Important Announcement
PubHTML5 Scheduled Server Maintenance on (GMT) Sunday, June 26th, 2:00 am - 8:00 am.
PubHTML5 site will be inoperative during the times indicated!

Home Explore การปฐมพยาบาลเบื้องต้น

การปฐมพยาบาลเบื้องต้น

Published by chanikannin, 2020-10-22 08:16:20

Description: First_aid_and_Basic_life_support

Search

Read the Text Version

การปฐมพยาบาลและการกชู้ ีพขัน้ พน้ื ฐาน (First aid and Basic life support) สาหรบั กาลงั พลกองทพั เรอื

2 คานา กรมแพทยท์ หารเรอื มีภารกิจในด้านการบริการทางการแพทย์ เพ่ือความพร้อมของกองทัพเรือ การปฐมพยาบาลกู้ชีพช่วยชีวิตเป็น ภารกิจท่ีสําคัญประการหนึ่ง ในการเตรียมความพร้อมให้กับกําลังพล กองทัพเรือ กรมแพทย์ทหารเรือ โดยคณะกรรมการมาตรฐานการปฐม พยาบาลกู้ชพี ช่วยชีวิต จึงได้จัดทําหลักสูตรการปฐมพยาบาลกู้ชีพช่วยชีวิต ให้กับกําลังพลกองทัพเรือให้เหมาะสมกับคว ามจําเป็นในการ ปฏิบัติภารกิจของหนว่ ย โดยดาํ เนนิ การฝึกอบรมการเป็นผู้สอนการปฐม พยาบาลกู้ชีพช่วยชีวิต ให้กับผู้ท่ีอยู่ประจําตามหน่วยแพทย์ของกองทัพเรือ รวมทัง้ ควบคุมมาตรฐานการปฐมพยาบาลกูช้ พี ช่วยชีวิตอย่างต่อเนอ่ื ง ในการน้ี คณะกรรมการมาตรฐานการปฐมพยาบาลกู้ชีพช่วยชีวิต ได้ดําเนินการจัดทําหนังสือ “การปฐมพยาบาลและการกู้ชีพข้ันพ้ืนฐาน (First aid and Basic life support) สําหรับกําลังพลกองทัพเรือ” เพ่ือใช้ เปน็ แนวทางในการใหก้ ารปฐมพยาบาลกู้ชีพช่วยชีวิต และหวังเป็นอย่างย่ิง วา่ หนงั สอื เลม่ น้จี ะเป็นประโยชน์กับกาํ ลังพลกองทพั เรอื ต่อไป คณะกรรมการ มาตรฐานการปฐมพยาบาลกูช้ ีพชว่ ยชวี ติ

สารบัญ 3 บทนาํ หน้า ความหมายและวตั ถปุ ระสงค์ของการปฐมพยาบาล 1 ข้นั ตอนการปฏบิ ัติเม่อื พบผปู้ ่วยเจบ็ 2 การประเมนิ สถานการณ์ 3 การประเมินสภาพผปู้ ่วยเจบ็ เบื้องตน้ 4 การจดั ท่าในกรณผี ู้ปว่ ยเจบ็ หมดสติ แต่หายใจได้เอง 5 การปฏิบัตกิ ารกู้ชพี ข้นั พนื้ ฐาน 8 ขนั้ ตอนการกู้ชีพขัน้ พน้ื ฐานในผ้ใู หญ่ 9 10 การห้ามเลือดและการปฐมพยาบาลบาดแผล 12 การหา้ มเลอื ด 13 เลือดกําเดาไหล 15 แผลถลอก 16 แผลฟกช้าํ 17 แผลถกู ของมีคมและแผลฉกี ขาด 18 แผลทม่ี อี วัยวะถกู ตัดขาด 19 แผลเปดิ บริเวณผนงั ทรวงอก 20 แผลเปิดบริเวณช่องท้อง 21 แผลที่มวี ัตถุปักคา 22 แผลจากสารเคมี 23 แผลโดนความร้อน 24

สารบญั 4 การปฐมพยาบาลผู้ป่วยกระดูกหัก ข้อเคล็ด ข้อเคลือ่ น หน้า กระดูกหัก 27 ขอ้ เคลด็ 28 ข้อเคล่ือน 30 การยกและเคล่ือนย้ายผ้ปู ว่ ยเจบ็ 31 32 อนั ตรายจากสตั วแ์ ละสารพิษ 40 สุนขั กัด 41 แมลงต่อย 42 งกู ดั 44 งูทะเลกดั 46 สัมผัสพิษแมงกะพรนุ ดอกไมท้ ะเล และปะการงั ไฟ 48 หนามเม่นทะเลตาํ 52 เง่ยี งปลากระเบน ปลาสงิ โต ปลากะรงั หัวโขน และปลาหินตาํ 54 หมกึ สายวงฟ้ากัด และหอยเต้าปนู ตอ่ ย 57 กนิ สัตวท์ ะเลทเี่ ปน็ พษิ 59 กนิ สารพษิ 61 62 ภาวะฉุกเฉินทางอายุรกรรม 63 การสาํ ลัก 66 ชกั 67 การจมนํ้า

การปว่ ยเจ็บจากการดํานาํ้ สคบู า 5 68 โรคลมเหตุร้อนหรือฮที สโตรก 71 ช็อก 73 ภาคผนวก 74 รายชื่อคณะกรรมการมาตรฐานการปฐมพยาบาลกู้ชพี ช่วยชวี ติ 75 คณะผู้จดั ทาํ 77

6 บทนา • ความหมายและวัตถปุ ระสงคข์ องการปฐมพยาบาล • ข้นั ตอนการปฏบิ ัติเม่ือพบผปู้ ่วยเจ็บ • การประเมินสถานการณ์ • การประเมนิ สภาพผ้ปู ่วยเจบ็ เบื้องตน้ • การจัดท่าในกรณีผปู้ ว่ ยเจบ็ หมดสติ แตห่ ายใจไดเ้ อง • การปฏบิ ัตกิ ารกู้ชพี ข้ันพ้ืนฐาน • ขัน้ ตอนการกู้ชพี ขั้นพ้นื ฐานในผใู้ หญ่

ความหมายและวตั ถปุ ระสงคข์ องการปฐมพยาบาล 7 ความหมาย การปฐมพยาบาล หมายถึง การช่วยเหลอื เบือ้ งต้นแกผ่ ู้ป่วยเจ็บ กอ่ นท่ี จะนาํ สง่ สถานพยาบาล หรอื ได้รับการดูแลจากบุคลากรทางการแพทย์ ตอ่ ไป วัตถุประสงค์ 1. เพื่อป้องกันหรือช่วยไมใ่ ห้ผู้ปว่ ยเจ็บเสยี ชวี ิต 2. เพอ่ื ไม่ใหผ้ ู้ปว่ ยเจ็บไดร้ บั อันตรายเพิ่มขึ้น 3. เพื่อลดความเจ็บปวดของผู้ป่วยเจบ็ 4. เพื่อให้ผูป้ ว่ ยเจ็บกลับสู่สภาพเดมิ โดยเร็ว

ขนั้ ตอนการปฏบิ ตั ิเมื่อพบผูป้ ่วยเจบ็ 8 ประเมินสถานการณ์ ปลอดภัย ไม่ปลอดภยั ประเมินสภาพผู้ปว่ ยเจ็บ หา้ มเขา้ ช่วยเหลอื แจ้งเจา้ หนา้ ท่ีทันที ไม่รู้สึกตัว รูส้ กึ ตวั ไม่หายใจ หายใจ เริม่ ปฏิบัตกิ าร ตรวจการบาดเจ็บ ก้ชู ีพข้ันพน้ื ฐาน ปฐมพยาบาล นาสง่ สถานพยาบาล

การประเมนิ สถานการณ์ 9 รอบด้านปลอดภยั ใชส้ งิ่ ป้องกนั ต้องรปู้ ัญหา เชญิ มาชว่ ยกนั จัดสรรผ้ปู ว่ ย ตัวอย่าง สถานการณ์ ไมป่ ลอดภัย รถบรรทกุ นํา้ มนั พลิกควํ่า ตกึ ถลม่

การประเมนิ สภาพผู้ปว่ ยเจบ็ เบอ้ื งต้น 10 1. ตรวจระดับความรสู้ กึ ตัว โดยการเรียกผูป้ ่วยเจ็บและตีท่ไี หลเ่ บา ๆ 2. รอ้ งขอความช่วยเหลือ

11 3. ตรวจทางเดินหายใจ นาํ สิง่ แปลกปลอมและฟันปลอมออกจากปาก แลว้ เปดิ ทางเดินหายใจ โดยใชส้ นั มือกดหนา้ ผาก ใชน้ ้ิวช้ีและนว้ิ กลาง ของมอื อีกข้างหนึ่งเชยคางใหแ้ หงนหน้าขนึ้ 4. ตรวจการหายใจ โดยสังเกตการเคลื่อนไหวของหนา้ อก และ ลมหายใจ ใช้หลกั ตาดู หูฟัง แก้มสมั ผสั

12 5. ตรวจหาการบาดเจบ็ โดยตรวจตง้ั แต่ศรี ษะ จรดปลายเท้า ตรวจศรี ษะ ตรวจใบหนา้ และคอ ตรวจบริเวณทรวงอก ตรวจชอ่ งท้องและเชิงกราน ตรวจขา ตรวจแขน ตรวจบรเิ วณหลัง

13 การจัดท่า ในกรณผี ู้ป่วยเจบ็ หมดสติ แต่หายใจได้เอง ผู้ปว่ ยเจ็บท่ีหมดสติ แตย่ งั มชี พี จรและหายใจอยู่ ควรจัดท่าใหอ้ ยทู่ า่ นอน ตะแคงกึง่ ควาํ่ เงยหน้าเลก็ น้อย ซง่ึ ทา่ นีจ้ ะชว่ ยปอ้ งกนั ล้ินตกไปอุดก้ัน ทางเดนิ หายใจ และช่วยให้น้ําลายหรือเสมหะไหลออกจากปากได้ ทําให้ ปลอดภัยจากการสูดสําลกั ท่านอนตะแคงก่ึงควาํ่ เงยหน้าเลก็ นอ้ ย ขอ้ หา้ ม ในกรณที ีส่ งสัยว่าผู้ปว่ ยเจ็บจะมีการบาดเจบ็ ท่ีกระดกู สันหลัง บริเวณคอ ใหป้ ฏบิ ตั ิตามข้อควรระวัง ในการเคล่ือนยา้ ยผู้บาดเจ็บท่ี กระดกู สนั หลังหกั ในหนา้ 39

การปฏิบตั กิ ารกู้ชพี ข้นั พื้นฐาน 14 ความหมาย การช่วยเหลอื ระบบการหายใจและระบบการไหลเวยี นโลหิตเมื่อเกิด ภาวะหยุดหายใจและหัวใจหยุดเต้นกะทนั หัน วตั ถปุ ระสงค์ เพอื่ ช่วยใหเ้ ซลล์ของร่างกายไดร้ ับออกซิเจนเพยี งพอ จนกระทั่งระบบ ตา่ ง ๆ ของรา่ งกายกลบั มาทาํ งานได้ปกติ

ข้ันตอนการกู้ชีพข้นั พื้นฐานในผ้ใู หญ่ 15 1. ตรวจระดับความร้สู ึกตัวโดยการเรียกผู้ป่วยเจบ็ และตที ่ีไหล่เบา ๆ 2. ร้องขอความช่วยเหลือ และพลกิ ผูป้ ่วยเจบ็ ใหน้ อนหงายราบบนพ้ืน เรยี บแขง็ 3. ถา้ ผ้ปู ่วยเจบ็ ไม่ตอบสนอง ใหช้ ่วยการไหลเวยี นโลหติ โดยการกด หนา้ อก 30 คร้ัง ด้วยอัตราเร็วมากกวา่ 100 คร้ังต่อนาที กดลึก 2 น้วิ หรือ 5 เซนติเมตร (ใช้มือขา้ งหนึ่งวางและใชม้ ืออีกข้างวางทบั แล้วใช้ ส้นมือกดที่กงึ่ กลางหนา้ อก )

16 4. เปิดทางเดินหายใจ โดยใช้สันมอื กดหน้าผาก ใช้นวิ้ ช้ีและนิ้วกลาง ของมอื อกี ข้างหนึง่ เชยคางใหห้ น้าแหงนขึ้น และช่วยหายใจ โดยการ เปา่ ปาก 2 ครง้ั ครั้งละ 1 วนิ าที 5. หลงั จากนนั้ ให้กดหน้าอกสลับกบั การเป่าปาก ดว้ ยอตั รา 30 ตอ่ 2 (นับเป็น 1 รอบ) ประเมินผลการกชู้ พี ทกุ 5 รอบ (ใชเ้ วลา 2 นาที) ในกรณที ี่มผี ปู้ ฏิบตั ิการกู้ชีพมาช่วยเหลอื เพ่ิมข้นึ ควรสลบั หนา้ ทีข่ อง ผทู้ ่กี ดหน้าอก กบั ผู้ท่ีเป่าปากทุก 2 นาที หรือทกุ 5 รอบ หมายเหตุ : ในกรณีไมส่ ามารถชว่ ยเป่าปากได้ สามารถใชก้ ารกดหนา้ อก อยา่ งตอ่ เน่ือง ด้วยอัตราเร็วมากกว่า 100 ครัง้ ต่อนาที

17 การห้ามเลือดและการปฐมพยาบาลบาดแผล  การหา้ มเลอื ด  เลอื ดกาเดาไหล  แผลถลอก  แผลฟกช้า  แผลถูกของมีคมและแผลฉีกขาด  แผลทมี่ ีอวยั วะถกู ตัดขาด  แผลเปดิ บรเิ วณผนงั ทรวงอก  แผลเปิดบรเิ วณชอ่ งท้อง  แผลท่มี ีวตั ถุปักคา  แผลจากสารเคมี  แผลโดนความร้อน

18 การหา้ มเลือด ข้นั ตอนการหา้ มเลือด 1. เปิดส่งิ ปกปิดให้เห็นบริเวณแผลท่ีเลือดออก 2. ใช้มือหรือผ้าสะอาดกดลงบนบาดแผลโดยตรง 3. ยกบริเวณที่เลือดออกใหส้ งู กวา่ ระดับหวั ใจ

19 4. ถา้ เลอื ดไม่หยดุ ให้กดบริเวณเสน้ เลือดแดงใหญท่ ไ่ี ปส่บู าดแผล 5. เมื่อเลือดหยดุ ให้ปิดแผลด้วยผา้ สะอาดหลาย ๆ ชัน้ พนั ทับด้วยผา้ หรอื ผ้ายดื ใหแ้ น่น 6. กรณเี ลือดออกซ้าํ ให้เพมิ่ ความหนาของผ้าทก่ี ด แล้วใช้ผ้าหรอื ผา้ ยืด พนั ทับอกี ครง้ั

7. สง่ ต่อสถานพยาบาล 20 เลอื ดกาเดาไหล • เลอื ดกําเดาไหลเป็นภาวะท่ีเส้นเลอื ดฝอยแตกบริเวณผนังจมูก สว่ นใหญ่เกิดบรเิ วณที่อยู่ตรงกลางระหว่างรูจมูกท้งั สองข้าง ทําให้มีเลือดไหลออกมา • สาเหตุอาจเกดิ จากอุบัติเหตุ อากาศแหง้ ความดันโลหิตสูง เป็นหวัด การปฐมพยาบาล 1. นั่งกม้ หน้า 2. ใชม้ ือบบี จมูกและให้หายใจทางปาก ประมาณ 5-10 นาที ข้อควรระวงั 1. ทา่ นั่งเงยหนา้ จะทําให้เลือดไหลลงคอ และทาํ ให้อาเจยี นได้ 2. การสงั่ น้ํามกู แคะจมกู หรือขย้ีจมกู จะทาํ ให้เลอื ดออกอีก 3. ในผปู้ ่วยเจบ็ ท่ไี ด้รบั อบุ ัตเิ หตุ ถ้ามนี ้ําใส ๆ ไหลจากจมกู ใหร้ บี นําส่ง

สถานพยาบาล 21 แผลถลอก แผลถลอกเปน็ แผลเปดิ ชนดิ ตื้น ๆ ที่มผี ิวหนังชนั้ นอกหลุดลอกออก มเี ลอื ดออกเล็กน้อย การปฐมพยาบาล 1. ล้างแผลด้วยนํา้ สะอาดและสบู่จนหมดสงิ่ สกปรก 2. ใชผ้ ้าสะอาดกดทแี่ ผลเพือ่ ให้เลือดหยุด 3. ใส่ยาสาํ หรับแผลสด เชน่ เบตาดนี อาจปดิ แผลหรือไม่กไ็ ด้ ข้อควรระวงั 1. อาจพบร่วมกับการบาดเจ็บของอวัยวะภายใน 2. แผลถลอกที่มขี นาดใหญ่ อาจต้องรับประทานยาปฏชิ วี นะ เพื่อป้องกัน การตดิ เช้ือ 3. ไม่ควรใหแ้ ผลเปยี กน้ําจนกวา่ แผลจะแห้ง เพ่ือปอ้ งกันการตดิ เชื้อ

22

แผลฟกช้า 23 แผลฟกช้ําเป็นแผลท่ีเกิดจากการถกู กระแทก ไมม่ ีรอยฉีกขาดหรือเลือดออก มาภายนอก แต่มีการฉีกขาดของเนื้อเย่อื ใตผ้ ิวหนัง ทําให้เห็นเป็นรอยชาํ้ บวม การปฐมพยาบาล 1. ประคบด้วยความเยน็ เช่น ผา้ ห่อถงุ นาํ้ แขง็ ผสมนาํ้ ภายใน 24 ช่วั โมงแรก เพอ่ื หา้ มเลือด 2. หลัง 24 ชั่วโมง ประคบด้วยความรอ้ น เพ่ือลดอาการชาํ้ บวม ข้อควรระวงั 1. รอยฟกชา้ํ ภายนอก อาจพบรว่ มกบั การบาดเจ็บของอวัยวะภายใน เช่น กระดูกหัก ตบั แตก ม้ามแตก เปน็ ตน้ 2. การใช้ความร้อนประคบต้ังแต่แรกหลังเกิดอุบัติเหตุ เช่น การใชย้ าหม่อง ไข่ต้ม ข้าวสุกร้อน อาจเป็นสาเหตใุ ห้เลอื ดออกมากข้นึ

แผลถูกของมีคมและแผลฉีกขาด 24 แผลถูกของมคี มและแผลฉกี ขาดเปน็ แผลท่ีมกี ารเปดิ ของผิวหนัง ถ้าเป็น แผลถกู ของมีคมจะมขี อบเรยี บ สว่ นแผลฉกี ขาดเกิดจากของไม่มีคมบาด หรือกระแทก จะมีขอบแผลไมเ่ รียบ อาจมีเลอื ดออกมากหรือน้อยขนึ้ กบั ขนาด ความลึก และตาํ แหนง่ ของแผล การปฐมพยาบาล 1. หา้ มเลือดตามขนั้ ตอน 2. ถ้าแผลกว้าง หรือลึก และมีก้อนเลือดหรือสิ่งแปลกปลอมภายในแผล ไม่ตอ้ งล้างแผล เพราะจะทําใหเ้ ลอื ดออกมาอกี นาํ สง่ สถานพยาบาล 3. ถา้ แผลเลก็ ตื้น ใหล้ า้ งแผลด้วยนา้ํ สะอาดและสบู่ ซบั ให้แหง้ แล้วปิด ด้วยผ้าปดิ แผลหรือพลาสเตอร์ โดยให้ขอบแผลชิดกัน ข้อควรระวงั • อาจพบร่วมกับการบาดเจบ็ ของอวัยวะภายใน เชน่ กระดูกหัก เส้นเลือด ฉกี ขาด

แผลทมี่ ีอวัยวะถกู ตดั ขาด 25 แผลที่มีอวยั วะถูกตดั ขาดส่วนมากเกดิ จากของมคี มตัดขาด หรือเกดิ จาก การถูกกระชากหรือกดทับอย่างรุนแรง การปฐมพยาบาล 1. หา้ มเลือดส่วนที่ถกู ตัดขาด โดยใชผ้ ้าสะอาดกดลงบริเวณบาดแผล และพันทับดว้ ยผ้าให้แน่นพอควร ยกสว่ นนั้นให้สงู ขน้ึ 2. เก็บอวยั วะส่วนท่ีขาดใหใ้ สถ่ ุงพลาสตกิ สะอาด มัดปากถุงใหแ้ นน่ แลว้ แช่ในภาชนะท่ีใส่นํ้าแข็งผสมนํา้ 3. รบี นาํ ผปู้ ว่ ยเจบ็ สง่ สถานพยาบาลพร้อมอวยั วะส่วนทขี่ าด ขอ้ ควรระวงั 1. ไมค่ วรห้ามเลือดโดยใช้การขันชะเนาะ หรือเครือ่ งมือห้ามเลอื ด 2. หา้ มแชอ่ วยั วะสว่ นทีข่ าดในนา้ํ เกลอื หรือนาํ้ เปล่า 3. ควรจดเวลาของการเกดิ อุบัตเิ หตไุ ว้ด้วย

แผลเปิดบรเิ วณผนงั ทรวงอก 26 แผลเปิดบริเวณทรวงอกเกดิ จากของมีคมหรือแรงกระแทกอย่างแรง อาจมีการบาดเจ็บของอวยั วะภายใน เชน่ ปอด หวั ใจ หลอดลม รว่ มดว้ ย การปฐมพยาบาล 1. ถ้ามแี ผลเปดิ ทบ่ี ริเวณผนงั ทรวงอกให้ใช้พลาสตกิ ขนาดใหญ่กว่าแผล เลก็ นอ้ ยปดิ แผลและใช้พลาสเตอรป์ ิดไว้ 3 ด้าน อีกดา้ นหน่งึ ปล่อย ไวใ้ หล้ มออกจากแผล เพื่อป้องกันลมค่งั ในทรวงอก 2. ใหผ้ ู้ป่วยเจ็บนอนตะแคงทับขา้ งที่มแี ผลเปดิ 3. รีบนําสง่ สถานพยาบาลโดยเรว็ ขอ้ ควรระวงั • หา้ มใหอ้ าหาร ยา และนา้ํ ทางปาก

แผลเปดิ บรเิ วณช่องท้อง 27 แผลเปิดบริเวณช่องทอ้ งเกดิ จากการถกู แทง ถกู ฟัน ถกู ยงิ หรอื ถกู กระแทกอยา่ งแรงทที่ ้อง อาจมเี ลือดออกมาให้เหน็ ภายนอก หรือมีเลอื ด คั่งอยภู่ ายในช่องทอ้ งปริมาณมากก็ได้ บางครงั้ อาจมลี ําไสห้ รอื อวยั วะใน ชอ่ งท้องทะลักออกมาให้เห็น การปฐมพยาบาล 1. ใหผ้ ู้ป่วยเจ็บนอนราบ ชนั เข่า เพ่อื ให้หน้าท้องหย่อน 2. ใช้ผ้าสะอาดปดิ แผล และใช้ผา้ อกี ผนื พนั รอบให้แนน่ พอควร 3. ถา้ มลี าํ ไสท้ ะลกั ออกมา ใช้พลาสติกสะอาดหรอื ผา้ ชบุ น้าํ สะอาด คลุม ปิดลําไส้ไว้ 4. ป้องกันการช็อกโดยการหม่ ผ้าให้ร่างกายอบอุ่น 5. รบี นาํ ส่งสถานพยาบาลโดยเร็ว ข้อควรระวัง 1. ห้ามใหอ้ าหาร ยา และนาํ้ ทางปาก 2. หา้ มดันลําไสก้ ลบั เขา้ ไปในชอ่ งทอ้ ง

แผลมีวัตถุปักคา 28 แผลมีวตั ถุปักคาอาจเกิดขึน้ ได้กับทกุ ส่วนของรา่ งกาย เช่น แขน ขา หนา้ อก ช่องท้อง ตา การปฐมพยาบาล 1. ใชผ้ ้าสะอาดวางรอบ ๆ วัตถุนั้น แลว้ พนั ผา้ รอบ ๆ วัตถุใหแ้ นน่ เพือ่ ไม่ให้วัตถุขยบั 2. รบี นาํ ส่งสถานพยาบาล ข้อควรระวัง 1. หา้ มดึงวัตถุนั้นออกจากแผล เพราะอาจจะทาํ ให้เกดิ อันตรายต่ออวยั วะ ข้างเคยี ง หรือทาํ ใหเ้ ลือดออกมากขน้ึ 2. อาจจําเปน็ ต้องใช้เครอ่ื งมือตัดวัตถุนั้นจากส่วนอ่ืน เพื่อให้สว่ นท่ีตดิ กับผู้ป่วยเจ็บไม่ถกู ดงึ ออกหรือขยับ

แผลจากสารเคมี 29 แผลจากสารเคมี อาจเกิดจากกรด หรือดา่ งเข้มข้น ทาํ ใหผ้ ิวหนงั ถูกทาํ ลาย และเกิดแผลทีร่ นุ แรง ผู้ปว่ ยเจบ็ มกั มอี าการปวดแสบปวดรอ้ นมาก ผวิ หนงั อาจถูกทาํ ลายลกึ จนถึงชั้นกลา้ มเน้ือ การปฐมพยาบาล 1. ใชน้ ํา้ สะอาดไหลผา่ นบริเวณแผลมาก ๆ อยา่ งน้อย ๑๐ นาที หรือ จนกว่าอาการปวดแสบปวดร้อนจะลดลง 2. ถา้ เปน็ บรเิ วณมือ หรือข้อมือ ให้ถอดเครื่องประดบั ออกทั้งหมด 3. ปิดแผลด้วยผา้ สะอาด 4. นาํ สง่ สถานพยาบาล ข้อควรระวัง 1. งดจบั ต้องแผลโดยไมจ่ ําเปน็ 2. หา้ มทายา โลชัน่ หรือครมี ทกุ ชนดิ ลงบนแผล

แผลโดนความรอ้ น 30 • แผลโดนความร้อนอาจเกดิ จากเปลวไฟ น้าํ ร้อน ไฟฟ้า วสั ดุหรือ เครื่องมือเครื่องใช้ท่ีมคี วามร้อน • ความรนุ แรงข้ึนอยกู่ บั ปริมาณความร้อน ระยะเวลาท่ีได้รับ ขนาด และตาํ แหน่งของอวยั วะท่ีโดนความร้อน • ความรนุ แรงของแผลโดนความรอ้ นแบ่งไดเ้ ป็น ๓ ระดับ คือ ระดับที่ ๑ ผวิ หนังเป็นสแี ดง ปวดแสบเลก็ น้อย เช่น ผิวไหมจ้ ากแดด ระดบั ท่ี ๒ ผิวหนังพองมีนาํ้ ใส ๆ อย่ขู ้างใน ปวดแสบร้อนมาก ส่วนมากแผลจะแห้ง และหายภายใน ๕-๑๐ วนั

31 ระดับท่ี ๓ ผิวหนังจะถูกทําลายลกึ ตลอดชั้นของหนงั แท้ จนเหน็ ลกั ษณะไหม้เกรยี ม หรอื เห็นเปน็ เนื้อสขี าว อาจลกึ ถงึ กล้ามเนือ้ และ กระดูก ทําให้เจบ็ ปวดมาก การปฐมพยาบาล 1. ใชน้ ้าํ สะอาดราดหรือแช่บริเวณแผล เปน็ เวลาอย่างนอ้ ย 10 นาที 2. ถอดเครือ่ งประดับบริเวณที่โดนความรอ้ นออก 3. ปดิ แผลดว้ ยผ้าสะอาด 4. ถ้ามแี ผลโดนความรอ้ นเป็นบริเวณกว้าง หรือบริเวณอวัยวะสําคญั เช่น ใบหน้า คอ อวยั วะเพศ รีบนําสง่ สถานพยาบาล

ข้อควรระวัง 32 1. ผปู้ ่วยเจ็บทีโ่ ดนไฟคลอก โดนความร้อนบรเิ วณใบหน้า อาจมีปัญหา ทางเดนิ หายใจรว่ มด้วย 2. ผูป้ ่วยเจ็บท่ีโดนไฟฟ้าช็อต ต้องระวังเร่ืองหัวใจเต้นผิดปกติหรือหยุดเต้น 3. ผ้ปู ่วยเจบ็ ท่ีมีแผลบริเวณกวา้ ง อาจมอี าการช็อก 4. หา้ มใชน้ ํ้าเยน็ จัดหรือนาํ้ แขง็ ราดลงบนแผล 5. ห้ามดงึ สงิ่ ท่ีตดิ แน่นออกจากแผล เชน่ เส้ือ กางเกง 6. งดจับต้องแผลโดยไมจ่ าํ เป็น 7. ห้ามทาํ ให้ผวิ หนงั ท่ีพองนา้ํ แตก 8. หา้ มทายา ยาสฟี นั นํ้าปลา หรอื ขี้ผึ้งลงบนแผล

33 การปฐมพยาบาลผู้ป่วยกระดกู หกั ขอ้ เคล็ด ขอ้ เคล่อื น  กระดูกหัก  ขอ้ เคล็ด  ข้อเคล่อื น  การยกและเคล่ือนย้ายผปู้ ่วยเจ็บ

กระดูกหกั 34 ชนดิ ของกระดูกหัก 1. กระดูกหักแบบปิด เป็นการหักโดยไมม่ ีการแทงทะลุออกนอกผวิ หนัง 2. กระดกู หักแบบเปิด เป็นการหกั แทงทะลุออกนอกผิวหนงั หรือมีแผล เลือดไหล อาการและอาการแสดง 1. มอี าการบวม ชํา้ กดเจบ็ ในบริเวณท่ีบาดเจ็บ 2. มอี าการผิดรูป เช่น บดิ โค้ง งอ หรือเคลื่อนไหวแล้วผดิ ปกติ 3. เวลาขยบั จะรู้สึกเจบ็ และมีเสียงกรอบแกรบ 4. อวยั วะส้ันกว่าปกติ ซ่ึงจะเกิดขึน้ ในกรณีท่กี ระดูกหกั และมกี ารซ้อน กนั ของกระดูก 5. มีบาดแผล เห็นปลายกระดูกโผล่ออกนอกผิวหนงั

การปฐมพยาบาล 35 1. ให้อวยั วะสว่ นทบี่ าดเจ็บอยนู่ ิ่ง ๆ และหยุดการเคล่ือนไหว 2. เขา้ เฝือกชั่วคราว โดยใช้วัสดุที่หาได้ เชน่ ไม้ รม่ กระดาษแข็ง ดามใหเ้ หนือกวา่ และต่ํากว่าจุดท่ีกระดูกหกั 1 ข้อ 3. ถ้ามบี าดแผลเปดิ ร่วมดว้ ยให้ใช้ผ้าสะอาดปดิ บริเวณบาดแผล และใช้ ผ้าพนั ไว้หลวม ๆ กอ่ นการดามกระดูก 4. รีบนําส่งสถานพยาบาล ขอ้ ควรระวัง 1. ห้ามดึง หรือพยายามจัดสว่ นของกระดูกทห่ี กั ให้เข้าท่ี 2. ถ้ากระดูกทหี่ ักมขี นาดใหญ่ เช่น กระดกู ต้นขา อาจมีอาการช็อก จากการเสยี เลอื ดมาก

ข้อเคลด็ 36  ข้อเคล็ดเป็นการฉีกขาดของเอ็นท่ีอยู่รอบ ๆ ข้อและเย่ือหุ้มข้อ พบบ่อย บริเวณขอ้ เทา้ ขอ้ มือ และขอ้ เขา่  สาเหตุ เกิดจากการเคล่ือนไหวอย่างรวดเร็ว มีการบิด หรือ การเหวี่ยง อย่างแรงตรงบรเิ วณขอ้ ต่อ เกินกวา่ ขอ้ นั้นจะสามารถทําได้ เชน่ เดินสะดดุ หรือก้าวพลาดจากการลงจากทีส่ ูง  อาการและอาการแสดง ปวดมาก กดเจ็บ บวม อาจมีอาการชาและ เคล่ือนไหวข้อนั้นลําบากหรือไม่ได้เลย การปฐมพยาบาล 1. งดการใช้ข้อหรืออวัยวะนั้น เพ่ือให้ข้อท่ีบาดเจ็บอยู่นิ่ง ๆ หรือ เคล่ือนไหวน้อยที่สุด และจัดให้อยู่ในท่าที่สบาย โดยใช้ผ้ายืดพัน รอบข้อนน้ั ให้แนน่ พอควร 2. ประคบด้วยความเย็น ใน 24 ชม. แรก หลังจากนั้นให้ประคบด้วย ความรอ้ น 3. พยายามยกข้อนน้ั ให้สูง ถ้าเปน็ ข้อมือ ขอ้ ไหล่ ควรใช้ผ้าสามเหลี่ยม คล้องแขน เพ่ือลดการบวม 4. นําสง่ สถานพยาบาล เพอื่ ตรวจใหแ้ นใ่ จว่าเอน็ ยึดข้อฉีกขาดอย่างเดียว หรือมีกระดูกหักร่วมด้วย

ขอ้ เคลือ่ น 37  ข้อเคลื่อนเป็นภาวะท่ีหัวกระดูกที่ประกอบเป็นข้อ เคล่ือนออกจาก ตําแหน่งปกติ บริเวณทพี่ บได้บ่อย ไดแ้ ก่ ข้อมือ ข้อศอก ข้อไหล่ ข้อ สะโพก กระดูกสะบา้ และขากรรไกร  สาเหตุ เกดิ จากการกระแทก การเหวี่ยง การบิด หรอื การกระชากอย่าง แรงทขี่ ้อนัน้  อาการและอาการแสดงปวดมาก บวมรอบ ๆ ข้อ กดเจ็บ มีอาการฟกชา้ํ ขอ้ ท่ไี ดร้ ับอันตรายจะผดิ รูปไปจากเดมิ และความยาวของแขนหรอื ขาขา้ ง ท่ีได้รบั บาดเจ็บอาจสนั้ หรือยาวกวา่ ปกติ เคลอ่ื นไหวขอ้ นนั้ ไม่ได้ ตามปกติ การปฐมพยาบาล 1. ให้พักขอ้ อยนู่ ิ่ง ๆ อยา่ พยายามดงึ ข้อท่ีเคล่ือนให้เข้าท่ี 2. ใช้ผา้ พยุง ดาม หรือเข้าเฝือกสว่ นนั้นให้อยใู่ นทา่ พัก 3. รบี นําส่งสถานพยาบาลโดยเร็ว ขอ้ ควรระวัง  ห้ามให้อาหาร ยา และน้าํ ทางปาก

การยกและเคลอื่ นยา้ ยผปู้ ่วยเจ็บ 38 การยกและเคล่ือนย้ายผู้ป่วยเจ็บเป็นเรื่องท่ีมีความสําคัญมาก นอกจากต้อง ระวังไม่ให้ผู้ป่วยเจ็บได้รับบาดเจ็บหรืออันตรายเพิ่มข้ึนแล้ว ผู้ที่ทําการยก หรือเคลื่อนย้าย ก็ควรระมัดระวังไม่ให้ตนเองได้รับบาดเจ็บจากการยกหรือ เคลอ่ื นย้ายไมถ่ กู วิธี หลักการเคลือ่ นยา้ ยผปู้ ว่ ยเจบ็ 1. อย่าเคล่อื นยา้ ยผ้ปู ว่ ยเจ็บโดยไม่จาํ เปน็ ยกเว้นอาการไม่ปลอดภยั หรือ สถานการณ์ท่เี กิดเหตุไมป่ ลอดภยั 2. ห้ามเคลอื่ นย้ายผู้ทไี่ ด้รับบาดเจ็บท่ีกระดกู สันหลัง โดยไม่มอี ปุ กรณ์ ปอ้ งกนั กระดูกเคลื่อน 3. หา้ มเคลื่อนย้ายผู้ปว่ ยเจ็บโดยทยี่ งั ไม่ได้แก้ไขสว่ นท่ีบาดเจ็บ 4. หา้ มท้งิ ผปู้ ว่ ยเจ็บท่ีหมดสตอิ ยูเ่ พียงลาํ พัง เพราะอาจไมส่ ามารถชว่ ย ไดท้ นั หากผปู้ ว่ ยมอี าการรุนแรงข้ึน 5. ในกรณที ี่ไม่แนใ่ จว่าควรจะทาํ อย่างไร อยา่ ตัดสินใจกระทาํ ในส่งิ ทีไ่ ม่ รู้โดยเด็ดขาด เพราะจะทําให้เกดิ การบาดเจบ็ มากขนึ้

การเคล่อื นย้ายโดยไมใ่ ชอ้ ปุ กรณ์ 39 กรณีมีผู้ช่วยเหลือ 1 คน 1. ท่าประคองเดนิ ใช้สําหรับผปู้ ่วยเจบ็ รู้สกึ ตัวดี และพอจะช่วยตัวเองได้ ไม่มกี ระดกู หรือกระดูกสันหลังหกั และผู้ปว่ ยตัวใหญ่พอ ๆ กบั ผูช้ ว่ ยเหลอื 2. ทา่ อุ้ม หา้ มใช้ทา่ อ้มุ กบั ผ้ปู ่วยเจ็บท่ีสงสัยวา่ จะมีการหักของกระดูก สนั หลัง กระดูกขา และกระดกู เชิงกราน ทา่ อ้มุ กอดหนา้ ท่าอ้มุ กอดหลงั ท่าอมุ้ ทาบหลงั

40 ทา่ อุ้มแบก เป็นทา่ อมุ้ ยกคนท่ีหมดสติ หรือคนทรี่ บั บาดเจ็บจนไม่ สามารถลกุ ขึ้นจากพ้ืนดนิ ได้ด้วยตนเอง หา้ มใชใ้ นผู้ป่วยเจบ็ กระดกู สันหลงั หกั ขั้นตอนท่าอุม้ แบก ขนั้ ตอนท่ี 1 ขั้นตอนที่ 2 ขน้ั ตอนที่ 3 ขั้นตอนท่ี 4 ข้ันตอนท่ี 5

41 ข้ันตอนท่ี 6 ข้ันตอนที่ 7 ข้นั ตอนที่ 8

กรณผี ู้ช่วยเหลอื 2 คน 42 1. ท่าประคองเดิน ใช้สาํ หรับผู้ปว่ ยเจบ็ ที่ชว่ ยตวั เองได้ และไม่มกี ระดกู ขาหรือกระดกู สนั หลังหกั 2. ท่าอมุ้ คปู่ ระสานแคร่ ใชส้ ําหรับผู้ปว่ ยเจ็บทศี่ ีรษะหรือเท้า และ รู้สึกตัวดี เพื่อใหผ้ ้ปู ว่ ยเจบ็ สามารถยึดเกาะผอู้ ุม้ ไว้ได้

43 3. ท่าอ้มุ คู่กอดหลงั เหมาะสําหรับหามผ้ทู ่ีหมดสติเป็นระยะทาง ใกล้ ๆ ไม่ควรใช้ หากสงสัยว่าผ้ปู ว่ ยเจบ็ มีกระดกู หักที่ แขน ขา สันหลงั หรอื กระดูกเชิงกราน 4. ท่าอุ้มคู่จับมือหรืออุ้มประสานมือ ใช้สําหรับผู้ป่วยเจ็บที่หมดสติ อาจ ดดั แปลงทา่ อุ้มทาบหลังมาใชไ้ ด้ ผู้อุ้มแต่ละคนสอดแขนเข้าไปใต้ขาของ ผ้ปู ว่ ยเจบ็ และจับขอ้ มอื ซ่งึ กันและกนั ไว้

การเคล่ือนยา้ ยโดยการใชอ้ ุปกรณ์ 44 เปลบานประตูหรือแผ่นกระดาน เปลผา้ ห่ม เปลคานกบั ผา้ หม่ เปลคานกับเส้อื แจ็คเก็ต

ข้อควรระวงั ในการเคลอื่ นย้ายผู้บาดเจ็บทกี่ ระดูกสันหลงั หัก 45  กระดูกสันหลังหักมักมีอันตรายต่อเส้นประสาทไขสันหลัง ทาให้เกิด อัมพาตได้ ถา้ หักบรเิ วณคอ อาจทาใหผ้ ู้ป่วยเจ็บตายได้ การช่วยเหลือจึงมี ความสาคัญมาก ถ้าการช่วยเหลือไม่ดีอาจทาให้เส้นประสาทไขสันหลัง ถูกกดและถูกทาลายมากข้ึน ถ้าต้องทาการเคล่ือนย้าย ต้องยกผู้ป่วยเจ็บ ให้ตัวตรงเป็นท่อนไม้ โดยให้อยู่ในท่านอนหงายราบเสมอ เช่น ให้นอน บนบานประตู หรือไม้กระดานแผ่นเดียว แล้วมัดตัวผู้ป่วยติดกระดาน ให้แน่นพอดี พร้อมกับนาวัตถุท่ีแข็ง 2 ช้ัน มาประกบที่ศีรษะทั้ง 2 ข้าง เพื่อยึดใหศ้ รี ษะและคออยนู่ ่ิงไมเ่ คล่อื นไหว

อนั ตรายจากสตั วแ์ ละสารพษิ 46  สนุ ขั กดั  แมลงต่อย  งูกัด  งทู ะเลกดั  สมั ผัสพษิ แมงกะพรุน ดอกไมท้ ะเล และปะการังไฟ  หนามเมน่ ทะเลตา  เงี่ยงปลากระเบน ปลาสงิ โต ปลากะรงั หัวโขน และปลาหนิ ตา  หมึกสายวงฟ้ากัด และหอยเต้าปนู ต่อย  กนิ สตั วท์ ะเลท่เี ป็นพิษ  กนิ สารพษิ

สุนัขกดั 47 สุนัขกดั (รวมทัง้ แมว และสตั วเ์ ล้ยี งลูกด้วยนมทุกชนิด) เม่ือเกดิ บาดแผล มโี อกาสทาํ ใหแ้ ผลอักเสบ ติดเชื้อ และอาจติดเชื้อพิษสุนขั บา้ การปฐมพยาบาล 1. ล้างแผลใหส้ ะอาดด้วยน้าํ และสบู่ 10-15 นาที โดยล้างใหถ้ ึงกน้ แผล 2. ทาแผลด้วยนํ้ายาฆา่ เชื้อ เช่น เบตาดนี ถ้าไมม่ ใี หใ้ ช้แอลกอฮอล์ 3. ปดิ แผลดว้ ยผ้าสะอาด 4. นาํ ผ้ปู ่วยเจ็บสง่ สถานพยาบาล เพอ่ื รกั ษาแผล ฉดี วัคซนี ป้องกันพษิ สุนัขบ้า และปอ้ งกันบาดทะยกั ข้อควรระวัง 1. สุนัขท่ีฉดี วัคซีนแล้ว ยงั มีโอกาสตดิ เชอื้ พษิ สนุ ัขบา้ ได้ 2. แผลถลอกเพยี งเล็กน้อยกอ็ าจทาํ ให้ติดเชี้อพิษสุนัขบ้าได้

แมลงตอ่ ย 48 แมลงตอ่ ย สาเหตุทพี่ บบอ่ ยที่สดุ เกดิ จากผ้งึ ต่อ และแตน โดยท่ัวไปแลว้ แมลงต่อย จะทาํ ใหเ้ กดิ การระคายเคอื งเฉพาะท่ี อาจมีอาการปวด บวม เปน็ ตมุ่ นูนบริเวณทถี่ กู ต่อย แต่มผี ปู้ ่วยเจ็บบางรายอาจเกิดอาการแพ้อยา่ ง รนุ แรง มีผื่นข้ึนตามตวั หรือเป็นมากจนหายใจไมอ่ อก ทาํ ให้เสยี ชวี ิตได้ การปฐมพยาบาล 1. เคลือ่ นยา้ ยผปู้ ว่ ยเจบ็ ไปสู่บริเวณทปี่ ลอดภัย เพื่อป้องกนั การโดน ตอ่ ยซ้ํา 2. หากเปน็ ผง้ึ ให้ใชอ้ ุปกรณ์ดงึ เหลก็ ในออก เช่น เทปกาว รหู ัวปากกากด หรือรหู ัวกญุ แจกด

3. ล้างบริเวณทถ่ี ูกต่อย โดยใช้นํ้าและนํ้าสบู่ 49 4. ใชค้ วามเยน็ ประคบ เพ่ือลดความเจบ็ ปวด 5. ให้รบั ประทานยาแก้ปวด 6. ใชข้ ีผ้ ึ้งสเตยี รอยด์ทาบรเิ วณทีโ่ ดนตอ่ ย 7. ในรายที่มอี าการแพ้อย่างรุนแรง มผี น่ื ข้ึนตามตัว หายใจลาํ บาก ใหป้ ฐมพยาบาลเช่นเดยี วกบั อาการชอ็ ก ในหน้า 73 และรบี นําส่ง สถานพยาบาล

50 งกู ดั งกู ดั เกิดจากงทู ัง้ ทีม่ พี ษิ และไม่มพี ษิ โดยมากหากถกู งพู ษิ กัด จะเปน็ รอย เขี้ยว 2 จดุ พิษงอู าจมีความรุนแรง ทําให้เสียชวี ิตได้ โดยเฉพาะอยา่ งยิ่ง พิษตอ่ ระบบประสาทและระบบไหลเวียนโลหิต งพู ิษ ภาพรอยถูกงูพษิ กดั การปฐมพยาบาล 1. กดปดิ แผลรอยเขย้ี วดว้ ยผา้ สะอาด 2. พันผ้าโดยรอบแผลให้แน่นพอควร แต่ให้สอดน้วิ มือได้ 1 นว้ิ 3. หากมีผ้ายดื ให้พนั รอบโดยเริ่มจากน้วิ มอื หรือเท้า ไล่ระดับถงึ รกั แร้ หรอื ขาหนบี ตรวจสอบวา่ ปลายนิ้วมอื และเท้ายังมีสีชมพแู ละไมเ่ ปน็ เหนบ็


Like this book? You can publish your book online for free in a few minutes!
Create your own flipbook