แผนการจดั การเรียนรูบ้ ูรณาการหลกั ปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพยี ง หนว่ ยการเรยี นรูค้ ุณธรรม จรยิ ธรรมในชอ่ งทางการประกอบอาชีพดว้ ย หลักปรัชญาเศรษฐกิจพอเพยี ง สาระการประกอบอาชีพ ช่องทางการพัฒนาอาชพี อช ๒1๐0๑ สาระการดำเนนิ ชวี ติ รายวิชา เศรษฐกิจพอเพียง ทช ๒1๐0๑ ระดบั มธั ยมศกึ ษาตอนตน้
1.หนว่ ยการเรยี นรู้ เร่ือง คุณธรรม จริยธรรม ในช่องทางการพฒั นาอาชีพ ด้วยหลักปรัชญาของเศรษฐกจิ พอเพียง สาระการประกอบอาชพี รายวิชา ชอ่ งทางการพัฒนาอาชีพ พท ๒1๐0๑ ระดับมธั ยมศกึ ษาตอนต้น สาระการดำเนินชวี ิต รายวิชา เศรษฐกิจพอเพยี ง ทช ๒1๐0๑ ระดบั มธั ยมศกึ ษาตอนตน้ แผนการเรยี นรเู้ รอื่ ง การเขยี น 1.เรอื งที คณุ ธรรม จรยิ ธรรม ในช่องทางการพฒั นาอาชีพ ๒.หลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพยี งกับการจดั การความรู้ จำนวนเวลา ๓ ชั่วโมง ผู้สอน .................................................. ๒.มาตรฐานการเรียนรู้/ตัวช้วี ดั มาตรฐานการเรยี นรูร้ ะดบั รายวิชาช่องทางการพัฒนาอาชพี คณุ ธรรม จรยิ ธรรม ในช่องทางการพฒั นาอาชพี 1. รู้และเขา้ ใจ เรื่องของจรรยาบรรณ การเปน็ ผู้ประกอบอาชพี ทมี บี ทบาทสําคญั ในการพัฒนาสังคม และ เศรษฐกจิ มาตรฐานการเรียนรูร้ ะดับ รายวิชาเศรษฐกิจพอเพยี ง รู้ เขา้ ใจ ตระหนัก และเห็นคุณค่าปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง ยอมรบั ประยกุ ต์ใช้ใน ชุมชน และ มีคุม้ กนั ใน การดำเนินชีวติ และการอยู่รว่ มกันในครอบครัว ชุมชน และสงั คม อยา่ งสันติสขุ สร้างความรว่ มมือในการพัฒนาชุมชน ทอ้ งถ่นิ ตวั ช้ีวัด รายวิชาช่องทางการพัฒนาอาชีพ 1. รู้ เขา้ ใจ อธิบายหรือบรรยาย เรอ่ื งของจรรยาบรรณ คุณธรรม จรยิ ธรรม ในช่องทางการพัฒนาอาชพี ได้ รายวิชาเศรษฐกจิ พอเพียง 2. รูเ้ ข้าใจและวิเคราะห์แนวคิด หลักการปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพยี ง ๓.สาระสำคญั /ความคดิ รวบยอด ในชอ่ งทางการพัฒนาอาชีพ ตอ้ งมีความรู้ เร่ือง จรรยาบรรณ คุณธรรม จรยิ ธรรม ตามหลกั ปรัชญาของเศรษฐกิจ พอเพยี ง และสามารถประยุกตห์ ลักแนวคดิ ของ เศรษฐกจิ พอเพียงไปใชใ้ นการดำเนนิ ชีวิตของตนเองได้ ๔.สาระการเรยี นรู้ สาระการประกอบอาชีพ รายวิชาชอ่ งทางการพฒั นาอาชีพ สาระการดำเนินชวี ติ รายวชิ าเศรษฐกิจพอเพยี ง ๕.จุดประสงค์ 1. รู้ เขา้ ใจ อธบิ ายหรือบรรยาย เรอ่ื งของจรรยาบรรณ คณุ ธรรม จริยธรรม ในชอ่ งทางการพัฒนาอาชพี 2. รเู้ ขา้ ใจและวิเคราะห์แนวคิด หลักการปรชั ญาของเศรษฐกจิ พอเพยี ง ๖.สมรรถนะสำคัญของผู้เรียน ๑.ความสามารถในการเรียนรู้ : อธิบายหรอื บรรยาย เร่ืองของจรรยาบรรณ คุณธรรม จรยิ ธรรม ในชอ่ งทางการพัฒนาอาชีพ นำเสนอหนา้ ช้นั ๒.ความสามารถในการคดิ : คิดวเิ คราะห์ แปลงความหมาย อภิปราย สรุปผล ๓.ความสามารถในการใชท้ ักษะชวี ิต : ใช้กระบวนการกลุ่มและหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพยี งในการปฏิบตั ิ กจิ กรรมกลุ่มและกิจกรรมการเรียนรู้
๗.คณุ ลกั ษณะอันพึงประสงค์ ๑.คุณธรรม : สรา้ งคุณงามความดี ต้องชอ่ งทางการพฒั นาอาชีพทคี่ นส่วนใหญย่ อมรับวา่ เป็นความดี รับผิดชอบตอ่ สังคมและสิ่งแวดล้อม ๒.จริยธรรม : หมายถึง ธรรมที่เปน็ ข้อประพฤติปฏิบัติศีลธรรม ประพฤติปฏิบัตดิ ี ปฏบิ ัติชอบ ทง้ั กาย วาจา ใจ การ ประพฤตปิ ฏิบัตเิ ป็นไปด้วยความจริงใจ ไมแ่ สแสร้ง เป็นไปโดยธรรมชาติ ๓.ซือ่ สตั ย์ : มคี วามซอื่ สตั ยส์ ุจรติ ตอ่ ตนเอง และ ผู้อ่ืน การวางแผน การปฏบิ ัติกิจกรรมอยา่ งเปน็ ระบบรอบคอบ สมเหตุสมผล และร่วมสามคั คีทำกิจกรรมอย่างระมดั ระวัง โดยไมก่ ระทบตอ่ บุคล สงั คม สิง่ แวดลอ้ ม ๘.กจิ กรรมการเรยี นรู้ ผู้เรยี นทำแบบทดสอบกอ่ นเรยี น กจิ กรรมท่ี 1 วิเคราะห์หลกั ปรชั ญาของเศรษฐกิจพอเพยี ง เวลา ๑.๕ ชั่วโมง (วิธีสอนแบบ ONIE) ขนั้ ที่ 1 กำหนดสภาพปญั หาความต้องการ ครใู หผ้ ้เู รยี นสนทนาแลกเปล่ยี นเรยี นรู้ เกย่ี วกับความรู้ เรอ่ื งคุณธรรม จรยิ ธรรม ในชอ่ งทางการพัฒนาอาชพี ด้วยหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพยี ง อาชีพเกษตรกรในชุมชน ของผู้เรียน วา่ ควรมกี ารบริหารจดั การอย่างไร ขนั้ ที่ 2 แสวงหาข้อมลู และการจัดการเรียนรู้ ครใู หผ้ เู้ รียนช่วยกนั ค้นคว้าองคค์ วามรู้ เร่อื ง คณุ ธรรม จรยิ ธรรม ในช่องทางการพฒั นาอาชพี ในชมุ ชน ด้วย หลกั ปรชั ญาของเศรษฐกิจพอเพยี ง และวิเคราะห์ สรุปสาระ แนวคิดสำคัญ และประโยชนข์ องหลักปรชั ญาเศรษฐกิจ พอเพียง ผเู้ รยี นสนทนาถงึ พระราชดำรัสท่เี ก่ยี วกับเศรษฐกจิ พอเพียงของพระบาทสมเดจ็ พระเจา้ อยหู่ ัว (ผเู้ รียนรู้หลกั ความพอประมาณ) คุณธรรม จรยิ ธรรม ในช่องทางการพฒั นาอาชพี ควรทำอยา่ งไร(ความรู้) การมีคุณธรรม จรยิ ธรรม ใน ช่องทางการพัฒนาอาชีพ ส่งผลให้มีความสุขอยา่ งไร(เหตุผล) ช่องทางการพฒั นาอาชีพใชค้ ุณธรรมขอ้ ใดจึงมีความสุขใน ชีวิต(คุณธรรม) ผูเ้ รยี นศึกษาเพมิ่ เดมิ จาก พระราชดำรสั เกยี่ วกบั เศรษฐกจิ พอเพียง 3 องค์ 1. ใหผ้ ้เู รียนอ่านใบความรู้ พระราชดำรชั เกยี่ วกบั เศรษฐกจิ พอเพยี ง 3 พระองค(์ ความร)ู้ 2. ผ้เู รยี นรว่ มกันอภปิ รายสรปุ เปน็ ความคิดรวบยอดเก่ยี วกบั หลักปรัชญาของเศรษฐกจิ พอเพียง ๓. ใหผ้ ู้เรียนศึกษาใบความรู้ เรื่องปรชั ญาของเศรษฐกิจ พอเพียง แล้ว ช่วยกนั อภปิ ราย ถึง หลักแนวคิด 3 ห่วง 2 เง่อื นไข ว่าสามารถนำไปใชใ้ นชีวติ ประจำวันไดอ้ ยา่ งไรบา้ ง(ความร้)ู ประกอบดว้ ย ๑.ความพอประมาณ ๒.ความมเี หตุผล ๓.การมีภูมิคมุ้ กันในตวั ทดี่ ี ๑.เงื่อนไขคณุ ธรรม ๒.เง่ือนไขความรู้ ๔. ครูอธบิ ายเชอ่ื มโยงให้ผู้เรยี นเข้าใจว่าผลทไ่ี ด้รับจากการนำหลักปรัชญาของเศรษฐกจิ พอเพยี งมา ประยกุ ต์ใช้ คอื การพฒั นาท่ีสมดุลและยั่งยืน พร้อมรับตอ่ การเปล่ยี นแปลงในทุกด้าน ทั้งด้าน เศรษฐกิจสงั คม สง่ิ แวดลอ้ ม ความรู้ด้านเทคโนโลย(ี ความร)ู้ ขั้นท่ี 3 การปฏบิ ตั แิ ละนำไปประยกุ ตใ์ ช้ ๑.ครูแบง่ กลมุ่ ผูเ้ รยี นคละกนั ตามความสามารถเพอื่ ให้ผเู้ รยี นชว่ ยเหลือกันในการเรียนรู้ เพื่อให้ผเู้ รียนมีความ พอประมาณในการเสือกลุ่มเพ่อื นมาเป็นสมาชิก โดยใชเ้ หตุผลประกอบการเสือก เพื่อนพรอ้ มทัง้ ให้ความ ช่วยเหลือเพ่ือนทเ่ี รยี นออ่ นมาเขา้ กลมุ่ ๒.ใหผ้ เู้ รยี นทำกิจกรรม ที่ ๑ ใบงาน เรื่องวิเคราะหห์ ลกั ปรัชญาของเศรษฐกจิ พอเพียง -ครูส่มุ เรยี กสมาชิกบางคนในแต่ละกล่มุ ออกไปนำเสนอความร้จู ากใบงาน -ครแู ละผู้เรียนร่วมกันสรุปการประยกุ ตใ์ ช้หลกั ปรชั ญาของเศรษฐกิจพอเพยี งในการ
ดำรงชวี ิตในชุมชนเหน็ ความสำคญั คณุ คา่ และประโยชนข์ องหลกั ปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพยี งต่อ สงั คมไทย -ครูมอบหมายให้ผเู้ รยี นนำแนวคิดหลักปรชั ญาของเศรษฐกจิ พอเพียง ไปวิเคราะห์ ตนเองวา่ ได้ใชห้ ลัก คิดของเศรษฐกิจพอเพียง 3ห่วง2เงือ่ นไขอย่างไรบ้างจนสามารถ สรา้ งสรรคง์ านของตนไดส้ ำเร็จลุล่วงอย่างสมบรู ณ์ ข้นั ท่ี 4 การประเมนิ ผลการเรยี นรู้ -ผ้เู รยี นร่วมกันวิเคราะหผ์ ลงานและปรบั ปรุงแกไ้ ข หรอื พัฒนาใหม้ ีคณุ ภาพตามเปา้ หมาย -ผู้เรียน ร่วมกนั สรปุ จากการวเิ คราะหข์ องแต่ละคน และเขียนบนกระดานเปน็ ข้อๆใหเ้ ห็นชดั เจน และสรปุ ถึงแนวทางที่ผ้เู รยี นในฐานะท่ีเปน็ เยาวชนของชาติ จะร่วมกัน น้อมนำแนวคดิ ของเศรษฐกิจ พอเพียง ไปพฒั นา ตนเอง สังคม ประเทศชาตเิ พ่อื ความสมดุลอยา่ งย่ังยนื ม่นั คงของเศรษฐกจิ สังคม วัฒนธรรมและส่ิงแวดลอ้ ม ไดอ้ ย่างไรบา้ ง ศกึ ษาความร้เู พ่มิ เดิม เกยี่ วกบั ปรัชญาของเศรษฐกิจ พอเพียงจาก เวบไซตพพพ.รนfficiencyeconomy.org (ความมเี หตุผล) กจิ กรรมที่ 2 การวิเคราะห์ จรรยาบรรณ คุณธรรม จริยธรรม ในช่องทางการพฒั นาอาชพี (1.๕ ชั่วโมง) ๑.ผูเ้ รยี นสนทนา เร่ืองจรรยาบรรณ คุณธรรม จริยธรรม ในช่องทางการพัฒนาอาชพี เศรษฐกจิ พอเพียง” มาเปน็ ตัวอยา่ งประกอบการเขียนเรยี งความ แล้วช่วยกนั อภิปรายสรปุ ๒.ผูเ้ รียนศกึ ษา และจดบนั ทกึ ลงใบงานเป็นรายบคุ คล เร่อื งจรรยาบรรณ คุณธรรม จริยธรรม ในช่องทางการพัฒนาอาชีพ เช่น องคป์ ระกอบ ลักษณะช่องทางการพัฒนาอาชพี ทีด่ ี จะตอ้ งทำอย่างไรบ้าง ๓.ครกู ลา่ วชมเชยและให้ผเู้ รยี น รว่ มเสนอแนะองค์ประกอบ ลักษณะช่องทางการพฒั นาอาชีพ ทีด่ ี แล้วจด บนั ทึก บนกระดานหนา้ ช้ันเรยี นเปน็ ขอ้ ๆ หลังจากนัน้ ครูบรรยายสรปุ คุณธรรม จริยธรรม ในช่องทางการพฒั นาอาชพี สมั พนั ธ์ ตรงกับหลกั ปรัชญาเศรษฐกิจพอเพยี งอย่างไร อีกครง้ั ๔.ผเู้ รียนทำแบบทดสอบหลงั เรยี น 9. ภาระงาน /ช้นิ งาน - สนทนา จดบันทึก รว่ มนำเสนอความคิดวเิ คราะห์ เรื่องคุณธรรม จรยิ ธรรม ในช่องทางการพัฒนาอาชีพ สมั พนั ธ์ ตรงกับหลกั ปรัชญาเศรษฐกจิ พอเพียงอย่างไร ๑๐.การวัดและประเมนิ ผล ๑.แบบทดสอบหลงั เรียน ๒.การประเมินระหวา่ งการจัดกิจกรรมการเรยี นรู้ - กิจกรรมการเรียนรู้ที่ 1 เรอื่ ง วิเคราะห์หลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพยี ง - กิจกรรมการเรยี นรู้ท่ี ๒ เร่ือง การวเิ คราะห์ จรรยาบรรณ คณุ ธรรม จริยธรรม ในชอ่ งทางการพัฒนาอาชีพ สัมพนั ธต์ รงกับหลักปรัชญาเศรษฐกจิ พอเพยี งอยา่ งไร -สังเกตพฤตกิ รรมการทำงานรายบุคคล ๑๑.ส่อื /แหล่งการเรียนรู้ ๑.สือ่ การเรียนรู้ ๑.ชุดหนังสอื เรยี นวิชาช่องทางการพัฒนาอาชีพ ระดับ มธั ยมศึกษาตอนต้น ๒.ชุดหนังสือเรียนวิชาหลักปรชั ญาเศรษฐกจิ พอเพียง ๓.แบบทดสอบหลงั เรยี น ๔.ภาพประกอบการเรียนรู้หลกั ปรชั ญาของเศรษฐกิจพอเพยี ง ๓ แหล่งการเรยี นรู้ 1) ห้องสมดุ 2) แหลง่ ขอ้ มลู สารสนเทศ www.sufficiencyeconomy.or
๑๒.ชุดคำถามเพ่ือกระตุ้นคณุ ลักษณะอยอู่ ยา่ งพอเพยี ง -ผูเ้ รียนรู้ความหมายและหลกั ปรชั ญาของเศรษฐกิจพอเพยี ง (Q1) -ความพอเพียงมลี ักษณะอยา่ งไร (Q๒) -ความพอเพยี งมีอะไรบา้ ง (Q๓) -ความพอเพยี งมีประโยชนอ์ ย่างไร (Q๔) -ยกตวั อย่างความพอเพยี งในชวี ิตประจำวนั มีอะไรบ้าง (Q๕)
การประเมินชน้ิ งาน ภาระงาน (รวบยอด) แบบประเมินเรอื่ งของจรรยาบรรณ คณุ ธรรม จริยธรรม ในชอ่ งทางการพฒั นา อาชพี รายการประเมนิ ดมี าก (4) ระดับคุณภาพ/ระดับคะแนน ปรับปรงุ (1) ดี(3) พอใช(้ 2) 1. เรื่อง ความ นำเสนอไดถ้ ูกตอ้ ง ชัดเจน นำเสนอไดถ้ ูกต้อง ชัดเจน นำเสนอได้ถูกตอ้ ง ชดั เจนนำเสนอได้ถูกตอ้ ง ชัดเจน รบั ผดิ ชอบตอ่ ครอบคลุม ตรงประเดน็ ครอบคลุม ตรงประเด็น ครอบคลุม ตรงประเด็น ครอบคลุม ตรงประเด็น องค์กรใน ตามหัวข้อการประเมิน ตามหวั ข้อการประเมนิ ตามหัวข้อการประเมิน ตามหวั ขอ้ การประเมิน ชอ่ งทางการ ได้ ๔ ขอ้ ขึ้นไป ได้ ๓ ข้อ ได้ ๒ ขอ้ ได้ ๑ ขอ้ พัฒนาอาชพี 2. เรื่อง นำเสนอได้ถกู ต้อง ชดั เจน นำเสนอได้ถกู ต้อง ชดั เจน นำเสนอได้ถกู ตอ้ ง ชัดเจนนำเสนอได้ถูกตอ้ ง ชัดเจน จรรยาบรรณ ครอบคลมุ ตรงประเด็น ครอบคลมุ ตรงประเด็น ครอบคลุม ตรงประเดน็ ครอบคลุม ตรงประเดน็ คณุ ธรรม ตามหวั ข้อการประเมิน ตามหัวขอ้ การประเมิน ตามหวั ข้อการประเมนิ ตามหวั ข้อการประเมิน จริยธรรม ตอ่ ได้ ๔ ข้อข้ึนไป ได้ ๓ ข้อ ได้ ๒ ข้อ ได้ ๑ ข้อ ลกู ค้า 3. เรอ่ื ง นำเสนอไดถ้ กู ต้อง ชดั เจน นำเสนอได้ถกู ตอ้ ง ชัดเจน นำเสนอไดถ้ กู ตอ้ ง ชดั เจนนำเสนอได้ถกู ต้อง ชดั เจน จรรยาบรรณ ครอบคลุม ตรงประเดน็ ครอบคลุม ตรงประเดน็ ครอบคลุม ตรงประเด็น ครอบคลุม ตรงประเดน็ คณุ ธรรม ตามหวั ขอ้ การประเมนิ ตามหวั ขอ้ การประเมิน ตามหวั ข้อการประเมนิ ตามหัวขอ้ การประเมนิ จรยิ ธรรม ต่อ ได้ ๔ ข้อขนึ้ ไป ได้ ๓ ข้อ ได้ ๒ ขอ้ ได้ ๑ ข้อ คู่แข่งในอาชพี ของตน 4. เรือ่ ง นำเสนอได้ถกู ตอ้ ง ชดั เจน นำเสนอได้ถูกต้อง ชดั เจน นำเสนอไดถ้ ูกตอ้ ง ชัดเจนนำเสนอไดถ้ กู ตอ้ ง ชดั เจน จรรยาบรรณ ครอบคลุม ตรงประเด็น ครอบคลุม ตรงประเดน็ ครอบคลุม ตรงประเด็น ครอบคลมุ ตรงประเดน็ คุณธรรม จริยธรรม ตามหัวข้อการประเมิน ตามหัวขอ้ การประเมนิ ตามหัวข้อการประเมิน ตามหัวข้อการประเมนิ ตอ่ หน่วยงาน ได้ ๔ ขอ้ ขน้ึ ไป ได้ ๓ ข้อ ได้ ๒ ขอ้ ได้ ๑ ข้อ ราชการ ๔. เรือ่ ง นำเสนอได้ถกู ตอ้ ง ชัดเจน นำเสนอไดถ้ กู ตอ้ ง ชัดเจน นำเสนอไดถ้ กู ต้อง ชัดเจนนำเสนอไดถ้ ูกตอ้ ง ชัดเจน จรรยาบรรณ ครอบคลุม ตรงประเด็น ครอบคลุม ตรงประเด็น ครอบคลมุ ตรงประเด็น ครอบคลมุ ตรงประเด็น คุณธรรม ตามหวั ข้อการประเมิน ตามหัวข้อการประเมิน ตามหวั ขอ้ การประเมนิ ตามหวั ข้อการประเมนิ จรยิ ธรรม ตอ่ ได้ ๔ ข้อขึ้นไป ได้ ๓ ข้อ ได้ ๒ ข้อ ได้ ๑ ข้อ ตอ่ ลูกจา้ ง พนกั งาน ๕. เรื่อง นำเสนอไดถ้ กู ตอ้ ง ชดั เจน นำเสนอไดถ้ ูกตอ้ ง ชดั เจน นำเสนอไดถ้ ูกต้อง ชัดเจนนำเสนอได้ถูกต้อง ชัดเจน จรรยาบรรณ ครอบคลมุ ตรงประเดน็ ครอบคลมุ ตรงประเด็น ครอบคลุม ตรงประเดน็ ครอบคลุม ตรงประเดน็ คุณธรรม ตามหวั ข้อการประเมิน ตามหวั ขอ้ การประเมิน ตามหัวขอ้ การประเมิน ตามหวั ขอ้ การประเมนิ จรยิ ธรรม ต่อ ได้ ๔ ขอ้ ขน้ึ ไป ได้ ๓ ข้อ ได้ ๒ ขอ้ ได้ ๑ ข้อ สิง่ แวดล้อม และ สังคม
เกณฑก์ ารตดั สนิ คุณภาพ ระดับคุณภาพ ช่วงคะแนน ดมี าก 4 ดี 3 พอใช้ 2 ปรับปรุง 1
แบบทดสอบกอ่ นเรยี น-หลังเรยี น เร่ือง เศรษฐกิจพอเพียง และ จรรยาบรรณ คณุ ธรรม จริยธรรม ในชอ่ งทางการพัฒนาอาชพี ตอนที่ 1 คำชีแ้ จง : ผเู้ รียนวเิ คราะหแ์ นวทางการดำเนนิ ชีวติ ในช่องทางการพฒั นาอาชพี ใหส้ อดคล้องกบั แนวคดิ ปรชั ญา ของเศรษฐกจิ พอเพียง ๑. ความพอประมาณ .......................................................................................................................... ๒. ความมีเหตุผล................................................................................................................................. ๓. มภี ูมิคุ้มกนั ท่ีดใี นตวั ท่ดี ี ................................................................................................................... ๔. เงื่อนไขความร.ู้ ................................................................................................................................ ๕. เง่ือนไขคุณธรรม ............................................................................................................................. ตอนที่ 2 คำชแี้ จง ให้ผ้เู รียนเลอื กคำตอบท่ีลูกต้องท่ีสุดเพียงคำตอบเดียว ๑. กระบวนการคดิ ทดี่ มี ีลักษณะอยา่ งไร ก. คิดตอ่ ยอด ข. คิดนอกกรอบ ค. คดิ อย่างเปน็ ระบบ ง. คดิ แบบย้าํ คิดยํา้ ทำ ๒. การเขียนเรียงความทเ่ี กิดจากกระบวนการคดิ ทด่ี ี จะมลี ักษณะอย่างไร ก. เขียนเรยี งความไดอ้ ยา่ งเป็นระบบ ข. เขียนเรยี งความใหเ้ กิดจินตนาการได้ง่าย ค. เขยี นเรียงความให้เรอ่ื งมคี วามสลับซบั ซอ้ น น่าติดตาม ง. เขยี นเรียงความไดอ้ ย่างเปน็ ระบบและรอ้ ยเรยี งความคดิ ได้อย่างเหมาะสมกลมกลืน ๓. ชอ่ งทางการพัฒนาอาชีพ หรอื ธรุ กิจ ท่ดี ีจะตอ้ งคำนงึ ถึงสิง่ ใดเปน็ อันดบั แรก ก. กำไร ข. ความจำเปน็ ในการผลิต ค. ต้นทุน ง. จรรยาบรรณ คณุ ธรรม จรยิ ธรรม ในช่องทางการพฒั นาอาชพี ๔. ขอ้ ใดเปน็ ทักษะที่สำคญั ในการเปน็ ปฏบิ ตั ิงานทด่ี ี ทำให้เกิดความร้คู วามชำนาญในการทำงา ก. ทำงานไปพร้อมกับวางแผนควบคกู่ นั ไป ข. ศึกษาหาความรูจ้ ากงานนน้ั ๆ ก่อนลงมือปฏิบตั ิ ค. ลงมือปฏบิ ัตแิ ละศกึ ษาหาความรไู้ ปพร้อมๆ กนั ง. ทำงานตามขน้ั ตอน พร้อมตรวจสอบความเรยี บร้อย ๕. การทำเกษตรแบบพอเพียง เปน็ หัวข้อเร่ืองเก่ียวกับอะไร ก. เรอ่ื งเกีย่ วกับอาชพี ข. เรื่องเก่ยี วกบั สุขภาพ ค. เรือ่ งเกย่ี วกบั วฒั นธรรม ง. เรอื่ งเกย่ี วกับธรรมชาตแิ ละสงิ่ แวดล้อม ๖. ปัญหาหมอกควันในการเผาป่า เป็นหวั ขอ้ เรอ่ื งเกีย่ วกบั อะไร ก. เรือ่ งเกีย่ วกบั อาชพี ข. เรือ่ งเกีย่ วกบั สุขภาพ ค. เรอ่ื งเกีย่ วกบั วัฒนธรรม ง. เรอื่ งเก่ียวกบั ธรรมชาติและสงิ่ แวดลอ้ ม ๗. ข้อใด ไม่ใช่ ประโยชนข์ องการมอี าชพี ก. ทำให้มรี ายไดเ้ ลี้ยงตนเองและครอบครัว ข. ทำให้เสริมสรา้ งลักษณะนิสัยทดี่ มี ีความรับผดิ ชอบ ค. ชว่ ยสร้างสรรค์ความเจรญิ ใหแ้ กส่ ังคมและประเทศชาติ ง. ช่วยเวยี นการใช้ทรพั ยากรเพือ่ สนองความตอ้ งการไดม้ าก
๘. คุณธรรม หมายถงึ ข้อใด ก. สภาพคุณงามความดี ข. ธรรมทีเป็นข้อประพฤติปฏิบัตศิ ีลธรรม ค. การประพฤติปฏิบัตทิ ่ีดี ทช่ี อบ ทง้ั กาย วาจา และใจ ง. ถกู ทุกขอ้ ๙. จรยิ ธรรม หมายถึงขอ้ ใด ก. สภาพคณุ งามความดี ข. ธรรมทเี ป็นข้อประพฤติปฏิบตั ิศีลธรรม ค. การประพฤตปิ ฏบิ ตั ทิ ี่ดี ทชี่ อบ ทงั้ กาย วาจา และใจ ง. ถกู ทกุ ข้อ ๑๐. คุณธรรมหมาถงึ ขอ้ ใด ก. สภาพคณุ งามความดี ข. ธรรมทเี ปน็ ขอ้ ประพฤตปิ ฏบิ ัตศิ ีลธรรม ค. การประพฤตปิ ฏบิ ัติที่ดี ทช่ี อบ ทงั้ กาย วาจา และใจ ง. ถูกทกุ ขอ้
เฉลย แบบทดสอบก่อนเรียน-หลังเรียน เร่ือง เศรษฐกจิ พอเพยี ง แนวคำตอบ ตอนท่ี 1 ๑. ความพอประมาณ เชน่ ด้านการเรยี น อ่านหนงั สือพอประมาณแกว่ ยั และเวลา ด้านสุขภาพ อย่าอ่านหนังสอื ดกึ ใหพ้ กั ผอ่ นมาก ๆ ด้านกีฬา เลน่ กีฬาท่ีตนเองชอบและถนัด ๒. ความมีเหตุผล เชน่ การใชจ้ ่ายอย่างประหยัด รูจ้ ักลำดับความสำคัญของการใช้เงนิ การทำบญั ชีรายรบ- รายจา่ ย กา รอดอออม ๓. มืภมู ิคุ้มกนั ท่ดี ใี นควั ทด่ี ี เชน่ การวางแผนการอา่ นหนังสอื เพอ่ื เตรยี มตวั สอบ การปลูกต้นไม้เพ่อื อนรุ ักษ์ ทรัพยากรธรรมชาติ ๔. เง่ือนไขความรู้ มีความร้เู กยี่ วกบั วชิ าการตา่ ง ๆ เพ่ือนำไปประยกุ ตใ์ ช้ในชวี ิตประจำวนั สามารถอยู่ร่วมกบั ผู้อนื่ ได้ อยา่ งมคี วามสขุ ๕. เงือ่ นไขคุณธรรม การเปน็ คนดี ประพฤติตนตามหลกั ธรรม เชน่ มคี วามรบั ผิดชอบ มีความซื่อสัตย์สุจริต ขยัน มี ความรอบคอบ ตอนท่ี ๒ เฉลย 1. ค 2. ง 3. ง 4. ข 5. ก 6. ง 7. ง 8. ก 9. ข 10. ค
ภาคผนวก ก. ชดุ คำถามกระตุน้ คิดเพอ่ื ปลูกฝงั หลักคิดพอเพยี งในกจิ กรรมการเรยี นรู้ ข. แนวทางการนำหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียงมาใช้ออกแบบกิจกรรมการเรยี นรู้ ค. ผลทีเ่ กิดข้นึ กับผู้เรียนสอดคลอ้ งกับหลกั ปรัชญาของเศรษฐกจิ พอเพยี งจากการจัด กิจกรรมการเรยี นรู้ ๑. ผเู้ รียนได้เรียนร้หู ลักคิดและฝกึ ปฏิบัติตามหลกั ปรชั ญาเศรษฐกิจพอเพียง ๒. ผ้เู รียนได้เรียนรกู้ ารใชช้ ีวติ ที่สมดุลและพรอ้ มรับการเปลีย่ นแปลง ๔ มติ ติ ามหลักปรัชญาของเศรษฐกจิ พอเพยี ง ง. ใบความรู้ จ.ใบงาน ฯลฯ
ก.ชดุ คำถามกระต้นุ คิดเพ่อื ปลูกฝังหลักคดิ พอเพยี งในกิจกรรมการเรียนรู้ คำถามกระตุ้นคิดเพ่อื ปลกู ฝังหลักคิด พอเพยี งก่อนเรียน Q ๑ ผู้เรียนสามารถเรียนรู้หลกั ปรชั ญาของเศรษฐกจิ พอเพยี งไดอ้ ยา่ งไร Q ๒ ผู้เรียนคดิ วา่ หลกั ปรัชญาของเศรษฐกจิ พอเพียงมีประโยชน์อย่างไร Q ๓ ผู้เรียนคิดวา่ เศรษฐกจิ พอเพยี งคืออะไร มอี งคป์ ระกอบอะไรบา้ ง Q ๔ ผู้เรยี นวางแผนแบ่งหนา้ ท่กี ารทำงานกล่มุ อย่างไรใหเ้ หมาะสมกบั ความสามารถของสมาชิก และใหง้ านสำเรจ็ ตาม เปา้ หมายทนั เวลาทกี่ ำหนด (ภูมิค้มุ กัน,พอประมาณ) Q ๕ การปฏบิ ตั กิ จิ กรรมให้สำเร็จตามท่ไี ดร้ ับมอบหมายงานจากกลมุ่ ผู้เรียนจำเป็นจะต้องปฏิบตั ิ ตนอยา่ งไรบ้าง (คุณธรรม) Q ๖ การเลอื กวิธีนำเสนอผลการศึกษาท่ไี ด้รบั มอบหมาย ผู้เรียนในกลมุ่ มีเหตุผลอะไรในการเลอื ก วิธนี ำเสนอ (มีเหตุผล) Q ๗ การช่วยกนั ทำงานในกลมุ่ จะส่งผลดีต่อผู้ปฏิบตั ิอย่างไร และเปน็ คณุ ธรรมดา้ นใด (คณุ ธรรม) Q ๘ การปฏบิ ตั กิ จิ กรรมการเรียนรู้ไดส้ ำเรจ็ จำเป็นตอ้ งมคี วามรู้อะไร (ความรู้) Q ๙ การปฏิบตั ิกจิ กรรมการทำงานกล่มุ และการนำเสนอให้สำเรจ็ จำเป็นตอ้ งมีคุณธรรมขอ้ ใด อธิบายเหตุผล ประกอบ (คุณธรรม) Q ๑๐ เพราะเหตใุ ดผูเ้ รยี นจึงตอ้ งปฏิบัติกจิ กรรมการเรียนรู้ (เหตุผล) Q ๑๑ แหลง่ เรยี นรใู้ นท้องถ่ินมปี ระโยชน์กับผเู้ รียนอยา่ งไร (เหตุผล) Q ๑๒ ทำใบงานให้สำเร็จทันเวลาตามทรี่ บั มอบหมาย กลมุ่ ของผู้เรียนพจิ ารณาถงึ ความเหมาะสม กับปัจจยั ใด พร้อมอธบิ าย เชอ่ื มโยงความเหมาะสมประกอบ (พอประมาณ) ๑๓ การนำเสนอให้สำเร็จทันเวลาตามทร่ี ับมอบหมายกลมุ่ ของผเู้ รยี นมีการวางแผนด้วยความ รอบคอบอย่างไร (ภูมิค้มุ กนั ใน ตัวทด่ี )ี Q๑๓ หลังจากผเู้ รียนได้เรยี นร้จู ากหลกั ปรชั ญาของเศรษฐกจิ พอเพยี งแลว้ ผ้เู รยี นจะปฏิบตั ิตนในชีวิตประจำวนั กบั ความร้ทู ี่ ได้รบั อยา่ งไร และขยายผลความรนู้ ้ันได้อยา่ งไร (๒ - ๓ - ๔)
แนวทางการนำปรชั ญาของเศรษฐกจิ พอเพยี งมาใชใ้ นการจดั กิจกรรมการเรียนรู้ ๑. ครผู ู้สอนนำหลกั ปรัชญาของเศรษฐกจิ พอเพยี งมาใช้ในการจดั กิจกรรมการเรียนรู้ ความรู้ทคี่ รูตอ้ งมีกอ่ นการจัดกจิ กรรมการเรยี นรู้ คุณธรรมของครู ๑. มคี วามรู้รายวิชาชอ่ งทางการพัฒนาอาชพี และ ๑. ความรักเมตตาศิษย์ รายวิชาเศษรฐกิจพอเพยี ง ๒. ความรบั ผดิ ชอบ ๒. มีความรู้การเขยี นเรยี งความ ๓. ความยุติธรรม ๓. มีความรคู้ วามเข้าใจเกย่ี วกับหลักปรชั ญาของ ๔. ความตรงตอ่ เวลา เศรษฐกจิ พอเพียง และการเขียนเรียงความ ๔. รพู้ น้ื ฐานผเู้ รียน/จติ วิทยาในการสอน/เทคนิคการ สอน/การวัดผล หลัก พอประมาณ มเี หตุผล มภี มู ิคมุ้ กนั ในตวั ทด่ี ี พอเพยี ง ประเดน็ เนอ้ื หา - เนือ้ หารายวิชาช่อง - ตอ้ งการใหผ้ ู้เรยี น รู้ - สรปุ เนอ้ื หาให้อา่ น ทางการพัฒนาอาชพี และ ความสำคัญของ เข้าใจง่าย มี รายวชิ าเศรษฐกิจพอเพยี ง รายวชิ า ทกั ษะการ ภาพประกอบเนอ้ื หา - สอดคล้องกับ มาตรฐาน ขยายอาชีพ เรยี งเนอื้ หาตามลำดับ ตัวชี้วัด เหมาะสมกบั เวลาที่ - อธบิ ายถงึ ข้อควร การ เรียนรู้ กำหนดและวัยของผเู้ รยี น ปฏิบตั ใิ น การใช้ บริการหอ้ งสมดุ เวลา - กำหนดเวลาในแต่ละ - จดั การเรียนรูไ้ ด้ - กำหนดเวลาในแต่ละ กิจกรรมเหมาะสมกับ ครบถ้วน ตามที่ กจิ กรรม ไว้เกินจรงิ กจิ กรรมและวยั ของผเู้ รยี น ออกแบบไว้ เลก็ น้อยเพอ่ื รองรู้การ เปล่ียนแปลงทอี่ าจเกดิ ระหวา่ งจดั กิจกรรม วธิ ีการจดั กิจกรรม - แบง่ กล่มุ ผู้เรยี นได้พอดี - ตอ้ งการให้ผเู้ รยี น - แบง่ กล่มุ คละ กบั จำนวนผู้เรยี น ปฏบิ ัติ กจิ กรรมอย่าง ความสามารถ ของ - กำหนดกจิ กรรมการ ท่วั ถงึ ตาม ผู้เรียน เรียนรู้เหมาะสมกับเวลาท่ี ความสามารถ - เตรียมชุดคำถามให้ กำหนด - เพ่อื ต้องการให้ พร้อม ตามลำดับ - มอบหมายภาระงานและ ผ้เู รียนเกิด การเรยี นรู้ กิจกรรมการเรียน ชิน้ งานเหมาะสมกบั ความ ตามเปา้ หมายที่ - สังเกตพฤตกิ รรมและ สามารถผูเ้ รียนและ กำหนด ใหค้ วามชว่ ยเหลอื เม่ือ สอดคลอ้ งกบั เป้าหมาย การ - ผ้เู รียนนำความรูไ้ ป ผู้เรียนมปี ัญหา เรยี นรู้ ประยกุ ต์ใชก้ ับภาระ งานได้ สอื่ / อปุ กรณ์ - จำนวนใบสรปุ ความรู้ ใบ - ตอ้ งการใหผ้ เู้ รยี นได้ - เตรียมสื่ออปุ กรณ์ให้ งาน เหมาะสมกับกิจกรรม ปฏิบัติ กจิ กรรมได้ พร้อม ก่อนการจัด และปรมิ าณเพียงพอกับ จรงิ ตาม จุดประสงค์ กิจกรรม – มีลำดับ จำนวนผเู้ รียน
แหล่งเรียนร/ู้ ฐานการ - ห้องสมุดเหมาะสมกบั การเรยี นรทู้ ี่ กำหนด ข้นั ตอนการใช้สื่อและ เรียนรู้ กจิ กรรมที่กำหนด ไว้ จดั เก็บอยา่ งเป็นระบบ การประเมนิ ผล - - เตรียมห้องสมดุ / อนิ เตอร์เนต็ ให้พรอ้ ม - จัดทำแบบประเมินผล - ต้องการประเมนิ ผล กอ่ นให้ใชบ้ รกิ าร งานและประเมิน พฤตกิ รรม การเรียนรูต้ าม - วางแผนการ ได้เหมาะสมกับ เป้าหมาย เปา้ หมายท่กี ำหนด ประเมินผลตาม ขัน้ ตอน การเรียนรู้ ของกิจกรรม ๒. ผลทเ่ี กิดขึน้ กบั ผู้เรยี นสอดคลอ้ งกบั หลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพยี งจากการจดั กจิ กรรมการเรยี นรู้ ๒.๑.ผู้เรียนได้เรียนรูห้ ลักคิด และฝึกปฎิบตั ติ าม ๒ เงือ่ นไข ๓ ดงั น้ี ความรู้ คุณธรรม -รเู้ ข้าใจความหมายหลกั ปรชั ญาของเศรษฐกิจพอเพยี ง -มีความอดทน -รู้ประโยชนแ์ ละคุณคา่ หลกั ปรัชญาของเศรษฐกจิ -มคี วามซอ่ื สัตย์ พอเพยี ง -มคี วามขยัน -รู้จรรยาบรรณ คุณธรรม จริยธรรม ในชอ่ งทางการ -มีความรับผิดชอบ พฒั นาอาชพี พอประมาณ มีเหตุผล มีภมู คิ ้มุ กันในตัวที่ดี -ผู้เรยี นนำเสนอจรรยาบรรณ -ผู้เรยี นไดร้ ับความรู้ตรงตาม ๑. วางแผนการทำงานกลมุ่ อย่าง คณุ ธรรม จริยธรรม ในชอ่ งทาง ตัวชี้วัดของหลักสูตร ละเอียดเป็นขั้นตอน การพัฒนาอาชีพไดเ้ หมาะสมกับ - ผู้เรยี นมคี วามรู้เรอ่ื งหลักปรชั ญา ๒. เตรียมขอ้ มลู ในการนำเสนอ เนอ้ื หาท่ีกำหนด ของเศรษฐกิจพอเพียง วเิ คราะห์ ความรู้จรรยาบรรณ คุณธรรม -ใช้วัสดอุ ุปกรณใ์ นการปฏิบัติ ตอบคำถามในชดุ คำถามได้อยา่ ง จรยิ ธรรม ในชอ่ งทางการพฒั นา กจิ กรรมทม่ี อบหมายอยา่ ง เป็นเหตุเป็นผล อาชพี โดยใช้ขอ้ มลู ตนเอง ประหยดั และคุม้ ค่า -มีความรู้จรรยาบรรณ คณุ ธรรม วชิ าการ และสงิ่ แวดล้อม ได้ -นำความร้ไู ปประยุกตใ์ ช้ให้ จรยิ ธรรม ในช่องทางการพฒั นา ครบถว้ นและตรงตามกิจกรรม เหมาะสมกบั ตนเอง อาชีพอย่างรอบคอบก่อนนำเสนอ การเรยี นรู้
๒.๒. ผเู้ รยี นได้เรียนรู้การใช้ชวี ิตทสี่ มดลุ และพร้อมรับการเปล่ียนแปลง ๔ มิตติ ามหลักปรัชญาของเศรษฐกจิ พอเพียง ดงั น้ี มิติดา้ น สมดลุ และพรอ้ มรบั การเปล่ียนแปลงในด้านต่าง ๆ องค์ประกอบ มิติด้านวัตถ/ุ มติ ดิ ้านสงั คม มิติด้านส่งิ แวดลอ้ ม มติ ิด้านวฒั นธรรม เศรษฐกิจ ความรู้ ( K ) - ความรู้ในการ - มคี วามรใู้ นการจดั - มีความรู้หลัก - มีความรู้เกี่ยวกับ จรรยาบรรณ แบ่ง หนา้ ที่ภายใน ปรัชญาของ บรบิ ทของชุมชน คุณธรรม จริยธรรม กลมุ่ ได้ อยา่ ง เศรษฐกจิ พอเพยี ง ในช่องทางการ เหมาะสม ในการดูแล รักษา พฒั นาอาชีพใช้ ช่อง - มีความรใู้ นการ ความสะอาด ทางการพฒั นาอาชพี ปฏิบตั ิ ตนท่ีจะ หอ้ งเรียน การจดั การ ถกู ต้องและเหมะสม ทำงานรว่ มกบั ผอู้ น่ื ขยะ มลภาวะ อย่าง ถูกต้องของหอ้ งเรยี น กศน. ทักษะ ( P ) - มที ักษะในการใช้ -ทำงานตามบทบาท - - แหลง่ เรียนรู้ได้อย่าง และ แบ่งหนา้ ทีใ่ น ถกู ต้องและเหมะสม การทำงานกล่มุ - ทำงานรว่ มกนั ภายใน กลมุ่ ตามท่ี ได้รับ มอบหมายจน สำเร็จ คา่ นยิ ม ( A ) - เห็นความสำคัญ - มีจติ สำนึกทีด่ ีต่อ - มจี ติ สำนกึ ในการ - ตระหนกั ถงึ บรบิ ท ของการใช้ บทบาทและหนา้ ท่ีใน รกั ษาสภาพแวดล้อม ในชุมชนเพื่อนำมา จรรยาบรรณ การทำงาน วเิ คราะห์สภาพ คุณธรรม จริยธรรม - เห็นคุณคา่ ของ ปัญหาในชุมชน ในการทางการพัฒนา ความสามัคคีในการ อาชีพท่ีคุม้ คา่ ทำงานกลมุ่
บนั ทกึ ผลหลงั การจดั กระบวนการเรียนรู้ ๑. ผลท่ีเกดิ กับผู้เรียน (K P A) ...................................................................................................................................................................... ...................................................................................................................................................................... ...................................................................................................................................................................... ๒. ปัญหา / อุปสรรค ...................................................................................................................................................................... ...................................................................................................................................................................... ...................................................................................................................................................................... ๓. ขอ้ เสนอแนะ / วิธีแก้ไข ...................................................................................................................................................................... ...................................................................................................................................................................... ...................................................................................................................................................................... ลงชอ่ื ครูผู้สอน () กิจกรรมเสนอแนะ ...................................................................................................................................................................... ...................................................................................................................................................................... ...................................................................................................................................................................... บันทกึ ขอ้ เสนอแนะของผบู้ ริหารหรือผ้ทู ีไ่ ด้รบั มอบหมาย ...................................................................................................................................................................... ...................................................................................................................................................................... ...................................................................................................................................................................... ลงช่ือ () ผ้อู ำนวยการศนู ย์การศึกษานอกระบบและการศึกษาตามอัธยาศัย อำเภอ……………………..
ภาพเกษตรกร 5 ภาพ
ใบความร้ทู ่ี 1 เรยี งความเรอื่ ง เกษตรกรเปน็ สุขดว้ ยเศรษฐกิจพอเพียง การเกษตรกรรมถือว่าเปน็ อาชพี หลกั ของคนไทยมาเปน็ เวลาช้านานนบั จากรุ่นปู่ยา่ ตายาย และจะยงั ครอง ความสำคญั อยเู่ ช่นน้ีตอ่ ไปอีกเปน็ เวลานับร้อยๆ ปี ท้ังน้เี พราะเมืองไทยเป็นเมอื งทอี่ ุดมสมบูรณ์ มีดนิ ฟ้าอากาศที่เหมาะสม ดิน ดำนำ้ ชมุ่ พลเมืองสว่ นใหญ่จงึ ยึดอาชพี เกษตรกรเปน็ หลกั การเกษตรจึงมีความสำคัญตอ่ วถิ ีชวี ติ ความเปน็ อย่ขู องคนไทย วฒั นธรรม เศรษฐกิจและความม่ันคงของประเทศไทยเสมอ จากความสำคัญยิ่งของอาชพี เกษตรกรครั้งอดีต จวบจนถงึ ปจั จุบนั น้เี ราคงปฏเิ สธไม่ได้วา่ ภาพวิถเี กษตรกรรมทสี่ ืบทอดจากบรรพบรุ ษุ เรม่ิ เรมิ่ ตกตำ่ ลงทกุ ที เกษตรกรท่ีเคยอยู่อยา่ งสุขสบายตาม อตั ภาพกลายเปน็ ต้องปากกดั ตีนถบี แข่งขนั รีบร้อน เครยี ด มีหนีส้ ินและต้องพง่ึ พาเทคโนโลยเี พ่มิ ขึ้น สถานการณท์ ั่วไปของเกษตรกรไทยจากข้อมลู ปัจจบุ ันพบวา่ ประเทศไทยมีผปู้ ระกอบอาชีพเกษตรกรและกลมุ่ ผู้มี อาชีพเป็นแรงงานภาคการเกษตรรวมกนั ประมาณ 24 ลา้ นคน อีกท้งั มีแนวโน้มว่าจะลดลงแตจ่ ะยังคงเปน็ ประชากรกล่มุ ใหญ่ของประเทศไปอกี กวา่ 50 ปี เกษตรกรรายยอ่ ยท่เี หลอื อยูจ่ ะเป็นเพยี งผู้รกั อาชพี ทแ่ี ท้จรงิ เท่าน้ัน บทบาทของสตรใี น ภาคเกษตรจะเพิ่มขึ้นเน่ืองดว้ ยผู้ชายเข้าเมอื งเพ่อื ขายแรงงาน ชาวชนบทสว่ นใหญม่ ีการถอื ครองท่ีดนิ ทำกินขนาดเล็กเท่านนั้ และทส่ี ำคญั เกษตรกรจะยากจนเพ่ิมขึ้นเร่อื ยๆ จากปญั หาทย่ี กมานี้ จงึ สมควรอย่างยง่ิ ทีห่ ลายฝ่ายจะต้องรว่ มมอื กนั ดำเนินทุก วิถีทางทจ่ี ะเรง่ รดั และพัฒนาการเกษตรให้กลับมารงุ่ เรืองและเกษตรกรสามารถยนื หยัดอยไู่ ด้ เพ่ือเปน็ ฐานสำคญั ในการ พฒั นาประเทศชาติต่อไป แนวทางหนึ่งทีส่ ำคัญอันปรากฏเป็นนโยบายด้านการเกษตรในแผนพัฒนาเศรษฐกจิ และสงั คม แหง่ ชาตฉิ บบั ท่ี 9 (พ.ศ.2545-2549) นัน่ คือ การเสรมิ สร้างความเข้มแข็งของเกษตรกรดว้ ยการยดึ หลักปรชั ญาของ เศรษฐกิจพอเพียง องคพ์ ระบาทสมเด็จพระเจา้ อยู่หัว ทรงมีพระมหากรณุ าธิคณุ พระราชทาน “หลกั ปรชั ญาของเศรษฐกิจพอเพียง” เพื่อใหค้ นไทยยึดปฏบิ ตั ิเพอื่ ประโยชน์สุขแห่งตนมากกว่า 30 ปแี ลว้ ดังพระราชดำรัสวา่ “เศรษฐกจิ พอเพยี งเปน็ เสมอื น รากฐานของชวี ิต รากฐานความมน่ั คงของแผ่นดิน เปรยี บเสมือนเสาเข็มท่ีถกู ตอกรองรับบ้านเรือนตัวอาคารไวน้ ัน่ เอง ส่งิ กอ่ สร้างจะมน่ั คงไดก้ ็อยู่ทเ่ี สาเขม็ แต่คนส่วนมากมองไมเ่ หน็ เสาเข็ม และลมื เสาเข็มเสียด้วยซำ้ ” และ จากพระราชดำรัสอีก ตอนหนง่ึ ว่า “ประเทศไทยสมัยก่อนน้ี พอมีพอกิน มาสมัยนีอ้ สิ ระ ไม่มีพอมพี อกิน จึงจะต้องเปน็ นโยบายทีจ่ ะตอ้ งเปน็ นโยบาย ทจ่ี ะทำเศรษฐกิจพอเพยี งเพื่อทจ่ี ะให้ทุกคนพอเพยี งได้ พอเพยี งนกี้ ม็ ีความหมายวา่ มีกิน มอี ยู่ ไม่ฟุ่มเฟือย ไม่หรหู ราก็ได้...” และหลงั จากทรงมพี ระราชดำรัสเรื่องเศรษฐกจิ พอเพียง เม่ือวันท่ี 4 ธนั วาคม 2540 หลายหน่วยงานก็ไดม้ ีการให้ ความสำคญั กบั เรอ่ื งนี้อยา่ งจริงจัง เพราะเศรษฐกจิ พอเพยี งเหมาะสมกบั ทกุ สัมมาชพี “เศรษฐกิจพอเพยี ง” คอื เปา้ หมายหรอื ปรัชญาการดำเนินชวี ิตหรอื วถิ ีชวี ิตของคนไทย ใหอ้ ยู่อย่างพอประมาณตน เดนิ ทางสายกลาง มคี วามพอเพียงและพอดี โดยไมท่ ำให้ผู้อื่นเดอื ดรอ้ น สิ่งสำคญั ต้องรู้จกั พ่งึ พาตนเองและทรัพยากรทีม่ อี ยมู่ า ใช้ให้เกิดประโยชน์ ก่อนจะไปพงึ่ พาคนอน่ื หรือปัจจยั ภายนอก หรือหมายถึงการทอ่ี ุ้มชูตนเองได้ ให้มคี วามพอเพียงกบั ตวั เอง ครอบครัว และชุมชน และสำหรับเกษตรกรแลว้ แนวทางการทำงานเกษตรในลักษณะเศรษฐกิจพอเพยี งให้พออยู่พอกิน ตอ้ ง มุ่งเน้นการหาขา้ วหาปลาก่อนมุ่งเน้นหาเงินทอง ดังคำว่า “เงนิ ทองเป็นของมายา ขา้ วปลาเปน็ ของจรงิ ” หรือกล่าวอีกได้ว่า “ทำมาหากนิ ก่อนทำมาค้าขาย” อนั เปน็ แนวทางทเี่ กษตรกรไทยทกุ คนสามารถนำไปใชห้ รือเสริมสร้างความเข้มแขง็ ทาง เศรษฐกิจแก่ตนเองและชุมชนได้ ดังตอ่ ไปนี้ 1. การนำหลัก “เกษตรทฤษฎีใหม”่ มาใช้ เพ่ือให้ในสว่ นของเกษตรกรมแี นวทางยดึ ปฏบิ ตั ติ ามหลกั ปรชั ญาของ เศรษฐกจิ พอเพยี ง พระบาทสมเด็จพระเจา้ อยูห่ ัว ไดพ้ ระราชทานแนวคิด “เกษตรทฤษฎใี หม”่ ตั้งแตป่ ี 2535 โดยมตี น้ แบบ อยู่ท่ีโครงการพฒั นาพ้นื ที่บริเวณวัดมงคลชยั พัฒนารามอนั เน่ืองมาจากพระราชดำริ จังหวัดสระบรุ ี เพอ่ื เป็นตัวอยา่ งสำหรบั การทำการเกษตรใหแ้ กร่ าษฎรในการจัดการดา้ นทดี่ นิ และแหล่งน้ำในลกั ษณะ 30:30:30:10 คือ ท่ดี ินทำกินท่มี อี ยู่ควรจะ ขุดสระเล้ยี งปลา 30 ปลูกข้าว 30 ปลกู พชื ไรพ่ ชื สวน 30 และอีก 10 เป็นทอี่ ยอู่ าศยั ปลกู พชื สวนครวั และเลย้ี งสัตว์ จึงเชอ่ื
ได้วา่ การเกษตรทฤษฎใี หมต่ ามแนวพระราชดำริ ซ่ึงสอดคล้องกบั ปรชั ญาของเศรษฐกิจพอเพียงท่ีม่งุ ใหท้ กุ คนสามารถ พ่ึงตนเองได้ จะทำให้เกษตรกรมีรายไดส้ ูงข้นึ 2. การส่งเสรมิ การทำไร่นาสวนผสมและเกษตรแบบผสมผสาน เพ่อื ให้เกษตรกรได้พฒั นาตนเองแบบเศรษฐกจิ พอเพียง ควรมกี ารส่งเสริมการปลูกพืชผักสวนครัวเพื่อลดค่าใช้จ่าย ส่งเสริมการทำปุ๋ยหมัก ปยุ๋ คอก และใช้วสั ดุเหลอื ใชเ้ ป็น ปัจจัยการผลิต เพอ่ื ลดคา่ ใชจ้ ่ายและบำรุงดิน ส่งเสริมการเพาะเหด็ ฟางจากวสั ดุเหลอื ใชใ้ นไร่นา สง่ เสริมการปลูกไมผ้ ลและไม้ ใชส้ อยในครัวเรือนในสวนหลงั บ้าน สง่ เสริมการปลูกพืชสมุนไพรอนั จะช่วยสง่ เสรมิ สุขภาพอนามยั ในครอบครวั มีการเลยี้ ง ปลาในรอ่ งสวน ในนาขา้ วและแหลง่ น้ำ เพ่อื เป็นอาหารโปรตีนและรายได้เสรมิ มีการเลี้ยงไก่พน้ื เมืองและไก่ไข่ ประมาณ 10- 15 ตัวต่อครวั เรือน เพื่อเปน็ อาหารในครัวเรือน โดยใชเ้ ศษอาหาร รำ และปลายขา้ วจากผลผลิตการทำนา ใช้ข้าวโพดเลีย้ ง สัตวจ์ ากการปลกู พืชไร่ และการทำก๊าชชีวภาพจากมลู สัตว์เพอ่ื เป็นเชื้อเพลงิ ในการหุงตม้ เปน็ ตน้ ซึ่งทั้งหมดในประเด็นน้ีกค็ ือ การประยุกตจ์ ากทฤษฎีใหมน่ ัน่ เอง 3. การรวมกลุ่มกันเพอื่ ชว่ ยตนเอง สาเหตุประการหนึง่ ท่เี กษตรกรยากจน เพราะขาดอำนาจการตอ่ รองและขาดการ รวมกลมุ่ กันเพอื่ ช่วยตนเอง รูปแบบการรวมกลมุ่ เพือ่ ช่วยตนเองทีด่ ีทสี่ ุดแบบหนึ่ง คือ “สหกรณ”์ หลกั ปรชั ญาของเศรษฐกิจ พอเพยี งตามแนวพระราชดำริ สนับสนนุ ใหม้ ีการรวมกลมุ่ กนั เพ่ือชว่ ยตนเองและสนบั สนนุ การออม เพื่อใหม้ ีการสะสมทนุ เพ่ือ ช่วยตนเอง ไมต่ ้องไปกยู้ ืมจากแหล่งอ่นื ซงึ่ ตอ้ งเสียดอกเบย้ี ในอตั ราท่ีสูง หากเกษตรกรจะเดินตามรอยพระยคุ ลบาทเศรษฐกจิ พอเพียงโดยรวมกลมุ่ กนั เพ่ือชว่ ยตนเองในรปู แบบทเ่ี หมาะสม เช่น สหกรณ์ กลมุ่ สัจจะ กลุม่ ส่งเสริมอาชีพ กลมุ่ แมบ่ ้าน หรือ อืน่ ๆ กเ็ ชอื่ ว่าจะสามารถแก้ปญั หาความยากจนได้ 4. การมีชีวติ ที่เรยี บงา่ ย ไม่ฟุ้งเฟ้อฟ่มุ เฟือย สาเหตปุ ระการหนง่ึ ของความยากจนคอื การมีชีวิตทีส่ ุรยุ่ สรุ ่ายฟมุ่ เฟอื ย โดยไมค่ ำนงึ ถึงรายได้และฐานะของตน ตามกระแสของวัตถนุ ยิ มและบริโภคนิยม ซ่ึงเปรยี บเสมือนกระแสนำ้ ที่ไหลทว่ มสังคม ของเรา เกษตรกรสามารถป้องกันความฟุง้ เฟ้อ คือใหร้ ้จู กั พอ พอใจและพอดี ความพอคือความไม่โลภ “ร้จู ักพอ กอ่ สขุ ทกุ สถาน” ความพอใจคอื ความสันโดษ “ความสนั โดษเป็นทรัพยอ์ ยา่ งยิ่ง” 5. ยดึ มน่ั ความขยันหมน่ั เพยี ร สาเหตุหนงึ่ ทท่ี ำให้คนเรายากจนกค็ ือขาดความขยนั หม่นั เพยี ร ฉะนัน้ เกษตรกรผ้เู ดิน ตามรอยพระยคุ ลบาทเศรษฐกิจพอเพยี งจะต้อไม่เปน็ ผูเ้ กียจครา้ น แต่ควรขยนั หมัน่ เพียรอยู่เสมอ เหมือนหมู่ผงึ้ ท่ขี ยนั หา น้ำหวานจากเกสรดอกไม้ ไมค่ วรเกยี จครา้ นเหมอื นแมลงวนั ท่ตี อมแตข่ องสกปรกโสโครก จงึ กล่าวได้ว่า การร่วมกนั เดินตามรอยเบอื้ งพระยคุ ลบาท “เศรษฐกจิ พอเพยี ง” อยา่ งจรงิ จงั ของเกษตรกร จะสามารถ เสรมิ สรา้ งความเข้มแขง็ ด้านเศรษฐกิจในระดับรากหญ้าไดอ้ ย่างมเี หตุผล เกษตรกรไทยจะกลบั ไปมีวถิ ชี วี ิตท่อี ยเู่ ย็นเป็นสุขเชน่ ดังเดิม และสงั คมเกษตรกรรมจะยงั อยู่คกู่ บั ผนื แผ่นดนิ ไปไทยไปอีกนาน ไทยมีธรรมนำทางสรา้ งชีวิต สรา้ งเศรษฐกิจพออย่พู อกินทุกถ่นิ ที่ เดนิ ตามแนวพระราชดำรแิ นะวธิ ี ไทยจะอยู่อยา่ งพอดีและดพี อ เรียงความรางวลั ชนะเลศิ เนอ่ื งในวนั คลา้ ยวันสถาปนากระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ครบรอบ 114 ปี พ.ศ.2549 นายวรินทร ลิ้มประเสริฐ ชนั้ มธั ยมศกึ ษาปที ่ี 5 โรงเรยี นจุฬาภรณราชวิทยาลยั เพชรบรุ ี
ใบความร้ทู ่ี 2 พระราชดำรัสเกีย่ วกับเศรษฐกิจพอเพียง พระราชดำรสั องค์ที่ 1 “เศรษฐกิจพอเพยี ง แปลว่า Sufficiency Economy …คำวา่ Sufficiency Economy นี้ ไม่มีในตำรา เศรษฐกิจ จะมีได้อย่างไร เพราะว่าเป็นทฤษฎีใหม่ ... Sufficiency Economy นั้น ไม่มีในตำรา เพราะหมายความว่าเรามี ความคิดใหม่...และโดยที่ทา่ นผู้เช่ยี วชาญสนใจ กห็ มายความว่า เราก็สามารถที่จะไปปรบั ปรุง หรอื ไปใช้หลกั การ เพ่ือท่ีจะให้ เศรษฐกจิ ของประเทศและของโลกพัฒนาดีขน้ึ ” (พระราชดำรสั เนอ่ื งในโอกาสวันเฉลิมพระชนมพรรษา 3 ธนั วาคม 2542) พระราชดำรัสองคท์ ี่ 2 “อนั นีเ้ คยบอกว่า ความพอเพียงนไี้ ม่ไดห้ มายความว่าทุกครอบครวั จะต้องผลติ อาหารของตัว จะต้องทอผา้ ใส่เอง อยา่ งนน้ั มนั เกินไป แต่ว่าในแต่ละหมู่บ้านหรอื ในอำเภอ จะตอ้ งมคี วามพอเพียง พอสมควร บางสิ่งบางอยา่ งท่ีผลิตได้มากกว่าความตอ้ งการ กข็ ายได้ แตข่ ายในท่ไี ม่หา่ งไกลเท่าไหร่ ไมต่ ้องเสียค่าขนสง่ มากนัก” (พระราชดำรสั เนอ่ื งในโอกาสวันเฉลิมพระชนมพรรษา 4 ธนั วาคม 2540) พระราชดำรัสองค์ท่ี 2 “ถา้ ไมม่ ีเศรษฐกจิ พอเพียง เวลาไฟดับ...จะพังหมด จะทำอย่างไร ท่ีทต่ี อ้ งใช้ไฟฟา้ ก็ต้องแย่ไป ...หากมีเศรษฐกจิ พอเพยี งแบบไมเ่ ต็มที่ ถา้ เรามเี ครอื่ งปัน่ ไฟ กใ็ ช้ป่ันไฟ หรอื ถ้าข้ันโบราณกวา่ มืดก็ จุดเทียน คือมที างท่ีจะแก้ปัญหาเสมอ ...ฉะน้ันเศรษฐกิจพอเพียงน้ี กม็ ีเป็นขน้ั ๆ แตจ่ ะบอกว่าเศรษฐกิจพอเพียงนี้ ให้ พอเพยี งเฉพาะตัวเองรอ้ ยเปอร์เซ็นต์ นเ้ี ป็นสิง่ ทที่ ำไมไ่ ด้ จะตอ้ งมีการแลกเปลย่ี น ตอ้ งมกี าร ช่วยกนั ...พอเพยี งในทฤษฎนี ้ี คือใหส้ ามารถที่จะดำเนนิ งานได้” (พระราชดำรัสเนือ่ งในโอกาสวันเฉลิมพระชนมพรรษา 3 ธนั วาคม 2542) (จากหนงั สือ เศรษฐกิจพอเพยี งคืออะไร จัดทำโดย คณะอนุกรรมการขบั เคลื่อนเศรษฐกจิ พอเพียง สำนักงานคณะกรรมการพฒั นาการเศรษฐกจิ และสงั คมแหง่ ชาต)ิ
ใบความรทู้ ่ี 3 ปรชั ญาของเศรษฐกิจพอเพยี ง เศรษฐกิจพอเพยี ง เป็นปรัชญาชถ้ี งึ แนวการดำรงอยูแ่ ละปฏิบัตติ นของประชาชนในทกุ ระดับตง้ั แต่ระดบั ครอบครวั ระดับชมุ ชนจนถงึ ระดับรัฐ ทัง้ ในการพัฒนาและบริหารประเทศให้ดำเนนิ ไปใน ทางสายกลาง โดยเฉพาะการพฒั นาเศรษฐกจิ เพื่อใหก้ ้าวทนั ต่อโลกยคุ โลกาภิวตั น์ ความพอเพียง หมายถึง ความพอประมาณ ความมีเหตุผล รวมถึงความจำเปน็ ท่ีจะตอ้ งมี ระบบภมู ิคมุ้ กันในตัวท่ดี พี อสมควรตอ่ การมผี ลกระทบใดๆ อันเกดิ จากการเปลี่ยนแปลงท้งั ภายนอกและภายใน ทง้ั น้จี ะต้อง อาศัยความรอบรู้ ความรอบคอบ และความระมดั ระวงั อยา่ งย่งิ ในการนำวิชาการตา่ งๆ มาใช้ในการวางแผนการดำเนินการทุก ขนั้ ตอน และขณะเดยี วกนั จะต้องเสริมสรา้ งพ้นื ฐานจิตใจของคนในชาติ โดยเฉพาะเจ้าหนา้ ที่ของรฐั นกั ทฤษฎแี ละนักธรุ กิจใน ทุกระดับให้มีจติ สำนึกในคุณธรรม ความซือ่ สตั ย์สจุ ริต และให้มีความรอบรู้ที่เหมาะสม ดำเนนิ ชวี ิตดว้ ยความอดทน ความ เพียร มสี ติ ปัญญา และความรอบคอบ เพ่ือให้สมดลุ และพรอ้ มต่อการรองรบั การเปลี่ยนแปลงอยา่ งรวดเร็วและกวา้ งขวางทั้ง ด้านวัตถุ สงั คม สงิ่ แวดล้อม และวฒั นธรรมจากโลกภายนอกได้เปน็ อยา่ งดี (ประมวลและกลัน่ กรองจากพระราชดำรสั ของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยหู่ วั เรอื่ งเศรษฐกิจพอเพียง ซ่ึงพระราชทาน ในวโรกาสตา่ งๆ รวมทัง้ พระราชดำรสั อน่ื ๆ ที่เกีย่ วขอ้ ง โดยได้รับพระราชทานพระบรมราชานุญาตให้นำไปเผยแพร่ เมอื่ วันที่ 29 พฤศจกิ ายน 2542 เพ่ือเปน็ แนวทางปฏบิ ตั ิของทกุ ฝ่ายและประชาชนโดยท่วั ไป) นยิ ามของความพอเพยี ง ความพอเพยี งจะตอ้ งประกอบด้วย 3 คณุ ลักษณะ พร้อมๆ กัน ดงั น้ี • ความพอประมาณ หมายถึง ความพอดีที่ไม่น้อยเกินไปและไม่มากเกินไป โดยไม่เบียดเบียนตนเองและผู้อื่น เช่น การผลติ และการบรโิ ภคทอี่ ยู่ในระดับพอประมาณ • ความมเี หตผุ ล หมายถงึ การตัดสนิ ใจเกีย่ วกบั ระดบั ของความพอเพยี งน้นั จะตอ้ งเปน็ ไปอย่างมเี หตผุ ล โดยพจิ ารณา จากเหตปุ จั จัยทีเ่ ก่ียวข้อง ตลอดจนคำนึงถึงผลที่คาดวา่ จะเกดิ ขึ้นจากการกระทำน้ันๆอย่างรอบคอบ • การมภี มู คิ ุม้ กันในตัวที่ดี หมายถงึ การเตรยี มตัวใหพ้ รอ้ มรบั ผลกระทบและการเปลีย่ นแปลงดา้ นต่างๆ ท่ีจะเกิดข้ึน โดยคำนงึ ถงึ ความเปน็ ไปได้ของสถานการณต์ า่ งๆ ท่คี าดวา่ จะเกิดข้ึนในอนาคตทั้งใกลแ้ ละไกล เงื่อนไข การตัดสนิ ใจและการดำเนินกจิ กรรมตา่ งๆ ให้อยูใ่ นระดบั พอเพียงนั้น ตอ้ งอาศยั ท้ังความรูแ้ ละคณุ ธรรมเป็นพ้ืนฐาน กลา่ วคอื • เง่ือนไขความรู้ ประกอบดว้ ย ความรอบรเู้ ก่ยี วกับวชิ าการต่างๆทีเ่ กีย่ วข้องอยา่ งรอบด้าน ความรอบคอบทจี่ ะนำ ความรเู้ หล่านน้ั มาพิจารณาให้เช่อื มโยงกัน เพ่ือประกอบการวางแผนและความระมดั ระวงั ในข้ันปฏบิ ตั ิ • เงอ่ื นไขคณุ ธรรม ท่ีจะต้องเสรมิ สร้าง ประกอบดว้ ยมีความตระหนกั ในคณุ ธรรม เช่น มีความซือ่ สัตย์สจุ รติ ความ อดทน ความเพยี ร ใชส้ ติปัญญาในการดำเนนิ ชวี ติ ไมโ่ ลภ และไม่ตระหนี่ แนวทางปฏบิ ัต/ิ ผลทค่ี าดว่าจะได้รับ จากการนำปรชั ญาของเศรษฐกิจพอเพยี งมาประยกุ ตใ์ ช้ คอื การพฒั นาทสี่ มดุลและยัง่ ยนื พร้อมรับตอ่ การ เปลีย่ นแปลงในทกุ ด้าน ทง้ั ด้านเศรษฐกิจ สงั คม ส่ิงแวดล้อม ความรู้และเทคโนโลยี
ปรชั ญาของเศรษฐกิจพอเพียง ทางสายกลาง พอประมาณ มเี หตผุ ล มภี มู ิคมุ้ กนั ในตวั ท่ีดี ความรู้ คุณธรรม รอบรู้ รอบคอบ ระมดั ระวงั ซ่อื สตั ยส์ จุ ริต ขยนั อดทน สตปิ ัญญา แบ่งปัน นาไปสู่ เศรษฐกจิ /สงั คม/ส่งิ แวดลอ้ ม/วฒั นธรรม สมดลุ /พรอ้ มรบั ต่อการเปลีย่ นแปลง (จากหนงั สือ เศรษฐกจิ พอเพียงคืออะไร จัดทำโดย คณะอนกุ รรมการขบั เคล่ือนเศรษฐกิจพอเพยี ง สำนักงานคณะกรรมการพฒั นาการเศรษฐกจิ และสังคมแหง่ ชาติ)
ใบความรู้ที่ 4 เร่อื งคุณธรรม จริยธรรมในการประกอบอาชีพ เรื่อง คุณธรรม จรยิ ธรรม คุณธรรม จริยธรรมในการประกอบอาชพี คณุ ธรรม จริยธรรมในการประกอบอาชพี นับวา่ มีผลต่อความมัน คงของอาชีพ ผู้ขายกบั ผู้ซื้อจะตอ้ งมีคุณธรรม จริยธรรมต่อ กนั จึงจะค้าขายรว่ มกันไดเ้ ปน็ เวลานาน คุณธรรม หมายถึง สภาพคณุ งามความดจี ริยธรรม หมายถงึ ธรรมที่เป็นขอ้ ประพฤตปิ ฏบิ ัติศีลธรรม จรยิ ธรรม หมายถึง การประพฤตปิ ฏิบัติท่ีดี ทชี่ อบ ทงั้ กาย วาจา และใจการประพฤติปฏบิ ัตเิ ปน็ ไปดว้ ยควาจริงใจ ไมแ่ สแสร้ง เป็นไปโดยธรรมชาตขิ องแต่ละบคุ คล คณุ ธรรม จรยิ ธรรม ที่ตอ้ งการในการประกอบอาชีพท่ีคนส่วนใหญ่ยอมรับวา่ เปน็ ความดไี ด้แก่ พฤติกรรม ดังน้ี ความรับผดิ ชอบ ความรบั ผดิ ชอบ หมายถึง ความสำนกึ ในหนา้ ท่ี ไม่ท้อกับงาน สามารถปฏิบัตงิ านไดส้ ำเรจ็ ยอมรับผลแหง่ การกระทำ จะตอ้ ง เป็นคนท่ีเอาใจใส่รอบคอบในการทำงาน มีความต้ังใจจรงิ มพี นั ธะผกู พนั ในการจะปฏบิ ตั ิหน้าที่การงานของผู้รว่ มงานให้ เปน็ ไปตามเปา้ หมายขององค์กรเนื่องจากบคุ คลต้องอยู่ร่วมกนั ทำงานในองคก์ ร เปน็ ต้องปรบั ลกั ษณะนสิ ัย เจตคติของบคุ คล เพอ่ื เป็นเครื่องผลักดันให้ปฏิบัตงิ านตามระเบียบ รู้จกั เคารพสิทธขิ องผูอ้ ื่น ปฏบิ ตั ิงานในหน้าท่ีท่ีตอ้ งรับผดิ ชอบและมีความ ซื่อสตั ยส์ จุ รติ คนทมี คี วามรบั ผดิ ชอบ จะทำใหก้ ารปฏบิ ัตงิ านไปสูเ่ ป้าหมายที่วางไว้ และช่วยใหก้ ารทำงานร่วมกันเป็นไปดว้ ย ความราบรื่น ความรับผิดชอบจงึ เป็น ภาระผูกพันทผี ้นู ำตอ้ งสร้างขึ้นเพ่ือให้องคก์ รสามารถบรรลุเปา้ หมายไดอ้ ย่างดี ถ้าในองคก์ รใดมีบุคคลที่มีความรบั ผดิ ชอบ จะ ทำใหเ้ กิดผลดีตอ่ องคก์ รดังน้ีคือ 1. องค์กรจะไดร้ ับความเชื่อถือและไว้วางใจจากผู้ร่วมงานและผู้อื่น 2. การปฏบิ ัตงิ านจะพบความสำเรจ็ ทนั เวลาและทันต่อเหตุการณ์ ภายใต้สถานการณ์ที่เปลี่ยนแปลงตลอดเวลา 3. ทำให้เกดิ ความเช่ือถือในตนเอง เพราะปฏบิ ตั หิ น้าท่ีไดอ้ ยา่ งเรยี บรอ้ ย 4. องคก์ รเกดิ ความมั่นคงเป็นที่ยอมรบั นับถือจากผอู้ ่ืน 5. องคก์ รประสบความสำเร็จสามารถพฒั นาไปสคู่ วามเปน็ ปกึ แผ่นและมั่นคง 6. สามารถปฏิบตั งิ านไดอ้ ยา่ งราบร่ืนทุกคนใหค้ วามรว่ มมอื เปน็ อย่างดี จรรยาบรรณและคุณสมบัติของผปู้ ระกอบธุรกิจ แนวคิดสำคัญ ธุรกิจเป็นกิจกรรมท่ีมีความสมั พันธ์กบั หลายองค์กรโดยเฉพาะผูบ้ ริโภค เพราะธุรกิจต้องอาศยั ผู้บริโภคซื้อสินค้าและบรกิ าร ในขณะเดียวกนั ผู้บริโภคต้องอาศยั หนว่ ยธรุ กิจตา่ ง ๆ ผลิตสินค้าและบริการเพื่อสนองความตอ้ งการของตน ผู้ประกอบธรุ กิจ จำเปน็ ต้องมจี รรยาบรรณ ซ่ึงรวมถึงความซื่อสตั ย์สุจรติ มีจติ สำนกึ และมีความรับผดิ ชอบตอ่ ผู้เกย่ี วข้อง หากนักธรุ กจิ มี จรรยาบรรณและคณุ สมบัติอื่นๆ ทเี่ หมาะกบั ลกั ษณะงานอาชพี ของตนในการดำเนินธรุ กิจแลว้ เช่อื ไดว้ ่าธุรกจิ นั้นๆ จะประสบ ผลสำเรจ็ อย่างแน่นอน
ความสำคัญของจรรยาบรรณ ผู้ประกอบธรุ กจิ หรือนักธรุ กจิ เป็นผ้ปู ระกอบอาชีพที่มีบทบาทสำคัญในการพฒั นาสงั คมและเศรษฐกิจ ดงั น้ัน นกั ธรุ กิจจึง จำเป็นต้องปฏบิ ัติตนใหเ้ ปน็ แบบอย่างท่ีดี เพื่อใหเ้ กิดความศรัทธาและเกิดการยอมรับของสังคม ตอ่ วิชาชพี ที่ดี จรรยาบรรณของผปู้ ระกอบการ มดี งั นี้ จรรยาบรรณต่อลกู คา้ ลกู ค้าหรอื ผู้บริโภค เป็นกลุ่มบุคคลที่สำคัญท่ีสุดท่ีจะทำให้ธรุ กิจสามารถดำรงอย่ไู ดเ้ พราะลกู ค้าเป็นผ้ซู ้ือสนิ ค้าหรอื ใช้บรกิ าร ทำธุรกจิ ผลิตออกมา ทำใหธ้ ุรกจิ มีรายได้ กอ่ ใหเ้ กิดกำไรและทำใหธ้ รุ กจิ สามารถเจรญิ เตบิ โตได้ ดงั นั้น ผปู้ ระกอบธรุ กจิ จึง จะตอ้ งปฏบิ ัตติ อ่ ลกู ค้าอยา่ งซ่ือสตั ยแ์ ละเป็นธรรมผปู้ ระกอบธุรกจิ พงึ ปฏบิ ตั ติ ่อลูกคา้ ดังนี้ ๑ ขายสนิ ค้าและบรกิ ารด้วยความยุตธิ รรม คอื ขายดว้ ยราคาตามความเหมาะสมกับคุณภาพ ของสนิ ค้าและบรกิ ารให้แก่ลกู คา้ และมีความรบั ผิดชอบตามภาระผูกพนั ท่ีไดต้ กลงกนั ไว้ ๒ ละเว้นการกระทำใด ๆ ที่จะทำให้สินค้ามีราคาสงู ขึ้นโดยไม่มเี หตผุ ล เช่น การกกั ตนุ สินคา้ เพื่อทำให้สินคา้ ขาด แคลน และมรี าคาสงู ขึ้น ๓ ให้บริการแก่ลกู ค้าทกุ คนอย่างเท่าเทยี มกัน ไม่มีการเลอื กปฏิบตั ิ โดยใหโ้ อกาสแกล่ ูกคา้ ท่ี จะซื้อสินค้าหรอื บรกิ ารไม่วา่ จะในสภาวะใดกต็ าม เชน่ ในภาวะที่สนิ ค้าขาดตลาด จรรยาบรรณต่อคู่แขง่ ขันในเชิงธุรกิจ การประกอบธรุ กิจทุกประเภท จะมผี ู้ประกอบการมากกว่าหน่ึงราย ดังน้ัน การประกอบธุรกจิ จึงตอ้ งมกี ารแขง่ ขันกนั เพื่อ พยายามทำให้ธุรกิจของตนเองเจริญกา้ วหนา้ การแขง่ ขันจึงเปน็ การช่วยพฒั นาธุรกจิ เปน็ สิ่งที่พิสจู น์ความสามารถของผู้ ประกอบธรุ กจิ ผปู้ ระกอบธุรกิจพึงปฏิบัตติ อ่ คู่แขง่ ขนั ในเชงิ ธุรกิจ ดงั นี้ ๑ ไม่กล่ันแกลง้ ค่แู ขง่ ขนั เชน่ ใหร้ ้ายคู่แขง่ ขัน เพื่อใหค้ ู่แข่งขนั เสยี โอกาสในการดำเนนิ การ และตดั ราคาเพ่ือแย่งสินคา้ ๒. ชว่ ยกนั สรา้ งสรรคส์ ิ่งท่ีดงี ามให้เกิดแก่สงั คม เช่น ร่วมกนั ป้องกนั ทรัพยากรธรรมชาติ และส่ิงแวดล้อม ๓. ไมค่ น้ หาความลบั ของคู่แข่งขันในเชิงธรุ กจิ โดยใช้วิธีการท่ีมิชอบ ๔. พึงหลกี เล่ียงการกระทำใดๆ ทจ่ี ะบนั่ ทอนชื่อเสียงต่อสินค้า หรอื บริการของคูแ่ ข่งขัน จรรยาบรรณต่อหน่วยราชการ ผู้ประกอบธรุ กจิ มีความจำเปน็ ต้องตดิ ต่อกบั หน่วยงานของราชการ ซ่ึงเป็นหน่วยหนึ่งของ สงั คม เช่น การเสียภาษี การจดทะเบยี นธรุ กิจต่าง ๆ ดงั นั้น ควรเข้าใจในแนวทางปฏบิ ัตทิ ี่ถกู ต้องต่อหนว่ ยราชการ ผปู้ ระกอบธรุ กิจพึงปฏบิ ตั ติ ่อหนว่ ยราชการ ดังน้ี ๑ . ปฏิบตั ติ ามกฎขอ้ บังคับของหน่วยราชการ ๒. ให้ความรว่ มมือกบั หน่วยราชการ ตามหนา้ ท่ีพลเมอื งดี ๓. ละเว้นจากการตดิ สนิ บนเจ้าหนา้ ท่ี ๔. มที ศั นคติท่ีดีและถูกต้องตอ่ หน่วยงาน จรรยาบรรณตอ่ พนักงาน พนกั งานเป็นทรัพยากรท่ีมคี า่ ของผ้ปู ระกอบธุรกจิ การท่ีผู้ประกอบธรุ กิจมีพนกั งานที่ขยนั ขันแขง็ มีความซ่ือสัตย์ จะทำใหธ้ ุรกิจดำเนนิ ไปได้อยา่ งมีประสทิ ธภิ าพ ผู้ประกอบธุรกิจพงึ ปฏิบตั ติ อ่ พนักงาน ดงั นี้ ๑. ให้ค่าจ้างและผลตอบแทนท่ีเหมาะสมกับความรู้ ความสามารถของพนักงานไมเ่ อารดั เอา เปรียบพนักงาน
๒. ใหก้ ารพัฒนาพนักงาน โดยการจัดฝึกอบรมเพื่อใหพ้ นักงานไดร้ ับความรู้เทคโนโลยใี หม่ ๆ เปน็ การเพ่ิม ประสิทธิภาพของการทำงาน ๓. จดั สภาพการทำงาน สถานท่ีทำงานให้ถูกสุขลักษณะ มีความปลอดภยั ต่อสุขภาพและชวี ติ ของพนกั งาน พรอ้ มทั้ง จัดหาเครื่องปอ้ งกนั ภัยอันจะเกิดขึ้น ไดจ้ ากการปฏบิ ตั ิหน้าท่ีเพราะสภาพการทำงานที่ดีจะเพิ่ม ประสิทธิภาพในการทำงาน และทำใหพ้ นักงานมีขวญั กำลงั ใจในการทำงาน ๔. ให้ความเปน็ ธรรมและเท่าเทยี มกนั แกพ่ นักงานทกุ คนในการปกครองและการพจิ ารณาความดีความชอบ ๕. ให้โอกาสในการแสดงความสามารถของพนักงานแต่ละคน ๖. ใหค้ ำแนะนำ ใหค้ วามชว่ ยเหลอื ทั้งในเร่ืองการทำงานและเรื่องส่วนตวั ตามความเหมาะสม ๗. พงึ ปลกู ฝังแนวความคดิ ว่าการประพฤตติ นให้อยู่ในระเบยี บวินัยเปน็ สิ่งท่ีดงี าม ๘. จรรยาบรรณตอ่ สงั คมและสภาวะแวดล้อมเนื่องดว้ ยสงั คมประกอบดว้ ยบคุ คลตา่ ง ๆ เปน็ จำนวนมากแตล่ ะคนก็มคี วาม แตกตา่ งทงั้ อปุ นสิ ัย การศกึ ษา ศาสนา ดังน้ัน สังคมจะสงบสุขไดต้ ้องอาศยั ความรว่ มมอื รว่ มใจ ทกุ คนต้อง ช่วยกนั สรา้ งสรรคส์ งั คม ผู้ประกอบธุรกิจกเ็ ปน็ ส่วนหน่ึงของสงั คม ดงั นนั้ จึงมคี วามจำเป็นที่จะต้องรับผิดชอบต่อสังคม เพอื่ มีส่วนรว่ มทำใหส้ งั คมกา้ วหนา้ ต่อไป ผปู้ ระกอบธุรกจิ พึงปฏิบตั ติ อ่ สงั คมและสภาวะแวดล้อม ดงั น้ี ๑. ละเว้นการประกอบธุรกจิ ที่กอ่ ให้เกดิ ความเสื่อมเสียตอ่ สังคมและสภาวะแวดล้อมทัhงด้านศีลธรรม ความเป็นอยู่ และจติ ใจ เชน่ การเปดิ บอ่ นการพนนั สถานเริงรมย์ที่มีการจำหนา่ ยยาเสพติดสถานเริงรมย์ท่ีมีการค้าประเวณี การรับซ้ือของ ผิดกฎหมาย ๒. ละเว้นการประกอบธรุ กิจที่ทำลายทรพั ยากรธรรมชาติและสภาวะแวดลอ้ ม เชน่ การประกอบธรุ กิจแลว้ ปลอ่ ยน้ำเสยี จากการผลติ ลงในแมน่ ้ำลำคลอง การประกอบธรุ กิจที่มกี ารปล่อยควันหรอื ฝุ่น ละอองฟุ้งกระจายอยู่ ในบรรยากาศ การตัดไมท้ ำลายปา่ การรกุ ลำ้ ท่ีสาธารณะ ๓. ใหค้ วามรว่ มมอื ทกุ ฝ่ายชว่ ยสรา้ งสรรค์สังคม เพ่ือพฒั นาคณุ ภาพชีวติ ให้แก่สงั คม เช่นการสง่ เสริมการศกึ ษา ให้ ทนุ การศกึ ษา สง่ เสริมการวิจัย ใหบ้ ริการแก่สังคม ๔. ใชท้ รัพยากรธรรมชาติอยา่ งมปี ระสทิ ธภิ าพท่ีสุด ไม่ทำลายทรพั ยากรธรรมชาติ เช่น ไม่ประกอบการประมงในฤดู และเขตหา้ มทำการประมง ๕. พยายามหาวิธีสรา้ งส่ิงทดแทนทรพั ยากรธรรมชาติ นำสิ่งท่ีใชแ้ ลว้ มาปรับปรงุ ใช้อีก เชน่ การนำหนังสอื พิมพ์หรือ กระดาษที่ใชแ้ ลว้ มาทำเป็นกระดาษใหม่ ๖. พึงรักษาและปรับปรงุ มาตรฐานในการประกอบการเพื่อขจดั อนั ตราย อันอาจส่งผลกระทบต่อสภาวะแวดลอ้ ม ๗. พึงประกอบธุรกจิ ผลติ สินค้าหรือบรกิ ารที่เหมาะสมกบั สภาวะแวดล้อมและเปน็ สิ่งท่ีมปี ระโยชน์ตอ่ สังคมและ มนุษยชาติกิจกรรมใหผ้ ู้เรียนกำหนดคุณธรรม และจริยธรรมในการประกอบอาชีพดา้ นเกษตรกรรม อธบิ าย พอเข้าใจ
ใบงานท่ี 1 เรื่องคณุ ธรรม จรยิ ธรรมในการประกอบอาชพี ตอนที่ 1 จงตอบคำถามต่อไปน้ี 1. คณุ ธรรม หมายถึง ................................................................................................................................................................... ................................................................................................................................................................... ................................................................................................................................................................... 2. จริยธรรม หมายถึง ................................................................................................................................................................... ................................................................................................................................................................... ................................................................................................................................................................... 3. ความรบั ผิดชอบ หมายถงึ ................................................................................................................................................................... ................................................................................................................................................................... ................................................................................................................................................................... 4. จรรยาบรรณ หมายถึง ................................................................................................................................................................... ................................................................................................................................................................... ................................................................................................................................................................... 5. จรรยาบรรณของผู้ประกอบการมีตอ่ ลกู ค้า มีดังนี้ ................................................................................................................................................................... ................................................................................................................................................................... ................................................................................................................................................................... ................................................................................................................................................................... ................................................................................................................................................................... ................................................................................................................................................................... ตอนที่ 2 จงเลือกคำตอบทถี่ กู ต้องท่สี ุด ๕. ผู้ประกอบธุรกิจพึงปฏบิ ตั ิตอ่ สงั คมและสภาวะแวดลอ้ ม ดังนี้ ................................................................................................................................................................... ................................................................................................................................................................... ................................................................................................................................................................... ................................................................................................................................................................... ................................................................................................................................................................... ...................................................................................................................................................................
ตอนท่ี 1 (รายขอ้ ) เกณฑก์ ารประเมนิ การทำใบงานที่ 1 ระดบั คะแนน 4 เกณฑ์การประเมิน 3 เขียนตอบถกู ไดต้ อ้ งครบถว้ นสมบรู ณ์ 2 เขยี นตอบถกู ไดต้ อ้ งครบถว้ น 1 เขยี นตอบถูกได้ต้อง เขียนตอบไม่ถกู ตอ้ ง ครูตอ้ งอธิบายเพ่ิมเตมิ จึงสามารถเขียนตอบได้ ตอนที่ 2 ทำถกู ตอ้ ง 3 ขอ้ จึงผ่านเกณฑ์
ใบงานท่ี 3 วิเคราะหก์ ารตอบคำถาม เร่อื งตามหลักปรชั ญาของเศรษฐกจิ พอเพยี ง คำชี้แจง ใหน้ กั เรยี นตอบคำถาม เรอ่ื งตามหลักปรัชญาของเศรษฐกจิ พอเพยี ง หลักความพอประมาณ .................................................................................................................................................................................................... .................................................................................................................................................................................................... ............................................................................................................. หลกั ความมีเหตุผล .................................................................................................................................................................................................... .................................................................................................................................................................................................... ........................................................................................ การมภี ูมคิ ุ้มกนั ในตวั ในตัวท่ีดี .................................................................................................................................................................................................... .................................................................................................................................................................................................... ........................................................................................ เงือ่ นไขคุณธรรม .................................................................................................................................................................................................... .................................................................................................................................................................................................... ........................................................................................ เงื่อนไขนำความรู้ .................................................................................................................................................................................................... .................................................................................................................................................................................................... ......................................................................................
เกณฑป์ ระเมินวเิ คราะหก์ ารตอบคำถาม เร่อื งตามหลกั ปรัชญาของเศรษฐกจิ พอเพยี ง ระดับคะแนน เกณฑก์ ารประเมนิ 16-20 ตอบไดด้ มี าก กำหนดประเด็นชัดเจน เรยี บเรียงความคิดเป็นสำคัญและตอ่ เนอ่ื ง ไมม่ ี 11-15 ข้อบกพรอ่ งในการใชภ้ าษา 6-10 ตอบไดด้ ีมาก กำหนดประเดน็ ชัดเจน แตม่ ีข้อบกพรอ่ งในการเรยี บเรียงภาษา ความคดิ ตอบได้ แตย่ งั กำหนดประเดน็ ไม่ชัดเจนและมขี อ้ บกพร่องในการ เรียบเรยี งความคดิ 5 และการใช้ภาษา ตอบไมไ่ ด้ ครตู อ้ งกำหนดประเดน็ ใหแ้ ละอธิบายเพ่มิ เติม จึงสามารถเขยี นวเิ คราะห์ได้
แนวการตอบ ใบงานท่ี 3 วิเคราะห์การตอบคำถาม เรอ่ื งตามหลักปรัชญาของเศรษฐกจิ พอเพยี ง ความพอประมาณ - มีความรูแ้ ละเขา้ ใจปรชั ญาของเศรษฐกจิ พอเพียงอย่างลกึ ซ้ึงเพ่ือใชเ้ ป็นข้อมลู ในการเขียน เรยี งความ - จัดสรรเวลาในการเขยี นเรียงความอยา่ งเหมาะสม - มีความรคู้ วามสามารถในการใช้ภาษา และเขียนบรรยายอยา่ งเตม็ ความสามารถของตน ความมเี หตุผล - เหน็ คุณค่าของปรชั ญาของเศรษฐกจิ พอเพียงในการนำไปพัฒนาชวี ิต - เห็นความสำคัญของจรรยาบรรณ คุณธรรม จริยธรรม ในอาชีพ ตามหลกั ปรชั ญาเศรษฐกิจพอเพยี งมาประยกุ ต์ใช้ ในชีวิตประจำวนั การมีภมู คิ ุ้มกันในตวั ท่ดี ี - มคี วามตระหนักและรจู้ กั ประยกุ ตใ์ ช้ปรชั ญาของเศรษฐกิจพอเพยี งในการดำเนินชวี ิตที่มีจรรยาบรรณ คุณธรรม จริยธรรม ในอาชพี ตามหลกั ปรัชญาเศรษฐกิจพอเพยี ง ไดอ้ ย่างถกู ตอ้ ง เงื่อนไขความรู้ - มีความรู้ในหลกั ปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพยี ง - มีความรู้ในการประยุกต์ใช้ปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียงได้ในการดำเนนิ ชีวติ ได้อย่างยัง่ ยนื - มีความรใู้ นเรื่องของจรรยาบรรณ คุณธรรม จริยธรรม ในอาชีพ - ศึกษาหาความรเู้ พือ่ พฒั นาตนเองอยเู่ สมอ เงอ่ื นไขคุณธรรม - ประกอบอาชพี อย่างมีจรรยาบรรณ คณุ ธรรม จรยิ ธรรม ในอาชีพทตี่ นทำ - ประกอบอาชีพทไ่ี มท่ ำลายขนมธรรมเนยี มประเพรอี นั ดงี ามของสงั คมชมุ ชมุ สิ่งแวดล้อม - มีความขยนั หมน่ั เพยี รในการศึกษาหาความรู้ เพ่อื พฒั นาตนเอง - มีความอดทน ตั้งใจทำงานทีไ่ ดร้ บั มอบหมาย และสามารถสรา้ งงานได้อยา่ งสมบูรณ์
Search
Read the Text Version
- 1 - 33
Pages: