Important Announcement
PubHTML5 Scheduled Server Maintenance on (GMT) Sunday, June 26th, 2:00 am - 8:00 am.
PubHTML5 site will be inoperative during the times indicated!

Home Explore ดูให้รู้ งูอะไร

ดูให้รู้ งูอะไร

Published by Phoomchai Saenmahachai, 2022-09-09 06:01:50

Description: ดูให้รู้ งูอะไร

Search

Read the Text Version

ดูให้รู้ งูอะไร

งู เป็น สัตว์เลื้อยคลาน อันดับ หนึ่ง ไม่มีขา ไม่มีเปลือกตา มี เกล็ดปกคลุม ผิวหนัง ทั่วทั้งลำตัว ลักษณะลำตัวยาวซึ่งโดย ขนาดของความยาวนั้น จะขึ้นอยู่กับชนิดของงู ปราดเปรียว และว่องไวในการเคลื่อนที่ มีลิ้นสองแฉกเพื่อใช้สำหรับรับความ รู้สึกทางกลิ่น จัดอยู่ในชั้น Reptilia , ตระกูล Squamata , ตระกูลย่อย Serpentes โดยทั่วไปแล้วงูจะกลัวและไม่กัด นอกเสียจากถูกรบกวนหรือบุกรุก จะเลื้อยหลบหนีเมื่อมีสิ่งใด เข้ามาใกล้บริเวณที่อยู่ ออกล่าเหยื่อเมื่อรู้สึกหิว โดยกิน สัตว์ เลี้ยงลูกด้วยนม ขนาดเล็กเป็นอาหาร ยกเว้นงูบางชนิดที่กินงู ด้วยกันเอง เช่น งูจงอาง สามารถมองเห็นได้ดีในที่มืดและใน เวลากลางคืน โดยนายภูวนัย รักไทยบำรุงแสง ม.5/3

งูแสงอาทิตย์ งูแสงอาทิตย์ ( อังกฤษ : Sunbeam snake ) เป็น งูไม่มีพิษ มีลำตัวยาวทรงกระบอก หัวแบนเรียว ตามีขนาดเล็ก ลำตัวมี ความยาวประมาณ 120 เซนติเมตร ลำตัวสีดำถึงสีน้ำตาล เข้ม ส่วนท้องมีสีขาว ส่วนหัวแบนเรียว ตาเล็ก ลักษณะเด่นคือ เกล็ดลำตัวเรียบเป็นเงาแวววาบสะดุดตาเมื่อสะท้อนแสง แดด อันเป็นที่มาของชื่อ พบได้ตั้งแต่ภาคใต้ของ จีน และ เอเชีย ตะวันออกเฉียงใต้ โดยไม่มี ชนิดย่อย โดยนายภูวนัย รักไทยบำรุงแสง ม.5/3

งูหลาม มีลักษณะคล้ายกับ งูเหลือม ( M. reticulatus ) ซึ่งเป็น งูใน วงศ์งูเหลือม เหมือนกัน แต่มีขนาดเล็กกว่างูเหลือม โดยความยาวโดยเฉลี่ยประมาณ 1-3 เมตร มีลำตัวที่ อ้วนป้อมกว่า อีกทั้งหางก็สั้นกว่าและมีขีดที่บนหัวเป็นสี ขาว เรียกว่า \"ศรขาว\" อีกทั้งมีสีสันและลวดลายที่แตก ต่างจากงูเหลือม รวมทั้งอุปนิสัยที่ไม่ดุต่างจากงูเหลือม จึงเป็นที่นิยมเลี้ยงเป็นสัตว์เลี้ยงของผู้ที่นิยมเลี้ยงสัตว์ เลื้อยคลาน นิยมกันมากในตัวที่สีกลายเป็นสีเผือกและ ลวดลายแตกต่างไปจากปกติ โดยนายภูวนัย รักไทยบำรุงแสง ม.5/3

งูเหลือม งูเหลือม( ชื่อวิทยาศาสตร์ : Malayopython reticulatus ) จัดอยู่ใน ไฟลัม สัตว์มีแกนสันหลัง ชั้น สัตว์เลื้อยคลาน เป็น งูขนาดใหญ่ ลำตัวยาวเฉลี่ยประมาณ 3.5-6 เมตร จัดเป็นงูที่ ยาวที่สุดของโลกซึ่งตัวที่ยาวที่สุดยาวถึง 9.6 เมตร ถูกจับได้ เมื่อปี ค.ศ. 1917 ที่ เกาะซีลิเบท เป็นหมู่เกาะแห่งหนึ่งใน มาเลเซีย โดยนายภูวนัย รักไทยบำรุงแสง ม.5/3

งูผ้าขี้ริ้ว งูผ้าขี้ริ้ว เป็นงูในจำพวกงูทะเลชนิดเดียวที่พบในประเทศไทย ที่ไม่มีพิษ โดยที่มิได้อยู่ในวงศ์งูพิษเขี้ยวหน้า (Elapidae) เหมือนงูทะเลทั่วไป มีชื่อวิทยาศาสตร์ว่า Acrochordus granulatus ในวงศ์งู งวงช้าง (Acrochordidae) ตัวสีเทาลายเทาเข้มปนน้ำเงิน หรือสีเทาดำสลับกับสีขาว เกล็ดที่หนังมีลักษณะเป็นตุ่มเล็ก ๆ ที่ท้องไม่มีเกล็ด ลักษณะลำตัวเหมือนงูงวงช้าง โดยนายภูวนัย รักไทยบำรุงแสง ม.5/3

งูงวงช้าง งูงวงช้าง (อังกฤษ: Elephant trunk snake; ชื่อ วิทยาศาสตร์: Acrochordus javanicus) เป็นงูน้ำขนาดใหญ่ ชนิดหนึ่ง ไม่มีพิษ อยู่ในวงศ์ Acrochordidae จัดอยู่ในวงศ์ เดียวและสกุลเดียวกับงูผ้าขี้ริ้ว (A. granulatus) ซึ่งใน ประเทศไทยพบเพียง 2 ชนิดนี้เท่านั้น งูงวงช้างมีผิวหนังย่นและสากแบบเปลือกขนุน หัวแบนเล็ก เกล็ดบนลำตัวมีลักษณะเป็นตุ่ม รวมถึงเกล็ดบริเวณด้านท้อง ซึ่งแตกต่างจากงูชนิดอื่น ท้องสีขาว ไม่มีลวดลาย ลำตัวป้อม อ้วนสั้น ฟันแหลมคม ถ้าอยู่พ้นน้ำจะมีสีเหลืองนวล แต่ถ้าอยู่ ในน้ำจะมีสีน้ำตาลดำ มีความยาวประมาณ 1 เมตร โดยนายภูวนัย รักไทยบำรุงแสง ม.5/3

งูทางมะพร้าว งูทางมะพร้าวธรรมดา เป็นงูไม่มีพิษขนาดกลาง เป็นงูบกที่มี สีและลวดลายงดงาม มีนิสัยดุ เมื่อโดนรบกวนจะพองตัวและ อ้าปาก พับตัวเข้าเพื่อเตรียมฉกสิ่งที่มารบกวน ซึ่งในบางครั้ง ก็จะแกล้งตายโดยการอ้าปากนอนหงายท้องและถ่ายอุจจาระ ออกมา ทำให้นักล่าหรือสิ่งที่มารบกวนเลิกสนใจ เป็นงูที่พบเจอ ได้ทั่ วไป ลำตัวมีสีน้ำตาลอมเหลืองหรือสีน้ำตาลอมเทา มีลายเป็นทาง ยาวสีดำ 4 เส้นพาดจากส่วนคอแล้วค่อยๆจางไปทาง กึ่งกลางลำตัว ส่วนหัวมีสีน้ำตาลแดง มีเส้นสีดำ 3 เส้นพาด แผ่เป็นรัศมีออกจากมุมตาด้านหลัง ลักษณะเด่นคือมักแกล้ง ทำเป็นตายเพื่อหลีกเลี่ยงศัตรูเมื่อสู้ไม่ไหว หรือขู่ศัตรูโดยการ ทำคอแบนเข้าทางด้านข้างและขยายกว้างเป็นทางยาว พร้อม กับยกหัวและส่วนต้นประมาณหนึ่งในสี่ของความยาวลำตัวให้ สูงขึ้นเป็นวงโค้งเหมือนสปริง และพุ่งเข้าใส่ศัตรูอย่างว่องไว เพื่อฉกกัด แต่จะกัดไม่ค่อยโดน โดยนายภูวนัย รักไทยบำรุงแสง ม.5/3

งูปล้องทอง งูปล้องทอง ( อังกฤษ : Mangrove snake, Gold-ringed cat snake ; ชื่อวิทยาศาสตร์ : Boiga dendrophila ) เป็น งู ขนาดกลางมีความยาวประมาณ 170 เซนติเมตร ลำตัวมีสี ดำเป็นมันและมีสีเหลืองเป็นวงเล็ก ๆ เป็นระยะ แต่ไม่รอบตัว หัวดำ ปากลายเสือและท้องมีเขี้ยวพิษใต้ตา เมื่อถูกฉกกัด บริเวณปลายปากจะไม่เป็นอันตราย นอกเสียจากถูกฉกติดและ งับไปจนถึงเขี้ยวพิษ ผู้ถูกกัดไม่มีอันตรายมากนัก หากแต่ เพียงมีอาการปวดบวม แต่ไม่ปรากฏเป็นรอยแผลเป็น งูปล้อง ทองมีนิสัยดุ เมื่อเข้าใกล้จะงอพับตัวเตรียมฉก สามารถแผ่ หนังคอทางตั้งแล้วอ้าปากเพื่อให้อีกฝ่ายกลัว งูปล้องทอง ชอบอาศัยอยู่ตามป่าริมแม่น้ำและริมทะเลทาง ภาคใต้ ในเวลา กลางวันจะขดตัวนอนตามพุ่มไม้ และออกหากินในเวลากลาง คืน งูปล้องทองกินอาหารได้หลายอย่างเช่น หนู , นก , ตุ๊กแก , กิ้งก่า , ปลา โดยนายภูวนัย รักไทยบำรุงแสง ม.5/3

งูเขียวหัวจิ้งจกมลายู งูเขียวหัวจิ้งจกมลายู (อังกฤษ: Malayan green whipsnake, Big-eye green whipsnake) เป็นงูพิษอ่อน ชนิดหนึ่ง มีชื่อวิทยาศาสตร์ว่า Ahaetulla mycterizans อยู่ ในวงศ์ Colubridae มีลักษณะทางกายภาพทั่วไปคล้ายคลึงกับงูเขียวปากจิ้งจก (A. prasina) และงูเขียวปากแหนบ (A. nasuta) มาก โดยเป็น งูที่อยู่ในสกุลเดียวกัน แต่งูเขียวหัวจิ้งจกมลายูไม่มีติ่งแหลมที่ ปลายหัว ตามีขนาดใหญ่มีเส้นผ่าศูนย์กลางตายาวเกินครึ่ง หนึ่งของระยะจากปลายหัวถึงตา ตัวสีเขียวเข้ม หางสีเดียว กับลำตัว โดยนายภูวนัย รักไทยบำรุงแสง ม.5/3

งูเขียวพระอินทร์ เขียวพระอินทร์ หรือ งูเขียวดอกหมาก ( ชื่อวิทยาศาสตร์ : Chrysopelea ornata ) เป็น งู ลักษณะลำตัวเรียวยาว ปราดเปรียว เกล็ดสีเขียวแกมเหลืองลายดำ สามารถเลื้อยไต่ ไปบนกิ่งไม้ได้อย่างคล่องแคล่ว เป็นงูพิษอ่อนไม่มีผลกับ มนุษย์ที่สามารถพบได้บ่อยครั้งตามบ้านเรือน จึงได้รับสมญา นามว่า \"งูสามัญประจำบ้าน\" โดยนายภูวนัย รักไทยบำรุงแสง ม.5/3

งูเหลือมอ้อ เหลือมอ้อ เป็นสัตว์ชนิดแรก ๆ ชนิดหนึ่งที่ได้รับการอนุกรม วิธาน มีลวดลายสีน้ำตาลอ่อนที่ส่วนหัวแลคล้ายหัวกะโหลก อันเป็นที่มาของชื่อเรียก มีรูจมูกที่อยู่ด้านบนของส่วนหัวเพื่อ สะดวกในการหายใจเมื่อขึ้นมาจากน้ำ เกล็ดที่ท้องมีพัฒนาการ ดี สามารถทำให้เลื้อยบนบกได้อย่างคล่องแคล่ว มีขนาดโตเต็มที่ประมาณ 2 เมตร ในชีวิตส่วนใหญ่อยู่ในน้ำ แม้ กระทั่งตอนออกลูก ลูกงูแรกเกิดมีลายเหมือนตัวเต็มวัย แต่จะ มีความต่างของสีมากกว่าโดยส่วนที่เป็นสีอ่อนในงูแรกเกิดมัก เป็นสีชมพู เมื่อโตขึ้นสีจะเข้มขึ้นจนเป็นสีน้ำตาลเข้ม ในงูขนาด ใหญ่แทบจะไม่เห็นลายบนตัว โดยนายภูวนัย รักไทยบำรุงแสง ม.5/3

งูกระด้าง งูกระด้าง มีลำตัวสีน้ำตาลและดำ หรือบางครั้งจะพบมีสีสันที่ หลากหลายมากกว่านี้ แต่ก็จะเป็นไปในกลุ่มสีที่แฝงตัวเข้ากับ ธรรมชาติได้ มีส่วนหัวเป็นรูปสี่เหลี่ยมแบน มีจุดเด่นที่สังเกต ได้ชัด คือ มีอวัยวะที่คล้ายหนวดสั้นหุ้มด้วยเกล็ดเล็ก ๆ อยู่ 2 เส้น มีความยาวเต็มที่ประมาณ 50–90 เซนติเมตร อาศัยอยู่ตาม แหล่งน้ำในธรรมชาติต่าง ๆ รวมทั้งในนาข้าว หรือกระทั่งใน แหล่งน้ำกร่อยหรือน้ำเค็มด้วย เป็นงูที่มีลักษณะแปลก คือ เมื่อ ถูกรบกวนหรือถูกจับจะทำตัวแข็งทื่อคล้ายกิ่งไม้ จึงเป็นที่มา ของชื่อเรียกว่า \"งูกระด้าง\" โดยนายภูวนัย รักไทยบำรุงแสง ม.5/3

งูสามเหลี่ยม งูสามเหลี่ยม หรือ งูทับทางเหลือง[1] (อังกฤษ: Banded krait; ชื่อวิทยาศาสตร์ Bungarus fasciatus) เป็นชนิดของ งูมีพิษชนิดหนึ่ง พบในอินเดีย, บังคลาเทศ, เอเชียตะวันออก เฉียงใต้ ไปจนถึงเอเชียตะวันออก มีหัวกลม ลำตัวเรียวยาว 1 ถึง 2 เมตร ปลายหางมักทู่ บาง ตัวหัวแบนเล็กน้อย ลำตัวเป็นสันสามเหลี่ยมชัดเจน อันเป็นที่มา ของชื่อเรียก เลื้อยช้าแต่ว่ายน้ำได้เร็ว เป็นงูที่มีความว่องไว ปราดเปรียวในน้ำ สีของลำตัวเป็นปล้องดำสลับเหลืองทั้งตัว เวลากัดไม่มีการแผ่แม่เบี้ย โดยนายภูวนัย รักไทยบำรุงแสง ม.5/3

งูเห่าพ่นพิษสยาม งูเห่าพ่นพิษสยาม (อังกฤษ: Indo-Chinese spitting cobra; ชื่อวิทยาศาสตร์: Naja siamensis) เป็นงูเห่าจำพวก งูเห่าพ่นพิษ กล่าวคือ เป็นงูเห่าที่สามารถพ่นพิษได้ โดย สามารถพ่นพิษได้ไกล 1-2 เมตร เมื่อพ่นน้ำพิษหมดแล้ว สามารถผลิตน้ำพิษได้ในเวลา 10 นาที ก็สามารถพ่นน้ำพิษ ใหม่ได้ ขณะชูคอแผ่แม่เบี้ยขู่ ก็จะอ้าปากเพื่อเตรียมพ่นพิษใส่ ศัตรู จะมีรูของเขี้ยวพิษ อยู่ทางด้านหน้า เพื่อสะดวกในการ ฉีดพ่นพิษออกไป และถ้าพิษเข้าตา จะไม่ทำให้ตาบอดในทันที ยกเว้นเพียงแต่เราขยี้ตา ถ้าถูกพิษทางผิวหนังที่มีแผล ก็จะ ทำให้เกิดการอักเสบ แต่ไม่อันตรายมาก เพราะได้รับปริมาณ พิษน้อย โดยนายภูวนัย รักไทยบำรุงแสง ม.5/3

งูเห่าพ่นพิษสีทอง โดยนายภูวนัย รักไทยบำรุงแสง ม.5/3 งูเห่าพ่นพิษสีทอง ( อังกฤษ : Equatorial spitting cobra ; ชื่อวิทยาศาสตร์ : Naja sumatrana ) เป็นงูเห่า ชนิดหนึ่ง ไม่มีดอกจันที่แม่เบี้ย ไม่มีลวดลายตามลำตัว สีพื้น ลำตัวเป็นสีเหลืองหรือสีทองสวยงาม ท้องมีสีขาว พบมาก ทาง ภาคใต้ของประเทศไทย และพบไปจนถึง มาเลเซีย และ สิงคโปร์ ซึ่งงูที่พบในมาเลเซียและสิงคโปร์นั้นจะมีลำตัวสีดำ ความยาวเต็มที่ 1.6 เมตร โดยนายภูวนัย รักไทยบำรุงแสง ม.5/3

งูสมิงทะเลปากเหลือง มีรูปร่างคล้าย งูสมิงทะเลปากดำ ( L. l aticaudata ) ที่เป็น งูใน สกุล เดียวกัน แต่ว่างูสมิงทะเลปากเหลืองนั้นจะมีลำตัวสี ที่อ่อนกว่า ส่วนหัวและหางมีขนาดเล็กและมีลายรูปเกือกม้าสี เหลือง ตัวผู้ขนาดเมื่อโตเต็มที่มีความยาวประมาณ 2 ฟุต ขณะที่ตัวเมียจะมีความยาวกว่า 1.5 เมตร ซึ่งมีขนาดใหญ่กว่า น้ำหนักหนักได้ถึง 2 กิโลกรัม มีอุปนิสัยชอบอยู่รวมกันเป็นฝูง 5-6 ตัว บางครั้งอาจมีลูกงูตัวเล็ก ๆ ตามงูตัวใหญ่หรือแม่งู ด้วย วางไข่บนบกเช่นเดียวกับงูสมิงทะเลปากดำ มักอาศัยอยู่ใน แนวปะการัง น้ำตื้นใกล้ชายฝั่ง ในเขต น่าน น้ำไทย พบได้ทั้งฝั่ง อ่าวไทย และ ทะเลอันดามัน ในต่าง ประเทศพบได้ถึงที่ ทะเลญี่ปุ่น , อ่าวเบงกอล , อินโดนีเซีย , หมู่เกาะโซโลมอน ทางตอนเหนือของ ออสเตรเลีย ตลอดจน บางส่วนของ อเมริกากลาง ด้วย โดยนายภูวนัย รักไทยบำรุงแสง ม.5/3

งูสมิงทะเลปากดำ งูสมิงทะเลปากดำ (อังกฤษ: Black banded sea snake, Brown-lipped sea krait; ชื่อวิทยาศาสตร์: Laticauda laticaudata) เป็นงูทะเลในวงศ์งูพิษเขี้ยวหน้า (Elapidae) ที่ มีพิษร้ายแรงต่อระบบกล้ามเนื้อ[2] ที่พบได้ในประเทศไทย มีความยาวได้ถึง 2 เมตร จึงจัดเป็นงูทะเลที่ใหญ่ที่สุดด้วยที่ พบได้ในน่านน้ำไทย ลำตัวเป็นสีเทา หรือเทาเหลืองลายเป็น ปล้องหรือลักษณะคล้ายชายธงขว้างตามตัว หัวมีขนาดเล็ก ส่วนหางเล็กเหมือนส่วนหัว ใช้สำหรับว่ายน้ำ ปกติจะใช้ชีวิตอยู่ ในทะเลตลอดทั้งชีวิต แต่ก็สามารถคลานขึ้นมาบนชายหาดได้ บ้าง เพราะมีเกล็ดส่วนท้องมีค่อนข้างกว้างอย่างน้อย ประมาณครึ่งหนึ่งของความกว้างลำตัว สามารถใช้คลานได้ โดยมักอาศัยหากินปลาตามแนวปะการังใกล้ชายฝั่งที่เป็น บริเวณน้ำตื้น โดยนายภูวนัย รักไทยบำรุงแสง ม.5/3

งูแสมรังเกล็ดเบลเชร์ งูแสมรังเกล็ดเบลเชอร์ มีความยาวเมื่อโตเต็มที่ ประมาณ 0.5-1 เมตร (ประมาณ 20-40 นิ้ว) ความ ยาวของผู้ใหญ่ มีลำปล้องสีเข้มตัดสลับกันไปทั้ง ตลอดลำตัว งูแสมรังเกล็ดเบลเชอร์กระจายพันธุ์ทั่วในมหาสมุทร อินเดีย, ทะเลฟิลิปปิน, อ่าวไทย, นิวกินี จนถึงตอน เหนือของออสเตรเลีย โดยถือว่าเป็นงูพิษที่มีพิษร้าย แรงมากเป็นอันดับหนึ่งของโลก โดยนายภูวนัย รักไทยบำรุงแสง ม.5/3

งูแมวเซา เป็นงูที่มีรูปร่างอ้วนป้อม ลำตัวสั้น หางสั้น เวลาตกใจหรือถูก รบกวนมักขดตัวเตรียมสู้และระวังตัว พร้อมทั้งทำเสียงขู่ คล้ายแมวหรือเสียงของยางรถยนต์รั่ว โดยการสูบลมเข้าไป ในตัวจนตัวพอง แล้วพ่นลมออกมาทางรูจมูกแรง ๆ แทนที่จะ เลื้อยหนี เป็นงูที่ฉกกัดได้รวดเร็วแทบไม่ทันตั้งตัวทั้ง ๆ ที่ขด ตัวอยู่ในลักษณะปกติ ลำตัวมีสีน้ำตาลอ่อนอมเทา มีเกล็ด สีชมพูแซมบริเวณสีข้าง มีลายลักษณะทรงกลมสีน้ำตาลเข้ม ตลอดทั้งตัว โดยนายภูวนัย รักไทยบำรุงแสง ม.5/3

งูกะปะ ลักษณะหัวเป็น รูปสามเหลี่ยม คอเล็ก ลำตัวอ้วน หางเรียว สั้น มีลายเป็นรูปเหมือนหลังคาบ้านอยู่ด้านข้างตลอดลำตัว มี สีเทาอมชมพูลายสีน้ำตาลเข้ม เกล็ดมีขนาดใหญ่ จะงอยปาก งอนขึ้นข้างบน หากินเวลาพลบค่ำและ กลางคืน โดยเฉพาะใน เวลาที่มี ความชื้น ใน อากาศ สูง เช่น หลัง ฝน ตก ชอบอาศัย ในดินปนทรายที่มีใบไม้หรือเศษซากไม้ทับถมกันเพื่อซ่อนตัว ด้วยสีสันและลวดลายจึงทำให้กลมกลืนกับสภาพแวดล้อมได้ อย่างดีเยี่ยม โดยนายภูวนัย รักไทยบำรุงแสง ม.5/3

งูเขียวหางไหม้ลายเสือ เป็นงูขนาดค่อนข้างใหญ่ หัวโตรูปสามเหลี่ยม คอเล็กกว่าหัว และลำตัว ลำตัวอ้วน หัวและลำตัวมีสีเหลืองค่อนข้างซีด บน หัวมีจุดสีดำกระจายทั่วไป ลำตัวมีลายสีดำเป็นแนวกว้างพาด ขวาง ระยะไม่แน่นอนจากคอถึงหาง ข้างลำตัวมีลายสีดำเล็กๆ กระจายทั่วไป ท้องสีขาวขอบเกล็ดสีดำ โดยนายภูวนัย รักไทยบำรุงแสง ม.5/3

งูหางแฮ่มกาญจน์ มีขนาดยาวประมาณ 70 เซนติเมตร (หัว 4.5 ซม. ตัว 54.5 ซม. หาง 11.5 ซม.) ลำตัวสีน้ำตาลไหม้ มีลายสีน้ำตาลเข้มเป็น ปื้นใหญ่ๆ บนหลังข้างลำตัวเป็นลายสลับระหว่างสีน้ำตาลเข้ม กับสีเหลืองหม่น หัวสีน้ำตาลไหม้ ริมฝีปากบนสีเหลือง ท้อง ขาวมีลายประสีน้ำตาลออ่น ออกลูกครั้งละ 8-15 ตัว ลูกงูสีจะ สดใสกว่า บริเวณลายจะเป็นสีน้ำตาลอมชมพู หรือน้ำตาลอ่อน สลับกับเหลืองอมเขียว โดยนายภูวนัย รักไทยบำรุงแสง ม.5/3

งูปาล์ม งูปาล์ม เป็นงูเขียวหางไหม้ขนาดเล็ก ยาวประมาณ 35 เซนติเมตร มีสีและลวดลายปะปนกันหลายสี มีสีพื้นสีเขียว สี น้ำตาล และสีน้ำตาลอมแดง มีจุดประสีขาว ส่วนท้องสีน้ำตาล ม่วง มีสิ่งที่ทำให้แตกต่างจากงูเขียวหางไหม้ชนิดอื่น คือ มี เกล็ดจมูกเชิดงอนขึ้น เกล็ดบนตาแหลมสูงทำให้แลดูเด่นชัด ไม่ เหมือนงูเขียวหางไหม้ชนิดอื่น ๆ ซึ่งในครั้งแรกเข้าใจว่าเป็นการ เปลี่ยนแปลงของสีลวดลายหรือเป็นความแตกต่างระหว่าง เพศของตัวผู้และตัวเมียของงูที่พบในเขตประเทศมาเลเซีย และไม่พบในประเทศไทย แต่เมื่อนำมาเลี้ยงดูและศึกษาแล้วพบ ว่ามีลักษณะเช่นนี้เหมือนกันทั้งตัวผู้และตัวเมีย โดยนายภูวนัย รักไทยบำรุงแสง ม.5/3

งูก้นขบ มีลำตัว สีดำ แกม ม่วง มีลาย สีขาว เป็นปล้อง ๆ ไม่มีพิษ แต่ เข้าใจกันว่ามีพิษ เพราะมีพฤติกรรมชอบชูและแผ่หางซึ่งปลาย ที่มี สีแดง ส้ม เพื่อขู่ศัตรูให้เข้าใจผิด แต่เมื่อถูกคุกคามหรือ จับตัว มักจะแกล้งทำเป็น ตาย เป็นงูที่หากินบนพื้นดิน รวมทั้ง อาศัยอยู่ในโพรงในพื้นดิน อาหารของพวกมันได้แก่ หนอน ลูกงูจงอาง ตัวอ่อนของแมลง ปลา หนู ลูกงูแมวเซา กบ เขียด ตะปาด คางคก อึ่งอ่าง และลูกพังพอนเป็นต้น โดยนายภูวนัย รักไทยบำรุงแสง ม.5/3

งูหลามปากเป็ด งูหลามปากเป็ด ( อังกฤษ : Blood python ; ชื่อ วิทยาศาสตร์ : Python curtus ) เป็นงูไม่มีพิษ มีลำตัวที่ อ้วน หนา กว่างูหลามและงูเหลือม แต่มีหางที่สั้นแลดูไม่ สมส่วน และมีลวดลายที่แปลกออกไป มีหลายหลากสี ทั้ง น้ำตาล, แดง, เหลือง, ส้ม หรือ เขียว โดยงูแต่ละตัวจะมีสีสัน และลวดลายต่างกันออกไป ขนาดโตเต็มที่ได้ประมาณ 1.50 เมตร จัดเป็นงูที่มีขนาดเล็กที่สุดใน สกุลนี้ โดยนายภูวนัย รักไทยบำรุงแสง ม.5/3

งูดินบ้าน ลำตัวเรียวยาวและกลมสม่ำเสมอตลอดความยาวลำ ตัว ส่วนของหัวกว้างเท่ากับลำตัว ส่วนปลายของหัว มน หางสั้นมากและส่วนปลายของหางมีหนามแข็ง ตา เล็กมากแต่มองเห็นได้ชัดเจน ผิวหนังลำตัวมีเกล็ด ขนาดเล็กปกคลุมและพื้นผิวเกล็ดเรียบเป็นมัน เกล็ด รอบลำตัวในแนวกึ่งกลางตัว จำนวน 20 เกล็ด โดยนายภูวนัย รักไทยบำรุงแสง ม.5/3

งูสิง มี ความยาว เมื่อโตเต็มที่ประมาณ 1,400 มิลลิเมตร และ หางยาว 445 มิลลิเมตร หัวยาวและส่วนของหัวกว้างกว่าลำ คอเล็กน้อย ส่วนปลายของหัวมน ตาใหญ่มาก ลำตัวกลมและ ยาว หางยาวและส่วนปลายหางเรียว ผิวหนังลำตัวมีเกล็ด ปกคลุม เกล็ดบนหัวเป็นแผ่นกว้าง เกล็ดบนหลังทางส่วนต้น ของลำตัวมีขนาดใหญ่และพื้นผิวเรียบ เกล็ดท้องขยายกว้าง เกล็ดใต้หางเป็นแถวคู่ เกล็ดรอบลำตัวในตำแหน่งกึ่งกลางตัว จำนวน 15 เกล็ด เกล็ดท้องจำนวน 170 เกล็ด และเกล็ดใต้หาง จำนวน 125 เกล็ด ลำตัวมีด้านบนของหัวและบนหลังครึ่งทาง ด้านหน้าของลำตัว สีน้ำตาล หรือสีน้ำตาลอม เขียว ส่วนครึ่ง ทางด้านท้ายของลำตัวสีน้ำตาล โดยนายภูวนัย รักไทยบำรุงแสง ม.5/3

จัดทำโดย นายภูวนัย รักไทยบำรุงแสง ม.5/3 โรงเรยนสอยดาววิทยา อำเภอ สอยดาว จังหวัด จันทบุรี


Like this book? You can publish your book online for free in a few minutes!
Create your own flipbook