40 - เอก หมายเหตุ ตอ้ งไม่เกนิ 5 ปีจและอนุมตั ิ/ (จะต้องปรบั ปรุงให้เสรจ็ และอนุมัติ/ภา ใหค้ วามเหน็ ชอบโดยสภาเพ่ือให้ มหาวทิ ยาลยั /สถาบนั เพื่อให้6) หลกั สูตรใชง้ านในปที ี่ 6)ต้อง ตัวบง่ ช้ี TQF ขอ้ 1 - 5 ต้อง ดาเนินการทุกตัวข้อ เกณฑ์ 12 ข้อฐานคุณวุฒิระดับอุดมศึกษาแห่งชาติ พ.ศ.2552 หากมีการประกาศใช้เกณฑ์มาตรฐานต่างๆทปี่ ระกาศใชล้ ่าสดุ คมู่ ือการประกนั คุณภาพการศึกษาภายใน ระดบั อุดมศึกษา ฉบับปกี ารศึกษา 2557
-4ผลการประเมนิ ตัวบง่ ช้ีที่ 1.1 กาหนดไวเ้ ปน็ “ผ่าน” และ “ไม่ผ่าน” หากไม่ผา่ นเกณฑข์ อ้ ใดหลกั ฐานเอกสารทีต่ อ้ งการนอกเหนือจากเอกสารประกอบแต่ละรายตัวบ่งช้ี 1. เอกสารหลกั สตู รฉบับท่ี สกอ. ประทบั ตรารบั ทราบ 2. หนงั สอื นาท่ี สกอ. แจง้ รับทราบหลกั สูตร (ถา้ ม)ี 3. กรณีหลกั สูตรยังไม่ได้แจ้งการรับทราบ ใหม้ ีหนงั สอื นาส่ง สกอ. หรอื หนงั สอื
41 -ดข้อหน่ึง ถอื วา่ หลกั สูตรไม่ไดม้ าตรฐาน และผลเป็น “ไมผ่ ่าน” (คะแนนเปน็ ศนู ย์)อส่งคนื จาก สกอ. และรายงานการประชุมสภาทีอ่ นมุ ัติ / ใหค้ วามเห็นชอบหลกั สูตร คมู่ อื การประกันคุณภาพการศึกษาภายใน ระดบั อุดมศึกษา ฉบบั ปกี ารศึกษา 2557
42องคป์ ระกอบท่ี 2 บณั ฑติ พันธกจิ ท่ีสาคัญที่สุดของสถาบันอุดมศึกษาคือ การผลิตบัณฑิต หรือการจัดกิจกรรมการเรียนการสอนให้ผู้เรียนมีความรู้ในวิชาการและวิชาชีพ มีคุณลักษณะตามหลักสูตรที่กาหนด บัณฑิตระดับอุดมศึกษาจะต้องเป็นผู้มีความรู้ มีคุณธรรมจริยธรรม มีความสามารถในการเรียนรู้และพัฒนาตนเอง สามารถประยุกต์ใช้ความรู้เพื่อการดารงชีวิตในสังคมได้อย่างมีความสุขทั้งทางร่างกายและจิตใจ มีความสานึกและความรับผิดชอบในฐานะพลเมอื งและพลโลก มคี ุณลกั ษณะตามอตั ลักษณ์ของสถาบันอดุ มศกึ ษา ส า นั ก ง าน ค ณะ ก ร ร มก า ร ก า ร อุ ด มศึ กษ า ใน ฐ าน ะ ที่เ ป็ น ห น่ ว ย งา น ใน ก าร กา กั บแ ล ะส่ ง เส ริ มการดาเนินงานของสถาบนั อดุ มศึกษา ได้จัดทามาตรฐานต่างๆ ท่ีเก่ียวข้องกับการผลิตบัณฑิต เช่น เกณฑ์มาตรฐานหลักสตู ร กรอบมาตรฐานคณุ วฒุ ริ ะดบั อดุ มศึกษาแห่งชาติ เพอื่ มุง่ เน้นเป้าหมายการจัดการศึกษาท่ีผลการเรียนรู้ของนักศึกษา ซึ่งเป็นการประกันคุณภาพบัณฑิตท่ีได้รับคุณวุฒิแต่ละคุณวุฒิและส่ือสารให้สังคม ชุมชน รวมท้ังหน่วยงานที่เกย่ี วขอ้ งต่างๆ ไดเ้ ชือ่ มั่นถงึ คณุ ภาพของบัณฑิตที่ผลิตออกมาเป็นไปตามท่ีกาหนดไว้ในผลลัพธ์การเรียนรู้ในแต่ละหลกั สูตร คุณภาพบัณฑิตในแต่ละหลักสูตรจะสะท้อนไปที่คุณภาพบัณฑิตตามกรอบมาตรฐานคุณวุฒิระดับอุดมศึกษาแห่งชาติ โดยพิจารณาจากผลลัพธ์การเรียนรู้ การมีงานทา และคุณภาพผลงานวิจัยของนักศึกษาและผู้สาเรจ็ การศกึ ษาระดบั บัณฑติ ศึกษาในปกี ารศกึ ษานั้นๆ คุณภาพบัณฑิตจะพิจารณาไดจ้ ากตัวบง่ ชี้ดงั ตอ่ ไปนี้ตัวบง่ ชท้ี ี่ 2.1 คณุ ภาพบัณฑติ ตามกรอบมาตรฐานคุณวุฒริ ะดบั อดุ มศึกษาแห่งชาติตัวบง่ ชท้ี ่ี 2.2 การไดง้ านทาหรือผลงานวิจัยของผสู้ าเรจ็ การศึกษา - ร้อยละของบัณฑิตปรญิ ญาตรีท่ีได้งานทาหรือประกอบอาชีพอิสระภายใน 1 ปี - ผลงานของนักศึกษาและผู้สาเร็จการศึกษาในระดับปริญญาโทท่ีได้รับการตีพิมพ์ หรอื เผยแพร่ - ผลงานของนักศึกษาและผู้สาเรจ็ การศกึ ษาในระดับปรญิ ญาเอกที่ได้รบั การตีพิมพ์ หรอื เผยแพร่ คู่มือการประกนั คุณภาพการศึกษาภายใน ระดับอดุ มศึกษา ฉบับปีการศึกษา 2557
43ตวั บง่ ชที้ ี่ 2.1 คณุ ภาพบณั ฑิตตามกรอบมาตรฐานคุณวฒุ ิระดับอุดมศึกษาแหง่ ชาติชนิดของตัวบ่งชี้ ผลลพั ธ์คาอธิบายตวั บ่งชี้ กรอบมาตรฐานคุณวุฒิระดับอุดมศึกษาแห่งชาติ (Thai Qualifications Framework for HigherEducation: TQF) ได้มีการกาหนดคุณลักษณะบัณฑิตท่ีพึงประสงค์ตามที่หลักสูตรกาหนดไว้ใน มคอ. 2ซ่ึงครอบคลมุ ผลการเรียนร้อู ย่างน้อย 5 ด้านคือ 1) ดา้ นคุณธรรมจริยธรรม 2) ด้านความรู้ 3) ด้านทักษะทางปัญญา4) ด้านทักษะความสัมพันธ์ระหว่างบุคคลและความรับผิดชอบและ 5) ด้านทักษะการวิเคราะห์เชิงตัวเลข การส่ือสารและการใช้เทคโนโลยสี ารสนเทศ ตวั บง่ ชน้ี ้จี ะเปน็ การประเมนิ คณุ ภาพบัณฑิตในมมุ มองของผ้ใู ช้บณั ฑิตเกณฑก์ ารประเมนิ ใช้คา่ เฉล่ียของคะแนนประเมนิ บณั ฑิต (คะแนนเต็ม 5)สูตรการคานวณ ผลรวมของคา่ คะแนนท่ีได้จากการประเมินบัณฑติ คะแนนทไ่ี ด้ = จานวนบัณฑิตทไี่ ด้รับการประเมนิ ทั้งหมดขอ้ มูลประกอบ จานวนบัณฑิตท่รี บั การประเมินจากผู้ใช้บัณฑิตจะต้องไม่น้อยกว่าร้อยละ 20 ของจานวนบัณฑิตที่สาเรจ็ การศกึ ษา คมู่ ือการประกันคุณภาพการศึกษาภายใน ระดับอดุ มศึกษา ฉบับปกี ารศึกษา 2557
44ตวั บง่ ชที้ ่ี 2.2 (ปรญิ ญาตรี) รอ้ ยละของบัณฑิตปริญญาตรีทไี่ ด้งานทาหรอื ประกอบอาชพี อสิ ระภายใน 1 ปีชนดิ ของตัวบง่ ช้ี ผลลพั ธ์คาอธิบายตวั บ่งช้ี บัณฑิตปริญญาตรีท่ีสาเร็จศึกษาในหลักสูตรภาคปกติ ภาคพิเศษ และภาคนอกเวลาในสาขานั้นๆทไี่ ดง้ านทาหรือมกี ิจการของตนเองท่ีมรี ายได้ประจาภายในระยะเวลา 1 ปีนับจากวันที่สาเร็จการศึกษาเมื่อเทียบกับบัณฑิตที่สาเร็จการศึกษาในปีการศึกษาน้ัน การนับการมีงานทานับกรณีการทางานสุจริตทุกประเภทท่ีสามารถสร้างรายได้เข้ามาเป็นประจาเพ่ือเล้ียงชีพตนเองได้ การคานวณร้อยละของผู้มีงานทาของผู้สาเร็จการศึกษาท่ีลงทะเบียนเรียนในภาคพิเศษหรือภาคนอกเวลาให้คานวณเฉพาะผู้ทเ่ี ปลีย่ นงานใหมห่ ลังสาเรจ็ การศึกษาเท่านนั้เกณฑก์ ารประเมนิ โดยการแปลงค่าร้อยละของบัณฑิตปริญญาตรีที่ได้งานทาหรือประกอบอาชีพอิสระภายใน 1 ปีเปน็ คะแนนระหว่าง 0 – 5 กาหนดให้เป็นคะแนนเต็ม 5 = ร้อยละ 100สูตรการคานวณ1. คานวณค่าร้อยละของบัณฑิตปริญญาตรีที่ได้งานทาหรือประกอบอาชีพอสิ ระภายใน 1 ปี ตามสูตร จานวนบัณฑิตปรญิ ญาตรที ไี่ ดง้ านทาหรือประกอบอาชพี อสิ ระภายใน 1 ปี X 100 จานวนบณั ฑติ ทีต่ อบแบบสารวจทง้ั หมดการคานวณค่าร้อยละนี้ไมน่ าบัณฑิตท่ศี ึกษาต่อ เกณฑ์ทหาร อุปสมบท และบัณฑิตทมี่ ีงานทาแล้วแต่ไม่ได้เปลี่ยนงานมาพิจารณา2. แปลงคา่ ร้อยละท่ีคานวณได้ในขอ้ 1 เทียบกบั คะแนนเต็ม 5คะแนนทไ่ี ด้ = ค่าร้อยละของบณั ฑติ ปริญญาตรีทีไ่ ดง้ านทาหรือประกอบอาชีพอสิ ระภายใน 1 ปี X5 100หมายเหตุ : จานวนบัณฑิตทต่ี อบแบบสารวจจะตอ้ งไม่น้อยกวา่ รอ้ ยละ 70 ของจานวนบัณฑิตที่สาเรจ็ การศึกษา คู่มอื การประกนั คุณภาพการศึกษาภายใน ระดับอดุ มศึกษา ฉบับปีการศึกษา 2557
45ตัวบง่ ช้ีท่ี 2.2 (ปริญญาโท) ผลงานของนักศึกษาและผู้สาเร็จการศึกษาในระดับปริญญาโทที่ได้รับการตีพิมพ์ หรอื เผยแพร่ชนิดของตวั บ่งชี้ ผลลพั ธ์คาอธบิ ายตวั บ่งชี้ การศึกษาในระดับปริญญาโทจะต้องมีการค้นคว้า คิดอย่างเป็นระบบ วิจัยเพ่ือหาคาตอบที่มีความน่าเชื่อถือ ผู้สาเร็จการศึกษาจะต้องประมวลความรู้เพ่ือจัดทาผลงานที่แสดงถึงความสามารถในการใช้ความรู้อย่างเป็นระบบและสามารถนาเผยแพร่ให้เป็นประโยชน์ต่อสาธารณะ ตัวบ่งช้ีน้ีจะเป็นการประเมินคุณภาพของผลงานของผู้สาเร็จการศกึ ษาในระดบั ปรญิ ญาโทเกณฑก์ ารประเมิน โดยการแปลงค่าร้อยละของผลรวมถ่วงน้าหนักของผลงานที่ตีพิมพ์เผยแพร่ต่อผู้สาเร็จการศึกษาเปน็ คะแนนระหว่าง 0 – 5 กาหนดให้เป็นคะแนนเตม็ 5 = ร้อยละ 40 ขึ้นไปสตู รการคานวณ1. คานวณคา่ รอ้ ยละของผลรวมถว่ งนา้ หนกั ของผลงานท่ีตีพิมพ์เผยแพรต่ ่อผู้สาเรจ็ การศึกษา ตามสตู ร ผลรวมถว่ งนา้ หนักของผลงานที่ตีพมิ พ์หรอื เผยแพร่ของนกั ศกึ ษาและผูส้ าเรจ็ การศึกษาระดบั ปรญิ ญาโท X 100 จานวนผู้สาเร็จการศึกษาระดับปริญญาโททั้งหมด2. แปลงค่ารอ้ ยละทค่ี านวณไดใ้ นขอ้ 1 เทียบกบั คะแนนเต็ม 5คะแนนทไี่ ด้ = รอ้ ยละของผลรวมถ่วงน้าหนักของผลงานที่ตีพิมพห์ รอื เผยแพรต่ ่อผู้สาเรจ็ การศึกษา X5 40 ค่มู ือการประกันคุณภาพการศึกษาภายใน ระดับอดุ มศึกษา ฉบบั ปีการศึกษา 2557
46กาหนดระดบั คณุ ภาพผลงานทางวชิ าการ ดังน้ีคา่ น้าหนกั ระดับคณุ ภาพ 0.10 - บทความฉบับสมบรู ณ์ทตี่ ีพิมพใ์ นลกั ษณะใดลกั ษณะหนง่ึ 0.20 - บทความฉบบั สมบูรณท์ ีต่ ีพิมพใ์ นรายงานสบื เน่ืองจากการประชมุ วิชาการระดบั ชาติ 0.40 - บทความฉบับสมบรู ณท์ ่ตี ีพิมพใ์ นรายงานสืบเนื่องจากการประชมุ วิชาการระดับนานาชาติ หรอื ในวารสารทางวชิ าการระดับชาติทไ่ี ม่อยูใ่ นฐานขอ้ มลู ตามประกาศ ก.พ.อ. หรอื ระเบียบ คณะกรรมการการอดุ มศกึ ษาว่าดว้ ย หลกั เกณฑ์การพิจารณาวารสารทางวชิ าการสาหรับ การเผยแพร่ผลงานทางวชิ าการ พ.ศ. 2556 แตส่ ถาบันนาเสนอสภาสถาบนั อนุมัติและจัดทา เป็นประกาศให้ทราบเป็นการทั่วไป และแจ้งให้ กพอ./กกอ.ทราบภายใน 30 วนั นบั แตว่ ันที่ ออกประกาศ - ผลงานทไ่ี ดร้ บั การจดอนสุ ิทธิบตั ร 0.60 - บทความทต่ี ีพมิ พใ์ นวารสารวิชาการทปี่ รากฏในฐานข้อมลู TCI กลุม่ ที่ 2 0.80 - บทความทตี่ ีพิมพ์ในวารสารวิชาการระดบั นานาชาติทไ่ี มอ่ ยู่ในฐานข้อมูล ตามประกาศ ก.พ.อ. หรอื ระเบยี บคณะกรรมการการอดุ มศกึ ษาว่าด้วย หลกั เกณฑ์การพิจารณาวารสารทางวชิ าการ สาหรบั การเผยแพรผ่ ลงานทางวิชาการ พ.ศ. 2556 แต่สถาบนั นาเสนอสภาสถาบนั อนุมตั ิและ จัดทาเปน็ ประกาศใหท้ ราบเป็นการทัว่ ไป และแจง้ ให้ กพอ./กกอ.ทราบภายใน 30 วนั นับแต่ วนั ทอ่ี อกประกาศ (ซง่ึ ไม่อยู่ใน Beall’s list) หรือตีพมิ พ์ในวารสารวชิ าการทปี่ รากฏใน ฐานข้อมูล TCI กล่มุ ท่ี 1 1.00 - บทความทตี่ ีพมิ พใ์ นวารสารวิชาการระดับนานาชาติทปี่ รากฏในฐานข้อมูลระดับนานาชาตติ าม ประกาศ ก.พ.อ. หรอื ระเบียบคณะกรรมการการอุดมศึกษา ว่าด้วย หลักเกณฑก์ ารพิจารณา วารสารทางวชิ าการสาหรบั การเผยแพร่ผลงานทางวชิ าการ พ.ศ. 2556 - ผลงานทีไ่ ด้รับการจดสิทธิบัตรการส่งบทความเพ่ือพิจารณาคัดเลือกให้นาเสนอในการประชุมวิชาการต้องส่งเป็นฉบับสมบูรณ์ (Full Paper) และเม่ือได้รับการตอบรับและตพี มิ พแ์ ลว้ การตีพมิ พ์ตอ้ งตพี มิ พเ์ ปน็ ฉบับสมบรู ณซ์ ่ึงสามารถอยู่ในรปู แบบเอกสาร หรอื ส่อื อเิ ล็กทรอนิกสไ์ ด้กาหนดระดับคณุ ภาพงานสร้างสรรค์ ดงั น้ีคา่ นา้ หนัก ระดบั คณุ ภาพ0.20 งานสร้างสรรคท์ ี่มีการเผยแพรส่ ู่สาธารณะในลักษณะใดลกั ษณะหนงึ่ หรือผา่ นสือ่ อิเล็กทรอนิกส์ online0.40 งานสรา้ งสรรคท์ ี่ไดร้ บั การเผยแพรใ่ นระดับสถาบัน0.60 งานสร้างสรรค์ท่ีไดร้ ับการเผยแพร่ในระดับชาติ0.80 งานสรา้ งสรรคท์ ไ่ี ดร้ บั การเผยแพรใ่ นระดับความร่วมมอื ระหว่างประเทศ1.00 งานสร้างสรรคท์ ไ่ี ดร้ บั การเผยแพร่ในระดับภมู ิภาคอาเซียน/นานาชาติผลงานสร้างสรรค์ทุกช้ินต้องผ่านการพิจารณาจากคณะกรรมการท่ีมีองค์ประกอบไม่น้อยกว่า 3 คน โดยมีบุคคลภายนอกสถาบันร่วมพจิ ารณาดว้ ย คมู่ อื การประกนั คุณภาพการศึกษาภายใน ระดับอดุ มศึกษา ฉบับปกี ารศึกษา 2557
47หมายเหตุ 1. ผลงานวจิ ยั ที่มีชือ่ นักศึกษาและอาจารยร์ ว่ มกนั และนับในตัวบ่งชีน้ ้ีแล้ว สามารถนาไปนับในตัวบง่ ชผ้ี ลงาน ทางวิชาการของอาจารย์ 2. ผลงานของนักศึกษาและผู้สาเร็จการศกึ ษาใหน้ บั ผลงานทุกชิ้นทมี่ กี ารตีพมิ พ์เผยแพร่ในปีการประเมนิ นน้ั ๆ 3. ในกรณที ่ีไม่มีผ้สู าเรจ็ การศึกษาไม่พจิ ารณาตวั บง่ ชี้น้ี คู่มอื การประกันคุณภาพการศึกษาภายใน ระดบั อดุ มศึกษา ฉบับปกี ารศึกษา 2557
48ตัวบ่งชีท้ ี่ 2.2 (ปรญิ ญาเอก) ผลงานของนกั ศึกษาและผสู้ าเร็จการศกึ ษาในระดบั ปริญญาเอกทไี่ ดร้ ับการตีพิมพ์ หรอื เผยแพร่ชนิดของตัวบ่งช้ี ผลลัพธ์คาอธบิ ายตัวบ่งชี้ การศึกษาในระดับปริญญาเอกเป็นการศึกษาในระดับสูงจะต้องมีการค้นควา้ คดิ อย่างเป็นระบบ วิจยัเพ่ือหาประเด็นความรู้ใหม่ทีม่ ีความน่าเชือ่ ถือ เป็นประโยชน์ ผสู้ าเรจ็ การศึกษาจะต้องประมวลความรู้เพ่ือจัดทาผลงานท่แี สดงถึงความสามารถในการใชค้ วามรู้อยา่ งเปน็ ระบบและสามารถนาเผยแพร่ใหเ้ ป็นประโยชนต์ ่อสาธารณะ ตัวบ่งช้ีนี้จะเป็นการประเมนิ คณุ ภาพของผลงานของผสู้ าเรจ็ การศึกษาในระดับปริญญาเอกเกณฑ์การประเมิน โดยการแปลงค่าร้อยละของผลรวมถ่วงน้าหนักของผลงานท่ีตีพิมพ์เผยแพร่ต่อผู้สาเร็จการศึกษาเปน็ คะแนนระหว่าง 0 – 5 กาหนดใหเ้ ป็นคะแนนเต็ม 5 = ร้อยละ 80 ขึ้นไปสูตรการคานวณ1. คานวณค่าร้อยละของผลรวมถว่ งนา้ หนักของผลงานทีต่ ีพมิ พ์เผยแพรต่ ่อผูส้ าเร็จการศึกษา ตามสูตร ผลรวมถว่ งน้าหนักของผลงานที่ตีพิมพห์ รือเผยแพร่ของนกั ศึกษาและผู้สาเรจ็ การศึกษาระดบั ปรญิ ญาเอก X 100 จานวนผู้สาเร็จการศึกษาระดับปรญิ ญาเอกท้ังหมด2. แปลงคา่ รอ้ ยละท่ีคานวณไดใ้ นข้อ 1 เทียบกบั คะแนนเต็ม 5คะแนนทีไ่ ด้ = รอ้ ยละของผลรวมถว่ งน้าหนักของผลงานทีต่ พี ิมพ์หรือเผยแพร่ตอ่ ผสู้ าเรจ็ การศึกษา X 5 80 คมู่ อื การประกนั คุณภาพการศึกษาภายใน ระดบั อดุ มศึกษา ฉบับปกี ารศึกษา 2557
49กาหนดระดับคณุ ภาพผลงานทางวิชาการ ดังนี้คา่ นา้ หนกั ระดับคณุ ภาพ0.20 - บทความฉบับสมบรู ณท์ ่ตี ีพิมพใ์ นรายงานสบื เน่อื งจากการประชมุ วชิ าการระดบั ชาติ0.40 - บทความฉบับสมบรู ณ์ท่ตี ีพิมพ์ในรายงานสบื เน่ืองจากการประชุมวิชาการระดบั นานาชาติ หรือในวารสารทางวชิ าการระดับชาติที่ไม่อยู่ในฐานข้อมลู ตามประกาศ ก.พ.อ. หรอื ระเบียบ คณะกรรมการการอดุ มศกึ ษาว่าด้วย หลกั เกณฑ์การพจิ ารณาวารสารทางวชิ าการสาหรับ การเผยแพร่ผลงานทางวชิ าการ พ.ศ.2556 แตส่ ถาบันนาเสนอสภาสถาบันอนมุ ัติและ จดั ทาเป็นประกาศใหท้ ราบเป็นการทว่ั ไป และแจ้งให้ กพอ./กกอ.ทราบภายใน 30 วนั นบั แตว่ นั ที่ออกประกาศ - ผลงานทีไ่ ดร้ ับการจดอนุสิทธิบตั ร0.60 - บทความทต่ี ีพิมพใ์ นวารสารวชิ าการทป่ี รากฏในฐานขอ้ มูล TCI กลมุ่ ที่ 20.80 - บทความท่ีตีพมิ พ์ในวารสารวิชาการระดับนานาชาติที่ไม่อยู่ในฐานขอ้ มูล ตามประกาศ ก.พ.อ. หรือระเบียบคณะกรรมการการอดุ มศกึ ษาว่าดว้ ย หลักเกณฑ์การพิจารณาวารสารทางวิชาการ สาหรบั การเผยแพร่ผลงานทางวิชาการ พ.ศ.2556 แต่สถาบันนาเสนอสภาสถาบนั อนุมัตแิ ละ จัดทาเปน็ ประกาศใหท้ ราบเป็นการท่ัวไป และแจ้งให้ กพอ./กกอ.ทราบภายใน 30 วนั นับแต่ วันทอ่ี อกประกาศ (ซงึ่ ไมอ่ ยู่ใน Beall’s list) หรอื ตีพมิ พใ์ นวารสารวชิ าการท่ปี รากฏใน ฐานข้อมูล TCI กลุม่ ที่ 11.00 - บทความทีต่ ีพิมพใ์ นวารสารวิชาการระดบั นานาชาติทปี่ รากฏในฐานขอ้ มลู ระดบั นานาชาติ ตามประกาศ ก.พ.อ. หรอื ระเบยี บคณะกรรมการการอุดมศึกษา ว่าดว้ ย หลักเกณฑก์ ารพิจารณา วารสารทางวชิ าการสาหรบั การเผยแพร่ผลงานทางวิชาการ พ.ศ.2556 - ผลงานท่ไี ดร้ ับการจดสทิ ธบิ ตั รการส่งบทความเพ่ือพิจารณาคัดเลือกให้นาเสนอในการประชุมวิชาการต้องส่งเป็นฉบับสมบูรณ์ (Full Paper) และเมื่อได้รับการตอบรับและตีพิมพ์แล้ว การตีพิมพ์ต้องตีพิมพ์เป็นฉบับสมบูรณ์ซ่ึงสามารถอยู่ในรูปแบบเอกสาร หรือสื่ออเิ ล็กทรอนิกส์ได้กาหนดระดบั คณุ ภาพงานสร้างสรรค์ ดงั นี้คา่ นา้ หนกั ระดบั คุณภาพ0.20 งานสร้างสรรคท์ ี่มีการเผยแพร่สสู่ าธารณะในลักษณะใดลกั ษณะหนึง่ หรือผ่านสอื่ อิเล็กทรอนกิ ส์ online0.40 งานสรา้ งสรรค์ท่ีได้รับการเผยแพรใ่ นระดบั สถาบัน0.60 งานสร้างสรรคท์ ี่ได้รบั การเผยแพร่ในระดับชาติ0.80 งานสร้างสรรคท์ ี่ไดร้ ับการเผยแพร่ในระดบั ความรว่ มมือระหวา่ งประเทศ1.00 งานสรา้ งสรรค์ท่ีได้รบั การเผยแพร่ในระดับภูมภิ าคอาเซียน/นานาชาติผลงานสรา้ งสรรคท์ ุกชนิ้ ตอ้ งผ่านการพจิ ารณาจากคณะกรรมการท่ีมีองคป์ ระกอบไมน่ ้อยกว่า 3 คน โดยมีบุคคลภายนอกสถาบันรว่ มพิจารณาด้วย คมู่ อื การประกันคุณภาพการศึกษาภายใน ระดับอุดมศึกษา ฉบับปกี ารศึกษา 2557
50หมายเหตุ: 1. ผลงานวิจัยที่มีชื่อนักศึกษาและอาจารย์ร่วมกันและนับในตัวบ่งช้ีน้ีแล้ว สามารถนาไปนับในตัวบ่งช้ีผลงานทางวชิ าการของอาจารย์ 2. ผลงานของนกั ศึกษาและผ้สู าเรจ็ การศึกษาให้นับผลงานทุกชิน้ ท่ีมีการตีพมิ พ์เผยแพร่ในปีการประเมินน้ันๆ 3. ในกรณที ี่ไม่มีผสู้ าเรจ็ การศึกษาไมพ่ ิจารณาตวั บ่งชี้น้ี คมู่ ือการประกนั คุณภาพการศึกษาภายใน ระดับอุดมศึกษา ฉบบั ปกี ารศึกษา 2557
51องค์ประกอบท่ี 3 นักศกึ ษา ความสาเร็จของการจัดการศึกษาขึ้นอยู่กับปัจจัยสาคัญปัจจัยหนึ่ง คือ นักศึกษา ระบบประกันคุณภาพนักศึกษา ต้องให้ความสาคัญกับการรับหรือคัดเลือกนักศึกษาเข้าศึกษาในหลักสูตร ซึ่งต้องเป็นระบบที่สามารถคัดเลือกนักศึกษาที่มีคุณสมบัติและความพร้อมในการเรียนในหลักสูตรจนสาเร็จการศึกษา และการส่งเสริมพัฒนานักศึกษาให้มีความพร้อมทางการเรียน และมีกิจกรรมการพัฒนาในรูปแบบต่าง ๆ เพื่อให้นักศึกษามีความรู้ความสามารถตามหลักสูตร มีทักษะการเรียนรู้ในศตวรรษที่ 21 และสาหรับหลักสูตรระดับบัณฑิตศึกษามีทักษะการวจิ ัยที่สามารถสรา้ งองค์ความรู้ได้ ทักษะที่จาเปน็ สาหรบั การเรยี นรู้ในศตวรรษท่ี 21 ประกอบด้วย 4 กลุ่มหลัก ได้แก่ (1) กลุ่มวิชาหลัก(core subjects) (2) กลุ่มทักษะชีวิตและอาชีพ (life and career skills) (3) กลุ่มทักษะการเรียนรู้และนวัตกรรม(learning and innovation skills) และ (4) กลุ่มทักษะสารสนเทศ สื่อและเทคโนโลยี (information, mediaand technology skills) ทกั ษะสาคัญท่คี นส่วนใหญใ่ หค้ วามสาคัญมาก คือ 1) กลุ่มทักษะการเรียนรู้และนวัตกรรม ได้แก่ (1) การคิดเชิงวิพากษ์และการแก้ปัญหา (criticalthinking and problem solving) (2) นวัตกรรมและการสร้างสรรค์ (innovation and creativity) (3) การส่ือสารและความรว่ มมือกนั (communication and collaboration) 2) กลุ่มทักษะสารสนเทศ สื่อ และเทคโนโลยี (information, media and technology skills)ประกอบด้วย การรสู้ ารสนเทศ (information literacy) การรูส้ อื่ (media literacy) และ การรู้ ICT (ICT literacy) 3) กลุ่มทักษะชีวิตและอาชีพ (life and career skills) ประกอบด้วยความสามารถในการปรับตัวและยืดหยุ่น (adaptability and flexibility) ความคิดริเริ่มและการเรียนรู้ได้ด้วยตนเอง (initiative and self-direction) ปฏิสัมพันธ์ทางสังคมและข้ามวัฒนธรรม (social and cross-cultural interaction) ความรับผิดชอบและความสามารถผลิตผลงาน (accountability and productivity) ความเป็นผู้นาและรับผิดชอบต่อสังคม(leadership and social responsibility) การประกันคุณภาพหลักสูตรในองค์ประกอบด้านนักศึกษา เร่ิมดาเนินการตั้งแต่ระบบการรับนักศึกษา การส่งเสริมและพัฒนานักศึกษา และผลลัพธ์ที่เกิดขึ้นกับนักศึกษา ภายใต้การดาเนินการดังกล่าวให้พจิ ารณาจากตัวบ่งชดี้ งั ตอ่ ไปนี้ ตวั บ่งชท้ี ่ี 3.1 การรับนกั ศกึ ษา ตัวบ่งช้ที ี่ 3.2 การสง่ เสรมิ และพฒั นานักศึกษา ตวั บ่งชีท้ ี่ 3.3 ผลทเี่ กิดกับนักศึกษา คู่มอื การประกนั คุณภาพการศึกษาภายใน ระดบั อุดมศึกษา ฉบับปกี ารศึกษา 2557
52ตัวบง่ ชี้ที่ 3.1 การรับนกั ศึกษาชนดิ ของตัวบ่งชี้ กระบวนการคาอธิบายตวั บ่งชี้ คุณสมบัติของนักศึกษาท่ีรับเข้าศึกษาในหลักสูตรเป็นปัจจัยพ้ืนฐานของความสาเร็จ แต่ละหลักสูตรจะมแี นวคดิ ปรชั ญาในการออกแบบหลักสตู ร ซึ่งจาเปน็ ตอ้ งมกี ารกาหนดคุณสมบัติของนักศึกษาที่สอดคล้องกับลักษณะธรรมชาติของหลักสูตร การกาหนดเกณฑ์ที่ใช้ในการคัดเลือกต้องมีความโปร่งใส ชัดเจน และสอดคล้องกับคุณสมบัติของนักศึกษาที่กาหนดในหลักสูตร มีเคร่ืองมือท่ีใช้ในการคัดเลือก ข้อมูล หรือวิธีการคัดนักศึกษาให้ได้นักศึกษาท่ีมีความพร้อมทางปัญญา สุขภาพกายและจิต ความมุ่งม่ันท่ีจะเรียน และมีเวลาเรียนเพียงพอ เพ่ือให้สามารถสาเรจ็ การศกึ ษาได้ตามระยะเวลาท่ีหลกั สตู รกาหนด ในการรายงานการดาเนินงานตามตัวบ่งชี้นี้ ให้อธิบายกระบวนการหรือแสดงผลการดาเนินงานอยา่ งน้อยให้ครอบคลุมประเดน็ ตอ่ ไปนี้ - การรบั นักศกึ ษา - การเตรียมความพรอ้ มกอ่ นเข้าศึกษา ในการประเมินเพื่อให้ทราบว่าอยู่ในระดับคะแนนใด ให้พิจารณาในภาพรวมของผลการดาเนนิ งานทง้ั หมด ที่ทาใหไ้ ดน้ กั ศกึ ษาทมี่ ีความพร้อมที่จะเรยี นในหลกั สตู รเกณฑ์การประเมนิ01 2 3 4 5ไม่มีระบบ มรี ะบบ มกี ลไก มีระบบ มีกลไก มรี ะบบ มีกลไก มรี ะบบ มกี ลไก มรี ะบบ มกี ลไกไมม่ กี ลไก ไมม่ กี ารนาระบบ มกี ารนาระบบ มกี ารนาระบบ มกี ารนาระบบ มกี ารนาระบบกลไกไปสู่ กลไกไปสู่ กลไกไปสู่ กลไกไปสู่ กลไกไปสู่ การปฏบิ ัต/ิ ดาเนินงานไมม่ แี นวคิด การปฎิบัต/ิ การปฏบิ ตั ิ/ การปฏิบตั ิ/ การปฏบิ ตั ิ/ ในการกากบั ดาเนินงาน ดาเนินงาน ดาเนินงาน ดาเนินงาน มกี ารประเมนิ กระบวนการ ตดิ ตามและ ปรบั ปรงุ มกี ารประเมิน มีการประเมนิ มีการประเมิน มีการปรบั ปรุง/พัฒนา กระบวนการ กระบวนการ กระบวนการ กระบวนการจากผลการไม่มขี อ้ มูล ประเมนิ หลักฐาน ไม่มีการปรับปรงุ / มกี ารปรบั ปรงุ / มกี ารปรบั ปรงุ / พฒั นากระบวนการ พัฒนากระบวนการ พัฒนากระบวนการ มีผลจากการปรับปรุง จากผลการประเมนิ จากผลการประเมนิ เหน็ ชดั เจนเปน็ รูปธรรม มีผลจากการ มีแนวทางปฏบิ ัติท่ีดี โดยมี ปรับปรงุ เหน็ ชดั เจน หลักฐานเชงิ ประจักษ์ เปน็ รปู ธรรม ยนื ยัน และกรรมการ ผู้ตรวจประเมนิ สามารถให้ เหตุผลอธิบายการเป็นแนว ปฏิบัติทดี่ ีไดช้ ัดเจน คมู่ ือการประกนั คุณภาพการศึกษาภายใน ระดบั อุดมศึกษา ฉบบั ปกี ารศึกษา 2557
53ตวั บง่ ชีท้ ่ี 3.2 การสง่ เสริมและพัฒนานักศึกษาชนดิ ของตัวบ่งช้ี กระบวนการคาอธิบายตวั บง่ ช้ี ในช่วงปีแรกของการศึกษา ต้องมีกลไกในการพัฒนาความรู้พ้ืนฐานหรือการเตรียมความพร้อมทางการเรียนแก่นักศึกษา เพ่ือให้มีความสามารถในการเรียนรู้ระดับอุดมศึกษาได้อย่างมีความสุข อัตราการลาออกกลางคนั น้อย ในระหวา่ งการศึกษามกี ารจดั กจิ กรรมการพัฒนาความรคู้ วามสามารถในรูปแบบต่าง ๆ ทั้งกิจกรรมในห้องเรียนและนอกห้องเรียน มีกิจกรรมเสริมสร้างความเป็นพลเมืองดีที่มีจิตสานึกสาธารณะ มีการวางระบบการดูแลให้คาปรึกษาจากอาจารย์ท่ีปรึกษาวิชาการ (ระดับปริญญาตรี โท เอก) ระบบการป้องกันหรือการบริหารจัดการความเส่ียงของนักศึกษา เพ่ือให้สามารถสาเร็จการศึกษาได้ตามระยะเวลาที่หลักสูตรกาหนด รวมท้ังการส่งเสริมการเผยแพร่ผลงานวิชาการของนักศึกษา การสร้างโอกาสการเรียนรู้ที่ส่งเสริมการพัฒนาศักยภาพนักศึกษาและทกั ษะการเรยี นรใู้ นศตวรรษที่ 21 ให้ไดม้ าตรฐานสากล ในการรายงานการดาเนินงานตามตัวบ่งชี้นี้ ให้อธิบายกระบวนการหรือแสดงผลการดาเนินงานอยา่ งน้อยให้ครอบคลมุ ประเดน็ ตอ่ ไปนี้ - การควบคุมการดูแลการใหค้ าปรกึ ษาวิชาการและแนะแนวแก่นกั ศึกษาปริญญาตรี - การควบคุมดูแลการให้คาปรึกษาวิทยานิพนธ์ แกบ่ ณั ฑิตศึกษา - การพฒั นาศกั ยภาพนกั ศึกษาและการเสรมิ สรา้ งทกั ษะการเรียนรใู้ นศตวรรษที่ 21 ในการประเมินเพื่อให้ทราบว่าอยู่ในระดับคะแนนใด ให้พิจารณาในภาพรวมของผลการดาเนินงานท้ังหมด ที่ทาให้ได้นักศึกษาเรียนอย่างมีความสุขและมีทักษะที่จาเป็นต่อการประกอบอาชีพในอนาคตเกณฑก์ ารประเมนิ01 2 3 4 5ไม่มีระบบ มรี ะบบ มกี ลไก มีระบบ มกี ลไก มรี ะบบ มีกลไก มีระบบ มีกลไก มีระบบ มกี ลไกไม่มกี ลไก ไมม่ กี ารนาระบบ มกี ารนาระบบ มกี ารนาระบบ มกี ารนาระบบ มีการนาระบบกลไกไปสู่ กลไกไปสู่ กลไกไปสู่ กลไกไปสู่ กลไกไปสู่ การปฏิบัต/ิ ดาเนินงานไม่มแี นวคิด การปฎิบัติ/ การปฏบิ ัต/ิ การปฏบิ ตั /ิ การปฏบิ ัต/ิ ในการกากบั ดาเนินงาน ดาเนินงาน ดาเนินงาน ดาเนินงาน มีการประเมินกระบวนการ ตดิ ตามและ ปรับปรงุ มีการประเมิน มีการประเมนิ มกี ารประเมิน มกี ารปรบั ปรงุ /พัฒนา กระบวนการ กระบวนการ กระบวนการ กระบวนการจากผลการไมม่ ขี อ้ มูล ประเมนิ หลกั ฐาน ไมม่ ีการปรับปรงุ / มีการปรับปรงุ / มีการปรับปรุง/ พัฒนากระบวนการ พฒั นากระบวนการ พฒั นากระบวนการ มีผลจากการปรับปรุง จากผลการประเมนิ จากผลการประเมนิ เห็นชัดเจนเปน็ รูปธรรม มผี ลจากการ มแี นวทางปฏบิ ัติที่ดี โดยมี ปรับปรุงเห็นชดั เจน หลักฐานเชงิ ประจกั ษ์ เปน็ รปู ธรรม ยนื ยัน และกรรมการ ผตู้ รวจประเมินสามารถให้ เหตุผลอธิบายการเปน็ แนว ปฏิบตั ิทีด่ ีไดช้ ัดเจน คมู่ ือการประกันคุณภาพการศึกษาภายใน ระดับอดุ มศึกษา ฉบบั ปีการศึกษา 2557
54ตัวบ่งช้ีที่ 3.3 ผลทีเ่ กิดกบั นกั ศกึ ษาชนิดของตวั บง่ ชี้ ผลลัพธ์คาอธบิ ายตัวบง่ ช้ี ผลการประกันคุณภาพควรทาให้นักศึกษามีความพร้อมทางการเรียน มีอัตราการคงอยู่ของนักศึกษาในหลักสูตรสูง อัตราการสาเร็จการศึกษาตามหลักสูตรสูง นักศึกษามีความพึงพอใจต่อหลักสูตร และผลการจดั การข้อรอ้ งเรียนของนกั ศกึ ษา ในการรายงานการดาเนนิ งานตามตัวบ่งช้ีน้ี ให้อธิบายกระบวนการหรือแสดงผลการดาเนินงานในประเด็นต่อไปน้ี - การคงอยู่ - การสาเรจ็ การศึกษา - ความพงึ พอใจและผลการจดั การข้อร้องเรียนของนกั ศกึ ษาเกณฑ์การประเมนิ 2 3 4 5 01 มกี ารรายงาน มีการรายงานผล มกี ารรายงานผล มีการรายงานผล ผลการดาเนินงาน การดาเนินงาน การดาเนินงาน การดาเนินงานไมม่ ีการรายงาน มกี ารรายงาน ครบทุกเรอื่ งตาม ครบทุกเรื่องตาม ครบทกุ เรอ่ื งตาม ครบทุกเรือ่ งตาม ผลการดาเนินงาน ผลการดาเนนิ งาน คาอธิบายในตัวบ่งชี้ คาอธิบายในตัวบ่งชี้ คาอธิบายในตัวบง่ ช้ี คาอธิบายในตัวบง่ ชี้ ในบางเร่ือง มแี นวโน้มผล มีแนวโนม้ ผล มีแนวโน้มผล การดาเนินงานที่ดี การดาเนินงานทดี่ ี การดาเนินงานทด่ี ี ข้ึนในบางเรอื่ ง ขึน้ ในทกุ เรือ่ ง ขนึ้ ในทกุ เรื่อง มีผลการดาเนินงานที่ โดดเดน่ เทียบเคยี งกบั หลักสูตรนั้นในสถาบนั กลมุ่ เดียวกัน โดยมี หลักฐานเชงิ ประจกั ษ์ ยืนยัน และกรรมการ ผูต้ รวจประเมินสามารถ ใหเ้ หตุผลอธบิ ายว่าเป็น ผลการดาเนนิ งานที่ โดดเด่นอย่างแท้จรงิ คู่มือการประกันคุณภาพการศึกษาภายใน ระดับอุดมศึกษา ฉบบั ปีการศึกษา 2557
55องคป์ ระกอบที่ 4 อาจารย์ อาจารย์เป็นปัจจัยป้อนท่ีสาคัญของการผลิตบัณฑิต ผู้เกี่ยวข้องต้องมีการออกแบบระบบประกันการบริหารและพัฒนาอาจารย์ เพ่ือให้ได้อาจารย์ท่ีมีคุณภาพเหมาะสม มีคุณสมบัติสอดคล้องกับสภาพบริบทปรัชญา วิสัยทัศน์ของสถาบัน และของหลักสูตร และมีการส่งเสริมให้อาจารย์มีความรักในองค์กรและการปฎิบัติงานตามวิชาชีพ ผู้บริหารต้องมีการกาหนดนโยบาย แผนระยะยาว และกิจกรรมการดาเนินงาน ตลอดจนการกากับดูแลและการพัฒนาคุณภาพอาจารย์ การวางระบบประกันคุณภาพอาจารย์ เป็นการดาเนินงานเพ่ือให้ได้อาจารย์ท่ีมีคุณสมบัติทั้งเชิงปริมาณและเชิงคุณภาพท่ีเป็นไปตามเกณฑ์มาตรฐานหลักสูตรที่กาหนดโดยสานักงานคณะกรรมการการอุดมศึกษา และมีพัฒนาการเพิ่มยิ่งขึ้นด้วยการวางแผนและการลงทุนงบประมาณและทรัพยากรเพ่ือให้อัตรากาลังอาจารย์มีจานวนเหมาะสมกับจานวนนักศึกษาที่รับเข้าในหลักสูตร มีจานวนอาจารย์ที่มีความรู้ ความเชี่ยวชาญทางสาขาวิชาของหลักสูตร และมีประสบการณ์ที่เหมาะสมกับการผลิตบัณฑิต อันสะท้อนจากวุฒิการศึกษาตาแหนง่ ทางวิชาการ และความกา้ วหนา้ ในการผลิตผลงานทางวิชาการอย่างต่อเนือ่ ง องคป์ ระกอบด้านอาจารย์ เร่ิมดาเนนิ การต้ังแตก่ ารบรหิ ารและพฒั นาอาจารย์ คุณภาพอาจารย์และผลลัพธท์ ี่เกิดกับอาจารย์ ให้พิจารณาจากตวั บ่งชี้ดังต่อไปนี้ ตวั บ่งชี้ท่ี 4.1 การบรหิ ารและพฒั นาอาจารย์ ตัวบง่ ชที้ ่ี 4.2 คุณภาพอาจารย์ ตัวบ่งช้ที ี่ 4.3 ผลทเี่ กดิ กบั อาจารย์ คู่มือการประกนั คุณภาพการศึกษาภายใน ระดบั อดุ มศึกษา ฉบับปกี ารศึกษา 2557
56ตัวบง่ ชที้ ่ี 4.1 การบริหารและพัฒนาอาจารย์ชนดิ ของตวั บง่ ช้ี กระบวนการคาอธบิ ายตัวบ่งช้ี การบริหารและพัฒนาอาจารย์ เริ่มต้นต้ังแต่ระบบการรับอาจารย์ใหม่ ต้องกาหนดเกณฑ์คุณสมบตั ิอาจารย์ท่ีสอดคล้องกบั สภาพบรบิ ท ปรัชญา วิสัยทัศน์ของสถาบัน และของหลักสูตร มีกลไกการคัดเลือกอาจารย์ท่ีเหมาะสม โปร่งใส นอกจากน้ีต้องมีระบบการบริหารอาจารย์ โดยการกาหนดนโยบาย แผนระยะยาวเพ่ือให้ได้อาจารย์ที่มีคุณสมบัติท้ังเชิงปริมาณและเชิงคุณภาพท่ีเป็นไปตามเกณฑ์มาตรฐานหลักสูตรท่ีกาหนดโดยสานักงานคณะกรรมการการอุดมศึกษา และระบบการส่งเสริมและพัฒนาอาจารย์ มีการวางแผนและการลงทุนงบประมาณและทรพั ยากรและกจิ กรรมการดาเนินงาน ตลอดจนการกากบั ดูแล และการพฒั นาคณุ ภาพอาจารย์ ในการรายงานการดาเนินงานตามตัวบ่งช้ีนี้ ให้อธิบายกระบวนการหรือแสดงผลการดาเนินงานอย่างนอ้ ยให้ครอบคลุมประเด็นต่อไปน้ี - ระบบการรับและแต่งตง้ั อาจารย์ประจาหลกั สตู ร - ระบบการบริหารอาจารย์ - ระบบการสง่ เสริมและพัฒนาอาจารย์ ในการประเมินเพื่อให้ทราบว่าอยู่ในระดับคะแนนใด ให้พิจารณาในภาพรวมของผลการดาเนินงานทั้งหมด ท่ีทาให้หลักสูตรมีอาจารย์ที่มีคุณสมบัติเหมาะสมท้ังในด้านวุฒิการศึกษาและตาแหน่งทางวิชาการเป็นไปตามเกณฑ์มาตรฐานหลักสูตรอย่างต่อเนื่อง และมีการส่งเสริมให้มีการเพิ่มพูนความรู้ความสามารถของอาจารยเ์ พอ่ื สรา้ งความเขม้ แข็งทางวิชาการของหลกั สูตรเกณฑ์การประเมนิ 0 1 2 3 4 5ไม่มรี ะบบ มรี ะบบ มีกลไก มรี ะบบ มกี ลไก มีระบบ มีกลไก มีระบบ มกี ลไก มรี ะบบ มีกลไกไม่มกี ลไก ไม่มกี ารนาระบบ มีการนาระบบ มีการนาระบบ มีการนาระบบ มกี ารนาระบบกลไกไปสู่ กลไกไปสู่ กลไกไปสู่ กลไกไปสู่ กลไกไปสู่ การปฏิบตั /ิ ดาเนินงานไมม่ แี นวคิด การปฎิบัติ/ การปฏิบตั /ิ การปฏิบตั /ิ การปฏิบตั /ิ ในการกากบั ดาเนินงาน ดาเนินงาน ดาเนินงาน ดาเนินงาน มกี ารประเมนิ กระบวนการ ติดตามและ ปรับปรงุ มกี ารประเมนิ มกี ารประเมิน มกี ารประเมิน มีการปรับปรงุ /พฒั นา กระบวนการ กระบวนการ กระบวนการ กระบวนการจากผลการไม่มีขอ้ มูล ประเมนิ หลกั ฐาน ไมม่ ีการปรับปรงุ / มีการปรับปรุง/ มีการปรบั ปรุง/ พฒั นากระบวนการ พฒั นากระบวนการ พัฒนากระบวนการ มีผลจากการปรบั ปรงุ จากผลการประเมิน จากผลการประเมิน เหน็ ชัดเจนเปน็ รูปธรรม มผี ลจากการ มแี นวทางปฏบิ ัติที่ดี โดยมี ปรับปรงุ เหน็ ชัดเจน หลักฐานเชงิ ประจกั ษ์ เปน็ รูปธรรม ยืนยนั และกรรมการ ผู้ตรวจประเมนิ สามารถให้ เหตุผลอธิบายการเปน็ แนว ปฏิบัติท่ดี ีได้ชดั เจน คมู่ อื การประกันคุณภาพการศึกษาภายใน ระดบั อุดมศึกษา ฉบับปกี ารศึกษา 2557
57ตัวบง่ ช้ีท่ี 4.2 คุณภาพอาจารย์ชนิดของตวั บง่ ช้ี ปจั จัยนาเข้าคาอธิบายตวั บ่งช้ี การส่งเสริมและพัฒนาอาจารย์ต้องทาให้อาจารย์ในหลักสูตรมีคุณสมบัติท่ีเหมาะสมและเพียงพอโดยทาให้อาจารย์มีความรู้ ความเช่ยี วชาญทางสาขาวชิ าท่เี ปิดใหบ้ ริการ และมีประสบการณท์ เี่ หมาะสมกับการผลิตบัณฑิตอันสะทอ้ นจากวฒุ ิการศกึ ษา ตาแหน่งทางวิชาการ และความกา้ วหน้าในการผลติ ผลงานทางวิชาการอยา่ งต่อเนื่อง ประเดน็ ในการพิจารณาตวั บง่ ชี้นจี้ ะประกอบด้วย - รอ้ ยละของอาจารย์ประจาหลักสตู รทม่ี ีคุณวฒุ ปิ ริญญาเอก - ร้อยละของอาจารยป์ ระจาหลักสูตรท่ีดารงตาแหนง่ ทางวชิ าการ - ผลงานทางวชิ าการของอาจารยป์ ระจาหลกั สตู ร - จานวนบทความของอาจารย์ประจาหลักสูตรปริญญาเอกที่ได้รับการอ้างอิงในฐานข้อมูล TCI และ Scopus ตอ่ จานวนอาจารยป์ ระจาหลักสตู รรอ้ ยละของอาจารยป์ ระจาหลักสูตรทีม่ ีคณุ วุฒปิ รญิ ญาเอก การศึกษาระดับอุดมศึกษาถือเป็นการศึกษาระดับสูงสุดท่ีต้องการบุคลากรท่ีมีความรู้ความสามารถและความลุ่มลึกทางวิชาการ เพื่อปฏิบัติพันธกิจสาคัญของสถาบันในการผลิตบัณฑิต ศึกษาวิจัยเพื่อการติดตามความก้าวหน้าทางวิชาการและการพัฒนาองค์ความรู้ ดังนั้นหลักสูตรจึงควรมีอาจารย์ท่ีมีคุณวุฒิทางการศึกษาระดับปริญญาเอกท่ีตรงหรือสัมพันธ์กับหลักสตู รท่ีเปดิ สอนในสดั ส่วนท่ีเหมาะสมกับพันธกิจหรือจดุ เน้นของหลักสตู รนั้นๆเกณฑ์การประเมนิ โดยการแปลงคา่ ร้อยละของอาจารย์ประจาหลกั สูตรท่ีมีคุณวฒุ ปิ รญิ ญาเอกเปน็ คะแนนระหวา่ ง 0 – 5 หลักสูตรระดบั ปรญิ ญาตรี ค่ารอ้ ยละของอาจารย์ประจาหลักสูตรที่มคี ณุ วุฒปิ ริญญาเอกทีก่ าหนดใหเ้ ป็นคะแนนเต็ม 5 = ร้อยละ 20 ขนึ้ ไป หลกั สูตรระดบั ปรญิ ญาโท คา่ รอ้ ยละของอาจารยป์ ระจาหลกั สูตรท่มี คี ุณวฒุ ิปรญิ ญาเอกท่กี าหนดให้เป็นคะแนนเต็ม 5 = ร้อยละ 60 ขน้ึ ไป หลกั สูตรระดบั ปรญิ ญาเอก ค่าร้อยละของอาจารยป์ ระจาหลักสูตรที่มคี ุณวฒุ ิปรญิ ญาเอกท่ีกาหนดให้เป็นคะแนนเตม็ 5 = รอ้ ยละ 100 คูม่ อื การประกันคุณภาพการศึกษาภายใน ระดบั อุดมศึกษา ฉบับปกี ารศึกษา 2557
58 X 100สตู รการคานวณ1. คานวณคา่ รอ้ ยละของอาจารยป์ ระจาหลักสตู รที่มวี ฒุ ปิ รญิ ญาเอก ตามสตู ร จานวนอาจารย์ประจาหลกั สตู รทมี่ คี ณุ วุฒิปรญิ ญาเอก จานวนอาจารยป์ ระจาหลกั สูตรท้ังหมด2. แปลงค่ารอ้ ยละท่คี านวณได้ในข้อ 1 เทยี บกับคะแนนเตม็ 5คะแนนทไ่ี ด้ = ร้อยละของอาจารยป์ ระจาหลกั สตู รทม่ี คี ุณวุฒิปรญิ ญาเอก X5 รอ้ ยละของอาจารย์ประจาหลกั สตู รที่มคี ณุ วุฒปิ รญิ ญาเอกท่ีกาหนดให้เปน็ คะแนนเตม็ 5หมายเหตุ คุณวุฒิปริญญาเอกพิจารณาจากระดับคุณวุฒิที่ได้รับหรือเทียบเท่าตามหลักเกณฑ์การพิจารณาคุณวุฒิของกระทรวงศึกษาธิการ กรณีท่ีมีการปรับวุฒิการศึกษาให้มีหลักฐานการสาเร็จการศึกษาภายในรอบปีการศึกษานั้น ทั้งนี้อาจใช้คุณวุฒิอื่นเทียบเท่าคุณวุฒิปริญญาเอกได้สาหรับกรณีท่ีบางสาขาวิชาชีพมีคุณวุฒิอื่นที่เหมาะสมกว่า ท้งั น้ตี อ้ งไดร้ ับความเห็นชอบจากคณะกรรมการการอุดมศึกษาร้อยละของอาจารย์ประจาหลกั สตู รที่ดารงตาแหนง่ ทางวิชาการ สถาบันอุดมศึกษาถือเป็นขุมปัญญาของประเทศ และมีความรับผิดชอบท่ีจะต้องส่งเสริมให้อาจารย์ในสถาบันทาการศึกษาวิจัยเพื่อแสวงหาและพัฒนาองค์ความรู้ในศาสตร์สาขาวิชาต่างๆ อย่างต่อเนื่องเพ่ือนาไปใช้ในการเรียนการสอน รวมท้ังการแก้ไขปัญหาและพัฒนาประเทศ การดารงตาแหน่งทางวิชาการเปน็ สิ่งสะทอ้ นการปฏบิ ัตงิ านดงั กลา่ วของอาจารย์ตามพันธกจิ ของหลักสูตรเกณฑก์ ารประเมิน โดยการแปลงค่าร้อยละของอาจารย์ประจาหลักสูตรที่ดารงตาแหน่งทางวิชาการเป็นคะแนนระหวา่ ง 0 – 5 หลกั สูตรระดบั ปริญญาตรี ค่าร้อยละของอาจารย์ประจาหลักสูตรท่ีดารงตาแหน่งผู้ช่วยศาสตราจารย์ รองศาสตราจารย์ และศาสตราจารยร์ วมกนั ทก่ี าหนดให้เปน็ คะแนนเต็ม 5 = ร้อยละ 60 ข้ึนไป หลกั สูตรระดับปริญญาโท ค่าร้อยละของอาจารย์ประจาหลักสูตรท่ีดารงตาแหน่งผู้ช่วยศาสตราจารย์ รองศาสตราจารย์ และศาสตราจารย์รวมกันทก่ี าหนดให้เปน็ คะแนนเต็ม 5 = รอ้ ยละ 80 ขึน้ ไป คมู่ อื การประกนั คุณภาพการศึกษาภายใน ระดบั อุดมศึกษา ฉบบั ปกี ารศึกษา 2557
59 หลกั สูตรระดบั ปริญญาเอก ค่าร้อยละของอาจารย์ประจาหลักสูตรท่ีดารงตาแหน่งผู้ช่วยศาสตราจารย์ รองศาสตราจารย์ และศาสตราจารยร์ วมกนั ที่กาหนดใหเ้ ป็นคะแนนเตม็ 5 = ร้อยละ 100สตู รการคานวณ1. คานวณคา่ ร้อยละของอาจารยป์ ระจาหลักสตู รทด่ี ารงตาแหนง่ ทางวชิ าการ ตามสตู รจานวนอาจารย์ประจาหลักสตู รทีด่ ารงตาแหน่งทางวชิ าการ X 100 จานวนอาจารยป์ ระจาหลกั สตู รทง้ั หมด2. แปลงคา่ ร้อยละทค่ี านวณไดใ้ นขอ้ 1 เทยี บกับคะแนนเต็ม 5คะแนนทไ่ี ด้ = รอ้ ยละของอาจารย์ประจาหลักสตู รที่ดารงตาแหน่งทางวชิ าการ รอ้ ยละของอาจารย์ประจาหลกั สตู รท่ดี ารงตาแหน่งทางวิชาการที่กาหนดใหเ้ ปน็ คะแนนเต็ม 5 X 5ผลงานทางวิชาการของอาจารยป์ ระจาหลกั สูตร ผลงานทางวิชาการเป็นข้อมูลที่สาคัญในการแสดงให้เห็นว่าอาจารย์ประจาได้สร้างสรรค์ข้ึนเพ่ือแสดงให้เห็นถึงความก้าวหน้าทางวิชาการและการพัฒนาองค์ความรู้อย่างต่อเนื่อง เป็นผลงานท่ีมีคุณค่า สมควรส่งเสริมให้มกี ารเผยแพร่และนาไปใชป้ ระโยชน์ท้ังเชิงวิชาการและการแข่งขันของประเทศ ผลงานทางวิชาการอยู่ในรูปของบทความวิจัยหรือบทความวิชาการที่ตีพิมพ์ในรายงานสืบเน่ืองจากการประชุมวิชาการระดับชาติ หรือระดับนานาชาติ ตีพิมพ์ในวารสารวิชาการระดับชาติหรือระดับนานาชาติ ผลงานได้รับการจดอนุสิทธิบัตรหรือสิทธิบัตรหรือเป็นผลงานวิชาการรับใช้สังคมที่ผ่านการประเมินตาแหน่งทางวิชาการแล้ว ผลงานวิจัยที่หน่วยงานหรือองค์การระดับชาติว่าจ้างให้ดาเนินการ ตาราหรือหนังสือท่ีใช้ในการขอผลงานทางวิชาการและผ่านการพิจารณาตามเกณฑก์ ารขอตาแหน่งทางวชิ าการแล้ว รวมทง้ั งานสร้างสรรคต์ า่ งๆ โดยมวี ธิ กี ารคดิ ดงั นี้เกณฑก์ ารประเมนิ หลกั สูตรระดบั ปริญญาตรี คา่ ร้อยละของผลรวมถ่วงน้าหนักของผลงานทางวิชาการของอาจารย์ประจาหลักสูตรที่กาหนดให้เป็นคะแนนเต็ม 5 = รอ้ ยละ 20 ขึ้นไป หลกั สตู รระดบั ปริญญาโท คา่ รอ้ ยละของผลรวมถ่วงน้าหนักของผลงานทางวิชาการของอาจารย์ประจาหลักสูตรที่กาหนดให้เปน็ คะแนนเตม็ 5 = ร้อยละ 40 ขึ้นไป คมู่ อื การประกันคุณภาพการศึกษาภายใน ระดับอดุ มศึกษา ฉบับปกี ารศึกษา 2557
60 หลกั สูตรระดับปรญิ ญาเอก ค่าร้อยละของผลรวมถ่วงน้าหนักของผลงานทางวิชาการของอาจารย์ประจาหลักสูตรท่ีกาหนดให้เปน็ คะแนนเตม็ 5 = ร้อยละ 60 ขน้ึ ไปสูตรการคานวณ1. คานวณคา่ รอ้ ยละของผลรวมถ่วงน้าหนกั ของผลงานทางวชิ าการของอาจารยป์ ระจาหลักสตู ร ตามสตู ร ผลรวมถว่ งน้าหนักของผลงานทางวชิ าการของอาจารยป์ ระจาหลักสตู ร X 100 จานวนอาจารยป์ ระจาหลักสตู รท้ังหมด2. แปลงค่ารอ้ ยละทีค่ านวณได้ในขอ้ 1 เทียบกบั คะแนนเต็ม 5คะแนนที่ได้ = ร้อยละของผลรวมถว่ งนา้ หนกั ของผลงานทางวชิ าการของอาจารยป์ ระจาหลักสตู ร X5 รอ้ ยละของผลรวมถว่ งน้าหนักของผลงานทางวชิ าการของอาจารย์ประจาหลักสตู รทก่ี าหนดให้เป็นคะแนนเต็ม 5 คูม่ อื การประกนั คุณภาพการศึกษาภายใน ระดับอุดมศึกษา ฉบบั ปีการศึกษา 2557
61กาหนดระดับคุณภาพผลงานทางวิชาการ ดังนี้คา่ นา้ หนกั ระดับคณุ ภาพ0.20 - บทความวิจยั หรอื บทความวชิ าการฉบับสมบรู ณท์ ่ีตีพมิ พ์ในรายงานสืบเนือ่ งจากการประชมุ วิชาการระดับชาติ0.40 - บทความวิจยั หรอื บทความวิชาการฉบับสมบูรณ์ท่ตี ีพมิ พใ์ นรายงานสบื เนือ่ งจากการประชุม วิชาการระดับนานาชาติ หรือในวารสารทางวิชาการระดบั ชาตทิ ไ่ี ม่อย่ใู นฐานข้อมูล ตาม ประกาศ ก.พ.อ. หรือระเบยี บคณะกรรมการการอุดมศกึ ษาว่าด้วย หลักเกณฑ์การพจิ ารณา วารสารทางวิชาการสาหรบั การเผยแพร่ผลงานทางวชิ าการ พ.ศ.2556 แตส่ ถาบันนาเสนอ สภาสถาบันอนุมัตแิ ละจัดทาเป็นประกาศใหท้ ราบเป็นการท่ัวไป และแจ้งให้ กพอ./กกอ. ทราบภายใน 30 วนั นบั แต่วนั ท่ีออกประกาศ - ผลงานทไี่ ดร้ ับการจดอนุสทิ ธิบตั ร0.60 - บทความวจิ ัยหรือบทความวชิ าการท่ตี ีพมิ พใ์ นวารสารวิชาการท่ปี รากฏในฐานข้อมูล TCI กลมุ่ ท่ี 20.80 - บทความวจิ ยั หรือบทความวชิ าการทต่ี ีพมิ พ์ในวารสารวิชาการระดบั นานาชาตทิ ี่ไม่อย่ใู น ฐานข้อมลู ตามประกาศ ก.พ.อ. หรอื ระเบยี บคณะกรรมการการอุดมศกึ ษาวา่ ด้วย หลักเกณฑก์ ารพิจารณาวารสารทางวชิ าการสาหรบั การเผยแพร่ผลงานทางวชิ าการ พ.ศ.2556 แตส่ ถาบันนาเสนอสภาสถาบันอนุมัติและจดั ทาเป็นประกาศให้ทราบเปน็ การ ทว่ั ไป และแจ้งให้ กพอ./กกอ.ทราบภายใน 30 วนั นบั แต่วนั ที่ออกประกาศ (ซง่ึ ไม่อย่ใู น Beall’s list) หรอื ตีพิมพ์ในวารสารวชิ าการทปี่ รากฏในฐานข้อมูล TCI กลุ่มที่ 11.00 - บทความวจิ ยั หรือบทความวิชาการทต่ี ีพิมพใ์ นวารสารวิชาการระดบั นานาชาติท่ปี รากฏใน ฐานข้อมูลระดับนานาชาตติ ามประกาศ ก.พ.อ. หรือระเบียบคณะกรรมการการอดุ มศกึ ษา วา่ ดว้ ย หลกั เกณฑ์การพิจารณาวารสารทางวชิ าการสาหรับการเผยแพร่ผลงานทางวิชาการ พ.ศ.2556 - ผลงานไดร้ บั การจดสทิ ธิบตั ร - ผลงานวิชาการรับใชส้ งั คมท่ีได้รบั การประเมินผ่านเกณฑก์ ารขอตาแหน่งทางวชิ าการแลว้ - ผลงานวจิ ัยทหี่ นว่ ยงานหรือองค์กรระดบั ชาตวิ า่ จา้ งใหด้ าเนินการ - ผลงานคน้ พบพนั ธ์พุ ชื พันธ์สุ ัตว์ ทค่ี ้นพบใหม่และไดร้ บั การจดทะเบยี น - ตาราหรอื หนังสือหรืองานแปลทไ่ี ดร้ บั การประเมินผา่ นเกณฑ์การขอตาแหน่งทางวิชาการแลว้ - ตาราหรือหนงั สือหรืองานแปลทผ่ี ่านการพจิ ารณาตามหลักเกณฑ์การประเมินตาแหนง่ ทาง วิชาการ แต่ไม่ได้นามาขอรับการประเมินตาแหนง่ ทางวชิ าการ การส่งบทความเพื่อพิจารณาคัดเลือกให้นาเสนอในการประชุมวิชาการต้องส่งเป็นฉบับสมบูรณ์ (Full Paper) และเม่ือได้รับการตอบรบั และตพี มิ พแ์ ลว้ การตพี ิมพ์ต้องตพี มิ พ์เปน็ ฉบับสมบูรณซ์ ่งึ สามารถอย่ใู นรูปแบบเอกสาร หรอื สือ่ อเิ ล็กทรอนกิ สไ์ ด้ คมู่ อื การประกันคุณภาพการศึกษาภายใน ระดบั อดุ มศึกษา ฉบับปกี ารศึกษา 2557
62กาหนดระดบั คณุ ภาพงานสร้างสรรค์ ดังน้ีคา่ นา้ หนัก ระดับคุณภาพ0.20 งานสร้างสรรคท์ ่มี ีการเผยแพร่สู่สาธารณะในลกั ษณะใดลักษณะหนึ่ง หรือผา่ นสอ่ื อิเลก็ ทรอนิกส์ online0.40 งานสรา้ งสรรค์ที่ไดร้ บั การเผยแพรใ่ นระดับสถาบนั0.60 งานสรา้ งสรรค์ทีไ่ ดร้ ับการเผยแพร่ในระดบั ชาติ0.80 งานสรา้ งสรรค์ท่ีได้รับการเผยแพร่ในระดับความรว่ มมอื ระหว่างประเทศ1.00 งานสร้างสรรค์ท่ีได้รบั การเผยแพรใ่ นระดบั ภูมิภาคอาเซียน/นานาชาติผลงานสร้างสรรค์ทุกช้ินต้องผ่านการพิจารณาจากคณะกรรมการที่มีองค์ประกอบไม่น้อยกว่า 3 คน โดยมีบคุ คลภายนอกสถาบนั รว่ มพิจารณาด้วยจานวนบทความของอาจารย์ประจาหลักสูตรปริญญาเอกที่ได้รับการอ้างอิงในฐานข้อมูล TCI และ Scopusตอ่ จานวนอาจารย์ประจาหลักสตู ร หลักสูตรในระดับปริญญาเอกถือได้ว่าเป็นหลักสูตรสูงสุดของสถาบันการศึกษา เป็นหลักสูตรที่สาคัญและเน้นการสร้างองค์ความรู้ใหม่เพ่ือเป็นประโยชน์ต่อการพัฒนาประเทศ ดังนั้น อาจารย์ประจาหลักสูตรระดบั ปริญญาเอกจงึ มีความสาคัญอยา่ งมากต่อหลกั สตู รน้ันๆ บทความวิจัยและบทความทางวิชาการหรือ Review Article ของอาจารย์ประจาหลักสูตรปริญญาเอกท่ีได้รับการอ้างอิง ย่อมแสดงให้เห็นว่าอาจารย์ประจาหลักสูตรปริญญาเอกมีความสามารถในการทาวิจัย มีผลงานท่ีได้รับการตีพิมพ์ในวารสารระดับชาติหรือนานาชาติในฐานข้อมูล TCI และ Scopus และบทความท่ีตีพิมพ์ได้รับการอ้างอิง แสดงให้เห็นว่ามีการนาไปใช้ประโยชน์และเป็นฐานในการพัฒนางานวิจัยใหม่ๆให้มีความก้าวหน้ามากข้ึนจานวนบทความของอาจารย์ประจาหลักสูตรที่ได้รับการอ้างอิงมากย่อมแสดงให้เห็นว่าอาจารย์ประจาหลักสูตรเป็นผู้ที่มีผลงานและได้รบั การยอมรับในวงวิชาการนัน้ ๆ การคานวณตัวบ่งช้ีนี้ ให้เปรียบเทียบจานวนบทความท่ีได้รับการอ้างอิง ต้ังแต่หนึ่งคร้ังข้ึนไปรวมทั้งการอ้างองิ ตนเอง ที่เป็นผลงานของอาจารยป์ ระจาหลกั สตู ร ทตี่ พี มิ พใ์ นวารสารวิชาการระดับชาติ หรือระดับนานาชาติ ต่ออาจารย์ประจาหลักสูตรปริญญาเอกนั้น โดยนาเสนอในรูปสัดส่วน ท้ังน้ี พิจารณาผลการดาเนินงาน 5 ปียอ้ นหลังตามปปี ฏิทิน ซง่ึ นบั รวมปีทปี่ ระเมินเกณฑก์ ารประเมนิ กลมุ่ สาขาวชิ าวิทยาศาสตรแ์ ละเทคโนโลยี อัตราส่วน จานวนบทความที่ได้รับการอ้างอิงต่อจานวนอาจารย์ประจาหลักสูตรท่ีกาหนดให้เป็นคะแนนเตม็ 5 = 2.5 ข้ึนไป คมู่ อื การประกันคุณภาพการศึกษาภายใน ระดบั อุดมศึกษา ฉบับปีการศึกษา 2557
63 กลุ่มสาขาวิชาวิทยาศาสตรส์ ุขภาพ อัตราส่วน จานวนบทความที่ได้รับการอ้างอิงต่อจานวนอาจารย์ประจาหลักสูตรท่ีกาหนดให้เป็นคะแนนเต็ม 5 = 3.0 ขนึ้ ไป กลุ่มสาขาวิชามนุษยศาสตร์และสังคมศาสตร์ อัตราส่วน จานวนบทความท่ีได้รับการอ้างอิงต่อจานวนอาจารย์ประจาหลักสูตรที่กาหนดให้เป็นคะแนนเต็ม 5 = 0.25 ข้นึ ไปสูตรการคานวณ จานวนบทความท่ีไดร้ บั การอา้ งองิ1. อตั ราสว่ นจานวนบทความทีไ่ ด้รับการอ้างอิงตอ่ จานวนอาจารยป์ ระจาหลักสตู ร = จานวนอาจารยป์ ระจาหลักสูตร2. แปลงคา่ ที่คานวณได้ในขอ้ 1 เทยี บกบั คะแนนเตม็ 5คะแนนที่ได้ = อัตราสว่ นจานวนบทความที่ได้รับการอา้ งองิ ตอ่ จานวนอาจารย์ประจาหลักสตู ร X5 อตั ราสว่ นจานวนบทความทไี่ ด้รบั การอ้างอิงตอ่ จานวนอาจารยป์ ระจาหลักสูตรทกี่ าหนดให้เป็นคะแนนเตม็ 5ตวั อย่างการหาอัตราสว่ นจานวนบทความทไ่ี ด้รับการอา้ งอิงต่อจานวนอาจารยป์ ระจาหลักสตู ร ถ้าอาจารย์ประจาหลักสูตรระดับปริญญาเอกของหลักสูตรหน่ึงในกลุ่มสาขาวิชาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีมีจานวน 5 คน โดยอาจารย์ท้ัง 5 คนมีผลงานตีพิมพ์บทความวิจัยหรือ Review article ในฐานข้อมูลTCI และ Scopus ในปี พ.ศ. 2553-2557 (ค.ศ. 2010-2014) ซ่ึงดาเนินการประเมินคุณภาพการศึกษาภายใน ของหลกั สูตรใน พ.ศ. 2557 (ประเมนิ ในปี ค.ศ. 2014) เป็นดงั น้ี - จานวนบทความที่ตีพิมพ์ของอาจารย์ ทัง้ 5 คนในฐานข้อมูล Scopus ระหวา่ ง ค.ศ. 2010-2014 เทา่ กบั 15 บทความ และจานวนบทความท่ตี ีพมิ พใ์ นฐานข้อมลู ของ TCI เท่ากับ 5 บทความ - ในจานวนนม้ี บี ทความ 8 บทความในฐานข้อมูล Scopus ทไี่ ด้รับการอ้างองิ อยา่ งน้อย 1 ครัง้ และมบี ทความ 2 บทความที่ตพี มิ พใ์ นฐานข้อมลู TCI ได้รบั การอา้ งอิงอยา่ งน้อย 1ครั้งดังนนั้ อตั ราส่วนจานวนบทความทีไ่ ดร้ ับการอ้างอิงตอ่ จานวนอาจารย์ประจาหลกั สตู ร =จานวนบทความท่ีไดร้ ับการอ้างอิงอยา่ งน้อย 1 ครัง้ = 8+2 = 10 = 2.0 จานวนอาจารย์ประจาหลักสูตรท้ังหมด 5 5นามาคานวณคะแนน = 2.0 X 5 = 4.0 คะแนน 2.5 ค่มู อื การประกนั คุณภาพการศึกษาภายใน ระดับอดุ มศึกษา ฉบับปกี ารศึกษา 2557
64ตวั บง่ ชท้ี ี่ 4.3 ผลทีเ่ กิดกับอาจารย์ชนิดของตัวบง่ ชี้ ผลลพั ธ์คาอธบิ ายตัวบ่งช้ี ผลการประกันคุณภาพ ต้องนาไปสู่การมีอัตรากาลงั อาจารย์ท่ีมีจานวนเหมาะสมกับจานวนนักศึกษาท่รี ับเขา้ ในหลักสตู ร อัตราคงอยขู่ องอาจารยส์ ูง และอาจารยม์ คี วามพึงพอใจต่อการบรหิ ารหลักสตู ร ในการรายงานการดาเนินงานตามตัวบ่งชี้น้ี ให้อธิบายกระบวนการหรือแสดงผลการดาเนินงานในประเด็นต่อไปน้ี - การคงอยขู่ องอาจารย์ - ความพึงพอใจของอาจารย์เกณฑก์ ารประเมนิ 2 3 4 5 01 มีการรายงาน มกี ารรายงานผล มกี ารรายงานผล มกี ารรายงานผล ผลการดาเนนิ งาน การดาเนินงาน การดาเนินงาน การดาเนินงานไม่มกี ารรายงาน มีการรายงาน ครบทกุ เรอ่ื งตาม ครบทกุ เรอ่ื งตาม ครบทกุ เรื่องตาม ครบทุกเรอ่ื งตาม ผลการดาเนนิ งาน ผลการดาเนนิ งาน คาอธบิ ายในตัวบ่งชี้ คาอธิบายในตัวบ่งช้ี คาอธิบายในตัวบ่งชี้ คาอธบิ ายในตัวบง่ ชี้ ในบางเร่อื ง มีแนวโนม้ ผล มแี นวโน้มผล มีแนวโนม้ ผล การดาเนินงานที่ดี การดาเนินงานท่ีดี การดาเนินงานทีด่ ี ขึน้ ในบางเร่ือง ข้นึ ในทกุ เรือ่ ง ข้นึ ในทุกเร่ือง มีผลการดาเนนิ งานที่ โดดเดน่ เทียบเคยี งกบั หลักสตู รนน้ั ในสถาบัน กลุ่มเดียวกัน โดยมี หลักฐานเชิงประจกั ษ์ ยนื ยัน และกรรมการ ผ้ตู รวจประเมนิ สามารถ ให้เหตุผลอธิบายวา่ เปน็ ผลการดาเนนิ งานที่ โดดเด่นอยา่ งแทจ้ ริง คมู่ ือการประกนั คุณภาพการศึกษาภายใน ระดับอุดมศึกษา ฉบบั ปีการศึกษา 2557
65องค์ประกอบที่ 5 หลกั สูตร การเรียนการสอน การประเมนิ ผู้เรยี น แม้ทุกหลักสูตรที่สถาบันการศึกษาเปิดสอนต้องผ่านการรับรองจากสานักงานคณะกรรมการการอุดมศึกษา และมีการปรับปรุงทุก 5 ปี แต่ผู้บริหารต้องรับผิดชอบในการควบคุมกากับการบริหารจัดการหลักสูตรให้มีประสิทธิภาพและประสิทธิผลอย่างต่อเนื่อง คณะกรรมการบริหารหลักสูตรควรมีบทบาทหน้าท่ีในการบริหารจัดการ 3 ด้านท่ีสาคัญ คือ (1) สาระของรายวิชาในหลักสูตร (2) การวางระบบผู้สอนและกระบวนการเรียนการสอน (3) การประเมินผู้เรียน ระบบประกันคุณภาพในการดาเนินการหลักสูตร ประกอบด้วย หลักสูตรการเรียนการสอน และการประเมินผู้เรียน เพ่ือให้สอดคล้องกับกรอบมาตรฐานคุณวุฒิตามที่สานักงานคณะกรรมการการอุดมศึกษากาหนด ตัวบ่งชีใ้ นการประเมินตอ้ งใหค้ วามสาคัญกับการกาหนดรายวิชาท่ีมีเน้ือหาที่ทันสมัย ก้าวทันความกา้ วหน้าทางวทิ ยาการทีเ่ ปลีย่ นแปลงตลอดเวลา รวมท้งั การวางระบบผู้สอนและอาจารย์ท่ีปรึกษา ซึ่งต้องเป็นบุคคลท่ีมีความรู้ ความเชี่ยวชาญ ประสบการณ์ และมีคุณสมบัติเหมาะสมในการพัฒนานักศึกษาให้เต็มศักยภาพจดั กจิ กรรมการเรียนการสอน ท่เี นน้ นักศกึ ษาเปน็ สาคญั และส่งเสรมิ ทักษะการเรียนรู้ในศตวรรษที่ 21 การประกันคุณภาพหลักสูตรในองคป์ ระกอบนี้พิจารณาไดจ้ ากตวั บง่ ช้ดี ังต่อไปน้ี ตัวบ่งชี้ท่ี 5.1 สาระของรายวิชาในหลกั สตู ร ตวั บ่งชที้ ี่ 5.2 การวางระบบผสู้ อนและกระบวนการจัดการเรียนการสอน ตัวบง่ ชี้ท่ี 5.3 การประเมนิ ผู้เรยี น ตวั บง่ ชีท้ ี่ 5.4 ผลการดาเนินงานหลักสูตรตามกรอบมาตรฐานคุณวุฒริ ะดับอุดมศกึ ษาแห่งชาติ คูม่ อื การประกันคุณภาพการศึกษาภายใน ระดับอุดมศึกษา ฉบบั ปีการศึกษา 2557
66ตวั บ่งชี้ที่ 5.1 สาระของรายวิชาในหลักสูตรชนิดของตัวบ่งชี้ กระบวนการคาอธิบายตัวบง่ ชี้ แม้ทุกหลักสูตรที่สถาบันการศึกษาเปิดให้บริการต้องผ่านการรับทราบจากสานักงานคณะกรรมการการอุดมศึกษา และมีการปรับปรุงทุก 5 ปี แต่ผู้รับผิดชอบหลักสูตรต้องมีการออกแบบหลักสูตร ควบคุมกากับการจัดทารายวิชาต่างๆ ให้มีเนื้อหาที่ทันสมัย ก้าวทันความก้าวหน้าทางวิทยาการท่ีเปลี่ยนแปลงตลอดเวลา มีการบริหารจดั การการเปดิ รายวิชาตา่ ง ๆ ทง้ั วิชาบงั คบั และวชิ าเลือกที่เน้นนักศึกษาเป็นสาคัญ โดยสนองความต้องการของนักศกึ ษา และตลาดแรงงาน สาหรับหลกั สูตรระดบั บัณฑิตศึกษาต้องเน้นการพัฒนาทักษะด้านการวิจัยและการเรียนรู้ดว้ ยตนเอง ในการรายงานการดาเนินงานตามตัวบ่งช้ีนี้ ให้อธิบายกระบวนการหรือแสดงผลการดาเนินงานอยา่ งนอ้ ยใหค้ รอบคลุมประเด็นต่อไปนี้ - การออกแบบหลักสูตรและสาระรายวชิ าในหลักสตู ร - การปรบั ปรุงหลักสตู รใหท้ ันสมัยตามความกา้ วหน้าในศาสตร์สาขานัน้ ๆ ในการประเมินเพื่อให้ทราบว่าอยู่ในระดับคะแนนใด ให้พิจารณาในภาพรวมของผลการดาเนินงานท้ังหมด ท่ีทาให้หลักสูตรมีความทันสมัย สอดคล้องกับความต้องการของตลาดแรงงานและความต้องการของประเทศเกณฑ์การประเมิน 0 1 2 3 4 5ไมม่ รี ะบบ มรี ะบบ มกี ลไก มรี ะบบ มีกลไก มีระบบ มีกลไก มรี ะบบ มกี ลไก มีระบบ มีกลไกไมม่ กี ลไก ไม่มกี ารนาระบบ มีการนาระบบ มีการนาระบบ มีการนาระบบ มีการนาระบบกลไกไปสู่ กลไกไปสู่ กลไกไปสู่ กลไกไปสู่ กลไกไปสู่ การปฏิบัต/ิ ดาเนินงานไมม่ แี นวคิด การปฎบิ ัติ/ การปฏิบตั ิ/ การปฏิบัต/ิ การปฏบิ ัต/ิ ในการกากบั ดาเนินงาน ดาเนินงาน ดาเนินงาน ดาเนินงาน มกี ารประเมินกระบวนการ ติดตามและ ปรบั ปรุง มกี ารประเมิน มกี ารประเมิน มกี ารประเมนิ มีการปรบั ปรุง/พัฒนา กระบวนการ กระบวนการ กระบวนการ กระบวนการจากผลการไมม่ ขี อ้ มูล ประเมิน หลกั ฐาน ไม่มีการปรับปรงุ / มกี ารปรบั ปรงุ / มกี ารปรับปรุง/ พัฒนากระบวนการ พัฒนากระบวนการ พฒั นากระบวนการ มีผลจากการปรบั ปรุง จากผลการประเมนิ จากผลการประเมิน เหน็ ชัดเจนเป็นรูปธรรม มผี ลจากการ มแี นวทางปฏบิ ัติท่ีดี โดยมี ปรับปรุงเห็นชดั เจน หลกั ฐานเชงิ ประจักษ์ เป็นรูปธรรม ยนื ยนั และกรรมการ ผู้ตรวจประเมินสามารถให้ เหตผุ ลอธิบายการเป็นแนว ปฏิบัติทด่ี ีได้ชัดเจน คู่มือการประกันคุณภาพการศึกษาภายใน ระดบั อุดมศึกษา ฉบับปีการศึกษา 2557
67ตัวบง่ ช้ที ี่ 5.2 การวางระบบผ้สู อนและกระบวนการจดั การเรยี นการสอนชนิดของตวั บ่งชี้ กระบวนการคาอธบิ ายตวั บง่ ชี้ หลักสูตรต้องให้ความสาคัญกับการวางระบบผู้สอนในแต่ละรายวิชา โดยคานึงถึงความรู้ความสามารถและความเชี่ยวชาญในวิชาที่สอน และเป็นความรู้ที่ทันสมัยของอาจารย์ที่มอบหมายให้สอนในวิชานั้นๆเพ่ือให้นักศึกษาได้รับความรู้ประสบการณ์ และได้รับการพัฒนาความสามารถจากผู้รู้จริง สาหรับหลักสูตรระดับบัณฑิตศึกษา ต้องให้ความสาคัญกับการกาหนดหัวข้อวิทยานิพนธ์ การกาหนดอาจารย์ท่ีปรึกษาวิทยานิพนธ์ การค้นคว้าอสิ ระที่เหมาะสมกบั หวั ขอ้ วทิ ยานพิ นธ์ การค้นคว้าอิสระ และลักษณะของนักศึกษา ให้นักศึกษาได้รับโอกาสและการพัฒนาตนเองเต็มตามศักยภาพ อาจารย์ท่ีปรึกษาวิทยานิพนธ์ การค้นคว้าอิสระต้องสามารถให้คาปรึกษาวิทยานิพนธ์การค้นคว้าอิสระต้ังแต่กระบวนการพัฒนาหัวข้อจนถึงการทาวิทยานิพนธ์ การค้นคว้าอิสระ การสอบปอ้ งกัน และการเผยแพร่ผลงานวิจยั จนสาเร็จการศกึ ษา กระบวนการเรียนการสอนสาหรับยุคศตวรรษที่ 21 ต้องเน้นการพัฒนานักศึกษาให้มีความรู้ตามโครงสรา้ งหลักสตู รท่ีกาหนด และได้รับการพัฒนาตามกรอบมาตรฐานคุณวุฒิ คุณธรรมจริยธรรม ทักษะการเรียนรู้ในศตวรรษที่ 21 โดยเฉพาะทักษะการเรียนรู้ด้วยตนเอง ทักษะทางภาษาไทยและภาษาต่างประเทศ ทักษะการทางานแบบมีส่วนร่วม ความสามารถในการใช้เทคโนโลยี ความสามารถในการดูแลสุขภาพ ฯลฯ การเรียนการสอนสมัยใหม่ต้องใช้ส่ือเทคโนโลยี และทาให้นักศึกษาเรียนรู้ได้ตลอดเวลาและในสถานที่ใดก็ได้ ผู้สอนมีหน้าที่เป็นผู้อานวยความสะดวกให้เกิดการเรียนรู้ และสนับสนุนการเรียนรู้ สาหรับหลักสูตรระดับบัณฑิตศึกษา เทคนิคการสอนจะเน้นการวิจยั เป็นฐาน การเรียนแบบใชป้ ัญหาเปน็ ฐาน เปน็ ตน้ ในการรายงานการดาเนินงานตามตัวบ่งชี้น้ี ให้อธิบายกระบวนการหรือแสดงผลการดาเนินงานในอยา่ งนอ้ ยให้ครอบคลมุ ประเดน็ ต่อไปน้ี - การกาหนดผู้สอน - การกากับ ติดตาม และตรวจสอบการจดั ทาแผนการเรียนรู้ (มคอ.3 และ มคอ.4) การจดั การเรียนการสอน - การจดั การเรียนการสอนในระดบั ปรญิ ญาตรีทม่ี ีการบูรณาการกับการวิจยั การบรกิ ารวิชาการทางสังคม และการทานบุ ารุงศลิ ปะและวฒั นธรรม - การควบคุมหวั ขอ้ วทิ ยานพิ นธแ์ ละการคน้ คว้าอสิ ระในระดับบัณฑิตศึกษา ให้สอดคล้องกับ สาขาวิชาและความก้าวหนา้ ของศาสตร์ - การแตง่ ตั้งอาจารยท์ ่ีปรึกษาวิทยานิพนธ์และการค้นคว้าอิสระในระดับบัณฑิตศึกษา ท่ีมีความ เช่ียวชาญสอดคล้องหรอื สมั พันธ์กับหัวขอ้ วิทยานิพนธ์ - การชว่ ยเหลือ กากับ ติดตามในการทาวทิ ยานิพนธ์และการค้นควา้ อิสระ และการตพี ิมพ์ ผลงานในระดบั บณั ฑติ ศึกษา คมู่ อื การประกนั คุณภาพการศึกษาภายใน ระดบั อดุ มศึกษา ฉบบั ปีการศึกษา 2557
68 ในการประเมินเพ่ือให้ทราบว่าอยู่ในระดับคะแนนใด ให้พิจารณาในภาพรวมของผลการดาเนินงานท้ังหมด ท่ีทาให้กระบวนการจัดการเรียนการสอนตอบสนองความแตกต่างของผู้เรียน การจัดการเรียนการสอนทเ่ี น้นผ้เู รยี นเปน็ สาคัญ ก่อให้เกดิ ผลการเรียนรบู้ รรลุตามเปา้ หมายเกณฑ์การประเมนิ 0 1 2 3 4 5ไมม่ รี ะบบ มรี ะบบ มกี ลไก มีระบบ มีกลไก มรี ะบบ มีกลไก มีระบบ มีกลไก มรี ะบบ มกี ลไก ไม่มีกลไก ไม่มกี ารนาระบบ มีการนาระบบ มกี ารนาระบบ มีการนาระบบ มีการนาระบบกลไกไปสู่ กลไกไปสู่ กลไกไปสู่ กลไกไปสู่ กลไกไปสู่ การปฏบิ ัติ/ดาเนินงานไมม่ แี นวคิด การปฎบิ ตั ิ/ การปฏิบัติ/ การปฏบิ ตั /ิ การปฏิบตั /ิ ในการกากับ ดาเนินงาน ดาเนินงาน ดาเนินงาน ดาเนินงาน มีการประเมินกระบวนการ ติดตามและ ปรับปรงุ มีการประเมนิ มีการประเมนิ มกี ารประเมิน มกี ารปรบั ปรงุ /พฒั นา กระบวนการ กระบวนการ กระบวนการ กระบวนการจากผลการไม่มขี อ้ มูล ประเมนิ หลักฐาน ไม่มีการปรับปรุง/ มีการปรับปรงุ / มกี ารปรับปรงุ / พฒั นากระบวนการ พฒั นากระบวนการ พัฒนากระบวนการ มีผลจากการปรบั ปรงุ จากผลการประเมนิ จากผลการประเมิน เห็นชดั เจนเปน็ รูปธรรม มีผลจากการ มแี นวทางปฏบิ ัติท่ีดี โดยมี ปรับปรุงเห็นชดั เจน หลกั ฐานเชิงประจกั ษ์ เป็นรปู ธรรม ยืนยนั และกรรมการ ผตู้ รวจประเมินสามารถให้ เหตุผลอธิบายการเปน็ แนว ปฏิบัติทดี่ ีไดช้ ดั เจน คูม่ อื การประกนั คุณภาพการศึกษาภายใน ระดบั อดุ มศึกษา ฉบับปีการศึกษา 2557
69ตวั บ่งช้ีท่ี 5.3 การประเมินผ้เู รียนชนดิ ของตวั บ่งชี้ กระบวนการคาอธบิ ายตวั บ่งชี้ การประเมินนักศึกษามีจุดมุ่งหมาย 3 ประการ คือ การประเมินผลนักศึกษาเพื่อให้ข้อมูลสารสนเทศที่เป็นประโยชน์ต่อการปรับปรุงการเรียนการสอนของผู้สอน และนาไปสู่การพัฒนาการเรียนรู้ของนักศึกษา (assessment for learning) การประเมินท่ีทาให้นักศึกษาสามารถประเมินตนเองเป็น และมีการนาผลการประเมินไปใช้ในการพัฒนาวิธีการเรียนของตนเองใหม่ จนเกิดการเรียนรู้ (assessment as learning) และการประเมินผลการเรียนรู้ของนักศึกษาท่ีแสดงผลลัพธ์การเรียนรู้ท่ีคาดหวังของหลักสูตร (assessment oflearning) การประเมินส่วนใหญ่จะใช้เพื่อจุดมุ่งหมายประการหลัง คือ เน้นการได้ข้อมูลเก่ียวกับสัมฤทธิผลการเรียนรู้ของนักศึกษา การจัดการเรียนการสอนจึงควรส่งเสริมให้มีการประเมินเพ่ือจุดมุ่งหมายสองประการแรกด้วยท้ังนี้ ความเหมาะสมของระบบประเมินต้องให้ความสาคัญกับการกาหนดเกณฑ์การประเมิน วิธีการประเมินเคร่ืองมือประเมินท่ีมีคุณภาพ และวิธีการให้เกรดท่ีสะท้อนผลการเรียนรู้ได้อย่างเหมาะสม มีการกากับให้มีการประเมินตามสภาพจริง (authentic assessment) มีการใช้วิธีการประเมินท่ีหลากหลาย ให้ผลการประเมินที่สะท้อนความสามารถในการปฏิบัติงานในโลกแห่งความเป็นจริง (real world) และมีวิธีการให้ข้อมูลป้อนกลับ(feedback) ท่ีทาให้นักศึกษาสามารถแก้ไขจุดอ่อนหรือเสริมจุดแข็งของตนเองได้ ให้ผลการประเมินที่สะท้อนระดับความสามารถท่ีแท้จริงของนักศึกษา สาหรับหลักสูตรระดับบัณฑิตศึกษา ต้องให้ความสาคัญกับการวางระบบประเมนิ วิทยานพิ นธ์ การค้นควา้ อิสระที่มคี ณุ ภาพดว้ ย ในการรายงานการดาเนินงานตามตัวบ่งชี้น้ี ให้อธิบายกระบวนการหรือแสดงผลการดาเนินงานอยา่ งนอ้ ยใหค้ รอบคลมุ ประเด็นต่อไปนี้ - การประเมนิ ผลการเรียนรู้ตามกรอบมาตรฐานคุณวฒุ ิระดับอดุ มศึกษาแห่งชาติ - การตรวจสอบการประเมนิ ผลการเรียนรขู้ องนกั ศึกษา - การกากบั การประเมินการจัดการเรียนการสอนและประเมินหลักสูตร (มคอ.5 มคอ.6 และ มคอ.7) - การประเมินวิทยานิพนธแ์ ละการคน้ ควา้ อสิ ระในระดับบัณฑิตศึกษา ในการประเมินเพื่อให้ทราบว่าอยู่ในระดับคะแนนใด ให้พิจารณาในภาพรวมของผลการดาเนินงานท้ังหมดท่ีสะท้อนสภาพจริงด้วยวิธีการหรือเคร่ืองมือประเมินที่เชื่อถือได้ ให้ข้อมูลที่ช่วยให้ผู้สอนและผู้เรยี นมีแนวทางในการปรบั ปรงุ พฒั นาการเรียนการสอนตอ่ ไป คมู่ อื การประกันคุณภาพการศึกษาภายใน ระดบั อดุ มศึกษา ฉบับปกี ารศึกษา 2557
70เกณฑ์การประเมนิ 0 1 2 3 4 5ไม่มรี ะบบ มีระบบ มกี ลไก มีระบบ มกี ลไก มีระบบ มกี ลไก มีระบบ มกี ลไก มีระบบ มีกลไกไมม่ กี ลไก ไมม่ กี ารนาระบบ มีการนาระบบ มีการนาระบบ มีการนาระบบ มีการนาระบบกลไกไปสู่ กลไกไปสู่ กลไกไปสู่ กลไกไปสู่ กลไกไปสู่ การปฏบิ ัติ/ดาเนินงานไม่มแี นวคิด การปฎบิ ตั /ิ การปฏบิ ัติ/ การปฏิบัติ/ การปฏิบตั /ิ ในการกากบั ดาเนินงาน ดาเนินงาน ดาเนินงาน ดาเนินงาน มกี ารประเมนิ กระบวนการ ตดิ ตามและ ปรบั ปรุง มกี ารประเมนิ มีการประเมิน มีการประเมนิ มกี ารปรับปรุง/พัฒนา กระบวนการ กระบวนการ กระบวนการ กระบวนการจากผลการไม่มขี ้อมูล ประเมนิ หลกั ฐาน ไม่มกี ารปรับปรงุ / มกี ารปรับปรงุ / มกี ารปรบั ปรุง/ พัฒนากระบวนการ พฒั นากระบวนการ พัฒนากระบวนการ มผี ลจากการปรบั ปรุง จากผลการประเมิน จากผลการประเมนิ เหน็ ชดั เจนเปน็ รูปธรรม มีผลจากการ มแี นวทางปฏิบัตทิ ่ีดี โดยมี ปรับปรุงเห็นชดั เจน หลกั ฐานเชงิ ประจักษ์ เป็นรปู ธรรม ยืนยัน และกรรมการ ผตู้ รวจประเมนิ สามารถให้ เหตผุ ลอธิบายการเป็นแนว ปฏบิ ตั ิท่ดี ีไดช้ ดั เจน คู่มือการประกันคุณภาพการศึกษาภายใน ระดบั อุดมศึกษา ฉบับปกี ารศึกษา 2557
71ตัวบ่งชท้ี ี่ 5.4 ผลการดาเนนิ งานหลกั สตู รตามกรอบมาตรฐานคุณวฒุ ริ ะดับอุดมศกึ ษาแห่งชาติชนิดของตวั บ่งชี้ ผลลัพธ์คาอธิบายตัวบง่ ช้ี ผลการดาเนนิ งานของหลักสูตร หมายถึง ร้อยละของผลการดาเนินงานตามตัวบ่งช้ีการดาเนินงานตามกรอบมาตรฐานคุณวุฒิระดับอุดมศึกษาที่ปรากฏในหลักสูตร (มคอ.2) หมวดที่ 7 ข้อ 7 ที่หลักสูตรแต่ละหลักสูตรดาเนินงานได้ในแต่ละปีการศึกษา อาจารย์ประจาหลักสูตรจะเป็นผู้รายงานผลการดาเนินงานประจาปีในแบบรายงานผลการดาเนนิ การของหลกั สตู ร (มคอ.7)เกณฑก์ ารประเมนิมกี ารดาเนนิ งานนอ้ ยกว่ารอ้ ยละ 80 ของตัวบง่ ชี้ผลการดาเนนิ งานท่ีระบุไวใ้ นแต่ละปี มคี า่ คะแนนเท่ากับ 0มีการดาเนินงานรอ้ ยละ 80 ของตัวบ่งชผี้ ลการดาเนนิ งานท่รี ะบไุ ว้ในแตล่ ะปี มคี ่าคะแนนเท่ากับ 3.50มกี ารดาเนินงานรอ้ ยละ 80.01-89.99 ของตัวบง่ ชผี้ ลการดาเนินงานทร่ี ะบไุ วใ้ นแต่ละปี มีค่าคะแนนเท่ากับ 4.00มกี ารดาเนินงานรอ้ ยละ 90.00-94.99 ของตัวบง่ ชีผ้ ลการดาเนนิ งานทร่ี ะบุไว้ในแตล่ ะปี มคี ่าคะแนนเทา่ กับ 4.50มกี ารดาเนนิ งานรอ้ ยละ 95.00-99.99 ของตัวบง่ ชผี้ ลการดาเนินงานท่ีระบุไว้ในแต่ละปี มีคา่ คะแนนเท่ากบั 4.75มีการดาเนนิ งานร้อยละ 100 ของตัวบ่งชผ้ี ลการดาเนินงานทรี่ ะบุไวใ้ นแตล่ ะปี มคี ่าคะแนนเท่ากับ 5 ค่มู ือการประกนั คุณภาพการศึกษาภายใน ระดับอุดมศึกษา ฉบับปกี ารศึกษา 2557
72องค์ประกอบท่ี 6 สิ่งสนับสนุนการเรียนรู้ ในการดาเนินการบริหารหลักสูตร จะต้องมีปัจจัยท่ีสาคัญอีกประการหนึ่งคือ ส่ิงสนับสนุนการเรียนรู้ ซึ่งประกอบด้วย ความพร้อมทางกายภาพ ความพร้อมด้านอุปกรณ์ ความพร้อมด้านเทคโนโลยี ความพร้อมด้านการให้บริการ เช่น ห้องเรียน ห้องปฏิบัติการ ห้องทาวิจัย อุปกรณ์การเรียนการสอน ห้องสมุด การบริการเทคโนโลยีสารสนเทศ คอมพิวเตอร์ Wifi และอื่นๆ รวมทั้งการบารุงรักษาที่ส่งเสริมสนับสนุนให้นักศึกษาสามารถเรยี นรไู้ ดอ้ ยา่ งมีประสทิ ธิภาพ ประสทิ ธผิ ล ตามมาตรฐานผลการเรียนรูท้ ีก่ าหนดตามกรอบมาตรฐานคุณวุฒิระดับอดุ มศึกษาแห่งชาติ โดยพิจารณารว่ มกบั ผลการประเมนิ ความพึงพอใจของนักศกึ ษาและอาจารย์ องค์ประกอบดา้ นส่งิ สนบั สนุนการเรียนรูจ้ ะพจิ ารณาได้จาก ตัวบง่ ชี้ 6.1 ส่งิ สนบั สนนุ การเรยี นรู้ คมู่ ือการประกันคุณภาพการศึกษาภายใน ระดับอดุ มศึกษา ฉบับปีการศึกษา 2557
73ตัวบง่ ชที้ ี่ 6.1 สง่ิ สนับสนนุ การเรยี นรู้ชนิดของตวั บ่งชี้ กระบวนการคาอธิบายตัวบ่งช้ี ความพร้อมของส่ิงสนับสนุนการเรียนการสอนมีหลายประการ ได้แก่ ความพร้อมทางกายภาพเช่น ห้องเรียน ห้องปฏิบัติการ ที่พักของนักศึกษา ฯลฯ และความพร้อมของอุปกรณ์ เทคโนโลยี และสิ่งอานวยความสะดวกหรือทรัพยากรที่เอ้ือต่อการเรียนรู้ เช่น อุปกรณ์การเรียนการสอน ห้องสมุด หนังสือ ตารา สิ่งพิมพ์วารสาร ฐานข้อมูลเพ่ือการสืบค้น แหล่งเรียนรู้ ส่ืออิเล็คทรอนิกส์ ฯลฯ ส่ิงสนับสนุนเหล่าน้ีต้องมีปริมาณเพียงพอและมีคุณภาพพร้อมใช้งาน ทันสมัยโดยพิจารณาการดาเนินการปรับปรุงพัฒนาจากผลการประเมินความพึงพอใจของนักศึกษาและอาจารย์ ในการรายงานการดาเนินงานตามตัวบ่งช้ีน้ี ให้อธิบายกระบวนการหรือแสดงผลการดาเนินงานอย่างนอ้ ยให้ครอบคลมุ ประเด็นตอ่ ไปน้ี - ระบบการดาเนินงานของภาควิชา/คณะ/สถาบนั โดยมสี ่วนร่วมของอาจารย์ประจาหลักสูตร เพื่อใหม้ ีสงิ่ สนบั สนนุ การเรียนรู้ - จานวนส่ิงสนับสนนุ การเรยี นรู้ทเี่ พียงพอและเหมาะสมต่อการจดั การเรียนการสอน - กระบวนการปรับปรุงตามผลการประเมินความพึงพอใจของนักศึกษาและอาจารย์ต่อ สงิ่ สนบั สนุนการเรียนรู้ ในการประเมินเพ่ือให้ทราบว่าอยู่ในระดับคะแนนใด ให้พิจารณาในภาพรวมของผลการดาเนินงานท้ังหมดที่สะท้อนการจัดเตรียมส่ิงสนับสนุนการเรียนรู้ที่จาเป็นต่อการเรียนการสอน และส่งผลให้ผูเ้ รยี นสามารถเรยี นรไู้ ดอ้ ยา่ งมปี ระสิทธิผลเกณฑ์การประเมิน 0 1 2 3 4 5 ไม่มีระบบ มีระบบ มีกลไก มีระบบ มกี ลไก มรี ะบบ มีกลไก มีระบบ มกี ลไก มีระบบ มกี ลไกไมม่ ีกลไก ไมม่ กี ารนาระบบ มกี ารนาระบบ มกี ารนาระบบ มกี ารนาระบบ มกี ารนาระบบกลไกไปสู่ กลไกไปสู่ กลไกไปสู่ กลไกไปสู่ กลไกไปสู่ การปฏบิ ตั /ิ ดาเนินงาน ไม่มีแนวคิด การปฎบิ ตั /ิ การปฏบิ ัติ/ การปฏิบตั /ิ การปฏบิ ตั ิ/ ในการกากบั ดาเนินงาน ดาเนินงาน ดาเนินงาน ดาเนินงาน มีการประเมนิ กระบวนการ ตดิ ตามและ ปรับปรงุ มกี ารประเมนิ มีการประเมิน มีการประเมิน มีการปรบั ปรุง/พัฒนา กระบวนการ กระบวนการ กระบวนการ กระบวนการจากผลการ ไม่มีข้อมูล ประเมิน หลักฐาน ไมม่ กี ารปรับปรงุ / มกี ารปรบั ปรงุ / มีการปรับปรุง/ พฒั นากระบวนการ พัฒนากระบวนการ พฒั นากระบวนการ มีผลจากการปรบั ปรงุ จากผลการประเมิน จากผลการประเมนิ เห็นชดั เจนเป็นรูปธรรม มผี ลจากการ มแี นวทางปฏบิ ัตทิ ี่ดี โดยมี ปรบั ปรุงเห็นชดั เจน หลักฐานเชงิ ประจักษ์ เปน็ รูปธรรม ยืนยนั และกรรมการ ผู้ตรวจประเมนิ สามารถให้ เหตผุ ลอธิบายการเปน็ แนว ปฏิบตั ิท่ดี ีไดช้ ัดเจน คู่มือการประกนั คุณภาพการศึกษาภายใน ระดับอุดมศึกษา ฉบับปีการศึกษา 2557
บทท่ี 5 ระบบการประกันคณุ ภาพการศึกษาภายใน ระดบั คณะระดับคณะ ประกอบด้วย ผลการดาเนนิ งานระดบั หลกั สตู ร และเพ่ิมเติมตัวบง่ ช้ีทดี่ าเนินการในระดับคณะจานวนรวม 13 ตวั บง่ ช้ี ดังน้ีองคป์ ระกอบในการ ตัวบง่ ชี้ เกณฑพ์ ิจารณาประกนั คุณภาพคณะ1. การผลติ บณั ฑติ 1.1 ผลการบรหิ ารจัดการหลักสตู รโดยรวม ค่าเฉล่ียของระดับคณุ ภาพของทกุ หลักสตู รท่ีคณะรบั ผดิ ชอบ 1.2 อาจารย์ประจาคณะท่ีมีคุณวฒุ ปิ รญิ ญาเอก รอ้ ยละของอาจารย์ประจาคณะที่มี คณุ วุฒปิ รญิ ญาเอก 1.3 อาจารยป์ ระจาคณะทดี่ ารงตาแหน่งทางวชิ าการ ร้อยละของอาจารย์ประจาคณะท่ี ดารงตาแหนง่ ทางวชิ าการ 1.4 จานวนนกั ศกึ ษาเต็มเวลาเทียบเท่าต่อจานวนอาจารย์ สัดส่วนจานวนนกั ศึกษาเต็มเวลา ประจา เทียบเท่าต่อจานวนอาจารย์ประจา 1.5 การบรกิ ารนักศึกษาระดับปรญิ ญาตรี เกณฑ์มาตรฐาน 6 ข้อ 1.6 กิจกรรมนกั ศึกษาระดับปริญญาตรี เกณฑ์มาตรฐาน 6 ข้อ2. การวิจัย 2.1 ระบบและกลไกการบริหารและพัฒนางานวิจยั หรอื เกณฑ์มาตรฐาน 6 ข้อ งานสรา้ งสรรค์ 2.2 เงินสนบั สนุนงานวิจัยและงานสร้างสรรค์ เงินสนับสนุนงานวิจยั และงาน สร้างสรรคท์ ้งั ภายในและภายนอกต่อ จานวนอาจารยป์ ระจาและนกั วจิ ยั 2.3 ผลงานทางวิชาการของอาจารยป์ ระจาและนกั วิจยั ผลงานทางวชิ าการทุกประเภทต่อ อาจารยป์ ระจาและนักวิจยั3. การบริการวชิ าการ 3.1 การบริการวชิ าการแก่สงั คม เกณฑ์มาตรฐาน 6 ข้อ4. การทานบุ ารงุ ศิลปะ 4.1 ระบบและกลไกการทานุบารงุ ศลิ ปะและวฒั นธรรม เกณฑ์มาตรฐาน 7 ข้อและวัฒนธรรม5. การบริหารจัดการ 5.1 การบริหารของคณะเพือ่ การกากบั ติดตามผลลพั ธ์ตาม เกณฑ์มาตรฐาน 7 ข้อ พนั ธกจิ กลุ่มสถาบนั และเอกลักษณข์ องคณะ 5.2 ระบบกากบั การประกันคุณภาพหลกั สูตร เกณฑ์มาตรฐาน 6 ขอ้ คู่มอื การประกนั คณุ ภาพการศึกษาภายใน ระดบั อดุ มศึกษา ฉบบั ปกี ารศึกษา 2557
- 75 -องค์ประกอบที่ 1 การผลติ บณั ฑติ พันธกิจท่ีสาคัญที่สุดของสถาบันอุดมศึกษา คือ การผลิตบัณฑิต หรือการจัดกิจกรรมการเรียนการสอนให้ผู้เรียนมีความรู้ในวิชาการและวิชาชีพ มีคุณลักษณะตามหลักสูตรที่กาหนด การเรียนการสอนในยุคปัจจุบันใช้หลักการของการจัดกระบวนการเรียนรู้ที่เน้นผู้เรียนเป็นสาคัญ ดังน้ัน พันธกิจดังกล่าวจึงเกี่ยวข้องกับการบริหารจัดการหลักสูตรและการเรียนการสอน เริ่มต้ังแต่การกาหนดปัจจัยนาเข้าท่ีได้มาตรฐานตามที่กาหนด ประกอบด้วยการมอี าจารย์ท่ีมีปริมาณและคุณภาพตามมาตรฐานหลักสูตร มีกระบวนการบริหารจัดการการเรียนการสอนท่ีอาศัยหลกั การร่วมมอื รวมพลังของทุกฝา่ ยทีเ่ กี่ยวข้องทง้ั ภายในและภายนอกสถาบนัตวั บ่งช้ี จานวน 6 ตัวบ่งชี้ คอื ตวั บ่งชี้ที่ 1.1 ผลการบริหารจดั การหลกั สตู รโดยรวม ตัวบ่งชที้ ี่ 1.2 อาจารยป์ ระจาคณะท่มี ีคุณวฒุ ิปริญญาเอก ตัวบง่ ชท้ี ี่ 1.3 อาจารย์ประจาคณะทดี่ ารงตาแหนง่ ทางวชิ าการ ตวั บ่งชีท้ ่ี 1.4 จานวนนกั ศกึ ษาเตม็ เวลาเทียบเท่าต่อจานวนอาจารยป์ ระจา ตัวบ่งชที้ ่ี 1.5 การบรกิ ารนกั ศกึ ษาระดับปริญญาตรี ตวั บ่งช้ีที่ 1.6 กิจกรรมนักศึกษาระดับปรญิ ญาตรี คู่มอื การประกันคณุ ภาพการศึกษาภายใน ระดบั อุดมศกึ ษา ฉบบั ปีการศกึ ษา 2557
- 76 -ตวั บง่ ช้ที ี่ 1.1 ผลการบริหารจัดการหลกั สตู รโดยรวมชนดิ ของตัวบง่ ชี้ ผลลัพธ์คาอธบิ ายตวั บ่งช้ี ผลการดาเนินการของทุกหลักสูตรในคณะ ซึ่งสามารถสะท้อนคุณภาพของบัณฑิตในหลักสูตรท่ีคณะรบั ผิดชอบเกณฑก์ ารประเมิน ค่าเฉล่ยี ของคะแนนประเมนิ ทกุ หลกั สูตรที่คณะรบั ผิดชอบสตู รการคานวณ ผลรวมของคา่ คะแนนประเมนิ ของทุกหลักสูตรคะแนนที่ได้ = จานวนหลักสูตรทัง้ หมดทค่ี ณะรับผดิ ชอบหมายเหตุ : หลักสูตรที่ได้รับการรับรองโดยระบบอื่นๆ ตามที่คณะกรรมการประกันคุณภาพภายในระดับอุดมศึกษาเห็นชอบ ไม่ต้องนาคะแนนการประเมินของหลักสูตรน้ันมาคานวณในตัวบ่งช้ีนี้ แต่ต้องรายงานผลการรับรอง ตามระบบน้นั ๆ ในตวั บ่งชี้นี้ให้ครบถ้วน คมู่ ือการประกันคุณภาพการศกึ ษาภายใน ระดับอุดมศกึ ษา ฉบบั ปกี ารศึกษา 2557
- 77 -ตัวบ่งชท้ี ่ี 1.2 อาจารย์ประจาคณะทมี่ ีคุณวุฒิปริญญาเอกชนดิ ของตวั บ่งช้ี ปัจจัยนาเข้าคาอธบิ ายตัวบง่ ช้ี การศึกษาระดับอุดมศึกษาถือเป็นการศึกษาระดับสูงสุดท่ีต้องการบุคลากรที่มีความรู้ความ สามารถและความลุ่มลึกทางวิชาการ เพ่ือปฏิบัติพันธกิจสาคัญของสถาบันในการผลิตบัณฑิต ศึ กษาวิจัยเพ่ือติดตามความกา้ วหน้าทางวิชาการและการพัฒนาองค์ความรู้ ดังนั้นคณะจึงควรมีอาจารย์ท่ีมีระดับคุณวุฒิทางการศึกษาท่ีตรงหรือสัมพันธ์กบั หลกั สตู รท่เี ปิดสอนในสัดส่วนที่เหมาะสมกับพนั ธกิจ หรอื จดุ เน้นของหลักสตู รเกณฑ์การประเมิน โดยการแปลงค่าร้อยละของอาจารย์ประจาคณะที่มคี ุณวุฒิปรญิ ญาเอกเป็นคะแนนระหว่าง 0 – 51. เกณฑ์เฉพาะสถาบนั กลุ่ม ข และ ค2 คา่ ร้อยละของอาจารย์ประจาคณะทีม่ ีคุณวุฒิปรญิ ญาเอกที่กาหนดให้เปน็ คะแนนเต็ม 5 = ร้อยละ 40ขน้ึ ไป2. เกณฑเ์ ฉพาะสถาบันกลุ่ม ค1 และ ง คา่ ร้อยละของอาจารย์ประจาคณะทม่ี ีคุณวุฒิปริญญาเอกท่ีกาหนดให้เป็นคะแนนเต็ม 5 = รอ้ ยละ 80ขน้ึ ไปสูตรการคานวณ1. คานวณค่ารอ้ ยละของอาจารยป์ ระจาคณะที่มีคุณวฒุ ิปริญญาเอก ตามสตู ร จานวนอาจารย์ประจาคณะที่มคี ณุ วฒุ ิปริญญาเอก X 100 จานวนอาจารย์ประจาคณะทัง้ หมด2. แปลงค่ารอ้ ยละท่ีคานวณไดใ้ นขอ้ 1 เทียบกบั คะแนนเต็ม 5คะแนนท่ีได้ = รอ้ ยละของอาจารย์ประจาคณะท่ีมีคุณวฒุ ปิ รญิ ญาเอก X5 รอ้ ยละของอาจารยป์ ระจาคณะที่มคี ุณวุฒิปริญญาเอกที่กาหนดให้เปน็ คะแนนเตม็ 5 คู่มอื การประกนั คณุ ภาพการศึกษาภายใน ระดบั อดุ มศกึ ษา ฉบบั ปีการศึกษา 2557
- 78 -หมายเหตุ : 1. คุณวุฒิปริญญาเอกพิจารณาจากระดับคุณวุฒิที่ได้รับหรือเทียบเท่าตามหลักเกณฑ์การพิจารณาคุณวุฒิของกระทรวงศึกษาธิการ กรณีที่มีการปรับวุฒิการศึกษาให้มีหลักฐานการสาเร็จการศึกษาภายในรอบปีการศึกษานั้นทั้งน้ี อาจใช้คุณวุฒิอื่นเทียบเท่าคุณวุฒิปริญญาเอกได้สาหรับกรณีที่บางสาขาวิชาชีพมีคุณวุฒิอ่ืนที่เหมาะสมกว่าทง้ั น้ตี อ้ งได้รบั ความเหน็ ชอบจากคณะกรรมการการอดุ มศึกษา 2. การนับจานวนอาจารยป์ ระจา ใหน้ บั ตามปกี ารศกึ ษาและนับทง้ั ทป่ี ฏิบัติงานจริงและลาศึกษาต่อ ในกรณีทมี่ ีอาจารย์บรรจใุ หมใ่ ห้คานวณตามเกณฑ์อาจารย์ประจาที่ระบุในคาชี้แจงเก่ียวกับการนับจานวนอาจารย์ประจาและนกั วจิ ยั คู่มอื การประกันคณุ ภาพการศึกษาภายใน ระดบั อดุ มศกึ ษา ฉบบั ปกี ารศึกษา 2557
- 79 -ตัวบง่ ชท้ี ่ี 1.3 อาจารย์ประจาคณะทดี่ ารงตาแหนง่ ทางวชิ าการชนิดของตัวบ่งชี้ ปัจจัยนาเขา้คาอธบิ ายตวั บ่งชี้ สถาบันอุดมศึกษาถือเป็นขุมปัญญาของประเทศ และมีความรับผิดชอบที่จะต้องส่งเสริมให้อาจารย์ในสถาบันทาการศกึ ษาวิจัยเพ่ือแสวงหาและพัฒนาองค์ความรู้ในศาสตร์สาขาวิชาต่างๆ อย่างต่อเน่ือง เพ่ือนาไปใช้ในการเรียนการสอน รวมทงั้ การแกไ้ ขปัญหาและพัฒนาประเทศ การดารงตาแหน่งทางวิชาการเป็นสิ่งสะท้อนการปฏิบัติงานดงั กลา่ วของอาจารย์ตามพันธกิจเกณฑก์ ารประเมนิ โดยการแปลงค่าร้อยละของอาจารย์ประจาคณะท่ีดารงตาแหน่งทางวิชาการเป็นคะแนนระหว่าง 0 – 51. เกณฑเ์ ฉพาะสถาบันกลุ่ม ข และ ค2 ค่าร้อยละของอาจารย์ประจาคณะท่ีดารงตาแหน่งผู้ช่วยศาสตราจารย์ รองศาสตราจารย์ และศาสตราจารย์รวมกัน ที่กาหนดใหเ้ ปน็ คะแนนเต็ม 5 = รอ้ ยละ 60 ขึ้นไป2. เกณฑ์เฉพาะสถาบันกลุ่ม ค1 และ ง ค่าร้อยละของอาจารย์ประจาคณะท่ีดารงตาแหน่งผู้ช่วยศาสตราจารย์ รองศาสตราจารย์ แ ละศาสตราจารยร์ วมกัน ทกี่ าหนดใหเ้ ปน็ คะแนนเตม็ 5 = ร้อยละ 80 ขน้ึ ไปสตู รการคานวณ1. คานวณคา่ รอ้ ยละของอาจารยป์ ระจาคณะทีด่ ารงตาแหน่งทางวชิ าการ ตามสตู ร จานวนอาจารย์ประจาคณะทด่ี ารงตาแหนง่ ทางวิชาการ X 100 จานวนอาจารยป์ ระจาคณะทง้ั หมด2. แปลงคา่ รอ้ ยละท่ีคานวณไดใ้ นข้อ 1 เทยี บกบั คะแนนเต็ม 5คะแนนท่ีได้ = รอ้ ยละของอาจารย์ประจาคณะท่ีดารงตาแหน่งทางวิชาการ X5 รอ้ ยละของอาจารยป์ ระจาคณะทด่ี ารงตาแหนง่ ทางวิชาการท่กี าหนดให้เป็นคะแนนเตม็ 5 คู่มอื การประกนั คณุ ภาพการศึกษาภายใน ระดบั อุดมศกึ ษา ฉบบั ปีการศึกษา 2557
- 80 -ตัวบง่ ชท้ี ี่ 1.4 จานวนนกั ศึกษาเตม็ เวลาเทียบเทา่ ต่อจานวนอาจารยป์ ระจาชนดิ ของตวั บง่ ช้ี ปจั จยั นาเข้าคาอธิบายตวั บง่ ช้ี ปัจจัยสาคัญประการหน่ึงสาหรับการจัดการการศึกษาระดับอุดมศึกษา คือสัดส่วนของนักศึกษาต่ออาจารย์ ที่จะต้องสอดคล้องกับศาสตร์ในแต่ละสาขาวิชาและลักษณะการเรียนการสอน รวมทั้งมีความเช่ือมโยงไปสู่การวางแผนต่างๆ เช่น การวางแผนอัตรากาลัง ภาระงานอาจารย์ เป้าหมายการผลิตบัณฑิต ดังน้ัน สถาบันจึงควรมีจานวนนักศึกษาเตม็ เวลาเทยี บเทา่ ต่อจานวนอาจารยป์ ระจาทีป่ ฏบิ ัติงานจริงในสัดส่วนทีเ่ หมาะสมกับสาขาวิชาเกณฑ์การประเมิน คานวณหาค่าความแตกต่างระหว่างจานวนนักศึกษาเต็มเวลาต่ออาจารย์ประจากับเกณฑ์มาตรฐานและนามาเทียบกับค่าความต่างทั้งด้านสูงกว่าหรือต่ากว่าท่ีกาหนดเป็นคะแนน 0 และ 5 คะแนน และใช้การเทียบบัญญัติไตรยางศ์ดังนี้ คา่ ความแตกตา่ งท้ังดา้ นสูงกวา่ หรือต่ากวา่ เกณฑ์มาตรฐานไมเ่ กนิ ร้อยละ 10 กาหนดเปน็ คะแนน 5 ค่าความแตกตา่ งท้ังดา้ นสงู กวา่ หรอื ตา่ กว่าเกณฑม์ าตรฐานต้ังแต่รอ้ ยละ 20 กาหนดเป็นคะแนน 0 ค่าความแตกต่างทั้งด้านสูงกว่าหรือต่ากว่าเกณฑ์มาตรฐานตั้งแต่ร้อยละ 10.01 และไม่เกินร้อยละ 20ให้นามาเทยี บบญั ญตั ิไตรยางศต์ ามสตู รเพือ่ เป็นคะแนนของหลักสตู รน้นั ๆสตู รการคานวณจานวนนกั ศกึ ษาเตม็ เวลาเทียบเทา่ 1. คานวณคา่ หนว่ ยกิตนักศึกษา (Student Credit Hours : SCH) ซ่ึงก็คือผลรวมของผลคูณระหวา่ งจานวน นักศกึ ษาที่ลงทะเบียนเรียนกับจานวนหน่วยกิตแตล่ ะรายวิชาทเี่ ปิดสอนทุกรายวิชาตลอดปกี ารศึกษา รวบรวมหลงั จากนักศึกษาลงทะเบียนแล้วเสรจ็ (หมดกาหนดเวลาการเพมิ่ – ถอน) โดยมสี ตู รการคานวณ ดงั น้ี SCH = ∑nici เม่อื ni = จานวนนักศึกษาทีล่ งทะเบียนในวชิ าที่ i ci = จานวนหน่วยกิตของวิชาท่ี i 2. คานวณค่า FTES โดยใช้สตู รคานวณดงั น้ีจานวนนักศกึ ษาเต็มเวลาเทยี บเท่าต่อปี (FTES) = Student Credit Hours (SCH) ท้งั ปี จานวนหนว่ ยกิตต่อปกี ารศึกษาตามเกณฑ์มาตรฐานการลงทะเบียนในระดับปรญิ ญาน้นั ๆ คูม่ อื การประกันคุณภาพการศึกษาภายใน ระดบั อุดมศกึ ษา ฉบบั ปีการศึกษา 2557
- 81 -การปรบั จานวนในระหว่างปรญิ ญาตรีและบัณฑติ ศึกษาใหม้ ีการปรับคา่ จานวนนักศึกษาเต็มเวลาเทยี บเทา่ ในระดบับัณฑิตศึกษาให้เปน็ ระดับปริญญาตรี เพื่อนามารวมคานวณหาสัดส่วนจานวนนกั ศึกษาเต็มเวลาต่ออาจารยป์ ระจา นักศกึ ษาเตม็ เวลาในหน่วยนบั ปริญญาตรี1. กล่มุ สาขาวชิ าวิทยาศาสตร์สขุ ภาพ = FTES ระดบั ปริญญาตรี + FTES ระดับบัณฑิตศึกษา2. กลุ่มสาขาวิชาวิทยาศาสตร์กายภาพ = FTES ระดบั ปริญญาตรี + (2 x FTES ระดับบณั ฑติ ศึกษา)3. กลุม่ สาขาวชิ ามนษุ ยศาสตรแ์ ละสงั คมศาสตร์ = FTES ระดบั ปริญญาตรี + (1.8 x FTES ระดบั บณั ฑิตศึกษา)สดั สว่ นจานวนนักศกึ ษาเตม็ เวลาตอ่ อาจารยป์ ระจาแยกตามกล่มุ สาขา สัดส่วนจานวนนักศึกษา เต็มเวลาตอ่ อาจารย์ประจา กลุม่ สาขา 8:1 1. วทิ ยาศาสตร์สุขภาพ 20:1 2. วิทยาศาสตร์กายภาพ 20:1 3. วศิ วกรรมศาสตร์ 8:1 4. สถาปตั ยกรรมศาสตร์และการผังเมือง 20:1 5. เกษตร ป่าไม้และประมง 25:1 6. บริหารธรุ กิจ พาณชิ ยศาสตร์ บัญชี การจัดการ การทอ่ งเที่ยว เศรษฐศาสตร์ 50:1 7. นติ ิศาสตร์ 30:1 8. ครศุ าสตร์/ศึกษาศาสตร์ 8:1 9. ศิลปกรรมศาสตร์ วจิ ติ รศลิ ปแ์ ละประยุกต์ศิลป์ 25:1 10. สงั คมศาสตร/์ มนุษยศาสตร์สตู รการคานวณ1) คานวณหาค่าความแตกตา่ งจากเกณฑ์มาตรฐานและนามาคิดเป็นค่ารอ้ ยละ ตามสตู รสดั สว่ นจานวนนกั ศกึ ษาเตม็ เวลาตอ่ จานวนอาจารย์ประจาท่ีเปน็ จริง - สดั ส่วนจานวนนกั ศึกษาเตม็ เวลาตอ่ จานวนอาจารย์ประจาตามเกณฑ์มาตรฐาน X100 สดั สว่ นจานวนนกั ศึกษาเตม็ เวลาต่อจานวนอาจารยป์ ระจาตามเกณฑ์มาตรฐาน2) นาคา่ ร้อยละจากข้อ 1 มาคานวณคะแนนดังน้ี 2.1) ค่าร้อยละนอ้ ยกวา่ หรือเท่ากบั ร้อยละ 10 คดิ เป็น 5 คะแนน 2.2) คา่ ร้อยละมากกวา่ หรอื เทา่ กบั ร้อยละ 20 คดิ เป็น 0 คะแนน 2.3) คา่ รอ้ ยละมากกวา่ ร้อยละ 10 แตน่ ้อยกวา่ ร้อยละ 20 ใหน้ ามาคดิ คะแนนดงั นี้คะแนนที่ได้ = (20 – ค่าร้อยละท่ีคานวณได้จากขอ้ 1) x 5 10 คูม่ อื การประกันคณุ ภาพการศึกษาภายใน ระดบั อดุ มศึกษา ฉบบั ปีการศึกษา 2557
- 82 -ตวั อยา่ งการคานวณจานวนนักศึกษาเต็มเวลาเทยี บเท่าตอ่ ปี (FTES) ตอ่ จานวนอาจารย์ประจาของหลกั สูตรหนง่ึ ทางดา้ นสงั คมศาสตร์/มนุษยศาสตร์ = 24คา่ ความแตกตา่ งจากเกณฑ์มาตรฐาน = 24 - 25 X 100 = รอ้ ยละ -4 ได้คะแนน 5 คะแนน 25จานวนนักศึกษาเตม็ เวลาเทียบเทา่ ตอ่ ปี (FTES) ต่อจานวนอาจารย์ประจาของหลกั สูตรหนึ่งทางด้านสังคมศาสตร์/มนุษยศาสตร์ = 32คา่ ความแตกตา่ งจากเกณฑม์ าตรฐาน = 32 - 25 X 100 = ร้อยละ28 ไดค้ ะแนน 0 คะแนน 25จานวนนักศึกษาเตม็ เวลาเทียบเท่าตอ่ ปี (FTES) ตอ่ จานวนอาจารย์ประจาของหลกั สูตรหน่ึงทางดา้ นสังคมศาสตร์/มนุษยศาสตร์ = 28คา่ ความแตกต่างจากเกณฑม์ าตรฐาน = 28 - 25 X 100 = ร้อยละ 12 25แปลงค่าความแตกต่างเป็นคะแนน เท่ากบั 20 – 12 =8 ได้คะแนน = 8 x 5 = 4 คะแนน 10 คมู่ ือการประกันคุณภาพการศึกษาภายใน ระดับอุดมศึกษา ฉบบั ปกี ารศกึ ษา 2557
- 83 -ตัวบง่ ชที้ ี่ 1.5 การบรกิ ารนักศกึ ษาระดบั ปรญิ ญาตรีชนดิ ของตวั บง่ ชี้ กระบวนการคาอธิบายตวั บ่งช้ี คณะควรจัดบริการด้านต่างๆ ให้นักศึกษาและศิษย์เก่าในกิจกรรมที่เป็นประโยชน์กับนักศึกษาเพอื่ การดารงชีวิตอย่างมีความสุขและคุ้มค่าในระหว่างการใช้ชีวิตในคณะ ตั้งแต่การให้คาปรึกษา ทั้งด้านวิชาการและการใชช้ วี ติ จัดบรกิ ารขอ้ มลู หนว่ ยงานท่ใี ห้บรกิ าร เช่น ทุนกู้ยมื การศกึ ษา แหล่งทุนการศึกษาต่อ การบริการจัดหางานแหล่งข้อมูลการฝึกประสบการณ์วิชาชีพ การเตรียมความพร้อมเพื่อการทางานเมื่อสาเร็จการศึกษา ข้อมูลข่าวสารความเคล่อื นไหวในและนอกสถาบนั ทจ่ี าเป็นแก่นักศึกษาและศิษย์เก่า โดยการให้บริการทั้งหมดต้องให้ความสาคัญกับการบริการทมี่ ีคณุ ภาพและเกดิ ประโยชน์แกผ่ รู้ บั บริการอย่างแท้จริงเกณฑม์ าตรฐาน 1. จดั บรกิ ารใหค้ าปรึกษาทางวชิ าการ และการใชช้ ีวิตแก่นกั ศึกษาในคณะ 2. มีการใหข้ ้อมูลของหนว่ ยงานทีใ่ หบ้ รกิ าร กจิ กรรมพิเศษนอกหลกั สตู ร แหล่งงานท้งั เตม็ เวลาและ นอกเวลาแก่นักศึกษา 3. จดั กิจกรรมเตรียมความพรอ้ มเพ่อื การทางานเมื่อสาเร็จการศึกษาแก่นักศึกษา 4. ประเมินคุณภาพของการจัดกิจกรรมและการจดั บริการในข้อ 1-3 ทุกข้อไม่ต่ากวา่ 3.51 จาก คะแนนเต็ม 5 5. นาผลการประเมนิ จากข้อ 4 มาปรับปรงุ พฒั นาการใหบ้ ริการและการให้ขอ้ มูล เพ่ือสง่ ให้ผล การประเมินสูงขึ้นหรอื เปน็ ไปตามความคาดหวังของนกั ศึกษา 6. ให้ขอ้ มูลและความร้ทู เี่ ป็นประโยชนใ์ นการประกอบอาชพี แกศ่ ิษย์เก่าเกณฑ์การประเมนิ คะแนน 2 คะแนน 3 คะแนน 4 คะแนน 5 คะแนน 1 มีการดาเนนิ การ มกี ารดาเนินการ มกี ารดาเนนิ การ มีการดาเนนิ การ มกี ารดาเนนิ การ 2 ข้อ 3 - 4 ขอ้ 5 ขอ้ 6 ข้อ 1 ข้อ คู่มอื การประกันคุณภาพการศกึ ษาภายใน ระดับอดุ มศึกษา ฉบบั ปกี ารศกึ ษา 2557
- 84 -ตวั บง่ ชีท้ ี่ 1.6 กิจกรรมนักศกึ ษาระดับปรญิ ญาตรีชนิดของตัวบง่ ช้ี กระบวนการคาอธบิ ายตวั บ่งช้ี คณะต้องส่งเสริมใหม้ กี ารจัดกิจกรรมนักศึกษาต่างๆ อย่างเหมาะสมและครบถ้วน กิจกรรมนักศึกษาหมายถึงกิจกรรมเสริมหลักสูตรท่ีดาเนินการทั้งโดยคณะและโดยองค์กรนักศึกษา เป็นกิจกรรมท่ีผู้เข้าร่วมจะมีโอกาสได้รับการพัฒนาสติปัญญา สังคม อารมณ์ ร่างกาย และคุณธรรมจริยธรรม โดยสอดคล้องกับคุณลักษณะบัณฑิตที่พึงประสงค์ ที่ประกอบด้วยมาตรฐานผลการเรียนรู้ตามกรอบมาตรฐานคุณวุฒิแห่งชาติ 5 ประการ ได้แก่ (1) คุณธรรมจริยธรรม (2) ความรู้ (3) ทักษะทางปัญญา (4) ทักษะความสัมพันธ์ระหว่างบุคคลและความรับผิดชอบ (5) ทักษะการวิเคราะห์เชิงตัวเลข การสื่อสารและการใช้เทคโนโลยีสารสนเทศ และคุณลักษณะของบัณฑิตท่ีพึงประสงค์ท่ี คณะ สถาบัน และสภา/องค์กรวิชาชีพได้กาหนดเพ่ิมเติม ตลอดจนสอดคล้องกับความต้องการของผู้ใช้บัณฑิต และนาหลัก PDSA / PDCA (Plan, Do, Study/Check, Act) ไปใช้ในชีวิตประจาวันเป็นการพัฒนาคุณภาพนักศึกษาอยา่ งย่ังยนืเกณฑม์ าตรฐาน 1. จัดทาแผนการจดั กิจกรรมพัฒนานักศึกษาในภาพรวมของคณะโดยให้นักศึกษามีส่วนร่วมในการจัดทา แผนและการจดั กิจกรรม 2. ในแผนการจัดกิจกรรมพัฒนานักศึกษา ให้ดาเนินกิจกรรมท่ีส่งเสริมคุณลักษณะบัณฑิตตาม มาตรฐานผลการเรียนรู้ตามกรอบมาตรฐานคณุ วฒุ แิ หง่ ชาติ 5 ประการ ให้ครบถ้วน ประกอบด้วย (1) คณุ ธรรม จริยธรรม (2) ความรู้ (3) ทกั ษะทางปัญญา (4) ทักษะความสัมพนั ธ์ระหวา่ งบุคคลและความรบั ผดิ ชอบ (5) ทักษะการวเิ คราะห์เชงิ ตัวเลข การสอ่ื สารและการใชเ้ ทคโนโลยีสารสนเทศ 3. จดั กจิ กรรมใหค้ วามรู้และทกั ษะการประกันคุณภาพแก่นักศกึ ษา 4. ทุกกิจกรรมที่ดาเนินการ มีการประเมินผลความสาเร็จตามวัตถุประสงค์ของกิจกรรมและนาผล การประเมนิ มาปรบั ปรุงการดาเนนิ งานครั้งตอ่ ไป 5. ประเมนิ ความสาเรจ็ ตามวตั ถปุ ระสงคข์ องแผนการจดั กจิ กรรมพัฒนานกั ศึกษา 6. นาผลการประเมินไปปรบั ปรงุ แผนหรอื ปรบั ปรงุ การจดั กิจกรรมเพื่อพฒั นานักศึกษาเกณฑก์ ารประเมิน คะแนน 2 คะแนน 3 คะแนน 4 คะแนน 5 คะแนน 1 มีการดาเนนิ การ มกี ารดาเนนิ การ มกี ารดาเนินการ มีการดาเนนิ การ มีการดาเนนิ การ 2 ขอ้ 3 – 4 ขอ้ 5 ขอ้ 6 ข้อ 1 ข้อ คมู่ อื การประกนั คณุ ภาพการศกึ ษาภายใน ระดบั อุดมศกึ ษา ฉบบั ปีการศึกษา 2557
- 85 -องคป์ ระกอบที่ 2 การวิจัย สถาบันอุดมศึกษาแต่ละแห่งอาจมีจุดเน้นในเรื่องการวิจัยท่ีแตกต่างกันข้ึนกับสภาพแวดล้อมและความพร้อมของแต่ละสถาบนั อยา่ งไรก็ตาม ทกุ สถาบันอุดมศึกษาจาเป็นต้องมีพันธกิจนี้เป็นส่วนหนึ่งของพันธกิจสถาบัน ดังน้ันจึงต้องมีระบบและกลไกควบคุมให้สามารถดาเนินการในพันธกิจด้านน้ีอย่างมีประสิทธิภาพและคุณภาพตามจุดเน้นเฉพาะของแต่ละสถาบัน เพ่อื ให้ไดผ้ ลงานวิจัยและงานสร้างสรรค์ท่ีเกิดประโยชน์ การวิจัยจะประสบความสาเร็จและเกิดประโยชน์จาเป็นต้องมีส่วนประกอบที่สาคัญ 3 ประการ คือ 1) สถาบันต้องมีแผนการวิจัย มีระบบและกลไกตลอดจนมกี ารสนบั สนุนทรัพยากรให้สามารถดาเนินการได้ตามแผน 2) คณาจารย์มีส่วนร่วมในการวิจัยอย่างเข้มแข็งโดยบูรณาการงานวิจัยกับการจัดการเรียนการสอน และพันธกิจด้านอ่ืนๆ ของสถาบัน และ 3) ผลงานวิจัยมีคุณภาพมปี ระโยชน์ สนองยทุ ธศาสตรข์ องชาตแิ ละมีการเผยแพร่อย่างกว้างขวางตัวบ่งชี้ จานวน 3 ตวั บง่ ชี้ คือ ตัวบง่ ชี้ท่ี 2.1 ระบบและกลไกการบรหิ ารและพัฒนางานวิจัยหรอื งานสร้างสรรค์ ตวั บ่งชีท้ ี่ 2.2 เงินสนับสนุนงานวิจัยและงานสร้างสรรค์ ตวั บ่งชี้ที่ 2.3 ผลงานวิชาการของอาจารยป์ ระจาและนกั วิจัย คู่มือการประกันคุณภาพการศึกษาภายใน ระดบั อุดมศกึ ษา ฉบบั ปกี ารศกึ ษา 2557
- 86 -ตวั บง่ ชท้ี ่ี 2.1 ระบบและกลไกการบรหิ ารและพัฒนางานวจิ ยั หรอื งานสรา้ งสรรค์ชนิดของตัวบ่งชี้ กระบวนการคาอธบิ ายตวั บง่ ชี้ สถาบันอุดมศึกษาต้องมีการบริหารจัดการงานวิจัยและงานสร้างสรรค์ที่มีคุณภาพโดยมีแนวทางการดาเนนิ งานทเ่ี ป็นระบบและมีกลไกสง่ เสรมิ สนบั สนุนครบถ้วนเพื่อให้สามารถดาเนินการได้ตามแผนที่กาหนดไว้ ท้ังการสนับสนุนด้านการจัดหาแหล่งทุนวิจัยและการจัดสรรทุนวิจัยจากงบประมาณของสถาบันให้กับบุคลากร ส่งเสริมพฒั นาสมรรถนะแก่อาจารย์และนกั วิจยั การสนบั สนุนทรัพยากรทจ่ี าเป็นซ่ึงรวมถึงทรัพยากรบุคคล ทรัพยากรการเงินเครอ่ื งมอื อปุ กรณ์ท่เี ก่ียวข้องตา่ งๆตลอดจนจดั ระบบสรา้ งขวัญและกาลังใจแก่นักวิจัยอย่างเหมาะสม ตลอดจนมีระบบและกลไกเพอื่ ช่วยในการคุม้ ครองสทิ ธ์ขิ องงานวิจยั หรอื งานสรา้ งสรรค์ท่นี าไปใชป้ ระโยชน์เกณฑ์มาตรฐาน 1. มรี ะบบสารสนเทศเพอื่ การบรหิ ารงานวจิ ัยทีส่ ามารถนาไปใช้ประโยชน์ในการบริหารงานวิจัยหรือ งานสร้างสรรค์ 2. สนบั สนุนพนั ธกิจด้านการวิจัยหรืองานสร้างสรรค์ในประเด็นต่อไปน้ี - ห้องปฏิบตั ิการหรอื ห้องปฏิบตั ิงานสร้างสรรค์ หรือหนว่ ยวิจยั หรือศูนย์เครื่องมือ หรือศูนย์ ให้คาปรึกษาและสนับสนุนการวจิ ยั หรืองานสร้างสรรค์ - หอ้ งสมุดหรอื แหลง่ คน้ คว้าข้อมลู สนับสนนุ การวจิ ยั หรืองานสรา้ งสรรค์ - สิ่งอานวยความสะดวกหรือการรักษาความปลอดภัยในการวิจัยหรือการผลิตงานสร้างสรรค์ เชน่ ระบบเทคโนโลยสี ารสนเทศ ระบบรักษาความปลอดภัยในห้องปฏบิ ตั กิ าร - กิจกรรมวิชาการทีส่ ง่ เสรมิ งานวจิ ัยหรืองานสร้างสรรค์ เช่น การจัดประชุมวิชาการ การจัด แสดงงานสร้างสรรค์ การจัดให้มีศาสตราจารย์อาคันตุกะหรือศาสตราจารย์รับเชิญ (visiting professor) 3. จัดสรรงบประมาณ เพ่อื เปน็ ทุนวิจัยหรอื งานสร้างสรรค์ 4. จัดสรรงบประมาณเพ่ือสนับสนุนการเผยแพร่ผลงานวิจัยหรืองานสร้างสรรค์ในการประชุม วชิ าการหรอื การตีพิมพใ์ นวารสารระดบั ชาตหิ รือนานาชาติ 5. มีการพัฒนาสมรรถนะอาจารย์และนักวิจัย มีการสร้างขวัญและกาลังใจตลอดจนยกย่องอาจารย์ และนักวิจัยทมี่ ีผลงานวจิ ยั หรืองานสรา้ งสรรค์ดเี ดน่ 6. มรี ะบบและกลไกเพ่อื ช่วยในการคุ้มครองสทิ ธิข์ องงานวิจัยหรืองานสร้างสรรค์ท่ีนาไปใช้ประโยชน์ และดาเนนิ การตามระบบทก่ี าหนดเกณฑ์การประเมนิ คะแนน 2 คะแนน 3 คะแนน 4 คะแนน 5 คะแนน 1 มกี ารดาเนนิ การ มกี ารดาเนินการ มีการดาเนินการ มีการดาเนนิ การ มกี ารดาเนนิ การ 2 ข้อ 3 - 4 ขอ้ 5 ข้อ 6 ข้อ 1 ข้อ คมู่ อื การประกันคณุ ภาพการศึกษาภายใน ระดับอดุ มศึกษา ฉบบั ปีการศกึ ษา 2557
- 87 -ตัวบ่งช้ที ่ี 2.2 เงนิ สนบั สนุนงานวจิ ยั และงานสรา้ งสรรค์ชนดิ ชองตัวบ่งชี้ ปจั จัยนาเข้าคาอธบิ ายตวั บ่งช้ี ปัจจัยสาคัญที่ส่งเสริมสนับสนุนให้เกิดการผลิตงานวิจัยหรืองานสร้างสรรค์ในสถาบันอุดมศึกษา คือเงินสนับสนุนงานวิจัยหรืองานสร้างสรรค์ ดังนั้น สถาบันอุดมศึกษาจึงต้องจัดสรรเงินจากภายในสถาบันและที่ได้รับจากภายนอกสถาบันเพื่อสนับสนุนการทาวิจัยหรืองานสร้างสรรค์อย่างมีประสิทธิภาพตามสภาพแวดล้อมและจุดเน้นของสถาบัน นอกจากนั้นเงินทุนวิจัยหรืองานสร้างสรรค์ท่ีคณะได้รับจากแหล่งทุนภายนอกสถาบันยังเป็นตัวบ่งชที้ ่ีสาคญั ที่แสดงถงึ ศกั ยภาพด้านการวิจยั ของคณะ โดยเฉพาะคณะท่ีอยู่ในกลุ่มที่เนน้ การวิจยัเกณฑก์ ารประเมนิ โดยการแปลงจานวนเงินต่อจานวนอาจารยป์ ระจาและนักวิจยั ประจาเปน็ คะแนนระหวา่ ง 0 – 51. เกณฑเ์ ฉพาะคณะกลุ่ม ข และ ค2 จาแนกเปน็ 3 กลมุ่ สาขาวิชา กลุม่ สาขาวิชาวิทยาศาสตรแ์ ละเทคโนโลยี จานวนเงินสนับสนุนงานวิจัยหรืองานสร้างสรรค์จากภายในและภายนอกสถาบันที่กาหนดให้เป็นคะแนนเตม็ 5 = 60,000 บาทขึ้นไปตอ่ คน กลมุ่ สาขาวิชาวิทยาศาสตรส์ ุขภาพ จานวนเงินสนับสนุนงานวิจัยหรืองานสร้างสรรค์จากภายในและภายนอกสถาบันที่กาหนดให้เป็นคะแนนเตม็ 5 = 50,000 บาทขึน้ ไปต่อคน กลุม่ สาขาวชิ ามนษุ ยศาสตรแ์ ละสงั คมศาสตร์ จานวนเงินสนับสนุนงานวิจัยหรืองานสร้างสรรค์จากภายในและภายนอกสถาบันที่กาหนดให้เป็นคะแนนเตม็ 5 = 25,000 บาทข้ึนไปตอ่ คน2. เกณฑเ์ ฉพาะคณะกลุ่ม ค1 และ ง จาแนกเป็น 3 กลมุ่ สาขาวชิ า กลมุ่ สาขาวิชาวิทยาศาสตรแ์ ละเทคโนโลยี จานวนเงินสนับสนุนงานวิจัยหรืองานสร้างสรรค์จากภายในและภายนอกสถาบันท่ีกาหนดให้เป็นคะแนนเตม็ 5 = 220,000 บาทขึ้นไปตอ่ คน คมู่ ือการประกนั คณุ ภาพการศกึ ษาภายใน ระดับอดุ มศกึ ษา ฉบบั ปกี ารศกึ ษา 2557
- 88 - กล่มุ สาขาวิชาวิทยาศาสตรส์ ขุ ภาพ จานวนเงินสนับสนุนงานวิจัยหรืองานสร้างสรรค์จากภายในและภายนอกสถาบันที่กาหนดให้เป็นคะแนนเต็ม 5 = 180,000 บาทข้นึ ไปตอ่ คน กลมุ่ สาขาวิชามนุษยศาสตรแ์ ละสังคมศาสตร์ จานวนเงินสนับสนุนงานวิจัยหรืองานสร้างสรรค์จากภายในและภายนอกสถาบันที่ กาหนดให้เป็นคะแนนเตม็ 5 = 100,000 บาทขึน้ ไปต่อคนสูตรการคานวณ1. คานวณจานวนเงินสนับสนุนงานวิจัยหรอื งานสรา้ งสรรค์จากภายในและภายนอกสถาบันต่อจานวนอาจารย์ประจา และนักวิจัยจานวนเงินสนบั สนุนงานวิจยั ฯ = จานวนเงินสนบั สนนุ งานวจิ ยั ฯจากภายในและภายนอก จานวนอาจารยป์ ระจาและนักวจิ ัย2. แปลงจานวนเงนิ ท่คี านวณได้ในข้อ 1 เทียบกับคะแนนเต็ม 5คะแนนที่ได้ = จานวนเงนิ สนบั สนนุ งานวจิ ยั ฯจากภายในและภายนอก x 5 จานวนเงินสนบั สนนุ งานวจิ ัยฯท่กี าหนดให้เปน็ คะแนนเตม็ 5สรปุ คะแนนทไ่ี ด้ในระดบั คณะ คะแนนที่ได้ในระดบั คณะ = คา่ เฉล่ยี ของคะแนนท่ีได้ของทุกกล่มุ สาขาวชิ าในคณะหมายเหตุ 1. จานวนอาจารย์และนักวิจัยให้นับตามปีการศึกษา และนับเฉพาะท่ีปฏิบัติงานจริงไม่นับรวมผลู้ าศึกษาต่อ 2. ให้นับจานวนเงินท่ีมีการลงนามในสัญญารับทุนในปีการศึกษาหรือปีงบประมาณหรือปีปฏิทินน้ันๆไมใ่ ชจ่ านวนเงินทีเ่ บิกจ่ายจริง 3. กรณีท่ีมีหลักฐานการแบ่งสัดส่วนเงินสนับสนุนงานวิจัย ซ่ึงอาจเป็นหลักฐานจากแหล่งทุนหรือหลักฐานจากการตกลงร่วมกันของสถาบันที่ร่วมโครงการ ให้แบ่งสัดส่วนเงินตามหลักฐานท่ีปรากฏ กรณีท่ีไม่มีหลักฐาน ให้แบ่งเงินตามสัดสว่ นผรู้ ว่ มวจิ ัยของแต่ละคณะ 4. การนับจานวนเงนิ สนับสนุนโครงการวิจัย สามารถนับเงินโครงการวิจัยสถาบันท่ีได้ลงนามในสัญญารับทุนโดยอาจารยป์ ระจาหรอื นกั วิจยั แต่ไม่สามารถนบั เงนิ โครงการวจิ ยั สถาบันท่ีบคุ ลากรสายสนับสนุนท่ีไม่ใช่นักวิจัยเป็นผู้ดาเนนิ การ คู่มอื การประกนั คุณภาพการศกึ ษาภายใน ระดบั อุดมศึกษา ฉบบั ปกี ารศกึ ษา 2557
Search
Read the Text Version
- 1
- 2
- 3
- 4
- 5
- 6
- 7
- 8
- 9
- 10
- 11
- 12
- 13
- 14
- 15
- 16
- 17
- 18
- 19
- 20
- 21
- 22
- 23
- 24
- 25
- 26
- 27
- 28
- 29
- 30
- 31
- 32
- 33
- 34
- 35
- 36
- 37
- 38
- 39
- 40
- 41
- 42
- 43
- 44
- 45
- 46
- 47
- 48
- 49
- 50
- 51
- 52
- 53
- 54
- 55
- 56
- 57
- 58
- 59
- 60
- 61
- 62
- 63
- 64
- 65
- 66
- 67
- 68
- 69
- 70
- 71
- 72
- 73
- 74
- 75
- 76
- 77
- 78
- 79
- 80
- 81
- 82
- 83
- 84
- 85
- 86
- 87
- 88
- 89
- 90
- 91
- 92
- 93
- 94
- 95
- 96
- 97
- 98
- 99
- 100
- 101
- 102
- 103
- 104
- 105
- 106
- 107
- 108
- 109
- 110
- 111
- 112
- 113
- 114
- 115
- 116
- 117
- 118
- 119
- 120
- 121
- 122
- 123
- 124
- 125
- 126
- 127
- 128
- 129
- 130
- 131
- 132
- 133
- 134
- 135
- 136
- 137
- 138
- 139
- 140
- 141
- 142
- 143
- 144
- 145
- 146
- 147
- 148
- 149
- 150
- 151
- 152
- 153
- 154
- 155
- 156
- 157
- 158