คู่มอื การซอ่ ม พัดลมตงั้ โตะ๊ แบบปมุ่ กด นายธนพนธ์ สมเช้อื รหัส 6441040012 สาขาเทคโนโลยีไฟฟ้า วิทยาลัยเทคนิคสุราษฎร์ธานี สถาบนั การอาชวี ศึกษาภาคใต้ อ้างอิงรายวิชา : การเขียนรายงานในงานอาชพี รหสั : 20-4000-1101 ทีป่ รึกษา : ดร.สมหวัง ศภุ พล
สารบัญ 1 2 บทนำ ขนั้ ตอนกำรซอ่ มแซมพดั ลมตงั้ โตะ๊ แบบปุ่มกด 3 เครื่องมอื อุปกรณแ์ ละขอ้ ควรระวัง 5 01.กำรตรวจเชค็ อำกำรเสียของพดั ลม 02.กำรถอดและตรวจเชค็ มอเตอร์ 7 03.กำรซอ่ มและเปลี่ยนอปุ กรณท์ ่ีเสียหำย 04.กำรประกอบพัดลมพรอ้ มทดลองใช้งำน 9 ภำคผนวก 12 ภำคผนวก ก ตรวจเชค็ อำกำรเสียของพดั ลม ภำคผนวก ข กำรตรวจเชค็ มอเตอร์ 14 ภำคผนวก ค กำรซอ่ มและเปล่ยี นอปุ กรณ์ 15 ภำคผนวก ง กำรประกอบพรอ้ มทดลองใชง้ ำน บรรณำนุกรม 19 ประวตั ผิ ้จู ดั ทำ 24 33 37 40
-1- บทนา ในปัจจุบนั กำรซ่อมแซมและดูแลพัดลมมคี วำมจำเปน็ และมปี ระโยชน์ในชวี ิตประจำวนั เป็นอย่ำงมำก เพรำะนอกกจำกช่วยเพิ่มควำมเยน็ แลว้ ยงั ชว่ ยยืดอำยุกำรใช้งำนและชว่ ยใหป้ ระหยดั คำ่ ใชจ้ ่ำยในกำรซื้อใหม่ คู่มือฉบบั น้ี ประกอบดว้ ยเน้ือหำ รปู ภำพ และขัน้ ตอนกำรปฏิบัตงิ ำน ท่เี ป็นทฤษ ฎีควำมรูใ้ นกำรซอ่ มแซมพัด ลม หวงั ว่ำคู่มีกำรซอ่ มแซมพดั ลมฉบบั น้จี ะมปี ระโยชน์แกผ่ อู้ ำ่ น
-2- ขน้ั ตอนการซอ่ มพดั ลมตั้งโตะ๊ แบบปมุ่ กด มี 4 ขั้นตอน การตรวจเชค็ อาการเสียของพัดลม 01 การถอดและตรวจเชค็ มอเตอร์ 02 การซ่อมและเปลย่ี นอุปกรณท์ เ่ี สียหาย 03 การประกอบพดั ลมพรอ้ มทดลองใช้ 04 งาน
-3- เครอ่ื งมืออุปกรณแ์ ละขอ้ ควรระวัง การซอ่ มพัดลมตง้ั โตะ๊ แบบป่มุ กด ไขควงสแ่ี ฉก คีมตัดสายไฟ ข้อควรระวัง ข้อควรระวัง 1.หำ้ มใชไ้ ขควงตอกหรือสกัด 1.อย่ำใช้คีมแทนประแจกวดหรอื คลำยนอ๊ ต-สกรู 2. หำ้ มใชไ้ ขควงทั่วไปตรวจสอบวงจรไฟฟ้ำ 2.อย่ำใช้คมี ตดั พวกลวดเหลก็ สปริง 3. หำ้ มใชไ้ ขควงท่ปี ำกบนิ่ หรอื ปำกสึกหรอ ตะกว่ั บัดกรี หวั แร้ง ข้อควรระวัง ข้อควรระวงั ขณะใช้งำนควรวำงหวั แรง้ ไว้ในท่ีเกบ็ หวั ขณะทบ่ี ัดกรีน้นั จะเกิดสำรพษิ ออกมำในรูป แรง้ และระวงั ไม่ใหส้ ำยไฟของหัวแรง้ ถูกสว่ นท่ี ของไอตะก่วั ซ่ึงเปน็ อนั ตรำย จึงควรหลกี เล่ยี งอยำ่ สดู ให้ควำมรอ้ น เขำ้ ไป มิเตอร์วัดไฟ ตวั C หรือ Cap ข้อควรระวัง ขอ้ ควรระวัง ก่อนทำกำรวดั ทกุ ครัง้ ต้องแน่ใจวำ่ เลือก อย่ำสลับสำยทตี่ อ่ เข้ำกับคำปำชิเตอร์ ถำ้ ย่ำนกำรวดั ถกู ต้องเสมอ สลับสำยพัดลมจะหมุนกลบั ทำง
-4- เครือ่ งมืออุปกรณแ์ ละข้อควรระวัง การซ่อมพดั ลมตั้งโตะ๊ แบบปุ่มกด(ตอ่ ) ปลั๊กไฟ ขอ้ ควรระวงั ไมค่ วรใชไ้ ฟฟ้ำเกินพิกัดเพรำะทำใหเ้ กดิ ควำมรอ้ นและอำจเกดิ ไฟฟ้ำลัดวงจรได้
-5- 01 การตรวจเชค็ อาการเสียของพดั ลม เครอื่ งมือและอุปกรณ์ เทคนคิ การทางาน ข้อควรระวัง - ควรกดเปดิ พดั ลมไล่สตำร์ทตำมเบอร์เพอ่ื ดู - ถ้ำแกนมอเตอรพ์ ัดลมฝดื มำกไมค่ วรกดเปดิ อำกำรฝดื ของแกนพัดลม ไว้นำนเพรำะทำไหม้ อเตอรร์ อ้ นและไหมไ้ ด้
-6- 01 ขั้นตอนปฏบิ ตั งิ าน การตรวจเชค็ อาการเสียของ พดั ลม https://bit.ly/3F9k5ws 1.เสยี บปลั๊กแลว้ กดปุม่ เปิดพัดลมเพ่ือเชค็ อำกำรฝืด 2.กดปมุ่ พดั ลมเบอร์ 3 เพ่อื เชค็ อำกำร cap เสยี ของแกนมอเตอร์ และฟงั กำรทำวำนของมอเตอร์
-7- 02 การถอดและตรวจเช็คมอเตอร์ เคร่อื งมือและอปุ กรณ์ เทคนคิ การทางาน ขอ้ ควรระวัง - ควรแกะฝำพดั ลมตำมขน้ั ตอนเพ่อื ไห้ - ถ้ำแกะไมร่ ะมัดระวังอำจจะทำให้ กำรถอดง่ำยขึ้น เดอื ยล็อกฝำครอบพดั ลมชำรุดได้ - ใชม้ ิเตอร์วัดไห้ถกู ต้องตำมคำ่ ยำ่ นวดั - ควรใช้อปุ กรณ์ให้ถกู กบั กำรใช้งำน
-8- 02 ขน้ั ตอนการถอดและตรวจเชค็ มอเตอร์ https://bit.ly/3CURt8g 2.ถอดฝำครอบออก 1.ถอดน๊อตยึดฝำครอบมอเตอรอ์ อก 3.ตรวจเชค็ ขดลวดสว่ นทช่ี ำรุด 4.ถอดแกนมอเตอรอ์ อก
-9- 03 การซ่อมและเปลีย่ นอุปกรณท์ เ่ี สียหาย เครอื่ งมือและอุปกรณ์ ภาคผนวก ขนำด 20 พอยต์ ตัวหนำ กงึ่ กลำง เทคนคิ การทางาน ขอ้ ควรระวัง - เวลำบัดกรคี วรมพี ดั ลมเปำ่ - ไมค่ วรนง่ั บัดกรใี นท่ที ่ีไมม่ ีลมพัด - เวลำขนั สกรูต้องขนั ไหแ้ นน่ - หำกไม่ไดช้ ็อตข้ัวคำปำซิเตอร์ควรถอด - ก่อนวัดคำปำซเิ ตอร์ควรช็อตขวั้ กอ่ น ตั้งไว้สกั พักนึง
- 10 - 03 ขน้ั ตอนการซ่อมและเปลยี่ น อุปกรณท์ ี่เสียหาย https://bit.ly/3D08yOq 2.ใช้มเิ ตอรว์ ัดท่ีเต้ำเสยี บเพอ่ื ตรวจสอบขดลวด 1.ทำกำรบดั กรีขดลวดท่ีขำด 3.หยอดนำ้ มนั ทบี่ ูทแกนมอเตอร์ 4.ประกอบแกนมอเตอร์และใส่ฝำครอบมอเตอร์
- 11 - 03 6.ตดั สำยคำปำซิเตอร์ออกท้งั สองสำยและชอ็ ตขวั้ 7.ใช้มเิ ตอรว์ ดั คำ่ ขอคำปำซเิ ตอร์ 8.เปลยี่ นคำปำซเิ ตอร์
- 12 - 04 การประกอบพดั ลมพรอ้ มทดลองใชง้ าน เครื่องมือและอุปกรณ์ เทคนคิ การทางาน ขอ้ ควรระวัง - ตรวจเช็คจุดบัดกรกี ่อนทีจ่ ะประกอบ - ควรประกอบอยำ่ งระมัดระวงั และ ตรวจดสู กรวู ำ่ แนน่ หรือไม่
- 13 - 04 การประกอบพดั ลมพร้อม ทดลองใช้งาน https://bit.ly/39RBj35 2.ทำกำรประกอบฝำครอบมอเตอร์และใบพดั พรอ้ ม 1.เทสมอเตอรว์ ่ำหมนุ หรอื ไม่ กับทดลองกำรใช้งำน
- 14 - ภาคผนวก
- 15 - ภาคผนวก ก ตรวจเชค็ อาการเสียของพดั ลม
- 16 - อาการเสยี ของพดั ลม พัดลมคือเครอ่ื งใชไ้ ฟฟำ้ ชนดิ หนึง่ ทำงำนโดยให้มอเตอร์ขบั ใบพดั ใหห้ มนุ แลว้ พดั พำลมเข้ำมำ พดั ลมถือ เปน็ เคร่อื งใช้ไฟฟ้ำทีน่ ิยมอย่ำงแพร่หลำยในประเทศไทย เนอ่ื งจำกประเทศไทยมีภมู อิ ำกำศรอ้ น และรำคำถกู กว่ำ เครอื่ งปรับอำกำศ ซ่งึ คนนิยมใช้พดั ลมเพ่อื ลดควำมร้อนเป็นหลกั อาการเสียของพัดลมหลกั ๆมีดงั น้ี 1. พัดลมไมห่ มนุ สำเหตุคือ มอเตอร์เสีย สำยไฟขำด 2. พัดลมหมนุ ช้ำสำเหตุคอื Capacitorเสอื่ มสภำพ 3. มอเตอร์พดั ลมมเี สยี งดงั สำเหตุคือ บชู พดั ลมหลวมทำไหพ้ ัดลมมอี ำกำรสนั่ 4. อำกำรฝดื สำเหตุคอื แกนและบชุ มีระยะเวลำกำรใช้งำนทีน่ ำนแล้วมนั จงึ มีอำกำรสึกจนฝืด 5. ใบพัดของพัดลมแตกสำเหตุคอื ตัวฝำเกลียวลอ็ คใบพดั มนั คลำยตัวหรือ ลวดตะแกรงฝำครอบ มบี ำงสว่ น บิดงอ ประเภทของพดั ลม พัดลมมหี ลำยชนิด ตำมขนำดอตั รำไหลและควำมดนั ของของไหลท่ลี ำเลียง และตำมวัตถปุ ระสงคก์ ำรใช้ งำนดังตำรำง 1 แบง่ เป็นประเภทใหญ่ๆ ได้เปน็ แบบ centrifugal ซึ่งทำงำนด้วยกำรให้แรงหนีศูนยก์ ลำงใหเ้ กิด กระแสในทิศทำงต้ังฉำกกับแกน แบบ axial flow ซึ่งสรำ้ งกระแสของไหล (อำกำศ) ในทิศทำงเดยี วกับเพลำ แบบ cross flow ซ่ึงมีคุณสมบตั อิ ยู่ระหวำ่ งทงั้ สองแบบขำ้ งตน้ และแบบอืน่ ๆ อย่ำงไร กต็ ำม เพ่ือสำมำรถติดตั้งและ เชื่อมต่อกับท่อตำ่ งๆ ไดส้ ะดวก พัดลมแบบ centrifugal บำงครงั้ ดภู ำยนอกแลว้ จะมีลกั ษณะเหมอื นกบั แบบ axial flow โดยทั่วไปพัดลมแบบ axial flow จะเหมำะกับควำมดันตำ่ -อัตรำไหลสงู ส่วนแบบ centrifugal จะเหมำะกบั ควำมดนั สงู
- 17 - ประเภทของพัดลม โดยแบ่งประเภทของพดั ลมได้เป็น 2 ประเภทใหญ่ๆดงั น้ี 1. พดั ลมแบบหมุนแรงเหวย่ี ง (Centrifugal flow or radial fans) พัดลมแบบแรงเหว่ียงหรือพดั ลมซงึ่ มีกำรไหลของอำกำศในแนวรศั มี จะประกอบดว้ ยใบพัดหมุนอย่ภู ำยในตัว เรอื นของพดั ลม (Fan house) ชดุ ใบพดั จะประกอบด้วยแผ่นใบเล็กๆประกอบเขำ้ ด้วยกันเปน็ ลกั ษณะกงล้อ ควำม ดนั ของอำกำศจะถูกทำให้มคี ่ำสงู ขน้ึ ภำยในตวั เรอื นของพัดลม ซงึ่ สำมำรถเพิ่มค่ำใหส้ ูงขน้ึ ไดด้ ้วยกำรเพิ่มขนำด ควำมยำวของใบพดั ซึง่ จะทำให้แรงเหว่ียงหนศี ูนย์กลำงภำยในระบบมีค่ำมำกข้นึ อำกำศจะไหลผ่ำนเ ข้ำไปในท่อ ทำงเขำ้ โดยมที ศิ ทำงขนำนกบั แกนของใบพัด และไหลออกในทศิ ทำงตั้งฉำกกบั แกนของเพลำใบพัดในทอ่ ทำงออก พดั ลมประเภทนจ้ี ำแนกตำมลกั ษณะรูปร่ำงของใบพดั 2. พดั ลมแบบอากาศไหลตามแนวแกน (Axial flow fans) พัดลมแบบน้อี ำกำศจะไหลขนำนกบั แกนของใบพดั และต้งั ฉำกกับระนำบกำรหมุนของใบพดั ชุดใบพดั จะถูก ตดิ ต้ังบนแกนเพลำขับของมอเตอรต์ น้ กำลงั ซงึ่ อยภู่ ำยในตัวพดั ลม ทำใหม้ อเตอรส์ ำมำรถระบำยควำมร้อนออกไป
- 18 - กับอำกำศท่ถี ูกขับเคล่อื น พัดลมชนดิ น้ีมรี ำคำถูก กำรทำงำนของพดั ลมมีเสียงดงั และมีชว่ งกำรทำงำนของพัดลมท่ี ไม่เสถยี ร จงึ เหมำะกับงำนระบำยอำกำศ มีขนำดเลก็ เคล่อื นย้ำยง่ำย https://bit.ly/3zVPuil
- 19 - ภาคผนวก ข การตรวจเช็คมอเตอร์
- 20 - การตรวจเช็คมอเตอร์ ควำมตำ้ นทำนของขดลวดมอเตอร์พดั ลม จะไม่เทำ่ กนั แต่สว่ นใหญ่จะมีค่ำควำมต้ำนทำนเรยี งจำกมำกไป หำน้อย สวิตช์กดเบอร์ 1 ถึง 3 เฉพำะบำงยห่ี ้อ หรือบำงรนุ่ - เบอร์ 1 Low (สำยสีดำ) คำ่ ควำมต้ำนทำนมำกท่ีสุด - เบอร์ 2 Medium (สำยสีนำ้ ตำล) ค่ำควำมตำ้ นทำนปำนกลำง - เบอร์ 3 High (สำยสแี ดง) ค่ำควำมต้ำนทำนน้อยทสี่ ดุ https://bit.ly/3mc90Cr - ใช้มิเตอร์วัดเทียบกับสำยสีขำว - สำยสฟี ้ำเปน็ สำยไฟเข้ำมอเตอร์
- 21 - มอเตอร์ เป็นอุปกรณไ์ ฟฟ้ำที่แปลงพลงั งำนไฟฟำ้ เปน็ พลังงำนกลกำรทำงำนปกติของมอเตอรไ์ ฟฟำ้ ส่วนใหญเ่ กิด จำกกำรทำงำนรว่ มกันระหว่ำงสนำมแม่เหลก็ ของแม่เหลก็ ในตวั มอเตอร์ และสนำมแม่เหล็กท่เี กิดจำกก ระแสใน ขดลวดทำใหเ้ กิดแรงดดู และแรงผลกั ของสนำมแม่เหล็กทัง้ สอง ในกำรใช้งำนตัวอยำ่ งเชน่ ในอตุ สำหกรรมกำรขนสง่ ใช้มอเตอรฉ์ ุดลำก เปน็ ต้น นอกจำกน้นั แลว้ มอเตอร์ไฟฟำ้ ยังสำมำรถทำงำนได้ถงึ สองแบบ ไดแ้ ก่ กำรสรำ้ งพลงั งำน กล และ กำรผลิตพลังงำนไฟฟ้ำ มอเตอรไ์ ฟฟ้ำถูกนำไปใช้งำนท่ีหลำกหลำยเช่น พัดลมอุตสำหกรรม เครื่องเป่ำ ป๊มั เครื่องมอื เคร่ืองใชใ้ น ครัวเรือน และดิสก์ไดรฟ์ มอเตอร์ไฟฟำ้ สำมำรถขับเคลื่อนโดยแหล่งจำ่ ยไฟกระแสตรง (DC) เช่น จำกแบตเตอร่ี, ยำนยนต์หรือวงจรเรียงกระแส หรอื จำกแหล่งจำ่ ยไฟกระแสสลับ (AC) เช่น จำกไฟบำ้ น อินเวอรเ์ ตอร์ หรอื เคร่อื ง ปนั่ ไฟ มอเตอร์ขนำดเล็กอำจจะพบในนำฬิกำไฟฟ้ำ มอเตอร์ท่ัวไปท่ีมีขนำดและคุณลักษณะมำตรฐำนสูงจะให้ พลงั งำนกลท่ีสะดวกสำหรบั ใช้ในอุตสำหกรรม มอเตอรไ์ ฟฟ้ำทใี่ หญ่ท่ีสุดใชส้ ำหรบั กำรใช้งำนลำกจูงเรือ และ กำร บบี อัดท่อส่งน้ำมันและป้มั ปส์ ูบจดั เกบ็ นำ้ มันซงึ่ มีกำลงั ถึง 100 เมกะวตั ต์ มอเตอร์ไฟฟำ้ อำจจำแนกตำมประเภท ของแหลง่ ท่ีมำของพลงั งำนไฟฟ้ำหรอื ตำมโครงสรำ้ งภำยในหรือตำมกำรใชง้ ำนหรือตำมกำรเคลอื่ นไหวของเอำต์พตุ และอื่น ๆ อุปกรณ์เช่นขดลวดแมเ่ หลก็ ไฟฟำ้ และลำโพงที่แปลงกระแสไฟฟ้ำให้เป็นกำรเคลื่อนไหว แต่ไมไ่ ด้สร้ำง พลังงำนกลที่ใช้งำนได้ จะเรยี กถูกว่ำ actuator และ transducer ตำมลำดบั คำว่ำมอเตอร์ไฟฟำ้ นัน้ ตอ้ งใช้สรำ้ ง แรงเชิงเส้น(linear force) หรอื แรงบิด(torque) หรอื เรียกอกี อย่ำงว่ำ หมุน (rotary) โครงสรา้ งของมอเตอร์ 1. โรเตอร์ ในมอเตอรไ์ ฟฟ้ำ สว่ นท่ีเคล่ือนทีค่ อื โรเตอร์ ซึง่ จะหมนุ เพลำเพอ่ื จำ่ ยพลังงำนกล โรเตอรม์ ักจะมี ขดลวด ตัวนำพันอยโู่ ดยรอบ ซงึ่ เมื่อมกี ระแสไหลผ่ำน จะเกดิ อำนำจแมเ่ หล็กที่จะไปทำปฏิกริ ิยำกับ สนำมแม่เหลก็ ถำวร ของสเตเตอร์ ขับเพลำใหห้ มุนได้ อยำ่ งไรก็ตำมโรเตอรบ์ ำงตัวจะเป็นแม่เหลก็ ถำวรและสเตเตอรจ์ ะมีขดลวดตวั นำ สลบั ทก่ี ัน 2. สเตเตอร์ จะเปน็ ส่วนท่อี ยู่กับทีซ่ ่ึงจะประกอบด้วยโครงของมอเตอร์ แกนเหลก็ สเตเตอร์ และขดลวด 3. ช่องว่ำงอำกำศ ระหวำ่ งโรเตอรแ์ ละสเตเตอร์จะเป็นช่องว่ำงอำกำศ ซงึ่ จะตอ้ งมขี นำดเล็กที่สุดเทำ่ ทจี่ ะเปน็ ไปได้ ช่องวำ่ งขนำดใหญจ่ ะมผี ลกระทบทำงลบอย่ำงมำกต่อประสทิ ธิภำพกำรทำงำนของมอเตอรไ์ ฟฟำ้
- 22 - 4. ขดลวด ขดลวดจะพันโดยรอบเป็นคอยล์ ปกติจะพันรอบแกนแม่เหล็กอ่อนที่เคลือบฉนวน เพื่อให้เป็น ขว้ั แม่เหล็กเมอ่ื มกี ระแสไฟฟ้ำไหลผ่ำนมอเตอร์ไฟฟ้ำมขี ้ัวสนำมแม่เหล็กในสองรูปแบบ ไดแ้ ก่แบบขวั้ ที่เหน็ ไดช้ ดั เจน และแบบขัว้ ทีเ่ หน็ ได้ไม่ชัดเจน ในขั้วที่ชดั เจน สนำมแม่เหลก็ ของข้ัวจะถูกผลติ โดยขดลวดพนั รอบแกนด้ำนล่ำง ใน ข้วั ทไ่ี มช่ ดั เจนหรอื เรยี กวำ่ แบบสนำมแมเ่ หล็กกระจำย หรอื แบบรอบๆโรเตอร์ ขดลวดจะกระจำยอย่ใู นช่องบนแกน รอบโรเตอร์ มอเตอรแ์ บบข้วั แฝงมีขดลวดรอบส่วนหนึ่งของข้วั เพือ่ หน่วงเฟสของสนำมแมเ่ หล็กของข้ัวนัน้ ให้ชำ้ ลง มอเตอร์บำงตัวขดลวดเปน็ โลหะหนำกวำ่ เช่นแท่งหรือแผน่ โลหะท่ีมกั จะเปน็ ทองแดง บำงทีก็เปน็ อะลมู ิเนยี ม มอเตอรเ์ หลำ่ นโ้ี ดยปกตจิ ะถูกขับเคลือ่ นโดยกำรเหนย่ี วนำของแมเ่ หลก็ ไฟฟำ้ แหล่งจ่ายไฟมอเตอร์ แหล่งจ่ำยไฟของมอเตอร์ DC มักจะผ่ำนทำงตัวสับเปลี่ยนตำมทอี่ ธิบำยไว้ข้ำงตน้ ต้วสับเปลี่ยนของ มอเตอร์ AC อำจเป็นไดท้ ั้งแบบแหวนสลิป หรือแบบภำยนอกอยำ่ งใดอยำ่ งหนึ่ง กำรควบคุมอำจเป็นแบบควำมเรว็ คงท่ี หรอื แบบควำมเรว็ เปลยี่ นแปลงได้ และอำจเปน็ แบบ synchronous หรอื แบบ asynchronous ก็ได้ มอเตอร์ แบบยูนิเวอร์แซลสำมำรถทำงำนทัง้ AC หรอื DC อย่ำงใดอย่ำงหนงึ่ การควบคมุ มอเตอร์ มอเตอร์ AC แบบควำมเรว็ คงทจ่ี ะถูกควบคมุ ควำมเรว็ ดว้ ยตัวสตำร์ทแบบ direct-on-line หรือ soft- start มอเตอร์ AC แบบควำมเรว็ แปรได้จะใช้ตวั ปรับควำมเร็วทเ่ี ป็นพำวเวอร์ อนิ เวอรเ์ ตอร์ หรอื ตัวปรับแบบใช้ ควำมถี่หรอื ใช้เทคโนโลยีตวั สบั เปล่ียนอเิ ล็กทรอนิกสห์ ลำยแบบแตกตำ่ งกัน ประเภทของมอเตอร์ มอเตอรไ์ ฟฟ้ำทำงำนบนหลกั กำรทำงกำยภำพท่แี ตกตำ่ งกันสำมประกำรคือ แมเ่ หล็ก , ไฟฟำ้ สถิต และ piezoelectric (ไฟฟำ้ ที่เกิดจำกกำรกดดนั ทำงกลไกทม่ี ตี อ่ ผลกึ ที่ไมน่ ำไฟฟ้ำ) โดยท่ีพบมำกท่สี ุดคือ แมเ่ หล็ก ในมอเตอรแ์ ม่เหล็ก สนำมแม่เหลก็ เกิดขน้ึ ท้ังในโรเตอร์และสเตเตอร์ ส่งิ ที่เกิดขึน้ ระหว่ำงสองสนำมน้ีคือ แรงบดิ ท่เี พลำของมอเตอร์ สนำมแมเ่ หลก็ อนั ใดอันหน่งึ หรือทั้งสองสนำมจะต้องถูกทำใหเ้ ปลยี่ นแปลงไปกับกำร หมุนของโรเตอร์ ซ่งึ จะทำได้โดยกำรสลับข้ัวเปิดและปิดในเวลำที่ถูกต้องหรือกำรเปล่ียนแปลงควำมเขม้ ของ ขั้วแมเ่ หลก็ ประเภทหลักของมอเตอร์ แบง่ เป็น มอเตอร์กระแสตรง และ มอเตอร์กระแสสลบั มอเตอรก์ ระแสตรง
- 23 - กำลังจะถูกแ ทนที่ด้วยมอ เตอร์กระแ สสลับ มอเตอร์ไฟฟ้ำก ระแสสลับมีท้ังแบบ asynchronous แล ะ synchronous. เมื่อเรมิ่ ทำงำน ซิงโครนัสมอเตอร์ตอ้ งหมุนไปพร้อมกบั กำรเคลือ่ นที่ของสนำมแมเ่ หล็กในทุกสภำวะของ แรงบดิ ปกติ ในซิงโครนัสมอเตอร์ สนำมแม่เหล็กจะต้องเกดิ ขึ้นโดยวิธอี ่นื นอกเหนือจำกกำรเหนี่ยวนำ เช่นจำกขดลวดท่ี แยกต่ำงหำกหรือจำกแมเ่ หล็กถำวร ชนดิ ของมอเตอร์ มอเตอรไ์ ฟฟ้ำสำมำรถแบง่ ได้ 2 แบบหลักๆตำมลกั ษณะของกระไฟฟำ้ คอื 1. มอเตอรไ์ ฟฟ้ำกระแสตรง (DC Motor) เปน็ มอเตอร์ทต่ี อ้ งใช้ไฟฟำ้ กระแสตรง ผ่ำนเข้ำไปในขดลวดเพ่ือทำให้เกดิ กำรดดู และผลกั กนั ของแม่เหลก็ ถำวร กับแม่เหลก็ ไฟฟ้ำท่เี กิดจำกขดลวดมอเตอร์จึงหมุนได้ 2. มอเตอร์ไฟฟำ้ กระแสสลับ (AC Motor) เปน็ มอเตอรท์ ตี่ ้องใชก้ ับไฟฟ้ำกระแสสลบั โดยใชห้ ลักกำรดูดและผลกั กันของแมเ่ หลก็ ถำวร กบั แม่เหลก็ ไฟฟำ้ จำกขดลวดมำทำให้เกดิ กำรหมุนของมอเตอร์ และ 90% ในโรงงำนอตุ สำห์กรรมจะใชแ้ บบน้เี ป็นหลัก https://bit.ly/3olB6xv
- 24 - ภาคผนวก ค การซอ่ มและเปลย่ี นอปุ กรณ์ การซ่อมและเปลย่ี นอปุ กรณ์ท การซ่อมและเปลี การซ่อมและเปล่ียนอปุ กรณ์ทเ่ี สียหาย การซอ่ มและเปล่ยี นอุปกรณท์ เ่ี สยี หา
- 25 - การซ่อมและเปลีย่ นอปุ กรณท์ เ่ี สียในพัดลม อุปกรณ์กำรซอ่ มและเปลี่ยนอุปกรณ์ทเี่ สยี ในพดั ลม มดี ังน้ี 1. หัวแร้ง ( soldering iron ) 2. ตะกวั บดั กรี (SolderWire) 3. มิเตอรว์ ัดไฟ (Electrical Meter) 4. คมี ตดั (Pliers) 5. ไขควง (screwdriver) 6. คำปำซเิ ตอร์หรอื cap (capacitor) 1.หวั แร้ง ( soldering iron ) หัวแร้ง ( soldering iron ) เปน็ เครอื่ งมอื ที่ใชใ้ นกำรบดั กรี โดยให้ควำมรอ้ นกับสำรบดั กรี จนหลอมเหลว และไหลเขำ้ ไปเชอ่ื มชนิ้ งำนโลหะเขำ้ ดว้ ยกัน หวั แร้ง มสี ่วนประกอบเป็นปลำยโลหะทใี่ ห้ควำมร้อน และด้ำมจบั ที่เป็นฉนวนควำมร้อน โดยท่ัวไปจะสร้ำง ควำมรอ้ นดว้ ยไฟฟ้ำ (ใช้ไฟบำ้ นหรอื ไฟแบตเตอร่ี กับลวดควำมรอ้ น) บำงแบบจะใช้กำรเผำใหม้ของแก็ส (โดยมีถัง แก็สขนำดเล็กอยู่ภำยใน) หรือแบบโบรำณซ่งึ หัวแรง้ เปน็ เพยี งแท่งโลหะมดี ำ้ มจับ โดยต้องนำไปเผำไฟกอ่ นใช้งำน กำรใชง้ ำนส่วนใหญ่ หัวแรง้ จะใชใ้ นกำรประกอบ, เช่อื มต่อ, ติดต้งั หรอื ซ่อมแซมอปุ กรณ์อิเลก็ ทรอนิกส์ด้วยมอื https://bit.ly/3zWKh9R
- 26 - 2.ตะกวั บดั กรี (SolderWire) ตะกัวบัดกรี (SolderWire) คือวัสดุท่ที ำหนำ้ ท่ีเป็น ตัวเช่ือมประสำนรอยต่อของสำยไฟ หรอื ขำของ อปุ กรณอ์ ิเล็กทรอนิกสเ์ ขำ้ ด้วย กนั หรือตอ่ อุปกรอ์ ิเล็กทรอนิกส์เขำ้ กับลำยวงจรพิมพ์ ซงึ่ ส่วนประกอบ ของตะกั่ว บัดกรปี ระกอบดว้ ยดีบกุ (Tin)และตะกัว่ (Lead) ซ่ึงมีส่วนผสมของสำรทัง้ สองแตกตำ่ งกนั ซง่ึ ค่ำที่ บอกไว้ค่ำแรกมกั เป็น ดีบกุ เสมอเช่น70/30หมำยถึง ส่วนผสมประกอบด้วยดบี กุ 70% และตะกว่ั 30% บำงครั้งอำจเรียกเฉพำะคำ่ ดบี ุกเท่ำนั้น กไ็ ด้ ดงั นน้ั สว่ นผสม 70/30 อำจเรยี กวำ่ ตะกว่ั บดั กรชี นิดดบี กุ 70% จดุ หลอมละลำยของตะก่ัวบดั กรีน้นั ข้นึ อยกู่ บั เปอรเ์ ซ็นตส์ ่วนผสม ของสำรทั้งสองจุดหลอมละลำยต่ำสุด จะมคี ำ่ ประมำณ177C ที่สว่ นประกอบประมำณ 60/40 คอื ดีบกุ ประมำณ 60% และตะกว่ั ประมำณ 40% ถือว่ำ เป็นตะก่ัวบัดกรชี นิดคุณภำพดี ซึ่งตะก่วั บัดกรี ที่ผลติ มำใชใ้ นงำนดำ้ นไฟฟำ้ และอเิ ลก็ ทรอนิกสน์ นั้ จะมลี ักษณะเปน็ เส้นลวดเลก็ ๆ กลมยำวขดไว้เป็นมว้ นมหี ลำยขนำด ทัง้ ขนำดของเส้นตะกั่ว และขนำดของควำมยำว ตะกวั่ บดั กรี ชนดิ นี้ ตอนกลำงของเส้นตะกั่วจะมนี ้ำยำประสำน หรือทเี่ รียกว่ำฟลักซ์ (Flux) บรรจุอยู่ดว้ ยเพื่อชว่ ยในกำรทำ ควำมสะอำด ผวิ หนำ้ ของจดุ บดั กรที ำให้เกำะติดช้ินงำนได้ดี และช่วยเคลอื บผวิ ตะก่ัวบดั กร แี ละช้ินงำนไม่ใ หเ้ กิด สนิมอกี ท่ี ตะกว่ั ท่นี ำมำทำกำรบัดกรหี รือเซอื่ มตอ่ เขำ้ กบั ระบบสำยสัญญำณ จะมีอยู่ด้วยกนั สองแบบ คอื เปน็ แบบ ตะกว่ั ทมี่ ีดบี ุกผสมอยูแ่ บบทว่ั ไป และเป็นตะกัว่ เงนิ ท่จี ะมีคุณสมบตั ติ ่ำงกนั กับตะก่วั ทวั่ ไป ฉะนั้นเรำจะมำรู้จกั กบั ตะกว่ั ชนิดแรกคือตะกั่วแบบทัว่ ไป https://bit.ly/3AStia2
- 27 - 3.มิเตอร์วดั ไฟ (Electrical Meter) https://bit.ly/3iohPrx มเิ ตอรว์ ัดไฟ (Electrical Meter) คืออุปกรณท์ ่ใี ช้วดั และแสดงค่ำปริมำณทำงไฟฟ้ำ เชน่ กระแส แรงดัน ควำมตำ้ นทำน กำลังไฟฟ้ำ เปน็ ต้น มิเตอรว์ ดั คำ่ ทำงไฟฟ้ำจงึ เป็นอปุ กรณพ์ ้ืนฐำนในงำนด้ำนไฟฟำ้ งำนติดตั้งระบบ และงำนด้ำนอ่นื ๆ ท่เี กยี่ วขอ้ ง มเิ ตอรว์ ดั ค่ำทำงไฟฟ้ำท่บี ริษัท แสงชัยมเิ ตอร์ จำกัดมีจำหนำ่ ย จงึ ถกู คัดสรรมำอยำ่ ง ดเี พือ่ ให้ตอบสนองต่อควำมตอ้ งกำรกำรใชง้ ำนมิเตอรว์ ดั ค่ำทำงไฟฟำ้ ท่มี ีคณุ ภำพ ซ่ึงตำ่ งจำกมิเตอรว์ ัดค่ำทำงไฟฟ้ำ ในทอ้ งตลำดคือ มคี ุณภำพสูงและมคี วำมหลำกหลำย ทำให้ทำ่ นสำมำรถเลอื กใชม้ เิ ตอร์วดั ค่ำทำงไฟฟ้ำให้เหมำะสม กบั งำนของท่ำนได้ บริษทั แสงชัยมิเตอร์ จำกดั นำเสนอมิเตอร์วัดค่ำทำงไฟฟ้ำท่มี ีประสทิ ธภิ ำพซึ่งเหมำะสมกับ กำรใช้งำนในหลำกหลำยลักษณะ 4.คีมตดั (Pliers) คีมตัด (Pliers) ใช้สำหรบั กำรจับชิ้นงำนเพอื่ ทำงำนใดๆ คือใช้ในงำนตัดวตั ถุท่ีไม่แข็งแรงมำกนัก เช่น สำยไฟฟ้ำ ลวด หรือสลักลอ้ คขนำดเล็ก คีมมีรูปรำ่ งและขนำดต่ำงๆ กัน ตำมลักษณะกำรใช้งำน คีมบำงตัว ออกแบบมำเพือ่ ใช้งำนหลำยหนำ้ ที่ เชน่ ทั้งในกำรจับงำนและตดั ชนิ้ งำน คีมบำงแบบ มีขอ้ ต่อเลื่อนทีส่ ำมำรถปรับ ขนำดควำมกว้ำงของปำกในกำรจบั ชิ้นงำนไดก้ ำรแบ่งประเภทของคมี และเรยี กชื่อ จะเปน็ ไปตำมลักษณะ กำรใช้ งำน
- 28 - 5.ไขควง (screwdriver) https://bit.ly/2Yc2zqV ไขควง (screwdriver) คอื อปุ กรณช์ นิดหนึ่งซึ่งออกแบบมำเพือ่ ขนั สกรูให้แนน่ หรือคลำยสกรอู อก ไขควง ทว่ั ไปประกอบด้วยแท่งโลหะ ส่วนปลำยใชส้ ำหรับยึดกบั สกรู ซง่ึ มรี ปู ร่ำงแตกตำ่ งกันเพอ่ื ใหใ้ ช้ไดก้ ับสกรชู นิดตำ่ งๆ และมีแทง่ สำหรบั จบั คลำ้ ยทรงกระบอกอย่อู ีกดำ้ นหนึง่ สำหรบั กำรไขดว้ ยมอื หรือไขควงบำงชนิดอำจจะหมุนด้วย มอเตอร์กไ็ ด้ ไขควงทำงำนโดยกำรสง่ ทอรก์ (torque) จำกกำรหมุนไปทป่ี ลำย ทำใหส้ กรูหมุนตำมเกลยี วเข้ำหรือ ออกจำกวัสดุอื่น ไขควงเป็นเคร่ืองมอื สำหรับขนั และคลำย สกรูชนิดหวั ผำ่ ขนำดและรูปทรงของไขควงถูกออกแบบใหเ้ ปน็ ไป ตำมลักษณะกำร ใช้งำน เช่น ไขควงทใ่ี ช้สำหรบั งำนของช่ำงอัญมณี (Jeweler's Screw Driver) จะออกแบบมำให้ เปน็ ไขควงท่ีใช้สำหรับงำนละเอยี ดเท่ยี งตรง ส่วนไขควงที่ใช้ในงำนหนักของช่ำงเครอื่ งกลจะออกแบบให้กำ้ นใบเปน็ รปู ส่เี หล่ยี มจตั รุ สั เพอื่ ให้ใชป้ ระแจหรอื คมี จบั ขัน เพือ่ เพ่ิมแรงในกำรบิดของไขควงให้มำกกวำ่ เดิมได้ นอกจำกนีไ้ ขควงยังมคี วำมจำเป็นกับชีวิตประจำวนั เพรำะในชวี ิตปัจจุบัน เครือ่ งใชไ้ ฟฟ้ำหรอื เครอื่ งจักร รอบตัวเรำก็มนี ็อตเปน็ ส่วนประกอบ ซึง่ ไขควงมีหนำ้ ที่ถอดออกและขนั เขำ้ 6.คาปาซิเตอร์ หรอื cap (capacitor) https://bit.ly/3meMEjG คำปำซิเตอร์หรอื cap (capacitor) เป็นอุปกรณอ์ ิเล็กทรอนกิ ส์อยำ่ งหน่ึง ทำหนำ้ ที่เก็บพลังงำนในรูป สนำมไฟฟำ้ ทส่ี ร้ำงขน้ึ ระหวำ่ งคู่ฉนวน โดยมีค่ำประจไุ ฟฟ้ำเท่ำกนั แตม่ ีชนดิ ของประจตุ รงขำ้ มกัน บ้ำงเรยี กตวั เก็บ ประจุน้วี ่ำคำปำซิเตอร์ (Capacitor) แต่สว่ นใหญ่เรียกสน้ั ๆ ว่ำ แคป (Cap) เปน็ อุปกรณพ์ ้ืนฐำนสำคัญในงำน อิเล็กทรอนกิ ส์ และพบได้แทบทุกวงจร มีคณุ สมบัติตรงขำ้ มกับตัวเหนีย่ วนำ จึงมกั ใชห้ ักล้ำงกันหรอื ทำงำนร่วมกัน ในวงจรต่ำง ๆ เปน็ หนง่ึ ในสำมชิน้ สว่ นวงจรเชงิ เส้นแบบพำสซีฟท่ปี ระกอบข้ึนเป็นวงจรไฟฟำ้ ในระบบจ่ำยไฟฟ้ำใช้ ตวั เก็บประจุเปน็ ชุดหลำยตัวเพ่ิมค่ำตัวประกอบกำลัง (Power factor) ให้กบั ระบบไฟฟ้ำที่เรียกว่ำ แคปแบงค์ (Cap Bank) ตวั เก็บประจบุ ำงชนิดในอนำคตมคี วำมเปน็ ไปได้สงู ทีจ่ ะถกู นำมำใช้แทนแบตเตอรี่ เชน่ ตัวเกบ็ ประจุ ยิ่งยวด (Supercapacitor)
- 29 - การเปล่ยี นอุปกรณท์ เี่ สียในพัดลม กำรเปลีย่ นอุปกรณท์ เี่ สยี ในพดั ลมมีดังน้ี กำรตรวจเชค็ เปลี่ยนคำปำซเิ ตอร์ เนื่องจำกอำกกำรพัดลมมีกำรหมนุ ชำ้ โดยถอดฝำครอบมอเตอร์ดเนหลังออก จำกนั่นไหต้ ดั ข้วั ของคำปำซเิ ตอร์และทำกำรวัดค่ำของคำปำซเิ ตอร์ให้วดั ขณะท่ไี มม่ ไี ฟหรอื วัดนอกวงจร กรณสี งสยั วำ่ มไี ฟคำ้ งอยู่ให้ใช้ยำ่ นวดั ไฟ AC วัดดไู ฟกอ่ นถ้ำพบว่ำมีไฟค้ำงอยใู่ ห้ทำกำรคำยประจุกอ่ นวัดโดยเฉพำะคำปำตัว ใหญแ่ ละมคี ่ำควำมจุสูงจะมไี ฟค้ำง คำปำซิเตอรพ์ ดั ลม คำปำซิเตอร์แอร์ และ คำปำซเิ ตอร์เครอื่ งซักผำ้ ใชก้ ับไฟ AC และเปน็ ชนดิ ไม่มขี ว้ั จะสลบั สำยวัดอย่ำงไรกไ็ ด้ หลกั กำรวดั คำปำซิเตอรไ์ ม่มขี ้วั สำหรับมลั ติมเิ ตอร์แบบเขม็ ให้ ใช้ย่ำนวัด Rx10K สำหรับคำปำซิเตอร์ค่ำน้อย เช่น 1uF 2UF 5UF และ ค่ำประมำณ 20UF ให้ใช้ย่ำนวัด Rx100 สำหรับดิจติ อลมัลตมิ เิ ตอร์ใชย้ ่ำนวัด C วัดคำปำซิเตอร์ ถำ้ วดั แลว้ ไม่ได้คำ่ ตำมมำตรฐำนไห้เปลีย่ นคำปำซิ เตอร์และทดสอบใชพ้ ัดลม โดยขนั้ ตอนตอนไหท้ ำย้อนกลบั จำกวิธกี ำรถอด การตรวจเช็คขดลวดมอเตอร์และซ่อม กำรตรวจเชค็ ขดลวดมอเตอรแ์ ละซ่อมมีดังนี้ โดยกำรถอดด้ำนฐำนของพดั ลมเพอื่ ทำกำรวดั ทีส่ วิทชเ์ พ่ือดวู ำ่ ขดลวดทำงำนสมบูรณ์หรือไม่ ถ้ำไมส่ มบรู ณท์ ำถอด ฝำครอบมำเตอร์และถอดตวั ยดึ คำปำซิเตอรอ์ อกแต่ไม่ต้องถอดคำปำซเิ ตอร์เพอ่ื ทำกำรซอ่ มมอเตอรโ์ ดยใชห้ วั แร้ง และตะกว่ั บัดกรใี นกำรบดั กรใี หส้ ำยทองแดงติดกัน ข้ันตอนกำรวดั เพือ่ ตรวจสอบมอเตอร์ พดั ลมจะมขี ดลวดอยู่ 4 ขด 1.ขด START ขดที่1 = 25.2 โอมห์ 2.ขด START ขดที่2 = 100.7 โอมห์
- 30 - 3.ขด START ขดท่ี3 = 261.5 โอมห์ 4.ขดรนั RUN หรอื ขดมอเตอร์หลัก = 434โอมห์ ถ้ำวดั คร่อม CAPACITOR จะได้ 604.4 โอมห์ เปน็ กำรวัดขดลวด 3 ขดครึง่ รวมกนั คอื ขดสตำรท์ ที่1, ขดสตำร์ทท่ี 2, ขดสตำรท์ ที่3 และขดมอเตอรห์ ลัก(ขดรัน) ครึ่งขด CAPACITOR ในท่นี ้ีขอเรียกย่อๆวำ่ C หรือคำปำซิเตอร์ ขดรัน RUN เรียกอีกอยำ่ งวำ่ ขดมอเตอร์หลัก ขด START ขดที่ 2 กับขด START ขดที่ 3 จะทำหนำ้ ที่2อย่ำง คอื สตำร์ท กบั จำกัดกระแสใหข้ ดรนั ข้ึนอยู่กบั วำ่ จะ กดสวิทช์เบอรอ์ ะไร กำรทำงำนจะเปล่ยี นไปตำมกำรกดสวทิ ช์ สำยคอมม่อน คือ สำยร่วม มี 3 เสน้ คือ - สำยสวิทช์เบอร์ 1 สีดำ - สำยสวิทช์เบอร์ 2 สนี ้ำเงิน - สำยสวทิ ช์เบอร์ 3 สแี ดง ส่วนสำยสขี ำวจะเปน็ ไฟ AC ทต่ี ่อเข้ำไปทขี่ ดรนั ตรงๆ ส่วนสำยทอ่ี ยู่ที่ขวั้ C คำ่ 2.5uF 200VAC 50/60HZ คือ สำย สีนำ้ เงนิ สำยสีนำ้ เงนิ น้ีคอื สำยสตำร์ท ส่วนสำยสนี ้ำเงนิ ทสี่ วิทช์เบอร์ 2 จะไม่เก่ียวขอ้ งกนั สว่ นอีกเส้นท่ีต่ออยทู่ ่ีข้ัว C คอื สำยสีเขียว สำยสเี ขยี ว(เส้นเล็ก)คือสำยรนั แบบครง่ึ ขด เม่อื มกี ำรกดสวทิ ช์เบอร์ 1 สำยไฟ AC สีนำ้ ตำล จะตอ่ ไฟเขำ้ สำยสีดำ ซง่ึ เป็นสวทิ ชเ์ บอร์ 1 แล้วสำยสีดำจะแยกออกเป็น 3 ทำง สำยสีดำแยกท่ี 1 ตอ่ เข้ำไปท่ีขด START ขดท่ี2 ซึ่งตอนนท้ี ำหน้ำที่จำกัดกระแส แลว้ ต่อเข้ำขด START ขดท่ี3 ซ่งึ ตอนนที้ ำ หน้ำท่จี ำกัดกระแส แลว้ ต่อเขำ้ ขดลวดรนั ตำมลำดบั เม่ือไฟ AC ออกจำกขดรนั กจ็ ะเปน็ สำยสขี ำว ต่อเขำ้ กับไฟAC อีกเส้น ครบวงจร
- 31 - สำยสีดำแยกท่ี 2 เข้ำไปท่ขี ด START ขดท่ี 2 ซ่ึงตอนนี้ทำหนำ้ ท่ีจำกดั กระแส แลว้ เข้ำขดSTARTขดที่3ซ่ึงตอนนีท้ ำหนำ้ ท่ี จำกัดกระแส แล้วเข้ำขดลวดรนั ประมำณครงึ่ ขด ออกมำเปน็ สำยสีเขยี วเขำ้ ทข่ี ว้ั คำปำซเิ ตอร์ เรยี กสำยเส้นนวี้ ำ่ สำย รนั แบบครงึ่ ขด สำยสีดำแยกที่ 3 ไฟ AC ผ่ำนขด START ขดท่ี 1 เขำ้ ไปทีข่ ำคำปำซเิ ตอร์อกี ขัว้ คือสำยสนี ้ำเงิน สำยสีนำ้ เงนิ น้ีเรียกว่ำสำย สตำรท์ ทำให้ไฟ START ครบวงจร CAPACITOR เกดิ กำรเกบ็ ประจแุ ละคลำยประจุ เน่อื งจำกไฟบ้ำนในประเทศ ไทยใช้ 220VAC/50HZ ดังน้ันจงึ เก็บประจุ 50 คร้ัง และคลำยประจุ 50 ครั้ง ภำยใน 1 วินำทีตำมควำมถ่ี 50HZ ทำให้ CAPACITOR มีแรงไฟเพมิ่ ขึ้นประมำณ 2 เท่ำคือ จำกไฟบำ้ น 220VAC แตต่ ่อออกมำทค่ี ำปำซิเตอร์สำยสี เขียว เพียงประมำณคร่ึงขดรัน แรงไฟจึงเหลือประมำณ 110VAC แตจ่ ังหวะท่ีคำปำซเิ ตอร์คลำยประจจุ ะมีแรงดัน เปน็ 2 เทำ่ คือ 220VAC เมื่อมกี ำรกดสวิทช์เบอร์ 2 สำยไฟ AC สนี ้ำตำลจะต่อไฟเข้ำสำยสีนำ้ เงนิ ซึ่งเปน็ สวทิ ช์เบอร์ 2 แลว้ สำยสนี ้ำเงินจะแยกออกเปน็ 3 ทำง สำยสีนำ้ เงนิ แยกท่ี1 เข้ำไปท่ีขดSTARTขดท่ี3ซึง่ ตอนน้ที ำหน้ำท่จี ำกัดกระแส แลว้ เข้ำขดลวดรนั ตำมลำดับ เมอ่ื ไฟACออกจำก ขดรนั ก็จะเป็นสำยสีขำว ตอ่ เข้ำกบั ไฟACอกี เส้น ครบวงจร สำยสีนำ้ เงนิ แยกที่2 เข้ำไปท่ขี ดSTARTขดที่3ซ่ึงตอนนท้ี ำหน้ำทีจ่ ำกัดกระแส แล้วเข้ำขดลวดรนั ประมำณครง่ึ ขด ออกมำเป็น สำยสีเขียวเขำ้ ทขี่ ้ัวคำปำซิเตอร์ เรียกสำยเส้นนี้วำ่ สำยรันแบบครง่ึ ขด สำยสนี ำ้ เงนิ แยกที่3 ไฟ AC ผำ่ นขด START ขดท่ี 2 และขด START ขดที่ 1 เข้ำไปที่ขำคำปำซิเตอร์อกี ขัว้ คอื สำยสนี ำ้ เงนิ สำย สนี ้ำเงินนี้เรยี กว่ำสำยสตำรท์ ทำให้ไฟ START ครบวงจร CAPACITOR เกดิ กำรเกบ็ ประจแุ ละคลำยประจุ เมือ่ มีกำรกดสวิทชเ์ บอร์3 สำยไฟ AC สนี ้ำตำลจะต่อไฟเข้ำสำยสแี ดงซึ่งเป็นสวิทชเ์ บอร์ 3 แล้วสำยสีแดงจะแยกออกเปน็ 3ทำง
- 32 - สำยสีแดงแยกท่ี1 เข้ำไปท่ีขดขดรัน เพยี งขดเดียว เมอ่ื ไฟACออกจำกขดรันก็จะเป็นสำยสขี ำว ต่อเข้ำกับไฟACอีกเสน้ ของ วงจร สำยสีแดงแยกที่2 เข้ำไปที่ขดรันประมำณครึง่ ขด ออกมำเปน็ สำยสเี ขียวเขำ้ ทขี่ ว้ั คำปำซเิ ตอร์ เรียกสำยเสน้ น้ีว่ำสำยรนั แบบ ครึง่ ขด สำยสีแดงแยกท่ี3 ไฟACผ่ำนขดSTARTขดที่3และขดSTARTขดที่2 และขดSTARTขดท่ี1 เขำ้ ไปท่ขี ำคำปำซิเตอร์อกี ขว้ั คือ สำยสนี ้ำเงิน สำยสีนำ้ เงนิ น้เี รยี กวำ่ สำยสตำร์ท ทำใหไ้ ฟSTARTครบวงจร CAPACITORเกิดกำรเกบ็ ประจแุ ละคลำย ประจุ https://bit.ly/3mc90Cr
- 33 - ภาคผนวก ง การประกอบพร้อมทดลองใชง้ าน
- 34 - การประกอบพรอ้ มทดลองใช้งาน กำรประกอบพัดลมพรอ้ มกำรใชง้ ำนเปน็ ขน้ั ตอนสดุ ทำ้ ยกอ่ นส่งมอบงำนมีดงั น้ี 1. หลงั จำกซอ่ มมอเตอร์เสรจ็ แลว้ ไหน้ ำมอเตอรม์ ำใส่ในชอ่ งใสม่ อเตอร์ 2. ประกอบชดุ กดเพอ่ื ส่ำยหน้ำพดั ลม 3. เปลี่ยนคำปำซเิ ตอร์
- 35 - 4. ประกอบฝำครอบด้ำนหนำ้ มอเตอร์ 5. ประกอบฝำครอบมอเตอร์ ใบพัดและฝำครอบใบพดั
- 36 - 6. เสียบปลก๊ั พรอ้ มทดสอบ https://bit.ly/2WpzyqK
- 37 - บรรณานุกรม 1.ชนิดพัดลม. [ออนไลน์]. [สบื คน้ เมื่อวนั ที่ 30 กันยำยน 2564]. จำก https://bit.ly/3zVPuil 2.วธิ ีวัดควำมตำ้ นทำนขดลวดมอเตอร์. [ออนไลน์]. [สบื ค้นเม่ือวันที่ 30 กนั ยำยน 2564]. จำก https://bit.ly/3mc90Cr 3.มอเตอร์. [ออนไลน์]. [สบื ค้นเมอ่ื วันที่ 30 กนั ยำยน 2564]. จำก https://bit.ly/3olB6xv
- 38 - 4.หัวแร้ง. [ออนไลน์]. [สืบค้นเม่ือวนั ที่ 30 กนั ยำยน 2564]. จำก https://bit.ly/3zWKh9R 5.ตะก่ัวบดั กรี. [ออนไลน์]. [สบื ค้นเมือ่ วันท่ี 30 กนั ยำยน 2564]. จำก https://bit.ly/3AStia2 6..มิเตอร์วดั ไฟ. [ออนไลน์]. [สบื ค้นเม่ือวนั ท่ี 30 กันยำยน 2564]. จำก https://bit.ly/3zWKh9R
- 39 - 7..ไขควง. [ออนไลน์]. [สืบคน้ เมอ่ื วนั ท่ี 30 กนั ยำยน 2564]. จำก https://bit.ly/2Yc2zqV 8..ตวั เกบ็ ประจุ [ออนไลน์]. [สืบค้นเมอ่ื วนั ท่ี 30 กันยำยน 2564]. จำก https://bit.ly/3meMEjG 9..พัดลมไมห่ มนุ [ออนไลน์]. [สืบคน้ เมอ่ื วนั ที่ 30 กันยำยน 2564]. จำก https://www.youtube.com/watch?v=rLxXCc4BTww&t=482s
- 40 - ประวัติผูจ้ ดั ทา ชอ่ื ผู้จดั ทำ : นำยธนพนธ์ สมเช้อื หลักสูตร : เทคโนโลยบี ณั ฑติ สำขำวิชำ : สำขำวิชำเทคโนโลยีไฟฟ้ำ ประวัติกำรทำงำน ปี พ.ศ. 2563 ตำแหน่ง ช่ำงซ่อมเครอ่ื งใชไ้ ฟฟ้ำ หนำ้ ท่ี 1. วเิ ครำะห์หำสำเหตุชำรดุ ของเคร่อื งใชไ้ ฟฟ้ำ 2. ซอ่ มและทดลองเครอ่ื งใชไ้ ฟฟ้ำ ชือ่ สถำนประกอบกำร (ปจั จบุ นั ) : บริษทั ที เอ็น เอ็น เทคนิคคอล สถำนทต่ี ิดตอ่ : 55 หมู่ 4 ตำบลบำงก้งุ อำเภอเมอื ง จงั หวดั สุรำษฎรธ์ ำนี 84000 เบอร์โทรศพั ท์ : 0831332423
Search
Read the Text Version
- 1 - 42
Pages: