตรอยเอกหรือเทียบเทาลงมา เปน ผคู วบคมุ ผถู กู จบั จะตอ งไดร บั ความเหน็ ชอบจากผบู งั คบั บญั ชาเหนอื ขน้ึ ไปหนง่ึ ระดบั หากจะ ควบคมุ เกินยสี่ ิบส่ีชัว่ โมงตองไดรับความเห็นชอบจากผบู งั คบั บญั ชาหัวหนาหนว ยงาน เมอ่ื เลขาธกิ ารไดร บั รายงานตามวรรคหนง่ึ ใหพ จิ ารณาดาํ เนนิ การชว ยเหลอื ตามควรแกก รณี ขอ ๒๗ เมือ่ เลขาธิการไดรับรายงานการปฏิบัติหนา ท่ีของเจาพนกั งาน ป.ป.ส. ตามขอ ๒๕ และการทีเ่ จาพนกั งาน ป.ป.ส. หรอื ผชู ว ยเหลอื เจาพนกั งาน ป.ป.ส. ตกเปนผตู อ งหาหรือ จาํ เลยตามขอ ๒๖ แลวใหเ ลขาธิการรายงานใหค ณะกรรมการทราบ ประกาศ ณ วันที่ ๒๗ ธันวาคม พ.ศ. ๒๕๔๕ พลเอก ชวลติ ยงใจยุทธ ประธานกรรมการปอ งกนั และปราบปรามยาเสพติด

รวมกฎหมายยาเสพติด 93 พระราชบัญญัติยาเสพติดใหโทษ พ.ศ. ๒๕๒๒ (แกไขลาสุด พ.ศ. ๒๕๖๐) และ พระราชบัญญัติวัตถุที่ออกฤทธิ์ตอจิตและประสาท พ.ศ. ๒๕๕๙ ระเบยี บสาํ นักงานคณะกรรมการปอ งกนั และปราบปรามยาเสพติด วา ดว ยรายละเอียดและแบบหนงั สือ เพื่อปฏบิ ตั ิตามระเบยี บคณะกรรมการปองกนั และ ปราบปรามยาเสพตดิ วา ดวยการตกั เตือน การเปรยี บเทียบปรบั และการปดชัว่ คราวสถานประกอบการ หรือการพักใชใ บอนญุ าตประกอบการ พ.ศ. ๒๕๔๕ (ฉบบั ท่ี ๒) พ.ศ. ๒๕๖๐ โดยท่เี ปนการสมควรปรบั ปรุงแกไขแบบ ป.ป.ส. ๔๕-๑๐๑ ทายระเบยี บสํานักงาน คณะกรรมการปอ งกนั และปราบปรามยาเสพตดิ วา ดว ยรายละเอยี ดและแบบหนงั สอื เพอ่ื ปฏบิ ตั ติ าม ระเบยี บคณะกรรมการปอ งกนั และปราบปรามยาเสพตดิ วา ดว ยการตกั เตอื น การเปรยี บเทยี บปรบั และการปดชั่วคราวสถานประกอบการ หรือการพักใชใบอนุญาตประกอบการ พ.ศ. ๒๕๔๕ พ.ศ. ๒๕๔๖ ใหสอดคลองกับประกาศสํานักนายกรัฐมนตรี ฉบับที่ ๒ (พ.ศ. ๒๕๔๓) เรื่อง มาตรการปองกันและปราบปรามการกระทําความผิดเกี่ยวกับยาเสพติดในสถานประกอบการ ทม่ี ีการปรับปรุงแกไข อาศัยอํานาจตามความในขอ ๕ และ ๖ วรรคสอง แหงระเบียบคณะกรรมการปองกัน และปราบปรามยาเสพติด วาดวยการตักเตือนการเปรียบเทียบปรับ และการปดชั่วคราวสถาน ประกอบการ หรอื การพกั ใชใ บอนญุ าตประกอบการ พ.ศ. ๒๕๔๕ ซง่ึ ออกตามความในมาตรา ๔ วรรคสอง แหง พระราชบญั ญัติปอ งกันและปราบปรามยาเสพติด พ.ศ. ๒๕๑๙ เลขาธกิ ารออก ระเบยี บไว ดังตอไปนี้ ขอ ๑ ระเบียบนี้เรียกวา “ระเบียบสํานักงานคณะกรรมการปองกันและปราบปราม ยาเสพติด วาดวยรายละเอียดและแบบหนังสือ เพื่อปฏิบัติตามระเบียบคณะกรรมการปองกัน และปราบปรามยาเสพตดิ วา ดว ยการตักเตอื น การเปรียบเทยี บปรบั และการปดชัว่ คราวสถาน ประกอบการ หรอื การพักใชใบอนญุ าตประกอบการ พ.ศ. ๒๕๔๕ (ฉบับท่ี ๒) พ.ศ. ๒๕๖๐” ขอ ๒ ระเบยี บนีใ้ หใชบังคบั ตั้งแตวันถัดจากวนั ประกาศเปน ตนไป ขอ ๓ ใหย กเลกิ แบบ ป.ป.ส. ๔๕-๑๐๑ ทา ยระเบยี บสาํ นกั งานคณะกรรมการปอ งกนั และ ปราบปรามยาเสพตดิ วา ดว ยรายละเอยี ดและแบบหนงั สอื เพอ่ื ปฏบิ ตั ติ ามระเบยี บคณะกรรมการ ปอ งกันและปราบปรามยาเสพติด วาดว ยการตกั เตือน การเปรยี บเทยี บปรับ และการปดชั่วคราว สถานประกอบการ หรอื การพักใชใบอนุญาตประกอบการ พ.ศ. ๒๕๔๕ พ.ศ. ๒๕๔๖ และใหใช แบบ ป.ป.ส. ๔๕-๑๐๑ ทา ยระเบยี บน้ีแทน ประกาศ ณ วนั ท่ี ๑ เมษายน พ.ศ. ๒๕๖๐ นายศริ ินทรย า สิทธชิ ัย เลขาธกิ ารคณะกรรมการปองกันและปราบปรามยาเสพตดิ

แบบ ป.ป.ส. ๔๕-๑๐๑ (แกไขเพิม่ เตมิ ) หนังสือตกั เตอื น เลขที่ ......../......... ดวยเจาพนกั งานตรวจพบวา เมอ่ื วนั ท.ี่ .........เดอื น.................พ.ศ. ...............เวลา............. ................(ช่ือ-สกุล เจาของ/ผูดําเนนิ กจิ การสถานประกอบการ).............ซึ่งเปน เจาของ/ผดู ําเนนิ กิจการ สถานประกอบการ (ชอ่ื /ประเภท)........................................................................ตง้ั อยทู .่ี ............................. หม.ู ..........ตาํ บล/แขวง............................อาํ เภอ/เขต.....................................จงั หวดั .................................... ยงั มิไดป ฏบิ ัตติ ามประกาศสาํ นกั นายกรฐั มนตรี ฉบบั ที่ ๒ (พ.ศ. ๒๕๔๓) เรอื่ ง มาตรการปอ งกันและ ปราบปรามการกระทาํ ความผดิ เกีย่ วกับยาเสพติดในสถานประกอบการ และท่ีแกไ ขเพิ่มเติม ซึง่ ออกตาม กฎหมายวา ดว ยการปอ งกนั และปราบปรามยาเสพตดิ ในกรณีดงั ตอ ไปน้ี   ไมควบคุม สอดสอง และดูแลพนักงานหรือบุคคลภายนอกไมใหกระทําการหรือมั่วสุมกัน กระทําความผดิ เก่ียวกบั ยาเสพตดิ ในหรือบรเิ วณสถานประกอบการ   ไมตรวจสอบพฤติการณที่เกี่ยวของกับยาเสพติดของบุคคลที่พิจารณาคัดเลือกเปนพนักงาน   ไมจัดอบรมพนกั งานของตนใหมคี วามเขาใจในการปองกันการใชย าเสพตดิ   ไมจ ัดทาํ บนั ทกึ ประวตั ขิ องพนักงานไวป ระจําสถานประกอบการ   ไมใ หค วามรวมมอื ในการแจงเจาพนกั งาน พนกั งานฝา ยปกครองหรอื ตาํ รวจ เมื่อพบการกระ ทําความผดิ เก่ยี วกับยาเสพติดในสถานประกอบการของตน   ไมใ หขอมลู ขาวสารหรอื พฤติการณตา ง ๆ ของบคุ คล ซ่งึ มีเหตุอันควรสงสัยหรอื ควรเชื่อไดวา จะกระทาํ ความผิดเกี่ยวกบั ยาเสพตดิ ในสถานประกอบการของตน   ไมตดิ ปา ยหรือประกาศเตอื นเกยี่ วกบั พษิ ภยั หรืออัตราโทษตามกฎหมายเกีย่ วกับยาเสพติด   ลักษณะ ขนาด หรอื รายละเอยี ดของขอความในปายหรอื ประกาศไมถ ูกตองตามท่ีกาํ หนดไว  ไมจ ัดทําบนั ทกึ รายละเอยี ด ช่อื นามสกุล เลขประจําตวั ประชาชนหรือเลขหนังสือเดนิ ทางของ ผูสงหรอื ผฝู ากเมอื่ รบั มอบสนิ คาหรือพัสดุภัณฑจากผูสงหรือผฝู าก หรอื ของผรู ับสิ่งของหรือ ผรู บั แทนเมอ่ื ไดมกี ารสง มอบสนิ คาหรอื พสั ดุภัณฑ   ไมจ ัดเกบ็ บันทึกรายละเอยี ด ชอ่ื นามสกลุ เลขประจาํ ตวั ประชาชนหรอื เลขหนงั สือเดนิ ทาง ของผูสง หรอื ผูฝาก หรือผรู ับสิ่งของหรอื ผูรับแทน เปน ระยะเวลา ๑๘๐ วัน นบั แตวนั ทไี่ ดจ ดั ทาํ บันทกึ   ไมแ จง เหตโุ ดยเรว็ เมอ่ื พบหรอื มเี หตอุ นั ควรสงสยั วา มยี าเสพตดิ ซกุ ซอ นในสนิ คา หรอื พสั ดภุ ณั ฑ หรอื บรเิ วณสถานประกอบการทีอ่ ยใู นความดแู ล และไมจ ดั สง บันทึกรายละเอยี ด ชื่อ นามสกุล เลขประจาํ ตัวประชาชนหรือเลขหนังสอื เดินทางของผูสงหรือผฝู าก หรอื ของผรู ับส่งิ ของหรอื ผูรับแทน ตอ เจา พนกั งานภายใน ๑๕ วนั นับแตไดท ราบถึงเหตุน้ัน  ไมแ จง ขอ ความใหผ สู ง หรอื ผฝู ากสนิ คา หรอื พสั ดภุ ณั ฑแ ละผรู บั สง่ิ ของดงั กลา วทราบวา ยาเสพตดิ เปนสิ่งของผิดกฎหมายและตองหามในการขนสงโดยเด็ดขาด สิ่งของที่เกี่ยวของอาจใชเปน พยานหลกั ฐานในการดาํ เนนิ คดีตามกฎหมายได

อาศยั อาํ นาจตามขอ ๔ แหงประกาศสาํ นักนายกรัฐมนตรี ฉบับท่ี ๒ (พ.ศ. ๒๕๔๓) เรื่อง มาตรการปองกันและปราบปรามการกระทําความผิดเกี่ยวกับยาเสพติดในสถานประกอบการ ซ่ึงแกไ ขเพม่ิ เติมโดยประกาศสาํ นักนายกรัฐมนตรี ฉบับท่ี ๕ (พ.ศ. ๒๕๕๘) เรือ่ ง มาตรการปองกนั และ ปราบปรามการกระทําความผิดเกี่ยวกับยาเสพติดในสถานประกอบการ ซึ่งออกตามกฎหมายวาดวย การปองกันและปราบปรามยาเสพติด เลขาธิการคณะกรรมการปองกันและปราบปรามยาเสพติด ขอให………………………….... (ชื่อ-สกุล เจาของ/ผูดําเนินกิจการสถานประกอบการ)……..……………….... ปฏิบัติ ในกรณขี างตน ใหเ ปน ไปตามประกาศดังกลาว ตงั้ แตวันท่.ี ...............เดือน.......................พ.ศ. ................ หรอื ภายใน............วนั นบั แตว นั ทถ่ี อื วา ไดร บั หนงั สอื ตกั เตอื นน้ี หากยงั ไมป ฏบิ ตั ติ ามการตกั เตอื น ใหถ อื วา ฝาฝน หรือไมป ฏิบัติตามประกาศนี้ ตองระวางโทษปรบั ตั้งแต ๑๐,๐๐๐ - ๕๐,๐๐๐ บาท …………………………………………(ผูอ อกหนังสือตกั เตือน) .........(ช่ือ-สกลุ /ตําแหนง)......... ออกให เมอ่ื .............เดอื น................................พ.ศ. ........... .................ณ (ช่อื หนว ยงานและสถานท่)ี …………….

96 รวมกฎหมายยาเสพติด พระราชบัญญัติยาเสพติดใหโทษ พ.ศ. ๒๕๒๒ (แกไขลาสุด พ.ศ. ๒๕๖๐) และ พระราชบัญญัติวัตถุที่ออกฤทธิ์ตอจิตและประสาท พ.ศ. ๒๕๕๙ กฎกระทรวง กําหนดชอ่ื ยาเสพติดตามกฎหมายวา ดวยมาตรการในการปราบปราม ผกู ระทําความผดิ เก่ยี วกบั ยาเสพติด พ.ศ. ๒๕๕๙๑ อาศัยอํานาจตามความในบทนิยามคําวา “ยาเสพติด” ในมาตรา ๓ และมาตรา ๔ วรรคหน่งึ แหงพระราชบญั ญัตมิ าตรการในการปราบปรามผกู ระทําความผิดเกีย่ วกับยาเสพติด พ.ศ. ๒๕๓๔ รัฐมนตรวี า การกระทรวงยุติธรรมออกกฎกระทรวงไว ดงั ตอไปน้ี ขอ ๑ ใหย กเลกิ (๑) กฎกระทรวง (พ.ศ. ๒๕๓๕) ออกตามความในพระราชบญั ญตั มิ าตรการในการ ปราบปรามผูก ระทาํ ความผดิ เก่ยี วกับยาเสพติด พ.ศ. ๒๕๓๔ (๒) กฎกระทรวง ฉบบั ที่ ๗ (พ.ศ. ๒๕๔๕) ออกตามความในพระราชบญั ญตั ิมาตรการ ในการปราบปรามผูก ระทําความผดิ เก่ยี วกับยาเสพติด พ.ศ. ๒๕๓๔ ขอ ๒ ยาเสพติดตามกฎหมายวาดวยมาตรการในการปราบปรามผูกระทําความผิด เกี่ยวกบั ยาเสพตดิ มีดงั ตอไปน้ี (๑) กัญชา (Cannabis) (๒) คตี ามีน (Ketamine) (๓) โคคาอนี (Cocaine) (๔) ซาฟรอล (Safrole) (๕) ซูโดอีเฟดรนี (Pseudoephedrine) (๖) เดกซโตรไลเซอรไยด ((+)-Lysergide) หรือแอลเอสดี (LSD) หรือแอลเอสด-ี ๒๕ (LSD 25) (๗) เดกซแอมเฟตามีน (Dexamphetamine) (๘) ไดเมทอกซีโบรโมแอมเฟตามีน (Dimethoxybromoamphetamine, DOB) (๙) ไดเมทอกซีแอมเฟตามนี (Dimethoxyamphetamine, DMA) (๑๐) ๒,๕-ไดเมทอกซ-ี ๔-เอทลิ แอมเฟตามนี (2,5-dimethoxy-4-ethylamphetamine, DOET) (๑๑) ไดเมทลิ แอมเฟตามีน (Dimethylamphetamine) (๑๒) ไตรเมทอกซแี อมเฟตามีน (Trimethoxyamphetamine, TMA) (๑๓) ไนตราซแี พม (Nitrazepam) (๑๔) ไนเมตาซแี พม (Nimetazepam) (๑๕) ฝน (๑๖) พาราเมทอกซีแอมเฟตามีน (Paramethoxyamphetamine, PMA) ๑ ประกาศในราชกิจจานุเบกษา เลม ๑๓๓ ตอนท่ี ๓๖ ก ลงวนั ท่ี ๒๖ เมษายน ๒๕๕๙

รวมกฎหมายยาเสพติด 97 พระราชบัญญัติยาเสพติดใหโทษ พ.ศ. ๒๕๒๒ (แกไขลาสุด พ.ศ. ๒๕๖๐) และ พระราชบัญญัติวัตถุที่ออกฤทธิ์ตอจิตและประสาท พ.ศ. ๒๕๕๙ (๑๗) พชื ฝน (๑๘) ฟนาซีแพม (Phenazepam) (๑๙) เฟนเตอมีน (Phentermine) (๒๐) เฟนนิลโพรพาโนลามีน (Phenylpropanolamine) (๒๑) มอรฟน (Morphine) (๒๒) มดิ าโซแลม (Midazolam) (๒๓) เมทแอมเฟตามนี (Methamphetamine) (๒๔) เมทลิ ีนไดออกซไิ พโรวาเลโรน (Methylenedioxypyrovalerone, MDPV) (๒๕) เมทลิ ลนี ไดออกซีแอมเฟตามีน (Methylenedioxyamphetamine, MDA) (๒๖) ๓,๔-เมทลิ ลนี ไดออกซเี มทแอมเฟตามนี (3,4-methylenedioxymethamphetamine, MDMA) (๒๗) เมทิโลน (Methylone) (๒๘) ๕-เมทอกซี-๓,๔ เมทิลลีนไดออกซีแอมเฟตามีน (5-methoxy-3,4- methylenedioxyamphetamine, MMDA) (๒๙) เมฟโ ดรน (Mephedrone) (๓๐) อาเซตคิ แอนไฮไดรด (Acetic Anhydride) (๓๑) อาเซตลิ คลอไรด (Acetyl Chloride) (๓๒) อเี ฟดรีน (Ephedrine) (๓๓) เอทลิ ิดีน ไดอาเซเตต (Ethylidine Diacetate) (๓๔) แอมเฟตามนี (Amphetamine) (๓๕) ไอโซซาฟรอล (Isosafrole) (๓๖) เฮโรอนี (Heroin) ขอ ๓ ยาเสพติดตามขอ ๒ ใหรวมถึงวัตถุที่เรียกชื่อเปนอยางอื่น แตมีสูตรโครงสราง ทางเคมอี ยางเดยี วกับยาเสพติดดงั กลา ว ขอ ๔ ยาเสพตดิ ตามขอ ๒ ยกเวน (๑) (๔) (๑๗) (๓๐) (๓๑) (๓๓) และ (๓๕) ใหร วมถงึ (๑) ไอโซเมอรใดๆ ของยาเสพติดดงั กลาว ยกเวน ไอโซเมอรอ่ืนของยาเสพติดท่ีไดระบุ ตวั ไอโซเมอรน น้ั ๆ เปน ยาเสพตดิ ใหโ ทษตามกฎหมายวา ดว ยยาเสพตดิ ใหโ ทษหรอื วตั ถอุ อกฤทธ์ิ ตามกฎหมายวา ดวยวตั ถุท่ีออกฤทธ์ิตอจิตและประสาทไวแลว โดยเฉพาะ (๒) เกลือ เอสเทอร และอเี ทอรใ ดๆ ของยาเสพติดดงั กลาว ประกาศ ณ วนั ท่ี ๘ เมษายน พ.ศ. ๒๕๕๙ พลเอก ไพบูลย คมุ ฉายา รัฐมนตรีวาการกระทรวงยตุ ิธรรม

98 รวมกฎหมายยาเสพติด พระราชบัญญัติยาเสพติดใหโทษ พ.ศ. ๒๕๒๒ (แกไขลาสุด พ.ศ. ๒๕๖๐) และ พระราชบัญญัติวัตถุที่ออกฤทธิ์ตอจิตและประสาท พ.ศ. ๒๕๕๙ คําส่งั ศูนยอาํ นวยการปอ งกันและปราบปรามยาเสพตดิ แหง ชาติ ที่ ๑๔ /๒๕๕๙ เรอ่ื ง แนวทางการสบื สวนความผดิ ตามกฎหมายเกย่ี วกบั ยาเสพตดิ ดว ยวธิ กี ารครอบครอง หรือใหมีการครอบครองยาเสพตดิ ภายใตการควบคมุ เพ่ือใหการสืบสวนความผิดตามกฎหมายเกี่ยวกับยาเสพติดดวยวิธีการครอบครองหรือ ใหมีการครอบครองยาเสพติดภายใตการควบคุม โดยการครอบครองชั่วคราวซึ่งยาเสพติดเพื่อ สงตอแกผูตองสงสัยวากระทําความผิดซึ่งอยูภายใตการกํากับ คําสั่งหรือการสะกดรอยติดตาม ของเจาพนักงาน ป.ป.ส. หรือพนักงานฝายปกครองหรือตํารวจ เปนไปดวยความเรียบรอยถูก ตองและเปนไปตามหลักเกณฑ วิธีการและเงื่อนไข ที่กําหนดตามพระราชบัญญัติวิธีพิจารณา คดียาเสพติด พ.ศ. ๒๕๕๐ และกฎกระทรวงวาดวยการครอบครองและใหมีการครอบครอง ยาเสพตดิ ภายใตก ารควบคมุ เพอ่ื การสบื สวนความผดิ ตามกฎหมายเกย่ี วกบั ยาเสพตดิ พ.ศ. ๒๕๕๕ รวมทั้งเพื่อเปนแนวทางในการควบคุมและตรวจสอบการใชอํานาจของเจาพนักงานและ ผูเกยี่ วของอยา งโปรงใสสามารถตรวจสอบไดตลอดเวลา อาศัยอํานาจตามความใน (๓) ของขอ ๑.๒ แหงคําสั่งสํานักนายกรัฐมนตรี ท่ี ๑๕๖/๒๕๕๗ ลงวนั ท่ี ๑๘ ตลุ าคม ๒๕๕๗ เรอ่ื ง จดั ตง้ั ศนู ยอ าํ นวยการปอ งกนั และปราบปราม ยาเสพติดแหงชาติ ประธานกรรมการ/ผูอํานวยการศูนยอํานวยการปองกันและปราบปราม ยาเสพติดแหงชาติ จงึ มคี ําสง่ั ไว ดงั ตอไปน้ี ๑. ใหผขู ออนญุ าตดําเนินการขออนุญาตโดยทาํ เปน หนงั สอื ตามแบบ วยส.๖ ย่นื ตอผมู ี อาํ นาจอนญุ าต โดยตอ งระบเุ หตผุ ล ความจาํ เปน แผนการหรอื วธิ กี ารดาํ เนนิ การ และรายละเอยี ด ตําแหนงหนาที่ ของเจาหนาที่ผูปฏิบัติการ รวมทั้งระยะเวลาในการดําเนินการ ทั้งนี้ใหแนบ หลกั ฐานประกอบการพจิ ารณา ของผูมีอาํ นาจอนญุ าตเพ่มิ เติม ดงั น้ี (๑) รายงานการสืบสวนและรายละเอียดหรือขอมูลเบื้องตนเกี่ยวกับพฤติการณของ ผกู ระทาํ ความผดิ รายสาํ คญั หรอื นายทนุ ทอ่ี ยเู บอ้ื งหลงั หรอื ผทู เ่ี กย่ี วขอ ง พรอ มทง้ั พยานหลกั ฐาน ทเี่ พยี งพอ จะนาํ ไปขอใหศ าลออกหมายจับ หรือรายงานผลการสบื สวนสอบสวนขยายผลทันที ทันใดภายหลังการจับกุมผูตองหาพรอมของกลางยาเสพติด ณ ดานตรวจ จุดตรวจ จุดสกัด และหรือเปนการกระทําความผิดซึ่งหนา โดยไมเคยสืบสวนพฤติการณของผูกระทําความผิด มากอน เพ่อื นาํ ไปสูการขอใหศ าลออกหมายจบั (๒) สาํ เนาบันทกึ ประจาํ วนั เกีย่ วกบั คดี ณ สถานีตาํ รวจในทอ งท่ที ม่ี ีการจบั กุมหรือ ตรวจยึด ยาเสพติดหรือทองที่ที่พบการกระทําความผิดหรือพบยาเสพติดครั้งแรก พรอมทั้ง บนั ทึกรายละเอียดเกีย่ วกบั ชนดิ ประเภท จํานวนหรอื ปริมาณยาเสพตดิ

รวมกฎหมายยาเสพติด 99 พระราชบัญญัติยาเสพติดใหโทษ พ.ศ. ๒๕๒๒ (แกไขลาสุด พ.ศ. ๒๕๖๐) และ พระราชบัญญัติวัตถุที่ออกฤทธิ์ตอจิตและประสาท พ.ศ. ๒๕๕๙ ๒. ใหสํานักงานตํารวจแหงชาติ และสํานักงานคณะกรรมการปองกันและปราบปราม ยาเสพติด รายงานภาพรวมผลการดําเนินการ พรอมใหขอเสนอแนะ ปญหา อุปสรรคและ ขอพิจารณาตอประธาน/ผูอํานวยการศูนยอํานวยการปองกันและปราบปรามยาเสพติด แหง ชาติ ตามแบบแนบทายคาํ สัง่ นี้ ทุก ๓ เดอื น เพอ่ื ประโยชนใ นการควบคมุ และตรวจสอบการ ใชอ ํานาจตามกฎหมาย ๓. ใหสํานักงานคณะกรรมการปองกันและปราบปรามยาเสพติดปรับปรุงแกไขหนังสือ ตามแบบ วยส.๖ ใหสอดคลองกับคําสัง่ นี้ ๔. ใหผูขออนุญาต ผูบังคับบัญชาที่รับรองการขออนุญาต และผูมีอํานาจอนุญาต ซึ่งไดรับมอบหมายจากผูบัญชาการตํารวจแหงชาติหรือเลขาธิการคณะกรรมการปองกันและ ปราบปรามยาเสพติดปฏิบัติตามกฎหมาย กฎกระทรวง ประกาศที่เกี่ยวของและคําสั่งนี้ อยางเครงครัด หากมีการปลอ ยปละละเลย ใหด ําเนนิ การทางวนิ ัยอยา งเด็ดขาด ท้ังนี้ ตงั้ แตบัดน้เี ปน ตนไป สัง่ ณ วันท่ี ๑๑ พฤศจกิ ายน พ.ศ. ๒๕๕๙ พลเอก ไพบลู ย คุมฉายา ประธานกรรมการ/ผูอํานวยการ ศนู ยอํานวยการปองกนั และปราบปรามยาเสพตดิ แหง ชาติ

แบบรายงาน การสบื สวนความผิดตามกฎหมายเก่ียวกับยาเสพตดิ ดว ยวธิ กี ารครอบครองหรือใหมีการครอบครองยาเสพติดภายใตก ารควบคมุ ตามคําส่งั ศอ.ปส. ที.่ ......../๒๕๕๙ หว งระหวางเดอื น…………..…...ถึงเดือน………….……... พ.ศ. .............. การขออนญุ าตครอบครองยาเสพตดิ การพจิ ารณาอนญุ าตครอบครองยาเสพตดิ ผลการปฏบิ ัตกิ าร ขอ พิจารณา/ปญหาอปุ สรรค สังกดั ประเภท จํานวน จาก(สถานท่ี) ถึง(สถานท่ี) ผูอ นญุ าต อนุญาต/ วนั ที่อนุญาต ขยายวนั จับกุม/ออกหมายจบั / ลําดบั วนั ทขี่ อ ผูข อ จํานวน (ตําแหนง ) ไมอนญุ าต (จาํ นวนวนั ) อนญุ าต ไมส ามารถขยายผลได/ อนุญาต อนุญาต ยาเสพตดิ (เม็ด/กรัม/ วนั ทข่ี อ กก.) อนญุ าต (จํานวนวนั ) สญู หาย ๑ ๒ ๓


Like this book? You can publish your book online for free in a few minutes!
Create your own flipbook