Important Announcement
PubHTML5 Scheduled Server Maintenance on (GMT) Sunday, June 26th, 2:00 am - 8:00 am.
PubHTML5 site will be inoperative during the times indicated!

Home Explore seventeen at once

seventeen at once

Published by win30762, 2023-06-28 04:21:17

Description: seventeen at once

Search

Read the Text Version

2005 Life Story Book Ladyseptember Seventeen At once September Friday

HER'S I WANT TO GROW UP AS MY HEART WANTS มนุษย์ทุกคนย่อมตามหาความสุขกันทั้งนั้น แต่กับบางคน เริ่มต้นปีวันที่เราอายุครบสิบเจ็ดปีบริบูรณ์ เป็นวันที่เรามี ความสุขมาก และคิดว่าเส้นทางของปีที่สิบเจ็ดจะเป็นปีที่ดี กลับรู้สึกว่า “ทำไมการมีความสุขทำไมมันยากจัง” ไม่ ในทุกๆปีเราจะอวยพรวันเกิดให้ตัวเองตลอดว่า “ขอให้มีความสุขจริงๆด้วยตัวเอง” เเปลกหรอกที่จะมองว่ามันยาก ก็เพราะว่ามนุษย์เรา คนอื่ นอาจจะสงสัยว่าทำไมต้องมีความสุขด้วยตัวเอง ไม่อยากมีความสุขเพราะสิ่งรอบข้างหรอ? เอาแต่มองจุดหมายปลายทางหรือการประสบความสำเร็จ ....ถ้าถามตัวเราเองในสมัยยังเด็กๆก็อยากนะคะ แต่ตอนนี้ต้องการนั้นมันน้อยลงแล้ว เพราะทุกวันนี้ที่ มากกว่าไงล่ะ จนบางทีอาจจะลืมไปว่าตลอดส้นทางที่ผ่าน เรายิ้มได้ก็เพราะตัวเราเองทั้งนั้นเลย เราไม่ต้องมานั่งรอ ให้ใครมาเป็นความสุขมันโอเคเลย เพราะถ้าวันหนึ่งสิ่ง มาเราอาจจะยิ้มให้กับอะไรบางอย่างที่เขามาเพียงชั่วคราว ที่เป็นความสุขหายไป ก็คงเป็นสิ่งที่ยากที่เราจะฮีลใจตัวเองได้.... “นั่นแหละคือความสุข” เราเชื่อมาตลอดว่าความสุขของเราเอง...หาได้ด้วยตัวเอง ทุกคนอาจจะยังไม่เข้าใจทำไมว่าข้อความข้างบนฉันพู ด ทุกวันนี้เราใช้ชีวิตตามใจตัวเองมากเลยค่ะ ฟังดูแล้วแปลกๆอีกแล้ว ตอนแรกที่เราฟังดูแล้ว อะไร? เรายังรู้สึกว่ามันดูเห็นแก่ตัวเองเลยค่ะ แต่พอเรามาเข้าใจ มันจริงๆมันไม่ได้ดูแย่เลยทีเดียวแต่บางทีมันคงอาจ ไม่เห็นมันจะสอดคล้องกันชื่อเรื่องเลยนั่นสิ จะเเย่สำหรับคนรอบข้าง การใช้ชีวิตตามใจตัวเองของเราอาจจะไม่ได้ตามใจตัวเอง ..... จนปล่อยให้ตัวเองเป็นคนที่แย่เกินไป เราใช้ชีวิตตามใจ ในสิ่งที่เราต้องการมันมากกว่า เราจะยกตัวอย่างเช่น งั้นขอแนะนำตัวก่อนเลยนะคะ ถ้าวันนี้เราต้องอ่านหนังสือ แต่เรารู้สึกว่าร่างกายตัวเอง ต้องการที่จะพักผ่อนใช้ชีวิตแบบไม่ต้องคิดอะไรมาก สวัสดีค่ะ ชื่อนางสาว สุชานุช สงบสันติสุข เราก็จะไม่อ่านหนังสือเลยค่ะ เลือกหาอะไรที่ตัวเอง อยากทำมาทำ การที่เราทำแบบนี้ถือว่าเราได้ทำตามในสิ่ง เรียกง่ายๆว่าพิมพ์ปัจจุบันอายุสิบเจ็ดปี อีกสามเดือนข้าง ที่เราต้องการแบบที่ก็คือความสุขแล้ว แต่ข้อเสียมันคือเราจะเป็นคนที่ผัดวันประกันพรุ่ง จะอายุสิบแปดปีแล้ว แต่ก็ยังคงเป็นผู้ที่ยังไม่บรรลุ ผัดวันในการอ่านหนังสือไปเรื่อยๆ แต่ว่าเรามีความสามรถพิเศษเฉพาะตัวเองคือสามารถ นิติภาวะตามทางกฎหมายอยู่ดี หรือเรียกง่ายๆว่าเด็กนั่น เตือนตัวเองได้ ถ้าถึงจุดที่เรารู้สึกว่าเราเริ่ม ตามใจตัวเองเกินไปแล้ว แหละค่ะ ?ราก็จะมาทบทวนตัวเองว่าทำไมเราไม่อ่านหนังสือ หนังสือเล่มนี้ชื่อว่า “ Seventeen At once” ?แล้วถ้าเราอ่านหนังสือไปเราจะได้อะไร ถ้าแปลตรงตัวแล้วตามภาษาไทยมีชื่อว่า “สิบเจ็ดในครั้ง ?แล้วการอ่านหนังสือของเรามันหนังขนาดนั้นไหม เดียว” อ่านดูอาจจะแปลกๆว่าทำไมต้องตั้งว่า สิบเจ็ดในครั้ง เดียว เพราะว่าเราอยากจะเล่าเรื่องราวชีวิตของเราในวัย สิบเจ็ดปี ก่อนที่สามเดือนข้างหน้าเราจะอายุครบสิบแปดปีแล้ว ทุกคนมีช่วงเวลาเพียงครั้งเดียว เราก็มีอายุสิบเจ็ดปี เพียงครั้งเดียว เวลาผ่านไปเราจะกลับมาอายุสิบเจ็ดอีก ครั้งก็คงเป็นไปไม่ได้ เราเลยอยากจะมาเล่าเรื่องราวของ เด็กอายุสิบเจ็ด โดยเล่าเป็นเรื่องของตัวเอง ทุกอย่างที่เราเล่ามัน เป็นเพียง ความคิด ความรู้สึกของเราเองหมดทุกอย่าง สำหรับคนอื่ นอาจจะมองว่ามันดีหรือไม่ดีบ้างก็คงอาจจะ ไม่แปลก แต่เรายินดีที่จะเล่าหรือแชร์ประสบการณ์ให้คน อื่ นรับรู้เรื่องราวของเด็กเส็บเจ็ด

เราก็จะมานั่งหาคำตอบให้ตัวเอง พอเราหาคำตอบให้ตัว แม่ของเรารับรู้เรื่องของเราทุกอย่าง เพราะทุกอย่างที่เรา เองได้แล้ว เราก็จะมาจัดการตัวเองใหม่หาวิธีในการอ่าน เจอหรือเรารู้สึกไม่สบายใจเราจะคุยกับคนที่บ้านตลอด หนังสือ เหมือนว่าเรายก \"Safe Zone\"-ของเราให้กับครอบครัวไป อาจจะไม่ได้มาอ่านแบบจริงจังขนาดนั้น แต่ก็ยังอ่านอยู่ หมดแล้ว แม่เราพูดกับเราว่า \"การที่จะอยากจะก้าวออก บ้าง แล้วไปทำอะไรที่ตัวเองอยากจะทำต่อ จากที่สิ่งตัวเองกลัวมันก็ดี แต่ถ้ามันทำให้พิมพ์เหนื่อย ...เราเรียกมันว่ากฎเหล็กในการตามใจตัวเอง ขนาดนี้ พิมพ์ก็ไม่ต้องทำมันก็ได้นะ เราไม่จำเป็นจะต้องทำ อะไรเพื่อคนอื่นขนาดนั้นหรอก อย่างน้อยพิมพ์ก็ได้ลอง ชีวิตวัยสิบเจ็ดของเราก็ถูกใช้โดยการตามใจตัวเองเรื่อย ทำมันแล้วและพิมพ์ก็ได้รู้ตัวเองแล้วว่าพิมพ์ไม่ไหวจริงๆ\" มา แต่กลับมาสะดุดกับปัญหาที่ใหญ่โต ถึงกับทำให้ชีวิต \"ก้าวผ่านไม่ได้แต่เราใช้ชีวิตอยู่กับมันได้หนิ\"\\ ตัวเองโซซัดโซเซเลยทีเดียว ทุกคนอาจจะคิดว่าปัญหา ของเด็กที่อายุสิบเจ็ดมันจะมีอะไรมาก ไม่ได้ใหญ่ดตขนาด ....คำพูดที่แม่พูดออกมาจากคนเป็นเเม่ เป็นคำพูดที่พูด นั้นหรอก มากสุดก็เงินไม่พอใจ อกหัก ผลการเรียนไม่ดี ด้วยความเป็นห่วงลูกอย่างมาก เราสัมผัสได้เพราะปกติ แต่นั่นมันเป็นเรื่องเบสิคสำหรับเรามากเลยถ้าเทียบกับ แล้วแม่เราเป็นคนที่ไม่ได้มาพูดอะไรแบบนี้ปล่อย แม่ของ เรื่องที่เราเจอแล้วมันมองว่ามันเป็นปัญหา... เราจะเลี้ยงเราในรูปแบบที่ให้ไปใช้ชีวิตคนเดียว ต้องให้ไป เจอปัญหาและเรียนรู้ที่จะแก้ปัญหานั้นเอง ที่เขาก็ยัง ในช่วงใกล้สิ้นปีเราเป็นโรคแพนิค+ซึมเศร้า ซัพพอร์ตเราอยู่ห่างๆ เราไม่ไหวแค่ไหน เราหันกลับไปเขา ทุกคนอาจจะงงว่าทำไมเราทั้งเป็นโรคนี้ได้ ทั้งเราก็ใช้ชีวิต ก็ยังยืนรอกอดเราอยู่เสมอ ตามใจตัวเองมาตลอด เราก็ไม่รู้เหมือนกัน จะบอกว่ามัน หลังจากที่เรากลับมาทบทวนคำพูดของแม่ตัวเองแล้ว เรา เป็นเองก็คงไม่ใช่ ก็รู้สึกว่ามันก็จริงที่แม่พูด เราได้เรียนรู้แล้วว่าเราไม่ชอบ ...เราจะเล่าก่อนว่าก่อนที่เราจะเป็นคนที่ใช้ชีวิตคนเดียว อะไร เราไม่จำเป็นต้องชอบมัน แต่เราต้องเรียนรู้ที่จะอยู่ เก่งขนาดนี้เราก็ใช้ชีวิตตามคนอื่ นมาก่อนเหมือนกันค่ะ กับมันให้ได้ เราเลยเลือกที่จะเข้าสังคมในบางเวลาที่เรา ก่อนหน้านั้นเราใช้ชีวิตตามเพื่อนมาโดยตลอด การทำ รู้สึกอยากจะพบปะคนหมู่มาก เอาแบบทืี่เราสบายใจและไม่ อะไร ไปไหนทุกอย่างเราต้องมีเพื่อน อะไรที่เราอยากจะ เดือดร้อนคนอื่ น ทำความต้องการเราถ้าไม่มีคนอื่ นผู้ที่เขาสนใจด้วยเราก็ไม่ คิดที่จะทำมันเลย อาจจะเป็นเพราะว่าสภาพสังคมที่เราอยู่ ....ในช่วงที่เราใช้ชีวิตอยู่กับโรคนี้สักพัก เราก็เริ่มรู้สึกดีขึ้น ด้วย ก่อนหน้านี้เราเป็นคนที่ถูกจับตามอง เพราะมัน โดยการที่เราเริ่มใช้ชีวิตคนเดียวมากขึ้น เลิกสนใจสิ่งรอบ เป็นการทำงานของเรา ตำแหน่งหน้าที่ของเรา เราพูดได้ ข้างที่ไม่ได้มีประโยชน์กับเรา เราเริ่มกลับมาโฟกัสตัวเอง เลยว่าเราไม่ชอบการใช้ชีวิตในรูปแบบนั้น แต่เราก็ต้องทำ มากขึ้น หาสิ่งใหม่ๆทำ เพื่อไม่ให้ตัวเองไปคิดมากหรือให้ เพราะเพียงว่ามันคือหน้าที่ และตำแหน่ง แต่พอช่วงหลัง ตัวเองซุ้งฟ่าน แล้วเราก็โฟกัสแต่กับผู้คนรอบตัวที่น่ารัก เราเริ่มไม่ไหวกับสิ่งที่เจอและผลกระทบต่างๆที่สะท้อนมา กับเรา เป็นช่วงที่เรารู้สึกมีความสุขมากๆเลยค่ะ ถึงตัวเราเอง เราเลยถอยออกมาในจังหวะที่เราเริ่มถอย ออกมา มันก็สายไปแล้วล่ะคะ ทุกคนฟังในพาร์ทที่น่าหดหู่ของเราไปแล้ว ลองมาฟังในใน พาร์ทเด็กสิบเจ็ดที่ได้เริ่มทำธุรกิจของตัวเองกันดีกว่าค่ะ ....ในตอนนี้ที่เรานั่งพิมพ์เล่าเรื่องของเรา ความรู้สึกทุก มันเป็นสิ่งที่ท้าทายเรามาก มีทั้งหลายความรู้สึกเลยค่ะ อย่างที่เรารู้สึกในตอนนั้นกลับมากระทบเราหมดเลย เรา ทั้งเหนื่อย ทั้งเครียด ทั้งสนุก และตื่นเต้น ลองมาฟังกัน ยังจำความเจ็บปวดในตอนนั้นได้ดีเลยค่ะ ....ช่วงชีวิตในวัยสิบเจ็ดที่คิดอย่างจะมีอะไรเป็นของตัว เรามารู้ตัวเองว่าเราเป็นโรคนี้ ในตอนที่อาการมันออกมา เอง เป็นผลกระทบทางร่างกายและสภาพจิตใจแล้ว โดยปกติ ฟังดูเเล้ว เราดูรีบเร่งในการใช้ชีวิตใช่ไหมล่ะคะ? แล้วเราเป็นคนที่เงียบอยู่แล้ว ไม่ค่อยชอบที่จะอยู่ในกลุ่ม ก็อาจจะใช่นั้นแหละค่ะ ก่อนหน้านี้เราก็คิดว่าอายุแค่นี้เรา คนหมู่มาก ที่ไหนมีความวุ่นวายเราจะไม่ขออยู่ตรงนั้น เรา จะอยากรีบมีอะไรเป็นชิ้นเป็นอันของตัวเองทำไม พยายามที่จะใช้ชีวิตในสังคมหมู่มากให้ได้ แต่เราก็รู้สึกว่า ทั้งๆที่เด็กวัยช่วงเดียวกันนี้กำลังสนุกในวัยเรียน เวลาเราอยู่ในสังคมหมู่มากเรารู้สึกอึดอัดมากๆ จนบางที เที่ยวเล่น ตื่นเต้นที่จะเข้ามหาลัย จะได้ใช้ชีวิตอิสระในโลก อยากจะร้องไห้ออกมาเลย ของมหาลัย แต่เรากลับไม่ได้คิดอย่างนั้น เราต้องการที่จะ เราพยายามที่จะทำในสิ่งที่ตัวเองไม่ชอบ และในสิ่งที่ตัว เริ่มทำธุรกิจของตัวเอง ทำอะไรในสิ่งที่ตัวเองชอบเเละ เองกลัวเพื่ อที่จะก้าวออกมากจากสิ่งที่เรียกว่า มีรายได้ หาเงินใช้จ่ายของตัวเอง \"Comfort Zone\"

โดยที่ไม่ต้องขอเงินที่บ้าน คนส่วนมากชอบพูดกับเราว่า ที่ เรื่องราวของเราที่เล่ามาทั้งหมดสำหรับเรามันไม่ได้เป็น บ้านก็ซัพพอร์ตดี การเงินที่บ้านก็โอเค ทำไมไม่ใช้ชีวิตวัย เรื่องแย่หรือดีไปหมด เรามองว่ามันเป็นสิ่งที่เราจะต้อง รุ่นก่อนล่ะ จะรีบเพิ่มภาระให้ตัวเองทำไม? แต่เรารู้สึกว่าใช้ เจอ เพื่อเติบโตไปอีกขั้น อะไรที่เรารู้สึกว่าทำแล้วมันผิด ชีวิตวัยรุ่นของคนเราแต่คนมันไม่ได้เหมือนกัน การที่เรา พลาดไปแล้ว เราเลือกที่จะเอามันมาปรับปรุงแก้ไข อะไรที่ เริ่มทำธุรกิจของตัวเอง มันก็ถือว่าเราได้ใช้ชีวิตวัยรุ่นของ เราทำแล้วมันดีเราก็อยากจะให้มันดีมากยิ่งขึ้น อีกเพียง เราแล้ว เราเลยตัดสินใจที่ทำเริ่มทำมัน สามเดือนข้างหน้าเราก็คงไม่ได้ใช้ชีวิตของเด็กอายุสิบเจ็ด ปีแล้ว เพราะว่าเราก็คงต้องไปใช้ชีวิตของเด็กอายุสิบแปด ธุรกิจที่เราเลือกที่ทำคือการเปิดร้านกาแฟค่ะ เราเลือกทำ ปี การใช้ชีวิตของเราก็คงเปลี่ยนไปในอีกพาร์ทหนึ่งที่ต่าง ในสิ่งที่ชอบ บวกกับมันเป็นความฝันเล็กๆของเรา จากตอนอายุสิบเจ็ด ความคิด การกระทำ การใช้ชีวิต การเริ่มต้นทำธุรกิจในวัยสิบเจ็ดเป็นอะไรที่น่าปวดหัวมาก ความรู้สึกทุกอย่างก็แตกต่างไปจากเดิม เราเลือกเวลาอีก ถ้าถามว่าจะเริ่มทำธุรกิจต้องเตรียมอะไรบ้าง ที่สำคัญ สามเดือนที่จะใช้ชีวิตวัยนี้ เราจะใช้ชีวิตอีกสามเดือนนี้ให้ ที่สุดคือ เงินเลยค่ะ เพราะทุกอย่างจะเริ่มต้นได้ต้องมี รู้สึกว่าเป็นสิบเจ็ดปีที่สิ้นสุดอย่างสมบูรณ์…. ต้นทุน ถ้าถามเราว่าเราเอาต้นทุนมาจากไหน เรื่องการ เงินที่บ้านเราซัพพอร์ตหมดเลยค่ะ ฟังแล้วอาจจะดีที่มีคน วัยรุ่นในช่วงที่ชอบลืมสิ่งรอบข้างที่สำคัญไป มักจะสนใจ ซัพพอร์ตเรื่องเงิน เราก็รู้สึกโอเคที่มีคนซัพพอร์ตเรื่องง ในการใช้ชีวิตของตัวเอง อาจจะเป็นเพราะทุกคนที่ตัวตน เงิน ก็ถือว่าเบาลงไปอย่างนึงเลย แต่เราก็ต้องมาเรียนรู้ และจุดยืนของตัวเองกันทั้งนั้น การที่เราจะสนใจในการใช้ ในเรื่องที่ทำธุรกิจ เรียนรู้ในการบริหารทุกอย่าง เราต้อง ชีวิตมันก็เป็นเรื่องดี ถ้าเรายังคงสนใจสิ่งต่างๆรอบตัวเรา ไปเรียนเพิ่มเติมเกี่ยวกับการทำกาแฟ น่าปวดหัวสุดๆเลย บ้างสักหน่อย ค่ะ เรื่องที่กลัวที่สุดในการทำธุรกิจคือ กลัวร้านเจ๊ง หันมาสนใจคนที่คอยซัพพอร์ตเรา คนที่รักเรา คนที่คอย ค่ะ5555 เพราะเรารู้สึกว่าการทำร้านกาแฟทำง่ายมาก ใน เป็นห่วงเรา บางทีการใช้ชีวิตวัยรุ่นที่สนุกที่สุดมันก็ไม่ใช่ ทุกวันนี้ร้านกาแฟคนเปิดกันเป็นว่าเล่น แต่ร้านที่จะเปิด ทุกอย่างเสมอไป เราไม่จำเป็นที่จะต้องรีบใช้ชีวิตวัยรุ่น แล้วอยู่นานๆ แต่เราควรใช้ชีวิตให้มันคุ้มค่าอย่างมีประสิทธิภาพต่าง มีลูกค้าเข้ามาเรื่อยๆนี่ว่ายากมาก หาก การทำธุรกิจของตัวเองเหมือนสอนให้เราเป็นผู้ใหญ่ ทำให้เรามีความรับผิดชอบมากขึ้น จะทำอะไรก็ต้อง ....สุดท้ายแล้วเราขอให้ทุกคนที่ได้อ่านเรื่องราวของเรา คิดหน้าคิดหลัง ต้องใช้เหตุผลไตร่ตรองให้ละเอียดมาก แล้วนำเก็บไปทบทวน อะไรที่เราทำไปแล้วไม่ดีก็อย่านำมัน ขึ้น กลับมาคิด ส่วนอะไรที่สามารถเป็นตัวอย่างในการใช้ชีวิต เราก็ยินดีค่ะ แต่ในพาร์ทเครียดก็ถือว่าเครียดมาก เครียดจนเราดิ่ง ทุกวันมีวันที่ดีและไม่ดี วันไหนที่คุณเจออะไรที่แย่เราขอให้ เลยค่ะ คุณกินอาหารอร่อยและรีบเข้านอนเร็วๆ เชื่อว่าพรุ่งนี้วัน ร้องไห้จนไม่รู้จะร้องไห้ยังไง โฮ่ถือว่าหนักสุดๆเลย ใหม่มันจะทำให้คุณดีขึ้นแน่นอน วันไหนที่คุณเหนื่อยให้ แต่ร้องไห้สุดท้ายแล้วเราก็ต้องลุกขึ้นมาเริ่มต้นใหม่อยู่ดี คุณนอนพักผ่อนทำอะไรตามใจตัวอย่างสักหนึ่งอย่าง แต่ คิดไว้ว่าพรุ่งนี้...เดี๋ยวทุกอย่างจะดีขึ้น เราแค่นอนพักผ่อน ในวันที่คุณมีความสุขมากๆให้คุณจดจำความสุขและรอย ทุกอย่างจะดีขึ้น ยิ้มนั้นไว้ว่าคุณสามารถเจอสิ่งแบบนี้ได้อีกแน่นอน…ขอให้ ทุกคนได้ใช้ชีวิตในช่วงวัยของอายุตัวเองอย่างคุ้มค่านะคะ เหตุการณ์ทุกอย่างที่ผ่านมาในวัยเพียงสิบเจ็ดปีของเรา เรามีช่วงวัยสิบเจ็ดเพียงครั้งเดียว มีหลายเรื่องราวมากกว่าที่เราได้เล่าออกไป มีทั้งเรื่องดี แล้วคุณล่ะคะมีกี่ครั้ง??? และไม่ดีปะปนกันไป เราจึงต้องเรียนรู้กับเรื่องเราเหล่านั้น เพื่ อทำให้ตัวเองเติบโตและอยู่ในสังคมนี้ต่อไปอีกได้ ระยะเวลาเพียงสิบสองเดือน สามร้อยหกสิบห้าวัน เป็น อะไรที่เร็วมากสำหรับเรา แต่สำหรับบางคนก็อาจจะเป็น ระยะเวลาที่ช้า คอยนับวันให้ผ่านพ้นไปเร็วๆ เราทุกคน สามารถที่จะเลือกได้ว่าเราจะทำสามร้อยหกสิบห้าวันที่เรา มีให้มันผ่านพ้นไปอย่างรวดเร็ว หรือว่าช้าได้ แล้วคุณล่ะ อยากให้มันผ่านไปช้าหรือว่าเร็ว…


Like this book? You can publish your book online for free in a few minutes!
Create your own flipbook