68 แผนการจัดการเรยี นรู้ท่ี 8 ชื่อวิชา การใชง้ านระบบปฏิบตั ิการ เวลาเรยี นรวม 51 ชั่วโมง ชื่อหน่วย การตดิ ต้ังและใชง้ านโปรแกรมแอนตี้ไวรัส สอนครง้ั ที่ 10 ชือ่ เรอ่ื ง การติดต้งั และใชง้ านโปรแกรมแอนต้ไี วรัส จำนวน 3 ช่วั โมง 1. หวั ข้อเร่อื ง - ไวรัสคอมพวิ เตอร์ - การติดตัง้ โปรแกรมแอนต้ไี วรสั - การใชง้ านโปรแกรมแอนตไ้ี วรัส 2. สาระสำคัญ - ไวรสั คอมพวิ เตอร์ ไวรสั คอมพวิ เตอร์ (Computer Virus) คือ โปรแกรมชนิดหน่ึงท่มี ีความสามารถในการสำเนาตัวเอง เข้าไปติดอยู่ในเครอื่ งคอมพวิ เตอร์ และถ้ามโี อกาสกส็ ามารถแทรกเข้าไปตดิ อยใู่ นระบบคอมพิวเตอรอ์ นื่ ๆ ซึง่ อาจเกิดจากการนำเอาดิสก์หรือแฟลชไดร์ฟที่ติดไวรัสจากเครื่องหนึ่งไปใช้กับอีกเครื่องหนึ่ง การที่ คอมพิวเตอร์ใดติดไวรัส หมายความว่าไวรัสได้เข้าไปผังตัวอยู่ในหนว่ ยความจำคอมพิวเตอร์เครื่องนั้นแล้ว การท่ไี วรสั จะเข้าไปอยใู่ นหน่วยความจำไดน้ ัน้ จะตอ้ งมกี ารถกู เรยี กใช้ให้ทำงาน ซึง่ โดยปกติแล้วผู้ใช้มักจะไม่ รู้ตัวเลยว่า ขณะที่ตนเรียกใช้โปรแกรมหรือเปิดไฟล์ใด ๆ ขึ้นมาทำงาน ก็ได้เรียกไวรัสขึ้นมาทำงานด้วย จดุ ประสงค์การทำงานของไวรสั แต่ละตวั ข้นึ อยกู่ ับผู้เขยี นโปรแกรมไวรสั นน้ั เชน่ อาจสรา้ งไวรัสให้ไปทำลาย โปรแกรมหรือข้อมูลอื่นๆ ที่อยู่ในเครื่องคอมพิวเตอร์ หรือแสดงข้อความวิ่งไปมาบนหน้าจอคอมพิวเตอร์ เป็นต้น ไวรัส (Virus) เป็น มัลแวร์ (Malware) ชนิดแรกที่เกิดขึ้นบนโลกน้ีและอยู่มานาน ดังนั้นโดยท่วั ไป ตามขา่ วหรอื บทความตา่ งๆทีไ่ ม่เนน้ ไปทางวชิ าการมากเกินไป หรอื เพอื่ ความง่ายและคุ้นเคยท่ีจะพดู ก็จะใช้ คำวา่ Virus แทนคำว่า Malware แตถ่ ้าจะคิดถึงความจรงิ แล้วมนั ไมถ่ ูกต้อง อาจจะเป็นเพราะความเคยชิน หรืออะไรก็ตาม จึงกลายเปน็ ว่าคนส่วนใหญ่ใช้คำว่า Virus แทนคำวา่ Worm, Trojan, Spyware, Adware เปน็ ตน้ ท่ถี ูกตอ้ งควรใช้คำว่ามลั แวร์ (Malware) เพราะมลั แวร์มีหลายชนิด แตล่ ะชนดิ ก็ไม่เหมือนกนั มัลแวร์ (Malware) ย่อมาจาก Malicious Software หมายถึงโปรแกรมคอมพิวเตอร์ทุกชนิดที่มี จุดประสงค์ร้ายต่อคอมพิวเตอร์และเครือข่าย หรือเป็นคำที่ใช้เรียกโปรแกรมที่มีจุดประสงค์ร้ายต่อระบบ คอมพิวเตอร์ทุกชนิดแบบรวมๆ โปรแกรมพวกนี้ได้แก่ Virus, Worm, Trojan, Spyware, Keylogger, Downloader, Adware, Dialer, Hijacker, BHO, Toolbar บางอย่าง, Hack Tool, Phishing, รวมไปถึง Zombie network, Zero-day attack และอ่ืน ๆ
69 แผนการจดั การเรียนร้ทู ี่ 8 ช่อื วชิ า การใช้งานระบบปฏบิ ตั กิ าร เวลาเรยี นรวม 51 ชวั่ โมง ชอื่ หนว่ ย การติดต้งั และใชง้ านโปรแกรมแอนต้ีไวรัส สอนครัง้ ที่ 10 ชอ่ื เรอ่ื ง การตดิ ตงั้ และใชง้ านโปรแกรมแอนต้ไี วรสั จำนวน 3 ชว่ั โมง ความแตกต่างของไวรัส เวิร์ม โทรจัน และสปายแวร์ ความแตกต่างระหว่างไวรัส (Virus), เวิร์ม (Worm), โทรจัน (Trojan), และสปายแวร์ (Spyware) สามารถแบ่งแยกได้ตามลักษณะการทำงาน และพฤติกรรม ของการแพร่เชื้อเขา้ สู่เครื่องคอมพวิ เตอร์ ไวรัส (Virus) มีลักษณะการแพร่เชื้อไปตดิ ไฟล์อืน่ ๆ ในคอมพิวเตอร์โดยการแนบตัวมนั เองเขา้ ไป มันไม่สามารถส่งตัวเองไปยังคอมพิวเตอร์เครื่องอื่น ๆ ได้คือ ต้องอาศัยไฟล์และ Removable Drive เป็น พาหะ สิง่ ที่มันทำคือสร้างความเสียหายใหก้ ับไฟล์งานและไฟล์โปรแกรมตา่ ง ๆ ลองมารจู้ ักกับประเภทของ ไวรสั กนั ดงั น้ี ไวรัสบตู เซกเตอร์ Boot Sector Viruses หรอื Boot Infector Viruses คือไวรสั บูตเซกเตอร์ที่ เก็บตัวเองอยู่ในบูตเซกเตอร์ของดิสก์ เมื่อเครื่องคอมพิวเตอร์เริ่มสตาร์ทขึ้นมาตอนแรก เครื่องจะเข้าไป อ่านบูตเซกเตอร์นี้ก่อน ซึ่งในบูตเซกเตอร์นี้จะมีโปรแกรมเล็ก ๆ ไว้ใช้ในการเรียกระบบปฏิบัติการขึ้นมา ทำงาน ไวรสั จงึ อาศัยชอ่ งทางตรงนเี้ ขา้ ไปแทนท่โี ปรแกรมดังกล่าว โดยทั่วไปจะเข้าไปติดอยู่บริเวณทีเ่ รียกว่า Master Boot Sector หรือ Partition Table ของดิสก์นั้น ถ้าดิสก์ใดมีไวรัสบูตเซกเตอร์ประเภทนี้ติดอยู่ ทุก ๆ คร้ังทสี่ ตารท์ บตู เคร่ืองขึ้นมา ตวั โปรแกรมไวรัสจะทำงานก่อน และจะเขา้ ไปฝังตวั อยู่ในหน่วยความจำ เพื่อเตรยี มพรอ้ มที่จะทำงานตามทีไ่ ด้ถูกโปรแกรมเอาไว้ต่อไป โปรแกรมไวรสั Program Viruses หรอื File Infector viruses เปน็ โปรแกรมไวรสั อกี ประเภทหนง่ึ ท่สี ามารถแพร่เชื้อไปติดไฟลโ์ ปรแกรมท่มี ีนามสกลุ เป็น .COM หรือ .EXE และไวรัสประเภทนี้สามารถเข้าไปติดอยู่ในไฟล์ที่มีนามสกุลเป็น .SYS หรือโปรแกรม ประเภท Overlay Programs ได้ด้วย วิธีการที่ไวรัสใช้คือการแทรกตัวเองเข้าไปอยู่ในโปรแกรม ผลก็คือ หลงั จากท่ีโปรแกรมนน้ั ติดไวรัสแลว้ ขนาดของไฟล์โปรแกรมจะใหญ่ขึ้น หรือถ้ามีการสำเนาตัวเองเข้าไปทับ ส่วนของโปรแกรมที่มีอยู่เดิมขนาดของไฟล์อาจจะไม่เปลี่ยนแปลง และยากที่จะซ่อมแซมให้กลับมาไ ด้ เหมือนเดิม ลักษณะการทำงานของไวรัสก็คือ เมื่อมีการเรียกใช้โปรแกรมที่ติดไวรัส ส่วนตัวของไวรัสจะ ทำงานก่อนและจะถือโอกาสนี้ฝังตัวเข้าไปอยู่ในหน่วยความจำ และเมื่อมีการเรียกใช้โปรแกรมอ่ืน ๆ เพ่ิม ขึ้นมาทำงานอีก ไวรัสก็จะสำเนาตัวเองเข้าไปในโปรแกรมน้ันทันที แต่ก็มีไวรัสอีกอย่างหนึ่งที่ไม่ต้องรอให้ ผู้ใช้เปิดโปรแกรมอะไรขึน้ มาเลย แค่อาศัยจุดอ่อนของระบบปฏิบตั ิการ มันก็สามารถรันตวั เองใหเ้ ขา้ ไปหา โปรแกรมอ่ืน ๆ ที่อย่ใู นดสิ ก์ได้ด้วยตวั เอง โพลมี อรฟ์ กิ ไวรสั Polymorphic Viruses เป็นช่อื ท่ใี ชเ้ รียกไวรัสที่ มคี วามสามารถในการเปลี่ยนแปลงตวั เองเมื่อมกี ารสร้างสำเนาของตัวเองเกิดขึ้น ซ่ึงอาจทำได้ถึงหลายร้อย รปู แบบ ผลกค็ ือทำใหไ้ วรัสเหล่านีย้ ากตอ่ การถูกตรวจจับดว้ ยโปรแกรมตรวจหาไวรัสท่ีใช้วธิ สี แกนเพยี งอย่าง เดยี ว ไวรัสใหม่ ๆ ในปจั จุบันก็เรม่ิ ใช้ความสามารถน้ีและมจี ำนวนเพิ่มมากขน้ึ เรอ่ื ย ๆ สทลี ตไ์ วรัส Stealth Viruses เป็นชื่อเรียกไวรัสที่มีความสามารถในการพรางตัวต่อการตรวจจับดว้ ยโปรแกรมตรวจหาไวรัสชนิด ตา่ งๆ ไวรสั ประเภทนีจ้ ะทำงานดว้ ยการใหก้ ำเนิด (Generate) หรอื สร้างไฟลข์ ้นึ มาใหมเ่ พือ่ ทำหนา้ ท่ีแทน
70 แผนการจดั การเรยี นรทู้ ี่ 8 ชื่อวิชา การใช้งานระบบปฏบิ ัตกิ าร เวลาเรยี นรวม 51 ช่ัวโมง ชื่อหนว่ ย การติดตัง้ และใชง้ านโปรแกรมแอนต้ีไวรสั สอนครง้ั ท่ี 10 ชอื่ เรอ่ื ง การตดิ ตง้ั และใชง้ านโปรแกรมแอนตไ้ี วรสั จำนวน 3 ชวั่ โมง ตนเอง ถึงแม้วา่ จะสแกนด้วยโปรแกรมตรวจหาไวรสั แล้วก็ตาม แต่ก็จะพบเพียงไฟลไ์ วรัสท่ีสร้างขึน้ มาใหม่ เท่านั้น จะไม่พบตัวตนที่แท้จริงของไวรัสเลย จึงยากต่อการตรวจจับเพราะหาเท่าไรก็ไม่พบ จนถึงขั้นต้อง ฟอรแ์ มตลา้ งเครื่องใหม่กนั เลยทเี ดียว และไวรัสประเภทน้ีนบั วันจะยง่ิ มีมากข้ึนเรอ่ื ย ๆ เวิร์ม (Worm) มีลักษณะและพฤติกรรมคัดลอกตัวเองและสามารถส่งตัวเองไปยังคอมพิวเตอร์ เคร่ืองอื่น ๆ ได้อยา่ งอสิ ระ โดยอาศยั อเี มลห์ รือช่องโหวข่ องระบบปฏิบัติการ มกั จะไม่แพร่เช้ือไปติดไฟล์อ่ืน สิ่งที่มันทำคอื มักจะสร้างความเสียหายให้กับระบบเครือขา่ ย และเหมือนจะสรา้ งความเสียหายใหก้ ับระบบ เศรษฐกิจมากที่สุด เวิร์มยังแบ่งออกเปน็ ชนิดต่างๆได้ดังต่อไปนี้ Email worm เป็นเวิร์มที่อาศัยอีเมล์เปน็ พาหะเช่น Mass-mailing worm เป็นเวิร์มที่สามารถค้นหารายชื่ออีเมล์ในเครื่องที่ตกเป็นเหยื่อแล้วก็ส่ง ตัวเองไปยงั ทีอ่ ย่อู ีเมลเ์ หล่าน้ัน File-Sharing Networks Worm เปน็ เวิรม์ ทค่ี ัดลอกตัวเองไปไว้ในโฟลเดอร์ ที่ขึ้นต้นหรือประกอบด้วยคำว่า sha และแชร์โฟลเดอร์ของโปรแกรมประเภท Peer to Peer (P2P) เช่น เวิร์มที่มีชื่อว่า KaZaa Worm เป็นต้น Internet Worm หรือ Network Worm เป็นเวิร์มที่โจมตีช่องโหว่ ของโปรแกรมและระบบปฎบิ ัติการต่างๆเช่น Blaster worm และ Sasser worm ที่ได้เป็นท่ีรู้จักกันดี IRC Worm เป็นเวิร์มที่ส่งตัวเองจากเครือ่ งที่ตกเป็นเหยื่อไปหาคนที่อยู่ในห้องสนทนา (Chat room) เดียวกนั Instant Messaging Worm เป็นเวิร์มที่ส่งตัวเองจากเครื่องที่ตกเป็นเหยื่อไปหาคนที่อยู่ใน Contact list ผา่ นทางโปรแกรม Instant Messaging หรอื IM เชน่ โปรแกรม MSN และ ICQ เปน็ ตน้ โทรจัน (Trojan) เปน็ มัลแวร์อกี ชนิดที่พบเห็นการแพร่ระบาดได้ทั่วไป มีลักษณะและพฤติกรรมไม่ แพร่เชื้อไปตดิ ไฟล์อืน่ ๆ ไม่สามารถส่งตัวเองไปยงั คอมพิวเตอร์เครือ่ งอืน่ ๆ ได้ ต้องอาศัยการหลอกผู้ใชใ้ ห้ ดาวนโ์ หลดเอาไปไวใ้ นเคร่อื งหรอื ด้วยวธิ ีอ่ืน ๆ สงิ่ ทมี่ ันทำคอื เปิดโอกาสให้ผไู้ มป่ ระสงค์ดเี ขา้ มาควบคมุ เคร่ือง ทตี่ ดิ เช้อื จากระยะไกล ซึง่ จะทำอะไรก็ได้ หรือมีจดุ ประสงคเ์ พ่ือล้วงเอาความลับตา่ ง ๆ โทรจนั ยงั แบง่ ออกได้ เป็นหลายชนิดดังนี้ Remote Access Trojan (RAT) หรือ Backdoor เป็นโทรจันที่เปิดช่องทางให้ผู้ไม่ ประสงค์ดีสามารถเข้ามาควบคุมเครื่องได้จากระยะไกล หรือทำอะไรก็ได้บนเครื่องคอมพิวเตอร์ที่ตกเป็น เหยื่อ Data Sending and Password Sending Trojan เป็นโทรจันท่ีขโมยรหัสผ่านต่าง ๆ แล้วส่งไปให้ผู้ ไม่ประสงค์ดี Keylogger Trojan เป็นโทรจันที่ดักจับทุกข้อความที่พิมพ์ผ่านแป้นพิมพ์ของคีย์บอร์ด Destructive Trojan เป็นโทรจันทสี่ ามารถลบไฟลบ์ นเคร่ืองคอมพิวเตอร์ทีต่ กเปน็ เหย่อื ได้ DoS (Denial of Service ) Attack Trojan เป็นโทรจันที่เข้าโจมตีระบบคอมพิวเตอร์ที่เป็นเป้าหมายบนอินเทอร์เน็ตใน รูปแบบ DoS หรือ DDoS (Distributed denial-of-service) เพอื่ ทำให้ระบบเป้าหมายปฏิเสธหรอื หยุดการ ให้บริการ (Denial-of-Service) การโจมตีจะเกิดขึ้นพร้อม ๆ กันและมีเป้าหมายเดียวกัน โดยเครื่องที่ตก เปน็ เหยือ่ ทงั้ หมดจะสรา้ งข้อมลู ขยะขึ้นมาแลว้ สง่ ไปทรี่ ะบบเป้าหมาย เพอ่ื สรา้ งกระแสขอ้ มูลใหไ้ หลเขา้ ไปใน
71 แผนการจัดการเรยี นรทู้ ่ี 8 ชอื่ วชิ า การใช้งานระบบปฏบิ ตั กิ าร เวลาเรียนรวม 51 ชั่วโมง ชือ่ หน่วย การตดิ ตั้งและใช้งานโปรแกรมแอนต้ีไวรัส สอนคร้งั ที่ 10 ชอื่ เรอื่ ง การติดตั้งและใช้งานโปรแกรมแอนตีไ้ วรัส จำนวน 3 ชัว่ โมง ปริมาณมหาศาลทำใหร้ ะบบเป้าหมายต้องทำงานหนักขึ้นและช้าลงเรื่อย ๆ เมื่อเกินกว่าระดับที่จะรบั ได้ ก็ จะหยุดการทำงานลงในท่ีสดุ อนั เป็นเหตุให้ผู้ใชไ้ ม่สามารถใชบ้ รกิ ารระบบเปา้ หมายไดต้ ามปกติ ส่วนรปู แบบ ของการโจมตีที่นิยมใช้กันก็มีเช่น SYN flood, UDP flood, ICMP flood, surf, Fraggle เป็นต้น Proxy Trojan เป็นโทรจันทท่ี ำใหเ้ คร่ืองคอมพิวเตอร์ท่ีตกเป็นเหยือ่ กลายเปน็ เครอื่ ง Proxy Server, Web Server หรอื Mail Server เพ่ือสร้าง Zombie Network ซ่งึ จะถกู ใช้ใหเ้ ป็นฐานปฏิบตั ิการเพื่อจุดประสงค์อย่างอื่น FTP Trojan เป็นโทรจันที่ทำให้ครื่องคอมพิวเตอร์ที่ตกเป็นเหยื่อกลายเป็นเครื่อง FTP Server Security software Killer Trojan เป็นโทรจันที่ Kill Process หรือลบโปรแกรมป้องกันไวรัสหรือลบไฟร์วอลบน เครื่องที่ตกเป็นเหยื่อ เพื่อง่ายต่อการปฏิบัติการอย่างอื่นต่อไป Trojan Downloader เป็นโทรจันที่ดาวน์ โหลด Adware, Spyware และ Worm ใหม้ าติดต้ังบนเครือ่ งเหยอื่ สปายแวร์ (Spyware) มีลักษณะและพฤติกรรมคล้ายโทรจันคือ ไม่แพรเ่ ชือ้ ไปติดไฟลอ์ ่ืน ๆ อาศัย การหลอกผู้ใช้ให้ติดตั้งโปรแกรมที่ไม่ประสงค์ดีลงบนเครื่องของตนเอง หรืออาศัยช่องโหว่ของ Web Browser ในการติดตั้งตัวเองลงบนเครื่องเหยื่อ สิ่งที่มันทำคือรบกวนและละเมิดความเป็นส่วนตัวของผู้ใช้ คอมพิวเตอร์ สร้างความรำคาญให้กับผู้ใช้มากที่สุด บางตำราอาจใช้คำว่า Grayware ซึ่งแบ่งออกได้เป็น หลายชนิด เช่น Dialer เป็นสปายแวร์ที่เคยอยู่บนเว็บโป๊ต่าง ๆ และใช้โมเด็มเครื่องเหยื่อหมุนโทรศัพท์ ทางไกลตอ่ ไปยังตา่ งประเทศ Hijacker เป็นสปายแวร์ที่สามารถเปลี่ยนแปลง Start Page และ Bookmark บนเว็บบราวเซอรต์ ่างๆ BHO (Browser Helper Objects) เป็นสปายแวร์ท่ยี ัดเยียดฟงั ก์ช่นั ท่ไี มพ่ ึงประสงค์ ให้บนเว็บบราวเซอร์ Toolbar บางอย่างก็จัดเป็นสปายแวร์ที่ยัดเยียดเครื่องมือที่ไม่พึงประสงค์ให้บนเว็บ บราวเซอรด์ ว้ ย วธิ ีติดตง้ั โปรแกรม Avast Free Antivirus วิธีในการติดตั้งโปรแกรม Avast Free Antivirus เพื่อใช้ในการสแกนไวรัสฟรี ซึ่งมีขั้นตอนในการ ติดตงั้ Avast Free Antivirus ดงั นี้ (1) ด า ว น ์ โ ห ล ด ต ั ว ต ิ ด ต ั้ ง โ ป ร แ ก ร ม Avast Free Antivirus ไ ด ้ จ า ก เ ว ็ บ ไ ซ ต ์ Avast https://www.avast.com/free-antivirus-download-v3 (2) เมอ่ื ดาวน์โหลดแลว้ จะไดไ้ ฟล์ตดิ ตงั้ ใหด้ บั เบ้ิลคล๊ิกท่ไี ฟลเ์ พอ่ื ตดิ ต้ัง
72 แผนการจดั การเรียนร้ทู ่ี 8 ชือ่ วิชา การใช้งานระบบปฏิบตั กิ าร เวลาเรยี นรวม 51 ชั่วโมง ชอื่ หน่วย การตดิ ต้ังและใชง้ านโปรแกรมแอนต้ไี วรัส สอนคร้ังท่ี 10 ชอื่ เร่อื ง การตดิ ตงั้ และใชง้ านโปรแกรมแอนต้ไี วรสั จำนวน 3 ช่ัวโมง (3) (ถา้ ม)ี หน้าจอ User Account Control ให้กดปุ่ม Yes (4) ไมเ่ ลือก Yes, install Avast Secure Browser จากน้ันกด Customize (5) ไ ม ่ เ ล ื อ ก Mail Shield, Software Updater, Browser Cleanup, Rescue Disk, Wi-Fi Inspector, Passwords, Cleanup, Do Not Disturb Mode และกดปมุ่ INSTALL (6) โปรแกรมจะติดตง้ั ใหร้ อสกั คร่…ู
73 แผนการจัดการเรยี นรทู้ ่ี 8 ช่ือวชิ า การใช้งานระบบปฏิบตั ิการ เวลาเรียนรวม 51 ช่วั โมง ชอ่ื หนว่ ย การตดิ ตง้ั และใช้งานโปรแกรมแอนตไ้ี วรสั สอนคร้งั ที่ 10 ชอื่ เรื่อง การตดิ ตง้ั และใช้งานโปรแกรมแอนต้ีไวรสั จำนวน 3 ช่วั โมง (7) เมื่อติดตัง้ เสร็จแล้ว จะแสดงหนา้ จอ You’re protected ให้กดป่มุ CONTINUE (8) กดปุ่ม RUN FIRST SCAN (9) รอ Avast อพั เดทฐานข้อมลู ไวรัส
74 แผนการจัดการเรียนร้ทู ี่ 8 ชอื่ วิชา การใชง้ านระบบปฏบิ ตั กิ าร เวลาเรยี นรวม 51 ช่ัวโมง ช่อื หนว่ ย การติดต้ังและใชง้ านโปรแกรมแอนตไ้ี วรสั สอนครง้ั ที่ 10 ชอื่ เร่อื ง การตดิ ตงั้ และใชง้ านโปรแกรมแอนตีไ้ วรัส จำนวน 3 ชั่วโมง (10) กดปุ่ม NEXT (11) กด Skip for now (12) กดปมุ่ SKIP (13) ไมเ่ ลอื ก Schedule Smart Scan to run once a month และกดป่มุ DONE
75 แผนการจดั การเรียนรูท้ ่ี 8 ชื่อวชิ า การใช้งานระบบปฏบิ ัติการ เวลาเรียนรวม 51 ชวั่ โมง ช่อื หน่วย การติดตง้ั และใชง้ านโปรแกรมแอนตี้ไวรัส สอนครง้ั ที่ 10 ช่ือเรอ่ื ง การติดตัง้ และใชง้ านโปรแกรมแอนตไี้ วรสั จำนวน 3 ช่วั โมง (14) กดปมุ่ IGNORE (15) Avast Free Antivirus พร้อมใชง้ าน 3. สมรรถนะหลัก (สมรรถนะประจำหน่วย) 3.1 แสดงความรู้เกี่ยวกับไวรัสคอมพิวเตอร์ การติดตั้งโปรแกรมแอนตี้ไวรัส และการใช้งาน โปรแกรมแอนตไ้ี วรัส 3.2 ทักษะเกยี่ วกบั การตดิ ตั้งและการใช้งานโปรแกรมแอนตีไ้ วรัส 3.3 แสดงพฤติกรรมลกั ษณะนสิ ัยใฝ่เรยี นรู้ ความมีวนิ ยั ตรงต่อเวลา และอยู่อยา่ งพอเพียง 4. สมรรถนะย่อย (สมรรถนะการเรียนรู้) สมรรถนะทัว่ ไป (ทฤษฎี) 1) แสดงความรู้เก่ียวกับไวรสั คอมพวิ เตอร์ 2) แสดงความรู้เก่ยี วกบั การติดตัง้ โปรแกรมแอนต้ไี วรสั 3) แสดงความรู้เกีย่ วกบั การใช้งานโปรแกรมแอนต้ีไวรสั สมรรถนะทพี่ ึงประสงค์ (ทฤษฎ)ี เมือ่ เรียนหนว่ ยการเรยี นรูน้ ้แี ลว้ นักเรียนสามารถ 1) อธบิ ายหลักการไวรสั คอมพิวเตอร์ไดถ้ ูกต้อง 2) อธบิ ายการติดตั้งโปรแกรมแอนตีไ้ วรัสได้ถูกต้อง 3) อธิบายการใชง้ านโปรแกรมแอนตี้ไวรัสได้ถูกตอ้ ง
76 แผนการจัดการเรียนรู้ท่ี 8 ชอ่ื วิชา การใชง้ านระบบปฏิบตั ิการ เวลาเรยี นรวม 51 ชว่ั โมง ชอ่ื หน่วย การติดตัง้ และใชง้ านโปรแกรมแอนตี้ไวรสั สอนครัง้ ที่ 10 ชื่อเรือ่ ง การติดต้งั และใช้งานโปรแกรมแอนตีไ้ วรัส จำนวน 3 ชั่วโมง สมรรถนะทั่วไป (ปฏบิ ตั )ิ 1) แสดงทักษะการเลือกโปรแกรมแอนตี้ไวรสั คอมพิวเตอร์ 2) แสดงความร้เู กีย่ วกับการตดิ ตั้งโปรแกรมแอนตี้ไวรัส 3) แสดงความรู้เกย่ี วกบั การใช้งานโปรแกรมแอนตไ้ี วรัส สมรรถนะท่พี งึ ประสงค์ (ปฏบิ ตั ิ) เมือ่ เรียนหน่วยการเรยี นร้นู แ้ี ลว้ นกั เรยี นสามารถ 1) เลอื กใชไ้ วรัสคอมพิวเตอรไ์ ด้ถกู ต้อง 2) ติดต้ังโปรแกรมแอนต้ีไวรัสไดถ้ ูกต้อง 3) ใชง้ านโปรแกรมแอนต้ีไวรสั ไดถ้ กู ตอ้ ง 5. กิจกรรมการเรยี นการสอน ในการจัดการเรียนการสอนรายวิชาระบบคอมพวิ เตอร์ หน่วยการเรียนรู้เรื่องการติดต้ังและใช้งาน โปรแกรมแอนตี้ไวรัส ได้กำหนดกิจกรรมการเรียนการสอนให้ผู้เรียนเกิดการเรียนรู้โดยใช้วิธีการจัดการ เรียนรู้ฐานสมรรถนะเชิงรุก (Active Learning Competency Based) ด้านเทคนิคการจัดการเรียนการ สอนแบบ MIAP โดยมีข้นั ตอนในการดำเนนิ กิจกรรมการเรียนการสอน ดังน้ี กจิ กรรมการเรียนการสอน เวลา 3 ชั่วโมง/สัปดาห์ (1) ผู้สอนให้ผูเ้ รียนได้ทำการทดสอบก่อนเรยี นด้วยแบบทดสอบประจำหนว่ ย จำนวน 10 คำถาม (2) ผู้สอนชี้แจงรายละเอียดเกี่ยวกับจุดประสงค์ สมรรถนะของหน่วยการเรียนรู้ และ นำเขา้ สู่บทเรียน (3). ผู้สอนแสดงตัวอย่างการใช้งานที่พบเห็นได้ทั่วไปของการติดตั้งและใช้งานโปรแกรม แอนต้ีไวรสั (4). ผู้สอนถา่ ยทอดความรู้ในหน่วยที่ 8 เรื่องการตดิ ตั้งและใชง้ านโปรแกรมแอนตีไ้ วรสั (5). ผู้สอนแสดงใบงานเรื่องการติดตง้ั และใชง้ านโปรแกรมแอนตไี้ วรัส และอธบิ ายขั้นตอน วธิ กี ารในการปฏิบตั งิ านตามใบงาน (6). ผ้สู อนให้ผูเ้ รยี นปฏบิ ัติงานตามใบงานเรอ่ื งการตดิ ตง้ั และใช้งานโปรแกรมแอนต้ีไวรสั (7). ผู้สอนประเมินผลการปฏิบัติงานของผู้เรียนและให้ผูเ้ รียนสรุปสาระสำคัญของเรื่องท่ี เรียนประจำสัปดาห์ (8) ผ้เู รียนทำแบบทดสอบหลงั เรยี น จำนวน 10 คำถาม แผนการจดั การเรียนรูท้ ่ี 8
77 ชือ่ วชิ า การใช้งานระบบปฏิบตั ิการ เวลาเรียนรวม 51 ชวั่ โมง ชอื่ หนว่ ย การติดตง้ั และใชง้ านโปรแกรมแอนตไี้ วรสั สอนครง้ั ที่ 10 ชื่อเรอื่ ง การตดิ ตง้ั และใชง้ านโปรแกรมแอนตไ้ี วรสั จำนวน 3 ชั่วโมง 6. สอ่ื การสอน (1). เอกสารประกอบการสอน การตดิ ต้ังและใช้งานโปรแกรมแอนตไี้ วรัส (2). เอกสารประกอบการเรียน การติดต้งั และใชง้ านโปรแกรมแอนตีไ้ วรัส (3). ส่ือนำเสนอ PowerPoint การตดิ ตัง้ และใช้งานโปรแกรมแอนต้ไี วรัส (4) สอื่ วดิ ีโอ YouTube การตดิ ตั้งและใช้งานโปรแกรมแอนตไี้ วรสั 7. งานทมี่ อบหมาย/กิจกรรม ให้นักเรยี นทำแบบฝกึ เสรมิ ทกั ษะตามใบงานท้ายหนว่ ยการเรยี นที่ 6 8. การวดั และประเมินผล วัดผล/ประเมนิ ผล วธิ กี าร เคร่ืองมือ เกณฑ์ 1. ส ม ร ร ถ น ะ ท ี ่ พึ ง - ทำแบบฝกึ เสริมทักษะ - แบบฝึกเสริมทักษะ - ผ่านเกณฑ์รอ้ ยละ 60 ประสงค์ ท้ายหน่วย ท้ายหนว่ ย 2.คุณลักษณะอันพึง - ประเมินคุณลักษณะ - แ บ บ ป ร ะ เ มิ น - ผ่านเกณฑร์ อ้ ยละ 80 ประสงค์ (Attitude) อันพึงประสงค์ ค ุ ณ ล ั ก ษ ณ ะ อ ั น พึ ง ประสงค์
78 แผนการจัดการเรียนรทู้ ี่ 9 สอนครง้ั ที่ 11 เร่อื ง การสำรองและเรยี กคนื ขอ้ มลู
79 แผนการจดั การเรียนรู้ท่ี 9 ช่ือวชิ า การใช้งานระบบปฏิบัติการ เวลาเรียนรวม 51 ช่ัวโมง ชือ่ หนว่ ย การสำรองและเรียกคนื ข้อมูล สอนครั้งที่ 11 ช่ือเรือ่ ง การสำรองและเรียกคืนข้อมลู จำนวน 3 ชัว่ โมง 1. หวั ข้อเรือ่ ง - การสำรองขอ้ มูลด้วย Backup - การเรียกคนื ข้อมูลด้วย Restore Files - การสำรองข้อมลู ดว้ ย System Image - การเรยี กคืนไฟลข์ อ้ มูลด้วย System Image 2. สาระสำคญั - การสำรองข้อมลู ด้วย Backup สิ่งหนึ่งที่มีความจำเป็นและมีความสำคัญมากโดยที่ขาดไม่ได้ในการดูแลรักษาข้อมูลของผู้ใช้งาน คอมพิวเตอรร์ วมถงึ ขอ้ มูลอน่ื ๆ ที่อยูภ่ ายในคอมพวิ เตอร์ และตอ้ งทำไปควบคกู่ บั การป้องกัน Malware นั้น ก็คือการสำรองข้อมูล (Backup Data) ซึ่งเป็นสิ่งที่คนส่วนใหญ่ ไม่ค่อยที่จะให้ความสำคัญในส่วนนี้ ทำให้ เม่ือเกิดความเสียหายของข้อมูล จากการตดิ ransomware และไมไ่ ด้มกี ารสำรองขอ้ มูลไว้ ทำให้ต้องยอมที่ จะเสียเงินให้ผู้ไม่หวังดี เพื่อให้ได้ข้อมูลกลับมา และในปัจจุบัน เนื่องจากในช่วงที่ผา่ นมา ได้มีการกระจาย ของ Malware ที่เป็นอนั ตรายเป็นจำนวนมาก และ Malware ประเภทหน่ึงท่ีสร้างความเสยี หายเป็นอย่าง มากให้กับข้อมูลที่อยู่ภายในคอมพิวเตอร์ของผู้ใช้งานและการที่จะนำข้อมลู กลับมาเป็นอย่างเดิมนั้น ต้อง จ่ายเงินให้ผู้ไม่หวังดี ซึ่งเป็นค่าใช้จา่ ยที่สูง นั้นก็คือ ransomware ดังนั้นการสำรองข้อมูลจึงเป็นสิ่งสำคัญ อย่างย่ิง
80 แผนการจัดการเรียนรทู้ ่ี 9 ชอ่ื วิชา การใชง้ านระบบปฏบิ ตั ิการ เวลาเรยี นรวม 51 ชว่ั โมง ชอื่ หน่วย การสำรองและเรียกคืนขอ้ มลู สอนครั้งที่ 11 ชอื่ เรือ่ ง การสำรองและเรยี กคนื ข้อมูล จำนวน 3 ชวั่ โมง วธิ กี ารสำรองขอ้ มูลด้วย Backup (1) คลกิ ขวาที่ Start > เลอื ก Control Panel (2) เข้า Control Panel : เลอื ก View by : small icons > จากนัน้ ไปท่ี File History (3) ในการที่เราจะทำการ Backup ข้อมูลนั้น เราต้องทำการสร้างที่เก็บของไฟล์ที่เราจะสำรอง ข้อมูลไว้กอ่ น โดยให้ทำการ กดท่ี Select drive วิธกี ารสร้าง Folders แนะนำให้ไปทำการสร้าง Folders : BACKUPFILE ที่แตกต่างจาก DISK ของ OS Windows ของ เรา “โดยทำการสรา้ ง Folders > คลิกขวา Folders > เลือก Sharing > คลิก Share จากนั้นใส่ สิทธิ์ของ Users ของเราลงไป ให้สิทธิ์เป็น Owner และทำการกด Share ” จากนั้นให้ทำการจำ Path ที่เรา Share ไปดว้ ย แผนการจัดการเรียนรทู้ ี่ 9
81 ชอ่ื วิชา การใช้งานระบบปฏบิ ตั กิ าร เวลาเรยี นรวม 51 ชั่วโมง ช่ือหน่วย การสำรองและเรยี กคืนขอ้ มลู สอนครง้ั ที่ 11 ช่อื เรอื่ ง การสำรองและเรยี กคนื ขอ้ มลู จำนวน 3 ช่ัวโมง (4) จากนัน้ ให้เราเลือกทเ่ี กบ็ ของไฟลท์ เ่ี ราจะเก็บขอ้ มลู โดยใหก้ ดท่ี Add network location ทำการใส่ Folders ของเราลงไป โดยสว่ นใหญ่ Network path จะเป็น \\\\ชอ่ื คอมพิวเตอร์\\Folders ทเี่ ราแชร์ (5) โดยเมอ่ื เราเลือกเสรจ็ กจ็ ะไดด้ ังรูป (6) จากนน้ั เรากจ็ ะเหน็ วา่ File History is off มนั คือยังไมท่ ำงาน :ใหเ้ รากด Turn On เพื่อเปน็ การ เปิดการสำรองข้อมูล แผนการจดั การเรียนรทู้ ี่ 9
82 ชื่อวชิ า การใชง้ านระบบปฏบิ ตั ิการ เวลาเรียนรวม 51 ช่วั โมง ชอ่ื หน่วย การสำรองและเรียกคืนขอ้ มูล สอนครั้งท่ี 11 ชอื่ เร่อื ง การสำรองและเรยี กคืนขอ้ มลู จำนวน 3 ช่ัวโมง (7) เม่ือเราเปิดขน้ึ มา File History is on ก็จะ show ดังรูปพร้อมสถานะพรอ้ มทำงาน การกด Run now เปน็ การกดเพื่อทำการ Backup ณ เดีย๋ วนี้ แตถ่ ้าไมไ่ ด้กดมันก็จะรอช่วงเวลาใน การ Backup (8) ในหวั ขอ้ ด้านซา้ ย จะมเี มนู Exclude Folder ถ้าเรากด Add มันกแ็ ปลวา่ folder ไหนที่เราไม่ ต้องการ Backup (9) ในหัวข้อ Advance Settings เราสามารถเข้ามาปรับได้ว่า จะได้ Jobs แบคอัพทุก ๆ กี่นาที และใหเ้ กบ็ ไฟล์ไว้นานเท่าไร แนะนำว่าใหป้ รบั เปน็ ทุกๆ Every Hour/Forever คอื เปน็ การ backup ทุก ๆ 1 ชม และเกบ็ ไฟล์ไว้ตลอด แผนการจดั การเรียนรทู้ ่ี 9
83 เวลาเรียนรวม 51 ชว่ั โมง สอนคร้ังที่ 11 ชอ่ื วชิ า การใชง้ านระบบปฏิบตั กิ าร ชอ่ื หน่วย การสำรองและเรยี กคืนขอ้ มูล จำนวน 3 ชวั่ โมง ชอ่ื เรอื่ ง การสำรองและเรียกคืนข้อมูล - การเรยี กคนื ข้อมูลดว้ ย Restore Files การเรยี กคนื ไฟล์ขอ้ มลู ด้วย Restore Files (1) เขา้ Control Panel จากนั้นไปท่ี File History (2) จากนนั้ คลิกทเี่ มนู Restore personal Files (3) จากนั้นก็ใหเ้ ราเลอื กวนั ท่เี ราทำการ Backup ไว้ เพอ่ื จะ store ข้อมลู ที่หายไป (4) ยกตัวอย่าง ลบไฟล์ A ทอี่ ยใู่ น Folders Documents (5) จากนั้นก็เข้าไปใน folder document ที่ทำการ backup เอาไว้ คลิกขวาที่ไฟล์จากนั้นเลือก Restore / Restore to แผนการจดั การเรยี นรทู้ ่ี 9
ชือ่ เรอื่ ง 84 เวลาเรียนรวม 51 ชวั่ โมง สอนครั้งท่ี 11 ช่ือวิชา การใช้งานระบบปฏบิ ัตกิ าร ชือ่ หน่วย การสำรองและเรียกคืนขอ้ มูล จำนวน 3 ชวั่ โมง การสำรองและเรยี กคืนข้อมูล ทำการเลือกไฟลท์ ี่เราตอ้ งการ Restore (6) เสร็จส้ินการ Restore ของ Windows 10 - การสำรองขอ้ มูลด้วย System Image การ Backup น้ีจะเป็นการ Backup ขอ้ มลู ท่ีอยู่ใน drive C ท้ังหมด เพอื่ ใช้เรียกคนื กลับเมื่อเคร่ือง คอมพิวเตอร์มีปัญหา และแนะนำให้เก็บไว้ที่ Drive D หรือเก็บไว้ใน External Hard disk ซึ่งต้องมีขนาด เท่ากับพนื้ ท่ไี ดร์ C ท่ีใช้งานอยู่ณตอนนี้ หรอื มากกว่า ยกตวั อย่างไดร์ C มที ง้ั หมด 100 GB แต่ตอนน้ีใช้งาน ไป 50 GB ดังนั้นควรมพี ้ืนทเ่ี กบ็ ไฟล์ System Image ทม่ี ีขนาดมากกว่า 50 Gb ได้เพียงพอ แผนการจดั การเรียนร้ทู ี่ 9
85 ช่ือวชิ า การใช้งานระบบปฏบิ ัตกิ าร เวลาเรียนรวม 51 ชว่ั โมง ชือ่ หน่วย การสำรองและเรียกคืนข้อมูล สอนครงั้ ท่ี 11 ชือ่ เรอื่ ง การสำรองและเรยี กคืนข้อมูล จำนวน 3 ชัว่ โมง 1) เปิด Control panel ภายในมุมมองแบบ “Catalog” จากนั้นให้เลือก Backup and Restore (Windows 7) 2) ทีห่ น้าต่างนีใ้ ห้คลกิ ท่ี Create a System Image 3) จากน้ันรอสกั ครรู่ ะบบจะทำการตรวจสอบ hard disk ท่ีพร้อมใช้งาน เพือ่ เก็บ System Image ของ Windows 10 หากพื้นท่ีดิสก์ไม่เพียงพอ ก็จำเป็นต้องหา Hard Disk External หรือเลือกเป็น On a Network location แทน 4) ระบบจะเลือก partition ที่เป็นส่วนของ System ไว้อยู่แล้ว นั่นคือ partition ที่เป็นส่วนของ Windows นั่นเอง โดยส่วนน้ีเราสามารถที่จะเลือก partition อื่น ๆ ได้ตามความตอ้ งการ แต่ในตัวอย่างน้ี จะเลอื กเฉพาะในสว่ นของท่เี ป็น Drive C เมื่อเสรจ็ แล้วให้คลกิ ที่ปมุ่ Next แผนการจดั การเรยี นรูท้ ี่ 9
86 ชื่อวิชา การใชง้ านระบบปฏบิ ตั ิการ เวลาเรียนรวม 51 ชั่วโมง ชือ่ หน่วย การสำรองและเรียกคนื ขอ้ มลู สอนครั้งที่ 11 ชอ่ื เรอ่ื ง การสำรองและเรียกคนื ขอ้ มลู จำนวน 3 ชวั่ โมง 5) ในสว่ นนี้จะเป็นสรปุ ข้อมูลทงั้ หมดเพ่อื ให้แนใ่ จได้ว่า เราจะ Backup ข้อมลู ท่ีเราเลือกมาไว้ ซงึ่ จะ มกี ารแจ้งขนาด ว่าจะใชพ้ ้นื ท่กี ารสำรองขอ้ มูลน้ีไว้เท่าไหร่ จากตวั อย่างจะมขี นาดประมาณ 57 GB. ให้คลิก ป่มุ Start Backup 6) ในส่วนนี้ก็จะแสดง ขั้นตอนการสร้าง image หรือขั้นตอนการ Backup ระบบ Windows 10 น่ันเอง ให้เรารอจนเสรจ็ สิ้น 7) ระบบจะมีหน้าต่างสอบถามว่าตอ้ งการสร้าง file system สำหรบั Repair หรอื ไม่ ตรงสว่ นนี้เรา จะสร้างหรือไม่สร้างกไ็ ด้ แล้วแตค่ วามสะดวกสำหรบั ในทีน่ ไ้ี ด้เลือก No แผนการจดั การเรยี นรทู้ ี่ 9
87 เวลาเรยี นรวม 51 ช่ัวโมง สอนคร้งั ท่ี 11 ชอ่ื วชิ า การใชง้ านระบบปฏบิ ัตกิ าร ช่ือหน่วย การสำรองและเรียกคนื ขอ้ มูล จำนวน 3 ชั่วโมง ชื่อเร่ือง การสำรองและเรียกคนื ข้อมูล 8) คลกิ ที่ป่มุ close เมือ่ การ Backup เสรจ็ สิ้น - การเรียกคืนไฟล์ขอ้ มลู ด้วย System Image วิธี Restore Windows 10 จากไฟล์ System image กอ่ นอ่ืน หากสำรองไว้ท่ี External Hard disk กใ็ หท้ ำการเชือ่ มตอ่ กับคอมพวิ เตอร์ให้เรยี บรอ้ ยก่อน 1) ให้เปิดไปที่ Window Settings แล้วไปที่หัวข้อ Update & Security จากนั้นเลือก Recovery แล้วใหค้ ลิกท่ปี ุ่ม Restart Now ภายใตห้ วั ขอ้ Advanced startup 2) ใหเ้ ลือกที่ Troubleshoot แผนการจัดการเรยี นรู้ที่ 9
88 เวลาเรียนรวม 51 ชัว่ โมง สอนคร้งั ที่ 11 ช่อื วชิ า การใชง้ านระบบปฏบิ ัตกิ าร ชื่อหน่วย การสำรองและเรียกคืนขอ้ มูล จำนวน 3 ช่ัวโมง ช่อื เรื่อง การสำรองและเรยี กคืนข้อมูล 3) ใหเ้ ลอื กที่ Advanced options 4) เลือกที่ System Image recovery 5) คลิกเลือกที่ account ทีใ่ ชง้ าน 6) หาก account หรือ User ที่ใช้งาน มีการกำหนด Password ไว้ก็ให้กรอก Password ให้ เรยี บร้อย แล้วคลิกทีป่ ุ่ม Continue
89 แผนการจัดการเรียนรทู้ ี่ 9 ช่ือวิชา การใช้งานระบบปฏิบัติการ เวลาเรียนรวม 51 ชว่ั โมง ชื่อหน่วย การสำรองและเรยี กคนื ขอ้ มลู สอนครง้ั ที่ 11 ชอื่ เรือ่ ง การสำรองและเรยี กคนื ขอ้ มลู จำนวน 3 ชวั่ โมง 7) รอสกั คร่กู ็จะเข้าสู่หนา้ Re-image your computer โดยเบื้องตน้ ระบบกจ็ ะสแกนหา image ที่ เราได้ Backup ไว้ และจะเลือกเวอร์ชั่นล่าสุดที่ได้แบ็คอัพไว้ แต่หากมีการสร้าง System image ไว้หลาย เวอร์ช่นั กใ็ หค้ ลกิ ท่ี select Item Image แล้วคลกิ ท่ปี มุ่ next เม่อื เลอื กเสร็จเรยี บร้อย 8) เมือ่ เลอื ก System image ที่ตอ้ งการแล้ว ก็ให้คลิกทป่ี ่มุ Next 9) คลิกที่ปมุ่ Finish หลงั จากกำหนดค่าต่าง ๆ แลว้ เพ่ือเริ่มการ restore ขอ้ มูล 10) คลิกปมุ่ Yes เพ่อื ยืนยันการ Restore ข้อมลู ทงั้ หมด เพราะข้อมลู จาก System image ที่เรา เลือกจะไปแทนทไี่ ฟล์ปัจจุบนั ที่เราใชง้ านอยู่ Restore ทบั ไฟล์ต่างๆทม่ี ีปัญหา
90 แผนการจดั การเรยี นรู้ท่ี 9 ช่อื วชิ า การใชง้ านระบบปฏบิ ตั กิ าร เวลาเรียนรวม 51 ชัว่ โมง ชือ่ หนว่ ย การสำรองและเรียกคืนข้อมลู สอนคร้ังที่ 11 ช่ือเร่อื ง การสำรองและเรียกคนื ข้อมูล จำนวน 3 ชัว่ โมง 11) จากนน้ั รอให้เครอ่ื ง Restore จนเสรจ็ แล้วเคร่อื งจะทำการ Restart อตั โนมัติหลังจากเสรจ็ สิน้ 3. สมรรถนะหลัก (สมรรถนะประจำหนว่ ย) 3.1 แสดงความรู้เกี่ยวกับการสำรองข้อมูลด้วย Backup การเรียกคืนข้อมูลด้วย Restore Files การสำรองขอ้ มลู และการเรยี กคืนขอ้ มูลดว้ ย System Images 3.2 ทักษะเกย่ี วกบั การสำรองขอ้ มูลและการเรียกคืนขอ้ มูล 3.3 แสดงพฤตกิ รรมลักษณะนิสัยใฝ่เรียนรู้ ความมีวนิ ยั ตรงต่อเวลา และอยอู่ ย่างพอเพียง 4. สมรรถนะย่อย (สมรรถนะการเรียนรู้) สมรรถนะท่ัวไป (ทฤษฎ)ี 1) แสดงความรู้เก่ยี วกบั การสำรองข้อมูลดว้ ย Backup 2) แสดงความรเู้ ก่ยี วกบั การเรียกคนื ข้อมลู ด้วย Restore Files 3) แสดงความรูเ้ กย่ี วกบั การสำรองขอ้ มูลด้วย System Image 4) แสดงความรเู้ กย่ี วกบั การเรยี กคนื ไฟล์ข้อมลู ดว้ ย System Image สมรรถนะที่พงึ ประสงค์ (ทฤษฎี) เม่อื เรียนหน่วยการเรียนรนู้ ีแ้ ล้ว นกั เรยี นสามารถ 1) อธิบายการสำรองขอ้ มลู ด้วย Backup ได้ถูกตอ้ ง 2) อธิบายการเรียกคนื ข้อมลู ดว้ ย Restore Files ไดถ้ ูกตอ้ ง 3) อธบิ ายการสำรองขอ้ มูลด้วย System Image ได้ถูกตอ้ ง 4) อธบิ ายการเรยี กคนื ไฟล์ขอ้ มูลด้วย System Image ได้ถกู ตอ้ ง
91 แผนการจัดการเรยี นร้ทู ่ี 9 ชื่อวิชา การใชง้ านระบบปฏิบตั กิ าร เวลาเรียนรวม 51 ช่ัวโมง ช่ือหนว่ ย การสำรองและเรยี กคืนข้อมูล สอนครัง้ ท่ี 11 ช่ือเร่อื ง การสำรองและเรยี กคืนข้อมูล จำนวน 3 ชว่ั โมง สมรรถนะท่ัวไป (ปฏบิ ตั ิ) 1) แสดงทักษะเกย่ี วกบั การสำรองข้อมูลด้วย Backup 2) แสดงทกั ษะเกี่ยวกับการเรยี กคืนข้อมูลดว้ ย Restore Files 3) แสดงทักษะเกยี่ วกับการสำรองข้อมลู ดว้ ย System Image 4) แสดงทกั ษะเกีย่ วกบั การเรยี กคืนไฟล์ข้อมลู ดว้ ย System Image สมรรถนะที่พงึ ประสงค์ (ปฏบิ ัติ) เมอ่ื เรียนหนว่ ยการเรยี นรนู้ ี้แล้ว นกั เรยี นสามารถ 1) สำรองขอ้ มลู ด้วย Backup ได้ถกู ต้อง 2) เรยี กคืนขอ้ มูลดว้ ย Restore Files ได้ถูกตอ้ ง 3) สำรองข้อมูลดว้ ย System Image ได้ถกู ตอ้ ง 4) เรียกคนื ไฟลข์ อ้ มลู ดว้ ย System Image ได้ถูกต้อง 5. กิจกรรมการเรยี นการสอน ในการจัดการเรียนการสอนรายวชิ าระบบคอมพิวเตอร์ หน่วยการเรียนรู้เรื่องการสำรองและเรยี ก คืนข้อมูล ได้กำหนดกิจกรรมการเรียนการสอนให้ผู้เรียนเกิดการเรียนรู้โดยใช้วิธีการจัดการเรียนรู้ฐาน สมรรถนะเชิงรุก (Active Learning Competency Based) ด้านเทคนิคการจัดการเรียนการสอนแบบ MIAP โดยมขี ้นั ตอนในการดำเนินกิจกรรมการเรียนการสอน ดังน้ี กิจกรรมการเรียนการสอน เวลา 3 ช่วั โมง/สปั ดาห์ (1) ผู้สอนให้ผูเ้ รียนได้ทำการทดสอบก่อนเรยี นดว้ ยแบบทดสอบประจำหน่วย จำนวน 10 คำถาม (2) ผู้สอนชี้แจงรายละเอียดเกี่ยวกับจุดประสงค์ สมรรถนะของหน่วยการเรียนรู้ และ นำเขา้ สู่บทเรยี น (3). ผสู้ อนแสดงตัวอยา่ งการใชง้ านที่พบเหน็ ได้ทว่ั ไปของการสำรองและเรียกคืนข้อมลู (4). ผสู้ อนถา่ ยทอดความรู้ในหนว่ ยที่ 9 เร่ืองการสำรองและเรยี กคนื ข้อมลู (5). ผู้สอนแสดงใบงานเรื่องการสำรองและเรียกคืนข้อมูล และอธิบายขั้นตอนวิธีการใน การปฏิบตั ิงานตามใบงาน (6). ผู้สอนใหผ้ เู้ รียนปฏิบตั งิ านตามใบงานเรอ่ื งการสำรองและเรยี กคืนข้อมูล (7). ผู้สอนประเมินผลการปฏิบตั ิงานของผูเ้ รียนและให้ผูเ้ รียนสรปุ สาระสำคัญของเรื่องท่ี เรยี นประจำสัปดาห์ แผนการจดั การเรยี นรทู้ ี่ 9
92 ชอ่ื วิชา การใชง้ านระบบปฏบิ ตั กิ าร เวลาเรียนรวม 51 ช่วั โมง ช่ือหนว่ ย การสำรองและเรียกคนื ข้อมูล สอนครั้งที่ 11 ชือ่ เร่อื ง การสำรองและเรียกคืนข้อมูล จำนวน 3 ชัว่ โมง (8) ผ้เู รยี นทำแบบทดสอบหลงั เรยี น จำนวน 10 คำถาม 6. ส่ือการสอน (1). เอกสารประกอบการสอน การสำรองและเรยี กคนื ข้อมลู (2). เอกสารประกอบการเรียน การสำรองและเรยี กคนื ข้อมูล (3). สื่อนำเสนอ PowerPoint การสำรองและเรียกคนื ข้อมลู (4) สอ่ื วดิ ีโอ YouTube การสำรองและเรยี กคืนขอ้ มูล 7. งานทีม่ อบหมาย/กิจกรรม ใหน้ ักเรียนทำแบบฝกึ เสริมทักษะตามใบงานทา้ ยหน่วยการเรยี นท่ี 6 8. การวดั และประเมนิ ผล วดั ผล/ประเมนิ ผล วธิ กี าร เคร่ืองมือ เกณฑ์ 1. ส ม ร ร ถ น ะ ท ี ่ พึ ง - ทำแบบฝึกเสริมทักษะ - แบบฝึกเสริมทักษะ - ผา่ นเกณฑ์ร้อยละ 60 ประสงค์ ทา้ ยหน่วย ทา้ ยหนว่ ย 2.คุณลักษณะอันพึง - ประเมินคุณลักษณะ - แ บ บ ป ร ะ เ มิ น - ผา่ นเกณฑ์รอ้ ยละ 80 ประสงค์ (Attitude) อันพึงประสงค์ ค ุ ณ ล ั ก ษ ณ ะ อ ั น พึ ง ประสงค์
93 แผนการจัดการเรียนรู้ที่ 10 สอนครัง้ ที่ 12-13 เร่อื ง การตดิ ตง้ั และใช้งานโปรแกรมประยกุ ต์
94 แผนการจดั การเรยี นรู้ท่ี 10 ชอ่ื วชิ า การใช้งานระบบปฏบิ ตั ิการ เวลาเรยี นรวม 51 ช่ัวโมง ชือ่ หนว่ ย การติดต้งั และใชง้ านโปรแกรมประยุกต์ สอนครงั้ ท่ี 12-13 ชือ่ เรอ่ื ง การตดิ ตงั้ และใชง้ านโปรแกรมประยกุ ต์ จำนวน 6 ช่วั โมง 1. หวั ขอ้ เร่อื ง - ประเภทของโปรแกรมประยกุ ต์ - การติดตั้งโปรแกรม Google Chrome - การใชง้ านโปรแกรม Google Chrome 2. สาระสำคญั - ประเภทของโปรแกรมประยุกต์ ซอฟตแ์ วร์ (software) หมายถงึ ชดุ คำส่ังหรือโปรแกรมทใี่ ชส้ งั่ งานใหค้ อมพิวเตอร์ทำงาน ซอฟตแ์ วร์ จึงหมายถึงลำดบั ขนั้ ตอนการทำงานทเี่ ขียนขึ้นดว้ ยคำสั่งของคอมพวิ เตอร์ คำสัง่ เหล่าน้ีเรยี งกันเป็นโปรแกรม คอมพิวเตอร์ จากท่ที ราบมาแล้ววา่ คอมพิวเตอร์ทำงานตามคำสงั่ การทำงานพนื้ ฐานเป็นเพยี งการกระทำกบั ขอ้ มูลท่ีเปน็ ตัวเลขฐานสอง ซ่ึงใชแ้ ทนขอ้ มลู ทเ่ี ปน็ ตัวเลข ตวั อักษร รปู ภาพ หรือแม้แตเ่ ปน็ เสยี งพูดกไ็ ด้ โปรแกรมคอมพิวเตอร์ที่ใช้สั่งงานคอมพิวเตอร์จึงเป็นซอฟต์แวร์ เพราะเป็นลำดับขั้นตอนการ ทำงานของคอมพิวเตอร์ คอมพวิ เตอร์เครอื่ งหนง่ึ ทำงานแตกต่างกันได้มากมายดว้ ยซอฟต์แวร์ท่ีแตกต่างกัน ซอฟต์แวรจ์ ึงหมายรวมถึงโปรแกรมคอมพวิ เตอร์ทกุ ประเภทที่ทำให้คอมพวิ เตอร์ทำงานได้ การที่เราเห็นคอมพิวเตอร์ทำงานให้กับเราได้มากมาย เพราะว่ามีผู้พัฒนาโปรแกรมคอมพิวเตอร์มาให้เรา สง่ั งานคอมพิวเตอร์ รา้ นคา้ อาจใช้คอมพิวเตอรท์ ำบัญชีทีย่ ุ่งยากซบั ซ้อน บริษทั ขายตว๋ั ใชค้ อมพิวเตอรช์ ่วยใน ระบบการจองตั๋ว คอมพิวเตอร์ช่วยในเรื่องกิจการงานธนาคารที่มีข้อมูลต่าง ๆ มากมาย คอมพิวเตอร์ ช่วยงานพิมพเ์ อกสารให้สวยงาม เป็นต้น การที่คอมพวิ เตอรด์ ำเนินการให้ประโยชน์ไดม้ ากมายมหาศาลจะ อยู่ที่ซอฟต์แวร์ ซอฟต์แวร์จึงเป็นส่วนสำคัญของระบบคอมพิวเตอร์ หากขาดซอฟต์แวร์คอมพิวเตอร์ก็ไม่ สามารถทำงานได้ ซอฟต์แวร์จึงเป็นสิ่งที่จำเป็น และมีความสำคัญมาก และเป็นส่วนประกอบหนึ่งที่ทำให้ ระบบสารสนเทศเป็นไปไดต้ ามที่ตอ้ งการ ซอฟท์แวร์และภาษาคอมพิวเตอร์ เมื่อมนุษย์ต้องการใช้คอมพิวเตอร์ช่วยในการทำงาน มนุษย์จะต้องบอกขั้นตอนวิธีการให้ คอมพวิ เตอรท์ ราบ การทบี่ อกส่ิงทมี่ นษุ ย์เขา้ ใจให้คอมพิวเตอรร์ ับรู้ และทำงานได้อย่างถกู ตอ้ ง จำเป็นต้องมี ส่อื กลาง ถ้าเปรียบเทยี บกับชีวติ ประจำวนั แลว้ เรามีภาษาทใี่ ช้ในการติดต่อซ่งึ กันและกนั เช่นเดยี วกันถ้า
95 แผนการจดั การเรยี นรู้ท่ี 10 ช่ือวิชา การใช้งานระบบปฏิบตั ิการ เวลาเรียนรวม 51 ชว่ั โมง ช่อื หน่วย การตดิ ตั้งและใชง้ านโปรแกรมประยุกต์ สอนครัง้ ท่ี 12-13 ชือ่ เรือ่ ง การติดต้งั และใชง้ านโปรแกรมประยุกต์ จำนวน 6 ชั่วโมง มนุษย์ต้องการจะถ่ายทอดความต้องการให้คอมพิวเตอร์รับรู้และปฏิบัติตาม จะต้องมีสื่อกลางสำหรับการ ตดิ ต่อเพ่ือใหค้ อมพิวเตอร์รับรู้ เราเรียกสื่อกลางนี้ว่าภาษาคอมพิวเตอร์ เนื่องจากคอมพิวเตอร์ทำงานด้วยสัญญาณทางไฟฟ้า ใช้แทนด้วยตัวเลข 0 และ 1 ได้ ผู้ออกแบบ คอมพิวเตอร์ใชต้ ัวเลข 0 และ 1 นี้เป็นรหัสแทนคำส่ังในการสั่งงานคอมพิวเตอร์ รหัสแทนข้อมูลและคำสั่ง โดยใช้ระบบเลขฐานสองนี้ คอมพิวเตอร์สามารถเข้าใจได้ เราเรียกเลขฐานสองที่ประกอบกันเปน็ ชุดคำสงั่ และใช้สงั่ งานคอมพวิ เตอรว์ ่าภาษาเคร่อื ง การใช้ภาษาเครื่องนี้ถึงแม้คอมพิวเตอร์จะเข้าใจได้ทันที แต่มนุษย์ผู้ใช้จะมีข้อยุ่งยากมาก เพราะ เขา้ ใจและจดจำได้ยาก จงึ มีผู้สรา้ งภาษาคอมพิวเตอร์ในรูปแบบที่เป็นตัวอักษร เปน็ ประโยคขอ้ ความ ภาษา ในลักษณะดังกล่าวนี้เรียกว่า ภาษาคอมพิวเตอร์ระดับสูง ภาษาระดับสูงมีอยู่มากมาย บางภาษามีความ เหมาะสมกับการใช้สั่งงานการคำนวณทางคณิตศาสตร์และวิทยาศาสตร์ บางภาษามีความเหมาะสมไว้ใช้ ส่ังงานทางด้านการจัดการข้อมลู ในการทำงานของคอมพิวเตอร์ คอมพิวเตอร์จะแปลภาษาระดับสูงให้เป็นภาษาเครื่อง ดังนั้นจึงมี ผู้พัฒนาโปรแกรมคอมพิวเตอร์สำหรับแปลภาษาคอมพิวเตอร์ระดับสูงให้เป็นภาษาเครื่อง โปรแกรมที่ใช้ แปลภาษาคอมพวิ เตอรร์ ะดบั สูงให้เป็นภาษาเครอื่ งเรียกวา่ คอมไพเลอร์ (compiler) หรืออนิ เทอร์พรีเตอร์ (interpreter) ซอฟต์แวร์หรือโปรแกรมคอมพิวเตอร์จึงเป็นส่วนสำคัญที่ควบคุมการทำงานของคอมพิวเตอ ร์ให้ ดำเนินการตามแนวความคิดที่ได้กำหนดไวล้ ่วงหน้าแล้ว คอมพิวเตอร์ต้องทำงานตามโปรแกรมเท่านั้น ไม่ สามารถทำงานทีน่ อกเหนอื จากทกี่ ำหนดไวใ้ นโปรแกรม โปรแกรมประยกุ ต์ การใช้งานคอมพิวเตอรต์ อ้ งมีโปรแกรม/ซอฟต์แวรป์ ระยกุ ต์ ซึง่ อาจเป็นซอฟตแ์ วร์สำเรจ็ ท่ีมีผูพ้ ัฒนา เพื่อใช้งานทั่วไปทำให้ทำงานได้สะดวกข้ึน หรืออาจเปน็ ซอฟต์แวรใ์ ช้งานเฉพาะ ซึ่งผู้ใช้เป็นผู้พัฒนาข้นึ เอง เพอ่ื ให้เหมาะสมกับสภาพการทำงานของตน โปรแกรม/ซอฟตแ์ วรส์ ำเรจ็ ในบรรดาซอฟต์แวร์ประยุกต์ท่ีมใี ช้กันท่ัวไป ซอฟต์แวรส์ ำเร็จ (package) เป็นซอฟต์แวร์ที่มีความ นยิ มใชก้ ันสงู มาก ซอฟต์แวรส์ ำเร็จเปน็ ซอฟต์แวร์ที่บริษัทพัฒนาขึน้ แลว้ นำออกมาจำหน่าย เพ่ือให้ผู้ใช้งาน ซื้อไปใช้ได้โดยตรง ไม่ต้องเสียเวลาในการพัฒนาซอฟต์แวร์อีก ซอฟต์แวร์สำเร็จที่มีจำหน่ายในท้องตลาด ทั่วไป และเปน็ ทนี่ ยิ มของผใู้ ช้มี 5 กลุ่มใหญ่ ได้แก่ ซอฟต์แวรป์ ระมวลคำ (word processing software)
96 แผนการจัดการเรียนรูท้ ่ี 10 ช่อื วชิ า การใช้งานระบบปฏบิ ัตกิ าร เวลาเรยี นรวม 51 ชวั่ โมง ชื่อหน่วย การตดิ ตง้ั และใชง้ านโปรแกรมประยุกต์ สอนครงั้ ที่ 12-13 ช่ือเรื่อง การตดิ ตง้ั และใชง้ านโปรแกรมประยกุ ต์ จำนวน 6 ช่วั โมง 1) ซอฟต์แวร์ประมวลคำ เป็นซอฟต์แวร์ประยุกต์ใช้สำหรับการพิมพ์เอกสาร สามารถ แก้ไข เพิ่ม แทรก ลบ และจัดรูปแบบเอกสารได้อย่างดี เอกสารที่พิมพ์ไว้จัดเป็นแฟ้มข้อมูล เรียกมาพิมพ์ หรือแก้ไขใหม่ได้ การพิมพ์ออกทางเครื่องพิมพ์ก็มีรูปแบบตัวอักษรให้เลือกหลายรูปแบบ เอกสารจึงดู เรียบร้อยสวยงาม ปัจจุบันมีการเพิ่มขีดความสามารถของซอฟต์แวร์ประมวลคำอีกมากมาย ซอฟต์แวร์ ประมวลคำที่นิยมอยใู่ นปัจจุบนั คือ WinWord 2) ซอฟต์แวร์ตารางทำงาน เป็นซอฟต์แวร์ที่ช่วยในการคิดคำนวณ การทำงานของ ซอฟต์แวร์ตารางทำงาน ใช้หลักการเสมือนมีโต๊ะทำงานที่มีกระดาษขนาดใหญ่วางไว้ มีเครื่องมือคล้าย ปากกา ยางลบ และเครื่องคำนวณเตรียมไว้ให้เสร็จ บนกระดาษมีช่องให้ใส่ตัวเลข ข้อความหรือสูตร สามารถสั่งให้คำนวณตามสูตรหรือเงื่อนไขที่กำหนด ผู้ใช้ซอฟต์แวร์ตารางทำงานสามารถประยุกต์ใช้งาน ประมวลผลตัวเลขอนื่ ๆ ไดก้ วา้ งขวาง ตัวอย่างเชน่ Excel 3) ซอฟต์แวร์จัดการฐานข้อมูล การใช้คอมพิวเตอร์อย่างหนึ่งคือการใช้เก็บข้อมูล และ จัดการกบั ขอ้ มลู ที่จดั เกบ็ ในคอมพวิ เตอร์ จงึ จำเป็นตอ้ งมซี อฟต์แวรจ์ ัดการข้อมูล การรวบรวมข้อมูลหลาย ๆ เรื่องที่เกี่ยวข้องกันไว้ในคอมพิวเตอร์ เราก็เรียกว่าฐานข้อมูล ซอฟต์แวร์จัดการฐานข้อมูลจึงหมายถึง ซอฟตแ์ วร์ทชี่ ว่ ยในการเก็บ การเรียกค้นมาใช้งาน การทำรายงาน การสรุปผลจากขอ้ มูล ซอฟต์แวร์จัดการ ฐานข้อมลู ที่นิยมใช้ เช่น Access, FoxBASE 4) ซอฟตแ์ วรน์ ำเสนอ เป็นซอฟตแ์ วรท์ ี่ใช้สำหรับนำเสนอข้อมูล การแสดงผลต้องสามารถ ดึงดูดความสนใจ ซอฟต์แวร์เหล่านี้จึงเป็นซอฟต์แวร์ที่นอกจากสามารถแสดงข้อความในลักษณะที่จะสื่อ ความหมายได้ง่ายแล้วจะต้องสร้างแผนภูมิ กราฟ และรูปภาพได้ ตัวอย่างของซอฟต์แวร์นำเสนอ เช่น PowerPoint
97 แผนการจดั การเรียนรู้ท่ี 10 ชอื่ วชิ า การใช้งานระบบปฏบิ ตั กิ าร เวลาเรยี นรวม 51 ชั่วโมง ช่ือหน่วย การตดิ ตง้ั และใช้งานโปรแกรมประยกุ ต์ สอนครง้ั ท่ี 12-13 ช่อื เร่อื ง การตดิ ตง้ั และใช้งานโปรแกรมประยกุ ต์ จำนวน 6 ชว่ั โมง 5) ซอฟต์แวร์สื่อสารข้อมูล ซอฟต์แวร์สื่อสารข้อมูลนี้หมายถึงซอฟต์แวร์ที่จะช่วยให้ ไมโครคอมพวิ เตอร์ตดิ ต่อส่อื สารกับเครื่องคอมพิวเตอรอ์ ่นื ในท่ีห่างไกล โดยผา่ นทางสายโทรศัพท์ ซอฟตแ์ วร์ สื่อสารใช้เชื่อมโยงต่อเข้ากับระบบเครือข่ายคอมพิวเตอร์ เช่น อินเทอร์เน็ต ทำให้สามารถใช้บริการอื่น ๆ เพ่มิ เตมิ ได้ สามารถใชร้ บั สง่ ไปรษณียอ์ ิเล็กทรอนิกส์ ใช้โอนยา้ ยแฟ้มขอ้ มูล ใชแ้ ลกเปลยี่ นข้อมลู อ่านข่าวสาร นอกจากนี้ยังใช้ในการเชื่อมเข้าหามินิคอมพิวเตอร์หรือเมนเฟรม เพื่อเรียกใช้งานจากเครื่องเหล่านั้นได้ ซอฟตแ์ วรส์ อื่ สารขอ้ มลู ทีน่ ิยมมมี ากมายหลายซอฟตแ์ วร์ เช่น โปรคอม ครอสทอล์ค เทลิก ความต้องการของการใช้คอมพิวเตอร์ในงานทางธุรกิจยังมีอีกมาก ดังนั้นจึงต้องมีความต้องการผู้พัฒนา ซอฟตแ์ วร์เพื่อพัฒนาซอฟตแ์ วรใ์ ชง้ านเฉพาะต่าง ๆ อีกมากมาย ซอฟต์แวรใ์ ชง้ านเฉพาะ การประยุกต์ใช้งานด้วยซอฟต์แวร์สำเร็จมักจะเน้นการใช้งานทั่วไป แต่อาจจะนำมา ประยุกต์โดยตรงกับงานทางธุรกิจบางอย่างไม่ได้ เช่นในกิจการธนาคาร มีการฝากถอนเงิน งานทางด้าน บญั ชี หรอื ในห้างสรรพสนิ ค้ากม็ ีงานการขายสินค้า การออกใบเสร็จรับเงนิ การควบคมุ สินคา้ คงคลัง ดังนั้น จึงตอ้ งมกี ารพัฒนาซอฟต์แวร์ใช้งานเฉพาะสำหรับงานแต่ละประเภทให้ตรงกับความตอ้ งการของผู้ใช้แต่ละ ราย ซอฟต์แวร์ใช้งานเฉพาะมักเป็นซอฟต์แวร์ที่ผู้พัฒนาต้องเข้าไปศึกษารูปแบบการทำงาน หรอื ความตอ้ งการของธุรกิจนั้น ๆ แลว้ จัดทำขึน้ โดยทวั่ ไปจะเป็นซอฟตแ์ วร์ทม่ี ีหลายส่วนรวมกนั เพื่อรว่ มกัน ทำงาน ซอฟต์แวร์ใช้งานเฉพาะที่ใช้กันในทางธุรกิจ เช่น ระบบงานทางด้านบัญชี ระบบงานจัดจำหน่าย ระบบงานในโรงงานอุตสาหกรรม บรหิ ารการเงนิ และการเชา่ ซอื้
98 แผนการจัดการเรยี นรู้ท่ี 10 ชื่อวิชา การใช้งานระบบปฏิบัตกิ าร เวลาเรยี นรวม 51 ชัว่ โมง ชอ่ื หนว่ ย การตดิ ตัง้ และใช้งานโปรแกรมประยุกต์ สอนครัง้ ท่ี 12-13 ชอื่ เรอื่ ง การตดิ ตง้ั และใชง้ านโปรแกรมประยุกต์ จำนวน 6 ช่ัวโมง - การตดิ ต้งั โปรแกรม Google Chrome โปรแกรม Google Chrome เป็นโปรแกรมประยุกต์ สำหรับใช้ในการสำรวจ ดูข้อมูลบนหน้าเวบ็ ต้องใชง้ านผา่ นระบบเครอื ข่ายอนิ เทอร์เน็ต การตดิ ตั้ง Google Chrome ใน Windows 10 1. คลิกเปดิ เบราว์เซอร์ Internet explorer จากนัน้ คลิกลิงค์นี้เลย>> โหลด Google Chrome 2. เม่อื เขา้ มาแล้ว คลกิ ปุ่มดาวนโ์ หลด Chrome 3. ตอ่ ด้วย คลิกปุ่ม ยอมรับและติดต้ัง
99 แผนการจดั การเรียนรทู้ ี่ 10 ช่ือวิชา การใช้งานระบบปฏิบตั กิ าร เวลาเรยี นรวม 51 ชัว่ โมง ชื่อหนว่ ย การติดต้งั และใชง้ านโปรแกรมประยกุ ต์ สอนครั้งท่ี 12-13 ชื่อเรื่อง การตดิ ตงั้ และใชง้ านโปรแกรมประยกุ ต์ จำนวน 6 ชัว่ โมง 4. เข้าไปยังโฟลเดอร์ที่ดาวโหลดโปรแกรมเก็บไว้ จากนั้นคลิกเพื่อติดตั้งโปรแกรม Google Chrome 5. เม่อื ติดตงั้ เสรจ็ จะมีการตงั้ คา่ ตวั โปรแกรม โดยเรม่ิ จากกดปุ่ม เรม่ิ ต้นใชง้ าน 6. เลือกเพมิ่ แอป Google ในบกุ๊ มารก์ จากนนั้ กดปุ่ม ถัดไป
100 แผนการจดั การเรยี นรู้ท่ี 10 ชื่อวิชา การใช้งานระบบปฏบิ ัติการ เวลาเรียนรวม 51 ชว่ั โมง ช่อื หนว่ ย การตดิ ตัง้ และใช้งานโปรแกรมประยุกต์ สอนครงั้ ที่ 12-13 ชอ่ื เรื่อง การตดิ ตัง้ และใชง้ านโปรแกรมประยกุ ต์ จำนวน 6 ชว่ั โมง 7. ต่อด้วยเลอื กพ้นื หลังแลว้ กดปุ่ม ถดั ไป 8. ตงั้ คา่ เบราว์เซอร์ Chrome ใหเ้ ป็นเบราว์เซอรเ์ ริม่ ตน้ คลกิ ปมุ่ ต้งั เปน็ คา่ เรม่ิ ต้น 10. เลอื กโปรแกรม Google Chrome > จากนน้ั ปดิ หน้านี้ลง
101 แผนการจัดการเรียนรูท้ ่ี 10 ช่ือวชิ า การใชง้ านระบบปฏิบัตกิ าร เวลาเรียนรวม 51 ชัว่ โมง ชื่อหน่วย การติดตง้ั และใช้งานโปรแกรมประยกุ ต์ สอนครง้ั ท่ี 12-13 ชือ่ เร่ือง การติดต้ังและใชง้ านโปรแกรมประยุกต์ จำนวน 6 ชั่วโมง ข้อดีของการตดิ ตั้ง Google Chrome Google Chrome มีฟังก์ชั่นการทำงานที่น่าใช้มากมาย อย่างเช่น เปิดเวปได้รวดเร็ว, มีฟังก์ชั่น แปลภาษา, สามารถติดตั้งส่วนขยายที่เป็นปลั๊กอินเสริมได้, เชื่อมต่อกับ Gmail เข้าใช้งานบริการออนไลน์ ของ Google ไดฟ้ รี ทำใหส้ ะดวกกว่าเบราวเ์ ซอรอ์ ่ืน และทหี่ ลายคนไม่ทราบ คือ สามารถทำให้ YouTube กลายเป็นจอเล็กได้ด้วย อีกทั้งปัจจุบันบริการบ้างเวบ็ ไซต์จะเชื่อมกับ Chrome เพื่อให้การทำงานที่ดีและ ปลอดภยั 3. สมรรถนะหลกั (สมรรถนะประจำหนว่ ย) 3.1 แสดงความรูเ้ กี่ยวกับประเภทของโปรแกรมประยุกต์ การติดตั้งและใชง้ านโปรแกรม Google Chrome 3.2 ทกั ษะเก่ยี วกับการตดิ ต้งั และใชง้ านโปรแกรม Google Chrome 3.3 แสดงพฤตกิ รรมลักษณะนิสัยใฝ่เรียนรู้ ความมวี นิ ัย ตรงต่อเวลา และอยอู่ ย่างพอเพยี ง 4. สมรรถนะยอ่ ย (สมรรถนะการเรียนรู้) สมรรถนะทั่วไป (ทฤษฎ)ี 1) แสดงความรเู้ กยี่ วกับประเภทของโปรแกรมประยุกต์ 2) แสดงความร้เู กี่ยวกับการติดต้ังโปรแกรม Google Chrome 3) แสดงความร้เู กี่ยวกับการใชง้ านโปรแกรม Google Chrome สมรรถนะท่ีพงึ ประสงค์ (ทฤษฎ)ี เมื่อเรยี นหน่วยการเรยี นรู้นี้แล้ว นักเรียนสามารถ 1) บอกประเภทของโปรแกรมประยุกตไ์ ดถ้ กู ต้อง 2) อธิบายการตดิ ตัง้ โปรแกรม Google Chrome ไดถ้ ูกต้อง 3) อธิบายการใช้งานโปรแกรม Google Chrome ได้ถกู ต้อง สมรรถนะทั่วไป (ปฏิบตั )ิ 1) แสดงทักษะเก่ยี วกบั ประเภทของโปรแกรมประยุกต์ 2) แสดงทักษะเก่ียวกับการติดต้งั โปรแกรม Google Chrome 3) แสดงความรูเ้ กี่ยวกับการใช้งานโปรแกรม Google Chrome แผนการจดั การเรียนรู้ท่ี 10
102 ช่ือวชิ า การใช้งานระบบปฏิบตั ิการ เวลาเรียนรวม 51 ช่วั โมง ช่ือหน่วย การติดต้ังและใช้งานโปรแกรมประยุกต์ สอนครง้ั ที่ 12-13 ชอ่ื เร่อื ง การติดตั้งและใชง้ านโปรแกรมประยุกต์ จำนวน 6 ชั่วโมง สมรรถนะท่ีพงึ ประสงค์ (ปฏบิ ตั ิ) เมือ่ เรยี นหนว่ ยการเรียนรูน้ แ้ี ล้ว นักเรียนสามารถ 1) เลือกใชง้ านโปรแกรมประยกุ ต์ไดถ้ กู ต้อง 2) ติดตง้ั โปรแกรม Google Chrome ไดถ้ กู ต้อง 3) ใชง้ านโปรแกรม Google Chrome ได้ถูกตอ้ ง 5. กิจกรรมการเรียนการสอน ในการจัดการเรียนการสอนรายวิชาระบบคอมพิวเตอร์ หน่วยการเรียนรู้เรื่องการติดต้ังและใช้งาน โปรแกรมประยกุ ต์ ไดก้ ำหนดกิจกรรมการเรียนการสอนให้ผู้เรียนเกิดการเรียนรู้โดยใช้วธิ กี ารจัดการเรียนรู้ ฐานสมรรถนะเชิงรุก (Active Learning Competency Based) ด้านเทคนคิ การจัดการเรียนการสอนแบบ MIAP โดยมีขัน้ ตอนในการดำเนินกิจกรรมการเรยี นการสอน ดังน้ี กิจกรรมการเรยี นการสอน (คร้ังท่ี 1) เวลา 3 ช่วั โมง/สปั ดาห์ (1) ผู้สอนให้ผูเ้ รียนได้ทำการทดสอบก่อนเรียนด้วยแบบทดสอบประจำหนว่ ย จำนวน 10 คำถาม (2) ผู้สอนชี้แจงรายละเอียดเกี่ยวกับจุดประสงค์ สมรรถนะของหน่วยการเรียนรู้ และ นำเขา้ ส่บู ทเรยี น (3). ผู้สอนแสดงตัวอย่างการใช้งานที่พบเห็นได้ทั่วไปของการติดตั้งและใช้งานโปรแกรม ประยกุ ต์ (1) (4). ผู้สอนถา่ ยทอดความรูใ้ นหนว่ ยที่ 10 เรือ่ งการตดิ ตั้งและใชง้ านโปรแกรมประยกุ ต์ (1) (5). ผู้สอนแสดงใบงานเรื่องการติดตั้งและใช้งานโปรแกรมประยุกต์ (1) และอธิบาย ขั้นตอนวธิ ีการในการปฏบิ ัติงานตามใบงาน (6). ผสู้ อนให้ผ้เู รยี นปฏบิ ัตงิ านตามใบงานเรือ่ งการติดต้งั และใช้งานโปรแกรมประยุกต์ (1) (7). ผู้สอนประเมินผลการปฏิบตั ิงานของผู้เรยี นและให้ผูเ้ รียนสรปุ สาระสำคัญของเรื่องที่ เรยี นประจำสัปดาห์ กิจกรรมการเรียนการสอน (ครง้ั ที่ 2) เวลา 3 ช่วั โมง/สปั ดาห์ (1) ผู้สอนชี้แจงรายละเอียดเกี่ยวกับจุดประสงค์ สมรรถนะของหน่วยการเรียนรู้ และ นำเขา้ สู่บทเรียน แผนการจัดการเรยี นรู้ที่ 10
103 ชอื่ วชิ า การใช้งานระบบปฏบิ ตั ิการ เวลาเรียนรวม 51 ชวั่ โมง ชอื่ หนว่ ย การตดิ ต้ังและใช้งานโปรแกรมประยุกต์ สอนครัง้ ท่ี 12-13 ชื่อเรอ่ื ง การตดิ ตั้งและใช้งานโปรแกรมประยุกต์ จำนวน 6 ช่วั โมง (2). ผู้สอนแสดงตัวอย่างการใช้งานที่พบเห็นได้ทั่วไปของการติดตั้งและใช้งานโปรแกรม ประยุกต์ (2) (3). ผสู้ อนถ่ายทอดความรู้ในหนว่ ยที่ 10 เรอื่ งการตดิ ต้ังและใชง้ านโปรแกรมประยกุ ต์ (2) (4). ผู้สอนแสดงใบงานเรื่องการติดตั้งและใช้งานโปรแกรมประยุกต์ (2) และอธิบาย ขัน้ ตอนวิธีการในการปฏบิ ตั ิงานตามใบงาน (5). ผสู้ อนใหผ้ ู้เรยี นปฏิบัตงิ านตามใบงานเรอ่ื งการตดิ ต้งั และใชง้ านโปรแกรมประยกุ ต์ (2) (6). ผู้สอนประเมินผลการปฏิบัติงานของผูเ้ รยี นและให้ผู้เรยี นสรปุ สาระสำคัญของเรื่องที่ เรยี นประจำสัปดาห์ (7) ผูเ้ รียนทำแบบทดสอบหลังเรียน จำนวน 10 คำถาม 6. สอื่ การสอน (1). เอกสารประกอบการสอน การติดต้งั และใชง้ านโปรแกรมประยกุ ต์ (2). เอกสารประกอบการเรียน การติดตงั้ และใชง้ านโปรแกรมประยกุ ต์ (3). สื่อนำเสนอ PowerPoint การติดตัง้ และใชง้ านโปรแกรมประยกุ ต์ (4) ส่อื วิดีโอ YouTube การติดต้ังและใช้งานโปรแกรมประยุกต์ 7. งานทมี่ อบหมาย/กจิ กรรม ใหน้ กั เรยี นทำแบบฝึกเสริมทกั ษะตามใบงานท้ายหนว่ ยการเรยี นท่ี 6 8. การวัดและประเมนิ ผล วดั ผล/ประเมินผล วธิ กี าร เครอื่ งมือ เกณฑ์ 1. ส ม ร ร ถ น ะ ท ี ่ พึ ง - ทำแบบฝกึ เสริมทักษะ - แบบฝึกเสริมทักษะ - ผ่านเกณฑ์รอ้ ยละ 60 ประสงค์ ทา้ ยหน่วย ทา้ ยหนว่ ย 2.คุณลักษณะอันพึง - ประเมินคุณลักษณะ - แ บ บ ป ร ะ เ มิ น - ผา่ นเกณฑ์รอ้ ยละ 80 ประสงค์ (Attitude) อันพงึ ประสงค์ ค ุ ณ ล ั ก ษ ณ ะ อ ั น พึ ง ประสงค์
104 แผนการจดั การเรียนรทู้ ่ี 11 สอนครั้งที่ 14 เรือ่ ง การปอ้ งกันภยั คุกคามและการรกั ษาความปลอดภยั
105 แผนการจัดการเรยี นรทู้ ี่ 11 ช่อื วชิ า การใช้งานระบบปฏิบตั กิ าร เวลาเรียนรวม 51 ชวั่ โมง ชอ่ื หนว่ ย การป้องกนั ภยั คุกคามและการรักษาความปลอดภัย สอนครง้ั ที่ 14 ชอ่ื เรื่อง การป้องกนั ภยั คุกคามและการรกั ษาความปลอดภัย จำนวน 3 ชว่ั โมง 1. หัวขอ้ เรอ่ื ง - ภัยคุกคามตอ่ ระบบคอมพวิ เตอร์ - รปู แบบภัยคุกคามตอ่ ระบบคอมพิวเตอร์ - ข้อควรปฏบิ ัติเพื่อความปลอดภัยระบบคอมพิวเตอร์ - แนวทางการปอ้ งกนั ภยั ทางอนิ เทอรเ์ นต็ 2. สาระสำคัญ - ภยั คุกคามตอ่ ระบบคอมพวิ เตอร์ ภยั คุกคามตอ่ ระบบคอมพวิ เตอร์ครอบคลุมทงั้ การคุกคามทางระบบฮารด์ แวรร์ ะบบซอฟต์แวร์ และ ข้อมูล โดยสาเหตุของภัยคุกคามอาจจะมาจากทางกายภาพ เช่น อัคคีภัย ปัญหาวงจรไฟฟ้า ระบบสื่อสาร ความผิดพลาดของฮารด์ แวร์ความผิดพลาดของซอฟตแ์ วร์หรอื ภัยคุกคามที่เกิดจากคน หรือผู้ใช้ระบบ เชน่ การบุกรุกจากผู้ที่ไม่ไดร้ บั อนญุ าต หรือผู้ใช้ไมเ่ ข้าใจระบบทำให้ระบบเกิดความ เสียหาย ภัยคุกตามเหล่านี้ เป็นสาเหตุให้ข้อมูลในระบบเสยี หาย สญู หาย ถกู ขโมย หรือแก้ไขบิดเบอื น โดยจาํ แนกภยั คกุ คามทางระบบ คอมพวิ เตอรแ์ บ่งออกเป็น 3 ประเภทดงั นี้ 1. ภัยคุกคามทางระบบฮาร์ดแวร์ (Hardware Security Threats) คือ ภัยที่มีต่อระบบการจ่าย ไฟฟ้า ภัยที่เกิดจากการทำลายทางกายภาพโดยตรงต่อระบบคอมพิวเตอร์นั้น ๆ และภัยจากการลักขโมย โดยตรง 2. ภัยคุกคามทางระบบซอฟต์แวร์ (Software Security Threats) การลบซอฟต์แวร์หรือการลบ เพยี งบางสว่ นของซอฟตแ์ วร์นัน้ ๆ การขโมยซอฟต์แวร์ (Software Theft) การเปลย่ี นแปลงแกไ้ ขซอฟตแ์ วร์ (Software Modification) และการขโมยข้อมูล (Information Leaks) 3.ภัยคุกคามที่มีต่อระบบข้อมูล (Data Threats) การที่ข้อมูลอาจถูกเปิดเผยโดยมิได้รับอนุญาต การที่ข้อมูลอาจถกู เปลี่ยนแปลงแก้ไขเพือ่ ผลประโยชน์โดยมิไดม้ ีการตรวจสอบแก้ไข การที่ข้อมูลน้ันถูกทำ ใหไ้ มส่ ามารถนำมาใช้งานได้
106 แผนการจดั การเรียนรู้ที่ 11 ชอ่ื วิชา การใชง้ านระบบปฏิบัตกิ าร เวลาเรียนรวม 51 ชว่ั โมง ชอ่ื หนว่ ย การป้องกนั ภัยคุกคามและการรกั ษาความปลอดภัย สอนครั้งที่ 14 ช่ือเร่อื ง การปอ้ งกันภัยคกุ คามและการรักษาความปลอดภัย จำนวน 3 ช่วั โมง - รปู แบบภยั คกุ คามต่อระบบคอมพิวเตอร์ 1. มัลแวร์ (Malware) คือความไม่ปกติทางโปรแกรมที่สูญเสีย C (Confidentiality) I (Integrity) และ A (Availability) อย่างใดอย่างหนึ่งหรือทั้งหมด สูญเสียความลับทางข้อมูล สูญเสียความไม่ เปลยี่ นแปลงของข้อมูล สูญเสียเสถียรภาพของระบบปฏิบัตกิ าร 2. ไวรสั คอมพิวเตอร์ (Computer Virus) เปน็ ซอฟต์แวรป์ ระเภททม่ี ีเจตนารา้ ยแฝงเขา้ มาในระบบ คอมพิวเตอร์โดยจะตรวจพบได้ยาก 3. หนอนคอมพิวเตอร์ (Computer worm) หนอนคอมพิวเตอรจ์ ะแพร่กระจายโดยไม่ผ่านการใช้ งานของผู้ใช้โดยมันจะคัดลอกและกระจายตัวมันเองข้ามเครือข่าย เช่น ระบบเครือข่าย หรืออินเทอร์เนต็ เป็นตน้ 4. มา้ โทรจัน (Trojan horse) โปรแกรมคอมพิวเตอร์ทถ่ี ูกบรรจุเข้าไปในคอมพวิ เตอร์เพื่อลอบเก็บ ข้อมูลของคอมพวิ เตอรเ์ ครอ่ื งนั้น เช่น ข้อมูลชอื่ ผใู้ ชร้ หสั ผ่าน เลขที่บญั ชธี นาคาร และข้อมลู ส่วนบคุ คลอืน่ ๆ โดยส่วนใหญ่แฮกเกอร์จะส่งโปรแกรมเข้าไปในคอมพิวเตอร์เพื่อดักจับข้อมูลดังกล่าว แล้วนำไปใช้ในการ เจาะระบบ 5. สปายแวร์ (Spyware) ประเภทโปรแกรมคอมพิวเตอร์ที่บันทึกการกระทำของผู้ใช้บนเครื่อง คอมพิวเตอร์และส่งผ่านอินเทอรเ์ นต็ โดยที่ผู้ใช้ไม่ได้รับทราบ โปรแกรมแอบดักข้อมูลนั้นสามารถรวบรวม ขอ้ มูลสถติ กิ ารใช้งานจากผู้ใช้ไดห้ ลายอยา่ งขึน้ อย่กู บั การออกแบบของโปรแกรม 6. ประตหู ลัง (Backdoor) รูรวั่ ของระบบรักษาความม่นั คงปลอดภัยคอมพิวเตอร์ที่ผู้ออกแบบหรือ ผู้ดูแลระบบจงใจทิ้งไว้โดยเปน็ กลไกลลับทางซอฟต์แวรห์ รอื ฮารด์ แวร์ที่ใช้ข้ามผ่านการควบคุมความม่นั คง ปลอดภัย แตอ่ าจเปดิ ทางใหผ้ ไู้ มป่ ระสงค์ดสี ามารถเขา้ มาในระบบและกอ่ ความเสยี หายได้ 7. Rootkit โปรแกรมท่อี อกแบบมาเพ่ือซ่อนอ็อบเจก็ ต์ต่าง ๆ เช่น กระบวนงาน ไฟล์หรอื ขอ้ มูล แม้ จะเปน็ โปรแกรมท่ีอาจไมเ่ ป็นอันตรายเสมอไป แต่ก็ถูกนำมาใช้ในการซ่อนกิจกรรมท่ีเป็นอนั ตรายมากขนึ้ 8. การโจมตีแบบ DoS/DDoS ความพยายามโจมตีเพื่อทำให้เครื่องคอมพิวเตอร์ปลายทางหยุด ทำงานหรือสูญเสียเสถียรภาพ หากเคร่ืองตน้ ทาง (ผูโ้ จมต)ี มีเคร่อื งเดยี ว เรียกวา่ การโจมตีแบบ Denial of Service (DoS) แต่หากผู้โจมตีมีมากและกระทำพร้อม ๆ กัน ไม่ว่าจะโดยตั้งใจหรือไม่ต้ังใจ จะเรียกว่า การ โจมตีแบบ Distributed Denial of Service (DDoS) แผนการจัดการเรยี นรู้ท่ี 11
107 ช่ือวิชา การใช้งานระบบปฏบิ ัตกิ าร เวลาเรยี นรวม 51 ชว่ั โมง ชอื่ หนว่ ย การป้องกันภัยคกุ คามและการรักษาความปลอดภัย สอนครง้ั ท่ี 14 ช่ือเร่ือง การป้องกนั ภัยคุกคามและการรักษาความปลอดภัยของระบบปฏบิ ัติการ จำนวน 3 ชัว่ โมง 9. BOTNET ภัยคุกคามทางเครือข่ายคอมพิวเตอร์ด้วยมัลแวร์ทั้งหลายที่กล่าวในตอนต้นต้องการ ตัวนาํ ทางเพื่อตอ่ ยอดความเสียหาย และทำใหย้ ากแกก่ ารควบคุมมากขึ้น ตวั นําทางทว่ี ่านีก้ ็คือ Botnet ซ่ึง ก่อใหเ้ กิดภัยคกุ คามทีไ่ มส่ ามารถเกิดขน้ึ ไดเ้ อง เช่น Spam, DoS/DDoS และ Phishing เปน็ ตน้ 10. Spam Mail หรอื อเี มลข์ ยะ เป็นขยะออนไลน์ท่ีสง่ ตรงถึงผรู้ บั โดยที่ผูร้ บั สารน้ันไมต่ อ้ งการและ สร้างความเดอื ดรอ้ น ราํ คาญให้กบั ผ้รู บั ได้ในลกั ษณะของการโฆษณาสนิ ค้าหรอื บริการ การชักชวนเข้าไปยัง เว็บไซต์ตา่ ง ๆ ซ่งึ อาจมภี ยั คกุ คามชนิด phishing แฝงเข้ามาดว้ ย ด้วยเหตุนี้จงึ ควรตดิ ต้งั ระบบ anti-spam หรือหากใช้ฟรีอเี มลเ์ ช่น Hotmail, yahoo กจ็ ะมีโปรแกรมคัดกรองอีเมล์ขยะในช้ันหน่ึงแลว้ 11. Phishing คือการหลอกลวงทางอินเทอร์เน็ต เพื่อขอข้อมูลที่สำคัญ เช่น รหัสผ่าน หรือ หมายเลขบัตรเครดิตโดยการส่งข้อความผ่านทางอีเมลหรือเมสเซนเจอร์ ตัวอย่างของการฟิชชิง เช่น การ บอกแก่ผู้รับปลายทางว่าเป็นธนาคารหรือบริษัทที่นา่ เชื่อถือ และแจ้งว่ามีสาเหตุทำให้คุณต้องเข้าสู่ระบบ และใสข่ ้อมูลท่ีสำคญั ใหม่ โดยเวบ็ ไซตท์ ลี่ ิงก์ไปนั้นจะมีหนา้ ตาคลา้ ยคลึงกับเวบ็ ทีก่ ลา่ วถงึ Phishing 12. Sniffing เป็นการดักข้อมูลที่ส่งจากคอมพิวเตอร์เครื่องหนึ่งไปยังอีกเครื่องหนึ่ง หรือจาก เครอื ขา่ ยหนงึ่ ไปยงั อีกเครอื ขา่ ยหน่ึง เปน็ วธิ กี ารหนึ่งที่นักโจมตรี ะบบนยิ มใช้ 13. ข้อมูลขยะ (Spam) ภัยคุกคามส่วนใหญ่ที่เกิดจากอีเมล์หรือเรียกว่า อีเมล์ขยะ เป็นขยะ ออนไลนท์ ส่ี ง่ ตรงถึงผู้รับโดยท่ีผรู้ ับสารนั้นไมต่ ้องการ และสรา้ งความเดือดรอ้ นรําคาญใหก้ ับผรู้ บั 14. Hacking เป็นการเจาะระบบเครือข่ายคอมพิวเตอร์ไม่ว่าจะกระทำด้วยมนุษย์หรืออาศัย โปรแกรมแฮกหลากรูปแบบ ที่หาได้งา่ ยในโลกอินเทอร์เน็ต แถมยังใช้งานได้ง่าย ไม่ต้องเป็นผูเ้ ชีย่ วชาญใน คอมพวิ เตอรก์ ็สามารถเจาะระบบได้ 15. ผบู้ กุ รกุ (Hacker) หมายถงึ ผูท้ ไี่ ม่ได้รบั อนุญาตในการใช้งานระบบ แต่พยายามลักลอบเข้ามา ใชง้ านดว้ ยวัตถุประสงค์ตา่ ง ๆ ไมว่ ่าจะเพอื่ โจรกรรมข้อมูล ผลกําไร หรือความพอใจสว่ นบุคคลก็ตาม ความ เสียหายจากผู้บกุ รกุ เปน็ ภัยคุกคามที่หนัก - ข้อควรปฏิบัตเิ พ่อื ความปลอดภัยระบบคอมพิวเตอร์ 1. ตรวจสอบและยนื ยันสทิ ธิการเข้าระบบที่สำคัญของบัญชีผู้ใช้ให้สอดคลอ้ งกบั ความจําเป็นเข้าถึง ระบบและขอ้ มลู แผนการจัดการเรยี นรู้ที่ 11
108 ช่อื วชิ า การใชง้ านระบบปฏบิ ัตกิ าร เวลาเรยี นรวม 51 ช่วั โมง ชือ่ หน่วย การป้องกนั ภยั คกุ คามและการรักษาความปลอดภยั สอนครงั้ ท่ี 14 ช่อื เรอื่ ง การปอ้ งกันภัยคกุ คามและการรกั ษาความปลอดภัย จำนวน 3 ชัว่ โมง 2. เพิ่มมาตรการป้องกันเว็บไซต์สำคัญด้วยระบบการป้องกันการโจมตีเช่น Web Application Firewall หรือ DDoS 3. แจ้งเจ้าหน้าที่ของหน่วยงานและพนักงาน ให้เพิ่มความระมัดระวังในการใช้อินเทอร์เน็ต โดย หลีกเลี่ยงการเข้าเว็บไซต์ที่ไม่เหมาะสม ไม่คลิกไฟล์แนบจากผู้อื่นกรณีที่ไมไ่ ด้ตกลงกันก่อนหรือไม่รับเมล์ แนบจากคนท่ไี มร่ ู้จกั , ระมัดระวังความเสย่ี งจากการเปิดไฟล์ผา่ นโปรแกรมแชตต่าง ๆ หรอื ช่องทาง Social Network ทั้งนีเ้ พ่อื หลีกเลย่ี งการติดมลั แวร์ 4. หากพบพริ ธุ วา่ ระบบถูกโจมตี เชน่ ไมส่ ามารถเข้าใช้งานระบบ/เว็บไซต์ไดห้ รือมีความล่าช้ากว่า ปกติควรตรวจสอบข้อมูลการเข้าถึงระบบที่สำคัญ เช่น ข้อมูล Log ย้อนหลัง 30 วัน เพื่อตรวจหาความ ผดิ ปกติในการเข้าถงึ ข้อมูล 5. ตั้งค่าระบบงานที่สำคัญให้บันทึกเหตุการณ์ (Log) การเข้าใช้งานระบบไม่ต่ำกว่า 90 วัน หรือ ตามท่ีกฎหมายกำหนด 6. หากเป็นไปได้ให้หนว่ ยงานสง่ รายชื่อผู้ติดตอ่ (Contact Point) กรณีเกิดเหตุภัยคุกคามไซเบอร์ มายังศูนยป์ ระสานการรกั ษาความมั่นคงปลอดภยั ระบบคอมพิวเตอรป์ ระเทศไทย: ThaiCERT (ไทยเซริ ต์ ) - แนวทางการป้องกันภยั ทางอนิ เทอรเ์ น็ต 1. เพิ่มความระมดั ระวังในการใช้อินเทอรเ์ นต็ โดยหลีกเลี่ยงการเขา้ เว็บไซต์ที่ไม่เหมาะสม เว็บผิด กฎหมาย ไม่คลิกไฟลแ์ นบจากผอู้ ่นื กรณที ี่ไมไ่ ดต้ กลงกนั หรือไม่รจู้ กั กนั มาก่อน ระมัดระวงั ความเสี่ยงจากการ เปิดไฟล์ผา่ นโปรแกรมแชตตา่ ง ๆ หรอื ชอ่ งทาง Social Media เพื่อหลีกเลย่ี งการติดมลั แวร์ ซง่ึ นับวนั มัลแวร์ มาจากพวกไฟล์แนบทาง Social Network เพม่ิ มากขนึ้ 2. การใชบ้ ริการอนิ เทอร์เนต็ อย่าต้ังรหสั ผา่ นเหมือนกนั ทกุ ระบบ เพราะหากคุณโดนแฮกเกอรเ์ จาะ ระบบสำเรจ็ แล้ว ระบบอืน่ ๆ กอ็ าจถกู เจาะระบบด้วยหากใช้รหสั ผ่านเดยี วกนั 3. ติดตามข้อมูลข่าวสารเกี่ยวกับความมั่นคงปลอดภัย และอ่านพิจารณาข้อมูลก่อนการแชร์ต่อ ตลอดจนไม่สง่ ต่อขอ้ มลู ทไ่ี ม่ได้รับการยนื ยันจากผู้เกยี่ วข้อง แผนการจดั การเรยี นรูท้ ่ี 11
109 ช่ือวิชา การใช้งานระบบปฏิบตั กิ าร เวลาเรยี นรวม 51 ชว่ั โมง ชอ่ื หนว่ ย การปอ้ งกนั ภัยคุกคามและการรกั ษาความปลอดภัย สอนครงั้ ที่ 14 ชือ่ เรอ่ื ง การป้องกนั ภยั คกุ คามและการรกั ษาความปลอดภัย จำนวน 3 ชั่วโมง แผนการจดั การเรยี นรทู้ ี่ 11
110 ชอ่ื วชิ า การใช้งานระบบปฏบิ ตั กิ าร เวลาเรียนรวม 51 ช่วั โมง ชอื่ หน่วย การป้องกันภัยคกุ คามและการรกั ษาความปลอดภยั สอนครง้ั ที่ 14 ช่ือเรอ่ื ง การปอ้ งกนั ภยั คุกคามและการรักษาความปลอดภัย จำนวน 3 ชวั่ โมง 3. สมรรถนะหลกั (สมรรถนะประจำหนว่ ย) 3.1 แสดงความรู้เกี่ยวกับเกี่ยวกับภัยคุกคามต่อระบบคอมพิวเตอร์ รูปแบบภัยคุกคามต่อระบบ คอมพิวเตอร์ ข้อควรปฏิบัติเพื่อความปลอดภัยระบบคอมพิวเตอร์ และแนวทางการป้องกันภัยทาง อนิ เทอรเ์ นต็ 3.2 ทักษะเก่ียวกบั ป้องกนั ภยั คุกคามระบบคอมพิวเตอรแ์ ละทางอินเทอร์เน็ต 3.3 แสดงพฤติกรรมลกั ษณะนิสัยใฝ่เรียนรู้ ความมวี ินยั ตรงต่อเวลา และอยูอ่ ยา่ งพอเพียง 4. สมรรถนะย่อย (สมรรถนะการเรยี นรู้) สมรรถนะทว่ั ไป (ทฤษฎี) 1) แสดงความรู้เกย่ี วกบั ภยั คุกคามตอ่ ระบบคอมพิวเตอร์ 2) แสดงความรู้เกยี่ วกับรปู แบบภยั คุกคามต่อระบบคอมพวิ เตอร์ 3) แสดงความรเู้ กย่ี วกบั ข้อควรปฏิบัตเิ พื่อความปลอดภยั ระบบคอมพวิ เตอร์ 4) แสดงความรูเ้ กีย่ วกับแนวทางการปอ้ งกนั ภัยทางอนิ เทอร์เน็ต สมรรถนะที่พึงประสงค์ (ทฤษฎ)ี เม่อื เรยี นหนว่ ยการเรยี นรนู้ ี้แลว้ นกั เรยี นสามารถ 1) อธบิ ายภยั คุกคามต่อระบบคอมพวิ เตอรไ์ ด้ถกู ต้อง 2) บอกรูปแบบภัยคกุ คามต่อระบบคอมพวิ เตอร์ไดถ้ กู ต้อง 3) บอกขอ้ ควรปฏบิ ตั ิเพอื่ ความปลอดภยั ระบบคอมพวิ เตอร์ไดถ้ กู ต้อง 4) อธิบายแนวทางการป้องกันภัยทางอินเทอรเ์ น็ตไดถ้ ูกตอ้ ง สมรรถนะทว่ั ไป (ปฏิบตั ิ) 1) แสดงทักษะเกีย่ วกบั ภยั คกุ คามต่อระบบคอมพิวเตอร์ 2) แสดงทกั ษะเกยี่ วกับรปู แบบภยั คกุ คามต่อระบบคอมพวิ เตอร์ 3) แสดงทักษะเกีย่ วกับขอ้ ควรปฏบิ ตั ิเพอ่ื ความปลอดภัยระบบคอมพิวเตอร์ 4) แสดงทักษะเกยี่ วกับแนวทางการป้องกันภัยทางอินเทอรเ์ นต็ แผนการจดั การเรียนรู้ท่ี 11
111 ช่ือวชิ า การใชง้ านระบบปฏิบตั กิ าร เวลาเรียนรวม 51 ช่ัวโมง ช่ือหน่วย การปอ้ งกนั ภัยคุกคามและการรักษาความปลอดภยั สอนครง้ั ท่ี 14 ชอ่ื เรอื่ ง การปอ้ งกนั ภัยคกุ คามและการรักษาความปลอดภัย จำนวน 3 ชว่ั โมง สมรรถนะทพ่ี งึ ประสงค์ (ปฏบิ ัติ) เม่ือเรียนหน่วยการเรียนรนู้ ี้แลว้ นกั เรยี นสามารถ 1) ป้องกนั ภัยคกุ คามระบบคอมพวิ เตอร์ไดถ้ กู ต้อง 2) ป้องกนั ภยั ทางอนิ เทอรเ์ นต็ ได้ถกู ต้อง 5. กิจกรรมการเรยี นการสอน ในการจัดการเรยี นการสอนรายวชิ าระบบคอมพวิ เตอร์ หนว่ ยการเรยี นรู้เรื่องการปอ้ งกนั ภัยคกุ คาม และการรักษาความปลอดภัยของระบบปฏิบัติการ ได้กำหนดกิจกรรมการเรียนการสอนให้ผู้เรียนเกดิ การ เรียนรู้โดยใช้วิธีการจัดการเรียนรู้ฐานสมรรถนะเชิงรุก (Active Learning Competency Based) ด้าน เทคนคิ การจัดการเรียนการสอนแบบ MIAP โดยมขี นั้ ตอนในการดำเนนิ กิจกรรมการเรยี นการสอน ดงั นี้ กิจกรรมการเรยี นการสอน เวลา 3 ชั่วโมง/สปั ดาห์ (1) ผู้สอนให้ผูเ้ รียนได้ทำการทดสอบก่อนเรยี นดว้ ยแบบทดสอบประจำหน่วย จำนวน 10 คำถาม (2) ผู้สอนชี้แจงรายละเอียดเกี่ยวกับจุดประสงค์ สมรรถนะของหน่วยการเรียนรู้ และ นำเข้าสู่บทเรยี น (3). ผู้สอนแสดงตัวอย่างการใช้งานที่พบเห็นได้ทั่วไปของการป้องกันภัยคุกคามและการ รักษาความปลอดภัย (4). ผู้สอนถ่ายทอดความรู้ในหน่วยที่ 11 เรื่องการป้องกนั ภัยคุกคามและการรกั ษาความ ปลอดภัย (5). ผู้สอนแสดงใบงานเรื่องการป้องกันภัยคุกคามและการรักษาความปลอดภัย และ อธบิ ายขน้ั ตอนวิธีการในการปฏิบัตงิ านตามใบงาน (6). ผู้สอนให้ผู้เรียนปฏิบัติงานตามใบงานเรือ่ งการป้องกันภัยคกุ คามและการรักษาความ ปลอดภยั (7). ผู้สอนประเมินผลการปฏิบตั ิงานของผู้เรียนและให้ผูเ้ รยี นสรุปสาระสำคัญของเรือ่ งท่ี เรยี นประจำสัปดาห์ (8) ผูเ้ รยี นทำแบบทดสอบหลงั เรียน จำนวน 10 คำถาม แผนการจัดการเรียนรทู้ ่ี 11
112 ชื่อวชิ า การใชง้ านระบบปฏิบตั ิการ เวลาเรยี นรวม 51 ชว่ั โมง ช่ือหนว่ ย การปอ้ งกันภัยคุกคามและการรักษาความปลอดภัย สอนครง้ั ท่ี 14 ชือ่ เรอ่ื ง การป้องกนั ภยั คกุ คามและการรกั ษาความปลอดภัย จำนวน 3 ชวั่ โมง 6. ส่ือการสอน (1). เอกสารประกอบการสอน การป้องกนั ภัยคุกคามและการรกั ษาความปลอดภัย (2). เอกสารประกอบการเรยี น การปอ้ งกนั ภยั คุกคามและการรักษาความปลอดภัย (3). สื่อนำเสนอ PowerPoint การปอ้ งกันภยั คุกคามและการรักษาความปลอดภัย (4) ส่อื วดิ โี อ YouTube การป้องกันภยั คกุ คามและการรักษาความปลอดภัย 7. งานทีม่ อบหมาย/กิจกรรม ใหน้ กั เรยี นทำแบบฝกึ เสรมิ ทกั ษะตามใบงานทา้ ยหน่วยการเรียนที่ 11 8. การวัดและประเมินผล วดั ผล/ประเมินผล วธิ ีการ เคร่ืองมือ เกณฑ์ 1. ส ม ร ร ถ น ะ ท ี ่ พึ ง - ทำแบบฝกึ เสริมทักษะ - แบบฝึกเสริมทักษะ - ผ่านเกณฑร์ ้อยละ 60 ประสงค์ ท้ายหนว่ ย ท้ายหนว่ ย 2.คุณลักษณะอันพึง - ประเมินคุณลักษณะ - แ บ บ ป ร ะ เ มิ น - ผา่ นเกณฑร์ อ้ ยละ 80 ประสงค์ (Attitude) อนั พงึ ประสงค์ ค ุ ณ ล ั ก ษ ณ ะ อ ั น พึ ง ประสงค์
113 แผนการจัดการเรียนรู้ท่ี 12 สอนคร้ังที่ 15-16 เร่ือง การใช้ระบบปฏิบตั กิ ารใน Platform อ่นื
114 แผนการจัดการเรียนรู้ท่ี 12 ชอ่ื วิชา การใช้งานระบบปฏิบตั กิ าร เวลาเรียนรวม 51 ช่วั โมง ชอ่ื หน่วย การใชร้ ะบบปฏบิ ตั ิการใน Platform อื่น สอนคร้ังที่ 15-16 ชื่อเรื่อง การใช้ระบบปฏบิ ตั ิการใน Platform อื่น จำนวน 6 ชัว่ โมง 1. หวั ขอ้ เรื่อง - ความหมายของ Platform คอมพิวเตอร์ - ระบบปฏบิ ตั ิการ Linux - การติดตงั้ ระบบปฏบิ ัติการ Linux - การใชง้ านเบ้ืองต้นระบบปฏบิ ตั ิการ Linux 2. สาระสำคัญ - ความหมายของ Platform คอมพิวเตอร์ Platform หรือแพลตฟอร์ม คือสภาวะแวดล้อมทีป่ ระกอบดว้ ยฮารด์ แวร์และซอฟต์แวร์ของระบบ คอมพิวเตอร์ระบบหนึ่ง เชน่ แพลตฟอรม์ MS-DOS บนเครอื่ งคอมพิวเตอร์ท่ีใชซ้ พี ียู 80486, แพลตฟอร์มยู นิกสบ์ นเครื่องซัน SPARC station, แพลตฟอร์ม System 7 บนเคร่อื งแมคอนิ ทอช PowerBook 180 เป็น ต้น จะเห็นได้ว่าในคอมพิวเตอร์ที่ใช้ระบบปฏิบัติการต่างกัน ก็จะมี Platform ที่ต่างกันไปด้วย Platform จะประกอบด้วยระบบปฏิบัติการ, โปรแกรมประสานงานระบบคอมพิวเตอร์ และ ไมโครโพรเซสเซอร์ ซึ่ง Microchip ของคอมพวิ เตอร์ใช้ในการทำงานด้ายตรรกะและจัดการการเคล่ือนยา้ ยข้อมูล ระบบปฏิบัติการ ต้องได้รับการออกแบบให้ทำงานกับคำสั่งของไมโครโพรเซสเซอร์ นอกจากนี้ ยังหมายถึงส่วนอื่น ๆ เช่น เมนบอร์ดและบัสของข้อมูล แต่ส่วนเหล่านี้กำลังเพิ่มลักษณะที่เป็นโมดูลและมาตรฐานมากขึ้น ในอดีต โปรแกรมประยุกต์แต่ละโปรแกรมยังจะเขียนใหม่ให้ทำงานเฉพาะ Platform เนื่องจากแต่ละ Platform มี โปรแกรมอินเตอร์เฟซที่ต่างกัน ดังนั้นโปรแกรมของคอมพิวเตอร์ส่วนบุคคลต้องมีการเขียนให้ทำงานกับ Windows ชดุ หนึง่ และทำงานกบั Macintosh อีกชุดหนง่ึ แตร่ ะบบเปิดหรือมาตรฐานด้านอนิ เตอร์เฟซยิน ยอมใหบ้ างโปรแกรมทำงานกบั Platform ทต่ี ่างกนั โดยผา่ นโปรแกรมตัวกลาง หรือ broker Programs ยกตัวอยา่ ง Platform ท่คี นไทยนยิ มใชง้ านซึง่ แต่ละแพลตฟอร์มมีจุดเด่นท่แี ตกตา่ งกัน - Facebook เป็นPlatform สังคมออนไลน์ขนาดใหญ่ มีผู้ใช้งานทั่วโลก สามารถที่จะโพสต์ ขอ้ ความ VDO ลงิ ค์ต่างๆไดอ้ ย่างง่ายดาย เป็นได้ทั้งสร้างตวั ตนของเราเองได้ใน Platform fackbook - Instagram เปน็ Platform ทคี่ ลา้ ยกบั Facebook เเตโ่ ดดเด่นไปทางดา้ นของบญั ชีของผู้ใช้ ที่จะ สามารถเห็นภาพสตอรไ่ี ด้ง่ายดาย และดว้ ย Template ทีส่ วยงามจึงเปน็ ท่ีนิยมใช้เชน่ กัน
115 แผนการจดั การเรยี นรทู้ ่ี 12 ชอื่ วชิ า การใช้งานระบบปฏิบัตกิ าร เวลาเรยี นรวม 51 ชวั่ โมง ชอื่ หน่วย การใชร้ ะบบปฏบิ ัติการใน Platform อื่น สอนครัง้ ท่ี 15-16 ชื่อเรอ่ื ง การใช้ระบบปฏิบตั ิการใน Platform อื่น จำนวน 6 ชั่วโมง - Line เป็นอีก Platform ที่สามารถใช้ติดต่อระหว่างแอคเค้าผู้ใช้งานได้ โดยโดดเด่นที่การสร้าง กลุ่มให้ผใู้ ชง้ านสามารถเข้ารว่ มและใช้งานได้ตามประสงคก์ ลุม่ ทตี่ ้ังข้นึ มาได้ เช่น กลุ่มแชร์ VDO กลมุ่ สมาชิก ตา่ ง ๆ - YouTube เปน็ Platform VDO ออนไลนข์ นาดใหญ่ มีคนนยิ มใช้งานเป็นอย่างมาก สามารถดูได้ ฟรแี ละเขา้ ถึงได้ง่าย สามารถสร้างรายไดจ้ ากการลง VDO เรียกคนเหลา่ นน้ั ว่า Youtuber องค์ประกอบ Platform มี 4 ส่วน 1) Producer ผูผ้ ลิต เช่น ผ้ทู ่ีเขียน App มาขายใน App Store หรือ Google Play 2) Consumer ผู้บรโิ ภค ก็คอื ลกู คา้ ทซี่ อื้ App เหล่าน้ันน่ันเอง 3) Provider ส่วนทเ่ี ป็นทตี่ ง้ั ของ Platform นน้ั ๆ เช่น App Store มันกจ็ ะอย่ใู น iPhone ซึ่งก็คือ บริษัท Apple วา่ เป็น Provider 4) Owner คือเจ้าของ Platform นน้ั เชน่ เจ้าของ App Store กค็ อื บริษทั Apple เปน็ ตน้ - ระบบปฏิบัติการ Linux Linux คืออะไร ? Linux ก็คือ Unix ชนิดหนึ่งซึ่งเป็นระบบปฏิบัติการอีกแพลตฟอร์มหนึ่งที่เป็น open-source software โดยมกี ารพฒั นาแจกจา่ ยให้ผ้ใู ช้งานได้ฟรี ตามความหมายของ Linux แล้วจริง ๆ หมายถึง Linux Kernel หรือ operating system kernel ซึ่งทำหน้าที่เป็นตัวกลางเชื่อต่อระหว่าง hardware และ application เพื่อบรหิ ารจดั การ resource ทมี่ อี ยู่ใหเ้ หมาะสม เริ่มแรก Linux เกิดขึ้นจากการพัฒนาบน computer (PC) ที่ใช้ chipset Intelx86 (32bit) แต่ แล้วก็มีการพัฒนาให้รองรับกับ platform อื่นๆ ทั่วไป เพราะการเข้าครอบครองตลาดของ Android บน Smartphone ทำให้ Linux กลายเป็นระบบปฏิบัติการที่แพร่หลายมาก อีกทั้งยังสามารถใช้งานในด้าน server หรอื mainframe Desktop Linux เริ่มมีการเพิ่มให้รองรับการทำงานควบคู่ไปกับระบบ window เช่น X11, Mir และ Wayland บางชนิดออกแบบมาสำหรับ server ซึ่งจะตัดส่วนที่เป็น graphical ออก แล้วเพิ่ม software ที่ไว้ทำงานเป็น application platform อย่างเช่น LAMP เพราะ Linux ค่อนข้างเสรีในการ ตดิ ต้งั หรอื ปรับแต่งระบบเพื่อตอบโจทยค์ วามตอ้ งการของ user
116 แผนการจัดการเรยี นรทู้ ี่ 12 ชอ่ื วิชา การใชง้ านระบบปฏิบตั กิ าร เวลาเรียนรวม 51 ช่ัวโมง ชอ่ื หนว่ ย การใชร้ ะบบปฏบิ ัตกิ ารใน Platform อื่น สอนคร้ังที่ 15-16 ช่อื เร่อื ง การใช้ระบบปฏิบัติการใน Platform อื่นของระบบปฏิบัตกิ าร จำนวน 6 ช่วั โมง ขอ้ ดีของระบบปฏบิ ัติการ Linux 1.เปน็ ระบบปฏบิ ัติการทีใ่ ชง้ านได้ฟรี ไมม่ ีคา่ ลิขสทิ ธิ์ 2.ทำงานได้บนเครื่องพซี ที ั่วไป ที่มีหน่วยประมวลผลกลางต้ังแต่ 80386 ขึ้นไป รวมถึง Motorola 680x0, Compaq (Digital) Alpha, PowerPC, SPARC เป็นต้น จึงเป็นระบบปฏิบัติการที่มีความต้องการ ทรพั ยากรของระบบในขั้นต่ำ 3.สามารถทำงานไดร้ วดเรว็ เนอื่ งจากมีระบบการจัดการหนว่ ยความจำเสมอื น (Virtual Memory) การจัดทำงานแบบ Multitasking และระบบป้องกันการรบกวนการทำงานระหวา่ ง Process ต่าง ๆ 4.มคี วามสามารถแบบ UNIX 5.สามารถใช้งานร่วมกบั ดอส (DOS) และ Microsoft Windows โดยการแบ่งพาติช่นั 6.เปน็ ระบบปฏบิ ัติการแบบเปดิ เน่ืองจากทกุ ฟังกช์ ันมี Source Code แนบมา ทำใหม้ ีผพู้ ฒั นาจาก ทั่วโลกสามารถเข้ามาพัฒนาและแก้ไขข้อบกพร่องของระบบได้ตลอด ช่วยให้ระบบปฏิบัติการ Linux ถูก พัฒนาอยา่ งต่อเนือ่ งและมปี ระสทิ ธิภาพ 7.การติดตั้งระบบ Linux จาก CD-ROM/DVD นั้น โปรแกรมแทบจะทุกโปรแกรมที่เราต้องการก็ จะถูกติดตั้งลงไปพร้อม ๆ กัน ไม่เหมือนกับ Windows ที่จะต้องมานั่งลงทีละโปรแกรม ซึ่งอาจจะใช้เวลา เป็นวนั ๆ และยงั ต้องเสียค่าลิขสิทธิ์ สำหรับบางโปรแกรมอกี 8.รองรับการใช้งานของผู้ใช้หลาย ๆ คนได้พร้อม ๆ กัน หมายความว่าผู้ใช้แต่ละคนสามารถที่จะ remote login ผ่านโปรแกรม telnet หรือ secure shell เพื่อเข้าไปใช้งานเครื่อง Server ที่ใช้ ระบบปฏิบตั ิการ Unix ได้หลาย ๆ คนพรอ้ ม ๆ กนั 9.ระบบ Linux นั้นมีโปรแกรมแทบจะทุกอย่างใหใ้ ช้ฟรี ซึ่งสามารถทำงานได้ดีพอ ๆ กับโปรแกรม ในระบบ Windows
117 แผนการจัดการเรียนรู้ท่ี 12 ชือ่ วชิ า การใช้งานระบบปฏบิ ัติการ เวลาเรียนรวม 51 ชว่ั โมง ชอื่ หนว่ ย การใช้ระบบปฏิบตั ิการใน Platform อื่น สอนครง้ั ท่ี 15-16 ชอ่ื เรอ่ื ง การใช้ระบบปฏบิ ตั ิการใน Platform อื่น จำนวน 6 ชัว่ โมง - การตดิ ตง้ั ระบบปฏบิ ัตกิ าร Linux การติดตัง้ ระบบปฏิบัตกิ าร Linux (CentOS 7) จะมีข้ันตอนที่คล้าย ๆ กนั ดงั น้ี 1) ดาวน์โหลดไฟล์ไอเอสโอ (ISO) สำหรับติดตั้ง CentOS 7 จากเว็บไซต์ www.centos.org นำ ไฟล์ไอเอสโอ (ISO) ที่ได้มาเขียนลงแผ่นดีวีดี นำไปใช้บู๊ตเครื่องที่จะติดตั้งหาก เป็นการติดตั้งครั้งแรก แนะนำให้เลอื ก “Test this media & install CentOS 7” เพอ่ื ตรวจสอบไฟลไ์ อเอสโอ (ISO) ท่ีดาวน์โหลด มาว่าครบถ้วน รวมท้งั การเขียนลงแผ่นดวี ีดวี า่ ถูกตอ้ งหรือไม่ แลว้ ค่อยตดิ ต้ังหรือจะเลอื ก “Install CentOS 7” เพ่อื ทำการตดิ ต้งั โดยทันที 2) เลอื กภาษาที่ตอ้ งการใชง้ านบนโอเอส (OS) แนะนำเป็น ภาษาองั กฤษ แล้วกดปุ่ม Continue 3) การตงั้ คา่ เวลา คลิกเลือก DATE & TIME
Search
Read the Text Version
- 1
- 2
- 3
- 4
- 5
- 6
- 7
- 8
- 9
- 10
- 11
- 12
- 13
- 14
- 15
- 16
- 17
- 18
- 19
- 20
- 21
- 22
- 23
- 24
- 25
- 26
- 27
- 28
- 29
- 30
- 31
- 32
- 33
- 34
- 35
- 36
- 37
- 38
- 39
- 40
- 41
- 42
- 43
- 44
- 45
- 46
- 47
- 48
- 49
- 50
- 51
- 52
- 53
- 54
- 55
- 56
- 57
- 58
- 59
- 60
- 61
- 62
- 63
- 64
- 65
- 66
- 67
- 68
- 69
- 70
- 71
- 72
- 73
- 74
- 75
- 76
- 77
- 78
- 79
- 80
- 81
- 82
- 83
- 84
- 85
- 86
- 87
- 88
- 89
- 90
- 91
- 92
- 93
- 94
- 95
- 96
- 97
- 98
- 99
- 100
- 101
- 102
- 103
- 104
- 105
- 106
- 107
- 108
- 109
- 110
- 111
- 112
- 113
- 114
- 115
- 116
- 117
- 118
- 119
- 120
- 121
- 122
- 123
- 124
- 125
- 126
- 127
- 128
- 129
- 130
- 131
- 132
- 133
- 134
- 135
- 136
- 137
- 138
- 139
- 140
- 141
- 142
- 143
- 144
- 145
- 146
- 147
- 148
- 149
- 150
- 151
- 152
- 153
- 154
- 155
- 156
- 157
- 158