Important Announcement
PubHTML5 Scheduled Server Maintenance on (GMT) Sunday, June 26th, 2:00 am - 8:00 am.
PubHTML5 site will be inoperative during the times indicated!

Home Explore เล่ม 3 ประวัติฯเพลงช้า และนาฏยศัพท์

เล่ม 3 ประวัติฯเพลงช้า และนาฏยศัพท์

Published by เกณิกา วงศ์นรินทร์, 2022-07-11 07:31:27

Description: เล่ม 3 ประวัติฯเพลงช้า และนาฏยศัพท์

Search

Read the Text Version

ชุดฝึกทักษะการปฏิบัติท่าราเพลงชา้ (โขนพระ) เลม่ ท่ี ๓ ประวัตคิ วามเป็นมาเพลงช้า และนาฏยศัพท์ หนา้ ๓๙ ง) เขียนอธบิ ายการราในชดุ ระบาไก่ จ) เขียนอธบิ ายการราในชดุ พลายชุมพลแปลง ฉ) เขียนบทความเร่ืองพระประจาวันพร้อมท้ังบรรจุเพลงหน้าพาทย์ประกอบพระ ประจาวนั ทกุ ๆ องค์ ช) เขียนและโฆษณาชักชวนให้มาชมโขนและละคร ซ) บรรยายการถ่ายทอดทางวิทยกุ ระจายเสียงท่ีโรงละครของกรมศิลปากรเดิม และโรง ละครแหง่ ชาตใิ นการแสดงโขนและละคร ผลงานดา้ นภาพยนตร์และโทรทศั น์ ๑. แสดงภาพยนตร์ เรื่องอมตเทวี ของบรษิ ทั ละโว้ภาพยนตร์ แสดงเป็นพระเอก ๒. แสดงภาพยนตร์ เร่อื งไซอ๋ิว ของคณะปัญญาพล แสดงเป็นพระถงั ซาจ๋ัง ๓. แสดงภาพยนตร์ เรื่องรามเกียรต์ิ ชดุ ลงสรง เปฯ็ ตัวพระราม และเปน็ ผู้กากบั การแสดง ๔. กากับเวทีและควบคุมการแสดง พร้อมทั้งเป็นผู้บรรยาย ผู้เขียนบทโทรทัศน์ในรายการ นาฏศิลป์ของกรมศิลปากร จัดแสดงเป็นครั้งแรกทางไทยทีวี ช่อง ๔ บางขุนพรหม ออกอากาศ เมื่อ วันท่ี ๒ ตลุ าคม ๒๔๙๘ และไดร้ บั ความสาเรจ็ มาจนถงึ ปจั จุบันน้ี ๕. จัดรายการโฆษณาจาหน่ายแผ่นเสียง เขียนคาบรรยาย และเป็นผู้บรรยายของกรม ศิลปากรทางไทยทวี ี ช่อง ๔ และช่อง ๗ ๖. บรรยายการถ่ายทอดทางโทรทัศน์ที่โรงละครของกรมศิลปากร ในการแสดงโขนและ ละครของกรมศลิ ปากร ผลงานดา้ นกากบั เวที กากบั การแสดงและการสอน ๑. กากับกาแสดง กากับเวทีและฝกึ สอนชุดรวี วิ ในงานฉลองรัฐธรรมนญู ของกรมศิลปากร ๒. กากับการแสดง กากับเวที และฝึกสอนการแสดงโขน ละคร ณ โรงละครแห่งชาติ และ งานท่วั ไปของกรมศิลปากร ๓. กากับเวที กากับการแสดง ก) ละครนอกเร่อื ง มโนห์รา ณ โรงละครกรมศลิ ปากร ซึง่ แสดงนานถึง ๑๐๒ รอบ ข) ละครเร่ืองขุนช้างขุนแผน ตอนพลายเพชรพลายบัวออกศึก เร่ืองอิเหนา ตอนลม หอม เร่อื งแก้วหนา้ ม้า ตอนถวายลูก เรอ่ื งสวุ รรณหงส์ ตอนกมุ ภณฑ์ถวายมา้ ค) สอน กากับเวที โขนเร่ืองรามเกียรต์ิ ชดุ ศึกสุริยภพ

ชุดฝกึ ทกั ษะการปฏบิ ตั ทิ ่าราเพลงชา้ (โขนพระ) เล่มท่ี ๓ ประวตั ิความเปน็ มาเพลงชา้ และนาฏยศพั ท์ หน้า ๔๐ ชดุ ฝกึ ทกั ษะการปฏบิ ตั ิท่าราเพลงชา้ (โขนพระ) เล่มที่ ๓ ประวัติความเปน็ มาเพลงช้า และนาฏยศัพท์ ชดุ ท่ี ๑ ช่อื สกุล ชนั้ เลขที่ คาส่งั ใหน้ กั เรียนเขียนประโยชนข์ องการราเพลงชา้ ลงในตารางทีก่ าหนด ประโยชน์เฉพาะ ประโยชนท์ ั่วไป ๑)....................................................................... ๑)....................................................................... ........................................................................... ........................................................................... ........................................................................... ........................................................................... ๒)....................................................................... ๒)....................................................................... ........................................................................... ........................................................................... ........................................................................... ........................................................................... ๓)....................................................................... ๓)....................................................................... ........................................................................... ........................................................................... ........................................................................... ........................................................................... ๔)....................................................................... ๔)....................................................................... ........................................................................... ........................................................................... ........................................................................... ........................................................................... ๕)....................................................................... ๕)....................................................................... ........................................................................... ........................................................................... ........................................................................... ...........................................................................

ชดุ ฝึกทกั ษะการปฏิบตั ทิ ่าราเพลงชา้ (โขนพระ) เลม่ ที่ ๓ ประวัตคิ วามเป็นมาเพลงช้า และนาฏยศัพท์ หนา้ ๔๑ ชดุ ฝึกทกั ษะการปฏบิ ตั ทิ ่าราเพลงช้า (โขนพระ) เลม่ ท่ี ๓ ประวัตคิ วามเปน็ มาเพลงชา้ และนาฏยศัพท์ ชุดที่ ๒ ชือ่ สกุล ช้นั เลขท่ี คาสั่ง ให้นักเรียนอธบิ ายวธิ ีการปฏบิ ตั ินาฏยศพั ท์การราเพลงช้าลงในชอ่ งว่างใหถ้ ูกตอ้ ง พรอ้ มท้ัง วาดภาพประกอบ นาฏยศพั ท์ ภาพประกอบ คาอธบิ าย ตง้ั วงบน จบี หงาย ลอ่ แก้ว

ชดุ ฝกึ ทกั ษะการปฏบิ ตั ทิ า่ ราเพลงช้า (โขนพระ) เล่มที่ ๓ ประวตั ิความเปน็ มาเพลงช้า และนาฏยศัพท์ หนา้ ๔๒ นาฏยศัพท์ ภาพประกอบ คาอธบิ าย ยกเทา้ กา้ วข้าง

ชดุ ฝึกทักษะการปฏบิ ัตทิ า่ ราเพลงชา้ (โขนพระ) เลม่ ที่ ๓ ประวตั ิความเป็นมาเพลงช้า และนาฏยศพั ท์ หนา้ ๔๓ แบบทดสอบหลงั เรียน ชุดฝึกทกั ษะการปฏิบตั ทิ า่ ราเพลงชา้ (โขนพระ) เลม่ ที่ ๓ ประวตั ิความเปน็ มาเพลงชา้ และนาฏยศัพท์ ชอ่ื สกุล ช้นั เลขท่ี คาช้ีแจง ๑. แบบทดสอบชุดนี้เป็นแบบปรนัย ๔ ตัวเลอื ก จานวน ๑๐ ขอ้ (ขอ้ ละ ๑ คะแนน) ๒. จงเลอื กคาตอบทถ่ี ูกตอ้ งทส่ี ุดเพียงคาตอบเดยี วแลว้ X ลงในกระดาษคาตอบ ๑. สมัยโบราณเรยี กการราเพลงชา้ อีกชอื่ หน่งึ วา่ อยา่ งไร ก. เพลงรา ข. ราเพลง ค. ราใชบ้ ท ง. เพลงแมล่ ูกอ่อน ๒. เพลงช้า นอกจากจะใช้เป็นเพลงหนา้ พาทยท์ ่ีบรรเลงอนั เชิญครโู ขน – ละคร (ตวั พระและตัวนาง) ลงมาในพธิ ีไหวค้ รูแล้ว ยังเชิญใครได้อีกบ้าง ก. นางฟ้า ข. พระอนิ ทร์ ค. พระนารายณ์ ง. เทพเทวดา ๓. ใครเปน็ ผไู้ ด้รบั การฝึกหดั และนาท่าราเพลงชา้ (โขนพระ) มาถ่ายทอดใหก้ ับโรงเรียนศลิ ปากร แผนกนาฏดรุ ยิ างคศิลป์ ซ่ึงปจั จบุ นั คอื วทิ ยาลัยนาฏศลิ ป ก. คุณครูลมุล ยมะคุปต์ ข. คณุ ครูธนิต อยโู่ พธ์ิ ค. คุณครูอาคม สายาคม ง. พระยานัฏภานุรักษ์ (ทองดี สุวรรณภารต) ๔. ท่าราเพลงชา้ ท่บี รรจใุ นหลักสตู รของวทิ ยาลัยนาฏศิลปได้รับการสบื ทอดมาจากที่ไหน ก. วงั หน้า ข. วงั บรู พา ค. วังท่าพระ ง. วงั สวนกุหลาบ ๕. การร้องจังหวะ “จะ โจ้ง จะ ทิง โจ้ง ทิง” มีตน้ กาเนิดมาจากเสยี งร้องของลูกค่ใู นการร้องเพลง พน้ื เมอื ง คือ เพลงอะไร ก. เพลงฉ่า ข. เพลงโคราช ค. เพลงปรบไก่ ง. เพลงแม่ศรี ๖. ขอ้ ใดคือนาฏยศัพทท์ ใ่ี ช้สาหรับการแสดงโขนของตัวพระ ก. หย่อง ข. แจกไม้ ค. จบั สามเสา้ ง. กระทบื ฟนั ๗. หากวิชาต้องการฝึกการเปล่ียนถ่ายน้าหนักตัวในลกั ษณะก้าวขา้ ง วชิ าตอ้ งปฏิบตั นิ าฏยศัพทใ์ ด ก. ใชต้ วั ข. โย้ตัว ค. ย้อนตัว ง. ยักตวั

ชดุ ฝึกทกั ษะการปฏิบัตทิ ่าราเพลงช้า (โขนพระ) เล่มที่ ๓ ประวัติความเป็นมาเพลงชา้ และนาฏยศพั ท์ หนา้ ๔๔ ๘. การยนื ดว้ ยเท้าขา้ งใดขา้ งหน่งึ ส่วนอกี ข้างหนงึ่ เปิดปลายเทา้ เฉียงออกไปดา้ นข้างวางใหส้ ้นเท้าอยู่ ระดบั เดยี วกนั กับฝา่ เท้าของขาขา้ งทีย่ นื ตึงนิ้วเท้าท้ังห้านิ้ว ย่อเข่าท้งั สองลง เป็นการปฏบิ ัตินาฏย ศพั ท์ท่าใด ก. เหล่ือมเทา้ ข. จรดเท้า ค. กระดกเท้า ง. ประสมเทา้ ๙. ตั้งวง เป็นชอ่ื นาฏยศพั ท์ท่ถี กู เรยี กตามลักษณะอวัยวะสว่ นใด ก. นิ้วมอื ข. ฝ่ามอื ค. ลาแขน ง. ขอ้ ศอก ๑๐. นาฏยศัพทข์ อ้ ใดไมใ่ ชน่ าฏยศัพท์ในการเคลือ่ นไหว ก. ห่มเขา่ ข. วาดแขน ค. แทงมอื ง. เหลอื่ มเทา้

ชุดฝกึ ทกั ษะการปฏิบตั ทิ ่าราเพลงชา้ (โขนพระ) เลม่ ที่ ๓ ประวตั ิความเป็นมาเพลงชา้ และนาฏยศพั ท์ หน้า ๔๕ กระดาษคาตอบ แบบทดสอบหลังเรยี น ๑๐ ชุดฝึกทกั ษะการปฏบิ ตั ทิ า่ ราเพลงชา้ (โขนพระ) เล่มท่ี ๓ ประวตั คิ วามเปน็ มาเพลงช้า และนาฏยศพั ท์ ชือ่ สกลุ ชั้น เลขท่ี ขอ้ ก ข ค ง ๑ ๒ ๓ ๔ ๕ ๖ ๗ ๘ ๙ ๑๐

ชุดฝึกทักษะการปฏิบตั ิท่าราเพลงชา้ (โขนพระ) เลม่ ที่ ๓ ประวัตคิ วามเปน็ มาเพลงช้า และนาฏยศพั ท์ หน้า ๔๖ เฉลยชดุ ฝึกทกั ษะการปฏบิ ตั ทิ า่ ราเพลงชา้ (โขนพระ) เล่มที่ ๓ ประวตั คิ วามเปน็ มาเพลงช้า และนาฏยศพั ท์ ชดุ ท่ี ๑ ชื่อ สกลุ ชัน้ เลขที่ คาส่ัง ใหน้ ักเรียนเขยี นประโยชน์ของการราเพลงช้าลงในตารางทกี่ าหนด ประโยชนเ์ ฉพาะ ประโยชนท์ ั่วไป ๑) จัดรูปทรง สัดสว่ น สัณฐาน ให้ได้มาตรฐานถึงความ ๑) การฝึกหัดที่เป็นข้ันตอน มีระเบียบแบบแผน เป็น งดงามตามรปู แบบนาฏศลิ ป์ การฝึกคนให้มรี ะเบียบวนิ ัยตามแบบแผนตามขน้ั ตอน ๒) เรียนรูส้ ่วนท่ตี ้องใชอ้ วยั วะใหส้ ัมพนั ธ์กัน เทา่ กับเปน็ การสร้างสรรคค์ นใหด้ าเนินชวี ิตอย่างมี ๓) ไดฝ้ ึกออกกาลังกายทุกส่วนของอวยั วะ ระเบียบ ๔) มีความอดทนในการฝึกหัดราได้เป็นระยะนานไม่ ๒) เป็นแม่แบบของผู้รักษาศิลปวัฒนธรรมของชาติ เหนือ่ ยงา่ ย โดยการรกั ษาขนบธรรมเนียมประเพณี ความเปน็ ผดู้ ี ๕) มีทกั ษะในการราอยา่ งคลอ่ งแคล่วว่องไว แบบไทยๆ ซึ่งจะแสดงออกในรปู แบบทางอริ ยิ าบถดว้ ย ๖) เปน็ ผรู้ าได้อยา่ งงดงาม มลี ลี านุ่มนวล สง่าภาคภูมใิ จ ความสง่าภาคภมู ิดูสภุ าพนุ่มนวลออ่ นหวาน ๗) สามารถฟังและวิเคราะห์เพลงดนตรี จังหวะหน้า ๓) การหัดราเพลงช้า – เพลงเร็ว เป็นเบื้องต้นของผู้ ทับได้อยา่ งถูกต้องแมน่ ยา เปน็ ศลิ ปนิ ส่ิงทีศ่ ิลปนิ ตอ้ งปฏบิ ตั ิอยเู่ ป็นนจิ คือ ต้อง ๘) สามารถวิเคราะห์ท่าราเพื่อนาไปพัฒนาและ เคารพครู มีความกตัญญแู บบไทย ส่ิงนี้ คือ แนวโนม้ ให้ สร้างสรรค์ในการคิดประดิษฐ์ท่าราชุดอ่ืนๆ ได้อย่าง คนมีความรักดี รักษาวิทยาการทางด้านศิลปะให้ กวา้ งขวาง สืบเน่อื งไปดว้ ยดี ๙. เมื่อยามต้องการพักผ่อนจากอารมณ์อันหมกมุ่น ๔) การฝึกหัดวิชาฟ้อนราเป็นวิทยาการขั้นสูง มนุษย์ ต่างๆ การราเพลงช้าเพลงเร็วจะช่วยให้คลายความตึง ประดิษฐ์ข้ึนเพื่อบูชาพระเป็นเจ้า ฉะน้ันผู้เรียนหรือผู้ เครยี ดของอารมณไ์ ด้ ฝกึ หดั จะตอ้ งทาความรู้เสยี ก่อนวา่ การปฏบิ ัตติ ้องทา ๑๐) รู้และเข้าใจนาฏยศัพท์เบือ้ งต้น ด้วยใจไมด่ ูหมิ่น ไมท่ าอย่างเอาแต่ได้ ซ่ึงเปน็ การ ๑๑) รูห้ ลกั การฝึกหัดราเบอ้ื งต้นของนาฏศิลป์ไทย และ ทาลายศิลปะ เป็นการเตือนให้ผู้ฝึกด้วยใจรักมิใช่ใคร สามารถปฏิบัติท่าราให้เปน็ ไปตามขนั้ ตอนได้ อยากทาก็ทาได้ เพราะเป็นวิชาทม่ี คี รู ๑๒) หัดให้รู้จักวิธีเช่ือมท่าราต่างๆ ให้ติดต่อกันอย่าง ๕) ฝกึ ใหร้ ู้จักความสามัคคี การฝึกเป็นหมู่มากต้องถ้อย สนิทสนม ทถี ้อยอาศัยซงึ่ กนั และกัน ไม่อวดร้ถู อื ดเี พยี งผู้เดียว

ชุดฝกึ ทกั ษะการปฏบิ ตั ทิ า่ ราเพลงชา้ (โขนพระ) เล่มท่ี ๓ ประวัตคิ วามเป็นมาเพลงช้า และนาฏยศัพท์ หน้า ๔๗ เฉลยชดุ ฝึกทกั ษะการปฏิบตั ทิ า่ ราเพลงชา้ (โขนพระ) เล่มที่ ๓ ประวตั คิ วามเปน็ มาเพลงช้า และนาฏยศพั ท์ ชดุ ที่ ๒ ชื่อ สกุล ชน้ั เลขท่ี คาสงั่ ใหน้ กั เรยี นอธิบายวิธีการปฏิบตั ินาฏยศพั ทก์ ารราเพลงช้าลงในชอ่ งว่างใหถ้ ูกตอ้ ง พรอ้ มทั้ง วาดภาพประกอบ นาฏยศพั ท์ ภาพประกอบ คาอธบิ าย ตัง้ วงบน ใช้ลกั ษณะการตัง้ มอื แตใ่ หง้ อลาแขนให้ ได้ในลกั ษณะเส้นโค้ง การยกแขนใหเ้ สมอ กับไหล่ โดยงอแขนใหโ้ คง้ จากหวั ไหล่ ออกไปดา้ นขา้ งลาตัว ใหป้ ลายน้ิวสูงระดับ แง่ศรี ษะ จบี หงาย ใช้นวิ้ หวั แมม่ ือ และนว้ิ ช้ีมาจรดกันโดยให้ ล่อแกว้ ปลายนิว้ หัวแม่มือจรดอยู่ท่ีข้อแรกของ น้วิ ช้ที เ่ี หยยี ดตรง ส่วนน้วิ กลาง น้วิ นาง และนิว้ กอ้ ยกรีดน้วิ และเหยยี ดตงึ ออกไป พรอ้ มกับหกั ข้อมอื เขา้ หาท้องแขน การ จบี หงาย คือ ลกั ษณะมอื จีบทห่ี งายฝ่ามือ ขน้ึ ให้ปลายนว้ิ ช้ตี ง้ั ข้ึนดา้ นบน การนานว้ิ หวั แมม่ ือ และนวิ้ กลางมาจรด กนั ในลกั ษณะรปู วงกลม โดยให้ นวิ้ หวั แมม่ อื กดทับนว้ิ กลางไว้เล็กน้อย สว่ นนว้ิ ชี้ น้วิ นาง และน้ิวก้อย เหยียดตึง ออกไป ซง่ึ ลักษณะของมอื ล่อแกว้ สามารถใชไ้ ด้หลายลักษณะ เช่น ๑) มอื ล่อแก้วแบบตง้ั มอื ๒) เปน็ การลอ่ แก้ว แบบหงายมอื ๓) มอื ลอ่ แกว้ หักขอ้ มอื มา ทางฝ่ามือ

ชดุ ฝึกทกั ษะการปฏิบัติท่าราเพลงชา้ (โขนพระ) เลม่ ที่ ๓ ประวัตคิ วามเป็นมาเพลงชา้ และนาฏยศัพท์ หนา้ ๔๘ นาฏยศพั ท์ ภาพประกอบ คาอธบิ าย ยกเท้า เป็นทา่ ปฏบิ ตั ิต่อเนือ่ งจากการประเท้า โดยเท้าขา้ งใดขา้ งหนงึ่ ยืนเป็นหลัก ส่วน กา้ วขา้ ง เทา้ อกี ขา้ งท่ที าการประเทา้ ใหย้ กขึน้ โดย ใหส้ ้นเทา้ สูงระดบั เดียวกันกบั เข่าของเทา้ ขา้ งทย่ี ืน กนั เขา่ ออกไปด้านขา้ ง ตงึ นว้ิ เท้าทั้ง ๕ นว้ิ และดันปลายนว้ิ ขึ้น ให้ แนวของหวั แม่เทา้ ตรงกบั สนั หนา้ แข้งของ เท้าที่ยก ก้าวเทา้ ให้ปลายเท้าชไี้ ปทด่ี ้านขา้ ง ในขณะทก่ี าลงั กา้ วเทา้ ใหน้ าส้นเทา้ ลง ก่อนแลว้ ค่อยเหยียบเต็มเทา้ ให้สน้ เทา้ ท่ี ก้าวข้างอย่แู นวเดียวกับหัวแม่เท้าของเท้า ขาทีย่ นื เป็นหลกั โดยให้เทา้ ทงั้ สองมี ระยะห่างกนั ประมาณ ๑ ฟุต หรือความ กว้างประมาณไหล่ของผ้ปู ฏบิ ตั ิ ยอ่ ตวั งอ เข่า เปดิ สน้ เทา้ หลงั กนั ปลายเขา่ ทั้งสอง ออก นา้ หนักตัวอยู่ท่ปี ลายเขา่ เทา้ ท่ีก้าว ข้าง

ชดุ ฝึกทักษะการปฏบิ ัตทิ า่ ราเพลงช้า (โขนพระ) เลม่ ที่ ๓ ประวตั คิ วามเปน็ มาเพลงชา้ และนาฏยศัพท์ หนา้ ๔๙ เฉลยคาตอบ แบบทดสอบกอ่ น - หลงั เรียน ชดุ ฝกึ ทกั ษะการปฏบิ ตั ทิ า่ ราเพลงชา้ (โขนพระ) เลม่ ท่ี ๓ ประวัติความเปน็ มาเพลงชา้ และนาฏยศพั ท์ ชือ่ สกุล ช้ัน เลขท่ี ขอ้ คาตอบทถี่ ูกต้อง ๑ข ๒ง ๓ค ๔ง ๕ค ๖ข ๗ค ๘ก ๙ค ๑๐ ง

ชดุ ฝกึ ทกั ษะการปฏิบตั ทิ ่าราเพลงช้า (โขนพระ) เล่มที่ ๓ ประวตั ิความเป็นมาเพลงชา้ และนาฏยศพั ท์ หนา้ ๕๐ บรรณานุกรม อนงค์ลักษณ์ ศรีเพ็ญ. (๒๕๕๖). การราในการแสดงลิเก. วารสารวัฒนธรรมและภูมิปัญญาท้องถ่ิน, ๖ (๑), ๑๑ – ๑๙. พจนานกุ รมนกั เรยี น ฉบบั ปรับปรงุ . (๒๕๕๘). พมิ พค์ รัง้ ท่ี ๑๐. กรงุ เทพฯ: องค์การค้าของ สกสค. อาคม สายาคม. (2545). รวมงานนิพนธ์ของนายอาคม สายาคม พมิ พค์ ร้งั ที่ 2. กรุงเทพฯ: รุ่งศลิ ป์การพิมพ.์ รักชาติ ตงุ คะบรู ณะ, (ม.ป.ป.). เอกสารประกอบการสอนวิชานาฏศิลปไ์ ทย (ศ๒๑๑๐๑) โขนพระ การ ฝึกหัดเบ้อื งต้น (ทา่ ราเพลงชา้ ) ระดบั ชั้นมัธยมศกึ ษาปที ่ี ๑. ภาควิชานาฏศิลป์ไทย วิทยาลยั นาฏ ศลิ ป สถาบันบัณฑิตพัฒนศลิ ป์ กระทรวงวัฒนธรรม. ไพฑรู ย์ เข้มแขง็ . ผูเ้ ชย่ี วชาญด้านนาฏศลิ ป์ไทย วิทยาลยั นาฏศิลป. สมั ภาษณ์, ๑๓ กรกฎาคม ๒๕๖๐. วีระชยั มีบอ่ ทรพั ย.์ ผูเ้ ชีย่ วชาญด้านนาฏศลิ ป์ไทย สถาบนั บัณฑติ พัฒนศลิ ป.์ สัมภาษณ์, ๔ กรกฎาคม ๒๕๖๐. สัจจะ ภแู่ พง่ สทุ ธ์.ิ ครชู านาญการพเิ ศษ วทิ ยาลยั นาฏศลิ ป. สัมภาษณ,์ ๒๒ กรกฎาคม ๒๕๖๐. อาคม สายาคม. (๒๕๒๔). คาอธิบายนาฏศิลปไ์ ทยตอนต้น นาฏยศัพท์ (เอกสารประกอบการสมั มนา อาจารยผ์ ้สู อนวิชานาฏศลิ ป์ ๑ – ๕ มิถนุ ายน ๒๕๒๔). กรุงเทพฯ: วิทยาลัยครสู วนสุนันทา. วรี ะชยั มบี อ่ ทรัพย.์ (ม.ป.ป.). หลักและวิธีการสอนโขน (พระ) เบื้องต้น เพลงชา้ -เพลงเร็ว. ม.ป.ท.. (อัดสาเนา) ดารงราชานภุ าพ. สมเด็จพระเจา้ บรมวงศเ์ ธอ กรมพระยา. (๒๕๐๗). ตานานละครอิเหนา. พระนครศรีอยธุ ยา: คลงั วทิ ยา. ธนิต อยู่โพธิ์. (๒๕๓๑). ศิลปะละคอนราหรือคู่มือนาฏศิลป์ไทย. พิมพ์คร้ังที่ ๒. กรุงเทพฯ: กรมศิลปากร.

ชุดฝึกทกั ษะการปฏบิ ตั ทิ ่าราเพลงช้า (โขนพระ) เล่มท่ี ๓ ประวตั ิความเปน็ มาเพลงช้า และนาฏยศพั ท์ หน้า ๕๑ ประวตั ิผ้จู ดั ทา ชือ่ – สกลุ นายสุทธเิ ขต ขนุ เณร อายุ ๔๖ ปี อายรุ าชการ ๒๒ ปี ภูมลิ าเนา บ้านเลขท่ี ๒๓๒ หมู่ ๗ ตาบลดงลาน อาเภอเมือง จงั หวัดรอ้ ยเอ็ด สถานทีอ่ ยปู่ จั จุบนั บ้านเลขท่ี ๒๓๒ หมู่ ๗ ตาบลดงลาน อาเภอเมอื ง จังหวดั ร้อยเอด็ ตาแหนง่ หน้าทกี่ ารงานปัจจบุ นั ดารงตาแหน่ง ครู วิทยฐานะ ชานาญการ สถานทที่ างานปจั จบุ นั วิทยาลยั นาฏศิลปรอ้ ยเอ็ด ตาบลในเมอื ง อาเภอเมือง จงั หวัดรอ้ ยเอ็ด ประวัตกิ ารศกึ ษา ประกาศนยี บัตรนาฏศลิ ปชนั้ ตน้ วทิ ยาลยั นาฏศิลป ประกาศนียบัตรนาฏศลิ ปชน้ั กลาง วิทยาลยั นาฏศิลป ประกาศนยี บัตรนาฏศลิ ปชั้นสูง วิทยาลัยนาฏศิลป ปริญญาตรี ศึกษาศาสตรบณั ฑิต นาฏศิลป์ไทย สถาบนั เทคโนโลยรี าชมงคล

ชดุ ฝึกทักษะการปฏิบัติทา่ ราเพลงช้า (โขนพระ) เลม่ ท่ี ๓ ประวตั คิ วามเปน็ มาเพลงช้า และนาฏยศัพท์ หนา้ ๕๒


Like this book? You can publish your book online for free in a few minutes!
Create your own flipbook