Important Announcement
PubHTML5 Scheduled Server Maintenance on (GMT) Sunday, June 26th, 2:00 am - 8:00 am.
PubHTML5 site will be inoperative during the times indicated!

Home Explore แผนการจัดการเรียนรู้บูรณาการ หลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง ระดับมัธยมตอนต้น รายวิชาภาษาไทย พท21001

แผนการจัดการเรียนรู้บูรณาการ หลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง ระดับมัธยมตอนต้น รายวิชาภาษาไทย พท21001

Description: แผนการจัดการเรียนรู้บูรณาการ
หลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง
ระดับมัธยมตอนต้น
รายวิชาภาษาไทย พท21001

Search

Read the Text Version

แผนการจดั กจิ กรรมการเรียนรู้ บรู ณาการหลกั ปรัชญาของเศรษฐกจิ พอเพยี ง หนว่ ยการเรยี นรู้ เลา่ เร่อื งเศรษฐกจิ พอเพียง สาระความรู้พน้ื ฐาน รายวชิ า ภาษาไทย พท 21001 สาระการดำเนนิ ชวี ติ รายวิชา เศรษฐกจิ พอเพียง ทช 21001 ระดับมธั ยมศึกษาตอนตน้ โดย ลงชอ่ื ..............................................ผู้เสนอ (...............................................) ตำแหน่ง..........................................  อนุมัติ ลงชื่อ..............................................ผ้อู นุมัติ (นายมาโนชฐ์ ลาภจิตร) ผอู้ ำนวยการศนู ยก์ ารศกึ ษานอกระบบและการศกึ ษาตามอัธยาศัยอำเภอคง สำนักงานส่งเสริมการศกึ ษานอกระบบและการศึกษาตามอัธยาศยั จงั หวัดนครราชสีมา

บนั ทึกขอ้ ความ ส่วนราชการ ศนู ย์การศึกษานอกระบบและการศึกษาตามอัธยาศัยอำเภอคง ที่ ศธ ๐๒๑๐.๓๖๒๐ / …………………. วันท่ี............เดือน.................................พ.ศ................. เรื่อง แผนการจัดกิจกรรมการเรยี นรูบ้ รู ณาการหลกั ปรัชญาของเศรษฐกจิ พอเพียง ระดบั มัธยมศกึ ษาตอนตน้ ………………………………………………………………………………………………………….................................................... เรยี น ผอู้ ำนวยการศูนยก์ ารศึกษานอกระบบและการศกึ ษาตามอัธยาศัยอำเภอคง ดว้ ยข้าพเจา้ ......นางปาริชาติ คมขำ.................ตำแหนง่ .......ครู กศน.ตำบล..................... และคณะครู ศูนย์การศกึ ษานอกระบบและการศกึ ษาตามอัธยาศัยอำเภอคง ได้ดำเนนิ การรว่ มกนั จดั ทำและรวบรวม แผนการจดั กิจกรรมการเรียนรบู้ ูรณาการหลักปรชั ญาของเศรษฐกิจพอเพยี ง ระดบั มัธยมศกึ ษาตอนตน้ เรียบร้อยแลว้ จงึ ขอส่งเอกสารดังกล่าวฯ เพ่ือเสนอต่อ ผู้บริหารฯ เอกสารดังแนบ จงึ เรียนมาเพ่อื โปรดทราบ ลงช่อื ……………………….................……. (...............................................) ตำแหน่ง.............................................. ทราบ ลงช่ือ………………........……......…… (นายคมพิสิษฐ์ ดังไธสงฆ์) ผ้อู ำนวยการ กศน.อำเภอคง

คำชีแ้ จง การใชแ้ ผนการจดั กิจกรรมการเรยี นรบู้ ูรณาการหลกั ปรชั ญาของเศรษฐกิจพอเพียง ตามนโยบายกระทรวงศึกษาธิการ ม่งุ พฒั นาสถานศึกษาทกุ แหง่ ให้สามารถจัดกระบวนการเรียนการสอนตาม หลกั ปรชั ญาของเศรษฐกิจพอเพียง และเพอ่ื ใหก้ ารพฒั นาเป็นไปอยา่ งมคี ณุ ภาพด้วยความยงั่ ยืนจงึ พฒั นา “สถานศกึ ษา พอเพยี ง” ใหเ้ ปน็ “ศนู ยก์ ารเรียนรู้ตามหลกั ปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียงด้านการศกึ ษา” เพอ่ื เป็นเคร่ืองมือสำคัญใน การขยายผลการขบั เคลื่อนสถานศึกษาพอเพยี ง โดยได้กำหนดแนวทางในการพัฒนาและประเมินศูนย์การเรียนรูต้ าม หลักปรชั ญาของเศรษฐกจิ พอเพยี งดา้ นการศกึ ษา แผนการจัดกิจกรรมการเรียนรู้บูรณาการหลกั ปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพยี ง ของ ศูนย์การศึกษานอกระบบ และการศกึ ษาตามอัธยาศยั อำเภอคง จัดทำข้นึ เพือ่ ใชเ้ ป็นแผนสำหรับจดั กิจกรรมการเรียนรู้บรู ณาการตามหลักปรัชญา ของเศรษฐกิจพอเพียง โดยใช้หลักสูตรการศึกษานอกระบบและการศึกษาขั้นพื้นฐาน พุทธศักราช 2551 ระดับ มัธยมศึกษาตอนต้น โดยการบูรณาการกับกลุ่มสาระทักษะการดำเนินชีวิต กลุ่มสาระความรู้พื้นฐาน รายวิชา ภาษาไทย (พท 21001) สาระการดำเนินชีวิต รายวิชา เศรษฐกิจพอเพียง (ทช 21001) ซึ่งผู้สอนจะต้องประเมนิ ผล ก่อนเรียน มีการจัดกิจกรรมการเรียนรู้ที่ผูเ้ รียนมีโอกาสฝึกทักษะ แสดงความคิดเห็น ปฏิบัติกิจกรรมอยา่ งอสิ ระและ สร้างสรรค์ มีการประเมินผลหลังเรยี น มีแบบประเมนิ การปฏิบัตงิ านกลุ่ม และบันทึกหลงั การสอน ซึ่งผู้สอนสามารถ นำไปใช้เพือ่ ประเมินความก้าวหนา้ ในการเรยี นรขู้ องผูเ้ รียนใหส้ อดคลอ้ งกบั หลกั ปรชั ญาของเศรษฐกจิ พอเพยี ง การจัดทำแผนการจัดกิจกรรมการเรียนรู้ฉบับน้ี ขอขอบคุณ นายคมพิสิษฐ์ ดังไธสงฆ์ ผู้อำนวยการ กศน. อำเภอคง ทีใ่ ห้คำปรึกษา จนเกดิ กจิ กรรมการเรยี นรู้อย่างครบถว้ นตามตัวชีว้ ดั ของศูนยก์ ารเรียนรตู้ ามหลักปรัชญาของ เศรษฐกจิ พอเพียงดา้ นการศกึ ษา คณะผจู้ ัดทำหวงั เปน็ อยา่ งย่งิ วา่ เอกสารเล่มน้ีจะเป็นประโยชน์ต่อการจัดกจิ กรรมการ เรยี นรู้ เพือ่ ให้เกดิ ประโยชน์สูงสุดแกผ่ ้เู รยี นอยา่ งมปี ระสิทธิภาพต่อไป คณะผูจ้ ัดทำ ศนู ยก์ ารศึกษานอกระบบและการศึกษาตามอัธยาศัยอำเภอคง

สารบญั หน้า คำชแี้ จง ก สารบัญ ข แผนการจดั กิจกรรมการเรยี นรูบ้ ูรณาการหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง 1 1 หน่วยการเรยี นรู้ 1 มาตรฐานการเรียนร/ู้ ตัวช้วี ดั 1 สาระการเรียนรู้ 1 จุดประสงคก์ ารเรยี นรู้ 2 สมรรถนะสำคญั 2 คณุ ลักษณะอนั พงึ ประสงค์ 2 กจิ กรรมการเรียนรู้ 3 ภาระงาน/ชน้ิ งาน 3 สอื่ /แหล่งเรียนรู้ 4 การวดั และประเมินผล 4 ชุดคำถามเพอ่ื กระต้นุ คณุ ลักษณะอยอู่ ยา่ งพอเพยี ง 6 แบบประเมนิ การสรปุ ความรู้ 7 แบบประเมนิ การปฏิบตั งิ านรายบุคคล/กล่มุ 8 บันทึกหลังการจดั กจิ กรรมการเรยี นรู้ ภาคผนวก 10 ก. ชุดคำถามกระตุ้นคดิ เพื่อปลกู ฝงั หลักคิดพอเพยี งในกิจกรรมการเรยี นรู้ 11 ข. แนวทางการนำหลกั ปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียงมาใชอ้ อกแบบกิจกรรมการเรยี นรู้ ค. ผลท่เี กิดข้ึนกบั ผูเ้ รียนสอดคล้องกับหลกั ปรัชญาของเศรษฐกจิ พอเพียงจาก 15 25 การจัดกิจกรรมการเรยี นรู้ 32 ใบความรู้ 34 ใบงาน 35 แบบทดสอบกอ่ นเรยี น-หลงั เรยี น เฉลยแบบทดสอบกอ่ นเรยี น-หลังเรียน คณะผูจ้ ัดทำ

แผนการจดั การเรียนรู้บูรณาการหลักปรชั ญาของเศรษฐกจิ พอเพียง 1. หน่วยการเรียนรู้ เลา่ เร่อื งเศรษฐกจิ พอเพยี ง สาระความรู้พืน้ ฐาน รายวิชา ภาษาไทย พท 21001 ระดบั มธั ยมศึกษาตอนตน้ สาระการดำเนินชีวิต รายวิชา เศรษฐกิจพอเพียง ทช 21001 ระดบั มธั ยมศกึ ษาตอนตน้ แผนการเรยี นร้เู ร่อื ง การเขยี น 1. การเขยี นเรยี งความ 2.ปรัชญาของเศรษฐกจิ พอเพยี งกบั การจดั การความรู้ จำนวน เวลา 3 ช่ัวโมง ผสู้ อน นางปารชิ าติ คมขำ/นางสาวยภุ า โพธิ์ธานี/นายธงชัย กงิ่ มะลัง /นายเดชา ประจนั ทะศร/ี นายกฤษฎา เนตรโคกสูง/นายภาณุวฒั น์ ดุษฎีนศิ ากร/นางสาวศุลรี ัตน์ ขมุ พุทรา/นางสาวสุพรรณี ลิม้ ภทั ราพร นางสาวสภุ า สยี างนอก/นางสาวนริดา ติยาพากิจ 2. มาตรฐานการเรยี นร้/ู ตวั ชี้วดั มาตรฐานการเรียนรรู้ ะดบั รายวิชาภาษาไทย การเขยี น 1.รแู้ ละเข้าใจหลกั การเขียนประเภทต่างๆ โดยใช้คำในการเขียนได้ตรงความหมาย และ ถกู ต้องตามอกั ขระวธิ ีและระดบั ภาษา มาตรฐานการเรยี นรรู้ ะดับ รายวชิ าเศรษฐกจิ พอเพียง รู้ เข้าใจ ตระหนัก และเหน็ คุณคา่ ปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพยี ง ยอมรับ ประยกุ ต์ใชใ้ น ชุมชน และ มีคุ้มกนั ในการ ดำเนินชีวติ และการอยรู่ ว่ มกันในครอบครวั ชุมชน และสงั คม อยา่ งสนั ตสิ ุข สรา้ งความรว่ มมอื ในการพฒั นาชมุ ชน ทอ้ งถนิ่ ตัวช้ีวัด รายวิชาภาษาไทย 1. เขยี นแผนภาพความคดิ เขยี นยอ่ ความ เรียงความ จดหมาย เขียนอธบิ าย ชี้แจง โน้มนา้ วใจ แสดง ทศั นะและการเขยี นเชงิ สร้างสรรค์ โดยใชห้ ลกั การเขียนและโวหารตา่ งๆ ได้ถูกต้องตามอักขระวิธีและระดับภาษา รายวิชาเศรษฐกิจพอเพยี ง 2. รูเ้ ข้าใจและวิเคราะหแ์ นวคดิ หลกั การปรัชญาของเศรษฐกจิ พอเพยี ง 3. สาระสำคญั /ความคิดรวบยอด เรียงความ เป็นงานเขียนร้อยแก้วทนี่ ำเสนอเร่อื งราวต่างๆ โดยใช้กระบวนการคดิ กลวิธใี นการเขียน ทเี่ ปน็ ระบบสผู่ อู้ า่ น มคี วามรู้ในหลกั แนวคดิ ของเศรษฐกจิ พอเพยี ง และสามารถประยุกต์หลักแนวคดิ ของ เศรษฐกิจพอเพยี ง ไปใช้ในการดำเนนิ ชีวติ ของตนเองได้ 4. สาระการเรียนรู้ สาระความรูพ้ ืน้ ฐาน รายวชิ าภาษาไทย สาระการดำเนินชีวิต รายวิชาเศรษฐกิจพอเพียง

5.จุดประสงค์ 1. . เขียนแผนภาพความคิด เขียนยอ่ ความ เรยี งความ จดหมาย เขียนอธบิ าย ชแี้ จง โนม้ นา้ วใจ แสดง ทศั นะและการเขยี นเชิงสร้างสรรค์ โดยใชห้ ลักการเขยี นและโวหารต่างๆ ไดถ้ ูกต้องตามอกั ขระวธิ แี ละระดับภาษา 2. รู้เข้าใจและวิเคราะห์แนวคดิ หลักการปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง 6. สมรรถนะสำคัญของผู้เรียน 1.ความสามารถในการสอื่ สาร : อธิบาย เขยี น นำเสนอหนา้ ชน้ั 2.ความสามารถในการคดิ : คิดวิเคราะห์ แปลงความหมาย อภิปราย สรปุ ผล 3.ความสามารถในการใช้ทกั ษะชวี ิต : ใชก้ ระบวนการกลุม่ และหลกั ปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียงในการปฏบิ ตั ิ กจิ กรรมกลุ่มและกจิ กรรมการเรยี นรู้ 7. คุณลักษณะอนั พึงประสงค์ 1.มีวินยั : มคี วามรับผิดชอบ ความตรงตอ่ เวลา อย่อู ยา่ งพอเพยี ง คิดและตัดสนิ ใจในการปฏิบัตกิ ิจกรรมท่ี ได้รับมอบหมายไดเ้ หมาะสมกับศักยภาพตนเอง/ กลุม่ ใช้เวลาไดอ้ ย่างเหมาะสมในการทำกจิ กรรม ใชค้ วามรู้สติปญั ญา 2.ขยนั : ใฝ่เรยี นรู้ ตงั้ ใจเรยี นรู้และทำกิจกรรม แสวงหาความร้ใู หม่แล้วสรปุ เป็นความรู้ 3.ซื่อสัตย์ : มีความซื่อสตั ย์สุจรติ เตรยี มพรอ้ มและวางแผนการปฏิบตั ิกิจกรรมอย่างเป็นระบบรอบคอบ สมเหตุสมผล และร่วมกนั ลงมือทำกจิ กรรมอย่างระมดั ระวงั 8. กจิ กรรมการเรยี นรู้ ผเู้ รียนทำแบบทดสอบกอ่ นเรียน กจิ กรรมที่ 1 วิเคราะห์หลกั ปรชั ญาของเศรษฐกจิ พอเพยี ง เวลา 1.5 ช่ัวโมง ขน้ั ที่ 1 กำหนดสภาพปญั หาความต้องการ ครู และผเู้ รียนรว่ มกนั สนทนา ในหลวงคอื พ่อของแผน่ ดนิ ท่านทรงเหนด็ เหน่ือยโดยทรงหวงั ให้คน ไทยอยูเ่ ย็นเป็นสขุ ร่มเยน็ ยั่งยนื สืบไป ทรงสอนแนวคดิ ของเศรษฐกิจพอเพียงเพอื่ ใช้เปน็ หลกั ในการดำเนนิ ชวี ติ ขั้นที่ 2 แสวงหาขอ้ มลู และการจดั การเรยี นรู้ 1. ครู และผู้เรียนร่วมกนั แสดงความคดิ เห็นในเร่ืองความหมาย ความสำคัญและองคป์ ระกอบของ เศรษฐกจิ พอเพียง 2. ครมู อบหมายให้ผู้เรียนไปอ่านตัวอย่างเรอื่ งเล่าเร้าพลงั การใช้หลักปรชั ญาของเศรษฐกจิ พอเพยี ง ในการดำเนนิ ชวี ิต และนำมาวเิ คราะหค์ วามหมาย คุณค่าทางด้านภาษา และสงั คม พร้อมทง้ั จดบันทกึ เพอื่ นำมาเขียน เรยี งความ โดยยดึ หลกั ภาษาของการเขียนเรยี งความ คือ มบี ทนำ เนือ้ หา และบทสรปุ โดยโครงเรื่อง ใหผ้ เู้ รยี นนำ สำนวนสภุ าษิตตามแนวทางเศรษฐกจิ พอเพยี งไปใชใ้ นชีวติ ประจำวนั ที่เกี่ยวกบั ตนเอง ครอบครวั และสงั คม พรอ้ มทั้ง มี สือ่ ประกอบ เชน่ ภาพประกอบ ฯลฯ ซึ่งในเนอ้ื หาเรียงความต้องประกอบไปด้วย หลกั ปรชั ญาของเศรษฐกิจพอเพียง ท้ังหมด (2:3:4:3:4) ในการสรา้ งความพอเพยี ง ขน้ั ท่ี 3 การปฏิบัติและนำไปประยกุ ตใ์ ช้ 1. ครูแบ่งกลุ่มผ้เู รียนคละกันตามความสามารถเพือ่ ให้ผู้เรียนช่วยเหลอื กันในการเรยี นรู้ เพอื่ ให้ผู้เรยี น มคี วามพอประมาณในการเลือกกล่มุ เพื่อนมาเป็นสมาชกิ โดยใช้เหตผุ ลประกอบการเลอื ก เพือ่ นพรอ้ มท้งั ให้ความช่วยเหลือเพื่อนทเี่ รียนอ่อนมาเขา้ กลมุ่

2. ให้ผเู้ รยี นทำใบงานที 1 เรียงความเรอ่ื งหลกั ปรชั ญาของเศรษฐกจิ พอเพยี ง - ครูสุ่มเรียกสมาชิกบางคนในแต่ละกลุ่มออกไปนำเสนอความรูจ้ ากใบงาน - ครแู ละผู้เรยี นรว่ มกนั สรปุ การประยกุ ตใ์ ชห้ ลกั ปรัชญาของเศรษฐกจิ พอเพียงในการ ดำรงชวี ติ ในชมุ ชนเห็นความสำคัญคณุ ค่าและประโยชน์ของหลกั ปรัชญา ของเศรษฐกจิ พอเพียงตอ่ สงั คมไทย - ครูมอบหมายให้ผูเ้ รยี นทำใบงานท่ี 2 เร่อื งนำแนวคดิ หลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง ไปวเิ คราะห์การเขียนถอดบทเรยี นสู่การปฏิบตั ิ ขัน้ ที่ 4 การประเมินผลการเรียนรู้ - ผูเ้ รยี นร่วมกนั วิเคราะห์ผลงานและปรับปรุงแกไ้ ข หรอื พฒั นาใหม้ คี ุณภาพตามเป้าหมาย - ผู้เรยี น รว่ มกนั สรุปแนวคดิ ของเศรษฐกิจพอเพียง เปน็ ข้อๆใหเ้ ห็นชดั เจนในการ น้อมนำแนวคิด ของเศรษฐกิจ พอเพียง ไปพฒั นาตนเอง สงั คม ประเทศชาติ กิจกรรมท่ี 2 การเขียนเรยี งความ(1.5 ช่ัวโมง) ข้ันที่ 1 กำหนดสภาพปัญหาความต้องการ ครูและผูเ้ รยี นร่วมกนั ทบทวนการเรียนรู้ในคร้ังที่ 1 ข้ันท่ี 2 แสวงหาข้อมูลและการจัดการเรยี นรู้ 1. ครูให้ผู้เรียนแตล่ ะคนสรุปแนวทางการดำเนินชีวิตแบบเศรษฐกิจพอเพียง ตามที่เขียนเรียงความมา เล่าให้เพื่อนฟัง 2. ให้ผู้เรียนทุกคนรว่ มกนั อภิปราย สรปุ ถงึ ประโยชน์ของการดำเนนิ ชีวติ แบบเศรษฐกิจพอเพยี ง 3. ครูสรุปการเขียนเรียงความ พร้อมทั้งหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียงเพื่อนำไปใช้ในการดำเนิน ชีวิต 4. ให้ผู้เรียนทุกคนนำเรียงความที่ได้ปรับปรุงแล้วรวบรวมจัดทำเปน็ เล่มให้เปน็ ผลงานของกลุ่มและทำ ใบงาน 3 เรอื่ งการเขียนเรยี งความ 5. ให้ผู้เรียนทำใบงานที่ 4 เรื่องเล่าเรื่องเศรษฐกิจพอเพียงของฉนั มาวิเคราะห์และเขียนเรียงความใน การนำปใชใ้ นวถิ ีการดำเนินชวี ิตของตนเอง ครอบครัว และสงั คม 9. ภาระงาน /ช้นิ งาน - ใบงาน / ผลงานผูเ้ รยี น

10. สอ่ื /แหล่งเรยี นรู้ 1. ส่อื การเรยี นรู้ 1. ใบความรู้ 2. ใบงาน 3. หนงั สอื เรยี นรายวชิ า ภาษาไทย และรายวชิ า เศรษฐกิจพอเพียง 2. แหล่งเรียนรู้ 1. หอ้ งสมดุ 2. แหลง่ ข้อมูลสารสนเทศ / Internet 11. การผลการประเมิน 1. การประเมนิ ก่อนเรยี น - แบบทดสอบกอ่ นเรยี น 2. การประเมินระหวา่ งการจัดกจิ กรรมการเรยี นรู้ - ใบงานที่ 1 เรอ่ื งแนวคิดของเศรษฐกิจพอเพียง - ใบงานท่ี 2 เรอ่ื งวเิ คราะห์การเขียนเรยี งความตามหลกั ปรชั ญาของเศรษฐกจิ พอเพียง ไปวิเคราะห์การเขยี นถอดบทเรียนสกู่ ารปฏิบัติ - ใบงาน 3 เร่อื งการเขียนเรยี งความ - ใบงานที่ 4 เรือ่ งเล่าเร่อื งเศรษฐกจิ พอเพียงของฉนั มาวเิ คราะหแ์ ละเขยี นเรียงความในการนำปใชใ้ นวถิ กี าร ดำเนินชวี ิตของตนเอง ครอบครัว และสังคม -ประเมนิ ผลการวเิ คราะหป์ รชั ญาของเศรษฐกจิ พอเพียงในการเขยี นเรยี งความ -สังเกตพฤตกิ รรมการทำงานรายบคุ คล 3. การประเมนิ หลงั เรียน - แบบทดสอบหลังเรยี น 12. ชุดคำถามเพ่ือกระต้นุ คุณลกั ษณะอยู่อย่างพอเพียง -ผูเ้ รียนรู้ความหมายและหลกั ปรัชญาของเศรษฐกจิ พอเพยี ง (Q1) -ความพอเพยี งมลี กั ษณะอย่างไร (Q2) -ความพอเพยี งมีอะไรบา้ ง (Q3) -ความพอเพยี งมปี ระโยชน์อย่างไร (Q4) -ยกตวั อยา่ งความพอเพียงในชวี ิตประจำวนั มีอะไรบา้ ง (Q5)

การประเมนิ ชิ้นงาน / ภาระงาน (รวบยอด) แบบประเมินผลชิ้นงาน รายการ ระดับคุณภาพ/ระดบั คะแนน ประเมิน ดมี าก(4) ดี(3) พอใช้(2) ปรบั ปรงุ (1) 1. รูปแบบ -รูปแบบชิ้นงานถกู ตอ้ ง -รูปแบบแปลกใหม่ -รปู ภาพมีสีสนั สวยงาม -รปู ภาพสัมพันธก์ บั ชิ้นงาน ตามทีก่ ำหนด น่าสนใจ -รูปภาพสมั พันธ์กับ เน้ือหา -รูปแบบแปลกใหม่น่าสนใจ -รปู ภาพมสี สี นั สวยงาม เนือ้ หา -รปู ภาพมสี สี ันสวยงาม -รูปภาพสัมพันธก์ บั -รูปภาพสัมพนั ธก์ ับเนอื้ หา เนอ้ื หา 2. ภาษา -มีการใชภ้ าษาอยา่ งถกู ตอ้ ง -ประโยคสอดคลอ้ งกับ -สะกดคำถกู ต้อง -มีการเว้นวรรคถกู ต้อง -ประโยคสอดคลอ้ งกับ เนื้อหา -มกี ารเวน้ วรรคถกู ต้อง -มีการใช้ภาษาอยา่ ง เน้อื หา -สะกดคำถูกตอ้ ง -มกี ารใช้ภาษาอยา่ ง สร้างสรรค์ -สะกดคำถกู ตอ้ ง -มีการเว้นวรรคถูกต้อง สร้างสรรค์ -มกี ารเว้นวรรคถูกตอ้ ง -มกี ารใช้ภาษาอยา่ ง -มกี ารใช้ภาษาอย่าง สรา้ งสรรค์ สร้างสรรค์ 3. เนอื้ หา -เนอื้ หาถกู ต้อง -เน้อื หาตรงตามหวั ขอ้ -เนอ้ื หาเปน็ ไปตามที่ -รายละเอียดครอบคลุม -เนือ้ หาตรงตามหวั ขอ้ เรื่อง เร่อื ง กำหนด -เนอ้ื หาสอดคลอ้ ง -เนื้อหาเป็นไปตามที่ -เนือ้ หาเป็นไปตามท่ี -รายละเอยี ดครอบคลมุ กำหนด กำหนด -เนื้อหาสอดคลอ้ ง -รายละเอยี ดครอบคลมุ -รายละเอยี ดครอบคลมุ -เนอ้ื หาสอดคล้อง -เนอื้ หาสอดคล้อง 4. เวลา -ส่งชน้ิ งานภายในเวลาท่ี -สง่ ชน้ิ งานชา้ กว่ากำหนด -สง่ ชิ้นงานช้ากว่า -สง่ ช้ินงานชา้ กวา่ กำหนด 1 วัน กำหนด 2 วนั กำหนด 3 วนั เกณฑ์การตดั สนิ คุณภาพ ระดับคณุ ภาพ ช่วงคะแนน ดีมาก 4 ดี 3 พอใช้ 2 ปรับปรงุ 1

แบบประเมินการสรุปความรู้ เรือ่ ง...................................................................................................................................................................... วัตถุประสงค์การเรยี นรู้........................................................................................................................................ ชื่อบคุ คล/กลุ่ม.....................................................ระดบั ...................................ภาคเรียนที่............../.................... กศน. /ศูนยก์ ารเรยี นชมุ ชน................................................................................................................................... แสวงหาขอ้ มูล นำเสนอข้อมูลได้ สรุปข้อมลู ถกู ตอ้ ง นำเสนอเข้าใจ สมาชิกกลมุ่ จากแหล่งเรยี นรู้ที่ ครบถว้ น ครอบคลมุ นำไปใช้ประโยชนไ์ ด้ ท่ี ชื่อ-สกุล กำหนด รวม 54321543215432154 3 2 1 1 2 3 4 5 6 7 8 9 10 คำชีแ้ จง 5 หมายถึง มผี ลการปฏิบัตริ ะดับดมี าก 4 หมายถึง มีผลการปฏิบัติระดับดี 3 หมายถงึ มีผลการปฏบิ ัตริ ะดบั พอใจ 2 หมายถงึ มีผลการปฏิบตั ริ ะดบั ต้องปรบั ปรงุ 1 หมายถงึ มีผลการปฏบิ ัติระดบั ต้องปรบั ปรุงเร่งดว่ น เกณฑก์ ารประเมิน ด้านใดได้ 2 ควรใหผ้ เู้ รียนปรับปรงุ ลงชอ่ื ..............................................................ผปู้ ระเมนิ (......................................................)

แบบประเมนิ การปฏบิ ตั ิงานกลมุ่ เรอ่ื ง .................................................................................................................................................................. วตั ถุประสงค์การเรยี นรู้ ..................................................................................................................................... ชอื่ บุคคล/กลุ่ม............................................................ระดับ............................ภาคเรียนท่ี .................................. กศน. / ศนู ย์การเรยี นชมุ ชน ............................................................................................................................... ระดบั พฤตกิ รรม ระดับ รายการแสดงพฤตกิ รรม ดมี าก ดี พอใจ ปรบั ปรุง ปรับปรงุ คะแนน การทำงานกลุ่ม (5) (4) (3) (2) เรง่ ดว่ น 1. มีความร่วมมือ ทำงานเป็นกลมุ่ 2. มีความรบั ผิดชอบ รจู้ กั บทบาทหน้าท่ีของตนเอง (1) 3. มคี วามเป็นผ้นู ำและผู้ตามที่ดี 4. มกี ารแสดงความคิดเหน็ ท่เี ปน็ ประโยชนภ์ ายในกลุ่ม 5. มกี ารตัดสินใจและแกป้ ญั หารว่ มกัน ค่าเฉลยี่ ระดบั คะแนนการทำงานกลมุ่ กระบวนการทำงาน 1. มีการวางแผนทำงาน 2. มกี ารสรา้ งความเขา้ ใจและ แบ่งงานตามทถ่ี นัด 3. มีการสืบค้น ประยุกตแ์ ละใช้ขอ้ มูลจากแหล่งเรียนรู้ 4. มีการแลกเปล่ียนความรู้ความเข้าใจในกลุ่ม 5. มกี ารสรปุ และจดั ระเบียบความรู้ คา่ เฉลย่ี ระดับคะแนนกระบวนการทำงาน ลักษณะอนั พงึ ประสงค์ 1. มีความกระตือรือรน้ ทำงานเตม็ ความสามารถ 2. มีการยอมรับฟังความคิดเห็นผูอ้ ่ืน 3.มีน้ำใจเอ้อื เฟอ้ื ชว่ ยเหลอื ผอู้ ื่น 4. มีความรบั ผิดชอบ ทำงานเสรจ็ ทันเวลา 5. มีการใชว้ ัสดุ อปุ กรณค์ ุ้มคา่ ประหยัด ค่าเฉลี่ยระดบั คะแนนลกั ษณะอันพึงประสงค์ คา่ เฉลี่ยรวม ลงชอ่ื ....................................................... ผูป้ ระเมิน (.....................................................)

บนั ทกึ ผลหลงั การจดั กระบวนการเรยี นรู้ 1. ผลทเี่ กิดกบั ผเู้ รียน (K P A) .............................................................................................................................................................................. .............................................................................................................................................................................. .............................................................................................................................................................................. .............................................................................................................................................................................. .............................................................................................................................................................................. .............................................................................................................................................................................. 2. ปญั หา / อปุ สรรค .............................................................................................................................................................................. .............................................................................................................................................................................. .............................................................................................................................................................................. .............................................................................................................................................................................. 3. ข้อเสนอแนะ / วิธแี กไ้ ข .............................................................................................................................................................................. .............................................................................................................................................................................. .............................................................................................................................................................................. ลงชอ่ื ……………………..……………………..ครูผู้สอน (…………………………………………….) ตำแหนง่ .................................................. กจิ กรรมเสนอแนะ ...................................................................................................................................................................... ...................................................................................................................................................................... ...................................................................................................................................................................... บันทกึ ขอ้ เสนอแนะของผ้บู รหิ ารหรือผู้ท่ีได้รับมอบหมาย ...................................................................................................................................................................... ...................................................................................................................................................................... ...................................................................................................................................................................... ลงชอื่ ....................................................... (…………………………………………….) ตำแหนง่ ..................................................

ภาคผนวก ก. ชดุ คำถามกระตุ้นคดิ เพอ่ื ปลกู ฝงั หลกั คิดพอเพยี งในกจิ กรรมการเรียนรู้ ข. แนวทางการนำหลกั ปรชั ญาของเศรษฐกิจพอเพียงมาใช้ออกแบบกิจกรรมการเรียนรู้ ค. ผลทเี่ กดิ ข้ึนกบั ผเู้ รียนสอดคลอ้ งกบั หลกั ปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพยี งจากการจดั กิจกรรมการเรียนรู้ 1. ผเู้ รียนได้เรยี นรู้หลักคิดและฝึกปฏิบัติตามหลกั ปรัชญาเศรษฐกจิ พอเพยี ง 2. ผู้เรียนไดเ้ รยี นรกู้ ารใช้ชวี ิตทส่ี มดลุ และพร้อมรบั การเปลีย่ นแปลง 4 มิติตามหลกั ปรัชญา ของเศรษฐกจิ พอเพียง ง. ใบความรู้ จ. ใบงาน ฉ. เฉลยใบงาน ฯลฯ

ก.ชุดคำถามกระตุน้ คิดเพอ่ื ปลูกฝงั หลกั คดิ พอเพยี งในกจิ กรรมการเรียนรู้ 1. Q1 ผู้เรียนสามารถเรยี นรู้หลกั ปรชั ญาของเศรษฐกจิ พอเพยี งไดอ้ ย่างไร 2. Q2 ผู้เรียนคดิ วา่ หลกั ปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียงมปี ระโยชนอ์ ยา่ งไร 3. Q3 ผ้เู รยี นคดิ ว่าเศรษฐกิจพอเพียงคอื อะไร มีองค์ประกอบอะไรบา้ ง 4. Q4 ผูเ้ รยี นวางแผนแบ่งหน้าที่การทำงานกลมุ่ อย่างไรใหเ้ หมาะสมกับความสามารถของสมาชกิ และใหง้ าน สำเร็จตามเป้าหมายทนั เวลาท่กี ำหนด (ภมู คิ ้มุ กนั ,พอประมาณ) 5. Q5 การปฏิบัติกิจกรรมให้สำเรจ็ ตามทไี่ ดร้ บั มอบหมายงานจากกลุม่ ผู้เรียนจำเปน็ จะต้องปฏบิ ตั ิ ตนอย่างไร บา้ ง (คณุ ธรรม) 6. Q6 การเลือกวธิ ีนำเสนอผลการศึกษาทไี่ ดร้ บั มอบหมาย ผู้เรยี นในกล่มุ มเี หตุผลอะไรในการเลือก วธิ ีนำเสนอ (มเี หตุผล) 7. Q7 การชว่ ยกนั ทำงานในกลุ่มจะส่งผลดตี ่อผู้ปฏิบัตอิ ย่างไร และเป็นคณุ ธรรมด้านใด (คุณธรรม) 8. Q8 การปฏิบตั กิ ิจกรรมการเรยี นรู้ไดส้ ำเร็จจำเป็นต้องมคี วามรอู้ ะไร (ความรู้) 9. Q9 การปฏบิ ัติกิจกรรมการทำงานกลมุ่ และการนำเสนอใหส้ ำเรจ็ จำเป็นต้องมีคุณธรรมข้อใด อธิบายเหตผุ ล ประกอบ (คณุ ธรรม) 10.Q10 เพราะเหตุใดผู้เรยี นจึงตอ้ งปฏิบตั ิกจิ กรรมการเรียนรู้ (เหตุผล) 11.Q11 แหลง่ เรียนรู้ในทอ้ งถิน่ มปี ระโยชนก์ บั ผู้เรยี นอยา่ งไร (เหตผุ ล) 12.Q12 ทำใบงานให้สำเร็จทันเวลาตามทีร่ บั มอบหมาย กล่มุ ของผู้เรยี นพจิ ารณาถงึ ความเหมาะสม กบั ปจั จัย ใด พร้อมอธิบายเชือ่ มโยงความเหมาะสมประกอบ (พอประมาณ) 13.Q13 การนำเสนอใหส้ ำเรจ็ ทันเวลาตามทรี่ ับมอบหมายกล่มุ ของผู้เรียนมกี ารวางแผนดว้ ยความ รอบคอบ อยา่ งไร (ภมู คิ มุ้ กันในตวั ทีด่ ี) 14.Q14 หลงั จากผเู้ รียนไดเ้ รียนรจู้ ากหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียงแลว้ ผู้เรียนจะปฏบิ ตั ิตนใน ชวี ติ ประจำวนั กับความร้ทู ี่ไดร้ ับอย่างไร และขยายผลความร้นู นั้ ไดอ้ ยา่ งไร

ข.แนวทางการนำปรชั ญาของเศรษฐกจิ พอเพียงมาใชใ้ นการจดั กิจกรรมการเรยี นรู้ 1. ครูผสู้ อนนำหลกั ปรชั ญาของเศรษฐกิจพอเพยี งมาใช้ในการจดั กิจกรรมการเรียนรู้ ความรทู้ ี่ครูตอ้ งมีก่อนการจดั กิจกรรมการเรียนรู้ คุณธรรมของครู มีภมู ิคุ้มกนั ในตัวท่ีดี 1. มีความร้รู ายวิชาภาษาไทย และรายวิชาเศรษฐกิจ 1. ความรักเมตตาศิษย์ พอเพียง 2. ความรับผดิ ชอบ - สรุปเนอ้ื หาใจความ 2. มีความรู้การคน้ หา เรียกดู และคัดลอกขอ้ ความใน 3. ความยุติธรรม สำคญั มภี าพประกอบ เวบ็ ไซต์ 4. ความตรงต่อเวลา เนอื้ หา 3. มคี วามรู้ความเข้าใจเกย่ี วกบั หลักปรัชญาของ - เรียงเนื้อหา เศรษฐกจิ พอเพียง มเี หตผุ ล ตามลำดบั การเรยี นรู้ 4. รพู้ น้ื ฐานผู้เรยี น/จติ วทิ ยาในการสอน/เทคนคิ การ สอน/การวัดผลประเมินผล - ต้องการให้ผเู้ รียน รู้ - กำหนดเวลาในแตล่ ะ ความสำคญั ของรายวชิ า กจิ กรรมไวเ้ กินจรงิ เลก็ หลัก พอประมาณ ภาษาไทยและรายวิชา นอ้ ยเพือ่ รองรับการ พอเพียง เศรษฐกิจพอเพียง เปลี่ยนแปลงทอ่ี าจเกดิ ประเด็น - อธบิ ายถงึ ข้อควรปฏิบัติ ระหว่างจัดกิจกรรม ในการสืบค้นข้อมลู จาก - แบง่ กลมุ่ คละความ เนอ้ื หา - รายวิชา ภาษาไทย และ แหล่งเรียนรู้ สามารถของผู้เรยี น รายวิชาเศรษฐกิจพอเพียง - จัดการเรยี นรไู้ ด้ครบถว้ น - เตรยี มชุดคำถามให้ สอดคลอ้ งกบั มาตรฐาน ตามทอี่ อกแบบไว้ พร้อม ตามลำดับ ตวั ชว้ี ัด เหมาะสมกับเวลาที่ กจิ กรรมการเรยี น กำหนดและวยั ของผ้เู รยี น เวลา - กำหนดเวลาในแต่ละ กิจกรรมเหมาะสมกับ กิจกรรมและวัยของผู้เรียน วิธกี ารจัดกิจกรรม - แบง่ กลุ่มผู้เรยี นไดพ้ อดี กบั - ต้องการใหผ้ ู้เรียนปฏิบัติ จำนวนผเู้ รยี น กจิ กรรมอยา่ งทั่วถึงตาม - กำหนดกจิ กรรมการ เรยี นรู้ ความสามารถ เหมาะสมกับเวลาท่ี กำหนด - เพอ่ื ตอ้ งการให้ผู้เรียนเกิด - มอบหมายภาระงานและ การเรยี นร้ตู ามเปา้ หมายท่ี ชิ้นงานเหมาะสมกบั ความ กำหนด สามารถผเู้ รยี นและ

สอดคลอ้ งกบั เป้าหมาย การ - ผู้เรียนนำความรูไ้ ป - สงั เกตพฤตกิ รรมและ เรียนรู้ ประยุกตใ์ ชก้ บั ภาระงานได้ ให้ความช่วยเหลือเมื่อ ผ้เู รยี นมปี ัญหา สื่อ / อุปกรณ์ - สรุปจำนวนใบความรู้ ใบ - ตอ้ งการใหผ้ เู้ รียนได้ปฏิบัติ - เตรยี มสอื่ อปุ กรณใ์ ห้ งาน เหมาะสมกบั กิจกรรม กจิ กรรมได้จริงตาม พร้อม กอ่ นการจดั แหลง่ เรยี นร้/ู ฐานการ และปรมิ าณเพยี งพอกับ จดุ ประสงคก์ ารเรียนรทู้ ่ี กจิ กรรม – มีลำดับ เรยี นรู้ จำนวนผเู้ รยี น กำหนดไว้ ขั้นตอนการใช้ส่อื และ จัดเกบ็ อย่างเปน็ ระบบ การประเมินผล - ห้องสมดุ /แหลง่ เรยี นรู้ - - เตรยี มห้องสมุด/ เหมาะสมกบั กิจกรรมที่ แหล่งเรียนรู/้ กำหนด - การประเมนิ ผล การ อินเตอร์เน็ต ให้พรอ้ ม เรียนรู้ตามเปา้ หมายท่ี ก่อนใหใ้ ชบ้ รกิ าร - จดั ทำแบบประเมนิ ผล งาน กำหนด - วางแผนการ และประเมนิ พฤติกรรมได้ ประเมินผลตาม เหมาะสมกับ เป้าหมายการ ข้ันตอนของกิจกรรม เรียนรู้

ค. ผลที่เกิดขนึ้ กบั ผเู้ รียนสอดคล้องกบั หลักปรชั ญาของเศรษฐกิจพอเพียงจากการจัดกจิ กรรมการเรียนรู้ 1. ผ้เู รียนไดเ้ รียนรู้หลกั คดิ และฝึกปฏิบัติตาม 2 เงื่อนไข 3 หลักการ ดงั นี้ ความรู้ คณุ ธรรม -รเู้ ขา้ ใจความหมายหลกั ปรัชญาของเศรษฐกจิ พอเพียง -มีความอดทน -รปู้ ระโยชน์และคุณคา่ หลกั ปรัชญาของเศรษฐกิจ -มคี วามซื่อสัตย์ พอเพยี ง -มคี วามขยัน -รู้วิธกี ารสบื คน้ ข้อมลู จากแหลง่ เรยี นรู้ -มคี วามรับผิดชอบ พอประมาณ มเี หตุผล มภี ูมคิ ุม้ กนั ในตวั ท่ดี ี -ผู้เรยี นสบื ค้นข้อมลู ไดเ้ หมาะสม -ผู้เรียนได้รับความรตู้ รงตามตัวชีว้ ดั - วางแผนการทำงานกลุ่มอยา่ ง กับเนอ้ื หาท่ีกำหนด ของหลกั สูตร ละเอียดเปน็ ขนั้ ตอน -ใช้วสั ดอุ ปุ กรณ์ในการปฏิบัติ - ผู้เรยี นมคี วามรูเ้ รือ่ งหลักปรัชญาของ - เตรยี มข้อมูลในการสบื คน้ ขอ้ มูล กจิ กรรมทมี่ อบหมายอย่าง เศรษฐกิจพอเพยี ง วิเคราะหต์ อบ โดยใชข้ อ้ มูลตนเอง วิชาการ และ ประหยดั และคุม้ ค่า คำถามในชุดคำถามได้อย่างเป็นเหตุ สิ่งแวดลอ้ ม ไดค้ รบถ้วนและตรง -นำความรูไ้ ปประยุกตใ์ ชใ้ ห้ เปน็ ผล ตามกิจกรรมการเรยี นรู้ เหมาะสมกบั ตนเอง -มีทักษะการสบื ค้น รวบรวม สรปุ ข้อมลู ไดอ้ ย่างรอบคอบกอ่ นนำเสนอ -พูดแสดงความคิดเห็น วพิ ากษ์ วิจารณ์ผูอ้ ื่นอย่างมเี หตุผล

2. ผูเ้ รยี นได้เรยี นรู้การใช้ชีวติ ทีส่ มดุลและพร้อมรับการเปลย่ี นแปลง 4 มิตติ ามหลักปรชั ญาของ เศรษฐกิจพอเพียง ดงั น้ี มิติ สมดุลและพร้อมรับการเปลย่ี นแปลงในด้านต่าง ๆ ด้าน มติ ิดา้ นวตั ถ/ุ มติ ดิ า้ นสังคม มติ ิด้านส่ิงแวดลอ้ ม มติ ิดา้ นวฒั นธรรม องคป์ ระกอบ เศรษฐกจิ ความรู้ ( K ) - มีความร้ใู นการ - มคี วามรใู้ นการจดั - มีความรหู้ ลกั - มีความรู้เก่ียวกับ สืบคน้ ขอ้ มูลได้อยา่ ง แบ่งหน้าทภ่ี ายใน ปรชั ญาของเศรษฐกิจ บริบทของชมุ ชน ถูกตอ้ งและเหมาะสม กลมุ่ ได้อยา่ ง พอเพียง ในการดแู ล เหมาะสม รกั ษาความสะอาด - มคี วามรู้ในการ หอ้ งเรียน การจัดการ ปฏบิ ตั ิตนทจ่ี ะ ขยะอยา่ ง ถูกต้อง ทำงานร่วมกับผู้อน่ื ของห้องเรยี น กศน. ทกั ษะ ( P ) - มีทกั ษะในการใช้ -ทำงานตาม - - แหล่งเรยี นรไู้ ดอ้ ย่าง บทบาทและแบ่ง ถูกตอ้ งและเหมะสม หน้าทีใ่ นการทำงาน กลุม่ - ทำงานร่วมกนั ภายในกลุ่มตามที่ ได้รับมอบหมายจน สำเรจ็ คา่ นยิ ม ( A ) - เห็นความสำคญั - มจี ิตสำนึกทดี่ ีต่อ - มจี ิตสำนกึ ในการ - ตระหนักถึงบริบท ของการสืบคน้ ข้อมลู บทบาทและหนา้ ที่ รักษาสภาพแวดลอ้ ม ในชมุ ชนเพ่อื นำมา จากแหลง่ เรยี นร้ไู ด้ ในการทำงาน วเิ คราะหส์ ภาพ อย่างคุ้มคา่ - เหน็ คณุ ค่าของ ปัญหาในชมุ ชน ความสามัคคีในการ ทำงานกลุม่

ใบความรู้ที่ 1 เรือ่ ง หลกั ปรัชญาของเศรษฐกจิ พอเพยี ง เศรษฐกิจพอเพยี ง เป็นปรชั ญาชี้ถึงแนวการดำรงอยูแ่ ละปฏิบตั ิตนของประชาชนในทุกระดบั ตง้ั แต่ ระดับครอบครัว ระดับชุมชนจนถงึ ระดับรฐั ทั้งในการพัฒนาและบริหารประเทศให้ดำเนินไปใน ทางสายกลาง โดยเฉพาะการพฒั นาเศรษฐกิจเพื่อให้กา้ วทันตอ่ โลกยุคโลกาภวิ ัฒน์ ความพอเพยี ง หมายถงึ ความพอประมาณ ความมเี หตุผล รวมถึงความจำเป็นท่ีจะตอ้ งมีระบบภมู ิคมุ้ กันในตัวที่ดีพอสมควรต่อการมีผลกระทบใดๆ อันเกดิ จากการเปลีย่ นแปลงท้ังภายนอกและภายใน ทั้งนีจ้ ะต้องอาศยั ความรอบรู้ ความรอบคอบ และความระมดั ระวงั อย่างยงิ่ ในการนำวิชาการตา่ งๆ มาใช้ในการวางแผนการดำเนินการทุกขั้นตอน และขณะเดียวกนั จะต้อง เสริมสรา้ งพื้นฐานจิตใจของคนในชาติ โดยเฉพาะเจ้าหน้าท่ีของรัฐ นักทฤษฎแี ละนักธรุ กจิ ในทุกระดบั ให้มี จติ สำนกึ ในคุณธรรม ความซอื่ สตั ยส์ ุจริต และให้มีความรอบรทู้ เี่ หมาะสม ดำเนินชีวติ ด้วยความอดทน ความ เพียร มีสติ ปญั ญา และความรอบคอบ เพ่ือให้สมดุลและพรอ้ มต่อการรองรบั การเปลย่ี นแปลงอย่างรวดเร็วและ กว้างขวางทงั้ ดา้ นวัตถุ สงั คม ส่ิงแวดลอ้ ม และวฒั นธรรมจากโลกภายนอกได้เป็นอย่างดี (ประมวลและกลัน่ กรองจากพระราชดำรสั ของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยหู่ วั เรื่องเศรษฐกจิ พอเพยี ง ซึง่ พระราชทานในวโรกาสต่างๆ รวมทง้ั พระราชดำรสั อ่ืนๆ ทเี่ ก่ยี วขอ้ ง โดยไดร้ บั พระราชทานพระบรมรา ชานญุ าตใหน้ ำไปเผยแพร่ เมือ่ วันที่ 29 พฤศจกิ ายน 2542 เพ่ือเปน็ แนวทางปฏบิ ตั ขิ องทกุ ฝ่ายและประชาชน โดยท่ัวไป) นิยามของความพอเพียง ความพอเพียงจะตอ้ งประกอบด้วย 3 คุณลกั ษณะ พร้อมๆ กัน ดงั น้ี • ความพอประมาณ หมายถึง ความพอดีที่ไม่น้อยเกินไปและไม่มากเกินไป โดยไม่เบียดเบียนตนเอง และผอู้ ืน่ เช่น การผลติ และการบรโิ ภคทอ่ี ยใู่ นระดบั พอประมาณ • ความมีเหตุผล หมายถึง การตัดสินใจเกี่ยวกับระดับของความพอเพียงนั้น จะต้องเป็นไปอย่างมี เหตุผล โดยพิจารณาจากเหตปุ ัจจัยท่ีเก่ียวขอ้ ง ตลอดจนคำนึงถึงผลท่คี าดว่าจะเกิดขึน้ จากการกระทำ น้ันๆอย่างรอบคอบ • การมีภูมคิ มุ้ กันในตวั ทดี่ ี หมายถึง การเตรยี มตวั ให้พร้อมรับผลกระทบและการเปลย่ี นแปลงดา้ นต่างๆ ที่จะเกิดขึ้น โดยคำนึงถึงความเป็นไปได้ของสถานการณ์ต่างๆ ที่คาดว่าจะเกิดขึ้นในอนาคตทั้งใกล้ และไกล เงื่อนไข การตัดสินใจและการดำเนินกิจกรรมต่างๆ ให้อยู่ในระดับพอเพียงนั้น ต้องอาศัยทั้งความรู้และ คณุ ธรรมเปน็ พืน้ ฐาน กลา่ วคือ • เงื่อนไขความรู้ ประกอบด้วย ความรอบรเู้ ก่ยี วกับวิชาการต่างๆท่เี ก่ยี วขอ้ งอยา่ งรอบด้าน ความ รอบคอบทจ่ี ะนำความรเู้ หลา่ น้ันมาพิจารณาให้เช่ือมโยงกนั เพ่ือประกอบการวางแผนและความ ระมดั ระวงั ในขน้ั ปฏิบตั ิ

• เงอื่ นไขคณุ ธรรม ท่ีจะต้องเสริมสร้าง ประกอบด้วยมีความตระหนักในคณุ ธรรม เชน่ มีความซ่อื สัตย์ สจุ รติ ความอดทน ความเพยี ร ใชส้ ติปัญญาในการดำเนินชวี ติ ไมโ่ ลภ และไมต่ ระหนี่ แนวทางปฏิบัต/ิ ผลท่คี าดว่าจะได้รับ จากการนำปรชั ญาของเศรษฐกิจพอเพยี งมาประยกุ ตใ์ ช้ คือ การพฒั นาท่ีสมดุลและย่งั ยืน พรอ้ มรบั ต่อ การเปลย่ี นแปลงในทุกด้าน ทั้งดา้ นเศรษฐกจิ สงั คม สิง่ แวดล้อม ความรแู้ ละเทคโนโลยี ปรชั ญาของเศรษฐกิจพอเพียง ทางสายกลาง พอประมาณ มีเหตผุ ล มภี มู คิ มุ้ กนั ในตวั ที่ดี ความรู้ คุณธรรม รอบรู้ รอบคอบ ระมัดระวงั ซ่ือสตั ยส์ จุ รติ ขยนั อดทน สตปิ ัญญา แบง่ ปัน นาไปสู่ เศรษฐกิจ/สงั คม/ส่งิ แวดลอ้ ม/วฒั นธรรม สมดลุ /พรอ้ มรบั ต่อการเปลี่ยนแปลง (จากหนงั สือ เศรษฐกจิ พอเพียงคอื อะไร จัดทำโดย คณะอนกุ รรมการขบั เคลอ่ื นเศรษฐกิจพอเพียง สำนกั งานคณะกรรมการพฒั นาการเศรษฐกจิ และสงั คมแหง่ ชาติ)

ใบความรูท้ ี่ 2 1.ปรชั ญาเศรษฐกจิ พอเพยี ง คือ อะไร เศรษฐกจิ พอเพยี ง เป็นปรัชญาชี้ถึงแนวทางการดำรงชวี ติ และปฏิบัติตนของประชาชนทกุ ระดบั ตงั้ แต่ ครอบครัว ชุมชน จนถงึ ระดับรัฐทง้ั ในการดำรงชวี ติ ประจำวัน การพฒั นาและบริหารประเทศ ให้ดำเนนิ ไปใน ทางสายกลาง โดยเฉพาะการพฒั นาเศรษฐกิจ เพ่อื ใหก้ ้าวหน้าต่อการเปล่ียนแปลงของโลก 2.เศรษฐกจิ พอเพยี งเป็นอย่างไร เศรษฐกิจพอเพียง หมายถึง เศรษฐกิจที่สามารถอุ้มชูตัวเองได้ให้มีความพอเพียงกับตัวเอง (Self Sufficiency) อยูไ่ ดโ้ ดยไมส่ ร้างความเดือดรอ้ นใหต้ นเอง และผู้อืน่ ซึ่งตอ้ งสรา้ งพน้ื ฐานทางเศรษฐกจิ ของตนเอง ให้ดเี สียก่อนมีความพอกินพอใช้สามารถพ่งึ พาตนเองได้ ย่อมสามารถ สรา้ งความเจริญก้าวหน้าและฐานะทาง เศรษฐกจิ ของประเทศได้ 3.ใครท่สี ามารถนำเศรษฐกิจพอเพยี งไปปฏบิ ตั ิได้ เศรษฐกจิ พอเพียงเปน็ แนวปรชั ญาที่ทกุ ๆ คน สามารถนำไปปฏบิ ตั ใิ นชวี ติ ประจำวนั ได้ ไมว่ ่าจะเป็นตัว เราเอง นักเรียน เกษตรกร ข้าราชการ และประชาชนทั่วไป ตลอดจนบริษัท ห้างร้าน สถาบันต่างๆ ทั้งนอก ภาคการเกษตรและในภาคการเกษตร สามารถนำปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงดังกล่าวไปปฏิบัติ เพื่อดำรงชีวิต และพัฒนาธรุ กิจการคา้ ได้จรงิ 4.หลกั การดำเนนิ ชวี ติ ตามแนวเศรษฐกจิ พอเพยี งต้องคำนงึ ถึงอะไรบ้าง การดำเนินชวี ติ ตามหลกั เศรษฐกิจพอเพยี งตอ้ งต้ังอยูบ่ นพ้ืนฐานของ ทางสายกลาง และความไม่ ประมาท โดยคำนงึ ถึงหลักการ 3 ประการ ดงั นี้ 1.ความพอประมาณ 2.ความมเี หตผุ ล 3.การสร้างภูมิคุม้ กันทดี่ ีในตัว โดยการดำเนนิ งานเศรษฐกจิ พอเพยี งทดี่ จี ะตอ้ งอยภู่ ายใต้เงอื่ นไข ความรู้ และคุณธรรม ตลอดจนต้อง เปน็ คนดี มคี วามอดทน พากเพยี ร ความพอประมาณ หมายถงึ การตัดสินใจเกี่ยวกับการดำรงชีวิต การดำเนินธุรกิจอย่างพอเพยี งตาม ความสามารถ และศักยภาพของตนท่มี ีอยู่ และต้องเปน็ ไปอยา่ งมเี หตุผลทเี่ หมาะสมตลอดจนพงึ นึกถึงผลทีจ่ ะ เกิดข้นึ จากการกระทำน้ันๆ การมีภูมคิ ุ้มกันท่ีดใี นตัว เป็นการเตรยี มความพร้อม ความรู้ ที่จะรับผลกระทบ และการเปลีย่ นแปลง ต่างๆท่ีจะเกดิ ข้ึนโดยคำนงึ ถึงความเปน็ ไปไดข้ องสถานการณ์ต่างๆ ทีค่ าดวา่ จะเกิดขน้ึ ในอนาคตทง้ั ใกล้และไกล เพอ่ื ป้องกันและลดความเสยี่ งจากการเปลย่ี นแปลง หรอื ท่เี ราไดย้ ินกันคุ้นหูก็คือ 3 หว่ ง 2 เง่อื นไข การปฏบิ ัตติ นตามแนวทางเศรษฐกิจพอเพียง เราสามารถมีสว่ นร่วมในการปฏิบตั ติ ามแนวเศรษฐกิจพอเพียงโดยร่วมปฏบิ ตั ิในสง่ิ งา่ ยดงั นี้ 1.ยึดหลักประหยัด ตัดทอนคา่ ใช้จ่ายทไ่ี ม่จำเปน็ ในทกุ ดา้ น ลด ละ ความฟุ่มเฟือ่ ยในการดำรงชวี ิต

2.ประกอบอาชีพดว้ ยความถกู ต้อง สุจรติ แมจ้ ะตกอย่ใู นภาวะขาดแคลนในการดำรงชีพ 3.ละเลิกการแกง่ แย่งผลประโยชนท์ ร่ี นุ แรงและไมถ่ ูกตอ้ ง 4.ไมห่ ยดุ นิ่งท่ีจะหาทางใหช้ ีวิตหลุดพน้ จากความทกุ ข์ โดยขวนขวายหาความรู้ ใหเ้ กดิ รายไดเ้ พมิ่ พนู จนถึงขั้นพอเพียง 5.ปฏบิ ัตติ นในแนวทางที่ดี ลดละสง่ิ ชวั่ ร้ายให้หมดส้นิ ไป 5.การดำเนนิ ชีวิตตามแนวทางเศรษฐกจิ พอเพียงจะเกดิ ผลอยา่ งไร การดำเนินการพฒั นาตามแนวปรชั ญาเศรษฐกิจพอเพียงจกั นำไปสู่ 1.การดำรงชวี ิตทีส่ มดุลมคี วามสขุ ตามอตั ภาพ 2.การพฒั นาเศรษฐกิจของตนเองและประเทศชาติมั่นคง 3.การอยูร่ ่วมกันในสังคมเกดิ วามเออื้ อาทรซึง่ กันและกัน “...เศรษฐกจิ พอเพยี ง เป็นเสมือนรากฐานของชีวติ รากฐานความม่นั คงของแผ่นดนิ เปรยี บเสมือนเสาเขม็ ทีถ่ ูกตอกรองรับบา้ นเรอื นตวั อาคารไว้นนั่ เอง ส่งิ ก่อสรา้ งจะม่ันคงไดก้ อ็ ยทู่ ีเ่ สาเข็ม แต่คนส่วนมากมองไม เหน็ เสาเขม็ และลมื เสาเขม็ เสียดว้ ยซ้ำไป...” พระราชดาํ รัสพระบาทสมเด็จพระเจา้ อยูห่ ัว จากวารสารชัยพัฒนา ฉบบั ประจาํ เดอื นสงิ หาคม ๒๕๔๒ ความเขา้ ใจในเศรษฐกจิ พอเพยี ง เร่ืองเศรษฐกิจพอเพียง จะเปน็ เร่อื งที่สอนใหเ้ ราพงึ่ ตนเอง ไมต่ ้องไปเบยี ดเบยี นคนอ่นื คือสอนในด้าน ของทางสายกลาง โดยให้เรามีความพอเพียง ไม่ฟุ้งเฟ้อมากจนเกินไป รู้จักใช้ของอย่างประหยัดและจำเป็น ก่อนจะใช้อะไรต้องมีเหตุผล พจิ ารณาให้รอบคอบก่อน สอนให้เราเตรยี มรับมือกับเหตกุ ารณ์ที่จะเกิดขึ้นเสมอๆ ใหเ้ รารู้จักวางแผนชวี ิตอยา่ งมีระบบระเบียบไม่ย่งุ เหยิง และใหเ้ รามคี วามซอื่ สตั ย์ สามัคคี และช่วยเหลือกันใน ยามลำบาก จะเห็นได้ว่าหากเราทำตามเศรษฐกิจพอเพียงนี้ จะก่อให้เกิดประโยชน์มากมายเลย ทั้งต่อตัวเอง และสังคม ดังนั้นเราปวงชนชาวไทยจะไม่สามารถมีโครงการที่ดีๆแบบนี้เกิดขึ้นได้แน่นอน ถ้าหากเราไม่มี พระบาทสมเดจ็ พระเจา้ อยหู่ วั พระผทุ้ รงเป้นทงั้ กษตั ริย์ นักปราชญ์ และพอ่ หลวงของแผน่ ดินไทย การนำไปปรบั ใช้ในชีวติ ประจำวัน ดา้ นเศรษฐกิจ ไมใ่ ช้จ่ายเกินตวั ไม่ลงทนุ เกนิ ขนาด คดิ และวางแผนอย่างรอบคอบ มภี ูมิคุ้มกันไม่เส่ียง เกนิ ไป เชน่ ทำบญั ชีรายรับรายจ่ายเพื่อท่จี ะจดั การการใช้จ่ายเงนิ ได้อย่างเป็นระบบ ด้านจติ ใจ มจี ิตใจเขม้ แข็ง มจี ติ สาํ นึกท่ดี ี เออื้ อาทร เหน็ แกป่ ระโยชนส์ ่วนรวมมากกวา่ ประโยชน์ ส่วนตัว ด้านสงั คมและวฒั นธรรม ช่วยเหลือเก้ือกลู กัน รู้ รกั สามัคคี สรา้ งความเขม้ แข็งใหค้ รอบครัว และ ชมุ ชน รักษาเอกลกั ษณ์ ภาษา ภมู ิปัญญา และวัฒนธรรมไทย ด้านทรัพยากรธรรมชาตแิ ละสิ่งแวดล้อม รู้จักใช้และจัดการอยา่ งฉลาดและรอบคอบ ฟื้นฟูทรพั ยากร เพอ่ื ให้เกิดความยั่งยืนและคงอยู่ ช่ัวลูกหลาน เช่น การใชน้ ้ำอย่างประหยัด ปิดไฟเม่อื ไม่ใช้งาน ข้ึนลงช้ันเดียว ใช้บนั ไดแทนลฟิ ท์

ด้านเทคโนโลยี รู้จักใช้เทคโนโลยีท่ีเหมาะสม สอดคลอ้ งกบั ความตอ้ งการและสภาพแวดลอ้ ม พฒั นา เทคโนโลยจี ากภูมิปัญญาชาวบา้ น การนอ้ มนาํ ปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพยี ง มาประยุกต์ใชใ้ นทกุ ภาคสว่ นของสงั คมอยา่ งจริงจัง จะสง่ ผลให้ การพฒั นาประเทศกา้ วหน้าไป อยา่ งสมดุล มัน่ คง และยั่งยืน พร้อมรบั ตอ่ การเปลี่ยนแปลงในทกุ ด้าน ทัง้ ดา้ น ชีวติ เศรษฐกจิ สังคม วฒั นธรรม สง่ิ แวดลอ้ ม และเทคโนโลยี อนั จะนาํ ไปสู่ “ความอยเู่ ยน็ เปน็ สุขร่วมกนั ใน สงั คมไทย”

ใบความร้ทู ่ี 3 หลกั การเขียนเรียงความ เรยี งความ เปน็ การนำความคิดในเรอ่ื งใดเรอื่ งหน่ึง ท้ังรูปธรรมและนามธรรม ทผี่ เู้ ขยี นสนใจและมี ความรู้ในเรอ่ื งนนั้ ดที สี่ ุด มาเรยี บเรยี งอยา่ งแจม่ แจง้ ชัดเจน น่าอ่าน นา่ สนใจ โดยอาศัยขอ้ เท็จจรงิ ความคดิ ประกอบดว้ ยจินตนาการของผเู้ ขียน ให้ผอู้ ่านได้ทราบและเข้าใจ เน้ือเรยี งท่ีจะเขยี นเรยี งความต้องมีขอบขา่ ย และความมุง่ หมายเฉพาะไมก่ ลา่ วผวิ เผิน ต้องมตี วั อยา่ งรายละเอยี ดตา่ ง ๆ สนบั สนนุ ความคิดเหน็ ของผู้เขยี น สงิ่ สำคญั ท่ีสุด คอื ต้องมขี ้อเท็จจรงิ ซงึ่ นับเป็นปัจจยั สำคัญในการเขยี น องค์ประกอบของเรยี งความ รูปแบบของเรยี งความประกอบด้วยส่วนสำคญั 3 สว่ น คือ 1. คำนำ ( การเปิดเรื่อง ) 2. เนอื้ เรื่อง ( เนอื้ ความ ) 3. สรุป ( ปิดเรอ่ื งหรอื บทลงทา้ ย ) คำนำ คอื การเปดิ เร่ือง เปน็ การเขา้ สูเ่ รื่องท่ีจะเขยี น เขียนใหน้ ่าสนใจ เพราะเปน็ สว่ นสำคญั ท่ีจะซักนำให้ผู้อ่าน ติดตาม การเขียนอาจจะตั้งคำถาม สุภาษิต คำขวัญ หรืออาจจะยกคำจำกัดความมาเขียนก็ได้ ต้องมี นำหนา้ นา่ อ่าน ไม่ยาวเกินไป ไม่เขยี นออกนอกเรอื่ ง เนื้อเรื่อง หรือ เนื้อความ เป็นใจความส่วนใหญ่ของเรื่อง ก่อนเขียนต้องวางโครงเรื่อง เรียงลำดับความก่อน - หลัง มีใจความสัมพันธ์กัน ในส่วนเนื้อความจะเป็นส่วนที่ยาวที่สุดของเนื้อเรือ่ งเนื้อหาต้องมีความเข้มขน้ เต็มไปด้วยสาระ มหี ลักฐานน่าเชือ่ ถอื มีเหตุมีผลและมขี อ้ เทจ็ จริงกบั เนอ้ื เรอ่ื ง สรปุ เปน็ การปิดเร่ือง เป็นการเขยี นทิ้งท้ายใหผ้ ู้อา่ นเกดิ ความประทบั ใจ บทลงท้ายควรใชภ้ าษาส้ัน ๆ กระซับ น่า อ่าน ลักษณะของเรียงความทดี่ ี 1. มเี อกภาพ หมายความวา่ เน้ือหาจะตอ้ งเป็นอันหนงึ่ อนั เดียวกนั ไม่กลา่ วนอกเร่อื ง ไม่ขึ้นอยกู่ ับการวางโครง เร่อื ง 2. มสี มั พนั ธภาพ หมายความวา่ เนอ้ื หาตอ้ งมีความสมั พันธ์ต่อเนอ่ื งกนั ตลอดทัง้ เรอ่ื ง เกดิ จากการจดั ลำดับ ความคิดและการวางโครงเรือ่ งท่ีดี และเกิดจากการเรยี บเรยี งย่อหนา้ อย่างมรี ะเบียบ 3. มีสารตั ภาพ หมายความวา่ เรียงความแตล่ ะเรียงจะตอ้ งมสี าระสมบูรณต์ ลอดทั้งเรอ่ื ง ความสมบูรณ์ของ เน้อื หาเกิดจากการวางโครงเร่ืองทด่ี ี

การวางโครงเร่ืองในการเขียน เรียงความ โครงเรอ่ื ง คือการนำความคิดท้งั เรอ่ื งมาแยกแยะให้เป็นระเบียบโดยการเรียงลำดับ เป็นขอ้ ความสน้ั ๆ ให้มี ความสัมพันธ์และตอ่ เนอื่ ง มีข้อควรคำนึงดังน้ี 1. จัดลำดับความคดิ ใหต้ อ่ เนือ่ งกนั 2. แยกประเดน็ ใหญ่และประเดน็ ย่อยออกจากกนั ใหช้ ัดเจน 3. เขยี นโครงเรอื่ ง อาจเขยี นดว้ ยคำหรอื วลีกไ็ ด้ หรือจะทำเป็นรปู ประโยคก็ได้ วิธหี นึ่งทจี่ ะช่วยให้นกั เรียนเกิดความคิด ในเรือ่ งใดเร่อื งหนง่ึ ก็ได้คอื การหดั คดิ ถงึ คำท่ีมีความเก่ียวข้องกับ คำที่กำหนดให้อย่างน้อย 10 คำ แล้วนำคำเหล่านั้นมาผูกเป็นประโยคสั้น ๆ ดังตัวอย่าง บ้าน เป็นคำท่ี กำหนดให้คำอื่น ๆ ที่เกย่ี วข้อง 10 คำ ได้แก่ พ่อ แม่ ลกู ความสุข ความรัก พักผ่อน อาหาร น้ำ สบาย สำคัญ ฯลฯ เม่อื นำคำเหล่านม้ี าผกู เปน็ ประโยคสนั้ ๆ ก็จะไดป้ ระโยค เช่น • บา้ นเป็นทใ่ี ห้ความสุขแกเ่ รา • เราไดพ้ ักผ่อน ไดก้ ินอาหาร และด่มื น้ำที่บ้าน • พอ่ แม่รักลูกและเล้ยี งดลู ูก ให้สขุ สบาย • บ้านมีความสำคัญสำหรบั ทกุ คน ต่อไปนี้จะเสนอโครงเร่ือง ให้นกั เรยี นดพู อเป็นแนวทางในการเขียนตอ่ ไป เรอื่ งที่ 1 : ความมัธยัสถ์ คำนำ : ใหค้ ำจำกัดความของคำว่า “ มธั ยสั ถ์ ” (การกระเหม็ดกระแหมร่ ักษาทรพั ยแ์ ละผลประโยชน์ท่ี ได้มาใหค้ งเหลืออยกู่ ับตน เพอ่ื ใช้ในเมื่อจำเป็น เม่อื ยามชรา ) เนอ้ื เร่ือง : - ลักษณะของความมัธยัสถ์ (เปน็ คุณสมบัติทีม่ นุษย์ฝึกฝนให้มีข้นึ ได้) - จะมัธยัสถอ์ ยา่ งไร (คนทั่วไป มสี ลงึ ควรประจบให้ครบบาท, รจู้ ักแบง่ ทรพั ย์, ไม่สร้างหนี้ ไมฟ่ มุ่ เฟอื ย ) - คุณประโยชนข์ องความมธั ยัสถ์ (เปน็ ไทยแกต่ น เกื้อกูลผอู้ ่ืน) - ความสำคัญของความมธั ยัสถ์ ( ปอ้ งกันมใิ ห้เปน็ หน้ี )

ใบความรทู้ ี่ 4 ตวั อยา่ งเรอ่ื งเล่าเรา้ พลงั การใชห้ ลกั ปรชั ญาของเศรษฐกจิ พอเพยี งในการดำเนินชีวิต คณุ รวิสรา อินธิยา 18 ก.พ. 2557 เรอ่ื งเลา่ เร้าพลงั การใช้หลกั ปรชั ญาของเศรษฐกจิ พอเพียงในการดำเนินชวี ติ โดย... รวิสรา อนิ ธยิ า โรงเรยี นบา้ นหนองไผ่ ก้าวแรกทสี่ ัมผัสชีวิตพอเพยี ง ตั้งแต่พอจำความได้ ขา้ พเจา้ เคยไดย้ ินเสมอเกีย่ วกับหลกั ปรัชญาของเศรษฐกิจแบบพอเพยี ง ทางสื่อต่างๆ ทั้งโทรทัศน์ วิทยุ การประชาสัมพันธ์ทางหนังสอื พิมพ์ และมักจะได้ยินเสมอว่าให้ทกุ คนยดึ หลกั ปรัชญาของเศรษฐกิจแบบพอเพยี ง ซงึ่ ตอนนัน้ ขา้ พเจ้ามีความเขา้ ใจและได้ตีความหมายเกี่ยวกับเศรษฐกิจแบบ พอเพยี งกค็ อื เป็นเรอ่ื งเกีย่ วกับเกษตรกรในชนบทเท่าน้ัน ทำมาหากนิ อยู่แบบไม่ต้องดิน้ รน มเี ทา่ ไหร่กินเท่าน้ัน ไม่ต้องหาเพิ่ม นั่นเป็นความเข้าใจที่ข้าพเจ้าคิดมาตลอด แต่แท้ที่จริงเมื่อได้อ่าน ได้ดู ได้ศึกษา และหาข้อมูล ทางอินเทอร์เน็ตและหน่วยงานต่างๆ ทไี่ ดก้ ล่าวถงึ หลกั ปรัชญาของเศรษฐกิจแบบพอเพยี งนั้น จงึ ทำให้ข้าพเจ้า ได้รู้ว่าหลักปรัชญาของเศรษฐกิจแบบพอเพียงไม่ใช่เพียงเพื่อ ให้เกษตรกรเท่านั้น แต่แท้ที่จริง เศรษฐกิจ พอเพยี งเปน็ เร่อื งผ้ปู ระกอบอาชพี ทุกๆ อาชีพ สามารถนำแนวพระราชดำรสั เศรษฐกิจพอเพยี งไปประยุกต์ใช้ได้ ซึ่งเรื่องราวต่างๆ ที่ข้าพเจ้าจะเล่าต่อไปนี้เป็นเรื่องที่เกี่ยวข้องกับเศรษฐกิจแบบพอเพียงบางส่วนที่ข้าพเจ้า สามารถปฏิบัติได้ แต่อาจจะไม่ครบทุกด้าน ข้าพเจ้าก็ถือว่ามีความสุขที่ได้ปฏิบัติตามแนวพระราชดำรัสที่ พระบาทสมเด็จพระเจา้ อยู่หัวทรงมีพระราชดำรัสชแ้ี นะแนวทางการดำเนนิ ชีวติ แก่พสกนิกรชาวไทย ข้าพเจ้ามาจากครอบครัวที่มีฐานะปานกลาง ตอนสมัยเด็กๆ คุณพ่อและคุณแม่ต้องไปทำงาน ต่างจังหวัด ข้าพเจ้าได้อยู่กับคุณยายมาตั้งแต่เล็กๆ คุณยายจะปลูกผักสวนครัว เลี้ยงไก่ เลี้ยงเป็ด เลี้ยงหมู เอาไว้สำหรบั ทานและถ้าเหลือจะนำไปขายที่ตลาด บางทกี เ็ หน็ คุณยายแจกจ่ายเพ่ือนบ้านบ้าง โดยคุณยายจะ สอนเสมอว่าผักทีข่ ึ้นตามรั้วบ้านสามารถเก็บนำมาทานได้ เราไม่ต้องซื้อหา อาหารที่ทานทุกวันแทบไม่ตอ้ งใช้ เงนิ จ่าย บางทีขายผกั ไดก้ ็จะมเี งนิ เก็บ ซงึ่ นนั่ กเ็ ป็นส่วนหนง่ึ ท่ขี ้าพเจ้าได้เริ่มสัมผสั จรงิ ๆ กับความพอเพยี ง ตอน ที่ข้าพเจ้าเรียนอยู่ชั้น ม.6 ข้าพเจ้าได้โควต้าเรียนต่อสถาบันราชภัฏอุตรดิตถ์ในสาขานิเทศศาสตร์ สาขา คอมพิวเตอร์ และสาขาครุศาสตร์ ในช่วงน้นั เปน็ ชว่ งท่ตี ้องตัดสินใจเลอื กที่ตัวเองถนดั และในท่สี ุดกไ็ ดค้ ้นพบว่า ชอบที่จะเป็นครู จึงตัดสินใจเลือกสาขาครุศาสตร์ เพราะคิดว่าการเปน็ ครูเป็นอาชีพท่ีน่าภูมิใจ อาชีพที่น่ายก ยอ่ ง ครเู ปน็ บคุ ลากรท่ีสำคัญในการถ่ายทอดความรู้ และปลูกฝงั แนวคิดต่างๆ ใหก้ ับเดก็ เพราะสอนให้คนอ่าน ออกเขียนได้ และจะได้นำความรู้ที่ได้มาพัฒนาประเทศต่อไป ในขณะที่ข้าพเจ้าเรียนระดับปริญญาตรีน้ัน

ข้าพเจ้าได้รับทุนการศึกษาในพระบรมราชานุเคราะห์ของสมเด็จพระนางเจ้าพระบรมราชินีนาถจนเรียนจบ ปรญิ ญาตรี ในขณะที่ศึกษาข้าพเจา้ ได้ตั้งใจเรยี นและใช้จา่ ยอย่างประหยัดอดออม สำนกึ ในพระมหากรุณาธิคุณ ของพระองค์ท่านท่ีทรงคอยชว่ ยเหลือ ข้าพเจา้ ไดป้ ฏิญาณตนไว้ว่าขา้ พเจา้ เรยี นจบจะนำความรู้ท่ีเรียนมามาใช้ ให้เกดิ ประโยชน์แก่ผอู้ ื่นให้มากทส่ี ุด ชวี ติ สดใส พอใจกบั เศรษฐกจิ พอเพียง หลังจากเรียนจบขา้ พเจ้าได้ไปสมัครเป็นครูอัตราจ้างที่โรงเรยี นนา่ นปัญญานุกูล จังหวัดน่าน ข้าพเจ้า ได้สอนนักเรียนที่มีความบกพร่องทางการได้ยิน ช่วงนั้นเป็นเวลาที่ข้าพเจ้าสับสนมาก ไม่รู้ว่าจะสอนได้หรือ เปล่า เพราะเด็กที่จะสอนเปน็ เดก็ พิการทางหู ซึ่งจะต้องมคี วามรทู้ างดา้ นภาษามอื ในการสื่อสารเด็กกลุ่มนี้และ จะต้องมีความรู้เก่ียวกับเด็กที่มีความบกพร่องทางการไดย้ นิ ด้วย ขา้ พเจา้ จึงตัดสนิ ใจไม่ยอมแพ้ ข้าพเจ้าพยาม ยามหาหนังสอื ภาษามอื วีดีโอเกี่ยวกับภาษามอื และหาข้อมูลที่เก่ียวกับเดก็ พิการแต่ประเภทมาศึกษา และได้ เข้าร่วมอบรมครูการศึกษาพิเศษเป็นเวลา 20 วัน เข้าร่วมอบรมกับสมาคมคนหูหนวกแห่งประเทศไทยใน โครงการผู้นำคนหูหนวกนำการเปลี่ยนแปลง ซึ่งโครงการนี้เป็นหลักสูตรในเรื่องของหลักจิตวทิ ยาโดยให้รู้จัก คุณคา่ ของตวั เรา พอหลงั จากอบรมหลักสูตรน้ีแล้วกไ็ ดร้ ู้จักตัวตนที่แท้จรงิ ของเรา รูจ้ กั รับฟังความคิดเห็นของ ตัวเราและความคิดเห็นของผู้อื่น นอกจากนั้นข้าพเจ้าขอขึ้นเป็นครูประจำหอนอนเด็กผู้หญิง เพื่อที่จะฝึกการ สื่อสารกับนกั เรียนหูหนวกท่ีอยู่ประจำหอนอน จนสามารถสือ่ สารกับนักเรียนได้และได้นำความรู้ท่ีเรยี นมาสง่ั สอนนักเรียนโดยจะเน้นเรือ่ งคุณธรรมจริยธรรมอยู่เสมอ ในการจัดการเรียนรู้ในรายวชิ าที่ได้รับมอบหมายนน้ั ขา้ พเจ้าไดผ้ ลติ สือ่ หลายประเภท ให้ความสอดคล้องกบั จุดประสงค์และเนอ้ื หา ช่วยใหผ้ ้เู รียนเกดิ การเรยี นรู้ตาม แผนการเรยี นรู้ คำนงึ ถงึ ความคุ้มคา่ ประหยัด นา่ สนใจ กระตุ้นใหน้ กั เรียนได้คดิ และช่วยในการส่ือสารระหวา่ ง ครกู ับนักเรยี น ซึง่ เป็นส่ิงสำคัญในการชว่ ยให้นักเรยี นทม่ี ีความบกพร่องทางการได้ยนิ ซึ่งจะเรียนรู้และรับรู้ทาง สายตา ได้พฒั นาตามศกั ยภาพของแต่ละบคุ คลใหม้ ากท่ีสุด และจะเน้นย้ำนักเรียนอยเู่ สมอวา่ อย่าคดิ ว่าเราเป็น คนพิการจะรอให้คนอื่นมาช่วยเหลือตลอด เราจะต้องพยายามฝึกฝนตนเองให้สามารถทำได้เหมือนบุคคลที่มี การได้ยนิ ท่ัวไป และอย่าให้ใครมาดูถกู เราได้ว่าเปน็ คนพกิ ารรอคอยแต่การช่วยเหลือจากหน่วยงานอ่ืน ให้รู้จัก พ่ึงพาตนเองสามารถใชช้ วี ิตร่วมกับบคุ คลท่ัวไปได้และไม่เป็นอุปสรรคใ์ นการดำเนินชีวิต ปฏบิ ัตติ นดีมีความพอเพียง ข้าพเจ้าไดป้ ฏบิ ตั ิตนให้เป็นผู้มีคุณธรรม จรยิ ธรรม และจรรยาบรรณวชิ าชีพครู อยา่ งเคร่งครัด มีความ รักและเมตตานักเรียนโดยให้ความเอาใจใส่ช่วยเหลือ ส่งเสริมให้กำลังใจในการเรียน อบรม สั่งสอน ฝึกฝน สร้างเสริมความรู้ทักษะ และนิสัยที่ถูกต้องดีงามโดยมุ่งเน้นฝึกสอนให้เด็กได้มีคุณธรรม จริยธรรม โดยการ สอดแทรกในการจัดกิจกรรมในการเรียนการสอนทุกคร้ัง ให้เกิดแก่นักเรียนอย่างเต็มความสามารถด้วยความ บริสทุ ธใิ์ จ ส่งเสรมิ สนับสนุนให้นักเรียนมีความสมบูรณ์ทั้งทางด้านร่างกาย สตปิ ัญญา จติ ใจ อารมณ์และสังคม ประพฤตติ นเป็นแบบอยา่ งที่แก่นักเรียนทั้งกาย วาจา และจติ ใจ มีความขยนั อดทน เสียสละ อทุ ศิ เวลา พัฒนา ตนเองทง้ั ในดา้ นวชิ าชีพ และบุคลิกภาพให้สมกับทเ่ี ปน็ ครมู อื อาชพี ส่งผลให้ข้าพเจ้าได้รับการยอมจากโรงเรียน เพ่อื นร่วมงาน ชุมชน และผูป้ กครองในขณะที่ทำงานเปน็ ครผู ูส้ อน ในตำแหน่งพนักงานราชการกไ็ ด้รบั เงนิ เดือน

และเงนิ ครกู ารศกึ ษาพิเศษ ข้าพเจ้าไดน้ ้อมนำหลกั ปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพยี งมาใช้ โดยแบ่งจดั สรรแบ่งส่วน ออกเป็น 3 ส่วน คือ แบ่งให้ครอบครัว ให้พ่อแม่และเหลือเก็บออม ได้รับเงินเดอื นและเงนิ ครูการศกึ ษาพเิ ศษ ดิฉันได้นำหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียงมาใช้ โดยแบ่งสรรเพื่อผู้อื่นเพื่อเรา พอหลังจากอบหลังจากท่ี ข้าพเจา้ ทำงานทโ่ี รงเรียนน่านปญั ญานุกูล ได้เปน็ ระยะเวลา 9 ปี ก็ไดต้ ั้งใจอยากเปน็ ข้าราชการครูจึงได้ตัดสิน ไปสอบแขง่ ขนั 2 ที่โดยไมย่ อมแพ้ พยายามต้ังใจ และมคี วามมงุ่ ม่ันท่จี ะเป็นข้าราชการครู จนประสบผลสำเร็จ สามารถเข้ารับราชการครูได้ทีโ่ รงเรยี นบ้านหนองไผ่ อำเภอหนองบวั จังหวดั นครสวรรค์ ข้าพเจ้าก็ต้องปรับตัว ให้เข้ากบั สภาพแวดลอ้ มและการดำเนินชวี ิตของชาวนครสวรรค์ เพอ่ื ที่สามารถจะอยรู่ ว่ มกันได้ และพอไดม้ าอยู่ ที่โรงเรียนที่มีชื่อเสียงในเรื่องหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง และผู้บริหารให้ความสำคัญกับการนำหลัก ปรชั ญาเศรษฐกิจพอเพียงมาปฏิบัตใิ นโรงเรียน ข้าพเจา้ รู้สึกว่ามีความภาคภมู ิใจมากทไี่ ดม้ าอยู่ ณ โรงเรยี นบ้าน หนองไผ่ ขา้ พเจ้าจะเรียนรเู้ ก่ียวกบั เศรษฐกิจพอเพียงของโรงเรยี นน้ี ถา้ มโี อกาสกลบั บา้ นในช่วงปดิ ภาคเรยี น ก็ จะนำสิ่งที่เห็นทโี่ รงเรยี นและที่เรยี นรู้กลับไปแนะนำทบี่ ้าน ญาติพน่ี ้อง เพ่อื นรว่ มงานทโ่ี รงเรียนเดิม คำสอนของพอ่ \"... คนเราถา้ พอในความตอ้ งการ กม็ คี วามโลภนอ้ ย เมอ่ื มคี วามโลภนอ้ ยก็เบยี ดเบียนคนอนื่ นอ้ ย. ถ้า ทุกประเทศมีความคดิ - อันน้ไี ม่ใชเ่ ศรษฐกิจ - มีความคิดว่าทำอะไรต้องพอเพยี งหมายความว่า พอประมาณ ไม่ สดุ โตง่ ไมโ่ ลภอย่างมาก คนเรากอ็ ย่เู ป็นสขุ .พอเพียงนอ้ี าจจะมมี าก อาจจะมีของหรหู รากไ็ ด้ แตว่ ่าต้องไม่ไป เบยี ดเบยี นคนอืน่ .ต้องใหพ้ อประมาณตามอตั ภาพ พดู จาก็พอเพยี ง ทำอะไรก็พอเพยี ง ปฏบิ ตั ิตนกพ็ อเพยี ง ...” พระราชดำรัส พระราชทานแกค่ ณะบุคคลต่าง ๆ ท่ีเขา้ เฝ้าฯ ถวายชัยมงคล เนอื่ งในโอกาสวนั เฉลมิ พระ ชนมพรรษา ณ ศาลาดุสิดาลยั สวนจิตรลดาฯ พระราชวงั ดุสิต วันศกุ ร์ ท่ี 4 ธนั วาคม 2541 ข้าพเจา้ ขอสรปุ สัน้ ๆ เกี่ยวกับปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพยี ง และข้าพเจา้ จะน้อมนำไปปฏบิ ัตใิ ชก้ บั ตนเอง “เศรษฐกิจพอเพยี งจะสำเรจ็ ได้ดว้ ยความพอดีของตนเอง”

ใบงานที่ 1 เรอื่ ง แนวคดิ ของเศรษฐกจิ พอเพยี ง ใหน้ กั เรยี นตอบคำถามต่อไปนี้ 1. เศรษฐกิจพอเพียงเป็นแนวคิดเกี่ยวกับอะไร .............................................................................................................................................................................. .............................................................................................................................................................................. ............................................................................................................................................................................ 2. หัวใจสำคัญของเศรษฐกิจพอเพยี งคอื อะไร .............................................................................................................................................................................. .............................................................................................................................................................................. ............................................................................................................................................................................ 3. นกั เรยี นจะปฏบิ ตั ิตนอย่างไรให้สมกับคำว่า “เศรษฐกิจพอเพยี ง” .............................................................................................................................................................................. .............................................................................................................................................................................. ............................................................................................................................................................................ 4. นกั เรยี นสามารถนำหลกั เศรษฐกิจพอเพยี งไปใช้ในครอบครวั ได้อย่างไร .............................................................................................................................................................................. .............................................................................................................................................................................. ............................................................................................................................................................................

ใบงานท่ี 2 วเิ คราะห์การเขยี นเรยี งความตามปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง คำชแ้ี จง ให้นักเรียนเขียนวเิ คราะหก์ ารเขียนเรียงความของตนเองว่าไดใ้ ช้ปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง อยา่ งไรบา้ ง หลกั ความพอประมาณ .............................................................................................................................................................................. .............................................................................................................................................................................. ............................................................................................................................................................................ หลกั ความมีเหตุผล .............................................................................................................................................................................. .............................................................................................................................................................................. ............................................................................................................................................................................ การมีภมู ิคุ้มกนั ในตัวในตวั ที่ดี .............................................................................................................................................................................. .............................................................................................................................................................................. ............................................................................................................................................................................ เงอ่ื นไขคุณธรรม .............................................................................................................................................................................. .............................................................................................................................................................................. ............................................................................................................................................................................ เง่อื นไขนำความรู้ .............................................................................................................................................................................. .............................................................................................................................................................................. ............................................................................................................................................................................

เกณฑ์ประเมนิ การวิเคราะห์การเขียนเรยี งความตามปรชั ญาของเศรษฐกจิ พอเพยี ง ระดับคะแนน เกณฑก์ ารประเมิน 16-20 เขยี นวิเคราะหไ์ ด้ดีมาก กำหนดประเดน็ ชัดเจน เรียบเรยี งความคดิ เปน็ สำคัญและ ต่อเน่อื ง ไมม่ ขี อ้ บกพร่องในการใชภ้ าษา 11-15 เขยี นวเิ คราะหไ์ ดด้ ีมาก กำหนดประเดน็ ชดั เจน แต่มขี ้อบกพร่องในการเรยี บเรียง ความคดิ 6-10 เขยี นวิเคราะห์ได้ แต่ยังกำหนดประเด็นไม่ชัดเจนและมขี ้อบกพรอ่ งในการ เรยี บ เรียงความคดิ และการใชภ้ าษา 5 เขียนวเิ คราะห์ไม่ได้ ครูตอ้ งกำหนดประเด็นให้และอธิบายเพ่ิมเตมิ จงึ สามารถเขยี น วิเคราะห์ได้

ใบงานที่ 3 เร่ือง การเขยี นเรยี งความ จงตอบคำถามต่อไปนี้ 1. เรียงความคืออะไร ................................................................................................................................................................... ................................................................................................................................................................... ................................................................................................................................................................... 2. เรยี งความจะต้องประกอบดว้ ยสว่ นสำคญั กีส่ ว่ น อะไรบา้ ง ................................................................................................................................................................... ................................................................................................................................................................... ................................................................................................................................................................... 3. ลกั ษณะของคำนำที่ดใี นการเขยี นเรยี งความมอี ะไรบ้าง ................................................................................................................................................................... ................................................................................................................................................................... ................................................................................................................................................................... 4. เอกภาพในการเขียนเรียงความคอื อะไร ................................................................................................................................................................... ................................................................................................................................................................... ................................................................................................................................................................... 5. สารัตถภาพในการเขียนเรียงความคืออะไร ................................................................................................................................................................... ................................................................................................................................................................... ...................................................................................................................................................................

แนวคำตอบ ใบงานที่ 3 เรอ่ื งการเขียนเรยี งความ 1. เรยี งความคืออะไร เรียงความคือ งานเขยี นที่มีศิลปะการเรียงร้อยถ้อยคำท่ีสละสลวยตามหวั เร่อื งต่างๆ ที่ต้องการจะสื่อแก่ ผู้อ่านงานเขยี น 2. เรยี งความจะตอ้ งประกอบดว้ ยส่วนสำคญั ก่สี ว่ น อะไรบ้าง เรยี งความจะต้องประกอบด้วยส่วนสำคัญตา่ งๆ ดังนคี้ อื คำนำ เน้ือเรอ่ื งและสรุป 3. ลกั ษณะของคำนำท่ีดใี นการเขยี นเรยี งความมีอะไรบา้ ง ลกั ษณะคำนำท่ีดีในการเขียนเรยี งความจะต้องมกี ารวางแผนการเขียนท่แี น่นอน แต่ไมต่ ้องมี รายละเอยี ดมากจนเกินไป พยายามใชภ้ าษาให้ประณีตท่ีสุด 4. เอกภาพในการเขียนเรยี งความคืออะไร เอกภาพในการเขียนเรียงความคอื เน้ือเรอื่ งมใี จความสำคัญเพยี งอยา่ งเดยี วเทา่ น้ันไมเ่ ปล่ียนความคิด หรือจดุ มุง่ หมายเป็นหลายอยา่ ง 5. สารัตถภาพในการเขยี นเรียงความคอื อะไร สารตั ถภาพในการเขยี นเรยี งความคอื การยำ้ เน้นใจความสำคัญเพือ่ ใหผ้ ู้อา่ นทราบเจตนา หรือความคดิ วา่ ความคิดใดมีความสำคัญทีส่ ดุ ความคิดใดมีความสมั พนั ธร์ องลงไปและตอนใดทเ่ี ป็นรายละเอียด เกณฑก์ ารประเมนิ การทำใบงานที่ 1 ระดับคะแนน เกณฑ์การประเมิน 4 เขียนตอบไดถ้ ูกตอ้ ง กำหนดประเด็นชัดเจน เรยี บเรยี งความคิดเป็นสำคัญและ ต่อเนอ่ื ง ไมม่ ขี ้อบกพรอ่ งในการใช้ภาษา 3 เขยี นตอบได้ถกู ตอ้ ง กำหนดประเด็นชดั เจน แต่มีขอ้ บกพร่องในการเรียบเรยี ง ความคิด 2 เขียนตอบได้ถกู ตอ้ ง แตย่ งั กำหนดประเดน็ ไม่ชดั เจนและมขี อ้ บกพร่องในการเรียบ เรียงความคดิ และการใชภ้ าษา 1 เขยี นตอบไมถ่ กู ตอ้ ง ครูต้องอธบิ ายเพ่มิ เตมิ จึงสามารถเขียนตอบได้

ใบงานที่ 4 คำช้แี จง ใหน้ กั เรียนเขยี นเรยี งความตามหัวขอ้ ที่กำหนด ความยาว 1 หน้ากระดาษ เรยี งความ เรื่อง “เล่าเรอื่ งเศรษฐกิจพอเพียงของฉนั ” .............................................................................................................................................................................. .............................................................................................................................................................................. .............................................................................................................................................................................. .............................................................................................................................................................................. .............................................................................................................................................................................. .............................................................................................................................................................................. .............................................................................................................................................................................. .............................................................................................................................................................................. .............................................................................................................................................................................. .............................................................................................................................................................................. .............................................................................................................................................................................. .............................................................................................................................................................................. .............................................................................................................................................................................. .............................................................................................................................................................................. .............................................................................................................................................................................. .............................................................................................................................................................................. .............................................................................................................................................................................. .............................................................................................................................................................................. .............................................................................................................................................................................. .............................................................................................................................................................................. .............................................................................................................................................................................. .............................................................................................................................................................................. .............................................................................................................................................................................. .............................................................................................................................................................................. .............................................................................................................................................................................. .............................................................................................................................................................................. .............................................................................................................................................................................. .............................................................................................................................................................................. .............................................................................................................................................................................. .............................................................................................................................................................................. ............................................................................................................................................................................ .............................................................................................................................................................................. .............................................................................................................................................................................. ............................................................................................................................................................................

เกณฑ์การประเมนิ การเขียนเรยี งความ ระดบั คะแนน เกณฑก์ ารประเมนิ 16-20 มอี งค์ประกอบของเรยี งความครบถว้ น เรียงลำดับเน้ือหาถูกต้องและเรยี บเรยี ง ขอ้ ความอย่างประณีต 11-15 มอี งค์ประกอบของเรยี งความครบถ้วน แตม่ ีขอ้ บกพรอ่ งเล็กน้อยเรอื่ งการเรียงลำดับ เนอื้ หาและการใชภ้ าษา 6-10 มีองค์ประกอบของเรียงความครบถ้วน แตม่ ขี ้อบกพร่องค่อนขา้ งมากเรื่องการลำดบั เนอ้ื หาและการใช้ภาษา 5 มีองค์ประกอบไม่ครบถ้วน มีข้อบกพร่องค่อนข้างมากเรอื่ งการลำดบั เน้อื หาและการ ใช้ภาษา

แบบทดสอบกอ่ นเรยี น-หลังเรยี น เรอ่ื ง เศรษฐกิจพอเพยี ง ตอนท่ี 1 คำชแ้ี จง : ผู้เรียนวิเคราะห์แนวทางการดำเนินชีวติ ใหส้ อดคลอ้ งกับแนวคิดปรชั ญา ของเศรษฐกจิ พอเพียง 1. ความพอประมาณ ......................................................................................................................... 2. ความมีเหตุผล ................................................................................................................................ 3. มีภูมคิ มุ้ กันที่ดใี นตัวทดี่ ี................................................................................................................... 4. เงอ่ื นไขความรู้................................................................................................................................ 5. เงือ่ นไขคุณธรรม............................................................................................................................. ตอนที่ 2 คำชีแ้ จง ให้ผู้เรียนเลอื กคำตอบที่ลูกตอ้ งทีส่ ุดเพยี งคำตอบเดยี ว 1. กระบวนการคิดท่ดี มี ีลกั ษณะอยา่ งไร ก. คดิ ต่อยอด ข. คดิ นอกกรอบ ค. คดิ อย่างเปน็ ระบบ ง. คิดแบบย้ําคิดย้าํ ทำ 2. การเขียนเรยี งความทีเ่ กิดจากกระบวนการคดิ ที่ดี จะมีลักษณะอยา่ งไร ก. เขยี นเรียงความไดอ้ ยา่ งเป็นระบบ ข. เขียนเรียงความใหเ้ กิดจนิ ตนาการไดง้ า่ ย ค. เขยี นเรยี งความให้เร่ืองมีความสลับซับซ้อน น่าติดตาม ง. เขยี นเรยี งความได้อย่างเปน็ ระบบและรอ้ ยเรยี งความคิดได้อยา่ งเหมาะสมกลมกลืน 3. การกำหนดหวั ข้อในการเขยี นเรียงความ จะต้องคำนงึ ถงึ ส่งิ ใดเปน็ อันดบั แรก ก. จะเขยี นเรือ่ งอะไร ข. จะหาขอ้ มูลการเขียนท่ใี ด ค. จะใช้เวลาในการเขยี นเท่าใด ง. จะเปน็ เรื่องทีน่ ่าสนใจหรือไม่ 4. การเขียนเรียงความ ควรเลือกเร่อื งทีจ่ ะเขยี นอยา่ งไร ก. เลอื กเร่ืองทคี่ นในสังคมกำลังสนใจ ข.เสอื กเร่ืองท่สี นใจ และหาขอ้ มูลไดง้ ่าย ค. เสอื กเรอื่ งที่ลลี้ ับและไม่มีใครพสิ จู นไ์ ด้ ง. เสอื กเรอื่ งไกลตวั และมีความแปลกใหม่ 5. การทำเกษตรแบบพอเพียง เป็นหัวข้อเร่ืองเกีย่ วกบั อะไร ก. เร่อื งเกย่ี วกบั อาชีพ ข. เรื่องเก่ยี วกับสุขภาพ ค. เรือ่ งเกยี่ วกับวฒั นธรรม ง. เรอื่ งเกย่ี วกับธรรมชาตแิ ละส่ิงแวดลอ้ ม 6. ปัญหาหมอกควนั ในการเผาปา่ เป็นหวั ขอ้ เร่ืองเกี่ยวกบั อะไร ก. เร่อื งเกย่ี วกบั อาชีพ ข. เรือ่ งเกย่ี วกับสขุ ภาพ ค. เร่ืองเกย่ี วกบั วัฒนธรรม ง. เรอื่ งเก่ียวกบั ธรรมชาตแิ ละส่ิงแวดลอ้ ม

7. “กุหลาบ เป็นไม้ตดั ดอกท่มี กี ารปลกู เป็นการล้ากันแพร่หลายท่วั โลกมานานแล้ว” เป็นการเขียนคำนำ เรยี งความโดยใชก้ ลวธิ ใี ด ก. เรมิ่ ตน้ ดว้ ยคำถาม ข. เริ่มต้นด้วยการอธิบาย ค. เรม่ิ ต้นด้วยการเล่าเรอ่ื ง ง. เรม่ิ ต้นดว้ ยการให้ความหมาย 8. การเขียนเรยี งความทด่ี ี จะตอ้ งมลี ักษณะอย่างไร ก. เขยี นด้วยภาษาระดบั ทางการ ข. เขยี นให้เกิดเอกภาพและจนิ ตนาการ ค. เขยี นเนื้อเร่อื งท่ีแบ่งได้เป็นสดั สว่ นชัดเจน ง. เขียนอยา่ งมีเอกภาพ สัมพนั ธภาพ และสารัตถภาพ 9. การเขียนเรียงความเร่ืองภัยจากโรคเอดส์ ควรเขียนสรปุ จบดว้ ยวธิ ีใดจึงจะเหมาะสม และเกิดประโยชน์ ตอ่ ผ้อู า่ น ก. สรุปด้วยการอธบิ ายให้เขา้ ใจภยั จากโรคเอดส์ ข. สรุปด้วยการช้ีใหเ้ ห็นภยั ที่เกดิ จากโรคเอดส์ ค. สรุปดว้ ยการสั่งสอน และฝากให้คิด ง. สรุปด้วยการฝากคำถามใหค้ ิด 10. การพิจารณาเน้อื หาสาระในการเขยี นเรยี งความ มีหลักในการพิจารณาอย่างไร ก. พจิ ารณาจากการสะกดคำ การใช้คำ ข. พจิ ารณาจากการใชป้ ระโยคท่ีกระชับ เข้าใจงา่ ย ค. พิจารณาจากจุดประสงคท์ ่ตี ง้ั ไวแ้ ละความสอดคล้องของเนือ้ เรื่อง ง. พจิ ารณาจากการใชส้ ำนวนโวหารที่สอดคลอ้ ง ละสอ่ื ความหมายได้ดี

เฉลย แบบทดสอบก่อนเรยี น-หลงั เรยี น เรอ่ื ง เศรษฐกิจพอเพยี ง แนวคำตอบ 1. ความพอประมาณ เช่น ด้านการเรยี น อ่านหนังสอื พอประมาณแกว่ ยั และเวลา ดา้ นสุขภาพ อยา่ อ่านหนังสือดึกให้พกั ผอ่ นมาก ๆ ด้านกฬี า เลน่ กีฬาท่ีตนเองชอบและถนัด 2. ความมีเหตุผล เชน่ การใชจ้ า่ ยอย่างประหยัด รู้จกั ลำดับความสำคัญของการใช้เงนิ การทำบญั ชรี ายรบ- รายจ่าย การอดอออม 3. มิภมู คิ ุ้มกันที่ดใี นควั ทดี่ ี เช่น การวางแผนการอา่ นหนังสือ เพ่ือเตรียมตัวสอบ การปลกู ตน้ ไม้เพื่ออนุรกั ษ์ ทรพั ยากรธรรมชาติ 4. เงอ่ื นไขความรู้ มคี วามรเู้ ก่ียวกับวชิ าการต่าง ๆ เพ่ือนำไปประยุกตใ์ ช้ในชีวิตประจำวัน สามารถอย่รู ว่ มกบั ผูอ้ ่นื ไดอ้ ยา่ งมคี วามสุข 5. เงื่อนไขคุณธรรม การเป็นคนดี ประพฤติตนตามหลกั ธรรม เชน่ มีความรบั ผิดชอบ มีความซ่อื สัตยส์ ุจริต ขยนั มีความรอบคอบ เฉลย แบบทดสอบกอ่ นเรยี น-หลังเรียน 1. ค 2. ง 3. ก 4. ข 5. ก 6. ง 7. ข 8. ง 9. ข 10. ค

คณะผูจ้ ัดทำ ทปี่ รกึ ษา ผู้อำนวยการศนู ยก์ ารศกึ ษานอกระบบและการศึกษา นายคมพิสิษฐ์ ดงั ไธสงฆ์ ตามอธั ยาศยั อำเภอคง บรรณาธกิ าร ครู คศ.๑ นายภูษชิ ช์ จนั ทรน์ ้อย ครู นางสาวนุชรีย์ กว้างขวาง ครูอาสาสมคั ร กศน. นางสมเศยี ร มณรี ัตน์ ครูอาสาสมคั ร กศน. นางสงัด คำมะปะนา ครู กศน.ตำบล นางสาวสพุ รรณี ลิม้ ภัทราพร ครู กศน. ตำบล คณะผจู้ ดั ทำ ครู กศน.ตำบล นางปารชิ าติ คมขำ ครู กศน.ตำบล นางสาวยุภา โพธธิ์ านี ครู กศน.ตำบล นายธงชยั ก่งิ มะลงั ครู กศน.ตำบล นายเดชา ประจนั ทะศรี ครู กศน.ตำบล นายกฤษฎา เนตรโคกสงู ครู กศน.ตำบล นางสาวศลุ รี ัตน์ ขมุ พุทรา ครู กศน.ตำบล นายภานวุ ฒั น์ ดษุ ฎนี ิศากร ครู กศน.ตำบล นางสาวสุภา สียางนอก นางสาวนรดิ า ตยิ าพากิจ ครู กศน. ตำบล ครู กศน.ตำบล เรยี บเรยี งและจดั ทำรูปเล่ม เจา้ หน้าที่บรรณารกั ษ์ นางปาริชาติ คมขำ เจ้าหน้าท่ีบนั ทึกขอ้ มูล นางสาวศลุ รี ัตน์ ขุมพุทรา นางสาวเกศรนิ ทร์ เอกกลาง นางสาวทพิ วลั ย์ เชียรชัยศรี