พระบาทสมเดจ็ พระน่งั เกล้าเจา้ อยู่หวั พระราชกรณยี กิจที่สาคัญ ด้านความม่นั คง ด้านศิลปวฒั นธรรม ❖ ทรงป้องกนั อาณาจักรด้วยการสกดั ❖ ทรงมีรับส่งั โปรดเกล้าฯ ให้สร้างเรือสา้ เภา กองทัพของเจ้าอนุวงศ์ทรงประสบ ทีว่ ดั ยานนาวา ความสา้ เรจ็ ในการยตุ ิการสู้รบ ระหว่างไทยกบั ญวน ❖ โปรดเกล้าฯ ให้จารึกวรรณคดีส้าคญั และ วิชาการแพทย์ลงแผ่นศิลา แล้วติดไวต้ าม ศาลารายรอบบริเวณวดั พระเชตุพน วิมลมงั คลาราม ด้านการค้ากับตา่ งประเทศ ❖ ทรงสนบั สนนุ การค้าท้ังกบั เอเชียและยุโรปมีการลงนามในสนธิสัญญาเบอร์นีย์
อา้ งอิง กนกวลี ชูชัยยะ และกฤษฎา บุณยสมิต. (2552). ประวตั ิศาสตร์ไทยสมัยรัตนโกสินทร์ เลม่ 1 รัชกาลที่ 1 - รัชกาลที่ 3. นนทบุรี: ศนู ย์ส่งเสริมวิชาการ. _______. (2552). ประวตั ิศาสตรไ์ ทยสมยั รัตนโกสินทร์ เล่ม 2 รัชกาลที่ 4 -พ.ศ. 2475. นนทบุรี: ศูนย์ส่งเสริมวิชาการ. เชาวนะ ไตรมาศ. (2550). ขอ้ มูลพื้นฐาน 75 ปี ประชาธิปไตยไทย 2475-2550. พมิ พค์ รงั้ ที่ 5. กรุงเทพฯ : สถาบันนโยบายศึกษา. ณรงค์ พว่ งพิศ. (2551). ประวัติศาสตร์ ม.3. พมิ พค์ ร้ังที่ 10. กรงุ เทพฯ: อกั ษรเจริญทศั น์. ทวีศักดิ์ ล้อมลิม้ และคณะ. (2546). ประวัติศาสตร์ ม.4. กรุงเทพฯ: วฒั นาพานิช. นงเยาว์ ชาญณรงค์. (2542). วัฒนธรรม และศาสนา. พมิ พค์ รงั้ ที่ 4. กรุงเทพฯ: มหาวิทยาลยั รามค้าแหง. ประสงค์ สุ่นศิริ. (2543). ปฏิวัติ – รฐั ประหาร ทหารกับนักการเมือง. กรงุ เทพฯ : แสงดาว. พลบั พลึง คงชนะ. (2560). กระบวนการเรียนรูแ้ ละการใชห้ ลกั ฐานทางประวตั ิศาสตร์. ใน น้าฝน รุ่งสว่าง(บรรณาธิการ), ประวัติศาสตร์ไทย. (หน้า 13-24). นนทบรุ :ี มหาวิทยาลัยสุโขทัยธรรมาธิราช. มาชู ปิกชู อารยธรรมที่ล่มสลาย เมืองสาบสูญแห่งอินคา. สืบคน้ จาก. shorturl.asia/WVu1J. เมอ่ื วันที่ 31 มีนาคม 2563. วุฒิชัย มูลศิลป์. (2557). ประวตั ิศาสตรไ์ ทย. กรงุ เทพฯ: ไทยร่มเกล้า. โรม บุนนาค. (2549). คูม่ ือรฐั ประหาร. กรุงเทพฯ : สยามบันทึก. ลิขิต ธีรเวคิน. (2537). วิวัฒนาการการเมืองการปกครองไทย. พมิ พค์ ร้ังที่ 4. กรุงเทพฯ: มหาวิทยาลยั ธรรมศาสตร์. อา้ งอิงสอ่ื ขอบคุณข้อมูลภาพประกอบทุกภาพจากสือ่ อินเทอร์เนต็ (ใช้เพ่อื จัดกาเรียนการสอน)
ลิงค์เข้าสู่เวบ็ ไซต์ URL: shorturl.asia/udemw GOOGLE MEET Google Meet คือ หนึ่งใน ฟีเจอร์ของ Google Workspaceเหมาะกับการท้างานแบบ Work From Home ซึ่งเป็นที่นิยมในสถานการณ์ฝุ่น PM2.5หรือ COVID-19(ปี พ.ศ. 25 63 ถึง ปัจจุบนั )
หน่วยการเรยี นรู้ที่ 6 พัฒนาการทาง ประวัติศาสตรไ์ ทย สมยั รตั นโกสินทร์ ตอนที่ 2
วตั ถปุ ระสงค์การเรียนรู้ พัฒนาการทาง ประวตั ิศาสตรไ์ ทย 1. เพือ่ เข้าใจปจั จัยที่ส่งผลต่อความมั่นคงและความ สมยั ปรบั ปรุงและปฏิรปู เจรญิ รุ่งเรืองสมัยปรบั ปรุงและปฏริ ปู ประเทศไทย 2. เพื่อเขา้ ใจพฒั นาการทางประวตั ิศาสตร์ด้านต่าง ๆ ประเทศไทย สมัยปรบั ปรุงและปฏริ ูปประเทศไทย 3. เพือ่ เขา้ ใจเหตกุ ารณ์สาคญั ทีม่ ีผลต่อพัฒนาการทาง ประวตั ิศาสตร์ 4. เพือ่ เขา้ ใจการปฏริ ปู ประเทศสมยั พระบาทสมเด็จ พระจุลจอมเกลา้ เจ้าอยู่หัว 5. เพือ่ เขา้ ใจบทบาทของพระมหากษตั ริย์ไทยใน ราชวงศ์จักรีในการสร้างสรรค์ความเจริญและความ มนั่ คงของชาติ
1.ปัจจยั ที่สง่ ผลต่อความ มน่ั คงและความ เจริญรุ่งเรืองสมยั ปรับปรุง และปฏิรปู ประเทศไทย
การมีผู้นาที่ดี พระบาทสมเด็จ พระมหากษัตริย์ทุก พระมงกุฎเกลา้ เจา้ อยู่หวั พระองค์ตั้งแต่รัชกาลที่ 4 พระบาทสมเด็จ เปน็ ต้นมา พระจอมเกล้าเจา้ อยู่หัว ทรงได้รบั การศึกษาอย่างดี ทรงมีความทันสมยั รู้ทนั ความเปลี่ยนปลงของโลก ทรงมีความรู้ด้านภาษาอังกฤษ พระบาทสมเดจ็ และเห็นความสาคัญของ และดาราศาสตร์ ทรงติดต่อกับ พระปกเกลา้ เจ้าอยูห่ วั การปฏิรปู ประเทศ ต่างประเทศอย่างกว้างขวาง ทรงได้รบั การศึกษาอย่างดี พระบาทสมเด็จ พระจุลจอมเกลา้ เจา้ อย่หู ัว ทรงมีความรอบรู้ การเสด็จ ประพาสต่างประเทศเป็นการ เจริญสัมพันธไมตรี และนา ความเจริญมาปรับใช้
ทีต่ ั้งทางภมู ิศาสตร์ ▪ ประเทศไทยเปน็ รัฐทีอ่ ยตู่ รงกลางระหว่างเขตอานาจขององั กฤษในพม่า มลายู และเขตอานาจของฝร่งั เศสใน เวียดนาม กัมพชู า และลาว ▪ ไทยเปรียบเสมอื นรัฐกันชนระหว่างองั กฤษและฝรงั่ เศส ▪ ทาให้ท้ังสองชาติไมใ่ ช้กาลงั หกั หาญยึดครองไทย เพราะเกรงว่าอาจตอ้ งปะทะกบั อีกฝา่ ย
การดาเนนิ นโยบายตา่ งประเทศท่ดี ี รัฐบาลดาเนินนโยบายต่างประเทศในลกั ษณะทีเ่ ปน็ มิตร ผอ่ นปรนตาม รวมทั้งแสวงหาพันธมิตร เชน่ รสั เซีย เพือ่ มา คานอานาจกับอังกฤษและฝรง่ั เศส
การสร้างความเจรญิ ภายในและลดความขัดแยง้ ▪ ยกเลิกธรรมเนียมที่ล้าสมัย เชน่ การหมอบคลานเมอ่ื เข้าเฝ้า ให้เปลี่ยนเปน็ การเดนิ การก้มศรี ษะ หรือถวาย คานบั เป็นตน้ ▪ ปฏิรูปกฎหมายและการศาล เพือ่ ไมใ่ ห้ชาตติ ะวันตกใช้เปน็ ข้ออา้ งแทรกแซงและยึดครองไทย
2.พัฒนาการทาง ประวตั ิศาสตรด์ า้ นต่าง ๆ สมัยปรบั ปรุงและปฏิรูป ประเทศไทย
พัฒนาการดา้ นการเมืองการปกครอง ด้านการเมอื ง ▪ สมัยรัชกาลที่ 4 อานาจทางการเมืองขึน้ อยู่กบั ตระกลู บนุ นาค ▪ สมัยรชั กาลที่ 5 ทรงพยายามลดอานาจขุนนางตระกลู บนุ นาค ทาให้อานาจของพระองค์ มากขึน้ ดา้ นการปกครอง ▪ สมัยรชั กาลที่ 4 ทรงเริ่มเปลี่ยนแปลงธรรมเนียมทีล่ ้าสมัย รวมทั้งการติดต่อกบั ชาต่างชาติ ▪ สมยั รัชกาลที่ 5 ทรงตั้งสภาที่ปรึกษา 2 สภา คือ สภาที่ปรึกษาราชการแผ่นดินกับสภาที่ปรึกษา ในพระองค์ ▪ ทรงปฏิรปู การปกครองส่วนกลาง โดยเพิ่มหน่วยงานจาก 6 กรม เป็น 12 กรม ต่อมาท้ัง 12 กรม เปลีย่ นเปน็ 12กระทรวง ซึง่ เปน็ รากฐานของกระทรวงต่างๆ ในปัจจุบนั สมเดจ็ เจ้าพระยาบรมมหาศรีสรุ ิยวงศ์ (ชว่ ง บุนนาค)
พฒั นาการด้านการเมืองการปกครอง ดา้ นการปกครอง ▪ การปฏิรปู การปกครองส่วนภมู ิภาค ทรงยกเลิกระบบกินเมือง เมืองท้ังหลายรวมเป็นมณฑลเทศาภิบาล ▪ การปฏิรูปการปกครองส่วนท้องถิน่ ทรงนาระบบการปกครอง แบบสขุ าภิบาลมาใช้ แต่งตั้งกานนั ผู้ใหญ่บ้าน ▪ ทรงต้ังเสนาบดีสภา องคมนตรีสภา และรัฐมนตรีสภา ▪ สมัยรัชกาลที่ 6 มีการพยายามเปลี่ยนแปลงการปกครองเป็น ประชาธิปไตยแต่ไม่สาเรจ็ ▪ ทรงให้ประชาชนมีเสรีภาพในการแสดงออก ▪ สมัยรชั กาลที่ 7 ทรงเตรียมการพระราชทานรฐั ธรรมนูญ แต่มีผู้ ถวายความเห็นว่าประชาชนยังไม่พร้อม เพราะการศึกษาไม่ แพร่หลายทรงวางรากฐานการปกครองท้องถิ่นแบบเทศบาล เพื่อให้ราษฎรรู้จักปกครองตนเอง
พัฒนาการด้านเศรษฐกจิ ด้านการเงนิ การคลงั ▪ กาหนดอตั ราแลกเปลีย่ น เพื่อการซอื้ ขาย ดา้ นเกษตรกรรม ▪ ต้ังหอรัษฎากรพิพัฒน์และกระทรวงการคลงั ในเวลาต่อมา ด้านการคา้ และการลงทุน ▪ บกุ เบิกที่ดินเพ่ือการเพาะปลกู มีการขดุ คลองเพิ่ม ▪ มีการต้ังโรงสี และมีการส่งเสรมิ การพัฒนาพนั ธ์ุข้าว ส่งเสรมิ การเลี้ยงไหม ▪ เกิดโรงงานอตุ สาหกรรมเพิม่ มากขึน้ ▪ เศรษฐกิจขยายตัว และผูกพนั กบั เศรษฐกิจโลกเพิม่ มากขนึ้
พฒั นาการด้านสงั คม การเลิกทาส ▪ รชั กาลที่ 5 ทรงดาเนินการเลิกทาสใน พ.ศ. 2417 แต่ให้มีผลยอ้ นหลังไปถึง พ.ศ.2411 ▪ พ.ศ. 2488 ทรงประกาศยกเลิกระบบทาสในไทย ห้ามผเู้ ป็นไทขายตวั เปน็ ทาสอีกต่อไป ▪ ส่วนผู้เปน็ ทาสให้ลดค่าตัวลงเดือนละ 4 บาท จนหมดค่าตวั หรือหมดหนี้ การเลิกไพร่ ▪ รัชกาลที่ 5 ทรงเลิกไพร่โดยเริ่มจากการกาหนดว่าชายฉกรรจ์ที่ถกู สักขนึ้ ทะเบียนต้องมีอายุ 18 ปี ▪ ห้ามเกณฑ์แรงงานราษฎร เปลีย่ นเปน็ ให้จา้ งแทน ▪ กาหนดให้ผู้ชายอายุ 18 ปี เป็นทหาร 2 ปี แล้วไม่ต้องรับราชการ (เข้าเดือน) อกี ต่อไป ▪ ผู้ทีไ่ ม่เปน็ ทหารให้เสียเงิน ค่าราชการไม่เกิน 6 บาทต่อปี ▪ ระบบไพร่สนิ้ สุดลง ไพร่มีสถานะเปน็ ราษฎรทีม่ ีอสิ ระในการตั้งถิ่นฐานและประกอบอาชีพ การศึกษา ▪ รชั กาลที่ 5 โปรดเกล้าฯ ให้ตั้งโรงเรียนสอนหนังสือขึ้น ▪ ทรงตั้งกระทรวงธรรมการ ▪ รัชกาลที่ 6 โปรดเกล้าฯ ให้มีการศึกษาภาคบังคับ 4 ปี
พัฒนาการดา้ นความสมั พนั ธร์ ะหวา่ งประเทศ ดา้ นการทตู และการทาสนธิสญั ญาระหว่างประเทศ รชั กาลที่ 4 ทรงเห็นความจาเปน็ ที่จะต้องยอมแกไ้ ขและทาสนธสิ ญั ญาใหม่กบั ชาตติ ะวันตก ด้านการปอ้ งกนั การคุกคามของชาติตะวันตก รชั กาลท่ี 5 เสดจ็ ประพาสยุโรปถึง 2 ครัง้ เพอ่ื เจรจาและหาพนั ธมิตรที่จะชว่ ยสนับสนนุ ไทย ดา้ นการแก้ไขสิทธิภาพนอกอาณาเขต ทาให้ยกเลิกการมีสิทธิสภาพนอกอาณาเขตของคนในบงั คับของต่างชาติ สิทธิสภาพนอกอาณาเขต หมายถึงสิทธิพเิ ศษทางกฎหมาย ซึ่งประเทศหนึง่ สามารถ บงั คบั ใชก้ ฎหมายของประเทศตนต่อบคุ คลในดินแดนของประเทศอ่นื ได้ ตัวอย่างในอดีตอาทิ สยามเคยให้สิทธิสภาพนอกอาณาเขตแกอ่ ังกฤษ สนธิสญั ญาเบาว์ริง คือ หากคนในบังคับ องั กฤษหรือฝร่งั เศสก่อคดีในสยามก็จะไปขนึ้ ศาลของอังกฤษแทน หรือตัวอย่างในปัจจุบัน คือ ในสถานทตู หรือสถานกงสลุ ของประเทศต่าง ๆ ก็บงั คบั ใชก้ ฎหมายของประเทศตน
3. เหตกุ ารณ์สาคญั ทีม่ ี ผลตอ่ พัฒนาการทาง ประวัติศาสตร์
การทาสนธิสัญญาเบาว์ริง เซอร์ จอหน์ เบาวร์ ิง ▪ อังกฤษได้สิทธิสภาพนอกอาณาเขต ▪ ยกเลิกภาษีปากเรือ ให้เก็บภาษีสินค้าขาเขา้ ร้อยละ 3 แทน ▪ ให้มีการค้าเสรี และไทยอนุญาตให้นาข้าว ปลา เกลือ ไปขาย ต่างประเทศได้ ▪ คนในบังคบั องั กฤษนาฝ่นิ มาขายในไทยได้ แต่ตอ้ งขายให้เจา้ ภาษี ฝิ่นเท่าน้ัน ถ้าเจ้าภาษีไม่ซือ้ ต้องนาออกไป ▪ ถ้าชาติอ่นื ได้สิทธิพิเศษเพิ่มเติม องั กฤษจะได้สิทธิพเิ ศษน้ันด้วย ▪ สินค้าทีเ่ ปน็ สินค้าออกให้เกบ็ ภาษีได้เพียงคร้ังเดยี ว ▪ สนธิสัญญานี้จะแก้ไขได้เมือ่ พ้น 10 ปีไปแล้ว ภาษีปากเรือ หรือ ภาษีเบิกร่อง เปน็ ค่าธรรมเนียม ซ่งึ เกบ็ จากเรือสินค้าของชาวต่างประเทศที่ เข้ามาจอดในเมอื งท่าของไทย กาหนดเก็บภาษีตามส่วนกว้างทีส่ ดุ ของเรือ โดยคดิ อตั ราภาษี เป็น'วา'และเรียกเก็บในอัตราที่ต่างกนั
ผลกระทบของสนธิสญั ญาเบาวร์ ิง ดา้ นเศรษฐกิจ ▪ การเปลีย่ นแปลงระบบเศรษฐกิจของประเทศ จากแบบยังชีพเป็น ระบบเศรษฐกิจการตลาด ▪ การเปลี่ยนแปลงประเภทสินค้าหลกั ของประเทศทาให้ข้าวกลายเปน็ สินค้าออกทีส่ าคัญมาจนถึงปจั จุบนั ▪ การขยายตัวของการค้าภายในประเทศ ประกอบกับการพฒั นา เส้นทางคมนาคมทาให้การค้าขยายตัวอย่างรวดเรว็ ▪ การพัฒนาอตุ สาหกรรม และรฐั ได้ปรับปรุงระบบสาธารณปู โภคให้ สอดคล้องกบั ความกา้ วหน้าทางเศรษฐกิจ ▪ การปฏิรปู ระบบภาษีอากรและการคลงั จดั ตั้งหอรษั ฎากรพิพฒั น์ และมีการจดั ทางบประมาณแผ่นดินเป็นครั้งแรก หอรษั ฎากรพิพฒั น์
ดา้ นการเมอื ง ▪ ผ่อนคลายแรงกดดนั จากมหาอานาจตะวนั ตก และเปน็ การเปิดสมั พนั ธ์ทางการทูตระหว่างไทยกับนานาชาติ ดา้ นสังคม ▪ สิทธิสภาพนอกอาณาเขตและคนในบงั คบั ถือเป็นความเสียเปรยี บในระยะยาวมาก ซึ่งไทยก็เริ่มเจรจาเพื่อจากดั ปญั หานี้ ▪ การเปลีย่ นแปลงกลุ่มผู้มีบทบาททางเศรษฐกิจ พ่อค้าและนายทนุ ชาวตะวนั ตกเข้ามาค้าขายและลงทุนทาธุรกิจแข่งขันกบั นายทนุ ชาวจีน ▪ การเปลี่ยนแปลงวิถีชีวิต สินค้าของตะวนั ตกซึง่ เป็นสินคา้ แปลกใหม่ กระจายไปยังประชาชนท้ังในเมืองและชนบท ทาให้ประชาชนเข้าสู่ระบบ เศรษฐกิจทีใ่ ช้เงินตราหาซือ้ สิ่งของแทนทีว่ ถิ ชี ีวติ แบบเดิม พระบาทสมเดจ็ พระจอมเกล้าเจ้าอยหู่ ัว โปรดเกล้าฯ ให้เซอร์จอห์น เบาริ่ง อคั รราชทูต เหรียญเงินกรุงเทพฯตอกตราพระมหามงกฎุ ราคาเฟือ้ ง พ.ศ. 2399 เปรียบเทยี บกับ องั กฤษ เข้าเฝ้า (ภาพจติ รกรรมเทิดพระเกยี รติกษตั ริย์แห่งพระบรมราชจกั รีวงศ์ วาด ตัวอยา่ งเหรียญทองแดงเมืองไท ตราดอกบัว และตราช้าง จ.ศ. 1197 (พ.ศ. 2378) โดย นคร หุราพันธ์ ปจั จุบนั แขวนอยภู่ ายในอาคารรฐั สภา)
4. การปฏิรปู ประเทศสมยั พระบาทสมเดจ็ พระจลุ จอมเกล้า เจา้ อยู่หวั
การปฏิรูปประเทศสมัยรชั กาลท่ี 5 การปฏิรูปประเทศ ระยะท่ี 2 การปฏิรูปประเทศ ระยะแรก ▪ ทดลองขยายการปกครอง จาก 6 กรม เปน็ 12 กรม ▪ พระบรมวงศานวุ งศ์ และขนุ นางได้รบั การศึกษาแบบใหม่ ▪ ทรงตั้งหอรษั ฎากรพิพฒั น์ ▪ ทรงเปลี่ยนแปลงธรรมเนียมการเข้าเฝ้า มาช่วยราชการ ▪ ทรงตั้งสภาทีป่ รึกษาราชการแผ่นดิน และสภาที่ปรึกษาส่วน ▪ ทรงจ้างชาวต่างประเทศ มาเป็นทีป่ รกึ ษาและทางาน พระองค์ พระบาทสมเด็จพระ จุลจอมเกล้าเจา้ อย่หู ัว ธรรมเนียมหมอบกราบ ทรงฉายร่วมกบั พระราช เวลาเข้าเฝ้า หรือ \"กฎ โอรสที่ทรงศึกษาวิชาการ มณเฑียรบาลวา่ ดว้ ยการ อยูใ่ นยโุ รป เมือ่ ครงั้ เสด็จ เปลีย่ นธรรมเนียมใหม่\" ประพาสยโุ รปครัง้ ที่ 1 พ.ศ. 2440
ดา้ นการบรหิ ารราชการแผน่ ดนิ ทรงปฏิรปู การบรหิ ารราชการแผ่นดินใหม่ในวันที่ 1 เมษายน พ.ศ. 2435 หลงั จากทรงทดลองมา 4 ปี โดยแบ่งเปน็ 12 กระทรวง ไดแ้ ก่ กระทรวงมหาดไทย กระทรวงมุรธาธร กระทรวงนครบาล กระทรวงยุทธนาธิการ กระทรวงโยธาธิการ กระทรวงพระคลงั มหาสมบตั ิ กระทรวงธรรมการ กระทรวงการต่างประเทศ กระทรวงเกษตรพานิชการ กระทรวงกลาโหม กระทรวงยุติธรรม กระทรวงวัง
ดา้ นกฎหมายและศาล ▪ ปฏิรปู กฎหมายและการศาลให้เปน็ แบบตะวนั ตก เพ่ือยกเลิกสนธิสัญญาที่ไม่เป็นธรรม และสิทธิสภาพนอกอาณาเขต ด้านสงั คม ▪ ต้ังกระทรวงยุติธรรมเพื่อดแู ลงานด้านการศาล ▪ ต้ังโรงเรียนกฎหมาย จ้างนักกฎหมายชาวต่างชาติมาช่วยร่างประมวลกฎหมายตามแบบตะวันตก ▪ พระเจ้าลูกยาเธอ กรมหลวงราชบุรดี ิเรกฤทธิ์ เป็นแกนนาสาคญั ในการปฏิรูปกฎหมาย ▪ ทรงเลิกทาสและระบบไพร่ ▪ ประชาชนมีอสิ ระในการประกอบอาชีพ ตั้งถิ่นฐาน และศึกษาเล่าเรยี น พระเจ้าบรมวงศ์เธอ กรมหลวงราชบุรีดิเรกฤทธิ์
ดา้ นการศกึ ษา ▪ ทรงจัดระบบการศึกษาแผนใหมแ่ บบตะวนั ตก การศึกษาจากวดั พระสงฆเ์ ปน็ ผู้ถ่ายทอดความรู้ ▪ ต้งั โรงเรียนหลวงสาหรับลูกขุนนาง และราษฎร ด้านเศรษฐกจิ และการคลัง ▪ ตง้ั กระทรวงธรรมการดแู ลเรื่องศาสนาและการศกึ ษา วัดและพระสงฆ์เมือ่ เริ่มสนบั สนนุ การจัดการศึกษาในรูปแบบโรงเรียน ดา้ นการคมนาคม ▪ จัดระบบเงินตราโดยใชม้ าตรฐานทองคาแทนมาตรฐานเงนิ และการสือ่ สาร ▪ ตั้งกระทรวงพระคลงั มหาสมบตั ิ ดูแลดา้ นการคลังของแผน่ ดนิ ▪ มกี ารสร้างถนน ทางรถไฟ รถราง ▪ มีการขดุ คูคลอง ▪ จัดระบบไปรษณยี โ์ ทรเลข ไฟฟา้ ประปา และโรงพยาบาล บรรยากาศในหอ้ งเรียนทีจ่ ดั การศึกษาวิทยาการสมยั ใหม่ในสมยั รชั กาลที่ 5
5. บทบาทของพระมหากษัตริย์ไทยใน ราชวงศ์จกั รีในการสร้างสรรค์ความ เจริญและความม่นั คงของชาติ
พระบาทสมเดจ็ พระจอมเกล้าเจ้าอยู่หวั พระราชกรณยี กิจที่สาคญั ดา้ นการต่างประเทศ ด้านเศรษฐกิจ ➢ ทรงส่งคณะราชทูตไปอังกฤษและ ➢ ทรงทาสนธิสญั ญากบั ต่างชาติ ฝรั่งเศสเพ่อื เจริญพระราชไมตรี และโปรดเกล้าฯ ให้ต้ัง โรงกษาปณผ์ ลิตเงนิ ดา้ นการปรบั ปรงุ ประเทศ ด้านสงั คมและวัฒนธรรม ➢ ทรงยกเลิกประเพณีเก่าๆ ทล่ี ้าสมยั และทรงนาความรู้ของ ➢ ทรงต้ังธรรมยุติกนิกาย และโปรด ตะวนั ตก มาปรับปรุงบ้านเมือง เกล้าฯ ให้ชาระและเขียนพงศาวดาร ขนึ้ ใหม่
พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจา้ อย่หู วั พระราชกรณยี กิจทีส่ าคญั ด้านการปฏิรปู ประเทศ ด้านการรกั ษาเอกราชของชาติ ➢ ทรงปฏิรูปการปกครองส่วนกลาง และส่วนภูมิภาค ➢ ใช้วิธีทางการทูต การทหาร และการแสวงหา ทรงปฏิรูประบบกฎหมายและการศาล ความชว่ ยเหลือจากมหาอานาจอืน่ ➢ ทรงเลิกทาส และทรงเลิกระบบไพร่ และทรงปฏิรูป ➢ ทรงพยายามดาเนินนโยบายต่างประเทศ การศึกษา อยา่ งอดทน และผ่อนปรน
พระบาทสมเด็จพระมงกฎุ เกลา้ เจา้ อยู่หัว พระราชกรณยี กิจทีส่ าคัญ ดา้ นการสรา้ งชาตินยิ ม ด้านการสรา้ งความรงุ่ เรือง ทางวฒั นธรรม ➢ ทรงใชว้ ิธกี ารสร้างสัญลกั ษณ์ เพ่อื เปน็ ศนู ย์รวมใจให้เกิดความรกั ความสามคั คี ➢ ทรงมีพระปรีชาสามารถด้านอักษรศาสตร์ สานึกในหน้าทีพ่ ลเมอื งทีด่ ีของชาติ และ ทรงมีบทพระราชนิพนธ์มากมาย จนได้รบั สานึกในความเสียสละของบรรพบรุ ุษ การถวาย พระราชมัญญาว่า “พระมหาธีรราชเจ้า” ด้านการสร้างความเป็นสากล และนาไทยเข้าสู่สังคมนานาชาติ ➢ ทรงกาหนดให้คนไทยมีนามสกลุ ใช้ ทรงเปลีย่ นธงชาติใหม่ และการเข้าร่วมสงครามโลกคร้ังที่ 1
พระบาทสมเดจ็ พระปกเกลา้ เจา้ อย่หู ัว พระราชกรณยี กิจที่สาคญั ดา้ นการวางรากฐาน ด้านการเปน็ แบบอยา่ งที่ดีในการ ประชาธิปไตย เสียสละผลประโยชน์สว่ นตัว ➢ ทรงเตรียมการหลายประการเพ่อื ปลกู ฝงั ให้ประชาชน ➢ ทรงยอมลดค่าใช้จ่ายส่วนพระองค์ มีสานึกทางการเมือง พร้อมที่จะมีส่วนร่วมในการ ในยามที่บ้านเมืองเผชิญกับปัญหา ปกครอ งร ะบอ บปร ะชาธิปไต ย เมื่อ เ กิด การ เศรษฐกจิ ตกต่า เปลี่ยนแปลงการปกครอง จึงทรงเต็มพระราชหฤทัย สละพระราชอานาจของพระองค์
อา้ งอิง กนกวลี ชูชัยยะ และกฤษฎา บุณยสมิต. (2552). ประวัติศาสตร์ไทยสมยั รัตนโกสินทร์ เลม่ 1 รชั กาลที่ 1 - รชั กาลที่ 3. นนทบุรี: ศนู ย์ส่งเสริมวิชาการ. _______. (2552). ประวตั ิศาสตรไ์ ทยสมยั รตั นโกสินทร์ เล่ม 2 รัชกาลที่ 4 -พ.ศ. 2475. นนทบรุ ี: ศูนย์ส่งเสริมวิชาการ. เชาวนะ ไตรมาศ. (2550). ขอ้ มูลพื้นฐาน 75 ปี ประชาธิปไตยไทย 2475-2550. พมิ พค์ รงั้ ที่ 5. กรุงเทพฯ : สถาบนั นโยบายศึกษา. ณรงค์ พว่ งพิศ. (2551). ประวัติศาสตร์ ม.3. พมิ พค์ รั้งที่ 10. กรุงเทพฯ: อกั ษรเจริญทัศน์. ทวีศักดิ์ ล้อมลิม้ และคณะ. (2546). ประวัติศาสตร์ ม.4. กรงุ เทพฯ: วัฒนาพานิช. นงเยาว์ ชาญณรงค์. (2542). วัฒนธรรม และศาสนา. พมิ พค์ รงั้ ที่ 4. กรุงเทพฯ: มหาวิทยาลยั รามคาแหง. ประสงค์ สุ่นศิริ. (2543). ปฏิวัติ – รฐั ประหาร ทหารกบั นักการเมือง. กรุงเทพฯ : แสงดาว. พลบั พลึง คงชนะ. (2560). กระบวนการเรียนรู้และการใชห้ ลกั ฐานทางประวัติศาสตร์. ใน น้าฝน รุ่งสว่าง(บรรณาธิการ), ประวัติศาสตร์ไทย. (หน้า 13-24). นนทบรุ :ี มหาวิทยาลัยสุโขทัยธรรมาธิราช. มาชู ปิกชู อารยธรรมที่ล่มสลาย เมืองสาบสญู แหง่ อินคา. สืบคน้ จาก. shorturl.asia/WVu1J. เมอ่ื วันที่ 31 มีนาคม 2563. วุฒิชัย มูลศิลป์. (2557). ประวตั ิศาสตรไ์ ทย. กรงุ เทพฯ: ไทยร่มเกล้า. โรม บุนนาค. (2549). คูม่ ือรฐั ประหาร. กรงุ เทพฯ : สยามบันทึก. ลิขิต ธีรเวคิน. (2537). วิวัฒนาการการเมืองการปกครองไทย. พมิ พค์ ร้ังที่ 4. กรงุ เทพฯ: มหาวิทยาลยั ธรรมศาสตร์. อา้ งอิงสอ่ื ขอบคุณข้อมูลภาพประกอบทุกภาพจากสือ่ อินเทอร์เนต็ (ใช้เพ่อื จัดกาเรียนการสอน)
ลิงค์เข้าสู่เว็บไซต์ URL: shorturl.asia/udemw GOOGLE MEET Google Meet คือ หนึ่งใน ฟีเจอร์ของ Google Workspaceเหมาะกับการทางานแบบ Work From Home ซึ่งเป็นที่นิยมในสถานการณ์ฝุ่น PM2.5หรือ COVID-19(ปี พ.ศ. 25 63 ถึง ปัจจุบนั )
หน่วยการเรียนรู้ที่ 6 พัฒนาการทาง ประวัติศาสตรไ์ ทย สมยั รตั นโกสินทร์ ตอนที่ 3
วัตถุประสงค์การเรยี นรู้ 1. เพ่ือเขา้ ใจปัจจยั ท่ีสง่ ผลตอ่ ความมั่นคงและความเจรญิ รุง่ เรอื ง พฒั นาการทาง 2. เพือ่ เข้าใจพัฒนาการทางประวัติศาสตร์ ประวตั ิศาสตร์ไทย 3. เพอ่ื เข้าใจบทบาทของไทยสมยั ประชาธปิ ไตยต่อสังคมโลก สมยั ประชาธิปไตย 4. เพือ่ เข้าใจเหตุการณส์ าคัญทม่ี ีผลต่อพัฒนาการทางประวัติศาสตร์ 5. เพอื่ เขา้ ใจบทบาทของพระมหากษัตรยิ ์ในราชวงศ์จักรตี ่อความ มน่ั คงและเจรญิ รุ่งเรืองของชาติ
1. ปจั จยั ทีส่ ่งผลต่อ ความม่นั คงและความ เจริญรุ่งเรือง
ปจั จยั สาคัญที่สง่ ผลต่อความมั่นคงและความเจริญร่งุ เรอื งของไทย พระราชกรณียกิจของพระมหากษตั ริย์ทีม่ ีต่อราษฎรและประเทศชาติ ▪ ทั้งในเรื่องของความอยู่ดีกินดีของราษฎร การเป็นศูนยร์ วม จิตใจ ทาให้ประเทศสามารถดารงอยู่ได้อย่างม่นั คงและ ปลอดภัย ▪ ในลกั ษณะทีเ่ ปน็ ไปเพือ่ ผลประโยชน์ของประเทศชาติเปน็ สาคญั โดยพยายามปรับให้สอดคล้องกบั สถานการณ์ที่ เปลี่ยนแปลงอยู่เสมอ ▪ ทั้งป่าไม้ แร่ธาตุ แก๊สธรรมชาติ สัตว์น้า รวมถึงสภาพ ภูมิศาสตรท์ ีเ่ หมาะแก่การเพาะปลูกขา้ วสาหรบั เลีย้ งชีพคนไทย ทั่วประเทศ ▪ ทาให้การพัฒนาประเทศในด้านเศรษฐกิจและสังคมดาเนินไป อย่างมีระบบ ส่งผลให้การศกึ ษา สาธารณสขุ การคมนาคม และอืน่ ๆ ขยายตัว
2. พัฒนาการทาง ประวตั ิศาสตร์
พัฒนาการด้านการเมืองการปกครอง พัฒนาการด้านการเมืองการปกครองภายใต้การชี้นาของคณะราษฎร ส่งผลให้เกิดการเปลี่ยนแปลงการปกครอง จากระบอบสมบูรณาญาสิทธิราชย์มาเป็นระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็น ประมุข ภายใต้รัฐธรรมนูญที่เปน็ กฎหมายสูงสดุ ในการปกครองประเทศ คณะราษฎรได้วางเป้าหมายหลัก 6 ประการ หรือทีเ่ รียกว่า “อดุ มการณใ์ นการเปลี่ยนแปลงการปกครอง” 1. จะต้องรกั ษาความเปน็ เอกราชในทางการเมืองในทางศาล ในทางเศรษฐกิจ ของประเทศให้มน่ั คง 2. จะต้องรกั ษาความปลอดภัยในประเทศ ให้การประทษุ ร้ายต่อกันลดลงให้มาก 3. จะต้องบารงุ ความสขุ ของราษฎรในทางเศรษฐกิจ จะวางโครงการเศรษฐกิจแห่งชาติ ไม่ปล่อยให้ราษฎรอดอยาก 4. จะต้องให้ราษฎรมีสิทธิเสมอภาคกัน 5. จะต้องให้ราษฎรมีเสรีภาพ มีความเป็นอสิ รภาพ โดยไม่ขดั ต่อหลกั 4 ประการข้างต้น 6. จะต้องให้การศึกษาอย่างเต็มที่แก่ราษฎร
สมาชิกสายทหารบก
สมาชิกสายทหารเรือ
พัฒนาการดา้ นการเมืองการปกครอง พฒั นาการด้านการเมืองการปกครองภายใตก้ ารรฐั ประหาร ประเทศไทยมกี ารรฐั ประหารยดึ อานาจโดยคณะทหารรวมทั้งหมด 13 ครั้ง หวั หนา้ คณะรฐั บาลท่ีถกู ยดึ อานาจ คร้งั ท่ี วนั เดอื น ปี หวั หน้าคณะทหาร ท่ที าการยดึ อานาจ งดใชร้ ัฐธรรมนญู บางมาตรา 1 1 เมษายน พ.ศ. 2476 พระยามโนปกรณน์ ิติธาดา 2 20 มิถนุ ายน พ.ศ. 2476 พลเอกพระยาพหลพลพยหุ เสนา พระยามโนปกรณ์นิตธิ าดา 3 8 พฤศจิกายน พ.ศ. 2490 พลโท ผนิ ชุณหะวณั พลเรอื ตรี ถวัลย์ ธารงนาวาสวสั ดิ์ 4 6 เมษายน พ.ศ. 2491 นายทหารกล่มุ ท่ที าการรัฐประหาร นายควง อภัยวงศ์ 8 พฤศจิกายน พ.ศ. 2490 5 29 พฤศจิกายน พ.ศ. 2494 พลโท ผนิ ชณุ หะวณั จอมพล ป. พบิ ูลสงคราม (รว่ มมือกบั คณะทหาร) 6 16 กันยายน พ.ศ. 2500 จอมพล สฤษด์ิ ธนะรัชต์ จอมพล ป. พบิ ลู สงคราม
พฒั นาการดา้ นการเมืองการปกครองภายใตก้ ารรัฐประหาร ประเทศไทยมีการรัฐประหารยึดอานาจโดยคณะทหารรวมท้ังหมด 13 คร้ัง ครงั้ ที่ วัน เดือน ปี หวั หนา้ คณะทหาร หวั หนา้ คณะรฐั บาลที่ถกู ยึด ท่ที าการยึดอานาจ อานาจ 7 20 ตลุ าคม พ.ศ. 2501 จอมพล สฤษด์ิ ธนะรัชต์ พลเอก ถนอม กติ ตขิ จร (ร่วมมอื กับคณะทหาร) 8 17 พฤศจิกายน พ.ศ. 2514 จอมพล ถนอม กิตตขิ จร จอมพล ถนอม กติ ติขจร (รว่ มมอื กบั คณะทหารยดึ อานาจตนเอง) 9 6 ตลุ าคม พ.ศ. 2519 พลเรอื เอก สงัด ชลออยู่ ม.ร.ว.เสนีย์ ปราโมช 10 20 ตุลาคม พ.ศ. 2520 พลเรือเอก สงัด ชลออยู่ นายธานินทร์ กรยั วิเชียร 11 23 กมุ ภาพันธ์ พ.ศ. 2534 พลเอก สุนทร คงสมพงษ์ พลเอก ชาติชาย ชุณหะวัณ 12 19 กนั ยายน พ.ศ. 2549 พลเอก สนธิ บณุ ยรัตกลิน พันตารวจโท ทกั ษิณ ชินวัตร 13 22 พฤษภาคม พ.ศ. 2557 พลเอก ประยุทธ์ จันทร์โอชา นางสาวย่งิ ลกั ษณ์ ชินวัตร
พัฒนาการด้านการเมืองการปกครองภายใตก้ ระแสเรยี กรอ้ งประชาธิปไตย เหตุการณ์ 14 ตุลาคม พ.ศ. 2516 เหตุการณ์ 6 ตุลาคม พ.ศ. 2519 เหตกุ ารณพ์ ฤษภาทมิฬ พ.ศ.2535 เกิดขนึ้ หลังจากจอมพลถนอม- เกิดขึน้ หลงั จากจอมพลถนอม - มีการชมุ นุมประท้วงการขนึ้ ดารง กิตติขจร ใชก้ าลงั ทหารยึดอานาจตนเอง ทาให้ กิตตขิ จร เดินทางเข้ามาในประเทศไทยอกี ตาแหน่งนายกรฐั มนตรีของพลเอกสุจินดา - เกิดกระแสต่อตา้ น นาไปสู่เหตุการณ์ 14 ตุลา ทาให้เกิดการชมุ นมุ ประท้วงของนิสิต คราประยรู รัฐบาลใชก้ าลงั ปราบปรามผู้ชุมนุม สิ้นสดุ ลงเมื่อจอมพลถนอม จอมพลประภาส นกั ศึกษา ทาให้เกิดการสลายการชุมนุม อย่างรนุ แรง และเหตุการณ์สนิ้ สดุ ลง เมือ่ พล และพันเอกณรงค์ เดินทางออกนอกประเทศ เอกสุจินดา ลาออกจากตาแหน่งนายกรัฐมนตรี
พัฒนาการดา้ นเศรษฐกิจ เศรษฐกิจแบบไทยทุนนิยม ในสมัยรัฐบาลของจอมพล ป. พิบูลสงคราม ได้ดาเนินนโยบายเศรษฐกิจแบบทุน นิยม และได้เน้นให้ประชาชนสนับสนนุ งานของคนไทย โดยใช้ของทีผ่ ลิตในประเทศไทย เศรษฐกิจแบบไทย ภายใต้แผนพัฒนา เศรษฐกิจและสงั คมแหง่ ชาติ รัฐบาลได้ประกาศใช้แผนพัฒนาเศรษฐกิจแห่งชาติฉบับแรก ในพ.ศ.2504 วตั ถปุ ระสงค์ทีส่ าคญั คือ การยกมาตรฐานการครองชีพของประชาชนให้ดีขึน้ โดยทกุ ๆ 5 ปี จะมีการประกาศแผนฉบับต่อ ๆ มาจนถึงปจั จบุ นั
พัฒนาการดา้ นสังคม ✓ มีอาชีพหลากหลายมากขึน้ ✓ ค่านิยมของคนในสงั คม ✓ มีเทคโนโลยี การสือ่ สาร ทีเ่ จริญก้าวหน้า ✓ เป็นสังคมเมืองมากขนึ้ ✓ เกิดปัญหาสังคมมากขนึ้
3. บทบาทของไทยสมยั ประชาธิปไตยต่อสงั คมโลก
บทบาทของไทยสมัยประชาธิปไตยตอ่ สงั คมโลก ▪ พ.ศ. 2493 ทหารไทยเขา้ ร่วมในสงครามเกาหลีตามนโยบายรฐั ที่ต่อตา้ น การแพรข่ ยายของลัทธิคอมมิวนิสต์ ▪ พ.ศ. 2498 เขา้ เปน็ สมาชิกองคก์ ารสหประชาชาติ ▪ พ.ศ.2498 เป็นสมาชิกผู้ร่วมกอ่ ตั้งองค์การซีโต ▪ พ.ศ. 2504 ร่วมจดั ต้ังสมาคมอาสา ▪ พ.ศ. 2537 เขา้ เปน็ สมาชิกองคก์ ารการคา้ โลก ทหารไทยไปเกาหลี พ.ศ. 2494-2495 Thai Soldiers in Korea 1951-1952
4. เหตกุ ารณ์ สาคัญทม่ี ีผลต่อ พัฒนาการทาง ประวตั ิศาสตร์
ไทยกับการเข้าร่วมสงครามโลกคร้ังที่ 2 1) พัฒนาการที่นาไปสกู่ ารเขา้ ร่วม สงครามโลกคร้ังที่ 2 ของไทย ทหารฝ่ายพนั ธมิตรลักลอบส่งอาวธุ ยทุ โธปกรณ์ให้เเก่เสรไี ทย ด้วยเครือ่ งบินของอังกฤษ ทีส่ นามบินลบั เเห่งหนึ่งในจงั หวดั เลย เมื่อ พ.ศ. 2488 ๒) พัฒนาการการเขา้ รว่ ม สงครามโลกครั้งที่ 2 ของไทย การเดินสวนสนามของเหลา่ เสรีไทย ที่ถนนราชดาเนิน ภายหลังสิ้นสุดสงสงครามคร้ังที่ 2
Search
Read the Text Version
- 1
- 2
- 3
- 4
- 5
- 6
- 7
- 8
- 9
- 10
- 11
- 12
- 13
- 14
- 15
- 16
- 17
- 18
- 19
- 20
- 21
- 22
- 23
- 24
- 25
- 26
- 27
- 28
- 29
- 30
- 31
- 32
- 33
- 34
- 35
- 36
- 37
- 38
- 39
- 40
- 41
- 42
- 43
- 44
- 45
- 46
- 47
- 48
- 49
- 50
- 51
- 52
- 53
- 54
- 55
- 56
- 57
- 58
- 59
- 60
- 61
- 62
- 63
- 64
- 65
- 66
- 67
- 68
- 69
- 70
- 71
- 72
- 73
- 74
- 75
- 76
- 77
- 78
- 79
- 80
- 81
- 82
- 83
- 84
- 85
- 86
- 87
- 88
- 89
- 90
- 91
- 92
- 93
- 94
- 95
- 96
- 97
- 98
- 99
- 100
- 101
- 102
- 103
- 104
- 105
- 106
- 107
- 108
- 109
- 110
- 111
- 112
- 113
- 114
- 115
- 116
- 117
- 118
- 119
- 120
- 121
- 122
- 123
- 124
- 125